Kevin De Bruyne – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 03 Nov 2025 10:23:11 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในวันที่เติบโตขึ้นอีกขั้น จนเป๊ปฟันธงเก่งเท่าเมสซี-โรนัลโด? https://thestandard.co/haaland-equals-messi-ronaldo/ Mon, 03 Nov 2025 10:23:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1139280 เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในวันที่เติบโตขึ้นอีกขั้น จนเป๊ปฟันธงเก่งเท่า เมสซี-โรนัลโด? 1

หลังชัยชนะในเกมพรีเมียร์ลีกเหนือทีมแกร่งระดับหัวตารางอย […]

The post เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในวันที่เติบโตขึ้นอีกขั้น จนเป๊ปฟันธงเก่งเท่าเมสซี-โรนัลโด? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในวันที่เติบโตขึ้นอีกขั้น จนเป๊ปฟันธงเก่งเท่า เมสซี-โรนัลโด? 1

หลังชัยชนะในเกมพรีเมียร์ลีกเหนือทีมแกร่งระดับหัวตารางอย่างบอร์นมัธ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ถูกยิงคำถามถึงผลงานของลูกทีมคนสำคัญ

 

“เป๊ป ตอนนี้คุณคิดว่าเขาเก่งเท่ากับ (ลิโอเนล) เมสซีและ (คริสเตียโน) โรนัลโดหรือยัง?”

 

ความจริงแล้วมันเป็นคำถามที่สามารถตอบแบบเลี่ยงได้เพื่อเป็นการให้เกียรติต่อสองสุดยอดนักเตะระดับตำนานมีชีวิตที่เป็นแรงบันดาลใจแห่งยุคสมัยของโลกโมเดิร์นฟุตบอล แต่ในวันนี้ยอดกุนซือชาวคาตาลันตอบแบบชวนคิด

 

“คุณเห็นตัวเลขของเขาหรือยัง? แน่นอนเขาเก่งถึงในระดับนั้นแล้ว”

 

นี่คือคำกล่าวชมที่ดีที่สุดสำหรับเอร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ศูนย์หน้ามหากาฬของแมนเชสเตอร์ ซิตี ที่นับรวม 2 ประตูจากเกมเมื่อคืนนี้ที่เอติฮัด สเตเดียม ทำไปแล้ว 26 ประตู (รวมทั้งสโมสรและทีมชาติ) และนำดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกด้วยจำนวน 13 ประตูจากการลงสนาม 10 นัด

 

แต่ตัวเลขอย่างเดียวอาจไม่ได้ตอบทุกเรื่องบนโลก เพราะความจริงแล้วฮาแลนด์ในเวลานี้ได้แสดงให้เห็นว่าเขาเติบโตขึ้นอีกขั้นจากเดิมแล้ว

 

เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในวันที่เติบโตขึ้นอีกขั้น จนเป๊ปฟันธงเก่งเท่า เมสซี-โรนัลโด? 2

 

Terminator ฅนเหล็ก 2025

 

55 หลาคือระยะห่างระหว่างจุดที่ฮาแลนด์ได้บอลกับเส้นประตู ความจริงมันเป็นระยะที่ไกลไม่น้อยสำหรับนักฟุตบอลไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

 

แต่สำหรับศูนย์หน้ามหาประลัยแล้วเขามั่นใจในความเร็ว ทักษะ และสัญชาตญาณการล่าตาข่าย และเขาก็ไม่พลาดจริงๆ บอลจากจังหวะการจ่ายให้ของรายาน เชร์กี (ทดเด็กคนนี้เอาไว้ก่อนสักวันเราคงได้กลับมาพูดถึงเขา) ฮาแลนด์ควบตะบึงเอาบอลไปโดยที่ไม่มีใครไล่ตามได้ทัน ก่อนที่จะกดด้วยซ้ายข้างถนัดเข้าประตูไปแบบเฉียบขาด

 

มันเป็นประตูที่ทำเอาเป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องชมเปาะ

 

“ประตูแรกของเขา ด้วยวิธีที่เขายิงบอลเรียดไปกับพื้นหญ้าเหมือนเป็นการบอกว่า ‘ข้าจะยิงประตูนี้ให้ได้’”

 

ขณะที่ฮาแลนด์เลือกฉลองประตูด้วยท่าใหม่ แต่ความจริงเก่าแล้วด้วยการทำท่าหุ่นยนต์ (ที่ทำเอาต้นตำรับอย่างปีเตอร์ เคราช์ ต้องขอแซว) ในอีกทางหนึ่งมันกลับชวนให้คิดถึงหุ่นนักล่าในตำนานจากหนังเรื่อง ‘Terminator’ หรือ ‘ฅนเหล็ก’ ที่เคยโด่งดังในอดีตมากกว่า

 

หุ่นสังหาร T-1000 ที่จะไม่ยอมยุติปฏิบัติการในการไล่ล่าจนกว่าจะทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ ศูนย์หน้าชาวนอร์เวย์คนนี้ให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ยามลงสนามในตอนนี้

 

เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในวันที่เติบโตขึ้นอีกขั้น จนเป๊ปฟันธงเก่งเท่า เมสซี-โรนัลโด? 3

 

คำสั่งใหม่ไม่ใช่แค่สังหาร แต่เป็นการปกป้องด้วย

 

แต่ในอีกด้านหนึ่งงานของฮาแลนด์ไม่ได้มีเพียงแค่หน้าที่ในการรอโอกาสเพื่อสังหารประตูเพียงอย่างเดียวเหมือนหุ่น T-1000

 

เขาอาจจะเหมือนหุ่น T-800 มากกว่าด้วยซ้ำเพราะสิ่งที่ทำอีกด้านคือการพยายาม ‘ปกป้อง’ ทีมด้วย

 

โอเค! สถิติการทำประตูในฤดูกาลนี้ของฮาแลนด์นั้นกลับมาน่าสะพรึงกลัวอีกครั้ง

 

• 13 ประตูในพรีเมียร์ลีกจากการลงเล่น 10 นัด (เทียบเท่ากับเลส เฟอร์ดินานด์, นิวคาสเซิล 1995/96 แต่ก็น้อยกว่าที่ตัวเองเคยทำไว้ 15 ประตูในปี 2022 )

 

• ยิงรวมทุกรายการให้แมนฯ ซิตีจนถึงตอนนี้ 17 ประตู

 

• ถ้ารวมทีมชาติด้วยยิงไปแล้ว 26 ประตูรวมตั้งแต่เปิดฤดูกาล

 

• ค่า xG การได้ประตูโดยไม่รวมลูกจุดโทษสูงที่สุด (9.20)

 

• จำนวนประตูที่ยิงได้คิดเป็น 65 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประตูที่แมนฯ ซิตียิงได้ในฤดูกาลนี้

 

แต่ฮาแลนด์ไม่ได้ทำแค่นี้เพราะเขายังช่วยลงไปเล่นเกมรับอย่างเต็มกำลัง ขึงขังแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ชิลล์หรือทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายเฉื่อยชาเหมือนก่อนหน้านี้

 

“เป้าหมายของผม มีแค่การพยายามช่วยให้ทีมชนะก็แค่นั้นเอง” ฮาแลนด์กล่าวหลังเกม “ไม่ว่าจะเป็นการทำประตู การเอาชนะในการปะทะ หรืออะไรก็ตามมันไม่สำคัญเลยตราบใดที่เราชนะในการแข่งขัน ผมอยากช่วยให้ทีมเป็นทีมที่ดีขึ้น นี่แหละคืองานของผม”

 

คำพูดคำจาของเขารู้สึกได้ทันทีว่ามีน้ำหนักและทรงพลัง

 

นี่ไม่ใช่การพูดในฐานะนักฟุตบอลคนหนึ่งในทีม แต่เป็นการพูดและการแสดงออกถึงการเป็น ‘ผู้นำ’ คนใหม่ของทีม โดยเฉพาะในวันที่ไม่มีอดีตฮีโร่ของทีมอย่างเควิน เดอ บรอยเนอ อยู่ในถิ่นเอติฮัดอีกแล้ว

 

เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในวันที่เติบโตขึ้นอีกขั้น จนเป๊ปฟันธงเก่งเท่า เมสซี-โรนัลโด? 4

 

นักเรียนดีเด่น

 

ความเปลี่ยนแปลงของฮาแลนด์นั้นส่วนหนึ่งมาจากการเป็น ‘นักเรียน’ ที่ดีของเขาเอง

 

นักฟุตบอลในปัจจุบัน หรือแม้แต่ในอดีตก็ตาม ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ทุกคนจะฟังในสิ่งที่โค้ชพยายามแนะนำหรือสอน หลายต่อหลายคนเชื่อมั่นในทักษะและความสามารถของตัวเองมากกว่าจนละเลยคำแนะนำที่ได้รับ

 

แต่เรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นกับฮาแลนด์ และเป็นสิ่งที่ทำให้เป๊ป รู้สึกชื่นชมเขามากที่สุด

 

“ผมเคยบอกหลายครั้งแล้วว่าเขาเป็นคนที่สอนได้ง่ายมาก ผมเองก็ยังเข้มงวดกับเขาในหลายครั้ง”

 

“ผมพยายามที่จะเปิดใจกว้างกับเขา ซึ่งนักฟุตบอลบางคนอาจจะมองว่า ‘พูดอะไรเนี่ย?’ แต่เขาเป็นคนที่ติดดินมาก เขาต้องการที่จะรับฟังและเขามีชีวิตอยู่เพื่อการล่าประตู ถ้าไม่มีเขาชีวิตของพวกเราก็ลำบาก”

 

นอกจากนี้ฮาแลนด์ยังเป็นนักฟุตบอลที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกินที่เลือกรับประทานแต่สิ่งที่มีประโยชน์ รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนเพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพพร้อมที่สุดสำหรับการลงทำการแข่งขันด้วย

 

สิ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเขาจนถึงตอนนี้น่าจะไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย แต่ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการพัฒนาที่เป๊ป กวาร์ดิโอลา พยายามทำอยู่ในเวลานี้

 

 

เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในวันที่เติบโตขึ้นอีกขั้น จนเป๊ปฟันธงเก่งเท่า เมสซี-โรนัลโด? 5

 

 

เรือใบสไตล์โจรสลัด

 

อย่างไรก็ดีแมนฯ ซิตีไม่ได้มีดีแค่ฮาแลนด์ หรืออย่างน้อยพวกเขาก็พยายามที่จะไม่ได้มีดีแค่นี้

 

การอำลาของเดอ บรอยเนอ, การยังไม่คืนฟอร์มของโรดรี และความโรยราของแบร์นาโด ซิลวา ทำให้เป๊ป ต้องพยายามที่จะสร้างทีมขึ้นมาใหม่อีกครั้งซึ่งหลังผ่านมา 10 นัดในพรีเมียร์ลีก เราพอมองเห็นทิศทางความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ

 

‘เรือใบสีฟ้า’ ยุคใหม่ได้เปลี่ยนแปลงระบบและวิธีการเล่นแบบใหม่เพื่อให้เข้ากับจุดแข็งของกองหน้าอย่างฮาแลนด์มากยิ่งขึ้น โดยจะไม่เน้นการคอนโทรลเกมด้วยการครองบอลไปมาที่ทำให้สุดท้ายคู่แข่งลงไปตั้งรับลึกแบบ Low block ที่แน่นไปหมดจนทำอะไรไม่ได้

 

แต่เป็นการเล่นให้เร็วขึ้น ไวขึ้น กล้าได้กล้าเสียมากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสให้ฮาแลนด์

 

“สิ่งที่เราทำคือการสร้างโอกาสและผ่านบอลให้กับเขา” เป๊ปบอก

 

โดยที่หนึ่งในนักเตะที่กำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆคือ เชร์กี ตัวทำเกมดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศสที่ซื้อมาจากโอลิมปิก ลียง ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา โดยในเกมล่าสุดกับบอร์นมัธนักเตะวัย 22 ปีคนนี้เป็นคนผ่านบอลให้ฮาแลนด์หลุดเข้าไปยิงได้ 2 ประตู

 

“ผมรู้จักเอร์ลิง เขาก็รู้จักผม เวลาที่เราเล่นด้วยกันมันเลยง่ายมาก” เชร์กีบอก “งานของผมคือการส่งบอลให้เขา เดี๋ยวเขาจะยิงเอง”

 

อย่างไรก็ดีแมนฯ ซิตี ยังมีเฌเรมี โดกู ปีกจอมกระชากที่ในฤดูกาลนี้เป็นอีกคนที่เปลี่ยนแปลงตัวเองเยอะมากในสไตล์การเล่น ไม่ได้ปักหลักรอกระชากยึกๆยักๆที่ริมเส้นอย่างเดียว แต่สามารถเล่นได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้นรวมถึงการหุบเข้ามาด้านในด้วย

 

ฟิล โฟเดน โกลเดนบอยของซิตี ก็อยู่ในช่วงการเรียกฟอร์มการเล่นกลับมาเช่นกัน รวมถึงโอมาร์ มามูช และซาวินโญ ที่กำลังอยู่ระหว่างทางกลับ ไม่นับทิยานี ไรน์เดอร์ส กองกลางไดนาโมที่มีส่วนสำคัญกับทีมอย่างมาก

 

และอีกคนที่ฝากช่วยกันจับตาดูคือ นิโค โอไรลี แบ็กซ้ายดาวรุ่งจอมเติมที่ยิ่งเล่นก็ยิ่งโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ

 

นี่คือแมนฯ ซิตี สำหรับอนาคตที่ยิ่งใหญ่ที่มีนักล่าไวกิ้งเป็นศูนย์กลางของทีม

 

ผลงานที่อาจเป็นชิ้นสุดท้ายสำหรับเป๊ป กวาร์ดิโอลา ก่อนที่จะหมดสัญญากับซิตีในปี 2027

 

 

The post เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในวันที่เติบโตขึ้นอีกขั้น จนเป๊ปฟันธงเก่งเท่าเมสซี-โรนัลโด? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์ กับค่ำคืนอำลาแฟนแมนฯ ซิตี้ ในถิ่นเอติฮัดเป็นครั้งสุดท้าย https://thestandard.co/de-bruyne-farewell-man-city-etihad/ Wed, 21 May 2025 02:22:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1076501 เควิน เดอ บรอยน์ โบกมือลาแฟนบอลในสนามเอติฮัด

เควิน เดอ บรอยน์ ได้รับการอำลาจากแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี […]

The post เควิน เดอ บรอยน์ กับค่ำคืนอำลาแฟนแมนฯ ซิตี้ ในถิ่นเอติฮัดเป็นครั้งสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์ โบกมือลาแฟนบอลในสนามเอติฮัด

เควิน เดอ บรอยน์ ได้รับการอำลาจากแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างอบอุ่นในเกมเหย้านัดสุดท้ายที่เอติฮัดสเตเดียม เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ในเกมที่ซิตี้เอาชนะบอร์นมัธ 3-1 โดยมีการประกาศสร้างรูปปั้น และตั้งชื่อถนนภายในอะคาเดมีเพื่อเป็นเกียรติแก่แข้งวัย 33 ปี

 

หลังจบเกม เจ้าตัวกล่าวขอบคุณแฟนบอลด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ผมอยากเล่นฟุตบอลด้วยความสร้างสรรค์ ความหลงใหล และหวังว่าทุกคนจะสนุกกับมันเหมือนที่ผมรู้สึก”

 

ขณะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ พร้อมกล่าวว่า “เขาจะจากไปพร้อมกับความรักและความเคารพจากทุกคน มันยิ่งใหญ่กว่าทุกแชมป์ที่เขาเคยได้มา”

 

แม้จะมีข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายออกในช่วงซัมเมอร์ แต่บรรยากาศในคืนดังกล่าวยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างเดอ บรอยน์ กับสโมสร โดยแฟนบอลต่างพร้อมใจกันร้องเพลง ‘We want you to stay’ ท่ามกลางการแสดงความยกย่องต่อดาวเตะเบลเยียมตลอดทั้งสนาม

 

เควิน เดอ บรอยน์ โบกมือลาแฟนบอลในสนามเอติฮัด

The post เควิน เดอ บรอยน์ กับค่ำคืนอำลาแฟนแมนฯ ซิตี้ ในถิ่นเอติฮัดเป็นครั้งสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์ โพสต์อำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจบฤดูกาลนี้ https://thestandard.co/de-bruyne-farewell-man-city/ Fri, 04 Apr 2025 12:06:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1060795 de-bruyne-farewell-man-city

เควิน เดอ บรอยน์ ยอดมิดฟิลด์วัย 33 ปีของแมนเชสเตอร์ ซิต […]

The post เควิน เดอ บรอยน์ โพสต์อำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจบฤดูกาลนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
de-bruyne-farewell-man-city

เควิน เดอ บรอยน์ ยอดมิดฟิลด์วัย 33 ปีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประกาศอย่างเป็นทางการผ่านโซเชียลมีเดีย โดยบอกว่า ตัวเขาจะอำลาทีมเมื่อสัญญาสิ้นสุดลงในช่วงจบฤดูกาลนี้ หลังอยู่รับใช้สโมสรมานานถึง 10 ปี และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

 

โดย เดอ บรอยน์ เขียนข้อความถึงแฟนบอลว่า “เมื่อเห็นข้อความนี้ คุณคงจะรู้แล้วว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ดังนั้น ผมจะพูดตรงๆ และบอกให้ทุกคนทราบว่า นี่จะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของฉันในฐานะนักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

“มันไม่ง่ายเลยที่จะเขียนสิ่งนี้ แต่ในฐานะนักฟุตบอล เรารู้ดีว่าวันนั้นต้องมาถึง และคุณสมควรได้รับฟังจากผมก่อน

 

“ฟุตบอลพาฉันมาพบกับพวกคุณ พาฉันมาสู่เมืองนี้ เพื่อไล่ตามความฝัน โดยไม่รู้เลยว่าช่วงเวลานี้จะเปลี่ยนชีวิตของฉันไปตลอดกาล เมืองนี้ สโมสรนี้ ผู้คนเหล่านี้… มอบทุกอย่างให้กับผม และผมก็ทุ่มเททุกอย่างกลับไป! และลองเดาดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น..เราก็ทำสำเร็จเราคว้าแชมป์มาได้ทุกอย่าง”

 

“ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ เวลาแห่งการบอกลาก็มาถึงแล้ว ซูรี, โรม, เมสัน, มิเชล และผมรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งกับทุกสิ่งที่เมืองนี้มอบให้กับครอบครัวเรา ‘แมนเชสเตอร์’ จะอยู่ในพาสปอร์ตของลูกๆ เราเสมอ และที่สำคัญกว่านั้นคือ ในหัวใจของพวกเราทุกคน

 

“ที่นี่จะเป็นบ้านของเราตลอดไป”

 

“เราขอขอบคุณเมือง สโมสร เจ้าหน้าที่ เพื่อนร่วมทีม เพื่อน และครอบครัวอย่างสุดซึ้งสำหรับการเดินทาง 10 ปีที่แสนวิเศษนี้ ทุกเรื่องราวย่อมมีตอนจบ แต่บทนี้ถือเป็นบทที่ดีที่สุดในชีวิตผม”

 

“มาสนุกกับช่วงเวลาสุดท้ายนี้ไปด้วยกัน! ด้วยรัก จาก KDB”

 

เควิน เดอ บรอยน์ โพสต์อำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจบฤดูกาลนี้
เควิน เดอ บรอยน์ โพสต์อำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจบฤดูกาลนี้
เควิน เดอ บรอยน์ โพสต์อำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจบฤดูกาลนี้
เควิน เดอ บรอยน์ โพสต์อำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจบฤดูกาลนี้

 

อ้างอิง:

The post เควิน เดอ บรอยน์ โพสต์อำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจบฤดูกาลนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สูงสุดคืนสู่สามัญ ถึงเวลา เควิน เดอ บรอยน์ ต้องไป? https://thestandard.co/kevin-de-bruyne-future-in-football-discussion/ Wed, 26 Feb 2025 11:54:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1046068 เควิน เดอ บรอยน์

ในช่วงเวลาที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พยายามที่จะไล่ลิเวอร์พูล […]

The post สูงสุดคืนสู่สามัญ ถึงเวลา เควิน เดอ บรอยน์ ต้องไป? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์

ในช่วงเวลาที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พยายามที่จะไล่ลิเวอร์พูลให้จนมุมเพื่อหาจุดเปลี่ยนของเกม เควิน เดอ บรอยน์ ได้โอกาสในการพลิกบอลก่อนลากตัดในเข้าถึงหน้ากรอบเขตโทษของทีมคู่แข่งสำคัญได้แล้ว

 

จังหวะแบบนี้ภาพคุ้นตาในความทรงจำของทุกคน ต่อให้ไม่ใช้เท้าข้างถนัดแต่เท้าซ้ายของมิดฟิลด์เท้าชั่งทองนั้นสามารถส่งบอลให้พุ่งเสียบสามเหลี่ยมหรือเสียบมุมได้อย่างไม่ยากเย็นนัก หรือขี้เหร่ๆ แล้วต้องเข้ากรอบเป็นอย่างน้อย

 

แต่ครั้งนี้ถึง เดอ บรอยน์ จะพยายามหวดเต็มเท้าแล้วแต่ด้วยขาหลักที่อ่อน วิถีของบอลนั้นอย่าว่าแต่เข้ากรอบเลย บอลนั้นเหินลอยออกไปไกลจนไม่มีอะไรให้ลุ้นแล้ว

 

มันเป็นจังหวะท้ายๆ ของกองกลางวัย 33 ปีในเกมนี้ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกมาให้ เจมส์ แม็คอาที ไอ้หนูดาวรุ่งลงสนามไปแทน โดยที่ผู้บรรยายภาษาอังกฤษได้บอกว่านี่คือ “Changing of the guard” หรือการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย

 

คำถามที่น่าสนใจคือมันหมดเวลาสำหรับหนึ่งในกองกลางที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกแล้วจริงๆ ใช่ไหม?

 

อาการบาดเจ็บร้ายแรงถึงขั้นเอ็นไขว้หัวเข่าขาดของโรดรี ในเกมกับอาร์เซนอลเมื่อช่วงต้นฤดูกาลนั้นถูกมองว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมหมายเลขหนึ่งของอังกฤษอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงกับทรุดพังทลายลงอย่างชนิดที่ไม่มีใครอยากเชื่อ

 

แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่น่าเชื่อด้วยเช่นกันคือฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำอย่างน่าใจหายของคนที่เคยเป็นเบอร์หนึ่งของทีมอย่าง เควิน เดอ บรอยน์

 

 

กัปตันทีมชาวเบลเยียม ผู้ย้ายมาจากโวล์ฟสบวร์กตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว และกลายเป็นการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมที่สุดอีกครั้งของแมนฯ ซิตี้ ประสบปัญหาอย่างหนักกับการลงสนามในฟุตบอลฤดูกาลนี้

 

ส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องของอาการบาดเจ็บที่ตามรบกวนไม่หยุด และดูเหมือนจะทำให้เดอ บรอยน์ ไม่สามารถเรียกสภาพความฟิตสมบูรณ์กลับมาได้อีกเลย

 

แต่หากเฝ้าดูการเล่นของเขาอย่างต่อเนื่องเมื่อได้โอกาสในการลงสนาม ฟอร์มรูดมหาราชของมิดฟิลด์อัจฉริยะคนนี้ไม่ใช่เรื่องที่ถึงกับน่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะมีสัญญาณให้เห็นตั้งแต่ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลที่แล้ว

 

เดอ บรอยน์ ประสบปัญหาบาดเจ็บร้ายแรงกล้ามเนื้อด้านหลังโคนขา (แฮมสตริง) ฉีกขาดตั้งแต่เกมแรกของฤดูกาล 2023/24 จนทำให้ต้องพักการเล่นรักษาตัวเป็นเวลาหลายเดือนกว่าจะกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง

 

ในช่วงแรกของการกลับมานั้นเจ้าพ่อแอสซิสต์มหัศจรรย์ทำให้ทุกคนตะลึงด้วยสภาพร่างกายที่ดูฟิตสมบูรณ์ แข็งแกร่งประดุจกระทิงหนุ่ม พร้อมทรงผมใหม่เหมือนบอยแบนด์ในสมัยก่อนที่ทำให้ดูกระชากวัยพอสมควร

 

ช่วงเวลานั้นเดอ บรอยน์ แสดงอภินิหารในเกมลูกหนังให้เราได้เห็นหลายครั้ง ทั้งยิงทั้งจ่าย

 

แต่เข้าช่วงปลายฤดูกาลการเล่นของเขาเริ่มตกลงอย่างมีนัยสำคัญ เริ่มมีอาการแข้งขาพันกัน คิดได้จ่ายไม่ไป คิดได้เลี้ยงไม่ไหวให้เห็น

 

โดยที่อาการนั้นยังลามไปถึงในช่วงของฟุตบอลยูโร 2024 ที่เดอ บรอยน์ ไม่สามารถพยุงหรือแบกทีมได้เหมือนเดิมอีก แม้ทุกคนจะรู้และเข้าใจว่าเขาได้พยายามอย่างถึงที่สุดในรายการที่อาจจะเป็นเมเจอร์สุดท้ายของชีวิตแล้วก็ตาม

 

จนถึงฤดูกาลนี้ที่ผลงานของเขาตกลงอย่างชนิดน่าใจหาย

 

ใน 4 นัดแรกของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เดอ บรอยน์ ลงสนามเป็นตัวจริงทั้งหมด ก่อนจะได้รับบาดเจ็บซ้ำที่แผลเก่าบริเวณด้านหลังโคนขาทำให้พลาดการลงสนามในลีกไป 4 นัด ซึ่งรวมถึงในเกมที่แมนฯ ซิตี้ เสมอกับอาร์เซนอลที่โรดรีได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้เข่าฉีกด้วย

 

 

หลังจากนั้นเป็นต้นมา แม้จะกลับมาลงสนามได้สภาพร่างกายของเขาดูทรุดหนักพอๆ กับฟอร์มการเล่นของซิตี้

 

จังหวะการเล่นที่เคยทำได้ง่ายๆ ก็กลายเป็นเรื่องยาก และดูต้องพยายามอย่างมากในการที่จะตามทั้งเพื่อนและคู่แข่งให้ทัน

 

มันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ตัดสินใจเริ่มดรอปเขาจากการเป็นตัวหลักของทีม ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการพยายามค้นหาคำตอบของกุนซือชาวคาตาลันด้วยในการจะหยุดผลงานที่เลวร้ายของซิตี้ แต่อีกส่วนนั้นมันก็เป็นการบอกโดยนัยอยู่แล้ว

 

ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นจะกลับมายึดตัวจริงได้อีกครั้ง พร้อมกับการที่ทีมเริ่มทำผลงานได้ดีขึ้นบ้าง มีส่วนในการช่วยทำให้ทีมกลับมาคว้าชัยชนะได้อีกครั้งในเกมกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 3-0 (1 ประตู 1 แอสซิสต์) และมีช่วงเวลาที่ดีในเดือนมกราคมที่ผ่านมาที่สามารถทำแอสซิสต์ได้ติดต่อกัน 3 นัด (เวสต์แฮม, เบรนต์ฟอร์ด, อิปสวิช)

 

แต่การเป็นตัวสำรองไม่ได้ลงสนามในนัดสำคัญอย่างยิ่งยวดกับเรอัล มาดริด และเกมกับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด มันคล้ายเป็นการบอกว่าในยามที่ซิตี้ต้องการใครสักคนที่จะพาทีมรอดพ้นวิกฤต แต่เดอ บรอยน์ เหมือนจะไม่ใช่คนนั้นของเป๊ปแล้ว

 

การได้โอกาสลงสนามตัวจริงในวันที่พบกับลิเวอร์พูลเหมือนเป็นการทดสอบและการพิสูจน์

 

ไม่ใช่เฉพาะสำหรับเป๊ป แต่สำหรับตัวและใจของเดอ บรอยน์ ด้วยว่าเขายังเหลือไฟและเหลือลายอีกมากแค่ไหนสำหรับการลงเล่นในระดับสูงสุด

 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามนั้นเป็นภาพที่เห็นแล้วทรมานใจคนที่รักและชื่นชมศิลปินลูกหนังชาวเบลเยียมคนนี้อย่างยิ่ง ต่อให้จะไม่ใช่แฟนของแมนฯ ซิตี้ก็ตาม

 

ผู้รู้ในวงการฟุตบอลมากมายเปรียบฟอร์มการเล่นของเดอ บรอยน์ ในเกมที่เอติฮัดสเตเดียมว่า “ยากที่จะทำใจดู”

 

เดอ บรอยน์ ในความทรงจำของเราไม่ใช่แบบนี้

 

ไม่ใช่เพราะขี้เกียจหรือไม่พยายาม แต่เพราะรู้ว่าพยายามแล้วพยายามอีกแต่ร่างกายกับสมองมันไปด้วยกันไม่ได้แล้ว

 

ความจริงมันก็เป็นเรื่องปกติของโลก ทุกอย่างเสื่อมถอยตามกาลเวลา อยู่ที่ว่าจะทำใจยอมรับกับมันได้มากหรือน้อย เร็วหรือช้า

 

ต่อให้เก่งเป็นยอดมนุษย์แค่ไหน สักวันเวลาแบบนี้ย่อมมาถึง

 

 

เรื่องนี้จึงเป็นคำถามที่เป๊ปเองก็ตั้งโจทย์เอาไว้ให้กับนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ของชาวซิตี้เซนส์ว่าถึงเวลาที่เขาจะต้อง ‘ซื่อสัตย์’ กับความรู้สึกของตัวเองแล้ว

 

โดยสถานการณ์เวลานี้เดอ บรอยน์ กำลังจะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาล ชื่อชั้นเชิงบอลของเขายังเป็นที่ปรารถนาของหลายสโมสร โดยเฉพาะในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ที่ทีมชิคาโก ไฟร์ อยากได้นักเตะมันสมองดีคนนี้ไปเล่นด้วย และเชื่อว่าจะทำได้ดีไม่ต่างจากยอดนักเตะคนอื่นๆ ที่ย้ายมาในระยะหลัง โดยเฉพาะในทีมอินเตอร์ ไมอามี ที่มีทั้งลิโอเนล เมสซี, หลุยส์ ซัวเรซ,​ เซร์จิโอ บุสเกตส์ และ จอร์ดี อัลบา

 

นอกจากนี้สโมสรในซาอุดีโปรลีกเองก็พร้อมทุ่มไม่อั้น ซึ่งเดอ บรอยน์ เองก็เคยเปรยเป็นนัยว่าเขาพร้อมพิจารณาข้อเสนอเช่นกัน

 

แต่ในเวลาเดียวกันก็มีกระแสข่าวว่าเขากำลังพิจารณาที่จะต่อสัญญาและยอมรับบทบาทในการเป็นแค่นักเตะตัวประกอบของทีม (Bit-part player) ที่จะได้โอกาสในการลงสนามบ้างแค่ประปราย

 

ไม่แน่ใจนักว่าเป็นเพราะเขาได้เจอกับ โม ซาลาห์ ที่อายุน้อยกว่าปีเดียวแต่สภาพร่างกายฟิตแข็งแกร่งและยิ่งเล่นก็ยิ่งเปล่งประกายจนทำให้เริ่มคิดที่อยากจะกลับมาเรียกฟอร์มการเล่นแบบเก่าๆ หรือไม่

 

อย่างไรก็ดี สุดท้ายคนที่จะต้องตอบคำถามคือเดอ บรอยน์

 

ด้วยสถานะระดับตำนาน ซิตี้และเป๊ปพร้อมทำตามทุกอย่างอยู่แล้วไม่มีเงื่อนไขตั้งแง่ให้มากมายเหมือนกรณีของซาลาห์, เวอร์จีล ฟาน ไดค์ เพื่อนซี้ต่างสโมสรที่ไปรับไปส่งลูกที่โรงเรียนด้วยกัน ซึ่งยังไม่รู้อนาคตว่าจะลงเอยอย่างไรกับลิเวอร์พูล

 

แต่จากที่ได้เห็นและเป็นอยู่

 

ของบางอย่างเมื่อมันผ่านไปแล้วมันหวนย้อนกลับมาไม่ได้

 

สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเดอ บรอยน์ อาจเป็นการจบทุกอย่างเอาไว้แค่นี้ ซึ่งเอาเข้าจริงระหว่างเขากับแมนฯ ซิตี้ หรือแม้แต่กับใครก็ตามมันไม่มีอะไรต้องพิสูจน์แล้ว

 

6 แชมป์พรีเมียร์ลีก, 2 แชมป์เอฟเอ คัพ, 5 แชมป์เอฟเอ คัพ,​ 1 แชมเปียนส์ ลีก

 

นี่คือกองกลางอัจฉริยะที่ดีและเก่งที่สุดคนหนึ่งตลอดกาล

 

เป็นหนึ่งไม่มีสอง ไม่เป็นรองใครทั้งนั้น

 

อ้างอิง:

The post สูงสุดคืนสู่สามัญ ถึงเวลา เควิน เดอ บรอยน์ ต้องไป? appeared first on THE STANDARD.

]]>
12 สุดยอดนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในศตวรรษที่ 21 https://thestandard.co/12-best-footballers-21st-century/ Sat, 23 Nov 2024 07:18:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1011986

ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษนับจากปี 2000 มีนักเตะฝีเท้าฉก […]

The post 12 สุดยอดนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในศตวรรษที่ 21 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษนับจากปี 2000 มีนักเตะฝีเท้าฉกาจมากมายได้โอกาสลงสนามไปประลองฝีเท้าให้แฟนบอลได้ชมกันตลอดทุกปี และเมื่อเร็วๆ นี้ ESPN สื่อดังของอเมริกา จัดอันดับนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในศตวรรษที่ 21

 

THE STANDARD SPORT ขอหยิบยก 12 นักเตะที่ ESPN จัดอันดับเป็นแข้งที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา เพื่อดูว่ามีนักเตะชื่อดังคนไหนติดอยู่ในลิสต์นี้บ้าง

 

และสำหรับแฟนบอลทุกท่าน ใครคือนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในศตวรรษที่ 21 มาคอมเมนต์บอกกันได้เลย

 

The post 12 สุดยอดนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในศตวรรษที่ 21 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดลิสต์ 10 นักเตะทำรายได้สูงสุดปี 2024 https://thestandard.co/top-10-highest-paid-footballers-in-2024/ Tue, 22 Oct 2024 23:42:11 +0000 https://thestandard.co/?p=999115

เมื่อไม่นานมานี้นิตยสาร Forbes จัดอันดับ 10 นักฟุตบอลที […]

The post เปิดลิสต์ 10 นักเตะทำรายได้สูงสุดปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อไม่นานมานี้นิตยสาร Forbes จัดอันดับ 10 นักฟุตบอลที่ทำรายได้มากที่สุดประจำปี 2024 และแน่นอนว่าอันดับ 1-2 ยังคงมีชื่อของ คริสเตียโน โรนัลโด และ ลิโอเนล เมสซี ติดชาร์ตเศรษฐีลูกหนังอย่างต่อเนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา

 

ส่วนอันดับอื่นๆ จะมีใครอยู่ในลิสต์บ้าง ไปดูพร้อมกันเลย

 

 

ภาพประกอบ: พุทธิพงศ์ โรจน์ศตพงค์

อ้างอิง:

The post เปิดลิสต์ 10 นักเตะทำรายได้สูงสุดปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์ ชายผู้ได้รางวัลแห่งฤดูกาลโดยไม่ได้รางวัลประจำเดือน https://thestandard.co/kevin-de-bruyne-the-man-who-won-the-season-award/ Tue, 10 Sep 2024 04:09:53 +0000 https://thestandard.co/?p=981665

เควิน เดอ บรอยน์ ครองสถิติสุดแปลกอย่างการที่เขาเป็นนักเ […]

The post เควิน เดอ บรอยน์ ชายผู้ได้รางวัลแห่งฤดูกาลโดยไม่ได้รางวัลประจำเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>

เควิน เดอ บรอยน์ ครองสถิติสุดแปลกอย่างการที่เขาเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลมาแล้วถึง 2 สมัย แต่กลับไม่เคยได้นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

แล้วคุณคิดว่าเพราะอะไร ทำไมเขาถึงทำสถิติแบบนี้ได้?

 

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post เควิน เดอ บรอยน์ ชายผู้ได้รางวัลแห่งฤดูกาลโดยไม่ได้รางวัลประจำเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดอ บรอยน์ สั่งทำ iPhone ทองคำขาวให้เพื่อนเมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมา https://thestandard.co/de-bruyne-platinum-iphones/ Fri, 15 Mar 2024 06:05:13 +0000 https://thestandard.co/?p=911461 เควิน เดอ บรอยน์ สั่งทำ iPhone ให้เพื่อน

ฤดูกาลที่แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้า 3 แชมป์มาครองได้อย่ […]

The post เดอ บรอยน์ สั่งทำ iPhone ทองคำขาวให้เพื่อนเมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์ สั่งทำ iPhone ให้เพื่อน

ฤดูกาลที่แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้า 3 แชมป์มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ และนั่นทำให้นักเตะหลายๆ คนทำอะไรเพื่อฉลองแชมป์ บ้างเป็นรอยสัก บ้างเป็นปาร์ตี้ แต่ เควิน เดอ บรอยน์ ทำอะไรที่ไม่ธรรมดากว่านั้น

 

นักเตะที่ ‘ให้บอลแม่นมาก’ คนนี้ได้สั่งให้ iDesign Gold ทำ iPhone 14 รุ่นพิเศษ จำนวน 26 เครื่อง สำหรับเพื่อนนักเตะในทีมแต่ละคน โดยมีชื่อและหมายเลขของพวกเขาสลักอยู่ด้านหลัง ซึ่งวัสดุที่ใช้ประดับเป็นทองคำขาวหรือแพลทินัม ทำให้มีมูลค่าอยู่ที่เครื่องละ 5,000 ปอนด์ หรือราว 227,000 บาทเลยทีเดียว

 

น่าคิดว่า บรรดาเพื่อนนักเตะที่ได้ไปจะเอาไปตั้งโชว์หรือเอาไปใช้งานมากกว่ากัน?

 

 

อ้างอิง:

The post เดอ บรอยน์ สั่งทำ iPhone ทองคำขาวให้เพื่อนเมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์ ขึ้นอันดับ 3 Top Assists พรีเมียร์ลีก ตลอดกาล https://thestandard.co/kevin-de-bruyne-3-top-assists/ Thu, 01 Feb 2024 05:37:24 +0000 https://thestandard.co/?p=894703 Kevin De Bruyne

เควิน เดอ บรอยน์ ทำแอสซิสต์ไปแล้ว 104 ครั้ง ทำให้เขาขึ้ […]

The post เควิน เดอ บรอยน์ ขึ้นอันดับ 3 Top Assists พรีเมียร์ลีก ตลอดกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kevin De Bruyne

เควิน เดอ บรอยน์ ทำแอสซิสต์ไปแล้ว 104 ครั้ง ทำให้เขาขึ้นอันดับที่ 3 ของผู้ที่ทำแอสซิสต์ของพรีเมียร์ลีกมากที่สุดตลอดกาล

 

เขาเป็นคนเดียวใน Top 5 รายชื่อที่ยังเล่นอยู่ และยังมีเวลาในการเล่นเหลืออีกไม่น้อย 

 

และเขาจะสามารถแซงหน้าทั้ง เชส ฟาเบรกาส กับ ไรอัน กิกส์ ขึ้นไปเป็นนักเตะที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกหรือไม่?

 

Kevin De Bruyne

 

อ้างอิง:

The post เควิน เดอ บรอยน์ ขึ้นอันดับ 3 Top Assists พรีเมียร์ลีก ตลอดกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์ ติดทีมแห่งปีของ EA SPORTS FC 7 ปีติดต่อกัน https://thestandard.co/kdb-toty-ea-sports-fc-7-yrs/ Tue, 23 Jan 2024 04:47:15 +0000 https://thestandard.co/?p=890980

EA SPORTS FC หรือในชื่อเดิมคือเกม FIFA ประกาศรายชื่อทีม […]

The post เควิน เดอ บรอยน์ ติดทีมแห่งปีของ EA SPORTS FC 7 ปีติดต่อกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

EA SPORTS FC หรือในชื่อเดิมคือเกม FIFA ประกาศรายชื่อทีมยอดเยี่ยมแห่งปี 2023 ออกมาแล้ว

 

และที่น่าประทับใจคือ ในปีนี้ยังมีชื่อของ เควิน เดอ บรอยน์ ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ EA SPORTS FC อีกครั้ง โดยนี่เป็นครั้งที่ 7 แล้วที่เขาได้รับเกียรตินี้

 

โดยตัวเลข 7 ครั้งทำให้เขากลายเป็นกองกลางที่ได้รับรางวัลนี้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วย

 

 

อ้างอิง:

The post เควิน เดอ บรอยน์ ติดทีมแห่งปีของ EA SPORTS FC 7 ปีติดต่อกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์ กลับมาพร้อมฟอร์มเก่งในปี 2024 https://thestandard.co/kevin-de-bruyne-2024/ Mon, 15 Jan 2024 05:38:33 +0000 https://thestandard.co/?p=887796 เควิน เดอ บรอยน์

นับจากนี้ เกมอาจจะเปลี่ยนเล็กน้อย?   การกลับมาของ […]

The post เควิน เดอ บรอยน์ กลับมาพร้อมฟอร์มเก่งในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์

นับจากนี้ เกมอาจจะเปลี่ยนเล็กน้อย?

 

การกลับมาของ ‘เควิน เดอ บรอยน์’ จอมทัพคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเวอร์ชัน 2024 สามารถสร้างอิมแพ็กต์และผลงานอันยอดเยี่ยมให้ทีมได้ทันทีที่ถูกส่งลงสนาม แม้จะหายไปรักษาอาการบาดเจ็บนานกว่า 4 เดือน

 

เดอ บรอยน์กลับมาลงสนามในปี 2024 ด้วยการลงเป็นตัวสำรองทั้ง 2 นัด รวมเป็นเวลา 54 นาที แต่สามารถยิง 1 แอสซิสต์ 2 จากลงเล่นใน 2 รายการ

 

ตั้งแต่การช่วยทีมไล่ต้อนฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 5-0 ตีตั๋วเข้ารอบ 4 ศึกเอฟเอคัพ และล่าสุดคือพาทัพเรือใบสีฟ้าบุกแซงชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-2 พร้อมเก็บ 3 แต้มสำคัญที่พาให้พวกเขาขยับรั้งอันดับ 2 ของตารางคะแนน ไล่จี้จ่าฝูงลิเวอร์พูลเพียง 2 แต้มเท่านั้น

 

เควิน เดอ บรอยน์

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post เควิน เดอ บรอยน์ กลับมาพร้อมฟอร์มเก่งในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยืนยัน เควิน เดอ บรอยน์ บาดเจ็บบริเวณแฮมสตริง คาดพักราว 3-4 เดือน และอาจต้องผ่าตัด https://thestandard.co/pep-guardiola-confirmed-kevin-de-bruyne-hamstring-injury/ Wed, 16 Aug 2023 01:21:04 +0000 https://thestandard.co/?p=829725 เควิน เดอ บรอยน์

วันนี้ (15 สิงหาคม) เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมแมนเชส […]

The post เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยืนยัน เควิน เดอ บรอยน์ บาดเจ็บบริเวณแฮมสตริง คาดพักราว 3-4 เดือน และอาจต้องผ่าตัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์

วันนี้ (15 สิงหาคม) เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันว่า เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพวัย 32 ปี จะเข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อแฮมสตริง ซึ่งจะพลาดลงสนามช่วยทีมเป็นเวลา 3-4 เดือน และอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดด้วย

 

โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เดอ บรอยน์ มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนมาตั้งแต่ปลายฤดูกาลก่อน ซึ่งอาการบาดเจ็บล่าสุดเกิดขึ้นในเกมที่แมนฯ ซิตี้เอาชนะเบิร์นลีย์ 3-0 เมื่อเขามีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังหรือกล้ามเนื้อแฮมสตริง (ตามรายงานก่อนหน้านี้) จนถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 23 ของเกม

 

“มันเป็นอาการบาดเจ็บที่หนัก เราต้องตัดสินใจว่าเขาจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือไม่

 

“การตัดสินใจเกี่ยวกับการผ่าตัดจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และเขาอาจพลาดการลงสนามไป 3-4 เดือน” กวาร์ดิโอลากล่าว

 

ทั้งนี้ ทัพ ‘เรือใบสีฟ้า’ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังมีคิวลงเล่นศึกชิงถ้วยยูฟ่าซูเปอร์คัพ 2023 กับเซบียา ในคืนวันพุธที่ 16 สิงหาคม เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

อ้างอิง:

The post เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยืนยัน เควิน เดอ บรอยน์ บาดเจ็บบริเวณแฮมสตริง คาดพักราว 3-4 เดือน และอาจต้องผ่าตัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์ บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง รับฤดูกาลใหม่พรีเมียร์ลีก https://thestandard.co/kevin-de-bruyne-injury-before-premier-league/ Sat, 12 Aug 2023 03:12:23 +0000 https://thestandard.co/?p=828552 เควิน เดอ บรอยน์

เช้าวันนี้ (12 สิงหาคม) สำนักข่าว BBC รายงานข่าวว่า เคว […]

The post เควิน เดอ บรอยน์ บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง รับฤดูกาลใหม่พรีเมียร์ลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์

เช้าวันนี้ (12 สิงหาคม) สำนักข่าว BBC รายงานข่าวว่า เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะต้องพักรักษาตัวสักระยะหนึ่ง หลังจากได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังหรือกล้ามเนื้อแฮมสตริงในเกมเอาชนะเบิร์นลีย์ 3-0 

 

เดอ บรอยน์ ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 23 ของเกมเปิดฤดูกาลศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

 

เดอ บรอยน์ มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนมาตั้งแต่ปลายฤดูกาลก่อน หลังลงเล่นได้แค่ 36 นาที ในเกมนัดชิงชนะเลิศศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกที่ ‘เรือใบสีฟ้า’ เอาชนะอินเตอร์ มิลาน 1-0 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

 

โดยหลังจบเกม เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมแมนฯ ซิตี้ เปิดเผยกับรายการ BBC Match of the Day ว่า “เขาโชคไม่ดีที่ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง

 

“มันเป็นตำแหน่งเดียวกับที่เขาบาดเจ็บในแชมเปียนส์ลีก (นัดชิงชนะเลิศ) และเขาจะต้องพักสักระยะหนึ่ง”

 

เดอ บรอยน์ ยิงไป 10 ประตู และทำอีก 31 แอสซิสต์ มีส่วนสำคัญในการพาแมนฯ ซิตี้คว้าทริปเปิลแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

 

ทั้งนี้ เขาเปิดเผยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่าต้องลงเล่นพร้อมกับความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บที่แฮมสตริงในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของฤดูกาลก่อน

 

อ้างอิง:

The post เควิน เดอ บรอยน์ บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง รับฤดูกาลใหม่พรีเมียร์ลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดอ บรอยน์ กด 2 ให้แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านชนะอาร์เซนอล 4-1 จี้จ่าฝูงเหลือ 2 แต้ม https://thestandard.co/kevin-de-bruyne-scored-2-for-manchester-city/ Thu, 27 Apr 2023 01:54:54 +0000 https://thestandard.co/?p=781976 เดอ บรอยน์

วันนี้ (27 เมษายน) การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2022/23 […]

The post เดอ บรอยน์ กด 2 ให้แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านชนะอาร์เซนอล 4-1 จี้จ่าฝูงเหลือ 2 แต้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดอ บรอยน์

วันนี้ (27 เมษายน) การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2022/23 ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ อาร์เซนอล ที่สนามเอติฮัด สเตเดียม

 

เกมครึ่งแรกเริ่มได้ 7 นาที เจ้าบ้านออกนำไวจากจังหวะที่ เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ พักบอลให้ เควิน เดอ บรอยน์ ได้วิ่งพาบอลลากเข้ากรอบเขตโทษไปยิงแบบคมๆ ช่วยแมนฯ ซิตี้ ออกนำ 1-0

 

นาทีที่ 23 เดอ บรอยน์ ได้ลากบอลไปลุ้นยิงอีกครั้ง แต่รอบนี้ เบน ไวท์ วิ่งมาบล็อกบอลไว้ได้ทัน และถัดจากนั้น 2 นาที เป็นฮาลันด์ได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่ อารอน แรมเดลส์ ยังเซฟไว้ได้ทัน

 

นาทีที่ 40 อิลคาย กุนโดกัน ตั้งบอลให้ฮาลันด์ได้บรรจงยิงเน้นๆ แต่แรมเดลส์ยังปฏิกิริยาไว ล้มตัวเซฟบอลไว้ได้

 

ก่อนหมดครึ่งแรกเจ้าบ้านมาได้ประตูเพิ่มจากลูกฟรีคิกของ เดอ บรอยน์ เปิดไปให้ จอห์น สโตนส์ ได้โหม่งบอลเข้าประตูไป แม้จะถูกเป่าให้เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน แต่เมื่อเช็ก VAR ปรากฏว่าสโตนส์ยังอยู่ในไลน์ทำประตู จึงทำให้แมนฯ ซิตี้ นำห่างที่ 2-0 และจบครึ่งแรกที่สกอร์นี้

 

นาทีที่ 53 เดอ บรอยน์ ตัดบอลจากแดนกลางของอาร์เซนอล จากนั้นป้ายบอลให้ฮาลันด์ได้วิ่งกดดันกองหลังคู่แข่ง ก่อนที่ฮาลันด์จะจ่ายบอลต่อให้ เดอ บรอยน์ ที่วิ่งทำทางได้หามุมยิงเข้าไปแบบเฉียบคม แมนฯ ซิตี้ นำห่าง 3-0

 

นาทีที่ 86 จังหวะขึ้นเกมทางขวา เลอันโดร ทรอสซาร์ด จ่ายบอลให้ ร็อบ โฮลดิง ได้บรรจงยิงเน้นๆ พาให้อาร์เซนอลไล่มาเป็น 1-3

 

นาทีที่ 90+5 ฮาลันด์มายิงปิดกล่องได้สำเร็จในช่วงท้ายเกม พาให้ทีมนำห่าง 4-1

 

หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่มเติม จบเกมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะอาร์เซนอล 4-1 เก็บ 3 แต้ม เพิ่มเป็น 73 แต้ม ยังอยู่ที่อันดับ 2 โดยมีช่องว่างตามหลังจ่าฝูงอาร์เซนอลเหลือเพียง 2 แต้ม และมีโปรแกรมแข่งน้อยกว่า 2 นัด

The post เดอ บรอยน์ กด 2 ให้แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านชนะอาร์เซนอล 4-1 จี้จ่าฝูงเหลือ 2 แต้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดลิสต์ 11 แข้งติดทีมยอดเยี่ยมฟิฟโปร 2022 https://thestandard.co/11-players-fifpro-world-xi/ Tue, 28 Feb 2023 06:54:10 +0000 https://thestandard.co/?p=756590 11 แข้งติดทีมยอดเยี่ยมฟิฟโปร 2022

อีกหนึ่งไฮไลต์ในงานประกาศรางวัล The Best FIFA Football […]

The post เปิดลิสต์ 11 แข้งติดทีมยอดเยี่ยมฟิฟโปร 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
11 แข้งติดทีมยอดเยี่ยมฟิฟโปร 2022

อีกหนึ่งไฮไลต์ในงานประกาศรางวัล The Best FIFA Football Awards 2022 ที่นอกจากจะได้เห็นนักเตะ-โค้ชจากทัพฟ้า-ขาว ทีมชาติอาร์เจนตินาพาเหรดรับรางวัลกันอย่างล้นหลาม และเจ้าของรางวัลในสาขาต่างๆ มากมายแล้ว

 

สิ่งที่แฟนบอลให้ความสนใจไม่แพ้กันคือ 11 ผู้เล่นที่ติดทีมยอดเยี่ยมฟิฟโปร 2022 หรือ FIFPRO World XI

 

โดย 11 ผู้เล่นที่ติดทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2022 ของฟีฟ่า ประกอบด้วย 

 

  • ผู้รักษาประตู: ติโบต์ กูร์กตัวส์
  • กองหลัง: อัชราฟ ฮาคิมี, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ ชูเอา คันเซโล
  • กองกลาง: เควิน เดอ บรอยน์, คาเซมิโร และ ลูกา โมดริช
  • กองหน้า/แนวรุก: ลิโอเนล เมสซี, คีเลียน เอ็มบัปเป, คาริม เบนเซมา และ เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์

 

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post เปิดลิสต์ 11 แข้งติดทีมยอดเยี่ยมฟิฟโปร 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 ซูเปอร์สตาร์ที่อย่าได้คลาดสายตา ในฟุตบอลโลก 2022 https://thestandard.co/worldcup2022-17112022-2/ Thu, 17 Nov 2022 10:10:06 +0000 https://thestandard.co/?p=710989

ในฟุตบอลโลก 2022 ครั้งนี้จะมีนักฟุตบอลจำนวน 832 คน จาก […]

The post 10 ซูเปอร์สตาร์ที่อย่าได้คลาดสายตา ในฟุตบอลโลก 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในฟุตบอลโลก 2022 ครั้งนี้จะมีนักฟุตบอลจำนวน 832 คน จาก 32 ชาติ เข้าร่วมการชิงชัยความเป็นหนึ่งของโลกลูกหนัง

 

จากจำนวนนักเตะ 832 คนนี้ มีนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์อยู่ 10 คนที่เราอยากให้จับตามองเป็นพิเศษสำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้ ที่น่าจะเป็นแสงสว่างในการแข่งขันฟุตบอลโลกกลางทะเลทราย

 

ไม่ต้องพูดเยอะ ไปดูกันเลยว่ามีใครบ้าง! 🙂

 


 

  • เกาะติดการแข่งขันบอลโลก 2022’ รายงานสดการแข่งขัน โปรแกรม พร้อมกับเรื่องราวที่น่าสนใจในศึกฟุตบอลโลก ที่ thestandard.co/worldcup2022

 


 

 

เนย์มาร์ (บราซิล)

จริงอยู่ที่ ‘ลา เซเลเซา’ ชุดนี้จะมีขุมกำลังแนวรุกที่จัดจ้านอย่างมากด้วยนักเตะอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์, โรดริโก, แอนโทนี, ราฟินญา, ริชาร์ลิสัน แต่คนที่ถือเป็น ‘พระเอก’ ตัวจริงคือเจ้าชายลูกหนังของชาวบราซิลอย่างเนย์มาร์อยู่ดี

 

เนย์มาร์ คือนักฟุตบอลในคำทำนายที่จะพาบราซิลกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหลังสิ้นสุดยุคของ ‘อิล เฟโนเมโน’ โรนัลโด นาซาริโอ แต่คำทำนายนั้นไม่เป็นจริงในปี 2014 ที่เขาโชคร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสในระหว่างการแข่งขัน และในปี 2018 ที่ฟอร์มการเล่นตกต่ำและมีปัญหาเรื่องทัศนคติการเล่น

 

ครั้งนี้เนย์มาร์ในวัย 30 ปีกลับมาอยู่ในช่วงที่ฟอร์มการเล่นดีอีกครั้ง นอกจากฝีเท้าจัดจ้าน ยังมีความเป็นผู้นำที่เด่นชัดขึ้นด้วย และการที่เจ้าตัวบอกว่าไม่รู้จะมีโอกาสเล่นฟุตบอลโลกอีกไหม หมายถึงครั้งนี้จะเป็นฟุตบอลโลกที่เขาทุ่มสุดตัวอย่างแน่นอน

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติบราซิล (Brazil national football team)

 


 

 

คาริม เบนเซมา (ฝรั่งเศส)

เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์คนล่าสุด เบนเซมาห่างหายจากฟุตบอลโลกมานานเพราะเพิ่งกลับมาติดทีมชาติฝรั่งเศสอีกครั้งในศึกยูโร 2020 เมื่อปีที่ผ่านมา แต่เมื่อกลับมาแล้วก็สามารถเป็นที่พึ่งพาของทีมได้ โดยเฉพาะการประสานงานร่วมกับ คีเลียน เอ็มบัปเป นักเตะที่เป็นความหวังสูงสุดของทีม

 

แต่ในยามที่เอ็มบัปเปดูมีปัญหาเรื่องของทัศนคติในการเล่นกับสโมสร ฝีเท้าและประสบการณ์ที่บ่มเพาะมาถึงขีดสุดของเบนเซมา ทำให้เขาจะเป็นคนที่ ‘เลส์ เบลอส์’ ฝากความหวังได้ เพราะอาจจะไม่มีฟุตบอลโลกครั้งต่อไปสำหรับตัวเขาอีกแล้ว สตาร์ในวัย 34 ปีจะงัดทุกอย่างออกมาอย่างไม่ต้องสงสัย

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส (France national football team)

 


 

 

แฮร์รี เคน (อังกฤษ)

ทีม ‘สิงโตคำราม’ ทำผลงานได้ดีเกินความคาดหมายใน 2 รายการระดับเมเจอร์ล่าสุดอย่างฟุตบอลโลก 2018 ที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ และฟุตบอลยูโร 2020 ที่ไปถึงรอบชิงชนะเลิศ และได้ชิงในบ้านด้วย แต่พลาดท่าพ่ายอิตาลีไปแบบเจ็บปวด

 

คนสำคัญของอังกฤษคือ แฮร์รี เคน ศูนย์หน้ากัปตันทีมที่เป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสจริงๆ คนเดียวในทีมที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ และแม้จะมีคนทัดทานว่าสภาพร่างกายของดาวยิงวัย 30 ปีตอนนี้อาจจะไม่สดมากนักเพราะกรำศึกหนักมาตลอด แต่ฟอร์มในพรีเมียร์ลีกช่วงหลังดูเหมือนกัปตันสิงโตจะกลับมาเข้าฝักยิงคมกริบอีกครั้ง

 

นี่อาจจะเป็นฟุตบอลโลกที่เคนฉายแสงเต็มๆ

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ (England National Football Team)

 


 

 

เควิน เดอ บรอยน์ (เบลเยียม) 

ผู้นำรุ่นปัจจุบันแห่ง Golden Generation ของเบลเยียม ที่แม้เพื่อนๆ จะโรยราลงมามากตามวัย แต่ฟอร์มการเล่นของ เควิน เดอ บรอยน์ ไต่ระดับมาถึงจุดพีคของชีวิต และพีคต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 แล้ว

 

‘ร่างทอง’ ของเดอ บรอยน์ สามารถเสกได้ทุกอย่างในสนาม และชวนให้คิดถึงเทพนิยายของ ซีเนดีน ซีดาน ที่แบกทีมชาติฝรั่งเศสในปี 2006 จนถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนความฝันจะพังทลายลงหลังจากที่โดน มาร์โก มาเตรัซซี กองหลังอิตาลีปั่นหัวจนตบะแตก

 

เราจะได้เห็นร่างทองของ KDB ไหมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ น่าติดตามมากๆ

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติเบลเยียม (Belgium national football team)

 


 

 

คริสเตียโน โรนัลโด (โปรตุเกส)

ถึงสภาพของ ‘CR7’ จะยับเยินแค่ไหนในเวลานี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เราละสายตาไปจากสุดยอดนักเตะตลอดอย่างโรนัลโดได้เด็ดขาด

 

ในวัย 37 ปี สภาพร่างกายที่แข็งแกร่งเหมือนเทพเจ้าของเขาอาจจะดูโรยราลงไปบ้าง และฟอร์มการเล่นก็ย่ำแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่การเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสที่องค์ประกอบทุกอย่างถูกสร้างมาเพื่อตอบสนองเขา มันแตกต่างจากการอยู่ในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาก

 

สิ่งเดียวที่โรนัลโดจะต้องทำเร็วที่สุดคือการเคลียร์ใจกับทีมไม่ให้เหลืออะไรติดค้างในใจกันก่อนลงสนาม ถ้าทำได้เราอาจจะได้เห็นเขาสร้างสถิติอะไรสักอย่างในฟุตบอลโลกหนนี้ก็ได้

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกส (Portugal national football team)

 


 

 

ซนฮึงมิน (เกาหลีใต้)

นักฟุตบอลจากเอเชียคนเดียวที่ได้รับการยกย่องว่าไปถึงระดับโลกในตอนนี้ ซึ่งแม้อาตี๋ซนจะโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนักที่บริเวณกระดูกเบ้าตาจนต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่ฝีมือหมอเกาหลี (เดี๊ยว!) ทำให้ไม่มีปัญหาที่จะกลับมาลงสนามได้ทันเวลา

 

ซนเองก็อยู่ในวัยพีคของชีวิตเช่นกันกับตัวเลข 30 ขวบ และเขาคือความหวังสูงสุดไม่ใช่เฉพาะแค่เกาหลีใต้ แต่อาจรวมถึงทั้งเอเชียที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘บูรพาไม่แพ้’ เป็นอย่างไร

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติเกาหลีใต้ (South Korea national football team)

 


 

 

เปดรี (สเปน)

ในฟุตบอลยูโร 2020 เปดรีคือความมหัศจรรย์ที่ไม่มีใครคาดคิด กองกลางเด็กน้อยวัยกระเตาะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของทีมชาติสเปน และยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นสตาร์รุ่นใหม่ที่ชวนให้คิดถึงรุ่นพี่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ หรือ อันเดรส อิเนียสตา ขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาดใจ

 

ฟุตบอลโลกครั้งนี้เปดรีในวัย 19 ปี (ย้ำ 19 ปี!) ไม่ได้เป็นแค่ความหวังของทีมชาติสเปน แต่เป็นความหวังของวงการฟุตบอลที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าอายุเป็นแค่ตัวเลขเท่านั้น หากเก่งพอก็คือเก่งพอ

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติสเปน (Spain national football team)

 


 

 

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี (โปแลนด์)

หนึ่งในกลุ่มของนักเตะระดับ ‘ซูเปอร์แมน’ ของโลก ฟอร์มของเลวานดอฟสกีในช่วง 2 ปีมานี้อาจจะไม่พีคเหมือนช่วงก่อนหน้านี้นัก แต่ไม่ได้หมายความว่า ‘พลัง’ ของเขาจะลดลงไปแต่อย่างใด

 

กองหน้าตัวเป้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมายังคงแข็งแกร่ง หาตำแหน่งเยี่ยม และการจบสกอร์คมกริบในระดับที่อย่าได้ปล่อยให้อยู่คนเดียวโล่งๆ ในกรอบเขตโทษทีเดียว

 

โป้ง หาย แน่นอน

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติโปแลนด์ (Poland national football team)

 


 

 

ซาดิโอ มาเน (เซเนกัล)

ความหวังของชาวเซเนกัลและความภูมิใจของชาวแอฟริกา ซาดิโอ มาเน พาทีมชาติคว้าแชมป์แอฟริกาคัพออฟเนชันส์ได้เมื่อต้นปี เอาชนะ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ เพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล (ในขณะนั้น) คว้าสิทธิ์มาแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จ

 

ปัญหาคือมาเนเกิดบาดเจ็บที่กระดูกหน้าแข้งในช่วงก่อนฟุตบอลโลกจะเริ่มแค่ไม่ถึง 2 สัปดาห์ ซึ่งเดิมถูกคาดหมายว่าอาจจะกลับมาไม่ไหว แต่สุดท้ายก็ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติเซเนกัลมาด้วย ด้วยหวังว่าอาจจะกลับมาได้สักนัด

 

การลงสนามของมาเนในฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นโมเมนต์ที่น่าจดจำอย่างแน่นอน

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติเซเนกัล (Senegal national football team)

 


 

 

ลิโอเนล เมสซี (อาร์เจนตินา)

The Last Dance สำหรับราชาลูกหนังโลกผู้ไม่เคยไปถึงจุดสูงสุดของโลกลูกหนังอย่างแท้จริง ในวัย 34 ปี เมสซียืนยันว่านี่คือฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา และโชคดีสำหรับพวกเราทุกคนที่ดูเหมือนเมสซีย้อนเวลากลับมาอยู่ในช่วงที่สภาพร่างกายและฟอร์มการเล่นเข้าขั้นมหัศจรรย์อีกครั้ง

 

แชมป์โคปาอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว และแชมป์ฟินาลิสซิมา (อเมริกาใต้ vs. ยุโรป) บ่งบอกว่าอาร์เจนตินายุคนี้มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะประสบความสำเร็จได้ ทีมชุดนี้ยังได้รับการสร้างขึ้นมาเพื่อส่งเมสซีให้ไปถึงความฝันให้ได้สักครั้ง

 

สำหรับเมสซีเองตอนนี้ทุกอย่างถูกขัดเกลามาถึงขีดสุดแล้ว เหมือนยอดยุทธ์ที่ไม่ต้องตวัดกระบี่ก็ทำให้ใบไม้ขาดได้ และเราจะได้เห็นสิ่งนี้แน่นอนในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งคนจำนวนมากอยากเห็นความฝันของเขาเป็นจริงสักครั้ง

 

อ่านต่อ: Team Profile: ฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา (Argentina national football team)

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post 10 ซูเปอร์สตาร์ที่อย่าได้คลาดสายตา ในฟุตบอลโลก 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบลเยียมประกาศ 26 นักเตะลุยฟุตบอลโลกที่กาตาร์ นำทัพโดย เควิน เดอ บรอยน์-โรเมลู ลูกากู https://thestandard.co/26-players-belgium-world-cup-2022/ Thu, 10 Nov 2022 12:41:30 +0000 https://thestandard.co/?p=707405

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) โรเบร์โต มาร์ติเนซ กุนซือทัพ ‘ปีศ […]

The post เบลเยียมประกาศ 26 นักเตะลุยฟุตบอลโลกที่กาตาร์ นำทัพโดย เควิน เดอ บรอยน์-โรเมลู ลูกากู appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) โรเบร์โต มาร์ติเนซ กุนซือทัพ ‘ปีศาจแดงแห่งยุโรป’ ทีมชาติเบลเยียม ประกาศรายชื่อนักเตะทีมชาติ 26 คนลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ โดยรายชื่อผู้เล่นทีมชาติเบลเยียมในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ประกอบไปด้วย

 


 

ผู้รักษาประตู

ติโบต์ กูร์กตัวส์ (เรอัล มาดริด), ซิมง มิโญเลต์ (คลับ บรูกก์), โคเอน คาสตีลส์ (โวล์ฟสบวร์ก)

 

กองหลัง

โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ (แอนต์เวิร์ป), ซีโน เดบาสต์ (อันเดอร์เลชท์), วูท ฟาเอส (เลสเตอร์ ซิตี้), อาร์ตูร์ เตอัต (แรนส์), แยน แฟร์ตองเกน (อันเดอร์เลชท์), ทิโมธี คาสตานเย (เลสเตอร์ ซิตี้), โธมัส มูนิเยร์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

 

กองกลาง

ยานนิค การ์ราสโก (แอตเลติโก มาดริด), ธอร์แกน อาซาร์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), เลอันเดอร์ เดนด็องเกอร์ (แอสตัน วิลลา), อมาโด โอนานา (เอฟเวอร์ตัน), ยูริ ตีเลอมองส์ (เลสเตอร์ ซิตี้), ฮานส์ วานาเคน (คลับ บรูกก์), อักเซล วิตเซล (แอตเลติโก มาดริด)

 

กองหน้า/แนวรุก

ชาร์ลส์ เดอ เคตลาร์ (เอซี มิลาน), เฌเรมี โดกูว์ (แรนส์), เอเดน อาซาร์ (เรอัล มาดริด), ดรีส์ เมอร์เทนส์ (กาลาตาซาราย), เลอันโดร ทรอสซาร์ด (ไบรท์ตัน), มิชี บาตชูอายี (เฟเนร์บาห์เช), โลอีส โอเปนดา (ล็องส์), โรเมลู ลูกากู (อินเตอร์ มิลาน)

 


 

สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2022 ทีมชาติฝรั่งเศสถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม F ร่วมกับแคนาดา โมร็อกโก และโครเอเชีย

 

โดยมีคิวลงประเดิมสนามนัดแรกกับแคนาดาในวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน 2022 เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

The post เบลเยียมประกาศ 26 นักเตะลุยฟุตบอลโลกที่กาตาร์ นำทัพโดย เควิน เดอ บรอยน์-โรเมลู ลูกากู appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์ ได้รับใบอนุญาตประกอบอาชีพ UEFA A Coaching Licence ปูทางสู่การเป็นกุนซือในอนาคต https://thestandard.co/kevin-de-bruyne-recieved-uefa-a-coaching-licence/ Wed, 01 Jun 2022 03:33:25 +0000 https://thestandard.co/?p=636407 เควิน เดอ บรอยน์

วานนี้ (31 พฤษภาคม) เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางวัย 30 ปีจา […]

The post เควิน เดอ บรอยน์ ได้รับใบอนุญาตประกอบอาชีพ UEFA A Coaching Licence ปูทางสู่การเป็นกุนซือในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เควิน เดอ บรอยน์

วานนี้ (31 พฤษภาคม) เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางวัย 30 ปีจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ก้าวเข้าใกล้เส้นทางการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลในอนาคต โดยล่าสุดได้รับใบอนุญาต UEFA A Coaching Licence ซึ่งเป็นระดับรองเพียงแค่ Pro Licence ในการประกอบวิชาชีพโค้ชจากสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เพียงเท่านั้น 

 

สำหรับ เดอ บรอยน์ ได้เริ่มต้นศึกษาการเป็นโค้ชตั้งแต่ปี 2019 ภายใต้การทำงานร่วมกับสหพันธ์ฟุตบอลเบลเยียมเป็นเวลา 3 ปี 

 

ในตอนแรก เดอ บรอยน์ ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้จัดการทีม แต่เขาได้เปิดเผยเมื่อปี 2021 ว่าหลังจากได้ร่วมงานกับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยอดกุนซือชาวสเปน เขาได้รับแรงบันดาลใจในการมุ่งหน้าสู่เส้นทางการเป็นโค้ชอาชีพ เพื่อส่งต่อความรู้ความสามารถในการพัฒนาวงการฟุตบอลของเบลเยียม 

 

ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมามีรายงานว่า เดอ บรอยน์ ได้ทำงานร่วมกับทีมเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในหลายระดับ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลต่อไป 

 

นอกจากนี้ทาง คริสตอฟ เตเฮอร์ ผู้สื่อข่าวเบลเยียม ยังได้เปิดเผยว่า นอกจาก เดอ บรอยน์ แล้ว ยังมีเพื่อนร่วมชาติอย่าง ยูริ ตีเลอมองส์, ดรีส เมอร์เทนส์, แยน แฟร์ตองเกน, เลอันโดร ทรอสซาร์ด และ อักเซล วิตเซล ที่จบคอร์สพร้อมกันอีกด้วย

 

อ้างอิง: 

The post เควิน เดอ บรอยน์ ได้รับใบอนุญาตประกอบอาชีพ UEFA A Coaching Licence ปูทางสู่การเป็นกุนซือในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดอ บรอยน์ ยอมรับร่างกายยังมีผลกระทบจากการติดโรคโควิด ดู Squid Game ในช่วงกักตัว https://thestandard.co/kevin-de-bruyne-admit-his-body-still-effected-by-coronavirus/ Thu, 16 Dec 2021 08:59:47 +0000 https://thestandard.co/?p=572195 Kevin De Bruyne

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีชงของ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพแมนเชส […]

The post เดอ บรอยน์ ยอมรับร่างกายยังมีผลกระทบจากการติดโรคโควิด ดู Squid Game ในช่วงกักตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kevin De Bruyne

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีชงของ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพแมนเชสเตอร์ ซิตี้อย่างแท้จริงหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึง 2 ครั้ง รวมถึงการติดเชื้อโควิด ที่ทำให้ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวกลับมาอย่างเต็มที่ และเปิดเผยว่าได้ใช้เวลาว่างระหว่างกักตัวดูซีรีส์ดังอย่าง Squid Game ด้วย

 

เดอ บรอยน์ เรียกเสียงฮือฮาได้อีกครั้งหลังจากที่ทำคนเดียว 2 ประตูในเกมที่แชมป์พรีเมียร์ลีกถล่มลีดส์​ ยูไนเต็ดแบบไม่ไว้หน้าขาดลอยถึง 7-0 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณครั้งแรกว่า ยอดมิดฟิลด์ชาวเบลเยียมเริ่มเรียกจังหวะการเล่นเดิมๆ กลับมาได้อีกครั้ง

 

ฟอร์มดังกล่าวทำให้เดอ บรอยน์ เริ่มสบายใจขึ้น โดยกล่าวถึงปัญหาการเจ็บป่วยในช่วงปีที่ผ่านมาว่า “จังหวะการเล่นของผมเริ่มดีขึ้น ฤดูกาลนี้มันเป็นแบบนี้ ซึ่งผมก็ทำอะไรไม่ได้ ผมโดนเตะที่หน้า (ในเกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก) โดนหวดเข้าที่ข้อเท้า (ในศึกยูโร 2020) และผมก็ติดโควิดหลังจากนั้น แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของการเล่นฟุตบอล

 

“หลังหายจากโควิดผมกลับมาลงซ้อมหนักเท่าที่ผมจะทำได้ ซึ่งตามตารางมันไม่ง่ายเลยสำหรับผม แต่ผมก็พยายามทำทุกอย่างให้ดี ผมลงเล่น 2 เกม และได้เป็นตัวสำรอง 2 เกม ซึ่งผมก็พยายามทำในสิ่งที่ผมต้องทำ

 

“ผมรู้สึกว่าบางครั้งร่างกายของผมยังพยายามปรับตัวอยู่ เพราะมีช่วงที่ผมวิ่ง 2-3 ครั้ง และยังรู้สึกมีอาการอยู่หลังจากที่ติดโควิด”

 

ดาวเตะจอมเทคนิคยังเปิดเผยถึงอาการในระหว่างที่ป่วยเป็นโรคโควิดว่า “ผมป่วยหนักอยู่ 4 วัน ตอนแรกผมคิดว่าผมเป็นหวัด แต่ผมก็ไม่เคยเป็นหวัดแบบนี้มาก่อนเลย ไม่รู้จะบอกอย่างไร แต่ผมมีไข้สูงโดยเฉพาะในตอนเย็น และเริ่มสูญเสียการได้กลิ่นและการรับรส หลังผ่านไป 5 วันก็เริ่มดีขึ้น แต่ยังต้องใช้เวลาอีกมากกว่าที่จะรับรสและได้กลิ่น แต่ตอนนี้ผมโอเคแล้ว

 

“ผมต้องกักตัวอยู่ 10 วัน ดังนั้นผมเลยพยายามวิ่ง ผมอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ผมต้องอยู่ห่างจากครอบครัว ซึ่งพวกเราทั้งครอบครัวก็ไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อน แต่ผมไม่อยากให้ภรรยาและลูกติดด้วย การต้องเฝ้ามองพวกเขาจากหน้าต่างประตูมันเป็นสิ่งที่ทำใจได้ยาก

 

“ผมใช้เวลากับการดู Netflix เล่นเกม และบางครั้งก็ไปเล่นกับเด็กๆ โดยที่มีประตูกั้นอยู่ ผมได้ดู Squid Game ด้วย เรียกว่าผมดูโน่นดูนี่ไปเรื่อยเลย”

 

อ้างอิง:

The post เดอ บรอยน์ ยอมรับร่างกายยังมีผลกระทบจากการติดโรคโควิด ดู Squid Game ในช่วงกักตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวิลด์คลาส! เดอ บรอยน์ กู้สถานการณ์ พาเบลเยียมแซงชนะเดนมาร์ก 2-1 https://thestandard.co/belgium-vs-denmark-euro-2020/ Fri, 18 Jun 2021 03:46:27 +0000 https://thestandard.co/?p=501911 belgium vs denmark

เกมแรกของ เควิน เดอ บรอยน์ ในยูโร 2020 จบลงด้วยผลงานการ […]

The post เวิลด์คลาส! เดอ บรอยน์ กู้สถานการณ์ พาเบลเยียมแซงชนะเดนมาร์ก 2-1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
belgium vs denmark

เกมแรกของ เควิน เดอ บรอยน์ ในยูโร 2020 จบลงด้วยผลงานการยิง 1 จ่าย 1 พาเบลเยียมแซงเอาชนะเดนมาร์ก 2-1 เก็บ 6 คะแนนเต็ม การันตีการเข้ารอบทีมที่สอง

 

เกมที่สนาม ปาร์เคน พาร์ก ในกรุงโคเปนเฮเกน เป็นเกมนัดที่ 2 ในกลุ่ม B โดยเบลเยียมชนะมาในนัดแรก พบกับเจ้าบ้านเดนมาร์กที่ยังไม่มีแต้ม เกมนี้ทีม ‘โคนม’ บุกใส่ตั้งแต่แรก และนำก่อนในนาทีที่ 2 จากการยิงของ ยูสซูฟ โพลเซน

 

เมื่อเกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 10 มีการหยุดเล่นเพื่อเป็นเกียรติและเป็นการให้กำลังใจกับ คริสเตียน อีริกเซน จากเหตุการณ์ไม่คาดฝันในเกมที่แล้ว หลังจากนั้นเกมกลับมาเล่นต่อแต่ไม่มีใครทำอะไรกันเพิ่มได้ ทำให้จบครึ่งแรกด้วยการนำไปก่อนของเดนมาร์ก 1-0

 

ครึ่งหลังเบลเยียมต้องขยับด้วยการส่ง เควิน เดอ บรอยน์ ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บบริเวณใบหน้าลงสนาม และเป็นมิดฟิลด์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่โชว์คลาสบอลระดับโลก ด้วยการดึงตัวประกบไปหมด และจ่ายให้ ธอร์แกน อาซาร์ ยิงตีเสมอในนาทีที่ 55 ก่อนที่นาที 71 เดอ บรอยน์ จะมายิงประตูแซงนำให้ทีมเยือนเป็น 2-1 เวลาที่เหลือเดนมาร์กพยายามจะตีเสมอ แต่ก็ได้แค่หวาดเสียว ทำให้จบเกมเบลเยียมเอาชนะเดนมาร์กไป 2-1

 

เบลเยียมเก็บชัยชนะเกมนี้มีเพิ่มเป็น 6 คะแนนเต็ม การีนตีการเข้ารอบน็อกเอาต์เป็นทีมที่สองต่อจากอิตาลีแน่นอนแล้ว ส่วนเดนมาร์กที่แพ้มา 2 เกม ก็ต้องลุ้นเก็บชัยชนะในเกมสุดท้าย เพื่อหวังคว้าโอกาสเป็น 1 ใน 4 อันดับ 3 ที่ดีที่สุดเพื่อเข้าไปเล่นในรอบต่อไป

 

MAN OF THE MATCH: เควิน เดอ บรอยน์ (เดนมาร์ก)

The post เวิลด์คลาส! เดอ บรอยน์ กู้สถานการณ์ พาเบลเยียมแซงชนะเดนมาร์ก 2-1 appeared first on THE STANDARD.

]]>