Leicester City – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 22 Feb 2025 09:26:42 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 เก่งเกินไปไหม? อีธาน เอ็นวาเนรี Wonderkid ผู้แบกอาร์เซนอลด้วยวัย 17 ปี https://thestandard.co/ethan-nwaneri-arsenal-wonderkid-replacing-saka/ Fri, 21 Feb 2025 12:39:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1044599 อีธาน เอ็นวาเนรี ดาวรุ่งวัย 17 ปีของอาร์เซนอล ทำผลงานโดดเด่นในเกมพรีเมียร์ลีก 2024/25

2 ประตูของ มิเกล เมริโน ที่ช่วยให้อาร์เซนอลเอาชนะเลสเตอ […]

The post เก่งเกินไปไหม? อีธาน เอ็นวาเนรี Wonderkid ผู้แบกอาร์เซนอลด้วยวัย 17 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีธาน เอ็นวาเนรี ดาวรุ่งวัย 17 ปีของอาร์เซนอล ทำผลงานโดดเด่นในเกมพรีเมียร์ลีก 2024/25

2 ประตูของ มิเกล เมริโน ที่ช่วยให้อาร์เซนอลเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ ได้ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีความหมายอย่างมากต่อการรักษาความหวังในการไล่ล่าจ่าฝูงลิเวอร์พูล (ซึ่งเริ่มออกอาการสะดุดในช่วงที่ผ่านมา)

 

นั่นทำให้กองกลางชาวสเปนถูกจับจ้องเป็นอย่างมากว่าอาจจะต้องเล่นเป็น ‘ศูนย์หน้าจำเป็น’ ในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ ซึ่งทีมไม่เหลือผู้เล่นที่ใช้งานได้เลย เนื่องจากทั้ง กาเบรียล เชซุส และ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ต่างบาดเจ็บกันหมด

 

แต่ในเกมกับเลสเตอร์ เมริโนไม่ได้เป็นคนที่โดดเด่นที่สุด เพราะคนที่เป็นคีย์แมนในแดนหน้าของอาร์เซนอลคือนักเตะดาวรุ่งวัยเพียง 17 ปีที่ต้องโดนโยกไปเล่นในบทบาทที่ไม่ถนัดอย่าง อีธาน เอ็นวาเนรี

 

Wonderkid ที่ก้าวขึ้นมาช่วยแบกทีมได้อย่างน่ามหัศจรรย์

 

 

เรื่องราวของ อีธาน เอ็นวาเนรี ถือเป็นนิทานลูกหนังที่เล่าได้สนุกทีเดียว

 

เอ็นวาเนรีเป็นเด็กหนุ่มที่เกิดในย่านเอ็นด์ฟิลด์ ซึ่งอยู่ทางเหนือของลอนดอน เรียกว่าเป็นชาว ‘NLD’ (North London) มาตั้งแต่เกิด และเป็นสายเลือดแท้ของอาร์เซนอลที่ได้โอกาสเข้ามาอยู่ในระบบอะคาเดมีของสโมสรตั้งแต่อายุ 8 ขวบ

 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเอ็นวาเนรีได้ร่ำเรียนวิชาลูกหนังที่ Hale End โรงเรียนลูกหนังของทีมกันเนอร์สที่สร้างซูเปอร์สตาร์มาแล้วหลายคน ซึ่งพรสวรรค์ฝีเท้าที่มีมากมายทำให้ค่อนข้างโตเร็วจนน่าตกใจ

 

แค่อายุ 14 ปีก็ได้ขยับขึ้นมาเล่นในทีมระดับอายุต่ำกว่า 18 ปีแล้ว โดยลงสนามแค่นัดแรกก็ทำประตูได้เลย ก่อนจะได้รับโอกาสติดทีมชาติอังกฤษ ชุดอายุไม่เกิน 16 ปี สู้กับเด็กที่โตกว่า 2 ปี – ซึ่งระยะเวลาแค่ปีเดียวของเกมระดับเยาวชนก็ส่งผลมากแล้ว – ได้อย่างสบายๆ

 

ผลงานและความสามารถของเขาเข้าตา มิเกล อาร์เตตา อย่างจัง จนถูกดึงขึ้นมาลองของกับทีมชุดใหญ่ และได้โอกาสลงสนามในเกมระดับพรีเมียร์ลีกในเดือนกันยายน 2022 ในเกมที่อาร์เซนอลเอาชนะเบรนท์ฟอร์ดได้ 3-0

 

เอ็นวาเนรีลงประเดิมสนามด้วยการถูกเปลี่ยนตัวลงมาในช่วงท้ายเกมด้วยวัยเพียง 15 ปี 181 วัน กลายเป็นนักฟุตบอลที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ก่อนที่จะค่อยๆ ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัว โดยที่อาร์เตตาก็ไม่ได้รีบร้อนใช้งานแต่อย่างใด

 

แต่ถึงเวลาที่ต้องส่งลงสนาม เด็กคนนี้ไม่เคยทำให้บอสใหญ่ชาวสเปนผิดหวังเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

ในฤดูกาล 2024/25 เอ็นวาเนรียังอายุแค่ 17 ปีเท่านั้น แต่เริ่มทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยทำประตูได้ในเกมกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์, ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ในพรีเมียร์ลีก

 

รวมผลงานทุกรายการในฤดูกาลนี้จนถึงวันนี้ เอ็นวาเนรีทำไปแล้วถึง 7 ประตู จากการลงสนาม 24 นัด

 

ผลงานของเขาดีกว่าผู้เล่นระดับสตาร์ของทีมใหญ่หลายทีมด้วยซ้ำไป

 

เล่นตรงไหนก็ได้ถ้าเก่งพอ

 

ในเกมกับเลสเตอร์ ซิตี้ เอ็นวาเนรีลงประจำการในตำแหน่งปีกขวาแทนที่ของ บูกาโย ซากา รุ่นพี่ที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่กล้ามเนื้อด้านหลังโคนขา จนต้องผ่าตัดและพักการเล่นยาว ยังไม่มีกำหนดว่าจะหายกลับมาได้เมื่อไร

 

ตลอดทั้งเกมนั้นเด็ก 17 ปีคนนี้สร้างปัญหาให้กับเลสเตอร์ได้อย่างมาก และเกือบที่จะมีชื่อเป็นผู้ทำประตูได้ด้วยถึง 2 ครั้ง หากลูกยิงปั่นโค้งด้วยซ้ายของเขาไม่เช็ดคานออกไป และอีกครั้งที่สับขาหลอกก่อนยิงด้วยขวาเต็มข้อจะไม่ไปชนเสาเสียก่อน

 

แต่อย่างน้อยที่สุดเอ็นวาเนรีคือคนที่บรรจงเปิดให้เมริโนที่ขยับไปรอที่จุดนัดพบได้อย่างเหมาะเหม็ง และทำให้มิดฟิลด์ชาวสเปนที่มีสกิลในการขยับเติมเข้าหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษทำประตูนำ 1-0 ซึ่งสำคัญอย่างมากต่ออาร์เซนอลที่ประสบปัญหาพอสมควร

 

อย่างไรก็ดี สิ่งที่แฟนบอลอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ติดตามอาร์เซนอลมาก่อนอาจจะไม่รู้คือ จริงๆ แล้วเอ็นวาเนรีไม่ได้เป็นผู้เล่นในตำแหน่งปีกแต่อย่างใด

 

ตำแหน่งถนัดโดยธรรมชาติของเขาคือผู้เล่นกองกลางตัวรุก ที่เปรียบเทียบภาพซ้อนแล้วจะตรงกับ มาร์ติน โอเดอการ์ด กัปตันทีมชาวนอร์เวย์ มากกว่าจะซ้อนทับกับเงาของซากา รุ่นพี่จากสถาบันเดียวกัน

 

เพียงแต่ด้วยพรสวรรค์ในการเล่น ความเข้าใจเกมในระดับสูง และเท้าซ้ายที่ฉมังเดช ทำให้เอ็นวาเนรีดูจะแทบไม่มีปัญหาในการต้องลงสนามในตำแหน่งปีกขวา ซึ่งเป็นจุดบอดของอาร์เซนอลอยู่พักใหญ่ หลังจากที่ซากาได้รับบาดเจ็บไปร่วม 2-3 เดือน และตอนนี้ก็ไม่มีเชซุส, ฮาเวิร์ตซ์ รวมถึง กาเบรียล มาร์ติเนลลี ที่บาดเจ็บกันหมด

 

อาร์เตตาถึงกับต้องออกปากชมว่า “ทุกครั้งที่เขาได้บอล เขาจะทำบางอย่างให้เกิดขึ้นเสมอ เขาสร้างความอันตรายได้มากกว่าคนอื่นๆ ในทีม”

 

 

ความหวังหมู่บ้าน

 

จากฟอร์มการเล่นในเกมล่าสุดและผลงานตลอดช่วงที่ผ่านมา รวมถึงสถานการณ์ภายในทีมอาร์เซนอลที่จริงๆ แล้วยังวิกฤตหนักมากในตำแหน่งผู้เล่นเกมรุก ทำให้ค่อนข้างแน่นอนว่าเอ็นวาเนรีจะต้องลงสนามแบกทีมไปก่อนในช่วงนี้

 

โดยคาดว่าจะประจำการทางกราบขวา เพื่อช่วยกันกับ เลอันโดร ทรอสซาด์ คอยป้อนบอลให้กับเมริโน ซึ่งน่าจะเป็นชุดสามประสานของอาร์เซนอลไปก่อนระหว่างนี้ จนกว่าจะมีผู้เล่นตัวจริงหายบาดเจ็บกลับมากันทั้งหมด

 

เป็นภาระที่หนักหนาไม่น้อยสำหรับเด็กอายุแค่ 17 ปี ที่แม้แต่ ไมเคิล โอเวน หรือ เวย์น รูนีย์ หรือแม้แต่ซากาเองก็ไม่เคยต้องแบกรับเยอะขนาดนี้

 

อย่างไรก็ดี เอ็นวาเนรีมีสถิติส่วนตัวที่เป็นเครื่องบ่งบอกว่าเขาโตเกินตัวไปมาก

 

ในฤดูกาลนี้เอ็นวาเนรีผ่านบอลแม่นยำสูงสุดถึง 90.34 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งดีที่สุดในบรรดาผู้เล่นแนวรุกของทีมอาร์เซนอล เป็นรองเพียงแค่ ไมล์ ลูอิส-สเคลลี (94.6) และ วิลเลียม ซาลิบา (94.2) ซึ่งเป็นผู้เล่นแนวรับ 

 

และสถิติการมีส่วนร่วมกับการได้ประตู (Goal Involvements) เขาทำได้ที่ 0.97 ต่อเกม หรือเฉลี่ยเกือบ 1 ประตูต่อเกม เป็นรองแค่ซากา (1.06) เพียงคนเดียวเท่านั้น และอยู่ในอันดับ 5 ของพรีเมียร์ลีก (คิดเฉพาะผู้เล่นที่ได้ลงสนามมากกว่า 4 นัดขึ้นไป)

 

จุดแข็งอีกอย่างหนึ่งของเขาคือ การไปกับบอล เทคนิคการเล่นที่ยอดเยี่ยม และการตัดสินใจที่เยือกเย็น เกินตัวเกินวัยไปมาก

 

ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มีเพียงแค่ เฌเรมี โดกู ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อัลดุบ ฟาวาตู ของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลมากกว่าเอ็นวาเนรี (3.87 ครั้งต่อเกม) 

 

ดังนั้นนี่คือผู้เล่นที่ไม่ใช่แค่น่าจับตามองอีกคนแล้ว แต่นี่แหละคือตัวความหวังอีกคนของทีม

 

จะรักษาความหวังการลุ้นแชมป์ได้ต่อไปยาวๆ จนจบฤดูกาลหรือไม่ ก็อยู่ที่ไอ้หนู 17 ปี กับอีซ้ายฉมังเดชคนนี้นี่แหละ!

 

อ้างอิง:

The post เก่งเกินไปไหม? อีธาน เอ็นวาเนรี Wonderkid ผู้แบกอาร์เซนอลด้วยวัย 17 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจมี วาร์ดี กับสิ่งที่มักจะทำในเกมพบท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ฤดูกาลนี้ https://thestandard.co/jamie-vardy-spurs-routine/ Mon, 27 Jan 2025 07:58:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1034908

เรียกว่ากลายเป็น ‘ตัวแสบ’ ของแฟนบอลท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ไป […]

The post เจมี วาร์ดี กับสิ่งที่มักจะทำในเกมพบท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ฤดูกาลนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เรียกว่ากลายเป็น ‘ตัวแสบ’ ของแฟนบอลท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ไปแล้วสำหรับ เจมี วาร์ดี ศูนย์หน้าจอมเก๋าวัย 38 ปีของเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งนอกจากจะยิงประตูในเกมพบกับสเปอร์สได้ทั้งสองนัดที่พบกันในฤดูกาลนี้แล้ว

 

สิ่งที่วาร์ดีมักจะทำเหมือนกันทั้งสองนัดคือการชี้ไปที่โลโก้พรีเมียร์ลีกให้แฟนบอลของสเปอร์สได้ดู ซึ่งสื่อความหมายว่าพวกเขาสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ 1 สมัย ส่วนสเปอร์สยังไม่สามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้เลย

 

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

The post เจมี วาร์ดี กับสิ่งที่มักจะทำในเกมพบท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ฤดูกาลนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รุด ฟาน นิสเตลรอย จ่อนั่งกุนซือคนใหม่ของเลสเตอร์ ซิตี้ https://thestandard.co/ruud-van-nistelrooy-new-leicester-manager/ Thu, 28 Nov 2024 01:09:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1013642

BBC Sport รายงานว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย กุนซือวัย 48 ปี เ […]

The post รุด ฟาน นิสเตลรอย จ่อนั่งกุนซือคนใหม่ของเลสเตอร์ ซิตี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

BBC Sport รายงานว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย กุนซือวัย 48 ปี เตรียมรับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ของเลสเตอร์ ซิตี้ แทนที่ สตีฟ คูเปอร์ ที่ถูกปลดไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (25 พฤศจิกายน) ภายหลังบอร์ดบริหารของทัพจิ้งจอกสยามยื่นข้อเสนอให้กับเจ้าตัวแล้ว และคาดว่าเขาจะตอบรับข้อเสนอนี้

 

รุด ฟาน นิสเตลรอย คือกุนซือที่ได้รับคำชื่นชมจากการคุมทีมแมนฯ ยูไนเต็ดชั่วคราว โดยตลอด 4 นัดกับทัพปีศาจแดงเขาพาทีมชนะ 3 เสมอ 1 ในทุกรายการ ก่อนออกจากทีมภายหลังได้รับแจ้งว่าเขาจะไม่ได้เป็นหนึ่งในทีมงานของ รูเบน อโมริม เฮดโค้ชทีมคนใหม่

 

ทั้งนี้ เกมต่อไปของเลสเตอร์ ซิตี้ คือการไปเยือนเบรนท์ฟอร์ดในเกมลีกวันเสาร์นี้ (30 พฤศจิกายน) ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะไม่ได้คุมทีมในเกมนี้ เพราะทุกอย่างกระชั้นชิดเกินไป มีโอกาสที่เขาจะได้รับการเปิดตัวและเข้ามาทำงานหลังจากเกมสุดสัปดาห์นี้มากกว่า

 

อ้างอิง:

The post รุด ฟาน นิสเตลรอย จ่อนั่งกุนซือคนใหม่ของเลสเตอร์ ซิตี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะคดีละเมิดกฎการเงินพรีเมียร์ลีก รอดพ้นจากการถูกตัดแต้ม https://thestandard.co/leicester-city-win-appeal-against-pl/ Wed, 04 Sep 2024 07:19:42 +0000 https://thestandard.co/?p=979416

วันนี้ (4 กันยายน) สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ออกแถลงการ […]

The post เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะคดีละเมิดกฎการเงินพรีเมียร์ลีก รอดพ้นจากการถูกตัดแต้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 กันยายน) สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ออกแถลงการณ์ภายหลังชนะคดีละเมิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีก และรอดพ้นจากความเสี่ยงที่อาจโดนตัดแต้ม

 

โดยในแถลงการณ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2024 คณะกรรมการอุทธรณ์มีคำตัดสินให้เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะคดีที่พรีเมียร์ลีกยื่นฟ้องสโมสรเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2024 ในข้อหาละเมิดกฎการเงินรอบปีบัญชี 2022/23 โดยคำตัดสินชี้ว่า สโมสรไม่ได้ละเมิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีก และพรีเมียร์ลีกไม่มีอำนาจพิจารณาคดีดังกล่าว เนื่องจากในเวลาที่กล่าวหาว่ามีการกระทำความผิด เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรีเมียร์ลีกแล้ว

 

ด้าน อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า “ผมขอบคุณคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ตัดสินคดีนี้อย่างเที่ยงตรงตามกฎของพรีเมียร์ลีก และคืนความเป็นธรรมให้สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ผ่านมาเราได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และจำเป็นต้องต่อสู้คดีนี้เพื่อปกป้องสโมสรและแฟนบอลของเรา ผมโล่งใจที่คดีนี้จบลง สโมสรของเรายังคงมีความท้าทายในการเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งเราจะทำให้ดีที่สุด”

 

สำหรับเลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 2024/25 ได้เลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ตอนนี้ลงเล่นไปแล้ว 3 นัด มีผลงานเสมอ 1 เกม และแพ้ 2 เกม มีคะแนนรวม 1 แต้ม อยู่อันดับ 15 ของตาราง ซึ่งนัดต่อไปมีคิวลงเล่นเกมลีกกับคริสตัล พาเลซ ในวันที่ 14 กันยายน 2024 เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

The post เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะคดีละเมิดกฎการเงินพรีเมียร์ลีก รอดพ้นจากการถูกตัดแต้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สเวน-โกรัน อีริกส์สัน อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ จากไปในวัย 76 ปี https://thestandard.co/sven-goran-eriksson-passed-away/ Mon, 26 Aug 2024 12:08:01 +0000 https://thestandard.co/?p=975661 สเวน-โกรัน อีริกส์สัน

สเวน-โกรัน อีริกส์สัน อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ เสียชีวิต […]

The post สเวน-โกรัน อีริกส์สัน อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ จากไปในวัย 76 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สเวน-โกรัน อีริกส์สัน

สเวน-โกรัน อีริกส์สัน อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 76 ปี หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งมานานหลายเดือน

 

อีริกส์สันเป็นกุนซือทีมชาติอังกฤษคนแรกที่ไม่ได้เป็นคนอังกฤษ เขานำทัพสิงโตคำรามเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศในทัวร์นาเมนต์สำคัญ 3 รายการ ตลอดช่วง 5 ปีที่รับหน้าที่ระหว่างปี 2001-2006

 

อีริกส์สันเปิดเผยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และจะอยู่ได้อีกแค่ราว 1 ปีเท่านั้น

 

กุนซือชาวสวีเดนคุมทีม 12 สโมสร รวมถึงแมนเชสเตอร์ ซิตี้, เลสเตอร์ ซิตี้, อาแอส โรมา, และลาซิโอ โดยคว้าแชมป์ไปได้ 18 รายการ

 

อ้างอิง:

The post สเวน-โกรัน อีริกส์สัน อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ จากไปในวัย 76 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลสเตอร์ ซิตี้ แต่งตั้ง สตีฟ คูเปอร์ เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ด้วยสัญญา 3 ปี https://thestandard.co/lcfc-steve-cooper-new-manager/ Thu, 20 Jun 2024 09:55:21 +0000 https://thestandard.co/?p=947615

วันนี้ (20 มิถุนายน) เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมจากพรีเมียร์ลีก […]

The post เลสเตอร์ ซิตี้ แต่งตั้ง สตีฟ คูเปอร์ เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ด้วยสัญญา 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 มิถุนายน) เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศแต่งตั้ง สตีฟ คูเปอร์ อดีตกุนซือน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ด้วยสัญญา 3 ปี แทนที่ เอ็นโซ มาเรสกา ที่เลือกออกไปคุมทีมเชลซีเมื่อต้นเดือนมิถุนายน

 

“ผมรู้สึกตื่นเต้นและภูมิใจมากที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมของเลสเตอร์ ซิตี้ นี่คือสโมสรที่ยอดเยี่ยม พวกเขามีประวัติศาสตร์อันยาวนานและแฟนบอลที่ยอดเยี่ยม ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับทีมที่มีความสามารถเช่นนี้ ผมตั้งตารอที่จะมีประสบการณ์ที่ดีร่วมกันในพรีเมียร์ลีกที่จะเริ่มต้นฤดูกาลนี้” คูเปอร์กล่าวหลังเซ็นสัญญากับเลสเตอร์ ซิตี้

 

ด้าน อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับสตีฟสู่สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ วิสัยทัศน์ของเขาจะเป็นบทบาทสำคัญสำหรับสโมสร รวมถึงความสามารถของเขาในการพัฒนานักเตะและสไตล์การเล่นที่สอดคล้องกับแนวทางของเรา

 

“เขามีความเป็นผู้นำ มีความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแฟนบอลกับทีม ซึ่งความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง”

 

สำหรับ สตีฟ คูเปอร์ ปัจจุบันอายุ 44 ปี เคยเริ่มต้นคุมทีมชุดใหญ่อย่างสวอนซี ซิตี้ ในห้วงปี 2019-2021 ก่อนออกไปรับงานคุมทีมน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในปี 2021 โดยได้คุมทีมไปทั้งหมด 107 นัด ก่อนแยกทางกับฟอเรสต์ในเดือนธันวาคม ปี 2023

 

อ้างอิง:

The post เลสเตอร์ ซิตี้ แต่งตั้ง สตีฟ คูเปอร์ เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ด้วยสัญญา 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชลซีล็อกเป้าดึง เอ็นโซ มาเรสกา เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ https://thestandard.co/chelsea-in-talks-enzo-maresca/ Tue, 28 May 2024 01:18:17 +0000 https://thestandard.co/?p=938217 เอ็นโซ มาเรสกา

หลังจากตกเป็นข่าวพัวพันกับ ‘แคนดิเดต’ กุนซือคนใหม่หลายช […]

The post เชลซีล็อกเป้าดึง เอ็นโซ มาเรสกา เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ็นโซ มาเรสกา

หลังจากตกเป็นข่าวพัวพันกับ ‘แคนดิเดต’ กุนซือคนใหม่หลายชื่อ ล่าสุดสื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า เชลซีกำลังเดินเครื่องเจรจาเพื่อดึง เอ็นโซ มาเรสกา ผู้จัดการทีมของเลสเตอร์ ซิตี้ เข้ามาเป็นหัวหน้าโค้ชคนใหม่ แทนที่ เมาริซิโอ โปเชตติโน ที่แยกทางกันไปไม่นานนี้

 

โดย ฟาบริซิโอ โรมาโน เหยี่ยวข่าววงการลูกหนังคนดัง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มาเรสกาถือเป็นตัวเต็งที่เชลซีจะดึงมาคุมทีมในเวลานี้ แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวกับ คีแรน แมคเคนนา, โธมัส แฟรงก์ และ โรแบร์โต เด แซร์บี ก็ตาม

 

เบื้องต้นการเจรจาระหว่างมาเรสกาและเชลซีมีทิศทางในเชิงบวก กุนซือวัย 44 ปีมีความกระตือรือร้นที่จะได้ร่วมงานกับเชลซี และหากทุกฝ่ายตกลงกันได้ เชลซีจะต้องจ่ายค่าชดเชยประมาณ 10 ล้านยูโรให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ ในดีลนี้

 

สำหรับมาเรสกาเคยเป็นอดีตทีมงานผู้ฝึกสอนของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา สมัยที่ยังทำงานอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาย้ายไปทำหน้าที่ผู้จัดการทีมแบบเต็มตัวในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมากับเลสเตอร์ ซิตี้

 

แม้เป็นเพียงฤดูกาลแรก แต่เขาสามารถพาทัพจิ้งจอกสยามเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกด้วยการเป็นแชมป์ของลีกแชมเปียนชิป อังกฤษ กับผลงานคุมทีม 53 นัดในทุกรายการ ชนะ 36 เสมอ 4 และแพ้ 13 เกม

 

อ้างอิง:

The post เชลซีล็อกเป้าดึง เอ็นโซ มาเรสกา เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เคลาดิโอ รานิเอรี เตรียมวางมือจากการคุมทีมหลังเกมนัดสุดท้ายกับกายารี https://thestandard.co/claudio-ranieri-leaves-cagliari-amid-reports-of-retirement-from-football/ Wed, 22 May 2024 06:10:01 +0000 https://thestandard.co/?p=936434 Claudio Ranieri

เคลาดิโอ รานิเอรี เป็นยอดกุนซือคนหนึ่งของวงการฟุตบอล เพ […]

The post เคลาดิโอ รานิเอรี เตรียมวางมือจากการคุมทีมหลังเกมนัดสุดท้ายกับกายารี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Claudio Ranieri

เคลาดิโอ รานิเอรี เป็นยอดกุนซือคนหนึ่งของวงการฟุตบอล เพราะนอกจากจะคุมทีมมามากมายตลอดอาชีพแล้ว เขายังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2015/16 ด้วย

 

นอกจากคุมทีมอย่างเลสเตอร์ ซิตี้แล้ว รานิเอรียังเคยคุมทีมใหญ่อีกมากมายโดยเฉพาะในอิตาลี ไม่ว่าจะเป็นยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน, ฟิออเรนตินา, อาแอส โรมา รวมถึงเคยข้ามไปคุมแอตเลติโก มาดริด และบาเลนเซีย ในลาลีกา สเปน ก่อนพาทีมค้างคาวคว้าแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพได้ในปี 2004 ด้วย

 

ปัจจุบันเขารับงานคุมทีมกายารีในศึกกัลโชเซเรียอา และพาทีมรอดตกชั้นได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าโปรแกรมในลีกอิตาลีจะยังเหลือเกมให้ลงเล่นอีก 1 นัดก็ตาม 

 

อันที่จริงแล้ว Tinkerman ยังมีสัญญากับกายารีจนถึงจบฤดูกาลหน้าในปี 2025 แต่ล่าสุดทีม ‘ชาวเกาะ’ ออกมาแถลงการณ์ยืนยันแล้วว่า เคลาดิโอ รานิเอรี จะยุติสัญญาคุมทีมหลังจบฤดูกาลนี้ โดยระบุว่าเป็นการตกลงร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

 

แม้จะไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ข่าวดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า กุนซือวัย 72 ปีต้องการวางมือจากการเป็นโค้ช และอยากจะถอยออกจากวงการฟุตบอลสักระยะด้วย

 

 

อ้างอิง:

The post เคลาดิโอ รานิเอรี เตรียมวางมือจากการคุมทีมหลังเกมนัดสุดท้ายกับกายารี appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากทีมรั้งท้ายในตารางสู่แชมเปียนพรีเมียร์ลีก ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ ผู้สร้างปาฏิหาริย์ให้เป็นไปได้ บนลีกสูงสุดอังกฤษ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/the-miracle-of-leicester-city/ Tue, 07 May 2024 12:00:08 +0000 https://thestandard.co/?p=930233 เลสเตอร์ ซิตี้

หากเมื่อ 10 ปีก่อนมีคนบอกว่า ‘จิ้งจอกสยาม’ เลสเตอร์ ซิต […]

The post จากทีมรั้งท้ายในตารางสู่แชมเปียนพรีเมียร์ลีก ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ ผู้สร้างปาฏิหาริย์ให้เป็นไปได้ บนลีกสูงสุดอังกฤษ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลสเตอร์ ซิตี้

หากเมื่อ 10 ปีก่อนมีคนบอกว่า ‘จิ้งจอกสยาม’ เลสเตอร์ ซิตี้ จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2015/16 คงมีผู้คนหัวเราะเยาะใส่เป็นแน่ ด้วยอัตรา 5,000/1 ซึ่งน้อยกว่าทีมกลางตารางและท้ายตารางอื่นๆ เสียอีก แต่ทว่ายังไม่ทันจะจบครบ 38 นัดในลีกสูงสุดของเมืองผู้ดี เลสเตอร์ ซิตี้ ก็เถลิงแชมป์ระดับสูงสุดอย่างยิ่งใหญ่​หักปากกาเซียนดังทุกสำนักอย่างสง่างาม ด้วยผลงานของนักเตะที่แจ้งเกิดอย่าง เจมี วาร์ดี กองหน้าตัวเก่ง รวมถึง ริยาด มาห์เรซ และ เอ็นโกโล ก็องเต ภายใต้การกุมบังเหียนของ เคลาดิโอ รานิเอรี ผู้จัดการทีมชาวอิตาลี

 

คีย์แมนคนสำคัญที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่นั้นคือ​ วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท บริษัท คิง เพาเวอร์ ณ เวลานั้น ที่เข้ามาเป็นฟันเฟืองหลักในการสร้าง ‘ปาฏิหาริย์สู่ความเป็นไปได้’

 

อะไรคือปัจจัยความสำเร็จของ เลสเตอร์ ซิตี้? ภายใต้การบริหารของ วิชัย ศรีวัฒนประภา​ ที่พาทีมนอกสายตาอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นสู่บัลลังก์สูงสุดของลีกฟุตบอลอังกฤษ

 

วันนี้ THE STANDARD SPORT จะพาไปค้นหาคำตอบกัน

 


 

History และ Passion การเปลี่ยนผ่านสู่ ​‘จิ้งจอกสยาม’

 

เลสเตอร์ ซิตี้ นับเป็นทีมฟุตบอลที่มีคาแรกเตอร์ของนักสู้ที่เหมาะกับฉายาของทีมอย่าง​ ‘Foxes Never Quit’ หรือ ‘จิ้งจอกไม่เคยยอมแพ้’ ที่ทีมต้องต่อสู้เพื่อไต่เต้าและรักษาอันดับให้อยู่รอดในลีกระดับสูงสุดของอังกฤษมาโดยตลอด โดยแรกเริ่มเดิมทีทีม ‘เลสเตอร์ ฟอสส์ เอฟซี’ (ชื่อดั้งเดิมของเลสเตอร์ ซิตี้) เกิดขึ้นจากการฟอร์มทีมของบาทหลวงและนักเรียนในเมืองเลสเตอร์ ที่ต่อสู้แข่งขันจนทีมเริ่มเป็นที่รู้จักในเมือง แม้ในบางครั้งจะต้องระหกระเหินไปหลากหลายสนาม แต่ในที่สุดปี 1891 เลสเตอร์ได้ปักหลักที่ ‘ฟิลเบิร์ตสตรีท’ ซึ่งในเวลานั้นรู้จักกันในชื่อ ‘วอลนัทสตรีทกราวด์’

 

 

เมื่อลงหลักปักฐานได้แล้ว เลสเตอร์ ซิตี้ ก็กัดฟันต่อสู้มานานถึง 14 ปี เพื่อจะผลักตัวเองขึ้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ เพื่อเป็นการตอบแทนแฟนบอลที่เพิ่มขึ้นกว่า 13,000 คนได้สำเร็จ แม้ในระหว่างนั้นจะเจอปัญหาสงครามและปัญหาทางการเงินจนต้องเปลี่ยนชื่อเป็น ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ ในปี 1919 และย้ายมายังสนามใหม่ที่ชื่อ วอล์กเกอร์สเตเดียม (คิง เพาเวอร์ สเตเดียม ในเวลาต่อมา) ในปี 2002  เลสเตอร์ ซิตี้ ก็พบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์สโมสร เมื่อกลุ่มทุนชื่อ เอเชียนฟุตบอลอินเวสต์เมนท์ ซึ่งนำโดย วิชัย​ ศรีวัฒนประภา​ เจ้าของบริษัท คิง เพาเวอร์ จากประเทศไทย เข้ามารับหน้าที่ประธานสโมสรในปี 2010

 

วิชัย ศรีวัฒนประภา ชายผู้ไขกุญแจแห่งความสำเร็จ​ 

 

 

เบื้องหลังความสำเร็จของการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และแชมป์เอฟเอคัพในปี 2021 มาได้นั้น เกิดจากกลยุทธ์​หรือกุญแจดอกสำคัญที่วิชัย​นำมาใช้บริหารทีม​ คือ การลงทุนกับ ‘คน’ โดยใช้ต้นทุนที่เรียกว่า ‘ใจ’ แสดงความจริงใจนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในสโมสร ตั้งปณิธานอันแน่วแน่ที่จะพา​ เลสเตอร์​ ซิตี้​ ทีมนอกสายตา​ ให้เป็นที่จับจ้องในสายตาคนทั้งโลก​ ด้วยความภาคภูมิ​ใจ​ในฐานะทีมของคนไทยทั้งประเทศ

 

 

และอีกคีย์แมนคนสำคัญของทีม คงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก เจมี วาร์ดี ที่ดึงตัวมาจากทีมนอกลีก แต่กลับมีความไวและฝีเท้าเกินระดับ ซึ่งเขาก็แสดงออกในฤดูกาลที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยการสร้างสถิติยิงติดต่อกัน 11 นัด จนกลายเป็นสถิติสูงสุดของพรีเมียร์ลีก ประสานด้วยนักเตะดั้งเดิมอย่าง แคสเปอร์ ชไมเคิล, เวส มอร์แกน และแดนนี่ ดริงก์วอเตอร์ ก่อนจะเสริมทัพด้วย ริยาด มาห์เรซ และ เอ็นโกโล ก็องเต ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นหัวใจหลักในการคว้าแชมป์ภายใต้การคุมทีมของโค้ชใหม่ของทีมในเวลานั้นอย่าง เคลาดิโอ รานิเอรี ผู้จัดการทีมชาวอิตาลีผู้มากประสบการณ์


เมื่อฟันเฟืองแห่งความสำเร็จถูกประกอบเข้าด้วยกัน ปาฏิหาริย์​สู่ความเป็นไปได้จึงปรากฏออกมา คือการเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกด้วยการคว้าแชมป์เดอะแชมเปียนชิป ที่มาพร้อมสถิติอันยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2013/14 แม้ปีแรกจะต้องหนีตายจากทีมท้ายตารางมาตลอด ถึงกระนั้น​ จิ้งจอกไม่เคยยอมแพ้​ เก็บชัยชนะ 7 นัดจนสามารถจบที่อันดับ 14 ของตารางในฤดูกาล 2014/15 ได้อย่างสวยงาม

 

 

ทุกอย่างเป็นไปได้​ เมื่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 2015/16 สร้างปาฏิหาริย์สู่ความเป็นไปได้ ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า​ 132​ ปี​ เป็นการสร้างตำนานจิ้งจอกสยาม​ที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจและสายตาของคนทั้งโลก​ โดยเฉพาะคนไทยทั้งประเทศ

 

มรดกอันยิ่งใหญ่ที่ส่งต่อจากพ่อสู่ลูก

 

 

มรดกอันยิ่งใหญ่ที่ส่งต่อมาถึง​ ต๊อบ-อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา​ ด้วยคำมั่นว่าจะสืบต่อเจตนารมณ์ของผู้เป็นพ่ออย่างสุดกำลัง​ เป็นความท้าทายที่ ต๊อบ อัยยวัฒน์ ​ต้องพบเจอ​ แต่ก็ไม่เกินสามารถและความมุ่งมั่นที่มี โดยประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องหลังจบอันดับที่ 5 ในฤดูกาล 2019/20 ซึ่งสโมสรจบอันดับที่สูงสุดเป็นอันดับ 2 ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก พา ‘จิ้งจอกสยาม’ เข้าแข่งขันในยูฟ่ายูโรปาลีก

 

 

และประวัติศาสตร์ได้ถูกจารึก​ขึ้นใหม่อีกครั้ง เมื่อ เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถคว้าแชมป์เอฟเอคัพเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสร เป็นนัดที่ ‘จิ้งจอกสยาม’ พบกับ สิงห์บลูส์’ เชลซี ในรอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2021 แม้ช่วงนั้นจะเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 แฟนบอลของ ‘จิ้งจอกสยาม’ กว่า 6,000 คนก็พร้อมใจเข้าไปเชียร์จนคว้าแชมป์​ ทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ในปีนั้นสามารถคว้าชัยชนะมาครอบครองทุกรายการในลีกฟุตบอลอังกฤษ ทั้งพรีเมียร์ลีก, เอฟเอคัพ และลีกคัพ (3 ครั้ง) สร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนจิ้งจอกสยามและคนไทยอีกครั้ง

 

 

ถึงแม้ฤดูกาลที่ผ่านมา เลสเตอร์ ซิตี้​ จะประสบปัญหาจนต้องตกไปสู่ลีกรองอย่าง เดอะแชมเปียนชิป แต่เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา การพ่ายแพ้ของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ก็ยังการันตีการเป็นแชมป์เดอะแชมเปียนชิป และได้ก้าวกลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ (พรีเมียร์ลีก) อย่างสวยงาม

 

หลังจากแข่งขันครบไป 46 นัดในฤดูกาล 2023/24 ในลีกรองอังกฤษ ฟุตบอลรายการเดอะแชมเปียนชิปในวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถทำแต้มถึง 97 แต้ม ยิง 89 ประตูในลีก จาก 46 นัดทั้งหมดที่ผ่านมา ครองตำแหน่งแชมป์พร้อมกับทะยานกลับขึ้นมาสู่สนามสูงสุดของวงการฟุตบอลลีกอังกฤษได้สำเร็จ สร้างปรากฏการณ์​ The Power of Possibilities พลังแห่งความเป็นไปได้​อีกครั้ง

 

 

ไม่เพียงแค่เป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล​เลสเตอร์ ซิตี้​เท่านั้น​ อัยยวัฒน์ยังคงสานต่อสิ่งที่ผู้เป็นพ่อได้​สร้างและสนับสนุนเมืองเลสเตอร์เสมือนเป็นบ้านหลังที่สอง​ ด้วยการสนับสนุนมูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา (อดีตคือ มูลนิธิฟ็อกซ์ ฟาวน์เดชัน ของเลสเตอร์) รวมถึงโรงพยาบาลและวิหารในเมือง จากความรักและความผูกพันที่ชาวเมืองเลสเตอร์มีต่อวิชัย จึงสร้างอนุสาวรีย์​ วิชัย ศรีวัฒนประภา ที่บริเวณด้านหน้าสนามให้เป็นสัญลักษณ์ของ​ ‘Possible Man’ ชายผู้สร้างปาฏิหาริย์ให้เป็นจริง

The post จากทีมรั้งท้ายในตารางสู่แชมเปียนพรีเมียร์ลีก ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ ผู้สร้างปาฏิหาริย์ให้เป็นไปได้ บนลีกสูงสุดอังกฤษ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลสเตอร์ ซิตี้ ฉลองแชมป์ ‘แชมเปียนชิป’ พร้อมตั๋วเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก https://thestandard.co/leicester-city-championship-winners-promoted/ Sun, 05 May 2024 02:58:24 +0000 https://thestandard.co/?p=930107 เลสเตอร์ ซิตี้

ถึงแม้ผลการแข่งขันฟุตบอลลีกแชมเปียนชิป นัดสุดท้ายของฤดู […]

The post เลสเตอร์ ซิตี้ ฉลองแชมป์ ‘แชมเปียนชิป’ พร้อมตั๋วเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลสเตอร์ ซิตี้

ถึงแม้ผลการแข่งขันฟุตบอลลีกแชมเปียนชิป นัดสุดท้ายของฤดูกาล 2023/24 ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม ผลปรากฏว่า เลสเตอร์ ซิตี้ พ่ายต่อผู้มาเยือนอย่าง แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส 0-2 

 

แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงหน้าตารางคะแนนที่ทัพ ‘จิ้งจอกสยาม’ ในมือของ เอ็นโซ มาเรสกา จบอันดับที่ 1 ของลีกแชมเปียนชิป พร้อมคว้าแชมป์ประจำฤดูกาล 2023/24 ไปครองเป็นสมัยที่ 8 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประเทศอังกฤษ หลังจากที่เคยคว้าแชมป์มาแล้วในปี 1925, 1937, 1954, 1957, 1971, 1980, 2014 และยังได้โควตากลับไปเล่นในลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ ‘พรีเมียร์ลีก’ ฤดูกาลหน้าอีกด้วย

 

เลสเตอร์ ซิตี้ เลสเตอร์ ซิตี้ เลสเตอร์ ซิตี้

The post เลสเตอร์ ซิตี้ ฉลองแชมป์ ‘แชมเปียนชิป’ พร้อมตั๋วเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>