Hyaluronic acid Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/hyaluronic-acid/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 20 Jul 2026 04:55:29 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รู้จัก Kiss Theory Lip Balm กับสิ่งใหม่ที่เรียกว่านวัตกรรมไฮบริดเจล-บาล์ม https://thestandard.co/life/anastasia-kiss-theory-lip-balm/ Mon, 20 Jul 2026 04:55:29 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1232698 ลิปบาล์ม Kiss Theory Lip Balm จาก Anastasia Beverly Hills

Anastasia Beverly Hills Kiss Theory Lip Balm คือลิปไฮบร […]

The post รู้จัก Kiss Theory Lip Balm กับสิ่งใหม่ที่เรียกว่านวัตกรรมไฮบริดเจล-บาล์ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิปบาล์ม Kiss Theory Lip Balm จาก Anastasia Beverly Hills

Anastasia Beverly Hills Kiss Theory Lip Balm คือลิปไฮบริดเจล-บาล์ม ที่รวมคุณสมบัติของลิปสติก ลิปกลอส และลิปบาล์มไว้ในแท่งเดียว ให้สีสันชัดเจน ปากฉ่ำเงา ไม่เหนียวเหนอะหนะ พร้อมบำรุงด้วย Hyaluronic Acid และ Vitamin E มีให้เลือก 14 เฉดสี ราคา 700 บาท วางจำหน่ายที่ Sephora

 

ใครเคยเจอปัญหาน่าปวดหัวเวลาแต่งหน้าแล้วต้องเลือกระหว่างทาลิปสติกสีชัดแต่แอบหนักปาก กับทาลิปกลอสปากฉ่ำแต่เหนียวหนึบบ้าง?

 

ลืมความวุ่นวายเหล่านั้นไปได้เลย เพราะวันนี้ LIFE จะพาไปรู้จักไอเท็มใหม่ล่าสุดที่เพิ่งแลนดิ้งถึงไทยสดๆ ร้อนๆ เมื่อ Anastasia Beverly Hills เปิดตัว Kiss Theory Lip Balm ไอเท็มนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเกิดมาเพื่อฉีกกฎการทาลิปแบบเดิมๆ ด้วยคอนเซปต์มากกว่าลิปบาล์ม เบากว่าลิปสติก เป็นนวัตกรรมไฮบริดเจล-บาล์ม ที่ควบรวมความเป๊ะของทั้ง 3 ไอเท็มไว้ด้วยกัน คือให้สีสันชัดเจนมีมิติแบบลิปสติก ให้ความฉ่ำเงาราวกระจกแบบลิปกลอส และให้การบำรุงเบาสบายแบบลิปบาล์ม ครบจบในแท่งเดียว, เนื้อสัมผัสมีความนุ่มฟู บางเบา ไม่หนัก ไม่ลื่นจนเกินไป และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่เหนียวเหนอะหนะเลย เอดิเตอร์ลองแล้วบอกเลยว่าปาดรอบเดียวสีชัดสวย แถมทาเติมระหว่างวันได้ชิลๆ แบบไม่ต้องพึ่งกระจก

 

แล้วไม่ต้องกลัวปากแห้งด้วยนะ เพราะมีการบำรุงจาก Hyaluronic Acid ล็อกความชุ่มชื้นให้ปากอิ่มฟู Vitamin E เติมความนุ่มเรียบเนียน และ Candelilla Wax ช่วยให้เนื้อเนียนลื่นสีสดชัด มาพร้อมกลิ่นหอมวานิลลา เป็นสูตรวีแกน ปราศจากพาราเบนและแอลกอฮอล์ ในไทยมีให้เลือกจัดเต็ม 14 เฉดสี (700 บาท) ตั้งแต่นู้ดละมุน Nudeish ไปจนถึงแดงสด Riddle Red จะทาเดี่ยวๆ ก็สวยฉ่ำ หรือจับคู่กับ Anastasia Beverly Hills Lip Liner เพื่อวาดรูปปากให้มีมิติก็เลิศสุดๆ สาวๆ สามารถไปลองปาดเนื้อสัมผัสจริงกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟได้เลยที่ร้าน Sephora ทุกสาขา

The post รู้จัก Kiss Theory Lip Balm กับสิ่งใหม่ที่เรียกว่านวัตกรรมไฮบริดเจล-บาล์ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Circadian Skincare รู้จักวิธีดูแลผิวตามนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย https://thestandard.co/life/circadian-rhythm-skincare/ Thu, 26 Mar 2026 02:03:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1191425 ภาพประกอบแนวคิด Circadian Skincare การดูแลผิวตามนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย

คำว่า Circadian Rhythm เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการ Wel […]

The post Circadian Skincare รู้จักวิธีดูแลผิวตามนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแนวคิด Circadian Skincare การดูแลผิวตามนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย

คำว่า Circadian Rhythm เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการ Wellness และ Beauty เพราะงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า ร่างกายของเราไม่ได้ทำงานแบบสุ่ม แต่มีจังหวะเวลาที่ชัดเจนในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการหลั่งฮอร์โมน อุณหภูมิร่างกาย หรือแม้แต่การซ่อมแซมเซลล์ผิว ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อสุขภาพผิวโดยตรง

 

Harvard Medical School อธิบายว่า Circadian Rhythm คือระบบนาฬิกาภายในที่ควบคุมวงจร 24 ชั่วโมงของร่างกาย และเมื่อวงจรนี้สมดุล ระบบต่างๆ รวมถึงผิว ก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในทางกลับกัน หากนอนดึก พักผ่อนไม่พอ หรือใช้ชีวิตไม่สอดคล้องกับจังหวะธรรมชาติของร่างกาย ผิวก็จะเริ่มแสดงสัญญาณ เช่น หมองคล้ำ แห้ง หรือเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ ผิวของเราไม่ได้มีหน้าที่เดียวตลอดทั้งวัน แต่เปลี่ยนบทบาทไปตามช่วงเวลา

 

ในตอนเช้า ผิวจะอยู่ในโหมดปกป้องตัวเอง

 

ผิวของเราจะปกป้องตัวเองจากสิ่งแวดล้อมในตอนเช้า ไม่ว่าจะเป็นแสง UV มลภาวะ หรือฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการใช้กันแดดและสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง Vitamin C จึงมีความสำคัญในช่วงนี้ เพราะมันช่วยเสริมเกราะป้องกันให้ผิวรับมือกับโลกภายนอกได้ดีขึ้น

 

ช่วงกลางวันผิวทำหน้าที่เป็น Barrier


ผิวยังคงทำหน้าที่เป็น Barrier ปกป้องร่างกายอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องเข้าใจว่าระหว่างวันผิวก็เริ่มสูญเสียความชุ่มชื้นจากสภาพแวดล้อมไปเรื่อยๆ เช่นกัน ทำให้สกินแคร์ที่ช่วยเติมน้ำ เช่น Hyaluronic Acid หรือสเปรย์น้ำแร่ กลายเป็นตัวช่วยที่ทำให้ผิวไม่อ่อนล้าระหว่างวัน

 

ช่วงกลางคืนผิวเข้าโหมดซ่อมแซมและฟื้นฟู


เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคืน ผิวจะเปลี่ยนเข้าสู่โหมดซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างเต็มที่ การไหลเวียนเลือดเพิ่มขึ้น และกระบวนการผลัดเซลล์ผิวทำงานสูงสุด งานวิจัยใน Journal Of Investigative Dermatology เคยชี้ว่า การแบ่งตัวของเซลล์ผิวจะเกิดขึ้นมากในช่วงกลางคืน นี่จึงเป็นเหตุผลที่สกินแคร์อย่าง Retinol หรือส่วนผสมที่ช่วยฟื้นฟูผิวมักถูกแนะนำให้ใช้ในเวลาก่อนนอน

 

เมื่อเข้าใจจังหวะเหล่านี้ การดูแลผิวจึงไม่ใช่แค่การเลือกของที่ดี แต่คือการใช้ให้ตรงเวลา

 

สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การมีสกินแคร์ครบทุกขั้นตอน แต่คือการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพของตัวเองมากขึ้น เช่น การนอนให้เพียงพอ การลดแสงหน้าจอก่อนนอน หรือการออกไปเจอแสงแดดยามเช้า เพราะทั้งหมดนี้คือสกินแคร์จากภายในที่ทรงพลังที่สุด

The post Circadian Skincare รู้จักวิธีดูแลผิวตามนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Hermès Plein Air รองพื้นรุ่นแรกของเมซงที่มีเบสสกินแคร์สูงถึง 82% https://thestandard.co/life/hermes-plein-air-foundation-skincare/ Wed, 25 Mar 2026 06:38:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1191151 รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง

Hermès แบรนด์ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผล […]

The post รู้จัก Hermès Plein Air รองพื้นรุ่นแรกของเมซงที่มีเบสสกินแคร์สูงถึง 82% appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง

Hermès แบรนด์ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตอานม้า (Saddlery)และเครื่องหนังมาตั้งแต่ปี 1837 ไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล และการที่ Hermès ตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการรองพื้นเป็นครั้งแรกก็ไม่ต่างกัน ต้องยอมรับว่าตอนที่ทราบข่าวว่า Hermès จะเปิดตัวรองพื้นรุ่นแรก ความรู้สึกแรกคือตื่นเต้นมาก เพราะการก้าวเข้ามาในเกมเมกอัพของแบรนด์ระดับเมซงนั้นเป็นเรื่องสุดท้าทาย แต่ Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ก็พิสูจน์แล้วการรอคอยที่ยาวนานก็คุ้มค่าเสมอ

 

 
 

ภายใต้การดูแลของครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Gregoris Pyrpylis รองพื้นขวดนี้ไม่ได้พยายามแข่งขันกับใคร แต่เลือกที่จะนิยามคำว่า ‘แมตต์’ ใหม่ทั้งหมด โดยทำให้เป็น Luminous Matte ที่ผิวยังมีมิติและดูมีชีวิตชีวา ไม่แห้งตึง ไม่ดร็อประหว่างวัน และไม่ทำให้ผิวดูแบน ด้วยเบสสกินแคร์สูงถึง 82% ผสาน White Mulberry Extract ที่ปกป้องผิวจากมลภาวะและฟื้นฟูความยืดหยุ่น, Hyaluronic Acid เติมความชุ่มชื้นตลอดวัน และ Niacinamide ที่ค่อยๆ ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้นเมื่อใช้สม่ำเสมอ

 

 
รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง 1
 

 

มีจุดเด่นจากส่วนผสมสกินแคร์สูงถึง 82%

 

จุดที่น่าสนใจที่สุดของสูตรรองพื้นรุ่นแรกคือการที่ Hermès เลือกให้สกินแคร์เป็นแกนหลัก โดยมีเบสสกินแคร์สูงถึง 82% และมีเม็ดสีเพียง 12% ซึ่งทำให้เนื้อสัมผัสบางเบาผิดคาด เกลี่ยลื่นและกลืนเข้ากับผิวในไม่กี่วินาที ให้ฟีลเหมือนมีผิวชั้นที่สอง (Second Skin Effect) มากกว่าจะรู้สึกว่ามีอะไรโปะทับอยู่บนหน้า

 

Hero Ingredient ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เสมอมาในหลายๆ ผลิตภัณฑ์คือ White Mulberry Extract หรือสารสกัดจากหม่อนขาว (Morus alba L.) ที่ทำหน้าที่เป็น Antioxidant ชั้นเลิศ ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและฟื้นฟูความยืดหยุ่น ควบคู่กับ Hyaluronic Acid ที่เติมความชุ่มชื้นให้ผิวเราตลอดวัน และ Niacinamide ที่ค่อยๆ ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้นเมื่อใช้สม่ำเสมอ พอรวมกันแล้วรู้สึกได้เลยว่านี่คือรองพื้นที่มอบการดูแลผิวไปพร้อมๆ กันเป็นทีม หนึ่งสิ่งที่ต้องรู้ไว้ก่อนใช้คือ สัดส่วนสกินแคร์สูง เนื้อผลิตภัณฑ์จึงมีการแยกชั้นกันตามธรรมชาติ ก่อนใช้รองพื้นจึงต้องเขย่าขวดก่อนทุกครั้งด้วยนะ

 

 
รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง 2
 

 

15 เฉดสีที่เข้าใจผิวเอเชีย

 

รองพื้น Hermès ทำออกมาทั้งหมด 34 เฉดสี และสำหรับไทยกับตลาดเอเชียคัดมาแล้ว 15 เฉดที่ตอบโจทย์ที่สุด แบ่งตามอันเดอร์โทน Cool (C), Neutral (N) และ Warm (W) สิ่งที่เราชอบเป็นพิเศษคือโทน Neutral ที่บาลานซ์ระหว่างเม็ดสีชมพูและเหลืองได้อย่างลงตัว ไม่ทำให้หน้าเทาหรือดร็อปตลอดวัน ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนเจอกับรองพื้นราคาสูงบางเจ้าอยู่เหมือนกัน

 

ส่วนบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบโดย Pierre Hardy ก็ไม่น้อยหน้า ขวดแก้วทรงสี่เหลี่ยมตัดกับฝาโลหะประดับตรา ex-libris สีทอง วางบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วสวยมากจนเหมือนเป็นไอเท็มเก๋ๆ แต่งโต๊ะเครื่องแป้งได้เลย

 
รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง 3
 
 

จับคู่กับไพรเมอร์เพื่อที่สุดของความลงตัว

 

ถ้าอยากได้งานผิวที่โปรที่สุด Hermès แนะนำให้เริ่มด้วย Perfecting Primer ไพรเมอร์เนื้อฟลูอิดที่ช่วยคุมมันและเบลอรูขุมขนให้ดูซาติน (สำหรับสาวผิวแห้ง ลองลงเฉพาะ T-Zone ดูก่อน)

 
รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง 4
 

เก็บงานด้วย Le Perfecteur Brush แปรงทรงตัดเฉียงที่ได้แรงบันดาลใจจากกีบม้า ขนแปรงนุ่มไม่กินเนื้อรองพื้น เกลี่ยได้เนียนและประณีตกว่านิ้วมือชัดเจน

 

 
รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง 5
 

ราคา: Luminous Matte Skincare Foundation 4,900 บาท, Perfecting Primer 3,900 บาท, Le Perfecteur Brush 4,800 บาท ที่เคาน์เตอร์ Hermès Beauty ทุกสาขา

 

 

The post รู้จัก Hermès Plein Air รองพื้นรุ่นแรกของเมซงที่มีเบสสกินแคร์สูงถึง 82% appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวม 7 คอนซีลเลอร์ยุคใหม่ ที่ช่วยให้ผิวจริงของคุณดูดีขึ้น https://thestandard.co/life/7-modern-concealers-skin-better/ Tue, 17 Mar 2026 05:13:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1188415 ภาพรวมผลิตภัณฑ์คอนซีลเลอร์ 7 แบรนด์ดังที่ผสานคุณสมบัติสกินแคร์บำรุงผิว

คอนซีลเลอร์ยุคใหม่ไม่ใช่แค่เครื่องมือซ่อนจุดบกพร่องบนผิ […]

The post รวม 7 คอนซีลเลอร์ยุคใหม่ ที่ช่วยให้ผิวจริงของคุณดูดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมผลิตภัณฑ์คอนซีลเลอร์ 7 แบรนด์ดังที่ผสานคุณสมบัติสกินแคร์บำรุงผิว

คอนซีลเลอร์ยุคใหม่ไม่ใช่แค่เครื่องมือซ่อนจุดบกพร่องบนผิว แต่กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสานเมกอัพและสกินแคร์เข้าด้วยกัน ด้วยสูตรที่อุดมไปด้วยส่วนผสมบำรุงผิวทรงพลัง ทั้งเปปไทด์ ไฮยาลูโรนิก นีอะซินาไมด์ และคาเฟอีน ที่ทำงานซ่อมแซมและปรับปรุงผิวใต้ตาทุกครั้งที่ใช้ THE STANDARD LIFE จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับคอนซีลเลอร์ยุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผิวของคุณดูดีขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ด้วยเทคโนโลยีที่ผสานการปกปิดและการบำรุงผิวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เริ่มจาก

 

  • Prada Conceal จากแบรนด์ Prada Beauty นี่คือคอนซีลเลอร์ไมโครคอเร็กติ้งสูตร 80% Skincare Base ผสาน Peptide Complex และ Squalane ที่ทำงานบำรุงผิวอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ใช้ พร้อมเทคโนโลยี Micro-Filter Pearls™ ที่ช่วยกระจายแสงอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้แล้วรู้สึกผิวเบลอราวกับผ่านฟิลเตอร์
  • Hourglass Vanish Airbrush ปกปิดเต็มบางเบาดุจแอร์บรัศ กันน้ำไร้ร่องรอย อุดมด้วย Microspherical Powders ที่ช่วยเบลอรูขุมขน ริ้วรอยละเอียด และรอยย่นให้ผิวดูเรียบเนียน เป็นไอเท็มที่ขายดีมากของแบรนด์เลย
  • NARS Radiant Creamy คลาสสิกที่ให้ทั้งการปกปิดและประกายโกลวพร้อมเบลอริ้วรอย ผสาน Multiactive Botanical Blend ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น กระชับผิว ลดรอยแดง และเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว
  • Haus Labs คอนซีลเลอร์จากตัวแม่ Lady Gaga ที่เก่งเรื่องช่วยลดบวมใต้ตาหลังใช้ 2 สัปดาห์ อุดมไปด้วย Niacinamide, Fermented Arnica และ Hyaluronic Acid Complex พร้อมฟินิชบางเบาสบายผิวตลอดวัน
  • Kosas Revealer ฟอร์มูลาคลีนบิวตี้ที่พิสูจน์ทางคลินิกว่าปรับปรุงคุณภาพผิวได้เริ่ด อุดมไปด้วย Hyaluronic Acid, Peptides และ Caffeine ลดริ้วรอยละเอียดและให้ผิวกระจ่างขึ้นเมื่อใช้เป็นประจำ
  • Fenty Beauty Pro Filt’r Instant Retouch Concealer โชว์ความจึ้งด้วยเฉดสีที่ครอบคลุมทุกโทนสีผิว กันเหงื่อกันน้ำได้ บางเบาให้การปกปิดระดับปานกลางถึงสูง บิ้วด์อัพได้ พร้อมฟินิชซอฟต์แมตต์
  • Maybelline Lifter Serum คอนซีลเลอร์สูตร 78% ที่ผสานสกินแคร์ในตัว มอบความสว่างให้ใต้ตาทั้งทันทีเหมือนคนนอนเต็มอิ่ม ด้วย 2% Peptide Blend และ Caffeine ที่พิสูจน์ทางคลินิกว่าช่วยให้ผิวใต้ตากระจ่างขึ้นจริง

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์คอนซีลเลอร์ 7 แบรนด์ดังที่ผสานคุณสมบัติสกินแคร์บำรุงผิว 1ภาพรวมผลิตภัณฑ์คอนซีลเลอร์ 7 แบรนด์ดังที่ผสานคุณสมบัติสกินแคร์บำรุงผิว 2ภาพรวมผลิตภัณฑ์คอนซีลเลอร์ 7 แบรนด์ดังที่ผสานคุณสมบัติสกินแคร์บำรุงผิว 3ภาพรวมผลิตภัณฑ์คอนซีลเลอร์ 7 แบรนด์ดังที่ผสานคุณสมบัติสกินแคร์บำรุงผิว 4ภาพรวมผลิตภัณฑ์คอนซีลเลอร์ 7 แบรนด์ดังที่ผสานคุณสมบัติสกินแคร์บำรุงผิว 5ภาพรวมผลิตภัณฑ์คอนซีลเลอร์ 7 แบรนด์ดังที่ผสานคุณสมบัติสกินแคร์บำรุงผิว 6ภาพรวมผลิตภัณฑ์คอนซีลเลอร์ 7 แบรนด์ดังที่ผสานคุณสมบัติสกินแคร์บำรุงผิว 7ภาพรวมผลิตภัณฑ์คอนซีลเลอร์ 7 แบรนด์ดังที่ผสานคุณสมบัติสกินแคร์บำรุงผิว 8

The post รวม 7 คอนซีลเลอร์ยุคใหม่ ที่ช่วยให้ผิวจริงของคุณดูดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ESTÉE LAUDER เปิดตัวรองพื้น DOUBLE WEAR สูตรใหม่ เข้าใจคนไทยยิ่งขึ้น ติดทน 36 ชั่วโมง เนื้อเบาสบายผิว https://thestandard.co/estee-lauder-double-wear-new-foundation/ Mon, 16 Feb 2026 10:40:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1178954 ภาพผลิตภัณฑ์รองพื้น ESTÉE LAUDER Double Wear สูตรใหม่ ที่โดดเด่นเรื่องความติดทน 36 ชั่วโมง และสบายผิว

ESTÉE LAUDER ได้สานต่อความสำเร็จและความเก่งของตำนานผลิต […]

The post ESTÉE LAUDER เปิดตัวรองพื้น DOUBLE WEAR สูตรใหม่ เข้าใจคนไทยยิ่งขึ้น ติดทน 36 ชั่วโมง เนื้อเบาสบายผิว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผลิตภัณฑ์รองพื้น ESTÉE LAUDER Double Wear สูตรใหม่ ที่โดดเด่นเรื่องความติดทน 36 ชั่วโมง และสบายผิว

ESTÉE LAUDER ได้สานต่อความสำเร็จและความเก่งของตำนานผลิตภัณฑ์รองพื้นของพวกเขาอย่าง “Double Wear Stay-in-Place” ที่ครองใจผู้ใช้งานมานานกว่า 3 ทศวรรษด้วยการเปิดตัว “การปรับสูตรใหม่” เพื่อสะท้อนถึงความเข้าใจในผิวและความต้องการของผู้ใช้งาน ตลอดจนสอดแทรกนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านความงามลงไปในผลิตภัณฑ์สูตรนี้

 

ในบทความนี้ เราจึงอยากชวนผู้อ่าน ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์รองพื้น รวมถึงแฟนๆ ของรองพื้น Double Wear Stay-in-Place ที่ใช้งานผลิตภัณฑ์จาก ESTÉE LAUDER เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไปทำความเข้าใจให้ลึกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมว่า “การปรับสูตรใหม่” ครั้งนี้ แตกต่างไปจากเดิม และน่าใช้อย่างไร

 

 

ESTÉE LAUDER Double Wear Stay-in-Place สูตรใหม่ เก่งอะไรบ้าง ต่างจากเดิมอย่างไร?

 

มีการเปิดเผยว่า รองพื้น ESTÉE LAUDER Double Wear Stay-in-Place สูตรใหม่ที่ทาง ESTÉE LAUDER เปิดตัวในครั้งนี้ได้รับการวิจัยและพัฒนามานานกว่า 7 ปี จนได้สูตรที่ลงตัว และตอบโจทย์ ความต้องการของผู้ใช้งานยิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

Double Wear Stay-in-Place สูตรใหม่เป็นรองพื้นเนื้อแมตต์ที่ช่วยให้ผิวดูมีมิติมากกว่าเดิม ช่วยปกปิดผิวได้ในระดับปานกลางถึงระดับสูง ปกปิดจุดบกพร่องบนผิว ช่วยปรับสีผิวให้แลดูสม่ำเสมอ ทั้งยังช่วยให้รูขุมขนแลดูเล็กลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

ความดีงามคือ เนื้อรองพื้นสูตรน้ำยังช่วยมอบสัมผัสที่ “บางเบา” เกลี่ยได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังเพิ่มระดับได้มากขึ้น เคลื่อนไหวได้สบาย และรู้สึกเบาสบายผิวอย่างเห็นได้ชัด

 

อีกหนึ่งจุดเด่นคือ ฟีเจอร์ของความติดทนที่ Double Wear Stay-in-Place สูตรใหม่ให้ได้ โดยช่วยติดทนบนผิวได้นานมากถึง 36 ชั่วโมง หรือกล่าวโดยง่ายก็คือ ติดทนข้ามวันแบบสบายผิว ไร้ปัญหา แต่ยังคงไว้ซึ่งความสมดุลของการควบคุมความมันและการรักษาความชุ่มชื้นของผิว

 

จุดนี้ถือเป็น ความดีงามของ Double Wear Stay-in-Place สูตรใหม่แบบสุดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์ต้องเดินทาง Business Trip ไฟลต์ยาวๆ เป็นประจำ และต้องการความสะดวกในการใช้รองพื้น หรือแม้แต่คนที่อยู่อาศัยใช้ชีวิตในเมืองร้อนที่มีปัจจัยลบด้านเหงื่อ ความร้อน ความชื้น ความเหนียวเหนอะหนะชวนไม่สบายผิว ฝุ่นควันและสภาพอากาศที่ค่อนข้างหลากหลาย

 

ทาง ESTÉE LAUDER ยังบอกไว้อีกด้วยว่า รองพื้น Double Wear Stay-in-Place สูตรใหม่ของพวกเขายังสามารถมอบความชุ่มชื้นในผิวได้ยาวนานกว่า 72 ชั่วโมง ทั้งยังช่วยให้ความมันของผิวลดลงในเพียง 4 สัปดาห์เลยทีเดียว*

 

หมายเหตุ: *จากผลทดสอบในห้องปฏิบัติการในกลุ่มอาสาสมัคร 46 คน หลังใช้ผลิตภัณฑ์หนึ่งครั้ง ช่วงวันที่ 18 ตุลาคม 2566-14 พฤศจิกายน 2566

 

DOUBLE WEAR

 

ความลับอยู่ที่นวัตกรรมความงามขั้นสุดที่ ESTÉE LAUDER อัดแน่นลงไปในรองพื้นสูตรใหม่นี้

 

เบื้องหลังฟีเจอร์ความเก่งของ Double Wear Stay-in-Place ที่ช่วยปกปิดงานผิว ติดทนนานกว่า 36 ชั่วโมง ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมหรืออากาศแบบใดๆ ก็ช่วยให้ผิวรู้สึกสบาย ทนเหงื่อ ทนร้อน ทนชื้น ทนน้ำได้ดี สามารถสร้างสมดุลผิวที่ดีระหว่างความมันและความชุ่มชื้น หรือแม้แต่การไม่เลอะติดเสื้อผ้า

 

แท้จริงแล้ว ทุกฟีเจอร์ความเก่งล้วนมาจากนวัตกรรมด้านความงามที่ ESTÉE LAUDER ทุ่มสรรพกำลังในการพัฒนาสูตรนานถึง 7 ปีเต็ม

 

เริ่มต้นด้วย ‘เทคโนโลยี Polymer Mesh Matrix ใหม่’ ด้วยระบบโพลีเมอร์ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยให้เนื้อรองพื้นระบายอากาศได้ดีกว่าและทำหน้าที่เสมือนตาข่ายที่มองไม่เห็นบนผืนหน้า เนื้อรองพื้น Double Wear Stay-in-Place จึงเคลื่อนไหวเป็นหนึ่งเดียวกับผิวหน้า พร้อมให้ความเบาสบายผิว มอบการปกปิดที่ให้ผิวรู้สึกสบายเป็นพิเศษ กันน้ำ ทนต่อเหงื่อ ความร้อน และความชื้น

 

ล็อคสีผิวให้ ติดทนนาน 36 ชั่วโมง* แบบไม่ดรอป ไม่ตกร่อง ในทุกหยดของรองพื้น ประกอบด้วยเม็ดสีไมโครพิกเมนต์ 20 ล้านล้านเม็ดสี** ที่ผ่านการออกซิไดซ์ ผลลัพธ์คือทำให้เม็ดสีมีความเสถียรอย่างสมบูรณ์ มอบการปกปิดที่ให้สีสันเสมือนจริงที่ทั้ง “สดชัด” และไม่เปลี่ยนแปลงยาวนานตลอดทั้งวัน

 

หมายเหตุ: **คำนวณจากน้ำหนักโมเลกุลของสีในผลิตภัณฑ์ 1 หยด (0.027 กรัม)

 

ด้านการรักษาสมดุลงานผิว Double Balancing Complex ของ Double Wear Stay-in-Place หัวใจหลักคือ AlgaNiacin ซึ่งมีส่วนประกอบหลัก 3 ประการ ได้แก่:

 

  • Glycerin & Hyaluronic Acid: กลีเซอรีนและกรดไฮยาลูรอนิคมอบความชุ่มชื้นให้ผิวในทันทีที่ใช้ และช่วยคงความชุ่มชื้นขึ้นไว้เมื่อเวลาผ่านไป
  • Niacinamide: ไนอาซินาไมด์ช่วยลดความมันส่วนเกิน
  • Brown Algae Extract: สารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาลช่วยลดความมัน

 

Double Wear Stay-in-Place สูตรใหม่มาให้เลือกพร้อมกันถึง 20 เฉดสี ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานใน 3 อันเดอร์โทน ช่วยมอบเฉดสีที่เหมือนกับผิวจริง ด้วยไมโครพิกเมนต์ที่สีสันสดชัดและมอบผลลัพธ์ที่แลดูมีมิติกว่าที่เคย ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่ต่อยอดมาจากความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมโทนสีผิวอันล้ำสมัยของ ESTÉE LAUDER ผ่านเทคโนโลยีชื่อ Color Capture ที่พวกเขาเชี่ยวชาญมากว่า 15 ปี

 

เทคโนโลยี Color Capture ของ ESTÉE LAUDER เกิดขึ้นได้ภายใต้อัลกอริทึมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของพวกเขา จากการจับคู่ข้อมูลผิวจากฐานข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับโทนสีผิวที่หลากหลายให้เข้ากับเฉดสีผิวที่สอดคล้องกัน

 

ผนวกรวมเข้ากับการวิจัยและทดสอบเชิงลึกที่มีการทดสอบกับผู้บริโภคจริงในทุกระดับของความลึกและระดับสีผิว โดยการวัดโทนสีผิวมากกว่า 14,000 ครั้งจากผู้บริโภคหลายพันคนในกว่า 5 ทวีปทั่วโลก เพื่อประเมินแต่ละเฉดสีเมื่อใช้บนผิวจริง

The post ESTÉE LAUDER เปิดตัวรองพื้น DOUBLE WEAR สูตรใหม่ เข้าใจคนไทยยิ่งขึ้น ติดทน 36 ชั่วโมง เนื้อเบาสบายผิว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Barrier First: ทำไมเทรนด์ผิวแข็งแรง มาแรงกว่าคำว่าผิวสวย? https://thestandard.co/life/skin-barrier-first-trend/ Tue, 10 Feb 2026 06:31:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1176907 ภาพประกอบแสดงโครงสร้างผิวหนังและส่วนประกอบของ Skin Barrier ที่แข็งแรง

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ‘ผิวสวย’ เคยเป็นคำตอบสำเร็จรูปของวง […]

The post Barrier First: ทำไมเทรนด์ผิวแข็งแรง มาแรงกว่าคำว่าผิวสวย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงโครงสร้างผิวหนังและส่วนประกอบของ Skin Barrier ที่แข็งแรง

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ‘ผิวสวย’ เคยเป็นคำตอบสำเร็จรูปของวงการบิวตี้ เราไล่หาความโกลว ความใส ความเนียน ด้วยสเต็ปที่ยาวขึ้น แอ็กทีฟที่แรงขึ้น และความเชื่อว่ายิ่งทำ ยิ่งเห็นผล แต่เมื่อคนจำนวนมากเริ่มเจอผิวแห้งลอก แสบ แดง สิวเห่อ หรือแต่งหน้าไม่ติด ทั้งที่ใช้ของแพงและทำตามเทรนด์ครบทุกอย่าง กระแสใหม่จึงค่อยๆ ชัดขึ้นว่า ถ้าฐานผิวพัง ต่อให้เติมความสวยแค่ไหนก็ไปไม่สุด และนี่คือจุดที่คำว่า Barrier First กลายเป็นบทสนทนาหลักของยุคนี้

 

ในมุมมองของ LIFE แนวคิด Barrier First สะท้อนการเปลี่ยนทัศนคติจากการโฟกัสผลลัพธ์ระยะสั้น ไปสู่การดูแลระบบของผิวในระยะยาว ผิวแข็งแรงไม่ได้หมายถึงผิวที่ไม่เคยมีปัญหา แต่คือผิวที่รับมือกับความเครียด มลภาวะ การนอนน้อย หรือเมกอัพหนักๆ ได้ดี และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำว่า ผิวสวย ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยคำอย่างผิวบาลานซ์ หรือผิวแข็งแรง เพราะคนเริ่มให้คุณค่ากับความเสถียรมากกว่าความปังแบบฉาบฉวยนั่นเอง

 

Skin barrier ในความหมายทางการแพทย์ คือชั้นนอกสุดของผิว (stratum corneum) ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งเกราะป้องกันสิ่งระคายเคือง และเป็นระบบกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวไม่สูญเสียน้ำง่าย โครงสร้างสำคัญของเกราะผิวไม่ได้มีแค่เซลล์ผิวเท่านั้น แต่ยังมี lipids ระหว่างเซลล์ซึ่งทำหน้าที่เหมือนตัวเชื่อมให้ทุกอย่างอยู่ด้วยกันอย่างแข็งแรง งานทบทวนทางคลินิกอธิบายตรงกันว่า เมื่อ skin barrier ถูกรบกวน ไม่ว่าจะจากการใช้สกินแคร์ที่แรงเกินไป การผลัดผิวถี่ หรือสภาพแวดล้อมที่แห้งจัด การสูญเสียน้ำผ่านผิว (transepidermal water loss: TEWL) จะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวแห้ง ตึง และไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น

 

แพทย์ผิวหนังมักอธิบายโครงสร้างนี้ด้วยภาพจำที่เข้าใจง่าย เซลล์ผิวคืออิฐ ส่วน lipids ซึ่งก็คือไขมันตามธรรมชาติที่อยู่ระหว่างเซลล์ผิว ทำหน้าที่เหมือนตัวเชื่อมให้ผิวแข็งแรง ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น และป้องกันผิวจากการสูญเสียน้ำและสิ่งระคายเคืองภายนอก เมื่อ lipids สมดุล ผิวจะทน ไม่แห้งง่าย และฟื้นตัวได้ดีขึ้นระหว่างเซลล์ เราขอเปรียบ Lipids เป็นเหมือนปูนที่ยึดอิฐทุกก้อนให้แน่น โดยเฉพาะกลุ่ม ceramides ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของ lipids ในผิว Dr. Joshua Zeichner แพทย์ผิวหนังจาก Mount Sinai เคยอธิบายไว้ชัดเจนว่า Think of them like grout between your skin cell tiles. เมื่อปูนระหว่างอิฐอ่อนแอ ต่อให้ผิวดูเงาในระยะสั้น ก็ยังเปราะบางและเสียสมดุลได้ง่าย

 

เหตุผลที่ Barrier First มาแรง ไม่ใช่เพราะเป็นคำเทรนด์ใหม่ แต่เพราะมันอธิบายปัญหาผิวของคนยุคนี้ได้ตรงจุด ปัญหาผิวไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์อย่างเดียวอีกต่อไป แต่เกิดจากพฤติกรรมซ้ำๆ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การล้างหน้าด้วยน้ำร้อน การขัดถูแรง การเลเยอร์ active หลายตัวพร้อมกัน ไปจนถึงการอยู่ในห้องแอร์ตลอดวันโดยไม่เติมความชุ่มชื้นให้ผิว องค์กรอย่าง American Academy of Dermatology แนะนำชัดเจนว่า การดูแลผิวที่อ่อนโยน ลดการเสียดสี และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ไม่จำเป็น คือพื้นฐานสำคัญของผิวสุขภาพดี ไม่ใช่แค่ผิวที่ดูดีในกระจก

 

ถ้าอธิบาย Barrier First ให้เข้าใจง่ายที่สุด มันคือการทำให้ผิวไม่รั่วก่อน แล้วค่อยทำให้ผิวสวยขึ้นทีละขั้น สกินแคร์ในกลุ่มนี้จึงเน้นส่วนผสมที่เลียนแบบโครงสร้างตามธรรมชาติของผิว ไม่ว่าจะเป็น ceramides, cholesterol, fatty acids รวมถึง humectants อย่าง glycerin และ hyaluronic acid ที่ช่วยพยุงความชุ่มชื้น งานวิชาการในวารสาร Journal of the American Academy of Dermatology ระบุว่า ceramides มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของ skin barrier และถูกใช้จริงในบริบทการฟื้นฟูผิวแพ้ง่ายมาอย่างต่อเนื่อง

 

สิ่งที่น่าสนใจคือแนวคิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในวงการความงาม แต่เชื่อมโยงกับการดูแลโรคผิวหนังจริง เช่น eczema ซึ่งมีรากปัญหามาจากความผิดปกติของ skin barrier องค์กรอย่าง National Eczema Association อธิบายว่า moisturizer ที่ออกแบบมาเพื่อเสริม lipids ในผิว สามารถช่วยลดการสูญเสียน้ำและปกป้องผิวจากสิ่งกระตุ้นภายนอกได้ นี่จึงเป็นหลักฐานว่าการซ่อมเกราะผิวไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่เป็นแนวทางที่ใช้จริงในทางการแพทย์

 

ท้ายที่สุด Barrier First ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเลิกใช้ active หรือหยุดสนุกกับสกินแคร์ แต่มันชวนให้เราฟังผิวมากขึ้น เข้าใจจังหวะของผิวมากขึ้น และยอมรับว่าบางวันสิ่งที่ผิวต้องการอาจไม่ใช่การเติมอะไรใหม่ แต่คือการลดสิ่งรบกวน และเสริมโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแรงก่อน เพราะเมื่อ skin barrier กลับมาทำงานได้ดี ความสวยจะตามมาเองแบบไม่ต้องพยายามมาก และนี่คือเหตุผลที่คำว่าผิวแข็งแรงกำลังมีความหมายมากกว่าคำว่าผิวสวยในยุคนี้

The post Barrier First: ทำไมเทรนด์ผิวแข็งแรง มาแรงกว่าคำว่าผิวสวย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
สกีกระโดด เผชิญประเด็นร้อนก่อนโอลิมปิกฤดูหนาว หลังถูกตั้งคำถามเรื่องฉีดสารเสริมสมรรถนะเพิ่มความได้เปรียบ https://thestandard.co/ski-jumping-olympics-doping-probe/ Fri, 06 Feb 2026 05:16:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1174541 นักกีฬาสกีกระโดดกำลังร่อนอยู่กลางอากาศบนลานหิมะ

มหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว Milano Cortina 2026 Olympic G […]

The post สกีกระโดด เผชิญประเด็นร้อนก่อนโอลิมปิกฤดูหนาว หลังถูกตั้งคำถามเรื่องฉีดสารเสริมสมรรถนะเพิ่มความได้เปรียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักกีฬาสกีกระโดดกำลังร่อนอยู่กลางอากาศบนลานหิมะ

มหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว Milano Cortina 2026 Olympic Games กลายเป็นประเด็นถกเถียง เมื่อมีรายงานจากหนังสือพิมพ์เยอรมัน Bild ระบุว่า นักสกีกระโดด (Ski Jumping) บางรายอาจใช้วิธีฉีดสารไฮยาลูรอนิก เพื่อเพิ่มขนาดร่างกายในช่วงการวัดชุดแข่งขัน ซึ่งอาจช่วยให้ได้ชุดที่หลวมและมีคุณสมบัติแอโรไดนามิกที่เอื้อต่อการกระโดดให้ไกลขึ้น

 

รายงานดังกล่าวอ้างถึงข้อมูลทางการแพทย์ว่า การฉีดสารบางชนิดสามารถเพิ่มขนาดชั่วคราวได้ และอาจส่งผลต่อการวัดสัดส่วนชุดแข่งขัน โดยมีงานวิจัยระบุว่าการเปลี่ยนขนาดชุดเพียง 2 เซนติเมตร อาจเพิ่มระยะกระโดดได้มากกว่า 5 เมตร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีนักกีฬารายใดถูกกล่าวหาโดยตรง

 

ด้าน Witold Banka ประธาน WADA ระบุว่า องค์กรพร้อมตรวจสอบหากพบหลักฐานว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายการใช้วิธีเพิ่มสมรรถนะที่ขัดต่อ “จิตวิญญาณของกีฬา” ขณะที่ฝ่ายบริหารของ WADA ยอมรับว่ายังไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึกของกรณีดังกล่าว แต่จะพิจารณาอย่างจริงจังหากมีข้อมูลเพิ่มเติมปรากฏ

 

ประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่วงการสกีกระโดดกำลังเผชิญข้อถกเถียงด้านอุปกรณ์การแข่งขัน หลังเจ้าหน้าที่ทีมชาติของนอร์เวย์เคยถูกลงโทษจากกรณีปรับแต่งชุดแข่งขันเพื่อเพิ่มความได้เปรียบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวยังคงเป็นเวทีที่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีและรายละเอียดเล็กๆ อาจส่งผลต่อผลการแข่งขันได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

หมายเหตุ: ภาพนักกีฬาสกีกระโดดใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น มิได้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ถูกกล่าวถึงในข่าว

 

อ้างอิง:

The post สกีกระโดด เผชิญประเด็นร้อนก่อนโอลิมปิกฤดูหนาว หลังถูกตั้งคำถามเรื่องฉีดสารเสริมสมรรถนะเพิ่มความได้เปรียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
PDRN Skincare: 5 สกินแคร์ที่ช่วยให้ผิวกลับสู่สมดุลที่ดี https://thestandard.co/pdrn-skincare-healthy-skin/ Tue, 03 Feb 2026 03:39:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1172919 ภาพรวมผลิตภัณฑ์ PDRN Skincare 5 แบรนด์ดัง เพื่อผิวสมดุลและแข็งแรง

ครั้งนี้ LIFE ขอพาไปอัปเดตเทรนด์สกินแคร์ฟื้นฟูผิวที่มาแ […]

The post PDRN Skincare: 5 สกินแคร์ที่ช่วยให้ผิวกลับสู่สมดุลที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมผลิตภัณฑ์ PDRN Skincare 5 แบรนด์ดัง เพื่อผิวสมดุลและแข็งแรง

ครั้งนี้ LIFE ขอพาไปอัปเดตเทรนด์สกินแคร์ฟื้นฟูผิวที่มาแรงที่สุดช่วงนี้กับ PDRN ส่วนผสมดาวเด่นจากสาย regenerative skincare ที่ถูกพูดถึงตั้งแต่คลินิกผิวหนังไปจนถึงโต๊ะเครื่องแป้งของสายบิวตี้ เริ่มจาก Dr.G Bakuchiol Pore-Jet Cream ครีมเนื้อเบาที่ช่วยดูแลปัญหารูขุมขน ผิวหมอง และผิวไม่เรียบเนียน ด้วยพลัง Bakuchiol จากธรรมชาติ ต่อกันด้วยแบรนด์เกาหลีใต้อย่าง Anua PDRN Hyaluronic Acid Capsule Serum เซรั่มที่ผสาน PDRN ไฮยาลูรอน และคอลลาเจน เติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน, PDRN Cream 100 และ PDRN Glow Ampoule คู่ดูโอฟื้นฟูผิวที่ชูพลัง PDRN เพื่อเสริมความแข็งแรงของผิว เติมความชุ่มชื้น และคืนผิวดูอิ่มฟูมีชีวิตชีวา ปิดท้ายด้วย Rejuran Turnover Ampoule เซรั่ม PDRN ตัวไอคอน ฟื้นฟูผิวลึกระดับเซลล์

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์ PDRN Skincare 5 แบรนด์ดัง เพื่อผิวสมดุลและแข็งแรง 1

 


Dr.G แบรนด์เวชสำอางจากเกาหลีที่แพทย์ผิวหนังให้ความไว้วางใจ นำเสนอ Bakuchiol Pore-Jet Cream ครีมเนื้อเบาที่ช่วยดูแลปัญหารูขุมขน ผิวหมอง และผิวไม่เรียบเนียน ด้วยพลัง Bakuchiol จากธรรมชาติ

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์ PDRN Skincare 5 แบรนด์ดัง เพื่อผิวสมดุลและแข็งแรง 2

 


Anua แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย มีไอเท็มน่าใช้อย่าง Anua PDRN Hyaluronic Acid Capsule Serum เซรั่มที่ผสาน PDRN ไฮยาลูรอน และคอลลาเจน เติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน และกระจ่างใส เนื้อบางเบา ซึมไว ใช้ได้ทั้งเป็นเซรั่มประจำวัน มาสก์ก่อนนอน หรือผสมเมกอัพเพื่อผิวโกลวสดใส

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์ PDRN Skincare 5 แบรนด์ดัง เพื่อผิวสมดุลและแข็งแรง 3

 


Medicube แบรนด์เดอร์มาสกินแคร์ที่สายผิวจริงจังคุ้นเคยดี กับ PDRN Pink Peptide Serum เซรั่มที่รวม PDRN และเปปไทด์เพื่อเสริมโครงสร้างผิวให้แน่น แข็งแรง และดูอิ่มฟู เหมาะกับผิวที่เริ่มมีสัญญาณความหย่อนคล้อยหรือผ่านการทำหัตถการมา

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์ PDRN Skincare 5 แบรนด์ดัง เพื่อผิวสมดุลและแข็งแรง 4

 


VT Cosmetics แบรนด์ K-Beauty ที่โดดเด่นเรื่อง Cica นำเสนอ PDRN ใน PDRN Cream 100 และ PDRN Glow Ampoule คู่ดูโอฟื้นฟูผิวที่ชูพลัง PDRN เพื่อเสริมความแข็งแรงของผิว เติมความชุ่มชื้น และคืนผิวดูอิ่มฟูมีชีวิตชีวา ครีมช่วยล็อกความชุ่มชื้น ส่วนแอมพูลเพิ่มผิวโกลว์ฉ่ำ เนียนใส เหมาะกับคนที่อยากได้ผิวสุขภาพดีแบบเห็นผลจริงในทุกวัน

 

ภาพรวมผลิตภัณฑ์ PDRN Skincare 5 แบรนด์ดัง เพื่อผิวสมดุลและแข็งแรง 5

 

Rejuran แบรนด์เวชสำอางจากเกาหลีที่เป็นที่รู้จักในวงการแพทย์ผิวหนัง เปิดตัว Turnover Ampoule เซรั่มที่ใช้ c-PDRN 0.5% เป็นหัวใจหลัก ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์ เสริมการซ่อมแซมผิวที่อ่อนแอจากการทำเลเซอร์ มลภาวะ และอายุที่เพิ่มขึ้น เนื้อสัมผัสบางเบาแต่เข้มข้น ช่วยให้ผิวแน่น เรียบ และดูแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

The post PDRN Skincare: 5 สกินแคร์ที่ช่วยให้ผิวกลับสู่สมดุลที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพิร์ล ศัจกร-พีค ภีมพล ร่วมเปิดตัว Round Lab Land X Eveandboy กันแดด 3 สูตรฮิตจากเกาหลีใต้ https://thestandard.co/round-lab-land-x-eveandboy/ Mon, 01 Dec 2025 07:40:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1150184 เพิร์ล ศัจกร-พีค ภีมพล ร่วมเปิดตัว Round Lab Land X Eveandboy กันแดด 3 สูตรฮิตจากเกาหลีใต้

แบรนด์สกินแคร์จากเกาหลีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงอย่าง R […]

The post เพิร์ล ศัจกร-พีค ภีมพล ร่วมเปิดตัว Round Lab Land X Eveandboy กันแดด 3 สูตรฮิตจากเกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพิร์ล ศัจกร-พีค ภีมพล ร่วมเปิดตัว Round Lab Land X Eveandboy กันแดด 3 สูตรฮิตจากเกาหลีใต้

แบรนด์สกินแคร์จากเกาหลีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงอย่าง Round Lab ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้การร่วมมือกับ Eveandboy ผ่านอีเวนต์ Round Lab Land X Eveandboy โดยมีการเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นโลกแห่งผิวสุขภาพดีจากพลังธรรมชาติ เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติและความอ่อนโยนแบบ K-Beauty ในบรรยากาศ Modern Minimal งานนี้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ “จับ -ลอง-รู้สึก” กับเนื้อผลิตภัณฑ์จริง ไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวคือการแนะนำ Moisturizing Sunscreen 3 สูตรดัง ที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวเกาหลี ได้แก่ Round Lab Birch Juice Moisturizing Sunscreen, Round Lab Birch Juice Moisturizing Tone-Up Sunscreen, และ Round Lab Birch Juice Mild-Up Sunscreen จุดเด่นคือเกลี่ยง่าย ให้ฟีลลิ่งสบายผิว พร้อมการปกป้อง SPF50+ Pa++++ และคุณสมบัติในการล็อกความชุ่มชื้นด้วย Hyaluronic Acid ซึ่งออกแบบมาเพื่อผิวเอเชียโดยเฉพาะ

 

ในงานนี้มีการปรากฏตัวของคู่จิ้นสุดฮอต เพิร์ล ศัจกร และ พีค ภีมพล มาร่วมสร้างความอบอุ่นให้กับงาน การจับมือครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังของผู้นำสกินแคร์เกาหลีและ Beauty Specialty Store ที่แข็งแกร่งที่สุดในไทย เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพได้อย่างแท้จริง โดยขณะนี้ผลิตภัณฑ์ของ Round Lab มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้าน Eveandboy ทุกสาขา

 

ภาพ: Courtesy of Round Lab Land

 

เพิร์ล ศัจกร-พีค ภีมพล ร่วมเปิดตัว Round Lab Land X Eveandboy กันแดด 3 สูตรฮิตจากเกาหลีใต้ 1
เพิร์ล ศัจกร-พีค ภีมพล ร่วมเปิดตัว Round Lab Land X Eveandboy กันแดด 3 สูตรฮิตจากเกาหลีใต้ 2
เพิร์ล ศัจกร-พีค ภีมพล ร่วมเปิดตัว Round Lab Land X Eveandboy กันแดด 3 สูตรฮิตจากเกาหลีใต้ 3

The post เพิร์ล ศัจกร-พีค ภีมพล ร่วมเปิดตัว Round Lab Land X Eveandboy กันแดด 3 สูตรฮิตจากเกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Overfilled Syndrome’ เมื่อหน้าสวย…กลายเป็นหน้าล้น https://thestandard.co/life/overfilled-syndrome-face-lumpy/ Fri, 21 Nov 2025 06:20:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1145789 ‘Overfilled Syndrome’ เมื่อหน้าสวย…กลายเป็น หน้าล้น

เมื่ออายุมากขึ้น สัญญาณที่ฟ้องเราได้ชัดเจนที่สุดก็คือรู […]

The post ‘Overfilled Syndrome’ เมื่อหน้าสวย…กลายเป็นหน้าล้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Overfilled Syndrome’ เมื่อหน้าสวย…กลายเป็น หน้าล้น

เมื่ออายุมากขึ้น สัญญาณที่ฟ้องเราได้ชัดเจนที่สุดก็คือรูปหน้าที่เปลี่ยนไป ทั้งจากความหย่อนคล้อยของผิว หรือการยุบตัวของกระดูกใต้ผิวหนัง ‘ฟิลเลอร์’ (Filler) หรือสารเติมเต็ม จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยยอดนิยมเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไป

 

แต่ในขณะเดียวกัน ดาบก็ย่อมมีสองคม ความนิยมนี้ได้ก่อให้เกิดภาวะที่น่ากังวลอย่าง Overfilled Syndrome หรือภาวะหน้าล้นที่หลายคนเรียกว่า ‘Pillow Face’

 

ภาวะนี้คือการที่ใบหน้าถูกเติมฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไปจนผลลัพธ์ที่ได้แทนที่จะดูอ่อนเยาว์ กลับกลายเป็นใบหน้าที่ดูพอง แน่น ขาดมิติ แข็งทื่อ และสูญเสียสัดส่วนความงามตามธรรมชาติไป

 

สาเหตุของภาวะนี้ไม่ได้มีเพียงข้อเดียว แต่มักเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน

 

  • ความต้องการของคนไข้

 

บางครั้งผู้รับบริการอาจชินตากับใบหน้าที่เต็มขึ้นเรื่อยๆ จนมองไม่ออกว่า ล้นเกินพอดี และต้องการเติมอีก

  • เทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์

 

การประเมินที่ผิดพลาด, การใช้เทคนิคเติมอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึง การพยุงโครงสร้างใบหน้าโดยรวมห หรือการวางตำแหน่งฉีดผิดเลเยอร์

  • คุณสมบัติของฟิลเลอร์

 

ฟิลเลอร์ โดยเฉพาะ HA (Hyaluronic Acid) มีคุณสมบัติดูดน้ำและอุ้มน้ำ เมื่อเวลาผ่านไป มันอาจพองตัวขึ้น และในบางกรณีมันยังสามารถคงอยู่ใต้ผิวนานเกินกว่าระยะเวลาที่ระบุไว้บนฉลากได้อีกด้วย
เมื่อปัจจัยเหล่านี้บวกกับกระดูกหรือไขมันบนใบหน้าที่ยุบตัวลงตามธรรมชาติ ก็ยิ่งทำให้ผิวบริเวณที่เติมฟิลเลอร์ไว้นูนเด่นและดูเป็นก้อนชัดขึ้น
ด้วยทิศทางของเทรนด์ความงามทั่วโลกที่กำลังขยับจาก ‘การเติมให้เต็มจนเป๊ะ’ ไปสู่ ‘ลุคธรรมชาติ’ ที่เน้นความพอดีและคงเอกลักษณ์ของใบหน้า คนจำนวนมากจึงเริ่มฉีดสลายเพื่อเอาส่วนที่ล้นออก แต่อย่างไรก็ตาม การฉีดสลายใช่ว่าจะเป็นงานง่าย ต้องอาศัยเทคนิคและความระมัดระวังไม่แพ้กับการฉีดเติมเต็ม

 

ดังนั้นวิธีสำคัญที่สุดคือ การยึดหลัก ‘Less is More’ ค่อยๆ เติมทีละน้อย, การเลือกรับบริการกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และการสื่อสารให้ชัดถึงจุดประสงค์ในการทำ

 

สุดท้ายนี้ สิ่งสำคัญที่สุดอาจอยู่ที่การปรับมายด์เซ็ตของเราเอง ฟิลเลอร์ไม่ใช่การปั้นหน้าใหม่ แต่คือการฟื้นฟูสิ่งที่ขาดหายไป เมื่อเรามองความงามในมุมของความพอดี เราจะไม่เพียงได้เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดูดีที่สุด แต่ยังได้ความงามที่เป็นธรรมชาติและยั่งยืนอย่างแท้จริง

The post ‘Overfilled Syndrome’ เมื่อหน้าสวย…กลายเป็นหน้าล้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEAUTY UNBOX: ใครผิวแห้งต้องเจอ! Cerave เซรั่มไฮยาลูรอนิก + เซราไมด์สุดปัง ปกป้องให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำ 24 ชั่วโมง https://thestandard.co/beauty-unbox-28022565/ Mon, 28 Feb 2022 01:00:41 +0000 https://thestandard.co/?p=599343 Cerave

ใครผิวแห้งมากจงมารวมตี้ตรงนี้! เราจะพาไปแนะนำให้ชาวผิวแ […]

The post BEAUTY UNBOX: ใครผิวแห้งต้องเจอ! Cerave เซรั่มไฮยาลูรอนิก + เซราไมด์สุดปัง ปกป้องให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำ 24 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cerave

ใครผิวแห้งมากจงมารวมตี้ตรงนี้! เราจะพาไปแนะนำให้ชาวผิวแห้งรู้จักกับไอเท็มเด็ดประจำวัน เซราวี ไฮยาลูรอนิก แอซิด เซรั่ม (Cerave Hyaluronic Acid Serum) ที่มาในแพ็กเกจจิ้งที่มี CI บ่งบอกเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างชัดเจน พอบีบเนื้อเซรั่มที่มีลักษณะเจลครีมออกมา จะเห็นว่าเนื้อน่าใช้มาก ในนั้นมีส่วนผสมเด็ดอย่างเซราไมด์ที่เป็นจำเป็นต่อผิวถึง 3 ชนิด (Ceramide Np, Ceramide Ap, Ceramide Eop) และยังใส่ไฮยาลูรอนิก แอซิด และวิตามินบี 5 เข้ามาอีก เลยกลายเป็นเซรั่มที่เก่งในการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นยาวนาน (แบรนด์เคลมว่า 24 ชั่วโมงเลย) 

 

Cerave

 

เราสามารถใช้บำรุงผิวหน้าเป็นประจำทุกวัน สามารถใช้เป็นขั้นตอนเดียวในการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น หรือใช้ควบคู่กับมอยส์เจอไรเซอร์อื่นๆ ได้เลย สัมผัสตอนลงผิวดีมาก นุ่ม เกลี่ยง่าย บางเบา ไม่เหนอะหนะ สูตรปราศจากน้ำหอม ปราศจากพาราเบน ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันเลย สรุปผลลัพธ์หลังการใช้ที่เห็นเด่นชัดคือผิวชุ่มชื้นขึ้น ให้ฟีลลิ่งที่ดีเวลาทา และด้วยชื่อเสียงของ Cerave ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล Seal of AcceptanceTM จาก National Eczema Association มากที่สุด ยิ่งทำให้มั่นใจทุกครั้งที่ใช้ไอเท็มนี้ว่า มันปกป้องและทำให้ผิวอิ่มน้ำชุ่มชื้นได้ดีสมกับคำเคลมจริงๆ

 

คะแนน: 5 ดาว
ราคา: 650 บาท
พิกัด: Watsons, Eveandboy, Shopee, Lazada, Drugstore

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post BEAUTY UNBOX: ใครผิวแห้งต้องเจอ! Cerave เซรั่มไฮยาลูรอนิก + เซราไมด์สุดปัง ปกป้องให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำ 24 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทียบจุดเด่นชัดๆ ของสารคงความชุ่มชื้นสุดปัง ระหว่าง เซราไมด์ กับ กรดไฮยาลูโรนิก https://thestandard.co/ceramides-and-hyaluronic-acid/ Tue, 01 Feb 2022 07:19:07 +0000 https://thestandard.co/?p=589128 Ceramides and hyaluronic acid

เมื่อพูดถึงการเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื […]

The post เทียบจุดเด่นชัดๆ ของสารคงความชุ่มชื้นสุดปัง ระหว่าง เซราไมด์ กับ กรดไฮยาลูโรนิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ceramides and hyaluronic acid

เมื่อพูดถึงการเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว หลายคนมักจะมองหาส่วนผสมที่ตอบโจทย์เรื่องนี้โดยเฉพาะ ด้วยการพลิกอ่านส่วนผสมที่ระบุบนฉลากของบรรจุภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ และส่วนผสมที่เป็นสารคงความชุ่มชื้นที่เรามักจะคุ้นเคย และได้รับความนิยมมาก ได้แก่ สารคงความชุ่มชื้นสุดปังอย่าง เซราไมด์ และกรดไฮยาลูโรนิก หากจะเทียบให้เห็นถึงจุดเด่นของสารทั้งสองประเภทนี้ ก็ต้องเชื่อถือในกูรูเรื่องผิวพรรณอย่างแพทย์หญิง โยะชิคิ โนะบุโกะ เจ้าของคลินิก Yoshiki Hifuka Clinic Ginza ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษา และดูแลด้านความงามมาหลายสิบปี ซึ่งคุณหมอให้ความรู้เรื่องส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่น่าสนใจมากมาย และ THE STANDARD POP ทำการขยายจุดเด่นให้ผู้อ่านได้เห็นกันชัดๆ เลยว่า ระหว่าง เซราไมด์ กับ กรดไฮยาลูโรนิก มีจุดเด่นอย่างไรบ้าง

 

Ceramides and hyaluronic acid

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

ภาพ: Shutterstock

The post เทียบจุดเด่นชัดๆ ของสารคงความชุ่มชื้นสุดปัง ระหว่าง เซราไมด์ กับ กรดไฮยาลูโรนิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อะไรคือ ‘ไฮยาลูรอนิกแอซิด 4 มิติ’ นวัตกรรมวงการบิวตี้แห่งปี 2020 https://thestandard.co/hyaluronic-acid-4-dimensions/ Mon, 06 Jul 2020 08:48:49 +0000 https://thestandard.co/?p=377839

โลกปัจจุบันหมุนเร็วและเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย ยิ่งถ้า […]

The post อะไรคือ ‘ไฮยาลูรอนิกแอซิด 4 มิติ’ นวัตกรรมวงการบิวตี้แห่งปี 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>

โลกปัจจุบันหมุนเร็วและเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย ยิ่งถ้าโฟกัสไปที่โลกของความงาม ยุคนี้ต้องยอมรับว่ามีเทรนด์ความงามที่พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่สูตรใหม่ๆ ส่วนผสมใหม่ๆ สารสกัดใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้น่าจับตาว่าใน

 

 

วงการสกินแคร์นั้นมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อะไรออกมาให้เราอัปเดตกันแบบรายวันบ้าง เพราะสมัยนี้หนุ่มๆ สาวๆ ที่รักสวยรักงามมีความรู้มากขึ้น และสามารถเลือกเฟ้นหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเติมเต็มความงามและใช้แก้ไขปัญหาผิวต่างๆ แบบเฉพาะบุคคลเพิ่มมากขึ้น และส่วนผสมที่เรียกว่าใหม่ที่สุดในตอนนี้ที่เปิดเผยโดย กิตติพนธ์ นามพิชญ์ธนสิน ซีอีโอหนุ่มแห่ง คิสออฟบิวตี้ คือ ไฮยาลูรอนิกแอซิด 4 มิติ (4D Hyaluronic Acid) ที่ล้ำกว่าแบบเดิมๆ 

 

 

 

ปัญหาผิวของคนยุคนี้ต้องเผชิญอะไรบ้าง 

กิตติพนธ์: ปัจจุบันมลภาวะที่มีอยู่ในทุกที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการทำร้ายผิวมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวแลดูร่วงโรยก่อนวัยอันควร ไม่ว่าจะเป็นการเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ รอยแดงบนผิว ผิวแห้งกร้าน ซึ่งที่กล่าวมานั้นไม่เหมือนกับรังสียูวีที่จะมีอยู่เฉพาะในแสงแดด แต่มลภาวะมีอยู่ในทุกที่ และสามารถทำร้ายผิวของเราอยู่ตลอดเวลา การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ 

 

 

เราควรเลือกสกินแคร์อย่างไรให้ตอบโจทย์แก้ปัญหาผิวได้ดีที่สุด
กิตติพนธ์: เราในฐานะผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว ได้พยายามมองหาส่วนผสมที่สามารถช่วยเติมเต็มและแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้อย่างตรงจุด นั่นคือ ไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic acid) ซึ่งหลายๆ คนอาจรู้จักในชื่อ HA (เอชเอ) ที่มีคุณสมบัติในการประสานความเชื่อมต่อระหว่างชั้นผิวคือ ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) โปรตีนคอลลาเจน และอีลาสตินเข้าด้วยกัน จะเป็นตัวช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น กระชับมากยิ่งขึ้น แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยการวิจัยและคิดค้นไฮยาลูรอนิกแอซิด 4 มิติ (4D Hyaluronic Acid) นวัตกรรมที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลและจัดการปัญหาผิวได้อย่างตรงจุดมากขึ้น 

 

 

ผู้ที่จะมาอธิบายว่าอะไรคือจุดเด่นของไฮยาลูรอนิกแอซิด 4 มิติคือ ณัฏฐพัชร์ นิจวิภาอัคริมา ผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูเเลผิวพรรณ 

 

 

ณัฏฐพัชร์: นับเป็นมิติใหม่แห่งวงการความงามที่สามารถมาช่วยเติมเต็มความงามในผิวพรรณของผู้หญิงได้อย่างมาก แม้ว่าปัจจุบันไฮยาลูรอนิกแอซิดที่เราใช้กันทั่วไป จะสามารถเข้าบำรุงผิวพรรณได้ แต่ด้วยโมเลกุลขนาดที่ใหญ่ จึงทำให้การบำรุงได้เพียงแค่ผิวชั้นบนหรือกลางเท่านั้น แต่สำหรับไฮยาลูรอนิกแอซิด 4 มิติ มีขนาดโมเลกุลที่เล็กเพียง 10kDal จึงสามารถเข้าบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกถึงผิวชั้นใน เพื่อการแก้ไขจุดบกพร่องของผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยกักเก็บน้ำแก่ผิวให้คงความชุ่มชื้นได้มากกว่าปกติถึง 1,000 เท่า จึงช่วยลดริ้วรอยลึก ให้ผิวหน้าอิ่มน้ำ เปล่งปลั่ง กระชับ แลดูอ่อนเยาว์ อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยของนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ผู้บริโภคจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบและรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือเท่านั้น

 

 

ภาพ: Courtesy of Brand

The post อะไรคือ ‘ไฮยาลูรอนิกแอซิด 4 มิติ’ นวัตกรรมวงการบิวตี้แห่งปี 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>