Klook Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/klook/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 20 Jan 2026 01:45:36 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 JENNIE เตรียมเป็นศิลปินเฮดไลเนอร์ในเทศกาลดนตรี ComplexCon Hong Kong https://thestandard.co/jennie-headliner-complexcon-hong-kong/ Tue, 20 Jan 2026 01:45:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1166988 JENNIE เตรียมเป็นศิลปินเฮดไลเนอร์ในเทศกาลดนตรี ComplexCon Hong Kong

ศิลปินสาวสุดฮอต JENNIE เตรียมขึ้นเวทีที่เทศกาลดนตรี Com […]

The post JENNIE เตรียมเป็นศิลปินเฮดไลเนอร์ในเทศกาลดนตรี ComplexCon Hong Kong appeared first on THE STANDARD.

]]>
JENNIE เตรียมเป็นศิลปินเฮดไลเนอร์ในเทศกาลดนตรี ComplexCon Hong Kong

ศิลปินสาวสุดฮอต JENNIE เตรียมขึ้นเวทีที่เทศกาลดนตรี ComplexCon Hong Kong ในฐานะศิลปินเฮดไลเนอร์ ซึ่งนี่จะถือเป็นครั้งแรกที่เธอแสดงในฮ่องกงในฐานะศิลปินเดี่ยว และเธอจะแสดงที่เทศกาลดนตรีนี้ในวันที่ 22 มีนาคม 2026

 

JENNIE ถือเป็นเฮดไลเนอร์ของงานนี้ร่วมกับแรปเปอร์ชาวอเมริกันอย่าง YEAT ที่เขาจะแสดงในวันที่ 21 มีนาคม ส่วนไลน์อัปศิลปินคนอื่นๆ จะตามมาในเร็วๆ นี้ โดยผู้จัดงานจะประกาศให้ทราบผ่านโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ของ ComplexCon Hong Kong และอีกหนึ่งความพิเศษของงานนี้ก็คือ Kasing Lung ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์คาแรกเตอร์ Labubu จะรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของงานด้วยเช่นกัน

 

ComplexCon Hong Kong จะจัดขึ้นในวันที่ 21-22 มีนาคม 2026 ณ Asia World Expo โดยพวกเขาจะเริ่มจำหน่ายตั๋วเข้างานรอบ General Sale ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Klook หรือ Trip.com

 

ภาพ: jennierubjyjane / Instagram

อ้างอิง:

The post JENNIE เตรียมเป็นศิลปินเฮดไลเนอร์ในเทศกาลดนตรี ComplexCon Hong Kong appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม้ Burnout ก็ไม่หยุด! Klook เผยคนไทยทำงานหนักติดท็อป 3 โลก แต่ติดกับดัก ‘ความเกรงใจ’ ไม่กล้าลาหยุด https://thestandard.co/thai-burnout-krengjai-trap/ Sat, 01 Nov 2025 07:58:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1138691 แม้ Burnout ก็ไม่หยุด Klook เผยคนไทยทำงานหนักติดท็อป 3 โลก แต่ติดกับดัก ‘ความเกรงใจ’ ไม่กล้าลาหยุด

Klook แพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยว ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึ […]

The post แม้ Burnout ก็ไม่หยุด! Klook เผยคนไทยทำงานหนักติดท็อป 3 โลก แต่ติดกับดัก ‘ความเกรงใจ’ ไม่กล้าลาหยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม้ Burnout ก็ไม่หยุด Klook เผยคนไทยทำงานหนักติดท็อป 3 โลก แต่ติดกับดัก ‘ความเกรงใจ’ ไม่กล้าลาหยุด

Klook แพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยว ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่ชี้ให้เห็นว่าคนไทยกำลังเผชิญกับภาวะหมดไฟ (burnout) อย่างแพร่หลาย แต่กลับมีความลังเลที่จะใช้สิทธิ์ลาหยุดพักผ่อน อันเนื่องมาจากวัฒนธรรมองค์กรและความรู้สึกผิดหากต้องหยุดงาน

 

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่ระบุว่า ประเทศไทยติดอันดับ 3 ของโลกด้านจำนวนชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานที่สุด โดย 46.7% ของคนไทยทำงานเกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่อยู่ที่ประมาณ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์อย่างมีนัยสำคัญ

 

ไม่เพียงเท่านั้น วัฒนธรรมที่เรียกว่า ‘Presenteeism’ หรือ ‘การต้องมาให้เห็นหน้า’ ยังคงฝังรากลึกในสังคมการทำงาน โดยพนักงานไทยประมาณ 35–48% ระบุว่ายังคงมาทำงานแม้ในขณะที่ป่วย

 

เหตุผลหลักคือความกังวลว่าจะสร้างภาระให้เพื่อนร่วมงาน หรือกลัวถูกมองไม่ดีจากหัวหน้า ซึ่งพฤติกรรมนี้ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงและเพิ่มความเสี่ยงของภาวะหมดไฟ

 

แม้จะเผชิญกับความเครียดสูง แต่การลาพักร้อนกลับเป็นเรื่องที่ทำได้ยากสำหรับคนไทย เนื่องจากวัฒนธรรม ‘ความเกรงใจ’ ประกอบกับความกังวลเรื่องงานที่คั่งค้าง และความเชื่อเดิมๆ ว่าการลาหยุดควรเป็นทริปใหญ่ที่เกิดขึ้นเพียงปีละครั้ง

 

ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งในความรู้สึก โดย 80% ของพนักงานรู้สึกว่าควรได้รับวันลามากกว่าที่มี แต่กลับไม่กล้าใช้สิทธิ์เพราะกลัวสร้างภาระให้ทีม ขณะที่ 74% ของพนักงานยอมยกเลิกวันลาที่วางแผนไว้เพราะภาระงาน และ 24% ยังคงตรวจสอบอีเมลงานระหว่างอยู่ในช่วงวันหยุด

 

เคนนี่ แชม ผู้จัดการทั่วไป ประจำคลูกประเทศไทย ฮ่องกง และมาเก๊า กล่าวว่า “จากผลสำรวจที่พบทำให้เราเห็นว่า ที่จริงแล้วคนไทยต้องการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย ความเครียดจากการทำงาน ภาวะ Burnout และเป็นการชาร์ตพลังให้ตัวเอง แต่หลายคนยังติดกับดักทางความคิดและความเชื่อที่ทำให้ไม่กล้าออกไปใช้วันลาทั้งที่เป็นสิทธิ์ของตนเอง”

 

อย่างไรก็ตาม Klook ได้เปิดเผยข้อมูลพฤติกรรมการจองของนักเดินทางรุ่นใหม่ในปี 2568 ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงแนวคิดเดิม จากที่เคยวางแผนทริปใหญ่ปีละครั้ง กำลังเปลี่ยนไปสู่การเที่ยวแบบ ‘ทริปสั้น’ แต่มีความถี่สูงขึ้น

 

ข้อมูลระบุว่า เกือบ 50% ของนักเดินทาง Gen Z ชาวไทย นิยมวางแผนและจองกิจกรรมล่วงหน้าน้อยกว่าสองเดือน โดย 18% จองล่วงหน้าเพียง 4-7 วันก่อนออกเดินทาง พฤติกรรมนี้สะท้อนถึงการเปิดรับความยืดหยุ่น การตัดสินใจแบบฉับพลัน และความนิยมในการจองแบบนาทีสุดท้ายที่เพิ่มมากขึ้น

 

“เทรนด์ที่เกิดขึ้นทำให้เราเห็นว่า นักเดินทางรุ่นใหม่มองการเดินทางไปต่างประเทศเป็นกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งโดยไม่ต้องใช้ระยะเวลานานเกินไป”

 

ดังนั้นโปรแกรมการเดินทางไม่จำเป็นต้องยาวนานเป็น 10 วัน แต่เป็นทริปสั้นเพียง 4 วัน 3 คืนก็เพียงพอ แต่กระจายความถี่ให้มีทริปสั้นๆ แบบนี้ตลอดทั้งปี เป็นการแบ่งเวลาไปชาร์ตพลังที่อาจจะตอบโจทย์วัฒนธรรมการทำงานสมัยใหม่มากกว่าการลางานยาว ๆ ครั้งเดียวต่อปี

 

สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยม ญี่ปุ่นยังคงครองตำแหน่งอันดับหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสนใจ โดยมีโตเกียวและโอซาก้าเป็นเมืองที่มียอดจองกิจกรรมสูงที่สุด

 

ในขณะเดียวกัน ประเทศจีนถือเป็นจุดหมายปลายทางที่มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ โดยในปี 2568 Klook พบว่ายอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยในจีนเติบโตเพิ่มขึ้นในระดับเลขสามหลัก และความต้องการเดินทางไปจีนของคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นถึง 7 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

 

ภาพ: Yellow_man / Shutterstock

The post แม้ Burnout ก็ไม่หยุด! Klook เผยคนไทยทำงานหนักติดท็อป 3 โลก แต่ติดกับดัก ‘ความเกรงใจ’ ไม่กล้าลาหยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
100% DORAEMON & FRIENDS นิทรรศการโดราเอมอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก! จัดที่ไอคอนสยาม เริ่ม 1 พ.ค. นี้ https://thestandard.co/life/doraemon-exhibition-icon/ Sat, 05 Apr 2025 00:00:23 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1060876 doraemon-exhibition-icon

ทุกคนยังจำโดราเอมอนตอนแรกที่อ่านหรือดูได้ไหม และถ้าใครม […]

The post 100% DORAEMON & FRIENDS นิทรรศการโดราเอมอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก! จัดที่ไอคอนสยาม เริ่ม 1 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
doraemon-exhibition-icon

ทุกคนยังจำโดราเอมอนตอนแรกที่อ่านหรือดูได้ไหม และถ้าใครมีเจ้าแมวหุ่นยนต์ตัวกลมดิ๊กตัวนี้เป็นเพื่อนซี้วัยเด็กเหมือนกับเรา ต้องห้ามพลาดนิทรรศการครั้งใหญ่ที่จะพาพวกเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปหาความทรงจำดีๆ ด้วยกันอีกครั้ง กับนิทรรศการ 100% DORAEMON & FRIENDS TOUR IN THAILAND นิทรรศการโดราเอมอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งกำลังเดินทางมาจัดแสดงที่ประเทศไทยแล้วในเดือนพฤษภาคมนี้


นิทรรศการ 100% DORAEMON & FRIENDS จะเต็มไปด้วยเรื่องราวของเจ้าหุ่นยนต์แมวและผองเพื่อนซี้ที่มักออกผจญภัยไปด้วยกัน ทุกคนจะได้ชมเรื่องราวของพวกเขาผ่านประตูไปที่ไหนก็ได้ซึ่งจะพาทุกคนไปพบกับ 2 พื้นที่ไฮไลต์ คือ


100% Manga Art Exhibition Hall นิทรรศการหลักที่เจาะลึกโลกของโดราเอมอนบนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร โดยด้านในมีโซนย่อยๆ ให้เดินเล่นอีกเพียบ พร้อมพบปะกับตัวละครอื่นๆ ที่มารอพบทุกคนอยู่ด้านใน รวมถึงมีจุดถ่ายรูปให้แวะเก็บความทรงจำ รับรองว่าโซนนี้จะทำให้ทุกคนรู้สึกรักโลกแห่งเรื่องราวของโดราเอมอนมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน โดยโซนนี้จะอยู่บนชั้น 6 ในไอคอนสยาม พร้อมกับมี Café & Pop-up Store ให้แวะชิมขนมและซื้อของที่ระลึกด้วย


ส่วนอีกโซนซึ่งจัดแสดงริมน้ำ เตรียมพบกับ 100% Doraemon River Park Exhibition กองทัพหุ่นโดราเอมอนยักษ์ในหลากหลายท่าทาง รวมถึงโดราเอมอนไซส์ใหญ่ที่สุดในโลกที่รับรองแฟนๆ ต้องอยากเข้าไปทักทายและถ่ายรูปให้จุใจ โดยในบริเวณนี้จะมีผองเพื่อนของโดราเอมอนมารอเจอทุกคนอยู่เช่นกัน


100% DORAEMON & FRIENDS TOUR IN THAILAND เริ่มเปิดขายบัตรวันที่ 8 เมษายนนี้ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทาง Eventpass และ Klook


โดยนิทรรศการ 100% Manga Art Exhibition Hall เริ่มจัดแสดงวันที่ 1 พฤษภาคม – 22 กรกฎาคม 2568 ส่วนนิทรรศการริมน้ำจัดแสดงถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น

The post 100% DORAEMON & FRIENDS นิทรรศการโดราเอมอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก! จัดที่ไอคอนสยาม เริ่ม 1 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Klook ปิดรอบระดมทุน 100 ล้านดอลลาร์ เตรียมมัดใจนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ส่วนใหญ่ให้ค่า ‘ประสบการณ์’ มากกว่า ‘สถานที่’ https://thestandard.co/klook-raises-100-million-usd/ Thu, 13 Feb 2025 05:46:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1041285

Klook แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการแพลนทริปท่องเที่ยว ได้ปิ […]

The post Klook ปิดรอบระดมทุน 100 ล้านดอลลาร์ เตรียมมัดใจนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ส่วนใหญ่ให้ค่า ‘ประสบการณ์’ มากกว่า ‘สถานที่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Klook แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการแพลนทริปท่องเที่ยว ได้ปิดดีลระดมทุนเพิ่ม 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบระดมทุนใหม่ที่นำโดย Vitruvian Partners บริษัทการลงทุนหลักทรัพย์นอกตลาด (Private Equity Firm) โดยการปิดดีลครั้งนี้ของ Klook ทำให้ยอดเงินระดมทุนรวมของบริษัททะลุเกิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว

 

Bloomberg รายงานว่า Klook ระดมทุนเพิ่มเพื่อมุ่งทำกลยุทธ์จับกลุ่มนักเดินทางรุ่น Millennials และ Gen Z ที่เป็น 2 กลุ่มลูกค้าหลักโดยคิดเป็นประมาณ 70% ของฐานผู้ใช้งานทั้งหมด และคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้มีการจองผ่านแอปมือถือมากกว่า 80% นั่นทำให้ Eric Gnock Fah ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริษัทมองว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียคือช่องทางสำคัญที่จะเพิ่มโอกาสในการ ‘ปิดดีล’ กับลูกค้ากลุ่มนี้ได้ 

 

“โซเชียลมีเดียกำลังกลายเป็นนิยามใหม่ของการหาข้อมูล ผู้คนค้นหาผ่าน TikTok และ Instagram ฉะนั้นเทรนด์นี้จึงเป็นสิ่งที่เราจะใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดต่อไป” Eric กล่าวในการสัมภาษณ์กับ Bloomberg

 

ในขณะเดียวกัน รายงาน The Evolving Role of Experiences in Travel ของ McKinsey & Co. ได้เผยอินไซต์การท่องเที่ยวสำหรับคนรุ่นใหม่ว่า นักเดินทางกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับ ‘ประสบการณ์’ ที่เฉพาะเจาะจงกับความชอบของแต่ละบุคคล ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะแทนที่จะเลือกจุดหมายปลายทางแล้วค่อยวางแผนว่าจะทำอะไร คนรุ่นใหม่กลับให้ความสำคัญกับกิจกรรมหรือประสบการณ์ที่จะได้รับเป็นอันดับแรก โดยรายงานดังกล่าวประเมินว่าตลาดท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ทั่วโลกอาจมีมูลค่าสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

Ethan Lin ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Klook เล่าว่า แม้คน Gen Z จะระวังเรื่องการใช้จ่าย แต่หากพวกเขาเห็นว่าบริการนั้นๆ คุ้มค่า คนกลุ่มนี้ก็ไม่กลัวที่จะใช้เงินซื้อประสบการณ์

 

Klook กล่าวว่าการระดมทุนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐรอบนี้จะผลักให้ Klook เข้าสู่การเติบโตในช่วงถัดไป 

 

อย่างไรก็ตาม การระดมทุนใหม่ของ Klook ก็ยังไม่เผยให้เห็นสัญญาณที่ชัดเจนในการเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ ณ ตอนนี้ แต่มีการคาดการณ์ว่าบริษัทอาจเข้าจดทะเบียนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยตลาดที่เป็นตัวเลือกของการเข้าจดทะเบียนคือตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐฯ หรือฮ่องกง ตามที่ Lin ได้ให้ข้อมูลไว้ 

 

สำหรับประวัติโดยย่อของบริษัท Klook ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 และกลายเป็นยูนิคอร์นในปี 2018 จนเริ่มทำกำไรได้ในปี 2023 โดย Klook ดึงดูดผู้เข้าชมแอปมากกว่า 70 ล้านคนต่อเดือนและมีการจองทริปมากกว่า 140 ล้านครั้งไปแล้ว และปัจจุบัน Klook ก็กำลังแข่งกับเว็บไซต์ท่องเที่ยวระดับโลก เช่น Booking.com และ Expedia รวมถึง Trip.com ของจีนและ Yanolja ของเกาหลีใต้

 

อ้างอิง:

The post Klook ปิดรอบระดมทุน 100 ล้านดอลลาร์ เตรียมมัดใจนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ส่วนใหญ่ให้ค่า ‘ประสบการณ์’ มากกว่า ‘สถานที่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hong Kong Disneyland เปิดตัวการแสดงโดรนชุดใหม่ ธีม Marvel มีให้ดูแค่ 2 เดือนเท่านั้น https://thestandard.co/life/hong-kong-disneyland-marvel-drone-theme/ Mon, 29 Apr 2024 07:16:49 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=927988 Hong Kong Disneyland

Arnim Zola และกองทัพไฮดรากลับมาแล้ว!   นี่คือประกา […]

The post Hong Kong Disneyland เปิดตัวการแสดงโดรนชุดใหม่ ธีม Marvel มีให้ดูแค่ 2 เดือนเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hong Kong Disneyland

Arnim Zola และกองทัพไฮดรากลับมาแล้ว!

 

นี่คือประกาศเรียกรวมตัวเหล่าแฟนมาร์เวลทั่วโลก เมื่อศัตรูตัวฉกาจกัดไม่ปล่อยอย่าง Arnim Zola กลับมารุกรานอีกครั้งในงาน Stark Expo พร้อมกองกำลังไฮดราที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ถึงเวลาเรียกรวมพลแฟนมาร์เวลที่ Tomorrowland เพื่อช่วยเหล่าฮีโร่ต่อสู้กับเหล่าร้าย!

 

 

หลังเปิดตัวโซนใหม่ Frozen เมื่อปลายปีที่แล้ว ปีนี้ Hong Kong Disneyland ยังแรงไม่แผ่ว ปล่อยโชว์ใหม่ ‘Find Your Super Power’ เรียกรวมพลสาวกมาร์เวลให้มาช่วยเหลือฮีโร่คนโปรด ต่อสู้กับคู่ปรับเก่าอย่าง Arnim Zola และกองทัพไฮดรา โดยโชว์นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ตอน ช่วงเวลากลางวัน ‘Find Your Super Power: Battle for Stark Expo’ การแสดงการต่อสู้ไลฟ์แอ็กชันของเหล่าฮีโร่กับแก๊งไฮดรา ไม่ว่าจะเป็น Iron Man, Spider-Man, Star-Lord, Doctor Strange, Ant-Man และ Thor ก่อนปิดท้ายด้วย ‘Find Your Super Power: Battle in the Sky’ เมื่อความมืดเข้าย่างกราย จอมวายร้าย Arnim Zola ปล่อยฝูงบอตออกมารุกรานเต็มน่านฟ้า และฮีโร่ก็ต้องการผู้ช่วย

 

Hong Kong Disneyland Hong Kong Disneyland

 

โดยซีรีส์ Find Your Super Power จะเปิดให้ชมทุกวัน ระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 10 มิถุนายน 2024 ณ บริเวณงาน Stark Expo โซน Tomorrowland และเพื่อปลุกความเป็นฮีโร่ในตัวให้มากขึ้น Hong Kong Disneyland ยังจัดเตรียมอาหารซูเปอร์ฮีโร่ให้เติมพลัง และยังมีอุปกรณ์และของที่ระลึกชุดใหม่วางจำหน่ายด้วยอีกเพียบ

 

Hong Kong Disneyland Hong Kong Disneyland

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hongkongdisneyland.com ส่วนตั๋วเข้าสวนสนุกเราแนะนำให้ซื้อผ่าน Klook ที่ตอนนี้มี Klook Pass ฮ่องกงแล้ว สามารถเลือกสถานที่ บัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ พร้อมจองรอบวันได้สะดวก และประหยัดกว่าซื้อหน้างาน www.klook.com/en-HK/activity/39-hong-kong-disneyland-resort-hong-kong

 

ภาพ: พลอยจันทร์, Hong Kong Disneyland

The post Hong Kong Disneyland เปิดตัวการแสดงโดรนชุดใหม่ ธีม Marvel มีให้ดูแค่ 2 เดือนเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
พันธมิตรยักษ์ใหญ่ระดับโลกมั่นใจสยามพารากอนและประเทศไทย เดินหน้าร่วมขยายโกลบอล อีโคซิสเต็ม https://thestandard.co/siam-paragon-global-partnership/ Wed, 18 Oct 2023 15:25:04 +0000 https://thestandard.co/?p=856189 สยามพารากอน

กลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตไปได้ไกลกว่าเดิมคื […]

The post พันธมิตรยักษ์ใหญ่ระดับโลกมั่นใจสยามพารากอนและประเทศไทย เดินหน้าร่วมขยายโกลบอล อีโคซิสเต็ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สยามพารากอน

กลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตไปได้ไกลกว่าเดิมคือ การผนึกกำลังกับพันธมิตรที่องค์กรขนาดใหญ่นำมาใช้เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดการเติบโต ล่าสุดกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เดินหน้าผนึกกำลังกับ 7 พันธมิตรค้าปลีกยักษ์ใหญ่ระดับโลก และยังอยู่ระหว่างการเจรจากับ Hyundai Department Store เชื่อมสิทธิประโยชน์เหนือระดับให้กับผู้ใช้บริการของศูนย์การค้าสู่ ONESIAM SuperApp และในเวลาเดียวกันสามารถดึงดูดนักช้อปสมาชิกของพันธมิตรค้าปลีกจากประเทศต่างๆ เข้ามาจับจ่ายใช้สอยในศูนย์การค้ากลุ่มสยามพิวรรธน์ 

 

พร้อมกันนี้ Alipay, Klook และ Trip.com Group ร่วมยกระดับประสบการณ์แบบไร้รอยต่อของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมสิทธิพิเศษ เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวจีนและทั่วโลก

 

สยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหารสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของ ไอคอนสยามและสยามพรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เป็นรายแรกที่ริเริ่มในการผนึกพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งระดับโลก เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับและสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาเยี่ยมเยือนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ศูนย์การค้าในเครือของสยามพิวรรธน์ อาทิ สยามพารากอน ได้รับรางวัลแบรนด์ยอดนิยมในหมวด Tourist Attraction Mall จากการมอบรางวัล ‘Marketeer No.1 Brand Thailand 2023’ และล่าสุดกับรางวัล ‘Best Luxury Lifestyle Mall’ ศูนย์การค้าที่รวบรวมแบรนด์ระดับลักชัวรีที่ครบครันมากที่สุดในประเทศไทย ตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าระดับพรีเมียมที่โดดเด่นที่สุด เป็นที่หนึ่งในใจของลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเป็นผู้นำที่ครองฐานกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงมากที่สุดในประเทศไทย

 

 

สรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “สยามพิวรรธน์ได้ใช้กลยุทธ์ Collaborate to Win เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ผนึกพันธมิตรและคู่ค้าระดับผู้นำธุรกิจทั้งในประเทศและนานาประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งความสำเร็จร่วมกัน และเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจอย่างไร้ขีดจำกัด” 

 

 

สยามพิวรรธน์เสริมความแข็งแกร่ง Global Ecosystem ด้วยการผสานความร่วมมือกับ 7 พันธมิตรค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในประเทศท่องเที่ยวระดับโลก และยังอยู่ระหว่างการหารือถึงความร่วมมือในการเป็นพันธมิตรกับ Hyundai Department Store เพื่อมาเสริมสร้างความพิเศษเหนือระดับที่จะมอบให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ (Global Privilege Partnership)

 

Global Privilege Partnership เป็นการจับมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ได้แก่ ศูนย์การค้า PARCO ประเทศญี่ปุ่น, Taipei 101 ไต้หวัน, Hong Kong Times Square ฮ่องกง, ห้างสรรพสินค้า ION Orchard สิงคโปร์, Pavilion Kuala Lumpur มาเลเซีย, Plaza Indonesia อินโดนีเซีย และ Fosun สาธารณรัฐประชาชนจีน 

 

ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งศูนย์การค้า การท่องเที่ยว และบริการด้านสุขภาพ เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในด้านสิทธิประโยชน์แก่สมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp โดยมีสิทธิพิเศษ ได้แก่ การอัปเกรดสถานะสมาชิกเทียบเท่าสถานะสมาชิกระดับพรีเมียม เพื่อรับสิทธิประโยชน์สูงสุด Welcome Gift พร้อมบริการที่สุดพิเศษ ซึ่งอำนวยความสะดวกสบายสูงสุด ได้แก่ บริการผู้ช่วยส่วนบุคคลที่จะคอยแนะนำบริการต่างๆ ภายในศูนย์การค้า, บริการ Exclusive Lounge และบริการรถลีมูซีนรับ-ส่ง เมื่อช้อปครบตามกำหนด 

 

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของบริการ ณ ศูนย์การค้าในประเทศนั้นๆ โดยความร่วมมือระหว่างสยามพิวรรธน์และพันธมิตรต่างๆ ระดับโลกในครั้งนี้จะส่งผลให้มีลูกค้าที่สามารถรับสิทธิประโยชน์ได้กว่า 4 ล้านคนต่อปี 

 

 

Mr.Yao Yuan, Principle Director of CRM and Lifestyle Project Director, Fosun สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า “เราทั้งสองฝ่ายมีวิสัยทัศน์ในการนำเสนอประสบการณ์ระดับเยี่ยมยอดให้กับลูกค้าในระดับสากล ปฏิเสธไม่ได้ว่าความร่วมมือกับสยามพิวรรธน์จะช่วยเพิ่มความสะดวกและมอบประสบการณ์ที่มากขึ้นให้กับลูกค้าของเรา”

 

Mr.Vernon Ma, Senior Manager – Promotions & Centre Operations, Hong Kong Times Square ฮ่องกง กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้เหนือไปกว่าการช้อปปิ้งและไดนิ่ง แต่เป็นการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เราได้ร่วมกันแบ่งปันประสบการณ์และสร้างความผูกพันกันอย่างใกล้ชิด”

 

Ms.Yeo Mui Hong, Chief Executive Officer, ION Orchard ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดพื้นฐานที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์ในการสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ขึ้นสำหรับลูกค้าสมาชิกของเรา รวมทั้งช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับจุดหมายปลายทางของเราด้วย”

 

Ms.Yoko Nakata, General Manager of Global Marketing Department, Parco ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “เราผนึกความร่วมมือที่ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็น เรามั่นใจว่าความพิเศษของความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้ลูกค้าได้สัมผัสกับแหล่งทรัพยากรอันทรงคุณค่าของญี่ปุ่นในหลายๆ สถานที่ รวมทั้งช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวทั่วภูมิภาคเอเชีย”

 

Ms.Kung Suan Ai, Director of Marketing, Pavilion Kuala Lumper ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้กับสยามพิวรรธน์ได้ทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง และยังรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสใหม่ๆ สำหรับความร่วมมือในอนาคตด้วย”

 

Mr.Zamri Mamat, General Manager Marketing, Plaza Indonesia ประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า “เราเสนอโปรโมชันพิเศษและสิทธิประโยชน์ซึ่งมีประโยชน์ต่อทั้งลูกค้าและศูนย์การค้าของเรา เราหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะส่งผลในเชิงบวกต่อธุรกิจโดยรวมในภูมิภาค” 

 

Ms.Annie Lee, Senior Director & Head of Mall Marketing, Taipei 101 ไต้หวัน กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการค้าปลีก แต่ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของไทยและไต้หวันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศได้รับชัยชนะทั้งสองฝ่าย”

 

Global Privilege Partnership ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการมอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่หลากหลายและมีความพิเศษ ที่จะทำให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ในเจเนอเรชัน Y และ Z ได้อย่างตรงใจ พร้อมไฮไลต์สำคัญคือ การที่สมาชิก VIZ ไปแสดงสถานะสมาชิกเพื่อรับสิทธิประโยชน์ในห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมในเครือกลุ่มพันธมิตร จะได้รับสิทธิพิเศษเสมือนเป็นลูกค้าระดับบนของห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมในเครือ 

 

ในขณะเดียวกันแคมเปญนี้จะสามารถดึงดูดนักช้อปสมาชิกของพันธมิตรค้าปลีกจากประเทศต่างๆ ให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอยในศูนย์การค้ากลุ่มสยามพิวรรธน์ได้เช่นกัน 

 

นอกจากนี้สยามพิวรรธน์ยังได้ร่วมมือกับ Alipay, Klook และ Trip.com Group ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของกลุ่ม ซึ่งเกิดจากบทพิสูจน์ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนและยอดจับจ่ายของฐานลูกค้านักช้อปสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ได้ร่วมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์เหนือระดับให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนและทั่วโลก

 

สิทธิพงษ์ กิตติประภาพงศ์ ผู้จัดการทั่วไปด้าน Global Merchant Partnership ประจำประเทศไทย บริษัท แอนท์ กรุ๊ป (Ant Group) เจ้าของแพลตฟอร์มรับชำระเงิน Alipay กล่าวว่า “เราเห็นสัญญาณที่ดีมากของการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของโลก เราทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศ อย่างเช่น สยามพิวรรธน์และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่จะโปรโมตให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับเลือก และเพิ่ม Visibility เพื่อให้ธุรกิจในประเทศเป็นที่รู้จักมากขึ้น

 

สยามพิวรรธน์และแอนท์ กรุ๊ป มีพันธกิจร่วมกันที่จะเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวในประเทศไทยผ่านการใช้นวัตกรรมดิจิทัล เราหวังว่าจะได้ร่วมกันต้อนรับนักท่องเที่ยวมากขึ้นในเดือนที่จะถึงนี้ เพื่อสร้างปรากฏการณ์ Amazing Thailand” 

 

Michael Liu, VP, Global Shopping Business, Trip.com Group ผู้นำการให้บริการด้านการจองการท่องเที่ยวออนไลน์ระดับโลก กล่าวว่า “Trip.com มีความพร้อมที่จะสนับสนุนการสร้าง Ecosystem ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้กลับมาพลิกฟื้นและเติบโตอีกครั้ง ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างกลุ่มสยามพิวรรธน์ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนและนักเดินทางจากทั่วโลก”

 

Klook แพลตฟอร์มในการจองกิจกรรมและประสบการณ์การท่องเที่ยว กล่าวว่า ความร่วมมือกับสยามพิวรรธน์เป็นการสร้างปรากฏการณ์ Global Ecosystem ที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มออนไลน์ Klook ซึ่งรวบรวมกิจกรรมและบริการการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมาไว้ในที่เดียว เพื่อมอบประสบการณ์และบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของไทยโดยรวม 

 

ONESIAM SuperApp กลไกสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ

 

ปานเทพย์ นิลสินธพ ประธานบริหารสายงานประสบการณ์ลูกค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ONESIAM SuperApp เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างการเติบโตของกลุ่มอย่างก้าวกระโดด เป็น Gateway สู่ศูนย์การค้าในเครือของเราทั้งหมดที่ช่วยยกระดับการสร้างประสบการณ์และบริการลูกค้า รวมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจของร้านค้าและพันธมิตรจากหลายอุตสาหกรรมที่ร่วมใน Global Ecosystem ทั้งยังเป็นแอปพลิเคชันของศูนย์การค้าแห่งเดียวที่มีสกุลเงินดิจิทัล หรือ VIZ Coin สำหรับการจับจ่ายใช้สอยใน 6 ศูนย์การค้าในเครือของสยามพิวรรธน์ รวมถึงร้านค้าและพันธมิตรที่ร่วมรายการ 

 

ONESIAM SuperApp มีจุดเด่น ดังนี้

 

  1. ยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้าสมาชิกที่สามารถค้นพบกิจกรรมและโปรโมชันของศูนย์การค้าได้ก่อนใคร และในปีนี้ได้มีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ SNAP & COLLECT เพื่อความสะดวกสบายมากขึ้น ลูกค้าสามารถสะสมยอดใช้จ่ายด้วยการถ่ายรูปใบเสร็จเพื่อรับ VIZ Coin ผ่านแอปพลิเคชัน
  2. เปิดประตูสู่ความพิเศษของศูนย์การค้าในเครือทั้งหมดด้วย Exclusive Benefits | Exclusive Experience | Exclusive Promotions โดย ONESIAM SuperApp นำเสนอสิทธิพิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดมาเพื่อสมาชิกโดยเฉพาะ นับตั้งแต่ประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ แคมเปญ Clash de Cartier ร่วมกับ Cartier ที่กลายเป็น Talk of the Town ไปจนถึงประสบการณ์สิทธิพิเศษที่คัดสรรสำหรับลูกค้า ONESIAM โดยเฉพาะ ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรที่มีเครือข่ายทั้งในประเทศและทั่วโลก อย่างเช่น สายการบินชั้นนำของโลก การเปิดตัว ONESIAM Travel Club คอมมูนิตี้สำหรับลักชัวรีไลฟ์สไตล์ และการผนึกกำลังร่วมกับโรงพยาบาลชั้นนำ เป็นต้น
  3. เข้าถึงความหลากหลายของ Luxury Brand ที่มากที่สุดในประเทศไทย เป็นคนแรกที่สามารถซื้อสินค้าที่อยู่ในกระแสความนิยม ของสะสม เช่น Carlyn, Mardi, EMIS และ LEGO ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับฟีเจอร์ที่ได้รับความสนใจต่อเนื่อง เช่น Luxury Chat and Shop เลือกช้อปสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกในศูนย์การค้าในเครือ และการคัดสรรสินค้าคอลเล็กชันพิเศษ

 

นับตั้งแต่เปิดตัวในปลายปี 2564 ONESIAM SuperApp ประสบความสำเร็จในการสร้างฐานลูกค้าให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการตอบรับแคมเปญการตลาดแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่สร้างสรรค์และโดนใจลูกค้า ทำให้มีสมาชิกมากกว่า 1.7 ล้านราย จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ล้านคน เติบโต 102% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเปิดตัวในปลายปี 2564 ขณะที่จำนวน Active Member เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 2 เท่า และมียอดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวราว 60,000 บาทต่อคน ทำให้ยอดการใช้จ่ายต่อครั้ง (Per Transaction) มีค่าเฉลี่ยสูงถึง 15,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานการจับจ่ายในศูนย์การค้าโดยเฉลี่ย 

 

ในปี 2567 ที่จะมาถึงนี้ ONESIAM SuperApp จะมอบบริการและสิทธิพิเศษที่เหนือระดับไปอีกขั้น พร้อมขยาย VIZ Coin ให้ออกไปไกลกว่าธุรกิจรีเทล เชื่อมโยงประสบการณ์ช้อปปิ้งทั้งโลกจริงและโลกดิจิทัลแบบไร้รอยต่อ 

 

ภาพ: สยามพารากอน

The post พันธมิตรยักษ์ใหญ่ระดับโลกมั่นใจสยามพารากอนและประเทศไทย เดินหน้าร่วมขยายโกลบอล อีโคซิสเต็ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 ใน 3 ของชาวมิลเลนเนียลและ Gen Z พร้อม ‘ใช้เงินเพื่อการท่องเที่ยว’ เฉลี่ย 70,000 บาท/ครั้ง แม้มากกว่าเงินเดือนถึง 2 เท่าก็ยอมเปย์ https://thestandard.co/millennials-and-gen-z-admit-travel-fee/ Thu, 07 Sep 2023 12:59:47 +0000 https://thestandard.co/?p=838822 การท่องเที่ยว

อย่างที่รู้กันว่าสำหรับชาวมิลเลนเนียลและ Gen Z แล้ว ‘เร […]

The post 1 ใน 3 ของชาวมิลเลนเนียลและ Gen Z พร้อม ‘ใช้เงินเพื่อการท่องเที่ยว’ เฉลี่ย 70,000 บาท/ครั้ง แม้มากกว่าเงินเดือนถึง 2 เท่าก็ยอมเปย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
การท่องเที่ยว

อย่างที่รู้กันว่าสำหรับชาวมิลเลนเนียลและ Gen Z แล้ว ‘เรื่องเที่ยว’ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ยอมน้อยหน้า ซึ่งสิ่งที่สะท้อนได้คือการพร้อมที่จะใช้เงินแม้มากกว่ารายได้ก็ตาม 

 

ผลการสำรวจของ Klook เปิดเผยว่า นักเดินทางพร้อมจ่ายเพื่อการท่องเที่ยว โดย 1 ใน 3 ของนักเดินทางชาวมิลเลนเนียลและ Gen Z เผยว่า พร้อมจ่ายสำหรับการท่องเที่ยวสูงถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (71,180 บาท) หรือมากกว่า เทียบเป็นมูลค่าที่สูงกว่ารายได้เฉลี่ยต่อเดือนของชาวเอเชียเกือบถึง 2 เท่า โดยรายได้เฉลี่ยของชาวเอเชียอยู่ที่ประมาณ 1,069 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 38,000 บาท

 

ผลสำรวจยังพบด้วยว่า 63% ของนักท่องเที่ยวจองกิจกรรมท่องเที่ยวล่วงหน้าก่อนเดินทาง มากกว่า 90% ของชาวมิลเลนเนียลและ Gen Z ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และน่าจดจำ 

 

โดย 85% เผยว่ามีความสนใจที่จะใช้จ่ายสำหรับการทำกิจกรรมการท่องเที่ยว เพื่อให้วันหยุดของพวกเขาคุ้มค่าและน่าประทับใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย เวียดนาม จีน และอินเดีย มีความต้องการที่จะใช้จ่ายมากขึ้นสำหรับกิจกรรมธรรมชาติกลางแจ้ง เช่น ทัวร์เกาะ กิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น เยี่ยมชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ เป็นต้น 

 

สิ่งที่น่าแปลกใจคือ กลุ่ม Gen Z ที่เป็นคนอายุน้อยและเพิ่งเริ่มต้นทำงานได้ไม่นาน พร้อมใช้จ่ายเรื่องการท่องเที่ยวในมูลค่าใกล้เคียงกับกลุ่มมิลเลนเนียล โดย 1 ใน 5 ของ Gen Z เผยว่าเต็มใจใช้จ่ายเงินเกิน 3,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการท่องเที่ยว 

 

ในขณะที่ 1 ใน 4 ของกลุ่มมิลเลนเนียลเต็มใจใช้จ่ายเงินมากกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการท่องเที่ยว ผลการวิจัยยังเปิดเผยว่า นักเดินทางที่ใช้เงินมากที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิกคือคนจีน (58%) และฮ่องกง (39%) โดย 2 ดินแดนนี้ครองตำแหน่งผู้นำที่พร้อมใช้เงินมากกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐในการเดินทางครั้งต่อไป 

 

ผลวิจัยเผยว่าชาว Gen Z ใช้โซเชียลมีเดียมากกว่าเสิร์ชเอนจินและบล็อกท่องเที่ยว ในขณะที่นักเดินทางกลุ่มมิลเลนเนียลยังคงใช้เสิร์ชเอนจินเป็นอันดับ 1 (59%) ตามมาติดๆ ด้วยโซเชียลมีเดีย (55%) นอกเหนือไปจากนั้น 9 ใน 10 ของมิลเลนเนียลและ Gen Z เผยว่า พวกเขาตรวจสอบรีวิวจากผู้ใช้งานจริงก่อนจองกิจกรรมการท่องเที่ยว และมีแนวโน้มที่จะเชื่อและต้องการคำแนะนำจากโซเชียลมีเดียเมื่อวางแผนทริปท่องเที่ยว

 

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยนั้น แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวชาวไทยใช้ค้นหาและสร้างแรงบันดาลใจเรื่องการท่องเที่ยวได้แก่ Facebook (84%) ตามมาด้วย TikTok (79%) และ Instagram (68%) 

 

ชาวมิลเลนเนียลและ Gen Z เป็นผู้ให้ความสำคัญกับการวางแผนและจัดการทริปท่องเที่ยวของตัวเอง โดยผลวิจัยพบว่า 65% วางแผนการเดินทางวันหยุดของตนอย่างน้อย 2-6 เดือนล่วงหน้า โดยพบว่านักท่องเที่ยวที่ใช้เวลาวางแผนนานที่สุดได้แก่ สิงคโปร์ 74% และออสเตรเลีย 57% ในขณะที่เกือบครึ่งของนักเดินทางจากจีน เวียดนาม และไทย วางแผนท่องเที่ยวล่วงหน้าน้อยกว่า 2 เดือน

 

นอกจากนี้ ผลวิจัยยังบอกว่า ชาวมิลเลนเนียลและ Gen Z มีความสนใจที่จะเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้มากขึ้น โดย 60% บอกว่าสนใจที่จะเที่ยวภายในประเทศของตนเอง และ 30% สนใจที่จะเที่ยวในแถบประเทศเอเชีย-แปซิฟิก โดย 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยมที่อยู่ในลิสต์ของพวกเขาได้แก่ ญี่ปุ่น ไทย และสิงคโปร์ จากผลการวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมและประสบการณ์ใหม่ๆ มากกว่าจุดหมายปลายทางนั่นเอง

The post 1 ใน 3 ของชาวมิลเลนเนียลและ Gen Z พร้อม ‘ใช้เงินเพื่อการท่องเที่ยว’ เฉลี่ย 70,000 บาท/ครั้ง แม้มากกว่าเงินเดือนถึง 2 เท่าก็ยอมเปย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Klook เผยแผนธุรกิจปี 2023 ตั้งเป้าเติบโต 300% ภายในสิ้นปี หลังท่องเที่ยวฟื้นตัวแรง เตรียมดึงอินฟลูเอ็นเซอร์-นำ Klook Pass เจาะตลาดใหม่ https://thestandard.co/klook-business-plan-2023/ Fri, 21 Apr 2023 07:30:09 +0000 https://thestandard.co/?p=776078

Klook เผยแผนธุรกิจและกลยุทธ์การเติบโตปี 2023 ตั้งเป้าเต […]

The post Klook เผยแผนธุรกิจปี 2023 ตั้งเป้าเติบโต 300% ภายในสิ้นปี หลังท่องเที่ยวฟื้นตัวแรง เตรียมดึงอินฟลูเอ็นเซอร์-นำ Klook Pass เจาะตลาดใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Klook เผยแผนธุรกิจและกลยุทธ์การเติบโตปี 2023 ตั้งเป้าเติบโต 300% ภายในสิ้นปี เตรียมนำ Klook Pass เจาะตลาดใหม่ พร้อมดึงอินฟลูเอ็นเซอร์-ครีเอเตอร์ โปรโมต Soft Power ไทย ปลุกอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เร่งเครื่องเศรษฐกิจ มุ่งสนับสนุนการท่องเที่ยวยั่งยืน

 

เอริค น็อก ฟาห์ (Eric Gnock Fah) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) บริษัท Klook Travel Technology จำกัด ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจองกิจกรรมและบริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า บริษัทเห็นการฟื้นตัวโดยเฉพาะจากการเดินทางข้ามประเทศ โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเมืองไทยโตขึ้นมากกว่า 2 เท่ามาแล้ว 3 ไตรมาสติดต่อกัน

 

นอกจากนี้ บริษัทยังเห็นโมเมนตัมที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง หลังผลสำรวจในหมู่ลูกค้าพบว่า ผู้คนมากกว่า 80% มีแผนจะเดินทางอีกในปีนี้ โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา 3 จุดหมายปลายทางที่เป็นที่นิยมมากที่สุดบน Klook คือ ญี่ปุ่น ไทย และไต้หวัน

 

“เราเห็นจุดหมายปลายทาง 2-3 แห่งเติบโตเร็วมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยหนึ่งในนั้นคือญี่ปุ่นและไทย ผมมองว่าเป็นเพราะญี่ปุ่นและไทยมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันคือ 2 ประเทศนี้มีกิจกรรมให้ทำมากมาย ดังนั้นเราจึงเห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว” เอริค น็อก ฟาห์ กล่าว

 

จุดแข็งของ Klook ที่เหนือคู่แข่งรายอื่น

 

เอริคยังได้แบ่งปันจุดแข็งที่ทำให้ Klook เติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางคู่แข่งทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าในอุตสาหกรรม นั่นคือการให้ความสำคัญกับ ‘จุดหมายปลายทาง’ และ ‘ประสบการณ์’ เป็นหลัก มากกว่าบริษัทอื่นๆ ที่อาจมุ่งเน้นไปที่การจองโรงแรมหรือตั๋วเดินทางเป็นพิเศษ

 

“พวกเรามุ่งเน้น ‘จุดหมายปลายทาง’ (Destination) รวมถึงเรื่องสนุกๆ ที่ผู้คนสามารถทำได้ ผมขอยกตัวอย่าง เวลาคุณคิดว่าทำไมเราอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น ทำไมเราอยากไปเที่ยวฮ่องกง ส่วนใหญ่มันเป็นเรื่องของประสบการณ์เมื่อคุณอยู่ที่นั่น เราจึงอยากให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ ซึ่งแตกต่างกับผู้เล่นในอุตสาหกรรมรายอื่นๆ”

 

เอริค น็อก ฟาห์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ

 

เจาะเทรนด์การท่องเที่ยวของคนไทย

 

เอริคเปิดเผยอีกว่า ‘ไทย’ ค่อนข้างเป็นตลาดใหม่สำหรับ Klook โดย Klook เริ่มเข้าตลาดไทยในช่วงปี 2019 โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยมีความสะดวกสบายมากขึ้น ผ่านการใช้แพลตฟอร์มของ Klook ยามเดินทางไปต่างประเทศ

 

สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 ของคนไทย คือ ญี่ปุ่น โดยเฉพาะฮอกไกโด คือจุดหมายที่คนไทยนิยมไปในช่วงฤดูหนาว ขณะที่ Universal Studios Japan ก็เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ลูกค้าชาวไทยชอบไปที่สุด

 

นอกจากนี้ Klook ยังเห็นว่าคนไทยกำลังเดินทางไปไต้หวันและฮ่องกงมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากมาตรการป้องกันโควิดในหลายดินแดนผ่อนคลายต่อเนื่อง ส่วนในฝั่งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

 

วิเคราะห์ภาพการท่องเที่ยวไทยและโลก ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจถาโถม

 

หลังจากประเทศส่วนใหญ่ของโลกเริ่มเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงจีนและฮ่องกง ทำให้หลายฝ่ายตั้งความหวังว่าเศรษฐกิจโลกและไทย ซึ่งพึ่งพาการท่องเที่ยวอย่างมากจะฟื้นตัวตามไปด้วย

 

แต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกกลับเผชิญกับความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ไปจนถึงเหตุการณ์ในภาคสถาบันการเงิน ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าปัจจัยเหล่านั้นจะกระทบความต้องการการท่องเที่ยว

 

อย่างไรก็ดี เอริคยังคงมั่นใจว่าดีมานด์ของผู้คนยังแข็งแกร่ง พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่าภูมิภาคเอเชียจะเป็นความหวังและจุดสว่างมากที่สุด เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ในโลก

 

“เราเพิ่งทำการสำรวจไปเมื่อเร็วๆ นี้ และพบว่าลูกค้ายังคงมีความใจจดใจจ่อที่จะเดินทางอยู่มาก ผมคิดว่าเป็นผลมาจากปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ประเทศต่างๆ ผ่อนคลายมาตรการจำกัดหลังเกิดการระบาดใหญ่ ทำให้ผมคิดว่าความต้องการการท่องเที่ยวจะยังคงแข็งแกร่งอยู่ แม้สภาวะทางเศรษฐศาสตร์มหภาคต่างๆ ย่ำแย่ลง โดยผมยังคิดว่าเอเชียจะเป็นภูมิภาคที่เห็นความต้องการที่ดูดีกว่า เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ และยุโรป 

 

“นอกจากนี้ ราคาน้ำมันโลกที่ลดลงต่อเนื่องก็น่าจะช่วยทำให้ต้นทุนการเดินทางถูกลง และเป็นการช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวต่อเนื่องอีกด้วย” เอริค น็อก ฟาห์ กล่าว

 

เอริค น็อก ฟาห์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ

 

Klook พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวไทย เร่งเครื่องเศรษฐกิจ

 

เอริคเผยว่า Klook จะจัดทำโปรโมชันและส่วนลดส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย รวมไปถึงใช้เครือข่ายอินฟลูเอ็นเซอร์และครีเอเตอร์ของ Klook ทั่วโลก เพื่อผลิตคอนเทนต์สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับ 5F: Soft Power สอดคล้องกับนโยบายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้แก่ผู้ใช้บริการทั้งกลุ่ม Millennials กลุ่ม FIT กลุ่ม Leisure จากไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินเดีย โดยคาดว่าจะสร้างยอดการจองกิจกรรมไทยได้ไม่ต่ำกว่า 500,000 กิจกรรม และสร้างการรับรู้ได้ไม่ต่ำกว่า 50,000,000 การรับรู้

 

ทั้งนี้ 5F: Soft Power ประกอบไปด้วย อาหารไทย (Food) มวยไทยและศิลปะการป้องกันตัว (Fight) การออกแบบแฟชั่นและผ้าไทย (Fashion) เทศกาลประเพณีไทย (Festival) และภาพยนตร์ไทย (Film) 

 

เตรียมใช้ Klook Pass เจาะตลาดใหม่

 

COO ของ Klook ยังเผยอีกว่า สำหรับประเทศไทย บริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มการเติบโตในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม รถเช่า ทัวร์ และอื่นๆ ให้ได้ 3 เท่าภายในสิ้นปีนี้ ดังนั้น Klook จึงต้องเตรียมตัวดำเนินการมากมายเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวไทย โดยหนึ่งในนั้นคือการใช้ Klook Pass ซึ่งเป็นแพ็กเกจรวมบัตรเข้าแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมที่หลากหลายในราคาที่คุ้มค่าภายใน Pass เดียว

 

ปัจจุบัน Klook ได้เปิดตัว Klook Pass สำหรับหลายเมืองในประเทศไทย ตั้งแต่กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ โดยลูกค้าสามารถใช้ Klook Pass เมื่อไรก็ได้ ภายใน 30 วันหลังการจอง

 

ตัวอย่างเช่น บัตร Klook Pass กรุงเทพฯ และพัทยา ลูกค้าสามารถเลือกเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว 2, 3 หรือ 4 แห่ง โดยมีตัวเลือกสถานที่ยอดนิยมมากมาย เช่น มหานคร สกายวอล์ค, สวนสยามอะเมซิ่งพาร์ค, สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิลด์ และพิพิธภัณฑ์มาดามทุสโซ, ปราสาทสัจธรรม, สวนสนุกดรีมเวิลด์, ฟรอสท์ เมืองน้ำแข็งพัทยา, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอันเดอร์วอเตอร์ เวิลด์ พัทยา, เมืองโบราณและพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ, ตลาดน้ำดำเนินสะดวก, พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว, อัลคาซ่าร์ คาบาเร่ต์ โชว์, ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา และทัวร์รถบัส Hop-On Hop-Off ชมเมืองกรุงเทพฯ

 

“Klook Pass ได้รับกระแสตอบรับในประเทศไทยดีมาก โดยนอกจากช่วยเพิ่มยอดขายให้กับผู้ประกอบการบริษัทกิจกรรมต่างๆ และช่วยให้ลูกค้าได้ประหยัดเงินมากขึ้นแล้ว Klook Pass จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของไทยในที่สุดด้วย” เอริค น็อก ฟาห์ กล่าว

 

นอกจากนี้ COO ของ Klook ยังเปิดเผยอีกว่า บริษัทมีแผนจะเปิดตัว Klook Pass เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้นี้ รวมถึง Product Category Pass เช่น Pass สำหรับงานเทศกาล อาหาร และร้านอาหาร

 

เอริค น็อก ฟาห์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ

 

Klook ใส่ใจการท่องเที่ยวยั่งยืน

 

เนื่องจากประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศกำลังมีความสำคัญมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆ Klook จึงตั้งเป้าเพิ่มการมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainability Tourism) และการบรรลุเป้าหมายปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065 ของรัฐบาลไทย

 

“ผมคิดว่าเราและรัฐบาลต่างมีหน้าที่ในการสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ผมจึงดีใจมากที่เห็นว่าหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และ Klook จะมีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์ไปยังผู้บริโภคของเรา

 

เรามองเห็นว่าผู้คนตระหนักในเรื่องความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น เราจึงให้ความใส่ใจกับกิจกรรมที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ความยั่งยืนจึงเป็นทิศทางที่เรากำลังมุ่งหน้าไป

 

“ผมมองว่าในเอเชียยังล้าหลังในประเด็นเหล่านี้เล็กน้อยเมื่อเทียบกับยุโรปและสหรัฐอเมริกา ด้วยเหตุนี้ แพลตฟอร์มอย่าง Klook จึงจะต้องทำมากกว่านี้เพื่อให้อุตสาหกรรมทั้งหมดก้าวไปข้างหน้า โดยที่ผ่านมา Klook มีนโยบายต่อต้านกิจกรรมที่ละเมิดสวัสดิภาพสัตว์ พร้อมทั้งมีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้กับพาร์ตเนอร์ และผมเชื่อว่าในอนาคตจะมีโครงการต่างๆ ออกมามากขึ้น” เอริค น็อก ฟาห์ กล่าว

 

ไทยจะยกระดับการท่องเที่ยวได้อย่างไร

 

สุดท้าย COO ของ Klook ยังได้ร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับแนวทางสำหรับประเทศไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย นั่นคือการยกระดับคุณภาพของการท่องเที่ยว

 

“ผมเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่าการผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยว คือการขับเคลื่อนคุณภาพของการเดินทางและการบริการ ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว และยังช่วยให้นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายที่สูงขึ้นด้วย”


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post Klook เผยแผนธุรกิจปี 2023 ตั้งเป้าเติบโต 300% ภายในสิ้นปี หลังท่องเที่ยวฟื้นตัวแรง เตรียมดึงอินฟลูเอ็นเซอร์-นำ Klook Pass เจาะตลาดใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tokyo Update 2023, 8 พิกัดเช็กอินในโตเกียว ฉบับอัปเดต 2023 https://thestandard.co/life/tokyo-update-2023/ Fri, 24 Feb 2023 13:12:41 +0000 https://thestandard.co/?p=755185 Tokyo Update 2023

หลังโควิด โตเกียวเปลี่ยนไปมากในสายตาเรา ไม่ว่าจะเป็นตึก […]

The post Tokyo Update 2023, 8 พิกัดเช็กอินในโตเกียว ฉบับอัปเดต 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tokyo Update 2023

หลังโควิด โตเกียวเปลี่ยนไปมากในสายตาเรา ไม่ว่าจะเป็นตึกสูงระฟ้าใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด มิวเซียมเท่ๆ ร้านเก๋ และย่านใหม่อีกหลายย่าน เราเพิ่งไปโตเกียวเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และจัดตารางเที่ยวโดยใช้ Klook Pass ซึ่งเป็นพาสเที่ยวโตเกียวของ Klook ข้อดีคือสะดวกและได้ราคาดี ใช้ง่าย ทำทุกอย่างผ่านแอปพลิเคชัน ทริปนี้ทำให้เรากลับมาตื่นตากับโตเกียวอีกครั้ง และนี่คือ 8 สิ่งที่คุณควรไปลอง ไปทำ ไปเช็กอินในโตเกียว ฉบับปี 2023

 

Tokyo Update 2023

 

1. Shibuya Sky

จุดชมวิวเมืองมุมสูงใจกลางชิบูย่าที่เปิดให้บริการในช่วงสิ้นปี 2019 และกำลังได้รับความนิยมมากหลังเปิดประเทศเมื่อปลายปีที่แล้ว ตั้งอยู่บนชั้น 46F ของตึก Shibuya Scramble Square ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในชิบูย่าปัจจุบัน ด้านบนเป็นจุดชมวิวแบบเอาต์ดอร์ สามารถมองเห็นวิวเมืองโตเกียวได้ 360 องศา มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ในวันฟ้าโปร่ง ช่วงเวลาที่ฮิตมากที่สุดคือช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แนะนำให้จองรอบเข้าล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 วัน ถ้าต้องการช่วงเวลาดังกล่าว

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-21.30 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

Price: ตั๋วแบบ Walk-in ราคา 2,000 เยน สำหรับผู้ใหญ่ และราคา 1,800 เยน ถ้าจองผ่านออนไลน์ 

Website: www.shibuya-scramble-square.com

 

Tokyo Update 2023

 

2. Ginza Art Aquarium

อดีตนิทรรศการประจำปีที่ได้รับความนิยมมากจนนำมาจัดแสดงแบบถาวร ณ ตึก Ginza Mitsukoshi จัดแสดงปลาทองกว่า 70 สายพันธุ์ กว่า 30,000 ตัว ในรูปแบบงานศิลปะ มีทั้งพันธุ์ปลาทองหายากและปลาทั่วไปที่เราคุ้นเคย ตัวนิทรรศการเป็นการเล่าเรื่องวัฒนธรรมญี่ปุ่นพร้อมกับจัดแสดงปลาทอง มีแสง สี เสียง มัลติมีเดียเพิ่มบรรยากาศให้น่าสนใจและสนุกขึ้น และเพื่อความไม่น่าเบื่อ ตัวนิทรรศการบางส่วนยังเป็นงานคอลแลบกับศิลปินท้องถิ่น ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเรื่อยๆ ตามฤดูกาล

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

Price: บัตรแบบ Walk-in ราคา 2,400 เยน และราคา 2,300 เยน สำหรับออนไลน์

Website: https://artaquarium.jp

 

Tokyo Update 2023

 

3. Yomiuriland

ในช่วงฤดูหนาวไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิ Yomiuriland สวนสนุกท้องถิ่นในโตเกียวจะจัดเทศกาลดูไฟ Jewellumination ของเล่นทุกชิ้นและตามพื้นที่ส่วนต่างๆ ของสวนสนุกจะถูกประดับประดาไปด้วยหลอดไฟนับล้านดวง บรรยากาศวิบวับและสวยงามมาก คนญี่ปุ่นชอบพาลูกมาเล่นของเล่น เดินดูไฟ หนุ่มสาวมาเดตกันก็เยอะ ที่นี่ของเล่นโหดๆ เยอะมาก ถ้าใครอยากได้บรรยากาศสวนสนุกท้องถิ่น ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว ต้องปักหมุดมา 

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-20.30 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

Price: บัตรเข้าสวนสนุกราคา 1,800 เยน, All-Day Pass รวมค่าผ่านประตูและเครื่องเล่น 5,800 เยน

Website: www.yomiuriland.com

 

Tokyo Update 2023

ภาพ: teamLab Planets

 

4. teamLab Planets

เราเชื่อว่าหลายคนคงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว teamLab มีนิทรรศการในโตเกียว 2 แห่ง ได้แก่ teamLab Borderless ที่ปิดลงไปแล้วและเตรียมย้ายบ้านใหม่ กับอีกแห่งคือ teamLab Planets เขตโทโยสุ ที่กำลังจัดแสดงอยู่ขณะนี้ ที่นี่จัดแสดงผลงานแบบ Immersive Art ประกอบด้วยพื้นที่งานศิลปะขนาดใหญ่ 4 แห่ง และสวน 2 แห่ง ผู้ชมจะต้องเดินผ่านน้ำและผ่านสวนสวย ให้คุณเป็นหนึ่งเดียวกับดอกไม้ และตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป ตามห้องนิทรรศการจะเปลี่ยนฉากดอกไม้บางฉากให้กลายเป็นดอกซากุระ เพื่อให้เข้ากับฤดูกาลใบไม้ผลิอีกด้วย

 

Open: ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-20.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด เวลา 09.00-21.00 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

Price: บัตรเข้าชมนิทรรศการ ผู้ใหญ่ ราคา 3,200 เยน 

Website: https://planets.teamlab.art/tokyo

 

Tokyo Update 2023

 

5. Tokyo Skytree

หอชมเมืองที่สูงที่สุดในโตเกียว โดยมีความสูง 634 เมตร ทำหน้าที่แบบหอสื่อสารระบบดิจิทัลแบบสแตนด์อโลนสูงที่สุดในโลก แม้จะเปิดมานานถึง 10 ปี แต่ก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง นอกจากการชมเมืองแบบ 360 องศา ณ บริเวณ Tembo Deck ตั้งอยู่สูงกว่าระดับพื้นดิน 350 เมตร ภายในชั้นอื่นๆ ของอาคารยังเต็มไปด้วยร้านรวง ทั้งร้านค้า ร้านอาหารมีชื่อ ไปจนถึงช็อปของอนิเมะและภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง Harry Potter และ Pokémon ด้วย 

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

Price: บัตรราคา 2,100 เยน สำหรับ Temple Deck และ 3,100 เยน สำหรับ All Area (ราคาอาจปรับเปลี่ยนตามวันหยุด)

Website: www.tokyo-skytree.jp/en

 

Tokyo Update 2023

ภาพ: Washoku Asakusa

 

6. Washoku Asakusa

ร้านอาหารบนชั้น 5 และ 6 ของตึกริมแม่น้ำสุมิดะ ที่มอบบรรยากาศแสนสบายให้แก่ผู้มาเยือน ในช่วงมื้อกลางวันและเย็น Washoku จะเปิดบ้านรับนักชิม ผู้หมายมากินอาหารเซ็ตปลาดิบแบบง่ายๆ 12 ช่อง นอกเหนือจากนั้น ในช่วงเช้า เวลา 09.00 น. และบ่ายแก่ เวลา 16.00 น. จะแปลงตัวเองเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารให้ผู้สนใจมาเรียนรู้ แวะมาทำกิจกรรมได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดย 1 คอร์สเรียนจะประกอบไปด้วยการเรียนทำเทมาริซูชิและมิโซะบอล แน่นอนว่ากินเสร็จแล้ว สามารถนำอาหารที่ทำเสร็จไปลิ้มรสชมวิวริมแม่น้ำได้อีกด้วย

 

Open: ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ คอร์สเรียนทำอาหารมี 2 รอบ เวลา 09.00 น. / 16.00 น., มื้อกลางวัน เวลา 11.00-15.30 น. มื้อค่ำ เวลา 17.00-20.00 น. 

Price: เรียนทำอาหารญี่ปุ่น 7,500 เยน, เซ็ตคอร์สเริ่มต้นที่ 2,500 เยน

Website: www.tokyo-skytree.jp/en

 

Tokyo Update 2023

 

7. Shimokitazawa

หลายคนนิยามย่านนี้ว่าเป็นย่านฮิปของวัยรุ่นโตเกียวที่ชอบมาหาเสื้อผ้าเก๋ๆ ของมือสองจากทั่วโลกมามิกซ์แอนด์แมตช์ให้กลายเป็นสไตล์ของตนเอง นอกจากเสื้อผ้าเท่ๆ ย่านนี้ยังมีร้านรวงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านขายแผ่นเสียง โรงละคร เฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน ร้านขายของเก่า รวมถึงร้านขายข้าวแกงกะหรี่ที่มีมากกว่า 40 ร้านให้เลือกชิม

 

Open: ทุกวัน 

Price: ไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

Tokyo Update 2023

ภาพ: AFURI Ramen

 

8. AFURI Ramen

หนึ่งในร้านราเมนเชนที่กำลังได้รับความนิยมมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กับการมาของราเมนรสเกลือสไตล์ดั้งเดิมที่มีซุปไก่และส้มยูซุมาเป็นตัวชูโรง กินคู่กับเส้นราเมนสูตรเฉพาะที่ทำขึ้นจากแป้ง 5 ชนิด สวนกระแสราเมนซุปหมูเข้มข้นที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน AFURI มีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดคานางาวะ เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2001 ก่อนขยับขยายสาขาเข้าสู่กรุงโตเกียวในปี 2003 กับสาขา Ebisu และเพิ่มสาขาอื่นๆ ตามมา Harajuku, Nakameguro, Roppongi และสาขาต่างประเทศอย่างฮ่องกงและสหรัฐอเมริกา เมนูแนะนำได้แก่ Yuzu Shio Ramen, Yuzu Ratan Ramen และ Yuzu-kara-tsuyu Tsukemen

 

Open: ส่วนใหญ่เปิดเวลา 11.00-22.00 น. ขึ้นอยู่กับแต่ละสาขา กรุณาเช็กวันและเวลาเปิด-ปิดก่อนใช้บริการ

Price: ประมาณ 1,500 เยนต่อมื้อ 

Website: www.afuri.com

The post Tokyo Update 2023, 8 พิกัดเช็กอินในโตเกียว ฉบับอัปเดต 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปักหมุด 6 กิจกรรมเที่ยวจาก Klook ที่จะทำให้การเที่ยวสิงคโปร์ของคุณแปลกใหม่และสนุกไม่เหมือนใคร https://thestandard.co/6-activities-in-singapore/ Tue, 15 Nov 2022 08:45:41 +0000 https://thestandard.co/?p=708883

สิงคโปร์เป็นจุดหมายปลายทางที่คนไทยนิยมไปมากในวันหยุด เน […]

The post ปักหมุด 6 กิจกรรมเที่ยวจาก Klook ที่จะทำให้การเที่ยวสิงคโปร์ของคุณแปลกใหม่และสนุกไม่เหมือนใคร appeared first on THE STANDARD.

]]>

สิงคโปร์เป็นจุดหมายปลายทางที่คนไทยนิยมไปมากในวันหยุด เนื่องจากเดินทางง่าย ใช้เวลาบินเพียงแค่ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ไหนจะอาหารการกินอร่อยถูกปาก มีบาร์เก๋ดีๆ หลบซ่อนอยู่เพียบ นั่นยังไม่รวมถึงกิจกรรมท่องเที่ยวอื่นๆ ที่สนุกได้ครบทุกวัยในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น การเที่ยวสวนสนุก Universal Studio Singapore, ถ่ายรูปกับเมอร์ไลอ้อน (Merlion), เดินชมป่าฝนที่ Garden by the Bay หรือช้อปปิ้งละลายทรัพย์บนถนนออร์ชาร์ด หรือถ้าคุณเป็นสายบล็อกเกอร์ชอบถ่ายรูปสวยๆ แชร์ภาพลงโซเชียล ก็มีมิวเซียมดีๆ ตึกเท่ๆ ให้เช็กอินเต็มไปหมด 

 

ถึงสิงคโปร์มีพื้นที่ขนาดเล็ก แต่จุดเด่นคือความสดใหม่ของร้านรวง งานเทศกาล และกิจกรรมแปลกใหม่ที่มักสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้คนเมืองตื่นตาตลอดเวลา เราแวะเวียนไปสิงคโปร์หลายครั้งแล้ว และเคล็ดลับความสนุกของเราคือการหากิจกรรมและบริการแปลกใหม่จาก Klook แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านการเดินทางท่องเที่ยวชั้นนำที่รวบรวมบริการต่างๆ ไว้ในที่เดียว ที่นี่มีกิจกรรมกว่า 490,000 รายการ ในจุดหมายปลายทางกว่า 1,000 แห่งทั่วโลก เฉพาะแค่สิงคโปร์ก็มากกว่า 500 รายการแล้ว หลายคนมักใช้บริการ Klook เพื่อซื้อตั๋วราคาสบายกระเป๋าเท่านั้น แต่เชื่อเราเถอะว่าที่นี่มีกิจกรรมแปลกใหม่หลบซ่อนอยู่เพียบ และนี่คือ 6 กิจกรรมที่เรายกตัวอย่างมาให้คุณวางแผนเที่ยวช่วงสิ้นปี 

 

Avatar: The Experience at Gardens by the Bay

สำหรับแฟนคลับภาพยนตร์เรื่อง Avatar ที่นี่คือสรวงสวรรค์ เพราะงานนี้จะพาคุณหลุดไปในโลกของภาพยนตร์ Avatar ที่หลบซ่อนตัวอยู่ใน Cloud Forest อาคารป่าฝนจำลองของ Gardens by the Bay งานนี้นอกจากจะจำลองโลกแพนโดราของ เจมส์ คาเมรอน ได้แบบน่าตื่นตาแล้ว ด้านในยังมีกิจกรรมต่างๆ แบบอินเตอร์แอ็กทีฟให้คุณสามารถร่วมสนุกได้มากถึง 5 โซน พร้อมทั้งแบบจำลองของ แบนซี แอนิมาโทรนิก ขนาดเท่าของจริง รวมถึง ‘อิลู’ สัตว์ทะเลขนาดใหญ่จากภาพยนตร์เรื่อง Avatar: The Way of Water ที่กำลังจะเข้าฉายด้วย งานนี้จัดแสดงตลอดทั้งวัน แต่เราแนะนำให้คุณมากช่วงค่ำคืน เนื่องจากบรรยากาศด้านในจะเต็มไปด้วยแสงสีเสียง ราวกับหลุดไปในโลกเดียวกับ Avatar อย่างไรอย่างนั้น

 

Date: วันที่ 28 ตุลาคม 2022 – 31 มีนาคม 2023 

More Info: www.klook.com/th/activity/74273-avatar-the-experience-gardens-by-the-bay-ticket-singapore

 

Jumptopia Festive Village 

เอาใจสมาชิกตัวน้อยของบ้านกันบ้าง กับสวนสนุกสำหรับเด็กขนาดใหญ่ที่มีเครื่องเล่นให้เล่นแบบเต็มอิ่ม การกลับมาอีกครั้งของ Jumptopia Festival Village หมู่บ้านสวนสนุกขนาดใหญ่ ที่คราวนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วยการยึดพื้นที่กว่า 45,000 ตารางฟุต ของ Marina Bay Sand Expo เนรมิตโซนเครื่องเล่นแตกต่างกันถึง 7 แบบ เด็กๆ จะได้สนุกกับเครื่องเล่นเป่าลมขนาดใหญ่ การแสดงบนเวที พื้นที่เล่นหิมะในร่ม แข่งสไลเดอร์กับเพื่อนที่ Santa’s Reindeer Squad หรือดื่มด่ำจิตวิญญาณแห่งคริสต์มาสที่ Mark’s Carnival และอีกหลายกิจกรรมแห่งความสุขแบบ Jumptopia!

 

Date: วันที่ 22 พฤศจิกายน 2022 – 3 มกราคม 2023 

More Info: www.klook.com/th/activity/76885-klook-exclusive-jumptopia-festive-village-admission-singapore

 

 

Singapore Comic Con 2022

คนรักการ์ตูน เกม ของสะสม และวัฒนธรรมป๊อปต้องห้ามพลาดกับ ‘Singapore Comic Con 2022’ สุดยอดงานมหกรรมเกี่ยวกับป๊อปคัลเจอร์ ที่รวบเอาสินค้าแบรนด์ดัง และผู้ประกอบการเกี่ยวกับวัฒนธรรมป๊อปตะวันออกและตะวันตก มาไว้ให้แห่งเดียว ตั้งแต่ของเล่น ของสะสม การ์ตูน ภาพยนตร์ อีสปอร์ต ไปจนถึงคอสเพลย์ ภายในงานคุณจะได้พบเกมที่ดีที่สุด การแข่งขันคอสเพลย์ ของเล่นหายากตัวแพงตัวเด่น แต่งตัวตามซูเปอร์ฮีโร่หรือตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบ พูดคุยกับเกมเมอร์ คนดัง รวมไปถึงเชียร์การแข่งอีสปอร์ตเกมดังที่มีตั้งแต่ระดับท้องถิ่นและภูมิภาค ซึ่งใครที่อยากไปจอยงานนี้ ต้องซื้อบัตรผ่านทาง Klook เท่านั้นนะ

 

Date: วันที่ 10 -11 ธันวาคม 2022

More Info: www.klook.com/th/activity/75556-sgcc-2022

 

 

Breakfast at the Singapore Zoo

เปิดประสบการณ์การเที่ยวสวนสัตว์แบบใหม่ ที่ไม่ใช้แค่มองดูเหล่าสรรพสัตว์ผ่านกรงหรือกระจก แต่เริ่มตั้งแต่ปักหลักกินข้าวเช้าท่ามกลางสัตว์ต่างๆ ที่เดินเตร็ดเตร่ได้อย่างอิสระ โปรแกรมนี้เป็นกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นที่ Singapore Zoo สวนสัตว์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดย Forbes Traveller อาหารเช้าที่เสิร์ฟ มีทั้งจานไข่ เบเกอรี อาหารท้องถิ่น โดยมีไฮไลต์เป็นลิงอุรังอุตังเจ้าถิ่น ที่มักใช้เส้นทางต้นไม้นี้เดินทางไปมาเป็นประจำ

 

Date: ไม่จำกัด

More Info: www.klook.com/th/activity/140-singapore-zoo-breakfast-singapore

 

 

A Minion’s Perspective Experience

แฟนๆ มินเนียนมามุงทางนี้! ชวนไปปักหมุดยัง ‘A Minion’s Perspective Experience’ นิทรรศการจากแอนิเมชันเรื่องดัง ‘Despicable Me and Minions’ ที่ดำเนินการโดย Beast Kingdom ภายใต้ลิขสิทธิ์ Universal Pictures and Illumination นิทรรศการนี้ถูกจัดมาแล้วหลายประเทศในเอเชีย และกำลังกลับมาจัดอีกครั้งหลังการแพร่ระบาดของโควิด โดยปักหมุดยังประเทศสิงคโปร์ ตัวนิทรรศการแบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 ห้อง มีไฮไลต์เป็นตัวละครมินเมียนขนาดเท่าตัวจริง และมัลติมีเดียแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ ให้คุณสนุกสนานกับนิสัยของตัวละครที่น่ารัก แสบสัน และแฝงความชั่วร้ายมานิดๆ แน่นอนว่า! ภายในงานมีของที่ระลึกจาก Despicable Me and Minions มากกว่า 500 รายการให้ซื้อสะสมด้วย

 

Date: วันที่ 3 กันยายน 2022 – 2 มกราคม 2023

More Info: www.klook.com/th/activity/74220-klook-exclusive-a-minions-perspective

 

 

Singapore Food Pass

สำหรับนักชิม นี่คือพาสที่คุณห้ามพลาดด้วยเหตุผลประการทั้งปวง! Discover Singapore Food Tourist Pass 5 Days เป็นพาสส่วนลดจากร้านอาหารที่จัดทำขึ้นโดย Burpple แพลตฟอร์มรวมร้านและวิจารณ์ด้านอาหารจากผู้ใช้จริง ผู้ถือพาสสามารถเพลิดเพลินกับอาหารจานโปรด ทั้งจานอาหารไทย สิงคโปร์ จีน อินเดีย อิตาลี ฯลฯ จากร้านอาหารกว่า 600 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งฮาลาล มังสวิรัติ รวมถึงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศด้วย ตัวพาสมีอายุใช้งานภายใน 5 วัน มีอายุ 90 วันนับตั้งแต่วันที่ซื้อ และมีส่วนลดมากสูงสุดถึง 50%

 

Date: ไม่จำกัด

More Info: www.klook.com/th/activity/77649-5-day-discover-singapore-dining-tourist-pass-burpple

 

สำหรับโปรแกรมการผจญภัยและกิจกรรมที่สนใจอื่นๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.klook.com ค้นเจอทุกอย่างได้ในทุกจุดหมายปลายทางเลย

The post ปักหมุด 6 กิจกรรมเที่ยวจาก Klook ที่จะทำให้การเที่ยวสิงคโปร์ของคุณแปลกใหม่และสนุกไม่เหมือนใคร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปีนี้คุณลาพักร้อนแล้วหรือยัง? https://thestandard.co/holiday-klook-62/ Tue, 19 Nov 2019 09:19:01 +0000 https://thestandard.co/?p=305261

หนึ่งแคมเปญสนุกๆ จาก Klook (คลูก) ที่เรียกว่าเจาะกลุ่มเ […]

The post ปีนี้คุณลาพักร้อนแล้วหรือยัง? appeared first on THE STANDARD.

]]>

หนึ่งแคมเปญสนุกๆ จาก Klook (คลูก) ที่เรียกว่าเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดพอดี กับ ‘ลามะ…?’ ชี้ชวนให้พนักงานออฟฟิศนับวันลา กางปฏิทิน แล้วใช้วันหยุดพักร้อนที่เหลืออยู่ ลางานไปเที่ยวให้รางวัลกับตัวเองสิ้นปี

 

แคมเปญ ‘ลามะ…?’ เริ่มเปิดตัวไปตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2562 โดย Klook ได้เตรียมส่วนลดโปรโมชันมามอบให้นักเดินทางมากมาย ครอบคลุมกิจกรรมและบริการการท่องเที่ยวของทั้งไทยและต่างประเทศ รวมมากกว่า 100,000 รายการ ในจุดหมายปลายทางมากกว่า 350 แห่ง 

 

โดยในเดือนพฤศจิกายน 2562 จะเป็นส่วนลด 11% ลดสูงสุด 500 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 3,500 บาท เมื่อใช้โคดส่วนลด KLOOKLLAMA และโปรโมชันสุดพิเศษตลอดเดือนธันวาคม 2562 นอกจากนั้นยังมีโปรโมชัน วันธรรมดาราคาน่าสน ที่จะนำมามอบให้กับลูกค้าอย่างจุใจตลอดเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2562 

 

Klook แพลตฟอร์มการจองกิจกรรมและบริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก จับตาเทรนด์นักท่องเที่ยวไทย พบว่าการเติบโตของนักท่องเที่ยวไทยแบบ FIT หรือ Free Independent Traveller ที่ไม่พึ่งพาทัวร์มีจำนวนที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ นักท่องเที่ยวไทยชื่นชอบที่จะไปเที่ยวแล้วโพสต์รูปการทำกิจกรรมท่องเที่ยวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้งนี้สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทยยังคงเป็น ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, ฮ่องกง, เกาหลีไต้ และประเทศไทย อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวไทยส่วนหนึ่งก็กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ไกลขึ้น เช่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป

 

ชาว POP คนไหนกำลังมองหาโปรฯ ดีๆ สิ้นปี แวะไปดูได้ที่ www.klook.com

 

 

 

ภาพ: Shutterstock

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ปีนี้คุณลาพักร้อนแล้วหรือยัง? appeared first on THE STANDARD.

]]>