LUNA Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/luna/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 12 Feb 2026 08:49:00 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Bitcoin จะร่วงไปถึงจุดไหน อะไรคือสาเหตุ? คริปโตมายด์มองแนวรับ 55,800 ดอลลาร์ https://thestandard.co/bitcoin-drop-reasons-cryptomind-support/ Thu, 12 Feb 2026 08:49:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1177830 ภาพกราฟแสดงราคา Bitcoin ร่วงลงและแนวรับที่สำคัญ

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลงอย่างรุนแรงช่วงวันที่ 5 – 6 […]

The post Bitcoin จะร่วงไปถึงจุดไหน อะไรคือสาเหตุ? คริปโตมายด์มองแนวรับ 55,800 ดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟแสดงราคา Bitcoin ร่วงลงและแนวรับที่สำคัญ

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลงอย่างรุนแรงช่วงวันที่ 5 – 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนแตะระดับ 60,000 ดอลลาร์ สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนทั่วโลก

 

การร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้เกิดการขาดทุนที่รับรู้แล้ว (Realized Loss) ของบัญชีที่ลงทุนใน Bitcoin ครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นมูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1 แสนล้านบาท

 

การขาดทุนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงขาลงของตลาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่า การขาดทุนที่รับรู้แล้วแบบปรับปรุงตามเอนทิตี (Entity-Adjusted Realized Loss) แตะระดับ 3.2 พันล้านดอลลาร์ โดยตัวชี้วัดนี้จะติดตามเฉพาะมูลค่าดอลลาร์สหรัฐของเหรียญที่ถูกเคลื่อนย้ายเพื่อขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาต้นทุนที่ได้มา โดยกรองการโอนภายในระหว่างเอนทิตีเดียวกันออกไป

 

การขาดทุนรวมกันครั้งนี้รุนแรงกว่าช่วงที่บิตคอยน์ร่วงลงอย่างหนักเมื่อปี 2022 คิดเป็นมูลค่าการขาดทุน 2.7 พันล้านดอลลาร์ ที่บันทึกไว้ในช่วงการล่มสลายของ LUNA

 

ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Checkonchain ระบุว่า “การเทขาย Bitcoin เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เข้าข่ายเหตุการณ์ Capitulation ตามตำรา มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น และเป็นการขายขาดทุนจริงจากกลุ่มผู้ถือครองที่มีความเชื่อมั่นต่ำที่สุด”

 

คริปโตมายด์มองแนวรับ 55,800 ดอลลาร์ ต้นทุนเฉลี่ยบิตคอยน์ทั้งตลาด

 

สัญชัย ปอปลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-founder) บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด ระบุผ่านบัญชี X ส่วนตัวว่า “คำถามคือ อะไรที่ทำให้ Bitcoin ร่วงได้ขนาดนี้ ? นี่เราอยู่ในตลาดหมีแล้วหรือ ? และมันจะร่วงลงไปถึงตรงไหน?”

 

1. 10/10 Liquidation Event

 

เหตุการณ์วันที่ 10 ตุลาคม นักลงทุนทั่วโลกถูกล้างพอร์ตรวมกันมากถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ นี่คือตัวเลขทางการ ความเป็นจริงอาจสูงกว่านี้มาก เท่ากับว่ารายย่อยจำนวนมากที่เพิ่งเข้ามาในตลาดหายไปพร้อมกัน สภาพคล่องในตลาดก็หายตามไปด้วย

 

สิ่งที่น่ากังวลกว่านั้นคือ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลัง Bitcoin ทำสถิติสูงสุดใหม่ได้เพียง 6 วัน นี่คือบทเรียนที่สำคัญที่สุดของตลาดคริปโต ความโลภมักมากับความกลัว เมื่อตลาดขึ้นสูงมากๆ ทุกคนก็จะเริ่มใช้ leverage สูง คิดว่าจะทำกำไรได้เร็ว แต่พอตลาดกลับตัว leverage เหล่านั้นก็กลายเป็นมีดสองคม

 

2. Fed Policy & Kevin Warsh

 

ถึงแม้เฟดจะเลิกทำ QT และเริ่มทำ Reserve Management Purchases ที่ก็เป็นเหมือน QE กลายๆ แต่จากการประชุม FOMC ล่าสุด เฟดเริ่มมองว่าความเสี่ยงในตลาดแรงงานลดลงมาเท่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อแล้ว

 

ผลที่ตามมาคือ เฟดตัดสินใจคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ต่อไป ทีนี้ถ้าเราไปดู Reserve Balance ของธนาคารกลางสหรัฐฯ จะเห็นได้ว่าตอนนี้ลดลงมาเหลือต่ำกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ ถึงแม้จะทำการขยายงบดุลมา 3 สัปดาห์ติดต่อกันแล้ว

 

นอกจากนี้ Kevin Warsh ที่ได้รับการเสนอชื่อมาเป็นประธานเฟดคนใหม่ที่จะรับตำแหน่งต่อจาก Jerome Powell ในเดือนพฤษภาคมนี้ เคยแสดงความคิดเห็นว่า เฟดมีขนาดงบดุลที่ใหญ่เกินไป ทำให้ตลาดเกิดความกังวลว่า ถ้า Warsh ได้เข้ามาเป็นประธานเฟดจริง จะยิ่งทำให้งบดุลน้อยลงไปอีก

 

แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับบิตคอยน์ เพราะช่วงที่ผ่านมาบิตคอยน์มีการเคลื่อนไหวสอดคล้องตามขนาดของงบดุล เมื่อเฟดพิมพ์เงินบิตคอยน์ก็ขึ้น เมื่อเฟดลดงบดุล บิตคอยน์ก็ลง

 

3. หมดยุคเงินถูกจากญี่ปุ่น

 

ญี่ปุ่นเคยเป็นแหล่งเงินถูกของโลกมายาวนาน ด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำมากๆ นักลงทุนทั่วโลกจึงกู้เงินเยนไปเล่น leverage ในตลาดต่างๆ หรือที่เราเรียกกันว่า Yen Carry Trade

 

แต่ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเริ่มเปลี่ยนทิศทาง ทั้งประกาศเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล, กระตุ้นการลงทุนในประเทศ และมีแผนที่จะลดภาษี ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่ใช้เงินมากขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นเลยพุ่งสูง และเงินเยนก็แข็งค่าขึ้น

 

นักลงทุนจำนวนมากที่ทำ Yen Carry Trade ด้วย Leverage สูง ต่างก็ถูกเรียกให้เพิ่มหลักประกัน หรือ Margin Call จึงต้องขายสินทรัพย์ออกมา รวมถึงบิตคอยน์ด้วย สภาพคล่องในระบบที่จากเดิมก็น้อยอยู่แล้วยิ่งน้อยลงไปอีก

 

4. สถาบัน Risk-off

 

จากปัจจัยข้างต้นได้ส่งผลให้นักลงทุนระดับสถาบัน และ ETFs ได้ทำการลดความเสี่ยงลง หรือ Risk-Off ซึ่งตรงนี้นอกจากจะทำให้แรงซื้อที่ค่อยผลักดันตลาดหายไป ยังทำให้เกิดแรงขายจำนวนมหาศาลกดดันใส่โครงสร้างของบิตคอยน์อีกด้วย

 

5. แล้ว Bitcoin จะลงได้ถึงตรงไหน?

 

ข้อมูลจาก Cryptomind Advisory ตอนนี้มีก้อนแนวรับในระยะสั้นรออยู่ที่ 66,900 – 70,600 ดอลลาร์ แต่ต้องระวังบริเวณ 70,000 – 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่นักลงทุนหน้าใหม่เข้าซื้อในช่วงที่ผ่านมา และถ้า 66,900 รับไม่อยู่ ก็ยังมีแนวรับสุดท้ายคือ Realized Price หรือต้นทุนเฉลี่ยของบิตคอยน์ทั้งหมดในตลาดที่ 55,800 ดอลลาร์

 

ณ จุด Realized Price ก็ควรจะเป็น Bottom ของตลาดหมีที่เราอยู่กันมาสักพักแล้ว และเป็นจุดที่นักลงทุนระยะยาวมีแนวโน้มที่จะเริ่มกลับมาเข้าซื้ออีกครั้ง

 

แต่ราคาบริเวณ Realized Price ก็ไม่ใช่จุดที่ลงไปแล้วจะเด้งขึ้นมาทันทีนะครับ

 

ในอดีตบิตคอยน์จะวนเวียนอยู่แถวนั้นอยู่สักพัก สร้างฐานราคา ก่อนที่จะเด้งกลับขึ้นมา

 

Binance TH เชื่อบิตคอยน์ไม่ได้เข้าสู่ขาลงถาวร

 

ดร.กร พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และผู้อำนวยการโครงการ BINANCE TH Academy, ไบแนนซ์ ทีเอช บาย กัลฟ์ ไบแนนซ์ (BINANCE TH) เปิดเผยว่า หากพิจารณาอย่างเป็นระบบ การปรับฐานครั้งนี้อาจไม่ได้สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของบิตคอยน์ แต่เป็นผลจากความกลัวและความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินในระดับมหภาคมากกว่า

 

คำถามสำคัญคือ ตลาดกำลังกลัวอะไรกันแน่ คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเศรษฐกิจระยะสั้น แต่เป็น ‘ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน’ หรือ policy uncertainty โดยเฉพาะกระแสข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนตัวประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งตลาดเริ่ม price-in ความเป็นไปได้ที่ประธานเฟดคนใหม่อาจมีท่าทีคุมเข้มนโยบายการเงินมากกว่าที่คาด

 

หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากคือ Kevin Warsh ซึ่งถูกมองว่าเป็นบุคคลที่มีจุดยืนชัดเจนในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ ไม่สนับสนุนนโยบายการเงินผ่อนคลาย (QE) และไม่เป็นมิตรกับสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น

 

ความกลัวนี้ทำให้นักลงทุนสถาบันจำนวนมากเลือกลดความเสี่ยงล่วงหน้า โดยขายสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง เช่น หุ้นเทคโนโลยีและคริปโต แล้วโยกเงินไปยังพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและสินทรัพย์ปลอดภัยอื่นๆ นี่ไม่ใช่การหนีตาย แต่เป็นการปรับพอร์ตตามความเสี่ยง ในช่วงที่ทิศทางนโยบายยังไม่ชัดเจน

 

อีกปัจจัยหนึ่งที่ซ้ำเติมตลาดคือการปรับมูลค่าของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ในช่วงปี 2025 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี, AI และอวกาศ ได้รับการประเมินมูลค่าล่วงหน้าจากความคาดหวังรายได้ในอีก 2–3 ปีข้างหน้า เมื่อแนวโน้มนโยบายเปลี่ยน มูลค่าเหล่านี้จึงถูกปรับลดลงมา

 

อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงโครงสร้าง เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างอย่างชัดเจนจากวิกฤตในอดีตอย่างการล่มสลายของ FTX หรือ LUNA รอบนี้ไม่มีการล่มสลายของระบบ ไม่มีปัญหาสภาพคล่องไปทั้งระบบ และไม่มีกรณีการนำเงินลูกค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ สภาพคล่องโลกยังอยู่ในระบบ โดยการถอดสภาพคล่อง (QT) ของ Fed ได้หยุดไปตั้งแต่ปีที่แล้ว และปริมาณเงิน M2 ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

ในเชิงพื้นฐาน บิตคอยน์ยังไม่ได้เปลี่ยนไป Network ยังคงทำงานตามปกติ กองทุน ETF ยังคงถือครองบิตคอยน์ และบริษัทอย่าง MicroStrategy ยังไม่มีภาระหนี้ที่ต้องชำระในระยะสั้น ความเสี่ยงที่ตลาดกำลังกังวลจึงเป็น ‘ความกลัวล่วงหน้า’ มากกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

 

สุดท้าย การที่ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลงมาแรงและรวดเร็ว ไม่ได้แปลว่าตลาดเข้าสู่ขาลงถาวร แต่สะท้อนถึงช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนที่นักลงทุนต้องการความชัดเจนด้านนโยบายมากขึ้น เมื่อใดที่ narrative เรื่อง Fed และทิศทางนโยบายการเงินเริ่มนิ่ง ตลาดมีโอกาสฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว สำหรับนักลงทุนระยะยาว การปรับฐานครั้งนี้อาจไม่ใช่สัญญาณจุดจบของบิตคอยน์ แต่เป็นบททดสอบของวินัยและมุมมองในช่วงที่ความกลัวครอบงำตลาดมากกว่า

 

ภาพ: Thomas Fuller/NurPhoto via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post Bitcoin จะร่วงไปถึงจุดไหน อะไรคือสาเหตุ? คริปโตมายด์มองแนวรับ 55,800 ดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Terraform Labs บริษัทที่อยู่เบื้องหลังเหรียญ LUNA ยื่นล้มละลายมาตรา 11 ในสหรัฐฯ แล้ว https://thestandard.co/terraform-labs-files-for-bankruptcy-protection-in-the-us/ Mon, 22 Jan 2024 11:53:30 +0000 https://thestandard.co/?p=890739 Terraform Labs

Terraform Labs บริษัทที่อยู่เบื้องหลังระบบนิเวศ Terra ท […]

The post Terraform Labs บริษัทที่อยู่เบื้องหลังเหรียญ LUNA ยื่นล้มละลายมาตรา 11 ในสหรัฐฯ แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Terraform Labs

Terraform Labs บริษัทที่อยู่เบื้องหลังระบบนิเวศ Terra ที่มีชื่อเสียง รวมถึงเหรียญ LUNA และ TerraUSD (UST) ที่ร่วงจนแทบไร้มูลค่า และทำลายตลาดสกุลเงินดิจิทัลในปี 2022 ได้ยื่นล้มละลายตามมาตรา 11 ในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (21 มกราคม) ซึ่งเป็นเวลา 1 เดือนหลังจากที่ศาลตัดสินว่าบริษัท Terraform Labs ละเมิดกฎหมายของสหรัฐฯ

 

จากเอกสารของศาลที่ยื่นเมื่อวันที่ 21 มกราคม Terraform Labs ได้เปิดเผยสถานะทางการเงิน โดยบริษัทมีหนี้สินและสินทรัพย์โดยประมาณซึ่งอยู่ระหว่าง 100-500 ล้านดอลลาร์ สิ่งนี้แตกต่างจากในช่วงต้นปี 2021 เป็นอย่างมากที่เหรียญ Stablecoin ของ Terra อย่าง UST ทำให้นักลงทุนสูญเสียไปกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ และยังมีบริษัทคริปโตหลายแห่งที่ล้มละลายตามมาจากการร่วงลงของเหรียญ LUNA และ UST

 

Terraform ยังต้องเผชิญกับข้อหาฉ้อโกงจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของสหรัฐฯ เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2023 ที่ผ่านมาผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เข้าข้างสำนักงาน ก.ล.ต. โดยชี้ว่า Terraform Labs และ โด ควอน ผู้ก่อตั้งบริษัท ได้ขายหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทเคน LUNA, UST และ MIR ขณะที่ โด ควอน ถูกควบคุมตัวในมอนเตเนโกรนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานพยายามใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อหลบหนีไปดูไบด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว  

 

หลังจากข่าวการล้มละลายของ Terraform Labs ราคาเหรียญ Terra Classic (LUNC) ได้ร่วงลงทันที และ ณ เวลา 18.00 น. ของวันนี้ (22 มกราคม) เหรียญ LUNC ซื้อขายอยู่ที่ 0.0001015 โดยปรับตัวลงประมาณ 9.4% และเหรียญ Terra (LUNA) ซื้อขายอยู่ที่ 0.6065 ลดลงกว่า 8.7% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น 

 

อ้างอิง:

The post Terraform Labs บริษัทที่อยู่เบื้องหลังเหรียญ LUNA ยื่นล้มละลายมาตรา 11 ในสหรัฐฯ แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกาหลีใต้เล็งขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ‘โด ควอน’ อดีตเจ้าพ่อคริปโต หลังถูกจับในมอนเตเนโกร https://thestandard.co/s-korea-to-seek-extradition-of-crypto/ Sat, 25 Mar 2023 03:51:20 +0000 https://thestandard.co/?p=768370 โด ควอน

อัยการเกาหลีใต้เปิดเผยวานนี้ (24 มีนาคม) ว่า จะดำเนินกา […]

The post เกาหลีใต้เล็งขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ‘โด ควอน’ อดีตเจ้าพ่อคริปโต หลังถูกจับในมอนเตเนโกร appeared first on THE STANDARD.

]]>
โด ควอน

อัยการเกาหลีใต้เปิดเผยวานนี้ (24 มีนาคม) ว่า จะดำเนินการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน โด ควอน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Terraform Labs และเงินสกุลดิจิทัลอย่างเหรียญ TerraUSD (UST) และ LUNA ที่ล่มสลายไปเมื่อปีที่แล้ว หลังเขาถูกจับกุมในประเทศมอนเตเนโกร

 

สำนักงานอัยการในกรุงโซลเปิดเผยว่า จะเริ่มต้นกระบวนการร้องขอให้ทางการมอนเตเนโกรส่งตัวควอน ซึ่งถูกจับกุมที่สนามบินในกรุงพอดโกริซาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (23 มีนาคม) หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า เขาพยายามเดินทางไปยังดูไบ โดยใช้ชื่อปลอมและหนังสือเดินทางปลอม โดยตัวตนของเขาได้รับการยืนยันแล้วผ่านการเปรียบเทียบลายนิ้วมือ

 

กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีใต้ได้เข้าร่วมอนุสัญญายุโรปว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเป็นสนธิสัญญาพหุภาคีเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างประเทศสมาชิก โดยมอนเตเนโกรเป็นสมาชิกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าควอนจะถูกส่งตัวไปยังเกาหลีใต้หรือไม่ เนื่องจากเขาถูกตั้งข้อหาทางอาญาในสหรัฐฯ เช่นกัน ทำให้สามารถถูกส่งตัวไปยังสหรัฐฯ ได้ โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ควอนถูกอัยการสหรัฐฯ ตั้งข้อหาฉ้อโกงและข้อหาอื่นๆ 

 

ทั้งนี้ ควอนซึ่งใช้ชีวิตหลบหนีมานานหลายเดือน และถูกพบครั้งสุดท้ายในเซอร์เบียเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ถูกทางการมอนเตเนโกรจับกุมตัวและตั้งข้อหาปลอมแปลงเอกสาร พร้อมกับผู้ช่วยคนสนิทซึ่งมีนามสกุลว่าฮัน ที่เดินทางไปด้วยกัน

 

ขณะที่ทางการเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ดำเนินการสืบสวนควอนในข้อกล่าวหาฉ้อโกงและเลี่ยงภาษี ภายหลังนักลงทุนในเหรียญ UST และ LUNA ได้ยื่นฟ้องเขาเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว โดยกล่าวหาว่าเขาวางแผนที่จะฉ้อโกงแบบแชร์ลูกโซ่จากการล่มสลายของเหรียญทั้งสอง

 

ซึ่งอัยการเกาหลีใต้ได้ขอหมายจับควอนในข้อกล่าวหาต่างๆ รวมถึงการให้ข้อมูลเท็จแก่นักลงทุนและการละเมิดกฎหมายตลาดทุน ขณะที่หนังสือเดินทางของเขาถูกยกเลิก และอินเตอร์โพล หรือตำรวจสากล ได้ออกหมายแดงเพื่อแจ้งเตือนประเทศสมาชิกว่า ควอนเป็นผู้ต้องสงสัยและอาชญากรที่ต้องการตัวในระดับสูงสุด 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ภาพ: Filip Filipovic / Getty Images

อ้างอิง:

The post เกาหลีใต้เล็งขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ‘โด ควอน’ อดีตเจ้าพ่อคริปโต หลังถูกจับในมอนเตเนโกร appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก Luna, 3AC, FTX ถึง DCG, Genesis, GBTC: ที่มา, ดราม่า และ ‘ระเบิดเวลา’ ลูกต่อไปของโลกคริปโต https://thestandard.co/luna-3ac-ftx-cryptocurrency/ Fri, 13 Jan 2023 05:37:15 +0000 https://thestandard.co/?p=736310 Luna

จุดเริ่มต้นของปัญหา DCG หรือบริษัท Digital Currency Gro […]

The post จาก Luna, 3AC, FTX ถึง DCG, Genesis, GBTC: ที่มา, ดราม่า และ ‘ระเบิดเวลา’ ลูกต่อไปของโลกคริปโต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Luna

จุดเริ่มต้นของปัญหา

DCG หรือบริษัท Digital Currency Group เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกคริปโต มีการไปลงทุนในโปรเจกต์ต่างๆ มากมาย มีบริษัทลูกดังๆ อย่างเช่น Genesis ที่ทำเรื่อง Lending, Greyscale ทำกองทุน และ CoinDesk ที่เป็นสำนักข่าวคริปโต

 

ปี 2022 ที่ผ่านมา เป็นปีที่สาหัสสากรรจ์สำหรับ Genesis เอามากๆ โลกคริปโตมีวิกฤตอะไรก็เจ็บกับเขาทุกรอบ เช่น ขาย BTC ให้กับ LFG โดยรับเงินเป็น UST จำนวน 1 พันล้านดอลลาร์ สัปดาห์ต่อมา Terra แตก, ปล่อยกู้กองทุน 3 Arrow Capital (3AC) ไป 2.36 พันล้านดอลลาร์ พอ 3AC ล้มละลาย ก็เจ๊งไป 1.2 พันล้านดอลลาร์, ปล่อยกู้กองทุน Alameda โดยรับเหรียญ FTT เป็นตัวค้ำประกัน พอ FTX ล่มสลาย FTT ก็ศูนย์ แถม Genesis ยังมีเงินค้างอยู่ในบัญชีเทรดที่ FTX อีก 175 ล้านดอลลาร์ และถอนออกมาไม่ได้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


วิกฤตซ้อนวิกฤตของ Genesis

รวมๆ แล้ว Genesis มีภาระหนี้รวมกัน 2.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่ง Genesis ก็แก้ปัญหาด้วยการปลดพนักงานออก 30% หยุดการปล่อยกู้ บล็อกห้ามลูกค้าถอนเงินออก และเร่งระดมทุนมาเติมอีก 1 พันล้านดอลลาร์

 

แต่จนแล้วจนรอด Genesis ก็ไม่สามารถระดมทุนมาได้ ขาใหญ่อย่าง Binance ก็ปฏิเสธมาอย่างสุภาพ หรือแม้กระทั่งยอมลดเป้าลงมาเป็น 500 ล้านดอลลาร์แล้วก็ยังหาคนมาลงไม่ได้ ทุกคนที่จับตาดูเรื่องนี้ต่างก็เริ่มร้อนรนว่าทำไม DCG ปล่อยให้คาราคาซัง ไม่จัดการอะไรสักที โดยเฉพาะบรรดาเจ้าหนี้ของ Genesis ที่อยากให้เรื่องรีบๆ จบ จะได้รีบเอาเงินออกมา

 

และหนึ่งในเจ้าหนี้ที่ตามจี้เรื่องนี้มาตลอดก็คือ Crypto Exchange ชื่อดัง Gemini ของฝาแฝด Winklevoss ที่มีเงินลูกค้า 900 ล้านดอลลาร์ จากบริการ Crypto Earn ถูกแช่แข็งไว้ใน Genesis และโดนห้ามถอนออกมาเหมือนกัน

 

จนวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา สองแฝดอดรนทนไม่ได้ ก็จัดแจงทวีต Open Letter ถึงบอร์ดและ CEO ของ DCG พร้อมแท็กมารับทราบพฤติกรรม ประจานชาวโลกกันบนทวิตเตอร์

 

ซึ่งใน Open Letter นั้นนอกจากจะเร่งให้ดำเนินการแล้ว ก็ยังได้ทิ้งบอมบ์ระดับนิวเคลียร์ไว้ให้ DCG ด้วยว่ารู้นะว่า DCG เป็นลูกหนี้ Genesis อยู่ 1.675 พันล้านดอลลาร์ และ Genesis ก็ติดเงิน Gemini อยู่อีกทอด ฉะนั้นรีบๆ จ่ายให้ Genesis ซะ แล้ว Genesis จะได้ปล่อยเงินออกมา

 

สถานการณ์ล่าสุด

ต่อมาวันที่ 10 มกราคม DCG ก็ได้ออกจดหมายแถลงอย่างเป็นทางการ ระบุว่าหนี้ของ DCG กับ Genesis ตอนนี้อยู่ที่ 447.5 ล้านดอลลาร์ กับอีก 4,500 BTC ซึ่งจะถึงกำหนดจ่ายคืนเดือนพฤษภาคม 2023 กับ Promissory Note อีก 1.1 พันล้านดอลลาร์ รวม 1.675 พันล้านดอลลาร์

 

ส่วน Promissory Note หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน 1.1 พันล้านดอลลาร์นั้น คือตั๋วที่ DCG ออกให้ Genesis ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 ตอนที่ Genesis มีปัญหาจาก 3AC โดยแลกกับการต้องยกสิทธิในเงิน 2.36 พันล้านดอลลาร์ ที่ Genesis เคยให้ 3AC ยืม (แล้ว 3AC Default นั้น) ให้ DCG ไปเลย และถ้าในอนาคตได้เงินจาก 3AC คืนมาเท่าไร ก็เอามาหักกับ 1.1 พันล้านดอลลาร์นี้

 

ถ้ามองด้วยมุมมองทางบัญชี ก็คือ DCG บริษัทแม่เข้ามาช่วยยื้อชีวิต Genesis ไว้ไม่ให้ล้ม แต่ก็ช่วยแบบเอาตัวเลขมาใส่ Balance Sheet ให้นะ เงินจริงไม่มา

 

ในแถลงการณ์ยังย้ำอีกว่า Promissory Note ตัวนี้จะหมดอายุในปี 2032 และไม่เป็น Callable Bond หรือไม่สามารถไถ่ถอนก่อนกำหนดได้ หรือเรียกง่ายๆ ว่า ต่อให้ DCG ได้เงินจาก 3AC มาแล้ว หรือ Genesis ล้มไป DCG ผู้ออกตั๋วก็จะจ่ายเงินเมื่อถึงเวลาเท่านั้น ไม่มีการจ่ายก่อน ฉะนั้น Gemini จะมาเรียกให้เอาก้อนนี้มาจ่ายไม่ได้

 

ทางแก้ปัญหาต่อจากนี้

ตอนนี้คือเรื่องคาราคาซังอยู่ตรงที่ Genesis ก็ยื้อไม่จ่ายหนี้ รอให้ระดมทุนมาได้หรือได้เงินคืนจาก 3AC ค่อยว่ากัน ส่วน DCG บริษัทแม่ก็เล่นบทเจรจาถ่วงเวลาไป

 

ทีนี้ถ้าเราลองวิเคราะห์ทางเลือกว่า DCG และ Genesis จะทำอะไรได้บ้างในสถานการณ์แบบนี้ ก็จะเห็นว่ามีความเป็นไปได้อยู่ 7 ทาง

 

  1. Restructure Loan Book ของ Genesis ที่มี Asset อยู่ 8 พันล้านดอลลาร์ เอามาจ่าย: อันนี่เป็นข้อเสนอของ Gemini ซึ่งทาง DCG และ Genesis ยังไม่ตอบรับข้อเสนอนี้

 

  1. Genesis ระดมทุนมาได้ หรือได้เงินคืนจาก 3AC: โอกาสจะเป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้นี้น้อยมากๆ

 

  1. Genesis เข้าสู่กระบวนการปกป้องกิจการชั่วคราวระหว่างฟื้นฟูกิจการ หรือที่เรียกกันว่า Chapter 11: ทางเลือกนี้มีความเป็นไปได้สูง เพื่อให้มีเวลาหายใจโดยเจ้าหนี้ไม่มารุมทึ้ง Asset อื่น แต่ต้องระวังว่ากลุ่มเจ้าหนี้ก็สามารถรวมตัวกันมากกว่า 3 คน ยื่นขอคัดค้านได้เช่นกัน

 

  1. DCG ขายคริปโตที่มีอยู่เอามาใช้หนี้: มีความเป็นไปได้ แต่ในสภาพตลาดขาลงแบบนี้ ขายไปก็ขาดทุน Genesis อาจจะต้องใช้วิธีดันตลาดให้ขึ้นไปก่อนแล้วค่อยเทขาย ซึ่งหลายคนเชื่อกันว่าทางเลือกนี้เป็นที่มาของราคาคริปโตที่เริ่มปรับตัวเป็นบวกในช่วงนี้

 

  1. DCG ขายหน่วยลงทุน GBTC และ ETHE ใช้หนี้: มีความเป็นไปได้ แต่ก็จะขาดทุนยับๆ เพราะตั้งแต่มีข่าวว่า Genesis อาการไม่ดี กองทุนทั้งสองกองก็ถูกซื้อขายกันที่ราคา Discount ถึง 45% สำหรับ GBTC และ 56% สำหรับ ETHE จากมูลค่าของสินทรัพย์

 

ตอนนี้ GBTC+ETHE ที่ DCG ถืออยู่มีมูลค่า 629 ล้านดอลลาร์ (Discount จากราคาพาร์ 1.17 พันล้านดอลลาร์​) และถ้าขายในตลาดอาจจะโดน Slippage ถึง 25% เท่ากับส่วนนี้น่าจะมีมูลค่าประมาณ 471 ล้านดอลลาร์

 

ขอเล่าเสริมเรื่อง GBTC และ ETHE เล็กน้อย ทั้งสองตัวคือกองทุนที่ Greyscale สร้างขึ้นมา โดยสินทรัพย์ข้างในกองคือ BTC และ ETH เพียงอย่างเดียว และไม่สามารถเอาหน่วยลงทุนมาแลกเป็น BTC หรือ ETH ได้ หรือเรียกง่ายๆ ว่าสร้างขึ้นมาเพื่อแปลง BTC และ ETH ให้เป็นหลักทรัพย์ มีการจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์อย่างถูกต้อง เป็นช่องทางให้นักลงทุนสถาบันสามารถลงทุนใน BTC และ ETH ได้แบบไม่ขัดใจ ก.ล.ต. โดยถือผ่านกองทุน 2 กองนี้

 

  1. DCG ขาย Greyscale ใช้หนี้: มีความเป็นไปได้น้อย เนื่องจากเป็นทางเลือกที่ DCG จะเจ็บที่สุด เพราะ Greyscale ถือว่าเป็นบริษัทลูกระดับเรือธงของกรุ๊ป บริหารเงินระดับ 10B AUM สร้างรายได้ปีละถึง 270 ล้านดอลลาร์

 

มูลค่าของ Greyscale ที่มี Revenue 270 ล้านดอลลาร์ต่อปี ถ้าสมมติคิดว่ามี Profit Margin 70% ก็เท่ากับมีรายได้ 189 ล้านดอลลาร์ ถ้าเอารายได้จาก Greyscale ไปผ่อนจ่ายหนี้ 1.675 พันล้านดอลลาร์ ก็ต้องใช้เวลา 8-9 ปี เจ้าหนี้คงไม่ยอมแน่ๆ แต่ถ้าสมมติขายได้ 3X Multiple ก็น่าจะมีมูลค่า 567 ล้านดอลลาร์

 

  1. ปล่อย Genesis ล้มไปเลย: ตัดจบไป ให้เจ้าหนี้เข้ามาจัดการต่อ อันนี้ก็มีความเป็นไปได้ไม่น้อย

 

ถ้ามาดูฝั่งหนี้บ้าง จากยอดหนี้ทั้งหมด 1.675 พันล้านดอลาร์ ถึงจะดูเยอะมหาศาล แต่ยอด 1.1 พันล้านดอลลาร์ กว่าจะ Due ก็อีก 10 ปีข้างหน้า ตอนนี้ถ้าหามาได้สัก 500-600 ล้านดอลลาร์ ก็น่าจะช่วยให้ผ่านช่วงนี้ไปได้

 

ประเด็นที่จะต้องจับตามองต่อจากนี้

เชื่อว่า DCG และ Genesis ยังไงระหว่างนี้ก็จะใช้ทางที่ 2 คือยื้อให้ถึงที่สุดไปก่อน และพิจารณา Chapter 11 หรือปล่อยล้มไปเลยเป็นทางเลือกรองลงมา แล้วถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยเลือกทางที่ 4 และ 5 ผสมกัน คือเทขายคริปโต, GBTC และ ETHE ออกมาเป็นมูลค่าอย่างน้อย 500-600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการล้มแล้วเจ้าหนี้เอามาเทขายหรือยอมขายเอง ก็จะเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่จะส่งผลอย่างต่อเนื่องกับทั้งตลาด Spot และ Future อย่างแน่นอน ฉะนั้นต้องจับตามองก้าวย่างต่อจากนี้ไปของ DCG และ Genesis อย่างใกล้ชิด

 

และอีกประเด็นคือต้องติดตามว่า Gemini จะดูแลรับผิดชอบลูกค้าตัวเองยังไง เพราะแม้ว่าจะได้รับเครดิตไปในฐานะ Whistle-Blower แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นการโยนความผิดไปให้คนอื่น เพราะตามหลักการแล้วไม่ว่าหลังบ้านจะเกิดปัญหาอะไร Gemini ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบหลักต่อลูกค้าตัวเอง การออกมาบิดประเด็นให้ Genesis รับผิดชอบก่อนแล้วพอตัวเองได้เงินค่อยมาให้ลูกค้าตัวเองอีกที แบบนี้ไม่ได้

 

ส่งท้าย

ปัญหาของ Genesis และ DCG มีความเป็นมาที่ซับซ้อนมาก แต่ถ้าไล่ย้อนกลับไปที่ต้นเหตุของปัญหาแล้ว จะเห็นว่าเกิดจากการผิดพลาดซ้ำๆ ในด้านการประเมินและบริหารความเสี่ยงของ Genesis เอง จากนั้นถูกขยายผลด้วยการบริหารงานที่ผิดพลาดและการขาดความโปร่งใส กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง สร้างผลกระทบต่อเนื่องให้กับนักลงทุนเป็นจำนวนมาก และยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ซึ่งนักลงทุนและหน่วยงานกำกับดูแลจำเป็นต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และสร้างฉากทัศน์เพื่อประเมินผลกระทบที่น่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างถูกต้องครับ

The post จาก Luna, 3AC, FTX ถึง DCG, Genesis, GBTC: ที่มา, ดราม่า และ ‘ระเบิดเวลา’ ลูกต่อไปของโลกคริปโต appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ผู้ก่อตั้ง FTX’ โดนสอบสวนว่า อาจมีส่วนพัวพันในการล่มสลายของ LUNA https://thestandard.co/sbf-ftx-could-have-reportedly/ Fri, 09 Dec 2022 11:12:23 +0000 https://thestandard.co/?p=721976 FTX

แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ หรือที่รู้จักกันดีว่า SBF อดีตซีอีโ […]

The post ‘ผู้ก่อตั้ง FTX’ โดนสอบสวนว่า อาจมีส่วนพัวพันในการล่มสลายของ LUNA appeared first on THE STANDARD.

]]>
FTX

แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ หรือที่รู้จักกันดีว่า SBF อดีตซีอีโอ FTX เว็บเทรดคริปโตชั้นนำที่เพิ่งประกาศล้มละลาย อาจเกี่ยวข้องกับการล่มสลายของเครือข่าย Terra ซึ่งในขณะนี้ อัยการได้เริ่มการสอบสวนว่าเขามีส่วนในการปั่นราคาที่นำไปสู่การหลุด Peg ของ UST และ LUNA เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ FTX และ Alameda Research หรือไม่

 

อัยการนิวยอร์กสอบสวน แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ เกี่ยวกับการล่มสลายของ Terra

รายงานจาก The New York Times ล่าสุดเปิดเผยว่า ทางการสหรัฐฯ กำลังสอบสวนว่า แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ อดีตซีอีโอ FTX อาจมีส่วนพัวพันในการล่มสลายของเหรียญ LUNA และ UST ซึ่งเป็น Stablecoin ในเครือข่าย Terra หรือไม่

 

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า แซมอาจปั่นตลาดเพื่อประโยชน์ของ FTX และบริษัทลูกอย่าง Alameda Research ความเคลื่อนไหวของเขาอาจก่อให้เกิดการล่มสลายของ Terra และผลกระทบแบบโดมิโนอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมคริปโต

 

ทางด้าน โด ควอน ผู้ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs ทวีตเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ‘สิ่งที่แอบทำในความมืดจะสว่างขึ้นในที่สุด’ เขาได้ตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า เหตุใด Alameda จึงยืม Bitcoin มูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์จาก Voyager ระหว่างการหลุด Peg ของ Terra 

 

ขณะนี้การสืบสวนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และอัยการยังไม่สามารถระบุได้ว่า แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ มีความผิดหรือไม่ ซึ่งคงต้องติดตามเรื่องนี้ต่อไป

 

การล่มสลายของ Terra และ FTX สองเหตุการณ์ที่ทำให้ตลาดคริปโตผวา

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2022 การล่มสลายของระบบนิเวศ Terra ได้สร้างผลกระทบลุกลามไปทั้งตลาดคริปโต โดย LUNA และ UST ล่มสลาย เนื่องจากอัลกอริทึมของ Terra ทำงานไม่สมบูรณ์ นักลงทุนในตลาดต่างหวาดกลัว รีบเทขาย จนราคา LUNA และ UST ร่วงลงแทบไร้มูลค่า เหตุการณ์นี้ทำให้ความเชื่อมั่นในตลาดแย่ลงอย่างมาก และตลาดคริปโตซื้อขายในสภาะตลาดหมีอย่างยาวนาน 

 

จนกระทั่งล่าสุด การล่มสลายของ FTX ได้ตอกย้ำความวิตกกังวลในตลาดมากขึ้นอีก ซึ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา FTX อดีตเว็บเทรดคริปโตอันดับ 2 ของโลกได้ยื่นเรื่องล้มละลาย เนื่องจากความกังวลที่นักลงทุนมีต่อเหรียญ FTT ซึ่งเป็นโทเคนดั้งเดิมของแพลตฟอร์ม ทำให้เกิดการแห่ถอนเงินออกจากแพลตฟอร์มจำนวนมาก จนเกิดปัญหาสภาพคล่อง ทำให้บริษัทต้องหยุดการถอนเงินและประกาศล้มละลายในที่สุด

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


อ้างอิง:

 

The post ‘ผู้ก่อตั้ง FTX’ โดนสอบสวนว่า อาจมีส่วนพัวพันในการล่มสลายของ LUNA appeared first on THE STANDARD.

]]>
LUNA ละครเวทีที่ไม่มีเวที ในรูปแบบ Immersive Musical Experience คนดูสามารถเดินตามตัวละครได้ https://thestandard.co/luna-immersive-musical-experience/ Mon, 07 Nov 2022 11:08:18 +0000 https://thestandard.co/?p=705452

  นี่ไม่ใช่ละครเวที The Musical ทั่วไป เพราะนี่คือ […]

The post LUNA ละครเวทีที่ไม่มีเวที ในรูปแบบ Immersive Musical Experience คนดูสามารถเดินตามตัวละครได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

นี่ไม่ใช่ละครเวที The Musical ทั่วไป เพราะนี่คือ The Immersive Musical Experience หรือละครเวทีรูปแบบใหม่ที่ทำให้คนดูมีความรู้สึกร่วม หรือสามารถเป็นหนึ่งเดียวกับละครเวทีได้ ซึ่งเราสามารถเลือกเส้นทางเดินรับชมได้ด้วยตัวเอง จากเส้นเรื่องมากกว่า 10 รูปแบบ พร้อม 30 บทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นใหม่เพื่อการแสดงนี้โดยเฉพาะ มากด้วยทีมงาน และนักแสดงกว่าร้อยชีวิต ตลอดระยะเวลาการแสดง 2 ชั่วโมง 30 นาที

 

 

‘LUNA’ ได้รับลิขสิทธิ์ดัดแปลงอย่างเป็นทางการจาก ‘The Girl Who Drank the Moon’ หนึ่งในสุดยอดวรรณกรรมเยาวชนระดับโลกของศตวรรษที่ 21 บทประพันธ์ของ Kelly Barnhill คว้ารางวัล ‘เหรียญ Newbery รางวัลนวนิยายที่ให้คุณค่าสูงสุดแก่เยาวชนสหรัฐอเมริกาประจำปี 2017’ และยังมีรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

 

 

ด้วยเนื้อเรื่องที่แข็งแรง มีรางวัลการันตีมากมาย ผสานกับการนำเสนอรูปแบบใหม่ คงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมนาทีนี้มีแต่คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า LUNA: The Immersive Musical Experience เป็นหนึ่งในละครเวทีที่น่าจับตามองในขณะนี้ เพราะถึงแม้เนื้อเรื่องจะดูเป็นละครเด็กแฟนตาซี แต่ก็ยังสอดแทรกข้อคิด แนวทางในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นอิสระ การตั้งคำถามว่าสิ่งที่ทำต่อๆ กันมามันดีจริงเหรอ?

 

 

ซึ่งเส้นเรื่องหลักๆ ได้แก่ ‘ฝั่งป่า’ และ ‘ฝั่งเมือง’ โดยทั้งสองฝั่งดำเนินเรื่องในช่วงเวลาเดียวกัน แต่สุดท้ายแล้วทั้งสองฝั่งก็จะมาบรรจบกันเป็นละครเรื่องเดียว ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนพื้นที่ 1 ไร่ที่ The EmQuartier: Q Stadium

 

 

ที่สำคัญละครเวทีเรื่องนี้ไม่มีเวที และคนดูก็แทบจะไม่ได้นั่งเช่นกัน เพราะคนดูต้องเดินตามตัวละครในเรื่อง เพื่อเฝ้าดูเรื่องราวที่เกิดขึ้น หรือคนดูเองก็สามารถพูดคุยกับตัวละครได้ นี่จึงเป็นความสนุกรูปแบบใหม่ในการดูละครเวทีเรื่องนี้

 

 

LUNA: The Immersive Musical Experience มีทั้งหมด 105 รอบ และมีนักแสดงทั้งหมด 3 ชุด จาก Castscape พวกเขาเริ่มทำละครเวทีด้วยความเชื่อที่ว่า ‘ละครเวที’ มีพลัง สามารถเชื่อมโยงผู้คน และสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมนี้ให้ดีขึ้นได้

 

 

ซึ่งละครเวทีเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตของ พญ.เคลียวพันธ์ สูรพันธ์ หรือ ‘ป้าหมอ’ แห่งมูลนิธิชัยพฤกษ์ ผู้เปิดบ้านดูแลเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสมานานกว่า 37 ปี โดยมีปณิธานแน่วแน่ในการดูแล ส่งเสริม และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนผู้ขาดโอกาส ให้สามารถดำรงชีวิตในสังคม และประสบความสำเร็จไปแล้วมากกว่า 100 ชีวิต 

 

 

“ละครเวทีจะอยู่ไม่ได้ หากไม่มีคนดู” 

ไม่ว่าใครก็ตามที่ยังไม่เคยดูละครเวที หรือเคยดูแล้ว ก็อยากเชิญชวนให้มาเปิดประสบการณ์ในการดูละครเวทีรูปแบบใหม่ รับรองว่าจะได้รับพลังงานดีๆ กลับไป ที่สำคัญยังสามารถทำให้ละครเวทีมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

 

 

LUNA: The Immersive Musical Experience จัดแสดงที่ศูนย์การค้า The EmQuartier: Q Stadium, M Floor, Building C ตั้งแต่วันนี้ – 28 มกราคม 2566 บัตรราคา 1,590-2,390 บาท สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Castscape

The post LUNA ละครเวทีที่ไม่มีเวที ในรูปแบบ Immersive Musical Experience คนดูสามารถเดินตามตัวละครได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอาจริง! ตำรวจเกาหลีใต้จับกุมผู้พัวพันการล่มสลายของ Terra และปั่นราคาเหรียญ LUNA รายแรกแล้ว https://thestandard.co/korean-police-reportedly-arrest/ Sat, 08 Oct 2022 02:43:42 +0000 https://thestandard.co/?p=693041 Terra

ยู โม หัวหน้าทีมธุรกิจของ Terraform Labs เป็นบุคคลแรกที […]

The post เอาจริง! ตำรวจเกาหลีใต้จับกุมผู้พัวพันการล่มสลายของ Terra และปั่นราคาเหรียญ LUNA รายแรกแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Terra

ยู โม หัวหน้าทีมธุรกิจของ Terraform Labs เป็นบุคคลแรกที่ถูกตำรวจเกาหลีใต้จับกุม โดยเชื่อว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่มสลายของระบบนิเวศบล็อกเชน Terra รวมถึงปั่นราคาเหรียญ TerraUSD (UST) และราคาเหรียญ LUNA จนราคาผันผวนอย่างรุนแรง ขณะที่ยังคงไม่มีใครทราบว่า โด ควอน ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่าย Terra อาศัยอยู่ที่ใด แต่ทางการเกาหลีใต้ออกคำสั่งให้เขาต้องส่งมอบหนังสือเดินทางเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศเกิดของเขา ภายใน 14 วัน หลังจากที่ถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา

 

บุคคลแรกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่มสลายของ Terra ถูกจับกุมแล้ว

ชเวซองกุก อัยการเขตของศาลในเกาหลีใต้ได้ยืนยันว่าตำรวจเกาหลีใต้ได้จับกุมบุคคลแรกที่เกี่ยวข้องกับการล่มสลายของระบบนิเวศบล็อกเชน Terra แล้ว ชายผู้นั้นคือ ยู โม หัวหน้าทีมธุรกิจของ Terraform Labs สำนักงานอัยการเขตภาคใต้ของกรุงโซลได้ออกหมายศาลจับกุมยู เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ในข้อหาละเมิดพระราชบัญญัติตลาดทุนและการฉ้อโกง จากการที่เขาได้ปั่นราคาเหรียญ TerraUSD (UST) ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin ของเครือข่าย และราคาเหรียญ LUNA จนราคาผันผวนอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดการจับกุมครั้งนี้ ทางการเกาหลีใต้เชื่อว่ามีบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่มสลายของเครือข่าย Terra ประมาณ 5 คน ซึ่งยูเป็นบุคคลแรกที่ถูกจับกุม ขณะที่ผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง โด ควอน กำลังถูกล่าตัวเพื่อรอดำเนินการทางกฎหมายที่คล้ายคลึงกัน

 

โด ควอน ต้องคืนพาสปอร์ตเกาหลีใต้ภายใน 14 วัน

ศาลของเกาหลีใต้ได้ออกหมายจับ โด ควอน และบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา จากนั้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน Interpol หรือองค์การตำรวจสากล ได้ประกาศออกหมายแดงจับ โด ควอน ในเวลาต่อมา

 

จากรายงานอย่างเป็นทางการของเกาหลีใต้ยังคงไม่มีใครทราบว่า โด ควอน ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่าย Terra อาศัยอยู่ที่ใด แต่เขาได้รับคำสั่งให้ต้องส่งมอบหนังสือเดินทางเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศเกิดของเขา ภายใน 14 วัน หลังจากที่เขามีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์ล่มสลายของเหรียญ LUNA และ UST มูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การสั่งระงับหนังสือเดินทางนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อัยการเกาหลีใต้ได้ขอให้เว็บเทรดคริปโตเคอร์เรนซี 2 แห่ง ได้แก่ OKX และ KuCoin อายัดสินทรัพย์ของ โด ควอน เป็น Bitcoin จำนวน 3,313 BTC คิดเป็นมูลค่ากว่า 62 ล้านดอลลาร์ ทางด้าน โด ควอน ได้ออกมาปฏิเสธข่าวนี้เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม โดยเปิดเผยว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บเทรด OKX และ KuCoin อีกทั้งสินทรัพย์ของเขาก็ไม่ได้ถูกอายัดด้วย

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post เอาจริง! ตำรวจเกาหลีใต้จับกุมผู้พัวพันการล่มสลายของ Terra และปั่นราคาเหรียญ LUNA รายแรกแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตามตัวด่วน! ตำรวจสากลออกหมายแดงจับ โด ควอน หลังการล่มสลายของระบบนิเวศ Terra สร้างผลกระทบมหาศาล https://thestandard.co/do-kwon-arrest-warrant/ Mon, 26 Sep 2022 07:52:32 +0000 https://thestandard.co/?p=686747 โด ควอน

องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (Interpol) ประกาศออก […]

The post ตามตัวด่วน! ตำรวจสากลออกหมายแดงจับ โด ควอน หลังการล่มสลายของระบบนิเวศ Terra สร้างผลกระทบมหาศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
โด ควอน

องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (Interpol) ประกาศออกหมายแดงจับ โด ควอน ผู้ก่อตั้ง Terra หลังจากที่การล่มสลายของระบบนิเวศ Terra เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2022 ได้สร้างผลกระทบลุกลามไปทั้งตลาดคริปโตเคอร์เรนซี

 

ราคาเหรียญ LUNA Classic (LUNC) ตอบสนองต่อข่าวดังกล่าว โดยร่วงลงมากกว่า 19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และ ณ เวลา 13.10 น. ของวันนี้ (26 กันยายน) โทเคน LUNC ซื้อขายอยู่ที่ 0.00018698 ดอลลาร์


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


Interpol ‘ออกหมายแดง’ จับโด ควอน

ศาลของเกาหลีใต้ได้ออกหมายจับ โด ควอน และบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา จากนั้นเมื่อวันที่ 17 กันยายน มีรายงานเปิดเผยว่าโด ควอนไม่ได้อยู่ในประเทศสิงคโปร์อีกต่อไป ซึ่งเป็นประเทศที่เขาเคยอยู่ก่อนหน้านี้

 

ล่าสุด Interpol ได้ประกาศออกหมายแดงจับโด ควอน (Do Kwon) ผู้ก่อตั้ง Terra หลังจากการล่มสลายของระบบนิเวศ Terra เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2022

 

‘หมายแดง’ ตามรายงานของ Interpol คือ คำขอให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกช่วยค้นหาและติดตามผู้ต้องหาชั่วคราว ซึ่งรอการส่งผู้ร้ายข้ามแดน มอบตัว หรือการดำเนินการทางกฎหมายที่คล้ายคลึงกัน

 

การสอบสวนของตำรวจสากลจะเป็นไปอย่างเข้มข้น เนื่องจากโด ควอนยังไม่ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้านี้อย่างเต็มที่ แม้เขาจะเคยเปิดเผยว่าเขาไม่ได้หลบหนี หรือมีอะไรต้องปกปิดก็ตาม

 

ราคาเหรียญ LUNA Classic (LUNC) ดิ่งลงต่อ 20%

การล่มสลายของระบบนิเวศ Terra เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2022 ได้สร้างผลกระทบลุกลามไปทั้งตลาดคริปโต โดย LUNA และ UST ล่มสลาย เนื่องจากอัลกอริทึมของ Terra ทำงานไม่สมบูรณ์ นักลงทุนในตลาดต่างหวาดกลัว รีบเทขาย จนทั้งราคา LUNA และ UST ร่วงลงแทบไร้มูลค่า 

 

เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมามีแรงซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลักดันให้ราคาเหรียญ LUNA Classic หรือ LUNC พุ่งสูงขึ้น แต่ราคาก็พลิกตัวกลับอย่างรวดเร็ว หลังจากที่มีข่าวการออกหมายจับโด ควอนที่ถูกเปิดเผยออกมา

 

ราคาเหรียญ LUNA Classic (LUNC) ตอบสนองต่อข่าวการออกหมายจับของ Interpol โดยร่วงลงมากกว่า 19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และ ณ เวลา 13.10 น. ของวันนี้ (26 กันยายน) โทเคน LUNC ซื้อขายอยู่ที่ 0.00018698 ดอลลาร์

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ตามตัวด่วน! ตำรวจสากลออกหมายแดงจับ โด ควอน หลังการล่มสลายของระบบนิเวศ Terra สร้างผลกระทบมหาศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลเกาหลีใต้ออกหมายจับ โด ควอน พร้อมพวกอีก 5 ราย กดดันราคาเหรียญ LUNA ดิ่งกว่า 30% ในวันนี้ https://thestandard.co/seeks-the-arrest-of-terraform-labs-founder-do-kwon/ Wed, 14 Sep 2022 09:28:47 +0000 https://thestandard.co/?p=681384 โด ควอน LUNA

ศาลของเกาหลีใต้ได้ออกหมายจับ โด ควอน ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ […]

The post ศาลเกาหลีใต้ออกหมายจับ โด ควอน พร้อมพวกอีก 5 ราย กดดันราคาเหรียญ LUNA ดิ่งกว่า 30% ในวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โด ควอน LUNA

ศาลของเกาหลีใต้ได้ออกหมายจับ โด ควอน ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีอย่าง Terraform Labs ซึ่งเผชิญกับวิกฤตสภาพคล่องไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา 

 

พนักงานอัยการเปิดเผยว่า ศาลในกรุงโซลของเกาหลีใต้ได้ออกหมายจับโด ควอน พร้อมกับบุคคลอื่นอีก 5 ราย ด้วยข้อหาเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายด้านตลาดทุนของประเทศ โดยปัจจุบันผู้ถูกหมายจับทั้ง 6 รายอาศัยอยู่ในสิงคโปร์ 

 

สำหรับผู้ที่เชื่อมั่นและติดตามโด ควอน เรียกตัวเองว่าชาว Lunatics ซึ่งมาจากชื่อของเหรียญ LUNA ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดย Terraform Labs ในช่วงหนึ่งชาว Lunatics ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ราคาเหรียญ LUNA มีมูลค่าลดลงไปจนเกือบจะเป็นศูนย์ จากที่เคยมีมูลค่าตลาดถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์ 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


การล่มสลายของ Terra นำไปสู่การสืบสวนของเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา และการปรับปรุงกฎเกณฑ์ในการควบคุม Stablecoin ต่างๆ 

 

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อัยการได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs อย่าง แดเนียล ชิน เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายในครั้งนี้ 

 

ขณะที่โด ควอน เคยกล่าวไว้ผ่านการให้สัมภาษณ์กับสื่อด้านคริปโตว่า เขาพร้อมที่จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการสืบสวน

 

ขณะที่ราคาเหรียญ LUNA ในวันนี้ลดลงไปถึง 36% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ลงมาอยู่ที่ 2.78 ดอลลาร์ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาเหรียญ LUNA กลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง หลังจากราคาเหรียญวิ่งขึ้นจากราว 2 ดอลลาร์ ไปทำจุดสูงสุดในรอบ 4 เดือนที่ราว 6.5 ดอลลาร์ 

 

อ้างอิง: 

The post ศาลเกาหลีใต้ออกหมายจับ โด ควอน พร้อมพวกอีก 5 ราย กดดันราคาเหรียญ LUNA ดิ่งกว่า 30% ในวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดบทเรียน เหรียญ LUNA พบคนไทยเน้นเก็งกำไรเป็นหลัก เผย 70% ยอมขาดทุนแห่เข้าซื้อช่วงราคาต่ำถึงขีดสุด หวังได้ผลตอบแทนสูงในระยะสั้น https://thestandard.co/removing-luna-coin-lessons/ Mon, 18 Jul 2022 09:01:32 +0000 https://thestandard.co/?p=655277 เหรียญ LUNA

หนึ่งในเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีที่เคยให้ผลตอบแทนในระดับสู […]

The post ถอดบทเรียน เหรียญ LUNA พบคนไทยเน้นเก็งกำไรเป็นหลัก เผย 70% ยอมขาดทุนแห่เข้าซื้อช่วงราคาต่ำถึงขีดสุด หวังได้ผลตอบแทนสูงในระยะสั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหรียญ LUNA

หนึ่งในเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีที่เคยให้ผลตอบแทนในระดับสูงมากในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นปีทองของตลาดคริปโตก็ว่าได้ นั่นคือ เหรียญ LUNA ที่อยู่บนเครือข่ายบล็อกเชน Terra โดยสามารถให้ผลตอบแทนได้สูงถึงระดับ 16,674% ในเวลาเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น ทั้งยังมีเหรียญ UST ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับเหรียญ LUNA ที่ให้ผลตอบแทนจากการฝากสูงถึง 20% ต่อปี จนสามารถเรียกได้ว่า ‘Too good to be true’ หรือ ‘ดีเกินจริง’ ได้เลยทีเดียว 

 

แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็มาถึง นั่นคือการพังทลายของเครือข่าย Terra ซึ่งส่งผลให้เหรียญ LUNA ตกลงจนแทบไม่เหลือมูลค่า ส่งผลกระทบต่อทั้งนักลงทุนในไทยและต่างประเทศอย่างมาก

 

โดยความน่าดึงดูดของเครือข่าย Terra ในช่วงเวลานั้น คือการเสนอตอบแทนในระดับ 20% ต่อปี จากการฝากเงินกับแพลตฟอร์ม Anchor บนเครือข่าย Terra โดยนำเหรียญ UST มาวางบนแพลตฟอร์มและรับดอกเบี้ยเป็น UST 

 

ซึ่งเหรียญ UST เป็น Algorithmic Stablecoin ที่มีการตรึงมูลค่าเทียบเท่ากับ 1 ดอลลาร์ ผ่านกลไกของเหรียญ LUNA ทำให้ภาพการลงทุนในเหรีย​ญ ‘UST’ ในขณะนั้นดูเหมือนจะไร้ความเสี่ยง จึงทำให้มีนักลงทุนบางส่วนนำเงินเก็บทั้งชีวิตมาลงทุน หรือบางรายก็ได้กู้เงินมาลงทุน เพราะผลตอบแทนจากการฝากเงินก็สามารถเอาชนะดอกเบี้ยเงินกู้ได้อยู่แล้ว ในขณะที่นักลงทุนอีกกลุ่มหนึ่งที่เชื่อมั่นในเครือข่าย Terra จึงได้เข้าไปลงทุนกับเหรียญ LUNA เช่นเดียวกัน

 

แต่เมื่อเหรียญ UST โดนโจมตี ทำให้เหรียญ LUNA ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน จนเกิดภาวะการพิมพ์เหรียญ LUNA มาเพื่อรักษามูลค่า UST อย่างไม่จำกัด ทำให้เหรียญ LUNA มีปริมาณในระบบมหาศาลจนตัวเหรียญแทบจะไร้มูลค่า ซึ่งเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่การพังทลายของเครือข่าย Terra ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงทำให้นักลงทุนรายย่อยได้รับผลกระทบอย่างหนัก หากแต่กองทุนเฮดจ์ฟันด์บางแห่งก็ต้องเข้าสู่ภาวะล้มละลายไปด้วย 

 

หากย้อนกลับมามองที่นักลงทุนไทย ทางสำนักงานกำกับตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รายงานข้อมูลว่า นักลงทุนไทยขาดทุนจากเหรียญ LUNA ถึง 96.26% ของผู้ลงทุนเลยทีเดียว และมีขนาดพอร์ตอยู่ในช่วง 5,000-1,000,000 บาท

 

โดยข้อมูลจาก ก.ล.ต. ได้แบ่ง ลำดับของช่วงเวลาที่ศึกษาออกเป็น 3 ระยะ นั่นคือ

 

  • Pre-Stage ซึ่งเป็นช่วงก่อนวันที่ 9 พฤษภาคม นับเป็นช่วงเวลาก่อนที่เหรียญ UST จะหลุดจากการตรึงมูลค่า 
  • Fall-Stage ช่วงเวลาระหว่างวันที่ 9-13 พฤษภาคม นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เหรียญ UST หลุดการตรึงมูลค่าจาก 1 ดอลลาร์
  • Bottom Out-Stage ช่วงเวลาหลังวันที่ 13 พฤษภาคม นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เหรียญ LUNA ลงไปถึงจุดต่ำสุดในขณะนั้น และศูนย์การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยระงับการซื้อขายชั่วคราวเป็นเวลา 1 วัน

 

โดยข้อมูลของ ก.ล.ต. เผยว่า มีจำนวนบัญชีที่เข้ามีซื้อขายเหรียญดังกล่าวในปี 2565 ที่ 315,077 บัญชี ซึ่งแบ่งเป็น 

  • 36,396 บัญชี (11.55%) อยู่ในระยะ Pre-Stage 
  • 57,300 บัญชี (18.19%) อยู่ในระยะ Fall-Stage 
  • 221,381 บัญชี (70.26%) อยู่ในระยะ Bottom Out-Stage 

 

จากภาพรวมทั้งหมดของผู้ซื้อขายเหรียญ LUNA มีผลตอบแทนขาดทุนรวมคิดเป็น 96% และจำนวนบัญชีส่วนใหญ่เข้ามาซื้อขายในช่วง Bottom Out-Stage เพื่อเก็งกำไร

 

นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานสุทธิของนักลงทุนที่เข้าไปเก็งกำไรในเหรียญ LUNA พบว่ามีการขาดทุนสุทธิรวมถึง 980 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนภายในประเทศเป็นหลักและมีการเข้าไปเก็งกำไรในช่วง Bottom Out-Stage มากที่สุด

 

ซึ่งทางสำนักงาน ก.ล.ต. ได้นำไปสู่ผลสรุปที่ว่า ผู้ซื้อขายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีเป้าหมายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น รวมถึงการลงทุนตามกระแสและให้ความสนใจกับตัวเลขผลตอบแทนที่สูงเป็นหลัก โดยพร้อมที่จะยอมรับผลขาดทุนเพื่อแลกกับโอกาสที่จะได้กำไรสูงมากในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งบางครั้งอาจขาดการกระจายการลงทุนและประเมินถึงความเสี่ยงที่จะได้รับ

 

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของบทศึกษานี้จะช่วยสะท้อนให้เห็นผลกำไรขาดทุนของผู้ซื้อขายในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ตระหนักถึงการพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเข้ามาซื้อขายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยโอกาสในการทำกำไรที่เกิดขึ้นจริงอาจไม่ได้มีมากดังที่คาดหวังไว้ 

 

นอกจากนี้ ด้วยลักษณะของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนของราคาที่สูง ดังนั้นเงินที่นำมาลงทุนไม่ควรมาจากการกู้ยืมหรือเป็นเงินที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และหากสูญเสียเงินส่วนนี้ไปแล้วจะต้องไม่เป็นภาระต่อตัวเองและครอบครัว

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ถอดบทเรียน เหรียญ LUNA พบคนไทยเน้นเก็งกำไรเป็นหลัก เผย 70% ยอมขาดทุนแห่เข้าซื้อช่วงราคาต่ำถึงขีดสุด หวังได้ผลตอบแทนสูงในระยะสั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหรียญ LUNA ราคากระตุกขึ้นมาเท่าตัว ท่ามกลางความวุ่นวายของการโหวตแยกเชนสร้าง LUNA ใหม่ https://thestandard.co/luna-coin-230565/ Mon, 23 May 2022 06:55:59 +0000 https://thestandard.co/?p=632591 เหรียญ LUNA

ความเคลื่อนไหวราคา เหรียญ LUNA ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ปร […]

The post เหรียญ LUNA ราคากระตุกขึ้นมาเท่าตัว ท่ามกลางความวุ่นวายของการโหวตแยกเชนสร้าง LUNA ใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหรียญ LUNA

ความเคลื่อนไหวราคา เหรียญ LUNA ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นมาราว 100% ฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ 0.0002 ดอลลาร์ โดยก่อนหน้านี้ราคาเหรียญ LUNA ถูกถล่มขายอย่างหนักจนราคาที่เคยอยู่สูงถึง 80 ดอลลาร์ ลดลงไปเหลือเพียง 0.000001 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาซื้อขายอยู่ในกรอบ 0.0001-0.0006 ดอลลาร์ในขณะนี้ 

 

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ LUNA ที่หลายคนกำลังเฝ้าติดตาม คือเรื่องของแผนที่จะนำมาใช้ฟื้นฟู ซึ่งทาง โด ควอน ผู้ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs บริษัทผู้พัฒนาเหรียญ LUNA รวมถึง TerraUSD (UST) ได้เสนอให้ทำ Hard Fork หรือแยกบล็อกเชนใหม่ออกมาอย่างเด็ดขาดจากเชนเดิม ขณะที่ LUNA เดิมจะเปลี่ยนชื่อเป็น LUNA Classic โดยมีอรรถประโยชน์สุดท้ายคือ ผู้ที่ถือ LUNA Classic จะมีสิทธิได้รับการแจกเหรียญ (Airdrop) LUNA ใหม่ตามสัดส่วน ส่วนเหรียญ LUNA ใหม่จะไม่เชื่อมโยงกับ UST อีกต่อไป 

 

อย่างไรก็ตาม ความเห็นของผู้ที่ถือเหรียญส่วนใหญ่กับผู้คนในชุมชนของ LUNA จำนวนไม่น้อย ดูเหมือนจะแตกต่างกันในขณะนี้ โดยผู้คนในชุมชนไม่อยากจะให้ทีมพัฒนาแยกเชนใหม่ แต่ต้องการให้ใช้วิธีการเผาเหรียญ LUNA เดิม เพื่อลดซัพพลายในระบบแทน 

 

แต่ล่าสุด โด ควอน ได้ออกมาระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า เพื่ออธิบายให้กระจ่างและไม่อยากให้เกิดการสับสน อย่างที่เขาได้อธิบายไปแล้วหลายครั้งก่อนหน้านี้ เขาไม่คิดว่าการโอนเหรียญไปยังที่อยู่ ‘Terra1sk06e3dyexuq4shw77y3dsv480xv42mq73anxu’ เพื่อเผาทำลายเหรียญทิ้ง ไม่น่าจะเป็นไอเดียที่ดี มันจะไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา นอกจากแค่การที่คุณจะเสียเหรียญไปเท่านั้น 

 

ส่วนแนวทางการแยกเชนเพื่อสร้าง LUNA ใหม่ จำนวน 1,000 ล้านโทเคน จำเป็นจะต้องได้รับการโหวตยอมรับจากผู้ถือเหรียญในปัจจุบันเสียก่อน ซึ่งการโหวตจะทำได้ถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2565 

 

แต่ล่าสุด ในระหว่างที่การโหวตยังไม่เสร็จสิ้น ได้เกิดกระแสโต้แย้งกันในชุมชนของ LUNA โดยแบ่งเป็น 3 ประเด็นสำคัญ คือ 

  1. ข้อเสนอของ โด ควอน ได้เปลี่ยนแปลงไปบางส่วน หลังจากที่เริ่มการโหวตและมีผู้ที่ใช้สิทธิโหวตไปแล้วกว่าล้านคน โดยข้อเสนอหลักที่เปลี่ยนไป ได้แก่ 
    • ผู้ถือเหรียญ LUNA ก่อนถูกโจมตี สำหรับใครก็ตามที่ถือจำนวน 10,000 โทเคน หรือต่ำกว่า 30% ของเหรียญที่จะได้รับตามสัดส่วน จะได้รับตั้งแต่ที่เริ่มแจกเหรียญใหม่ ส่วนอีก 70% จะได้ภายใน 2 ปี แต่หลังจากผ่านช่วง 6 เดือนแรกไปแล้ว 
    • ผู้ถือเหรียญ UST หลังถูกโจมตีจะได้รับส่วนแบ่งลดลงจาก 20% เหลือ 15% โดย 5% ที่ลดลงจะกระจายให้กับ Pool 
    • เพิ่มสภาพคล่องของเหรียญ (Initial Float) จาก 15% เป็น 30% 
  1. ข้อเสนอที่จะเผาเหรียญ UST ในระบบได้รับการโหวตผ่านแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถทำได้ตามนั้น เนื่องจากติดปัญหาทางด้านเทคนิค
  2. ข้อเสนอหลายอย่างถูกเสนอเข้ามาเพราะมูลค่าของ LUNA ที่ลดลงมา 99% 

 

โดยสรุปแล้ว เหรียญ LUNA ใหม่ที่กระจายออกมาจะแบ่งให้กับ Community Pool 30%, ผู้ถือเหรียญ LUNA ก่อนถูกโจมตี 35%, ผู้ถือเหรียญ UST ก่อนถูกโจมตี 10%, ผู้ถือเหรียญ LUNA หลังถูกโจมตี 10% และผู้ถือเหรียญ UST หลังถูกโจมตี 15%

 

ทั้งนี้ ผู้คนในวงการคริปโตของไทยอย่าง กานต์นิธิ ทองธนากุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน Merkle Capital และผู้ก่อตั้งเพจ Kim DeFi Daddy กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า เหรียญ LUNA เดิมคงจะไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาได้อีกแล้ว เช่นเดียวกับ ธนลภย์ ปรีดามาโนช นักวิเคราะห์สินทรัพย์ดิจิทัล Bitkub Academy ที่เคยกล่าวไว้ว่า เหรียญ LUNA คงจะกลายเป็นหนึ่งในเหรียญมีม (Meme) ที่จะเล่นไปตามกระแสข่าว และไม่ได้มีอรรถประโยชน์ใดๆ หากมีการแยกเชนเกิดขึ้นจริง 

 

อ้างอิง: 

 

The post เหรียญ LUNA ราคากระตุกขึ้นมาเท่าตัว ท่ามกลางความวุ่นวายของการโหวตแยกเชนสร้าง LUNA ใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหรียญ LUNA ราคาพุ่ง 1,600% กระแส FOMO แห่เก็งกำไรคึก กูรูเตือนระวังความเสี่ยง แนะเงินลงทุนให้ตีเป็นศูนย์ https://thestandard.co/luna-coin-price-high-according-to-fomo-trend/ Sat, 14 May 2022 12:16:19 +0000 https://thestandard.co/?p=628815 เหรียญ LUNA

ดูเหมือนว่ากระแส FOMO หรือ ‘กลัวตกรถ’ กำลังเกิดขึ้นกับ […]

The post เหรียญ LUNA ราคาพุ่ง 1,600% กระแส FOMO แห่เก็งกำไรคึก กูรูเตือนระวังความเสี่ยง แนะเงินลงทุนให้ตีเป็นศูนย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหรียญ LUNA

ดูเหมือนว่ากระแส FOMO หรือ ‘กลัวตกรถ’ กำลังเกิดขึ้นกับ เหรียญ LUNA อีกครั้งจากการคาดหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นกับเหรียญดังกล่าว แม้ว่าเหรียญนี้กำลังเข้าใกล้ภาวะล่มสลายไปแล้วก็ตาม 

 

โดยราคาเหรียญ LUNA ปรับตัวขึ้นร้อนแรงทันทีที่ Binance รวมทั้งแพลตฟอร์มการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีอีกหลายๆ แห่ง ตัดสินใจนำเหรียญ LUNA กลับเข้ามาซื้อขายในกระดานอีกครั้ง หลังจากที่เครือข่าย Terra ผู้ออกเหรียญดังกล่าว ได้กลับมาเปิดให้บริการพร้อมกับการประกาศแผนฟื้นฟูที่ยังต้องรอดูว่าแผนที่ว่านี้จะได้รับการยอมรับหรือไม่ 

 

ราคาเหรียญ LUNA ที่ซื้อขายผ่าน Binance ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2565 เวลา 17.40 น. เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 0.00522 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1,640% ขณะที่ราคา LUNA ที่ซื้อขายผ่าน Bitkub ล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 0.017 บาท เพิ่มขึ้นราว 1,600%

 

กระแส FOMO เริ่มมีเพิ่มขึ้นหลังจากที่ในโลกโซเชียลมีเดียเริ่มนำพอร์ตของผู้ลงทุนบางรายที่เข้าซื้อเหรียญดังกล่าวตอนราคาร่วงลงไปอยู่ระดับต่ำสุดที่ 0.001 บาท โดยเข้าซื้อไว้จำนวนหลักหมื่นบาท แต่ล่าสุดพอร์ตลงทุนดังกล่าวเพิ่มขึ้นมาแตะหลักล้านบาทภายในเวลาแค่หนึ่งคืน 

 

กานต์นิธิ ทองธนากุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน Merkle Capital และผู้ก่อตั้งเพจ Kim DeFi Daddy และ Bitcoin Addict Thailand กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ค่อนข้างเป็นห่วงกระแส FOMO ที่มีต่อเหรียญ LUNA เพราะยังมองไม่ออกว่าอนาคตเหรียญนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ยังประเมินมูลค่าไม่ได้ อีกทั้งซัพพลายในปัจจุบันของเหรียญ LUNA ก็ออกมาค่อนข้างมาก ปัจจุบันมีมากกว่า 6.5 ล้านล้านโทเคน จากเดิมที่มีเพียง 1.4 พันล้านโทเคน ทำให้ราคาเหรียญในช่วงก่อนหน้านี้ร่วงลงไปแรง 

 

อย่างไรก็ตาม ทีมพัฒนาเหรียญได้ออกมาเปิดเผยถึงแผนการแก้วิกฤตในครั้งนี้ ด้วยการเตรียมจะออกเหรียญใหม่จำนวน 1 พันล้านโทเคน ชดเชยให้กับผู้ถือเหรียญ LUNA ทั้งที่เป็นรายใหม่และรายเก่าที่ถือไว้ก่อนหน้านี้ ประกอบกับทาง Binance รวมถึง Bitkub ได้นำเหรียญนี้กลับมาเทรดใหม่ จึงทำให้มีคนเข้ามาเล่นเก็งกำไรจำนวนมาก ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าการลงทุนในเหรียญนี้ยังมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง

 

“การเล่นเหรียญ LUNA ในตอนนี้ เหมือนกับการเดินเข้าบ่อน ต้องเดิมพันโดยไม่รู้ว่าจะหมู่หรือจ่า ตอนนี้อาจมีคนเข้าไปช้อนแล้วได้กำไรกันมาก จึงเกิดกระแส FOMO แต่อยากเตือนคนที่คิดจะเสี่ยงโชคแบบนี้ต้องระมัดระวังให้ดี ถ้าอยากจะเสี่ยงจริงๆ อาจแบ่งเงินเพียงเล็กน้อยไปลองดูก็ได้ แต่ต้องไม่กระทบพอร์ตหลัก และให้ตีเงินส่วนนี้เป็นศูนย์ไปเลย ถ้าได้กำไรก็ถือว่าโชคดีไป”

 

ด้าน ศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย CEO and Founder at Bitcast กล่าวว่า คนที่เข้ามาเล่นเก็งกำไรในเหรียญ LUNA ช่วงเวลานี้น่าจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่รู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เข้าไปลงทุนโดยหวังว่า โด ควอน จะสามารถฟื้นฟูเหรียญนี้กลับมาได้ ซึ่งกลุ่มนี้เชื่อว่าคงนำเงินลงทุนที่พร้อมจะเสียอยู่แล้วเข้าไปลงทุน กับอีกกลุ่มหนึ่ง คือ กลุ่มที่ตามกระแสโดยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งกลุ่มนี้อาจต้องเตือนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการลงทุน

 

“ถ้าเป็นกลุ่มที่เล่นตามๆ กันโดยไม่รู้ว่ากำลังเล่นกับอะไร คิดว่าคงต้องเตือนเพราะมีความเสี่ยงสูง ส่วนกลุ่มที่เขารู้อยู่แล้ว เขาคงเข้าใจความเสี่ยงว่าเหมือนกับการซื้อหวย ถ้าไม่ถูกก็เสีย แต่ถ้าถูกขึ้นมาก็พอมีกำไรในระดับหนึ่ง”

 

อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวเชื่อว่าคนที่เข้ามาส่วนใหญ่น่าจะพอรู้ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับเหรียญนี้อยู่บ้างแล้ว แต่ที่กล้าเข้ามาลงทุนเพราะยังเชื่อมั่นว่า โด ควอน จะแก้ปัญหาต่างๆ ได้ เพราะเขาถือเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่เก่งมากคนหนึ่งของโลก เพียงแต่ในอนาคตไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไร 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post เหรียญ LUNA ราคาพุ่ง 1,600% กระแส FOMO แห่เก็งกำไรคึก กูรูเตือนระวังความเสี่ยง แนะเงินลงทุนให้ตีเป็นศูนย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>