Lee Jae-myung Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/lee-jae-myung/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 27 Jan 2026 04:16:09 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ขึ้นเป็น 25% อ้างเหตุไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้า https://thestandard.co/trump-south-korea-tariffs/ Tue, 27 Jan 2026 04:15:02 +0000 https://thestandard.co/?p=1169910 โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงข่าวประเด็นการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีนำ […]

The post ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ขึ้นเป็น 25% อ้างเหตุไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงข่าวประเด็นการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหนึ่งในประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดในเอเชียอย่าง เกาหลีใต้ เป็น 25% จากเดิม 15% โดยครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท เช่น รถยนต์ ไม้แปรรูป และเวชภัณฑ์ พร้อมอ้างว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้าที่ทำร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว และระบุว่า สภานิติบัญญัติของเกาหลีใต้มีความล่าช้าในการอนุมัติข้อตกลง ในขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ได้ดำเนินการลดภาษีไปเรียบร้อยแล้ว

 

ขณะที่ทางการเกาหลีใต้ระบุว่า ไม่ได้รับแจ้งเรื่องการขึ้นภาษีนี้อย่างเป็นทางการมาก่อน และต้องการเจรจาอย่างเร่งด่วน โดยคิมจองควาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และทรัพยากรของเกาหลีใต้ เตรียมเดินทางไปพบ ฮาวเวิร์ด ลัตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาเร็วๆ นี้

 

ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงคำมั่นสัญญาที่เกาหลีใต้จะลงทุนมูลค่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ซึ่งบางส่วนเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเรือ โดยคาดว่าข้อตกลงนี้จะผ่านสภาเกาหลีใต้ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

 

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งขู่ว่าจะเก็บภาษี 100% หากแคนาดาทำข้อตกลงการค้ากับจีน โดยเจ้าหน้าที่ทางการจีนกล่าวว่า ข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ระหว่างจีนกับแคนาดานั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อบ่อนทำลายประเทศอื่นๆ แต่อย่างใด

 

ขณะที่ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรี แคนาดา ยืนยันว่า ประเทศของเขาไม่ได้กำลังดำเนินนโยบายทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับจีน และ ‘ไม่เคย’ คิดที่จะทำด้วยซ้ำ และกล่าวเสริมว่า เจ้าหน้าที่ของแคนาดาได้ชี้แจงจุดยืนเรื่องนี้ให้ทางฝั่งสหรัฐฯ ทราบอย่างชัดเจนแล้ว

 

การประกาศขึ้นภาษีของทรัมป์ต่อพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้มีขึ้น หลังจาก อีแจมยอง ผู้นำเกาหลีใต้คนปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศ และหันมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับจีนและญี่ปุ่น

 

แฟ้มภาพ: Nathan Posner / Anadolu via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ขึ้นเป็น 25% อ้างเหตุไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานาธิบดีเม็กซิโกติดต่อผู้นำเกาหลีใต้เพื่อให้เพิ่มรอบคอนเสิร์ต BTS ในแถบละตินอเมริกา https://thestandard.co/mexican-president-asks-korea-bts-concerts/ Tue, 27 Jan 2026 04:02:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1169903 ภาพวง BTS กำลังแสดงคอนเสิร์ตต่อหน้าแฟนเพลงจำนวนมาก

Claudia Sheinbaum ประธานาธิบดีประเทศเม็กซิโกเปิดเผยเมื่ […]

The post ประธานาธิบดีเม็กซิโกติดต่อผู้นำเกาหลีใต้เพื่อให้เพิ่มรอบคอนเสิร์ต BTS ในแถบละตินอเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพวง BTS กำลังแสดงคอนเสิร์ตต่อหน้าแฟนเพลงจำนวนมาก

Claudia Sheinbaum ประธานาธิบดีประเทศเม็กซิโกเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (26 มกราคม) ว่าเธอส่งจดหมายทางการทูตไปยังประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ Lee Jae Myung เพื่อขอให้วง BTS จัดคอนเสิร์ตเพิ่มรอบในฝั่งประเทศละตินอเมริกา หลังจากคอนเสิร์ตในประเทศเม็กซิโกประกาศ Sold out ในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

 

“BTS มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในหมู่วัยรุ่นชาวเม็กซิกัน โดยคอนเสิร์ตกำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ และมีผู้คนรุ่นใหม่มากมายที่ต้องการจะซื้อบัตรคอนเสิร์ต แต่สเตเดียมของเรามีที่พอสำหรับ 150,000 คนเท่านั้น” ประธานาธิบดีหญิงกล่าวในงานแถลงข่าวช่วงเช้าตามปกติของเธอ

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอได้รับข้อร้องเรียนมากมายเกี่ยวกับการขายต่อบัตรคอนเสิร์ต การโก่งราคา ซึ่งเธอก็ติดต่อไปยังผู้จัดว่าจะสามารถเพิ่มรอบได้หรือไม่ แต่ผู้จัดกล่าวว่าไม่มีวันว่างสำหรับการจัดคอนเสิร์ตเพิ่มแล้ว เธอจึงเลือกติดต่อผู้นำเกาหลีใต้แทน

 

ขณะเดียวกัน สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคของเม็กซิโกก็ต้องเข้ามาตรวจสอบประเด็นเรื่องการขายต่อบัตรคอนเสิร์ตในราคาที่สูงเกินเหตุ โดยพวกเขาจะลงโทษการกระทำผิดกฎหมายของ Ticketmaster ที่ขาดความโปร่งใสในการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค ส่วนแพลตฟอร์มรีเซลอย่าง StubHub และ Viagogo ก็จะถูกลงโทษที่มีส่วนร่วมในพฤติกรรมที่นับว่าเป็นการเอาเปรียบและไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคอีกด้วย

 

ภาพ: Getty Images

 

อ้างอิง:

  • 8vo

The post ประธานาธิบดีเม็กซิโกติดต่อผู้นำเกาหลีใต้เพื่อให้เพิ่มรอบคอนเสิร์ต BTS ในแถบละตินอเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาอีแจมยองเยือนจีนรับปีใหม่ สะท้อนเกมถ่วงดุลเกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น https://thestandard.co/lee-jaemyung-china-visit-newyear-2026/ Sat, 03 Jan 2026 06:09:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1161089 จับตาอีแจมยองเยือนจีนรับปีใหม่ สะท้อนเกมถ่วงดุลเกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น

อีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เตรียมเดินทางเยือนจีนเป็ […]

The post จับตาอีแจมยองเยือนจีนรับปีใหม่ สะท้อนเกมถ่วงดุลเกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาอีแจมยองเยือนจีนรับปีใหม่ สะท้อนเกมถ่วงดุลเกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น

อีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เตรียมเดินทางเยือนจีนเป็นเวลา 4 วัน ย้ำยึด ‘หลักการจีนเดียว’ ด้านผู้เชี่ยวชาญจับตามอง ชี้ ‘ไม่ปกติ’ คาดทั้ง 2 ประเทศหวังจัดการปัญหาเกาหลีเหนือ และเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ขณะที่จีนหวังถ่วงดุลอำนาจสหรัฐฯ – ญี่ปุ่นในเอเชียตะวันออก

 

อีแจมยองตอบรับคำเชิญจากสีจิ้นผิง เตรียมเดินทางเยือนจีนตั้งแต่วันที่ 4-7 มกราคม ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ที่ผู้นำเกาหลีใต้เยือนปักกิ่ง นับตั้งแต่รัฐบาลงมุนแจอินในปี 2017 โดยกำหนดการเบื้องต้นระบุว่า อีจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดจีน-เกาหลีใต้ในวันที่ 4-6 มกราคม และเดินทางไปยังเซี่ยงไฮ้ในวันที่ 6-7 มกราคม

 

ก่อนการเดินทาง ผู้นำเกาหลีใต้ให้สัมภาษณ์กับ CCTV สื่อจีนเมื่อวานนี้ (2 มกราคม) ว่า สีจิ้นผิงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ และมีวิสัยทัศน์อย่างแท้จริง โดยจีนและเกาหลีใต้มีหลายประเด็นที่ร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะประเด็นทางเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่า เป้าหมายการเยือนของเกาหลีใต้ คือการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐบาลปักกิ่ง

 

นอกจากนี้ อียังระบุว่า ตนเคารพในหลักการจีนเดียว และจุดยืนของเกาหลีใต้ต่อประเด็นไต้หวันไม่มีการเปลี่ยนแปลง พร้อมย้ำว่า สันติภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและช่องแคบไต้หวันมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเขาจะไม่เลือกข้างในข้อพิพาทจีน-ญี่ปุ่น

 

ทั้งนี้ สื่อเกาหลีใต้และผู้เชี่ยวชาญมองว่า การเยือนครั้งนี้ ‘ไม่ปกติ’ เพราะเป็นการเดินทางของอีหลังเข้าสู่ปีใหม่ไม่กี่วัน รวมถึงเป็นการพบกันของผู้นำจีน-เกาหลีใต้ถึง 2 ครั้งภายในระยะเวลา 2 เดือน

 

บทวิเคราะห์จาก The Chosun Daily สื่อเกาหลีใต้ระบุว่า อีต้องการแก้ไขปัญหาเกาหลีเหนือโดยมีจีนเป็นตัวกลาง รวมถึงลดแรงกดดันจากฐานเสียงภายในประเทศที่วิจารณ์นโยบายสนับสนุนญี่ปุ่น ขณะที่ คัง จุนยอง ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองจาก Hankuk University of Foreign Studies ให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่า จีนต้องการเน้นย้ำความสำคัญของเกาหลีใต้ท่ามกลางข้อพิพาททางการเมืองกับญี่ปุ่นจากปมไต้หวัน

 

นอกจากนี้ Reuters ยังวิเคราะห์ว่า จีนและเกาหลีใต้กำลังเผชิญปัญหาซับซ้อนคล้ายกัน อย่างการแข่งขันทางอำนาจระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยเกาหลีใต้เป็นพันธมิตรหลักของวอชิงตันในภูมิภาค ขณะที่เกาหลีใต้ต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากเกาหลีเหนือในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งมีจีนเป็นผู้สนับสนุนสำคัญ

 

อนึ่ง ชิน บอมชุล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ และนักวิจัยอาวุโสของ Sejong Institute ระบุว่า ผู้นำทั้ง 2 ประเทศอาจหารือประเด็นอ่อนไหว เช่น ท่าทีของเกาหลีใต้ในบทบาทพันธมิตรของสหรัฐฯ โดยโซลต้องสร้างความมั่นใจว่า แผนเรือดำน้ำนิวเคลียร์มีเป้าหมายแค่ยับยั้งเกาหลีเหนือ ไม่ใช่การถ่วงดุลอำนาจจีน หรือข้องเกี่ยวกับไต้หวัน

 

ในช่วงที่ผ่านมา การเยือนจีนของผู้นำเกาหลีใต้ในปี 2017 เต็มไปด้วยเสียงวิจารณ์ว่า รัฐบาลปักกิ่งปฏิบัติไม่ดีต่อทางการโซล เช่น ใช้เจ้าหน้าที่รัฐมนตรีระดับรองต้อนรับที่สนามบิน, ห้ามสื่อเกาหลีใต้ถ่ายภาพ, สื่อจีนไม่รายงานข่าวงานเลี้ยงในหน้าสื่อ ไปจนถึงมุนแจอินร่วมรับประทานกับสีจิ้นผิงเพียง 1 มื้อ และไม่มีแถลงการณ์ร่วมในการประชุมสุดยอด

 

คาดว่า ท่าทีดังกล่าวเป็นความตั้งใจของจีนเพื่อตอบโต้ข้อพิพาทระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense System) ในปี 2016 หลังเกาหลีใต้ตอบรับให้สหรัฐฯ เข้ามาติดตั้ง THAAD ในประเทศ เพื่อป้องปรามเกาหลีเหนือ แต่จีนมองว่า ขีปนาวุธเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ เพราะสหรัฐฯ อาจใช้ประโยชน์คุกคามประเทศได้

 

ภาพ: ZUMA Press Wire via Reuters

อ้างอิง:

The post จับตาอีแจมยองเยือนจีนรับปีใหม่ สะท้อนเกมถ่วงดุลเกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ผีน้อยลด เร่งเพิ่มแรงงาน’ คุยกับทูตไทยในโซล มองนโยบายเกาหลีใต้ กับโอกาสของไทย https://thestandard.co/korea-labor-policy-thai-ambassador/ Wed, 12 Nov 2025 14:02:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1142638 ‘ผีน้อยลด เร่งเพิ่มแรงงาน’ คุยกับทูตไทยในโซล มองนโยบายเกาหลีใต้

การประชุมสุดยอดผู้นำ APEC Summit 2025 ที่เกาหลีใต้เป็นเ […]

The post ‘ผีน้อยลด เร่งเพิ่มแรงงาน’ คุยกับทูตไทยในโซล มองนโยบายเกาหลีใต้ กับโอกาสของไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ผีน้อยลด เร่งเพิ่มแรงงาน’ คุยกับทูตไทยในโซล มองนโยบายเกาหลีใต้

การประชุมสุดยอดผู้นำ APEC Summit 2025 ที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพในปีนี้ ได้สร้างโอกาสสำคัญให้ไทยในการยกระดับสถานะบนเวทีโลก เปิดโอกาสให้ผู้นำไทยได้พบปะพูดคุยกับบรรดาผู้นำจากประเทศมหาอำนาจในห้วงเวลาเดียวกัน และต่อยอดความร่วมมือในมิติต่างๆ เช่น มิติทางเศรษฐกิจและการค้า, การทูตเชิงวัฒนธรรม รวมถึงภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคง

 

 

THE STANDARD ได้สัมภาษณ์พิเศษ ธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อถอดรหัสวิสัยทัศน์ของเกาหลีใต้ที่พยายามปรับสมดุลระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน พร้อมทั้งแนวทางที่ไทยจะใช้โอกาสหลังจากนี้ ในการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามข้ามชาติ การรักษาเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลีที่ยังคงตึงเครียดและเป็นประเด็นท้าทายอยู่ในขณะนี้ รวมไปถึงสถานการณ์ผีน้อยและการท่องเที่ยวในปัจจุบัน

 

‘ผีน้อยลด เร่งเพิ่มแรงงาน’ คุยกับทูตไทยในโซล มองนโยบายเกาหลีใต้ 3

 

นโยบายเชิงรุกเกาหลีใต้กับโอกาสของไทย

 

ทูตธานีเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า นโยบายของเกาหลีใต้ภายใต้การนำของประธานาธิบดีอีแจมยอง เน้นไปที่ การดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ปฏิบัติได้ (Pragmatic Foreign Policy) โดยให้ความสำคัญกับพันธมิตรที่ใกล้ชิดอย่างสหรัฐฯ ประเทศใกล้เคียงอย่างญี่ปุ่น และจีน รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสันติภาพ และเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี ผ่าน ‘แนวนโยบาย END’ ที่จะมุ่งเน้นการหารือแลกเปลี่ยนระหว่างกัน (Exchange) รวมถึงพยายามทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและประชาคมระหว่างประเทศเป็นไปตามปกติ (Normalization) และการปลดอาวุธนิวเคลียร์ (Denuclearization) ซึ่งเป็นเป้าหมายปลายทางสุดท้าย

 

ทูตธานีมองว่า นโยบายเชิงรุกของเกาหลีใต้จะ ‘เป็นโอกาส’ ต่อบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางของอาเซียน เนื่องจากภูมิภาคอาเซียนมีความสำคัญต่อเกาหลีใต้ ทั้งในแง่ของความสัมพันธ์ทางการทูต การเมืองระหว่างประเทศ ทั้งยังเป็นตลาด และแหล่งลงทุนที่สำคัญอีกด้วย โดยไทยถือเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในอาเซียน และมีความเชื่อมโยง (Connectivity) ใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเกาหลีใต้พยายามเชื่อมโยงอาเซียนกับภูมิภาคต่างๆ ใน APEC จึงหลีกเลี่ยงหรือมองข้ามประเทศไทยไปไม่ได้ ทำให้ไทยยังคงมีโอกาสแสดงบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภูมิภาคต่างๆ ผ่านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน

 

การทูตเชิงวัฒนธรรม กับการผลักดัน Soft Power

 

เกาหลีใต้ได้ใช้เวที APEC Summit 2025 เป็นแพลตฟอร์มที่เผยแพร่การทูตเชิงวัฒนธรรม มีการนำศิลปินเกาหลี อาหารเกาหลี รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมของเกาหลีมาผสมผสานให้ผู้นำและผู้แทนระดับสูงจากประเทศต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ซึ่งทูตธานีมองว่า นี่คือตัวอย่างให้การผลักดัน Soft Power ที่สามารถสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี 

 

ทูตธานีกล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล เดินหน้าส่งเสริม T-Wave หรือ ‘กระแสความนิยมไทย’ อย่างต่อเนื่อง โดยจุดแข็งของ Soft Power ไทยในปัจจุบันคือ ไทยได้รับการยอมรับในเรื่องอาหาร การเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก รวมถึงอุปนิสัยใจคอของคนไทยที่เป็นมิตรและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 

 

โดย ‘เทศกาลไทย’ เป็นเวทีสำคัญของ T-Wave ในเกาหลีใต้ ซึ่งจัดมาเป็นปีที่ 10 แล้ว ได้รับความนิยมอย่างมาก มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1 แสนคน และมีการผสมผสานวัฒนธรรม เช่น มวยไทยกับเทควันโดของเกาหลี ซึ่งมีแผนจะย้ายสถานที่จัดงานในปี 2026 ไปยังพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น เช่น บริเวณแม่น้ำฮัน เนื่องจากสถานที่จัดงานเดิมอย่างคลองชองกเยชอนมีขนาดเล็กเกินไป นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือทางวัฒนธรรม ผ่านคณะกรรมการวัฒนธรรมระหว่างไทย-เกาหลี มีโครงการสอนศิลปะและนาฏศิลป์ไทยให้แก่เยาวชน รวมถึงชุมชนไทยในเกาหลีใต้ที่มีสมาชิกเกือบ 2 แสนคนก็มีแผนที่จะก่อตั้งสภาวัฒนธรรมในอนาคตอันใกล้นี้

 

อย่างไรก็ตาม ทูตธานีเสนอแนะว่า ไทยอาจจะต้องเป็นที่รู้จักมากกว่าแค่เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยไทยต้องเป็นแหล่งลงทุนที่มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น เป็นแหล่งผลิตที่มีนวัตกรรมมากขึ้นและต้องมีแรงงานที่มีทักษะ (Smart  Workers) มากขึ้น อีกทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐต่อผู้ลงทุนต่างประเทศต้องโปร่งใส เพื่อเพิ่มเสน่ห์และดึงดูดนักลงทุน บริบทแวดล้อมเหล่านี้จะมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยเดินหน้า ควบคู่ไปกับการผลักดัน Soft Power ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

‘ผีน้อยลด เร่งเพิ่มแรงงาน’ คุยกับทูตไทยในโซล มองนโยบายเกาหลีใต้ 2

 

ภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคง

 

เกาหลีใต้ได้กลายเป็นพื้นที่ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้พบกันเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี และเปิดโอกาสให้ผู้นำมหาอำนาจทั้งสองประเทศได้หารือทวิภาคีระหว่างกันเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมาก่อนที่ APEC Summit 2025 จะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในอีกวันต่อมา ขณะที่เกาหลีใต้เองก็พยายามปรับสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคง และ จีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด เพื่อให้เกาหลีใต้ได้ประโยชน์สูงสุดจากสมดุลทางอำนาจนี้

 

ทูตธานีมองว่า การปรับสมดุลความสัมพันธ์ของเกาหลีใต้มีความน่าสนใจและมีความสมดุลพอสมควร ทั้งไทยและเกาหลีใต้มีความคล้ายคลึงกันในฐานะประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มหาอำนาจมีบทบาทสำคัญสูง การปรับสมดุลระหว่างมหาอำนาจก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่มักจะถูกเลือกใช้ แต่ทั้งสองประเทศมีความต่างกัน โดยเฉพาะในแง่ของขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งเกาหลีใต้ก้าวหน้ากว่าไทยอย่างมากในแทบทุกด้าน เช่น AI, ควอนตัม, แบตเตอรี่, รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานทางเลือก

 

ที่ผ่านมาการแข่งขันทางเทคโนโลยีและแรงกดดันทางการเมือง ทำให้เกาหลีใต้ต้องบริหารนโยบายให้สมดุลเพื่อรักษาความร่วมมือทางเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็ยังคงต้องรักษาตลาดในจีนไว้ เกาหลีใต้มีข้อได้เปรียบคือ มีการพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง ซึ่งช่วยให้มีความคล่องตัวในการบริหารนโยบาย 

 

ทูตธานีมองว่า ไทยต้องวางตำแหน่งตัวเองให้อยู่ในห่วงโซ่เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้ได้มากที่สุด โดยอาศัยความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งในและนอกภูมิภาค เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน และไต้หวัน ทั้งยังจะต้องเตรียมความพร้อมในการดึงดูดการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล การปฏิรูปการศึกษา และการพัฒนาแรงงาน รวมถึงการปรับปรุงแรงจูงใจและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในการลงทุน หากไทยมีขีดความสามารถในด้านต่างๆ ที่สูงยิ่งขึ้น จะเป็นปัจจัยที่มีส่วนทำให้ไทยได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย 

 

ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น ที่พยายามก้าวผ่านประวัติศาสตร์บาดแผลเมื่อครั้งอดีต และหันมาเดินหน้ากระชับสัมพันธ์และร่วมมือกันมากยิ่งขึ้นนั้น ทูตธานีระบุว่า ความพยายามดังกล่าวน่าจะส่งผลดีต่อความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงในเอเชียตะวันออก ความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงในอนาคตจะ ‘มีน้ำหนักมากพอ’ ที่จะทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แม้จะมีประเด็นอ่อนไหวทางประวัติศาสตร์อยู่ก็ตาม

 

ทูตธานียังกล่าวอีกว่า ไทยสามารถต่อยอดความสัมพันธ์เหล่านี้ได้ เนื่องจากคนเกาหลีใต้และญี่ปุ่นมีความนิยมชมชอบประเทศไทยค่อนข้างมาก ไทยต้องส่งเสริมการเป็น ‘หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์’ กับทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะในมุมของเกาหลีใต้ ไทยและเกาหลีใต้มี ‘ความร่วมมือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน’ (Comprehensive Strategic Partnership) และกำลังจะมี ‘ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ’ (Economic Partnership Agreement: EPA) ระหว่างกัน ซึ่งคาดว่าจะบรรลุความตกลงได้ภายในปีนี้ โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าจาก 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เป็น 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

 

ขณะที่ประเด็นเรื่องกรอบความร่วมมืออาเซียนกับการรักษาเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี ทูตธานีมองว่า อาเซียนมีบทบาทในการส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรแห่งนี้ เนื่องจากเวทีอาเซียนเป็นที่ที่ประเทศคู่เจรจาให้ความสำคัญ โดยสามารถใช้ได้ทั้งกลไกในกรอบพหุภาคี เช่น การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit: EAS) และการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum: ARF) ซึ่งมีผู้แทนระดับสูงจากเกาหลีเหนือเข้าร่วมประชุมด้วย และเป็นกลไกสำคัญที่ใช้แสดงบทบาท ‘การทูตเชิงป้องกัน’ (Preventive Diplomacy) รวมถึงกลไกในกรอบทวิภาคีอื่นๆ โดยสมาชิกอาเซียนหลายประเทศ รวมทั้งไทยต่างมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางในการรับมือกับประเด็นความท้าทายนี้

 

‘ผีน้อยลด เร่งเพิ่มแรงงาน’ คุยกับทูตไทยในโซล มองนโยบายเกาหลีใต้ 4

 

บทเรียนจากเกาหลีใต้: การปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ

 

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีใต้มีบทบาทโดดเด่นอย่างมากในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยส่ง คิมจินอา ปลัดกระทรวงการต่างประเทศคนที่ 2 ของเกาหลีใต้และคณะทำงานมายังกัมพูชา หลังมีชาวเกาหลีใต้จำนวนไม่น้อยตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา พร้อมทั้งเรียกร้องให้กัมพูชาเร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

 

ทูตธานีกล่าวว่า บทเรียนสำคัญที่เราสามารถเรียนรู้ได้คือ เกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อเป็นอย่างมาก ประเทศไทยและทุกประเทศที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญกับการให้ความช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ และต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อกวาดล้างกลุ่มเหล่านี้ให้หมดไปจากภูมิภาค 

 

ไทยยังสามารถร่วมมือกับมิตรประเทศและเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในมิติทางเทคโนโลยี รวมถึงการใช้กลไกความร่วมมือด้านตำรวจ เช่น ตำรวจอาเซียน (ASEAN National Police: Aseanapol) เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  โดยนายกรัฐมนตรีของไทยได้ประกาศเรื่องการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์เป็นวาระแห่งชาติ และไทยกำลังจะจัดประชุมระหว่างประเทศ เพื่อต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ขึ้นเร็วๆ นี้

 

‘ผีน้อยลด เร่งเพิ่มแรงงาน’ คุยกับทูตไทยในโซล มองนโยบายเกาหลีใต้ 5

 

สถานการณ์ ‘ผีน้อย’ และการท่องเที่ยวไทย-เกาหลีใต้

 

ทูตธานีเผยว่า ตัวเลขของ ‘ผีน้อย’ หรือแรงงานไทยผิดกฎหมายในเกาหลีใต้มีแนวโน้มลดลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากตำรวจและ ตม. เกาหลีใต้ มีการปราบปรามและจับกุมทั้งนายจ้างและลูกจ้างอย่างจริงจัง ประกอบกับการดำเนินโครงการอนุญาตให้กลับโดยสมัครใจ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ซึ่งแรงงานสามารถมอบตัวและกลับไทยได้โดยไม่ถูกลงโทษ

 

ปัจจุบันมีแรงงานไทยทั้งหมดในเกาหลีใต้ประมาณ 169,000 คน ลดลงจาก 200,000 คน โดยมีแรงงานถูกกฎหมายเกือบ 50,000 คน โดยไทยกำลังพยายามเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมาย ซึ่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้รับจะพิจารณาในประเด็นนี้

 

ส่วนมิติภาคการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มลดลง โดยนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้มาไทยลดลง ทูตธานีอธิบายว่า สาเหตุหลักมาจาก เศรษฐกิจเกาหลีใต้ชะลอตัว (โตเพียง 1-2% ในไตรมาสสุดท้าย) และส่วนหนึ่งอาจมาจากความวิตกกังวลเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติด้วย ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยไปเกาหลีใต้ก็มีจำนวนลดลงเช่นเดียวกัน เนื่องจากเกิดจากกระแส #แบนเกาหลี หลังถูกปฏิเสธเข้าเมือง และติด ตม. จำนวนมาก แม้จะเป็นนักท่องเที่ยวก็ตาม

 

ทูตธานีระบุว่า สถานทูตได้หารือกับ ตม. เกาหลีเพื่อขอให้ปรับระบบ K-ETA โดยขอให้เรียกร้องเอกสารเพิ่มเติม เช่น หลักฐานทางการเงิน เพื่อกรองผู้สมัครเพิ่มเติม ก่อนที่จะปฏิเสธไม่ให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้นเดินทางเข้าประเทศ โดยประธานาธิบดีเกาหลีใต้ก็รับปากจะพยายามแก้ไขปัญหานี้เช่นเดียวกัน 

 

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเกาหลีใต้มีความแน่นแฟ้นและยาวนานหลายทศวรรษ โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่ส่งทหารเข้าร่วมรบในสงครามเกาหลี (1950–1953) ก่อนที่จะมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการในปี 1958 โดยในปี 2028 จะครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เกาหลีใต้

The post ‘ผีน้อยลด เร่งเพิ่มแรงงาน’ คุยกับทูตไทยในโซล มองนโยบายเกาหลีใต้ กับโอกาสของไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกาหลีใต้ใช้เวที APEC 2025 กระชับสัมพันธ์จีน ถกประเด็นนิวเคลียร์-ผ่อนปรนข้อจำกัดอุตสาหกรรมบันเทิง https://thestandard.co/korea-apec-strengthen-china-ties/ Sat, 01 Nov 2025 03:31:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1138605 เกาหลีใต้ใช้เวที APEC 2025 กระชับสัมพันธ์ จีน ถกประเด็นนิวเคลียร์-ผ่อนปรนข้อจำกัดอุตสาหกรรมบันเทิง

อีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอ […]

The post เกาหลีใต้ใช้เวที APEC 2025 กระชับสัมพันธ์จีน ถกประเด็นนิวเคลียร์-ผ่อนปรนข้อจำกัดอุตสาหกรรมบันเทิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกาหลีใต้ใช้เวที APEC 2025 กระชับสัมพันธ์ จีน ถกประเด็นนิวเคลียร์-ผ่อนปรนข้อจำกัดอุตสาหกรรมบันเทิง

อีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC 2025 เตรียมใช้เวทีนี้เป็นสะพานกระชับความสัมพันธ์กับจีน หลังสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนตัดสินใจเดินทางเข้าร่วมการประชุม APEC ครั้งนี้ที่เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการเยือนเกาหลีใต้ครั้งแรกในรอบ 11 ปีของสีจิ้นผิง

 

ผู้นำทั้งสองประเทศจะเจรจาทวิภาคี โดยมุ่งเน้นไปที่การหารือเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งสั่นคลอนเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค หลังเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับจีนทั้งทางด้านการทหารและเศรษฐกิจ ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของตนเองอย่างต่อเนื่อง

 

โดยโดนัลด์ ทรัมป์ เคยเสนอที่จะพบกับคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ในระหว่างการเยือนเกาหลีใต้ แต่รัฐบาลเกาหลีเหนือกลับไม่ตอบรับ ทำให้ทรัมป์ไม่ได้พบกับคิมจองอึนในทริปเดินทางเยือนเอเชียในครั้งนี้

 

อีแจมยองยังเตรียมใช้โอกาสนี้หารือกับสีจิ้นผิง เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการผ่อนปรนข้อจำกัดต่อเนื้อหาในอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีใต้ที่ดำเนินมาอย่างเข้มงวดตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลังเกาหลีใต้อนุญาตให้มีการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ภายในประเทศ เมื่อปี 2017

 

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ เกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างที่จีนอ้างว่าใช้เพื่อการประมงในน่านน้ำพิพาทระหว่างสองประเทศ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการควบคุมการส่งออกแร่หายาก หรือแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) ของจีน พร้อมเตรียมเรียกร้องให้มีการยกเลิกการคว่ำบาตรของจีนต่อบริษัทต่อเรือเกาหลีใต้อย่าง Hanwha Ocean ที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ โดยเร็ว

 

อย่างไรก็ตาม การที่ทรัมป์ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC อย่างเป็นทางการในปีนี้ ได้เปิดโอกาสให้สีจิ้นผิง วางตัวเองเป็น ‘ผู้สนับสนุนการค้าเสรีและการเปิดกว้างที่คาดเดาได้’ ซึ่งเป็นบทบาทที่สหรัฐฯ เคยครองมานานหลายทศวรรษ
ขณะนี้สมาชิก APEC ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อผลักดันฉันทามติเกี่ยวกับปฏิญญาร่วมว่าด้วยการค้าเสรี ก่อนที่การประชุม APEC 2025 จะปิดฉากลงในวันนี้

 

ภาพ: Yonhap / Reuters

อ้างอิง:

The post เกาหลีใต้ใช้เวที APEC 2025 กระชับสัมพันธ์จีน ถกประเด็นนิวเคลียร์-ผ่อนปรนข้อจำกัดอุตสาหกรรมบันเทิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำโลกร่วมประชุมเอเปค หารือความไม่แน่นอนระเบียบการค้าโลก https://thestandard.co/world-leaders-global-trade-apec/ Fri, 31 Oct 2025 08:54:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1138134 ผู้นำโลกร่วมประชุม เอเปค หารือความไม่แน่นอนระเบียบการค้าโลก

การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 ที่ เมืองคยอ […]

The post ผู้นำโลกร่วมประชุมเอเปค หารือความไม่แน่นอนระเบียบการค้าโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำโลกร่วมประชุม เอเปค หารือความไม่แน่นอนระเบียบการค้าโลก

การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 ที่ เมืองคยองจู ของเกาหลีใต้ เปิดฉากขึ้นในวันนี้ (31 ตุลาคม) โดยมีผู้นำจาก 21 ประเทศสมาชิกเอเปคเข้าร่วม รวมถึงอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และซานาเอะ ทากาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ตลอดจนประเทศที่ได้รับเชิญ และตัวแทนจากองค์กรระหว่างประเทศ

 

การประชุมปีนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ ‘Building a Sustainable Tomorrow’ หรือ ‘เสริมสร้างวันพรุ่งนี้ที่ยั่งยืน’ ซึ่งมุ่งขับเคลื่อนความร่วมมือผ่าน 3 แนวคิดสำคัญ คือ เชื่อมโยง, นวัตกรรม, ความรุ่งเรืองร่วมกัน (Connect, Innovate, Prosper) เพื่อหาแนวทางเพิ่มความยืดหยุ่นและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการค้าโลก โดยมุ่งเน้นการหารือหารือในหัวข้อสำคัญ เกี่ยวกับการรักษาการค้าเสรีและการส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

 

ในการประชุมวาระแรกวันนี้ มีขึ้นภายใต้หัวข้อ ‘Towards a More Connected Resilient Region and Beyond’ หรือ ‘มุ่งสู่ภูมิภาคที่เชื่อมโยงและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น’ โดยอีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้กล่าวเปิดประชุม เน้นย้ำถึงความสำคัญของการประชุมเอเปค ท่ามกลางระเบียบการค้าเสรีที่กำลังเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มสูงขึ้น

 

“ความร่วมมือและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน คือเส้นทางที่แน่นอนที่สุดสำหรับอนาคตที่ดีกว่า เราทุกคนกำลังยืนอยู่ ณ จุดเปลี่ยนสำคัญ ขณะที่ระเบียบระหว่างประเทศกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” อี กล่าว

 

ขณะที่เขาชี้ว่า “การปฏิวัติทางเทคโนโลยีที่นำโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์นั้นกำลังนำมาซึ่งทั้งวิกฤตและโอกาส อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

 

ด้านสีจิ้นผิง กล่าวถ้อยแถลงในการประชุม โดยมีข้อเสนอ 5 ประการสำหรับ “การสร้างเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน”

 

เขายังเรียกร้องให้มีความพยายามร่วมกันเพื่อปกป้องระบบการค้าพหุภาคีโดยมีองค์การการค้าโลก (WTO) เป็นแกนหลัก เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปิดกว้างในภูมิภาค และรักษาเสถียรภาพและการไหลเวียนที่ราบรื่นของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและอุปทาน

 

สำหรับการประชุมในวันศุกร์จัดขึ้นโดยไม่มีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งได้เดินทางกลับสหรัฐฯ หลังจากเข้าร่วมการประชุมภาคธุรกิจและหารือทวิภาคีกับผู้นำจีนและเกาหลีใต้

 

ทั้งนี้ ก่อนการประชุม สีจิ้นผิงและอีแจมยอง ได้หารือทวิภาคี โดยทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า “ผู้นำทั้งสองวางแผนที่จะหารือกันถึงแนวทางที่จะทำให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดกว้าง มีพลัง และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในการประชุมครั้งนี้”

 

“ประธานาธิบดีอี จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้นำ เพื่อช่วยสร้างฉันทามติเรื่องความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าฟื้นฟูความมุ่งมั่นด้านความร่วมมือของภูมิภาค และแสวงหามาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้เอเปคยังคงเป็นเวทีเศรษฐกิจหลักของภูมิภาคและเป็นเวทีสำคัญสำหรับอนาคต” ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุ

 

ภาพ: Yonhap via REUTERS

 

อ้างอิง:

The post ผู้นำโลกร่วมประชุมเอเปค หารือความไม่แน่นอนระเบียบการค้าโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมผู้นำญี่ปุ่นให้เซ็ตหมากล้อมผู้นำเกาหลีใต้ มีความหมายอย่างไร https://thestandard.co/japan-takaichi-go-sk-jae-myung/ Fri, 31 Oct 2025 08:30:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1138118 ทำไมผู้นำญี่ปุ่นให้เซ็ตหมากล้อม ผู้นำเกาหลีใต้ มีความหมายอย่างไร

กำลังอยู่ในความสนใจในหน้าการเมืองเอเชียตะวันออก สำหรับก […]

The post ทำไมผู้นำญี่ปุ่นให้เซ็ตหมากล้อมผู้นำเกาหลีใต้ มีความหมายอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมผู้นำญี่ปุ่นให้เซ็ตหมากล้อม ผู้นำเกาหลีใต้ มีความหมายอย่างไร

กำลังอยู่ในความสนใจในหน้าการเมืองเอเชียตะวันออก สำหรับการพบกันระหว่าง อีแจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กับ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นอกรอบการประชุม APEC 2025 ณ เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้

 

นอกจากสัญญาณ ‘ก้าวข้ามความขัดแย้ง’ จากฟากเกาหลีใต้ หลัง อีแจ-มยอง ละทิ้งความบาดหมางทางประวัติศาสตร์จากยุคอาณานิคมบนโต๊ะเจรจา พร้อมทั้งย้ำว่า ทั้งสองประเทศต้องร่วมมือมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา ขณะที่ญี่ปุ่นภายใต้การนำของทาคาอิจิ ก็ตอบรับด้วยแนวทางกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี อย่างการทูตแบบโต้ตอบ (Shuttle Diplomacy)

 

สิ่งที่น่าสนใจจากการพบปะครั้งนี้ คือ ของที่ระลึกแลกเปลี่ยนของ 2 ผู้นำ โดย อีแจ-มยองมอบสาหร่ายแห้งและเครื่องสำอางเกาหลีใต้ให้ทาคาอิจิ ขณะที่ผู้นำญี่ปุ่นให้ ‘เซ็ตหมากล้อม’ หรือ ‘โกะ’ (Go) จากเมืองคามาคุระให้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้

 

ดูผิวเผินอาจไม่มีความหมาย แต่ที่จริงแล้ว หินหมากล้อมนี้กลับมีนัยสำคัญทางการเมืองระหว่าง 2 ประเทศ ที่เชื่อมโยงทั้งประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์การทูต

 

เปิดความหมายของขวัญล้ำค่าก้าวข้ามความขัดแย้ง ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้

 

หากเปิดเบื้องลึกเบื้องหลัง สาเหตุที่ อีแจ-มยองให้ของขวัญทาคาอิจิเป็นเครื่องสำอาง อาจเป็นเพราะผู้นำญี่ปุ่นเคยให้สัมภาษณ์ในช่วงแรกเข้ารับตำแหน่งว่า เธอชื่นชอบเครื่องสำอางและอาหารเกาหลี หลังถูกสื่อถามเรื่องความสัมพันธ์ทั้งสองชาติ ที่เคยตึงเครียดในช่วงที่ผ่านมา

 

“ฉันรักสาหร่ายเกาหลีใต้มากๆ แล้วฉันก็ใช้เครื่องสำอางเกาหลีด้วย รวมถึงฉันยังดูซีรีส์เกาหลีเหมือนกัน” เธอยังเน้นย้ำว่า เกาหลีใต้เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญมากๆ

 

ขณะที่ความหมายของหมากล้อม มาจากการที่ อีแจ-มยองเป็นเซียน ‘พาดุก’ (바둑) หรือหมากล้อมในภาษาเกาหลี โดยครั้งหนึ่ง ผู้นำเกาหลีใต้เคยให้สัมภาษณ์ในหน้าสื่อว่า ในช่วงชีวิตที่ยากจนในวัยเด็ก เขาชอบเล่นพาดุกมากๆ ถึงขนาดใช้ ‘รองเท้ายาง’ มาตัดเป็นหมากเดินเล่น

 

ความคลั่งไคล้พาดุกของ อีแจ-มยอง เป็นที่รู้จักกันทั้งในหมู่คนทั่วไป และหน้าการเมืองเกาหลีใต้ เขาเรียกตัวเองว่า ‘เอกีกา’ (에기가) หรือคนรักพาดุกในภาษาเกาหลี และฝีมืออยู่ในระดับดั้ง 5 (สูงสุดคือดั้ง 1) ในหมู่มือสมัครเล่นระดับสูง

 

ว่ากันว่า อีแจ-มยองศึกษาเกี่ยวกับกลเกมนี้เยอะมากๆ และใช้เวลาในยามเครียดปลดปล่อยตัวเองไปกับการเล่นหมากล้อม ซึ่งทำให้เขาหายเครียด สมองปลอดโปร่ง และทักษะพัฒนาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งผู้นำเกาหลีใต้ยังเคยประกาศว่า ความฝันสูงสุดในงานอดิเรกนี้ คือ การเป็นปรมาจารย์ด้านพาดุก

 

“ไม่มีความลับใดๆ ทั้งในการเมืองและพาดุก” อีแจ-มยอง ระบุ

 

ผศ. ดร. ธีวินท์ สุพุทธิกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองญี่ปุ่น และหัวหน้าภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ผู้นำทั้งสองฝ่ายมีความพิถีพิถันที่เลือกของที่แต่ละฝ่ายชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ซึ่งสะท้อนความตั้งใจที่จะสืบสานความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ตั้งแต่ยุคฟุมิโอ คิชิดะ-ยุนซอกยอล, ชิเงรุ อิชิบะ-อีแจ-มยอง

 

“น่าสนใจว่า ความใส่ใจและพิถีพิถัน มีสูงมากจากทางฝั่งญี่ปุ่น เพราะไม่เพียงแต่ให้แท่นโกะที่อีชอบเล่นอยู่แล้ว แต่คัดสรรมาจากเมืองคามาคุระ ซึ่งเป็นเมืองพี่น้องกับเมืองบ้านเกิดของอีด้วย

 

“อีมาจากพรรคสายเสรีนิยม ปกติจะชูเรื่องปัญหาประวัติศาสตร์อาณานิคม และสงครามกับญี่ปุ่น ขณะที่ทาคาอิจิเป็นขวามักจะเมินเฉย หรือมีความเห็นแย้งชาติที่โจมตีญี่ปุ่นเรื่องสงคราม”

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองญี่ปุ่นมองว่า ของขวัญเหล่านี้แสดงให้เห็นเรื่องราวเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้นำและสื่อสองฝ่าย นำไปขยายความตั้งใจที่จะคงความเป็นมิตรต่อกัน โดยมุ่งเน้นการทูตเพื่ออนาคต (Future-Oriented Diplomacy) และไม่นำ ‘อดีต’ มาสร้างความขัดแย้งกัน แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่า ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะคงความสัมพันธ์นี้ได้นานแค่ไหน

 

อนึ่ง เมืองคามาคุระที่ผลิตหมากล้อม เป็นเมืองพี่เมืองน้องของเมืองอันดง (Andong) บ้านเกิดของอีแจ-มยอง ซึ่งอยู่ในจังหวัดคยองซังเหนือ สถานที่จัด APEC 2025 อีกด้วย

 

พาดุกหรือโกะ จะชื่อไหน หมากล้อมก็รวมใจเอเชียตะวันออกไว้ด้วยกัน

 

อันที่จริง วัฒนธรรมการเล่นหมากล้อมเป็นสิ่งที่แพร่หลายในเอเชียตะวันออก และมีผู้นำจำนวนมากที่คลั่งไคล้งานอดิเรกนี้ เช่น สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน, มุนแจอิน อดีตผู้นำเกาหลีใต้ และ, นาโอโตะ คัง อดีตนายกฯ ญี่ปุ่น

 

และเชื่อหรือไม่ว่า หมากล้อมนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการทูตเชื่อมสัมพันธ์เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น โดยมีการจัดกิจกรรมการแข่งขันโกะระหว่างสมาชิกผู้แทนราษฎรทั้งสองประเทศ ตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา หากแต่ถูกระงับไปในปี 2004 เพราะความตึงเครียดทางการเมือง

 

อย่างไรก็ดี การทูตหมากล้อมกลับมาอีกครั้งในปี 2014 เพื่อรำลึกครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นส่งนาโอโตะเป็นตัวแทนประเทศ แข่งขันกับ อูยูชอล (Woo Yoo-chul) อดีต สส. พรรคแซนูรี (Saenuri)

 

ในเวลานั้น อูยูชอลให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า หมากล้อมก็เหมือนกับการทูตปิงปอง ที่สหรัฐอเมริกาและจีนใช้เป็นเครื่องมือสถาปนาทางการทูต และในการแข่งขันนี้ เกาหลีใต้หวังจะใช้หมากล้อมเป็นช่องทางสื่อสารความบาดหมางทางประวัติศาสตร์อย่างหญิงบำรุงขวัญ (Comfort Women) กับรัฐบาลของ ชินโซ อาเบะ

 

ขณะที่ในการแข่งขันนี้ นาโอโตะได้ทิ้งวาทะอมตะว่า ญี่ปุ่นได้เรียนรู้เกาหลีใต้มากมายจากประวัติศาสตร์อันยาวนาน แม้จะมีปัญหามากมาย แต่สุดท้าย ทั้งสองประเทศก็ได้พัฒนาร่วมกัน จนกลายเป็นประเทศที่ก้าวหน้าในเอเชีย

 

“ผมหวังว่า การต่อสู้ในกระดานโกะจะไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเข่นฆ่ากันเอง แต่มันคือบทสรุปที่ยิ่งใหญ่ให้เรายอมรับซึ่งกันและกัน” นาโอโตะกล่าว

 

อ้างอิง:

The post ทำไมผู้นำญี่ปุ่นให้เซ็ตหมากล้อมผู้นำเกาหลีใต้ มีความหมายอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวข้ามความขัดแย้ง ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้จับมือรับยุคใหม่ เน้นการทูตแบบโต้ตอบ เชื่อต้องร่วมมือมากกว่าในอดีต https://thestandard.co/japan-korea-move-beyond-conflict/ Fri, 31 Oct 2025 03:09:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1137855 ก้าวข้ามความขัดแย้ง ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้จับมือรับยุคใหม่ เน้นการทูตแบบโต้ตอบ เชื่อต้องร่วมมือมากกว่าในอดีต

อีแจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ พบ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นาย […]

The post ก้าวข้ามความขัดแย้ง ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้จับมือรับยุคใหม่ เน้นการทูตแบบโต้ตอบ เชื่อต้องร่วมมือมากกว่าในอดีต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวข้ามความขัดแย้ง ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้จับมือรับยุคใหม่ เน้นการทูตแบบโต้ตอบ เชื่อต้องร่วมมือมากกว่าในอดีต

อีแจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ พบ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นอกรอบการประชุม APEC 2025 เผย 2 ประเทศจะดำเนินการทูตแบบเน้นการโต้ตอบ (Shuttle Diplomacy) และเน้นย้ำความร่วมมือกันมากขึ้น ถือเป็นท่าทีก้าวข้ามความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์จากทางเกาหลีใต้

 

เมื่อวานนี้ (30 ตุลาคม) อีแจ-มยอง พบกับ ทาคาอิจิ นอกรอบการประชุม APEC 2025 เพื่อหารือแบบทวิภาคีกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตของ 2 ประเทศ โดยมีการตั้งข้อสังเกตจากสื่อว่า การหารือไม่ได้กล่าวถึงปมความขัดแย้งทางด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้เกิดความตึงเครียดเหมือนในช่วงที่ผ่านมา แต่กลับเน้นย้ำว่า เกาหลีใต้และญี่ปุ่นต้องร่วมมือกันมากกว่าเดิม

 

อีแจ-มยองกล่าวว่า ขณะนี้ เป็นเวลาสำคัญที่ต้องเสริมสร้างความร่วมมือที่มุ่งเน้นอนาคตมากกว่าในอดีต โดยญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง ทั้งประสบการณ์และการทำงานร่วมกัน ซึ่งเขาเชื่อว่า 2 ประเทศจะทำงานร่วมกันได้ดี ทั้งการรับมือปัญหาภายในประเทศ และความขัดแย้งระหว่างประเทศด้วย

 

ทาคาอิจิเห็นด้วยกับอีแจ-มยองว่า ความร่วมมือทวิภาคีต้องเพิ่มยิ่งขึ้น ท่ามกลางบริบทการเมืองโลกปัจจุบัน โดยญี่ปุ่นจะใช้การทูตแบบโต้ตอบ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเพิ่มพูนการสื่อสารกับเกาหลีใต้ ด้วยการส่งผู้นำระดับสูงไปเยือนประเทศคู่เจรจาบ่อยมากขึ้น

 

การเจรจาครั้งนี้ใช้เวลา 40 นาที โดย คังยูจอง (Kang Yoo-jung) โฆษกสำนักประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่า อีแจ-มยองได้ให้ของที่ระลึกกับทาคาอิจิ คือ สาหร่ายแห้งและเครื่องสำอางเกาหลี ขณะที่ผู้นำญี่ปุ่นมอบเม็ดหินสำหรับเล่นหมากล้อม หรือโกะที่ผลิตในเมืองคามาคุระ เป็นของขวัญกับอีแจ-มยอง

 

เป็นไปได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้จะยิ่งดียิ่งขึ้น โดยทาคาอิจิระบุในหน้าสื่อว่า เธอต้องการสร้างความร่วมมือ และความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจได้กับผู้นำหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงเกาหลีใต้ ขณะที่อีแจ-มยองเป็นมีแนวทางฟื้นฟูความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น นับเป็นแนวทางแปลกใหม่สำหรับรัฐบาลเกาหลีใต้ ทั้งฝ่ายเสรีนิยมและอนุรักษนิยม

 

ในช่วงที่ผ่านมา ผู้นำฝ่ายเสรีนิยมในเกาหลีใต้มักวางท่าทีแข็งกร้าวต่อญี่ปุ่น โดยเฉพาะประเด็นทางประวัติศาสตร์ เช่น ขอให้ญี่ปุ่นออกมาขอโทษหรือจ่ายค่าชดเชยต่อกรณีแรงงานทาส และหญิงบำรุงขวัญ (Comfort Women) ในช่วงอาณานิคม หรือประณามการที่ผู้นำญี่ปุ่นไปเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิ (Yasukuni Shrine) เพื่อสักการะทหารระดับสูงที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2

 

นอกจากนี้ เกาหลีใต้และญี่ปุ่นยังมีข้อพิพาททางด้านดินแดน อย่างการอ้างสิทธิเหนือเกาะด็อกโด (Dokdo) หรือทาเคชิมะ (Takeshima) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีในช่วงที่ผ่านมาไม่ราบรื่นนัก

 

ปัจจุบัน เกาหลีใต้และญี่ปุ่นทำสนธิสัญญาความมั่นคงไตรภาคีร่วมกับสหรัฐอเมริกา หรือ Camp David Principles เพื่อแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง เช่น ความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือ และเปิดช่องให้สามารถปกป้องประเทศคู่ภาคี หากมีภัยคุกคามต่ออีกฝ่าย

 

ภาพ: YONHAP NEWS AGENCY / Reuters

 

อ้างอิง:

The post ก้าวข้ามความขัดแย้ง ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้จับมือรับยุคใหม่ เน้นการทูตแบบโต้ตอบ เชื่อต้องร่วมมือมากกว่าในอดีต appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ หารือ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ขอเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมาย – ช่วยแก้ปัญหาคนไทยติด ตม. https://thestandard.co/korea-labor-quota-immigration-talks/ Thu, 30 Oct 2025 11:47:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1137578 นายกฯ หารือ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ขอเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมาย - ช่วยแก้ปัญหาคนไทยติด ตม.

วันนี้ (30 ตุลาคม) เวลา 15.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคย […]

The post นายกฯ หารือ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ขอเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมาย – ช่วยแก้ปัญหาคนไทยติด ตม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ หารือ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ขอเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมาย - ช่วยแก้ปัญหาคนไทยติด ตม.

วันนี้ (30 ตุลาคม) เวลา 15.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือทวิภาคีกับอีแช มยอง (H.E. Mr. Lee Jae Myung) ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค

 

โอกาสแรก ประธานาธิบดีเกาหลี ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้เกียรติเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมเอเปคในช่วงที่ไทยโศกเศร้า ประธานาธิบดีเกาหลียังซาบซึ้งในการที่ไทยได้ส่งทหารไทยเข้าร่วมสงครามเกาหลีด้วย

 

ทั้งสองฝ่ายแสดงความยินดีที่ได้พบหารือกันเป็นครั้งแรก หลังจากที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรียังชื่นชมเมืองคย็องจูว่าเป็นเมืองที่งดงามและเปี่ยมด้วยมรดกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาของไทย พร้อมเชิญประธานาธิบดีเกาหลีใต้เยือนไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสแรก เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

 

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเสนอให้ทั้งสองประเทศตั้งเป้าหมายการค้าให้ถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเขตการค้าเสรี (FTA) เป็นเครื่องมือสำคัญ และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถสรุปประเด็นที่คั่งค้างได้โดยเร็ว

 

พร้อมยืนยันว่าไทยจะให้การดูแลนักลงทุนเกาหลีใต้อย่างเต็มที่ ทั้งในโครงการของ Hyundai, COSMAX, KakaoBank ที่จะจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาในไทย และบริษัท Korea Land & Housing Corporation (LH) ที่จะตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกาหลีใต้แห่งแรกในไทย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการที่เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล จะนำคณะนักธุรกิจเกาหลีใต้มาหารือความร่วมมือกับภาคเอกชนไทยในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งไทยยินดีต้อนรับและพร้อมอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ว่า คนไทยนิยมวัฒนธรรมเกาหลี โดยเฉพาะ K-Pop อย่างกว้างขวาง จนเยาวชนไทยจำนวนมากสนใจเรียนภาษาเกาหลี และชื่นชมเกาหลีใต้ที่เป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านการผลิตคอนเทนต์ของโลก พร้อมระบุว่าจะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยศึกษาระบบนิเวศด้านอุตสาหกรรมคอนเทนต์ของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะการสนับสนุนสตาร์ตอัปและ SME ทั้งด้านทักษะและงบประมาณ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันว่าไทยจะสนับสนุนบทบาทของเกาหลีใต้ในฐานะประเทศคู่เจรจาของอาเซียน และประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-เกาหลีใต้

 

ในช่วงท้ายของการหารือ นายกรัฐมนตรียังได้ขอประธานาธิบดีพิจารณาเพิ่มจำนวนแรงงานถูกกฎหมาย ที่จะมาทำงานเกาหลี รวมทั้งช่วยดูแลปัญหาที่คนไทยและนักท่องเที่ยวไทยถูกปฏิเสธการเข้าเมืองเมื่อเดินทางมาถึงเกาหลีแล้ว ส่งผลเกิดสูญเสียในการเดินทาง ทั้งเงิน และเวลาด้วย

 

นายกฯ หารือ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ขอเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมาย - ช่วยแก้ปัญหาคนไทยติด ตม. 1 นายกฯ หารือ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ขอเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมาย - ช่วยแก้ปัญหาคนไทยติด ตม. 2 นายกฯ หารือ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ขอเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมาย - ช่วยแก้ปัญหาคนไทยติด ตม. 3 นายกฯ หารือ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ขอเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมาย - ช่วยแก้ปัญหาคนไทยติด ตม. 4 นายกฯ หารือ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ขอเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมาย - ช่วยแก้ปัญหาคนไทยติด ตม. 5

The post นายกฯ หารือ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ขอเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมาย – ช่วยแก้ปัญหาคนไทยติด ตม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯอนุทิน ร่วมดินเนอร์ ปธน.เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงต้อนรับ ทรัมป์-ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค https://thestandard.co/anutin-apec-dinner-trump-sk-president/ Wed, 29 Oct 2025 12:02:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1137104 นายกฯอนุทิน ร่วมดินเนอร์ ปธน.เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงต้อนรับ ทรัมป์-ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค

วันนี้ (29 ตุลาคม) เวลา 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคย […]

The post นายกฯอนุทิน ร่วมดินเนอร์ ปธน.เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงต้อนรับ ทรัมป์-ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯอนุทิน ร่วมดินเนอร์ ปธน.เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงต้อนรับ ทรัมป์-ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค

วันนี้ (29 ตุลาคม) เวลา 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคเป็นกรณีพิเศษ (Special Dinner in Honor of the U.S. President and State Leaders) ภายใต้หัวข้อ ‘ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก’ (Indo-Pacific Economic Cooperation) ซึ่งอี แชมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ โดยจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำเขตเศรษฐกิจพิเศษเอเปค

 

งานเลี้ยงอาหารค่ำดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 โดยมีผู้นำจากเขตเศรษฐกิจสำคัญที่เข้าร่วมงานนี้ร่วมกับนายกรัฐมนตรี ได้แก่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ, อี แชมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้, แอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย, มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา, คริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์,ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ และเลือง เกื่อง ประธานาธิบดีเวียดนาม ซึ่งในช่วงก่อนงานเลี้ยงผู้นำทั้ง 8 ชาติ ได้พบปะพูดคุยกันตามอัธยาศัย ภายหลังอาหารค่ำ ผู้นำที่เข้าร่วมงานเลี้ยงได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ ‘ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก’ (Indo-Pacific Economic Corporation)

 

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงในงานเลี้ยงอาหารค่ำ สรุปสาระสำคัญดังนี้

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณประธานาธิบดี อี แชมยอง สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงค่ำสุดพิเศษในครั้งนี้ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้อยู่ท่ามกลางพันธมิตรและหุ้นส่วนจากทั่วภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งต่างมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่งให้เกิดขึ้นในภูมิภาค

 

ทั้งนี้ ไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมือรอบด้านกับทุกพันธมิตร ทั้งในระดับทวิภาคี ระดับอนุภูมิภาค และระดับภูมิภาค ผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น อาเซียน กรอบความร่วมมือแม่โขง และความตกลง RCEP โดยไทยและเกาหลีใต้กำลังเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียน-เกาหลีใต้ กรอบแม่โขง-เกาหลีใต้ และการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (CEPA) ขณะเดียวกัน ไทยยังทำงานร่วมกับสหรัฐฯ และออสเตรเลีย ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-สหรัฐฯ (Mekong-U.S. Partnership) และกรอบ ACMECS เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาค

 

นายกรัฐมนตรียังรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อการเข้าร่วมงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ต่อสันติภาพและความรุ่งเรืองในภูมิภาค พร้อมกล่าวขอบคุณที่สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งนำไปสู่การลงนามใน Joint Declaration เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไทยหวังว่าสหรัฐฯ จะเห็นถึงความตั้งใจจริงและความพยายามอย่างสร้างสรรค์ของไทย เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาข้อตกลงการค้าไทย-สหรัฐฯ ที่สมดุลและเกิดประโยชน์ร่วมกันต่อประชาชนของไทยและสหรัฐฯ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็นหนึ่งในกลไกหลักของเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีศักยภาพสูงจากประชากรที่ขยันขันแข็ง เต็มไปด้วยพลัง และมีเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ รวมถึงเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถด้านนวัตกรรมและการเชื่อมโยง โดยการจะเปลี่ยนศักยภาพเหล่านี้ให้เป็นโอกาสที่แท้จริง จำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของสหรัฐฯ ใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

 

1. ความร่วมมือด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ AI ซึ่งไทยเห็นว่า เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงขับเคลื่อนนวัตกรรม แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการหลอกลวงทางออนไลน์

 

2. การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้เอื้อต่อการแข่งขัน ด้วยการลดกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อน ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียม ทั้งนี้ ความตั้งใจของไทยที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD สะท้อนถึงความมุ่งมั่นดังกล่าว

 

3. การเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อให้ห่วงโซ่อุปทานมีความยืดหยุ่นและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อเศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบันที่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน

 

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำถึงความตั้งใจของไทยที่จะร่วมมือกับทุกเขตเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมค่านิยมร่วมกันในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงแก่ประชาชนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

 

นายกฯอนุทิน ร่วมดินเนอร์ ปธน.เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงต้อนรับ ทรัมป์-ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 1 นายกฯอนุทิน ร่วมดินเนอร์ ปธน.เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงต้อนรับ ทรัมป์-ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2 นายกฯอนุทิน ร่วมดินเนอร์ ปธน.เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงต้อนรับ ทรัมป์-ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 3 นายกฯอนุทิน ร่วมดินเนอร์ ปธน.เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงต้อนรับ ทรัมป์-ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 4 นายกฯอนุทิน ร่วมดินเนอร์ ปธน.เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงต้อนรับ ทรัมป์-ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 5 นายกฯอนุทิน ร่วมดินเนอร์ ปธน.เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงต้อนรับ ทรัมป์-ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 6

The post นายกฯอนุทิน ร่วมดินเนอร์ ปธน.เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงต้อนรับ ทรัมป์-ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำเกาหลีใต้ถกปราบ ‘สแกมเมอร์’ ใน ASEAN Summit – พบ ฮุน มาเนต ย้ำพลเมืองรู้สึก ‘อ่อนไหว’ กับอาชญากรรมข้ามชาติ https://thestandard.co/korea-fights-asean-scams/ Mon, 27 Oct 2025 04:01:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1135885 ผู้นำเกาหลีใต้ถกปราบ ‘สแกมเมอร์’ ใน **ASEAN Summit** - พบ **ฮุน มาเนต** ย้ำพลเมืองรู้สึก ‘อ่อนไหว’ กับอาชญากรรมข้ามชาติ

อีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอ […]

The post ผู้นำเกาหลีใต้ถกปราบ ‘สแกมเมอร์’ ใน ASEAN Summit – พบ ฮุน มาเนต ย้ำพลเมืองรู้สึก ‘อ่อนไหว’ กับอาชญากรรมข้ามชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำเกาหลีใต้ถกปราบ ‘สแกมเมอร์’ ใน **ASEAN Summit** - พบ **ฮุน มาเนต** ย้ำพลเมืองรู้สึก ‘อ่อนไหว’ กับอาชญากรรมข้ามชาติ

อีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย เผยเกาหลีใต้พร้อมร่วมมือกับอาเซียน เพื่อปราบอาชญากรรมสแกมเมอร์ และปกป้องเยาวชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ขณะที่พบกับ ฮุน มาเนต ผู้นำกัมพูชา โดยหารือแบบทวิภาคี และถกปฏิบัติการปราบอาชญากรรมข้ามชาติร่วมกัน

 

ในการประชุมสุดยอดอาเซียน – สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 26 อีแจมยองได้หยิบยกประเด็นสแกมเมอร์ขึ้นมาหารือกับประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ จะทำงานร่วมกับตำรวจแห่งชาติอาเซียน (ASEANPOL) อย่างใกล้ชิด เพื่อกำจัดศูนย์กลางอาชญากรรม-ข้ามชาติแบบถอนรากถอนโคน

 

“เครือข่ายอาชญากรรมอย่างศูนย์สแกมเมอร์ กำลังกระจายไปตามแนวพรมแดนประเทศที่หลักนิติธรรมอ่อนแอ และน่าเศร้าที่คนหนุ่มสาวจำนวนมาก กำลังตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมข้ามชาติ” ผู้นำเกาหลีใต้กล่าว

 

ตามรายงานของสำนักข่าวยอนฮับ (Yonhap) การประชุมนี้ยังเน้นย้ำแผนความร่วมมือครอบคลุมทางยุทธศาสตร์ (Comprehensive Strategic Partnership: CSP) โดยเกาหลีใต้มุ่งเน้นย้ำกระชับความสัมพันธ์กับชาติอาเซียน ขณะที่ก็สนับสนุนการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การบรรเทาภัยพิบัติ และการเพิ่มพูนศักยภาพความมั่นคงทางทะเล เพื่อบรรลุสันติภาพและเสถียรภาพทั้งภูมิภาค

 

นอกจากนี้ อีแจมยองยังหารือแบบทวิภาคีกับ ฮุน มาเนต นอกรอบการประชุมอาเซียน โดยผู้นำกัมพูชาได้แสดงเสียใจของการเสียชีวิตของชายชาวเกาหลีใต้วัย 22 ปี ที่ตกเป็นเหยื่อกลุ่มสแกมเมอร์ พร้อมเรียกว่า นี่เป็นเหตุการณ์ที่ ‘โชคร้าย’

 

ฮุน มาเนต ระบุว่า กัมพูชาได้ดำเนินการมาตรการฉับพลัน เพื่อปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์ และให้คำมั่นว่า จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อกำจัดอาชญากรรมตามพรมแดน ซึ่งรวมถึงการค้ายาเสพติด และการค้ามนุษย์

 

ขณะที่อีแจมยองกล่าวกับผู้นำกัมพูชาว่า ขณะนี้ ชาวเกาหลีใต้รู้สึก ‘อ่อนไหว’ เป็นอย่างมาก หลังรับทราบเรื่องราวอาชญากรรมครั้งนี้ พร้อมแสดงความขอบคุณที่กัมพูชาใส่ใจความปลอดภัยของชาวเกาหลีใต้

 

อีแจมยองยังย้ำว่า เกาหลีใต้พร้อมจะร่วมมือพัฒนากัมพูชา ขณะที่ ฮุน มาเนต ทิ้งท้ายว่า เกาหลีใต้คือประเทศนักลงทุนรายใหญ่ และแหล่งรายได้จากการท่องเที่ยวของกัมพูชา โดยหวังว่า ในอนาคต ทั้งสองประเทศจะขยายความร่วมมือด้านความมั่นคง และการป้องกันประเทศร่วมกัน

 

ภาพ: Hasnoor Hussain / Reuters

 

อ้างอิง:

The post ผู้นำเกาหลีใต้ถกปราบ ‘สแกมเมอร์’ ใน ASEAN Summit – พบ ฮุน มาเนต ย้ำพลเมืองรู้สึก ‘อ่อนไหว’ กับอาชญากรรมข้ามชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำเนียบขาวยืนยัน ทรัมป์-สีจิ้นผิง เตรียมพบกันที่เกาหลีใต้ นอกรอบ APEC 2025 https://thestandard.co/trump-xi-jinping-meet-korea-apec/ Fri, 24 Oct 2025 07:02:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1134841 ทำเนียบขาวยืนยัน ทรัมป์-สีจิ้นผิง เตรียมพบกันที่เกาหลีใต้ นอกรอบ APEC 2025

ทำเนียบขาวยืนยันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี สหรัฐอเ […]

The post ทำเนียบขาวยืนยัน ทรัมป์-สีจิ้นผิง เตรียมพบกันที่เกาหลีใต้ นอกรอบ APEC 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำเนียบขาวยืนยัน ทรัมป์-สีจิ้นผิง เตรียมพบกันที่เกาหลีใต้ นอกรอบ APEC 2025

ทำเนียบขาวยืนยันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา จะพบกับ สีจิ้นผิง ผู้นำจีน นอกรอบการประชุม APEC 2025 ที่เกาหลีใต้ในปลายเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทริปเอเชีย นอกเหนือจากมาเลเซียและญี่ปุ่น

 

แคโรไลน์ เลวิตต์ (Karoline Leavitt) โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า ในทริปเอเชีย 2025 ทรัมป์จะเดินทางไปมาเลเซียเป็นประเทศแรกช่วงหัวค่ำของวันนี้ (24 ตุลาคม) เพื่อเข้าร่วมการประชุม ASEAN Summit 2025 หลังจากนั้นจะไปญี่ปุ่นเพื่อพบกับ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำหญิงคนใหม่ ปิดท้ายด้วยเกาหลีใต้ตามลำดับ

 

สำหรับกำหนดการเบื้องต้น ทรัมป์จะบินจากญี่ปุ่นไปเกาหลีใต้ ณ เมืองคยองจู จังหวัดคยองซังเหนือ ซึ่งเป็นที่ประชุม APEC 2025 เพื่อพบกับประธานาธิบดี อีแจมยอง (Lee Jae-myung) โดยจะกล่าวปาฐกถาในงานเลี้ยงอาหารกลางวันของกลุ่ม CEO และเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของผู้นำ APEC ในวันที่ 29 ตุลาคม

 

หลังจากนั้นในวันที่ 30 ตุลาคม ทรัมป์จะพบกับสีจิ้นผิงนอกรอบการประชุม ซึ่งคาดว่า เป็นช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่น เพื่อหารือแบบทวิภาคี และเดินทางกลับสหรัฐฯ ทันที

 

ประเด็นการหารือระหว่างสองผู้นำมหาอำนาจ อาจเกี่ยวข้องกับมาตรการกีดกันทางการค้า หลังจีนประกาศจำกัดการส่งออกแร่หายาก (Rare Earth) ทำให้ทรัมป์ใช้มาตรการตอบโต้ขึ้นภาษี 100% กับจีน ซึ่งในไม่กี่วันที่ผ่านมา ดูมีสัญญาณที่ดีขึ้นว่า ทั้งสหรัฐฯ และจีนอาจทำข้อตกลงเจรจาหาทางออกได้

 

“คำถามแรกที่ผมจะถาม สีจิ้นผิง คือเรื่องเฟนตานิล ผมจะใส่ไว้ในข้อแรกจากลิสต์ทั้งหมดเลย” ทรัมป์ตอบคำถามสื่อ ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหาว่า จีนล้มเหลวการควบคุมสารเคมีดังกล่าว ทำให้พลเมืองอเมริกันเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาด และใช้ข้ออ้างดังกล่าวในการขึ้นภาษี จีน

 

เบื้องต้น The Korea Times รายงานว่า ประชาชนในเกาหลีใต้เตรียมประท้วงชุมนุมต่อต้านทรัมป์ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มฝ่ายซ้าย ภาคประชาสังคม และพลเมืองทั่วไปประมาณ 35 กลุ่ม โดยระบุสาเหตุของการประท้วงว่า สงครามภาษีของผู้นำสหรัฐฯ ทำให้โลกสั่นคลอน และมนุษยชาติกำลังรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อต้านบริษัทขนาดใหญ่ และผู้นำ APEC ที่สนับสนุนทรัมป์

 

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มฝ่ายขวาจาก Liberty University ที่กำลังวางแผนจัดชุมนุมต้านจีนในย่านฮวังนัมดันกิล (Hwangnidan-gil) ในเมืองคยองจู โดยจะเดินขบวนที่ชื่อว่า ‘China Out’ ในระหว่างการเยือนของสีจิ้นผิง

 

อนึ่ง รัฐบาลเกาหลีใต้วางแผนรับมือการชุมนุมครั้งนี้เป็นพิเศษ ท่ามกลางความกังวลว่า สถานการณ์อาจสร้างภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่ให้กับประเทศ โดยออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมใช้กำลังเจ้าหน้าที่มากกว่า 1.9 หมื่นนาย ได้แก่ หน่วยปราบจลาจล, หน่วย SWAT และผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้าย ทั้งยังควบคุมการจราจรและการใช้โดรนอย่างเข้มงวด

 

ภาพ: Getty Images AsiaPac / Getty Images

อ้างอิง:

The post ทำเนียบขาวยืนยัน ทรัมป์-สีจิ้นผิง เตรียมพบกันที่เกาหลีใต้ นอกรอบ APEC 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สแกมเมอร์กัมพูชา ‘ปัญหาโลก’ ไทยควรมีบทบาทอย่างไร https://thestandard.co/thailand-asean-leader-scammer-crackdown/ Fri, 17 Oct 2025 12:45:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1132092 สแกมเมอร์กัมพูชา

“สแกมเมอร์” หรือขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ได้กลายเป็นหนึ่งใ […]

The post สแกมเมอร์กัมพูชา ‘ปัญหาโลก’ ไทยควรมีบทบาทอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
สแกมเมอร์กัมพูชา

“สแกมเมอร์” หรือขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ได้กลายเป็นหนึ่งในอาชญากรรมข้ามชาติที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ศูนย์กลางของปัญหานี้ปรากฏเด่นชัดในกัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว ประเทศที่กลายเป็น “Safe Haven” ให้กับเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์นานาชาติ

 

ล่าสุด สถานการณ์สแกมเมอร์ถูกจับจ้องมากขึ้นในระดับโลก หลังเกาหลีใต้ถึงขั้นต้องเปิดปฏิบัติการข้ามแดน เพื่อติดตามช่วยเหลือพลเมืองที่ตกเป็นเหยื่อของเครือข่ายสแกมเมอร์ ที่แพร่กระจายอยู่ทั่วกัมพูชา

 

ในขณะที่สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร จับมือกันประกาศคว่ำบาตรและยึดทรัพย์สแกมเมอร์รายใหญ่ในกัมพูชา หลังพบหลักฐานว่าขบวนการเหล่านี้เกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์ การฟอกเงิน บังคับทำงาน ค้าประเวณี และกิจกรรมผิดกฎหมายในระดับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 

 

“นี่ไม่ใช่ปัญหาของกัมพูชาเพียงประเทศเดียว แต่เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกประเทศในภูมิภาคได้รับผลกระทบโดยตรง”

 

 

รศ. ดร.ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวย้ำถึงความร้ายแรงของปัญหาสแกมเมอร์ในกัมพูชา พร้อมชี้ว่าไทยต้องใช้โอกาสสำคัญนี้ แสดงบทบาท ‘ผู้นำ’ ในการต่อสู้และปราบปรามปัญหาสแกมเมอร์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กำลังจะมีขึ้นปลายเดือนนี้

 

“เราควรแสดงให้โลกเห็นว่าไทยพร้อมจะร่วมมือ แบ่งปันข้อมูล และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อปราบปรามขบวนการหลอกลวงออนไลน์เหล่านี้อย่างเป็นระบบ”

 

3 เสาหลัก ‘อุตสาหกรรมสแกม’

 

รศ. ดร.ปิติ อธิบายให้เห็นภาพว่า โครงสร้างของธุรกิจสแกมเมอร์ในภูมิภาคอาเซียนนั้น ไม่ต่างจากอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ โดยหากแยกองค์ประกอบออกมาจะพบ ‘3 เสาหลัก’ ที่ทำให้ขบวนการเหล่านี้ดำรงอยู่ได้ ได้แก่

 

1.โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Facility)

 

ตั้งแต่ระบบอินเทอร์เน็ต โทรคมนาคม ไปจนถึงพลังงานและการขนส่ง ทุกอย่างล้วนจำเป็นต่อการดำเนินงานของเครือข่ายสแกม การเคลื่อนย้ายคน อาหาร เงินทุน หรืออุปกรณ์ผ่านพรมแดน ต้องอาศัยช่องทางที่มักได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างผิดกฎหมาย

 

อย่างไรก็ตาม รศ. ดร.ปิติ กล่าวว่า “คำถามสำคัญที่ต้องพิสูจน์ในประเทศไทยก่อนคือ กฎหมายไทยบังคับใช้อย่างเข้มแข็งแล้วหรือยัง เจ้าหน้าที่บางส่วนยังหลับตาข้างหนึ่งอยู่หรือไม่ และเอกชนในห่วงโซ่ต่าง ๆ ตั้งแต่รถตู้รับส่งจนถึงสถาบันการเงินขนาดใหญ่ มีส่วนรู้เห็นหรือเปล่า”

 

2. กฎระเบียบและอำนาจอธิปไตย (Regulation & Sovereignty)

 

การบังคับใช้กฎหมายในคดีข้ามพรมแดนนั้นเป็นเรื่องซับซ้อน เพราะเกี่ยวพันกับเขตอำนาจของหลายประเทศ 

 

รศ. ดร.ปิติ ชี้ว่า ตัวอย่างง่ายๆ ที่ควรพิจารณาคือ “หากอเมริกาหรือจีนจะเข้ามาบังคับใช้กฎหมายในไทย ก็อาจเป็นการล่วงละเมิดอธิปไตยของไทย แต่ในทางกลับกัน หากไทยต้องการเข้าไปดำเนินการจับกุมหรือกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ก็เสี่ยงจะละเมิดอธิปไตยของเขาเช่นกัน” 

 

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือจำเป็นต้องมี ‘กติกาภูมิภาค’ ที่ชัดเจน อาจเป็นการตั้งคณะทำงานร่วมระดับอาเซียน เพื่อมอนิเตอร์และประสานงานด้านกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

 

3. การคุ้มครองผู้บริโภค (Consumer Protection)

 

การสร้างภูมิคุ้มกันหรือทำให้ประชาชนมีความฉลาดรู้มากพอและไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการสแกม ถือเป็นแนวป้องกันด่านแรกที่สำคัญ 

 

รศ. ดร.ปิติ ที่ทำงานใน ASEAN Foundation ยกตัวอย่างโครงการใหม่ที่ชื่อว่า ‘Scam Ready ASEAN’ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุน 5 ล้านดอลลาร์จาก Google.org เพื่อพัฒนาความรู้เบื้องต้นในการปกป้องตนเองจากกิจกรรมสแกม ให้แก่ประชาชนกว่า 3 ล้านคนทั่วอาเซียน และสนับสนุนให้ผู้ที่สนใจเรียนรู้ต่อกลายเป็น Master Trainer เพื่อนำองค์ความรู้เชิงลึกไปสอนในชุมชนของตนเอง โดยถือเป็นโครงการให้ความรู้เพื่อต่อต้านสแกม ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน 10 ประเทศอาเซียนบวกติมอร์-เลสเต

 

คอร์รัปชันชายแดน จุดเปราะบางของไทย

 

ทั้งนี้ ในส่วนการดำเนินการของรัฐบาลเพื่อต่อต้านปัญหาสแกมเมอร์นั้น ในทางปฏิบัติมีอุปสรรคสำคัญคือ ปัญหาคอร์รัปชันและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน

 

“คนที่อยู่แนวหน้าย่อมรู้ดีว่ารถขนคนจำนวนมากจากเอเชียใต้หรือแอฟริกาไม่อาจผ่านด่านได้หากไม่มีการอำนวยความสะดวกบางอย่าง คำถามคือ ผ่านไปได้อย่างไร ทั้งที่มีการตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยความมั่นคงอยู่ตรงนั้น” รศ. ดร.ปิติกล่าว 

 

เขาเสนอว่า “หากไทยต้องการชูบทบาทผู้นำและทำให้ทั่วโลกเข้าใจว่า ประเทศไทยเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ ก็ต้องมีความจริงใจทางนโยบายในการจัดการเรื่องคอร์รัปชันอย่างเร่งด่วน เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยเป็นผู้เล่นที่สุจริตและพร้อมร่วมมือกับนานาชาติในการจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ”

 

ปัญหาสำคัญคือรัฐขาด Political Will

 

รศ. ดร.ปิติ กล่าวถึงเวที ASEAN Think Tank Summit ที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งรวบรวมนักวิชาการจากศูนย์วิจัยทั่วอาเซียนมาหารือ พบว่า “ปัญหาสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในภูมิภาคนี้ คือเครือข่ายสแกมเมอร์นั้นเป็นเนื้อเดียวกับผู้มีอำนาจรัฐ หรือใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจรัฐ

 

“ในรัฐที่มีลักษณะเช่นนี้ รัฐนั้นจะไม่มี Political Will หรือความจริงใจในทางนโยบายในการจัดการ เพราะพวกเขาอาจได้ประโยชน์จากกิจกรรมเหล่านี้ เราเห็นได้จากข้อมูลล่าสุดของสหรัฐฯ ที่การบังคับใช้กฎหมายไปเกี่ยวข้องกับนักธุรกิจผิดกฎหมายและนักธุรกิจสีเทา ซึ่งเป็นเครือญาติและผู้สนับสนุนครอบครัวการเมืองในประเทศเพื่อนบ้านของเรา

 

เขาชี้ว่า หากรัฐบาลไทยไม่เร่งแสดงบทบาทเพื่อจัดการกับปัญหาสแกมเมอร์ ในอนาคตปัญหานี้ ‘จะรุนแรงมากขึ้น’ และอาจจะยกระดับขึ้นเป็น ‘บริการอาชญากรรมข้ามชาติแบบครบวงจร’ เช่น ให้บริการวิศวกรเขียนซอฟต์แวร์สำหรับบ่อนพนันออนไลน์, การตั้งเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่มีใครตามรอยได้, การฟอกเงิน และอาจลุกลามไปถึงการสนับสนุนกิจกรรมการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ระบบสาธารณสุข ไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน หรือแม้แต่การป้องกันประเทศ

 

ปิดพรมแดน แก้ปัญหาสแกม

 

สำหรับประเทศไทยที่ยังคงมีปัญหาขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา และไม่มีท่าทีว่าจะคลี่คลายลงง่ายๆ มีคำถามสำคัญคือ หากปัญหาสแกมเมอร์ยังรุนแรงเช่นนี้ ไทยควรปิดด่านพรมแดนต่อไปหรือไม่?

 

รศ. ดร.ปิติ ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า “การปิดด่านนั้นมีหลายระดับ หากเป็นเรื่องของการค้าชายแดนปกติ การไปมาหาสู่ที่กระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ไทยควรจะเปิด แต่คาสิโนบริเวณชายแดนนั้นเกี่ยวพันกับศูนย์สแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินทั้งสิ้น ดังนั้นต้องมี ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ว่าถ้าจะเปิด จะเปิดในลักษณะไหน และถ้าจะปิด จะไม่เปิดให้กิจกรรมไหนบ้าง”

 

“หากคุณเปิดชายแดนแล้วยังเห็นรถตู้หรือรถทัวร์ขนคนจำนวนมากเพื่อข้ามไปเล่นการพนันหรือเข้าคาสิโน โดยมีคนอำนวยความสะดวก เจ้าหน้าที่ความมั่นคงและตรวจคนเข้าเมืองที่หน้างานต้องสกัดกั้นกิจกรรมพวกนี้ การจัดการต้องลงไปอยู่ที่หน้างานและปรับวิธีการให้สอดคล้องกับเป้าหมาย รวมถึงต้องมอนิเตอร์ตามช่องทางธรรมชาติด้วย” เขากล่าว และชี้ว่า “การบริหารจัดการเรื่องนี้ต้องพึ่งพา 4 ปัจจัยคือ คนที่พร้อมทำงาน, ความรู้ในการวางยุทธศาสตร์, ห้วงเวลาที่เหมาะสม และงบประมาณที่ใส่ลงไป”

 

ไทยกับบทบาทนำแก้ปัญหาสแกม

 

สิ่งที่หลายฝ่ายเรียกร้องคือท่าทีของรัฐบาลไทย ในฐานะที่เป็นทั้งเพื่อนบ้านและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสแกมเมอร์ ซึ่งขณะนี้ลุกลามเป็นปัญหาระดับโลก สิ่งที่เหมาะสมจึงเป็นการชูบทบาทเชิงรุกในการเป็น ‘ผู้นำ’ เพื่อแก้ปัญหา

 

รศ. ดร.ปิติ เน้นว่า “ประเทศไทยต้องแสดงบทบาทในประเด็นนี้” โดยมีโอกาสสำคัญในหลายเวทีพหุภาคี ทั้งการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และสุดยอดผู้นำ East Asia Summit ซึ่งประกอบด้วยอาเซียนบวกอีก 8 ประเทศ ที่กำลังจะจัดขึ้นปลายเดือนนี้

 

นอกจากนี้ อาเซียนยังมีการเจรจาแบบบวก 1 กับประเทศที่สำคัญ เช่น อาเซียน-เกาหลี, อาเซียน-ญี่ปุ่น, อาเซียน-จีน, อาเซียน-สหรัฐฯ ประกอบกับในห้วงการประชุมอาเซียนครั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็จะเดินทางมาเยือนและร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชาด้วย 

 

“ไทยต้องแสดงบทบาทสำคัญว่าเราพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนข้อมูล และพร้อมที่จะบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามขบวนการหลอกลวงออนไลน์สแกมเมอร์แบบนี้อย่างจริงจัง” รศ. ดร.ปิติ เน้นย้ำ และชี้ว่า “ปัญหานี้ต้องการ Collective Efforts หรือความพยายามร่วมกันจากทุกประเทศทั่วโลกที่ได้รับความเสียหาย”

The post สแกมเมอร์กัมพูชา ‘ปัญหาโลก’ ไทยควรมีบทบาทอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปธน.เกาหลีใต้โพสต์ เผยหลังคุยอนุทิน ยกไทยเป็นมิตรประเทศ พร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมมือหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจแบบรอบด้าน https://thestandard.co/rok-president-praises-thai-ties/ Thu, 16 Oct 2025 14:28:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1131633 ปธน.เกาหลีใต้โพสต์ เผยหลังคุยอนุทิน ยกไทยเป็นมิตรประเทศ พร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมมือหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจแบบรอบด้าน

วันนี้ (16 ตุลาคม) เมื่อเวลา 15.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล […]

The post ปธน.เกาหลีใต้โพสต์ เผยหลังคุยอนุทิน ยกไทยเป็นมิตรประเทศ พร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมมือหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจแบบรอบด้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปธน.เกาหลีใต้โพสต์ เผยหลังคุยอนุทิน ยกไทยเป็นมิตรประเทศ พร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมมือหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจแบบรอบด้าน

วันนี้ (16 ตุลาคม) เมื่อเวลา 15.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์กับ อีแจมยอง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยระบุว่า ประเทศเกาหลีใต้ยินดี และสนใจที่จะลงทุนในประเทศไทย ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยินดีให้ความร่วมมือกับเกาหลีใต้เพื่อจัดการปัญหาขบวนการสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชาด้วยนั้น

 

ต่อมา เวลา 18.58 น. อีแจมยอง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ทวีตข้อความลงในแอปพลิเคชัน X ถึงการพูดคุยหารือทางโทรศัพท์กับอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า “ผมมีความยินดีเป็นอย่างสูงที่ได้ต่อสายพูดคุยกับท่านอนุทิน นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยเป็นครั้งแรก”

 

ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ระบุว่า ประเทศไทยเป็นมิตรประเทศของเราที่ได้ตัดสินใจส่งกองกำลังมาร่วมรบในสงครามเกาหลีเป็นประเทศแรกๆ และในวันนี้ประเทศไทยยังเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของเราที่มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือทางด้านอาเซียน APEC หรือในเวทีพหุภาคีอื่นๆ

 

นอกจากนั้น ประเทศไทยเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ประชาชนชาวเกาหลีไปเยือนมากที่สุด และเรามีความคุ้นเคยกันและกัน เนื่องจากมีสมาชิกนักร้องวง K-pop ที่เป็นคนไทยร่วมอยู่ด้วยหลายวง

 

“ผมและท่านนายกฯ อนุทินได้แลกเปลี่ยนความเห็นต่างๆ และมองว่าเรายังมีศักยภาพในการจะพัฒนาความร่วมมืออีกมาก โดยเฉพาะเรื่องความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจแบบรอบด้าน เราทั้งสองจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหาข้อตกลงให้ได้ในเร็ววัน”

 

นอกจากนี้ อนุทินยังได้แสดงความสนับสนุนต่อความพยายามของสาธารณรัฐเกาหลีที่พยายามผ่อนคลายความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี เพื่อเริ่มการเจรจาใหม่ระหว่างเหนือกับใต้ แรงสนับสนุนแบบนี้จากมิตรประเทศเป็นกำลังใจสำคัญกับเรามาก หวังว่าจะได้พบกับอนุทินในที่ประชุมผู้นำอาเซียน และประชุมสุดยอดผู้นำ APEC ที่จะมีขึ้นในเดือนนี้

 

อ้างอิง: https://x.com/jaemyung_lee/status/1978792557741305898?s=46

The post ปธน.เกาหลีใต้โพสต์ เผยหลังคุยอนุทิน ยกไทยเป็นมิตรประเทศ พร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมมือหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจแบบรอบด้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินยืนยันไม่เพิกเฉยสแกมเมอร์ ไทยเดินหน้าทางการทูต ยืนยันรักษาอธิปไตยสุดชีวิต ไม่ปิดกั้นไมตรีจากมิตรประเทศ หลังทรัมป์เสนอเป็นตัวกลาง https://thestandard.co/anutin-upholds-sovereignty-trump-offer/ Thu, 16 Oct 2025 12:31:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1131604 อนุทินยืนยันไม่เพิกเฉยสแกมเมอร์ ไทยเดินหน้าทางการทูต ยืนยันรักษาอธิปไตยสุดชีวิต ไม่ปิดกั้นไมตรีจากมิตรประเทศ หลัง ทรัมป์เสนอเป็นตัวกลาง

วันนี้ (16 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐม […]

The post อนุทินยืนยันไม่เพิกเฉยสแกมเมอร์ ไทยเดินหน้าทางการทูต ยืนยันรักษาอธิปไตยสุดชีวิต ไม่ปิดกั้นไมตรีจากมิตรประเทศ หลังทรัมป์เสนอเป็นตัวกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินยืนยันไม่เพิกเฉยสแกมเมอร์ ไทยเดินหน้าทางการทูต ยืนยันรักษาอธิปไตยสุดชีวิต ไม่ปิดกั้นไมตรีจากมิตรประเทศ หลัง ทรัมป์เสนอเป็นตัวกลาง

วันนี้ (16 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยก่อนการพูดคุยทางโทรศัพท์กับ อี แจ-มยอง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีว่า เป็นการติดต่อเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และหารือเบื้องต้นเกี่ยวกับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคที่เกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพในปีนี้ โดยทั้งสองฝ่ายยังได้พูดคุยถึงแนวทางความร่วมมือในการ ปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งกำลังสร้างความเดือดร้อนทั้งกับประชาชนไทยและเกาหลีใต้

 

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์อย่างแข็งขันมาโดยตลอด แต่เลือกใช้แนวทางการพูดคุยและเจรจาทางการทูต เพื่อสร้างสันติภาพควบคู่กับการปกป้องอธิปไตยของประเทศ พร้อมยืนยันว่า ดินแดนของไทยจะไม่มีวันถูกคุกคามหรือรุกรานเป็นอันขาด ทั้งนี้ สิ่งที่เห็นว่าสงบไม่ได้แปลว่าเราเพิกเฉย แต่เพราะเราทำให้คู่กรณีเข้าใจว่า หากยังรุกรานหรือคุกคามอธิปไตยไทย จะถูกตอบโต้ทันที

 

สำหรับปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า มาตรการปิดด่าน ที่รัฐบาลใช้ถือเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และมีผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงต่อฝั่งกัมพูชา ถือเป็นมาตรการเข้มที่สุดแล้วในเวลานี้ และเป็นเครื่องยืนยันว่าไทยไม่ได้นิ่งเฉยต่อการกระทำที่กระทบความมั่นคง

 

อนุทินกล่าวว่า ไทยยังคงเปิดทางการเจรจาทางการทูต แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจและการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมจากฝั่งกัมพูชา โดยเสนอเงื่อนไขสำคัญ 4 ประการ คือ 1.การถอนกำลังทหารตามแนวชายแดน 2. การเก็บกู้วัตถุระเบิดบริเวณชายแดน 3. การดำเนินคดีปราบปรามอาชญากรรมสแกมเมอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ 4. การสร้างความชัดเจนของเขตแดน เพื่อยุติความขัดแย้งในอนาคต

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ได้มอบอำนาจเต็มให้กองทัพตัดสินใจด้านความมั่นคงอย่างอิสระ โดยรัฐบาลจะไม่แทรกแซง เพื่อให้สามารถบริหารสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด พร้อมยืนยันว่าการเจรจาจะเดินหน้าต่อไปตราบใดที่ผลประโยชน์ของประเทศไทยไม่ถูกกระทบ โดยเราไม่ต้องการสงคราม แต่ก็จะไม่ยอมให้ใครรุกล้ำดินแดนไทยเด็ดขาด

 

ส่วนความยืดเยื้อของสถานการณ์ อนุทิน ยอมรับว่า ความขัดแย้งระหว่างประเทศไม่อาจยุติได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่มั่นใจว่าความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาจะหาทางออกได้ เพราะทั้งสองประเทศมีรากวัฒนธรรมร่วมกันและมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน

 

ในส่วนกรณีที่โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสนอตัวเป็นคนกลาง ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยไม่ปิดกั้นความปรารถนาดีของมิตรประเทศ แต่ย้ำว่าไทยมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจและจะรักษาอธิปไตยของตนเองอย่างถึงที่สุด ซึ่งเราขอบคุณไมตรีจากทุกประเทศ แต่ไทยมีจุดยืนชัดเจน เราไม่รุกรานใคร และจะปกป้องศักดิ์ศรีของชาติด้วยทุกสิ่งที่เรามี

 

ขณะข้อกังวลว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์หรือสิทธิประโยชน์ทางการค้ากับสหรัฐฯ อนุทินยืนยันว่า ไทยสามารถอธิบายได้ว่าทั้งหมดเป็นไปเพื่อป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยไทยยังยึดมั่นในกติกาสากล และพร้อมเดินหน้าสร้างสันติภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

The post อนุทินยืนยันไม่เพิกเฉยสแกมเมอร์ ไทยเดินหน้าทางการทูต ยืนยันรักษาอธิปไตยสุดชีวิต ไม่ปิดกั้นไมตรีจากมิตรประเทศ หลังทรัมป์เสนอเป็นตัวกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกาหลีใต้ตั้งหน่วยงานพิเศษช่วยพลเมืองในกัมพูชา เล็งทำงานกับอาเซียนเพื่อปราบอาชญากรรมสแกมเมอร์ https://thestandard.co/korea-task-force-cambodia-scam/ Wed, 15 Oct 2025 02:54:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1130622 เกาหลีใต้ ตั้ง หน่วยงานพิเศษ ช่วย พลเมือง ใน กัมพูชา เล็ง ทำงาน กับ อาเซียน เพื่อ ปราบ อาชญากรรม สแกมเมอร์

สำนักประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยืนยัน รัฐบาลอนุมัติการส่งหน่ […]

The post เกาหลีใต้ตั้งหน่วยงานพิเศษช่วยพลเมืองในกัมพูชา เล็งทำงานกับอาเซียนเพื่อปราบอาชญากรรมสแกมเมอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกาหลีใต้ ตั้ง หน่วยงานพิเศษ ช่วย พลเมือง ใน กัมพูชา เล็ง ทำงาน กับ อาเซียน เพื่อ ปราบ อาชญากรรม สแกมเมอร์

สำนักประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยืนยัน รัฐบาลอนุมัติการส่งหน่วยงานพิเศษเข้าไปช่วยเหลือพลเมืองที่เป็นเหยื่อสแกมเมอร์ในกัมพูชา พร้อมทำงานร่วมกับประเทศอาเซียน เพื่อจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติเร็วๆ นี้ ด้าน อี แจมยอง (Lee Jae-myung) ประธานาธิบดีย้ำ เป้าหมายอันดับแรก คือ การปกป้องประชาชน และพากลับประเทศเท่านั้น

 

ทั้งนี้ คิม นัมจุน (Kim Nam-joon) โฆษกสำนักประธานาธิบดียืนยันว่า เกาหลีใต้จะส่งคณะทำงานพิเศษของรัฐบาล ได้แก่ ผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยข่าวกรองไปช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกลักพาตัวในกัมพูชา จากปมสแกมเมอร์ในวันนี้ (15 ตุลาคม)

 

เบื้องต้นมีการเปิดเผยข้อมูลจากหน้าสื่อว่า รัฐบาลและหน่วยงานพิเศษได้เตรียมการแผนในการเดินทางครั้งนี้เรียบร้อย เช่น เช่าเครื่องบินไปรับประชาชน ขณะที่เกาหลีใต้กำลังอยู่ในช่วงเจรจาข้อตกลงส่งตัวพลเมืองกลับประเทศ และเตรียมสืบสวนคดีฆาตกรรมนักศึกษาวัย 22 ปี ร่วมกับทางกัมพูชา

 

สำหรับมาตรการในประเทศ ทางการจะทำงานร่วมกับทุกกระทรวง เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของอาชญากรรมสแกมเมอร์ โดยจะมีการรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบตลอด

 

นอกจากนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ยังเล็งยกระดับมาตรการแจ้งเตือนพลเมืองที่เดินทางไปกัมพูชา หลังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการออกคำเตือนว่า ให้ชาวเกาหลีงดหรือเลื่อนการเดินทางไปกัมพูชา และหลีกเลี่ยงย่านสุ่มเสี่ยงอย่างสีหนุวิลล์หรือเขาโบกอร์

 

มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก อี แจมยอง ผู้นำเกาหลีใต้ประกาศว่า ให้ทุกฝ่าย ‘ระดมทรัพยากร’ ที่มีทั้งหมด เพื่อรับมือกับกรณีสแกมเมอร์ลักพาตัวพลเมือง โดยเชื่อว่า ยังมีคนอีกหลายประเทศจำนวนที่ถูกจับกุม และเกาหลีใต้อาจมีเหยื่อในกัมพูชามากเป็นอันดับ 5-6 ของโลก

 

“ตอนนี้ เป้าหมายสูงสุดคือการปกป้องเหยื่อ และนำตัวพวกเขากลับมาที่เกาหลีใต้ ผมได้ขอให้รัฐมนตรีตรวจสอบตัวตนผู้สูญหาย และดำเนินมาตรการทั้งหมดที่เป็นไปได้โดยเร็ว เพื่อให้มั่นใจว่า พลเมืองของเราจะปลอดภัย” ประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าว

 

น่าสนใจว่า เกาหลีใต้เล็งจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในครั้งนี้ร่วมกับกลุ่มประเทศอาเซียน โดยรัฐมนตรีกระทรวงการยุติธรรมระบุว่า ประเทศพร้อมร่วมมือจัดการสแกมเมอร์ในต่างประเทศผ่านกลไกของอาเซียน ซึ่งคาดว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้จะเปิดหน่วยงานเฉพาะกิจร่วมกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อปฏิบัติการคดีลักพาตัวพลเมืองเกาหลี

 

ปัจจุบัน ยุน ฮูด็อก สส.พรรคประชาธิปไตยเกาหลี (Democratic Party of Korea: DPK) ระบุในการประชุมสภาว่า มีชาวเกาหลีใต้อีก 68 คนต้องติดคุกในกัมพูชา โดยเชื่อว่า พลเมืองกลุ่มนี้คือเหยื่อสแกมเมอร์ แต่ถูกตำรวจท้องถิ่นจับกุม และโดนเนรเทศในท้ายที่สุด

 

แฟ้มภาพ: Chintung Lee / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post เกาหลีใต้ตั้งหน่วยงานพิเศษช่วยพลเมืองในกัมพูชา เล็งทำงานกับอาเซียนเพื่อปราบอาชญากรรมสแกมเมอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปปมสะเทือนขวัญ ‘สแกมเมอร์’ ปลิดชีพชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา เมื่ออาชญากรรมข้ามชาติ กำลังสร้างรอยร้าวทางการทูต https://thestandard.co/south-korea-student-murder-cambodia-scammer/ Tue, 14 Oct 2025 09:36:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1130300 south-korea-student-murder-cambodia-scammer

กำลังเป็นข่าวใหญ่ประจำสัปดาห์ในสังคมเกาหลีใต้และอาเซียน […]

The post สรุปปมสะเทือนขวัญ ‘สแกมเมอร์’ ปลิดชีพชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา เมื่ออาชญากรรมข้ามชาติ กำลังสร้างรอยร้าวทางการทูต appeared first on THE STANDARD.

]]>
south-korea-student-murder-cambodia-scammer

กำลังเป็นข่าวใหญ่ประจำสัปดาห์ในสังคมเกาหลีใต้และอาเซียน สำหรับคดีสะเทือนขวัญอย่างเหตุฆาตกรรมนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ ที่เชื่อมโยงกับปม ‘สแกมเมอร์’ ในกัมพูชา หลังวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมามีรายงานว่า พบร่างผู้เสียชีวิตชายนามสกุลพัค (Park) วัย 22 ปี ที่เขาโบกอร์ จังหวัดกำปง โดยคาดว่า เสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น เนื่องจากถูกทรมานอย่างรุนแรง

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ความตึงเครียดทางการทูตเกาหลีใต้-กัมพูชา โดยล่าสุด อี แจมยอง (Lee Jae-myung) ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้เรียกร้องให้ทางการกัมพูชาส่งตัวชาวเกาหลีที่ถูกจับตัวไป พร้อมทุ่มงบประมาณและประกาศยกระดับความปลอดภัย ด้วยการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษ หรือ ‘โต๊ะเจ้าหน้าที่เกาหลี’ (Korean Desk) ซึ่งหมายถึงการมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำการในต่างประเทศ เพื่อจัดการปัญหาอาชญากรรมโดยตรง

 

“ประชาชนต่างกังวลถึงบุตรหลานและเพื่อนๆ ที่ตกเป็นเหยื่อของการลักพาตัวในกัมพูชา การปกป้องชีวิตพลเมืองและสร้างความปลอดภัย คือความรับผิดชอบสูงสุดของรัฐบาลเกาหลีใต้” ประธานาธิบดีอีแจมยองกล่าว

 

THE STANDARD สรุปสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงมุมมองรัฐบาล ความคิดเห็นของสื่อมวลชน และสาธารณชนเกาหลีใต้ ต่อคดีสแกมเมอร์ลักพาตัวเรียกค่าไถ่ในครั้งนี้

 

ประมวลเหตุการณ์ เกิดอะไรขึ้นกับคดีสะเทือนขวัญสแกมเมอร์ในกัมพูชา?

 

  • ในวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศหลายแห่งต่างรายงานถึงคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ หลังมีรายงานว่า พบร่าง พัคมินโฮ (Park Min-ho) ชายเกาหลีวัย 22 ปี เสียชีวิตที่เขาโบกอร์ จังหวัดกำปง ประเทศกัมพูชา

 

  • เบื้องต้นมีการสรุปเบื้องต้นว่า พัคเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น เพราะถูกทรมานและมีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจลงความเห็นว่า เขาถูกหลอกให้มาทำงานที่กัมพูชา โดยถูกบังคับและกักขังหน่วงเหนี่ยวก่อนถูกพบเสียชีวิต

 

  • ตามคำให้การจากรายงานหน้าสื่อ พัคออกจากบ้านของเขาที่จังหวัดคยองซังเหนือ โดยแจ้งกับทางครอบครัวว่า กำลังจะเดินทางไปงาน EXPO ที่กัมพูชาในวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

  • แต่ 1 สัปดาห์หลังจากนั้น ครอบครัวของพัคได้รับโทรศัพท์จากผู้ชายที่พูดเกาหลีสำเนียงจีนว่า เขาได้ก่อเรื่องวุ่นวายในกัมพูชา และถูกควบคุมตัวแล้ว ถ้าต้องการให้ปล่อยตัวพัค ครอบครัวต้องส่งเงินมา 50 ล้านวอน (ประมาณ 1.1 ล้านบาท) พร้อมทั้งยังส่งข้อความข่มขู่หลายครั้ง

 

  • ครอบครัวจึงตัดสินใจหาทางออกด้วยการติดต่อสถานทูตเกาหลีในกัมพูชา แต่ทางการกัมพูชาไม่สามารถระบุได้ว่า พัคอยู่ที่ไหน ซึ่งระหว่างนั้นครอบครัวของพัคกับกลุ่มผู้ลักพาตัวไม่ได้พูดคุยกันเป็นระยะเวลา 4 วันเต็ม

 

  • อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 สิงหาคม มีการแจ้งว่า พบร่างของพัคที่เสียชีวิต แต่ไม่ได้มีการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับให้ครอบครัวแต่อย่างใด เพราะอยู่ในระหว่างการชันสูตรและประกอบพิธีกรรม ซึ่ง South China Morning Post ระบุว่า กัมพูชาจะส่งกลับภายในปลายเดือนตุลาคมนี้

 

  • ทั้งนี้ ครอบครัวแสดงความเสียใจผ่านสื่อที่ยังไม่ได้ร่างพัคกลับมา พร้อมระบุว่า การที่ร่างของลูกชายถูกแช่แข็งอยู่ที่ไหนสักแห่งในกัมพูชา เปรียบเหมือนการฆาตกรรมพัคซ้ำสอง

 

  • นอกจากนี้ สื่อเกาหลียังรายงานถึงกรณีการหายตัวของ ยัง (Yang) ชายวัย 30 ปีจากจังหวัดแทกู หลังบอกกับครอบครัวว่า จะไปหาเงินที่ประเทศกัมพูชา เพื่อจ่ายหนี้เงินกู้

 

  • The Korea Times รายงานว่า ยังติดต่อครอบครัวเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 11 ตุลาคม เวลา 8.30 น. ด้วยประโยคที่ว่า ทุกอย่างเป็นไปอย่างช้าๆ เขากำลังทำงานกับคนจีน และจะติดต่อในภายหลัง

 

  • ขณะที่ครอบครัวของยังติดต่อไปที่สถานทูตเกาหลีในกัมพูชา แต่ทางการตอบกลับมาว่า หากลูกชายของเขาอยู่ในสถานการณ์ไม่ปลอดภัยจริง ก็ต้องแจ้งสถานการณ์ทุกอย่างกับสถานทูตด้วยตนเอง 

 

  • อย่างไรก็ดี คดีนี้อยู่ในความสนใจของชาวเกาหลีใต้ โดยมีการเปิดเผยข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศ ถึงตัวเลขชาวเกาหลีที่สูญหายในกัมพูชาช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 330 คน จาก 17 คนในปี 2023 และ 220 คนในปี 2024

 

รัฐบาลเกาหลีทำจริง เดินหน้ากดดันทางการทูต-ขอตัวพลเมืองที่เป็นเหยื่อกลับ

 

  • คดีสะเทือนขวัญทำให้ความสัมพันธ์ เกาหลีใต้-กัมพูชา อยู่ในจุดตึงเครียดครั้งสำคัญ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ โดย โจฮยอน (Cho Hyun) รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ย้ำเตือนกับ Khuon Phon Rattanak เอกอัครราชทูตกัมพูชา ถึงคดีฆาตกรรม พร้อมขอให้ทางการกัมพูชากำจัดอาชญากรรมสแกมเมอร์อย่างเร่งด่วน

 

  • The Korea Times วิเคราะห์ว่า ท่าทีดังกล่าวของเกาหลีใต้คือการประท้วงทางการทูตอย่างรุนแรงต่อกัมพูชา เนื่องจากเป็นเรื่อง ‘ผิดปกติ’ ที่รัฐมนตรีจะเรียกเอกอัครราชทูตเข้าพบโดยตรง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เป็นงานของอธิบดีหรือรัฐมนตรีระดับรองมากกว่า

 

  • อย่างไรก็ดี ในแถลงการณ์ของเกาหลีใต้ระบุว่า เอกอัครราชทูตกัมพูชารับทราบถึงสารดังกล่าว และจะแจ้งประเทศต้นทางกลับ ขณะที่สถานทูตกัมพูชาไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น หรือตอบกลับคำถามจาก Reuters แต่อย่างใด

 

  • ในเวลาเดียวกัน ทางการเกาหลีใต้ยังยกระดับการแจ้งเตือนความปลอดภัย สำหรับผู้เดินทางไปเยือนกัมพูชา โดยเฉพาะสีหนุวิลล์และเขาโบกอร์ พร้อมขอให้ยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็น

 

  • ต่อมาในวันที่ 12 ตุลาคม เกาหลีใต้วางแผนตั้งหน่วยพิเศษ หรือ ‘โต๊ะเจ้าหน้าที่เกาหลี’ (Korean Desk) หรือการมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีประจำการในต่างประเทศ เพื่อจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติโดยตรง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา มีแค่ 2 ประเทศเท่านั้น คือ ฟิลิปปินส์และไทย

 

  • ล่าสุด การจัดการปัญหาสแกมเมอร์ในกัมพูชากลายเป็นวาระระดับชาติ หลัง อีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ออกโรงเรียกร้องให้ทางการกัมพูชา ส่งตัวเหยื่อชาวเกาหลีกลับมา พร้อมพิจารณาข้อจำกัดไม่ให้พลเมืองเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งควบคู่ไปกับการมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีในต่างแดน

 

  • อีแจมยองระบุว่า สถานทูตเกาหลีใต้ในกัมพูชาได้รับเสียงเรียกร้องจากพลเมืองให้ช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้มีคนเกาหลีบางส่วน และเจ้าหน้าที่พร้อมใช้เงินของตนเองช่วยเหลือเหยื่อให้กลับมาประเทศโดยเร็ว

 

  • ขณะที่ในหน้าสื่อมีข้อมูลใหม่ๆ เผยออกมา เช่น JTBC News เปิดโปงสกู๊ปข่าวว่า มีคำขอให้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ในกัมพูชา แต่กระทรวงความมั่นคงภายในเกาหลีปฏิเสธคำร้องกระทรวงการต่างประเทศ โดยระบุว่า งานไม่ได้ ‘เยอะมากพอ’ ถึงจะต้องเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่

 

  • สำหรับท่าทีของฟากตำรวจเกาหลีใต้ ยู แจซอง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่า การทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนด้วยกันเอง

 

  • นอกจากนี้ Korea Joongang Daily ยังเปิดเผยว่า ทางการกัมพูชายื่นข้อเสนอ คือ ให้เกาหลีใต้ส่งผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวกัมพูชา มาแลกกับเหยื่อสแกมเมอร์ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนมากขึ้น

 

  • อย่างไรก็ดี สื่อท้องถิ่นวิเคราะห์ว่า ท่าทีของอีแจมยองและรัฐบาลเกาหลีใต้ มาจากแรงกดดันของประชาชน ที่มองว่า รัฐบาลไม่กระตือรือร้น และตอบสนองต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ช้า

 

เผยกลลวงอาชญากรรมข้ามชาติ ทำไมคนเกาหลีจึงเป็นเหยื่อสแกมเมอร์ ?

 

  • Korea JoongAng Daily และ Yonhap News สื่อท้องถิ่นออกมาตีแผ่กลลวงกลุ่มสแกมเมอร์ที่ใช้หลอกลวงชาวเกาหลีใต้ ผ่านวิกฤต ‘ว่างงาน’ ของคนรุ่นใหม่

 

  • อี มันจอง ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจาก Hanyang University ระบุที่มาที่ไปว่า คนรุ่นใหม่จำนวนมากรู้สึกเบื่อหน่ายกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติใช้จุดอ่อนดังกล่าว ด้วยการล่อลวงผ่านเว็บไซต์หางาน เช่น Hadescafe หรือ Karrot Market

 

  • ขณะที่ กวัก แดคยอง (Kwak Dae-kyung) ศาสตราจารย์ด้านบริหารงานตำรวจจาก Dongguk University ระบุว่า คนเกาหลีใต้คือเหยื่อชั้นดีของเหล่าสแกมเมอร์ เพราะอาชญากรสามารถเข้าถึงบัตรประจำตัวประชาชน และบัญชีธนาคารแบบออนไลน์ได้โดยตรง

 

  • สำหรับวิธีการล่อลวง กลุ่มอาชญากรมักโพสต์ประกาศหางาน โดยมุ่งเป้าไปที่ประชาชนในเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันเอง ซึ่งมักใช้คำโปรยดึงดูดคือ ‘หารายได้หลายล้านวอนต่อเดือน’ หรือ ‘โอกาสทำงานในต่างประเทศ’

 

  • โพสต์หางานดังกล่าวมักอยู่ในหมวดมาร์เก็ตติง โดยเชิญชวนทุกคนด้วยข้อเสนอสุดล่อตาล่อใจ เช่น สวัสดิการที่พักสุดหรู อาหารฟรี มีตั๋วเครื่องบิน และมีรายได้สูงถึง 10-20 ล้านวอนต่อเดือน (ประมาณ 2.2-4.5 แสนบาท) ขอเพียงแค่ผู้สมัครนำพาสปอร์ตติดตัวมาอย่างเดียว พร้อมย้ำว่า ไม่มีอาชญากรรมอย่างการทำร้ายร่างกายหรือหน่วงเหนี่ยวกักขัง

 

  • แต่ความผิดปกติ คือ การขอให้ผู้สมัครติดต่อผ่าน Telegram ซึ่งไม่ต้องอาศัยการยืนยันตัวตน และติดต่อบริษัทเหมือนการรับสมัครงานทั่วไปแต่อย่างใด

 

  • ทั้งนี้ ทีมข่าว Korea JoongAng Daily ทดลองติดต่อตามประกาศงานดังกล่าว ซึ่งพบข้อมูลจาก Telegram ว่า บริษัทดังกล่าวตั้งอยู่สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา โดยเงินเดือนขั้นต้นอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน (ประมาณ 6.5 หมื่นบาท) แต่มีโอกาสอาจได้สูงถึง 7,000-8,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.2-2.6 แสนบาท) พร้อมย้ำว่า บริษัทมีที่พักสำหรับ 2 คน

 

  • ที่น่าสนใจกว่า คือ บริษัทยอมรับว่า งานนี้เกี่ยวข้องกับ ‘การฉ้อโกง’ และ ‘หลอกลงทุน’ แต่ปฏิเสธว่า ไม่มีการลักพาตัวหรือทำร้ายร่างกาย

 

  • นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า HR อาศัยในประเทศไทย อีกทั้งยังมีการถามผู้สมัครกลับว่า สะดวกหรือไม่ หากงานนี้มีการใช้ Voice Phishing พร้อมระบุรายละเอียดการทำงาน เช่น ต้องปลอมตัวเป็นอัยการ และรับค่าตอบแทนตามผลงาน ซึ่งพนักงานจะได้เงินราว 6% จากการหลอกลวงเหยื่อ

 

  • ปัญหาที่ตามมา คือชาวเกาหลีใต้จำนวนมากเชื่อโพสต์ดังกล่าว แต่สถานการณ์กลับตรงกันข้าม บางคนถูกควบคุมตัว ข่มขู่ โดนทำร้ายร่างกาย หรือตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์

 

  • ปัจจุบัน Karrot Market ออกมาใช้มาตรการตอบโต้ คือ ลบโพสต์ประกาศหางานที่สุ่มเสี่ยงทิ้ง ขณะที่หน่วยไซเบอร์ระบุว่า ยังไม่ได้สอบสวนเบื้องหลังทั้งหมด และที่ผ่านมา แค่เฝ้าติดตามแนวโน้มอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นเท่านั้น

 

สื่อและสาธารณชนเกาหลีใต้ คิดอย่างไรกับอาชญากรรมสแกมเมอร์ในกัมพูชา

 

  • ตั้งแต่มีการเปิดเผยรายงานคดีสแกมเมอร์ในวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา สื่อเกาหลีใต้ต่างยกให้ประเด็นดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีการจัดทำบทความและรายงานความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

 

  • ทั้งนี้ The Korea Times เผยแพร่บทความพิเศษว่า How did Cambodia turn into den of crime? โดยอธิบายว่า ภาพลักษณ์ของกัมพูชาในฐานะแหล่งท่องเที่ยวราคาย่อมเยา และปลอดภัยสำหรับคนเกาหลี ได้แปรเปลี่ยนไป แต่กลับถูกแทนที่ด้วยเรื่องราวการทรมาน การลักพาตัว และการเรียกค่าไถ่ หลังจากเกิดข่าวฆาตกรรมชายวัย 22 ปี

 

  • ขณะที่ใน Naver เว็บพอร์ทัลของเกาหลีใต้ ปรากฏบทความเตือนให้ชาวเกาหลีใต้ระมัดระวังการเดินทางไปยังกัมพูชา รวมถึงประเทศอื่นในอาเซียน พร้อมเปิดเผยวิธีตรวจสอบต่างๆ เช่น
    • อย่าหลงเชื่อการจ้างงานที่มีเงินเดือนสูง
    • แจ้งแผนการเดินทางให้ครอบครัวทราบอย่างละเอียด
    • ให้เลือกทำงานกับองค์กรที่น่าเชื่อถือ

 

  • นอกจากนี้ ยังมี Blogger ออกมารีวิวการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยผู้ใช้ที่ชื่อ Taylor เขียนบทความหัวข้อว่า ‘กรุงเทพยังปลอดภัยอยู่ไหม’ มองความมั่นคงไทยในวิกฤตกัมพูชา
    • บทความรีวิวว่า พื้นที่ฝั่งตะวันตกของไทย ซึ่งติดกับเมียนมา มีปัญหาสแกมเมอร์ ขณะที่ทางด้านตะวันตกมีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ทำให้สถานการณ์โดยรวมต้องระมัดระวังสูง
    • บทความระบุว่า เมืองไทย ‘บ้า’ กว่าที่คิดไว้ พร้อมยกตัวอย่างการทุจริต และการต้มตุ๋น แต่โดยรวมยังดีกว่ากัมพูชา จึงสรุปได้ว่า สถานการณ์เมืองไทยยังใช้ได้อยู่ และกรุงเทพฯ มีความปลอดภัยในระดับกลางๆ หากเทียบกับเมืองแบบโซลหรือโตเกียว แต่หมายเหตุไว้ว่า อย่าไปไหนคนเดียว ให้พาเพื่อนไปด้วย
    • ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่ง บทความยังระบุว่า คดีอาชญากรรมสแกมเมอร์ครั้งนี้ ประเทศไทยมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่จะเดินทางไปเที่ยวหรือไม่ ก็ขึ้นกับการพิจารณาของผู้เดินทาง

 

  • ขณะที่ความเห็นของสาธารณชนดังกล่าวต่อคดีสแกมเมอร์ไปในทิศทางเดียวกัน คือ ประณามกัมพูชา ขอให้เกาหลีใต้กดดันต่อไป ไปจนถึงการแนะนำให้รัฐบาลส่ง ‘กองกำลัง’ เข้าไปช่วยเหยื่อสแกมเมอร์

 

อ้างอิง:

The post สรุปปมสะเทือนขวัญ ‘สแกมเมอร์’ ปลิดชีพชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา เมื่ออาชญากรรมข้ามชาติ กำลังสร้างรอยร้าวทางการทูต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์พบผู้นำเกาหลีใต้ เผยอยากเจอคิมจองอึนปีนี้ จับตาดีล Korean Air ซื้อโบอิ้ง 103 ลำ https://thestandard.co/trump-meets-south-korean-leader/ Tue, 26 Aug 2025 04:33:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1111286 ทรัมป์ คิมจองอึน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบหารือกับอี แจมยอง ป […]

The post ทรัมป์พบผู้นำเกาหลีใต้ เผยอยากเจอคิมจองอึนปีนี้ จับตาดีล Korean Air ซื้อโบอิ้ง 103 ลำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ คิมจองอึน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบหารือกับอี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เป็นครั้งแรก ที่ทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. วานนี้ (25 สิงหาคม) โดยได้หารือกันในหลายประเด็นสำคัญ รวมถึงเรื่องความร่วมมือด้านการค้า การต่อเรือ ความมั่นคง และความพยายามสร้างสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี 

 

ทรัมป์ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนพร้อมกับอี ที่ห้องทำงานรูปไข่ โดยแสดงความต้องการที่จะพบกับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือภายในปีนี้ ขณะที่อี สนับสนุนการพบกันของทั้งสอง และเรียกร้องให้ทรัมป์ทำหน้าที่เป็น ‘ผู้สร้างสันติภาพ’ และวาง ‘เส้นทางใหม่’ สู่สันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี 

 

“ผมหวังว่าพวกคุณจะนำสันติภาพมาสู่คาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเป็นประเทศเดียวในโลกที่ถูกแบ่งแยก เพื่อที่คุณจะได้พบปะกับคิมจองอึน สร้างโลกแบบทรัมป์ในเกาหลีเหนือ เพื่อที่ผมจะได้เล่นกอล์ฟที่นั่น และเพื่อที่พวกคุณจะได้มีบทบาทอย่างแท้จริงในฐานะผู้สร้างสันติภาพระดับโลก” อีกล่าว

 

โดยทรัมป์ ยังแสดงความคาดหวังว่าเขาและผู้นำเกาหลีใต้จะมี ‘ความก้าวหน้าครั้งใหญ่ ด้านการทูต’ ต่อเกาหลีเหนือ

 

ทรัมป์ไม่ลดภาษี 15%

 

สำหรับประเด็นการค้า ท้ังสองยังได้หารือรายละเอียดข้อตกลงการค้า ซึ่งรวมถึงการลงทุนของเกาหลีใต้ในสหรัฐฯ มูลค่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ และอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ 15% ที่สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับเกาหลีใต้ไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

 

โดยทรัมป์ยืนยันภายหลังหารือ ว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขข้อตกลง ในขณะที่อัตราภาษีนำเข้าที่กำหนดไว้ที่ 15% จะยังไม่มีการปรับลดลงในเร็วๆ นี้ 

 

ท้ังนี้ ภายหลังการหารือระหว่างทั้งสองผู้นำเพียงไม่กี่ชั่วโมง สายการบิน Korean Air ของเกาหลีใต้ ก็ประกาศจะซื้อเครื่องบินโบอิ้งจำนวน 103 ลำ ครอบคลุมเครื่องบินรุ่น 787, 777 และ 737 โดยเป็นหนึ่งในข้อตกลงหลายฉบับที่ทำขึ้นระหว่างการหารือของทั้งสองผู้นำ

 

ขณะที่ วอลเตอร์ โช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบิน Korean Air กล่าวว่า ข้อตกลงสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้งฝูงใหม่นี้ มีขึ้นใน ‘ช่วงเวลาสำคัญ’ ท่ามกลางการปรับปรุงฝูงบินของสายการบินแห่งชาติของเกาหลีใต้ให้ทันสมัย ​​และเพื่อให้มั่นใจว่าจะยังคงมีความสามารถในการแข่งขันในขณะที่ควบรวมกิจการกับสายการบิน Asiana Airlines

 

ก่อนหน้านี้ Hyundai Motor Group บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ของเกาหลีใต้ ได้ประกาศว่าจะเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ จาก 21,000 ล้านดอลลาร์เป็น 26,000 ล้านดอลลาร์ โดยหลังการประชุมระหว่างทรัมป์และอี Hyundai ยังประกาศว่ามีแผนที่จะจัดตั้งโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐฯ ด้วย

 

ทรัมป์ ไม่ตอบลดทหารในเกาหลีใต้

 

แม้ว่าสหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะเป็นพันธมิตรทางทหารที่เหนียวแน่น แต่หลายฝ่ายคาดว่าในการหารือครั้งนี้ ทรัมป์ น่าจะกดดันผู้นำเกาหลีใต้ให้เพิ่มงบการใช้จ่ายด้านกลาโหม ซึ่งรวมถึงการดูแลรักษากำลังพลอเมริกัน 28,500 นาย ที่ประจำการอยู่ในเกาหลีใต้

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่า เขาจะลดจำนวนทหารสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ เพื่อให้สหรัฐฯ มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในภูมิภาคหรือไม่? ทรัมป์กล่าวว่า “ผมไม่อยากพูดแบบนั้นในตอนนี้” และชี้ว่า “เกาหลีใต้ควรมอบกรรมสิทธิ์ในดินแดนที่เรามีป้อมปราการขนาดใหญ่” ซึ่งอาจหมายถึงค่ายฮัมฟรีย์ส ( Camp Humphreys) ของกองทัพสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้

 

นอกจากนี้ ในระหว่างหารือ ทรัมป์ ยังได้ตั้งคำถามอี เกี่ยวกับเรื่องการดำเนินการของรัฐบาลและอัยการเกาหลีใต้ ในการสอบสวนคดีประกาศกฎอัยการศึกของอดีตประธานาธิบดียุน ซอก ยอล และภริยาตลอดจนอดีตสมาชิกรัฐบาลของเขา ซึ่งถูกจับตามองว่าเป็นการพุ่งเป้ากวาดล้างฝ่ายสนับสนุนอดีตประธานาธิบดียุน 

 

โดยช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการเกาหลีใต้ได้ทำการสืบสวนและตรวจค้นทั้งที่โบสถ์และฐานทัพของสหรัฐฯ เช่น กรณีตำรวจในกรุงโซล บุกค้นโบสถ์ซารังเจอิล ซึ่งมีผู้นำคือจุน กวางฮุน นักเทศน์ผู้เคร่งศาสนาและแกนนำการประท้วงสนับสนุนยุน หรือกรณีที่อัยการออกหมายค้นฐานทัพที่เกาหลีใต้ปฏิบัติการร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ แต่ทางการเกาหลีใต้ยืนยันว่า ไม่มีการตรวจค้นทหารและยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ แต่อย่างใด

 

ภาพ : REUTERS/Brian Snyder

อ้างอิง : 

The post ทรัมป์พบผู้นำเกาหลีใต้ เผยอยากเจอคิมจองอึนปีนี้ จับตาดีล Korean Air ซื้อโบอิ้ง 103 ลำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกาหลีใต้ยุค ‘อีแจมยอง’ กับสมการความมั่นคง-สมานฉันท์ ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน https://thestandard.co/lee-jae-myung-korea-policy/ Fri, 06 Jun 2025 09:09:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1082511 lee-jae-myung-korea-policy

อีแจมยอง อดีตทนายสิทธิมนุษยชน และนักการเมืองสายก้าวหน้า […]

The post เกาหลีใต้ยุค ‘อีแจมยอง’ กับสมการความมั่นคง-สมานฉันท์ ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
lee-jae-myung-korea-policy

อีแจมยอง อดีตทนายสิทธิมนุษยชน และนักการเมืองสายก้าวหน้า เข้ารับตำแหน่งท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งนอกและในประเทศ — ความตึงเครียดจากเกาหลีเหนือยังคงรุนแรง ขณะที่ภายในประเทศยังไม่ฟื้นจากบาดแผลทางการเมือง

 

ส่องนโยบาย ความมั่นคงคู่สมานฉันท์

 

นโยบายต้นวาระของอีแจมยองพุ่งเป้าไปที่ “การผสานความมั่นคงกับสมานฉันท์” หรือพูดอีกแบบคือ จะปกป้องประเทศ โดยไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกถูกทิ้ง เขาเรียกสิ่งนี้ว่า “สมดุลแห่งยุทธศาสตร์ใหม่”

 

เริ่มจาก “เอาผิด” เพื่อฟื้นศรัทธา

 

เหตุการณ์กฎอัยการศึกในเดือนธันวาคม 2024 กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่อีแจมยองเลือกจะไม่ปล่อยผ่าน เขาประกาศว่าจะดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นในหลักนิติรัฐ 

 

แต่เสียงวิจารณ์ก็มีว่า การกระทำนี้อาจถูกมองเป็นการล้างแค้นทางการเมืองมากกว่าการเยียวยาสังคม

 

พร้อมเจรจา แต่ไม่ให้เปล่า 

 

ประธานาธิบดีอีแจมยองกล่าวอย่างชัดเจนว่า “การเจรจากับเปียงยางจะต้องมีเงื่อนไขตอบแทนที่เป็นรูปธรรม”

 

เขาระบุว่า “ยุคของการพูดคุยเพื่อให้ภาพลักษณ์ทางการทูตผ่านหน้ากล้องจบลงแล้ว“ โดยให้ความสำคัญกับ “Reciprocity” หรือการให้-รับอย่างมีเงื่อนไข

 

นอกจากนี้ เขายังเสนอรื้อฟื้นข้อตกลงทางทหารระหว่างสองเกาหลีเมื่อปี 2018 ซึ่งเคยถูกระงับในช่วงรัฐบาลก่อนหน้า (โดยเฉพาะในยุคความตึงเครียดหลังปี 2022)

ข้อตกลงนี้เคยช่วยลดการซ้อมรบใกล้แนวแบ่งเขตทหาร และตั้งช่องทางติดต่อระดับทหารอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญต่อการลดความเสี่ยงของ “อุบัติเหตุทางการทหาร”

 

The Korea Herald วิเคราะห์ว่า อีแจมยองไม่ได้ปิดประตูสันติภาพ แต่จะไม่เริ่มต้นจากศูนย์ เขามองว่าเกาหลีเหนือต้องแสดงท่าทีเชิงสร้างสรรค์ก่อนเช่น การหยุดการทดสอบขีปนาวุธ หรือ เปิดช่องทางสื่อสารการทูตบางระดับ ก่อนที่รัฐบาลเกาหลีใต้จะพิจารณามาตรการผ่อนคลายใด ๆ

 

สัมพันธ์กับพันธมิตรยังแน่นแฟ้น

 

แม้จะเปิดทางเจรจากับเกาหลีเหนือ แต่รัฐบาลอีแจมยอง ไม่ได้ลดระดับความร่วมมือกับพันธมิตรแต่อย่างใด

 

ประธานาธิบดีอีแจมยองยังคงสนับสนุนการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกับสหรัฐฯ ภายใต้กรอบ ROK–US Alliance พร้อมทั้งเดินหน้าขยายความร่วมมือไตรภาคีร่วมกับ ญี่ปุ่น โดยเฉพาะในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง การตอบโต้ภัยไซเบอร์ และการยับยั้งภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

 

ขณะเดียวกัน The Diplomat วิเคราะห์ว่า อีแจมยองย้ำถึงจุดยืนเรื่อง “อำนาจตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่เกาหลีใต้ต้องรักษาไว้เอง” โดยเขาไม่ต้องการให้เกาหลีใต้เป็นแค่ผู้ตามในเกมของมหาอำนาจ แต่กระนั้น แม้อีแจมยองจะพยายามวางจุดยืนของเกาหลีใต้ให้มีความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น แต่เขาก็เลือกจะ “ไม่แตะโครงสร้างพื้นฐานของพันธมิตรเดิม” โดยเฉพาะข้อตกลงด้านความมั่นคง

 

ลดงบกองทัพ หันไปลงทุนเทคโนโลยีแห่งอนาคต

 

นโยบายด้านกลาโหมของอีแจมยองเน้น ลดงบบางส่วนจากยุทโธปกรณ์แบบเดิม แล้วหันไปลงทุนในเทคโนโลยี dual-use เช่น AI, โดรน และความมั่นคงทางไซเบอร์

เพื่อให้ระบบป้องกันประเทศเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจในประเทศ

 

เป้าหมายคือ ทำให้ “ความมั่นคง” ไม่ใช่แค่เรื่องทหาร แต่เป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมและการจ้างงาน

 

ใช้เศรษฐกิจเป็นพื้นที่สมานฉันท์

 

อีแจมยองเสนอแนวคิด “Basic Society” — แผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข GDP แต่เป็นการเชื่อมเศรษฐกิจกับความเท่าเทียมในสังคม เช่น การสร้างงานในพื้นที่ที่มักถูกมองข้าม การลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับภูมิภาค และการส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม

 

สื่อสารกับทุกกลุ่ม แม้ต้องเสี่ยงเสียฐานเสียง

 

แม้จะมาจากพรรคเสรีนิยม อีแจมยองก็เลือกสื่อสารด้วยภาษาที่ข้ามฝั่งการเมือง เช่น การตั้งเป้า KOSPI 5,000 จุด หรือการลงทุนในพื้นที่อนุรักษนิยมอย่างคยองซัง เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มรู้สึกว่า “รัฐบาลนี้ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

 

แต่ขณะเดียวกัน ฐานเสียงเดิมของเขาก็เริ่มตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลใหม่จึงไม่เดินหน้าอย่างจริงจัง กับนโยบาย 2 เรื่องที่เคยเป็นหัวใจของฝ่ายก้าวหน้าในอดีต 

 

  1. การโอนอำนาจบัญชาการทหาร (OPCON Transfer)

 

OPCON หมายถึง Operational Control หรืออำนาจบัญชาการทางทหารในกรณีเกิดสงคราม แม้เกาหลีใต้จะมีอธิปไตยทางทหาร แต่หากเกิดสงครามจริง อำนาจบัญชาการหลักยังอยู่ในมือของ กองบัญชาการสหประชาชาติ (United Nations Command) ที่นำโดยสหรัฐฯ

 

Yonhap รายงานว่า แม้อีแจมยองเคยสนับสนุนการโอน OPCON กลับมาอยู่กับรัฐบาลเกาหลีใต้แต่ภายหลังการเข้ารับตำแหน่ง เขายังไม่ประกาศกรอบเวลา หรือความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในเรื่องนี้ และระบุเพียงว่า “จะพิจารณาอย่างรอบคอบ ภายใต้สถานการณ์ความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงเร็ว”

 

ฐานเสียงเสรีนิยมจึงรู้สึกผิดหวัง เพราะมองว่า การมีอำนาจบัญชาการของตนเองเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีชาติ และควรเร่งรัดให้เกิดผลจริงในยุคที่ผู้นำมีอำนาจเต็มจากเสียงข้างมากในสภา

 

  1. ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD

 

THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) เป็นระบบป้องกันขีปนาวุธที่สหรัฐฯ ติดตั้งในเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งเคยก่อให้เกิดความตึงเครียดกับจีน และการประท้วงในประเทศ

 

Brookings Institution วิเคราะห์ว่า แม้ฝ่ายก้าวหน้าจะเคยออกมาคัดค้านการติดตั้ง THAAD โดยให้เหตุผลเรื่องการยั่วยุจีน และกระทบความสัมพันธ์ในภูมิภาค แต่อีแจมยองในฐานะประธานาธิบดีกลับ เลือกไม่แตะประเด็นนี้อย่างชัดเจน และยังคงสถานะของระบบ THAAD ไว้ตามเดิม โดยให้เหตุผลว่าเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือไตรภาคีกับสหรัฐฯ–ญี่ปุ่น

 

จึงเกิดคำถามจากกลุ่มสนับสนุนเดิมว่า เหตุใดจุดยืนเชิงนโยบายของอีแจมยองจึงอ่อนลงในประเด็นที่เคยมีจุดยืนชัดเจน? และนี่คืออีกหนึ่งจุดสะท้อน “ความตึงเครียดภายใน” ที่เขาต้องจัดการ

 

บทสรุป

 

ในโลกที่ความตึงเครียดระดับภูมิภาคกลับมาอีกครั้ง ในประเทศที่ประชาชนยังไม่ลืมบาดแผลจากการใช้อำนาจในอดีต อีแจมยองกำลังเดิมพันกับแนวคิดใหม่ว่า “ความมั่นคง” กับ “สมานฉันท์” ไม่จำเป็นต้องสวนทางกัน

 

แต่เขาจะพิสูจน์สิ่งนี้ได้จริงหรือไม่? เพราะยังต้องเผชิญทั้งแรงกดดันจากภายนอก ความไม่ไว้วางใจภายใน และความท้าทายของนโยบายที่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนในระยะสั้น 

 

อ้างอิง:

The post เกาหลีใต้ยุค ‘อีแจมยอง’ กับสมการความมั่นคง-สมานฉันท์ ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก ‘อีแจมยอง’ จากอดีตแรงงานสู่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนใหม่ https://thestandard.co/lee-jae-myung-president/ Wed, 04 Jun 2025 09:48:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1081844 lee-jae-myung-president

อีแจมยองนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนใหม่ในวันนี้ […]

The post รู้จัก ‘อีแจมยอง’ จากอดีตแรงงานสู่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
lee-jae-myung-president

อีแจมยองนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนใหม่ในวันนี้ (4 มิถุนายน) หลังชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย 49.42% จากผู้ลงคะแนนเสียงเกือบ 35 ล้านคน โดยการขึ้นดำรงตำแหน่งของเขาถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองเกาหลีใต้ หลังประเทศเผชิญความปั่นป่วนจากวิกฤตการเมืองและการพยายามรัฐประหารโดยรัฐบาลชุดก่อน

 

อีแจมยองเป็นผู้นำที่มีภาพลักษณ์ ‘นักสู้เพื่อผู้ด้อยโอกาส’ และได้รับการสนับสนุนจากประชาชนฐานรากจำนวนมาก เพราะเขาเข้าใจปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมเกาหลี เขายังให้คำมั่นว่า จะฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ซบเซา แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และปฏิรูปประชาธิปไตยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

 


 

อีแจมยอง

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

 

อ้างอิง:

The post รู้จัก ‘อีแจมยอง’ จากอดีตแรงงานสู่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>