Intel Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/intel/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 05 Feb 2026 03:08:48 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ASML ผู้นำเครื่องจักรผลิตชิปอันดับ 1 ของโลก เข้าพบ BOI ถกสร้างซัพพลายเชนในไทย หนุน ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’ https://thestandard.co/asml-boi-thailand-chip-supply-chain/ Thu, 05 Feb 2026 03:08:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1173974 ASML ผู้นำเครื่องจักรผลิตชิป เข้าพบ บีโอไอ หารือการสร้างซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ในไทย

ASML ผู้นำเครื่องจักรสำหรับเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุด […]

The post ASML ผู้นำเครื่องจักรผลิตชิปอันดับ 1 ของโลก เข้าพบ BOI ถกสร้างซัพพลายเชนในไทย หนุน ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ASML ผู้นำเครื่องจักรผลิตชิป เข้าพบ บีโอไอ หารือการสร้างซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ในไทย

ASML ผู้นำเครื่องจักรสำหรับเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลกจากเนเธอร์แลนด์ เข้าพบบีโอไอ ถกความร่วมมือเพื่อสร้างซัพพลายเชนเครื่องจักรสำหรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไทย พร้อมยกระดับบุคลากรทักษะสูง สนับสนุนเป้าหมาย ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’

 

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้บริหารบริษัท ASML ผู้นำด้านการพัฒนาและผลิตเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้เข้าพบเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการสร้างซัพพลายเชนในประเทศไทย

 

พร้อมแสดงความสนใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อร่วมพัฒนาและยกระดับความสามารถของผู้ผลิตในประเทศที่มีศักยภาพ ให้เข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์

 

โดยปัจจุบัน ASML มีซัพพลายเออร์หลักที่ลงทุนในประเทศไทยอยู่บ้างแล้ว และมีแผนจะเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ให้ข้อแนะนำและพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการผลักดันยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติและเป้าหมาย ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’ รวมทั้งการช่วยยกระดับบุคลากรไทย ให้มีความรู้และทักษะที่พร้อมเข้าสู่การทำงานจริงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

 

ASML เป็นบริษัทเทคโนโลยีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ และเป็นผู้นำของโลกด้านการพัฒนาเครื่องพิมพ์ลายวงจรบนแผ่นเวเฟอร์ (Lithography) ที่ใช้ในการผลิตชิปขั้นสูงในอุปกรณ์อัจฉริยะ CPU และ GPU ในปัจจุบัน โดยเป็นบริษัทเดียวในโลกที่มีเทคโนโลยีสามารถผลิตเครื่อง High-NA Extreme Ultraviolet Lithography

 

(High-NA EUV) และ Extreme Ultraviolet Lithography (EUV) ที่ใช้สำหรับผลิตชิปประสิทธิภาพสูง ซึ่งมีขนาดลายวงจรที่ละเอียดตั้งแต่ระดับ 7 นาโนเมตร จนถึงต่ำกว่า 2 นาโนเมตรได้

 

ทำให้บริษัทเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรที่มีความสำคัญที่สุดกับผู้ผลิตชิประดับ High-end ระดับโลกไม่ว่าจะเป็น TSMC, Intel และ Samsung โดยสามารถสร้างรายได้กว่า 1.2 ล้านล้านบาทในปี 2568 สะท้อนบทบาทของ ASML ในฐานะผู้กุมเทคโนโลยีต้นน้ำที่สำคัญของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก

 

ในการประชุมหารือนี้ ASML ได้นำเสนอทิศทางการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย พร้อมแสดงความสนใจในการพัฒนาเครือข่ายซัพพลายเออร์ในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัทและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน

 

โดยปัจจุบัน ASML มีซัพพลายเออร์หลักในประเทศไทยบ้างแล้ว และมีศักยภาพที่จะเพิ่มจำนวนซัพพลายเออร์ในประเทศไทย เพื่อให้ไทยเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ (Ecosystem) ของอุตสาหกรรมเครื่องจักรสำหรับโรงงานผลิตชิปต้นน้ำ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ดีในการปูทางสู่การสร้างโรงงานผลิตชิปต้นน้ำ (Wafer Fabrication) ในประเทศไทยในระยะต่อไป

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่มีฐานการผลิตอยู่แล้วในประเทศไทย และมีศักยภาพจะยกระดับเพื่อเข้าสู่ซัพพลายเชนของเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์หลายราย

 

เช่น SPEA, Celestica, Fabrinet, Delta Electronics, Oerlikon, Lumentum, SAM Precision และล่าสุดคือ Foxsemicon Integrated Technology Inc. (FITI) ในเครือของฟ็อกซ์คอนน์ ที่ได้ตัดสินใจลงทุนเฟสแรกกว่า 1 หมื่นล้านบาท ตั้งฐานผลิตอุปกรณ์และโมดูลสำหรับเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำในไทย เป็นโรงงานแห่งที่ 4 ของโลก

 

“ASML มองว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูง จากความพร้อมของฐานอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกล บุคลากรทักษะสูง และโครงสร้างพื้นฐานภาคการผลิตที่ครบวงจร ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ในระยะยาว อีกทั้งมองเห็นความมุ่งมั่นของไทยที่ได้จัดทำยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ”

 

รวมทั้งมีแผนพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นรูปธรรม จึงได้แสดงความสนใจเข้าร่วมพัฒนาซัพพลายเชนของเครื่องจักรระดับสูงในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการในประเทศในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร ตั้งแต่ Tier 1- 3 ที่จะได้ทำงานร่วมกับบริษัทระดับโลก

 

เพื่อยกระดับด้านเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากร และสามารถเข้าถึงซัพพลายเชนระดับโลกของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ได้ นับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้เข้าใกล้เป้าหมายชิปเมดอินไทยแลนด์อย่างเป็นรูปธรรม

The post ASML ผู้นำเครื่องจักรผลิตชิปอันดับ 1 ของโลก เข้าพบ BOI ถกสร้างซัพพลายเชนในไทย หนุน ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Intel ผลประกอบการไตรมาส 3 ดีกว่าคาด แต่นักวิเคราะห์ยังกังวลหนัก ชี้ธุรกิจรับจ้างผลิตชิปยังขาดทุนมหาศาล และยังห่างไกลจากคำว่าฟื้นตัว https://thestandard.co/intel-foundry-massive-losses/ Mon, 27 Oct 2025 10:49:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1136174 **Intel** ผลประกอบการ ไตรมาส 3 ดีกว่าคาด แต่นักวิเคราะห์ยังกังวลหนัก ชี้ ธุรกิจรับจ้างผลิตชิป ยังขาดทุนมหาศาล และยังห่างไกลจากคำว่า ฟื้นตัว

ผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่สามของ Inte […]

The post Intel ผลประกอบการไตรมาส 3 ดีกว่าคาด แต่นักวิเคราะห์ยังกังวลหนัก ชี้ธุรกิจรับจ้างผลิตชิปยังขาดทุนมหาศาล และยังห่างไกลจากคำว่าฟื้นตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
**Intel** ผลประกอบการ ไตรมาส 3 ดีกว่าคาด แต่นักวิเคราะห์ยังกังวลหนัก ชี้ ธุรกิจรับจ้างผลิตชิป ยังขาดทุนมหาศาล และยังห่างไกลจากคำว่า ฟื้นตัว

ผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่สามของ Intel (INTC) ได้ช่วยพยุงราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องได้เพียงชั่วครู่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์จาก Wall Street หลายรายยังคงมองว่าธุรกิจรับจ้างผลิตชิปซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่และยังห่างไกลจากคำว่าฟื้นตัว

 

ยักษ์ใหญ่แห่งวงการชิป ซึ่งมี CPU เป็นส่วนประกอบสำคัญในศูนย์ข้อมูลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ได้รายงานผลประกอบการและรายได้ในไตรมาสล่าสุดสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ สถานะทางการเงินของบริษัทดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากได้รับเงินทุนสนับสนุนก้อนใหญ่จากการลงทุนของรัฐบาลสหรัฐฯ, SoftBank และแม้กระทั่งคู่แข่งอย่าง Nvidia

 

ราคาหุ้นได้ปรับตัวสูงขึ้นถึง 8% ในช่วงก่อนเปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (24 ต.ค.) ก่อนที่จะลดช่วงบวกลงหลังจากตลาดเปิดทำการ ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนยังคงไม่มั่นใจในระยะยาว สเตซี ราสกอน (Stacy Rasgon) นักวิเคราะห์จาก Bernstein กล่าวว่า “เราเข้าใจดีว่าหลายคนอยากจะประกาศชัยชนะให้กับบริษัทที่เผชิญมรสุมมานาน แต่ศึกครั้งนี้ยังห่างไกลจากคำว่าจบสิ้น”

 

สาเหตุหลักของความกังวลอยู่ที่ธุรกิจรับจ้างผลิตชิป หรือ Intel Foundry Services (IFS) ซึ่งยังคงประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก แม้ผลขาดทุนในไตรมาสล่าสุดจะลดลงเหลือ 2.3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.53 หมื่นล้านบาท) จากรายได้ 4.2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.37 แสนล้านบาท) ซึ่งดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนถึง 5.8 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.9 แสนล้านบาท)

 

แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าผลขาดทุนของ IFS จะกลับมาเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8.17 หมื่นล้านบาท) ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ขณะที่รายได้อาจลดลงเหลือ 4.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.34 แสนล้านบาท) ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ยังคงเปราะบาง ปัญหาสำคัญคือการดึงดูดลูกค้าภายนอกให้เข้ามาใช้บริการได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ราสกอนคำนวณว่ารายได้จากลูกค้าภายนอกในไตรมาสล่าสุดนั้นมีเพียง 8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 261.5 ล้านบาท) เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดของธุรกิจ ปัญหานี้ชัดเจนขึ้นเมื่อ Intel ยอมรับว่ากระบวนการผลิตล่าสุดที่เรียกว่า ‘18A’ จะถูกนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ภายในเป็นหลัก หลังจากที่ไม่สามารถดึงดูดลูกค้ารายใหญ่อย่าง Nvidia หรือ Broadcom ได้

 

ความหวังจึงถูกฝากไว้กับกระบวนการผลิตยุคถัดไปที่เรียกว่า ‘14A’ ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของธุรกิจ IFS ในอนาคต แต่ ลิป-บู ตัน (Lip-Bu Tan) ซีอีโอคนใหม่ ก็ได้ย้ำจุดยืนที่ระมัดระวัง โดยกล่าวว่าจะเพิ่มกำลังการผลิต 14A ก็ต่อเมื่อเห็นความต้องการที่ชัดเจนจากลูกค้าแล้วเท่านั้น

 

ตันได้กล่าวในการแถลงผลประกอบการว่าบริษัทกำลัง “พูดคุยกับลูกค้าภายนอกที่มีศักยภาพ” ซึ่งแม้จะรู้สึกมีกำลังใจจากผลตอบรับเบื้องต้น แต่ราสกอนก็ยังคงมองว่า “เส้นทางสู่ 14A ยังคงอีกยาวไกลมาก” สะท้อนถึงความท้าทายทางเทคโนโลยีที่ Intel ยังต้องเผชิญ

 

ความยากลำบากในธุรกิจผลิตชิปยังเกิดขึ้นพร้อมกับการที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์หลักของ Intel กำลังสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่งอย่าง AMD ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยทั้งสองด้านนี้ล้วนเป็น ‘ความเสี่ยง’ ต่อราคาหุ้นในระยะยาว รอสส์ เซย์มอร์ (Ross Seymore) นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank กล่าวว่า แม้ระยะสั้นราคาหุ้นอาจถูกขับเคลื่อนด้วยข่าวดีต่างๆ

 

แต่ “เราเชื่อว่าเมื่อตลาดกลับมาให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน ราคาหุ้นก็น่าจะเผชิญกับแรงกดดันอีกครั้ง” ซึ่งเขาย้ำมุมมองนี้กับลูกค้าเมื่อวันศุกร์ (24 ต.ค.) ที่ผ่านมา

 

Intel พยายามชูประเด็นว่าธุรกิจ IFS มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานในสหรัฐฯ เนื่องจากผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง TSMC นั้นตั้งอยู่ในไต้หวัน ข้อโต้แย้งนี้ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งได้เข้าถือหุ้นใน Intel ถึง 9.9% เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนกลับมองต่างออกไป โดยชี้ว่าการที่ TSMC ได้ทุ่มเงินลงทุนมหาศาลถึง 1.65 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.4 แสนล้านบาท) เพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐฯ นั้น ได้ช่วยลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานไปได้มากแล้ว และทำให้ข้ออ้างของ Intel ดูมีน้ำหนักน้อยลง

 

คริส แดนลี (Chris Danely) นักวิเคราะห์จาก Citi กล่าวว่า “เราเชื่อว่านักลงทุนคิดว่าธุรกิจรับจ้างผลิตของ Intel จะสามารถทำกำไรได้ แต่เราไม่คิดเช่นนั้น เพราะเราเชื่อว่าโรงงานของ Intel ยังตามหลัง TSMC อยู่หลายปี” โดยเขายังคงเชื่อว่า Intel ควรจะขายธุรกิจในส่วนนี้ทิ้งไป

 

ภายใต้การนำของซีอีโอคนก่อน แพท เกลซิงเกอร์ (Pat Gelsinger) ทาง Intel ได้วางแผนการอันทะเยอทะยานที่จะไล่ตาม TSMC ให้ทัน แต่แผนดังกล่าวกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า ทำให้ ลิป-บู ตัน ต้องเข้ามาปรับเปลี่ยนทิศทางและใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากขึ้น

 

ในการแถลงผลประกอบการล่าสุด ผู้บริหารของ Intel ก็ได้ยอมรับว่า อัตราการผลิตชิปที่ใช้งานได้จริง (Yields) ของกระบวนการ 18A นั้นยังไม่ดีเท่าที่ควร เดวิด ซินส์เนอร์ (David Zinsner) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินกล่าวว่า แม้ผลผลิตจะอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ แต่ก็ “ยังไม่ถึงจุดที่เราต้องการเพื่อให้ได้อัตรากำไรที่เหมาะสม”

 

ซินส์เนอร์ยังเปิดเผยอีกว่ากระบวนการผลิต 18A จะยังไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตสูงสุดจนกว่าจะถึง ‘ช่วงปลายทศวรรษนี้’ ซึ่งยิ่งเพิ่มความซับซ้อนให้กับสถานการณ์เข้าไปอีก

 

นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังตั้งคำถามถึงระดับความต้องการของตลาดสำหรับชิปรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี 18A อย่าง Panther Lake และ Clearwater Forest ที่กำลังจะเปิดตัวด้วย โดยกังวลว่าการนำไปใช้งานอาจล่าช้า, ไม่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนได้ และเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่ง

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.69 บาท ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2568

 

ภาพ: Anastasiya_Rav / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post Intel ผลประกอบการไตรมาส 3 ดีกว่าคาด แต่นักวิเคราะห์ยังกังวลหนัก ชี้ธุรกิจรับจ้างผลิตชิปยังขาดทุนมหาศาล และยังห่างไกลจากคำว่าฟื้นตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าถือหุ้น Intel 10% แลกกับเงินสนับสนุนประเทศ ภายใต้กฎหมาย CHIPS Act https://thestandard.co/us-intel-10-percent-stake-chips-act/ Sat, 23 Aug 2025 09:48:02 +0000 https://thestandard.co/?p=1110431 รัฐบาลสหรัฐฯ ถือหุ้น 10% ใน Intel เพื่อหนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันศุกร์ที […]

The post รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าถือหุ้น Intel 10% แลกกับเงินสนับสนุนประเทศ ภายใต้กฎหมาย CHIPS Act appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลสหรัฐฯ ถือหุ้น 10% ใน Intel เพื่อหนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 สิงหาคม) ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้าถือหุ้น 10% ใน Intel Corp. บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ ภายใต้ข้อตกลงที่แปลงเงินช่วยเหลือจากภาครัฐให้กลายเป็นสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งนับเป็นการแทรกแซงกิจการภาคเอกชนครั้งใหญ่อีกครั้งของรัฐบาล

 

ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างทรัมป์และ ลิป-บู ตัน CEO ของ Intel โดยทรัมป์เคยเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่งเมื่อไม่นานมานี้ แต่ผลลัพธ์ล่าสุดกลับกลายเป็นการที่รัฐบาลเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพื่อรับประกันว่า Intel จะได้รับเงินทุนสนับสนุนราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สำหรับการสร้างและขยายโรงงานผลิตชิปในสหรัฐอเมริกา

 

เจาะลึกดีลประวัติศาสตร์ แปลงเงินช่วยเหลือเป็นหุ้น

 

ภายใต้ข้อตกลงนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 9.9% ใน Intel คิดเป็นมูลค่า 8.9 พันล้านดอลลาร์ หรือในราคา 20.47 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาที่มีส่วนลดประมาณ 4 ดอลลาร์จากราคาปิดของหุ้น Intel ที่ 24.80 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์

 

ที่น่าสนใจคือ แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการซื้อหุ้นครั้งนี้มาจากการ แปลงเงินช่วยเหลือ (Grants) ที่ยังไม่ได้รับการชำระ จากกฎหมาย CHIPS Act ในยุคของประธานาธิบดีโจ ไบเดน มูลค่า 5.7 พันล้านดอลลาร์ และเงินช่วยเหลือสำหรับโครงการ Secure Enclave อีก 3.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสถานะจากเงินให้เปล่ามาเป็นส่วนของผู้ถือหุ้น

 

หลังข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ราคาหุ้น Intel ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 1% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังจากที่ปิดบวกไปแล้ว 5.5% ในช่วงเวลาซื้อขายปกติ

 

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งยืนยันว่า ทรัมป์ได้เข้าพบกับ ลิป-บู ตัน เมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นการประชุมที่เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์เคยเรียกร้องให้ตันลาออกเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลเรื่องความสัมพันธ์ของตันกับบริษัทในจีน

 

ทรัมป์ได้กล่าวถึงผลลัพธ์ของการเจรจาในสไตล์ของตนเองว่า “เขา (ตัน) เดินเข้ามาโดยต้องการจะรักษางานของเขาไว้ และสุดท้ายเขาก็ยอมมอบเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ให้กับสหรัฐอเมริกา ดังนั้นเราจึงได้เงินมา 1 หมื่นล้านดอลลาร์”

 

ด้าน โฮเวิร์ด ลุทนิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า ตันได้บรรลุข้อตกลงที่ “ยุติธรรมต่อ Intel และยุติธรรมต่อประชาชนชาวอเมริกัน”

 

การเข้าถือหุ้นใน Intel ครั้งนี้ถือเป็นดีลที่ไม่ธรรมดาครั้งล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ โดยก่อนหน้านี้มีกรณีที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นหลายครั้ง เช่น ข้อตกลงที่อนุญาตให้ Nvidia ขายชิป AI รุ่น H20 ให้กับจีน แลกกับการที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะได้รับส่วนแบ่งรายได้ 15% หรือการที่กระทรวงกลาโหมเข้าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในบริษัทเหมืองแร่ MP Materials เพื่อเพิ่มการผลิตแม่เหล็กแร่หายาก 

 

รวมทั้งการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับ หุ้นบุริมสิทธิ (Golden Share) ซึ่งให้สิทธิวีโต้บางอย่าง เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่อนุญาตให้ Nippon Steel ของญี่ปุ่นเข้าซื้อ U.S. Steel

 

การแทรกแซงกิจการภาคเอกชนในวงกว้างของรัฐบาลได้สร้างความกังวลให้กับนักวิจารณ์ โดยมองว่าการกระทำของทรัมป์กำลังสร้างความเสี่ยงประเภทใหม่ให้กับภาคธุรกิจ

 

ภารกิจกอบกู้ Intel เงินทุนอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

 

การเข้ามาของรัฐบาลสหรัฐฯ และ SoftBank จากญี่ปุ่นที่ตกลงเข้าถือหุ้น 2 พันล้านดอลลาร์ใน Intel เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นในขณะที่ Intel กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก

 

แดเนียล มอร์แกน ผู้จัดการพอร์ตอาวุโสของ Synovus Trust ให้ความเห็นว่า ปัญหาของ Intel นั้นใหญ่เกินกว่าแค่การอัดฉีดเงินสด โดยชี้ไปที่ธุรกิจรับจ้างผลิตชิป (Foundry) ของ Intel 

 

“หากปราศจากการสนับสนุนจากรัฐบาลหรือพันธมิตรที่แข็งแกร่งทางการเงินกว่านี้ มันจะเป็นเรื่องยากสำหรับหน่วยธุรกิจ Foundry ของ Intel ที่จะระดมทุนเพียงพอเพื่อสร้างโรงงานใหม่ๆ ในอัตราที่เหมาะสม Intel จำเป็นต้องไล่ตาม TSMC ให้ทันในเชิงเทคโนโลยีเพื่อดึงดูดธุรกิจ” มอร์แกนกล่าว 

 

Intel ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์แห่งวงการชิปของอเมริกา เพิ่งรายงานผลขาดทุนประจำปี 2567 ถึง 1.88 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการขาดทุนครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2529 โดยบริษัทได้สูญเสียตลาด AI ให้กับ Nvidia และสูญเสียส่วนแบ่งตลาด CPU ให้กับ AMD มาเป็นเวลาหลายปี

 

Intel ระบุว่าการถือหุ้นของรัฐบาลจะเป็นการถือครองแบบ Passive Ownership โดยไม่มีที่นั่งในคณะกรรมการ และรัฐบาลจะต้องลงคะแนนตามมติของบอร์ดบริหารเป็นหลัก นอกจากนี้ ข้อตกลงยังรวมถึงวอร์แรนต์ (Warrant) อายุ 5 ปี ที่จะให้สิทธิ์รัฐบาลซื้อหุ้นเพิ่มได้อีก 5% ในราคา 20 ดอลลาร์ต่อหุ้น หาก Intel สูญเสียการควบคุมในธุรกิจ Foundry

 

แม้การสนับสนุนจากรัฐบาลจะช่วยให้ Intel มีเวลาหายใจเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จในการกลับมาทวงบัลลังก์เจ้าแห่งวงการชิปของ Intel จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีเป็นสำคัญ

 

อ้างอิง:

The post รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าถือหุ้น Intel 10% แลกกับเงินสนับสนุนประเทศ ภายใต้กฎหมาย CHIPS Act appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ เตรียมอุ้ม Intel! รัฐบาลทรัมป์จ่อใช้เงิน CHIPS Act เข้าถือหุ้น กอบกู้ยักษ์ใหญ่ชิปที่กำลังเลือดไหลไม่หยุด https://thestandard.co/trump-intel-chips-act-stake/ Sat, 16 Aug 2025 07:10:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1108064 trump-intel-chips-act-stake

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนั […]

The post สหรัฐฯ เตรียมอุ้ม Intel! รัฐบาลทรัมป์จ่อใช้เงิน CHIPS Act เข้าถือหุ้น กอบกู้ยักษ์ใหญ่ชิปที่กำลังเลือดไหลไม่หยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
trump-intel-chips-act-stake

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาใช้เงินทุนจากกฎหมาย CHIPS Act เพื่อเข้าถือหุ้นในบริษัท Intel Corp. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการกอบกู้ผู้ผลิตชิปที่กำลังประสบปัญหาและเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ 

 

The Wall Street Journal ยืนยันข่าวดังกล่าว โดยระบุว่าแนวคิดนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในระหว่างการประชุมระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และลิป-บู ตัน ซีอีโอของ Intel เมื่อวันจันทร์ (11 ส.ค.)ที่ผ่านมา

 

นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงท่าทีอย่างรวดเร็ว เนื่องจากทรัมป์เพิ่งเรียกร้องให้ไล่ตันออกจากตำแหน่งเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวที่ดีสำหรับนักลงทุนของ Intel ที่กำลังผิดหวัง หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้น 7% ในวันพฤหัสบดี (14 ส.ค.) จากรายงานข่าวการเจรจาในครั้งแรก และปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงเช้าของวันศุกร์ (15 ส.ค.)

 

The Wall Street Journal ชี้ว่า Intel กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หลังจากที่บริษัทสูญเสียมูลค่าตลาดไปมากกว่าครึ่งในเวลาไม่ถึง 2 ปี และได้เผาเงินสดไปเกือบ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.30 ล้านล้านบาท) ในช่วงสามปีที่ผ่านมาเพื่อพยายามทวงคืนตำแหน่งผู้นำด้านการผลิตจากคู่แข่งอย่าง TSMC


สถานการณ์ทางการเงินยังคงน่าเป็นห่วง โดย Wall Street คาดการณ์ว่าในปีนี้ Intel จะมีเงินสดไหลออกจากบริษัทสุทธิอีก 7 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2.27 แสนล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาที่หยั่งรากเกินกว่าที่เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียวจะแก้ไขได้

 

เทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่ทันสมัยที่สุดของ Intel ที่เรียกว่า 18A ซึ่งควรจะเป็นตัวปิดช่องว่างกับ TSMC กลับประสบปัญหาในการดึงดูดลูกค้าภายนอก โดยบริษัทยอมรับในการประกาศผลประกอบการไตรมาสสองเมื่อเดือนที่แล้วว่า เทคโนโลยีนี้จะถูกใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ของ Intel เองเป็นส่วนใหญ่

 

ซีอีโอ ลิป-บู ตัน ได้ ‘ยื่นคำขาด’ อย่างชัดเจน โดยประกาศว่าจะไม่ทุ่มเงินลงทุนมหาศาลกับเทคโนโลยียุคถัดไป หากไม่ได้รับการยืนยันคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ภายนอก ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าอาจต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 6.49 แสนล้านบาท)

 

การตัดสินใจดังกล่าวอาจหมายถึงการที่ Intel ต้องถอนตัวจากธุรกิจการผลิตชิปขั้นสูง ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความพยายามของรัฐบาลในการสร้างความมั่นคงด้าน ‘ความมั่นคงของชาติ’ เนื่องจาก Intel เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันเพียงแห่งเดียวที่สามารถผลิตชิปที่ล้ำสมัยได้

 

Intel ถือเป็นผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์รายใหญ่ที่สุดจากกฎหมาย CHIPS Act อยู่แล้ว โดยได้รับการจัดสรรเงินช่วยเหลือสูงถึง 7.9 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2.56 แสนล้านบาท) สำหรับโรงงานทั่วไป, อีก 3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 9.74 หมื่นล้านบาท) สำหรับโครงการพิเศษของเพนตากอน และยังมีทางเลือกในการกู้ยืมอีก 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 3.57 แสนล้านบาท)

 

Bloomberg รายงานเพิ่มเติมว่า การเข้าถือหุ้นครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการแทรกแซงทางอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งเป็น ‘นโยบายอุตสาหกรรมเชิงรุก’ เพื่อส่งเสริมบริษัทที่เป็น ‘บริษัทเรือธงของประเทศ’

 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์ได้เข้าถือหุ้นบุริมสิทธิ์มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.3 หมื่นล้านบาท) ในบริษัทเหมืองแร่หายาก MP Materials, บังคับให้ Nvidia และ AMD แบ่งรายได้ 15% จากการขายชิป AI ให้จีน และยังได้ถือหุ้นใน U.S. Steel อีกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม The Wall Street Journal ได้ออกมาเตือนว่า การสนับสนุนจากรัฐบาลมักมาพร้อมกับเงื่อนไขผูกมัด และอาจนำไปสู่ ‘ผลกระทบที่ไม่ตั้งใจ’ ที่อาจสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มของทรัมป์ที่พยายามจะใช้อิทธิพลโดยตรงต่อการตัดสินใจของภาคเอกชน

 

ตัวอย่างเช่น รัฐบาลอาจกดดันให้ผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Nvidia หรือ AMD หันมาใช้โรงงานของ Intel เพื่อแลกกับใบอนุญาตส่งออกไปยังประเทศจีน ซึ่งหากโรงงานของ Intel ยังไม่พร้อมเต็มที่ ก็อาจส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณภาพต่ำลงและทำให้ทั้งอุตสาหกรรมชิปของสหรัฐฯ สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

 

บริบททางการเมืองก็มีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะในรัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานอีกแห่งของ Intel ที่ประสบปัญหาล่าช้า โอไฮโอเป็นรัฐที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งทั้งสามครั้ง และรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ก็เคยเป็น ส.ว. จากรัฐนี้มาก่อน

 

The Wall Street Journal สรุปว่า แม้การแทรกแซงของรัฐในอุตสาหกรรมชิปจะเกิดขึ้นแล้ว แต่รัฐบาลกลางต้องระมัดระวังไม่ให้ก้าวล่วงเกินไปจนทำลายรูปแบบของตลาดเสรี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ภาคเทคโนโลยีของอเมริกากลายเป็น ‘ต้นแบบความสำเร็จ’ ที่ทั่วโลกต่างอิจฉา

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.46 บาท ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2568 


ภาพ : bigwa11/ Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ เตรียมอุ้ม Intel! รัฐบาลทรัมป์จ่อใช้เงิน CHIPS Act เข้าถือหุ้น กอบกู้ยักษ์ใหญ่ชิปที่กำลังเลือดไหลไม่หยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Intel ผ่าตัดใหญ่! ซีอีโอใหม่สั่งปลดพนักงาน 14,000 ตำแหน่ง พับแผนสร้างโรงงานในยุโรป หลังขาดทุนยับ 6 ไตรมาสติด https://thestandard.co/intel-layoffs-europe-investment-cut-2025/ Fri, 25 Jul 2025 09:29:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1099963 intel-layoffs-europe-investment-cut-2025

Intel ยักษ์ใหญ่แห่งวงการชิป ประกาศแผน ‘ผ่าตัดใหญ่’ องค์ […]

The post Intel ผ่าตัดใหญ่! ซีอีโอใหม่สั่งปลดพนักงาน 14,000 ตำแหน่ง พับแผนสร้างโรงงานในยุโรป หลังขาดทุนยับ 6 ไตรมาสติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
intel-layoffs-europe-investment-cut-2025

Intel ยักษ์ใหญ่แห่งวงการชิป ประกาศแผน ‘ผ่าตัดใหญ่’ องค์กรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยจะปรับลดพนักงานลงกว่า 14,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 15% ของพนักงานทั้งหมด พร้อมยกเลิกแผนการลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ในยุโรป 

 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นยาแรงจาก ลิป-บู ตัน ซีอีโอคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคม เพื่อกอบกู้วิกฤตและนำพาอดีตเจ้าตลาดรายนี้กลับสู่เส้นทางการแข่งขันอีกครั้ง

 

ลิป-บู ตัน ได้ส่งสารที่ชัดเจนถึงพนักงานทุกคน โดยระบุว่า “ยุคของการอนุมัติงบประมาณแบบไม่จำกัดได้จบลงแล้ว ทุกการลงทุนนับจากนี้ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าคุ้มค่าและมีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ” ซึ่งเป็นการประกาศเปลี่ยนแนวทางการบริหารงานอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เน้นการลงทุนสร้างโรงงานขนาดใหญ่ล่วงหน้าเพื่อรอความต้องการจากตลาดในอนาคต

 

มาตรการ ‘รัดเข็มขัด’ ครั้งนี้จะรวมถึงการปรับลดพนักงานจากตัวเลข ณ สิ้นเดือนมิถุนายนที่ 96,400 คน โดยตั้งเป้าให้สิ้นปี 2025 บริษัทจะมีพนักงานในส่วนธุรกิจหลักเหลือเพียง 75,000 คน ซึ่งการปรับลดนี้จะเน้นไปที่ตำแหน่งผู้จัดการระดับกลางเป็นหลัก

 

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ระงับแผนการสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเยอรมนีและโปแลนด์เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี ซึ่งถือเป็นการพับโครงการลงทุนในยุโรปมูลค่ามหาศาล เพื่อบริหารค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และจะชะลอการก่อสร้างโรงงานมูลค่า 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.08 แสนล้านบาท) ในรัฐโอไฮโอออกไป

 

การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Intel ต้องเผชิญมรสุมมานานหลายปี จากการที่พลาดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญทั้งยุคของอุปกรณ์พกพาและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้ต้องสูญเสียความเป็นผู้นำให้กับคู่แข่งอย่าง Nvidia และ AMD 

 

ขณะที่ผลประกอบการก็ขาดทุนติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6 แล้ว โดยไตรมาสล่าสุดขาดทุนถึง 2.9 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.4 หมื่นล้านบาท) แม้รายรับจะทรงตัวอยู่ที่ 1.29 หมื่นล้านดอลลาร์ก็ตาม

 

ตลาดหุ้นตอบสนองต่อข่าวนี้ด้วยปฏิกิริยาที่ผสมผสาน ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นในช่วงแรกหลังการประกาศแผนปฏิรูปที่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในตัวซีอีโอคนใหม่ แต่กลับร่วงลงในเวลาต่อมาหลังจากที่บริษัทคาดการณ์ว่าผลประกอบการในไตรมาสหน้าจะยังคงขาดทุนหนักกว่าที่คาดการณ์ไว้

 

กลยุทธ์ใหม่ของ ลิป-บู ตัน ถือเป็นการพลิกแนวทางของ แพท เกลซิงเกอร์ ซีอีโอคนก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง โดยเกลซิงเกอร์ได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการขยายโรงงานผลิตชิปโดยหวังพึ่งพากฎหมาย CHIPS Act ของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่แผนดังกล่าวกลับไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดไว้ ทำให้โครงการในรัฐโอไฮโอที่เคยวางแผนจะแล้วเสร็จในปี 2025 อาจต้องเลื่อนออกไปจนถึงหลังปี 2030

 

สำหรับทิศทางในอนาคต Intel จะมุ่งเน้นไปที่การทวงคืนส่วนแบ่งตลาดโปรเซสเซอร์สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่เรียกว่า 18A ซึ่งจะใช้ในชิปรุ่นใหม่ Panther Lake

 

ขณะที่ ‘เดิมพัน’ ครั้งสำคัญที่สุดคือเทคโนโลยีกระบวนการผลิตยุคถัดไปที่เรียกว่า 14A ซึ่งบริษัทหวังว่าจะสามารถดึงดูดลูกค้ารายใหญ่ให้มาใช้บริการรับจ้างผลิตชิปได้ แต่ก็พร้อมจะยกเลิกหากไม่ประสบความสำเร็จ

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.43 บาท ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 


ภาพ: charnsitr / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post Intel ผ่าตัดใหญ่! ซีอีโอใหม่สั่งปลดพนักงาน 14,000 ตำแหน่ง พับแผนสร้างโรงงานในยุโรป หลังขาดทุนยับ 6 ไตรมาสติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนผ่าทางตัน คว่ำบาตรสหรัฐฯ พัฒนาชิป 2 มิติ เร็วกว่า Intel-TSMC 40% กินไฟน้อยกว่า 10% แซงหน้าทุกค่าย https://thestandard.co/china-2d-chip-breakthrough/ Fri, 14 Mar 2025 07:45:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1052223 china chip

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งสร้างปรากฏการณ์ที่อาจเปลี่ […]

The post จีนผ่าทางตัน คว่ำบาตรสหรัฐฯ พัฒนาชิป 2 มิติ เร็วกว่า Intel-TSMC 40% กินไฟน้อยกว่า 10% แซงหน้าทุกค่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
china chip

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งสร้างปรากฏการณ์ที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก ด้วยการพัฒนาทรานซิสเตอร์ 2 มิติที่อ้างว่าทำงานเร็วกว่า ชิป ล่าสุดของยักษ์ใหญ่อย่าง Intel และ TSMC ถึง 40% ขณะที่กินไฟน้อยกว่า 10% ถือเป็นการ ‘เปลี่ยนเลน’ ในการแข่งขันที่จีนเคยตามหลังมาตลอด

 

ศาสตราจารย์ Peng Hailin ผู้นำทีมวิจัยเปิดเผยว่า “นี่คือทรานซิสเตอร์ที่เร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา” โดยสิ่งที่ทำให้นวัตกรรมนี้โดดเด่นคือการใช้วัสดุฐานบิสมัทแทนซิลิคอน แถมยังสามารถผลิตได้ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว

 

“หากนวัตกรรมชิปทั่วไปเป็นเพียง ‘ทางลัด’ สิ่งที่เราทำคือการ ‘เปลี่ยนเลน’ เลยทีเดียว แม้จะเกิดจากความจำเป็นเพราะถูกคว่ำบาตร แต่ก็บังคับให้เราต้องมองหาทางออกจากมุมใหม่ๆ” Peng กล่าว

 

จีนเผชิญกับการคว่ำบาตรนำโดยสหรัฐฯ ทำให้ไม่สามารถผลิตชิปซิลิคอนรุ่นล่าสุดได้ในแผ่นดินใหญ่ ทีมนักวิจัยจึงเปลี่ยนทิศทางไปใช้วัสดุ 2 มิติที่มีความบางระดับอะตอมและมีการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนที่รวดเร็วกว่า

 

การค้นพบนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในวงการเซมิคอนดักเตอร์ที่เคยพึ่งพาซิลิคอนมายาวนาน ในอดีต เมื่อชิปถูกย่อขนาดลงเรื่อยๆ ตาม ‘กฎของมัวร์’ จนถึงขนาด 3 นาโนเมตร ก็เริ่มเจอข้อจำกัดทั้งด้านการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นและปัญหาอื่นๆ

 

ความพิเศษของชิปใหม่นี้อยู่ที่โครงสร้างแบบ GAAFET (Gate-All-Around Field-Effect Transistor) โดย ‘เกต’ คือส่วนควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าในทรานซิสเตอร์ ทำหน้าที่เหมือนวาล์วเปิด-ปิดน้ำ ชิปรุ่นใหม่นี้มีการออกแบบคล้ายสะพานที่ถักทอเข้าด้วยกัน ทำให้เกตล้อมรอบช่องทางการไหลของกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น ควบคุมการทำงานได้แม่นยำกว่า

 

นักวิจัยสร้างวัสดุพิเศษสองชนิด คือเซมิคอนดักเตอร์ Bi2O2Se และวัสดุไดอิเล็กทริก Bi2SeO5 ซึ่งมีข้อดีคือการเชื่อมต่อระหว่างวัสดุทั้งสองราบรื่น มีข้อบกพร่องน้อยมาก จึงไม่เกิดการสะท้อนกลับของอิเล็กตรอน

 

“เปรียบเหมือนน้ำที่ไหลผ่านท่อเรียบลื่น อิเล็กตรอนเคลื่อนที่แทบไม่มีการสูญเสีย” Peng อธิบายอย่างเข้าใจง่าย ด้วยเหตุนี้ทรานซิสเตอร์จึงทำงานได้เร็วขึ้นและใช้พลังงานน้อยลง

 

ทีมวิจัยประเมินว่า เมื่อผลิตจริงด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ชิปของพวกเขาจะทำงานได้เร็วกว่าชิปซิลิคอนทันสมัยที่สุดประมาณ 1.4 เท่า โดยใช้พลังงานเพียง 90%

 

นอกจากนี้ พวกเขายังสร้างวงจรลอจิกขนาดเล็กที่ทำงานได้ดีแม้ใช้แรงดันไฟฟ้าต่ำมาก ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานและเพิ่มความทนทานต่อสัญญาณรบกวน

 

ความก้าวหน้านี้เป็นผลงานการวิจัยกว่า 10 ปีของทีม ที่ค้นพบระบบวัสดุ Bi2O2Se/Bi2SeO5 และพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้กำลังมุ่งมั่นขยายการผลิตสู่ระดับอุตสาหกรรม ซึ่งอาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้จีนสามารถแซงหน้าในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีชิปโลก

 

อ้างอิง:

The post จีนผ่าทางตัน คว่ำบาตรสหรัฐฯ พัฒนาชิป 2 มิติ เร็วกว่า Intel-TSMC 40% กินไฟน้อยกว่า 10% แซงหน้าทุกค่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปีแห่งเปลี่ยนผ่านของซีอีโอ เมื่อ 327 บริษัทเปลี่ยนผู้นำท่ามกลางความกดดันจากโลกที่เปลี่ยนไป https://thestandard.co/ceo-transitions-2025-327-companies-leadership-changes/ Sat, 21 Dec 2024 11:55:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1022148

การเกษียณอายุ การพ้นตำแหน่ง หรือการถูกดึงตัว: ปีนี้คือป […]

The post ปีแห่งเปลี่ยนผ่านของซีอีโอ เมื่อ 327 บริษัทเปลี่ยนผู้นำท่ามกลางความกดดันจากโลกที่เปลี่ยนไป appeared first on THE STANDARD.

]]>

การเกษียณอายุ การพ้นตำแหน่ง หรือการถูกดึงตัว: ปีนี้คือปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของเหล่าซีอีโอทั่วโลก 

 

CNBC รายงานว่า บริษัทมหาชนของสหรัฐฯ ประกาศเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับซีอีโอทั้งหมดจำนวน 327 คน นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2024 โดยบริษัท Challenger, Gray & Christmas เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว  

 

ตัวเลขการเปลี่ยนซีอีโอในปีนี้ถือว่าสูงกว่าปีอื่นๆ นับตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งเป็นปีที่ Challenger, Gray & Christmas เริ่มเก็บข้อมูลและติดตามการเปลี่ยนแปลง โดยตัวเลขปี 2024 เพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในขณะที่ปี 2021 เป็นปีที่มีการเปลี่ยนซีอีโอน้อยที่สุดตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลมาซึ่งอยู่ที่ 197 คน

 

สำหรับปี 2024 การเปลี่ยนตัวผู้นำในบริษัทระดับโลก เช่น Boeing, Nike และ Starbucks ที่เกิดขึ้นหลายครั้งในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความอดทนที่ลดลงของลูกค้า นักลงทุน กองทุนเฮดจ์ฟันด์ รวมทั้งคณะกรรมการบริษัท ต่อยอดขายที่ตกต่ำลงหรือการนำธุรกิจที่ผิดพลาดจากกลยุทธ์ที่ไม่ตอบโจทย์ตลาด   

 

“ต้นทุนเงินทุนและความเร็วของการเปลี่ยนแปลงเป็นปัจจัยที่ทำให้การเปลี่ยนตัวเกิดเร็วขึ้น” Clarke Murphy กรรมการผู้จัดการและอดีตซีอีโอของ Russell Reynolds Associates บริษัทที่ปรึกษาด้านความเป็นผู้นำ กล่าวกับ CNBC

 

และบริษัทต่อไปนี้คือตัวอย่างบริษัทระดับโลกที่เปลี่ยนซีอีโอในปีนี้

 

Intel

 

Intel

 

บริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่นี้ตัดสินใจประกาศปลดซีอีโอ Pat Gelsinger เมื่อต้นเดือนนี้ หลังจากเขาดำรงตำแหน่งมาเกือบ 4 ปี  

 

ราคาหุ้นและส่วนแบ่งตลาดของ Intel ลดฮวบลงอย่างมาก ในขณะที่กระแส AI เป็นปัจจัยช่วยหนุนผู้ผลิตชิปอีกหนึ่งรายอย่าง NVIDIA แต่ Intel กลับยังประสบปัญหาในการหาจุดขายของตนเองท่ามกลางช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ 

 

การพ้นตำแหน่งของ Pat Gelsinger ยังไม่มีข้อมูลออกมาเพิ่มเติม ว่าใครจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งซีอีโอของบริษัทต่อจากนี้

 

starbucks

 

Starbucks

 

Laxman Narasimhan ถูกแทนที่ด้วย Brian Niccol ซีอีโอคนดังจาก Chipotle Mexican Grill ที่ถูกดึงตัวเพื่อกอบกู้ยอดขายของ Starbucks ท่ีลดลงในช่วงก่อนหน้านี้ โดยหลังการประกาศแต่งตั้ง Brian มานั่งเก้าอี้ซีอีโอในเดือนสิงหาคม ทำเอาราคาหุ้นของ Starbucks พุ่งขึ้นเกือบ 25% 

 

ในช่วง 100 วันแรกหลังจากเข้ารับตำแหน่ง Brian ประกาศแผนที่จะนำ ‘ความเป็น Starbucks กลับมา’ และมุ่งพัฒนาสิ่งที่ดึงดูดลูกค้าให้มาที่ร้านกาแฟ โดยในช่วงแรกเป้าหมายของ Brian คือการทำให้ร้านกาแฟมีบรรยากาศที่น่านั่งมากขึ้น ลดขนาดเมนูที่ยาวเกินไป และเร่งรัดให้บริการรวดเร็วขึ้น  

 

ในขณะเดียวกัน Chipotle ได้แต่งตั้ง Scott Boatwright เป็นซีอีโอเมื่อเดือนพฤศจิกายน

 

Nike

 

Nike

 

บริษัทผู้ผลิตรองเท้าและอุปกรณ์กีฬาชื่อดังเปลี่ยนตัวซีอีโอจาก John Donahoe ในเดือนกันยายน และแต่งตั้งให้ Elliott Hill ผู้บริหารที่ทำงานกับบริษัทมายาวนาน และเริ่มต้นอาชีพในฐานะเด็กฝึกงานที่ Nike ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ขึ้นมาดำรงตำแหน่งซีอีโอ

 

แม้ Donahoe จะช่วยดันให้ Nike มียอดขายเติบโตขึ้นตั้งแต่ที่เขาเข้ารับตำแหน่ง โดยเพิ่มจาก 3.91 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2019 เป็น 5.14 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2024 แต่การเติบโตกลับหยุดชะงัก หลังจากเขาปรับกลยุทธ์ที่ลดความสำคัญของพันธมิตร เช่น Foot Locker และ Macy’s อีกทั้งบริษัทยังสูญเสียความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น

 

ภาพ: Alex Wong / Staff / Getty Images, Justin Sullivan / Staff / Getty Images, Roger Kisby / Contributor / Getty Images  

 

อ้างอิง:

 

The post ปีแห่งเปลี่ยนผ่านของซีอีโอ เมื่อ 327 บริษัทเปลี่ยนผู้นำท่ามกลางความกดดันจากโลกที่เปลี่ยนไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
วงการชิปเดือด Qualcomm จ้องซื้อกิจการ Intel ดีลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทค หวังครองตลาดชิปคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ https://thestandard.co/qualcomm-makes-offer-to-acquire-intel/ Sat, 21 Sep 2024 06:30:07 +0000 https://thestandard.co/?p=986270

Qualcomm ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปสัญชาติอเมริกัน ได้ยื่นข้อเ […]

The post วงการชิปเดือด Qualcomm จ้องซื้อกิจการ Intel ดีลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทค หวังครองตลาดชิปคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Qualcomm ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปสัญชาติอเมริกัน ได้ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการ Intel คู่แข่งสำคัญในวงการ ซึ่งหากสำเร็จจะกลายเป็นหนึ่งในการควบรวมกิจการที่ใหญ่ที่สุด และมีผลกระทบมากที่สุดในรอบหลายปีสำหรับวงการเทคโนโลยีของโลก

 

The Wall Street Journal รายงานเรื่องนี้ว่า Intel กำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ 50 ปีของบริษัท โดยราคาหุ้นลดลงถึง 60% ในปีนี้ และ Market Cap ลดลงจาก 2.9 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2020 เหลือเพียง 9 หมื่นล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน 

 

ขณะที่ Qualcomm นั้นมี Market Cap อยู่ที่ 1.85 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 17% ในปีนี้ ถือเป็นผู้จัดหาชิปชั้นนำสำหรับสมาร์ทโฟน รวมถึงชิปที่จัดการการสื่อสารระหว่างโทรศัพท์และเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์ที่สำคัญที่สุดสำหรับ iPhone ของ Apple และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

การเข้าซื้อกิจการ Intel จะช่วยขยายขอบเขตธุรกิจของ Qualcomm อย่างมีนัยสำคัญ โดยจะเสริมธุรกิจชิปโทรศัพท์มือถือด้วยชิปจาก Intel ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและเซิร์ฟเวอร์

 

ทั้ง Intel และ Qualcomm ต่างก็พยายามที่จะได้รับประโยชน์จากความเฟื่องฟูของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ AI ในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ แม้ว่าทั้งสองบริษัทจะถูกบดบังรัศมีโดย NVIDIA ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านชิป AI

 

อย่างไรก็ตาม การทำข้อตกลงครั้งนี้อาจไม่ง่ายนัก เนื่องจากขนาดของดีลมีแนวโน้มที่จะดึงดูดการตรวจสอบด้านการต่อต้านการผูกขาด แม้ว่าอาจมีมุมมองว่าเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ ด้านชิปก็ตาม แต่เพื่อให้การทำข้อตกลงสำเร็จ Qualcomm อาจต้องขายสินทรัพย์หรือบางส่วนของ Intel ให้กับผู้ซื้อรายอื่น

 

การเข้าซื้อกิจการของ Qualcomm เกิดขึ้นหลังจากความพยายามพลิกฟื้นธุรกิจของ Intel มานานกว่า 3 ปีภายใต้การนำของ Pat Gelsinger แต่ยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน โดย Intel เคยเป็นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกตาม Market Cap แต่ตอนนี้ตามหลังคู่แข่ง เช่น Qualcomm, Broadcom, Texas Instruments และ AMD

 

ในเดือนสิงหาคม หลังจากรายงานผลประกอบการไตรมาสที่น่าผิดหวัง Intel ประกาศแผนที่จะปลดพนักงานหลายพันคนและระงับการจ่ายเงินปันผลเพื่อลดต้นทุน

 

เมื่อเดือนที่แล้ว Pat Gelsinger วางแผนที่จะลดต้นทุนมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 หลังจากที่บริษัทรายงานผลขาดทุน 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่ 2 เทียบกับกำไร 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า

 

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Intel ประกาศว่าจะแยกการดำเนินงานด้านการผลิตชิปและการออกแบบชิปออกจากกัน ระงับโครงการโรงงานในเยอรมนีและโปแลนด์เป็นเวลา 2 ปี และระงับโครงการผลิตในมาเลเซียจนกว่าความต้องการจะกลับมา รวมถึงมาตรการอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

 

อ้างอิง:

The post วงการชิปเดือด Qualcomm จ้องซื้อกิจการ Intel ดีลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทค หวังครองตลาดชิปคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
การต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของ Intel: เมื่อผู้นำชิปโลกพลาดโอกาสในยุค AI ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและศรัทธาที่ดิ่งลงของนักลงทุน https://thestandard.co/intel-survival-ai-era-challenges/ Sun, 11 Aug 2024 11:01:46 +0000 https://thestandard.co/?p=970114

Intel กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาส […]

The post การต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของ Intel: เมื่อผู้นำชิปโลกพลาดโอกาสในยุค AI ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและศรัทธาที่ดิ่งลงของนักลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>

Intel กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ที่น่าผิดหวัง ยอดขายที่ลดลงในตลาดสำคัญ และต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนเพื่อพลิกโฉมการผลิต ทำให้ Intel ต้องดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการปลดพนักงาน 15% ของทั้งหมด ลดค่าใช้จ่ายด้านทุนสำหรับการสร้างและติดตั้งโรงงานผลิต และระงับการจ่ายเงินปันผลที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 1992

 

การปรับโครงสร้างครั้งล่าสุดนี้นำไปสู่การเทขายหุ้น Intel อย่างหนัก ราคาหุ้นลดลงกว่า 25% ในวันถัดจากการรายงานผลประกอบการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม และลดลงอีก 8% นับตั้งแต่นั้น ทำให้มูลค่าหุ้น Intel ลดลงถึง 68% นับตั้งแต่ Pat Gelsinger ซีอีโอ ประกาศแผนฟื้นฟูบริษัทในช่วงต้นปี 2021 ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 39% ในช่วงเวลาเดียวกัน

 

วิกฤตครั้งนี้ของ Intel เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยปัญหาหลักคือยอดขายที่ลดลงในตลาดสำคัญๆ โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center ที่เคยเฟื่องฟูได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่งอย่าง AMD ในส่วนของ CPU สำหรับเซิร์ฟเวอร์ และ NVIDIA ในส่วนของ GPU ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว 

 

ยอดขายในส่วน Data Center ของ Intel คาดว่าจะอยู่ที่ 1.26 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งลดลงกว่าครึ่งหนึ่งจากจุดสูงสุดเมื่อ 4 ปีก่อน

 

ที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของตลาดไปสู่การลงทุนใน AI และ NVIDIA โดยเฉพาะ ไม่ได้เป็นสิ่งที่ Intel คาดการณ์ไว้เมื่อ 3 ปีก่อน ตอนที่วางแผนทุ่มเงินมหาศาลเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้ทันกับ TSMC คู่แข่งจากไต้หวัน แต่ความพยายามดังกล่าวยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ส่งผลให้โรงงานผลิตของ Intel ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และเกิดค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

 

Chris Caso จาก Wolfe Research กล่าวว่า “ปัญหาในมุมมองของเราคือ Data Center ที่เน้นใช้เซิร์ฟเวอร์ซึ่ง Intel สร้างโรงงานผลิตเพื่อรองรับนั้นไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว แต่ถูกแทนที่ด้วยการใช้จ่ายด้าน AI ที่ Intel พลาดไป”

 

จุดนี้เองทำให้นักลงทุนหลายคนเริ่มหมดความเชื่อมั่นใน Intel สะท้อนจากราคาหุ้นของบริษัทได้ร่วงลงต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนให้คุณค่ากับ Intel น้อยกว่ามูลค่าของสินทรัพย์ที่มีอยู่จริง

 

นักวิเคราะห์มีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับทิศทางที่ Intel ควรดำเนินต่อไป บางคนคิดว่าบริษัทควรเน้นที่การฟื้นฟูความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ แม้ว่าจะต้องแลกกับการเสียสละธุรกิจ Foundry ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจใหม่ซึ่งดูแลในเรื่องการผลิตชิปของบริษัท 

 

ในขณะที่บางคนคิดว่าบริษัทควรเน้นที่การหาลูกค้ารายใหญ่เพิ่มเติมสำหรับธุรกิจ Foundry เนื่องจากโอกาสในการแข่งขันในตลาดสำคัญๆ เช่น GPU สำหรับ Data Center ดูริบหรี่

 

ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางใด การฟื้นตัวของ Intel คงต้องใช้เวลา และการตัดเงินปันผลก็ทำให้นักลงทุนยิ่งรู้สึกไม่มั่นคง อย่างไรก็ตาม บทบาทสำคัญของ Intel ในอุตสาหกรรมที่ถือว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติอาจเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงบริษัทไว้ได้ 

 

รัฐบาลสหรัฐฯ ให้การสนับสนุน Intel ผ่าน CHIPS Act ด้วยเงินทุนกว่า 8.5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยในการสร้างโรงงานผลิตใหม่ในรัฐแอริโซนาและโอไฮโอ ซึ่งอาจเป็นเครื่องยืนยันว่ารัฐบาลไม่ต้องการให้ปัญหาของ Intel ลุกลามจนถึงขั้นวิกฤต และอาจเป็นความหวังเดียวที่เหลืออยู่ของ Intel ในตอนนี้

 

ที่เป็นอย่างนั้นเพราะ Intel ยังคงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ โดยโรงงานผลิตปัจจุบันของบริษัทคิดเป็นประมาณ 41% ของกำลังการรผลิตชิปที่ใช้กันมากที่สุดในตลาดหลักๆ

 

Caso ตั้งข้อสังเกตว่า “เมื่อพิจารณาถึงความอ่อนไหวต่อการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ เราไม่เชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะปล่อยให้ปัญหาของ Intel ลุกลามจนถึงขั้นวิกฤตได้”

 

อนาคตของ Intel ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดคือ บริษัทต้องเร่งปรับตัวและพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาสถานะผู้นำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และกลับมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอีกครั้ง

 

อ้างอิง:

The post การต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของ Intel: เมื่อผู้นำชิปโลกพลาดโอกาสในยุค AI ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและศรัทธาที่ดิ่งลงของนักลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Intel ปลด 15,000 คน รับมือรายได้หด-กำไรหาย บริษัทเล็งลดต้นทุน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกโฉมธุรกิจ https://thestandard.co/intel-lays-off-15000ppl-amid-shrinking-revenue/ Fri, 02 Aug 2024 04:38:23 +0000 https://thestandard.co/?p=966421

Intel ประกาศปลดพนักงานมากกว่า 15% หรือ 15,000 คน อ้างอิ […]

The post Intel ปลด 15,000 คน รับมือรายได้หด-กำไรหาย บริษัทเล็งลดต้นทุน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกโฉมธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Intel ประกาศปลดพนักงานมากกว่า 15% หรือ 15,000 คน อ้างอิงจากจดหมายภายในที่บริษัทส่งถึงพนักงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา)

 

การตัดสินใจเดินหน้าลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนลดต้นทุนที่บริษัทตั้งเป้าว่าจะต้องลดให้ได้ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2025 สืบเนื่องจากรายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ที่ออกมาล่าสุดไม่เป็นไปตามเป้า โดยผลกำไรจากที่เคยได้ 1,500 ล้านดอลลาร์พลิกกลับเป็นขาดทุน 1,600 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด และรายได้รวมที่ออกมา 12,800 ล้านดอลลาร์ก็ลดลง 1% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี

 

บริษัท Intel ระบุว่า การขาดทุนมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำในผลิตภัณฑ์ AI PC และด้วยความกดดันทางการเงิน บริษัทจึงตัดสินใจระงับการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น โดยจะเริ่มตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปีนี้จากการคาดการณ์ว่าแนวโน้มครึ่งหลังของปีจะ ‘ท้าทาย’ มากกว่าก่อนหน้านี้

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

 


 

“รายได้เราไม่เติบโตตามที่หวัง และเทรนด์ AI ก็ยังไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับเราอย่างมีนัยสำคัญ ตอนนี้ต้นทุนบริษัทสูงเกินไปและอัตรากำไรก็ต่ำเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเมินจากผลประกอบการที่ออกมาและแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2024 ซึ่งผิดคาดจากที่คิดไว้ก่อนหน้านี้” แพต เกลซิงเกอร์ ซีอีโอของ Intel กล่าวในบันทึกข้อความถึงพนักงาน

 

หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 25 ปีที่แล้ว Intel ถือเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชิป CPU แต่นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาบริษัทกลับปรับตัวรับคลื่นลูกใหม่ได้ช้า อย่างเช่น สมาร์ทโฟนและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นสาเหตุที่บริษัทจำเป็นต้องปลดคนจำนวนมหาศาลในช่วงเวลานี้ เนื่องจากรายได้ที่หายไปถึง 24,000 ล้านดอลลาร์เมื่อเทียบระหว่างปี 2020 กับสิ้นปีที่แล้ว (ปี 2023) ในขณะที่จำนวนพนักงานโตขึ้น 10% ในช่วงเวลาเดียวกัน

 

แม้ว่า Intel จะเคยเป็นผู้นำ แต่การปรับตัวที่ช้าก็ทำให้บริษัทไม่สามารถได้ประโยชน์จากเทรนด์เทคโนโลยีใหม่เหมือนกับที่คู่แข่งอย่าง NVIDIA จับทางได้ถูก ส่งผลให้รายได้และราคาหุ้นพุ่งขึ้นไปหลายสิบเด้ง

 

นอกเหนือจากการปลดพนักงานแล้ว Intel ยังเปิด ‘การลาออกโดยสมัครใจ’ ในสัปดาห์หน้าสำหรับพนักงานในบริษัท จากจดหมายภายในที่ส่งถึงพนักงาน 

 

อ้างอิง:

The post Intel ปลด 15,000 คน รับมือรายได้หด-กำไรหาย บริษัทเล็งลดต้นทุน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกโฉมธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ กำลังพิจารณาข้อจำกัดเพิ่มเติม กรณีจีนเข้าถึงชิปที่จำเป็นสำหรับ AI https://thestandard.co/us-considering-china-ai-chip/ Wed, 12 Jun 2024 03:06:56 +0000 https://thestandard.co/?p=944197

สำนักข่าว Bloomberg รายงานอ้างอิงแหล่งข่าววงในซึ่งระบุว […]

The post สหรัฐฯ กำลังพิจารณาข้อจำกัดเพิ่มเติม กรณีจีนเข้าถึงชิปที่จำเป็นสำหรับ AI appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักข่าว Bloomberg รายงานอ้างอิงแหล่งข่าววงในซึ่งระบุว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาเพิ่มข้อจำกัดเกี่ยวกับการเข้าถึงเทคโนโลยีชิปของจีนที่ใช้สำหรับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยมีเป้าหมายที่ฮาร์ดแวร์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด

 

รายงานระบุว่า มาตรการที่กำลังหารือกันจะจำกัดความสามารถของจีนในการใช้สถาปัตยกรรมชิปล้ำสมัยที่เรียกว่า Gate-All-Around หรือ GAA ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้เซมิคอนดักเตอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปัจจุบันค่ายผู้ผลิตชิปหลายรายกำลังเปิดตัวเทคโนโลยีสุดล้ำของชิปดังกล่าว 

 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายเมื่อใด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังหารือแนวทางกำหนดขอบเขตของกฎที่เป็นไปได้ต่างๆ โดยมีเป้าหมายทำให้จีนประกอบระบบคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนซึ่งจำเป็นต่อการสร้างและใช้งานโมเดล AI ได้ยากขึ้น และป้องกันเทคโนโลยีที่ยังใหม่ในการนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ 

 

บริษัทต่างๆ เช่น NVIDIA Corp., Intel Corp. และ Advanced Micro Devices Inc. พร้อมด้วยพันธมิตรด้านการผลิต Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. และ Samsung Electronics Co. กำลังเล็งจะเริ่มผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ผลิตจำนวนมากด้วยการออกแบบ GAA ภายในปีหน้า

 

หลังจากที่รายงานของ Bloomberg ฉบับนี้เผยแพร่ออกไป หุ้นของ NVIDIA ลดลงมากถึง 2.5% เหลือ 118.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ขณะที่หุ้น AMD ลดลง 1.9% ส่วนหุ้น Intel ลดลงน้อยกว่า 1%

 

ที่ผ่านมาทางการสหรัฐฯ ได้กำหนดข้อจำกัดหลายประการในการขายเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงและเครื่องมือการผลิตชิปให้กับจีน โดย จีนา ไรมอนโด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวย้ำหลายครั้งว่า สหรัฐฯ จะเพิ่มมาตรการเหล่านั้นตามที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยี AI ที่ทันสมัยที่สุดอยู่ในมือของรัฐบาลกรุงปักกิ่ง เนื่องด้วยกลัวว่าจะทำให้กองทัพจีนได้เปรียบสหรัฐฯ 

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลประธานาธิบดีไบเดนกำลังทำงานแข่งกับเวลาในการออกกฎระเบียบเพิ่มเติมก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายนนี้ รวมถึงการสนทนาในระยะเริ่มต้นเกี่ยวกับการจำกัดการส่งออกชิปหน่วยความจำ Bandwidth สูง ซึ่งเซมิคอนดักเตอร์เหล่านี้ผลิตโดย SK hynix Inc., Micron Technology Inc. จะช่วยเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงหน่วยความจำ และช่วยเสริมตัวเร่งความเร็ว AI

 

ด้านแหล่งข่าววงในรายหนึ่งมองว่า มาตรการดังกล่าวของรัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ไปไกลถึงการห้ามการส่งออกชิป GAA โดยสิ้นเชิง แต่จะมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีที่จำเป็นในการสร้างสิ่งเหล่านี้แทน

 

ขณะที่พันธมิตรสหรัฐฯ บางรายกำลังดำเนินมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี GAA ของตนเอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่เกิดขึ้นในระหว่างการเจรจาการค้าครั้งล่าสุด 

 

ภาพ: Wong Yu Liang / Getty Images

อ้างอิง: 

The post สหรัฐฯ กำลังพิจารณาข้อจำกัดเพิ่มเติม กรณีจีนเข้าถึงชิปที่จำเป็นสำหรับ AI appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ มอบเงินสนับสนุน Intel มูลค่า 8.5 พันล้านดอลลาร์ เดินหน้าขยายอุตสาหกรรมผลิตชิปภายในประเทศ https://thestandard.co/united-states-provides-funding-to-support-intel/ Thu, 21 Mar 2024 02:35:47 +0000 https://thestandard.co/?p=913675

เว็บไซต์ข่าว CNBC รายงานว่า Intel Corp บริษัทเทคโนโลยีช […]

The post สหรัฐฯ มอบเงินสนับสนุน Intel มูลค่า 8.5 พันล้านดอลลาร์ เดินหน้าขยายอุตสาหกรรมผลิตชิปภายในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เว็บไซต์ข่าว CNBC รายงานว่า Intel Corp บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐอเมริกา จะได้รับเงินทุนอุดหนุนจากรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน โดยเป็นไปภายใต้กรอบกฎหมาย CHIPS for America Act หรือชื่อเต็มคือ Creating Helpful Incentives to Produce Semiconductors for America Act (CHIPS Act 2022) ซึ่งเป็นแพ็กเกจมูลค่ารวม 5.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่จะมุ่งช่วยลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงแนวทางการผลิตชิปในแผ่นดินสหรัฐฯ 

 

ทั้งนี้ ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ (20 มีนาคม) ระบุว่า ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ได้อนุมัติเงินสนับสนุนให้กับ Intel มูลค่ารวมเบื้องต้นที่ 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการสนับสนุนโครงการก่อสร้างโรงงานและศูนย์วิจัยในแอริโซนา, นิวเม็กซิโก, โอไฮโอ และออริกอน

 

ขณะเดียวกัน นอกจากเงินอุดหนุนแล้ว ทางรัฐบาลสหรัฐฯ อาจเตรียมพิจารณาให้เงินกู้เพิ่มเติมอีก 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตชิป

 

ด้าน Intel ระบุว่า เงินอุดหนุนจากรัฐบาลก้อนนี้จะนำมาใช้กับโครงการผลิตชิปที่บริษัทประกาศไว้ก่อนหน้าสำหรับการลงทุนในสหรัฐฯ ในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการผลิตชิปตามความต้องการในด้านต่างๆ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Intel คาดว่า โครงการด้านการผลิตชิปของบริษัทจะสามารถสร้างงานได้มากกว่า 10,000 อัตรา ขณะที่ในช่วงก่อสร้างจะสร้างงานได้ถึง 20,000 อัตรา รวมถึงตำแหน่งงานเพิ่มเติมอีก 50,000 ตำแหน่ง จากส่วนสนับสนุนและซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้อง

 

รายงานระบุว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ จะประกาศเกี่ยวกับการมอบเงินอุดหนุนดังกล่าวในวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ) ขณะที่ จีนา ไรมอนโด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ระบุว่า เงินอุดหนุนครั้งนี้จะช่วยยกระดับให้สหรัฐฯ ขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับแถวหน้าของโลก และผลักดันให้สหรัฐฯ ยังคงรั้งตำแหน่งผู้นำด้านนวัตกรรมต่อไป ก่อนย้ำว่าเงินอุดหนุนดังกล่าวไม่มีข้อผูกพันใดๆ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขร่วมกันในภายหลังได้

 

Intel ถือเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ อย่างยาวนาน โดยพัฒนาชิปที่ขับเคลื่อนคอมพิวเตอร์ พีซี และเซิร์ฟเวอร์ศูนย์ข้อมูลจำนวนมากของโลก อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถานะของบริษัทถูกเบียดบัง โดยเฉพาะด้านรายได้ จากการก้าวเข้ามาของ NVIDIA ซึ่งเป็นผู้นำด้านชิปปัญญาประดิษฐ์ที่มีมูลค่าตลาดแซงหน้าคู่แข่งอย่าง AMD และผู้ผลิตชิปโทรศัพท์มือถือ Qualcomm

 

วันเดียวกันมีรายงานว่า Intel ได้ออกมาระบุว่า บริษัทเตรียมทุ่มเงินมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการสร้างโรงงานผลิตชิปในพื้นที่ของ 4 รัฐ เพื่อสร้างและขยายโรงงานผลิตชิป AI ในสหรัฐฯ หลังบริษัทได้รับเงินอุดหนุนและเงินกู้จากรัฐบาลกลางมูลค่ารวมกว่า 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมคาดหวังว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะได้รับการลดหย่อนภาษีอีก 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ 

 

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของแผนการใช้จ่าย 5 ปีของ Intel ในครั้งนี้ คือการเปลี่ยนพื้นที่ว่างใกล้โคลัมบัส รัฐโอไฮโอ ให้กลายเป็นสิ่งที่ แพท เกลซิงเกอร์ ซีอีโอของ Intel ระบุว่า โรงงานแห่งใหม่ของบริษัทจะเป็น “แหล่งผลิตชิป AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก” โดยกระบวนการผลิตคาดว่าจะเริ่มตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป 

 

แผนของ Intel ยังเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงไซต์การผลิตในนิวเม็กซิโกและออริกอน และการขยายการดำเนินงานในรัฐแอริโซนา ซึ่งคู่แข่งอย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) กำลังสร้างโรงงานขนาดใหญ่ที่หวังว่าจะได้รับเงินทุนจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ภายใต้ความต้องการดึงการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงกลับมายังสหรัฐฯ

 

ภาพ: Francois LOCHON / Getty Images 

อ้างอิง: 

The post สหรัฐฯ มอบเงินสนับสนุน Intel มูลค่า 8.5 พันล้านดอลลาร์ เดินหน้าขยายอุตสาหกรรมผลิตชิปภายในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ จ่ออุดหนุนการผลิตชิปขั้นสูง หวังเป็น ‘ผู้นำเทคโนโลยีชิป’ ที่ขับเคลื่อนสมาร์ทโฟนและ AI https://thestandard.co/us-to-subsidize-advanced-chip-production/ Mon, 29 Jan 2024 04:51:19 +0000 https://thestandard.co/?p=893342

The Wall Street Journal เปิดเผยรายงานว่า ภายในเวลาไม่กี […]

The post สหรัฐฯ จ่ออุดหนุนการผลิตชิปขั้นสูง หวังเป็น ‘ผู้นำเทคโนโลยีชิป’ ที่ขับเคลื่อนสมาร์ทโฟนและ AI appeared first on THE STANDARD.

]]>

The Wall Street Journal เปิดเผยรายงานว่า ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ เตรียมทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อใช้เป็นทุนอุดหนุนและสนับสนุนการผลิตชิปขั้นสูงให้แก่บรรดาบริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำระดับโลกจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมถึง Intel และ TSMC ของไต้หวัน 

 

รายงานซึ่งอ้างอิงคำกล่าวของผู้บริหารในอุตสาหกรรมที่อยู่ในวงการเจรจา ระบุว่า การประกาศที่กำลังจะมีขึ้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อผลักดันให้บริษัทผู้ผลิตเริ่มการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงที่ใช้ในการขับเคลื่อนสมาร์ทโฟน ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอาวุธ โดยคาดหวังว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะมีการประกาศบางอย่าง ก่อนที่ประธานาธิบดีไบเดน จะขึ้นแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา (State of the Union) ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ 

 

ทั้งนี้ ในบรรดาผู้ผลิตที่มีแนวโน้มจะได้รับเงินอุดหนุน รายงานระบุว่า Intel มีโครงการที่กำลังดำเนินการในรัฐแอริโซนา, โอไฮโอ, นิวเม็กซิโก และออริกอน ซึ่งจะมีมูลค่ามากกว่า 4.35 หมื่นล้านดอลลาร์ 

 

ส่วนผู้ผลิตที่มีแนวโน้มจะได้รับเงินอุดหนุนอีกรายคือ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. หรือ TSMC ซึ่งปัจจุบันมีโรงงาน 2 แห่งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใกล้กับ Phoenix ด้วยเงินลงทุนรวม 4 หมื่นล้านดอลลาร์ และผู้ผลิตอีกรายก็คือคู่แข่งอย่าง Samsung Electronics ของเกาหลีใต้ ซึ่งมีโครงการผลิตชิปที่ลงทุนในรัฐเท็กซัสมูลค่า 1.73 หมื่นล้านดอลลาร์ด้วยเช่นกัน  

 

นอกจากนี้ ยังมีผู้ผลิตขนาดเล็กลงมาอย่าง Micron Technology, Texas Instruments และ GlobalFoundries ที่มีแนวโน้มจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในการผลิตชิปขั้นสูงด้วยเช่นกัน 

 

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับรายงานที่เกิดขึ้น โดยย้ำแต่เพียงว่า กระบวนการทั้งหมดจะเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติที่กำหนดไว้ ในส่วนของการให้ทุนสนับสนุนการผลิตชิปใดๆ จะขึ้นอยู่กับว่าโครงการนั้นๆ จะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติของสหรัฐฯ ได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร 

 

ขณะที่ TSMC หนึ่งในผู้มีโอกาสได้เงินอุดหนุน ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับรายงานดังกล่าว เช่นเดียวกับ Intel 

 

ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Gina Raimondo รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ กล่าวว่า กระทรวงฯ จะมอบรางวัลด้านเงินทุนประมาณ 10 รางวัลสำหรับชิปเซมิคอนดักเตอร์ภายในปี 2024 ซึ่งจะครอบคลุมถึงบรรดาโครงการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ที่จะส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตชิปของสหรัฐฯ อย่างมาก โดยในช่วงเดือนธันวาคม กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศบริษัทแรกที่ได้รับเงินอุดหนุนการผลิตชิปขั้นสูงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งบริษัทดังกล่าวคือ BAE Systems ในรัฐแฮมป์เชอร์ ที่ผลิตชิปสำหรับเครื่องบินรบ โดยเงินอุดหนุนที่บริษัทได้รับมีมูลค่ากว่า 35 ล้านดอลลาร์ 

 

ทั้งนี้ รัฐสภาสหรัฐฯ ได้อนุมัติเงินทุนอุดหนุนการผลิตชิปขั้นสูงมูลค่ารวม 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2022

 

อ้างอิง: 

The post สหรัฐฯ จ่ออุดหนุนการผลิตชิปขั้นสูง หวังเป็น ‘ผู้นำเทคโนโลยีชิป’ ที่ขับเคลื่อนสมาร์ทโฟนและ AI appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยังไม่สิ้นสุดการเลิกจ้าง! ส่องบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง Nike, Intel ไปจนถึง Citi เล็งเลย์ออฟพนักงานอีกครั้งในปี 2024 หวังลดต้นทุนและใช้ AI มาทำงานแทน https://thestandard.co/nike-intel-citi-layoffs-2024/ Thu, 28 Dec 2023 11:48:41 +0000 https://thestandard.co/?p=882329

ส่องบริษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริกา ทั้ง Nike, Intel ไปจนถึง C […]

The post ยังไม่สิ้นสุดการเลิกจ้าง! ส่องบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง Nike, Intel ไปจนถึง Citi เล็งเลย์ออฟพนักงานอีกครั้งในปี 2024 หวังลดต้นทุนและใช้ AI มาทำงานแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ส่องบริษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริกา ทั้ง Nike, Intel ไปจนถึง Citi เตรียมลดจำนวนพนักงานลงอีกในปี 2024 ส่วนหนึ่งเป็นแผนลดต้นทุนค่าใช้จ่าย พร้อมนำ AI มาทำงานแทนคน

 

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2023 มีข่าวบริษัทรายเล็กและรายใหญ่ ทั้งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี สื่อ การเงิน และการค้าปลีก ปลดพนักงานเกือบทุกวัน 

 

แต่การปลดพนักงานก็ยังไม่มีที่ท่าว่าจะจบลง เพราะในปี 2024 บริษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริกาเตรียมลดจำนวนพนักงานลงอีก

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

จากผลสำรวจ ResumeBuilder ที่ได้พูดคุยกับผู้บริหารประมาณ 900 คนในองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 10 คน ต่างประเมินว่า ธุรกิจมากกว่าครึ่ง หรือราว 50% มีแนวโน้มเลิกจ้างพนักงานลงอีกในปี 2024 โดยอ้างว่ามีความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย 

 

อีกด้านหนึ่งบริษัทส่วนใหญ่ต้องการนำ AI เข้ามาทำงานแทนคน เห็นได้จากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Dropbox, Google และ IBM ที่เริ่มนำเทคโนโลยี AI เข้ามาทำงานแทนคนอย่างจริงจัง

 

มาดูกันว่าในปี 2024 มีบริษัทไหนบ้างที่วางแผนเลิกจ้างพนักงาน เริ่มตั้งแต่

 

  1. Nike บริษัทผลิตชุดกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 79,000 คน เริ่มวางแผนลดต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ ภายใน 3 ปีข้างหน้า และหนึ่งในนั้นได้เตรียมลดจำนวนพนักงานลงอีก โดยยังไม่ได้เปิดเผยว่าจะมากน้อยแค่ไหน พร้อมกับยังเตรียมการนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยทำงานในกระบวนการผลิตมากขึ้น 

 

  1. Intel บริษัทผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดในโลก เตรียมเลิกจ้างพนักงานราวๆ 235 คนในปี 2024 ซึ่งเป็นการเลิกจ้างรอบที่ 5 ติดต่อกัน แน่นอนว่าเป็นไปตามกลยุทธ์บริษัทที่ต้องการลดต้นทุนลง โดยโฆษก Intel กล่าวว่า นับเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่เราให้ความเชื่อมั่นว่าจะรับผิดชอบพนักงานที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างดี 

 

  1. Citi เครือธนาคารข้ามชาติยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน หลังจากประกาศแผนยกเครื่ององค์กรครั้งใหญ่ในรอบ 2 ทศวรรษ พร้อมลดจำนวนพนักงานลงอีก 10% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 โดยพนักงานที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่อยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพนักงาน กรรมการผู้จัดการ และพนักงานระดับล่างบางส่วน ทั้งนี้ก็เป็นเพราะ ‘เจน เฟรเซอร์’ ซีอีโอ เผชิญแรงกดดันในการฟื้นฟูบริษัท พร้อมต้องลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

 

อ้างอิง:

The post ยังไม่สิ้นสุดการเลิกจ้าง! ส่องบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง Nike, Intel ไปจนถึง Citi เล็งเลย์ออฟพนักงานอีกครั้งในปี 2024 หวังลดต้นทุนและใช้ AI มาทำงานแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Intel เปิดตัว Gaudi3 ชิป AI ตัวใหม่ ตั้งเป้าท้าชน NVIDIA และ AMD จ่อขายปีหน้า https://thestandard.co/intel-gaudi3-ai-chip/ Fri, 15 Dec 2023 01:13:23 +0000 https://thestandard.co/?p=876934

Intel หนึ่งในผู้ผลิตและพัฒนาชิปชั้นนำในสหรัฐฯ ได้ฤกษ์เป […]

The post Intel เปิดตัว Gaudi3 ชิป AI ตัวใหม่ ตั้งเป้าท้าชน NVIDIA และ AMD จ่อขายปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

Intel หนึ่งในผู้ผลิตและพัฒนาชิปชั้นนำในสหรัฐฯ ได้ฤกษ์เปิดตัวชิปคอมพิวเตอร์ใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (14 ธันวาคม) รวมถึง Gaudi3 ซึ่งเป็นชิปปัญญาประดิษฐ์สำหรับซอฟต์แวร์ Generative AI

 

รายงานระบุว่า Gaudi3 จะออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดในปีหน้าและจะเป็นชิปที่ขับเคลื่อนโมเดล AI ขนาดใหญ่ ที่นำมาแข่งกับชิปจาก NVIDIA และ AMD คู่แข่งสำคัญของ Intel

 

นักวิเคราะห์มองว่า การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลทำให้เทคโนโลยี AI กลายเป็นที่ต้องการของตลาด ส่งผลให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI อย่างชิป คือช่องทางแห่งโอกาส

 

ยกตัวอย่างเช่น โมเดล AI ที่โดดเด่นที่สุด เช่น ChatGPT ของ OpenAI ทำงานบน NVIDIA GPU ในระบบคลาวด์ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หุ้นของ NVIDIA เพิ่มขึ้นเกือบ 230% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในขณะที่หุ้นของ Intel เพิ่มขึ้น 68% ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจใดๆ ที่บริษัทชิปต่างๆ เช่น AMD และ Intel ในปัจจุบันได้ประกาศเปิดตัวชิปใหม่ๆ ที่จะดึงดูดบริษัท AI จากเจ้าตลาดอย่าง NVIDIA

 

ทั้งนี้ ทันทีที่ประกาศเผยโฉมชิปตัวใหม่ หุ้นของ Intel เมื่อวานนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 1% ในขณะที่ Intel ยังคงเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับชิปเพียงเล็กน้อย แต่ Intel ระบุว่า ชิป Gaudi3 จะแข่งขันกับ H100 ของ NVIDIA ซึ่งเป็นตัวเลือกหลักของบริษัทที่สร้างฟาร์มชิปขนาดใหญ่เพื่อขับเคลื่อนแอปพลิเคชัน AI และ MI300X ที่กำลังจะมาถึงของ AMD เมื่อเริ่มจัดส่งให้กับลูกค้าในปี 2024

 

ทั้งนี้ Intel สร้างชิป Gaudi มาตั้งแต่ปี 2019 หลังเข้าซื้อกิจการผู้พัฒนาชิปชื่อ Habana Labs

 

Pat Gelsinger ซีอีโอของ Intel กล่าวในระหว่างการเปิดตัว Gaudi3 ที่นิวยอร์กว่า Gaudi3 และชิปตัวอื่นๆ ของบริษัทจะโฟกัสไปที่แอปพลิเคชัน AI ก่อนแสดงความมั่นใจว่า ตัว AI สำหรับคอมพิวเตอร์พีซีจะเป็นดาวเด่นของงานในปีหน้า และสิ่งนี้จะเป็นจุดที่ระบบประมวลผล Core Ultra ใหม่ของ Intel ที่ประกาศในวันเดียวกันจะเข้ามามีบทบาท

 

อ้างอิง​: 

The post Intel เปิดตัว Gaudi3 ชิป AI ตัวใหม่ ตั้งเป้าท้าชน NVIDIA และ AMD จ่อขายปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ บุกบริษัท Tesla ทดสอบสมรรถนะรถ พร้อมหารือ HP-ADI เอกชนชั้นนำของสหรัฐฯ หวังดึงลงทุนในไทย https://thestandard.co/pm-visit-tesla-and-hp-adi-thailand-investment/ Tue, 14 Nov 2023 00:56:05 +0000 https://thestandard.co/?p=865344 เศรษฐา ทวีสิน

วานนี้ (13 พฤศจิกายน) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐ […]

The post นายกฯ บุกบริษัท Tesla ทดสอบสมรรถนะรถ พร้อมหารือ HP-ADI เอกชนชั้นนำของสหรัฐฯ หวังดึงลงทุนในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐา ทวีสิน

วานนี้ (13 พฤศจิกายน) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าเยี่ยมชมและหารือภาคเอกชนระดับโลกหลายรายเพื่อสนับสนุนความร่วมมือ การค้า การลงทุนระหว่างกัน โดยเวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครซานฟรานซิสโก ซึ่งช้ากว่าเวลาที่กรุงเทพฯ 15 ชั่วโมง) นายกรัฐมนตรีและคณะได้เยี่ยมชมบริษัท Tesla ณ Tesla Fremont Factory ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินธุรกิจด้านรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานชั้นนำของโลก มีโรงงานตั้งอยู่ที่เมืองเฟรมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาโอกาสในการขยายการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย 

 

โดยนายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมโรงงานผลิต พร้อมยืนบนหลังคาเพื่อทดสอบความแข็งแรงของตัวรถตามคำเชิญของผู้บริหาร พร้อมระบุว่า ยินดีสำหรับการพบปะหารือผู้บริหารบริษัท Tesla และได้มาที่บ้านของ Tesla ในวันนี้ เพื่อหารือความร่วมมือที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ในอนาคต ทั้งในเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด หวังว่าความร่วมมือในวันนี้จะตอกย้ำถึงความเป็นศูนย์กลาง EV และพลังงานทดแทนของไทยในอนาคต พร้อมหวังว่าบริษัท Tesla จะเข้ามาร่วมลงทุนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

 

ชวน HP ร่วมโครงการแลนด์บริดจ์

 

จากนั้นในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีพบปะหารือกับผู้บริหารภาคเอกชนชั้นนำของสหรัฐฯ อาทิ บริษัท HP บริษัทด้านกลุ่มคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและแล็ปท็อป และกลุ่มเครื่องพิมพ์และอุปกรณ์ขนาดใหญ่ของโลก นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนบริษัทขยายการลงทุนเพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิต พัฒนา Supply Chain และตั้งสำนักงานภูมิภาค รวมทั้งให้เพิ่มการผลิตในไทย ซึ่งไทยมีความพร้อมในด้านระบบสาธารณูปโภค รวมถึงมีนโยบายอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ จึงอยากเชิญชวนให้มาร่วมเสริมสร้างความร่วมมือในด้านการศึกษา เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ 

 

โดยนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงความคืบหน้าและการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ของไทย พร้อมเชิญชวนบริษัท HP เข้ามาร่วมโครงการฯ ซึ่งมีความสอดคล้องและเป็นประโยชน์ต่อแผนพัฒนา Supply Chain ของบริษัทเป็นอย่างดี ช่วยลดค่าขนส่ง และสามารถทำให้ไทยเป็นฐานการส่งออกที่เหมาะสมเป็นอย่างดีสำหรับบริษัท HP

 

หารือ ADI ดึงลงทุนในไทย

 

ขณะเดียวกัน ได้หารือกับบริษัท Analog Devices, Inc. (ADI) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตวงจรรวมรายใหญ่ระดับโลกที่มีการออกแบบและผลิตแบบครบวงจร โดยเริ่มตั้งแต่ออกแบบวงจรผลิตแผ่นเวเฟอร์ ซึ่งเป็นต้นน้ำของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ การเชื่อมประกอบเพื่อผลิตเป็นชิป นอกจากนี้ บริษัทยังมีความสามารถด้านการออกแบบกระบวนการผลิตและกระบวนการทดสอบ รวมถึงการผลิตฮาร์ดแวร์และพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการผลิตเองด้วย

 

นายกรัฐมนตรียังสนับสนุนให้ ADI ขยายการลงทุนในไทย ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาด และมีศักยภาพการอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับบริษัท พร้อมย้ำว่ารัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการลงทุนของบริษัทอย่างเต็มที่ โดยสถาบันการศึกษาในไทยพร้อมที่จะทำงานกับบริษัท เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะกับทักษะความสามารถที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบวงจรผลิตแผ่นเวเฟอร์ที่ ADI ต้องการ

 

โดยในเวลา 16.00 น. นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมงานสัมมนาโครงการแลนด์บริดจ์ หารือภาคเอกชนไทย และเข้าร่วมกิจกรรม Networking Reception ในเวลา 18.30 น. ณ โรงแรม Ritz-Carlton

 

เยือนสหรัฐฯ เดินสายพบภาคเอกชนระดับโลก

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางมายังนครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ มีกำหนดการเดินสายพบภาคเอกชนระดับโลกหลายแห่ง ได้แก่ บริษัท Tesla, HP Inc., ADI, Walmart, Western Digital, Amazon Web Services, Google, Microsoft Corporation, Intel, Citi และ Meta

 

The post นายกฯ บุกบริษัท Tesla ทดสอบสมรรถนะรถ พร้อมหารือ HP-ADI เอกชนชั้นนำของสหรัฐฯ หวังดึงลงทุนในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ไฟฟ้าตก-ดับบ่อย ต้นเหตุ Intel พับแผนผลิตชิปใน ‘เวียดนาม’ ? | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-09112023-3/ Thu, 09 Nov 2023 06:00:03 +0000 https://thestandard.co/?p=863941

จับตาโจทย์ใหญ่รัฐบาลเวียดนาม หลังระบบไฟฟ้าที่ไม่เสถียรใ […]

The post ชมคลิป: ไฟฟ้าตก-ดับบ่อย ต้นเหตุ Intel พับแผนผลิตชิปใน ‘เวียดนาม’ ? | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

จับตาโจทย์ใหญ่รัฐบาลเวียดนาม หลังระบบไฟฟ้าที่ไม่เสถียรในเวียดนามกำลังเป็นแผลที่รักษาไม่หาย ล่าสุด Intel ต้องพับแผนขยายโรงงานผลิตชิปแล้ว จะสั่นคลอนเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางซัพพลายอิเล็กทรอนิกส์ภูมิภาคของเวียดนามแค่ไหน ติดตามรายละเอียดได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ไฟฟ้าตก-ดับบ่อย ต้นเหตุ Intel พับแผนผลิตชิปใน ‘เวียดนาม’ ? | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ระบบไฟฟ้าที่ไม่เสถียรในเวียดนามกำลังเป็นแผลที่รักษาไม่หาย ล่าสุด Intel ต้องพับแผนผลิตชิปแล้ว https://thestandard.co/intel-had-to-fold-its-chip-production-plans/ Wed, 08 Nov 2023 10:18:56 +0000 https://thestandard.co/?p=863706

สัญญาณเงินทุนไหลออก และหลายอุตสาหกรรม รวมถึงบิ๊กเทคระดั […]

The post ระบบไฟฟ้าที่ไม่เสถียรในเวียดนามกำลังเป็นแผลที่รักษาไม่หาย ล่าสุด Intel ต้องพับแผนผลิตชิปแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

สัญญาณเงินทุนไหลออก และหลายอุตสาหกรรม รวมถึงบิ๊กเทคระดับโลก เริ่มถอนการลงทุนออกจาก ‘จีน’ เพื่อลดความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มชัดเจนขึ้น ทำให้ปีนี้อาเซียน ไทย อินโดนีเซีย และโดยเฉพาะเวียดนามเนื้อหอม รับอานิสงส์ไปเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็น Apple Inc. ที่เริ่มย้ายฐานการผลิต Apple Watch, MacBook, AirPods และซัพพลายเออร์รายใหญ่ Luxshare Precision Industry, Foxconn, Samsung เรียกได้ว่าถนนทุกสายต่างมุ่งหน้าสู่เวียดนาม แต่ในขณะนี้อาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เมื่อเวียดนามเจอปัญหาความมั่นคงทางพลังงานที่ยังแก้ไม่ตก

 

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า Intel บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) รายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจระงับแผนขยายการลงทุนในเวียดนาม ซึ่งเป็นแผนขยายการลงทุนถึง 2 เท่า ซึ่งแผนดังกล่าวสะเทือนต่อเป้าหมายผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในการมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางซัพพลายอิเล็กทรอนิกส์ภูมิภาคของรัฐบาลเวียดนาม

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

โดยการระงับแผนครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เยือนเวียดนามในเดือนกันยายนที่ผ่านมา 

 

สาเหตุสำคัญที่ Intel พับแผนไปนั้น ตามการรายงานของแหล่งข่าวระบุว่า เพราะปัจจัยเสถียรภาพด้านพลังงาน ระบบการจ่ายไฟฟ้า และระบบราชการที่มีกฎระเบียบของรัฐที่มากจนเกินไป อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังคงเป็นประเทศศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดของ Intel เพื่อประกอบบรรจุภัณฑ์และทดสอบชิป โดยมีการขยายกำลังผลิตมาโดยตลอด

 

“ประกอบกับเวียดนามเองก็มุ่งมั่นผลักดันประเทศเพื่อเป็นศูนย์กลางซัพพลายเชน และเป็นตัวเลือกผู้ผลิตที่ลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวัน ท่ามกลางความเสี่ยงทางการเมืองและความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ” 

 

ทั้งนี้ Intel ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเรื่องการลงทุน แต่ได้เผยว่า “เวียดนามจะยังคงเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงานการผลิตทั่วโลก เนื่องจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มมากขึ้น”

 

สำหรับการลงทุนของ Intel นอกจากจะประกาศขยายการลงทุนในยุโรปเมื่อเดือนมิถุนายน และในเวียดนาม ทว่าการลงทุนในเวียดนามกลับประสบปัญหาการขาดแคลนพลังงาน ทำให้ที่ผ่านมาผู้ผลิตหลายรายต้องระงับการผลิตชั่วคราว เช่นเดียวกับ Intel ที่ลดความเสี่ยงการลงทุนด้านบรรจุภัณฑ์ชิปไปยังมาเลเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่แข่งหลักของเวียดนามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

 

วิกฤตไฟฟ้าตกและดับบ่อยครั้งจนประชาชนแห่ติดโซลาร์เซลล์

 

รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้ประชาชนกว่า 1 แสนครัวเรือนและภาคธุรกิจต้องลดความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตพลังงานที่มักเกิดปัญหาไฟฟ้าตกและดับบ่อยครั้งด้วยการติดแผงโซลาร์เซลล์ เนื่องจากปีนี้เวียดนามเจอสภาพอากาศที่ร้อนจัด  

 

โดยราคาการติดตั้งอยู่ที่ 2,000-5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมความต้องการพลังงานส่วนใหญ่ของครัวเรือน ซึ่งไม่รวมการจัดเก็บและบำรุงรักษาแบตเตอรี่

 

รายงานข่าวระบุอีกว่า แม้ว่าเวียดนามมีทำเลที่ตั้ง แสงแดด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขตร้อน จึงมีศักยภาพในการผลิตพลังงานสะอาดได้ถึง 380 กิกะวัตต์ ซึ่งในส่วนนี้ถือว่าสูงกว่าเป้าหมายกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 70 กิกะวัตต์ที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่เวียดนามก็ยังประสบปัญหาไฟฟ้าที่ไม่เสถียร เนื่องจากบางโครงการยังไม่สามารถดำเนินการได้ รวมทั้งปัญหาการจ่ายไฟที่ยังไม่ครอบคลุมมากพอ

 

ส่งผลให้รัฐบาลออกมาตรการลดหย่อนภาษีและสิทธิประโยชน์อื่นๆ เพื่อโน้มน้าวประชาชนและธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อลดทั้งการพึ่งพาโครงข่ายไฟฟ้าที่ล้าสมัยและความเสี่ยงไฟฟ้าตกและดับ

 

โดยร่างดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนากำลังไฟฟ้าฉบับที่ 8 ของรัฐบาล สอดคล้องกับแผนพลังงานหมุนเวียนที่วางสัดส่วน 80% ในปี 2050 ที่มุ่งลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้หันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม อีกทั้งยังเพื่อให้สอดคล้องกับโครงการ Just Energy Transition Partnerships ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือมูลค่า 1.55 หมื่นล้านดอลลาร์ 

 

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการกลับเป็นไปอย่างล่าช้า และยังเผชิญปัญหาไฟฟ้าที่ไม่เสถียร ซึ่งปัจจุบันยังคงส่งผลกระทบต่อการผลิตของบริษัทระดับโลกอย่าง Apple และ Samsung รวมถึงภาคครัวเรือน 

 

อ้างอิง: 

The post ระบบไฟฟ้าที่ไม่เสถียรในเวียดนามกำลังเป็นแผลที่รักษาไม่หาย ล่าสุด Intel ต้องพับแผนผลิตชิปแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Amazon เล็งถือหุ้นใหญ่ใน Arm หุ้น IPO ด้านเทคที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ซึ่งอาจระดมทุนได้ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ https://thestandard.co/amazon-to-invest-arm-ipo/ Wed, 09 Aug 2023 06:26:29 +0000 https://thestandard.co/?p=827360

Amazon กำลังเจรจาเพื่อเข้าร่วมกับบริษัทเทคอื่นๆ ในฐานะผ […]

The post Amazon เล็งถือหุ้นใหญ่ใน Arm หุ้น IPO ด้านเทคที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ซึ่งอาจระดมทุนได้ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Amazon กำลังเจรจาเพื่อเข้าร่วมกับบริษัทเทคอื่นๆ ในฐานะผู้ลงทุนรายใหญ่ในการเสนอขายหุ้นครั้งแรกต่อสาธารณะ (IPO) ของบริษัท Arm แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องระบุว่า ดีลดังกล่าวอาจระดมทุนได้สูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์

 

Amazon เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งที่ได้พูดคุยกับ Arm ถึงการสนับสนุนการเสนอขาย IPO ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในเดือนหน้า การพิจารณายังขึ้นอยู่กับ Arm ซึ่งเป็นนักออกแบบชิปที่มีบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นลูกค้า นอกจาก Amazon แล้ว ยังมีบริษัทเทคอื่นๆ ที่กำลังหารือ ได้แก่ Intel และ NVIDIA 

 

Arm ที่มี SoftBank Group เป็นเจ้าของ กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้นเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี Bloomberg รายงานว่า การดำเนินการกินเวลาหลายเดือนในการพูดคุยกับลูกค้าชั้นนำบางรายเกี่ยวกับการเข้าร่วมข้อเสนอนี้ Amazon ซึ่งมีการดำเนินงาน Web Services ที่กว้างขวาง เป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ Arm เนื่องจากชิปของ Arm มีจุดเด่นในด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นที่พึ่งให้แก่ลูกค้า Amazon กว่า 40,000 ราย

 

Bloomberg รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า Arm กำหนดเป้าหมายของการเสนอขายหุ้น IPO ที่มูลค่า 6-7 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน ตั้งเป้ารองรับความนิยมของชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่การเดินสายโรดโชว์จะเริ่มต้นในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน และการกำหนดราคาสำหรับการเสนอขายหุ้น IPO จะมีขึ้นในสัปดาห์ถัดไป 

 

ชิปถูกประเมินค่าสูงขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบริษัทที่มีอุปกรณ์ปัญญาประดิษฐ์ ราคาหุ้นของ NVIDIA พุ่งขึ้นมากกว่า 3 เท่าในปีนี้ หลังกลายเป็นบริษัทแรกที่จุดประกายความนิยมของชิป AI ก่อนหน้านี้ บริษัทเคยวางแผนที่จะซื้อกิจการของ Arm แต่ต้องล้มเลิกไปเมื่อปีที่แล้วหลังประสบปัญหาด้านกฎระเบียบ 

 

SoftBank ซึ่งนำโดยมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น Masayoshi Son ได้เข้าซื้อ Arm ในปี 2016 ด้วยมูลค่า 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์

 

การเสนอขายหุ้น IPO ของ Arm นับเป็นการเสนอขายที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนับตั้งแต่ Alibaba Group ในปี 2014 และ Facebook ของ Meta Platform ในปี 2012 ที่ผ่านมาการระดมทุนของ Arm ถูกกำหนดให้เลื่อนออกไปช่วงหนึ่ง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและสงครามในยูเครน

 

Amazon ใช้การออกแบบชิปของ Arm ในโปรเซสเซอร์เซิร์ฟเวอร์ Graviton ซึ่งเป็นทางเลือกแทนชิปศูนย์ข้อมูลแบบดั้งเดิมที่นำเสนอโดย Intel Amazon ได้ผลิต Graviton และชิปประเภทอื่นๆ หลายรุ่นโดยใช้เทคโนโลยีของ Arm

 

เป้าหมายหลักของ Rene Haas ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Arm คือ การได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดที่มากขึ้นในตลาด Data Center ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดึงดูดนักลงทุนให้มาเข้าร่วมในการเสนอขาย IPO การออกแบบชิปของ Arm ได้รับความแพร่หลายอยู่แล้วในสมาร์ทโฟนและตลาดอื่นๆ ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการใช้พลังงานต่ำ

 

อ้างอิง:

The post Amazon เล็งถือหุ้นใหญ่ใน Arm หุ้น IPO ด้านเทคที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ซึ่งอาจระดมทุนได้ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรณีศึกษา ‘Intel’ ย้ายฐานผลิตไปอิสราเอล สะเทือนถึงอุตสาหกรรมไทยแค่ไหน https://thestandard.co/intel-manufacturing-study-case/ Wed, 21 Jun 2023 13:35:08 +0000 https://thestandard.co/?p=806343 กรณีศึกษา Intel

ประธาน ส.อ.ท. มองข้ามช็อต ระบุความท้าทายใหม่อุตสาหกรรมโ […]

The post กรณีศึกษา ‘Intel’ ย้ายฐานผลิตไปอิสราเอล สะเทือนถึงอุตสาหกรรมไทยแค่ไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรณีศึกษา Intel

ประธาน ส.อ.ท. มองข้ามช็อต ระบุความท้าทายใหม่อุตสาหกรรมโลก คือซัพพลายเชนที่เปลี่ยนแปลงไปจากปรากฏการณ์ย้ายฐานการผลิตที่ประเทศมหาอำนาจออกไปพึ่งพาพันธมิตร ที่เรียกว่า ‘Friend-Shoring’ ยกเคส Intel ย้ายฐานผลิตไปหาประเทศที่ตอบโจทย์กว่า กำลังสะท้อนภาคการผลิตของไทยที่หากไม่เปลี่ยนจาก OEM สู่ ODM และเร่งดึงเงินลงทุนสู่ S-Curve รวมถึงใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแทนแรงงาน อาจเสียแต้มต่อให้กับคู่แข่งอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย 

 

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานร่วมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ร่วมงานสัมมนา Thailand TAKEOFF ‘อุตสาหกรรมไทยติดปีก โกอินเตอร์’ จัดโดยมติชน โดยในบางช่วงได้กล่าวว่า การส่งออกของไทยจะไม่ใช่เครื่องยนต์ที่สำคัญและสร้าง GDP ในปี 2566 อีกต่อไป เนื่องจากกำลังซื้อจากตลาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ และยุโรปถดถอยและติดลบมาตลอด กกร. จึงประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งทิศทางการส่งออกที่ลดลงและกำลังซื้อในประเทศ ซึ่งปีนี้ส่งออกของไทยดีที่สุดคาดว่าจะอยู่ที่ 0% หรืออาจติดลบ 1% ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ขณะที่เงินเฟ้อของสหรัฐฯ อาจดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ต้องเกาะติดธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปลายปี หากปรับอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์การผลิตทั่วโลกจะหาทางออกจากปัญหาเรื่องพลังงานได้ แต่การสร้างแรงงานใหม่กลับไม่สามารถทำได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่งผลต่อค่าแรง การปลดแรงงานในสหรัฐฯ ส่วนยุโรปยังคงได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

 

สถานการณ์เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อให้ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของไทยทั้ง 25 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้รับออร์เดอร์ที่ลดลงมากกว่า 19 อุตสาหกรรม ซึ่งจำเป็นต้องผลิตสินค้าเพื่อเก็บสต๊อกไว้ก่อนเพื่อรอการส่งออก และรักษาการจ้างแรงงานไว้ด้วยการลดต้นทุน ลดโอที อย่างน่ากังวล

 

‘Friend-Shoring’ ปรากฏการณ์ย้ายฐานการผลิตของประเทศมหาอำนาจไปสู่การหาพันธมิตร

 

มากไปกว่านั้น สิ่งที่น่าจับตาขณะนี้ก็คือภาคการผลิตกำลังส่งแรงกระเพื่อมต่ออุตสาหกรรมทั่วโลก เนื่องจากซัพพลายเชนเริ่มขาด สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้จึงเห็นปรากฏการณ์การย้ายฐานการผลิตในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า EV อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) จากสิ่งที่เรียกว่ากระแสโลกาภิวัตน์ ทำให้เกิดคำว่า ‘Offshoring’ ที่หมายถึงการย้ายการผลิตไปยังประเทศที่ต้นทุนการผลิตต่ำ จากนั้นจึงเรียกว่า ‘Reshoring’ ซึ่งหมายถึงการย้ายการผลิตส่วนที่สำคัญกลับคืนมาที่ประเทศตัวเอง 

 

กระทั่งล่าสุด ในปัจจุบันเกิดเป็นภาวะ ‘Friend-Shoring’ ที่หมายความว่า เริ่มมีการส่งเสริมธุรกิจให้ย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศมหาอำนาจมายังประเทศพันธมิตร เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ หยุดชะงักและลดความเสี่ยงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งเหล่านี้คือการแยกขั้วกันอย่างชัดเจนของซัพพลายเชนโลกที่กำลังปะทุขึ้นและส่งผลต่ออุตสาหกรรมไทย หากไม่เร่งปรับตัว 

 

ยกตัวอย่างกรณี Reshoring สู่ Friend-Shoring ล่าสุด นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ออกมาประกาศว่า บริษัท อินเทล (Intel Corp) ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) ประมวลผลคอมพิวเตอร์สัญชาติอเมริกัน ตัดสินใจลงทุนมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในอิสราเอล ซึ่งจะเป็นการลงทุนครั้งใหญ่และครั้งประวัติศาสตร์โดยธุรกิจต่างชาติที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

 

ทำไมต้องเป็นประเทศอิสราเอล 

 

การลงทุนของ Intel ครั้งนี้ เกิดจากความมั่นใจในศักยภาพและการพัฒนาของประเทศอิสราเอลเป็นหลัก รวมถึงมั่นใจในความพร้อมของนักวิศวกรที่มีความสามารถที่สามารถรองรับการผลิตทักษะสูง ตลอดจนกระจายความเสี่ยงการลงทุนได้ 

 

“สะท้อนมาถึงอุตสาหกรรมของไทยว่า ความท้าทายใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรม ไม่เพียงแค่เรื่องการย้ายฐานผลิตเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความพร้อมรัฐบาล ประเทศ ต้นทุน ตลอดจนทักษะแรงงาน อีกทั้งยังมีทั้งความเปราะบางด้านสิ่งแวดล้อม จากนี้ไปจะเป็นคีย์ขับเคลื่อน และหากไทยไม่ปรับตัวและยังเจอคู่แข่งทั้งเวียดนาม ด้านต้นทุนสาธารณูปโภค และอินโดนีเซีย ที่มีแต้มต่อมากกว่า โดยเฉพาะการดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า EV ในเรื่องของแร่นิกเกิลที่ครองส่วนแบ่งตลาดโลกมากกว่า 24% ความสามารถแข่งขันเราก็จะลดลง” 

 

เร่งสร้างเครื่องยนต์ใหม่ Next Gen Industries มุ่งลงทุนจาก S-Curve

 

เกรียงไกรกล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในอนาคตต้องพึ่งพา 2 ส่วนเพื่อ Takeoff คือการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการมีอุตสาหกรรมใหม่ (First Industries) เช่น เปลี่ยนจาก OEM (รับจ้างผลิต) เป็น ODM (รับจ้างออกแบบและผลิตสินค้าให้กับบริษัทเพื่อนำไปขายในแบรนด์ตัวเอง) เปลี่ยนจากใช้แรงงานเป็นใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เปลี่ยนจากผลิตเพื่อกำไรเป็นการผลิตคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนจากแรงงานเป็นแรงงานทักษะสูง

 

รวมไปถึงยกระดับเครื่องยนต์ใหม่ให้เป็น Next Gen Industries โดยรัฐบาลควรมุ่งดึงการลงทุนจาก S-Curve เร่งเครื่องนโยบาย BCG คำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเอกชนเองเตรียมเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งทั้ง กรอ.พลังงาน และ กรอ.น้ำ เพราะเอลนีโญกำลังส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมเกษตร และคาดว่าจะรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา

 

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยังคงทำหน้าที่ในการประเมินตัวเองเพื่อรับมือและปรับเปลี่ยนตัวเองให้ได้ แต่แน่นอนว่ารัฐบาลจะต้องเข้ามามีบทบาททั้งปรับปรุงกฎระเบียบ กฎหมาย และเทคโนโลยีร่วมกัน

The post กรณีศึกษา ‘Intel’ ย้ายฐานผลิตไปอิสราเอล สะเทือนถึงอุตสาหกรรมไทยแค่ไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>