Kingdom Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/kingdom/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 16 Jul 2022 08:59:33 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Kingdom ซีรีส์ซอมบี้สมุนไพรคืนชีพ กำลังกลับมาอีกครั้งในรูปแบบเกม PC และ Mobile https://thestandard.co/kingdom-the-blood/ Sat, 16 Jul 2022 08:59:33 +0000 https://thestandard.co/?p=654692 Kingdom The Blood

ขณะที่เรากำลังรอ Kingdom ซีซันใหม่ ออกอากาศทาง Netflix […]

The post Kingdom ซีรีส์ซอมบี้สมุนไพรคืนชีพ กำลังกลับมาอีกครั้งในรูปแบบเกม PC และ Mobile appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kingdom The Blood

ขณะที่เรากำลังรอ Kingdom ซีซันใหม่ ออกอากาศทาง Netflix หลังดูภาคพิเศษซึ่งกล่าวถึงที่มาของการแพร่ระบาดไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว ซีรีส์เกาหลีเรื่องฮิตก็ขอกลับเข้าสู่กระแสอีกครั้งในรูปแบบของเกมที่สามารถเล่นได้ทั้ง PC และมือถือ ในนามของ Kingdom: The Blood

 

ไม่กี่วันก่อน Action Square สตูดิโอเกมสัญชาติเกาหลีใต้ในย่านกังนัม ปล่อยทีเซอร์เกมใหม่ ‘Kingdom: The Blood’ มาให้แฟนๆ ชิมลางความสนุก เกมแอ็กชันสังหารซอมบี้ที่นำเอาซีรีส์เรื่องฮิตของ Netflix เรื่อง Kingdom มาต่อยอด ทีเซอร์เผยให้เห็นตัวอย่างเกมเพลย์ เกมนี้จะเป็นเกมมุมมองบุคคลที่สามที่ผู้เล่นรับบทบาทขุนนางหรืออาจเป็นองค์ชายรัชทายาทอีชาง ที่มีสิทธิ์ขึ้นเป็นกษัตริย์ต่อจากพระราชบิดาตามเนื้อเรื่องในซีรีส์ จากนั้นก็วิ่งไปยังด่านต่างๆ เพื่อฆ่าศัตรูและสังหารซอมบี้ด้วยการเหวี่ยงดาบยาวโดยรอบ และแน่นอนว่าการฆ่าฟันแต่ละครั้ง เลือดย่อมสาดกระเซ็นสมชื่อ Kingdom: The Blood

 

เกม Kingdom: The Blood ยังไม่เปิดเผยว่าจะปล่อยให้เล่นเมื่อใด แต่จะสามารถเล่นได้ทั้งในแพลตฟอร์ม PC และมือถือ โดย Action Square กล่าวว่า พวกเขาจะประกาศรายละเอียดอีกทีผ่านช่องทาง Twitter ผู้สนใจเกมสามารถเข้าไปติดตามได้ที่ https://twitter.com/KingdomTheBlood

 

สำหรับตัวอย่างเกม คลิกดูได้ที่

 

 

ภาพ: Courtesy of Brand

อ้างอิง:

The post Kingdom ซีรีส์ซอมบี้สมุนไพรคืนชีพ กำลังกลับมาอีกครั้งในรูปแบบเกม PC และ Mobile appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัชทายาทอีชาง ผู้นำตัวจริง ฝ่าวิกฤตด้วยการลงมือทำ ไม่ต้องขอให้ใครช่วยสวดมนต์ https://thestandard.co/kingdom-2-3/ Mon, 27 Sep 2021 06:49:57 +0000 https://thestandard.co/?p=540986 Kingdom

ภาพข่าวที่คนระดับผู้นำประเทศพร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ตรว […]

The post รัชทายาทอีชาง ผู้นำตัวจริง ฝ่าวิกฤตด้วยการลงมือทำ ไม่ต้องขอให้ใครช่วยสวดมนต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kingdom

ภาพข่าวที่คนระดับผู้นำประเทศพร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และยังคงคอนเซปต์ทักทายผู้คนด้วยคำหวาน “สวัสดีนะจ๊ะ” และบอกให้ทุกคนช่วยกัน ‘สวดมนต์’ ขออย่าให้พายุเข้ามาอีก 

 

ทำให้เรานึกถึงรัชทายาทอีชาง (จูจีฮุน) ผู้นำจากซีรีส์ Kingdom ซีซัน 2 ที่เมื่อเจอวิกฤตกองทัพผีดิบอาละวาด สิ่งที่เขาทำคือการพาทีมงานต่อสู้กับกองทัพซอมบี้ด้วยแผนการ ลงมือปฏิบัติอย่างทุ่มเท ต่อสู้ เอาชีวิตรอด พาประชาชนพ้นวิกฤตเหนือธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องสวดมนต์อ้อนวอนต่อสิ่งใดแม้แต่ครั้งเดียว 

 

ถึงแม้จะรู้ดีว่านี่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกสมมติของซีรีส์ แต่เราก็อดคิดขึ้นมาไม่ได้จริงๆ ว่า ถ้าอีชางมีโอกาสเป็นผู้นำประเทศนี้สัก 7 ปี ชีวิตของผู้คนจะดีขึ้นมากขนาดไหน

 

 

Kingdom ซีซัน 2 เล่าเรื่องต่อจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของกองทัพผีดิบในซีซันแรกที่มีจุดเริ่มต้นมาจากเสนาบดีโจฮักจู (รยูซึงรยง) ใช้สมุนไพรคืนชีพชุบชีวิตพระราชาให้ฟื้นขึ้นมาในร่างผีดิบ เพื่อรักษาฐานอำนาจเดิมของกลุ่มแฮวอนโจเอาไว้ รอจนกว่าลูกสาวที่มีศักดิ์เป็นพระมเหสี (คิมฮเยจุน) ให้กำเนิดทายาทที่เป็น ‘ผู้ชาย’ มาสืบราชบัลลังก์

 

เป็นต้นเหตุของการแพร่เชื้อไปยังประชาชนที่อยู่ทางแผ่นดินฝั่งตะวันตกและลุกลามไปในหลายๆ พื้นที่ โดยมีคำพูดติดปากที่เป็นข้ออ้างสร้างความชอบธรรมว่า ที่ทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อ ‘ความสงบสุขของแผ่นดินและประชาชน’ 

  

ในช่วงเวลาที่สถานการณ์เลวร้ายลงไปทุกที โจฮักจูก็ยังคงอ้างเรื่อง ‘ความสงบ’ มาสร้างวาทกรรมซ้ำๆ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการรักษาอำนาจของตัวเองต่อไป

 

 

ในขณะที่โจฮักจูเน้นใช้คำพูดและอำนาจที่ถือครองเบ็ดเสร็จจัดการกับศัตรูทางการเมือง อีชางกลับเป็นผู้นำที่พูดน้อย เพราะต้องเอาเวลาไปวิ่งหนี ต่อสู้กับผีดิบ สืบหาความจริง และช่วยเหลือประชาชนโดยรอบ 

 

“ข้าจะลงโทษโจฮักจูที่เพิกเฉยต่อความอดอยาก ครอบครองในสิ่งที่ไม่ควรครอบครอง เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้รอดพ้นจากความอดอยาก ข้าต้องมีชีวิตรอดเพื่อสร้างโลกใบใหม่ที่สงบสุขขึ้นมา” 

 

เขาพูดไม่บ่อย แต่ก้มหน้าก้มตาลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง จนหลายครั้งเขาทำได้เพียงมองเห็นคนเสียสละชีวิตให้เขามีชีวิตรอดต่อไปเพื่อเป้าหมายใหญ่ในอนาคต แม้กระทั่งตอนที่ถูก ‘ใส่ร้าย’ ติดป้ายให้เป็นกบฏจากข้อหาสังหารพระราชาที่เป็นพระราชบิดาของตัวเอง เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ แม้ในหัวใจจะเจ็บปวดแหลกสลายเพียงใดก็ตาม 

 

แม้เต็มไปด้วยอุปสรรคที่อันตราย แต่ด้วยความจริงจังและจริงใจในการแก้ปัญหา ทำให้คนข้างกายของอีชางก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวผู้นำ และพร้อมร่วมเดินไปบนเส้นทางนี้จนถึงที่สุด

 

เราได้เห็นยองชิน (คิมซองกยู) บุรุษปริศนาที่คิดแต่เรื่องการแก้แค้น ขอร่วมเดินทางไปด้วย เพราะเชื่อว่าอีชางคือคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้ รวมทั้งโจบอมพัล (จอนซอกโฮ) เจ้าเมืองผู้แสนขี้ขลาดแห่งเมืองทงเร ก็ยอมสวามิภักดิ์ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้แต่หวาดกลัวอยู่ใต้เงาของโจฮักจูมาโดยตลอด รวมทั้งหมอหญิงซอบี (แบดูนา) ที่ใช้ความรู้ลงพื้นที่เสี่ยงชีวิตจนไขปริศนาของสมุนไพรคืนชีพได้สำเร็จ

 

ถึงแม้เรื่องราวใน Kingdom ซีซัน 2 จะจบลงไปนานแล้ว แต่ภาพการพาผู้คนฝ่าวิกฤตของอีชางก็จะลอยซ้อนทับขึ้นมาแทบทุกครั้งกับภาพการฝ่าวิกฤตของผู้นำ ‘คนดี’ ผู้เชี่ยวชาญด้านการ ‘สวดมนต์’ 

 

เรื่องราวในจักรวาล Kingdom ยังคงเดินไปข้างหน้า เมื่อกลางปีที่ผ่านมาเราเพิ่งได้ดู Kingdom: Ashin of the North ที่เป็นภาคขยายเรื่องราวก่อนเกิดซีรีส์ Kingdom ทั้งสองซีซัน และคาดว่าในปีหน้า Kingdom ซีซัน 3 ก็น่าจะพร้อมฉายให้พวกเราได้เห็นภาวะการเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาของอีชางอีกครั้งหนึ่ง 

 

ที่น่าเศร้าก็คือ ระหว่างรอให้ถึงตอนนั้น อนาคตของผู้คนที่รอดูอยู่จะเป็นอย่างไร ไม่แน่ว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ผู้นำอาจพาประเทศไปอยู่ในจุดที่น่ากลัวกว่าโดนกองทัพซอมบี้อาละวาด และไม่มี ‘บทสวด’ ไหนช่วยได้แล้ว

เรียบเรียงและอัปเดตรายละเอียดเพิ่มเติมจากบทความ https://thestandard.co/kingdom-2-review/

The post รัชทายาทอีชาง ผู้นำตัวจริง ฝ่าวิกฤตด้วยการลงมือทำ ไม่ต้องขอให้ใครช่วยสวดมนต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 เรื่องน่ารู้! ก่อนดู Kingdom: Ashin of the North ตอนพิเศษ ต่อยอดสู่เรื่องราวเบื้องหลังสมุนไพรคืนชีพ https://thestandard.co/kingdom-ashin-of-the-north-2/ Fri, 16 Jul 2021 09:04:34 +0000 https://thestandard.co/?p=513526 Kingdom: Ashin of the North

Kingdom: Ashin of the North หรือ ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดื […]

The post 5 เรื่องน่ารู้! ก่อนดู Kingdom: Ashin of the North ตอนพิเศษ ต่อยอดสู่เรื่องราวเบื้องหลังสมุนไพรคืนชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kingdom: Ashin of the North

Kingdom: Ashin of the North หรือ ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด: อาชินแห่งเผ่าเหนือ คือตอนพิเศษต่อยอดจากจักรวาลซีรีส์ Kingdom ทั้ง 2 ซีซัน ที่จะออนแอร์ให้ได้รับชมกันในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้

 

สำหรับคนที่ยังไม่ได้ชมซีรีส์ 2 ซีซันก่อนหน้าก็ไม่ต้องกังวล เพราะทุกคนสามารถเริ่มเปิดจักรวาลนี้ไปพร้อมกันได้ผ่านตอนพิเศษ ที่จะพาทุกคนไปเจาะลึกเรื่องราวของอาชินและจุดกำเนิดของการค้นพบสมุนไพรคืนชีพพร้อมๆ กัน  

 

เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนรับชม THE STANDARD POP รวบรวม 5 เรื่องที่ควรรู้ ให้ทุกคนเข้าใจและชมตอนพิเศษนี้ได้สนุกมากยิ่งขึ้น!

Kingdom: Ashin of the North

 

  1. เรื่องราวใน ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด: อาชินแห่งเผ่าเหนือ เกิดขึ้นในช่วงวัยเด็กของ อาชิน (รับบทโดย คิมชีอา) เมื่อเธอได้ค้นพบสมุนไพรคืนชีพเป็นครั้งแรกที่พเยซากุน บริเวณชายแดนทางตอนเหนือ ใกล้กับถิ่นอาศัยของชนเผ่าพาจอวีและซองจอยาอิน ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามที่ห้ามผู้ใดย่างกรายมาเป็นเวลากว่า 100 ปี 

Kingdom: Ashin of the North

 

  1. สมุนไพรคืนชีพที่เราได้เห็นกันมาแล้วในสองซีซันแรกคือ ไม้ดอกสีม่วงพันธุ์หายาก ซึ่งสามารถชุบชีวิตคนตายได้ แต่หายนะก็บังเกิดขึ้น เมื่อไข่สีขาวที่ติดอยู่บนสมุนไพรฟักตัวเป็นปรสิต ทำให้สมองของคนที่กินเข้าไปติดเชื้อกลายเป็นผีดิบกระหายเลือดน่าสะพรึงกลัว

 

Kingdom: Ashin of the North

 

  1. จุดกำเนิดความขัดแย้งก่อนเผชิญหายนะจากผีดิบคืนชีพ เริ่มจากที่อาณาจักรโชซอนได้มีปมปัญหาขัดแย้งกับแว่นแคว้นอื่น โดยเฉพาะกับกลุ่มชนเผ่าพาจอวีทางตอนเหนือ 

 

อาณาจักรโชซอนจึงจับตามองพวกพาจอวีโดยใช้ชนเผ่าซองจอยาอิน ชนเผ่าหนี่ว์เจินที่ตั้งรกรากอยู่บนแผ่นดินโชซอนมานานกว่า 100 ปี คอยสอดแนมให้อย่างลับๆ  

Kingdom: Ashin of the North

 

  1. เรื่องราวของอาชินในวัยเด็กเกิดขึ้นในหมู่บ้านซองจอยาอินที่มีพ่อของเธอเป็นหัวหน้าผู้ปกครองชาวบ้าน ส่วนแม่ของอาชินนั้นล้มป่วยตั้งแต่เธอยังเด็ก อาชินจึงเข้าสู่เขตหวงห้ามด้วยความหวังอันริบหรี่ในการตามหาสิ่งที่จะช่วยรักษาแม่ จนได้พบเข้ากับสมุนไพรคืนชีพ ผู้ชมจะได้รับรู้เรื่องราวชีวิตในวัยเด็กของเธอที่ต้องก้าวผ่านโศกนาฏกรรม จนทำให้อาชินผูกจิตมุ่งมั่นอยู่กับการแก้แค้นตลอดเวลาถึงขนาดตั้งปณิธานไว้ว่าจะ ‘สังหารทุกชีวิต’

 

Kingdom: Ashin of the North

 

  1. นอกจาก จอนจีฮยอน ที่มารับบทเป็นอาชินตอนโต ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด: อาชินแห่งเผ่าเหนือ ยังสมทบด้วยตัวละครสำคัญอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น มินชีรก (รับบทโดย พัคบยองอึน) หัวหน้ากองทัพหทารผู้จงรักภักดีจาก ซีซัน 2 และตัวละครใหม่ที่มีความสำคัญไม่แพ้กันอย่าง ทาฮับ พ่อของอาชิน (รับบทโดย คิมรเวฮา) หัวหน้าหมู่บ้านซองจอยาอิน และ ไอดากัน (รับบทโดย คูคโยฮวัน) หัวหน้าชนเผ่าพาจอวี มาช่วยเสริมเรื่องราวจุดเริ่มต้นจักรวาล Kingdom ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

 

เชื่อว่าตอนนี้ทุกคนก็พร้อมจะสนุกไปกับซีรีส์ตอนพิเศษนี้กันแล้ว อย่าพลาดรับชม ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด: อาชินแห่งเผ่าเหนือ 23 กรกฎาคมนี้ ทาง Netflix เท่านั้น!

 

รับชมตัวอย่างของซีรีส์ Kingdom: Ashin of the North ได้ที่: 

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

The post 5 เรื่องน่ารู้! ก่อนดู Kingdom: Ashin of the North ตอนพิเศษ ต่อยอดสู่เรื่องราวเบื้องหลังสมุนไพรคืนชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kingdom: Ashin of the North ปล่อยเทรลเลอร์หลัก ดุเดือดคุ้มค่าการรอคอย https://thestandard.co/kingdom-ashin-of-the-north-official-trailer/ Thu, 08 Jul 2021 01:38:27 +0000 https://thestandard.co/?p=509813 Kingdom: Ashin of the North

หลังจากที่รออยมาข้ามปี ในที่สุด Kingdom: Ashin of the N […]

The post Kingdom: Ashin of the North ปล่อยเทรลเลอร์หลัก ดุเดือดคุ้มค่าการรอคอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kingdom: Ashin of the North

หลังจากที่รออยมาข้ามปี ในที่สุด Kingdom: Ashin of the North หรือในชื่อภาษาไทยว่า ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด: อาชินแห่งเผ่าเหนือ ตอนพิเศษจากซีรีส์ Kingdom ก็ปล่อยตัวอย่างอย่างเป็นทางการออกมาให้ชมกันแล้ว โดยตอนพิเศษนี้จะออกอากาศในวันที่ 23 กรกฎาคม เรียกว่านับถอยหลังรอกันได้เลย

 

เรื่องราวหลักๆ ของ Kingdom: Ashin of the North จะเล่าย่อนไปถึงจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่บนแผ่นดินโชซอน ผ่านชีวิตของอาชินและดอกไม้สีม่วง สมุนไพรคืนชีพที่ยังคงเป็นปริศนามาตลอดสองซีซันของ Kingdom 

 

นอกจากนี้ยังจะมีการปรากฏตัวของนักแสดงหลักของตอนพิเศษ ประกอบด้วย จอนจีฮยอน คิมชีอา และ พัคบยองอึน ซึ่งตัวละครของเขาและเธอล้วนเป็นปฐมเหตุแห่งการฟื้นคืนชีพผีดิบคลั่ง เราจะได้เห็นจอนจีฮยอนที่ถ่ายทอดตัวละครอาชิน กับความแค้นฝังลึกในจิตใจจนตั้งใจไว้ว่า ‘จะสังหารทุกชีวิต’ 

 

และยังได้เห็นอดีตของตัวละคร มินชีรก ที่รับบทโดยพัคบยองอึน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างตอนพิเศษนี้และซีรีส์ Kingdom ร่วมด้วย คิมชีอา ที่มารับบทอาชินในวัยเด็ก กับเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตจนทำให้เกิดความแค้น

 

โดยตัวอย่างอย่างเป็นทางการฉายให้เห็นภาพผืนป่าอันกว้างใหญ่ทางตอนเหนือ ในบรรยากาศชวนระทึกขวัญ จากนั้นจึงเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ภาพศพมนุษย์กองใหญ่ถูกพบในพเยซากุน พื้นที่ที่ห้ามผู้ใดย่ำกรายเข้าไปมาเป็นเวลากว่า 100 ปี ซึ่งแน่ชัดแล้วว่าหายนะที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินโชซอนนั้นมีจุดเริ่มต้นอยู่ทางเหนือนี่เอง

 

ภาพตัดมายังชายนิรนามคนหนึ่งที่กล่าวด้วยความเคียดแค้นว่า “การแก้แค้นที่นองเลือดจะเริ่มขึ้นแน่” หลังจากนั้นหมู่บ้านของอาชินก็ถูกบุกโจมตีอย่างโหดเหี้ยม ชั่วพริบตานั้นเองที่อาชินในวัยเด็กสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง หลงเหลือเธออยู่เพียงลำพัง ซึ่งแม้ยังไม่เปิดเผยว่าอะไรคือเหตุการณ์ที่ทำให้อาชินต้องเผชิญความทุกข์ทรมาน จนนำไปสู่เหตุการณ์หายนะที่บุกประชิดแผ่นดินโชซอนได้ แต่น่าสนใจว่าอดีตที่ไม่มีใครเคยรู้ จะช่วยเพิ่มมิติของเรื่องราว และที่มาที่ไปของซีรีส์ Kingdom ที่ยังไม่แน่ว่าจะได้ชมซีซัน 3 ในปี 2022 หรือไม่

 

สำหรับตอนพิเศษ Kingdom: Ashin of the North กำกับโดย คิมซองฮุน เจ้าของเดียวกับซีรีส์ Kingdom พร้อมด้วยนักเขียนระดับขึ้นหิ้ง คิมอึนฮี นำแสดงโดย จอนจีฮยอน, พัคบยองอึน, คิมชีอา ผลงานสร้างสรรค์โดย Baram Pictures, B.A. Entertainment, Studio Dragon ออกอากาศทาง Netflix 23 กรกฎาคม 2564 นี้

 

กดรับชมตัวอย่าง Kingdom: Ashin of the North 

 

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post Kingdom: Ashin of the North ปล่อยเทรลเลอร์หลัก ดุเดือดคุ้มค่าการรอคอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix ประกาศวันฉายของ Kingdom: Ashin of the North ตอนพิเศษจากซีรีส์ Kingdom ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/kingdom-ashin-of-the-north/ Fri, 04 Jun 2021 10:17:59 +0000 https://thestandard.co/?p=496492 Kingdom: Ashin of the North

หลังจากเผยภาพแรกจากการถ่ายทำของ Kingdom: Ashin of the N […]

The post Netflix ประกาศวันฉายของ Kingdom: Ashin of the North ตอนพิเศษจากซีรีส์ Kingdom ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kingdom: Ashin of the North

หลังจากเผยภาพแรกจากการถ่ายทำของ Kingdom: Ashin of the North เรื่องราวภาคแยกของซีรีส์ฟอร์มยักษ์อย่าง Kingdom ที่จะได้ ชอนจีฮยอน มารับบทนำ ออกมาให้แฟนๆ ได้ชมภายในงาน See What’s Next in Korea 2021 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา 

 

ล่าสุด Netflix ก็ได้ปล่อยคลิปพิเศษให้เราเห็นภาพใหม่ของ Kingdom: Ashin of the North พร้อมประกาศวันออกอากาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้

 

Kingdom: Ashin of the North จะพาผู้ชมไปติดตามเรื่องราวของ อาชิน (ชอนจีฮยอน) หญิงสาวจากแดนเหนือที่ปรากฏตัวมาให้คนเซอร์ไพรส์ในช่วงท้ายของซีซัน 2 ที่น่าจะกุมความลับและเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับสมุนไพรคืนชีพเอาไว้ 

 

โดยภายในคลิปเปิดตัวความยาว 20 วินาทีเศษ ได้เผยให้เราเห็นภาพของ อาชิน (คิมชีอา) ในวัยเด็ก ที่กำลังถือคบไฟมุ่งหน้าเข้าไปยังถ้ำปริศนาแห่งหนึ่ง และได้พบกับสัญลักษณ์แปลกๆ บนก้อนหิน พร้อมด้วยสมุนไพรคืนชีพลึกลับ ซึ่งอาจเป็นการบอกใบ้ให้เราทราบว่า เคยมีคนที่พยายามจะใช้สมุนไพรคืนชีพมาก่อนแล้ว

 

ด้านทัพนักแสดงนำในครั้งนี้ ชอนจีฮยอนจะกลับมารับบทเป็นอาชินอีกครั้ง ร่วมกับ พัคบยองอึน ในบทบาทของมินจีรอก เสริมทัพด้วย คิมชีอา นักแสดงเด็กมากฝีมือที่เคยฝากผลงานการมาแล้วในภาพยนตร์ The House of Us (2019) และ Miss Baek (2018) ที่จะมาสวมบทเป็นอาชินวัยเด็ก 

 

ด้านทีมงานเบื้องหลังยังคงได้ คิมซองฮุน ผู้กำกับจาก Kingdom ซีซันแรก และเป็นผู้ดูแลภาพรวมในซีซันที่ 2 กลับมารับหน้าที่กำกับอีกครั้ง พร้อมด้วย คิมอึนฮี มือเขียนบทจากทั้งสองซีซันมารับหน้าที่เขียนบทเช่นเดิม 

 

รับชมคลิปเปิดตัวได้ที่นี่

 

 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post Netflix ประกาศวันฉายของ Kingdom: Ashin of the North ตอนพิเศษจากซีรีส์ Kingdom ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
KINGDOM (2019) โรคระบาด และชีวิตตามยถากรรมของพสกนิกร https://thestandard.co/kingdom-2019-disease-invisible-king-and-the-haphazard-life-of-the-citizen/ Wed, 08 Apr 2020 11:37:25 +0000 https://thestandard.co/?p=351898

  นับเนื่องจนป่านนี้ แฟนซีรีส์เกาหลีและรวมถึงบรรดา […]

The post KINGDOM (2019) โรคระบาด และชีวิตตามยถากรรมของพสกนิกร appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

นับเนื่องจนป่านนี้ แฟนซีรีส์เกาหลีและรวมถึงบรรดานักดูหนังในช่วงที่ต้องปลีกวิเวกอยู่กับบ้านคงจะได้ดูหนังชุดเรื่อง Kingdom อันโด่งดังทั้งสองซีซันที่เผยแพร่ทางช่อง Netflix กันถ้วนหน้า แต่ถึงอย่างนั้น นี่ก็ยังคงเป็นซีรีส์ที่มีอะไรให้พูดถึงเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไม่ปกติอย่างที่พวกเราทุกคนต้องเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้

 

ส่วนที่เป็นเหมือนตลกร้ายก็คือ ตอนที่ Kingdom ฤดูกาลแรกซึ่งมีขนาดความยาว 6 ตอน ออกอากาศเมื่อช่วงเดือนมกราคมปีที่แล้ว สถานะของมันก็เป็นเพียงแค่ซีรีส์แนวพีเรียดที่พาผู้ชมย้อนกลับไปช่วงกลางๆ ของราชวงศ์โชซอน หรือราวต้นศวรรษที่ 17 เนื้อหาส่วนหนึ่งว่าด้วยการแก่งแย่งและช่วงชิงราชบัลลังก์ในลักษณะที่ไม่แตกต่างจาก Game of Thrones เนื้อหาอีกส่วนและเป็นอรรถรสสําคัญของหนังชุดนี้ ก็ได้แก่เรื่องตื่นเต้นระทึกขวัญที่เกี่ยวโยงกับซอมบี้ หรือโดยปริยายนี่เป็นรูปแบบความบันเทิงที่พาผู้ชมหลีกลี้หนีโลกความเป็นจริงไปแสนห่างไกล

 

 

แต่ในทันทีที่ฤดูกาลที่สองออกฉายช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านพ้นไป ซึ่งพวกเราล้วนรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น ซีรีส์ชุดนี้ ก็ดูประหนึ่งสูญเสียสถานะของการเกลี้ยกล่อมให้ผู้ชมหลงลืมโลกของความเป็นจริงอันแสนโหดร้ายไปโดยปริยาย และโรคระบาดหรือ Plague ตามที่ตัวละครเอ่ยอ้างถึงในเรื่องก็กลายเป็นคําที่แสลงความรู้สึกของพวกเราซะเหลือเกิน ทั้งหลายทั้งปวง ยังไม่ต้องกล่าวถึงเนื้อหาที่ว่าด้วยความยากแค้นลำเค็ญของเหล่าไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินที่ต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนตามยถากรรม และมีคุณค่า ความหมายเพียงน้อยนิด หรือแทบไม่มีเลยในสายตาของผู้ปกครองที่ควบคุมบ้านเมืองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ศักดินา และความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทางชนชั้น 

 

 

หรือว่ากันตามจริง ประเด็นหนึ่งที่ซีรีส์เรื่อง Kingdom พูดถึงอย่างต่อเนื่องได้แก่ความอดอยากหิวโหยของผู้คนระดับรากหญ้า และสองฉากในต่างกรรมต่างวาระของซีซันแรกเปิดเผยให้ผู้ชมได้เห็นว่า บรรดาชาวบ้านกลายเป็นคนมูมมามในทันทีที่จู่ๆ พวกเขาก็ได้สวาปามอาหารอันแสนเอร็ดอร่อยที่ดูเหมือนร้อยวันพันปีไม่เคยมีโอกาสได้ลิ้มลอง หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นหญิงสาวยาจกและกําลังตั้งท้องถึงกับแสดงออกอย่างสํานึกและซาบซึ้งด้วยน้ําเสียงละล่ำละลักที่จู่ๆ คนยากไร้อย่างพวกเธอก็ได้รับการเหลียวแล  และในขณะที่หญิงคนดังกล่าว รวมถึงคนอื่นๆ ที่ดูเหมือนจู่ๆ ‘บุญก็หล่นทับ’ ไม่อาจ ล่วงรู้ได้ว่าตื้นลึกหนาบางของการเลี้ยงดูปูเสื่อครั้งมโหฬารนี้คืออะไร แต่ก็อย่างที่ผู้ชมน่าจะอนุมานได้ไม่ยากว่าไม่มีของฟรีในโลก และโดยเฉพาะในช่วงทุพภิกขภัยตามท้องเรื่อง และนั่นนําพาให้ราคาค่างวดของมื้ออันสุดแสนโอชะของทั้งสองฉากดังกล่าว (ซึ่งมีต้นสายปลายเหตุแตกต่างกัน) มีมูลค่าที่สุดแสนแพง

 

และนัยว่าเพื่อให้ผู้ชมได้มองเห็นแง่มุมอันแสนอัปลักษณ์ดังกล่าวอย่างแจ้งชัด ช่วงท้ายตอนที่ 3 ของซีซันแรกก็สอดแทรกไว้ด้วยฉากที่ขุนนางกังฉินที่ทั้งเจ้าเล่ห์ ฉ้อฉลและเห็นแก่ตัว กินอาหารจากสํารับที่ลูกน้องจัดเตรียมให้กับเขาเป็นการเฉพาะอย่างสบายอารมณ์ ต่อด้วยอีกฉากที่เขาและผู้เป็นเจ้านายนั่งละเลียดของว่างอย่างผ่อนคลาย และมันทําให้ผู้ชมได้แต่นึกเร่งวันเร่งคืนว่าเมื่อไรพวกเราจะได้เห็นบทสรุปที่สาสมสําหรับตัวละครนี้ที่มีพฤติกรรมเลวทรามต่ำช้า

 

 

แต่กล่าวอย่างถึงที่สุดจริงๆ ไม่มีใครตะกละตะกลามเท่ากับพวกซอมบี้ในหนังเรื่องนี้อีกแล้ว และภาพที่ผู้ชมได้เห็นอย่างเจนตาเจนใจนับครั้งไม่ถ้วนก็คือห้วงเวลาที่เหล่าซอมบี้นับสิบๆ หรือนับร้อยๆ กลุ้มรุม ‘กินโต๊ะ’ บรรดาเหยื่อเคราะห์ร้ายอย่างหื่นกระหายเมามัน และนับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ซอมบี้ไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่อสูรกายที่อยู่ในสภาวะตายอดตายอยากตลอดเวลา ทว่ามันวิพากษ์วิจารณ์ความล้มเหลวของระบอบที่รีดนาทาเร้นคนระดับล่างผ่านการขูดรีดและเหยียบย่ำในลักษณะต่างๆ นานา และสภาวะระส่ำระสาย รวมถึงพฤติกรรมที่ไม่สนขื่อแป เพิกเฉยต่อระบบระเบียบ ตลอดจนความสัมพันธ์ทางสังคมของเหล่าซอมบี้ก็น่าจะเป็นทั้งการอุปมาอุปไมยที่ว่าไปแล้ว ไม่ได้ห่างไกลจากโลกของความเป็นจริง และเหนืออื่นใด อุทาหรณ์ที่ย้ำเตือนให้ได้ตระหนักถึงผลพวงของการปกครองแผ่นดินอย่างปล่อยปละละเลยในลักษณะไม่แตกต่างจากมนุษย์ล่องหน ไม่เห็นหัวหรือคํานึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนตาดำๆ มองในแง่มุมหนึ่ง ซอมบี้ตามท้องเรื่องไม่ได้เป็นเพียงแค่โรคร้าย แต่หมายรวมถึงการลุกฮือของกลุ่มคนที่ ‘ไม่มีอะไรจะเสีย’ อีกต่อไป 

 

ไม่ว่าจะอย่างไร ส่วนที่ต้องปรบมือให้อย่างกึกก้องจริงๆ ได้แก่ การผสมผสานหลากหลายแนวเรื่องเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ที่แน่ๆ ก็ได้แก่หนังสยองขวัญสายพันธุ์ซอมบี้ที่ผู้สร้างไม่ต้องแนะนํากฎ กติกา มารยาท ตลอดจนขนบต่างๆ ของหนังแนวนี้อีกต่อไป และจะว่าไปแล้ว ในความเป็น ‘ซอมบี้ 4.0’ ของเหล่าผีดิบในเรื่อง พวกเขาและเธอไม่เพียงแค่วิ่งได้เร็วขึ้น หากยังสวมบทบาทกันอย่างชนิด ‘อินเนอร์มาเต็ม’ และเข้าถึงความเป็นภูตผีปิศาจได้อย่างสุดขีดคลั่งจริงๆ อีกแนว เรื่องหนึ่งซึ่งถือเป็นเสมือนแก่นแกนของซีรีส์อันได้แก่ความเป็นหนังที่ว่าด้วยการขับเคี่ยวทางการเมือง หรือจะเรียกว่า Political Thriller ก็น่าจะได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นโดยมีราชบัลลังก์เป็นเดิมพัน

 

 

เผื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสําหรับใครที่อาจจะยังไม่ได้เริ่มต้นผจญภัยไปในซีรีส์เรื่องนี้ จุดปะทุของเรื่องทั้งหมด โยงใยอยู่กับข่าวลือเรื่องการล้มป่วยและสวรรคตของพระมหากษัตริย์ และมกุฎราชกุมารอีชาง (จูจีฮุน) ผู้ซึ่งตามกฎมณเฑียรบาล เขาคือผู้สืบทอดสันตติวงศ์ กลับถูกอัครมหาเสนาบดีโชฮักจู (รยูซึงรยง) แห่งตระกูลที่ทรงอิทธิพลในราชสํานัก ตั้งข้อกล่าวหาว่าพระองค์อยู่เบื้องหลังแผนการโค่นล้มราชสมบัติของบิดา นับจากนี้ เนื้อหาแยกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเกี่ยวข้องกับการค้นพบขององค์ชายชางว่า ภาวะเจ็บไข้ได้ป่วยของกษัตริย์เป็นโรคระบาดร้ายแรง มันเปลี่ยนคนธรรมดาสามัญให้กลายเป็นผีดิบที่ตะกรุมตะกราม และในฐานะมกุฎราชกุมาร เขาและองครักษ์ตลอดจนจิตอาสาคนอื่นๆ ต้องหาทางยับยั้งสภาวะติดต่อนี้ให้จบสิ้นโดยเร็ว

 

อีกส่วนก็อย่างที่กล่าว เป็นเรื่องของ ‘พาวเวอร์เพลย์’ ในราชสํานัก ว่าไปแล้ว แผนร้ายของโชฮักจูก็ไม่ได้สลับซับซ้อน และนั่นคือหาทางเปลี่ยนเส้นทางการสืบทอดอํานาจจากมกุฎราชกุมารอีชาง เป็นทายาทที่กําลังจะลืมตามาดูโลกของอัครมเหสีโช (คิมฮเยจุน) ซึ่งเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ลูกสาวของตัวอัครมหาเสนาบดีโชฮักจูนั่นเอง กระนั้นก็ตาม เงื่อนไขสําหรับตัวอัครมหาเสนาบดีโชฮักจูมีสองประการด้วยกัน เขาต้องหาทางประวิงการตายของพระมหากษัตริย์ให้เนิ่นช้าออกไปมากที่สุด และสอง ภาวนาว่าเด็กที่คลอดออกมาจะเป็นผู้ชาย และตรงไหนซักแห่งแถวนี้เองที่ผู้สร้างก็สอดแทรกประเด็นเพศสภาพเข้ามาอย่างน่าสนใจ

 

 

หากจะพูดอย่างย่อๆ ซีรีส์เรื่อง Kingdom วิพากษ์วิจารณ์แนวคิดเรื่อง ‘ความศักดิ์สิทธิ์’ ของการมีลูกชายในระดับที่น่าสมเพชเวทนาผ่านหลากหลายเหตุการณ์ (และอย่างที่นักเกาหลีศึกษาน่าจะบอกได้ว่ามันสอดคล้องกับลัทธิขงจื้อที่มีอิทธิพลต่อระบบการปกครองของเกาหลีมาช้านาน) หนึ่งในนั้นได้แก่ฉากที่หญิงสูงศักดิ์นางหนึ่งยืนกรานเสียงแข็งไม่ยอมให้เผาทําลายร่างไร้วิญญาณของลูกชายเพียงคนเดียวของวงศ์ตระกูลในชั่วสามอายุคน แต่สุดท้ายแล้ว อุดมการณ์สุดลิ่มทิ่มประตูของใครคนนี้ก็พัฒนาไปสู่ความหายนะ และแน่นอนว่าพร้อมๆ กับความสลักสําคัญของการเกิดเป็นผู้ชาย มันก็ผูกอยู่กับแนวคิดเรื่องความไม่มีคุณค่าของการเกิดเป็นผู้หญิงด้วยเช่นกัน และวิธีการที่ผู้สร้างถ่ายทอด ‘เนื้อหาส่วนนี้’ ก็ต้องบอกว่าส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้ชมอย่างหนักหน่วงรุนแรง

 

กระนั้นก็ตาม ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่ยอมจํานน และคนหนึ่งที่แน่ๆ ได้แก่อัครมเหสีโช ผู้ซึ่งในเบื้องต้น ดูเหมือนเธอจะเป็นตัวละครที่ไม่มีปากมีเสียงมากนัก และสถานะของเธอก็ไม่แตกต่างจากหุ่นเชิดที่ผู้เป็นพ่อของเธอชักใยอยู่เบื้องหลัง แต่จนแล้วจนรอด หนังก็ให้เห็นว่าเธอเองก็มีวาระซ่อนเร้นส่วนตัว และในขณะที่ความร้ายกาจและทะเยอทะยานของตัวละครนี้เทียบเคียงได้กับ ‘นางมารร้าย’ ในหนังฟิล์มนัวร์ ทว่ามันก็ไม่ได้ปราศจากต้นสายปลายเหตุซะทีเดียว และหากใครสํารวจตรวจสอบก็สามารถพบได้ไม่ยากว่ามันเชื่อมโยงอยู่กับความรู้สึกเก็บกด และอัดอั้นของการเกิดเป็นลูกผู้หญิง ซึ่งโดยอัตโนมัติ มันก็ชวนให้สรุปต่อเนื่องได้ว่า นอกจากซอมบี้แล้ว อีกหนึ่งโรคระบาดที่รักษาไม่หายขาดก็ได้แก่ทัศนคติทางเพศที่คับแคบ ซึ่งหยั่งรากฝังลึกอยู่ในวิถีและความนึกคิดของผู้คน

 

 

แต่ก็นั่นแหละ ไม่ว่าใครจะมองเห็นซีรีส์ชุดนี้ด้วยแว่นขยายแบบใด อย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ก็คือ ชั้นเชิงและลูกล่อลูกชนที่นําพาให้สิ่งละอันพันละน้อยที่ได้รับการถ่ายทอด สะกดทั้งโสตและทัศน์การรับรู้ของคนดูอย่างไม่อาจละวาง ไล่เรียงได้ตั้งแต่การออกแบบฉากแอ็กชันทั้งหลายทั้งปวงที่ช่วยให้ซีรีส์เต็มไปด้วยสัมผัสอันพิเศษและความเป็นตัวของตัวเอง ไปจนถึงรายละเอียดปลีกย่อยที่เรียกความสนใจอย่างได้ผลชะงัดจริงๆ 

 

หนึ่งในห้วงเวลาตื่นเต้นเขย่าขวัญที่ส่วนตัวชอบมากๆ ได้แก่ ฉากนักโทษสองคนที่ลําคอของพวกเขาถูกล็อกไว้ด้วยขื่อไม้ความยาวราวๆ สองเมตร แล้วจู่ๆ หนึ่งในนั้นก็ติด เชื้อและกลายเป็นซอมบี้ทีละน้อย สถานการณ์ก็พัฒนาไปอย่างที่เรียกเป็นอื่นไม่ได้นอกจากเสียสติและบ้าคลั่ง อีกทั้งยังตอกย้ำความสําคัญของการเว้นระยะห่างทางสังคมหรือ Social Distancing อย่างชนิดชวนหัวซะเหลือเกิน

 

ทั้งหลายทั้งปวงที่สาธยายมาอย่างยืดยาวก็เพียงเพื่อที่จะสรุปว่า สําหรับพวกเราทุกคนซึ่งกําลังตกที่นั่งเดียวกัน และนั่นคือเต็มตื้นกับข่าวร้ายเรื่องโรคระบาดที่ประดังเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน Kingdom เป็นซีรีส์ขนาดความยาว 12 ตอน ที่น่าจะช่วยให้ผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลําบากนี้ไปได้อย่างเพลิดเพลิน

 

KINGDOM (2019- )

กํากับ-คิมซองฮุน, จองอึนเจ ผู้แสดง-จูจีฮุน, รยูซึงรยง, แบดูนา, คิมฮเยจุน, จุนซอกโฮ, คิมซังโฮ 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post KINGDOM (2019) โรคระบาด และชีวิตตามยถากรรมของพสกนิกร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่มี อีชาง ใน Kingdom ก็ต้องสวดมนต์ไล่ ทำไมเมื่อเกิดวิกฤตเรามักหันหน้าไปพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ https://thestandard.co/in-times-of-crisis-we-often-turn-to-rely-on-sacred-things/ Fri, 03 Apr 2020 14:25:55 +0000 https://thestandard.co/?p=350193

ในขณะที่ ซอบี หมอหญิงในเรื่อง Kingdom พยายามหาทางรักษาโ […]

The post ไม่มี อีชาง ใน Kingdom ก็ต้องสวดมนต์ไล่ ทำไมเมื่อเกิดวิกฤตเรามักหันหน้าไปพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในขณะที่ ซอบี หมอหญิงในเรื่อง Kingdom พยายามหาทางรักษาโรคด้วยความรู้ทางการแพทย์ ทว่าตัดภาพไปอีกฉาก ชาวเมืองฮันยางกำลังเอาเลือดวัว เอาดินขาว แขวนยันต์ พรมน้ำมนต์ เพื่อป้องกันโรคระบาด 

 

ผมว่าฉากทั้งสองนี้มันเป็นอะไรที่แตกต่างกันมาก มันชี้ให้เราเห็นถึงโลกทางความคิดที่มีความแตกต่างกันระหว่างมนุษย์ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ กับมนุษย์ที่หวังพึ่งอำนาจที่มองไม่เห็นเพื่อมาชนะโรคร้าย เรื่องนี้คงไม่ต่างจากสังคมไทยตอนนี้ที่คนบางกลุ่มกระทั่งรัฐ ที่ต้องหันไปพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 

เอาเป็นว่าในช่วงนี้ที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตจากโรคระบาดโควิด-19 นี้จะเห็นได้ว่ามีปรากฏการณ์ 2 อย่างที่น่าสนใจคือ ปรากฏการณ์แรก การพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรืออำนาจเหนือธรรมชาติ ปรากฏการณ์ที่สองคือ ภาวะการโหยหาอดีต 

 

พึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อำนาจเหนือธรรมชาติ 

การไลฟ์ของกาละแมร์ที่เป็นกระแสก็สะท้อนความคิดเช่นนั้น กาละแมร์พูดกับทุกคนว่า ประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีพระโพธิสัตว์ มีเทพยดาคุ้มครอง อะไรก็สุดแล้วแต่จะอาราธนามานั้น จะทำให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 เหมือนทุกครั้งที่เกิดวิกฤตที่ผ่านมาได้ 

 

คราวนี้ถ้าสมมติว่ากาละแมร์เป็นตัวแทนของชนชั้นกลางกลุ่มหนึ่งในสังคมไทย การชักจูงประชาชนให้เชื่อว่าประเทศไทยจะรอดวิกฤตครั้งนี้ไปเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นอาจจะช่วยให้คนบางกลุ่มรู้สึกบรรเทาความสิ้นหวังไปได้บ้างก็จริง แต่ถึงเวลานั้น เราคงจะถูกซอมบี้กัดคอกันหมด ใช่ครับ เดี๋ยวปัญหาต่างๆ มันก็ผ่านไป เพราะเวลาไม่เคยหยุดอยู่กับที่ แต่เราจะผ่านไปแบบไหน ผ่านไปแบบรอคอยฟ้าฝนหรือเทพยดา

 

แต่สิ่งที่ผมว่าดาราหรือไลฟ์โค้ชทั้งหลายควรตระหนักนั้น ไม่ใช่แค่ออกมาบอกว่าให้ดูแลตัวเองให้ดี (พูดอีกแบบคือพึ่งตนเอง) หรือให้ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สู้ๆ หรือด้วยคำสวยหรูใดก็แล้วแต่ของมนุษย์ที่อยู่บนยอดพีระมิด แต่ต้องพยายามมองให้ลึกลงไปถึงปัญหาในระดับโครงสร้างและตั้งคำถามแบบมนุษย์ มิใช่ศาสดา เช่น ปัญหาความไร้ประสิทธิภาพต่อการจัดการโรคระบาดที่เกิดขึ้นนี้มันสัมพันธ์กับระบอบการเมืองที่นำไปสู่การได้คนไร้ความสามารถมานั่งในตำแหน่งสำคัญหรือไม่ การตัดสินใจแก้ปัญหาโดยอิงกับการเมืองนั้นมันสร้างความเสียหายมากแค่ไหน ถ้ารัฐบริหารจัดการดี เราจำเป็นต้องพึ่งพาตนเองดิ้นรนหาหน้ากาก หาแอลกอฮอล์กันเช่นนี้หรือไม่ หรือถ้ารัฐบริหารจัดการดี เราจำเป็นต้องพึ่งอำนาจของสิ่งที่เรามองไม่เห็น  หรือถึงจะมีตัวตนอยู่ราวกับเทพ แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรให้ต้องระลึกถึงหรือไม่ อย่าทำให้ปัญหาโรคภัยครั้งนี้ถูกผลักไปว่าเป็นปัญหาในระดับปัจเจก ที่ชีวิตของคนระดับปัจเจกต้องประสบเคราะห์กรรมครั้งนี้มันเป็นปัญหาในระดับโครงสร้าง พูดง่ายๆ คือรัฐหรือสังคมนั่นแหละครับ

 

ความจริงแล้วค่อนข้างเป็นเรื่องปกติทีเดียวในหลายสังคมที่เมื่อการแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางโลกไม่สามารถใช้ได้ผล คนก็มักจะหันไปพึ่งพาอำนาจที่เหนือกว่า ในหนังสือเรื่อง Ancient Chamorro Society เขียนโดย ลอว์เรนซ์ คันนิงแฮม (Lawrence J. Cunningham) ได้อธิบายว่า สาเหตุที่คนเราเชื่อในอำนาจเหนือธรรมชาตินั้นก็เพราะต้องการใช้อำนาจนั้นให้มาช่วยควบคุมสถานการณ์อันไม่ปกติ ทั้งนี้ก็เพื่อทั้งแก้ไข ผ่อนคลายความตึงเครียดของสังคมในช่วงชีวิตอันเป็นวิกฤต (Life Crisis) ในขั้นตอนนี้หมอผีจะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการติดต่อกับอำนาจเหนือธรรมชาติ และถ้าหากพิธีกรรมไม่สำเร็จก็จะอธิบายว่าเพราะอำนาจของสิ่งชั่วร้ายนั้นมีมากกว่า 

เมื่อหลายปีก่อน สังคมไทยก็เผชิญวิกฤตเช่นกัน จนต้องพึ่งอำนาจเหนือธรรมชาติ ถ้ายังจำกันได้ หลังรัฐประหารได้เกิดปรากฏการณ์ร่างทรง มีทั้งที่ทรงแบบปกติ เช่น ทรงเทพฮินดู ทรงพระนเรศวร ทรงพระเจ้าตาก และที่ทรงแบบแหวกแนวหน่อย เช่น ผีเสื้อสมุทร ขุนช้าง ไจแอนด์จากการ์ตูนโดราเอมอน เป็นต้น 

 

 

Photo: Silapawattanatham – ศิลปวัฒนธรรม / Facebook

 

ต่อประเด็นเรื่องนี้ผมเคยเขียนบทความเรื่อง ‘รัฐประหาร ร่างทรง ถึงวีรบุรุษในประวัติศาสตร์ไทย’ ลงในนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม เมื่อปี 2559 ซึ่งปรากฏการณ์ร่างทรงในครั้งนั้นสะท้อนถึงภาวะที่สังคมรู้สึกถึงการขาดความมั่นใจต่ออนาคต เพราะไม่รู้ว่าการเมืองในอนาคตหรือประเทศจะเป็นอย่างไร ในขณะเดียวกันเศรษฐกิจในเวลานั้นก็ย่ำแย่ด้วย เพราะนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลทหาร มีนายทุนบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์ และยังถูกกระหน่ำด้วยภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอีกด้วย ทั้งหมดนี้เองทำให้ผู้ที่ศรัทธาต่อร่างทรงมักมาขอหวย ขอเลขเด็ด และขอคำทำนายต่อหน้าที่การงานในอนาคต 

 

ในช่วงนั้นจึงมีการลงทุนกับความเชื่อกันมากในหมู่ดาราและคนมีฐานะ เช่น การบูชาตุ๊กตาลูกเทพ ที่ราคาต่อตัวไม่ใช่น้อย เพราะเชื่อว่าจะช่วยทำให้ตัวเองมีเงินทองเพิ่มขึ้น ถ้าย้อนกลับไปไกลขึ้นอีก ก็จะเห็นได้จากปรากฏการณ์การบูชาจตุคามรามเทพหลังการรัฐประหารปี 2549 เช่นกัน ซึ่งสาเหตุที่บูชากันมากก็เพราะความรู้สึกขาดความมั่นคงทั้งทางเศรษฐกิจและชีวิต 

 

การบูชาพระเครื่องพระพิมพ์ก็เป็นปรากฏการณ์แบบเดียวกันนี้ ซึ่งเริ่มต้นเกิดขึ้นอย่างจริงจังนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง หรือยุคสงครามเย็นเป็นต้นมาเช่นกัน เพราะโจรและอาวุธนั้นหาง่ายเสียเหลือเกิน ในเมื่อประชาชนไม่อาจพึ่งพิงเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ทหารได้ พวกเขาก็ต้องหาวัตถุมงคลมาบูชา พื้นที่ไหนโจรชุมจึงเกิดเกจิขึ้นมากมาย เพื่อจะได้มีอะไรสักอย่าง (คืออำนาจ) มาคุ้มครองชีวิต

 

ปรากฏการณ์ของความไม่มั่นคงในชีวิตนี้ยังเห็นได้จากช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ที่คนกรุงเทพฯ ใส่สร้อยข้อมือนำโชคที่เรียกว่า ‘ไลลา’ ซึ่งมีให้เลือกหลายรูปแบบหลายเป้าหมาย เช่น ให้ร่ำรวยเงินทอง ประสบความเร็จในหน้าที่การงาน ให้สุขภาพแข็งแรง เพิ่มเสน่ห์ เป็นต้น ไลลานี้ก็คือเครื่องรางที่ทำให้สวยเพื่อเหมาะกับคนเมืองที่มักแสดงท่าทีปฏิเสธไสยศาสตร์แต่เชื่ออย่างสุดใจ เพราะพวกเขาล้วนรู้สึกถึงความไม่มั่นใจ หรือไม่ก็คือต้องการควบคุมให้อนาคตมาอยู่ในมือของตนเองด้วยพลังเหนือธรรมชาติ

 

การบรรเทาวิกฤตและความไม่มั่นคงทำนองนี้เห็นได้จากการสวดมนต์ไล่โควิด-19 แน่นอนมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ความจริงเรื่องการสวดมนต์ไล่โรคระบาดนี้ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น มีหลายคนอ้างถึงการสวดมนต์แบบนี้ที่มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล สมัยอยุธยา เรื่อยมาจนในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะเหตุการณ์ในสมัยรัชกาลที่ 2 ที่ทรงประกอบพิธีอาพาธพินาศ แต่แทนที่โรคระบาดจะหายไป แต่คนที่ร่วมกระบวนแห่นั้นกลับป่วยเพิ่มขึ้น จนเป็นอันทำให้พิธีนี้เลิกไป 

 

ด้วยการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ของสังคมไทย เพื่อจัดการกับโรคระบาด ทำให้ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้พัฒนาระบบสาธารณสุขสมัยใหม่ขึ้นแทน ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนผ่านของสังคมจากระบบความคิดต่อการรักษาโรคจากสังคมแบบจารีต หรือสังคมโบราณมาสู่สังคมสมัยใหม่ ดังนั้นการย้อนกลับไปสวดมนต์เพื่อเป้าหมายของอาพาธพินาศนั้น ด้านหนึ่งอาจทำให้ความรู้สึกสิ้นหวังนั้นบรรเทาลง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ชวนคิดด้วยว่ากระบวนทัศน์ของสังคมไทยนั้นเป็นเช่นไร 

 

หวนหาอดีตอันเคยสงบสุขเมื่อคราวที่พ่ออยู่

ช่วงหลายวันมานี้ ผมมักเห็นข้อความใน LINE กลุ่ม เห็นโพสต์ใน Facebook ที่เขียนว่า “ถ้าเป็นเมื่อก่อน…” หลายครั้งมาก โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตเรื่องการขาดแคลนหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ พร้อมกับประเด็นที่นักการเมืองถูกกล่าวหาว่ากักตุนหน้ากากอนามัย 

ความรู้สึกที่หวนรำลึกถึงความช่วยเหลือจากรัชกาลที่ 9 นี้จัดได้ว่าเป็นปรากฏการณ์โหยหาอดีต (Nostalgia) ความรู้สึกของการโหยหาอดีตนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราเกิดความรู้สึกว่าไม่มีความสุขหรือทนทุกข์กับปัจจุบัน ทำให้อยากย้อนเวลาหรือสถานที่กลับไปสู่อดีต ซึ่งเราจะเข้าใจความหมายของคำว่า ‘Nostalgia’ ได้ดียิ่งขึ้น เมื่อดูจากรากศัพท์นี้ในภาษากรีกนั้นมาจากคำว่า ‘Homecoming’ (nóstos) และ ‘Pain’ (álgos) คือการกลับบ้าน ซึ่งก็คือพื้นที่ที่เรารู้สึกมีความสุขและปลอดภัย เพื่อหลีกเร้นจากความเจ็บปวด อันจะนำเราไปสู่วันคืนอันแสนสุข หรือความรู้สึกอันอบอุ่นครั้งวัยเด็ก 

แน่นอนด้วยสถานการณ์โรคระบาดนี้มันทำให้เกิดความรู้สึกว่าปัจจุบันไม่น่าพิสมัย อนาคตเองก็มืดมน นักวิชาการบางคนอาจมองว่าคนกลุ่มนี้ถูกวาทกรรมหรือสังคมหล่อหลอม แต่มันก็คงเป็นพื้นที่เดียวและห้วงเวลาเดียว ณ ตอนนี้สามารถหลบไปพักอาศัยอยู่ได้อย่างปลอดภัย 

 

นักจิตวิทยาบางคนมองว่า ภาวะการโหยหาอดีตนี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่มันช่วยทำให้คนที่โหยหาอดีตนี้กลับไปเติมพลังทางด้านบวก เพื่อมาสู้กับโลกในปัจจุบัน และทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยมากขึ้นถ้าพวกเขาพบว่ามีคนที่คิดถึงบ้านหลังเดียวกัน เสริมความมั่นใจในตัวเอง และบรรเทาความรู้สึกเครียดและกดดัน อย่างไรก็ตาม บางครั้งอดีตที่โหยหานี้ก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือของ ‘นักการเมือง’ ที่นำมาใช้เพื่อชักจูงให้ประชาชนรู้สึกว่า ถ้าอยากมีอดีตที่มีความสุขนั้น (พวก) เขาคือต้นแบบของอดีตนั้น ตัวอย่างเช่นที่จอมพลสฤษดิ์เปรียบตัวเองเป็นพ่อขุนรามคำแหง เป็นต้น หรือบางครั้งก็อ้างอดีตของบรรพชนเพื่อให้สำนึกถึงบุญคุณต่อตนเอง ทั้งๆ ที่ความดีและความสุขนั้นไม่อาจถ่ายทอดผ่านสายเลือดลงมาได้ เพราะความสุขปัจจุบันย่อมไม่ใช่ของอดีต 

 

Photo: www.ch3thailand.com

 

ปรากฏการณ์โหยหาอดีตอันแสนหวานนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในสังคมไทย ทุกครั้งที่สังคมเกิดวิกฤต เราก็มักจะเห็นปรากฏการณ์ทำนองนี้อยู่เสมอ อย่างเช่นในปีที่ผ่านมา ละคร บุพเพสันนิวาส ได้กลายเป็นละครที่ดังอย่างมากในไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่าละครเรื่องนี้มีความสนุกและความน่ารัก แต่ถ้าเราดูวิธีการเล่าอดีตของละครแล้วก็จะพบว่า นางเอกเป็นคนในปัจจุบันที่ย้อนกลับไปในอดีตและเกิดหลงรักกับพระเอก ซึ่งนั่นก็คือความหลงใหลต่ออดีต หรือหลงใหลความสุขแบบหนึ่ง ถึงแม้ว่าละครเรื่องนี้จะนำเสนอเรื่องความขัดแย้งในสังคมสมัยอยุธยาด้วยก็ตาม แต่จะมีประโยชน์อันใดเมื่อความสุขต่อความรักนั้นสำคัญกว่า มันจึงทำให้คนจำนวนมากที่ไปเที่ยวอยุธยาต้องการจำแลงตนเองด้วยการใส่ชุดไทยโบราณ เพื่อไปอยู่กับอดีตอันแสนหวานนั้น ในช่วงที่สังคมไทยกำลังเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

 

ผมมักเชื่อเสมอว่า ในสังคมที่มองไม่เห็นอนาคตที่ชัดเจนนั้นมักจะต้องพึ่งเครื่องมือในการทำนายอนาคต ต้องหวังพึ่งอำนาจเหนือธรรมชาติที่มองไม่เห็น หรือไม่ก็คือใช้วิธีการย้อนกลับไปในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของอดีตที่ทำให้รู้สึกว่าตนเองปลอดภัยและมีความสุข เพราะการอยู่กับปัจจุบันนั้นมันลำบากและเจ็บปวด 

 

แน่นอนว่าพวกเราจะต้องพยายามอยู่กับปัจจุบันไปให้ได้ แต่ในเมื่อชีวิตของพวกเรานั้นจะต้องมีอนาคตอีกยาวไกล ผมอยากให้ลองหวนมองอดีต (เรียกว่าประวัติศาสตร์) ในทุกแง่มุม ทั้งดีและร้าย แล้วประมวลผลกับสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อมองต่อไปในอนาคตว่า หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายแล้ว พวกเราจะกำหนดอนาคตอย่างไร เพราะ อีชาง ไม่มีอยู่ในโลกความเป็นจริง 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ไม่มี อีชาง ใน Kingdom ก็ต้องสวดมนต์ไล่ ทำไมเมื่อเกิดวิกฤตเรามักหันหน้าไปพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 3 เมษายน 2563 https://thestandard.co/calendar-28-mar-3-apr-2020/ Thu, 26 Mar 2020 01:07:04 +0000 https://thestandard.co/?p=346474 กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 28 มีนาคม - 3 เมษายน 2563

แม้ช่วงนี้จะไปไหนไม่ได้ เราก็มีกิจกรรมน่าทำอยู่บ้านให้ค […]

The post กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 3 เมษายน 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 28 มีนาคม - 3 เมษายน 2563

แม้ช่วงนี้จะไปไหนไม่ได้ เราก็มีกิจกรรมน่าทำอยู่บ้านให้คุณอยู่ดี มาดูกันดีกว่าว่ากิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 3 เมษายน 2563 จะมีอะไรบ้าง

 

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติออนไลน์

ภาพ: งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 48

 

ซื้อหนังสือออนไลน์ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 48

What: งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 48 ที่เปลี่ยนจากการจัดแบบปกติมาเป็นแบบออนไลน์ ให้คุณได้เลือกซื้อหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ได้ 24 ชั่วโมง และรอรับหนังสืออยู่ที่บ้าน

When: 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2563 ตลอด 24 ชั่วโมง

Where: www.thaibookfair.com

Why: อยู่บ้านมาทั้งสัปดาห์ การได้ช้อปปิ้งแก้เครียดคงจะดีไม่ใช่น้อย หลังจากนี้จะได้มีหนังสือมาอ่านเพิ่มในเวลาว่างด้วย

 

Kingdom

ภาพ: Riety

 

เรียนศิลปะผ่านซีรีส์ Kingdom

What: ห้องเรียนศิลปะที่สอนเรื่องการจัดองค์ประกอบศิลป์ การใช้สี การถ่ายทำในความมืดของซีรีส์ Kingdom ที่ทั้งสนุก เข้าใจง่าย และได้ความรู้ โดยศิลปินสาว ‘ปั๋น-ดริสา การพจน์’ 

Where: youtu.be/uogE438mkq0

Why: ดู Kingdom จบ แต่อารมณ์อาจไม่จบ แต่ถ้าดูคลิปห้องเรียนศิลปะนี้จบแล้ว คุณน่าจะได้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะมากมายเลย

 

뚤기ddulgi

ภาพ: 뚤기ddulgi

 

ลองทำ Dalgona Coffee

What: เข้าครัวลองทำ Dalgona Coffee กาแฟหนืดที่กำลังได้รับความนิยมไปพร้อมกับ 뚤기ddulgi ที่จะมาสอนวิธีทำกาแฟแก้วนี้แบบเข้าใจง่าย ใช้อุปกรณ์และส่วนผสมไม่เยอะ แถมยังทำง่าย ทำกินได้ทุกวัน

Where: youtu.be/oENpvyppGEw

Why: ได้หัดทำเมนูกาแฟใหม่ๆ เผลอๆ คุณอาจจะได้ไอเดียสำหรับเปิดคาเฟ่ในอนาคตก็ได้นะ!

 

กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 28 มีนาคม - 3 เมษายน 2563

 

จัดโต๊ะทำงานใหม่

What: เวลาว่างแบบนี้ จัดโต๊ะทำงานใหม่กันหน่อยดีกว่า เพราะกฎข้อแรกๆ ของการทำงานที่บ้านให้มีประสิทธิภาพคือโต๊ะทำงานจะต้องสวยงาม น่านั่ง และหยิบของได้สะดวกสบาย

Why: ได้โต๊ะทำงานใหม่ที่น่านั่งทำงานนานๆ ทำให้มีสมาธิในการทำงานมากขึ้น

 

กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 28 มีนาคม - 3 เมษายน 2563

 

เปิดคาเฟ่เองที่บ้าน

What: ช่วงนี้ออกไปไหนไม่ได้ก็หยิบโทรศัพท์มือถือมากดสั่งอาหารและเครื่องดื่มเดลิเวอรีจากคาเฟ่เจ้าประจำ จัดโต๊ะที่บ้าน แล้วถ่ายรูปสวยๆ ลงโซเชียลมีเดียเสียเลย

Why: เรารู้ว่าคุณกำลังเศร้าใจที่สุดสัปดาห์นี้ไม่ได้ออกไปไหนกับเพื่อนๆ อย่างที่เคย การสั่งขนมและเครื่องดื่มเดลิเวอรีมาจัดโต๊ะถ่ายรูปเองที่บ้านนั้นสามารถช่วยเยียวยาจิตใจที่เหี่ยวเฉาได้เหมือนกัน

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post กิจกรรมน่าทำระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 3 เมษายน 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดรหัสการเป็นผู้นำที่ดีจากซีรีส์ Kingdom https://thestandard.co/being-a-good-leader-from-kingdom-series/ Tue, 17 Mar 2020 03:51:19 +0000 https://thestandard.co/?p=342472

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาของซีรีส์* . . . ซีรีส์ Kingdom […]

The post ถอดรหัสการเป็นผู้นำที่ดีจากซีรีส์ Kingdom appeared first on THE STANDARD.

]]>

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาของซีรีส์*

.

.

.

ซีรีส์ Kingdom ซีซัน 2 เมื่อซอมบี้ยุคโชซอนยังคงเป็นการต่อสู้ครั้งสำคัญขององค์ชายรัชทายาท อีชาง เขาจึงต้องเค้นทั้งความคิด ความแข็งแกร่งเพื่อต่อสู้ และไขปริศนาการที่คนกลายเป็นอสูรกายให้ได้ เรื่องราวยังคงสนุกน่าติดตาม ทั้งยังสอดแทรกประเด็นความขัดแย้งในราชสำนัก ศึกสายเลือดในการแย่งชิงบัลลังก์ ปมทุจริตคอร์รัปชัน ขั้วอำนาจตระกูลแฮวอนโจ ซึ่งล้วนเป็นประเด็นการเมืองที่ขนาบข้างเรื่องซอมบี้ได้อย่างแยบยล

 

นอกเหนือจากเนื้อเรื่องที่ดำเนินอย่างเข้มข้นตลอด 6 อีพีในซีซัน 2 อย่างหนึ่งที่โดดเด่นมากคือ ประเด็น ‘ภาวะผู้นำ’ ที่เราได้เห็นจากองค์ชายอีชาง ทั้งที่ในซีซันแรกตกอยู่ในสถานะหนีจากการถูกตามล่า แต่พอมาถึงซีซัน 2 เขากลับกลายมาเป็นผู้นำที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างยอดเยี่ยมท่ามกลางสถานการณ์คับขัน และนำพาประชาชนให้ปลอดภัย 

 

เราจึงถอดรหัส ‘การเป็นผู้นำที่ดี’ ที่ได้จากซีรีส์ Kingdom เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงที่เราล้วนต้องเจอกับสถานการณ์คับขัน และทำอย่างไรจึงจะรอดพ้นภัย 

 

 

 

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาของซีรีส์*

.

.

.

เรียนรู้ปัญหาด้วยการเอาตัวเองไปสัมผัสกับพื้นที่จริง

คนเราเลือกเกิดไม่ได้ และองค์รัชทายาทก็เช่นกัน ด้วยชาติกำเนิดที่สูงศักดิ์ มีชีวิตอยู่สุขสบายแต่ในวังหลวง จึงไม่เคยได้รู้ความเป็นไปนอกกำแพงเมืองว่า ผู้คนยากจนแร้นแค้นขนาดไหน จนกระทั่งตัวเขาเองหนีออกนอกวัง ทั้งยังต้องเดินทางไปต่างเมืองที่ยิ่งทุรกันดาร ความขาดแคลนในทุกๆ ด้าน ทำให้องค์ชายอีชางได้เรียนรู้ว่า ปัญหาของประชาชนรุนแรงเพียงใด และไม่ว่าใครต่างก็ต้องการมีชีวิตรอดเท่าๆ กัน 

 

และด้วยความยากจนอย่างถึงที่สุดนี้เองที่ทำให้ประชาชนหิวโหยจนยอมกินเนื้อมนุษย์ และเกิดเป็นอุบัติการณ์ของโรคประหลาด ที่ทำให้คนตายกลับฟื้นคืนชีพเป็นอสูรกายหิวกระหายเลือดเนื้อ จนกลายเป็นโรคระบาดไปทั่วเมือง

 

การเหยียบย่ำไปในโคลนตม อดมื้อกินมื้อร่วมกับชาวบ้าน การได้สัมผัสกับชีวิตจริง ทำให้องค์ชายเข้าใจว่า หน้าที่สำคัญของผู้นำคือ การนำพาให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนปลอดภัยและสุขสมบูรณ์

 

 

 

ไม่หนีปัญหา

“พวกเจ้าจะสละชีวิตให้ข้ารอดเพียงคนเดียวหรือ” องค์ชายอีชางตรัสกับเหล่าทหาร เมื่อพวกเขาขอร้องให้องค์ชายหนีไปก่อน 

 

นอกจากไม่หนีปัญหา องค์รัชทายาทยังยืนร่วมรบกับพวกเขา ทั้งยังคิดแผนเพื่อให้รอดชีวิตและทำลายเหล่าอสูรกายให้หมดสิ้นไป ซึ่งในอีพีสุดท้าย นับเป็นการขมวดปมจบซีซันได้อย่างชาญฉลาด และยังสอดคล้องกับเบาะแสที่หมอหญิงซอบีพยายามคลี่คลายเกี่ยวกับอสูรกายมาโดยตลอด

 

สิ่งที่องค์รัชทายาทได้เรียนรู้ตลอดเวลาที่ได้ลงพื้นที่จริงคือ เราหนีปัญหาไม่ได้ โดยเฉพาะในฐานะผู้นำ ควรเป็นคนที่ยืนหยัดอยู่ข้างหน้า เพื่อต่อสู้กับปัญหา แม้ว่าจะเป็นปัญหาที่มาในรูปแบบอสูรกายก็ตาม

 

 

 

แก้ปัญหาอย่างชาญฉลาด รวดเร็ว และตรงประเด็น

การสั่งการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วเร่งด่วน เป็นสิ่งที่เห็นองค์ชายรัชทายาททำได้ดีในหลายครั้ง โดยเฉพาะกรณีการช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในค่าย และมีเหล่าซอมบี้ล้อมเอาไว้ทั่วทุกด้านของกำแพง 

 

เมื่อปากท้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพื่อความแข็งแรงและอยู่รอดของคนที่เหลือในค่าย องค์รัชทายาทได้วางแผนขนส่งเสบียงเข้าไปผ่านช่องทางระบายน้ำ มีการยิงคุ้มกันจากระยะไกล และในบริเวณที่ต้นไม้สูงบัง ก็ยังคิดใช้ว่าวในการช่วยระบุตำแหน่งของกองเสบียง 

 

เป็นการแก้ปัญหาที่นำไปใช้ได้จริง มีความคิดสร้างสรรค์ ช่วยยืดระยะเวลาชีวิตของคนในค่าย เพื่อรอเวลาให้องค์ชายกลับมาแก้ปัญหาหรือหาทางออกให้ได้ในระยะยาว

 

 

ไม่รอมชอมกับการประพฤติมิชอบ และการครอบครองอำนาจแบบผิดๆ

การทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาคลาสสิกที่มีมาช้านาน กระทั่งยุคโชซอนตามท้องเรื่อง ก็มีขั้วอำนาจสำคัญคือ ตระกูลแฮวอนโจ นำทีมโดยมหาอัครเสนาบดีโจฮักจู ซึ่งลูกสาววัยไม่ถึง 20 ปีของเขา ขึ้นเป็นราชินีเคียงคู่องค์กษัตริย์ แต่เธอก็ยังตกอยู่ใต้อำนาจของบิดา ทำหน้าที่เพียงสืบทอดสายเลือดของตระกูลให้คงอำนาจยาวนานไปรุ่นต่อรุ่น

 

องค์ชายรัชทายาทพยายามกวาดล้างตระกูลแฮวอนโจที่ครอบครองอำนาจแบบผิดๆ มองเห็นผลประโยชน์ของพวกตนเป็นที่ตั้ง ทั้งที่อำนาจและยศตำแหน่งเป็นเพียงเครื่องแบบเปลือกนอก

 

ดังเช่นในช่วงท้าย องค์รัชทายาทได้ประกาศต่อหน้าราชินีว่า “ที่ข้าต้องการให้ท่านลงจากตำแหน่งนั่นไม่ใช่เพราะท่านเป็นกลุ่มแฮวอนโจหรือข้าปรารถนามัน แต่เพราะผู้ครองตำแหน่งนั้นมีสิ่งพึงกระทำ ประชาชนเปรียบอาหารเป็นดั่งสวรรค์ และกษัตริย์เปรียบประชาชนเหล่านั้นเป็นดั่งสวรรค์เช่นกัน ท่านต้องไป เพราะเมินเฉยข้อปฏิบัตินั้น”

 

 

 

เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน การจัดการปัญหาเฉพาะหน้าสำคัญที่สุด

เวลามีน้อย ยิ่งในสถานการณ์คับขัน คุณต้องจัดลำดับความสำคัญ และเลือกสั่งการสิ่งที่จำเป็นที่สุดก่อน

 

เมื่อได้รับข่าวว่า เกิดโรคระบาดอสูรกายที่ตำหนัก องค์รัชทายาทสั่งการเสียงดังทันที “ให้ปิดประตูใส่กลอนประตูวังทั้งหมด” การจำกัดปัญหาเอาไว้ในวงแคบ แม้วังจะเป็นศูนย์กลางของเมือง ก็เพื่อป้องกันไม่ให้โรคระบาดแพร่ขยายไปไกลกว่านั้น

 

ขุนนางคนสำคัญถามองค์รัชทายาทว่า “ทำไมจึงเกิดการแพร่ระบาดในวังได้” ไม่เสียเวลาตอบคำถาม ทรงตรัสว่า “ตอนนี้เรื่องนั้นไม่สำคัญ เราไม่มีเวลาแล้ว” จากนั้นจึงสั่งการทหารทุกนาย โดยไม่ต้องสนใจเรื่องยศศักดิ์ ให้จัดการซอมบี้โรคระบาดไม่ให้เหลือรอด 

 

 

รู้จักเสียสละ 

องค์รัชทายาทอีชาง แม้จะเป็นลูกนอกสมรส เพราะมารดาไม่ได้เป็นราชินี แต่เขาคือตัวเลือกแรกในการขึ้นครองบัลลังก์ หากกษัตริย์สิ้นพระชนม์ ขณะเดียวกัน องค์ราชินีได้ตั้งครรภ์ในช่วงที่กษัตริย์เริ่มเจ็บป่วย และหากราชินีคลอดลูกชายออกมา สิทธิ์ในการครองบัลลังก์จะตกเป็นของฝ่ายเธออย่างถูกต้องตามประเพณี ศึกสายเลือดจึงกลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจตลอดสองซีซันของซีรีส์ Kingdom ว่าใครกันจะได้ครอบครองบัลลังก์ที่มีตำแหน่งว่างเพียงหนึ่งเดียว

 

หลายฉากหลายตอนเราได้เห็นการเสียสละขององค์ชายอีชาง ทั้งเนื้อสัตว์แห้งที่ยกให้กับเด็กๆ ที่หิวโหย ขนมหวานเครื่องเสวยที่ยกให้องครักษ์ หรือการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ในตอนท้ายๆ ของเรื่อง 

 

สุดท้าย การครอบครองบัลลังก์คือสิ่งสูงสุดแห่งอำนาจที่เขาต้องการ หรือหัวใจของการครองบัลลังก์คือหน้าที่คืนความสุขสมบูรณ์ให้ประชาชน ดังเช่นที่พระบิดาของเขาเคยกล่าวเอาไว้ “จงทำให้ผู้คนได้ประจักษ์ว่า เจ้าแตกต่างจากคนพวกนั้น ว่าเจ้าแตกต่างจากข้า และพระราชาที่แท้จริงควรเป็นเช่นไร”

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post ถอดรหัสการเป็นผู้นำที่ดีจากซีรีส์ Kingdom appeared first on THE STANDARD.

]]>
9 เบาะแสก่อนดู Kingdom 2 ที่ว่าด้วยเลือด การไล่ล่าขององค์ชาย ไพ่ตายของพระมเหสี และฝูงผีดิบที่คลั่งกว่าเดิม https://thestandard.co/kingdom-2/ Wed, 11 Mar 2020 10:18:14 +0000 https://thestandard.co/?p=340043

THE STANDARD POP รวบรวมเบาะแสและความเป็นไปได้หลายๆ อย่า […]

The post 9 เบาะแสก่อนดู Kingdom 2 ที่ว่าด้วยเลือด การไล่ล่าขององค์ชาย ไพ่ตายของพระมเหสี และฝูงผีดิบที่คลั่งกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD POP รวบรวมเบาะแสและความเป็นไปได้หลายๆ อย่างที่อาจจะเกิดขึ้นใน Kingdom 2 ซีรีส์ผีดิบแห่งยุค จากตัวอย่างซีรีส์ คลิปเบื้องหลังการถ่ายทำ และการเป็นหนึ่งในทีมผู้สื่อข่าวที่ได้สัมภาษณ์ทางไกลกับทีมผู้สร้างอย่างคิมอึนฮี คนเขียนบท คิมซองฮุน และจองอึนเจ 2 ผู้กำกับร่วม รวมทั้ง 4 นักแสดงนำจูจีฮุน แบดูนา รยูซึงรยง และคิมซองกยู 

 

เพื่ออุ่นเครื่องให้ร้อนก่อนที่จะได้รับชมเรื่องราวภาคต่อ หลังจากปล่อยตอนจบในซีซัน 1 ทิ้งไว้แบบค้างคาใจ พร้อมกันทาง Netflix แบบ 6 EP. รวด ในวันที่ 13 มีนาคม 2020 

 

  1. ‘เลือด’ คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ใช้ดำเนินเรื่องในซีซัน 2 ตามที่คิมอึนฮี คนเขียนบท บอกไว้ในคลิปเบื้องหลังว่าจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเลือด เชื้อสายและวงศ์ตระกูล คล้ายกับที่รยูซึงรยง ที่รับบทเป็นข้าหลวงโชฮักจูพูดไว้ใกล้เคียงกันว่า

 

“ทั้งการแก้แค้น การต่อสู้ ชัยชนะ การดิ้นรนเพื่ออยู่รอด การปกป้องครอบครัว สิ่งเหล่านี้ล้วนแฝงความหมายอยู่ในคำว่าเลือดทั้งสิ้น” 

 

รวมทั้งในคลิปตัวอย่างที่โชฮักจูพูดว่า “ข้าจะไปต้อนรับเจ้าชายองค์ใหม่” ทำให้พอจะเดาไว้ว่าในซีซันนี้ เรื่องราวที่เกิดจะเน้นไปที่การสืบทอดตำแหน่งผ่านทางสายเลือด การต่อสู้ที่จะเข้มข้น ดุเดือด เลือดสาดยิ่งกว่าเดิม และไม่แน่ว่า ‘เลือด’ อาจจะมีผลสำคัญต่อวิธีการ ‘แพร่’ หรือ ‘รักษา’ เชื้อโรคที่กำลังระบาดอยู่ก็ได้ 

 

 

  1. รัชทายาทอีชาง คือตัวละครหลักที่เราจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครเกิดขึ้นมากที่สุด จากองค์ชายแสนสบายที่ต้องออกจากวังไปพบชะตากรรมที่ยากลำบาก เผชิญโลกภายนอกกับฝูงซอมบี้ 

 

ในซีซันนี้จะเป็นเส้นทางที่ทำให้เขามีโอกาสได้เป็นกษัตริย์ตัวจริง ที่ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องประชาชนเอาไว้ให้ได้ และอีกหนึ่งบทบาทที่นักแสดงนำอย่างจูจีฮุนบอกให้แฟนคลับจับตารอว่า

 

“ซีซันก่อนเราได้เห็นอีชางเป็นผู้ถูกล่า แต่ในซีซันนี้ เขาเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ล่าขึ้นมาแทน” 

 

 

  1. ข้าหลวงโชฮักจู คู่ปรับคนสำคัญ จอมวางแผนที่โหดร้าย เข้มแข็ง ไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใดในซีซันแรก ก็จะเริ่มเผยให้เห็นด้านที่ถูกตอบโต้ ทำให้เขาหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก แต่ก็ยังคงเป็นตัวละครที่น่าเกรงขาม เพราะไม่ลังเลที่จะทำเรื่องชั่วร้าย และหาความชอบธรรมเพื่อยืนหยัดตามความเชื่อของตัวเอง 

 

 

  1. ซอบี แพทย์หญิง ‘จอมขุด’ จะยังคงเป็นตัวละครที่เมื่อเชื่อมั่นในสิ่งใดแล้ว จะไม่มีสิ่งใดมาสั่นคลอนหรือเปลี่ยนแปลงความคิดของเธอได้ ซึ่งนักแสดงนำอย่างแบดูนา ได้ให้สัมภาษณ์บอกไว้เอาไว้ว่า 

 

“ซอบีจะยังคงสืบหาและค้นหาอะไรบางอย่างต่อไป ด้วยความพยายามที่มากขึ้นกว่าเดิม” 

 

 

  1. ยองชิน ในซีซันนี้จะพาคนดูไปรู้จักอดีตและเบื้องหลังของบุรุษปริศนามากความสามารถ แต่เต็มไปด้วยปริศนา ที่จะยังคงเป็นกำลังสำคัญติดตามอีชางกลับไปทำสงครามที่เมืองหลวง โดยนักแสดงนำอย่างคิมซองกยู ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า

 

“จากคนที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน ในซีซันนี้ทุกคนจะได้รับรู้เรื่องราวในอดีต โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าแท้จริงแล้วเขาโกรธแค้นใคร และใครคือเป้าหมายอันดับหนึ่งที่เขาต้องการมุ่งไปหา”

 

 

  1. ฝูงผีดิบที่เพิ่มจำนวนมหาศาลราวกับคลื่นสึนามิ จูจีฮุนนักแสดงที่ต้องเข้าฉากกับเหล่าผีดิบมากที่สุดจากบทองค์ชายอีชางได้พูดถึงกองทัพผีดิบในครั้งนี้ว่า จำนวนผีดิบจะเยอะขึ้นมากจนดูเหมือนพื้นที่ถ่ายทำแคบลงไปกว่าเดิม 

 

ถ้าดูตัวจากตัวอย่างที่ปล่อยออกมา ก็จะเห็นหลายฉากที่มีฝูงผีดิบวิ่งไล่ล่าด้วยจำนวนและความบ้าคลั่งที่มากขึ้นกว่าเดิม เริ่มมีพละกำลังทำลายกำแพงไม้ที่ขวางกั้นไว้ออกมาได้ และในฉากหนึ่งเหมือนประตูบางอย่างที่มีผ้าและตุ๊กตายันต์ปิดเอาไว้ ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันที่เราอาจจะได้เห็นผีดิบตัวใหม่ หรือชนิดใหม่ที่พิเศษยิ่งขึ้นกว่าเดิมในซีซันนี้ 

 

 

  1. หนึ่งในคำถามสัมภาษณ์ของทีมผู้สื่อข่าว คืออยากให้คนดูจับตาดูตัวละครไหนใน Kingdom ซีซัน 2 มากที่สุด ทางคนเขียนบทได้บอกใบ้เอาไว้ว่า

 

“ทุกบทบาทมีความสำคัญเท่ากันหมด แต่ถ้าจะต้องเลือกสัก 1 ตัวละครจริงๆ ก็คือบทของพระมเหสี (รับบทโดย คิมฮเยจุน)” 

 

ซึ่งถ้าดูจากประโยคในคลิปตัวอย่างที่พระมเหสีพูดว่า “จะใช้ปีศาจพวกนี้ เพื่อทำให้มีอำนาจมากขึ้น” รวมกับความขัดแย้งระหว่างเธอและข้าหลวงโชฮักจูผู้เป็นพ่อที่เริ่มแสดงให้เห็นในช่วงหลัง ทำให้มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่เธอจะกลายเป็นอีกหนึ่งขั้วอำนาจ และตัวแปรสำคัญในสงครามครั้งนี้

 

(ภาพจาก My Love from the Star)

 

  1. ตามที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า ใน Kingom 2 จะเซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการพา ‘ยัยตัวร้าย’ ชอนจีฮยอน ซูเปอร์สตาร์จาก My Sassy Girl และ My Love from the Star เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในจักรวาลซอมบี้โชซอน 

 

ถึงแม้ทีมผู้กำกับจะไม่ได้บอกว่าเธอจะมารับเป็นตัวละครไหน แต่ก็ยืนยันได้ว่าชอนจีฮยอนจะได้รับบทเป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่าโลกในซีรีส์ Kingdom กว้างขึ้นกว่าเดิม 

 

ตัวละครในซีรีส์ Kingdom 2 คือผลงานการกลับมาแสดงอีกครั้งในรอบ 4 ปี และเป็นการรับบทในซีรีส์ย้อนยุคครั้งแรกของชอนจีฮยอน

 

 

  1. เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในซีซันต่อไป ทีมงานมักจะตอบว่า ขึ้นอยู่กับความสำเร็จของซีซัน 2 ด้วย เพราะ Kingdom เป็นซีรีส์ที่มีต้นทุนในการสร้างค่อนข้างสูง แต่บทบาทที่สำคัญของชอนจีฮยอนตามข้อด้านบน น่าจะเป็นหนึ่งในเบาะแสที่ทำให้คิดได้ว่า อย่างน้อยที่สุดซีรีส์ Kingdom น่าจะยังมีโอกาสได้ไปต่อในซีซันที่ 3 

 

เพราะเนื้อเรื่องในซีซัน 2 น่าจะยังไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวไปกว่าเดิมมากนัก ซึ่งทางผู้เขียนบทเองก็บอกเอาไว้ว่า 

 

“ตัวเรื่องยังสามารถขยายเรื่องราวขึ้นไป และเติบโตได้สู่ระดับโลก ถ้าซีซันนี้ได้รับความรักจากทุกคน ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากจะเขียนเรื่องนี้ต่อไปจนถึงซีซัน 10 เลย”

 

รับชมตัวอย่างซีรีส์ Kingdom 2 ได้ที่

 

 

ภาพ: Netflix

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

 

 

The post 9 เบาะแสก่อนดู Kingdom 2 ที่ว่าด้วยเลือด การไล่ล่าขององค์ชาย ไพ่ตายของพระมเหสี และฝูงผีดิบที่คลั่งกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมผูกเชือกรองเท้า วิ่งหนีฝูงซอมบี้คลั่งใน Kingdom ซีซัน 2 พร้อมกันวันที่ 13 มีนาคม! https://thestandard.co/kingdom-season-2-coming-soon/ Thu, 06 Feb 2020 05:00:50 +0000 https://thestandard.co/?p=328072

หลังจากปล่อยให้อารมณ์ค้างจากตอนจบที่ทิ้งปมปัญหาใหญ่จนทำ […]

The post เตรียมผูกเชือกรองเท้า วิ่งหนีฝูงซอมบี้คลั่งใน Kingdom ซีซัน 2 พร้อมกันวันที่ 13 มีนาคม! appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากปล่อยให้อารมณ์ค้างจากตอนจบที่ทิ้งปมปัญหาใหญ่จนทำให้คนดูอยากบุกไปถึงโชซอนทันที อีกทั้งข่าวลือมากมายเรื่องงานสร้างและ ‘วันฉาย’ ซีซันที่ 2 ของ Kingdom ออริจินัลซีรีส์ซอมบี้ฟอร์มยักษ์จาก Netflix มา 1 ปีเต็ม 

 

ล่าสุด Netflix ก็ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า Kingdom ซีซัน 2 จำนวน 6 ตอน เตรียมออกอากาศให้ผู้ชมร่วมลุ้น ย้อนเวลา หนีฝูงซอมบี้คลั่งในยุคโชซอนพร้อมกันในวันที่ 13 มีนาคมนี้ 

 

เรื่องราวในซีซันที่ 2 เริ่มขึ้นเมื่อฤดูหนาวได้มาเยือนแผ่นดินโชซอน องค์รัชทายาทอีชาง (จูจีฮุน) ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังเมืองฮันยาง สถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เพื่อค้นหาสาเหตุของโรคระบาดที่ทำให้คนตายกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน ซอบี (แบดูนา) ที่เดินทางไปยังหุบเขาน้ำแข็งก็ได้พบกับสมุนไพรคืนชีพที่จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ในที่สุด 

 

Kingdom คือออริจินัลซีรีส์ที่ถูกดัดแปลงมาจากเว็บตูนของเกาหลีในชื่อ Land of the Gods โดยผู้เขียน คิมอึนฮี ซึ่งรับหน้าที่เป็นมือเขียนบทในเรื่องนี้ด้วย และยังได้ผู้กำกับอย่าง คิมซองฮุน ผู้เคยฝากผลงานเรื่องเยี่ยมอย่าง A Hard Day (2014) ที่ส่งให้เขาได้รับรางวัล Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 51 ในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม และเขายังคงรับหน้าที่เป็นผู้กำกับในซีซันที่ 2 เช่นเดิม

 

โดยในซีซันที่ 1 เริ่มออกอากาศไปเมื่อต้นปี 2019 จำนวนทั้งหมด 6 เอพิโสด เป็นซีรีส์สเกลใหญ่จากเกาหลีที่มีทุนสร้างต่อเอพิโสดที่สูงถึง 1.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และประสบความสำเร็จจนได้รับคำชมและความนิยมอย่างล้นหลาม โดยผู้ชมจากเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Rotten Tomatoes ได้ให้คะแนนซีรีส์เรื่องนี้ไว้สูงถึง 97%

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

 

อ้างอิง:

 

The post เตรียมผูกเชือกรองเท้า วิ่งหนีฝูงซอมบี้คลั่งใน Kingdom ซีซัน 2 พร้อมกันวันที่ 13 มีนาคม! appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดผังซีรีส์เกาหลีต้นปี 2020 เตรียมพบการกลับมาของ คิมแทฮี, พัคซอจุน, คิมซอฮยอง, อีมินโฮ และซีรีส์ซีซัน 2 ที่หลายคนรอคอย https://thestandard.co/now-next-2020-k-series/ Fri, 03 Jan 2020 02:19:22 +0000 https://thestandard.co/?p=317238

เตรียมพบกับซีรีส์เกาหลีในปี 2020 ที่ยังคงยกทัพมาแบบจัดเ […]

The post เปิดผังซีรีส์เกาหลีต้นปี 2020 เตรียมพบการกลับมาของ คิมแทฮี, พัคซอจุน, คิมซอฮยอง, อีมินโฮ และซีรีส์ซีซัน 2 ที่หลายคนรอคอย appeared first on THE STANDARD.

]]>

เตรียมพบกับซีรีส์เกาหลีในปี 2020 ที่ยังคงยกทัพมาแบบจัดเต็มทุกแนวให้แฟนซีรีส์ได้เลือกสรร ทั้งซีรีส์ฟอร์มยักษ์ ซีรีส์ภาคต่อ ไปจนถึงการกลับมาคืนจอของนักแสดงแถวหน้าที่ไม่ควรพลาด THE STANDARD POP คัด 8 ซีรีส์ที่น่าสนใจในช่วงครึ่งปีแรกมาให้คอซีรีส์ได้เลือกชมกัน

 

Photo: SBS / Facebook

 

Romantic Doctor, Teacher Kim 2

สิ้นสุดการรอคอยกว่า 4 ปีของสาวกซีรีส์การแพทย์ Romantic Doctor, Teacher Kim ที่ปี 2020 นี้พวกเขาจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับนักแสดงทีมเดิมที่หลายคนคิดถึง และนักแสดงทีมใหม่ที่พร้อมจะทำให้โรงพยาบาลทลดัมกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง!

 

Romantic Doctor, Teacher Kim 2 เล่าเรื่องราวของ อาจารย์คิม (รับบทโดย ฮันซอกกยู) ศัลยแพทย์อัจฉริยะที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลทลดัม ซึ่งครั้งนี้เขาจะต้องพบเจอกับ ซออูจิน (รับบทโดย อันฮโยซอบ) แพทย์ผู้ช่วยเฉพาะทางปี 2 ที่มีพรสวรรค์ในการผ่าตัด และชาอึนแจ (รับบทโดย อีซองคยอง) แพทย์ประจำบ้าน (Resident) ปี 2 ที่เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งพวกเขาจะต้องเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ในโรงพยาบาลทลดัมไปพร้อมๆ กัน

 

สำหรับแฟนซีรีส์ Romantic Doctor, Teacher Kim ในซีซัน 2 นี้ยังคงอัดแน่นไปด้วยนักแสดงชุดเดิมอย่าง ฮันซอกกยู (Tree With Deep Roots, Watcher), จินคยอง (Untouchable, My Only One), อิมวอนฮี (Chief of Staff, Melting Me Softly), คิมฮงพา (Chief of Staff, Black Dog) พ่วงมากับนักแสดงชุดใหม่อย่าง อันฮโยซอบ (Still 17, Abyss), อีซองคยอง (Weightlifting Fairy Kim Bok Joo, About Time), คิมจูฮอน (Kill It, Designated Survivor: 60 Days), ชินดงอุก (Live, Jang Geum, Oh My Grandma), โซจูยอน (My Healing Love, I Hate Going to Work) โดยซีซันนี้ยังคงได้ผู้กำกับ ยูอินชิก และนักเขียนบท คังอึนกยอง จากซีซันแรกมากำกับและเขียนบทอีกเช่นเคย

 

ตัวอย่างซีรีส์ Romantic Doctor, Teacher Kim 2

 

Romantic Doctor, Teacher Kim 2 ออกอากาศทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 21.40 น. (ตามเวลาเกาหลี) เริ่มวันที่ 6 มกราคม 2020 ทางช่อง SBS

 

Photo: JTBC Drama / Facebook

 

Itaewon Class

ซีรีส์ในรอบ 2 ปีของ พัคซอจุน หลังจากที่ทำให้แฟนซีรีส์ตกหลุมรักไปกับบทรองประธานหนุ่มในซีรีส์ What’s Wrong With Secretary Kim (2018) ปีนี้เขากลับมาอีกครั้งในลุคใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมใน Itaewon Class ซีรีส์ที่สร้างจากเว็บตูน 

 

Itaewon Class เล่าเรื่องราวของกลุ่มคนหนุ่มสาวที่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้กับความไม่ยุติธรรม โดยโลกของพวกเขาคือย่านอิแทวอนในกรุงโซล ที่ซึ่ง พัคเซรอย (รับบทโดย พัคซอจุน) เปิดธุรกิจอาหารที่นั่น หลังจากที่เขาต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ภายหลังการเสียชีวิตของพ่อที่ทำงานในอุตสาหกรรมผู้ประกอบการอาหาร

 

Itaewon Class ถูกเผยแพร่ในเว็บตูน Daum เมื่อปี 2016 เป็นผลงานการเขียนของ โชกวังจิน ที่ยังคงรับหน้าที่ดูแลบทซีรีส์อย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับผู้กำกับ คิมซองยุน ที่เคยฝากผลงานไว้กับซีรีส์ Big, Discovery of Love, Love in the Moonlight ฯลฯ โดยได้นักแสดงที่คาแรกเตอร์ตรงปกกับในเว็บตูนอย่าง พัคซอจุน, คิมดามี (Marionette, The Witch: Part 1. The Subversion), ควอนนารา (My Mister, Doctor Prisoner), อันโบฮยอน (Hide and Seek, Her Private Life), คิมดงฮี (Sky Castle, Human Class), อีจูยอง (Something in the Rain, Weightlifting Fairy Kim Bok Joo) ฯลฯ

 

ตัวอย่างซีรีส์ Itaewon Class

 


 

 

Itaewon Class ออกอากาศทุกวันศุกร์และเสาร์ เวลา 22.50 น. (ตามเวลาเกาหลี) เริ่มวันที่ 31 มกราคม 2020 ทางช่อง JTBC

 

Photo: tvndrama.official / Instagram

 

Hi Bye, Mama!

การกลับมารับงานซีรีส์ในรอบ 5 ปีของ คิมแทฮี หลังทิ้งห่างจากผลงานล่าสุดในปี 2015 กับเรื่อง Yong Pal ที่ครั้งนี้เธอกลับมาอีกครั้งกับซีรีส์กึ่งแฟนตาซี Hi Bye, Mama!

 

Hi Bye, Mama! เล่าเรื่องราวของ ชายูริ (รับบทโดย คิมแทฮี) หญิงสาวที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่ทว่าเธอนั้นรักและคิดถึงลูกจนไม่สามารถจากโลกนี้ไปได้ เช่นเดียวกับ โชคังฮวา (รับบทโดย อีกยูฮยอง) สามีของชายูริที่ต้องเผชิญกับความโศกเศร้าและความเครียดหลังจากสูญเสียภรรยาไป แต่แล้ววันหนึ่งปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่อชายูริได้มีโอกาสกลับมาหาสามีและลูกอีกครั้งในระยะเวลา 49 วัน!

 

Hi Bye, Mama! นับเป็นการหวนคืนจอในรอบ 5 ปีของคิมแทฮี ซึ่งเธอจะต้องประกบคู่กับอีกยูฮยอง (Life, Doctor John) และทีมนักแสดงมากความสามารถอย่าง โออึยชิก (Touch Your Heart, When the Devil Calls Your Name), คิมมีกยอง (Kim Ji-Young, Born 1982, VIP), อันแนซัง (Beautiful World, My Country: The New Age) พร้อมผู้กำกับ ยูเจวอน จากซีรีส์ Tomorrow With You, Hundred Million Stars From the Sky, Abyss และนักเขียนบท ควอนฮเยจู ที่เคยฝากผลงานไว้กับซีรีส์ The Sound of Your Heart และ Go Back Couple  

 

Hi Bye, Mama! เตรียมออกอากาศในเดือนกุมภาพันธ์ ทางช่อง tvN

 

Photo: JTBC Drama / Facebook

 

If the Weather Is Good, I’ll Find You

ซีรีส์สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันที่ตีพิมพ์ในปี 2018 ผลงานของนักเขียน อีโดอู ที่ได้สองนักแสดงนำอย่าง ซอคังจุน และพัคมินยอง มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความรักเรียบง่ายอบอุ่นหัวใจ

 

If the Weather Is Good, I’ll Find You เล่าเรื่องราวของ มกเฮวอน (รับบทโดย พัคมินยอง) หญิงสาวธรรมดาผู้เติบโตมากับความสามารถในการเล่นเชลโล แต่แล้วเหตุการณ์หนึ่งก็ทำให้เธอเริ่มปิดใจและเบื่อหน่ายกับชีวิตในกรุงโซล จนทำให้มกเฮวอนตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านเกิด ซึ่งที่นั่นทำให้เธอได้พบกับ อิมอึนซอบ (รับบทโดย ซอคังจุน) ชายหนุ่มที่ทำหน้าที่บริหารจัดการร้านหนังสือและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย โดยหลังจากการพบกันในครั้งนั้น ชีวิตประจำวันของพวกเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป

 

สำหรับแฟนซีรีส์รักโรแมนติก เพียงแค่เห็นชื่อของสองนักแสดงนำอย่างซอคังจุน (The Third Charm, Watcher) และพัคมินยอง (What’s Wrong With Secretary Kim, Her Private Life) ก็ถือเป็นเครื่องการันตีความน่าสนใจได้ไม่ยาก แต่ซีรีส์ If the Weather Is Good, I’ll Find You ยังพ่วงมาด้วยนักแสดงอย่าง มุนจองฮี (My Sweet Family, Vagabond), อีแจอุก (Search: WWW, Extraordinary You), คิมฮวานฮี (The Miracle We Met, Beautiful World) และได้ผู้กำกับ ฮันจีซึง ที่เคยฝากผลงานไว้กับซีรีส์ Valid Love และ Mistress มานั่งแท่นกำกับอีกด้วย

 

If the Weather Is Good, I’ll Find You เตรียมออกอากาศในเดือนกุมภาพันธ์ ทางช่อง JTBC

 

Photo: Netflix

 

Kingdom Season 2

หนึ่งในซีรีส์ฟอร์มยักษ์จาก Netflix ที่หลังจากสร้างความตื่นเต้นระทึกใจและทิ้งปมไว้ให้แฟนซีรีส์ทั่วโลกต้องค้างคากันกว่า 1 ปีเต็ม ปีนี้สิ้นสุดการรอคอยแล้ว! เพราะ Kingdom ซีซัน 2 กำลังจะกลับมาทำให้สาวกอาณาจักรโชซอนได้ออกวิ่งและหาความจริงไปพร้อมกันอีกครั้ง 

 

Kingdom เล่าเรื่องราวของ อีชาง (รับบทโดย จูจีฮุน) องค์รัชทายาทยุคโซชอน ซึ่งค้นพบความจริงอันน่าสะพรึงกลัวหลังจากที่เขาพยายามสืบหาที่มาของโรคระบาดที่เกิดขึ้น โดยเขาต้องเผชิญหน้ากับ โจฮักจู (รับบทโดย รยูซึงรยง) ข้าหลวงที่มีอำนาจเหนือกษัตริย์ และซอบี (รับบทโดย แบดูนา) นางพยาบาลผู้ล่วงรู้ความลับของโรคระบาดที่เกิดขึ้น

 

แน่นอนว่าในซีซัน 2 นี้แฟนซีรีส์จะยังได้พบกับเหล่านักแสดงจากซีซัน 1 อย่าง จูจีฮุน, รยูซึงรยง, แบดูนา, คิมฮเยจุน, คิมซังโฮ, คิมซองกยู กันอีกเช่นเคย โดยหลังจาก Netflix ปล่อยทีเซอร์สั้นๆ 13-15 วินาทีออกมาให้แฟนซีรีส์ได้ชมกันพอหอมปากหอมคอแล้ว คงต้องติดตามดูกันต่อว่าในซีซัน 2 นี้ ปมปริศนาทั้งหมดที่ถูกทิ้งเอาไว้ในซีซันแรกจะได้รับการเปิดเผยหรือไม่ 

 

Kingdom Season 2 เตรียมออกอากาศในเดือนมีนาคม ทาง Netflix

 

Photo: SBS / Facebook

 

Nobody Knows

ใครที่ยังตราตรึงใจกับบทบาท โค้ชคิม จากซีรีส์ Sky Castle ของนักแสดงสาว คิมซอฮยอง ปี 2020 นี้เธอกลับมาสร้างภาพจำให้กับแฟนซีรีส์อีกครั้งกับการรับบทนำในซีรีส์ Nobody Knows พร้อมบทบาทนักสืบคดีอาชญากรรมความรุนแรงที่ออกตามล่าฆาตกรต่อเนื่องด้วยตัวเอง

 

Nobody Knows เล่าเรื่องราวของ ชายองจิน (รับบทโดย คิมซอฮยอง) นักสืบคดีอาชญากรรมความรุนแรงที่ในวัยเด็กเธอต้องสูญเสียเพื่อนสนิทจากฝีมือของฆาตกรต่อเนื่อง แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป 19 ปี การฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นอีกครั้งก็ทำให้ชายองจินต้องเผชิญหน้ากับคดีในฐานะผู้ใหญ่ที่สามารถปกป้องเด็กๆ ได้ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอออกตามล่าตัวฆาตกร

 

นอกจากนักแสดงนำอย่างคิมซอฮยอนแล้ว Nobody Knows ยังได้นักแสดงอย่าง รยูด็อกฮวาน (Quiz from God, Special Labor Inspector Jo Jang Poong), พัคฮุน (Memories of the Alhambra, Watcher) และมินจินอุง (Memories of the Alhambra, Chocolate) มาร่วมแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ด้วย

 

Nobody Knows เตรียมออกอากาศในเดือนมีนาคม ทางช่อง SBS

 

 

Photo: MYM Entertainment, BH Entertainment, KeyEast

 

The King: Monarch of Eternity

อีกหนึ่งซีรีส์ที่ไม่ควรพลาดของนักเขียนบท คิมอึนซุก ผู้เคยฝากผลงานไว้กับซีรีส์ดังอย่าง Secret Garden, The Heirs, Descendants of the Sun, Guardian: The Lonely and Great God และ Mr. Sunshine ที่ในปี 2020 เธอกลับมาอีกครั้งกับซีรีส์จักรวาลคู่ขนาน The King: Monarch of Eternity ที่นำแสดงโดย อีมินโฮ และคิมโกอึน

 

The King: Monarch of Eternity เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับจักรวาลคู่ขนานของ กษัตริย์อีกน (รับบทโดย อีมินโฮ) ที่ต้องการปิดประตูเชื่อมโลกคู่ขนาน ซึ่งทำให้เขาต้องร่วมมือกับนักสืบสาว จองแทอึล (รับบทโดย คิมโกอึน) เพื่อปกป้องชีวิตของผู้คน

 

The King: Monarch of Eternity นับเป็นซีรีส์เรื่องแรกในรอบ 3 ปีของอีมินโฮ หลังจากที่เขาเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติในเดือนเมษายน 2019 ซึ่งเขาต้องประกบคู่กับคิมโกอึน นักแสดงสาวที่แจ้งเกิดจากซีรีส์ Cheese in the Trap และ Guardian: The Lonely and Great God ที่ทั้งคู่ต่างก็เคยร่วมงานกับนักเขียนบทคิมอึนซุกมาแล้ว

 

The King: Monarch of Eternity ยังไม่หมดความน่าสนใจ เพราะนอกจากสองนักแสดงนำแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังได้ อูโดฮวาน (Tempted, My Country: The New Age) และคิมคยองนัม (Where Stars Land, Special Labor Inspector Jo Jang Poong) มาร่วมแสดง พร้อมกับผู้กำกับมากความสามารถอย่าง แบคซังฮุน ที่เคยฝากผลงานไว้กับซีรีส์ Who Are You – School 2015, Descendants of the Sun, Love in the Moonlight มานั่งแท่นกำกับอีกด้วย

 

The King: Monarch of Eternity ยังไม่กำหนดวันออกอากาศ ทางช่อง SBS

 

 

Photo: BH Entertainment, JTBC Drama, Nam Joo Hyuk – 남주혁 / Facebook

 

Here

ซีรีส์ที่รวมนักแสดงแถวหน้าอย่าง อีบยองฮอน (All In, Mr. Sunshine), ฮันจีมิน (The Light in Your Eyes, One Spring Night), ชินมินอา (Tomorrow With You, Chief of Staff) และนัมจูฮยอก (The Bride of Habaek, The Light in Your Eyes) เอาไว้ในเรื่องเดียว!

 

Here คือซีรีส์ที่มีกำหนดการถ่ายทำในปี 2020 และเปิดเผยรายละเอียดออกมาเพียงแค่เป็นซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ (Non-Governmental Organizations – NGOs) เท่านั้น

 

โดยนอกจาก 4 นักแสดงนำที่น่าสนใจแล้ว Here ยังได้นักเขียนบทฝีมือดีอย่าง โนฮีคยอง จากซีรีส์ Worlds Within, That Winter, the Wind Blows, It’s Alright, This is Love, Dear My Friends, Live ฯลฯ ซึ่งเคยได้รับรางวัล Best Screenplay จากซีรีส์ Dear My Friends ในงาน Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 53 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์อีกด้วย

 

Here ยังไม่กำหนดช่องและวันออกอากาศ

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post เปิดผังซีรีส์เกาหลีต้นปี 2020 เตรียมพบการกลับมาของ คิมแทฮี, พัคซอจุน, คิมซอฮยอง, อีมินโฮ และซีรีส์ซีซัน 2 ที่หลายคนรอคอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ข่าวจริงไม่ใช่แค่ลือ! Kingdom ซีซัน 2 เตรียมออกอากาศพร้อมกันในเดือนมีนาคม 2020 https://thestandard.co/kingdom-ss2/ Sat, 26 Oct 2019 05:28:23 +0000 https://thestandard.co/?p=298490

หลังจากอาทิตย์ก่อนมีคนดูที่อดใจไม่ไหว ทำแฟนอาร์ตที่ปรับ […]

The post ข่าวจริงไม่ใช่แค่ลือ! Kingdom ซีซัน 2 เตรียมออกอากาศพร้อมกันในเดือนมีนาคม 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากอาทิตย์ก่อนมีคนดูที่อดใจไม่ไหว ทำแฟนอาร์ตที่ปรับจากโปสเตอร์ซีรีส์ Kingdom ซีซันแรก ที่ระบุวันฉายเดิมคือวันที่ 25 มกราคม (ไม่ระบุ พ.ศ.) เอาไว้ จนคนเข้าใจผิดกันไปยกใหญ่ว่ากำลังจะได้ดู Kingdom ซีซัน 2 ในช่วงต้นปีหน้าจริงๆ 

 

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ทาง Netflix ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ แต่ยืนยันอย่างเป็นทางการให้ทุกคนเตรียมรองเท้าให้พร้อม สูดลมหายใจให้เต็มปอด และวิ่งหนีฝูงซอมบี้คลั่ง ในซีรีส์ Kingdom ซีซัน 2 พร้อมกันในเดือนมีนาคม ปี 2020 

 

ซีรีส์ Kingdom ดัดแปลงมาจากการ์ตูนออนไลน์เรื่อง Land of the Gods เขียนโดย คิมอึนฮี นักเขียนสาวชาวเกาหลี ที่รับหน้าที่เขียนบทซีรีส์เรื่องนี้ด้วย เคยพูดเอาไว้ว่า ยังไม่ได้เขียนตอนจบที่ตายตัว แต่คิดว่า เธอสามารถขยายเรื่องราวใน Kingdom ได้มากถึง 10 ซีซัน 

 

เนื้อเรื่องหลักๆ ของซีรีส์ Kingdom จะพาผู้ชมย้อนเวลากลับไปยุคสมัยอันรุ่งเรืองของอาณาจักรแห่งราชวงศ์โชซอนของเกาหลี ที่ดูภายนอกสวยความ แต่ลึกๆ แล้วมีการแก่งแย่ง ชิงดี แข่งขัน และซุกซ่อนความลับเอาไว้มากมาย โดยเฉพาะ ‘เชื้อร้าย’ ปริศนาเปลี่ยนคนให้กลายเป็นซอมบี้ที่กลายเป็น ‘ตัวละครหลัก’ สร้างความสยองขวัญในเรื่อง 

 

ซีรีส์ Kingdom ซีซันแรก ได้รับการชื่นชมอย่างมาก ทั้งเรื่องโปรดักชัน การถ่ายทำ งานภาพที่สวยงาม การออกแบบซอมบี้ให้เป็น ‘ผีวิ่งสู้ฟัด’ และมุมกล้องที่สอดรับกับการเคลื่อนไหวของซอมบี้ เหมือนได้ไปอยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆ 

 

จนกลายเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่มีคนพูดถึงและเฝ้ารอภาคต่อมากที่สุดในปี 2019 โดยเฉพาะปริศนามากมายที่ทิ้งเอาไว้ และ ‘ตอนจบ’ ที่ทำให้หลายคนอ้าปากค้าง ออกอาการโวยวาย เพราะอยากดู Kingdom ซีซัน 2 เร็วๆ 

 

นอกจากช่วงเวลาออกอากาศ ทาง Netflix ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ ของ Kingdom ซีซัน 2 มากนัก นอกจากจะมี 6 เอพิโสดเหมือนเดิม และได้นักแสดงอย่าง จูจีฮุน (องค์รัชทายาทอีชา), รยูซึงรยอง (โจฮักกู) และ แบดูนา (ซอบี) จะกลับมารับบทเป็นตัวละครหลัก พาทุกคนไขปริศนาและเอาชีวิตรอดจากช่วงเวลาและฝูงซอมบี้คลั่งในครั้งนี้ไปพร้อมกัน 

 

สำหรับใครที่อดใจไม่ไหว สามารถไปดูคลิปวิดีโอของเหล่านักแสดงในซีซัน 2 ให้หายคิดถึงได้ที่

 

 

 

ภาพ: Netflix

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post ข่าวจริงไม่ใช่แค่ลือ! Kingdom ซีซัน 2 เตรียมออกอากาศพร้อมกันในเดือนมีนาคม 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัมภาษณ์พิเศษ จูจีฮุน แบดูนา รยูซึงรยง นักแสดงนำ Kingdom ซีรีส์ซอมบี้ย้อนยุคที่เผยให้เห็นด้านมืดของมนุษย์ https://thestandard.co/main-actor-interview-kingdom-netflix/ https://thestandard.co/main-actor-interview-kingdom-netflix/#respond Fri, 25 Jan 2019 06:41:38 +0000 https://thestandard.co/?p=186153

  ‘ในฤดูใบไม้ร่วง โรคลึกลับแพร่ระบาดจากทางทิศตะวัน […]

The post สัมภาษณ์พิเศษ จูจีฮุน แบดูนา รยูซึงรยง นักแสดงนำ Kingdom ซีรีส์ซอมบี้ย้อนยุคที่เผยให้เห็นด้านมืดของมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

‘ในฤดูใบไม้ร่วง โรคลึกลับแพร่ระบาดจากทางทิศตะวันตก และใน 10 วัน ผู้คนหลายหมื่นเสียชีวิตในฮันยาง’

– พงศาวดารของกษัตริย์ซุนโจแห่งโชซอน

 

จากความชื่นชอบประวัติศาสตร์เกาหลีและเรื่องราวซอมบี้ของ คิมอึนฮี นักเขียนบทชื่อดังเจ้าของผลงาน Phantom, 3 Days และ Signal ทำให้ผลงานล่าสุดของเธออย่าง ‘Kingdom’ ได้เข้าไปโลดแล่นในสตรีมมิงแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Netflix ในฐานะออริจินัลซีรีส์ โดยได้ คิมซองฮุน ผู้กำกับฝีมือดีจากภาพยนตร์ A Hard Day และ The Tunnel มาร่วมถ่ายทอดผลงานอย่างประณีตและทรงพลัง ขึ้นแท่นเป็นซีรีส์พีเรียดที่น่าจับตามองจากแฟนซอมบี้ทั่วโลก

 

Kingdom เล่าเรื่องราวของ ‘อีชาง’ (รับบทโดย จูจีฮุน) องค์รัชทายาทยุคโชซอน ซึ่งค้นพบความจริงอันน่าสะพรึงกลัวหลังจากที่เขาพยายามสืบหาที่มาของโรคระบาดที่เกิดขึ้น โดยเขาต้องเผชิญหน้ากับ ‘โจฮักจู’ (รับบทโดย รยูซึงรยง) ข้าหลวงที่มีอำนาจเหนือกษัตริย์ซึ่งเต็มไปด้วยความโลภ และ ซอบี (รับบทโดย แบดูนา) นางพยาบาลผู้ล่วงรู้ความลับของโรคระบาดที่เกิดขึ้น

 

และเพื่อให้การรับชมซีรีส์ Kingdom ครบรสมากขึ้น Netflix ได้ชวน THE STANDARD POP เดินทางไปร่วมงานเปิดตัวซีรีส์ฟอร์มยักษ์ไกลถึงกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อร่วมงานแถลงข่าวที่โรงแรม Intercontinental Seoul COEX และงานพรมแดงที่ห้างสรรพสินค้า Lotte World Mall พร้อมพูดคุยกับ 3 นักแสดงนำ จูจีฮุน แบดูนา และรยูซึงรยง ถึงความเป็นมาและเบื้องลึกเบื้องหลังซีรีส์อย่างใกล้ชิด

 

 

อยากให้แต่ละคนอธิบายบทบาทของตัวเองในซีรีส์ให้ฟังหน่อย

จูจีฮุน: ผมรับบทเป็น อีชาง องค์รัชทายาทในอาณาจักรโชซอน ที่กังวลเกี่ยวกับอาการป่วยของกษัตริย์ และออกจากพระราชวังเพื่อค้นหาความจริง โดยไม่รู้ว่านอกพระราชวังนั้นแตกต่างจากที่คิด และมีโรคระบาดเกิดขึ้นครับ

 

แบดูนา: ฉันรับบทเป็น ซอบี นางพยาบาลในสถานพยาบาลเล็กๆ ที่ชื่อว่า Jiyulheon ในเมืองทงแน ซึ่งมีโรคระบาดเกิดขึ้นค่ะ

 

รยูซึงรยง: ผมรับบทเป็น โจฮักจู ข้าหลวงที่มีอำนาจเหนือกษัตริย์ และพยายามที่จะครองบัลลังก์ด้วยการใช้ประโยชน์จากองค์รัชทายาทและลูกสาวของตัวเองที่เป็นพระมเหสีครับ

 

ทำไมถึงตัดสินใจร่วมโปรเจกต์ Kingdom ในครั้งนี้

จูจีฮุน: หลังจากอ่านสคริปต์จบ ผมก็ไม่ลังเลที่จะรับแสดงเรื่องนี้เลยครับ บทของเรื่องนี้ดีมาก ส่วนตัวผมชอบผลงานของผู้กำกับคิมซองฮุนอยู่แล้วด้วย และระบบของ Netflix ที่จะเผยแพร่ซีรีส์ไปในกว่า 190 ประเทศก็น่าสนใจมากครับ

 

แบดูนา: ตอนที่อ่านสคริปต์ครั้งแรกฉันรู้สึกทึ่งมาก ฉันอยากร่วมงานกับนักเขียนบทคิมอึนฮีอยู่แล้ว และก่อนหน้านี้ฉันมีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้กำกับคิมซองฮุนในภาพยนตร์ The Tunnel ซึ่งฉันชอบการทำงานร่วมกับเขา นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ฉันตัดสินใจร่วมโปรเจกต์นี้ค่ะ

 

รยูซึงรยง: สำหรับผม พบว่าบทโจฮักจูของผมน่าทึ่งมากครับ โจฮักจูเป็นตัวละครที่เปิดเผยความปรารถนาของมนุษย์ออกมาได้อย่างชัดเจนมาก เขามีความทะเยอทะยานและใช้ทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเอง แม้ว่าทางที่เขาเลือกจะเป็นทางที่ผิดก็ตาม

 

แล้วหลังจากได้ร่วมงานกับ Netflix รู้สึกอย่างไรบ้าง

จูจีฮุน: ดีมากเลยครับ ตอนแรกผมยังไม่ค่อยรู้จัก Netflix เท่าไร แต่หลังจากที่ได้ร่วมงานกัน ผมรู้สึกว่า Netflix ค่อนข้างให้อิสระกับพวกเราพอสมควร เพราะการร่วมงานกับสถานีโทรทัศน์หรือโฆษณาต่างๆ ในเกาหลีมักจะมีข้อจำกัดค่อนข้างเยอะครับ

 

 

การร่วมงานกับนักเขียนบท คิมอึนฮี เป็นอย่างไรบ้าง

รยูซึงรยง: ถ้ายกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ สำหรับการเขียนบทซีรีส์สักเรื่อง ผมคิดว่านักเขียนบทมีหน้าที่คล้ายสถาปนิกครับ ถ้าคุณมีแบบบ้านที่ผิด คุณก็จะไม่สามารถสร้างบ้านได้อย่างที่ต้องการ สำหรับนักเขียนบทคิมอึนฮี ผมต้องบอกว่าเธอเป็นนักเขียนบทที่เก่งมากครับ และยิ่งได้ร่วมงานกับผู้กำกับคิมซองฮุนที่เก่งมากๆ อีก ยิ่งทำให้ผมรู้สึกสบายใจที่ได้ทำงานร่วมกับทั้งสองคนครับ

 

Kingdom เป็นซีรีส์พีเรียดเรื่องแรกที่คุณแบดูนารับเล่น รู้สึกอย่างไรบ้างกับการเล่นซีรีส์พีเรียดครั้งแรก

แบดูนา: ตอนแรกฉันก็กังวลนิดหน่อยนะคะ เพราะไม่เคยเล่นซีรีส์พีเรียดมาก่อน และคาแรกเตอร์ของผู้หญิงในสมัยโชซอนต้องเรียบร้อย ซึ่งแตกต่างจากบทที่ฉันเคยเล่นมาพอสมควรเลยค่ะ แต่สุดท้ายฉันมีความสุขและคุ้มค่ามากๆ ที่ตัดสินใจเล่นซีรีส์เรื่องนี้ มันทำให้ฉันได้เรียนรู้สไตล์การแสดงที่แตกต่างไปจากเดิม รวมถึงทักษะการใช้เสียงในการแสดงซีรีส์พีเรียด เพราะปกติในซีรีส์ทั่วไปฉันมักจะใช้โทนเสียงที่เป็นธรรมชาติ แต่ในเรื่องนี้ฉันจะเน้นไปที่การออกเสียงให้เหมือนแบบดั้งเดิมมากที่สุดค่ะ

 

แล้วคุณรยูซึงรยงที่เคยผ่านงานแสดงแนวพีเรียดมาบ้างแล้ว คุณคิดว่า Kingdom ต่างจากซีรีส์หรือภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ อย่างไรบ้าง

รยูซึงรยง: ซีรีส์และภาพยนตร์พีเรียดที่ผมเคยเล่นส่วนใหญ่มักจะอิงจากประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงครับ ซึ่งในประวัติศาสตร์โชซอนก็มีการแย่งชิงอำนาจเหมือนกัน แต่ Kingdom แตกต่างเพราะมีซอมบี้เข้ามาเกี่ยวข้องครับ ทำให้ต้องใช้วิชวลเอฟเฟกต์มากกว่าซีรีส์พีเรียดเรื่องอื่นๆ และการดำเนินเรื่องก็นานกว่าด้วยครับ

 

 

จากผลงานที่ผ่านมาคุณจูจีฮุนดูคุ้นเคยกับการแสดงฉากแอ็กชันอยู่พอสมควร สำหรับเรื่องนี้คุณต้องไปเรียนหรือฝึกฝนอะไรเพิ่มเติมไหม

จูจีฮุน: ก่อนถ่ายซีรีส์ผมต้องฝึกแสดงฉากแอ็กชันเพื่อใช้ในการต่อสู้ในซีรีส์เยอะเลยครับ มีฉากที่ผมต้องขี่ม้าด้วย ผมเลยต้องไปฝึกขี่ม้าเพิ่มครับ

 

อยากให้เล่าถึงฉากที่ประทับใจหรือเป็นฉากที่ใช้เวลากับมันมากเป็นพิเศษให้ฟังหน่อย

จูจีฮุน: ผมมีฉากที่ต้องต่อสู้กับซอมบี้เพื่อปกป้องชาวบ้านครับ ซึ่งฉากนี้ใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมด 15 วัน และตลอด 15 วันนั้นผมต้องวิ่งตลอดเลยครับ ต้องต่อสู้ด้วย ค่อนข้างยากสำหรับผมพอสมควรเลย

 

และสภาพอากาศหน้างานโหดร้ายมากครับ อากาศหนาวมาก บางฉากเราต้องเดินทางไปถ่ายทำบนยอดเขา ต้องขี่ม้า และใช้เวลาเดินทางนานกว่า 7 ชั่วโมงเพื่อถ่ายฉากนั้น ค่อนข้างลำบากเลยครับ

 

แบดูนา: เมื่อเทียบกับฉันแล้ว คุณจูจีฮุนมีฉากที่ต้องต่อสู้เยอะกว่ามากด้วยบทบาทองค์รัชทายาทของเขา ในขณะที่ฉันเป็นผู้หญิงและรับบทเป็นพยาบาลในสมัยโชซอน ซึ่งสมัยนั้นผู้หญิงไม่ค่อยมีหน้าที่อะไรมาก เป็นผู้นำก็ไม่ได้ ทำให้ฉันไม่ค่อยมีฉากที่ต้องต่อสู้หรือเหนื่อยมากนักค่ะ

 

แต่มีอยู่ฉากหนึ่งฉันต้องถ่ายทำท่ามกลางอากาศหนาว ฉากนั้นฉันต้องอุ้มเด็กอายุ 9 ขวบวิ่งขึ้นเขาไปด้วย ค่อนข้างยากและหนักมากเลยค่ะ หลังจากถ่ายฉากนั้นเสร็จฉันต้องใช้เครื่องช่วยหายใจประมาณ 5 นาทีเลยค่ะ

 

รยูซึงรยง: สำหรับผมที่รับบทเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งความทะเยอทะยานและความโลภของเขาน่ากลัวกว่าซอมบี้ แต่จริงๆ แล้วตัวผมเองกลัวซอมบี้ครับ ทำให้ความยากในการแสดงของผมคือต้องทำเป็นไม่กลัวนี่ล่ะครับ ทั้งที่จริงๆ ผมกลัวมาก

 

 

พวกคุณได้เรียนรู้อะไรจากการแสดงซีรีส์เรื่องนี้บ้าง

รยูซึงรยง: ผมได้เรียนรู้ว่าความโลภของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด มีความอยากได้อยากมีอยู่ตลอด สำหรับตัวละครโจฮักจู ในเวลาเดียวกันก็เป็นตัวละครที่มีความชั่วร้ายอยู่ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการรับบทตัวละครนี้ก็คือ เมื่อคุณมีความเชื่อในสิ่งที่ผิด มีความโลภ มันก็ไม่ต่างอะไรจากปีศาจร้าย

 

แบดูนา: สำหรับฉัน บทบาทและหน้าที่ของผู้หญิงในสมัยโชซอนนั้นน้อยมากค่ะ ไม่แน่ใจว่าทุกคนรู้หรือเปล่าว่าในสมัยโชซอนคนเกาหลีนับถือลัทธิขงจื๊อ ทำให้ผู้หญิงห้ามทำงานข้างนอกและไม่สามารถประกอบอาชีพได้ แต่บทซอบีของฉันมีอาชีพเป็นพยาบาล ซึ่งแตกต่างจากผู้หญิงในยุคนั้นค่ะ

 

จูจีฮุน: จริงๆ บทองค์รัชทายาทที่ผมได้รับก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการอำนาจเหมือนกันนะครับ แต่พอออกจากพระราชวังและได้เห็นความยากลำบากของประชาชนที่กำลังอดอยาก ผมเลยรู้ว่าอำนาจและความโลภไม่ใช่สิ่งสำคัญ

 

และถ้ามองอีกมุมหนึ่ง คนที่เป็นซอมบี้เขาก็ไม่ได้อยากเป็นซอมบี้หรอกครับ แต่เขาติดเชื้อมา จึงทำให้เขาขาดสติและทำร้ายคนอื่น ในทางกลับกัน มนุษย์ได้รับการศึกษาและมีความคิดมากกว่าซอมบี้ แต่บางครั้งเราก็ทำร้ายคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง อันนี้เป็นประเด็นที่น่าคิดนะครับ

 

 

แล้วสำหรับคนที่ไม่เคยดูซีรีส์เกาหลีมาก่อน ทำไม Kingdom ถึงเป็นซีรีส์เรื่องแรกที่ควรจะดู

รยูซึงรยง: Kingdom เป็นซีรีส์ดราม่าพีเรียดก็จริง แต่มันมีธีมของเรื่องที่จะทำให้คนทั่วโลกสามารถเข้าใจร่วมกันได้ครับ ในแง่ของความโลภ ความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์ที่สามารถเข้าใจได้ในทุกวัฒนธรรม

 

นอกจากนี้ผมคิดว่าคนที่ดูซีรีส์เรื่องนี้จะได้ซึมซับและทำความรู้จักกับวัฒนธรรมและประเพณีเกาหลีไปพร้อมๆ กันด้วย สำหรับประเทศไทยที่ไม่มีฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูหนาวที่หนาวทรมานแบบติดลบ ผมคิดว่าคนไทยจะสามารถสัมผัสถึงความสวยงามของธรรมชาติผ่านซีรีส์เรื่องนี้ได้เช่นกันครับ

 

ตัวอย่างซีรีส์ Kingdom

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post สัมภาษณ์พิเศษ จูจีฮุน แบดูนา รยูซึงรยง นักแสดงนำ Kingdom ซีรีส์ซอมบี้ย้อนยุคที่เผยให้เห็นด้านมืดของมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/main-actor-interview-kingdom-netflix/feed/ 0
Netflix แถลงข่าวเปิดตัว Kingdom ซีรีส์ฟอร์มยักษ์อย่างยิ่งใหญ่ จูจีฮุน, แบดูนา, รยูซึงรยง นำแสดง! https://thestandard.co/netflix-kingdom-press-conference/ https://thestandard.co/netflix-kingdom-press-conference/#respond Tue, 22 Jan 2019 02:41:05 +0000 https://thestandard.co/?p=183816

หลังจากปล่อยทีเซอร์ออริจินัลซีรีส์เกาหลีฟอร์มยักษ์ King […]

The post Netflix แถลงข่าวเปิดตัว Kingdom ซีรีส์ฟอร์มยักษ์อย่างยิ่งใหญ่ จูจีฮุน, แบดูนา, รยูซึงรยง นำแสดง! appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากปล่อยทีเซอร์ออริจินัลซีรีส์เกาหลีฟอร์มยักษ์ Kingdom ให้สาวกซอมบี้และแฟนซีรีส์ได้ตื่นเต้นไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เมื่อวานนี้ (21 ม.ค.) Netflex ก็ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ Kingdom อย่างยิ่งใหญ่ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และพร้อมออกอากาศทั่วโลก 25 มกราคมนี้!

 

Kingdom เล่าเรื่องราวของ ‘อีชาง’ (รับบทโดย จูจีฮุน) องค์รัชทายาทยุคโซชอน ซึ่งค้นพบความจริงอันน่าสะพรึงกลัวหลังจากที่เขาพยายามสืบหาที่มาของโรคระบาดที่เกิดขึ้น โดยเขาต้องเผชิญหน้ากับ ‘โจฮักจู’ (รับบทโดย รยูซึงรยง) ข้าหลวงที่มีอำนาจเหนือกษัตริย์ และซอบี (รับบทโดย แบดูนา) นางพยาบาลผู้ล่วงรู้ความลับของโรคระบาดที่เกิดขึ้น

 

 

THE STANDARD POP มีโอกาสได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ที่ Netflix จัดขึ้นที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และได้พบกับ 3 นักแสดงนำอย่าง จูจีฮุน, แบดูนา, รยูซึงรยง รวมถึงผู้กำกับ คิมซองฮุน และผู้เขียนบท คิมอึนฮี ที่มาบอกเล่าประสบการณ์และเบื้องหลังการถ่ายทำ พร้อมพูดคุยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิด

 

โดยคิมซองฮุนให้สัมภาษณ์ถึงที่มาของการกำกับซีรีส์เรื่องแรกว่า “ตอนที่ผมกำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Tunnel มีคนชักชวนให้ผมลองทำซีรีส์ และหลังจากที่ผมได้พบคุณคิมอึนฮีและได้พูดคุยกัน ผมก็ตัดสินใจร่วมงานกับเธอเพราะบทที่น่าสนใจ ซึ่งผมดีใจและประทับใจมากที่ได้ร่วมงานกับนักเขียนบทชื่อดังอย่างคุณคิมอึนฮี และขอบคุณ Netflix สำหรับโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ที่มอบให้กับผมครับ”

 

ในขณะที่นักเขียนบทชื่อดังอย่างคิมอึนฮีที่เคยฝากผลงานไว้กับซีรีส์ Phantom, 3 Days และ Signal เปิดเผยถึงความเป็นมาของซีรีส์ว่า “ฉันชอบภาพยนตร์ซอมบี้และประวัติศาสตร์เกาหลีอยู่แล้ว ตอนที่ฉันศึกษาประวัติศาสตร์เกาหลี ฉันพบเรื่องโรคระบาดที่เกิดขึ้นในยุคโซชอนและความอดอยากแร้นแค้นของประชาชน ทำให้ฉันเลือกหยิบเรื่องราวนี้มาเล่า เพราะปัจจุบันปัญหานี้ก็ยังคงมีอยู่ในหลายประเทศค่ะ”

 

 

นอกจากงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์อย่างเป็นทางการแล้ว ในช่วงเย็น Netflix ยังได้พานักแสดงนำจากซีรีส์ Kingdom อย่างจูจีฮุน, แบดูนา, รยูซึงรยง, คิมซังโฮ, คิมซองกยู, จอนซอกโฮ และคิมฮเยจุน มาร่วมงานพรมแดง พร้อมแจกลายเซ็นและถ่ายภาพเซลฟีกับแฟนๆ ที่มารอคอยอย่างใกล้ชิด และเซอร์ไพรส์พิเศษจากนักแสดงร่วมวงการที่มาร่วมแสดงความยินดีและซัพพอร์ตซีรีส์ Kingdom อย่าง ซอลอินอา, ยูดาอิน, อีเจฮุน, ปาร์คซอจุน ฯลฯ

 

สำหรับแฟนซีรีส์สามารถชม Kingdom ซีซัน 1 ทั้ง 6 ตอนผ่าน Netflix ได้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2019 เป็นต้นไป

คลิกชมตัวอย่าง Kingdom 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Netflix แถลงข่าวเปิดตัว Kingdom ซีรีส์ฟอร์มยักษ์อย่างยิ่งใหญ่ จูจีฮุน, แบดูนา, รยูซึงรยง นำแสดง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/netflix-kingdom-press-conference/feed/ 0
ทำไมต้องดู! Kingdom ซีรีส์ซอมบี้ย้อนยุคฟอร์มยักษ์ ฝีมือผู้เขียนบท คิมอึนฮี และผู้กำกับ คิมซองฮุน https://thestandard.co/kingdom-netflix/ https://thestandard.co/kingdom-netflix/#respond Mon, 21 Jan 2019 03:08:44 +0000 https://thestandard.co/?p=183340

Kingdom ซีรีส์ออริจินัลคอนเทนต์ของ Netflix ที่กำลังจะออ […]

The post ทำไมต้องดู! Kingdom ซีรีส์ซอมบี้ย้อนยุคฟอร์มยักษ์ ฝีมือผู้เขียนบท คิมอึนฮี และผู้กำกับ คิมซองฮุน appeared first on THE STANDARD.

]]>

Kingdom ซีรีส์ออริจินัลคอนเทนต์ของ Netflix ที่กำลังจะออนแอร์วันที่ 25 มกราคมนี้ ขึ้นแท่นเป็นที่จับตามองไม่เฉพาะในเกาหลีใต้ แต่รวมถึงทั่วเอเชีย และแฟนซีรีส์ซอมบี้ทั่วโลก

 

สำหรับ Netflix เอง ตั้งความหวังกับซีรีส์เรื่องนี้ค่อนข้างสูง ดูได้จากทุนสร้างราว 1.78 ล้านเหรียญสหรัฐต่ออีพี หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 56.4 ล้านบาทต่ออีพี รวมถึงการยกให้เป็นซีรีส์ที่ฉายพรีเมียร์ในงาน Netflix: What’s Next Asia ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และ รีด เฮสติ้ง CEO Netflix ยังได้ประกาศในงานว่า พร้อมสร้างภาค 2 ต่อทันที

 

ถ้าวิเคราะห์ให้ดีจะพบว่า Kingdom เป็นซีรีส์ออริจินัลคอนเทนต์ที่ Netflix ร่วมงานกับทีมสร้างตั้งแต่ศูนย์ หรือเริ่มต้นมาด้วยกันตั้งแต่แรก ซึ่งทำให้มีความแตกต่างจากซีรีส์เกาหลีปกติ ทั้งเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับผู้คนได้ในทุกวัฒนธรรม, ทุนสร้างมหาศาล, ระบบเซนเซอร์ที่ยืดหยุ่นกว่า ทำให้มีฉากสยองในแบบที่ฉายไม่ได้ทางโทรทัศน์, อีกทั้งวิธีการสร้างที่ปกติซีรีส์เกาหลีมักมีความยาวมากกว่า 12 ตอนขึ้นไป และไม่นิยมสร้างภาคต่อ แต่ Kingdom เลือกกระชับให้เรื่องราวเข้มข้นได้ใน 6 ตอนสำหรับซีซันแรก และกำลังเดินหน้าถ่ายทำซีซัน 2 ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้

 

 

Netflix เริ่มต้นพูดคุยกับผู้เขียนบท คิมอึนฮี ที่เคยคว้ารางวัลเขียนบทยอดเยี่ยมหลายเวทีจาก Signal (2016) ซึ่งเธอได้แนะนำผู้กำกับ คิมซองฮุน เจ้าของผลงาน A Hard Day (2014) ที่เคยเข้าฉายพรีเมียร์ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และ The Tunnel (2016) ที่สร้างปรากฏการณ์ประจำ Box Office เกาหลีปีนั้น ทั้งยังได้รับคะแนนรีวิว 100% เต็มจาก Rotten Tomatoes

 

THE STANDARD POP ร่วมสัมภาษณ์ คิมอึนฮี ผู้เขียนบท และ คิมซองฮุน ผู้กำกับที่กำลังมาแรงของเกาหลี เกี่ยวกับซีรีส์ฟอร์มยักษ์เรื่องนี้

 

 

อยากให้เล่าถึงการทำงานในเรื่องนี้และการทำงานกับ Netflix ให้ฟังหน่อย

คิมอึนฮี: ฉันสนใจเรื่องซอมบี้อยู่แล้ว เพราะความที่มันหิวกระหายตลอดเวลา ฉันเริ่มเขียนเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2011 จนได้มาเจอกับ Netflix ที่แพลตฟอร์มสอดคล้องกับบทที่จะเต็มไปด้วยเลือด ฉากคนตายมากมาย ซึ่งแพลตฟอร์มปกติมันทำไม่ได้ที่จะมีฉากรุนแรงแบบนี้

 

พอได้รับโอกาสที่ดีมากในครั้งนี้ ฉันเลยพยายามที่จะเล่าเรื่องราวของเกาหลีไปสู่ผู้ชมในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมด้วยเช่นกัน ฉันค่อนข้างสนใจว่าผู้ชมในแต่ละวัฒนธรรมจะเข้าใจเรื่องราวอย่างไรบ้าง แต่หลังการฉายรอบพิเศษไปแล้ว ฉันก็ได้ยินเสียงตอบรับที่น่าประทับใจมากๆ

 

คิมซองฮุน: ผมมองว่า Kingdom เป็นซีรีส์ดราม่าประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในยุคโชซอน ช่วงศตวรรษที่ 15-16 เป็นการต่อสู้ของคนกับซอมบี้ ซึ่งผมเชื่อว่า ทุกคนคุ้นเคยกับคอนเซปต์ซอมบี้ แต่เรื่องนี้จะแตกต่างไป เพราะมันเกิดขึ้นในยุคโชซอนที่เป็นยุคเงียบและขุนนางกระหายอำนาจ

 

จูจีฮุน, รยูซึงรยง, แบดูนา พวกเขาเป็นทีมคาแรกเตอร์ที่ดีมาก ผมนึกไม่ออกเลยว่าถ้าไม่ใช่พวก เขาจะเป็นใครได้ ผมเห็นการแสดงของ จูจีฮุน ผมว่าเขาเก่งมากและหัวไว เวลาทำงาน เขาเหมือนม้าในลู่วิ่งที่พร้อมจะวิ่งให้เร็วที่สุดในสถานการณ์การถ่ายทำที่มีข้อจำกัดมากมาย แต่เขาก็จะทำให้ดีที่สุด ซึ่งผมประทับใจมาก

 

สำหรับ Netflix ให้อิสระในการทำงานมากกว่าบริษัทเกาหลีที่ผมเคยร่วมงานด้วย และแทบไม่ได้ยุ่งกับบท มีแค่เพียงคอมเมนต์นิดหน่อย ส่วนที่ค่อนข้างเกินความคาดหมายคือ ตอนแรกเราวางแผนการถ่ายทำไว้ที่ 4 เดือน แต่ในที่สุดเราก็ใช้เวลาถ่ายไปทำถึง 6 เดือน และงบโปรดักชันก็สูงกว่าที่ตั้งไว้ไปเยอะ

 

 

ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ที่คุณสนใจเรื่องซอมบี้มานาน สำหรับไอเดียเรื่องซอมบี้ในครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

คิมอึนฮี: ซอมบี้เองเป็นสิ่งที่คนทั้งโลกรู้จักอยู่แล้ว เป็นชื่อที่คุ้นเคยกันดี แต่เหตุผลที่ฉันอยากจะเล่าถึงซอมบี้ ก็เพราะฉันไม่ได้มองว่า ซอมบี้คือสิ่งที่น่ากลัวและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ฉันกลับรู้สึกเศร้าเสียใจไปกับมัน ตอนที่ฉันได้เห็นซอมบี้ ฉันก็มักจะคิดว่าอะไรที่ทำให้พวกเขากลายเป็นสัตว์ประหลาดแบบนี้ สัตว์ประหลาดที่สัญชาตญาณเหลืออยู่เพียงความหิวโหย และกลายเป็นภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่ นี่คือจุดที่เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น

 

คุณเริ่มเขียนเรื่อง ​Kingdom ตั้งแต่ปี 2011 เกิดอะไรขึ้นระหว่างการเดินทางที่ยาวนานของซีรีส์เรื่องนี้

คิมอึนฮี: ระหว่างการทำงานเขียนบท Kingdom ฉันไม่ได้โฟกัสที่เรื่องนี้เรื่องเดียว ฉันเขียนบทดราม่าเรื่องอื่นๆ ไปด้วย ในช่วงแรกนั้น ฉันมีแค่โครงเรื่องคร่าวๆ เกี่ยวกับกษัตริย์ที่เสียชีวิต และพลังปีศาจได้ช่วยให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป ตอนนั้นเองก็เกิดภัยพิบัติขึ้นในเมืองที่ห่างไกล องค์ชายรัชทายาทที่อยู่ในเมืองนั้นพอดี ก็ได้นำพาภัยพิบัตินั้นกลับมาที่เมืองหลวง นั่นคือโครงเรื่องทั้งหมด ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องนี้ฉันเขียนลงในเว็บคอมิกด้วย ในตอนนั้นฉันไม่ได้คิดว่ามันจะกลายมาเป็นซีรีส์ดราม่า จนวันที่ฉันเขียนบท Signal เสร็จแล้ว ได้พบกับผู้กำกับคิม Kingdom ถึงได้กลายเป็นโปรเจกต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นจริง

 

 

คุณเขียนบท Kingdom ไว้ก่อนหน้า Train to Busan, Rampant แต่ออกฉายทีหลัง คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง

คิมอึนฮี: ฉันเองเป็นแฟนตัวยงของซอมบี้อยู่แล้ว ตอนที่ Train to Busan ออกฉาย ฉันก็สนุกไปกับหนังเรื่องนี้มากๆ (หัวเราะ) แต่ความกดดันที่เกิดขึ้น ก็เป็นอย่างที่รู้ว่าเราฉายหลังจาก Rampant และ Train to Busan ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับซอมบี้คล้ายๆ กัน แต่สำหรับฉันแล้ว ในฐานะคนเขียนบท มันเป็นเรื่องปกติที่เราจะต้องกดดันกับงานของเราทุกชิ้น ซึ่งฉันทำดีที่สุดแล้ว และคิดว่า Kingdom ก็สนุกดีทีเดียว คนดูก็น่าจะคิดเหมือนกับฉันนะคะ

 

คิมซองฮุน: พอฟังคำถามนี้แล้ว ผมก็นึกขึ้นได้ว่า Train to Busan เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่โซลแล้วไปยังปูซาน ซึ่งเมืองที่อยู่ติดกับปูซานคือเมืองทงแน แต่เรื่องราวของ Kingdom เกิดขึ้นที่ทงแน แล้วแพร่กระจายไปยังโซล แล้ว Train to Busan เป็นการเดินทางโดยขบวนรถไฟ แต่ใน Kingdom สมัยโชซอนยังขี่ม้าเดินทางหากันอยู่เลยครับ (หัวเราะ)

 

 

คุณพูดถึงการทำงานกับ จูจีฮุน ไปแล้ว อยากให้เล่าถึงการทำงานกับ แบดูนา ที่คุณเคยร่วมงานด้วยในเรื่อง The Tunnel อะไรคือความพิเศษที่ทำให้คุณอยากจะร่วมงานกับเธออีกครั้ง

คิมซองฮุน: ผมคิดว่าไม่ใช่แค่ผมคนเดียว ใครก็ตามที่เคยร่วมงานกับ แบดูนา จะรู้ว่าการทำงานกับเธอเป็นสิ่งที่วิเศษมาก ทั้งการแสดง ทัศนคติในการถ่ายทำ ผมคิดว่านักแสดงรุ่นหลังเอาเธอเป็นแบบอย่างได้เลย

 

เท่าที่ผมเคยทำงานมา ไม่เคยมีสักครั้งที่ใครจะมาบ่นให้ผมได้ยินเรื่องการทำงานกับ แบดูนา ผมไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่อย่างน้อยๆ ในปัจจุบันนี้ ผมพูดได้ว่า แบดูนา คือนักแสดงผู้หญิงชาวเกาหลีที่ดีที่สุดบนโลกนี้

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post ทำไมต้องดู! Kingdom ซีรีส์ซอมบี้ย้อนยุคฟอร์มยักษ์ ฝีมือผู้เขียนบท คิมอึนฮี และผู้กำกับ คิมซองฮุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kingdom-netflix/feed/ 0
เปิดผังซีรีส์เกาหลีต้นปี 2019 จับตามองการกลับมาของ อีดงอุก, ยูอินนา, จูจีฮุน, แบดูนา และซงจุงกิ ที่จะทำให้จอทีวีลุกเป็นไฟ! https://thestandard.co/upcoming-korean-series-2019/ https://thestandard.co/upcoming-korean-series-2019/#respond Wed, 26 Dec 2018 07:00:11 +0000 https://thestandard.co/?p=171010

ซีรีส์เก่าจบไป ซีรีส์ใหม่ก็ตามมา! สำหรับสาวกซีรีส์เกาหล […]

The post เปิดผังซีรีส์เกาหลีต้นปี 2019 จับตามองการกลับมาของ อีดงอุก, ยูอินนา, จูจีฮุน, แบดูนา และซงจุงกิ ที่จะทำให้จอทีวีลุกเป็นไฟ! appeared first on THE STANDARD.

]]>

ซีรีส์เก่าจบไป ซีรีส์ใหม่ก็ตามมา! สำหรับสาวกซีรีส์เกาหลีที่ช่วงต้นปี 2019 มีซีรีส์จ่อคิวรอออนแอร์หลายเรื่องหลากแนวแบบนี้ ครั้นจะดูให้ครบจบทุกเรื่อง เราว่าคงไม่ดีต่อสุขภาพกายและสายตาแน่ๆ

 

เพื่อไม่ให้คอซีรีส์ต้องเสียเวลาและพลังงานมากนัก THE STANDARD POP คัด 8 ซีรีส์ที่ไม่ควรพลาดมาให้แล้ว!

 

Photo: tvN 드라마 /Twitter

 

The Crowned Clown

ซีรีส์พีเรียดรีเมกจากภาพยนตร์เกาหลีเมื่อปี 2012 เรื่อง Gwanghae: The Man Who Became King หรือ Masquerade ที่เล่าเรื่องราวของ กษัตริย์อีฮอน และนักแสดงตลก ฮาซอน ที่ถึงแม้สถานะจะต่างกัน แต่พวกเขากลับมีหน้าตาที่คล้ายกันอย่างแยกไม่ออก ก่อนที่เรื่องราวจะพลิกผันเมื่อพวกเขาตัดสินใจสลับตัวกัน

 

The Crowned Clown นำแสดงโดย ยอจินกู นักแสดงเด็กจากซีรีส์ Giant และ The Moon Embracing The Sun ที่ตอนนี้กลายเป็นนักแสดงวัยรุ่นที่น่าจับตา ซึ่งครั้งนี้เขาต้องแสดงถึงสองบทบาทอย่าง กษัตริย์อีฮอน และนักแสดงตลกฮาซอน โดยเขาต้องประกบคู่กับ อีเซยอง นักแสดงสาวเจ้าของรางวัลนักแสดงหญิงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากงาน Baeksang Arts Awards 2017 จากซีรีส์ The Gentlemen of Wolgyesu Tailor Shop ซึ่งครั้งนี้เธอรับบทเป็น ยูโซอุน หญิงสาวที่อภิเษกสมรสกับกษัตริย์อีฮอน และไม่รู้ถึงแผนการสลับตัวที่เกิดขึ้น

 

 

The Crowned Clown ออกอากาศทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 21.30 น. (ตามเวลาเกาหลี) เริ่มวันที่ 7 มกราคม 2019 ทางช่อง tvN

 

Photo: Netflix Korea /Twitter

 

Kingdom

ซีรีส์พีเรียดฟอร์มยักษ์แห่งปี หนึ่งในออริจินัลคอนเทนต์จากสตรีมมิงแพลตฟอร์มชื่อดัง Netflix ที่เล่าเรื่องราวขององค์รัชทายาทยุคโซชอนซึ่งค้นพบความจริงอันน่าสะพรึงกลัวหลังจากที่เขาพยายามสืบหาที่มาของโรคระบาดที่เกิดขึ้น

 

Kingdom นำแสดงโดย จูจีฮุน นักแสดงหนุ่มผู้เคยรับบท องค์รัชทายาทอีชิน จากซีรีส์ที่คนไทยคุ้นเคยกันดีอย่าง Princess Hours และภาพยนตร์มาแรงอย่าง Along With the Gods: The Two Worlds และ Along With the Gods: The Last 49 Days ที่ครั้งนี้เขารับบท องค์รัชทายาทอีชาง ประกบคู่กับสองนักแสดงมากความสามารถอย่าง แบดูนา นักแสดงสาวจากซีรีส์ Stranger, Matrimonial Chaos และภาพยนตร์ Cloud Atlas, Tunnel ที่ครั้งนี้เธอรับบทเป็น ซอบิ และรยูซึงรยง นักแสดงสายภาพยนตร์ที่ฝากผลงานไว้กว่า 30 เรื่องอย่าง Masquerade, Seoul Station (พากย์เสียง) กับบทบาท ข้าหลวงโจฮักจู ที่มีอำนาจเหนือพระราชา

 

นอกเหนือจากนักแสดงนำมากความสามารถแล้ว Kingdom ยังได้ผู้กำกับอย่าง คิมซึงฮุน ซึ่งเคยฝากผลงานไว้กับภาพยนตร์ How the Lack of Love Affects Two Men, A Hard Day และ Tunnel รวมทั้งยังได้นักเขียนบทฝีมือดี คิมอึนฮี จากซีรีส์ Phantom, 3 Days และ Signal มาร่วมงานอีกด้วย โดย Netflix ประกาศสร้างซีซัน 2 ต่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

Kingdom ซีซัน 1 เปิดสตรีมพร้อมกันทั่วโลกวันที่ 25 มกราคม 2019 ทาง Netflix

 

Photo: tvN 드라마(Drama) /Facebook

 

Romance Supplement

ซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้เรื่องแรกของนักแสดงหนุ่ม อีจงซอก หลังจากเดบิวต์ในวงการบันเทิงมากว่า 8 ปี และซีรีส์ในรอบ 9 ปีของนักแสดงสาว อีนายอง ที่ห่างหายจากการเล่นซีรีส์ไปกว่า 9 ปี หลังจากซีรีส์เรื่อง The Fugitive: Plan B

 

Romance Supplement เล่าเรื่องราวของ ชาอึนโฮ นักเขียนและบรรณาธิการหนุ่มที่มีอายุน้อยที่สุดในสำนักพิมพ์กยอรู รับบทโดย อีจงซอก นักแสดงหนุ่มจากซีรีส์ดัง I Can Hear Your Voice, Doctor Stranger, Pinocchio, W ประกบคู่กับ อีนายอง นักแสดงสาวจากซีรีส์ Ireland, High Kick! 2 และ The Fugitive: Plan B กับบท คังดานี อดีตก๊อบปี้ไรเตอร์ตกอับที่กำลังหางานใหม่ ซึ่งตัดสินใจโกหกวุฒิการศึกษาในเรซูเมเพื่อสมัครงานในสำนักพิมพ์ของชาอึนโฮ

 

ร่วมด้วยทีมนักแสดงอย่าง จองยูจิน, อีฮาจุน, คิมแทอู, คิมยูมี ฯลฯ กำกับโดย อีจองฮโย จากซีรีส์ The Good Wife, Criminal Minds, Life on Mars และเขียนบทโดย จองฮยอนจอง จากซีรีส์ In Need of Romance, Discovery of Love, My First Time และ Five Enough

 

 

Romance Supplement ออกอากาศทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 21.00 น. (ตามเวลาเกาหลี) เริ่มวันที่ 26 มกราคม 2019 ทางช่อง tvN

 

Photo: tvN 드라마(Drama) /Facebook

 

Touch Your Heart

มาตามคำเรียกร้อง หลังจากความน่ารักของคู่รองอย่าง อีดงอุค และยูอินนา เรียกรอยยิ้มจากแฟนๆ ไปได้อย่างท่วมท้นในซีรีส์ Goblin ปี 2019 พวกเขาโคจรมาพบกันอีกครั้งในรอบ 2 ปีกับซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้ Touch Your Heart

 

Touch Your Heart ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกัน ซึ่งเล่าเรื่องราวของ โอยุนซอ (รับบทโดย ยูอินนา) ซูเปอร์สตาร์สาวที่กำลังโดนข่าวฉาวเล่นงานจนเกือบหมดอนาคต และต้องจับพลัดจับผลูมาทำงานกับ ควอนจองรก (รับบทโดย อีดงอุค) นักกฎหมายผู้แสนเย็นชา เพื่อหวังให้เขาใช้ความสามารถและเส้นสายบางอย่างพาเธอกลับไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการอีกครั้ง

 

นอกจากคู่พระเอก-นางเอกอย่างอีดงอุคและยูอินนาแล้ว ชื่อของผู้กำกับอย่าง ปาร์คจุนฮวา ก็การันตีความสนุกของซีรีส์ได้ไม่ยาก หากย้อนดูผลงานดังของเขาอย่าง Let’s Eat และ What’s Wrong With Secretary Kim รวมถึงทีมนักแสดงอย่าง ชินดงอุค, ซนซังยุน, โอจองเซ, ชิมฮยองทัก, จางโซยอน, ปาร์คจีฮวาน และอีจุนฮยอก ที่ตบเท้ามาร่วมสร้างสีสันให้กับซีรีส์เรื่องนี้อีกด้วย

 

 

Touch Your Heart ออกอากาศทุกวันพุธและพฤหัสบดี เวลา 21.30 น. (ตามเวลาเกาหลี) เริ่มวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2019 ทางช่อง tvN

 

Photo: JTBC Drama /Facebook

 

The Light in Your Eyes

หนึ่งในซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซีที่น่าจับตามองจากช่อง JTBC ที่ได้นักแสดงนำอย่าง นัมจูฮยอก, ฮันจีมิน, คิมฮเยจา และซนโฮจุน มาร่วมสร้างสีสันและความสนุกผ่านคอนเซปต์หลักของเรื่องอย่าง ‘การเดินทางข้ามเวลา’

 

The Light in Your Eyes นำแสดงโดย ฮันจีมิน นักแสดงสาวจากซีรีส์ Rooftop Prince และ Hyde Jekyll, Me ที่ครั้งนี้เธอรับบท คิมฮเยจา หญิงสาววัย 25 ปีที่หวังจะเป็นผู้ประกาศข่าวและมีความสามารถพิเศษในการเดินทางข้ามเวลา ก่อนที่เธอจะหลงทางในห้วงเวลาและกลายเป็นหญิงชราวัย 70 ปีโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ประกบคู่กับ นัมจูฮยอก นักแสดงหนุ่มจากซีรีส์ Weightlifting Fairy Kim Bok Joo และ The Bride of Habaek ที่ห่างหายจากการแสดงไปเกือบ 2 ปี กับบทบาท อีจุนฮา ชายหนุ่มวัย 26 ปีที่มีความฝันอยากเป็นนักข่าวภาคสนาม แต่เหตุการณ์บางอย่างทำให้เขาทิ้งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตและเลือกใช้ชีวิตอย่างเฉื่อยชาและเซื่องซึม

 

โดย The Light in Your Eyes นับเป็นการร่วมงานกันอีกครั้งระหว่างผู้กำกับ คิมซุกยุน นักเขียนบท อีนัมกยู และคิมซูจิน หลังจากที่พวกเขาเคยฝากผลงานร่วมกันในซีรีส์เรื่อง Awl และภาพยนตร์ Detective K: Secret of the Lost Island ในปี 2015

 

 

The Light in Your Eyes ออกอากาศทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 21.00 น. (ตามเวลาเกาหลี) เริ่มวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2019 ทางช่อง JTBC

 

Photo: namooactors.com และ 김소현 /Twitter

 

 

Love Alarm

อีกหนึ่งออริจินัลคอนเทนต์จาก Netflix ที่สร้างจากเว็บตูนชื่อเดียวกัน ซึ่งมีเส้นเรื่องหลักเกี่ยวกับแอปพลิเคชัน Joalarm ในโทรศัพท์มือถือที่จะเตือนผู้ใช้ทุกครั้งเมื่อมีคนที่ชอบเราเข้าใกล้ในระยะ 10 เมตร

 

Love Alarm นำแสดงโดยทีมนักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง คิมโซฮยอน นักแสดงเด็กจากซีรีส์ The Moon Embracing The Sun, Rooftop Prince, I Miss You ฯลฯ ที่ครั้งนี้เธอรับบทเป็น คิมโจโจ เด็กสาวไฮสคูลวัย 18 ปีที่เริ่มมีความรักครั้งแรก ประกบคู่กับ ซงคัง นักแสดงหนุ่มจากซีรีส์ The Liar and His Lover และ Man Who Sets the Table กับบท ฮวังซอนโอ เด็กหนุ่มหน้าตาดีที่มีฐานะร่ำรวย และจองการัม นักแสดงดาวรุ่งผู้คว้ารางวัลนักแสดงชายหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากเวที Daejong Film Awards 2016 จากภาพยนตร์ Fourth Place ที่มารับบท อีฮเยยอง เพื่อนสนิทของฮวังซอนโอ ซึ่งตกหลุมรักคิมโจโจ และกลายเป็นรักสามเส้าที่มีแอปพลิเคชันเป็นสื่อกลาง

 

โดยซีรีส์ Love Alarm ยังได้ผู้กำกับซีรีส์ดังอย่าง อีนาจอง จาก Oh My Venus และ Fight for My Way มากำกับอีกด้วย

 

Love Alarm ยังไม่กำหนดวันออกอากาศทาง Netflix

 

Photo: Netflix Korea /Twitter

 

My First First Love

ต่อเนื่องกับออริจินัลคอนเทนต์จาก Netflix อีกหนึ่งเรื่องที่รวมนักแสดงวัยรุ่นที่น่าสนใจอย่าง จีซู, จองแชยอน และจินยอง กับซีรีส์ดราม่าเกี่ยวกับความรัก มิตรภาพ และความฝันในช่วงวัยรุ่น

 

My First First Love นำแสดงโดย จีซู นักแสดงชายจากซีรีส์ Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo, Weightlifting Fairy Kim Bok Joo และ Strong Woman Do Bong Soon ประกบคู่กับไอดอลสาวจากวง DIA จองแชยอน กับการรับบทนำครั้งแรกหลังจากเคยร่วมแสดงในซีรีส์ Drinking Solo, Reunited Worlds และ Marry Me Now? ร่วมด้วย จินยอง จากวง B1A4 ที่เพิ่งคว้ารางวัลนักแสดงชายหน้าใหม่ยอดเยี่ยมในงาน 2016 KBS Drama Awards จากซีรีส์ Love in the Moonlight โดยพวกเขาจะรับบทเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ต้องเผชิญกับความรักครั้งแรกและการพบเจอเพื่อนใหม่

 

My First First Love กำกับโดย โอจินซอก จากซีรีส์ Yong-Pal, My Sassy Girl และเขียนบทโดย คิมมินซอ ซึ่งเคยเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Little Black Dress และจองฮยอนจุน จากซีรีส์ Five Enough, Discovery of Love

 

My First First Love ยังไม่กำหนดวันออกอากาศทาง Netflix

 

Photo: 블러썸 엔터테인먼트 – Blossom Entertainment, 김지원 /Facebook

 

Asadal Chronicles

ซีรีส์พีเรียดแฟนตาซีฟอร์มยักษ์จากช่อง tvN ที่เล่าเรื่องราวของอาณาจักรสมมติ Asadal ที่มีทั้งความขัดแย้ง ความสามัคคี และความรัก

 

The Asadal Chronicles นำแสดงโดยหนุ่มดอกไม้ ซงจุงกิ พระเอกซีรีส์ดังอย่าง The Innocent Man และ Descendants of the Sun ซึ่งเขารับบทเป็น อึนซอม นักรบของอาณาจักร Asadal ที่เกิดมาพร้อมกับพลังงานดาวหางสีฟ้า ซึ่งต้องประชันบทบาทกับนักแสดงรุ่นพี่ จางดงกอน จากซีรีส์ Suits และภาพยนตร์ Rampant กับบทวีรบุรุษที่นำชัยชนะมาให้อาณาจักร ‘ทากอน’ และนักแสดงรุ่นน้อง คิมจีวอน ที่เคยแสดงร่วมกันมาแล้วในซีรีส์ Descendants of the Sun กับบทองค์หญิงรัชทายาท ทันยา นักเคลื่อนไหวทางการเมืองของอาณาจักร Asadal

 

นอกจากนักแสดงนำที่น่าสนใจแล้ว Asadal Chronicles ยังการันตีความสนุกได้จากผู้กำกับ คิมวอนซุก ซึ่งเคยฝากผลงานไว้กับซีรีส์ The Great King Sejong, Sungkyunkwan Scandal, Misaeng, Signal ฯลฯ และนักเขียนบทที่เคยผ่านผลงานพีเรียดอย่าง คิมยองฮยอน จากซีรีส์ A Jewel in the Palace (แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง), The Great Queen Seondeok (ซอนต็อก มหาราชินีสามแผ่นดิน) และ Tree With Deep Roots (จอมกษัตริย์ตำนานอักษร) มาร่วมสร้างสรรค์อาณาจักร Asadal ให้สมบูรณ์แบบอีกด้วย

 

Asadal Chronicles ยังไม่กำหนดวันออกอากาศทางช่อง tvN

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post เปิดผังซีรีส์เกาหลีต้นปี 2019 จับตามองการกลับมาของ อีดงอุก, ยูอินนา, จูจีฮุน, แบดูนา และซงจุงกิ ที่จะทำให้จอทีวีลุกเป็นไฟ! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/upcoming-korean-series-2019/feed/ 0