iCloud Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/icloud/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 06 May 2026 05:01:18 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เตือนภัยมัลแวร์ ‘JSceal’ แฝงตัวในระบบ Windows ดูดเงินสูญกว่า 10 ล้านบาท แนะวิธีป้องกันขั้นเด็ดขาด https://thestandard.co/jsceal-malware-windows-fraud-prevention/ Wed, 06 May 2026 05:01:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1204214 ภาพประกอบเตือนภัยมัลแวร์ JSceal แฝงตัวในระบบ Windows พร้อมวิธีป้องกันการดูดเงิน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เตือนภัยประชาชนให้เ […]

The post ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เตือนภัยมัลแวร์ ‘JSceal’ แฝงตัวในระบบ Windows ดูดเงินสูญกว่า 10 ล้านบาท แนะวิธีป้องกันขั้นเด็ดขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบเตือนภัยมัลแวร์ JSceal แฝงตัวในระบบ Windows พร้อมวิธีป้องกันการดูดเงิน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เตือนภัยประชาชนให้เฝ้าระวังมัลแวร์อันตรายชื่อว่า ‘JSceal’ ซึ่งกำลังแพร่ระบาดและแฝงตัวอยู่ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows ล่าสุดพบผู้เสียหายแล้วร่วม 10 ราย ที่ถูกแฮกเกอร์ลักลอบขโมยข้อมูลและทำธุรกรรมทางการเงิน ส่งผลให้เกิดความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

 

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่ามัลแวร์ JSceal มีความสามารถในการแฝงตัวเข้าสู่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายได้อย่างแนบเนียน โดยจะทำงานอยู่เบื้องหลังตลอดเวลาและยากต่อการสแกนตรวจจับ มัลแวร์ชนิดนี้ทำงานผ่านระบบที่เรียกว่า C2 Server ซึ่งเอื้อให้แฮกเกอร์สามารถเข้ามาควบคุมและจัดการอุปกรณ์จากระยะไกลได้เสมือนนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายเอง

 

แฮกเกอร์จะทำการดึงข้อมูลสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่านที่บันทึกไว้ ประวัติการท่องเว็บไซต์ รวมถึงข้อมูลกระเป๋าเงินดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี) และส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของตนเองอย่างไร้ร่องรอย ทำให้ผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าคอมพิวเตอร์ของตนถูกเจาะระบบ จนกระทั่งพบความผิดปกติเมื่อเกิดความสูญเสียทรัพย์สินไปแล้ว

 

สำหรับช่องทางหลักที่มัลแวร์ JSceal ใช้ในการแพร่กระจายเข้าสู่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ได้แก่:

 

  • การดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์
  • การเข้าใช้งานเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยง หรือการคลิกลิงก์จากโฆษณาที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • การใช้งานโปรแกรมหรือไฟล์ที่คัดลอกมาจากอุปกรณ์อื่น ซึ่งอาจมีมัลแวร์แฝงตัวอยู่ก่อนแล้ว

 

จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า แฮกเกอร์ไม่ได้หยุดเพียงแค่การขโมยรหัสผ่านในคอมพิวเตอร์ แต่ยังสามารถเข้าถึง รหัส OTP (One Time Password) ที่ส่งผ่านระบบข้อความ (Google Messages) ในโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายได้ด้วย เนื่องจากผู้เสียหายมักมีการเปิดระบบซิงค์ (Sync) ข้อความระหว่างโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ไว้ ช่องโหว่นี้เองที่เปิดทางให้แฮกเกอร์นำรหัส OTP ไปใช้ยืนยันการทำธุรกรรมทางการเงินและโอนเงินออกจากบัญชีได้อย่างสมบูรณ์

 

เพื่อเป็นการตัดวงจรความเสียหายและป้องกันภัยคุกคามดังกล่าว ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จึงขอแนะนำให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยหลีกเลี่ยงการติดตั้งโปรแกรมจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ห้ามปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส (Antivirus) หมั่นอัปเดตระบบปฏิบัติการให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ตรวจสอบการอนุญาตเข้าถึงอุปกรณ์ของแอปพลิเคชันต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ และแนะนำให้ใช้โปรแกรมเฉพาะทาง เช่น Malwarebytes ในการสแกนหาและกำจัดภัยคุกคาม

 

เจ้าหน้าที่ขอเน้นย้ำให้ผู้ใช้งานทำการ ปิดการซิงค์ข้อความไปยังอุปกรณ์อื่น เพื่อป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์เข้าถึงรหัส OTP ได้ โดยสามารถตั้งค่าได้ดังนี้:

 

สำหรับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android (ปิดการซิงค์ข้อความ Google Messages):

 

  • เปิดแอปพลิเคชัน Google Messages
  • กดที่รูปโปรไฟล์บริเวณมุมขวาบน
  • เลือก ‘การตั้งค่า Messages’ (Messages settings)
  • เลือก ‘แชท RCS’ (RCS chats)
  • กดปิดการใช้งาน RCS

 

สำหรับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS (ปิดการ Backup บน iCloud):

 

  • เข้าไปที่เมนู ‘ตั้งค่า’ (Settings)
  • กดที่ชื่อ Apple Account ของผู้ใช้
  • เลือกเมนู ‘iCloud’
  • เลือก ‘iCloud Backup’ และทำการกดปิด

 

ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เน้นย้ำว่า การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในครั้งนี้ ดำเนินการไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อสร้างการตระหนักรู้และให้ประชาชนรู้เท่าทันรูปแบบภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงไป

 

อ้างอิง: ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)

The post ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เตือนภัยมัลแวร์ ‘JSceal’ แฝงตัวในระบบ Windows ดูดเงินสูญกว่า 10 ล้านบาท แนะวิธีป้องกันขั้นเด็ดขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple เปิดตัว Apple Business รวมบริการจัดการอุปกรณ์-อีเมล-เครื่องมือแบรนด์ไว้ในที่เดียว เปิดให้บริการฟรีในกว่า 200 ประเทศและดินแดน 14 เม.ย. นี้ https://thestandard.co/apple-business-launch-free-global/ Thu, 26 Mar 2026 01:08:00 +0000 https://thestandard.co/apple-business-launch-free-global/ ภาพกราฟิก Apple Business แสดงบริการจัดการอุปกรณ์สำหรับองค์กร เปิดให้บริการฟรีทั่วโลก 14 เม.ย. นี้

Apple รวบรวมฟีเจอร์สำหรับภาคธุรกิจที่พัฒนามาตลอดหลายปี […]

The post Apple เปิดตัว Apple Business รวมบริการจัดการอุปกรณ์-อีเมล-เครื่องมือแบรนด์ไว้ในที่เดียว เปิดให้บริการฟรีในกว่า 200 ประเทศและดินแดน 14 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิก Apple Business แสดงบริการจัดการอุปกรณ์สำหรับองค์กร เปิดให้บริการฟรีทั่วโลก 14 เม.ย. นี้

Apple รวบรวมฟีเจอร์สำหรับภาคธุรกิจที่พัฒนามาตลอดหลายปี ทั้งระบบจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ในตัว (MDM), อีเมลธุรกิจ, ปฏิทิน, บริการไดเรกทอรี และการรองรับโดเมนแบบกำหนดเอง เข้ามาไว้ในแพลตฟอร์มเดียวภายใต้ชื่อ ‘Apple Business’ ซึ่งประกาศเปิดตัวค่ำวานนี้ (24 มี.ค.) และจะเปิดให้บริการในวันที่ 14 เมษายนนี้ ในกว่า 200 ประเทศและดินแดน

 

Apple Business ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรทุกขนาดจัดการอุปกรณ์และบัญชีผู้ใช้ได้จากที่เดียว พร้อมมอบเครื่องมือด้านการตลาดเพื่อเข้าถึงลูกค้า โดยฟีเจอร์แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การดำเนินธุรกิจ (Running the Business) ที่เน้นงาน IT และการตั้งค่า กับ การเติบโต (Growth) ที่เน้นเครื่องมือจัดการแบรนด์และการเข้าถึงลูกค้า

 

ทั้งนี้ Apple Business เกิดจากการรวม 3 บริการที่มีอยู่เดิมเข้าด้วยกัน ได้แก่ Apple Business Connect (จัดการข้อมูลแบรนด์บนแผนที่), Apple Business Manager (จัดการอุปกรณ์และบัญชี) และ Apple Business Essentials (เครื่องมือ IT สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก)

 

โดยบริการทั้ง 3 จะยุติการให้บริการแยกหลังจาก Apple Business เปิดตัว ส่วนข้อมูลที่มีอยู่ เช่น ตำแหน่งที่ตั้งที่อ้างสิทธิ์ไว้, ข้อมูลบัตรสถานที่, รูปภาพ และรายละเอียดบัญชี จะย้ายไปยัง Apple Business โดยอัตโนมัติ

 

ระบบจัดการอุปกรณ์ในตัว ใช้ได้ฟรีทั่วโลก

 

จุดเด่นของ Apple Business คือระบบจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ในตัว (Built-in MDM) ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้ได้เฉพาะผ่านการสมัครสมาชิก Apple Business Essentials ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ตอนนี้จะเปิดให้ใช้งานฟรีในกว่า 200 ประเทศ เพียงสร้างบัญชี Apple Business

 

ระบบนี้มาพร้อมฟีเจอร์ Blueprints ซึ่งเป็นเทมเพลตสำเร็จรูปสำหรับการตั้งค่าอุปกรณ์ iPhone, iPad หรือ Mac ช่วยกำหนดกลุ่มพนักงาน, การตั้งค่า, ความปลอดภัย และแอปล่วงหน้า ทำให้พนักงานสามารถแกะกล่องอุปกรณ์และเริ่มใช้งานได้ทันทีผ่านการลงทะเบียนอัตโนมัติ (Automated Device Enrollment) สำหรับองค์กรที่ต้องการปรับแต่งเพิ่มเติม ยังมีตัวเลือกการตั้งค่าขั้นสูงสำหรับนโยบายความปลอดภัยอีกด้วย

 

ฟีเจอร์ด้านการจัดการอุปกรณ์ที่สำคัญ ได้แก่ บัญชี Apple ที่มีการจัดการที่แยกข้อมูลงานและข้อมูลส่วนบุคคลออกจากกันด้วยการเข้ารหัส พร้อมรองรับการสร้างบัญชีอัตโนมัติผ่านการผสานรวมกับบริการยืนยันตัวตนอย่าง Google Workspace และ Microsoft Entra ID, ระบบจัดการพนักงานที่สร้างกลุ่มผู้ใช้ตามลักษณะงานหรือทีม, การแจกจ่ายแอปผ่าน App Store และ Admin API สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการจัดการในวงกว้าง

 

อีเมลธุรกิจ, ปฏิทิน และไดเรกทอรีในตัว

 

Apple Business มีบริการอีเมล ปฏิทิน และไดเรกทอรีในตัว รองรับโดเมนแบบกำหนดเอง หากมีโดเมนอยู่แล้วสามารถเชื่อมต่อได้โดยตรง หากยังไม่มีสามารถซื้อโดเมนใหม่ผ่าน Apple Business ซึ่งร่วมมือกับ Cloudflare ทำให้องค์กรส่งอีเมลจากโดเมนของตัวเองแทนการใช้บริการสำหรับผู้บริโภคทั่วไป

 

นอกจากนี้ยังมีแอป Apple Business ที่ติดตั้งบนอุปกรณ์ของพนักงาน ช่วยให้เข้าถึงแอปสำหรับการทำงาน ข้อมูลเพื่อนร่วมงาน และบัตรรายชื่อในไดเรกทอรีบริษัท โดยแอปนี้ต้องใช้ iOS 26, iPadOS 26 หรือ macOS 26

 

ในสหรัฐอเมริกามีตัวเลือกอัปเกรดพื้นที่จัดเก็บ iCloud สูงสุด 2 TB และบริการ AppleCare+ for Business ที่ให้การสนับสนุนทั้งฝ่าย IT และพนักงาน รวมถึงบริการซ่อมแซมอุปกรณ์ ส่วนนอกสหรัฐฯ ผู้ใช้จะได้รับพื้นที่จัดเก็บฟรี 5 GB

 

เครื่องมือจัดการแบรนด์และเข้าถึงลูกค้า

 

ในด้านการเติบโต Apple Business รวมเครื่องมือจัดการแบรนด์จาก Apple Business Connect เข้ามาไว้ด้วย ทำให้ธุรกิจตั้งค่าและจัดการการแสดงแบรนด์บนบริการต่าง ๆ ของ Apple ได้จากที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นโปรไฟล์แบรนด์ที่แสดงชื่อและโลโก้ใน Apple Maps, Wallet และแอปอื่น ๆ, บัตรข้อมูลสถานที่ที่ปรับแต่งรูปภาพ, เวลาทำการ และรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งแสดงใน Apple Maps, Safari และ Spotlight

 

ฟีเจอร์ Showcase ช่วยให้ธุรกิจไฮไลต์โปรโมชันหรือสินค้าใหม่บนบัตรข้อมูลสถานที่ในแอปแผนที่ พร้อมเพิ่มปุ่มการกระทำแบบกำหนดเอง เช่น การสั่งซื้อหรือจองที่นำลูกค้าไปยังเว็บไซต์หรือแอปโดยตรง นอกจากนี้ยังมี Branded Mail ที่แสดงโลโก้ของธุรกิจในแอป Mail และ iCloud Mail และการแสดงแบรนด์คู่กับคำสั่งซื้อใน Wallet ทั้งหมดนี้รองรับทั้งธุรกิจที่มีหน้าร้านจริงและธุรกิจออนไลน์

 

Apple Business ยังมอบข้อมูลเชิงลึก (Insights) เกี่ยวกับวิธีที่ลูกค้าค้นพบและมีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจบนแผนที่ ทั้งจำนวนการค้นหา การดู และการแตะปุ่มต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจด้านการลงทุนได้

 

ไม่จำกัดจำนวนอุปกรณ์และพนักงาน

 

Apple Business ไม่มีการจำกัดจำนวนอุปกรณ์หรือพนักงานที่รองรับ โดยรองรับตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์หลายหมื่นถึงหลายแสนเครื่อง รวมถึงองค์กรที่มีสาขาหลายพันแห่ง สำหรับลูกค้า Apple Business Essentials เดิม จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนสำหรับการจัดการอุปกรณ์หลังวันที่ 14 เมษายน

 

Apple Business จะเปิดให้บริการฟรีตั้งแต่วันที่ 14 เมษายนนี้ ที่ business.apple.com ทั้งสำหรับผู้ใช้ใหม่และผู้ใช้ปัจจุบันของ Apple Business Connect, Apple Business Essentials และ Apple Business Manager

The post Apple เปิดตัว Apple Business รวมบริการจัดการอุปกรณ์-อีเมล-เครื่องมือแบรนด์ไว้ในที่เดียว เปิดให้บริการฟรีในกว่า 200 ประเทศและดินแดน 14 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องปรากฏการณ์ ‘รับจ่ายบิลแลกเงิน’ ถึง ‘จำนำ iCloud’ ภาพสะท้อนเศรษฐกิจ สภาพคล่อง และภาระหนี้อันหนักอึ้งของคนไทย https://thestandard.co/receiving-bills-in-exchange-for-money/ Tue, 28 May 2024 09:21:44 +0000 https://thestandard.co/?p=938442

ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง (Uneven Reco […]

The post ส่องปรากฏการณ์ ‘รับจ่ายบิลแลกเงิน’ ถึง ‘จำนำ iCloud’ ภาพสะท้อนเศรษฐกิจ สภาพคล่อง และภาระหนี้อันหนักอึ้งของคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง (Uneven Recovery) ธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น และปัญหาหนี้ครัวเรือนเรื้อรัง ทำให้สังคมไทยเกิดธุรกรรม ‘การหมุนเงิน’ ใหม่ๆ ขึ้นมากมาย ตัวอย่างเช่น ‘การรับจ่ายบิลแลกเงิน’ ไปจนถึง ‘จำนำ iCloud’

 

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าปรากฏการณ์หมุนเงินเหล่านี้เป็นภาพสะท้อนถึง ‘การขาดเงินสดและสภาพคล่องที่เหือดแห้ง’ ของคนไทย และอาจเป็นต้นตอทำให้ปัญหา ‘หนี้เน่า’ ทั้งในและนอกระบบใหญ่ขึ้น

 

รู้จักปรากฏการณ์หมุนเงินใหม่: จำนำ iCloud คืออะไร?

 

นอกจากนี้ ในเวลาที่ไล่เลี่ยกันนี้ สังคมไทยยังเกิดการจำนำรูปแบบใหม่ ที่เรียกกันว่า ‘การจำนำ iCloud’ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นการจำนำโทรศัพท์เวอร์ชันใหม่ ที่เจ้าของ iPhone ไม่จำเป็นต้องฝากโทรศัพท์ไว้กับ ‘ผู้รับจำนำ’ ทำให้เจ้าของ iPhone ยังสามารถใช้โทรศัพท์ต่อไปได้ แม้จำนำไปแล้ว

 

โดยการจำนำมาในรูปแบบที่เจ้าของ iPhone ต้องลงชื่อออก (Log Out) จากบัญชี iCloud ของตัวเอง และหันไปใช้บัญชี iCloud ของผู้รับจำนำ เพื่อที่ผู้รับจำนำจะได้กด ‘ล็อก’ โทรศัพท์ของผู้ขอจำนำได้ หากเกิดการผิดนัดชำระ

 

ซึ่งความน่ากังวลอีกประการหนึ่งจากการจำนำลักษณะนี้คือ ‘ความเป็นส่วนตัว’ ของเจ้าของโทรศัพท์จะอาจสูญเสียไป

 

ทั้งนี้ iCloud คือบริการช่วยจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญของ Apple Inc. สำหรับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท เช่น iPhone, iPad และ MacBook 

 

โดยข้อมูลดังกล่าวรวมไปถึง รูปภาพ ไฟล์ โน้ต อีเมล ปฏิทิน รายชื่อสมุดโทรศัพท์ และพวงกุญแจ iCloud ที่ใช้จัดเก็บรหัสผ่าน บัตรเครดิต และอื่นๆ

 

สะท้อนว่าการจำนำ iCloud นี้อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนตัวหลายๆ ด้าน รวมถึงข้อมูลทางการเงิน ‘รั่วไหล’ ไปสู่ผู้ใช้ iCloud เดียวกันร่วมกับคนอื่นๆ ได้ หากมีการเปิดให้ Sync ข้อมูลด้วยกัน

 

นอกจากนี้การใช้ iCloud ของผู้รับจำนำยังเป็นการเปิดทางให้ผู้รับจำนำติดตามได้ว่า ผู้ขอจำนำอยู่ที่ใด ผ่านแอปพลิเคชัน Find My อีกด้วย

 

จากการสำรวจข้อมูลของ THE STANDARD WEALTH พบว่า ดอกเบี้ยของการจำนำ iCloud ‘สูงกว่า’ อัตราดอกเบี้ยที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 654 วางหลักไว้ว่า ‘ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี’

 

ตัวอย่างเช่น ตั้งยอดรับ iPhone รุ่น 15 Pro Max ไว้ที่ 5,000 บาท โดยเก็บดอกลอย 1,400 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 28% ต่อเดือน

 

หรือตั้งยอดรับ iPhone 11 ไว้ที่ 2,000 บาท โดยเก็บดอกลอย 500 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 25% ต่อเดือน

 

‘การรับจ่ายบิลแลกเงิน’ คืออะไร? วิธีการแลกเงินทำอย่างไร?

 

สำหรับลูกค้า Shopee อาจเข้าใจเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เนื่องจากแพลตฟอร์มดังกล่าวเสนอสินเชื่อให้ลูกค้าที่มีชื่อว่า ‘SPayLater’ โดยผู้ใช้สามารถนำวงเงินสินเชื่อดังกล่าวชำระเงินต่างๆ บนแพลตฟอร์มได้ รวมถึงการจ่ายบิลต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ และค่าอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ดี สินเชื่อดังกล่าว ‘ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้’ และด้วยเหตุผลนี้ ธุรกรรม ‘รับจ่ายบิลแลกเงิน’ จึงถือกำเนิดขึ้น

 

จะเห็นได้ว่า ธุรกรรม ‘การรับจ่ายบิลแลกเงิน’ ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยสมาชิกกลุ่มบนเฟซบุ๊กที่มีเพื่อทำธุรกรรมดังกล่าวกลุ่มหนึ่งได้ทะลุ 2 แสนคนไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่คล้ายคลึงกันอีกมาก

 

นอกจากนี้ไม่ใช่แค่ Shopee เท่านั้นที่เสนอบริการดังกล่าว แต่ยังมี Pay Next ผ่าน TrueMoney ของบริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด และ K PAY LATER ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS ของธนาคารกสิกรไทย

 

เพื่อเข้าใจวิธีการแลกเงินมากขึ้น ตามคำอธิบายในกลุ่มเฟซบุ๊กกลุ่มหนึ่งระบุว่า ‘ผู้หาจ่าย’ คือ ผู้ที่มีบิลค้างชำระ ซึ่งต้องการจ่ายบิลในราคาที่ถูกลงจากยอดในบิล ‘ตามราคาที่ตกลงกัน 2 ฝ่าย’ และ ‘ผู้รับจ่าย’ หมายถึง ผู้ที่มีวงเงินสินเชื่อ

 

โดยจากการสำรวจคร่าวๆ THE STANDARD WEALTH พบว่า ผู้ที่มีบิลค้างชำระมักจะเสนอราคาที่ต่ำกว่าราว 10-30% ตัวอย่างเช่น

  • ยอดค่าไฟ 1,991.42 บาท โอนให้หลังยอดตัด 1,600 บาท (ได้ส่วนลด 19.65%)
  • ยอดค่าน้ำ 276.65 บาท โอนให้หลังยอดตัด 200 บาท (ได้ส่วนลด 27.70%)
  • ยอดค่าอินเทอร์เน็ต 631.30 บาท โอนให้หลังยอดตัด 500 บาท (ได้ส่วนลด 20.79%)
  • ยอดค่าโทรศัพท์ 705.56 บาท โอนให้หลังยอดตัด 600 บาท (ได้ส่วนลด 14.96%)

 

หน่วยงานกำกับการชำระเงินอย่าง ‘แบงก์ชาติ’ มองเรื่องนี้อย่างไร?

 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน ในงาน BOT Monthly Briefing ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน เดือนมีนาคม 2567 โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า การทำธุรกรรม ‘รับจ่ายบิลแลกเงินสด’ ไม่ได้ผิดหลักเกณฑ์การให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล (Digital Personal Loan) เนื่องจากเป็นการใช้จ่ายเพื่ออุปโภคและบริโภค ไม่ได้ผิดวัตถุประสงค์ ตามการตกลงและความยินยอมของทั้งเจ้าของบิลและผู้ใช้สินเชื่อ

 

อย่างไรก็ตาม ทาง ธปท. ได้มีกำชับกับผู้ให้บริการสินเชื่อ ‘เป็นการทั่วไป’ ว่า ต้องดูแลความเสี่ยงของตัวเอง โดยในกรณี หากลูกหนี้มีการทำธุรกรรมลักษณะดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวผู้ประกอบการเองก็จะมีความเสี่ยง

 

นอกจากนี้ ธปท. ยังเตือนทั้งเจ้าของบิลและผู้ใช้สินเชื่อว่า ‘ให้ระวัง’ โดยมองว่า ทั้ง 2 ฝ่ายมีความเสี่ยงที่จะเจอมิจฉาชีพ และอาจเป็นภัยการเงินอย่างหนึ่ง

 

‘เร่งหมุนเงิน’ สะท้อน ‘สภาพคล่องคนไทย’ ทรุดหนัก? หวั่นดัน NPL พุ่งต่อ

 

สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH เกี่ยวกับกรณีการรับจ่ายบิลแลกเงินสดว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า คนต้องการเงินสด และขาดสภาพคล่อง โดยการไปรับจ่ายหนี้แทน ทำเพื่อประวิงเวลาจ่ายเงินสดออกไป ไม่ต่างจากการนำสินเชื่อบัตรเครดิตมาใช้จ่าย

 

“ปรากฏการณ์แบบนี้สะท้อนชัดเจนว่า คนกำลังวิ่งหาเงินสดกันหูดับตับไหม้ จึงไปประกาศขอเป็นหนี้แทนคนอื่น อยู่ดีๆ มีคนเอาเงินมาจ่ายแทนในอัตราที่มีส่วนลด เหตุการณ์นี้ไม่ค่อยสมเหตุสมผล”

 

นอกจากนี้ สุรพลยังเตือนว่า ปรากฏการณ์นี้อาจทำให้สัดส่วนหนี้เสีย (NPL) ในระบบเพิ่มขึ้นอีกได้ หลังจากยอดหนี้เสีย (NPL) หรือหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน จากฐานข้อมูลของเครดิตบูโรในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 อยู่ที่ 1.09 ล้านล้านบาทแล้ว เพิ่มขึ้นถึง 14.9%YoY หรือ 4.4%QoQ 

 

หนี้เสียไทยเพิ่มขึ้น 4 ไตรมาสติดแล้ว จ่อเพิ่มขึ้นต่อ?

 

ตามข้อมูลล่าสุดของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แสดงให้เห็นว่า หนี้สินครัวเรือน ณ ไตรมาส 4 ปี 2566 (ตัวเลขล่าสุด) เพิ่มขึ้น 3% มีมูลค่า 16.4 ล้านล้านบาท โดยมีสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP อยู่ที่ 91.3%

 

จำนวนนี้เป็นหนี้เสีย 1.58 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1.52 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ไตรมาสติดต่อกันแล้ว และคิดเป็นสัดส่วน 2.88% ต่อสินเชื่อรวม

 

โดยเมื่อแยกเป็นสินเชื่อรายวัตถุประสงค์พบว่า สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นในสินเชื่อทุกประเภท ทั้งที่อยู่อาศัย ยานยนต์ บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล สะท้อนว่า ‘ความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนด้อยลงทุกประเภท’

 

 

สภาพัฒน์แนะ แก้ปัญหาทั้ง Ecosystem รวมเจ้าหนี้-ลูกหนี้-ร้านค้า

 

ขณะที่ ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล นอกเหนือจากการดูแลการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และผู้ออกบัตรเครดิตแล้ว (Issuer) ทางการควรดูแลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ในระบบนิเวศ (Ecosystem) ด้วย เช่น ฝั่งผู้ขาย เอกชน ห้างสรรพสินค้า

 

รวมไปถึงทัศนคติของผู้ใช้สินเชื่อ เช่น ทัศนคติที่ว่า ‘ของมันต้องมี’ พร้อมแนะว่า ผู้ใช้สินเชื่อควรพิจารณาเรื่องรายได้สุทธิของตนเองมากขึ้นว่า เพียงพอต่อรายจ่ายต่อเดือนหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดเป็น ‘วงจรอุบาทว์’

 

“ต้องช่วยกันแก้ระบบนิเวศ (Ecosystem) ของตลาด เนื่องจากทุกวันนี้สินค้าสามารถผ่อนบัตรเครดิตได้แทบทุกอย่าง ผ่อนแล้วยังได้ส่วนลดอีก นับเป็นส่วนที่ทำให้หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มสูงขึ้น”

The post ส่องปรากฏการณ์ ‘รับจ่ายบิลแลกเงิน’ ถึง ‘จำนำ iCloud’ ภาพสะท้อนเศรษฐกิจ สภาพคล่อง และภาระหนี้อันหนักอึ้งของคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple เตรียมรวมทุกบริการดิจิทัลของบริษัทเป็นแพ็กเกจแบบ Bundle จบในที่เดียว https://thestandard.co/apple-prepare-to-merge-all-digital-service/ Fri, 14 Aug 2020 07:11:05 +0000 https://thestandard.co/?p=388487

สำนักข่าว Bloomberg รายงานข้อมูลว่า Apple เตรียมจะผนึกร […]

The post Apple เตรียมรวมทุกบริการดิจิทัลของบริษัทเป็นแพ็กเกจแบบ Bundle จบในที่เดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักข่าว Bloomberg รายงานข้อมูลว่า Apple เตรียมจะผนึกรวมทุกๆ บริการดิจิทัลของบริษัท ทั้ง Apple TV+, Apple Music, Apple News+, Apple Arcade และ iCloud Storage ให้มารวมอยู่กันเป็นแพ็กเกจแบบ Bundle ที่ผู้ใช้งานสามารถสมัครใช้แพ็กเกจเพียงแพ็กเกจเดียว แต่สามารถใช้บริการต่างๆ ได้ครบและครอบคลุม

 

ตามรายงานเบื้องต้นเชื่อกันว่า แพ็กเกจ Bundle ของ Apple อาจจะใช้ชื่อว่า ‘Apple One’ โดยมีแนวโน้มสูงที่ตัวแพ็กเกจดังกล่าวจะเปิดตัวออกมาในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ และไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในแบรนด์ของ Apple

 

ความตั้งใจของ Apple ในการเปิดตัว Apple One คือการดึงดูดผู้ใช้งานให้มาใช้บริการอื่นๆ ของพวกเขามากขึ้น รวมถึงกระจายความเสี่ยงเพิ่มช่องทางรายได้ให้กับสินค้าในกลุ่มบริการของบริษัท

 

โดยในช่วงไตรมาส 3 ของปีงบการเงินที่ผ่านมาของ Apple พวกเขามีรายได้รวมทั้งสิ้น 59,685 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 46,529 ล้านดอลลลาร์สหรัฐ (+9.8%) และรายได้จากสินค้าในกลุ่มบริการ 13,156 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าสูงกว่า 14.8%

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post Apple เตรียมรวมทุกบริการดิจิทัลของบริษัทเป็นแพ็กเกจแบบ Bundle จบในที่เดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เผย Apple ใช้บริการ Google Cloud สำรองข้อมูลบน iCloud ของตน https://thestandard.co/apple-confirms-it-uses-google-cloud-for-icloud/ https://thestandard.co/apple-confirms-it-uses-google-cloud-for-icloud/#respond Wed, 28 Feb 2018 03:10:04 +0000 https://thestandard.co/?p=73780

มกราคมที่ผ่านมา Apple ได้ปล่อยคู่มือสำหรับแนะนำความปลอด […]

The post เผย Apple ใช้บริการ Google Cloud สำรองข้อมูลบน iCloud ของตน appeared first on THE STANDARD.

]]>

มกราคมที่ผ่านมา Apple ได้ปล่อยคู่มือสำหรับแนะนำความปลอดภัยของการใช้งานระบบปฏิบัติการ iOS 11 ครอบคลุมถึงการปลดล็อกเครื่องด้วยไบโอเมตริกซ์วิธีต่างๆ การใช้งานแอปพลิเคชัน การเข้ารหัสข้อมูล การสำรองข้อมูล ไปจนถึงการใช้ Apple Pay ทำธุรกรรมออนไลน์

 

แต่สิ่งที่ชวนให้ผู้คนฉงนสงสัยคือข้อความท่ีระบุว่าบริการ iCloud ของพวกเขาสำรองข้อมูลบน Cloud ของ Google Cloud และ Amazon S3 ซึ่งในที่นี้ Apple ระบุว่าส่วนของไฟล์ข้อมูลที่ทำการสำรองบนผู้ให้บริการเจ้าอื่นๆ นั้นจะไม่มีการระบุตัวตนผู้ใช้งานแต่อย่างใด ส่วนสำนักข่าว CNBC และ The Verge กล่าวแบบแบ่งรับแบ่งสู้เชิงไม่แน่ใจว่านอกเหนือจากไฟล์ภาพและวิดีโอ Apple มีการจัดเก็บสำรองข้อมูลชนิดอื่นอีกหรือไม่

 

สำหรับ Amazon S3 คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไร เพราะโดยปกติ Apple ก็ใช้ระบบการจัดเก็บข้อมูลทางไกลจาก Amazon และ Microsoft Azure อยู่แล้ว แต่ที่แปลกคือพวกเขาตัดสินใจผละจาก Microsoft แล้วหันมาใช้บริการของ Google Cloud แทน ขณะที่สื่อหลายสำนักยังระบุอีกด้วยว่า Apple ใช้บริการคลังเก็บข้อมูลออนไลน์ของ Google มาตั้งแต่ปี 2016 แล้ว เพียงแต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลออกมาอย่างเป็นทางการก็เท่านั้น

 

ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าอื่นๆ ที่ใช้บริการ Cloud ของ Google ก็มีตั้งแต่ ผู้ให้บริการชำระเงิน PayPal, Snap (Snapchat) และสตรีมมิงมิวสิก Spotify

 

ด้าน TechCrunch กล่าวว่าพวกเขาไม่ควรไปพึ่งพาผู้ให้บริการเจ้าอื่นๆ ทั้งที่ในเชิงการแข่งขันบนตลาดสมาร์ทโฟน Apple และ Google ก็ถือเป็นคู่แข่งกันโดยตรง แต่ทั้งคู่กลับมีความสัมพันธ์ในเชิงลูกค้า-พันธมิตรกัน เช่นเดียวกับ Amazon และ Microsoft พร้อมแนะให้ Apple พัฒนาระบบ Cloud ที่มีเสถียรภาพขึ้นมาใช้งานเป็นของตัวเอง

 

อ้างอิง:

The post เผย Apple ใช้บริการ Google Cloud สำรองข้อมูลบน iCloud ของตน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/apple-confirms-it-uses-google-cloud-for-icloud/feed/ 0