สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/hrh-princess-bajrakitiyabha-narendira-debyavati/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 26 Sep 2026 03:55:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 จาก ‘ความยุติธรรมที่มองเห็นมนุษย์’ สู่ Bangkok Rules: คำรำลึกถึงเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ณ Cornell Law School https://thestandard.co/princess-bajrakitiyabha-cornell-bangkok-rules/ Sat, 26 Sep 2026 03:55:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1259578 ภาพบรรยากาศพิธีรำลึก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ณ Cornell Law School

“พระองค์เสด็จมายัง Cornell เพื่อทรงศึกษาความยุติธรรม แต […]

The post จาก ‘ความยุติธรรมที่มองเห็นมนุษย์’ สู่ Bangkok Rules: คำรำลึกถึงเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ณ Cornell Law School appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศพิธีรำลึก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ณ Cornell Law School

“พระองค์เสด็จมายัง Cornell เพื่อทรงศึกษาความยุติธรรม แต่เมื่อเสด็จจาก Cornell ไป พระองค์ทรงทำให้ขอบเขตของความยุติธรรมกว้างไกลยิ่งขึ้น”

 

 
 

ถ้อยคำทิ้งท้ายของ ศ. พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Institute of Justice: TIJ) ในคำกล่าวรำลึกถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา สะท้อนเส้นทางจากนักศึกษากฎหมายที่ตั้งคำถามถึงความหมายของความยุติธรรม สู่พระกรณียกิจที่นำความคิดนั้นไปสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่ชีวิตผู้คน และต่อยอดจนกลายเป็นมาตรฐานด้านกระบวนการยุติธรรมในระดับโลก

 

คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นในงานรำลึกถึงพระองค์ซึ่ง Cornell Law School จัดขึ้น ณ Myron Taylor Hall เมืองอิทากา รัฐนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และตัวแทนจากแวดวงกฎหมายไทยและสหรัฐฯ เข้าร่วม ภายหลังการลงนามต่ออายุความร่วมมือระหว่าง Cornell Law School, เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการศึกษาและกระบวนการยุติธรรม

 

สำหรับ ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ การกลับมายัง Cornell ครั้งนี้มีความหมายเป็นพิเศษ เพราะเมื่อกว่า 25 ปีก่อน เขาเคยเดินทางมายังสถานที่แห่งเดียวกันพร้อมกับพระองค์ ในการเสด็จเยือนเมืองอิทากาเป็นครั้งแรก

 

“ผมไม่เคยคาดคิดเลยว่า วันหนึ่งผมจะกลับมายังสถานที่แห่งเดิมนี้ ไม่ได้กลับมาพร้อมกับพระองค์ แต่กลับมาเพื่อกล่าวรำลึกถึงพระชนมชีพของพระองค์”

 

เมื่อครั้งนั้น พระองค์กำลังเริ่มต้นการเดินทางทางปัญญาครั้งสำคัญ พร้อมคำถามเกี่ยวกับกฎหมายและความยุติธรรมที่ Cornell จะช่วยให้พระองค์ทรงสำรวจลงไปอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

ภาพบรรยากาศพิธีรำลึก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ณ Cornell Law School 1

 

จากคำถามเรื่องกฎหมาย สู่คำถามเรื่องมนุษย์

 

ศ. พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ เล่าว่า มีโอกาสเข้าเฝ้าพระองค์ท่านเป็นครั้งแรกในช่วงปี 2001 ก่อนที่พระองค์จะเสด็จมาศึกษาต่อด้านกฎหมายในสหรัฐอเมริกา ขณะนั้นเขาเป็นหนึ่งในอาจารย์กฎหมายไทยที่ได้รับเชิญให้ถวายความรู้เกี่ยวกับนิติศาสตร์และระบบกฎหมายอเมริกัน

 

ทุกสัปดาห์มีการสนทนาเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของสหรัฐฯ หลักกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมาย (Due Process) สิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ตลอดจนปัญหาและความท้าทายของกระบวนการยุติธรรมไทย

 

ในช่วงแรก คำถามส่วนใหญ่มุ่งไปที่ ‘ความเป็นธรรมภายในกฎหมาย’ ตั้งแต่กระบวนการทางกฎหมายมีความถูกต้องหรือไม่ อำนาจถูกจำกัดอย่างเหมาะสมเพียงใด ไปจนถึงสิทธิของบุคคลได้รับการคุ้มครองเพียงพอหรือยัง

 

แต่เมื่อเสด็จมาถึง Cornell คำถามเหล่านั้นเริ่มขยายกว้างออกไป

 

พระดุษฎีนิพนธ์เรื่อง Towards Equal Justice ซึ่ง ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ เป็นหนึ่งในกรรมการอยู่ด้วย ศึกษาเปรียบเทียบการคุ้มครองผู้ถูกกล่าวหาในประเทศไทย ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา แม้หัวข้อหลักจะว่าด้วยกระบวนการยุติธรรมทางอาญา แต่สิ่งที่ ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ สังเกตเห็นอย่างชัดเจนคือ พระองค์มิได้ทรงมองเพียงหลักกฎหมาย หากทรงมองไปถึงชีวิตของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมาย

 

พระองค์มิได้ทรงถามเพียงว่า สิทธิต่างๆ มีบัญญัติอยู่ในกฎหมายหรือไม่ แต่ทรงถามต่อไปว่า

 

คนที่อยู่ท่ามกลางความยากจน ความเสียเปรียบ หรือความเปราะบาง สามารถใช้สิทธิเหล่านั้นได้จริงหรือไม่

 

ระบบกฎหมายสามารถปฏิบัติตามกฎทุกข้อ แต่ยังนำไปสู่ความอยุติธรรมได้หรือไม่

 

กระบวนการหนึ่งสามารถดำเนินไปอย่างถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ แต่กลับมองไม่เห็นมนุษย์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าได้หรือไม่

 

นี่คือจุดที่ความหมายของ ‘ความยุติธรรม’ ในพระทัศนะก้าวพ้นจากตัวบทกฎหมาย

 

สำหรับพระองค์ ความยุติธรรมไม่อาจแยกออกจากเงื่อนไขชีวิตของมนุษย์ได้

 

ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ อธิบายว่า สิ่งที่พระองค์ทรงค้นหาโดยแท้จริงคือ “ความยุติธรรมที่คำนึงถึงความเป็นมนุษย์​” — ความยุติธรรมที่สามารถมองเห็น ‘คน’ ซึ่งอยู่เบื้องหลังทุกคดี

 

และวิธีคิดนี้เองได้กลายมาเป็นรากฐานสำคัญของพระกรณียกิจในเวลาต่อมา

 

ภาพบรรยากาศพิธีรำลึก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ณ Cornell Law School 2

 

Cornell ไม่ได้สร้างพระเมตตา แต่ทำให้พระเมตตามีพลังทางกฎหมาย

 

หลายปีต่อมา เมื่อเสด็จกลับมายัง Myron Taylor Hall ในปี 2012 พระองค์ทรงกล่าวถึงประสบการณ์ที่ Cornell ว่าได้ช่วยเปิดมุมมองของพระองค์ให้กว้างขึ้น

 

พระองค์ทรงกล่าวว่า “กฎหมายมีหลายมิติอยู่ภายในตัวของมันเอง” การศึกษากฎหมายจึงมิใช่เพียงการเรียนรู้ตัวบท แต่ยังรวมถึงการทำความเข้าใจมิติทางสังคม ปรัชญา และความเป็นมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลัง

 

ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ สะท้อนว่า Cornell ไม่ได้เป็นผู้สร้างพระเมตตาในพระองค์ เพราะพระเมตตามีอยู่ในพระองค์อย่างลึกซึ้งอยู่แล้ว

 

แต่สิ่งที่ Cornell ได้เสริมคือ กรอบคิดทางกฎหมายที่เป็นระบบ มุมมองเชิงเปรียบเทียบ และพื้นที่สำหรับการตั้งคำถามที่ใหญ่ขึ้นเกี่ยวกับกฎหมายและความยุติธรรม

 

เมื่อเสด็จกลับจาก Cornell คำถามเหล่านั้นจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงในโลกวิชาการ แต่กลายเป็นหนทางของการรับใช้สังคม

 

ไม่ว่าจะในบทบาทอัยการ นักการทูต หรือการทรงงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติ พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับคนที่ระบบมักมองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง ผู้ที่เผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม รวมถึงผู้ที่เคยกระทำผิดแต่สมควรได้รับโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่

 

จุดเริ่มต้นจาก ‘นม ผ้าอ้อม และห้องเล็กๆ’

 

เรื่องราวหนึ่งในคำกล่าวรำลึกสะท้อนวิธีการทรงงานของพระองค์ได้อย่างชัดเจน

 

ศ.ดร.กิตติพงษ์ เล่าว่าเมื่อพระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่จะช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิง ผู้เกี่ยวข้องในกระทรวงยุติธรรมในเวลานั้นเตรียมที่จะออกแบบโครงการขนาดใหญ่ให้สมกับการเป็นโครงการในพระอุปถัมภ์

 

แต่เมื่อได้มีโอกาสเข้าเฝ้า พระองค์ได้ทรงส่งกระดาษที่พิมพ์ออกมาจากคอมพิวเตอร์ที่ทรงสืบค้นด้วยพระองค์เอง

 

บนกระดาษนั้นมีรายการค่าใช้จ่ายสำหรับ นม ผ้าอ้อม และอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับพื้นที่เล็กๆ ที่แม่ซึ่งอยู่ในเรือนจำจะสามารถใช้ดูแลลูกของตนได้

 

และทรงมีพระประสงค์ให้เริ่มต้นจากตรงนั้น โดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์

 

พระองค์มิได้ทรงเริ่มต้นจากสถาบันขนาดใหญ่ หรือแผนงานอันซับซ้อน

 

แต่ทรงเริ่มต้นจาก ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ที่คนอื่นอาจมองไม่เห็น

 

จุดเริ่มต้นเล็กๆ ดังกล่าวเติบโตขึ้นเป็น โครงการกำลังใจ ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิง สนับสนุนแม่และเด็ก เตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตอีกครั้ง

 

แต่พระองค์ทรงมองเห็นด้วยว่า ปัญหานี้มิได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย

 

มาตรฐานเรือนจำระหว่างประเทศในเวลานั้นถูกพัฒนาขึ้นโดยมีประสบการณ์ของผู้ต้องขังชายเป็นหลัก จึงยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้หญิงได้อย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ การดูแลสุขภาพ ประวัติการถูกกระทำด้วยความรุนแรง ภาระในการดูแลบุตร การฟื้นฟูชีวิต หรือมาตรการอื่นแทนการจำคุก

 

ภาพบรรยากาศพิธีรำลึก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ณ Cornell Law School 3

 

จาก ‘นมและผ้าอ้อม’ สู่ Bangkok Rules

 

ด้วยการผลักดันอย่างต่อเนื่องของพระองค์ ประเทศไทยได้นำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่เวทีองค์การสหประชาชาติ

 

เดือนธันวาคม 2010 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติรับรอง ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง หรือที่รู้จักกันในชื่อ Bangkok Rules

 

ข้อกำหนดทั้ง 70 ข้อนับเป็นมาตรฐานของสหประชาชาติชุดแรกที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับผู้ต้องขังหญิงและผู้กระทำผิดหญิง

 

ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ สรุปเส้นทางของการเปลี่ยนแปลงนี้ไว้อย่างทรงพลังว่า

 

สิ่งที่เริ่มต้นจาก นม ผ้าอ้อม และห้องเล็กๆ ภายในเรือนจำแห่งหนึ่งในประเทศไทย ได้เติบโตกลายเป็น มาตรฐานระดับโลกว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

 

แต่พระองค์ทรงตระหนักด้วยว่า การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่อาจอาศัยเพียงโครงการใดโครงการหนึ่ง หากจำเป็นต้องมีสถาบันที่จะสานต่องานในระยะยาว

 

พระวิสัยทัศน์ของพระองค์จึงมีส่วนสำคัญต่อการก่อตั้ง TIJ เพื่อขับเคลื่อนงานผ่านการวิจัย การพัฒนานโยบาย ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการแสวงหาความยุติธรรมให้แก่ผู้ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

 

สำหรับ ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ สิ่งที่โดดเด่นจึงมิใช่เพียงพระเมตตา

 

แต่คือ ความสามารถในการเปลี่ยนความเมตตาให้เป็นการลงมือทำ เปลี่ยนการลงมือทำให้เป็นนโยบาย และเปลี่ยนนโยบายให้เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

 

นักกฎหมาย ‘ในความหมายที่ดีที่สุด’

 

Andrew Dickson White ผู้ร่วมก่อตั้ง Cornell เคยวาดภาพของนักกฎหมายที่สถาบันแห่งนี้ควรสร้างขึ้นว่า ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดี มีความคิดที่เปิดกว้าง และมีรากฐานทางศีลธรรม — เป็น ‘นักกฎหมายในความหมายที่ดีที่สุด’ (A Lawyer in the Best Sense)

 

สำหรับ ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ พระองค์ทรงทำให้ถ้อยคำนั้นมีความหมายขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม

 

เพราะนักกฎหมายในความหมายที่ดีที่สุด มิใช่เพียงผู้ที่รู้กฎหมาย

 

แต่คือผู้ที่ มองเห็นสิ่งที่กฎหมายยังมองไม่เห็น

 

ผู้ที่นำจินตนาการทางศีลธรรมมาประกอบเข้ากับความรู้ทางกฎหมาย และใช้ความรู้นั้นเพื่อขยายขอบเขตของความยุติธรรมให้ไปถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้น

 

กว่า 25 ปีก่อน ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ เดินทางมายัง Cornell Law School ในช่วงที่พระองค์กำลังเริ่มต้นบทสำคัญบทหนึ่งของพระชนมชีพ

 

ครั้งนี้เขากลับมายังสถานที่เดิม เพื่อกล่าวรำลึกถึงพระองค์

 

แต่สิ่งที่พระองค์ทรงทิ้งไว้ยังคงดำรงอยู่

 

อยู่ในชีวิตของผู้คนที่พระองค์ทรงช่วยเหลือ
อยู่ในโอกาสครั้งที่สองที่พระองค์ทรงทำให้เกิดขึ้น
อยู่ในมาตรฐานสากลที่พระองค์ทรงมีส่วนผลักดัน
อยู่ในสถาบันที่ถือกำเนิดขึ้นจากพระวิสัยทัศน์
และอยู่ในนักเรียน นักศึกษา และนักวิชาการที่ได้รับโอกาสผ่านกองทุนที่ดำเนินงานในพระนามของพระองค์

 

ก่อนจบคำกล่าวรำลึก ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กลับมาที่ความหมายของ ‘นักกฎหมายในความหมายที่ดีที่สุด’ ด้วยถ้อยคำสั้นๆ ว่า

 

“Her Royal Highness came to Cornell to study justice. She left Cornell to enlarge it.”

 

“พระองค์เสด็จมายัง Cornell เพื่อทรงศึกษาความยุติธรรม แต่เมื่อเสด็จจาก Cornell ไป พระองค์ทรงทำให้ขอบเขตของความยุติธรรมกว้างไกลยิ่งขึ้น”

 

และสำหรับเขา นั่นคือความหมายของการเป็น ‘นักกฎหมายในความหมายที่ดีที่สุด’

The post จาก ‘ความยุติธรรมที่มองเห็นมนุษย์’ สู่ Bangkok Rules: คำรำลึกถึงเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ณ Cornell Law School appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ นำคณะรัฐมนตรี บำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายเป็นพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ https://thestandard.co/pm-cabinet-princess-bajrakitiyabha-merit/ Fri, 18 Sep 2026 04:11:56 +0000 https://thestandard.co/pm-cabinet-princess-bajrakitiyabha-merit/ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (18 กันยายน) เวลา 07.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลัง […]

The post นายกฯ นำคณะรัฐมนตรี บำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายเป็นพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (18 กันยายน) เวลา 07.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตลอดจนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภายในทำเนียบรัฐบาล รวมถึงผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี

 

ในการนี้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยนายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้น พระสงฆ์ให้ศีล และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์สวดพระพุทธมนต์

 

โอกาสนี้ พระสงฆ์สดับปกรณ์ ประธานสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถา และนำเจริญจิตภาวนาอุทิศถวายเป็นพระกุศลเป็นเวลา 47 วินาที จากนั้น พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ถวายเครื่องไทยธรรมและปิ่นโตภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และทอดผ้าไตรบังสุกุล จำนวน 10 ไตร จากนั้น นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำ กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูป

 

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมพิธี ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 47 รูป ณ บริเวณหน้าตึกสันติไมตรีและหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยพิธีแล้วเสร็จในเวลาประมาณ 08.20 น.

 

นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล 1นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล 2นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล 3นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล 4นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล 5นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล 6นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล 7นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล 8

The post นายกฯ นำคณะรัฐมนตรี บำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายเป็นพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงทรัพย์ฯ-วัฒนธรรม ผนึกกำลังส่งต่อไม้จันทน์หอมกุยบุรี จัดสร้างพระโกศจันทน์-พระหีบจันทน์ สมพระเกียรติ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ https://thestandard.co/kui-buri-sandalwood-princess-bajrakitiyabha/ Mon, 14 Sep 2026 11:43:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1254883 ภาพพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์

วันนี้ (14 กันยายน) สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรว […]

The post กระทรวงทรัพย์ฯ-วัฒนธรรม ผนึกกำลังส่งต่อไม้จันทน์หอมกุยบุรี จัดสร้างพระโกศจันทน์-พระหีบจันทน์ สมพระเกียรติ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์

วันนี้ (14 กันยายน) สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอม สำหรับนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้แก่ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ณ อาคารกลุ่มประณีตศิลป์ (อาคาร 1)

ดูภาพข่าว 

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้มีโอกาสดูแลรักษาไม้จันทน์หอมอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งนับเป็นพุทธบูชาและเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งในพระราชพิธีอันทรงคุณค่า ในการนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ดำเนินการสำรวจ คัดเลือก และแปรรูปไม้จันทน์หอมจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยคัดเลือกไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติ (ตายพราย) และประกอบพิธีบวงสรวงอย่างถูกต้องตามโบราณราชประเพณี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

 

สำหรับการแปรรูปไม้จันทน์หอมในครั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้จัดทำเสร็จสิ้นครบถ้วนตามขนาดและจำนวนที่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กำหนดไว้ ประกอบด้วย ไม้จันทน์หอมชนิดท่อน จำนวน 370 ท่อน และไม้จันทน์หอมชนิดแผ่น จำนวน 1,350 แผ่น ปริมาตรไม้รวม 16.0439 ลูกบาศก์เมตร โดยไม้จันทน์หอมที่ส่งมอบนี้เป็นไม้มงคลชั้นสูง มีลักษณะและคุณภาพที่เหมาะสม เนื้อไม้มีความละเอียดและมีกลิ่นหอม ดำเนินการตัดและแปรรูปด้วยความประณีต ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน และจิตอาสา เพื่อส่งมอบให้กรมศิลปากรนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ต่อไป

 

ด้าน ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวรับมอบไม้จันทน์หอม พร้อมแสดงความขอบคุณกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตลอดจนหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้ดูแลรักษาและดำเนินการส่งมอบไม้จันทน์หอมอย่างสมพระเกียรติ โดยสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จะนำไม้จันทน์หอมดังกล่าวไปดำเนินการจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ด้วยความประณีต พิถีพิถัน และสมพระเกียรติยศสูงสุด

 

นับจากนี้ ช่างโลหะ ช่างไม้ประณีต ช่างโกรกฉลุ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร จะดำเนินการจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์อย่างสุดฝีมือ ด้วยความละเอียดรอบคอบ ประณีต และพิถีพิถัน เพื่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด และแสดงฝีมือเชิงช่างศิลปกรรมชั้นสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยให้เป็นที่ปรากฏสืบไป

 

นอกจากนี้ จะบันทึกองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ไว้เป็นจดหมายเหตุของชาติ ตั้งแต่การจัดหาต้นจันทน์หอม พิธีบวงสรวง พิธีการตัดต้นจันทน์หอม และขั้นตอนการจัดสร้างโดยละเอียดและสมบูรณ์ เพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และสืบทอดองค์ความรู้ให้แก่อนุชนจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป

 

 

ภาพพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ 1ภาพพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ 2ภาพพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ 3

The post กระทรวงทรัพย์ฯ-วัฒนธรรม ผนึกกำลังส่งต่อไม้จันทน์หอมกุยบุรี จัดสร้างพระโกศจันทน์-พระหีบจันทน์ สมพระเกียรติ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘A Lawyer in the Best Sense’ Cornell รำลึก ‘พระองค์ภา’ กับความยุติธรรมที่มองเห็นมนุษย์ https://thestandard.co/cornell-princess-bajrakitiyabha-human-justice/ Thu, 03 Sep 2026 07:24:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1250340 ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School

ที่ Cornell Law School เมืองอิทาคา รัฐนิวยอร์ก สถานที่ซ […]

The post ‘A Lawyer in the Best Sense’ Cornell รำลึก ‘พระองค์ภา’ กับความยุติธรรมที่มองเห็นมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School

ที่ Cornell Law School เมืองอิทาคา รัฐนิวยอร์ก สถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เคยทรงใช้เวลาหลายปีศึกษากฎหมาย การรำลึกถึงพระองค์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ไม่ได้มีเพียงการย้อนมองพระราชกรณียกิจในอดีต

 

 
 

แต่กลับไปสู่คำถามพื้นฐานข้อหนึ่งของวิชากฎหมายว่า

 

กฎหมายที่ดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกระบวนการ เพียงพอแล้วหรือไม่ หากระบบยุติธรรมยังมองไม่เห็นมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังคดี

 

Cornell Law School จัดพิธีรำลึกถึงพระองค์ภา ควบคู่กับการต่ออายุความร่วมมือระหว่าง Cornell Law School เนติบัณฑิตยสภาแห่งประเทศไทย และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 1

 

งานนี้จัดขึ้นเพื่อสานต่อความร่วมมือที่มีมายาวนานระหว่างสามสถาบัน และการรำลึกถึงพระราชกรณียกิจและสิ่งที่พระองค์ทรงทิ้งไว้ให้กับงานด้านกฎหมายและความยุติธรรม

 

ตลอดพิธี แนวคิด ‘A Lawyer in the Best Sense’ — นักกฎหมายในความหมายที่ดีที่สุด คือปรัชญาการสร้างนักกฎหมายของ Cornell Law School ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงหลายต่อหลายครั้ง

 

คำนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงผู้ที่รู้กฎหมายมากที่สุด หรือประสบความสำเร็จสูงสุดในวิชาชีพ แต่หมายถึงนักกฎหมายที่ใช้ความรู้เพื่อรับใช้สังคม มองเห็นผลของกฎหมายต่อชีวิตของผู้คน และพยายามทำให้ความยุติธรรมไปถึงคนที่ระบบอาจมองข้าม

 

จาก Cornell สู่การรับใช้สังคม

 

พระองค์ภาทรงสำเร็จการศึกษาระดับ LL.M. (Master of Laws หรือปริญญาโททางกฎหมาย) จาก Cornell Law School ในปี 2002 และต่อด้วย J.S.D. (Doctor of the Science of Law หรือปริญญาเอกทางกฎหมาย) ในปี 2005

 

หลังจากนั้นพระองค์เสด็จกลับประเทศไทยและทรงทำงานในหลายบทบาท ทั้งอัยการ นักการทูต และผลักดันประเด็นด้านกระบวนการยุติธรรมในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 2

 

Michael Kotlikoff อธิการบดี Cornell University กล่าวในพิธีว่า ความร่วมมือระหว่าง Cornell Law School กับประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจด้านการศึกษา การวิจัย การแลกเปลี่ยนวิชาชีพ และความร่วมมือระหว่างประเทศที่ Cornell ยึดถือมาอย่างยาวนาน

 

เขากล่าวด้วยว่า ในช่วงเวลาที่คุณค่าของความร่วมมือระหว่างประเทศของสถาบันอเมริกันกำลังถูกตั้งคำถาม Cornell ยังคงเชื่อว่าการเรียนรู้และทำงานร่วมกันข้ามพรมแดนจะต้องดำเนินต่อไป

 

เมื่อกล่าวถึงพระองค์ภา Kotlikoff เชื่อมสิ่งที่พระองค์ทรงได้รับจาก Cornell เข้ากับการนำความรู้ไปใช้เพื่อสังคม และมองว่าทุนการศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในพระนามจะเป็นหนึ่งในช่องทางส่งต่อความมุ่งมั่นเรื่องความเป็นเลิศ ภาวะผู้นำ และการรับใช้สังคมไปยังนักกฎหมายรุ่นต่อๆ ไป

 

Jens David Ohlin คณบดี Cornell Law School กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Cornell กับประเทศไทยว่า

 

ในบรรดาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเรา ความสัมพันธ์กับประเทศไทยมีสถานะที่พิเศษ

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 3

 

ตลอดหลายทศวรรษ Cornell Law School ต้อนรับผู้พิพากษา นักกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐ และนักวิชาการจากประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งหลายคนกลับไปมีบทบาทสำคัญในระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทย

 

แต่สิ่งที่ Ohlin เน้นย้ำเกี่ยวกับพระองค์ภา ไม่ได้อยู่เพียงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน แต่อยู่ที่วิธีที่พระองค์ทรงเชื่อม หลักนิติธรรม เข้ากับ ศักดิ์ศรีของมนุษย์ เขากล่าวว่า

 

การส่งเสริมหลักนิติธรรมไม่ได้หมายถึงเพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังหมายถึงการทำให้ความยุติธรรมดำเนินไปโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์

 

Ohlin ยกตัวอย่าง Bangkok Rules หรือข้อกำหนดของสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง ซึ่งพระองค์ภาทรงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้กระบวนการยุติธรรมตระหนักถึงเงื่อนไขเฉพาะของผู้หญิง ตั้งแต่สุขภาพ การตั้งครรภ์ ความเป็นแม่ ไปจนถึงผลกระทบต่อเด็กเมื่อมารดาถูกคุมขัง

 

ความยุติธรรมที่มองเห็น ‘คนหลังคดี’

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 4

 

ความหมายของคำว่า A Lawyer in the Best Sense ถูกขยายให้ลึกขึ้นในคำกล่าวของ ศ. ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการ TIJ หนึ่งในกรรมการวิทยานิพนธ์ ปริญญาเอก ของพระองค์ภา ซึ่งรู้จักและติดตามพัฒนาการทางความคิดด้านกฎหมายของพระองค์ภามาตั้งแต่ก่อนเสด็จมาศึกษาที่ Cornell

 

ศ. ดร.กิตติพงษ์ เล่าว่า ในช่วงแรก บทสนทนาเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมมักอยู่ที่คำถามว่า ขั้นตอนทางกฎหมายถูกต้องหรือไม่ อำนาจรัฐถูกจำกัดอย่างเหมาะสมหรือไม่ และสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาได้รับการคุ้มครองเพียงพอหรือไม่

 

แต่เมื่อพระองค์ทรงศึกษาที่ Cornell คำถามเหล่านั้นเริ่มกว้างขึ้น

 

ระบบกฎหมายอาจปฏิบัติตามกฎทุกอย่างอย่างถูกต้อง แต่ยังสร้างความอยุติธรรมได้หรือไม่? สถาบันอาจดำเนินคดีอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน แต่กลับมองไม่เห็นมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าได้หรือไม่?

 

ศ. ดร.กิตติพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่พระองค์ทรงค้นหาในเวลานั้นคือ แนวคิดเรื่อง ‘Justice with a human face’ หรือความยุติธรรมที่มองเห็นความเป็นมนุษย์ที่มองเห็นคนที่อยู่เบื้องหลังคดี

 

แนวคิดนี้ปรากฏให้เห็นในการทรงงานภายหลัง ตั้งแต่การทำงานในฐานะอัยการ ไปจนถึงความสนพระทัยต่อผู้หญิง เด็ก และผู้ที่อยู่ในสถานะเปราะบางในกระบวนการยุติธรรม

 

หนึ่งในเรื่องที่ ศ. ดร.กิตติพงษ์เล่าในงาน คือจุดเริ่มต้นของการช่วยเหลือแม่และเด็กในเรือนจำ

 

แทนที่จะเริ่มต้นด้วยโครงการขนาดใหญ่ พระองค์ทรงนำกระดาษหนึ่งแผ่นที่ทรงจัดทำขึ้นเองมาให้ ซึ่งระบุค่าใช้จ่ายสำหรับนม ผ้าอ้อม และอุปกรณ์พื้นฐาน เพื่อให้แม่ในเรือนจำสามารถดูแลลูกได้ และทรงขอให้เริ่มจากความต้องการตรงหน้านั้น

 

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ค่อยๆ พัฒนาไปสู่โครงการ ‘กำลังใจ’ และต่อยอดไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายและมาตรฐานระหว่างประเทศ

 

ศ. ดร.กิตติพงษ์ สรุปวิธีทรงงานไว้ว่า เป็นความสามารถในการ

 

เปลี่ยนความเห็นอกเห็นใจให้เป็นการลงมือทำ เปลี่ยนการลงมือทำเป็นนโยบาย และเปลี่ยนนโยบายให้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

 

และเมื่ออธิบายว่า A Lawyer in the Best Sense หมายถึงอะไร เขากล่าวว่า

 

นักกฎหมายในความหมายที่ดีที่สุด ไม่ใช่เพียงคนที่รู้กฎหมาย แต่คือคนที่มองเห็นสิ่งที่กฎหมายยังมองไม่เห็น นำจินตนาการทางศีลธรรมมาประกอบกับความรู้ทางกฎหมาย และใช้ความรู้นั้นเพื่อขยายขอบเขตของความยุติธรรม

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 5

 

ทำให้คำว่า ‘นักกฎหมายที่ดี’ ในพิธีวันนั้น ไม่ได้ถูกวัดเพียงจากความเชี่ยวชาญทางกฎหมาย หากรวมถึงความสามารถที่จะมองเห็นผลของกฎหมายต่อมนุษย์ และเปลี่ยนสิ่งที่มองเห็นให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงของระบบ

 

อีกมิติหนึ่งของพระราชกรณียกิจถูกกล่าวถึงโดย สมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ซึ่งย้อนถึงช่วงหลังพระองค์ภาทรงสำเร็จการศึกษาจาก Cornell และเคยทรงฝึกงานที่คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ก่อนเส้นทางการทรงงานจะขยายไปสู่งานด้านกฎหมาย การทูต และความยุติธรรมระหว่างประเทศ

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 6

 

เธอกล่าวถึง Bangkok Rules ว่าเป็นหนึ่งในพระราชกรณียกิจที่คนในกระทรวงการต่างประเทศยังจดจำ เพราะไม่เพียงนำชื่อ ‘Bangkok’ ไปอยู่ในมาตรฐานของสหประชาชาติ แต่ยังสะท้อนความพยายามทำให้ระบบยุติธรรมคำนึงถึงศักดิ์ศรีและความเปราะบางของผู้ต้องขังหญิงมากขึ้น

 

อนุสรณ์ที่ไม่ได้หยุดนิ่ง

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 7

 

อีกมิติหนึ่งของการรำลึกมาจากคำกล่าวของ อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ซึ่งเชื่อมความทรงจำถึงพระองค์ภาเข้ากับการสร้างนักกฎหมายรุ่นต่อไป

 

เขากล่าวว่า

 

เราสามารถสร้างบางสิ่งขึ้นจากหิน จารึกชื่อไว้บนกำแพง หรือสร้างสิ่งสวยงามให้ผู้คนมาเยี่ยมชมและระลึกถึง แต่บางทีอนุสรณ์ที่มีความหมายที่สุดที่เราสร้างได้ คือมนุษย์คนหนึ่ง

 

การเปิดโอกาสให้นักกฎหมายคนหนึ่งได้รับการศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำ เขากล่าวว่า ไม่ได้หมายถึงเพียงการมอบปริญญา แต่คือการขยายความคิด เสริมสร้างจิตสำนึก และเปิดประตู ซึ่งวันหนึ่งคนคนนั้นอาจกลับไปเปิดประตูให้คนอื่นต่อไป

 

หินตั้งอยู่กับที่ แต่มนุษย์ที่ได้รับการศึกษาสามารถนำความรู้ ความกล้าหาญ และความเมตตาเข้าไปสู่ห้องพิจารณาคดี ห้องเรียน และชุมชน

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 8

 

สิ่งที่ลงทุนในมนุษย์หนึ่งคน เขากล่าว อาจส่งผลต่อชีวิตของคนอีกนับร้อยหรือนับพันที่เราอาจไม่มีโอกาสได้เห็นด้วยตนเอง

 

การต่ออายุความร่วมมือระหว่าง Cornell Law School เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ รวมถึงการสานต่อ กองทุนพัชรกิติยาภาเพื่อการศึกษากฎหมาย (Bajrakitiyabha Fund for Legal Education) จึงไม่ใช่เพียงส่วนหนึ่งของพิธีการ แต่เป็นคำตอบหนึ่งของคำถามว่า จะรำลึกถึงพระองค์อย่างไรให้สิ่งที่ทรงริเริ่มไว้ยังเดินหน้าต่อ

 

แทนที่จะสร้างความทรงจำที่หยุดนิ่ง ความร่วมมือเลือกลงทุนในคน และหวังว่าคนเหล่านั้นจะนำความรู้กลับไปทำงานกับสังคมต่ออีกทอดหนึ่ง

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 9

 

ความทรงจำที่กลายเป็นโอกาส

 

ความคิดเรื่องการสร้างคนไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในพิธีวันนี้ ช่วงท้ายของงาน ศ. Stewart J. Schwab อดีตคณบดี Cornell Law School ส่งคำกล่าวผ่านวิดีโอ ย้อนถึงปี 2006 เมื่อเขากับ ศ. ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ เดินสนทนากันในมหาวิทยาลัยถึงวิธีที่จะขยายความสัมพันธ์ระหว่าง Cornell Law School กับแวดวงกฎหมายไทย ก่อนจะเกิดแนวคิดจัดตั้งทุนการศึกษาในพระนาม และพัฒนาเป็นความร่วมมืออย่างเป็นทางการในปี 2007

 

Schwab ยังเล่าถึงการเสด็จกลับ Cornell ของพระองค์ภาในปี 2012 และความทรงจำเล็กๆ ในช่วงถาม-ตอบ เมื่อมีผู้ถามว่าจะทรงแนะนำอะไรแก่นักศึกษาไทยที่มาเรียนที่นี่ พระองค์ทรงตอบให้ “ใช้เวลาให้มากในห้องสมุด แต่ก็หาเวลาไปผ่อนคลายที่ Collegetown บ้าง” คำตอบเรียบง่ายที่เผยให้เห็นอีกด้านของความผูกพันระหว่างพระองค์กับ Cornell ในฐานะศิษย์เก่าที่เคยเรียน ใช้ชีวิต และกลับมาสู่มหาวิทยาลัยแห่งนี้อีกครั้ง

 

เมื่อโอกาสเดินทางกลับมาที่ Cornell

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 10

 

ภาพหนึ่งของการส่งต่อนี้เกิดขึ้น หนึ่งวันก่อนพิธีรำลึก

 

นภกมล หะวานนท์ สว่างแจ้ง ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา และศิษย์เก่า LL.M. รุ่นปี 2016 ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับทุนในพระนาม กลับมาที่ Cornell หลังจากสำเร็จการศึกษาไป 10 ปี เพื่อบรรยายถึงการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของไทย

 

เธอเล่าถึงความพยายามในการเปลี่ยนวิธีคิดจากการมองศาลเพียงในฐานะสถานที่หรือสถาบัน ไปสู่การมองศาลในฐานะบริการที่ต้องรับฟังและเข้าใจผู้ใช้งาน โดยเฉพาะประชาชนที่ไม่มีพื้นฐานด้านกฎหมาย ผู้สูงอายุ และผู้ที่อยู่ในสถานะเปราะบาง

 

นภกมลสรุปแนวคิดของการพัฒนาระบบยุติธรรมว่า เป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้ศาล ‘High Tech’ แต่ต้อง ‘High Touch’ ด้วย — ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สร้างพลังให้ประชาชน และทำให้การเข้าถึงความยุติธรรมง่ายขึ้น

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 11

 

ทั้งหมดนี้เพื่อประโยชน์ของประชาชน — People-centered justice.

 

การบรรยายเกิดขึ้นก่อนที่จะมีพิธีรำลึกในวันถัดมา แต่การกลับมาของอดีตนักเรียนทุนคนหนึ่งในฐานะผู้พิพากษา ทำให้แนวคิดเรื่องการลงทุนในคนที่ถูกกล่าวถึงในพิธีมีภาพที่จับต้องได้ขึ้น

 

จากการศึกษาความยุติธรรม สู่การขยายความยุติธรรม

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 12

 

ในช่วงท้ายของพิธี ศ. ดร.กิตติพงษ์ ทิ้งประโยคหนึ่งไว้ ซึ่งอาจสรุปทั้งความผูกพันระหว่างพระองค์ภากับ Cornell และความหมายของงานรำลึกครั้งนี้ได้ดีที่สุด

 

พระองค์เสด็จมาที่ Cornell เพื่อศึกษาความยุติธรรม แต่เมื่อทรงจาก Cornell ไป พระองค์ทรงขยายขอบเขตของความยุติธรรมให้กว้างออกไป

 

ประโยคนี้ทำให้การรำลึกที่ Cornell ไม่ได้จบอยู่กับคำถามว่า พระองค์ทรงทำอะไรไว้ในอดีต

 

แต่เปิดไปสู่คำถามสำหรับนักกฎหมายรุ่นต่อไปว่า หากกระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปอย่างถูกต้องทุกขั้นตอนแล้ว แต่ผลที่เกิดขึ้นยังไม่เป็นธรรม เราจะทำอย่างไรให้กฎหมายนั้นสามารถสร้างความเป็นธรรมที่ดีขึ้น มองเห็นความเปราะบาง และมองเห็นมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังทุกคดี

 

ซึ่งอาจเป็นความหมายที่สำคัญที่สุดของคำว่า A Lawyer in the Best Sense

 

นักกฎหมายที่ไม่เพียงรู้ว่ากฎหมายเขียนไว้อย่างไร แต่ยังถามต่อว่า ความยุติธรรมควรไปถึงใคร — และใครที่กฎหมายยังมองไม่เห็น

 

ภาพพิธีรำลึกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ Cornell Law School 13

 

The post ‘A Lawyer in the Best Sense’ Cornell รำลึก ‘พระองค์ภา’ กับความยุติธรรมที่มองเห็นมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สานต่อทุน ‘พระองค์ภา’ Cornell-ไทย ต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมาย https://thestandard.co/cornell-thailand-law-cooperation-extended/ Wed, 02 Sep 2026 06:14:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1249728 ภาพพิธีลงนามต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่าง Cornell Law School, เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ

Cornell Law School ร่วมกับเนติบัณฑิตยสภาแห่งประเทศไทย แ […]

The post สานต่อทุน ‘พระองค์ภา’ Cornell-ไทย ต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพิธีลงนามต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่าง Cornell Law School, เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ

Cornell Law School ร่วมกับเนติบัณฑิตยสภาแห่งประเทศไทย และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ ลงนามต่ออายุ Memorandum of Agreement (MOA) เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ที่ Cornell Law School เมืองอิทาคา รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการศึกษากฎหมาย การแลกเปลี่ยนทางวิชาการ และการพัฒนานักกฎหมายไทยรุ่นใหม่

ดูภาพข่าว 

 
 

ความร่วมมือดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2007 และดำเนินต่อเนื่องมาเกือบสองทศวรรษ โดยมีกองทุนเพื่อการศึกษากฎหมายในพระนามของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักกฎหมายไทยที่ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อระดับ LL.M. (ปริญญาโททางกฎหมาย) ที่ Cornell Law School

 

พิธีลงนามครั้งนี้มี อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะนายกเนติบัณฑิตยสภา และ ศ. ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการ TIJ เข้าร่วมกับผู้บริหาร Cornell Law School โดยความร่วมมือครอบคลุมทั้งทุนการศึกษา การแลกเปลี่ยนนักวิชาการ และกิจกรรมทางวิชาการระหว่าง Cornell กับแวดวงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทย

 

ความร่วมมือเกือบ 20 ปี

 

นับตั้งแต่ก่อตั้งโครงการ มีนักกฎหมายไทย 18 คนได้รับโอกาสมาศึกษาที่ Cornell หลายคนกลับมาทำงานในฐานะผู้พิพากษา อัยการ นักกฎหมาย นักวิชาการ และบุคลากรในภาครัฐ ขณะที่ความร่วมมือยังขยายไปสู่การแลกเปลี่ยนอาจารย์และองค์ความรู้ระหว่าง Cornell กับประเทศไทยด้วย

 

Jens David Ohlin คณบดี Cornell Law School กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Cornell กับประเทศไทยว่า

 

“ในบรรดาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเรา ความสัมพันธ์กับประเทศไทยมีสถานะที่พิเศษ”

 

เขาระบุว่า ตลอดหลายทศวรรษ Cornell Law School ได้ต้อนรับผู้พิพากษา นักกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐ และนักวิชาการจากประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งหลายคนกลับไปมีบทบาทสำคัญในระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทย

 

สานต่อผ่านการลงทุนใน ‘คน’

 

ด้าน อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา กล่าวถึงความหมายของการสานต่อกองทุนผ่านการลงทุนในนักกฎหมายรุ่นใหม่ว่า

 

“เราสามารถสร้างอนุสรณ์จากหิน หรือจารึกชื่อไว้บนกำแพง แต่บางทีอนุสรณ์ที่มีความหมายที่สุดที่เราจะสร้างได้ คือมนุษย์คนหนึ่ง”

 

เขากล่าวว่า เมื่อเปิดโอกาสให้นักกฎหมายไทยรุ่นใหม่มาศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการมอบปริญญา แต่เป็นการเปิดโลกทางความคิด สร้างจิตสำนึก และเปิดประตูให้คนคนหนึ่ง ซึ่งในอนาคตอาจกลับไปเปิดประตูให้กับผู้อื่นอีกจำนวนมาก

 

ประธานศาลฎีกายังกล่าวว่า

 

“หินตั้งอยู่กับที่ แต่มนุษย์ที่ได้รับการศึกษาสามารถนำความรู้ ความกล้าหาญ และความเมตตาเข้าไปสู่ห้องพิจารณาคดี ห้องเรียน และชุมชน”

 

พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ลงทุนในคนเพียงหนึ่งคนอาจส่งผลต่อชีวิตของผู้คนอีกนับร้อยหรือนับพันคนที่เราอาจไม่มีโอกาสได้เห็นด้วยตนเอง

 

จากทุนการศึกษา สู่โอกาสของคนรุ่นต่อไป

 

ศ.ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือว่า เกือบ 20 ปีก่อน มีการหารือกันว่าควรสานต่อความผูกพันของพระองค์ภากับ Cornell Law School ในรูปแบบใด ก่อนจะได้ข้อสรุปว่า สิ่งที่มีความหมายที่สุดไม่ใช่การสร้างอนุสรณ์เพื่อบอกเล่าความสำเร็จของบุคคลหนึ่ง แต่คือการสร้างโอกาสให้ผู้อื่นได้เติบโต

 

“เกือบ 20 ปีก่อน เราตัดสินใจว่าวิธีที่ดีที่สุดในการถวายพระเกียรติแด่พระองค์ คือการสร้างโอกาสให้กับผู้อื่น การต่ออายุความร่วมมือในวันนี้ คือการยืนยันการตัดสินใจนั้นอีกครั้ง และทำให้โอกาสที่เกิดขึ้นในพระนามยังคงส่งต่อไปถึงคนรุ่นต่อๆ ไป”

 

เขากล่าวด้วยว่า ตัวชี้วัดความสำเร็จของความร่วมมือนี้ไม่ควรอยู่เพียงจำนวนข้อตกลงที่ลงนามหรือจำนวนกิจกรรมแลกเปลี่ยน แต่ควรดูว่าผู้ได้รับโอกาสจากโครงการกลับไปสร้างความเข้มแข็งให้สถาบัน รับใช้ผู้คน และสร้างโอกาสต่อให้ผู้อื่นอย่างไร

 

ลงนาม MOA พร้อมพิธีรำลึก

 

การต่ออายุ MOA ครั้งนี้จัดขึ้นพร้อมกับพิธีรำลึกถึงพระองค์ภา ศิษย์เก่า Cornell Law School ซึ่งทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโททางกฎหมายในปี 2002 และปริญญาเอกทางกฎหมายในปี 2005 ก่อนทรงนำองค์ความรู้ด้านกฎหมายไปสู่การทรงงานในฐานะอัยการ นักการทูต และการผลักดันการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะประเด็นผู้หญิง ผู้ต้องขัง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

 

Cornell ระบุว่า งานครั้งนี้มีสองเป้าหมายที่เชื่อมโยงกัน คือการต่ออายุความร่วมมือระหว่างสามสถาบัน และการรำลึกถึงสิ่งที่พระองค์ภาทรงทิ้งไว้ โดยการศึกษากฎหมายและการสร้างนักกฎหมายรุ่นต่อไปจะยังเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญของการสานต่องานดังกล่าว

 

 

ภาพพิธีลงนามต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่าง Cornell Law School, เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ 1

ภาพพิธีลงนามต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่าง Cornell Law School, เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ 2

ภาพพิธีลงนามต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่าง Cornell Law School, เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ 3

ภาพพิธีลงนามต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่าง Cornell Law School, เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ 4

ภาพพิธีลงนามต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่าง Cornell Law School, เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ 5

ภาพพิธีลงนามต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่าง Cornell Law School, เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ 6

ภาพพิธีลงนามต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่าง Cornell Law School, เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ 7

ภาพพิธีลงนามต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่าง Cornell Law School, เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ 8

ภาพพิธีลงนามต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่าง Cornell Law School, เนติบัณฑิตยสภา และ TIJ 9

The post สานต่อทุน ‘พระองค์ภา’ Cornell-ไทย ต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลจัดพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ อย่างสมพระเกียรติ เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม https://thestandard.co/princess-bajrakitiyabha-royal-cremation/ Wed, 26 Aug 2026 09:20:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1246785 ภาพประกอบพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

วันนี้ (26 สิงหาคม) เวลา 13.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลัง […]

The post รัฐบาลจัดพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ อย่างสมพระเกียรติ เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

วันนี้ (26 สิงหาคม) เวลา 13.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ครั้งที่ 1/2569 โดยมี โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

 

นายกรัฐมนตรีแจ้งต่อที่ประชุมว่า นับตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ โดยประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

 

ภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ และภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน ให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ

 

ในส่วนของรัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. พร้อมทั้งได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตดำเนินการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นองค์ที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธี โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่กราบบังคมทูลขอพระมหากรุณา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

 

สำหรับการประชุมครั้งแรกในวันนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้คณะกรรมการและผู้เข้าร่วมประชุมยืนถวายความอาลัยเป็นเวลา 1 นาที เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี

 

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางสำคัญในการเตรียมการจัดงาน ได้แก่ การจัดสร้างพระเมรุและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุ รวมถึงการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบ การจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับภาคประชาชน การจัดพิธีรับกล่องเพลิงพระราชทาน การจัดการแสดงมหรสพสมโภช การจัดนิทรรศการ และการจัดทำเข็มที่ระลึกพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ

 

ในการนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้คณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติสูงสุด

The post รัฐบาลจัดพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ อย่างสมพระเกียรติ เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ครบ 50 วัน ถวายพระราชกุศลแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ https://thestandard.co/government-merit-princess/ Thu, 30 Jul 2026 02:55:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1236329 นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ถวายพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันนี้ (30 กรกฎาคม) เวลา 07.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายก […]

The post รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ครบ 50 วัน ถวายพระราชกุศลแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ถวายพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันนี้ (30 กรกฎาคม) เวลา 07.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ครบ 50 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในทำเนียบรัฐบาลเข้าร่วมพิธี ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

 

โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นเจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์สวดพระพุทธมนต์

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีถวายเครื่องไทยธรรมและปิ่นโตภัตตาหารแด่พระสงฆ์ นายกรัฐมนตรีทอดผ้าไตรบังสุกุล จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ประธานสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถา และนำเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศลเป็นเวลา 47 วินาที พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำรับพร กราบพระรัตนตรัย และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

 

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรีพร้อมผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมพิธีตักบาตร โดยมีพระสงฆ์จำนวน 10 รูป ออกรับบิณฑบาต ณ บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี (หลังนอก)

 

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ถวายพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 1นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ถวายพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 2นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ถวายพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 3นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ถวายพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 4นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ถวายพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 5นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ถวายพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 6นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ถวายพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 7

The post รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ครบ 50 วัน ถวายพระราชกุศลแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาคมนานาชาติร่วมรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ https://thestandard.co/princess-bajrakitiyabha-justice-legacy/ Mon, 20 Jul 2026 12:51:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1233060 ภาพผู้แทนจากนานาชาติและองค์กรต่างๆ ร่วมงานรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ

UNODC และ TIJ จัดงาน A Legacy of Justice and Compassion […]

The post ประชาคมนานาชาติร่วมรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้แทนจากนานาชาติและองค์กรต่างๆ ร่วมงานรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ

UNODC และ TIJ จัดงาน A Legacy of Justice and Compassion ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ ผู้แทนกว่า 250 คนร่วมรำลึกถึงพระกรณียกิจด้านข้อกำหนดกรุงเทพ การคุ้มครองผู้เปราะบาง และการส่งเสริมหลักนิติธรรม พร้อมยืนยันสานต่อแนวคิด ‘ความยุติธรรมที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง’

 

 
 

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมจัดงาน A Legacy of Justice and Compassion ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติ รัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ ภาควิชาการ และผู้ปฏิบัติงานด้านกระบวนการยุติธรรมกว่า 250 คน จาก 17 ประเทศเข้าร่วม

 

ภาพผู้แทนจากนานาชาติและองค์กรต่างๆ ร่วมงานรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ 1

 

งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณและพระปณิธานด้านความยุติธรรมของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือพหุภาคีด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา การคุ้มครองผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง และการเชื่อมโยงหลักนิติธรรมเข้ากับการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงการทรงดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของ UNODC ด้านหลักนิติธรรมและระบบยุติธรรมทางอาญาสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ปี 2560

 

‘ความยุติธรรม’ ต้องคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

 

Shombi Sharp รองเลขาธิการบริหาร ESCAP ด้านหุ้นส่วนและการประสานงาน กล่าวยกย่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ในฐานะนักกฎหมาย นักการทูต และนักมนุษยธรรม ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความยุติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความเมตตากรุณา โดยเฉพาะการมีส่วนสำคัญต่อข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) และการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 16 ว่าด้วยสันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง

 

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ทรงเชื่อมั่นเสมอว่า ความยุติธรรมมิใช่เพียงเรื่องของกฎหมายหรือสถาบัน หากแต่คือการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การเปิดโอกาสให้ทุกคน และการร่วมกันทำให้ไม่มีผู้ใดถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง”

 

ภาพผู้แทนจากนานาชาติและองค์กรต่างๆ ร่วมงานรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ 2

 

Sharp ยืนยันว่า ESCAP จะร่วมกับรัฐบาลไทย องค์การสหประชาชาติ และประชาคมระหว่างประเทศ สืบสานอุดมการณ์ด้านความยุติธรรม ความเมตตา และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งพระองค์ทรงยึดมั่น

 

ด้าน Delphine Schantz ผู้แทนภูมิภาค UNODC ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก กล่าวถึงบทบาทของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ในการยกระดับมาตรฐานสากลด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยชี้ว่าพระองค์ทรงมองเห็น ‘ความเป็นมนุษย์’ ที่อยู่เบื้องหลังนโยบาย สถาบัน และบทกฎหมาย และทรงทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกว่าได้รับการรับฟัง มีคุณค่า และสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

 

ภาพผู้แทนจากนานาชาติและองค์กรต่างๆ ร่วมงานรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ 3

 

ข้อกำหนดกรุงเทพ: จากพระดำริสู่มาตรฐานสากล

 

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการ TIJ กล่าวว่า แม้หลายคนจะรู้จักสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ผ่านข้อกำหนดกรุงเทพ โครงการกำลังใจ TIJ และพระกรณียกิจร่วมกับองค์การสหประชาชาติ แต่แก่นสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้นคือวิธีที่พระองค์ทรงมองผู้คน และพระปรีชาสามารถในการเชื่อมโยงหลักนิติธรรมเข้ากับชีวิต ความยุติธรรมเข้ากับการพัฒนา และประสบการณ์ระดับท้องถิ่นเข้ากับหลักการสากล

 

“สำหรับพระองค์ ความยุติธรรมจะต้องคงไว้ซึ่งความเป็นมนุษย์เสมอ พระองค์ทรงทำให้ความยุติธรรมมีใบหน้าและหัวใจของความเป็นมนุษย์”

 

ภาพผู้แทนจากนานาชาติและองค์กรต่างๆ ร่วมงานรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ 4

 

พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า พระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ทำให้สังคมเห็นว่า กระบวนการยุติธรรมมิได้มีหน้าที่เพียงบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังต้องสร้างโอกาสและคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง

 

ภาพผู้แทนจากนานาชาติและองค์กรต่างๆ ร่วมงานรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ 5

ภาพผู้แทนจากนานาชาติและองค์กรต่างๆ ร่วมงานรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ 6

 

พระดำริของพระองค์มีส่วนสำคัญต่อการผลักดันข้อกำหนดกรุงเทพ หรือข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง ซึ่งสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติรับรองในปี 2553 และนำไปใช้เป็นกรอบอ้างอิงด้านกฎหมายและนโยบายในหลายประเทศ นอกจากนี้ ยังทรงผลักดันแนวทางป้องกันความรุนแรงต่อเด็ก การฟื้นฟูเด็กและเยาวชน ตลอดจนการสร้างโอกาสทางอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่เสี่ยงต่อปัญหายาเสพติดควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย

 

ผู้แทนนานาชาติยืนยันสานต่อพระปณิธาน

 

ภาพผู้แทนจากนานาชาติและองค์กรต่างๆ ร่วมงานรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ 7

 

ภายในงาน ผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ คณะทูต องค์กรระหว่างประเทศ และภาคกระบวนการยุติธรรม ร่วมกล่าวถึงพระกรณียกิจด้านการทูต ความร่วมมือพหุภาคี การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการฟื้นฟูผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง พร้อมเน้นย้ำแนวคิดการมีมนุษย์เป็นศูนย์กลางของความยุติธรรมและการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

 

กิจกรรมยังประกอบด้วยถ้อยแถลงจากผู้ที่เคยถวายงานและร่วมขับเคลื่อนพระดำริในหัวข้อ Creating Opportunities, Social Inclusion, and Sustainable Development และ Protecting and Supporting People in Vulnerable Situations โดยมีผู้แทนจาก UNDP, UNICEF, UN Women, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์แนล, สถาบัน HEUNI, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ตลอดจนองค์กรภาคประชาสังคมและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมของไทยเข้าร่วม

 

ภาพผู้แทนจากนานาชาติและองค์กรต่างๆ ร่วมงานรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ 8

 

ผู้ร่วมงานต่างแสดงเจตนารมณ์ที่จะสานต่อพระปณิธาน ผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศและการทำงานเพื่อสร้างระบบยุติธรรมที่ครอบคลุม เป็นธรรม และคำนึงถึงความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น

 

ดร. พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการ TIJ กล่าวในช่วงท้ายว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ทรงทำให้ผู้ปฏิบัติงานรู้สึกว่างานของตนมีคุณค่า และเชื่อมั่นว่าตนสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าที่คิด ซึ่งสะท้อนภาวะผู้นำที่ตั้งอยู่บนความเข้าอกเข้าใจ

 

“ผมหวังว่า เราจะมิได้พกพาไปเพียงความทรงจำเกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ หากยังรวมถึงแบบอย่างที่พระองค์ทรงวางไว้ นั่นคือ การเป็นผู้นำด้วยความเข้าอกเข้าใจ และการไม่หลงลืมว่าหลังนโยบายทุกประการล้วนมีผู้คนเป็นศูนย์กลาง”

 

ภาพผู้แทนจากนานาชาติและองค์กรต่างๆ ร่วมงานรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ 9

 

งาน A Legacy of Justice and Compassion จึงไม่เพียงเป็นวาระแห่งการรำลึก หากยังเป็นการยืนยันร่วมกันของประชาคมด้านความยุติธรรมว่า พระวิสัยทัศน์เรื่องความยุติธรรม ความเมตตา และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะได้รับการสืบสานผ่านนโยบาย สถาบัน และการปฏิบัติทั้งในประเทศไทยและในระดับนานาชาติต่อไป

The post ประชาคมนานาชาติร่วมรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปล่อยตัว ‘เสก โลโซ’ พักโทษกรณีพิเศษ ติดกำไล EM คุมประพฤติ หลังผ่านโครงการกำลังใจฯ พ้นเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง https://thestandard.co/sek-loso-released-special-parole/ Wed, 24 Jun 2026 05:11:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1222127 เสก โลโซ ขณะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง พร้อมกำไล EM 4

วันนี้ (24 มิถุนายน) เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง อำเภอแก่งก […]

The post ปล่อยตัว ‘เสก โลโซ’ พักโทษกรณีพิเศษ ติดกำไล EM คุมประพฤติ หลังผ่านโครงการกำลังใจฯ พ้นเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสก โลโซ ขณะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง พร้อมกำไล EM 4

วันนี้ (24 มิถุนายน) เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ได้ดำเนินการปล่อยตัว เสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ ‘เสก โลโซ’ ศิลปินนักร้องชื่อดัง ในรูปแบบการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) เพื่อเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ ท่ามกลางแฟนเพลงและสื่อมวลชนที่เดินทางมาติดตามการปล่อยตัวอย่างใกล้ชิด รวมถึงภรรยา และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ด้วย

ดูภาพข่าว ▼ 

กรมราชทัณฑ์เปิดเผยว่า เสกสรรค์เป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดที่รับโทษในคดีครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และเสพยาเสพติด มีกำหนดโทษรวม 2 ปี 12 เดือน 20 วัน เริ่มนับโทษตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 โดยเดิมมีกำหนดพ้นโทษในวันที่ 31 พฤษภาคม 2571

 

ระหว่างถูกคุมขัง เสกสรรค์ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ หลักสูตรการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ภายใต้ ‘โครงการกำลังใจในพระดำริ’ ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ณ เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง เป็นระยะเวลา 5 เดือน ระหว่างวันที่ 23 มกราคม – 23 มิถุนายน 2569 โดยมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์และประพฤติตนอยู่ในระเบียบวินัยของเรือนจำอย่างต่อเนื่อง

 

ต่อมา ภายหลังพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 เสกสรรค์ได้รับการลดโทษตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เป็นเวลา 5 เดือน 20 วัน ส่งผลให้โทษคงเหลือ 2 ปี 6 เดือน 30 วัน และปรับกำหนดวันพ้นโทษใหม่เป็นวันที่ 13 ธันวาคม 2570

 

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษได้มีมติเห็นชอบให้พักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษในการประชุมเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ก่อนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะลงนามอนุมัติเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา

 

สำหรับช่วงเวลาที่เหลือของการรับโทษ เสกสรรค์จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพนักงานคุมประพฤติ และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยมีการติดตั้งกำไลอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จนกว่าจะครบกำหนดพ้นโทษตามกฎหมายในเดือนธันวาคม 2570

 

 

เสก โลโซ ขณะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง พร้อมกำไล EM

เสก โลโซ ขณะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง พร้อมกำไล EM 1เสก โลโซ ขณะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง พร้อมกำไล EM 2เสก โลโซ ขณะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง พร้อมกำไล EM 3

 

ภาพ: อานันท์ ชนมหาตระกูล / Thai News Pix

The post ปล่อยตัว ‘เสก โลโซ’ พักโทษกรณีพิเศษ ติดกำไล EM คุมประพฤติ หลังผ่านโครงการกำลังใจฯ พ้นเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ในหลวง-พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ กษัตริย์จิกมี-ราชินี เสด็จฯ ร่วมอาลัย https://thestandard.co/king-queen-princess-bajrakitiyabha-bhutan-merit/ Thu, 18 Jun 2026 08:52:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1220165 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระราชทานพระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยมีกษัตริย์และราชินีแห่งภูฏานเสด็จฯ ร่วมพิธี

วันนี้ (18 มิถุนายน) เมื่อเวลา 10.07 น. พระบาทสมเด็จพระ […]

The post ในหลวง-พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ กษัตริย์จิกมี-ราชินี เสด็จฯ ร่วมอาลัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระราชทานพระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยมีกษัตริย์และราชินีแห่งภูฏานเสด็จฯ ร่วมพิธี

วันนี้ (18 มิถุนายน) เมื่อเวลา 10.07 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (7 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง

ดูภาพข่าว ▼ 

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

 

ครั้นเมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง เสด็จเข้าพระที่นั่งราชกรัณยสภา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระราชปฏิสันถารกับสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน และสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน ที่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (7 วัน) พระราชทานพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

 

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา แล้วประทับพระราชอาสน์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ถวายศีล จบแล้ว พระสงฆ์ 10 รูป ถวายพรพระ

 

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนภัตตาหารแด่สมเด็จพระราชาคณะ ภัตตาหารนอกนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชวงศ์ และองคมนตรี ทรงประเคนและประเคนพระสงฆ์ตามลำดับ เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

 

จากนั้น เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 11 รูปในจำนวน 47 รูปที่จะสดับปกรณ์เท่าพระชนมายุสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ แล้วสวดมาติกา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรเที่ยวแรก 11 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

 

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงทอดผ้าไตรเที่ยวละ 12 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้อีก 2 เที่ยว จนครบ 47 ไตรเท่าพระชนมายุสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออกและด้านตะวันตกพระที่นั่งพิมานรัตยา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

 

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระราชทานพระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยมีกษัตริย์และราชินีแห่งภูฏานเสด็จฯ ร่วมพิธี 1พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระราชทานพระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยมีกษัตริย์และราชินีแห่งภูฏานเสด็จฯ ร่วมพิธี 2พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระราชทานพระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยมีกษัตริย์และราชินีแห่งภูฏานเสด็จฯ ร่วมพิธี 3พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระราชทานพระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยมีกษัตริย์และราชินีแห่งภูฏานเสด็จฯ ร่วมพิธี 4พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระราชทานพระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยมีกษัตริย์และราชินีแห่งภูฏานเสด็จฯ ร่วมพิธี 5พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระราชทานพระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยมีกษัตริย์และราชินีแห่งภูฏานเสด็จฯ ร่วมพิธี 6พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระราชทานพระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยมีกษัตริย์และราชินีแห่งภูฏานเสด็จฯ ร่วมพิธี 7พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระราชทานพระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยมีกษัตริย์และราชินีแห่งภูฏานเสด็จฯ ร่วมพิธี 8

The post ในหลวง-พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ กษัตริย์จิกมี-ราชินี เสด็จฯ ร่วมอาลัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
วุฒิสภา-สภาผู้แทนราษฎร จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร น้อมถวายพระกุศลแด่ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภาฯ’ https://thestandard.co/parliament-princess-bajrakitiyabha/ Wed, 17 Jun 2026 04:00:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1219394 พิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา

สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำโดย มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา […]

The post วุฒิสภา-สภาผู้แทนราษฎร จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร น้อมถวายพระกุศลแด่ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภาฯ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา

สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำโดย มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร 7 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

 

โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ จากนั้นประธานวุฒิสภาและผู้เข้าร่วมพิธีได้ถวายไทยธรรมและปิ่นโตภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และทอดผ้าไตรบังสกุล ประธานสงฆ์ได้นำเจริญจิตภาวนาอุทิศถวายเป็นพระกุศลเป็นเวลา 1 นาที ก่อนจะนำ สว. ผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ตักบาตร ณ บริเวณพิธี หน้าริมท่าน้ำเจ้าพระยา อาคารรัฐสภา โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จำนวน 10 รูปเดินรับบิณฑบาต

 

ในวันเดียวกันนี้ (17 มิถุนายน) ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นำข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศถวายในวาระครบ 7 วัน หรือ สัตตมวารการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศล และเพื่อร่วมกันน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้

 

ทั้งนี้ สัตมวารครบ 7 วัน ตรงกับวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ขณะที่ปัณรสมวาร ครบ 15 วัน จะตรงกับวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ปัญญาสมวาร ครบ 50 วัน จะตรงกับวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 และ สตมวาร ครบ 100 วัน จะตรงกับวันที่ 18 กันยายน 2569

 

พิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา 1พิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา 2พิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา 3พิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา 4พิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา 5พิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา 6พิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา 7

The post วุฒิสภา-สภาผู้แทนราษฎร จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร น้อมถวายพระกุศลแด่ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภาฯ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลทำบุญสัตตมวารครบ 7 วัน ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ https://thestandard.co/government-merit-princess-bajrakitiyabha/ Wed, 17 Jun 2026 03:04:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1219371 ภาพคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันนี้ (17 มิถุนายน) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนต […]

The post รัฐบาลทำบุญสัตตมวารครบ 7 วัน ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันนี้ (17 มิถุนายน) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะรัฐมนตรี อาทิ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

 

ร่วมกันประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ครบ 7 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยนิมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์รวม 20 รูป ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลภายในตึกสันติไมตรี ก่อนร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์ 20 รูป หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

 

ภาพคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 1ภาพคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 2ภาพคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 3ภาพคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 4ภาพคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 5ภาพคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 6ภาพคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 7ภาพคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 8ภาพคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 9

The post รัฐบาลทำบุญสัตตมวารครบ 7 วัน ถวายเป็นพระกุศลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุณพลเผยความทรงจำถึง ‘นายน้อย’ สะท้อนมุมมองชีวิต ‘พระองค์ภา’ ภายใต้ความคาดหวังของสังคม https://thestandard.co/karunpol-princess-bajrakitiyabha-memories/ Wed, 17 Jun 2026 00:42:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1219271 ภาพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงฉายพระรูป

กรุณพล เทียนสุวรรณ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โ […]

The post กรุณพลเผยความทรงจำถึง ‘นายน้อย’ สะท้อนมุมมองชีวิต ‘พระองค์ภา’ ภายใต้ความคาดหวังของสังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงฉายพระรูป

กรุณพล เทียนสุวรรณ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถ่ายทอดความทรงจำส่วนตัวและความรู้สึกต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งตนเองเรียกว่า ‘นายน้อย’ ในฐานะพระเจ้าหลานเธอของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

 

กรุณพลระบุในโพสต์ว่า ตนเองได้มีโอกาสรู้จักกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในฐานะคนหนุ่มสาวคนหนึ่งที่มีพลัง มีความฝัน มีเสียงหัวเราะ และมีน้ำตา

 

โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ได้เห็นความทุ่มเทกับทุกสิ่งที่ทำ ทั้งการเรียนอย่างจริงจังและการทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ส่วนในเวลาส่วนตัวก็มีความสนุกสนานเต็มที่และมีเสียงหัวเราะที่ดังฟังชัดอยู่เสมอ

 

นอกจากนี้ กรุณพลยังได้เปิดเผยถึงบทสนทนาในคืนหนึ่งที่ได้พูดคุยกันทั้งเรื่องจริงจังและเรื่องทั่วไป รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรื่องอนาคตของกันและกัน โดยบุคคลดังกล่าวได้เล่าถึงความเหนื่อยล้าของการแบกรับความคาดหวังจากผู้คนมากมาย สะท้อนให้เห็นถึงหัวใจที่รู้สึกเหนื่อย รู้สึกเดียวดาย และต้องการมิตรภาพที่แท้จริงเหมือนบุคคลทั่วไป

 

“ท่านร้องไห้เป็น ท่านหัวเราะเป็น ท่านรู้จักความอ่อนแอของตัวเอง แต่ไม่เคยปล่อยให้ความอ่อนแอนั้นมาหยุดยั้งสิ่ง ที่ท่านตั้งใจจะทำ”

 

“ภาพที่ติดตาเราไม่เคยลืม คือการไปยืนอยู่ขอบสนามแข่งม้า ดูท่านแข่งขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวที่ท่านถูกม้าดีดจนตกจากหลังม้า แต่หลายครั้งจนเราคิดว่าถ้าเป็นตัวเองคงเลิกเล่นแน่ๆ แต่ท่านไม่เคยยอมแพ้ และพูดเสมอว่าเจ็บแป๊ปเดียวเดี๋ยวก็หาย”

 

สำหรับประเด็นด้านการศึกษา กรุณพลได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อตอบโต้กระแสข่าวลือในสังคมที่ว่ามีการปล่อยเกรดในมหาวิทยาลัยเนื่องจากสถานะทางราชวงศ์ โดยอธิบายว่าในความเป็นจริงทุกครั้งที่เพื่อนๆ เดินทางไปหาที่วัง มักจะต้องนั่งรอเป็นเวลาหลายชั่วโมง เนื่องจากท่านต้องติวหนังสือกับอาจารย์พิเศษในวิชาต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแบกรับภาระอันหนักอึ้งในอนาคต แม้จะถูกนินทาหรือมีการสร้างเรื่องเท็จมาใส่ร้ายแต่ก็ไม่ได้ทรงสนใจ โดยมักจะพูดเสมอว่าไม่สามารถห้ามใครคิดไม่ดีได้

 

“เวลาอยู่ในงานหลวง ท่านคือนายน้อยที่น่านับถือและเป็นแบบอย่างที่ดี แต่เมื่อเป็นเวลาส่วนตัว ท่านคือเพื่อนที่พร้อมรับฟังและสนุกสนานไปด้วยกัน

 

“วันนี้ไม่มีคำไหนจะอธิบายถึงความสูญเสียที่เรารู้สึก มีเพียงความทรงจำที่จะเก็บรักษาไว้ตลอดไป และความปรารถนาให้ท่านได้พักผ่อนอย่างสงบจากทุกภาระที่ท่านแบกมาตลอดชีวิต

 

“ขอบคุณนายน้อยที่เคยให้พี่ได้รู้จักท่านในแบบที่แท้จริงที่สุด อยากบอกว่าคิดถึงและหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ พี่หยำแหยะ ของน้องโจ้”

 

อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/1EH4JpGkMj/

The post กรุณพลเผยความทรงจำถึง ‘นายน้อย’ สะท้อนมุมมองชีวิต ‘พระองค์ภา’ ภายใต้ความคาดหวังของสังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. ร่วมกันยืนสงบนิ่ง น้อมถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภาฯ’ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ https://thestandard.co/senators-mourn-princess-bajrakitiyabha/ Mon, 15 Jun 2026 05:51:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1218458 ภาพสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย

ในการประชุมวุฒิสภาวันนี้ (15 มิถุนายน) ที่มี มงคล สุระส […]

The post สว. ร่วมกันยืนสงบนิ่ง น้อมถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภาฯ’ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย

ในการประชุมวุฒิสภาวันนี้ (15 มิถุนายน) ที่มี มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระปกติ มงคลได้เชิญให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อน้อมถวายความอาลัย และน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อันหาที่สุดไม่ได้

 

โดยประธานการประชุมได้แจ้งต่อที่ประชุมให้รับทราบประกาศสำนักพระราชวัง ลงวันที่ 12 มิถุนายน เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์

 

ทั้งนี้ ในระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภาวันนี้ มีการตอบกระทู้ถามของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนเข้าสู่วาระพิจารณาเรื่องด่วน ให้ความเห็นชอบ นพดล เภรีฤกษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และเตรียมพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จำนวน 9 คน

 

ภาพสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย 1ภาพสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย 2ภาพสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย 3ภาพสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย 4

The post สว. ร่วมกันยืนสงบนิ่ง น้อมถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภาฯ’ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ กับบทบาทผลักดัน ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในระดับสากล https://thestandard.co/princess-bajrakitiyabha-bangkok-rules-women-prisoners/ Sun, 14 Jun 2026 06:30:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1218164 พระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมข้อความเกี่ยวกับบทบาทผลักดัน ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’

“ข้าพเจ้าได้เรียนรู้โดยตรงถึงความทุกข์ยากที่ผู้หญิงเหล่ […]

The post เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ กับบทบาทผลักดัน ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในระดับสากล appeared first on THE STANDARD.

]]>
พระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมข้อความเกี่ยวกับบทบาทผลักดัน ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’

“ข้าพเจ้าได้เรียนรู้โดยตรงถึงความทุกข์ยากที่ผู้หญิงเหล่านี้ต้องเผชิญ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุตรหลานของพวกเธอ ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่มักถูกครอบครัวกีดกันและไม่ได้รับโอกาสอย่างเพียงพอ…และบ่อยครั้ง นักโทษหญิงยังต้องตกเป็นเหยื่อซ้ำในขณะที่ต้องรับโทษอยู่ในเรือนจำ”

 

ส่วนหนึ่งของพระดำรัส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ หลังได้เข้าเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลางกรุงเทพฯ ใน พ.ศ. 2544

 

พระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมข้อความเกี่ยวกับบทบาทผลักดัน ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’ 1

 

ความพยายามอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ จนนำไปสู่การรับรอง ‘ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่ไม่ใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำความผิดหญิง (United Nations Rules for the Treatment of Women Prisoners and Non-Custodial Measures for Women Offenders)’ หรือที่รู้จักในชื่อ ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules)’ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงมีความสนพระทัยในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง และเด็กในกระบวนการยุติธรรม

 

ก่อนเสด็จไปทรงศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล ประเทศสหรัฐอเมริกา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ได้เสด็จเยี่ยมชมและประทานสิ่งของแก่ผู้ต้องขังหญิง และเด็กติดผู้ต้องขัง ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2544 จึงทำให้ทรงตระหนักว่า สถานะของผู้หญิงในเรือนจำหรือสถานคุมขังนั้นมีความแตกต่างจากผู้ต้องขังชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ต้องขังหญิงที่กำลังตั้งครรภ์และผู้ที่เพิ่งคลอดบุตร

 

การได้สัมผัสกับชีวิตของผู้ต้องขังที่ขาดโอกาส ทำให้พระองค์เห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในมิตินี้ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลพระทัยในการให้ความช่วยเหลือประชากรกลุ่มเปราะบางเหล่านี้ และริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงและเด็กติดผู้ต้องขัง โดยมีกระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

ภายหลังสำเร็จการศึกษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ได้รับตำแหน่งเลขานุการเอก คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และทรงเป็นผู้แทนประเทศไทยในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 60 ใน พ.ศ. 2548

 

ใน พ.ศ. 2549 ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการประจำจังหวัด ทำให้ทรงทราบถึงสถานการณ์ยากลำบากของประชาชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ ทรงมีพระดำริให้เริ่มจัดตั้งโครงการ ‘กำลังใจ’ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือ ดูแลด้านสุขภาพ และให้สนับสนุนด้านจิตใจแก่ผู้ต้องขังหญิง ทั้งในขณะจำคุกและภายหลังได้รับการปล่อยตัว โดยมุ่งเน้นการให้โอกาสผู้ต้องขังหญิงในการกลับคืนสู่สังคม ตลอดจนส่งเสริมให้สังคมไทยได้เข้าใจปัญหาของผู้ที่เคยทำผิดพลาดที่ต้องการโอกาสเริ่มต้นใหม่

 

เมื่อการดำเนินโครงการมีพัฒนาการมาระยะหนึ่ง โปรดให้จัดนิทรรศการ ‘Inspire’ เพื่อนำเสนอโครงการกำลังใจ ที่โถง Rotunda ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเวียนนา ระหว่างสมัยการประชุมคณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (Commission on Crime Prevention and Criminal Justice – CCPCJ) สมัยที่ 17 ทำให้ทั่วโลกได้เห็นว่าผู้หญิงในเรือนจำมีปัญหาและข้อท้าทายในมิติด้านเพศภาพระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ เนื่องจากมีความต้องการที่แตกต่างจากผู้ต้องขังชาย

 

นิทรรศการครั้งนั้นจุดประกายความสนใจในบรรดาผู้แทนประเทศ นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานในองค์กรภาคประชาสังคมระหว่างประเทศ จนเกิดความตระหนักรู้ร่วมกันถึงปัญหา และความจำเป็นที่ควรยกระดับแนวทางในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงให้เป็นมาตรฐานสากลและสอดรับกับมิติด้านเพศสภาพมากยิ่งขึ้น โดยใช้แนวทางการประสานความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ

 

จากความสำเร็จของโครงการกำลังใจ กระทรวงยุติธรรมจึงได้จัดตั้งโครงการ ‘Enhancing Lives of Female Inmates (ELFI)’ หรือ ‘โครงการจัดทำข้อเสนอในนามประเทศไทยเพื่อผลักดันให้เป็นข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง’ เมื่อ พ.ศ. 2551 โดยเป็นโครงการระดับนานาชาติที่มุ่งต่อยอดความสำเร็จจากการช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิง ภายในประเทศไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในระดับสากล

 

ด้วยยุทธศาสตร์การทูตเชิงรุก ผ่านการเจรจาโน้มน้าวและแสวงหาความร่วมมือทั้งจากกลุ่มนักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานราชทัณฑ์ รวมทั้งผู้แทนประเทศต่างๆ ในเวทีสหประชาชาติ ทำให้การจัดทำ ‘ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่ไม่ใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำความผิดหญิงประสบผลสำเร็จ และได้รับการรับรองจากที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 65 ในปี พ.ศ. 2553

 

โดยองค์การสหประชาชาติต้องการให้เกียรติประเทศไทยในฐานะเป็นผู้ริเริ่มผลักดัน จึงเรียกชื่อย่อของข้อกำหนดฉบับนี้ว่า ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’

 

ภายหลังการรับรองข้อกำหนดกรุงเทพ นานาประเทศรวมถึงประเทศไทย องค์การระหว่างประเทศ หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมได้ริเริ่มส่งเสริมให้มีการนำเอาข้อกำหนดกรุงเทพไปปรับใช้

 

ความสำคัญของข้อกำหนดกรุงเทพ

 

ข้อกำหนดกรุงเทพ เป็นมาตรฐานสหประชาชาติฉบับแรกในโลกที่มุ่งดูแลความต้องการเฉพาะของเพศหญิง โดยมีเนื้อหาครอบคลุมการบริหารจัดการเรือนจำตั้งแต่การรับตัวผู้ต้องขัง การดูแลสุขอนามัยและสุขภาพ การดูแลความปลอดภัยและความมั่นคง การปฏิบัติและดูแลผู้ต้องขังพิเศษอย่างผู้ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนหรือพิจารณาคดี เด็กผู้หญิงในเรือนจำ ชาวต่างชาติ ชนกลุ่มน้อยและชนพื้นเมือง การฟื้นฟูเยียวยาในเรือนจำ รวมไปถึงการคุ้มครองผู้หญิงที่ทำงานในราชทัณฑ์

 

ข้อกำหนดกรุงเทพได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และมีการนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิง เด็ก และกลุ่มเปราะบางในเรือนจำโดยรวม เช่นการปรับปรุงสถานที่คุมขังให้สนองความต้องการตามเพศภาวะ การบริการสาธารณสุข และการฝึกทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับเพศภาวะเพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นคง ลดการตีตรา และลดการกระทำผิดซ้ำ

 

แนวคิดการพัฒนาข้อกำหนดกรุงเทพตั้งอยู่บนหลักการที่ว่า ผู้ต้องขังหญิงและผู้กระทำผิดหญิงมีความต้องการเฉพาะด้านที่ต่างไปจากผู้ต้องขังชาย และเนื่องจากผู้ต้องขังหญิงเป็นประชากรกลุ่มน้อยในกระบวนการยุติธรรม ทำให้เรือนจำในประเทศต่างๆ มักถูกออกแบบขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการเฉพาะด้านของผู้หญิง อาทิ เรื่องสุขอนามัย สุขภาพผู้หญิง การดูแลเด็กติดผู้ต้องขัง ทำให้การดูแลผู้ต้องขังหญิงในหลายประเทศ ยังขาดความละเอียดอ่อนด้านเพศสภาพ (Gender Sensitivity)

 

การเปลี่ยนแปลงในองค์ประกอบประชากรผู้ต้องขังในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมานั้น ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของเรือนจำในการตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะด้านของผู้ต้องขังหญิง ด้วยจำนวนผู้ต้องขังหญิงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นานาประเทศจึงตระหนักในความจำเป็นที่จะต้องมีข้อแนะนำเพื่อเป็นมาตรฐาน สำหรับผู้ปฏิบัติงานราชทัณฑ์ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกลุ่มนี้

 

การจัดทำร่างข้อเสนของอประเทศไทยเพื่อผลักดันเป็นข้อกำหนดสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์สร้างความแตกต่างหรือเลือกปฏิบัติ แต่เน้นให้เกิดมีมาตรฐานความเท่าเทียมกันในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทั้งสองเพศเท่านั้น โดยไม่ได้มุ่งให้มีการลบล้าง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง ฉบับปี ค.ศ. 1955 แต่จะให้เป็นแนวทางเพิ่มเติมในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงสำหรับเรือนจำของประเทศต่างๆ โดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นที่เป็นความแตกต่างและความต้องการที่เพศหญิงมีและต่างไปจากเพศชาย

 

อีกทั้งร่างข้อกำหนดฉบับนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นที่จะทำให้ผู้ต้องขังหญิงมีอภิสิทธิ์เหนือผู้ต้องขังชาย หรือได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่า แต่มุ่งจะเติมในส่วนที่ผู้ต้องขังสตรีขาดโอกาสหรือถูกละเลย เพื่อให้ได้รับในสิ่งที่พึงจะได้รับอย่างเท่าเทียมกันเท่านั้น

 

โดยข้อกำหนดกรุงเทพจะเป็นส่วนเพิ่มเติมที่สอดคล้อง กับข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติ สำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง ค.ศ.1955 (UN Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners : SMR) รวมถึงข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดโดยไม่ใช้เรือนจำ (UN Standard Minimum Rules for Non-custodial Measures หรือข้อกำหนดโตเกียว (Tokyo Rules) ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและผู้กระทำผิดหญิงเป็นไปอย่างเคารพซึ่งสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

 

ข้อกำหนดกรุงเทพ มุ่งเน้นการวางแนวปฏิบัติในประเด็นที่เป็นความแตกต่างและความต้องการที่เพศหญิงมีและต่างไปจากเพศชาย ซึ่งเนื้อหาของข้อกำหนดสหประชาชาตินั้น ได้มาจากการศึกษาผลงานการศึกษาวิจัยในเรื่องการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงทั่วโลก และยังได้นำเอากฎหมายและข้อกำหนดระหว่างประเทศว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงหลายฉบับมาเพื่ออ้างอิงและกลั่นกรองให้เนื้อหาของข้อกำหนดสหประชาชาติ มีความสอดคล้องและสามารถใช้ร่วมกันได้กับกฎหมายและข้อกำหนดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ เพื่อให้ข้อกำหนดกรุงเทพ มีเนื้อหาที่ครอบคลุมถึงผู้กระทำผิดหญิงและผู้ต้องขังหญิงทุกประเภท และการปฏิบัติที่ควรจะเป็นต่อผู้ต้องขังหญิงเหล่านั้น รวมไปถึงการเปิดโอกาสให้ชุมชนและสังคมโดยรวมเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้

 

1.ข้อกำหนดทั่วไป (Rules of General Application) ซึ่งว่าด้วยการบริหารจัดการเรือนจำโดยทั่วไป และใช้กับผู้กระทำผิดเพศหญิงที่อยู่ในระหว่างการควบคุมทุกประเภท ทุกสถานะคดี ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา รวมไปถึงผู้หญิงที่ถูกควบคุมด้วยมาตรการเพื่อความปลอดภัยหรือมาตรการกักกัน (Security Measures or Corrective Measures)

 

2.ข้อกำหนดที่ใช้สำหรับผู้ต้องขังลักษณะพิเศษ (Rules Applicable to Special Categories) ซึ่งเป็นส่วนที่ว่าด้วยการจำแนกลักษณะและการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงที่มีลักษณะพิเศษแต่ละประเภท เช่น ผู้ต้องขังที่เคยเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรง ผู้ต้องขังที่ตั้งครรภ์ และผู้ต้องขังซึ่งเป็นชนพื้นเมือง ชนกลุ่มน้อย หรือชนเผ่า โดยแบ่งออกเป็นส่วน A ข้อกำหนดที่ใช้กับผู้ต้องขังที่มีกำหนดโทษ และส่วน B ข้อกำหนดที่ใช้กับผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาและสอบสวน ซึ่งข้อกำหนดในส่วน A นั้น สามารถนำมาใช้กับผู้ต้องขังตามส่วน B ได้เท่าที่จะไม่เป็นการขัดกัน หรือเพื่อประโยชน์เป็นการเฉพาะของผู้ต้องขังหญิงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

 

3.มาตรการในการลงโทษโดยไม่ใช้เรือนจำ (Non-Custodial Sanctions and Measures) มุ่งใช้บังคับกับผู้กระทำผิดหญิงที่กระทำความผิดไม่รุนแรง ประกอบกับมีปัจจัยทางกายภาพที่ไม่เหมาะกับการถูกคุมขัง เช่น เยาวชนหญิง และผู้กระทำผิดที่ตั้งครรภ์ โดยข้อกำหนดในส่วนที่ 3 นี้ สามารถใช้บังคับได้ตั้งแต่ในชั้นการสอบสวน จนกระทั่งหลังมีคำพิพากษา

 

4.การวิจัย การวางแผน การประเมินผล และการสร้างการรับรู้ในหมู่ประชาชน (Research, Planning, Evaluation and Public Awareness Raising) เป็นข้อกำหนดที่สนับสนุนให้มีการวิเคราะห์วิจัยถึงพฤติกรรมและพฤติการณ์เกี่ยวข้องต่างๆ ที่เป็นปัจจัยให้เกิดการกระทำผิดในกลุ่มผู้หญิง รวมถึงการศึกษาผลกระทบจากการถูกคุมขังที่มีต่อผู้ต้องขังและบุตร

 

นอกจากนี้ ยังต้องการให้มีการกำหนดกิจกรรมที่จะลดการกระทำผิดซ้ำ อันเป็นส่วนหนึ่งของการส่งคนดีกลับคืนสู่สังคม โดยการดำเนินการต่างๆ ดังกล่าวนี้ จะต้องมีการเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รับทราบ โดยอาศัยความร่วมมือจากบรรดาสื่อสารมวลชน

 

อ้างอิง :

The post เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ กับบทบาทผลักดัน ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในระดับสากล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานน้ำสรงพระศพ-สถาปนาพระเกียรติยศเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ https://thestandard.co/king-queen-princess-funeral-honor/ Sun, 14 Jun 2026 02:33:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1218077 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพระราชพิธีพระราชทานน้ำสรงพระศพและสถาปนาพระเกียรติยศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันนี้ (13 มิถุนายน) เวลา 17.10 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอ […]

The post ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานน้ำสรงพระศพ-สถาปนาพระเกียรติยศเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพระราชพิธีพระราชทานน้ำสรงพระศพและสถาปนาพระเกียรติยศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันนี้ (13 มิถุนายน) เวลา 17.10 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ไปพระราชทานน้ำสรงพระศพ และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวด

 

พระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง

 

ในการนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จในการนี้ด้วย

 

ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาพระเกียรติยศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าพนักงานจัดเศวตฉัตร 7 ชั้น กางกั้นพระโกศ พระราชทานเป็นเครื่องเฉลิมพระเกียรติยศให้ปรากฏสืบไป

 

จบแล้ว เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่กลองชนะ ปี่พาทย์ กองทหารเกียรติยศพระศพถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย

 

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

 

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ ทรงกราบ เสร็จแล้ว ทรงทอดผ้าไตร 11 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

 

จากนั้น ทรงทอดผ้าไตร 12 ไตร อีกจำนวน 3 เที่ยว จนครบ 47 ไตร เท่าพระชนมายุ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

 

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระแท่นเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออกและด้านตะวันตก พระที่นั่งพิมานรัตยา แล้วทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ เมื่อครบ 4 จบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรพระราชาคณะ 1 รูป ที่ถวายอดิเรก และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 8 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลาเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จลงจากพระที่นั่งพิมานรัตยา ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

 

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพระราชพิธีพระราชทานน้ำสรงพระศพและสถาปนาพระเกียรติยศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 1พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพระราชพิธีพระราชทานน้ำสรงพระศพและสถาปนาพระเกียรติยศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 2พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพระราชพิธีพระราชทานน้ำสรงพระศพและสถาปนาพระเกียรติยศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 3พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพระราชพิธีพระราชทานน้ำสรงพระศพและสถาปนาพระเกียรติยศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 4พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพระราชพิธีพระราชทานน้ำสรงพระศพและสถาปนาพระเกียรติยศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 5พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพระราชพิธีพระราชทานน้ำสรงพระศพและสถาปนาพระเกียรติยศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 6พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพระราชพิธีพระราชทานน้ำสรงพระศพและสถาปนาพระเกียรติยศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 7พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพระราชพิธีพระราชทานน้ำสรงพระศพและสถาปนาพระเกียรติยศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 8

The post ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานน้ำสรงพระศพ-สถาปนาพระเกียรติยศเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพแห่งความอาลัย ขบวนพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง https://thestandard.co/princess-bajrakitiyabha-procession-grand-palace/ Sat, 13 Jun 2026 11:07:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1218058 ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย

วันนี้ (13 มิถุนายน) ประมวลภาพบรรยากาศการเคลื่อนพระศพสม […]

The post ประมวลภาพแห่งความอาลัย ขบวนพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย

วันนี้ (13 มิถุนายน) ประมวลภาพบรรยากาศการเคลื่อนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ภายในพระบรมมหาราชวัง เพื่อประกอบพระราชพิธีพระศพตามโบราณราชประเพณี

 

ริ้วขบวนพระศพเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อเวลา 16.26 น. โดยอัญเชิญพระศพด้วยรถยนต์พระที่นั่ง Volkswagen Caravelle VR6 ทะเบียน 1ด-0929 หรือที่เป็นที่รู้จักในชื่อ ‘รถยนต์พระที่นั่งเจมส์ บอนด์’

 

นับเป็นรถยนต์พระที่นั่งคันประวัติศาสตร์ เคยใช้อัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปี 2559 และพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อปี 2568

 

ตลอดระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ตามริ้วขบวนพระศพ ขณะที่พสกนิกรจำนวนมากพร้อมใจกันสวมชุดดำ เฝ้ารับเสด็จและถวายความอาลัยอย่างสงบตลอดสองข้างทาง

 

กระทั่งเวลา 17.02 น. ขบวนพระศพได้เคลื่อนถึงพระที่นั่งพิมานรัตยา ภายในพระบรมมหาราชวัง เพื่อประกอบพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี โดยตลอดเส้นทางมีข้าราชบริพาร ข้าราชการ และประชาชนออกมาน้อมส่งเสด็จและถวายความอาลัยอย่างเนืองแน่น

 

เส้นทางการเคลื่อนพระศพเริ่มจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผ่านถนนอังรีดูนังต์ ถนนพระราม 4 ถนนพญาไท ถนนศรีอยุธยา ถนนราชดำเนิน และถนนหน้าพระลาน ก่อนเข้าสู่พระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเข้มงวดตลอดเส้นทาง

 

ภาพแห่งความจงรักภักดีและความอาลัยที่ปรากฏตลอดการเคลื่อนพระศพในครั้งนี้ สะท้อนถึงพระกรุณาธิคุณและพระกรณียกิจนานัปการที่ทรงอุทิศเพื่อประเทศชาติและประชาชน อันยังคงอยู่ในความทรงจำของพสกนิกรชาวไทยตราบนานเท่านาน

 

ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 1ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 2ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 3ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 4ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 5ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 6ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 7ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 8ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 9ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 10ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 11ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 12ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 13ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 14ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 15ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 16ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 17ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 18ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 19ภาพขบวนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนผ่านประชาชนที่เฝ้ารอถวายความอาลัย 20

The post ประมวลภาพแห่งความอาลัย ขบวนพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนัน ร่วมถวายความอาลัยเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ รพ.จุฬาฯ ก่อนเคลื่อนพระศพสู่พระบรมมหาราชวัง https://thestandard.co/yoschanan-bajrakitiyabha-procession/ Sat, 13 Jun 2026 06:25:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1217974 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ถวายความอาลัยหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

วันนี้ (13 มิถุนายน) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐ […]

The post ยศชนัน ร่วมถวายความอาลัยเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ รพ.จุฬาฯ ก่อนเคลื่อนพระศพสู่พระบรมมหาราชวัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ถวายความอาลัยหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

วันนี้ (13 มิถุนายน) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินทางมายังโถงชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายความอาลัยหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

 

ทั้งนี้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้จัดสถานที่บริเวณดังกล่าวเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมลงนามและถวายความอาลัย โดยมีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับในเวลา 15.45 น. จะมีการเคลื่อนขบวนเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ภายในพระบรมมหาราชวัง ตามกำหนดการพระราชพิธี

 

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ถวายความอาลัยหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ถวายความอาลัยหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 2ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ถวายความอาลัยหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 3ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ถวายความอาลัยหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 4

The post ยศชนัน ร่วมถวายความอาลัยเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ รพ.จุฬาฯ ก่อนเคลื่อนพระศพสู่พระบรมมหาราชวัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ นำคณะรัฐมนตรี ถวายน้ำสรงพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ https://thestandard.co/pm-cabinet-princess-bajrakitiyabha/ Sat, 13 Jun 2026 03:47:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1217919 นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันนี้ (13 มิถุนายน) เวลา 08.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นาย […]

The post นายกฯ นำคณะรัฐมนตรี ถวายน้ำสรงพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันนี้ (13 มิถุนายน) เวลา 08.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมภริยา และคณะรัฐมนตรี เข้าถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

 

นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 1นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 2นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 3นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 4นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 5นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 6นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 7

The post นายกฯ นำคณะรัฐมนตรี ถวายน้ำสรงพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมภาพพระกรณียกิจในเวทีโลกของ ‘พระองค์ภา’ เจ้าฟ้านักกฎหมายผู้มีบทบาทสำคัญในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาระดับโลก https://thestandard.co/princess-bajrakitiyabha-global-justice/ Sat, 13 Jun 2026 03:42:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1217908 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในเวทีโลกด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี […]

The post รวมภาพพระกรณียกิจในเวทีโลกของ ‘พระองค์ภา’ เจ้าฟ้านักกฎหมายผู้มีบทบาทสำคัญในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในเวทีโลกด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงสำเร็จการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ใน พ.ศ. 2543 หลังจากนั้น ทรงรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายที่กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม ก่อนเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์แนล ประเทศสหรัฐอเมริกา ทรงจบการศึกษาปริญญาเอกใน พ.ศ. 2548

 

พระองค์มีบทบาทสำคัญในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ทรงให้ความสำคัญกับสิทธิของกลุ่มผู้มีความเปราะบาง การแก้ปัญหาอาชญากรรมโดยมองคนเป็นศูนย์กลางและมองอย่างองค์รวม (Holistic Approach)

 

ทรงชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างความยุติธรรม หลักนิติธรรม และการพัฒนา ทำให้เห็นว่า ในการจัดการปัญหาอาชญากรรมในสังคม จำเป็นต้องพิจารณาตั้งแต่ต้นเหตุแห่งปัญหา ครอบคลุมไปถึงการดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การบำบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดเพื่อกลับคืนสู่สังคม ซึ่งจะช่วยป้องกันมิให้เกิดการกระทำผิดซ้ำด้วย

 

พระองค์ยังเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะผู้ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน นักการทูต และนักกฎหมาย ผู้ขับเคลื่อนให้เกิดมาตรฐานระหว่างประเทศที่เป็นคุณประโยชน์และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก

 

ผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในเวทีโลก อาทิ

 

1.การผลักดันข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง หรือ ข้อกำหนดกรุงเทพ (United Nations Rules for the Treatment of Women Prisoners and Non-Custodial Measures for Women Offenders)

 

2.การผลักดันหลักนิติธรรมให้ได้รับการบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของวาระการพัฒนาหลังปี 2015 นำไปสู่การกำหนดเป็น เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 16 (SDG 16)

 

3.การผลักดันการเจรจาร่างข้อมติสู่การรับรองแนวทางสหประชาชาติเพื่อการพัฒนาทางเลือก (United Nations Guiding Principles on Alternative Development)

 

4.การผลักดันยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อเด็กในด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (United Nations Model Strategies and Practical Measures on the Elimination of Violence against Children in the Field of Crime Prevention and Criminal Justice)

 

พระกรณียกิจด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สะท้อนให้เห็นถึงพระวิสัยทัศน์ที่ว่า ความยุติธรรมที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่กระบวนการทางกฎหมาย แต่เริ่มต้นจากการเข้าใจปัญหาและความยากลำบากของประชาชนในการเข้าถึงความยุติธรรม จากนั้นจึงมุ่งไปสู่การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างทั่วถึง เพื่อให้ทุกคนได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

 

การจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้นั้น ต้องอาศัยการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้ที่หลากหลาย เพื่อนำไปสู่ประโยชน์สุขของประชาชนอย่างยั่งยืน จึงจะเป็นเป้าหมายสูงสุดของความยุติธรรม

 

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในเวทีโลกด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา 1

 

ทรงมีบทบาทในการผลักดันข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง หรือ ข้อกำหนดกรุงเทพ (United Nations Rules for the Treatment of Women Prisoners and Non-Custodial Measures for Women Offenders)

 

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในเวทีโลกด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา 2

 

ทรงมีบทบาทในการผลักดันหลักนิติธรรมให้ได้รับการบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของวาระการพัฒนาหลังปี 2015 นำไปสู่การกำหนดเป็น เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 16 (SDG 16)

 

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในเวทีโลกด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา 3

 

ทรงมีบทบาทในการผลักดันการเจรจาร่างข้อมติสู่การรับรองแนวทางสหประชาชาติเพื่อการพัฒนาทางเลือก (United Nations Guiding Principles on Alternative Development)

 

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในเวทีโลกด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา 4

 

ทรงมีบทบาทในการผลักดันยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อเด็กในด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (United Nations Model Strategies and Practical Measures on the Elimination of Violence against Children in the Field of Crime Prevention and Criminal Justice)

The post รวมภาพพระกรณียกิจในเวทีโลกของ ‘พระองค์ภา’ เจ้าฟ้านักกฎหมายผู้มีบทบาทสำคัญในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>