IKEA Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ikea/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 28 Jun 2026 02:27:37 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 IKEA Canada เปลี่ยนสินค้าเป็นธงชาติสุดครีเอต ฉลองฟุตบอลโลก 2026 https://thestandard.co/ikea-canada-flags-world-cup/ Sun, 28 Jun 2026 02:27:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1223928 ภาพสินค้า IKEA จัดวางเป็นรูปธงชาติอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฉลองฟุตบอลโลก 2026

IKEA Canada เปิดตัวแคมเปญการตลาด Bring the World to Lif […]

The post IKEA Canada เปลี่ยนสินค้าเป็นธงชาติสุดครีเอต ฉลองฟุตบอลโลก 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสินค้า IKEA จัดวางเป็นรูปธงชาติอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฉลองฟุตบอลโลก 2026

IKEA Canada เปิดตัวแคมเปญการตลาด Bring the World to Life ต้อนรับฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการนำสินค้าในบ้านของ IKEA ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ จาน ชาม ผ้าเช็ดตัว พรม และของตกแต่ง มาจัดวางเป็นลวดลายธงชาติของ 18 ชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน

 

แคมเปญนี้เป็นความร่วมมือกับ Dentsu Creative และถูกนำเสนอทั้งในรูปแบบบิลบอร์ด สื่อออนไลน์ และสื่อประชาสัมพันธ์ตลอดช่วงซัมเมอร์ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองฟุตบอลโลกที่จัดขึ้นในแคนาดา สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก

 

ตัวอย่างไอเดียที่น่าสนใจ เช่น ธงชาติบราซิลที่ใช้โต๊ะสีเหลืองวางบนพรมสีเขียว พร้อมชามสีน้ำเงินและเทียนแทนสัญลักษณ์กลางธง, ธงชาติแคนาดาที่ใช้ผ้าขนหนูพับเป็นรูปใบเมเปิล หรือธงชาติอาร์เจนตินาที่ใช้ตุ๊กตาปลาหมึกแทนดวงอาทิตย์กลางธง

 

Jacqueline Wark ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ IKEA Canada กล่าวว่า แคมเปญนี้สะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชาวแคนาดา พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้แสดงออกถึงความภาคภูมิใจในบ้านเกิดและทีมชาติที่ตัวเองเชียร์ ผ่านสินค้าภายในบ้านในแบบสร้างสรรค์

 

ขอบคุณภาพ: ikeacanada

 

ภาพสินค้า IKEA จัดวางเป็นรูปธงชาติอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฉลองฟุตบอลโลก 2026 1ภาพสินค้า IKEA จัดวางเป็นรูปธงชาติอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฉลองฟุตบอลโลก 2026 2ภาพสินค้า IKEA จัดวางเป็นรูปธงชาติอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฉลองฟุตบอลโลก 2026 3ภาพสินค้า IKEA จัดวางเป็นรูปธงชาติอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฉลองฟุตบอลโลก 2026 4ภาพสินค้า IKEA จัดวางเป็นรูปธงชาติอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฉลองฟุตบอลโลก 2026 5ภาพสินค้า IKEA จัดวางเป็นรูปธงชาติอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฉลองฟุตบอลโลก 2026 6ภาพสินค้า IKEA จัดวางเป็นรูปธงชาติอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฉลองฟุตบอลโลก 2026 7ภาพสินค้า IKEA จัดวางเป็นรูปธงชาติอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฉลองฟุตบอลโลก 2026 8ภาพสินค้า IKEA จัดวางเป็นรูปธงชาติอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฉลองฟุตบอลโลก 2026 9ภาพสินค้า IKEA จัดวางเป็นรูปธงชาติอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฉลองฟุตบอลโลก 2026 10

The post IKEA Canada เปลี่ยนสินค้าเป็นธงชาติสุดครีเอต ฉลองฟุตบอลโลก 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เมกาบางนา’ ทุ่ม 6,000 ล้านบาท ขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ ปูทางสู่มิกซ์ยูส 70,000 ล้านบาท พลิกโฉมอนาคตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/mega-bangna-expansion-mixed-use/ Thu, 25 Jun 2026 12:50:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1222719 ภาพจำลองโครงการเมกาบางนาส่วนต่อขยายและเมกาซิตี้ แสดงให้เห็นศูนย์การค้าและพื้นที่มิกซ์ยูสขนาดใหญ่

หลังจากยืนระยะในฐานะหนึ่งในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ของกรุงเท […]

The post ‘เมกาบางนา’ ทุ่ม 6,000 ล้านบาท ขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ ปูทางสู่มิกซ์ยูส 70,000 ล้านบาท พลิกโฉมอนาคตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจำลองโครงการเมกาบางนาส่วนต่อขยายและเมกาซิตี้ แสดงให้เห็นศูนย์การค้าและพื้นที่มิกซ์ยูสขนาดใหญ่

หลังจากยืนระยะในฐานะหนึ่งในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกมานานกว่า 14 ปี ‘เมกาบางนา’ ภายใต้การร่วมทุนของเซ็นทรัลพัฒนา และอิคาโน เซ็นเตอร์ ประกาศทุ่มงบลงทุน 6,000 ล้านบาท เดินหน้าขยายพื้นที่โครงการครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดให้บริการ เพิ่มพื้นที่รวมอีก 170,000 ตารางเมตร ครอบคลุมพื้นที่ศูนย์การค้าและที่จอดรถเพิ่มเติม 1,750 คัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2571

 

การขยายครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับเมกาบางนาสู่จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ รีเทล เวลเนส และคอมมูนิตี้ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเป็นส่วนสำคัญของแผนเมกาซิตี้ มิกซ์ยูสระยะยาวบนพื้นที่กว่า 325 ไร่ ที่คาดว่าจะมีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 70,000 ล้านบาทเมื่อพัฒนาแล้วเสร็จ

 

เมื่อบางนากำลังกลายเป็นย่านเศรษฐกิจใหม่

 

เบื้องหลังการลงทุนครั้งนี้ คือภาพของ ‘บางนา’ ที่เติบโตอย่างโดดเด่น ทั้งจากการขยายตัวของเมือง กำลังซื้อของผู้บริโภค และการเติบโตของกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่ใช้ชีวิตครบวงจรใกล้บ้าน นอกจากนี้ ศักยภาพของบางนายังมาจากบทบาทในฐานะจุดเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ขณะเดียวกัน พื้นที่นี้มีฐานประชากรมากกว่า 3 ล้านคน เมื่อเมืองและผู้บริโภคเปลี่ยนไป ‘เมกาบางนา’ จึงต้องการเปลี่ยนเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อน การดูแลสุขภาพ และการสร้างคอมมูนิตี้ เพื่อรองรับการเติบโตของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกในระยะยาว

 

เอเดรียน มิเรีย, Managing Director, Ikano Centres, Part of Ikano Retail กล่าวว่า

 

“ตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว เรามองเห็นศักยภาพการเติบโตของประเทศไทย และมองเห็นโอกาสของย่านบางนาในฐานะทำเลยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Ikano Group ในการสร้างโอกาสเพื่อชีวิตที่ดีกว่าให้กับผู้คน เราเชื่อว่าทำเลแห่งนี้มีศักยภาพมากกว่าการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านรีเทล แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนเลือกใช้ Quality time ร่วมกันกับครอบครัวและเพื่อน และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน ตั้งแต่เปิดให้บริการ เมกาบางนาได้ต้อนรับผู้ใช้บริการมากกว่า 670 ล้านครั้ง รวมถึงสร้างสถิติผู้เข้าใช้บริการสูงสุดมากถึง 60 ล้านครั้งในปี 2568 พร้อมรักษาอัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100% มาอย่างต่อเนื่อง ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ IKEA สาขาแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเติบโตสู่การเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านรีเทลและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของอาเซียน สิ่งที่เราภาคภูมิใจที่สุดไม่ใช่เพียงแค่ขนาดของโครงการหรือผลการดำเนินงาน แต่คือความสัมพันธ์และความผูกพันที่เราได้สร้างร่วมกับลูกค้าตลอด 14 ปีที่ผ่านมา”

 

ภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotels and Alternative Investments บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

 

“การขยายพื้นที่ศูนย์การค้าเมกาบางนาในวันนี้ถือเป็น Milestone ที่สำคัญสะท้อนวิสัยทัศน์ A Future-Led Ecosystem ของเซ็นทรัลพัฒนา โดยตลอด 14 ปีที่ผ่านมา เมกาบางนาเฟสแรกได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และวันนี้การพัฒนาในเฟสที่สอง จะเป็นมากกว่าการขยายพื้นที่ศูนย์การค้า โดยจะเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่า 6,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต และเป็นจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิต ธุรกิจ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกัน”

 

เปลี่ยนศูนย์การค้ากลายเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย

 

เป้าหมายในการขยายโครงการครั้งนี้ เมกาบางนาไม่ได้มุ่งเน้นที่การเพิ่มพื้นที่รีเทลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสร้างเดสติเนชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนมากขึ้น ภายใต้แนวคิด ‘A Destination for a More Thoughtful Everyday’ โดยผสานประสบการณ์ด้านรีเทล ร้านอาหาร เวลเนส และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชัน

 

การดีไซน์ส่วนต่อขยายในครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสไตล์นอร์ดิก หรือ Nordic Design ที่เน้นความโปร่งสบาย การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ และการออกแบบพื้นที่โดยมีผู้คนเป็นศูนย์กลาง สะท้อนปรัชญา Meeting Place ของ Ikano Centres ในการเชื่อมโยงพื้นที่รีเทล คอมมูนิตี้ และการใช้ชีวิตประจำวันเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย

 

 

หนึ่งในไฮไลต์คือ MEGA SKYLINE พื้นที่สีเขียวและคอมมูนิตี้สเปซขนาดกว่า 7 ไร่ พร้อมพื้นที่กิจกรรม การออกกำลังกาย และไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟกว่า 3,000 ตารางเมตร รวมถึง MEGA LOFT เดสติเนชันด้านอาหารและการพบปะสังสรรค์บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร

 

 

มาริส อโบลตินส์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา และเมกาซิตี้ กล่าวเสริมว่า

 

“เมกาบางนาเชื่อว่าอนาคตของธุรกิจรีเทลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจับจ่ายใช้สอยอีกต่อไป เพราะปัจจุบัน ผู้คนให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดี สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และเติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกวัน เราจึงพัฒนาเมกาบางนาให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน ภายใต้วิสัยทัศน์ ของโครงการ ‘A Destination for a More Thoughtful Everyday’ ที่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่รีเทล แต่เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกันมากขึ้น มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน ตอกย้ำบทบาทของเมกาบางนาในฐานะ ‘Your Everyday Meeting Place’ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก”

 

ภาพจำลองโครงการเมกาบางนาส่วนต่อขยายและเมกาซิตี้ แสดงให้เห็นศูนย์การค้าและพื้นที่มิกซ์ยูสขนาดใหญ่ 4

 

เมกาบางนา พลิกโฉมอนาคตของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

 

เมื่อส่วนต่อขยายแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2571 เมกาบางนาจะมีพื้นที่โครงการรวม 800,000 ตารางเมตร พร้อมแบรนด์รวมกว่า 1,200 แบรนด์ จากปัจจุบันที่มีมากกว่า 900 แบรนด์ โดยจะมีแบรนด์ใหม่เพิ่มเข้ามากว่า 250 แบรนด์ และ Accessible Luxury มากกว่า 20 แบรนด์ เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์รีเทล ร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตในพื้นที่เดียวกัน

 

ภาพจำลองโครงการเมกาบางนาส่วนต่อขยายและเมกาซิตี้ แสดงให้เห็นศูนย์การค้าและพื้นที่มิกซ์ยูสขนาดใหญ่ 5

 

นอกจากนี้ ในอนาคต เมกาบางนาจะได้รับการพัฒนาภายใต้แผนมิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลนระยะยาว บนพื้นที่กว่า 325 ไร่ ที่จะมีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม และที่พักอาศัย เข้ามาเสริมระบบนิเวศของโครงการ เพื่อเชื่อมโยงการใช้ชีวิต ธุรกิจ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร ภายใต้วิสัยทัศน์เมกาซิตี้ ที่มีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของกรุงเทพฯ ตะวันออก

 

หากพัฒนาแล้วเสร็จ เมกาซิตี้จะมีพื้นที่โครงการรวมกว่า 1.3 ล้านตารางเมตร และคาดว่าจะมีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 70,000 ล้านบาท ทำให้การขยายเมกาบางนาในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่ศูนย์การค้า แต่เป็นการตอกย้ำบทบาทของเมกาบางนาในฐานะ ‘Your Everyday Meeting Place’ และเป็นการวางแผนระยะยาวเพื่อยกระดับบางนาให้กลายเป็นหนึ่งในทำเลเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์สำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

The post ‘เมกาบางนา’ ทุ่ม 6,000 ล้านบาท ขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ ปูทางสู่มิกซ์ยูส 70,000 ล้านบาท พลิกโฉมอนาคตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมกาบางนาเปิดเกมเฟส 2 มูลค่า 6,000 ล้าน ชิงค้าปลีกย่านบางนาก่อน Bangkok Mall เปิดตัว พร้อมปูทางสู่ ‘เมกาซิตี้’ 70,000 ล้าน https://thestandard.co/megabangna-phase2-bangkok-mall-megacity/ Wed, 24 Jun 2026 05:30:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1222147 ภาพมุมสูงของศูนย์การค้าเมกาบางนาและอิเกีย

ย่านบางนากำลังกลายเป็นสมรภูมิค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดแห่งห […]

The post เมกาบางนาเปิดเกมเฟส 2 มูลค่า 6,000 ล้าน ชิงค้าปลีกย่านบางนาก่อน Bangkok Mall เปิดตัว พร้อมปูทางสู่ ‘เมกาซิตี้’ 70,000 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพมุมสูงของศูนย์การค้าเมกาบางนาและอิเกีย

ย่านบางนากำลังกลายเป็นสมรภูมิค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เมื่อผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่หลายรายเดินหน้าลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่เดียวกัน ล่าสุดศูนย์การค้าเมกาบางนา ภายใต้การร่วมทุนของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และอิคาโน เซ็นเตอร์ ประกาศขยายศูนย์การค้าเฟส 2 ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี ด้วยงบลงทุน 6,000 ล้านบาท

 

 
 

การลงทุนครั้งนี้เป็นเพียงจิ๊กซอว์หนึ่งของแผนใหญ่ในการสร้าง ‘เมกาซิตี้’ (MEGA City) เมืองมิกซ์ยูสบนพื้นที่กว่า 325 ไร่ มูลค่าโครงการรวม 70,000 ล้านบาท ที่วางไทม์ไลน์การพัฒนายาวถึงปี 2583

 

การเดินหน้าเฟส 2 ของเมกาบางนาเกิดขึ้นในจังหวะที่ย่านบางนากำลังมีคู่แข่งระดับเดียวกันเข้ามา โดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป หนึ่งในยักษ์ค้าปลีกของไทย ถูกระบุว่ามีการลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับยอดขายต่อปีของบริษัท ในการสร้าง Bangkok Mall บนพื้นที่ 100 ไร่บริเวณแยกบางนา

 

โครงการดังกล่าวคาดว่าจะเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยพื้นที่ราว 1 ล้านตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่สำนักงาน ที่พักอาศัย โรงแรม และคอนเสิร์ตฮอลล์ขนาดใหญ่ที่รองรับผู้ชมได้ถึง 20,000 คน อย่างไรก็ตามกำหนดเปิดให้บริการยังไม่มีความชัดเจน หลังเลื่อนจากแผนเดิม โดยคาดว่าอาจเปิดได้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า

 

เฟส 2 ขยายใหญ่สุดในรอบ 14 ปี

 

สำหรับการขยายเฟส 2 บริษัทระบุว่าจะเพิ่มพื้นที่โครงการรวม (GBA) อีก 170,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่ศูนย์การค้าและที่จอดรถเพิ่มอีก 1,750 คัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2571

 

เมื่อรวมกับพื้นที่เดิม จะทำให้เมกาบางนามีพื้นที่โครงการรวมแตะ 800,000 ตารางเมตร ขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่มีพื้นที่มากที่สุดของไทย โดยส่วนต่อขยายจะรวบรวมแบรนด์รีเทล ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์ใหม่กว่า 250 แบรนด์ รวมถึงกลุ่ม Accessible Luxury และแบรนด์ที่เปิดสาขาในกรุงเทพฯ ตะวันออกเป็นครั้งแรก

 

ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘A Nature-led, Experience-led Destination’ ส่วนต่อขยายจะมีพื้นที่ใหม่หลายโซน ทั้ง Mega Skyline พื้นที่สีเขียวเพื่อการพักผ่อน, Active Communities ขนาด 3,000 ตารางเมตรที่เน้นสุขภาวะและฟิตเนส และโซน Megaloft ที่ยกระดับประสบการณ์ด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ โดยมีบริษัทสถาปนิกระดับโลกอย่าง Lead 8 จากฮ่องกงเป็นผู้ออกแบบ

 

ภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotels and Alternative Investments บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ระบุว่า เฟส 2 เป็นมากกว่าการขยายพื้นที่ค้าปลีก โดยเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต พร้อมเพิ่มโซนที่ตอบโจทย์เทรนด์ใหม่ ทั้งสุขภาวะ (Wellness) พื้นที่สำหรับครอบครัว สัตว์เลี้ยง และการศึกษา

 

ภาพมุมสูงของศูนย์การค้าเมกาบางนาและอิเกีย 1

 

ทิศทางนี้สอดคล้องกับมุมมองของบริษัทที่ว่าธุรกิจค้าปลีกในอนาคตจะไปไกลกว่าการจับจ่าย สู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่คนทุกเจเนอเรชันมาใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน ซึ่งเป็นโจทย์ที่สอดรับกับแนวโน้มตลาดผู้สูงวัยและการมีอายุยืนที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นกว่าเท่าตัวภายในปี 2578

 

ภาพใหญ่เมกาซิตี้ 70,000 ล้าน บนพื้นที่ 325 ไร่

 

เป้าหมายระยะยาวของทั้งสองบริษัทไปไกลกว่าการพัฒนาศูนย์การค้า เพราะเมกาซิตี้ถูกวางให้เป็นโครงการมิกซ์ยูสครบวงจรบนพื้นที่ 325 ไร่ ปัจจุบันพัฒนาไปแล้วราว 180 ไร่ (รวมเฟส 1 และเฟส 2) และเหลือพื้นที่รอพัฒนาอีกกว่า 140 ไร่

 

พื้นที่ส่วนที่เหลือจะถูกพัฒนาเป็นอาคารสำนักงาน, ที่อยู่อาศัย และโรงแรม เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ผู้คนสามารถอยู่อาศัย ทำงาน และใช้ไลฟ์สไตล์ในพื้นที่เดียว เมื่อพัฒนาเต็มรูปแบบจะมีพื้นที่โครงการรวมกว่า 1.3 ล้านตารางเมตร โดยการพัฒนาพื้นที่ 140 ไร่ที่เหลือนี้เป็นความร่วมมือภายใต้สัดส่วนการลงทุนที่เท่ากันแบบ 50:50 ระหว่างเซ็นทรัลพัฒนาและอิคาโน

 

ภูมิระบุว่า การลงทุนในเฟส 2 คาดว่าจะให้ผลตอบแทน (ROI) ดีกว่าเฟสแรก เพราะเป็นการต่อยอดบนรากฐานที่สั่งสมความสำเร็จและฐานลูกค้ามากว่า 14 ปี เปรียบเสมือนการลงทุนต่อยอดบนเสาเข็มที่แข็งแรง พร้อมเปิดกว้างสำหรับพันธมิตรภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาเสริมในอนาคต โดยมองว่าการประกาศเฟส 2 ครั้งนี้ถือเป็นเพียงครึ่งทางของเมกาซิตี้เท่านั้น

 

สมรภูมิ 2 ยักษ์ และเหตุผลที่ทุนใหญ่เลือกบางนา

 

การเดินหน้าเฟส 2 ของเมกาบางนาเกิดขึ้นในจังหวะที่ย่านบางนากำลังมีคู่แข่งระดับเดียวกันเข้ามา โดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป หนึ่งในยักษ์ค้าปลีกของไทย ถูกระบุว่ามีการลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับยอดขายต่อปีของบริษัท ในการสร้าง Bangkok Mall บนพื้นที่ 100 ไร่บริเวณแยกบางนา

 

โครงการดังกล่าวคาดว่าจะเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยพื้นที่ราว 1 ล้านตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่สำนักงาน ที่พักอาศัย โรงแรม และคอนเสิร์ตฮอลล์ขนาดใหญ่ที่รองรับผู้ชมได้ถึง 20,000 คน อย่างไรก็ตามกำหนดเปิดให้บริการยังไม่มีความชัดเจน หลังเลื่อนจากแผนเดิม โดยคาดว่าอาจเปิดได้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า

 

การที่ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายเลือกปักหมุดในย่านเดียวกันสะท้อนถึงกำลังซื้อของพื้นที่ ข้อมูลจากเซ็นทรัลพัฒนาระบุว่า พื้นที่รองรับ (Catchment Area) ของเมกาบางนาครอบคลุมประชากรราว 4.3 ล้านครัวเรือน และเติบโตเฉลี่ย 2.8% ต่อปี

 

กลุ่มเป้าหมายหลักเป็นครอบครัวที่มีกำลังซื้อสูง โดยครอบครัวที่ยังไม่มีบุตรมีรายได้เฉลี่ยราว 100,000 บาทต่อเดือน ส่วนครอบครัวที่มีบุตรมีรายได้เฉลี่ยสูงถึงราว 300,000 บาทต่อเดือน และเข้ามาใช้บริการเมกาบางนาอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ขณะที่พื้นที่โดยรอบยังมีอาคารสำนักงานกว่า 30 แห่ง

 

พื้นที่ดังกล่าวยังได้แรงหนุนจากการขยายตัวของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีโรงเรียนนานาชาติกว่า 55 แห่ง และโครงการที่อยู่อาศัยระดับอัลตราลักชัวรี ส่งผลให้เมกาบางนามีผู้มาเยือนกว่า 60 ล้านครั้งในปี 2568 และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 65 ล้านครั้งต่อปีหลังเปิดเฟส 2 โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100% และการรับรู้แบรนด์สูงถึง 95% และยังครองตำแหน่งจุดหมายปลายทางอันดับแรกที่ลูกค้านึกถึงสำหรับการชอปปิง ด้วยคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าเต็ม 100%

 

นับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2555 เมกาบางนามีผู้มาเยือนสะสมแล้วกว่า 670 ล้านครั้ง ปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยผู้ใช้บริการราว 165,000 ครั้งต่อวัน และมีอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำ 4.5 ครั้งต่อเดือน พร้อมพนักงานในระบบกว่า 4,500 คน และร้านค้ากว่า 900 แห่ง

 

ภาพมุมสูงของศูนย์การค้าเมกาบางนาและอิเกีย 2

 

เดิมพันระยะยาวสวนความผันผวน

 

แม้เศรษฐกิจโลกและไทยยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่ทั้งสองบริษัทยืนยันการลงทุนระยะยาว เอเดรียน มิเรีย ผู้บริหาร Ikano Centres (ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ซี IKEA เพียงรายเดียวในโลกที่เป็นของครอบครัว Kamprad ผู้ก่อตั้ง IKEA) ระบุว่า การตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทยกว่า 14 ปีก่อนเป็นผลจากการวางแผนและศึกษามานานกว่า 20 ปี และแม้จะมีปัจจัยระยะสั้นเข้ามากระทบบ้าง บริษัทยังเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของตลาดไทย

 

เอเดรียนยังระบุว่า กลุ่มอิเกีย (IKEA) ได้จัดสรรเม็ดเงินลงทุนระดับโลกมายังไทยจำนวนมาก เพราะมองว่าผู้บริโภคไทยกับแบรนด์เข้ากันได้ดี และยังมีพื้นที่ให้ขยายการลงทุนอีกมากในอนาคต

 

ขณะที่ภูมิระบุว่า เซ็นทรัลพัฒนาดำเนินธุรกิจในไทยมาเกือบ 50 ปี และแม้วัฏจักรเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงทุก 10 ปี แต่บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมงานและทำเล การขยายเฟส 2 จึงเป็นการศึกษาและปรับพื้นที่ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของตลาด มากกว่าการเพิ่มจำนวนร้านค้าในรูปแบบเดิม

 

สำหรับเซ็นทรัลพัฒนา เมกาบางนาถือเป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่ทำผลงานได้ดีอันดับต้นๆ ของบริษัท การเดินหน้าขยายเฟส 2 ก่อนที่ Bangkok Mall จะเปิดให้บริการ จึงเป็นการชิงจังหวะสร้างความได้เปรียบในฐานะผู้ที่ลงหลักปักฐานในทำเลนี้มาก่อน

 

เกมนี้ยังเพิ่งเริ่มต้น เพราะเมกาซิตี้เดินมาเพียงครึ่งทาง ขณะที่ Bangkok Mall ยังไม่เปิดตัวเต็มรูปแบบ การช่วงชิงกำลังซื้อย่านกรุงเทพฯ ตะวันออกที่มีทั้งครัวเรือนรายได้สูงและการขยายตัวของเมือง จึงยังมีบทต่อไปให้จับตาว่าใครจะตอบโจทย์ผู้บริโภคในทำเลนี้ได้ตรงกว่ากัน

The post เมกาบางนาเปิดเกมเฟส 2 มูลค่า 6,000 ล้าน ชิงค้าปลีกย่านบางนาก่อน Bangkok Mall เปิดตัว พร้อมปูทางสู่ ‘เมกาซิตี้’ 70,000 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทรนด์ De-Influencing: จุดจบ Influencer สายป้ายยาขายฝัน เมื่อผู้บริโภคขอแบนโฆษณาจัดฉากเกินจริง https://thestandard.co/de-influencing-marketing-shift/ Fri, 05 Jun 2026 10:27:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1214937 De-Influencing หรือวัฒนธรรมกดแบนอินฟลูเอนเซอร์สายอวยเกินจริง

แรงกระเพื่อมของดราม่าปักปากกาลดน้ำหนักในไทยกลายเป็นจุดเ […]

The post เทรนด์ De-Influencing: จุดจบ Influencer สายป้ายยาขายฝัน เมื่อผู้บริโภคขอแบนโฆษณาจัดฉากเกินจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
De-Influencing หรือวัฒนธรรมกดแบนอินฟลูเอนเซอร์สายอวยเกินจริง

แรงกระเพื่อมของดราม่าปักปากกาลดน้ำหนักในไทยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ De-Influencing หรือวัฒนธรรมกดแบนอินฟลูเอนเซอร์สายอวยเกินจริง ตัวเลขจาก Typeform ชี้ว่าคนถึง 71% เคยหลงกลซื้อตามรีวิวแล้วผิดหวัง ทำให้เกิด Trust Issue ต่อรีวิวของอินฟลูเอนเซอร์ ถึงเวลาที่แบรนด์และครีเอเตอร์ต้องรื้อกลยุทธ์มาเน้นความซื่อสัตย์แบบโปร่งใส เพราะการตลาดที่เน้นแต่ยอดฟอลกำลังจะล่มสลายลง

 

🟡 ดราม่าอินฟลูเอนเซอร์ไทย เกิดอะไรขึ้น

 

ล่าสุด เกิดดราม่าการรีวิวและโฆษณาการรักษาด้วยการปักปากกาลดน้ำหนัก หรือยากลุ่ม GLP-1 ที่ดารานักแสดงหลายคนถูกโยงว่ารับงานรีวิวทั้งที่รูปร่างผอมเพรียวอยู่แล้ว

 

ชาวเน็ตพากันตั้งคำถามอย่างหนักถึงความเหมาะสมของการเปลี่ยนนวัตกรรมทางการแพทย์สำหรับรักษาโรคอ้วนให้กลายเป็นเทรนด์ความงามทางลัด ยิ่งกลุ่มแพทย์สายสุขภาพออกมาเตือนถึงผลเสียรุนแรงของยาลดน้ำหนักซึ่งจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน มวลกล้ามเนื้อฝ่อลีบ หรือภาวะโยโย่เอฟเฟกต์ ยิ่งกระตุ้นให้สังคมตระหนักว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับความปลอดภัยในสุขภาพชีวิตและความถูกต้อง

 

สุดท้ายนักแสดงหญิงท่านหนึ่งที่ถูกพาดพิงต้องรีบออกมาชี้แจงผ่านอินสตาแกรมสตอรี่อย่างละเอียดเพื่อปฏิเสธว่าตนเองไม่เคยปักและไม่ได้เป็นพรีเซนเตอร์

 

ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำว่าผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับสารที่คล้อยตามง่ายอีกต่อไป แต่เป็นผู้ตรวจสอบที่มีความตระหนักรู้สูงและพร้อมจะตั้งคำถามกับคอนเทนต์ที่ไร้จริยธรรมทันที

 

🟡 วัฒนธรรมการแบน (Cancel Culture) ของคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนด้วยอะไร

 

ในมุมมองของผู้บริโภคยุคใหม่ วัฒนธรรมการแบนไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่การประจานในพื้นที่สาธารณะ แต่คือเครื่องมือเชิงจริยธรรมในการบังคับให้แบรนด์หรืออินฟลูเอนเซอร์ปรับปรุงความรับผิดชอบต่อสังคม

 

ผลการศึกษาของสถาบัน Porter Novelli พบว่า 64% ของผู้ใช้โซเชียลมีเดียรู้สึกว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้มอบอำนาจและเสียงในการกำหนดทิศทางหรือลงทัณฑ์แบรนด์สินค้า ขณะที่ 53% เชื่อว่าแบรนด์มีหน้าที่ช่วยแก้ไขปัญหาสังคม และ 64% พร้อมจะหยุดสนับสนุนแบรนด์ทันทีหากพบว่ามีจุดยืนขัดแย้งกับประเด็นสังคมที่สำคัญ

 

ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยเชิงลึกโดย Ruonan Zhang และทีมวิจัยจาก University of Nebraska Omaha ระบุว่า ความเชื่อถือในตัวอินฟลูเอนเซอร์คือตัวแปรหลักที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจแบนและการหลีกเลี่ยงแบรนด์โดยตรง สอดคล้องกับบทเรียนราคาแพงในไทย เช่น คดีเครือข่ายธุรกิจขายตรงขนาดใหญ่ช่วงปลายปี 2024 ที่มีความเสียหายกว่า 800 ล้านบาท หรือคดีความเสียหายเครือข่ายการลงทุนออนไลน์มูลค่ากว่า 1,386 ล้านบาท ซึ่งล้วนใช้ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของดาราและอินฟลูเอนเซอร์มาชักชวนให้เหยื่อร่วมลงทุน จนนำไปสู่การกวาดล้างทางกฎหมายและการดำเนินคดีอาญา

 

เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคยกระดับการป้องกันตัวเองสูงสุด และพร้อมที่จะเลิกติดตามหรือร่วมแบนพันธมิตรทางธุรกิจทันทีหากได้กลิ่นพิรุธจากแบรนด์

 

🟡 ทำไมโฆษณาขายฝันแบบเดิมถึงใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป

 

รายงานจาก Typeform ระบุว่า ผู้บริโภค 40% เลือกที่จะเชื่อใจอินฟลูเอนเซอร์จากความเข้าถึงง่ายและเป็นธรรมชาติมากกว่ายอดผู้ติดตาม ยิ่งเมื่อพิจารณาว่ามีอินฟลูเอนเซอร์ถึง 1 ใน 3 ยอมรับว่าเคยซื้อยอดผู้ติดตามปลอมเพื่อสร้างตัวตนลวง ยิ่งทำให้เกิดช่องว่างความน่าเชื่อถือขนาดใหญ่

 

ผลสำรวจจาก Wakefield Research เผยตัวเลขว่า ผู้บริโภคสูงถึง 87% ไม่เชื่อว่าอินฟลูเอนเซอร์ใช้สินค้าที่โปรโมตจริง ขณะเดียวกันอินฟลูเอนเซอร์ 56% ก็ยอมรับตรงๆ ว่าตนเองรับงานโปรโมตสินค้าที่ไม่ได้ชอบจริง การตลาดที่ยัดเยียดบทโฆษณาแข็งทื่อจากแบรนด์จนทำให้อินฟลูเอนเซอร์สูญเสียความเป็นตัวเอง จึงกลายเป็นจุดอ่อนที่สะกิดต่อมจับผิดของผู้บริโภค

 

ยิ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับสื่อดิจิทัลมองเห็นความพยายามในการจัดฉาก คอนเทนต์เหล่านั้นจะถูกมองข้ามไปทันที ข้อมูลจาก Bazaarvoice ชี้ว่าผู้บริโภคเกือบครึ่งหนึ่งรู้สึกเบื่อหน่ายกับความซ้ำซากของโฆษณา และพร้อมที่จะแบนแบรนด์ที่ขาดความจริงใจ

 

🟡 เทรนด์ De-Influencing กำลังเปลี่ยนตลาดอย่างไร

 

เมื่อคำว่าของมันต้องมีเริ่มไร้พลัง เทรนด์ต่อต้านโฆษณาหรือ De-Influencing จึงก้าวเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว โดยเปลี่ยนบทบาทอินฟลูเอนเซอร์จากการเป็นคนชักชวนให้ซื้อมาเป็นคนเตือนสติว่าสิ่งนี้ไม่จำเป็นและไม่คุ้มค่าเงิน

 

ในระดับโลก แฮชแท็ก #De-Influencing บน TikTok มียอดเข้าชมทะลุ 400 ล้านครั้ง สะท้อนความต้องการบริโภคอย่างยั่งยืนของผู้คนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและการประหยัดค่าใช้จ่าย ในไทยเอง ครีเอเตอร์ด้านความงามที่ทำคอนเทนต์บอกต่อเครื่องสำอางที่ไม่ต้องซื้อจนกวาดคนดูไปกว่า 800,000 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าความจริงใจแบบไม่ประดับประดา คอนเทนต์ที่ยอมรับข้อบกพร่องตามจริงและการวิเคราะห์สินค้าอย่างตรงไปตรงมาช่วยให้ครีเอเตอร์ได้รับความไว้วางใจเหนือกว่าเมกะอินฟลูเอนเซอร์แบบเดิม

 

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในระดับแบรนด์คือ IKEA ที่หันมาลงทุนในโครงการรับซื้อเฟอร์นิเจอร์คืนเพื่อนำไปหมุนเวียนจำหน่ายใหม่ ซึ่งสอดรับโดยตรงกับความต้องการลดการสร้างขยะและการบริโภคอย่างมีสติของผู้บริโภคยุคนี้

 

🟡 แบรนด์และครีเอเตอร์ต้องทำอย่างไรเพื่อความอยู่รอด

 

ทางรอดทางเดียวของแบรนด์และครีเอเตอร์คือการเปลี่ยนผ่านจากเน้นยอดการเข้าถึงไปสู่การสร้างความน่าเชื่อถือผ่านข้อมูลเชิงลึก แบรนด์ต้องยุติตามใจความรู้สึกส่วนตัวในการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ แล้วหันมาวิเคราะห์ผลลัพธ์ผ่านดัชนีชี้วัดที่ตรวจสอบได้จริง เช่น ยอดซื้อจริง หรือข้อมูลผู้ติดตามเชิงลึกจากระบบวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Wisesight Influencer Directory เพื่อประเมินคะแนนยอดปฏิสัมพันธ์ต่อโพสต์ ประวัติการร่วมงานกับคู่แข่ง และทัศนคติของแฟนคลับอย่างถี่ถ้วน

 

🔸เปลี่ยนผ่านจากการจ้างงานรายครั้งมาสร้างความร่วมมือระยะยาวเพื่อความสมจริงของชิ้นงานและสร้างความเชื่อมั่นอย่างเป็นธรรมชาติ

 

🔸กระจายงบประมาณมายังกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์รายย่อยหรือกลุ่มนาโนอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามหลักพันถึงหลักหมื่น ซึ่งโดดเด่นด้วยยอดปฏิสัมพันธ์คุณภาพสูงถึง 55%

 

🔸ตรวจสอบความถูกต้องทางกฎหมายของสินค้าและใบอนุญาตโฆษณาอย่างเข้มงวดก่อนรับงาน โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพและการเงินที่กำลังถูกภาครัฐควบคุมเข้มข้น

 

เกมการตลาดออนไลน์ไม่ได้วัดกันที่ใครเสียงดังที่สุดอีกต่อไป แต่เป็นเกมของใครมีความจริงใจและเคารพสติปัญญาของคนดูมากกว่ากัน แบรนด์และผู้นำที่กล้าปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และร่วมงานกับครีเอเตอร์ที่เชื่อถือได้จริง จะสามารถเปลี่ยนวิกฤตความเบื่อหน่ายนี้ให้กลายเป็นโอกาสสร้างความสัมพันธ์ที่ไม่มีใครสั่นคลอนได้ในระยะยาว

The post เทรนด์ De-Influencing: จุดจบ Influencer สายป้ายยาขายฝัน เมื่อผู้บริโภคขอแบนโฆษณาจัดฉากเกินจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKEA เปิดตัวเก้าอี้เป่าลมรุ่นล่าสุดที่งาน Milan Design Week 2026 https://thestandard.co/ikea-inflatable-chair-milan-design-week/ Wed, 22 Apr 2026 03:18:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1199799 เก้าอี้เป่าลมสีเขียวมรกต หุ้มผ้าดีไซน์ใหม่จาก IKEA ที่เปิดตัวในงาน Milan Design Week 2026

IKEA สร้างความประหลาดใจที่งาน Milan Design Week 2026 ด้ […]

The post IKEA เปิดตัวเก้าอี้เป่าลมรุ่นล่าสุดที่งาน Milan Design Week 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เก้าอี้เป่าลมสีเขียวมรกต หุ้มผ้าดีไซน์ใหม่จาก IKEA ที่เปิดตัวในงาน Milan Design Week 2026

IKEA สร้างความประหลาดใจที่งาน Milan Design Week 2026 ด้วยการเปิดตัวเก้าอี้เป่าลมที่ได้รับการออกแบบโครงสร้างและระบบใหม่ โดยยกให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้เป็นโปรดักต์ชูโรงจากคอลเล็กชัน IKEA PS 2026 ที่กำลังจะจัดจำหน่าย และ เป็นดั่งสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่างานดีไซน์ต้นทุนต่ำสามารถนำไปสู่ยุคแห่งการตระหนักเรื่องความยั่งยืนได้อย่างไรบ้าง

 

เก้าอี้เป่าลมรุ่นใหม่ตัวนี้ได้รับการออกแบบโดย Mikael Axellson ซึ่งเขาได้ใช้จินตนาการด้วยการหันมาใช้โครงสร้างที่ผสมผสานรูปแบบการเป่าลมอันคุ้นเคยเข้ากับโครงเหล็กกล้าคาร์บอน และห่อหุ้มด้วยผ้าสีเขียวมรกตที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน ซึ่งแตกต่างจากงานดีไซน์จากช่วงยุค 1990 ที่เคยใช้พลาสติกทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการก้าวข้ามคำวิจารณ์ในเรื่องของความทนทานและความสะดวกสบายในการใช้งานที่ได้รับมาอย่างยาวนาน แต่ยังคงรักษาคุณสมบัติ น้ำหนัก เบา อันเป็นหัวใจสำคัญของเฟอร์นิเจอร์เป่าลมเอาไว้

 

ภายในของเก้าอี้เป่าลมตัวนี้ใช้งานด้วยระบบ Air Chamber และรองรับสรีระร่างกายของผู้ใช้งาน ซึ่งล้วนช่วยให้โครงสร้างมีความเสถียรมากกว่าเวอร์ชันที่ผ่านมา และการใช้ผ้าเป็นตัวห่อหุ้มเฟอร์นิเจอร์ ก็ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความลื่นและเสียงรบกวนได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น IKEA ยังตัดสินใจเลือกใช้ระบบสูบลมด้วยเท้าแทนระบบไฟฟ้าเพื่อเป็นการลดต้นทุนและสร้างความยั่งยืนให้กับโปรดักต์ของพวกเขา โดย Mikael Axellson เผยว่า

 

“ระบบสูบลมด้วยไฟฟ้าคงทำให้เฟอร์นิเจอร์ใช้งานได้รวดเร็วและง่ายกว่าเล็กน้อย แต่มันจะทำให้ราคาสูงขึ้น และเมื่อเก้าอี้พร้อมใช้งานแล้ว มันก็จะทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ไว้ให้เรา”

 

คอลเล็กชันนี้เป็นเอดิชันที่ 10 ของ IKEA PS ที่เปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 1995 ภายใต้เป้าหมายในการท้าทายงานดีไซน์ระดับ High-End ดั้งเดิม ด้วยการนำไอเดียต่างๆ มาทดลอง ดัดแปลง และปรับให้เข้ากับการอยู่อาศัยในยุคโมเดิร์นสำหรับคนหมู่มาก โดย IKEA PS 2026 จะเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกในเดือนพฤษภาคมนี้

 

ภาพ: IKEA

 

อ้างอิง https://hypebeast.com/2026/4/ikea-ps-2026-collection-inflatable-furniture-milan-design-week

The post IKEA เปิดตัวเก้าอี้เป่าลมรุ่นล่าสุดที่งาน Milan Design Week 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKEA Catalogue 2026 กลับมาแล้ว! หนังสือที่ช่วยรีเฟรชไอเดียแต่งบ้านรับปีใหม่ https://thestandard.co/ikea-catalogue-2026/ Mon, 08 Dec 2025 09:26:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1152366 IKEA Catalogue 2026 กลับมาแล้ว หนังสือที่ช่วยรีเฟรชไอเดียแต่งบ้านรับปีใหม่

IKEA Catalogue 2026 กลับมาแล้ว! หนังสือที่ช่วยรีเฟรชไอเ […]

The post IKEA Catalogue 2026 กลับมาแล้ว! หนังสือที่ช่วยรีเฟรชไอเดียแต่งบ้านรับปีใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKEA Catalogue 2026 กลับมาแล้ว หนังสือที่ช่วยรีเฟรชไอเดียแต่งบ้านรับปีใหม่

IKEA Catalogue 2026 กลับมาแล้ว! หนังสือที่ช่วยรีเฟรชไอเดียแต่งบ้านรับปีใหม่

 

อิเกียพาแฟน ๆ กลับมาสัมผัสกับความคลาสสิกด้วย IKEA Catalogue 2026 ที่รอบนี้มาในธีม The Classic Returns และเหมาะมาก ๆ กับการเป็นคู่มือหาไอเดียแต่งบ้านรับปีใหม่เล่มสำคัญสำหรับใครที่อยากอัปเดตบรรยากาศบ้านให้สดใหม่ โดยเน้นไปที่ห้องครัวซึ่งเป็นหัวใจของบ้านภายใต้แคมเปญ “Whenever you’re cooking, it starts in the kitchen ความสุขไหน ๆ เริ่มต้นได้ที่ห้องครัว” พร้อมดีไซน์ไอเท็มจากแคมเปญ Everyday More Value ที่รวมของคุณภาพดี ฟังก์ชันครบ และราคาที่เข้าถึงง่ายในสไตล์ Democratic Design เล่มนี้บางเบาขึ้นเพื่อความยั่งยืนแต่ยังอัดแน่นแรงบันดาลใจทุกหน้า แถมมีคูปองส่วนลดเฉพาะฉบับจริง และกิจกรรม “IKEA Catalogue Nostalgia” ให้ร่วมแชร์ความทรงจำลุ้นของขวัญ ส่งท้ายปลายปีด้วยแรงบันดาลใจที่ทำให้การแต่งบ้านสนุกกว่าที่เคย

The post IKEA Catalogue 2026 กลับมาแล้ว! หนังสือที่ช่วยรีเฟรชไอเดียแต่งบ้านรับปีใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKEA ขึ้นราคาในสหรัฐฯ ไม่รอดรับแรงกดดันต้นทุน-ภาษีนำเข้าสูงลิ่ว เขย่าวงการเฟอร์นิเจอร์ทั้งตลาด https://thestandard.co/ikea-us-price-hikes-costs/ Mon, 20 Oct 2025 10:45:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1133011 IKEA ขึ้นราคาใน สหรัฐฯ ไม่รอดรับแรงกดดันต้นทุน-ภาษีนำเข้าสูงลิ่ว เขย่าวงการเฟอร์นิเจอร์ทั้งตลาด

แม้แต่ ‘IKEA’ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้าน สัญ […]

The post IKEA ขึ้นราคาในสหรัฐฯ ไม่รอดรับแรงกดดันต้นทุน-ภาษีนำเข้าสูงลิ่ว เขย่าวงการเฟอร์นิเจอร์ทั้งตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKEA ขึ้นราคาใน สหรัฐฯ ไม่รอดรับแรงกดดันต้นทุน-ภาษีนำเข้าสูงลิ่ว เขย่าวงการเฟอร์นิเจอร์ทั้งตลาด

แม้แต่ ‘IKEA’ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้าน สัญชาติสวีเดน ที่ขึ้นชื่อเรื่องการขายสินค้าราคาย่อมเยา ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงจากแรงกดดันจากต้นทุนและภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นได้ ล่าสุดบริษัทเริ่มปรับราคาสินค้าในสหรัฐฯ หลายรายการ ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในยุคที่ต้องนิยามคำว่าของราคาถูกใหม่อีกครั้ง

 

โดยปัจจุบัน IKEA มีสัดส่วนสินค้าที่ผลิตในสหรัฐฯ ราว 15% ของทั้งหมด ทำให้สินค้าส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนโยบายการเก็บภาษีไม้และเฟอร์นิเจอร์บุผ้าที่อยู่ในอัตราสูงสุดถึง 50% ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์พุ่งต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ค่าแรงและค่าขนส่งที่ยังทรงตัวในระดับสูงยิ่งซ้ำเติมภาระต้นทุนของบริษัท

 

สื่อต่างประเทศ รายงานว่า หลังจากลงพื้นที่สำรวจตลาด พบว่า โซฟารุ่น Uppland ที่เคยจำหน่ายราคา 849 ดอลลาร์ ( ราว 27,800 บาท) ปรับขึ้นเป็น 899 ดอลลาร์ ( ราว 29,437 บาท) ขณะที่ชุดห้องนอนไม้โอ๊ค 3 ชิ้น ขยับจาก 959 ดอลลาร์ (ราว 31,407 บาท) เป็น 1,049 ดอลลาร์ (ราว 34,354 บาท) แม้จะดูเป็นการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อนำมารวมกันแล้วก็ถือว่าสูง และทำให้เห็นสัญญาณว่าบริษัทเริ่มส่งต่อต้นทุนที่สูงขึ้นบางส่วนให้ผู้บริโภค

 

Tolga Öncü ผู้บริหารฝ่ายค้าปลีกของ Ingka Group ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจร้าน IKEA ทั่วโลก ยอมรับว่า การรักษาระดับราคาต่ำไว้เป็นเรื่องยากขึ้นภายใต้สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่บริษัทยังคงมีเป้าหมายในการลดราคาสินค้า แม้บางครั้งสิ่งนั้นจะยากมาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัวและส่งต่อบางส่วนของต้นทุนให้กับลูกค้า

 

หากย้อนไปในช่วงสองปีที่ผ่านมา IKEA พยายามลดราคาสินค้าราว 10% เพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ แม้จะช่วยให้ยอดขายในปีงบประมาณ 2025 เพิ่มขึ้น 3% แต่รายได้รวมกลับลดลง 1% เนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่งที่ยังสูงต่อเนื่อง บริษัทจึงเริ่มเร่งเพิ่มกำลังการผลิตภายในสหรัฐฯ และขยายฐานซัพพลายเออร์ในประเทศ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาษีใหม่

 

นอกจากนี้ IKEA ยังได้อัปเดตนโยบายแจ้งลูกค้าในสหรัฐฯ ให้ทราบว่าราคาสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงระหว่างปี และราคาเดิมจะไม่สามารถอ้างอิงได้ ถือเป็นการเตือนทางอ้อมว่าผู้บริโภคอาจเห็นการปรับราคาบ่อยขึ้นตามต้นทุนที่ผันผวน พร้อมยืนยันว่า ต่อจากนี้สินค้าจะยังมีคุณภาพเหมือนเดิม ทั้งในด้านของดีไซน์และราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้

 

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การขยับราคาของ IKEA มีผลสะเทือนต่อทั้งตลาด เพราะบริษัททำหน้าที่เสมือนตัวตรึงราคาของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์มานาน เมื่อ IKEA ปรับราคา ร้านเฟอร์นิเจอร์รายเล็กย่อมขาดพื้นที่ในการแข่งขัน และผู้บริโภคก็จะรู้สึกได้ในสินค้าชิ้นใหญ่ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน

 

ภาพ: Michael Gordon/shutterstock

อ้างอิง:

The post IKEA ขึ้นราคาในสหรัฐฯ ไม่รอดรับแรงกดดันต้นทุน-ภาษีนำเข้าสูงลิ่ว เขย่าวงการเฟอร์นิเจอร์ทั้งตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
STOCKHOLM การกลับมาอีกครั้งของคอลเล็กชันที่มีอายุกว่า 40 ปีจาก IKEA https://thestandard.co/life/ikea-stockholm-collection-return/ Wed, 09 Apr 2025 01:58:24 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1062136 STOCKHOLM IKEA

นี่แหละคอลเล็กชันที่บ่งบอกถึงความเป็น IKEA   10 เม […]

The post STOCKHOLM การกลับมาอีกครั้งของคอลเล็กชันที่มีอายุกว่า 40 ปีจาก IKEA appeared first on THE STANDARD.

]]>
STOCKHOLM IKEA

นี่แหละคอลเล็กชันที่บ่งบอกถึงความเป็น IKEA

 

10 เมษายนนี้เตรียมพบกับคอลเล็กชันใหม่ STOCKHOLM ที่รอบนี้เป็นการนำดีไซน์ดั้งเดิมของ IKEA ที่เรียบง่าย แต่สวยงามอยู่เหนือกาลเวลา บวกกับมีการดึงบริบทหรือเอกลักษณ์ของเมือง STOCKHOLM มาใช้ในสินค้ากว่า 90 ชนิดในคอลเล็กชัน ซึ่งมีตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอ โคมไฟ และอุปกรณ์ประดับตกแต่งบ้าน โดยทุกชิ้นถูกออกแบบขึ้นด้วยการใช้วัสดุที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อเพิ่มความทนทานและความสวยงามตามธรรมชาติ ทั้งไม้เนื้อแข็งที่ทนทาน พรมขนสัตว์ทอมือ ไปจนถึงแก้วเป่าด้วยมือ และหวายทำมือ เป็นการสื่อถึงความใส่ใจในการใช้งานระยะยาว ใครสนใจอยากลองสัมผัสคอลเล็กชันที่เรียบง่ายแต่สวยงามอยู่เหนือกาลเวลานี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ikea.com

The post STOCKHOLM การกลับมาอีกครั้งของคอลเล็กชันที่มีอายุกว่า 40 ปีจาก IKEA appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKEA บุกเชียงใหม่ เปิดร้านไซส์เล็ก เกาะอยู่ในทำเลเดียวกันกับ CP หวังชิงกำลังซื้อต่างจังหวัด https://thestandard.co/ikea-chiangmai-small/ Thu, 20 Feb 2025 02:11:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1043937 ikea-chiangmai-small

แม้ปีที่ผ่านมายอดขายของ ‘อิเกีย ประเทศไทย’ จะเติบโตขึ้น […]

The post IKEA บุกเชียงใหม่ เปิดร้านไซส์เล็ก เกาะอยู่ในทำเลเดียวกันกับ CP หวังชิงกำลังซื้อต่างจังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ikea-chiangmai-small

แม้ปีที่ผ่านมายอดขายของ ‘อิเกีย ประเทศไทย’ จะเติบโตขึ้น แต่ภาวะเศรษฐกิจโลกยังน่าเป็นห่วง IKEA ไม่หยุดสร้างการเติบโต เดินหน้าบุกเชียงใหม่ จับมือกลุ่มซีพีเปิดโมเดลร้านไซส์เล็กเกาะอยู่ในทำเลเดียวกัน ชิงกำลังซื้อต่างจังหวัด

 

“ถึงวันนี้พฤติกรรมการจับจ่ายของคนไทยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่แล้วชอบความสะดวกสบาย เห็นได้จากความนิยมเข้าซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน เป็นตัวช่วยให้ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่มีอยู่หลายสาขาประสบความสำเร็จอย่างมาก” ลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกียประเทศไทยและเวียดนาม กล่าว

 

จากเทรนด์ดังกล่าว ‘อิเกีย ประเทศไทย’ ต้องปรับตัวตามไปด้วย จึงพัฒนาโมเดลสาขาให้หลากหลายมากขึ้น หนึ่งในความเคลื่อนไหวล่าสุดคือการจับมือกับกลุ่มซีพี ยักษ์ค้าปลีกในไทย เปิด IKEA Chiangmai Order Point ในอำเภอหางดง จังหวัด เชียงใหม่ มีพื้นที่ขนาด 708 ตารางเมตร โดยเตรียมเปิดให้บริการวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2025

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

สำหรับจุดเด่นของโมเดลดังกล่าวเป็นร้านขนาดเล็ก ใช้งบลงทุน 15 ล้านบาท ถือเป็นร้านที่ใช้ต้นทุนน้อยสุดถ้าเทียบกับการเปิดร้านที่ผ่านมาที่จะเน้นเปิดสาขาขนาดใหญ่ มีสินค้าภายในสโตร์กว่า 300 รายการ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าโซลูชันการจัดเก็บห้อง รวมถึงการเสนอประสบการณ์ โดยมีโซน Swedish Bites จำหน่ายไอศกรีมและฮอตด็อก

 

พร้อมกันนี้ยังมีการบริการ Click & Collect เปิดให้สั่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และสาขาเชียงใหม่จะเป็น Cashless Store ไม่รับเงินสด 100% ทั้งนี้ ยอมรับว่าช่วงแรกๆ ลูกค้าอาจยังไม่คุ้นชินกับการไม่รับเงินสด โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ แต่เชื่อว่าผู้บริโภคจะปรับตัวตาม และในปีนี้จะนำโมเดล Cashless Store ไปใช้ที่สาขาบางนาและสาขาบางใหญ่ ตามลำดับ

 

ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกียประเทศไทยและเวียดนาม กล่าวต่อไปว่า ถ้าสาขาเชียงใหม่ประสบความสำเร็จ จากนี้ IKEA ก็จะเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องพิจารณาตามปัจจัยทางเศรษฐกิจและศักยภาพของพื้นที่ ที่สำคัญการลงทุนขยายสาขาจะต้องอยู่ภายใต้กรอบแนวคิด Low-Cost Store การลงทุนจะต้องคุ้มค่าที่สุด

 

แน่นอนว่าการเปิดร้านขนาดเล็กลงจะทำให้เข้าใกล้ชุมชนและเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายกว่าเดิม เห็นได้จากปีที่ผ่านมาได้ทดลองเปิด IKEA City Store ที่ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ สาขาแรกที่อยู่ในทำเลใจกลางกรุงเทพฯ ถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

 

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้บริโภคคนไทยส่วนใหญ่จะเน้นซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ คุ้มค่าต่อการใช้งานระยะยาว และต้องมีราคาเข้าถึงง่าย ดังนั้น IKEA จึงได้สานต่อแคมเปญ New Lower Price ปรับลดราคาสินค้ากว่า 1,000 ชิ้น เฉลี่ย 25-30% ควบคู่กับ การลดค่าจัดส่งสินค้าชิ้นเล็กราคาค่าจัดส่งเริ่มต้น 90 บาท

 

ทั้งหมดจะช่วยตอบโจทย์ลูกค้าในช่วงที่ประเทศเจอปัญหาเงินเฟ้อ ค่าครองชีพสูง และหนี้ครัวเรือนสูง แน่นอนว่าถ้าสินค้าของ IKEA ปรับราคาลงก็จะช่วยดึงลูกค้าใหม่เข้ามาได้มากขึ้น

The post IKEA บุกเชียงใหม่ เปิดร้านไซส์เล็ก เกาะอยู่ในทำเลเดียวกันกับ CP หวังชิงกำลังซื้อต่างจังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อิเกีย ประเทศไทย’ โกยยอดขายปีงบประมาณ 2567 กว่า 1 หมื่นล้านบาท โต 3.9% ท่ามกลางเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงจนกระทบลูกค้า https://thestandard.co/ikea-thailand-sales-in-fiscal-year-2024/ Thu, 10 Oct 2024 10:19:39 +0000 https://thestandard.co/?p=994412 อิเกีย ประเทศไทย

อิคาโน่ รีเทล ผู้ถือแฟรนไชส์อิเกีย นำเข้าสินค้าและของตก […]

The post ‘อิเกีย ประเทศไทย’ โกยยอดขายปีงบประมาณ 2567 กว่า 1 หมื่นล้านบาท โต 3.9% ท่ามกลางเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงจนกระทบลูกค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิเกีย ประเทศไทย

อิคาโน่ รีเทล ผู้ถือแฟรนไชส์อิเกีย นำเข้าสินค้าและของตกแต่งบ้านสัญชาติสวีเดนสู่ประเทศไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เม็กซิโก และฟิลิปปินส์ รายงานรายได้ในปีงบประมาณ 2567 รวมราว 4 หมื่นล้านบาท

 

อิคาโน่ รีเทล เป็นหนึ่งในผู้ได้รับสิทธิ์อนุญาตแฟรนไชส์อิเกียจาก 12 รายทั่วโลก ปัจจุบันมีสโตร์รูปแบบ Omni-Channel 14 แห่ง และสโตร์ภายในศูนย์การค้าอีก 5 แห่ง รายงานผลประกอบการที่เติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

 

สำหรับประเทศไทย อิคาโน่ รีเทล เป็นเจ้าของและดำเนินธุรกิจผ่านช่องทาง Omni-Channel หรือการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าที่หลากหลายช่องทาง พร้อมบริหารจัดการสโตร์อิเกีย 4 แห่ง ได้แก่ อิเกีย บางนา, อิเกีย บางใหญ่, อิเกีย ภูเก็ต และอิเกีย สุขุมวิท ซึ่งเปิดให้บริการไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566

 

บริษัทประสบความสำเร็จในตลาดประเทศไทยด้วยยอดขายที่โตขึ้น 3.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และปิดยอดปีงบประมาณ 2567 ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2567 ด้วยรายได้รวมทั้งสิ้นกว่า 1 หมื่นล้านบาท (ราว 286 ล้านยูโร)

 

“ธุรกิจทั่วโลกต่างเผชิญปีที่ยากลำบาก อิเกียก็เช่นกัน” คริสเตียน รอยเคียร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อิคาโน่ รีเทล กล่าวยอมรับถึงผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น และกระทบการใช้ชีวิตของผู้บริโภค

 

ในช่วงเวลาที่เงินเฟ้อและค่าครองชีพสูง อิเกีย ประเทศไทย ได้เดินหน้าประกาศลดราคาสินค้าอีกครั้งกว่า 2,400 รายการในปีนี้ โดยมากกว่า 85% เป็นสินค้าจำเป็นหรือสินค้าขายดีในประเทศ ตั้งแต่กล่องเก็บของขนาดเล็กไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชุดครัว นอกจากนี้ อิเกีย ประเทศไทย ยังได้ลดราคาค่าบริการจัดส่งโดยรถบรรทุก

 

สินค้าประเภทอุปกรณ์จัดเก็บยังคงตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มองหาวิธีจัดการพื้นที่ในการอยู่อาศัย สินค้าจากคอลเล็กชัน MALM (มาล์ม), PAX (พักซ์) และ BILLY (บิลลี่) ครองยอดขายสูงสุด 3 อันดับแรกตามลำดับ โดยคำนวณจากยอดขายรวมในอิเกียทั้ง 14 สโตร์ของอิคาโน่ รีเทล

 

เฉพาะอิเกีย ประเทศไทย เพียงประเทศเดียว มีลูกค้าซื้อชั้นหนังสือ BILLY (บิลลี่) ถึง 34,460 ชิ้น เนื่องจากมีความต้องการจัดระเบียบพื้นที่ภายในบ้านและออฟฟิศเป็นจำนวนมาก

 

ในขณะเดียวกันสินค้าและบริการด้านอาหารยังเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้บริโภคในทุกๆ ตลาด โดยในปีที่ผ่านมาอิเกียได้ต้อนรับผู้เข้าใช้บริการกว่า 14.5 ล้านครั้งในร้านอาหารอิเกีย บิสโทร และมุมอาหารและขนมสวีเดน ทั้งนี้ยอดขายอาหารรวมลดลง 3% ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากอุปทานอาหารทั่วโลก

 

สำหรับประเทศไทยนั้น มีตบอลเนื้อ, มีตบอลไก่ และแพลนต์บอล มียอดขาย 27.3 ล้านชิ้น, จานและชามจากซีรีส์ OFTAST (ออฟตาสท์) ขายได้ 737,726 ชิ้น และ 1.36 ล้าน คือจำนวนสมาชิก IKEA Family ประเทศไทย คิดเป็น 59% ของยอดขายในประเทศ

The post ‘อิเกีย ประเทศไทย’ โกยยอดขายปีงบประมาณ 2567 กว่า 1 หมื่นล้านบาท โต 3.9% ท่ามกลางเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงจนกระทบลูกค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: IKEA จับกระแส ‘คนจีนประหยัด’ ทุ่มพันล้านพัฒนาสินค้าราคาถูก | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-06092024-3/ Fri, 06 Sep 2024 07:03:41 +0000 https://thestandard.co/?p=980336

IKEA ยักษ์ใหญ่เฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดน เตรียมรุกตลาดจี […]

The post ชมคลิป: IKEA จับกระแส ‘คนจีนประหยัด’ ทุ่มพันล้านพัฒนาสินค้าราคาถูก | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

IKEA ยักษ์ใหญ่เฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดน เตรียมรุกตลาดจีนด้วยกลยุทธ์ใหม่ เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่นิยมสินค้าราคาประหยัด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและปัญหาการว่างงานในหมู่คนรุ่นใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: IKEA จับกระแส ‘คนจีนประหยัด’ ทุ่มพันล้านพัฒนาสินค้าราคาถูก | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKEA จับกระแส ‘คนจีนประหยัด’ ทุ่มเงินพันล้านพัฒนาสินค้าราคาถูกกว่า 500 รายการ https://thestandard.co/ikea-to-launch-500-new-low-priced-products-in-china/ Thu, 05 Sep 2024 08:11:45 +0000 https://thestandard.co/?p=979926 IKEA ราคาถูก

IKEA ยักษ์ใหญ่เฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดน เตรียมรุกตลาดจี […]

The post IKEA จับกระแส ‘คนจีนประหยัด’ ทุ่มเงินพันล้านพัฒนาสินค้าราคาถูกกว่า 500 รายการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKEA ราคาถูก

IKEA ยักษ์ใหญ่เฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดน เตรียมรุกตลาดจีนด้วยกลยุทธ์ใหม่ มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่กำลังมองหาสินค้าราคาประหยัด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา และปัญหาการว่างงานในหมู่คนรุ่นใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น

 

บริษัทลูกของ IKEA ในจีนประกาศแผนลงทุน 270 ล้านหยวน (ประมาณ 1,282 ล้านบาท) ต่อปี เพื่อพัฒนาและจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดกว่า 500 รายการภายในเดือนสิงหาคม 2025 โดยจะเน้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการนอน เช่น ที่นอน โครงเตียง และผ้าปูที่นอน รวมถึงสินค้าสำหรับจัดเก็บ

 

IKEA มองว่าการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่กำลังมองหาความคุ้มค่า เป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตในตลาดจีนได้อย่างต่อเนื่อง

 

ผลสำรวจล่าสุดจาก The Beijing News พบว่า ประมาณ 60% ของผู้บริโภคชาวจีนรุ่นใหม่มักจะเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการบริโภคที่เปลี่ยนไปในจีน

 

ตัวเลขดังกล่าวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 17.8% ที่ระบุว่า แทบไม่เคยหรือไม่ได้เปรียบเทียบราคาสินค้าก่อนซื้อ และ 21.9% ที่ระบุว่า เปรียบเทียบราคาสินค้าเมื่อซื้อสินค้าจำนวนมาก

 

IKEA เข้าสู่ตลาดจีนครั้งแรกในปี 1998 และปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 35 แห่งทั่วประเทศ การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีนที่กำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ

 

อ้างอิง:

 

The post IKEA จับกระแส ‘คนจีนประหยัด’ ทุ่มเงินพันล้านพัฒนาสินค้าราคาถูกกว่า 500 รายการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKEA บุกต่างจังหวัด! เปิดป๊อปอัพสโตร์ 9 หัวเมือง ชูสินค้าจับต้องง่าย ใกล้ชิดผู้บริโภค https://thestandard.co/ikea-pop-up-store/ Fri, 03 May 2024 11:24:49 +0000 https://thestandard.co/?p=929753

IKEA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดนได้เข้ามาดำเนินธุรก […]

The post IKEA บุกต่างจังหวัด! เปิดป๊อปอัพสโตร์ 9 หัวเมือง ชูสินค้าจับต้องง่าย ใกล้ชิดผู้บริโภค appeared first on THE STANDARD.

]]>

IKEA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดนได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยนับตั้งแต่ปลายปี 2557 ด้วยการเปิดตัวสาขาแห่งแรกที่บางนา ตามมาด้วยภูเก็ต บางใหญ่ และล่าสุดที่ห้าง EMSPHERE ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งในช่วงแรก IKEA ต้องการเน้นวางรากฐานในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลให้แข็งแรงก่อน เนื่องจากตลาดตกแต่งบ้านของประเทศไทยกว่า 49% นั้นอยู่ที่กรุงเทพฯ

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากเวลาเกือบ 1 ทศวรรษ IKEA พร้อมที่จะเดินหน้าขยายการให้บริการของตัวเองให้ครอบคลุมทั่วไทย ด้วยการหันมาเน้นช่องทางออนไลน์ ปรับราคาสินค้าให้จับต้องง่ายขึ้น และจัดกิจกรรมโรดทัวร์เปิดป๊อปอัพสโตร์เพื่อเพิ่มความใกล้ชิดของแบรนด์ให้กับคนไทยได้รับรู้เป็นวงกว้าง

 

“การจัดกิจกรรมโรดทัวร์ครั้งนี้คือแผนอันหนึ่งของ IKEA ที่ต้องการจะทำความคุ้นเคยกับตลาดต่างจังหวัดให้มากขึ้น โดยเฉพาะในหัวเมืองรอง ซึ่งเรามีเป้าหมายที่พยายามจะสื่อสารให้ลูกค้ารู้ว่าพวกเขาสามารถเข้าถึง IKEA ได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์” ลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทยและเวียดนาม กล่าว

 

สำหรับสาเหตุที่ช่วยให้ IKEA ตัดสินใจขยายออกไปรุกตลาดต่างจังหวัดมากขึ้นเป็นเพราะผลสำรวจที่พบว่าคนไทยรู้จักและค่อนข้างชื่นชอบโลโก้แบรนด์ IKEA ดังนั้นบริษัทจึงตัดสินใจที่จะพาตัวเองไปใกล้ชิดกับกลุ่มลูกค้าและให้ได้สัมผัสประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าด้วยตัวเอง โดยสินค้าที่นำไปวางจำหน่ายจะเป็นคอลเล็กชัน ‘AURTIENDE (ออเทียนเด)’ ซึ่งเป็นประเภทสินค้าที่หยิบจับง่ายและเอากลับบ้านได้อย่างสะดวก เช่น หมวก, เสื้อฮู้ด, กระเป๋าสะพาย, กระเป๋าผ้า, ขวดน้ำ เป็นต้น

 

 

แน่นอนว่าระหว่างการเปิดป๊อปอัพสโตร์ใน 2 แห่งแรกที่ระยองและพัทยาได้รับผลตอบรับแบบเกินคาด โดยยอดสั่งซื้อสินค้าบนเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 10 เท่าตัวหลังจากทำแคมเปญ พร้อมทั้งลูกค้าจำนวนไม่น้อยในพื้นที่ก็ถามหาเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แต่ IKEA เลือกที่จะเน้นสร้างการรับรู้ของแบรนด์ผ่านสินค้าชิ้นเล็กและเปิดให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ได้ผ่านช่องทางออนไลน์แทน เนื่องจากพฤติกรรมผู้ซื้อเฟอร์นิเจอร์ในวันนี้นั้นการทำธุรกรรมส่วนมากไม่ได้เกิดขึ้น ณ ร้านขาย แต่กลับเป็นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่คนหันมาให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ IKEA ยังเน้นไปที่กลยุทธ์ด้านราคาด้วยการปรับลดราคาสินค้าบางรายการเฉลี่ยที่ 25% ซึ่งเป็นการปรับลดต่อเนื่องให้คนไทยเข้าถึงสินค้า IKEA ในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น โดยเฉพาะคนนอกพื้นที่กรุงเทพฯ ที่โดยเฉลี่ยแล้วมีสัดส่วนกำลังซื้อที่น้อยกว่า แต่ประเด็นการเน้นเรื่องราคาก็มักจะถูกตั้งคำถามว่าอาจทำให้เกิดสงครามราคาหรือไม่?

 

ลีโอนี่ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ตอนนี้ตลาดการตกแต่งบ้านในไทยยังค่อนข้างเล็กอยู่ถึงแม้ว่ากำลังจะเติบโต ฉะนั้นการที่เราปรับราคาลงให้คนเข้าถึงมากขึ้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะขยายตลาด

 

“IKEA ยินดีเปิดรับการแข่งขันอยู่แล้ว เพราะการแข่งขันจะทำให้ความสนใจของคนเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ IKEA แตกต่างจากคู่แข่งในเรื่องของราคาคือการสร้างความเชื่อใจให้กับลูกค้าว่าสินค้าจะมีราคาที่มั่นคงในระยะยาว แทนที่จะเน้นโปรโมชันช่วงใดช่วงหนึ่งจนคนอาจงงได้ว่าตอนไหนจะเป็นช่วงเวลาที่ราคาถูกที่สุด”

 

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมโรดทัวร์จะเกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่ของศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบขายส่ง Makro 9 สาขาในหัวเมืองใหญ่ ประกอบด้วย ระยอง, พัทยา, ชลบุรี, นครราชสีมา, เชียงใหม่, เชียงใหม่ หางดง, หัวหิน, สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต ซึ่งคนไทยในต่างจังหวัดสามารถสั่งของผ่านทาง IKEA ออนไลน์ ด้วยค่าจัดส่งทั่วไทย 99 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม ส่วนถ้าเป็นของชิ้นใหญ่ต้องขนส่งด้วยรถบรรทุกใหญ่ ค่าจัดส่งเริ่มต้นที่ 590 บาท และหลังจากนี้ IKEA จะดูถึงความเป็นไปได้ที่จะปรับราคาขนส่งลง

 

รังสิตอาจไม่ได้เห็น IKEA จนกว่าจะปี 2027

 

ชาวรังสิตที่ตั้งตารอการเปิดตัวสโตร์แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ตอนเหนือนั้นอาจจะต้องรอกันไปอีกไม่น้อยว่า 3 ปี หรือตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป เนื่องด้วยสถานการณ์ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจในหลายประเทศ รวมถึงไทย ส่งผลให้ผู้คนมีกำลังซื้อลดลงและมองหาสินค้าที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคามากขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นการวางตัวของแบรนด์ IKEA ที่ดำเนินธุรกิจโดยการทำให้ทุกคนเข้าถึงสินค้าแต่งบ้านในราคาที่จับต้องได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นแผนจะขยายสโตร์ให้บริการอีกเพียง 1 สาขาก็เป็นอะไรที่ IKEA ต้องคิดให้ถี่ถ้วนจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน

 

“เราเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการเข้าถึงสินค้าทุกคน ฉะนั้นมันจึงไม่จำเป็นที่ IKEA จะต้องเร่งรีบเปิดสโตร์ใหม่ๆ เนื่องจากในปัจจุบันต้นทุนทางการเงินสูง เงินบาทอยู่ในสภาวะอ่อนค่า ทำให้การเปิดสาขาใหม่แต่ละครั้งมีต้นทุนและค่าเสื่อมสภาพที่เพิ่มขึ้นตามมา โดยเฉพาะกับพื้นที่แถบรังสิตที่เรามองไว้ว่าจะออกแบบโครงการแบบมิกซ์ยูสและใช้พื้นที่ใหญ่กว่าสาขาบางนา นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไม IKEA สาขารังสิตจึงต้องใช้เวลาในการตกผลึกกันอีกหลายปี” ลีโอนี่กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ลีโอนี่มองว่าที่ผ่านมาประเทศไทยถือเป็นประเทศที่กู้สถานการณ์กลับมาได้ดี และหวังว่านโยบายการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐจะเป็นตัวสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ไปต่อได้ ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยนักท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาในระดับที่ค่อนข้างน่าพอใจ ซึ่งทั้งหมดจะเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจกับแผนธุรกิจของ IKEA ต่อไปในอนาคต

The post IKEA บุกต่างจังหวัด! เปิดป๊อปอัพสโตร์ 9 หัวเมือง ชูสินค้าจับต้องง่าย ใกล้ชิดผู้บริโภค appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพราะคนไทยกับการมูเป็นของคู่กัน แถมยังชอบเทศกาลของทุกชาติ! มัดรวมแคมเปญและสินค้าเก๋ๆ รับตรุษจีนและปีมังกรกัน https://thestandard.co/chinese-new-year-products/ Fri, 02 Feb 2024 06:05:38 +0000 https://thestandard.co/?p=895245

ถ้าเป็นคนไทยละก็ ชอบมูแน่นอน!   คำพูดนี้ไม่เกินจริ […]

The post เพราะคนไทยกับการมูเป็นของคู่กัน แถมยังชอบเทศกาลของทุกชาติ! มัดรวมแคมเปญและสินค้าเก๋ๆ รับตรุษจีนและปีมังกรกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถ้าเป็นคนไทยละก็ ชอบมูแน่นอน!

 

คำพูดนี้ไม่เกินจริง เพราะกระแส ‘มูเตลู’ นั้นได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง และแทรกซึมเข้าไปอยู่ในธุรกิจต่างๆ โดยจากผลสำรวจพบว่า คนไทยกว่า 52 ล้านคนมีความเชื่อเรื่องมูเตลู (อ้างอิง: ข้อมูลจากงานสัมมนา ‘Marketing in the Uncertain World การตลาดของคนอยู่เป็น’ โดยวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล)

 

นอกจากนี้ คนไทยยังเป็นคนที่ชื่นชอบทุกเทศกาลไม่ว่าของชนชาติไหนๆ เราจึงได้เห็นการเข้าร่วมอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะของผู้บริโภคเอง หรือแบรนด์ที่ทำแคมเปญออกมาเข้าร่วมเพื่อสร้างสีสัน

 

อย่างที่กำลังจะมาถึงนี้คือ ‘เทศกาลตรุษจีน’ เมื่อบวกกับการเข้าสู่ฮวงจุ้ยยุคที่ 9 ในปีมังกร THE STANDARD WEALTH จึงได้มัดรวมแคมเปญและสินค้าเก๋ๆ ที่ออกมาเพื่อรับตรุษจีนและปีมังกรกัน!

 

 

ทนเสียงเรียกร้องจากบรรพบุรุษไม่ไหว ‘สเวนเซ่นส์’ จัดไอศกรีมเป็ดพะโล้ไหว้เจ้า


ขอเริ่มที่ไอเดียที่กินได้จาก ‘สเวนเซ่นส์’ ไอศกรีมเป็ดพะโล้ไหว้เจ้ารุ่นเสริมความมงคลมั่งคั่งร่ำรวย ไอศกรีมวานิลลาซิกเนเจอร์ในรูปทรงเป็ดพะโล้อวบอิ่มเคลือบไวต์ช็อกโกแลตแบบมีเท็กซ์เจอร์ 

 

ออนท็อปด้วยพีแคนคาราเมลสีน้ำตาลไหม้ พร้อมเกลซซิงให้เงาแบบสุดเย้ายวน หอม…หวาน…กลมกล่อม กับรสชาติที่ไม่เหมือนใคร มาพร้อมไวต์ช็อกโกแลตสกรีนคำมงคลสีแดงสด ให้โชคดี รุ่งเรือง ร่ำรวย ตลอดปีตลอดไป

 

“เหล่ากงเหล่าม่าจะต้องไม่พลาด” สเวนเซ่นส์เขาว่าอย่างนั้น โดยขายวันที่ 5-12 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด) ในราคา 499 บาท

 

 

‘อิเกีย’ ยังต้องเอาด้วย กับอาหารและสินค้าคอลเล็กชันใหม่แต่งบ้านรับตรุษจีนและปีมังกรทอง

 

แม้แต่ ‘อิเกีย’ แบรนด์สวีดิช ยังต้องขอมีเอี่ยวในเทศกาลนี้ด้วยการออกเมนูของไหว้ตรุษจีนมงคลทั้งคาวและหวาน ที่ร้านอาหารอิเกีย และคาเฟ่สวีเดน ตั้งแต่วันที่ 1-10 กุมภาพันธ์ โดยมีเมนู เช่น หมูชาชู, ฮ่องเต้น้อยน้ำมันหอย, ซุปเยื่อไผ่, ผัดหมี่เบตง และน้ำบ๊วยโซดา 

 

ขณะเดียวกันก็ถือโอกาสเทศกาลมงคลต้อนรับปีใหม่ชวนแต่งบ้านด้วยสินค้าคอลเล็กชัน FÖSSTA (ฟอสส์ต้า) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะยุคราชวงศ์ถัง ซึ่งเป็นยุคเฟื่องฟูด้านศิลปะของประเทศจีน ด้วยลวดลายพู่กันที่โดดเด่น และภาชนะเซรามิกที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้น

 

โดยสินค้าไฮไลต์ในคอลเล็กชันนี้ ได้แก่ หมอนอิงรูปมังกร, พรมเช็ดเท้าหน้าประตูสีแดงพร้อมลวดลายมังกร และปลอกหมอนอิงพร้อมลวดลายจากการปักเย็บ

 

เรียกว่าหาสินค้าเหล่านี้ในประเทศบ้านเกิดไม่ได้แน่ๆ!

 

 

‘มัง GON นำโชค’ ฟิกเกอร์สุดน่ารักที่เชื่อว่าการโชคดีเริ่มต้นจากการลงมือทำ

 

‘ตรุษจีนปีนี้ไม่มีแผ่ว ฉลองปีของมัง GON ทองอย่างเต็มสตรีม กระโดดเข้าสนามฟิกเกอร์นำเทรนด์ก่อนใคร’ นี่คือคำโปรยของบาร์บีคิวพลาซ่า ที่ได้นำบาร์บีกอน มาสคอตขวัญใจประชาชน เปลี่ยนเป็นฟิกเกอร์สายมูสุดน่ารัก Limited Edition 100 ตัวเท่านั้นในไทย

 

บาร์บีคิวพลาซ่าบอกว่า อยากส่งมอบปีใหม่ที่ดีที่สุดของคุณ ชวนทุกคนที่เปิดต้นปีด้วยการตั้ง New Year’s Resolution ไปแล้วมาฉุกคิดอีกครั้ง และตั้งปณิธานใหม่ผ่านความเชื่อที่ว่า ‘โชคดีจะอยู่กับคนที่ลงมือทำ’ ด้วยการกลายร่าง GON ให้กลายเป็น Lucky Figure Motivators สุดน่ารักรับปีมัง GON พกไว้ให้เป็นแรงบันดาลใจให้ลงมือทำ พร้อม Tips เล็กๆ ถ้าได้ทำเมื่อไร โชคดีจะเข้าข้างคุณเสมอ 

 

โดยหยิบอินไซต์จริงของคนส่วนใหญ่ที่ตั้งใจทำ New Year’s Resolution แต่ก็ Fail ตลอด ให้พี่ GON ช่วยเป็นเครื่องเตือนใจที่จะพาคุณไปสู่เป้าหมาย โดยใช้เทคโนโลยีการผลิต 3D Printing ที่ Customize ได้ถึงส่วนเล็กๆ ในชิ้นงาน ออกแบบให้บาร์บีกอนเป็นเทพมัง GON ทองที่จะนำความโชคดีมาตลอดปีมัง GON ใน 4 ด้าน ได้แก่ การเงิน การงาน สุขภาพ และความรัก

 

 

Swatch เผยโฉม Year of the Dragon คอลเล็กชันฉลองปีมังกร เอาความสิริมงคลสู่นาฬิกา

 

Swatch (สวอท์ช) แบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ ก็ขอร่วมเกาะกระแสปีมังกรด้วยการเปิดตัวคอลเล็กชัน Year of the Dragon นาฬิกาลวดลายมังกรสีสันสดใส 5 เรือน 5 สไตล์

 

“ตามความเชื่อของชาวจีน มังกรเป็นสัตว์มงคลซึ่งมีเอกลักษณ์พิเศษที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ สติปัญญา และความมั่นใจ Swatch จึงเชื่อว่า เราทุกคนล้วนมีลักษณะพิเศษเหล่านั้นอยู่ภายในตัวตน จึงเป็นที่มาของคอลเล็กชันใหม่ล่าสุดนี้”

 

Swatch ระบุว่า ตัวดีไซน์และลายเส้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากแสงสีบนท้องถนน และป้ายไฟนีออนสว่างสดใสสุดไอคอนิกจากเมืองต่างๆ ในทวีปเอเชีย อีกทั้งคอลเล็กชันปีมังกรนี้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งพลัง ความแข็งแกร่ง และโชคลาภ โดยวางจำหน่ายในราคา 3,900-7,900 บาทด้วยกัน

 

การเข้าร่วมเทศกาลให้อะไรมากกว่าแค่สีสัน

 

เหตุผลที่แบรนด์ต้องกระโดดเข้าร่วมตรุษจีนเป็นเพราะภาพรวมของการบริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนในปีที่ผ่านมาเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 45,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับปี 2565 ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 3 ปี (อ้างอิง: มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย) และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องทุกปี อย่างปีนี้ก็อาจจะโต 5-10% เลยทีเดียว

 

อย่างไรก็ตาม การที่แบรนด์ต่างๆ ออกสินค้าหรือแคมเปญที่ล้อไปกับเทศกาลตรุษจีน ไม่ใช่เพียงแค่การฉลองเทศกาลที่สำคัญในวัฒนธรรมจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ซับซ้อนและมีเป้าหมายหลายประการ ที่ทำให้แบรนด์สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและขยายฐานลูกค้าได้ ไม่ว่าจะเป็น

 

  • การออกสินค้าหรือแคมเปญที่เกี่ยวข้องกับตรุษจีนช่วยให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงกับลูกค้าในเชิงวัฒนธรรมได้ การแสดงความเคารพและความเข้าใจต่อวัฒนธรรมจีนผ่านสินค้าหรือแคมเปญดังกล่าวช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความไว้วางใจและความภักดีจากลูกค้าได้
  • เทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงเวลาที่มีการซื้อ-ขายสูง เนื่องจากผู้คนมักใช้จ่ายเพื่อซื้อของขวัญให้กับตนเองและคนที่รัก เมื่อแบรนด์สามารถออกสินค้าหรือแคมเปญที่สอดคล้องกับเทศกาลนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและเพิ่มยอดขายได้อย่างมาก
  • การใช้เทศกาลตรุษจีนเป็นธีมในการออกสินค้าหรือแคมเปญช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ การนำเสนอสินค้าหรือแคมเปญที่มีความโดดเด่นและเกี่ยวข้องกับเทศกาลทำให้แบรนด์สามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้มากขึ้น
  • การเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนผ่านสินค้าหรือแคมเปญยังช่วยให้แบรนด์สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีชุมชนคนจีนอาศัยอยู่ การแสดงความเข้าใจและการยอมรับต่อวัฒนธรรมจีนช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น
  • การเชื่อมโยงแบรนด์กับเทศกาลตรุษจีนไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มยอดขายในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนในการสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็งในระยะยาว การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและการเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองวัฒนธรรมสำคัญช่วยให้แบรนด์สามารถรักษาความน่าเชื่อถือและความเกี่ยวข้องกับลูกค้าได้ในระยะยาว

 

ดังนั้น การออกสินค้าหรือแคมเปญที่ล้อไปกับเทศกาลตรุษจีนจึงเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงกับลูกค้าในเชิงลึก, เพิ่มยอดขาย, สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง, ขยายฐานลูกค้า และสร้างความเข้มแข็งให้กับแบรนด์ในระยะยาว

The post เพราะคนไทยกับการมูเป็นของคู่กัน แถมยังชอบเทศกาลของทุกชาติ! มัดรวมแคมเปญและสินค้าเก๋ๆ รับตรุษจีนและปีมังกรกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKEA เผยสถิตินักช้อปหลังเปิดตัว IKEA สุขุมวิท ในอาทิตย์แรก มีผู้เข้าชมสโตร์ถึง 120,000 คน ถุงหิ้ว อาหาร และไอศกรีม ขายดีสุด https://thestandard.co/ikea-stats-1st-week-ikea-sukhumvit/ Thu, 14 Dec 2023 10:39:11 +0000 https://thestandard.co/?p=876790

เปิดสถิตินักช้อปหลังเปิดตัว ‘IKEA สุขุมวิท’ ในอาทิตย์แร […]

The post IKEA เผยสถิตินักช้อปหลังเปิดตัว IKEA สุขุมวิท ในอาทิตย์แรก มีผู้เข้าชมสโตร์ถึง 120,000 คน ถุงหิ้ว อาหาร และไอศกรีม ขายดีสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

เปิดสถิตินักช้อปหลังเปิดตัว ‘IKEA สุขุมวิท’ ในอาทิตย์แรก มีผู้เข้าชมสโตร์ถึง 120,000 คน พบถุงหิ้ว อาหาร และไอศกรีม สร้างยอดขายสูงสุด

 

หลังจาก IKEA ได้เปิดให้บริการ IKEA สุขุมวิท สโตร์แห่งที่ 4 ในไทย ที่ศูนย์การค้า EMSPHERE ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซปต์ ‘City-Centre Store’ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

 

ในระยะเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 1-7 ธันวาคม พ.ศ. 2566 หลังการเปิดตัวพบว่า ได้รับการตอบรับทั้งจากลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ใจกลางเมืองเป็นอย่างดี

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เห็นได้จาก 8 สถิติพฤติกรรมการช้อปปิ้งซึ่งประกอบไปด้วย 

 

  1. ถุงหิ้ว FRAKTA / ฟรัคต้า เป็นสินค้าที่มียอดขายสูงสุดที่ 7,121 ชิ้น ส่วนสินค้าที่มียอดขายดีเป็นอันดับ 2 คือ จานสีขาวและภาชนะอาหารจากคอลเล็กชัน OFTAST / ออฟตาสท์ มียอดขายที่ 5,661 ชิ้น ตามมาด้วยถุงซิปล็อก ISTAD / อีสสตัด ที่มียอดขาย 4,649 ชิ้น 

 

  1. ตามด้วย 3 อันดับสินค้าขายดี ประเภท Non-Cash & Carry หรือสินค้าประเภทที่ไม่สามารถซื้อและนำกลับได้ทันที ได้แก่ ตู้เสื้อผ้า PAX / พักซ์ ตามมาด้วยโซฟา EKTORP / เอียคทอร์ป และชุดตู้เก็บของ BESTÅ / เบสตัว

 

  1. สิ่งที่น่าสนใจหลังเปิดให้บริการภายใน 7 วันแรก IKEA สุขุมวิท บนพื้นที่กว่า 12,000 ตารางเมตร มียอดผู้เยี่ยมชมสโตร์รวมกว่า 120,000 คน และในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2566 มียอดผู้เยี่ยมชมสโตร์มากที่สุดอยู่ที่ 22,490 คน 

 

  1. และยังพบว่า 3 อันดับเมนูยอดฮิตที่คนสั่งมากที่สุดในร้านอาหาร IKEA สุขุมวิท ได้แก่ มีตบอลสไตล์สวีเดน มียอดขาย 3,153 จาน ตามด้วยน่องไก่อบ มียอดขาย 2,920 จาน และฟิชแอนด์ชิปส์ มียอดขาย 1,500 จาน

 

  1. พร้อมกับ 2 เมนูพิเศษที่ IKEA สุขุมวิท มียอดขายรวมราว 1,500 จาน ประกอบด้วย เมนูไส้กรอกรวม จำนวน 849 จาน และเมนูแซลมอน จำนวน 632 จาน

 

  1. บริการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสัปดาห์แรกของลูกค้า IKEA สุขุมวิท คือ การจัดส่งสินค้าไปถึงบ้านภายในวันเดียว (Same-Day Delivery) ด้วยรถไฟฟ้า ที่จะให้บริการอยู่ภายในรัศมี 8 กิโลเมตร โดยมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 129 บาท และอีกหนึ่งบริการที่ได้รับความนิยมอันดับถัดมาคือ บริการประกอบเฟอร์นิเจอร์ บริการ Click & Collect และบริการ Order & Collect 

 

  1. เมนูขายดีของบิสโทรที่ IKEA สุขุมวิท ภายในหนึ่งสัปดาห์หลังเปิดตัว ไอศกรีมมียอดขายถึง 8,310 โคน ตามด้วยฮอตด็อก 5,283 ชิ้น และไอศกรีมทูโทน 2,550 ชิ้น 

 

  1. ภายในสัปดาห์แรกมี ขนมยอดนิยม 3 ชนิด ประกอบด้วย ช็อกโกแลตนมผสมเฮเซลนัต มียอดขาย 980 ชิ้น ตามด้วยช็อกโกแลตนมชนิดแท่ง มียอดขาย 861 ชิ้น และเยลลี่หลากรส มียอดขาย 780 ชิ้น

The post IKEA เผยสถิตินักช้อปหลังเปิดตัว IKEA สุขุมวิท ในอาทิตย์แรก มีผู้เข้าชมสโตร์ถึง 120,000 คน ถุงหิ้ว อาหาร และไอศกรีม ขายดีสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมก่อนใคร! ‘IKEA สุขุมวิท’ City Store แห่งแรกของอาเซียน และสาขาแรกที่อยู่ในกรุงเทพฯ (จริงๆ) จัดเต็มด้วยร้านอาหารที่เห็นวิวน้ำพุจากอุทยานเบญจสิริในทุกเย็น https://thestandard.co/ikea-sukhumvit-city-store/ Sun, 26 Nov 2023 12:00:26 +0000 https://thestandard.co/?p=869980

หลังจากใช้เวลาเตรียมการกว่า 3 ปี และ 4 เดือนในการก่อสร้ […]

The post ชมก่อนใคร! ‘IKEA สุขุมวิท’ City Store แห่งแรกของอาเซียน และสาขาแรกที่อยู่ในกรุงเทพฯ (จริงๆ) จัดเต็มด้วยร้านอาหารที่เห็นวิวน้ำพุจากอุทยานเบญจสิริในทุกเย็น appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากใช้เวลาเตรียมการกว่า 3 ปี และ 4 เดือนในการก่อสร้าง ในที่สุด ‘IKEA สุขุมวิท’ โมเดลร้าน City Store แห่งแรกของอาเซียน จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคมนี้แล้ว ซึ่งในโอกาสนี้ THE STANDARD WEALTH เป็นสื่อแรกที่เข้าไปเก็บภาพ

 

“เราตัดสินใจที่จะเปิด City Store แห่งแรกของ IKEA ใจกลางสุขุมวิท เพราะเราอยากจะอยู่ตรงศูนย์รวมของผู้ที่รักการตกแต่งบ้านทุกคน เราอยากให้ทุกคนเข้าถึง IKEA ได้ง่ายมากขึ้น เนื่องจากเราตระหนักดีว่า การสัญจรในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับหลายคน เราจึงตั้งใจที่จะอยู่ให้ใกล้กับชาวเมืองกรุงเทพฯ ยิ่งขึ้น” ลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวในระหว่างพูดคุยกับ THE STANDARD WEALTH

 

สาขานี้มีพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร บนชั้น 3 ของ ดิ เอ็มสเฟียร์ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับ IKEA บางใหญ่ ที่มีพื้นที่ 50,278 ตารางเมตร และ IKEA บางนา 44,000 ตารางเมตร

 

แม้จะมีพื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ลีโอนี่ย้ำว่า เมื่อเทียบ City Store แห่งนี้กับสาขาบางนาและบางใหญ่ แน่นอนว่าอยากให้ลูกค้าได้ประสบการณ์ที่เหมือนกัน ถึงแม้ที่นี่จะถูกออกแบบให้เป็น City Store แต่ก็ตั้งใจที่จะให้ลูกค้าได้ประสบการณ์แบบจัดเต็ม

 

โดยมีไฮไลต์ได้แก่ 

  • มีให้เลือกมากมายถึง 8,206 รายการ โดยมีถึงกว่า 3,000 รายการที่สามารถช้อปและนำกลับบ้านได้เลย
  • บริการส่งสินค้าถึงบ้านภายในวัน (Same Day Delivery) ด้วยรถ EV (ภายในรัศมี 5-7 กิโลเมตร และเป็นสินค้าที่มีอยู่ในสโตร์ โดยลูกค้ามาช้อปด้วยตัวเอง) 
  • วิวของ IKEA Restaurant รองรับได้มากถึง 530 ที่นั่ง ซึ่งเห็นอุทยานเบญจสิริได้ โดยเวลาประมาณ 19.30 น. จะมีการแสดงน้ำพุจากอุทยานเบญจสิริให้ได้ชมอีกด้วย 
  • การนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มความสะดวกสบายและรวดเร็วให้กับลูกค้า กับบริการเช็กเอาต์ด้วยตัวเองที่มีช่องให้บริการมากถึง 16 ช่อง ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมือง 

 

“เรามีห้องตัวอย่างกว่า 26 ห้อง ที่จะสร้าง Inspiration ช่วยโชว์โซลูชันหรือสินค้าที่ให้ลูกค้าสามารถนำกลับไปใช้ตามที่บ้านได้ ในราคาที่จับต้องได้” ศิรินทร์ อาศน์ศิลารัตน์ ผู้จัดการสโตร์ IKEA สุขุมวิท กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH

 

“เราตั้งใจว่าเราอยากจะต้อนรับลูกค้า 4 ล้านคนต่อปี ซึ่งไม่น้อยเลยในสโตร์ที่มีไซส์เล็กกว่าขนาดปกติ” ศิรินทร์กล่าวพร้อมขยายความว่า มีความคาดหวังที่อยากให้ลูกค้าเข้ามาแล้วรู้สึกว่าได้รับ Full Experience จริงๆ แล้วก็คิดว่าภายใน 2-3 เดือนแรก จะเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้ามากขึ้น ว่าสิ่งที่นำเสนอนี้จากการที่ไปเยี่ยมชมบ้านลูกค้ามา หรือบริการต่างๆ จะต้องมีการปรับปรุงอะไรเพิ่มเติม

 

“เราวางแผนไว้แล้วว่าเราจะไม่รอช้า ตั้งแต่วันแรกที่เราเปิดสโตร์เลย เราอยากจะเข้าใจแล้วก็นำเสนอบริการ แล้วก็การสร้างแรงบันดาลใจใน Room Set ของเราให้ดียิ่งขึ้น และได้ทันท่วงทีด้วย”

 

ขณะที่ลีโอนี่ย้ำว่า อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการเปิดสาขาแห่งนี้คือ เรื่องของการทำให้แบรนด์ IKEA เป็นที่รู้จักมากขึ้น และเชื่อว่าที่ตั้งใจกลางกรุงเทพฯ แห่งนี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คนรู้จัก IKEA มากขึ้น

 

“ทุกวันนี้เรามองว่าคนไทยรู้จัก IKEA อยู่แล้ว รักและชอบเรา แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ ดังนั้นการสร้างแบรนด์ให้คนรู้จักเป็นสิ่งที่เราอยากทำในตอนนี้”

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ การเปิดเผยที่ระบุว่า มองโอกาสที่กรุงเทพฯ ตอนบน (ซึ่งเชื่อว่าจะหมายถึงรังสิต) และมีแผนเตรียมจะขยายร้านที่มีอยู่แล้วในภูเก็ต เพื่อตอบสนองความต้องการในตลาดที่มีอยู่ในทุกวันนี้

 

‘IKEA สุขุมวิท’ แห่งนี้อยู่ภายใต้อิคาโน่ รีเทล ซึ่งมี IKEA จำนวน 13 สาขาด้วยกัน โดย IKEA Pasay City มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ฟิลิปปินส์ บนพื้นที่ 66,000 ตารางเมตร ซึ่งรวมถึงสโตร์ คลังสินค้า และคอลเซ็นเตอร์ ให้บริการแก่ลูกค้า โดยมีพนักงานมากกว่า 500 คน เปิดให้บริการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564

 

และ IKEA สิงคโปร์ ถือเป็นสโตร์ขนาดเล็กแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนพื้นที่ 6,500 ตารางเมตร โดยมีพนักงานประมาณ 50 คน เปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายน 2564

 

The post ชมก่อนใคร! ‘IKEA สุขุมวิท’ City Store แห่งแรกของอาเซียน และสาขาแรกที่อยู่ในกรุงเทพฯ (จริงๆ) จัดเต็มด้วยร้านอาหารที่เห็นวิวน้ำพุจากอุทยานเบญจสิริในทุกเย็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Art of Better Living นิทรรศการศิลปะจาก IKEA ที่กลั่นความเร่งรีบคนเมือง คลุกเคล้าเข้ากับความจัดจ้านเมืองกรุง https://thestandard.co/ikea-the-art-of-better-living/ Thu, 09 Nov 2023 09:39:11 +0000 https://thestandard.co/?p=864027

กรุงเทพฯ ในฐานะเมืองหลวงของประเทศไทย เป็นหนึ่งในเมืองที […]

The post The Art of Better Living นิทรรศการศิลปะจาก IKEA ที่กลั่นความเร่งรีบคนเมือง คลุกเคล้าเข้ากับความจัดจ้านเมืองกรุง appeared first on THE STANDARD.

]]>

กรุงเทพฯ ในฐานะเมืองหลวงของประเทศไทย เป็นหนึ่งในเมืองที่ขึ้นชื่อในแง่ของไวบ์ที่ไม่เคยหลับใหล ไม่หยุดนิ่ง เกิดพลวัตแห่งการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่ว่าพระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า หรือแสงแรกแห่งรุ่งอรุณจะปรากฏขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณบอกการเริ่มต้นแห่งทิวา

 

แต่ถึงจะพลุกพล่าน จอแจ ข้นคลั่กไปด้วยความเร่งรีบ ทั้งยังคลาคล่ำไปด้วยสีสันที่จัดจ้านแค่ไหน ทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่เป็น ‘เสน่ห์’ ที่ส่งเสริมให้เมืองหลวงแห่งนี้น่าหลงใหล มีแง่มุมที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และมีชีวิตชีวาในแบบของมันเอง

 

จากแรงบันดาลใจของมหานครที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ยังได้นำมาสู่การที่ IKEA แบรนด์รีเทลด้านเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ต่อยอดไปถึงการจัดงานนิทรรศการศิลปะ ‘The Art of Better Living’ ภายใต้ความร่วมมือกับศิลปินมากความสามารถของไทยจากหลากหลายแขนง เพื่อถ่ายทอดความยูนีกของกรุงเทพฯ ย่านสุขุมวิทออกมาให้ผู้คนที่เดินทางมาเยี่ยมชมงานได้ซึมซับโดยพร้อมเพรียง

 

Morning Chaos ผลงานศิลปะโดย จิ๊บ แห่ง Stupidshittttttttt

 

The Art of Better Living เมืองกรุง กับการตีความผ่านการสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

 

The Art of Better Living เป็นนิทรรศการศิลปะที่ถูกจัดขึ้นเพื่อจุดมุ่งหมายการเติมเต็มแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้กับคนเมือง โดยมี IKEA เป็นโต้โผในการจัด Art Exhibition นี้ขึ้นมา และเปิดให้เข้าชมฟรี ณ พาเลท อาร์ทสเปซ ทองหล่อ ชั้น 4 (สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทองหล่อ ทางออกที่ 3) ในเวลา 10.00-19.00 น. ของทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 4-28 พฤศจิกายนนี้

 

โดยแรงบันดาลใจที่ว่าถูกถ่ายทอดผ่านเลนส์การมองและแว่นขยายของศิลปินไทยอย่าง พีรดา พัวภูมิเจริญ หรือ จิ๊บ Stupidshittttttttt, โทนี่ รากแก่น, นักออกแบบจากนิตยสาร art4d และ วิน-ศุภภกร ศรีรัตนา กราฟิกดีไซเนอร์ อิเกีย ประเทศไทย ที่ได้หยิบยกเสน่ห์ของเมืองกรุง โดยเฉพาะย่านสุขุมวิท มาบอกเล่าผ่านวิสัยทัศน์และสไตล์ของพวกเขา

 

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานภาพถ่ายของผู้เข้าประกวดกิจกรรมที่ IKEA จัดขึ้นก่อนหน้านี้ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้นำเสนอมุมมองในแง่การใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ความเป็นอยู่ในกรุงเทพฯ แบบที่พวกเขาตีความได้อย่างอิสระ

 

สำหรับผลงานต่างๆ ที่ถูกนำมาจัดแสดงในงาน ได้แก่ 

 

  1. Morning Chaos ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกิจวัตรประจำวันยามเช้าที่เร่งรีบของชีวิตคนเมือง โดย จิ๊บ แห่ง Stupidshittttttttt ศิลปินที่ชื่นชอบการถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนทั่วไปผ่านผลงานที่โดดเด่นด้วยสีสันสดใส

 

 

  1. Sunset Evening – ผลงานศิลปะโดย โทนี่ รากแก่น ที่สื่อถึงอิสระและความผ่อนคลายยามเย็นในชั่วโมงต้องมนตร์ เมื่อพระอาทิตย์กำลังตกดิน 

 

 

  1. Urban Mess ผลงานการออกแบบที่สะท้อนความยุ่งเหยิงและวุ่นวายที่สวยงาม โดยดีไซเนอร์ของ art4d นิตยสารที่สร้างโดยนักออกแบบเพื่อนักออกแบบ

 

  1. Life at Home – การออกแบบแพตเทิร์นที่มีลูกเล่นโดดเด่นด้วยการใช้สีสันที่หลากหลาย สื่อถึงช่วงเวลาและกิจวัตรที่แตกต่างกันในหนึ่งวันของการใช้ชีวิตในเมือง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เร่งรีบในยามเช้า ไปจนถึงช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนในยามเย็น ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบโดย วิน-ศุภภกร ศรีรัตนา กราฟิกดีไซเนอร์ อิเกีย ประเทศไทย 

 

 

  1. ผลงานผู้ชนะกิจกรรมการประกวดถ่ายภาพในธีม ‘The Hardest-working bag ถุงที่ทำงานหนักที่สุดในโลก เพื่อให้คุณมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน’ ซึ่งเป็นผลงานของ ฉัตรชัย โพธิมโนชัย โดยได้แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เพิ่งตกแต่งห้องใหม่ให้กับลูกสาว และได้นำถุง FRAKTA / ฟรัคต้า ที่มองว่ามีความทนทาน สะดวก และใช้งานได้จริง มาเป็นตัวช่วยในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ

 

 

  1. ผลงานของผู้ชนะรางวัลที่ 1 จากกิจกรรมการประกวดถ่ายภาพในธีม ‘The Art of Better Living’ โดย มนตรี จิตเจริญสมุทร ที่บอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตของตัวเองในบ้านที่มีพื้นที่จำกัด จึงให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบบ้านและการใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

 

‘ทำให้ชีวิตของใครหลายคนดีขึ้น’ วิสัยทัศน์ของ IKEA ที่สอดประสานกับ The Art of Better Living อย่างลงตัว

 

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ IKEA เริ่มมาจัดแสดงงานนิทรรศการศิลปะนั้น หากมองในเชิงธุรกิจ กิจกรรมนี้อาจถูกตีความในแง่ของการสร้างฐานกลุ่มลูกค้าที่สนใจในงานศิลปะ คอมมูนิตี้ของนักออกแบบเชิงสร้างสรรค์ให้แข็งแรง และการสร้างแบรนดิ้งให้เฟิร์มในแง่มุมของงานศิลป์มากขึ้น 

 

แต่หากลงลึกไปในเชิงรายละเอียด นิทรรศการ The Art of Better Living ถือเป็นแพลตฟอร์มที่ดีและมั่นคงเป็นอย่างสูงกับการที่ IKEA จะตอกย้ำในวิสัยทัศน์ของพวกเขากับการช่วยให้ชีวิตของผู้คนดียิ่งขึ้น (ผ่านผลิตภัณฑ์และมุมมองการออกแบบสินค้าโดย IKEA)

 

วรันธร เตชะคุณากร ผู้อำนวยการด้านการสื่อสารและดีไซน์ อิเกีย ประเทศไทย กล่าวถึงการจัดงานนิทรรศการศิลปะในครั้งนี้เอาไว้ว่า “สำหรับ IKEA เราเชื่อว่าทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตมีมุมที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ในแบบของตัวเองเสมอ เช่นเดียวกันกับการใช้ชีวิตของคนเมือง ท่ามกลางความเร่งรีบ วุ่นวาย และไลฟ์สไตล์ที่ต้องแอ็กทีฟอยู่ตลอดเวลา ก็ยังมีองค์ประกอบที่สะท้อนความมีชีวิตชีวา สีสันที่จัดจ้าน และความไม่หยุดนิ่ง ซึ่งเราได้คัดสรรมาจัดแสดงไว้ในนิทรรศการศิลปะ The Art of Better Living ครั้งนี้ เพื่อมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้ตามหาคำนิยามความสวยงามของการใช้ชีวิตในเมืองในรูปแบบของตนเอง 

 

“ที่สำคัญ การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเราใน ‘การทำให้ชีวิตของใครหลายคนดีขึ้น’ (to create a better everyday life for the many people) อีกด้วย”

 

 

นอกจากนิทรรศการ The Art of Better Living ความน่าตื่นเต้นที่จะเกิดขึ้นกับ IKEA ประเทศไทย ในเร็วๆ นี้คือการเร่งเครื่องเปิด City Store สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ‘อิเกีย สุขุมวิท’ ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2566 และน่าจะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่สำคัญในอนาคตของชาวกรุงเทพฯ ได้ไม่ยากแน่นอน

The post The Art of Better Living นิทรรศการศิลปะจาก IKEA ที่กลั่นความเร่งรีบคนเมือง คลุกเคล้าเข้ากับความจัดจ้านเมืองกรุง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ว่ากันว่าก่อนจะเป็น ‘Nitori’ แห่งแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พื้นที่นี้เคยชวน IKEA มาก่อน แต่สุดท้ายไปลงเอยที่เอ็มสเฟียร์ของเดอะมอลล์แทน https://thestandard.co/nitori-story-before-centralworld-contacted-ikea/ Sat, 28 Oct 2023 08:15:52 +0000 https://thestandard.co/?p=859792 Nitori IKEA CPN

หลังจากที่ห้างสรรพสินค้าอิเซตันยุติดำเนินกิจการ ณ ศูนย์ […]

The post ว่ากันว่าก่อนจะเป็น ‘Nitori’ แห่งแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พื้นที่นี้เคยชวน IKEA มาก่อน แต่สุดท้ายไปลงเอยที่เอ็มสเฟียร์ของเดอะมอลล์แทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nitori IKEA CPN

หลังจากที่ห้างสรรพสินค้าอิเซตันยุติดำเนินกิจการ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 หลังจากที่เปิดตัวมานาน 28 ปี จนสร้างความใจหายให้กับผู้ที่ชอบมาเดิน คำถามสำคัญที่ตามมาคือ ด้วยพื้นที่ 27,000 ตารางเมตร จำนวน 6 ชั้น ที่มีขนาดใหญ่มาก ใครจะเข้ามาเป็นผู้เช่ารายต่อไป?

 

เมื่อมีข่าวยุติออกมา บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เจ้าของพื้นที่ได้ออกมาชี้แจงว่า “ขณะนี้อยู่ระหว่างดึงพันธมิตรรายใหม่ระดับนานาชาติหลายราย รวมถึง International Key Anchor ที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา และจะประกาศให้ทราบในเร็วๆ นี้”

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ต้องบอกว่าทำเลเซ็นทรัลเวิลด์นั้นน่าสนใจไม่น้อย เพราะอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ และราชประสงค์ที่ถือเป็นย่านการค้าและท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มีคนสัญจรในย่านเฉลี่ยกว่า 600,000 คนต่อวัน ดังนั้นจึงมีแบรนด์น้อยใหญ่จำนวนมากที่ต่อคิวมาเปิดร้านในเซ็นทรัลเวิลด์

 

ว่ากันว่าในตอนแรกผู้ที่ CPN สนใจอยากชวนให้มาเปิดคือ IKEA ซึ่งเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่จากสวีเดน ที่เคยเปิดร่วมกันมาแล้วในสาขาเซ็นทรัลเวสต์เกต

 

เหตุผลที่ต้องเป็น IKEA นั้น เพราะด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่จึงมีไม่กี่แบรนด์ที่มีศักยภาพในการเช่า ซึ่งตัว CPN เองก็พร้อมจะยกพื้นที่ทั้งหมดให้กับ IKEA ด้วยหมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นอีกแม่เหล็กที่ช่วยดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเซ็นทรัลเวิลด์มากขึ้น 

 

แต่สุดท้ายแล้ว IKEA กลับเลือกที่จะไปลงเอยที่เอ็มสเฟียร์ของเดอะมอลล์แทน ซึ่งนี่เป็นศูนย์การค้าที่ลงทุนกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท บนพื้นที่กว่า 200,000 ตารางเมตร โดยตั้งชื่อสาขาว่า ‘IKEA สุขุมวิท’ 

 

ตัว IKEA สุขุมวิท จะเหมาชั้น 3 ของเอ็มสเฟียร์ โดยมีพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร ซึ่งหากเทียบกับ 3 สาขาก่อนหน้าอย่าง IKEA บางนา ที่เปิดให้บริการในปี 2554 มีพื้นที่กว่า 44,000 ตารางเมตร ถัดมาเป็น IKEA ภูเก็ต เปิดปี 2558 มีพื้นที่ 2,198 ตารางเมตร ซึ่งที่เล็กเพราะเป็นเพียงศูนย์บริการสั่งซื้อและรับสินค้าเท่านั้น สุดท้ายคือ IKEA บางใหญ่ เปิดปี 2560 ด้วยพื้นที่ใหญ่ที่สุด 50,278 ตารางเมตร

 

จะเห็นได้ว่าสาขานี้มีพื้นที่ค่อนข้างเล็ก เพราะ IKEA บอกว่าที่นี่ทำเป็นโมเดล ‘City-Centre Store’ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เปิดที่ปารีส เวียนนา และเซี่ยงไฮ้ เป็นต้น

 

เมื่อมองจากทำเล ไม่แปลกที่ IKEA จะตัดสินใจใช้โมเดลนี้ เพราะหากเปิดพื้นที่ขนาดใหญ่จะพบกับต้นทุนเช่าที่สูงมาก ในขณะที่ ‘ซิตี้สโตร์’ จะยังมีโซนต่างๆ ที่ครบครัน ซึ่งจะทำให้ลูกค้ายังสามารถหยิบจับสินค้า ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สำคัญมากสำหรับตลาดเฟอร์นิเจอร์

 

แต่ IKEA สุขุมวิท จะไม่มีคลังสินค้าของตัวเอง โดยสินค้าชิ้นเล็กจะนำของจากบางใหญ่มาเติม และชิ้นใหญ่จะส่งถึงหน้าบ้านจากสาขาบางนา ซึ่ง “เราคาดว่าสโตร์แห่งใหม่นี้จะรองรับผู้เยี่ยมชมสโตร์กว่า 4 ล้านคนที่อาศัยในย่านสุขุมวิท รวมถึงบริเวณต่างๆ ในกรุงเทพฯ” ลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวในตอนนั้น

 

ตอนนี้ IKEA ได้ส่งจดหมายถึงสื่อมวลชนเพื่อเข้าชม IKEA สุขุมวิท ในวันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ก่อนที่จะมีการเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคมนี้

 

ในขณะที่ CPN นั้น แม้จะอกหักจาก IKEA แต่สุดท้ายก็หาได้แคร์ไม่ เพราะการเป็นทำเลฝั่งเพชรทำให้แบรนด์ต่างๆ อยากที่จะมาเปิด ซึ่งมาจากจำนวนลูกค้าที่ปัจจุบัน Traffic Recovery ของเซ็นทรัลเวิลด์จากปี 2562 เติบโตเฉลี่ย 120% เฉลี่ย Traffic ต่อวัน 150,000 คน และสูงขึ้นไปถึง 180,000-200,000 คนต่อวันหากมีอีเวนต์ใหญ่ภายในศูนย์การค้า โดยลูกค้าที่มาใช้บริการแบ่งเป็นคนไทย 65% และต่างชาติ 35% นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการมากที่สุดคือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ จีน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย และตะวันออกกลาง โดย 83% เป็นกลุ่ม FIT (Free Independent Traveler)

 

เราจึงได้เห็นแบรนด์ระดับโลกมากมายทั้ง lululemon สปอร์ตแวร์ดัง แฟลกชิปใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเอเชีย-แปซิฟิก, adidas แบรนด์เซ็นเตอร์ใหญ่ที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก, Nike ร้านรูปแบบใหม่ใหญ่ที่สุดในไทย, PUMA Flagship Store ครบครันที่สุดหนึ่งเดียวในไทย, On running และ HOKA 

 

ในขณะที่ทำเลเดิมของห้างสรรพสินค้าอิเซตันนั้น ด้วยความที่ CPN อยากรักษาความเป็นญี่ปุ่นไว้ จึงได้ดึงแบรนด์จากแดนซามูไรมาเปิด ไม่ว่าจะเป็นร้านหนังสือคิโนะคูนิยะ เป็นร้านหนังสือที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติจากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้อยู่ฝั่งทิศเหนือของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ขนาดพื้นที่โดยประมาณ 2,000 ตารางเมตร ใหญ่ขึ้น 2 เท่า

 

ยังมี Nippon Market พรีเมียมฟู้ดมาร์เก็ต ขนทัพสินค้า-อาหารพรีเมียมญี่ปุ่น และขนมนำเข้าจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียวกว่า 10,000 รายการ

 

และล่าสุดคือการเปิดตัว ‘Nitori’ สาขาแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในไทยด้วยพื้นที่ 2,600 ตารางเมตร โดยมองว่าย่านราชประสงค์เป็นพื้นที่ซึ่งมีความคึกคักตลอดเวลา มีอัตราการจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างสูง มีปริมาณลูกค้ามาใช้บริการภายในศูนย์การค้าเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน และสามารถรองรับทุกความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

 

สิ่งที่ต้องจับตามองคือ Nitori ได้ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าเป็นคู่แข่งของ IKEA ซึ่งในขณะที่ IKEA กำลังจะเปิดสาขาที่ 4 ในไทย ทาง Nitori เองก็ประกาศเปิด 4 สาขาในปีนี้ และวางแผนให้ครบ 25 สาขาในช่วง 5 ปีต่อจากนี้

 

แม้หากวัดพื้นที่ของร้านและความใหญ่แล้ว ธุรกิจของ IKEA ในไทยยังเหนือกว่ามาก สะท้อนจากรายได้ปีงบประมาณ 2565 (กันยายน 2564 – สิงหาคม 2565) ที่ถูกระบุว่า ไทยทำรายได้กว่า 9.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4% จากปีที่แล้ว ในขณะที่ Nitori เองยังเล็กอยู่มากในไทย

 

แต่กระนั้นก็ประมาทไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาเรามักได้เห็นมด (ที่ตัวไม่เล็ก) ก็สามารถล้มยักษ์ใหญ่มาแล้ว และที่สำคัญตัว IKEA สุขุมวิท ยังถือว่าเป็นโมเดลที่ใหม่มากสำหรับไทย แม้จะเปิดมาหลายประเทศและที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นลอนดอน มุมไบ และปารีส แต่หลายสาขาอย่างมาดริด เซี่ยงไฮ้ หรือวอร์ซอ และที่สำคัญคือควีนส์และนิวยอร์ก กลับต้องปิดตัวลง เพราะสุดท้ายแล้วลูกค้าไม่ได้มากอย่างที่คิด

The post ว่ากันว่าก่อนจะเป็น ‘Nitori’ แห่งแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พื้นที่นี้เคยชวน IKEA มาก่อน แต่สุดท้ายไปลงเอยที่เอ็มสเฟียร์ของเดอะมอลล์แทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKEA ต้องหนาว! Nitori เปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ได้เดือนนิดๆ ก็เปิดสาขา 2 ที่ซีคอน บางแค พร้อมเปิดต่อที่เซ็นทรัล เวสต์เกตและเดอะมอลล์ บางกะปิในสิ้นปีนี้ https://thestandard.co/nitori-opens-more-branches/ Fri, 27 Oct 2023 00:45:55 +0000 https://thestandard.co/?p=859132 Nitori

เปิดสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ได้เพียงเดือนนิดๆ Nito […]

The post IKEA ต้องหนาว! Nitori เปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ได้เดือนนิดๆ ก็เปิดสาขา 2 ที่ซีคอน บางแค พร้อมเปิดต่อที่เซ็นทรัล เวสต์เกตและเดอะมอลล์ บางกะปิในสิ้นปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nitori

เปิดสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ได้เพียงเดือนนิดๆ Nitori ร้านเฟอร์นิเจอร์ญี่ปุ่นที่ย้ำชัดว่า IKEA คือ ‘คู่แข่ง’ ก็เดินหน้าเปิดสาขา 2 ทันทีที่ซีคอน บางแค โดยเป็นสาขาใหญ่ที่สุดในไทย

 

“เราตั้งเป้าหมายว่าตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไปจะเร่งขยายสาขาในเอเชียเพิ่มมากขึ้น เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดเอเชียที่มีจำนวนร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านแบบครบวงจรยังไม่มากนัก” มาซาโนริ ทาเคดะ กรรมการ, ผู้จัดการทั่วไปแผนก Global Merchandising และผู้จัดการทั่วไปแผนก Global Sales Promotion รับผิดชอบส่วนธุรกิจขายต่างประเทศ บริษัท นิโตริ โฮลดิงส์ จำกัด กล่าว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา Nitori สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นับเป็นแฟลกชิปสโตร์สาขาแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ มีพื้นที่ 2,600 ตารางเมตร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการสินค้าญี่ปุ่นคุณภาพดีของลูกค้าในพื้นที่ ซึ่งมองว่าย่านราชประสงค์เป็นพื้นที่ซึ่งมีความคึกคักตลอดเวลา มีอัตราการจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างสูง มีปริมาณลูกค้ามาใช้บริการภายในศูนย์การค้าเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน และสามารถรองรับทุกความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

 

ส่วนเหตุผลที่เลือกเปิดสาขา 2 ที่ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค เพราะที่นี่เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของย่านบางแค อีกทั้งยังตั้งอยู่ในย่านชุมชนขนาดใหญ่ มีการเดินทางสะดวกสบาย เชื่อมต่อได้ทั้งทางรถยนต์ รถประจำทาง และรถไฟฟ้าใต้ดิน ส่งผลให้ในแต่ละวันมีปริมาณผู้ใช้บริการในพื้นที่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ Nitori ในฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร

 

“สำหรับปีนี้เราจะเปิด 4 สาขา นอกจากเซ็นทรัลเวิลด์และซีคอน บางแคแล้ว เราจะเปิดที่เซ็นทรัล เวสต์เกตและเดอะมอลล์ บางกะปิ”

 

เมื่อปี 2022 Nitori ได้ขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 37 สาขาใน 4 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเปิดตัวสาขาแรกในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ตลอดจนวางแผนที่จะเปิดสาขาแรกในประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้เพิ่มเติมอีกด้วย 

 

โดยคาดการณ์ว่าภายในเดือนมีนาคม 2024 Nitori จะเปิดสาขาเพิ่มได้มากขึ้นกว่า 78 สาขา ส่งผลให้จะมีจำนวนสาขารวมทั่วภูมิภาคเอเชียมากถึง 206 สาขา พร้อมตั้งเป้าว่าตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป จะเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศให้ได้ปีละประมาณ 300 สาขา

 

ขณะเดียวกัน Nitori Group ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไปจะเร่งขยายสาขาในเอเชียเพิ่มเติมให้ถึง 3,000 สาขา เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดเอเชียที่เป็นอีกหนึ่งตลาดหลัก ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านยอดขายที่วางไว้ที่ประมาณ 7.2 แสนล้านบาท

 

ปัจจุบันร้าน Nitori มีสาขาทั่วโลกรวมกว่า 954 สาขา แบ่งเป็นสาขาในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 805 สาขา และสาขาในภูมิภาคเอเชีย เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง อีกกว่า 149 สาขา

The post IKEA ต้องหนาว! Nitori เปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ได้เดือนนิดๆ ก็เปิดสาขา 2 ที่ซีคอน บางแค พร้อมเปิดต่อที่เซ็นทรัล เวสต์เกตและเดอะมอลล์ บางกะปิในสิ้นปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nitori ร้านเฟอร์นิเจอร์ญี่ปุ่น ย้ำชัด IKEA คือ ‘คู่แข่ง’ อีก 5 ปีจะเป็นช่วงชี้ชะตา นักวิเคราะห์มอง ราคาไม่แพงและประกอบง่าย เหมาะกับคนเอเชียมากกว่า https://thestandard.co/nitori-to-take-on-ikea-5-years/ Wed, 11 Oct 2023 05:51:51 +0000 https://thestandard.co/?p=853405 IKEA คู่แข่ง อีก 5 ปี

การมาถึงของ Nitori สาขาแรกของเชนร้านเฟอร์นิเจอร์สัญชาติ […]

The post Nitori ร้านเฟอร์นิเจอร์ญี่ปุ่น ย้ำชัด IKEA คือ ‘คู่แข่ง’ อีก 5 ปีจะเป็นช่วงชี้ชะตา นักวิเคราะห์มอง ราคาไม่แพงและประกอบง่าย เหมาะกับคนเอเชียมากกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKEA คู่แข่ง อีก 5 ปี

การมาถึงของ Nitori สาขาแรกของเชนร้านเฟอร์นิเจอร์สัญชาติญี่ปุ่นที่เซ็นทรัลเวิลด์ ได้รับการตอบรับที่ดี ในช่วงสุดสัปดาห์หนึ่งของเดือนกันยายนมีผู้คนกว่า 70 คนต่อคิวเข้าร้าน ซึ่งบางช่วงใช้เวลานานกว่า 40 นาทีเลยทีเดียว

 

การเปิดตัวของ Nitori เป็นหนึ่งในแผนของ อากิโอะ นิโทริ แม่ทัพของแบรนด์จากแดนอาทิตย์อุทัย ที่มองการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศโดยเน้นไปที่เอเชีย จะเป็นโอกาสที่จะรักษาการเติบโตของยอดขายที่ดำเนินมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ เพราะ “ใครก็ตามที่ควบคุมเอเชียได้ ก็จะควบคุมโลกด้วย”

 

Nitori วางแผนที่จะเปิดสาขา 77 แห่งในปีงบประมาณนี้ ซึ่งมากกว่า 2 เท่าจากปีก่อนหน้า โดยนอกจากจะบุกจีนและไต้หวันไปแล้ว ยังได้วางแผนที่จะเข้าสู่ตลาดอื่นๆ อีก 6 แห่งเป็นครั้งแรก รวมถึงเวียดนามและอินโดนีเซียด้วย ซึ่งปีงบประมาณหน้าตั้งเป้าที่จะเปิดร้านในต่างประเทศมากกว่าในบ้านเกิด

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

หากถามว่า ใครที่เป็นคู่แข่งที่สำคัญที่สุด Nitori ตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า IKEA ซึ่งได้ชี้ชัดด้วยว่า อีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นช่วงชี้ขาด ซึ่งเป็นคู่ปรับที่น่ากลัวไม่น้อย เพราะ  IKEA เป็นผู้จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก และรายงานของ Nikkei Asia ระบุด้วยว่า อาจดูเหมือนใหญ่เกินกว่าที่ผู้ค้าปลีกชาวญี่ปุ่นจะเทียบเคียงได้

 

เมื่อเทียบกับร้านของ IKEA ในแดนซามูไร มีพื้นที่ค้าปลีกโดยเฉลี่ย 23,000 ตารางเมตร เทียบกับ 3,000 ตารางเมตรสำหรับร้าน Nitori มาตรฐาน ซึ่งพื้นที่ขนาดใหญ่ของ IKEA สามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 1-1.5 ล้านคนต่อปี ซึ่งมากกว่า Nitori เป็น 10 เท่าด้วยกัน 

 

Nitori รู้ว่า หากเทียบกันด้วยพื้นที่ ตัวเองจะเสียเปรียบ IKEA จึงเบนเข็มไปยังคำพูดที่ว่า “เรากำลังตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ด้วยการเติมเต็มช่องว่างของ  IKEA” มาซาโนริ ทาเคดะ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายสินค้าระดับโลกของ Nitori กล่าว 

 

แม้จะมีขนาดที่แตกต่างกัน แต่ทั้งสองที่ก็เข้าห้ำหั่นกันในทางตรงมากขึ้น สะท้อนจากการมีร้านค้าในศูนย์การค้าเดียวกันในตลาดต่างๆ เช่น ฮ่องกงและมาเลเซีย และ IKEA กำลังเปิดสาขาเล็กๆ ในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก เช่น โตเกียว

 

รายงานระบุว่า Nitori มียอดขาย 1.05 พันล้านเยนต่อร้านค้า ซึ่งสูงกว่า 2 เท่าของ MUJI และมีอัตรากำไรสุทธิสูงกว่าประมาณ 70% แต่ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิของ Nitori อยู่ที่ประมาณ 3.5 เท่าของ Ingka Holding บริษัทแม่ของ IKEA แต่ยอดขายต่อสาขาของ Ingka นั้นสูงกว่ามากที่ประมาณ 80 ล้านยูโร

 

หัวใจสำคัญในการผลักดันการขยายธุรกิจของ Nitori คือประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันมีสาขาประมาณ 80 แห่ง บริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มเครือข่ายในต่างประเทศมากกว่า 2 เท่า เป็น 300 สาขา ภายในปี 2025 และเพิ่มยอดขายนอกประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 30,000 ล้านเยนในปีงบประมาณที่แล้ว จากสัดส่วน 3.8% ของทั้งหมดในปัจจุบัน เป็น 10% เร็วๆ นี้ 

 

“Nitori แทบจะไม่เจอการแข่งขันระหว่างบริษัทในท้องถิ่น” โช คาวาโนะ จาก Goldman Sachs ในญี่ปุ่น กล่าว “สินค้ามีราคาไม่แพงและผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบให้ประกอบได้ง่ายกว่าของ Nitori  ซึ่งเหมาะกับผู้บริโภคชาวเอเชียได้ง่ายกว่า”

 

อ้างอิง:

The post Nitori ร้านเฟอร์นิเจอร์ญี่ปุ่น ย้ำชัด IKEA คือ ‘คู่แข่ง’ อีก 5 ปีจะเป็นช่วงชี้ชะตา นักวิเคราะห์มอง ราคาไม่แพงและประกอบง่าย เหมาะกับคนเอเชียมากกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>