เกาะติดเหตุการณ์ล่าสุด อิสราเอล vs อิหร่าน : หลังอิสราเอลยิงขีปนาวุธใส่อิหร่าน https://thestandard.co/tag/israel-iran-strikes-situation/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 20 Jan 2026 03:13:05 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 จับตา NATO Summit 2025: ถกเพิ่มงบกลาโหม เตรียมความพร้อมหากทรัมป์ถอนตัว https://thestandard.co/nato-summit-2025-defense-budget-trump/ Wed, 25 Jun 2025 08:28:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1088884 ผู้นำ NATO เข้าร่วมการประชุมสุดยอดปี 2025 ที่เดอะเฮก เนเธอร์แลนด์

บรรดาผู้นำประเทศและผู้นำองค์กรระหว่างประเทศเกือบ 40 ชีว […]

The post จับตา NATO Summit 2025: ถกเพิ่มงบกลาโหม เตรียมความพร้อมหากทรัมป์ถอนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำ NATO เข้าร่วมการประชุมสุดยอดปี 2025 ที่เดอะเฮก เนเธอร์แลนด์

บรรดาผู้นำประเทศและผู้นำองค์กรระหว่างประเทศเกือบ 40 ชีวิต เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ NATO Summit 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่เดอะเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 24-25 มิถุนายน โดยบรรดาผู้นำจะร่วมหารือกันในวันนี้ (25 มิถุนายน) เพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประชาคมโลก

 

ใครเข้าร่วม Summit ในปีนี้บ้าง

 

บรรดาผู้นำประเทศสมาชิก NATO ทั้ง 32 ประเทศต่างเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ โดยเฉพาะ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา, เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ, เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, ฟรีดริช เมอซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี รวมถึงมาร์ก รุตเตอ อดีตนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ เลขาธิการ NATO คนปัจจุบันก็จะทำหน้าที่ประธานการประชุมครั้งนี้เป็นปีแรก หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อช่วงปลายปี 2024 

 

นอกจากนี้ยังมี อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป, อันโตนิโอ กอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป, คริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ และโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ตอบรับเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย ขณะที่ผู้นำประเทศนอกสมาชิก NATO คนอื่นๆ ที่ได้รับเชิญ เช่น แอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย, ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และอีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ไม่เข้าร่วม Summit ในปีนี้

 

ประเด็นร้อนที่คาดว่าจะหารือกันมีอะไรบ้าง

 

  1. ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน 

 

ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่วโลกต่างเฝ้าติดตามพัฒนาการของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่านที่เปิดฉากขึ้น หลังกองทัพอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีโครงการนิวเคลียร์และโครงสร้างทางทหารของอิหร่านโดยตรง ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนที่ทรัมป์จะมีคำสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการ ‘Midnight Hammer’ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 21 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ เพื่อโจมตีโครงการนิวเคลียร์ที่สำคัญ 3 แห่งของอิหร่าน และผลักดันให้เกิดการเจรจาหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย แม้อิหร่านจะยืนยันมาโดยตลอดว่า โครงการนิวเคลียร์ของตนเป็นไปในเชิงสันติและเพื่อการพัฒนาประเทศ 

 

โฆษกจากรัฐบาลเยอรมนีเปิดเผยเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สมาชิก NATO จะพูดถึงความขัดแย้งนี้ในที่ประชุม ขณะที่รัฐบาลเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรก็ได้หารือกับ อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงการขยายตัวของสงครามในตะวันออกกลาง แม้ทรัมป์จะประกาศว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอล-อิหร่านจะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่สถานการณ์ความรุนแรงอาจปะทุขึ้นใหม่ได้ทุกเมื่อ 

 

  1. สงครามรัสเซีย-ยูเครน

 

สงครามในยูเครนเป็นประเด็นสำคัญของที่ประชุม NATO ตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งสมาชิกแต่ละประเทศต่างมองว่า การรุกรานของรัสเซียเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขา และ NATO ควรมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนยูเครนในการต่อต้านรัสเซีย โดย NATO Summit 2024 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา พันธมิตร NATO ประกาศว่า “อนาคตของยูเครนอยู่ใน NATO” และสัญญาจะให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงระยะยาว โดยมีเงินสนับสนุนอย่างน้อย 50,000 ล้านยูโรต่อปี

 

แม้ว่ายูเครนจะไม่ใช่สมาชิกของ NATO แต่ยูเครนก็มุ่งหวังที่จะเข้าเป็นสมาชิก NATO มาอย่างยาวนาน โดยยูเครนหวังจะได้รับประโยชน์จาก มาตรการ 5 ของสนธิสัญญา NATO ซึ่งเป็นหลักการที่สำคัญที่สุดที่มีเนื้อหาว่า หากประเทศสมาชิกหนึ่งถูกโจมตีหรือถูกทำร้ายจากการกระทำของภายนอก จะถือว่าเป็นการโจมตีสมาชิก NATO ทั้งหมดและสมาชิก NATO ทุกประเทศจะต้องช่วยกันป้องกันประเทศที่ถูกโจมตี โดยการตอบโต้ทางทหารเป็นไปตามความเหมาะสม

 

อย่างไรก็ตาม การเป็นสมาชิกของยูเครนใน NATO เป็นประเด็นสำคัญสำหรับรัสเซีย และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่รัสเซียอ้างเพื่อเริ่มต้นสงคราม เนื่องจากรัสเซียมองว่า ยูเครนเปรียบเสมือนหลังบ้านของตน การขยายตัวของ NATO เข้ามาประชิดพรมแดนรัสเซียจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ 

 

สงครามรัสเซีย-ยูเครนกำลังเข้าสู่ปีที่ 4 แต่ยังไม่มีแนวโน้มว่า ทั้งสองประเทศจะสามารถหาข้อยุติในความขัดแย้งครั้งนี้ได้ แม้ทรัมป์จะพยายามเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างเซเลนสกี กับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย แต่ก็ยังไม่มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทำให้สมาชิก NATO ต้องเดินหน้าหาแนวทางสนับสนุนยูเครนในสนามรบต่อไป

 

  1. การเพิ่มงบกลาโหม

 

เมื่อปี 2023 บรรดาผู้นำ NATO ได้ตกลงที่จะเพิ่มงบกลาโหมให้ไม่น้อยกว่า 2% ของ GDP ภายในปี 2024 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับเดิมที่ 1.5% อย่างไรก็ตาม มีหลายประเทศสมาชิกที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ในปีที่ผ่านมา เช่น แคนาดา อิตาลี สเปน และโปรตุเกส

 

พันธมิตรของ NATO ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ที่มองว่า NATO พึ่งพาการเงินจากสหรัฐฯ ‘มากเกินไป’ และได้เรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ เพิ่มการใช้จ่ายในงบกลาโหมเป็น 5% ของ GDP โดยปัจจุบันสหรัฐฯ มีส่วนร่วมในการใช้จ่ายประจำปีของ NATO อยู่ที่ 15.8% จากการใช้จ่ายทั้งหมด 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทรัมป์ยังคงตั้งคำถามว่า NATO ควรปกป้องประเทศที่ไม่ลงเงินในงบประมาณทางทหารอย่างเพียงพอหรือไม่

 

แรงกดดันจากทรัมป์และรัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้รุตเตอเตรียมขอให้ประเทศสมาชิกตั้งเป้าหมายใหม่ในการใช้จ่ายงบประมาณทางการป้องกันที่ 5% ของ GDP ภายในปี 2032 โดยประมาณ 1.5% ของงบนั้นจะต้องนำไปใช้สำหรับการใช้จ่ายในโครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงไซเบอร์ ซึ่งมีสมาชิกบางประเทศ เช่น สเปน เริ่มคัดค้านแนวทางดังกล่าว

 

นอกจากนี้รุตเตอยังเรียกร้องให้สมาชิก NATO เพิ่มการผลิตอาวุธและระบบป้องกันให้มากยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงต่างๆ โดยสหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในประเทศที่ประกาศแผนการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกัน และจัดการกับภัยสงคราม ซึ่งจะเพิ่มงบกลาโหมจาก 2.3% มาเป็น 2.5% ภายในปี 2027 และอาจเพิ่มเป็น 3% ในช่วงหลังปี 2029

 

  1. ผู้นำยุโรปกับบทบาทนำใน NATO

 

บรรดาประเทศสมาชิกในยุโรปกำลังมองหาบทบาทผู้นำที่แข็งแกร่งมากขึ้น หากทรัมป์ตัดสินใจหันหลังให้กับ NATO ในอนาคต ซึ่งความไม่แน่นอนนี้ทำให้ผู้นำสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี และอีกหลายประเทศ เริ่มหารือว่าจะรับมืออย่างไร หากทรัมป์พาสหรัฐฯ ถอนตัวหรือรักษาระยะห่างจาก NATO 

 

แม้ว่าทรัมป์จะยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ท่าทีของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ที่ไม่พอใจการทำงานของสมาชิก NATO ทำให้ผู้นำยุโรปเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงนี้ ในการประชุมครั้งนี้อาจมีการพูดถึงข้อเสนอจากผู้นำยุโรปว่าจะมีแผนสร้างหลักประกันความมั่นคงอย่างไร โดยไม่พึ่งพาสหรัฐฯ มากเกินไป

 

โดยมีการคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ ใช้จ่ายด้านกลาโหมราว 3.19% ของ GDP ในปี 2024 ซึ่งลดลงจาก 3.68% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อทุกประเทศสมาชิกเคยให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการใช้จ่าย หลังจากที่รัสเซียผนวกแหลมไครเมียของยูเครนในปี 2014 ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา 5-10 ปีในการเพิ่มการใช้จ่ายของบรรดาประเทศในยุโรป เพื่อทดแทนความสามารถและแรงสนับสนุนของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน

 

ภาพ: Haiyun Jiang / Pool via Reuters

อ้างอิง:

The post จับตา NATO Summit 2025: ถกเพิ่มงบกลาโหม เตรียมความพร้อมหากทรัมป์ถอนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เผย กต. เร่งประสานช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล-อิหร่าน ขอประชาชนเชื่อมั่น รัฐบาลติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด https://thestandard.co/thai-government-help-citizens-israel-iran/ Wed, 25 Jun 2025 07:02:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1088939 นายกฯ เผยแผนช่วยคนไทยใน อิสราเอล อิหร่าน จากสถานการณ์ตึงเครียด

วันนี้ (25 มิถุนายน) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต […]

The post นายกฯ เผย กต. เร่งประสานช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล-อิหร่าน ขอประชาชนเชื่อมั่น รัฐบาลติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เผยแผนช่วยคนไทยใน อิสราเอล อิหร่าน จากสถานการณ์ตึงเครียด

วันนี้ (25 มิถุนายน) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมการดูแลประชาชนคนไทยทั้งในอิสราเอลและอิหร่าน ในกรณีที่ต้องการเดินทางกลับไทยเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงการต่างประเทศวางแผนช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ต้องการออกจากอิสราเอลและอิหร่านโดยรวดเร็วและปลอดภัย

 

แพทองธารกล่าวต่อว่า ในอิหร่านมีคนไทยรวมประมาณ 300 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานและนักศึกษา ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ช่วยเหลือให้ไปพำนักชั่วคราวที่ศูนย์พักพิงที่เมืองออโมล (Amol) แล้ว 35 คน และอีก 4 คนไปที่ศูนย์พักพิงที่เมือง 

 

วาน (Van) ในตุรกีแล้ว นอกจากนั้นกระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งประสานงานให้คนไทย 73 คนที่ประสงค์จะเดินทางออกจากอิหร่าน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะหารือกับฝ่ายอิหร่านเพื่อให้เร่งออกวีซ่าขาออก (Exit Visa) ให้

 

ในส่วนอิสราเอลมีคนไทยอยู่ประมาณ 40,000 คน เกือบทั้งหมดเป็นแรงงาน สถานเอกอัครราชทูตฯ ติดตามสอบถามความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งไปเยี่ยมเยียนด้วย ซึ่งในชั้นนี้ส่วนใหญ่ยังต้องการอยู่ในอิสราเอลต่อไป มีเพียง 18 คนที่แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับไทย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ กำลังประสานกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกให้เดินทางกลับประเทศตามความประสงค์

 

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะพำนักอยู่ในอิสราเอลและอิหร่านต่อไป ขอให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของทางการท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด รวมทั้งติดตามข่าวสารจากสถานเอกอัครราชทูตไทยอย่างใกล้ชิด

 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งทีมประสานงานส่วนล่วงหน้า ซึ่งประกอบด้วยกระทรวงการต่างประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย และกระทรวงแรงงาน ไปเสริมกำลังของสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อดูแลคนไทยในพื้นที่ดังกล่าวด้วยแล้ว ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งประสานงานให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก เพื่อให้ทุกชีวิตคนไทยในอิสราเอลและอิหร่านปลอดภัย

 

อ้างอิง: 

The post นายกฯ เผย กต. เร่งประสานช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล-อิหร่าน ขอประชาชนเชื่อมั่น รัฐบาลติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิสราเอลยืนยัน ตกลงหยุดยิงกับอิหร่านตามที่ทรัมป์เสนอ เตือนตอบโต้รุนแรงหากละเมิด https://thestandard.co/israel-iran-ceasefire-trump-proposal/ Tue, 24 Jun 2025 07:38:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1088484 นายกรัฐมนตรีอิสราเอลประกาศหยุดยิงอิหร่าน ขอบคุณทรัมป์และสหรัฐฯ

สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลออกแถลงการณ์ว่า อิสราเอลตกลงหย […]

The post อิสราเอลยืนยัน ตกลงหยุดยิงกับอิหร่านตามที่ทรัมป์เสนอ เตือนตอบโต้รุนแรงหากละเมิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีอิสราเอลประกาศหยุดยิงอิหร่าน ขอบคุณทรัมป์และสหรัฐฯ

สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลออกแถลงการณ์ว่า อิสราเอลตกลงหยุดยิงกับอิหร่านแล้ว ตามข้อเสนอของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ โดยถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการ

 

เนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่า การตอบรับข้อตกลงเกิดขึ้นหลังจากที่อิสราเอล ‘บรรลุวัตถุประสงค์ทั้งหมด’ หลังจากการโจมตีอิหร่านเป็นเวลาเกือบ 2 สัปดาห์

 

“อิสราเอลได้กำจัดภัยคุกคามการดำรงอยู่ทั้ง 2 อย่างของอิหร่าน ทั้งอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกล นอกจากนี้ กองทัพอิสราเอลยังควบคุมน่านฟ้าของเตหะรานได้อย่างสมบูรณ์ โจมตีผู้นำกองทัพอิหร่านอย่างรุนแรง และทำลายเป้าหมายสำคัญของระบอบการปกครองหลายสิบแห่งในอิหร่าน” 

 

แถลงการณ์ยังระบุว่า ในวันนี้ก่อนที่จะเริ่มต้นหยุดยิง อิสราเอลกำจัดเจ้าหน้าที่หลายร้อยคนของกองกำลังกึ่งทหาร Basij ที่รัฐบาลอิหร่านมักใช้ปราบปรามผู้ประท้วง และกำจัดนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ระดับสูงได้อีก 1 คน

 

แถลงการณ์ซึ่งระบุในนามของ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรี ยังแสดงความขอบคุณทรัมป์และสหรัฐฯ สำหรับการสนับสนุนทางทหาร “ในการกำจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์ของอิหร่าน” พร้อมทั้งเตือนไปยังอิหร่านว่า

 

“อิสราเอลจะตอบโต้อย่างแข็งกร้าวต่อการละเมิดการหยุดยิงใดๆ”

 

ภาพ: Sean Gallup / Getty Images

อ้างอิง: 

The post อิสราเอลยืนยัน ตกลงหยุดยิงกับอิหร่านตามที่ทรัมป์เสนอ เตือนตอบโต้รุนแรงหากละเมิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานทูตไทยในอิสราเอลปรับเวลาเปิด-ปิดทำการ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัย https://thestandard.co/thai-embassy-israel-closure-warning/ Mon, 23 Jun 2025 04:29:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1087872 ประกาศปิดทำการสถานทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ ท่ามกลางสถานการณ์ไม่สงบ

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประกาศเตรียมปิดทำกา […]

The post สถานทูตไทยในอิสราเอลปรับเวลาเปิด-ปิดทำการ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประกาศปิดทำการสถานทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ ท่ามกลางสถานการณ์ไม่สงบ

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประกาศเตรียมปิดทำการ ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ที่ยังคงรุนแรง โดยระบุว่า

 

“สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประกาศปิดทำการเนื่องด้วยสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยในอิสราเอลขณะนี้ และตามมาตรการของทางการอิสราเอลจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง”

 

หากคนไทยมีกรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน หรือประสงค์จะขอความช่วยเหลือ โปรดติดต่อหมายเลขสายด่วนสำหรับคนไทย

 

  • ฝ่ายกงสุล 05 4636 8150  05 0367 3195
  • ฝ่ายแรงงาน 05 4469 3476 05 0220 2156

 

อ้างอิง: 

The post สถานทูตไทยในอิสราเอลปรับเวลาเปิด-ปิดทำการ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมเผย พร้อมช่วยคนไทยในตะวันออก ยืนยันกองทัพเตรียมเครื่องบิน-เส้นทางลำเลียงไว้แล้ว พร้อมอพยพทันที https://thestandard.co/thai-evacuation-middle-east-war-readiness/ Mon, 23 Jun 2025 04:26:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1087873 ภูมิธรรม เวชยชัย แถลงข่าวความพร้อมอพยพคนไทยจากตะวันออกกลาง

วันนี้ (23 มิถุนายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี แ […]

The post ภูมิธรรมเผย พร้อมช่วยคนไทยในตะวันออก ยืนยันกองทัพเตรียมเครื่องบิน-เส้นทางลำเลียงไว้แล้ว พร้อมอพยพทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรม เวชยชัย แถลงข่าวความพร้อมอพยพคนไทยจากตะวันออกกลาง

วันนี้ (23 มิถุนายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงความพร้อมของกองทัพในการอพยพคนไทยในสงครามตะวันออกกลาง ว่า ได้เตรียมความพร้อมไว้นานมากแล้ว รู้เส้นทางลำเลียงทั้งหมด รวมถึงระยะเวลาที่จะต้องใช้ พร้อมมีการประเมินสถานที่ในพื้นที่ หากสถานการณ์เป็นอย่างไรจะต้องดำเนินการอย่างไร ซึ่งสิ่งสำคัญ คือ คนไทยที่อยู่ในประเทศต่างๆ ไม่ได้อยู่แบบนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ไปทำงาน และมีต้นทุนที่ต้องจ่าย 

 

อย่างในประเทศอิหร่านมีประมาณ 300 คน มีความลำบาก เพราะเส้นทางลำเลียงใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง แต่มีการดูเส้นทางและประสานไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนในประเทศอิสราเอล มีประมาณ 30,000 – 40,000 คน แต่เส้นทางในการลำเลียงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 

 

และในวันนี้หากถามผู้ที่เป็นแรงงานอยู่ในประเทศต่างๆ ว่าอยากกลับประเทศหรือไม่นั้น ก็คงไม่อยากกลับ หรือแม้แต่บังคับกลับก็ยังไม่อยากกลับ ซึ่งรัฐบาลได้แจ้งให้ทราบถึงสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร ย้ำว่าได้เตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว เช่น การนัดหมาย เมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรง เมื่อคนไทยในต่างประเทศพร้อมที่จะเดินทางกลับ  รัฐบาลก็พร้อมที่จะปฏิบัติการ 100% รวมถึงเครื่องบินก็เตรียมพร้อมไว้แล้วในทุกวัน ดังนั้น หากมีเหตุการณ์ที่รุนแรงและต้องมีการอพยพจะดำเนินการทันที 

 

ส่วนที่รายงานข่าวว่า คนที่จะอพยพออกมาจากอิหร่าน ออกมาได้แค่ทางบก ต้องเหมารถตู้ออกมาในราคาสูงกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐฯ และราคาค่าโดยสารยังคงสูงขึ้นต่อเนื่องนั้น ภูมิธรรมระบุว่า หากต้องอพยพไม่ต้องรอให้มีการเรียกเงิน ย้ำว่ารัฐบาลเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว

The post ภูมิธรรมเผย พร้อมช่วยคนไทยในตะวันออก ยืนยันกองทัพเตรียมเครื่องบิน-เส้นทางลำเลียงไว้แล้ว พร้อมอพยพทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. ออกแถลงการณ์ ไทยกังวลความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่านขยายวง เรียกร้องทุกฝ่ายยุติใช้ความรุนแรง https://thestandard.co/israel-iran-conflict-thai-statement/ Mon, 23 Jun 2025 03:33:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1087859 กระทรวงการต่างประเทศแถลงกังวลสถานการณ์ความขัดแย้ง อิสราเอล อิหร่าน

กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่แถลงการณ์ในวันนี้ (23 มิถุน […]

The post กต. ออกแถลงการณ์ ไทยกังวลความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่านขยายวง เรียกร้องทุกฝ่ายยุติใช้ความรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงการต่างประเทศแถลงกังวลสถานการณ์ความขัดแย้ง อิสราเอล อิหร่าน

กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่แถลงการณ์ในวันนี้ (23 มิถุนายน) ต่อกรณีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ที่ขยายวงและทวีความตึงเครียดมากขึ้นโดยระบุว่า

 

“ประเทศไทยห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการขยายตัวของความขัดแย้งและการโจมตีที่ยกระดับโดยฝ่ายต่างๆ ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและเสี่ยงที่จะยกระดับเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งเป็นอันตรายและส่งผลกระทบต่อประชาชนพลเรือนจำนวนมาก

 

“ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงโดยทันที โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี สอดคล้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ และกฎหมายมนุษยธรรม และเพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียเพิ่มเติม

 

“กระทรวงการต่างประเทศร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างแข็งขัน ภายใต้ศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน (Rapid Response Center: RRC) ในการให้ความช่วยเหลือให้คนไทยเดินทางออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนและปลอดภัย”

 

อ้างอิง:

The post กต. ออกแถลงการณ์ ไทยกังวลความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่านขยายวง เรียกร้องทุกฝ่ายยุติใช้ความรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซตอบโต้สหรัฐฯ อาจดันราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล https://thestandard.co/iran-hormuz-closure-oil-price-impact/ Mon, 23 Jun 2025 03:09:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1087838 อิหร่าน

หลังจากที่สหรัฐฯ ปฏิบัติการระเบิดฐานนิวเคลียร์หลักของอิ […]

The post อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซตอบโต้สหรัฐฯ อาจดันราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิหร่าน

หลังจากที่สหรัฐฯ ปฏิบัติการระเบิดฐานนิวเคลียร์หลักของอิหร่านเมื่อคืนวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุดมีรายงานข่าวว่ารัฐสภาอิหร่านมีมติเห็นชอบอนุมัติการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ โดยช่องแคบดังกล่าวเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักสำหรับการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และน้ำมันดิบของโลก 

 

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นล่าสุดส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นราว 2%-3% ในวันนี้ ทำจุดสูงสุดในรอบ 5 เดือน อย่างราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะ 77.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นแตะ 75.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

 

เอกรินทร์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันของโลก ตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านและโอมาน โดยมีน้ำมันไหลผ่านวันละประมาณ 17 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นประมาณ 17% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก การปิดช่องแคบอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเสถียรภาพของตลาดน้ำมันโลก และอาจดันราคาน้ำมันให้สูงเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหากการปิดช่องแคบยืดเยื้อ

 

สำหรับประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 85,000 ล้านลิตรในปีที่ผ่านมา โดยกว่าครึ่งมาจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ความเสี่ยงจากเหตุการณ์นี้จึงมีความหมายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะต่อกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งเดียวกัน หากช่องทางขนส่งถูกปิดกั้นหรือมีข้อจำกัด ย่อมส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบและความต่อเนื่องในการผลิตทันที

 

ซึ่งเราประเมินหุ้นในกลุ่มพลังงานที่อาจจะได้รับผลกระทบดังนี้

 

  1. กลุ่มต้นน้ำ (Upstream)​ ได้รับผลบวก 

บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) มีสัดส่วนในการลงทุนในประเทศ UAE เพียง 10% เท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นแหล่งก๊าซ ซึ่งขนส่งผ่านทางระบบท่อ ดังนั้นการปิดช่องแคบฮอร์มุซจึงไม่ส่งผลต่อการดำเนินงาน ในทางกลับกันราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากประเด็นดังกล่าว จะส่งผลเชิงบวกกับ PTTEP ที่ราคาขายจะเพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน

 

  1. กลุ่มกลางน้ำ (Midstream) ได้รับผลลบ

กลุ่มโรงกลั่น อย่างหุ้น บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC), บมจ.ไทยออยล์ (TOP), บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC), บมจ.บางจาก ศรีราชา (BSRC), บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) และ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซมากที่สุด ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอาจจะส่งผลต่อปริมาณน้ำมันที่จัดหาที่อาจจะลดลงในขณะที่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น โดย TOP, SPRC และ IRPC จะได้รับผลกระทบมากที่สุดเนื่องด้วยมีสัดส่วนในการใช้น้ำมันในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางสูงกว่า 60%

 

  1. กลุ่มปลายน้ำ (Downstream) ได้รับผลลบเล็กน้อย

กลุ่มสถานีบริการน้ำมัน อย่าง บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR), บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) อาจจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ด้วยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมากอาจจะกระทบต่อปริมาณจำหน่ายน้ำมัน รวมถึงถ้าราคาน้ำมันมีความผันผวนในทิศทางขึ้นมากๆ อาจจะส่งผลให้การปรับราคาหน้าสถานีบริการเป็นไปได้ช้า และอาจจะส่งผลกระทบต่อค่าการตลาดในระยะสั้นได้

 

ด้าน Goldman Sachs Group Inc. สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของโลก ออกรายงานเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง หลังจากที่สหรัฐอเมริกาปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่อที่ตั้งนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าในกรณีฐาน (Base Case) ธนาคารจะยังคงคาดการณ์ว่าจะไม่มีการหยุดชะงักครั้งใหญ่ต่ออุปทานพลังงานในภูมิภาคก็ตาม

 

สถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดพลังงานโลก โดยราคาสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเบรนท์ ซึ่งปัจจุบันซื้อขายอยู่ใกล้ระดับ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเปิดตลาดเอเชียเช้านี้ ก่อนจะลดช่วงบวกลงบางส่วน หลังจากนักลงทุนกลับมาประเมินสถานการณ์อีกครั้งและพบว่าการขนส่งน้ำมันที่แท้จริงยังไม่ได้รับผลกระทบ

 

ด้าน สเตรยเวน นักวิเคราะห์ของ Goldman Sachs ประเมิน 2 ฉากทัศน์ความเสี่ยง (Hypothetical Scenarios) หากความขัดแย้งลุกลามจนส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญอย่างยิ่ง

 

  1. หากการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ลดลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 1 เดือน และยังคงลดลง 10% ต่อเนื่องไปอีก 11 เดือน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อาจพุ่งขึ้นในระยะสั้นแตะระดับสูงสุดที่ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

  1. หากอุปทานน้ำมันจาก อิหร่านลดลง 1.75 ล้านบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อาจแตะจุดสูงสุดที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

นอกเหนือจากราคาน้ำมัน ตลาดก๊าซธรรมชาติก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดย Goldman Sachs ประเมินว่า สัญญาล่วงหน้าก๊าซธรรมชาติมาตรฐานยุโรป (TTF) อาจปรับตัวสูงขึ้นเข้าใกล้ระดับ 74 ยูโรต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง (หรือประมาณ 25 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู) ซึ่งเป็นระดับที่เคยส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุปสงค์ในช่วงวิกฤตพลังงานยุโรปปี 2022

 

ในกรณีที่เกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่และยืดเยื้อที่ช่องแคบฮอร์มุซ ราคาก๊าซธรรมชาติอาจพุ่งขึ้นไปถึง 100 ยูโรต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง

 

ภาพ: Anton Petrus / Getty Images 

อ้างอิง:

The post อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซตอบโต้สหรัฐฯ อาจดันราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิหร่านเตือน หากสหรัฐฯ แทรกแซงการสู้รบอิสราเอล-อิหร่าน จะทำให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่ https://thestandard.co/iran-warns-us-intervention-israel-war/ Thu, 19 Jun 2025 04:43:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1086639 ภาพการโจมตีในกรุงเตหะรานและการตอบโต้ระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด

อยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศเตือน […]

The post อิหร่านเตือน หากสหรัฐฯ แทรกแซงการสู้รบอิสราเอล-อิหร่าน จะทำให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการโจมตีในกรุงเตหะรานและการตอบโต้ระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด

อยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศเตือน หากสหรัฐฯ แทรกแซงการสู้รบระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน จะทำให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่ และจะยิ่งทำให้ความขัดแย้งขยายตัวกลายเป็นสงครามใหญ่ หลังการสู้รบของทั้งสองประเทศดำเนินมาจะร่วมหนึ่งสัปดาห์แล้ว กองกำลังทั้งสองฝ่ายยังคงโจมตีตอบโต้กันไปมาอย่างต่อเนื่อง

 

อิสราเอลยังคงมุ่งเป้าโจมตีไปที่ความสามารถในการผลิตขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายทางทหารกว่า 20 แห่งในกรุงเตหะราน ด้านสำนักข่าว IRNA ของอิหร่านรายงานว่า ชาวอิหร่านที่อาศัยอยู่ในกรุงเตหะรานไม่สามารถนอนหลับได้หลายวันเนื่องจากเสียงระเบิดที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

 

ขณะที่กองทัพอิหร่านระบุว่า พวกเขาได้ยิงขีปนาวุธ Sejjil-2 ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยกลางไปยังอิสราเอล พร้อมบังคับใช้ข้อจำกัดชั่วคราวในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ โดยอ้างถึงความกังวลด้านความมั่นคง

 

ทางด้าน โยอัฟ กัลลันต์ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลระบุว่า การที่สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงทางด้านการทหารในความขัดแย้งครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งอะไรก็ตามที่เป็นผลดีกับพลเมืองอเมริกันก็เป็นผลดีกับพลเมืองโลก รวมถึงพลเมืองอิสราเอลด้วย โดยหลายฝ่ายเฝ้าจับตามองการตัดสินใจของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าจะเข้าร่วมวงขัดแย้งครั้งนี้หรือไม่ หรือจะมีแนวทางในการเป็นตัวกลางเจรจาหยุดยิงหรือไม่ อย่างไร

 

อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า การตอบโต้ทางการทหารของอิหร่านเป็นไปเพื่อการป้องกันตนเอง (Self-Defense) แต่อิหร่านก็ยังคงเปิดพื้นที่ให้กับการเจรจาทางการทูต เพื่อยุติการสู้รบในครั้งนี้

 

โดยผู้แทนรัฐบาลหลายประเทศ รวมถึงเกาหลีเหนือได้ร่วมประณามการเปิดฉากโจมตีอิหร่านของอิสราเอล พร้อมระบุว่า อิสราเอลที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และโลกตะวันตก ไม่ต่างอะไรกับ ‘มะเร็ง’ สำหรับสันติภาพในตะวันออกกลาง

 

โดยกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 639 คน และมีผู้บาดเจ็บกว่า 1,320 คน ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดจากทางอิหร่านยังไม่มีการอัปเดต ยังคงอยู่ที่ 224 คน และบาดเจ็บอีก 1,277 คน จากเหตุโจมตีของอิสราเอล และมีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลแล้วอย่างน้อย 24 คน จากการโจมตีของอิหร่าน

 

อ้างอิง:

The post อิหร่านเตือน หากสหรัฐฯ แทรกแซงการสู้รบอิสราเอล-อิหร่าน จะทำให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์เตือนอพยพออกเตหะราน หลังอิสราเอล-อิหร่าน ขยายโจมตีต่อวันที่ 5 ไทยเตรียมแผนอพยพใน 2 ประเทศ https://thestandard.co/israel-iran-crisis-trump-evacuation-thai-plan/ Tue, 17 Jun 2025 04:18:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1085792 ภาพการโจมตีทางอากาศในอิหร่านและอิสราเอล ขณะทรัมป์เตือนให้อพยพประชาชนจากเตหะราน

อิสราเอลและอิหร่านขยายการโจมตีตอบโต้กันต่อเนื่องเป็นวัน […]

The post ทรัมป์เตือนอพยพออกเตหะราน หลังอิสราเอล-อิหร่าน ขยายโจมตีต่อวันที่ 5 ไทยเตรียมแผนอพยพใน 2 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการโจมตีทางอากาศในอิหร่านและอิสราเอล ขณะทรัมป์เตือนให้อพยพประชาชนจากเตหะราน

อิสราเอลและอิหร่านขยายการโจมตีตอบโต้กันต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดยอิหร่านยังระดมยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลหลายระลอก ในขณะที่กองทัพอิสราเอลพยายามมุ่งเป้าโจมตีฐานขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตจากการโจมตีในอิหร่านแล้วอย่างน้อย 224 คน และในอิสราเอล 24 คน

 

หลายเมืองของอิสราเอลรวมถึงกรุงเทลอาวีฟ ยังมีเสียงไซเรนเตือนการโจมตีทางอากาศดังขึ้นเป็นระยะ ขณะที่ระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศยังคงพยายามสกัดกั้นขีปนาวุธจากอิหร่าน แต่ยังมีรายงานขีปนาวุธหลายลูกตกลงในพื้นที่เปิด และทำให้มีผู้บาดเจ็บ 

 

โดยจุดที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดจากการโจมตีของอิหร่าน คือท่าเรือที่เมืองไฮฟา ซึ่งส่งผลให้โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

 

ส่วนในอิหร่าน ยังมีรายงานการระเบิดเกิดขึ้นในหลายจุดรวมถึงกรุงเตหะราน โดยกองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่าได้ทำการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานขีปนาวุธพื้นสู่พื้น (Surface to Surface Missile) ในพื้นที่ภาคตะวันตกของอิหร่าน และอ้างว่าได้ทำการโจมตีเครื่องบินขับไล่ F-14 2 ลำ ของอิหร่านที่อยู่ในสนามบินเตหะรานด้วย

 

สำนักข่าว IRNA ของอิหร่านรายงานว่า ทางการได้ขยายการปิดน่านฟ้าต่อเนื่องไปจนถึงเวลา 14.00 น. ของวันนี้ (17 มิถุนายน) ตามเวลาท้องถิ่น

 

ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านระบุว่า อิหร่านกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับสิ่งที่เรียกว่าการโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งใหญ่ที่สุดและรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์บนแผ่นดินอิสราเอล

 

ขณะที่ประธานาธิบดีมาซูด ปีเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ของอิหร่าน ยืนยันว่าไม่ต้องการขยายสงครามกับอิสราเอล แต่การตอบโต้การโจมตีจะเป็นไปอย่างเหมาะสม

 

ด้าน เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประเมินผลจากการโจมตีว่า ทำให้โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านถดถอยลงอย่างมาก โดยอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์สำคัญ 3 แห่งของอิหร่าน ได้แก่ นาตันซ์ (Natanz), อิสฟาฮาน (Isfahan) และฟอร์โดว์ (Fordow) รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำหลายคนที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนานิวเคลียร์

 

ขณะที่เนทันยาฮูยังให้สัมภาษณ์ ABC News โดยไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะพุ่งเป้าสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยมั่นใจว่าจะไม่ใช่การขยายความขัดแย้ง แต่เป็นการยุติความขัดแย้ง 

 

ทรัมป์เตือน อพยพออกเตหะราน

 

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) ที่แคนาดา ตัดสินใจที่จะเดินทางกลับสหรัฐฯ เร็วกว่ากำหนด 1 วัน เนื่องจากสถานการณ์ที่น่ากังวลในตะวันออกกลาง โดยมีรายงานจากสื่อท้องถิ่นสหรัฐฯ​ ว่าเขาได้เรียกประชุมสภาความมั่นคง

 

ขณะที่ทรัมป์ยังโพสต์ข้อความทาง Truth Social เตือนให้ประชาชนทุกคนอพยพออกจากกรุงเตหะราน และชี้ว่าอิหร่านควรที่จะลงนามข้อตกลงนิวเคลียร์ และยืนยันว่าอิหร่านไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้

 

ทางด้าน เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ทรัมป์แจ้งต่อผู้นำกลุ่ม G7 ว่าได้มีการหารือและยื่นข้อเสนอให้มีการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

 

ก่อนหน้านี้สำนักข่าว Axios รายงานว่า ทำเนียบขาวกำลังหารือกับอิหร่านเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการพบปะกันระหว่าง สตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านตะวันออกกลางของสหรัฐฯ และ อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านในช่วงสัปดาห์นี้

 

โดย Axios อ้างแหล่งข่าว 4 รายที่ได้รับข้อมูลสรุปเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ว่าวัตถุประสงค์ของการพบปะกันครั้งนี้คือ “เพื่อหารือเกี่ยวกับความคิดริเริ่มทางการทูตที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงนิวเคลียร์และการยุติสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน”

 

ทางด้านสถานทูตจีนประจำอิสราเอล ได้เผยแพร่แถลงการณ์ผ่าน WeChat เรียกร้องให้พลเมืองจีนอพยพออกจากอิสราเอลโดยเร็วที่สุด หลังการโจมตีทวีความรุนแรง และเตือนให้อพยพทางบกไปยังจอร์แดน

 

ไทยเตรียมแผนปฏิบัติการ พร้อมอพยพ

 

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังได้เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านว่า ได้รับฟังรายงานผลการประชุมศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ Rapid Response Center: RRC ซึ่งเริ่มดำเนินงานแล้ว ตามข้อสั่งการของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรับฟังพัฒนาการในพื้นที่ทั้งในอิสราเอลและในอิหร่าน ซึ่งสถานทูตไทยในอิหร่านเปิดศูนย์พักพิงสำหรับคนไทยแล้ว

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกำชับให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการเตรียมแผนปฏิบัติการในกรณีที่จะต้องอพยพคนไทยให้พร้อม รวมถึงประเมินความเหมาะสมในการนำแผนการอพยพมาใช้ทันทีที่จำเป็น พร้อมขอให้คนไทยในประเทศทั้งสอง รวมถึงประเทศใกล้เคียง ติดตามรับฟังข่าวสารอย่างใกล้ชิด พร้อมดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Thai Consular ของกรมการกงสุลไว้ เพื่อความสะดวกในการติดต่อสถานเอกอัครราชทูตของไทย 

 

ภาพ: Hamid Amlashi / WANA (West Asia News Agency) via Reuters 

อ้างอิง:

The post ทรัมป์เตือนอพยพออกเตหะราน หลังอิสราเอล-อิหร่าน ขยายโจมตีต่อวันที่ 5 ไทยเตรียมแผนอพยพใน 2 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะวันออกกลางเดือดเข้าสู่วันที่ 3! ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่านส่อบานปลาย ดันราคาน้ำมันโลกเสี่ยงพุ่งทะลุ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล https://thestandard.co/israel-iran-oil-crisis/ Mon, 16 Jun 2025 02:27:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1085361 สงครามอิสราเอล-อิหร่านปะทุ ราคาน้ำมันโลกพุ่งจากการโจมตีโครงสร้างพลังงาน

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านทวีความรุน […]

The post ตะวันออกกลางเดือดเข้าสู่วันที่ 3! ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่านส่อบานปลาย ดันราคาน้ำมันโลกเสี่ยงพุ่งทะลุ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงครามอิสราเอล-อิหร่านปะทุ ราคาน้ำมันโลกพุ่งจากการโจมตีโครงสร้างพลังงาน

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นสู่วันที่ 3 ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกปั่นป่วนอย่างหนัก และจุดชนวนความกังวลว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี หลังอิสราเอลขยายเป้าหมายการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านโดยตรง

 

การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องทั่วอิหร่านในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (15 มิถุนายน) เพื่อตอบโต้ที่ขีปนาวุธบางส่วนของอิหร่านสามารถเจาะทะลุระบบป้องกันภัยทางอากาศและสร้างความเสียหายในใจกลางประเทศได้ โดยอิสราเอลขู่ว่าจะใช้มาตรการที่รุนแรงยิ่งขึ้น ขณะที่การเจรจาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นทางออกของวิกฤต ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว

 

ตามรายงานของ Human Rights Activists การโจมตีของอิสราเอลส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านแล้วอย่างน้อย 406 ราย และบาดเจ็บอีก 654 ราย ขณะที่รัฐบาลอิหร่านยังไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ ส่วนฝั่งอิสราเอลมีรายงานผู้เสียชีวิต 14 ราย และบาดเจ็บ 390 ราย จากการยิงขีปนาวุธของอิหร่านกว่า 270 ลูก

 

ความตึงเครียดพุ่งขีดสุด สหรัฐฯ เบรกแผนลอบสังหาร

 

ความขัดแย้งครั้งนี้สะท้อนความพร้อมในการยกระดับความรุนแรงของอิสราเอล โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยต่อสำนักข่าว Associated Press ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้คัดค้านแผนของอิสราเอลที่จะลอบสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งยิ่งเพิ่มความร้อนแรงให้กับสถานการณ์

 

อิสราเอลยืนยันว่าปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยับยั้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งกันมานานหลายทศวรรษ

 

แนวรบขยายสู่ภาคพลังงาน กดดันตลาดโลก

 

ล่าสุด อิหร่านยืนยันว่าโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งถูกโจมตี ส่งสัญญาณว่าแนวรบได้ขยายสู่ภาคพลังงานของอิหร่านโดยตรง ซึ่งอาจกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก แม้ว่าอิหร่านจะอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรก็ตาม โดยอิสราเอลยังได้ทำลายโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติที่เชื่อมกับแหล่งก๊าซ South Pars ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน

 

แม้การโจมตีจะมุ่งเน้นที่ระบบพลังงานภายในประเทศเป็นหลัก แต่เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์น้ำมันกำลังเตรียมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม หลังจากที่อิหร่านยังคงเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของกลุ่ม OPEC และเคยขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก

 

จับตาราคาน้ำมันพุ่ง-ซ้ำเติมเงินเฟ้อโลก

 

ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดทันที โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า West Texas Intermediate (WTI) พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 14% เมื่อวันศุกร์ ก่อนจะปิดตลาดที่ประมาณ 73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

JPMorgan Chase & Co. ประเมินว่า หากความขัดแย้งลุกลามจนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซจริง อาจผลักดันให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งแตะ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลกให้สูงขึ้นไปอีก

 

ท่าทีของทั้งสองฝ่ายยังคงแข็งกร้าว โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านเสนอที่จะยุติการตอบโต้หากอิสราเอลหยุดโจมตีก่อน ขณะที่กองทัพอิสราเอลได้แจ้งเตือนให้พลเรือนอพยพออกจากพื้นที่ใกล้โรงงานผลิตอาวุธ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการโจมตีระลอกใหม่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

 

ภาพ: Shutterstock AI Generator

อ้างอิง:

The post ตะวันออกกลางเดือดเข้าสู่วันที่ 3! ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่านส่อบานปลาย ดันราคาน้ำมันโลกเสี่ยงพุ่งทะลุ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอกาสลงทุนท่ามกลางสงครามไปกับ ‘ธีมอากาศยานและการป้องกันประเทศ’ https://thestandard.co/invest-in-midst-of-war-with-aircraft-and-national-defense-theme/ Sat, 27 Apr 2024 06:00:55 +0000 https://thestandard.co/?p=927391

สงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล นอกจากจะสร้างความปั่นป่ […]

The post โอกาสลงทุนท่ามกลางสงครามไปกับ ‘ธีมอากาศยานและการป้องกันประเทศ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล นอกจากจะสร้างความปั่นป่วนในตลาดการเงินแล้ว ก็เปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วโลกได้เห็นถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีในการรบและธีมป้องกันประเทศ

 

ความเสี่ยงสงครามที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องต้องมีค่าใช้จ่ายด้านการทหารเพิ่ม เป็นโอกาสของการลงทุนขั้นต้น สำหรับ Thematic Investor Sector ลงทุนที่ตรงกับการทหารมากที่สุดคือ Aerospace and Defense หรือกลุ่มอากาศยานและการป้องกันประเทศ อย่างไรก็ดี เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท ก็ต้องมีโอกาสของ Disruptor หรือ Innovator เพิ่มขึ้นอีก เราจึงควรทำความเข้าใจเหตุผลและความคาดหวังของธีมป้องกันประเทศกันอีกครั้ง

 

ประเด็นแรก แม้จะเป็นธีม Defense แต่ไม่ใช่การป้องกันความเสี่ยงสงครามหรือตลาดหุ้นปรับฐานโดยตรง

 

เหตุผลหลักมาจากความสัมพันธ์กับตลาดและแนวโน้มเศรษฐกิจ

 

แม้การลงทุนกลุ่ม Defense จะได้รับแรงหนุนด้านรายได้จากสงคราม แต่ทั้งหมดยังเป็นหุ้น จึงมีความสัมพันธ์ทางบวกกับตลาดแม้จะต่ำกว่า Sector อื่นๆ นอกจากนี้ธีม Defense ประกอบด้วยหุ้นกลุ่มการใช้จ่ายเป็นหลัก แม้ในช่วงสงครามสัดส่วนการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศอาจสูงขึ้น แต่ถ้าเศรษฐกิจชะลอตัวจากสงคราม การใช้จ่ายโดยรวมก็จะลดลงอยู่ดี

 

ประเด็นที่สองคือการเติบโตที่ ‘สูงขึ้น’ แต่อาจไม่สูงถึงขั้นเรียกว่าเป็นหุ้นเติบโตสูง

 

Stockholm International Peace Research Institute ประเมินว่าค่าใช้จ่ายทางการทหารทั่วโลกจะเติบโตราว 4% ต่อปีในทศวรรษนี้ หรือแค่ใกล้เคียงกับ World Nominal GDP

 

เหตุผลหลักเป็นเพราะประเทศที่เกี่ยวข้องเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการทหารไปก่อนแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกาที่มีการใช้จ่ายด้านการทหารมากที่สุดในโลก ปัจจุบันมีปริมาณการใช้จ่ายสูงเกินกว่า 3.5% ต่อ GDP ขณะเดียวกันงบประมาณก็ต้องแบ่งเป็นหลายส่วน ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีหรือ R&D ทางการป้องกันอย่างเดียว

 

นักลงทุนหลายท่านอ่านมาถึงตรงนี้อาจมองว่าธีม Defense ไม่ตื่นเต้นอย่างที่คิด

 

ในมุมมองของผม สงครามไม่ใช่แรงกระตุ้นของการลงทุนโดยตรง แต่เป็นพัฒนาการของสงครามต่างหากที่จะหนุนธีมนี้ได้

 

จุดแข็งของธีม Defense คือส่วนแบ่งการตลาดใหญ่ ความเฉพาะตัวสูง และโอกาสการเติบโตที่มากกว่าสงครามกายภาพ

 

เช่น 5 ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง Lockheed Martin, Raytheon Technologies, Boeing, Northrop Grumman และ BAE Systems บริษัทเหล่านี้ครองส่วนแบ่งการตลาดในผลิตภัณฑ์ด้านการป้องกันประเทศที่ตัวเองถนัดในสัดส่วนที่สูงกว่า 30% ทั้งหมด

 

นอกจากนั้นก็มีบริษัทอย่าง Norinco Group (CNIG) ของจีน หรือ Israel Aerospace Industries (ARSP) ที่รับหน้าที่ผลิตอาวุธและเครื่องป้องกันรายประเทศ ส่วนแบ่งการตลาดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงในประเทศมีโอกาสน้อยที่จะถูกต่างชาติแย่งไปได้

 

ส่วนการเติบโตที่คาดว่าจะเป็นตัวเร่งใหม่คือการป้องกันภัยด้านไซเบอร์

 

แม้สงครามในปัจจุบันเป็นเพียงทางกายภาพ ผมมองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะทรัพยากรในตะวันออกกลางอย่างน้ำมันยังคงเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมาก แต่ในอนาคตยิ่งโลกเข้าสู่สังคมดิจิทัลมากขึ้นเท่าไร ข้อมูลข่าวสารหรือการติดต่อระดับสูงจะกลายเป็นอีกหนึ่งสนามรบที่ต้องลงทุนป้องกันอย่างมาก

 

เช่นข้อมูลจาก Statista ที่ชี้ว่าค่าใช้จ่ายด้าน Cyber Security ทั่วโลกมีการเติบโตต่อเนื่องมากกว่า 50% ต่อปีมาตั้งแต่ปี 2016 ถึงปัจจุบัน และคาดว่าจะเติบโตสูงต่อไป

 

นอกจากนั้นโอกาสลงทุนจะเพิ่มขึ้นมหาศาล ถ้าสามารถนำเทคโนโลยีด้านการทหารนี้ไปประยุกต์ใช้กับภาคเอกชน

 

ย้อนกลับไปในอดีต หลากหลายเทคโนโลยีมีจุดเริ่มต้นมาจากการทหาร ก่อนที่จะกลายไปเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกในปัจจุบัน

 

ไม่ว่าจะเป็นเรดาร์และคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปจนถึงอินเทอร์เน็ตและ GPS ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันก็มีการพัฒนาขึ้นช่วงสงครามเย็น

 

สงครามครั้งนี้เทคโนโลยีที่มีบทบาทมากที่สุดมีทั้ง Orbital Aerospace อย่างจรวด และ Suborbital Aerospace อย่างโดรน มีโอกาสนำไปสู่ธีมลงทุนแห่งอนาคตหลายประเภท

 

ตัวอย่างเช่น Electric Vertical Take-off and Landing หรือ eVTOL จากการพัฒนาโดรนที่บรรทุกน้ำหนักได้มากขึ้น, ระบบนำทางที่แม่นยำ เป็นต้น Bank of America มองว่าแค่เปลี่ยนจากขนระเบิดไปเป็นขนสินค้า ขนาดตลาด 4 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบันอาจขยายไปได้ถึง 2.4 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2035

 

อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจคือจรวดความเร็วสูงหรือ Hypersonic Missile ที่ถล่มกลุ่มฮามาส สามารถพัฒนาต่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเดินทาง มีโอกาสร่นระยะเวลาการเดินทางไกลได้ถึง 3 เท่า โดย ARK Invest ประเมินว่าจะสร้างตลาดใหม่ด้านการบินที่มีขนาดถึงกว่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

 

โดยสรุป ผมมองว่าธีม Aerospace and Defense เป็นธีมสาย Defensive ที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ระยะสั้นได้แรงหนุนจากสงคราม ส่วนในระยะยาวโอกาสอยู่ที่การพัฒนาไปสู่เชิงพาณิชย์

 

สำหรับนักลงทุนที่สนใจในธีมนี้ ผมขอแนะนำให้รู้จัก 3 US ETF โดดเด่นและมีความเฉพาะตัวสูง อย่าง ITA, SHLD และ ARKX

 

iShares U.S. Aerospace & Defense ETF ตัวย่อ ITA เป็น ETF หลักของธีมป้องกันประเทศ ขนาด AUM ที่ใหญ่ที่สุดกว่า 6.1 พันล้านดอลลาร์ ประกอบไปด้วยหุ้นสหรัฐฯ ทั้งหมด 39 บริษัท เช่น RTX Corp (RTX), Boeing (BA) และ Lockheed Martin Corp (LMT) เป็น ETF ที่มี Beta ต่ำเพียงราว 0.4 เป็นเจ้าตลาดปัจจุบัน และ P/E ไม่แพง 28x จุดอ่อนคือมีการเติบโตของยอดขายเพียงราว 3.8% 

 

Global X Defense Tech ETF ตัวย่อ SHLD เป็น ETF ธีมป้องกันประเทศที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในปีนี้ ความแตกต่างที่ชัดเจนคือเป็น ETF ที่ลงทุนทั่วโลก มีสัดส่วนสหรัฐฯ เพียง 60% และมีกลุ่มเทคโนโลยีนอกสหรัฐฯ เข้ามาผสม เช่น BAE Systems (BA.LN), Rheinmetall AG (RHM.GR) และ Elbit Systems (ESLT.IT) ทั้งหมดมีส่วนร่วมในสงครามครั้งนี้มากกว่าบริษัทในฝั่งสหรัฐฯ และเมื่อมาจากประเทศนอกสหรัฐฯ เป็นหลัก P/E ก็ถูกลงเหลือเพียง 20x จุดอ่อนสำคัญคือความผันผวนที่สูงกว่า ETF อื่นๆ นั่นเอง

 

ARK Space Exploration & Innovation ETF ตัวย่อ ARKX หนึ่งใน ETF ที่แม้จะทำผลงานไม่ดีในปีนี้ แต่ก็รวมการลงทุนสายจรวดไว้มากที่สุด

 

ARKX ประกอบด้วยหุ้นที่มีความแตกต่างจากดัชนีมากที่สุด เช่น Kratos Defense & Security Solutions (KTOS) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ, AeroVironment (AVAV) ผู้ผลิตเครื่องบินไร้คนขับ และ Trimble (TRMB) บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสำหรับการสำรวจ โดยมีสัดส่วนการลงทุนในสหรัฐฯ สูงกว่า 80% แต่ P/E ปัจจุบันไม่แพงมากที่ 26x ความเสี่ยงสำคัญคือส่วนผสมของหุ้นเล็กที่สูง จึงมี Beta ถึง 1.5 เมื่อเทียบกับดัชนี S&P 500

 

แม้ส่วนตัวแล้วผมไม่ได้สนับสนุนสงครามในทุกรูปแบบ แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งการพัฒนาก็เกิดขึ้นในจุดที่เราไม่ได้คาดคิด

 

ทั้ง 3 ETF มีความแตกต่างกันอย่างเด่นชัด นักลงทุนที่ต้องการลงทุนรับประโยชน์จากภาวะสงครามช่วงนี้ SHLD ตอบโจทย์มากที่สุด แต่ถ้าต้องการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำหลบสงคราม ITA ถือเป็นหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจ ส่วนใครที่มองหา Innovation จากสงคราม และบริษัทแห่งอนาคต ARKX เป็น ETF ที่ตอบโจทย์ได้ครับ

The post โอกาสลงทุนท่ามกลางสงครามไปกับ ‘ธีมอากาศยานและการป้องกันประเทศ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องผลกระทบต่อสินทรัพย์ท่ามกลางความเสี่ยงภาวะสงคราม ทองคำดีดขึ้นระยะสั้นก่อนถูกเทขาย https://thestandard.co/gold-rebounded-for-a-short-period-before-being-sold/ Wed, 24 Apr 2024 11:50:44 +0000 https://thestandard.co/?p=926378

ความตึงเครียดครั้งล่าสุดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเริ่มต […]

The post ส่องผลกระทบต่อสินทรัพย์ท่ามกลางความเสี่ยงภาวะสงคราม ทองคำดีดขึ้นระยะสั้นก่อนถูกเทขาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความตึงเครียดครั้งล่าสุดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเริ่มต้นเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เมื่ออิหร่านระบุว่าอิสราเอลวางระเบิดอาคารกงสุลอิหร่านในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย สังหารนายพลสองคนและเจ้าหน้าที่ 5 คนในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน อิหร่านตอบโต้เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2023 ที่ผ่านมา โดยเปิดฉากการโจมตีทางทหารโดยตรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนต่ออิสราเอล ซึ่งมีการยิงขีปนาวุธมากกว่า 300 ครั้ง เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความวิตกถึงความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งจะขยายวงกว้างไปทั่วทั้งตะวันออกกลาง

 

เหตุการณ์นี้นำมาสู่คำถามที่ว่าจะมีสินทรัพย์ใดบ้างที่ได้รับผลกระทบและได้รับประโยชน์จากวิกฤตในครั้งนี้

 

‘ทองคำ’ สินทรัพย์ที่หลบภัยเป็นทางเลือกยอดฮิตของนักลงทุน

 

การเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของทองคำมาจากการที่นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ที่หลบภัย (Safe Haven) มากขึ้น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการที่ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกซื้อทองคำเก็บไว้เป็นทุนสำรองได้ผลักดันให้ทองคำแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) ที่ 2,431.60 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 12 เมษายน นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและค่าครองชีพในหลายส่วนของโลกมีส่วนทำให้มูลค่าเงินลดลง ส่งผลให้ผู้คนหันมาลงทุนในสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ซึ่งทองคำเป็นที่สินทรัพย์ที่นักลงทุนชื่นชอบเป็นพิเศษ

 

จีนและอินเดียเป็นผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงเครื่องประดับทอง ซึ่งในปี 2023 มีรายงานว่าธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (PBOC) ซื้อทองคำประมาณ 225 ตัน ทำให้มีปริมาณสำรองทั้งหมดสูงถึง 2,235 ตัน ในทางกลับกัน ความต้องการเครื่องประดับทองในอินเดียอยู่ที่ประมาณ 562.3 ตัน ในปี 2023 ตามข้อมูลของ World Gold Council

 

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำล่าสุดวันนี้ (24 เมษายน) อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ราว 2,330 ดอลลาร์ หลังจากที่ความเสี่ยงเรื่องของสงครามที่อาจกระจายวงกว้างเริ่มลดลง

 

ราคาน้ำมันปรับตัวสูง เพราะความตึงเครียดในตะวันออกกลางรุนแรง

 

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ และ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นมากกว่า 3% หลังจากที่มีข่าวระเบิดในอิหร่าน แม้ว่าขณะนี้จะมีการปรับตัวลงมาเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์เริ่มเงียบลง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนระหว่างทั้งสองประเทศ รวมถึงความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกที่ยังคงมีอยู่ สิ่งเหล่านี้ยังคงมีอิทธิพลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผลักดันความผันผวนของตลาด

 

จนถึงขณะนี้ราคาน้ำมันสูงขึ้นประมาณ 16% ในปีนี้ เนื่องจากความกังวลด้านอุปทานที่สูง ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างอิหร่านและอิสราเอล รวมทั้งการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระหว่างยูเครนและรัสเซีย และการที่องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (OPEC) และพันธมิตรคงนโยบายการจัดหาน้ำมันไว้ไม่เปลี่ยนแปลงจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2024 ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น

 

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มองว่าสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 15% และค่าขนส่งที่สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 0.7% นอกจากนี้ Morgan Stanley ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์น้ำมันดิบเบรนท์ในไตรมาสที่ 3 ขึ้น 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็น 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

ฟรังก์สวิสและเยนญี่ปุ่น ขึ้นแท่นสกุลเงินที่หลบภัย

 

สกุลเงินฟรังก์สวิส (CHF) และเยนญี่ปุ่น (JPY) เป็นสกุลเงินที่ปลอดภัย ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุการณ์อิหร่านตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินมาโจมตีอิสราเอล สกุลเงินทั้งสองได้พุ่งสูงขึ้นทันทีเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น แม้ว่าจะชะลอตัวลงหลังจากที่เหตุการณ์สงบลงในเวลาต่อมา

 

ตลาดหุ้นและคริปโตปรับตัวลง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง

 

ตลาดหุ้นและคริปโตเคอร์เรนซีถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง จึงทำให้นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะลดการลงทุนในพอร์ตมากกว่าสินทรัพย์อื่นๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น ซึ่งหลังจากที่มีข่าวการโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเจอแรงเทขายจนร่วงลงกว่า 3% ฟิวเจอร์สหุ้นยุโรปลดลง 1.5-2% ขณะที่ฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ร่วงลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าทางการของทั้งสองประเทศจะไม่ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ทำให้นักลงทุนยังคงจับตาดูต่อไป

 

Ajay Bagga ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OPC Asset Solution กล่าวว่า ราคาน้ำมันถือเป็นความเสี่ยงหลักของประเทศที่นำเข้าน้ำมัน เช่น อินเดีย แม้นี่จะเป็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่หากอิหร่านเลือกที่จะโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย หรือลดการขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย อาจทำให้เกิดความกังวลต่ออุปทานน้ำมันและส่งผลกระทบต่อราคา แน่นอนว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นย่อมทำให้ต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงขึ้นตามไปด้วย และสิ่งนี้ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อของประเทศที่ตามมา และส่งผลต่อนโยบายทางการเงินของประเทศต่างๆ อีกด้วย

 

อ้างอิง:

The post ส่องผลกระทบต่อสินทรัพย์ท่ามกลางความเสี่ยงภาวะสงคราม ทองคำดีดขึ้นระยะสั้นก่อนถูกเทขาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ลงทุนอย่างไรในสถานการณ์ ‘ตะวันออกกลางเดือด-กลุ่มเทคลงแรง’ | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-23042024-2/ Tue, 23 Apr 2024 04:56:11 +0000 https://thestandard.co/?p=925622

ภาพรวมการลงทุนในสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเพิ่ม […]

The post ชมคลิป: ลงทุนอย่างไรในสถานการณ์ ‘ตะวันออกกลางเดือด-กลุ่มเทคลงแรง’ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

ภาพรวมการลงทุนในสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น และหุ้นกลุ่มเทคปรับลงแรง ควรลงทุนอย่างไร

 

พูดคุยกับ สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ลงทุนอย่างไรในสถานการณ์ ‘ตะวันออกกลางเดือด-กลุ่มเทคลงแรง’ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สงครามหลายจุดเดือด ฉุดเศรษฐกิจโลก-ลามไทยแค่ไหน | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-22042024-2/ Mon, 22 Apr 2024 05:01:25 +0000 https://thestandard.co/?p=925296

วิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลท […]

The post ชมคลิป: สงครามหลายจุดเดือด ฉุดเศรษฐกิจโลก-ลามไทยแค่ไหน | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

วิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลที่เกิดขึ้น ความรุนแรงจะยกระดับขึ้นหรือไม่ ผลกระทบและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกและไทยเป็นอย่างไร

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: สงครามหลายจุดเดือด ฉุดเศรษฐกิจโลก-ลามไทยแค่ไหน | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิสราเอลโต้คืนอิหร่าน-หนี้กองทุนน้ำมันพุ่ง คนไทยเตรียมรับแรงกระแทก! รัฐบาลอาจปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลขั้นบันได https://thestandard.co/thais-brace-for-impact-iran-israel/ Sat, 20 Apr 2024 08:45:07 +0000 https://thestandard.co/?p=924932

หลังจากช่วงเช้าวันที่ 19 เมษายน ตลาดการเงินทั่วโลกตกอยู […]

The post อิสราเอลโต้คืนอิหร่าน-หนี้กองทุนน้ำมันพุ่ง คนไทยเตรียมรับแรงกระแทก! รัฐบาลอาจปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลขั้นบันได appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากช่วงเช้าวันที่ 19 เมษายน ตลาดการเงินทั่วโลกตกอยู่ภายใต้ความโกลาหลของสงครามอิสราเอล-อิหร่าน ทั้งตลาดหุ้นร่วง ขณะที่ราคาทองคำพุ่งรวมถึงน้ำมันพุ่งขึ้นถึง 3.63% แตะ 90.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล น้ำมันเวสต์เท็กซัสของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.66% สู่ 85.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

 

วันเดียวกัน กระทรวงพลังงานปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร เป็น 30.94 บาทต่อลิตร มีผลวันที่ 20 เมษายน 2567 หลังจากมาตรการตรึงราคาสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา โดยหลังจากนี้อาจจำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นราคาเป็นแบบขั้นบันได จากเหตุสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ที่จะเข้ามากดดันราคาน้ำมันในตลาดโลก 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

ล่าสุด วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า วันที่ 19 เมษายน เป็นวันสุดท้ายของการสิ้นสุดมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 1 บาทของกระทรวงการคลัง และเพื่อเป็นการลดภาระให้กับประชาชนผู้ใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติให้รักษาระดับราคาน้ำมันดีเซล 

 

โดยจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตรไปพลางก่อน และอาจจำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นราคาเป็นแบบขั้นบันได เนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้มีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานะกองทุนฯ ติดลบไปแล้วกว่า 103,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 56,407 ล้านบาท ส่วนก๊าซ LPG ติดลบ 47,213 ล้านบาท

 

ช่วงที่ผ่านมามีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 4.77 บาทต่อลิตร หรือคิดเป็นเงินประมาณกว่า 8,000 ล้านบาทต่อเดือน

 

“หากไม่มีการชดเชย ราคาน้ำมันดีเซลที่แท้จริงจะอยู่ที่ประมาณ 36 บาทต่อลิตร และหากปล่อยให้มีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลในระดับเดิมต่อไปเรื่อยๆ จะทำให้กองทุนฯ ติดหนี้เพิ่มมากขึ้นอาจจะกระทบกับวินัยการเงินและระดับความน่าเชื่อถือของกองทุนฯ ได้”

 

วีรพัฒน์ยอมรับว่า สถานะกองทุนฯ มีหนี้คงค้างค่อนข้างสูง อีกทั้งสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านที่เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้งอาจส่งผลทำให้ราคาน้ำมันทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น 

 

ทั้งนี้ สัปดาห์หน้าต้องลุ้นว่ารัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เข้าช่วยมาหรือไม่

The post อิสราเอลโต้คืนอิหร่าน-หนี้กองทุนน้ำมันพุ่ง คนไทยเตรียมรับแรงกระแทก! รัฐบาลอาจปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลขั้นบันได appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: อิสราเอล โต้กลับ อิหร่าน คงจบแค่นี้ ถ้า อิหร่าน ไม่โจมตีกลับ ไม่ขยายสู่ สงครามโลก | THE STANDARD NOW (HL) https://thestandard.co/thestandardnow190467-5/ Fri, 19 Apr 2024 14:03:17 +0000 https://thestandard.co/?p=924771

อ.โกวิท-พงศกร เชื่อ อิสราเอล โต้กลับ อิหร่าน คงจบแค่นี้ […]

The post ชมคลิป: อิสราเอล โต้กลับ อิหร่าน คงจบแค่นี้ ถ้า อิหร่าน ไม่โจมตีกลับ ไม่ขยายสู่ สงครามโลก | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>

อ.โกวิท-พงศกร เชื่อ อิสราเอล โต้กลับ อิหร่าน คงจบแค่นี้ ถ้า อิหร่าน ไม่โจมตีกลับ แต่จะไม่ขยายสู่สงครามโลก

The post ชมคลิป: อิสราเอล โต้กลับ อิหร่าน คงจบแค่นี้ ถ้า อิหร่าน ไม่โจมตีกลับ ไม่ขยายสู่ สงครามโลก | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: อิสราเอลถล่มอิหร่าน ใกล้โรงงานนิวเคลียร์ จับตาอิหร่านเอาคืน อาจปะทุหนัก? | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow190467-4/ Fri, 19 Apr 2024 12:50:22 +0000 https://thestandard.co/?p=924728

อิสราเอลถล่มอิหร่าน ใกล้โรงงานนิวเคลียร์ จับตาอิหร่านเอ […]

The post ชมคลิป: อิสราเอลถล่มอิหร่าน ใกล้โรงงานนิวเคลียร์ จับตาอิหร่านเอาคืน อาจปะทุหนัก? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>

อิสราเอลถล่มอิหร่าน ใกล้โรงงานนิวเคลียร์ จับตาอิหร่านเอาคืน อาจปะทุหนัก?

 

คุยกับแขกรับเชิญ 2 ท่าน

 

  • พล.ท. ดร.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
  • รศ.ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 19 เมษายน 2567 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: อิสราเอลถล่มอิหร่าน ใกล้โรงงานนิวเคลียร์ จับตาอิหร่านเอาคืน อาจปะทุหนัก? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลเหตุการณ์โจมตีอิหร่าน คาดฝีมืออิสราเอลโต้กลับ จับตาความขัดแย้งตึงเครียดหนัก https://thestandard.co/key-messages-israel-iran-tensions/ Fri, 19 Apr 2024 09:54:21 +0000 https://thestandard.co/?p=924635

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง หลังอิสราเอลโจมตี […]

The post ประมวลเหตุการณ์โจมตีอิหร่าน คาดฝีมืออิสราเอลโต้กลับ จับตาความขัดแย้งตึงเครียดหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง หลังอิสราเอลโจมตีทางอากาศตอบโต้อิหร่านเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (19 เมษายน) ซึ่งถือเป็นการตอบโต้อิหร่านที่ส่งโดรนและขีปนาวุธนับร้อยโจมตีดินแดนของอิสราเอลเมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา

 

เหตุการณ์โจมตีกลับของอิสราเอลสร้างความหวั่นวิตกแก่ทั่วโลก ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านจะตึงเครียดหรือรุนแรงมากขึ้นแค่ไหน

 

เกิดอะไรขึ้น?

 

สื่อหลายสำนักรายงานว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศใส่เป้าหมายในอิหร่าน โดยในช่วงแรกยังไม่ปรากฏรายงานชัดเจนว่าเป็นการโจมตีโดยขีปนาวุธหรืออาวุธรูปแบบใด แต่มีรายงานเสียงระเบิดดังขึ้นในเมืองอิสฟาฮาน (Isfahan) ที่ตั้งโรงงานนิวเคลียร์และฐานทัพหลายแห่งทางภาคกลางของอิหร่าน สร้างความตกใจแก่ประชาชน และทำให้ทางการอิหร่านตัดสินใจระงับเที่ยวบินในหลายเมืองทันทีเพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัย 

 

หลังจากนั้นสื่ออิหร่านรายงานข้อมูลจากทางการว่า เสียงระเบิดที่ได้ยินคือเสียงจากระบบป้องกันทางอากาศที่สามารถยิงสกัดโดรนขนาดเล็ก 3 ลำเหนือท้องฟ้าของเมือง 

 

โดยคาดว่าเป้าหมายสำหรับการโจมตีคือฐานทัพอากาศใกล้อิสฟาฮาน อันเป็นสถานที่เก็บเครื่องบินขับไล่ F-14 Tomcat ส่วนโรงงานนิวเคลียร์ภายในเมือง ทางการอิหร่านและ IAEA ยืนยันว่าไม่พบความเสียหายใดๆ

 

ด้าน CNN อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกาว่า อิสราเอลได้มีการแจ้งล่วงหน้าแก่วอชิงตันวานนี้ (18 เมษายน) ว่าจะตอบโต้อิหร่านในอีก 1-2 วันข้างหน้า โดยอิสราเอลยืนยันว่าการตอบโต้จะเป็นไปอย่างจำกัดและไม่ได้พุ่งเป้าโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 

 

ท่าทีนานาชาติ

 

ขณะที่หลายประเทศจับตามองและแสดงท่าทีต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟและกรุงเตหะราน ได้ประสานชุมชนไทยทั้งสองประเทศ และมีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่เตรียมความพร้อมช่วยเหลือคนไทยกรณีฉุกเฉิน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ

 

ส่วนสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่ได้สนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับการโจมตีของอิสราเอล โดยสถานทูตสหรัฐฯ ในเยรูซาเล็มได้เตือนเจ้าหน้าที่ห้ามเดินทางไปเทลอาวีฟ เบียร์ชีบา และบางพื้นที่ในเยรูซาเล็ม 

 

ในขณะที่รัฐบาลออสเตรเลียเรียกร้องพลเมืองเดินทางออกจากอิสราเอล โดยเตือนความเสี่ยงเกี่ยวกับการก่อการร้ายและการโจมตีทางทหาร ซึ่งอาจนำไปสู่การปิดน่านฟ้า รวมถึงยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทางการบินจำนวนมาก

 

ด้านโอมานได้ประณามการโจมตีของอิสราเอล ขณะที่ หลินเจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน คัดค้านการกระทำที่ขยายความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน และยืนยันว่าจีนจะคงบทบาทที่สร้างสรรค์ในการลดความขัดแย้ง

 

ส่วน อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เรียกร้องให้อิสราเอล อิหร่าน และชาติพันธมิตรของแต่ละฝ่าย ยับยั้งชั่งใจในการขยายความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

 

ทั้งนี้ ความกังวลจากการโจมตีกลับของอิสราเอลส่งผลให้ดัชนีหุ้นและพันธบัตรในเอเชียร่วงลง โดยดัชนีหุ้น Nikkei ปรับตัวลดลงระหว่างซื้อขายเกิน 1,000 จุด มากที่สุดในรอบ 3 ปี

 

ขณะที่สกุลเงินที่ปลอดภัย ทองคำ และน้ำมันดิบ ดีดตัวสูงขึ้น โดยสัญญาซื้อ-ขายล่วงหน้าของน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นมากถึง 4.2% จากความกังวลว่าอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางอาจหยุดชะงัก 

 

ชนวนตอบโต้

 

สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมปีที่แล้ว โดยกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ทั้งในซีเรียและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ต่างได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านและมีการโจมตีข้ามพรมแดนใส่อิสราเอล

 

สถานการณ์ดุเดือดมากขึ้นหลังจากที่อิหร่านส่งโดรนและขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล เพื่อแก้แค้นต่อการที่อิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มสถานกงสุลอิหร่านในซีเรียและสังหาร 2 นายพลแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)

 

ขณะที่คณะรัฐมนตรีสงครามของอิสราเอล นำโดยนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ได้ประชุมฉุกเฉินในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาแนวทางในการตอบโต้อิหร่าน ก่อนจะนำมาซึ่งการโจมตีที่เกิดขึ้น 

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้อิหร่านได้เตือนอิสราเอลถึงการโจมตีกลับ โดยประธานาธิบดี อิบราฮิม ไรซี ของอิหร่าน เตือนอิสราเอลว่า เตหะรานจะ ‘ตอบโต้อย่างรุนแรง’ ต่อการโจมตีใดๆ ในดินแดนของตน

 

ขณะที่ ฮอสเซน อามีร์ อับดุลลาเฮียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน เตือนว่า อิหร่านจะตอบโต้อิสราเอลในทันทีและในระดับสูงสุด หากอิสราเอลดำเนินการทางทหารเพิ่มเติมต่ออิหร่าน

 

แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านเปิดเผยต่อสำนักข่าว Reuters ว่า ขณะนี้อิหร่านยังไม่มีแผนที่จะโจมตีกลับต่ออิสราเอลในทันที

 

อ้างอิง:

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 

 

The post ประมวลเหตุการณ์โจมตีอิหร่าน คาดฝีมืออิสราเอลโต้กลับ จับตาความขัดแย้งตึงเครียดหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จักเมืองอิสฟาฮาน ที่ตั้งโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน หลังอิสราเอลโจมตีฐานทัพใกล้เมือง https://thestandard.co/isfahan-iran-nuclear-plant/ Fri, 19 Apr 2024 08:06:56 +0000 https://thestandard.co/?p=924577

เมืองอิสฟาฮาน ทางภาคกลางของประเทศอิหร่าน กลายเป็นที่สนใ […]

The post รู้จักเมืองอิสฟาฮาน ที่ตั้งโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน หลังอิสราเอลโจมตีฐานทัพใกล้เมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมืองอิสฟาฮาน ทางภาคกลางของประเทศอิหร่าน กลายเป็นที่สนใจจากทั่วโลกหลังเกิดเหตุการณ์โจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (19 เมษายน) โดยมีเสียงระเบิดดังสนั่น 3 ครั้ง และมีรายงานว่า ฐานทัพอากาศใกล้เมืองตกเป็นเป้าโจมตี ซึ่งทางการอิหร่านยืนยันว่าไม่เกิดความเสียหายใดๆ และเสียงระเบิดที่ได้ยินนั้นเกิดจากระบบป้องกันทางอากาศที่ยิงสกัดโดรน 3 ลำ 

 

โดยการโจมตีครั้งนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นการตอบโต้ของอิสราเอล หลังอิหร่านเปิดฉากส่งโดรนและขีปนาวุธนับร้อยโจมตีโดยตรงใส่ดินแดนของอิสราเอล ซึ่งส่วนใหญ่ถูกสกัดไว้ได้

 

แต่การโจมตีในพื้นที่เมืองอิสฟาฮานถูกจับตามองว่า อาจยิ่งทำให้สถานการณ์ขัดแย้งลุกลาม เนื่องจากเมืองแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงของอิหร่าน โดยเฉพาะ ‘โครงการนิวเคลียร์’

 

รู้จักอิสฟาฮาน

 

เมืองอิสฟาฮานเป็นที่ตั้งของสถานที่ทางการทหารที่สำคัญของอิหร่าน รวมถึงโรงงานนิวเคลียร์ ฐานทัพอากาศ และฐานการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารที่สำคัญ เช่น โดรน

 

หนึ่งในโรงงานนิวเคลียร์สำคัญที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านคือ โรงงานนิวเคลียร์นาทันซ์ (Natanz) ซึ่งเป็นโรงงานเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเซอร์เดนจาน (Zerdenjan) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง

 

หลังเกิดเหตุโจมตี อิหร่านและทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency: IAEA) ยืนยันว่าโรงงานนิวเคลียร์ในอิสฟาฮานปลอดภัยและไม่ได้รับความเสียหาย ซึ่ง IAEA วอนให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจและยืนยันว่าโรงงานนิวเคลียร์นั้นไม่ควรตกเป็นเป้าโจมตีทางทหาร

 

สำหรับโรงงานนิวเคลียร์ในอิสฟาฮานนั้นเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งในช่วงแรกมีการดำเนินการเตาปฏิกรณ์สำหรับการวิจัยขนาดเล็กที่จีนจัดหาให้ 3 เครื่อง และการผลิตเชื้อเพลิงและการดำเนินอื่นๆ สำหรับโครงการนิวเคลียร์พลเรือนของอิหร่าน โดยโรงงานนิวเคลียร์แห่งแรกนี้ยังเคยเผชิญกับเหตุระเบิด 1 ครั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2011

 

นอกจากนี้ภายในเมืองยังมีฐานทัพอากาศที่เป็นเป้าหมายการโจมตีของอิสราเอลในครั้งนี้ โดยฐานทัพอากาศแห่งนี้ใช้เก็บเครื่องบินขับไล่ F-14 Tomcat ที่ผลิตโดยสหรัฐอเมริกา ซึ่งอิหร่านซื้อมาตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ปฏิวัติอิสลามในปี 1979 และจากการคาดเดาเบื้องต้น คาดว่าเป้าหมายของการโจมตีนั้นอาจเป็นระบบเรดาร์ในฐานทัพอากาศแห่งนี้

 

ส่วนโรงงานผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ตั้งอยู่ทั้งในบริเวณในตัวเมืองและรอบเมือง โดยในช่วงต้นปีที่แล้วก็มีรายงานการโจมตีโรงงานผลิตอาวุธขั้นสูงภายในเมือง ซึ่งอิหร่านกล่าวโทษอิสราเอลว่าอยู่เบื้องหลัง

 

ภาพ:  DigitalGlobe via Getty Images

อ้างอิง:

The post รู้จักเมืองอิสฟาฮาน ที่ตั้งโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน หลังอิสราเอลโจมตีฐานทัพใกล้เมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินเยนเสี่ยงอ่อนค่าต่อเนื่อง จากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเพราะความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล https://thestandard.co/oil-poses-more-risks-for-yen-as-japan-depends-on-energy-imports/ Fri, 19 Apr 2024 07:48:43 +0000 https://thestandard.co/?p=924553 เงินเยน

ในช่วงวันศุกร์ (19 เมษายน) ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำม […]

The post เงินเยนเสี่ยงอ่อนค่าต่อเนื่อง จากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเพราะความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินเยน

ในช่วงวันศุกร์ (19 เมษายน) ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ (WTI Futures) พุ่งแตะ 84.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คิดเป็นการปรับตัวขึ้นมาถึง 25% นับจากจุดต่ำสุดในช่วงเดือนธันวาคมปีก่อน ซึ่งกำลังกลายเป็นความเสี่ยงต่อค่าเงินเยนที่มีโอกาสอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง จากการที่ประเทศญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลักและทำให้การขาดดุลทางการค้าเพิ่มสูงขึ้น

 

แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวมาค่อนข้างสูงแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก จากความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่กำลังเพิ่มมากขึ้น

 

Yujiro Goto หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ด้านค่าเงินของบริษัทหลักทรัพย์ Nomura ประเมินว่า ขาขึ้นของราคาน้ำมันถือว่าเป็นปัจจัยลบต่อค่าเงินเยน หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น 10% จะทำให้ค่าเงินเยนอ่อนตัวลง 3-4 เยน เทียบกับเงินดอลลาร์

 

ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานี้ ค่าเงินเยนถือได้ว่าเป็นค่าเงินที่ทำผลตอบแทนได้แย่ที่สุด ลงไปอยู่ที่บริเวณจุดต่ำสุดในรอบ 3 ทศวรรษ อ้างอิงกับเงินดอลลาร์ และคิดเป็นมูลค่าที่หายไปกว่า 25% นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มใช้นโยบายตึงตัวทางการเงิน

 

ไม่เพียงเท่านั้นค่าเงินเยนยังโดนกดดันจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจอื่นๆ อย่างสหรัฐฯ มากพอสมควร

 

ประกอบกับการคาดการณ์กันของนักวิเคราะห์ว่า ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) มีโอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียงเล็กน้อย ในขณะที่สหรัฐฯ มีโอกาสชะลอการลดดอกเบี้ยออกไป

 

Tsutomu Soma เทรดเดอร์ค่าเงินและพันธบัตรของ Monex Inc กล่าวว่า “ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก ดังนั้นราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงขึ้นตาม จนนำไปสู่การอ่อนค่าของเงินเยน และแม้ว่าราคาน้ำมันจะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น แต่ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังมีท่าทีว่าจะไม่เร่งรีบขึ้นดอกเบี้ยเช่นเดิม”

 

ทั้งนี้ ที่มาของการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศของญี่ปุ่นเกิดมาจากที่รัฐบาลได้ยุติการพึ่งพิงการผลิตพลังงานจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวนมากไปตั้งแต่ในช่วงปี 2011 หลังเกิดเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดที่ฟุกุชิมะ ซึ่งจากการคำนวณของ Bloomberg พบว่า อัตราค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อค่าใช้จ่ายของญี่ปุ่นมีอัตราสูงสุด เมื่อเทียบกับประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจอื่นๆ

 

อัตราส่วนระหว่างการนำเข้าพลังงานสุทธิต่อการบริโภคน้ำมันทั้งหมดจากข้อมูลของ Bloomberg และ​ IEA

 

ญี่ปุ่น 85.3%

เบลเยียม 77.9%

เนเธอร์แลนด์ 65.8%

อิตาลี 58.5%

เยอรมนี 54.2%

ฝรั่งเศส 44.5%

สวิตเซอร์แลนด์ 38.2%

สหราชอาณาจักร 30.7%

สวีเดน 19.7%

สหรัฐฯ -3.7%

แคนาดา -84.5%

 

อ้างอิง:

The post เงินเยนเสี่ยงอ่อนค่าต่อเนื่อง จากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเพราะความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล appeared first on THE STANDARD.

]]>