Larder Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/larder/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 24 Aug 2023 01:15:10 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Larder ฉลองอายุครบ 1 ขวบ ด้วยแซนด์วิช 12 หน้าจากเชฟ 12 ร้าน ขายเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น https://thestandard.co/life/larder-1-year-anniversary/ Fri, 30 Jun 2023 05:17:51 +0000 https://thestandard.co/?p=809774 Larder

Larder ฉลองอายุครบ 1 ขวบ ด้วยแซนด์วิช 12 หน้าจากเชฟ 12 […]

The post Larder ฉลองอายุครบ 1 ขวบ ด้วยแซนด์วิช 12 หน้าจากเชฟ 12 ร้าน ขายเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Larder

Larder ฉลองอายุครบ 1 ขวบ ด้วยแซนด์วิช 12 หน้าจากเชฟ 12 ร้าน ขายเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น

 

ตั้งแต่เปิดประตูเสิร์ฟมื้อสายกับโคลด์คัตให้ชาวพร้อมพงษ์วันแรก จนกลายเป็นร้านอาหารและเบเกอรีเจ้าประจำของใครหลายๆ คน ตอนนี้ ‘Larder’ ร้านอาหารสัญชาติโปแลนด์อายุครบขวบปีแล้ว ถ้าหากเทียบเป็นคนก็กำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นไฟแรงเลย

 

เพราะทีม Larder ชอบหาอะไรสนุกๆ ทำอยู่ตลอด อย่างครั้งนี้พวกเขาขอฉลองวันเกิดตัวเองด้วยการทำแซนด์วิชพิเศษ 12 หน้า ร่วมกับเชฟ 12 คนจากร้านอาหารทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้แฟนๆ นักกินทั้งหลายลองแวะไปชิมได้ตลอด 2 สัปดาห์นี้ (ลองคิดเล่นๆ ถ้าแวะไปกินทุกวันก็จะได้ลองครบทุกเมนูจากทุกเชฟพอดี!)

 

Radek หนึ่งในเจ้าของร้านและมือทำโคลด์คัตประจำ Larder บอกเราว่าโปรเจกต์นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยล่ะ เพราะพวกเขาใช้เวลาถึง 2 เดือนในการรวมสูตรแซนด์วิชทั้งหมดจากเชฟ 12 คน

 

โดยเชฟจากร้านติดดาวมิชลินและร้านดังอื่นๆ ที่มาร่วมฉลองวันเกิดด้วยก็อย่างเช่น David Hartwig เฮดเชฟจากร้านไฟน์ไดนิ่ง IGNIV, ตาม ชุดารี เฮดเชฟจากร้านไฟน์ไดนิ่ง Baan Tepa, Gerard เฮดเชฟจากร้านไฟน์ไดนิ่ง Elements และร้านอาหารอย่าง Appia, Mod Kaew Wine Bar, JHOL รวมถึง LAAD จากภูเก็ต

 

แซนด์วิช 12 หน้าจากเชฟ 12 คน จะเริ่มเสิร์ฟตั้งแต่วันที่ 1-16 กรกฎาคมนี้เท่านั้น

 

Larder เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. สอบถามหรือติดตามรายละเอียดได้ที่ Larder BKK

IG @larderbkk

The post Larder ฉลองอายุครบ 1 ขวบ ด้วยแซนด์วิช 12 หน้าจากเชฟ 12 ร้าน ขายเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
11 ร้านซาวโดวจ์ สำหรับคนรักขนมปังสุดคราฟต์ https://thestandard.co/life/11-sourdough-shop/ Thu, 25 May 2023 03:40:04 +0000 https://thestandard.co/?p=794925 ร้านซาวโดวจ์

เปลือกกรอบๆ แต่เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม บวกกับกลิ่นและรสเป […]

The post 11 ร้านซาวโดวจ์ สำหรับคนรักขนมปังสุดคราฟต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร้านซาวโดวจ์

เปลือกกรอบๆ แต่เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม บวกกับกลิ่นและรสเปรี้ยวนิดๆ ตามสไตล์ยีสต์ธรรมชาติ เราว่านี่คือสิ่งที่ทำให้หลายคนตกหลุมรัก ‘Sourdough (ซาวโดวจ์)’ ขนมปังไร้สารเจือปน เพราะใช้แค่แป้ง น้ำ และเกลือเท่านั้น แถมกว่าจะได้ซาวโดวจ์สวยๆ ออกมาสักก้อน นักอบต้องใช้เวลากันข้ามคืนเพื่อคราฟต์ซาวโดวจ์รสชาติอร่อยมาให้ทุกคนชิม

 

ถ้าคนไหนคิดถึงขนมปังสุดคราฟต์ หรืออยากลองเข้าวงการขนมปังยีสต์ธรรมชาติดูบ้าง นี่คือ 11 ร้านซาวโดวจ์ทั่วกรุงเทพฯ ที่เราอยากแนะนำให้ตามไปลองกันดู

 

Larder

 

 

ร้านชาร์คูเทอรีและเบเกอรีสัญชาติโปแลนด์ในซอยสุขุมวิท 39 ที่เกิดจากสองเชฟเพื่อนซี้ Adrian Klonowski และ Radek Zarębiński โดยพวกเขาเคยทำงานในร้านอาหารมิชลินในกรุงเทพฯ ก่อนตัดสินใจออกมาเปิดร้านของตัวเองเพื่อทำในสิ่งที่ชอบ นั่นก็คือเบเกอรีและชาร์คูเทอรีสไตล์โปแลนด์ที่พวกเขาลุยเองทุกขั้นตอน

 

ซาวโดวจ์ของร้านอบสดใหม่ทุกวัน ถ้าใครอยากลองว่าถูกปากหรือเปล่าสามารถสั่งแบบสไลซ์ (เริ่มต้น 20 บาทต่อแผ่น) มาชิมก่อนได้ หรือใครเป็นแฟนคลับร้านนี้อยู่แล้วจะซื้อทั้งก้อน (250 บาท) ก็ไม่ว่ากัน

 

Open: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น.

Address: ซอยสุขุมวิท 39

Contact: Larder BKK 

 

Sarnies Sourdough

 

 

ถ้าใครติดใจขนมปังของ Sarnies Bangkok หรือ Sarnies Roastery เราอยากให้ตามมานั่งกินแบบจริงจังที่ Sarnies Sourdough ดูบ้าง เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านเบเกอรีน้องใหม่ของแบรนด์ แต่ยังทำหน้าที่เป็นครัวกลาง ส่งขนมปังให้ร้านหลักด้วย

 

ซาวโดวจ์จะให้เลือกหลายแบบ เช่น ออริจินัล ผสมธัญพืช หรือผสมมะกอก รวมถึงครัวซองต์และขนมอบต่างๆ ที่ทำจากซาวโดวจ์ก็มีเช่นกัน โดยราคาเริ่มต้น 250 บาท

 

Open: เปิดทุกวัน เวลา 08.00-22.00 น.

Address: ซอยเจริญกรุง 42

Contact: Sarnies Sourdough

 

Landhaus Bakery

 

 

เราเชื่อว่าคนชอบขนมปังไม่มีใครไม่รู้จัก Landhaus ร้านเบเกอรีสัญชาติออสเตรียสุดอบอุ่น ร่มรื่นประจำย่านอารีย์ ขนมปังที่นี่อบใหม่ทุกวันตอนกลางคืน เพื่อพร้อมมอบความหอมกลิ่นเตาฟืน และเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มสไตล์ยุโรปให้ทุกคนชิมในตอนเช้า

 

แต่ละวันจะมีขนมปังพิเศษให้ลองสลับกันไป เช่นเดียวกับซาวโดวจ์ของร้านที่มีหลายสไตล์เช่นกัน เช่น โฮลวีต (130 บาท), ไรย์สเปลท์ (190 บาท), ซาวโดวจ์บาแกตต์ (80 บาท) หรือแครอตซาวโดวจ์ (100 บาท)

 

Open: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 07.00-19.00 น.

Address: อารีย์ (พหลโยธิน 5)

Contact: Landhaus Bakery 

 

Bartels Craft Bread

 

 

คาเฟ่ขนมปังที่นิยมอันดับต้นๆ ในหมู่ชาวต่างชาติ ร้านเปิดอยู่ริมถนนสุขุมวิท ไม่ไกลจากบีทีเอสทองหล่อ เมนูส่วนใหญ่เป็นสไตล์แซนด์วิชขนมปังซาวโดวจ์ ราคาเริ่มต้นประมาณ 220-320 บาท หรือใครอยากแบบโลฟ ราคาเริ่มต้น 250 บาท หรือแบบสไลซ์ ราคา 70 บาทต่อแผ่น ก็ได้เหมือนกัน

 

Open: เปิดทุกวัน เวลา 07.00-18.00 น.

Address: ถนนสุขุมวิท

Contact: Bartels Craft Bread, Coffee & Juicery 

 

Nine Pastry

 

 

ร้านขนมปังฝีมือนักอบชาวอิสราเอลที่อยากนำเสนอขนมปังสไตล์บ้านเกิดให้ทุกคนได้ลอง และนอกจากเยรูซาเล็มเบเกิลที่เป็นของขึ้นชื่อ ซาวโดวจ์ของร้านก็เด็ดไม่แพ้กัน โดยราคาเริ่มต้นประมาณ 200-250 บาท มีหลายแบบให้เลือก เช่น คลาสสิก ธัญพืช ไรย์ หรือ Rugbrød ซาวโดวจ์แป้งไรย์ 100%

 

Open: เปิดทุกวันพฤหัสบดี-อังคาร เวลา 08.00-17.00 น.

Address: ซอยสุขุมวิท 22

Contact: Nine Pastry 

 

Panna Sourdough

 

 

ร้านขนมปังย่านถนนปั้นที่น่าแวะไปนั่งชิล จิบกาแฟสบายๆ พร้อมสั่งแซนด์วิชซาวโดวจ์มากินให้อิ่มสักชิ้น โดยซาวโดวจ์ของ Panna จะเป็นทรงขนมปังปอนด์ มีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น ซาวโดวจ์แซนด์วิชโลฟ เริ่มต้น 150 บาท, ซาวโดวจ์โชคุปัง ราคา 240 บาท หรือซาวโดวจ์อิงลิชมัฟฟิน ชิ้นละ 45 บาท แต่หากเป็นแซนด์วิชมื้อกลางวัน ราคาเริ่มต้น 255 บาท

 

Open: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00-18.00 น.

Address: ถนนปั้น 

Contact: Panna Sourdough 

 

Yeast & Yawn

 

 

ร้านขนมปังยีสต์ธรรมชาติฝีมือ ตอง-ชัญธิกา วงศ์ประทีป ผู้ค้นพบว่าตัวเองตกหลุมรักการทำขนมปัง จึงบินไปร่ำเรียนไกลถึงประเทศอังกฤษ ก่อนพบว่าซาวโดวจ์เป็นขนมปังที่น่าสนใจและชาวต่างชาตินิยมมากๆ จึงเริ่มค้นหาสูตรของตัวเองและเปิดร้านซาวโดวจ์ Yeast & Yawn ขึ้นมา

 

ซาวโดวจ์ที่นี่มีให้เลือกหลายสไตล์ ทั้งแบบโลฟ ราคาเริ่มต้น 180 บาท, เบเกิล 70 บาท หรือ Melt Sourdough ราคา 160 บาท ที่คล้ายเมนูกริลล์ชีสแซนด์วิช

 

Open: เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น.

Address: ถนนบำรุงเมือง

Contact: Yeast & Yawn : Sourdough Cafe คาเฟ่ขนมปังซาว์โดว์ 

 

Holey Artisan

 

 

ทุกคนต้องรู้จักเบเกอรีสไตล์ยุโรป Holey Artisan Bakery ที่แวะไปกี่ครั้งก็เจอขนมปังละลานตา และหนึ่งในขนมปังที่หลายคนติดใจก็คือซาวโดวจ์ โดยราคาเริ่มต้น 150 บาท และมีหลายเมนูน่าสนใจ เช่น Sourdough Challah (250 บาท) ซาวโดวจ์มะเขือเทศ, Super Sourdough (200 บาท) ซาวโดวจ์หมักนานจนรสชาติเข้มข้น หรือ Phed Mak Mak Sourdough (250 บาท) ซาวโดวจ์พริกจาลาปิโน

 

Open: เปิดทุกวัน เวลา 07.00-19.00 น.

Address: ซอยสุขุมวิท 31

Contact: Holey Artisan Bakery 

 

Conkey’s Bakery

 

 

อีกหนึ่งเบเกอรีที่คนรักขนมปังห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะ Conkey’s Bakery ไม่ได้อบขนมปังหน้าตาสวยงามวางเรียงรายเฉพาะหน้าร้านตัวเอง แต่ยังส่งให้ร้านต่างๆ อีกหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

 

นอกจากเมนูขนมอบยอดนิยม ซาวโดวจ์ของร้านก็พิเศษไม่แพ้กัน โดยราคาเริ่มต้น 180-300 บาท (ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ) แถมบางวันจะมีชนิดพิเศษขายแบบจำกัดด้วย เช่น Fig & Walnut ที่มีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

 

Open: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น.

Address: ซอยเอกมัย 22

Contact: Conkey’s Bakery 

 

Amantee The Bakery

 

 

นี่คือเบเกอรีสัญชาติฝรั่งเศสเจ้าประจำของใครหลายๆ คน ร้านโด่งดังเรื่องขนมปังและขนมอบสไตล์อาร์ติซานที่มีให้เลือกหลากประเภทกว่า 30 ชนิด บางอย่างเราเองก็ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน โดยทุกเมนูอบสดใหม่ทุกวัน เช่นเดียวกับซาวโดวจ์ที่มีให้เลือกหลายแบบ โดยราคาเริ่มต้นประมาณ 330 บาทต่อกิโลกรัม หรือแบบกล่องราคาเริ่มต้นประมาณ 160 บาท

 

Open: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 07.00-19.00 น. (วันอาทิตย์ปิด 18.00 น.)

Address: เอ็มควอเทียร์ ชั้น 4

Contact: Amantee The Bakery 

 

Gontran Cherrier

 

 

ร้านเบเกอรีจากฝรั่งเศสที่มีสาขาอยู่ในหลายๆ ประเทศ และเข้ามาเปิดสาขาแรกในไทยที่สิงห์ คอมเพล็กซ์ นอกจากเมนูเบเกอรีที่โด่งดังเรื่องครัวซองต์ หรือเมนูอาหารเช้าสไตล์ยุโรป Gontran Cherrier ก็มีซาวโดวจ์สไตล์ฝรั่งเศสอบสดใหม่ทุกวันให้ลองด้วย 

 

ทุกคนจะสั่งเป็นโลฟหรือแซนด์วิชก็ได้ เมนูแนะนำเช่น Gontran’s Sourdough (120 บาท), Gontran’s Multi-grains Sourdough (160 บาท), Paris Ham & 4-Cheese Sandwiches (290 บาท) หรือ Sourdough Toast (120 บาท) ซาวโดวจ์สไลซ์ทาแยม ชีส หรือเนยถั่วฉ่ำๆ ด้านบน

 

Open: เปิดทุกวัน เวลา 07.00-21.00 น.

Address: สิงห์ คอมเพล็กซ์

Contact: Gontran Cherrier Thailand 

The post 11 ร้านซาวโดวจ์ สำหรับคนรักขนมปังสุดคราฟต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
11 ร้านอาหารใหม่แห่งปี 2022 ที่พวกเราอยากแนะนำให้ทุกคนตามไปลิ้มลอง https://thestandard.co/11-recommended-restaurants-2022/ Mon, 26 Dec 2022 08:29:50 +0000 https://thestandard.co/?p=728739 ร้านอาหาร

ยกให้เป็นอีกปีสุดเดือดที่มีร้านอาหารเปิดใหม่ไม่ยอมหยุดพ […]

The post 11 ร้านอาหารใหม่แห่งปี 2022 ที่พวกเราอยากแนะนำให้ทุกคนตามไปลิ้มลอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร้านอาหาร

ยกให้เป็นอีกปีสุดเดือดที่มีร้านอาหารเปิดใหม่ไม่ยอมหยุดพัก เชื่อว่าหลายร้านอาจเฝ้ารอวันเฉิดฉายมาตั้งแต่ปีก่อนหน้าที่จังหวะไม่ดีเท่าไร เมื่อมาถึงปีนี้ที่หลายๆ อย่างลงตัวมากขึ้น ทุกคนอยากกินข้าวนอกบ้านมากขึ้น แถมร้านเองก็มีเวลาคราฟต์รสชาติอาหารแต่ละจานจนไม่มีที่ติด้วย พวกเราจึงได้เห็นร้านอาหารเปิดใหม่ที่น่าสนใจตลอดทั้งปีที่ผ่านมา

 

แต่หากเราต้องเลือกร้านที่อยากให้ทุกคนตามไปลองจริงๆ น่าเสียดายที่พูดถึงทุกร้านในปีนี้ไม่ได้ เราจึงต้องเลือกมาเฉพาะร้านเด็ดๆ เจ๋งๆ ที่อยากแนะนำว่าห้ามพลาดที่สุด!

 

แล้วร้านอาหารใหม่ 11 แห่งที่เราขอยกให้เป็นร้านใหม่แห่งปี 2022 จะมีที่ไหนบ้าง มาดูพร้อมกันได้เลย โดยลิสต์นี้ไม่มีการจัดอันดับแต่อย่างใด

 

ร้านอาหาร

 

Fran’s

Brunch Spot ยอดนิยมแห่งปีในย่านสาทร มาพร้อมบรรยากาศกลาสเฮาส์ สวนสีเขียวร่มรื่น และเมนูอาหารเช้าถึงสายที่เรียบง่าย ถ่ายรูปสวย และมีรสชาติชัดเจนในรูปแบบของตัวเอง ผู้อยู่เบื้องหลังก็ไม่ใช่ใครเสียจาก ปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ เจ้าของเครือร้านอาหาร iberry, กานต์ กิตติเวช จากร้านทองสมิทธ์ ร่วมกับ ชาลี กาเดอร์ เชฟฝีมือดีเจ้าของร้านอาหารดังอีกหลายแห่ง

 

เมนูแนะนำคือ Velvet Egg & Bacon (290 บาท) แซนด์วิชหน้าเปิดที่ใช้ขนมปังซาวโดว์ ท็อปด้วยไข่คนและเบคอนเคลือบซอสเมเปิลชิ้นหนายั่วยวนใจ เมนูนี้เป็นซิกเนเจอร์ของร้านที่ต้องมีทุกโต๊ะด้วย

 

Fran’s อยู่ในซอยงามดูพลี ราคาเริ่มต้น 500-1,000 บาท เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.

 

(อ่านรีวิวได้ที่: https://thestandard.co/frans/)

 

ร้านอาหาร

 

Baan Phraya

เดิมทีบ้านหลังนี้เป็นที่พักอาศัยของพระยามไหสวรรย์ และ คุณหญิงเลื่อน มไหสวรรย์ ซึ่งหากย้อนกลับไปสัก 50 ปี บ้านพระยานับว่าเป็นเรือนต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่เลื่องชื่อด้วยอาหารไทยรสมือคุณหญิงเลื่อนที่ใครชิมก็ถูกใจ เมื่อโรงแรมต้องคืนชีพให้บ้านหลังนี้ใหม่ จึงตัดสินใจเปิดเป็นห้องอาหารไทยที่นำเมนูโบราณมานำเสนออย่างโมเดิร์น และใช้เครื่องปรุงหลักๆ เพียงแค่ ‘น้ำปลาและเกลือ’ อย่างคนสมัยก่อน

 

ห้องอาหารไทยบ้านพระยา นำโดยเชฟหญิงรุ่นใหม่ ป้อม-พัชรา พิระภาค ผู้รังสรรค์อาหารไทยให้กลมกล่อม เสิร์ฟผ่านคอร์สเมนู 8 อย่าง ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารหลายภาค

 

Baan Phraya อยู่ในโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลฯ ราคา 8 คอร์ส 3,500++ บาท เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 19.00-22.30 น. 

 

(อ่านรีวิวได้ที่: https://thestandard.co/baan-phraya-2/)

 

ร้านอาหาร

 

Maison Dunand

บ้านหลังใหม่ของ เชฟอาโน ดูนัง ที่มาพร้อมกลิ่นอายกระท่อมบนเนินเขาในประเทศฝรั่งเศส เชฟใช้บ้านเกิดและแคว้นที่ผูกพันแต่เด็กมาเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่งร้าน ไปจนถึงเมนูอาหารที่จะเสิร์ฟให้ทุกคนชิม

 

อาหารฝรั่งเศสที่นี่จะมีความเป็นตัวตนของเชฟชัดขึ้น เพราะเชฟบอกว่าเขาจะทำทุกอย่างที่ตนเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดจาน วัตถุดิบ หรือรสชาติที่หลายคนคิดถึง เนื่องจากที่นี่คือบ้านของเขาเอง และไฮไลต์นอกจากเมนูอาหารที่อยากให้ทุกคนได้ลองก็คือ รถเข็นชีส ที่เชฟนำชีสบางชนิดมาเองจากฝรั่งเศสเลย

 

Maison Dunand อยู่ในซอยสีลม 9 ใกล้บีทีเอสเซนต์หลุยส์ ราคามื้อกลางวัน 2,600++ บาท, มื้อค่ำ 4,800++ บาท และ 6,900++ บาท เปิดทุกวัน เวลา 12.00-14.30 น. และ 17.30-22.00 น. 

 

(อ่านรีวิวได้ที่: https://thestandard.co/taste-maison-dunand/)

 

ร้านอาหาร

 

Sushi Saryu

โอมากาเสะพรีเมียมที่ฉายเดี่ยวโดย เชฟเซย์จิ ซุโด ผู้ทำอาหารและตระเตรียมวัตถุดิบเองทุกขั้นตอน เพราะเชฟบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการทำอาหารสำหรับเขาคือความเสมอต้นเสมอปลาย โดยแฟนโอมากาเสะน่าจะคุ้นชื่อเชฟดี เพราะเขาเคยประจำอยู่ที่ Tama Sushi และ Ginza Sushi Ichi ในประเทศสิงคโปร์

 

โอมากาเสะที่นี่เสิร์ฟทั้งหมด 15 คอร์ส เชฟทำทุกอย่างตามสไตล์ดั้งเดิม ทว่านำเสนออย่างสมัยใหม่ มาพร้อมวัตถุดิบชั้นเลิศ สาเกชั้นดี และจานชาม จอกสาเกที่เลือกมาเองกับมือแบบไม่ซ้ำที่ไหน

 

Sushi Saryu อยู่ในอาคารโครนอส สาทร ราคา 15 คอร์ส 8,000++ บาท เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-22.00 น. 

 

(อ่านรีวิวได้ที่: https://thestandard.co/sushi-saryu-2/)

 

ร้านอาหาร

 

Vilas

แม้เชฟปริญญ์จะยืนหนึ่งผูกกับอาหารไทยมานาน แต่สำหรับร้าน Vilas เชฟเลือกยืนคนละฝั่งกับสำรับสำหรับไทย เพราะต้องการให้ร้านแห่งนี้ขยายขอบเขตอาหารไทย ทั้งเทคนิคและวัตถุดิบไปสู่ชาติอื่นๆ ดูบ้าง 

 

นำเสนอผ่านเมนูอาหาร 12 คอร์ส ซึ่งคอร์สใหม่ล่าสุดได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารใต้ นำโดยเชฟชาวสเปน เปเป้ หรือ Pepe Dasi Jimenez โดยอาหารที่นี่มีเอกลักษณ์ตรงเป็นการผสมผสานวัตถุดิบ เทคนิค และวัฒนธรรมนานาชาติเข้าด้วยกัน ทุกคนอาจเจอทั้งไทย ญี่ปุ่น เกาหลี หรือตะวันตกในมื้อเดียว

 

Vilas อยู่ในตึกมหานครคิวบ์ ราคา 12 คอร์ส 4,500++ บาท เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.30-23.00 น. 

 

(อ่านรีวิวได้ที่: https://thestandard.co/vilas/)

 

ร้านอาหาร

 

Larder

อีกร้านบรันช์ยอดฮิตในย่านพร้อมพงษ์ที่เกิดจากสองเชฟเพื่อนซี้ชาวโปแลนด์ Adrian Klonowski และ Radek Zarębiński โดยพวกเขาเคยทำงานในร้านอาหารมิชลินอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนตัดสินใจออกมาเปิดร้านของตัวเองเพื่อทำในสิ่งที่ชอบ นั่นก็คือเบเกอรีและชาร์คูเทอรีสไตล์โปแลนด์ที่พวกเขาลุยเองทุกขั้นตอน

 

เมนูอาหารเช้าที่ Larder มีตั้งแต่ขนมปัง ชาร์คูเทอรี ไส้กรอก อาหารจานเล็ก และแซนด์วิชโปแลนด์ (Ka Nap Ki) โดยเมนูแนะนำคือ ‘Tuna 3000’ (250 บาท) แซนด์วิชโปแลนด์ใช้ขนมปังซาวโดว์ ท็อปด้วยซอสทาร์ทาร์ ไข่ต้ม และทูน่าชิ้นสวย เป็นเมนูรสชาติดีแบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมาก

 

Larder อยู่ในซอยพร้อมใจ ด้านหลังเอ็มควอเทียร์ ราคาเริ่มต้น 250-500 บาท เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น.

 

(อ่านรีวิวได้ที่: https://thestandard.co/larder/)

 

ร้านอาหาร

 

Taahra

ร้านอาหารไทยที่ชูเทคนิคการย่างด้วยเตาถ่าน นำทีมโดย เชฟน็อค-พัทธ์อินทร์ พรหมสวัสดิ์ ผู้คุ้นเคยกับอาหารยุโรป เมื่อได้มาทำอาหารไทยจึงไม่ลืมหยิบเทคนิคต่างชาติมาประยุกต์ใช้ ผสมกับการเลือกวัตถุดิบชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลกมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารไทยหน้าตาทันสมัยให้ชิมผ่านเมนู 13 คอร์ส

 

ทุกจานจะผ่านการย่างด้วยเตาญี่ปุ่นและเตาสเปน แบ่งวิธีเป็น 3 แบบ คือเตาชั้นล่างจะเน้นทำให้สุก ด้านบนขึ้นมาเป็นการย่างแบบ Slow Cook และชั้นบนสุดจะเป็นการสโมกหรือการรมควัน ทำให้เมื่อไขมันหยดลงมาจะยิ่งเพิ่มรสชาติให้วัตถุดิบ

 

Taahra อยู่บนถนนเจริญกรุง ราคา 13 คอร์ส 3,800++ บาท เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-22.00 น.

 

(อ่านรีวิวได้ที่: https://thestandard.co/taste-taahra/)

 

ร้านอาหาร

 

Villa Frantzén

ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งสไตล์นอร์ดิกจากสวีเดน เจ้าของคือ เชฟบยอร์น ฟรันต์เซน (Björn Frantzén) เจ้าของร้านอาหาร Frantzén ดีกรี 3 ดาวมิชลินในบ้านเกิด เชฟบินมาเปิดร้านอาหารลูกพี่ลูกน้องอย่าง Villa Frantzén เพื่อนำเสนออาหารสไตล์โมเดิร์นนอร์ดิกในบรรยากาศสบายๆ เหมือนบ้านหลังหนึ่ง

 

เสน่ห์ของคอร์สเมนูที่นี่คือทุกคนเลือกอาหารแต่ละจานได้เอง โดยมี 3 ตัวเลือกในแต่ละคอร์ส พร้อมกับเมนู Add On ที่ไม่ควรพลาดอย่าง Villa Frantzén caviar เสิร์ฟคาเวียร์ 30 กรัมให้กินพร้อมวาเฟิลมะพร้าวขนุน ซาวครีม และบราวน์บัตเตอร์สาหร่าย (1,950++ บาท)

 

Villa Frantzén อยู่ในซอยเย็นอากาศ 3 ราคา 2 คอร์ส 4,200++ บาท เปิดวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 17.30-23.30 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 12.00-23.30 น. 

 

(อ่านรีวิวได้ที่: https://thestandard.co/taste-villa-frantzen/)

 

ร้านอาหาร

 

Choen

ร้านอาหารร่วมสมัยที่ใช้ฟืนไฟอันลุกโชนในการประกอบอาหารเท่านั้น ทำให้แทบทุกเมนู ทุกคำที่ได้ชิม มีสัมผัสและความหอมไม่เหมือนใคร นำโดย เชฟมิว-จีราวิชช์ มีแสงนิลวีรกุล ผู้เคยทำงานในครัว Nahm และหนึ่งในอดีตทีมงานเบื้องหลังร้านชามแกง

 

เชฟมิวออกมาเปิดร้านนี้เองด้วยแพสชันไฟลุก เพราะอยากนำเสนออาหารปรุงสุกด้วยฟืนอย่างที่ตัวเองถนัด นำเสนอผ่านอาหาร 8 คอร์สที่ไม่จำกัดว่าเป็นอาหารชาติใด เน้นรสชาติที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นหลัก และใช้วัตถุดิบชั้นดีที่หลากหลาย มีเมนูน่าสนใจ เช่น แขนงหมูกรอบ สแกลลอปฮอกไกโดซอสยำกะทิ หรือแกงคั่วกุ้งแม่น้ำย่างกับจาวมะพร้าวเผา

 

Choen (โฌณ) อยู่ในซอยพันธจิตร ย่านหัวลำโพง ราคา 8 คอร์ส 2,600++ บาท เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-23.00 น. 

 

(อ่านรีวิวได้ที่: https://thestandard.co/choen-restaurant/)

 

ร้านอาหาร

 

Laun

ร้านนี้เริ่มต้นจากคุณทอมมี่และคุณยุ เจ้าของร้านอาหารคิวยาว บ้านนวล อยากทำร้านที่มีบรรยากาศสบายๆ กว่าร้านแรก และอยากให้ร้านนี้เป็นเหมือนร้านอาหารที่คนท้องถิ่นจะนึกถึง หรือแนะนำให้นักท่องเที่ยวแวะมากิน อาหารที่เสิร์ฟในร้าน Laun จึงเป็นเหมือนเมนู ‘มินินวล’ คือหลายจานมีกลิ่นอายของบ้านนวลผสมอยู่ แต่จะเป็นอาหารกินจบในจานเดียว โดยทุกเมนูปรุงโดยฝีมือคุณยุเช่นเดิม  

 

เมนูส่วนใหญ่เป็นคอมฟอร์ตฟู้ด กินง่ายๆ ไม่ซับซ้อน และสามารถกินได้บ่อยๆ มีเมนูแนะนำคือ ข้าวหมูตุ๋นและไข่ดาว (280 บาท)

 

Laun อยู่ในซอยสามเสน 4 ราคาเริ่มต้น 250 บาท เปิดทุกวัน (ปิดวันอังคาร) เวลา 08.30-16.00 น. 

 

(อ่านรีวิวได้ที่: https://thestandard.co/laun/)

 

ร้านอาหาร

 

Sushi Yamazato

หลังจากปรับลุคห้องอาหารใหม่ Yamazato ในโรงแรมดิ โอกุระฯ จึงมีอาหารญี่ปุ่น 3 สไตล์รวมกันไว้ในที่เดียว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Sushi Yamazato เคาน์เตอร์บาร์โอมากาเสะจำนวน 8 ที่นั่ง ที่เสิร์ฟประสบการณ์เหมือนญี่ปุ่นต้นตำรับให้ทุกคนได้สัมผัส ผ่านอาหารที่ใช้เทคนิคชั้นสูง ผสานกับวัตถุดิบชั้นเลิศคัดสรรตามฤดูกาลส่งตรงจากญี่ปุ่น

 

นอกจากความสดใหม่ในทุกคำ อีกเมนูที่อยากให้ตั้งตารอคือขนมหวาน เป็นชีสเค้กญี่ปุ่นสัมผัสนุ่มเบา มาพร้อมพุดดิ้งเก็นไมฉะกับครัมเบิลแปะก๊วย และยูซุเชอร์เบตกับแผ่นเยลลี่สตรอว์เบอร์รี

 

Sushi Yamazato อยู่ในโรงแรมดิ โอกุระ กรุงเทพฯ ราคา 4,900++ บาท และ 6,500++ บาท เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 12.30 น. และ 18.30 น. 

 

(อ่านรีวิวได้ที่: https://thestandard.co/yamazato/)

The post 11 ร้านอาหารใหม่แห่งปี 2022 ที่พวกเราอยากแนะนำให้ทุกคนตามไปลิ้มลอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
X’Mas Brekkie! ร้าน Larder จะเสิร์ฟมื้อเช้าจัดเต็มสไตล์โปแลนด์ 23-25 ธ.ค. เท่านั้น https://thestandard.co/larder-xmas-brekkie/ Thu, 22 Dec 2022 07:11:35 +0000 https://thestandard.co/?p=727384 Larder

ขึ้นแท่นเป็นร้านอาหารมื้อสายสุดเท่ที่มีโคลด์คัตสุดเจ๋งใ […]

The post X’Mas Brekkie! ร้าน Larder จะเสิร์ฟมื้อเช้าจัดเต็มสไตล์โปแลนด์ 23-25 ธ.ค. เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Larder

ขึ้นแท่นเป็นร้านอาหารมื้อสายสุดเท่ที่มีโคลด์คัตสุดเจ๋งในลิสต์ของใครหลายคนไปแล้ว ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน เพราะฉะนั้น ถ้าใครเป็นแฟนคลับ Larder หรือกำลังหาโอกาสไปนั่งชิมอาหารที่ร้านอยู่ เราว่าไม่ควรพลาดมื้อพิเศษสุดสัปดาห์นี้ ที่พวกเขาจัดในธีม ‘Polish Christmas Table’ มื้อเช้าวันคริสต์มาสแบบจัดเต็มสไตล์โปแลนด์

 

โดยเมนูมื้อเช้าวันคริสต์มาสที่ร้านจัดมาให้ ทุกคนจะได้ชิมอาหารทั้งหมด 9 เมนู ได้แก่ ‘Pierogi’ เกี๊ยวหมูสไตล์โปแลนด์ ‘Bigos’ สตูว์กะหล่ำกับเบคอนและไส้กรอก ตามด้วยโคลด์คัต ชีส แซลมอน ไข่ต้ม เดวิลเอ้กกับแอนโชวี มะเขือเทศกับหัวหอม และขนมปังโฮมเมด ซึ่งทั้งหมดราคา 600 บาทต่อคน

 

Polish Christmas Table จะเสิร์ฟแค่ 3 วันเท่านั้น พร้อมมีเมนูจานเดี่ยวอื่นๆ ให้สั่งเช่นกัน เริ่มวันที่ 23-25 ธันวาคมนี้ สอบถามหรือสำรองที่นั่งได้ที่ @larderbkk (แท็ก https://www.instagram.com/larderbkk/)

The post X’Mas Brekkie! ร้าน Larder จะเสิร์ฟมื้อเช้าจัดเต็มสไตล์โปแลนด์ 23-25 ธ.ค. เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Larder เปิดร้านให้นั่งชิลจนดึก มาพร้อมเมนูอาหาร โคลด์คัต และไวน์มื้อค่ำ https://thestandard.co/larder-2/ Thu, 08 Dec 2022 03:06:26 +0000 https://thestandard.co/?p=721208

เราเคยพาทุกคนไปนั่งกินบรันช์ โคลด์คัต และแซนด์วิชสไตล์โ […]

The post Larder เปิดร้านให้นั่งชิลจนดึก มาพร้อมเมนูอาหาร โคลด์คัต และไวน์มื้อค่ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เราเคยพาทุกคนไปนั่งกินบรันช์ โคลด์คัต และแซนด์วิชสไตล์โปแลนด์ที่ ‘Larder’ กันแล้ว และเชื่อว่าหลายคนติดใจจนอยากกลับไปซ้ำบ่อยๆ เหมือนกัน เพราะตอนนี้เราเองก็ยังจำความกรอบนุ่มของแซนด์วิชที่ใช้ขนมปังซาวโดว์ และความเข้มข้นของโคลต์คัตสุดคราฟต์ ที่สองเชฟชาวโปแลนด์ตั้งใจเสิร์ฟให้ชิมได้อยู่เลย

 

แวะกลับมารอบนี้ เราพามานั่งในบรรยากาศใหม่ เพราะเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน Larder จะเปลี่ยนจากร้านมื้อสายเป็นร้านแฮงเอาต์ที่เปิดยาวๆ จนดึก ให้ทุกคนแวะมานั่งกินมื้อค่ำ จิบไวน์ นัดคุยกับเพื่อนได้แบบชิลมากๆ

 

 

เมนูตอนเช้าจะมีความเป็นโปแลนด์สูงกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเมนูมื้อดึกจะไม่มีเลย เพียงแค่ร้านจะเสิร์ฟอาหารหลายแนวมากขึ้น อย่างเช่นมีพาสต้าสไตล์อิตาเลียน หรืออาหารยุโรปอื่นๆ เพิ่มเข้ามา

 

เพราะไฮไลต์ที่แท้จริงของ Larder ก็คงหนีไม่พ้น ‘โคลด์คัต’ ที่ร้านทำเองรอบต่อรอบ ถ้าหากไม่เชื่อก็ลองหันไปดูเนื้อชิ้นโตที่กำลังเอจอยู่ในตู้ได้เลย

 

 

และเพราะว่าไวน์ ชีส โคลด์คัตเป็นของคู่กัน นอกจากเครื่องดื่มที่มีให้ครบทั้งขาว แดง ส้ม และโรเซ่ ร้านก็มีโคลด์คัตให้เลือกหลายส่วนไม่น้อยหน้ามื้อเช้า โดยทุกคนสั่ง Charcuterie & Cheese ได้ในราคาเดียว 160 บาท แต่ละจานมีชีสมาให้พร้อม

 

ส่วนใครชอบกินโคลด์คัตแบบไหน ไขมันน้อย ไขมันมาก รสเข้มข้นหรืออ่อนๆ สามารถถามร้านได้เลย

 

 

ตอนเราเจอเชฟทั้งสองคนครั้งแรก Adrian และ Radek บอกว่า เขาอยากทำให้การกินอาหารแบบชาวโปแลนด์เป็นที่รู้จัก ซึ่งพวกเขาไม่ได้หมายถึงการยัดเยียดรสชาติแบบชาวโปแลนด์ให้พวกเรา แต่เป็นการเสิร์ฟอาหารจานเล็กหลายๆ จานให้กินด้วยกันต่างหาก

 

เมนูมื้อค่ำจึงยังคงมีทั้งสแน็กและ Shared Plate ให้สั่งมาแบ่งกัน เช่น Gotabki (200 บาท) กะหล่ำปลีม้วนยัดไส้สไตล์โปแลนด์ Baked Tomatoes (250 บาท) มะเขือเทศอบ ท็อปด้วยโคลด์คัต ชีส และโอลีฟออยล์ จานนี้กินแล้วสดชื่นดีเลยละ

 

 

เมนูที่ปล่อยผ่านไม่ได้จริงๆ สำหรับคนชอบกินถั่วอบซอสอย่างเรา Fasolka (350 บาท) เป็น Baked Bean สไตล์โปแลนด์ที่ร้านใช้มะเขือเทศออร์แกนิกและท็อปด้วยโคลต์คัต รสชาติกลมกล่อมระหว่างความเปรี้ยวเค็มอ่อนๆ และเสิร์ฟอุ่นๆ ให้กินคู่กับไวน์ เราว่าเป็นจานมื้อดึกที่ดีเลย

 

 

ถ้าใครอยากกินพาสต้ามื้อดึก ร้านจะมีเมนู Smoked Ragu Pappardelle (450 บาท) ที่ใช้เนื้อรมควันทำเองของร้านเช่นกัน แต่บอกก่อนว่าหากช่วยกันกินสองคนจะกำลังดี

 

หลังจากนั้นค่อยปิดท้ายมื้อด้วยขนม Pavlova (180 บาท) ที่ดูแปลกตาน่ากิน ขอโชว์ฝีมือเชฟผู้เคยทำงานในครัวร้านดังเสียหน่อย

 

 

ส่วนไวน์จะมีทั้งแบบแก้ว ราคาเริ่มต้น 290 บาท และแบบขวด ราคาเริ่มต้น 1,650 บาท หรือถ้าใครอยากดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ ก็มีตัวเลือกอยู่นิดหน่อยให้พอหายอยาก เช่นเดียวกับกาแฟที่หากใครไม่กลัวตาค้างก็สามารถสั่งได้เช่นกัน

 

 

เราชอบบรรยากาศที่ค่อนข้างชิลไม่แพ้ช่วงเช้า และเมนูอาหารหลายจานที่เหมาะกินเป็นมื้อดึกคู่กับไวน์ ถ้าหากวันไหนอยากหาพื้นที่นั่งแฮงเอาต์กับเพื่อน พร้อมมีอาหารและบรรยากาศดีๆ ใจกลางพร้อมพงษ์ เราคงนัดให้มาเจอกันที่ร้านนี้แหละ

 

You may also like: Sarnies Sourdough, Vivin Grocery

 

Larder

Open: เปิดทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 18.00-22.00 น. (ช่วงเช้า 08.00-17.00 น.)

Address: ซอยสุขุมวิท 39

Budget: 250-500 บาท

Instagram: @larderbkk

Map:

 

 

The post Larder เปิดร้านให้นั่งชิลจนดึก มาพร้อมเมนูอาหาร โคลด์คัต และไวน์มื้อค่ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
TASTE: Larder ร้านบรันช์สุดเท่ที่อยากนำเสนอวิถีการกินอาหารของชาวโปแลนด์ https://thestandard.co/larder/ Wed, 14 Sep 2022 11:31:58 +0000 https://thestandard.co/?p=681426 Larder

“พวกเราอยากให้ทุกคนได้กินอาหารที่มีคุณภาพจริงๆ ก็เท่านั […]

The post TASTE: Larder ร้านบรันช์สุดเท่ที่อยากนำเสนอวิถีการกินอาหารของชาวโปแลนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Larder

“พวกเราอยากให้ทุกคนได้กินอาหารที่มีคุณภาพจริงๆ ก็เท่านั้น อย่ามัวแต่กินของไม่อร่อยเลยน่า” นี่คือคำพูดที่เราชอบระหว่างนั่งคุยกับเชฟชาวโปแลนด์เจ้าของ Larder (ลาร์เดอร์) ร้านชาร์คูเทอรีและเบเกอรีสัญชาติโปแลนด์ในซอยสุขุมวิท 39

 

ร้านนี้เกิดจากสองเชฟเพื่อนซี้สัญชาติเดียวกัน คือ Adrian Klonowski และ Radek Zarębiński พวกเขาเคยทำงานในร้านอาหารมิชลินในกรุงเทพฯ อยู่สักพักใหญ่ๆ ก่อนตัดสินใจออกมาเปิดร้านของตัวเองเพื่อทำในสิ่งที่ถนัดและชอบ นั่นก็คือเบเกอรีและชาร์คูเทอรีสไตล์โปแลนด์ที่พวกเขาลุยเองทุกขั้นตอน

 

Larder

Larder

 

Adrian ผู้เคยทำงานในครัว Gaa บอกว่า พวกเขาตั้งใจออกแบบร้านให้มีลักษณะเป็นพื้นที่กว้างๆ “เพราะพวกเราไม่มีอะไรต้องปิดบังทุกคนสักหน่อย” ก็เลยอยากโชว์ทุกขั้นตอนระหว่างทีมทำขนมและอาหาร ร้านนี้จึงไม่มีกำแพงแบ่งโซนครัวและโซนนั่งรับประทาน แต่ในขณะเดียวกันทุกอย่างกลับเป็นสัดส่วนและให้บรรยากาศเหมือนนั่งกินข้าวอยู่ใน ห้องเก็บอาหาร อย่างที่ชื่อร้านบอก

 

เพราะเมื่อทุกคนเปิดเข้ามา สิ่งแรกที่จะเห็นคือชั้นวางขนมปังอบใหม่ทุกวัน มีตั้งแต่ซาวโดวจ์ที่เด็ดไม่แพ้ใคร ไปจนถึงขนมอบหลายชนิดที่จะสั่งกลับบ้านหรือกินในร้านก็ได้

 

และถ้าหันไปมองทางขวาจะเจอตู้โชว์ผลงานของ Radek ผู้มาจากครัว Gaggan ส่วนตอนนี้รับหน้าที่ดูแลชาร์คูเทอรีทั้งหมดของ Larder ซึ่งทุกคนแวะมาซื้อโคลด์คัตหรือชาร์คูเทอรีอื่นๆ กลับทำกินเองที่บ้านได้ด้วย ไม่จำเป็นต้องสั่งกินในร้านเท่านั้น

 

Larder

Larder

 

เมนูอาหารที่ Larder จะเป็นสไตล์มื้อเช้าเสิร์ฟตลอดวัน เน้นจำพวกขนมปัง ชาร์คูเทอรี ไส้กรอก อาหารจานเล็ก และแซนด์วิชโปแลนด์ (Ka Nap Ki) ซึ่งแต่ละอย่างเสิร์ฟมาแบบเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยรสชาติและองค์ประกอบที่จัดจ้านชัดเจน แถมกินสนุกจนเก็บให้เป็นร้านที่อยากแวะมาบ่อยๆ ได้เลย

 

เราแนะนำให้ลองสั่งเมนูหลายๆ อย่างมาชิม เริ่มตั้งแต่ ‘Bread (20 บาทต่อแผ่น)’ ที่ให้ทุกคนเลือกขนมปังมากินเล่นระหว่างรอ หรือจะสั่งมาชิมดูก็ได้ โดยมีให้เลือกทั้งฟอกกาเซีย ซาวโดวจ์ และไรย์ซาวโดวจ์ ต้องกินคู่กับเนยที่ร้านทำเอง ‘Anchovies Butter (30 บาท)’ เนยแอนโชวีที่ช่วยชูรสขนมปังได้ดีมากทีเดียว

 

Larder

 

เข้าสู่จานหลักด้วยเมนูแซนด์วิชโปแลนด์ ‘Tuna 3000 (250 บาท)’ ร้านใช้ขนมปังซาวโดวจ์ท็อปด้วยซอสทาร์ทาร์ ไข่ต้ม และทูน่าชิ้นสวย ข้างๆ กันมีชิปกรอบๆ มาให้ด้วย เป็นเมนูรสชาติดีแบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากอย่างที่เชฟทั้งสองตั้งใจ “เพราะถ้าเลือกใช้วัตถุดิบดี อาหารก็จะอร่อยด้วยตัวมันเองได้” พวกเขาบอกเคล็ดลับ

 

เช่นเดียวกับ ‘Croque Khun Poo Ying (250 บาท)’ หรือคร็อกมาดาม แซนด์วิชแฮมชีสไตล์ฝรั่งเศส แต่ในเวอร์ชันของ Larder จะใช้ขนมปังซาวโดวจ์ผ่ากลางประกบพาสทรามีทำเอง ก่อนราดด้วยซอสมายองเนสและมัสตาร์ด ตัดรสด้วยกะหล่ำปลีดอง ท็อปด้วยไข่ดาวสวยๆ อีกที ทำให้กินแล้วรสชาติมีหลายมิติจนน่าติดใจ

 

Larder

 

และเมื่อเราเห็นเมนูแซนด์วิชที่ถูกคิดมาให้เลือกหลากหลายขนาดนี้ เลยแอบถาม Adrian ว่า แล้วเมนูโปรดของเขาคือจานไหน Adrian ลุกไปทำเมนูใหม่ ‘Soppressata Calabrese (270 บาท)’ มาใช้เราชิมทันที

 

เป็นแซนด์วิชขนมปังซาวโดวจ์ที่ประกบซาลามีรสเผ็ดนิดๆ ไว้ตรงกลาง ก่อนจะราดด้วยซอสเพสโต้ให้แบบจุกๆ เต็มแผ่น จานนี้ต้องกินร้อนๆ เพราะกัดไปแล้วจะกรอบ รสชาติจัดจ้าน ถ้าใครชอบอาหารมีอโรมาชัดเจนแบบเราต้องรักเมนูนี้แน่นอน

 

Larder

Larder

 

มาพักด้วยเมนูกินเล่นบ้างดีกว่า เพราะเป็นไฮไลต์สำคัญของร้านเหมือนกัน เนื่องจาก Adrian และ Radek อยากทำอาหารบ้านเกิดเสิร์ฟในร้านนี้ด้วย แต่หากจะบอกว่าเป็นอาหารโปแลนด์เสียทีเดียวก็คงไม่ใช่ เพราะพวกเขาอธิบายว่านี่คือ “The way we eat in Poland” มากกว่า 

 

ซึ่งหมายถึงว่า “ชาวโปแลนด์นิยมกินอาหารจานเล็กๆ แบบนี้แหละ ในมื้อหนึ่งจะมีหลายๆ อย่างแบ่งกินด้วยกัน แต่บางมื้อเราก็กินแซนด์วิชแบบที่เสิร์ฟในร้าน”

 

ส่วนเมนูที่เจ้าของทั้งสองอยากให้ทุกคนมาลองก็มี ‘Polish Biala (150 บาท)’ ไส้กรอกโปแลนด์ฝีมือ Radek นำไปย่างให้ผิวกรอบนิดๆ ก่อนเสิร์ฟ กินคู่กับซอสมัสตาร์ดที่ทำเองเช่นกัน ต้องบอกอีกแล้วว่าเรียบง่ายแต่รสชาติดีมาก ไม่ต่างจาก ‘Anchovies with potato & dill (140 บาท)’ ที่ใช้วัตถุดิบเพียง 3 อย่างและราดน้ำมันมะกอกนิดหน่อยก็กลายเป็นอีกจานที่ดี

 

หรือ ‘Papril-ash (140 บาท)’ เป็นเมนูที่ Radek หยิบมาเสิร์ฟพร้อมบอกว่า นี่แหละจานโปรดของเขา เป็นข้าวสไตล์โปแลนด์ที่มีรสชาติแปลกใหม่ แถม Radek เล่าให้ฟังว่านี่เป็นเมนูที่เด็กโปแลนด์หลายคนไม่ชอบด้วย แต่เขานำมาทำใหม่ให้รสชาติดีขึ้น

 

Larder

Larder

 

ส่วนคนไหนอยากลองโคลด์คัตเน้นๆ ร้านจะมีให้เลือกหลายส่วนหลายชนิด ราคา 140-200 บาท เราแนะนำให้จับคู่กับขนมปังหรือแซนด์วิชรสชาติเบาๆ ก่อนปิดท้ายมื้อด้วยของหวานที่ทำได้ดีไม่แพ้กัน เช่น Bostock (170 บาท) ขนมปังกาแฟเคลือบอัลมอนด์และช็อกโกแลต หรือ Pączki (80 บาท) โดนัทโปแลนด์แป้งนุ่มสอดไส้ครีมที่หวานกำลังดี 

 

Larder

Larder

 

ตอนนี้ร้านจะเปิดเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น ให้ทุกคนแวะมานั่งจิบกาแฟกินมื้อแรกของวันหรือมื้อสายกับเพื่อนได้ในบรรยากาศเป็นกันเอง

 

โดยภายในเดือนตุลาคมนี้ Adrian และ Radek บอกว่าพวกเขาจะเปิดมื้อดึกเพิ่ม พร้อมเสิร์ฟไวน์หรือแอลกอฮอล์ให้มานั่งจิบพร้อมโคลด์คัตได้อีกด้วย ส่วนตอนนี้ถ้าใครยังหาร้านอาหารเช้าบรรยากาศชิลๆ ใจกลางเมืองไม่ได้ เราว่าลองแวะมาที่นี่ดูจะไม่ผิดหวัง

 

You may also like: Sarnies Sourdough, Vivin Grocery, Landhaus

 

Larder

Open: เปิดทุกวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น.

Address: ซอยสุขุมวิท 39

Budget: 250-500 บาท

Instagram: @larderbkk

Map: https://goo.gl/maps/6MnMJ7R1VPyPC1N78

The post TASTE: Larder ร้านบรันช์สุดเท่ที่อยากนำเสนอวิถีการกินอาหารของชาวโปแลนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>