Kristalina Georgieva Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/kristalina-georgieva/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 05 May 2026 12:21:58 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ถอด Insight เศรษฐกิจไทยจากเวที IMF-World Bank Spring Meetings 2026 ไทยอาจรอดได้ ด้วย Political Will https://thestandard.co/thai-economy-imf-world-bank-political-will/ Tue, 05 May 2026 12:21:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1204115 ภาพประกอบการวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยจากเวที IMF-World Bank Spring Meetings 2026 ชี้ทางรอดด้วยเจตจำนงทางการเมือง

ท่ามกลางบรรยากาศฝุ่นตลบของสงครามที่ลากยาวและโลกการเงินท […]

The post ถอด Insight เศรษฐกิจไทยจากเวที IMF-World Bank Spring Meetings 2026 ไทยอาจรอดได้ ด้วย Political Will appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบการวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยจากเวที IMF-World Bank Spring Meetings 2026 ชี้ทางรอดด้วยเจตจำนงทางการเมือง

ท่ามกลางบรรยากาศฝุ่นตลบของสงครามที่ลากยาวและโลกการเงินที่เดาทิศทางยาก เวทีระดับโลกอย่าง IMF-World Bank Spring Meetings ประจำปี 2026 ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยชุดใหญ่ถึงทุกประเทศ โดยเฉพาะไทยที่กำลังเจอกับภาวะอึดอัด การเติบโตทางเศรษฐกิจรั้งท้ายเพื่อนบ้านแถมกระสุนในกระเป๋าคลังก็ร่อยหรอลงทุกที

 

สถานการณ์ตอนนี้วิกฤตแค่ไหน และผู้นำระดับประเทศมองเห็นทางรอดนี้อย่างไรบ้าง

 

🟡 โลกและไทยกำลังเจอกับพายุลูกไหน

 

ถ้าให้สรุปภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคตอนนี้ จะเห็นภาพพายุที่กำลังก่อตัวชัดเจนขึ้น แบ่งเป็น 3 ห่วง 3 สูง และ 3 ต่ำ

 

🔸 3 ห่วง (ความกังวลระดับโลก):

 

  • 1. Oil & Supply Shock: ผลกระทบทางพลังงานที่ลากยาว โดย Mohammed Al-Jadaan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซาอุดีอาระเบีย ประเมินบนเวทีว่าสงครามจะยืดเยื้อ กดดันให้ราคาน้ำมันอาจทรงตัวทะลุ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปจนถึงปี 2028
  • 2. Wage-Price Spiral: ความกังวลฝั่งแบงก์ชาติเรื่องเงินเฟ้อฝังลึก จนคนอาจเรียกร้องขอขึ้นค่าแรง และธุรกิจก็ต้องแห่ขึ้นราคาสินค้าตามจนเป็นงูกินหาง
  • 3. ความผันผวนทางการเงิน: ตลาดทุนสวิง ค่าเงินผันผวนตามข่าวรายวันจนบริหารจัดการยาก

 

🔸3 สูง (สถานการณ์ที่กดดันทั่วโลก):

 

  • 1. หนี้สาธารณะสูง: ตัวเลขหนี้ทั่วโลกจ่อแตะระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี
  • ดอกเบี้ยสูง: ต้นทุนทางการเงินแพงและค้างเติ่ง ไม่มีทีท่าจะลดลงง่ายๆ
  • ความไม่แน่นอนสูง: จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางสงครามที่คาดเดาไม่ได้เลย

 

🔸3 ต่ำ (จุดสลบของเศรษฐกิจไทย):

 

  • จีดีพีโตต่ำ: การเติบโตทางเศรษฐกิจคาดว่าจะเตาะแตะอยู่แค่ราวๆ 1.3 เปอร์เซ็นต์
  • พื้นที่ทางการคลังต่ำ: กระเป๋าคลังเหลือกระสุนให้ใช้น้อยมาก เพราะหนี้สาธารณะปริ่มเพดานที่ 70 เปอร์เซ็นต์
  • การลงทุนต่ำ: เม็ดเงินลงทุนทั้งจากต่างชาติและเอกชนในประเทศยังไม่ฟื้นตัวกลับมาเต็มที่

 

🟡 แบงก์ชาติกำลังกังวลความผันผวนจุดไหนมากที่สุด?

 

เมื่อมองเจาะลึกจากฝั่งนโยบายการเงิน คุณชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย ยืนยันตัวเลขคาดการณ์ GDP ไทยปี 2026 ว่าอาจเติบโตเพียง 1.3% ท่ามกลางผลกระทบทางพลังงานที่ดันให้ต้นทุนสินค้าแพงขึ้น สิ่งที่แบงก์ชาติต้องคอยจับตาและพร้อมตัดตอนไม่ให้ลุกลาม คือความกังวลเรื่อง Wage-Price Spiral เมื่อคนเริ่มเชื่อไปแล้วว่าเงินจะเฟ้อต่อเนื่อง พนักงานก็จะแห่ขอขึ้นค่าแรง ฝั่งธุรกิจก็ต้องรีบขยับราคาสินค้าดักหน้าจนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ส่งผลให้ต้องเลิกจ้างพนักงานในที่สุด

 

นอกจากนี้ การบริหารค่าเงินบาทที่สวิงแรงตามข่าวรายวันก็เป็นอีกหนึ่งโจทย์หิน แบงก์ชาติต้องคอยประคองให้กลไกตลาดทำงานได้ตามปกติ เพื่อไม่ให้ความผันผวนไปทำลายจังหวะการวางแผนต้นทุนของภาคธุรกิจ

 

🟡 ยุทธศาสตร์ดึงดูดทุนโลกต้องเดินหมากอย่างไร

 

ในภาวะที่พื้นที่ทางการคลังเหลือน้อยนิด ดร.เอกนิติ นิติธัณฑ์ประภาศ ได้กางยุทธศาสตร์ 4T ออกมารับมือ ได้แก่ Target, Transition, Transform และ Together โดยเป้าหมายหลักคือการดึงดูดทุนโลกเข้าสู่ S-Curve ใหม่ๆ ทั้งเทคโนโลยีการเกษตร การแพทย์ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

 

แต่การจะดึงดูดยักษ์ใหญ่เหล่านี้ได้ ไทยต้องมีแต้มต่อเรื่อง Direct PPA หรือการเปิดเสรีซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง ซึ่งเป็นเงื่อนไขชี้ขาดของนักลงทุนระดับโลก แม้เรื่องนี้จะทับซ้อนกับกลุ่มผลประโยชน์เดิมในประเทศ แต่ ดร.เอกนิติ ก็มีเจตจำนงชัดเจนว่าจะเดินหน้าผลักดันให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ นอกจากนี้ การลงทุนใหม่ๆ ยังต้องพ่วงมากับโครงการ Skill Bridge ของ BOI ที่บังคับให้ต่างชาติต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่ออัปสกิลให้แรงงานไทยพร้อมรับงานรายได้สูงไปในตัว

 

🟡 ทำไมทางรอดของโครงสร้างเศรษฐกิจถึงไม่ต้องใช้เงิน

 

Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการ IMF ส่งสัญญาณแรงถึงผู้กำหนดนโยบายไทยว่า การกู้เงินมหาศาลมาถมปัญหาไม่ใช่ทางรอดที่ยั่งยืน สิ่งที่โลกอยากเห็นจากไทยคือการผ่าตัดโครงสร้างเศรษฐกิจที่ฝังรากลึก ซึ่งสามารถทำได้ทันทีโดยไม่มีต้นทุนทางการเงิน

 

วิธีการคือการจัดการ Red Tape หรือหั่นกฎระเบียบที่หยุมหยิมและล้าสมัยทิ้ง พร้อมกับการสร้างความโปร่งใสปราบปรามคอร์รัปชัน เพื่อเปิดทางให้เม็ดเงินและโอกาสไหลไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างแท้จริง ทว่าสิ่งเดียวที่ต้องใช้จ่ายสำหรับภารกิจนี้คือ Political Will หรือเจตจำนงทางการเมืองที่กล้าหาญพอจะพุ่งชนกับปัญหาเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตให้กับเศรษฐกิจไทย

 

นับจากนี้ หน้าต่างแห่งโอกาสของไทยเหลือเวลาไม่เกิน 5 ปีในการคว้าโอกาสพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ทางรอดเดียวคือผู้นำต้องงัด Political Will มาผ่าตัดโครงสร้างและหั่นกฎระเบียบทิ้งโดยด่วน ถึงเวลาเปลี่ยนวิสัยทัศน์เป็นการลงมือทำ เพื่อปักหมุดหมายใหม่บนเวทีโลกก่อนจะสายเกินไป

 

#TheSecretSauce

The post ถอด Insight เศรษฐกิจไทยจากเวที IMF-World Bank Spring Meetings 2026 ไทยอาจรอดได้ ด้วย Political Will appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลกเข้าสู่ยุค ‘แพงขึ้น-โตช้าลง’ IMF เตือนผลกระทบสงคราม ชี้มีหลายประเทศขอกู้เงินแล้ว https://thestandard.co/imf-warns-war-inflation-global-growth/ Tue, 07 Apr 2026 03:36:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1195365 คริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้อำนวยการ IMF เตือนผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจโลก

คริสตาลินา จอร์เจียวา (Kristalina Georgieva) ผู้อำนวยกา […]

The post โลกเข้าสู่ยุค ‘แพงขึ้น-โตช้าลง’ IMF เตือนผลกระทบสงคราม ชี้มีหลายประเทศขอกู้เงินแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
คริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้อำนวยการ IMF เตือนผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจโลก

คริสตาลินา จอร์เจียวา (Kristalina Georgieva) ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) เตือนว่า โลกอาจต้องเผชิญเงินเฟ้อสูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง ประเทศยากจนจะได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุด หลังอุปทานพลังงานโลกปั่นป่วนรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขณะที่บางประเทศขอกู้ยืมเงินจาก IMF แล้ว

 

วันนี้ (7 เมษายน) Reuters เผยแพร่บทสัมภาษณ์พิเศษของจอร์เจียวา โดยระบุว่า สงครามสหรัฐอเมริกา-อิหร่านทำให้เกิดความปั่นป่วนอุปทานพลังงานโลกรุนแรงที่สุดเท่าที่โลกเคยเผชิญมา หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงาน 1 ใน 5 ของโลก ทำให้กำลังผลิตน้ำมันหลายล้านบาร์เรลหยุดชะงัก

 

IMF เคยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.3% ในปี 2026 และ 3.2% ในปี 2027 จากการฟื้นตัวหลังโควิด-19 แต่จอร์เจียวาระบุว่า ด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนระดับสูง ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์, เทคโนโลยี โครงสร้างประชากร ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

“แต่ตอนนี้ ทุกเส้นทางนำไปสู่ราคาที่สูงขึ้นและการเติบโตที่ช้าลง” ผอ. IMF ระบุ

 

จอร์เจียวากล่าวว่า กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางมากที่สุด คือ ประเทศยากจนและเปราะบางที่ไม่มีทรัพยากรพลังงาน โดยหลายประเทศไม่มีพื้นที่การคลังมากพอที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาความไม่สงบทางสังคม เช่น อาชญากรรม

 

ผอ. IMF ยังย้ำว่า ขณะนี้ มีบางประเทศเริ่มขอความช่วยเหลือทางการเงินจากองค์การแล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อ โดย IMF อาจขยายโครงการเงินกู้บางส่วนเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว

 

จอร์เจียวายังเตือนว่า มาตรการอุดหนุนพลังงานแบบครอบคลุมไม่ใช่คำตอบ เพราะจะยิ่งกระตุ้นเงินเฟ้อ โดยย้ำว่า แม้สงครามจะยุติลงในวันนี้ แต่ผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจโลกจะยังคงอยู่

 

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ กาตาร์ ซึ่งคาดการณ์ว่า ต้องฟื้นกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติ 17% ที่ได้รับความเสียหาย ขณะที่องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) ระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน 72 แห่งได้รับความเสียหายจากสงคราม โดย 1 ใน 3 เสียหายอย่างหนัก

 

นอกจากนี้ IMF ยังประเมินร่วมกับโครงการอาหารโลก (World Food Program: WFP) ว่า ผู้คนหลายล้านคนอาจเผชิญภาวะอดอยากรุนแรง หากสงครามยืดเยื้อถึงเดือนมิถุนายน แม้ยังไม่เห็นวิกฤตในตอนนี้ แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น หากอุปทานการขนส่งปุ๋ยยังติดขัด

 

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า สงครามตะวันออกกลางจะเป็นไฮไลต์หลักของการประชุมฤดูใบไม้ผลิของ IMF ในสัปดาห์หน้า โดยจะมีการเผยแพร่รายงาน World Economic Outlook พร้อมประเมินฉากทัศน์หลายรูปแบบของเศรษฐกิจโลก

 

อ้างอิง:

 

 

The post โลกเข้าสู่ยุค ‘แพงขึ้น-โตช้าลง’ IMF เตือนผลกระทบสงคราม ชี้มีหลายประเทศขอกู้เงินแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
คำแนะนำจาก IMF ถึง Gen Z: เปิดวิธีรับมือเศรษฐกิจผันผวน-วิกฤต AI จ่อแทนที่งาน 40% https://thestandard.co/imf-advice-gen-z-ai-jobs/ Fri, 06 Mar 2026 02:05:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1184868 คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน

คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่าง […]

The post คำแนะนำจาก IMF ถึง Gen Z: เปิดวิธีรับมือเศรษฐกิจผันผวน-วิกฤต AI จ่อแทนที่งาน 40% appeared first on THE STANDARD.

]]>
คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน

คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวสุนทรพจน์พิเศษในหัวข้อ “SHAPING TOMORROW: OPPORTUNITIES AND CHALLENGES FOR FUTURE GENERATIONS” ต่อนิสิต นักศึกษา และกลุ่มคนรุ่นใหม่ในประเทศไทย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569

 

โดยกอร์เกียวาระบุว่า โลกปัจจุบันได้เปลี่ยนผ่านจากยุคสมัยที่เคย ‘คาดการณ์ได้’ ไปสู่ยุคแห่ง ‘ความผันผวนรุนแรง’ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวเพื่อเปรียบเทียบภาพความเปลี่ยนแปลง โดยระบุว่าในอดีตเส้นทางอาชีพของคนรุ่นก่อนมีความชัดเจนและเป็นเส้นตรง

 

แต่โลกวันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงกดดันมหาศาลที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การอุบัติขึ้นอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และวิกฤตโครงสร้างประชากร

 

IMF เปิด 3 กลยุทธ์คนรุ่นใหม่รับมืออนาคต

 

กอร์เกียวาได้ให้คำแนะนำ 3 ประการต่อคนรุ่นใหม่และภาคธุรกิจเพื่อความอยู่รอดในโลกอนาคต ได้แก่

 

  • ความคล่องตัว (Agility): เตรียมพร้อมรับมือกับอัตราเร่งของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม
  • ความร่วมมือท่ามกลางความขัดแย้ง: แม้โลกจะมีความแตกแยก (Fragmentation) มากขึ้น แต่ก็มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้นในเวลาเดียวกัน ทุกฝ่ายต้องเรียนรู้วิธีข้ามผ่านความตึงเครียดเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
  • การปรับตัวในตลาดแรงงาน: คนรุ่นใหม่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับ ‘อาชีพที่ยังไม่มีอยู่ในปัจจุบัน’ และต้องมีความยืดหยุ่นในการเคลื่อนย้ายงาน (Labor mobility) สูงกว่าคนรุ่นก่อน

 

เชื่อมั่นในศักยภาพมนุษย์และ Soft Power ของไทย

 

ท่ามกลางกระแสความกังวลเรื่อง AI จะเข้ามาแทนที่แรงงาน กอร์เกียวาแสดงความเชื่อมั่นว่า “จิตวิญญาณความเป็นชุมชนและการสร้างสรรค์ร่วมกันของมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรชนะได้” พร้อมชื่นชมสังคมไทยว่ามี ‘สายใยทางสังคม’ (Social Fabric) ที่แข็งแกร่งและมีความเห็นอกเห็นใจกัน ซึ่งเป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สำคัญ

 

เตือน 40% ของงานทั่วโลกจ่อถูก AI แทนที่

 

กอร์เกียวากล่าวอีกว่า จากงานวิจัยของ IMF ชี้ว่า

 

ประการแรก AI ไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่ AI อยู่ที่นี่แล้ว และไม่ได้อยู่เพียงชั่วคราว แต่จะขยายบทบาทเข้ามาอยู่ในชีวิตและระบบเศรษฐกิจของเรามากขึ้น ดังนั้น การก้าวให้ทันเทคโนโลยีจึงสำคัญกว่าการปล่อยให้ตัวเองล้าหลัง

 

ประการที่สอง AI มีศักยภาพมหาศาลในการดิสรัปต์ (Disrupt) ตลาดแรงงาน จากการคำนวณของ IMF พบว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตำแหน่งงานกว่า 40% ทั่วโลกจะถูกยกระดับหรือถูกแทนที่โดย AI ซึ่งสัดส่วน 40% นี้เปรียบเสมือน ‘คลื่นสึนามิ’ ที่พัดเข้าถล่มตลาดแรงงาน

 

ประการที่สาม จากการศึกษาผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน พบทั้งข่าวดีและข่าวที่น่ากังวล

 

โดยข่าวดีคือ IMF เริ่มเห็นการยกระดับตำแหน่งงาน ที่ทำให้ค่าตอบแทนที่สูงขึ้น โดยเมื่อผู้คนมีรายได้มากขึ้นก็มักจะใช้จ่ายในธุรกิจบริการ เช่น ร้านอาหาร ฟิตเนส หรือการเดินทาง ซึ่งช่วยสร้างงานในภาคบริการเพิ่มขึ้น ผลกระทบโดยรวมในปัจจุบันต่อโอกาสการจ้างงานจึงยังคงเป็นบวกเล็กน้อย

 

อย่างไรก็ตาม ข่าวร้ายคืองานที่ถูกแทนที่มักเป็นงานที่เคยให้ค่าตอบแทนดี นอกจากนี้ งานที่หายไปหลายตำแหน่งมักเป็นตำแหน่งงานแรกเริ่มของเยาวชน (Entry-level) เนื่องจากเป็นงานลักษณะซ้ำเดิม (Routine tasks) ที่ AI สามารถทำแทนได้โดยอัตโนมัติ จึงเป็นเรื่องยากขึ้นสำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะหาที่ยืนในระบบเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจาก AI อย่างรุนแรง

 

“แม้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและอาจช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลกได้เกือบ 1% แต่ AI ก็กำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงานอย่างสิ้นเชิง” กอร์เกียวากล่าว

 

พร้อมทิ้งท้ายว่า “การจะรับมือกับโลกยุคใหม่ได้ หนึ่ง ต้องเป็นคนเปิดกว้าง (Open-minded) มุ่งเน้นไปที่การหาทางออก และร่วมมือกับผู้อื่น และ สอง ต้องรักษาทัศนคติเชิงบวกเอาไว้ โดยสิ่งหนึ่งที่ดิฉันกังวลเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่ในตอนนี้ คือความรู้สึกว่า AI กำลังจะเข้ามาแทนที่ จนนำไปสู่ความคิดแง่ลบและการมองโลกในแง่ร้าย ขออย่าให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นกับพวกคุณ”

 

คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน 1คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน 2คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน 3คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน 4คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน 5คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน 6คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน 7คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน 8คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน 9คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน 10คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน 11คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน 12คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่ม Gen Z ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง AI และเศรษฐกิจผันผวน 13

The post คำแนะนำจาก IMF ถึง Gen Z: เปิดวิธีรับมือเศรษฐกิจผันผวน-วิกฤต AI จ่อแทนที่งาน 40% appeared first on THE STANDARD.

]]>
IMF คาดเอเชียจะก้าวข้าม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ สำเร็จภายในปี 2050 https://thestandard.co/imf-asia-middle-income-trap-2050/ Thu, 05 Mar 2026 11:53:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1184720 ภาพอินโฟกราฟิกแสดงข้อความ ‘เอเชีย’ จะก้าวข้าม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ สำเร็จในปี 2050

IMF คาดเอเชียจะก้าวข้าม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ สำเร็จภาย […]

The post IMF คาดเอเชียจะก้าวข้าม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ สำเร็จภายในปี 2050 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงข้อความ ‘เอเชีย’ จะก้าวข้าม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ สำเร็จในปี 2050

IMF คาดเอเชียจะก้าวข้าม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ สำเร็จภายในปี 2050

 

แนะการนำ AI มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มการเติบโตของ GDP ในเอเชียได้เฉลี่ย 0.8% ต่อปี ขณะที่การลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีผ่านการรวมกลุ่มในภูมิภาค จะสามารถกระตุ้น GDP ได้เพิ่มขึ้นถึง 1.8% ในระยะยาว

 

วันนี้ (5 พฤษภาคม) คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวในงาน ‘Asia in 2050 Conference’ โดยเชื่อมั่นว่า เอเชียจะสามารถก้าวข้าม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ ได้สำเร็จภายในปี 2050 หากสามารถเปลี่ยนความท้าทายด้านเทคโนโลยีให้กลายเป็นโอกาสในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจแบบดิจิทัล

 

อย่างไรก็ตาม กรรมการจัดการ IMF กล่าวต่อว่า เอเชียยังต้องเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง 3 ประการ คือ การปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี AI, การรับมือสังคมสูงวัย และการเพิ่มการบูรณาการทางการค้าระหว่างกัน

 

IMF คาดการณ์ว่าการนำ AI มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มการเติบโตของ GDP ในเอเชียได้เฉลี่ย 0.8% ต่อปี พร้อมทั้งประเมินว่า เอเชียกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเร็วกว่าภูมิภาคอื่น ซึ่งภายในปี 2050 จำนวนผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

 

IMF จึงเสนอให้เอเชียสร้าง ‘ตลาดภายใน’ (Internal Market) ที่เข้มแข็งแบบสหภาพยุโรป เพื่อลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกและสร้างแรงขับเคลื่อนจากดีมานด์ในภูมิภาค ขณะที่การลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีผ่านการรวมกลุ่มในภูมิภาค จะสามารถกระตุ้น GDP ได้เพิ่มขึ้นถึง 1.8% ในระยะยาว

 

“ข้าพเจ้าหวังและคาดหมายว่าในปี 2050 เราจะเห็นภูมิภาคที่มีการเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น มีพลัง และรุ่งเรือง เป็นภูมิภาคที่หลายประเทศก้าวข้าม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ ไปสู่สถานะเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วได้สำเร็จ” กอร์เกียวากล่าว

 

IMF ชี้ความขัดแย้งตะวันออกกลางเป็นบททดสอบเศรษฐกิจโลกรอบใหม่

 

กรรมการจัดการ IMF ระบุอีกว่า ความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโลกกำลังถูกทดสอบอีกครั้งจากความขัดแย้งครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งเตือนว่า หากความขัดแย้งนี้ยืดเยื้อออกไป ย่อมส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อราคาพลังงานโลก ความเชื่อมั่นของตลาด การเติบโตทางเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นโจทย์ท้าทายใหม่สำหรับผู้กำหนดนโยบาย สำหรับภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ สิ่งที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงคือความมั่นคงทางพลังงานและส่งผลต่อเนื่องถึงความเชื่อมั่น ซึ่งตลาดหุ้นได้เริ่มตอบสนองต่อสถานการณ์นี้แล้ว

 

กอร์เกียวา ยังเน้นย้ำว่า ในฐานะผู้พิทักษ์เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ IMF กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดย IMF กำลังประเมินและวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่ง IMF จะเปิดเผยรายละเอียดของประมาณการเหล่านี้ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ที่จะเผยแพร่ในเมษายนนี้

 

กรรมการจัดการ IMF ย้ำว่า ได้เตือนประเทศสมาชิกมาสักระยะหนึ่งแล้วว่า “ความไม่แน่นอนคือความปกติรูปแบบใหม่” (Uncertainty is the new normal) โดยในโลกยุคใหม่นี้ ทั้งผู้กำหนดนโยบายและภาคเอกชนไม่เพียงแต่ต้องมีกลยุทธ์ที่เข้มแข็งและฐานะทางการเงินที่มั่นคงเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ‘ความคล่องตัว’ (Agility) เพราะความผันผวนรูปแบบใหม่ๆ จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้เราจะไม่สามารถคาดการณ์ได้เสมอไป แต่เราต้องพยายามเตรียมพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลา

 

The post IMF คาดเอเชียจะก้าวข้าม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ สำเร็จภายในปี 2050 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำ IMF กังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หวั่นยิ่งยืดเยื้อ ยิ่งกระทบเศรษฐกิจโลก มองมีผลกระทบ 3 ด้าน https://thestandard.co/imf-warns-middle-east-economy/ Wed, 04 Mar 2026 13:10:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1184354 ภาพแผนที่ตะวันออกกลางแสดงธงชาติอิสราเอลและอิหร่าน สื่อถึงความขัดแย้งที่ IMF กังวลจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก

กรรมการผู้จัดการ IMF เผยกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หว […]

The post ผู้นำ IMF กังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หวั่นยิ่งยืดเยื้อ ยิ่งกระทบเศรษฐกิจโลก มองมีผลกระทบ 3 ด้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแผนที่ตะวันออกกลางแสดงธงชาติอิสราเอลและอิหร่าน สื่อถึงความขัดแย้งที่ IMF กังวลจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก

กรรมการผู้จัดการ IMF เผยกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หวั่นยิ่งยืดเยื้อ ยิ่งกระทบเศรษฐกิจโลก ส่วนตัวเชื่อทุกฝ่ายจะหาทางออกร่วมกันได้ในเร็ววัน พร้อมเผยผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก 3 ด้าน

 

วันนี้ (4 มีนาคม) คริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ตอบคำถามกรณีสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยระบุว่า ‘เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างแน่นอน’

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังไม่อาจทราบได้ในขณะนี้คือ ระยะเวลาของสถานการณ์ และการหาทางออกจะเกิดขึ้นได้รวดเร็วเพียงใด ซึ่งปัจจัยนี้จะเป็นตัวกำหนดที่สำคัญที่สุดว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภูมิภาคและต่อโลกโดยรวมจะเป็นอย่างไร

 

กอร์เกียวายังระบุว่า เบื้องต้นเห็นช่องทางผลกระทบใน 3 ด้าน สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้แก่

 

  • ราคาพลังงาน เมื่อพิจารณาจากบทบาทของตะวันออกกลางในการเป็นแหล่งอุปทานพลังงานของโลก
  • ความเชื่อมั่นของตลาด โดย IMF ได้หารือกันถึงความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นในภาพรวมอยู่แล้ว ซึ่งสถานการณ์นี้ยิ่งซ้ำเติมความไม่แน่นอนดังกล่าว
  • การหยุดชะงักของการเดินทาง การท่องเที่ยว และการค้า

 

“ความไม่แน่นอนนั้นไม่เป็นผลดีต่อธุรกิจ ต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน และต่อการบริโภคของภาคประชาชน” กอร์เกียวากล่าว พร้อมเชื่อมั่น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะสามารถหาทางออกร่วมกันได้ในเร็ววัน

 

“ขอย้ำว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจะขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อไปนานเพียงใด แน่นอนว่าในฐานะที่ดิฉันเป็นคนมองโลกในแง่ดี ซึ่งขอเปิดเผยไว้ตรงนี้เลยว่า ดิฉันเชื่อมั่นว่าจะ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะสามารถหาทางออกร่วมกันได้ในเร็ววันนี้” กอร์เกียวาทิ้งท้าย

 

ภาพ: Rokas Tenys / Shutterstock

The post ผู้นำ IMF กังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หวั่นยิ่งยืดเยื้อ ยิ่งกระทบเศรษฐกิจโลก มองมีผลกระทบ 3 ด้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
IMF เชื่อมั่นไทยจะก้าวเป็น ‘เมืองหลวงการเงิน’ ระหว่างการจัดงาน IMF-World Bank Annual Meetings 2026 https://thestandard.co/imf-thailand-financial-capital-2026/ Wed, 04 Mar 2026 12:50:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1184342 ภาพ คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF แถลงข่าวเชื่อมั่นไทยเป็นเมืองหลวงการเงินโลก

คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ (MD) กองทุนการเง […]

The post IMF เชื่อมั่นไทยจะก้าวเป็น ‘เมืองหลวงการเงิน’ ระหว่างการจัดงาน IMF-World Bank Annual Meetings 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF แถลงข่าวเชื่อมั่นไทยเป็นเมืองหลวงการเงินโลก

คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ (MD) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เดินทางมาไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าการจัดงาน IMF-World Bank Annual Meetings 2026 เชื่อมั่นไทย จะก้าวขึ้นเป็น ‘เมืองหลวงด้านการเงิน’ ในช่วงระหว่างการจัดงาน

 

วันนี้ (4 มีนาคม) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และคริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการ (MD) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) หารือร่วมกัน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เกี่ยวกับประเด็นการเตรียมการด้านต่างๆ สำหรับการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569

 

โดยกอร์เกียวา กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่าการประชุมประจำปีครั้งนี้จะส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นเมืองหลวงด้านการเงิน (a capital of finance) ในช่วงระหว่างการจัดงาน และจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุน และการท่องเที่ยวให้หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น

 

“ศูนย์ประชุมแห่งนี้เคยเป็นสถานที่จัดการประชุมประจำปีที่น่าจดจำมาแล้วครั้งหนึ่งในปีพ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) ในช่วงเวลานั้น โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการสิ้นสุดของสงครามเย็น ซึ่งหลายประเทศรวมถึงประเทศบัลแกเรียของดิฉัน ได้เข้าเป็นสมาชิกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก ดังนั้น ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญเมื่อครั้งนั้น ประเทศไทยจึงเป็นผู้ประสานโลกให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และในช่วงเวลาที่โลกเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงลึก ทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี การค้า และโครงสร้างประชากร ดิฉันเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า เช่นเดียวกับในปี 2534 ที่ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดประชุมได้สร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมือ ท่านจะทำเช่นนั้นได้สำเร็จอีกครั้งในปี 2569” กอร์เกียวากล่าว

 

นอกจากนี้ กรรมการผู้จัดการ IMF แสดงความชื่นชมต่อความร่วมมืออันเข้มแข็งของหน่วยงานภาครัฐและประชาชนชาวไทย พร้อมเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของเอเชียในระบบเศรษฐกิจโลก โดยระบุว่า “เอเชียยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ด้วยพลังแห่งพลวัต ความยืดหยุ่น และการบูรณาการในระดับภูมิภาค และดิฉันไม่อาจนึกถึงสถานที่ใดจะเหมาะสมไปกว่าประเทศไทยสำหรับการจัดการประชุมประจำปี

 

“การที่เราได้มาร่วมประชุมพบปะกันในเอเชียครั้งนี้จึงมีความหมายอย่างยิ่งในการต่อยอดความสำเร็จของภูมิภาค พร้อมทั้งทำงานร่วมกับประชาคมโลกเพื่อสร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคตที่มีความเข้มแข็งและยืดหยุ่น ดิฉันรอต้อนรับผู้แทนจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย เพื่อร่วมกันรับมือกับความท้าทายที่เรามีร่วมกัน ผ่านความร่วมมือและแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้จริง” กอร์เกียวากล่าวทิ้งท้าย

 

The post IMF เชื่อมั่นไทยจะก้าวเป็น ‘เมืองหลวงการเงิน’ ระหว่างการจัดงาน IMF-World Bank Annual Meetings 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐกิจอาเซียนโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก 25% ผงาดขึ้นแท่นเบอร์ 4 โลก IMF แนะแนวทางปลดล็อคศักยภาพ เทียบชั้น EU https://thestandard.co/imf-guide-asean-growth-eu/ Mon, 27 Oct 2025 09:12:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1136102 เศรษฐกิจอาเซียนโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก 25% ผงาดขึ้นแท่นเบอร์ 4 โลก IMF แนะแนวทางปลดล็อคศักยภาพ เทียบชั้น EU

เศรษฐกิจอาเซียนโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก 25% IMF แนะการลดอ […]

The post เศรษฐกิจอาเซียนโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก 25% ผงาดขึ้นแท่นเบอร์ 4 โลก IMF แนะแนวทางปลดล็อคศักยภาพ เทียบชั้น EU appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐกิจอาเซียนโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก 25% ผงาดขึ้นแท่นเบอร์ 4 โลก IMF แนะแนวทางปลดล็อคศักยภาพ เทียบชั้น EU

เศรษฐกิจอาเซียนโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก 25% IMF แนะการลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (nontariff barriers) สามารถเพิ่ม GDP ของอาเซียนได้ 4.3% ในระยะยาว และสร้างงานใหม่ประมาณ 4 ล้านตำแหน่ง พร้อมเผยหัวข้อการประชุมประจำปี (Annual Meetings) ของ World Bank และ IMF ปี 2026 ที่จะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ปีหน้าคือ ‘การเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและทั่วถึง’

 

คริสตาลินา กิออร์กิเอวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า เศรษฐกิจ (GDP) อาเซียนกำลังเติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกกว่า 25% และด้วยขนาดเศรษฐกิจของอาเซียนที่คำนวณรวมกันสูงกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้อาเซียนถือเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกแล้ว

 

กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าวต่อว่า โลกและอาเซียนต่างก็มีความสามารถในการปรับตัว (resilience) ได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ การค้า เทคโนโลยี ประชากรศาสตร์ สภาพภูมิอากาศ และความไม่แน่นอนที่สิ่งเหล่านี้สร้างขึ้น

 

โดย IMF คาดการณ์การเติบโต GDP โลกที่ 3.2% เปอร์เซ็นต์ในปี 2025 และ 3.1% ในปี 2026 ส่วนการเติบโตของ GDP อาเซียนอยู่ที่ 4.3% ทั้งในปีนี้และปีหน้า

 

“แม้ว่าตัวเลขนี้ (GDP อาเซียน) จะต่ำกว่าแนวโน้มในอดีต แต่ก็ยังดีกว่าที่ IMF กังวลไว้เมื่อเดือนเมษายน” กิออร์กิเอวากล่าว

 

กรรมการผู้จัดการ IMF อธิบายต่อว่า สาเหตุที่เศรษฐกิจอาเซียนปรับตัว (resilience) ได้อย่างน่าทึ่งมาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  1. ปัจจัยพื้นฐานทางนโยบายที่ดีขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการทำงานหนักมานานหลายปี
  2. ความสามารถในการปรับตัวของภาคเอกชน ซึ่งเห็นได้ชัดจากการเร่งทำการค้าล่วงหน้า (trade frontloading) การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานอย่างรวดเร็ว และการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ AI
  3. ประเทศส่วนใหญ่ยังคง จนถึงตอนนี้ ทำการค้าภายใต้กฎเกณฑ์ Most Favored Nation rules ขณะเดียวกันก็กระชับความร่วมมือระดับภูมิภาคและทวิภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากโลกที่แตกแยกมากขึ้น

 

กิออร์กิเอวากล่าวต่อว่า ปัจจุบัน การค้าภายในภูมิภาคอาเซียนคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของการค้าทั้งหมด เมื่อเทียบกับ 60% ในสหภาพยุโรป (EU) ดังนั้นการขจัดอุปสรรคทางการค้าจะช่วยให้เศรษฐกิจอาเซียนเติบโตได้เร็วขึ้น

 

เปิดแนวทางปลดล็อกศักยภาพอาเซียน

 

โดยการวิเคราะห์ของ IMF ยังชี้ให้เห็นว่า การลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (nontariff barriers) สามารถเพิ่ม GDP ของอาเซียนได้ 4.3% ในระยะยาว และสร้างงานใหม่ประมาณ 4 ล้านตำแหน่ง เมื่อควบคู่กับนโยบายตลาดแรงงานที่ชาญฉลาด

 

“ดังนั้น เราต้อง “เห็นด้วย” (Yes to) กับการยกระดับความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement) ‘เห็นด้วย’ กับการดำเนินการในลักษณะเดียวกันเพื่อเปิดเสรีการค้าภาคบริการ ‘เห็นด้วย’ กับการจับคู่สิ่งนี้กับการบูรณาการทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น ‘เห็นด้วย’ กับการลงทุนร่วมกันที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง และ ‘เห็นด้วย’ กับการแบ่งปันเทคโนโลยีที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI ซึ่งสิงคโปร์โดดเด่นในฐานะผู้นำระดับโลก ขณะที่มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซียกำลังมีความก้าวหน้าที่น่าทึ่ง เรากำลังอำนวยความสะดวกในการแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมด้าน AI ผ่านการมีส่วนร่วมแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (peer-to-peer) ในอาเซียนและภูมิภาคอื่นๆ” กิออร์กิเอวากล่าว

 

เคาะธีม Annual Meetings 2026: ‘การเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและทั่วถึง’

 

กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าวต่อว่า ด้วยความตื่นเต้นกับความก้าวหน้าในภูมิภาคนี้ IMF ได้ร่วมกับพันธมิตรชาวไทย ได้เลือกหัวข้อ “การเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและทั่วถึง” (safe and inclusive digital finance) เป็นหัวข้อหลักสำหรับการประชุมประจำปี (Annual Meetings) ของ World Bank และ IMF ปี 2026 ที่จะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในปีหน้า

 

กิออร์กิเอวากล่าวทิ้งท้ายว่า ครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 ถูกจารึกไว้ด้วยการผงาดขึ้นของสหภาพยุโรป (EU) พร้อมด้วยเสรีภาพ 4 ประการ ได้แก่ เสรีภาพในการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ ทุน และแรงงาน ขอให้ครึ่งแรกของศตวรรษนี้เป็นที่จดจำว่าเป็น ‘ยุคของอาเซียน’ (ASEAN’s time) – ประชาคมแห่งชาติที่มีการบูรณาการสูงและมีพลวัต ซึ่งทำงานเพื่อประโยชน์ของภูมิภาคและเพื่อประโยชน์ของโลก

 

อ้างอิง:

The post เศรษฐกิจอาเซียนโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก 25% ผงาดขึ้นแท่นเบอร์ 4 โลก IMF แนะแนวทางปลดล็อคศักยภาพ เทียบชั้น EU appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปภาพรวมงาน The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า! https://thestandard.co/the-imf-world-bank-annual-meetings-2025/ Mon, 20 Oct 2025 09:57:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1132961 The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า

คริสตาลินา กิออร์กิเอวา กรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินร […]

The post สรุปภาพรวมงาน The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า! appeared first on THE STANDARD.

]]>
The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า

คริสตาลินา กิออร์กิเอวา กรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กลับสรุปปิดงานประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (The IMF-World Bank Annual Meetings 2025) ซึ่งเป็นงานรวมตัวรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกครั้งใหญ่ประจำปี

 

โดยกิออร์กิเอวา เตือนว่า ความไม่แน่นอนในโลกยังคงสูงอยู่และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศ หรือการค้า การเปลี่ยนแปลงมักจะสร้างความกังวลใจ ระบบการค้าโลกที่มอบสิ่งดี ๆ มากมายให้กับผู้คนจำนวนมากมายกำลังถูกทำให้สั่นคลอนถึงราก ด้วยเหตุผลหลายประการ รวมถึงสนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียมกันอย่างแท้จริง และผู้คนที่ถูกทอดทิ้งไม่ได้รับความช่วยเหลือที่เพียงพอในการปรับตัวเพื่องานใหม่ที่ดีกว่าเดิม

 

นอกจากนี้ ยังมีอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นในปีนี้ และมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร ตั้งแต่เรื่องการที่ต้องขอใบอนุญาตเพื่อการนำเข้า จนถึงการควบคุมการส่งออกและค่าธรรมเนียมท่าเรือ ไปจนถึงทั้งนโยบายอุตสาหกรรมที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด และการบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยน

 


 

สรุปภาพรวมงาน The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า 1

 

เศรษฐกิจโลกยังทรงตัว แม้เผชิญความไม่แน่นอน

 

ท่ามกลางความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่ในปีนี้ แต่ กรรมการผู้จัดการ IMF ยังเตือนว่า เศรษฐกิจโลกก็ยังคงทรงตัวอยู่ ณ เวลานี้พอประมาณ ซึ่งขัดกับการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญหลายคนก่อนหน้านี้

 

โดย IMF คาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงจาก 3.3% เมื่อปีที่แล้วเป็น 3.2% ในปี 2025 และ 3.1% ในปี 2069 ซึ่งถือว่าช้ากว่าที่ต้องการ และต่ำกว่าที่เราคาดการณ์ไว้หนึ่งปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ชะลอตัวลงอย่างรุนแรงอะไรนัก

 

เหตุผลหนึ่งที่เห็นความทนทานในครั้งนี้คือความสามารถในการปรับตัวของภาคเอกชน ดังจะเห็นได้จากการดำเนินการสั่งซื้อนำเข้าล่วงหน้าก่อนการขึ้นภาษี การสร้างสต็อกสินค้า และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน

 

ผลกำไรที่แข็งแกร่งตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าสามารถบีบส่วนต่างของอัตรากำไรให้ต่ำลง ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบด้านราคาต่อผู้บริโภคจากภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นได้ อย่างน้อยถึงบัดนี้

 

อีกเหตุผลหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นดาบสองคมก็คือ การลงทุนของภาคเอกชนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะในสหรัฐฯ กำลังเฟื่องฟู สถานการณ์นี้กำลังสนับสนุนอุปสงค์ของสหรัฐฯ และการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก และส่งมอบภาวะการเงินที่เอื้อต่อการลงทุนอย่างยิ่งให้กับทุกฝ่าย

 

สรุปภาพรวมงาน The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า 2

 

AI ช่วยดัน GDP ได้ แต่ต้องระวังความเสี่ยงฟองสบู่

 

ศักยภาพของ AI อาจสร้างความคาดหวังที่ดี แต่เราควรระวังความเสี่ยงที่มาจากความชะล่าใจ นับตั้งแต่ระบบทางรถไฟไปจนถึงอินเทอร์เน็ต

 

โดย กิออร์กิเอวาเตือนว่า ประวัติศาสตร์การตอบสนองของตลาดการเงินต่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ก้าวล้ำล้วนเป็นเรื่องราวของการประเมินค่าสูงเกินไปและการปรับฐานของตลาด เช่น เหตุการณ์ยุคดอทคอมและผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ดังนั้น โลกเราควรชาญฉลาดในการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว

 

ผ่านมีการกำกับดูแลภาคการเงินที่เข้มแข็ง ตระหนักถึงการรับความเสี่ยงที่มากเกินไป และความเชื่อมโยงระหว่างธนาคารที่เพิ่มขึ้น องค์กรที่ไม่ใช่ธนาคาร และสกุลเงินดิจิทัล จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่รอบคอบ

 

คำแนะนำนี้และคำแนะนำอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกันเน้นย้ำการเฝ้าระวังระดับพหุภาคีของเรา โดยที่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) รายงานเสถียรภาพการเงินโลก (GFSR) และรายงานการสังเกตการณ์สถานะทางการคลัง (Fiscal Monitor) ที่เราได้เผยแพร่แล้วในสัปดาห์นี้ ล้วนให้ความกระจ่างและพร้อมเสนอแนะแนวทางให้ประเทศสมาชิกการก้าวไปข้างหน้า

 

กิจกรรมการเฝ้าระวังระดับทวิภาคีของเรา ซึ่งดำเนินการผ่านการให้คำปรึกษาเป็นประจำกับประเทศสมาชิกทั้งหมดของเรา ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศตลาดเกิดใหม่ และประเทศที่มีรายได้น้อย เช่นเดียวกับโครงการประเมินภาคการเงินของเรา ได้กลั่นกรองคำปรึกษาระดับพหุภาคีของเราให้กลายเป็นคำแนะนำด้านนโยบายที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ

 

ในการประชุมครั้งแล้วครั้งเล่าในสัปดาห์นี้ ดิฉันได้แนะนำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางให้ไม่เพียงแต่บรรเทาความเสี่ยงระยะใกล้เท่านั้น แต่ยังต้องมองไปไกลกว่านั้นเช่นกัน โดยรักษาสถาบันที่เป็นอิสระ มีความรับผิดชอบ และเกิดประสิทธิผล และค้นหา นำมา และส่งมอบโอกาสที่การเปลี่ยนแปลงนำมาให้ได้เสมอ

 

กิออร์กิเอวากล่าวต่อว่า ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการเร่งการเติบโตทางผลิตภาพทั่วโลกคือ AI เราคาดการณ์ว่าประโยชน์จาก AI จะเพิ่มความสามารถในการผลิตทั่วโลก 0.1–0.8% ต่อปี

 

อย่างไรก็ตาม AI จะพรากงานในปัจจุบันหลายล้านตำแหน่ง ซึ่งผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องช่วยผู้คนให้รับมือกับช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ได้ง่ายขึ้น วิชาชีพเก่าบางอย่างจะค่อย ๆ หายไป ส่วนงานใหม่ ๆ จะเกิดขึ้น เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลขนาดใหญ่ วิศวกรเทคโนโลยีทางการเงิน หรือ FinTech เราควรพึงระลึกว่าการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งผิดปกติ ครั้งหนึ่งรถยนต์เข้ามาแทนที่ม้าและรถม้า

 

กุญแจสำคัญในการได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพและการจัดการกับผลกระทบจาก AI คือ การเตรียมความพร้อม

 

การวิจัยของเราพบว่า สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และเดนมาร์กเป็นผู้นำ ขณะที่อีกหลายประเทศตามหลัง ดังนั้น เพื่อเป็นช่องทางถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับโลก เราจะพยายามช่วยเหลือประเทศสมาชิกทุกราย โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดการกับผลกระทบระดับมหภาค

 

สรุปภาพรวมงาน The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า 3

 

IMF แนะเป้าหมายระยะกลาง 3 ประการ

 

  • ประการแรก การฟื้นฟูฐานะการเงินของรัฐบาล การดำเนินการนี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้สามารถรับมือกับแรงกระแทกใหม่ ๆ และตอบสนองความจำเป็นเร่งด่วนได้โดยไม่ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนสูงขึ้น กระทรวงการคลังไม่ควรรอให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจดีขึ้นเป็นตัวช่วย ในทางตรงกันข้าม การรัดเข็มขัดทางการคลังสามารถปลดปล่อยเงินทุนที่จะสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่นำโดยภาคเอกชน

 

  • ประการที่สอง การปรับสมดุลทั้งภายในและภายนอกประเทศ การดำเนินการนี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรับประกันว่าความไม่สมดุลของเศรษฐกิจมหภาคที่มากเกินควรจะไม่นำไปสู่ความเสียหาย เราจำเป็นต้องดำเนินการรัดเข็มขัดทางการคลังในบางแห่ง และดำเนินนโยบายเพื่อยกระดับอุปสงค์ภายในประเทศในอีกบางแห่ง

 

  • และประการที่สาม การยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การดำเนินการนี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เศรษฐกิจสามารถสร้างงานมากขึ้น สร้างรายได้สาธารณะมากขึ้น และมีความยั่งยืนเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะและหนี้ภาคเอกชน

 

สรุปภาพรวมงาน The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า 4

 

ธนาคารโลกเตือน โลกเผชิญกับการแบ่งแยกประชากรครั้งใหญ่

 

อาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก เตือนว่า โลกกำลังเผชิญหน้ากับการแบ่งแยกประชากรครั้งใหญ่ (A Great Demographic Divide) โดยจะมีกลุ่มประเทศที่ต้องรับมือกับปัญหาประชากรที่ลดลงและสูงอายุ ขณะที่อีกกลุ่ม รวมไปถึง ประเทศในแอฟริกาและบางส่วนของตะวันออกกลางและเอเชียกำลังเผชิญกับการเติบโตของประชากรเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับแรงงานรุ่นเยาว์

 

ธนาคารโลกได้ให้ความสำคัญกับ ‘การสร้างงาน’ เป็นภารกิจหลักขององค์กร เพื่อรองรับแรงงานใหม่กว่า 1.2 พันล้านคนทั่วโลกในอีก 10–15 ปีข้างหน้า โดยธนาคารโลกดำเนินงานผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่

 

  • การร่วมมือกับภาครัฐพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและทักษะแรงงาน
  • การระดมทุนและลดความเสี่ยงให้ภาคเอกชน
  • การใช้ฐานความรู้ของธนาคารโลกสนับสนุนการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ

 

สรุปภาพรวมงาน The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า 5

 

ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมปี 2026

 

โดยในงานนี้ วรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง พร้อมทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเศรษฐกิจการคลังและสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ได้เข้าร่วมการประชุมต่าง ๆ กับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) รวมถึงได้หารือทวิภาคีกับผู้แทนจากภาคเอกชน สภาหอการค้าสหรัฐอเมริกา และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ในห้วงการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2025 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 14 – 17 ตุลาคม 2025

 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือทวิภาคีกับ Kristalina Georgieva กรรมการจัดการ IMF และ Carlos Felipe Jaramillo รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกถึงความพร้อมของประเทศไทยในการจัดการประชุมระดับโลกดังกล่าว โดยฝ่ายไทยได้ยืนยันถึงการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามแผนงานที่ได้วางไว้

 

นอกจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ให้การต้อนรับผู้บริหารจากทั้งสององค์กร ณ บูธประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและ IMF ปี 2026 ของประเทศไทย ซึ่งการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยในปีหน้าจะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาคต่อไป

 

สรุปภาพรวมงาน The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า 6

 

คลังชูแผน ‘การเงินสมัยใหม่-คลาวด์’ ดึงยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ลงทุน

 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าร่วมการประชุมกับสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา – อาเซียน (US – ASEAN Business Council: USABC) และหอการค้าสหรัฐอเมริกา (US Chamber of Commerce) ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นนโยบายของประเทศไทยเพื่อสนับสนุนการลงทุนของบริษัทต่างชาติ การดำเนินธุรกิจในประเทศไทย การบริการทางการเงิน และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวถึงนโยบายในการสนับสนุนการลงทุนและประกอบธุรกิจ และนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและระบบการเงินสมัยใหม่ โดยเน้นการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่เข้มแข็ง โปร่งใส และทั่วถึง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและนวัตกรรมทางการเงิน พร้อมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีคลาวด์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของภาครัฐและเอกชน รวมถึงการส่งเสริมการเชื่อมโยงข้อมูลทางเศรษฐกิจอย่างปลอดภัย

 

นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังยังได้เข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับผู้แทนจาก บริษัท PayPal ซึ่งเป็นบริษัทบริการทางการเงินระดับโลก และ บริษัท BlackRock บริษัทจัดการลงทุนชั้นนำของโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนระหว่างประเทศ นโยบายด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และการส่งเสริมระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย โปร่งใส และทั่วถึง เพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่

 

สรุปภาพรวมงาน The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า 7

 

คลังถก 3 สถาบันจัดอันดับโลก ยืนยัน ‘วินัยการคลัง’ เข้มแข็ง-หนี้สาธารณะยั่งยืน

 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้หารือกับบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้แก่ Moody’s Fitch และ S&P เกี่ยวกับการประมาณการเศรษฐกิจมหภาคของไทย แผนการดำเนินนโยบายการคลังอย่างมีวินัย และแนวทางการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว

 

โดยในการหารือดังกล่าว ฝ่ายไทยได้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบาย Fiscal Consolidation หรือการบริหารฐานะการคลังให้มีความยั่งยืน ผ่านการรักษาสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นกับการบริหารรายได้และรายจ่ายของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว รวมถึงการรักษาระดับหนี้สาธารณะให้อยู่ในกรอบความยั่งยืน

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในด้านเสถียรภาพทางการเงินและหนี้สาธารณะ ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารและชำระหนี้ในระดับสูง โดยเฉพาะในส่วนของหนี้เงินตราต่างประเทศซึ่งอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ในภูมิภาค โดยหนี้ต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นของภาคเอกชนที่มีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศ จึงไม่มีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงินของประเทศ

 

นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้ย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคในทุกมิติทั้งด้านการคลัง การเงิน และอัตราแลกเปลี่ยน ควบคู่กับการส่งเสริมความโปร่งใสทางการคลัง และการดำเนินนโยบายเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึงในระยะยาว

 

สรุปภาพรวมงาน The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า 8

 

IMF แนะอาเซียนเร่งเชื่อมโยง ‘ตลาดทุน-การค้า’ ภายในภูมิภาค

 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการรับมือกับมาตรการกีดกันทางการค้ากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประเทศสมาชิกอื่นและผู้แทนจากธนาคารโลกและ IMF

 

โดย IMF ได้แนะนำให้ประเทศในอาเซียนส่งเสริมความเชื่อมโยงของตลาดทุนและการค้าภายในภูมิภาคให้มากขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนจากมาตรการกีดกันทางการค้า

 

นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้เน้นย้ำว่า ประเทศไทยให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อบทบาทของกลไกความร่วมมือทางการเงินระดับภูมิภาค เช่น Chiang Mai Initiative Multilateralisation (CMIM) โดยสนับสนุนให้ CMIM เป็นเครื่องมือที่สร้างระบบคุ้มกันทางการเงินที่เข้มแข็งและยืดหยุ่นต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

 

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังได้หารือทวิภาคีกับนาง Brigitte Haas นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังราชรัฐลิกเตนสไตน์ ในประเด็นความร่วมมือภายในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ การเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างประเทศไทยและราชรัฐลิกเตนสไตน์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการเปิดเจรจาจัดทำความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (Double Taxation Agreement: DTA) กับประเทศไทย

 

รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการสร้างงาน โดยเฉพาะเยาวชน

 

โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวในการประชุมร่วมของผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศของกลุ่มออกเสียงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Joint Governors’ Meeting of the IMF-WBG South East Asia Voting Group: SEA Group) ว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการสร้างงาน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุนและการจ้างงาน ควบคู่กับการยกระดับทักษะแรงงาน (Upskill) เพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมแร่ธาตุ การสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ และการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

สรุปภาพรวมงาน The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า 9

 

ธปท.แบ่งปัน 3 มุมมอง รับมือภัยการเงิน

 

ดร.ปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ The Macroeconomic and Financial Stability Implications of Financial Crime and Fraud ในการประชุมประจำปี IMF-WBG Annual Meetings 2025 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา

 

ดร.ปิติ กล่าวถึงภัยการเงินในภูมิภาคเอเชียที่มีความรุนแรงมาก สร้างมูลค่าความเสียหายสูงถึงเกือบ 700 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณร้อยละ 66 ของมูลค่าความเสียหายทั่วโลก โดยเป็นผลจากระบบการโอนเงินที่มีประสิทธิภาพ การใช้ social media อย่างแพร่หลาย รวมทั้งความนิยมของสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภัยเหล่านี้นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับประชาชนแล้ว ยังลดทอนประสิทธิภาพของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรในการป้องกันและแก้ไข รวมทั้งยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน จนอาจมีผลต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม

 

นอกจากนี้ ดร.ปิติ ได้แชร์มุมมองต่อการรับมือกับความท้าทายนี้ ใน 3 ด้าน คือ (1) การใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันและตรวจจับการฉ้อโกง (2) การกำหนดความรับผิดชอบร่วม (shared responsibility) ของผู้เกี่ยวข้องที่ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม แพลตฟอร์ม social media รวมทั้งธนาคาร และแพลตฟอร์มคริปโต และ (3) การแชร์ข้อมูลเพื่อใช้ในการป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง โดยเน้นว่าความเชื่อมั่นเป็นหัวใจของระบบการเงิน ซึ่งต้องรักษาไว้ท่ามกลางความเสี่ยงจากภัยทางการเงินที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

The post สรุปภาพรวมงาน The IMF-World Bank Annual Meetings 2025 ไทยเตรียมรับไม้ต่อปีหน้า! appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมตัว! ผู้นำ IMF มองเศรษฐกิจโลกรับมือความท้าทายได้ ‘ดีกว่าที่กังวล แต่แย่กว่าที่ต้องการ’ เตือนความไม่แน่นอนยังอยู่ https://thestandard.co/imf-worse-than-we-need-economy/ Thu, 09 Oct 2025 12:27:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1128758 COVER - imf-better-than-feared

คริสตาลินา กิออร์กิเอวา กรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินร […]

The post เตรียมตัว! ผู้นำ IMF มองเศรษฐกิจโลกรับมือความท้าทายได้ ‘ดีกว่าที่กังวล แต่แย่กว่าที่ต้องการ’ เตือนความไม่แน่นอนยังอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
COVER - imf-better-than-feared

คริสตาลินา กิออร์กิเอวา กรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มองว่า เศรษฐกิจโลกกำลังรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้ ‘ดีกว่าที่กังวล แต่แย่กว่าที่เราต้องการ’ (better than feared, but worse than we need) หลังจากความไม่แน่นอนในทั่วโลกสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ

 

“เตรียมตัวให้พร้อม เพราะความไม่แน่นอนจะยังคงมีอยู่” กิออร์กิเอวากล่าว ก่อนงานประชุมประจำปี (Annual Meetings) จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 13-18 ตุลาคมนี้

 

กรรมการผู้จัดการ IMF ต่อว่า “ในสัปดาห์หน้า เมื่อบรรดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางจากทั่วโลกมารวมตัวกันในการประชุมประจำปีของเรา คำถามเร่งด่วนที่สุดจะเป็นคำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจากพลังของการเปลี่ยนแปลง และความสับสนจากนโยบายที่เรากำลังพบเห็นอยู่”

 

พร้อมเปิดเผยว่า รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ของ IMF ที่จะอธิบายรายละเอียดในสัปดาห์หน้า เราคาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงเพียง ‘เล็กน้อย’ เท่านั้นในปีนี้และปีหน้า สัญญาณทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกโดยทั่วไปได้ต้านทานแรงกระแทกที่รุนแรงจากหลายปัจจัย เนื่องมาจาก

 

  • พื้นฐานนโยบายที่ปรับปรุงดีขึ้น
  • ความสามารถในการปรับตัวของภาคเอกชน
  • ผลลัพธ์ ณ เวลานี้จากภาษีศุลกากรที่ไม่รุนแรงเท่าที่กังวลในเบื้องต้น
  • ภาวะการเงินที่เอื้ออำนวย ตราบเท่าที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

 

เหตุผลประการแรก พื้นฐานนโยบายที่ดีขึ้นและการทำงานประสานกันทั่วโลก

 

ความพยายามด้านนโยบายทั่วโลกส่งผลให้มีนโยบายการเงินที่น่าเชื่อถือมากขึ้น มีตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นกู้สกุลเงินท้องถิ่นที่ลึกมากขึ้น มีกฎระเบียบใหม่ทางการคลัง และในช่วงโควิดระบาด มีการดำเนินการทางการคลังที่รวดเร็ว เด็ดขาด และทำงานประสานกันทั่วโลก เพื่อจำกัดความเจ็บปวดในทันทีและแผลเป็นระยะยาว

 

ประเทศเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ ได้ปรับปรุงกรอบนโยบายและสถาบันของตนอย่างมีนัยสำคัญ เราเพิ่งเผยแพร่รายงาน ที่พบว่าประเทศกลุ่มนี้มีความสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนวิกฤตการเงินโลก นโยบายที่ดีสร้างความแตกต่าง

 

เหตุผลประการที่สอง ความสามารถในการปรับตัวของภาคเอกชน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง

 

บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งได้เร่งทำคำสั่งซื้อสินค้านำเข้าล่วงหน้าก่อนการขึ้นภาษีศุลกากร และกำลังปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของตน รูปแบบการค้าโลกกำลังมีวิวัฒนาการและการปรับตัวในโลกขององค์กรธุรกิจ ความคล่องตัวนำมาซึ่งความสามารถในการฟื้นตัว งบดุลของบริษัทโดยทั่วไปมีความแข็งแรงหลังจากทำกำไรอย่างแข็งแกร่งมาหลายปี ปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็ว ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกลายเป็นกระแสหลัก นำมาซึ่งความท้าทายและโอกาส

 

เหตุผลประการที่สาม ภาษีศุลกากร ซึ่งไม่สร้างแรงกระแทกได้รุนแรงเท่าที่ประกาศไว้ในตอนแรก

 

อัตราภาษีศุลกากรที่แท้จริงของสหรัฐฯ ลดลงจาก 23% ในเดือนเมษายน มาอยู่ที่ 17.5% ในปัจจุบัน แต่ยังคงสูงกว่าเมื่อก่อนมาก อัตราภาษีศุลกากรที่แท้จริงของสหรัฐฯ ในปัจจุบันยังสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกอย่างมาก ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วอัตราภาษีศุลกากรคงที่ในปีนี้ และแทบจะไม่มีมาตรการตอบโต้กลับจากประเทศอื่น ๆ เลย

 

โดยสรุปแล้ว โลกยังคงหลีกเลี่ยงการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันในสงครามการค้าได้จนถึงขณะนี้ แต่กระนั้น ระดับการเปิดประเทศได้รับผลกระทบอย่างหนัก เรื่องราวยังไม่จบลง อัตราภาษีของสหรัฐฯ ยังคงขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อตกลงทางการค้ากับสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และอีกไม่นานก็จะมีเกาหลีใต้ ส่งผลให้อัตราภาษีเหล่านี้ให้ลดลง ขณะที่ข้อพิพาทกับบราซิลและอินเดียผลักดันให้อัตราของประเทศอื่นขยับขึ้น อัตราภาษีของประเทศอื่น ๆ ก็น่าจะขยับเช่นกัน

 

เหตุผลประการที่สี่ ภาวะการเงินที่เอื้ออำนวย โดยอาศัยแรงหนุนจากการมองศักยภาพของ AI ในด้านดีว่าอาจจะเพิ่มผลิตภาพให้สูงขึ้น ราคาหุ้นทั่วโลกจึงพุ่งสูงขึ้น

 

ปัจจัยนี้ ประกอบกับค่าชดเชยความเสี่ยงที่ต่ำ และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นปีนี้ ช่วยบรรเทาภาระหนี้ของผู้กู้ยืมที่ไม่ใช่ชาวสหรัฐฯ ที่มีหนี้สกุลเงินดอลลาร์ได้อย่างยิ่ง ส่งผลให้ตลาดทุนโดยทั่วไปเปิดกว้าง บริษัทและรัฐบาลหลายประเทศต่างกำลังคว้าโอกาสนี้ไว้

 

ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้คือปัจจัยสี่ประการที่อยู่เบื้องหลังความสามารถในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เราพบเห็นในปีนี้

 

“บางท่านอาจจะถอนหายใจลึก ๆ ด้วยความโล่งอก แต่อย่าเพิ่งหยุดฟัง ความสามารถในการฟื้นตัวทั่วโลกยังไม่ได้รับการทดสอบอย่างเต็มที่” IMF จึงใคร่ขอเสนอเป้าหมายนโยบายระยะกลาง 3 ประการ ดังนี้

 

  • ประการแรก: ยกระดับการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถสร้างงานมากขึ้น สร้างรายรับสาธารณะเพิ่มขึ้น และให้หนี้สาธารณะและเอกชนมีความยั่งยืนมากขึ้น
  • ประการที่สอง: ซ่อมแซมฐานะการเงินของรัฐบาล เพื่อให้สามารถรับมือกับแรงกระแทกใหม่ๆ และแก้ไขปัญหาความจำเป็นเร่งด่วนโดยไม่ผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ภาคเอกชนสูงขึ้น และ
  • ประการที่สาม: แก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทั่วโลกที่มากเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว เสถียรภาพภายนอกสะท้อนถึงการออมแนะเอเชียเร่งรุกการค้าในภูมิภาค

 

สำหรับเอเชีย กิออร์กิเอวา ขอเรียกร้องให้มีการขยายการค้าภายในภูมิภาคให้ครอบคลุมสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายมากขึ้น และผลักดันการปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างภาคบริการให้แข็งแกร่ง และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยการวิเคราะห์ของ IMF ชี้ให้เห็นว่า การผลักดันให้เกิดการบูรณาการระดับภูมิภาคเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยการลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร อาจช่วยเพิ่ม GDP ได้ถึง 1.8% ในระยะยาว

 

CONTENT-1

 

หลายประเทศจำเป็นต้อง ‘รัดเข็มขัดทางการคลัง’

 

กิออร์กิเอวา กล่าวทิ้งท้ายว่า ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น กดดันต้นทุนการกู้ยืมให้สูงขึ้น จำกัดการใช้จ่ายด้านอื่น และลดความสามารถของรัฐบาลในการรองรับแรงกระแทก ดังนั้น การรัดเข็มขัดทางการคลังจึงมีความจำเป็นในหลายเขตเศรษฐกิจ ทั้งรวยและจน

 

“การรัดเข็มขัดยังเป็นเรื่องยากเช่นกัน ดังที่เหตุการณ์ความไม่สงบทางสังคมหลายครั้งที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็น การซ่อมแซมงบประมาณของรัฐบาลจำเป็นต้องมีการวางแผน สื่อสาร และดำเนินการอย่างดี การลดการขาดดุลอย่างมีนัยสำคัญก็สามารถทำได้สำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้รับแรงหนุนจากการเติบโตในระยะกลางที่สูงขึ้น” 

The post เตรียมตัว! ผู้นำ IMF มองเศรษฐกิจโลกรับมือความท้าทายได้ ‘ดีกว่าที่กังวล แต่แย่กว่าที่ต้องการ’ เตือนความไม่แน่นอนยังอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำ IMF บี้ ‘สหรัฐฯ’ เร่งบรรลุข้อตกลงการค้าให้เร็ว จำกัดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ https://thestandard.co/imf-urges-us-trade-deal-global-economy-impact/ Fri, 25 Apr 2025 01:17:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1067976 คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการ IMF เรียกร้องให้สหรัฐฯ เร่งบรรลุข้อตกลงการค้าเพื่อลดความไม่แน่นอนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว […]

The post ผู้นำ IMF บี้ ‘สหรัฐฯ’ เร่งบรรลุข้อตกลงการค้าให้เร็ว จำกัดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการ IMF เรียกร้องให้สหรัฐฯ เร่งบรรลุข้อตกลงการค้าเพื่อลดความไม่แน่นอนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนสหรัฐฯ ให้เร่งบรรลุการเจรจาข้อตกลงการค้ากับประเทศต่างๆ ‘โดยด่วน’ เพื่อจำกัดความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลก

 

โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงทางนโยบายการค้าครั้งใหญ่นี้ ได้ทำให้ความไม่แน่นอนสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ดังนั้น IMF จึงร้องขอให้สหรัฐฯ เร่งดำเนินการเจรจาอย่างรวดเร็ว เพราะความไม่แน่นอนนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงมาก

 

“หากไม่มีความแน่นอน ธุรกิจต่างๆ จะไม่ลงทุน ครัวเรือนจะเลือกเก็บออมมากกว่าใช้จ่าย ซึ่งยิ่งทำให้โอกาสของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแออยู่แล้ว อาจอ่อนแอลงไปอีก” จอร์เจียวากล่าว

 

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา IMF เพิ่งปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2025 ลงเหลือ 2.8% จากประมาณการก่อนหน้านี้ที่ 3.3% พร้อมเตือนว่า ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะเผชิญภาวะตกต่ำมีสูงขึ้น

 

ทั้งนี้ ตลาดการเงินได้รับแรงหนุนอย่างมาก ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ แสดงท่าทีผ่อนปรนกับจีนมากขึ้น โดยระบุว่า เขาเชื่อว่า หากข้อตกลงกับจีนเกิดขึ้นอาจส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากร (Tariff) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับอัตราปัจจุบันที่ 145%

 

โดยจอร์จีวากล่าวย้ำอีกครั้งว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการทดสอบครั้งสำคัญครั้งใหม่ โดยสถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากหลายประเทศแทบไม่มีพื้นที่ในการปรับเปลี่ยนนโยบายแล้ว หลังจากที่เผชิญกับภาวะช็อกทางเศรษฐกิจหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

จอร์จีวายังตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่าโลกาภิวัตน์จะมีบทบาทหรือขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกได้น้อยลง แต่การลดอุปสรรคทางการค้าภายในภูมิภาคต่างๆ ก็อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง พร้อมมองว่า อาเซียนและแอฟริกาจะเป็นภูมิภาคที่จะได้รับประโยชน์จากการค้าขายกับเพื่อนบ้านได้มาก

The post ผู้นำ IMF บี้ ‘สหรัฐฯ’ เร่งบรรลุข้อตกลงการค้าให้เร็ว จำกัดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำ IMF ประเมิน เศรษฐกิจโลกจ่อได้รับผลกระทบ แต่จะไม่เข้า ‘ภาวะถดถอย’ แม้เผชิญภาษีทรัมป์ https://thestandard.co/imf-global-economy-trump-tariffs/ Fri, 18 Apr 2025 04:36:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1065633 imf-global-economy-trump-tariffs

เริ่มเปิดม่านขึ้นแล้ว สำหรับงาน Spring Meetings ของธนาค […]

The post ผู้นำ IMF ประเมิน เศรษฐกิจโลกจ่อได้รับผลกระทบ แต่จะไม่เข้า ‘ภาวะถดถอย’ แม้เผชิญภาษีทรัมป์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
imf-global-economy-trump-tariffs

เริ่มเปิดม่านขึ้นแล้ว สำหรับงาน Spring Meetings ของธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดย คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการใหญ่ IMF ได้กล่าวสุนทรพจน์ โดยระบุว่า ความตึงเครียดด้านการค้าที่เพิ่มสูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการค้าโลกจะนำไปสู่ ‘การปรับลด’ คาดการณ์เศรษฐกิจโลกของ IMF อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก (Global Recession) คาดว่าจะไม่เกิดขึ้น

 

จอร์เจียวายังกล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศต่างๆ กำลังถูกทดสอบจากการเริ่มระบบการค้าโลกใหม่ ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จากนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และการตอบโต้จากจีนและสหภาพยุโรป ส่งผลให้ความไม่แน่นอนในนโยบายการค้าและความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดการเงินเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด

 

ในเดือนมกราคม IMF คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกปี 2025 ไว้ที่ 3.3% และ 3.3% ในปี 2026 โดย IMF มีกำหนดจะเผยแพร่ World Economic Outlook ฉบับปรับปรุงในวันอังคารที่ 22 เมษายนนี้ ในงาน Spring Meetings ของธนาคารโลกและ IMF ที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า

 

โดยนโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์ และความวุ่นวายในตลาดการเงินคาดว่าจะเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงในการประชุมฤดูใบไม้ผลินี้ (Spring Meetings) ซึ่งเป็นการประชุมที่ผู้ว่าการธนาคารกลางและรัฐมนตรีกระทรวงการคลังทั่วโลกเข้าร่วมจำนวนมาก

 

จอร์เจียวากล่าวต่อว่า ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นยังเพิ่มความเสี่ยงของความเครียดในตลาดการเงินอีกด้วย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การเคลื่อนไหวล่าสุดในอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ควรถือเป็นสัญญาณเตือนว่า “ทุกคนต้องประสบปัญหา หากสภาพทางการเงินแย่ลง”

 

จอร์เจียวาระบุอีกว่า ภาคเศรษฐกิจจริง (Real Economy) ของโลกยังทำงานได้ดี โดยมีตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งและระบบการเงินที่มั่นคง แต่เตือนว่า การรับรู้และความกังวลเชิงลบที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เช่นกัน

 

“สิ่งหนึ่งที่ฉันเรียนรู้จากช่วงวิกฤตคือ การรับรู้มีความสำคัญพอๆ กับความเป็นจริง” จอร์เจียวากล่าว “หากการรับรู้เปลี่ยนไปในทางลบ อาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของเศรษฐกิจได้มาก”

 

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้พลิกโฉมระบบการค้าโลกด้วยการประกาศภาษีศุลกากรใหม่จำนวนมาก รวมถึงภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) แม้ว่าภาษีศุลกากรเหล่านี้จะถูกระงับเป็นเวลา 90 วันเพื่อการเจรจา แต่จีน สหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ ได้ประกาศมาตรการตอบโต้

 

จอร์เจียวาไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับประมาณการใหม่ แต่เตือนว่าความไม่แน่นอนในระยะยาวจะมีต้นทุนและผลกระทบสูง นอกจากนี้ยังกล่าวว่า IMF ไม่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เนื่องจากภาษีศุลกากรอาจผลักดันให้ราคาสินค้าของผู้บริโภคและผู้ผลิตสูงขึ้น หรืออาจทำให้ผู้คนชะลอการใช้จ่าย ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อลดลงได้ 

 

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ของ IMF ที่จะปรับปรุงใหม่จะแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อในบางประเทศสูงขึ้น

 

ผู้นำ IMF ยังเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเงินต่อไป พร้อมยังคงนโยบายการเงินที่คล่องตัวและน่าเชื่อถือ ตลอดจนการกำกับดูแลและการควบคุมตลาดการเงินที่เข้มแข็ง

 

พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการร่วมมือในโลกที่มีหลายขั้วอำนาจเพิ่มมากขึ้น และร้องขอให้เศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดบรรลุข้อตกลงทางการค้า ที่รักษาความเปิดกว้าง มุ่งลดอัตราภาษีศุลกากรและลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากรอีกครั้ง

 

“เราต้องการเศรษฐกิจโลกที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่ใช่การเคลื่อนตัวไปสู่การแบ่งแยก” จอร์เจียวากล่าว “ประเทศต่างๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็สามารถและควรมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างเศรษฐกิจโลกในยุคที่เกิด Shock บ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น”

 

อ้างอิง:

The post ผู้นำ IMF ประเมิน เศรษฐกิจโลกจ่อได้รับผลกระทบ แต่จะไม่เข้า ‘ภาวะถดถอย’ แม้เผชิญภาษีทรัมป์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำ IMF ส่งกำลังใจให้เมียนมา-ไทย-เวียดนาม ชี้จะติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวใกล้ชิด https://thestandard.co/imf-chief-support-myanmar-thailand-earthquake/ Sat, 29 Mar 2025 08:12:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1058031 คริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้นำ IMF โพสต์ข้อความส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเมียนมา ไทย และเวียดนาม

วันนี้ (29 มีนาคม) คริสตาลินา จอร์เจียวา (Kristalina Ge […]

The post ผู้นำ IMF ส่งกำลังใจให้เมียนมา-ไทย-เวียดนาม ชี้จะติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
คริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้นำ IMF โพสต์ข้อความส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเมียนมา ไทย และเวียดนาม

วันนี้ (29 มีนาคม) คริสตาลินา จอร์เจียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อข่าวแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สร้างผลกระทบต่อเมียนมา ไทย และเวียดนาม ข้าพเจ้าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและขอส่งกำลังใจให้ประเทศต่างๆ และผู้ประสบภัย”

 

Screenshot

 

ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มีบทบาทหลักในการสอดส่องดูแลเศรษฐกิจ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทางการเงิน  และความช่วยเหลือทางวิชาการแก่ประเทศสมาชิก เพื่อให้ระบบการเงินระหว่างประเทศมีเสถียรภาพ

 

โดยประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 44 ของ IMF เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2492 

 

อ้างอิง:

The post ผู้นำ IMF ส่งกำลังใจให้เมียนมา-ไทย-เวียดนาม ชี้จะติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำ IMF เผยแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกระยะปานกลาง อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ ท่ามกลางความเสี่ยงนโยบายทรัมป์ 2.0 https://thestandard.co/georgieva-imf-world-growth-2025/ Sun, 12 Jan 2025 06:21:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1029601

Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่ […]

The post ผู้นำ IMF เผยแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกระยะปานกลาง อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ ท่ามกลางความเสี่ยงนโยบายทรัมป์ 2.0 appeared first on THE STANDARD.

]]>

Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า โดยเตือนว่าแนวโน้มการเติบโตระยะปานกลางของเศรษฐกิจโลก (The Medium-Growth Prospects) อยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ แม้ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2025 คาดว่าจะขยายตัวก็ตาม 

 

การเปิดเผยครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนกำหนดการเผยแพร่รายงานอัปเดตแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Outlook ของ IMF ในวันศุกร์ที่ 17 มกราคมนี้

 

Georgieva กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก มีแนวโน้มดีขึ้นกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับนโยบายการค้าของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกและผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวสูงขึ้น

 

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ก็ขยับเข้าใกล้เป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มากขึ้น และข้อมูลแสดงให้เห็นถึงตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่มั่นคง ดังนั้น Fed จึงสามารถรอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ 

 

ดังนั้นโดยรวมแล้ว Georgieva จึงคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ จะคงอยู่ “สูงขึ้นเล็กน้อยในอีกสักระยะหนึ่ง”

 

Georgieva กล่าวอีกว่า “เมื่อพิจารณาจากขนาดและบทบาทของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจอย่างมากกับทิศทางนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ โดยเฉพาะนโยบายในด้านกำแพงภาษีศุลกากร ภาษีต่างๆ การผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ และการเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐบาล”

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ “ยังมีความไม่แน่นอนสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเส้นทางของนโยบายการค้า ซึ่งอาจจะเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศและภูมิภาคที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก อย่างเช่นประเทศเศรษฐกิจขนาดกลางและเอเชีย”

 

Georgieva กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นเรื่อง ‘ผิดปกติมาก’ ที่ความไม่แน่นอนเหล่านี้ทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวเพิ่มสูงขึ้น และทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะลดลง ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์เร็วๆ นี้

 

Georgieva มองว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นซึ่งจำเป็นต่อการควบคุมเงินเฟ้อ ไม่ได้ผลักดันให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่พัฒนาการเงินเฟ้อทั่วไปยังแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ซึ่งหมายความว่าธนาคารกลางจำเป็นต้องติดตามข้อมูลในท้องถิ่นอย่างระมัดระวัง

 

ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าอาจส่งผลให้ต้นทุนการระดมทุน ‘สูงขึ้น’ สำหรับเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะประเทศที่มีรายได้น้อย

 

ดังนั้น Georgieva จึงแนะนำว่า ประเทศส่วนใหญ่จำเป็นต้องลดการใช้จ่ายทางการคลัง หลังจากรัฐบาลนำการปฏิรูปมาใช้เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในลักษณะที่ยั่งยืน

 

โดยเสริมว่า “ประเทศต่างๆ ไม่สามารถกู้ยืมเงินเพื่อแก้ปัญหาได้ พวกเขาทำได้แค่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตเพื่อแก้ปัญหาเท่านั้น” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แนวโน้มการเติบโตระยะปานกลางของโลกอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

 

อ้างอิง:

The post ผู้นำ IMF เผยแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกระยะปานกลาง อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ ท่ามกลางความเสี่ยงนโยบายทรัมป์ 2.0 appeared first on THE STANDARD.

]]>
IMF เปรียบศักยภาพของเทคโนโลยี AI ประหนึ่ง ‘คลื่นยักษ์สึนามิ’ ที่กวาดถล่มตลาดแรงงานโลก https://thestandard.co/ai-is-like-a-tsunami-hitting-the-global-labor-market/ Tue, 14 May 2024 07:27:20 +0000 https://thestandard.co/?p=933227

คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว […]

The post IMF เปรียบศักยภาพของเทคโนโลยี AI ประหนึ่ง ‘คลื่นยักษ์สึนามิ’ ที่กวาดถล่มตลาดแรงงานโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF แสดงความเห็นระหว่างการเข้าร่วมงานแห่งหนึ่ง ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง The Swiss Institute of International Studies กับมหาวิทยาลัยซูริก ที่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม) ระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังถาโถมโจมตีตลาดแรงงานทั่วโลก ซึ่งแรงปะทะดังกล่าวไม่ต่างอะไรกับคลื่นยักษ์สึนามิที่พัดถล่มชายฝั่ง เนื่องจาก AI มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่องาน 60% ในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว และ 40% ของงานทั่วโลกในอีก 2 ปีข้างหน้า

 

กรรมการผู้จัดการ IMF ย้ำว่า เราทุกคนมีเวลาน้อยมากในการที่จะเตรียม ‘คน’ ให้พร้อมสำหรับธุรกิจต่างๆ ที่กำลังเปิดรับ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน ก่อนชี้ว่าในแง่หนึ่ง AI อาจนำมาซึ่งประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมากหากสามารถบริหารจัดการได้ดี แต่ในอีกแง่หนึ่งก็สามารถนำไปสู่ปัญหามากมาย เนื่องจากข้อมูลเท็จหรือข้อมูลลวง รวมถึงการทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในสังคมมากขึ้น

 

จอร์เจียวาชี้ว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิดระบาดลามไปทั่วโลกในปี 2020 รวมถึงสงครามในยูเครน เศรษฐกิจโลกได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับภาวะคาดไม่ถึงและความไม่แน่นอนมากมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบันทำให้เชื่อได้ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงเผชิญกับแรงกระแทกและความไม่แน่นอนอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นเศรษฐกิจโลกจำเป็นต้องเร่งสร้างความ ‘อึด-ถึก-ทน’ ให้กับตนเอง และ AI ก็เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างความแกร่งให้กับเศรษฐกิจ

 

ทั้งนี้จอร์เจียวาย้ำว่า ความเสี่ยงที่โลกจะเผชิญไม่ใช่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่เป็นการรับมือกับภาวะโลกร้อน และการแก้ปัญหาหนี้มหาศาลที่ประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อก็กำลังคลี่คลายไปในทางบวก

 

อ้างอิง:

The post IMF เปรียบศักยภาพของเทคโนโลยี AI ประหนึ่ง ‘คลื่นยักษ์สึนามิ’ ที่กวาดถล่มตลาดแรงงานโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
IMF เตือน ดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูง ในระยะยาวอาจกระทบเสถียรภาพการเงินทั่วโลก https://thestandard.co/imf-warned-usa-high-interest/ Fri, 12 Apr 2024 05:19:45 +0000 https://thestandard.co/?p=922207 IMF

Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างป […]

The post IMF เตือน ดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูง ในระยะยาวอาจกระทบเสถียรภาพการเงินทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
IMF

Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (11 เมษายน) ว่า อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นไม่ใช่ข่าวดีสำหรับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก และอาจกลายเป็นความวิตก หากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ที่ระดับสูงต่อไปเป็นเวลานาน แต่เธอคิดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ  (Fed) จะดำเนินการได้อย่างรอบคอบ

 

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Georgieva กล่าวในการประชุมที่จัดโดยสภาแอตแลนติก (Atlantic Council) ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจพิจารณาใช้มาตรการอื่นๆ ด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะไม่ร้อนแรงเกินไป อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม 

 

“อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นไม่ใช่ข่าวดีสำหรับประเทศอื่นๆ ในโลก โดยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้สหรัฐฯ มีความน่าดึงดูดใจมากขึ้น ดังนั้นกระแสเงินจึงไหลไปที่นั่น และทำให้ประเทศอื่นๆ ของโลกเผชิญความยากลำบาก”

 

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นด้วย และทำให้สกุลเงินของประเทศอื่นๆ อ่อนค่าลง และหากภาวะดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปในระยะยาว ก็อาจกลายเป็นความวิตกในแง่ของเสถียรภาพทางการเงิน

 

ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคมที่เผยแพร่เมื่อวันพุธมีความแข็งแกร่งอย่างไม่คาดคิด ทำให้เกิดข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปัจจุบันในช่วงปลายปีนี้

 

ขณะที่รายงานการประชุมจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เผยให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่กังวลว่าความคืบหน้าเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้ออาจหยุดชะงัก และจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเป็นระยะเวลานานขึ้น เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

 

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีหลังจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ยังจะทำให้ตลาดคาดหวังว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง

 

และสำหรับนักลงทุนที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน ตอนนี้เริ่มมองว่าเดือนกันยายนเป็นจังหวะที่น่าจะเป็นไปได้สำหรับการเริ่มต้นนโยบายดอกเบี้ยขาลงของ Fed หลังจากที่ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน

 

Georgieva กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จเนื่องจากมีนวัตกรรมมากขึ้น โดยเป็นการเปิดพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว 

 

ขณะที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ก็ทรงตัวได้ดีเช่นกัน โดยอุปทานแรงงานได้รับแรงหนุนจากการย้ายถิ่นฐาน ซึ่งจะช่วยรักษาการเติบโตของค่าจ้างให้อยู่ภายใต้การควบคุม 

 

อ้างอิง:

The post IMF เตือน ดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูง ในระยะยาวอาจกระทบเสถียรภาพการเงินทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำ IMF ชี้ ควรหนุนความเป็นอิสระของธนาคารกลางเพื่อปกป้องเศรษฐกิจโลก หลังประชากรครึ่งโลกจ่อตบเท้าเข้าคูหาปีนี้ https://thestandard.co/imf-leader-support-central-bank-freedom/ Mon, 01 Apr 2024 11:12:03 +0000 https://thestandard.co/?p=918019 IMF

IMF ระบุว่า ความเป็นอิสระของธนาคารกลางเป็นสิ่งสำคัญอย่า […]

The post ผู้นำ IMF ชี้ ควรหนุนความเป็นอิสระของธนาคารกลางเพื่อปกป้องเศรษฐกิจโลก หลังประชากรครึ่งโลกจ่อตบเท้าเข้าคูหาปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
IMF

IMF ระบุว่า ความเป็นอิสระของธนาคารกลางเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเอาชนะการต่อสู้กับเงินเฟ้อ และการบรรลุการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาว แต่ผู้กำหนดนโยบายมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับแรงกดดันท่ามกลางการเลือกตั้งของหลายประเทศในปีนี้

 

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยแพร่บทความของ Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งมีเนื้อความว่า ความเป็นอิสระของธนาคารกลางในปัจจุบันเผชิญกับความท้าทายมากมาย ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยก่อนเวลาอันควรก็ตาม 

 

โดยความท้าทายดังกล่าวก็มีแนวโน้มว่าจะเข้มข้นขึ้น เมื่อประชากรครึ่งหนึ่งของโลกเตรียมตบเท้าเข้าคูหาเลือกตั้งในปีนี้

 

ท่ามกลางความเสี่ยงจากการแทรกแซงทางการเมืองต่อการตัดสินและการแต่งตั้งบุคลากรของธนาคารกลางที่มีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นรัฐบาลและธนาคารกลางควรร่วมใจต่อต้านแรงกดดันเหล่านี้

 

Georgieva ย้ำว่า ความอิสระและความน่าเชื่อถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศประสบความสำเร็จในการป้องกันภาวะล่มสลายทางการเงินทั่วโลก และสนับสนุนการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

 

“ความสำเร็จในการลดความร้อนแรงของอัตราเงินเฟ้อเมื่อเร็วๆ นี้ต่างจากความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงที่อัตราเงินเฟ้อสูงเมื่อทศวรรษที่ 1970 อย่างมาก

 

“ย้อนกลับไปตอนนั้น ธนาคารกลางไม่มีอำนาจ (Mandate) ที่ชัดเจนในการจัดลำดับความสำคัญของเสถียรภาพด้านราคา หรือไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนที่ปกป้องความเป็นอิสระ เป็นผลให้ถูกกดดันจากนักการเมืองให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง เมื่ออัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ทำให้ทุกคนได้รับบาดเจ็บจากภาวะเงินเฟ้อ”

 

การวิจัยจำนวนมาก รวมถึงของ IMF เอง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของความเป็นอิสระนี้ โดยการศึกษาของ IMF ฉบับหนึ่ง ซึ่งศึกษาธนาคารกลางหลายสิบแห่งตั้งแต่ปี 200-2021 แสดงให้เห็นว่า ‘ธนาคารที่มีความเป็นอิสระสูงจะประสบความสำเร็จมากกว่าในการควบคุมการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของประชาชน ซึ่งช่วยให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ’

 

การศึกษาของ IMF อีกฉบับที่ติดตามธนาคารกลางในลาตินอเมริกา 17 แห่งในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น ความเป็นอิสระในการตัดสินใจ ความชัดเจนของอำนาจ และความเป็นไปได้ที่ธนาคารอาจถูกบังคับให้ปล่อยกู้ให้กับรัฐบาล พบว่ายิ่งเป็นอิสระยิ่งเป็นผลดีกับเงินเฟ้อ

 

อ้างอิง:

The post ผู้นำ IMF ชี้ ควรหนุนความเป็นอิสระของธนาคารกลางเพื่อปกป้องเศรษฐกิจโลก หลังประชากรครึ่งโลกจ่อตบเท้าเข้าคูหาปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรรมการผู้จัดการ IMF หนุนจุดยืนดอกเบี้ย Fed แต่เตือน ‘อย่าประวิงเวลานานเกินไป’ https://thestandard.co/imf-warned-fed-on-timing/ Fri, 02 Feb 2024 02:33:06 +0000 https://thestandard.co/?p=895119 IMF

Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างป […]

The post กรรมการผู้จัดการ IMF หนุนจุดยืนดอกเบี้ย Fed แต่เตือน ‘อย่าประวิงเวลานานเกินไป’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
IMF

Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ Managing Director, International Monetary Fund (IMF) ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 ภายหลังการประชุมของคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงิน (FOMC) ระหว่างวันที่ 30-31 มกราคมที่ผ่านมาว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว แต่ก็อดเตือนไม่ได้ว่า Fed ยังจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังรอบคอบอย่างมากในการประกาศชัยชนะต่อภาวะเงินเฟ้อ

 

ขณะเดียวกัน แม้ว่าจะเห็นด้วยกับการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยของ Fed ครั้งล่าสุด แต่กรรมการผู้จัดการ IMF ก็อดแสดงความกังวลเกี่ยวกับระยะเวลาที่ต้องใช้ในการคงอัตราดอกเบี้ยไม่ได้ โดยชี้ว่าต่อให้ท้ายที่สุด Fed จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกภายในปี 2024 ได้สำเร็จ แต่ช่วงเวลาที่ Fed ประวิงเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน และราคาที่ว่านี้ก็คือความเสี่ยงที่สั่นคลอนเศรษฐกิจโลก

 

ยิ่งไปกว่านั้น การที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะเผชิญกับ ภาวะ Soft  Landing ที่มาพร้อมตลาดการจ้างงานที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่ในท้ายที่สุด รัฐบาลสหรัฐฯ และ Fed ก็ยังคงต้องทำงานอย่างหนักจนกว่าที่สหรัฐฯ จะสามารถ Landing ได้อย่างปลอดภัย

 

Georgieva ชี้ว่า หากต้องประเมินท่าทีของ Fed อย่างรอบคอบก็ต้องยอมรับว่าในภาพรวมแล้วงานของ Fed ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี แต่เป้าหมายดังกล่าวของ Fed ก็อยู่ไม่ไกลจากเส้นชัยที่ตั้งใจไว้เช่นกัน 

 

อีกทั้งในมุมมองของ Georgieva สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ Fed ในขณะนี้คือ ช่วงเวลาที่ใช่สำหรับการหั่นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นงานที่ค่อนข้างท้าทายพอสมควร เพราะจะต้องไม่เร็วเกินไปจนทำให้เป้าหมายการจัดการเงินเฟ้อของ Fed ไม่บรรลุผล แต่ก็ต้องไม่ช้าเกินไปจนกระเทือนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และนานาประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Markets) ทั้งหลาย 

 

ทั้งนี้ กรรมการผู้จัดการ IMF อธิบายว่า หาก Fed ใช้เวลานานเกินไปกว่าที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินของประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า Fed จะเผชิญกับแรงกดดันที่จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของประเทศนั้นๆ ขยับเพิ่มสูงขึ้นได้ ดังนั้น ช่วงเวลาของการผ่อนคลายนโยบายการเงินของสหรัฐฯ จึงมีความสำคัญมาก โดยต้องไม่เร็วและไม่ช้าจนเกินไป 

 

อ้างอิง: 

The post กรรมการผู้จัดการ IMF หนุนจุดยืนดอกเบี้ย Fed แต่เตือน ‘อย่าประวิงเวลานานเกินไป’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
IMF ชี้ การกำหนด ‘ราคาคาร์บอน’ คือลางบอกเหตุที่ย้ำว่าอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซกำลังเปลี่ยนแปลง https://thestandard.co/setting-a-carbon-price-is-an-omen/ Mon, 04 Dec 2023 06:56:21 +0000 https://thestandard.co/?p=873158 การปล่อยคาร์บอน

คริสตาลินา จอร์จีวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จั […]

The post IMF ชี้ การกำหนด ‘ราคาคาร์บอน’ คือลางบอกเหตุที่ย้ำว่าอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซกำลังเปลี่ยนแปลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
การปล่อยคาร์บอน

คริสตาลินา จอร์จีวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF แสดงความเห็นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (3 ธันวาคม) ย้ำถึงกรณีการหารือเรื่องการกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) ในการประชุมสุดยอดสภาพภูมิอากาศ COP28 ว่า บรรดาอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติต่างตระหนักถึง ‘ลางบอกเหตุ’ (The Writing on the Wall) ที่จะกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของทั้งอุตสาหกรรม 

 

กรรมการผู้จัดการ IMF ในฐานะผู้ที่สนับสนุนแนวทางการกำหนดราคาคาร์บอนมาอย่างยาวนานกล่าวว่า แนวทางดังกล่าวจะสร้างแรงจูงใจให้ผู้ก่อมลพิษลดการปล่อยคาร์บอนอย่างรวดเร็ว

 

สำหรับการกำหนดราคาคาร์บอน หรือ Carbon Pricing เป็นการยืนยันระดับราคาต้นทุนที่บริษัทต้องจ่ายสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อน และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นวิธีที่คุ้มค่าและยืดหยุ่นที่สุดในการลดมลพิษดังกล่าว

 

เมื่อไม่นานมานี้ทาง IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เกณฑ์ราคาคาร์บอนว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 85 ดอลลาร์ต่อตันภายในสิ้นทศวรรษนี้ โดยเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 75 ดอลลาร์ต่อตัน 

 

ขณะที่เกณฑ์ราคาในปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งทางจอร์จีวาระบุว่า เป็นความท้าทายที่ทั่วโลกจะต้องจับมือร่วมกันในการเดินหน้าผลักดัน พร้อมย้ำว่า IMF รัฐบาลทั่วโลก และเครือข่ายพันธมิตร จะทำให้ผู้ปล่อยก๊าซจำนวนมากยอมรับว่าจำเป็นต้องเร่งการลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งหมายรวมถึงการกำหนดราคาคาร์บอน 

 

กรรมการผู้จัดการ IMF ได้อธิบายเหตุผลของความจำเป็นในการมี Carbon Pricing โดยชี้ว่า หากไม่มีราคาคาร์บอน การลดปริมาณปล่อยก๊าซคาร์บอนจะไม่เกิดขึ้นเร็วพอ และอีกเหตุผลต่อมาก็คือ พลังการทำลายล้างของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในขณะนี้กำลังเร่งรัดให้ประเทศทั้งร่ำรวยและยากจนตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องลงมือปฏิบัติให้ดีที่สุด 

 

ความเห็นของจอร์จีวามีขึ้นในขณะที่ผู้กำหนดนโยบายและผู้นำทางธุรกิจเข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จัดโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ UN ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ 

 

รายงานระบุด้วยว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเร่งดำเนินการด้านสภาพอากาศ ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเดินหน้าบันทึกปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์และในขณะที่เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วส่งผลกระทบไปทั่วโลก

 

สำหรับ IMF การประชุม COP28 ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศต่างๆ ในการประเมินนโยบายที่จูงใจให้ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกครั้ง โดยมีรายงานว่า ปริมาณเงินอุดหนุนจากรัฐบาลสำหรับอุตสาหกรรมถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ มีมูลค่าถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ดังนั้นทั่วโลกจำเป็นต้องทยอยยกเลิกมาตรการดังกล่าวและแทนที่ด้วยมาตรการทั้งจูงใจและบังคับ โดยหนึ่งในนั้นคือ Carbon Pricing ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง ก่อนยกตัวอย่างกรณี Emissions Trading System ของทางสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็ว แถมยังสามารถสร้างรายได้ให้กับ EU ถึง 1.75 แสนล้านยูโร และสร้างความเป็นธรรมด้วย เพราะผู้ที่สร้างมลพิษมากก็ต้องจ่ายมากขึ้นเพื่อรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองกระทำ ขณะที่ผู้ที่สร้างมลพิษน้อยก็จ่ายน้อยลง โดยเงินที่จัดเก็บได้ส่วนหนึ่งก็สามารถเอาไปสนับสนุนให้กับกลุ่มคนที่เปราะบางในสังคมต่อไปได้ 

 

ขณะเดียวกันสำหรับบทบาทของอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซในการประชุม COP28 รวมทั้งวิธีที่จะทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันทั้งหลาย (Big Oil) หันมาสนับสนุนแนวทางการกำหนดราคาคาร์บอน จอร์จีวากล่าวว่า วิธีการก็คือการตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับปรุงแนวทางการทำธุรกิจ เนื่องจากรายงานที่นำมาเปิดเผยในการประชุม COP28 แสดงให้เห็นถึงลางบอกเหตุของอนาคตที่การบริโภคน้ำมันและก๊าซจะค่อยๆ ทยอยลดลง ขณะที่บรรดาชาติที่เข้าร่วมการประชุมต่างก็ให้คำมั่นในการเร่งหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนให้เพิ่มขึ้นจำนวน 3 เท่าจากปัจจุบันในปีหน้า 

 

โดยขณะนี้เริ่มมียักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันและก๊าซที่ต่างปรับตัวแตกไลน์ขยายสาขาธุรกิจที่ลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมันและก๊าซมากขึ้น ซึ่งกรรมการผู้จัดการ IMF ชี้ว่า เป็นทิศทางบวกสำหรับ Carbon Pricing 

 

อ้างอิง: 

The post IMF ชี้ การกำหนด ‘ราคาคาร์บอน’ คือลางบอกเหตุที่ย้ำว่าอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซกำลังเปลี่ยนแปลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
IMF ยังไม่เห็นสัญญาณธนาคารชะลอปล่อยสินเชื่อ คาด Fed เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่ออีกนิด https://thestandard.co/imf-chief-says-theres-no-significant/ Tue, 06 Jun 2023 03:02:21 +0000 https://thestandard.co/?p=799601 ชะลอปล่อยสินเชื่อ

Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่ […]

The post IMF ยังไม่เห็นสัญญาณธนาคารชะลอปล่อยสินเชื่อ คาด Fed เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่ออีกนิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชะลอปล่อยสินเชื่อ

Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภาคการเงินการธนาคาร โดยระบุว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณการชะลอการปล่อยสินเชื่อของบรรดาธนาคารอย่างมีนัยสำคัญเพียงพอที่จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Fed) ปรับเปลี่ยนทิศทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปได้ 

 

ผู้นำ IMF กล่าวอีกว่า บางธนาคารเริ่มระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แต่จำนวนธนาคารที่หันมาชะลอการปล่อยสินเชื่อยังไม่มากพอที่จะทำให้ธนาคารกลาง โดยเฉพาะ Fed ตัดสินใจเปลี่ยนนโยบายอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นของตนเองได้ 

 

ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่รายงานของ Fed ในเดือนพฤษภาคมเตือนว่า ธนาคารในฐานะผู้ให้กู้มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอนาคต เนื่องจากปัญหาในสถาบันการเงินขนาดกลางในสหรัฐฯ ทำให้ธนาคารต้องเพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานการให้กู้ยืมสำหรับครัวเรือนและธุรกิจ

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลด้านสินเชื่อของ Fed คาดว่าปัญหาดังกล่าวจะดำเนินต่อไปในปีหน้า เนื่องจากการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลง และความกังวลเกี่ยวกับการไหลออกของเงินฝากและความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงของบรรดานักลงทุนที่ลดลง

 

ทั้งนี้ Georgieva กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนยึดมั่นและเตือนผู้คนรอบข้างอยู่เสมอก็คือ ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เราทุกคนล้วนตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนเป็นพิเศษ ดังนั้นจงให้ความสนใจกับเทรนด์และปรับตัวให้ได้อย่างรวดเร็วหากว่าเทรนด์เปลี่ยนไป

 

สำหรับความเห็นของ IMF เกี่ยวกับการชะลอตัวของการปล่อยสินเชื่อทั่วโลกมีขึ้นหลังจาก Pierre-Olivier Gourinchas หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF ออกโรงเตือนในเดือนเมษายนว่า ขณะนี้ธนาคารต่างๆ อยู่ใน ‘สถานการณ์ที่ล่อแหลมมากขึ้น’ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อแนวโน้ม GDP โลกที่ IMF ประเมินว่าปีนี้จะโตอยู่ที่ราว 2.8% 

 

รายงานยังระบุว่า บรรดาธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกส่วนใหญ่ ซึ่งหมายรวมถึง Fed ต่างหันมาดำเนินนโยบายการเงินอย่างเข้มงวดเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ขณะเดียวกันหนี้ทั่วโลกก็พุ่งสูงขึ้นจนเกือบเป็นประวัติการณ์ที่ 305 ล้านล้านดอลลาร์ อ้างอิงจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) ซึ่งระบุในรายงานประจำเดือนพฤษภาคมว่าระดับหนี้และอัตราดอกเบี้ยที่สูงได้นำไปสู่ความกังวลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการก่อหนี้ในระบบการเงิน

 

ขณะเดียวกันผู้อำนวยการ IMF ยังกล่าวอีกว่า เนื่องจากทาง IMF ยังไม่เห็นการชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญของการปล่อยสินเชื่อที่จะกระตุ้นให้ Fed เปลี่ยนแนวทางนโยบายการเงินได้ รวมกับตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน ที่ฟื้นตัวจากผลก่อนหน้า ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกระลอก 

 

Georgieva ยังชี้ว่าแรงกดดันที่มาจากรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นขณะที่การว่างงานอยู่ในระดับต่ำ หมายความว่า Fed จะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป ซึ่งในมุมมองของ IMF เห็นว่า Fed อาจต้องลงมือทำอะไรมากกว่านี้อีกสักเล็กน้อยเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามเป้าที่วางไว้  

 

ในส่วนของการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้ที่ลงนามโดยประธานาธิบดี Joe Biden เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำ IMF กล่าวว่า สิ่งที่ได้รับการตกลงในบริบทที่มีอยู่ถือเป็นผลลัพธ์ที่ดี ก่อนแนะให้รัฐบาลสหรัฐฯ หาทางจัดการกับปัญหาเพดานหนี้อย่างจริงจัง เพื่อยุติวงจรขัดแย้งในการโต้เถียงเพื่อขยายเพดานหนี้ซ้ำซาก และกล่าวว่าขณะนี้ถึงเวลาที่จะคิดทบทวนหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อจัดการรับมือกับปัญหาความท้าทายใหม่ๆ ที่ประดังเข้ามา 

 

อ้างอิง: 

The post IMF ยังไม่เห็นสัญญาณธนาคารชะลอปล่อยสินเชื่อ คาด Fed เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่ออีกนิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนรับโจทย์ IMF ร่วมแก้หนี้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เดินหน้าประนอมหนี้และปรับโครงสร้าง หวังคลายแรงกดดัน https://thestandard.co/china-imf-debt-restructuring/ Wed, 12 Apr 2023 04:23:53 +0000 https://thestandard.co/?p=775997 จีน IMF หนี้โลก

รายงานข่าวจาก The Wall Street Journal ซึ่งอ้างอิงแหล่งข […]

The post จีนรับโจทย์ IMF ร่วมแก้หนี้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เดินหน้าประนอมหนี้และปรับโครงสร้าง หวังคลายแรงกดดัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีน IMF หนี้โลก

รายงานข่าวจาก The Wall Street Journal ซึ่งอ้างอิงแหล่งข่าววงในระบุว่า ทางรัฐบาลจีนกำลังเจรจาแผนการประนีประนอมกับเจ้าหนี้รายใหญ่รายอื่นๆ ที่อาจช่วยแก้ปัญหาติดขัดในการเจรจาบรรเทาหนี้สำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังประสบปัญหา โดยหากแผนการเจรจาดังกล่าวเป็นไปด้วยดีก็จะลดความจำเป็นที่ผู้ให้กู้รายใหญ่อย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) จะเข้าร่วมในการรับผลขาดทุนในข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้ใดๆ ที่มีอยู่ ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นฟูพัฒนาประเทศต่างๆ เช่น แซมเบียและกานา

 

ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ผู้ให้กู้พหุภาคีและพันธมิตรระดับภูมิภาค เช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย และธนาคารเพื่อการพัฒนาแอฟริกา ออกมาเคลื่อนไหวโดยให้คำมั่นสัญญาที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในการจัดหาแหล่งเงินทุนใหม่ที่มีต้นทุนต่ำ รวมถึงเงินช่วยเหลือแก่ประเทศที่กำลังปรับโครงสร้างหนี้ 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง​: 

 


 

ขณะเดียวกัน รายงานระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของจีนในครั้งนี้จะช่วยทำลายทางตันที่จีนและเจ้าหนี้รัฐบาลอื่นๆ ได้ทำข้อตกลงเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของแซมเบีย และทำหน้าที่เป็นต้นแบบสำหรับข้อตกลงบรรเทาหนี้มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สำหรับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ที่ประสบปัญหาทางการเงิน 

 

นอกจากนี้ การเจรจากำลังดำเนินการต่อในรายละเอียดของการปรับโครงสร้างหนี้ของแซมเบีย เช่น การขยายกำหนดเวลาการชำระหนี้และการลดอัตราดอกเบี้ย โดยจีนยังคงต่อต้านการขาดทุนจากมูลค่าที่ตราไว้ของเงินกู้ 

 

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากจีนจะเข้าร่วมการประชุม Global Sovereign Debt Roundtable กับธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ นับเป็นการเข้าร่วมด้วยตนเองครั้งแรกในรอบ 3 ปีหลังจากโควิด 

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (10 เมษายน) ทางกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ จะกดดันให้แซมเบียและกานาแก้ไขคำขออย่างเร่งด่วนในการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ และดำเนินการเพื่อยุติการปฏิบัติต่อหนี้ของศรีลังกา

 

รายงานดังกล่าวของ The Wall Street Journal สอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าว Reuters ที่ระบุว่า จีนกำลังดำเนินการเคลื่อนไหวเพื่อลดความจำเป็นที่ธนาคารเพื่อการพัฒนารายอื่นๆ ในการเข้ามาแบ่งปันผลขาดทุนร่วมกับเจ้าหนี้รายอื่นในการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะสำหรับประเทศยากจน ซึ่งเป็นการทำลายอุปสรรคสำคัญในการบรรเทาหนี้

 

โดยการพูดคุยดังกล่าวจะมีขึ้นระหว่างที่ตัวแทนจีนเข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลม Global Sovereign Debt Roundtable ที่กรุงวอชิงตัน 

 

ทั้งนี้ Reuters รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวว่า ทางการจีนจะไม่ยืนกรานให้ธนาคารโลกและผู้ให้กู้พหุภาคีอื่นๆ ทำ ‘Hair Cut’ ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างหนี้โดยการเจรจาขอส่วนลดจากเจ้าหนี้แล้วจ่ายหนี้ทั้งหมดเพื่อปิดบัญชีทันทีในการให้เงินกู้แก่ประเทศยากจนอีกต่อไป ในขณะที่ IMF และ World Bank ก็ตกลงที่จะให้การวิเคราะห์ความยั่งยืนของหนี้ของประเทศที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับทางการจีน

 

ก่อนหน้านี้ คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการ IMF ได้ยืนยันในระหว่างการประชุมว่า กองทุนได้ตกลงที่จะให้ข้อมูลความยั่งยืนของหนี้ก่อนหน้านี้แก่เจ้าหนี้เพื่อให้ประเทศที่เกี่ยวข้องสามารถเตรียมการปรับโครงสร้างหนี้ได้ดีขึ้น พร้อมระบุว่าธนาคารโลกยังได้รับการร้องขอให้แสดงให้เห็นว่าธนาคารสามารถเป็นผู้ให้บริการทางการเงินและการให้เงินกู้ที่มีเงื่อนไขแบบผ่อนปรนได้อย่างไร

 

โดยทั้ง IMF, World Bank และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เห็นต่างกับทางการจีนในเรื่องของการให้กู้แบบยอมผ่อนปรนแก่ประเทศที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว เนื่องจากการกระทำดังกล่าวนั้นเทียบเท่ากับการยอมขาดทุนจากเงินกู้ยืม

 

ท่าทีล่าสุดของจีนหากเป็นจริงตามที่แหล่งข่าวอ้างอิงก็ถือได้ว่าสอดคล้องกับความต้องการของสหรัฐฯ, IMF และ World Bank ที่ต้องการให้จีนมีจุดยืนร่วมกันในการบริหารจัดการหนี้อย่างเป็นระบบในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่ โดยให้ใช้ความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อราคาถูก เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นการทำให้ประเทศกำลังพัฒนาขาดระเบียบวินัยและมีหนี้มากเกินจนกระเทือนต่อการพัฒนาของประเทศนั้นๆ เอง

 

ทั้งนี้ IMF, World Bank และอินเดียซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Global Sovereign Debt Roundtable โดยมีเป้าหมายในการเร่งบรรเทาหนี้ให้กับประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือ คาดว่าจะสามารถออกแถลงการณ์หลังการประชุมในวันพุธที่ 12 เมษายนนี้ 

 

อ้างอิง: 

The post จีนรับโจทย์ IMF ร่วมแก้หนี้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เดินหน้าประนอมหนี้และปรับโครงสร้าง หวังคลายแรงกดดัน appeared first on THE STANDARD.

]]>