“ขอฝากข้อความจากใจถึงผู้ชม LINE TV ประเทศไทย จะให้บริกา […]
The post บอกลา LINE TV แพลตฟอร์มใจดีของคนรักซีรีส์และแอนิเมชัน เตรียมให้บริการถึง 31 ธันวาคม 2564 เป็นวันสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.
]]>
“ขอฝากข้อความจากใจถึงผู้ชม LINE TV ประเทศไทย จะให้บริการจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 นี้เท่านั้น”
อีกหนึ่งข่าวที่สร้างความใจหายให้กับแฟนๆ ภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ และแอนิเมชัน อย่างมาก เมื่อทาง LINE TV ประเทศไทย ประกาศอย่างเป็นทางการผ่านเพจเฟซบุ๊ก LINE TV ว่าจะให้บริการถึงวันที่ 31 ธันวาคมปีนี้เป็นวันสุดท้าย
LINE TV เป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิงที่รับชมเนื้อหาได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ดูได้ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เริ่มให้บริการในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2557
ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา LINE TV ได้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงประเทศไทย โดยเฉพาะการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ ในหมวดหมู่ LINE TV Originals จับมือกับพันธมิตรหลากหลายค่าย ผลิตผลงาน Original Content อย่าง Mother เรียกฉันว่า…แม่, เสือ ชะนี เก้ง Freshy, เป็นต่อ Uncensored, ONE YEAR 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ, แปลรักฉันด้วยใจเธอ ฯลฯ รวมทั้งรายการวาไรตี้อย่าง Drag Race Thailand และ Infinite Challenge ฯลฯ
นอกจากนี้ยังเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมผลงานเก่าๆ ที่แฟนๆ คิดถึงเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าจะเป็นแฟนละครไทย, ซีรีส์วาย, ซีรีส์จีน ฯลฯ ไปจนถึงแอนิเมชันตั้งแต่ ชินจังจอมแก่น, โคนัน, One Piece, Naruto, Demon Slayer, Attack on Titan ฯลฯ ที่เรียกว่ามีให้ดูตั้งแต่ยุคเก่า-ยุคใหม่ ครบจบในที่เดียว
ทางทีมงาน LINE TV ได้ทิ้งท้ายประกาศในครั้งนี้ เพื่อขอบคุณทุกแรงสนับสนุนที่มอบให้ตลอดมาว่า
“การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอและตลอดเวลา เช่นเดียวกับที่ LINE TV ประเทศไทย ทีมงานของเราทุกคนขอใช้พื้นที่นี้ ขอบคุณผู้ชมและแฟนคลับทุกท่านสำหรับทุกวิว ทุกไลก์ ทุกคอมเมนต์ รวมถึงพาร์ตเนอร์ทั้งที่เป็นผู้ผลิต ผู้สร้าง ศิลปินและทีมงาน ที่ได้ไว้วางใจและสนับสนุนการเติบโตของ LINE TV เป็นอย่างดีตลอดมา
“ทีม LINE TV ประเทศไทย จะขอจดจำการสนับสนุนและความเอื้อเฟื้อของทุกท่านที่มอบให้เราตลอดไป”
เช่นเดียวกับผู้ชมชาวไทยที่อยากกล่าวคำขอบคุณ และขอจำจด LINE TV ประเทศไทยตลอดไปเช่นเดียวกัน
อ้างอิง:
The post บอกลา LINE TV แพลตฟอร์มใจดีของคนรักซีรีส์และแอนิเมชัน เตรียมให้บริการถึง 31 ธันวาคม 2564 เป็นวันสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.
]]>
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วที่เหล่าคออนิเมะจะได้กลับมาจับ […]
The post เปิดวาร์ปช่องทางชมอนิเมะ Kimetsu no Yaiba แบบถูกลิขสิทธิ์ พร้อมฉบับพากย์ไทย appeared first on THE STANDARD.
]]>
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วที่เหล่าคออนิเมะจะได้กลับมาจับดาบนิจิรินและร่วมออกเดินทางปราบเหล่าอสูรพร้อมกับ ทันจิโร่ และ เนซึโกะ กันอีกครั้งใน Kimetsu no Yaiba: Mugen Train Arc (ภาคศึกรถไฟสู่นิรันดร์) ฉบับซีรีส์ โดยมีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ รวมถึง Kimetsu no Yaiba: Entertainment District Arc (ภาคย่านเริงรมย์) ที่มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 5 ธันวาคมนี้
THE STANDARD POP ถือโอกาสนี้รวบรวมช่องทางการชมอนิเมะ Kimetsu no Yaiba แบบ ‘ถูกลิขสิทธิ์’ มาให้ทุกคนได้กลับไปทบทวนเรื่องราวและเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มการเดินทางครั้งใหม่กันอีกครั้ง
หมายเหตุ: ข้อมูลอัปเดตถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2564

อ้างอิง
The post เปิดวาร์ปช่องทางชมอนิเมะ Kimetsu no Yaiba แบบถูกลิขสิทธิ์ พร้อมฉบับพากย์ไทย appeared first on THE STANDARD.
]]>
แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 (I Promised You the Moon) ได้ […]
The post เรื่องย่อพร้อมภาพนิ่งชุดใหญ่ แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 เรียกน้ำย่อยก่อนแฟนๆ จะได้ชมตอนแรก 27 พ.ค. นี้ ทาง LINE TV appeared first on THE STANDARD.
]]>
แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 (I Promised You the Moon) ได้เวลาปล่อย ‘เรื่องย่อ’ พร้อมภาพชุดใหญ่ออกมาเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ทยอยปล่อยออกมาทั้งโปสเตอร์ทีเซอร์และเพลงประกอบซีรีส์อย่าง รู้งี้เป็นแฟนกันตั้งนานแล้ว และตอนนี้เราก็เชื่อเหลือเกินว่าแฟนๆ กำลังรอคอยที่จะได้กินอาหารจากหลักที่เราจะได้รู้เสียทีว่า เรื่องราวชีวิตรักของ ‘เต๋’ (บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) และ โอ้เอ๋ว (พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) จะลงเอยอย่างไร โดยซีรีส์เตรียมจะเปิดตัวฉายตอนแรก วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคมนี้ ทาง LINE TV
แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 จะเล่าเรื่องราวต่อเนื่อง เมื่อเต๋และโอ้เอ๋ว สองเพื่อนสนิทที่เพิ่งเลื่อนสถานะเป็น ‘แฟน’ ต้องเดินทางจากบ้านเกิด จังหวัดภูเก็ต ขึ้นมาเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ
เมื่อเด็กต่างจังหวัดสองคนต้องเผชิญหน้ากับการปรับตัวในเมืองใหญ่ ที่เปรียบเสมือนโลกใบใหม่ที่ต่างคนต่างก็ไม่รู้ว่ากำลังมีอะไรรอพวกเขาอยู่บ้าง และแม้ว่าจะเรียนคณะนิเทศศาสตร์เหมือนกัน แต่การอยู่กันคนละมหาวิทยาลัยก็ทำให้ทั้งคู่มีอีกโลกคู่ขนาน ทั้งสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่กำลังจะหล่อหลอมให้ทั้งคู่เติบโตขึ้นบนเส้นทางที่เหมือนทว่าแตกต่าง
ซึ่งซีรีส์คงจะต้องติดตามดูกันต่อว่าโลกใหม่บนเส้นทางการตามความฝัน คำสัญญาว่าจะรักกันไม่มีวันเปลี่ยนแปลง จะถูกรักษาไว้ได้จริงหรือไม่
แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 (I Promised You the Moon) จะสามารถดูสดตอนใหม่ได้ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20:00 น. ย้ำอีกครั้งให้ว่าจะเริ่มตอนแรก 27 พฤษภาคมนี้ ทาง LINE TV

อ้างอิง:
The post เรื่องย่อพร้อมภาพนิ่งชุดใหญ่ แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 เรียกน้ำย่อยก่อนแฟนๆ จะได้ชมตอนแรก 27 พ.ค. นี้ ทาง LINE TV appeared first on THE STANDARD.
]]>
เอิร์ธ มิกซ์ และออฟ นักแสดงและผู้กำกับจาก #นิทานพันดาว […]
The post ชมคลิป: เอิร์ธ มิกซ์ และออฟ จากนิทานพันดาว อยากหยิบเรื่องไหนในชีวิตมาเล่าเป็นนิทาน? appeared first on THE STANDARD.
]]>
เอิร์ธ มิกซ์ และออฟ นักแสดงและผู้กำกับจาก #นิทานพันดาว ขอหยิบเอาเรื่องราวในชีวิตหนึ่งเรื่องมาเล่าเป็นนิทานให้ลูกหลานฟังในวันข้างหน้า พวกเขาจะเลือกเรื่องไหนในชีวิตมาเล่า ลองฟังกันดู
ชมซีรีส์ นิทานพันดาว ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และเวลา 22.30 น. ทาง LINE TV
ชมรายการ POP Live ได้เต็มๆ ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=aPE3_… และอย่าลืมกด Subscribe และกดกระดิ่งเพื่อไม่พลาดการแจ้งเตือนวิดิโอใหม่ๆ ของพวกเราที่ https://www.youtube.com/c/THESTANDARDPOP
The post ชมคลิป: เอิร์ธ มิกซ์ และออฟ จากนิทานพันดาว อยากหยิบเรื่องไหนในชีวิตมาเล่าเป็นนิทาน? appeared first on THE STANDARD.
]]>
ต่อให้แก้ชง แก้กรรม หรือสะเดาะเคราะห์ที่ศาลเจ้าไหน คนทั […]
The post สิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นก็ได้เห็นในวงการบันเทิงไทยปี 2020 ‘ปีชงของคนทั้งโลก’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ต่อให้แก้ชง แก้กรรม หรือสะเดาะเคราะห์ที่ศาลเจ้าไหน คนทั้งโลกก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงวิบากกรรมที่ต้องเผชิญกับเชื้อโควิด 19 ซึ่งส่งผลต่อวิถีชีวิตมนุษย์และสภาพเศรษฐกิจในทุกมิติ ไม่เว้นแม้แต่วงการบันเทิง อีเวนต์ใหญ่ๆ หนังดังๆ คอนเสิร์ตดีๆ มีอันต้องเลื่อนออกไป จริงๆ แล้วตามหลักโหราศาสตร์ ปีชงไม่ได้หมายถึงปีที่ไม่ดี แต่หมายถึงการปะทะ เป็นปีที่เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ปีนี้เราจึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในวงการบันเทิงไทยแบบที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมากมาย ส่วนจะมีอะไรบ้าง ผมขอสรุปมาให้ดังต่อไปนี้

ภาพจากซีรีส์เรื่อง แปลรักฉันด้วยใจเธอ
ปีที่ซีรีส์วายกลายเป็นกระแสหลักโดยสมบูรณ์
ก่อนหน้านี้เรื่องราวความรักของคนเพศเดียวกันในโลกบันเทิง ถ้าตัวละครหลักไม่ตาย ความรักก็ไม่เคยสมหวัง แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากระแสจิ้นแบบวายๆ กลายเป็นความมุ้งมิ้งฟินจิกหมอนที่ค่อยๆ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นกระแสหลักอย่างเด่นชัดในปีนี้ จะเห็นได้จากผู้เล่นเบอร์หลักๆ ในธุรกิจบันเทิงประกาศเข้าสู่ตลาดซีรีส์วายกับเขาด้วย เช่น ช่อง 3 ก็ประกาศสร้าง ‘คุณหมีปาฏิหาริย์’ ละครวายแบบเต็มตัว โดยวางตัว อิน-สาริน รณเกียรติ และจ๊อบ-ธัชพล กู้วงศ์บัณฑิต ซึ่งมีฐานแฟนคลับสไตล์นี้อยู่แล้วมารับบทนำในเรื่อง และเมื่อต้นปีก็เคยชิมลางมาแล้วกับ ‘ซ่อนเงารัก’ ละครที่ว่าด้วยความรักของเพศเดียวกัน แม้ว่าจะใช้นักแสดงหญิงแสดงเป็นผู้ชาย แต่ก็สร้างกระแสจิ้นในโลกออนไลน์ได้อย่างดี และทำให้ ริชชี่-อรเณศ ดีคาบาเลส กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งจนถึงขนาดมี ‘แฟนด้อม’ เป็นของตัวเองเลยทีเดียว


ภาพจากละครเรื่อง ซ่อนเงารัก
ขณะที่ LINE TV ก็สถาปนาตัวเองเป็นแพลตฟอร์ม OTT ที่มีซีรีส์วายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และเปิดเผยตัวเลขความนิยมของซีรีส์วายที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2019 ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือมูลค่าทางการตลาดของนักแสดงซีรีส์วายก็ถือว่าสูงมาก เพราะแฟนคลับยินดีจะแสดงความรักด้วยการสนับสนุนสินค้าที่นักแสดงเหล่านั้นเป็นพรีเซนเตอร์ ทำให้หลายแบรนด์หันมาจับตลาดกระแสวายกับเขาด้วย ไม่เว้นแม้แต่แบรนด์แฟชั่นระดับโลกก็เลือกที่จะเชื้อเชิญนักแสดงหนุ่มหน้าใสเหล่านี้ไปร่วมงานอีเวนต์ เพราะการันตีได้ว่าอีเวนต์ไม่เหงาแน่นอน รวมทั้งได้ Awareness และยอด Engage สูงลิบในโลกออนไลน์
ปีนี้เราจึงได้เห็นคู่จิ้นดังระเบิดระดับปรากฏการณ์ ไม่ว่าจะเป็น ไบร์ท-วิน (วชิรวิชญ์ ชีวอารี และเมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร) จากซีรีส์เมกะฮิตของช่อง GMM25 เพราะเราคู่กัน 2gether The Series มิว-กลัฟ (คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ และศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์) จาก TharnType Story เกลียดนักมาเป็นที่รักกันซะดีๆ หลังจากที่สะสมแฟนคลับทั่วเอเชียมาระยะหนึ่งจนกลายเป็นนักแสดงสุดฮอตเต็มตัวในปีนี้ และถ้าสังเกตดีๆ ปีนี้เป็นปีที่นักแสดงซีรีส์วายขึ้นปกนิตยสารหัวใหญ่ๆ ไม่แพ้นักแสดงช่องเบอร์ต้นๆ เลยทีเดียว ลมหายใจที่ว่ารวยรินของสื่อสิ่งพิมพ์ก็อาจจะสร้างสถิติ Re-Print ด้วยอิทธิพลของนักแสดงเหล่านี้

ภาพจากซีรีส์เรื่อง คุณหมีปาฏิหาริย์
อย่างไรก็ดี ซีรีส์วายก็ไม่ใช่ดัชนีชี้วัดการยอมรับ LGBT ในสังคมไทย เพราะตัวละครในเรื่องมักสะท้อนบทบาทความรักแบบชายจริงหญิงแท้มากกว่าสังคมที่เป็นจริงของ LGBT อีกทั้งความร้อนแรงของกระแสวายยังทำให้จำนวนซีรีส์วายเพิ่มสูงขึ้นจนคุณภาพเริ่มลดลง เนื้อหายังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องราวความรักอันเบาหวิว แต่ก็มีผู้สร้างบางรายที่สร้างมิติใหม่โดยใส่ความดราม่าและปัญหาในโลก LGBT เข้าไป เช่น ด้ายแดง ที่ว่าด้วยเรื่องความรักที่ถูกกีดกันและการกลับชาติมาเกิดเพื่อรักกันใหม่ หรือ แปลรักฉันด้วยใจเธอ กับความสับสนของวัยรุ่นในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต พิสูจน์ว่าซีรีส์วายก็เสนอเรื่องซีเรียสได้และน่าประทับใจดีด้วย
ปีที่เราได้ดูละครเรื่องเดียว 15 วันรวด
วงการละครไทยค่อนข้างเงียบเหงาเพราะมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ทุกกองถ่ายต้องหยุดชะงัก ละครฟอร์มใหญ่มีอันต้องเลื่อนออกไป และทางช่องเองก็ไม่กล้าเสี่ยงเอาละครฟอร์มดีมาลงจอในช่วงเศรษฐกิจตกสะเก็ด ทำให้ผู้ชมได้ดูละครรีรันจนตาฉ่ำแฉะ และแอบปันใจไปใช้บริการสตรีมมิงอย่าง Netflix, Viu, WeTV ฯลฯ หนักข้อขึ้นกว่าเดิม ซึ่งก่อนหน้านี้ก็แทบจะถอดใจกับทีวีไทยไปแล้วด้วย
ช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี ช่อง 3 จึงเผยกลยุทธ์เด็ดด้วยการออกอากาศละคร ตราบฟ้ามีตะวัน นำแสดงโดย หมาก-ปริญ สุภารัตน์ และเก้า-สุภัสสรา ธนชาต แบบ 15 วันรวดเป็นปรากฏการณ์ว้าวซ่า! ที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับละครใหม่ จะมีบ้างก็แค่ละครรีรันที่นำมาฉายในช่วงเวลาวิกฤตเท่านั้น เหตุผลก็เพราะช่อง 3 เริ่มผันตัวเองเป็น Content Provider ผลิตคอนเทนต์ขายลิขสิทธิ์ให้กับบริการสตรีมมิงเจ้าดังๆ แบบไม่มีกั๊กว่าฉันต้องฉายก่อนหรือต้องอยู่ในแพลตฟอร์มที่ฉันเป็นเจ้าของเท่านั้น เช่น ตราบฟ้ามีตะวัน ที่ออกอากาศพร้อมกันถึง 7 ประเทศคือ ไทย, จีน, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, อินเดีย, มาเลเซีย และสิงคโปร์ ผ่าน 3 แพลตฟอร์มคือ Tencent Video, WeTV และ Viu เพราะในเมื่อสู้เขาไม่ได้ก็จงกลายเป็นพวกเดียวกับเขาไปเลยน่าจะดีกว่า

ภาพจากละครเรื่อง ตราบฟ้ามีตะวัน
นี่เป็นเพียงก้าวแรก และแว่วว่าหากละครเรื่องไหนที่มีแววว่าจะไปได้ดีในตลาดต่างประเทศ เราก็อาจจะได้เห็นละครที่ออกอากาศรวดเดียวครบทุกตอนอีกแน่นอน นี่คือปรากฏการณ์ New Normal ของวงการทีวีไทยในปีนี้ที่ไม่รอเม็ดเงินโฆษณาเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ขอขายลิขสิทธิ์ให้ได้เงินมากอดอุ่นๆ ดีกว่าเป็นไหนๆ
ปีที่ได้เห็นความเป็นสามัญชนของคนดัง
จากมาตรการล็อกดาวน์เพราะโควิด-19 เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ทำให้นักร้องนักแสดงว่างงานพร้อมกันทั้งประเทศ เราจึงได้เห็นมุมส่วนตัวแบบไม่ปรุงแต่งของพวกเขาผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ มากมาย และยังไ้ด้เห็นความสามารถพิเศษใหม่ๆ พร้อมการเติบโตแบบก้าวกระโดดของแอปพลิเคชันแก้เหงาอย่าง TikTok
ยอดดาวน์โหลด TikTok ช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้สูงถึง 315 ล้านดาวน์โหลดทั่วโลก และในเดือนเมษายนก็มี Active User เพิ่มขึ้นถึง 300 ล้านยูสเซอร์เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยไทยมียอดผู้ใช้งานเติบโตติดอันดับ Top 3 ของอาเซียน ในสถิติเหล่านี้มีคนดังไม่น้อยร่วมใช้ TikTok คลายเครียดเมื่อต้องอยู่บ้าน เราจึงได้เห็นนางเอกแถวหน้า ไม่ว่าจะเป็น ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่, เบลล่า-ราณี แคมเปน, แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ ฯลฯ ในมุมสนุกๆ แบบไม่ห่วงสวย ทั้งเต้น ทั้งลิปซิงก์ตลกๆ ส่งความสุขมาให้กับแฟนๆ นอกจากนี้ TikTok ยังช่วยฉายสปอตไลต์ให้คนดังที่เงียบหายไปนานอย่าง เมญ่า-นนธวรรณทัศ บรามาซ (นนธวรรณ ทองเหล็ง) ขึ้นทำเนียบเจ้าแม่ TikTok อีกด้วย

ภาพจาก TikTok ของ เบลล่า-ราณี แคมเปน และแต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์
และในปีนี้เราก็ได้เห็นว่าคนดังทุกข์ร้อนเพราะตกงานไม่ต่างจากคนธรรมดาเดินดิน หลายคนดิ้นรนสวมวิญญาณพ่อค้าแม่ค้าหารายได้พิเศษ ประสบความสำเร็จไปก็หลายราย เช่น หมาล่า สะโบมั้ย ของกอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ ปลาแดดเดียวของ ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์ ในชื่อฮายแดดเดียว ส่วน พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช ก็หันมาเอาจริงเอาจังกับธุรกิจขายโรตีของคุณแม่ในช่วงว่างอีกด้วย ขณะที่ แอมป์-พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ มาแปลกกว่าเพื่อน สวมแจ็กเก็ตขับ Grab หารายได้เพื่อครอบครัวแบบไม่อายใคร พิสูจน์ให้เห็นว่าอย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา เป็นภาษิตที่ใช้ได้เสมอ


ภาพจากอินสตาแกรมของ @hi_hiso, @ftodah และ @amp_pheerawas_k
ปีที่ได้ทำความรู้จัก Virtual Event
จากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมทำให้ธุรกิจการจัดอีเวนต์ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ โดยเฉพาะการจัดคอนเสิร์ตที่ต้องยอมรับว่าเป็นรายได้หลักของธุรกิจเพลงในยุคปัจจุบัน ซึ่งก็ถึงขั้นเจ็บหนักจนต้องหาหนทางรอดด้วยการจัด Online Live Concert เพื่อหล่อเลี้ยงผู้คนในธุรกิจ
ความจริงอีเวนต์ออนไลน์มีมาตั้งแต่ช่วงล็อกดาวน์ใหม่ๆ ทั้งจากศิลปินระดับโลกอย่างคอนเสิร์ตการกุศล One World: Together At Home โดยการร่วมมือกันระหว่าง เลดี้ กาก้า และองค์การอนามัยโลก, ตลาดใจไลฟ์ หารายได้สมทบทุนช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์โดย ตูน บอดี้สแลม และโน้ต-อุดม แต้พานิช รวมถึงโครงการมาร้องสู้มะเร็ง หาเงินรายได้ช่วยเหลือโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี โดยถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊กของ ดา เอ็นโดรฟิน ฯลฯ แต่ Online Live Concert แบบหารายได้อย่างเป็นรูปธรรมเริ่มคึกคักในหลังช่วงผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อเป็นทางออกสำหรับคนดูที่ยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะไปอยู่ในสถานที่แออัดอย่างคอนเสิร์ตฮอลล์ และผู้จัดก็ยังหาจุดคุ้มทุนไม่ได้ หากจำนวนผู้ชมในฮอลล์ลดไปเกินครึ่งเพราะมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม
ตรงจุดนี้ก็ต้องขอบคุณแรงบันดาลใจจากความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ ‘SuperM – Beyond The Future’ Virtual Concert จากวง SuperM ของเกาหลีใต้ ที่ถ่ายทอดสดผ่านแอปพลิเคชัน V Live โดยมีผู้ชมกว่า 75,000 คนทั่วโลก ทำรายได้ไปกว่า 62.2 ล้านบาท โดยค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง GMM Grammy ชิมลางด้วย ‘Global Live Fan Meeting’ งานออนไลน์แฟนมีตติ้งกับ 8 นักแสดงสุดฮอตที่ทำร่วมกับ V Live ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม ตามมาด้วย Virtual Concert เต็มรูปแบบในชื่อ GMM Online Festival คอนเสิร์ตรวม 21 ศิลปิน จัดแบบ 7 ชั่วโมงเต็มอิ่มเป็นเวลา 2 วันในเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้ยังมีซีรีส์ Online Live Concert อื่นๆ อีกมากมาย เช่น SoundBox Online โดย บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์, พีเอ็ม เซ็นเตอร์ กับคอนเสิร์ตของศิลปินเจ๋งๆ อย่าง Slot Machine, แม็กซ์ เจนมานะ และ Twopee Southside


GMM Online Festival คอนเสิร์ตรวม 21 ศิลปิน จัดแบบ 7 ชั่วโมงเต็มอิ่มเป็นเวลา 2 วัน
นอกจากนี้ยังมีคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Mild Living Room Made to Order คอนเสิร์ตออนไลน์ที่เพิ่มความพิเศษคือเปิดโอกาสให้ผู้โชคดีเพียง 15 คนได้ชมแบบสดๆ ในคอนเสิร์ตฮอลล์
อย่างไรดี Virtual Event ไม่ใช่ตัวตายตัวแทนของการจัดอีเวนต์หรือคอนเสิร์ตแบบออนกราวด์ เพราะเทียบกันไม่ได้ในเรื่องความสดใหม่และอารมณ์ร่วมของคนดูที่ได้อยู่ในฮอลล์จริงๆ แต่ก็เป็นอีกทางเลือกที่คนไทยได้รู้จัก ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะกลายเป็นวิถีปกติที่เราจะหยิบกลับมาใช้ในอนาคตอันใกล้นี้ก็ได้


SoundBox Online โดยบีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
ปีที่การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน
ปีนี้เป็นปีที่กระแสการเมืองร้อนแรงที่สุดปีหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย เริ่มกันตั้งแต่ต้นปีกับม็อบนักศึกษาที่ยกระดับจนกลายเป็นม็อบราษฎร และยังไม่มีวี่แววว่าจะจบลงง่ายๆ ทำให้เรื่องการเมืองแทรกซึมเขาไปอยู่ในทุกภาคส่วนของสังคม ไม่เว้นแม้แต่วงการที่หลายคนเคยมองว่า ‘โลกสวย’ อย่างวงการนางงาม
ในเดือนกุมภาพันธ์ มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2017 ได้ทวีตข้อความ “ภูมิใจในตัวนักศึกษาไทย” ในช่วงม็อบนักศึกษากำลังร้อนแรงจนเกิดการรีทวีตกว่า 1 แสนครั้ง จากทวีตนั้นเธอได้รับทั้งเสียงสนับสนุนและวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่ก็ยังแสดงจุดยืนด้วยการตั้งคำถามถึงการหายตัวไปของ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองไทยที่พนมเปญผ่านไอจีสตอรีในเดือนมิถุนายน ขณะที่ น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 ก็โพสต์สนับสนุนการชุมนุมในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ อีกทั้งยังทำโปรเจกต์สารคดีสั้น นางงามกับการเมือง Under The Crown
ส่วนเวทีการประกวดนางงามในปีนี้ก็หยิบยกเรื่องการเมืองขึ้นมาพูดถึงแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น เวที Miss Grand Thailand 2020 กับคำถามรอบสุดท้ายที่ว่า “จากสถานการณ์การชุมนุมที่ส่อเค้าความรุนแรงยิ่งขึ้น คุณอยากจะพูดกับฝ่ายใด และพูดว่าอะไรเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น” โดยผู้ที่คว้ามงกุฎไปครองก็คือ น้ำ-พัชรพร จันทรประดิษฐ์ กับคำตอบสุดแซ่บ “จากใจนะคะ ขอเลือกฝ่ายชุมนุมค่ะ เพราะว่าเรามีสิทธิ์มีเสียงในการแสดงความคิดเห็น และเราอยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศชาติของเรา มากกว่านั้นคืออยากจะบอกรัฐบาลด้วยนะคะ If you’re calling this country as Thailand, we need a real democracy and moreover, we need you to get out of the country.”

ภาพจากเวที Miss Grand Thailand 2020
ขณะที่เวทีใหญ่อย่าง Miss Universe Thailand 2020 ก็มีคำถามที่เกี่ยวกับการเมืองในรอบออดิชันและรอบคีย์เวิร์ดให้นางงามได้แสดงความคิดเห็น โดย ซินดี้-อเล็กซานดร้า แฮงกี่ ผู้คว้ารางวัลรองอันดับ 4 ของปีนี้ก็ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับระบบการศึกษาไทยอย่างน่าสนใจว่า “ในฐานะที่ซินดี้เรียนในระบบการศึกษาไทย ซินดี้จะพูดตรงนี้ว่าระบบการศึกษาไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก เพราะว่าเราต้องเรียนตลอดเวลา อีกทั้งการศึกษาของมัธยม หลักสูตรไม่ตรงกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้นักเรียนทุกคนต้องหันไปเรียนพิเศษเพื่อเอาตัวรอดและเข้าคณะที่ต้องการ ทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำในสังคม หนูขอตั้งคำถามกับคนทุกคนว่า ถ้าการศึกษาไทยดี ทำไมเราต้องมีการเรียนพิเศษ”
ส่วนในวงการบันเทิงก็เกิดกระแสเรียกร้องให้คนดังออกมา Call Out แสดงจุดยืนทางการเมือง แม้ว่าการพูดเรื่องการเมืองสำหรับคนดังมีราคาที่ต้องจ่าย แต่ก็มีหลายคนที่ยอมจ่าย เช่น โฟกัส จีระกุล, สุกัญญา มิเกล, เพชร-กรุณพล เทียนสุวรรณ ฯลฯ เลือกสนับสนุนผู้ชุมนุม ส่วนทางด้าน โอ-อนุชิต สพันธุ์พงษ์, บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม ฯลฯ ก็ขอเลือกอยู่อีกฝั่ง และที่ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ก็เห็นจะเป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของเหล่าไอดอลจาก BNK48 ที่แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นในวงการบันเทิงไทย

ภาพจากอินสตาแกรมของ @focusbabyhippo และ @marialynnehren
นอกจากนี้เรายังได้เห็นพลังของแฟนคลับเคป๊อปกับการแสดงจุดยืนทางการเมืองในการระดมทุนสนับสนุนผู้ชุมนุมเป็นเงินมากกว่า 4 ล้านบาทในเวลาอันรวดเร็ว และแสดงความไม่พอใจรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน MRT จากกรณีหยุดให้บริการบางสถานีตามคำสั่งของรัฐบาล โดยการรณรงค์ให้ยกเลิกการทำโปรเจกต์ให้ศิลปินด้วยป้ายโฆษณาในระบบขนส่งมวลชนทั้งสองแห่ง แล้วหันไปใช้บริการขนส่งมวลชนอย่างรถตุ๊กตุ๊ก เรือหางยาว หรือรถเมล์แทน ซึ่งเป็นทั้งการกระจายรายได้และแสดงออกถึงความเป็นไทยให้ศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบได้เห็นอีกด้วย
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post สิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นก็ได้เห็นในวงการบันเทิงไทยปี 2020 ‘ปีชงของคนทั้งโลก’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประกาศถึงทุกด้อมในโลกหล้า ถึงเวลาร่วมพลังสามัคคีครั้งให […]
The post LINE TV ชวนชาวด้อมร่วมภารกิจดูซ้ำ ลุ้นร่วมกิจกรรมสุดฟินกับเมนที่รัก ในกิจกรรม ‘ดวลด้อม of The Year’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>![LINE TV ชวนชาวด้อมร่วมภารกิจดูซ้ำ ลุ้นร่วมกิจกรรมสุดฟินกับเมนที่รัก ในกิจกรรม ‘ดวลด้อม of The Year’ [Advertorial]](https://thestandard.co/wp-content/uploads/2020/12/COVER-WEB-47-300x157.jpg?x79254)
ประกาศถึงทุกด้อมในโลกหล้า ถึงเวลาร่วมพลังสามัคคีครั้งใหญ่ อัปสปีดอินเทอร์เน็ตแล้วเตรียมทุกอุปกรณ์พร้อมแอปฯ LINE TV เอาไว้ แล้วพากัน ‘ดูซ้ำ’ คอนเทนต์ที่รัก ทั้งซีรีส์คู่ชิป, ละครไทย, แอนิเมชัน และเพลงไทย ในกิจกรรม ‘ดวลด้อม of The Year’ เยียร์ เยียร์ เยียร์ (โปรดใส่เสียง Echo ประกอบ)
เพราะมีคอนเทนต์ที่หลากหลายและชวนให้ดูซ้ำได้บ่อยๆ จนเกิดฐานแฟนด้อมในเมืองไทยมากมาย LINE TV จึงได้หยิบเอาโอกาสนี้ชวนชาวด้อมทั่วไทย รวมพลังมาอินซ้ำอีกครั้งกับคอนเทนต์ใน 4 ด้อม 4 กลุ่มคอนเทนต์ ทั้งซีรีส์คู่ชิป, ละครไทย, แอนิเมชัน และเพลงไทย ที่แต่ละด้อมประกอบไปด้วย 5 คอนเทนต์ยอดนิยมแห่งปี 2020 เป็นคอนเทนต์ที่ดูกี่ครั้งก็ยังอินและฟินได้ทุกครั้ง ให้ได้สะสมยอดวิวดั่งแต้มบุญ โดยผู้ชนะที่มียอดชมของคอนเทนต์ที่ถูกชมมากที่สุดในแต่ละด้อม ทาง LINE TV จะจัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับเมนหรือศิลปินดาราที่คุณชื่นชอบบนขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมที่จัดขึ้นมาเพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ จาก LINE TV ที่นำความสุขทะลุออกมานอกจอให้กับเหล่าบรรดาแฟนๆ ของ LINE TV ให้อินสุด ฟินสุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564
สำหรับคอนเทนต์ที่ถูกคัดเลือกมาเพื่อสร้างปรากฏการณ์ความฟินซ้ำในครั้งนี้ จะเริ่มนับยอดการดูตั้งแต่วันที่ 8-31 ธันวาคม 2563 โดยไม่นับรวมยอดเดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งมีคอนเทนต์ต่างๆ ดังนี้

คลิก: https://lin.ee/Ur7IC6N/qmnd

คลิก: https://lin.ee/CGCi4wb/qmnd

คลิก: https://lin.ee/HpUteDk/qmnd

ยังไม่พอ! แฟนๆ ยังสามารถร่วมสนุกชมซ้ำพร้อมชิงรางวัลใหญ่เป็นโทรทัศน์ยี่ห้อ TCL รุ่น LINE TV ทุกสัปดาห์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคมอีกด้วย ติดตามอัปเดตกิจกรรมบนเฟซบุ๊กของ LINE TV ได้เลย https://www.facebook.com/linetvth

ภารกิจอินซ้ำในครั้งนี้จะอบอวลไปด้วยความฟินทุกวินาที ส่งคอนเทนต์ที่คุณรักเป็น ‘ด้อม of The Year’ ไม่ว่าจะซีรีส์คู่ชิป ซีรีส์-ละครไทย แอนิเมชัน และเพลงไทย ก็ต่างมีโอกาสฟินทะลุจอได้เหมือนกัน
ดูกติกาและอ่านรายละเอียดแคมเปญ ‘ดวลด้อม of The Year’ เพิ่มเติมได้ที่ LINE TV Facebook Page: https://www.facebook.com/linetvth
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post LINE TV ชวนชาวด้อมร่วมภารกิจดูซ้ำ ลุ้นร่วมกิจกรรมสุดฟินกับเมนที่รัก ในกิจกรรม ‘ดวลด้อม of The Year’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
เตรียมเปิดกล้องแล้ว! แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 หลังจากค […]
The post เตรียมเปิดกล้องแล้ว! แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 หลังจากความสัมพันธ์ระหว่าง ‘เต๋’ และ ‘โอ้เอ๋ว’ ถูกตอบรับจากแฟนซีรีส์อย่างอบอุ่นในซีซันแรก appeared first on THE STANDARD.
]]>
เตรียมเปิดกล้องแล้ว! แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 หลังจากความสัมพันธ์ระหว่าง ‘เต๋’ และ ‘โอ้เอ๋ว’ ได้รับความรักจากแฟนซีรีส์อย่างอบอุ่นในซีซันแรก
โดยเฟซบุ๊กเพจของ NadaoContent ได้ลงภาพที่คาดว่าจะเป็นพิธีบวงสรวงก่อนเปิดกองถ่ายทำอย่างเป็นทางการ หลังจากก่อนหน้านี้ นาดาว บางกอก และ LINE TV ประสบความสำเร็จร่วมกันจากงานสร้างออริจินัลซีรีส์โรแมนติกคัมมิ่งออฟเอจ แปลรักฉันด้วยใจเธอ (I Told Sunset About You) ซีซันแรก ที่ได้รับการตอบรับอันยอดเยี่ยมจากผู้ชม พร้อมๆ กับที่ส่งให้ตัวละคร ‘เต๋’ ที่รับบทโดย บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ ‘โอ้เอ๋ว’ ที่รับบทโดย พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร เป็นที่รักและแฟนๆ ต่างก็เฝ้าติดตามความสัมพันธ์ของทั้งสองคนมาตลอดทั้ง 5 อีพี ก่อนจะตอบรับกระแสที่ดีมากๆ นี้ด้วยการแถลงข่าวเปิดตัว #แปลรักฉันด้วยใจเธอPart2 ไปเมื่อไม่นานมานี้


สำหรับ แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 แน่นอนว่า บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร จะกลับมาสวมบทบาท เต๋ และ โอ้เอ๋ว เหมือนเช่นเดิม ขณะที่งานกำกับจะมีการเปลี่ยนตัวจาก บอส-นฤเบศ กูโน ที่กำกับในซีซันแรก ที่จะผันตัวมาทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ โดยจะส่งไม้ต่อให้กับผู้กำกับรุ่นใหม่ มีน-ทศพร เหรียญทอง ที่ก่อนหน้านี้คือหนึ่งในทีมเขียนบทละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง
ส่วนเนื้อหาใน Part 2 จะเป็นเรื่องราวการเติบโต ความฝัน และความสัมพันธ์ของเต๋กับโอ้เอ๋วที่เกิดขึ้นในสองรั้วมหาวิทยาลัย และเมืองแห่งใหม่ที่ชื่อว่ากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเพลงประกอบซีรีส์ชุดใหม่ที่เราคาดว่าจะยังช่วยเติมเต็มเสน่ห์ของตัวซีรีส์ได้เหมือนกับที่เคยทำได้มาแล้วจากซีซันแรก
แฟนๆ เตรียมติดตามชมออริจินัลซีรีส์ #แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 ที่จะกลับมาอีกครั้งด้วยจำนวน 5 อีพี โดยสามารถดูสดได้ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น. เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2564 บน LINE TV เท่านั้น


พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
อ้างอิง: NadaoContent
The post เตรียมเปิดกล้องแล้ว! แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 หลังจากความสัมพันธ์ระหว่าง ‘เต๋’ และ ‘โอ้เอ๋ว’ ถูกตอบรับจากแฟนซีรีส์อย่างอบอุ่นในซีซันแรก appeared first on THE STANDARD.
]]>
LINE Insights ทีมวิจัยและเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคภาย […]
The post LINE เปิดผลสำรวจ Y Economy พบ 78% คนดูซีรีส์วายเป็นผู้หญิง กำลังซื้อสูง พร้อมอุดหนุนสินค้าที่ศิลปินเป็นพรีเซนเตอร์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
LINE Insights ทีมวิจัยและเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคภายใต้ LINE ประเทศไทย ร่วมกับบริษัทวิจัยการตลาดนีลเส็น ได้เปิดเผยผลวิจัยและการศึกษาตลาดผู้ชมคอนเทนต์ซีรีส์วาย (Y Economy) ในไทย เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในกลุ่มดังกล่าว
จากการศึกษาโดย LINE Insights พบว่า LINE TV ถือเป็นแพลตฟอร์มหลักในการรับชมซีรีส์วาย ซึ่ง 80% ของผู้ชมซีรีส์วายทั้งหมดเลือกรับชมคอนเทนต์ผ่านช่องทาง LINE TV และในจำนวนนี้ ‘ผู้หญิง’ ถือเป็นกลุ่มผู้ชมหลักในสัดส่วนมากถึงประมาณ 78%
เมื่อจำแนกตามช่วงอายุจะพบว่า ผู้ชมกลุ่มนี้มีความหลากหลายในช่วงอายุตั้งแต่ 15-40 ปี มีรายได้เฉลี่ยในระดับ A หรือรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยประมาณ 80,000 บาทต่อเดือน สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ในเพศหรือวัยใดวัยหนึ่ง แต่เป็นคนที่กระจายอยู่ในทุกช่วงอายุ ทั้งยังมีรายได้สูง
โดยข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์กับนักการตลาดอย่างมาก ที่แสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อของคนกลุ่มนี้ ที่สามารถใช้จ่ายในสินค้าและบริการที่หลากหลาย ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
ที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมการชมซีรีส์วายของผู้ชมกลุ่มนี้ นอกจากจะชื่นชมในตัวนักแสดงแล้ว ผู้ชมซีรีส์วายยัง ‘ยินดีที่จะได้เห็นแบรนด์สินค้าต่างๆ ปรากฏอยู่ในซีรีส์ที่กำลังรับชม’ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการจัดวางในฉาก การสัมผัสสินค้า หรือการ Tie-in เข้าไปในคอนเทนต์ของซีรีส์แต่ละตอน และยังมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนหรือซื้อสินค้าของแบรนด์ที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับนักแสดงที่ชื่นชอบอีกด้วย
นั่นจึงเป็นโอกาสให้แบรนด์ต่างๆ สามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ได้มากขึ้น เพื่อที่จะบริหารการปรากฏของแบรนด์ในซีรีส์วายได้ตรงกับความต้องการ และตรงใจผู้ชมมากที่สุดนั่นเอง
ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ในฐานะที่แพลตฟอร์ม LINE เป็นแพลตฟอร์มที่ถือเป็นแหล่งรวมซีรีส์วาย (Y Series) อยู่บน LINE TV โดยการเข้าชมมีการเติบโตมากถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2019 เราจึงให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ในกลุ่มนี้มาก
“นอกจากพฤติกรรมการรับชม และข้อมูลทางประชากรศาสตร์แล้ว ผลวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า 90% ของการรับชมซีรีส์วายเกิดขึ้นบนสมาร์ทโฟน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของแบรนด์และนักการตลาด ที่จะเลือกใช้แพลตฟอร์มและสื่อออนไลน์ในการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้ แพลตฟอร์ม LINE จึงกลายเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเลือกลงโฆษณาของแบรนด์สินค้าต่างๆ เพราะมี Ecosystem ที่แข็งแกร่ง เอื้อต่อการสร้างประสบการณ์ของแบรนด์ และกลุ่มเป้าหมายได้หลากมิติและต่อเนื่อง
“เพราะไม่เพียงแต่การรับชมผ่าน LINE TV ยังมีฟีเจอร์ที่สามารถสนับสนุนให้คอนเทนต์ไปไกลมากกว่าการรับชมเพื่อความบันเทิงที่หน้าจอ สามารถตอบสนองความต้องการให้กับผู้ชมที่ชื่นชอบนักแสดง เช่น การรวมกลุ่มพูดคุยกันใน LINE OpenChat รูปใช้สติกเกอร์ไลน์คาแรกเตอร์นักแสดง เมโลดี้เพลงประกอบซีรีส์ หรือคำพูดโดนใจในซีรีส์ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีเครือข่ายในการกระจายคอนเทนต์ไปยังผู้ชมในต่างประเทศได้มากกว่า 28 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสามารถผลักดันให้สินค้าต่างๆ มีโอกาสเติบโตในตลาดระดับสากลได้”
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
The post LINE เปิดผลสำรวจ Y Economy พบ 78% คนดูซีรีส์วายเป็นผู้หญิง กำลังซื้อสูง พร้อมอุดหนุนสินค้าที่ศิลปินเป็นพรีเซนเตอร์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
กระแสความนิยมของคอนเทนต์ซีรีส์วายที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรร […]
The post ซีรีส์วายยังปังยาวๆ LINE TV พบคนดูโตสุด 3 เท่า สานต่อฟีเจอร์ใหม่ ‘As Seen On’ ขายสินค้าที่ศิลปินใช้ในซีรีส์บน LINE appeared first on THE STANDARD.
]]>
กระแสความนิยมของคอนเทนต์ซีรีส์วายที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมความบันเทิงไทยได้จุดติดลุกลามในวงกว้างมายาวนานต่อเนื่องหลายปี และดูท่าว่าจะไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนแน่นอน วัดได้จากการที่สื่อกระแสหลักหลายช่องเริ่มหันมาให้ความสำคัญและชิมลางผลิตคอนเทนต์วายเข้าสู่ตลาดกันอย่างคึกคักเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชมที่เปลี่ยนไป
สำหรับ LINE TV เป็นอีกหนึ่งในแพลตฟอร์ม OTT ที่ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การฉายคอนเทนต์ซีรีส์วายเป็นอย่างมาก โดยเคลมว่าปัจจุบันหลังจากเปิดตัวให้บริการมานานกว่า 6 ปี พวกเขากลายเป็นแพลตฟอร์ม OTT ที่มีจำนวนซีรีส์วายสูงที่สุดในประเทศไทยมากกว่า 39 เรื่อง (นับจนถึงเดือนตุลาคม 2563) ด้วยจำนวนผู้ชมมากถึง 19 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2019 โดยมีอัตราเฉลี่ยยอดวิวในแต่ละปีเพิ่มขึ้นราว 61% (นับตั้งแต่ปี 2559-2563)
ส่งผลให้ปัจจุบัน LINE TV ได้สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มยอดนิยมของคอคอนเทนต์ซีรีส์วายเป็นที่เรียบร้อย เพราะมีการเปิดเผยว่ากว่า 80% ของผู้ชมซีรีส์วายจะต้องเข้ามารับชมคอนเทนต์บน LINE TV นั่นเอง
กระแสความนิยมของคอนเทนต์แนวซีรีส์วายเป็นเรื่องที่ LINE TV รู้ดีและเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง โดยได้จัดทำผลการศึกษา Y-Economic Study เพื่อสำรวจพฤติกรรมเชิงพาณิชย์ของผู้ชมซีรีส์ประเภทดังกล่าวในไทย และพบแง่มุมน่าสนใจที่หลากหลาย (ศึกษาและสำรวจโดย LINE Insight)
กณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า แม้ว่าช่วงแรกผู้ผลิตคอนเทนต์และนักการตลาดส่วนใหญ่จะมีความกังวลในการลงโฆษณาผ่านคอนเทนต์ซีรีส์วาย แต่หลังจากที่ผลตอบรับของตลาดและคนดูดีต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงส่งผลให้ผู้ผลิตคอนเทนต์จำนวนมากเริ่มหันมาสร้างสรรค์คอนเทนต์วาย และลงโฆษณากันมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง
โดยกณพระบุว่าจุดที่น่าสนใจจากผลการศึกษาก็คือกลุ่มคนดูซีรีส์วายมีพฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์ที่ชัดเจนและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ ตัวอย่างเช่น การเพิ่มยอดวิวคอนเทนต์เพื่อเพิ่มฐานความนิยมให้กับศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ โดยนอกจากจะรับชมแบบสดๆ บนช่องทีวีปกติเพื่อเรียกเรตติ้งให้กับตัวคอนเทนต์แล้ว ก็จะตามมาดูต่อบนแพลตฟอร์ม OTT อีกช่องทางเพื่อเพิ่มยอดวิว และเก็บรายละเอียดในแต่ละฉากเพิ่มเติม
“การใช้จ่ายของกลุ่มคนดูซีรีส์วายเองก็จะมี ‘มุมมองเชิงบวก’ ต่อแบรนด์สินค้าและบริการที่อยู่บนคอนเทนต์ที่ศิลปินที่พวกเขารักและชื่นชอบแสดงเป็นอย่างมาก จนทำให้แฟนๆ ส่วนใหญ่ยินดีที่จะซื้อสินค้านั้นๆ เพื่อแสดงออกถึงการสนับสนุนศิลปินที่ตนรัก แม้จะไม่มีความจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์และบริการนั้นๆ ก็ตาม
“อย่างไรก็ดี การนำเสนอแบรนด์สินค้านั้นๆ ในซีรีส์ผ่านตัวศิลปินเองก็จะต้องไม่เป็นไปในรูปแบบที่ ‘ยัดเยียด’ จนเกินไป เพราะหากคนดูรู้สึกว่าแบรนด์ไม่เข้ากับศิลปินเมื่อไรก็จะเกิดความรู้สึกเป็นลบ”
จุดนี้เองที่กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ LINE TV ปิ๊งไอเดียสานต่อฟีเจอร์ใหม่ ‘As Seen On LINE TV’ เปิดให้แฟนๆ ซีรีส์สามารถเลือกช้อปปิ้งสินค้าที่ปรากฏอยู่ในซีรีส์ (ตัวอย่างเช่น เสื้อที่นักแสดงหรือศิลปินสวมใส่) ผ่านแพลตฟอร์ม LINE ได้ทันทีในหน้า Wallet ซึ่งถือเป็นการต่อยอดโมเดลทำเงินอีกหนึ่งช่องทาง นอกเหนือจากการมีรายได้จากการลงโฆษณา นอกจากนี้ยังถือเป็นการต่อยอดช่องทางจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ผลิตคอนเทนต์อีกด้วย
รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย ยังบอกต่ออีกว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ LINE TV เป็นมากกว่าแค่แพลตฟอร์ม OTT โดยสามารถช่วยต่อยอดมูลค่าคอนเทนต์และศิลปินได้อย่างมหาศาล เป็นผลมาจากการเป็นแพลตฟอร์มที่มีระบบนิเวศแบบครบวงจรเต็มลูป หรือที่เรียกว่า ‘Enjoyment Journey’
โดย LINE ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 47 ล้านคนสามารถโปรโมตกระแสคอนเทนต์ให้จุดติดตั้งแต่ก่อนที่คอนเทนต์นั้นๆ จะเริ่มฉาย ขณะที่ระหว่างรับชมบน LINE TV ก็ยังเปิดโอกาสให้คนดูมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ได้ผ่านการสร้างคอมมูนิตี้ใน Open Chat, การซื้อสินค้า LINE Sticker และเสียงเรียกเข้า LINE Melody ไปจนถึงการจุดกระแสความนิยมสินค้าของแบรนด์ต่างๆ ให้เกิดความต้องการซื้อ
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการที่ปัจจุบันสัดส่วนการรับชมคอนเทนต์บน LINE TV และ TV จะอยู่ที่ประมาณ 30:70 ตามลำดับ แต่ในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือราวปี 2567 เขาเชื่อว่าสัดส่วนการรับชมคอนเทนต์ระหว่างสองช่องทางจะปรับเป็นเฉลี่ยเท่าๆ กันที่ 50:50 เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 (การเพิ่มช่องทางให้ผู้ใช้งานชม LINE TV ผ่านโทรทัศน์มีส่วนช่วยเพิ่มฐานผู้ใช้งานกลุ่มที่มีอายุให้มาอยู่บนแพลตฟอร์มมากขึ้นด้วย) แต่ถึงอย่างนั้นก็ดี เม็ดเงินโฆษณาจากช่องทางหลักจะยังคงไม่สวิตช์มาที่ OTT ตามสัดส่วนการรับชมที่เท่าๆ กันเลยเสียทีเดียว เนื่องจากยังมีปัจจัยและมิติอื่นๆ ที่เป็นตัวกำหนด
ทั้งนี้ จากการเปิดเผยโดย LINE TV พบว่ามูลค่าตลาดแพลตฟอร์ม OTT ในประเทศไทย ณ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท (นับรวมทั้งโฆษณาและโมเดล Subscription) โดยกณพเชื่อว่าการแข่งขันในปัจจุบัน แพลตฟอร์มจะต้องดึงดูดผู้ใช้งานด้วยการผลิตคอนเทนต์ไทยออกมาให้ได้มากที่สุด แต่ด้วยข้อจำกัดจากจำนวนผู้ผลิตคอนเทนต์จึงส่งผลให้การแข่งขันในตลาดนี้มีความดุเดือด แพลตฟอร์มหลายแห่งต่างก็พยายามอัดต้นทุนในการซื้อคอนเทนต์มาฉายบนแพลตฟอร์มตัวเองให้ได้มากที่สุด
“ผมเชื่อว่าอีก 2 ปีต่อจากนี้เราน่าจะเริ่มเห็นการแข่งขันของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม OTT อยู่ในระดับที่ ‘คงที่’ มากขึ้น อาจจะมีผู้เล่นบางรายที่ไม่สามารถไปต่อได้ เนื่องจากการแบกรับต้นทุนที่สูง รวมถึงผู้เล่นบางรายอาจจะเริ่มเห็นทิศทางที่ชัดเจนแล้วว่าแพลตฟอร์มของตัวเองควรจะเน้นผลิตคอนเทนต์ประเภทไหนเพื่อตอบโจทย์คนกลุ่มใด”
ทั้งนี้ในปี 2562 ที่ผ่านมา LINE TV เผยว่ามียอดผู้ชมที่เป็น Unique Users บนแพลตฟอร์มมากกว่า 40 ล้านคน ในจำนวนนี้ใช้เวลาเฉลี่ยบนแพลตฟอร์มอยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมง
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post ซีรีส์วายยังปังยาวๆ LINE TV พบคนดูโตสุด 3 เท่า สานต่อฟีเจอร์ใหม่ ‘As Seen On’ ขายสินค้าที่ศิลปินใช้ในซีรีส์บน LINE appeared first on THE STANDARD.
]]>
**บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์ แปลรักฉันด้วย […]
The post ร่วมเสียน้ำตาไปกับการแสดงของบิวกิ้นและพีพีในซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ อีพีแรก appeared first on THE STANDARD.
]]>
**บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ อีพี 1**
“ขอโทษนะ สำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมาเลย”
เรียกว่าทำเอาแฟนๆ เสียน้ำตาไปตั้งแต่ตอนแรก สำหรับ แปลรักฉันด้วยใจเธอ ออริจินัลซีรีส์เรื่องใหม่จาก นาดาว บางกอก และ LINE TV โดยผู้กำกับ บอส-นฤเบศ กูโน (รักฉุดใจนายฉุกเฉิน) ที่เพิ่งออกอากาศไปเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา

ซีรีส์ว่าด้วยเรื่องราวของ เต๋ (บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) และโอ้เอ๋ว (พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) สองเพื่อนสนิทที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในรอบหลายปี แต่เนื่องจากเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้ทั้งสองผิดใจกัน รวมถึงความฝันของทั้งคู่ที่อยากจะสอบเข้าคณะและมหาวิทยาลัยเดียวกัน จึงทำให้เต๋และโอ้เอ๋วต้องกลายเป็นคู่แข่งกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่สุดท้ายความรู้สึกบางอย่างก็ค่อยๆ เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกัน จนสถานะของทั้งคู่เริ่มเปลี่ยนเป็น ‘เพื่อนรัก’ และอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น ซึ่งพวกเขาต้องค่อยๆ หาคำตอบผ่านช่วงเวลาแห่งความเปราะบางของวัยรุ่นไปพร้อมๆ กับการเตรียมตัวเพื่อก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยที่พวกเขาใฝ่ฝัน

ความประทับใจแรกที่เรารู้สึกหลังจากรับชมอีพีแรกคือการถ่ายทอดบรรยากาศของเมืองภูเก็ตซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำหลักของเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัยของคนไทยเชื้อสายจีนที่ชวนให้เราหลงใหล รวมถึงทิวทัศน์ของชายทะเลอันรื่นรมย์ และเมื่อบวกเข้ากับบทสนทนาของเหล่าตัวละครภายในเรื่องที่ใช้ภาษาใต้ในการสื่อสาร ก็ยิ่งส่งให้ซีรีส์เรื่องนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆ ในซีรีส์วัยรุ่น จนรู้สึกว่าดูแล้วเราแพ็กกระเป๋าออกเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศเหล่านี้ที่ภูเก็ตจริงๆ
รวมถึงเคมีที่เข้ากันของสองนักแสดงหลักอย่างบิวกิ้นผู้รับบทเป็นเต๋ และพีพีผู้รับบทเป็นโอ้เอ๋ว ที่ไม่ได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครผ่านทางบทสนทนาและท่าทางเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขายังใช้สีหน้าและแววตาจนทำให้เรารู้สึกอินไปกับความสัมพันธ์ของทั้งสองอย่างสนิทใจ
อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องขอชื่นชมนักแสดงนำทั้งสองคนคือสกิลการใช้ภาษาจีนและภาษาใต้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะต้องจดจำบทสนทนาไปพร้อมกับออกสำเนียงให้ชัดเจนที่สุดเพื่อให้ผู้ชมเชื่อว่าพวกเขาคือคนใต้และกำลังเรียนภาษาจีนอยู่จริงๆ ซึ่งทั้งคู่และนักแสดงทุกคนต่างถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

แม้ว่าเรื่องราวในอีพีแรกจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างเต๋และโอ้เอ๋ว แต่ตัวซีรีส์ก็ได้วางปมปัญหาเพื่อชวนให้เราติดตามเอาไว้อยู่หลายจุด
เริ่มตั้งแต่ความสัมพันธ์ระหว่างเต๋และตาล (สไมล์-ภาลฎา ฐิตะวชิระ) ที่ดูเหมือนกำลังจะเริ่มต้นขึ้นด้วยดี, ความรู้สึกที่โอ้เอ๋วมีต่อเพื่อนสนิทอย่างบาส (ขุนพล-ปองพล ปัญญามิตร) รวมถึงเส้นทางสู่ความฝันที่อยากจะเป็นนักแสดงของโอ้เอ๋วที่ดูจะไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งแฟนๆ คงจะต้องร่วมกันติดตามและเป็นกำลังใจให้กับพวกเขากันในอีพีต่อไป
โดยซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น. ทาง LINE TV
สามารถรับชมซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ ได้ที่ https://tv.line.me/v/16353505
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post ร่วมเสียน้ำตาไปกับการแสดงของบิวกิ้นและพีพีในซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ อีพีแรก appeared first on THE STANDARD.
]]>
“ต่อให้มีเวลามากีดกั้น ใจฉันก็มุ่งไปหาเธอ แต่ถ้ากีดกั้น […]
The post แปลรักฉันด้วยใจเธอ ซีรีส์วายเรื่องแรกของนาดาวที่ได้ บิวกิ้นและพีพี มาชวนหาคำตอบระหว่างศัตรู เพื่อนรัก และมากกว่านั้นคืออะไร appeared first on THE STANDARD.
]]>
“ต่อให้มีเวลามากีดกั้น ใจฉันก็มุ่งไปหาเธอ แต่ถ้ากีดกั้นด้วยโชคชะตา ถ้าฉันไม่ยอมแพ้ ฉันต้องทำอย่างไร”
หนึ่งในประโยคจาก แปลรักฉันด้วยใจเธอ ออริจินัลซีรีส์เรื่องใหม่จากค่ายนาดาวบางกอก และ LINE TV ที่เตรียมกลับมาทำให้หัวใจของใครหลายคนสั่นไหวอีกครั้ง แสดงนำโดย บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร สองนักแสดงหนุ่มจากซีรีส์ รักฉุดใจนายฉุกเฉิน (2562) ได้สร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ ทั่วประเทศกันไปแล้วในบทบาทของหมอเต่าและทิวเขา
แปลรักฉันด้วยใจเธอ นับว่าเป็นซีรีส์วายแบบเต็มตัวเรื่องแรกของค่ายนาดาว บางกอกโดยได้ บอส-นฤเบศ กูโน ผู้กำกับจาก รักฉุดใจนายฉุกเฉิน มานั่งแท่นผู้กำกับอีกครั้ง
คำว่า ‘วาย’ หรือ Y คือคำที่ใช้เรียกคอนเทนต์ สื่อ หรือกลุ่มคนที่ให้ความสนใจเรื่องมุมมองความรักของตัวละครรักร่วมเพศ ถ้าเป็นตัวละครเพศชาย ตัว Y จะหมายถึงคำว่า Yaoi ถ้าเป็นตัวละครเพศหญิง ตัว Y จะหมายถึงคำว่า Yuri ในปัจจุบันคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับตัวละครเพศชายจะได้รับความนิยมมากกว่า
ซีรีส์ว่าด้วยเรื่องราวของ เต๋ และ โอ้เอ๋ว สองเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันเป็นหลายปี ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ณ โรงเรียนกวดวิชาภาษาจีน เพื่อเตรียมตัวสอบสอบแอดมิชชัน
เวลาที่ผ่านไป เรื่องราวหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลง และความต้องการสอบเข้าคณะและมหาวิทยาลัยเดียวกัน ทำให้พวกเขาต้องเริ่มต้นจากสถานะ ‘ศัตรู’ ที่พร้อมจะปะทะกันตลอดเวลา แต่สุดท้ายความรู้สึกบางอย่างก็ค่อยๆ เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกัน
จนสถานะของทั้งคู่เริ่มเปลี่ยนเป็น ‘เพื่อนรัก’ และอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น ซึ่งพวกเขาต้องค่อยๆ หาคำตอบผ่านช่วงเวลาแห่งความเปราะบางของวัยรุ่นไปพร้อมๆ กับการเตรียมตัวเพื่อก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยที่พวกเขาใฝ่ฝัน
สำหรับซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ คือหนึ่งในโปรเจกต์สุดพิเศษอย่าง BKPP Project ที่ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร และ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ได้เตรียมเสิร์ฟคอนเทนต์คุณภาพเพื่อแฟนๆ บิวกิ้นและพีพีโดยเฉพาะ
เริ่มต้นด้วยเพลงประกอบซีรีส์จำนวน 3 เพลง ซึ่งมีการปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลง กีดกัน ที่ขับร้องโดยบิวกิ้น ออกมาให้แฟนๆ ได้ฟินกันก่อนเป็นเพลงแรก และคลิปเบื้องหลังการถ่ายทำที่จะปล่อยให้เราชมกันทุกวันเสาร์ โดยจะเริ่มปล่อยคลิปเบื้องหลังตอนแรกในวันที่ 17 ตุลาคมนี้
รวมถึงกิจกรรมแฟนมีตที่แฟนๆ จะได้มาร่วมสนุกกับบิวกิ้นและพีพีอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีกำหนดการที่จะจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2564 โดยจะมีการประกาศรายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 15 ตุลาคมนี้
เตรียมฟินไปกับเคมีที่เข้ากันของบิวกิ้นและพีพี ในซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ ได้ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น. เริ่ม 22 ตุลาคมนี้ ที่ LINE TV
สามารถรับชมตัวอย่างซีรีส์ได้ผ่านทาง
https://www.facebook.com/NadaoBangkok/videos/654791445443704/?v=654791445443704
สามารถรับชมมิวสิกวิดีโอเพลง กีดกัน ได้ผ่านทาง https://www.youtube.com/watch?v=hJeEOzEZstU
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
อ้างอิง:
The post แปลรักฉันด้วยใจเธอ ซีรีส์วายเรื่องแรกของนาดาวที่ได้ บิวกิ้นและพีพี มาชวนหาคำตอบระหว่างศัตรู เพื่อนรัก และมากกว่านั้นคืออะไร appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากจับกระแสกันได้ หนึ่งในคอนเทนต์ที่กำลังได้รับความนิยม […]
The post ถอดบทเรียน LINE TV กับการดัน ‘ซีรีส์วาย’ ที่แมสแล้วจริงหรือ? appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากจับกระแสกันได้ หนึ่งในคอนเทนต์ที่กำลังได้รับความนิยมและเป็นที่จับตาของทั้งช่องทีวีหรือแพลตฟอร์มต่างๆ คือ ‘ซีรีส์วาย’
คำถามที่เกิดขึ้นคือ เหตุใดคอนเทนต์ที่เคยเป็นที่ชื่นชอบของคนดูเฉพาะกลุ่ม วันนี้กลับเริ่มขยายเป็นวงกว้าง และที่สำคัญ ‘แมส’ อย่างที่ทุกคนมองไว้หรือเปล่า
‘กระแสวาย’ เกิดขึ้นในเมืองไทยไม่ต่ำกว่า 10 ปีแล้ว
กณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย อธิบายว่า ในเมืองไทยคอนเทนต์ประเภทความรักสายวายเป็นกระแสที่มีมานานไม่ต่ำกว่า 10 ปี จากการปรากฏขึ้นของศิลปิน ดารา หรือตัวละครชายในท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมกัน ทั้งในละคร การประกวดร้องเพลง จนเกิดคำว่าคู่จิ้น ประกอบกับนิยายหรือการ์ตูนวายที่แพร่หลายมาในกลุ่มแฟนคลับนักอ่านที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
กณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย
เราจะเห็นได้ว่าจะมีการสอดแทรกตัวละครสายวาย-คู่จิ้นในละครดังๆ หลายเรื่อง จนได้รับความนิยมและเป็นที่พูดถึงไม่แพ้คู่นักแสดงหลัก แต่ก็ยังไม่ถึงกับแพร่หลายอย่างในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นวิวัฒนาการที่น่าสนใจตั้งแต่นั้นมา
แต่ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ความนิยมดังกล่าวเริ่มแพร่หลายมากขึ้น จากการที่มีช่องทีวีดิจิทัลและแพลตฟอร์มวิดีโอคอนเทนต์เพิ่มขึ้นมากมาย ผู้ผลิตจึงต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยคอนเทนต์ที่พวกเขาชื่นชอบ
หนึ่งในนั้นคือคอนเทนต์ประเภทสายวายชวนจิ้น จึงเกิดเป็นซีรีส์โทรทัศน์ที่นำเสนอเรื่องราวของคู่วายเป็นตัวละครหลัก ประกอบมิติเชิงสังคมที่มีการเปิดกว้างและรับความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทำให้คอนเทนต์ซีรีส์วายกลายเป็นอีกหนึ่ง ‘ความแมส’ หรือความนิยมกระแสหลักมาจนถึงทุกวันนี้
อย่างไรก็ตาม หากลองสังเกตดูจะพบว่า ซีรีส์วายยอดฮิตเป็นปรากฏการณ์ในหลายๆ เรื่อง เช่น เพราะเราคู่กัน 2gether The Series, Sotus The Series, En of Love ฯลฯ ที่โด่งดังนั้น มีองค์ประกอบร่วมกันอยู่ประมาณ 5 ข้อ ได้แก่

‘ซีรีส์วาย’ ขยายฐานคอนเทนค์ให้กว้างขึ้น
สำหรับ LINE TV มี ซีรีส์วายเรื่องแรกคือเรื่อง Make it right รักออกเดิน ในปี 2016 โดยเป็นเอ็กซ์คลูซีฟรีรันจากช่อง 9 หลังจากนั้นก็มีเรื่อยมา ปัจจุบันมีซีรีส์วายทั้งหมด 33 เรื่อง แบ่งเป็นรีรัน 29 เรื่อง และออริจินัลคอนเทนต์ของ LINE TV เองจำนวน 4 เรื่อง
“จุดตั้งต้นของเราไม่ได้วางว่า LINE TV เท่ากับซีรีส์วาย แต่เราเริ่มต้นด้วยการเปิดกว้างให้กับคอนเทนต์ประเภทต่างๆ ผู้ผลิตเลยนำเสนอเข้ามา เมื่อได้รับความนิยมก็ได้ขยับจากบทรองๆ ขึ้นเป็นบทบาทหลัก”
ตลอดเวลาที่ผ่านมา คอนเทนต์วายมียอดดูแล้ว 600 ล้านวิว โดยเติบโตเรื่อยมาจากปีแรกที่มีสัดส่วนคนดูประมาณ 2% จากเรื่องที่ฉายประมาณ 2-3 เรื่อง ขยับขึ้นมาเป็น 5% ในปี 2018 และเพิ่มขึ้นมาเป็น 20% ในช่วง 4-5 เดือนแรกขอปีนี้
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขสัดส่วนเติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นเพราะมีซีรีส์วายที่มาแรงบน LINE TV เข้าฉาย ได้แก่ เพราะเราคู่กัน 2gether The Series และ En of Love รักวุ่นๆ ของหนุ่มวิศวะ และ Why R U The Series เพราะรักใช่เปล่า โดยสามารถสร้างการเติบโตด้านยอดรับชมสูงสุดถึง 45% (Page View) หรือมากกว่า 350 ล้านวิวจากคอนเทนต์ในหมวดหมู่นี้ ใช้เวลาดูนานขึ้น 34% (Watch Time) คนใช้เวลาบน LINE TV นานมากขึ้น จากเดิมจะดูช่วง 22.00-23.00 น. เพิ่มเป็นถึงเที่ยงคืน ซึ่งปัจจัยมาจากกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของตัวคอนเทนต์ และเป็นช่วงล็อกดาวน์ที่คนอยู่บ้านมากขึ้น

ขณะเดียวกันฐานผู้ชมซีรีส์วายขยายเพิ่มมากขึ้นถึง 328% โดยจากเดิมเป็นฐานผู้ชมเพศหญิง อายุ 18-24 ปี ในสัดส่วนที่มากกว่า Average รองลงมาคือกลุ่มอายุ 25-34 ปี และกลุ่มที่มีการเติบโตน่าสนใจคือ กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป (ไม่ใช่อันดับ 3 แต่เป็นกลุ่มที่เติบโตน่าสนใจ) ซึ่งพบพฤติกรรมของกลุ่มแฟนคลับวายว่า เมื่อพวกเขาฟินและเอ็นจอยกับคอนเทนต์ ก็จะชวนให้พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ดูตาม
ข้อมูลจาก LINE TV ระบุว่า Top 5 อันดับซีรีส์วายที่มียอดรับชมสูงสุดบน LINE TV (ต้นปี 2020 ถึงปัจจุบัน) ได้แก่ 2gether The Series, TharnType the Series, Until We Meet Again, Why R U The Series และ En Of Love
“สิ่งที่เราสังเกตได้คือ กระแสของซีรีส์วายยังไม่ถึงจุดสูงสุด เรามองว่ายังสามารถเติบโตได้มากกว่านี้อีก”
หารายได้ช่องทางใหม่ๆ
กณพย้ำว่า LINE TV จะยังเป็นแพลตฟอร์มที่หารายได้จากการโฆษณา ยังไม่มีแผนที่จะหารายได้จากการสมัครสมาชิก เพราะยังไม่เหมาะกับเมืองไทย ดังนั้นโจทย์ของ LINE TV คือการหารายได้จากค่าโฆษณา
สำหรับซีรีส์วายนั้นแม้จะเริ่มแมสแล้วก็จริงในมุมมองของ LINE แต่ความท้าทายคือ บางแบรนด์ยังไม่มั่นใจที่จะลงโฆษณา ด้วยกังวลจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสินค้า แม้สินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค เช่น เครื่องสำอาง สบู่ จะเริ่มมาลงโฆษณามากขึ้นก็ตาม แต่ในมุมของ LINE TV สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและแก็ดเจ็ต ก็เป็นอีกกลุ่มที่สามารถเข้ามาได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อการลงโฆษณายังต้องอาศัยระยะเวลาเพื่อทำความเข้าใจ และเป็นการบ้านที่ LINE TV พยายามเร่งทำอยู่ ดังนั้น LINE TV จึงต้องหาวิธีในการปั๊มรายได้เข้ามา ซึ่งล่าสุดได้ทำแคมเปญร่วมกับบริการอื่นๆ ในเครือ ได้แก่ สติกเกอร์ โดยออกเป็นสติกเกอร์เกี่ยวกับตัวละคร และ เมโลดี้ ทำเป็นเสียงรอสาย ซึ่งหยิบซีรีส์ 3 เรื่องมาทดลองก่อน
สถิติล่าสุดนั้นพบว่า เพราะเราคู่กัน 2gether The Series ทำให้ภายใน 24 ชั่วโมงที่ปล่อยขายสติกเกอร์ สามารถทำยอดขายมากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 1,000% และภายใน 1 ชั่วโมงสามารถขึ้นเบอร์ 1 ของสติกเกอร์ยอดฮิต ขณะที่เมโลดี้หลังเปิดตัวมียอดขายมากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 400%

ลึกเข้าไปสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ LINE พอใจเป็นอย่างมาก เพราะได้เข้ามาช่วยส่งเสริมให้ Ecosystem ของ LINE นั้นแข็งแรงมากขึ้น ซึ่ง LINE ระบุว่า โมเดลนี้จะถูกนำไปทำกับซีรีส์วายเรื่องอื่นๆ แน่นอน
สิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปคือ กระแสวายจะขึ้นสู่จุดสูงสุดได้แค่ไหน ตลอดจนความท้าทายต่อไปของ LINE TV ที่วันนี้หลายๆ แพลตฟอร์มต่างก็ลุกขึ้นมาเจาะตลาดซีรีส์วายเช่นเดียวกัน
LINE TV จะรักษาตำแหน่งตัวเองไว้ได้หรือไม่ อีกไม่นานคงรู้กัน
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post ถอดบทเรียน LINE TV กับการดัน ‘ซีรีส์วาย’ ที่แมสแล้วจริงหรือ? appeared first on THE STANDARD.
]]>
LINE จัดงาน LINE Explosion 2020 เพื่อสรุปทิศทางตลอดจนก้ […]
The post สรุป 7 เรื่องราวของ LINE Today และ LINE TV กับเป้าหมายการอยู่กับผู้ใช้ตั้งแต่ตื่นถึงนอน appeared first on THE STANDARD.
]]>
LINE จัดงาน LINE Explosion 2020 เพื่อสรุปทิศทางตลอดจนก้าวต่อไปของธุรกิจคอนเทนต์ ซึ่งวันนี้ประกอบไปด้วย 2 ขาหลัก ได้แก่ LINE Today และ LINE TV
THE STANDARD สรุป 7 เรื่องราวของ LINE Today และ LINE TV กับเป้าหมายการอยู่กับผู้ใช้ตั้งแต่ตื่นถึงนอน
1.LINE ต้องอยู่ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นถึงนอน
ดร.พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวย้ำถึงวิสัยทัศน์ ‘Life on LINE’ และกลยุทธ์ทางธุรกิจคอนเทนต์ออนไลน์ว่า วันนี้ LINE มีผู้ใช้งาน 45 ล้านคน สิ่งที่ LINE ต้องการเป็นคือ Life Infrastructure ซึ่งจะเข้าไปอยู่กับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ตั้งแต่ตื่นจนถึงนอน
“เราจะใช้ดาต้าประเมินว่าผู้ใช้ต้องการอะไร แล้วจะเสิร์ฟคอนเทนต์เหล่านั้น ซึ่งจะถูกคัดเลือกเฉพาะคอนเทนต์ที่ดีไปให้ ตลอดจนปรับการใช้งานให้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์มาก่อนหรือกลุ่มผู้สูงอายุก็ตาม”
2.ผู้บริโภคจะเป็นคนเลือกคอนเทนต์เอง
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจคอนเทนต์ของ LINE ทั้ง LINE TV และ LINE Today มีการเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด
กณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ กล่าวว่าสิ่งที่ LINE ได้เรียนรู้จากพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ของคนดูรูปแบบใหม่คือ Missing Out ‘Now’ is My Option [MONMO]
กล่าวคือการที่ผู้บริโภคในปัจจุบันจริงๆ แล้วไม่ต้องการพลาดคอนเทนต์ดังๆ และเป็นกระแส แต่ต้องการเป็นผู้เลือกด้วยตัวเองว่าจะเสพคอนเทนต์ที่สนใจตอนนั้นทันทีหรือไม่ เมื่อไร อย่างไร
ดังนั้น LINE TV และ LINE Today จะต้องทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกบริหารความต้องการของตนเองได้อย่างสะดวกสบาย
3.เจาะพฤติกรรมคนอ่าน LINE Today 60% อ่านบทความจนจบ
LINE สรุปพฤติกรรมคนอ่าน LINE Today พบว่าผู้อ่านส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง 59% และผู้ชาย 41% ซึ่งผู้ชายมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่อายุเฉลี่ยของผู้อ่านส่วนใหญ่อยู่ที่ 25-34 ปี หรือ 41% ตามด้วยกลุ่มอายุมากกว่า 45 ปี ถึง 22% ซึ่งมีอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 50% ต่อปี
ตัวเลขคนอ่านเติบโตอย่างก้าวกระโดด ปีที่ผ่านมามีการเปิดอ่าน LINE Today 11,700 ล้านครั้งต่อปี หรือเฉลี่ย 1 พันล้านครั้งต่อ 1 เดือน โดยเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการอ่านคอนเทนต์ออนไลน์ในปัจจุบัน พบว่าโดยเฉลี่ยผู้ชมส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการอ่านคอนเทนต์ออนไลน์มากขึ้น
มีสถิติในการอ่านเฉลี่ยต่อปีต่อคนมากถึง 36,000 บรรทัด หรือเทียบเท่าการอ่านพ็อกเก็ตบุ๊กประมาณ 9 เล่ม กว่า 60% ของผู้อ่านบน LINE Today มีการอ่านแต่ละบทความจนจบ
สองช่วงเวลาที่ผู้ใช้นิยมเข้ามาอ่านมากที่สุด ได้แก่ ช่วง 18.00-20.00 น. ระหว่างเดินทางกลับบ้าน และช่วง 21.00-23.00 น. หรือก่อนเข้านอน ช่วงนี้ผู้ใช้จะเลือกอ่านคอนเทนต์ที่ตัวเองสนใจจริงๆ
คอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมในการอ่านสูงสุดคือ บันเทิง ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น สุขภาพ และกีฬา นอกจากนี้ยังมีดวง ซึ่งนิยมอ่านในช่วง 07.00-09.00 น.และการประกาศรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งทำให้ยอดเข้าอ่าน LINE Today พุ่งสูงเดือนละ 2 ครั้ง
ภายในปีนี้ LINE Today จะมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ของ User Experience (UX) และอินเตอร์เฟซ (UI) ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สามารถสนองต่อการใช้งานที่ง่ายและดีกว่าเดิม
4.LINE TV มีคนดูมากกว่า 5,800 ล้านครั้ง
ต่อไปคือ LINE TV พบว่ามีผู้ชมวิดีโอบน LINE TV มากกว่า 5,800 ล้านครั้ง เข้าถึงผู้ใช้ 40 ล้านคนในไทยเฉลี่ยรวมถึง 176 นาทีต่อวัน โดย 3 ช่วงเวลาที่มีการรับชมสูงสุด ได้แก่
หนึ่งในหัวใจที่ทำให้ LINE TV มีจำนวนผู้ชมเติบโตคือ LINE TV Original Content สถิติคือมีผู้รับชม LINE TV Original Content ต่อเรื่องเพิ่มขึ้นมากถึง 32% จากปี 2561-2562
จนถึงวันนี้มีการสร้าง Original Content ไปแล้วทั้งสิ้น 72 เรื่อง เฉลี่ยมากกว่าเดือนละ 1 เรื่อง สำหรับปีนี้เตรียมสร้าง Original Content ทั้งหมด 6 เรื่อง
5.เจาะ 3 เป้าหมายหลัก LINE TV
สำหรับก้าวต่อไป LINE TV มุ่งหวังจะเป็น Everyday Enjoyment Hub หรือศูนย์รวมแห่งความเพลิดเพลินในทุกๆ วัน โดยปีนี้วางเป้าหมายไว้ 3 ข้อหลัก ได้แก่
6.โฆษณาทำรายได้ติด Top 3 ของ LINE
ในแง่ของการสร้างรายได้นั้น โฆษณาบน LINE Today และ LINE TV ในรูปแบบของ Display Ad ทำรายได้ติด Top 3 ของ LINE ประเทศไทย ร่วมกับธุรกิจ B2B เช่น Official Account และธุรกิจสติกเกอร์
นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ ฝ่ายการพาณิชย์ ระบุว่าโฆษณามีตัวเลขที่เติบโตขึ้นทุกปี โดย LINE TV มีมูลค่าการลงโฆษณาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยสะสม 67% ต่อปี
ปีที่ผ่านมากลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงโฆษณาสูงสุดบน LINE TV ในปีที่ผ่านมา ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มความงามและสุขภาพ รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสาร
ในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการเติบโตสูงสุดในการลงโฆษณา ได้แก่ อีคอมเมิร์ซ ตามมาด้วยกลุ่มมีเดียและความบันเทิง และกลุ่มประกันภัย
ด้าน LINE Today ก็เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ยอดเฉลี่ยสะสมเพิ่มขึ้นสูงถึง 150% ต่อปี โดยกลุ่มยานยนต์ กลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสาร และกลุ่มอีคอมเมิร์ซ เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการลงโฆษณาสูงสุด
ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการเติบโตสูงสุดในการลงโฆษณา ได้แก่ องค์กรภาครัฐและพลังงาน ตามมาด้วยกลุ่มธุรกิจค้าปลีก และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
ทั้งนี้จากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนในช่วงนี้ นรสิทธิ์ยอมรับว่ากลุ่มแบรนด์ใหญ่ๆ มีความระมัดระวังในการใช้งบมากขึ้น ในขณะที่กลุ่มเอสเอ็มอีกลับใช้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในภาพรวม LINE ยังไม่ได้รับผลกระทบอะไร
7.สถิติโฆษณาของ LINE Today และ LINE TV
สถิติที่เกี่ยวกับโฆษณานั้น LINE TV มีสถิติการดูโฆษณาจนจบ (Complete Rate) บนแพลตฟอร์มสูงกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดถึง 200% รวมถึงอัตราการมองเห็นโฆษณา (Viewability) สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด 24%
และอัตราการคลิก (CTR) สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดถึง 52% เป็นผลทำให้ผู้ชมเกิดความตั้งใจในการซื้อสินค้า (Intention to Buy) มากถึง 49%
ส่วน LINE Today มีอัตราการคลิกสูงกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ ถึง 100% และมีสถิติการใช้เวลาบนแพลตฟอร์มสูงกว่าปกติ 200% สามารถทำให้เกิดอัตราการตั้งใจซื้อจากผู้ชม (Intention to Buy) ถึง 60%
8.Story Linked โซลูชันการโฆษณาแบบใหม่
อย่างไรก็ตาม LINE ได้เปิดตัวโซลูชันการโฆษณาแบบใหม่ที่ชื่อว่า ‘Story Linked’ โดยมีลักษณะคล้าย Sequential Ads ที่มีการแบ่งโฆษณาเป็นลำดับตอน ซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มส่วนร่วมในการรับชมโฆษณา (Engagement) จากผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จากการทดสอบพบว่าช่วยเพิ่มยอดการดูโฆษณาจนจบมากขึ้นเป็น 2.5 เท่า และเพิ่มอัตราการคลิกได้มากถึง 80%
นอกจากนี้ยังได้จับมือกับ VGI และ BMN เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงผู้บริโภคใน MRT และ BTS มากขึ้น ตลอดจนร่วมมือกับ Nielsen ประเทศไทย ในการพัฒนาระบบวัดเรตติ้งเพื่อช่วยให้แบรนด์หรือนักการตลาดสามารถวางแผนการลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม LINE ให้เหมาะสมกับงบประมาณ
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post สรุป 7 เรื่องราวของ LINE Today และ LINE TV กับเป้าหมายการอยู่กับผู้ใช้ตั้งแต่ตื่นถึงนอน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นอีกหนึ่งปีที่คึกคักไม่แพ้ปีก่อนๆ กับงาน LINE TV AWA […]
The post สรุปผลรางวัล LINE TV AWARDS 2020 กลัฟ-มิว, โอม-สิงโต, ออฟ-กัน และบ้านนาดาว คว้ารางวัลเรียกเสียงกรี๊ดได้ตามคาด appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นอีกหนึ่งปีที่คึกคักไม่แพ้ปีก่อนๆ กับงาน LINE TV AWARDS 2020 ที่มาในคอนเซปต์ EXPECT THE UNEXPECTED งานจัดขึ้น ณ พารากอน ฮอลล์ ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2020 โดยมีศิลปินที่มีผลงานออกอากาศทาง LINE TV มาร่วมงานมากกว่า 100 คน พร้อมกับแฟนคลับที่มาให้กำลังใจอีกเป็นจำนวนมาก
โดยรางวัลที่เรียกเสียงกรี๊ดได้มากที่สุด ต้องยกให้รางวัล LINE TV BEST KISS SCENE ฉากจูบยอดนิยม ที่ตกเป็นของ จูบข้อเท้า…ให้รู้ว่ารักที่สุด จากซีรีส์ TharnType The Series เกลียดนักมาเป็นที่รักกันซะดีๆ โดยเฉพาะช่วงที่ 2 นักแสดงอย่าง กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ และมิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ ขึ้นไปพูดขอบคุณบนเวทีว่า
“อย่างแรกที่อยากขอบคุณ คือข้อเท้ากลัฟครับผม ซีรีส์ TharnType The Series เสนอเรื่องราวความสัมพันธ์ ทุกคนย่อมมีความผิดพลาด ถึงแม้ว่าคำว่าตลอดไปไม่มีจริง แต่เราสองคนก็จะอยู่ด้วยกันให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้”
ต่อด้วยรางวัล LINE TV BEST DRAMATIC SCENE ฉากดราม่ายอดนิยม ที่ตกเป็นของฉาก ผมรู้สึกดีกับพี่นะเว้ย แต่ผมไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร จากซีรีส์ เขามาเชงเม้งข้างๆ หลุมผมครับ ซึ่งสองนักแสดงอย่าง สิงโต-ปราชญา เรืองโรจน์ และโอม-ภวัต จิตต์สว่างดี ก็ขึ้นไปพูดคำขอบคุณบนเวทีทั้งน้ำตาว่า
“สิ่งที่ดีใจมากๆ คือถึงแม้ซีรีส์จะจบไปแล้ว 1 ปี แต่พวกคุณก็ยังคิดถึงพวกเราอยู่ และไม่ว่าคุณเป็นใคร ทำอะไรอยู่ที่ไหน แต่ความรักมันก็คือความรัก ขอให้ทุกคนเจอความรักที่ดีนะครับ”
และรางวัล LINE TV BEST COUPLE คู่จิ้นขวัญใจมหาชน ตกเป็นของคู่ ‘ออฟกัน’ (จุมพล อดุลกิตติพร และอรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์) จากซีรีส์ ทฤษฎีจีบเธอ ที่ขึ้นไปกล่าวขอบคุณสั้นๆ แต่ได้ใจความถึงตัวละครที่พวกเขาเล่น และเรียกเสียงกรี๊ดได้ไม่แพ้กันว่า
“ขอบคุณทุกคนมากๆ นะครับที่สนับสนุนมาตลอด และที่สำคัญที่สุดขอบคุณค่าย กับเติร์ด ที่ทำให้พวกเราได้มายืนบนเวทีนี้”
ส่วนรางวัลที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ LINE TV BEST VIRAL SCENE ฉากไวรัลยอดนิยม ตกเป็นของฉากเลิฟเต้นเพลงเต่างอย จากซีรีส์ Great Men Academy ที่เอาชนะอีกสองฉากที่เราชอบมากๆ คือฉาก พิไลเฝ้าเก๊ะ จากเรื่องกรงกรรม และ ฉากหมอเป้งน่ารัก คึกคักคุกคิก จากละครรักฉุดใจนายฉุกเฉิน My Ambulance
รางวัลที่มีผู้เข้าชิงมากที่สุดคือ LINE TV BEST SONG รางวัลเพลงยอดนิยม ตกเป็นของเพลงรักติดไซเรน ของศิลปิน ไอซ์ พาริส และแพรวา ณิชาภัทร ประกอบละครรักฉุดใจนายฉุกเฉิน My Ambulance ที่มีคนคัฟเวอร์ และกลายเป็นกระแสไวรัลอยู่พักใหญ่ในช่วงที่ละครออกอากาศ
รางวัล LINE TV BEST COMEDY SCENE ฉากตลกยอดนิยม ตกเป็นของฉากฉันแขม่วมาตั้งแต่เดินตลาด! ที่ติช่าพูดขึ้นมาในจากรายการ เทยเที่ยวไทย เป็นประโยคสั้นๆ แต่ตลก มีเสน่ห์ และน่ารักแบบสุดๆ และรางวัล LINE TV BEST TV พิธีกรยอดนิยม ตกเป็นของ กันต์ กันตถาวร จากรายการ I Can See Your Voice, The Mask Singer และ 10 FIGHT 10
รางวัลด้านสถิติที่เก็บโดย LINE TV มี 5 รางวัล ได้แก่
DRAMA OF THE YEAR รายการที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด ตกเป็นของละครเรื่อง ใบไม้ที่ปลิดปลิว
TOP SEARCH CONTENT OF THE YEAR รายการที่มีคนเสิร์ชหามากที่สุด ตกเป็นของซิตคอม เป็นต่อ 2019
รางวัล ENTERTAINMENT PROGRAM OF THE YEAR รายการวาไรตี้ที่มียอดเข้าชมสูงสุด ตกเป็นของรายการ The Face Thailand Season 5
รางวัล MOST FOLLOWERS OF THE YEARS รายการที่มีคนกดติดตามมากที่สุดตกเป็นของละครรักฉุดใจนายฉุกเฉิน My Ambulance
ปิดท้ายด้วยรางวัล MOST HEARTED CONTENT OF THE YEAR ตกเป็นของซีรีส์ ทฤษฎีจีบเธอ ที่เพิ่งเรียกเสียงกรี๊ดด้วยการคว้ารางวัลคู่จิ้นขวัญใจมหาชนไปก่อนหน้านี้
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
The post สรุปผลรางวัล LINE TV AWARDS 2020 กลัฟ-มิว, โอม-สิงโต, ออฟ-กัน และบ้านนาดาว คว้ารางวัลเรียกเสียงกรี๊ดได้ตามคาด appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่ LINE TV เกิดขึ้นมาในเมืองไทย L […]
The post 5 ปี LINE TV ฐานคนดู 40 ล้าน เฉลี่ยวันละเกือบ 3 ชั่วโมง ชอบดูละคร-ซิตคอมช่วงเดินทาง appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่ LINE TV เกิดขึ้นมาในเมืองไทย LINE เผยข้อมูลว่าเฉลี่ยแล้วคนดู LINE TV วันละ 176 นาทีต่อคนต่อวัน โดย 75% นิยมดูละคร ซิตคอม ซีรีส์ อีก 15% ชอบดูรายงานเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และที่เหลือ 10% อื่นๆ เช่น ไลฟ์สไตล์ เพลง โดย 40% ดูทุกวัน
เมื่อแบ่งผู้ชมตามอายุจะพบว่า 14-23 ปี มีสัดส่วน 37% กลุ่มนี้ใช้เวลากับ LINE TV มากที่สุด แต่กลุ่ม 24-29% มีสัดส่วนมากที่สุด 44% ถัดมาอายุ 30-40 ปี มีสัดส่วน 40% และอายุ 41-60 ปี อีก 39% โดยช่วงอายุ 24-40 ปี เป็นกลุ่มหลักที่มีความถี่สูงสุด
ช่วงเวลาที่คนดูมากที่สุดคือ 15.00-18.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเลิกเรียน และพนักงานบางส่วนกำลังกลับบ้าน ส่วนใหญ่มักจะชอบดูในระหว่างเดินทาง รองลงมา 20.00-22.00 น. ช่วงที่กลับมาที่บ้าน อีกช่วงที่คนชอบดูเยอะคือ 12.00-14.00 น. มักดูในช่วงพักเที่ยงและเวลาพักอื่นๆ
52% ดูผ่านแอปฯ LINE TV โดยตรง, 24% ผ่าน LINE Ecosystem เช่น LINE Today และ LINE Official Account, 14% Mobile Web และ 10% PC Web โดย 35% เข้ามาแล้วเลือกดูคอนเทนต์โดยตรง อีก 35% ค้นหาเรื่องที่จะดู ซึ่งหมายความว่า 70% ตั้งใจเข้ามาดู ที่เหลือ 30% เข้ามาจาก LINE Ecosystem และโซเชียลมีเดีย
กณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย อธิบาย 5 จุดแข็งที่ทำให้ LINE TV เป็นที่ชื่นชอบของคนดู
1. ความเร็ว โดยเฉพาะคอนเทนต์รีรัน
2. ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
3. คุณภาพคอนเทนต์ เช่น ความชัดของภาพ
4. ใช้ง่าย
5. คอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งมาจากทั้งคอนเทนต์หลักอย่างละครและซีรีส์ต่างๆ ทั้งแบบย้อนหลังจากช่องทีวี หรือแบบออริจินัลที่เรียกว่า LINE TV Originals
โดยยอดวิวเฉลี่ยสำหรับละครท็อปฟอร์มนั้นจะสูงถึง 250 ล้านวิว ในไตรมาสที่ผ่านมามีละคร 4 เรื่องที่สามารถทำได้ถึง 500 ล้านวิว ได้แก่ ใบไม้ที่ปลิดปลิว, เจ้าหญิงเม็ดทราย, มนตรามหาเสน่ห์ และ รักฉุดใจนายฉุกเฉิน โดยมีละคร 45 เรื่องที่มียอดวิวมากกว่า 100 ล้านบาท รวมแล้วมียอดวิวทั้งหมด 8,000 ล้านวิว ส่วนรายการบันเทิงวาไรตี้ต่างๆ ที่มีผู้ชมรองลงมาจะมียอดวิวเฉลี่ยอยู่ที่ 70 ล้านวิว
“LINE TV ไม่ได้เข้ามาแข่งกับทีวี แต่เราคือผู้ที่เข้ามาช่วยให้อุตสาหกรรมโตขึ้น เพราะมีละครหลายเรื่องที่ทำเรตติ้งในทีวีไม่ได้สูงมาก แต่ใน LINE TV มียอดชมที่ดี แม้วันนี้จำนวนผู้ชมจะมีเกือบ 40 ล้านจากจำนวนผู้ใช้ LINE 44 ล้าน ตัวเลขผู้ชมนี้เพิ่มขึ้นจาก 33 ล้าน และรายได้ของ LINE TV เติบโตเฉลี่ย 50% ต่อปี แต่เป้าหมายของ LINE TV คือแพลตฟอร์มทีวีออนไลน์สำหรับคนไทย โดยต้องการให้นำผู้ชมขึ้นไปกับเท่าผู้ชมทีวี ซึ่งมีอยู่ราว 55 ล้านราย”
ทิศทางของ LINE TV ต่อจากนี้จะเน้นขยายไปงานกลุ่มต่างจังหวัดมากขึ้น ด้วยปัจจุบันส่วนใหญ่ผู้ชมอยู่ในเมือง ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี ขอนแก่น และนครราชสีมา ฯลฯ
โดยได้วางกลยุทธ์ไว้ 3 ข้อคือ 1. ความหลากหลายของคอนเทนต์ ควบคู่ไปกับ 2. การพัฒนาฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ ล่าสุดได้รองรับการสตรีมมิงขึ้นทีวีผ่าน Chromecast ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปัจจุบันมีคนดูมากกว่า 3 ล้านครั้ง และเปิดให้ดาวน์โหลดแอปฯ LINE TV ใน Android TV ซึ่งจะทำให้สามารถขยายไปยังกลุ่มที่ไม่เคยดู
3. การพัฒนาการระบบการค้นหาคอนเทนต์ให้ง่ายและรวดเร็ว โดยมีการเพิ่ม 2 แท็บใหม่คือ 100 ล้านวิว Tab และ Movie Tab ซึ่ง 100 ล้านวิว Tab จะเป็นแท็บที่แสดงคอนเทนต์ยอดนิยมของ LINE TV ส่วน Movie Tab จะเป็นแท็บเมนูการรับชมภาพยนตร์แบบเต็มเรื่อง
ในส่วนฐานผู้ชมที่ LINE TV จะโฟกัสในการนำเสนอคอนเทนต์ให้เหมาะสมแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ไล่ตั้งแต่
1. Youngster เป็นวัยรุ่นและวัยเรียน อายุ 14-25 ปี
2. Premium Mass วัยทำงาน อายุ 21-34 ปี
3. Segmented Users ซึ่งเป็นกลุ่มที่ครอบคลุมช่วงอายุกว้างตั้งแต่ 14-34 ปี แต่มีความชื่นชอบคอนเทนต์ที่มีลักษณะเฉพาะทั้งรูปแบบและเนื้อหา โดยเฉพาะการ์ตูนเช่น โคนัน และวันพีซ ที่ยอดผู้ชมสูงสุด
4. Mass เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด โดยครอบคลุมอายุ 14-45 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเป็นผู้ชมใหม่ โดยเน้นเนื้อหาที่ดูง่ายแบบครอบครัว ไม่ซับซ้อน และเน้นตลก ที่ผ่านมาได้ทดลองสร้าง Originals ที่จับกลุ่มแมสโดยเฉพาะคือ สู้ตายนายกระจับ นอกจากนี้ยังจะเพิ่มคอนเทนต์กีฬาเพื่อขยายฐานผู้ชายจากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 35% กำลังคุยกับพาร์ตเนอร์เพื่อนำคอนเทนต์ฟุตบอลเข้ามา และมีความเป็นไปได้ที่อาจจะถ่ายทอดสดด้วย
“วันนี้ตลาด OTT หรือ Over-The-Top กำลังอยู่ในช่วงของการเติบโต จึงไม่แปลกที่จะมีผู้เล่นหน้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศอยากเข้ามา สำหรับเรามองว่าเป็นข้อดีมากกว่า เพราะจะช่วยสร้างการรับรู้กับผู้บริโภค ในระยะสั้นยอมรับว่าจะเกิดการแย่งฐานผู้ใช้กันบ้าง แต่เชื่อว่าในระยะยาวจะเป็นผลดีมากกว่า” กณพกล่าวในที่สุด
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post 5 ปี LINE TV ฐานคนดู 40 ล้าน เฉลี่ยวันละเกือบ 3 ชั่วโมง ชอบดูละคร-ซิตคอมช่วงเดินทาง appeared first on THE STANDARD.
]]>
Instinct ซ่อน ล่า หน้าสัตว์ คือซีรีส์เรื่องใหม่จากบ้านก […]
The post เผยด้านมืดของคุณในทวิตเตอร์ออกมา! กลยุทธ์โปรโมตซีรีส์ใหม่ของกันตนาที่น่าสนใจ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Instinct ซ่อน ล่า หน้าสัตว์ คือซีรีส์เรื่องใหม่จากบ้านกันตนาที่ทำงานร่วมกับ LINE TV ซึ่งเป็นซีรีส์แนวสยองขวัญที่เสนอความจริง ความดิบ และความโหดที่สุดของมนุษย์ เล่าเรื่องที่เป็นเสมือนภาพสะท้อนของมนุษย์ในปัจจุบันที่เราซ่อน อำพรางตัวตน ออกล่าทำร้ายทำลายมนุษย์ด้วยกันเองเยี่ยงการล่าสัตว์ ฉะนั้นสิ่งที่คุณจะได้ชมในซีรีส์เรื่องนี้คือความรุนแรงระดับสูงที่ไม่เหมาะสำหรับเยาวชนอย่างแน่นอน และจากการออกอากาศตอนแรกพบว่า ‘สยองเกินตัว’ มากๆ
แต่หนึ่งสิ่งที่น่าสนใจไปกว่าความโหดเลือดสาดของซีรีส์เรื่องนี้คือการวางกลยุทธ์การโปรโมตที่น่าสนใจมากๆ กับการยิงสปอนเซอร์ในทวิตเตอร์ เรียกความสนใจจากผู้ใช้งาน ด้วยการตั้งประเด็นว่า
‘คุณเคยค้นหาคำเหล่านี้ในทวิตเตอร์หรือไม่’
ซึ่งตัวอย่างของคำ เช่น กะหรี่, ไซด์ไลน์, คลิปเสียว, แบล็กเมล์ ซึ่งเมื่อคุณได้ลองพิมพ์คำเหล่านี้ลงไปในช่องค้นหาในทวิตเตอร์แล้วก็จะพบกับตัวอย่างที่ถูกซ่อนไว้ในคำค้นหาเหล่านั้น ซึ่งมีเรื่องราวที่แตกต่างกันไป นับเป็นความน่าสนใจในการโปรโมตซีรีส์ที่บ่งบอกถึงเรื่องราวอันสำรวจถึงสภาพจิตใจส่วนดำมืดของมนุษย์ได้อย่างดี กับการดึงเอาพฤติกรรมด้านมืดของผู้คนในโซเชียลมีเดียออกมาใช้งานกับกลยุทธ์เก๋ๆ เช่นนี้
Instinct ซ่อน ล่า หน้าสัตว์ จะออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น. ทาง LINE TV โดยซีรีส์ได้ ปัญญ์ หอมชื่น และอรอุษา ดอนไสว มานั่งเก้าอี้ผู้กำกับ ซึ่งพวกเขาเคยฝากผลงานโหดๆ อย่าง อวสานโลกสวย ที่พา สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข ไปบ่มเพาะเชื้อโรคความโรคจิตมาแล้ว และหากอยากลองสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ในการโปรโมตซีรีส์เรื่องใหม่นี้ คุณสามารถล็อกอินแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ของคุณได้ และชมคลิปนี้ให้จบ
ระวัง! ด้านมืดในตัวคุณมันแอบฟังคุณอยู่
ทุกครั้งที่คุณ Tweet หรือฟอลแอคสายดาร์คๆและคำหยาบ
ซีรีส์ INSTINCT ซ่อน ล่า หน้าสัตว์ จาก LINE TV
จะส่ง Trailer ตามสิ่งที่คุณคิดหรือ Tweet ไปให้
แน่จริงก็ลองพิมพ์ดูจะเจอคำว่าอะไร
เล่นได้เฉพาะใน Twitter เท่านั้น#ซ่อนด้านมืดไว้ให้ดี #INSTINCT pic.twitter.com/8FuLdFRpcI— INSTINCT ซ่อน ล่า หน้าสัตว์ (@INSTINCT_KMO) September 26, 2019
ภาพ: Kantana
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post เผยด้านมืดของคุณในทวิตเตอร์ออกมา! กลยุทธ์โปรโมตซีรีส์ใหม่ของกันตนาที่น่าสนใจ appeared first on THE STANDARD.
]]>
**บทความต่อไปนี้มีการเปิดเผยเรื่องราว** เคยฟังเพ […]
The post ถ้าความคิดถึงมันฆ่าคนได้? เปิดตัวรวดเร็วฉับไวกับ ‘รักฉุดใจนายฉุกเฉิน’ EP.1 appeared first on THE STANDARD.
]]>
**บทความต่อไปนี้มีการเปิดเผยเรื่องราว**
เคยฟังเพลงของ หมอโอ๊ค-สมิทธิ์ อารยะสกุล ที่ชื่อ ถ้าความคิดถึงฆ่าคนได้ ไหมนะ เพลงที่ว่าน่าจะเป็นบทสรุปที่ดีสำหรับเอพิโสดแรกของละครฟอร์มดีแห่งปีอย่าง รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ที่เพิ่งจะออกอากาศตอนแรกไปเมื่อคืนนี้ และก็ถือว่าเป็นการปูเรื่องให้ผู้ชมอยากติดตาม ซึ่งผู้กำกับอย่าง บอส-นฤเบศ กูโน (จากซีรีส์ Side by Side พี่น้องลูกขนไก่) เองก็ทำมันออกมาได้รวดเร็ว กระชับฉับไว!
ตอนแรกของ รักฉุดใจนายฉุกเฉิน เพียงแต่เล่าที่มาที่ไปของพลังวิเศษที่ตัวละครเอกมี รวมไปถึงสร้างข้อขัดแย้งให้เกิดขึ้นกับตัวละคร ซึ่งเอาจริงๆ คิดว่าส่วนหนึ่งของตอนแรกนี้คุณอาจจะเคยได้รับชมจากคลิปโปรโมตอื่นๆ ไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะเรื่องความรัก 15 ปีของตัวละครอย่าง ทานตะวัน (รับบทโดย ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่) และเป้ง (รับบทโดย ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) รวมไปถึงการพาไปรู้จักกับตัวละครอื่นๆ ทั้ง ฉลาม (รับบทโดย สกาย-วงศ์รวี นทีธร) หรือบะหมี่ (รับบทโดย ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง) ที่ปรากฎตัวมาแวบเดียวก็ดูน่าสนใจกว่าการมีอยู่ของเธอในละคร เลือดข้นคนจาง ทั้งเรื่อง
ถ้าความคิดถึงมันฆ่าคนได้จริงๆ… ทานตะวันจะกลายเป็นฆาตกรเบอร์หนึ่งของเรื่องนี้ ทำไมเราถึงคิดถึงเพลงนี้ขึ้นมาล่ะ ก็เป็นเพราะว่าเงื่อนไขของพลังวิเศษที่ตัวละครจะต้องเรียกหากันด้วยความคิดถึง และการที่ทานตะวันพยายามเรียกเป้งให้มาหาในวันครบรอบ ทั้งๆ ที่เป้งกำลังติดเคสผู้ป่วยอยู่ จึงไม่แปลกใจว่าหากเกิดความคิดถึงผิดที่ผิดเวลา มันจะทำลายอาชีพการงานของเป้งมากแค่ไหน
แต่ทีนี้เรารู้สึกว่าบทสนทนาพรั่งพรูบนดาดฟ้าของทานตะวันกลับยังไม่มีน้ำหนักมากพอให้เรารู้สึกถึงความเศร้าในชีวิตรักของเธอ เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าเธออาจเจอเหตุการณ์อะไรมามากกว่านั้นกับคู่รักของเธอ ถึงทำให้เธอต้องฟูมฟายถวายน้ำตาบนดาดฟ้าตึกมหานคร แต่ถ้ามองด้วยพื้นหลังของตัวละครแล้ว เราค้นพบว่าเป้งคือน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตเดียวของเธอจริงๆ ฉะนั้นหากมองว่าเป้งคือโลกทั้งใบของเธอหลังจากการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต จึงไม่แปลกใจว่าทำไมเธอจึงปวดร้าวและเจ็บปวดกับความสัมพันธ์ที่มีอยู่ขนาดนั้น
ความน่าประทับใจที่สุดที่เกิดขึ้นในเอพิโสดแรกนี้คือการแสดงของ ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ที่รับบท ทานตะวัน เรียกว่าเป็นการคืนฟอร์มเสน่ห์ทางการแสดงของเธอเมื่ออยู่ในโปรดักชันที่ถูกที่ถูกทาง คนอะไรสวยไปหมด! ส่วนอีกคู่หนึ่งที่มาเจอกันแล้วเราแอบเหวอคือการปรากฏตัวของ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และปุ๊กกี้-ปวีณ์นุช แพ่งนคร ที่มาในโหมดซีเรียสจริงจังตามอาชีพการงานในเรื่อง ทั้งๆ ที่ภาพจำของผู้ชมไม่น้อยจะจำว่าเขาคือ โจ-เจ๊โฉม จากจักรวาล เนื้อคู่ประตูถัดไป และพี่ชาวี-น้องชลลี่ จาก น้ำตากามเทพ เสียมากกว่า (กลั้นขำ)
ต้องยอมรับว่าละครเรื่องนี้ดำเนินเรื่องค่อนข้างเร็ว อีกทั้งในตอนแรกนี้ก็มีเรื่องราวบางส่วนที่ถูกนำเสนอแยกไปก่อนต่างหากแล้ว จึงทำได้เพียงแค่ให้ผู้ชมรู้สึกอยากติดตามเรื่องราวต่อๆ ไปหลังจากนี้ ซึ่งดูจากเรื่องราวในเรื่องก็มั่นใจได้ว่าละครได้ทำการรีเสิร์ชข้อมูลชีวิตแพทย์ฉุกเฉินมาอย่างเต็มที่ รวมไปถึงยังมีการแทรกความหมายของคำพูดในบทสนทนาที่ผู้ชมอาจไม่รู้มาไว้ให้บนจอด้วย เสริมความรู้ไปด้วยในตัว เหมือนนั่งดูรายการ Top Chef Thailand แล้วได้ยินคำว่า ‘พิวเร’ หรือ ‘ซูวีด์’ นั่นแหละ
ส่วนฟีดแบ็กในโลกออนไลน์เองก็น่าสนใจ เพราะแฮชแท้ก #รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ติดอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ในประเทศไทย และอันดับ 3 ของ Worldwide Trends ในขณะที่กำลังออกอากาศอยู่ โดยรวมแล้วค่อนข้างมีกระแสออกมาทางบวก แต่เราก็ต้องรอดูกระแสในระยะยาวอีกที
อ๋อ เพลง Love Message ของบัวชมพู ฟอร์ด คือหนึ่งความดีงามของละครเรื่องนี้นะ!
ชม รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ย้อนหลังได้ทาง LINE TV
ภาพ: LINE TV
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post ถ้าความคิดถึงมันฆ่าคนได้? เปิดตัวรวดเร็วฉับไวกับ ‘รักฉุดใจนายฉุกเฉิน’ EP.1 appeared first on THE STANDARD.
]]>
มาร์ช จุฑาวุฒิ คือพระเอกหนุ่มที่ชื่นชอบการแข่งขันมาตั้ง […]
The post มาร์ช จุฑาวุฒิ vs อาย กมลเนตร แข่งจริงนอกสังเวียน ใครแพ้ ใครชนะ เดี๋ยวรู้กัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
มาร์ช จุฑาวุฒิ คือพระเอกหนุ่มที่ชื่นชอบการแข่งขันมาตั้งแต่เด็กจนโต ส่วน อาย กมลเนตร คือนางเอกสาวผู้ไม่ชอบการแข่งขันใดๆ เลย! นอกจากสนุกกับแอปฯ เกม ‘Chayen ใบ้คำ’ THE STANDARD POP ชวนฟังบทสนทนาแบบบลัฟฟ์กันเบาๆ แข่งขัน ‘เป่ายิงฉุบ’ กันเพลินๆ อุ่นเครื่องดูซีรีส์ ‘สู้ตาย!! นายกระจับ’ ทุกวันพฤหัสบดี 2 ทุ่ม ทาง LINE TV
The post มาร์ช จุฑาวุฒิ vs อาย กมลเนตร แข่งจริงนอกสังเวียน ใครแพ้ ใครชนะ เดี๋ยวรู้กัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
Great Men Academy สุภาพบุรุษสุดที่เลิฟ ซีรีส์เรื่องใหม่ […]
The post เก็บภาพเบื้องหลังแฟชั่นวิดีโอ Great Men Academy สุภาพบุรุษสุดที่เลิฟ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Great Men Academy สุภาพบุรุษสุดที่เลิฟ ซีรีส์เรื่องใหม่กรุ่นกลิ่นโรแมนติก-แฟนตาซีที่กำลังจะออกอากาศตอนแรกทาง LINE TV คืนนี้ เวลา 20.00 น. THE STANDARD POP ไม่พลาดที่จะชวน 4 นักแสดงหนุ่มมานั่งคุยถึงคาแรกเตอร์ล่าสุด และนี่คือภาพถ่ายที่เราเลือกมาให้ชมเป็นการอุ่นเครื่อง ก่อนที่แฟชั่นเซตวิดีโอพร้อมบทสัมภาษณ์น่ารักๆ จะถูกปล่อยตามออกมาในเร็ววันนี้!





ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต
รับบท เวียร์ นักเรียนตัวท็อปสุดหล่อและแสนเพอร์เฟกต์ประจำโรงเรียน





เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ
รับบท เลิฟ สาวน้อยในร่างผู้ชาย นักเรียนคนใหม่แห่ง Great Men Academy






เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม
รับบท แตงโม คู่หูสายชิลของเพื่อนตัวท็อปที่ความจริงตัวเขาเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์





กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง
รับบท ฌอน หนุ่มหน้าสวย ช่างสังเกต และเซนส์แรง เขาเป็นคนแรกที่เห็นความไม่ปกติของเลิฟนับแต่ก้าวเข้ามาใน Great Men Academy
Style: ฐิติกาญจน์ กาญจนภักดี
ขอบคุณเสื้อผ้าจาก Leisure Projects และ Q Design And Play
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post เก็บภาพเบื้องหลังแฟชั่นวิดีโอ Great Men Academy สุภาพบุรุษสุดที่เลิฟ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ข่าวดีสำหรับแฟนตัวยงของเจ้าหนุ่มหมวกฟางผู้ฝันอยากจะเป็น […]
The post LINE TV และ Cartoon Club เพิ่มผลงานใหม่-เก่า ลดช่องว่างจากญี่ปุ่น ให้เลือกซับไตเติล เอาใจคอการ์ตูนในปี 2019 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ข่าวดีสำหรับแฟนตัวยงของเจ้าหนุ่มหมวกฟางผู้ฝันอยากจะเป็นราชาโจรสลัดจาก One Piece, นินจาสุดห่วยที่มีความฝันอยากเป็นโฮคาเงะจาก นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ, คุณครูตัวจิ๋วจอมโหด ผู้ปลุกปั้นหัวหน้าแก๊งมาเฟียรุ่นใหม่จาก Reborn ฯลฯ ที่ต่อไปเราจะได้ติดตามการ์ตูนชื่อดังจำนวนมากได้อย่างถูกต้อง ผ่านการร่วมมือกันระหว่าง LINE TV และ Cartoon Club โดยไม่ต้องง้อเว็บเถื่อนละเมิดลิขสิทธิ์อีกต่อไป
คอนเทนต์การ์ตูนแอนิเมชันจาก Cartoon Club นับว่าเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญสำหรับแพลตฟอร์ม LINE TV โดยเฉพาะในปี 2018 ที่มียอดผู้เข้าชมมากถึง 114 ล้านวิว เพิ่มขึ้น 2 เท่า จากปี 2017 ที่มีเพียงแค่ 53 ล้านวิวเท่านั้น
ทำให้ทาง LINE TV และ Cartoon Club มองเห็นความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาคอนเทนต์การ์ตูนแอนิเมชันให้ตอบโจทย์แฟนๆ ชาวไทยมากขึ้นไปอีก ด้วยการนำเข้าการ์ตูนระดับตำนานอย่าง ดราก้อนบอล, เซเลอร์มูน, ชินจัง, เซนต์เซย่า มาให้แฟนๆ ได้ชมอย่างจุใจ
อีกทั้งยังมีแผนจะลดช่องว่างความห่างของการ์ตูนที่ยังไม่ฉายจบ ซึ่งตามปกติประเทศไทยจะออกอากาศช้ากว่าญี่ปุ่นประมาณ 100 ตอน ให้ลดน้อยลงเรื่อยๆ และถ้าฟีดแบ็กจากคนดูมีมากขึ้น ก็เป็นไปได้ว่าเราอาจจะได้ดูแอนิเมชันตอนใหม่ๆ ในเวลาใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่นในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งความน่าสนใจคือ ตอนนี้การ์ตูนที่ฉายทาง LINE TV จะมีแค่ระบบพากย์เสียงภาษาไทย ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายคนเลือกที่จะไม่ดูแอนิเมชันทางนี้ไปเลย แต่ LINE TV ได้เตรียมแผนที่จะเพิ่มแอนิเมชันเรื่องใหม่ๆ ที่ใช้เสียงพากย์ภาษาญี่ปุ่นแบบต้นฉบับให้ได้ชมกันในเร็วๆ นี้
พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล
The post LINE TV และ Cartoon Club เพิ่มผลงานใหม่-เก่า ลดช่องว่างจากญี่ปุ่น ให้เลือกซับไตเติล เอาใจคอการ์ตูนในปี 2019 appeared first on THE STANDARD.
]]>