Lifestyle Banking Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/lifestyle-banking/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 15 May 2023 01:04:44 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 LINE เผย Business Connect เนื้อหอมโต 5 เท่า ตอกย้ำพลังแพลตฟอร์ม กลุ่มธนาคารกรูใช้งาน https://thestandard.co/line-business-connect/ https://thestandard.co/line-business-connect/#respond Thu, 03 May 2018 17:48:51 +0000 https://thestandard.co/?p=88239

LINE ดัน Business Connect รุกตลาดดิจิทัล เติบโต 5 เท่าจ […]

The post LINE เผย Business Connect เนื้อหอมโต 5 เท่า ตอกย้ำพลังแพลตฟอร์ม กลุ่มธนาคารกรูใช้งาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

LINE ดัน Business Connect รุกตลาดดิจิทัล เติบโต 5 เท่าจากต้นปี 2560 กลุ่มแบงก์กรูใช้งาน ยกไทยพาณิชย์เป็นต้นแบบแอ็กเคานต์

 

นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและสื่อโฆษณา LINE ประเทศไทยให้ข้อมูลว่า LINE ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการใช้สื่อสารการตลาดขององค์กรต่างๆ เพราะเป็นที่นิยมของคนไทย ซึ่งโซลูชัน Business Connect เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปี 2560 กลับได้รับความนิยมแบบก้าวกระโดด

 

สัดส่วนการใช้งานปัจจุบันโตจากช่วงเริ่มต้นถึง 5 เท่าตัว คิดเป็นสัดส่วนลูกค้า 34% ของลูกค้าทั้งหมดที่ใช้บริการนี้ โดยกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้งาน Business Soluion มากที่สุดคือกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินที่คาดว่าจะเติบโต 75% ในปีนี้ รองลงมาคือกลุ่มโทรคมนาคมและกลุ่มร้านอาหาร ซึ่งแบรนด์ที่มีผลตอบรับดีที่สุด ซึ่งวัดจากสัดส่วนการบล็อกไลน์แอ็กเคานต์ (Block Rate) คือ SCB Connect ของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งปกติค่าเฉลี่ยของ Block Rate จะเป็น 70% ขณะที่ SCB Connect อยู่ที่ 15% เท่านั้น

 

 

ธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันธนาคารมีช่องทางติดต่อและให้บริการกับลูกค้าทั้ง SCB Easy ซึ่งมีผู้ใช้งาน 6.7 ล้านคน ไลน์แอ็กเคานต์ของ SCB มีผู้ที่เป็นเพื่อน 33 ล้านคน เพจของ SCB มีผู้ติดตาม 3.5 ล้านคน ซึ่งการเพิ่มส่วนของ LINE Business Connect เข้ามาโดยใช้ชื่อ SCB Connect ถือว่าผลตอบรับค่อนข้างดี หลังจากที่เปิดตัวมา 6 เดือนพบว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน 2.2 ล้านคนแล้ว ด้วยอัตราผู้ใช้งานใหม่ถึงวันละ 2.2 หมื่นคน และคาดว่าทั้ง SCB Easy และ SCB Connect จะมียอดผู้ใช้งานทะลุ 10 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งยังตรงกับกลยุทธ์สำคัญของไทยพาณิชย์การยกระดับแพลตฟอร์มขึ้นมาเป็น Lifestyle Banking และทำให้ผู้บริโภคเลือกไทยพาณิชย์เป็น ‘Main Operating Account’ ให้ได้

 

จุดขายสำคัญคือ การแทนที่ระบบส่งข้อความเดิม (SMS) เป็นการแจ้งความเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝาก บัตรเครดิตผ่านทางไลน์แทน ซึ่งไม่มีขั้นต่ำและบอกทุกรายการ สิ่งที่สำคัญคือใช้บริการฟรี โดยธนาคารไทยพาณิชย์มองว่า SCB Connect จะเป็นก้าวแรกสำหรับผู้บริโภคเพื่อสัมผัสกับบริการที่แตกต่างไปจากรูปแบบดั้งเดิม ก่อนที่จะนำไปสู่การใช้บริการ SCB Easy ในที่สุด ซึ่งถัดไปจะพัฒนาให้ SCB Connect แจ้งเตือนข้อมูลด้านสินเชื่อรวมถึงการสร้างบาร์โค้ดเพื่อชำระเงินได้เองด้วย

 

ประเด็นนี้ตอกย้ำเรื่องของ Platform Economy เป็นอย่างดี และฐานข้อมูลคือสินทรัพย์ที่มีค่ามากที่สุดในยุค 4.0 ซึ่งแม้ปัจจุบันรายได้หลักของ LINE ยังมาจาก LINE TV, LINE Official Account และสติกเกอร์ แต่ LINE ก็ตั้งความหวังกับ Business Connect นี้พอสมควร ขณะนี้ก็มีโปรเจกต์ที่ร่วมพัฒนากับภาครัฐด้วย จึงต้องรอดูความเคลื่อนไหวของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่นี้ทุกฝีก้าว

 

อ้างอิง:

  • LINE ประเทศไทย
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

The post LINE เผย Business Connect เนื้อหอมโต 5 เท่า ตอกย้ำพลังแพลตฟอร์ม กลุ่มธนาคารกรูใช้งาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/line-business-connect/feed/ 0
ธนา เธียรอัจฉริยะ คนธรรมดาๆ ที่คิดจะตีลังกากลับหัว https://thestandard.co/thana-thienachariya/ https://thestandard.co/thana-thienachariya/#respond Wed, 04 Apr 2018 12:05:26 +0000 https://thestandard.co/?p=82190

“ผมก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่เรียนรู้จากความล้มเหลว” &nbsp […]

The post ธนา เธียรอัจฉริยะ คนธรรมดาๆ ที่คิดจะตีลังกากลับหัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

“ผมก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่เรียนรู้จากความล้มเหลว”

 

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่แบงก์ยักษ์ใหญ่อายุเยอะอย่างธนาคารไทยพาณิชย์จะก้าวจากจุดเดิมสู่บริบทใหม่ของการบริการทางการเงิน นอกจากบอร์ดบริหารและซีอีโอที่ใจถึงแล้ว แม่ทัพด้านการตลาดอย่าง ธนา เธียรอัจฉริยะ ถือเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่เป็นกลจักรสำคัญของประวัติศาสตร์หน้าใหม่นี้

 

ศึกใหญ่ในสายตาของธนาตอนนี้ไม่ใช่การแข่งขันกับแบงก์ด้วยกันเอง แต่เป็นการรุกคืบเข้ามาของแพลตฟอร์มจากโลกเทคโนโลยี เขาเรียนรู้อะไรจากโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ความสำเร็จเดิมๆ สมัยสร้างแบรนด์ Happy เป็นอุปสรรคต่อการทำสิ่งใหม่ของเขาหรือไม่ สำนักข่าว THE STANDARD ได้คำตอบที่น่าสนใจทีเดียว

 

 

ไม่ยึดติดกับกับความสำเร็จในอดีต และเรียนรู้จากความล้มเหลว

“ผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นเทพการตลาดอะไรทั้งนั้น ผมเองก็เคยล้มเหลวตอนอยู่แมคยีนส์ ผมก็ทำอะไรไม่รอดด้วยที่แกรมมี่ มันก็มีช่วงที่ไม่สำเร็จ ความผิดพลาดคือประสบการณ์ ในอนาคตเราจะตัดสินใจดีขึ้นเพราะเรามีประสบการณ์ ถ้าเราไม่ผิด เราไม่มีประสบการณ์หรอก ผมผิดบ่อยเพราะผมกล้าที่จะผิด”

 

ธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ พูดถึงความสำเร็จที่ผู้คนจดจำได้เมื่อครั้งยังเป็นผู้บริหารที่ DTAC เนรมิตแบรนด์ Happy ให้เกิดและกลายเป็นตัวอย่างคลาสสิกทางการตลาด ธนาเน้นย้ำว่าเรื่องสมัย Happy นั้นจบไปนานแล้ว สิ่งที่เขาภาคภูมิใจตอนนี้คือการทำคอร์ส ABC และงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์มากกว่า

 

เขาเปรียบตัวเองเหมือนผู้กำกับภาพยนตร์ ถ้าสร้างหนังให้ดังได้สักเรื่อง บางคนอาจจะยึดติดกับความสำเร็จที่มีและไม่กล้าทำเรื่องอื่นต่อ เพราะกลัวจะล้มเหลว ก็จะมีหนังดีๆ เพียงเรื่องเดียวให้คนดูเท่านั้น ธนายอมรับว่าตัวเองก็เคยทำหนัง ‘แป้ก’ มา 2-3 เรื่อง ซึ่งน่าจะหมายถึงองค์กรที่เคยร่วมงานมาก่อนหน้านี้ แต่เขาก็ยังกลับมาทำหนังที่ประสบความสำเร็จได้อีกที่ธนาคารไทยพาณิชย์

 

“ถ้าผมหยุดตอนนี้ ผมก็จะไม่ได้ทำหนังสนุกๆ ต่อไป”

 

แม้ภาพของแบงก์ใหญ่แห่งรัชโยธินจะเปลี่ยนไปมากและรวดเร็วจนทำให้ทุกคนหันมาจับตามองการแข่งขันที่ร้อนแรงของวงการธนาคาร แต่ธนาเชื่อว่า อาทิตย์ นันทวิทยา ซีอีโอของไทยพาณิชย์ ยังไม่พอใจกับจุดที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากทีมบริหารคาดหวังการเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนผ่านในระดับที่สูง แม้ช่วงที่ผ่านมาธนาประเมินว่าทำได้ดีมากแล้ว แต่ยังถือว่าห่างไกลจากความคาดหวังอยู่พอสมควร

 

“มองจากข้างนอก คนจะพูดว่าเราเปลี่ยนเยอะมาก แต่เรายังทำบนแพลตฟอร์มเดิมๆ องค์กรยังไม่ได้เปลี่ยนอย่างรุนแรง เรายังไม่ใกล้ความเป็น Tech Company เหมือนอย่าง Alibaba หรือ Google เลย ต้องเข้าใกล้ให้มากขึ้นกว่านี้ทั้งวิธีคิด วัฒนธรรมองค์กร และเทคโนโลยี ตอนนี้เรายังเป็นแบงก์ปกติ อาจจะทำได้เร็วขึ้น ลูกเล่นมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นแบงก์เหมือนเดิมอยู่ดี”

 

ค่อนข้างชัดเจนสำหรับเป้าหมายใหญ่ของธนาคารไทยพาณิชย์ที่คิดจะเติบโตให้ไกลกว่าขอบเขตของการเป็นธนาคาร ธนามองว่าขณะนี้ผู้คนทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลาอยู่แล้ว เมื่อเทียบกับการเดินทางมาที่ธนาคารแล้วต้องเจอกับคิวยาวเหยียด กระบวนการด้านเอกสารที่ช้า ผู้บริโภคจึงมองหาช่องทางที่ถูก เร็ว และดี ซึ่งเขามองว่านี่จะเป็นลักษณะสำคัญของกระบวนการของธนาคาร (Banking) ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นทุกที่ ยกเว้นที่ตัวธนาคารเอง

 

“เมื่อก่อนแบงก์ผูกขาดความเชื่อ เดี๋ยวนี้ในต่างประเทศ พวกแพลตฟอร์มกลับได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่าแบงก์เสียอีก แต่คนไทยเรายังเชื่อแบงก์มากกว่า”

 

ธนาให้ข้อมูลว่ารายได้หลักของธนาคารพาณิชย์คือการปล่อยกู้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 70% ขณะที่รายได้จากค่าธรรมเนียมจะหายไปในอนาคต ปัจจุบันผู้เล่นหน้าใหม่ที่มาจากอุตสาหกรรมอื่นให้บริการทางการเงินในต้นทุนที่ต่ำมาก เพราะต้องการสร้างประสบการณ์และทำให้ลูกค้าติดใจ (Customer Engagement) แบงก์จึงต้องปรับตัว มองข้ามเรื่องค่าธรรมเนียมและหาโอกาสทางธุรกิจใหม่

 

“เรื่องเงินกู้ ใครๆ ก็อยากจะเข้ามาปล่อยกู้ ทุกวันนี้เราอยู่ได้เพราะแบงก์ชาติปกป้องเราอยู่ ถ้าปลดล็อกแล้ว คนอื่นจะมาทำแบบเราพรุ่งนี้เลยก็ได้ เราไม่รู้ว่าเงื่อนไขแบบทุกวันนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน ถ้าเราไม่สามารถปล่อยกู้รูปแบบใหม่ที่เป็น Information Based Lending ได้ เราก็จะเหนื่อย เพราะคนอื่นทำได้ แต่เราทำไม่ได้ ทุกคนอยากเข้ามาทำธุรกิจประกันภัยกับธนาคาร เพราะว่ากำไรดี เชื่องช้า แถมยังชกง่ายด้วย”

 

 

ไม่ใช่แค่ธุรกรรม แต่เป็น Emotional Transaction

ธนาเชื่อว่า Lifestyle Banking และ Mobile Banking คือแพลตฟอร์มสำคัญซึ่งต้องสร้างฐานผู้ใช้งานให้มากพอ ปัจจุบัน SCB Easy App มีผู้ใช้งาน 6.5 ล้านราย ซึ่งไทยพาณิชย์ตั้งเป้าจะขยายให้ถึง 10 ล้านรายโดยเร็ว ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาระบบเพื่อรองรับธุรกรรมและการใช้งานที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดด้วย

 

สิ่งที่บรรดาธนาคารต้องเร่งทำคือการสร้างความสัมพันธ์และความผูกพันกับลูกค้าให้ได้ เพราะขณะนี้แพลตฟอร์มอื่นสามารถทำได้เป็นอย่างดี เพราะผู้ใช้งานชื่นชอบ ธนาชูประเด็นเรื่อง Emotional Transaction ตัวอย่างที่ดีคือบริการกดเงินโดยไม่ใช้บัตร หรือการรับบริจาคเพื่อกิจกรรมการกุศล ซึ่งจะให้คุณค่าทางอารมณ์ (Emotional Value) แตกต่างจากการทำธุรกรรมเดิมๆ นอกจากนี้การจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อต่อยอดบริการใหม่และสร้างประสบการณ์ที่ดีบน Touchpoint ของธนาคารก็เป็นเรื่องจำเป็นด้วย

 

“ผมว่าพออยู่ตัวแล้วสำหรับ Mobile Banking เรากับคู่แข่งจะมีฐานลูกค้าใกล้กัน แต่จะทิ้งห่างเบอร์ 3 เยอะหน่อย การมีคู่แข่งเก่งเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้เราฉลาดขึ้น พยายามมากขึ้น และในที่สุดผมเชื่อว่าเราจะโตด้วยกันทั้งคู่ ตอนนี้เราเป็นรองอยู่ ยิ่งเป็นรองเราก็ยิ่งสนุก เพราะว่าเรามีคนให้วิ่งตามไง เราจะเร่งเครื่องไปได้อีก ผมเชื่อว่าสุดท้ายเราจะจบเท่ากัน”

 

ธนาเห็นด้วยเรื่องการขยายบริการผ่านตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) ที่เป็นข่าวครึกโครมก่อนหน้านี้ เพราะจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น ร้านสะดวกซื้อรับทำธุรกรรมอาจไม่ใช่เรื่องที่ต้องห่วงเท่ากับบรรดาแพลตฟอร์มต่างๆ พากันร่วมมือและทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ

 

“เรื่อง AIS จับมือ Rabbit LINE Pay นี่ก็คู่แข่งเรานะ AIS มีลูกค้าในระบบตั้ง 40 ล้านคน Rabbit มีเครือข่ายคนใช้รถไฟฟ้าทั้งเส้น LINE มีคนใช้งานกว่า 40 ล้านคน ถ้าผมไม่กังวลเรื่องนี้แล้วผมจะไปคิดถึงใคร วันข้างหน้าถ้าไปฝากเงินไว้ที่ AIS เขาอาจจะให้ดอกเบี้ยไม่ได้ แต่เขาอาจจะให้ค่าโทรหรืออย่างอื่น มันทำได้หมด ทุกคนเป็นอะไรที่คล้ายแบงก์ได้ ดังนั้นเราต้องคิดและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องสนุก เป็นการแข่งขันที่ผู้บริโภคได้ประโยชน์”

 

ความคิดสร้างสรรค์ การให้พื้นที่ และความสุขที่มีความหมาย

“ผมยังเชื่อในการให้พื้นที่ในการคิด ผมเองก็ให้อิสระกับทีม เพราะความคิดสร้างสรรค์มันต้องอาศัยความเป็นอิสระ ผมคุยกับ พี่จิก-ประภาส ชลศรานนท์ (ผู้บริหาร Workpoint) เขาบอกว่าไอเดียดีๆ ทั้งหลายไม่ได้เกิดในห้องประชุมนะ แต่เป็นที่ร้านสุกี้ เพราะว่ามันอิสระ ไม่มีเจ้านายลูกน้อง ได้คุยกันจริงๆ เราเป็นผู้บริหาร เราค่อยเอากรอบมาจับไอเดียเองว่าไอเดียพวกนั้นเหมาะกับช่วงเวลาไหน”

 

สำนักข่าว THE STANDARD ถามธนาว่า ปี 2020 ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านองค์กรครั้งใหญ่ได้สำเร็จแล้ว เขาจะยังทำงานให้แบงก์ยักษ์ใหญ่แห่งนี้หรือไม่ และจะไปอยู่ที่จุดไหนของการเปลี่ยนแปลง ธนาให้คำตอบว่าตนเองมองการทำงานแต่ละที่เหมือนการทำโครงการหรือโปรเจกต์เฉพาะกิจ เพราะทำแล้วจบ มีจุดสิ้นสุด ดังนั้นจะทำงานอย่างเต็มที่และไม่รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้พยายาม เช่นเดียวกันกับบทบาทของเขาซึ่งจะทบทวนตนเองทุกปีและพูดคุยกับซีอีโอ ถ้ายังสนุก เขาก็จะก้าวต่อไป

 

ธนาเชื่อว่าคนทุกคนต้องมีเป้าหมายในชีวิต และเรื่องเงินอาจจะไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด การตั้งคำถามว่าสิ่งที่เราทำอยู่เป็นประโยชน์กับโลกใบนี้หรือไม่อาจเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า

 

“ผมเคยทำอะไรที่สบายๆ ได้เงิน แต่ไม่มีความหมายกับชีวิต ผมยังไม่มีความสุขเลย ผมว่ามันไม่ได้อยู่ที่เงินแต่อยู่ที่ meaning ว่าเราทำแล้วมีประโยชน์ต่อคนหรือเปล่า มีงานออกมาแล้วเรายอมรับตัวเองได้ไหมว่าเรามีประโยชน์ สำคัญที่มีประโยชน์นี่ล่ะ”

 

นี่คือบางส่วนของความคิดจากผู้ที่เรียกตนเองว่า Introvert ถนัดซ้ายที่ไม่ชอบเป็นข่าวและปรารถนาการอยู่หลังฉาก ซึ่งแตกต่างจากสถานะที่เขาเป็นอยู่โดยสิ้นเชิง

 

เรื่องราวของคนธรรมดาๆ ที่ตีลังกากลับหัวอย่าง Happy

The post ธนา เธียรอัจฉริยะ คนธรรมดาๆ ที่คิดจะตีลังกากลับหัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thana-thienachariya/feed/ 0
ไม่ต้องพกเงินอีกต่อไป! มาทำความรู้จักแอปฯ SCB EASY โฉมใหม่ที่จะ ‘เป็นทุกอย่าง’ ให้ชีวิตอิสระขึ้น https://thestandard.co/scbeasy-application/ https://thestandard.co/scbeasy-application/#respond Wed, 30 Aug 2017 10:25:36 +0000 https://thestandard.co/?p=22211

     “แกออกเงินให้ก่อนได้ไหม เดี๋ยวชั้นโ […]

The post ไม่ต้องพกเงินอีกต่อไป! มาทำความรู้จักแอปฯ SCB EASY โฉมใหม่ที่จะ ‘เป็นทุกอย่าง’ ให้ชีวิตอิสระขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

     “แกออกเงินให้ก่อนได้ไหม เดี๋ยวชั้นโอนคืนให้เลย”

     เชื่อว่าคน Gen Y ไม่น้อยน่าจะเคยได้ยินประโยคนี้จากเพื่อน หรือกระทั่งเป็นคนพูดประโยคนี้ด้วยตัวเอง ในยามที่เห็นบิลค่าอาหารเย็นที่ชวนกันไปกินจัดเต็มหลังเลิกงาน หรือยามรีบคลิกจองตั๋วคอนเสิร์ตศิลปินดังกันเป็นหมู่คณะ เรียกได้ว่าตอนนี้เราหยิบโทรศัพท์มือถือโอนเงินบ่อยกว่าจับแบงก์จริงๆ เสียอีก

     ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่นำพาให้การจับจ่ายใช้สอยต่างๆ สะดวกขึ้นมาก จนเราแทบไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าในกระเป๋าจะมีเงินเท่าไหร่ พกบัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม และบัตรสะสมแต้มมาครบทุกใบหรือไม่ เพราะแค่สไลด์ปลายนิ้วบนหน้าจอโทรศัพท์ไม่กี่ที เราก็สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะโอนเงิน สะสมแต้ม ช้อปปิ้ง จองตั๋วคอนเสิร์ต เครื่องบิน โรงแรม ไปจนถึงการขอคืนภาษีผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay)

     ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Payment กำลังทำให้สังคมไทยค่อยๆ กลายเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ลดความเสี่ยงในการพกเงินสดติดตัวครั้งละมากๆ และเพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มีการคาดการณ์ว่า การทำธุรกรรมบนโทรศัพท์มือถือจะได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยเชื่อว่าระหว่างปี 2015-2020 จะมีสัดส่วนการเติบโตมากขึ้นถึง 80% ต่อปี ซึ่งสถาบันการเงินหลายแห่งต่างเตรียมพร้อมรับมือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

     ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ได้พัฒนา SCB EASY แอปพลิเคชันที่จะ ‘เป็นทุกอย่าง’ เพื่อคุณ โดยก้าวข้ามการเป็น Mobile Banking ไปสู่ Lifestyle Banking เชื่อมต่อทั้งธุรกรรมและไลฟ์สไตล์ครบในแอปฯ เดียว ด้วยฟีเจอร์หลัก 3 อย่างที่คิดมาแล้วว่าครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่

 

 

     1. สำหรับคนขี้ลืม ใช้ชีวิตง่ายขึ้นแค่มี Cardless ATM

         ต่อให้ไม่มีเงินสด แถมลืมบัตรเอทีเอ็มไว้ที่บ้านก็ไม่ใช่ปัญหา แค่พกโทรศัพท์มือถือมาก็ทำแทนได้ทุกอย่าง เริ่มจากเข้าแอปฯ แล้วมองหาไอคอนตัว ‘B’ บริเวณด้านล่าง เลือก ‘Cardless ATM’ เพื่อกดเงินสดโดยไม่ใช้บัตรใดๆ แล้วกรอกข้อมูลตามขั้นตอน ไม่นานก็จะได้รหัสสำหรับรับเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม SCB ที่ใกล้ที่สุด

 

 

     2. สำหรับคนชอบของฟรี ต้องมี EASY Bonus

      จริงอยู่ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ แต่รู้ไว้ก็ดีว่า SCB EASY Bonus แค่ใช้ก็คุ้ม เพียงเปิดแอปฯ แล้วคลิกไปที่ ‘EASY Bonus’ ก็จะได้พบกับสิทธิพิเศษ ส่วนลด และของรางวัลมากมายจากพันธมิตรชั้นนำ เช่น บัตรชมภาพยนตร์ อินเทอร์เน็ต อาหารว่าง ฯลฯ

 

 

     3. สำหรับคนขี้กังวล ลดความไม่สบายใจได้ด้วย EASY App Protection

     ไม่ต้องห่วงว่าจะมีมือที่สามแอบมาแฮ็กข้อมูลส่วนตัวไปใช้งาน หรือข้อมูลโดนขโมยเมื่อทำโทรศัพท์หาย เพราะ ‘EASY App Protection’ จะดูแลคุ้มครองลูกค้าที่ได้รับความเสียหายจากการทำธุรกรรมผ่านแอพ SCB EASY ด้วยวงเงินสูงสุดถึง 100,000 บาทต่อครั้ง

 

     ยังไม่นับการที่เราสามารถใช้มือถือสแกน QR เพื่อจ่ายเงินให้กับมอเตอร์ไซค์รับจ้างและร้านค้ามากมายได้โดยตรงแบบไม่ต้องควักเงินสด เหมือนที่เราเห็นกรณี Alipay ทำได้สำเร็จในตลาดเมืองจีนมาแล้ว

     นอกจากนี้ SCB EASY ยังอัพเดตฟังก์ชันน่าสนใจไว้อีกเพียบ ลองดาวน์โหลดมาใช้งานกันได้แล้ววันนี้ ทั้งระบบ Android และ iOS 

 

The post ไม่ต้องพกเงินอีกต่อไป! มาทำความรู้จักแอปฯ SCB EASY โฉมใหม่ที่จะ ‘เป็นทุกอย่าง’ ให้ชีวิตอิสระขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/scbeasy-application/feed/ 0
เมื่อ ‘กสิกรไทย-ไทยพาณิชย์’ ขยับสู่ดิจิทัล จับตาการปรับตัวครั้งใหญ่ของธนาคารไทยยุค 4.0 https://thestandard.co/digital-bank-kbank-scb/ https://thestandard.co/digital-bank-kbank-scb/#respond Mon, 21 Aug 2017 15:29:47 +0000 https://thestandard.co/?p=21593

     นักท่องเที่ยวจีนออกท่องโลกพร้อมกับม […]

The post เมื่อ ‘กสิกรไทย-ไทยพาณิชย์’ ขยับสู่ดิจิทัล จับตาการปรับตัวครั้งใหญ่ของธนาคารไทยยุค 4.0 appeared first on THE STANDARD.

]]>

     นักท่องเที่ยวจีนออกท่องโลกพร้อมกับมือถือที่รองรับการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันได้ทุกที่

     ราคาสกุลเงินดิจิทัลบิตคอยน์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 4,000 เหรียญสหรัฐ

     ธนาคารกลางในสิงคโปร์ ผนึกกำลังกับตลาดหลักทรัพย์ และ 8 ธนาคารชั้นนำ ทดลองโปรเจกต์นำร่อง ใช้บล็อกเชนในระบบการชำระเงินข้ามธนาคาร

     ประชาชนส่วนใหญ่ในเบลเยียม ฝรั่งเศส และแคนาดา แทบจะไม่ใช้เงินสดกันเลย

     นี่คือภาพรวมกว้างๆ ที่สะท้อนให้เห็นว่าภูมิทัศน์ของโลกการเงินกำลังเปลี่ยนไปทุกวินาทีด้วยพลังของเทคโนโลยี

     ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ช่วงต้นปี ธนาคารพาณิชย์ทยอยปิดสาขาไป 36 แห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคกลาง สวนทางกับกระแสธุรกิจฟินเทคที่มาแรงและลดบทบาทความสำคัญของตัวกลางอย่างธนาคารลงไปทีละน้อย ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยว่า ธนาคารกสิกรไทย ปิดสาขามากที่สุด 17 แห่ง รองลงมาคือ ธนาคารธนชาต 16 แห่ง ธนาคารกรุงไทย และธนาคารทหารไทย อย่างละ 3 แห่ง

     การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าธนาคารยังจำเป็นอยู่หรือไม่ เราจึงได้เห็นธนาคารทุกสีแข่งกันปรับตัวอย่างดุเดือดในปีนี้ เช่น ลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ จัดตั้งกองทุนหนุนสตาร์ทอัพ แม้แต่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยยังเคยแถลงว่า ฟินเทคจะนำมาซึ่งโอกาสและความท้าทายใหม่ สู่ระบบเศรษฐกิจไทย (อ่านต่อได้ที่นี่)

     วันที่ 21 ส.ค. สองธนาคารชั้นนำของไทยเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่พร้อมกัน กสิกรไทย เปิดตัวแอปฯ K PLUS SHOP บริการชำระเงินบนมือถือด้วย QR Code สำหรับกลุ่มร้านค้า ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยโฉมใหม่ของแอปฯ SCB EASY ที่มีฟีเจอร์เด็ดๆ อย่าง Cardless ATM ให้ผู้ใช้นำรหัสพินไปเบิกถอนเงินสดได้เลยโดยไม่ต้องพึ่งบัตรเดบิต/เอทีเอ็มอีกต่อไป พร้อมมุ่งสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

     นอกจากจะเปิดศึกช่วงชิงพื้นที่สื่อกันอย่างเข้มข้นแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขยับตัวของสองเจ้านี้บอกให้เรารู้ว่า อนาคตใหม่อยู่ใกล้กว่าที่คิด

Photo: www.kasikornbank.com

 

KBANK ตอกย้ำเบอร์หนึ่งของ Digital Banking ผุดแอปฯ ใหม่ เจาะกลุ่มร้านค้ารายย่อย-ใหญ่

     กสิกรไทย ถือเป็นธนาคารแรกในไทยที่บุกเบิกพัฒนา Mobile Banking ให้คนไทยได้ใช้บริการโอน-ชำระเงิน และทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านแอปฯ K-Mobile Banking Plus จนคุ้นเคยกับการใช้บริการ ‘ธนาคารบนมือถือ’ กันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ล่าสุด กสิกรไทยได้นำเทคโนโลยี QR Code มาต่อยอดในระบบการชำระเงินผ่านแอปฯ ใหม่ K PLUS SHOP หวังช่วยเพิ่มโอกาสให้ร้านค้าขายคล่อง คนซื้อจ่ายสะดวก ตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน โดยมุ่งเจาะกลุ่มร้านค้าขนาดย่อม 3 กลุ่มที่มียอดการรับโอนเงินไม่เกิน 50,000 บาท คือ

  1. ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
  2. ร้านสินค้าแฟชั่น
  3. การเดินทางในชีวิตประจำวัน เช่น กลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

     ที่น่าสนใจคือ ทางกสิกรไทยจะประเดิมใช้ก่อนในพื้นที่ 3 โซนหลัก คือ สยามสแควร์ จตุจักร และเดอะแพลทินัม แฟชั่นมอลล์ ประตูน้ำ กว่า 10,000 จุด ซึ่งล้วนเป็นย่านการค้าสุดคึกคักและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก่อนจะขยายทั่วประเทศในสิ้นปีนี้ พร้อมกับตั้งเป้าว่าจะมีร้านค้ารับชำระกว่า 200,000 ร้านค้า และมูลค่าธุรกรรมปีนี้อยู่ที่ 800 ล้านบาท

     นั่นหมายความว่า ต่อไปนี้เราจะสามารถซื้อของตามร้านขายของชำ ร้านอาหารตามสั่ง ร้านค้าขนาดใหญ่ หรือเรียกวินมอเตอร์ไซค์โดยไม่ต้องพกเงินสดสักบาท แถมยังตัดปัญหากรณีลืมพกหรือทำกระเป๋าสตางค์หายไปได้อีกด้วย!

     นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ชี้ว่า K PLUS SHOP เป็นแอปฯ แรกที่รองรับการจ่ายเงินด้วย QR Code มีจุดเด่นคือ ขั้นตอนการใช้งานที่ง่ายและสะดวกสำหรับคนขายและคนซื้อ โดยใช้บัญชีของธนาคารในการสมัครเท่านั้น ไม่มีค่าธรรมเนียมการสมัคร หรือรับชำระเงินผ่าน K PLUS SHOP แต่อย่างใด

  • ฝ่ายคนขาย: ช่วยแก้ปัญหาการบริหารจัดการเงินสด เช่น ไม่มีเงินทอนให้กับลูกค้า เงินเข้าบัญชีได้ทันที พร้อมมีการแจ้งยอดรายการ โดยสรุปยอดขายได้ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน
  • ฝ่ายลูกค้า: ยิง QR Code เพื่อชำระเงินได้ทันที ตามสโลแกน ‘ยิงปิ๊บ จ่ายปั๊บ’ แถมจะใช้ Mobile Banking ของเจ้าไหน สแกน QR Code ก็ได้  

     นอกจากนี้ยังเผยว่า ในอนาคตจะรองรับการชำระเงินด้วย QR Code ผ่าน Alipay และ WeChat ของนักท่องเที่ยวจีน และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายสังคมไร้เงินสดของรัฐบาล

     “K PLUS SHOP จะช่วยเพิ่มศักยภาพและโอกาสในการขายสินค้าและบริการให้กับร้านค้าขนาดย่อม เนื่องจากการเติบโตของ Mobile Banking และผู้บริโภคมีแนวโน้มทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น เห็นได้จากตัวเลขผู้ใช้งาน Mobile Banking ทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ของไทยในปี 2559 ที่เติบโตขึ้น 50% และแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ K PLUS ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเป็นผู้นำตลาด Mobile Banking มีจำนวนผู้ใช้กว่า 6 ล้านราย ในขณะที่กลุ่มเจ้าของร้านค้าขนาดย่อมจะมองหาบริการทางการเงินที่คล่องตัว เชื่อมโยงการรับจ่ายเงินแบบไม่มีสะดุด (Seamless Experience of Mobile Wallet) และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ใน ‘ทันที’ (now)” นายพัชรกล่าว

     การตัดสินใจกระโดดลงสู่สนามการรับ-จ่ายเงินผ่าน QR Code ของแบงก์สีเขียวจึงเข้ากับกระแสนักท่องเที่ยวจีน และการเตรียมประกาศใช้ QR Code ของธนาคารแห่งประเทศไทยพอดี สะท้อนให้เห็นว่ากสิกรไทยปรับตัวตามเทรนด์อย่างรวดเร็วมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเรื่องการพัฒนาแอปฯ Mobile Banking หรือนำบล็อกเชนเข้ามาใช้กับหนังสือค้ำประกัน

     นับว่าน่าตื่นเต้นไม่น้อยที่เราจะได้ลองใช้บริการเหล่านี้กับร้านค้ารายเล็กรายน้อยในชีวิตประจำวัน และเข้าใกล้ความเป็นสังคมไร้เงินสดไปอีกก้าว

     เรียกได้ว่าใครเห็นตลาด เห็นความต้องการก่อน และลงมือทำก่อน ก็มีสิทธิ์คว้าโอกาสได้ก่อน

 

Photo: mzstatic.com

 

SCB ผุดแอปฯ โฉมใหม่ SCB EASY ยกระดับ Mobile Banking สู่ Lifestyle Banking

     ในวันเดียวกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เปิดตัวโฉมใหม่ของแอปพลิเคชัน SCB EASY ที่ไม่ใช่แค่ Mobile Banking อีกต่อไป แต่เป็น Lifestyle Banking เพื่อมุ่งตอบโจทย์และเข้าถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้ายุคดิจิทัลเต็มที่ โดยมีจุดเด่นและฟีเจอร์เด็ด ดังต่อไปนี้

     1. User Interface โฉมใหม่ สวย น่าใช้

     จุดนี้ถือว่า SCB ทำได้ดี เพราะฉีกแนวแอปฯ การเงินเดิมๆ ด้วยสีสันและลูกเล่น เช่น การออกแบบที่เอื้อให้ใช้งานง่าย เพิ่มการจัดหมวดหมู่เมนูกลุ่มเพื่อนและครอบครัว ทำให้เราทำธุรกรรมกับบัญชีปลายทางที่โอนหาบ่อยๆ โดยไม่ต้องเสียเวลา นับว่าตอบโจทย์การจัดการเรื่องการเงินแบบ Customization

     2. ฟังก์ชัน Cardless ATM ที่สามารถใช้แทนบัตรเดบิต/เอทีเอ็มได้เลย เพียงแค่ทำรายการบนแอปฯ รับรหัสพิน 6 หลัก และนำรหัสไปเบิกถอนเงินสดที่ตู้เอทีเอ็ม แถมยังส่งรหัสพินให้คนอื่นในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนได้ด้วย

      3. ระบบรักษาความปลอดภัย Easy App Protection คุ้มครองความเสียหายวงเงินสูงสุด 1 แสนบาท ครอบคลุมตั้งแต่กรณีโทรศัพท์หาย/ถูกขโมย, บัตร/เอกสารสำคัญส่วนตัวถูกขโมย, มือถือถูกแฮก และถูกไวรัส/โปรแกรมขโมยข้อมูลเล่นงาน พร้อมย้ำว่าระบบจะเร็วและไม่ล่มแน่นอน

      4. จับมือกับร้านค้าแบรนด์ดัง มอบสิทธิพิเศษและส่วนลดเมื่อลูกค้าทำรายการ เช่น มิสเตอร์โดนัท, เครือเมเจอร์ฯ, อีจีวี และเอสเอฟ

     นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น หมวด Dining ที่จับมือกับ Wongnai อัพเดตข่าวเกี่ยวกับเทรนด์ร้านอาหารที่น่าสนใจ พร้อมดีลส่วนลด, Request Money บริการเรียกเก็บหรือทวงเงินปลายทาง ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาทวงหนี้ให้ง่ายขึ้น, ระบบ QR Scan Payment ที่รองรับการจ่ายเงินให้กับร้านค้าที่สมัครบริการพร้อมเพย์ ซึ่งนับว่าสอดรับกับนโยบายการเข้าสู่สังคมไร้เงินสดของรัฐบาลเช่นกัน

     ธนา เธียรอัจฉริยะ รักษาการ Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ทางธนาคารไม่ได้ทำแค่แอปฯ แต่เป็น ‘แพลตฟอร์มทางเทคโนโลยี’

     “จริงๆ เราเป็นแบงก์ที่พารานอยด์กันมาก เรากลัวที่จะ extinct (สูญพันธ์)”

     ธนาอธิบายว่า ปัจจุบันเทรนด์เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วและกลายเป็น new normal ถือเป็นเรื่องน่ากลัวกว่าการสูญพันธุ์ของธนาคารมาก

     การปรับใช้เทคโนโลยี (Technology Adoption) ในสมัยก่อน สื่อเก่าอย่างโทรศัพท์ วิทยุ และโทรทัศน์ ใช้เวลา 20 กว่าปีกว่าจะเข้าถึงแมส ขณะที่ยุครุ่งเรืองของพีซีและมือถือกลับใช้เวลาน้อยลงเรื่อยๆ ขณะที่ Mobile Banking มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นจากหลักแสนมาเป็น 20 ล้านคนโดยใช้เวลาแค่ 2 ปีเท่านั้น แต่ธนาคารกลับปรับตัวไม่ทันต่อความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปเร็ว

     “เทคโนโลยีคือแพลตฟอร์ม แต่เราต้องสะท้อนเทคโนโลยีให้เป็น experience (ประสบการณ์) ให้ได้ ประสบการณ์ของลูกค้ามันต้องดีขึ้น ต้องรู้สึกได้”

     ธนาชี้ว่า ‘Banking is boring’ หรือการไปธนาคารเป็นเรื่องแสนน่าเบื่อ แล้วตั้งคำถามต่อว่ามันจะสนุกขึ้นได้ไหม จึงออกแบบให้ SCB EASY เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้ใช้ และยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หลากหลาย ไม่ว่าจะฟังเพลง รับประทานอาหาร บริจาคเงิน หรือจองตั๋วหนังก็ตาม ซึ่งสามารถทำได้บนแอปฯ เดียวจบ

     แม้ว่าที่ผ่านมา SCB จะไม่ได้ออกตัวว่าเป็นผู้นำการพัฒนาแอปพลิเคชัน Mobile Banking รายแรก แต่การเปิดตัวโฉมใหม่ของแอปพลิเคชันนี้ก็สะท้อนจุดยืนที่น่าสนใจของธนาคารที่พยายามปรับตัวตามกระแสโลก โดยไม่ลืมที่จะมอบ ‘ประสบการณ์ที่ดี’ และเข้าไปอยู่ใน ‘การใช้ชีวิต’ ของลูกค้าอีกด้วย

 

     เรื่องความพึงพอใจของบริการ เราขอยกให้ผู้ใช้งานเป็นผู้ตัดสิน แต่ต้องยอมรับว่าการขยับตัวของธนาคารทั้งสองรายนี้ยิ่งทำให้เราตื่นเต้นที่จะมีทางเลือกใหม่ๆ เข้ามาช่วยให้เราจัดการการเงิน การใช้จ่าย และทำธุรกรรมอื่นๆ ได้ทันใจสักที

 

Photo: Karin Foxx

The post เมื่อ ‘กสิกรไทย-ไทยพาณิชย์’ ขยับสู่ดิจิทัล จับตาการปรับตัวครั้งใหญ่ของธนาคารไทยยุค 4.0 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/digital-bank-kbank-scb/feed/ 0