Hong Kong – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 06 Jan 2026 07:49:50 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 Asia’s 50 Best Restaurants 2026 กลับมาอีกครั้ง คอนเฟิร์มจัดที่ฮ่องกง 25 มี.ค. นี้ https://thestandard.co/life/asia-50-best-restaurants-2026/ Tue, 06 Jan 2026 07:49:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1161900 Asia’s 50 Best Restaurants 2026 กลับมาอีกครั้ง คอนเฟิร์มจัดที่ ฮ่องกง 25 มี.ค. นี้

กลับมาอีกครั้งกับงานประกาศรางวัลประจำปี ‘Asia’s 50 Best […]

The post Asia’s 50 Best Restaurants 2026 กลับมาอีกครั้ง คอนเฟิร์มจัดที่ฮ่องกง 25 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Asia’s 50 Best Restaurants 2026 กลับมาอีกครั้ง คอนเฟิร์มจัดที่ ฮ่องกง 25 มี.ค. นี้

กลับมาอีกครั้งกับงานประกาศรางวัลประจำปี ‘Asia’s 50 Best Restaurant 2026’ หนึ่งในเวทีสำคัญของคนในอุตสาหกรรมอาหาร ที่ปีนี้เลือกปักหมุดจัดขึ้นที่ฮ่องกง เป็นครั้งแรก ในวันที่ 25 มีนาคม 2569

 

ฮ่องกงถือเป็นเมืองที่โดดเด่นเรื่องอาหาร ทั้งในแง่ความหลากหลายและความอร่อยแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยงานนี้ นอกจากได้สปอนเซอร์เป็น S.Pellegrino & Acqua Panna ยังร่วมมือกับ Hong Kong Tourism Board ในฐานะ Destination Partner

 

ภายในงานมีกิจกรรมน่าสนใจหลายอย่าง เช่น #50BestTalks ฟอรัมเสวนาเชิงความคิด, Signature Sessions มื้ออาหารร่วมสร้างสรรค์ระหว่างเชฟระดับแนวหน้ากับเชฟท้องถิ่น, Chefs’ Feast ที่นำเสนอวัตถุดิบชั้นยอดของฮ่องกง และ Meet the Chefs โต๊ะกลมสำหรับสื่อมวลชน ก่อนจะปิดท้ายด้วยพิธีประกาศผลการจัดอันดับในวันที่ 25 มีนาคม 2026

 

สำหรับหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก จะถูกพิจารณาโด ยAcademy ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมร้านอาหารมากกว่า 350 คนจากทั่วเอเชีย โดยมีสัดส่วนชายหญิงเท่ากัน 50/50 และกระบวนการโหวตทั้งหมดได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระโดยบริษัท Deloitte

 

เอาล่ะ! สำหรับนักชิม นี่คือโอกาสที่อีเวนต์ใหญ่ที่คุณสามารถพบการคอลแล็บร้านอาหารต่างๆ และมื้อพิเศษที่เกิดขึ้นเฉพาะช่วงอีเวนท์เท่านั้น อย่างที่เราบอกเสมอว่าช่วงเวลาที่สนุกที่สุด ไม่ใช่วันประกาศรางวัล แต่เป็นกิจกรรมรายล้อมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 50 Best จัดงานขึ้น

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.theworlds50best.com/asia/en/

 

ภาพ: Marco Bottigelli via Getty Images

The post Asia’s 50 Best Restaurants 2026 กลับมาอีกครั้ง คอนเฟิร์มจัดที่ฮ่องกง 25 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บินไปฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี https://thestandard.co/life/hong-kong-business-class-cathay-pacific/ Thu, 25 Dec 2025 10:18:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1158248 บินไป ฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี

การเดินทางที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นตอนถึงจุดหมายปลายทาง แต่ม […]

The post บินไปฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
บินไป ฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี

การเดินทางที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นตอนถึงจุดหมายปลายทาง แต่มักเริ่มตั้งแต่วินาทีที่เรานั่งลงบนเครื่องบิน ช่วงนี้หลายคนนิยมนั่ง Business Class ไปฮ่องกง เพราะราคาดี แถมยังได้บินไฟลต์เช้าแบบคุณภาพ สามารถนอนได้อีกเต็มตื่น ลงจากเครื่องก็มีกำลังเที่ยวได้ทันที ไม่งัวเงีย ไม่เมื่อย ที่สำคัญได้ Priority อื่นๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเลานจ์ระหว่างรอเครื่อง ช่องเข้า Gate คนน้อยไม่ต้องรอนาน มีความเป็นส่วนตัวสูง ฯลฯ

 

สำหรับไฟลต์กรุงเทพ–ฮ่องกงครั้งนี้ เราเลือกบิน Business Class ของ Cathay Pacific สายการบินสัญชาติฮ่องกงที่เรียกได้ว่าสนามบินฮ่องกงคือถิ่นของเขา แม้จะจั่วได้ที่นั่งรุ่นเก่า แต่ที่นั่งไม่โทรม และประสบการณ์การบินโดยรวมถือเป็น Business Class ที่ดีควรมี

 

บินไป ฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี 1บินไป ฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี 2

 

Why here?

 

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า Cathay Pacific คือสายการบินหลักของฮ่องกง ทำให้สายการบินนี้ได้เปรียบอะไรหลายอย่าง เช่น เลานจ์ในสนามบินที่มีให้เลือกถึง 3 แห่ง ได้แก่ The Pier, The Wing และ The Deck ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเลานจ์ที่ใหญ่ที่สุดในสนามบิน, จำนวนไฟล์ตบินที่มีให้เลือกหลายเวลา ทำให้นักเดินทางสามารถจัดตารางการเดินทางได้ยืดหยุ่นและมีทางเลือกมากกว่า

 

นอกจากนี้ มาตรฐานการบินยังสูง โดย Cathay Pacific ได้ชื่อว่าเป็นสายการบินที่ถ่ายทอดความพรีเมียมผ่านความสบาย ความแม่นยำด้านเวลา การบริการแบบมืออาชีพ และคุณภาพที่สม่ำเสมอ

 

บินไป ฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี 3

 

Try & Test

 

ด้วยไฟล์ตฮ่องกงของเราที่ขาไปเป็นไฟล์ตเช้า และขากลับเป็นไฟล์ตกลางคืนทำให้เราสัมผัสประสบการณ์ที่ต่างออกไปขณะบิน

 

  • Checked-in: พนักงานน่ารัก ให้บริการสะดวกรวดเร็วทั้ง 2 สนามบิน ไม่ว่าจะเป็นสุวรรณภูมิ หรือสนามบินฮ่องกง
  • Cabin: เราบินด้วยเครื่อง A330-300 ทำให้ผังที่นั่งเป็นรูปแบบ 1-2-1 Reverse Herringbone ซึ่งทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง ทุกที่นั่งสามารถปรับเอนเป็นเตียงราบ (flat-bed) ได้ 180 องศา เต็มรูปแบบ แม้รุ่นเก่าแต่ไม่โทรม เบาะกว้าง สะอาด มีพื้นที่เหลือเฟือ นั่งสบายแม้คนตัวสูง มีปลั๊กไฟและ USB พร้อมพื้นที่เก็บของเล็กหลายจุด ด้านบน 1 จุด ด้านล่าง 2 จุด
  • Dining: เนื่องจากเป็น Regional Flight อาหารบนเครื่องจะเสิร์ฟเป็นเซตชุดเดียว ไม่มี Full Course แบบเที่ยวบินไกล สำหรับเรา ขามาสั่งเป็นหมี่ผัด รสชาติโดยรวมธรรมดา ขากลับเป็นไฟล์ตค่ำเสิร์ฟมื้อดินเนอร์ สามารถเลือกได้หลายเมนู ซึ่งเราที่คอลแลปกับร้านดังในฮ่องกง
  • In-flight Entertainment: คืออีกหนึ่งจุดขายของสายการบินนี้ มีหนังใหม่ให้ดูเยอะมาก จากทุกค่าย ทั้ง A24, Disney+, HBO Max, Paramount+, TVB, iQIYI and BBC
  • Lounge: เลานจ์เป็นอีกหนึ่งจุดขายของสายการบินนี้ ที่สนามบินฮ่องกงสามารถใช้ได้ถึง 3 แห่ง ถ้ามีเวลาเหลือเยอะๆ แนะนำไปนั่ง The Pier เลานจ์ใหญ่ที่สุด มีครบทั้งห้องอาบน้ำ โซนเซนสำหรับนั่งพักผ่อนเงียบๆ บาร์น้ำวิวสนามบิน โซนอาหารนานาชาติหลายส่วน แนะนำให้สั่งเฉพาะบะหมี่และเซตติ่มซำ
  • Crew: ลูกเรือดูแลอย่างสุภาพ เป็นมืออาชีพ ไม่เร่ง ไม่รบกวน แต่พร้อมช่วยเหลือเสมอ

 

บินไป ฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี 4บินไป ฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี 6บินไป ฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี 7บินไป ฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี 8บินไป ฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี 9บินไป ฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี 10

 

Good for…

 

ถ้าคุณเป็นนักเดินทางที่อยากเริ่มทริปฮ่องกงอย่างมีคุณภาพ Cathay Pacific คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าลอง โดยเฉพาะคนที่อยากบินไฟลต์เช้าเพื่อจะได้มีเวลาเที่ยวแบบเต็มวัน และลงจากเครื่องพร้อมลุยต่อได้ทันที Cathay Pacific มีเที่ยวบินให้เลือกวันละหลายรอบ เฉลี่ยราว 7–8 ไฟลต์ต่อวัน ช่วยให้การวางแผนเดินทางยืดหยุ่น เหมาะกับคนทำงานที่มีเวลาจำกัด และนักเดินทางที่มองว่า Business Class ไม่ใช่แค่เรื่องความหรู แต่คือการลงทุนเพื่อความสบาย ความเป็นส่วนตัว และการเดินทางที่ลื่นไหลตั้งแต่ต้นจนจบ

 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและตารางบินที่ www.cathaypacific.com

The post บินไปฮ่องกงด้วย ‘Business Class’ ของ Cathay Pacific ทริปเริ่มต้นดีเพราะไฟลต์ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kimpton Tsim Sha Tsui ที่พักใหม่ในฮ่องกง ที่มอบวิวอ่าวตั้งแต่แรกตื่น https://thestandard.co/life/kimpton-tsim-sha-tsui/ Tue, 23 Dec 2025 11:16:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1157554 Kimpton Tsim Sha Tsui ที่พักใหม่ใน ฮ่องกง ที่มอบวิวอ่าวตั้งแต่แรกตื่น

ปกติการมาฮ่องกง เรามักไม่ได้นอนโรงแรมจริงจัง ตื่นเช้าออ […]

The post Kimpton Tsim Sha Tsui ที่พักใหม่ในฮ่องกง ที่มอบวิวอ่าวตั้งแต่แรกตื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kimpton Tsim Sha Tsui ที่พักใหม่ใน ฮ่องกง ที่มอบวิวอ่าวตั้งแต่แรกตื่น

ปกติการมาฮ่องกง เรามักไม่ได้นอนโรงแรมจริงจัง ตื่นเช้าออกไปหาของกิน เดินเที่ยวเมือง แวะทำงานบ้าง แล้วกลับมาโรงแรมแค่พักผ่อน แต่ ‘Kimpton Tsim Sha Tsui Hong Kong’ เป็นหนึ่งในโรงแรมไม่กี่แห่งที่ทำให้เราอยากซุกตัวนอน และใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรมแบบเอ้อระเหย นี่คือ Kimpton แห่งแรกของฮ่องกง และเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ในโลก ตั้งอยู่ใจกลางจิมซาจุ่ย เดินถึงทางเลียบอ่าวและแลนด์มาร์กสำคัญได้ง่าย ที่สำคัญคือ ทุกห้องพักเห็นวิว Victoria Harbour ได้ตั้งแต่ลืมตาตื่นแบบไม่ต้องลุ้น

 

Kimpton Tsim Sha Tsui ที่พักใหม่ใน ฮ่องกง ที่มอบวิวอ่าวตั้งแต่แรกตื่น 1

 

Why here?

 

ปรัชญาการออกแบบของคิมป์ตัน คือ ‘ไม่มีโรงแรมไหน หรือแขกคนไหนเหมือนกัน’ นั่นทำให้ที่นี่เปรียบเสมือนหน้าหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวของฮ่องกงในรูปแบบงานดีไซน์ ซึ่งเราจะเห็นได้จากผนังต้อนรับที่อ้างอิงสัญญาณเตือนไต้ฝุ่นของฮ่องกง ล็อบบี้สีแดงเรืองแสงซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก Signal Tower ไปจนถึงฝ้าเพดานเหล็กขัดเงาที่สะท้อนลอนคลื่นของอ่าว และกระจกแสงดาวในลิฟต์ที่สื่อถึงการเดินเรือยามค่ำคืน

 

ตัวอาคารออกแบบเป็นรูปตัว V เพื่อเปิดรับวิวอ่าวอย่างเต็มที่ ทำให้ทุกพื้นที่ของโรงแรมเชื่อมโยงกับเส้นขอบฟ้า ห้องพักทั้ง 495 ห้อง จึงมองเห็นอ่าววิกตอเรีย ไม่ว่าจะอยู่รูมไทป์ไหน หรืออยู่ส่วนใดของโรงแรมก็สามารถมองเห็นอ่าวได้แบบเต็มตา

 

Kimpton Tsim Sha Tsui ที่พักใหม่ใน ฮ่องกง ที่มอบวิวอ่าวตั้งแต่แรกตื่น 2Kimpton Tsim Sha Tsui ที่พักใหม่ใน ฮ่องกง ที่มอบวิวอ่าวตั้งแต่แรกตื่น 3Kimpton Tsim Sha Tsui ที่พักใหม่ใน ฮ่องกง ที่มอบวิวอ่าวตั้งแต่แรกตื่น 4

 

Worth it

 

  • Room Experience: ห้องพักทุกห้องเห็นวิวอ่าววิคตอเรีย พร้อมอ่างอาบน้ำเป็นมาตรฐาน บางห้องมี Plunge Bath ริมหน้าต่างเหมาะมากกับการแช่น้ำดูวิวเมืองยามค่ำคืน รายละเอียดในห้องตั้งแต่นาฬิกา Lemnos ลำโพง Tivoli ไปจนถึงกาแฟ Elephant Grounds และช็อกโกแลตจากแบรนด์ท้องถิ่น ทำให้การอยู่ในห้อง ‘ไม่ธรรมดา’
  • Hyrox Gym: ฟิตเนสมาตรฐาน Hyrox แห่งแรกและแห่งเดียวในโรงแรมฮ่องกง เหมาะกับสายออกกำลังกายจริงจัง ที่อยากได้อุปกรณ์ครบ และบรรยากาศที่กระตุ้นพลัง
  • Rooftop Pool & Bars: สระว่ายน้ำอุ่นบนรูฟท็อปพร้อมวิว 360 องศา เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยมาก ส่วนสายดื่มห้ามพลาด Swim Club รูฟท็อปบาร์บรรยากาศสนุก และ High Dive สปีคอีซี่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่เน้นงานคราฟต์ของเครื่องดื่มและประสบการณ์แบบขั้นกว่า
  • Food & Social Hour: ตั้งแต่กาแฟยามเช้าที่ Birdsong, คาเฟ่สเปเชียลตี้คอฟฟี่ ไปจนถึง Social Hour ในช่วงเย็น ทั้งหมดถือเป็นซิกเนเจอร์ของ Kimpton ที่เปิดพื้นที่ให้แขกได้พูดคุย สังสรรค์ และเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้การพักที่นี่ไม่ได้จบแค่ในห้องพัก แต่ขยายไปสู่ประสบการณ์ร่วมกับผู้คน

 

Kimpton Tsim Sha Tsui ที่พักใหม่ใน ฮ่องกง ที่มอบวิวอ่าวตั้งแต่แรกตื่น 5Kimpton Tsim Sha Tsui ที่พักใหม่ใน ฮ่องกง ที่มอบวิวอ่าวตั้งแต่แรกตื่น 6Kimpton Tsim Sha Tsui ที่พักใหม่ใน ฮ่องกง ที่มอบวิวอ่าวตั้งแต่แรกตื่น 7

 

Good for

 

Kimpton Tsim Sha Tsui Hong Kong คือคำตอบของคนที่อยากสัมผัสฮ่องกงในมุมร่วมสมัย มีสไตล์ และมีชีวิต ไม่ใช่แค่แวะมานอนแล้วเช็กเอาต์ไปเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชอบกินชอบดื่ม สายสำรวจเมือง ทริปครอบครัว หรือแค่แวะมาทำงาน เราเชื่อว่าที่นี่ตอบโจทย์ทุกนักเดินทาง โดยเฉพาะคนที่รักงานดีไซน์

 


 

Kimpton Tsim Sha Tsui Hong Kong

Location: MRT Tsim Sha Tsui Station

Budget: เริ่มต้นที่ 9,990 บาทต่อคืน

Instagram: www.instagram.com/kimptontsimshatsui

Website: https://kimptonhongkong.com

Map: https://maps.app.goo.gl/P23VSeR8WJ6buYv27

The post Kimpton Tsim Sha Tsui ที่พักใหม่ในฮ่องกง ที่มอบวิวอ่าวตั้งแต่แรกตื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
แฟน Labubu ห้ามพลาด! The Monsters 10th Anniversary เปิดแล้วที่ฮ่องกง https://thestandard.co/life/labubu-the-monsters-10th-anniversary/ Tue, 16 Dec 2025 08:34:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1155382 แฟน Labubu ห้ามพลาด The Monsters 10th Anniversary เปิดแล้วที่ ฮ่องกง

แฟน Labubu ห้ามพลาด! The Monsters 10th Anniversary เปิด […]

The post แฟน Labubu ห้ามพลาด! The Monsters 10th Anniversary เปิดแล้วที่ฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
แฟน Labubu ห้ามพลาด The Monsters 10th Anniversary เปิดแล้วที่ ฮ่องกง

แฟน Labubu ห้ามพลาด! The Monsters 10th Anniversary เปิดแล้วที่ฮ่องกง

 

ใครอยู่ฮ่องกงหรือมีแพลนไปช่วงปลายปี ห้ามพลาดงานนี้! MONSTERS BY MONSTERS: NOW AND THEN คือนิทรรศการฉลองครบรอบ 10 ปีของจักรวาล THE MONSTERS จากศิลปินชื่อดัง Kasing Lung ผู้ให้กำเนิดคาแร็กเตอร์ขวัญใจนักสะสมอย่าง LABUBU โดยงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของทัวร์ระดับโลกที่เคยจัดมาแล้วในเซี่ยงไฮ้และไทเป ก่อนจะมาปักหมุดที่ Asia Society Hong Kong Centre ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2025 ถึง 4 มกราคม 2026

 

แฟน Labubu ห้ามพลาด The Monsters 10th Anniversary เปิดแล้วที่ ฮ่องกง 1แฟน Labubu ห้ามพลาด The Monsters 10th Anniversary เปิดแล้วที่ ฮ่องกง 2แฟน Labubu ห้ามพลาด The Monsters 10th Anniversary เปิดแล้วที่ ฮ่องกง 3

 

ไฮไลต์ของงานคือการเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นป่าเวทมนตร์วิเศษ ภายใต้แนวคิด Now and Then ที่พาผู้ชมย้อนดูพัฒนาการของตัวละครตลอดสิบปี ตั้งแต่ต้นกำเนิดที่ได้แรงบันดาลใจจากตำนานนอร์ส ไปจนถึงเวอร์ชันที่กลายเป็นไอคอนร่วมสมัย ภายในงานมีทั้งผลงานออริจินัล ภาพสเก็ตช์หายาก ดีไซเนอร์ทอย โซนอินเทอร์แอคทีฟ แถมยังจัดแสดง Labubu มากกว่า 800 ตัว เรียกได้ว่าเป็นงานที่ดูสนุก เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไปได้ทั้งแฟน LABUBU ตัวจริงและคนที่อยากเสพงานอาร์ตแบบเบา ๆ ในช่วงวันหยุด

 

แฟน Labubu ห้ามพลาด The Monsters 10th Anniversary เปิดแล้วที่ ฮ่องกง 4แฟน Labubu ห้ามพลาด The Monsters 10th Anniversary เปิดแล้วที่ ฮ่องกง 5แฟน Labubu ห้ามพลาด The Monsters 10th Anniversary เปิดแล้วที่ ฮ่องกง 6

The post แฟน Labubu ห้ามพลาด! The Monsters 10th Anniversary เปิดแล้วที่ฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทรนด์ท่องเที่ยว 2568 ชี้คนไทยแห่เที่ยวเมืองรองจีน ‘ฉงชิ่ง’ พุ่งแรงสุด เซี่ยงไฮ้-โตเกียว ยังครองปลายทางยอดฮิต https://thestandard.co/thai-travel-chongqing-surges-2025/ Sat, 06 Dec 2025 04:32:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1151801 เทรนด์ท่องเที่ยว 2568 ชี้คนไทยแห่เที่ยวเมืองรองจีน ‘ฉงชิ่ง’ พุ่งแรงสุด เซี่ยงไฮ้-โตเกียว ยังครองปลายทางยอดฮิต

Trip.com Group เผย คนไทยแห่เที่ยว ‘เมืองรองจีน’ เพิ่มขึ […]

The post เทรนด์ท่องเที่ยว 2568 ชี้คนไทยแห่เที่ยวเมืองรองจีน ‘ฉงชิ่ง’ พุ่งแรงสุด เซี่ยงไฮ้-โตเกียว ยังครองปลายทางยอดฮิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทรนด์ท่องเที่ยว 2568 ชี้คนไทยแห่เที่ยวเมืองรองจีน ‘ฉงชิ่ง’ พุ่งแรงสุด เซี่ยงไฮ้-โตเกียว ยังครองปลายทางยอดฮิต

Trip.com Group เผย คนไทยแห่เที่ยว ‘เมืองรองจีน’ เพิ่มขึ้นพุ่ง 828% โดยฉงชิ่งขึ้นแท่นจุดหมายมาแรงสุด ปี 2568 เซี่ยงไฮ้-ฮ่องกง-โตเกียว ยังติดลมบน ปลายทางยอดฮิต

 

Trip.com Group เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยข้อมูลชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนักท่องเที่ยวไทย ที่หันมาสนใจท่องเที่ยวไปยังเมืองรองของจีนมากขึ้น พร้อมปรับสไตล์การท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแบบเข้าชมสถานที่ ไปเป็นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์แทน

 

จากข้อมูลของ Trip.Best ในปี 2568 พบว่า ‘ฉงชิ่ง’ กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยวไทย โดยยอดการเข้าชมบน Trip.Best เพิ่มขึ้นถึง 395% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยอดจองพุ่งสูงถึง 828%

 

เมืองบนภูเขาแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสจัดคล้ายอาหารไทย พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ จึงกลายเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังมองหาประสบการณ์อย่างแท้จริง นอกเหนือจากจุดหมายปลายทางแบบดั้งเดิม

 

สรุปเทรนด์นักท่องเที่ยวไทยปี 2568

เอ็ดมันด์ ออง ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้จัดการทั่วไป Trip.com ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า “นักท่องเที่ยวไทยกำลังให้คำนิยามใหม่สำหรับการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการเที่ยวชมสถานที่แบบเดิม ๆ มาสู่การดื่มด่ำและมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมมากขึ้น”

 

“ข้อมูลจาก Trip.Best พบว่า ผู้ใช้งานชาวไทยใช้เวลาเฉลี่ย 6 วัน ในการค้นคว้าข้อมูลก่อนตัดสินใจจองการเดินทาง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการประสบการณ์ที่วางแผนมาอย่างดี เมื่อเทียบกับผู้ใช้งานจากประเทศอื่น ๆ” เอ็ดมันด์ กล่าว

 

เซี่ยงไฮ้-ฮ่องกง-โตเกียว ยังติดลมบน ปลายทางยอดฮิตปี 2568

 

  • เสน่ห์ของจีนที่เข้มข้นขึ้น: เซี่ยงไฮ้ครองอันดับ 1 จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทย ด้วยการเติบโต 334% YoY ตามด้วยฮ่องกง (เติบโต 52%) โตเกียว (เติบโต 71%) และโอซาก้า (เติบโต 132%)
  • ประสบการณ์สำคัญกว่าการชมสถานที่: การค้นหา “กิจกรรม” เติบโต 808% YoY โดย “สถานที่หลบร้อน (Cool Escape Attractions)” พุ่งสูงถึง 1,941%
  • การท่องเที่ยวในประเทศเติบโตต่อเนื่อง: การท่องเที่ยวภายในประเทศของไทยเติบโต 25% YoY โดยมีกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต เป็นเมืองยอดนิยม

 

อิทธิพลของ KOL มีผลต่อการตัดสินใจเที่ยวคนไทย

สอดคล้องกับระบบนิเวศดิจิทัลของไทยที่ผู้บริโภคกว่า 95% ค้นหาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ผ่านคำแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์ โดยจากข้อมูล Trip.Best พบว่า

  • 47% ของผู้ใช้งานแบบครอบครัวเลือกติดตามอินฟลูเอนเซอร์ท่องเที่ยวที่แชร์ประสบการณ์จริง
  • 45% ของนักท่องเที่ยวที่สำรวจในปี 2568 ค้นหาไอเดียทริปล่าสุดจากโพสต์โซเชียลมีเดียของ KOL ไทย เพิ่มขึ้นจาก 28% ในปี 2567
  • ยอดสั่งซื้อโดยตรงผ่านรหัสโปรโมชั่นของ KOL เพิ่มขึ้นสูงถึง 120%

 

ภาพ: Jackyenjoyphotography / Getty images

The post เทรนด์ท่องเที่ยว 2568 ชี้คนไทยแห่เที่ยวเมืองรองจีน ‘ฉงชิ่ง’ พุ่งแรงสุด เซี่ยงไฮ้-โตเกียว ยังครองปลายทางยอดฮิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
CORTIS และ Hearts2Hearts คว้ารางวัล Best New Artist ที่งาน MAMA Awards 2025 https://thestandard.co/cortis-hearts2hearts-best-new-artist/ Fri, 28 Nov 2025 13:22:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1149281 CORTIS และ Hearts2Hearts คว้ารางวัล Best New Artist ที่งาน MAMA Awards 2025

วงน้องใหม่มาแรงแห่งปีอย่าง CORTIS และ Hearts2Hearts คว้ […]

The post CORTIS และ Hearts2Hearts คว้ารางวัล Best New Artist ที่งาน MAMA Awards 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
CORTIS และ Hearts2Hearts คว้ารางวัล Best New Artist ที่งาน MAMA Awards 2025

วงน้องใหม่มาแรงแห่งปีอย่าง CORTIS และ Hearts2Hearts คว้ารางวัล Best New Artist ที่งานประกาศรางวัล MAMA Awards 2025 ที่จัดขึ้นวันนี้ (28 พฤศจิกายน) ณ Kai Tak Stadium Hong Kong

 

CORTIS กล่าวสปีชขณะรับรางวัลและกล่าวไว้อาลัยผู้เสียชีวิตว่า “เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ในฮ่องกงเมื่อไม่นานมานี้ และเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัลนี้ภายในระยะเวลาไม่ถึง 100 วันจากการเปิดตัวครั้งแรก รางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมมีความหมายมาก เพราะเป็นรางวัลที่เราสามารถรับได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต และเราขอขอบคุณแฟนๆ ที่คอยสนับสนุนเราเสมอมา”

 

ส่วนวงเกิร์ลกรุ๊ปจากค่าย SM Entertainment อย่าง Hearts2Hearts กล่าวความรู้สึกว่า “พวกเราตั้งเป้าหมายว่าจะคว้ารางวัลรุกกี้มาให้ได้ในปีนี้ เรามีความสุขและรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับรางวัลนี้ ขอบคุณที่พวกคุณคอยส่งความรักและการสนับสนุนให้เรามาโดยตลอด เราเชื่อว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้จากเมมเบอร์ทั้ง 8 คน และเราหวังว่าจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ไปสู่จุดสูงสุดด้วยกัน” ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแสดงความไว้อาลัยว่า “เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมไฟไหม้ด้วยเช่นกัน”

 

ภาพ: MAMA Awards 2025

อ้างอิง:

The post CORTIS และ Hearts2Hearts คว้ารางวัล Best New Artist ที่งาน MAMA Awards 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมไฟไหม้อาคารในฮ่องกง จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมเลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปี https://thestandard.co/hong-kong-building-fire-tragedy/ Fri, 28 Nov 2025 04:54:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1148952 ทำไมไฟไหม้อาคารใน **ฮ่องกง** จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมเลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปี

ยอดผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารในฮ่องกง พุ่งสูงถึง […]

The post ทำไมไฟไหม้อาคารในฮ่องกง จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมเลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมไฟไหม้อาคารใน **ฮ่องกง** จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมเลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปี

ยอดผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารในฮ่องกง พุ่งสูงถึง 94 ราย ยังไม่รวมถึงตัวเลขของผู้สูญหายอีก 300 ราย ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ยังคงเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตเข้าวันที่ 2 ขณะที่สื่อตั้งคำถามว่า อัคคีภัยที่รุนแรงในรอบ 100 ปี คือ ‘บททดสอบ’ การบริหารจัดการฮ่องกงของจีน

 

วันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ฮ่องกงเผชิญหนึ่งในเหตุอัคคีภัยรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังเกิดเพลิงไหม้ Wang Fuk Court อาคารที่พักอาศัยในเขตไทโป 7 ใน 8 หลัง โดยทางการยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตในปัจจุบันถึง 94 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 50 รายจากตัวเลขเมื่อวานนี้ (27 พฤศจิกายน) ขณะที่ผู้สูญหายมีจำนวน 300 ราย

 

แม้เปลวเพลิงจะมอดลง แต่ยังพบควันไฟอยู่ในบางจุดจากตัวอาคาร ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงปฏิบัติหน้าที่ และเข้าไปตรวจสอบอาคารที่พักทั้ง 7 หลัง โดย เดเร็ก เฉิน (Derek Chan) รองอธิบดีกรมบริการดับเพลิงฮ่องกงระบุว่า ปฏิบัติการนี้เป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่า จะไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพิ่มเติม

 

‘นั่งร้านไม้ไผ่’ ต้นเหตุเพลิงไหม้ใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์

 

เหตุเพลิงไหม้ Wang Fuk Court กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดของฮ่องกงในรอบ 77 ปี นับตั้งแต่ปี 1948 ที่เกิดเหตุไฟไหม้โกดังสินค้าและมีผู้เสียชีวิต 176 ราย ขณะที่สำนักข่าว Al Jazeera เปรียบความรุนแรงของเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า อยู่ในระดับเดียวกับเหตุไฟไหม้สนามม้า Happy Valley ปี 1918 ซึ่งเป็นหนึ่งในอัคคีภัยที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ฮ่องกงรอบ 100 ปี ที่มีผู้เสียชีวิต 614 ราย

 

ท่ามกลางเหตุสลดครั้งนี้ มีการตั้งคำถามอย่างกว้างขวางถึงสาเหตุและความหละหลวมด้านความปลอดภัยในไซต์ก่อสร้าง โดยมีรายงานจาก South China Morning Post ว่า ต้นเพลิงอาจมาจากการสูบบุหรี่ของคนงานก่อสร้างที่ขาดความระมัดระวัง แต่หนึ่งในปัจจัยที่ถูกระบุชัดว่าเร่งให้ไฟลุกลามรุนแรงอย่างผิดปกติ คือ ‘นั่งร้านไม้ไผ่’

 

ทำความเข้าใจก่อนว่า นั่งร้านไม้ไผ่คือวัสดุดั้งเดิมในการก่อสร้างของฮ่องกง ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ ถูก เบา ตัดง่าย แข็งแรง และเหมาะกับการเคลื่อนย้ายในพื้นที่คับแคบ โดยวิธีการสร้างนั่งร้านมักใช้เทคนิค ‘แมงมุม’ คือมัดท่อนไม้เข้าด้วยกันเป็นตาราง หลังจากนั้นจึงคลุมด้วยตาข่ายเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุก่อสร้างหล่น

 

ซินเหยียน หวง (Xinyan Huang) รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวิศวกรรมความปลอดภัยด้านอัคคีภัย จาก Hong Kong Polytechnic University ให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ว่า นอกจากเหตุผลทางด้านความสะดวกในการขนย้าย ฮ่องกงยังยึดติดเหตุผลทางด้านวัฒนธรรม เพราะนั่งร้านไม้ไผ่คือธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาอย่างยาวนาน หากเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะกระทบต่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง เพราะผู้มีส่วนได้เสียจะต่อต้าน

 

อันที่จริง มีข้อกังวลถึงเหตุไฟไหม้ลุกลามจากนั่งร้านมาสักระยะ เพราะตั้งแต่ปี 2018-2024 ฮ่องกงมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวถึง 22 กรณี โดยหวงวิเคราะห์ว่า ฮ่องกงควรจะเปลี่ยนนั่งร้านในการก่อสร้างอาคารใหญ่ในอนาคต

 

ขณะที่ อันวาร์ โอราบี (Anwar Orabi) นักวิศวกรรมด้านความปลอดภัยจาก University of Queensland ระบุว่า แม้จะมีตัวการอื่นให้เกิดเพลิงไหม้อย่างรวดเร็ว ดังกรณี ‘หน้าต่าง’ ที่ทำจากวัสดุอย่างพอลิสไตรีน ซึ่งมีความไวต่อไฟ แต่เมื่อวิเคราะห์ลักษณะเหตุการณ์ จะเห็นได้ว่า นั่งร้านคือตัวการให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนทะลุถึงอาคาร

 

“ในมุมมองของผม นั่งร้านคือเส้นทางทำให้ไฟลุกลามขึ้นด้านบนของตัวอาคาร และเป็นเชื้อเพลิงในห้องพักอาศัย ความร้อนจากไฟสามารถทำให้กระจกแตกได้ พอหน้าต่างแตก ไฟก็ลุกลามเข้าไปในห้อง และทำให้เกิดเหตุไฟไหม้พร้อมกันหลายชั้นได้” เขาอธิบาย

 

โศกนาฏกรรมไฟไหม้ คือบททดสอบการควบคุมฮ่องกงของจีน

 

Reuters วิเคราะห์ว่า โศกนาฏกรรมไฟไหม้ Wang Fuk Court คือบททดสอบการบริหารฮ่องกงของจีน เพราะแม้กระแสประชาธิปไตย และการชุมนุมประท้วงจะถูกควบคุมอย่างเข้มงวด นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา แต่เสียงวิจารณ์และความไม่พอใจของประชาชนอาจลุกลามไปยังรัฐบาล นอกเหนือจากบริษัทก่อสร้าง ซึ่งอาจถูกกดดันให้สอบสวนทุกอย่างอย่างโปร่งใส

 

โจวซื่อเจี๋ย (Chau Sze Kit) ประธานสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมก่อสร้างฮ่องกง มองว่า รัฐบาลฮ่องกงต้องทบทวนระบบความปลอดภัย การบริหารจัดการของอุตสาหกรรม และบทบาทของรัฐบาลใหม่ พร้อมกับยกตัวอย่างว่า ฮ่องกงเคยมีบทเรียนจากเหตุเพลิงไหม้ในเกาลูนปี 1996 ที่มีผู้เสียชีวิต 41 คน โดยการสอบสวนครั้งนั้นนำไปสู่การออกกฎหมายความปลอดภัยของอาคาร และระเบียบด้านการรับมืออัคคีภัยใหม่

 

ขณะที่ ซอนนี โหลว (Sonny Lo) นักรัฐศาสตร์ชาวฮ่องกงให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ต้องให้ความสำคัญกับ 2 ประเด็น คือ รัฐบาลฮ่องกงจะรับมือกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้อย่างไร และการรับรู้ของประชาชนต่อทางการฮ่องกงจะเปลี่ยนไปหรือไม่ พร้อมกับย้ำว่า รัฐบาลทำงานได้ดีด้านความมั่นคง แต่ความมั่นคงของชาติยังรวมถึงความมั่นคงของมนุษย์อีกด้วย

 

อนึ่ง สีจิ้นผิง ผู้นำสูงสุดจีน ออกมาแสดงท่าทีต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทุ่มทรัพยากรอย่างเต็มกำลัง เพื่อดับไฟและลดการสูญเสีย ขณะที่แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต หรือกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ

 

ภาพ: Tyrone Siu / Reuters

 

อ้างอิง:

The post ทำไมไฟไหม้อาคารในฮ่องกง จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมเลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
WayV เลื่อนวันปล่อยคอนเทนต์อัลบั้ม Eternal White พร้อมบริจาคให้เหตุไฟไหม้ในฮ่องกง https://thestandard.co/wayv-postpones-donate-hong-kong/ Fri, 28 Nov 2025 04:13:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1148916 WayV เลื่อนวันปล่อยคอนเทนต์อัลบั้ม Eternal White พร้อมบริจาคให้เหตุไฟไหม้ใน ฮ่องกง

หลังจากมีเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในฮ่องกง WayV จึงประกาศผ่าน […]

The post WayV เลื่อนวันปล่อยคอนเทนต์อัลบั้ม Eternal White พร้อมบริจาคให้เหตุไฟไหม้ในฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
WayV เลื่อนวันปล่อยคอนเทนต์อัลบั้ม Eternal White พร้อมบริจาคให้เหตุไฟไหม้ใน ฮ่องกง

หลังจากมีเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในฮ่องกง WayV จึงประกาศผ่านโซเชียลมีเดียของพวกเขาว่าจะเลื่อนการปล่อยคอนเทนต์ทีเซอร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอัลบั้ม Eternal White โดยจากเดิมมีกำหนดการปล่อยในวันที่ 28 พฤศจิกายน ไปเป็นวันที่ 1 ธันวาคมแทน

 

แถลงการณ์ระบุว่า “กำหนดการปล่อยคอนเทนต์พรีวิว Eternal White อัลบั้มพิเศษของ WayV ที่วางไว้ในวันที่ 28 พฤศจิกายน จะถูกปรับเลื่อนไปเป็นวันที่ 1 ธันวาคม เราขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในฮ่องกง และเราขอความเข้าใจจากแฟนๆ ทุกท่านด้วยเช่นกัน ขอบคุณ”

 

ก่อนที่ในโพสต์ต่อมา WayV จะโพสต์ไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ และบริจาคเงินช่วยเหลือให้กับสภากาชาดฮ่องกงเป็นจำนวน 250,000 ดอลลาร์ฮ่องกง พร้อมกับส่งกำลังใจให้กับครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ และแสดงความเคารพต่อหน่วยกู้ภัยที่ทำงานอย่างไม่ย่อท้อด้วยเช่นกัน

 

ภาพ: WayV

 

อ้างอิง:

The post WayV เลื่อนวันปล่อยคอนเทนต์อัลบั้ม Eternal White พร้อมบริจาคให้เหตุไฟไหม้ในฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
MAMA Awards 2025 ยืนยันจัดงานตามเดิม หลังเหตุเพลิงไหม้ที่ฮ่องกง แต่งดพาร์ทพรมแดง https://thestandard.co/mama-awards-hong-kong-fire/ Fri, 28 Nov 2025 03:28:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1148893 MAMA Awards 2025 ยืนยันจัดงานตามเดิม หลังเหตุเพลิงไหม้ที่ ฮ่องกง แต่งดพาร์ทพรมแดง

CJ ENM ยืนยันว่า งานประกาศรางวัล MAMA Awards 2025 มีกำห […]

The post MAMA Awards 2025 ยืนยันจัดงานตามเดิม หลังเหตุเพลิงไหม้ที่ฮ่องกง แต่งดพาร์ทพรมแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>
MAMA Awards 2025 ยืนยันจัดงานตามเดิม หลังเหตุเพลิงไหม้ที่ ฮ่องกง แต่งดพาร์ทพรมแดง

CJ ENM ยืนยันว่า งานประกาศรางวัล MAMA Awards 2025 มีกำหนดการจะจัดงานตามเดิมในวันศุกร์และเสาร์นี้ (28-29 พฤศจิกายน) แม้จะมีเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ Wang Fuk Court ในฮ่องกง

 

พวกเขาเผยแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิตในเหตุไฟไหม้ โดยยืนยืนว่าจะมีการปรับเปลี่ยนงานให้เหมาะสม ทั้งการยกเลิกการเดินพรมแดง ยกเลิกองค์ประกอบของงานที่อาจจะบันเทิงมากเกินไป แต่จะยังคงมีไลฟ์งานประกาศรางวัลตามเดิม นอกจากนี้ พวกเขาก็มีแผนจะจัดงานไว้อาลัยและบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้เช่นเดียวกัน

 

แถลงการณ์ส่วนหนึ่งระบุว่า “ด้วยความเชื่อในพลังของเสียงดนตรีที่สามารถเยียวยาและรวบรวมผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน เรากำลังวางแผนและปรับรูปแบบงานอย่างรอบคอบ โดยจะเน้นความสงบและความหวังมากกว่าความยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งเราหวังว่าดนตรีจะสามารถเยียวยาและเติมความกล้าหาญให้กับหัวใจของทุกคนได้ แม้จะเล็กน้อยก็ตาม”

 

ภาพ: MAMA Awards

 

อ้างอิง:

The post MAMA Awards 2025 ยืนยันจัดงานตามเดิม หลังเหตุเพลิงไหม้ที่ฮ่องกง แต่งดพาร์ทพรมแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุไฟไหม้อาคารสูงฮ่องกง รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี สาเหตุเกิดจากอะไร? https://thestandard.co/hong-kong-fire-worst-60-years/ Thu, 27 Nov 2025 05:07:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1148375 เหตุไฟไหม้อาคารสูง ฮ่องกง รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี สาเหตุเกิดจากอะไร?

ฮ่องกงเผชิญเหตุไฟไหม้รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี โดยเพลิงไห […]

The post เหตุไฟไหม้อาคารสูงฮ่องกง รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี สาเหตุเกิดจากอะไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุไฟไหม้อาคารสูง ฮ่องกง รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี สาเหตุเกิดจากอะไร?

ฮ่องกงเผชิญเหตุไฟไหม้รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี โดยเพลิงไหม้ได้ลุกลามอาคารสูงในเขตไทโป คร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 44 ราย และมีผู้สูญหายราว 270 ราย ขณะที่ผู้คนนับพันต้องอพยพไปที่ศูนย์พักพิง

 

เมื่อวานนี้ (26 พฤศจิกายน) เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ Wang Fuk Court อาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ 7 ใน 8 อาคาร สูง 31 ชั้น และมีที่อยู่อาศัยราว 2,000 ยูนิต ในเขตไทโป ตอนเหนือของฮ่องกง เวลา 14.51 น. ตามเวลาท้องถิ่น

 

ในช่วงแรก พยานให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า สัญญาณไฟไหม้ไม่แจ้งเตือน ก่อนจะมีการยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์ถึง 3 ครั้ง โดยขั้นสูงสุดคือระดับ 5 ซึ่งประกาศในเวลาประมาณ 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

 

ทางการฮ่องกงการระดมกำลังเพื่อดับเปลวเพลิงดังกล่าว โดยใช้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง 767 นาย รถดับเพลิง 128 คัน รถพยาบาล 57 คัน รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 400 นาย ขณะที่ เดเร็ก อาร์มสตรอง เฉิน (Derek Armstrong Chan) รองอธิบดีกรมบริการดับเพลิงระบุว่า เจ้าหน้าที่ยังเผชิญอุปสรรคจากเศษซากและนั่งร้านของอาคารที่หล่นลงมา และเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ได้ว่า ไฟจะดับลงเมื่อไร

 

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่า ‘สูงที่สุด’ จากเหตุไฟไหม้ในฮ่องกงนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา โดยเบื้องต้น ทางการสรุปว่า มีผู้เสียชีวิต 44 คน ผู้บาดเจ็บอีก 45 คน และผู้สูญหายอีก 279 คน ซึ่งแซงหน้าตัวเลขผู้เสียชีวิต 41 คนจากเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ในเขตเกาลูน เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 1996

 

ปัจจุบัน ผู้นำจีนและไต้หวันได้แสดงความเสียใจต่อโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ โดย สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายพยายามเต็มที่เพื่อดับไฟ และลดจำนวนผู้บาดเจ็บหรือผู้สูญเสียให้ได้มากที่สุด ขณะที่ไล่ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน โพสต์ข้อความผ่าน X ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ และหวังว่า ทางการจะพบผู้สูญหายอย่างปลอดภัย

 

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เพลิงไหม้ลุกลาม?

 

โศกนาฏกรรมไฟไหม้ Wang Fuk Court ทำให้มีการเปรียบเทียบกับเหตุไฟไหม้ Grenfell Tower ในลอนดอนเมื่อปี 2017 ที่คร่าชีวิตผู้คน 72 ราย โดยมีสาเหตุจากการที่บริษัทผู้ก่อสร้างใช้วัสดุหุ้มอาคารที่ติดไฟได้ง่าย ประกอบกับความล้มเหลวของภาครัฐในการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย

 

ทั้งนี้ Wang Fuk Court เป็นที่อยู่อาศัยที่ได้รับการอุดหนุนโดยรัฐ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1983 ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับปรุงใหม่ ทำให้อาคารภายนอกถูกหุ้มด้วยนั่งร้านไม้ไผ่ และตาข่ายก่อสร้าง

 

แม้ทางการยังไม่ระบุว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นจากอะไร แต่ South China Morning Post ระบุว่า อาจเกิดขึ้นจากคนงานก่อสร้างสูบบุหรี่โดยไม่ระมัดระวัง และเพลิงไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เพราะวัสดุในการก่อสร้างตึกอย่างไม้ไผ่ มุ้งลวด ตาข่าย หรือแม้แต่แผ่นพลาสติกบนนั่งร้าน

 

ขณะที่ Reuters พยายามชี้ว่า เหตุไฟไหม้ในครั้งนี้สะท้อนจากการใช้วัสดุที่ติดไฟง่าย​ โดยเฉพาะ ‘ไม้ไผ่’ และ ‘ตาข่าย’ ในขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งเป็นธรรมเนียมสืบทอดจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ยังใช้ในฮ่องกงจนถึงปัจจุบัน

 

ในการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า นอกจากความหละหลวมในการก่อสร้าง คือ การใช้ตาข่ายที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของการป้องกันเหตุเพลิงไหม้ ยังมีการค้นพบว่า ‘หน้าต่าง’ บางบานของอาคาร ทำจากวัสดุอย่างพอลิสไตรีน ซึ่งเป็นอีกสาเหตุทำให้เพลิงไหม้ลุกลามได้ง่ายมาก

 

เบื้องต้นมีการสรุปว่า โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของบริษัทก่อสร้าง​ โดยเจ้าหน้าที่บุกจับกุมผู้เกี่ยวข้อง 3 รายในเขตไทโป, งัวเตาก๊อก และซานปอกง เพื่อรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

 

ภาพ: Tyrone Siu / Reuters

 

อ้างอิง:

The post เหตุไฟไหม้อาคารสูงฮ่องกง รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี สาเหตุเกิดจากอะไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้กลุ่มอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ในฮ่องกง เสียชีวิตแล้ว 4 คน https://thestandard.co/hong-kong-fire-4-dead/ Wed, 26 Nov 2025 11:04:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1148087 Applying the specified rule add a space before proper nouns that follow a verb: 1. Identify verbs in the headline: * `ไฟไหม้` (fai mai) - a fire broke out (verb phrase) * `เสียชีวิตแล้ว` (sia chiwit laeo) - has died already (verb phrase) 2. Identify proper nouns: * `ฮ่องกง` (Hong Kong) 3. Check if any proper noun follows a verb: * The proper noun `ฮ่องกง` follows the preposition `ใน` (in), not directly a verb. * There are no other proper nouns that directly follow `ไฟไหม้` or `เสียชีวิตแล้ว`. Therefore, based strictly on the rule provided, no changes are needed to the spacing of this headline. **Original Headline (no changes required by the specified rule):** ไฟไหม้กลุ่มอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ในฮ่องกง เสียชีวิตแล้ว 4 คน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฮ่องกง เร่งฉีดน้ำควบคุมเพลิง ภายหลัง […]

The post ไฟไหม้กลุ่มอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ในฮ่องกง เสียชีวิตแล้ว 4 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Applying the specified rule add a space before proper nouns that follow a verb: 1. Identify verbs in the headline: * `ไฟไหม้` (fai mai) - a fire broke out (verb phrase) * `เสียชีวิตแล้ว` (sia chiwit laeo) - has died already (verb phrase) 2. Identify proper nouns: * `ฮ่องกง` (Hong Kong) 3. Check if any proper noun follows a verb: * The proper noun `ฮ่องกง` follows the preposition `ใน` (in), not directly a verb. * There are no other proper nouns that directly follow `ไฟไหม้` or `เสียชีวิตแล้ว`. Therefore, based strictly on the rule provided, no changes are needed to the spacing of this headline. **Original Headline (no changes required by the specified rule):** ไฟไหม้กลุ่มอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ในฮ่องกง เสียชีวิตแล้ว 4 คน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฮ่องกง เร่งฉีดน้ำควบคุมเพลิง ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้อะพาร์ตเมนต์ Wang Fuk Court กลุ่มอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ในเขตไทโป ทางตอนเหนือของฮ่องกง เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

 

โดยไฟได้เผาไหม้นั่งร้านไม้ไผ่นอกอาคาร ก่อนจะไหม้ลามอาคารข้างเคียงทั้งหมด 8 หลังอย่างรวดเร็ว และมีควันไฟจำนวนมากพวยพุ่งออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ

 

ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 1 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน โดยถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งผู้บาดเจ็บ 2 คนอาการสาหัส

 

เบื้องต้นยังไม่มีรายงานแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ และยังมีผู้ติดค้างภายในอาคารหรือไม่ ขณะที่หน่วยดับเพลิงได้รับรายงานเพลิงไหม้ครั้งแรกเมื่อเวลา 14:51 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะยกระดับสถานการณ์ไฟไหม้ขึ้นเป็นระดับ 4 และมีการปิดถนนรอบพื้นที่ ขณะที่ทางการได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว

 

ภาพ: REUTERS/Tyrone Siu TPX IMAGES OF THE DAY

 

อ้างอิง:

The post ไฟไหม้กลุ่มอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ในฮ่องกง เสียชีวิตแล้ว 4 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 3 อันดับธุรกิจที่ทุนนอกขนเงินลงทุนไทยมากสุด เผยทุนสิงคโปร์ทะลุ 9.2 หมื่นล้าน แซงญี่ปุ่น https://thestandard.co/singapore-92b-thailand-fdi/ Wed, 26 Nov 2025 07:42:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1147911 เปิด 3 อันดับธุรกิจที่ทุนนอกขนเงินลงทุน ไทย มากสุด เผยทุนสิงคโปร์ทะลุ 9.2 หมื่นล้าน แซง ญี่ปุ่น

10 เดือนปี ‘68 ต่างชาติลงทุนในไทยสูงถึง 2.76 แสนล้านบาท […]

The post เปิด 3 อันดับธุรกิจที่ทุนนอกขนเงินลงทุนไทยมากสุด เผยทุนสิงคโปร์ทะลุ 9.2 หมื่นล้าน แซงญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 3 อันดับธุรกิจที่ทุนนอกขนเงินลงทุน ไทย มากสุด เผยทุนสิงคโปร์ทะลุ 9.2 หมื่นล้าน แซง ญี่ปุ่น

10 เดือนปี ‘68 ต่างชาติลงทุนในไทยสูงถึง 2.76 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปี ‘67 ถึง 1.15 แสนล้านบาท หรือ 72% สิงคโปร์ลงทุนสูงสุด อันดับหนึ่ง 92,318 ล้านบาท ตามด้วย ญี่ปุ่น และจีน 25,404 ล้านบาท

 

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ช่วง 10 เดือนของปี 2568 (มกราคม – ตุลาคม) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 869 ราย

 

โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 228 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 641 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 276,736 ล้านบาท โดย จำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก นำโดยญี่ปุ่น แต่สิงคโปร์มูลค่าลงทุนสูงสุด ได้แก่

 

1. ญี่ปุ่น 158 ราย คิดเป็น 18% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 78,285 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การออกแบบแม่พิมพ์และอุปกรณ์สำหรับการผลิตยานยนต์ การให้คำปรึกษาด้านเทคนิคเกี่ยวกับกระบวนการผลิตยานยนต์ เป็นต้น
  • ธุรกิจบริการให้ใช้ระบบเทเลเมติกส์สำหรับบริหารจัดการและติดตามตรวจสอบสถานะรถยนต์
  • ธุรกิจบริการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และเครื่องใช้สำหรับแม่และเด็ก
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า

 

2. สหรัฐอเมริกา 127 ราย คิดเป็น 15% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 4,830 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจกิจการโฆษณา
  • ธุรกิจบริการออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม
  • ธุรกิจบริการคิดค้น วิจัย และพัฒนาสูตรการผลิต ผลิตภัณฑ์จากผัก ผลไม้ และสินค้าการเกษตร

 

3. สิงคโปร์ 126 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 92,318 ล้านบาท

  • ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย
  • ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่าย และ/หรือ ให้บริการ
  • ธุรกิจบริการติดตั้ง บำรุงรักษา และซ่อมแซมเกี่ยวกับเครื่องจักร
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป สายสวนหัวใจ (Mapping and Ablation System Catheter) ไส้กรองอากาศ (Air Filter)

 

4. จีน 116 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 25,404 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อการผลิตถ่านกัมมันต์
  • ธุรกิจบริการรับจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการของลูกค้า
  • ธุรกิจบริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ โดยเป็นการทดสอบชิ้นส่วนไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ Flexible Printed Circuit Board

 

5. ฮ่องกง 93 ราย คิดเป็น 11% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 13,198 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย
  • ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย
  • ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์

 

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 83 ราย (11%) (เดือน ม.ค. – ต.ค. 68 ลงทุน 276,736 ล้านบาท / เดือน ม.ค. – ต.ค. 67 ลงทุน 161,169 ล้านบาท) รวมถึงมีการจ้างงานคนไทย เพิ่มขึ้น 77% โดยจำนวนนักลงทุนที่เข้ามาสูงสุดยังคง เป็นนักลงทุนญี่ปุ่นเช่นเดียวกับปีก่อน

 

นอกจากนี้ ยังพบว่า การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 424 ราย คิดเป็น 49% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 869 ราย มูลค่าลงทุน 210,101 ล้านบาท คิดเป็น 76% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด 276,736 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร

 

ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่าน BOI สูงสุด 3 อันดับแรก

 

1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ/พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนา การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

 

2. กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (TISO) ที่มีส่วนสำคัญในการเพิ่มบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนและโลจิสติกส์ในภูมิภาค

 

3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์ และ Data Center เป็นต้น โดยตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และการพัฒนา Data Center และ AI Services

 

อธิบดีพูนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ช่วง 10 เดือนของปี 2568 (มกราคม – ตุลาคม) มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC 253 ราย คิดเป็น 29%

 

ภาพ: pigphoto/Getty Images

The post เปิด 3 อันดับธุรกิจที่ทุนนอกขนเงินลงทุนไทยมากสุด เผยทุนสิงคโปร์ทะลุ 9.2 หมื่นล้าน แซงญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง https://thestandard.co/life/cheung-hing-kee/ Wed, 26 Nov 2025 05:34:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1147831 พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง

ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้เสี่ยวหลงเปาทอดต้องมาลอง ‘Cheung […]

The post พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง

ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้เสี่ยวหลงเปาทอดต้องมาลอง ‘Cheung Hing Kee (เชิง เฮ่ง เก)’ ร้านดังแท้ๆ จากฮ่องกง ที่ติดอันดับ Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide 3 ปีซ้อน ตอนนี้มาเปิดสาขาในไทยที่เซ็นทรัลชิดลม

 

พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 1พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 2พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 3

 

แน่นอนว่ามาที่นี่ก็ต้องสั่ง ‘เชิงเจียนเปาเซ็ตคอมโบ (300 บาท)’ ที่รวมเสี่ยวหลงเปาลูกใหญ่ 3 ไส้ ไว้ในจานเดียว ครบทั้งไส้หมู, ทรัฟเฟิล และหมาล่า แป้งกรอบ กัดแล้วฉ่ำน้ำซุปมาก กินตอนร้อนๆ ฟินสุดๆ

 

นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเมนูอื่นๆ ที่ก็อร่อยไม่แพ้กัน เช่น ‘บะหมี่แกงกะหรี่เนื้อน่องลาย (280 บาท)’ เนื้อเปื่อยนุ่มจนละลายในปาก, ‘ข้าวราดซอสไข่ปูหม้อดิน (380 บาท)’ ข้าวอบในหม้อดินคลุกให้เข้ากันกับซอสมันปูและข้าวทอด กินแล้วได้เทกซ์เจอร์กรอบๆ เคี้ยวเพลิน หอมกลิ่นซอสมันปูมาก, เต้าหู้ไข่เยี่ยวม้า (140 บาท) หอมซอสซีอิ๊วรสเข้มข้น ตัดกับเต้าหู้ขาวนุ่มๆ เข้ากันลงตัวพอดี

 

พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 4พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 5พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 6พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 7พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง 8

 

Cheung Hing Kee เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. ร้านอยู่ชั้น 1 โซน Public Market ที่ Central Chidlom สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Cheung Hing Kee Thailand

The post พาชิม ‘Cheung Hing Kee’ เสี่ยวหลงเปามิชลินจากฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดอาณาจักร ‘เฉิน จื้อ’ เจ้าพ่อ Prince Group สู่ผู้ถูกกล่าวหา ‘บงการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และฟอกเงิน’ https://thestandard.co/chen-zhi-prince-scam-accused/ Wed, 05 Nov 2025 09:09:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1139984 เปิดอาณาจักร ‘เฉิน จื้อ’ เจ้าพ่อ Prince Group สู่ผู้ถูกกล่าวหา ‘บงการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และฟอกเงิน’

จากบทความของสำนักข่าว Bloomberg เรื่อง ‘เบื้องหลังการสร […]

The post เปิดอาณาจักร ‘เฉิน จื้อ’ เจ้าพ่อ Prince Group สู่ผู้ถูกกล่าวหา ‘บงการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และฟอกเงิน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดอาณาจักร ‘เฉิน จื้อ’ เจ้าพ่อ Prince Group สู่ผู้ถูกกล่าวหา ‘บงการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และฟอกเงิน’

จากบทความของสำนักข่าว Bloomberg เรื่อง ‘เบื้องหลังการสร้างอาณาจักรของ เฉิน จื้อ ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากกัมพูชาสู่ลอนดอน’ เล่าถึงเบื้องหลังอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของ Prince Holding Group ในกัมพูชา ที่มีธุรกิจครอบคลุมหลายส่วน ทั้งการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, สายการบิน, ธุรกิจการเงิน ล่าสุด เฉิน จื้อ กลับถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นผู้บงการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน

 

อาณาจักรของ เฉิน จื้อ วัย 37 ปี กำลังล่มสลายอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ทางการสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ได้กล่าวหาเฉินและเครือข่ายของเขาว่าดำเนินกิจการองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ศูนย์หลอกลวง (Scam Centers) โดยใช้แรงงานทาส และฟอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์ที่ขโมยมาได้ทั่วโลก นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรต่อหน่วยงานและบุคคลภายใน Prince Group รวม 146 ราย รวมถึงเฉินด้วย

 

ที่ผ่านมา เฉิน จื้อ สร้างภาพลักษณ์ของความชอบธรรมและการกุศล และสร้างสายสัมพันธ์กับบุคคลและองค์กรสำคัญๆ เขาได้สะสมอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่อาคารสำนักงานในลอนดอนไปจนถึงอพาร์ตเมนต์หรูในสิงคโปร์และไต้หวัน และดูแลอาณาจักรธุรกิจที่ทอดยาวจากชายหาดของปาเลาไปจนถึงศูนย์กลางการเงินอย่างฮ่องกง

 

การสืบสวนของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ได้เปิดโปงว่า Prince Group ไม่ได้เติบโตจากธุรกิจที่ถูกกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่อีกด้านหนึ่งคือการดำเนินกิจการ ‘ศูนย์หลอกลวง’ (Scam Compounds) โดยก่อเหตุหลอกลวงแบบ ‘Pig Butchering’ และฟอกเงินที่ขโมยมาจากเหยื่อทั่วโลก หนึ่งในจำนวนนั้นคือ Bitcoin มูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 5 แสนล้านบาท ที่ถูกทางการสหรัฐฯ ยึดไว้ล่าสุด

 

นอกจากนี้ ตำรวจสิงคโปร์ได้เริ่มปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายต่อเฉินและผู้สมรู้ร่วมคิดที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและการปลอมแปลงเอกสาร ตำรวจได้ยึดทรัพย์สินมากกว่า 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 3.7 พันล้านบาท และอายัดทรัพย์สินต่างๆ รวมถึงเรือยอชต์, รถยนต์ 11 คัน และสุราหลายขวด

 

อัยการสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเฉินและผู้สมรู้ร่วมคิดของเขาใช้ “อิทธิพลทางการเมืองของตนเพื่อปกป้องปฏิบัติการหลอกลวงจากการบังคับใช้กฎหมายในหลายประเทศ”

 

ทรัพย์สินในฮ่องกงและลอนดอน

 

เฉินมีทรัพย์สินในสถานที่สำคัญอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ในลอนดอน ทางการสหราชอาณาจักรได้อายัดทรัพย์สินซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปราม กีดกันเฉินและเครือข่ายของเขาออกจากระบบการเงิน ซึ่งรวมถึงอาคารสำนักงานมูลค่า 100 ล้านปอนด์ หรือราว 4.3 พันล้านบาท ที่ตั้งบนถนน Fenchurch ใจกลางย่านการเงินเก่าแก่ พร้อมด้วยคฤหาสน์มูลค่า 12 ล้านปอนด์ และแฟลต 17 ห้องบนถนน New Oxford และในย่าน Nine Elms ทางตอนใต้ของลอนดอน

 

ในไต้หวัน กลุ่มบริษัทได้ใช้เงินประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 4 พันล้านบาท ซื้ออสังหาริมทรัพย์หรูในไทเปตั้งแต่เดือนเมษายนถึงพฤศจิกายน 2019 ตามบันทึกการทำธุรกรรม

 

ในฮ่องกง เฉินและกลุ่มของเขาควบคุมทรัพย์สินมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 9.9 พันล้านบาท ตั้งแต่หุ้นในบริษัทมหาชนไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ในหนึ่งในย่านช้อปปิ้งที่พลุกพล่านที่สุดของเมือง ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg จากเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล

 

เขาเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมในบริษัทจดทะเบียนสองแห่งที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ทั้งสองบริษัทคือ Geotech Holdings Ltd. บริษัทให้บริการด้านวิศวกรรมการก่อสร้าง และ Khoon Group Ltd. ผู้ให้บริการด้านเครื่องกลและไฟฟ้าในสิงคโปร์ ต่างก็อยู่ในรายชื่อคว่ำบาตรที่เผยแพร่โดยทางการสหรัฐฯ

 

อาณาจักรของเฉินยังขยายไปถึงประเทศหมู่เกาะปาเลาที่ห่างไกล ซึ่งทางการสหรัฐฯ กล่าวหาว่า Prince Group ทำงานร่วมกับ “ผู้มีส่วนอำนวยความสะดวกให้กับองค์กรอาชญากรรมที่เป็นที่รู้จัก” เพื่อเช่าเกาะและจัดตั้งรีสอร์ต

 

หลายประเทศกำลังตรวจสอบเรื่องนี้

 

มอร์แกน สตาร์ค หัวหน้าภูมิภาคเอเชียของ S-RM Intelligence & Risk Consulting Ltd. ในฮ่องกงกล่าวว่า “Prince Group และ เฉิน จื้อ เป็นที่รู้จักกันดีมานานหลายปี นั่นทำให้เกิดคำถามว่ากลุ่มนี้สามารถปฏิบัติการอย่างโจ่งแจ้งตลอดเวลาที่ผ่านมาได้อย่างไร”
ตำรวจสิงคโปร์กล่าวว่าพวกเขาได้รับข้อมูลข่าวกรองเมื่อปีที่แล้วเกี่ยวกับธุรกรรมที่น่าสงสัยและได้ประสานงานกับคู่ค้าในต่างประเทศเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เป็นข้อมูลเพิ่มเติมจากแถลงการณ์ของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่กระตุ้นให้พวกเขาดำเนินการล่าสุด

 

ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ซึ่งกำลังทำงานร่วมกับตำรวจท้องที่ กล่าวว่าสถาบันการเงินได้ยื่นรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย (STRs) บางแห่งได้ปิดบัญชีที่พวกเขาพบว่าน่าสงสัย ซึ่ง “ช่วยป้องกันไม่ให้เงินจำนวนมากขึ้นถูกเก็บไว้ในภาคการเงินของเรา” หน่วยงานกำกับดูแลกล่าวเมื่อวันศุกร์

 

นอกจากสิงคโปร์แล้ว ขณะนี้หน่วยงานอื่นๆ ในเอเชียก็กำลังตรวจสอบเฉินและเครือข่ายของเขา
สำนักงานอัยการเขตไทเปกล่าวว่าได้รับทราบเรื่องนี้ผ่านรายงานของสื่อและได้เปิดคดีทันที ตำรวจฮ่องกงกล่าวว่าพวกเขากำลังรวบรวมข้อมูลข่าวกรองเพื่อต่อสู้กับการฉ้อโกง โดยไม่ให้รายละเอียดเฉพาะเจาะจง

 

โฆษกรัฐบาลกัมพูชาปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีนี้ โดยอ้างถึงความคิดเห็นล่าสุดของผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศ เจีย เซเรย์ กล่าวบนเวทีฟอรัมของ Bloomberg เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า กัมพูชาไม่สามารถ “ถูกสรุปได้ว่าเป็นศูนย์กลางแก๊งคอลเซ็นเตอร์” ได้ และแนวคิดดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับประเทศ

 

อ้างอิง:

The post เปิดอาณาจักร ‘เฉิน จื้อ’ เจ้าพ่อ Prince Group สู่ผู้ถูกกล่าวหา ‘บงการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และฟอกเงิน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MAMA Awards 2025 จะถ่ายทอดสดผ่านทางสตรีมมิ่ง HBO Max https://thestandard.co/mama-awards-2025-hbo-max/ Fri, 31 Oct 2025 10:34:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1138278 MAMA Awards 2025 จะถ่ายทอดสดผ่านทางสตรีมมิ่ง HBO Max

งานประกาศรางวัล K-pop สุดยิ่งใหญ่อย่าง MAMA Awards 2025 […]

The post MAMA Awards 2025 จะถ่ายทอดสดผ่านทางสตรีมมิ่ง HBO Max appeared first on THE STANDARD.

]]>
MAMA Awards 2025 จะถ่ายทอดสดผ่านทางสตรีมมิ่ง HBO Max

งานประกาศรางวัล K-pop สุดยิ่งใหญ่อย่าง MAMA Awards 2025 เตรียมจัดขึ้นที่ Kai Tak Stadium ในฮ่องกง ระหว่างวันที่ 28–29 พฤศจิกายนนี้ โดยแฟนๆ ทั่วโลกสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก HBO Max

 

งาน MAMA Awards 2025 จัดโดย CJ ENM ร่วมกับ Media Asia Entertainment Limited ภายใต้แนวคิด HEAR MY ROAR, UH-HEUNG ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเสือ สัตว์แห่งความแข็งแกร่งและจิตวิญญาณของเกาหลี พร้อมเฉลิมฉลองถึงพลังของดนตรีและความเป็นตัวตนอันแข็งแกร่งที่สามารถเชื่อมโยงแฟนๆ จากหลายภูมิภาคและวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างงดงาม และพวกเขาก็จะมีพิธีกรในงานเป็นนักแสดงมากฝีมืออย่าง Park Bo Gum และ Kim Hye Soo อีกด้วย

 

งานประกาศรางวัลนี้จะมีศิลปินและซูเปอร์สตาร์แห่งวงการบันเทิงเกาหลีมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง และพวกเขาก็จะร่วมขึ้นแสดงภายในงานเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ENHYPEN, BABYMONSTER, i-dle, SUPER JUNIOR, CORTIS, STRAY KIDS, G-DRAGON และอีกมากมาย ซึ่งแฟนๆ สามารถรอรับชมการถ่ายทอดสดได้ผ่านทางสตรีมมิ่ง HBO Max ในระหว่างวันที่ 28-29 พฤศจิกายนนี้

The post MAMA Awards 2025 จะถ่ายทอดสดผ่านทางสตรีมมิ่ง HBO Max appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่อง 8 อุตสาหกรรมไฮเทค ทุนต่างชาติแห่ลงทุนไทยสูงสุด ‘BOI’ เผย 9 เดือน ยอดทะลุ 1.3 ล้านล้าน https://thestandard.co/boi-foreign-tech-investment/ Wed, 29 Oct 2025 05:51:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1136895 ส่อง 8 อุตสาหกรรมไฮเทค ทุนต่างชาติแห่ลงทุนไทยสูงสุด ‘BOI’ เผย 9 เดือน ยอดทะลุ 1.3 ล้านล้าน

บีโอไอ เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน 9 เดือนแรก ปี 256 […]

The post ส่อง 8 อุตสาหกรรมไฮเทค ทุนต่างชาติแห่ลงทุนไทยสูงสุด ‘BOI’ เผย 9 เดือน ยอดทะลุ 1.3 ล้านล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่อง 8 อุตสาหกรรมไฮเทค ทุนต่างชาติแห่ลงทุนไทยสูงสุด ‘BOI’ เผย 9 เดือน ยอดทะลุ 1.3 ล้านล้าน

บีโอไอ เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน 9 เดือนแรก ปี 2568 โตเกือบเท่าตัว ทะลุ 1.3 ล้านล้านบาท กว่า 2,600 โครงการ นำโดยอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า รับเทรนด์เศรษฐกิจดิจิทัลและความต้องการอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูง ชี้ต่างชาติแห่ลงทุนกว่า 9.8 แสนล้านบาท

 

วันที่ 29 ต.ค. นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในไทยในปี 2568 เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย. 2568) มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในแง่จำนวนโครงการและเงินลงทุน โดยมีจำนวน 2,622 โครงการ เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าเงินลงทุนรวม 1,374,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94%

 

สะท้อนว่านักลงทุนให้ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ทั้งด้านปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ความพร้อมรองรับการลงทุน ศักยภาพการเติบโตในระยะยาว รวมทั้งบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน

 

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงในช่วง 9 เดือน

 

1. ดิจิทัล โดยเฉพาะกิจการ Data Center ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และกิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล และดิจิทัลคอนเทนต์ มูลค่า 612,768 ล้านบาท
(119 โครงการ)

 

2. อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น การผลิต PCB, Hard Disk Drive, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ การผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ มูลค่า 184,078 ล้านบาท (382 โครงการ)

 

3.การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล มูลค่า 74,212 ล้านบาท (300 โครงการ)

 

4.ยานยนต์และชิ้นส่วน เช่น การลงทุนปรับปรุงสายการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ การผลิตยางล้อและชิ้นส่วนรถยนต์ ชิ้นส่วนอากาศยาน มูลค่า 70,985 ล้านบาท (229 โครงการ)

 

5. เกษตรและอาหาร เช่น การแปรรูปอาหาร อาหารสัตว์ สารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ยาง และผลิตภัณฑ์จากเศษวัสดุทางการเกษตร มูลค่า 47,200 ล้านบาท (228 โครงการ)

 

6.ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ รวมทั้งผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม มูลค่า 36,766 ล้านบาท (230 โครงการ)

 

7. การแพทย์ เช่น กิจการโรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง และการผลิตอุปกรณ์การแพทย์ มูลค่า 25,086 ล้านบาท (89 โครงการ)

 

8. การท่องเที่ยว เช่น กิจการโรงแรม กิจการสร้างแหล่งท่องเที่ยว มูลค่า 15,902 ล้านบาท (21 โครงการ)

 

แรงหนุน FDI สิงคโปร์-ฮ่องกง-จีน

 

สำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมจำนวน 1,947 โครงการ เพิ่มขึ้น 38% เงินลงทุนรวม 985,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82%

 

โดยประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการขอรับการส่งเสริมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สิงคโปร์ 359,805 ล้านบาท ฮ่องกง 237,264 ล้านบาท จีน 142,887 ล้านบาท สหราชอาณาจักร 100,295 ล้านบาท และญี่ปุ่น 73,754 ล้านบาท ตามลำดับ

 

ทั้งนี้ เงินลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นมากเกิดจากการลงทุนในกิจการ Data Center ขนาดใหญ่จากสิงคโปร์และสหราชอาณาจักร และกิจการผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานจากฮ่องกง ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่จะช่วยต่อยอดอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจและการเติบโตของไทยในระยะยาว

 

ในด้านพื้นที่ เงินลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก มีมูลค่า 855,228 ล้านบาท จาก 1,431 โครงการ รองลงมา ได้แก่ ภาคกลาง 300,300 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 28,560 ล้านบาท ภาคเหนือ 25,940 ล้านบาท ภาคใต้ 24,445 ล้านบาท และภาคตะวันตก 12,664 ล้านบาท ตามลำดับ

 

สำหรับสถิติในขั้นการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน ในช่วง 9 เดือนแรก ปี 2568 มีจำนวน 2,413 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1,114,798 ล้านบาท โดยประโยชน์ของโครงการที่ได้รับอนุมัติเหล่านี้ คาดว่าจะมีการใช้วัตถุดิบในประเทศประมาณ 6.1 แสนล้านบาท/ปี เกิดการจ้างงานคนไทยกว่า 175,000 ตำแหน่ง และทำให้มูลค่าส่งออกของประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 1.4 ล้านล้านบาท/ปี ขณะที่ตัวเลขในขั้นการออกบัตรส่งเสริม มีจำนวน 2,050 โครงการ เงินลงทุนรวม 947,661 ล้านบาท

 

“สถิติการลงทุนในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ แสดงให้เห็นถึงคลื่นการลงทุนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น Data Center และอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง”

 

เช่น กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ กลุ่มแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือ PCB และกิจการผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชนให้กับอุตสาหกรรมหลักของไทย อย่างยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ โดยบีโอไอจะเร่งผลักดันโครงการสำคัญให้ลงทุนจริงได้เร็วที่สุดผ่านกลไก Thailand FastPass ภายใต้นโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล เพื่อเพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ” นฤตม์ กล่าว

The post ส่อง 8 อุตสาหกรรมไฮเทค ทุนต่างชาติแห่ลงทุนไทยสูงสุด ‘BOI’ เผย 9 เดือน ยอดทะลุ 1.3 ล้านล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Stellerus สตาร์ทอัพฮ่องกง ชี้โลกขาดข้อมูลลม 3 มิติ วางแผนใช้ดาวเทียมจีนต้นทุนต่ำกว่า 100 เท่า เตรียมบุกตลาดพลังงานลม https://thestandard.co/stellerus-low-cost-wind-satellites/ Wed, 29 Oct 2025 03:08:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1136725 Stellerus สตาร์ทอัพฮ่องกง ชี้โลกขาดข้อมูลลม 3 มิติ วางแผนใช้ดาวเทียม จีน ต้นทุนต่ำกว่า 100 เท่า เตรียมบุกตลาดพลังงานลม

Stellerus Technology สตาร์ทอัพจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ […]

The post Stellerus สตาร์ทอัพฮ่องกง ชี้โลกขาดข้อมูลลม 3 มิติ วางแผนใช้ดาวเทียมจีนต้นทุนต่ำกว่า 100 เท่า เตรียมบุกตลาดพลังงานลม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Stellerus สตาร์ทอัพฮ่องกง ชี้โลกขาดข้อมูลลม 3 มิติ วางแผนใช้ดาวเทียม จีน ต้นทุนต่ำกว่า 100 เท่า เตรียมบุกตลาดพลังงานลม

Stellerus Technology สตาร์ทอัพจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง (HKUST) กำลังตั้งเป้าหมายที่จะเป็นผู้ให้บริการข้อมูลลม 3 มิติผ่านดาวเทียมรายแรกของโลก เพื่อช่วยเพิ่มรายได้, ลดต้นทุน และบริหารความเสี่ยงให้กับอุตสาหกรรมพลังงานลม, การขนส่ง และการประกันภัย

 

บริษัทซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2023 โดยกลุ่มนักวิชาการจาก HKUST จะใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตดาวเทียมของจีน เพื่อทำให้การเก็บรวบรวม ‘ข้อมูลลม 3 มิติ’ ทั่วโลก ซึ่งสามารถทำได้จริงในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก ซูฮุย (Su Hui) ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งกล่าว

 

ข้อมูลลม 3 มิติ ซึ่งหมายถึงทิศทาง, ความเร็ว และการเปลี่ยนแปลงของลมตามระดับความสูง ถือเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการพยากรณ์อากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง แต่การเก็บข้อมูลดังกล่าวยังคงมีข้อจำกัดอย่างมากในปัจจุบัน

 

“หลังจากที่มาฮ่องกง ฉันตระหนักว่าเทคโนโลยีสำหรับโครงการลักษณะนี้ในจีนแผ่นดินใหญ่นั้นค่อนข้างก้าวหน้าไปมาก และต้นทุนก็จะต่ำกว่าในต่างประเทศอย่างมาก” ซูกล่าว “ในสหรัฐฯ ดาวเทียมลักษณะนี้อาจมีค่าใช้จ่ายในการสร้างสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.26 พันล้านบาท) เทียบกับเพียง 20 ล้านหยวน (ประมาณ 91.8 ล้านบาท) ในจีน”

 

ซู ซึ่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาและเคยดำรงตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์หลักและผู้จัดการโครงการด้านสภาพอากาศที่ห้องปฏิบัติการ Jet Propulsion Laboratory (JPL) ของ NASA ได้ย้ายมาร่วมงานกับภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อมของ HKUST ในตำแหน่งศาสตราจารย์อาวุโส (Chair Professor) เมื่อปี 2022 เธอกล่าวว่า Stellerus จะใช้เซ็นเซอร์ไฮเปอร์สเปกตรัม (Hyperspectral sensors) ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์แสงชนิดพิเศษติดตั้งบนดาวเทียม

 

เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้สามารถเก็บข้อมูลและใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, มีเทน และไอน้ำในชั้นบรรยากาศ เพื่อคำนวณการเปลี่ยนแปลงของทิศทางและความเร็วลมได้อย่างละเอียด “ข้อมูลที่มีรายละเอียดสูงเช่นนี้ยังคงขาดแคลนสำหรับการสังเกตการณ์และวิเคราะห์ทางอุตุนิยมวิทยาทั่วโลก” เธอกล่าว

 

ซูยังเสริมอีกว่า แม้องค์กรต่างๆ รวมถึง NASA จะมีแผนการสำหรับโครงการลักษณะนี้ แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้เนื่องจากต้นทุนที่สูงมากในการส่ง ‘กลุ่มดาวเทียม’ (Satellite constellation) ขึ้นไปโคจร ปัจจุบัน NASA กำลังทดสอบเทคโนโลยีเลเซอร์สำหรับการวัดลม 3 มิติจากอวกาศ

 

ความร่วมมือระหว่าง HKUST และ Chang Guang Satellite Technology ซึ่งเป็นบริษัทดาวเทียมเชิงพาณิชย์แห่งแรกของจีน ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมณฑลจี๋หลิน ถือเป็นกุญแจสำคัญ โดย Stellerus ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับมหาวิทยาลัยเพื่อเข้าถึงข้อมูลดาวเทียมและอัลกอริทึม ซึ่งได้มาจาก ภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง (ความละเอียดจุดภาพ 0.5 เมตร)

 

เดวิด หลิว (David Liu) ซีอีโอของ Stellerus กล่าวว่าบริษัทซึ่งตั้งอยู่ใน Hong Kong Science and Technology Park ได้ระดมทุนไปแล้วหลายสิบล้านดอลลาร์ และตั้งเป้าที่จะส่งดาวเทียมคู่แรกขึ้นสู่วงโคจรภายใน 18 เดือนข้างหน้า ตามมาด้วยอีก 5 ดวงในลำดับถัดไป

 

ดาวเทียมเหล่านี้จะประกอบกันเป็นกลุ่มดาวเทียม ซึ่งจะเพียงพอต่อการครอบคลุมข้อมูลลมทั่วโลก โดย Stellerus ตั้งเป้าที่จะนำข้อมูลนี้ไปจำหน่ายให้กับผู้พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับอุตสาหกรรมการบิน, การขนส่งทางทะเล และการประกันภัย

 

“แอปพลิเคชันเหล่านี้รวมถึงการปรับเส้นทางการบินให้เหมาะสมเพื่อประหยัดเชื้อเพลิงและหลีกเลี่ยงสภาพอากาศแปรปรวน, การวางแผนเส้นทางการเดินเรือเพื่อประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง รวมถึงการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพอากาศและการ ประเมินเบี้ยประกันภัย โดยบริษัทประกันวินาศภัย” หลิวกล่าว

 

เขายังเปิดเผยอีกว่า Stellerus กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาขั้นสูงกับผู้พัฒนาฟาร์มกังหันลมและผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐ ซึ่งสนใจที่จะนำข้อมูลลม 3 มิติไปใช้งานโดยมีค่าธรรมเนียม

 

จีนเป็นประเทศที่มีฟาร์มกังหันลมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จากบทความของ South China Morning Post เมื่อเดือนมกราคม 2024 ได้ระบุไว้ว่า กำลังการผลิตติดตั้งของฟาร์มกังหันลมและโซลาร์ฟาร์มในจีนทะลุ 1,000 กิกะวัตต์ (GW) ไปแล้ว เพิ่มขึ้นถึง 1 ใน 3 จากปีก่อนหน้า และคิดเป็น 15% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ

 

บทความยังคาดการณ์อีกว่า จีนจะมีสัดส่วนเกือบ 60% ของกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนใหม่ทั่วโลกในช่วง 5 ปีข้างหน้าจนถึงปี 2028 และกำลังจะบรรลุเป้าหมายการมีกำลังการผลิตติดตั้งจากลมและแสงอาทิตย์ที่ 1,200 GW ได้ภายในปี 2024 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ในปี 2030 ถึง 6 ปี

 

เจฟฟรีย์ สวีหมิงหยวน (Jeffrey Xu Mingyuan) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Stellerus กล่าวว่า ข้อมูลจาก Stellerus จะช่วยให้ผู้ประกอบการฟาร์มกังหันลมสามารถเพิ่มยอดขายไฟฟ้าและประหยัดค่าใช้จ่ายหลายสิบล้านหยวนในการสร้าง หอตรวจวัดลม ได้

 

“ปัจจุบัน การได้มาซึ่งข้อมูลลมที่แม่นยำนั้นมีต้นทุนที่สูงมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการนอกชายฝั่ง” เขากล่าว “เราตั้งเป้าที่จะแก้ ‘คอขวดทางเทคโนโลยี’ นี้ ด้วยการนำเสนอข้อมูลที่มีคุณภาพดีกว่าและราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเลือกที่ตั้งฟาร์มกังหันลม, การวางแผนระบบกักเก็บพลังงาน, การซื้อขายไฟฟ้า และการเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้า”

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.61 บาท และ 1 หยวนเท่ากับ 4.59 บาท ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2568

 

ภาพ : Black_Kira / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post Stellerus สตาร์ทอัพฮ่องกง ชี้โลกขาดข้อมูลลม 3 มิติ วางแผนใช้ดาวเทียมจีนต้นทุนต่ำกว่า 100 เท่า เตรียมบุกตลาดพลังงานลม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Upper House เตรียมเปิดที่เซินเจิ้น, ซีอาน, โตเกียว และจุดหมายใหม่คือกรุงเทพฯ https://thestandard.co/life/upper-house-expands-to-bangkok/ Wed, 22 Oct 2025 14:15:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1134259 Upper House เตรียมเปิดที่ เซินเจิ้น, ซีอาน, โตเกียว และจุดหมายใหม่คือ กรุงเทพฯ

สำหรับใครที่เคยเข้าพักที่ Upper House Hong Kong และหลงร […]

The post Upper House เตรียมเปิดที่เซินเจิ้น, ซีอาน, โตเกียว และจุดหมายใหม่คือกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Upper House เตรียมเปิดที่ เซินเจิ้น, ซีอาน, โตเกียว และจุดหมายใหม่คือ กรุงเทพฯ

สำหรับใครที่เคยเข้าพักที่ Upper House Hong Kong และหลงรักงานดีไซน์และไวบ์ของโรงแรม ล่าสุด Upper House กำลังจะมาเปิดที่กรุงเทพฯ แล้ว แต่มาในรูปแบบ Upper House Residences Bangkok หรือที่อยู่อาศัยครั้งแรกในเมืองไทย

 

Upper House เตรียมเปิดที่ เซินเจิ้น, ซีอาน, โตเกียว และจุดหมายใหม่คือ กรุงเทพฯ 1

Upper House Hong Kong

 

Upper House Residences Bangkok เตรียมจะเปิดในปี 2030 ออกแบบโดย Foster + Partners สถาปนิกระดับโลก ตั้งอยู่ในหนึ่งในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ อย่างถนนวิทยุ และแม้โครงการนี้จะไม่ใช่โรงแรม แต่นี่เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ใช้ชีวิตจริงๆ ในสไตล์ Upper House ที่ผสานเอกลักษณ์แบบ Houses not Hotels หรือ เหมือนอยู่บ้านมากกว่าโรงแรม โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลก งานบริการที่พิถีพิถัน และระบบจัดการที่พักระดับเดียวกับที่คุณเคยได้รับที่ Upper House Hong Kong แต่ครั้งนี้จะเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านของคุณเอง

 

Upper House เตรียมเปิดที่ เซินเจิ้น, ซีอาน, โตเกียว และจุดหมายใหม่คือ กรุงเทพฯ 2

Upper House Residences Bangkok

 

นอกจากนั้น Swire Hotels ยังได้ประกาศรีแบรนด์โรงแรมในเครือ House Collective ทั้งหมดให้เป็น Upper House แบรนด์เดียวอีกด้วย ก่อนขยายไปเปิดที่ประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ได้แก่

 

  • เซินเจิ้น ประเทศจีน ปี 2027 ออกแบบโดย Büro Ole Scheeren
  • ซีอาน ประเทศจีน ปี 2028 ออกแบบโดย Shigeru Ban สถาปนิกญี่ปุ่นระดับรางวัล ตั้งอยู่ในเขตประวัติศาสตร์ Small Wild Goose Pagoda ส่วนหนึ่งของ Taikoo Li Xi’an
  • โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ปี 2029 ย่านชิบูย่า ออกแบบโดย Snøhetta สถาปนิกนอร์เวย์

 

ดังนั้น ใครที่เคยหลงรัก Upper House Hongkong และอยากเข้าพักที่อื่นนอกจากฮ่องกง หรือใช้ชีวิตใน Upper House แบบ 365 วัน รอติดตามรายละเอียดโครงการได้ในเร็วๆ นี้

 

คลิกอ่านเพิ่มเติม:

The post Upper House เตรียมเปิดที่เซินเจิ้น, ซีอาน, โตเกียว และจุดหมายใหม่คือกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Dream Rooms นิทรรศการใหม่ใน M+ ที่ทำให้เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของงาน https://thestandard.co/life/dream-rooms-m-immersive-exhibit/ Mon, 20 Oct 2025 11:50:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1133059 COVER - Dream Rooms M+ Immersive Exhibit

ถ้า‘ห้อง’ คือพื้นที่ปลอดภัยที่เราใช้เพื่อพักพิง และอยู่ […]

The post Dream Rooms นิทรรศการใหม่ใน M+ ที่ทำให้เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
COVER - Dream Rooms M+ Immersive Exhibit

ถ้า‘ห้อง’ คือพื้นที่ปลอดภัยที่เราใช้เพื่อพักพิง และอยู่กับตัวเอง ‘Dream Rooms’ นิทรรศการไฮไลต์ใหม่ล่าสุดของ M+ ก็เปรียบได้กับบานประตูที่ชวนให้เราเข้าไปสำรวจ ‘ห้องของศิลปินหญิง’ ของแต่ละคน

 

ช่วงนี้ใครไปฮ่องกง และเป็นสายชอบงานอาร์ต งานที่เล่นกับพื้นที่ และถ่ายรูปได้สนุก เราแนะนำให้แวะไปยัง M+ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยระดับโลกในฮ่องกง ตรง West Kowloon ที่ตอนนี้มีนิทรรศการไฮไลต์ ‘Dream Rooms: Environments by Women Artists 1950s–Now’ ที่ชวนผู้คนที่สัมผัสงานศิลปะแบบจัดวางที่ตัวงานเกิดจากผลของสภาพแวดล้อม ผลงานจากศิลปินกว่า 20 คนจากทั่วโลก ที่สร้างงานในรูปแบบ immersive environment ตั้งแต่ยุค 1950s ถึงปัจจุบัน นิทรรศการนี้ได้รับการริเริ่มและจัดทำโดย Haus der Kunst München ในปี 2023 สำหรับการนำเสนอ M+ นั้น เป็นผลงานสร้างใหม่ให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด

 

CONTENT 1 CONTENT 2

 

สำหรับชิ้นงานไฮไลต์ที่เราว่าห้ามพลาด ได้แก่ Spectral Passage โดย Aleksandra Kasuba พาวิลเลียนสีรุ้งที่สร้างจากเส้นใยไนลอน ทุกก้าวเหมือนเดินผ่านม่านแสงของความทรงจำ และอีกห้อง Feather Room ของ Judy Chicago ห้องสีขาวล้วนซึ่งเต็มไปด้วยขนนกกว่า 300 ปอนด์ ชวนให้คุณก้าวเข้าไปในโลกที่ทั้งเบาและว่างเปล่า

 

นิทรรศการนี้ยังชวนเรากลับไปสำรวจความหมายของ ‘การสร้างพื้นที่’ ผ่านมุมมองของผู้หญิงในยุคต่างๆ และสำหรับเวอร์ชันที่จัดแสดงในฮ่องกง ได้เชิญศิลปินหญิงร่วมสมัยมาร่วมสร้างชิ้นงานใหม่ เช่น The House Is Crumbling ของ Pinaree Sanpitak ศิลปินหญิงไทยที่ให้ผู้ชมร่วม ‘รื้อ’ และ ‘สร้าง’ หรือ Infinite Memory ของ Chiharu Shiota ที่ร้อยเส้นด้ายสีแดงพันรอบร่างและเงา สะท้อนสายสัมพันธ์ที่ไม่มีวันขาด

 

CONTENT 3 CONTENT 4 CONTENT 5 CONTENT 6 CONTENT 7 CONTENT 8

 

Dream Rooms: Environments by Women Artists 1950s–Now มีให้ชมตั้งแต่วันนี้-18 มกราคม 2026 ณ หลายห้องนิทรรศการใน M+ ค่าบัตรเข้าชม 190 HKD เปิดให้บริการทุกวันอังคาร-พฤหัสบดี, เสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น., วันศุกร์ เวลา 10.00-22.00 น.

The post Dream Rooms นิทรรศการใหม่ใน M+ ที่ทำให้เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครื่องบินขนสินค้าไถลออกนอกรันเวย์สนามบินฮ่องกง ชนเจ้าหน้าที่ภาคพื้น 2 คนเสียชีวิต ก่อนลงจอดในทะเล https://thestandard.co/hong-kong-cargo-plane-sea-crash/ Mon, 20 Oct 2025 02:54:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1132618 เครื่องบินขนสินค้าไถลออกนอกรันเวย์สนามบินฮ่องกง ชน เจ้าหน้าที่ภาคพื้น 2 คนเสียชีวิต ก่อนลงจอดในทะเล

เกิดเหตุเครื่องบินขนส่งสินค้า Emirates SkyCargo เที่ยวบ […]

The post เครื่องบินขนสินค้าไถลออกนอกรันเวย์สนามบินฮ่องกง ชนเจ้าหน้าที่ภาคพื้น 2 คนเสียชีวิต ก่อนลงจอดในทะเล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครื่องบินขนสินค้าไถลออกนอกรันเวย์สนามบินฮ่องกง ชน เจ้าหน้าที่ภาคพื้น 2 คนเสียชีวิต ก่อนลงจอดในทะเล

เกิดเหตุเครื่องบินขนส่งสินค้า Emirates SkyCargo เที่ยวบินที่ EK9788 ซึ่งเดินทางมาจากดูไบ ไถลออกนอกรันเวย์ทางทิศเหนือของสนามบินฮ่องกง เมื่อเวลาประมาณ 03:50 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันนี้ (20 ตุลาคม) โดยชนเข้ากับรถบริการภาคพื้นดินขณะร่อนลงจอด จนทำให้ล้อเครื่องบินหลุด และเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน 2 คนตกลงไปในทะเลก่อนที่เครื่องบินจะลงจอดในทะเล

 

กรมการบินพลเรือนฮ่องกงแถลงว่า เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน 2 คนได้รับการช่วยเหลือแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล ขณะที่ลูกเรือทั้ง 4 คนบนเครื่องบินได้รับการช่วยเหลือและรอดชีวิต

 

จากข้อมูลของเว็บไซต์ FlightRadar24 ระบุว่าเครื่องบินลำที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 747-481 ที่ดำเนินการโดยสายการบิน Air ACT ของตุรกี ได้เบี่ยงออกนอกรันเวย์ประมาณ 5,000 ฟุต จากจุดเริ่มต้นลงจอด (Runway Threshold)

 

“เครื่องบิน 747-400 (BDSF) กำลังบินด้วยความเร็ว 90 นอตเหนือพื้นดิน ขณะที่เบี่ยงออกนอกรันเวย์ไปยังกำแพงกั้นทะเล”

 

จากข้อมูลแบบละเอียด พบว่าเครื่องบินกำลังบินด้วยความเร็ว 49 นอต ในขณะที่ลงจอดในทะเล โดยหางของเครื่องบินได้รับความเสียหายจนฉีกขาดออกจากลำตัวเครื่องบินในขณะที่กำลังลงสู่ทะเล

 

ทั้งนี้ รันเวย์ด้านทิศเหนือของสนามบินฮ่องกงยังคงปิดทำการในเช้าวันนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน

 

ภาพ: REUTERS/Tyrone Siu

อ้างอิง:

The post เครื่องบินขนสินค้าไถลออกนอกรันเวย์สนามบินฮ่องกง ชนเจ้าหน้าที่ภาคพื้น 2 คนเสียชีวิต ก่อนลงจอดในทะเล appeared first on THE STANDARD.

]]>