Iceland Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/iceland/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 22 Mar 2026 06:27:07 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ฟินแลนด์ครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก 9 ปีซ้อน สะท้อนจากเศรษฐกิจ-สวัสดิการดี https://thestandard.co/finland-happiest-country-world-report/ Sun, 22 Mar 2026 06:27:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1189952 ภาพทิวทัศน์เมืองในฟินแลนด์ สะท้อนคุณภาพชีวิตและความสุขของประชากร

ฟินแลนด์ครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกต่อเนื่อง […]

The post ฟินแลนด์ครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก 9 ปีซ้อน สะท้อนจากเศรษฐกิจ-สวัสดิการดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพทิวทัศน์เมืองในฟินแลนด์ สะท้อนคุณภาพชีวิตและความสุขของประชากร

ฟินแลนด์ครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 จากรายงาน World Happiness Report 2026 โดยผลสำรวจชี้ว่าความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการ ‘ทำหลายอย่างได้ดี’ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และ คุณภาพชีวิตของประชากร

 

การจัดอันดับนี้มาจากการสำรวจของ Gallup World Poll ที่ไปถามคนใน 147 ประเทศ ประเทศละอย่างน้อย 1,000 คน ซึ่งได้ให้คะแนนชีวิตตัวเองตั้งแต่ 0 ระดับแย่มากถึง 10 ระดับดีที่สุด ซึ่งเป็นการวัดง่ายๆ ว่าแต่ละคนพอใจกับชีวิตตัวเองแค่ไหน

 

สำหรับ 10 ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกปีนี้ อันดับ 1 คือ ฟินแลนด์ คะแนน 7.76, ไอซ์แลนด์ คะแนน 7.54, เดนมาร์ก คะแนน 7.53, คอสตาริกา คะแนน 7.43, สวีเดน คะแนน 7.25, นอร์เวย์ คะแนน 7.24, เนเธอร์แลนด์ คะแนน 7.22, อิสราเอล คะแนน 7.18, ลักเซมเบิร์ก คะแนน 7.06 และสวิตเซอร์แลนด์ คะแนน 7.01 ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่อันดับที่ 23 ด้วยคะแนน 6.81

 

นักวิจัยรายงานว่าความแตกต่างของระดับความสุขระหว่างประเทศมาจาก 6 ปัจจัยหลัก ได้แก่ รายได้ต่อหัว, การสนับสนุนทางสังคม, อายุคาดเฉลี่ยที่มีสุขภาพดี, เสรีภาพในการเลือกใช้ชีวิต, ความมีน้ำใจหรือการให้, และการรับรู้ต่อคอร์รัปชัน

 

แจน-เอ็มมานูเอล เดอ เนฟ ผู้อำนวยการ Wellbeing Research Centre มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่าประเทศฟินแลนด์มีจุดแข็งในหลายด้าน ทั้งความมั่งคั่งที่กระจายตัวได้ดี ตามด้วยระบบสวัสดิการที่เข้มแข็ง รวมถึงความเชื่อมั่นในภาครัฐ ตลอดจนระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ

 

ส่วนในเชิงนโยบาย ฟินแลนด์มีสิทธิ์ลาคลอดแบบได้รับค่าจ้างมากกว่า 5 เดือน พร้อมวันลาพิเศษให้กับผู้ตั้งครรภ์เพิ่มเติม 40 วัน อีกทั้งยังมีนโยบายสนับสนุนที่อยู่อาศัยและระบบสาธารณสุขถ้วนหน้า ซึ่งเป็นลักษณะร่วมของหลายประเทศในกลุ่มท็อป 10

 

นอกจากตัวเลขแล้วยังมีปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขของคนด้วย เช่น คนฟินแลนด์มีความใกล้ชิดกับธรรมชาติ และมีวัฒนธรรมการใช้ซาวน่า ซึ่งช่วยให้ผ่อนคลายและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

อีกเรื่องสำคัญคืออายุของประชากร โดยประเทศแถบนอร์ดิกมักมีคนอายุมากกว่า เช่น ฟินแลนด์มีอายุเฉลี่ยประมาณ 43 ปี ขณะที่สหรัฐฯ อยู่ที่ราว 38 ปี ซึ่งโดยทั่วไปคนที่อายุมากขึ้นจะรู้สึกพึงพอใจกับชีวิตมากกว่า ทำให้คะแนนความสุขโดยรวมของประเทศสูงขึ้น

 

ด้านข้อมูลจาก Sapien Labs ยังพบว่าคนอายุมากมีแนวโน้มมีความสัมพันธ์ในครอบครัวที่แน่นแฟ้น ใกล้ชิดกับครอบครัวมากกว่า มีความเชื่อทางจิตวิญญาณ ไม่เติบโตมากับสมาร์ตโฟน และบริโภคอาหารแปรรูปน้อยกว่า ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีส่วนสนับสนุนคุณภาพชีวิตและความสุขโดยรวมในระยะยาว

 

ด้านข้อมูลจาก Sapien Labs ยังชี้ว่าคนที่อายุมากจะมีชีวิตที่เรียบง่ายและมั่นคงกว่า เช่น มีความสัมพันธ์กับครอบครัวที่แน่นแฟ้น ใกล้ชิดกันมากขึ้น มีความเชื่อหรือที่ยึดเหนี่ยวทางใจ อีกทั้งไม่ได้โตมากับสมาร์ตโฟน และส่วนใหญ่จะเลือกกินอาหารแปรรูปน้อยกว่า และปัจจัยเหล่านี้ได้ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น และทำให้รู้สึกมีความสุขในระยะยาวมากขึ้น

 

ภาพ:oneinchpunch/shutterstock

 

อ้างอิง:

The post ฟินแลนด์ครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก 9 ปีซ้อน สะท้อนจากเศรษฐกิจ-สวัสดิการดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลงนามแล้ว FTA ไทย – EFTA ฉบับแรกในประวัติศาสตร์ของไทยกับประเทศในยุโรป https://thestandard.co/thailand-efta-fta-first-signing/ Thu, 23 Jan 2025 11:07:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1033645

วันนี้ (23 มกราคม) เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสมาพันธ […]

The post ลงนามแล้ว FTA ไทย – EFTA ฉบับแรกในประวัติศาสตร์ของไทยกับประเทศในยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 มกราคม) เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสมาพันธรัฐสวิส พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมลงนามความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement:FTA) ระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association: EFTA) พร้อมกับ กี ปาร์เมอแล็ง รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์, ซิซีลี เมียร์เซ็ท รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมนอร์เวย์, โดมินิค แฮชเลอร์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศลิกเตนสไตน์ และ มาร์ติน เอยอบสัน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศไอซ์แลนด์ โดยมี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย และ เคิร์ท เจเกอร์ เลขาธิการ EFTA ร่วมเป็นสักขีพยานที่ House of Switzerland เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งเป็น FTA ฉบับแรกของไทยกับยุโรป ที่รัฐบาลเร่งรัดจนการเจรจาประสบความสำเร็จใน 3 เดือน

 

พิชัยกล่าวว่า วันนี้นายกฯ มาเป็นสักขีพยาน และมีผู้แทนจากสวิตเซอร์แลนด์, นอร์เวย์, ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ มาร่วมเซ็น FTA กับไทย เรื่องนี้จะปรากฏไปทั่วโลกท่ามกลางงาน World Economic Forum (WEF) ซึ่งนานาชาติจะได้เห็นว่าประเทศไทยกลับเข้ามาสู่แผนที่โลกแล้ว หลังจากที่เราหายไป 10 ปีที่ไม่มีการเจรจาเขตการค้าเสรี ซึ่ง FTA ไทย- EFTA เป็น FTA ที่มีมาตรฐานใหม่ยกไปอีกระดับหนึ่ง ทำให้เราขยายโอกาสสู่ FTA กับ EU, UAE และประเทศต่างๆ ในอนาคต ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีมาตรฐานที่ดีขึ้น การได้เซ็น FTA กับประเทศที่มีมาตรฐานที่ดีจะช่วยยกระดับมาตรฐานของเรา ไทยจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ทั้งด้านภาพพจน์ การลงทุน และการค้า

 

พิชัยกล่าวอีกว่า ประเทศไทยกำลังเป็นแหล่งลงทุนของประเทศต่างๆ ที่จะไหลเข้ามา ปีที่แล้วเรามีการลงทุนเข้ามามากกว่า 1 ล้านล้านบาท และปีนี้จะไหลเข้ามามากขึ้น เป็นนิมิตหมายที่ดี ซึ่งคาดว่าเราจะได้ประโยชน์อีกหลายพันล้านบาท และเชื่อว่าการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะมีอีกเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท เพราะ FTA ฉบับนี้จะนำไปสู่การเจรจา FTA กับ EU และมีอีกหลายประเทศที่จะหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยจึงต้องเร่งให้มี FTA มากขึ้นให้มากกว่าหรือเท่ากับเวียดนาม เพื่อแข่งขันกับเวียดนามได้ โดย FTA จะเป็นแต้มต่อทำให้ไม่ต้องเสียภาษี และแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ซึ่งมีหลายประเทศสนใจเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น PCB, Data Center หรือ AI และสำหรับผู้ประกอบการไทยเป็นเรื่องดีที่เราต้องปรับตัวให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น ขายของไปทั่วโลก เป็นสิ่งที่เราต้องทำอยู่แล้วและเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการ

 

“ตั้งแต่นี้ต่อไปขอยืนยันว่าจะเป็นยุคทองของไทย เหมือนที่ โดนัลด์ ทรัมป์ พูดว่าเป็นยุคทองของสหรัฐอเมริกา ผมก็เชื่อว่าจะเป็นยุคทองของไทย และต้องช่วยกันแก้เรื่องหนี้ ตอนนี้เรามีเงินลงทุนเข้ามาเยอะ ส่งออกเราก็ดี ปีที่แล้วทั้งปี +5.4% และปีนี้ก็จะดี ต่อไปประเทศไทยเจริญขึ้น เชื่อว่าไม่กี่เดือนที่นายกฯ เข้ามา ภาพของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงชัดเจน นายกฯ มีความคิด มีวิธีการ เป็นที่นิยม มีแต่คนอยากขอเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ถ้าเรารักษาแบบนี้ต่อไปประเทศเราเจริญแน่นอน”

 

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ปี 2567 ไทยกับ EFTA มีมูลค่าการค้ารวม 11,788.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 1.94% ของการค้าทั้งหมดของไทยกับโลก ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 19.22% โดยไทยส่งออกไป EFTA 4,225.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจาก EFTA 7,563.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไป EFTA ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ, นาฬิกาและส่วนประกอบ, เหล็กและผลิตภัณฑ์, อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป, เครื่องใช้สำหรับเดินทาง, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ, แผงควบคุมกระแสไฟฟ้า, เครื่องสำอาง, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ, ผลิตภัณฑ์พลาสติก และข้าว

 

สินค้านำเข้าสำคัญของไทยจาก EFTA ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ, นาฬิกาและส่วนประกอบ, เนื้อสัตว์, ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม, ยากำจัดศัตรูพืช, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ, เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ, เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์, สัตว์นำเข้าสด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป และเคมีภัณฑ์

 

ภายหลังการลงนามในวันนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเผยแพร่ผลการเจรจาและเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนเสนอรัฐสภาให้ความเห็นชอบตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว หน่วยงานภายในประเทศของไทยจะต้องดำเนินการออกกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการมีผลบังคับใช้ของ FTA ฉบับนี้ให้เรียบร้อย ไทยจึงจะสามารถให้สัตยาบัน ซึ่งคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ในช่วงระหว่างนี้ภาคเอกชนไทยจะได้มีช่วงเวลาในการศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากความตกลงในการขยายโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ทันทีที่ความตกลงมีผลบังคับใช้

The post ลงนามแล้ว FTA ไทย – EFTA ฉบับแรกในประวัติศาสตร์ของไทยกับประเทศในยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดภาพเอกสาร FTA ไทย – EFTA ลงนามวันนี้ ฉบับแรกที่ทำกับ 4 ประเทศยุโรป https://thestandard.co/thailand-efta-fta-signing-docs/ Thu, 23 Jan 2025 08:29:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1033521

วันนี้ (23 มกราคม) พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระ […]

The post เปิดภาพเอกสาร FTA ไทย – EFTA ลงนามวันนี้ ฉบับแรกที่ทำกับ 4 ประเทศยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 มกราคม) พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้แทนไทย จะเข้าร่วมลงนามความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรียุโรป หรือ EFTA (European Free Trade Association)

 

โดยมี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นสักขีพยาน

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568 เห็นชอบผลการเจรจาจัดทำ FTA ระหว่างไทยกับ EFTA ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 4 ประเทศ คือ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ หลังจากที่เร่งรัดการเจรจามาตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยพิธีลงนามจะจัดขึ้นในวันนี้

 

สำหรับการลงนามครั้งนี้จะถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งเจรจาจัดทำ FTA กับประเทศคู่ค้าต่างๆ ขยายโอกาสในการส่งออกสินค้าและบริการของไทย สร้างแต้มต่อและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในการทำธุรกิจ ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพและอุตสาหกรรมใหม่

 

ความสำเร็จของ FTA ฉบับนี้ถือเป็นหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์การค้าไทย เนื่องจากเป็น FTA ฉบับแรกที่ไทยทำกับกลุ่มประเทศในยุโรป มีความทันสมัย มาตรฐานสูง สอดคล้องกับพัฒนาการของกฎเกณฑ์การค้ายุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะปูทางไปสู่การเจรจาจัดทำ FTA ของไทยกับคู่ค้าสำคัญอื่นๆ อาทิ สหภาพยุโรป ต่อไป

 

สำหรับเอกสาร FTA ที่จะลงนาม เป็นเอกสารที่มีจำนวน 1,600 หน้า

 

The post เปิดภาพเอกสาร FTA ไทย – EFTA ลงนามวันนี้ ฉบับแรกที่ทำกับ 4 ประเทศยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
Laufásborg โรงเรียนอนุบาลที่เปลี่ยนโลก: สอนเด็กผู้หญิงให้เข้มแข็ง สอนเด็กผู้ชายให้อ่อนโยน https://thestandard.co/life/laufasborg-kindergarten-teaching-gender-equality/ Thu, 19 Dec 2024 05:33:33 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1021359 laufasborg

ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกยังคงดิ้นรนกับความไม่เท่าเทียม […]

The post Laufásborg โรงเรียนอนุบาลที่เปลี่ยนโลก: สอนเด็กผู้หญิงให้เข้มแข็ง สอนเด็กผู้ชายให้อ่อนโยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
laufasborg

ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกยังคงดิ้นรนกับความไม่เท่าเทียมทางเพศ มีโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในเรคยาวิก (Reykjavík) เมืองหลวงของไอซ์แลนด์ ที่กำลังปฏิวัติการศึกษาปฐมวัยด้วยแนวคิดที่กล้าหาญ

 

Laufásborg คือชื่อของโรงเรียนอนุบาลที่มีวิธีการสอนแหวกแนว พวกเขาแยกเด็กชายและเด็กหญิงออกจากกันเกือบทั้งวัน แต่ไม่ใช่เพื่อตอกย้ำความแตกต่าง กลับกันคือเพื่อทลายกำแพงของการกำหนดบทบาททางเพศแบบดั้งเดิม 

 

ในห้องเรียนของเด็กผู้หญิง พวกเธอได้รับการสอนให้เป็นคนเข้มแข็ง เด็กๆ สนุกกับการใช้พลังทุ่มท่อนไม้แล้วตะโกนว่า “ฉันเป็นคนแข็งแกร่ง!” พวกเขาสอนให้เด็กผู้หญิงกล้าแสดงออก และไม่ต้องขอโทษโดยไม่จำเป็น ส่วนในห้องเรียนของเด็กผู้ชาย พวกเขาได้เรียนรู้ทักษะที่แตกต่างออกไป เช่น การดูแลเอาใจใส่ผู้อื่น การแสดงความชื่นชม และแม้กระทั่งการนวดเพื่อผ่อนคลาย วิธีการนี้มีเป้าหมายให้เด็กๆ ได้พัฒนาบุคลิกภาพโดยปราศจากกรอบความคิดเดิมๆ ที่สังคมมักกำหนดไว้

 

ความขัดแย้งระหว่างภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูสมบูรณ์แบบของประเทศไอซ์แลนด์กับความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง นำมาสู่คำถามที่น่าสนใจว่า อะไรคือรากเหง้าที่แท้จริงของปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย และทำไมแม้แต่ประเทศที่ก้าวหน้าที่สุดในด้านนี้ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์

 

ที่โรงเรียนอนุบาล Laufásborg ในกรุงเรคยาวิก พวกเขาเชื่อว่าพบคำตอบว่าการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มตั้งแต่วัย 2 ขวบ ก่อนที่กรอบความคิดเรื่องเพศแบบดั้งเดิมจะฝังรากลึกเกินกว่าจะแก้ไข นี่คือเรื่องราวของโรงเรียนที่กล้าท้าทายขนบธรรมเนียมการสอนเด็กด้วยความเชื่อที่ว่า หนทางสู่สังคมที่เท่าเทียมอย่างแท้จริง อาจเริ่มต้นได้จากห้องเรียนอนุบาล

 

“เราต้องเริ่มตั้งแต่อายุ 2 ขวบ” ครูท่านหนึ่งอธิบาย “เพราะนั่นคือช่วงที่เด็กๆ เริ่มสร้างความเข้าใจว่าการเป็นเด็กชายหรือเด็กหญิงหมายถึงอะไร หากเราไม่แทรกแซงตั้งแต่ตอนนี้ ความคิดแบบตายตัวเหล่านี้จะจำกัดพวกเขาไปอีกหลายปี” แนวคิดนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีโรงเรียนที่ใช้วิธีการสอนแบบนี้ถึง 17 แห่งทั่วประเทศ และมีเด็กไอซ์แลนด์ 8% ที่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนลักษณะนี้ ซึ่งตัวเลขกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

 

ความสำเร็จของ Laufásborg สะท้อนให้เห็นภาพใหญ่ของไอซ์แลนด์ ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำด้านความเท่าเทียมทางเพศของโลก โดยเป็นประเทศเดียวที่สามารถปิดช่องว่างทางเพศได้มากกว่า 90% ทั้งในด้านการศึกษา การดูแลเด็ก และค่าตอบแทน

 

แต่เบื้องหลังภาพลักษณ์ ‘สวรรค์แห่งสตรีนิยม’ ไอซ์แลนด์ยังมีความท้าทายที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติในพื้นที่ส่วนตัว นี่คือจุดที่โรงเรียน Laufásborg กำลังพยายามแก้ไขปัญหาที่รากเหง้า ด้วยการปลูกฝังให้เด็กผู้ชายเรียนรู้เรื่องการดูแลเอาใจใส่และเคารพผู้อื่น ขณะที่สอนให้เด็กผู้หญิงมีความมั่นใจและกล้าแสดงออก ซึ่งจะช่วยสร้างผู้หญิงรุ่นใหม่ที่พร้อมลุกขึ้นปกป้องสิทธิของตนเอง

 

หากมองในมุมนี้ โรงเรียน Laufásborg ไม่ได้เป็นเพียงสถานศึกษา แต่เป็นห้องทดลองทางสังคมที่กำลังพยายามแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมตั้งแต่จุดเริ่มต้น แทนที่จะรอให้เด็กๆ เติบโตขึ้นมาพร้อมอคติและต้องมาแก้ไขในภายหลัง พวกเขาเลือกที่จะป้องกันไม่ให้อคติเหล่านั้นหยั่งรากตั้งแต่แรก 

 

แม้จะยังมีความท้าทายอีกมาก แต่โรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้กำลังแสดงให้โลกเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่สามารถเริ่มต้นได้จากจุดเล็กๆ และบางทีการสร้างโลกที่เท่าเทียมกว่าอาจต้องเริ่มจากห้องเรียนอนุบาลก็เป็นได้

 

อ้างอิง: 

The post Laufásborg โรงเรียนอนุบาลที่เปลี่ยนโลก: สอนเด็กผู้หญิงให้เข้มแข็ง สอนเด็กผู้ชายให้อ่อนโยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดดีล FTA ไทยและ EFTA ข้อตกลงการค้าเสรีฉบับแรกกับยุโรป เปิดประตูการค้า ดัน GDP ไทยเพิ่ม 1.28% ส่งออกโต 2.83% https://thestandard.co/thailand-fta-efta-deal/ Mon, 02 Dec 2024 12:12:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1015262

หอการค้าไทยชี้ ความสำเร็จไทยเจรจาความตกลงการค้าเสรี (Fr […]

The post ปิดดีล FTA ไทยและ EFTA ข้อตกลงการค้าเสรีฉบับแรกกับยุโรป เปิดประตูการค้า ดัน GDP ไทยเพิ่ม 1.28% ส่งออกโต 2.83% appeared first on THE STANDARD.

]]>

หอการค้าไทยชี้ ความสำเร็จไทยเจรจาความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) ซึ่งประกอบด้วยสวิตเซอร์แลนด์, นอร์เวย์, ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ โดยความตกลงนี้ถือเป็น FTA ฉบับแรกระหว่างไทยและยุโรปที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและเปิดโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย

 

คาดลงนามเดือนมกราคมปีหน้า พร้อมดันไทยเดินหน้าเจรจา FTA ไทยและ EU

 

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยระบุว่า FTA ไทยและ EFTA ได้ข้อสรุปเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังการเจรจาอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ปี โดยครอบคลุม 15 ประเด็นสำคัญ เช่น การค้าสินค้า, การค้าบริการ, การลงทุน, มาตรการสุขอนามัย และทรัพย์สินทางปัญญา ความตกลงนี้จะช่วยลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าหลัก เช่น อัญมณี อาหารทะเล และเครื่องจักร ซึ่งมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น

 

โดยเฉพาะในยุคที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ส่งผลให้หลายบริษัทข้ามชาติพิจารณาย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคที่มั่นคง FTA ฉบับนี้จึงไม่เพียงเปิดโอกาสทางการค้า แต่ยังช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจไทยสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่าการลงนามความตกลงจะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2025

 

ปัจจุบันไทยมี FTA กับประเทศและกลุ่มเศรษฐกิจอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 15 ฉบับ ครอบคลุม 19 ประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการขยายตลาดการค้าและสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

 

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยขอร่วมชื่นชมความสำเร็จในครั้งนี้ และเชื่อมั่นว่า FTA กับ EFTA จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทย พร้อมสร้างความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศในระดับโลก

 

เพิ่มโอกาสส่งออกอัญมณี อาหารทะเล และข้าวไทย

 

ข้อมูลล่าสุดในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2024 การค้ารวมระหว่างไทยและ EFTA คิดเป็น 2.03% ของการค้ารวมของไทยกับโลก โดยมีมูลค่าการส่งออก 3,787.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้า 6,505.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเติบโตขึ้น 23.22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อัญมณี, อาหารทะเล, ข้าว และเครื่องจักร ขณะที่สินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย สัตว์น้ำสด และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ

 

“หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเชื่อว่าความตกลงครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมการค้าการลงทุนอย่างยั่งยืน และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทยในอนาคต และมั่นใจว่าจะมีส่วนช่วยในการผลักดัน FTA ไทยและ EU ให้สำเร็จภายในปี 2025-2026 อย่างแน่นอน”

 

เปิดมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศ EU

 

ในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2024 ขยายตัว 3.42% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไทยส่งออกไป EU ขยายตัว 9.28% และไทยนำเข้าจาก EU ลดลง 2.99%

 

“คาดการณ์ว่าหากไทยสามารถเจรจากับ EU ได้สำเร็จจะทำให้การค้าระหว่างไทยกับ EU ขยายตัวในระยะยาว โดย GDP ของประเทศเพิ่มขึ้น 1.28% มูลค่าการส่งออกจะขยายตัว 2.83% และการนำเข้าขยายตัว 2.81% เชื่อมั่นว่า FTA ครั้งนี้จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว”

 

ภาพ: hxdbzxy / Shutterstock

The post ปิดดีล FTA ไทยและ EFTA ข้อตกลงการค้าเสรีฉบับแรกกับยุโรป เปิดประตูการค้า ดัน GDP ไทยเพิ่ม 1.28% ส่งออกโต 2.83% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดัชนีสันติภาพโลก 2024 ชี้ โลกขัดแย้งมากสุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 https://thestandard.co/global-peace-index-2024/ Fri, 14 Jun 2024 11:29:05 +0000 https://thestandard.co/?p=945332

รายงานดัชนีสันติภาพโลก (Global Peace Index) ประจำปี 202 […]

The post ดัชนีสันติภาพโลก 2024 ชี้ โลกขัดแย้งมากสุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>

รายงานดัชนีสันติภาพโลก (Global Peace Index) ประจำปี 2024 โดย Institute for Economics & Peace (IEP) ชี้ให้เห็นว่า ความสงบสุขทั่วโลกลดลงจากเดิม โดย 97 ประเทศมีสันติภาพถดถอย ขณะที่มีเพียง 65 ประเทศเท่านั้นที่มีแนวโน้มสงบสุขเพิ่มมากขึ้น ซึ่งพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปัญหาความขัดแย้งทั้งในและนอกประเทศ ระดับความปลอดภัยและมั่นคงของสังคม รวมถึงอิทธิพลอำนาจทางทหาร

 

โดยปัจจัยสำคัญที่มีส่วนทำให้ดัชนีสันติภาพโลกถดถอย มาจากสงครามอิสราเอล-ฮามาสในฉนวนกาซา และสงครามรัสเซีย-ยูเครน 

 

รายงาน GPI 2024 ยังระบุอีกว่า ราว 100 ประเทศทั่วโลกมีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามนอกประเทศของตนเองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และมีความขัดแย้งใหญ่ๆ มากถึง 56 เคสดำเนินอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นสถิติที่มากที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุนรัฐบาลประเทศพันธมิตร เพื่อต่อต้านกลุ่มติดอาวุธหรือกลุ่มผู้ก่อการร้าย โดยตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือยังคงเป็นภูมิภาคที่มีความสงบสุขน้อยที่สุด

 

ผลการจัดอันดับ GPI 2024 ชี้ว่า ประเทศที่สงบสุขมากที่สุดในโลก 3 อันดับแรกคือ ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ และออสเตรีย ส่วนสิงคโปร์อยู่อันดับที่ 5 จากหัวตารางและครองแชมป์ประเทศที่สงบสุขที่สุดในอาเซียน 

 

ไทยอยู่อันดับที่ 75 จากทั้งหมด 163 อันดับ ซึ่งขยับขึ้น 11 อันดับจากปีที่ผ่านมา ขณะที่เมียนมาอยู่อันดับ 148 รั้งท้ายอาเซียน ส่วนเยเมนได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสงบสุขน้อยที่สุดในครั้งนี้

 

อัปเดตและเผยแพร่ล่าสุด: 14 มิถุนายน 2024

 

อ้างอิง: 

  • Institute for Economics & Peace (IEP)

The post ดัชนีสันติภาพโลก 2024 ชี้ โลกขัดแย้งมากสุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gallup เผย 10 ประเทศ ‘ที่ดีที่สุด’ ของคนวัยทำงาน ฟินแลนด์รั้งเบอร์หนึ่งโลก ส่วนไทยรั้งเบอร์ 4 ภูมิภาคเอเชีย https://thestandard.co/gallup-best-10-countries/ Fri, 14 Jun 2024 08:49:16 +0000 https://thestandard.co/?p=945261

Gallup เปิดเผยรายงานผลการศึกษาล่าสุดในหัวข้อ State of t […]

The post Gallup เผย 10 ประเทศ ‘ที่ดีที่สุด’ ของคนวัยทำงาน ฟินแลนด์รั้งเบอร์หนึ่งโลก ส่วนไทยรั้งเบอร์ 4 ภูมิภาคเอเชีย appeared first on THE STANDARD.

]]>

Gallup เปิดเผยรายงานผลการศึกษาล่าสุดในหัวข้อ State of the Global Workplace ซึ่งสำรวจประชากรวัยผู้ใหญ่กว่า 160 ประเทศทั่วโลก โดยข้อมูลสำหรับรายงานนี้รวบรวมในปี 2023 จากการตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมมากกว่า 128,000 คน ด้วยการให้ผู้ใหญ่วัยทำงานพิจารณาว่าตนเองยืนอยู่จุดใดในปัจจุบันและในอนาคต

 

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของคนวัยทำงาน และวัดการมีส่วนร่วมผ่านประสบการณ์เชิงบวก เช่น ความเจริญรุ่งเรืองและความเพลิดเพลิน รวมถึงประสบการณ์เชิงลบ เช่น ความเครียด ความโกรธ ความกังวล ความเศร้า และความเหงา

 

ทั้งนี้ผลการสำรวจพบว่า ชีวิตในที่ทำงานมีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีของประชากรวัยผู้ใหญ่ ซึ่งแม้งานหลายงานจะเพิ่มความเครียด ความเศร้า และความโกรธ ให้กับชีวิตคนทำงาน แต่บางคนก็พบว่า การทำงานแบบมีเป้าหมายและสามารถบรรลุเป้าหมาย ก็ทำให้มีความสุขอย่างมากเช่นกัน

 

ผลการศึกษาพบว่า 34% ของผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลกกล่าวว่า หน้าที่การงานของตนเอง ‘เจริญรุ่งเรือง’ ในขณะที่ 58% บอกว่า พวกตน ‘กำลังดิ้นรน’ อย่างหนักในการทำงาน โดยผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลกประมาณ 8% ยอมรับว่าตนเองมี ‘มีความทุกข์’ ในที่ทำงาน

 

ขณะเดียวกันรายงานยังพบด้วยว่า ผู้ที่หน้าที่การงานรุ่งโรจน์เผชิญกับ “ปัญหาสุขภาพที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และทำให้อารมณ์ทางลบ เช่น ความกังวล ความเครียด ความเศร้า ความเหงา ความหดหู่ และความโกรธ น้อยลง ขณะที่อารมณ์ทางบวก เช่น ความหวัง ความสุข พลังงาน ความสนใจ และความเคารพ ปรับตัวมากขึ้น” 

 

ในส่วนของภาพรวม ผลการศึกษาพบว่า ฟินแลนด์ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของโลกที่ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 83% ระบุชัดว่า ตนเองมีชีวิตการทำงานที่แฮปปี้ ตามมาด้วยเดนมาร์กและไอซ์แลนด์

 

ทั้งนี้ 10 ประเทศที่มีสัดส่วนคนทำงานระบุว่า ตนเองมีความสุขและมีหน้าที่การงานที่เติบโตเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด ได้แก่

 

  1. ฟินแลนด์ 83%
  2. เดนมาร์ก 77%
  3. ไอซ์แลนด์ 76%
  4. เนเธอร์แลนด์ 71%
  5. สวีเดน 70%
  6. อิสราเอล 69%
  7. นอร์เวย์ 67%
  8. คอสตาริกา 62%
  9. เบลเยียม 60%
  10. ออสเตรเลีย 60%

 

ทั้งนี้ รายงานยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า 7 ใน 10 ประเทศที่คนทำงานมีความสุขดีก็คือประเทศในยุโรป แถมภูมิภาคดังกล่าวยังมีสัดส่วนที่คนทำงานมองหางานใหม่ต่ำที่สุด รวมถึงเปอร์เซ็นต์ต่ำที่สุดเป็นอันดับสองที่พนักงานที่ ‘ประสบกับความโศกเศร้าในแต่ละวัน’ ซึ่งสอดคล้องกับความเป็นจริงของภูมิภาคที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีระเบียบมาตรการในการคุ้มครองแรงงานอย่างแข็งแกร่ง

 

ขณะที่สหรัฐอเมริกา มหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก อยู่ในอันดับที่ต่ำกว่ายุโรปในด้านการคุ้มครองแรงงาน แต่การมีส่วนร่วมของพนักงานกลับสูงกว่า 

 

รายงานระบุว่า ผู้คนมักจะเปรียบเทียบวัฒนธรรม ‘การทำงานเพื่อการใช้ชีวิต’ หรือ Work to Live ของยุโรปตะวันตก กับแนวคิด ‘การใช้ชีวิตเพื่อทำงาน’ หรือ Live to Work ของสหรัฐอเมริกา’ ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว “พนักงานที่มีส่วนร่วมในประเทศที่มีกฎหมายสิทธิแรงงานจำนวนมาก มีสุขภาพทางอารมณ์ที่แข็งแกร่งที่สุด”

 

นอกเหนือจากประเทศในยุโรป ออสเตรเลียเป็น 1 ใน 10 อันดับแรก โดย 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า ชีวิตการทำงานของตนเอง ‘เจริญรุ่งเรือง’ และ 21% กล่าวว่า ตนเองมีส่วนร่วมในที่ทำงาน ขณะที่อิสราเอลถือเป็นหนึ่งเดียวจากภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือที่ติดอันดับท็อป 10 ประเทศที่ชีวิตทำงานแฮปปี้ ท่ามกลางภาพรวมของภูมิภาคที่ได้ชื่อว่าเป็นภูมิภาคที่คนทำงานต้องเผชิญกับความเครียดในแต่ละวันสูงที่สุดในโลกคือ 52% โดยอิสราเอลอยู่ที่ 39% 

 

ในส่วนของภูมิภาคเอเชียไม่ได้ติดอยู่ใน 10 อันดับแต่อย่างใด สะท้อนได้ว่า ชีวิตการทำงานของภูมิภาคแห่งนี้ค่อนข้างเคร่งเครียดกว่าภูมิภาคอื่นๆ กระนั้นเมื่อจัดอันดับกันเองภายในภูมิภาค 10 อันดับประเทศในเอเชียที่ชีวิตคนวัยทำงานค่อนข้างมีความสุข ประกอบด้วย 

 

  1. เวียดนาม 51%
  2. ไต้หวัน 41%
  3. สิงคโปร์ 39%
  4. ไทย 37%
  5. ฟิลิปปินส์ 36%
  6. จีน 36%
  7. เกาหลีใต้ 34%
  8. มาเลเซีย 31%
  9. ญี่ปุ่น 29%
  10. มองโกเลีย 29%

 

รายงานระบุว่า เมื่อพนักงานพบว่างานและความสัมพันธ์ในการทำงานของตนมีความหมาย การจ้างงานจะสัมพันธ์กับความเพลิดเพลินในแต่ละวันในระดับสูงและอารมณ์เชิงลบในแต่ละวันในระดับต่ำ โดยยิ่งพนักงานสามารถมีส่วนร่วมกับงานที่ทำ ก็จะยิ่งประสบความสำเร็จและมีความสุขกับชีวิตโดยรวม

 

นอกจากนี้ผลการศึกษายังระบุอีกด้วยว่า “เมื่อผู้จัดการมีส่วนร่วม พนักงานก็มีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมมากขึ้น” ขณะเดียวกันความรับผิดชอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับพนักงานเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับองค์กรด้วย เมื่อบริษัทจัดมาตรการการคุ้มครองแรงงานที่จำเป็นและจ้างผู้จัดการที่แข็งแกร่ง มีส่วนร่วม และผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี พนักงานก็จะสามารถมีส่วนร่วมประสบความสำเร็จทั้งในที่ทำงานและในชีวิต

 

อ้างอิง: 

The post Gallup เผย 10 ประเทศ ‘ที่ดีที่สุด’ ของคนวัยทำงาน ฟินแลนด์รั้งเบอร์หนึ่งโลก ส่วนไทยรั้งเบอร์ 4 ภูมิภาคเอเชีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฉมหน้าผู้นำหญิงคนปัจจุบันในแวดวงการเมืองโลก ปี 2024 มีใครบ้าง? https://thestandard.co/2024-women-world-leaders/ Thu, 06 Jun 2024 07:10:32 +0000 https://thestandard.co/?p=941992 ผู้นำหญิง

ในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเห็น ผู้นำหญิง เก่งมากความ […]

The post โฉมหน้าผู้นำหญิงคนปัจจุบันในแวดวงการเมืองโลก ปี 2024 มีใครบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำหญิง

ในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเห็น ผู้นำหญิง เก่งมากความสามารถสลับสับเปลี่ยนกันก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฐานะประมุขของรัฐและหัวหน้ารัฐบาล ขณะนี้มีผู้หญิงนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีอย่างน้อย 26 ประเทศ ซึ่งคิดเป็นราว 14% ของประเทศทั้งหมดทั่วโลก

 

โดย Halla Tómasdóttir ผู้ชนะการเลือกตั้งครั้งสำคัญของไอซ์แลนด์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา เตรียมนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีหญิงไอซ์แลนด์อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ขณะที่ Claudia Sheinbaum อดีตผู้ว่าการเม็กซิโกซิตี้ และเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ ก็เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับเม็กซิโก หลังชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา เตรียมนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเม็กซิโกอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนาน 6 ปี

 

อัปเดตและเผยแพร่ล่าสุด: 6 มิถุนายน 2024

 

ผู้นำหญิง

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

อ้างอิง:

The post โฉมหน้าผู้นำหญิงคนปัจจุบันในแวดวงการเมืองโลก ปี 2024 มีใครบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอซ์แลนด์​เดินเครื่อง​ดูดอากาศ​ใหญ่​ที่สุด​ใน​โลก ​ขจัดคาร์​บอนออกจากชั้น​บรรยากาศ​ ความหวังช่วยแก้โลกร้อน​? https://thestandard.co/direct-air-capture-plant-iceland-climate/ Sat, 11 May 2024 02:47:27 +0000 https://thestandard.co/?p=932242 Direct Air Capture

การแก้ปัญหาโลกร้อนเชิงรุกเริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 8 […]

The post ไอซ์แลนด์​เดินเครื่อง​ดูดอากาศ​ใหญ่​ที่สุด​ใน​โลก ​ขจัดคาร์​บอนออกจากชั้น​บรรยากาศ​ ความหวังช่วยแก้โลกร้อน​? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Direct Air Capture

การแก้ปัญหาโลกร้อนเชิงรุกเริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังประเทศไอซ์แลนด์เริ่มเดินดักจับ​อากาศ (Direct Air Capture หรือ DAC) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่ชานเมืองเรคยาวิก​ เพื่อกรองอนุภาคคาร์บอนที่เป็นหนึ่งในตัวการสร้างสภาวะเรือนกระจกออกจากชั้นบรรยากาศ แล้วฝังคาร์บอนที่ดักจับได้ลงใต้พื้นดิน

 

เครื่องดักจับอากาศ​ขนาดยักษ์​นี้มีชื่อเรียกว่า ‘แมมมอธ’ (Mammoth) เป็น​ผลงานของ​ Climeworks​ บริษัทสตาร์ทอัพจากสวิตเซอร์แลนด์​ ร่วมมือกับอีก 2 คู่หูสำคัญ นั่นคือบริษัท Carbfix เจ้าของเทคโนโลยีทางเคมีในการแปลงคาร์บอนเป็นของแข็ง และ On Power เจ้าของเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ ผู้ป้อนพลังงานสะอาดให้เครื่องดักจับอากาศขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเครื่อง​นี้

 

‘แมมมอธ’ เป็นผลงานที่ทำลายสถิติตัวเองของ Climeworks​ โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกันยายน 2021 ทางบริษัทได้เปิดตัวเครื่องดักจับอากาศ​รุ่นต้นแบบไปก่อนแล้ว นั่นคือ ‘ออร์กา’ (Orca) ที่มีอัตราการดักจับคาร์บอนที่ 4,000 ตันต่อปี แต่แมมมอธที่เป็นผลงานล่าสุดนี้มีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 9 เท่า นั่นคือมีอัตราการดักจับคาร์บอนที่ 36,000 ตันต่อปี นับว่ามากที่สุดในโลก และเมื่อเดินเครื่องทั้ง 2 พร้อมกัน ก็จะสามารถดึงเอาต้นเหตุสำคัญที่ทำให้โลกร้อนออกจากอากาศได้ถึง 40,000 ตันต่อปีเลยทีเดียว

 

Climeworks​ ออกแบบแมมมอธให้มีลักษณะแบบโมดูลาร์ นั่นหมายถึงสามารถขยายขนาดของเครื่องดักจับอากาศนี้ให้ใหญ่ขึ้นได้เรื่อยๆ โดยวางซ้อนเป็นชั้นขึ้นไปด้านบน

 

“แมมมอธถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ” สจวร์ต ฮาสเซลดีน (Stuart Haszeldine) ศาสตราจารย์ด้านการดักจับและกักเก็บคาร์บอนจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ กล่าว แต่ก็ยังให้คำเตือนว่า โครงการดังกล่าวมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับปัญหาที่กำลังเกิดกับโลกใบนี้

 

มีเครื่องดักจับอากาศ​ที่เล็กกว่านี้อีก 15 เครื่อง​ในประเทศ​ต่างๆ ทั่วโลกที่มียอดรวมปริมาณคาร์บอนทั้งหมดที่กำจัดได้ไม่ถึง 1 หมื่นตันต่อปี เมื่อรวมกับยอดรวมของ Climeworks​ ก็ยังคงห่างไกลจากความเป็นจริงที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศระบุไว้ นั่นคือต้องกำจัดคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศให้ได้ถึง 70 ล้านตันต่อปีภายในปี 2030 จึงจะบรรลุเป้าหมายในการรักษาสภาพภูมิอากาศโลก

 

เครื่องดักจับอากาศ​ที่ใหญ่กว่านี้มีชื่อว่า ‘Stratos​’ กำลังดำเนินการสร้างโดยบริษัท​ Occidental ในเท็กซัส สามารถกำจัด​คาร์​บอน​ได้ 5 แสนตันต่อปี แต่ก็ยังมีความคลุมเครือในมุมมองทางการเมือง​ เพราะ Occidental เป็นบริษัท​ที่ทำธุรกิจ​เกี่ยวกับเชื้อเพลิง​ฟอสซิล​ที่เป็นผู้ทำโลกร้อนเสียเอง

 

Climeworks​ นั้นต่างออกไ​ป บริษัท​สตาร์​ทอัพรายนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับธุรกิจ​ฟอสซิล​ แต่ก็ต้องมาเจอปัญหาสำคัญของเครื่องดักจับอากาศ นั่น​คือต้นทุนการผลิตต่อหน่วยคาร์​บอนที่ค่อนข้างสูง ถือเป็นด่านสำคัญ​ที่ทาง Climeworks​ จะต้องผ่านไปให้ได้

 

แน่นอนว่าทาง Climeworks​ ไม่หยุดอยู่เพียง​เท่านี้ แจน เวิร์ซบาเกอร์ (Jan Wurzbacher) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอร่วมของทางบริษัท ​กล่าวว่า ‘แมมมอธ’ ที่สำเร็จ​ไปแล้วนี้ถือเป็นเพียงทางผ่าน บริษัท​มีแผนที่จะขยายกำลังการกำจัดคาร์บอนได้มากถึง 1 ล้านตันต่อปีภายในปี 2030 โดยจะให้มีต้นทุนดำเนินงานไม่เกิน 350 ดอลลาร์​สหรัฐ​ต่อตัน ซึ่งเป็นตัวเลขกลางๆ ที่พอจะยอมรับได้ แต่เป้าหมายสูงสุดของทางบริษัทคือการกำจัดคาร์​บอน​ให้ได้ 1 พันล้านตันต่อปี โดยลดต้นทุนให้ต่ำถึงระดับ 100 ดอลลาร์​สหรัฐ​ต่อตัน​ให้ได้ภายในปี 2050

 

ภาพ: HALLDOR KOLBEINS / AFP

อ้างอิง: 

 

The post ไอซ์แลนด์​เดินเครื่อง​ดูดอากาศ​ใหญ่​ที่สุด​ใน​โลก ​ขจัดคาร์​บอนออกจากชั้น​บรรยากาศ​ ความหวังช่วยแก้โลกร้อน​? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอซ์แลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉิน อพยพผู้คน หลังภูเขาไฟปะทุ-ลาวาไหลทะลัก https://thestandard.co/iceland-declares-state-of-emergency/ Sun, 17 Mar 2024 04:45:43 +0000 https://thestandard.co/?p=912119

ไอซ์แลนด์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมสั่งอพยพประชาชนออก […]

The post ไอซ์แลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉิน อพยพผู้คน หลังภูเขาไฟปะทุ-ลาวาไหลทะลัก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไอซ์แลนด์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมสั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย หลังภูเขาไฟบนคาบสมุทรเรคยาเนสปะทุขึ้นเป็นครั้งที่ 4 เมื่อวานนี้ (16 มีนาคม) โดยมีเขม่าควันพวยพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ลาวาไหลทะลักเป็นวงกว้างและส่องสว่างเป็นสีส้มแดงท่ามกลางความมืดมิด

 

ลาวาไหลลงพื้นเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว ใกล้กับพื้นที่เมืองกรินดาวิก เป็นเหตุให้ทางการท้องถิ่นเร่งอพยพผู้คนบางส่วนออกจากที่พักอาศัยของตนแล้ว รวมถึงบลูลากูน หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไอซ์แลนด์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายแต่อย่างใด

 

เหตุภูเขาไฟทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ที่ปะทุหนักเมื่อปี 2010 เคยทำให้เขม่าควันลอยฟุ้งกระจายไปทั่วน่านฟ้าหลายประเทศในยุโรป เป็นเหตุให้ต้องระงับเที่ยวบินกว่า 1 แสนเที่ยวบิน เนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำลง 

 

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การปะทุของภูเขาไฟแถบคาบสมุทรเรคยาเนสจะเป็นการปะทุของรอยแยก (Fissure Eruption) ซึ่งโดยปกติจะไม่ทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่หรือมีการกระจายตัวของเขม่าควันขึ้นสู่ชั้นสตราโตสเฟียร์อย่างมีนัยสำคัญ

 

ไอซ์แลนด์ตั้งอยู่บนแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียและอเมริกาเหนือ ถือเป็นจุดร้อนที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดได้บ่อยครั้ง อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีภูเขาไฟมีพลังมากกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ เป็นเหตุให้ไอซ์แลนด์ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการปะทุขึ้นของภูเขาไฟอยู่เสมอ รวมถึงชูแผน ‘การท่องเที่ยวภูเขาไฟ’ (Volcano Tourism) เป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของประเทศ

 

ภาพ: Icelandic Coast Guard / AFP

อ้างอิง:

The post ไอซ์แลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉิน อพยพผู้คน หลังภูเขาไฟปะทุ-ลาวาไหลทะลัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
16 Best Places to Go รวมจุดหมายปลายทางน่าไปปี 2024 https://thestandard.co/life/16-best-places-to-go-2024/ Sat, 13 Jan 2024 13:00:42 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=886763

ในแต่ละปีมีสถานที่นับร้อยที่คุณวางแผนเที่ยวไว้แต่ไม่ได้ […]

The post 16 Best Places to Go รวมจุดหมายปลายทางน่าไปปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในแต่ละปีมีสถานที่นับร้อยที่คุณวางแผนเที่ยวไว้แต่ไม่ได้ไป หรือใจอยากไปแต่ยังไม่มีโอกาส ไม่ต้องเสียใจไป เราขอให้คุณพักลิสต์เก่าไปก่อน ทิ้งมันไปให้หมด แล้วมาเริ่มต้นใหม่กับ 16 จุดหมายปลายทางรอบโลกที่เรานำมาฝากในปีนี้ ปีที่เราสามารถเดินทางได้อย่างอิสระ ไร้พรมแดน มีทั้งทริปล่าแสงเหนือไอซ์แลนด์ ที่เหล่านักวิชาการต่างคอนเฟิร์มว่าเห็นชัดที่สุดในรอบ 20 ปี หรือทริปเปิดดินแดนใหม่ในออสเตรเลียที่ไม่เคยอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสัมผัสมาก่อน หรือจุดหมายปลายทางอื่นอย่างจีนหรือศรีลังกาที่กำลังมาแรงในหมู่นักเดินทางเงียบๆ เนื่องจากนโยบายฟรีวีซ่า

 

พร้อมกันหรือยัง? และนี่คือ 16 จุดหมายปลายทางน่าไปปี 2024 ที่เรานำมาฝากคุณ

 


 

 

1. ไอซ์แลนด์

 

ใครที่ยังไม่เคยดูแสงเหนือหรือวางแผนกลับไปล่าอีกสักครั้ง นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะนักวิทยาศาสตร์บอกว่า ปีนี้เป็นปีที่แสงเหนือเจอง่ายและเข้มข้นที่สุดในรอบ 20 ปี ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมไปจนถึงตุลาคม ปี 2024 จะเกิดปรากฏการณ์ ‘Solar Maximum’ วนกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งทุก 11 ปี ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ จากการสลับขั้วแม่เหล็กเหนือ-ใต้ ทำให้เห็นแสงเหนือแจ่มชัดกว่าปีไหนๆ 

 

What to do: ไอซ์แลนด์เป็นหมุดหมายของการดูแสงเหนือมาช้านาน เพราะมีแสงเหลือหลายแห่งให้พิชิต ทั้งยังมีธรรมชาติสวยอลังการ เงียบสงบ มีหลากกิจกรรมให้ทำมากมาย เตรียมร่างกายให้พร้อม แล้วไปเดินสำรวจถ้ำน้ำแข็งกลางทะเลสาบอายุนับพันปี ‘Jökulsárlón’ แวะดูความงามของก้อนน้ำแข็งตัดกับทรายสีดำที่หาดไดมอนด์ หรือไปผ่อนคลายร่างกับบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่มีนับสิบแห่งบนเกาะ

 


 

 

2. ปารีส, ฝรั่งเศส

 

กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนเวียนมาอีกครั้ง และคราวนี้ถึงคราวที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส รับบทเจ้าภาพจัดการแข่งขัน แล้วทำไมเราจะไม่ใช้โอกาสนี้แวะเวียนไปปารีสในช่วงที่พีคที่สุดในรอบหลายปี หลายคนคงคิดว่าปารีสคงเหมือนๆ เดิมแหละ แค่มีสนามกีฬาและคนเยอะมากกว่าเดิม โธ่ พวกเธอคิดผิดถนัด! เพราะโอลิมปิกคราวนี้ปารีสตั้งใจแปลงเมืองและสถานที่แลนด์มาร์กทั้งเมืองให้กลายเป็นสนามกีฬา

 

What to do: พลาดไม่ได้กับพิธีเปิดที่จัดขึ้นกลางแม่น้ำแซน โดยใช้เรือ 162 ลำนำนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทั่วโลกกว่า 200 ชาติล่องไปตามแม่น้ำ ตั้งแต่สะพาน Pont d’Austerlitz จนถึง Pont d’lena ผ่านมหาวิหารน็อทร์-ดาม, พิพิธภัณฑ์ออร์แซ, พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ฯลฯ 

 

แวะไปชมการแข่งสเกตบอร์ดและเบรกแดนซ์ กีฬาชนิดใหม่ ที่จัตุรัส Place de la Concorde หากเบื่อก็สามารถเดินไปช้อปปิ้งแถวฌ็องเซลิเซได้ง่าย อ้อ แล้วอย่าลืมไปถ่ายรูปกับสนามวอลเลย์บอลที่มีหอไอเฟลเป็นฉากหลัง

 

อย่างไรก็ดี ถ้าอยากเดินทางราบลื่น ไม่สะดุด อย่าลืมสมัครแพ็กเกจโรมมิ่งต่างประเทศติดตัวไว้ด้วย จะ SIM2Fly ก็ดี หรือ Ready2Fly ก็ได้ แนะนำเลย สมัครง่าย ใช้ง่าย ราคาสมเหตุสมเหตุ เตรียมตัวอุ่นใจได้ทันที ไม่ต้องไปหาซิมให้วุ่นวายที่เมืองนอก เอาไว้ปักหมุด ดูแผนที่ หาข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อฉุกเฉิน เป็นหนึ่งในผู้ช่วยของนักเดินทางที่สมควรมีไว้ทุกทริปตลอดปี 

 


 

 

3. เซี่ยงไฮ้, จีน

 

ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม เป็นต้นไป คนไทยเข้าจีนได้เลยโดยไม่ต้องขอวีซ่า เป็นช่วงเวลาดีที่เราสมควรมุ่งหน้าสู่จีน สำหรับคนที่ไม่เคยเที่ยวจีนมาก่อน เราแนะนำให้เปิดด้วยเซี่ยงไฮ้ เมืองใหญ่ทางทิศตะวันออก ว่ากันว่าที่นี่คือศูนย์รวมที่สุดของประเทศ ทันสมัยที่สุด ร่ำรวยมากที่สุด มีคาเฟ่หลากสไตล์และมิวเซียมเจ๋งๆ ให้ฮอปเพียบ

 

What to do: ไปเซี่ยงไฮ้ทั้งทีต้องห้ามพลาดถ่ายรูปคู่กับแลนด์มาร์กสำคัญอย่างหอไข่มุก จากนั้นแวะไปเดินเล่นชิลๆ ชมอาคารสไตล์ยุโรปบริเวณ The Bund หรือเลือกเดินเล่นช้อปปิ้งยัง Nanjing Road ย้อนเวลากลับไปสัมผัสความเป็นจีนในอดีต จิบชาในสวนบัวที่ Yu Garden ส่วนใครที่เป็นสายเนิร์ดห้ามพลาดกับ Shanghai Natural History Museum ที่มีสัตว์สตัฟฟ์และสัตว์จำลองมาให้ดูแบบอลังการ

 


 

 

4. ศรีลังกาตอนกลางและใต้

 

ศรีลังกาคือบาหลีเมื่อ 20 ปีก่อนที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สดใหม่กว่า ตื่นเต้นกว่า ตอนกลางของประเทศมีไร่ชาที่ผลิตชาส่งออกทั่วโลก ตอนใต้ของประเทศเป็นแหล่งเซิร์ฟลับที่นักเซิร์ฟรุ่นใหม่นิยมมา และกอลล์ก็เป็นเมืองน่ารักริมทะเล อดีตสถานตากอากาศของคนอังกฤษเมื่อร้อยปีที่แล้ว ประกอบกับนโยบายฟรีวีซ่าให้คนไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ใครกำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ มีความฮิป มีครบทั้งความเป็นเมืองและธรรมชาติ บรรยากาศคล้ายอินเดียแต่ไม่วุ่นวายเท่า แนะนำเลย

 

What to do: ถ้ามีเวลาหลายวัน แนะนำให้เที่ยวเป็นวงกลม เริ่มจาก โคลัมโบ-แคนดี-เอลลา-กอลล์ แล้ววนกลับมาโคลัมโบอีกครั้ง ซึ่งจะครบประสบการณ์ทั้งเที่ยวไร่ชา นั่งรถไฟสายที่สวยที่สุดที่ศรีลังกาและยาวที่สุดในโลก ก่อนไปเดินเล่นยังเมืองฮิป แวะคาเฟ่ ฮอปบาร์ ถ่ายรูปบ้านสีสด ที่เมืองกอลล์ ส่วนใครที่อยากไปเรียนเซิร์ฟให้แวะไปเมืองเวลิกามา เลยกอลล์ไปนิดเดียว แหล่งเซิร์ฟมีชื่อของศรีลังกา และเมืองมิริสซาสำหรับคนที่อยากว่ายน้ำกับวาฬสีน้ำเงิน

 


 

 

5. คาบสมุทรบอลข่าน

 

นี่คือเส้นทางสำหรับนักเดินทางที่ชอบปั่นจักรยาน! เส้นทางจักรยานข้ามประเทศที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2024 เป็นเส้นทางจักรยานแรกและเส้นทางเดียวที่เชื่อมโยงทั้ง 8 ประเทศในคาบสมุทรบอลข่านตะวันตกเข้าด้วยกัน เส้นทางนี้มีทั้งหมด 100 ระยะ ถูกออกแบบมาสำหรับนักปั่นจักรยานทุกระดับความสามารถ โดยระยะทาง 4,000 กิโลเมตร ประกอบด้วยถนนลาดยาง เส้นทางเดินป่า และเส้นทางจักรยาน

 

What to do: เส้นทาง Trans Dinarica จะเริ่มต้นที่เมืองโคบาริด ทางตะวันตกของสโลวีเนีย ก่อนที่จะข้ามเข้าสู่โครเอเชียทางตอนเหนือของริเยกา แล้วลงล่างไปเรื่อยๆ สู่โคโซโว นักเดินทางสามารถเพลิดเพลินกับแนวชายฝั่งอันงดงามของแอลเบเนียและโครเอเชีย อุทยานแห่งชาติของโคโซโว ภูเขาอันขรุขระของมอนเตเนโกร ป่าไม้เขียวชอุ่ม และแม่น้ำทั่วสโลวีเนีย บอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนา มาซิโดเนียเหนือ และเซอร์เบีย

 


 

 

6. ไถหนาน, ไต้หวัน

 

ไถหนานกลายเป็นเมืองสำคัญของไต้หวันไม่ต่างจากไทเป ทั้งยังมียอดจองห้องพักแซงหน้าเมืองหลวงไปแล้ว เมืองนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบความท้องถิ่น ชอบประวัติศาสตร์ เนื่องในวันครบรอบ 400 ปีทั้งที นอกจากอีเวนต์พิเศษแล้ว บ้านเมืองที่ไถหนานจะทำให้คุณสนุกกับการถ่ายรูป ไหนจะของกินมีชื่ออย่างซุปเนื้อวัวและไข่เจียวหอยนางรมอีก 

 

What to do: มาไถหนานสถานที่แรกที่ต้องแวะเป็นบริเวณย่านเมืองเก่าอันผิง ที่นี่อยู่ใกล้กับบ้านต้นไม้ Anping Tree House อดีตโกดังของ Tait & Company ก่อนถูกทิ้งร้างจนไทรงอก, ป้อมปราการเก่า Anping Old Fort, วัดเจ้าแม่หม่าโจ้วอันผิงไคไถ วัดเจ้าแม่ทับทิมที่เก่าแก่ที่สุดในไต้หวัน ถ้าอยากหาของกินอร่อยๆ ให้ย้ายเข้าเมืองไปที่ถนนฝู่จง ถนนเส้นเล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับวัดขงจื๊อ ที่นี่เต็มไปด้วยร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร้านน้ำชา แวะกินโอเด้งแสนอร่อย ซุปเนื้อวัว และไข่เจียวหอยนางรม 

 


 

 

7. คิมเบอร์ลีย์, ออสเตรเลีย

 

หนึ่งในเขตป่าสุดท้ายของโลกที่ยังไม่ได้ถูกแตะต้องจากมนุษย์ คิมเบอร์ลีย์เป็นพื้นที่เก่าแก่ทางตอนเหนือของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 423,000 ตารางกิโลเมตร มีภูมิประเทศแปลกตาโดดเด่นทั้งเขาและทะเล เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าหายากและพรรณไม้หลายชนิด 

 

ในปี 2024 รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียจะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวผ่าน Cruise เป็นปีแรก ซึ่งทำให้การเที่ยวพื้นที่ห่างไกลของคิมเบอร์ลีย์ โดยเฉพาะทางน้ำ ง่ายขึ้น หลายเรือสำราญเปิดเส้นทางนี้แล้ว เช่น Seabourn Pursuit, Le Jacques-Cartier, Silver Cloud และ Scenic’s Scenic Eclipse II เรือลำเดียวในภูมิภาคที่มีเฮลิคอปเตอร์สองลำอยู่บนเรือสำหรับการบินและทัศนศึกษา 

 

What to do: ท่องไปในดินแดนดึกดำบรรพ์ที่ยังคงความเก่าแก่และบริสุทธิ์ โปรแกรมล่องเรือโดยส่วนมากจะเริ่มต้นที่เมืองบรูม เมืองชายฝั่งและประตูสู่คิมเบอร์ลีย์ ลิ้มลองเบียร์สูตรพื้นเมืองโดยชาวออริจิน ตระการตากับหินผาสูง Bungle Bungle ที่ให้ความรู้สึกราวกับเดินอยู่ในรังผึ้งขนาดยักษ์ ก่อนไปดื่มด่ำกับธรรมชาติของพืชพันธุ์แปลกและสัตว์ป่าประจำถิ่น อย่างเช่น วอลลาบีหิน ฝูงโลมา และวาฬหลังค่อม

 


 

 

8. ชายฝั่งทะเลดำ, ตุรกี

 

หากคุณคิดถึงเสน่ห์ของอิสตันบูล คิดถึงบรรยากาศชิลๆ ของท้องน้ำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แต่ไม่อยากเบียดเสียดผู้คนมหาศาล ลองปักหมุดยังแถบคาราเดนิซ หรือ Black Sea Coast แนวชายฝั่งทะเลดำ ซึ่งอยู่ทางเหนือของตุรกี ที่มอบความงามของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ไม่แพ้อิสตันบูล แต่สภาพอากาศเย็นกว่า สบายกว่าในฤดูร้อน ไม่หนาวจัดในฤดูหนาว แถมยังมีกิจกรรมทางน้ำเจ๋งๆ ชวนอะดรีนาลีนหลั่ง และนักท่องเที่ยวน้อยกว่าอิสตันบูลมาก

 

What to do: แปลงร่างเป็นนักประวัติศาสตร์สำรวจถนนโบราณในซาฟรานโบลู เมืองเก่าแก่สำคัญทางการค้าระหว่างตะวันออกและตะวันตก ทั้งยังมีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของชุมชนเมืองทั่วจักรวรรดิออตโตมัน ส่วนใครที่ชอบชายหาดมุ่งไปที่อมาสรา เมืองท่าติดทะเลดำที่มีกลิ่นอายของยุคโรมันปนความโรแมนติกแบบอิตาเลียน 

 

นอกจากนี้ห้ามพลาดกับ Sumela Monastery อารามเก่าแก่ที่สุดในโลกที่เพิ่งเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมไม่นาน ตั้งอยู่บนผาสูง ด้านในมีภาพเฟรสโก มรดกตกทอดจากชาวกรีกในศตวรรษที่ 4

 


 

 

9. โกเบ, ญี่ปุ่น 

 

หายไปจากกระแสนักท่องเที่ยวมาสักพักใหญ่ แต่ปีนี้เมืองท่าญี่ปุ่นอย่างโกเบกำลังกลับมาอีกครั้งในฐานะเมืองที่เด่นด้านออกแบบ มีหลายตึกเก่าถูกรีโนเวตใหม่ให้กลายเป็นพื้นที่ทางศิลปะ เช่น Vague Kobe อดีตธนาคารเก่าในยุค 30s ที่นำมาเปลี่ยนใหม่ให้กลายเป็นที่ตั้งของแกลเลอรี ร้านหนังสือ คาเฟ่ และไวน์บาร์ ฯลฯ 

 

นอกจากนี้  Kobe Port Tower จุดชมวิวแบบพาโนรามาบนชายฝั่งอ่าวโอซาก้าก็พร้อมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ พิพิธภัณฑ์แบบ Immersive และคาเฟ่บาร์แบบหมุนได้ 360 องศา 

 

What to do: มาโกเบแน่นอนว่าต้องมาที่ Kobe Port Tower ชมวิวอ่าวโอซาก้าและเมืองโกเบแบบเต็มตา สนุกกับนิทรรศการใหม่แบบ Immersive และคาเฟ่บาร์แบบหมุนได้ 360 องศา แวะกินของอร่อยที่ไชน่าทาวน์ ตกบ่ายเดินเล่นยัง Vague Kobe แวะช้อปงานศิลป์ ดูหนังสือ แล้วปิดท้ายด้วยเนื้อโกเบวากิวมีชื่อติดท็อปของญี่ปุ่น

 


 

 

10. Eastern & Oriental Express, Belmond

 

หลังจากหยุดให้บริการไปนานถึง 4 ปี รถไฟหรูที่วิ่งข้ามเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขบวนนี้กำลังกลับมาให้บริการอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมห้องโดยสารใหม่ 15 ห้อง และเส้นทางเที่ยวจากสิงคโปร์สู่กัวลาลัมเปอร์ ลังกาวี และปีนัง เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์สองข้างทาง ดื่มด่ำกับความหรูหราจากอาหารและบริการระดับโรงแรม 5 ดาวของ Eastern & Oriental Express ตลอด 3 คืนบนรถไฟ

 

What to do: ออกจากสิงคโปร์ไปยังกัวลาลัมปาร์ แวะลงจอดลังกาวี เพื่อดำน้ำในอุทยานแห่งชาติ Pulau Payar ผ่อนคลายไปกับการนวดและคลาสฮีลใจต่างๆ การทำสมาธิ รำไท้เก๊ก พายซัพบอร์ด ก่อนเปลี่ยนบรรยากาศในวันถัดไปกับเมืองจอร์จทาวน์ ปีนัง ถ่ายภาพกับสตรีทอาร์ต กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เยี่ยมชมร้านขายเครื่องเทศและสมุนไพรจีน ปิดท้ายวันด้วยมื้ออร่อยบนรถไฟบัตเตอร์เวิร์ธ

 


 

 

11. French Polynesia

 

เรารู้ว่า French Polynesia นั้นแสนไกล แต่จะมีเหตุผลไหนให้ปักหมุดเหมาะกว่านี้ กับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโต้คลื่นในโอลิมปิกที่ปารีส 2024 โดยมี Teahupo’o หมู่บ้านบนชายฝั่งทางใต้ของทาฮิติ เจ้าของฉายา ‘คลื่นที่อันตรายที่สุดในโลก’ เป็นสนามแข่งขัน

 

What to do: ทำตัวให้รื่นเริง แล้วไปเชียร์นักแข่งเซิร์ฟระดับโลกถึงขอบสนาม จะชมริมหาดก็ได้หรือจะชมผ่านจอยักษ์ที่ทางเมืองจัดไว้ก็ดี เช่น Jardin de Paofai, Papara Beach Break และ Marina of Punui นอกจากได้เชียร์แข่งเซิร์ฟมันๆ แบบคลื่นมหาโหดแล้ว คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับความงามทางธรรมชาติของหมู่เกาะ French Polynesia นอนแอบแดด พาย SUP หยอกล้อกับหมู่ปลาในโลกใต้น้ำได้ 

 


 

 

12. อุซเบกิสถาน

 

อดีตศูนย์กลางเส้นทางสายไหมในเอเชียกลางที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ราชวงศ์ฮั่น ก่อนเกิดโรคระบาดอุซเบกิสถานเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อหวังเป็น Top Destination ในใจนักเดินทาง นั่นทำให้หลังโควิดนักท่องเที่ยวไทยสามารถเข้าไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า 

 

อุซเบกิสถานเป็นประเทศในทวีปเอเชียกลางที่ไม่มีทางออกทะเล ภูมิประเทศสวยงาม และธรรมชาติก็ยังบริสุทธิ์ สามารถเที่ยวเองได้และเที่ยวง่ายกว่าที่คิด ที่นี่มีสถาปัตยกรรมอลังการมากมาย เช่น สุสานหลวง Gur-e-Amir Mausoleum หรือ Registan Square จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วย 3 โรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม Ulugh Beg Madrasa, Tilya-Kori Madrasah และ Sher-Dor Madrasah

 

What to do: ไฮไลต์ของอุซเบกิสถานต้องเริ่มต้นที่เมืองซามาร์คันด์ หนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่สุดในโลก จุดพบกันของสองวัฒนธรรมมุสลิมและเอเชียตะวันออก เดินเล่นถ่ายรูป ณ Registan Square จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วย 3 โรงเรียนสอนศาสนา ทั้งยังมี Khan เป็นที่พักค้างคืนสำหรับคาราวานให้เห็นด้วย จากนั้นแวะเวียนไปยังอิทซานคาลา ป้อมปราการจุดหยุดพักสุดท้ายของเส้นทางสายไหมก่อนข้ามทะเลทรายเปอร์เซียไปสู่อิหร่าน แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศแบบเต็มเปี่ยม ลองไปนอนพักกระโจม ณ ทะเลสาบไอดาร์คุล 

 


 

 

13. เกาะใต้, นิวซีแลนด์

 

ถ้าหากคุณเป็นสายเดินป่า ไม่มีที่ไหนที่เหมาะจะแวะเวียนไปเที่ยวเกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ เท่าช่วงเวลานี้อีกแล้ว เพราะเป็นปีที่ Tuatapere Hump Ridge เส้นทางเดินป่าระยะทาง 38 ไมล์ถูกยกระดับให้กลายเป็น Great Walk เส้นที่ 11 ของนิวซีแลนด์ ทิวทัศน์แบบอลังการ พร้อมที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกที่สนับสนุนนักเดินทางแบบเต็มสูบ

 

What to do: เส้นทาง Tuatapere Hump Ridge เป็นเส้นทางเดิน 3 วันที่พานักเดินป่าไปตามชายฝั่งทางใต้ของนิวซีแลนด์ ไปถึงเขียนกึ่งอัลไพน์ Hump Ridge นอกจากธรรมชาติและความอลังการของ Fiordland เกาะใต้ของนิวซีแลนด์ ยังมีสถานที่ให้เที่ยวเพียบ เช่น ทะเลสาบเทคาโป, Aoraki / Mount Cook ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ และลานสกีคาร์โดรนา เป็นต้น

 


 

 

14. มองโกเลีย

 

มองโกเลียเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักเดินทางที่แสวงหาการผจญภัยมาอย่างยาวนาน ที่พักแบบกระโจม ใช้ชีวิตแบบชาวทุ่งหญ้า ตามไปดูเผ่าพื้นเมืองที่ใช้นกในการล่าสัตว์ ฯลฯ ในปี 2024 ดูเหมือนการท่องเที่ยวมองโกเลียจะขยับขยายและรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น มีการเปิดตัวบ้านพักหรูแห่งใหม่ ทัวร์เชิงวัฒนธรรม และเที่ยวบินตรงจากหลายประเทศ 

 

What to do: ห้ามพลาดกับการค้างคืนในเกอร์ ที่พักแรมแบบกระโจมของชาวโนแมต ชนเผ่าเร่ร่อนในมองโกเลีย แวะสักการะขอพรจากวัดกานดาน วัดคู่บ้านคู่เมืองศูนย์รวมใจชาวพุทธ ถ่ายรูปกับอนุสรณ์สถานแห่งการต่อสู้ไซซาน ยอดเขาไซซาน ถ้ามีโอกาสอย่าลืมเข้าคลาสขี่ม้ายิงธนูแบบโบราณกับ Namnaa Academy ด้วย

 


 

 

16. ซานตาเฟ, สหรัฐอเมริกา

 

ภาพยนตร์ชื่อดังของ คริสโตเฟอร์ โนแลน อย่าง Oppenheimer ได้จุดประกายความสนใจให้เมืองซานตาเฟ นิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา กลับมาอยู่ในสปอตไลต์อีกครั้ง เนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ใกล้ลอสอลามอสมากที่สุด ซานตาเฟเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในประเทศ โดดเด่นเรื่องสถาปัตยกรรมสไตล์อิฐ สถาบันศิลปะเก่าแก่ และวิถีพื้นเมืองที่ผสานวัฒนธรรมชนพื้นเมืองอเมริกัน เม็กซิกัน และสเปน จนได้รับฉายาว่า ‘The City Different’

 

What to do: นอกจากการเที่ยวชมเมืองตามปกติที่จะเน้นหนักไปเชิงวัฒนธรรมเสียส่วนใหญ่ ในปี 2024 เป็นปีที่เทศกาลประจำปีของซานตาเฟ ‘Burning of the Zozobra’ มีอายุครบ 100 ปี หุ่นจำลองสูง 50 ฟุต อัดแน่นไปด้วยกระดาษแห่งความโศกเศร้าของคนทั้งเมือง ทั้งจดหมายรักเก่า หมายเรียกขอหย่า หรือข้อความเล่าความในใจ จะถูกจุดไฟเผาให้มอดในช่วงค่ำคืน เพื่อสื่อถึงการละทิ้งสิ่งเก่า พร้อมเริ่มต้นใหม่อีกครั้งของคนเมือง

 


 

 

16. อัลอูลา, ซาอุดีอาระเบีย

 

ซาอุดีอาระเบียปิดประเทศมานาน และเพิ่งเริ่มเปิดรับคนภายนอกในช่วงต้นการระบาดใหญ่ ประเทศนี้จึงยังสดและเป็นจุดหมายปลายทางใหม่แกะกล่องของคนทั้งโลก และเมืองอัลอูลาก็เปรียบได้กับศูนย์กลางทางโบราณคดี แดนอารยธรรมโบราณแห่งซาอุดีอาระเบีย ภูมิประเทศแบบทะเลทราย โบราณสถานเก่าแก่อายุ 2,000 ปี ธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือนคือเดือนเมษายน ช่วงเดียวกับเทศกาล AlUla Skies Festival เพราะคุณสามารถชมภูมิประเทศแบบมุมสูง พร้อมการแสดงต่างๆ เช่น วงซิมโฟนี การแสดงโดรน รวมถึงกิจกรรมดูดาวยามค่ำคืน

 

What to do: ห้ามพลาดกับเมืองโบราณเฮกรา แหล่งมรดกโลกแห่งแรกของซาอุดีอาระเบีย สุสานสูงตระหง่านที่เต็มไปด้วยร่องรอยแกะสลักโดยชาวนาบาเทียน เดินเล่นเมืองเก่า AlUla Old Town กินอาหารพื้นถิ่น ช้อปปิ้งซื้อของฝาก ก่อนปิดวันด้วยการพักแคมป์หรูหรา Habitas Alula อิ่มเอมกับบรรยากาศและการพักผ่อนแบบชาวทะเลทราย นอนดูดาวใต้ฟ้าอันมืดมิด

 

ภาพ: Shutterstock, Getty Image, Courtesy of Brands

อ้างอิง:

The post 16 Best Places to Go รวมจุดหมายปลายทางน่าไปปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอซ์แลนด์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เตรียมพร้อมรับมือเหตุภูเขาไฟปะทุหนัก https://thestandard.co/iceland-state-of-emergency-volcanic-eruption/ Sun, 12 Nov 2023 06:37:49 +0000 https://thestandard.co/?p=864778

ทางการไอซ์แลนด์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วเมื่อวานนี้ (1 […]

The post ไอซ์แลนด์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เตรียมพร้อมรับมือเหตุภูเขาไฟปะทุหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทางการไอซ์แลนด์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วเมื่อวานนี้ (11 พฤศจิกายน) เตรียมพร้อมรับมือเหตุภูเขาไฟฟากราดัลส์ฟยาล ที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเรคยาเนส มีแนวโน้มจะปะทุหนักภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ หลังตรวจพบแผ่นดินไหวหลายระลอกและมีแม็กมากระจายตัวเป็นวงกว้างอยู่ใต้พื้นดินบริเวณภูเขาไฟลูกดังกล่าว

 

กรมอุตุนิยมวิทยาของไอซ์แลนด์คาดการณ์ว่า มีระดับความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดเหตุปะทุขึ้นบนคาบสมุทรหรือนอกคาบสมุทรเรคยาเนส หลังคาดการณ์จากความเร็วในการเคลื่อนตัวและปริมาณของแมกมาใต้พื้นดินขณะนี้ โดยความน่าจะเป็นที่จะเกิดเหตุปะทุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ (12 พฤศจิกายน)

 

เบื้องต้นทางการท้องถิ่นไอซ์แลนด์ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ประกาศเตือนและสั่งอพยพพลเรือนออกจากพื้นที่ดังกล่าวแล้ว รวมถึงพื้นที่ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไอซ์แลนด์อย่างบลูลากูน โดยภูเขาไฟลูกนี้ปะทุขึ้นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีเมื่อช่วงต้นปี 2021 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเกิดเหตุปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่แถบนี้เป็นประจำทุกปีนับจากนั้น ซึ่งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

 

แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงระยะเวลานี้ทำให้ถนนหลายสายในไอซ์แลนด์เกิดเป็นรอยแยก ทางการแนะนำให้พลเรือนในพื้นที่โดยรอบเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

 

ภาพ: Civil Protection of Iceland / Handout via Reuters

 

ภาพ: Raul Moreno / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

 

ภาพ: RUV / Ragnar Visage / Handout via Reuters

 

ภาพ: RUV / Ragnar Visage / Handout via Reuters

 

ภาพ: Raul Moreno / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ไอซ์แลนด์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เตรียมพร้อมรับมือเหตุภูเขาไฟปะทุหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 10 อันดับประเทศระบบบำนาญดีสุด-แย่สุด ประจำปี 2023 ‘ไทย’ รั้งอันดับ 43 จาก 47 ประเทศ https://thestandard.co/top-10-pension-systems/ Tue, 17 Oct 2023 11:17:52 +0000 https://thestandard.co/?p=855706 ประเทศระบบบำนาญดีสุด

ดัชนีบำนาญ (Global Pension Index) ประจำปี 2023 พบว่า เน […]

The post เปิด 10 อันดับประเทศระบบบำนาญดีสุด-แย่สุด ประจำปี 2023 ‘ไทย’ รั้งอันดับ 43 จาก 47 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประเทศระบบบำนาญดีสุด

ดัชนีบำนาญ (Global Pension Index) ประจำปี 2023 พบว่า เนเธอร์แลนด์กลับมาครองตำแหน่งประเทศที่มีระบบบำเหน็จบำนาญดีที่สุด อันดับ 1 ของโลก ส่วนไทยได้คะแนนเพียง 46.4 อยู่อันดับ 43 จาก 47 ประเทศในดัชนี Mercer CFA Institute ยังเตือนอีกว่า สถานการณ์ทั่วโลกกำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

 

Mercer CFA Institute สถาบันที่ปรึกษาระดับโลก เปิดเผยรายงานดัชนีบำเหน็จบำนาญโลก (Global Pension Index) ประจำปี 2023 พบว่า ‘เนเธอร์แลนด์’ กลับมาครองตำแหน่งประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีระบบบำเหน็จบำนาญดีที่สุดในโลก สำหรับเกณฑ์ที่ Mercer ใช้ประเมิน ได้แก่ ความเพียงพอ (Adequacy), ความยั่งยืน (Sustainability) และความซื่อตรง (Integrity)

 

นอกจากนี้ Mercer CFA Institute ยังเตือนอีกว่า สถานการณ์การเกษียณอายุ (Retirement) ทั่วโลกกำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

 

ส่วน ‘ไอซ์แลนด์’ แชมป์โลกปีที่แล้ว ในปี 2023 ได้ตกมาอยู่อันดับ 2 รองลงไปเป็น ‘เดนมาร์ก’ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 3 สำหรับประเทศที่ได้เกรด A อีกแห่ง คือ อิสราเอล ซึ่งกำลังเผชิญสงครามอยู่ในขณะนี้

 

รายงานยังระบุอีกว่า ประเทศอันดับ 1 อย่างเนเธอร์แลนด์กำลังมีพัฒนาการสำคัญ เนื่องจากขณะนี้กำลังปฏิรูปโครงการบำเหน็จบำนาญจากลักษณะโครงสร้างโดยรวม (Collective Structure) ไปสู่แนวทางส่วนบุคคล (Individual Approach) มากขึ้น 

 

Mercer CFA Institute กล่าวอีกว่า หลังการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ระบบบำเหน็จบำนาญของเนเธอร์แลนด์ก็จะยังคงให้ผลประโยชน์ที่ดี เนื่องมาจากฐานสินทรัพย์และการกำกับดูแลที่แข็งแกร่ง

 

ระบบบำเหน็จบำนาญในประเทศส่วนใหญ่ในโลกจะอยู่ภายใต้ความตึงเครียด เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุ ภาระหนี้ภาครัฐ และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น รวมไปถึงความท้าทายต่างๆ เช่น การผนวกแรงงานใน Gig Economy หรือแรงงานตามแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Grab และ Uber เข้าไป

 

David Knox ผู้นำทีมนักเขียนรายงานฉบับนี้ และ Senior Partner ของ Mercer เตือนว่า “ผู้คนระดับล่างสุดทั่วโลก (Bottom Line) ต้องเริ่มดูแลตัวเองในวัยเกษียณ เราไม่สามารถพึ่งพาประกันสังคมหรือเงินบำนาญสาธารณะได้อีกต่อไป”

 

รายงานกล่าวอีกว่า อัตราการเกิดที่ลดลงยังได้สร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและระบบบำนาญในหลายประเทศในระยะยาว ซึ่งส่งผลเสียต่อคะแนนความยั่งยืนในดัชนีสำหรับบางประเทศ เช่น อิตาลีและสเปน 

 

สำหรับระบบบำเหน็จบำนาญประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 43 จาก 47 โดยมีคะแนนอยู่ที่ 46.4

 

Mercer ยังแนะว่า เพื่อให้ค่าดัชนีดังกล่าวเพิ่มขึ้น ไทยควรทำให้พนักงานเข้าร่วมโครงการบำเหน็จบำนาญมากขึ้น รัฐบาลไทยควรเพิ่มการสนับสนุนขั้นต่ำสำหรับผู้สูงอายุที่ยากจน และปรับปรุงข้อกำหนดการกำกับดูแลสำหรับระบบบำเหน็จบำนาญเอกชน

 

ประเทศระบบบำนาญดีสุด

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

อ้างอิง: 

The post เปิด 10 อันดับประเทศระบบบำนาญดีสุด-แย่สุด ประจำปี 2023 ‘ไทย’ รั้งอันดับ 43 จาก 47 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไอซ์แลนด์’ แชมป์ประเทศ ‘บำนาญ’ เพื่อวัยเกษียณดีสุดในโลก ส่วนไทยรั้งท้ายอยู่อันดับ 44 https://thestandard.co/iceland-pension/ Wed, 19 Oct 2022 07:21:04 +0000 https://thestandard.co/?p=697241 ไอซ์แลนด์

Mercer บริษัทบริหารสินทรัพย์จากสหรัฐฯ เผยแพร่รายงาน Mer […]

The post ‘ไอซ์แลนด์’ แชมป์ประเทศ ‘บำนาญ’ เพื่อวัยเกษียณดีสุดในโลก ส่วนไทยรั้งท้ายอยู่อันดับ 44 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอซ์แลนด์

Mercer บริษัทบริหารสินทรัพย์จากสหรัฐฯ เผยแพร่รายงาน Mercer CFA Institute Global Pension Index 2022 ที่ได้จัดอันดับระบบบำนาญของแต่ละประเทศในปี 2022 ซึ่งเป็นครั้งที่ 14 แล้ว โดยจากการสำรวจใน 44 ชาติทั่วโลก พบว่า ไอซ์แลนด์ ครองแชมป์ไปด้วยคะแนน 84.7 คะแนนภาพรวมอยู่ในเกรด A

 

ทั้งนี้ ไอซ์แลนด์ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ในเรื่องของความเป็นเลิศด้านผลประโยชน์ในระบบบำนาญของภาครัฐและเอกชนที่มีความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี และมีแผนงานที่ครอบคลุมไปถึงอนาคต 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ขณะที่อันดับ 2 ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ 84.6 คะแนน เกรด A, อันดับ 3 เดนมาร์ก 82.0 คะแนน เกรด A, อันดับ 4 อิสราเอล 79.8 คะแนน เกรด B+ และอันดับ 6 ฟินแลนด์ 77.2 คะแนน เกรด B+

 

ด้านประเทศในกลุ่มรั้งท้าย อันดับ 44 ไทย 41.7 คะแนน เกรด D, อันดับ 43 ฟิลิปปินส์ 42 คะแนน เกรด D, อันดับ 42 อาร์เจนตินา 43.3 คะแนน เกรด D, อันดับ 41 อินเดีย 44.4 คะแนน เกรด D และอันดับ 40 ตุรกี 45.3 คะแนน เกรด D 

 

นอกจากนี้ Mercer ยังได้ให้คำแนะนำกับประเทศไทยที่อยู่อันดับสุดท้ายว่า ควรเพิ่มเติมและปรับปรุงนโยบายเกี่ยวกับระบบบำนาญ 4 ข้อ ดังนี้ 

 

  • เพิ่มความครอบคลุมของพนักงานในโครงการบำเหน็จบำนาญ โดยจะเป็นการเพิ่มระดับของเงินสมทบและทรัพย์สิน 
  • เพิ่มเพดานขั้นต่ำในการสนับสนุนผู้สูงอายุกลุ่มที่ยากจนที่สุด
  • ผลประโยชน์การเกษียณจากการจัดการเงินบำนาญส่วนตัวจะต้องนำมาเป็นกระแสรายได้
  • ปรับปรุงข้อกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ในระบบของสำนักงานประกันสังคม   

 

อย่างไรก็ตาม ดัชนีชี้วัดระบบบำนาญระดับโลก (Global Pension Index) ที่นำมาใช้จัดอันดับประเทศต่างๆ จะถูกคิดจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1. ความเหมาะสม อย่างเงินที่เพียงพอต่อการครองชีพ น้ำหนักคะแนน 40% 2. ความยั่งยืน ครอบคลุมคนหมู่มาก และปริมาณกองทุนบำนาญเพียงพอ น้ำหนักคะแนน 35% และ 3. ความมั่นคง ในส่วนของการบริหารจัดการกองทุนบำนาญ น้ำหนักคะแนน 25%

 

อนึ่ง Mercer ระบุว่า การวางแผนทางการเงินให้ดีที่สุดสำหรับการเกษียณเป็นเรื่องที่สำคัญ ทั้งกระจายเงินออมเพื่อการเกษียณ และกระจายความเสี่ยงสำหรับแผนการลงทุนต่างๆ และผู้ที่สนใจลงทุน ส่วนผู้กำหนดนโยบายบำนาญก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจว่าโครงการเกษียณอายุได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี

 

อ้างอิง:

The post ‘ไอซ์แลนด์’ แชมป์ประเทศ ‘บำนาญ’ เพื่อวัยเกษียณดีสุดในโลก ส่วนไทยรั้งท้ายอยู่อันดับ 44 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Björk ย้ายกลับไปอยู่ไอซ์แลนด์บ้านเกิด เพราะทนเหตุความรุนแรงจากปืนที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ไม่ได้ https://thestandard.co/bjork-back-to-iceland/ Mon, 03 Oct 2022 03:47:00 +0000 https://thestandard.co/?p=690002 Björk

Björk (บียอร์ก) ศิลปินคนดังวัย 56 ปีจากไอซ์แลนด์ ที่โลด […]

The post Björk ย้ายกลับไปอยู่ไอซ์แลนด์บ้านเกิด เพราะทนเหตุความรุนแรงจากปืนที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Björk

Björk (บียอร์ก) ศิลปินคนดังวัย 56 ปีจากไอซ์แลนด์ ที่โลดแล่นอยู่ในวงการเพลงมาหลายทศวรรษ เผยเหตุผลที่ทำให้เธอตัดสินใจย้ายกลับบ้านเกิดที่ไอซ์แลนด์ทั้งที่อาศัยอยู่ในมหานครนิวยอร์กมานานหลายปี โดยในภายแรก Björk ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ที่สหรัฐอเมริกาในปี 2002 หลังจากที่เธอให้กำเนิดลูกสาว ก่อนที่จะย้ายกลับไอซ์แลนด์ในช่วงที่เกิดการระบาดของโรคโควิดตอนต้นปี 2020 แต่เหตุผลแท้จริงที่ทำให้เธอไม่สามารถเรียกสหรัฐฯ ว่า ‘บ้าน’ ได้อีกต่อไป เป็นเพราะเหตุความรุนแรงจากอาวุธปืนที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

 

“ความรุนแรงในสหรัฐฯ มันอยู่ในระดับที่ฉันไม่อาจเข้าใจได้เลย และการมีลูกสาวเป็นลูกครึ่งอเมริกันที่เรียนอยู่โรงเรียนในนิวยอร์ก ห่างจากแซนดีฮุกแค่เพียง 40 นาที มันมากเกินไป” Björk พูดถึงเหตุกราดยิงโรงเรียนอนุบาลแซนดีฮุกเมื่อปี 2012 ที่ก่อให้เกิดการสูญเสียและความสะเทือนขวัญครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ

 

“เมื่อเราอยู่ที่ไอซ์แลนด์ ฉันซึมซับทุกอย่างของมัน ถ้าหากเราคนหนึ่งถูกฆ่าที่ทางเหนือ ทุกคนจะเจ็บปวดมาก ชาวเกาะจะเป็นกันแบบนั้น และการเป็นชาวเกาะที่อยู่ในสหรัฐฯ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันมากเกินกว่าที่ฉันจะรับไหว”

 

ก่อนหน้านี้ครอบครัว Osbourne ก็ออกมาเผยถึงแผนการย้ายกลับไปอาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษอย่างถาวรเร็วๆ นี้ โดยให้เหตุผลเดียวกันกับ Björk ว่าพวกเขารับความรุนแรงจากอาวุธปืนที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ไม่ได้ 

 

“พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่ามีคนโดนยิงในโรงเรียนไปกี่คนแล้ว และยังมีเหตุกราดยิงในเวกัสที่คอนเสิร์ตนั่นอีก มันโคตรจะบ้าเลย” Ozzy Osbourne กล่าว

 

ภาพ: Santiago Felipe / Getty Images

อ้างอิง:

The post Björk ย้ายกลับไปอยู่ไอซ์แลนด์บ้านเกิด เพราะทนเหตุความรุนแรงจากปืนที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ภูเขาไฟไอซ์แลนด์ปะทุรอบใหม่ หลังเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่อง 10,000 ครั้ง https://thestandard.co/iceland-volcano-eruption/ Mon, 08 Aug 2022 13:01:10 +0000 https://thestandard.co/?p=664610 ภูเขาไฟไอซ์แลนด์

ภูเขาไฟไอซ์แลนด์ปะทุรอบใหม่ หลังเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่อง […]

The post ชมคลิป: ภูเขาไฟไอซ์แลนด์ปะทุรอบใหม่ หลังเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่อง 10,000 ครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูเขาไฟไอซ์แลนด์

ภูเขาไฟไอซ์แลนด์ปะทุรอบใหม่ หลังเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่อง 10,000 ครั้ง

 

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/

The post ชมคลิป: ภูเขาไฟไอซ์แลนด์ปะทุรอบใหม่ หลังเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่อง 10,000 ครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hotel Rangá ประกาศหา ‘Midnight Sun Catcher’ ออกล่าพระอาทิตย์เที่ยงคืนทั่วไอซ์แลนด์ พร้อมออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด https://thestandard.co/hotel-ranga-midnight-sun-catcher/ Tue, 10 May 2022 12:55:24 +0000 https://thestandard.co/?p=627045 Hotel Rangá

นักเดินทางส่วนมากมักไปไอซ์แลนด์เพื่อชมความอลังการของถ้ำ […]

The post Hotel Rangá ประกาศหา ‘Midnight Sun Catcher’ ออกล่าพระอาทิตย์เที่ยงคืนทั่วไอซ์แลนด์ พร้อมออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hotel Rangá

นักเดินทางส่วนมากมักไปไอซ์แลนด์เพื่อชมความอลังการของถ้ำน้ำแข็ง ลุยหิมะ แหงนคอมองแสงเหนือสักครั้งในชีวิต ทว่าในฤดูร้อนที่น้ำแข็งละลาย ยอดหญ้าสีเขียวปกคลุมทุกแห่งหน เป็นช่วงเวลาของปรากฏการณ์ ‘Midnight Sun’ หรือ ‘พระอาทิตย์เที่ยงคืน’ ที่ช่วงเวลากลางวันยาวนานเกือบ 24 ชั่วโมง จนเราสามารถมองเห็นดวงอาทิตย์บนฟากฟ้าได้ในตอนเที่ยงคืน และบางวันก็มีดวงจันทร์เคียงคู่กันเสียด้วย ปรากฏการณ์นี้แม้ไม่อลังการเท่าแสงเหนือ แต่ก็ทำให้นักเดินทางหลายคนอยากสัมผัส และแน่นอนว่าเรามีตำแหน่งงานดีๆ มาฝาก

 

ไม่กี่วันที่ผ่านมา Hotel Rangá บ้านพักหรูบนชายฝั่งทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ประกาศหาคนมาทำงานในตำแหน่ง ‘Midnight Sun Catcher’ หรือ ‘นักล่าพระอาทิตย์เที่ยงคืน’ เนื้องานไม่มีอะไรมาก แค่คุณจำต้องพกกล้องตัวเก่งแล้วออกไปถ่ายรูปไอซ์แลนด์ และบริเวณรอบที่พักในช่วงเวลาพระอาทิตย์เที่ยงคืนให้ได้มากและสวยที่สุดเป็นเวลา 10 วัน โดยทีมงานมีค่าตอบแทนเป็นตั๋วเครื่องบิน ห้องพักหรู  พร้อมอาหารการกินแบบจัดเต็มตลอดระยะเวลาการทำงาน 

 

แน่นอนว่าการรับสมัครงานนี้เป็นหนึ่งในแคมเปญใหม่ Midnight Sun Catcher ที่ทางโรงแรมจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักเดินทางทั่วโลกแวะมาพักผ่อนและเก็บประสบการณ์ความประทับใจกับไอซ์แลนด์ในฤดูร้อนกลับไปด้วย

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนตุลาคม 2021 Hotel Rangá เคยประกาศหาคนล่าแสงเหนือมาแล้ว ผ่านแคมเปญ ‘Northern Lights Catcher’ คัดเลือกนักเดินทางจำนวน 2 คนมาช่วยกันเก็บภาพความงามของแสงเหนือ โดยทางโรงแรมจะสนับสนุนค่าที่พัก รวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ด้วย แน่นอนว่าแคมเปญนี้ประสบความสำเร็จมาก มีผู้สมัครเกือบ 5,000 คน จาก 50 ประเทศ 

 

สำหรับครั้งนี้ ใครที่สนใจอยากไปล่าพระอาทิตย์เที่ยงคืน แช่บ่อน้ำแร่ร้อน ดูหาดทรายดำ เที่ยวไอซ์แลนด์ 10 วันแบบฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายสักบาท (แต่อาจเสียแรงหน่อยจากการถ่ายภาพ) สามารถเข้าสมัครร่วมแคมเปญนี้ได้ที่ hotelranga.is/midnight-sun-catchers

 

ภาพ: Courtesy of Brand

อ้างอิง:

The post Hotel Rangá ประกาศหา ‘Midnight Sun Catcher’ ออกล่าพระอาทิตย์เที่ยงคืนทั่วไอซ์แลนด์ พร้อมออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปสถานการณ์ยุโรป หลายประเทศล็อกดาวน์-คุมโควิดเข้ม อัตราฉีดวัคซีนชะลอตัว https://thestandard.co/europe-covid-crisis/ Sun, 14 Nov 2021 12:12:24 +0000 https://thestandard.co/?p=559690 Europe

ยุโรปกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโควิดอีกครั้ง ส่งผ […]

The post สรุปสถานการณ์ยุโรป หลายประเทศล็อกดาวน์-คุมโควิดเข้ม อัตราฉีดวัคซีนชะลอตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Europe

ยุโรปกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโควิดอีกครั้ง ส่งผลให้รัฐบาลหลายประเทศพิจารณาที่จะกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ในช่วงก่อนที่จะถึงเทศกาลคริสต์มาส ขณะที่มีการถกเถียงกันว่าวัคซีนเพียงอย่างเดียวเพียงพอที่จะควบคุมการระบาดหรือไม่

 

การรณรงค์ฉีดวัคซีนเริ่มชะลอตัวในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวและฤดูไข้หวัดใหญ่ โดยประมาณ 65% ของประชากรในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ซึ่งรวมสหภาพยุโรป ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และนอร์เวย์ ได้รับวัคซีนครบสองโดสแล้ว อย่างไรก็ตาม อัตราการฉีดวัคซีนชะลอตัวลงในเดือนที่ผ่านมา

 

ศูนย์ควบคุมโรคแห่งยุโรปเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (12 พฤศจิกายน) ที่ผ่านมาว่า 10 ประเทศในสหภาพยุโรป ซึ่งมีสมาชิก 27 ประเทศ กำลังเผชิญกับสถานการณ์โควิดที่น่ากังวล โดยเตือนว่าการแพร่ระบาดกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั่วทั้งทวีป โดยเฉพาะเบลเยียม บัลแกเรีย โครเอเชีย สาธารณรัฐเช็ก เอสโตเนีย กรีซ ฮังการี เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ และสโลวีเนีย อยู่ในกลุ่มที่น่ากังวลสูงสุด

 

สำหรับประเทศที่กลับมาประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์หรือข้อจำกัดที่เข้มงวด ประกอบด้วย

 

  1. เนเธอร์แลนด์

 

Europe

 

มาร์ก รุตเตอ นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ ประกาศล็อกดาวน์บางส่วนเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นประเทศแรกในยุโรปตะวันตกที่ตัดสินใจใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิดในช่วงฤดูหนาวนี้ โดยบาร์และร้านอาหารจะปิดเร็วขึ้น ขณะที่การแข่งขันกีฬายังจัดต่อไปได้ แต่ไม่อนุญาตให้มีผู้ชม 

 

  1. เยอรมนี

 

Europe

 

เยนส์ สปาห์น รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ประกาศเมื่อวันศุกร์ (12 พฤศจิกายน) ว่ารัฐบาลจะกลับมาตรวจโควิดฟรีให้แก่ประชาชนตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน เป็นต้นไป ขณะที่มาตรการต่างๆ เช่น การบังคับสวมหน้ากากอนามัย และการเว้นระยะห่างทางสังคมในที่สาธารณะ จะยังคงมีผลบังคับใช้ไปจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า

 

  1. ออสเตรีย

 

Europe

 

นายกรัฐมนตรี อเล็กซานเดอร์ ชาลเลนเบิร์ก เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (12 พฤศจิกายน) ว่า รัฐบาลออสเตรียเตรียมใช้มาตรการล็อกดาวน์กับผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน โดยจะเริ่มในอัปเปอร์ออสเตรียและซาลซ์บูร์กเป็นสองแห่งแรก ตั้งแต่วันจันทร์นี้ (15 พฤศจิกายน)

 

  1. ลัตเวีย

 

Europe

 

ลัตเวีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำที่สุดในสหภาพยุโรป ประกาศล็อกดาวน์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม

 

  1. สาธารณรัฐเช็ก สโลวาเกีย และรัสเซีย

 

Europe

 

ทั้งสามประเทศต่างใช้ข้อจำกัดที่เข้มงวดมากขึ้น ขณะที่คณะรัฐมนตรีของสาธารณรัฐเช็กอยู่ระหว่างพิจารณาว่าอาจจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการใหม่

 

  1. นอร์เวย์

 

Europe

 

รัฐบาลนอร์เวย์ประกาศเมื่อวันศุกร์ (12 พฤศจิกายน) ว่าจะกลับมาใช้มาตรการควบคุมโควิดทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงการใช้บัตรผ่านด้านสุขภาพ ท่ามกลางจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้นอร์เวย์ซึ่งยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับโควิดทั้งหมดเมื่อปลายเดือนกันยายน จะเสนอฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้แก่ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป แต่จะไม่มีการล็อกดาวน์ใหม่ นายกรัฐมนตรี โจนัส กาห์ร์ สโตเร กล่าวในการแถลงข่าวว่า มาตรการใหม่นี้รวมถึงการกำหนดให้ผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยโควิดต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนจะต้องตรวจหาเชื้อ 2 ครั้งต่อสัปดาห์และสวมหน้ากากอนามัย

 

  1. ไอซ์แลนด์

 

Europe

 

ไอซ์แลนด์ ซึ่งมีประชากรประมาณ 375,000 คน ตัดสินใจใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่ต้นเดือนนี้ หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่เมื่อต้นสัปดาห์ มาตรการดังกล่าวรวมถึงการจำกัดจำนวนการชุมนุมในที่สาธารณะไม่เกิน 50 คน จากเดิม 500 คน สระว่ายน้ำและสถานที่เล่นกีฬาสามารถรับผู้เข้าใช้บริการได้ไม่เกิน 75% ของความจุ ทั้งนี้ 89% ของชาวไอซ์แลนด์ที่มีอายุมากกว่า 12 ปีได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ซึ่งประมาณ 36,000 คนในจำนวนนี้ได้รับการฉีดเข็มกระตุ้น และรัฐบาลคาดว่าจะฉีดเข็มที่ 3 ให้กับประชาชนอีก 160,000 คนภายในสิ้นปีนี้

 

ภาพ: Getty Images

อ้างอิง:

The post สรุปสถานการณ์ยุโรป หลายประเทศล็อกดาวน์-คุมโควิดเข้ม อัตราฉีดวัคซีนชะลอตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีแดงเข้ม! ทางการสหรัฐฯ แนะเลี่ยงการเดินทางไปยังอิสราเอล ฝรั่งเศส และไทย หลังโควิดระบาดหนัก https://thestandard.co/usa-advise-to-avoid-traveling-to-israel-france-thailand/ Tue, 10 Aug 2021 02:37:43 +0000 https://thestandard.co/?p=523590 Travel

วันนี้ (10 สิงหาคม) ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐอเมริก […]

The post สีแดงเข้ม! ทางการสหรัฐฯ แนะเลี่ยงการเดินทางไปยังอิสราเอล ฝรั่งเศส และไทย หลังโควิดระบาดหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Travel

วันนี้ (10 สิงหาคม) ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังอิสราเอล ฝรั่งเศส ไทย ไอซ์แลนด์ และอีกหลายประเทศ เนื่องจากสถานการณ์โควิดที่แพร่ระบาดอย่างหนัก มีผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง 

 

โดย CDC ได้แบ่งประเทศต่างๆ และอาจรวมถึงบางดินแดนในประชาคมโลก เป็น 5 กลุ่มหลักๆ ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดและข้อมูลที่ทางการสหรัฐฯ มี ได้แก่ กลุ่ม Level Unknown ที่ไม่ทราบสถานสถานการณ์แน่ชัด ก่อนที่จะไล่ระดับจากกลุ่ม Level 1 (สีเหลือง) การแพร่ระบาดต่ำ อยู่ในช่วงที่สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้แล้ว ไปจนถึงกลุ่ม Level 4 (สีแดงเข้ม) ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีการแพร่ระบาดสูงมาก ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลานี้

 

ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 74 ประเทศขณะนี้ที่ได้รับการจัดอันดับจากทางการสหรัฐฯ ให้อยู่ในกลุ่ม Level 4 กลุ่มประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโควิดรุนแรง ผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางมายังประเทศไทยอาจจำเป็นต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดครบโดสแล้ว เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อ การเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล และลดความเสี่ยงที่อาจจะเสียชีวิตจากโรคระบาด แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะเข้ารับวัคซีนครบโดสแล้ว ก็ยังคงมีความเสี่ยงที่อาจจะติดเชื้อโควิดได้ โดยเฉพาะเชื้อกลายพันธ์ุอย่างสายพันธุ์เดลตา

 

โดยเพื่อนบ้านของไทยอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเมียนมา ก็ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศ Level 4 นี้ด้วย ขณะที่กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเวียดนามอยู่ในกลุ่ม Level 3 (สีแดง) กลุ่มประเทศที่มีการแพร่ระบาดสูง ผู้ที่ยังไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนควรเลี่ยงการเดินทางหากไม่จำเป็น ส่วนสิงคโปร์อยู่ในกลุ่ม Level 2 (สีส้ม) กลุ่มประเทศที่มีการแพร่ระบาดปานกลาง ผู้ที่ยังไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อหากเดินทางไปยังประเทศกลุ่มนี้

 

มีเพียงบรูไนและลาวที่อยู่ในกลุ่ม Level 1 (สีเหลือง) กลุ่มประเทศที่มีการแพร่ระบาดต่ำ รวมกับประเทศและดินแดนอื่นๆ รวม 43 แห่ง เช่น ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง นิวซีแลนด์ ไนจีเรีย โปแลนด์ และไต้หวัน ส่วนประเทศที่ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม Level Unknown (สีเทา) เช่น เกาหลีเหนือ มาเก๊า ซีเรีย ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน เวเนซุเอลา และซีเรีย

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 

ภาพ: Sam Wordley / Shutterstock

อ้างอิง:

The post สีแดงเข้ม! ทางการสหรัฐฯ แนะเลี่ยงการเดินทางไปยังอิสราเอล ฝรั่งเศส และไทย หลังโควิดระบาดหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปักหมุด Sky Lagoon บ่อน้ำร้อนแห่งใหม่ในไอซ์แลนด์ ที่กำลังร้อนฉ่าในหมู่นักท่องเที่ยว https://thestandard.co/sky-lagoon-hot-spring-in-iceland/ Fri, 14 May 2021 12:58:53 +0000 https://thestandard.co/?p=489016 Sky Lagoon บ่อน้ำร้อน ไอซ์แลนด์

ดูเหมือนจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่าง Blue Lagoon ในประเทศ […]

The post ปักหมุด Sky Lagoon บ่อน้ำร้อนแห่งใหม่ในไอซ์แลนด์ ที่กำลังร้อนฉ่าในหมู่นักท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sky Lagoon บ่อน้ำร้อน ไอซ์แลนด์

ดูเหมือนจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่าง Blue Lagoon ในประเทศไอซ์แลนด์ กำลังมีคู่แข่งเพิ่มมาอีกหนึ่ง เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติเปิดใหม่ที่ตรึงใจนักพักผ่อนด้วยวิวเวิ้งน้ำสุดลูกตา

 

ไอซ์แลนด์

Sky Lagoon, baðlón á ysta odda Kársnessins.

 

Sky Lagoon ตั้งอยู่บริเวณอ่าวคาร์สเนส ห่างจากตัวเมืองเรกยาวิก ซึ่งเป็นเมืองหลวงของไอซ์แลนด์ เพียงไม่กี่นาที นักพักผ่อนสามารถแช่น้ำในบ่อร้อนที่ให้บรรยากาศราวกับปล่องภูเขาไฟ พร้อมวิวท้องน้ำสุดลูกตาของมหาสมุทรแอตแลนติก แบบไร้สิ่งใดขว้างกั้น 

 

Sky Lagoon บ่อน้ำร้อน ไอซ์แลนด์

ไอซ์แลนด์

 

นอกจากบ่อน้ำร้อนแบบอินฟินิตี้พูลที่มีความยาวกว่า 70 เมตรแล้ว ที่นี่ยังมีห้องอบไอน้ำ ซาวน่า และบาร์น้ำ ไว้บริการอีกด้วย นักพักผ่อนทุกคนที่เข้าใช้บริการต้องอาบน้ำตามฉบับชาวไอซ์แลนด์เพื่อปรับธาตุร้อนและเย็น ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย เริ่มต้นด้วยการปรับอุณหภูมิยังลากูนเพื่ออบอุ่นร่างกาย ก่อนกระโดดลงสระน้ำเย็นเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดการไหลเวียนของเลือด และกระชับผิว หลังจากนั้นใช้เวลา 5-10 นาทีในห้องสตรีม ต่อด้วยซาวน่า เดินเล่นผ่านหมอกเย็น ใช้สครับประจำถิ่นขัดผิว ก่อนลงไปผ่อนคลายอีกครั้งยังบ่อลากูนเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศ จะสั่งเบียร์หรือไวน์สัญชาติไอซ์แลนด์มาจิบพลางๆ ดูพระอาทิตย์ยอแสง และหากโชคดี คุณสามารถมองเห็นแสงเหนือได้ในยามค่ำคืน

 

Sky Lagoon บ่อน้ำร้อน ไอซ์แลนด์

 

ไอซ์แลนด์เริ่มเปิดพรมแดนให้นักท่องเที่ยวบ้างแล้ว ใครก็ตามที่เข้าประเทศจะต้องทดสอบการติดโควิด-19 และกักตัวเป็นเวลา 14 วัน หรือแสดงผลตรวจสุขภาพ เพื่อเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ

 

แม้ว่าตอนนี้เราจะยังไปไหนไม่ได้ และทำได้เพียงเที่ยวทิพย์ ปักหมุดติดไว้ในลิสต์ มีโอกาสเมื่อไร อย่าลืมแวะไป 

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.skylagoon.com

 

ภาพ: Sky Lagoon

The post ปักหมุด Sky Lagoon บ่อน้ำร้อนแห่งใหม่ในไอซ์แลนด์ ที่กำลังร้อนฉ่าในหมู่นักท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>