Keeping Up with the Kardashians Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/keeping-up-with-the-kardashians/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 16 Feb 2025 02:44:23 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Kris Jenner ขายบ้านในรายการ Keeping Up with the Kardashians ในราคากว่า 437.8 ล้านบาท https://thestandard.co/kris-jenner-home-featured-for-sale/ Sun, 16 Feb 2025 02:44:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1042453 Kris Jenner

Kris Jenner ประกาศขายบ้านที่ครอบครัวตระกูล Kardashian แ […]

The post Kris Jenner ขายบ้านในรายการ Keeping Up with the Kardashians ในราคากว่า 437.8 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kris Jenner

Kris Jenner ประกาศขายบ้านที่ครอบครัวตระกูล Kardashian และ Jenner เคยอาศัยอยู่ในราคา 13.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 437.8 ล้านบาท ซึ่งแฟนผู้ที่ติดตามรายการเรียลิตี้ของครอบครัวอย่าง Keeping Up with the Kardashians ก็จะคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้ดี เพราะเป็นฉากหลังของรายการมาตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปี 2021 โดยที่มีเหตุการณ์สุดไอคอนิกมากมายเกิดขึ้นในที่แห่งนี้

 

บ้านหลังนี้ปรากฏสู่สายตาสาธารณะนับตั้งแต่ที่รายการ Keeping Up with the Kardashians ออนแอร์เป็นครั้งแรก โดยในรายการเหล่าคนดูได้ชมโมเมนต์หลากหลายอารมณ์ที่ Kris และอดีตสามีอย่าง Bruce Jenner มีกับลูกๆ 6 คน ทั้งลูกจากสามีคนแรกอย่าง Kourtney, Kim, Khloe และ Rob Kardashian กับสองสาวตระกูล Jenner อย่าง Kendall และ Kylie ทั้งความดราม่า ความตลก ความสุข ความวุ่นวาย และความซาบซึ้งใจ โดยมีบ้านหลังนี้เป็นฉากหลังส่วนใหญ่

 

บ้านของ Kris Jenner ตั้งอยู่ในย่าน Hidden Hills และมีพื้นที่ขนาด 8,860 ตารางฟุต อันประกอบไปด้วย 6 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ ซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะพบกับห้องโถงและบันได 2 ฝั่งกับพื้นลายตารางสีขาวดำสุดไอคอนิกที่ทอดยาวไปถึงห้องครัว โดยมีการรายงานว่า Kris Jenner ทุ่มเงินหลายล้านดอลลาร์ในการบูรณะบ้านหลังนี้มาเป็นเวลาหลายปีก่อนที่จะประกาศขายในที่สุด เธอเผยว่า “ฉันมีความทรงจำที่จะไม่มีวันลืมเลือนมากมายกับครอบครัวของฉันที่บ้านอันน่าทึ่งหลังนี้ และฉันตื่นเต้นที่จะได้เห็นบ้านเข้าสู่บทใหม่กับเจ้าของบ้านคนต่อไป”

 

Kris Jenner ซื้อบ้านหลังนี้เมื่อปี 2010 ในราคา 4 ล้านดอลลาร์ หรือราว 134.7 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเธอหย่าร้างกับ Bruce Jenner ที่ปัจจุบันเปิดตัวเป็นหญิงข้ามเพศ และใช้ชื่อว่า Caitlyn Jenner ในปี 2015 เธอก็โอนบ้านเข้าสู่ธรรมนูญครอบครัว หรือ Family Trust โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ลูกๆ ของเธอก็ออกไปใช้ชีวิตมีบ้านของตัวเอง และขณะนี้ก็ไม่ได้มีใครอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวแล้ว ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์ได้คิดเป็นราคาเพิ่มขึ้น 400,000 ดอลลาร์ หรือราว 13.7 ล้านบาท

 

ภาพ: Wayne Ford / Hulu

อ้างอิง: 

 

The post Kris Jenner ขายบ้านในรายการ Keeping Up with the Kardashians ในราคากว่า 437.8 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kylie Jenner เผยวีรกรรมสมัยวัยรุ่นว่าชอบแอบขโมยรถคุณแม่ Kris Jenner เพื่อออกไปเที่ยว https://thestandard.co/kylie-on-taking-kris-car-as-a-teen/ Sat, 06 May 2023 02:24:25 +0000 https://thestandard.co/?p=785846

Kylie Jenner เผยเรื่องราววีรกรรมของตัวเองสมัยวัยรุ่น เม […]

The post Kylie Jenner เผยวีรกรรมสมัยวัยรุ่นว่าชอบแอบขโมยรถคุณแม่ Kris Jenner เพื่อออกไปเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>

Kylie Jenner เผยเรื่องราววีรกรรมของตัวเองสมัยวัยรุ่น เมื่อครั้งที่เธอเติบโตมาภายใต้การดูแลของคุณแม่ผู้จัดการ Kris Jenner โดยเธอสารภาพผ่านนิตยสาร HommeGirls ว่า “สมัยนั้นฉันขโมยรถแม่บ่อยมากเพื่อไปเที่ยว เพราะเราเติบโตมาในย่านคาลาบาซัส แคลิฟอร์เนีย ซึ่งมันอยู่นอกตัวเมือง มันจึงเป็นเรื่องที่บ้ามากเมื่อได้เดินทาง 45 นาทีไปที่ลอสแอนเจลิส เพราะตรงนั้นมันเหมือนกับโลกใบใหม่เลย

 

“ตอนนั้นฉันมักจะใช้รถแม่ขับเข้าไปในเมือง และฉันจะต้องกลับมาถึงบ้านก่อนที่พ่อกับแม่จะตื่นให้ได้ พวกเขาตื่นประมาณ 05.30 น. ฉันจึงต้องถึงบ้านในช่วงเวลาประมาณ 04.00-04.30 น.”

 

เธอเล่าต่ออีกว่า สุดท้ายแล้ว Kris Jenner ก็จับได้ว่าเธอและเพื่อนๆ ได้นำรถของแม่ออกไปเที่ยวถึงในเมืองในช่วงเวลากลางดึก “มีอยู่ครั้งหนึ่งที่แม่จับได้ และฉันก็โดนสั่งสอนครั้งใหญ่ แม่พูดกับฉันว่า ‘แม่รู้นะว่าลูกกลับบ้านทุกๆ 04.00 น. และมันจะเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว!’ นั่นน่าจะแย่ที่สุดแล้วที่ฉันเคยโดนมา”

 

อย่างไรก็ตาม Kylie Jenner ก็แอบเดาว่า Kris Jenner น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเธอแอบออกไปเที่ยวข้างนอก “ฉันมั่นใจว่าพวกเขารู้อยู่แล้วว่าฉันกับเพื่อนๆ แอบออกไปเที่ยวกัน เพราะเราต้องเดินผ่านห้องนอนของพวกเขาเพื่อที่จะออกจากบ้าน”

 

ภาพ: Cindy Ord / MG23 / Getty Images for The Met Museum / Vogue

อ้างอิง:

The post Kylie Jenner เผยวีรกรรมสมัยวัยรุ่นว่าชอบแอบขโมยรถคุณแม่ Kris Jenner เพื่อออกไปเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 Things We Love About Kendall Jenner ซูเปอร์โมเดลแห่งยุคจากตระกูลเบอร์หนึ่งของป๊อปคัลเจอร์ https://thestandard.co/7-things-we-love-about-kendall-jenner/ Sun, 20 Nov 2022 13:00:12 +0000 https://thestandard.co/?p=711692

  FROM THE VERY START Kendall Jenner เริ่มต้นอาชีพ […]

The post 7 Things We Love About Kendall Jenner ซูเปอร์โมเดลแห่งยุคจากตระกูลเบอร์หนึ่งของป๊อปคัลเจอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

FROM THE VERY START

Kendall Jenner เริ่มต้นอาชีพนางแบบตั้งแต่อายุเพียง 14 ปีเท่านั้น เมื่อเธอบอกความต้องการนั้นกับแม่ของเธอผ่านรายการ Keeping Up with the Kardashians ซึ่ง Kris Jenner ได้พาเธอไปเซ็นสัญญากับเอเจนซี Wilhelmina Models เพื่อสานฝันอาชีพนางแบบ โดย Kendall Jenner มีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์ Forever 21 ได้ขึ้นปกแมกกาซีน American Cheerleader และ Seventeen รวมถึงได้เดินแบบครั้งแรกให้กับแบรนด์ Sherri Hill ในปี 2012 โดยมีพี่สาว Kim Kardashian คอยให้กำลังใจและตามรับ-ส่งเธอตลอดเวลา เธอเคยให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุที่อยากเป็นนางแบบ เพราะต้องการสร้างอาชีพและค้นหาตัวเองนอกจากการเป็นแค่คนดังจากเรียลิตี้โชว์เท่านั้น 

 

 

BREAKTHROUGH MOMENT

อาชีพของเธอเริ่มต้นจริงๆ ในปี 2014 เมื่อเธอตัดสินใจเซ็นสัญญากับเอเจนซีใหม่ Society Management ไม่นานนักเธอได้เดินแบบให้กับแบรนด์ Marc Jacobs ซึ่งถือเป็นไฮแฟชั่นแบรนด์แรกที่จ้างเธอ โดยเธอสร้างเฮดไลน์บนรันเวย์จากการปรากฏตัวในเสื้อซีทรูที่เผยให้เห็นหน้าอกของเธอ ในปีนั้น Kendall Jenner เดินให้กับแบรนด์ Tommy Hilfiger, Balmain, Chanel และอีกมากมาย ก่อนจะปิดปีด้วยการเซ็นสัญญากับค่ายบิวตี้ยักษ์ใหญ่อย่าง Estée Lauder ในฐานะ Global Brand Ambassador

 

ด้วยชื่อเสียงจากรายการเรียลิตี้และยอดผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย ทำให้เธอได้รับความสนใจเป็นวงกว้าง เพราะบางแบรนด์เริ่มจ้างนางแบบจากยอดผู้ติดตามแทนการแคสติ้งปกติ จนเกิดเป็นข้อพิพาทตามมาว่าเธอนั้นไม่ได้เป็นนางแบบที่ดีเลย แต่แค่ดังจากเรียลิตี้และโซเชียลมีเดีย หลายคนขนานนามว่าเธอนั้นเป็นแค่ Instamodel เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาหลายปี Kendall Jenner ยังสามารถคงสถานะนางแบบระดับโลกที่มีผลงานอยู่ตลอด แน่นอนว่ามันมาจากความอุตสาหะที่เธอต้องการพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็นว่าเธอตั้งใจอยากจะเป็นนางแบบมืออาชีพจริงๆ 

 

 

HIGHEST PAID SUPERMODEL

แม้จะถูกด้อยค่าว่าเป็นแค่ Instamodel เท่านั้น แต่ Kendall Jenner และบ้าน Kardashian ช่วยสร้างธุรกิจการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ผ่านโซเชียลมีเดีย และยังตระหนักถึงอำนาจของโลกออนไลน์ที่ปัจจุบันกลายเป็นต้นแบบของนางแบบรุ่นหลังๆ ที่หันมาใช้โซเชียลมีเดียสร้างกระบอกเสียงของตัวเองกันทั้งนั้น ด้วยยอดผู้ติดตามล่าสุดสูงถึง 263 ล้านฟอลโลเวอร์บน Instagram โดย Kendall Jenner ติดอันดับ 10 ของคนดังที่ทำรายได้สูงจากการโพสต์รูปโฆษณามากกว่า 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 โพสต์เท่านั้น ในปี 2018 เธอโค่นตำแหน่ง Gisele Bündchen ซูเปอร์โมเดลรุ่นพี่ ขึ้นแท่นนางแบบที่ทำรายได้สูงที่สุดต่อปีซึ่งจัดทำโดยนิตยสาร Forbes ด้วยตัวเลขประมาณการอยู่ที่ 22.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และตำแหน่งนี้เธอยังถือครองจวบจนปัจจุบันด้วยรายรับที่มากขึ้นทุกปี พิสูจน์ความเป็นที่ต้องการและอิทธิพลของเธอที่มีต่อป๊อปคัลเจอร์และวงการแฟชั่นเป็นอย่างมาก 

 

 

QUEEN OF NAKED DRESS

นอกจากเดินแบบแล้ว Kendall Jenner ยังเป็นดาวเด่นประจำพรมแดงงานสำคัญต่างๆ อีกด้วย ทุกครั้งที่เธอปรากฏตัวมักสร้างเฮดไลน์และติดโพล Best Dressed ของงานนั้นๆ เสมอ ที่สำคัญเธอยังเป็นนางแบบขาประจำของงานแฟชั่นประจำปีอย่าง The Met Gala ที่เธอไปครั้งแรกในปี 2014 ร่วมกับแบรนด์ Topshop แต่ที่สร้างปรากฏการณ์และเป็นที่จดจำมากที่สุดคือชุดปี 2017 จาก La Perla เดรสซีทรูทั้งตัวที่เผยให้เห็นเรือนร่างสุดเพอร์เฟกต์ของเธอ และเดรสสไตล์นี้ยังกลายเป็นซิกเนเจอร์ลุคของ Kendall Jenner ในหลายๆ งานสำคัญต่อมาอีกด้วย เช่น เทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2018 เธอมาในเดรสสีขาวผ้าซีทรูจาก Schiaparelli Haute Couture และเปลี่ยนเป็นเดรสคริสตัลซีทรูที่งานเลี้ยงของ Chopard 

 

ในงาน The Met Gala ปี 2021 เธอกลับมาในเดรสจาก Givenchy Couture อีกครั้งที่เดรสปักมือทั้งตัวนี้เผยให้เห็นเรือนร่างของเธอ รวมถึงปี 2022 ในลุคจาก Prada ที่แม้ชิ้นล่างจะเป็นกระโปรงสุ่มขนาดใหญ่สุดดราม่า แต่ชิ้นบนกลับเป็นเสื้อกล้ามผ้าซีทรูสีดำ และล่าสุดที่งาน LACMA Gala เป็นอีกครั้งที่เธอเลือกเดรสซีทรูจากดีไซเนอร์หน้าใหม่ Burc Akyol เราเลยขอยกตำแหน่ง Queen of Naked Dress ให้ไปเลย เพราะไม่มีใครสามารถสวมชุดแนวนี้ได้ดีเท่าเธอแล้ว 

 

 

STYLE EVOLUTION

สตรีทสไตล์ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คนให้ความสนใจในตัว Kendall Jenner เธอจัดได้ว่าเป็นคนดังที่แต่งตัวดีและมีสไตล์ที่เก๋มากๆ ในช่วงแรกๆ ของอาชีพนางแบบ เธอทำงานร่วมกับสไตลิสต์ Monica Rose เพื่อสร้างลุคแบบสาวแอลเอสุดเก๋ เน้นการผสมผสานระหว่างไฮแบรนด์และชิ้นสตรีทแมตช์เข้าด้วยกัน หลังจากนั้นไม่นาน Kendall Jenner ดึงตัวสไตลิสต์ของ Beyoncé อย่าง Marni Senofonte ซึ่งในช่วงที่ทั้งสองร่วมงานกันนั้น สไตล์ของ Kendall Jenner เปรี้ยวขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ Marni Senofonte ดึงความเซ็กซี่และแฟชั่นของตัวเธอออกมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ในช่วงที่ Marni Senofonte ทำงานกับ Kendall Jenner เราจะมีโอกาสเห็นเธอสวมชุดสไตล์ Naked Dress อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังก็คือ Marni Senofonte ผู้นี้นี่เอง 

 

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หากใครสังเกตจะเห็นว่าสไตล์ของ Kendall Jenner ตอนนี้นิ่งขึ้น โตขึ้น และเท่มากขึ้น เพราะเธอได้ใช้สไตลิสต์คนใหม่ Dani Michelle มาช่วยสร้างลุคแบบ Je ne sais quoi สไตล์สุด Effortless เน้นดีไซน์เรียบโก้ และแบรนด์นิชคลื่นลูกใหม่อย่าง The Row, Peter Do หรือ Khaite แต่ไม่ว่าสไตล์ของเธอจะเปลี่ยนไปในทางไหน เธอก็เอาอยู่ทั้งหมด และได้รับคำชมเสมอในเรื่องของสไตล์ส่วนตัว 

 

 

MEGA INFLUENCER

แค่เธอคนเดียวก็มียอดผู้ติดตามเกิน 200 ล้านฟอลโลเวอร์ แต่ถ้ารวมบ้าน Kardashian-Jenner ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ก็มากกว่าพันล้านฟอลโลเวอร์เลยทีเดียว ไม่ต้องแปลกใจที่ไม่ว่าเธอจะหยิบจับทำอะไรก็เป็นข่าวและได้รับความสนใจเสมอ จนบางครั้งกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก 

 

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เธอเปิดตัวลุคใหม่กับผมสีแดงคอปเปอร์ที่ย้อมพิเศษเพื่อโชว์ของ Prada โดยเฉพาะ แม้ว่าสีผมนี้จะไม่ใช่อะไรใหม่ แต่กระแสของเธอทำให้สีผมนี้มีเซเลบริตี้ทำตามหลายต่อหลายคน จนเกิดเป็นเทรนด์สีผมใหม่ไปทั่วโลก รวมถึงงาน The Met Gala ล่าสุด Kendall Jenner มาพร้อมเทรนด์แต่งหน้าย้อมขนคิ้วสีทองที่กลายเป็นไวรัลในทันที ไม่ใช่แค่นั้นเธอยังปรากฏตัวในชุดของ The Row และ Khaite อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าทั้งสองจะยอมจ่ายเงินให้เธอใส่หรือไม่ แต่ทั้งคู่ได้แอร์ไทม์ไปเต็มๆ เพราะไม่ใช่แค่เป็นที่รู้จักมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ต้องการมากขึ้นด้วยเช่นกัน 

 

 

ENTREPRENEUR SPIRIT

อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า ตอนนี้นอกจากอาชีพนางแบบแล้ว Kendall Jenner ยังทำธุรกิจอย่างอื่นด้วย ที่ชัดที่สุดก็คือ 818 Tequila แบรนด์เครื่องดื่มเตกิลาที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังเปิดตัวไม่นานสามารถขึ้นแท่นเป็นเครื่องดื่มเตกิลาที่ขายดีที่สุดในอเมริกาปี 2021 ครอบครัวของเธอทุกคนมีธุรกิจเป็นของตัวเองทั้งนั้น ไม่แปลกใจที่จะปูทางให้ Kendall Jenner ตามรอยคนอื่นๆ เช่นเดียวกัน ก่อนหน้าเตกิลาเธอก็มีแบรนด์เสื้อผ้า KENDALL + KYLIE ที่ทำร่วมกับน้องสาว Kylie Jenner ทั้งคู่ยังต่อยอดมาทำคอลลาบอเรชันคอลเล็กชันเครื่องสำอางด้วยกันอีกกับ Kendall x Kylie Cosmetics นอกจากนี้เธอยังเคยทำคอลเล็กชันเสื้อผ้าพิเศษร่วมกับ About You และแบรนด์ยาสีฟัน Moon และอีกหนึ่งบทบาทที่เธอเริ่มเมื่อไม่นานมานี้คือหน้าที่ครีเอทีฟไดเรกเตอร์แบรนด์อีคอมเมิร์ซชื่อ FWRD โดยเธอรับหน้าที่ช่วยเลือกไอเท็ม รวมถึงดูแลแคมเปญหลักให้กับแบรนด์อีกด้วย 

The post 7 Things We Love About Kendall Jenner ซูเปอร์โมเดลแห่งยุคจากตระกูลเบอร์หนึ่งของป๊อปคัลเจอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปรดิวเซอร์ Keeping Up With The Kardashians เผยว่าทำไม Kendall Jenner ไม่เคยให้แฟนที่กำลังคบอยู่ปรากฏตัวในรายการ https://thestandard.co/keeping-up-with-the-kardashians-kendall-jenner/ Wed, 16 Jun 2021 05:47:04 +0000 https://thestandard.co/?p=500825 Kendall Jenner

ถ้าหากใครที่เป็นแฟนรายการเรียลิตี้สุดบันเทิงของครอบครัว […]

The post โปรดิวเซอร์ Keeping Up With The Kardashians เผยว่าทำไม Kendall Jenner ไม่เคยให้แฟนที่กำลังคบอยู่ปรากฏตัวในรายการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kendall Jenner

ถ้าหากใครที่เป็นแฟนรายการเรียลิตี้สุดบันเทิงของครอบครัวคาร์ดาเชียนและสาวๆ ตระกูลเจนเนอร์อย่าง Keeping Up With The Kardashian (KUWTK) ที่เพิ่งปิดฉากไป ก็คงจะรู้กันดีว่ารายการนี้เปิดเผยชีวิตส่วนตัวและเรื่องราวความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างลึกซึ้งขนาดไหน แต่ถึงกระนั้นเรากลับไม่เคยได้เห็นแฟนหนุ่มของนางแบบสาวคนเก่งอย่าง เคนดัลล์ เจนเนอร์ ผ่านรายการเรียลิตี้ดังกล่าวเลยสักครั้ง 

 

ล่าสุด Farnaz Farjam ผู้บริหารฝ่ายการผลิตของรายการ KUWTK ได้ออกมาเผยถึงสาเหตุที่รายการต้องละเว้นการถ่ายทอดความสัมพันธ์ของเคนดัลล์และคนรักออกรายการเรียลิตี้ผ่านพอดแคสต์ของ The Daily Dish ว่า เคนดัลล์นั้นมีกฎเหล็กในเรื่องของความสัมพันธ์ส่วนตัวและการถ่ายทำรายการ KUWTK 

 

“เคนดัลล์จะมีกฎข้อนี้อยู่เสมอ โดยเธอรู้สึกว่าเธอจะต้องคบหาดูใจกับใครสักคนอย่างน้อย 1 ปีก่อนที่จะให้คนรักปรากฏตัวในรายการได้ เพราะเธอไม่สามารถรู้ถึงแรงจูงใจที่แท้จริงของคนที่กำลังคบอยู่ว่าต้องการอะไรจากความสัมพันธ์ นั่นก็คือสาเหตุที่พวกเราเก็บเรื่องส่วนตัวของเคนดัลล์เอาไว้ เพราะเธอมีกฎเหล็กข้อนี้”

 

ล่าสุด เคนดัลล์เพิ่งจะโพสต์ฉลองครบรอบ 1 ปีกับแฟนหนุ่มนักบาส เดวิน บุ๊กเกอร์ ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอก็คบหาดูใจกับเดวินอย่างเรียบง่ายและเงียบเชียบ และแหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดก็ได้เผยกับนิตยสาร People ว่า เคนดัลล์มีความสุขกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ที่สุดแล้วเท่าที่ทุกคนเคยเห็นมา และพวกเขาก็ศึกษาดูใจกันอย่างไม่รีบร้อนหากแต่มั่นคงและสม่ำเสมอ

 

ภาพ: James Devaney / GC Images

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post โปรดิวเซอร์ Keeping Up With The Kardashians เผยว่าทำไม Kendall Jenner ไม่เคยให้แฟนที่กำลังคบอยู่ปรากฏตัวในรายการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน! ครอบครัวคาร์ดาเชียนเซ็นสัญญาใหม่กับ Hulu หลังเพิ่งประกาศเลิกทำรายการ Keeping Up with the Kardashian https://thestandard.co/the-kardashians-kim-khloe-kris-jenner-kylie-kendall-sign-deal-disney-hulu/ Mon, 14 Dec 2020 06:29:06 +0000 https://thestandard.co/?p=431185 Keeping Up with the Kardashian

หลังจากครอบครัวคาร์ดาเชียนได้โลดแล่นสร้างความบันเทิงให้ […]

The post ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน! ครอบครัวคาร์ดาเชียนเซ็นสัญญาใหม่กับ Hulu หลังเพิ่งประกาศเลิกทำรายการ Keeping Up with the Kardashian appeared first on THE STANDARD.

]]>
Keeping Up with the Kardashian

หลังจากครอบครัวคาร์ดาเชียนได้โลดแล่นสร้างความบันเทิงให้คนทั่วโลกมากว่า 14 ปี กับรายการเรียลิตี้ชื่อดังอย่าง Keeping Up with the Kardashian ก็ทำให้แฟนๆ ใจหายไปตามๆ กัน เพราะไม่กี่เดือนที่ผ่านมาพวกเธอได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าซีซันที่กำลังจะออนแอร์ในปี 2021 นั้นจะเป็นซีซันสุดท้ายของพวกเธอแล้ว ด้วยเหตุผลมากมาย ทั้งปัญหาครอบครัวและพฤติกรรมของคนดูที่เปลี่ยนไปในโลกยุคดิจิทัล แต่ล่าสุดพวกเธอก็สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ อีกครั้ง เพราะพวกเธอได้เซ็นสัญญาใหม่กับ ​Hulu เป็นที่เรียบร้อย

 

ถึงแม้ว่ารูปแบบของคอนเทนต์ที่พวกเธอจะทำร่วมกับ Hulu จะยังเป็นที่คาดเดาของแฟนๆ ว่าจะมาในรูปแบบเรียลิตี้ที่ทุกคนคุ้นเคย หรือจะเป็นรายการแบบอื่น แต่ที่ทุกคนมั่นใจได้คือเราจะได้เห็นพวกเธอทั้งหมดในรายการที่ว่านั้นอย่างแน่นอน เพราะทั้ง คิม คาร์ดาเชียน, คอร์ตนีย์ คาร์ดาเชียน, โคลอี้ คาร์ดาเชียน, เคนดัล เจนเนอร์, ไคลี เจนเนอร์ รวมไปถึงคุณแม่และผู้จัดการอย่าง คริส เจนเนอร์ นั้นได้เซ็นสัญญากับทาง  Hulu ทั้งหมด และสัญญาดังกล่าวมีระยะเวลาหลายปี ดังนั้นเราคงจะได้เห็นพวกเธอสร้างความบันเทิงไปอีกนาน

 

รายการใหม่ของสาวๆ ในอนาคตจะได้รับการออนแอร์ผ่าน Hulu ในอเมริกา และแพลตฟอร์ม Star ในต่างประเทศที่อยู่ภายใต้บริษัท Walt Disney เหมือนดัน ซึ่งแน่นอนว่าสาวกรายการ Keeping Up with the Kardashian ต่างก็ตั้งตารอชมก้าวใหม่ครั้งสำคัญของพวกเธอ  

 

ภาพ: Kim Kardashian West 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

 

The post ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน! ครอบครัวคาร์ดาเชียนเซ็นสัญญาใหม่กับ Hulu หลังเพิ่งประกาศเลิกทำรายการ Keeping Up with the Kardashian appeared first on THE STANDARD.

]]>
Khloe Kardashian เผยว่าตัวเองติดโควิด-19 ในรายการ Keeping Up with the Kardashians https://thestandard.co/khloe-kardashian-coronavirus/ Thu, 29 Oct 2020 01:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=413704 Khloe Kardashian

เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ทางช่อง E! Entertainment ได้ปล่อยต […]

The post Khloe Kardashian เผยว่าตัวเองติดโควิด-19 ในรายการ Keeping Up with the Kardashians appeared first on THE STANDARD.

]]>
Khloe Kardashian

เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ทางช่อง E! Entertainment ได้ปล่อยตัวอย่างตอนต่อไปของรายการเรียลิตี้โชว์สุดฮิต Keeping Up with the Kardashians ซึ่ง โคลอี้ คาร์ดาเชียน ได้เผยผลการตรวจเชื้อโควิด-19 ของเธอเป็นบวก

 

“ฉันเพิ่งได้รับข่าวว่าฉันติดโคโรนาจริง ตอนนี้ฉันกำลังพักอยู่ในห้องนอน ทุกอย่างจะโอเค แต่ช่วงหลายวันที่ผ่านมาฉันค่อนข้างรู้สึกแย่” โคลอี้เผยในตัวอย่างรายการ ซึ่งเป็นวิดีโอที่เธอถ่ายเองกับมือถือ พร้อมเสียงที่ค่อนข้างแหบ โดยเธอได้บอกว่า อาการที่เธอเจอกับตัวก็มีทั้งอาเจียน ไอ ตัวร้อนวูบวาบ และอาการปวดหัวที่รุนแรงกว่าไมเกรนที่เธอเป็นอยู่ประจำ แต่ตอนท้ายเธอก็คิดบวก พร้อมทิ้งทวนว่า “เราทุกคนจะผ่านพ้นสิ่งนี้ได้”

 

แม้จะไม่มีการระบุแน่ชัดว่าโคลอี้ติดโควิด-19 ช่วงไหน แต่ก็เดาได้ว่าน่าจะเป็นช่วงต้นปีตอนที่ทั้งโลกเพิ่งเข้าโหมดล็อกดาวน์ เพราะรายการ Keeping Up with the Kardashians นั้นมักทำถ่ายล่วงหน้าประมาณ 6 เดือน ล่าสุดพี่สาวของโคลอี้อย่าง คิม คาร์ดาเชียน เวสต์ ก็เพิ่งโพสต์ภาพงานฉลองวันเกิดครบ 40 ปีสุดตระการตา ซึ่งเธอได้พาเพื่อนฝูงคนสนิทไปยังเกาะส่วนตัวที่หนึ่ง โดยบอกว่าอยากให้ทุกคนได้สนุกเหมือนในโลกช่วงก่อนโควิด-19 แม้เธอจะให้ทุกคนตรวจเชื้อหลายรอบในช่วงสองสัปดาห์ก่อนเดินทาง แต่เมื่อรูปงานดังกล่าวถูกปล่อยออกมา คิมก็โดนกระแสวิจารณ์ทันทีว่าไม่เหมาะสมที่จะมาโอ้อวดท่ามกลางสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ของโควิด-19

 

  

ภาพ: Khloe Kardashian

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post Khloe Kardashian เผยว่าตัวเองติดโควิด-19 ในรายการ Keeping Up with the Kardashians appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kris Jenner เผยเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจยุติรายการ Keeping Up with the Kardashians https://thestandard.co/keeping-up-with-the-kardashians/ Tue, 20 Oct 2020 05:01:00 +0000 https://thestandard.co/?p=410107 Kris Jenner เผยเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจยุติรายการ Keeping Up with the Kardashians

หลังจากที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเรียลิตี้โชว์ยอด […]

The post Kris Jenner เผยเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจยุติรายการ Keeping Up with the Kardashians appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kris Jenner เผยเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจยุติรายการ Keeping Up with the Kardashians

หลังจากที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเรียลิตี้โชว์ยอดฮิตอย่าง Keeping Up with the Kardashians จะออกอากาศซีซันสุดท้ายในช่วงต้นปีหน้า และได้ถ่ายทำเสร็จสิ้นทั้งหมดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คริส เจนเนอร์ แม่และผู้จัดการของสาวๆ บ้านคาร์ดาเชียนและเจนเนอร์ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทาง WWD ถึงเหตุผลของการตัดสินใจในครั้งนี้

 

โดยคริสได้เผยว่าเหตุผลหลักมาจากการที่โซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทสำคัญและเปลี่ยนวิถีการบริโภคสื่อของแฟนๆ และคนทั่วโลกไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นอินสตาแกรม ทวิตเตอร์ สแนปแชท หรือเฟซบุ๊ก ในยุคดิจิทัลนี้พวกเธอสามารถอัปเดตชีวิตและไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงสามารถขายของผ่านแพลตฟอร์มเหล่านั้นได้แบบเรียลไทม์ แตกต่างจากสมัยก่อนที่กว่าจะผ่านกระบวนการถ่ายทำและตัดต่อเสร็จนั้นต้องใช้เวลาถึง 3 เดือนก่อนจะได้ออกอากาศผ่านโทรทัศน์

 

แต่ขณะเดียวกันก็มีข่าวลือหนาหูว่าอีกเหตุผลที่ทำให้ยกเลิกรายการเป็นเพราะ คิม คาร์ดาเชียน เวสต์ และน้องเล็กอย่าง ไคลี เจนเนอร์ ไม่ต้องการถ่ายทำต่อแล้ว โดยคิมนั้นมีข่าวดราม่ากับสามีแรปเปอร์ คานเย เวสต์ มาตลอดหลายเดือน ทั้งโรคไบโพลาร์ที่คานเยกำลังเผชิญ รวมไปถึงที่เขาเองไม่อยากให้มีกล้องมาตามถ่ายชีวิตส่วนตัวอีกต่อไป ส่วนไคลีเองก็ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำจนเคยได้รับตำแหน่งผู้หญิงที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกโดยนิตยสาร Forbes จากการเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง Kylie Cosmetics มาแล้ว และสองสาวเจนเนอร์ก็ค่อนข้างหวงแหนความเป็นส่วนตัวอีกด้วย 

 

เรียลิตี้ Keeping Up with the Kardashians ออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 2007 มีทั้งหมด 20 ซีซัน ซึ่งทางรายการก็ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ ทั่วโลกเป็นอย่างดี โดยพวกเธอได้เปิดเผยชีวิตส่วนตัวผ่านทางรายการที่มีทั้งเรื่องราวดราม่าและขำขัน ที่สำคัญคือคาแรกเตอร์อันยูนีกของแต่ละคนส่งผลให้ทั้งครอบครัวคาร์ดาเชียนและเจนเนอร์กลายเป็นเซเลบที่มียอดฟอลโลเวอร์ทางอินสตาแกรมรวมๆ กันมากกว่า 800 ล้านคน 

 

ภาพ: Mehdi Taamallah / NurPhoto via Getty Images 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง: 

The post Kris Jenner เผยเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจยุติรายการ Keeping Up with the Kardashians appeared first on THE STANDARD.

]]>
Keeping Up with the Kardashians เตรียมอำลาจอในปี 2021 หลังฉายมา 14 ปี กับ 20 ซีซัน https://thestandard.co/keeping-up-with-the-kardashians-ending-season-20/ Wed, 09 Sep 2020 02:39:52 +0000 https://thestandard.co/?p=395277

นับเป็นการปิดฉากครั้งประวัติศาสตร์ของวงการเรียลิตี้โชว์ […]

The post Keeping Up with the Kardashians เตรียมอำลาจอในปี 2021 หลังฉายมา 14 ปี กับ 20 ซีซัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

นับเป็นการปิดฉากครั้งประวัติศาสตร์ของวงการเรียลิตี้โชว์ หลังเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางครอบครัวคาร์ดาเชียนและเจนเนอร์ได้ออกมาประกาศว่า รายการ Keeping Up with the Kardashians ที่แจ้งเกิดพวกเขาทางช่อง E! จะอำลาจอในปี 2021 หลังฉายมา 14 ปี กับ 20 ซีซัน พร้อมมี Spin-Off โชว์อีกมากมาย

 

“ครอบครัวของเราได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะสิ้นสุดรายการนี้ หลังเดินทางมาด้วยกันอย่างยาวนาน เราขอบคุณจากใจจริงสำหรับทุกคนที่ได้ดูรายการของเรามาตลอด ทั้งในช่วงเวลาที่ดี ไม่ดี ที่เต็มไปด้วยความสุข น้ำตา หรือเรื่องราวความสัมพันธ์ต่างๆ และการมีลูกของเรา เราจะเก็บความทรงจำนี้เหล่านี้ตลอดไป” ทางครอบครัวได้เขียนในคำแถลง ซึ่งแต่ละสมาชิกได้โพสต์ในช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง

 

Keeping Up with the Kardashians ซีซันแรกออกฉายเมื่อเดือนตุลาคม 2007 ทางช่อง E! Entertainment ซึ่งอยู่ภายใต้ NBC Universal และมี Comcast เป็นบริษัทพ่อ โดยรายการนี้ได้พิธีกรเบอร์หนึ่งของวงการอย่าง ไรอัน ซีเครสต์ มาร่วมทำกับบริษัท Bunim/Murray Productions และให้คุณแม่ของครอบครัวอย่าง คริส เจนเนอร์ (และคนที่ขายคอนเซปต์รายการนี้) ครองตำแหน่ง Executive Producer 

 

ตั้งแต่วันแรก กราฟความสำเร็จของรายการ Keeping Up with the Kardashians ถือว่าพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายมาเป็นรายการเสาหลักของช่อง E! โดยมีการทำโปรเจกต์และรายการ Spin-Off ออกมามากมาย อาทิ Kourtney & Khloe Take Miami, Life With Kylie หรือรายการพิเศษงานแต่งงานของคิมกับนักบาสเกตบอล คริส ฮัมฟรีย์ ที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยุติลงภายใน 72 วัน ซึ่งทั้งหมดก็ได้เพิ่มกระแสและชื่อเสียงให้กับทางครอบครัวอย่างมหาศาล

 

สำหรับก้าวต่อไปของครอบครัวนี้ก็คงหนีไม่พ้นการต่อยอดอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านพันล้านของแต่ละคน ทั้ง Kylie Cosmetics ของไคลี, Skims ของคิม, Good American ของโคลอี, เว็บไซต์ Poosh ของคอร์ตนีย์, Arthur Socks ของร็อบ และมีข่าวออกมาว่า เคนดัลก็เตรียมตัวที่จะเปิดบริษัทบิวตี้ของตัวเองเร็วๆ นี้ หลังได้จดลิขสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

แต่เราก็เชื่อว่า เพื่อเป็นการหล่อเลี้ยงกระแสและสร้างกลยุทธ์ใหม่ๆ ให้กับครอบครัว เราก็น่าจะเห็นบางสมาชิกหันมาทำรายการ YouTube ของตัวเองแบบเต็มตัว เช่น ไคลีที่ทุกวิดีโอของเธอก็มียอดวิวนับหลายล้านในขณะที่ปล่อยออกมาไม่กี่ชั่วโมง หรือใครจะไปรู้ ทางค่ายสตรีมมิงต่างๆ เช่น Netflix ที่กำลังฟาดฟันกันแย่งชิงความเป็นหนึ่ง ก็อาจจับเซ็นสัญญาทำโปรเจกต์พิเศษ หลังทางแพลตฟอร์มได้ซื้อลิขสิทธิ์นำรายการ Keeping Up with the Kardashians มาฉายแล้ว 4 ซีซัน

 

ภาพ: E! Entertainment

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

The post Keeping Up with the Kardashians เตรียมอำลาจอในปี 2021 หลังฉายมา 14 ปี กับ 20 ซีซัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Keeping Up With The Kardashians สองซีซันแรกเตรียมฉายทาง Netflix 1 มิถุนายนนี้ https://thestandard.co/keeping-up-with-the-kardashians-on-netflix/ Wed, 13 May 2020 09:17:07 +0000 https://thestandard.co/?p=363091

สำหรับใครที่ติดตามผลงานและข่าวสารครอบครัวคาร์ดาเชียนและ […]

The post Keeping Up With The Kardashians สองซีซันแรกเตรียมฉายทาง Netflix 1 มิถุนายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำหรับใครที่ติดตามผลงานและข่าวสารครอบครัวคาร์ดาเชียนและเจนเนอร์มานาน แต่ยังไม่เคยได้ดูรายการเรียลิตี้ชื่อดังที่ช่วยแจ้งเกิดพวกเธออย่าง Keeping Up With The Kardashians โอกาสของคุณมาถึงแล้ว เพราะล่าสุดทาง Netflix เตรียมนำสองซีซันแรกมาฉาย เริ่ม 1 มิถุนายนนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการต่อยอดความสำเร็จของรายการหมวดเรียลิตี้โชว์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ บนแพลตฟอร์มสตรีมมิงชื่อดัง

 

Keeping Up With The Kardashians ซีซีนแรกออกฉายเมื่อเดือนตุลาคม 2007 ทางช่อง E! Entertainment ซึ่งอยู่ภายใต้ NBC Universal และมี Comcast เป็นบริษัทพ่อ โดยรายการนี้ได้พิธีกรเบอร์หนึ่งของวงการอย่าง ไรอัน ซีเครสต์ มาร่วมทำกับบริษัท Bunim/Murray Productions และให้ คริส เจนเนอร์ (และคนที่ขายคอนเซปต์รายการนี้) ครองตำแหน่ง Executive Producer 

 

โดยในสองซีซันแรกจะมีการโฟกัสที่ตัว คิม คาร์ดาเชียน เป็นหลัก ซึ่งเธอกำลังดังเพราะเป็นเพื่อนสนิทของไฮโซสาว ปารีส ฮิลตัน แถมช่วงนั้นยังมีเซ็กซ์เทปที่เธอถ่ายกับอดีตแฟนหนุ่ม เรย์ เจ หลุดออกมา ซึ่งในรายการได้มีการเล่าถึงเหตุการณ์นี้ 

 

ส่วนเรื่องราวสมาชิกคนอื่นๆ มีทั้ง โคลอี้ คาร์ดาเชียน ตอนเธอโดนตำรวจจับคดีเมาแล้วขับ, ร็อบ คาร์ดาเชียน ลูกชายคนเดียวของครอบครัวสมัยจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยและตกหลุมรักกับ แอเดรียน เบโลอน จากวง Cheetah Girls, เคนดัลล์ เจนเนอร์ และ ไคลี เจนเนอร์ ที่ตอนนั้นยังใสๆ อายุเพียง 10 และ 11 ขวบ รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆ ของ บรูซ เจนเนอร์ หลายปีก่อนที่เธอจะประกาศว่าตนเองเป็นผู้หญิงข้ามเพศในปี 2015

 

นอกเหนือจากรายการ Keeping Up With The Kardashians แล้ว ทาง Netflix ยังจะนำสองซีซันแรกของรายการเรียลิตี้โชว์ชื่อดังของช่อง Bravo อย่าง The Real Housewives of Beverly Hills, New York และ Atlanta มาฉาย 1 มิถุนายนนี้ ซึ่งรายการติดตามเรื่องราวภรรยาหรือแฟนสาวของบรรดาคนรวยในแต่ละเมืองที่มาพร้อมดราม่ามากมาย

 

ห้ามพลาด! ฟอรัมที่เจาะลึก New Normal ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากวิทยากรระดับประเทศ 40 คน ซื้อบัตรงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM ที่ https://www.eventpop.me/e/8705-economic-forum

 

ภาพ: Bunim / Murray Productions

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post Keeping Up With The Kardashians สองซีซันแรกเตรียมฉายทาง Netflix 1 มิถุนายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kris Jenner จากแอร์โฮสเตสสู่คุณแม่ผู้จัดการจักรวาล Kardashian และ Jenner ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของวัฒนธรรมป๊อป https://thestandard.co/kris-jenner/ https://thestandard.co/kris-jenner/#respond Thu, 13 Sep 2018 17:01:13 +0000 https://thestandard.co/?p=118136

  งาน The Business of Beauty ปี 2018 ที่นิวยอร์ก & […]

The post Kris Jenner จากแอร์โฮสเตสสู่คุณแม่ผู้จัดการจักรวาล Kardashian และ Jenner ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของวัฒนธรรมป๊อป appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

งาน The Business of Beauty ปี 2018 ที่นิวยอร์ก

 

ไม่ว่าเราจะอยู่ส่วนไหนของโลก ชีวิตมนุษย์เราสมัยนี้เหมือนถูกล้อมรอบไปด้วยข่าวสารหรือภาพของสมาชิกตระกูลคาร์ดาเชียนและเจนเนอร์อย่างไม่รู้จบ เดินอยู่ในสนามบิน โฆษณา Estée Lauder ของ เคนดัลล์ เจนเนอร์ ต้องมีให้เห็น, เดินในร้านหนังสือ นิตยสาร Forbes สหรัฐอเมริกากับปก ไคลี เจนเนอร์ ตั้งอยู่บนแผง, เปิดดูโทรทัศน์ คิม คาร์ดาเชียน เวสต์ กำลังให้สัมภาษณ์ช่อง CNN เรื่องช่วยคดี อลิซ มารี จอห์นสัน, เล่นอินสตาแกรม รูปลูกสาว โคลอี้ คาร์ดาเชียน ปรากฏอยู่ในหน้า Explore ที่มีคนกดไลก์เกิน 3 ล้าน

 

สิ่งเหล่านี้เป็นแค่ตัวอย่างบางส่วนที่จะให้เขียนต่อก็คงเขียนธีสิสได้หนึ่งเล่ม แต่แค่ภายใน 11 ปี ความสำเร็จในครั้งนี้ก็ต้องยกให้ผู้หญิงที่ชื่อ คริสเตน แมรี ฮอตัน หรือที่คนจะรู้จักในนาม คริส เจนเนอร์ คุณแม่ของคอร์ตนีย์, คิม, โคลอี้, ร็อบ, เคนดัลล์ และไคลี ที่เป็นเหมือนผู้คุมเครือข่ายครอบครัวนี้ทุกกระเบียดนิ้ว และทำให้ครอบครัวของเธอเป็นแบรนด์มูลค่าหมื่นๆ ล้าน ทั้งยังช่วยขับเคลื่อนวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์อยู่ทุกวัน ทุกวินาที

 

จากบนไปล่าง: คริสตอนแต่งงานกับ โรเบิร์ต คาร์ดาเชียน และตอนแต่งงานกับ บรูซ เจนเนอร์

 

คริส เจนเนอร์ เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ปี 1955 ที่เมืองซานดิเอโก ในแคลิฟอร์เนีย เป็นลูกสาวคนโตของคุณแม่แมรี โจ ชานนอน และคุณพ่อโรเบิร์ต ทรู ฮอตัน ที่หย่ากันตอนเธออายุเจ็ดขวบ และคุณพ่อทิ้งครอบครัวไปอย่างถาวร

 

ตอนคริสอายุแค่ 17 ปี และยังเรียนอยู่มัธยมปลาย เธอก็ได้เจอกับทนายชื่อดังชาวอเมริกันเชื้อสายอาร์เมเนีย โรเบิร์ต จอร์จ คาร์ดาเชียน ที่อายุมากกว่าเธอ 11 ปี ณ สนามแข่งม้า Del Mar และได้เริ่มคบหากันอย่างจริงจัง แต่เธอก็ขอยังไม่ลงหลักปักฐาน และอยากเดินทางรอบโลกเพื่อหาประสบการณ์กับการเป็นแอร์โฮสเตสของ American Airlines จนอายุ 22 ปี ตอนโรเบิร์ตขอหมั้น และต่อมาได้แต่งงานกัน

 

ภายในปีแรกที่แต่งงาน คริสก็ตั้งครรภ์ลูกสาวคนแรก คอร์ตนีย์ แมรี คาร์ดาเชียน และต่อมาก็มีลูกด้วยกันอีกสามคน คิมเบอร์ลี โนเอล คาร์ดาเชียน, โคลอี้ อเล็กซานดรา คาร์ดาเชียน และโรเบิร์ต อาร์เธอร์ คาร์ดาเชียน ลูกชายคนเดียว โดยครอบครัวคาร์ดาเชียนเปรียบเสมือน American Dream ที่หลายคนใฝ่ฝันถึง อยากทั้งมีบ้านอยู่ในเบเวอร์ลีฮิลส์ พร้อมสระว่ายน้ำ ส่งลูกเรียนโรงเรียนเอกชน จัดงานปาร์ตี้วันเกิดที่บ้านเนฟเวอร์แลนด์ แรนช์ ของ ไมเคิล แจ็กสัน (วันเกิดคิมที่จัดคู่กับวันเกิด นิโคล ริชี) และช้อปปิ้งที่ห้างดังอย่าง Saks Fifth Avenue เป็นประจำ

 

คริสและบรูซ เจนเนอร์

 

 

แต่พอคริสอายุ 30 ชีวิตเริ่มสั่นคลอน หลังเธอนอกใจสามีไปกับนักฟุตบอลจนต้องหย่าร้าง พร้อมสู้กันในชั้นศาลเรื่องสิทธิค่าเลี้ยงดู ซึ่งโรเบิร์ตก็ระงับบัตรเครดิตของเธอทุกใบทันที แต่ในช่วงนั้นคริสก็ได้ไปออกเดตกับ บรูซ เจนเนอร์ อดีตนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกชื่อดัง และทั้งคู่ก็หลงรักกันอย่างหัวปักหัวปำ 5 เดือนต่อมา บรูซก็ขอคริสแต่งงาน พร้อมไปขอโรเบิร์ตให้เซ็นใบหย่า ทันทีที่โรเบิร์ตยินยอม คริสกับบรูซก็แต่งงานกัน และพร้อมย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่กับลูก 8 คน 4 คน จากฝั่งคริส 4 คน จากฝั่งบรูซ

 

ต่อมาช่วงปี 1994 คริสตั้งครรภ์อีกครั้งกับบรูซ ได้ลูกสาว เคนดัลล์ นิโคล เจนเนอร์ แต่ในช่วงนั้นคริสกับบรูซก็ได้กลายเป็นประเด็นอยู่ในข่าวดังของยุค 90s เกี่ยวกับคดีนักอเมริกันฟุตบอล โอ.เจ. ซิมป์สัน ที่ถูกข้อหาฆ่า นิโคล บราวน์ ภรรยาของตัวเอง ซึ่งคริสเป็นเพื่อนสนิทกับ นิโคล บราวน์ ส่วนโรเบิร์ต อดีตสามี ก็เป็นทนายและเพื่อนสนิทของ โอ.เจ. ซิมป์สัน ที่รอดคดีมาได้เช่นกัน

 

ต่อมาอีกสองปี ลูกสาวคนสุดท้อง ไคลี คริสเตน เจนเนอร์ ก็ลืมตาดูโลก และคริสกับบรูซก็ต้องดูแลลูกทั้งหมด 10 คน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การเงินที่ไม่เพียงพอสำหรับครอบครัวที่จะใช้ชีวิตกับไลฟ์สไตล์ฟู่ฟ่า และส่งเสียค่าเรียนลูกๆ คริสเลยตัดสินใจว่าจะมาเป็นผู้จัดการบรูซ และคิดไอเดียส่งสามีไปพูด Motivational Speech หรือการไปบรรยายแบบให้แรงบันดาลใจในหัวข้อ ‘Finding the Champion Within’ ที่บรูซเคยพูดก่อนหน้านี้ในยุค 80s ตามบริษัทต่างๆ

 

คริสได้ทำเพรสกิตพร้อมโปรไฟล์ของบรูซ 7,000 ชุด และส่งไปตามบริษัทระดับโลก อาทิ Coca-Cola, Carl’s Junior, และ Visa Card เพื่อหวังว่าจะมีคนสนใจ ซึ่งก็มีจริงๆ และบรูซก็ตระเวนทั่วสหรัฐอเมริกาไปพูดตามบริษัทต่างๆ และสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

 

คริสในยุค 90s

 

ไม่เท่านั้น พอบรูซเริ่มเป็นที่สนใจอีกครั้ง คริสก็ปิดดีลทำไลน์วิดีโอฟิตเนสออกกำลังกายที่ไปขายตามรายการแนะนำสินค้าที่ฮิตกันในสหรัฐอเมริกาช่วงนั้นชื่อ Super Fit With Bruce and Kris Jenner ที่คอนเซปต์เป็นบรูซสอนคริสออกกำลังกายท่าต่างๆ

 

กระโดดมาช่วงปี 2007 คริสไปขายคอนเซปต์การทำเรียลิตี้โชว์แนว Docuseries ติดตามชีวิตของเธอและครอบครัวให้กับทางพิธีกรเบอร์หนึ่งของวงการอย่าง ไรอัน ซีเครสต์ ซึ่งในตอนนั้นเป็นประเภทรายการที่กำลังรับความนิยมอย่างล้นหลาม เช่น ทางช่อง MTV กับรายการ The Osbournes, Laguna Beach, The Hills หรือ The Jersey Shore โดยไรอันก็สนใจและได้ติดต่อกับทางช่อง E! Entertainment ที่อยู่ภายใต้ NBC Universal และมี Comcast เป็นบริษัทพ่อให้ดูเทปเดโม่ที่ไปถ่ายชีวิตของครอบครัวคาร์ดาเชียนระหว่างปาร์ตี้บาร์บีคิวที่บ้านวันหนึ่ง

 

ซึ่งทาง E! Entertainment ก็ชอบ และ 8 เดือนต่อมา ก็มีรายการที่ชื่อ Keeping Up With The Kardashians ที่คริสครองตำแหน่ง Executive Producer จนถึงทุกวันนี้กับซีซันที่ 15 ซึ่งยังไม่รวมรายการ Spin Off อีกมากมาย ทั้ง Kim and Kourtney Takes New York, Life of Kylie และรายการพิเศษงานแต่งงานของคิมกับนักบาสเกตบอล คริส ฮัมฟรีย์ ที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยุติลงภายใน 72 วัน

 

รายการ Keeping Up With The Kardashians

 

พอกราฟความสำเร็จของรายการ Keeping Up With The Kardashians พุ่งขึ้นเรื่อยๆ และมีการนำไปฉายทั่วโลกกว่า 150 ประเทศ ความสนใจของแบรนด์ ‘Kardashians’ ก็ถือว่าทวีคูณ และคริสเองก็เริ่มควบคุมครอบครัวทุกกระเบียดนิ้ว ในฐานะผู้จัดการของสมาชิกทุกคนภายใต้บริษัท Jenner Communications ที่เธอจัดตั้ง และมีหน่วยงานต่างๆ เช่น พีอาร์ที่พร้อมวางแผนให้ทั้งหมด แถมสมาชิกแต่ละคนในครอบครัวจะมีผู้ช่วยเป็นของตัวเอง ที่ทำงานเหมือนเครือข่ายเชื่อมโยงกับผู้ช่วยของคนอื่น โดยมีศูนย์กลางเป็นคริส มากไปกว่านั้นแต่ละคนก็จะมีช่างแต่งหน้า ช่างทำผม และสไตลิสต์ที่พร้อมตลอดเวลา เพราะทุกวินาทีที่แต่ละคนโดนถ่ายรูปในที่สาธารณะ หรือแค่ภาพอินสตาแกรมสตอรีก็ต้องดูเพอร์เฟกต์ตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

แต่ละสมาชิกจะทำธุรกิจอะไร เป็นพรีเซนเตอร์สินค้าอะไร หรือจะลงรูปอะไรในอินสตาแกรม ที่รวมถึงพวกโฆษณา Paid Partnership ต่างๆ ทางคริสก็จะเป็นคนจัดการและปิดดีลให้หมด พร้อมได้ค่าตัวเป็นผู้จัดการ 10% ซึ่งในช่วง 5 ปีแรก คริสจะเน้นทำดีลให้ลูกๆ ไปงานเปิดตัวคลับที่ลาสเวกัส งานโชว์ตัวต่างประเทศ และเป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์ต่างๆ ไม่รู้จบ ตั้งแต่ไลน์เสื้อผ้า Kardashian Collection กับห้างฯ Sears, น้ำหอม, บัตรเครดิต, ยาลดความอ้วน, เครื่องสำอาง, หนังสือ, ร้านเบอร์เกอร์, เลเซอร์กำจัดขน หรือแม้แต่น้ำยาทาเล็บ OPI ที่ทั้งหมดช่วยทำให้อาณาจักรคาร์ดาเชียนรับทรัพย์เป็นพันๆ ล้านทุกปี

 

คริสฉลาดในการแตกกลุ่มฐานแฟนคลับของลูกๆ แต่ละคนให้เป็นพรีเซนเตอร์สินค้าในกลุ่มผู้บริโภคที่ต่างกันออกไป และช่วยให้คนรู้จักตระกูลคาร์ดาเชียนทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ โดยหลายสินค้า คริสก็จะเชื่อมต่อเข้ากับรายการ Keeping Up With The Kardashians ให้ปรากฏอยู่ในรายการเชิง Product Placement และเพิ่ม Value ให้สินค้าเป็นที่รู้จัก และบริษัทอยากจ้างต่อไปเรื่อยๆ

 

คอลเล็กชัน Mother’s Day ปี 2018 ของ Kylie Cosmetics

 

แต่ปัญหาของการที่แต่ละสมาชิกของตระกูลคาร์ดาเชียนเป็นพรีเซนเตอร์คือ พวกเธอได้แค่ส่วนแบ่งค่าตัว และมีความไม่เสถียรตรงที่บางผลิตภัณฑ์เลิกจ้าง จนกลายเป็นข่าวลือต่างๆ ว่าเพราะยอดขายไม่ขึ้น หรือพวกเธอทำงานแล้วเรื่องมาก ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อแบรนด์คาร์ดาเชียน ทำให้ใน 5 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นคริสปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เริ่มให้ลูกๆ สร้างและลงทุนทำแบรนด์ของตัวเองไปเลย พร้อมรับผลกำไรแบบเต็มๆ เช่น โคลอี้กับแบรนด์เสื้อผ้า Good American, ร็อบกับแบรนด์ถุงเท้า Arthur Socks, คิมกับบริษัทความงาน KKW Beauty และที่คริสดูเหมือนจะโฟกัสที่สุด (เพราะน่าจะประสบความสำเร็จสุด) คือ Kylie Cosmetics ของลูกสาวคนเล็ก ที่กำลังก้าวเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดของสหรัฐอเมริกา

 

สิ่งที่ทำให้แบรนด์เหล่านี้ประสบความสำเร็จ ต้องยกให้พลังของโซเชียลมีเดียที่ตระกูลนี้มีเกิน 800 ล้านคน พอรวมทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งนั่นแปลว่าเมื่อจะขายหรือโปรโมตอะไรสักอย่าง ภาพที่ออกไปก็จะถึงมือแฟนคลับเป็นร้อยๆ ล้านภายในคลิกเดียว โดยไม่ต้องไปจัดอีเวนต์ In Store หรือลงโฆษณาในสื่ออื่นๆ ยกเว้นแค่ให้สมาชิกในครอบครัวช่วยแชร์ภาพ ซึ่งตระกูลนี้ก็ทำอยู่เป็นประจำ

 

ส่วนตัวคริสก็มาร์เก็ตติ้งตัวเองเป็นแบรนด์พร้อมพรีเซนเตอร์ เช่น ยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศสำหรับผู้หญิงสูงวัย มีรายการทอล์กโชว์ของตัวเอง และมีการจดลิขสิทธิ์คำว่า ‘Momager’ (Mother + Manager) ที่เธอตั้งขึ้นมาสำหรับบทบาทของตัวเอง แล้วยังออกผลิตภัณฑ์ในชื่อนี้ตามออกมาด้วย แถมสินค้าบางตัว เธอก็จะไปร่วมเป็นพรีเซนเตอร์กับลูกๆ ที่ขายเป็นแพ็กเกจครอบครัว แบรนด์เครื่องสำอาง Kylie Cosmetics ของไคลี เธอก็ไปร่วมทำคอลเล็กชันพิเศษสำหรับวันแม่ หรือล่าสุดกับแคมเปญ ‘Me and My Peekabo’ ของแบรนด์ลักชัวรี Fendi คู่กับคิมและลูกสาวคนโตของ คิม นอร์ธ เวสต์ ซึ่งคงไม่แปลกถ้าต่อไปคริสยังจะดูแลงานการของหลานๆ รุ่นต่อไปอีกด้วย

 

ผลิตภัณฑ์ที่คริสเคยเป็นพรีเซนเตอร์

 

แต่สำหรับลูกสาวเคนดัลล์ที่เป็นซูเปอร์โมเดลแห่งยุค คริสก็จะทำงานควบคู่กับเอเจนซี Elite Model และ The Society Management เพื่อจัดสรรเวลาให้เคนดัลล์สามารถไปเดินรันเวย์รอบโลกและถ่ายแบบโฆษณาต่างๆ แต่ก็ต้องกลับมาถ่ายรายการ Keeping Up With The Kardashians ในลอสแอนเจลิสตามสัญญา ซึ่งทางครอบครัวเพิ่งเซ็นสัญญาต่อกับช่อง E! ไปจนถึงปี 2020 กับค่าตอบแทนที่ลือกันว่าสูงถึงแปดหลัก

 

การควบคุมดูแลภาพลักษณ์ของครอบครัวก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คริสต้องดูแลกับอาณาจักรคาร์ดาเชียนมาโดยตลอด เพราะจำนวนข่าวสารที่สื่อไม่ว่าจะเป็น CNN, Vanity Fair หรือ People เขียนถึง ทุกฝีก้าวเกี่ยวกับครอบครัวนี้ก็ส่งผลทั้งแง่ดีและแง่ร้ายได้หมด แถมในยุคที่โซเชียลมีเดียมีบทบาทมากยิ่งขึ้น ทุกอย่างในวงการบันเทิงก็มีความเปราะบางมากขึ้น ถ้าหนึ่งในสมาชิกแค่ไปคอมเมนต์หรืออันฟอลโลว์ใครบนอินสตาแกรมก็จะเป็นประเด็นใหญ่โตไปหมด

 

เราเลยไม่แปลกใจถ้าตอนนี้หากใครเดินเข้าบ้านเธอที่ลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นสถานที่หลักในการถ่ายทำ Keeping Up With The Kardashians ก็จะมีกล้องติดตั้งทุกมุม ทุกคนจะต้องมีการเซ็นสัญญาปกปิดความลับหลายฉบับ เพื่อห้ามให้อะไรหลุดออกไปเด็ดขาด เพราะสมมติมีคนไปได้ยินเกี่ยวกับโปรเจกต์ต่อไปของครอบครัว หรือไปแอบถ่ายรูปหลานที่เกิดใหม่ พวกนี้ก็เป็นเงินและมูลค่าทั้งหมด โดยตลอด 11 ปีที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นมีการ Turnover เปลี่ยนทีมงาน เช่น ช่างแต่งหน้าหรือผู้ช่วยอยู่บ่อยครั้ง เพราะมีการไปขายข่าว หรือเอาเปรียบตระกูลคาร์ดาเชียนในวิธีต่างๆ

 

 

 

อีกตัวอย่างสำคัญคือ เมื่อปี 2017 หลังจากที่บรูซได้แปลงเพศเป็นผู้หญิงชื่อ เคทลิน เจนเนอร์ ได้ 2 ปี เธอก็ได้เขียนหนังสือชีวประวัติ The Secrets of My Life ซึ่งในหนังสือเคทลินได้กล่าวว่า คริสรู้มาตลอดว่าเธออยากเป็นผู้หญิง แต่บอกให้ปกปิด และยังกล่าวว่า คริสมีการโกงเงินช่วงที่เขาไปพูดบรรยาย เป็นต้น ซึ่งก็สร้างข่าวฉาวอย่างรุนแรง และทำให้ภาพลักษณ์คริสเสีย จนต้องทำ ‘Crisis Management’ ให้ลูกสาวออกมาปกป้องผ่านรายการ Keeping Up With The Kardashians หรือตอนสัมภาษณ์ออกรายการต่างๆ

 

ทุกวันนี้ด้วยวัย 62 ปี คริสยังคงเต็มไปด้วยพลัง และไม่หยุดที่จะผลักดันครอบครัวเธอให้ก้าวสู่สมรภูมิของวัฒนธรรมป๊อปที่ไม่มีครอบครัวไหนเคยทำได้และมีอิทธิพลเทียบเท่าครอบครัวเคนเนดี, คลินตัน หรือโอบามา

 

สิ่งที่เราต้องเชิดชูและซูฮกเธอคือ นาทีที่เธอได้ส่งเพรสกิต 7,000 ชุดออกไป เพื่อต้องการหารายได้ให้ครอบครัว เธอไม่เคยหยุดการเดินหน้า ที่เปรียบเสมือนรถไฟเหาะที่มีขึ้น มีลง มีกำลัง และเครื่องยังไม่ดับ

 

แคมเปญ ‘Me and My Peekaboo’ ของ Fendi

 

แต่มากไปกว่าความสำเร็จ เม็ดเงิน ยอดไลก์ ยอดแชร์ ที่เรามักสนใจกัน สิ่งที่คนเราอาจนำไปปรับใช้ในชีวิตได้จากคริสคือ การที่เธอสามารถเดินหน้าต่อไปกับจักรวาลคาร์ดาเชียนได้ เพราะเธอคือเสาหลักของครอบครัว และปลูกฝังให้ลูกทุกคนรักและช่วยเหลือกัน และถ้าใครคิดว่ามีความเฟกหรือปรุงแต่ง เราก็มองว่าคนเราจะมาใส่หน้ากาก 11 ปีที่อยู่ในสปอต์ไลต์ คงไม่ใช่เรื่องง่ายและคงพังไปนานแล้ว

 

หากใครไม่เคยรู้จัก คริส เจนเนอร์ มาก่อน เราขอแนะนำให้พิมพ์ว่า ‘Kris Jenner Funny Moments’ ในยูทูบ และดูคลิปต่างๆ ของเธอ เพราะภายในไม่กี่คลิปคุณอาจจะเจอสมาชิกครอบครัวคาร์ดาเชียนคนโปรดคนใหม่ และบอกตัวเองว่า ถ้าคุณแม่ของเราทำแบบนี้บ้างก็คงโคตรบ้า แต่ชีวิตก็จะโคตรมีสีสัน

 

“I say this all the time, but when I go to bed at the end of the day, and I put my head down on the pillow, I really feel such a sense of satisfaction, and I’m so proud of my kids that they have this amazing work ethic, and we get to work with each other every day, so it doesn’t get any better than that.” – Kris Jenner

 

 

 

Photo: giphy.com
 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

The post Kris Jenner จากแอร์โฮสเตสสู่คุณแม่ผู้จัดการจักรวาล Kardashian และ Jenner ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของวัฒนธรรมป๊อป appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kris-jenner/feed/ 0
Beyoncé และ Kendall Jenner ขึ้นอันดับหนึ่งทำเงินสูงสุดประจำปี 2017 ของ Forbes! https://thestandard.co/forbes-worlds-highest-paid-women-2017-beyonce-kendall-jenner/ https://thestandard.co/forbes-worlds-highest-paid-women-2017-beyonce-kendall-jenner/#respond Thu, 23 Nov 2017 03:33:55 +0000 https://thestandard.co/?p=49676

  กลายเป็นทำเนียมไปแล้วที่นิตยสาร Forbes จะมีการรว […]

The post Beyoncé และ Kendall Jenner ขึ้นอันดับหนึ่งทำเงินสูงสุดประจำปี 2017 ของ Forbes! appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

กลายเป็นทำเนียมไปแล้วที่นิตยสาร Forbes จะมีการรวบรวมการทำเงินของแวดวงต่างๆ ในช่วงปลายปี สำหรับปีนี้นักร้องสาว บียอนเซ่ (Beyoncé) และนางแบบแห่งยุค เคนดัลล์ เจนเนอร์ (Kendall Jenner) ติดอันดับหนึ่งในหมวดศิลปินหญิงและนางแบบที่ทำเงินมากที่สุด

 

เริ่มที่ดีวาสาว บียอนเซ่ หรือ ‘แม่บี’ ที่ถึงแม้ปีนี้จะพักงานเพื่อไปดูแลลูกแฝด เซอร์ (Sir) และ รูมิ คาร์เตอร์ (Rumi Carter) แต่เธอยังสามารถทำเงินสูงถึง 105 ล้านเหรียญสหรัฐจากรายได้ครึ่งหลังของเวิลด์ทัวร์ The Formation World Tour และไลน์เสื้อผ้า Ivy Park ส่วนปีหน้าเราก็ยังคงได้เห็นชื่อเธออยู่ในลิสต์แน่นอน เพราะเธอเพิ่งรับบทพากย์เสียงตัวละคร Nala ในภาพยนตร์ The Lion King ของผู้กำกับ จอน ฟาฟวโร (Jon Favreau) ที่ดิสนีย์จะดัดแปลงเป็นเวอร์ชัน live adaption เข้าฉายปี 2019

 

ตามมาติดๆ ในอันดับ 2 ของลิสต์ศิลปินสาวที่ทำเงินสูงสุดประจำปีก็คือ อเดล (Adele) ที่ประสบความสำเร็จสุดๆ กับการทำเงินไป 69 ล้านเหรียญสหรัฐจากเวิลด์ทัวร์ Adele Live 2016/17 ที่แสดงไปกว่าร้อยรอบ บวกกับยอดขายอัลบั้มที่ 25 ที่ชนะรางวัลแกรมมี่อัลบั้มแห่งปีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่สิ่งหนึ่งที่น่ายกย่องเกี่ยวกับอเดล  คือ เธอเป็นศิลปินคนเดียวในลิสต์ที่ไม่ได้เป็นพรีเซนเตอร์ให้สินค้าใดๆ และทำเงินจากการขายเพลงและตั๋วคอนเสิร์ตอย่างเดียว

 

Adele (Photo: www.13thfloor.co.nz)

Taylor Swift

 

ส่วนอันดับ 3 ก็ตกเป็นของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) กับยอด 44 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคล้ายๆ กับบียอนเซ่ตรงที่ถึงแม้จะไม่มีผลงานใหม่ช่วงการคำนวณรายได้ระหว่าง 1 มิถุนายน ปี 2016 ถึง 1 มิถุนายนปี 2017 แต่เธอก็ยังสามารถทำเงินจากคอนเสิร์ต The 1989 World Tour ของอัลบั้มก่อน ส่วนปีหน้าเราเชื่อว่าสาวเทย์เลอร์มีสิทธิ์กลับขึ้นมาเป็นที่หนึ่งอีกครั้ง เพราะอัลบั้มใหม่ Reputation เพิ่งวางแผงพร้อมทุบสถิติมากมาย บวกกับเวิลด์ทัวร์ที่จะต้องเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน

 

ด้านวงการนางแบบ ปีนี้สาว เคนดัลล์ เจนเนอร์ (Kendall Jenner) มาแรงโค่นแชมป์เก่าอย่าง จีเซล บุนด์เชน (Gisele Bundchen) ที่ตกลงมาอันดับ 2 หลังจากรั้งตำแหน่งอันดับหนึ่งมานานกว่าสิบปี

 

โดยปีนี้เคนดัลล์ทำเงินไป 22 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งได้มาจากการเป็นพรีเซนเตอร์ของสินค้า ทั้ง Esteé Lauder, Fendi, La Perla และ adidas Originals ส่วนเธอก็ยังได้รายได้จากไลน์เสื้อผ้า Kendall + Kylie และค่าตัวจากเรียลิตี้โชว์ Keeping Up with the Kardashians  

 

ความน่าสนใจของลิสต์นางแบบที่ทำเงินปีนี้คือ มีคนใหม่ติดโพลอยู่หลายคน เช่น คริสซี ทีเกน (Chrissy Teigen) นางแบบสาวเชื้อสายไทย-นอร์เวย์ (ที่เพิ่งประกาศตั้งท้องลูกคนที่สองกับ จอห์น เลเจนด์ (John Legend) ที่จะมาเปิดคอนเสิร์ตที่บ้านเรามีนาคมปีหน้า) ซึ่งมาอันดับ 3 พร้อมรายได้ 13.5 ล้านเหรียญสหรัฐจากรายได้การเป็นพรีเซนเตอร์ เช่น Smirnoff และเป็นพิธีกรรายการ Lip-Sync Battle ส่วนสองสาวพี่น้องตระกูล ฮาดิด (Hadid) ต่างก็ติดลิสต์ทั้งคู่ โดย จีจี้ ฮาดิด (Gigi Hadid) มาอันดับ 5 กับยอดเงิน 9.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนน้องสาว เบลลา ฮาดิด (Bella Hadid) ก็มาอันดับ 9 ด้วยยอด 6 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทั้งคู่ก็เป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ลักซูรีมากมาย เช่น Max Mara และ Bvlgari จนถึงสินค้าความงามระดับแมสอย่าง Maybelline ที่จีจี้มีการทำไลน์สินค้าด้วย

 

ปิดท้ายด้วย แอชลีย์ เกรแฮม (Ashley Graham) ที่เป็นนางแบบพลัสไซส์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ติดลิสต์ของ Forbes โดยเธอทำเงินไป 5.5 ล้านเหรียญสหรัฐจากคอลเล็กชันเสื้อผ้าที่ทำกับแบรนด์ Addition Elle และยังเป็นพรีเซนเตอร์ให้ H&M ด้วย

 

Bella และ Gigi Hadid (Photo: footwearnews.com)

Ashley Graham (Photo: blogspot.com)

 

*สำหรับลิสต์ศิลปินหญิงที่ทำเงินเยอะที่สุดปีนี้สามารถคลิกได้ที่: www.forbes.com/sites/zackomalleygreenburg/2017/…

*สำหรับลิสต์นางแบบที่ทำเงินเยอะที่สุดปีนี้สามารถคลิกได้ที่ www.forbes.com/sites/natalierobehmed/2017/…

 

Cover Photo: Courtesy of Ivy Park and La Perla

The post Beyoncé และ Kendall Jenner ขึ้นอันดับหนึ่งทำเงินสูงสุดประจำปี 2017 ของ Forbes! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/forbes-worlds-highest-paid-women-2017-beyonce-kendall-jenner/feed/ 0
จากเซ็กซ์เทปสู่รันเวย์ Marc Jacobs ถอดรหัสอาณาจักรพันล้านของตระกูล Kardashian และ Jenner https://thestandard.co/kardashian-and-jenner-families/ https://thestandard.co/kardashian-and-jenner-families/#respond Thu, 02 Nov 2017 12:08:10 +0000 https://thestandard.co/?p=40375

     ไคลี เจนเนอร์ ท้อง!, คิมไปฉีดบั้นท้ […]

The post จากเซ็กซ์เทปสู่รันเวย์ Marc Jacobs ถอดรหัสอาณาจักรพันล้านของตระกูล Kardashian และ Jenner appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ไคลี เจนเนอร์ ท้อง!, คิมไปฉีดบั้นท้ายมาเพิ่ม!, เคนดัลล์ เจนเนอร์ มีแฟนใหม่แล้ว! เหล่านี้มักเป็นภาพสะท้อนของสมรภูมิสื่อในยุค clickbait ที่ยิ่งฉาวยิ่งดี และแน่นอนกับตระกูลทีวีเบอร์หนึ่งอย่าง คาร์ดาเชียน และ เจนเนอร์ การเล่นข่าวของพวกเธอก็ขายได้ตลอด เพราะมีอะไรให้พูดถึงตลอดเวลา แต่ในวาระครบรอบ 10 ปีของรายการ Keeping Up with the Kardashians ทาง THE STANDARD สนใจที่จะศึกษากลยุทธ์ในการสร้างอาณาจักรพันๆ ล้านของตระกูลนี้ที่แพร่สะพัดไปยังวงการแฟชั่น ดนตรี ความงาม หรือแม้กระทั่งวงการเทคโนโลยีที่คน ณ ซิลิคอน วัลเลย์ ยังต้องซูฮก

 

Photo: ANGELA WEISS/AFP

 

จุดชนวนให้ครอบครัวเป็นที่นิยม

     ก่อนจะลงดีเทลของสมาชิกแต่ละคน เราควรจะเข้าใจความเป็นมาของครอบครัวนี้ก่อน ตระกูลคาร์ดาเชียนเริ่มเป็นที่รู้จักในปี 1994 หลังโรเบิร์ต จอร์จ คาร์ดาเชียน (พ่อของสาวๆ ตระกูลคาร์ดาเชียน) เป็นเพื่อนสนิทและทนายความในคดีแห่งยุค 90s ของนักอเมริกันฟุตบอล โอ.เจ. ซิมป์สัน ที่โดนข้อหาฆ่านิโคล บราวน์ ภรรยาของตัวเอง ซึ่งเขารอดมาได้ และแม้ต่อมาครอบครัวนี้จะเป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมฮอลลีวูด แต่พวกเขาก็ไม่ได้โด่งดังอะไรมากมาย

     พอช่วงปี 2005 คิม คาร์ดาเชียน ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะเพื่อนสนิทของไฮโซสาว ปารีส ฮิลตัน และเป็นสไตลิสต์ให้เหล่าดาราเซเลบ แต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2007 เธอดัน (หรือตั้งใจ?) มีเซ็กซ์เทปที่ถ่ายกับแฟนหนุ่ม เรย์ เจ ซึ่งคิมมีการฟ้องร้องค่าย Vivid Entertainment และยุติคดีโดยได้เงินไกล่เกลี่ยมา 5 ล้านเหรียญสหรัฐ (และยังคงได้ค่าลิขสิทธิ์ทุกปี)

     8 เดือนต่อมา คิมพร้อมครอบครัวคาร์ดาเชียนและเจนเนอร์ก็ประกาศจัดทำเรียลิตี้โชว์แนว ‘Docuseries’ ชื่อ Keeping Up with the Kardashians ทางช่อง E! Entertainment ที่อยู่ภายใต้ NBC Universal และมี Comcast เป็นบริษัทพ่อ โดยรายการนี้ได้พิธีกรเบอร์หนึ่งของวงการอย่างไรอัน ซีเครสต์ มาร่วมทำกับบริษัท Bunim/Murray Productions และให้คริส เจนเนอร์ คุณแม่ของสาวๆ (และคนที่ขายคอนเซปต์รายการนี้) ครองตำแหน่ง Executive Producer อีกด้วย ซึ่งหมายความว่าทางครอบครัวจะเป็นผู้ควบคุมการตัดต่อของทุกตอน

 

 

 

     คอนเซปต์หลักของรายการ Keeping Up with the Kardashians คือการติดตามชีวิตในแต่ละวันของ 8 สมาชิกในครอบครัว เริ่มด้วยคอร์ตนีย์, คิม, โคลอี้ และร็อบ คาร์ดาเชียน รวมถึงคริส, เคนดัลล์, ไคลี และบรูซ เจนเนอร์ (นักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกที่ตอนหลังแปลงเพศเป็นเคทลิน เจนเนอร์ ในปี 2015) ซึ่งการตลาดของรายการนี้ถูกวางให้เหมือนซีรีส์ในตำนานเรื่อง The Brady Bunch ผสมผสานความบ้าบอของเรียลิตี้โชว์ The Osbournes ของช่อง MTV โดยรายการ Keeping Up with the Kardashians ใช้คิมเป็นสมาชิกหลักของรายการในช่วงแรก แต่ต่อมาคนอื่นๆ ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น

     กราฟความสำเร็จของรายการถือว่าพุ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ได้มีเรตติ้งสูงปรี๊ดสุดๆ ในช่วงแรก แต่เป็นการสร้างให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการทำโปรเจกต์และรายการ spin-off ต่างๆ เพื่อให้ชื่อเสียงของตระกูลยังอยู่ในกระแสตลอด เช่น รายการพิเศษงานแต่งงานของคิมกับนักบาสเกตบอล คริส ฮัมฟรีย์ ที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยุติลงภายใน 72 วัน และนั่นกลับทำให้ตระกูลคาร์ดาเชียนดังขึ้นสุดๆ

     มาถึงปี 2017 รายการ Keeping Up with the Kardashians ก็ก้าวเข้าสู่ซีซันที่ 14 และถึงแม้เรตติ้งจะเริ่มลดลง แต่ชื่อเสียงของตระกูลนี้ก็ยังดังอย่างถล่มทลาย และมีการสร้างรูปแบบธุรกิจที่ถือว่าครบวงจรและไม่เคยมีครอบครัวไหนในฮอลลีวูดเคยทำได้

 

ทำความรู้จักสมาชิกในครอบครัวนี้

 

Photo: The Evening Standard

 

คริส เจนเนอร์

IG: @krisjenner / Followers: 18.1M

     ถ้าต้องยกหนึ่งบุคคลที่ทำให้ตระกูลคาร์ดาเชียนและเจนเนอร์ประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ได้ก็ต้องยกให้คริส เจนเนอร์ คุณแม่และผู้จัดการใหญ่ของทุกคน สมาชิกคนไหนจะทำอะไร ไปอีเวนต์ไหน เซ็นสัญญาอะไร ก็ต้องผ่านผู้หญิงคนนี้หมด (เธอได้ส่วนแบ่ง 10% จากทุกโปรเจกต์ที่ลูกๆ ทำ) คริสถือได้ว่ามีฝีมือในด้านการตลาดตั้งแต่ช่วยให้สามีเก่า บรูซ เจนเนอร์ (ตอนนี้คือเคทลิน เจนเนอร์) กลับมามีชื่อเสียงในฐานะนักพูดสร้างแรงบันดาลใจในยุค 90s และเมื่อรายการทีวีเริ่มโด่งดัง เธอก็ได้ก่อตั้งบริษัท Jenner Communications ที่ดูแลทุกส่วนของตระกูลนี้ ทุกวันนี้สมาชิกแต่ละคนจะมีผู้ช่วยและทีมงานเป็นของตัวเอง โดยมีคริสเป็นคนดูภาพรวมและเป็นคนดีลเรื่องการเซ็นสัญญากับโปรเจกต์ใหญ่ๆ เช่น แอปพลิเคชันของลูกสาวทุกคน หรือการต่อสัญญารายการ Keeping Up with the Kardashians

 

Photo: Vanity Fair

 

เคทลิน เจนเนอร์ (บรูซ เจนเนอร์)

IG: @caitlynjenner / Followers: 8.8M

     เป็นสมาชิกที่มีอายุมากที่สุด แต่ก็เป็นสมาชิกใหม่ที่สุดของรายการเช่นกัน (ถ้านับตามชื่อใหม่) สำหรับเคทลิน เจนเนอร์ ที่ 8 ปีแรกของรายการผู้ชมจะรู้จักเขาในฐานะบรูซ เจนเนอร์ ก่อนที่ในปี 2015 เขาได้หย่ากับคริสและตัดสินใจออกมาประกาศว่าตนเองเป็นผู้หญิงข้ามเพศในรายการ 20/20 ของพิธีกร ไดแอน ซอว์เยอร์ และขึ้นปกนิตยสาร Vanity Fair ที่สร้างความฮือฮาจนเคทลินกลายเป็นบุคคลที่มีคนตาม 1 ล้านคนในทวิตเตอร์เร็วที่สุดภายใน 4 ชั่วโมง ซึ่งเอาชนะบารัก โอบามา ต่อมาเคทลินก็ได้ออกไลน์เครื่องสำอางกับ M.A.C, หนังสืออัตชีวประวัติ, และเรียลิตี้โชว์ชื่อ I Am Cait ออกมา

 

Photo: Hollywood Reporter

 

คอร์ตนีย์ คาร์ดาเชียน

IG: @kourtneykadash / Followers: 59.2M

     ถึงแม้จะมีชื่อเสียงน้อยสุดในบรรดาลูกสาวทั้งหมด 5 คน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคอร์ตนีย์ คาร์ดาเชียน จะเลือนหายไปไหน เพราะในรายการเธอก็มักได้แอร์ไทม์กับเรื่องราวความรักคาราคาซังกับแฟนเก่าและพ่อของลูกๆ 3 คนอย่างสก็อตต์ ดิซิก เป็นประจำ และมีซีรีส์ spin-off ทั้ง Kourtney & Kim Take New York และ Kourtney & Khloe Take Miami โดยด้านธุรกิจ เธอก็เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ความงาม Manuka Doctor ของประเทศนิวซีแลนด์ และยังเป็นเสาหลักในการดูแลธุรกิจร้านเสื้อผ้า Dash ที่ทำร่วมกับน้องสาวอย่างคิมและโคลอี้อีกด้วย

 

Photo: Vogue Espana

 

คิม คาร์ดาเชียน เวสต์

IG: @kimkardashian / Followers: 104M

     ราชินีของตระกูลนี้ก็ต้องยกให้คิม คาร์ดาเชียน เวสต์ ที่ทุกวันนี้ยังคงมีข่าวให้อัพเดตกันทุกวินาที และกลายเป็นนักธุรกิจพันล้านภายในชั่วพริบตา (แม้จะโดนกระแสต่อต้านว่าไม่มีความสามารถ) นอกเหนือจากการเป็นสมาชิกหลักของรายการทีวีแล้ว เธอยังหันมาเอาดีด้านเทคโนโลยีกับเกม Kim Kardashian: Hollywood ที่ทำร่วมกับบริษัท Glu Mobile ซึ่งสามารถทำเงินได้มากกว่า 70 ล้านเหรียญสหรัฐภายใน 6 เดือนแรกที่ปล่อยออกมา (จำนวนเปอร์เซ็นต์ที่คิมได้รับส่วนแบ่งยังไม่มีการเปิดเผย) อีกหนึ่งความสำเร็จล่าสุดก็คือแบรนด์ความงาม KKW Beauty และการเป็นอีกหนึ่งสไตล์ไอคอนของยุคที่ได้ขึ้นปกนิตยสารเป็นประจำ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับสามี คานเย เวสต์ ที่มีเส้นสายในวงการแฟชั่น และทำให้คิมเป็นที่ยอมรับมากขึ้น

 

Photo: Courtesy of Good American

 

โคลอี้ คาร์ดาเชียน

IG: khloekardashian / Followers: 69.7M

     โคลอี้ คาร์ดาเชียน น่าจะเป็นสมาชิกที่เราได้เห็นวิวัฒนาการมากที่สุดตลอด 10 ปี และเป็นคนโปรดของหลายๆ คนด้วยอารมณ์ขันของเธอ โดยในช่วงปีแรกๆ ของรายการเธอมักถูกมองว่าเป็นลูกสาวที่อวบอั๋นที่สุดและมีปัญหารุมเร้าอยู่ตลอด โดยเฉพาะกับอดีตสามี ลามาร์ โอดอม ที่ติดยาและเคยมีอาการโคม่า แต่ในสองปีให้หลังโคลอี้ก็ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ดูฟิตแอนด์เฟิร์ม มีคอลเล็กชันกางเกงยีนส์ Good American ที่ทำเงินมากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐในวันแรกที่วางขาย และยังมีรายการเป็นของตัวเอง Revenge Body with Khloé Kardashian ทางช่อง E! ซึ่งกำลังจะมีซีซันใหม่เร็วๆ นี้

 

Photo: www.shemazing.net

 

ร็อบ คาร์ดาเชียน

IG: –

     เป็นอีกหนึ่งสมาชิกที่กำลังผ่านมรสุมชีวิตอันหนักหน่วงและยาวนานหลายปี สำหรับร็อบ คาร์ดาเชียน ลูกชายคนเดียวของตระกูลที่ตอนแรกเป็นคนโปรดของสาวๆ หลายคนเพราะรูปร่างหน้าตา แต่พักหลังร็อบกลับมีปัญหาขาดความมั่นใจ น้ำหนักเกิน และปัญหากับอดีตแฟนสาว แบล็ก ไชน่า ที่กำลังขึ้นศาลฟ้องร้องกันอยู่ (ทั้งคู่เคยทำเรียลิตี้โชว์ด้วยกันชื่อ Rob & Chyna นอกจากนี้ร็อบก็ยังมีธุรกิจถุงเท้า แบรนด์ Arthur George ที่ไปได้ดีทีเดียว และมีขายในห้างดังอย่าง Nordstorm อีกด้วย

 

Photo: celebmafia.com

 

เคนดัลล์ เจนเนอร์

IG: @kendalljenner / Followers: 84.2M

     ไม่ว่าจะเป็นรันเวย์ของ Chanel หรือป้ายโฆษณาเครื่องสำอาง Estée Lauder เราจะเห็นหน้าของเคนดัลล์ เจนเนอร์ สมาชิกที่เลือกเอาดีในวงการแฟชั่น ซึ่งเธอก็รุ่งสุดๆ ในฐานะนางแบบที่ทรงอิทธิพลของยุคอีกคนหนึ่ง หลังเดินบนรันเวย์ Marc Jacobs เป็นที่แรก และต่อมาก็กวาดแคมเปญโฆษณาเป็นว่าเล่น นิตยสาร Forbes ยังจัดให้เคนดัลล์เป็นนางแบบทำเงินอันดับ 3 ประจำปี 2016 กับรายได้ต่อปีมากกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งยังไม่รวมรายได้จากรายการทีวีและการไปโชว์ตัวตามงานต่างๆ

 

Photo: Courtesy of Kendall + Kylie

 

ไคลี เจนเนอร์

IG: @kyliejenner / Followers: 99M

     แม้จะเป็นลูกคนเล็กสุดของตระกูล แต่ความสำเร็จของไคลี เจนเนอร์ ถือว่ากำลังทะยานสู่อันดับหนึ่งของครอบครัว เพราะภายใน 18 เดือน ธุรกิจเครื่องสำอาง Kylie Cosmetics ที่เธอลงทุนเองทั้งหมดก็ทำเงินไปแล้ว 420 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีการคาดการณ์ว่าจะถึงพันล้านภายในอีกแค่ 5 ปี! (ซึ่งถ้าเทียบกับแบรนด์ดังอย่าง Bobbi Brown ก็ยังใช้เวลาประมาณ 20 ปี) โดยอีกหนึ่งธุรกิจของเธอก็คือไลน์เสื้อผ้า Kendall + Kylie ที่ทำร่วมกับพี่สาว ซึ่งก็มีขายตามห้างดังทั่วโลก เช่น Neiman Marcus

 

 

ทำไมครอบครัวนี้จับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด

     ความสำเร็จของตระกูลคาร์ดาเชียนและเจนเนอร์ตลอดสิบปีนั้นอาศัยการวางหมากที่เฉียบคม เข้าใจทิศทางของสังคม รู้จักการบริหารอำนาจของสื่อ โชค และการลองผิดลองถูก แน่นอนว่ารากฐานความสำเร็จของครอบครัวนี้เริ่มจากรายการทีวี Keeping Up with the Kardashians ซึ่งทุกวันนี้ถูกฉายไปยัง 160 กว่าประเทศทั่วโลก โดยสมาชิกในครอบครัวมีการวางคอนเซปต์ตัวเองตามไลฟ์สไตล์และช่วงชีวิตของแต่ละคน ซึ่งทำให้ได้ฐานแฟนคลับที่แตกต่างกันออกไป เช่น คอร์ตนีย์กับการเป็นแม่ลูกสามในช่วงวัยแค่ 30 กว่าๆ ก็จะดึงดูดกลุ่ม Young Mothers ให้ติดตาม ส่วนไคลีและเคนดัลล์ ก็จะได้ฐานวัยรุ่น แม้แต่คริส เจนเนอร์ เองก็จะมีแฟนคลับผู้หญิงวัย 50+ เหมือนเธอที่กำลังจะกลายเป็นคุณยายมือใหม่ แต่ก็ยังอยากสนุกกับชีวิต ซึ่งเมื่อสมาชิกแต่ละคนสามารถเข้าหากลุ่มผู้ชมที่ต่างกันออกไปตามประชากรศาสตร์ (Demographics) แน่นอนว่ายอดเรตติ้งก็จะสูงขึ้น เพราะฐานคนดูที่กว้างขึ้น

     เมื่อครอบครัวนี้รับรู้ถึงฐานแฟนคลับของสมาชิกแล้ว พวกเธอก็จะต่อยอดธุรกิจในการทำโปรเจกต์ต่างๆ ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของแฟนคลับ เช่น โคลอี้ก็จะจับกลุ่มฟิตเนสและสินค้าด้านสุขภาพเช่นเดียวกับแบรนด์ Good American ที่สะท้อนภาพลักษณ์ชีวิตของเธอ ณ ตอนนี้ ซึ่งถ้าให้เธอไปจับไลน์เครื่องสำอางเต็มตัวอย่างไคลีก็คงไม่เหมาะ เพราะเธอไม่ได้ถนัด

 

ภาพบน จากซ้ายไปขวา: แคมเปญ Balmain Fall/Winter 2015, แคมเปญ Good American

ภาพล่าง จากซ้ายไปขวา: เกม Kim Kardashian Hollywood, แคมเปญ Manuka Doctor

 

     แต่จะมีสินค้าที่ดีขนาดไหน ในยุคนี้ก็ต้องพึ่งพาสื่อให้คนได้รู้จัก โดยเฉพาะกับโซเชียลมีเดียที่ครอบครัวนี้มีคนตามทุกแพลตฟอร์มรวมมากกว่า 800 ล้านคน! ซึ่งเฉพาะแค่ไคลีก็มีราว 200 ล้านคนแล้ว นั้นแปลว่าเมื่อจะขายอะไรสักอย่าง ภาพที่ออกไปก็จะถึงมือแฟนคลับเป็นร้อยๆ ล้านภายในคลิกเดียว เช่น คิมสามารถขายผลิตภัณฑ์คอนทัวร์ของตัวเองจำนวน 300,000 แท่งภายใน 24 ชั่วโมง และทำเงินได้ถึง 14.4 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยขายผ่านทางเว็บไซต์ของตัวเองเท่านั้น ไม่ต้องไปจัดอีเวนต์ In Store หรือลงโฆษณาในสื่ออื่นๆ ยกเว้นแค่ให้สมาชิกในครอบครัวช่วยแชร์ภาพ ซึ่งตระกูลนี้ก็ทำอยู่เป็นประจำ

     และด้วยอำนาจของครอบครัวนี้กับโซเชียลมีเดีย จึงกลายเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายแบรนด์จึงมักจ้างให้ครอบครัวนี้เป็นพรีเซนเตอร์หรือถ่ายแบบลงนิตยสาร โดยบางแบรนด์ยอมจ่ายเงินเป็นแสนเหรียญสหรัฐเพื่อให้ได้ลงรูปลงในอินสตาแกรมของพวกเธอ

     ส่วนอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญก็คือเคนดัลล์กับวงการแฟชั่น ที่ประมาณ 4 ปีก่อน วงการนี้ยังมีความ ‘อี๋’ กับดาราหรือคนดังที่มาจากเรียลิตี้โชว์ เพราะคิดว่าไม่แพงและดูแมสเกินไป แต่พอมาในยุคนี้ที่คนใช้สื่อออนไลน์เป็นหลัก การที่จะให้สินค้าไปสู่สายตาคนให้มากที่สุด แบรนด์จึงต้อง ‘ยอม’ ใช้บุคคลที่มีฟอลโลเวอร์เยอะ ประเด็นนี้เห็นได้จากนิตยสาร Vogue ที่บรรณาธิการบริหารของเล่มอย่างแอนนา วินทัวร์ มักจะให้เคนดัลล์มาถ่ายแบบ ซึ่งแม้ ‘คนแฟชั่น’ จะไม่ชอบเธอขนาดไหน หรือคิดว่าเคนดัลล์เป็นนางแบบที่จืดชืด แต่ทุกครั้งที่เธอโพสต์รูปผลงานให้แฟนๆ ทั่วโลกได้เห็น ตัวนิตยสารก็ได้รับความสนใจมากขึ้นและเป็นการเพิ่มยอด Engagement ซึ่งนิตยสารก็ต้องการในเชิงธุรกิจและการเรียกเม็ดเงินโฆษณา และสำหรับตัวเคนดัลล์เอง สิ่งนี้ก็จะช่วยสร้างมูลค่าให้เธอดูแพงขึ้น และช่วยในการโปรโมตสินค้าของตัวเอง เช่น ไลน์เสื้อผ้า Kendall + Kylie ที่ในตอนหนึ่งของรายการทีวีเคยมีนักวิจารณ์จาก Vogue มาเยี่ยมชมที่โชว์รูม (จุดนี้เป็นการจัดฉากไหม เราคงไม่อาจรู้)

 

 

 

 

 

อนาคตที่ต้องจับตามอง

     หลายคนไม่เคยคิดว่าตระกูลคาร์ดาเชียนและเจนเนอร์จะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ภายในเวลาเพียง 10 ปี ทั้งยังเป็นที่จับตามองอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าทุกคนในครอบครัวนี้มีเงินในบัญชีมากพอที่จะอยู่อย่างสบายไปตลอดชีวิตแล้ว แต่เราเชื่อว่ามันยังไม่จบเท่านี้ เพราะกับรุ่นลูกรุ่นหลาน สมาชิกหลายคนก็เริ่มทำมาร์เก็ตติ้งกันแล้ว เช่น คิมกับแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Kid’s Supply แม้จะยังเป็นข่าวลือว่าไคลีกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งถ้าจริง เราก็เชื่อว่าเธอต้องผุดโปรเจกต์อะไรสักอย่างออกมาแน่นอน ส่วนเคนดัลล์เอง เราก็เริ่มเห็นเธอทำโปรเจกต์เป็นช่างภาพให้กับนิตยสาร Love ซึ่งไม่น่าแปลกใจถ้าเธอจะเลือกทำงานเบื้องหลังวงการแฟชั่น

 

     สำหรับรายการทีวี Keeping Up with the Kardashians ก็มีกระแสหนาหูว่ากำลังจะยกเลิก เพราะสมาชิกบางคนเริ่มเหนื่อยที่ต้องทำงานควบคู่กับโปรเจกต์อื่นๆ แต่ล่าสุดตระกูลคาร์ดาเชียนก็เพิ่งเซ็นสัญญาใหม่กับช่อง E! จนถึงปี 2020 พร้อมเงินค่าตอบแทนที่บางสื่อบอกว่าสูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ! เราเชื่อว่าครอบครัวนี้จะไม่ปล่อยให้รายการนี้จบลงง่ายๆ หลังปี 2020 เพราะถ้ารายการทีวีจบลง ข่าวสารของครอบครัวนี้ก็จะฮวบลงทันที เพราะทุกวันนี้สื่อก็ยังคงนำประเด็นต่างๆ ในแต่ละตอนมาเขียน ซึ่งทำให้พวกเธอยังอยู่ในกระแส

     คงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันไม่เลิกว่า ‘ความสามารถของครอบครัวนี้อยู่ตรงไหน’ ซึ่งถึงแม้คนจะเกลียด จะดูถูก หรือคิดว่าพวกเธอไม่มีคุณสมบัติใดๆ แต่การที่พวกเธอได้โอกาสและรู้ว่าต้องเล่นกับมันอย่างไรเพื่อสร้างอาณาจักรของตัวเอง สิ่งนี้ถ้าไม่ได้เรียกว่า ‘ความสามารถ’ เราก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร

 


 

 

Cover Photo: Balmain x Yeezy

อ้างอิง:

The post จากเซ็กซ์เทปสู่รันเวย์ Marc Jacobs ถอดรหัสอาณาจักรพันล้านของตระกูล Kardashian และ Jenner appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kardashian-and-jenner-families/feed/ 0