Janet Yellen Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/janet-yellen/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 28 Mar 2024 01:51:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกโรงเตือนจีน ระวังอุดหนุนพลังงานสะอาดทำซัพพลายล้น https://thestandard.co/yellen-warned-china-clean-energy/ Thu, 28 Mar 2024 01:51:05 +0000 https://thestandard.co/?p=916409 พลังงานสะอาด

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ แสดงความเ […]

The post รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกโรงเตือนจีน ระวังอุดหนุนพลังงานสะอาดทำซัพพลายล้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลังงานสะอาด

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ แสดงความเห็นระหว่างการให้สัมภาษณ์สดกับทาง MSNBC เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (27 มีนาคม) เกี่ยวกับแผนการเดินทางเยือนประเทศจีนของตัวเธอเองในเร็ววันนี้ว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญที่จะไปพูดคุยหารือกับจีนก็คือเรื่องนโยบายอุดหนุนในอุตสาหกรรม พลังงานสะอาด อย่างอุตสาหกรรมแผงโซลาร์เซลล์และรถยนต์ไฟฟ้า

 

เยลเลนกล่าวว่า เธออยากพูดคุยกับจีนเกี่ยวกับข้อกังวลเรื่องนโยบายอุดหนุนพลังงานสะอาดที่จะส่งผลให้เกิดภาวะการผลิตที่ล้นเกินความต้องการของตลาด รวมถึงทำให้ฝั่งจีนเข้าใจถึงผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ในการทำให้ตลาดในประเทศต่างๆ รวมถึงสหรัฐฯ เต็มไปด้วยสินค้าราคาถูก ไม่ว่าจะเป็นในสหรัฐฯ ประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศพันธมิตรที่มีอยู่ทั่วโลก

 

ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นระหว่างที่เยลเลนเดินทางเยือนรัฐจอร์เจียในสหรัฐฯ เพื่อเยี่ยมชมโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์ Suniva ซึ่งปิดตัวลงไปในปี 2017 เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันกับแผงโซลาร์เซลล์ราคาถูกของจีนที่ทะลักเข้ามาในสหรัฐฯ ได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โรงงาน Suniva ได้กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากเครดิตภาษีสำหรับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ของพระราชบัญญัติ Inflation Reduction Act ปี 2022 ซึ่งจะทำให้ราคาแผงโซลาร์เซลล์ที่ผลิตในสหรัฐฯ ราคาถูกลง ผลักดันความต้องการสินค้าดังกล่าวให้สูงขึ้น

 

รายงานระบุว่า ในระหว่างเยี่ยมชมโรงงาน เยลเลนยังได้วางแผนที่จะแสดงความกังวลต่อนโยบายอุดหนุนการผลิตจีน พร้อมเตรียมเตือนจีนว่าขณะนี้จีนกำลังผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมากเกินไป ในลักษณะเดียวกับที่สร้างกำลังการผลิตมากเกินไปในการผลิตเหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งบิดเบือนตลาดโลกและสร้างความเสียหายต่องานในประเทศอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจกำลังพัฒนาอื่นๆ

 

ขณะเดียวกัน เยลเลนเตรียมอธิบายให้จีนเข้าใจในเรื่องของการผลิตส่วนเกินซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงไม่เฉพาะแค่คนงาน บริษัทอเมริกัน และเศรษฐกิจโลกเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงประสิทธิภาพการผลิตและการเติบโตของเศรษฐกิจจีนเอง

 

นอกจากนี้เยลเลนยังแสดงความพร้อมที่จะกดดันให้ฝ่ายจีนดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว 

 

ทั้งนี้ Politico รายงานว่าเยลเลนจะเดินทางไปจีนในเดือนเมษายนนี้ อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังไม่มีการยืนยันเกี่ยวกับกำหนดการเดินทางเยือนจีนของเยลเลนแต่อย่างใด

 

อ้างอิง:

The post รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกโรงเตือนจีน ระวังอุดหนุนพลังงานสะอาดทำซัพพลายล้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเน็ต เยลเลน ค้านมุมมองของ Moody’s ที่อาจหั่นเครดิตของสหรัฐฯ จากภาระหนี้มหาศาล เชื่อเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง https://thestandard.co/janet-yellen-disputes-moodys-view/ Tue, 14 Nov 2023 11:40:54 +0000 https://thestandard.co/?p=865673

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่ […]

The post เจเน็ต เยลเลน ค้านมุมมองของ Moody’s ที่อาจหั่นเครดิตของสหรัฐฯ จากภาระหนี้มหาศาล เชื่อเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการที่ Moody’s ปรับมุมมองต่ออันดับเครดิตของสหรัฐฯ เป็นลบ โดยยังคงเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและยังมองพันธบัตรรัฐบาลเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ปัจจุบันอันดับเครดิตของสหรัฐฯ อยู่ที่ AAA

 

เยลเลนกล่าวในงานแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (13 พฤศจิกายน) ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และพันธบัตรของรัฐบาลยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และมีสภาพคล่องอยู่ในระดับชั้นนำของโลก ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของ Moody’s

 

ความคิดเห็นของเยลเลนเกิดขึ้น 3 วันหลังจากที่ Moody’s เตือนว่าจะปรับลดอันดับเครดิตของสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เกิดการขาดดุลงบประมาณเป็นวงกว้าง และภาวะการแบ่งขั้วทางการเมืองที่ร้อนแรงขึ้นในเวลานี้ 

 

ปัจจุบัน Moody’s เป็นบริษัทเดียวใน 3 บริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้งที่ยังคงอันดับเครดิตของสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับสูงสุด หลังจากที่ Fitch Ratings ปรับลดอันดับหนี้สหรัฐฯ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จากการต่อสู้กับภาวะเพดานหนี้ ขณะที่ S&P Global Rating ได้ปรับลดอันดับเรตติ้งของสหรัฐฯ ลงจากระดับสูงสุด ตั้งแต่ปี 2011 ท่ามกลางวิกฤตเพดานหนี้เช่นกัน

 

ในขณะที่สหรัฐฯ ได้รับข่าวดีจากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้อย่างน่าประหลาดใจ การขาดดุลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงทางการคลังในระยะยาว ซึ่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้กระตุ้นให้เกิดคำเตือนครั้งใหม่จากนักเศรษฐศาสตร์ นักการเมือง และบริษัทจัดอันดับเครดิต โดยการขาดดุลของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นสองเท่าในปีงบประมาณปัจจุบันจนถึงเดือนกันยายน 

 

ความเป็นไปได้ของภาวะชัตดาวน์ในรัฐบาลสหรัฐฯ อาจเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องงบประมาณของสภาในวอชิงตัน พรรครีพับลิกันที่ครองเสียงข้างมาก กำลังตั้งเป้าที่จะบังคับให้ลดการใช้จ่ายที่พรรคเดโมแครต ซึ่งควบคุมวุฒิสภาปฏิเสธ หลังจากที่งบประมาณจะหมดลงในวันที่ 17 พฤศจิกายน

 

Michael Reynolds รองประธานฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของ Glenmede Investment Management เชื่อว่า “แม้สหรัฐฯ จะถูกลดอันดับเครดิตลงจาก AAA เป็น AA แต่นั่นก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากมาย เนื่องจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ และ Moody’s ก็ไม่ได้มีข้อมูลเชิงลึกอะไรที่หลายคนไม่ทราบ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรเลยจริงๆ”

 

อ้างอิง:

The post เจเน็ต เยลเลน ค้านมุมมองของ Moody’s ที่อาจหั่นเครดิตของสหรัฐฯ จากภาระหนี้มหาศาล เชื่อเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเน็ต เยลเลน ลุยหารือหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจจีน หาแนวทางร่วมมือเพื่อเผชิญความท้าทายร่วมกัน https://thestandard.co/janet-yellen-meet-he-lifeng/ Tue, 07 Nov 2023 03:20:32 +0000 https://thestandard.co/?p=863170 He Lifeng

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่อาว […]

The post เจเน็ต เยลเลน ลุยหารือหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจจีน หาแนวทางร่วมมือเพื่อเผชิญความท้าทายร่วมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
He Lifeng

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่อาวุโสรายหนึ่งว่า เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา จะพบปะหารือกับ เหอลี่เฟิง หัวหน้านโยบายเศรษฐกิจระดับสูงของจีน เป็นเวลา 2 วันที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ โดยเริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้ (9 พฤศจิกายน) เพื่อหารือเกี่ยวกับทวิภาคี รวมถึงประเด็นที่อาจเป็นไปได้สำหรับความร่วมมือเกี่ยวกับความท้าทายระดับโลก

 

รายงานระบุว่า การเจรจาดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่เยลเลนจะเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีคลังของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) ขณะเดียวกันก็มีขึ้นหนึ่งวันก่อนการประชุมสุดยอดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการคลังกล่าวว่า สหรัฐฯ หวังที่จะสร้างความเข้าใจร่วมกันมากขึ้นเกี่ยวกับหลักการที่เป็นแนวทางของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคี ผ่านการหารือของรัฐมนตรีกับเหอ รองนายกรัฐมนตรีของจีน ขณะเดียวกันก็ชี้ว่า เยลเลนเตรียมหารือข้อกังวลร้ายแรงเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรมของจีน เช่น อุปสรรคทางการตลาดที่บริษัทต่างชาติกำลังเผชิญ โดยย้ำว่าสหรัฐฯ กำลังมองหา “การแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ดี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ดังนั้นการแข่งขันจำเป็นต้องมีสนามแข่งขันที่เท่าเทียมกัน เพื่อที่จะส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งสองฝ่าย”

 

ขณะเดียวกันเยลเลนยังจะยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ-จีนในแง่มุมต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และมองหาพื้นที่ที่ทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

แหล่งข่าวระบุอีกว่า สหรัฐฯ ต้องการแน่ใจว่าตนเองมี ‘ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น’ กับจีน เพื่อว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติจะไม่เสี่ยงทำให้เกิดภาวะช็อกใดๆ และหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้

 

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน พบกันแบบตัวต่อตัวในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเป็นเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงที่บาหลี อินโดนีเซีย ระหว่างการประชุม G20 โดยหลังจากนั้นสหรัฐฯ และจีนจะลดข้อจำกัดทางการค้าลงเป็นสองเท่า เนื่องจากข้อกังวลด้านความมั่นคงของชาติ และมักแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในประเด็นต่างๆ เช่น ไต้หวัน รวมถึงส่งสัญญาณแสดงความสนใจร่วมกันในการคลายความตึงเครียดที่ยืดเยื้อในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ จีนยังไม่ได้ยืนยันการเข้าร่วมของสีจิ้นผิงในการประชุมสุดยอด APEC ที่กำลังจะมีขึ้น แต่ทำเนียบขาวยืนยันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าทั้งสองประเทศได้ตกลงในหลักการในการประชุมระหว่างผู้นำสองประเทศที่นครซานฟรานซิสโก

 

ประธานาธิบดีไบเดนมีกำหนดเดินทางไปยังซานฟรานซิสโก เมืองชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาในวันที่ 14 พฤศจิกายน

 

อ้างอิง:

The post เจเน็ต เยลเลน ลุยหารือหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจจีน หาแนวทางร่วมมือเพื่อเผชิญความท้าทายร่วมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เยลเลนไม่พอใจ Fitch หั่นอันดับเครดิตสหรัฐฯ จาก AAA เหลือ AA+ จากแนวโน้มการคลังถดถอย https://thestandard.co/fitch-cuts-us-governments-aaa-credit-rating/ Wed, 02 Aug 2023 02:44:23 +0000 https://thestandard.co/?p=824352 เจเน็ต เยลเลน

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับการหั่นอ […]

The post เยลเลนไม่พอใจ Fitch หั่นอันดับเครดิตสหรัฐฯ จาก AAA เหลือ AA+ จากแนวโน้มการคลังถดถอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเน็ต เยลเลน

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับการหั่นอันดับเครดิตสหรัฐฯ จาก AAA เหลือ AA+ ของ Fitch Ratings โดยชี้ว่าการปรับลดอันดับเครดิตของ Fitch Ratings เป็นไปตามอำเภอใจและอ้างอิงจากข้อมูลที่ล้าสมัย

 

Fitch Ratings หน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ ได้ปรับลดอันดับเครดิตสูงสุดของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เป็น AA+ จากระดับ AAA เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (1 สิงหาคม) โดยให้เหตุผลถึงแนวโน้มการถดถอยทางการคลังในช่วง 3 ปีข้างหน้าของสหรัฐฯ ตลอดจนภาระหนี้ภาครัฐโดยรวมที่สูงและยังคงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

การปรับลดอันดับดังกล่าวเป็นไปตามข้อตกลงเพดานหนี้ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการขาดดุลทางการเมืองมาหลายเดือน จนกระทั่งสภาคองเกรสสามารถบรรลุข้อตกลงในการขยายเพดานหนี้ของรัฐบาลที่มีมูลค่าสูงถึง 31.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

แถลงการณ์ของ Fitch Ratings ระบุว่า สำหรับมุมมองของ Fitch Ratings เห็นการเสื่อมลงอย่างต่อเนื่องในมาตรฐานการกำกับดูแลในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องการเงินและหนี้สิน แม้ว่าข้อตกลงของสองพรรคในเดือนมิถุนายนจะระงับวงเงินหนี้ไปจนถึงเดือนมกราคม ปี 2025 ก็ตาม

 

การจัดอันดับเครดิตดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญต่อการลงทุนในสหรัฐฯ เนื่องจากบรรดานักลงทุนส่วนใหญ่มักใช้การจัดอันดับเครดิตเพื่อประเมินความเสี่ยงของบริษัทและรัฐบาลเมื่อมีการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้

 

ทั้งนี้ ภายหลังการหั่นเครดิตไม่นาน เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของ Fitch Ratings โดยชี้ว่าการปรับลดอันดับเครดิตของ Fitch Ratings เป็นไปตามอำเภอใจและอ้างอิงจากข้อมูลที่ล้าสมัย

 

“การตัดสินใจของ Fitch Ratings ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสิ่งที่ชาวอเมริกัน นักลงทุน และผู้คนทั่วโลกรู้อยู่แล้วว่าพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและมีสภาพคล่องเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และเศรษฐกิจของสหรัฐฯ มีความแข็งแกร่งโดยพื้นฐาน” เยลเลนกล่าวในแถลงการณ์

 

ย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตเพดานหนี้ในปี 2011 ทาง Standard & Poor’s หรือ S&P บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือได้ปรับลดอันดับเครดิตสูงสุด AAA ของสหรัฐฯ ลงหนึ่งขั้นภายในเวลาไม่กี่วันหลังจากบรรลุข้อตกลงเพดานหนี้ โดยอ้างถึงขั้วทางการเมืองและขั้นตอนที่ไม่เพียงพอที่จะปรับแนวโน้มทางการคลังของประเทศ

 

โดยปัจจุบันการจัดอันดับเครดิตสหรัฐฯ ของ S&P ยังคงเป็น AA+ ซึ่งสูงเป็นอันดับสอง

 

อ้างอิง:

The post เยลเลนไม่พอใจ Fitch หั่นอันดับเครดิตสหรัฐฯ จาก AAA เหลือ AA+ จากแนวโน้มการคลังถดถอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เยลเลน’ เผยสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องโต้ตอบจีน กรณีผลักดันมาตรการคุมเข้มส่งออก https://thestandard.co/china-yellen-economy-trade-security/ Tue, 11 Jul 2023 04:41:19 +0000 https://thestandard.co/?p=815137 yellen

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐอเมริกา กล่าวภายหลังส […]

The post ‘เยลเลน’ เผยสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องโต้ตอบจีน กรณีผลักดันมาตรการคุมเข้มส่งออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
yellen

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐอเมริกา กล่าวภายหลังสิ้นสุดการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน อย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (9 กรกฎาคม) ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะรับฟังคำร้องเรียนของจีนเกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เพื่อความมั่นคง ก่อนเตือนว่าทางสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องตอบสนองต่อผลลัพธ์ที่ตามมาโดยไม่ตั้งใจจากการยกระดับมาตรการคุมเข้มส่งออกของจีนล่าสุด 

 

การเดินทางเยือนจีนเพื่อมีเป้าหมายฟื้นฟูความสัมพันธ์และคลายความตึงเครียดระหว่างสองชาติมหาอำนาจครั้งนี้ เยลเลนย้ำชัดว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ ไม่มีเจตนามุ่งทำร้ายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ยังใหม่อยู่ แต่ที่มีการบังคับใช้มาตรการต่างๆ มีเป้าหมายเพื่อ “หลีกเลี่ยงผลกระทบที่ไม่จำเป็น” กระนั้นเยลเลนก็ไม่ได้แสดงสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเปลี่ยนแปลงมาตรการที่รัฐบาลไบเดนดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน 

 

ขณะเดียวกันเยลเลนยังย้ำในงานแถลงข่าวว่า สหรัฐฯ กับจีนจะเปิดช่องทางให้ต่างฝ่ายต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับการกระทำของอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ รวมถึงเป็นพื้นที่ในการอธิบายและตอบสนองต่อสถานการณ์อันเป็นที่ตามมาของการกระทำที่สหรัฐฯ หรือจีนไม่ได้ตั้งใจ 

 

รายงานระบุว่า เยลเลนได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากรัฐบาลจีนและเข้าพบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนมากมาย รวมถึงนายกรัฐมนตรีหลี่เฉียง กระนั้นจนกระทั่งจบทริป เยลเลนก็ไม่มีการประกาศข้อตกลงเกี่ยวกับข้อพิพาทสำคัญหรือแผนสำหรับกิจกรรมในอนาคต เพียงแค่ย้ำว่าเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กับจีนจะมีการสื่อสารระหว่างกันที่ “ถี่และสม่ำเสมอมากขึ้น” และว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการแยกหรือกีดกันเศรษฐกิจของตนเองออกจากจีน สหรัฐฯ พยายามที่จะ “ลดความเสี่ยง” ทางการค้าเท่านั้น 

 

พร้อมกันนี้รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยังพยายามอธิบายถึงสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินการอยู่ว่าไม่ใช่การ Decoupling จีนแน่นอน แต่เป็นการ De-risking หรือการลดความเสี่ยง ซึ่งมีใจความสำคัญอยู่ที่การจัดการกับข้อกังวลด้านความมั่นคงของชาติที่กำหนดเป้าหมายอย่างแคบและชัดเจน และการกระจายความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทาน

 

ขณะเดียวกันเยลเลนยังใช้โอกาสนี้แสดงความกังวลต่อการบังคับใช้กฎหมายของทางการจีนในการบีบบังคับบริษัทสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นการบุกค้นบริษัทที่ปรึกษา การควบคุมตัวพนักงานโดยไม่มีคำอธิบาย การกักขังตามอำเภอใจ หรือห้ามไม่ให้ผู้คนเดินทางออกจากจีน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการเอาคืนจากข้อพิพาทที่เกิดขึ้น 

 

ที่ผ่านมาความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และจีนกำลังเพิ่มความไม่แน่นอน ซึ่งบั่นทอนความเต็มใจของผู้บริโภคและภาคธุรกิจในการใช้จ่ายและลงทุน

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ที่มีกำหนดเดินทางเยือนจีนเป็นรายถัดไปคือ จอห์น เคอร์รี ทูตด้านสภาพอากาศของประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งจะเดินทางเยือนจีนในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือเพื่อรับมือกับปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งทั้งสหรัฐฯ และจีนถือเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนที่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมากที่สุดในโลก 

 

อ้างอิง: 

The post ‘เยลเลน’ เผยสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องโต้ตอบจีน กรณีผลักดันมาตรการคุมเข้มส่งออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ ชวนจีนร่วมรับมือภัยคุกคามสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง https://thestandard.co/us-china-join-forces-to-cope-climate-threats/ Sun, 09 Jul 2023 07:02:24 +0000 https://thestandard.co/?p=814434 Yellen and He Lifeng

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา […]

The post สหรัฐฯ ชวนจีนร่วมรับมือภัยคุกคามสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Yellen and He Lifeng

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา เชิญชวนรัฐบาลจีนร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ในระหว่างที่เยลเลนเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งที่สองของผู้แทนระดับสูงสหรัฐฯ ในรอบสองสัปดาห์ ต่อจาก แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ 

 

เยลเลนระบุว่า ทั้งสหรัฐฯ และจีนต่างเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รายใหญ่ที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก ดังนั้นทั้งสองประเทศน่าจะแสดงบทบาทนำในการรับมือกับวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

 

ทางด้าน เหอลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีของจีนที่พบกับเยลเลนกล่าวว่า เขารู้สึกเสียใจกับ “เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด” ที่เกิดขึ้นจนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะกรณีบอลลูนจีนที่เคลื่อนเข้าสู่เขตน่านฟ้าของสหรัฐฯ เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

ที่ผ่านมานับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่เคยมีความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างสหรัฐฯ และจีนในประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเลย อีกทั้งรัฐบาลจีนเองก็ประกาศระงับการเจรจาในประเด็นนี้ หลังจาก แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต ตัดสินใจเดินทางเยือนเกาะไต้หวันในช่วงเดือนสิงหาคม 2022 ส่งผลให้รัฐบาลจีนไม่พอใจอย่างมากในช่วงเวลานั้น

 

ปัจจุบันจีนเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของโลกในด้านพลังงานแสงอาทิตย์ และเป็นผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์และกังหันลมรายใหญ่ที่สุด ในขณะที่สหรัฐฯ เองก็ได้ลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการริเริ่มต่างๆ ที่มุ่งแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 

โดยเยลเลนได้เสนอให้จีนเข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการสนับสนุนกองทุน Green Climate Fund เพื่อแก้ไขวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังสั่นคลอนความมั่นคงของมนุษย์ในขณะนี้ร่วมกัน 

 

ภาพ: Mark Schiefelbein – Pool / Getty Images

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ ชวนจีนร่วมรับมือภัยคุกคามสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เจเน็ต เยลเลน’ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ย้ำ จีน-สหรัฐฯ ต้องสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเรียกร้องให้จีนปฏิรูประบบตลาดใหม่ และกดดันให้ปรับแนวทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม https://thestandard.co/janet-yellen-urges-china-to-reform-its-market/ Sun, 09 Jul 2023 03:42:52 +0000 https://thestandard.co/?p=814320 เจเน็ต เยลเลน จีน

เสร็จสิ้นภารกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลัง ‘เจเน็ต เยลเลน […]

The post ‘เจเน็ต เยลเลน’ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ย้ำ จีน-สหรัฐฯ ต้องสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเรียกร้องให้จีนปฏิรูประบบตลาดใหม่ และกดดันให้ปรับแนวทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเน็ต เยลเลน จีน

เสร็จสิ้นภารกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลัง ‘เจเน็ต เยลเลน’ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เริ่มภารกิจในกรุงปักกิ่ง แลกเปลี่ยนนโยบายเชิงเศรษฐกิจร่วมกัน โดยเรียกร้องให้จีนปฏิรูประบบตลาด พร้อมกดดันให้ปรับแนวทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม

 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ในช่วงที่ เจเน็ต เยลเลน เริ่มต้นภารกิจเยือนปักกิ่งอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม เธอยังได้เข้าพบ หลิวเหอ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลใกล้ชิดของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และได้แลกเปลี่ยนนโยบายกันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการแต่งตั้งทีมเศรษฐกิจใหม่ของจีน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สำหรับการประชุมใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้อธิบายสาระสำคัญอย่างตรงไปตรงมาว่าจีนกับสหรัฐฯ มีความขัดแย้งกันอย่างมาก ต้องสื่อสารกันอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา

 

พร้อมกับย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องการเห็นการเปิดกว้างของเศรษฐกิจที่มีความเป็นเสรี ไม่ใช่เศรษฐกิจที่บังคับให้ประเทศต่างๆ ต้องเลือกข้าง เพราะทั้งสองประเทศควรแข่งขันกันด้วยกฎเกณฑ์ที่มีความยุติธรรม และยังเตือนบริษัทในจีนไม่ให้สนับสนุนวัตถุหรืออาวุธส่งให้รัสเซีย

 

ในระหว่างการประชุม เยลเลนได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของจีนที่ปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และได้เรียกร้องให้จีนกลับไปใช้แนวปฏิบัติแบบอิงตลาด (Market-oriented Practices) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจีนให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญทั้งจีนและสหรัฐฯ ต้องให้ความร่วมมือกันมากขึ้น เพื่อรับมือกับความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น 

 

“ฉันกับประธานาธิบดีไบเดน เราเชื่อว่าโลกนี้ใหญ่พอที่ทั้งสองประเทศจะเติบโตไปด้วยกันได้” เยลเลนย้ำ 

 

ขณะเดียวกัน เยลเลนยังแสดงถึงความกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่รัฐบาลจีนสั่งประกาศแบนผลิตภัณฑ์ของ Micron บริษัทชิปหน่วยความจำของสหรัฐฯ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งแน่นอนว่าได้สร้างความตึงเครียดมากขึ้น เมื่อทีมของ โจ ไบเดน เตรียมสั่งให้ผู้บริหารควบคุมการลงทุนเรื่องการส่งออกระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

 

โดยเยลเลนกล่าวในที่ประชุมว่า สหรัฐฯ จะยังคงดำเนินการตามเป้าหมายต่อไป เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ

 

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของการมาเยือนจีนในครั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับทีมเศรษฐกิจใหม่ของจีนและลดความเสี่ยงของความเข้าใจผิด เพื่อปูทางไปสู่ความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ

 

และการเดินทางไปเยือนจีนนับเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่ต้องการปกป้องและรักษาความมั่นคงของชาติสหรัฐฯ และเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์หลักของสหรัฐฯ ซึ่งเธอเป็นสมาชิกคนที่ 2 ของคณะรัฐมนตรีโจ ไบเดน ที่เยือนจีนภายใน 3 สัปดาห์ หลังจากการเยือนของ แอนโทนี บลิงเคน ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

 

อ้างอิง:

The post ‘เจเน็ต เยลเลน’ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ย้ำ จีน-สหรัฐฯ ต้องสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเรียกร้องให้จีนปฏิรูประบบตลาดใหม่ และกดดันให้ปรับแนวทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตา ‘เจเน็ต เยลเลน’ เยือนจีน หารือความร่วมมือท่ามกลางสัมพันธ์ตึงเครียด https://thestandard.co/yellen-visit-china-more-talks-amid-tensions/ Thu, 06 Jul 2023 02:20:17 +0000 https://thestandard.co/?p=812944 เจเน็ต เยลเลน

บรรดานักวิเคราะห์ทั่วโลกต่างจับตามองการเดินทางเยือนจีนอ […]

The post จับตา ‘เจเน็ต เยลเลน’ เยือนจีน หารือความร่วมมือท่ามกลางสัมพันธ์ตึงเครียด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเน็ต เยลเลน

บรรดานักวิเคราะห์ทั่วโลกต่างจับตามองการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการของ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งมีเป้าหมายในการมองหาพื้นที่ที่มีเศรษฐกิจร่วมกัน และเปิดช่องทางการสื่อสารท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

 

นักวิเคราะห์มองว่า การเดินทางเยือนจีนของเยลเลนในครั้งนี้ จะถือเป็นการทดสอบครั้งใหญ่ครั้งแรกของนโยบายที่เจ้าตัวร่างไว้เมื่อเดือนเมษายน ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การปกป้องและรักษาความปลอดภัยแห่งชาติของสหรัฐฯ โดยไม่พยายามรั้งจีนไว้ทางเศรษฐกิจ

 

นอกจากนี้ การเดินทางเยือนจีนของเยลเลนในวันพฤหัสบดีนี้ (7 กรกฎาคม) ยังมีปัจจัยท้าทายเพิ่มขึ้น เมื่อจีนกำหนดข้อจำกัดในการส่งออกโลหะสองชนิดที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่สำคัญเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการยกระดับครั้งล่าสุดของสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อปีที่แล้วด้วยการควบคุมการส่งออกอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์การผลิตชิปของสหรัฐฯ

 

ขณะเดียวกัน เยลเลนยังบังเอิญมาถึงกรุงปักกิ่งในช่วงครบรอบ 5 ปี หลังจากที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำหนดภาษีระลอกแรกกับสินค้ามูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์จากจีนพอดี โดยล่าสุดประธานาธิบดีโจ ไบเดนยังคงรักษามาตรการดังกล่าวไว้ แม้ว่าเยลเลนจะวิพากษ์วิจารณ์นโยบายนี้ก็ตาม

 

อลิเซีย การ์เซีย-เฮอร์เรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของ Natixis กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมาชี้ว่า ต่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ได้ดีขึ้น แต่สหรัฐฯ ก็ตระหนักมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกันกับยุโรป ว่าระดับของการพึ่งพาซึ่งกันและกันทางเศรษฐกิจกับจีนนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกออกจากกัน

 

ที่ผ่านมา เยลเลนเคยตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ในอดีต โดยกล่าวว่าสิ่งเหล่านี้มีส่วนทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น และแนะนำให้ยกเลิกภาษีดังกล่าวได้ ซึ่งประธานาธิบดีไบเดนเคยระบุว่ามีการทบทวนผลกระทบต่อราคาผู้บริโภคเมื่ออัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น แต่ไม่มีการพูดคุยใดๆ ที่จริงจัง

 

รายงานระบุว่า ขณะที่อยู่ในจีน เยลเลนต้องเร่งทำงานอย่างหนักในการพยายามค้นหาจุดร่วมในประเด็นอื่นๆ โดยเยลเลนมีกำหนดพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีนเพื่อหารือเกี่ยวกับความสำคัญของการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอย่างมีความรับผิดชอบ สื่อสารโดยตรงเกี่ยวกับประเด็นที่เป็นข้อกังวล และทำงานร่วมกันเพื่อจัดการกับความท้าทายระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาหนี้สินในประเทศยากจน

 

หลายฝ่ายมองว่า อีกหนึ่งสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ คือการกดดันให้รัฐบาลกรุงปักกิ่งเพิ่มมาตรการบรรเทาหนี้ให้กับประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งจีนกลายเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่าเยลเลนไม่น่าจะบรรลุผลสำเร็จครั้งใหญ่ใดๆ ซึ่งทางกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เองก็คาดหวังเพียงแค่ว่า การเดินทางครั้งนี้จะช่วยสร้างช่องทางการสื่อสารระยะยาวกับทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ของรัฐบาลจีน

 

เดวิด โลเวอริงเกอร์ กรรมการผู้จัดการในกลุ่ม Emerging Markets Group ของ TCW กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าตกใจที่รัฐบาลสหรัฐฯ และจีนพูดกันในทุกระดับน้อยมาก ก่อนชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่ว่าเจ้าหน้าที่หลักในด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศแทบจะไม่รู้จักกันสักเท่าไรนัก ดังนั้นการที่สหรัฐฯ กับจีนกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งถือเป็นกุญแจสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก รวมถึงเป็นโอกาสสำคัญในการเข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจของจีน 

 

ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่น่าจับตามองที่คาดว่าอาจเกิดขึ้นในการเจรจาที่กำลังจะมีขึ้น ได้แก่ นโยบายการคุมเข้มภาคเอกชน ทั้งในส่วนของการเข้าถึงข้อมูลของบริษัท และคำถามต่อเนื่องเกี่ยวกับโอกาสที่บริษัทจีนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ รวมถึงมาตรการควบคุมการลงทุนในต่างประเทศของสหรัฐฯ เป็นต้น 

 

อ้างอิง: 

The post จับตา ‘เจเน็ต เยลเลน’ เยือนจีน หารือความร่วมมือท่ามกลางสัมพันธ์ตึงเครียด appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตรียมเยือนจีนสัปดาห์นี้ หวังกระชับความสัมพันธ์สองประเทศ https://thestandard.co/yellen-to-visit-china-this-week/ Mon, 03 Jul 2023 06:46:45 +0000 https://thestandard.co/?p=811096 สหรัฐฯ จีน

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา […]

The post รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตรียมเยือนจีนสัปดาห์นี้ หวังกระชับความสัมพันธ์สองประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ จีน

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา เตรียมเดินทางเยือนจีนภายในสัปดาห์นี้ หวังกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ นับเป็นการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งที่สองของผู้แทนระดับสูงสหรัฐฯ ในรอบสองสัปดาห์ ต่อจาก แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เยือนจีน เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 

 

โดยเยลเลนจะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 6-9 กรกฎาคมนี้ หวังหารือกับผู้แทนรัฐบาลจีนในประเด็นทางด้านเศรษฐกิจ การเงินการลงทุน รวมถึงแนวทางที่สหรัฐฯ และจีนจะร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในประชาคมโลกร่วมกัน โดยคาดว่าเยลเลนจะเข้าพบกับ เหอลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีของจีนอีกด้วย

 

ก่อนหน้านี้ทางการจีนแสดงความไม่พอใจอย่างมาก หลังจากที่ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบันได้กล่าวถึงสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีนในฐานะ ‘ผู้นำเผด็จการ’ แต่อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเชื่อว่า วิวาทะที่เกิดขึ้นนั้นจะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจทั้งสองประเทศ

 

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนตกต่ำลงอย่างมากตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ประเด็นด้านสงครามการค้า ต้นกำเนิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด ไปจนถึงกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวอุยกูร์ในมณฑลซินเจียงของจีน กรณีไต้หวันและกรณีบอลลูนสอดแนมของจีน เมื่อช่วงต้นปี 2023 โดยการเยือนจีนของผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ ในสองครั้งหลังสุดนี้ เป็นไปเพื่อลดอุณหภูมิความตึงเครียดที่ทั้งสองประเทศมีต่อกัน 

 

แฟ้มภาพ: Stefani Reynolds / AFP

อ้างอิง:

The post รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตรียมเยือนจีนสัปดาห์นี้ หวังกระชับความสัมพันธ์สองประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเน็ต เยลเลน ยก Decoupling เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ ยืนยันการค้าสหรัฐฯ-จีนต้องเน้นสานสัมพันธ์ https://thestandard.co/yellen-decoupling-would-be-a-big-mistake/ Wed, 14 Jun 2023 03:42:47 +0000 https://thestandard.co/?p=802821 เจเน็ต เยลเลน

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ แสดงจุดยืนสนับสนุนให้ส […]

The post เจเน็ต เยลเลน ยก Decoupling เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ ยืนยันการค้าสหรัฐฯ-จีนต้องเน้นสานสัมพันธ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเน็ต เยลเลน

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ แสดงจุดยืนสนับสนุนให้สหรัฐฯ เดินหน้าสานสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนกับจีนต่อไป แม้จะมีรายงานน่าสงสัยเกี่ยวกับนโยบายการค้าของจีนและข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ตาม โดยเยลเลนย้ำชัดว่า การรักษาความสัมพันธ์กับจีนจะเป็นประโยชน์กับสหรัฐฯ มากกว่า

 

ความคิดเห็นและท่าทีดังกล่าวของเยลเลนมีขึ้นขณะที่เจ้าตัวขึ้นกล่าวถ้อยแถลงต่อหน้าคณะกรรมการบริการทางการเงินของสภาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (13 มิถุนายน) โดยระบุว่า แม้มีข้อกังวลที่ต้องได้รับการแก้ไข แต่การแยกจากกัน (Decoupling) ถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ เพราะความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน ทำให้ชาวอเมริกัน ‘ได้ประโยชน์อย่างมาก’ จากการซื้อสินค้าราคาถูกที่ผลิตในจีน ขณะที่จีนได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันจากการส่งออกของสหรัฐฯ ซึ่งช่วยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่นกัน

 

รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยืนกรานอย่างชัดเจนว่า การยุติการค้ากับจีนจะเป็นหายนะครั้งใหญ่

 

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับถ้อยแถลงของบรรดาผู้นำชาติเศรษฐกิจชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) ที่มีการประชุมขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งสนับสนุนให้รักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีนต่อไป

 

เยลเลนยังได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่าการสานสัมพันธ์การค้ากับจีนเป็นสิ่งที่มีความเหมาะสม และเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่สหรัฐฯ จะแยกประเด็นเรื่องเศรษฐกิจการค้าออกจากประเด็นที่หน่วยงานจีนมีส่วนร่วมกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยความเห็นดังกล่าวมีขึ้นต่อการตัดสินใจออกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่ห้ามไม่ให้บริษัทสหรัฐฯ ข้องแวะกับบริษัทจีนที่สงสัยว่าพัวพันกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน

 

ขณะเดียวกัน เพื่อรักษาอิทธิพลทางการค้าของสหรัฐฯ ให้ทัดเทียมกับจีน เยลเลนยังออกโรงเรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติอนุมัติเงินกู้ยืมแก่บรรดาประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ซึ่งจะเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถคานอำนาจกับอิทธิพลของจีน

 

นอกเหนือจากการเพิ่มการให้กู้ยืมแก่โครงการกองทุนการเงินระหว่างประเทศอื่นๆ แล้ว เยลเลนยังบอกกับฝ่ายนิติบัญญัติว่าฝ่ายบริหารของรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยังต้องการเพิ่มการมีส่วนร่วมในกองทุนเพื่อการลงทุนภาคเอกชนอื่นๆ เช่น กลุ่ม Inter-American Development Bank และกองทุนเพื่อการพัฒนาแอฟริกา (African Development Fund)

 

เยลเลนอธิบายว่า การลงทุนดังกล่าวจะสนับสนุนการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเหล่านั้น ท่ามกลางช่วงเวลาปัจจุบันที่มีการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ และการให้กู้ยืมแก่องค์กรระหว่างประเทศอย่าง IMF จะเป็นตัวถ่วงดุลอำนาจที่สำคัญต่อการให้กู้ยืมที่ไม่โปร่งใสและไม่ยั่งยืนจากผู้อื่นเช่นจีน

 

ทั้งนี้ ในระหว่างปี 2008-2021 จีนควักเงินถึง 240,000 ล้านดอลลาร์ให้กับประเทศต่างๆ ผ่านโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมากมาย ซึ่งทำให้มีประเทศอย่างน้อย 22 ประเทศ ตกเป็นลูกหนี้ของจีน โดยรายงานระบุว่า โครงการที่ต้องกู้ยืมเงิน ‘เกือบทั้งหมด’ เป็นโครงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของ Belt and Road หรือเส้นทางสายไหมใหม่ ที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ใช้เป็นหนึ่งในแนวทางหลักในการแสวงหาพันธมิตรกับจีน โดยขณะนี้เส้นทางสายไหมดังกล่าวขยายครอบคลุมถึงอาร์เจนตินา ปากีสถาน เคนยา และตุรกี

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หลายประเทศที่กู้ยืมเงินกับจีนกำลังประสบปัญหาในการชำระคืนเงินกู้ และอาจทำให้ประชาชนของประเทศนั้นๆ ต้องแบกรับหนี้และความยากจนที่มากขึ้น ซึ่งจีนในขณะนี้ได้ออกโรงเรียกร้องให้ World Bank และ IMF เข้ามาให้ช่วยจัดการ กระนั้นก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับรายละเอียดของเงินกู้ที่เกิดขึ้น

 

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เยลเลนได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับกิจกรรมบางอย่างที่จีนมีส่วนร่วมในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากเป็นการมีส่วนร่วมในลักษณะที่ปล่อยให้ประเทศต่างๆ ติดอยู่ในหนี้สิน และไม่ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจใดๆ ก่อนชี้ว่าปัจจุบันสหรัฐฯ กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อต่อต้านอิทธิพลดังกล่าวในสถาบันระหว่างประเทศทั้งหมดที่สหรัฐฯ เข้าร่วม

 

รัฐมนตรีคลังหญิงของสหรัฐฯ ยังใช้โอกาสนี้กล่าวต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติเกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจาขยายข้อตกลงเพดานหนี้ของสหรัฐฯ ซึ่งเยลเลนรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากที่สภาสหรัฐฯ สามารถดำเนินการเพื่อจัดการกับวงเงินหนี้ได้ทันเวลา พร้อมแนะให้หาแนวทางจัดการกับปัญหาเพดานหนี้ในระยะยาว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

 

รายงานระบุว่า การพูดคุยเรื่องเพดานหนี้รอบล่าสุดดำเนินไปหลายเดือนก่อนที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะบรรลุข้อตกลงเพื่อระงับวงเงินหนี้เป็นเวลา 2 ปี โดยเยลเลนมองว่า การกระทำในนาทีสุดท้ายดังกล่าว ‘ทำร้ายความเป็นผู้นำระดับโลกและความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ในเวทีโลก’

 

อ้างอิง:

The post เจเน็ต เยลเลน ยก Decoupling เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ ยืนยันการค้าสหรัฐฯ-จีนต้องเน้นสานสัมพันธ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ เล็งใช้กลไกความช่วยเหลือทางการเงินของ IMF และ World Bank ถ่วงดุลอิทธิพลของจีนที่กำลังเติบโตในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา https://thestandard.co/yellen-says-imf-world-bank-important/ Tue, 13 Jun 2023 04:09:54 +0000 https://thestandard.co/?p=802531

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกมาระบุว่าทางการสหรั […]

The post สหรัฐฯ เล็งใช้กลไกความช่วยเหลือทางการเงินของ IMF และ World Bank ถ่วงดุลอิทธิพลของจีนที่กำลังเติบโตในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา appeared first on THE STANDARD.

]]>

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกมาระบุว่าทางการสหรัฐฯ จะมุ่งใช้กลไกของสถาบันการเงินระหว่างประเทศอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ทำหน้าที่ถ่วงน้ำหนักอิทธิพลทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของจีนในประเทศกำลังพัฒนา เช่นเดียวกันกับที่ถ่วงดุลอำนาจของสหรัฐอเมริกา

 

โดยเยลเลนยังระบุด้วยว่าตัวเธอเองอยู่ระหว่างการรวบรวมเสียงสนับสนุนจากสภาคองเกรสเพื่อเปิดทางให้สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่สถาบันการเงินระหว่างประเทศเหล่านั้นให้มากขึ้น

 

Bloomberg รายงานว่าเยลเลนมีแผนจะขึ้นแสดงจุดยืนด้านการเงินบนเวทีโลกของสหรัฐฯ ด้วยการยกย่องสถาบันอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกที่ ‘สะท้อนค่านิยมของชาวอเมริกัน’ โดยย้ำว่าบทบาทความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ภายในสถาบันเหล่านี้เป็นหนึ่งในแนวทางหลักของสหรัฐฯ ในการมีส่วนร่วมกับตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา

 

รายงานระบุว่าเยลเลนมีกำหนดขึ้นแถลงจุดยืนดังกล่าวต่อหน้าคณะกรรมการบริการทางการเงินของสภา (House Financial Services Committee) ซึ่งมีเป้าหมายที่เจ้าตัวต้องการเน้นย้ำถึงบทบาทของสถาบันการเงินระหว่างประเทศในฐานะผู้ให้ทรัพยากรที่แท้จริงเพื่อรับมือกับความท้าทายที่โลกเผชิญ ทั้งจากสภาพดินฟ้าอากาศและพายุเศรษฐกิจที่จะกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

 

โดยคาดว่าเธอจะเน้นย้ำความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันการเงินระหว่างประเทศเหล่านั้น เพื่อให้ช่วยทำหน้าที่เป็นตัวถ่วงดุลต่อการให้กู้ยืมที่ไม่โปร่งใสและไม่ยั่งยืนของจีน

 

ความเห็นดังกล่าวของเยลเลนแสดงให้เห็นถึงแนวรบระหว่างสหรัฐฯ กับจีน สองประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างกันเพื่อช่วงชิงอิทธิพลในประเทศกำลังพัฒนา โดยขณะนี้จีนได้กลายเป็นผู้ให้กู้อย่างเป็นทางการรายใหญ่ที่สุดแก่ประเทศยากจนจำนวนมากทั่วโลก

 

อย่างไรก็ตาม การชื่นชมบทบาทของสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ของเยลเลนกลับมีแววว่าจะถูกโต้กลับอย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฝั่งพรรครีพับลิกัน ซึ่งสมาชิกพรรคส่วนใหญ่มองว่า IMF และ World Bank ออกนอกกรอบหน้าที่เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนา

 

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ เล็งใช้กลไกความช่วยเหลือทางการเงินของ IMF และ World Bank ถ่วงดุลอิทธิพลของจีนที่กำลังเติบโตในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เจเน็ต เยลเลน’ เผย ธนาคารสหรัฐฯ จะควบรวมกันมากขึ้น พร้อมเตือนภาคอสังหาเพื่อการพาณิชย์อาจเผชิญปัญหาเร็วๆ นี้ https://thestandard.co/yellen-on-us-bank-consolidation/ Thu, 08 Jun 2023 03:24:49 +0000 https://thestandard.co/?p=800575 ธนาคารสหรัฐฯ

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ แสดงความเห็นในช่วงเช้า […]

The post ‘เจเน็ต เยลเลน’ เผย ธนาคารสหรัฐฯ จะควบรวมกันมากขึ้น พร้อมเตือนภาคอสังหาเพื่อการพาณิชย์อาจเผชิญปัญหาเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคารสหรัฐฯ

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ แสดงความเห็นในช่วงเช้าวันพุธ (7 มิถุนายน) เกี่ยวกับสถานการณ์ในภาคการธนาคารของสหรัฐฯ โดยระบุว่า เมื่อพิจารณาจากสภาพแวดล้อมโดยรวมในอุตสาหกรรม มีแนวโน้มว่าธนาคารขนาดเล็กบางแห่งจะควบรวมกิจการในอนาคต ทำให้การควบรวมกิจการที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอีกต่อไป 

 

รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ Squawk Box ของสถานีโทรทัศน์ CNBC ว่า ตนเองไม่ต้องการเห็นระบบธนาคารที่หลากหลายถูกคุกคามจากการควบรวมกิจการเพิ่มเติม แต่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เมื่อพิจารณาถึงแรงกดดันต่อรายได้ที่ธนาคารบางแห่งกำลังประสบอยู่

 

นอกจากนี้ เยลเลนยังคาดการณ์ว่าจะมีปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เนื่องจากแนวทางการดำเนินการที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสหรัฐฯ น่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทัศนคติและพฤติกรรมต่อการทำงานจากระยะไกล ขณะเดียวกัน เยลเลนยังมองว่าท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น บรรดาธนาคารทั้งหลายน่าจะกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการปรับโครงสร้างและเผชิญกับความท้าทายในอนาคต

 

อย่างไรก็ตาม เยลเลนยังคงเชื่อมั่นกับเสถียรภาพและความแข็งแกร่งของภาคธนาคารสหรัฐฯ โดยกล่าวถึงผลการทดสอบความเครียดหรือ Stress Test ของบรรดาธนาคารขนาดใหญ่ในประเทศที่แสดงให้เห็นว่าธนาคารเหล่านี้มีเงินทุนเพียงพอที่จะรับมือกับความปั่นป่วนที่เกิดขึ้น ซึ่งเยลเลนสรุปว่า ผลการทดสอบชี้ว่าระดับของเงินทุนและสภาพคล่องในระบบธนาคารมีความแข็งแกร่ง และแม้จะมีความเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนี้ ธนาคารควรจะสามารถจัดการกับความเครียดได้

 

อ้างอิง: 

The post ‘เจเน็ต เยลเลน’ เผย ธนาคารสหรัฐฯ จะควบรวมกันมากขึ้น พร้อมเตือนภาคอสังหาเพื่อการพาณิชย์อาจเผชิญปัญหาเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้แล้ว ป้องกันสหรัฐฯ ผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ! https://thestandard.co/usa-debt-ceiling-updates/ Fri, 02 Jun 2023 04:17:02 +0000 https://thestandard.co/?p=798336 เพดานหนี้สหรัฐฯ

วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้และจำกัดก […]

The post วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้แล้ว ป้องกันสหรัฐฯ ผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ! appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพดานหนี้สหรัฐฯ

วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้และจำกัดการใช้จ่ายของรัฐบาลเป็นเวลา 2 ปีแล้ว พร้อมส่งร่างกฎหมายดังกล่าวไปยังประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งคาดว่าจะลงนามในวันนี้ (2 มิถุนายน) หรือเพียง 3 วันก่อนสหรัฐฯ จะเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

โดยวุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้ด้วยคะแนน 63 ต่อ 36 เสียง ด้าน CNBC รายงานว่าการลงคะแนนเสียงครั้งนี้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ผิดจากครั้งก่อนๆ ที่ต้องใช้เวลาเป็นวัน เพื่อพิจารณาและแก้ไขร่างกฎหมาย

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เมื่อรวมเวลาการพิจารณาผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้จากทั้งสภาล่างและสภาสูงใช้เวลารวมกันไม่ถึง 72 ชั่วโมง หลังจากเมื่อวันพุธ (31 พฤษภาคม) สภาล่างสหรัฐฯ ทั้งฝั่งเดโมแครตและรีพับลิกันโหวตผ่านด้วยเสียงข้างมาก 314 ต่อ 117 เสียง และสร้างความประหลาดใจให้กับผู้นำสภาทั้ง 2 ฝ่าย เนื่องจากในท้ายที่สุดสมาชิกพรรคเดโมแครตลงคะแนนให้ร่างกฎหมายฉบับนี้มากกว่าพรรครีพับลิกัน

 

สำหรับแรงผลักดันที่ทำให้สภาสูงดำเนินการโหวตอย่างรวดเร็วอาจเป็นเพราะคำเตือนของเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ที่ระบุว่าเงินสดของรัฐบาลสหรัฐฯ จะหมดลงในวันที่ 5 มิถุนายนนี้

 

เมื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตเพดานหนี้ได้แล้ว ความท้าทายต่อไปของสภาคองเกรสจึงเป็นการหันมาสนใจการจัดสรรงบประมาณช่วงฤดูร้อน ซึ่งต้องถกเถียงกันต่อว่าจะใช้จ่ายเงินซึ่งมีจำนวนจำกัดในปีหน้าอย่างไร

 

อ้างอิง:

The post วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้แล้ว ป้องกันสหรัฐฯ ผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำความรู้จัก 7 รมว.คลังหญิงทั่วโลก https://thestandard.co/7-female-chancellor-of-the-exchequer/ Mon, 29 May 2023 10:42:51 +0000 https://thestandard.co/?p=796553 รมว.คลังหญิงทั่วโลก

แม้ว่าการฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคก้าวไกลในเวลา […]

The post ทำความรู้จัก 7 รมว.คลังหญิงทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.คลังหญิงทั่วโลก

แม้ว่าการฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคก้าวไกลในเวลานี้จะยังไม่สะเด็ดน้ำว่าพรรคใดจะได้เข้าไปบริหารจัดการกระทรวงใดบ้าง แต่ก็ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าถ้าก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะตกเป็นของ ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ ส.ส. บัญชีรายลำดับที่ 3 และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค 

 

นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ประเทศไทยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาแล้วทั้งหมด 54 คน และทุกคนล้วนเป็นผู้ชาย ดังนั้นหากพรรคก้าวไกลสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ และเสนอชื่อศิริกัญญา ตันสกุล ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เธอก็จะกลายเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของไทย 

 

การมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้หญิงอาจถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับประเทศไทย แต่มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด เนื่องจากปัจจุบันก็มีหลายประเทศทั่วโลกที่มีผู้หญิงทำหน้าที่สำคัญนี้อยู่ โดยจากการรวบรวมข้อมูลของ THE STANDARD WEALTH พบว่า ณ ขณะนี้ทั่วโลกมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เป็นผู้หญิงอยู่อย่างน้อย 7 คน ประกอบด้วย 

 

1. Janet Yellen อายุ 76 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา

 

คนที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจเป็นประจำคงจะไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินชื่อของ Yellen จากการที่เธอมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกอย่างสหรัฐฯ มาเป็นเวลาหลายปี ทั้งในฐานะประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ระหว่างปี 2014-2018 ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนที่ 78 ของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลโจ ไบเดนในปี 2021 โดยเธอยังถือเป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ อีกด้วย

 

ปัจจุบัน Yellen ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากความเชี่ยวชาญด้านนโยบายการเงิน ความมุ่งมั่นในการจัดการกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจที่ครอบคลุมคนทุกระดับและมีความยั่งยืน

 

2. María Jesús Montero อายุ 57 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสเปน

 

Montero เป็นนักการเมืองและนักเศรษฐศาสตร์ชาวสเปน เธอเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และโฆษกรัฐบาลของสเปนตั้งแต่ปี 2018 โดย Montero เป็นสมาชิกของพรรคแรงงานสังคมนิยมสเปน (PSOE) และมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างมากตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 ก่อนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เธอดำรงหลายตำแหน่งในรัฐบาลท้องถิ่นของแคว้นอันดาลูเซีย 

 

Montero เป็นที่รู้จักจากความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการคลัง และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายทางการเงินและการตัดสินใจด้านงบประมาณของสเปน นอกจากนี้เธอยังมีสถานะเป็นโฆษกรัฐบาล เพื่อทำหน้าที่สื่อสารและแสดงจุดยืนของรัฐบาลสเปนในประเด็นต่างๆ ต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนอีกด้วย

 

3. Nirmala Sitharaman อายุ 63 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินเดีย

 

Sitharaman เป็นนักการเมืองและนักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของอินเดีย โดยปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังควบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการองค์กรในรัฐบาลอินเดีย ทำหน้าที่กำหนดและดำเนินนโยบายการคลัง จัดการงบประมาณของประเทศ และดูแลเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษี การธนาคาร และการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเธอถือเป็นสมาชิกคนสำคัญของพรรคภารติยะ ชนะตะ หรือ บีเจพี (Bharatiya Janata Party: BJP) และมีตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งภายในพรรค

 

Sitharaman เป็นที่รู้จักจากภูมิหลังที่แข็งแกร่งในด้านเศรษฐกิจและการเงิน โดยเธอเคยทำงานในภาคธุรกิจ และเป็นสมาชิกของ National Commission for Women ในอินเดีย นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Sitharaman ได้ปฏิรูปนโยบายสำคัญหลายเรื่อง เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอินเดียและลดความเหลื่อมล้ำ

 

4. Chrystia Freeland อายุ 54 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแคนาดา

 

Freeland เป็นนักการเมืองชาวแคนาดาที่มีพื้นฐานมาจากการเป็นสื่อมวลชน โดยเคยทำงานให้กับบริษัทสื่อชั้นนำต่างๆ เช่น Financial Times และ Reuters เธอเริ่มต้นเข้าสู่วงการการเมืองหลังจากได้รับเลือกเป็นสมาชิกรัฐสภาเป็นครั้งแรกในปี 2013 ในฐานะตัวแทนจากพรรค Liberal Party of Canada

 

ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในปัจจุบัน เธอเคยทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นผู้แทนเจรจาการค้าของแคนาดามาก่อน โดยเธอเป็นที่รู้จักจากการให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วมและก้าวหน้า ตลอดจนการสนับสนุนความเท่าเทียมทางสังคมและความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ

 

5. Sri Mulyani Indrawati อายุ 60 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย

 

Sri Mulyani ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนีเซียมาตั้งแต่ปี 2016 และมีส่วนสำคัญในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของอินโดนีเซียและจัดการการเงินของประเทศ 

 

Sri Mulyani มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งในด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาระหว่างประเทศ เนื่องจากเคยทำงานที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มานานกว่า 20 ปีก่อนที่จะเข้าสู่การเมือง ในระหว่างดำรงตำแหน่งที่ IMF เธอดำรงตำแหน่งระดับสูงหลายตำแหน่ง รวมถึงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการบริหาร ซึ่งเป็นตัวแทนของหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

 

ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Sri Mulyani ได้ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการคลัง การลดความยากจน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยปรับปรุงการจัดเก็บภาษี ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเพิ่มความโปร่งใสในการใช้จ่ายสาธารณะ จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง

 

6. Annika Saarikko อายุ 39 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฟินแลนด์

 

Saarikko เป็นนักการเมืองชาวฟินแลนด์ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลฟินแลนด์ เธอเป็นสมาชิกของ Centre Party of Finland และมีส่วนร่วมในการเมืองมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2000 โดยเธอเป็นที่รู้จักจากความเชี่ยวชาญด้านนโยบายสังคมและการดูแลสุขภาพ 

 

Saarikko มีส่วนร่วมในการกำหนดระบบสวัสดิการของฟินแลนด์ นอกจากบทบาทในทางเศรษฐกิจแล้ว เธอยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการครอบครัวและบริการสังคมอีกด้วย โดยเธอได้รับการยอมรับจากความมุ่งมั่นของเธอในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมทางสังคม 

 

7. Sigrid Kaag อายุ 61 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเนเธอร์แลนด์

 

Kaag เป็นนักการทูตและนักการเมืองชาวดัตช์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเนเธอร์แลนด์ เธอเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง D66 (พรรคเดโมแครต 66) ก่อนประกอบอาชีพทางการเมือง Kaag มีอาชีพที่โดดเด่นในด้านการทูต โดยดำรงตำแหน่งหลายบทบาทในองค์การสหประชาชาติ รวมถึงเป็นผู้ประสานงานพิเศษสำหรับเลบานอน และเป็นผู้ช่วยเลขาธิการ UN

 

Kaag ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน การค้าระหว่างประเทศ และการลดความยากจน โดยเธอมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของเนเธอร์แลนด์เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศ และเป็นที่รู้จักจากการให้ความสำคัญกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ความเท่าเทียมทางเพศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเชี่ยวชาญด้านการทูตของ Kaag และความมุ่งมั่นของเธอในประเด็นระดับโลกทำให้เธอได้รับการยอมรับและความเคารพทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

The post ทำความรู้จัก 7 รมว.คลังหญิงทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้ ‘วันโลกาวินาศ’ เมื่อ เจเน็ต เยลเลน ขีดเส้น 5 มิถุนายน จะเป็นวันที่รัฐบาลไม่มีเงินเพียงพอที่จะชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมด https://thestandard.co/yellen-treasury-x-date-us-debt/ Sat, 27 May 2023 06:56:46 +0000 https://thestandard.co/?p=796016 เจเน็ต เยลเลน

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนเมื่อว […]

The post สหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้ ‘วันโลกาวินาศ’ เมื่อ เจเน็ต เยลเลน ขีดเส้น 5 มิถุนายน จะเป็นวันที่รัฐบาลไม่มีเงินเพียงพอที่จะชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเน็ต เยลเลน

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 พฤษภาคม) ว่าภายในวันที่ 5 มิถุนายน สหรัฐฯ จะไม่มีเงินทุนเพียงพอในการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ สถานการณ์เร่งด่วนนี้ทำให้สภาคองเกรสต้องตกลงในแผนการที่จะเพิ่มหรือระงับวงเงินหนี้

 

วันที่ 5 มิถุนายน ทำให้รัฐบาลกลางมีเวลามากขึ้นกว่าที่เคยคิดไว้เล็กน้อย ก่อนที่จะเข้าสู่ X-date อันเป็นวันโลกาวินาศ ที่หมายถึงวันที่สหรัฐฯ ไม่มีเงินเพียงพอที่จะชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยก่อนหน้านี้คาดว่าจะเป็นวันที่ 1 มิถุนายน

 

ทำเนียบขาวและพรรครีพับลิกันบางส่วนในสภาผู้แทนราษฎรกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อบรรลุข้อตกลง พวกเขาต้องการเพิ่มวงเงินกู้ยืมของประเทศซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ ไม่สามารถชำระหนี้คืนได้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สหรัฐฯ บรรลุขีดจำกัดการกู้ยืมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มกราคม และตั้งแต่นั้นมากระทรวงการคลังได้ใช้มาตรการพิเศษเพื่อให้แน่ใจว่าสหรัฐฯ สามารถชำระค่าใช้จ่ายต่อไปได้

 

เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ แสดงความหวังว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในเร็วๆ นี้ โดยเขากล่าวว่า “ทุกอย่างดูดี ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี” ขณะที่เขากำลังจะออกจากทำเนียบขาวไปยังแคมป์เดวิด ซึ่งประธานาธิบดีมักจะไปพักผ่อนหรือทำงานในบรรยากาศที่เงียบสงบ

 

จดหมายของเยลเลนถึงฝ่ายนิติบัญญัติเป็นสัญญาณเตือนแสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ทางการเงินอย่างชัดเจน ซึ่งในช่วงสองวันแรกของเดือนมิถุนายน รัฐบาลกลางจะต้องจ่ายเงินมากกว่า 130,000 ล้านดอลลาร์

 

การชำระเงินเหล่านี้รวมถึงกองทุนสำหรับทหารผ่านศึกและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากประกันสังคม และ Medicare ซึ่งเป็นโครงการที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้สูงอายุ

 

เมื่อมีการจ่ายเงินเหล่านี้จะทำให้รัฐบาลกลางเหลือเงินน้อยมาก แต่เยลเลนให้รายละเอียดว่ายังมีการชำระเงินและการลงทุนอื่นๆ อีกมากมาย “โดยทรัพยากรที่คาดการณ์ไว้ของเราจะไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติตามภาระผูกพันเหล่านี้ทั้งหมด” จึงหมายความว่าเงินที่พวกเขาคาดว่าจะมีนั้นจะไม่เพียงพอครอบคลุมทุกสิ่งที่ต้องจ่าย

 

ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้นำไปสู่ความไม่สงบที่เพิ่มขึ้นในตลาดการเงิน ซึ่งรวมถึงผู้คนและสถาบันที่นำเงินไปลงทุน แนวคิดที่ว่าสหรัฐฯ ไม่สามารถชำระหนี้ได้นั้นมีแนวโน้มที่จะบ่อนทำลายความเชื่อมั่นในธุรกิจและผู้บริโภค จนอาจนำไปสู่ต้นทุนการกู้ยืมระยะสั้นที่สูงขึ้นสำหรับผู้เสียภาษี และอาจส่งผลเสียต่ออันดับเครดิตของสหรัฐฯ ซึ่งการจัดอันดับเครดิตนี้ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมเงินของสหรัฐฯ นี่เป็นสถานการณ์ร้ายแรงที่ต้องดำเนินการทันที

 

ภาพ: Alex Wong / Getty Images

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้ ‘วันโลกาวินาศ’ เมื่อ เจเน็ต เยลเลน ขีดเส้น 5 มิถุนายน จะเป็นวันที่รัฐบาลไม่มีเงินเพียงพอที่จะชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘แมคคาร์ธี’ เผยการเจรจาขยายเพดานหนี้มีความคืบหน้าแต่ยังไร้ข้อสรุป นับถอยหลังสหรัฐฯ เตรียมถังแตกภายใน 8 วัน https://thestandard.co/debt-ceiling-negotiations/ Thu, 25 May 2023 08:18:30 +0000 https://thestandard.co/?p=795082 เพดานหนี้สหรัฐ

เควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ออกมาเ […]

The post ‘แมคคาร์ธี’ เผยการเจรจาขยายเพดานหนี้มีความคืบหน้าแต่ยังไร้ข้อสรุป นับถอยหลังสหรัฐฯ เตรียมถังแตกภายใน 8 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพดานหนี้สหรัฐ

เควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ออกมาเปิดเผยผลการเจรจาเพื่อขยายเพดานหนี้ของสหรัฐฯ ระหว่างทีมของเขาจากฝั่งพรรครีพับลิกัน และทีมของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากฝั่งพรรคเดโมแครต ว่ามีความคืบหน้า แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะยังมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องงบประมาณการใช้จ่าย

 

หากอ้างอิงจากการคาดการณ์ของเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ จะเหลือเวลาอยู่เพียง 8 วันเท่านั้นสำหรับสหรัฐฯ ที่จะต้องบรรลุข้อตกลงเพื่อขยายเพดานหนี้สาธารณะ ก่อนที่ประเทศจะเข้าสู่ภาวะถังแตกและต้องผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

ล่าสุดแรงกดดันก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเมื่อ Fitch Ratings บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำได้ออกมาระบุว่า อาจจำเป็นต้องปรับลดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ จากระดับสูงสุด AAA หากการเจรจาเรื่องเพดานหนี้ยังไร้ความชัดเจน พร้อมปรับลดมุมมองต่อสหรัฐฯ ให้เป็นมุมมองทางลบที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด (Rating Watch Negative) 

 

“ผมไม่ต้องการให้ตลาดตื่นกลัว เราจะบรรลุข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนชาวอเมริกันได้ในที่สุด คลังจะมีเงินไปชำระหนี้ ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว” แมคคาร์ธีให้สัมภาษณ์กับ Fox Business 

 

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่ามุมมองเชิงบวกของแมคคาร์ธีจะย้อนแย้งกับหนังสือของสภาผู้แทนราษฎรที่ออกมาหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น โดยหนังสือดังกล่าวมีเนื้อหาที่ระบุว่า ส.ส. ทุกคนไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรุงวอชิงตันเพื่อโหวตขยายเพดานหนี้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ 

 

การปล่อยให้ ส.ส. สามารถเดินทางกลับบ้านได้ สะท้อนว่าการเจรจาระหว่างแกนนำของทั้งสองฝ่ายยังไม่เข้าใกล้การบรรลุข้อตกลง 

 

“ในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ส.ส. จะได้รับการแจ้งเตือนภายใน 24 ชั่วโมง และจะต้องเดินทางกลับมายังกรุงวอชิงตันเพื่อโหวตขยายเพดานหนี้ทันที ซึ่งมันอาจจะเกิดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้เลยหรือสัปดาห์หน้าก็ได้” สตีฟ สกาลิส ส.ส. รัฐลุยเซียนาของรีพับลิกันระบุ

 

อ้างอิง: 

The post ‘แมคคาร์ธี’ เผยการเจรจาขยายเพดานหนี้มีความคืบหน้าแต่ยังไร้ข้อสรุป นับถอยหลังสหรัฐฯ เตรียมถังแตกภายใน 8 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
การเจรจาขยายเพดานหนี้ของสหรัฐฯ กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง หลังต้องชะงักไปจากการวอล์กเอาต์ของฝั่งรีพับลิกัน https://thestandard.co/usa-debt-ceiling-negotiation/ Sat, 20 May 2023 03:41:35 +0000 https://thestandard.co/?p=793005 เพดานหนี้

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การเจรจาระหว่างคณะตัวแทนจากพรร […]

The post การเจรจาขยายเพดานหนี้ของสหรัฐฯ กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง หลังต้องชะงักไปจากการวอล์กเอาต์ของฝั่งรีพับลิกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพดานหนี้

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การเจรจาระหว่างคณะตัวแทนจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครตเพื่อหาข้อตกลงในการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐฯ กลับมาเดินหน้าอีกครั้ง หลังจากที่ในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 พฤษภาคม) การหารือดังกล่าวต้องหยุดชะงักไปจากการวอล์กเอาต์ของฝ่ายรีพับลิกันที่กล่าวโทษฝ่ายเดโมแครตว่าพยายามจะทำให้การประชุมไม่คืบหน้า

 

“มันน่าหงุดหงิดที่พวกเขาเข้ามาในห้องเจรจาและคิดจะใช้จ่ายงบประมาณในปีถัดไปเพิ่มขึ้นจากปีนี้ มันไม่ถูกต้องและเราจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น” เควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งอยู่ฝ่ายรีพับลิกัน ให้สัมภาษณ์กับ Fox Business

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

หัวข้อสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายพยายามต่อรองให้ตัวเองมีความได้เปรียบคือ การกำหนดงบการใช้จ่ายของรัฐบาล โดยฝ่ายรีพับลิกันต้องการให้รัฐบาลตัดลดงบใช้จ่ายในปีหน้าลงจากเดิม ขณะที่ฝ่ายเดโมแครตก็ไม่พอใจกับแนวทางดังกล่าว เพราะการใช้จ่ายที่ลดลงของภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายหลายอย่างของพรรค ซึ่งจะส่งผลต่อคะแนนความนิยมในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่กำลังจะมาถึง

 

“เราควรใช้จ่ายลดลง เราต้องปฏิรูปการใช้จ่ายของตัวเอง ผมคิดว่าเราจะก้าวต่อไปได้ถ้าหาข้อตกลงร่วมกันในเรื่องนี้ได้ และผมเห็นความเป็นไปได้ในเรื่องนี้” แมคคาร์ธีระบุ

 

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ภาระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งแตะเพดานที่ระดับ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้กระทรวงการคลังต้องออกมาประกาศใช้มาตรการพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณี ‘ผิดนัดชำระหนี้’ ของรัฐบาลกลาง

 

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า เม็ดเงินในมาตรการพิเศษของกระทรวงการคลังจะช่วยยืดระยะเวลาของปัญหาออกไปได้ถึงแค่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนเท่านั้น หากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้ได้อย่างทันท่วงที ก็อาจนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งจะถือเป็นหายนะทางเศรษฐกิจ

 

อย่างไรก็ดี การจะโหวตขยายเพดานหนี้ให้ผ่านได้นั้น สภาคองเกรสจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนทั้งจากสภาล่างที่มีรีพับลิกันเป็นเสียงส่วนใหญ่ และสภาบนที่มีเดโมแครตเป็นเสียงส่วนใหญ่ ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างต่อรองกันอย่างเข้มข้นเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง

 

ล่าสุด โฆษกทำเนียบขาวออกมาเปิดเผยกับ NBC News ว่า ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นที่ต่างกันค่อนข้างมากในประเด็นเรื่องงบประมาณรายจ่าย ทำให้การเจรจาเป็นไปด้วยความยากลำบาก พร้อมระบุว่าทีมของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาทางออกที่สมเหตุสมผล

 

ปัจจุบัน โจ ไบเดน อยู่ระหว่างเข้าร่วมประชุมผู้นำ G7 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเขาตัดสินใจที่จะเดินทางกลับสหรัฐฯ ก่อนกำหนดการเดิมเพื่อมาเข้าร่วมการประชุมขยายเพดานหนี้ที่กำลังดำเนินอยู่

 

อ้างอิง:

The post การเจรจาขยายเพดานหนี้ของสหรัฐฯ กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง หลังต้องชะงักไปจากการวอล์กเอาต์ของฝั่งรีพับลิกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
มองแง่ดี! แมคคาร์ธีคาด สองฝ่ายบรรลุเจรจาปม ‘เพดานหนี้’ สัปดาห์นี้ ด้านไบเดนเททริปออสเตรเลีย เร่งกลับสหรัฐฯ เพื่อหารือต่อ https://thestandard.co/mccarthy-expects-debt-ceiling-talks-this-week/ Wed, 17 May 2023 02:47:14 +0000 https://thestandard.co/?p=791431 เพดานหนี้ สหรัฐ

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกเลิกแผนการเยือนออสเตรเลีย […]

The post มองแง่ดี! แมคคาร์ธีคาด สองฝ่ายบรรลุเจรจาปม ‘เพดานหนี้’ สัปดาห์นี้ ด้านไบเดนเททริปออสเตรเลีย เร่งกลับสหรัฐฯ เพื่อหารือต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพดานหนี้ สหรัฐ

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกเลิกแผนการเยือนออสเตรเลีย และหั่นทริปเยือนปาปัวนิวกินีที่วางแผนไว้ หลังเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อร่วมการประชุมกลุ่ม G7 เพื่อกลับสหรัฐฯ และเร่งเจรจาแผนขยายเพดานหนี้ต่อ เนื่องจากวัน X-Date หรือวันที่เงินสดรัฐบาลหมดใกล้เข้ามาทุกที

 

เควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ได้ออกมากล่าวภายหลังการประชุมหารือสั้นๆ กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน และผู้นำรัฐสภาคนอื่นๆ ที่ห้องทำงานรูปไข่ ในทำเนียบขาว เมื่อวันอังคารที่ 16 พฤษภาคมว่า แม้การเจรจาเพดานหนี้ที่สำคัญยังห่างไกลจากความสำเร็จ แต่คาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในสิ้นสัปดาห์นี้

 

โดยแมคคาร์ธีกล่าวว่า ความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้สาธารณะภายในสัปดาห์นี้มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีไบเดนเปลี่ยนขอบเขตเงื่อนไขของการเจรจา

 

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของข้อตกลงด้านงบประมาณยังคงเป็นเรื่องน่ากังวลทางการเมือง และยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าทั้งไบเดนและแมคคาร์ธีจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่ตอบสนองต่อความต้องการของทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตในสภาได้มากน้อยแค่ไหน

 

ทั้งนี้ สมาชิกพรรครีพับลิกันที่นำโดยแมคคาร์ธี ต้องการให้ไบเดนยอมรับข้อเสนอของพวกตนในการยกเลิกการใช้จ่ายที่ไม่จำกัดและจำกัดค่าใช้จ่ายในอนาคต ตลอดจนทำการเปลี่ยนแปลงนโยบายอื่นๆ

 

ขณะเดียวกัน การเจรจาขยายเพดานหนี้ที่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทำให้ประธานาธิบดีไบเดนตัดสินใจยกเลิกแผนการเยือนออสเตรเลีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกำหนดการเดินทางเยือนนานาประเทศในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อให้กลับมาทันการหารือขยายเพดานหนี้กับแมคคาร์ธีในช่วงสุดสัปดาห์

 

รายงานระบุว่า ไบเดนมีกำหนดการเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 เป็นเวลา 3 วัน คือระหว่างวันที่ 19-21 พฤษภาคมนี้ ซึ่งตามกำหนดการเดิม หลังจากประชุม G7 เสร็จ ไบเดนจะแวะเยือนปาปัวนิวกินีสั้นๆ ก่อนเดินทางต่อไปยังออสเตรเลีย เพื่อเข้าร่วมประชุมจตุภาคี หรือ Quad ร่วมกับผู้นำออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย

 

ทั้งนี้ จอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีไบเดนตัดสินใจยกเลิกแผนการเดินทางเยือนออสเตรเลีย เพื่อให้มีเวลาจัดการกับกรณีการขยายเพดานหนี้สหรัฐฯ ให้ทันตามกำหนด

 

โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ว่า สหรัฐฯ มีโอกาสที่จะผิดนัดชำระหนี้บางส่วนอย่างเร็วที่สุดคือในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ หากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้ได้ทันตามกำหนด

 

วันเดียวกัน มีรายงานว่า เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตรียมพบกับคณะกรรมการบริหารของสถาบันนโยบายธนาคาร หรือ Bank Policy Institute ในวันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคมนี้ ที่กรุงวอชิงตัน ซึ่งประกอบไปด้วยซีอีโอชั้นนำของธนาคารขนาดใหญ่ โดยเบื้องต้นมีรายงานยืนยันว่า เจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase, เจน เฟรเซอร์ ซีอีโอของ Citigroup และ ไบรอัน มอยนิฮาน ซีอีโอของ Bank of America จะเข้าร่วมการหารือในครั้งนี้

 

สถานีโทรทัศน์ CNN รายงานว่า การพบปะกับผู้บริหารธนาคารเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมประจำปีที่จัดขึ้นโดย Bank Policy Institute ซึ่งเป็นกลุ่มการค้าทางการเงินที่เป็นตัวแทนของธนาคารหลายสิบแห่ง รวมถึง Goldman Sachs, Wells Fargo และ Citigroup

 

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การพบปะกันระหว่างเยลเลนกับบรรดาผู้บริหารธนาคารชั้นนำ เป็นการทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมในกรณีที่สหรัฐฯ ไม่อาจหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ได้

 

โดยเมื่อวันอังคารที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา เยลเลนได้ออกมายกระดับการเตือนถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจหากสหรัฐฯ ไม่สามารถขยายเพดาหนี้ โดยเยลเลนย้ำว่าเวลากำลังจะหมดลงแล้ว เศรษฐกิจสหรัฐฯ และชีวิตของชาวอเมริกันหลายล้านคนกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง ดังนั้นจึงไม่มีเวลาให้เสียเปล่าแต่อย่างใด


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 อ้างอิง:

The post มองแง่ดี! แมคคาร์ธีคาด สองฝ่ายบรรลุเจรจาปม ‘เพดานหนี้’ สัปดาห์นี้ ด้านไบเดนเททริปออสเตรเลีย เร่งกลับสหรัฐฯ เพื่อหารือต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเน็ต เยลเลน เตือนอีกครั้ง ทางการสหรัฐฯ ต้องเร่งบรรลุข้อตกลงเพดานหนี้ หากต้องการปิดความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ที่อาจเกิดขึ้นในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ https://thestandard.co/janet-yellen-warns-again/ Tue, 16 May 2023 01:52:07 +0000 https://thestandard.co/?p=790919 Janet Yellen

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา ออกโรงยืนยันต่อส […]

The post เจเน็ต เยลเลน เตือนอีกครั้ง ทางการสหรัฐฯ ต้องเร่งบรรลุข้อตกลงเพดานหนี้ หากต้องการปิดความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ที่อาจเกิดขึ้นในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Janet Yellen

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา ออกโรงยืนยันต่อสภาคองเกรสเมื่อวันจันทร์ (15 พฤษภาคม) ว่าหากสหรัฐฯ ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้ได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด จะทำให้ประเทศมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ได้ โดยอย่างเร็วสุดภายในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ 

 

เยลเลนกล่าวว่า ด้วยข้อมูลที่ทางกระทรวงการคลังมีอยู่ในมือในขณะนี้ ทำให้ประเมินได้ว่าทางกระทรวงการคลังน่าจะไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันทั้งหมดของรัฐบาลได้อีกต่อไป หากสภาคองเกรสไม่ดำเนินการเพื่อขยายเพดานหนี้ภายในต้นเดือนมิถุนายน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ทำเนียบขาวและผู้นำรัฐสภาเตรียมพบปะกันในวันนี้ (16 พฤษภาคม) เพื่อดำเนินการเจรจาต่อไปเกี่ยวกับการปรับลดการใช้จ่ายเพื่อแลกกับการที่สภาจะผ่านการปรับขึ้นเพดานหนี้ วุฒิสภาเสียงข้างมากจากพรรคเดโมแครตคาดว่าจะสนับสนุนอะไรก็ตามที่ทำเนียบขาวเจรจากับทางสภา 

 

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีรายงานค่อนข้างสับสนเกี่ยวกับความคืบหน้าของสถานการณ์การเจรจา โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ พยายามโน้มน้าวให้เกิดเสียงสนับสนุน ซึ่งรวมถึงการชี้ให้เห็นข้อดีของการบรรลุข้อตกลงกับพรรครีพับลิกัน เพื่อเพิ่มหรือระงับวงเงินหนี้ให้ทันเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐฯ

 

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า ทางพรรครีพับลิกันมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้ ดังนั้นโดยส่วนตัวแล้วจึงเชื่อว่าสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ในที่สุด ซึ่งทางไบเดนยังได้ย้ำกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ (14 พฤษภาคม) ว่าตนเองยังคาดหวังผลลัพธ์ในทางบวก เนื่องจากเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมาตั้งแต่เกิด 

 

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่ง เควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ สังกัดพรรครีพับลิกัน กลับไม่ได้มองโลกในแง่ดีตามไบเดน โดยกล่าวชัดเจนว่า เป้าหมายการบรรลุข้อตกลงร่วมกันยังคงอยู่อีกห่างไกล และจนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นหนทางที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ 

 

ด้านเยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้เน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ โดยระบุว่า การรอจนถึงนาทีสุดท้ายเพื่อขยายเพดานหนี้อาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นทางธุรกิจและผู้บริโภค รวมถึงเป็นการเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมระยะสั้นสำหรับผู้เสียภาษี และส่งผลเสียต่ออันดับเครดิตของสหรัฐฯ โดยเยลเลนกล่าวว่า ขณะนี้มองเห็นต้นทุนการกู้ยืมของตราสารหนี้สำหรับหลักทรัพย์ที่จะครบกำหนดชำระในต้นเดือนมิถุนายนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก 

 

ทั้งนี้ จดหมายชี้แจงฉบับใหม่ของเยลเลนมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากคำแนะนำจากสำนักงานงบประมาณรัฐสภา หรือ Congressional Budget Office (CBO) ที่กล่าวว่ารายได้จากภาษีและมาตรการฉุกเฉินหลังวันที่ 15 มิถุนายน “อาจจะอนุญาตให้รัฐบาลดำเนินการจัดหาเงินทุนต่อไปได้จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมเป็นอย่างน้อย”

 

นอกจากนี้ รายงานของ CBO ยังระบุว่า หากข้อกำหนดเพดานหนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็จะมีความเสี่ยงอย่างมากที่ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน รัฐบาลจะไม่สามารถชำระภาระผูกพันทั้งหมดได้อีกต่อไป

 

อ้างอิง: 

The post เจเน็ต เยลเลน เตือนอีกครั้ง ทางการสหรัฐฯ ต้องเร่งบรรลุข้อตกลงเพดานหนี้ หากต้องการปิดความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ที่อาจเกิดขึ้นในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gallup เผยความเชื่อมั่นชาวอเมริกันดิ่งฮวบ ไม่มั่นใจ ไบเดน-พาวเวลล์-เยลเลน แก้ปมเศรษฐกิจได้ https://thestandard.co/gallup-poll-americans-confidence-in-biden-powell-yellen/ Wed, 10 May 2023 02:27:47 +0000 https://thestandard.co/?p=787801 Gallup

ผลการสำรวจความเห็นโดย Gallup เผยว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ […]

The post Gallup เผยความเชื่อมั่นชาวอเมริกันดิ่งฮวบ ไม่มั่นใจ ไบเดน-พาวเวลล์-เยลเลน แก้ปมเศรษฐกิจได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gallup

ผลการสำรวจความเห็นโดย Gallup เผยว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เริ่มขาดความมั่นใจว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน, รัฐมนตรีคลัง เจเน็ต เยลเลน และประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Fed) เจอโรม พาวเวลล์ กำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องสำหรับการแก้วิกฤตเศรษฐกิจในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 

 

ทั้งนี้ การสำรวจพบว่ามีเพียง 35% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่มีความเชื่อมั่น ‘อย่างมาก’ หรือ ‘พอใช้’ ในตัวประธานาธิบดีไบเดนที่จะทำหรือแนะนำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับเศรษฐกิจ โดยความเชื่อมั่นดังกล่าวแทบจะใกล้เคียงกับความเชื่อมั่นที่ดิ่งฮวบของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ในปี 2008 ซึ่งตรงกับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ 

 

แม้ว่าขณะนี้อัตราการว่างงานจะร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ชาวอเมริกันเกือบครึ่ง หรือราว 48% กล่าวว่าตนเองแทบไม่มีความเชื่อมั่นในตัวไบเดนในเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจแม้แต่น้อย

 

ขณะที่ความเห็นต่อพาวเวลล์ ประธาน Fed ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน โดยมีชาวอเมริกันเพียง 36% เท่านั้นที่เชื่อมั่นในแนวทางบริหารจัดการเศรษฐกิจของพาวเวลล์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดรอบใหม่ในการดำรงตำแหน่งประธาน Fed 6 ปีของพาวเวลล์ ในขณะที่ 28% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่าตนเองแทบไม่มีความมั่นใจในตัวพาวเวลล์เลยแม้แต่น้อย 

 

ส่วนความเชื่อมั่นในตัวเยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ซึ่ง Gallup พบว่ามีเพียง 37% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่กล่าวว่าตนเองมีความเชื่อมั่นในเยลเลนอย่างมาก  

 

นอกจากนี้ วิกฤตเพดานหนี้ยังส่งผลให้คะแนนความนิยมของบรรดาแกนนำในรัฐสภาลดต่ำลงเช่นกัน โดยมีเพียง 34% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่กล่าวว่าเชื่อมั่นอย่างมากต่อผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส ขณะที่ผู้นำพรรครีพับลิกันอยู่ที่ระดับ 38% 

 

ทั้งนี้ การสำรวจซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 3-25 เมษายนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าความวิตกกังวลที่เกิดจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงยังคงบดบังตลาดงานที่แข็งแกร่ง โดย Greg Valliere หัวหน้านักยุทธศาสตร์ด้านนโยบายของสหรัฐฯ ที่ AGF Investments อธิบายว่า ผู้คนกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังไม่จบลงและจะอยู่ในระดับสูงต่อไป และผู้คนต่างรู้สึกว่านักการเมืองทั้งหลายมุ่งมั่นในเกมการเมืองจนไม่สามารถเข้าใจความวิตกกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อได้

 

Fed สาขานิวยอร์กหนุนเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบ

วันเดียวกันมีรายงานว่า จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สาขานิวยอร์ก ออกมาแสดงความเห็นต่อนโยบายการเงินว่า Fed สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังไม่ปรับตัวลดลง 

 

ทั้งนี้ วิลเลียมส์กล่าวว่า Fed ไม่อาจบอกได้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเสร็จสิ้นลงเมื่อใด เพราะต้องให้แน่ใจจริงๆ ว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของ Fed บรรลุแล้วจริงๆ โดย Fed จะต้องประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและตัดสินใจโดยขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้รับ

 

อย่างไรก็ตาม วิลเลียมส์ระบุว่าตนเองยังมองไม่เห็นเหตุผลในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างไรก็ดี ตนจะนำวิกฤตในภาคธนาคาร และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการขยายตัว การจ้างงาน และเงินเฟ้อ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้ประกอบการพิจารณาแนวโน้มนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่อไป 

 

นอกจากนี้ ประธาน Fed สาขานิวยอร์กรายนี้กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจำเป็นต้องใช้เวลาในการส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ก่อนที่เงินเฟ้อจะปรับตัวลงสู่ระดับเป้าหมายของ Fed ที่ 2% พร้อมคาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาอีกราว 2 ปี เพื่อให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่ระดับ 2%


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post Gallup เผยความเชื่อมั่นชาวอเมริกันดิ่งฮวบ ไม่มั่นใจ ไบเดน-พาวเวลล์-เยลเลน แก้ปมเศรษฐกิจได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>