GTH Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/gth/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 25 Mar 2026 08:40:51 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร รวมทีมรียูเนียน เตรียมสานต่อเรื่องราวชาวคอนโดในปี 2027 https://thestandard.co/true-love-next-door-reunion-2027/ Wed, 25 Mar 2026 08:40:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1191227 ทีมนักแสดงและผู้สร้างซิตคอม เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร รวมตัวกันเพื่อหารือโปรเจกต์ใหม่

เป็นที่จับตามองอีกครั้งสำหรับ เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร ซิต […]

The post เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร รวมทีมรียูเนียน เตรียมสานต่อเรื่องราวชาวคอนโดในปี 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมนักแสดงและผู้สร้างซิตคอม เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร รวมตัวกันเพื่อหารือโปรเจกต์ใหม่

เป็นที่จับตามองอีกครั้งสำหรับ เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร ซิตคอมอารมณ์ดีในตำนานที่ครองใจคนไทย หลังจากที่เกิดการรวมตัวกันของทีมนักแสดง ผู้กำกับ และนักเขียนบท เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา

 

โดยการรวมตัวในครั้งนี้เป็นการรวมตัวของทีมนักแสดงบางส่วนอย่าง โอปอล์ ปาณิสรา, ปุ๊กกี้ ปวีณ์นุช และ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ร่วมกับผู้กำกับ มุก ปิยะกานต์ และ นักเขียนบท ไตเติ้ล กิตติภัค พร้อมโพสต์คลิปวิดีโอการเซ็นสัญญาแบบไม่เป็นทางการในการพัฒนาบท เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร ให้เสร็จภายในปี 2027 ทั้งยังติดแฮชแท็ก ‘เรื่อยๆ ไปจนแก่’ ซึ่งเป็นชื่อเพลงประกอบซิตคอมที่ร้องโดย ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ อีกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยันว่าซิตคอมเรื่องนี้จะกลับมาสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ชมอีกครั้งหรือไม่ แต่การเคลื่อนไหวในครั้งนี้นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่แฟนๆ จะมีความหวังได้กลับมารับชมความสนุกของซิตคอมเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะแม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไร ซิตคอมเรื่องนี้ก็ยังคงวนเวียนอยู่บนโซเชียล ถูกหยิบยกมาพูดถึงอยู่เสมอ

 

สำหรับ เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร เป็นซิตคอมจากค่ายภาพยนตร์ GTH และ aqua media 360 ที่บอกเล่าเรื่องของชาวคอนโดสวัสดีทวีสุข พร้อมความสัมพันธ์อันแสนวุ่นวายทั้งในรูปแบบของเพื่อน พี่น้อง และคนรัก ท่ามกลางความสับสนว่าใครกันแน่คือเนื้อคู่ที่แท้จริง

 

ภาพ: opalpanisara / Instagram

 

อ้างอิง: https://www.instagram.com/reel/DWO8tsNklJD/?utm_source=ig_web_copy_link&igsh=MzRlODBiNWFlZA==

 

#เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร

 

#truelovenextdoor

 

#TheStandardPop

The post เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร รวมทีมรียูเนียน เตรียมสานต่อเรื่องราวชาวคอนโดในปี 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
GDH พาย้อนความทรงจำกับงาน GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต วันที่ 14 มิ.ย. นี้ https://thestandard.co/gdh-orchestra-movie-concert/ Sat, 07 Feb 2026 11:56:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1175286 ภาพโปรโมทงาน GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต ที่จะจัดขึ้นวันที่ 14 มิ.ย. 69

GDH ยกทัพนักแสดงและศิลปินมาร่วมย้อนกลับสู่ความทรงจำอันแ […]

The post GDH พาย้อนความทรงจำกับงาน GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต วันที่ 14 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโปรโมทงาน GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต ที่จะจัดขึ้นวันที่ 14 มิ.ย. 69

GDH ยกทัพนักแสดงและศิลปินมาร่วมย้อนกลับสู่ความทรงจำอันแสนประทับใจใน GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต ผ่านบทเพลงและฉากในตำนานจาก GTH และ GDH ในออร์เคสตราเต็มรูปแบบ ที่จะจัดขึ้นทั้งหมด 2 รอบการแสดง ในวันที่ 14 มิถุนายน 2026 ณ One Bangkok Forum

 

โดยโปรเจกต์นี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ร่วมกับ บริษัท เอส ทู ออร์กาไนเซอร์ จำกัด พร้อมมอบความสนุกให้กับคอหนัง ที่จะพาทุกคนย้อนไปสู่เรื่องราวประทับใจจากจักรวาล GTH และ GDH ผ่าน 94 หนัง 100 เพลง ในความทรงจำให้กลายเป็นประสบการณ์การแสดงสดบนเวที

 

ความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้คือการรวมตัวของศิลปินและนักแสดงจากภาพยนตร์ดังและซีรีส์สุดฮิตจาก GTH & GDH มาร่วมสร้างความทรงจำ อาทิ บิวกิ้น พุฒิพงศ์, เจฟ ซาเตอร์, อิงฟ้า วราหะ, เก่ง หฤษฎ์, นุนิว ชวรินทร์, อิ้งค์ วรันธร รวมถึงทีมนักแสดงจาก SuckSeed และนักแสดงจาก Hormones วัยว้าวุ่น พร้อมด้วยทีมพระเอกและนางเอกจาก GTH & GDH อีกมากมาย

 

สำหรับการจองบัตรพร้อมเปิดจำหน่ายในวันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา และ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 8,000 บาท / 6,000 บาท / 5,000 บาท / 4,000 บาท / 3,500 บาท / 3,000 บาท

 

นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่ายบัตร จำนวน 5,000,000 บาท จะมอบให้กับมูลนิธิดวงใจใหม่ เพื่อผ่าตัดหัวใจผู้ป่วยระยะเร่งด่วน จำนวน 111 ดวง ร่วมสร้างโมเมนต์สุดประทับใจไปด้วยกันทั้ง 2 รอบการแสดงในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ เวลา 14.00 น.และ 19.30 น. ณ One Bangkok Forum

 

ภาพ: SF Cinema

The post GDH พาย้อนความทรงจำกับงาน GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต วันที่ 14 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฉลองครบรอบ 10 ปี กับเพลย์ลิสต์ 10 เพลงในตำนานจากซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น ทั้ง 3 ซีซัน https://thestandard.co/10-years-1-playlists-hormones/ Fri, 26 May 2023 13:02:05 +0000 https://thestandard.co/?p=795830

ซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น Season 1 เพิ่งครบรอบ 10 ปีไป […]

The post ฉลองครบรอบ 10 ปี กับเพลย์ลิสต์ 10 เพลงในตำนานจากซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น ทั้ง 3 ซีซัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น Season 1 เพิ่งครบรอบ 10 ปีไปเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซีรีส์ที่นอกจากจะอยู่ในความทรงจำของคนรุ่นใหม่หลายต่อหลายคนที่เติบโตไปพร้อมๆ กับตัวละครตลอด 3 ซีซัน อีกทั้งยังเป็นผลงานแจ้งเกิดให้กับนักแสดงรุ่นใหม่ให้เติบโตขึ้นในวงการบันเทิงอีกมากมาย

 

Hormones วัยว้าวุ่น Season 1 ได้ฉายสู่สายตาผู้ชมเป็นครั้งแรกทางช่องจีเอ็มเอ็ม วัน เป็นผลงานของ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ที่นอกจากจะมาร่วมรังสรรค์ผลงานในฐานะผู้กำกับแล้ว เขายังควบหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์อีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้สร้างผลงานคุณภาพไว้มากมาย เช่น แฟนฉัน (2546), เด็กหอ (2549), ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น (2551) ฯลฯ

 

‘กระแสฮอร์โมนฟีเวอร์’ ที่โด่งดังอย่างมาก ณ ขณะนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่น ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น ทั้งสองซีซันในเวลาต่อมา ภายใต้ชื่อ Hormones วัยว้าวุ่น Season 2 (2557) และ Hormones 3 The Final Season (2558) สำหรับทั้งสองซีซันนี้ได้นักเขียนบทมือทองที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับอย่าง ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร มาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน โดยผลงานการเขียนบทก่อนหน้านี้ของเขา ได้แก่ ฝัน หวาน อาย จูบ (2551) และ Before Valentine ก่อนรัก…หมุนรอบตัวเรา (2552)

 

นอกจากจะเป็นซีรีส์ที่หยิบยกเรื่องราวชีวิตจริงของวัยรุ่นอย่างตรงไปตรงมาในหลายๆ แง่มุมมานำเสนอแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ที่ขับเคลื่อนให้คนดูเข้าถึงห้วงอารมณ์ของตัวละครคือเพลงประกอบซีรีส์ที่ได้สอดแทรกไว้ในแต่ละตอน

 

THE STANDARD POP จึงคัดเลือก 10 เพลงในความทรงจำ เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีของซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น ที่จะพาทุกคนได้กลับไปเป็นส่วนหนึ่งกับเหล่าวัยรุ่นแห่งโรงเรียนนาดาวบางกอกอีกครั้ง

 

สำหรับแฟนๆ Hormones วัยว้าวุ่น ที่ต้องการแบ่งปันเพลงในความทรงจำของตนเอง สามารถมาแชร์กันได้ที่คอมเมนต์ข้างล่างนี้

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

อ้างอิง:

The post ฉลองครบรอบ 10 ปี กับเพลย์ลิสต์ 10 เพลงในตำนานจากซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น ทั้ง 3 ซีซัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอสฉันขยันเชือด หนังเปิดตัวค่าย TAI MAJOR ที่มาพร้อมบิ๊กไอเดียที่ ‘แข็งแรง’ แต่เนื้อเรื่องกลับ ‘ไม่มั่นคง’ https://thestandard.co/my-boss-is-a-serial-killer-tai-major-3/ Fri, 02 Apr 2021 12:42:21 +0000 https://thestandard.co/?p=472010 บอสฉันขยันเชือด หนังเปิดตัวค่าย TAI MAJOR ที่มาพร้อมบิ๊กไอเดียที่ ‘แข็งแรง’ แต่เนื้อเรื่องกลับ ‘ไม่มั่นคง’

บอสฉันขยันเชือด คือผลงานเรื่องแรกจากค่าย TAI MAJOR ที่ก […]

The post บอสฉันขยันเชือด หนังเปิดตัวค่าย TAI MAJOR ที่มาพร้อมบิ๊กไอเดียที่ ‘แข็งแรง’ แต่เนื้อเรื่องกลับ ‘ไม่มั่นคง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอสฉันขยันเชือด หนังเปิดตัวค่าย TAI MAJOR ที่มาพร้อมบิ๊กไอเดียที่ ‘แข็งแรง’ แต่เนื้อเรื่องกลับ ‘ไม่มั่นคง’

บอสฉันขยันเชือด คือผลงานเรื่องแรกจากค่าย TAI MAJOR ที่ก่อตั้งโดยสองพี่น้อง วิสูตร และวิชา พูลวรลักษณ์ ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการภาพยนตร์ไทยมาอย่างยาวนาน โดยมีวิสูตรที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมสร้างและเป็นผู้บริหารค่าย GTH จนประสบความสำเร็จ มาดูแลการผลิตในฐานะโปรดิวเซอร์ด้วยตัวเอง

 

นอกจากนี้ยังได้ ศรณ์พัฒน์ ปราการะนันท์ และภูวนิตย์ ผลดี หนึ่งในผู้กำกับจาก โอเวอร์ไซส์ ทลายพุง (2560) ภายใต้ค่ายเก่าของวิสูตรอย่าง T Moment มารับหน้าที่กำกับในครั้งนี้ (โดยค่าย T Moment ของวิสูตรได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2562 เนื่องจากผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย)

 

บอกเล่าเรื่องราวของ เมษา (มุกดา นรินทร์รักษ์), โบกี้ (ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร) และ หลิน (ผักกาด-พอวิไล อภิรัชฎาพร) สามสาวพนักงานออฟฟิศได้บังเอิญไปพบเบาะแสที่บ่งชี้ว่า ต้น (ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา) บอสของพวกเธออาจจะเป็นฆาตกรที่ฆ่าสาวออฟฟิศในบริษัท 

 

จนกระทั่งวันหนึ่ง โจ๊ก (นอท-สัณหณัฐ ทิราชีพ) พนักงานหนุ่มที่เคยมีปากเสียงกับบอสได้หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ทั้งสามสาวจึงต้องขอความช่วยเหลือจาก ดร.อัง (โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน) เจ้าพ่อทฤษฎีสมคบในการสืบหาตัวตนที่แท้จริงของบอส

 

บอสฉันขยันเชือด

 

สำหรับคอหนังไทยที่เคยติดตามผลงานจากค่าย T Moment ทั้ง 3 เรื่องอย่าง โอเวอร์ไซส์ ทลายพุง (2560), App War แอปชนแอป (2561) และ The Pool นรก 6 เมตร (2561) เราจะสังเกตได้อย่างหนึ่งว่า จุดร่วมของผลงานทั้ง 3 เรื่องที่โดดเด่นมากๆ คือบิ๊กไอเดียของเรื่องที่แปลกใหม่และน่าสนใจ  

 

ทั้ง โอเวอร์ไซส์ ทลายพุง ที่บอกเล่าเรื่องราวของ 4 นายตำรวจหุ่นหมีที่ต้องทำภารกิจลดน้ำหนักเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องถูกปลด, App War แอปชนแอป ที่หยิบนำการแข่งขันของธุรกิจสตาร์ทอัพยุคใหม่มานำเสนอในรูปแบบของหนังโรแมนติก-คอเมดี้ และ The Pool นรก 6 เมตร หนังแนวเอาตัวรอดที่ตั้งคำถามง่ายๆ แต่น่าสนใจว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณต้องติดอยู่ในสระว่ายน้ำลึก 6 เมตรกับจระเข้หนึ่งตัว ทั้งหมดนี้แสดงให้เราเห็นถึงเป้าหมายของวิสูตรที่ต้องการผลิตผลงานที่โดดเด่นด้วยบิ๊กไอเดียที่ ‘แข็งแรง’ ออกมาให้คอหนังไทยได้ชมมากขึ้น 

 

เช่นเดียวกับ บอสฉันขยันเชือด ที่หยิบเรื่องราวของฆาตกรต่อเนื่อง มานำเสนอด้วยรสชาติของหนังแนวคอเมดี้-สืบสวน ซึ่งสร้างแรงดึงดูดให้เราตีตั๋วเข้าไปชมในโรงภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี

 

แต่เมื่อได้ชมจนจบ เรากลับพบว่า บอสฉันขยันเชือด มีจุดด้อยที่ไม่มั่นคงอยู่พอสมควร

 

บอสฉันขยันเชือด

 

จุดด้อยข้อแรกที่เห็นชัดมากที่สุด คือปมปัญหาภายในเรื่องที่ถูกปูเอาไว้อย่างน่าสนใจและชวนติดตาม แต่กลับไม่ได้ถูกหยิบมาใช้อย่างเต็มที่

 

เช่น การปูเบื้องหลังของสองตัวละครหลักอย่างเมษาและโบกี้ สองเพื่อนสนิทที่เคยทำช่องยูทูบด้วยกันในสมัยเรียน แต่ด้วยเหตุการณ์บางอย่างจึงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มห่างจากกัน ซึ่งในช่วงแรกตัวหนังค่อนข้างนำเสนอปมปัญหาในจุดนี้ได้น่าสนใจมากๆ จนกระทั่งเรื่องราวดำเนินมาถึงช่วงคลายปมปัญหา หนังกลับเลือกใช้ประเด็นในการคลี่คลายที่ค่อนข้างเรียบง่าย จนไม่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นกับประเด็นดังกล่าวอย่างที่ควรจะเป็น

 

การให้ความสำคัญกับการคลี่คลายปมปัญหาภายในเรื่อง จึงเป็นจุดด้อยสำคัญที่ลดทอนความน่าติดตามของหนังลงไปพอสมควร

 

อีกหนึ่งข้อที่เห็นได้ชัด คือบทบาทของตัวละครอย่าง ดร.อัง ผู้สวมบทโดย โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน ที่มีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นมากๆ ตั้งแต่ปรากฏตัวออกมาในตัวอย่าง แต่หนังกลับไม่ได้หยิบความโดดเด่นของเขามาใช้อย่างเต็มที่ ซึ่งเราคิดว่าหากทีมสร้างให้เวลาในการเล่าเรื่องกับ ดร.อัง อีกสักหน่อย เขาจะเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่สร้างสีสันให้กับเนื้อเรื่องได้เป็นอย่างดี 

 

บอสฉันขยันเชือด

 

 อีกด้านหนึ่ง จุดเด่นของ บอสฉันขยันเชือด ที่นำเสนอได้ลงตัวมากๆ คือมุกตลกขบขันที่ใส่เข้ามาอย่างตรงจังหวะ รวมถึงทัพนักแสดงทุกคนต่างถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของตัวเองได้อย่างมีเสน่ห์ โดยเฉพาะ ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ผู้สวมบทเป็น ต้น ที่แผ่รังสีความน่าเกรงขามและความเข้มงวดออกมา จนทำให้เรารู้สึกหวาดระแวงบอสผู้เต็มไปด้วยปริศนาคนนี้ตามไปด้วย

 

รวมถึง 3 นักแสดงหญิงอย่าง มุกดา นรินทร์รักษ์, ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร และผักกาด-พอวิไล อภิรัชฎาพร ที่รับบทเป็นสาวออฟฟิศที่ต้องร่วมมือกันตามหาตัวจริงของบอส ซึ่งเป็น 3 ตัวละครที่ออกแบบคาแรกเตอร์ออกมาได้ลงตัวมากๆ เมื่อพวกเธอปรากฏตัวอยู่ในซีนร่วมกัน

 

จากทั้งหมดที่กล่าวมา บอสฉันขยันเชือด ผลงานเรื่องแรกจาก TAI MAJOR จึงเป็นหนังที่มีบิ๊กไอเดียค่อนข้างแข็งแรงและชวนให้ผู้ชมติดตาม แต่ขณะเดียวกันตัวหนังกลับมีจุดด้อยด้านเนื้อเรื่องที่ไม่มั่นคงเทียบเท่าบิ๊กไอเดีย 

 

บอสฉันขยันเชือด เข้าฉายอย่างเป็นทางการแล้วในโรงภาพยนตร์ ควรลองไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง 

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่

 

 

The post บอสฉันขยันเชือด หนังเปิดตัวค่าย TAI MAJOR ที่มาพร้อมบิ๊กไอเดียที่ ‘แข็งแรง’ แต่เนื้อเรื่องกลับ ‘ไม่มั่นคง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 พฤศจิกายน 2557 – 5 ปี เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน 13 เรื่องเล่าที่ทั้งเศร้าและน่ากลัว https://thestandard.co/poponthisday01112557/ Fri, 01 Nov 2019 11:24:11 +0000 https://thestandard.co/?p=303583 เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน

ภารกิจตามหาหัวให้เจอ ไม่เช่นนั้นจะตายภายในสองวัน, สาวสว […]

The post 1 พฤศจิกายน 2557 – 5 ปี เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน 13 เรื่องเล่าที่ทั้งเศร้าและน่ากลัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน

ภารกิจตามหาหัวให้เจอ ไม่เช่นนั้นจะตายภายในสองวัน, สาวสวยจากโรงเรียนกวดวิชาผู้มาพร้อมความลับ, คลิปเกรียนหลอกแกล้งคนที่ดันถ่ายติดของจริง, ปริศนาหุ่นชุดไทยในห้องนาฏศิลป์, คราบสีดำหน้าตึกเรียนไร้ที่มา, ห้องเสียงตามสายที่ถูกปิดตาย ฯลฯ 

 

ส่วนหนึ่งใน 13 เรื่องเล่าสุดสยองจากค่าย GTH ที่ทำให้ผู้ชมทั่วประเทศได้สัมผัสกันเต็มสองตา ผ่านซีรีส์ชุด เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน หนังสั้นจบในตอนที่บอกเล่าเรื่องราวภายใต้คอนเซปต์ที่ว่า ทุกโรงเรียนล้วนมีความลับ และเรื่องเล่าที่ไม่อยากให้นักเรียนรู้ 

 

เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เริ่มออกอากาศแนะนำนักแสดง ผู้กำกับ และตัวอย่างเรื่องเล่า EP.0 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 ทางช่องโทรทัศน์ GTH ON AIR และ GMM Channel ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามองของค่าย ที่รวมผู้กำกับทั้งหน้าเก่าและใหม่ มาวาดลวดลายปล่อยของสร้างความสยองกันอย่างเต็มที่ 

 

และยังได้นักแสดงวัยรุ่นมากฝีมือ อย่าง ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์, แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์, ฟรัง-นรีกุล เกตุประภากร, มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง ฯลฯ ที่แม้จะมีเวลาเพียงแค่ 1 ตอน แต่ทุกคนก็โชว์ฝีมือสร้างความหลอนได้อย่างน่าจดจำ

 

เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ได้เสียงตอบรับอย่างดีโดยเฉพาะในโลกอินเทอร์เน็ต ที่พูดเป็นเสียงเดียวกันถึงความดาร์ก หลอน ชวนขนลุกที่ซุกซ่อนอยู่ในทุกเอพิโสด ยังสามารถย้อนความทรงจำกลับไปหาบรรยากาศเหล่านั้นอีกครั้งได้ใน Netflix  

The post 1 พฤศจิกายน 2557 – 5 ปี เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน 13 เรื่องเล่าที่ทั้งเศร้าและน่ากลัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้หรือไม่? รถไฟฟ้า มาหานะเธอ คือหนังที่ทำให้ค่าย GTH ผ่านวิกฤต ‘ตัวแดง’ และเดินหน้าสร้างผลงานคุณภาพมาจนถึงทุกวันนี้ https://thestandard.co/bangkok-traffic-love-story-3/ Tue, 15 Oct 2019 08:16:33 +0000 https://thestandard.co/?p=295505 รถไฟฟ้า มาหานะเธอ

รู้หรือไม่ว่าก่อนที่จะกลายมาเป็นค่ายหนัง ‘อารมณ์ดี’ ที่ […]

The post รู้หรือไม่? รถไฟฟ้า มาหานะเธอ คือหนังที่ทำให้ค่าย GTH ผ่านวิกฤต ‘ตัวแดง’ และเดินหน้าสร้างผลงานคุณภาพมาจนถึงทุกวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถไฟฟ้า มาหานะเธอ

รู้หรือไม่ว่าก่อนที่จะกลายมาเป็นค่ายหนัง ‘อารมณ์ดี’ ที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน GTH (แยกตัวออกมาเป็น GDH 559 ในปัจจุบัน) รายได้ช่วงแรกของการก่อตั้งบริษัทติดบัญชีตัวแดงมาตลอดระยะเวลา 7 ปี จน เก้ง-จิระ มะลิกุล และทีมผู้บริหารต้องกลับมาคุยกันว่าจะปิดบริษัทดีหรือเปล่า 

 

จนกระทั่งมีหนังเรื่อง รถไฟฟ้า มาหานะเธอ ที่เข้าฉายในวันที่ 15 ตุลาคม 2552 และทำรายได้ไป 145.82 ล้านบาท ทำให้เริ่มมองเห็นตัวเลขสีเขียวในบัญชีขึ้นมา และเดินหน้าผลิตผลงานคุณภาพออกมาจนถึงปัจจุบัน 

 

แต่ว่าจะมาถึงจุดที่เข้าฉายให้ทุกคนได้รับชม รถไฟฟ้า มาหานะเธอ เป็นโปรเจกต์ที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2547 และใช้เวลา 4 ปี จึงจะผ่านการพิจารณาให้เข้าสู่กระบวนการถ่ายทำได้ในปี 2551 และเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าฉายในปีต่อมา 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
อ้างอิง:

The post รู้หรือไม่? รถไฟฟ้า มาหานะเธอ คือหนังที่ทำให้ค่าย GTH ผ่านวิกฤต ‘ตัวแดง’ และเดินหน้าสร้างผลงานคุณภาพมาจนถึงทุกวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“คิดว่าแม่ไม่มาเหรอ” ย้อนความทรงจำซีนสะท้อนหัวใจ ‘ลูก’ จากหนัง ‘บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้)’ https://thestandard.co/the-little-comedian/ Mon, 12 Aug 2019 13:34:29 +0000 https://thestandard.co/?p=278198 บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน พ่อสอนไว้

“เก้าอี้ที่หน้าเวทียังว่างเปล่า”    เสียงเพลง […]

The post “คิดว่าแม่ไม่มาเหรอ” ย้อนความทรงจำซีนสะท้อนหัวใจ ‘ลูก’ จากหนัง ‘บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้)’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน พ่อสอนไว้

“เก้าอี้ที่หน้าเวทียังว่างเปล่า” 

 

เสียงเพลง ค่าน้ำนม ดังคลอกังวานไปทั้งงาน ตัวอักษรที่ตัดจากโฟมเขียนแปะไว้ว่าเป็น งานวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2546 ที่โรงเรียนอนุบาลลพบุรี 

 

บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน พ่อสอนไว้

 

จะถึงรอบติดดอกมะลิให้แม่อยู่แล้ว แต่เก้าอี้ในตำแหน่งของตัวเองยังว่างเปล่า ต๊อก ลูกชายคนโตของ เพลิน หัวหน้าคณะตลก ในวัยอนุบาลทำหน้าบอกบุญไม่รับ ต๊อกชะเง้อคอ ทอดสายตามองไปรอบงาน พร้อมทำหน้าบอกบุญไม่รับ เพราะแม่ๆ ของเพื่อนร่วมชั้นมากันพร้อมเพรียง 

 

แต่ทันใดนั้น เฉียดฉิวก่อนถึงวินาทีสำคัญที่เสียงจากไมโครโฟนจะต้องประกาศให้ลูกๆ ก้มกราบ ตามด้วยการติดเข็มกลัดดอกมะลิที่อกแม่ อยู่ๆ ก็มีฝีเท้าหนึ่งเดินฝ่าเหล่าแม่ๆ แล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ที่เคยว่างเปล่า 

 

และแม้ว่าผู้ที่เดินมาถึงจะไม่ใช่ ‘แม่ผู้ให้กำเนิด’ แต่การมาของของเพลิน ผู้เป็นพ่อ ที่แต่งองค์ทรงเครื่องมาในคราบของเพศหญิงนั้น นอกจากสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แต่มันยังเป็นทั้งวินาทีที่ช่วยเติมเต็มความรู้สึกที่โดดเดียว แปลกแยก แตกต่างสำหรับต๊อก…  

 

และสำหรับผู้ชม มันยังเป็นหนึ่งในหลายๆ ซีนประทับใจจากภาพยนตร์ไทย บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) ที่ให้ทั้งความซาบซึ้งและอารมณ์ร่วม เพราะเชื่อเหลือเกินว่า คงมีผู้ชมชาวไทยอีกมากมายที่เคยผ่านประสบการณ์ร่วมในกิจกรรมเดียวกันนี้เก็บที่แห่งใดแห่งหนึ่งในลิ้นชักความทรงจำ 

 

แม่: ต๊อกจำงานวันแม่ตอนที่ต๊อกอยู่อนุบาลได้ไหม 

ต๊อก: วันนั้นน่ะแม่มาสาย 

แม่: แม่ไม่ได้ไป / แม่จะไปได้ยังไง วันนั้นน่ะวันเกิดไอ้ม่อน 

ต๊อก: วันเกิดม่อนเกี่ยวไร

แม่: ต๊อก แม่ไปคลอดไอ้ม่อนที่โรงพยาบาล แล้วจะไปงานโรงเรียนลูกได้ยังไง นี่ นึกดูดีๆ สิ วันนั้นน่ะใครไป 

 

(เสียงคุณครูจากลำโพง: นักเรียนพนมมือ กราบ ติดดอกไม้ให้แม่หน่อยครับ) 

 

พ่อ: คิดว่าแม่ไม่มาเหรอ มาาา แต่มาช้าไปนิดหนึ่ง 

ต๊อก: หัวเราะ 

 

บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน พ่อสอนไว้

 

สำคัญที่สุดในโมงยามที่ผู้คนจำนวนมากในปัจจุบันได้ออกมาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยเรียกร้องให้ยกเลิกการจัดกิจกรรมวันแม่ โดยการเชิญแม่มาให้ลูกกราบไหว้ มอบพวงมาลัย หรือมอบดอกมะลิให้กับแม่ โดยหลายคนมองว่า กิจกรรมเหล่านี้เป็นเหมือนดาบสองคม เพราะอาจจะมีผลกระทบกับสภาพจิตใจของเด็กในกลุ่มที่แม่ไม่มา ไม่ได้จะด้วยปัจจัยจำเป็นใดๆ ก็ตาม 

 

บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน พ่อสอนไว้

บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน พ่อสอนไว้

 

หนึ่งในนั้นคือ นักเขียน นักคิด นักร้อง นักแต่งเพลงอย่าง ศุ บุญเลี้ยง ที่ได้เขียนข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ใจความบางตอนกล่าวว่า “ทางโรงเรียนไม่ควรจัดงานวันแม่ โดยการชักชวนให้นำแม่มาให้นักเรียนกราบไหว้ที่โรงเรียน เพราะการให้ผู้ปกครองมาโรงเรียนในวันสำคัญ เป็นการสร้างความสะเทือนใจให้กับนักเรียนซึ่งพ่อแม่ไม่สามารถจะมาร่วมงานได้” 

 

เช่นเดียวกับ หมู-พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ ที่ได้แสดงความคิดเห็นทางเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกิจกรรมวันแม่ในโรงเรียน ใจความส่วนหนึ่งว่า “พอลูกดิฉันเข้าอนุบาล 3 ถึงวันแม่, วันพ่อทีไร แทนที่ดิฉันจะไปนั่งร่วมพิธีที่โรงเรียน ให้ลูกได้กราบแสดงความกตัญญู ดิฉันมักจะชวนลูกโดดเรียนค่ะ ใช่ค่ะ คุณฟังไม่ผิด โดดเรียน พาเขาไปนั่งรถไฟเที่ยว ดูหนังบ้าง เดินห้างฯ บ้าง แฮปปี้มากค่ะ หากต้องการแสดงความรักความกตัญญูก็มากราบแม่ที่บ้าน 2 คน ก็พอ” 

 

แม้คำตอบล่าสุดจาก คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน ซึ่งได้กล่าวยืนยันเกี่ยวกับกรณีนี้ไว้ส่วนหนึ่งว่า “กิจกรรมวันพ่อ วันแม่มีเพียงปีละครั้ง เพื่อให้ลูกได้แสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่เป็นสิ่งที่ดี เพียงแต่กิจกรรมนี้อาจไปกระทบต่อเด็กบางคนที่ไม่มีพ่อหรือแม่มาร่วมกิจกรรม ซึ่งเข้าใจได้ แต่ไม่ควรยกเลิก” 

 

บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน พ่อสอนไว้

 

แต่ THE STANDARD POP ยังหวังว่า ปีต่อๆ ไปในอนาคต เราจะได้เห็นการออกแบบกิจกรรมวันพ่อและวันแม่ที่สร้างสรรค์ ใส่ใจ และคำนึงถึงหัวจิตหัวใจของเด็กๆ ทุกชีวิตได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้ 

 

บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) กำกับโดย วิทยา ทองอยู่ยง และ เมษ ธราธร นำแสดงโดย ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล, พอลล่า เทเลอร์, จตุรงค์ มกจ๊ก, ณิชาพัชร์ จารุรัตนวารี ออกฉายครั้งแรกในปี 2553 เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ชั้นเยี่ยมของค่ายหนัง GTH ที่ผู้คนยังรักและจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ 

 

ขอบคุณภาพจาก: ภาพยนตร์ บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) ผลิตโดย GTH 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post “คิดว่าแม่ไม่มาเหรอ” ย้อนความทรงจำซีนสะท้อนหัวใจ ‘ลูก’ จากหนัง ‘บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้)’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
29 เมษายน 2547 กำเนิด บริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด (GTH) ปรากฏการณ์คลื่นลูกใหม่แห่งวงการภาพยนตร์ไทย https://thestandard.co/pop-on-this-day-29-april-2547/ Sun, 28 Apr 2019 07:39:51 +0000 https://thestandard.co/?p=244013 gth

ย้อนกลับไปในปี 2546 เมื่อภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน เข้าฉายแ […]

The post 29 เมษายน 2547 กำเนิด บริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด (GTH) ปรากฏการณ์คลื่นลูกใหม่แห่งวงการภาพยนตร์ไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
gth

ย้อนกลับไปในปี 2546 เมื่อภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน เข้าฉายและได้กลายเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของวงการหนังไทย นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เพียงพิสูจน์ว่าภาพยนตร์แนวรักวัยใสก็ทำเงินได้ แต่ยังก่อให้เกิดคลื่นลูกใหม่ของคนทำหนังไทยที่ยังคงสร้างสรรค์ผลงานและทรงอิทธิพลมาจนถึงทุกวันนี้ คลื่นที่ว่าก็คือการก่อตั้งบริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด หรือชื่อย่อที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง GTH

 

หลังจากความสำเร็จของ แฟนฉัน ซึ่งเกิดจากการร่วมทุนสร้างของ 3 บริษัท ได้แก่ จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์, ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และหับโห้หิ้น ฟิล์ม ก็ได้มีการรวมตัวเพื่อจัดตั้งเป็นบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2547 โดยนำตัวอักษรแรกของชื่อบริษัทร่วมหุ้นทั้งสามมาเรียงกันจนกลายเป็นชื่อ GTH (G = จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์, T = ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และ H = หับโห้หิ้น ฟิล์ม)

 

ตลอดเวลากว่า 10 ปี GTH ได้ผลิตภาพยนตร์หลากหลายแนวออกสู่สายตาผู้ชมชาวไทย ทั้งโรแมนติก คอเมดี้ และสยองขวัญ โดยภาพยนตร์แต่ละเรื่องมักจะประสบความสำเร็จและได้รับคำชมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, รถไฟฟ้า มาหานะเธอ, กวน มึน โฮ, ลัดดาแลนด์, ATM เออรัก..เออเร่อ, คิดถึงวิทยา ซึ่งล้วนเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านบาท รวมไปถึง พี่มาก…พระโขนง ที่ทำรายได้กว่า 1,000 ล้านบาททั่วประเทศ จนได้ตำแหน่งหนังไทยที่มีรายได้สูงที่สุด

 

ช่วงปี 2558 GTH เกิดข้อขัดแย้งเกี่ยวกับแนวทางในการบริหาร เนื่องจากผู้ก่อตั้งมีความเห็นไม่สอดคล้องกันเรื่องการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นผลให้ยุติการรวมตัวกันเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2558 โดยจีเอ็มเอ็มและหับโห้หิ้นแยกมาเปิดบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ จีดีเอช ห้าห้าเก้า ซึ่งมีผลงานเด่นๆ ทั้ง ฉลาดเกมส์โกง, น้อง.พี่.ที่รัก และล่าสุดอย่าง Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน ส่วนไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ แยกตัวมาตั้ง บริษัท ที โมเมนต์ จำกัด โดยมีผลงานซึ่งเป็นกระแสอย่าง App War แอปชนแอป และ The Pool นรก 6 เมตร

 

ภาพ: GTH

The post 29 เมษายน 2547 กำเนิด บริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด (GTH) ปรากฏการณ์คลื่นลูกใหม่แห่งวงการภาพยนตร์ไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
24 เมษายน 2551 – ครบรอบ 11 ปี ‘สี่แพร่ง’ หนังผี 4 ตอน ที่สร้างความหลอนไปทั่วประเทศ https://thestandard.co/poponthisday24042551/ Wed, 24 Apr 2019 11:27:49 +0000 https://thestandard.co/?p=255534 สี่แพร่ง

หากพูดถึงหนังรักไทยที่มีพล็อตเรื่องย่อยๆ ประกอบอยู่ในหน […]

The post 24 เมษายน 2551 – ครบรอบ 11 ปี ‘สี่แพร่ง’ หนังผี 4 ตอน ที่สร้างความหลอนไปทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สี่แพร่ง

หากพูดถึงหนังรักไทยที่มีพล็อตเรื่องย่อยๆ ประกอบอยู่ในหนัง คงเป็นสไตล์งานสร้างที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง เช่นใน ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น, รัก 7 ปี ดี 7 หน, ฝัน หวาน อาย จูบ หรือ Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ แต่จะเป็นอย่างไร เมื่อลองนำสไตล์พล็อตย่อยแบบนั้นไปสร้างเป็นหนังผี สี่แพร่ง คงเป็นตัวอย่างที่ดีของหนังสยองขวัญรูปแบบนี้ ที่ประกอบไปด้วยทั้งหมด 4 ตอน ซึ่งได้สร้างกระแสความหลอนไปทั่วประเทศ จนนำมาสู่ความสำเร็จด้านรายได้

 

สี่แพร่ง เข้าฉายเมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2551 โดยถือเป็นการรวมตัวของผู้กำกับฝีมือดีถึง 4 คน ที่มารับหน้าที่ถ่ายทอดความสยองในแต่ละเรื่องย่อย ได้แก่ ยงยุทธ ทองกองทุน จาก สตรีเหล็ก (กำกับตอน เหงา), ปวีณ ภูริจิตปัญญา จาก บอดี้..ศพ#19 (กำกับตอน ยันต์สั่งตาย), บรรจง ปิสัญธนะกูล และ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ จาก ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ และ แฝด (กำกับตอน คนกลางและเที่ยวบิน 224) พร้อมนักแสดงมากหน้าร่วมสิบชีวิตอย่าง มณีรัตน์ คำอ้วน, วิทวัส สิงห์ลำพอง, อภิญญา สกุลเจริญสุข, ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, พงศธร จงวิลาศ, อัฒรุต คงราศรี, กันตพัฒน์ สีดา และ เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์

 

หนังแบ่งออกเป็น 4 ตอน ได้แก่ เหงา: เล่าเรื่องราวของ ปิ่น สาวขาหัก ผู้ต้องอาศัยอยู่ในห้องพักคนเดียว กระทั่งได้รับข้อความจากชายปริศนาทักมาว่าอยากรู้จักเธอ ก่อนเล่าว่า เขาอยู่คนเดียวมาครบ 100 วันแล้ว, ยันต์สั่งตาย: พูดถึงกลุ่มนักศึกษาเกเรที่ไปรังแกลูกชายหมอผี จนเขาเคียดแค้น และทำพิธีเสกยันต์สั่งตาย ซึ่งจะทำให้ใครที่สบตากับยันต์ต้องมีอันเป็นไป, คนกลาง: เป็นเรื่องของ เต๋อ เผือก ชิน และเอ 4 วัยรุ่น ผู้ไปล่องแก่งกลางป่า แต่กลับประสบอุบัติ จนเพื่อนคนหนึ่งเสียชีวิต ความน่ากลัวเริ่มขึ้นเมื่อเพื่อนคนนั้นดันกลับมาหากลุ่มในคืนถัดมา, เที่ยวบิน 224 เล่าเรื่องราวของ พิม แอร์โฮสเตสสาว ผู้ต้องดูแลศพบุคคลสำคัญขณะลำเลียงขึ้นเครื่องบิน โดยที่เธอได้มีเรื่องบาดหมางกับศพนั้นขณะที่ยังมีชีวิตอยู่

 

สี่แพร่ง สร้างกระแสความฮิตถล่มทลายอย่างมากในหมู่คนดู โดยทำรายได้ไปสูงถึง 85 ล้านบาททั่วประเทศ และด้วยความสำเร็จนี้ จึงทำให้มีภาคต่ออย่าง ห้าแพร่ง ออกมาในเดือนกันยายน พ.ศ. 2552

The post 24 เมษายน 2551 – ครบรอบ 11 ปี ‘สี่แพร่ง’ หนังผี 4 ตอน ที่สร้างความหลอนไปทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
17 มีนาคม พ.ศ. 2554 – ครบรอบ 7 ปี ‘SuckSeed ห่วยขั้นเทพ’: รวมพลคนห่วย ที่เต็มไปด้วยเรื่องรัก ความฮา น้ำตา และมิตรภาพ https://thestandard.co/pop-on-this-day-17-march-2562/ https://thestandard.co/pop-on-this-day-17-march-2562/#respond Sat, 16 Mar 2019 23:00:10 +0000 https://thestandard.co/?p=221726 the standard pop

“ภาพยนตร์ร็อกวัยรุ่น รักวัยเรียน ที่ผมอยากให้ผู้ชมได้รู […]

The post 17 มีนาคม พ.ศ. 2554 – ครบรอบ 7 ปี ‘SuckSeed ห่วยขั้นเทพ’: รวมพลคนห่วย ที่เต็มไปด้วยเรื่องรัก ความฮา น้ำตา และมิตรภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
the standard pop

“ภาพยนตร์ร็อกวัยรุ่น รักวัยเรียน ที่ผมอยากให้ผู้ชมได้รู้สึก นึกถึงความทรงจำ หรือเพลงบางเพลงที่มีพลังทำให้เราตะโกนแหกปาก กระโดดโลดเต้น หลั่งน้ำตา และสะเทือนใจกับความทรงจำเก่าๆ ของเรากับใครบางคน”  คือสิ่งที่ หมู-ชยนพ บุญประกอบ พูดถึงผลงานการกำกับครั้งแรกของเขาอย่าง SuckSeed ห่วยขั้นเทพ หนึ่งในหนังจากค่าย GTH ที่ยังคงติดอยู่ในใจใครหลายๆ คน ด้วยการนำเพลงร็อกเข้ามาผสมผสานกับเรื่องราววัยรุ่น ซึ่งเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความรัก ความหวัง น้ำตา และมิตรภาพ

 

ภาพยนตร์เข้าฉายเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2554 โดยเดิมที SuckSeed ห่วยขั้นเทพ เป็นโปรเจกต์หนังสั้น ซึ่งหมูทำสมัยเรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนที่ เก้ง-จิระ มะลิกุล โปรดิวเซอร์ค่าย GTH จะเห็นเข้าแล้วสนใจสร้างเป็นภาพยนตร์ขนาดยาว จึงติดต่อให้หมูมานั่งแท่นผู้กำกับ โดยได้ตัวดาราวัยรุ่นสุดฮอตอย่าง เก้า-จิรายุ ละอองมณี มานำแสดง ร่วมด้วยนักแสดงหน้าใหม่ในขณะนั้นอย่าง พีช-พชร จิราธิวัฒน์, แนท-ณัฐชา นวลแจ่ม และ เอิร์ธ-ธวัช พรรัตนประเสริฐ

 

SuckSeed ห่วยขั้นเทพ เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อน 4 คน อันประกอบด้วย เป็ด (เก้า) เด็กเห่ยไร้ความมั่นใจ ชอบทำอะไรตามเพื่อนและมักมีความคิดผิดๆ เกี่ยวกับเพลงไทย, คุ้ง (พีช) หนุ่มฮาอารมณ์แปรปรวน ผู้มักถูกน้องชายฝาแฝดที่ทั้งเรียนเก่งกว่าและเล่นดนตรีเก่งกว่าบดบัดเสมอ, เอ็กซ์ (เอิร์ธ) มือกลองบ้าพลัง และ เอิญ (แนท) เด็กใหม่ผู้มีฝีมือเล่นกีตาร์ระดับเทพ และเป็นคนที่เป็ดแอบชอบมาตั้งแต่สมัยประถม โดยทั้ง 4 ตั้งใจฟอร์มทีมเพื่อเข้าแข่งขัน Hot Wave Music Awards ก่อนจะต้องฝ่าฟันอุปสรรค ความบาดหมาง และเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาให้พวกเขาได้เรียนรู้    

 

อีกความพิเศษหนึ่งของหนัง คือการได้วงร็อกชื่อดังของไทยมาปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญในเรื่อง ทั้ง Bodyslam, Big Ass, So Cool, Moderndog และอีกมากมายนอกจากนี้ยังมีเพลงฮิตติดหูที่กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ไปพักใหญ่อย่างเพลง ทุ้มอยู่ในใจ, เพลงที่ฉันไม่ได้แต่ง และ ซักซี้ดนึง

 

ภาพ: GTH

The post 17 มีนาคม พ.ศ. 2554 – ครบรอบ 7 ปี ‘SuckSeed ห่วยขั้นเทพ’: รวมพลคนห่วย ที่เต็มไปด้วยเรื่องรัก ความฮา น้ำตา และมิตรภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pop-on-this-day-17-march-2562/feed/ 0
ย้อนตำนาน ‘ลัดดาแลนด์’ หนังผีดราม่าที่คุณอาจเสียน้ำตามากกว่ากลัว https://thestandard.co/laddaland/ https://thestandard.co/laddaland/#respond Thu, 25 Oct 2018 04:00:54 +0000 https://thestandard.co/?p=135908

“ผมขับรถตามจีพีเอส เพื่อจะไปลัดดาแลนด์ที่จังหวัดเชียงให […]

The post ย้อนตำนาน ‘ลัดดาแลนด์’ หนังผีดราม่าที่คุณอาจเสียน้ำตามากกว่ากลัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

“ผมขับรถตามจีพีเอส เพื่อจะไปลัดดาแลนด์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ขนลุกคือ จีพีเอสพาไปถึงทางตันที่ไม่สามารถไปต่อได้ ตอนนั้นกลางวันและมันไม่ได้น่ากลัวอะไร แต่ผมขนลุกเลย” จิม-โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ ผู้กำกับภาพยนตร์ ลัดดาแลนด์ เล่าให้เราฟังในวันที่ได้สัมภาษณ์ก่อนหนังเข้าฉายเดือนเมษายน พ.ศ. 2554

 

ลัดดาแลนด์ คือสวนดอกไม้และลานแสดงศิลปวัฒนธรรมขนาดใหญ่ของเมืองเชียงใหม่เมื่อหลายสิบปีก่อน ครั้งหนึ่งเคยเฟื่องฟูเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้คน แต่เมื่อเวลาผ่านไป กิจการก็เริ่มซบเซาจนปิดดำเนินการเมื่อ พ.ศ. 2520 และถูกทิ้งร้าง หลังจากนั้น ตำนานลัดดาแลนด์ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้จิม โสภณ ต่อยอดเป็นภาพยนตร์ผีดราม่าเข้มข้น ที่ทำรายได้รวมทั้งสิ้น 117 ล้านบาท และติดอันดับที่ 21 ภาพยนตร์ไทยทำรายได้สูงสุดตลอดกาล

 

“เราไม่ได้หยิบเอาลัดดาแลนด์ที่เชียงใหม่ขึ้นมาทำ ในหนังมันไม่ใช่ที่เดียวกันเลย มันมีกลิ่น มีบรรยากาศอะไรบางอย่างของเรื่องเล่าที่เขาเล่าๆ กันมาแค่นั้น เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจะอิงกับลัดดาแลนด์จริงๆ ของเขาอยู่แล้ว”

 

ลัดดาแลนด์ เล่าเรื่องผ่านหัวหน้าครอบครัวชนชั้นกลาง ธีร์ (สหรัถ สังคปรีชา) ที่ไม่ประสบความสำเร็จทั้งการงานและชีวิตส่วนตัว เขาต้องเอาลูกสาวคนโต แนน (สุทัตตา อุดมศิลป์) ไปฝากยายเลี้ยง จนลูกสาวถูกฝังหัวให้เกลียดพ่อ วันหนึ่งธีร์ได้งานเงินเดือนดีกว่าที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงพาภรรยา ป่าน (ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์), นัท ลูกชายวัย 5 ขวบ (อธิพิชญ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย) และแนน ย้ายเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านลัดดาแลนด์ ซึ่งนับวันเรื่องสยองขวัญก็เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ไม่หยุดหย่อน

 

เริ่มตั้งแต่ มะขิ่น สาวใช้พม่าของบ้านหลังหนึ่งถูกฆาตกรรมอย่างโหดร้าย และเอาศพซ่อนไว้ในตู้เย็น มะขิ่นกลายเป็นผีที่เฮี้ยนสุดๆ และสร้างซีนจดจำ ‘ผีตู้เย็น’ ให้กับหนังเรื่องนี้ ส่วนครอบครัวข้างบ้านของธีร์ที่ดูจะเป็นไม้เบื่อไม้เมามาตลอดเรื่อง ก็นับเป็นจุดพีกที่พาเรื่องราวไปสู่จุดแตกหัก (และเราไม่อยากสปอยล์) บอกได้เพียงว่าหลายฉากยังติดตามาจนถึงวันนี้

 

ปกติแล้วหนังผีมักจะขัดใจเราอยู่เสมอ ว่าทำไมตัวละครถึงได้ดันทุรังต่อไป แต่กับ ลัดดาแลนด์ ตัวบทฉลาดใช้เส้นเรื่องความจนตรอกของชีวิต ทำให้ธีร์และครอบครัวไม่อาจย้ายออกไปได้ แม้ว่าหมู่บ้านนั้นจะกลายเป็นหมู่บ้านผีสิงแล้วก็ตาม การมีงานทำ มีบ้านเดี่ยวให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า เป็นสัญลักษณ์เพียงอย่างเดียวที่ทำให้ธีร์ได้รับการยอมรับ ทั้งจากครอบครัวและตัวตนของเขาเอง ไม่แน่ว่าบางที ‘ผี’ อาจจะน่ากลัวน้อยกว่า ‘ชีวิตจริงที่เจอ’ ก็เป็นได้

จิม โสภณ เล่าถึงฟีดแบ็กคนดูช่วง ลัดดาแลนด์ เข้าฉายไว้ว่า “ผมไม่เคยทำหนังแนวนี้มาก่อน มันเป็นหนังผีที่ดราม่าเข้มข้นมากๆ ปกติเราจะลุ้นว่าผีเป็นใคร แต่เรื่องนี้เราจะเอาใจช่วยครอบครัวนี้ ซึ่งผีเป็นอุปสรรคหนึ่งของครอบครัวนี้ แล้วที่เซอร์ไพรส์มากสำหรับผมคือ ตอนที่ทุกคนดูหนังจบออกมาจากโรงฯ แทนที่จะบอกว่าหนังน่ากลัวมาก กลับมีแต่คนเดินน้ำตาไหลพรากออกมา”

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post ย้อนตำนาน ‘ลัดดาแลนด์’ หนังผีดราม่าที่คุณอาจเสียน้ำตามากกว่ากลัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/laddaland/feed/ 0
ครบรอบ 6 ปี เคาท์ดาวน์ มิตรภาพ ความฝัน จุดเริ่มต้นแรกของ บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ และเดวิด อัศวนนท์ บนเส้นทางบันเทิงไทย https://thestandard.co/countdown-5th-anniversary/ https://thestandard.co/countdown-5th-anniversary/#respond Wed, 20 Dec 2017 03:18:52 +0000 https://thestandard.co/?p=56569

  ย้อนกลับไปในวันนี้เมื่อ 6 ปีที่แล้ว เคาท์ดาวน์ ( […]

The post ครบรอบ 6 ปี เคาท์ดาวน์ มิตรภาพ ความฝัน จุดเริ่มต้นแรกของ บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ และเดวิด อัศวนนท์ บนเส้นทางบันเทิงไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

ย้อนกลับไปในวันนี้เมื่อ 6 ปีที่แล้ว เคาท์ดาวน์ (Countdown) คือหนังไทยแนวระทึกขวัญจากค่าย GTH เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555 กระทั่งเมื่อสิ้นสุดโปรแกรมฉาย แม้ว่า เคาท์ดาวน์ จะไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้ แต่ตัวหนังกลับได้รับเสียงชื่นชมถึงความสดใหม่ของเนื้อหา อีกทั้งยังสร้างประสบการณ์ใหม่ด้านสายงานแสดงให้กับ พีช-พชร จิราธิวัฒน์, พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ และเต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ

 

แต่ไฮไลต์ที่น่าจดจำอย่างที่สุดคือการที่ เคาท์ดาวน์ นั้นเป็นต้นกำเนิดของผู้ชายสองคนที่ต่อยอดมิตรภาพและความฝันมาด้วยกันจาก ‘นิวยอร์ก’

 

คนหนึ่งฝันที่จะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์

 

ส่วนอีกคนอยากพิสูจน์ตัวเองในฐานะนักแสดง

 

หลังจาก เคาท์ดาวน์ เข้าฉาย บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ได้รับการจับตามองทันทีในฐานะผู้กำกับเลือดใหม่อนาคตไกล จนกระทั่งต่อมา ฉลาดเกมส์โกง ผลงานเรื่องที่สองของเขากลายเป็นหนังไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในปีนี้

 

เช่นเดียวกับ เดวิด อัศวนนท์ มันคือช่วงเวลาที่วงการบันเทิงไทยได้ทำความรู้จักกับบทบาท ‘เฮซุส’ ที่ส่งให้เขาก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวทีสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 22 และกลายเป็นนักแสดงคุณภาพที่งานชุกที่สุดคนหนึ่งของวงการบันเทิง

 

ในโอกาสครบรอบ 6 ปีของ เคาท์ดาวน์ THE STANDARD จะพาย้อนกลับไปทำความรู้จักกับจุดเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยมิตรภาพนี้พร้อมๆ กัน  

 

 

5 4 3 2 1

ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของ ‘เคาท์ดาวน์’  

จุดเริ่มต้นและจุดเปลี่ยนสำคัญของบาส นัฐวุฒิ และเดวิด อัศวนนท์ เกิดขึ้นหลังจากหนังสั้น Misbehavers ความยาวประมาณ 45 นาที ถูกนำไปฉายเปิดตัวในงานนิทรรศการประจำปีของ Thai Artists Alliance of New York (TAA) เครือข่ายที่รวมศิลปินไทยในนิวยอร์กหลากหลายสาขาไว้ในที่เดียวกัน และในวันนั้นเองมันคือโมเมนต์การเปิดตัว ‘เฮซุส’ ซึ่งแสดงโดย เดวิด อัศวนนท์ เป็นครั้งแรกต่อหน้าสาธารณชน หลังจากเขาเหินฟ้าสู่นิวยอร์กเพื่อลงเรียนศาสตร์การแสดงและใช้ชีวิตที่นั่นอยู่นานหลายปี

 

คาแรกเตอร์ ‘เฮซุส’ เวอร์ชันหนังสั้น Misbehavers รับบทโดย เดวิด อัศวนนท์

คาแรกเตอร์ ‘เฮซุส’ เวอร์ชันภาพยนตร์ เคาท์ดาวน์ รับบทโดย เดวิด อัศวนนท์

 

“คาแรกเตอร์ ‘เฮซุส’ มันเกิดขึ้นมาจากจุดด่างดำในตัวผม เพราะผมก็มีเรื่องที่ฝังใจในชีวิตเยอะ เพราะฉะนั้นความโกรธ ความเหี้ยม มันมาจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ฝังอยู่ เพียงแต่เราไม่ได้เอาไปใช้กับใครในชีวิตประจำวัน โดยส่วนตัวผมก็ไม่ใช่คนมีนิสัยเกเร ไม่ใช่ว่าอารมณ์เสียที่ไหนแล้วมาพาลใส่คนใกล้ตัว ผมเกลียดคนแบบนั้นมาก เพราะฉะนั้นผมจะพยายามไม่เป็นในสิ่งที่ตัวผมเองไม่ชอบ” เดวิดเคยพูดถึงคาแรกเตอร์ที่ทำให้ผู้คนจะจดจำเขาได้ดีไปตลอดกาล

 

ขณะเดียวกัน ในวันนั้นหนังสั้นเรื่อง Misbehavers ก็สร้างความประทับให้กับผู้ชมพร้อมเสียงปรบมือดังกึกก้อง ซึ่งมันก็ดังพอจะทำให้ เก้ง-จิระ มะลิกุล และวรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ สองโปรดิวเซอร์คนสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังหนังของ GTH และ GDH ในปัจจุบันสนอกสนใจ กระทั่งชักชวนนักทำหนังสั้นจากนิวยอร์กมารีเมกหนังของตัวเองให้กลายเป็นฉบับสตูดิโอเต็มรูปแบบ

 

 

ปี 2010 เดินหน้าสู่ ‘เคาท์ดาวน์’

หลังจากได้รับความสนใจจาก GTH บาส นัฐวุฒิ เดินทางกลับเมืองไทยเพื่อพัฒนาบทหนัง เคาท์ดาวน์ ซึ่งยังคงใช้โครงเรื่องหลักจากหนังสั้น Misbehavers ของตัวเอง แน่นอน เมื่อจะทำงานระดับสตูดิโอ นักแสดงนำของเรื่องจึงต้องได้รับความสนใจในระดับคนบันเทิงอาชีพ หากแต่ตัวละครสำคัญที่จะเปลี่ยนตัวละครไปไม่ได้เป็นอันขาดคือ ‘เฮซุส’ โดย เดวิด อัศวนนท์  

 

“พูดจริงๆ ตอนนั้นก็ยังไม่ชัวร์ครับ ด้วยความที่มันคือหนังยาว มีทุนจากค่ายหนังที่มีชื่อเสียงในเมืองไทย เราเลยไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องไปออดิชันแข่งกับใครหรือเปล่า ในใจก็ลุ้นๆ

 

“ผมยังถามบาสอยู่เลยว่าต้องไปออดิชันบทนี้กับใครหรือเปล่า ซึ่งบาสมันก็พูดประโยคที่ทำให้ผมซึ้งมากว่า ถ้าไม่มีป๋า แม่งไม่มีเรื่องนี้นะเว้ย ป๋าแม่งคือเฮซุสของหนังเรื่องนี้ คนอื่นไม่มีทางเล่นได้”  

 

เช่นเดียวกับผู้กำกับหนุ่ม เขาเองก็คอมเมนต์ถึงนักแสดงและตัวละครสำคัญในหนังของเขาไว้ด้วยเช่นกัน

       

“ทุกอย่างเริ่มต้นจากการที่ผมรู้จักมัน เพราะถ้าผมไม่รู้จักเดวิด ก็จะไม่มีตัวละครตัวนี้เกิดขึ้นมา และไม่มีทางที่จะมีหนังเรื่องนี้ หรือถ้ามี หนังก็อาจจะเล่าไปในอีกทางหนึ่งไปเลย พูดง่ายๆ เดวิดถือเป็นดีเอ็นเอของหนังเรื่องนี้

 

 

“มีอย่างหนึ่งที่ผมชอบในตัวเดวิด คือเขาเป็นคนที่ไม่สามารถคาดเดาการกระทำล่วงหน้าได้ คาแรกเตอร์ของเขา ถ้าคนชอบก็รักเลย แต่ถ้าเหวอก็ไม่ชอบไปเลยเหมือนกัน เอาจริงๆ นะ มีเพื่อนผมหลายคนที่พอได้รู้จักกับเขาก็เหวอไปเลย เรียกว่ากลัวและไม่กล้าเจออีกต่อไป เราเลยรู้สึกว่าไอ้คนประหลาดๆ แบบนี้มันหายากบนโลกนี้ ก็เลยต้องจดจำมันเอาไว้

 

“อีกอย่างผมมักจะเปรียบเทียบเดวิดเหมือนซาลาเปาทอด คือภายนอกมันดูร้อนๆ กรอบๆ เกรียมๆ แต่ข้างในแม่งสวีตมาก เหมือนเป็นซาลาเปาไส้ครีม คือเห็นดิบๆ เถื่อนๆ อย่างนี้ แต่จริงๆ มันเป็นคนดี ดีกว่าคนสุภาพหลายคนที่ผมเคยเจอ มันมีมุมเซนสิทีฟ มันมีมุมที่แคร์คนอื่น เพียงแต่คนเรามีวิธีแสดงออกที่แตกต่างกัน”    

 

 

จุดเริ่มต้นของมิตรภาพระหว่างผู้กำกับและนักแสดง

ในวงการหนังต่างประเทศ เรามักจะเห็นว่าผู้กำกับและนักแสดงหลายต่อหลายคนทำงานร่วมกันจนกลายเป็นพาร์ตเนอร์คู่ใจ ซึ่งดูเหมือนว่าระหว่างบาสและเดวิดก็ใกล้เคียงกับนิยามนี้อยู่เหมือนกัน

 

“ถามว่าเดวิดเป็นนักแสดงคู่ใจไหม บอกเลยว่าคู่ใจ เราทำงานร่วมกันมาเยอะ และถ้าเป็นไปได้ ผมอยากทำงานกับมันไปตลอด พยายามจะหาบทดีๆ มาให้ หาบทอะไรที่จะสามารถท้าทายความสามารถในการแสดงให้กับมัน” -ว่าแต่จุดเริ่มต้นแห่งมิตรภาพของพวกเขาอยู่ตรงไหน

 

 

เดวิด อัศวนนท์ คือหลานชายแท้ๆ ของอมรา อัศวนนท์ นางเอกระดับตำนานของประเทศ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ 7 ปี เดวิดเคยเป็นทั้งนักแสดงและพิธีกรรายการโทรทัศน์อย่าง Inside Entertainment ในยุคไอทีวี เคยเป็น CJ และพิธีกรรายการให้กับ Chic Channel ทางเคเบิลทีวีชื่อดัง นอกจากนั้นเขายังเคยร่วมแสดงในหนังแอ็กชัน ต้มยำกุ้ง (2548) ในบทตำรวจหนุ่มคู่หูของ หม่ำ จ๊กมก ก่อนจะค่อยๆ หายหน้าไปจากวงการบันเทิงไทยอย่างไร้คนสนใจ

 

 

ที่สุดในวัยต้น 30 เดวิดตัดสินใจเหินฟ้าไปนิวยอร์ก เขาเลือกเรียนศาสตร์การแสดงที่ The Lee Strasberg Theatre and Film Institute จากหลักสูตร 2 ปี เขาเรียนจบภายในระยะเวลาปีครึ่ง หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตเยี่ยงนกไร้ขา โบยบินอยู่ในมหานครใหญ่ ออกไล่ล่าตามหาโอกาสเพื่อต่อยอดความฝัน ระหว่างใช้ชีวิตที่นั่น เดวิดหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นพนักงานเสิร์ฟ รับงานเป็นล่ามบ้าง เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนไทย พร้อมกับการเข้าออดิชันงานแสดงอยู่เรื่อยๆ กระทั่งโชคชะตาได้นำพาเขามารู้จักกับบาส นัฐวุฒิ คนทำหนังรุ่นใหม่ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเดียวกัน

 

 

“ช่วง 2-3 เดือนแรกที่อยู่นิวยอร์ก ผมได้รู้จักบาสจากคำแนะนำของน้องร่ม (ร่มฉัตร ธนาลาภพิพัฒน์ แอ็กติ้งโค้ชชื่อดัง ซึ่งครั้งหนึ่งเธอคือแอ็กติ้งโค้ชของภาพยนตร์ เคาท์ดาวน์ ด้วยเช่นกัน) เป็นเพื่อนในโรงเรียนเดียวกันกับผม น้องร่มมาเรียนการแสดงเพื่อที่จะนำวิชาไปใช้สำหรับการเป็นแอ็กติ้งโค้ชให้กับตัวเอง วันหนึ่งร่มก็บอกกับผมว่ามีผู้กำกับคนหนึ่งอยากทำหนังสั้นประมาณ 20 นาที เขากำลังหานักแสดงอยู่ ซึ่งผมก็สนใจ คือหลังจากได้ร่วมงานกันในหนังสั้นเรื่องแรก ผมก็พบว่าเราสามคนทำงานเข้าขากันดี มีความสนุก หลังจากนั้นผมก็เหมือนเป็นหุ่นกระบอกของบาสมาโดยตลอด”

 

หนังสั้นเรื่องแรกที่ทั้งคู่ร่วมงานกันมีชื่อว่า The Silent Conversation ความยาวเกือบ 20 นาที จุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ทำให้ทั้งคู่เปลี่ยนระยะความสัมพันธ์จากเพื่อนร่วมงานกลายมาเป็นเพื่อนร่วมทางในการต่อยอดความฝัน คนหนึ่งอยากทำหนัง

 

อีกคนหนึ่งอยากเป็นนักแสดง และอีกคนอยากเป็นแอ็กติ้งโค้ช  

 

 

“Welcome to the Night of the Life!”  

เสียงทักทายสุดกวนตีนจาก ‘เฮซุส’ ในตัวอย่างหนัง เคาท์ดาวน์ สร้างความประทับใจให้ผู้ชมได้ตั้งแต่แรกเห็น กระทั่งหนังออกมาฉายจริงในวันที่ 20 ธันวาคม 2555 และเฮซุสได้กลายเป็นอีกหนึ่งในคาแรกเตอร์ที่ต้องจดจำในหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย และปีต่อมาในวันที่ 1 มีนาคม 2556 เดวิด อัศวนนท์ ก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวทีสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 22 ขณะที่นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จาก เคาท์ดาวน์

 

 

วันนี้หลังจากหนัง เคาท์ดาวน์ เข้าฉายไป 6 ปี เดวิดก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงคุณภาพที่งานชุกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เราจะได้ชม Samui Song (สมุยซอง) หนังเรื่องใหม่ของเป็นเอก รัตนเรือง ที่เขาร่วมแสดง

 

ขณะที่บาส นัฐวุฒิ ที่ต้องเรียกว่าปี 2560 คือปีทองของเขาอย่างแท้จริง หลังจากหนังเรื่องที่สองอย่าง ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius) ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนที่ ฉลาดเกมส์โกง ในชื่อภาษาจีน 天才枪手 (Tiāncái qiāngshǒu) หรือ มือปืนอัจฉริยะ กวาดรายได้ไปเกินกว่า 200 ล้านหยวน ซึ่งทำให้เราเชื่อว่าผู้ชายที่เริ่มต้นตามฝันและเติบโตขึ้นจากหนังเรื่องเดียวกันจะยังคงไปต่อได้อีกไกลบนเส้นทางที่เขาเลือกและพิสูจน์ตัวเองจนสำเร็จแล้วว่า ‘คือตัวจริง’

 

Photo:

The post ครบรอบ 6 ปี เคาท์ดาวน์ มิตรภาพ ความฝัน จุดเริ่มต้นแรกของ บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ และเดวิด อัศวนนท์ บนเส้นทางบันเทิงไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/countdown-5th-anniversary/feed/ 0
13 ปี ‘เพื่อนสนิท’ หนังดีที่ทั้งแจ้งเกิดและเปลี่ยนชีวิตของซันนี่, นุ่น, เอ๋ และโอปอล์ https://thestandard.co/dear-dakanda-12-years/ https://thestandard.co/dear-dakanda-12-years/#respond Fri, 06 Oct 2017 05:13:58 +0000 https://thestandard.co/?p=32824

ย้อนกลับไปวันที่ 6 ตุลาคม 2548 เป็นวันแรกที่ เพื่อนสนิท […]

The post 13 ปี ‘เพื่อนสนิท’ หนังดีที่ทั้งแจ้งเกิดและเปลี่ยนชีวิตของซันนี่, นุ่น, เอ๋ และโอปอล์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ย้อนกลับไปวันที่ 6 ตุลาคม 2548 เป็นวันแรกที่ เพื่อนสนิท เข้าฉาย ผลงานกำกับภาพยนตร์โดย เอส-คมกฤษ ตรีวิมล สร้างจากเค้าโครงหนังสือ กล่องไปรษณีย์สีแดง ของอภิชาติ เพชรลีลา นี่คือภาพยนตร์ลำดับที่ 6 ของค่าย GTH และเป็นผลงานเรื่องแรกของ 6 ผู้กำกับ แฟนฉัน ที่แยกออกมาฉายเดี่ยว โดย เอส พร้อมกับเพื่อนผู้กำกับก็ได้ปรากฏตัวในบทรุ่นพี่ของไข่ย้อยที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

 

“ผมคิดว่ามันเป็นพลังเงียบของคนที่แอบรักคนอื่น มันเป็นปมในใจ และเป็นเมสเสจที่หนังอยากจะถามว่า ‘คุณเคยแอบรักใครไหม’ โดยเฉพาะเพื่อนสนิท คงมีคนแอบรักใครอยู่เยอะในประเทศนี้ เพื่อนสนิท ถึงประสบความสำเร็จ”

 

 

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ ถึงเหตุผลที่หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จโด่งดังในชั่วข้ามคืน และกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของเขา

     

“ย้อนกลับไป ผมคิดว่าช่วงเวลาที่อยู่ในกองถ่าย เพื่อนสนิท มันเป็นชั่วโมงตรัสรู้ของผม ถ้าไม่ได้เล่น เพื่อนสนิท ในวันนั้น อย่างแรกเลยคือผมคงจะอ้วน อย่างที่สอง ผมจะไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ผมรักและทำมันได้ดีคือการแสดง ชีวิตของผมก่อนหน้านี้มีไม่กี่อย่างที่ทำแล้วผมรู้สึกรักมัน และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกว่ามันเป็นอาชีพ ผมรักมัน และรู้สึกว่าผมทำมันได้ดี”

 

 

ภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท กวาดรายได้ไปมากกว่า 80 ล้านบาท กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทุกตัวละครได้รับการพูดถึง ไม่ว่าจะเป็น ไข่ย้อย ดากานดา นุ้ย รวมไปถึงพี่แตน พยาบาลสาวสุดแซ่บจากเกาะพะงัน

 

 

13 ปีผ่านไป ซันนี่ ยังคงรับงานแสดงอย่างต่อเนื่อง และทำให้เห็นพัฒนาการในทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวบนจอหนัง, นุ่น ศิรพันธ์ แต่งงานแล้ว และยังคงเป็นนักแสดงที่ทุ่มเทกับทุกบทบาท, เอ๋ มณีรัตน์ ยังมีผลงานการแสดงอยู่เป็นระยะ และทุกครั้ง ตัวละครของเธอมีเสน่ห์อยู่เสมอ ส่วนโอปอล์ นักแสดงและพิธีกรฝีมือจัดจ้าน ตอนนี้กำลังมีความสุขกับลูกสาวลูกชายฝาแฝดที่น่ารักสุดๆ

 

 

ไม่มีใครรู้หรอกว่าหนัง เพื่อนสนิท จะพัดพาอะไรมาให้พวกเขาในวันนี้ คงเหมือนอย่างที่โอปอล์เคยให้สัมภาษณ์ไว้

     

“ปอล์จำได้ว่ากว่าหนังจะดัง พวกเราทั้งหมดเป็นใครไม่รู้ ไปขอโปรโมตรายการทีวีเขาก็ไม่เอา เราต้องฝ่าฟันมากๆ ต้องไปเล่นโชว์ละครสั้น 10 นาทีในผับ ซึ่งสำหรับพวกเราในวันนั้นมันเป็น 10 นาทีที่ยาวนาน แขกก็นั่งดูกันง่วงๆ แต่พอโคโยตี้ขึ้นต่อทุกคนก็กรี๊ดกันดังมาก ตอนนั้นนั่งอยู่หลังเวที ปอล์คิดนะว่านี่กูกำลังทำอะไรอยู่ …แต่เราก็ได้คำตอบกับตัวเองว่าเรากำลังทำเพื่อหนัง”

 

The post 13 ปี ‘เพื่อนสนิท’ หนังดีที่ทั้งแจ้งเกิดและเปลี่ยนชีวิตของซันนี่, นุ่น, เอ๋ และโอปอล์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/dear-dakanda-12-years/feed/ 0