หลังจากห้องอาหาร La Scala (ลา สกาล่า) ในโรงแรมสุโขทัยเพ […]
The post เชฟอิตาลีเจ้าของร้านมิชลิน Ristorante Abbruzzino จะมาเสิร์ฟอาหารที่ไทย 27-28 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากห้องอาหาร La Scala (ลา สกาล่า) ในโรงแรมสุโขทัยเพิ่งจัดคอลแลบพิเศษกับอดีตเชฟเก่าประจำห้องอาหารไปหมาดๆ ตอนนี้ห้องอาหารก็เตรียมต้อนรับเชฟมือดีอีกคนจากอิตาลี ‘เชฟลูคา อาบรูซิโน (Luca Abbruzzino)’ เจ้าของร้านอาหาร Ristorante Abbruzzino รางวัลมิชลิน 1 ดาว ผู้จะมาร่วมรังสรรค์มื้อสุดพิเศษให้ทุกคนได้ชิมเพียง 3 วัน ร่วมกับ เชฟอิวจินิโอ แคนโนนิ เฮดเชฟประจำห้องอาหาร La Scala
เชฟลูคาจะเชี่ยวชาญอาหารอิตาเลียนดั้งเดิมสไตล์แคว้นคาราเบีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณพ่อของเชฟ ในมื้อพิเศษนี้เขาจึงนำวัตถุดิบจากแคว้นคาราเบียมานำเสนอพร้อมวัตถุดิบจากแคว้นเพียดมองต์ ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของเชฟทั้งสองคน
‘Italian Job Volume 8 – Piedmont x Calabria in Bangkok’ จะเสิร์ฟระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคมนี้เท่านั้น โดยมีให้เลือกตั้งแต่ 4 Course ราคา 2,300++ บาท, 6 Course ราคา 3,900++ บาท และ 8 Course ราคา 4,600++ บาท
สอบถามเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 0 2344 8888 หรือ La Scala Bangkok
The post เชฟอิตาลีเจ้าของร้านมิชลิน Ristorante Abbruzzino จะมาเสิร์ฟอาหารที่ไทย 27-28 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เราเชื่อว่าคนรักอาหารอิตาเลียนต้องรู้จักชื่อของ La Scal […]
The post La Scala กับเชฟคนใหม่ และเทสติ้งเมนูเอาใจคนรักอาหารอิตาเลียน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เราเชื่อว่าคนรักอาหารอิตาเลียนต้องรู้จักชื่อของ La Scala ห้องอาหารอิตาเลียนของโรงแรม The Sukhothai Bangkok เป็นอย่างดี เพราะที่นี่เปิดให้บริการมาเกือบ 20 ปี และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของเหล่านักชิมทั่วโลกและเชฟมากหน้าหลายตา ล่าสุดทางห้องอาหารได้เชฟคนใหม่ อย่างเชฟ Eugenio Cannoli เชฟชาวอิตาเลียนผู้เกิดและเติบโตที่แคว้น Piedmont ทางตอนเหนือของอิตาลี มาเสริมทัพความอร่อยพร้อมนำเสนอเมนูทั้งแบบอะลาคาร์ต และเทสติ้งเมนูรสมืออิตาเลียนที่ปรับโฉมให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น
เชฟ Eugenio เติบโตบนเส้นทางสายอาหารมาจากร้านอาหารประจำตระกูล และได้ศึกษาต่อเฉพาะทางเกี่ยวกับอาหารโดยเฉพาะไฟน์ไดนิ่ง จนได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในฐานะเชฟจากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์หลายแห่งในยุโรป และเป็นครั้งแรกที่เชฟออกจากประเทศบ้านเกิดเพื่อมาเปิดรับประสบการณ์ใหม่ และดำรงตำแหน่งอิตาเลียนเชฟประจำโรงแรม The Sukhothai Bangkok
ปรัชญาในการทำอาหารของเชฟ คือการรักษาคุณสมบัติของวัตถุดิบให้ดีที่สุด และใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ในการจัดการกับวัตถุดิบ เพื่อคงรสชาติต้นตำรับดั้งเดิมเอาไว้ แม้จะถูกนำเสนอผ่านมุมมองและการนำเสนอที่ทันสมัยมากขึ้นก็ตาม อย่างเทสติ้งเมนูทั้ง 10 คอร์ส ที่นำเสนอเรื่องราวอาหารอิตาเลียนดั้งเดิมที่ได้รับการตีความใหม่ในรูปแบบไฟน์ไดนิ่ง และผสมผสานวัตถุดิบจากท้องทะเลกับผืนดินได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นฮามาจิ ไส้ปลาค็อด ทูน่า ไปจนถึงเนื้อแกะ นกพิราบ และหัวผักกาดพาร์สนิป
เมนูไฮไลต์ ได้แก่ Hamachi Yellowtail คอร์สเริ่มต้นที่พาดำดิ่งไปสู่ความสดชื่นและสดใหม่ของวัตถุดิบจากท้องทะเล ด้วยการเสิร์ปลาฮามาจิหมักเย็น ราดซอสค็อกเทล Bloody Mary เย็นชื่นใจ
Baccalà & Pork Ribs, Goat Cheese, Osmosis Spinach คอร์สที่นำเสนอการผสมผสานของวัตถุดิบหลากหลาย ทั้งสัมผัสหนึบหนับของไส้ปลาค็อด จับคู่กับซี่โครงหมู ชีสนมแพะ และใบผักโขม ที่ทั้งนำเสนอจุดเด่นของทุกองค์ประกอบในจานได้เข้มข้นและลงตัว
สำหรับจานพาสต้า เชฟเลือก Bottoni Cacio e Pepe จานพาสต้าสุดคลาสสิกของชาวอิตาเลียนที่ประกอบด้วยชีสกับพริกไทยดำ ถูกเชฟนำเสนอด้วยรูปโฉมใหม่โดยใช้พาสต้าหน้าตาคล้ายกระดุม
ก่อนตบท้ายเป็นของหวานสีแดงสด Rosa ที่ตั้งชื่อและได้แรงบันดาลใจจากดอกกุหลาบ เปรี้ยวนำหวานตาม ล้างปากปิดท้ายดินเนอร์มื้อพิเศษ
อาหารอิตาเลียนฝีมือเชฟ Eugenio Cannoli จะเริ่มเสิร์ฟตั้งแต่วันที่ 19 เมษายนเป็นต้นไป ที่ห้องอาหาร La Scala โรงแรม The Sukhothai Bangkok
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
The post La Scala กับเชฟคนใหม่ และเทสติ้งเมนูเอาใจคนรักอาหารอิตาเลียน appeared first on THE STANDARD.
]]>
“น่าเสียดายที่สุดท้ายเขาไม่อนุรักษ์ไว้ จริงๆ อยากเห็นมั […]
The post ใจประสาน สองมือประคอง บรรจงถอดทำความสะอาด เครื่องประดับโคมไฟระย้าทรงหยดนํ้าค้าง 5 ชั้น ‘เป็นครั้งสุดท้าย’ ก่อนโรงภาพยนตร์สกาลาจะเป็นเพียงอดีต appeared first on THE STANDARD.
]]>
“น่าเสียดายที่สุดท้ายเขาไม่อนุรักษ์ไว้ จริงๆ อยากเห็นมันคงสภาพเดิมไว้อย่างนี้นะ แต่ถ้าไม่เก็บ เราก็ต้องถอด ต้องย้ายออกเท่าที่ทำได้ เพราะสิ่งเหล่านี้ยังมีคุณค่ากับเรา”
คือเสียงบอกเล่าความรู้สึกเล็กๆ ของ อ๊อด-นันทา ตันสัจจา ประธานโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ ที่เข้ามานั่งดูการถอดโคมไฟระย้าทรงหยดนํ้าค้าง 5 เพื่อทำความสะอาด ก่อนจะทำการเคลื่อนย้ายสัญลักษณ์อันงดงามคู่สกาลามาตลอด 50 ปี ไปประดับไว้ที่สวนนงนุช
และไม่ใช่แค่เพียงแต่โคมไฟระย้าฯ เท่านั้นที่อยู่ในแผนของการเคลื่อนย้าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังรวมไปถึงงานประดับทางสถาปัตยกรรมอีกหลากหลายชิ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งให้ ‘สกาลา’ ถูกจดจำประทับใจในฐานะโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนที่งดงาม โดยผ่านกาลเวลาคู่สยามสแควร์มากว่า 50 ปี ที่จะถูกทยอยถอดและขนย้ายออกภายในสิ้นปีนี้
เกร็ดที่น่าสนใจคือ ในวันที่โรงภาพยนตร์สกาลายังคงเปิดให้บริการ การถอดเครื่องประดับโคมไฟระย้าทรงหยดนํ้าค้าง 5 ชั้น เพื่อทำความสะอาดนั้นถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญยิ่ง สำหรับผู้บริหารและพนักงานทุกคนในเครือ ‘เอเพ็กซ์’ ที่จะต้องมาร่วมแรงร่วมใจกันล้างและทำความสะอาดโคมไฟแห่งนี้ทุกๆ 2 ปี
และนั่นหมายความว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เพื่อนพนักงานรวมไปถึงผู้บริหาร ‘สกาลา’ จะได้ร่วมเรียงเคียงไหล่เพื่อทำความสะอาดโคมไฟระย้าที่เป็นดั่งจิตวิญญาณแห่งโรงภาพยนตร์แห่งนี้ร่วมกัน
The post ใจประสาน สองมือประคอง บรรจงถอดทำความสะอาด เครื่องประดับโคมไฟระย้าทรงหยดนํ้าค้าง 5 ชั้น ‘เป็นครั้งสุดท้าย’ ก่อนโรงภาพยนตร์สกาลาจะเป็นเพียงอดีต appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลายสัปดาห์ก่อน ข่าวคราวการปิดตัวของโรงภา […]
The post ลา สกาลา: อีเวนต์อำลาที่ทำให้คนรักหนังลืมโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลายสัปดาห์ก่อน ข่าวคราวการปิดตัวของโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนอย่าง สกาลา ได้กลับมาคอนเฟิร์มอย่างเป็นทางการ อาจจะด้วยเพราะการเปลี่ยนแปลงวิธีการรับชมภาพยนตร์ของผู้คน สภาพเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงโรคระบาดอย่างโควิด-19 ทำให้การยืนหยัดของโรงหนังเก่าแก่โรงนี้ต้องสิ้นสุดลง
ในโอกาสการอำลาสกาลานี้ ทางหอภาพยนตร์ได้จัดโปรเจกต์พิเศษที่ชื่อ ลา สกาลา (La Scala) โดยจะเป็นการจัดฉายหนัง 4 เรื่องคือ Blow Up, The Scala, นิรันดร์ราตรี และ Cinema Paradiso เพื่อปิดท้ายตำนานประสบการณ์ในโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่แห่งนี้ สิ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ บรรยากาศวันแรกของการจองตั๋วหนังของโปรเจกต์นี้อยู่ระดับที่เรียกว่าปรากฏการณ์ คิวต่อแถวซื้อตั๋วยาวจากบ็อกซ์ออฟฟิศไถลทะลุไกลไปจนถึงหลังโรง บางคนต้องรอ 3 ชั่วโมงกว่าจะได้บัตร ผู้คนมากมายยืนรอเพื่อจะเป็นส่วนหนึ่งของอีเวนต์นี้
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับสถานการณ์ที่เกิดกับโรงภาพยนตร์ทั่วไปที่ยังคงเงียบเหงาไร้ผู้คน หนังใหม่เปิดตัวในแต่ละสัปดาห์ได้ไม่ถึง 1 ล้านบาท หนังฮอลลีวูดบล็อกบัสเตอร์มากมายยังคงเลื่อนฉายไปเรื่อยๆ กระทั่งหนังอย่าง Tenet ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ก็ยังไม่กล้าเสี่ยงกับสภาวะที่คนดูยังลังเลว่าจะเข้าโรงหนังดีไหม แม้ว่าหนังของโนแลนจะถือได้ว่าดูดีมีศักยภาพและเป็นหัวหอกแห่งการดึงคนดูกลับเข้ามาในโรง แต่สตูดิโอฝรั่งเองก็ยังไม่แน่ใจในจุดนี้ โควิด-19 ยังคงเอาชนะโนแลน มู่หลาน และเจมส์บอนด์อย่างราบคาบ
แม้ปรากฏการณ์บัตร Sold Out ทุกรอบ ทุกเรื่องของโปรเจกต์ลา สกาลานี้อาจจะยังไม่สามารถใช้สรุปเหตุการณ์อะไรได้ แต่มันก็ทำให้เราเห็นอะไรบางอย่างด้วยเช่นกัน
บัตร Sold Out ในโรงหนังที่มีจำนวนที่นั่งประมาณ 900 ที่นั่ง กับภาพยนตร์ความยาวประมาณ 2 ชั่วโมงเต็ม ทำให้ผมจินตนาการสภาพภายในของโรงหนังยามหนังกำลังฉาย มันดูน่าประทับใจนะครับกับการที่โรงหนังขนาดใหญ่คนดูเต็มขนาดนี้ แต่ในเวลาเดียวกันมันก็ค้านกับกฎ Social Distancing เกือบทุกข้อ มันคือความแออัดระดับนั่งเครื่องบินทีเดียว แต่ก็นั่นแหละ ผู้คนอาจจะลืมไปสักพักในเรื่องเหล่านี้ ถ้าหากหนังบนจอหรือประสบการณ์ในโรงภาพยนตร์พิเศษพอสำหรับพวกเขา และนั่นก็อาจจะเป็นไปได้ว่าการที่คนไม่ได้เข้าโรงหนังในช่วงที่ผ่านมา อาจจะเป็นเพราะหนังที่เข้าโรงนั้นไม่มีอะไรใหญ่พอหรือน่าสนใจพอที่จะดึงดูดพวกเขาให้ไปดู
หลังจากนั่งคิดต่อสักพัก ข้อสังเกตนี้อาจจะถูกล้มอีกทีด้วยเรื่องความที่มันฉายอยู่โรงเดียวในระยะเวลาอันสั้นมาก ทำให้เกิดการรวบยอดคนดูทั้งหมดมาจบที่โรงโรงเดียว ทำให้เกิดการ Sold Out ได้อย่างไม่ยาก แต่ถ้าหากหนังกระจายฉายตามโรงทั่วๆ ไปหลายร้อยโรงเหมือนหนังทั่วๆ ไป คนดูต่อหนึ่งรอบก็อาจจะไม่เยอะเท่านี้ ภาพรวมของทั้งโปรแกรมฉายก็อาจจะไม่ต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ ที่กำลังเข้าในช่วงนี้เท่าไรนัก ว่าง่ายๆ คือ ทฤษฎี ‘ถ้าหนังน่าดู คนก็จะมาดูเอง’ อาจจะไม่จริงก็ได้ การ Sold Out ครั้งนี้อาจจะเป็นแค่เหตุการณ์เฉพาะกิจ
แต่เรื่องการที่คนที่มาจองตั๋วได้มาเจอการรวมกลุ่มขนาดใหญ่หน้าโรง แต่ก็ยังพอใจจะซื้อตั๋วดูอยู่ดี ก็ยังเป็นสิ่งที่พิเศษอยู่ แปลว่าเขารู้อยู่แล้วว่าคนจะแน่นมากๆ แต่พวกเขาก็ยังอยากมาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์แนว ‘ครั้งหนึ่งในชีวิต’ มากกว่าการดูหนังก็เป็นได้ จึงเป็นที่มาของข้อสังเกตอีกข้อ
ความเป็นอีเวนต์ฟิล์มนั้น เป็นการเอาตัวหนังมาผสมกับความรู้สึกร่วมนอกหนัง เช่น กระแสอันยิ่งใหญ่แบบมาร์เวล ที่ต่อให้คุณไม่ติดตามมาร์เวล แต่มันคือมาร์เวล Avengers: Endgame มันไม่ใช่หนังปกติ แต่มันคือคัลเจอร์ มันคือหนังรวบยอดความพีกของวัฒนธรรมมาร์เวลเลย มันต้องดูแล้ว ไม่ต้องตั้งคำถามเลย เทรลเลอร์เป็นอย่างไรไม่สน รีวิวดีหรือไม่ดี จะเป็นแฟนหนังหรือไม่เป็นแฟนหนัง อย่างไรก็ต้องดู A Must มาก ความรู้สึกเหล่านี้อาจจะยิ่งใหญ่กว่าเนื้อหนังก็เป็นได้ เหมือนรักใครสักคนไปแล้ว ดีเทลที่ขัดใจจุบจิบก็ข้ามๆ ไปได้ เดี๋ยวว่ากัน
ต้องยอมรับว่าในความสำเร็จของอีเวนต์สกาลานี้ ก็จะมีคนบ่นเสียดายว่า “แหม ถ้ารอบปกติมาดูกันแบบนี้โรงก็ไม่ต้องปิดหรอก” ดังนั้นมันทำให้เห็นชัดว่า ความเป็นอีเวนต์และมีวาระพิเศษของโปรเจกต์นี้ เป็นจุดที่ทำให้คนยอมไปต่อแถวซื้อตั๋วเพื่อดูหนังรอบสุดท้ายในโรงให้ได้ ทฤษฎีอีเวนต์ฟิล์มแบบมาร์เวลก็ดูจะเป็นจริงขึ้นมาในทันทีเหมือนกัน นั่นหมายความว่าการคิดภาพยนตร์พร้อมอีเวนต์นั้นอาจจะเป็นอีกหนึ่งทางรอดของการดึงคนกลับมาที่โรงภาพยนตร์ก็เป็นได้ คือคุณมีหนังแล้ว คุณต้องมีวาระนอกหนังมาเสริม เป็นการเพิ่มอาวุธเสริมในการพาคนกลับมายังโรงภาพยนตร์
ในขณะเดียวกันโรงภาพยนตร์อื่นๆ ก็มีความพยายามที่จะทำอีเวนต์แบบนี้เช่นกัน เร็วๆ นี้เราก็จะมี Drive-in Cinema ให้ผู้คนได้ทดลองไปชมกัน ซึ่งดูอาการแล้วคนอาจจะอยากลองความเป็น Drive-in มากกว่าตัวหนังที่ฉายมากกว่า ถึงมันจะเป็นแบบนั้น แต่อย่างน้อยมันอาจจะค่อยๆ ทำให้คนลืมโควิด-19 ไปสักแป๊บ และค่อยๆ กลับมาชินกับโรงหนังได้แบบเดิม
อีเวนต์ ลา สกาลา อาจจะไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ทำให้พวกเราคนดูหนังและพวกผมคนทำหนัง ได้เห็นเส้นทางและความเป็นไปได้ต่างๆ มากขึ้น ในวันเวลาที่มองไปข้างหน้าแล้ว นอกจากจะไม่เห็นอะไรเท่าไรแล้ว ยังรู้สึกว่าไอ้ที่พอจะเห็นวันนี้ พรุ่งนี้ก็อาจจะกลายเป็นอย่างอื่นไปเลยอย่างง่ายดาย
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post ลา สกาลา: อีเวนต์อำลาที่ทำให้คนรักหนังลืมโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.
]]>
“ขอบคุณค่ะ เราคิดเสมอว่าแฟนโรงภาพยนตร์เป็นเหมือนคนในครอ […]
The post ‘La Scala ลาสกาลา’ 3 วันแห่งบทบันทึกความทรงจำครั้งสุดท้ายร่วมกันของแฟนโรงภาพยนตร์สกาลา appeared first on THE STANDARD.
]]>
“ขอบคุณค่ะ เราคิดเสมอว่าแฟนโรงภาพยนตร์เป็นเหมือนคนในครอบครัว เป็นเหตุผลที่เราจัดงานนี้ เปิดไฟทุกดวงเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสและจดจำความสวยงามของสกาลาร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย”
นันทา ตันสัจจา ประธานโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ เผยความรู้สึกกับ THE STANDARD POP ในระหว่างร่วมกิจกรรม ‘La Scala ลาสกาลา’ Final Touch of Memory ‘La Scala ลาสกาลา’ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันนี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปิดรอบฉายอย่างเป็นทางการ คือจุดสิ้นสุดความยิ่งใหญ่ของ 3 โรงภาพยนตร์ สยาม ลิโด สกาลา ที่ให้ความบันเทิงและโดดเด่นคู่สยามสแควร์มากว่า 54 ปี นับตั้งแต่โรงภาพยนตร์สยามเปิดฉายรอบปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2509 โดยเปิดฉายภาพยนตร์ Battle of the Bulge หรือในชื่อไทย รถถังประจัญบาน เป็นเรื่องแรก
โดยในกิจกรรม ‘La Scala ลาสกาลา’ ซึ่งจัดร่วมกับหอภาพยนตร์ จะฉายภาพยนตร์ Cinema Paradiso ผลงานการกำกับของ จูเซปเป ทอร์นาทอเร เป็นโปรแกรมปิดท้ายโรงภาพยนตร์













The post ‘La Scala ลาสกาลา’ 3 วันแห่งบทบันทึกความทรงจำครั้งสุดท้ายร่วมกันของแฟนโรงภาพยนตร์สกาลา appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงเช้าของวันนี้ (5 กรกฎาคม) THE STANDARD POP ได้รับเก […]
The post La Scala บันทึกไว้เพื่อจดจำ ภาพประวัติศาสตร์ ผู้บริหารและพนักงานรุ่นสุดท้าย โรงภาพยนตร์สกาลา appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงเช้าของวันนี้ (5 กรกฎาคม) THE STANDARD POP ได้รับเกียรติสำคัญให้เป็นผู้บันทึกภาพประวัติศาสตร์ระหว่างผู้บริหารและพนักงานรุ่นสุดท้ายจำนวนทั้งหมด 36 คน ในการบันทึกภาพหมู่ร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนที่โรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนอันงดงามซึ่งโดดเด่นคู่สยามสแควร์มากว่า 50 ปีจะปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ หลังจากสิ้นสุดกิจกรรม ‘La Scala ลาสกาลา’ Final Touch of Memory ‘La Scala ลาสกาลา’ ซึ่งจัดร่วมกับหอภาพยนตร์ ในช่วงระหว่างวันที่ 4-5 กรกฎาคมนี้
ภาพประวัติศาสตร์ครั้งนี้นำโดย นันทา ตันสัจจา ประธานโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ และทีมผู้บริหารโรงภาพยนตร์ พวงทอง ศิริวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน, สุชาติ วุฒิวิชัย ครีเอทีฟไดเรกเตอร์โรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ และจุไรรัตน์ ศิลปอุไร อดีตผู้จัดการทั่วไปเครือเอเพ็กซ์
รายชื่อผู้บริหารและพนักงานรุ่นสุดท้าย (5 กรกฎาคม 2563)








พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post La Scala บันทึกไว้เพื่อจดจำ ภาพประวัติศาสตร์ ผู้บริหารและพนักงานรุ่นสุดท้าย โรงภาพยนตร์สกาลา appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทุกครั้งที่เห็นคำว่า ‘Coming Soon’ ที่โรงภาพยนตร์แต่ละค […]
The post ผู้ชมร่วมลา ‘สกาลา’ ก่อนปิดตำนานโรงหนังสแตนด์อโลนครึ่งศตวรรษ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทุกครั้งที่เห็นคำว่า ‘Coming Soon’ ที่โรงภาพยนตร์แต่ละครั้งล้วนแต่นำพาการรอคอยและความตื่นเต้นที่จะได้ชมภาพยนตร์เรื่องใหม่ แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เมื่อเห็นโปรแกรมฉายภาพยนตร์ครั้งสุดท้ายของโรงภาพยนตร์สกาลา ‘La Scala ลา สกาลา’ โดยหอภาพยนตร์ ระหว่างวันที่ 4-5 กรกฎาคมนี้ ซึ่งขายหมดทุกรอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก่อนตำนานที่ยืนยาวกว่า 50 ปี จะปิดฉากลง กว่าครึ่งศตวรรษที่โรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนแห่งสุดท้ายในกรุงเทพมหานครแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ฉายภาพยนตร์เท่านั้น สกาลาทำให้หลายคนค้นพบความรักในภาพยนตร์ เสมือนประตูเชื่อมไปยังโลกแห่งเวทมนตร์ของแผ่นฟิล์มที่มีคุณลุงสูทเหลืองคอยเฝ้าไว้ เก้าอี้สีแดงประจำตัวที่ร่วมหัวเราะและร้องไห้ไปด้วยกัน สถานที่เดตของบางคู่ ม้านั่งหน้าโรงที่กลายเป็นวงสนทนาถกประเด็นหลังภาพยนตร์จบของกลุ่มเพื่อนคอเดียวกัน
บรรยากาศบริเวณสกาลาที่วันนี้โรงภาพยนตร์จะเปิดไฟทุกดวง เพื่อให้ทุกคนมาร่วมย้อนความหลัง พร้อมเก็บภาพความทรงจำร่วมกันวันนี้เป็นวันแรก รวมทั้งส่งความรู้สึกผ่านโพสต์อิท มีผู้ชมจำนวนมากมาร่วมอำลา แม้การฉายภาพยนตร์วันที่ 4 และ 5 กรกฎาคมนั้นจะขายตั๋วหมดไปแล้ว แต่นับเป็นโอกาสสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดที่เราจะได้มาร่วมเก็บภาพความยิ่งใหญ่ของ ‘ราชาโรงภาพยนตร์แห่งสยาม’ ที่โดดเด่นด้วยความงามทางสถาปัตยกรรม และรุ่มรวยไปด้วยความทรงจำของผู้ชมทุกเพศทุกวัย
แม้จะอดใจหายไม่ได้ที่จะเห็นการเปลี่ยนผ่านอีกครั้งหนึ่ง จากสถานที่สร้างความทรงจำ เหลือไว้เพียงความทรงจำ อาจไม่ต่างกับช่วงเวลาที่เรานั่งชมเครดิตหลังตอนจบของภาพยนตร์เรื่องโปรด เพราะไม่อยากให้ห้วงเวลานี้จบลง ต่อให้ท้ายที่สุดเราจะต้องเดินกลับมาสู่โลกแห่งความจริง แต่ขอให้ได้อยู่ในโมเมนต์ต้องมนตร์แบบนี้ต่อไปอีกสักนิดก็ยังดี
#ลาสกาลา #LaScalaลาสกาลา
The post ผู้ชมร่วมลา ‘สกาลา’ ก่อนปิดตำนานโรงหนังสแตนด์อโลนครึ่งศตวรรษ appeared first on THE STANDARD.
]]>
“แม้ยืนต่อแถวยาวเหยียด ยืนรอภายใต้บรรยากาศอบอ้าวนานกว่า […]
The post ภาพบรรยากาศแฟนโรงภาพยนตร์สกาลาต่อแถวยาว เพื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ในโปรแกรมอำลา ‘LA SCALA ลา สกาลา’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
“แม้ยืนต่อแถวยาวเหยียด ยืนรอภายใต้บรรยากาศอบอ้าวนานกว่า 3 ชั่วโมง แต่เชื่อว่าสำหรับแฟนภาพยนตร์สกาลา นี่คือหนึ่งในโมเมนต์อำลาโรงภาพยนตร์อันเป็นที่รัก ได้อย่างน่าประทับใจ”
ภาพบรรยากาศแฟนๆ โรงภาพยนตร์สกาลาเข้าคิวต่อแถวเพื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ ในโปรแกรมส่งท้ายในกิจกรรม ‘LA SCALA ลา สกาลา’ ซึ่งจัดร่วมกับหอภาพยนตร์ โดยโปรแกรมที่เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 4-5 กรกฎาคมนี้ คือภาพยนตร์ระดับคลาสสิกของโลกอย่าง Blow-Up, สองภาพยนตร์สารคดี The Scala ที่จะฉายควบกับ นิรันดร์ราตรี และโปรแกรมสำคัญคือภาพยนตร์ Cinema Paradiso ผลงานการกำกับของ จูเซปเป ทอร์นาทอเร ที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญในฐานะภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในการอำลา ‘สกาลา’ โรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนที่โดดเด่น ทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมอันงดงาม ซึ่งอยู่คู่สยามสแควร์มากว่า 50 ปี ทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมอันงดงาม
โปรแกรม ‘LA SCALA ลา สกาลา’ ปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันนี้ (27 มิถุนายน) โดยการเข้าคิวนั้นเป็นไปอย่างอบอุ่น ถ้อยทีถ้อยอาศัย แม้จะต้องอดทนกับบรรยากาศที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าว ซึ่งเวลานี้ (17.30 น.) จำนวนที่นั่งของภาพยนตร์ได้ถูกจำหน่ายจนใกล้จะเต็มทุกเรื่องและทุกรอบแล้ว
หมายเหตุ: ภาพยนตร์ Cinema Paradiso ที่จะฉายในเวลา 18.00 น. ได้เต็มแล้ว ทั้งในรอบวันที่ 4 และ 5 กรกฎาคม
ขณะที่แผนการจำหน่ายบัตรที่เดิมนั้นถูกวางไว้ในระหว่าง
วันที่ 27 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม เวลา 10.00–16.00 น.
วันที่ 3 กรกฎาคม เวลา 10.00–20.00 น.
วันที่ 4–5 กรกฎาคม เวลา 10.00–18.00 น.
อ้างอิง:
The post ภาพบรรยากาศแฟนโรงภาพยนตร์สกาลาต่อแถวยาว เพื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ในโปรแกรมอำลา ‘LA SCALA ลา สกาลา’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
อยู่บ้านเบื่อๆ มาหากิจกรรมสนุกๆ ทำกันดีกว่า มาดูกันว่าก […]
The post กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2563 appeared first on THE STANDARD.
]]>
อยู่บ้านเบื่อๆ มาหากิจกรรมสนุกๆ ทำกันดีกว่า มาดูกันว่ากิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2563 มีอะไรบ้าง

Photo: ศวิตา พูลเสถียร
Lido Pride Film
What: การฉายหนัง LGBT ติดต่อกันถึง 3 วัน เนื่องใน Pride Month เดือนแห่งความหลากหลาย มีทั้งหนังที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีและหนังที่อยากให้คุณได้รู้จัก ไม่ว่าจะเป็น Moonlight, The Handmaiden, The Circle, God’s Own Country และหนังสั้นอีกมากมาย
When: วันที่ 26-28 มิถุนายน 2563 เวลา 13.00-15.00 น.
Where: Lido Connect
How: https://www.ticketmelon.com/lidoconnect/lido-pride-film
Why: ชมหนัง LGBT ทั้งเรื่องที่คุ้นเคยและเรื่องใหม่ๆ ที่น่าลอง
Stop: BTS สถานีสยาม

Photo: วรรษมน ไตรยศักดา
La Scala Final Touch of Memory
What: โรงหนังสกาลาจะเปิดไฟทุกดวงให้มาเก็บภาพความสวยสง่าและบรรยากาศที่แสนมีเสน่ห์ ให้ความสว่างไสวของแสงไฟอยู่ในความทรงจำและการฉายหนังครั้งสุดท้ายของสกาลา
When: วันที่ 3-5 กรกฎาคม 2563
Where: โรงหนังสกาลา
How: http://www.apexsiam-square.com/
Why: ร่วมอำลาโรงหนังในความทรงจำแห่งสยามสแควร์ และชมหนังในโรงเป็นครั้งสุดท้าย
Stop: BTS สถานีสยาม

Photo: Pride Film Weekend 2020
Pride Film Weekend 2020
What: ฉลองเดือน Pride แบบเว้นระยะห่างกับ Pride Film Weekend ที่มีโปรแกรมหนังทั้ง Summertime (La Belle Saison), It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก, The Blue Hour อนธการ และ Farewell My Concubine 霸王别姬
When: วันที่ 27-28 มิถุนายน 2563
Where: Bangkok Screening Room ศาลาแดงซอย 1 สีลม กรุงเทพฯ
How: https://www.facebook.com/events/565675190637458
Why: ชมหนัง LGBT หลากหลายในเดือน Pride
Stop: MRT สถานีลุมพินี

Photo: WTF Gallery
Conflicted Visions AGAIN
What: นิทรรศการศิลปะที่จะมาแสดงทัศนคติการเมืองในสังคมไทยที่แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ผ่านมุมมองใหม่หรือมุมมองที่ปรับจากเดิมเกี่ยวกับความจริงของชีวิต 6 ปีที่ผ่านมา
When: วันที่ 2 กรกฎาคม – 23 สิงหาคม 2563 เวลา 16.00-22.00 น. (ปิดวันจันทร์)
Where: WTF Gallery and Café สุขุมวิทซอย 51 กรุงเทพฯ
How: https://www.facebook.com/events/3359262350773424/
Why: ชมงานศิลปะที่จะมาชวนคุณตั้งคำถามเกี่ยวกับการเมืองในสังคมไทย
Stop: BTS สถานีทองหล่อ

Kitchen Management Workshop (New Normal = New Dimension)
What: งานสัมมนาเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจอาหารในยุคหลังโควิด-19 โดย เชฟวิลเมนต์ ลีออง Head Judge ของรายการ Top Chef Thailand เชฟผู้มากด้วยประสบการณ์ในวงการอาหารมากว่า 30 ปี พร้อมมาถ่ายทอด พูดคุย ปรึกษาหารือเทคนิค ความรู้ กลยุทธ์เชิงลึก ศิลปะในการประกอบธุรกิจอาหาร พร้อมทานอาหารฝีมือเชฟแบบสุดพิเศษ
When: วันที่ 27-28 มิถุนายน 2563 เวลา 09.00-17.30 น.
Where: ห้องประชุม MeetUp @SVL House ถนนสุรศักดิ์ สีลม กรุงเทพฯ
How: บัตรราคา 12,500 บาท สำรองที่นั่งผ่าน [email protected]
Why: เอาปัญหามาเป็นกรณีศึกษา และนำไปปรับใช้ในชีวิตจริง
Stop: BTS สถานีสุรศักดิ์
พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล
The post กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2563 appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากมีข่าวร้ายออกมาก่อนหน้านี้ว่าโรงภาพยนตร์สกาลาได้ […]
The post โรงภาพยนตร์สกาลา จัดงานอำลา ‘LA SCALA ลาสกาลา’ ฉายหนังและเปิดไฟทุกดวงให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก 3-5 กรกฎาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากมีข่าวร้ายออกมาก่อนหน้านี้ว่าโรงภาพยนตร์สกาลาได้ยุติการเปิดรอบฉายโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากผู้บริหารได้ตัดสินใจยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ ที่แต่เดิมสัญญาฉบับล่าสุดกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะสิ้นสุดลงในช่วงปลายปี (31 ธันวาคม 2563)
ล่าสุดทางเพจ Apex Scala ได้แจ้งข่าวสำคัญสำหรับแฟนโรงภาพยนตร์ที่เคยมีความทรงจำดีๆ ร่วมกัน ตลอดการให้บริการในฐานะโรงภาพยนตร์ชั้นนำที่โดดเด่นและสง่างามคู่สยามสแควร์กว่า 50 ปี
ถึงกิจกรรม ‘LA SCALA ลาสกาลา’ ที่จะเป็นการ Final Touch of Memory
“โรงภาพยนตร์จะเปิดไฟทุกดวง เพื่อให้แฟนๆ เข้ามาเก็บภาพความสวยสง่าและบรรยากาศที่แสนมีเสน่ห์ ให้ความสว่างไสวของแสงไฟอยู่ในความทรงจำร่วมกัน สยามสแควร์เคยมีโรงหนังขนาดใหญ่สามทหารเสือ สยาม ลิโด้ สกาลา จนเป็นส่วนสำคัญที่ให้สยามสแควร์เติบโตเป็นทำเลทองทางธุรกิจที่เจริญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
“และปฏิเสธไม่ได้ว่าความโอ่อ่าทำให้สกาลามีฐานะเป็น ‘ราชาโรงหนังแห่งสยาม’ ด้วยความช่วยเหลือเกื้อกูลของกัลยาณมิตร ‘หอภาพยนตร์’ กรุณาคัดสรรภาพยนตร์มาฉาย เพื่อปิดม่านการฉายภาพยนตร์ในวันที่ 4 และ 5 กรกฎาคม 2563”
กิจกรรม ‘LA SCALA ลาสกาลา’ จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปถ่ายภาพในวันที่ 3-5 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นงานที่ผู้หลงเสน่ห์ทั้งในแง่ความงามทางสถาปัตยกรรมและเสน่ห์ในฐานะโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนแห่งสุดท้ายของกรุงเทพมหานครซึ่งได้รับเสียงชื่นชมทั้งในระดับประเทศและนานาชาติไม่ควรพลาด ในการเก็บโมเมนต์ดีๆ ร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
อ้างอิง:
The post โรงภาพยนตร์สกาลา จัดงานอำลา ‘LA SCALA ลาสกาลา’ ฉายหนังและเปิดไฟทุกดวงให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก 3-5 กรกฎาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เทศกาลแห่งความรัก บางคนอาจจะหวานชื่น แต่บางคนก็อาจจะหวา […]
The post วางแผนวาเลนไทน์กันหรือยัง? นี่คือดีลดีๆ รับมื้อโรแมนติกวันแห่งความรักที่เรารวมมาให้จากทั่วกรุง appeared first on THE STANDARD.
]]>
เทศกาลแห่งความรัก บางคนอาจจะหวานชื่น แต่บางคนก็อาจจะหวานเลี่ยน แต่ไม่ว่าคุณจะอินกับวันสีชมพูนี้หรือไม่อย่างไรก็ตาม ร้านอาหารคือหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมสำหรับคืนวันวาเลนไทน์ เพราะเราเชื่อว่าอาหารที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! และใครกันจะไม่ชอบอาหารอร่อยๆ THE STANDARD เลยขอเป็นไกด์กามเทพให้กับทุกคน แนะร้านอาหารดีๆ ทั้งในและนอกโรงแรมที่เรามองว่าควรค่าต่อการจัดเซอร์ไพรส์วาเลนไทน์ หรือจะพาผองเพื่อนไปฉลองในวันแห่งความรักก็ไม่ว่ากัน!

สายรักสนุกและอยากลองอะไรใหม่ๆ ขอเชิญทางนี้ กับดีลดีๆ ที่น่าสนใจสำหรับคุณและคนพิเศษ

ไม่รู้ทำไมความโรแมนติกกับอาหารอิตาเลียนต้องมาคู่กัน เราเลยเชิญคุณมาหาคำตอบกับอาหารอิตาเลียนต้นตำรับพร้อมไวน์ชั้นเยี่ยมที่ La Bottega di Luca ในซอยสุขุมวิท 49 ของเชฟอารมณ์ดี ลูกา แอปพิโน ซึ่งเทศกาลวาเลนไทน์นี้ เฮดเชฟ แอนเดรีย ออร์ตู ชาวซาร์ดิเนีย ได้ร่วมสร้างบรรยากาศหวานซึ้งท่ามกลางเทอร์เรซร่มรื่น ปกคลุมด้วยต้นไม้ใจกลางเมือง ด้วยเมนูพิเศษที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบที่ให้สีแดงอมชมพูเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี พริกไทยสีชมพู เนื้อฟาสโซนา ฯลฯ เชฟได้แอบบอกเมนูที่ทำสำหรับวันแห่งความรัก อาทิ ฟัวกราส์กับซอสไวลด์เบอร์รี ลูกพรุนอบแห้ง และถั่วพิสตาชิโอป่นกรุบกรอบ, ราวิโอลีสอดไส้ชีสกับไส้กรอกอิตาเลียน ทานกับเห็ดทรัฟเฟิลและซอสบีทรูท ส่วนอาหารจานหลักต้องลองเมนูเนื้อวากิวออสเตรเลียเกรด A5 ที่มาพร้อมอาร์ติโชกและผงแป้งที่ได้จากหอมใหญ่ พร้อมจับคู่ไวน์สัญชาติอิตาลีที่คัดสรรเพื่ออาหารอิตาเลียนโดยเฉพาะ และปิดท้ายค่ำคืนด้วยของหวาน 50 First Dates เหมือนชื่อหนังโรแมนติกคอเมดี้ที่เชฟยังอุบเงียบไม่บอกว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร คู่รักคู่ไหนที่อยากให้ความรักหวานชื่นสดใสราวกับเดตแรก แนะให้ลองมาดินเนอร์ที่นี่ดูได้
Where: La Bottega di Luca ชั้น 2 The 49 Terrace ซอยสุขุมวิท 49 กรุงเทพฯ
How: เปิดบริการเวลา 17.30-23.00 น. ราคาเริ่มต้นที่ 1,190 บาท สำรองที่นั่งได้ที่ 0 2204 1731 หรือ bookv5.chope.co/booking?rid=labottegadiluca1503bkk

Dinner in the Sky
หากเป็นคู่รักที่ชอบความตื่นเต้นและอยากลองอะไรใหม่ๆ แนะนำให้ลอง Dinner in the Sky ร้านอาหารลอยฟ้าส่งตรงจากเบลเยียม ใช้เครนใหญ่สูงกว่า 50 เมตร หรือเทียบเท่าตึก 20 ชั้น ยกโต๊ะอาหารพร้อมลูกค้า 22 คนขึ้นสู่ท้องฟ้าย่านสุขุมวิท สำหรับเมนูอาหารได้รับการจัดเตรียมโดยเชฟเกตาโน พาลุมโบ เชฟใหญ่คนเก่งประจำห้องอาหาร Rossini’s ของโรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit จะมารังสรรค์ดินเนอร์ 4 คอร์ส เริ่มต้นด้วยคาร์ปาชิโอเนื้อแองกัสกับสลัดในเลมอนเดรสซิ่งและพาร์เมซานชีสโฟม จากนั้นเตรียมเข้าสู่เมนคอร์สด้วยซุปเย็นกัซปาโช ซึ่งเป็นซุปมะเขือเทศใส่เนื้อปูและแตงกวา สำหรับเมนคอร์สมีให้เลือก 3 เมนู ระหว่างปลาบัตเตอร์ฟิช ซี่โครงเนื้อตุ๋น และสันในแกะ ปิดท้ายดินเนอร์กลางท้องฟ้าด้วยชีสเค้กเสาวรสกับซอสราสป์เบอร์รีและไอศกรีมชาเขียว หากต้องการเซอร์ไพรส์หรือจัดฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษ ก็สามารถแจ้งล่วงหน้ากับเชฟและทีมงานเพื่อให้ดินเนอร์กลางเวหาครั้งนี้เป็นที่ประทับใจไม่รู้ลืม
Where: Dinner in the Sky ที่ EmSphere (ข้าง Dinosaur Planet) พร้อมพงษ์ กรุงเทพฯ
How: เปิดบริการ 2 รอบ เวลา 18.00 น. และ 19.30 น. (รอบละ 1 ชั่วโมง) ราคา 4,990 บาทต่อท่าน สำรองที่นั่งได้ที่ www.dinnerinthesky.co.th

ยังคงวนเวียนอยู่กับอาหารอิตาเลียน แต่ที่ Il Fumo ไปไกลกว่านั้น เพราะเชฟได้นำเสนออาหารอิตาเลียนและโปรตุเกสสำหรับค่ำคืนอันแสนวิเศษ เชฟไม่รอช้าที่จะนำเสนอดินเนอร์ 5 คอร์สให้เหล่าคู่รักหัวใจ Foodies ได้ร่วมเดินบนเส้นทางอาหารสองสัญชาติได้ลิ้มลองพร้อมไวน์แพริ่งจากซอมเมอลิเยร์ประจำร้าน เริ่มตั้งแต่อาหารทานเล่นที่ดึงจุดเด่นของรสชาติและวัตถุดิบสองสัญชาติมานำเสนอ ต่อด้วยฟัวกราส์ที่เสิร์ฟพร้อมฝอยทองและพอร์ตไวน์รีดักชัน หรือปลาคอดกับแก้มหมูรมควันในคาร์โบนาราโฟม จากนั้นมาต่อที่เมนูสีเขียว ยอกกี้พาสต้าผัดแพลงก์ตอน (คุณอ่านถูกแล้ว!) หรือจะเลือกเป็นหอยเชลล์ฮอกไกโดกับโฟมหอยเม่นและเห็ดทรัมเป็ตสีดำ ส่วนไฮไลต์ที่เชฟภูมิใจเสนอเป็นเนื้อวากิวออสเตรเลีย Diamantina และเมนูปลายทางที่โปรตุเกส กับทาร์ตไข่แห่งศตวรรษที่ 21 จะมีรสชาติและหน้าตาแบบไหน จูงมือแฟนของคุณมาหาคำตอบว่าอาหารอิตาเลียนผสมโปรตุเกสจะเป็นอย่างไรดูไหมล่ะ?
Where: Il Fumo ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ
How: เปิดบริการ 2 รอบ เวลา 18.00 น. และ 20.30 น. โทร. 0 2286 8863 และ 09 7170 6260 หรือ Il Fumo ราคา 2,900 บาทต่อท่าน หรือ 4,100 บาท รวมไวน์แพริ่ง สำรองที่นั่งได้ที่ goo.gl/RhQ6NM

Arroz
Arroz ร้านอาหารสเป๊น สเปน ที่หนังสือคู่มือมิชลินกรุงเทพฯ พูดถึง ตั้งอยู่ในบ้านหลังใหญ่อันแสนอบอุ่นย่านทองหล่อ เปิดประตูต้อนรับคนอินเลิฟ และคนอินเลิฟกับอาหารสเปน ด้วย 5 คอร์สเมนูเนื่องในวันวาเลนไทน์ ครีเอตโดยเชฟวิกเตอร์ บูร์โกส (ที่ทำอาหารอร่อยมาก) ผู้เคยร่วมงานกับร้านอาหารมิชลินสตาร์หลายแห่งทั่วโลก สำหรับคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วิกเตอร์เสิร์ฟหอยนางรมฟินเดอร์แคลร์ของฝรั่งเศส เสิร์ฟกับเลมอนซิตรัส ตามด้วยหน่อไม้ฝรั่งขาวกับโฟมมันฝรั่งและคาเวียร์ ส่วนไฮไลต์ของดินเนอร์จะเป็นจานไหนไม่ได้ นอกจากเมนูข้าวที่เชฟวิกเตอร์เลือกนำเสนอเป็นข้าวอบล็อบสเตอร์ หนึ่งในซิกเนเจอร์เมนูประจำตัวเชฟ จานที่ 4 ซี่โครงแกะอบสมุนไพร และล้างปากด้วยช็อกโกแลตกับเบอร์รีปิดท้าย เมนูทั้งหมดนี้ยังสามารถเลือกจับคู่ไวน์สเปนได้อีกด้วย หากคุณและคู่รักชอบรับประทานข้าวและอยากเปิดประสบการณ์ทานข้าวแบบสเปน Arroz แนะให้มาลองที่นี่ อีกอย่างใครจะอยากกินปาเอญ่าคนเดียวกันล่ะ?
Where: Arroz ซอยสุขุมวิท 53 กรุงเทพฯ
How: เปิดบริการเวลา 17.30-22.00 น. โทร. 0 2258 7696 และ ARROZ – Spanish Rice House ราคา 2,400 บาทต่อท่าน หรือ 3,300 บาทเมื่อรวมไวน์แพริ่ง
Dine in the Dark
ถ้าคุณและแฟนอยากเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ แนะให้มาลองดินเนอร์ในห้องมืดสนิทที่ DID – Dine in the Dark ห้องอาหารยุโรปที่นำเสนอเซตเมนูวาเลนไทน์ในความมืด เหมาะแก่การเปิดประสบการณ์พิเศษในการลิ้มรสอาหารหากไม่เคยลองมาก่อน แถมยังสามารถย้ายร่างมานั่งชิลล์ฟังดนตรีสดต่อกันได้ที่ The Living Room หรือ Bar Su ที่มีแชร์ริ่งแพลตเตอร์หอยนางรม ซีฟู้ด และอิตาเลียนโคลด์คัตให้ได้เลือกรับประทาน สำหรับหอยนางรมสามารถสั่งพร้อมแชมเปญ Veuve Clicquot ได้อีกด้วย
Where: DID – Dine in the Dark โรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ
How: ราคา 3,700 บาทต่อ 2 ท่าน สำหรับ DID โทร. 0 2649 8888

JUA x Naturalista
คู่รักสายฮิปขอเชิญที่ย่านเจริญกรุงที่เต็มไปด้วยโลเคชันที่กำลังป๊อป ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน อาร์ตแกลเลอรี ครีเอทีฟสเปซ ตลอดจนร้านอาหารชื่อดังระดับมิชลินสตาร์ ไปจนถึงค็อกเทลบาร์สไตล์ทรอปิคัล แต่วาเลนไทน์ปีนี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาทานอาหารสไตล์อิซากายะที่เชฟคัดสรรวัตถุดิบไทยชั้นเยี่ยมมาทำเป็นอาหารญี่ปุ่นแบบกินหน้าบาร์ได้สบายๆ และเชฟยังได้จัดไวน์และสาเกแพริ่งกับอาหาร ซึ่งล้วนแต่เป็นไวน์ธรรมชาติและไบโอไดนามิกไวน์ที่ปราศจากขั้นตอนการผลิตแบบอุตสาหกรรมและไม่ใช้สารสังเคราะห์ในการบ่มไวน์ สำหรับอาหารที่เชฟนำเสนอมีด้วยกันถึง 10 คอร์ส เริ่มตั้งแต่เมนูเบาๆ อย่างสลัด ฮามาจิทาทากิ มะเขือเทศกับชิโซะเพสโต้ โปเก้ทูน่าครีบเหลือง และเมนูไฮไลต์ของร้านอย่าง กุ้งลายเสือย่างเนยทุเรียนที่ใครก็ห้ามพลาด นอกจากนี้ยังมีอูนิ เนื้อคาโกชิมะเกรด A3 ยากิโทริ และของหวานสุดพิเศษปิดท้าย ซึ่งเมนูเหล่านี้ล้วนแต่เกิดจากการผสมผสานวัตถุดิบไทยเข้ากับคอนเซปต์อาหารญี่ปุ่นอย่างลงตัวและหากินได้ยากในไทย โอกาสดีๆ แบบนี้ทำไมไม่ลองมาฉลองวาเลนไทน์กับอิซากายะพร้อมไวน์กับสาเกแพริ่งกันล่ะ
Where: JUA ซอยเจริญกรุง 28 กรุงเทพฯ
How: เปิดบริการ 2 รอบ เวลา 18.30 น. และ 21.00 น. ราคา 3,300 บาทต่อท่าน โทร. 06 1558 7689 สำรองที่นั่งได้ที่ www.ticketmelon.com/event/jua-x-naturalista

ฉลองวันโรแมนติกแบบนี้ จะไม่มีร้านอาหารฝรั่งเศสสำหรับลิสต์วาเลนไทน์ก็คงจะดูแปลกกระไร เราขอให้ลบภาพ Fine Dining หรูหราพร้อมอาหารฝรั่งเศสที่สร้างสรรค์ด้วยวิธีการสารพัดอย่าง แถมยังมีภาชนะร้อยแปดและช้อนส้อมมีดหลายไซส์ที่ต้องใช้ให้ถูกตามมารยาทผู้ดี เพราะ Brasserie Cordonnier เป็นร้านนั่งสังสรรค์บรรยากาศย้อนยุคกลับไปช่วงปี 1930 พร้อมด้วยการตกแต่งที่แทบจะหลุดมาจากร้านสักแห่งในปารีสเลยทีเดียว ส่วนอาหารก็เสิร์ฟแบบต้นตำรับฝรั่งเศส ฝีมือเชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดซ และในโอกาสวันวาเลนไทน์ที่ใกล้จะมาถึง เชฟเคลมองต์สร้างสรรค์แชร์ริ่งเมนู 4 อย่างให้คู่รักหรือเพื่อนฝูงได้รับประทานด้วยกัน เริ่มจากโฮมเมดฟัวกราส์เทอร์รีน ซึ่งทำขึ้นเองตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ต่อด้วยซุปทะเลสไตล์ฝรั่งเศส ‘บุยยาเบส’ ใส่หอยลายและหอยแมลงภู่ ส่วนเมนคอร์สจานใหญ่มีให้เลือกระหว่างอกเป็ดย่างกับขาเป็ดกงฟี ทานคู่กับมันม่วงบด แต่ถ้าคิดว่าอกเป็ดน่าจะหนักเกินไป ลองสั่งปลาคอดแอตแลนติกในน้ำเกลือ จากนั้นคลุมด้วยมันฝรั่ง แล้วปิดท้ายด้วยสตรอว์เบอร์รีครีมพัฟฟ์กับช็อกโกแลตซอส รับรองว่าไม่รู้สึกผิดมากนัก…
Where: Brasserie Cordonnier ซอยสุขุมวิท 11 กรุงเทพฯ
How: เปิดบริการเวลา 18.00-24.00 น. โทร. 0 2038 5113 ราคา 3,200 บาทต่อ 2 ท่าน สำรองที่นั่งได้ที่ bookv5.chope.co/booking?rid=brasseriecordonnier1706bkk

OH CHIC Eatery Entertainment Social Bar
ใครที่วางแผนจะไปสังสรรค์ต่อหลังจากมื้อค่ำ ลองแวะไปดินเนอร์ก่อนที่ OH CHIC ร้านอาหารน้องใหม่ล่าสุดไม่ไกลจากปากซอยเอกมัย ซึ่งต้อนรับวาเลนไทน์ด้วยดินเนอร์เมนูพิเศษเช่นกัน โดยนำเสนอดินเนอร์ 4 คอร์สสำหรับ 2 ท่าน เริ่มต้นด้วยหอยนางรมสดฟินเดอร์แคลร์ #3 ที่มาพร้อมสปาร์กลิงไวน์ให้จิบคู่กัน หลังจากนั้นตามด้วยสลัดร็อกเก็ตกับแซลมอนคาร์ปาชิโอ และซุปบีทรูทมันฝรั่งเหยาะน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล สำหรับเมนคอร์สมีให้เลือกระหว่างปลาแซลมอนย่างเสิร์ฟกับซอสชาไทย หรือสเต๊กเนื้อออสเตรเลียแองกัสในซอสไวน์แดง ปิดท้ายด้วยของหวาน ดูโอ้ช็อกโกแลตมูส
Where: OH CHIC Eatery Entertainment Social Bar โรงแรม Civic Hotel Ekamai ซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) กรุงเทพฯ
How: เปิดบริการเวลา 17.00-01.00 น. โทร. 08 1403 8159 ราคา 2,999 บาทต่อ 2 ท่าน สำรองที่นั่งได้ที่ OH CHIC Eatery Entertainment Social Bar

คู่รักที่ชอบทำอาหารและไทยนิยมผสมผสานจะต้องชอบร้านนี้ เพราะนี่เป็นร้านที่นำวัตถุดิบไทยมาสร้างสรรค์เป็นเมนูสไตล์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว และกำลังจะจัด 2 อีเวนต์ในช่วงวาเลนไทน์พอดี งานแรกเป็นเวิร์กช็อปคลาสทำอาหารและ Wine Tasting โดยมีทั้งสิ้น 6 เมนูให้ได้ลองทำเพื่อเซอร์ไพรส์คนรัก อีกทั้งยังสามารถพรีออร์เดอร์วัตถุดิบแต่ละเมนูเพื่อนำไปทำอาหารให้แฟนหม่ำที่บ้านในวันวาเลนไทน์ได้อีกด้วย และหลังจากคลาสทำอาหาร ก็มีคลาส Wine Tasting ที่มีไวน์ให้เทสต์ถึง 14 ชนิด ให้ผู้เข้าร่วมได้จัดแพร์ริ่งกับอาหารที่ทำในคลาส ค่าเข้าร่วมเวิร์กช็อปทำอาหารและ Wine Tasting ราคาท่านละ 2,500 บาท และกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ตั้งแต่เวลา 14.00-18.00 น. ส่วนอีเวนต์ที่ 2 คือวาเลนไทน์ดินเนอร์กับ Tasting Menu 4 คอร์ส พร้อมจับคู่ไวน์ ราคา 2,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 10-14 กุมภาพันธ์นี้
Where: Prelude Restaurant & Bar โครงการ Arena 10 ซอยทองหล่อ 10 กรุงเทพฯ
How: เปิดบริการวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 18.00-24.00 น. ราคา 2,500 บาทต่อท่าน สำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 06 1384 1067

Dean & Deluca
ใครที่ไม่มีเวลาฉลองวาเลนไทน์จริงๆ Dean & Deluca ออกเมนูต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์สำหรับคู่รักทุกคู่ นำเสนอเครื่องดื่ม Loving Rose Selection ที่มีไซรัปเลิฟโรสเบลนด์สูตรพิเศษ ทำจากส่วนประกอบสำคัญอย่างเบอร์รี วานิลลา และกุหลาบ รังสรรค์ออกมาเป็นเมนูลาเต้ร้อน Loving Rose (125 บาท) ลาเต้เย็น Loving Rose (140 บาท) และ Milkshake Loving Rose (170 บาท) ส่วนคอกาแฟสามารถเลือกเพิ่มเอสเพรสโซช็อตในมิลก์เชกเพื่อทำเป็นอัฟโฟกาโต นอกจากนี้ยังสามารถใส่เยลลีรสสตรอว์เบอร์รีในเมนูเครื่องดื่มเย็น ให้บริการระหว่างวันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ร้าน Dean & Deluca ทุกสาขา ยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิและเขาใหญ่ ช่วงนี้ยังมีเบเกอรีสูตรพิเศษอีกเพียบ อาทิ เค้กครีมสตรอว์เบอร์รี เค้กวานิลลาสปันจ์เนื้อเบา ทาร์ตสตรอว์เบอร์รี และเค้กครีมสตรอว์เบอร์รี ให้ได้ลิ้มลองรสวาเลนไทน์กันพอหอมปากหอมคอ
Where: Dean & Deluca ทุกสาขา ยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิและเขาใหญ่
How: www.deandeluca.com/thailand

หากชอบความหรูหรา การดินเนอร์ในโรงแรมห้าดาวก็คงจะดีไม่น้อย เราได้รวบรวม 5 โรงแรมที่มีห้องอาหารชื่อดังให้คุณได้เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ

ห้องอาหารฝรั่งเศสมิชลิน 1 ดาว Elements คู่รักสาย Foodies และชื่นชอบอาหารฝรั่งเศสต้องห้ามพลาดดินเนอร์ที่นี่เป็นอันขาด โดยเชฟแอนโทนี ชอลท์ไมเยอร์ ได้จัดเตรียมดินเนอร์ 7 คอร์ส พร้อมจับคู่แชมเปญ อาหารที่ Elements เป็นอาหารฝรั่งเศสที่มีกลิ่นอายญี่ปุ่นผสมผสานอย่างลงตัว และเชฟเตรียมอาหารวาเลนไทน์เมนูสุดพิเศษที่มีกลิ่นอายอาหารสองสัญชาติอย่าง ซอร์เบตทูน่ากับขิงและใบชิโซะ คัสตาร์ดตับห่านกับดอกขิงญี่ปุ่น สาลี่ญี่ปุ่นและมิโซะหวานแห้งเผาไฟสไตล์เครมบรูเล ซุปเซเลอรีใส่หอยเชลล์ฮอกไกโดรมควัน ส่วนเมนคอร์สสามารถเลือกระหว่างปลากะพงขาวม้วนสาหร่ายนึ่งราดซอสหน่อไม้ฝรั่งขาวและส้มยูซุ หรือซี่โครงแกะอบเสิร์ฟพร้อมครีมกระเทียมคลุกเกล็ดขนมปังทอดกรอบ แปะก๊วย และซอสไธม์ สำหรับดินเนอร์ 7 คอร์สนี้ ราคา 9,900 บาทต่อ 2 ท่าน
Where: Elements โรงแรม The Okura Prestige ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ
How: เปิดบริการเวลา 18.00-22.30 น. โทร. 0 2687 9000 หรือ www.okurabangkok.com

โรงแรมหรูบรรยากาศเงียบสงบใจกลางสาทรอย่างโรงแรมสุโขทัย ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ที่ La Scala ห้องอาหารอิตาเลียนอายุ 16 ขวบของโรงแรมสุโขทัย ซึ่งเพิ่งได้รับการรีโนเวตเมื่อปลายปี 2017 ในครั้งนี้เชฟใหญ่ประจำห้องอาหาร เชฟเดวิด แทมบูรินีคนเก่งกระซิบว่า เขาจะนำเสนอเซตเมนู 6 คอร์สด้วยกันให้ได้ลอง
Where: La Scala โรงแรม The Sukhothai Bangkok ถนนสาทรใต้
How: โทร. 0 2344 8888 หรือจองได้ทาง [email protected]

ไหนๆ ก็เป็นวาเลนไทน์ ถือว่าโอกาสพิเศษเช่นนี้ควรพาแฟนไปลองทาน Fine Dining กันบ้าง แม้ว่า Fine Dining ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบตะวันตก แต่ครั้งนี้เราอยากแนะนำให้ลองไปสัมผัส Fine Dining แบบตะวันออกกันบ้าง ที่ร้านอาหาร Nimitr บนชั้น 37 ของโรงแรม 137 Pillars Suites & Residence Bangkok ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ในกรุงเทพฯ ที่เป็น Fine Dining พร้อมวิวสวยๆ ของเมืองหลวงตัดกับเส้นขอบฟ้าย่านพร้อมพงษ์ในคืนวาเลนไทน์ เชฟได้เตรียมดินเนอร์ 5 คอร์สจากวัตถุดิบชั้นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นครีบปลาทูน่าจากทะเลแปซิฟิก หมูคุโรบูตะ เนื้อปลาเทอร์บอทตุ๋น ฯลฯ พร้อมเพลิดเพลินไปกับดนตรีสดแนวแจ๊ซ เพิ่มดีกรีความโรแมนติกยิ่งขึ้นไปอีก
Where: Nimitr โรงแรม 137 Pillars Suites & Residence Bangkok ซอยสุขุมวิท 39 โทร. 06 3187 6209
How: ดินเนอร์นี้สนนราคาที่ 5,500 บาทต่อคู่ www.137pillarsbangkok.com

Amara Bangkok
หากทำงานอยู่แถวสีลม สาทร และไม่อยากไปไหนไกล เรามีอีกหนึ่งจุดหมายที่เหมาะสำหรับมาฉลองวันวาเลนไทน์เช่นกัน กับ 3 ห้องอาหารและบาร์ ที่โรงแรม Amara Bangkok ที่ตอบโจทย์คู่รักทั้งสายโรแมนติกและสายกิน ถ้าเป็นมนุษย์โรแมนติกเชิญไปดื่มด่ำบรรยากาศบนชั้น 26 ที่ทางโรงแรมได้จัดเตรียมดินเนอร์แสนจะเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยจำนวนจำกัดเพียง 7 คู่เท่านั้น โดยมีดินเนอร์ 5 คอร์ส พร้อมสปาร์กลิงไวน์ท่านละ 1 แก้ว (มาพร้อมกุหลาบแดงด้วยนะ) และของที่ระลึกสุดพิเศษ อีกทั้งร่วมลุ้นรางวัล Voucher ห้องพักพร้อมอาหารเช้า 3 วัน 2 คืน ที่โรงแรม Amara Singapore อีกด้วย ส่วนคู่รักสายกิน ทางโรงแรมก็มีดินเนอร์ ‘Love at First Sight’ บุฟเฟต์อาหารค่ำพร้อมดนตรีสดจากไตเติ้ลและปิงปอง The Voice ให้ฟัง
Where: โรงแรม Amara Bangkok ถนนสุรวงศ์ กรุงเทพฯ
How: ดินเนอร์ราคา 4,000 บาทต่อคู่ บุฟเฟต์ในราคาท่านละ 888 บาท รวมน้ำเปล่า ชา และกาแฟ โทร. 0 2021 8888 และ www.bangkok.amarahotels.com

The Reflexions
เอาใจคู่รักชาวออฟฟิศย่านวิทยุ เพลินจิตกันบ้าง วันวาเลนไทน์เลิกงานปุ๊บก็มาดินเนอร์ต่อกันได้ที่ The Reflexions ห้องอาหารฝรั่งเศสสไตล์โมเดิร์นอันลือชื่อ กับดินเนอร์ 7 คอร์ส ฝีมือเฮดเชฟ ร็อกแซน แรงจ์ ผู้เคยร่วมงานกับเชฟมิชลินสตาร์มาหลายท่าน และพิเศษสำหรับทุกท่าน ทางโรงแรมได้เตรียมดอกกุหลาบสำหรับคุณผู้หญิง และกรัปปา อิตาเลียนบรั่นดีกลิ่นคาโมมายล์ขวดเล็กสำหรับคุณผู้ชายเอาไว้ให้ปิดท้ายคืนด้วย
Where: The Reflexions โรงแรม The Athenee Hotel Bangkok ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ
How: จับคู่ดินเนอร์กับไวน์ชั้นเลิศ ในราคา 7,988 บาทต่อคู่ พร้อมแชมเปญโรเซ 2 ขวดเล็ก โทร. 0 2650 8800 ต่อ 4333 และ theluxurycollection.com/theatheneehotel
The post วางแผนวาเลนไทน์กันหรือยัง? นี่คือดีลดีๆ รับมื้อโรแมนติกวันแห่งความรักที่เรารวมมาให้จากทั่วกรุง appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากเปิดให้บริการมากว่า 16 ปี และเป็นที่รู้จักอย่างแ […]
The post เมื่ออิตาลีไม่ได้มีแค่พาสต้า ร่วมตีความอาหารอิตาลีปี 2018 ที่ La Scala appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากเปิดให้บริการมากว่า 16 ปี และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่ฟู้ดดี้รวมถึงเชฟชื่อดังจากทั่วโลก ที่ถ้ามาไทยเมื่อไรก็จะต้องแวะห้องอาหาร La Scala (ลา สกาล่า) และเมื่อปีที่แล้วห้องอาหารก็ถึงคราวอัพเกรดใหม่ ปรับเปลี่ยนทั้งลุคและเทสต์ให้โดดเด่นและแสดงถึงความเป็นตัวเองยิ่งขึ้น และเปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยเมื่อปลายปี 2017 ที่ผ่านมา


บรรยากาศภายในร้าน
The Vibe
La Scala คือห้องอาหารธีมสีแดงสดที่สะท้อนถึงความแสบสันเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของอิตาลี และความหมายของชื่อร้านที่แปลว่า ‘โรงมหรสพ’ เพราะจุดเด่นของโรงมหรสพก็คือม่านแดง ด้วยเหตุนี้ทั้งร้านอาหารจึงเน้นสีแดงเป็นหลัก สอดรับกับการตกแต่งและการตกแต่งภายในที่ดูโมเดิร์นและร่วมสมัย ตัดกับสีดำที่สื่อถึงความหนักแน่น นอกจากตัวร้านแล้ว ครัวเปิดและบาร์ก็เป็นอีกสองจุดที่น่าสนใจ สำหรับครัวเปิดเป็นเหมือนเวทีมหรสพซึ่งเป็นที่จัดเตรียมความอร่อยในทุกวัน ส่วนบาร์ที่เพิ่งได้รับการเสริมเข้าไปนั้นก็ได้ออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับจิบค็อกเทลสไตล์แดนมักกะโรนี หรือจะมานั่งจิบไวน์ชั้นเลิศที่มีให้เลือกหลายร้อยขวดจากทั้งโลกเก่าและโลกใหม่

เชฟเดวิด ทัมบูรินี จากซิซิลี เชฟใหญ่ประจำห้องอาหาร
The Chef
เชฟเดวิด ทัมบูรินี (David Tamburini) เชฟใหญ่ประจำห้องอาหารพูดถึงอาหารที่นี่ได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งเชฟไม่อยากใช้คำว่า ‘Contemporary Italian Cuisine’ เพราะสิ่งที่เชฟครีเอตก็ไม่ถือว่าเป็นอาหารอิตาลีร่วมสมัยทั้งหมด แต่เชฟให้คำจำกัดความอาหารที่นี่สั้นๆ ว่า Italian 2018 ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอาหารอิตาลีที่ตั้งต้นด้วยสูตรต้นตำรับคลาสสิก แต่เมื่ออยู่ในยุคปัจจุบันก็ย่อมมีการหยิบยืมเทคนิคและวัตถุดิบหลากหลาย และไม่มีความตายตัว บ้างก็ร่วมสมัย บ้างก็สูตรดั้งเดิม บ้างก็เป็นการผสมผสานระหว่างความร่วมสมัยกับความคลาสสิกอีกทีหนึ่ง ผู้เขียนอยากเรียกว่าเป็นเฟรมเวิร์กแห่งอาหารอิตาลี ซึ่งอาหารแต่ละจานล้วนแต่มีโครงร่างหรือเอกลักษณ์ รูปแบบของอาหารการกินสไตล์อิตาลี ที่ผู้ทานสัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบตั้งต้นหรือรสเด่นที่สัมผัสได้ในอาหารแต่ละจาน นอกจากนี้เชฟเดวิดยังได้นำเมนูที่คนไทยไม่ค่อยรู้จักมานำเสนอเพื่อเปิดประสบการณ์ทานอาหารอีกระดับ

(บน) Amouse Bouche, (ล่าง) Capesante in Inzimino หอยเชลล์เนื้อหวานเด้งจี่กระทะร้อน
The Dishes
จานแรกที่เสิร์ฟถึงโต๊ะเป็นเมนูที่เชฟครีเอตแต่ละวันไม่ซ้ำกัน เพื่อนำเสนอวัตถุดิบและไอเดียของเชฟที่เกิดขึ้นในวันนั้น สำหรับครั้งนี้เป็นคาเวียร์ 2 สไตล์ ประกอบด้วยแป้งพิซซ่าทอดปั้นก้อนและสอดไส้มันฝรั่ง ท็อปด้วยคาเวียร์กับมาสคาร์โปเนชีส มาพร้อมกับกล่องเก็บคาเวียร์ที่ด้านในเป็นถั่วเลนทิลทอดกรอบซึ่งครีเอตหน้าตาให้คล้ายคาเวียร์


(บน) Carciofi e Cardi in Insalata สลัดอาร์ติโชก, (ล่าง) Maiale alla Toscana หนังหมูตากแห้งกรุบกรอบ
เปิดเมนูเตรียมสั่งอาหารเรียกน้ำย่อย เชฟแนะนำ 3 จานที่ควรลอง เริ่มจาก Capesante in Inzimino (880 บาท) หอยเชลล์เนื้อหวานเด้งจี่กระทะร้อนกับผักสามชนิดราดเดรสซิงอินซิมิโน (Inzimino Dressing) ซอสปรุงรสที่ทำจากผักตระกูลคะน้า เพิ่มความเค็มด้วยเฮอร์ริงคาเวียร์ ตามติดด้วย Carciofi e Cardi in Insalata (880 บาท) สลัดอาร์ติโชกที่ใช้ทั้งแกนและกลีบ เสิร์ฟกับซอสนมไพน์นัทและไข่แดงรสเข้มข้น Maiale alla Toscana (680 บาท) หนังหมูตากแห้งทอดกรอบนำมาเป็นฐานรองเนื้อส่วนไหล่ฉีกเส้นสไตล์ทัสคันที่ปรุงให้สุกแบบกงฟีต์ ราดครีมซอสถั่วขาว

พาสต้าเขือม่วงมา 3 สไตล์
มาถึงพาสต้ากันบ้าง Spaghetti alle Melanzane Bruciate (900 บาท) แม้จะเป็นเมนูเส้น แต่พระเอกของจานกลับเป็นมะเขือม่วง ซึ่งเชฟเดวิดนำเขือม่วงมาครีเอต 3 สไตล์ สปาเกตตีเส้นกรุบหนึบเด้งในปากกำลังดี ผัดมะเขือเทศย่างและน้ำมะเขือม่วงเผาที่คั้นจากผลมะเขือม่วงกว่าหนึ่งกิโลกรัม โรยหน้าด้วยเนื้อมะเขือม่วงย่างและผงมะเขือม่วง จานนี้ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์แม้แต่น้อย แต่กลับรสชาติดีไม่แพ้พาสต้าใส่เนื้อสัตว์เลยทีเดียว


พาสต้าราวิโอลีสอดไส้ผักร็อกเกตกับพาร์เมซานชีส
เส้นที่สอง Ravioli Rucola e Parmigiano al Burro Bianco (900 บาท) พาสต้าราวิโอลีสอดไส้ผักร็อกเกตกับพาร์เมซานชีสที่คัดเฉพาะพาร์เมซานบ่มนานกว่า 24 เดือน จนได้รสชาติอูมามิเข้มข้น ราดซอสเนยกับน้ำส้มสายชู ตกแต่งด้วยพาร์เมซานทอดแผ่นบางกรุบกรอบ

เนื้อสันในลูกวัวจากเนเธอร์แลนด์
อาหารอิตาลีนอกจากเส้นพาสต้าก็ยังมีเมนูเนื้อวัวและปลา ซึ่งเมนูที่เชฟภูมิใจเสนอ อาจจะดูแปลกตาในความรู้สึกของคนไทย เพราะไม่ค่อยพบตามร้านอาหารอิตาลีสักเท่าไร Filetto di Vitello, Radicchio alla Griglia, Borettane all’agresto (2,680 บาท) เนื้อสันในลูกวัวจากเนเธอร์แลนด์ที่มีสีชมพูเด่นเพราะเลี้ยงด้วยนม รับประกันความนุ่ม กินกับหัวหอมอบรสหวานฉ่ำแบบธรรมชาติ แรดิกชิโอย่าง หน้าตาคล้ายผักกาดสีม่วงแต่มีรสขม ราดซอสอะเกรสโตเปรี้ยวๆ หวานๆ สไตล์กรีกโรมัน แนะนำให้ทานทุกส่วนผสมพร้อมกัน เพื่อความอร่อยเป็นทวีคูณ

Triglie Rosse e Fagioli ปลาจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ถ้าเมนูเนื้อหนักไป เปลี่ยนมาเป็นปลาดูบ้าง Triglie Rosse e Fagioli (2,000 บาท) ปลาเรดมัลเลทจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเลาะก้างแล้วยัดไส้ด้วยขนมปังบริออซ จากนั้นนำไปทำให้สุกด้วยวิธีแบบ *ซาลามานเดอร์ กริลล์ (Salamander Grill) ซึ่งยังคงรสชาติและความฉ่ำของเนื้อปลา แต่ให้ผิวหน้าที่แห้งกรอบ เวลาทานจะได้ทั้งความนุ่มและฉ่ำจากเนื้อปลาและความกรอบของบริออซ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ชาวอิตาลีนิยมใช้เพื่อเพิ่มรสสัมผัสให้อาหาร ทานกับสลัดและซอสถั่วขาว

เจลาโตน้ำส้มสายชูไวน์ขาวและลูกมะเดื่อ
นอกจากอาหารแล้ว อยากให้ลองของหวานที่นี่ เหตุเพราะเชฟบรรจงใส่ลูกเล่นให้กับของหวานได้อย่างน่าทึ่ง (จนเราแอบยุให้เชฟลองไปเปิดร้านขนมอิตาลีเป็นของตัวเองเสียเลย) จานแรก Fichi e Gelato all’aceto (400 บาท) เจลาโตน้ำส้มสายชูไวน์ขาว ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานสดชื่นไปอีกแบบจนแทบลืมเลมอนเจลาโตไปเลย และเพื่อเติมเต็มรสให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น เชฟจับคู่เจลาโตกับลูกมะเดื่อตุ๋นผสมวอลนัตและลูกมะเดื่อดอง สัมผัสกรุบกรอบผสมความเปรี้ยวหวาน เป็นจานที่เล่นกับรสชาติและนำเสนอวัตถุดิบแปลกๆ มาทำเป็นของหวานได้อย่างน่าสนใจ


เปลี่ยนรูปกาแฟให้เป็นไวท์คอฟฟี่โฟมรสนุ่มเบา
ส่วนของหวานจานที่สอง Affogato al caffe (400 บาท) ก็โดดเด่นไม่แพ้เจลาโต้กับลูกมะเดื่อ ใครชื่นชอบกาแฟต้องห้ามพลาด เพราะเชฟเปลี่ยนรูปกาแฟให้เป็นไวท์คอฟฟี่โฟมรสนุ่มเบา โดยกินโฟมกาแฟคู่กับไอศกรีมวานิลลาที่ใช้ฝักวานิลลาแท้จากเกาะตาฮิติ ซึ่งไอศกรีมถูกเคลือบผิวหน้าด้วยดาร์กช็อกโกแลตอีกทีหนึ่ง กัดเข้าไปพบกับความหอมหวานของวานิลลาที่ปะทะความกรอบของและรสขมเข้มจากเปลือกช็อกโกแลต ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอมของกาแฟเป็นอันเสร็จสิ้น

Americano with Foam และ La Scala Sour
สำหรับเครื่องดื่ม โรเบอร์โต้ บาร์เทนเดอร์ชาวอิตาลีผู้อยู่เบื้องหลังอิตาลีค็อกเทลของห้องอาหาร แนะนำเมนูคลาสสิกทวิสต์ Americano with Foam (490 บาท) เบสด้วยเรดเวอร์มุธกับคัมพารี บิตเตอร์สัญชาติอิตาลี ปกติอเมริกาโนค็อกเทลจะท็อปด้วยโซดา แต่โรเบอร์โต้แทนที่โซดาด้วยออเรนจ์โพรเซโกโฟม ฟองนุ่มๆ จากอิตาลีสปาร์กลิงอินฟิวส์กับส้ม ให้รสหวานนุ่ม แต่ถ้าชอบรสเปรี้ยวและกลิ่นหอม La Scala Sour (490 บาท) น่าจะตอบโจทย์ได้ดี เหล้าอัลมอนด์ผสมผลไม้ซิตรัส และน้ำผึ้งที่นำไปอินฟิวส์กับอบเชยจนได้ความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับดื่มเบาๆ หลังอาหาร
What You Should Know
La Scala Restaurant & Bar
Open: เปิดทุกวัน เวลา 12.00-14.00 น. และ 18.00-23.00 น.
Address: โรงแรมสุโขทัย ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ
Budget: เริ่มต้นที่ 680 บาท
Contact: โทร. 0 2344 8888
www.sukhothai.com/bangkok/en/dining/restaurant-la-scala
The post เมื่ออิตาลีไม่ได้มีแค่พาสต้า ร่วมตีความอาหารอิตาลีปี 2018 ที่ La Scala appeared first on THE STANDARD.
]]>