บาร์ลับ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/hidden-bars/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 16 Oct 2024 00:16:30 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 100 บาร์ดีทั่วกรุงเทพฯ ชวนเก็บให้ครบสำหรับคนชอบดื่มชอบดริงก์ทุกแนว https://thestandard.co/life/100-best-bars-bangkok/ Thu, 10 Oct 2024 07:00:46 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=993490

วอร์มมือ-วอร์มคอกันให้พร้อม โดยเฉพาะใครที่รู้ตัวว่าเป็น […]

The post 100 บาร์ดีทั่วกรุงเทพฯ ชวนเก็บให้ครบสำหรับคนชอบดื่มชอบดริงก์ทุกแนว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วอร์มมือ-วอร์มคอกันให้พร้อม โดยเฉพาะใครที่รู้ตัวว่าเป็นสายดื่ม ชอบหาร้านดีๆ ชวนเพื่อนไปดริงก์ชิลๆ ยามค่ำคืน เพราะวันนี้พวกเรามีลิสต์ ‘100 บาร์ดีทั่วกรุงเทพฯ’ มาเสิร์ฟให้ถึงที่! เพราะฉะนั้นรีบแชร์และเซฟลิสต์นี้เก็บไว้ให้ไวเลย เผื่อว่าวันไหนเพื่อนๆ เกิดอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากร้านประจำขึ้นมา

 

แถมพวกเรายังรวมมาให้ทุกแนว ตั้งแต่ค็อกเทลบาร์, มิวสิกบาร์, ไวน์บาร์, สาเกบาร์ ไปจนถึงบาร์สนุกๆ สำหรับสายแดนซ์ที่อยากลุกขึ้นเต้น

 

ถ้าคนไหนพร้อมชวนเพื่อนไป Bar Hopping ตามเก็บบาร์ดีให้ครบทั่วกรุงเทพฯ ลองมาดูกันว่า 100 บาร์ที่เราอยากแนะนำจะมีที่ไหนบ้าง

 


 

 

1. Vesper

 

บาร์ดีย่านศาลาแดง เจ้าของอันดับที่ 14 บนลิสต์ Asia’s 50 Best Bars ปีล่าสุด และบาร์อันดับที่ 55 บนลิสต์ World’s 50 Best Bars ปี 2023 หลายคนกลายเป็นขาประจำที่นี่ เพราะบรรยากาศที่สนุกสนาน เป็นกันเอง และดริงก์ที่เชื่อถือได้ว่าเราจะได้จิบของดี โดยมีทั้งค็อกเทลซิกเนเจอร์และคลาสสิก

 

Contact: Vesper

Open: ทุกวัน เวลา 17.30-02.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/fwmUKvSYoVy8dGNE8

 


 

 

2. 4th Wall

 

ค็อกเทลบาร์เรียบหรูดูเท่จากทีมงานเดียวกับ Vesper ที่นี่จะเน้นคลาสสิกค็อกเทลโดยเฉพาะ แถมยังมีมากกว่า 500 สูตร เพราะฉะนั้นใครที่ยังตามหาเมนูที่ชอบดื่มไม่เจอสักที ลองเดินเข้ามาที่บาร์นี้แล้วสั่งดู แต่บาร์ก็มีเมนูซิกเนเจอร์สไตล์คลาสสิกทวิสต์ด้วย เผื่อคืนไหนใครอยากลองอะไรใหม่ๆ

 

Contact: 4th Wall

Open: ทุกวัน เวลา 19.30-02.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/QES86k3yxStxqkXHA

 


 

 

3. no bar wine bar

 

เนเชอรัลไวน์บาร์ไวบ์ดีที่เน้นไวน์ธรรมชาติจากทั่วโลก แถมยังมีอาหาร เน้นเมนูโฮมมี่ที่แพริ่งกับไวน์ได้ดี เหมาะกับคนที่กำลังหาร้านนั่งชิลบรรยากาศเป็นกันเองไว้นั่งคุยกับเพื่อน และคนที่สนใจเกี่ยวกับเนเชอรัลไวน์ อยากลองไวน์ที่หลากหลายกว่าไวน์แมสๆ ที่วางขายทั่วไป

 

Contact: no bar wine bar

Open: วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/z9QphnCFopBToJZH6

 


 

 

4. Truth or Dare

 

อีกหนึ่งบาร์สายเต้นรำในย่านหลังสวนที่สามารถเดินมาจาก BTS สถานีชิดลม ได้เลย ที่นี่เด่นเรื่องความสนุกทั้งดนตรีที่มีดีเจไปเปิดแผ่น และเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ดริงก์ที่มีคอนเซปต์น่าสนใจ ในร้านมีมุมให้ถ่ายภาพเยอะมาก (ถ้าคนยังไม่แน่นร้าน) แถมยังมีตู้ถ่ายสติกเกอร์ด้วย นับเป็นอีกหนึ่งบาร์ที่ไปแล้วได้ฟีลปาร์ตี้สนุกๆ แน่นอน

 

Contact: Truth or Dare

Open: ทุกวัน เวลา 18.00-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/4SuFWYBtqrLogaeZA

 


 

 

5. Frog

 

Kei Sawada บาร์เทนเดอร์มือฉมังจาก Salon du Japonisant ย้ายมาดูแลบาร์แห่งใหม่ภายใต้ชื่อ Frog ซึ่งยังคงนำกลิ่นอายญี่ปุ่นและเรื่องราวความเชื่อพ่วงมาด้วย ตัวดริงก์นำเสนอเรื่องราวแดนอาทิตย์อุทัยผ่านสปิริตต่างๆ โดยผสานเข้ากับรสชาติของผลไม้ท้องถิ่นและสมุนไพร นอกจากนี้บาร์แสงสลัวๆ ที่เราคุ้นเคย ที่นี่ยังมีห้องลับไว้ลิ้มลอง Armagnac บรั่นดีโฮมเมดหายากจากฝรั่งเศส ซึ่งเราไม่อยากให้พลาด

 

Contact: Frog

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/bEPyevc3sNun1NXu7

 


 

 

6. Last Call Bkk

 

ค็อกเทลบาร์แห่งนี้มีบาร์เทนเดอร์ฝีมือดีมายืนชง และยังคงคอนเซปต์ในแบบฉบับของค็อกเทลบาร์แท้ๆ ที่มาในสไตล์มินิมัล สุภาพ และเป็นกันเอง ออกแนวบาร์สไตล์ญี่ปุ่นซึ่งมีที่นั่งจำกัด ตัวดริงก์คลาสสิกค็อกเทลทำได้ดี เหมาะสำหรับคนที่อยากจิบค็อกเทลดีๆ เคล้าดนตรีเบาๆ ที่ไม่เอะอะจนเกินไปนัก ที่นี่ฝากฝังฝีมือและรสชาติได้ดีทีเดียว

 

Contact: Last Call Bkk

Open: วันอังคาร-เสาร์ เวลา 18.30-01.30 น. (ปิดวันอาทิตย์-จันทร์)

Location: https://maps.app.goo.gl/zmqku17HvRFARLyk8

 


 

 

7. Villa Frantzén

 

ค็อกเทลบาร์หนึ่งเดียวในย่านสาทรที่นำเสนอค็อกเทลสไตล์นอร์ดิก ซึ่งมาแบบน้อย นิ่ง แต่รสชาตินั้นต้องบอกว่ามีความซับซ้อน ชูด้วยรสชาติวัตถุดิบ อย่างเช่น รูบาร์บ บลูเบอร์รี บ๊วย และน้ำส้มสายชู ฯลฯ ที่รับรองว่าดริงก์ของที่นี่จะไม่เหมือนที่เสิร์ฟในค็อกเทลบาร์อื่นๆ แน่นอน เหมาะสำหรับคนอยากหาบาร์เงียบๆ นั่งดื่มในย่านซอยสาทร 1 ที่มีความเป็นส่วนตัวและผ่อนคลาย แถมดริงก์ยังอร่อยด้วย

 

Contact: Villa Frantzén
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-00.00 น.
Location: https://goo.gl/maps/5Jxs2Z9LtyBt8rPz5

 


 

 

8. Mahaniyom Cocktail Bar

 

ค็อกเทลบาร์ยอดเยี่ยมอันดับ 18 บนลิสต์ Asia’s 50 Best Bars ในปีล่าสุด ที่นี่อยู่บนชั้น 2 ของร้านอาหาร 100 Mahaseth บนถนนมหาเศรษฐ์ นำโดย หนึ่ง-รณภร คณิวิชาภรณ์ และ แจน-เจนญ์ณรงค์ ภูมิจิตร ผู้อยู่เบื้องหลังบาร์ดีอย่าง #FineTheLockerRoom และ #FindThePhotoBooth ที่นี่พวกเขาสร้างเครื่องดื่มในคอนเซปต์ ‘Resourceful Cocktail’ ตั้งใจใช้วัตถุดิบไทยและเลือกใช้วัตถุดิบหนึ่งอย่างให้คุ้มค่าที่สุดในแต่ละแก้ว

 

Contact: Mahaniyom Cocktail Bar
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-00.00 น. (ปิดวันจันทร์)
Location: https://maps.app.goo.gl/wsaMFzYEihMNY9kt7

 


 

 

9. BAR US

 

บาร์ยอดเยี่ยมอันดับ 21 บนลิสต์ Asia’s 50 Best Bars 2024 เครื่องดื่มของที่นี่น่าสนใจตรงการหยิบส่วนผสมจากอาหาร เช่น ผักชี ข้าวคั่ว และน้ำปลา มารังสรรค์เป็นค็อกเทลด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน เมนูเครื่องดื่มจึงแบ่งออกเป็น 4 หมวด เหมือนให้เราเลือกสั่งอาหารคือ Starter, Main, After และ All Night

 

Contact: BAR US
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ ปิดเวลา 01.00 น.)
Location: https://maps.app.goo.gl/eU4c7K9MXDfsVesi7

 


 

 

10. G.O.D

 

G.O.D ย่อมาจาก Genius On Drugs ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังบาร์ค็อกเทลคอนเซปต์เทพเจ้าแห่งนี้ก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นทีมงานเดียวกับหลายๆ บาร์ดีในซอยนานาอย่าง Teens of Thailand, Asia Today, TAX และ Independence สำหรับที่นี่พวกเขาตั้งใจสร้างค็อกเทลที่แปลกใหม่ด้วยการมาคู่กับ Bites ให้กินไปจิบไป แล้วเราจะเจอรสชาติใหม่ๆ ในการดื่ม

 

Contact: G.O.D
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 19.00-01.00 น. (ปิดวันจันทร์)
Location: https://maps.app.goo.gl/Gk47SRwegti3UizZ6

 


 

 

11. Blanc Bkk

 

ค็อกเทลบาร์แห่งนี้มาพร้อมไวบ์คึกคัก เพราะมีดีเจมาเปิดแผ่นสร้างบรรยากาศให้ค่ำคืนนั้นไม่เหงาจนเกินไปนัก เหมาะกับคนที่กำลังมองหาค็อกเทลดี เพลงสนุก ตัวร้านมีขนาดใหญ่ มีชั้น 2 ที่ไพรเวตขึ้นมาอีกนิด ไปกับแก๊งเพื่อนได้สบาย

 

Contact: Blanc Bkk

Open: ทุกวัน เวลา 19.00-03.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/G7D8EmPiKgPePeSW8

 


 

 

12. Rim Bangkok

 

ใครอยากสนุก อยากเต้น แต่ก็ยังอยากจิบค็อกเทลดีๆ ด้วย ลองไปที่ Rim Bangkok บาร์เปิดใหม่ย่านสาทรที่ต่อยอดมาจาก Rimshot ในซอยสุขุมวิท 24 ที่นี่มีขนาดกว้างขวาง แต่คนก็อัดแน่นแทบทุกคืน จุดเด่นอยู่ที่ดนตรีแน่นๆ มีดีเจชื่อดังมาเปิดเพลงตลอดไลน์อัพ สถานที่สวย ใหญ่โต มีลิสต์เครื่องดื่มที่หลากหลาย ตั้งแต่เบียร์ ค็อกเทล ไวน์ เรื่อยไปจนถึงแชมเปญ มาที่นี่รับรองไม่มีคำว่าเหงา

 

Contact: Rim Bangkok

Open: ทุกวัน เวลา 19.00-03.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/Ao7CgNrh8RtGsExh9

 


 

 

13. Sugar Ray You’ve Just Been Poisoned

 

อดีตบาร์ลับที่เปรียบเสมือน Gentlemen’s Club แต่ตอนนี้สร้างชื่อจนกลายเป็นค็อกเทลบาร์ในย่านซอยสุขุมวิท 24 ที่ไว้ใจได้เรื่องเครื่องดื่มและบรรยากาศในร้าน ที่นี่มีดีเจมาเปิดแผ่นมอบไวบ์เท่ๆ เหมาะทั้งมากับเพื่อนหรือพาคนรู้ใจมาออกเดต

 

Contact: Sugar Ray You’ve Just Been Poisoned

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 19.00-02.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Location: https://maps.app.goo.gl/HxvTHRn7TtUQLGzy8

 


 

 

14. Midlife Crisis

 

บาร์ของคนใจว้าวุ่นในซอยสุขุมวิท 16 ที่มาพร้อมซิกเนเจอร์ค็อกเทลในชื่อวลีโดนใจ ตั้งอยู่ลับๆ บนชั้น 2 ของร้านอาหาร รสชาติค็อกเทลของที่นี่เราให้ผ่านทั้งเปรี้ยวอมหวาน, Spirit Forward หรือคลาสสิกค็อกเทลสำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มอะไรหวือหวา เหมาะทั้งไปนั่งคนเดียวชิลๆ หรือไปเป็นหมู่คณะ เพราะจะสนุกกับชื่อค็อกเทลที่อาจโดนใจใครในค่ำคืนนั้น

 

Contact: Midlife Crisis

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/LLYR9K7oa841ATSL6

 


 

 

15. Dry Wave Cocktail Studio

 

บาร์สุดฮอตย่านทองหล่อที่เปิดตัวปีแรกก็มีชื่ออยู่บน Asia’s 50 Best Bars 2024 แล้วเรียบร้อย ที่นี่นำโดย ปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ บาร์เทนเดอร์มือดีที่หันมาเปิดบาร์ของตัวเองครั้งแรกหลังจากยืนเบื้องหลังมาหลายปี สำหรับที่นี่เขาเปรียบรสชาติค็อกเทลเป็นเหมือนคลื่น เมนูจะเน้นคลาสสิกค็อกเทล แต่ก็ไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้นเสียทีเดียว เพราะมีเมนู ‘Super Classic’ ที่เป็นการนำคลาสสิกค็อกเทลมาทำใหม่ให้ไม่ธรรมดาด้วย

 

Contact: Dry Wave Cocktail Studio

Open: ทุกวัน เวลา 19.00-01.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/yvU4b3kTtSpioGEP6

 


 

 

16. Tempo Bar

 

บาร์ดีแห่งใหม่ในซอยอารีย์ ที่ไวบ์ดีเหมือนมานั่งดื่มบ้านเพื่อน เพราะที่นี่รีโนเวตมาจากบ้านที่ใช้อยู่อาศัยจริงๆ มาพร้อมเมนูค็อกเทลที่ต้องโดนใจสายไฮบอล เพราะร้านมีเมนูไฮบอลให้เลือกเยอะสุดๆ จนอาจต้องกลับมานั่งดื่มบ่อยๆ แต่ถ้าใครอยากจิบค็อกเทลคลาสสิกก็มีให้เลือกอยู่บ้าง พร้อมกับเมนูอาหารแนวอิซากายะอินเตอร์ ที่ส่วนใหญ่เป็นของทอด

 

Contact: Tempo Bar

Open: วันพุธ-จันทร์ เวลา 16.00-01.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/LU2fiQod8SW2ZvKR7

 


 

 

17. Teens of Thailand

 

บาร์จินสุดจี๊ดแห่งซอยนานา-เยาวราชที่เคยมีชื่ออยู่บนลิสต์ Asia’s 50 Best Bars และเป็นบาร์ที่ลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่การชงค็อกเทล และถึงแม้ว่าร้านจะมีพื้นที่ไม่มาก แต่บรรยากาศอบอุ่นแบบนี้แหละที่ทำให้นักดื่มจินหลายคนติดใจจนกลับมาอีกซ้ำๆ

 

Contact: Teens of Thailand

Open: ทุกวัน เวลา 18.00-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/HRyTWck4bP8Y8yc29

 


 

 

18. Asia Today

 

อีกหนึ่งบาร์ดีจากทีม Teens of Thailand ที่แค่เดินข้ามถนนมาก็จะเจอ พร้อมกับไฟนีออนด้านในที่บอกว่า ‘บาร์นี้ดีกว่า Teens of Thailand’ ส่วนจะจริงไหม ทุกคนต้องลองแวะไปเอง โดยที่นี่จะใช้วัตถุดิบท้องถิ่นในการรังสรรค์ค็อกเทล โดยเฉพาะน้ำผึ้งจากหลายแหล่งในประเทศไทย

 

Contact: Asia Today

Open: ทุกวัน เวลา 18.00-23.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/id8dGZXZquSuYpNBA

 


 

 

19. TICTACTOE Bangkok

 

บาร์แห่งใหม่สำหรับคนโสดและสายเต้น เพราะที่นี่เป็น Dating Bar เปิดพื้นที่ให้มานั่งดื่มและทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ คนใหม่ๆ ได้แบบไม่ต้องกลัวเหงา พร้อมบรรยากาศที่ชวนให้ลุกขึ้นเต้นและสะกิดโต๊ะข้างๆ เผื่อว่าอยากลุกมาเต้นด้วยกัน ส่วนทีมงานเบื้องหลังคือทีมเดียวกับบาร์ Echelon ในย่านทองหล่อ

 

Contact: TICTACTOE Bangkok

Open: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป

Location: https://maps.app.goo.gl/UYD6KaeX5TivJaqZ8

 


 

 

20. Ruby’s

 

บาร์ค็อกเทลแห่งใหม่ในย่านหลังสวน ที่ดึงอัญมณีมาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ค็อกเทล โดยบาร์อยู่ด้านในโรงแรม Kimpton Maa-Lai Bangkok และมีเพียง 16 ที่นั่งเท่านั้น ทุกคนจะได้รู้จักอัญมณีผ่านค็อกเทลซิกเนเจอร์ที่มีทั้งหมด 14 แก้ว เช่น รูบี้ที่ใช้จินเป็นเบสหลัก, ไดมอนด์ที่มีส่วนผสมของ Tequila Blanco และลิเคียวรสโยเกิร์ตฮอกไกโด หรือเอเมอรัลด์ที่เป็นจินผสมเมซคาล เมลอน ข้าวเหนียวมะม่วง และโฟมกะทิทุเรียน

 

Contact: Ruby’s

Open: ทุกวัน เวลา 17.30-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/S1WRj8AgXdvXMAPb9

 


 

 

21. Ba Hao

 

บาร์สไตล์จีนในตึกเก่าซอยนานาที่เปิดเป็นห้องพักชั้นบนด้วย ที่นี่เป็นค็อกเทลบาร์สำหรับคนชอบบรรยากาศชิลๆ แสงไฟสลัวๆ และความสนุกสนานเป็นกันเอง ส่วนเมนูค็อกเทลของร้านจะมีกลิ่นอายจีนๆ พร้อมเมนูอาหารรสชาติดีที่มีให้สั่งแบบจัดเต็ม

 

Contact: Ba Hao

Open: ทุกวัน เวลา 17.00-00.00 น. (วันศุกร์-เสาร์ ปิดเวลา 01.00 น.)

Location: https://maps.app.goo.gl/8aeamFArJGQYDsfn7

 


 

 

22. Opium Bkk

 

ในตึกเดียวกับร้านอาหารไฟน์ไดนิ่ง POTONG ในย่านเยาวราช มีห้องลับบนชั้น 4 ซึ่งเคยเป็นห้องสูบฝิ่นของบรรพบุรุษเจ้าของตึก ก่อนทายาทรุ่นปัจจุบันจะเข้ามารีโนเวต เปลี่ยนอดีตห้างขายยาให้เป็นร้านอาหารและบาร์ที่เต็มไปด้วยความครีเอทีฟ

ดริงก์ของที่นี่มาในคอนเซปต์ Liquid Surreality – สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คิด ค็อกเทลทุกแก้วจึงเต็มไปด้วยความคราฟต์และความน่าแปลกใจ รับรองว่าทุกคนจะต้องรู้สึกสนุกกับการดื่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

 

Contact: Opium Bkk

Open: วันพฤหัสบดี-จันทร์ เวลา 17.00-00.00 น. (ปิดวันอังคาร-พุธ)

Location: https://maps.app.goo.gl/ARWitJew53FskoFS8

 


 

 

23. TEP BAR

 

บาร์ดนตรีไทยที่เราอยากให้ทุกคนไปนั่งชิลกันสักครั้ง เพราะนี่คือบาร์ตัวแทนส่งออกวัฒนธรรมไทยๆ ให้คนต่างชาติเข้าใจง่ายๆ ผ่านบรรยากาศที่ตกแต่งแบบไทยเดิม มีดนตรีไทยเล่นสด ไปจนถึงเครื่องดื่มที่ใช้สุราแบบไทยๆ เราว่าแม้แต่คนไทยมานั่งดื่มเองก็ต้องเอ็นจอย

 

Contact: TEP BAR

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.00-00.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.00-01.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/CHuEMZewna8jfC627

 


 

 

24. Tropic City

 

อีกหนึ่งบาร์ดีย่านเจริญกรุงที่เชื่อว่านักดื่มต้องรู้จัก แถมยังเป็นบาร์ที่มีชื่อติดอยู่บนลิสต์ Asia’s 50 Best Bars 2024 ในอันดับที่ 62 ด้วย นำโดยสองหนุ่มจากสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เซบาสเตียน เดอ ลา ครูซ และ ฟิลิป สเตฟาเนส ที่หยิบเสน่ห์ของเมืองเขตร้อนจากทั่วโลกมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ค็อกเทล เครื่องดื่มส่วนใหญ่จึงมีส่วนผสมของผลไม้ และตั้งใจใช้รัมเป็นเบสหลัก

 

Contact: Tropic City

Open: ทุกวัน เวลา 19.00-01.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/Jqs2ZHUdY5BJ6tkA6

 


 

 

25. BKK Social Club

 

เจ้าของตำแหน่งบาร์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย 3 ปีซ้อนจากการจัดอันดับโดย Asia’s 50 Best Bars 2022-2024 ที่นี่อยู่ใน Four Seasons Hotel Bangkok ย่านเจริญกรุง นำทีมโดยบาร์เทนเดอร์ชาวอังกฤษ ฟิลิป บิสคอฟฟ์ ผู้เคยประจำอยู่ที่อีกบาร์ชื่อดังอย่าง Manhattan ในประเทศสิงคโปร์

ค็อกเทลของบาร์มีหลายหมวด แบ่งเป็น Places, People, Party และมีคลาสสิกค็อกเทลให้จิบเช่นกัน โดยเฉพาะ Negroni Flight สำหรับสายเนโกรนีที่อยากลองจิบหลายๆ สไตล์

 

Contact: BKK Social Club

Open: ทุกวัน เวลา 17.00-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/uUH5314tfusoxtnb8

 


 

 

26. Tripper Newroad

 

มิวสิกบาร์ย่านตลาดน้อยในคอนเซปต์ชานชาลารถไฟ โดยทีมงานเบื้องหลังก็คือบาร์แจ๊ส To More ที่อยู่ห่างไปไม่เท่าไร เพราะฉะนั้นทุกคนสามารถคาดหวังกับดนตรีสดของบาร์นี้ได้เลย เนื่องจากพวกเขาจะมี Opening Act ทุกคืน ส่วนเมนูค็อกเทลซิกเนเจอร์มาในธีมการเดินทาง ตั้งชื่อตามเมืองต่างๆ ที่นักเดินทางชอบไป และใช้วัตถุดิบขึ้นชื่อของเมืองนั้นๆ เป็นส่วนผสมหลัก

 

Contact: Tripper Newroad

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Location: https://maps.app.goo.gl/Eha4eEkSZeeP9fjPA

 


 

27. The Bamboo Bar

 

บาร์แจ๊สในตำนานแห่งย่านริมน้ำที่นักดื่มรุ่นบุกเบิกต้องรู้จัก เพราะนี่คือบาร์แจ๊สแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งเคยครองตำแหน่งบาร์ที่ดีที่สุดในประเทศด้วย โดยผู้คุมทีมบาร์คนปัจจุบันคือ ชาแนล อดัมส์ บาร์เมเนเจอร์หญิงคนแรกในหน้าประวัติศาสตร์ 70 ปีของ The Bamboo Bar

ค็อกเทลซีรีส์ปัจจุบันได้แรงบันดาลใจมาจากต้นไผ่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 หมวด ความน่าสนใจคือค็อกเทลจะมาพร้อม Bites เป็นของกินเล่นที่ทำให้ดื่มสนุกขึ้น

 

Contact: The Bamboo Bar

Open: วันอาทิตย์-พฤหัสบดี เวลา 17.00-01.00 น. (วันศุกร์-เสาร์ ปิดเวลา 02.00 น.)

Location: https://maps.app.goo.gl/FkoxmPMqd4MYfaNW8

 


 

 

28. SIWILAI RADICAL CLUB

 

โซเชียลคลับแห่งใหม่จากทีม SIWILAI ที่มาพร้อมสีส้มกระหึ่ม หากเดินผ่านตอนกลางวันหลายคนอาจคิดว่าที่นี่เป็นคาเฟ่หรือร้านอาหารธรรมดาๆ ทว่าด้านในร้านมีพื้นที่กว้างขวางและมีลำโพงแรร์ไอเท็มเปิดเพลงให้ฟัง ด้านหลังกำแพงสีส้มฝั่งหนึ่งคือประตูไปสู่ดิสโก้เธคที่พร้อมจะเป็น Dance Floor ให้ชาวทองหล่อที่อยากสัมผัสบรรยากาศสนุกๆ สไตล์ยุค 70

 

Contact: SIWILAI RADICAL CLUB

Open: ทุกวัน เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป (วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 10.00 น.)

Location: https://maps.app.goo.gl/voZp7p5Gpi5gq81Z7

 


 

 

29. Raze Arcade

 

บาร์ค็อกเทลที่มาพร้อมเครื่อง Simulator ให้ขาซิ่งลองมาขับรถ F1 กันได้ พร้อมด้วยเมนูค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสนามแข่งรถ F1 ด้วยการหยิบวัตถุดิบเด่นๆ ในประเทศที่จัดสนามแข่งขันมาใส่ในแก้ว หรือถ้าใครเป็นคอแชมเปญ บาร์นี้ก็มีลิสต์ให้เลือกเยอะมาก เนื่องจากเป็นของที่ขาดไม่ได้ในการเฉลิมฉลองแก่ผู้ชนะประจำสนาม

 

Contact: Raze Arcade

Open: วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/NbeXpt5Vyqhxy3HGA

 


 

 

30. 365 Days Jazz Bar

 

บาร์แจ๊สที่เดินเข้าไปแล้วเหมือนแวะไปบ้านเพื่อนฝรั่ง วันพฤหัสบดี-เสาร์จะมี Live Jazz ให้ฟังหลายแนวไม่ว่าจะเป็นดิว่า โซล หรือป๊อป สลับกันไป ส่วนดริงก์ของที่นี่แนะนำให้ลองค็อกเทล เพราะแต่ละเมนูมีความคราฟต์ขั้นสุด ใครที่ไม่ชอบค็อกเทลหวานไซรัปฉ่ำเป็นปลื้ม เพราะที่นี่ใช้ความหวานจากผลไม้เกือบทั้งหมด

 

Contact: 365 Days Jazz Bar

Open: ทุกวัน เวลา 19.00-01.00 น.

Location: https://goo.gl/maps/Q7HbCFfy1Wn1sHMt5

 


 

 

31. 251 by Bar scofflaws

 

วันไหนอยากจิบไวน์-ฟังแจ๊สต้องแวะมาที่นี่ ไวน์บาร์ที่เสิร์ฟดนตรีแจ๊สแน่นเครื่อง ชิลได้ ลุกยืนโยกได้ และเชื่อว่าจะได้เพื่อนใหม่ด้วย เพราะพื้นที่ไซส์ Small Room เอ็นจอยกับโต๊ะข้างๆ ได้ทุกเมื่อ

 

Contact: 251 by Bar scofflaws
Open: วันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 19.00-02.00 น. (ปิดวันจันทร์-พุธ)
Location: https://maps.app.goo.gl/oYE3mqWbVZRhKnXR7

 


 

 

32. The 126 Bar

 

บาร์ลับย่านทองหล่อ ที่ได้แรงบันดาลใจจากเลขห้องคอนโดที่มักเป็นพิกัดรวมตัวชนแก้วของก๊วนเพื่อนและเจ้าของร้าน ซึ่งเมนูค็อกเทลของที่นี่ก็ยังได้แรงบันดาลใจมาจากสตอรีและคาแร็กเตอร์ของเพื่อนด้วยเช่นกัน สไตล์เพลงที่เปิดในร้านเป็นแนวซิตี้ป๊อป / อาร์แอนด์บี ฟังสบายเข้ากับบรรยากาศร้านที่ชิล เหมาะจะมานั่งปล่อยใจจิบอะไรเย็นๆ

 

Contact: The 126 Bar
Open: วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 19.00-01.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/QbEbY28GUrYt9wxA8

 


 

 

33. Un-cle bar

 

สายเนเชอรัลไวน์ต้องลองแวะมาที่ Un-cle bar ดูสักครั้ง ที่นี่มีซีเล็กชันให้เลือกหลายตัว และมีอาหารกินเอาอิ่มได้เช่นกัน สไตล์อาหารที่นี่เป็นแนวคอมฟอร์ตฟู้ดลูกครึ่งญี่ปุ่นกับเมดิเตอร์เรเนียน เหมาะจะมากับก๊วนเพื่อน แต่ถ้ามาคนเดียว เจ้าของร้านก็ยินดีต้อนรับพร้อมนั่งคุยเป็นเพื่อนได้ยาวๆ เช่นกัน

 

Contact: Un-cle bar
Open: วันจันทร์-เสาร์ เวลา 17.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/PJTTgaS1NkRvM3Si9

 


 

 

34. Crimson Room

 

ยุค Gatsby อยู่ใกล้แค่หลังสวน ไม่ต้องนั่งไทม์แมชชีนก็วาร์ปไปได้ที่บาร์แจ๊สม่านแดงสวยอลังอย่าง Crimson Room ในส่วนของเครื่องดื่มก็มีให้เลือกเยอะทุกหมวดจนตาลาย แต่ถ้าเป็นเมนูค็อกเทลยอดนิยมที่กวาดตามองไปโต๊ะไหนก็เห็นคือ Love of Velvet แก้วสวยเด่นที่มีเบสเป็น Lillet Blanc, Campari และ St-Germain Elderflower Liqueur ดื่มง่าย สดชื่น

 

Contact: Crimson Room
Open: ทุกวัน เวลา 18.00-02.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/VbkhaES3kXUgACLB6

 


 

 

35. Ray Cocktail & Bite

 

ค็อกเทลบาร์ที่สอดแทรกอารยธรรมญี่ปุ่น พร้อมให้ผู้คนดื่มด่ำกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าสิ่งที่อยู่หลังบาร์ ไม่ต้องสนใจกระบวนการทำ รอเอ็นจอยดริงก์และอาหารเป็นพอ แน่นอนว่าค็อกเทลที่นี่ก็ยังได้แรงบันดาลใจจากญี่ปุ่นเต็มขั้น ตั้งแต่ตัวสปิริตในค็อกเทลและส่วนผสมต่างๆ เมนูสนุกๆ ที่น่าลองคือ Dorayaki Negroni ที่ใช้จินถั่วแดง เวอร์มุทงาดำ อามาโรบิตเตอร์กลิ่นโฮจิฉะคาเคานิบส์ ท็อปด้วยโดรายากิจิ๋วด้านบน

 

Contact: Ray Cocktail & Bite
Open: ทุกวัน เวลา 18.30-01.30 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/R2uGirGmUQZWub2V7

 


 

 

36. Invitation Only

 

ค็อกเทลบาร์ย้อนยุคบนชั้น 55 ของ Empire Tower ที่ให้วิวสวยฉ่ำหลักล้าน มาตอนพระอาทิตย์ตกก็โรแมนติก มาตอนค่ำก็ได้ฟีลไนต์ไลฟ์เคลิ้มไปอีกแบบ นอกจากไวบ์จะดีแล้ว ค็อกเทลที่นี่ก็ดีไม่แพ้กัน ถ้าไม่รู้จะสั่งอะไรก็เริ่มที่ Invitation Only ตามชื่อร้านได้เลย เบสเป็นฟลอรัลและพิงก์จิน ท็อปด้วยน้ำมะพร้าวมิกซ์กับไวน์แดง เป็นแก้วที่มีเลเยอร์รสชาติให้ค้นหาดี

 

Contact: Invitation Only
Open: วันอาทิตย์-พฤหัสบดี เวลา 17.00-00.00 น. (วันศุกร์-เสาร์ ปิดเวลา 01.00 น.)
Location: https://maps.app.goo.gl/ciKKw4yKPNqrwE5fA

 


 

 

37. The O.S.S Bar

 

สปีกอีซี่บาร์ใจกลางกรุงที่จะทำให้คุณรู้จักชีวิตของ จิม ทอมป์สัน ราชาผ้าไหมไทยผู้ล่วงลับมากขึ้น ค็อกเทลที่นี่ทุกตัวล้วนมีพรีเซนเทชันที่ไม่ธรรมดา และยังสอดแทรกไปด้วยสตอรีอันน่าทึ่งผ่านเรื่องราว 4 บทจากช่วงเวลาและสถานที่สำคัญในการเดินทางของจิม มาคนเดียวได้ไม่เขิน มาเป็นก๊วนก็ชิล เมาท์ได้สบาย

 

Contact: The O.S.S Bar
Open: ทุกวัน เวลา 18.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/EaCPN35fJXgd3VJW9

 


 

 

38. F*nkytown

 

ไปมาหลายบาร์แล้ว อยากลองสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่บ้าง? ลองแวะมาที่ F*nkytown เพราะที่นี่มีค็อกเทลที่นำวัตถุดิบมาเล่นแบบขบขันและครีเอตขึ้นใหม่จนดูแปลกตา มีอารมณ์ขันอยู่ในทุกจุดของการเสิร์ฟดริงก์ เช่นการนำผักกาดหอมและเห็ดมาทำค็อกเทลให้คนได้ถ่ายรูปก่อนดื่ม หรือจะลองจิบ Zero Absinth ค็อกเทลที่มีการใช้น้ำและเปลือกของผลไม้สดที่ใช้เวลามานานในการสร้างสรรค์ แต่ได้ดื่มแล้วจะรู้สึกดีกว่าเดิม!

 

Contact: F*nkytown
Open: วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/qcvVf5uQWxBf86Wg8

 


 

 

39. Lennon’s

 

ชาวไวนิลไม่ควรพลาดกับ Lennon’s บาร์ค็อกเทลที่มีแผ่นเสียงกว่า 6,000 แผ่น เข้าไปแล้วเหมือนได้อยู่ในสตูดิโอยุค 70 แน่นอนว่าเครื่องดื่มที่นี่ก็ยังได้แรงบันดาลใจจากเพลงดังในประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแจ๊สอย่าง Fly Me To The Moon หรือแนวดิสโก้อย่าง Donna Summer

 

Contact: Lennon’s

Open: ทุกวัน เวลา 18.00-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/bd23BjikPjAUo7B47

 


 

 

40. Watcharapirom

 

คอมมูนิตี้บาร์แห่งใหม่สำหรับทุกคนที่ชอบออกมาแฮงเอาต์สนุกสนานเฮฮากับก๊วนเพื่อน เพราะที่นี่มีกิจกรรมให้ทำเพียบ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะพูล, บอร์ดเกม, Nintendo Switch, ดนตรีสด หรือดีเจ เอาเป็นว่ามาแล้วติดลมแน่นอน

 

Contact: Watcharapirom

Open: วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.30 น. (ปิดวันอังคาร / วันศุกร์-อาทิตย์ ปิดเวลา 01.30 น.)

Location: https://maps.app.goo.gl/tWsQ2sfJtrp4fsRj7

 


 

 

41. Firefly Bar

 

ยกระดับการดื่มไปอีกขั้น กับบาร์สุดหรูสไตล์ยุโรปภายใน Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok ที่เพิ่งคว้ารางวัลลำดับที่ 83 จาก Asia’s 50 Best Bars 2024 เอ็นจอยค็อกเทลคุณภาพพลางดื่มด่ำกับ Live Jazz ได้ทุกคืน

 

Contact: Firefly Bar
Open: ทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/kYDZuLrR6eS3yboP6

 


 

 

42. The Loft

 

บาร์หรูบนชั้น 56 ของโรงแรม Waldorf Astoria Bangkok ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก The Waldorf Bar ของโรงแรม Waldorf Astoria ที่นิวยอร์ก นอกจากจะได้เสพไวบ์ City Night แล้ว ก็ยังได้เสพศิลป์ไปในตัว ด้วยการตกแต่งสไตล์ Art Nouveau ชวนหลงใหล เหมาะจะแวะมาจิบดริงก์แกล้มอาหารกินเล่นหลังเลิกงาน

 

Contact: The Loft
Open: วันอาทิตย์-พฤหัสบดี เวลา 17.00-00.00 น. (วันศุกร์-เสาร์ ปิดเวลา 01.00 น.)
Location: https://maps.app.goo.gl/84nev1BTWPbymJqe6

 


 

 

43. The Carnival BKK

 

คนรักคราฟต์เบียร์ยิ้มได้ เพราะที่นี่คุณสามารถแวะมานั่งชิลปล่อยใจได้ตั้งแต่หัววันจรดค่ำ! บรรยากาศในร้านให้กลิ่นอายของความเป็นบ้านยุโรปเหนือ ที่ถ่ายภาพมุมไหนก็สวย จะเลือกนั่งอินดอร์แอร์เย็นฉ่ำ หรือเลือกนั่งโต๊ะยาวด้านนอกก็เหมือนได้ไปอยู่ในตอนหนึ่งของซีรีส์ระดับโลกอย่าง Money Heist ส่วนคราฟต์เบียร์ของที่นี่ก็วางใจได้ เพราะรังสรรค์โดยนักทำเบียร์รุ่นบุกเบิกในตำนาน

 

Contact: The Carnival BKK
Open: วันอาทิตย์-พุธ เวลา 12.00-00.00 น. (วันพฤหัสบดี-เสาร์ ปิดเวลา 01.00 น.)
Location: https://maps.app.goo.gl/zUpmBr7PQaG5Ytsw8

 


 

 

44. 2463 Speakeasy

 

ค็อกเทลบาร์ทางเข้าลึกลับที่มาพร้อมกลิ่นอายยุค Prohibition ที่แม้จะมาคนเดียวหรือแบกโน้ตบุ๊กมาทำงานพลางจิบดริงก์ไปด้วยก็ไม่ต้องเคอะเขิน เพราะที่นี่มีโซนที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวรองรับหรือจะมาฉลองวาระพิเศษกับเพื่อนก็ได้ ส่วนดริงก์ก็มีให้เลือกหลายสไตล์ ตั้งแต่รสสดชื่น จิบง่าย ไปจนถึงรสขมคล้ายยา โดดเด่นด้วยกลิ่นสมุนไพร

 

Contact: 2463 Speakeasy
Open: ทุกวัน เวลา 19.00-02.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/G2jcX6PQ8yPsy1k1A

 


 

 

45. Zuma Bangkok

 

นอกจากจะเป็นที่เลื่องลือด้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่แล้ว บาร์ของที่นี่ก็ยังขึ้นแท่นเป็นบาร์ยอดนิยมของเหล่านักดื่มเช่นกัน และด้วยคอนเซปต์ความเป็นญี่ปุ่น ดริงก์ที่นี่เลยโดดเด่นด้วยสาเก และค็อกเทลที่รังสรรค์ขึ้นด้วยวัตถุดิบระดับพรีเมียมและสปิริตจากประเทศญี่ปุ่น

 

Contact: Zuma Bangkok
Open: วันอาทิตย์-พฤหัสบดี เวลา 18.00-01.00 น. (วันศุกร์-เสาร์ ปิดเวลา 02.00 น.)
Location: https://maps.app.goo.gl/J7hRswkL4AUtNAcz9

 


 

 

46. Botti Wine Bar

 

เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อยากจิบไวน์ในที่สงบๆ คนไม่พลุกพล่าน ลองแวะไปที่ Botti Wine Bar ไวน์บาร์ในบ้านเก่าอายุกว่า 140 ปีที่ไพรเวตขั้นสุด มีไวน์ให้เลือกหลากหลายแบบ ความเก๋ของที่นี่คือ มีการ์ตูนขาวดำยุคก่อนให้นั่งดูเพลินๆ ด้วย แนะนำให้โทรจองก่อน เพราะพื้นที่มีจำกัด

 

Contact: Botti Wine Bar
Open: วันจันทร์-เสาร์ เวลา 18.00-00.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
Location: https://maps.app.goo.gl/9obdck5U5VmMYENP6

 


 

 

47. Lost in Thaislation

 

‘Solid to Liquid’ คอนเซปต์ค็อกเทลสุดเก๋ ที่เปรียบเสมือนไกด์บุ๊กแนะนำไอเดียร้านอาหารแก่นักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาในย่านทองหล่อ จะหมูสับเกี่ยมบ๊วยหรือข้าวมันไก่ที่นี่ก็มีเสิร์ฟให้ แต่อยู่ในรูปแบบเครื่องดื่มนะ ถือเป็นค็อกเทลบาร์ที่นำเสนอดริงก์ได้น่าสนใจ ชวนให้กลับมาลิ้มลองเมนูธีมใหม่เสมอ

 

Contact: Lost in Thaislation
Open: ทุกวัน เวลา 17.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/71W2U1HJkRcgRTqn8

 


 

 

48. Playroom

 

เพิ่มความซ่าและเร่าร้อนให้ค่ำคืนกับบาร์สุดเซ็กซี่ในย่านเอกมัยอย่าง Playroom ที่เข้าไปแล้วเหมือนได้หลุดเข้าไปในห้องของ Mr.Grey ในภาพยนตร์เรื่อง Fifty Shades of Grey นอกจากจะมีพร็อพเผ็ดๆ ให้ทำคอนเทนต์ด้วยแล้ว ที่นี่ก็เหมาะจะเป็นที่ Play Hard ดริงก์ให้หายเหนื่อยสมกับที่ Work Hard มาตลอดวัน

 

Contact: Playroom
Open: ทุกวัน เวลา 18.00-01.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/39wvnGyVJ4M5DTya7

 


 

 

49. Ms.Jigger

 

ออกเดินทางไปกับ Ms.Jigger หญิงสาวที่พร้อมพาทุกคนสัมผัสเสน่ห์ของอิตาลีผ่านเครื่องดื่มและอาหารในบรรยากาศที่อบอุ่น เชื่อว่าสายดริงก์ที่สั่งค็อกเทลของที่นี่เป็นต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพกันแน่นอน ด้วยพรีเซนเทชันที่ชวนตื่นตาและเรื่องราวเบื้องหลังแต่ละแก้วที่ทำให้อยากตีตั๋วไปอิตาลีเดี๋ยวนั้น

 

Contact: Ms.Jigger
Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.30-14.30 น. และ 17.30-00.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 11.30-00.00 น.)
Location: https://maps.app.goo.gl/1wMtNgd3FNMRX4b18

 


 

 

50. The Bar Vagabond

 

ใครชอบคลาสสิกค็อกเทลให้มาทางนี้ เพราะบาร์สไตล์ญี่ปุ่นแห่งนี้เด่นเรื่องคลาสสิกดริงก์ ไม่ว่าจะเป็นมาร์ตินี โอลด์แฟชั่น หรือเนโกรนี บาร์เทนเดอร์ชาวญี่ปุ่นของร้านนี้ทำได้ดีหมด เช่นเดียวกับซิงเกิลมอลต์ของญี่ปุ่นก็มีให้เลือกเยอะ เหมาะสำหรับคนที่อยากได้บาร์นั่งดื่มเงียบๆ ไม่โหวกเหวกโวยวาย หรือต้องตะโกนคุยกันตามสไตล์บาร์ญี่ปุ่น

 

Contact: The Bar Vagabond
Open: วันจันทร์-เสาร์ เวลา 19.00-03.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/KDwnBCV9DHkpJNCr5

 


 

 

51. Bar Glide Bkk

 
ค็อกเทลบาร์ขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในร้านโอมากาเสะ บาร์สไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นความน้อย เรียบง่าย ที่นั่งไม่เยอะ ความพิเศษคือสูตรเครื่องดื่มที่ได้มาจากหนังสือ TOKYO COCKTAILS ที่ปรับส่วนผสมเล็กน้อยเพื่อความเหมาะสม เหมาะกับการนั่งพูดคุยเงียบๆ หรือแวะมาดื่มคนเดียวสักดริงก์ก่อนกลับบ้าน
 
Contact: Bar Glide Bkk
Open: วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 18.00-01.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/kB5s5qkgKSeUFjCx6
 


 

 

52. NOVA Social Club

 
สกายบาร์แห่งใหม่บนชั้น 46 ย่านพระโขนง รับรองว่าตอนกลางคืนวิวสวยมากจนดื่มเพลินแน่นอน โดยซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่นี่มาในคอนเซปต์ชั้นบรรยากาศโลก แบ่งเป็นหมวดตามระดับความสูงไล่ไปจนถึงชั้นอวกาศ ถ้าใครอยากหาร้านนั่งดื่มวิวดีและบรรยากาศสนุกสนาน ต้องลองแวะมาที่นี่
 
Contact: NOVA Social Club
Open: ทุกวัน เวลา 17.30-01.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/7od5qTGWTFD8Qq4FA
 


 

 

53. madi wine bar

 
กลางวันเป็นคาเฟ่ กลางคืนเปลี่ยนเป็นไวน์บาร์ สำหรับ Madi Bkk สเปซสวยน่านั่งย่านเจริญกรุงที่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้ายันเที่ยงคืน เสิร์ฟเนเชอรัลไวน์และออร์แกนิกไวน์รสชาติดี รวมถึงค็อกเทลก็มีให้สั่ง ท่ามกลางบรรยากาศชิลๆ เท่ๆ มีดีเจเปิดเพลงให้ฟังตั้งแต่สองทุ่มเป็นต้นไป
 
Contact: madi wine bar
Open: วันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/TWaKdEqMKdLbhms49
 


 

 

54. The Smiths Bar BKK

 
บาร์สไตล์วินเทจที่แค่ชื่อร้านก็น่าจะบอกถึงความเก๋าได้ไม่ยาก ที่นี่มีดีเจและดนตรีสดทุกวันเสาร์ เล่นเพลงย้อนยุคในแบบยุค 80-90 นอกจากเครื่องดื่มแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังมีอาหารไว้บริการอีกด้วย ใครอยู่ย่านนี้ไม่ควรพลาด
 
Contact: The Smiths Bar BKK
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-01.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/dAyhceSbhfVTD5LRA
 


 

 

55. EAT ME RESTAURANT

 
แม้จะเด่นเรื่องอาหาร แต่ถ้าใครมา EAT ME RESTAURANT บ่อยก็จะรู้ว่าค็อกเทลของที่นี่ก็ดีไม่แพ้อาหาร เพราะเป็นค็อกเทลที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นส้มตำปูปลาร้า, ลาบหมู, กะเพราหมูกรอบ และเย็นตาโฟ ที่หน้าตาเหมือนเครื่องดื่ม แต่พอจิบแล้วรสปลาร้ามานัวๆ เลย นับเป็นอีกบาร์สำหรับคนอยากลองค็อกเทลแนวสร้างสรรค์
 
Contact: EAT ME RESTAURANT
Open: ทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/5hLV9Bsv3xytzTzo8
 


 

 

56. Modern-Day Culture

 
Modern-Day Culture บาร์แผ่นเสียงจากกลุ่มคนที่อยากผลักดันให้แผ่นเสียงเป็นส่วนหนึ่งของปัจจุบัน เครื่องดื่มของร้านมีทั้งซิกเนเจอร์ คลาสสิกค็อกเทล และเนเชอรัลไวน์ รวมถึง Bartender’s Choice ที่เราค่อนข้างชอบความหลากหลายของค็อกเทลและรสชาติที่ไม่ติดหวาน ดื่มได้เรื่อยๆ ทั้งคืน ไม่เลี่ยน เพลงก็ดี นั่งได้ยาวๆ
 
Contact: Modern-Day Culture
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-01.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/UANM9MwQJ2TkboDG9
 


 

 

57. Unscene Wine Bar

 
ไวน์บาร์น้องใหม่ย่านทองหล่อ เปิดบนชั้น 2 ของร้านยากินิกุในซอยสุขุมวิท 49 ที่นี่ถูกใจคนชอบรวมตัวกับเพื่อนมานั่งชิล เพราะนอกจากเครื่องดื่มที่เน้นเนเชอรัลไวน์แล้ว ก็ยังมีของกินเล่นนิดๆ หน่อยๆ พร้อมปากกาบนโต๊ะให้วาดลงบนแก้วได้ด้วย
 
Contact: Unscene Wine Bar
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/URhuEqnxFhENcjZu7
 


 

 

58. Stoned’s Free Bkk

 
บาร์ลับแห่งหนึ่งในย่านบางแคที่เรามองแล้วว่ามู้ดเท่มาก มาในสไตล์ Underground หน่อยๆ เน้นค็อกเทลและมีดนตรีจากแผ่นไวนิลให้ฟัง บาร์นี้ใครอย่าคิดจะแวะมานั่งแป๊บเดียวแล้วไปต่อ เพราะบรรยากาศมันดีจนนั่งแล้วเพลินยาวเลยทีเดียว
 
Contact: Stoned’s Free Bkk
Open: วันพุธ-เสาร์ เวลา 19.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/RZUEjVNGJihTDDSn9
 


 

 

59. Mutual Bar

 
Mutual Bar บาร์ที่อยากให้คุณมาเจอคนที่มีความชอบเหมือนกันมาแชร์ความชอบร่วมกันผ่านเครื่องดื่มอย่างค็อกเทล เบียร์ ​และไวน์ รวมทั้งดนตรีแจ๊ส บทสนทนา หรือแม้แต่บรรยากาศภายในร้าน ที่เราคาดหวังว่าคุณน่าจะพบเพื่อนสักคนที่คุยกันถูกคอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ
 
Contact: Mutual Bar
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-02.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/bHFFnWxKvTbcMTfx7
 


 

 

60. Alonetogether Bangkok

 
ไม่มีอะไรลงตัวไปกว่าคลาสสิกค็อกเทลและดนตรีแจ๊สอีกแล้ว บาร์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเปิดประตูต้อนรับคนรักดนตรีแจ๊ส รวมถึงมีวงดนตรีมาเล่นให้ฟังแบบสดๆ ศิลปินที่มาจะสลับสับเปลี่ยนระหว่างรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ หากใครสนใจต้องหมั่นเข้าไปติดตามในเพจของร้านดูให้ดี
 
Contact: Alonetogether Bangkok
Open: ทุกวัน เวลา 19.00-02.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/CNkGZNFKaGDpu2Ga9

 


 

 

61. PrumPlum Stand

 
บาร์เหล้าบ๊วยสาขาใหม่ที่เปลี่ยนลุคจากร้านสไตล์ Homie ให้กลายเป็นบาร์ที่ดูสากลขึ้น แต่ยังคงมีอาหารที่อร่อยและเหล้าบ๊วยที่หลากหลายเหมือนเดิม แถมยังมีเซ็ตให้ทดลอง 4 แก้วเล็กๆ สำหรับคนที่อยากเริ่มดื่มเหล้าบ๊วยด้วย
 
Contact: PrumPlum Stand
Open: วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 17.00-00.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ มีรอบกลางวัน เวลา 12.00-14.00 น.)
Location: https://maps.app.goo.gl/sPtGxo8osambfDe88
 


 

 

62. Sugarray Apartment

 
บาร์ที่ให้บรรยากาศคอนโดมิเนียม เหมาะสำหรับคนกลุ่มมิลเลนเนียล เน้นงานออกแบบสไตล์มินิมัลที่ดูสะอาดตา ช่วยให้นั่งได้นานและรู้สึกผ่อนคลายคล้ายนั่งอยู่บ้านเพื่อน เนื่องจากคอนเซปต์เป็นเหมือนการมานั่งดื่มแอลกอฮอล์สังสรรค์ที่บ้านเพื่อน เมนูของที่นี่จึงไม่จำเป็นต้องหวือหวาหรือพิสดารมากนัก เน้นความเรียบง่ายและรสชาติที่ดื่มไม่ยาก
 
Contact: Sugarray Apartment
Open: ทุกวัน เวลา 16.00-12.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/Jc2QeM2aWobbEdK99
 


 

 

63. Rabbit Hole

 
Rabbit Hole ค็อกเทลบาร์ลึกลับย่านทองหล่อที่ถ้าคุณไม่สังเกตอาจจะเดินเลยร้าน! แต่พอเข้ามาในร้านก็จะเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งตามชื่อ Rabbit Hole ร้านนี้ไปกี่รอบก็ไม่เบื่อ เพราะมีการอัปเดตเมนูอยู่เรื่อยๆ ดนตรีที่ร้านจะเป็นแบบเปิดแผ่นและบางช่วงมีไวโอลินมาแจมด้วย
 
Contact: Rabbit Hole
Open: ทุกวัน เวลา 19.00-02.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/tfm5veyz9qgMK3Bo9
 


 

 

64. Sundry

 
Sundry เป็นอาคารที่ให้อารมณ์คลับเฮาส์ใจกลางเมือง ภายในชั้น 3 มีค็อกเทลบาร์ที่เรียกว่า The Studio ซ่อนอยู่ ที่นี่จะมีดีเจเล่นเพลงให้สดๆ ช่วยทำให้บรรยากาศดูไม่น่าเบื่อ ส่วนเมนูที่นี่เน้นวัตถุดิบท้องถิ่นที่ผลิตในประเทศไทย และแต่ละเมนูได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่อยู่ในกรุงเทพฯ และในไทย
 
Contact: Sundry
Open: ทุกวัน เวลา 19.00-02.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/zebWP4rZ8qivGdsW8
 


 

 

65. The Japanese Highball Bar 1923

 
บาร์สำหรับคนรักไฮบอล มี 2 สาขา ได้แก่ theCOMMONS Saladaeng และ theCOMMONS Thonglor จุดเด่นของร้านนี้คือ Tab กดโซดาที่ทำให้ได้โซดาซ่า สดชื่น และน้ำแข็งทุกก้อนที่ร้านตัดและแกะด้วยมือเป็นอย่างดี ที่นี่ขายทั้งแบบแก้วและทาวเวอร์เลย
 
Contact: The Japanese Highball Bar 1923
Open: ทุกวัน เวลา 17.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/2uZjiSJuKSuZXauU6
 


 

 

66. Studio Lam

 
บาร์สำหรับคนอยากสนุก ร้านนี้มีความเป็นไทย แต่ที่ทำให้ร่วมสมัยมากขึ้นคือ มีทั้งการเปิดเพลงไทยๆ บางทีก็มีหมอลำ! ตัวเครื่องดื่มก็มีค็อกเทลแบบไทยๆ และมียาดองด้วย ใครมีแผนจะไป แนะนำให้ชวนเพื่อนไปหลายๆ คน สนุกแน่นอน
 
Contact: Studio Lam
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/2HYYgxaZ8ontKvHHA
 


 

 

67. Echelon Bangkok

 
ค็อกเทลบาร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์เรื่อง Snowpiercer ภายในร้านตกแต่งแนว Art Deco ผสมกับความ Futuristic นิดๆ แต่ความเจ๋งไม่ได้หมดแค่นั้น เพราะหลังเวลา 22.30 น. จากค็อกเทลบาร์ชิลๆ จะกลายเป็นไนต์คลับสุดหรูทันที
 
Contact: Echelon Bangkok
Open: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป
Location: https://maps.app.goo.gl/udYKrMtcEragFqdW9
 


 

 

68. Uniek A.M.

 
ร้านกินดื่มย่านห้าแยกลาดพร้าวที่กลายเป็นโอเอซิสของเหล่านักดื่มผู้ต้องการสถานที่ที่สงบ ไวบ์ดี เอาไว้นั่งอัปเดตชีวิตกับเพื่อน เครื่องดื่มที่นี่มีขายทั้งค็อกเทล, เบียร์, วิสกี้ และไวน์ ในรูปแบบที่ร้านเลือกมาแล้วว่าดีและเหมาะ เช่น เบียร์ก็มีตัวเอกเป็นคราฟต์เบียร์ไทย ส่วนค็อกเทลก็คิดค้นใหม่เป็นซิกเนเจอร์ 5 ตัวตามชื่อเพลง เรียงจากดื่มง่ายไปจบยัง Spirit Forward
 
Contact: Uniek A.M.
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/z3jv6LQMpmgugCkk6

 


 

 

69. Gir

 
ค็อกเทลบาร์ที่ตกแต่งให้ดูเป็นธรรมชาติแต่ได้วิวตึกสูง ค็อกเทลที่นี่ได้แรงบันดาลใจจากคำ 3 คำ คือ Wild, City และ Coexistence ดนตรีเป็นแบบเปิดแผ่น ใครเลิกงานแล้วไม่รู้จะไปที่ไหน แนะนำร้านนี้เลย
 
Contact: Gir
Open: ทุกวัน เวลา 18.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/7Htbnkaxptq2GXLm6
 


 

 

70. HAVEN Cocktail Bar

 
ค็อกเทลบาร์สำหรับชาวลาดพร้าว ที่นี่เป็นร้านเล็กๆ แต่บรรยากาศอบอุ่น เหมาะกับมาเดตกับแฟน ส่วนค็อกเทลมีแนวคิดว่าต้องดื่มง่ายทุกเมนู รสชาติต้องไม่แรงมาก ใครอยากเริ่มต้นเข้าสู่วงการค็อกเทลแนะนำร้านนี้เลย
 
Contact: HAVEN Cocktail Bar
Open: วันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 19.00-01.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/ARAPSd8JBcaDT2SQ8
 


 

 

71. KiKi Bottle Shop

 
ไวน์บาร์น่ารักๆ ตั้งอยู่ข้างบนคาเฟ่ The Pastry&Co. ร้านนี้มีไวน์ให้เลือกหลายชนิด แถมมีเนเชอรัลไวน์ด้วย อาหารที่นี่เป็นทาปาสแบบไทยๆ เหมาะสำหรับนั่งชิลกับเพื่อนกลุ่มเล็กๆ หรือไปเดตก็ได้
 
Contact: KiKi Bottle Shop
Open: ทุกวัน เวลา 17.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/TDBiqa71wwe9ebu89
 


 

 

72. The Cassette Music Bar

 
บาร์ที่เด็กยุค 90 ต้องไปสักครั้ง และไปทั้งทีก็ต้องชวนเพื่อนๆ ไปด้วย เพราะที่นี่เขาเปิดเพลงยุค 90-2000 ต้นๆ ที่เราคุ้นเคย ถ้าไปยังไงก็ต้องเต้น แถมยังมีดนตรีสดด้วย เครื่องดื่มที่ร้านก็มีโปรโมชันบ่อยๆ ใครคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ต้องเก็บร้านนี้ไว้ในลิสต์
 
Contact: The Cassette Music Bar
Open: ทุกวัน เวลา 17.00-02.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/Dq456XRropkP8bTM8
 


 

 

73. Very Nice Bar

 
บาร์บรรยากาศสบายๆ เหมือนได้มาดื่มในบ้านเพื่อน เพลงที่เปิดไม่ดังจนเกินไป ทำให้บาร์นี้ไม่ต้องตะโกนคุยกัน และนี่เป็นอีกหนึ่งบาร์ที่อาหารอร่อย เพราะเขาเป็นแนวโมเดิร์นอิซากายะ
 
Contact: Very Nice Bar
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-23.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/6qF39H9VDgE4yrfh8
 


 

 

74. Bar.Yard

 
Rooftop Bar บนชั้น 40 ของโรงแรม Kimpton Maa-Lai Bangkok ถึงจะเป็น Rooftop Bar แต่เขาใช้ต้นไม้เป็นส่วนประกอบในการตกแต่ง ทำให้บรรยากาศเหมือนได้นั่งดื่มในสวน เมนูอาหารเป็นสไตล์ลาตินอเมริกา แต่ปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น
 
Contact: Bar.Yard
Open: ทุกวัน เวลา 16.00-02.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/C1mYo1MgqR5gBBDZ9
 


 

 

75. The Parlor

 
บาร์นี้ตั้งอยู่ในโรงแรม The Standard, Bangkok Mahanakhon ที่นี่ตกแต่งได้มีเอกลักษณ์สุดๆ ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ดูมีสีสันและรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร แต่จัดวางให้ดูโปร่ง โล่ง มีทั้งโซนอินดอร์และเอาต์ดอร์ เมนูค็อกเทลได้แรงบันดาลใจจากวัตถุดิบเขตร้อน แต่นำมาทำให้มีความสดชื่นยิ่งขึ้น แถมของกินเล่นก็นำความเป็นไทยมาประยุกต์อีกด้วย
 
Contact: The Parlor
Open: ทุกวัน เวลา 07.00-00.30 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/KrpjV8vA1KcRRsV37
 


 

 

76. Vinyl & Wine BKK

 
ไวน์บาร์เล็กๆ ที่ตั้งอยู่โซน EM WONDER ชั้น 5 ของห้างสรรพสินค้า EMSPHERE ซึ่งไวน์บาร์นี้มีสาขาต้นตำรับจากเชียงราย ด้วยบรรยากาศชิลๆ และนอกจากจะมีเครื่องดื่มที่ดีแล้ว ยังเหมาะกับคนชอบฟังเพลงอีกด้วย ที่นี่มีทั้งดีเจมาเปิดแผ่นและมีดนตรีสดที่เล่นแนวแจ๊ส, ป๊อปแจ๊ส, โซล และฟังก์
 
Contact: Vinyl & Wine BKK
Open: ทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/eCKR7xzbckYpxBJu8
 


 

 

77. PrumPlum Umeshu Bar

 
เหล้าบ๊วยที่นี่เน้นจากจังหวัดวากายามะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเต็มไปด้วยผู้ผลิตรุ่นใหม่ที่ชูคอนเซปต์ ‘Farm to Table’ เพราะพวกเขาอยากส่งความพรีเมียมให้ทุกคนถึงปลายลิ้น PrumPlum Umeshu Bar จึงมีเซ็ตทดลองดื่มให้ทุกคนได้ลิ้มลอง เพื่อโชว์เสน่ห์และคาแรกเตอร์ของน้ำบ๊วยจากแต่ละแห่ง
 
Contact: PrumPlum Umeshu Bar
Open: ทุกวัน เวลา 18.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/Pve526wgpnff4DfJ9
 


 

 

78. Yayyyyy Record Bar

 
จะมีสักกี่บาร์ในกรุงเทพฯ ที่ไวบ์ดี น่ารัก อบอุ่น และเป็นกันเอง แถมยังเปิดเพลงหลากหลาย ชนิดที่ว่าเป็นคนเก๋อยู่ดีๆ ก็มีเพลงหมอลำลอยมาให้ม่วน ที่นี่ไม่ใช่เพลงดีเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งรวมของเหล่าดีเจไวนิลที่แวะเวียนมาเปิดเพลงและนั่งชิลอยู่เป็นประจำ เครื่องดื่มที่นี่เน้นไฮบอลเป็นหลัก และค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจจากย่านนางเลิ้ง และบาร์สไตล์ญี่ปุ่นที่พวกเขาชื่นชอบ
 
Contact: Yayyyyy Record Bar
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/jCS8coL8LrS5GsMd9
 


 

 

79. CHUNN PLAY

 
CHUNN ร้านข้าวหน้าเนื้อชื่อดังขวัญใจคนเมือง อยากทำอะไรสนุกๆ ให้แก๊งเพื่อน เลยเปลี่ยนร้านสาขาเอกมัยในช่วงเย็นให้กลายเป็นบาร์ที่ยังคงกวนและสนุกเช่นเคย ‘กลางวันฉันเพล, กลางคืนฉันเพลย์’ ซิกเนเจอร์ดริงก์ที่นี่ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลงโปรดของเจ้าของร้าน และไหนๆ ก็เปิดทั้งที เพื่อความสนุกเต็มที่ต้องมีเหล่าดีเจแวะเวียนมาโชว์ลิสต์ และบางครั้งก็มีนิทรรศการจัดแสดงด้วย
 
Contact: CHUNN PLAY
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-02.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/989cTixiNtnfMJcU9
 


 

 

80. Bar Sathorn

 
ใครผ่านไปแถวสะพานช่องนนทรีย่อมต้องเห็นคฤหาสน์หลังเก่าอายุเกือบ 140 ปีตั้งเด่นเป็นสง่า ขอให้รู้ไว้ว่าด้านในมีบาร์บรรยากาศดีกลิ่นอายโคโลเนียลไว้บริการ ซิกเนเจอร์ค็อกเทลของที่นี่เป็นการพานักดื่มย้อนอดีตไปกับ 4 ยุครุ่งเรืองของคฤหาสน์ The House on Sathorn ตั้งแต่ยุคของหลวงสาทรราชายุกต์เป็นเจ้าของบ้าน ไล่มาถึงปี 1920 สมัยเป็นโรงแรม Hotel Royal ต่อด้วย Embassy Row ในยุคสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย และ The Present ในยุคปัจจุบัน
 
Contact: Bar Sathorn
Open: ทุกวัน เวลา 14.30-01.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/angsp75KgjVpGZD6A
 
  


 

 

81. RAYNUE

 
Duplex Lounge ใจกลางราชประสงค์ ที่ใช้พื้นที่ด้านหน้าบริเวณชั้น 3-4 ของห้างสรรพสินค้า Gaysorn Amarin เป็นที่ตั้ง ที่นี่ถูกออกแบบให้เหมาะกับการพบปะสังสรรค์ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘สวนลอยบาบิโลน’ สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ RAYNUE แบ่งพื้นที่ย่อยออกเป็นหลายส่วน ซึ่งนักดื่มสามารถเอ็นจอยกับเครื่องดื่มและอาหารที่เปลี่ยนไปตามธีมของเวลา
 
Contact: RAYNUE
Open: ทุกวัน เวลา 08.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/7HsWxGK2JervsbxV8
 


 

 

82. Ochoko Bar

 
สาเกบาร์ลับๆ ที่ซ่อนอยู่ในโครงการ Blue Wild Space ในซอยสุขุมวิท 36 ทางเข้าซ่อนอยู่ด้านหลังบ้าน แต่เมื่อเดินเข้ามาทุกคนจะพบกับไวบ์บาร์อบอุ่นเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมกับสาเกที่ส่วนใหญ่คัดมาจากฮอกไกโดเป็นหลัก เพราะเจ้าของบาร์อยากนำเสนอของดีจากบ้านเกิดตัวเอง และอาหารในบาร์ก็เป็นฝีมือของเขาเช่นกัน
 
Contact: Ochoko Bar
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 19.00-00.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/EFRGMHwxmfFsAAFa6
 


 

 

83. Lime.bkk

 
ใครที่ชื่นชอบค็อกเทลดีจากร้าน Bar Us ต้องห้ามพลาด Lime by Us บาร์น้องใหม่จากทีมเดียวกัน (แถมยังตั้งอยู่ติดกันด้วย) มาในคอนเซปต์ Modern Tropical Cocktail Bar หยิบจับเอาผลไม้เขตร้อนชื้นมาเป็นตัวชูโรงหลัก แน่นอนว่านอกจากการบริการจะดีเยี่ยมเหมือน Bar Us แล้ว อยากให้นักดื่มสนุกสนานกับรสชาติของผลไม้เขตร้อนชื้นและสีสันของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
Contact: Lime.bkk
Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น. (วันศุกร์-เสาร์ ปิดเวลา 01.00 น.)
Location: https://maps.app.goo.gl/HSR2V7HDn1XNt3iL6
 


 

 

84. Nuss Bar

 
ค็อกเทลบาร์บรรยากาศเรโทร บริเวณชั้นล่างของร้านอาหารนุสรา โดยได้ตัวตึงของวงการบาร์เทนเดอร์อย่าง หนึ่ง-รณภร คณิวิชาภรณ์ มาดูแลเครื่องดื่มให้ แค่ชื่อก็การันตีคุณภาพของเครื่องดื่มแล้ว คอนเซปต์ค็อกเทลที่นี่เป็นคลาสสิกค็อกเทลที่ทวิสต์สูตรแล้วเสริมเสน่ห์ด้วยผลไม้ประจำฤดูกาล และด้วยมี เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เป็นหนึ่งในหุ้นส่วน ของกินเล่นจึงดูแลโดยครัวของร้านนุสรา แวะมานั่งจิบกันเพลินๆ ได้ แม้วิวจะไม่ว้าวเท่าด้านบน แต่บรรยากาศวัดโพธิ์รวมถึงย่านมหาราชยามค่ำก็สวยและมีเสน่ห์ไปอีกแบบ
 
Contact: Nuss Bar
Open: วันพุธ-จันทร์ เวลา 17.00-00.00 น. (ปิดวันอังคาร)
Location: https://maps.app.goo.gl/nU5nqxrNmajSoU4G9
 


 

 

85. #FindThePhotoBooth

 
แค่ชื่อก็บอกแล้วว่า ถ้าอยากเข้าบาร์ต้องหาตู้ถ่ายสติกเกอร์ให้พบ บาร์ลับแห่งนี้เป็นเหมือนบาร์ภาคต่อจาก #FindTheLockerRoom ที่ได้เหล่าหัวกะทิด้านบาร์ของเอเชียมาลงทุนลงแรง หลังหายไป 3 ปี #FindThePhotoBooth กลับมาเปิดใหม่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พร้อมกับค็อกเทลซีรีส์ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากเสียงดนตรี
 
Contact: #FindThePhotoBooth
Open: ทุกวัน เวลา 19.00-01.35 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/Qove6jad799hRhft9
 


 

 

86. #FindTheLockerRoom

 
บาร์ลับหลังตู้ล็อกเกอร์ย่านทองหล่อ ผลงานจากทีมบาร์มากฝีมือ 4 สัญชาติ (ไทย, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ และไต้หวัน) ที่นอกจากต้องหาล็อกเกอร์ให้เจอแล้ว ยังต้องหาทางเข้าตึกให้เจอด้วย โดยซีรีส์ดริงก์ล่าสุดของพวกเขายังคงเล่นกับเวลาและยุคสมัย พานักชิมย้อนเวลากลับสู่วัยหวานช่วงปี 1990-2010 ยุคสมัยที่แนวดนตรี วิถีแฟชั่น และกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เกิดขึ้นมากมาย
 
Contact: #FindTheLockerRoom
Open: ทุกวัน เวลา 18.00-01.45 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/Tnb4G2AieUf26D8r5
 


 

 

87. Japhoochonpak

 
บาร์ของคนดนตรีอย่าง ตั้ม-โตคิณ ฑีฆานันท์ ผู้อยู่เบื้องหลังเทศกาลดนตรีอย่าง Keep On The Grass Folk Music Festival และ Stone Free Music Festival และยังอยู่เบื้องหลังมิวสิกวิดีโอของศิลปินไทยมากมาย ด้วยชอบไวบ์ของการจิบเครื่องดื่ม ฟังเพลง และอ่านหนังสือ ตั้มจึงเปลี่ยนบ้านตัวเองให้กลายเป็น ‘Japhoochonpak (จับหูชนปาก)’ บาร์แผ่นเสียงที่มีเสน่ห์ตรงเสียงเพลงและบทสนทนาที่ว่าด้วยเรื่องดนตรี ซึ่งบาร์นี้เปิดเพียงแค่ 3 วันต่อสัปดาห์ หลายคนที่สนใจดนตรีจึงมักจองล่วงหน้า เพื่อแวะเวียนไปเลือกซื้อแผ่นเสียง จิบเครื่องดื่ม และพูดคุยกับเขาอย่างเป็นกันเอง
 
Contact: Japhoochonpak
Open: วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 18.00-22.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/N7nksvFbF76Lbhay7
 


 

 

88. Lloyd’s Club

 

บาร์ดีที่หลบซ่อนอยู่หลังซอยทองหล่อ ในเครือเดียวกับ Paper Plane Project, BAR 335, Gir, Tichuca ที่อยากเปิดให้ผู้คนมาโซเชียลกันให้มากขึ้น ในช่วงเวลากลางวันมาในคอนเซปต์คาเฟ่ ก่อนจะเปลี่ยนตัวเองเป็นบาร์เก๋มาดดีแนววินเทจในช่วงเวลากลางคืน เครื่องดื่มเน้นไปที่คลาสสิกค็อกเทลและโมเดิร์นคลาสสิกที่ทวิสต์มาเล็กน้อย ใครที่ชอบแนววินเทจหรือความโก้หรูแวะเวียนมาได้เลย

 

Contact: Lloyd’s Club
Open: ทุกวัน เวลา 09.00-02.00 น.
Location: https://maps.app.goo.gl/ghDcwpeaYzNhJ6Z27
 


 

 

89. Blessing Shophouse

 

โรงเตี๊ยมลับๆ ย่านสุขุมวิทที่มาพร้อมดีเทลและการตกแต่งสวยกริบ สมกับที่เจ้าของบาร์เป็นสถาปนิกและมีครอบครัวทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สไตล์จีน ซิกเนเจอร์ค็อกเทลของที่นี่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมจีนทั้งสิ้น 9 เมนู แบ่งเป็น 3 หมวด มีทั้งดื่มง่าย ดื่มเข้ม และได้แรงบันดาลใจจากผลไม้มงคล มาดื่มมาดริงก์ที่นี่จึงเหมือนมาเที่ยวเมืองจีน ราวกับหลุดไปเข้าในโรงเตี๊ยมสักแห่งในภาพยนตร์จีน

 

Contact: Blessing Shophouse

Open: วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/Ud8Gyv1xRTHd2UZ77
 


 

 

90. Stella Bangkok

 

บาร์ดีกลิ่นอายเฟมินีนที่ซ่อนตัวอยู่ในชั้นล็อบบี้ของโรงแรม Capella Bangkok กับคอนเซปต์อาหาร เครื่องดื่ม และการตกแต่งที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจสาวๆ ผู้รักการดื่มโดยเฉพาะ บรรยากาศด้านในจึงเต็มไปด้วยความเข้มแข็งปนความเย้ายวนและความน่าหลงใหล รวมทั้งการตกแต่งสไตล์ Art Deco สำหรับเครื่องดื่ม Stella Bangkok เพิ่งปล่อยค็อกเทลซีรีส์ใหม่ที่ชวนนักดื่มย้อนอดีตกลับไปสถานที่แลนด์มาร์ก 8 แห่งของกรุงเทพฯ มีทั้งโรงภาพยนตร์เฉลิมไทย, สนามมวยเวทีราชดำเนิน, สำนักงานเขตบางรัก, ถนนเจริญกรุง ไปจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา

 

Contact: Stella Bangkok

Open: ทุกวัน เวลา 18.00-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/PLJHDnNopqjr4L5UA
 


 

 

91. Contemp Bar

 

บาร์บนชั้น 3 ของร้าน Bottle Rockets หน้าอาคารชาญอิสระ ทาวเวอร์ 1 ที่ถูกใจเหล่า Gen Z ไปจนถึงนักดื่มที่อยากหาพื้นที่สังสรรค์กับเพื่อน ด้วยเฟอร์นิเจอร์แนว Mid-Century Modern มีกลิ่นวินเทจหน่อยๆ ไฟสลัวๆ ให้ความรู้สึกเหมือนมาบ้านเพื่อน แล้วมานั่งเมาท์กันท่ามกลางเสียงเพลงจากเหล่าดีเจที่แวะเวียนมาสร้างความสนุกแทบทุกคืน

 

Contact: Contemp Bar

Open: วันจันทร์-เสาร์ เวลา 18.00-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/KtHqTeiUWLEeKGc47
 


 

 

92. BAR ARCHIVE

 

ย่านรัชดามีคลับมากมาย แต่ถ้าใครอยากหาบาร์ไวบ์ดีน่านั่ง เพลงเพราะ แถมยังกินอาหาร (แบบจริงจัง) ได้ ต้องแวะมาที่นี่ เพราะนอกจากจะมีแก๊งดีเจที่แวะเวียนมาสร้างสีสันทุกวันแล้ว ก็ยังมีเซ็ตอาหารคาวหวาน พร้อมทั้งเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ ช่วงกลางวันยังเป็นคาเฟ่เก๋ไว้นั่งเอื่อย ตกเย็นเป็นบาร์ไวบ์ดี เรียกว่าครบ จบ ในแห่งเดียว

 

Contact: BAR ARCHIVE

Open: ทุกวัน เวลา 18.00-01.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/1HNh2Wmz2D3ymVto9
 


 

 

93. CCC Listening Bar

 

บาร์ลับบนชั้น 4 ของตึกย่านพร้อมพงษ์ของหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่หลงใหลในแผ่นไวนิล และอยากชวนทุกคนมาดื่มเครื่องดื่มที่ชอบไปพร้อมกับฟังเพลงจากเครื่องเสียงวินเทจ ชื่อ CCC ย่อมาจาก Cannabis Culture Club แม้ความหมายจะมึนเมา แต่ที่นี่เน้นเสิร์ฟชา, กาแฟ, ม็อกเทล และค็อกเทล เป็นหลัก นักดื่มสามารถสั่งดริงก์และปรุงดริงก์ได้ตามชอบ หรือถ้าใครเป็นสายหวานจะสั่งเค้กมากินคู่กับชาแล้วนั่งฟังเพลงก็ไม่ติด เพราะเจ้าของร้านอยากให้ทุกคนดื่มด่ำเสียงเพลงจากแผ่นไวนิล และค่อยๆ ละเลียดจิบ พร้อมเสพเสียงเพลงรวมทั้งบรรยากาศ

 

Contact: CCC Listening Bar

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-01.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/EfAZRtAEyJEqdZiL7

 


 

 

94. Long Play Music & Bar

 

ใครมีโอกาสแวะผ่านไปที่ Josh Hotel ย่านอารีย์ ลองแวะเข้าไปนั่ง Long Play Music & Bar ดูสักครั้ง ที่นี่เป็นบาร์บรรยากาศอบอุ่นที่มีเสียงจากแผ่นไวนิลเป็นแบ็กกราวด์ และนอกจากนี้ยังมีดนตรีสดแนวแจ๊สคอยผลัดเปลี่ยนกันอยู่เรื่อยๆ

 

Contact: Long Play Music & Bar

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-01.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/Zh9cnF9ZSB13B7nM9

 


 

 

95. Wallflowers Cafe

 

ถ้าถามว่าไปเยาวราชต้องนั่งบาร์ไหนดี อยากได้บรรยากาศชิลๆ แนะนำที่นี่เลย เขาเป็น Rooftop Bar บนตึกเก่าที่มีให้เลือกนั่ง 2 โซน ใครอยากสัมผัสธรรมชาติ เขามีโซนที่เหมือนนั่งดื่มในสวน แต่ถ้าอยากชิลๆ ดูวิว เขาก็มีโซนที่มองเห็นตึกย่านเยาวราชเหมือนกัน เครื่องดื่มมีทั้งค็อกเทล ม็อกเทล และอีกหลายๆ ชนิดให้เลือก

 

Contact: Wallflowers Cafe

Open: ทุกวัน เวลา 17.30-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/vEeVky4Yv6TrTtLZA

 


 

 

96. Beer Pradith

 

ช่วงหลังๆ มา บรรทัดทองกลายเป็นถนนแห่งการหาร้านของอร่อยกิน ยิ่งช่วงเย็นถนนเส้นนี้ยิ่งคึกคัก แต่ถ้ากินข้าวเสร็จแล้วยังไม่อยากกลับ แนะนำให้แวะร้านนี้เลย เขาเป็นร้านคราฟต์เบียร์ที่มีให้เลือกถึง 24 ชนิด สามารถนั่งจิบกันเพลินๆ ได้เลย แถมมีดนตรีสดด้วย

 

Contact: Beer Pradith

Open: ทุกวัน เวลา 17.00-02.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/8naPTPundDuPJMsm6

 


 

 

97. Brewave at Gaysorn Amarin

 

ร้านคราฟต์เบียร์ชื่อดังของไทยที่มีสาขาใหม่อยู่ใจกลางเมืองที่ห้างสรรพสินค้า Gaysorn Amarin นี่เอง นอกจากจะมีเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลายแล้ว อาหารเขาก็สุดไม่แพ้กัน ใครชอบกินไก่ทอดกับเครื่องดื่มเย็นๆ ชมวิวเมืองพร้อมฟังดนตรีสด แนะนำ Brewave at Gaysorn Amarin เลย

 

Contact: Brewave at Gaysorn Amarin

Open: ทุกวัน เวลา 11.00-01.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/j2sLHv5PXzBtFawr6

 


 

 

98. Luckyduck

 

อย่าตกใจถ้าทางเข้าบาร์จะทำให้คุณไม่แน่ใจว่านี่คือร้านขายเป็ดหรือบาร์กันแน่ เพราะเป็ดโชคดีเป็นบาร์เก๋ในเยาวราชที่อยากพาคุณไปแฮงเอาต์ไกลถึงเซี่ยงไฮ้ แต่มีกลิ่นอายความเก๋สไตล์ตะวันตกในยุคที่วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามีบทบาทในจีน เครื่องดื่มที่นี่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ของสองผู้กำกับ อั้งลี่ และ หว่องกาไว มาแล้วต้องสั่ง ‘Lucky Duck’ ค็อกเทลรสชาติเย้ายวนที่มีทั้งความหอมสดชื่นและรสเข้มจากเวอร์มุท

 

Contact: Luckyduck

Open: ทุกวัน เวลา 19.00-01.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/WdsAjFmAErK1pekE7

 


 

 

99. CLUTCH BAR

 

อนาล็อกบาร์สุดเท่ในย่านตลาดน้อย บนชั้น 2 ของ The Warehouse คอมมูนิตี้สเปซขวัญใจคนรุ่นใหม่ที่มีครบทั้งบาร์ คาเฟ่ และร้านเก๋ ในแห่งเดียว ด้วยความที่บาร์ตั้งอยู่บนตึกเก่า บรรยากาศของ CLUTCH BAR จึงเรียบง่าย แต่มีกลิ่นอายดิบๆ จากการโชว์วัตถุของตัวอาคาร และเพิ่มความเก๋ด้วยเฟอร์นิเจอร์สีสันสดใสและของวินเทจ จุดเด่นของที่นี่ไม่ใช่เครื่องดื่มรสเยี่ยมดีกรีรางวัล แต่เป็นความชิล ความอนาล็อก และเสียงเพลงจากดีเจแผ่นเสียงไวนิลที่แวะเวียนมาเปิดเพลงเกือบทุกวัน

 

Contact: CLUTCH BAR

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-02.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/qHCBs4k4K7FvBJqH6

 


 

 

100. Freaking Out The Neighborhood

 

บาร์จากนักจัดคอนเสิร์ต HAVE YOU HEARD? ที่เปลี่ยนพื้นที่บ้านของตัวเองให้กลายเป็นแหล่งแฮงเอาต์ของคนรักแผ่นเสียง เพราะอยากชวนคนรักแผ่นเสียงไวนิลและดนตรีนอกกระแสมานั่งฟังเพลงชิลๆ ผ่านเครื่องเสียงดีๆ โดยไม่ต้องข้ามแทร็ก ศิลปินเรียบเรียงมาอย่างไร เรียงแทร็กอย่างไร ก็เปิดเลยแบบนั้น และด้วยความที่อยากให้บรรยากาศเหมือนมาชิลบ้านเพื่อน เครื่องดื่มในร้านส่วนใหญ่เป็นคลาสสิกค็อกเทลดื่มง่าย ราคาไม่สูง เอาไว้นั่งดื่มเพลินๆ และดื่มด่ำเสียงเพลงได้เพลินๆ

 

Contact: Freaking Out The Neighborhood

Open: วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 18.00-01.00 น. (ปิดวันอังคาร)

Location: https://maps.app.goo.gl/6SmHco796469GfZa7

 

The post 100 บาร์ดีทั่วกรุงเทพฯ ชวนเก็บให้ครบสำหรับคนชอบดื่มชอบดริงก์ทุกแนว appeared first on THE STANDARD.

]]>
30 สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว แบบ Hopping โดยรถไฟฟ้าได้ https://thestandard.co/life/30-places-hopping-bts-mrt/ Fri, 31 May 2024 04:00:10 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=939514 City (Re-) Branding

เวลาวันหยุดมีจำกัด แต่กิจกรรมเยอะ ต้องเที่ยวด้วยรถไฟฟ้า […]

The post 30 สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว แบบ Hopping โดยรถไฟฟ้าได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
City (Re-) Branding

เวลาวันหยุดมีจำกัด แต่กิจกรรมเยอะ ต้องเที่ยวด้วยรถไฟฟ้า!

 

มีใครเป็นบ้าง วันหยุดที่มีเมื่อเทียบกับกิจกรรมที่อยากทำมันช่างสวนทางกันเหลือเกิน มีเวลาพักน้อย แต่กิจกรรมที่อยากทำดันเยอะ จะให้ขับรถไปแต่ละที่ก็เสียเวลาเป็นชั่วโมง การเดินทางโดยรถไฟฟ้าน่าจะตอบโจทย์ที่สุด วันนี้เราเลยอยากเอาใจคนที่หนึ่งวันมีกิจกรรมให้ทำเยอะ ด้วย 30 สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว ใกล้รถไฟฟ้า โดยทั้งหมดอยู่ในแนวรถไฟฟ้า สามารถเดินไปได้ไม่ต้องต่อรถ ส่วนรถไฟฟ้าที่เราเลือกมาจะเป็น 3 สายหลักที่หลายคนใช้งานกันคือ รถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท, รถไฟฟ้า BTS สายสีลม และรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน

 


รถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท


 

 

1. GREEN & BEEN

(BTS เพลินจิต)

 

ที่นี่เป็นคาเฟ่ที่มีแสงธรรมชาติสวยมาก ตั้งอยู่ชั้น 2 ของตึก One City Centre สามารถเดินเชื่อมด้วยสกายวอล์กจาก BTS สถานีเพลินจิตได้เลย ที่ร้านมีเมนูที่ไม่ควรพลาดอย่าง Fast Cup เป็นกาแฟดำที่อยู่ตรงกลางระหว่างโคลด์บรูว์กับกาแฟดริป

 

GREEN & BEEN

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-19.00 น.

Address: ชั้น 2 ตึก OCC – One City Centre BTS สถานีเพลินจิต

Map: https://maps.app.goo.gl/82G4zSJD3icEmvRJ7?g_st=ic

 

 

 


 

 

2. Mutual Bar

(BTS พร้อมพงษ์)

 

ค็อกเทลบาร์บรรยากาศเป็นกันเอง มองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนหลุดไปอยู่ต่างประเทศ ร้านตั้งอยู่ใกล้กับ BTS สถานีพร้อมพงษ์ แค่เดินเข้ามาในซอยสุขุมวิท 24 แล้วมองขึ้นไปบนตึกก็จะเห็นป้ายร้านแล้ว

 

Open: ทุกวัน เวลา 18.00-00.00 น.

Address: สุขุมวิท 24 BTS สถานีพร้อมพงษ์

Map: https://maps.app.goo.gl/pcWP5atvwnW6EbfTA?g_st=ic

 

 

 


 

 

3. สวนเบญจกิติ

(BTS อโศก / MRT สุขุมวิท / MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์)

 

สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่มีแลนด์สเคปหลายรูปแบบ มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง ทั้งพายเรือ กีฬา วิ่ง หรือจะไปนั่งชิลๆ ก็ได้ เนื่องจากสวนมีขนาดใหญ่มาก จึงสามารถเดินทางไปได้หลายทาง ทั้ง BTS อโศก, MRT สุขุมวิท และ MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

Open: ทุกวัน เวลา 04.30-21.00 น.

Address: BTS สถานีอโศก, MRT สถานีสุขุมวิท และ MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Map: https://maps.app.goo.gl/irUbrUfvVRA5CfZG9?g_st=ic

 

 

 


 

 

4. Roots at Ratchathewi

(BTS ราชเทวี)

 

ที่นี่เป็นคาเฟ่ที่อยู่ติด BTS สถานีราชเทวีมากๆ ระดับที่ลงจากสถานีมาก็ถึงเลย สาขานี้มีที่นั่งเยอะ สามารถมานั่งชิล นั่งคุยงานได้ แถมมีสินค้าเกี่ยวกับกาแฟให้ซื้ออีกด้วย

 

Open: ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

Address: BTS สถานีราชเทวี

Map: https://maps.app.goo.gl/ghRKLN9S94t87yqT7?g_st=ic

 

 

 


 

 

5. Groove centralwOrld

(BTS สยาม / BTS ชิดลม)

 

สำหรับสายแฮงเอาต์ทุกคนต้องรู้จัก ที่นี่เป็นศูนย์รวมร้านกินดื่มชื่อดังหลายร้านหลายสไตล์ อยู่ในพื้นที่ของ centralwOrld เดินทางสะดวกมากๆ เพราะอยู่ตรงกลางระหว่าง BTS สยาม และ BTS ชิดลม

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-00.00 น.

Address: BTS สถานีสยาม และ BTS สถานีชิดลม

Map: https://maps.app.goo.gl/TrGcFRLHDdvan2Jn6?g_st=ic

 

 

 


 

 

6. Mickey’s Diner

(BTS ชิดลม)

 

ร้านอาหารสุดเท่สไตล์อเมริกันไดเนอร์ อย่างไก่ทอดกับวาฟเฟิล ข้าวผัดอเมริกัน ที่ใช้วัตถุดิบที่ดี ตอนนี้เขามาเปิดสาขาใหม่ที่ห้าง Gaysorn Amarin สามารถเดินทางเชื่อมสกายวอล์กจาก BTS สถานีชิดลมได้เลย

 

Open: ทุกวัน เวลา 08.00-23.00 น.

Address: ห้าง Gaysorn Amarin BTS สถานีชิดลม

Map: https://maps.app.goo.gl/pGJ8cQA5mvpigS8j7?g_st=ic

 

 

 


 

 

7. ลู่วิ่งลอยฟ้า 101 Track

(BTS ปุณณวิถี)

 

101 Track เป็นลู่วิ่งลอยฟ้าที่ตั้งอยู่ในอาคาร 101 True Digital Park สามารถเดินเชื่อมจาก BTS สถานีปุณณวิถีได้ ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีห้องน้ำ ล็อกเกอร์เก็บของ มีพื้นที่ให้วอร์ม ใครวิ่งแล้วเหนื่อยก็สามารถแวะพักได้ ระยะทาง 1 รอบอยู่ที่ 540 เมตร แนะนำให้ไปช่วงเย็นๆ บรรยากาศจะดีมาก

 

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-21.00 น.

Address: 101 True Digital Park BTS สถานีปุณณวิถี

Map: https://maps.app.goo.gl/bVzJKK4VXfBHN18Q8?g_st=ic

 

 

 


 

 

8. Factory Coffee

(BTS พญาไท)

 

คาเฟ่ชื่อดังย่านพญาไทที่กวาดรางวัลมาแล้วทั่วโลก ร้านนี้ดังถึงขั้นที่บางวันต้องต่อคิว! เมนูกาแฟเขามีตัวสเปเชียลตีให้ลองอยู่หลายตัว แถมมีเมนูซิกเนเจอร์ให้ลองอีก

 

Open: ทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น.

Address: BTS สถานีพญาไท

Map: https://maps.app.goo.gl/CAMcybi7wk7zfMsm9?g_st=ic

 

 

 


 

 

9. Lost in Thaislation

(BTS ทองหล่อ)

 

บาร์ลับติด BTS สถานีทองหล่อ ที่มีคอนเซปต์เครื่องดื่มเป็นเมนูสตรีทฟู้ดหลายๆ จานที่พบได้ในกรุงเทพฯ เช่น ผัดไทย ข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวมะม่วง ใครอยากลองค็อกเทลแปลกๆ พลาดไม่ได้

 

Open: ทุกวัน เวลา 17.30-00.00 น.

Address: BTS สถานีทองหล่อ

Map: https://maps.app.goo.gl/5VN8oMDoJf2Q4Rzs5?g_st=ic

 

 

 


 

 

10. Toby’s

(BTS เพลินจิต)

 

นี่คือคาเฟ่บรรยากาศสบายๆ อยู่ในตึก noble PLAY ซึ่งสามารถเดินเชื่อมจาก BTS สถานีเพลินจิตได้เลย ที่ร้านมีทั้งเมนูกาแฟและเมนูอาหาร ใครอยากหาคาเฟ่ชิลๆ นั่งในย่านเพลินจิตแนะนำร้านนี้

 

Open: ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

Address: noble PLAY BTS สถานีเพลินจิต

Map: https://maps.app.goo.gl/zYtbrepuSUqAWXy87?g_st=ic

 

 

 


 

 

11. Paper Plane Project

(BTS ทองหล่อ)

 

เป็นพื้นที่ที่รวมทั้งคาเฟ่, บาร์, Co-working Space มาไว้ในที่เดียวกัน สามารถนั่งทำงาน นั่งชิลได้ตั้งแต่เช้าจนดึก ที่นี่ตั้งอยู่บนตึก T-One สามารถเดินเชื่อมจาก BTS สถานีทองหล่อได้ ใครเบื่อๆ ไม่อยากเข้าออฟฟิศ อยากหาที่นั่งทำงานก็แวะมาที่นี่ได้เลย

 

Open: ทุกวัน เวลา 09.00-00.00 น.

Address: ชั้น 40 ตึก T-One BTS สถานีทองหล่อ

Map: https://maps.app.goo.gl/G1VXX9aUgfhyG24p9?g_st=ic

 

 

 


 

 

12. DROP BY DOUGH

(BTS พร้อมพงษ์)

 

คาเฟ่ที่โด่งดังมากๆ ด้านโดนัท สาขานี้ตั้งอยู่ในห้าง EmQuartier แถมมีที่นั่งให้เลือกหลายโซน จะมาเดี่ยว มากับแฟน หรือมาหลายคน ที่นี่ก็รองรับได้หมด แถมสาขานี้ยังมีเมนูที่เป็นอาหารอีกด้วย

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น.

Address: ห้าง EmQuartier BTS สถานีพร้อมพงษ์

Map: https://maps.app.goo.gl/e8sDKt8myXVq8Be29?g_st=ic

 

 

 


 

 

13. Gir Bar

(BTS ทองหล่อ)

 

อีกหนึ่งบาร์บนตึก T-One ที่มีการตกแต่งที่น่าสนใจ บาร์วิวตึกสูงที่ตกแต่งบรรยากาศภายในร้านเป็นธรรมชาติ เมนูค็อกเทลที่นี่ได้แรงบันดาลใจจากคำ 3 คำ คือ Wild / City / Coexistence บรรยากาศโดยรวมเหมาะกับมานั่งจิบเครื่องดื่มชิลๆ หลังเลิกงาน

 

Open: ทุกวัน เวลา 19.00-00.00 น.

Address: ตึก T-One BTS สถานีทองหล่อ

Map: https://maps.app.goo.gl/3XdHS5qtmNdoptUo6?g_st=ic

 

 

 


 

 

14. AROON cafe

(BTS พร้อมพงษ์)

 

คาเฟ่ใกล้กับ BTS สถานีพร้อมพงษ์ ร้านนี้น่าจะเป็นร้านประจำของใครหลายคน ด้วยคุณภาพกาแฟที่ดี มีขนม แถมราคาน่ารัก ใครที่ได้ผ่านไปแถวๆ นั้นควรไปลองนั่งเล่นที่ร้านนี้ดู

 

Open: ทุกวัน เวลา 07.30-17.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-17.30 น.)

Address: ระหว่างซอยสุขุมวิท 26 และ 28 BTS สถานีพร้อมพงษ์

Map: https://maps.app.goo.gl/mkaTKPkEYng764DX7?g_st=ic

 

 

 


 

 

15. BONCI

(BTS สะพานควาย)

 

นี่คือคาเฟ่อีกหนึ่งร้านที่ตกแต่งเป็นเอกลักษณ์ แถมมีการเปลี่ยนธีมอยู่บ่อยๆ ร้านนี้เดินจาก BTS สถานีสะพานควายไปได้เลย ทางร้านมีสองชั้น มีเมนูทั้งเครื่องดื่มและขนม แถมมีตู้โฟโต้บูธให้ถ่ายรูปเล่นได้อีกด้วย

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-16.00 น.

Address: BTS สถานีสะพานควาย

Map: https://maps.app.goo.gl/zJNpJV6NyYmnmEnk9?g_st=ic

 

 

 


 

VE/LA

 

16. VE/LA

(BTS พร้อมพงษ์)

 

อีกหนึ่งคาเฟ่ในห้างใหม่อย่าง EMSPHERE ตอนนี้ร้านปล่อยเมนูพิเศษ ชื่อ Blended เป็นเครื่องดื่ม 9 เมนูที่ใช้วัตถุดิบซูเปอร์ฟู้ดมาปั่นรวมกัน คนกินวีแกนก็กินได้ 

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-21.30 น.

Address: ชั้น 1 ห้าง EMSPHERE BTS สถานีพร้อมพงษ์

Map: https://maps.app.goo.gl/fXtkScjjwbJZnRFW6?g_st=ic

 

 

 


รถไฟฟ้า BTS สายสีลม


 

Ñam Ñam Pasta and Tapas

 

17. Ñam Ñam Pasta and Tapas

(BTS ศาลาแดง / MRT สีลม)

 

นี่คือร้านพาสต้าเส้นสดที่มีเส้นให้เลือกหลายแบบ และที่น่าตื่นเต้นคือร้านนี้เปิด 24 ชั่วโมง ตัวร้านตั้งอยู่ในตึก Silom Edge สามารถมาได้ทั้ง BTS สถานีศาลาแดง และ MRT สถานีสีลม

 

Open: ทุกวัน 24 ชั่วโมง

Address: ตึก Silom Edge BTS สถานีศาลาแดง และ MRT สถานีสีลม

Map: https://maps.app.goo.gl/NZRopiN5qQ7wGuy56?g_st=ic

 

 

 


 

 

18. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

(BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

 

นี่เป็นหนึ่งในหอศิลป์ที่อยู่ใจกลางเมือง นิทรรศการภายในถูกสับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ที่นี่เดินทางสะดวกมาก ลงจาก BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติก็สามารถเดินเข้ามาถึงได้เลย แถมใกล้สยามอีกด้วย

 

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00-20.00 น.

Address: BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

Map: https://maps.app.goo.gl/Au5UQo6zeAK8K6N37?g_st=ic

 

 

 


 

 

19. IGNIV

(BTS ราชดำริ)

 

ร้านไฟน์ไดนิ่งที่เชฟส่งตรงจากสวิตเซอร์แลนด์ ร้านนี้ตั้งอยู่ในโรงแรม The St. Regis Bangkok ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า BTS สถานีราชดำริเลย เอกลักษณ์ของที่นี่คือเมนูอาหารแบบไฟน์ไดนิ่ง ที่ดูสบายๆ มากขึ้นด้วยการเสิร์ฟแบบแชริ่ง และหลังจากจบมื้ออาหาร เรายังสามารถไปเลือกขนมหวานโฮมเมดจากแคนดี้สโตร์ได้อีกด้วย

 

Address: โรงแรม The St. Regis Bangkok BTS สถานีราชดำริ

Map: https://maps.app.goo.gl/VeNd3XGkhcXuMatJA

 

 

 


 

 

20. Bar Glide

(BTS ราชดำริ)

 

อีกหนึ่งร้านที่ตั้งอยู่ในโรงแรม The St. Regis Bangkok ที่นี่เขาเป็นบาร์ที่มีคอนเซปต์ เป็นบาร์ที่อยากจะให้คนมาปล่อยตัวปล่อยใจ คล้ายกับการร่อน (Glide) สูตรค็อกเทลที่นี่ดัดแปลงจากหนังสือชื่อ Tokyo Cocktails

 

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-02.00 น.

Address: โรงแรม The St. Regis Bangkok BTS สถานีราชดำริ

Map: https://maps.app.goo.gl/r9uHXg3abr9rLVrd9?g_st=ic

 

 

 


 

 

21. EA Gallery

(BTS ช่องนนทรี)

 

ที่นี่ถือเป็นพื้นที่ลับๆ บนตึกเอ็มไพร์ที่รวม 4 ร้าน 4 สไตล์มาไว้ในที่เดียวกัน ถือเป็นแหล่งแฮงเอาต์แห่งใหม่ที่ใกล้ออฟฟิศใครหลายๆ คน เพราะอยู่ในพื้นที่ที่เดินเชื่อมกับ BTS สถานีช่องนนทรีได้เลย โดยทั้ง 4 ร้านประกอบไปด้วย % Arabica, 手 qraft., Onggi และ Invitation Only

 

Address: ชั้น 55 ตึกเอ็มไพร์ BTS สถานีช่องนนทรี 

Map: https://maps.app.goo.gl/gsNdgnzETBCDijMz9?g_st=ic

 

 

 


 

 

22. สวนสาธารณะคลองช่องนนทรี

(BTS ช่องนนทรี)

 

ที่นี่เป็นสวนสาธารณะขนาดย่อมๆ เป็นเหมือนพื้นที่สงบในสภาพแวดล้อมที่วุ่นวายของสาทร สวนตรงนี้สามารถเดินเชื่อมจาก BTS สถานีช่องนนทรีได้เลย ยิ่งถ้ามาช่วงพระอาทิตย์ตกแล้ว บรรยากาศจะดีมาก 

 

Open: ทุกวัน เวลา 16.30-21.00 น.

Address: BTS สถานีช่องนนทรี 

Map: https://maps.app.goo.gl/wcSohRA3949yX7D36?g_st=ic

 

 

 


รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน


 

 

23. % Arabica QSNCC

(MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์)

 

% Arabica สาขานี้เป็นอีกหนึ่งสาขาที่มีการตกแต่งเป็นเอกลักษณ์ สาขานี้จะตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ การแบ่งโซนของร้านมีทั้งแบบอินดอร์และเอาต์ดอร์ คนส่วนใหญ่มักจะเลือกนั่งเอาต์ดอร์เพราะถ่ายรูปสวย แถมมีมุมซิกเนเจอร์เป็นไม้กระดกรูป % อีกด้วย

 

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-21.00 น.

Address: MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Map: https://maps.app.goo.gl/q7WkNSCc4TP1G5Ws7?g_st=ic

 

 

 


 

 

24. Ba Hao Tian Mi 

(MRT วัดมังกร)

 

คาเฟ่สไตล์จีนที่อยู่ในเยาวราช พอออกจาก MRT สถานีวัดมังกร เดินอีกนิดหน่อยก็ถึงเลย ร้านนี้นอกจากจะตกแต่งสไตล์จีนแล้ว ขนมและเครื่องดื่มของเขาก็มีความเป็นจีนร่วมสมัยด้วย โดยเมนูที่ขึ้นชื่อมากๆ ของที่นี่คือพุดดิ้ง

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

Address: MRT สถานีวัดมังกร

Map: https://maps.app.goo.gl/LToRCCrNgTZCnGNeA?g_st=ic

 

 

 


 

 

25. ออน ล๊อก หยุ่น 

(MRT สามยอด)

 

ร้านอาหารเช้าที่เก่าแก่และโด่งดังมากๆ การันตีโดยการมีชื่ออยู่บนป้ายบอกทางใน MRT สถานีสามยอด! ที่นี่จะขายอาหารเช้าสไตล์โบราณ ทั้งขนมปัง ไข่ แฮม ไส้กรอก เสิร์ฟคู่กับน้ำชา ให้อารมณ์จีนๆ โดยรวมแล้วเป็นร้านอาหารที่มีความอบอุ่นเหมือนได้ตื่นมากินอาหารเช้าที่บ้าน

 

Open: ทุกวัน เวลา 06.00-14.30 น.

Address: MRT สถานีสามยอด

Map: https://maps.app.goo.gl/8rkB5q3DxS1LxEEs8?g_st=ic

 

 

 


 

 

26. สวนลุมพินี

(MRT ลุมพินี / MRT สีลม)

 

อีกหนึ่งสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง สวนนี้ตั้งอยู่ใกล้กับ MRT สถานีลุมพินี และ MRT สถานีสีลม มักเป็นที่พักผ่อน ที่ออกกำลังกายของคนย่านสีลม หรือใครเหงาๆ ก็สามารถไปถีบเรือเป็ดได้

 

Open: ทุกวัน เวลา 04.30-22.00 น.

Address: MRT สถานีลุมพินี และ MRT สถานีสีลม

Map: https://maps.app.goo.gl/dVyByq3zUzyUQGiaA?g_st=ic

 

 

 


 

 

27. บรรทัดทอง

(MRT สามย่าน)

 

ถ้าถามว่าพื้นที่ไหนที่สายกินพลาดไม่ได้ ก็ต้องบอกว่าบรรทัดทองคือที่ที่คุณไม่ควรพลาด ตรงนี้อาจใช้เวลาเดินจาก MRT สถานีสามย่านนิดหน่อย แต่ระหว่างทางไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้น ยิ่งถ้าเป้าหมายของเราคือร้านดังในนั้นแล้ว ไม่มีอะไรลำบากเกินไป 

 

Address: MRT สถานีสามย่าน

Map: https://maps.app.goo.gl/wUBCKRyDqpmugzjb6?g_st=ic

 

 

 


 

 

28. อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ

(MRT สามย่าน)

 

ถ้าเราตั้งใจจะเดินจาก MRT สถานีสามย่านเพื่อไปหาอะไรกินที่บรรทัดทอง หลายคนคงอยากจะแวะพักเหนื่อยบริเวณอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ เพราะบรรยากาศที่นี่ร่มรื่นมาก มีที่ให้นั่งพัก หรือใครอยากชิลจะมานั่งบนสนามหญ้าตรงกลางก็ได้ อีกอย่างคือที่นี่เหมาะกับการเป็นสถานที่เดตแบบสุดๆ 

 

Open: ทุกวัน เวลา 05.00-22.00 น.

Address: MRT สถานีสามย่าน

Map: https://maps.app.goo.gl/UMz8tgvMB4KrpYoE7?g_st=ic

 

 

 


 

 

29. เยาวราช

(MRT วัดมังกร)

 

เยาวราชคือที่ที่มีทุกอย่าง ทั้งร้านอาหารแบบโบราณหรือร่วมสมัย คาเฟ่ บาร์ โรงแรม วัด และเป็นย่านที่เที่ยวได้ตั้งแต่เช้าจนถึงมืด เพียงแค่คุณนั่ง MRT มาลงสถานีวัดมังกรและเดินขึ้นมา คุณก็เริ่มเที่ยวได้ตั้งแต่ตรงนั้นเลย

 

Address: MRT สถานีวัดมังกร

Map: https://maps.app.goo.gl/kDWybrBJFkCAV5ch6?g_st=ic

 

 

 


 

 

30. ปากคลองตลาด

(MRT สนามไชย)

 

แน่นอนว่าสาวๆ หลายคนคงอยากไปถ่ายรูปทำคอนเทนต์กับดอกไม้ที่ปากคลองตลาดกันอยู่แล้ว จริงๆ ถ้าไปด้วย MRT น่าจะสะดวกที่สุด นั่งไปลงสถานีสนามไชยแล้วเดินต่ออีกนิดก็ถึงแล้ว ไม่ต้องหาที่จอดรถด้วย

 

Address: MRT สถานีสนามไชย

Map:https://maps.app.goo.gl/SGMQ2s9dfSxBFPLKA?g_st=ic

 

 

The post 30 สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว แบบ Hopping โดยรถไฟฟ้าได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Find The Photo Booth มิวสิกบาร์ลับหลังโฟโต้บูธย่านบรรทัดทอง https://thestandard.co/life/find-the-photo-booth-music-bar/ Tue, 07 May 2024 07:05:03 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=930701

ใครยังไม่เคยไปบาร์ลับย่านบรรทัดทองแห่งนี้บ้าง เพราะนี่ค […]

The post Find The Photo Booth มิวสิกบาร์ลับหลังโฟโต้บูธย่านบรรทัดทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใครยังไม่เคยไปบาร์ลับย่านบรรทัดทองแห่งนี้บ้าง เพราะนี่คืออีกหนึ่งบาร์ในตำนานที่สายสปีกอีซี่และนักดื่มค็อกเทลชื่นชอบ แล้วหลังจากหายตัวไป 3 ปี ‘Find The Photo Booth’ ก็กลับมาบนโลเคชันใหม่ พร้อมด้วยทีมงานเบื้องหลังระดับท็อปทีมเดิม เพราะฉะนั้นเรื่องดริงก์ไม่ต้องห่วงเลยว่าจะไม่คุ้มกับการเดินหาทางเข้า

 

อีกทั้งกลับมาคราวนี้ Find The Photo Booth ยังเน้นดนตรีสดแบบแน่นๆ ด้วยการมีไลน์อัพทุกวัน ถ้าใครตามหาบาร์ค็อกเทลที่เสิร์ฟทั้งดริงก์ดีและเพลงดี ต้องลองแวะมาที่นี่หน่อยแล้ว

 

 

The Vibe

 

Find The Photo Booth อยู่ริมถนนบรรทัดทองที่เต็มไปด้วยร้านเด็ดร้านดังต่างๆ แต่ถ้าหากใครเดินผ่านเผินๆ อาจคิดว่านี่คือร้านโฟโต้บูธธรรมดาทั่วไป ทว่าเบื้องหลังตู้พิเศษตู้หนึ่งกลับเป็นทางเข้าบาร์ลับแห่งนี้ และเมื่อทุกคนเปิดเข้าไปก็จะพบกับบาร์ค็อกเทลขนาดกะทัดรัด บรรยากาศดี แถมมีวงดนตรีสดตั้งอยู่กลางร้านเลย

 

ที่นั่งมีทั้งเคาน์เตอร์บาร์และโต๊ะส่วนตัวหลายมุม แต่ด้วยความที่ Find The Photo Booth มีดนตรีสดเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ ที่นั่งทุกมุมจึงเน้นให้ดื่มแล้วเห็นชัดฟังชัด นั่งอยู่ตรงไหนก็รู้สึกติดขอบเวที

 

 

The Taste

 

ค็อกเทลซิกเนเจอร์ของ Find The Photo Booth ได้แรงบันดาลใจมาจากคอร์ดดนตรี เราว่าใครเป็นคนรักดนตรีและเสียงเพลงมาเห็นแล้วต้องอินแน่ๆ โดยเริ่มจากคอร์ด A ถึง G แถมมีทั้ง A Side และ B Side ด้านหนึ่งเป็นค็อกเทลคลาสสิก ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นคลาสสิกทวิสต์ ทำให้หากเราชอบด้านหนึ่งก็อาจชอบอีกด้านหนึ่งด้วยก็เป็นไปได้ แบบนี้สั่งต่อได้เลยไหลๆ แบบแผ่นไม่สะดุด

 

แก้วแนะนำเริ่มจากคอร์ด A ซึ่งทวิสต์มาจากเมนูคลาสสิกชื่อ Avitation อย่างเช่น A Flat (390 บาท) ค็อกเทลเบสจิน วิสกี้ มีความดื่มง่ายด้วยไซรัปชาแอปเปิ้ล เชอร์รี และเลมอน แต่ถ้าเป็นคอร์ด B ที่มาจากคลาสสิกชื่อ Boulevardier แนะนำให้ลอง B Minor (450 บาท) เหมาะเป็นแก้วแรกสำหรับสายไฮบอล เพราะมีความฟิซซี่ สดชื่น พร้อมเอ็นจอยบทเพลงถัดไป

 

E Seventh (420 บาท) ทวิสต์มาจาก El Diablo ดริงก์เบสเตกีลาผสมเบอร์รี แก้วนี้จะมีความ Spirit Forward ขึ้นมานิดหน่อย เหมาะกับวันที่อยากฟังดนตรีหนักแน่นแบบเพลินๆ

 

สุดท้าย F Seventh (420 บาท) เป็นค็อกเทลที่ทวิสต์มาจาก French 75 แก้วนี้ดื่มสบายๆ เพราะเบสใช้วิสกี้ญี่ปุ่น ก่อนเสริมด้วยสับปะรดและโปรเซคโกไซรัป 

 

 

แล้วยังมีอีกอย่างที่ไม่ควรพลาดด้วย นั่นก็คือเมนูอาหารที่ Find The Photo Booth ไม่ได้มาเล่นๆ โดยเฉพาะเมนูติ่มซำที่มาจากเจ้าเดียวกับบาร์ Find The Locker Room ในเครือเดียวกัน โดยเมนูของกินเล่นต่างๆ ราคาเริ่มต้น 80 บาท เช่น เอดามาเมะ (100 บาท), แมงกะพรุนในพริกน้ำมันงา (220 บาท), ขนมจีบกุ้งไข่กุ้ง (150 บาท) หรือเกี๊ยวทอดกับดิปเต้าหู้เผ็ดสไตล์สิงคโปร์ (190 บาท)

 

 

Good for

 

จะผ่านไปนานแค่ไหนเราว่าสปีกอีซี่บาร์ก็ยังน่าสนุกเสมอ แถมบาร์ Find The Photo Booth ยังมาพร้อมดนตรีสดทุกค่ำคืนอีก ถ้าใครได้มาลองทั้งดริงก์และบรรยากาศที่นี่ต้องกลายเป็นบาร์โปรดของหลายๆ คนแน่นอน อีกทั้งดื่มเสร็จแล้วยังมีของกินให้ไปต่ออีกเพียบ! หรือใครจะกินให้อิ่มแล้วค่อยแวะมาถ่ายโฟโต้บูธเล่น ก่อนหาประตูเข้าไปดื่มไปดริงก์กันก็ได้

 


 

Find The Photo Booth

 

Address: ถนนบรรทัดทอง (ตรงข้ามบ๊วยโภชนา ซอยจุฬาฯ 36)

Open: ทุกวัน เวลา 19.00-01.30 น.

Contact: Find The Photo Booth

Budget: 500-1,500 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/cdaTHaE4wThM4bt49

 

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 

 

The post Find The Photo Booth มิวสิกบาร์ลับหลังโฟโต้บูธย่านบรรทัดทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Blessing Shophouse จิบเครื่องดื่มมงคลที่บาร์ลับสไตล์จีนโบราณ https://thestandard.co/life/blessing-shophouse/ Tue, 30 Apr 2024 03:10:16 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=928278

เดินเข้ามาแล้วเรานึกว่าหลงมาอยู่ในโรงเตี๊ยมลับๆ ย่านสุข […]

The post Blessing Shophouse จิบเครื่องดื่มมงคลที่บาร์ลับสไตล์จีนโบราณ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เดินเข้ามาแล้วเรานึกว่าหลงมาอยู่ในโรงเตี๊ยมลับๆ ย่านสุขุมวิท เพราะไม่น่าเชื่อว่าริมถนนย่านอโศกจะมีบาร์บรรยากาศจีนโมเดิร์นแบบนี้ซ่อนอยู่ แถมยังมาพร้อมดีเทลและการตกแต่งที่สวยกริบ สมกับที่เจ้าของบาร์เป็นสถาปนิกและมีครอบครัวทำธุรกิจขายเฟอร์นิเจอร์สไตล์จีน ทุกอย่างในบาร์ค็อกเทล Blessing Shophouse จึงดูเข้าที่เข้าทางไปเสียหมด ตั้งแต่ดริงก์ไปจนถึงดีเทลการตกแต่งร้าน

 

 

The Vibe

 

Blessing Shophouse อยู่ในตึกแถวเก่าซึ่งเคยเป็นบ้านพักอาศัยของครอบครัวเจ้าของบาร์ ก่อนจะนำมารีโนเวตใหม่ให้ 2 ชั้นล่างกลายเป็นบาร์ค็อกเทล ซึ่งเหตุผลที่เราบอกว่าลับก็เพราะทางเข้าอาจหาไม่ง่าย เนื่องจากเจ้าของย้ายประตูทางเข้ามาอยู่ซอยด้านหลังตึกเพื่อไม่ให้รบกวนเพื่อนบ้าน

 

ทว่าเมื่อเปิดเข้ามาทุกคนจะต้องตะลึงกับความสวยโมเดิร์นซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายสไตล์จีน ตั้งแต่การใช้วัสดุไม้ ลวดลาย ของตกแต่ง ไปจนถึงดีไซน์ที่แฝงความหมายต่างๆ ตามความเชื่อชาวจีนเอาไว้ และเนื่องจากครอบครัวเจ้าของทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ด้วย โต๊ะเก้าอี้หลายๆ ชิ้น หลายๆ แบบที่ทุกคนเห็น จึงนำมาจากร้านของครอบครัว ก่อนนำมาจัดวางหรือผสมดีไซน์ใหม่ๆ เข้าไปให้ตรงกับคอนเซปต์ร้าน เช่น เก้าอี้ไม้หน้าบาร์ เจ้าของก็นำเก้าอี้เดิมไปสั่งทำฐานแปดเหลี่ยมเพื่อยกให้สูง หรือในห้องวิสกี้ชั้นบนจะมีเตียงไม้โบราณอยู่หลังหนึ่ง แต่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่เสิร์ฟเครื่องดื่มชั้นดีไปแล้ว

 

 

The Taste

 

ค็อกเทลซิกเนเจอร์ของ Blessing Shophouse ได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมจีนทั้งสิ้น โดยมีทั้งหมด 9 เมนู แบ่งเป็น 3 หมวด มีทั้งแนวดื่มง่าย ดื่มเข้ม และค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลไม้มงคล 

 

หมวดแรกเป็นแนว Fresh & Bless เราได้ลอง ‘Bitter is good (360 บาท)’ ค็อกเทลเบสจินที่มีมะระเป็นส่วนผสม ตามความเชื่อหวานเป็นลมขมเป็นยา แก้วนี้จึงตบด้วยความสดชื่นจากเปลือกส้มและหวานจากสาลี่ หรืออีกเมนูที่เหมาะเป็นแก้วเปิด ‘Cup of Cha Cha (360 บาท)’ ค็อกเทลเบสเตกีลาอินฟิวส์ชาไทย ผสมด้วยชามะลิ ตัดด้วยรสหวานจากจิงเจอร์แคนดี้ให้จิบไปกินไป

 

 

Heavenly Fruit เป็นค็อกเทลหมวดผลไม้มงคล เมนูแนะนำเช่น ‘Jade (360 บาท)’ ดริงก์ที่ชวนรู้สึกสงบสุข ด้วยวอดก้าผสมลิเคียวร์เมลอน สับปะรด โหระพา มีความนุ่มนวลจากไข่ขาว และมีแคนดี้สีหยกวางด้านบนให้กินเล่น 

 

แต่ถ้าใครต้องการความโชคดีมากกว่า ‘Oath (390 บาท)’ เป็นแก้วที่มีส่วนผสมของลูกพลับ ซึ่งชาวจีนนิยมวางไว้ในพิธีมงคลต่างๆ โดยเบสใช้จิน ผสมลูกพลับ เสาวรส เลมอน และไข่ขาว

 

 

สุดท้ายเป็นค็อกเทลเอาใจคนชอบดื่มเข้มแนว Spiritual Forward เมนูแนะนำคือ ‘Five Spices (420 บาท)’ ค็อกเทลเบสรัมที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศจีน ได้แก่ ซินนามอน โป๊ยกั๊ก พริกเสฉวน กานพลู และยี่หร่า ทว่ามีความนุ่มนวลจากนมที่ผ่านการแคลริฟายจนใส

 

Good for

 

Blessing Shophouse เป็นบาร์ค็อกเทลที่ไม่ได้มีดีแค่เครื่องดื่ม แต่รวมถึงบรรยากาศและประสบการณ์ต่างๆ ด้วย ที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกราวกับได้เข้ามาพักผ่อนในโลกอีกใบใจกลางย่านอโศกที่วุ่นวาย แล้วเรายังชอบการตกแต่งที่ซ่อนดีเทลไว้ทุกมุม ตั้งแต่ประตูทางเข้าที่หากปิดสนิทจะเหมือนประตูโค้ง เคาน์เตอร์บาร์และเก้าอี้ไม้ที่ชวนนึกถึงร้านค้าจีนโบราณ และในขณะเดียวกันก็ยังมีร่องรอยเดิมของห้องแถวที่ทำให้รู้สึกเป็นกันเอง น่าชวนกันมานั่งดื่มในวันที่อยากได้มากกว่าความผ่อนคลาย เพราะต้องการความเฮงกลับไปด้วย

 

 


 

Blessing Shophouse

 

Address: ซอยสุขุมวิท 14 (ด้านหลังร้านสุดาโภชนา)

Open: วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น. 

Contact: Blessing Shophouse

Budget: 500-1,000 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/y72SWy6nw9X8JyEK7

 

 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

 

The post Blessing Shophouse จิบเครื่องดื่มมงคลที่บาร์ลับสไตล์จีนโบราณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
F*nkytown บาร์ลับที่นำส่วนประกอบของอาหารและเครื่องดื่มมาสลับกัน https://thestandard.co/life/fnky-town/ Tue, 26 Dec 2023 03:32:44 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=879823 F*nky Town

ค็อกเทลบาร์สุดแปลก ทำวัตถุดิบอาหารกับเครื่องดื่มสลับกัน […]

The post F*nkytown บาร์ลับที่นำส่วนประกอบของอาหารและเครื่องดื่มมาสลับกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
F*nky Town

ค็อกเทลบาร์สุดแปลก ทำวัตถุดิบอาหารกับเครื่องดื่มสลับกัน

 

คุณคิดว่าคุณเป็นคนแปลกแค่ไหน มาลองวัดจากเมนูค็อกเทลของร้าน F*nkytown ได้ ที่นี่เป็นค็อกเทลบาร์ลับๆ ย่านพร้อมพงษ์ โดยร้านนี้มีครบทั้งเมนูเครื่องดื่มและอาหาร ที่มาในบรรยากาศสนุกๆ ออกแนวแปลกนิดๆ ที่บอกว่าแปลกเนี่ย ไม่ได้แปลว่าไม่ดี แต่มันมาจากความคิดสร้างสรรค์ที่คิดนำส่วนผสมบางอย่างของเมนูอาหารมาใส่ในค็อกเทล และนำส่วนผสมบางอย่างของค็อกเทลมาอยู่ในอาหาร ทั้งนี้ ก็เพื่อความสนุกแปลกใหม่ และช่วยลดวัตถุดิบที่เหลือจากการปรุงอาหารอีกด้วย

 

 

The Vibe

ภาพรวมของร้านนี้คือค็อกเทลบาร์ลับๆ ที่มีมุมให้เรานั่งชมบรรยากาศของเมือง ควบคู่กับความสนุกของอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนเรื่องการตกแต่ง ที่นี่ก็ใส่ใจในทุกๆ รายละเอียด แทบจะออกแบบและผลิตขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เช่น โคมไฟที่ให้แสงแบบไม่สว่างจ้าจนเกินไป แต่ไฟจะต้องส่องลงไปที่อาหารและเครื่องดื่ม

 

 

ยิ่งเวลาผ่านไปบรรยากาศของร้านจะยิ่งสนุกมากยิ่งขึ้น คงเพราะเพลย์ลิสต์เพลงแนว Retro Funk ที่จังหวะจะค่อยๆ สนุกขึ้นเรื่อยๆ ตามแบบที่ทางร้านได้วางเอาไว้ ที่ร้านจะมีดีเจมาเปิดเพลงในวันพฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ เวลา 21.00-00.00 น. เลย

 

 

The Taste

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งค็อกเทลบาร์ที่มีครบทั้งอาหารและเครื่องดื่ม สามารถมาดินเนอร์ที่นี่ได้เลย และสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้คือ การหยิบส่วนประกอบของอาหารและเครื่องดื่มมาสลับกัน ต้องลองมาชิมดูว่าแต่ละเมนูคุณจะเจออะไรบ้าง โดยระดับความแปลกของเมนูอาหารและเครื่องดื่มจะมีการให้คะแนนระบุเอาไว้ตั้งแต่ 1-5 

 

 

อาหารของทางร้านเราไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นแนวไหน แต่ส่วนใหญ่จะมีการใช้วัตถุดิบแบบอาหารเอเชียมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ เมนูแรกที่อยากจะแนะนำให้ลองสั่งมาชิมกันดูคือ Hamachi Crudo Tart (ราคา 160 บาท) เริ่มต้นกันเบาๆ ที่ระดับ 2 เมนูนี้ให้ความสดชื่น ได้แรงบันดาลใจจากอาหารมาเลเซีย ความรู้สึกตอนที่กินจะเหมือนกินกระทงทองที่ข้างในเป็นเมลอนดองยูซุ และแตงกวาดองกับน้ำมันพริก พอกินเข้าไปแล้วจะได้กลิ่นมะนาวดองด้วย

 

 

เมนูต่อมาเป็น Chilli Crab Empanadas (ราคา 250 บาท) ไส้ในจะเป็นเหมือนเมนู Chilli Crab ของสิงคโปร์ ห่อด้วยแป้งแบบสเปน ความรู้สึกที่ได้กินเรามองว่าเหมือนได้กินกะหรี่ปั๊บแต่ไส้เป็นเนื้อปู และหอมเครื่องเทศ

 

 

สำหรับคนที่อยากกินอะไรที่ดูเป็นมื้อหลักมากขึ้น Funky Smash Burger (ราคา 220 บาท) ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หน้าตาอาจจะดูไม่ซับซ้อนมาก แต่วิธีการทำจะไม่เหมือน Smash Burger ทั่วไปที่จะสแมชแค่เนื้อ ของร้านนี้เขาจะสแมชทั้งก้อนตั้งแต่ขนมปังเลย ทำให้กินง่ายขึ้น และทำให้ขอบขนมปังมีความกรอบๆ และที่สำคัญตัวเนื้อของร้านนี้ไม่ได้แห้งด้วย

 

 

สำหรับสายเนื้อห้ามพลาด Jasmine Wagyu (ราคา 750 บาท) เป็นเนื้อไทยวากิวที่ทางร้านบอกว่าคุณภาพสู้กับต่างชาติได้เลย เป็นเนื้อที่นุ่ม ย่างมาในความสุกที่กำลังพอดี ส่วนที่เลือกมาใช้ก็จะเป็น Striploin กินคู่กับซอส Miso-Yuzu Bearnaise ออกเปรี้ยวนิดๆ เผื่อใครรู้สึกอยากได้รสชาติที่จัดจ้านมากขึ้น 

 

 

และเมนูเครื่องดื่มของที่นี่ก็จะมีแรงบันดาลใจมาจากอาหารและขนมเช่นกัน โดยแก้วแรกขอเริ่มจากเครื่องดื่มเบาๆ อย่าง Melon Cream Soda (ราคา 400 บาท) เป็นค็อกเทลที่มีส่วนผสมหลักเป็น Gin มีความหวานและหอมเมลอน ให้ความรู้สึกเหมือนเรากินน้ำหวานสีเขียวในตอนเด็ก 

 

 

อีกแก้วที่ขยับความแปลกขึ้นมานั่นคือ Tokyo Banana (ราคา 400 บาท) ตัวนี้จะให้ความรู้สึกหวานหอม มีความแน่นขึ้นมามากกว่าตัว Melon Cream Soda ตอนกินเข้าไปจะรู้สึกมีกลิ่นเหมือนกินครีม ตัวนี้ส่วนผสมหลักเป็น Vodka ใครเป็นสายขนมหวานต้องลองดู 

 

แต่ถ้ารู้สึกอยากกินอะไรสุขภาพดี สลัดสักแก้วก็เป็นตัวเลือกที่ดี เรากำลังเข้าสู่เมนูที่มีความแปลก แก้วแรกคือ Ceasar Salad (ราคา 400 บาท) ความแปลกระดับ 4 เมนูนี้จะมีส่วนผสมหลักเป็น Gin มีความเบาๆ สดชื่นคล้ายกับได้กินสลัด และยังได้ความรู้สึกของชีสอ่อนๆ อีกด้วย

 

 

แก้วสุดท้ายเป็นเมนูที่แปลกขั้นสูงสุดคือระดับ 5 เป็นอีกหนึ่งเมนูที่มีส่วนผสมหลักจาก Gin นี่คือเมนู Som Tum (ราคา 400 บาท) ความรู้สึกไม่ได้เป็นเครื่องดื่มที่หนักมาก แต่จะมีความงงๆ ด้วยกลิ่นที่พอดื่มเข้าไปแล้วจะได้กลิ่นทั้งกุ้งแห้งและน้ำปลาวนอยู่ในปาก คล้ายกับตอนที่เพิ่งกินส้มตำมา แก้วนี้เขาจะเสิร์ฟคู่กับข้าวเหนียว ใครที่อยากลองเครื่องดื่มแปลกๆ ห้ามพลาดแก้วนี้

 

 

จริงๆ ยังมีเมนูแปลกๆ อีกมากมาย ใครอยากจะลองก้าวข้ามกรอบของค็อกเทลแบบเดิมๆ ต้องลองไปที่ร้านนี้ดู

 

Good for

ที่นี่เป็นค็อกเทลบาร์บรรยากาศสนุกๆ มีที่นั่งให้เลือกหลายแบบหลายมุม จะมาเดี่ยวนั่งหน้าบาร์ มาเป็นคู่กับแฟน หรือมากับแก๊งเพื่อน ที่นี่ตอบโจทย์ทั้งหมด และใครที่อยากค้นหาค็อกเทลในแบบแปลกๆ ใหม่ๆ คุณห้ามพลาดที่นี่เด็ดขาด ไม่แน่คุณอาจจะมาเจอค็อกเทลแก้วโปรดที่หาไม่ได้จากร้านอื่น!

 

 

F*nkytown

Open: เปิดทุกวัน 17.00-00.00 น.

Address: สุขุมวิท 37 (ชั้น 4 ตึกเดียวกันกับร้าน Sarnies)

Budget: 500-1,000 บาท

Instagram: F*nkytown

Map: 

 

The post F*nkytown บาร์ลับที่นำส่วนประกอบของอาหารและเครื่องดื่มมาสลับกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jim Thompson เปิดตัวโซนร้านอาหารไทยโฉมใหม่และบาร์ลับที่ซ่อนอยู่ข้างบน https://thestandard.co/life/jim-thompson/ Wed, 06 Sep 2023 11:45:43 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=838322 Jim Thompson

จิม ทอมป์สัน โฉมใหม่ ปรับปรุงร้านอาหาร และบาร์ที่สวยมาก […]

The post Jim Thompson เปิดตัวโซนร้านอาหารไทยโฉมใหม่และบาร์ลับที่ซ่อนอยู่ข้างบน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jim Thompson

จิม ทอมป์สัน โฉมใหม่ ปรับปรุงร้านอาหาร และบาร์ที่สวยมากๆ

 

 

เชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้จักแบรนด์จิม ทอมป์สัน กันเป็นอย่างดี ตอนนี้แบรนด์ได้ขยับตัวเองเข้ามาสู่ธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยได้ปรับปรุงสถานที่แทบจะทุกโซนใหม่ให้ดูมีความทันสมัยมากขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันได้ดีขึ้น แต่ยังคงซ่อนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สื่อถึงอดีตของจิม ทอมป์สัน

 

การปรับปรุงในครั้งนี้มีหลายโซนที่เปลี่ยนแปลง ทั้งห้องโถงชั้นบนที่สามารถใช้เป็นห้องประชุมหรือจัดสัมมนาได้ หรือจะเป็นระเบียงที่ปรับปรุงที่นั่งใหม่ แต่ไฮไลต์ในการปรับปรุงครั้งนี้คงหนีไม่พ้นร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน ที่มี เชฟเปเป้ ที่เคยทำงานในร้านอาหารระดับมิชลิน 3 ดาวและ 2 ดาวในประเทศสเปน และด้วยความที่เชฟมีความหลงใหลในอาหารไทยเป็นอย่างมาก จึงเดินทางมาร่วมงานกับเชฟชื่อดังของไทย เพื่อเรียนรู้สูตรอาหารแบบไทยดั้งเดิม และนำมาประยุกต์กับวัตถุดิบใหม่ๆ ทำให้อาหารไทยที่นี่มีความร่วมสมัยมากขึ้น เช่น ผัดไทยที่ใช้เส้นหมึกดำ เป็นต้น 

 

แต่อีกหนึ่งจุดที่เซอร์ไพรส์คือ OSS Bar ที่อยู่ชั้น 2 เป็นบาร์ที่บรรยากาศดี มีความเป็นส่วนตัว ชื่อบาร์ได้แรงบันดาลใจมาจากหน่วยสืบราชการของสหรัฐฯ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ใครไปไม่ควรพลาด

 

Jim Thompson

The post Jim Thompson เปิดตัวโซนร้านอาหารไทยโฉมใหม่และบาร์ลับที่ซ่อนอยู่ข้างบน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Plot Twist บาร์ลับย่านจตุจักรที่จะพาคุณนั่งรถไฟไปเที่ยวทั่วประเทศ https://thestandard.co/life/plot-twist-cocktail-bar/ Thu, 06 Jul 2023 07:00:56 +0000 https://thestandard.co/?p=812993

ที่บอกว่าลับเพราะบาร์ทำให้ตัวเองลับจริงๆ เนื่องจาก ‘Plo […]

The post Plot Twist บาร์ลับย่านจตุจักรที่จะพาคุณนั่งรถไฟไปเที่ยวทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ที่บอกว่าลับเพราะบาร์ทำให้ตัวเองลับจริงๆ เนื่องจาก ‘Plot Twist’ บาร์ค็อกเทลแห่งใหม่ในย่านจตุจักร ซ่อนอยู่ในโรงแรมเล็กๆ บนถนนกำแพงเพชร มาถึงแล้วทุกคนต้องขึ้นลิฟต์ไปชั้นบน ก่อนต้องแหวกม่านและเดินขึ้นบันไดไปเพื่อพบบาร์ค็อกเทลแห่งนี้ที่มาพร้อมวิวเมืองฝั่งบางซื่อยาวไปจนสุดสายตาถึงสะพานข้ามแม่น้ำ (หากวันไหนท้องฟ้าเป็นใจนะ)

 

 

The Vibe

 

Plot Twist เปิดอยู่บนชั้น 6 ของโรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร ตัวบาร์จะอยู่กึ่งชั้นลอย เพราะทุกคนต้องเดินขึ้นบันไดมาเพื่อเจอกับเคาน์เตอร์บาร์ที่มีฉากหลังเป็นวิวเมืองและโบกี้รถไฟ บรรยากาศที่นี่คล้ายห้องนั่งเล่น ทุกมุมสามารถนั่งชมวิวตอนกลางคืนได้เต็มตา

 

เราชอบการดีเทลการตกแต่งของบาร์ เพราะเปิดอยู่ใกล้สถานีรถไฟ เขาจึงดึงรถไฟมาเป็นคอนเซปต์ร้าน เช่น ผนังฝั่งหนึ่งที่ใช้ไม้หมอนรถไฟมาตกแต่ง เก้าอี้หน้าบาร์ที่ดูเหมือนเก้าอี้แคมปิ้งของนักเดินทาง และที่นั่งต่างระดับที่มีรั้วสีดำกั้น เหมือนชวนเรานั่งพักจิบค็อกเทลระหว่างเดินทาง

 

 

The Taste

 

ด้วยความที่ Plot Twist เปิดอยู่ใกล้สถานีกลางบางซื่อ ค็อกเทลจึงมาในคอนเซปต์ ‘การเดินทางด้วยรถไฟ’ เน้นหยิบวัตถุดิบขึ้นชื่อของแต่ละท้องถิ่นที่รถไฟไปถึงมารังสรรค์เป็นเมนูซิกเนเจอร์ 

 

อย่างเช่นแก้วแรก ‘Message from Doi (450 บาท)’ เมนูที่ชูรสด้วยบ๊วยเปรี้ยวๆ จากดอยแม่ขะปู อำเภอสะเมิง ผสานรสหวานของลิ้นจี่ เพิ่มความซ่าด้วยโทนิก เป็นแก้วดื่มง่าย สดชื่น เหมาะแก่การเป็นแก้วเริ่มต้น

 

‘HINT of Chatuchak (450 บาท)’ ค็อกเทลแก้วเดียวบนเมนูที่เป็นตัวแทนของภาคกลาง มีส่วนผสมหลักคือวอดก้าและมะพร้าวน้ำหอมจากตลาดจตุจักร เนื่องจากสิ่งที่บาร์เทนเดอร์นึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อพูดถึงจตุจักรก็คือพ่อค้าขายน้ำมะพร้าวที่ลีลาโดดเด่นกว่าใคร ลองจิบแล้วได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากมะพร้าว ทิ้งท้ายด้วยกลิ่นส้มด้านบน

 

แก้วที่เราชอบที่สุด ‘Southern Gate (360 บาท)’ แก้วนี้ใช้วัตถุดิบจากภาคใต้ คือ ชมพู่ม่าเหมี่ยว และเมล็ดกาแฟโรบัสต้าจากชุมพร ดื่มแล้วได้กลิ่นหอมของกาแฟ ถูกใจคอกาแฟอย่างเราสุดๆ แถมมีเนื้อชมพู่ให้เคี้ยวด้วย

 

ล่องใต้กันต่อด้วย ‘NASAN (450 บาท)’ ค็อกเทลเบสจินสีชมพูสดใส มาพร้อมน้ำแข็งรูปดอกกุหลาบ ดูสวยงามน่าดื่ม พอจิบแล้วได้รสหวานจากเงาะนาสาร ของดีประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ค็อกเทลแก้วนี้จึงดื่มง่าย เพราะความหวานกลบรสขมของจินได้เป็นอย่างดี

 

ปิดท้ายด้วย ‘Flaming Street (450 บาท)’ ค็อกเทลที่จะทำให้ใจของคุณลุกเป็นไฟ โดยชื่อเมนูเลียนแบบมาจาก Walking Street ย่านฮิตประจำพัทยา ไฮไลต์ของแก้วนี้คือเหล้าท้องถิ่น โกษาปาน และมีการจุดไฟเพิ่มความตื่นเต้นด้วย รสชาติออกเข้ม แต่ทิ้งรสหวานไว้ที่ปลายลิ้น สมเป็นแก้วส่งท้ายค่ำคืนนี้ 

 

 

Good for

 

ใครที่กำลังมองหาบาร์ใหม่ๆ ที่มีเครื่องดื่มสนุกๆ บรรยากาศดี วิวสวย สามารถถ่ายรูปได้ เราว่าที่นี่เหมาะ อยากจะชวนเพื่อนมาแฮงเอาต์หรือจูงมือแฟนมาเดตก็ได้หมด หรือว่าใครที่แวะมาเดินเที่ยวแถวจตุจักรแล้วเกิดอยากแวะดื่มค็อกเทลสักแก้วขึ้นมา (แบบเดินมาจากตลาดนัดจตุจักรได้เลย) บาร์นี้กำลังรอคุณอยู่

 

 

ภาพ: ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

 


 

Plot Twist Bar

 

Open: ทุกวัน เวลา 18.00-00.00 น.

Address: ชั้น 6 โรงแรม Best Western Chatuchak

Contact: PLOT TWIST BAR

Budget: เริ่มต้น 500-1000 บาท

Map: https://goo.gl/maps/Ftp51nNgco7zcYxK9

 

 

The post Plot Twist บาร์ลับย่านจตุจักรที่จะพาคุณนั่งรถไฟไปเที่ยวทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Wongar บาร์กลิ่นญี่ปุ่นที่เสิร์ฟไวบ์ดีๆ คู่ค็อกเทลเบสสาเก https://thestandard.co/life/wongar-bar-bkk/ Tue, 14 Mar 2023 07:11:41 +0000 https://thestandard.co/?p=762646 Wongar

ถ้าเราต้องใช้คำว่า Hidden gem กับร้านไหนสักร้าน ที่นี่จ […]

The post Wongar บาร์กลิ่นญี่ปุ่นที่เสิร์ฟไวบ์ดีๆ คู่ค็อกเทลเบสสาเก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Wongar

ถ้าเราต้องใช้คำว่า Hidden gem กับร้านไหนสักร้าน ที่นี่จะเป็นหนึ่งในนั้น เพราะ ‘Wongar (วอนกา)’ เป็นเพียงไม่กี่บาร์ในย่านสะพานควายที่มีครบทั้งบรรยากาศ รสชาติ และเครื่องดื่มชวนนั่งพูดคุย แถมร้านยังให้ฟีลบาร์ลับหน่อยๆ เนื่องจากทุกคนต้องขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุดของอาคารจอดรถ ก่อนจะพบกับห้องออฟฟิศ สตูดิโอออกแบบ และบาร์แห่งนี้ที่เปิดอยู่ชั้นเดียวกัน

 

ซึ่งทีมงานเบื้องหลัง Wongar ก็อยู่ไม่ไกล เพราะพวกเขาคือทีมดีไซเนอร์ที่อยู่ประตูข้างๆ นั่นแหละ

 

 

The vibe

เจ้าของร้าน Wongar บอกว่าพวกเขาอยากทำร้านกินดื่มสนุกๆ สไตล์ Social dining ที่มีกลิ่นอายอย่างญี่ปุ่น ที่นี่จึงมี 2 บรรยากาศ คือตกเย็นหลังเลิกงานก็มานั่งกินข้าวได้ พระอาทิตย์ตกดินไปสักพักค่อยเปลี่ยนมานั่งจิบค็อกเทล สาเก หรือคราฟต์เบียร์ พร้อมชมวิวเมืองตอนกลางคืนไปด้วย

 

ส่วนที่นั่งจะมีทั้งโต๊ะปกติ และเคาน์เตอร์บาร์จับคู่เก้าอี้ไม้ที่ชวนให้นึกถึงร้านกินดื่มสไตล์ยาไต แต่แน่นอนที่นี่ทำให้ทันสมัยกว่า และตกแต่งด้วยรูปกราฟิกฝีมือเพื่อนดีไซเนอร์ ที่เจ้าของเลือกมาเอง

 

 

The taste

ซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่ Wongar จะใช้เบสสาเกเป็นหลัก และนำเมนูคลาสสิกมาทวิสต์ใหม่ แก้วแนะนำก็คือ ‘Shiso Desu Ka (320 บาท)’ ค็อกเทลอินฟิวส์ใบชิโสะแนวดื่มแล้วสดชื่น เหมาะเป็นแก้วแรกดื่มจับคู่อาหาร ‘Magic Whip (320 บาท)’ เมนูดื่มง่าย เพราะร้านนำสาเกไปอินฟิวส์กับชาเขียว ก่อนท็อปด้วยวิปครีมและผงโฮจิฉะให้หอม

 

‘Pandance (360 บาท)’ เป็นอีกแก้วดื่มสบายๆ แต่ใช้เบสจากเหล้าบ๊วย หอมสดชื่นจากใบเตย แต่ถ้าใครชอบรสเข้มข้นแปลกใหม่ เราแนะนำให้สั่ง ‘Tamago Tonight (380 บาท)’ ค็อกเทลเบสสาเกผสมเตกีลาและไวน์แดง ด้านบนเป็นไข่แดงให้กินแกล้มความเปรี้ยวจากซิตรัส

 

ส่วนเมนูกินเล่นแบบไม่ใช่เล่นๆ ที่เราอยากให้สั่ง ก็คือ ‘Signature Mochi Sanbei (170 บาท)’ ลูกผสมระหว่างโมจิและขนมเซมเบ้ กลายเป็นโมจิกรอบๆ กินพร้อมสาหร่ายแผ่น

 

อีกซิกเนเจอร์ประจำร้านคือ ‘Temaki’ ข้าวปั้นห่อสาหร่ายที่ทำให้ดูสนุกขึ้น และมีท็อปปิ้งให้เลือก เช่น กุ้งเทมปุระ (100 บาท), โทโร่ทาร์ทาร์ (180 บาท), ฮามาจิ (180 บาท), โฮตาเตะ (280 บาท), อูนิ (320 บาท) หรือใครจะสั่งเป็นเซ็ต 4 อย่างเลยก็ได้ ราคา 480-740 บาท

 

 

Good for…

Wongar เป็นอีกบาร์ที่เราอยากกลับมาลองบ่อยๆ เพราะทั้งบรรยากาศที่เฟรนด์ลี ค็อกเทลน่าสนใจ แถมมีสาเกโลกใหม่จากญี่ปุ่นและเนเชอรัลไวน์ให้จิบด้วย เผื่อวันไหนใครอยากเปลี่ยนอารมณ์ขึ้นมา โดยร้านจะมีดีเจและดนตรีสดมาเล่นสลับกันไปอีก

 

และเราเชื่อว่าในย่านสะพานควายยังไม่ค่อยมีบาร์สไตล์นี้เท่าไร ถ้าวันไหนใครเบื่อความวุ่นวายแถวพร้อมพงษ์ ทองหล่อ เราอยากให้ลองแวะมาที่นี่ดู เพราะบรรยากาศดีไม่แพ้บาร์ในเมืองเลยล่ะ แล้วไม่แน่ว่าทุกคนอาจได้ร้านประจำขึ้นมาอีกหนึ่งก็ได้

 

Wongar

Address: ชั้น 8 โครงการ The Hub พหล-อารีย์

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-00.00 น. (วันอังคาร-พฤหัสบดี ปิดเวลา 23.00 น.)

Contact: @wongarnight 

Budget: 500-1,000 บาท

Map: 

 

The post Wongar บาร์กลิ่นญี่ปุ่นที่เสิร์ฟไวบ์ดีๆ คู่ค็อกเทลเบสสาเก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hinoiri Bar บาร์ลับสไตล์ญี่ปุ่นแถวย่านพร้อมพงษ์ https://thestandard.co/life/hinoiri-bar-phrom-phong/ Fri, 24 Feb 2023 12:00:16 +0000 https://thestandard.co/?p=754719 Hinoiri Bar

หากใครกำลังมองหาบาร์เปิดใหม่ในย่านพร้อมพงษ์อยู่ละก็ เรา […]

The post Hinoiri Bar บาร์ลับสไตล์ญี่ปุ่นแถวย่านพร้อมพงษ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hinoiri Bar

หากใครกำลังมองหาบาร์เปิดใหม่ในย่านพร้อมพงษ์อยู่ละก็ เราอยากให้คุณไปลองบาร์ลับสไตล์ญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Hinoiri Bar (ฮิโนอิริ) บาร์นี้ตั้งอยู่กลางซอยสุขุมวิท 26 แต่เมื่อได้ชื่อว่าเป็นบาร์ลับตัวร้านก็ถือว่าลับจริงๆ เพราะร้านซ่อนตัวอยู่บริเวณชั้น 2 ของร้าน Mokuzou Juutaku ถ้าใครมารับประทานอาหารอยู่แล้ว แนะนำให้ลองแวะขึ้นไปที่ชั้น 2 ดู รับรองว่าเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลก

 

 

The Vibe

 

ร้านนี้เป็นค็อกเทลบาร์ที่หยิบเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นมาทำให้ล้ำสมัยมากขึ้น ด้วยการเลือกใช้แสงไฟและโทนสีที่ให้ความรู้สึกเหมือนโลกอนาคต แต่แกนหลักในการตกแต่งร้านนี้คือ พระอาทิตย์ เนื่องจากคำว่า Hinoiri แปลว่าแสงของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตก จึงทำให้คอนเซปต์ของบาร์เป็นพื้นที่สังสรรค์ในช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตก ทางร้านยังบอกอีกว่าอีกเหตุผลที่เลือกใช้พระอาทิตย์ เพราะเราสามารถมองเห็นความสวยงามได้ทุกวัน 

 

ในเรื่องของเพลงในร้านต้องบอกเลยว่าพิเศษมากๆ เพราะเพลงที่ดีเจเลือกเปิดจะมีความหลากหลาย ทั้ง Pop, Jazz, Hip-Hop ไปจนถึง Oldies 70-80 เลยทีเดียว 

 

 

The Taste

 

จากคอนเซปต์ว่าด้วยเรื่องช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตก ไม่ได้จบแค่การตกแต่งร้านเท่านั้น ยังส่งต่อมาถึงเมนูเครื่องดื่มแต่ละเมนูอีกด้วย 

 

เริ่มต้นที่แก้วแรกมีชื่อว่า After Sunset (ราคา 400 บาท) โดยชื่อมาจากความตั้งใจที่อยากให้แก้วนี้เป็นแก้วที่ดื่มหลังจากอาหารเย็น เป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้ๆ จะตกดิน เมนูนี้อาจมีความแรงสักเล็กน้อยเพราะมีส่วนผสมหลักเป็น Rum Infused Vanilla แต่จะได้ความหอมจาก Malai Syrup และมีการ Smoke ก่อนจะเสิร์ฟ ทำให้แก้วนี้มีความหวานหอม ถ้าใครที่ชอบดื่ม Old Fashioned แต่อยากติดหวานแนะนำให้เริ่มที่เมนูนี้เลย

 

 

แก้วต่อมาที่ร้านแนะนำให้ลองสั่งคือเมนู Before Sunrise (ราคา 400 บาท) ที่แปลว่าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ที่มาคือทางร้านอยากให้แก้วนี้เป็นเครื่องดื่มแก้วท้ายๆ ที่จะสั่งก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นแล้วต้องแยกย้ายกันไปนอน เมนูนี้มีส่วนผสมหลักเป็น Shochu แล้วเติมความสดชื่นด้วยน้ำผลไม้ต่างๆ ทั้ง เสาวรส ส้มยูซุ และแก้วมังกรแดง ทำให้ภาพรวมแก้วนี้ถือว่าดื่มง่าย สดชื่น เหมือนดื่มน้ำผลไม้

 

 

มาถึงเครื่องดื่มเมนูสุดท้ายที่ร้านบอกว่าเป็น ‘Obarkase’ (โอมากาเสะเครื่องดื่ม) เราเลยอยากให้ทางร้านคิดเครื่องดื่มที่ดื่มง่าย ดื่มได้เรื่อยๆ ทั้งคืน ทางร้านเลยเสนอเมนู Purple Forest (ราคา 350-400 บาท) เครื่องดื่มสีม่วงที่มีเบสเป็น Gin และเติมสีม่วงด้วยลาเวนเดอร์และอัญชัน ภาพรวมแก้วนี้ออกมาในโทนที่ดื่มง่าย ดื่มได้เรื่อยๆ คล้ายกับน้ำผลไม้แต่จะได้ความหอมจากดอกไม้ เหมาะกับเป็นเครื่องดื่มระหว่างคืนนั้นจริงๆ

 

 

ถ้ามาบาร์นี้แล้วไม่ได้สั่งอาหารถือว่าพลาดมาก เพราะแต่ละเมนูทางร้านเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีมากๆ หรือบางอย่างที่สามารถทำขึ้นมาเองได้ทางร้านก็จะทำ เช่น ชีสบางตัวในเซ็ตโคลด์คัต ซอสที่ใช้จิ้มกับของทอด ไปจนคิดสูตรที่ดิปกับนาโชส์

 

 

Good for…

 

โดยรวมแล้วบาร์นี้เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงที่มิกซ์กันสนุกๆ ไปพร้อมๆ กับเครื่องดื่มที่ถูกคิดขึ้นเพื่อคุณแบบที่ไม่เหมือนใครตามคอนเซปต์ ‘We Craft Your Own Drink’ หรือไม่ก็อาจจะเหมาะกับคนที่ชอบเสพบรรยากาศล้ำๆ ออกแนว Sci-Fi นิดๆ เพราะที่นี่ใช้การฉายแสงและกราฟิกที่ล้ำมากจริงๆ ใครมารับรองว่าได้สัมผัสกับอาหารและเครื่องดื่มที่ดีในบรรยากาศล้ำๆ และได้รูปกลับไปแน่ๆ

 

 

Hinoiri Bar

Open: เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-00.00 น.

Address: ชั้น 2 ของร้าน Mokuzou Juutaku กลางซอยสุขุมวิท 26 

Facebook: Hinoiri Bar 

Budget: 400-1,000 บาท

Map: https://goo.gl/maps/MmCJHGvJwugqxTeJ9 

 

The post Hinoiri Bar บาร์ลับสไตล์ญี่ปุ่นแถวย่านพร้อมพงษ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Omakase Dessert เปิดประสบการณ์กินของหวานแพริ่งค็อกเทลได้ที่บาร์ Behind the Curtain https://thestandard.co/omakase-dessert-behind-the-curtain/ Sun, 25 Dec 2022 01:00:31 +0000 https://thestandard.co/?p=727443

แม้คำว่าบาร์ลับจะไม่มีจริง แต่สำหรับบาร์ใหม่แห่งนี้ที่เ […]

The post Omakase Dessert เปิดประสบการณ์กินของหวานแพริ่งค็อกเทลได้ที่บาร์ Behind the Curtain appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้คำว่าบาร์ลับจะไม่มีจริง แต่สำหรับบาร์ใหม่แห่งนี้ที่เราจะพาทุกคนไปนั่งจิบค็อกเทลแพริ่งขนมหวาน ก็มีความลึกลับน่าค้นหาอยู่พอตัว เพราะบาร์ซ่อนตัวอยู่หลังผ้าม่านในร้านอาหารไฟน์ไดนิ่ง Mia ซอยสุขุมวิท 26 อีกทั้งเปิดรับได้เพียงรอบละ 6 ที่นั่งเท่านั้น

 

 

Behind the Curtain เป็นค็อกเทลบาร์ในคอนเซปต์ชวนน่าค้นหาตามชื่อ ซึ่งนอกจากเสิร์ฟเครื่องดื่มเป็นแก้ว ที่นี่มีอีกไฮไลต์น่าสนใจคือ ‘Omakase Dessert’ เสิร์ฟขนมหวานฝีมือเชฟมิเชล โก เชฟขนมหวานประจำร้าน Mia แพริ่งกับค็อกเทลฝีมือบาร์เมเนเจอร์

 

และถ้าหากใครเคยมาชิมอาหารที่ร้าน Mia ต้องรู้ดีแน่นอนว่าขนมฝีมือเชฟมิเชลยอดเยี่ยมแค่ไหน

 

โดยเชฟมิเชลจะบอกเล่าประสบการณ์บนเส้นทางเชฟสายหวานของเธอออกมาเป็นของหวาน 5 คอร์ส เสิร์ฟจับคู่อย่างลงตัวกับเครื่องดื่ม 5 แก้ว ที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกันทั้งสีสัน เรื่องราว รสชาติ และวัตถุดิบ อาทิ จานแรกเป็นมะม่วงซอร์เบตที่ได้แรงบันดาลใจมาจากยำปลาดุกฟู เสิร์ฟคู่กับแชมเปญที่มีส่วนผสมของมะม่วง

 

 

หรืออีกคอร์สหนึ่ง เป็นไอศกรีมผสมไอริชวิสกี้ (Baileys) แมคาเดเมีย และช็อกโกแลต เสิร์ฟแพริ่งกับค็อกเทลเบสวอดก้า ที่มีส่วนผสมของลิเคียวร์เฮเซลนัทและน้ำมะพร้าว ทำให้จับคู่กันแล้วได้รสชาติความหอม หวาน มัน

 

 

Omakase Dessert เปิดรับได้เพียงรอบละ 6 ที่นั่ง ราคา 3,200++ บาทต่อคน คอร์สหนึ่งประกอบด้วยของหวาน 5 เมนู และค็อกเทลหรือม็อกเทล 5 แก้ว เปิดให้บริการวันพฤหัสบดี-เสาร์ เวลา 18.00-21.00 น. เท่านั้น 

 

แต่สำหรับใครที่อยากแวะมาจิบเครื่องดื่มอย่างเดียว สามารถนั่งเล่นตรงส่วนอื่นๆ ได้เลย โดยบาร์ Behind the Curtain เปิดให้บริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-00.00 น. สอบถามหรือสำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 09 8862 9659 หรือ Mia restaurant

 

 

ภาพ: วริทธิ์ ลิ้มเจริญ

The post Omakase Dessert เปิดประสบการณ์กินของหวานแพริ่งค็อกเทลได้ที่บาร์ Behind the Curtain appeared first on THE STANDARD.

]]>
Blackout บาร์ลับไม่มีในโลก ซีรีส์ ‘แนวตั้ง’ ที่อัด ‘ท่ายาก’ ใส่ผู้ชมแบบไม่ยั้งตั้งแต่อีพี 1 https://thestandard.co/blackout-secret-bar/ Tue, 02 Feb 2021 10:55:03 +0000 https://thestandard.co/?p=450075 Blackout บาร์ลับไม่มีในโลก ซีรีส์ ‘แนวตั้ง’ ที่อัด ‘ท่ายาก’ ใส่ผู้ชมแบบไม่ยั้งตั้งแต่อีพี 1

ยังคงผลิตผลงานออกมาได้อย่าง ‘แปลกใหม่’ และ ‘น่าสนใจ’ อย […]

The post Blackout บาร์ลับไม่มีในโลก ซีรีส์ ‘แนวตั้ง’ ที่อัด ‘ท่ายาก’ ใส่ผู้ชมแบบไม่ยั้งตั้งแต่อีพี 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Blackout บาร์ลับไม่มีในโลก ซีรีส์ ‘แนวตั้ง’ ที่อัด ‘ท่ายาก’ ใส่ผู้ชมแบบไม่ยั้งตั้งแต่อีพี 1

ยังคงผลิตผลงานออกมาได้อย่าง ‘แปลกใหม่’ และ ‘น่าสนใจ’ อยู่เสมอสำหรับค่าย นาดาวบางกอก ที่เพิ่งจะปล่อยผลงานซีรีส์ ‘แนวตั้ง’ เรื่องแรกในชื่อ Blackout บาร์ลับไม่มีในโลก ออกมาให้เราชมเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

โดย Blackout บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มเพื่อน 4 คนได่แก่ ฝ้าย (แพรว-นฤภรกมล ฉายแสง), มิว (วี-วิโอเลต วอเทียร์), เอ (กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง) และ บิลลี่ (โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) ที่เดินทางเที่ยวกัน ณ บาร์ลับแห่งหนึ่งนาม ‘เอเดน’ 

 

แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น เมื่อทุกคนตื่นขึ้นจากการหลับใหล และค้นพบว่าตัวเองจดจำเรื่องราวก่อนที่จะหลับไปไม่ได้เลย อีกทั้ง บิลลี่ ยังได้รับบาดเจ็บจากการถูกแทง ทุกคนจึงต้องหาทางออกไปจากบาร์ลับแห่งนี้ พร้อมกับไขปริศนาที่พวกเขากำลังเผชิญ 

 

 

เราขอขยายความให้คนที่ยังไม่เคยชมได้เห็นภาพยิ่งขึ้น ซีรีส์จะแบ่งการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของ 4 ตัวละครหลัก โดยในอีพีที่ 1 จะพาเราไปรับชมมุมมองของ ฝ้าย หญิงสาวคนหนึ่งที่ตื่นขึ้นมาในห้องเดียวกับ เอ ซึ่งหากดูจากคาแรกเตอร์ที่ถูกนำเสนอผ่าน แพรว-นฤภรกมล ฉายแสง ในอีพีนี้ เธอน่าจะเป็นผู้หญิงที่ดูมีความมั่นใจในตัวเองสูง และมีความก้าวร้าวอยู่พอสมควร 

 

สิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีความน่าสนใจมากๆ คือกลวิธีการนำเสนอของสองผู้กำกับอย่าง ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร และ เน็ท-อธิศ กิจศุภไพศาล ที่ตัดสินใจถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน ‘ภาพแนวตั้ง’ และเสริมท่ายากเข้าอีกขั้นด้วยการถ่ายทำแบบ ‘Long Take’ (การถ่ายทำแบบต่อเนื่องโดยไม่มีการตัดต่อ) 

 

“โปรเจกต์ Blackout บาร์ลับไม่มีในโลก เริ่มต้นจากไอเดียในเชิงวิธีการก่อน มันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างไม่เหมือนโปรเจกต์อื่นๆ เพราะปกติหลายๆ เรื่องเราเริ่มต้นด้วยเนื้อเรื่อง แต่เรื่องนี้เราขึ้นต้นด้วยวิธีการว่า เราอยากลองทำซีรีส์แนวตั้ง” ปิง หนึ่งในผู้กำกับและโปรดิวเซอร์บอกเล่าจุดเริ่มต้นของซีรีส์

 

 

ซึ่งดูเหมือนว่าการนำเสนอด้วยรูปแบบนี้ จะสร้างประสบการณ์ชมซีรีส์ที่แปลกใหม่ให้กับผู้ชมได้ดีทีเดียว เนื่องจากความลึกลับซ้ำซ้อนของเนื้อเรื่อง และรายละเอียดระหว่างทางที่ผู้กำกับแอบซ่อนเอาไว้ การที่มุมมองของผู้ชมถูกบีบให้แคบลง จึงส่งผลให้เราจำเป็นต้องเก็บรายละเอียดภายในฉากมากขึ้นกว่าเดิม 

 

รวมถึงการถ่ายทำแบบ Long Take ที่เกาะติดตัวละครทุกฝีก้าว ก็บังคับให้มุมกล้องไม่สามารถอินเสิร์ต หรือเจาะภาพไปที่วัตถุใดๆ ภายในฉากได้นอกจากตัวละครหลัก ผู้ชมจึงทำได้เพียงคาดเดาเรื่องราวจากอากัปกิริยาของตัวละคร และบรรยากาศโดยรอบที่กล้องเคลื่อนผ่านเท่านั้น

 

ไม่เพียงเท่านั้น เนื่องจากซีรีส์ถูกนำเสนอผ่านมุมมองของตัวละครทั้ง 4 ตัว ผู้ชมจึงต้องเก็บรายละเอียดของเนื้อเรื่องที่ถูกเล่าผ่าน 4 มุมมองให้ครบถ้วน (ซึ่งต้องอาศัยการสังเกตและจดจำมากพอสมควร) และนำมาปะติดปะต่อกันเพื่อคาดเดาเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกด้วย  

 

 

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ เราจึงมองว่าสิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่อง Blackout มีความน่าสนใจและชวนติดตาม ไม่ได้เกิดขึ้นจากเนื้อเรื่องและการถ่ายทอดอารมณ์ของนักแสดงนำเพียงอย่างเดียว แต่มันคือทุกองค์ประกอบที่ทีมงานตั้งใจใส่มันลงไป ไม่ว่าจะเป็นมุมมองแนวตั้ง, การถ่าย Long Take, ดนตรีประกอบ ไปจนถึงพร็อพประกอบฉาก ซึ่งทั้งหมดล้วนทำหน้าที่ ‘บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น’ ไปพร้อมกับการ ‘สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ชม’ ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง 

 

หลังจากนี้เราต้องติดตามเรื่องราวในอีพีต่อไปว่า ชะตากรรมของกลุ่มเพื่อนทั้ง 4 คนจะจบลงอย่างไร และคาดเดาว่าเหล่าทีมงานจะใส่ ‘ท่ายาก’ อะไรมาให้เราได้รับชมกันอีกบ้าง

 

Blackout บาร์ลับไม่มีในโลก มีจำนวนตอนทั้งหมด 8 ตอน โดยสามารถติดตามชมอีพีที่ 1-4 แบบต่อเนื่องได้ในวันที่ 1-4 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 20.00 น. ทาง AIS Play 

 

รับชมตัวอย่างซีรีส์ได้ที่นี่

 

 

 

ภาพประกอบ

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post Blackout บาร์ลับไม่มีในโลก ซีรีส์ ‘แนวตั้ง’ ที่อัด ‘ท่ายาก’ ใส่ผู้ชมแบบไม่ยั้งตั้งแต่อีพี 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หวานเป็นลม ขมเป็นยา ที่ Philtration สปีกอีซี่บาร์จากห้องปรุงยาใต้ถุนบ้านเก่าร้อยปี https://thestandard.co/philtration/ Fri, 07 Feb 2020 06:53:21 +0000 https://thestandard.co/?p=328546

ใครจะไปรู้ว่าภายใต้เรือนบ้านเก่าแก่อายุร้อยกว่าปี อันเป […]

The post หวานเป็นลม ขมเป็นยา ที่ Philtration สปีกอีซี่บาร์จากห้องปรุงยาใต้ถุนบ้านเก่าร้อยปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใครจะไปรู้ว่าภายใต้เรือนบ้านเก่าแก่อายุร้อยกว่าปี อันเป็นที่ตั้งของร้านอาหารบ้านหมอมี จะมีบาร์ (ลับ) ซ่อนอยู่ ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง Philtration สปีกอีซี่บาร์แห่งใหม่ล่าสุดที่ชุบชีวิตห้องปรุงยาของหมอมีซึ่งตั้งอยู่ใต้ถุนบ้าน อันเป็นต้นกำเนิดสูตรยานัตถุ์และน้ำยาอุทัยอันเลื่องชื่อ ให้กลับมาครึกครื้น มีสีสันและชีวิตชีวาอีกครั้ง ในรูปแบบของค็อกเทลบาร์ โดยยังรักษาเค้าโครงเดิมและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของตัวอาคาร ในขณะเดียวกันก็ปรับปรุงและเสริมบาร์ค็อกเทลยาว พร้อมพื้นที่สังสรรค์ยามค่ำคืน

 

จากทางเข้าเล็กๆ ด้านข้างตัวอาคาร ซึ่งเป็นบันไดพาลงไปสู่ห้องใต้ดิน เมื่อเดินเข้าไปก็จะพบกับผนังห้องสี่เหลี่ยมที่ชวนให้สงสัยว่าต้องผลักหรือดันมุมไหนของห้องจึงจะเข้าไปในบาร์ได้ ซึ่งเราจะละไม่เฉลย และให้คุณได้ลองหากันเอง

 

 

 

 

เราสัมผัสได้ถึงความขลังตั้งแต่พื้นกระเบื้องที่ยังคงความเก่าแก่ดั้งเดิมเอาไว้ ผนังบางมุมเปิดเผยร่องรอยของกาลเวลาที่ล่วงเลยมากว่าศตวรรษ เมื่อครั้งที่เคยเป็นห้องปรุงยา ส่วนปัจจุบันกลายมาเป็นบาร์ที่เสิร์ฟค็อกเทล ซึ่งมีจุดเด่นคือสรรพคุณทางยาในค็อกเทลทุกแก้ว อันเนื่องมาจากส่วนผสมที่ได้จากสมุนไพรหลายชนิด

 

 

Beetz by Dr. ‘Phil’ (380 บาท) ค็อกเทลสีแดงสดที่ได้ความสดใสของสีสันจากบีทรูท ชูโรงด้วยเหล้าแม่โขง เติมแต่งรสหวานจากเบียร์ช้างที่ถูกนำไปทำเป็นไซรัป ตัดด้วยความเปรี้ยวของมะนาว แล้วปิดท้ายด้วยใบโหระพาท็อปบนก้อนน้ำแข็ง แก้วนี้ให้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น 

 

 

ซับซ้อนขึ้นมาอีกนิดกับแก้วที่สอง The Stag (380 บาท) ซึ่งทำมาจากวิสกี้อินฟิวส์กับใบชาดำ ตามด้วยเหล้าหวานรสอัลมอนด์ น้ำมะนาว น้ำแร่อัดก๊าซและบิตเทอร์ หอมนำตามด้วยความเปรี้ยว ซ่า และขมที่ปลายลิ้น 

 

 

สำหรับสายฟรุตตี้แนะนำ Sam Kok (380 บาท) เบสด้วยเหล้ารัม ผสมแบล็กทีโรส เหล้าแอปริคอต น้ำมะนาว แล้วแต่งแก้วด้วยชมพู่ ดูจากส่วนผสมที่อุดมไปด้วยผลไม้แบบนี้แล้วรู้สึกอยากจิบอีกรอบเสียจริงๆ

 

 

ตบท้ายด้วยสปิริตฟอร์เวิร์ดค็อกเทล Moh Meetini (400 บาท) ที่ได้ไอเดียมาจาก Gin Martini โดยเพิ่มสมุนไพรอย่างขมิ้น พริกไทยดำ เฟนเนล ตะไคร้ และใบมะกรูด และที่สำคัญคือหยดอุทัยทิพย์ลงไปในค็อกเทลด้วย รสชาติจากจิน สมุนไพร และน้ำยาอุทัย ทำให้แก้วนี้ค่อนไปทางดราย แถมจะมึนเอาโดยไม่รู้ตัวเชียว

 

 

 

Philtration

Open: วันอังคารถึงอาทิตย์ 19.00-02.00 น.

Address: ซอยเกษมสันต์ 3

Budget: 1,000-1,500 บาท

Contact: 09 2282 9005

Website: https://www.facebook.com/Philtrationbkk

Map:

 

The post หวานเป็นลม ขมเป็นยา ที่ Philtration สปีกอีซี่บาร์จากห้องปรุงยาใต้ถุนบ้านเก่าร้อยปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
คาเฟ่เปิดใหม่ Cocoa Bar ราชพฤกษ์ บาร์นี้มีไว้สำหรับสายดาร์ก สายเมาหลบไปก่อน! https://thestandard.co/cocoa-bar-ratchapruek/ Thu, 30 Jan 2020 08:25:10 +0000 https://thestandard.co/?p=325920

สัปดาห์นี้อยากชวนไปนั่งจิบโกโก้ในบาร์เล็กๆ ที่ซ่อนตัวอย […]

The post คาเฟ่เปิดใหม่ Cocoa Bar ราชพฤกษ์ บาร์นี้มีไว้สำหรับสายดาร์ก สายเมาหลบไปก่อน! appeared first on THE STANDARD.

]]>

สัปดาห์นี้อยากชวนไปนั่งจิบโกโก้ในบาร์เล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใน The Circle ราชพฤกษ์ กันดีกว่า กับ Cocoa Bar บาร์ลับแห่งใหม่ที่เอาใจคอโกโก้โดยเฉพาะ!

 

Cocoa Bar คาเฟ่สำหรับสายโกโก้ขนาดเล็กน่ารัก สไตล์มินิมัล ที่แฝงตัวอยู่ในคอมมูนิตี้มอลล์ที่ชาวฝั่งธนฯ รู้จักกันดีอย่าง The Circle ราชพฤกษ์ แม้จะเป็นคาเฟ่ที่ไซส์มินิ แต่รับรองว่าถูกใจสายฮอปไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะหันไปมุมไหนของร้านก็อยากยกกล้องขึ้นมาถ่ายไปเสียทุกมุม แถมยังมีมุมที่แสงลอดผ่านเบาๆ บอกเลยว่าให้ฟีลอบอุ่นสุดๆ

 

และขึ้นชื่อว่า Cocoa Bar แน่นอนว่าเมนูแนะนำจะเป็นอะไรไปได้ ถ้าไม่ใช่โกโก้เย็น ที่มีความเข้มข้นกลมกล่อมกำลังดี นอกจากนี้ยังมีเมนูเอาใจคอชาเขียวอย่างมัทฉะและโฮจิฉะ ให้สายดาร์กที่อยากเปลี่ยนเป็นสายกรีนได้ลองชิมกันอีกด้วย นอกจากเมนูเครื่องดื่มแล้ว บาร์เล็กๆ แห่งนี้ยังมีเมนู Cake of the Day เมนูขนมเค้กโฮมเมดที่จะผลัดเปลี่ยนเวียนไปไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน ใครที่อยากลิ้มลองครบทุกเมนู คงต้องแวะมาที่นี่ทุกวันแล้วล่ะ! 

 

Cocoa Bar ตั้งอยู่ที่โครงการ The Circle ราชพฤกษ์ ข้างร้านกับข้าวกับปลา เปิดให้บริการวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 11.00-20.30 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.30-19.30 น.

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post คาเฟ่เปิดใหม่ Cocoa Bar ราชพฤกษ์ บาร์นี้มีไว้สำหรับสายดาร์ก สายเมาหลบไปก่อน! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค็อกเทลพิซซ่า เบคอน พริกฮาลาพิโน เปิดเมนูค็อกเทล อดีต ปัจจุบัน อนาคต ชุดใหม่ที่ #FindTheLockerRoom https://thestandard.co/findthelockerroom-2/ Wed, 27 Nov 2019 07:17:28 +0000 https://thestandard.co/?p=307700 FindTheLockerRoom

หลังจากย้ายโลเคชันและเปิดตัวมาได้สักพัก บาร์ลับหลังตู้ล […]

The post ค็อกเทลพิซซ่า เบคอน พริกฮาลาพิโน เปิดเมนูค็อกเทล อดีต ปัจจุบัน อนาคต ชุดใหม่ที่ #FindTheLockerRoom appeared first on THE STANDARD.

]]>
FindTheLockerRoom

หลังจากย้ายโลเคชันและเปิดตัวมาได้สักพัก บาร์ลับหลังตู้ล็อกเกอร์จากทีมบาร์เทนเดอร์มากฝีมือของเอเชีย Backstage Cocktail Bar ทองหล่อ, Bar High Five โตเกียว และ Bar Mood ไทเป #FindTheLockerRoom ก็ได้ฤกษ์เปิดเมนูใหม่ ซึ่งเป็นเมนูที่ 3 ให้ขาประจำและขาจรได้ไปลองชิมกันใหม่ตั้งแต่เริ่ม และขอบอกว่าพวกเขาซุ่มทำมาแรมปีเพื่อสิ่งนี้

 

FindTheLockerRoom

 

ค็อกเทลเซตใหม่นี้ยังคงเข้มด้วยเรื่องเหล้า กับคอนเซปต์ Past-Present-Future ที่พาเหล่านักดื่มย้อนเวลาไปสู่อดีตกาล จิบคลาสสิกค็อกเทลขึ้นชื่อ แล้วดึงกลับมาสู่ปัจจุบันที่นำมาบิดให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ก่อนจะขึ้นไทม์แมชชีนมุ่งสู่อนาคต ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ ที่ผนวกเอาเรื่องงานครัวและศาสตร์วิทย์มาจับใส่ลงไปในแก้ว

 

FindTheLockerRoom

Bloodless Sand และ Valentino Highball

 

เมนูใหม่นี้จำแนกเหล้าเป็น 6 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ รัม เบอร์เบิน จิน เตกีลา สกอตช์ และคอนยัก อาทิ Blood & Sand ค็อกเทลเบสสกอตช์วิสกี้ เมื่อมาอยู่กับปัจจุบัน กลายเป็น Bloodless Sand (450 บาท) เบสด้วยซิงเกิลมอลต์ ผสมน้ำส้มใสที่ผ่านกระบวนการกรองสีให้ใส ก่อนที่จะตัดรสหวานให้ไม่สุดโต่งเกินไปด้วยเวอร์มุธ เสริมความหอมฟุ้งด้วยเหล้าเชอร์รี และมีเจลลี่ส้มชิ้นเล็กให้เคี้ยวเพิ่มอรรถรส

 

และ Valentino Highball (400 บาท) ที่ตั้งชื่อตาม Rudolph Valentino นักแสดงนำชายจากภาพยนตร์เก่า Blood & Sand ปี 1922 มอลต์วิสกี้ผสมน้ำเงาะที่ผ่านเครื่อง Rotovap จนเหลือแค่กลิ่น ตามด้วยเหล้าส้มรสหวานขม คอมบูชาอินฟิวส์เปลือกส้มไทย น้ำแร่สปาร์กลิง และโทนิกปิดท้าย เหมาะไว้จิบยาวๆ ตลอดคืน

 

FindTheLockerRoom

Ooh La La ใส่พริกฮาลิพิโน และ Margherita or Margarita? 

 

มาลองค็อกเทลอนาคตที่เล่นกับมาร์การิตากันบ้างกับ Ooh La La (450 บาท) แก้วที่จิบแล้วต้องร้อง ‘Ooh La La’ ที่หยิบมาร์การิตามาเล่าใหม่ แบบไม่ง้อใส่เตกีลา เด่นที่ใส่พริกฮาลาพิโนหอมๆ ผ่านกระบวนการวิทยาศาสตร์ด้วยเครื่อง ‘Rotovap’ สกัดเฉพาะกลิ่นหอมของพริกชวนน้ำลายสอออกมาเท่านั้น ใส่บิตเตอร์และโทนิกซ่าๆ เติมความสดชื่น แล้วเคลือบขอบแก้วให้เหมือนมาร์การิตาต้นตำรับ แก้วนี้น่าจะทำให้คุณประหลาดใจได้ไม่น้อย

 

ส่วนอีกแก้วเด่นคือมาร์การิตาเวอร์ชันยุคปัจจุบัน Margherita or Margarita? (430 บาท) ที่ยกคำมาเล่นให้ชวนฉงนว่าสรุปเป็นเครื่องดื่มหรือพิซซ่ากันแน่? โดยเป็นค็อกเทลที่ใส่ความเป็นพิซซ่าลงไปด้วย ใช้เตกีลาที่ผ่านการ ‘Fat Wash’ นำชีสพาร์เมซานรสเค็มมัน และเหล้าคอร์เดียลมะเขือเทศใส่ลงไป โรยใบโหระพาสดราวกับในพิซซ่า จนออกมาเป็นค็อกเทลพิซซ่าระดับมือโปรไม่น่าเบือนหน้าแบบที่คุณคิดสักนิด! 

 

FindTheLockerRoom

 

แต่หากใครยังไม่ทราบว่าบาร์หลังตู้ล็อกเกอร์นี้อยู่ที่ใดกัน? เราบอกได้เพียงว่าอยู่ติดถนนใหญ่ทองหล่อระหว่างซอย 12 กับ 14 สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ผ่านทางแฮชแท็ก #FindTheLockerRoom 

 

  • อ่านเรื่อง การกลับมาของสปีกอีซีบาร์หลังตู้เก็บของ #FindTheLockerRoom ที่ตั้งอยู่สักแห่งระหว่างซอย…ได้ที่นี่

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ค็อกเทลพิซซ่า เบคอน พริกฮาลาพิโน เปิดเมนูค็อกเทล อดีต ปัจจุบัน อนาคต ชุดใหม่ที่ #FindTheLockerRoom appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อความเรียบง่ายและเหล้าชั้นเยี่ยมมาบรรจบกันตรงหน้าบาร์ (เกือบลับ) ที่ Bar 335 https://thestandard.co/bar-335/ Fri, 01 Nov 2019 09:33:09 +0000 https://thestandard.co/?p=300224 Bar 335

ร้านลับ ‘บาร์ลับ’ ได้รับการพูดถึงเสียบ่อยๆ จนรู้สึกว่าค […]

The post เมื่อความเรียบง่ายและเหล้าชั้นเยี่ยมมาบรรจบกันตรงหน้าบาร์ (เกือบลับ) ที่ Bar 335 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bar 335

ร้านลับ ‘บาร์ลับ’ ได้รับการพูดถึงเสียบ่อยๆ จนรู้สึกว่าความ ‘ลับ’ ได้กลายเป็นคำสวยหรูทางการตลาดที่โปรยให้ฟังหูไว้หู ทำเอาคนที่เคยไปมาก่อน หรือเหล่าฟู้ดดี้ บาร์ฮอปเปอร์หัวร้อนกันเป็นแถวกับคำว่า ‘บาร์ลับ’ ‘ร้านลับ’ ที่ไม่เห็นจะ ‘ลับ’ สมชื่อ หรือจริงๆ คุณแค่ไม่เคยสังเกตว่ามันอยู่ตรงนั้นมานานแล้วกันแน่ 

 

แต่ครั้งนี้กล้าพูดได้เต็มปากว่าเราจะพาไปบาร์ที่ทั้งลึกและลับ ที่เดินเองยังหลงเอง เพราะไม่คิดว่าทางเข้าบาร์จะอยู่ตรงนั้น คำใบ้แผ่นป้ายเดียวที่จะบอกก็คือ บาร์แห่งนี้ตั้งอยู่ในอาคาร Metropole ซอยพร้อมศรี สุขุมวิท 39 จากนั้นเป็นหน้าที่คุณเองที่จะต้องเดินหาว่า Bar 335 ต้องเข้าทางไหนกันแน่

 

Bar 335 Bar 335

หาทางเข้าเจอแล้ว

 

The Vibe

ตัดภาพไปที่บาร์ หลังจากผลักประตูบานใหญ่ก็พบกับความมืด แสงเทียนสลัว แล้วเราก็เห็นเงาสลัวๆ ของบาร์เทนเดอร์ที่ยืนอยู่หลังบาร์หิน คุณเป้-ธรณ์ธัญย์ ศิริวิทยเจริญ กล่าวทักทายเรา 

 

หากเคยไป Thaipioka และ Liberation น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากับบาร์เทนเดอร์หนุ่มผู้มีรอยสักที่แขนอันเป็นเอกลักษณ์คนนี้เป็นอย่างดี

 

Bar 335

คุณเป้-ธรณ์ธัญย์ ศิริวิทยเจริญ

 

จุดเริ่มต้นของ Bar 335 (บาร์ ทรีทรีไฟฟ์) เกิดจากความชื่นชอบญี่ปุ่นตั้งแต่เด็ก และเมื่อโตขึ้น คุณเป้เห็นว่าสิ่งหนึ่งที่ความเป็นญี่ปุ่นนำเสนอก็คือ ความเรียบง่าย การรังสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นจากองค์ประกอบเพียงไม่กี่อย่าง แต่ทำออกมาแล้วดูดีมีคุณภาพ เช่นเดียวกับอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะโอมากาเสะซูชิทั้งหลาย จึงทำให้คุณเป้อยากทำบาร์เล็กๆ ที่นำเสนอค็อกเทลคุณภาพดีที่ทำจากเหล้าไม่กี่ตัว ส่วนผสมน้อยอย่าง แต่เมื่อจิบแล้ว สัมผัสได้ทันทีถึงความแตกต่างและคุณภาพคับแก้ว เขาจึงค่อยๆ กลั่นกรองประสบการณ์ ความรู้สึกนึกคิด และไอเดีย ให้ออกมาเป็น Bar 335 ที่ชายคนนี้ลงมือทำด้วยตัวเอง ตั้งแต่การออกแบบตัวร้านไปจนถึงคิดค็อกเทลเมนูที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แทบทุกวัน

 

Bar 335

บรรยากาศสลัวๆ ลึกลับน่าค้นหา

 

ความเป็นญี่ปุ่นที่เห็นจากบาร์นี้ นอกจากการเลือกใช้เหล้าและวัตถุดิบไม่กี่ชนิด อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบก็คือ บรรยากาศและการออกแบบร้านที่มินิมัล ตั้งแต่บาร์หินและโต๊ะไม้ มุมที่ลึกเข้าไปเป็นโซฟายาวหันหน้าเข้าหากันสำหรับแขกกลุ่มใหญ่ และโซฟายาวต่อเนื่องออกมาขนานและหันหน้าเข้าบาร์ เผื่อใครที่มาหลายคนแล้วอยากนั่งเมาท์แบบไม่ต้องเคอะเขินกันหน้าบาร์ และแม้ตัวร้านไม่ได้กว้างขวางมาก แต่ก็ไม่รู้สึกอึดอัด ทางร้านออกแบบให้มีพื้นที่ว่างตรงกลางร้าน

 

Bar 335

ยกทั้งสวนมาใส่แก้ว

 

The Drinks

ค็อกเทลที่ Bar 335 แม้จะมีให้เลือกไม่มาก และหมุนเปลี่ยนไปเรื่อยเกือบทุกวัน แก้วที่ดื่มไปครั้งนี้ มาคราวหน้าอาจไม่อยู่แล้วก็เป็นได้ แต่ที่แน่ๆ คือ ทั้งเมนูนั้น ทุกแก้วอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ จนหลังจากที่นั่งฟังบาร์เทนเดอร์เป้เล่าถึงความเป็นมาของเครื่องดื่มแต่ละตัวอย่างสนุกสนาน น้ำที่คุณเห็นตรงหน้าก็อร่อยขึ้นทวีคูณ 

 

Bar 335 Bar 335

New York Sour เวอร์ชันอัปเดต

 

เริ่มต้นด้วยดริงก์เบาๆ จิบง่าย เหมาะสำหรับเริ่มต้นค่ำคืนอันแสนยาวไกล New York Lemon Cream (380 บาท) แค่ชื่อก็ชวนให้นึกถึงขนมหวานเสียแล้ว ทั้งที่จริงๆ ค็อกเทลตัวนี้ทวิสต์มาจาก New York Sour หากแต่เปลี่ยนจากเบอร์เบินมาเป็นจิน และเติมมิติของรสชาติด้วยกรรมวิธี Clarification (หรือวิธีการทำให้ของเหลวมีความใส ที่เริ่มจะเห็นในวงการบาร์บ่อยขึ้นบ้างแล้ว เช่นที่ Tropic City, Liberation ฯลฯ) 

 

คุณเป้ทำครีมด้วยการแยกชั้นนมให้ใสด้วยน้ำเลมอนจนได้เป็นเลมอนครีม จากนั้นผสมเหล้าเลมอน Limoncello อีกนิด แล้วท็อปด้วยไวน์แดง Cabernet Sauvignon แบบฟูลบอดี้ ทำให้มีความดรายแต่ยังคงกลิ่นอายฟรุตตี้บ้างเล็กน้อย แก้วนี้สีเหล้าแยกชั้นกันชัดเจนระหว่างสีขาวของเหล้าจินและเลมอนครีมด้านล่าง และสีแดงของไวน์แดงด้านบน 

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การจิบโดยไม่ต้องคนให้เข้ากัน ปล่อยให้ไวน์แดงไหลลงคอเข้าไปก่อน แล้วตามด้วยจินกับเลมอนครีม จิบแบบนี้แหละดีและเหมาะที่สุดแล้ว ถึงแม้แก้วนี้จะออกแนวเปรี้ยวหวาน แต่กลับเป็นรสชาติมิติใหม่ที่ยากจะอธิบาย นอกเสียจากคุณต้องมาลองจิบพิสูจน์ด้วยตัวเอง

 

หลายคนอาจจะสงสัยว่า Gin & Milk (ที่ไม่ใช่แบรนด์เสื้อผ้า) มันเข้ากันด้วยเหรอ เราอยากให้มาลองแก้วนี้ และไม่ต้องห่วงว่าใช้เหล้าจินดีๆ แล้วจะเสียของ เพราะนมไปกลบกลิ่น รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ คุณเป้ได้เพิ่มสมุนไพรหลายชนิดที่ให้กลิ่นโปรไฟล์เดียวกับจินเข้าไปในค็อกเทลแก้วนี้เรียบร้อยแล้ว

 

Bar 335

สวนสีเขียวจัดใส่แก้ว

 

ยังคงวนเวียนกับจินอีกสักแก้ว ครั้งนี้มาแบบเบสิกกันบ้าง กับ Green Garden (380 บาท) ที่ชวนให้นึกถึงดงดอกไม้และความฟรุตตี้ขององุ่นมัสคัต เริ่มตั้งแต่เหล้าจินที่คุณเป้เลือกใช้ ซึ่งมาจากเมืองน้ำหอมอย่างฝรั่งเศส ซึ่งเป็นจินที่อินฟิวส์กับผลองุ่นเขียว และยิ่งนำเหล้าไปแช่เย็นจัดก่อนรินใส่แก้ว ก็ยิ่งทำให้ตัวเหล้ามีบอดี้หนักแน่นกว่าปกติ จากนั้นผสมวอดก้าอินฟิวส์ดอกดาวเรืองเม็กซิกันจากอำเภอแม่ริมของเชียงใหม่ และดอกเฟนเนลที่มีความหอมและซ่าคล้ายลูกอมสมุนไพรแฮ็คส์ แล้วรินพรีเมียมโทนิกและโซดา แต่งแก้วด้วยแตงกวาฝาน ใบมินต์ญี่ปุ่น และดอกแพนซี่ ก่อนจิบแนะนำให้สังเกตสีและดมกลิ่นหอมสดชื่น จากนั้นจึงค่อยจิบทีละนิด แก้วนี้คู่ควรไปอยู่ในมือนักดื่มจินโทนิกอย่างมาก

 

Bar 335 Bar 335

Benton’s Old-Fashioned ใส่เบคอน!

 

มาที่สปิริตฟอร์เวิร์ดค็อกเทลสุดคลาสสิกอย่างโอลด์แฟชั่น ที่ไม่ได้เป็นแค่โอลด์แฟชั่นทั่วไป แต่มีความน่ากินพร้อมๆ กับความน่าดื่ม จะเรียกว่าเป็นรส Savory ก็คงไม่ผิด กับ Benton’s Old-Fashioned (440 บาท) ค็อกเทลตัวนี้คงเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มี PDT (Please Don’t Tell) สปีกอีซี่บาร์ตัวท็อปจากนิวยอร์ก ที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เครื่องดื่มสีอำพันแก้วนี้

 

Bar 335

เมนูเหล้าเบอร์เบินที่มีกลิ่นรมควันของเบคอน

 

จุดเด่นของ Benton’s Old-Fashioned คือการนำเบคอนมาเป็นหนึ่งในส่วนประกอบหลัก (ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดหรอก!) เริ่มตั้งแต่การนำไขมันจากเบคอนไปอินฟิวส์กับเหล้าเบอร์เบิน จากนั้นซูส์วีด์และฟรีซให้ไขมันแยกชั้น จนกระทั่งได้เหล้าเบอร์เบินที่มีกลิ่นรมควันของเบคอนอยู่ด้วย แล้วค่อยผสมเมเปิลไซรัป และปิดท้ายด้วยเบคอน พร้อมเบิร์นไฟให้หอมกรุ่น ก่อนส่งต่อไปที่มือคุณ จิบโอลด์แฟชั่นสลับเคี้ยวเบคอนรมควัน ให้ตายเถอะ แค่ได้กลิ่นเบคอนไหม้นิดๆ ก็ชักจะหิวแล้วสิ

 

Bar 335

ค่ำนี้มานั่งคุยกับคุณเป้กันไหมล่ะ

 

What You Should Know:

  • ทำไมต้อง ‘335’ ? ก็เพราะว่าเลข 335 มาจากเพลง Room 335 ของนักกีตาร์ระดับตำนาน แลร์รี คาร์ลตัน ซึ่งคุณเป้ชอบเป็นชีวิตจิตใจ
  • Benton ที่อยู่หน้าชื่อโอลด์แฟชั่นค็อกเทล เป็นชื่อแบรนด์เบคอนจากอเมริกา ซึ่ง PDT ใช้เบคอนตัวนี้ในการทำค็อกเทล แต่เนื่องจากหาในไทยไม่ได้ ทางร้านจึงใช้เบคอนรมควันแทน
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถ เพราะในโครงการมีที่จอดฟรี และจอดได้หลายคันด้วย

 

Bar 335

Open: เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 19.00-02.00 น.

Address: Metropole ซอยพร้อมศรี สุขุมวิท 39 กรุงเทพฯ

Budget: 500-1,500 บาท

Contact: 09 2545 6419

Map: 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post เมื่อความเรียบง่ายและเหล้าชั้นเยี่ยมมาบรรจบกันตรงหน้าบาร์ (เกือบลับ) ที่ Bar 335 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ให้แดดส่องที่ Sunray บาร์ลับสไตล์ Dream Pop ที่จะเปลี่ยนให้ค่ำคืนมีแต่ความสนุก https://thestandard.co/sunray/ Fri, 30 Aug 2019 10:35:04 +0000 https://thestandard.co/?p=283173 Sunray

จากบีทีเอสสนามเป้า ทางออกหมายเลข 4 เรามาหยุดที่ตึกแถวสา […]

The post ให้แดดส่องที่ Sunray บาร์ลับสไตล์ Dream Pop ที่จะเปลี่ยนให้ค่ำคืนมีแต่ความสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sunray

จากบีทีเอสสนามเป้า ทางออกหมายเลข 4 เรามาหยุดที่ตึกแถวสามชั้น บันไดแคบๆ ด้านข้างนำเราไปสู่ชั้นบนสุด ซึ่งมีประตูพร้อมกระจกกลม เผยให้เห็นห้องที่มีดีเทลขัดกับตัวอาคาร ที่ดูเหมือนจะยังเรนเดอร์ความเก่า-ใหม่ไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่ชักชวนเราเดินเข้าไปเพื่อสำรวจ (ตึกเดียวกับ วาร์ปไปอวกาศพร้อมจิบคราฟต์เบียร์กว่า 20 แท็ป ที่ Bottle Rocket

 

จากตึกร้างติดบีทีเอส บี-อิศราภรณ์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ และ บุณ-ศุทธบุณย์ ไทรม้า สองหุ้นส่วนได้ร่วมกันออกแบบ รีโนเวต และเรนเดอร์ไอเดียและความชอบของเขาทั้งสองให้กลายมาเป็น Sunray ร่มเงาหลังอาทิตย์อัสดง แหล่งแฮงเอาต์สุดชิลที่บรรยากาศไม่เหมือนอยู่กรุงเทพฯ ดีเทลเล็กๆ น้อยๆ เช่น ประตูทางเข้าร้านที่เจาะช่องกระจกกลม โทนสีอุ่น อิฐปูนเปลือย เพลย์ลิสต์เพลงสากลอินดี้ และความโซลทั้งหลาย ทำให้เราเผลอรู้สึกเหมือนอยู่ในคาเฟ่ชิคๆ ย่านฮันนัมดง จนเราต้องเตือนสติตัวเองว่า ที่นี่คือบาร์นะ

 

Sunray

 

The Vibe

Sunray เริ่มมีชีวิตชีวาทุกวันตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป หลังจากเทิร์นดาวน์แล้ว เสียงเพลงแนวอินดี้ป๊อปและดิสโก้ก็เริ่มดังขึ้น พร้อมกับแสงสลัวที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ตัวร้านแบ่งเป็น 3 โซน สายโซโล่แนะนำทำเลหน้าบาร์ สายชิคๆ เน้นความเป็นสาวสังคมให้จับจองโต๊ะกลม โต๊ะเล็ก หรือโซฟาหันหลังติดหน้าต่าง ส่วนพลพรรคสังสรรค์ฮาเฮ มีมุมนั่งรับลมเย็นพร้อมวิวบึงหลังร้าน

 

Sunray

Sunray

Sunray

Sunray

Sunray

 

The Dishes

 

Sunray

 

แม้ลิสต์อาหารและเครื่องดื่มจะมีไม่มาก แต่มั่นใจได้ว่าทุกอย่างผ่านการคัดสรรมาแล้วทั้งนั้น อาหารจะเน้นรับประทานง่ายและเหมาะกินเป็นกับแกล้มแบ่งกันในหมู่เพื่อนฝูง ไม่หนักท้องมากนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่อิ่ม เพราะถ้าอยากกินอะไรที่หนักขึ้นมาหน่อยก็มีเช่นกัน ส่วนค็อกเทลมีทั้งซิกเนเจอร์ดริงก์ 5 ตัว และแบบคลาสสิกทวิสต์ 6 แก้ว ให้เลือกสั่ง

 

Sunray

Spicy Salmon Salad (220 บาท) 

 

แซลมอนกับอาหารการกินของคนไทยดูจะเป็นสิ่งคู่กันไปแล้ว เช่นเดียวกับที่ Sunray มี Spicy Salmon Salad (220 บาท) ยำแซลมอนที่เสิร์ฟและแต่งจานมาในสไตล์นอร์ดิก แต่ยังคงรสจัดจ้านถึงเครื่องแบบไทย ด้วยส่วนผสมของมะเขือเทศ แตงกวา หอมแดง และน้ำยำสูตรเฉพาะผสมผักชีลาว มีกลิ่นหอมและเพิ่มรสชาติแซลมอน ไม่ว่าจะแพริ่งกับเบียร์หรือค็อกเทลก็เข้ากันทั้งนั้น

 

Sunray

Smoked Pork Ribs (240 บาท)

 

อีกหนึ่งเมนูแนะนำจากคุณบี ส่งกลิ่นหอมฉุยตั้งแต่ยังไม่ถึงโต๊ะ กับ Smoked Pork Ribs (240 บาท) ซี่โครงหมูรมควันเครื่องเทศ 8 ชนิด เป็นเวลากว่า 7 ชั่วโมง จนได้ทั้งกลิ่นและรสชาติกลมกล่อม เนื้อล่อนกินง่าย เสิร์ฟในถาดหลุมพร้อมแตงกวาดอง ซอสมะเขือเทศ และมัสตาร์ด เราแนะนำให้จับคู่กับวิสกี้ค็อกเทลสักแก้วจะดีที่สุด

 

Sunray

Fettuccine Arrabiata with Sausage (220 บาท)

 

ถ้ากับแกล้มยังไม่พออิ่ม ทางร้านก็ยังมีเมนูข้าวหน้าหมูตุ๋น หรือข้าวกะเพราคลุกเนื้อย่าง ส่วนเมนูเส้น อาทิ สปาเกตตีผัดกระเทียมและเบคอน หรือลองสั่งตามเรา Fettuccine Arrabiata with Sausage (220 บาท) เส้นเฟตตูชินีผัดไส้กรอกหมูในซอสอาราเบียตา ซึ่งเป็นซอสที่เบสด้วยมะเขือเทศผสมพริกป่นที่นำไปผัดในน้ำมันมะกอก จนกลายเป็นซอสมะเขือเทศที่มีรสเผ็ดร้อนถูกปากคนไทย และไม่เพียงเท่านั้น ยังมีมาสคาร์โปเนชีสท็อปมาคลุกกินพร้อมเส้นด้วย

 

The Drinks 

 

Sunray

Old Rose (280 บาท)

 

มาถึงค็อกเทลกันบ้าง ใครชอบแนวสดชื่นคงถูกใจ แก้วแรกสีส้มสดใสมาในแก้วไวน์ Old Rose (280 บาท) เบสด้วยเหล้าจินผสมน้ำส้มและน้ำเชื่อมกุหลาบ เชกจนเข้ากัน แล้วโรยกลีบกุหลาบเป็นอันเสร็จพิธี ดริงก์นี้ดื่มง่ายและเข้ากับสภาพอากาศของกรุงเทพฯ เป็นที่สุด

 

Sunray

Blooming Ray (120 บาท)

 

เอาใจคนชอบเหล้าบ๊วยกับ Blooming Ray (120 บาท) เหล้าบ๊วยที่ร้านทำขึ้นเองจากบ๊วยจีน รสชาติติดเค็มนิดๆ ผสมกับโซดา และเพิ่มสีสันด้วยเปลือกเลมอนและเม็ดทับทิม

 

What You Should Know:

  • เสร็จจาก Sunray เราแนะนำให้ลงไปจิบเบียร์ต่อที่ Bottle Rocket ชั้น 2 บรรยากาศดี แถมมีดนตรีสดอีกด้วยนะ
  • จากบีทีเอสสนามเป้า ลงบันไดทางออกที่ 4 แล้วจะถึงปากทางขึ้นร้านทันที

 

Sunray

Open: ทุกวัน เวลา 18.00-00.30 น.

Address: ถนนพหลโยธิน (บีทีเอสสนามเป้า ทางออกที่ 4)

Budget: 300-800 บาท

Contact: 08 0111 1333

Website: www.facebook.com/Sunray-1163647027132125

Maps: 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล 

The post ให้แดดส่องที่ Sunray บาร์ลับสไตล์ Dream Pop ที่จะเปลี่ยนให้ค่ำคืนมีแต่ความสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Mutual Bar’ บาร์ลับกลางพร้อมพงษ์ ที่ขอทำหน้าที่เป็น Mutual Friend https://thestandard.co/mutual-bar/ Thu, 06 Jun 2019 07:14:07 +0000 https://thestandard.co/?p=259367 Mutual Bar

แม้พล็อตเรื่องจะเริ่มต้นในทำนองเดียวกับ Avengers แต่บาร […]

The post ‘Mutual Bar’ บาร์ลับกลางพร้อมพงษ์ ที่ขอทำหน้าที่เป็น Mutual Friend appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mutual Bar

แม้พล็อตเรื่องจะเริ่มต้นในทำนองเดียวกับ Avengers แต่บาร์ลับบนชั้น 5 ในอาคารพาณิชย์ใจกลางพร้อมพงษ์อย่าง Mutual Bar กลับไม่ใช่การรวมตัวของซูเปอร์ฮีโร่หลากหลายสปีชีส์ ตรงกันข้าม หุ้นส่วนทั้งเจ็ดของ Mutual Bar เป็นมนุษย์ธรรมดาที่มาจากหลากหลายสายอาชีพ ทั้งผู้กำกับ นักแสดง นักดนตรี นักธุรกิจ ทว่า กลับมารวมตัวกันได้เพราะมี Mutual Friend ที่เหมือนกันนั่นก็คือ บรรยากาศผ่อนคลายยามค่ำคืน ที่มาพร้อมเสียงเพลงคุ้นหู บทสนทนาที่คุ้นเคย และไม่แน่ว่าคุณอาจจะเจอเพื่อนสักคนที่เคยรู้จักที่นี่ก็เป็นได้

 

Mutual Bar

 

The Vibe

พร้อมพงษ์นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทำเลทองของความหงุดหงิดวุ่นวาย เพราะการจราจรที่สุดแสนจะแออัด แต่เมื่อกดลิฟต์ในซอกเล็กๆ ขึ้นไปยังชั้น 5 ของอาคารพาณิชย์สีหม่นๆ อันเป็นที่ตั้งของ Mutual Bar เหตุการณ์กลับเป็นว่า เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ที่ลอดออกมาหลังประตูทึมๆ บานนั้น บวกกับการตกแต่งโทนสีน้ำตาลคลาสสิก กลับทำให้เราลืมความอึดอัดข้างล่างไปชั่วขณะ

 

Mutual Bar Mutual Bar

 

โต๊ะไม้ตัวใหญ่สำหรับแชร์ที่นั่งถูกจัดไว้กลางร้านสำหรับคนที่เดินเข้ามาคนเดียว ตลอดผนังริมกระจกเฉียงบานใหญ่คือที่นั่งกึ่งโซฟาสำหรับก๊วนเพื่อน แต่ถ้าใครที่อยากรู้จักค็อกเทลในแบบ Mutual ให้มากขึ้น ยังมีที่นั่งริมเคาน์เตอร์บาร์ให้ได้เลือก จูนจูน-พัชชา พูนพิริยะ หนึ่งในหุ้นส่วนเล่าว่าทุกอย่างที่อยู่ในร้านล้วนตกตะกอนมาจากความชอบของก๊วนเพื่อน อย่างเธอเอง แม้จะไม่ใช่นักดื่ม แต่ก็ยังเอาความเป็นนักอ่านเข้ามาเป็นลูกเล่น สอดเมนูไว้กับหนังสือเล่มโปรดของเธอ

 

Mutual Bar

 

“เราไม่ได้อยากให้ที่นี่เป็นบาร์ที่ดูมีความเอ็กซ์เพิร์ตด้านเครื่องดื่ม ซึ่งจะทำให้คนที่ไม่ใช่นักดื่มรู้สึกกดดัน ทำตัวไม่ถูก แต่อยากให้เป็นที่ที่ทุกคนเข้ามาแล้วรู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย โดยเอาไลฟ์สไตล์ของหุ้นส่วนแต่ละคนเข้ามาผสมกัน อย่างเฮียบาส (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ) ก็ชอบค็อกเทลอยู่แล้ว ก็จะเต็มที่ในการดูแลด้านนั้นไป อย่างจูนจะชอบกิจกรรม ชอบอ่านหนังสือ ก็อาจจะมีสักวันหนึ่งที่เราเปิดบาร์เป็นพื้นที่สำหรับนักอ่านมาแชร์ประสบการณ์เล่มโปรดร่วมกัน หรืออย่างเบน (เบนจามิน นิตเซ) เขาเป็นนักดนตรี เขาก็จะมาเล่นดนตรีแนวโซล บลู ที่เขาชอบ ดังนั้น ที่นี่จึงไม่ใช่บาร์ประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่เป็นเหมือนที่ที่เรามาแชร์ความชอบร่วมกัน ที่นี่จึงเหมือนเป็น Mutual Friend ที่ทำให้คนที่มีความชอบเหมือนกันมาเจอกัน”

 

Mutual Bar Mutual Bar

 

The Drinks

 

Mutual Bar

 

แม้จะวางไว้แต่แรกว่าจะเป็นร้านอาหารเบาๆ และบาร์ แต่ ณ ตอนนี้ Mutual Bar ยังคงเปิดขายเฉพาะเครื่องดื่ม บวกด้วยของกินเล่นกรุบกริบ แต่ถึงอย่างนั้นค็อกเทลของที่นี่ก็จัดว่าไม่ธรรมดา เพราะผ่านการคิดและใส่เรื่องราวไว้อย่างซับซ้อน ซึ่งแผนกเครื่องดื่มจะเป็นใครไม่ได้ ถ้าไม่ใช่คุณบาส ที่นอกจากงานด้านผู้กำกับแล้ว ก็ทุ่มความสนใจให้กับเครื่องดื่มค็อกเทลอย่างจริงจัง เสริมทัพด้วยบาร์เทนเดอร์ จั่น-จิตกร ปักจั่น จาก Asia Today ที่เข้ามาเป็นที่ปรึกษา คิดเครื่องดื่มค็อกเทลที่ถอดรหัสมาจากความชอบของหุ้นส่วนทั้งเจ็ด

 

อย่าง The Gentleman (340 บาท) ก็ถอดมาจากมาดความสุขุมนุ่มลึกของ แมน-อมร นิลเทพ ออกมาเป็นวอดก้าเสิร์ฟแบบโอลด์แฟชั่น แต่ก็ยังมีความขี้เล่นด้วยกากเพชรที่เติมลงไป

 

Mutual Bar Mutual Bar

 

หรืออย่าง Allen’s Apple (340 บาท) ก็นำความประทับใจในนิวยอร์กและค็อกเทลคลาสสิก New York Sour ของคุณบาส มาเล่าใหม่ในแบบสปิริตฟอร์เวิร์ด ดื่มง่ายขึ้นด้วยความหอมของน้ำแอปเปิ้ลและผลแอปเปิ้ลเบิร์นกับน้ำตาลออกไปทางคาราเมล แต่ก็ยังไม่ทิ้งเอกลักษณ์ความนุ่มของเบอร์เบิร์น

 

Mutual Bar Mutual Bar

 

ส่วน Hendrix’s Garden (340 บาท) นั้นชัดเจนในความเป็นฝรั่งหัวใจไทย เพราะไม่ได้เพียงรสชาติที่นุ่มลึกของวิสกี้และเตกีลา ทว่า อาฟเตอร์เทสต์ยังหอมละมุนด้วยกลิ่นใบเตย และแอบใส่ความสโมกกี้เบาๆ

 

Mutual Bar

 

อีกแก้วที่หลายคนชื่นชอบคือ Biomimicry (340 บาท) นำไวน์ขาวมาเข้าคู่กับวาซาบิและใบขึ้นฉ่าย หอมน้ำผึ้งเบาๆ ตัดรสความเผ็ดของวาซาบิด้วยความเค็มของเกลือยูสุที่ปาดไว้รอบขอบแก้ว ลืมบอกว่า วาซาบิที่เสิร์ฟมาพร้อมกันนั้นไม่ใช่ของแต่งแก้วแต่อย่างใด ใครอยากได้รสที่จัดจ้านขึ้น แนะนำให้เพิ่มวาซาบิก้อนนั้นลงไป

 

Mutual Bar Mutual Bar

 

ในบรรดาซิกเนเจอร์ค็อกเทลทั้ง 7 แก้วนั้น ยังมี Juliet’s Lips (340 บาท) ยืนหนึ่งบอกความเป็นสาวหวานของจูนจูนได้เป็นอย่างดี แก้วนี้นำจินมาเปลี่ยนหน้าตาให้เป็นมิลก์เชก รสออกเปรี้ยว หอมกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ โชยมา มีน้ำตาลไอซิ่งวางใส่ไว้ในช้อนเล็กๆ สำหรับสาวที่ต้องการนำความหวานมาตัดเปรี้ยว จูนจูนบอกว่า แก้วนี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ยังกลัวๆ กล้าๆ กับการสั่งค็อกเทล และสำหรับใครที่ยังรู้สึกไม่คลิกกับทั้ง 7 ซิกเนเจอร์ค็อกเทล ทางบาร์ยังมี The Mutual (380 บาท) ที่ครีเอตค็อกเทลให้ไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่ต่างกันไป

 

 

เมื่อเหล่าผู้กำกับและนักแสดงมารวมตัวกัน เราก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า แท้จริงแล้ว งานสร้างค็อกเทลกับสร้างหนังอะไรยากง่ายกว่ากัน ซึ่งคุณบาสก็ให้คำตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า “ความรู้สึกเดียวกับตอนสร้างหนังเรื่องแรกเลยครับ”

 

Mutual Bar

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-02.00 น.

Address: ซอยสุขุมวิท 24 (ตึกตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม) ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ

Budget: ค็อกเทลเริ่มต้นที่ 340 บาท

Contact: โทร. 0 2550 6820

Page: www.facebook.com/MutualBar

Map: https://her.is/2KkjU7F

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post ‘Mutual Bar’ บาร์ลับกลางพร้อมพงษ์ ที่ขอทำหน้าที่เป็น Mutual Friend appeared first on THE STANDARD.

]]>
Monkey Bar บาร์บนบาร์ที่เหมือนนั่งจิบอยู่บ้าน [ปิดกิจการ] https://thestandard.co/monkey-bar-the-88-surawong/ https://thestandard.co/monkey-bar-the-88-surawong/#respond Fri, 31 Aug 2018 02:33:53 +0000 https://thestandard.co/?p=117612

The 88 Surawong เป็นบาร์ค็อกเทลเพียงแห่งเดียวในเส้นสุรว […]

The post Monkey Bar บาร์บนบาร์ที่เหมือนนั่งจิบอยู่บ้าน [ปิดกิจการ] appeared first on THE STANDARD.

]]>

The 88 Surawong เป็นบาร์ค็อกเทลเพียงแห่งเดียวในเส้นสุรวงศ์ ซึ่งรายล้อมไปด้วยสถานบันเทิงต่างๆ มากมาย ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้เข้าไปนั่งลิ้มรสค็อกเทลและชิมบรรยากาศที่หน้าบาร์ของที่นี่ไปแล้ว แต่หากไต่บันไดขึ้นไปชั้น 3 คุณจะพบกับบาร์ลับๆ ที่เหล่าคนหลังบาร์ตกลงเรียกกันว่า Monkey Bar (มังกี้บาร์) ซึ่งแตกต่างออกไปจากบาร์สไตล์อเมริกันด้านล่างโดยสิ้นเชิง

 

เดินขึ้นชั้น 3 สู่บาร์ลับที่พับอยู่ในห้องนั่งเล่นกันได้เลย

 

The Vibe

จะเรียกว่านี่คือบาร์ที่พับอยู่ในห้องนั่งเล่นลับๆ ก็คงไม่ผิด เพราะตกแต่งอย่างเรียบง่าย โดดเด่นที่โต๊ะที่ใช้ไม้ต่อกันเป็นสี่เหลี่ยมง่ายๆ ซึ่งช่างตัดกับศิลปะกราฟฟิตี้ภาพลิงน้อยตาแป๋วบนผนังนัก ถึงแม้พื้นที่จะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่การติดกระจกไว้ที่ฝาผนังอีกด้านของห้องทำให้พื้นที่ดูกว้างขึ้น ทำให้เวลานั่งรู้สึกโล่งไม่แออัด ยิ่งประกอบกับการจัดไฟด้วยไฟส้มที่ออกไปทางสลัว ทำให้ที่นี่นอกจากจะรู้สึกนั่งสบายแล้ว ยังมีความไม่เป็นทางการราวกับเพิ่งเดินทางมาถึงบ้านใครสักคน (ที่ก็ไม่มีใครตอบได้ว่าบ้านใคร) แต่ทุกคนสามารถทำตัวตามสบายได้ ซึ่งบนนี้ยังมีทีวีสำหรับชมและเชียร์เกมการแข่งขัน หรือหากอยากเล่นวิดีโอเกมก็แค่กดรีโมตและคว้าคอนโทรลเลอร์ไว้ในมือได้เลย!

 

ดูเกมไป แทะปีกไก่กับเบอร์เกอร์ไปแบบแม่ไม่ว่า

 

The Dishes

เนื่องจากที่นี่ตั้งใจให้เป็นเหมือนสถานที่ที่เพื่อนมาแฮงเอาต์กัน แน่นอนว่าต้องมีเพื่อนคนหนึ่งรู้สึกหิว เราสามารถสั่งเบอร์เกอร์ Stout Maple Bacon Cheeseburger (300 บาท) ที่ทำจากเนื้อคุณภาพสั่งจาก Arno’s กัดแล้วเจอชีสเยิ้มๆ กับเมเปิลเบคอนชิ้นหนาที่ทอดจนสุกกรอบ ถูกจัดวางบนผักกาดและหัวหอมสดที่ประกบด้วยขนมปังงาที่เสิร์ฟคู่มากับมันฝรั่งทอดชิ้นหนาสีเหลืองอร่ามที่กัดเข้าไปจะได้เนื้อมันฝรั่งอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมี Chicken Wings (180 บาท) ที่กรอบนอกนุ่มใน กินเดี่ยวๆ หรือจิ้มกับซอสก็อร่อย

 

เบื่อเบียร์มาท้าเล่นบอมบ์กับเพื่อนแบบนี้ก็ได้ด้วย

 

The Drinks

นอกจากค็อกเทลแบบประดิดประดอยสักหน่อยที่สามารถสั่งจากบาร์ชั้นล่างได้แล้ว มาถึงบ้าน ‘เพื่อน’ ทั้งทีจะดื่มแบบมากทีก็คงไม่ใช่เรื่อง เครื่องดื่มของบาร์นี้จึงเป็นแบบไม่มีพิธีรีตอง เน้นที่เบียร์ดื่มง่ายซึ่งมีตั้งแต่ เบียร์สิงห์ (150 บาท) ที่ถูกแช่เย็นราวกับนึกว่าจิบเบียร์วุ้นร้านข้าวต้ม นอกจากนั้นทางร้านยังมีแผนจะยกเครื่องกดเบียร์มาตั้งเอาใจสายเบียร์ ส่วนใครที่ไม่ชอบมีพิธีรีตองยิ่งกว่า ช็อต (เริ่มต้นที่ 280 บาท) ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับสปิริตที่เลือก โดยมีตั้งแต่ Plantation, Granma Jinn, Fords Gin เป็นต้น

 

Monkey Bar

Open: เปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา 17.00 น. จนถึงดึก

Address: ชั้น 3 ร้าน 88 ถนนสุรวงศ์ กรุงเทพฯ

Budget: เครื่องดื่มเริ่มต้นที่ 150 บาท

Contact: 08 7663 1365

Map: 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post Monkey Bar บาร์บนบาร์ที่เหมือนนั่งจิบอยู่บ้าน [ปิดกิจการ] appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/monkey-bar-the-88-surawong/feed/ 0
Sugar Ray บาร์ลับที่มัดใจคุณด้วยวิสกี้และค็อกเทลแก้วเด็ด https://thestandard.co/sugarraybkk/ https://thestandard.co/sugarraybkk/#respond Fri, 29 Jun 2018 04:16:13 +0000 https://thestandard.co/?p=102295

ย้อนกลับไป 5 ปีที่แล้ว น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อ Suga […]

The post Sugar Ray บาร์ลับที่มัดใจคุณด้วยวิสกี้และค็อกเทลแก้วเด็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ย้อนกลับไป 5 ปีที่แล้ว น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อ Sugar Ray You’ve Just Been Poisoned เนื่องจากสมัยนั้นบาร์ที่สแตนด์อโลนยังมีไม่มาก แถมตัวเลือกเครื่องดื่มก็ยังไม่หลากหลายเท่าปัจจุบัน การมีบาร์คุณภาพดีๆ ที่ไม่ได้อยู่ในโรงแรมห้าดาวจึงนับเป็นสวรรค์ของนักดื่ม ณ เวลานั้น Sugar Ray วางตัวชัดเจนว่า ‘บาร์ไม่จำเป็นต้องเปิดทุกวัน’ พวกเขาจึงเปิดร้านแค่สัปดาห์ละสามครั้ง ซึ่งในทางธุรกิจมันแทบเป็นไปไม่ได้ที่บาร์แห่งนี้จะทำเงินงอกงาม

 

แต่ Sugar Ray ก็ยังยืดหยัดอยู่ได้แม้ไม่กำไรแต่ก็ไม่ขาดทุน เหตุเพราะหนึ่งในหุ้นส่วนคนสำคัญอย่างคุณเติร์ก-สิทธานต์ สงวนกุล วางจุดเริ่มต้นของ Sugar Ray ด้วยแพสชันที่มีให้การดื่ม แน่นอนว่าสำหรับลูกค้าแล้ว การที่เจ้าของธุรกิจทำงานด้วยแพสชันย่อมหมายถึงผลกำไร เพราะมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเมื่อเข้าไปใช้บริการ  

 

“ตอนทำ Sugar Ray มันออร์แกนิกมาก ไม่เคยมีประชุม ไม่เคยตั้งเป้ายอดขายหรือลดต้นทุน ผมไม่สนใจกำไรตราบใดที่มันไม่ขาดทุน ผมโฟกัสที่แพสชันอย่างเดียว” คุณเติร์กกล่าว

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลังให้กำเนิดน้องชายและน้องสาวอย่างบาร์ Q&A และ Thaipioka ถึงจุดหนึ่งเขาอยากหันกลับมากรูมมิ่งลูกคนแรกอย่าง Sugar Ray ให้เติบโตไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น เมื่อตัดสินใจแล้ว คุณเติร์กจึงย้ายจากถิ่นฐานเก่าย่านเอกมัยมายังสุขุมวิทซอย 24 พร้อมทีมงานชุดเดิม คอนเซปต์เดิม แต่ขยายเวลาทำการเป็น 6 วันต่อสัปดาห์

 

 

The Vibe

เตือนไว้ก่อนว่าทางเข้าสถานที่แห่งนี้อาจหาไม่ง่ายนัก สามารถเข้าได้สองทางระหว่างทะลุมาจาก OCTO Seafood Bar หรือเข้าทางซอยก่อนถึงร้านอาหารดังกล่าว ให้สังเกตประตูด้านขวามือที่ไม่มีป้ายชื่อร้านใดๆ แต่มีหนุ่มน้อยใส่หมวกยืนต้อนรับอยู่ (ซึ่งไม่รู้ว่าทางร้านจะยกออกไปเมื่อไร)

 

สังเกตประตูทางเข้าซ้ายมือ

 

และเมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านในคุณจะพบกับห้องลับที่เปรียบเสมือนห้องใต้ดินของ Gentlemen’s club โดดเด่นด้วยวิสกี้ จิน และรัมนับร้อยขวด ตั้งเรียงรายอยู่หลังบาร์ ในขณะที่เคาน์เตอร์หินอ่อนสีเข้มยาวจรดผนัง โซฟาหนังสีดำขลับ และผนังปูนเปลือย สะท้อนให้เห็นถึงคาแรกเตอร์ของร้านที่มีความนิ่ง น้อย ทว่าหนักแน่น ไม่ต่างจากซิงเกิลมอลต์ชั้นดีที่ไม่ต้องการสิ่งใดปรุงแต่งเพิ่มเติม ปล่อยให้รสชาติที่บ่มเพาะมาอย่างยาวนาน ทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวแทนคำพูดนับล้าน

 

 

นอกจากงานดีไซน์แล้ว ที่นี่ยังให้ความสำคัญกับระบบเสียง เจ้าของร้านเน้นย้ำว่าที่นี่เพลงต้องดี หากเป็นวันธรรมดาทางร้านจะเปิดแนวแจ๊ซจากแผ่นไวนิล ส่วนวันศุกร์ได้ DJ Jedi มาเปิดแผ่นตั้งแต่สี่ทุ่มจนถึงตีหนึ่ง ในขณะที่วันเสาร์สนุกกับ old school หรือ japanese soul จาก DJ Toru ที่ขึ้นเล่นเวลาเดียวกัน

 

The Drinks

คุณเติร์กกล่าวไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่าเขาอยากให้คนมาที่นี่แล้วรู้สึกผ่อนคลายในฟีลลิ่ง แต่ซีเรียสในแง่โปรดักส์และเครื่องดื่ม ลำพังแค่วิสกี้ที่มีกว่าร้อยขวดก็น่าทึ่งมากพอ เพราะมีทั้งขวดหายาก ขวดที่ไม่คิดว่าบาร์ไหนจะกล้าสต็อก รวมถึงขวดที่ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าสั่งด้วย (แพงที่สุดตอนนี้อยู่ที่แก้วละ 10,000 บาท) รับรองว่าคอวิสกี้มาแล้วไม่ผิดหวัง

 

ส่วนเมนูค็อกเทลนั้นปรับเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้จำเจ พวกคลาสสิกค็อกเทลอย่าง Negroni, Old Fashioned หรือ Mojito มียืนพื้นอยู่แล้ว ส่วนค็อกเทลโลกใหม่คิดค้นโดยคุณต่อ-วิภพ จินาพันธ์ ผู้ประจำอยู่หลังบาร์ของ Sugar Ray มาตั้งแต่เริ่มต้น

 

คุณต่อ-วิภพ จินาพันธ์

 

วันนั้นเรามีโอกาสได้ลอง Elixir #1 (380 บาท) ดัดแปลงมาจากค็อกเทลคลาสสิกอย่าง Corpse Reviver No.2 ซึ่งเป็นเครื่องดื่มประเภท pick me up แก้แฮง ดื่มแล้วสดชื่น ถึงขั้นมีคนขนานนามว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ช่วยปลุกชีพให้คนตาย หรือไม่ก็แรงขนาดที่คนปกติน็อกได้เลย ในขณะที่ Elixir แปลว่ายาอายุวัฒนะ ช่วยมอบกำลังวังชา นอกจากส่วนผสมอย่าง Bianco vermouth, Absinthe และ Cointreau แล้ว ทางร้านจึงนำจินไปอินฟิวส์กับโสมเกาหลี ก่อนท็อปด้านบนเพื่อเสริมกลิ่นหอม มอบสัมผัสของสมุนไพรชัดเจน ในขณะเดียวกันก็ได้สัมผัสของผลไม้เปรี้ยวสดชื่นซับซ้อนกันอยู่ นับเป็นแก้วที่แรง หอม สดชื่น หลากคาแรกเตอร์เอามากๆ   

 

Elixir #1 (380 บาท)

 

แก้วถัดมา East Coast Boulevard (420 บาท) เป็นอีกตัวที่ดัดแปลงจากคลาสสิกค็อกเทลอย่าง Boulevardier คล้ายเนโกรนีที่ผสมจิน คัมปารี และเรดเวอร์มุท แต่เปลี่ยนมาใช้อเมริกันวิสกี้ เบอร์เบิน หรือไรย์วิสกี้ ความพิเศษอยู่ที่คุณต่อต้องการดันให้เหล้ารองอย่างคัมปารีเป็นตัวเอก จึงนำมาอินฟิวส์กับชาเครื่องเทศแถบอินเดียหรือปากีสถาน เช่น ซินนามอน ขิง ฯลฯ แต้มด้วยช็อกโกเลตและเกรปฟรุตบิตเตอร์ เพื่อเสริมมิติให้ค็อกเทลคลาสสิกนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น ไม่ได้มีเพียงรสหวานหรือขมอย่างเดียว เพิ่มความสนุกให้ผู้ดื่มด้วยแรกจิบที่ออกขม แต่เมื่อลิ้มรสที่สองจะได้ความหวานแทรกเข้ามา  

 

East Coast Boulevard (420 บาท)

 

แก้วที่สามในค่ำคืนได้แก่ Un Poco Loco (420 บาท) ที่เป็นภาษาสเปนแปลว่า a little bit crazy สาเหตุที่ทางร้านตั้งชื่อนี้เพราะแก้วนี้เป็นค็อกเทลที่ดื่มง่ายมากแต่มีความแรงในตัว ดื่มแล้วเมาไม่รู้เรื่อง เนื่องจากดีกรีแอลกอฮอล์แรงไม่แพ้ old fashioned ให้สัมผัสคล้ายมาการิต้าโยเกิร์ตมะม่วง แต่เติม amaro ซึ่งเป็นเหล้าอิตาลีที่มีรสชาติขม อมหวาน เผ็ดเครื่องเทศ แก้วนี้จึงหอมนัวดื่มง่าย ลงคอเร็ว เหล้าไม่โดด แต่จับได้ว่าแรงเอาเรื่อง  

 

Un Poco Loco (420 บาท)

 

ใครเป็นแฟนขาประจำ Sugar Ray น่าจะพอจำแก้วนี้กันได้ เพราะได้รับความนิยมถึงขั้นกลับมาอยู่ในเมนูอีกครั้ง Born & Raise (350 บาท) เน้นส่วนผสมที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยและเอเชีย เช่น จินที่นำไปอินฟิวส์กับชาไทย ส้มแมนดาริน น้ำเชื่อมใบเตย และน้ำมะนาว ซึ่งเป็นส่วนผสมเรียบง่ายที่คนไทยคุ้นเคยกันดี ให้ความรู้สึกถึงชาไทยที่ดื่มแล้วสดชื่น หวานอ่อนๆ หอมกลิ่นกุหลาบมอญ ใครว่าแก้วบนดื่มง่ายแล้ว เจอจินชาไทยแก้วนี้เข้าไปก็ดื่มเพลินหมดแก้วได้เหมือนกัน

 

Born & Raise (350 บาท)

 

หากว่าค็อกเทลในเมนูยังไม่ถูกใจ หรือเดินเข้าร้านแบบไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรดี แนะนำให้ถามบาร์เทนเดอร์หน้าบาร์ได้เลย เพราะที่นี่สามารถครีเอตรสชาติตามเทสต์ที่คุณชอบ ไม่ว่าจะค็อกเทลเปรี้ยวอมหวาน ขอเข้มๆ ได้รสเหล้า หรือหากมีสูตรประจำตัวก็สามารถบอกทางร้านได้ เพราะคุณต่อกระซิบมาแล้วว่า ขอเพียงให้คุณพอใจ ที่นี่ยินดีเป็นอย่างยิ่ง  

 

Sugar Ray You’ve Just Been Poisoned  

Open: เปิดทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่ 19.00-02.00 น. ปิดวันจันทร์

Address: 88 สุขุมวิท 24 ด้านใน Octo Seafood Bar

Budget: ราคาเริ่มต้น 330 บาท

Contact: โทร. 09 4417 9898  

Page: www.facebook.com/sugarraybkk

Map: 

 

 

The post Sugar Ray บาร์ลับที่มัดใจคุณด้วยวิสกี้และค็อกเทลแก้วเด็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sugarraybkk/feed/ 0
หาตู้ถ่ายสติกเกอร์ให้พบ Find The Photo Booth บาร์ลึกลับแห่งใหม่หลังบูธถ่ายรูป https://thestandard.co/find-the-photo-booth/ https://thestandard.co/find-the-photo-booth/#respond Mon, 28 May 2018 08:25:09 +0000 https://thestandard.co/?p=93784

ซอยสุขุมวิท 11 มีชื่อเสีย(ง) ในฐานะซอยเริงรมย์และแหล่งป […]

The post หาตู้ถ่ายสติกเกอร์ให้พบ Find The Photo Booth บาร์ลึกลับแห่งใหม่หลังบูธถ่ายรูป appeared first on THE STANDARD.

]]>

ซอยสุขุมวิท 11 มีชื่อเสีย(ง) ในฐานะซอยเริงรมย์และแหล่งปาร์ตี้ของเหล่านักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะคิดว่าอาจผ่านยุครุ่งเรืองของการตั้งสถานที่ดื่มค็อกเทลในย่านนั้นมาแล้ว กระนั้นกลับไม่วายมีบาร์ค็อกเทลแห่งใหม่เกิดขึ้นในซอยที่เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดนี้มาจนได้

 

ทางผ่านเข้าบาร์ที่ต้องผ่านห้องล้างรูปเสียก่อน

 

Find The Photo Booth (ไฟด์ เดอะ โฟโต้บูธ) คือบาร์ลับที่ตั้งอยู่ข้างในร้าน Score Bar ซึ่งเป็นสปอร์ตบาร์สำหรับคอกีฬาอีกที จากชื่อก็บอกอย่างชัดเจนว่าเหล่านักดื่มค็อกเทลต้องหาบูธถ่ายรูปจึงจะเข้าไปในตัวบาร์ลับแห่งใหม่นี้ได้ ซึ่งบาร์ลับแห่งนี้เป็นเหมือนบาร์ภาคต่อจาก #FindTheLockerRoom ที่ได้เหล่าหัวกะทิด้านบาร์ของเอเชียมาลงทุนลงแรงกันเพื่อปลุกให้บาร์ลับแห่งนี้สร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆ ให้แก่ย่านที่เคยโด่งดัง ทั้งเป็นบ้านของเหล่านักย่ำราตรี ทั้งคลับที่เคยโด่งดังที่สุดอย่าง Bed Supperclub หรือ Q Bar

 

ยินดีต้อนรับสู่บาร์หลังห้องมืด

 

The Vibe

เมื่อพบกับบูธถ่ายรูปแล้วอย่าคิดว่านี่เป็นเพียงดิสเพลย์ที่ตั้งไว้เฉยๆ เพราะถ่ายรูปได้จริง ดังนั้นอย่ารอช้า รีบหาวิธีเอาว่าปุ่มไหนหรือตรงไหนเป็นกลไกเปิดประตูสู่โลกค็อกเทลแห่งนี้ เมื่อคุณหาเจอแล้วจะพบกับเซอร์ไพรส์อีกชั้น นั่นคือห้องมืดที่ตกแต่งเลียนแบบห้องมืดที่ใช้สำหรับล้างและอัดรูป จากนั้นเดินเข้าไปตามทางมืดๆ จนเจอบานประตูสำหรับเข้าไปยังบาร์ลับแห่งนี้ จะว่าไปนี่ถือว่าเป็นบาร์ลับที่ลูกเล่นแพรวพราวทีเดียว

 

ทันทีที่เดินเข้าไปในตัวบาร์จะพบว่าเป็นบาร์เน้นสีทึมๆ แล้วมีกรอบโพรซีเนียมเป็นส่วนประกอบในการตกแต่งภายในของที่นี่ แต่ตัดด้วยสีอบอุ่นด้วยแสงสีส้มกับหนังไม้สีน้ำตาลอ่อนตัดในบริเวณบาร์ ทำให้ภายในร้านไม่ดูอึดอัด บรรยากาศน่านั่ง แลดูสบายและผ่อนคลาย

 

Bramble ค็อกเทลที่เกิดขึ้นในยุค 80s โดย ดิค แบรดเซลล์

 

The Drinks

คอนเซปต์เครื่องดื่มของที่นี่เน้นแบบมาเป็นคู่ ระหว่างคลาสสิกค็อกเทลกับเครื่องดื่มที่มีความพลิกแพลงโดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเข้ามาผสม มาถึงแล้วแนะให้ลอง Bramble (360 บาท) นี่เป็นค็อกเทลที่เกิดขึ้นในยุค 80s คิดค้นโดยบาร์เทนเดอร์ ดิค แบรดเซลล์ (Dick Bradsell) แห่งย่านโซโหของลอนดอน แก้วนี้คุณจะได้สัมผัสความเปรี้ยวและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์จากแคร็มเดอมูร์ (Crème de Mure) เหล้าที่ทำจากน้ำแบล็กเบอร์รี เสริมความเปรี้ยวอีกระดับด้วยน้ำมะนาว และมีเบสเป็นดรายจินที่เปี่ยมด้วยกลิ่นหอมจากจูนิเปอร์ นับเป็นเครื่องดื่มที่กระตุ้นประสาทและเติมความสดชื่นให้คืนกลับมา

 

From SOHO to Soi 11

 

From SOHO to Soi 11 (390 บาท) เป็นค็อกเทลที่พัฒนามาจากค็อกเทลข้างต้น โดยเริ่มจากการเปลี่ยนแคร็มเดอมูร์เป็น Crème de Cassis (แคร็มเดอคาสซิส) ที่ทำจากผลแบล็กเคอร์แรนต์แทน จึงให้รสเปรี้ยวที่แตกต่างออกไป ส่วนเบสก็ยังเป็นดรายจิน แต่ถูกนำเอาไปอินฟิวส์กับกาแฟจากเชียงใหม่ และเติมความหวานเล็กน้อยด้วยน้ำเชื่อมน้ำจากน้ำโทนิกใส่เครื่องเทศที่ทางร้านทำขึ้นเอง ถือเป็นทวิสต์ค็อกเทลที่ดูสุขุมกว่าตัวต้นแบบ

 

Red Hook คิดค้นโดยบาร์เทนเดอร์ เอ็นโซ เออร์ริโก

 

Red Hook (360 บาท) นี่คือเครื่องดื่มสปิริตฟอร์เวิร์ดที่น่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของเหล่านักดื่มสายขมที่รสชาติละม้ายคล้ายค็อกเทลคลาสสิกอย่าง Manhattan และ Brooklyn ซึ่งเครื่องดื่มแก้วนี้คิดค้นขึ้นมาโดยบาร์เทนเดอร์ เอ็นโซ เออร์ริโก (Enzo Errico) ใช้ส่วนผสมไม่เยอะ เบสเป็นไรย์วิสกี้ แต่งรสชาติเพิ่มเติมด้วย Punt e Mes เวอร์มุทอิตาลี และ Maraschino เหล้าผลเชอร์รีจากมาราสคา คนจนส่วนผสมเข้ากันและให้น้ำแข็งละลายอย่างเหมาะสม จะได้สมดุลของความขมแบบสมุนไพรและรสหวานอันละมุน

 

(บน) Got Hooked in Sukhumvit รสชาติสมุนไพรไทยที่หอมหวานอยู่ในตัว,

(ล่าง) Three Dots & a Dash รหัสมอร์สแสดงถึงชัยชนะของสัมพันธมิตรที่มีต่อฝ่ายอักษะในสงครามโลก

 

Got Hooked in Sukhumvit (390 บาท) เนื่องจาก Red Hook มีความเป็นสมุนไพรอยู่ ทางร้านจึงทำใช้เหล้าทำเองที่ใช้สมุนไพรไทยเพื่อทำให้ค็อกเทลแก้วนี้มีรสชาติแบบที่คุ้นเคยกับคนไทยและสร้างความแปลกใหม่ให้กับแขกต่างชาติ โดยเบสยังคงเป็นไรย์วิสกี้เช่นเดิม แล้วใส่เวอร์มุทหวานเข้าไป จึงให้รสชาติแบบสมุนไพรไทยๆ ที่มีความหอมหวานอยู่ในตัว

 

คนชอบรัมอาจหลงรักแก้วนี้ Three Dots & a Dash (360 บาท) ซึ่งเบสด้วยรัมถึง 2 ชนิดคือ รัมผสมเครื่องเทศ (Spiced Rum) และดาร์กรัม (Dark Rum) ผสมด้วยน้ำมะนาวและน้ำส้ม แล้วเหยาะบิตเทอร์เล็กน้อย สำหรับ Three Dots & a Dash ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตรที่มีต่อฝ่ายอักษะในสงครามโลกครั้งที่ 2 ชื่อของค็อกเทลสื่อถึงรหัสมอร์สที่ใช้ในการสื่อสารสมัยนั้น ทำให้การ์นิชจึงเป็นเชอร์รี 3 ลูกเสียบไม้ที่เปี่ยมด้วยรสชาติเปรี้ยวหวาน สดชื่น และเครื่องเทศจัดจ้านชัดเจน

 

Morse Code Gone Bananas

 

ยังคงสนุกกับชื่อค็อกเทลที่ชวนสงสัยต่อเนื่อง Morse Code Gone Bananas (390 บาท) ยังคงเบสด้วยรัม กระนั้นเป็นรัมที่นำไปอินฟิวส์กับกล้วยอบ เติมเหล้าคอร์เดียล (Cordial) ที่ทำจากโหระพาและผลจูนิเปอร์ ใส่น้ำมะนาวสดและน้ำฝรั่ง แก้วนี้ถือเป็นค็อกเทลที่ชวนให้ได้รับรสชาติของผลไม้ที่หลากหลายแต่กลับลงตัวได้อย่างดี ไม่โดนกลบจากความหวานของกล้วยหรือความเปรี้ยวจี๊ดของมะนาวจนเกินไป และหลายคนคงประหลาดใจถ้าเราบอกว่าค็อกเทลนี้แท้จริงแล้วเป็นค็อกเทลสไตล์ติกิ แต่ไหงกลับมีรูปลักษณ์เรียบหรู ผิดจากภาพค็อกเทลติกิที่มักตกแต่งอัดแน่นไปด้วยความชาวเกาะที่เราคุ้นเคยกันมา

 

ออกมาตามบูธถ่ายสติ๊กเกอร์กันได้แล้ว

 

Find The Photo Booth

Open: วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 19.00-02.00 น.

Address: สักแห่งหลัง Score Bar ซอยสุขุมวิท 11 กรุงเทพฯ

Budget: 360-400 บาท

Contact: 0 2117 2636

Map: 

 

The post หาตู้ถ่ายสติกเกอร์ให้พบ Find The Photo Booth บาร์ลึกลับแห่งใหม่หลังบูธถ่ายรูป appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/find-the-photo-booth/feed/ 0