La Scala Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/la-scala/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 08 Oct 2022 07:45:39 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เชฟอิตาลีเจ้าของร้านมิชลิน Ristorante Abbruzzino จะมาเสิร์ฟอาหารที่ไทย 27-28 ต.ค. นี้ https://thestandard.co/luca-abbruzzino-in-thailand/ Sat, 08 Oct 2022 11:00:25 +0000 https://thestandard.co/?p=693146 Luca Abbruzzino

หลังจากห้องอาหาร La Scala (ลา สกาล่า) ในโรงแรมสุโขทัยเพ […]

The post เชฟอิตาลีเจ้าของร้านมิชลิน Ristorante Abbruzzino จะมาเสิร์ฟอาหารที่ไทย 27-28 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Luca Abbruzzino

หลังจากห้องอาหาร La Scala (ลา สกาล่า) ในโรงแรมสุโขทัยเพิ่งจัดคอลแลบพิเศษกับอดีตเชฟเก่าประจำห้องอาหารไปหมาดๆ ตอนนี้ห้องอาหารก็เตรียมต้อนรับเชฟมือดีอีกคนจากอิตาลี ‘เชฟลูคา อาบรูซิโน (Luca Abbruzzino)’ เจ้าของร้านอาหาร Ristorante Abbruzzino รางวัลมิชลิน 1 ดาว ผู้จะมาร่วมรังสรรค์มื้อสุดพิเศษให้ทุกคนได้ชิมเพียง 3 วัน ร่วมกับ เชฟอิวจินิโอ แคนโนนิ เฮดเชฟประจำห้องอาหาร La Scala

 

เชฟลูคาจะเชี่ยวชาญอาหารอิตาเลียนดั้งเดิมสไตล์แคว้นคาราเบีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณพ่อของเชฟ ในมื้อพิเศษนี้เขาจึงนำวัตถุดิบจากแคว้นคาราเบียมานำเสนอพร้อมวัตถุดิบจากแคว้นเพียดมองต์ ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของเชฟทั้งสองคน

 

‘Italian Job Volume 8 – Piedmont x Calabria in Bangkok’ จะเสิร์ฟระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคมนี้เท่านั้น โดยมีให้เลือกตั้งแต่ 4 Course ราคา 2,300++ บาท, 6 Course ราคา 3,900++ บาท และ 8 Course ราคา 4,600++ บาท

 

สอบถามเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 0 2344 8888 หรือ La Scala Bangkok

The post เชฟอิตาลีเจ้าของร้านมิชลิน Ristorante Abbruzzino จะมาเสิร์ฟอาหารที่ไทย 27-28 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
La Scala กับเชฟคนใหม่ และเทสติ้งเมนูเอาใจคนรักอาหารอิตาเลียน https://thestandard.co/la-scala-the-sukhothai-bangkok/ Mon, 19 Apr 2021 08:01:33 +0000 https://thestandard.co/?p=477211 La Scala

เราเชื่อว่าคนรักอาหารอิตาเลียนต้องรู้จักชื่อของ La Scal […]

The post La Scala กับเชฟคนใหม่ และเทสติ้งเมนูเอาใจคนรักอาหารอิตาเลียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
La Scala

เราเชื่อว่าคนรักอาหารอิตาเลียนต้องรู้จักชื่อของ La Scala ห้องอาหารอิตาเลียนของโรงแรม The Sukhothai Bangkok เป็นอย่างดี เพราะที่นี่เปิดให้บริการมาเกือบ 20 ปี และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของเหล่านักชิมทั่วโลกและเชฟมากหน้าหลายตา ล่าสุดทางห้องอาหารได้เชฟคนใหม่ อย่างเชฟ Eugenio Cannoli เชฟชาวอิตาเลียนผู้เกิดและเติบโตที่แคว้น Piedmont ทางตอนเหนือของอิตาลี มาเสริมทัพความอร่อยพร้อมนำเสนอเมนูทั้งแบบอะลาคาร์ต และเทสติ้งเมนูรสมืออิตาเลียนที่ปรับโฉมให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น 

 

La Scala

 

เชฟ Eugenio เติบโตบนเส้นทางสายอาหารมาจากร้านอาหารประจำตระกูล และได้ศึกษาต่อเฉพาะทางเกี่ยวกับอาหารโดยเฉพาะไฟน์ไดนิ่ง จนได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในฐานะเชฟจากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์หลายแห่งในยุโรป และเป็นครั้งแรกที่เชฟออกจากประเทศบ้านเกิดเพื่อมาเปิดรับประสบการณ์ใหม่ และดำรงตำแหน่งอิตาเลียนเชฟประจำโรงแรม The Sukhothai Bangkok

 

ปรัชญาในการทำอาหารของเชฟ คือการรักษาคุณสมบัติของวัตถุดิบให้ดีที่สุด และใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ในการจัดการกับวัตถุดิบ เพื่อคงรสชาติต้นตำรับดั้งเดิมเอาไว้ แม้จะถูกนำเสนอผ่านมุมมองและการนำเสนอที่ทันสมัยมากขึ้นก็ตาม อย่างเทสติ้งเมนูทั้ง 10 คอร์ส ที่นำเสนอเรื่องราวอาหารอิตาเลียนดั้งเดิมที่ได้รับการตีความใหม่ในรูปแบบไฟน์ไดนิ่ง และผสมผสานวัตถุดิบจากท้องทะเลกับผืนดินได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นฮ​ามาจิ ไส้ปลาค็อด ทูน่า ไปจนถึงเนื้อแกะ นกพิราบ และหัวผักกาดพาร์สนิป 

La Scala

 

เมนูไฮไลต์ ได้แก่ Hamachi Yellowtail คอร์สเริ่มต้นที่พาดำดิ่งไปสู่ความสดชื่นและสดใหม่ของวัตถุดิบจากท้องทะเล ด้วยการเสิร์ปลาฮามาจิหมักเย็น ราดซอสค็อกเทล Bloody Mary เย็นชื่นใจ

La Scala

 

Baccalà & Pork Ribs, Goat Cheese, Osmosis Spinach คอร์สที่นำเสนอการผสมผสานของวัตถุดิบหลากหลาย ทั้งสัมผัสหนึบหนับของไส้ปลาค็อด จับคู่กับซี่โครงหมู ชีสนมแพะ และใบผักโขม ที่ทั้งนำเสนอจุดเด่นของทุกองค์ประกอบในจานได้เข้มข้นและลงตัว 

 

สำหรับจานพาสต้า เชฟเลือก Bottoni Cacio e Pepe จานพาสต้าสุดคลาสสิกของชาวอิตาเลียนที่ประกอบด้วยชีสกับพริกไทยดำ ถูกเชฟนำเสนอด้วยรูปโฉมใหม่โดยใช้พาสต้าหน้าตาคล้ายกระดุม

 

ก่อนตบท้ายเป็นของหวานสีแดงสด Rosa ที่ตั้งชื่อและได้แรงบันดาลใจจากดอกกุหลาบ เปรี้ยวนำหวานตาม ล้างปากปิดท้ายดินเนอร์มื้อพิเศษ

 

อาหารอิตาเลียนฝีมือเชฟ Eugenio Cannoli จะเริ่มเสิร์ฟตั้งแต่วันที่ 19 เมษายนเป็นต้นไป ที่ห้องอาหาร La Scala โรงแรม The Sukhothai Bangkok

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post La Scala กับเชฟคนใหม่ และเทสติ้งเมนูเอาใจคนรักอาหารอิตาเลียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ใจประสาน สองมือประคอง บรรจงถอดทำความสะอาด เครื่องประดับโคมไฟระย้าทรงหยดนํ้าค้าง 5 ชั้น ‘เป็นครั้งสุดท้าย’ ก่อนโรงภาพยนตร์สกาลาจะเป็นเพียงอดีต https://thestandard.co/scala-cinema-2/ Fri, 25 Sep 2020 11:36:43 +0000 https://thestandard.co/?p=401076

“น่าเสียดายที่สุดท้ายเขาไม่อนุรักษ์ไว้ จริงๆ อยากเห็นมั […]

The post ใจประสาน สองมือประคอง บรรจงถอดทำความสะอาด เครื่องประดับโคมไฟระย้าทรงหยดนํ้าค้าง 5 ชั้น ‘เป็นครั้งสุดท้าย’ ก่อนโรงภาพยนตร์สกาลาจะเป็นเพียงอดีต appeared first on THE STANDARD.

]]>

“น่าเสียดายที่สุดท้ายเขาไม่อนุรักษ์ไว้ จริงๆ อยากเห็นมันคงสภาพเดิมไว้อย่างนี้นะ แต่ถ้าไม่เก็บ เราก็ต้องถอด ต้องย้ายออกเท่าที่ทำได้ เพราะสิ่งเหล่านี้ยังมีคุณค่ากับเรา”

 

คือเสียงบอกเล่าความรู้สึกเล็กๆ ของ อ๊อด-นันทา ตันสัจจา ประธานโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ ที่เข้ามานั่งดูการถอดโคมไฟระย้าทรงหยดนํ้าค้าง 5 เพื่อทำความสะอาด ก่อนจะทำการเคลื่อนย้ายสัญลักษณ์อันงดงามคู่สกาลามาตลอด 50 ปี ไปประดับไว้ที่สวนนงนุช 

 

และไม่ใช่แค่เพียงแต่โคมไฟระย้าฯ เท่านั้นที่อยู่ในแผนของการเคลื่อนย้าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังรวมไปถึงงานประดับทางสถาปัตยกรรมอีกหลากหลายชิ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งให้ ‘สกาลา’ ถูกจดจำประทับใจในฐานะโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนที่งดงาม โดยผ่านกาลเวลาคู่สยามสแควร์มากว่า 50 ปี ที่จะถูกทยอยถอดและขนย้ายออกภายในสิ้นปีนี้

 

เกร็ดที่น่าสนใจคือ ในวันที่โรงภาพยนตร์สกาลายังคงเปิดให้บริการ การถอดเครื่องประดับโคมไฟระย้าทรงหยดนํ้าค้าง 5 ชั้น เพื่อทำความสะอาดนั้นถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญยิ่ง สำหรับผู้บริหารและพนักงานทุกคนในเครือ ‘เอเพ็กซ์’ ที่จะต้องมาร่วมแรงร่วมใจกันล้างและทำความสะอาดโคมไฟแห่งนี้ทุกๆ 2 ปี 

 

และนั่นหมายความว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เพื่อนพนักงานรวมไปถึงผู้บริหาร ‘สกาลา’ จะได้ร่วมเรียงเคียงไหล่เพื่อทำความสะอาดโคมไฟระย้าที่เป็นดั่งจิตวิญญาณแห่งโรงภาพยนตร์แห่งนี้ร่วมกัน 

 

 

 

The post ใจประสาน สองมือประคอง บรรจงถอดทำความสะอาด เครื่องประดับโคมไฟระย้าทรงหยดนํ้าค้าง 5 ชั้น ‘เป็นครั้งสุดท้าย’ ก่อนโรงภาพยนตร์สกาลาจะเป็นเพียงอดีต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลา สกาลา: อีเวนต์อำลาที่ทำให้คนรักหนังลืมโควิด-19 https://thestandard.co/la-scala-5/ Tue, 14 Jul 2020 01:02:22 +0000 https://thestandard.co/?p=379612

    หลายสัปดาห์ก่อน ข่าวคราวการปิดตัวของโรงภา […]

The post ลา สกาลา: อีเวนต์อำลาที่ทำให้คนรักหนังลืมโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

หลายสัปดาห์ก่อน ข่าวคราวการปิดตัวของโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนอย่าง สกาลา ได้กลับมาคอนเฟิร์มอย่างเป็นทางการ อาจจะด้วยเพราะการเปลี่ยนแปลงวิธีการรับชมภาพยนตร์ของผู้คน สภาพเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงโรคระบาดอย่างโควิด-19 ทำให้การยืนหยัดของโรงหนังเก่าแก่โรงนี้ต้องสิ้นสุดลง

 

ในโอกาสการอำลาสกาลานี้ ทางหอภาพยนตร์ได้จัดโปรเจกต์พิเศษที่ชื่อ ลา สกาลา (La Scala) โดยจะเป็นการจัดฉายหนัง 4 เรื่องคือ Blow Up, The Scala, นิรันดร์ราตรี และ Cinema Paradiso เพื่อปิดท้ายตำนานประสบการณ์ในโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่แห่งนี้ สิ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ บรรยากาศวันแรกของการจองตั๋วหนังของโปรเจกต์นี้อยู่ระดับที่เรียกว่าปรากฏการณ์ คิวต่อแถวซื้อตั๋วยาวจากบ็อกซ์ออฟฟิศไถลทะลุไกลไปจนถึงหลังโรง บางคนต้องรอ 3 ชั่วโมงกว่าจะได้บัตร ผู้คนมากมายยืนรอเพื่อจะเป็นส่วนหนึ่งของอีเวนต์นี้

 

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับสถานการณ์ที่เกิดกับโรงภาพยนตร์ทั่วไปที่ยังคงเงียบเหงาไร้ผู้คน หนังใหม่เปิดตัวในแต่ละสัปดาห์ได้ไม่ถึง 1 ล้านบาท หนังฮอลลีวูดบล็อกบัสเตอร์มากมายยังคงเลื่อนฉายไปเรื่อยๆ กระทั่งหนังอย่าง Tenet ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ก็ยังไม่กล้าเสี่ยงกับสภาวะที่คนดูยังลังเลว่าจะเข้าโรงหนังดีไหม แม้ว่าหนังของโนแลนจะถือได้ว่าดูดีมีศักยภาพและเป็นหัวหอกแห่งการดึงคนดูกลับเข้ามาในโรง แต่สตูดิโอฝรั่งเองก็ยังไม่แน่ใจในจุดนี้ โควิด-19 ยังคงเอาชนะโนแลน มู่หลาน และเจมส์บอนด์อย่างราบคาบ

 

แม้ปรากฏการณ์บัตร Sold Out ทุกรอบ ทุกเรื่องของโปรเจกต์ลา สกาลานี้อาจจะยังไม่สามารถใช้สรุปเหตุการณ์อะไรได้ แต่มันก็ทำให้เราเห็นอะไรบางอย่างด้วยเช่นกัน 

 

 

  1. ถ้าหนังน่าดู คนก็ไม่กลัวโควิด-19 

บัตร Sold Out ในโรงหนังที่มีจำนวนที่นั่งประมาณ 900 ที่นั่ง กับภาพยนตร์ความยาวประมาณ 2 ชั่วโมงเต็ม ทำให้ผมจินตนาการสภาพภายในของโรงหนังยามหนังกำลังฉาย มันดูน่าประทับใจนะครับกับการที่โรงหนังขนาดใหญ่คนดูเต็มขนาดนี้ แต่ในเวลาเดียวกันมันก็ค้านกับกฎ Social Distancing เกือบทุกข้อ มันคือความแออัดระดับนั่งเครื่องบินทีเดียว แต่ก็นั่นแหละ ผู้คนอาจจะลืมไปสักพักในเรื่องเหล่านี้ ถ้าหากหนังบนจอหรือประสบการณ์ในโรงภาพยนตร์พิเศษพอสำหรับพวกเขา และนั่นก็อาจจะเป็นไปได้ว่าการที่คนไม่ได้เข้าโรงหนังในช่วงที่ผ่านมา อาจจะเป็นเพราะหนังที่เข้าโรงนั้นไม่มีอะไรใหญ่พอหรือน่าสนใจพอที่จะดึงดูดพวกเขาให้ไปดู 

 

หลังจากนั่งคิดต่อสักพัก ข้อสังเกตนี้อาจจะถูกล้มอีกทีด้วยเรื่องความที่มันฉายอยู่โรงเดียวในระยะเวลาอันสั้นมาก ทำให้เกิดการรวบยอดคนดูทั้งหมดมาจบที่โรงโรงเดียว ทำให้เกิดการ Sold Out ได้อย่างไม่ยาก แต่ถ้าหากหนังกระจายฉายตามโรงทั่วๆ ไปหลายร้อยโรงเหมือนหนังทั่วๆ ไป คนดูต่อหนึ่งรอบก็อาจจะไม่เยอะเท่านี้ ภาพรวมของทั้งโปรแกรมฉายก็อาจจะไม่ต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ ที่กำลังเข้าในช่วงนี้เท่าไรนัก ว่าง่ายๆ คือ ทฤษฎี ‘ถ้าหนังน่าดู คนก็จะมาดูเอง’ อาจจะไม่จริงก็ได้ การ Sold Out ครั้งนี้อาจจะเป็นแค่เหตุการณ์เฉพาะกิจ

 

แต่เรื่องการที่คนที่มาจองตั๋วได้มาเจอการรวมกลุ่มขนาดใหญ่หน้าโรง แต่ก็ยังพอใจจะซื้อตั๋วดูอยู่ดี ก็ยังเป็นสิ่งที่พิเศษอยู่ แปลว่าเขารู้อยู่แล้วว่าคนจะแน่นมากๆ แต่พวกเขาก็ยังอยากมาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์แนว ‘ครั้งหนึ่งในชีวิต’ มากกว่าการดูหนังก็เป็นได้ จึงเป็นที่มาของข้อสังเกตอีกข้อ 

 

 

  1. อีเวนต์ฟิล์ม

ความเป็นอีเวนต์ฟิล์มนั้น เป็นการเอาตัวหนังมาผสมกับความรู้สึกร่วมนอกหนัง เช่น กระแสอันยิ่งใหญ่แบบมาร์เวล ที่ต่อให้คุณไม่ติดตามมาร์เวล แต่มันคือมาร์เวล Avengers: Endgame มันไม่ใช่หนังปกติ แต่มันคือคัลเจอร์ มันคือหนังรวบยอดความพีกของวัฒนธรรมมาร์เวลเลย มันต้องดูแล้ว ไม่ต้องตั้งคำถามเลย เทรลเลอร์เป็นอย่างไรไม่สน รีวิวดีหรือไม่ดี จะเป็นแฟนหนังหรือไม่เป็นแฟนหนัง อย่างไรก็ต้องดู A Must มาก ความรู้สึกเหล่านี้อาจจะยิ่งใหญ่กว่าเนื้อหนังก็เป็นได้ เหมือนรักใครสักคนไปแล้ว ดีเทลที่ขัดใจจุบจิบก็ข้ามๆ ไปได้ เดี๋ยวว่ากัน 

 

ต้องยอมรับว่าในความสำเร็จของอีเวนต์สกาลานี้ ก็จะมีคนบ่นเสียดายว่า “แหม ถ้ารอบปกติมาดูกันแบบนี้โรงก็ไม่ต้องปิดหรอก” ดังนั้นมันทำให้เห็นชัดว่า ความเป็นอีเวนต์และมีวาระพิเศษของโปรเจกต์นี้ เป็นจุดที่ทำให้คนยอมไปต่อแถวซื้อตั๋วเพื่อดูหนังรอบสุดท้ายในโรงให้ได้ ทฤษฎีอีเวนต์ฟิล์มแบบมาร์เวลก็ดูจะเป็นจริงขึ้นมาในทันทีเหมือนกัน นั่นหมายความว่าการคิดภาพยนตร์พร้อมอีเวนต์นั้นอาจจะเป็นอีกหนึ่งทางรอดของการดึงคนกลับมาที่โรงภาพยนตร์ก็เป็นได้ คือคุณมีหนังแล้ว คุณต้องมีวาระนอกหนังมาเสริม เป็นการเพิ่มอาวุธเสริมในการพาคนกลับมายังโรงภาพยนตร์

 

 

ในขณะเดียวกันโรงภาพยนตร์อื่นๆ ก็มีความพยายามที่จะทำอีเวนต์แบบนี้เช่นกัน เร็วๆ นี้เราก็จะมี Drive-in Cinema ให้ผู้คนได้ทดลองไปชมกัน ซึ่งดูอาการแล้วคนอาจจะอยากลองความเป็น Drive-in มากกว่าตัวหนังที่ฉายมากกว่า ถึงมันจะเป็นแบบนั้น แต่อย่างน้อยมันอาจจะค่อยๆ ทำให้คนลืมโควิด-19 ไปสักแป๊บ และค่อยๆ กลับมาชินกับโรงหนังได้แบบเดิม

 

อีเวนต์ ลา สกาลา อาจจะไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ทำให้พวกเราคนดูหนังและพวกผมคนทำหนัง ได้เห็นเส้นทางและความเป็นไปได้ต่างๆ มากขึ้น ในวันเวลาที่มองไปข้างหน้าแล้ว นอกจากจะไม่เห็นอะไรเท่าไรแล้ว ยังรู้สึกว่าไอ้ที่พอจะเห็นวันนี้ พรุ่งนี้ก็อาจจะกลายเป็นอย่างอื่นไปเลยอย่างง่ายดาย 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ลา สกาลา: อีเวนต์อำลาที่ทำให้คนรักหนังลืมโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘La Scala ลาสกาลา’ 3 วันแห่งบทบันทึกความทรงจำครั้งสุดท้ายร่วมกันของแฟนโรงภาพยนตร์สกาลา https://thestandard.co/la-scala-3-days-of-memorial-day/ Sun, 05 Jul 2020 13:01:05 +0000 https://thestandard.co/?p=377754

“ขอบคุณค่ะ เราคิดเสมอว่าแฟนโรงภาพยนตร์เป็นเหมือนคนในครอ […]

The post ‘La Scala ลาสกาลา’ 3 วันแห่งบทบันทึกความทรงจำครั้งสุดท้ายร่วมกันของแฟนโรงภาพยนตร์สกาลา appeared first on THE STANDARD.

]]>

“ขอบคุณค่ะ เราคิดเสมอว่าแฟนโรงภาพยนตร์เป็นเหมือนคนในครอบครัว เป็นเหตุผลที่เราจัดงานนี้ เปิดไฟทุกดวงเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสและจดจำความสวยงามของสกาลาร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย”

 

นันทา ตันสัจจา ประธานโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ เผยความรู้สึกกับ THE STANDARD POP ในระหว่างร่วมกิจกรรม ‘La Scala ลาสกาลา’ Final Touch of Memory ‘La Scala ลาสกาลา’ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันนี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปิดรอบฉายอย่างเป็นทางการ คือจุดสิ้นสุดความยิ่งใหญ่ของ 3 โรงภาพยนตร์ สยาม ลิโด สกาลา ที่ให้ความบันเทิงและโดดเด่นคู่สยามสแควร์มากว่า 54 ปี นับตั้งแต่โรงภาพยนตร์สยามเปิดฉายรอบปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2509 โดยเปิดฉายภาพยนตร์ Battle of the Bulge หรือในชื่อไทย รถถังประจัญบาน เป็นเรื่องแรก  

 

โดยในกิจกรรม ‘La Scala ลาสกาลา’ ซึ่งจัดร่วมกับหอภาพยนตร์ จะฉายภาพยนตร์ Cinema Paradiso ผลงานการกำกับของ จูเซปเป ทอร์นาทอเร เป็นโปรแกรมปิดท้ายโรงภาพยนตร์  

 

The post ‘La Scala ลาสกาลา’ 3 วันแห่งบทบันทึกความทรงจำครั้งสุดท้ายร่วมกันของแฟนโรงภาพยนตร์สกาลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
La Scala บันทึกไว้เพื่อจดจำ ภาพประวัติศาสตร์ ผู้บริหารและพนักงานรุ่นสุดท้าย โรงภาพยนตร์สกาลา https://thestandard.co/la-scala-history-picture-of-last-set-of-employees/ Sun, 05 Jul 2020 08:00:48 +0000 https://thestandard.co/?p=377709

ช่วงเช้าของวันนี้ (5 กรกฎาคม) THE STANDARD POP ได้รับเก […]

The post La Scala บันทึกไว้เพื่อจดจำ ภาพประวัติศาสตร์ ผู้บริหารและพนักงานรุ่นสุดท้าย โรงภาพยนตร์สกาลา appeared first on THE STANDARD.

]]>

ช่วงเช้าของวันนี้ (5 กรกฎาคม) THE STANDARD POP ได้รับเกียรติสำคัญให้เป็นผู้บันทึกภาพประวัติศาสตร์ระหว่างผู้บริหารและพนักงานรุ่นสุดท้ายจำนวนทั้งหมด 36 คน ในการบันทึกภาพหมู่ร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย  

 

ก่อนที่โรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนอันงดงามซึ่งโดดเด่นคู่สยามสแควร์มากว่า 50 ปีจะปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ หลังจากสิ้นสุดกิจกรรม ‘La Scala ลาสกาลา’ Final Touch of Memory ‘La Scala ลาสกาลา’ ซึ่งจัดร่วมกับหอภาพยนตร์ ในช่วงระหว่างวันที่ 4-5 กรกฎาคมนี้  

 

ภาพประวัติศาสตร์ครั้งนี้นำโดย นันทา ตันสัจจา ประธานโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ และทีมผู้บริหารโรงภาพยนตร์ พวงทอง ศิริวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน, สุชาติ วุฒิวิชัย ครีเอทีฟไดเรกเตอร์โรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ และจุไรรัตน์ ศิลปอุไร อดีตผู้จัดการทั่วไปเครือเอเพ็กซ์

 

รายชื่อผู้บริหารและพนักงานรุ่นสุดท้าย (5 กรกฎาคม 2563)

 

  1. นันทา ตันสัจจา ประธานโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์
  2. พวงทอง ศิริวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน (เริ่มต้นงาน 1 มกราคม 2515)
  3. สุเมธ ศิริสวัสดิ์พิพัฒน์ (เริ่มต้นงาน 1 เมษายน 2536)
  4. วินัย กลั่นเอี่ยม (เริ่มต้นงาน 24 มกราคม 2522)
  5. เลิศลักษณ์ ปดิฐพร (เริ่มต้นงาน 12 พฤศจิกายน 2523)
  6. สุชาติ วุฒิวิชัย (เริ่มต้นงาน 1 มกราคม 2515)
  7. ปิยะพร ฤกษ์สมบูรณ์ (เริ่มต้นงาน 10 กรกฎาคม 2533)
  8. วณี เทียมศรีรัชนีกร (เริ่มต้นงาน 23 เมษายน 2511)
  9. สมาน วัชรศิริโรจน์ (เริ่มต้นงาน 13 มิถุนายน 2513)
  10. วิไลวรรณ ระดารงค์ (เริ่มต้นงาน 11 ตุลาคม 2536)
  11. สำเภา ผาสุขถิ่น (เริ่มต้นงาน 13 สิงหาคม 2524)
  12. ยอดชัย ภูพานไร่ (เริ่มต้นงาน 15 กุมภาพันธ์ 2532)
  13. ประเสริฐ มาลาบูชาธรรม (เริ่มต้นงาน 1 มีนาคม 2536)
  14. บุญมี สุภา (เริ่มต้นงาน 20 กันยายน 2548)
  15. อุษา เมธานนท์ไพศาล (เริ่มต้นงาน 19 ตุลาคม 2530)
  16. วินิษารัตน์ สาระทัน (เริ่มต้นงาน 12 มิถุนายน 2560)
  17. ฝนทอง กาละภักดี (เริ่มต้นงาน 1 เมษายน 2553) 
  18. ปองภพ อินเหี้ยน (เริ่มต้นงาน 14 ธันวาคม 2516)
  19. สมชาย แสงพระพาย (เริ่มต้นงาน 19 กรกฎาคม 2532)
  20. ไพทูลย์ นวลไทย (เริ่มต้นงาน 21 มิถุนายน 2526)
  21. ประยุทธ พลวงศ์ (เริ่มต้นงาน 1 มีนาคม 2532)
  22. สุริยัน แทนคำ (เริ่มต้นงาน 5 ตุลาคม 2537)
  23. สัว คาง (เริ่มต้นงาน 1 พฤศจิกายน 2560)
  24. พิบูรณ์ พ่อไชยราช (เริ่มต้นงาน 15 ตุลาคม 2524)
  25. ชารี ฮาเซ๊ะ (เริ่มต้นงาน 20 ธันวาคม 2527)
  26. ไพวงศ์ ภูบุตรตะ (เริ่มต้นงาน 16 กันยายน 2537)
  27. นภดล ภูมิโคกรัตษ์ (เริ่มต้นงาน 16 สิงหาคม 2538)
  28. ประวัติ ฝาระมี (เริ่มต้นงาน 31 กรกฎาคม 2539)
  29. ชำนาญ พ่อไชยรัช (เริ่มต้นงาน 6 เมษายน 2538)
  30. นูพล พ่อไชยรัช (เริ่มต้นงาน 13 มกราคม 2546)
  31. ชวลิต เขียนสุทธิ (เริ่มต้นงาน 1 มกราคม 2538)
  32. หม่าฟองเกี๊ยม (เริ่มต้นงาน 1 มกราคม 2538)
  33. ไรรัตน์ หนูทอง (เริ่มต้นงาน 10 กุมภาพันธ์ 2557)
  34. บุญเรียบ ศรีจำปา (เริ่มต้นงาน 10 เมษายน 2550)

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post La Scala บันทึกไว้เพื่อจดจำ ภาพประวัติศาสตร์ ผู้บริหารและพนักงานรุ่นสุดท้าย โรงภาพยนตร์สกาลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ชมร่วมลา ‘สกาลา’ ก่อนปิดตำนานโรงหนังสแตนด์อโลนครึ่งศตวรรษ https://thestandard.co/la-scala-4/ Fri, 03 Jul 2020 15:15:31 +0000 https://thestandard.co/?p=377497

ทุกครั้งที่เห็นคำว่า ‘Coming Soon’ ที่โรงภาพยนตร์แต่ละค […]

The post ผู้ชมร่วมลา ‘สกาลา’ ก่อนปิดตำนานโรงหนังสแตนด์อโลนครึ่งศตวรรษ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทุกครั้งที่เห็นคำว่า ‘Coming Soon’ ที่โรงภาพยนตร์แต่ละครั้งล้วนแต่นำพาการรอคอยและความตื่นเต้นที่จะได้ชมภาพยนตร์เรื่องใหม่ แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เมื่อเห็นโปรแกรมฉายภาพยนตร์ครั้งสุดท้ายของโรงภาพยนตร์สกาลา ‘La Scala ลา สกาลา’ โดยหอภาพยนตร์ ระหว่างวันที่ 4-5 กรกฎาคมนี้ ซึ่งขายหมดทุกรอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ก่อนตำนานที่ยืนยาวกว่า 50 ปี จะปิดฉากลง กว่าครึ่งศตวรรษที่โรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนแห่งสุดท้ายในกรุงเทพมหานครแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ฉายภาพยนตร์เท่านั้น สกาลาทำให้หลายคนค้นพบความรักในภาพยนตร์ เสมือนประตูเชื่อมไปยังโลกแห่งเวทมนตร์ของแผ่นฟิล์มที่มีคุณลุงสูทเหลืองคอยเฝ้าไว้ เก้าอี้สีแดงประจำตัวที่ร่วมหัวเราะและร้องไห้ไปด้วยกัน สถานที่เดตของบางคู่ ม้านั่งหน้าโรงที่กลายเป็นวงสนทนาถกประเด็นหลังภาพยนตร์จบของกลุ่มเพื่อนคอเดียวกัน

 

บรรยากาศบริเวณสกาลาที่วันนี้โรงภาพยนตร์จะเปิดไฟทุกดวง เพื่อให้ทุกคนมาร่วมย้อนความหลัง พร้อมเก็บภาพความทรงจำร่วมกันวันนี้เป็นวันแรก รวมทั้งส่งความรู้สึกผ่านโพสต์อิท มีผู้ชมจำนวนมากมาร่วมอำลา แม้การฉายภาพยนตร์วันที่ 4 และ 5 กรกฎาคมนั้นจะขายตั๋วหมดไปแล้ว แต่นับเป็นโอกาสสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดที่เราจะได้มาร่วมเก็บภาพความยิ่งใหญ่ของ ‘ราชาโรงภาพยนตร์แห่งสยาม’ ที่โดดเด่นด้วยความงามทางสถาปัตยกรรม และรุ่มรวยไปด้วยความทรงจำของผู้ชมทุกเพศทุกวัย

 

แม้จะอดใจหายไม่ได้ที่จะเห็นการเปลี่ยนผ่านอีกครั้งหนึ่ง จากสถานที่สร้างความทรงจำ เหลือไว้เพียงความทรงจำ อาจไม่ต่างกับช่วงเวลาที่เรานั่งชมเครดิตหลังตอนจบของภาพยนตร์เรื่องโปรด เพราะไม่อยากให้ห้วงเวลานี้จบลง ต่อให้ท้ายที่สุดเราจะต้องเดินกลับมาสู่โลกแห่งความจริง แต่ขอให้ได้อยู่ในโมเมนต์ต้องมนตร์แบบนี้ต่อไปอีกสักนิดก็ยังดี

 

#ลาสกาลา #LaScalaลาสกาลา

 

 

 

The post ผู้ชมร่วมลา ‘สกาลา’ ก่อนปิดตำนานโรงหนังสแตนด์อโลนครึ่งศตวรรษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศแฟนโรงภาพยนตร์สกาลาต่อแถวยาว เพื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ในโปรแกรมอำลา ‘LA SCALA ลา สกาลา’ https://thestandard.co/la-scala-3/ Sat, 27 Jun 2020 11:30:37 +0000 https://thestandard.co/?p=375603

“แม้ยืนต่อแถวยาวเหยียด ยืนรอภายใต้บรรยากาศอบอ้าวนานกว่า […]

The post ภาพบรรยากาศแฟนโรงภาพยนตร์สกาลาต่อแถวยาว เพื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ในโปรแกรมอำลา ‘LA SCALA ลา สกาลา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

“แม้ยืนต่อแถวยาวเหยียด ยืนรอภายใต้บรรยากาศอบอ้าวนานกว่า 3 ชั่วโมง แต่เชื่อว่าสำหรับแฟนภาพยนตร์สกาลา นี่คือหนึ่งในโมเมนต์อำลาโรงภาพยนตร์อันเป็นที่รัก ได้อย่างน่าประทับใจ” 

 

ภาพบรรยากาศแฟนๆ โรงภาพยนตร์สกาลาเข้าคิวต่อแถวเพื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ ในโปรแกรมส่งท้ายในกิจกรรม ‘LA SCALA ลา สกาลา’ ซึ่งจัดร่วมกับหอภาพยนตร์ โดยโปรแกรมที่เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 4-5 กรกฎาคมนี้ คือภาพยนตร์ระดับคลาสสิกของโลกอย่าง Blow-Up, สองภาพยนตร์สารคดี The Scala ที่จะฉายควบกับ นิรันดร์ราตรี และโปรแกรมสำคัญคือภาพยนตร์ Cinema Paradiso ผลงานการกำกับของ จูเซปเป ทอร์นาทอเร ที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญในฐานะภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในการอำลา ‘สกาลา’ โรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนที่โดดเด่น ทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมอันงดงาม ซึ่งอยู่คู่สยามสแควร์มากว่า 50 ปี ทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมอันงดงาม

 

โปรแกรม ‘LA SCALA ลา สกาลา’ ปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันนี้ (27 มิถุนายน) โดยการเข้าคิวนั้นเป็นไปอย่างอบอุ่น ถ้อยทีถ้อยอาศัย แม้จะต้องอดทนกับบรรยากาศที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าว ซึ่งเวลานี้ (17.30 น.) จำนวนที่นั่งของภาพยนตร์ได้ถูกจำหน่ายจนใกล้จะเต็มทุกเรื่องและทุกรอบแล้ว  

 

หมายเหตุ: ภาพยนตร์ Cinema Paradiso ที่จะฉายในเวลา 18.00 น. ได้เต็มแล้ว ทั้งในรอบวันที่ 4 และ 5 กรกฎาคม 

 

ขณะที่แผนการจำหน่ายบัตรที่เดิมนั้นถูกวางไว้ในระหว่าง 

วันที่ 27 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม เวลา 10.00–16.00 น.

วันที่ 3 กรกฎาคม เวลา 10.00–20.00 น.

วันที่ 4–5 กรกฎาคม เวลา 10.00–18.00 น.

 

 

 

อ้างอิง:

The post ภาพบรรยากาศแฟนโรงภาพยนตร์สกาลาต่อแถวยาว เพื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ในโปรแกรมอำลา ‘LA SCALA ลา สกาลา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2563 https://thestandard.co/event-calendar-27-june-3-july-2020/ Fri, 26 Jun 2020 03:18:02 +0000 https://thestandard.co/?p=375137

อยู่บ้านเบื่อๆ มาหากิจกรรมสนุกๆ ทำกันดีกว่า มาดูกันว่าก […]

The post กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>

อยู่บ้านเบื่อๆ มาหากิจกรรมสนุกๆ ทำกันดีกว่า มาดูกันว่ากิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2563 มีอะไรบ้าง

 

Photo: ศวิตา พูลเสถียร

 

Lido Pride Film

What: การฉายหนัง LGBT ติดต่อกันถึง 3 วัน เนื่องใน Pride Month เดือนแห่งความหลากหลาย มีทั้งหนังที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีและหนังที่อยากให้คุณได้รู้จัก ไม่ว่าจะเป็น Moonlight, The Handmaiden, The Circle, God’s Own Country และหนังสั้นอีกมากมาย

When: วันที่ 26-28 มิถุนายน 2563 เวลา 13.00-15.00 น.

Where: Lido Connect

How: https://www.ticketmelon.com/lidoconnect/lido-pride-film

Why: ชมหนัง LGBT ทั้งเรื่องที่คุ้นเคยและเรื่องใหม่ๆ ที่น่าลอง

Stop: BTS สถานีสยาม

 

Photo: วรรษมน ไตรยศักดา

 

La Scala Final Touch of Memory

What: โรงหนังสกาลาจะเปิดไฟทุกดวงให้มาเก็บภาพความสวยสง่าและบรรยากาศที่แสนมีเสน่ห์ ให้ความสว่างไสวของแสงไฟอยู่ในความทรงจำและการฉายหนังครั้งสุดท้ายของสกาลา

When: วันที่ 3-5 กรกฎาคม 2563

Where: โรงหนังสกาลา

How: http://www.apexsiam-square.com/

Why: ร่วมอำลาโรงหนังในความทรงจำแห่งสยามสแควร์ และชมหนังในโรงเป็นครั้งสุดท้าย

Stop: BTS สถานีสยาม

 

Photo: Pride Film Weekend 2020

 

Pride Film Weekend 2020

What: ฉลองเดือน Pride แบบเว้นระยะห่างกับ Pride Film Weekend ที่มีโปรแกรมหนังทั้ง Summertime (La Belle Saison), It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก, The Blue Hour อนธการ และ Farewell My Concubine 霸王别姬

When: วันที่ 27-28 มิถุนายน 2563

Where: Bangkok Screening Room ศาลาแดงซอย 1 สีลม กรุงเทพฯ

How: https://www.facebook.com/events/565675190637458

Why: ชมหนัง LGBT หลากหลายในเดือน Pride

Stop: MRT สถานีลุมพินี

 

Photo: WTF Gallery

 

Conflicted Visions AGAIN

What: นิทรรศการศิลปะที่จะมาแสดงทัศนคติการเมืองในสังคมไทยที่แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ผ่านมุมมองใหม่หรือมุมมองที่ปรับจากเดิมเกี่ยวกับความจริงของชีวิต 6 ปีที่ผ่านมา

When: วันที่ 2 กรกฎาคม – 23 สิงหาคม 2563 เวลา 16.00-22.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Where: WTF Gallery and Café สุขุมวิทซอย 51 กรุงเทพฯ

How: https://www.facebook.com/events/3359262350773424/

Why: ชมงานศิลปะที่จะมาชวนคุณตั้งคำถามเกี่ยวกับการเมืองในสังคมไทย

Stop: BTS สถานีทองหล่อ

 

 

Kitchen Management Workshop (New Normal = New Dimension)

What: งานสัมมนาเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจอาหารในยุคหลังโควิด-19 โดย เชฟวิลเมนต์ ลีออง Head Judge ของรายการ Top Chef Thailand เชฟผู้มากด้วยประสบการณ์ในวงการอาหารมากว่า 30 ปี พร้อมมาถ่ายทอด พูดคุย ปรึกษาหารือเทคนิค ความรู้ กลยุทธ์เชิงลึก ศิลปะในการประกอบธุรกิจอาหาร พร้อมทานอาหารฝีมือเชฟแบบสุดพิเศษ

When: วันที่ 27-28 มิถุนายน 2563 เวลา 09.00-17.30 น.

Where: ห้องประชุม MeetUp @SVL House ถนนสุรศักดิ์ สีลม กรุงเทพฯ

How: บัตรราคา 12,500 บาท สำรองที่นั่งผ่าน [email protected]

Why: เอาปัญหามาเป็นกรณีศึกษา และนำไปปรับใช้ในชีวิตจริง

Stop: BTS สถานีสุรศักดิ์

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงภาพยนตร์สกาลา จัดงานอำลา ‘LA SCALA ลาสกาลา’ ฉายหนังและเปิดไฟทุกดวงให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก 3-5 กรกฎาคมนี้ https://thestandard.co/la-scala-2/ Tue, 23 Jun 2020 09:35:11 +0000 https://thestandard.co/?p=374285

หลังจากมีข่าวร้ายออกมาก่อนหน้านี้ว่าโรงภาพยนตร์สกาลาได้ […]

The post โรงภาพยนตร์สกาลา จัดงานอำลา ‘LA SCALA ลาสกาลา’ ฉายหนังและเปิดไฟทุกดวงให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก 3-5 กรกฎาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากมีข่าวร้ายออกมาก่อนหน้านี้ว่าโรงภาพยนตร์สกาลาได้ยุติการเปิดรอบฉายโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากผู้บริหารได้ตัดสินใจยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ ที่แต่เดิมสัญญาฉบับล่าสุดกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะสิ้นสุดลงในช่วงปลายปี (31 ธันวาคม 2563) 

 

ล่าสุดทางเพจ Apex Scala ได้แจ้งข่าวสำคัญสำหรับแฟนโรงภาพยนตร์ที่เคยมีความทรงจำดีๆ ร่วมกัน ตลอดการให้บริการในฐานะโรงภาพยนตร์ชั้นนำที่โดดเด่นและสง่างามคู่สยามสแควร์กว่า 50 ปี 

 

ถึงกิจกรรม ‘LA SCALA ลาสกาลา’ ที่จะเป็นการ Final Touch of Memory

 

“โรงภาพยนตร์จะเปิดไฟทุกดวง เพื่อให้แฟนๆ เข้ามาเก็บภาพความสวยสง่าและบรรยากาศที่แสนมีเสน่ห์ ให้ความสว่างไสวของแสงไฟอยู่ในความทรงจำร่วมกัน สยามสแควร์เคยมีโรงหนังขนาดใหญ่สามทหารเสือ สยาม ลิโด้ สกาลา จนเป็นส่วนสำคัญที่ให้สยามสแควร์เติบโตเป็นทำเลทองทางธุรกิจที่เจริญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

 

“และปฏิเสธไม่ได้ว่าความโอ่อ่าทำให้สกาลามีฐานะเป็น ‘ราชาโรงหนังแห่งสยาม’ ด้วยความช่วยเหลือเกื้อกูลของกัลยาณมิตร ‘หอภาพยนตร์’ กรุณาคัดสรรภาพยนตร์มาฉาย เพื่อปิดม่านการฉายภาพยนตร์ในวันที่ 4 และ 5 กรกฎาคม 2563”

 

กิจกรรม ‘LA SCALA ลาสกาลา’ จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปถ่ายภาพในวันที่ 3-5 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นงานที่ผู้หลงเสน่ห์ทั้งในแง่ความงามทางสถาปัตยกรรมและเสน่ห์ในฐานะโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนแห่งสุดท้ายของกรุงเทพมหานครซึ่งได้รับเสียงชื่นชมทั้งในระดับประเทศและนานาชาติไม่ควรพลาด ในการเก็บโมเมนต์ดีๆ ร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

 

The post โรงภาพยนตร์สกาลา จัดงานอำลา ‘LA SCALA ลาสกาลา’ ฉายหนังและเปิดไฟทุกดวงให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก 3-5 กรกฎาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วางแผนวาเลนไทน์กันหรือยัง? นี่คือดีลดีๆ รับมื้อโรแมนติกวันแห่งความรักที่เรารวมมาให้จากทั่วกรุง https://thestandard.co/valentine-dinner-deals-2018/ https://thestandard.co/valentine-dinner-deals-2018/#respond Fri, 09 Feb 2018 06:26:54 +0000 https://thestandard.co/?p=68857

เทศกาลแห่งความรัก บางคนอาจจะหวานชื่น แต่บางคนก็อาจจะหวา […]

The post วางแผนวาเลนไทน์กันหรือยัง? นี่คือดีลดีๆ รับมื้อโรแมนติกวันแห่งความรักที่เรารวมมาให้จากทั่วกรุง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เทศกาลแห่งความรัก บางคนอาจจะหวานชื่น แต่บางคนก็อาจจะหวานเลี่ยน แต่ไม่ว่าคุณจะอินกับวันสีชมพูนี้หรือไม่อย่างไรก็ตาม ร้านอาหารคือหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมสำหรับคืนวันวาเลนไทน์ เพราะเราเชื่อว่าอาหารที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! และใครกันจะไม่ชอบอาหารอร่อยๆ THE STANDARD เลยขอเป็นไกด์กามเทพให้กับทุกคน แนะร้านอาหารดีๆ ทั้งในและนอกโรงแรมที่เรามองว่าควรค่าต่อการจัดเซอร์ไพรส์วาเลนไทน์ หรือจะพาผองเพื่อนไปฉลองในวันแห่งความรักก็ไม่ว่ากัน!

 

 

For Fun & Food Adventure

สายรักสนุกและอยากลองอะไรใหม่ๆ ขอเชิญทางนี้ กับดีลดีๆ ที่น่าสนใจสำหรับคุณและคนพิเศษ

 

 

La Bottega di Luca

ไม่รู้ทำไมความโรแมนติกกับอาหารอิตาเลียนต้องมาคู่กัน เราเลยเชิญคุณมาหาคำตอบกับอาหารอิตาเลียนต้นตำรับพร้อมไวน์ชั้นเยี่ยมที่ La Bottega di Luca ในซอยสุขุมวิท 49 ของเชฟอารมณ์ดี ลูกา แอปพิโน ซึ่งเทศกาลวาเลนไทน์นี้ เฮดเชฟ แอนเดรีย ออร์ตู ชาวซาร์ดิเนีย ได้ร่วมสร้างบรรยากาศหวานซึ้งท่ามกลางเทอร์เรซร่มรื่น ปกคลุมด้วยต้นไม้ใจกลางเมือง ด้วยเมนูพิเศษที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบที่ให้สีแดงอมชมพูเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี พริกไทยสีชมพู เนื้อฟาสโซนา ฯลฯ เชฟได้แอบบอกเมนูที่ทำสำหรับวันแห่งความรัก อาทิ ฟัวกราส์กับซอสไวลด์เบอร์รี ลูกพรุนอบแห้ง และถั่วพิสตาชิโอป่นกรุบกรอบ, ราวิโอลีสอดไส้ชีสกับไส้กรอกอิตาเลียน ทานกับเห็ดทรัฟเฟิลและซอสบีทรูท ส่วนอาหารจานหลักต้องลองเมนูเนื้อวากิวออสเตรเลียเกรด A5 ที่มาพร้อมอาร์ติโชกและผงแป้งที่ได้จากหอมใหญ่ พร้อมจับคู่ไวน์สัญชาติอิตาลีที่คัดสรรเพื่ออาหารอิตาเลียนโดยเฉพาะ และปิดท้ายค่ำคืนด้วยของหวาน 50 First Dates เหมือนชื่อหนังโรแมนติกคอเมดี้ที่เชฟยังอุบเงียบไม่บอกว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร คู่รักคู่ไหนที่อยากให้ความรักหวานชื่นสดใสราวกับเดตแรก แนะให้ลองมาดินเนอร์ที่นี่ดูได้

Where: La Bottega di Luca ชั้น 2 The 49 Terrace ซอยสุขุมวิท 49 กรุงเทพฯ

How: เปิดบริการเวลา 17.30-23.00 น. ราคาเริ่มต้นที่ 1,190 บาท สำรองที่นั่งได้ที่ 0 2204 1731 หรือ bookv5.chope.co/booking?rid=labottegadiluca1503bkk

 

 

Dinner in the Sky

หากเป็นคู่รักที่ชอบความตื่นเต้นและอยากลองอะไรใหม่ๆ แนะนำให้ลอง Dinner in the Sky ร้านอาหารลอยฟ้าส่งตรงจากเบลเยียม ใช้เครนใหญ่สูงกว่า 50 เมตร หรือเทียบเท่าตึก 20 ชั้น ยกโต๊ะอาหารพร้อมลูกค้า 22 คนขึ้นสู่ท้องฟ้าย่านสุขุมวิท สำหรับเมนูอาหารได้รับการจัดเตรียมโดยเชฟเกตาโน พาลุมโบ เชฟใหญ่คนเก่งประจำห้องอาหาร Rossini’s ของโรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit จะมารังสรรค์ดินเนอร์ 4 คอร์ส เริ่มต้นด้วยคาร์ปาชิโอเนื้อแองกัสกับสลัดในเลมอนเดรสซิ่งและพาร์เมซานชีสโฟม จากนั้นเตรียมเข้าสู่เมนคอร์สด้วยซุปเย็นกัซปาโช ซึ่งเป็นซุปมะเขือเทศใส่เนื้อปูและแตงกวา สำหรับเมนคอร์สมีให้เลือก 3 เมนู ระหว่างปลาบัตเตอร์ฟิช ซี่โครงเนื้อตุ๋น และสันในแกะ ปิดท้ายดินเนอร์กลางท้องฟ้าด้วยชีสเค้กเสาวรสกับซอสราสป์เบอร์รีและไอศกรีมชาเขียว หากต้องการเซอร์ไพรส์หรือจัดฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษ ก็สามารถแจ้งล่วงหน้ากับเชฟและทีมงานเพื่อให้ดินเนอร์กลางเวหาครั้งนี้เป็นที่ประทับใจไม่รู้ลืม

Where: Dinner in the Sky ที่ EmSphere (ข้าง Dinosaur Planet) พร้อมพงษ์ กรุงเทพฯ

How: เปิดบริการ 2 รอบ เวลา 18.00 น. และ 19.30 น. (รอบละ 1 ชั่วโมง) ราคา 4,990 บาทต่อท่าน สำรองที่นั่งได้ที่ www.dinnerinthesky.co.th

 

 

Il Fumo

ยังคงวนเวียนอยู่กับอาหารอิตาเลียน แต่ที่ Il Fumo ไปไกลกว่านั้น เพราะเชฟได้นำเสนออาหารอิตาเลียนและโปรตุเกสสำหรับค่ำคืนอันแสนวิเศษ เชฟไม่รอช้าที่จะนำเสนอดินเนอร์ 5 คอร์สให้เหล่าคู่รักหัวใจ Foodies ได้ร่วมเดินบนเส้นทางอาหารสองสัญชาติได้ลิ้มลองพร้อมไวน์แพริ่งจากซอมเมอลิเยร์ประจำร้าน เริ่มตั้งแต่อาหารทานเล่นที่ดึงจุดเด่นของรสชาติและวัตถุดิบสองสัญชาติมานำเสนอ ต่อด้วยฟัวกราส์ที่เสิร์ฟพร้อมฝอยทองและพอร์ตไวน์รีดักชัน หรือปลาคอดกับแก้มหมูรมควันในคาร์โบนาราโฟม จากนั้นมาต่อที่เมนูสีเขียว ยอกกี้พาสต้าผัดแพลงก์ตอน (คุณอ่านถูกแล้ว!) หรือจะเลือกเป็นหอยเชลล์ฮอกไกโดกับโฟมหอยเม่นและเห็ดทรัมเป็ตสีดำ ส่วนไฮไลต์ที่เชฟภูมิใจเสนอเป็นเนื้อวากิวออสเตรเลีย Diamantina และเมนูปลายทางที่โปรตุเกส กับทาร์ตไข่แห่งศตวรรษที่ 21 จะมีรสชาติและหน้าตาแบบไหน จูงมือแฟนของคุณมาหาคำตอบว่าอาหารอิตาเลียนผสมโปรตุเกสจะเป็นอย่างไรดูไหมล่ะ?

Where: Il Fumo ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ

How: เปิดบริการ 2 รอบ เวลา 18.00 น. และ 20.30 น. โทร. 0 2286 8863 และ 09 7170 6260 หรือ Il Fumo ราคา 2,900 บาทต่อท่าน หรือ 4,100 บาท รวมไวน์แพริ่ง สำรองที่นั่งได้ที่ goo.gl/RhQ6NM

 

 

Arroz

Arroz ร้านอาหารสเป๊น สเปน ที่หนังสือคู่มือมิชลินกรุงเทพฯ พูดถึง ตั้งอยู่ในบ้านหลังใหญ่อันแสนอบอุ่นย่านทองหล่อ เปิดประตูต้อนรับคนอินเลิฟ และคนอินเลิฟกับอาหารสเปน ด้วย 5 คอร์สเมนูเนื่องในวันวาเลนไทน์ ครีเอตโดยเชฟวิกเตอร์ บูร์โกส (ที่ทำอาหารอร่อยมาก) ผู้เคยร่วมงานกับร้านอาหารมิชลินสตาร์หลายแห่งทั่วโลก สำหรับคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วิกเตอร์เสิร์ฟหอยนางรมฟินเดอร์แคลร์ของฝรั่งเศส เสิร์ฟกับเลมอนซิตรัส ตามด้วยหน่อไม้ฝรั่งขาวกับโฟมมันฝรั่งและคาเวียร์ ส่วนไฮไลต์ของดินเนอร์จะเป็นจานไหนไม่ได้ นอกจากเมนูข้าวที่เชฟวิกเตอร์เลือกนำเสนอเป็นข้าวอบล็อบสเตอร์ หนึ่งในซิกเนเจอร์เมนูประจำตัวเชฟ จานที่ 4 ซี่โครงแกะอบสมุนไพร และล้างปากด้วยช็อกโกแลตกับเบอร์รีปิดท้าย เมนูทั้งหมดนี้ยังสามารถเลือกจับคู่ไวน์สเปนได้อีกด้วย หากคุณและคู่รักชอบรับประทานข้าวและอยากเปิดประสบการณ์ทานข้าวแบบสเปน Arroz แนะให้มาลองที่นี่ อีกอย่างใครจะอยากกินปาเอญ่าคนเดียวกันล่ะ?

Where: Arroz ซอยสุขุมวิท 53 กรุงเทพฯ

How: เปิดบริการเวลา 17.30-22.00 น. โทร. 0 2258 7696 และ ARROZ – Spanish Rice House ราคา 2,400 บาทต่อท่าน หรือ 3,300 บาทเมื่อรวมไวน์แพริ่ง

 

Dine in the Dark

ถ้าคุณและแฟนอยากเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ แนะให้มาลองดินเนอร์ในห้องมืดสนิทที่ DID – Dine in the Dark ห้องอาหารยุโรปที่นำเสนอเซตเมนูวาเลนไทน์ในความมืด เหมาะแก่การเปิดประสบการณ์พิเศษในการลิ้มรสอาหารหากไม่เคยลองมาก่อน แถมยังสามารถย้ายร่างมานั่งชิลล์ฟังดนตรีสดต่อกันได้ที่ The Living Room หรือ Bar Su ที่มีแชร์ริ่งแพลตเตอร์หอยนางรม ซีฟู้ด และอิตาเลียนโคลด์คัตให้ได้เลือกรับประทาน สำหรับหอยนางรมสามารถสั่งพร้อมแชมเปญ Veuve Clicquot ได้อีกด้วย

Where: DID – Dine in the Dark โรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ

How: ราคา 3,700 บาทต่อ 2 ท่าน สำหรับ DID โทร. 0 2649 8888

 

 

JUA x Naturalista

คู่รักสายฮิปขอเชิญที่ย่านเจริญกรุงที่เต็มไปด้วยโลเคชันที่กำลังป๊อป ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน อาร์ตแกลเลอรี ครีเอทีฟสเปซ ตลอดจนร้านอาหารชื่อดังระดับมิชลินสตาร์ ไปจนถึงค็อกเทลบาร์สไตล์ทรอปิคัล แต่วาเลนไทน์ปีนี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาทานอาหารสไตล์อิซากายะที่เชฟคัดสรรวัตถุดิบไทยชั้นเยี่ยมมาทำเป็นอาหารญี่ปุ่นแบบกินหน้าบาร์ได้สบายๆ และเชฟยังได้จัดไวน์และสาเกแพริ่งกับอาหาร ซึ่งล้วนแต่เป็นไวน์ธรรมชาติและไบโอไดนามิกไวน์ที่ปราศจากขั้นตอนการผลิตแบบอุตสาหกรรมและไม่ใช้สารสังเคราะห์ในการบ่มไวน์ สำหรับอาหารที่เชฟนำเสนอมีด้วยกันถึง 10 คอร์ส เริ่มตั้งแต่เมนูเบาๆ อย่างสลัด ฮามาจิทาทากิ มะเขือเทศกับชิโซะเพสโต้ โปเก้ทูน่าครีบเหลือง และเมนูไฮไลต์ของร้านอย่าง กุ้งลายเสือย่างเนยทุเรียนที่ใครก็ห้ามพลาด นอกจากนี้ยังมีอูนิ เนื้อคาโกชิมะเกรด A3 ยากิโทริ และของหวานสุดพิเศษปิดท้าย ซึ่งเมนูเหล่านี้ล้วนแต่เกิดจากการผสมผสานวัตถุดิบไทยเข้ากับคอนเซปต์อาหารญี่ปุ่นอย่างลงตัวและหากินได้ยากในไทย โอกาสดีๆ แบบนี้ทำไมไม่ลองมาฉลองวาเลนไทน์กับอิซากายะพร้อมไวน์กับสาเกแพริ่งกันล่ะ

Where: JUA ซอยเจริญกรุง 28 กรุงเทพฯ

How: เปิดบริการ 2 รอบ เวลา 18.30 น. และ 21.00 น. ราคา 3,300 บาทต่อท่าน โทร. 06 1558 7689 สำรองที่นั่งได้ที่ www.ticketmelon.com/event/jua-x-naturalista

 

 

Brasserie Cordonnier

ฉลองวันโรแมนติกแบบนี้ จะไม่มีร้านอาหารฝรั่งเศสสำหรับลิสต์วาเลนไทน์ก็คงจะดูแปลกกระไร เราขอให้ลบภาพ Fine Dining หรูหราพร้อมอาหารฝรั่งเศสที่สร้างสรรค์ด้วยวิธีการสารพัดอย่าง แถมยังมีภาชนะร้อยแปดและช้อนส้อมมีดหลายไซส์ที่ต้องใช้ให้ถูกตามมารยาทผู้ดี เพราะ Brasserie Cordonnier เป็นร้านนั่งสังสรรค์บรรยากาศย้อนยุคกลับไปช่วงปี 1930 พร้อมด้วยการตกแต่งที่แทบจะหลุดมาจากร้านสักแห่งในปารีสเลยทีเดียว ส่วนอาหารก็เสิร์ฟแบบต้นตำรับฝรั่งเศส ฝีมือเชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดซ และในโอกาสวันวาเลนไทน์ที่ใกล้จะมาถึง เชฟเคลมองต์สร้างสรรค์แชร์ริ่งเมนู 4 อย่างให้คู่รักหรือเพื่อนฝูงได้รับประทานด้วยกัน เริ่มจากโฮมเมดฟัวกราส์เทอร์รีน ซึ่งทำขึ้นเองตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ต่อด้วยซุปทะเลสไตล์ฝรั่งเศส ‘บุยยาเบส’ ใส่หอยลายและหอยแมลงภู่ ส่วนเมนคอร์สจานใหญ่มีให้เลือกระหว่างอกเป็ดย่างกับขาเป็ดกงฟี ทานคู่กับมันม่วงบด แต่ถ้าคิดว่าอกเป็ดน่าจะหนักเกินไป ลองสั่งปลาคอดแอตแลนติกในน้ำเกลือ จากนั้นคลุมด้วยมันฝรั่ง แล้วปิดท้ายด้วยสตรอว์เบอร์รีครีมพัฟฟ์กับช็อกโกแลตซอส รับรองว่าไม่รู้สึกผิดมากนัก…

Where: Brasserie Cordonnier ซอยสุขุมวิท 11 กรุงเทพฯ

How: เปิดบริการเวลา 18.00-24.00 น. โทร. 0 2038 5113 ราคา 3,200 บาทต่อ 2 ท่าน สำรองที่นั่งได้ที่ bookv5.chope.co/booking?rid=brasseriecordonnier1706bkk

 

 

OH CHIC Eatery Entertainment Social Bar

ใครที่วางแผนจะไปสังสรรค์ต่อหลังจากมื้อค่ำ ลองแวะไปดินเนอร์ก่อนที่ OH CHIC ร้านอาหารน้องใหม่ล่าสุดไม่ไกลจากปากซอยเอกมัย ซึ่งต้อนรับวาเลนไทน์ด้วยดินเนอร์เมนูพิเศษเช่นกัน โดยนำเสนอดินเนอร์ 4 คอร์สสำหรับ 2 ท่าน เริ่มต้นด้วยหอยนางรมสดฟินเดอร์แคลร์ #3 ที่มาพร้อมสปาร์กลิงไวน์ให้จิบคู่กัน หลังจากนั้นตามด้วยสลัดร็อกเก็ตกับแซลมอนคาร์ปาชิโอ และซุปบีทรูทมันฝรั่งเหยาะน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล สำหรับเมนคอร์สมีให้เลือกระหว่างปลาแซลมอนย่างเสิร์ฟกับซอสชาไทย หรือสเต๊กเนื้อออสเตรเลียแองกัสในซอสไวน์แดง ปิดท้ายด้วยของหวาน ดูโอ้ช็อกโกแลตมูส

Where: OH CHIC Eatery Entertainment Social Bar โรงแรม Civic Hotel Ekamai ซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) กรุงเทพฯ

How: เปิดบริการเวลา 17.00-01.00 น. โทร. 08 1403 8159 ราคา 2,999 บาทต่อ 2 ท่าน สำรองที่นั่งได้ที่ OH CHIC Eatery Entertainment Social Bar

 

 

Prelude Restaurant & Bar

คู่รักที่ชอบทำอาหารและไทยนิยมผสมผสานจะต้องชอบร้านนี้ เพราะนี่เป็นร้านที่นำวัตถุดิบไทยมาสร้างสรรค์เป็นเมนูสไตล์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว และกำลังจะจัด 2 อีเวนต์ในช่วงวาเลนไทน์พอดี งานแรกเป็นเวิร์กช็อปคลาสทำอาหารและ Wine Tasting โดยมีทั้งสิ้น 6 เมนูให้ได้ลองทำเพื่อเซอร์ไพรส์คนรัก อีกทั้งยังสามารถพรีออร์เดอร์วัตถุดิบแต่ละเมนูเพื่อนำไปทำอาหารให้แฟนหม่ำที่บ้านในวันวาเลนไทน์ได้อีกด้วย และหลังจากคลาสทำอาหาร ก็มีคลาส Wine Tasting ที่มีไวน์ให้เทสต์ถึง 14 ชนิด ให้ผู้เข้าร่วมได้จัดแพร์ริ่งกับอาหารที่ทำในคลาส ค่าเข้าร่วมเวิร์กช็อปทำอาหารและ Wine Tasting ราคาท่านละ 2,500 บาท และกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ตั้งแต่เวลา 14.00-18.00 น. ส่วนอีเวนต์ที่ 2 คือวาเลนไทน์ดินเนอร์กับ Tasting Menu 4 คอร์ส พร้อมจับคู่ไวน์ ราคา 2,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 10-14 กุมภาพันธ์นี้

Where: Prelude Restaurant & Bar โครงการ Arena 10 ซอยทองหล่อ 10 กรุงเทพฯ

How: เปิดบริการวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 18.00-24.00 น. ราคา 2,500 บาทต่อท่าน สำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 06 1384 1067

 

 

Dean & Deluca

ใครที่ไม่มีเวลาฉลองวาเลนไทน์จริงๆ Dean & Deluca ออกเมนูต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์สำหรับคู่รักทุกคู่ นำเสนอเครื่องดื่ม Loving Rose Selection ที่มีไซรัปเลิฟโรสเบลนด์สูตรพิเศษ ทำจากส่วนประกอบสำคัญอย่างเบอร์รี วานิลลา และกุหลาบ รังสรรค์ออกมาเป็นเมนูลาเต้ร้อน Loving Rose (125 บาท) ลาเต้เย็น Loving Rose (140 บาท) และ Milkshake Loving Rose (170 บาท) ส่วนคอกาแฟสามารถเลือกเพิ่มเอสเพรสโซช็อตในมิลก์เชกเพื่อทำเป็นอัฟโฟกาโต นอกจากนี้ยังสามารถใส่เยลลีรสสตรอว์เบอร์รีในเมนูเครื่องดื่มเย็น ให้บริการระหว่างวันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ร้าน Dean & Deluca ทุกสาขา ยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิและเขาใหญ่ ช่วงนี้ยังมีเบเกอรีสูตรพิเศษอีกเพียบ อาทิ เค้กครีมสตรอว์เบอร์รี เค้กวานิลลาสปันจ์เนื้อเบา ทาร์ตสตรอว์เบอร์รี และเค้กครีมสตรอว์เบอร์รี ให้ได้ลิ้มลองรสวาเลนไทน์กันพอหอมปากหอมคอ

Where: Dean & Deluca ทุกสาขา ยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิและเขาใหญ่

How: www.deandeluca.com/thailand

 

 

For Luxurious Options

หากชอบความหรูหรา การดินเนอร์ในโรงแรมห้าดาวก็คงจะดีไม่น้อย เราได้รวบรวม 5 โรงแรมที่มีห้องอาหารชื่อดังให้คุณได้เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ

 

 

Elements

ห้องอาหารฝรั่งเศสมิชลิน 1 ดาว Elements คู่รักสาย Foodies และชื่นชอบอาหารฝรั่งเศสต้องห้ามพลาดดินเนอร์ที่นี่เป็นอันขาด โดยเชฟแอนโทนี ชอลท์ไมเยอร์ ได้จัดเตรียมดินเนอร์ 7 คอร์ส พร้อมจับคู่แชมเปญ อาหารที่ Elements เป็นอาหารฝรั่งเศสที่มีกลิ่นอายญี่ปุ่นผสมผสานอย่างลงตัว และเชฟเตรียมอาหารวาเลนไทน์เมนูสุดพิเศษที่มีกลิ่นอายอาหารสองสัญชาติอย่าง ซอร์เบตทูน่ากับขิงและใบชิโซะ คัสตาร์ดตับห่านกับดอกขิงญี่ปุ่น สาลี่ญี่ปุ่นและมิโซะหวานแห้งเผาไฟสไตล์เครมบรูเล ซุปเซเลอรีใส่หอยเชลล์ฮอกไกโดรมควัน ส่วนเมนคอร์สสามารถเลือกระหว่างปลากะพงขาวม้วนสาหร่ายนึ่งราดซอสหน่อไม้ฝรั่งขาวและส้มยูซุ หรือซี่โครงแกะอบเสิร์ฟพร้อมครีมกระเทียมคลุกเกล็ดขนมปังทอดกรอบ แปะก๊วย และซอสไธม์ สำหรับดินเนอร์ 7 คอร์สนี้ ราคา 9,900 บาทต่อ 2 ท่าน

Where: Elements โรงแรม The Okura Prestige ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ

How: เปิดบริการเวลา 18.00-22.30 น. โทร. 0 2687 9000 หรือ www.okurabangkok.com

 

 

La Scala

โรงแรมหรูบรรยากาศเงียบสงบใจกลางสาทรอย่างโรงแรมสุโขทัย ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ที่ La Scala ห้องอาหารอิตาเลียนอายุ 16 ขวบของโรงแรมสุโขทัย ซึ่งเพิ่งได้รับการรีโนเวตเมื่อปลายปี 2017 ในครั้งนี้เชฟใหญ่ประจำห้องอาหาร เชฟเดวิด แทมบูรินีคนเก่งกระซิบว่า เขาจะนำเสนอเซตเมนู 6 คอร์สด้วยกันให้ได้ลอง

Where: La Scala โรงแรม The Sukhothai Bangkok ถนนสาทรใต้

How: โทร. 0 2344 8888 หรือจองได้ทาง [email protected]

 

 

Nimitr

ไหนๆ ก็เป็นวาเลนไทน์ ถือว่าโอกาสพิเศษเช่นนี้ควรพาแฟนไปลองทาน Fine Dining กันบ้าง แม้ว่า Fine Dining ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบตะวันตก แต่ครั้งนี้เราอยากแนะนำให้ลองไปสัมผัส Fine Dining แบบตะวันออกกันบ้าง ที่ร้านอาหาร Nimitr บนชั้น 37 ของโรงแรม 137 Pillars Suites & Residence Bangkok ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ในกรุงเทพฯ ที่เป็น Fine Dining พร้อมวิวสวยๆ ของเมืองหลวงตัดกับเส้นขอบฟ้าย่านพร้อมพงษ์ในคืนวาเลนไทน์ เชฟได้เตรียมดินเนอร์ 5 คอร์สจากวัตถุดิบชั้นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นครีบปลาทูน่าจากทะเลแปซิฟิก หมูคุโรบูตะ เนื้อปลาเทอร์บอทตุ๋น ฯลฯ พร้อมเพลิดเพลินไปกับดนตรีสดแนวแจ๊ซ เพิ่มดีกรีความโรแมนติกยิ่งขึ้นไปอีก

Where: Nimitr โรงแรม 137 Pillars Suites & Residence Bangkok ซอยสุขุมวิท 39 โทร. 06 3187 6209

How: ดินเนอร์นี้สนนราคาที่ 5,500 บาทต่อคู่ www.137pillarsbangkok.com

 

 

Amara Bangkok

หากทำงานอยู่แถวสีลม สาทร และไม่อยากไปไหนไกล เรามีอีกหนึ่งจุดหมายที่เหมาะสำหรับมาฉลองวันวาเลนไทน์เช่นกัน กับ 3 ห้องอาหารและบาร์ ที่โรงแรม Amara Bangkok ที่ตอบโจทย์คู่รักทั้งสายโรแมนติกและสายกิน ถ้าเป็นมนุษย์โรแมนติกเชิญไปดื่มด่ำบรรยากาศบนชั้น 26 ที่ทางโรงแรมได้จัดเตรียมดินเนอร์แสนจะเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยจำนวนจำกัดเพียง 7 คู่เท่านั้น โดยมีดินเนอร์ 5 คอร์ส พร้อมสปาร์กลิงไวน์ท่านละ 1 แก้ว (มาพร้อมกุหลาบแดงด้วยนะ) และของที่ระลึกสุดพิเศษ อีกทั้งร่วมลุ้นรางวัล Voucher ห้องพักพร้อมอาหารเช้า 3 วัน 2 คืน ที่โรงแรม Amara Singapore อีกด้วย ส่วนคู่รักสายกิน ทางโรงแรมก็มีดินเนอร์ ‘Love at First Sight’ บุฟเฟต์อาหารค่ำพร้อมดนตรีสดจากไตเติ้ลและปิงปอง The Voice ให้ฟัง

Where: โรงแรม Amara Bangkok ถนนสุรวงศ์ กรุงเทพฯ

How: ดินเนอร์ราคา 4,000 บาทต่อคู่ บุฟเฟต์ในราคาท่านละ 888 บาท รวมน้ำเปล่า ชา และกาแฟ โทร. 0 2021 8888 และ www.bangkok.amarahotels.com

 

 

The Reflexions

เอาใจคู่รักชาวออฟฟิศย่านวิทยุ เพลินจิตกันบ้าง วันวาเลนไทน์เลิกงานปุ๊บก็มาดินเนอร์ต่อกันได้ที่ The Reflexions ห้องอาหารฝรั่งเศสสไตล์โมเดิร์นอันลือชื่อ กับดินเนอร์ 7 คอร์ส ฝีมือเฮดเชฟ ร็อกแซน แรงจ์ ผู้เคยร่วมงานกับเชฟมิชลินสตาร์มาหลายท่าน และพิเศษสำหรับทุกท่าน ทางโรงแรมได้เตรียมดอกกุหลาบสำหรับคุณผู้หญิง และกรัปปา อิตาเลียนบรั่นดีกลิ่นคาโมมายล์ขวดเล็กสำหรับคุณผู้ชายเอาไว้ให้ปิดท้ายคืนด้วย

Where: The Reflexions โรงแรม The Athenee Hotel Bangkok ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ

How: จับคู่ดินเนอร์กับไวน์ชั้นเลิศ ในราคา 7,988 บาทต่อคู่ พร้อมแชมเปญโรเซ 2 ขวดเล็ก โทร. 0 2650 8800 ต่อ 4333 และ theluxurycollection.com/theatheneehotel

 

The post วางแผนวาเลนไทน์กันหรือยัง? นี่คือดีลดีๆ รับมื้อโรแมนติกวันแห่งความรักที่เรารวมมาให้จากทั่วกรุง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/valentine-dinner-deals-2018/feed/ 0
เมื่ออิตาลีไม่ได้มีแค่พาสต้า ร่วมตีความอาหารอิตาลีปี 2018 ที่ La Scala https://thestandard.co/la-scala/ https://thestandard.co/la-scala/#respond Sun, 28 Jan 2018 04:11:19 +0000 https://thestandard.co/?p=65671

หลังจากเปิดให้บริการมากว่า 16 ปี และเป็นที่รู้จักอย่างแ […]

The post เมื่ออิตาลีไม่ได้มีแค่พาสต้า ร่วมตีความอาหารอิตาลีปี 2018 ที่ La Scala appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากเปิดให้บริการมากว่า 16 ปี และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่ฟู้ดดี้รวมถึงเชฟชื่อดังจากทั่วโลก ที่ถ้ามาไทยเมื่อไรก็จะต้องแวะห้องอาหาร La Scala (ลา สกาล่า) และเมื่อปีที่แล้วห้องอาหารก็ถึงคราวอัพเกรดใหม่ ปรับเปลี่ยนทั้งลุคและเทสต์ให้โดดเด่นและแสดงถึงความเป็นตัวเองยิ่งขึ้น และเปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยเมื่อปลายปี 2017 ที่ผ่านมา

 

บรรยากาศภายในร้าน

 

The Vibe

La Scala คือห้องอาหารธีมสีแดงสดที่สะท้อนถึงความแสบสันเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของอิตาลี และความหมายของชื่อร้านที่แปลว่า ‘โรงมหรสพ’ เพราะจุดเด่นของโรงมหรสพก็คือม่านแดง ด้วยเหตุนี้ทั้งร้านอาหารจึงเน้นสีแดงเป็นหลัก สอดรับกับการตกแต่งและการตกแต่งภายในที่ดูโมเดิร์นและร่วมสมัย ตัดกับสีดำที่สื่อถึงความหนักแน่น นอกจากตัวร้านแล้ว ครัวเปิดและบาร์ก็เป็นอีกสองจุดที่น่าสนใจ สำหรับครัวเปิดเป็นเหมือนเวทีมหรสพซึ่งเป็นที่จัดเตรียมความอร่อยในทุกวัน ส่วนบาร์ที่เพิ่งได้รับการเสริมเข้าไปนั้นก็ได้ออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับจิบค็อกเทลสไตล์แดนมักกะโรนี หรือจะมานั่งจิบไวน์ชั้นเลิศที่มีให้เลือกหลายร้อยขวดจากทั้งโลกเก่าและโลกใหม่

 

เชฟเดวิด ทัมบูรินี จากซิซิลี เชฟใหญ่ประจำห้องอาหาร

 

The Chef

เชฟเดวิด ทัมบูรินี (David Tamburini) เชฟใหญ่ประจำห้องอาหารพูดถึงอาหารที่นี่ได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งเชฟไม่อยากใช้คำว่า ‘Contemporary Italian Cuisine’ เพราะสิ่งที่เชฟครีเอตก็ไม่ถือว่าเป็นอาหารอิตาลีร่วมสมัยทั้งหมด แต่เชฟให้คำจำกัดความอาหารที่นี่สั้นๆ ว่า Italian 2018 ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอาหารอิตาลีที่ตั้งต้นด้วยสูตรต้นตำรับคลาสสิก แต่เมื่ออยู่ในยุคปัจจุบันก็ย่อมมีการหยิบยืมเทคนิคและวัตถุดิบหลากหลาย และไม่มีความตายตัว บ้างก็ร่วมสมัย บ้างก็สูตรดั้งเดิม บ้างก็เป็นการผสมผสานระหว่างความร่วมสมัยกับความคลาสสิกอีกทีหนึ่ง ผู้เขียนอยากเรียกว่าเป็นเฟรมเวิร์กแห่งอาหารอิตาลี ซึ่งอาหารแต่ละจานล้วนแต่มีโครงร่างหรือเอกลักษณ์ รูปแบบของอาหารการกินสไตล์อิตาลี ที่ผู้ทานสัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบตั้งต้นหรือรสเด่นที่สัมผัสได้ในอาหารแต่ละจาน นอกจากนี้เชฟเดวิดยังได้นำเมนูที่คนไทยไม่ค่อยรู้จักมานำเสนอเพื่อเปิดประสบการณ์ทานอาหารอีกระดับ

 

(บน) Amouse Bouche, (ล่าง) Capesante in Inzimino หอยเชลล์เนื้อหวานเด้งจี่กระทะร้อน

 

The Dishes

จานแรกที่เสิร์ฟถึงโต๊ะเป็นเมนูที่เชฟครีเอตแต่ละวันไม่ซ้ำกัน เพื่อนำเสนอวัตถุดิบและไอเดียของเชฟที่เกิดขึ้นในวันนั้น สำหรับครั้งนี้เป็นคาเวียร์ 2 สไตล์ ประกอบด้วยแป้งพิซซ่าทอดปั้นก้อนและสอดไส้มันฝรั่ง ท็อปด้วยคาเวียร์กับมาสคาร์โปเนชีส มาพร้อมกับกล่องเก็บคาเวียร์ที่ด้านในเป็นถั่วเลนทิลทอดกรอบซึ่งครีเอตหน้าตาให้คล้ายคาเวียร์

 

(บน) Carciofi e Cardi in Insalata  สลัดอาร์ติโชก, (ล่าง) Maiale alla Toscana หนังหมูตากแห้งกรุบกรอบ

 

เปิดเมนูเตรียมสั่งอาหารเรียกน้ำย่อย เชฟแนะนำ 3 จานที่ควรลอง เริ่มจาก Capesante in Inzimino (880 บาท) หอยเชลล์เนื้อหวานเด้งจี่กระทะร้อนกับผักสามชนิดราดเดรสซิงอินซิมิโน (Inzimino Dressing) ซอสปรุงรสที่ทำจากผักตระกูลคะน้า เพิ่มความเค็มด้วยเฮอร์ริงคาเวียร์ ตามติดด้วย Carciofi e Cardi in Insalata (880 บาท) สลัดอาร์ติโชกที่ใช้ทั้งแกนและกลีบ เสิร์ฟกับซอสนมไพน์นัทและไข่แดงรสเข้มข้น Maiale alla Toscana (680 บาท) หนังหมูตากแห้งทอดกรอบนำมาเป็นฐานรองเนื้อส่วนไหล่ฉีกเส้นสไตล์ทัสคันที่ปรุงให้สุกแบบกงฟีต์ ราดครีมซอสถั่วขาว

 

พาสต้าเขือม่วงมา 3 สไตล์

 

มาถึงพาสต้ากันบ้าง Spaghetti alle Melanzane Bruciate (900 บาท) แม้จะเป็นเมนูเส้น แต่พระเอกของจานกลับเป็นมะเขือม่วง ซึ่งเชฟเดวิดนำเขือม่วงมาครีเอต 3 สไตล์ สปาเกตตีเส้นกรุบหนึบเด้งในปากกำลังดี ผัดมะเขือเทศย่างและน้ำมะเขือม่วงเผาที่คั้นจากผลมะเขือม่วงกว่าหนึ่งกิโลกรัม โรยหน้าด้วยเนื้อมะเขือม่วงย่างและผงมะเขือม่วง จานนี้ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์แม้แต่น้อย แต่กลับรสชาติดีไม่แพ้พาสต้าใส่เนื้อสัตว์เลยทีเดียว

 

พาสต้าราวิโอลีสอดไส้ผักร็อกเกตกับพาร์เมซานชีส

 

เส้นที่สอง Ravioli Rucola e Parmigiano al Burro Bianco (900 บาท) พาสต้าราวิโอลีสอดไส้ผักร็อกเกตกับพาร์เมซานชีสที่คัดเฉพาะพาร์เมซานบ่มนานกว่า 24 เดือน จนได้รสชาติอูมามิเข้มข้น ราดซอสเนยกับน้ำส้มสายชู ตกแต่งด้วยพาร์เมซานทอดแผ่นบางกรุบกรอบ

 

เนื้อสันในลูกวัวจากเนเธอร์แลนด์

 

อาหารอิตาลีนอกจากเส้นพาสต้าก็ยังมีเมนูเนื้อวัวและปลา ซึ่งเมนูที่เชฟภูมิใจเสนอ อาจจะดูแปลกตาในความรู้สึกของคนไทย เพราะไม่ค่อยพบตามร้านอาหารอิตาลีสักเท่าไร Filetto di Vitello, Radicchio alla Griglia, Borettane all’agresto (2,680 บาท) เนื้อสันในลูกวัวจากเนเธอร์แลนด์ที่มีสีชมพูเด่นเพราะเลี้ยงด้วยนม รับประกันความนุ่ม กินกับหัวหอมอบรสหวานฉ่ำแบบธรรมชาติ แรดิกชิโอย่าง หน้าตาคล้ายผักกาดสีม่วงแต่มีรสขม ราดซอสอะเกรสโตเปรี้ยวๆ หวานๆ สไตล์กรีกโรมัน แนะนำให้ทานทุกส่วนผสมพร้อมกัน เพื่อความอร่อยเป็นทวีคูณ

 

Triglie Rosse e Fagioli ปลาจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

 

ถ้าเมนูเนื้อหนักไป เปลี่ยนมาเป็นปลาดูบ้าง Triglie Rosse e Fagioli (2,000 บาท) ปลาเรดมัลเลทจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเลาะก้างแล้วยัดไส้ด้วยขนมปังบริออซ จากนั้นนำไปทำให้สุกด้วยวิธีแบบ *ซาลามานเดอร์ กริลล์ (Salamander Grill) ซึ่งยังคงรสชาติและความฉ่ำของเนื้อปลา แต่ให้ผิวหน้าที่แห้งกรอบ เวลาทานจะได้ทั้งความนุ่มและฉ่ำจากเนื้อปลาและความกรอบของบริออซ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ชาวอิตาลีนิยมใช้เพื่อเพิ่มรสสัมผัสให้อาหาร ทานกับสลัดและซอสถั่วขาว

 

เจลาโตน้ำส้มสายชูไวน์ขาวและลูกมะเดื่อ

 

นอกจากอาหารแล้ว อยากให้ลองของหวานที่นี่ เหตุเพราะเชฟบรรจงใส่ลูกเล่นให้กับของหวานได้อย่างน่าทึ่ง (จนเราแอบยุให้เชฟลองไปเปิดร้านขนมอิตาลีเป็นของตัวเองเสียเลย) จานแรก Fichi e Gelato all’aceto (400 บาท) เจลาโตน้ำส้มสายชูไวน์ขาว ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานสดชื่นไปอีกแบบจนแทบลืมเลมอนเจลาโตไปเลย และเพื่อเติมเต็มรสให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น เชฟจับคู่เจลาโตกับลูกมะเดื่อตุ๋นผสมวอลนัตและลูกมะเดื่อดอง สัมผัสกรุบกรอบผสมความเปรี้ยวหวาน เป็นจานที่เล่นกับรสชาติและนำเสนอวัตถุดิบแปลกๆ มาทำเป็นของหวานได้อย่างน่าสนใจ

 

เปลี่ยนรูปกาแฟให้เป็นไวท์คอฟฟี่โฟมรสนุ่มเบา

 

ส่วนของหวานจานที่สอง Affogato al caffe (400 บาท) ก็โดดเด่นไม่แพ้เจลาโต้กับลูกมะเดื่อ ใครชื่นชอบกาแฟต้องห้ามพลาด เพราะเชฟเปลี่ยนรูปกาแฟให้เป็นไวท์คอฟฟี่โฟมรสนุ่มเบา โดยกินโฟมกาแฟคู่กับไอศกรีมวานิลลาที่ใช้ฝักวานิลลาแท้จากเกาะตาฮิติ ซึ่งไอศกรีมถูกเคลือบผิวหน้าด้วยดาร์กช็อกโกแลตอีกทีหนึ่ง กัดเข้าไปพบกับความหอมหวานของวานิลลาที่ปะทะความกรอบของและรสขมเข้มจากเปลือกช็อกโกแลต ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอมของกาแฟเป็นอันเสร็จสิ้น

 

Americano with Foam และ La Scala Sour

 

สำหรับเครื่องดื่ม โรเบอร์โต้ บาร์เทนเดอร์ชาวอิตาลีผู้อยู่เบื้องหลังอิตาลีค็อกเทลของห้องอาหาร แนะนำเมนูคลาสสิกทวิสต์ Americano with Foam (490 บาท) เบสด้วยเรดเวอร์มุธกับคัมพารี บิตเตอร์สัญชาติอิตาลี ปกติอเมริกาโนค็อกเทลจะท็อปด้วยโซดา แต่โรเบอร์โต้แทนที่โซดาด้วยออเรนจ์โพรเซโกโฟม ฟองนุ่มๆ จากอิตาลีสปาร์กลิงอินฟิวส์กับส้ม ให้รสหวานนุ่ม แต่ถ้าชอบรสเปรี้ยวและกลิ่นหอม La Scala Sour (490 บาท) น่าจะตอบโจทย์ได้ดี เหล้าอัลมอนด์ผสมผลไม้ซิตรัส และน้ำผึ้งที่นำไปอินฟิวส์กับอบเชยจนได้ความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับดื่มเบาๆ หลังอาหาร

 

What You Should Know

  • ชื่อร้าน La Scala เป็นภาษาอิตาลี หมายถึงโรงละครหรือโรงมหรสพ ซึ่งที่นี่เปรียบเสมือนโรงมหรสพสำหรับการทานอาหารอิตาลี Fine Dining พร้อมชมเบื้องหลังความอร่อยที่ส่งตรงจากครัวเปิดกลางร้าน
  • Salamander Grill คือการทำให้อาหารสุกจากด้านบนลงล่าง ช่วยคงรสชาติและความฉ่ำของวัตถุดิบ
  • อาหารอิตาลีของเชฟเดวิดประกอบสร้างจากวัตถุดิบไม่กี่ชนิดในแต่ละจาน เพื่อให้รสชาติที่ได้เกิดจากวัตถุดิบเป็นหลัก

 

La Scala Restaurant & Bar

Open: เปิดทุกวัน เวลา 12.00-14.00 น. และ 18.00-23.00 น.

Address: โรงแรมสุโขทัย ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ

Budget: เริ่มต้นที่ 680 บาท

Contact: โทร. 0 2344 8888

www.sukhothai.com/bangkok/en/dining/restaurant-la-scala

The post เมื่ออิตาลีไม่ได้มีแค่พาสต้า ร่วมตีความอาหารอิตาลีปี 2018 ที่ La Scala appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/la-scala/feed/ 0