สหราชอาณาจักรจับกุม เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวชาวสวี […]
The post สหราชอาณาจักรจับกุม ‘เกรตา’ ฐานสนับสนุนองค์กรก่อการร้าย หลังถือป้ายประท้วงอิสราเอล appeared first on THE STANDARD.
]]>
สหราชอาณาจักรจับกุม เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวชาวสวีเดนระหว่างการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ ภายใต้กฎหมาย ‘ต่อต้านการก่อการร้าย’ หลังถือป้ายแสดงสัญลักษณ์สนับสนุนองค์กรที่รัฐบาลขึ้นบัญชีดำ
เมื่อคืนนี้ (23 ธันวาคม) ตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนจับกุมเกรตาในการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์กลางกรุงลอนดอน หลังถือป้ายข้อความประท้วงว่า “ฉันสนับสนุนผู้ต้องขังของ Palestine Action ฉันต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” หน้าบริษัท Aspen Insurance โดยให้เหตุผลว่า บริษัทดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับบริษัท Elbit Systems ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอิสราเอล
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุราว 7.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยพบว่า มีนักเคลื่อนไหวใช้ค้อนและพ่นสีแดงใส่หน้าอาคารในพื้นที่ ขณะที่ในระหว่างการจับกุม มีผู้ชายและผู้หญิง 2 คน ถูกจับกุมในข้อหาทำลายทรัพย์สิน หลังใช้ ‘กาว’ ติดกับร่างกายไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว
อย่างไรก็ตาม โฆษกตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนชี้แจงว่า เกรตาถูกจับกุมตัวในข้อหาแสดงสิ่งของที่สนับสนุน Palestine Action ซึ่งเป็นองค์กรที่ถูกขึ้นบัญชีดำที่เข้าข่ายความผิดมาตรา 13 ของกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายสหราชอาณาจักรในปี 2000 ว่าด้วยการไม่ให้สวมใส่เสื้อผ้าหรือแสดงสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ว่า สนับสนุนบุคคลหรือองค์กรก่อการร้าย
ในช่วงที่ผ่านมา เกรตาเคยแสดงจุดยืนสนับสนุนผู้ประท้วงสนับสนุนกลุ่ม Palestine Action ที่อดอาหาร ซึ่งขณะนี้ถูกคุมขังในระหว่างการรอพิจารณาคดีตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่า นักเคลื่อนไหวราว 3 รายยุติการอดอาหารแล้ว เนื่องจากสุขภาพย่ำแย่ลง
ก่อนหน้านี้ กระทรวงความมั่นคงภายในสหราชอาณาจักรเคยประกาศขึ้นบัญชีดำ Palestine Action ว่า เป็นองค์กรก่อการร้าย หลังกลุ่มนักเคลื่อนไหวบุกเข้าไปในฐานทัพอากาศ และทำลายเครื่องบิน Airbus A330 MRTT 2 ลำ ด้วยการสาดสีแดงเข้าไปในเครื่องยนต์
รัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่า การชุมนุมดังกล่าวร้ายแรงเกินกว่าเป็นการประท้วงทั่วไป และก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ ท่ามกลางข้อถกเถียงในสังคมว่า คดีของกลุ่ม Palestine Action มีความผิดฐานทำลายทรัพย์สินเท่านั้น
ภาพ: Prisoners for Palestine via REUTERS
อ้างอิง:
The post สหราชอาณาจักรจับกุม ‘เกรตา’ ฐานสนับสนุนองค์กรก่อการร้าย หลังถือป้ายประท้วงอิสราเอล appeared first on THE STANDARD.
]]>
Teen Vogue หนึ่งในนิตยสารสำหรับเด็กวัยรุ่นกำลังจะเข้าสู […]
The post Teen Vogue จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ Vogue.com และไม่ถูกแยกอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.
]]>
Teen Vogue หนึ่งในนิตยสารสำหรับเด็กวัยรุ่นกำลังจะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยจะถูกหลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Vogue.com และจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในอีกหลากหลายอย่าง
บริษัทแม่อย่าง Condé Nast ประกาศว่า Teen Vogue จะอยู่ภายใต้ Vogue.com ในขณะที่ทางบรรณาธิการบริหารอย่าง Versha Sharma จะลงจากตำแหน่ง และ Chloe Malle ผู้ดำรงตำแหน่ง Head of Editorial Content คนใหม่แห่ง Vogue จะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลภาพรวมทั้งหมดของ Teen Vogue แทน Versha Sharma โดยการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นานหลังจากที่มีการประกาศว่า Vogue Business จะเข้าไปอยู่ใต้ปีกของ Vogue.com ด้วยเช่นกัน
Condé Nast เผยถึงทิศทางการทำงานของ Teen Vogue ในอนาคตด้วยว่า Teen Vogue จะยังสร้างคอนเทนต์และเนื้อหาอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของนิตยสารต่อไป รวมไปถึงคงอัตลักษณ์และภารกิจของตัวเองเอาไว้เช่นเดิม โดยที่จริงแล้วพวกเขายุติการตีพิมพ์นิตยสารแบบจับต้องได้มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2017 โดยมี Hillary Clinton มาเป็นผู้ขึ้นปกนิตยสารตีพิมพ์ฉบับสุดท้าย ก่อนที่เข้าสู่การเป็นดิจิทัลอย่างเต็มตัวภายใต้การนำของ Versha Sharma ที่หันไปโฟกัสเรื่องของการเมืองและสิทธิมนุษยชนมากขึ้นตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ตั้งแต่การสัมภาษณ์ Zohran Mamdani ผู้ชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนิวยอร์กชาวอินเดีย-อเมริกันจากพรรคเดโมแครต, แคมเปญติดตามนักเคลื่อนไหวคนสำคัญ Greta Thunberg หลังจากที่เธอถูกควบคุมตัวที่อิสราเอลเพราะพยายามส่งความช่วยเหลือไปยังฉนวนกาซา ไปจนถึงบทความที่ว่าด้วยเรื่องของบทเรียนจากการประท้วง Black Lives Matter ซึ่ง Condé Nast ยังไม่ได้มีการพูดถึงว่า Teen Vogue จะทำคอนเทนต์เรื่องการเมืองออกมาในรูปแบบใดในอนาคต
ภาพ: Phillip Faraone/Getty Images for Teen Vogue
อ้างอิง:
The post Teen Vogue จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ Vogue.com และไม่ถูกแยกอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.
]]>
อิสราเอลส่งตัว เกรตา ธันเบิร์ก และนักเคลื่อนไหวของกองเร […]
The post อิสราเอลส่งตัว เกรตา ธันเบิร์ก และนักเคลื่อนไหวบนกองเรือช่วยเหลือกาซา ออกนอกประเทศ appeared first on THE STANDARD.
]]>
อิสราเอลส่งตัว เกรตา ธันเบิร์ก และนักเคลื่อนไหวของกองเรือ Global Sumud Flotilla ซึ่งเป็นกองเรือนานาชาติช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในกาซาออกนอกประเทศแล้ว หลังสกัดกั้นกองเรือและควบคุมตัวนักเคลื่อนไหวทั้งหมดเมื่อหลายวันก่อน
เกรตาและนักเคลื่อนไหวอีก 170 คน เดินทางถึงกรีซแล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลระบุว่า เกรตาพร้อมนักเคลื่อนไหวของกองเรือที่ถูกสกัดกั้นจากความพยายามส่งมอบความช่วยเหลือไปยังฉนวนกาซาที่ถูกปิดล้อมได้ถูกส่งตัวออกนอกประเทศแล้ว จนถึงขณะนี้มีผู้ถูกส่งตัวออกนอกอิสราเอลแล้ว 341 คน
เกรตากล่าวกับกลุ่มผู้สนับสนุนที่มารวมตัวกันในกรุงเอเธนส์ว่า ขณะนี้กำลังเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ขึ้นในกาซา ระบบระหว่างประเทศกำลังทรยศต่อชาวปาเลสไตน์ พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรมสงครามที่เลวร้ายที่สุดได้
พร้อมระบุว่า สิ่งที่เราพยายามทำผ่านขบวนเรือ Global Sumud Flotilla คือการลุกขึ้นทำหน้าที่แทนรัฐบาลของเราที่ ‘ล้มเหลว’ ในการปฏิบัติตามพันธกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศของตนเอง
บรรดากลุ่มผู้สนับสนุนต่างชูป้ายและตะโกนคำว่า ‘ปลดปล่อยปาเลสไตน์’ พร้อมเรียกร้องให้อิสราเอลยุติสงครามในฉนวนกาซาโดยเร็ว
กองเรือนานาชาตินี้แล่นออกจากสเปนเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่ฉนวนกาซา เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และยุติการปิดล้อมน่านน้ำที่มิชอบด้วยกฎหมายของอิสราเอล แต่ถูกกองทัพเรืออิสราเอลสกัดกั้นและส่งตัวออกนอกประเทศในท้ายที่สุด
ตำรวจอิสราเอลระบุว่า มีผู้ถูกควบคุมตัวมากกว่า 470 คนจากกองเรือดังกล่าว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเผยกับสำนักข่าว AFP ว่า ยังมีนักเคลื่อนไหวของกองเรือนานาชาติอีก 134 คนที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในอิสราเอลขณะนี้ โดยนักเคลื่อนไหวบางส่วนอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่อิสราเอลทำร้ายขณะควบคุมตัว
ภาพ: Louisa Gouliamaki / Reuters
อ้างอิง:
The post อิสราเอลส่งตัว เกรตา ธันเบิร์ก และนักเคลื่อนไหวบนกองเรือช่วยเหลือกาซา ออกนอกประเทศ appeared first on THE STANDARD.
]]>
กองทัพเรืออิสราเอลได้ทำการสกัดกั้นเรือหลายลำของกองเรือ […]
The post เกรตา ธันเบิร์ก ถูกอิสราเอลควบคุมตัว หลังกองเรือนานาชาติช่วยเหลือกาซาถูกสกัดกั้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
กองทัพเรืออิสราเอลได้ทำการสกัดกั้นเรือหลายลำของกองเรือ Global Sumud Flotilla ซึ่งเป็นกองเรือนานาชาติ ที่บรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมุ่งหน้าสู่ฉนวนกาซาที่ถูกปิดล้อม
กองเรือดังกล่าวประกอบด้วยเรือ 44 ลำ และนักกิจกรรมประมาณ 500 คน และจากการอัปเดตภารกิจ มีการยืนยันว่ากองกำลังอิสราเอลได้สกัดกั้นเรือไปแล้ว 13 ลำ และได้จับกุมผู้คนมากกว่า 200 คน จาก 37 ประเทศ โดยหนึ่งในนั้นคือ เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศชาวสวีเดน
การสกัดกั้นเกิดขึ้นห่างจากชายฝั่งกาซาประมาณ 70 ไมล์ทะเล (ราว 130 กิโลเมตร) ก่อนที่การสกัดกั้นจะเริ่มขึ้น นักกิจกรรมได้เตือนว่า กองทัพอิสราเอลได้ตัดการเชื่อมต่อของพวกเขาโดยการปิดการใช้งานอุปกรณ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกล้อง การถ่ายทอดสด และระบบสื่อสาร
กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลกล่าวว่า เรือหลายลำของกองเรือ ‘ถูกหยุดอย่างปลอดภัย’ และกำลังถูกถ่ายโอนผู้โดยสารไปยังท่าเรือของอิสราเอล
ขณะที่ช่องทางการสื่อสารต่างๆ ของ Global Sumud Flotilla ประณามการกระทำของอิสราเอล โดยระบุว่าเรือของภารกิจถูก ‘สกัดกั้นอย่างผิดกฎหมาย’ และมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้คนบนเรือนั้นถือเป็น ‘การถูกลักพาตัว’
นักกิจกรรมยืนยันว่า กองเรือไม่ได้ละเมิดกฎหมายใดๆ และระบุว่า สิ่งที่ผิดกฎหมายคือ ‘การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การปิดล้อมกาซา และการใช้การอดอาหารเป็นอาวุธของอิสราเอล’
มีการรายงานว่าเรือหลายลำถูกโจมตีด้วย ‘การรุกรานอย่างรุนแรง’ (Active Aggression) รวมถึงเรือ Florida ที่ถูกชนโดยเจตนาในทะเล และเรือ Yulara กับ Meteque ก็ถูกโจมตีด้วยปืนฉีดน้ำ อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารทั้งหมดบนเรือไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด
นักกิจกรรมต่างเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนกดดันรัฐบาลของตนให้ ‘ตัดสัมพันธ์กับอิสราเอล’ และให้สหรัฐฯ ‘ยุติการสมรู้ร่วมคิดในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ในกาซา’
ตุรกีได้ประณามการสกัดกั้นเรือของอิสราเอลว่าเป็น ‘การก่อการร้าย’ และเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างรุนแรง และกำลังดำเนินการเพื่อให้พลเมืองตุรกีและผู้โดยสารอื่นๆ ได้รับการปล่อยตัวทันที
ขณะที่กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย ได้สั่งขับไล่เจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอลทั้งหมดออกจากประเทศ เพื่อตอบโต้การสกัดกั้นดังกล่าว และประณามว่าเป็น ‘อาชญากรรมระหว่างประเทศโดยเนทันยาฮู’ นอกจากนี้เปโตรยังได้ยกเลิกข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างโคลอมเบียกับอิสราเอล ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปี 2020 และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวชาวโคลอมเบียสองคนที่อยู่บนกองเรือ
ตามกฎหมาย นักกิจกรรมอาจถูกเนรเทศภายใน 72 ชั่วโมง หรือถูกนำตัวขึ้นศาลภายใน 96 ชั่วโมง แต่ปกติอิสราเอลมักเลือกที่จะปล่อยตัวทันที โดยนักกฎหมายตั้งข้อสังเกตว่า หากอิสราเอลจับกุมและควบคุมตัวนักกิจกรรมต่อไป จะนำไปสู่สถานการณ์ที่เสียเปรียบ เนื่องจากสื่อจะยังคงรายงานข่าวตราบเท่าที่พวกเขายังถูกคุมขัง
ทางด้าน โฆษกของ Global Sumud Flotilla ยืนยันว่า ภารกิจยังคงดำเนินต่อไป โดยมีเรือเหลืออยู่ประมาณ 30 ลำที่ยังคงพยายามฝ่ากองกำลังทหารเพื่อไปให้ถึงชายฝั่งกาซา โดยตั้งใจที่จะทำลายการปิดล้อมนี้ให้ได้
ภาพ: Israel Foreign Ministry / Handout via Reuters
อ้างอิง:
The post เกรตา ธันเบิร์ก ถูกอิสราเอลควบคุมตัว หลังกองเรือนานาชาติช่วยเหลือกาซาถูกสกัดกั้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (9 มิถุนายน) อิสราเอลได้สกัดเรือบรรทุกความช่วยเห […]
The post อิสราเอลสกัดเรือช่วยเหลือที่มุ่งหน้าสู่กาซา พร้อมคุมตัว เกรตา ธันเบิร์ก และนักเคลื่อนไหวคนดัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (9 มิถุนายน) อิสราเอลได้สกัดเรือบรรทุกความช่วยเหลือที่มุ่งหน้าสู่ฉนวนกาซา พร้อมควบคุมตัวผู้โดยสารบนเรือ ซึ่งรวมถึง เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศ, เลียม คันนิงแฮม นักแสดงจากซีรีส์ Game of Thrones และ ริม่า ฮัสซัน สมาชิกสภายุโรปจากฝรั่งเศส
เรือดังกล่าวมีชื่อว่า Madleen เป็นส่วนหนึ่งของขบวน Freedom Flotilla Coalition (FFC) ซึ่งพยายามฝ่าการปิดล้อมฉนวนกาซาเพื่อส่งความช่วยเหลือ โดยกลุ่ม FFC ระบุว่าทหารอิสราเอลได้ขึ้นเรือขณะแล่นอยู่น่านน้ำสากล
โพสต์ของ FFC บน Telegram ระบุว่า “เรือกำลังถูกโดรนล้อมรอบ มีการฉีดสารคล้ายสีขาวใส่เรือ สัญญาณถูกรบกวน และมีเสียงแปลกๆ ดังเข้ามาทางวิทยุสื่อสาร” พร้อมเผยภาพลูกเรือสวมเสื้อชูชีพชูมือขึ้นโดยไม่มีภาพทหารอิสราเอลในเฟรม
ฮูไวดา อารราฟ ทนายสิทธิมนุษยชนและสมาชิกคณะกรรมการ FFC บอกกับ CNN ว่า “ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ มีโดรนอิสราเอลสองลำบินเหนือเรือ Madleen และปล่อยสารสีขาวลงมา ตอนนี้ดูเหมือนว่าเรือกำลังถูกล้อมโดยหน่วยคอมมานโดทางเรือของอิสราเอล”
ในคลิปถ่ายทอดสดจากบนเรือ ยาสมิน อาการ์ นักเคลื่อนไหวอีกคน แสดงให้เห็นสารสีขาวบนดาดฟ้าเรือ และบอกว่ากำลังรู้สึกระคายตา ก่อนคลิปจะตัดไป โดยได้ยินเสียงอิสราเอลติดต่อเข้ามาทางวิทยุ
อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (8 มิถุนายน) ว่า “ผมได้สั่งการให้กองทัพแน่ใจว่าเรือ Madleen จะไม่ถึงกาซา” โดยกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลระบุว่า “ขบวนนี้คือการยั่วยุทางสื่อ เพื่อเรียกความสนใจ ไม่ใช่ภารกิจช่วยเหลือ” พร้อมโพสต์วิดีโอเจ้าหน้าที่เรือรบอิสราเอลสื่อสารทางวิทยุว่า “เขตทะเลหน้ากาซาถูกปิดห้ามเดินเรือ”
กระทรวงยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “มีช่องทางที่ได้รับการประสานเพื่อส่งความช่วยเหลืออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เรือเซลฟี่หรืออินสตาแกรม”
อย่างไรก็ตาม ธันเบิร์กให้สัมภาษณ์กับ CNN ก่อนออกเดินทางว่า “เรารู้ว่านี่คือภารกิจที่เสี่ยง เรายังจำได้ว่าขบวนเรือแบบนี้ในอดีตเคยถูกโจมตี มีความรุนแรง และแม้แต่การสูญเสียชีวิต”
เรือ Madleen ซึ่งใช้ธงสหราชอาณาจักร เคลื่อนตัวมาจากทางเหนือของอียิปต์ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยเปิดเผยตำแหน่งผ่านระบบติดตามออนไลน์ จนกระทั่งมีรายงานการสกัดในช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น
หลังการปิดล้อมทางเข้าออกของกาซานานกว่า 11 สัปดาห์ อิสราเอลเพิ่งเริ่มอนุญาตให้ความช่วยเหลือเข้าไปได้อีกครั้งในปริมาณจำกัด โดยองค์กรด้านมนุษยธรรมเตือนว่ายังไม่เพียงพอ และมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะอดอยากในพื้นที่ง
ภาพ: Israel Foreign Ministry via X / Handout via REUTERS THIS IMAGE HAS BEEN SUPPLIED BY A THIRD PARTY. MANDATORY CREDIT. TPX IMAGES OF THE DAY
อ้างอิง:
The post อิสราเอลสกัดเรือช่วยเหลือที่มุ่งหน้าสู่กาซา พร้อมคุมตัว เกรตา ธันเบิร์ก และนักเคลื่อนไหวคนดัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
“การทำลายล้างสิ่งแวดล้อมเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำสงคราม ซ […]
The post รู้จัก ‘Ecocide’ การทำลายสิ่งแวดล้อมระดับล้างผลาญที่ เกรตา ธันเบิร์ก ประณามรัสเซียจากเหตุเขื่อนโนวา คาคอฟคาระเบิด appeared first on THE STANDARD.
]]>
“การทำลายล้างสิ่งแวดล้อมเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำสงคราม ซึ่งในจุดนี้ชาวยูเครนต่างรู้ซึ้งดี และรัสเซียเองก็เช่นกัน”
นี่คือถ้อยคำสั้นๆ แต่ทรงพลังของ เกรตา ธันเบิร์ก สาวน้อยนักเคลื่อนไหวด้านโลกร้อนชาวสวีเดน โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (29 มิถุนายน) เธอได้เดินทางไปยังกรุงเคียฟด้วยตัวเอง เพื่อร่วมประชุมกับคณะทำงานระหว่างประเทศว่าด้วยผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากปฏิบัติการทางทหาร ก่อนที่จะเข้าพบกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เพื่อร่วมหารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว
สิ่งที่น่าสังเกตประการหนึ่งคือ ธันเบิร์กใช้คำว่า ‘Ecocide’ มาอธิบายภาพของสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายล้างอย่างหนักในยูเครน หากยังคงจำกันได้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ชาวยูเครนต้องทนทุกข์ทรมานจากภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ เมื่อเขื่อนโนวา คาคอฟคา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเกิดแตกระเบิด ทำให้มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นกว่า 100 คนด้วยกัน น้ำปริมาณมหาศาลได้กวาดกลืนหมู่บ้าน พื้นที่การเกษตร และเขตอนุรักษ์ธรรมชาติพังเสียหาย อีกทั้งยังนำเอาพวกสารมลพิษต่างๆ ปะปนไปกับน้ำและเข้าไปสู่พื้นที่ชุมชน เช่น น้ำมันหรือสารเคมีที่ใช้ในภาคการเกษตร ก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลดำ
หลังเกิดเหตุดังกล่าวก็มีนักวิเคราะห์และหน่วยงานต่างๆ ออกมาพูดถึงทฤษฎีเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ทำให้เขื่อนโนวา คาคอฟคาแตก บ้างก็ว่ายูเครนนั่นแหละที่เป็นฝ่ายโจมตีเขื่อนนี้เสียเอง บ้างก็ว่ารัสเซียต่างหากที่แอบวางระเบิดจากภายในเขื่อน ขณะที่บางคนมองว่าไม่ใช่ฝีมือของใครทั้งนั้น แต่เขื่อนพังลงมาเองเพราะโครงสร้างที่ไม่แข็งแรง
แม้สาเหตุที่แท้จริงไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นภัยพิบัติทางระบบนิเวศที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในยุโรปในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา หรือเข้าตำรา Ecocide การทำลายสิ่งแวดล้อมระดับล้างผลาญที่ควรเป็นอาชญากรรมระดับโลก!
Ecocide เป็นคำนามที่เกิดจากการผสมคำกันระหว่างคำว่า Eco- ที่แปลว่า ‘สิ่งแวดล้อม’ บวกกับ -Cide หรือเติมลงไปท้ายคำศัพท์คำใดก็จะแปลได้ว่ามันเกี่ยวข้องกับ ‘การฆ่าหรือทำลาย’ ฉะนั้นเมื่อสองคำนี้รวมกันความหมายของมันจึงเป็น ‘การทำลายล้างสิ่งแวดล้อมในระดับที่รุนแรงสูง’ นั่นเอง
ในอดีตโลกเคยเผชิญกับภัยคุกคามทางธรรมชาติระดับ Ecocide อยู่หลายครั้ง ยกตัวอย่างเช่นเหตุการณ์ช็อกโลกเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2010 หลังแท่นขุดเจาะน้ำมัน Deepwater Horizon เกิดระเบิด ส่งผลให้มีน้ำมันดิบใต้ทะเลรั่วไหลออกมากว่า 779 ล้านลิตร และแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว แต่ระบบนิเวศในบริเวณดังกล่าวยังพบร่องรอยของความเสียหายมาจนถึงปัจจุบัน เพราะหลายพื้นที่ชายหาดยังคงเจอคราบน้ำมันตกค้าง
อีกหนึ่งกรณีที่เห็นภาพชัดคือปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอนของบราซิลที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้นำจากชนเผ่าต่างๆ รวมถึงกลุ่มสิทธิมนุษยชนในบราซิลได้พยายามเรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เปิดการสอบสวน ฌาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิล ที่ออกนโยบายเอื้อผลประโยชน์ในกลุ่มอุตสาหกรรมของรัฐบาลจนทำให้พื้นที่ป่าขนาดใหญ่ถูกทำลายกลายเป็นพื้นที่แห้งแล้ง และโลกต้องสูญเสียแหล่งเก็บกักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไป
หลายคนอาจไม่เคยรู้จักกับคำว่า Ecocide มาก่อน แต่จริงๆ แล้วนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมได้พยายามต่อสู้กันมาอย่างยาวนานเพื่อให้การทำลายล้างสิ่งแวดล้อมระดับรุนแรงนี้กลายเป็น ‘อาชญากรรมระหว่างประเทศ’ และเป็นคดีที่สามารถนำไปยื่นฟ้องร้องและมีการพิพากษากันใน ICC เฉกเช่นเดียวกับคดีความสำคัญอื่นๆ เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบทางอาญา
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขื่อนโนวา คาคอฟคานั้น อาจจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าที่โลกจะเข้าใจถึงขอบเขตความเสียหายอย่างเต็มรูปแบบ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและนักสิ่งแวดล้อมเชื่อว่าหายนะที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ จะเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตระหนักให้ผู้คนได้รับรู้ถึงความน่ากลัวของสิ่งที่เรียกว่า Ecocide
อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าการผลักดันให้การทำลายสิ่งแวดล้อมระดับล้างผลาญเป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศนั้นมีความพยายามมาหลายทศวรรษแล้ว แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ โลกได้เห็นการต่อสู้ครั้งใหม่ นำโดยหัวหอกคนสำคัญอย่าง พอลลี ฮิกกินส์ (Polly Higgins) ทนายความชาวอังกฤษที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 2019 ซึ่งทำให้เราได้เห็นแรงกดดันเกี่ยวกับประเด็นนี้เพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง
ในปัจจุบัน กฎหมายอาญาระหว่างประเทศจะโฟกัสไปที่อาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับ ‘ผู้คน’ เป็นหลัก แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่ากฎหมายดังกล่าวนั้นมีช่องโหว่ในแง่ของการจัดการกับภัยร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม
ด้วยเหตุนี้ ในปี 2021 คณะผู้เชี่ยวชาญจึงได้ร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ฉบับหนึ่ง ซึ่งหากมีการนำไปบังคับใช้เจริง ก็จะทำให้ Ecocide เป็นอาชญากรรมลำดับที่ 5 ที่ ICC สามารถดำเนินคดีได้ ไม่ต่างกับอาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ อย่างการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ อาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมแห่งการรุกราน โดยพวกเขาให้คำนิยาม Ecocide ว่าเป็น ‘การกระทำที่ป่าเถื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งผู้กระทำทราบดีว่ามีโอกาสสูงที่จะนำมาซึ่งความเสียหายอย่างรุนแรงในวงกว้าง และกินระยะเวลายาวนานต่อสิ่งแวดล้อมจากการกระทำเหล่านั้น’
ฟิลิปเป แซนด์ส (Philippe Sands) นักกฎหมายผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศมากว่า 30 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่ร่างกฎหมายดังกล่าว ระบุว่า “กฎหมายสามารถสร้างความแตกต่างได้ด้วยการเปลี่ยนจิตสำนึกของผู้คน” เพราะในขณะที่อาชญากรรมที่ ICC ดำเนินคดีมุ่งเป้าไปที่การคุ้มครองมนุษย์ แต่สิ่งนี้กลับสร้าง ‘ช่องว่าง’ ให้กับการก่ออาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะมุ่งดำเนินคดีกับทุกๆ การกระทำความผิดต่อสิ่งแวดล้อมแม้จะเล็กจะน้อย แต่การดำเนินการดังกล่าวมีจุดหมายในการ ‘กำหนดชื่อ’ และ ‘ทำให้การทำลายล้างสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงนับเป็นการก่ออาชญากรรม’
โจโจ เมห์ตา (Jojo Mehta) ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการบริหารองค์กร Stop Ecocide International ระบุว่า การดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมต้องทำควบคู่กันไปทั้งในเชิงปฏิบัติ เชิงกฎหมาย และเชิงสัญลักษณ์ด้วย เธอกล่าวว่า “เมื่อคุณใส่คำว่า Ecocide ไปอยู่ข้างกับคำว่า Genocide (การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์) มันเป็นการสะท้อนว่าจริงๆ แล้วเมื่อเราทำลายระบบนิเวศที่เราพึ่งพาพาอาศัยในการดำรงชีวิต มันเป็นเรื่องที่เลวร้าย ผิด อันตราย และร้ายแรงเท่าๆ กับการฆ่าคน”
นอกจากนี้เธอเชื่อว่าเมื่อมีการบังคับใช้กฎหมาย ก็เท่ากับว่าเป็นการบังคับให้มีผู้ที่ต้องรับผิดชอบ ฉะนั้น การออกตัวบทกฎหมายจึงจะช่วยหยุดการก่ออาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อมได้ตั้งแต่ต้นวงจร พร้อมกดดันให้ผู้บริหารขององค์กรต่างๆ ตลอดจนผู้นำทางการเมืองต้องพิจารณาทบทวนถึงประเด็นความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมก่อนที่พวกเขาจะดำเนินนโยบายใดลงไป
“ประเด็นทั้งหมดของการรับผิดทางอาญาไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการป้องกันมากกว่า” เมห์ตากล่าว “ข้อเท็จจริงในตอนนี้ก็คือ ไม่มีความผิดทางอาญาใดที่บอกว่าคุณไม่ควรทำลายล้างสิ่งแวดล้อมในระดับที่รุนแรงขนาดนี้ หมายความว่ามีการอนุญาตโดยปริยาย… คุณลองจินตนาการดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากอยู่ๆ เราก็อภัยโทษให้กับฆาตกร”
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐภาคีสมาชิกของธรรมนูญกรุงโรมฯ รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 120 ประเทศ แต่ถึงเช่นนั้นก็มีหลายประเทศที่ยอมรับให้ Ecocide ถือเป็นการก่ออาชญากรรมตามกฎหมายภายในประเทศตนเอง เช่น ยูเครน เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีบางประเทศที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการในลักษณะเดียวกัน เช่น บราซิล แคนาดา เคนยา มัลดีฟส์ และอังกฤษ
ในช่วงเวลาที่โลกพยายามผลักดันให้การทำลายล้างสิ่งแวดล้อมควรได้รับบทลงโทษทางอาญา ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า ในท้ายที่สุดแล้ว ICC จะยอมรับข้อกฎหมายนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “คำถามในตอนนี้ไม่ใช่ Ecocide จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายอาญาระหว่างประเทศหรือไม่ แต่จะเป็น ‘เมื่อไร’ ต่างหาก” แซนด์สกล่าว
แต่ถึงเช่นนั้นเราก็ยังคงต้องจับตาหนทางข้างหน้ากันต่อไป เพราะการบัญญัติกฎหมายใหม่นี้ยังคงมีอุปสรรคขวางกั้นอยู่ตรงที่ว่า กฎหมายเกี่ยวกับ Ecocide ไม่ได้มีผลแค่เพียงช่วยจัดการกับเหตุความขัดแย้งเท่านั้น แต่ในยามสงบมันก็มีบทบาทด้วยเช่นกัน เช่น กฎหมายนี้อาจถูกนำไปใช้ลงดาบกับบริษัทใหญ่ๆ เช่น บริษัทน้ำมัน ที่ธุรกิจของพวกเขาทำลายสิ่งแวดล้อม จุดนี้ทำให้หลายประเทศกังวลว่ากฎหมายดังกล่าวอาจจะเป็นสิ่งที่ไปจำกัดการทำธุรกิจได้ และด้วยความที่นิยามของขอบเขตคำว่า Ecocide ไม่ชัดเจน จึงทำให้ขาดเสียงสนับสนุนทางการเมืองเพื่อผลักดันให้วาระนี้สามารถไปถึงจุดหมายที่ตั้งเอาไว้
ฉะนั้นตอนนี้เราจึงทำได้แต่รอดูกันต่อไปว่า ในท้ายที่สุดแล้ว ความฝันที่โลกจะคืนความยุติธรรมให้กับธรรมชาตินั้นจะไปได้ไกลแค่ไหนกันแน่
ภาพ: Andriy Zhyhaylo / Obozrevatel / Global Images Ukraine via Getty Images
อ้างอิง:
The post รู้จัก ‘Ecocide’ การทำลายสิ่งแวดล้อมระดับล้างผลาญที่ เกรตา ธันเบิร์ก ประณามรัสเซียจากเหตุเขื่อนโนวา คาคอฟคาระเบิด appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศชาวสวีเดน […]
The post เกรตา ธันเบิร์ก ถูกตำรวจควบคุมตัวชั่วคราว หลังร่วมประท้วงขยายเหมืองถ่านหินในเยอรมนี appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศชาวสวีเดน ถูกตำรวจควบคุมตัว ภายหลังเข้าร่วมประท้วงเหตุขยายเหมืองถ่านหินในเยอรมนี
เบื้องต้นตำรวจเยอรมนีชี้แจงว่า เกรตาพร้อมกับนักเคลื่อนไหวคนอื่นๆ ไม่ได้ถูกจับกุมตัวหรือถูกตั้งข้อหาแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการควบคุมตัวให้ออกไปจากพื้นที่ดังกล่าว โดยทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวหลังตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลเรียบร้อยแล้ว
เกรตาและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมรายอื่นๆ เข้าร่วมชุมนุมคัดค้านการรื้อถอนหมู่บ้าน Lützerath เพื่อขยายเหมืองถ่านหินบริเวณดังกล่าวในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลินทางตะวันตกของประเทศเยอรมนี โดยพื้นที่บริเวณหมู่บ้านนี้สามารถผลิตถ่านหินลิกไนต์ได้มากถึงปีละ 25 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นถ่านหินชนิดที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุด
ด้านรัฐบาลเยอรมนีระบุว่า บริษัท RWE ที่เป็นเจ้าของที่ดินบริเวณหมู่บ้านดังกล่าว ต้องการรื้อถอนหมู่บ้านร้างนี้ เพื่อขยายเหมืองถ่านหินโดยเร็ว เพื่อให้เยอรมนีมีพลังงานใช้ในช่วงฤดูหนาวอย่างเพียงพอ หลังจากเกิดปัญหาขาดแคลนก๊าซธรรมชาติและพลังงานเชื้อเพลิงจากรัสเซีย นับตั้งแต่รัสเซียตัดสินใจทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูเครนในช่วงต้นปี 2022
แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเยอรมนีจะเดินหน้าผลักดันการเลิกใช้ถ่านหินในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลินแห่งนี้ภายในปี 2030 เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายที่จะเลิกใช้ถ่านหินระดับชาติภายในปี 2038
โดยเกรตาถือเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่มีบทบาทสำคัญระดับโลก เธอได้รับเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของนิตยสาร Time เมื่อปี 2019 นอกจากนี้เธอยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพตลอด 4 ปีที่ผ่านมาอีกด้วย
ภาพ: Federico Gambarini / Picture alliance via Getty Images
อ้างอิง:
The post เกรตา ธันเบิร์ก ถูกตำรวจควบคุมตัวชั่วคราว หลังร่วมประท้วงขยายเหมืองถ่านหินในเยอรมนี appeared first on THE STANDARD.
]]>
เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์สหภาพยุโรปและ […]
The post ฉลองครบรอบ 45 ปี สหภาพยุโรป ชวนดู ‘I Am Greta’ และงานศิลป์อื่นๆ ฟรีกับเทศกาล ASEAN-EU Cultural Festival 2022 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์สหภาพยุโรปและอาเซียน สหภาพยุโรปจัดงานเทศกาล ‘ASEAN-EU Cultural Festival 2022’ ชวนคนรุ่นใหม่รักงานศิลปะทุกแขนงมาร่วมชมภาพยนตร์ ดนตรี และศิลปะ โดยผู้กำกับ ศิลปิน นักดนตรีชื่อดังจากยุโรปและอาเซียน ผ่านช่องทาง On-site และ Online ผ่านงาน 3 รูปแบบ ได้แก่
ชวนชมภาพยนตร์ 2 เรื่อง ได้แก่ ‘The Barbarian Invasions’ ภาพยนตร์ประเทศมาเลเซีย ที่คว้ารางวัล Jury Grand Prix จาก Shanghai International Film Festival 2021 และ ‘I Am Greta’ ภาพยนตร์สารคดีเรื่องแรกของผู้กำกับชาวสวีเดน Nathan Grossman ฉายเรื่องราวของ Greta Thunberg นักเคลื่อนไหวทางด้านสภาพภูมิอากาศ คนรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทั้ง 2 เรื่องชมฟรี จัดฉายในวันที่ 23 กันยายน 2565 ณ โรงภาพยนตร์ Paragon Cineplex
การแสดงคอนเสิร์ตออนไลน์ของศิลปินแจ๊สรุ่นใหม่ 2 คน ได้แก่ Vincent Peirani นักเล่นหีบเพลงแจ๊สชาวฝรั่งเศส นักร้อง นักแต่งเพลงชื่อดัง และ Joey Alexander หนุ่มน้อยนักเปียโนแจ๊สชาวอินโดนีเซีย ผู้เข้าชิงรางวัล Grammy Awards ที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยวัยเพียง 12 ปี โดยจัดแสดงระหว่างวันที่ 19-25 กันยายน 2565 ผ่านทาง www.aseaneuculturalfestival.com
และอย่างสุดท้ายคือ Visual Arts กับ ‘Butterflies Count not Months but Moments, and have Enough Time’ นิทรรศการงานอาร์ตของ 8 ศิลปินรุ่นใหม่จาก 8 ประเทศ ตัวแทนจากยุโรปและอาเซียน ยกตัวอย่างเช่น Anis Nagasevi ประเทศไทย, Ila ประเทศสิงคโปร์, Linda Lamignan ประเทศเดนมาร์ก และ KristofLab ประเทศฮังการี ฯลฯ ผลงานสะท้อนแนวคิดปรัชญา วัฒนธรรม สังคม ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่างๆ ทั้ง คลิปวิดีโอ บทกวี สารคดี ไปจนถึงแอนิเมชันและการแสดง โดยจะจัดแสดงระหว่างวันที่ 19-25 กันยายน 2565 ผ่านทางเว็บไซต์หลักของงานอีกเช่นเคย
สำหรับผู้ที่สนใจงานอาร์ตของทั้งฝั่งยุโรปและอาเซียน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.aseaneuculturalfestival.com
ภาพ: Asean-EU Cultural Festival 2022
The post ฉลองครบรอบ 45 ปี สหภาพยุโรป ชวนดู ‘I Am Greta’ และงานศิลป์อื่นๆ ฟรีกับเทศกาล ASEAN-EU Cultural Festival 2022 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนวั […]
The post เกรตา ธันเบิร์ก ชี้ COP26 คือ ‘ความล้มเหลว’ ระหว่างร่วมเดินขบวนกับเด็กนักเรียนในกลาสโกว์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนวัย 18 ปี กล่าวกับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในเมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ ว่าการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 คือ ‘ความล้มเหลว’ ในระหว่างที่เธอเดินขบวนไปทั่วเมืองกลาสโกว์ร่วมกับกลุ่มเยาวชนหลายพันคนจากนานาประเทศ ซึ่งรวมถึงเด็กนักเรียนในสกอตแลนด์ เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลกเร่งแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
ธันเบิร์กกล่าวกับฝูงชนเมื่อเดินขบวนมาถึงจัตุรัสจอร์จว่า “มันไม่ใช่ความลับที่ว่า COP26 เป็นความล้มเหลว และมันชัดเจนว่าเราไม่สามารถแก้ไขวิกฤตด้วยวิธีการเดียวกับที่พาเราเข้ามาอยู่ในวิกฤตตั้งแต่แรก
“เราจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อปีลงอย่างมากในทันที” เธอกล่าว
การเดินขบวนดังกล่าวจัดขึ้นโดย Fridays for Future Scotland ก่อตั้งโดยกลุ่มเยาวชนที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก เกรตา ธันเบิร์ก ซึ่งหยุดเรียนทุกวันศุกร์เพื่อรณรงค์เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศ โดยการเดินขบวนของกลุ่มเยาวชนนี้นับเป็นหนึ่งในการประท้วงที่ใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นในระหว่างการประชุม COP26 ซึ่งจัดขึ้นในเมืองกลาสโกว์
“ผู้มีอำนาจสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปในฟองสบู่ที่เต็มไปด้วยเรื่องเพ้อฝัน เช่น การเติบโตชั่วนิรันดร์บนดาวเคราะห์ที่มีขอบเขตจำกัดอย่างโลก และการแก้ปัญหาทางเทคโนโลยีที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาอย่างไร้จุดหมาย และจะลบล้างวิกฤตเหล่านี้ให้หมดสิ้นไปได้ง่ายๆ
“ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในขณะที่โลกกำลังถูกเผาอย่างแท้จริง และในขณะที่ประชาชนที่อาศัยอยู่แนวหน้ายังคงเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง”
เธอกล่าวอีกด้วยว่า การประชุม COP26 คืองานพบปะสังสรรค์ทางธุรกิจยาวนาน 2 สัปดาห์ เหมือนกับการประชุมที่แล้วๆ มา เอาแต่พูดเรื่องน่าเบื่อ ไร้สาระ เพื่อรักษาสายสัมพันธ์ทางธุรกิจ และสร้างช่องโหว่เพื่อประโยชน์ของตนเอง
นอกจากธันเบิร์กแล้ว นักเคลื่อนไหวรุ่นเยาว์จากประเทศอื่นๆ ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยเช่นกัน เพื่อให้โลกได้รับรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อบ้านเกิดของพวกเขาอย่างไร
ขณะเดียวกัน นอกจากในเมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุม COP26 แล้ว บรรดาเยาวชนคนหนุ่มสาวทั่วโลกก็หยุดเรียนในวันศุกร์เพื่อออกมาเดินขบวนเช่นกัน เพื่อปลุกจิตสำนึกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ด้านทำเนียบดาวนิงสตรีทในกรุงลอนดอน กล่าวถึงการที่กลุ่มเด็กและเยาวชนขาดเรียนเพื่อเข้าร่วมการประท้วงว่า เป็นเรื่องยุ่งวุ่นวายอย่างมากในช่วงเวลาที่โควิดระบาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเรียนของเด็กๆ มากอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม สภาเมืองกลาสโกว์และหน่วยงานท้องถิ่นส่วนใหญ่เปิดเผยกับ BBC ว่า เด็กนักเรียนจะไม่ถูกทำโทษที่โดดเรียนไปร่วมประท้วง แต่ขอให้ผู้ปกครองแจ้งให้โรงเรียนทราบ เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย
ด้าน นิโคลา สเตอร์เจียน มุขมนตรีแห่งสกอตแลนด์ กล่าวว่าเธอมุ่งมั่นที่จะสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐบาลสกอตแลนด์กับเยาวชนคนหนุ่มสาว และมีส่วนร่วมกับพวกเขาในการตัดสินใจ
ขณะที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงแสดงความเห็นพระทัยต่อความโกรธและความผิดหวังของนักเคลื่อนไหวรุ่นเยาว์ ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อคณะผู้ร่วมประชุม COP26 ว่า เด็กๆ เหล่านี้แบกรับน้ำหนักของประวัติศาสตร์อยู่บนบ่า พร้อมทรงเผยด้วยว่าพระองค์ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการเดินขบวน แต่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
ภาพ: Peter Summers / Getty Images
อ้างอิง:
The post เกรตา ธันเบิร์ก ชี้ COP26 คือ ‘ความล้มเหลว’ ระหว่างร่วมเดินขบวนกับเด็กนักเรียนในกลาสโกว์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก่อนหน้าที่การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภา […]
The post เปิดจดหมายถึงสื่อมวลชนทั่วโลก จากเกรตา ธันเบิร์ก และวาเนสซา นากาเต นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม เสียงสะท้อนของคนรุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก่อนหน้าที่การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 26 หรือ COP26 จะเปิดฉากขึ้นที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ของสหราชอาณาจักร เพียงไม่กี่วัน เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมวัย 18 ปีจากสวีเดน ผู้มีส่วนก่อตั้งกลุ่ม Fridays for Future และวาเนสซา นากาเต นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวยูกันดา ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Rise Up ได้ร่วมกันส่งจดหมายเปิดผนึกถึงพี่น้องสื่อมวลชนทั่วโลก ใจความว่า
“ธารน้ำแข็งที่กำลังละลาย ไฟป่า ภาวะแห้งแล้ง คลื่นความร้อนรุนแรง น้ำท่วม เฮอริเคน การสูญเสียความหลากหลายทางระบบนิเวศ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นลักษณะอาการของโลกที่เริ่มไม่มีความมั่นคง ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นรอบตัวเราตลอดเวลา
สิ่งเหล่านี้คือเรื่องราวที่คุณได้รายงานได้พูดถึง แต่บางครั้งวิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นอะไรมากกว่าแค่สิ่งเหล่านี้มาก ถ้าคุณต้องการจะนำเสนอถึงประเด็นวิกฤตสภาพภูมิอากาศอย่างแท้จริง คุณจะต้องรายงานถึงประเด็นขั้นพื้นฐานในมิติของเวลา การคิดแบบองค์รวม และประเด็นเรื่องความยุติธรรมด้วย
ประการแรก แนวคิดเรื่องเวลา หากเรื่องราวการนำเสนอของคุณไม่ได้รวมเอาแนวคิดของเวลาใส่ไว้ด้วย วิกฤตสภาพภูมิอากาศก็เป็นเพียงหัวข้อทางการเมืองไม่ต่างจากหัวข้ออื่นๆ ซึ่งเราสามารถซื้อ สร้าง หรือลงทุนเพื่อเอาตัวรอดได้ ละทิ้งมิติของเวลาเอาไว้และเราก็จะสามารถเดินหน้าไปต่อได้เหมือนเช่นทุกวันนี้ แล้วค่อยไปแก้ไขปัญหาเอาในภายหลังปี 2030, 2050 หรือ 2060 โดยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่า ถ้าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป งบประมาณที่เหลืออยู่สำหรับการคงไว้ให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอยู่ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส จะหมดลงก่อนหมดทศวรรษนี้
ประการที่สอง การคิดแบบองค์รวม หากพิจารณาจากงบประมาณคาร์บอนที่เหลืออยู่ เราจำเป็นจะต้องนับรวมจำนวนและปริมาณทั้งหมดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น ปัจจุบันคุณกำลังปล่อยให้บรรดาประเทศที่มีรายได้สูงและเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ลอยนวล ปล่อยให้พวกเขาหลบอยู่หลังสถิติที่ไม่สมบูรณ์ เต็มไปด้วยช่องโหว่และถ้อยคำโน้มน้าวชักจูงให้คล้อยตามที่พวกเขาพยายามสร้างขึ้นมาตลอดช่วง 30 ปีที่ผ่านมา
ประการที่สาม ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความยุติธรรม วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเกี่ยวกับสภาพอากาศที่รุนแรงเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับผู้คน ผู้คนจริงๆ มีผู้คนจำนวนมากที่แทบจะไม่ได้มีส่วนก่อให้เกิดวิกฤตสภาพภูมิอากาศเลย แต่กลับเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะคนซีกโลกใต้ที่เปรียบเสมือนอยู่หน้าด่านของวิกฤตสภาพภูมิอากาศในครั้งนี้ พวกเขาแทบจะไม่เคยปรากฏอยู่ในหน้าสื่อหนังสือพิมพ์ต่างๆ ของโลกเลย ในขณะที่สื่อตะวันตกจับจ้องและรายงานแต่ข่าวไฟป่าในแคลิฟอร์เนียหรือในออสเตรเลีย วิกฤตน้ำท่วมในยุโรป ในขณะที่หายนะที่เกี่ยวเนื่องกับภูมิอากาศที่เกิดขึ้นกับคนทางใต้แทบจะไม่ได้รับความสนใจเลย มีน้อยมากๆ
สรุปก็คือ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรม คุณไม่อาจเพิกเฉยต่อความรับผิดชอบทางศีลธรรมของผู้คนทางตอนเหนือได้ พวกเขาจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง ภายในสิ้นปีนี้ โลกจะลดงบประมาณคาร์บอนรวมกันถึง 89% ซึ่งทำให้เรามีโอกาส 66% ที่จะอยู่ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส นั่นจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่การปล่อยมลพิษในอดีตจำเป็นต้องถูกนับรวมด้วย และยังเป็นหัวใจหลักของการถกเถียงเรื่องความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศด้วย ถึงกระนั้น การปล่อยมลพิษในอดีตก็ยังคงถูกเพิกเฉยโดยสื่อและผู้มีอำนาจเกือบทั้งหมด
เพื่อที่จะให้อยู่ภายใต้เป้าหมายที่ตั้งไว้ในความตกลงปารีส ด้วยเหตุนี้เราจำเป็นต้องลดความเสี่ยงที่จะเกิดปฏิกริยาลูกโซ่ที่อยู่เหนือการควบคุมของมุนษย์ เราจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงโดยทันทีอย่างจริงจังและเป็นประจำทุกปีอย่างที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน เนื่องจากเราไม่สามารถหาทางออกผ่านการใช้เทคโนโลยีต่างๆ อย่างเดียวได้ เพื่อที่จะทำนายอนาคตอันใกล้ นั่นหมายความว่า เราต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานให้เกิดขึ้นในสังคมของเรา นี่เป็นผลลัพธ์อันน่ากระอักกระอ่วนใจของบรรดาผู้นำที่ล้มเหลวในการบริหารจัดการวิกฤตนี้
ความรับผิดชอบของคุณในการที่จะช่วยแก้ไขความล้มเหลวนี้ไม่ได้เป็นการกล่าวเกินจริง เราต่างเป็นสัตว์สังคม ถ้าผู้นำและสื่อของพวกเราไม่ทำราวกับว่าพวกเราอยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤต นั่นอาจทำให้เราไม่เข้าใจว่าเราอยู่ในสถานการณ์แบบไหน หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดของประชาธิปไตยที่ใช้งานได้คือ ‘เสรีภาพสื่อ’ ที่จะช่วยแจ้งและให้ข้อมูลแก่พลเมืองของเราเกี่ยวกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สังคมของพวกเรากำลังเผชิญอยู่ และสื่อจะต้องทำให้ผู้คนตระหนักถึงความรับผิดชอบที่พวกเขามีร่วมกัน ทั้งจากการกระทำและการไม่กระทำของพวกเขา
คุณเป็นหนึ่งในความหวังสุดท้ายของเรา ไม่มีใครอื่นที่จะสร้างความเป็นไปได้และมีโอกาสในการเข้าถึงผู้คนจำนวนมากในช่วงเวลาสั้นๆ เราไม่สามารถทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้หากปราศจากคุณ วิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นประเด็นเร่งด่วน พวกเรายังสามารถที่จะหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดนี้ได้ ยังสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวนี้ได้ แต่พวกเราต้องไม่เดินหน้าไปอย่างเช่นในทุกวันนี้ คุณมีทรัพยากรและความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวเพียงชั่วข้ามคืน
ไม่ว่าคุณเลือกที่จะลุกขึ้นต่อสู้กับความท้าทายนั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคุณ ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน ประวัติศาสตร์จะตัดสินคุณ”
เกรตา ธันเบิร์ก และวาเนสซา นากาเต
ภาพ: Nicolò Campo / LightRocket via Getty Images
อ้างอิง:
The post เปิดจดหมายถึงสื่อมวลชนทั่วโลก จากเกรตา ธันเบิร์ก และวาเนสซา นากาเต นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม เสียงสะท้อนของคนรุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (31 ตุลาคม) เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสิ่ […]
The post เกรตา ธันเบิร์ก ปลุกกระแส ‘Greta Mania’ ทันทีที่เดินทางถึงกลาสโกว์ เจ้าภาพจัด COP26 ปีนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (31 ตุลาคม) เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนวัย 18 ปี ปลุกกระแส ‘Greta Mania’ ทันทีที่เดินทางถึงกลาสโกว์ สกอตแลนด์ ในสหราชอาณาจักร เมืองเจ้าภาพจัดการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) โดยมีผู้นำประเทศและผู้นำองค์กรจำนวนมากเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้
ธันเบิร์กเดินทางด้วยรถไฟจากกรุงลอนดอนมุ่งหน้าสู่กลาสโกว์ หลังจากเข้าร่วมเดินประท้วงในเมืองหลวงของสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้ยกเลิกสนับสนุนการใช้พลังงานจากฟอสซิลและหันไปใช้หลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น ทันทีที่เธอเดินทางถึงกลาสโกว์ มีผู้คนมารอต้อนรับเป็นจำนวนมาก
โดยในปีนี้เธอไม่ได้รับเชิญให้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวที COP26 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเธอให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า “ฉันคิดว่าคนจำนวนมากคงรู้สึกกลัว ถ้าพวกเขาเชิญคนรุ่นใหม่ที่มีแนวความคิดสุดโต่งมากๆ เพราะนั่นอาจจะทำให้พวกเขาดูไม่ดีได้”
นอกจากนี้เธอยังระบุอีกว่า การประชุมในครั้งนี้จำเป็นต้องมีผู้แทนจากแถบซีกโลกใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีผู้คนและสิ่งแวดล้อมได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง
“ไม่ยุติธรรมเลยที่บางประเทศส่งผู้แทนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ในขณะที่บางประเทศไม่มีตัวแทนที่เป็นกระบอกเสียงแทนพวกเขาเลย สิ่งนี้ได้ก่อให้เกิดความไม่สมดุลเรียบร้อยแล้ว ความเป็นธรรมทางด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Justice) ถือเป็นหัวใจที่มีความสำคัญมากของวิกฤตนี้”
ภาพ: Dylan Martinez / Reuters
อ้างอิง:
The post เกรตา ธันเบิร์ก ปลุกกระแส ‘Greta Mania’ ทันทีที่เดินทางถึงกลาสโกว์ เจ้าภาพจัด COP26 ปีนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (20 สิงหาคม) เมื่อราว 3 ปีที่แล้ว เกรตา ธันเบิร์ […]
The post 3 ปีหลังการเคลื่อนไหวของ เกรตา ธันเบิร์ก ประชาคมโลกยังคงเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (20 สิงหาคม) เมื่อราว 3 ปีที่แล้ว เกรตา ธันเบิร์ก ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากจากสื่อหลากหลายสำนักทั่วโลก หลังจากนักเคลื่อนไหวชาวสวีเดนวัยเพียง 15 ปีได้สร้างปรากฏการณ์ที่ทำให้เยาวชนทั่วโลกตื่นตัวกับปัญหาโลกร้อน ด้วยการเป็นแกนนำจัดการชุมนุมนอกอาคารรัฐสภาสวีเดน เพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐออกมาตรการแก้ไขวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
เพราะสำหรับคนรุ่นใหม่ รวมถึงประชากรโลกทุกคน วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยเฉพาะภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นความท้าทายครั้งสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออนาคตของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะมีกระแสความตื่นตัวเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก แต่ 3 ปีนับจากที่ธันเบิร์กได้กลายเป็นกระบอกเสียงให้พวกเราฉุกคิดและเริ่มลงมือทำ ประชาคมโลกก็ยังคงเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมประจำองค์การสหประชาชาติยืนยัน ผู้คนจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยโลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นราว 1.1 องศาเซลเซียส หรือ 2 ฟาเรนไฮต์ นับตั้งแต่ช่วงที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม ช่วงศตรรษที่ 19 ที่ใช้ถ่านหิน น้ำมัน และแก๊สเป็นพลังงานเชื้อเพลิง โดยมีการคาดการณ์ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยจะเพิ่มสูง 1.5 องศาเซลเซียส ภายใน 20 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ประชากรโลกเกือบ 1 พันล้านคนได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อน หลายพื้นที่ประสบภาวะแห้งแล้งอย่างหนัก น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกละลายลงอย่างรวดเร็ว
อีกทั้งจากรายงานล่าสุดของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) เกี่ยวกับดัชนีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก The Children’s Climate Risk Index (CCRI) ระบุว่า เด็กๆ ทุกคนบนโลกขณะนี้ต่างกำลังเผชิญปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือสิ่งแวดล้อมอย่างน้อย 1 ประเด็นปัญหา โดยมีเด็กราว 850 ล้านราย หรือคิดเป็นราว 1 ใน 3 ของประชากรเด็กทั้งหมดทั่วโลก ต่างกำลังเผชิญปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือสิ่งแวดล้อม 4 ประเด็นปัญหาขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นคลื่นรังสีความร้อน ไซโคลน มลพิษทางอากาศ วิกฤตน้ำท่วม ภาวะภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำ เป็นต้น
รายงานดังกล่าวยังระบุอีกว่า เด็กราว 1 ล้านรายทั่วโลกอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูงมาก ซึ่งประเทศส่วนใหญ่อยู่ในแถบทวีปแอฟริกาและเอเชียใต้ ซึ่งมีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมกันเพียงราว 9% ขณะที่ 10 ประเทศที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด รวมถึงจีน สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และญี่ปุ่น ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมกันสูงเกือบ 70% เด็กๆ ในประเทศเหล่านี้กลับมีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมต่ำ มีเพียงอินเดียเท่านั้นในกลุ่มนี้ที่ได้รับการจัดให้อยุ่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงสูงมาก มีดัชนี CCRI อยู่ที่ 7.4
ขณะที่ในย่านอาเซียนมีเพียงเมียนมาและฟิลิปปินส์ที่ได้รับการจัดให้อยุ่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงสูงมาก ดัชนี CCRI อยู่ที่ 7.1 ส่วนประเทศไทยได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูง ดัชนี CCRI อยู่ที่ 6.2 โดยอาจถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนในประชาคมโลกจะเล็งเห็นและลงมือแก้ไขวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมนี้อย่างจริงจัง
บทความที่เกี่ยวข้อง:
ย้อนชมคลิป: เกรตา ธันเบิร์ก ส่งข้อความถึงผู้นำโลก ให้จริงจังเรื่องสิ่งแวดล้อม ให้ลงมือทำดีกว่าเอาแต่พูด เพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/greta-thunberg-environment-message/
ภาพ: Maja Hitij / Getty Images
อ้างอิง:
The post 3 ปีหลังการเคลื่อนไหวของ เกรตา ธันเบิร์ก ประชาคมโลกยังคงเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่ Condé Nast ประกาศเปิดตัวนิตยสาร Vogue ประจำภ […]
The post Greta Thunberg ประเดิมขึ้นปกนิตยสาร Vogue Scandinavia ฉบับปฐมฤกษ์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่ Condé Nast ประกาศเปิดตัวนิตยสาร Vogue ประจำภูมิภาคสแกนดิเนเวีย (สวีเดน, นอร์เวย์, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์ และไอซ์แลนด์) ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมกับตั้งประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเป็นค่านิยมหลักประจำนิตยสาร ล่าสุดได้มีการปล่อยหน้าปกฉบับปฐมฤกษ์ประจำเดือนสิงหาคม-กันยายน 2021 ซึ่งได้ Greta Thunberg (เกรตา ธันเบิร์ก) นักเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนวัย 18 ปี กำลังนั่งพิงต้นไม้ในป่านอกกรุงสตอกโฮล์ม พร้อมกับม้าหนึ่งตัว โดยมี Iris และ Mattias Alexandrov Klum สองช่างภาพชาวสวีเดนเป็นคนลั่นชัตเตอร์
Greta Thunberg กล่าวในบทสัมภาษณ์ว่า “อุตสาหกรรมแฟชั่นส่งผลกระทบอย่างมากต่อสภาพอากาศและระบบนิเวศ ยังไม่รวมเรื่องแรงงานและชุมชนที่ถูกเอาเปรียบทั่วโลก เพื่อให้บางคนได้สนุกกับฟาสต์แฟชั่นที่หลายคนทำเหมือนมันเป็นสิ่งของทิ้งขว้าง” พร้อมกับย้ำว่าแคมเปญแฟชั่นที่พูดถึงความยั่งยืนมากมายในปัจจุบันไม่ต่างอะไรกับการฟอกเขียว (Greenwashing) “เราไม่สามารถผลิตสินค้าแฟชั่นปริมาณมาก หรือบอกว่าควรบริโภคอย่างยั่งยืนแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ ซึ่งหนึ่งในหลายเหตุผลก็คือเราแฟชั่นควรได้รับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง”
View this post on Instagram
นับเป็นหน้าปกนิตยสารแฟชั่นล่าสุดของเธอ เช่น Vogue อังกฤษ ฉบับเดือนกันยายน 2019 ที่ได้ Meghan Markle มาเป็นบรรณาธิการรับเชิญ ร่วมกับผู้หญิงที่สร้างความเปลี่ยนแปลงทั่วโลก ต่อด้วย GQ ฉบับเดือนตุลาคม 2019 พร้อมกับรางวัล Game Changer of the Year จากนิตยสารไปครอง นอกจากนั้นในปลายปีดังกล่าว เราก็ได้เห็นเธอขึ้นปกนิตยสาร Time อีกครั้งในฐานะบุคคลแห่งปี 2019
ซึ่งนอกจากจะมีการปล่อยหน้าปกฉบับแรกแล้ว ยังมีการเปิดเผยรายชื่อทีมงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีความหลากหลายทั้งหน้าที่และภูมิหลัง นำโดย Martina Bonnier บรรณาธิการบริการชาวสวีเดน, Rawdah Mohamed นางแบบมุสลิมเชื้อสายโซมาเลียเป็นบรรณาธิการแฟชั่นประจำนอร์เวย์, Sophia Roe บรรณาธิการแฟชั่นประจำเดนมาร์ก ร่วมด้วยเหล่าผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น Mikko Puttonen ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความลื่นไหลทางเพศประจำฟินแลนด์, Celine Aagaard ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความยั่งยืน, Ása Steinars ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Eco Beauty และอีกมากมาย
และสำหรับใครที่ต้องการจะเป็นเจ้าของฉบับปฐมฤกษ์นี้ สามารถสั่งซื้อได้ทางร้านค้าแฟลกชิปสโตร์ออนไลน์ของทางนิตยสารเท่านั้น เพื่อลดต้นทุนและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและปัญหานิตยสารตกค้างแบบที่เคยเกิดขึ้นกับแผงหนังสือพิมพ์ แถมทางนิตยสารได้ร่วมงานกับ Stora Enso บริษัทกระดาษจากฟินแลนด์ เพื่อควบคุมเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการผลิต และปราศจากการห่อพลาสติก จึงมั่นใจได้ว่านิตยสารที่อยู่ในมือไม่ว่าจะเป็นฉบับตีพิมพ์หรือฉบับดิจิทัลจะมาจากกระบวนการคิดแบบยั่งยืน สมกับเป็นภูมิภาคที่ขึ้นชื่อเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
ภาพ: Mattias Alexandrov Klum / Vogue Scandinavia
อ้างอิง:
The post Greta Thunberg ประเดิมขึ้นปกนิตยสาร Vogue Scandinavia ฉบับปฐมฤกษ์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) เกรตา ธันเบิร์ก ผู้ได้รับการเสนอ […]
The post เกรตา ธันเบิร์ก วิจารณ์คลิปโปรโมตภารกิจสำรวจดาวอังคาร ชี้โลกอยู่ในวิกฤต การขายแนวคิดย้ายไปโลกใบใหม่อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) เกรตา ธันเบิร์ก ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ บุคคลแห่งปีที่อายุน้อยที่สุดของ Time เมื่อปี 2019 และผู้ก่อตั้งแคมเปญ Fridays for Future (FFF) เพื่อรณรงค์และเคลื่อนไหวในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมโลก วิจารณ์สปอตโฆษณากระตุ้นการท่องเที่ยวในห้วงอวกาศของภารกิจสำรวจดาวอังคารขององค์การ NASA ชี้โลกกำลังอยู่ในวิกฤตและต้องการความช่วยเหลือมากกว่าที่คุณคิด การขายแนวคิดย้ายไปโลกใบใหม่อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก
ในวิดีโอดังกล่าวของ NASA ระบุว่า “หลังจากที่มนุษย์อาศัยอยู่บนโลกมานานกว่า 5 ล้านปี ถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง ดาวอังคารที่มีพื้นที่กว่า 56 ล้านตารางไมล์มีแผ่นดินที่ไม่เคยถูกแตะต้อง มีทิวทัศน์ที่ชวนตะลึงและน่าเหลือเชื่อ
ดาวอังคาร ดาวเคราะห์ที่ยังไร้มลภาวะ โลกใบใหม่ที่จะให้เราเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
99% ของประชากรโลกที่จะยังคงอาศัยอยู่บนโลก เรา (ที่อาศัยอยู่บนดาวดวงใหม่) จะแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ดีกว่า”
โดยโฆษกแคมเปญ FFF ระบุว่า คลิปโปรโมตดังกล่าวพูดถึงสิ่งที่ไร้สาระ และสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำได้เป็นอย่างดี เพราะจะมีเพียง 1% ที่จะได้ขึ้นไปอาศัยอยู่บนดาวอังคาร ขณะที่อีก 99% ยังคงต้องอาศัยอยู่ในโลกใบเดิม สิ่งที่เราต้องทำคือ การหันมาช่วยกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง การขายแนวคิดที่อยากจะย้ายไปโลกใบใหม่ เพื่อเริ่มต้นใหม่อาจไม่ใช่แนวคิดที่มีประสิทธิภาพมากนักที่จะช่วยให้ทุกคนตระหนักรู้ถึงวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ของพวกเรา
Perseverance rover ในโครงการสำรวจดาวอังคารของ NASA จะจับมือกับภารกิจสำรวจดาวอังคารของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และจีน เพื่อเดินหน้าเก็บข้อมูลดาวเคราะห์ดวงนี้ แม้จะยังไม่มีการส่งนักบินอวกาศไปกับยานสำรวจดังกล่าว แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าอีกไม่นานจะมีรอยเท้าของมนุษยชาติประทับอยู่บนพื้นผิวของดาวอังคาร โดย อีลอน มัสก์ ตั้งเป้าให้ยาน SpaceX พามนุษย์เหยียบดาวอังคารภายในปี 2026
ภาพ: Kay Nietfeld / picture alliance via Getty Images
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
อ้างอิง:
The post เกรตา ธันเบิร์ก วิจารณ์คลิปโปรโมตภารกิจสำรวจดาวอังคาร ชี้โลกอยู่ในวิกฤต การขายแนวคิดย้ายไปโลกใบใหม่อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก appeared first on THE STANDARD.
]]>ฟัง เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเ […]
The post ชมคลิป: เกรตา ธันเบิร์ก ส่งข้อความถึงผู้นำโลก ให้จริงจังเรื่องสิ่งแวดล้อม ให้ลงมือทำดีกว่าเอาแต่พูด appeared first on THE STANDARD.
]]>ฟัง เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดน วัย 18 ปี และบุคคลแห่งปีที่อายุน้อยที่สุดของนิตยสาร Time ส่งข้อความถึงบรรดาผู้นำโลก ผู้นำภาคธุรกิจและการลงทุน ให้ลงมือป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมโลกอย่างจริงจัง ขณะเข้าร่วมงาน World Economic Forum 2021
The post ชมคลิป: เกรตา ธันเบิร์ก ส่งข้อความถึงผู้นำโลก ให้จริงจังเรื่องสิ่งแวดล้อม ให้ลงมือทำดีกว่าเอาแต่พูด appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อวานที่ผ่านมา (25 มกราคม) ตามเวลาท้องถิ่น เกรตา ธัน […]
The post DAVOS 2021: เกรตา ธันเบิร์ก ส่งข้อความถึงผู้นำโลกให้จริงจังเรื่องสิ่งแวดล้อม ให้ลงมือทำดีกว่าเอาแต่พูด ตั้งเป้าเลื่อนลอย appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อวานที่ผ่านมา (25 มกราคม) ตามเวลาท้องถิ่น เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดน ส่งข้อความถึงบรรดาผู้นำโลกให้ตระหนักและเดินหน้ารับมือกับประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมโลก ขณะเข้าร่วมงาน World Economic Forum 2021 #DavosAgenda ที่ในปีนี้เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์รับเป็นเจ้าภาพ พร้อมเน้นหนักไปที่การประชุมแบบ Virtual เชื่อมโยงเครือข่ายในกว่า 400 เมืองทั่วโลก ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
โดยเกรตาเรียกร้องให้ผู้นำโลกลงมือป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง แทนที่การเอาแต่พูดคุยกันถึงเป้าหมายที่อาจจะดูเลื่อนลอย และอาจจะยังไม่เพียงพอกับการรับผิดชอบต่ออนาคตของลูกหลานพลเมืองโลกในอนาคต
“สวัสดี ฉันชื่อ เกราตา ธันเบิร์ก ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อที่จะมาคุยเรื่องข้อตกลงอะไร อย่างที่คุณเห็น ฉันไม่ได้ถือครองผลประโยชน์ทางด้านการเงินขององค์กรใด หรือสังกัดพรรคการเมืองไหน ฉันจึงไม่สามารถที่จะเจรจาต่อรองได้ แต่ฉันมาที่นี่เพื่อย้ำเตือนพวกคุณอีกครั้งถึงสถานการณ์ฉุกเฉินที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ วิกฤตที่คุณและบรรพบุรุษของคุณได้สร้างขึ้นและส่งผลกระทบถึงพวกเราในทุกวันนี้ เป็นวิกฤตที่คุณเองก็ยังคงเพิกเฉยและมองข้าม
ฉันมาที่นี่เพื่อมาย้ำเตือนสัญญาที่คุณให้ไว้กับลูกหลานของคุณ และเราจะไม่ยอมอ่อนข้อให้พวกคุณแม้แต่น้อย หากมันยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
โชคร้ายที่วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศอาจไม่สามารถเยียวยาแก้ไขได้ด้วยระบบที่มีอยู่ในทุกวันนี้ ตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่นี้ นี่ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นอีกต่อไป แต่นี่คือข้อเท็จจริง
เราจำเป็นต้องพึงตระหนักไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ภาคธุรกิจและการลงทุนต่างๆ ให้เร่งตั้งเป้าหมายใหม่ที่ใช้ความความพยายามมากยิ่งขึ้นไปอีก และมุ่งไปสู่เป้าหมายนั้นโดยเร็ว เราหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับความเป็นจริงมานานมากพอแล้ว เราแสร้งทำเป็นว่า เราสามารถจัดการแก้ไขวิกฤตด้านภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ โดยที่เราไม่เคยปฏิบัติต่อมันราวกับว่าเป็นวิกฤตเลยสักครั้ง
ทุกวันนี้ เราได้ยินผู้นำรัฐบาลและชาติต่างๆ ทั่วโลกต่างพูดถึงประเด็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อม แทนที่พวกเขาจะลงมือแก้ไขปัญหานั้นอย่างเร่งด่วน แต่พวกเขากลับตั้งเป้าหมายที่คลุมเครือ ไม่เพียงพอ ไม่สมเหตุสมผลอย่างที่มันควรจะเป็น อาทิ การตั้งเป้าเป็นประเทศปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 หรือ Net-zero 2050 เป็นต้น บางเป้าหมายมีช่องโหว่ ไม่สมบูรณ์ บางเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ไม่ต่างจากการสยบยอมต่อวิกฤตที่จะมาถึง เหมือนคุณตื่นขึ้นมากลางดึก คุณเห็นบ้านตัวเองไฟไหม้ แต่ใช้เวลาตัดสินใจนาน 10, 20 หรือ 30 ปี กว่าคุณจะโทรเรียกหน่วยดับเพลิง
เราเข้าใจว่าโลกมีความซับซ้อนมาก และความเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ชั่วข้ามคืน แต่คุณเอาแต่พูด บลา บลา บลา มานานกว่า 30 ปีแล้ว คุณยังต้องการเวลาอีกนานแค่ไหน
ตอนนี้เราแทบจะสิ้นหวัง แล้วความหวังคืออะไรล่ะ สำหรับฉัน ความหวังไม่ใช่การการันตีว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะโอเคขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างจะได้รับการดูแลและเราไม่จำเป็นต้องเป็นกังวล สำหรับฉัน ความหวังคือความรู้สึกที่ผลักให้เรามุ่งไปข้างหน้า แม้สิ่งอื่นๆ อาจเห็นต่างหรือต่อต้านคุณ สำหรับฉัน ความหวังมาจากการกระทำ ไม่ใช่แค่คำพูด
ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อบอกคุณว่าต้องทำอะไร ท้ายที่สุดแล้วการปกป้องสภาพความเป็นอยู่ในอนาคตและการรักษาชีวิตบนโลก อย่างที่เราทราบกันดี สิ่งนี้ล้วนเป็นความสมัครใจ ทางเลือกเป็นของคุณ แต่ฉันสามารถรับรองได้เลยว่า คุณไม่สามารถที่จะเจรจาต่อรองกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ และลูกหลานของคุณจะต้องทนแบกรับทางเลือกที่คุณได้เลือกไว้ ข้อตกลงนี้เป็นอย่างไรบ้างล่ะ”
ภาพ: Jonathan Nackstrand / AFP
พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล
อ้างอิง:
The post DAVOS 2021: เกรตา ธันเบิร์ก ส่งข้อความถึงผู้นำโลกให้จริงจังเรื่องสิ่งแวดล้อม ให้ลงมือทำดีกว่าเอาแต่พูด ตั้งเป้าเลื่อนลอย appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกรตา ธันเบิร์ก ในสายตาของคนทั่วโลก คือสาวน้อยนักเคลื่อ […]
The post “เราต้องพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ จนกว่าผู้คนจะเข้าใจ” Hulu ฉายสารคดี I Am Greta ของ Greta Thunberg appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกรตา ธันเบิร์ก ในสายตาของคนทั่วโลก คือสาวน้อยนักเคลื่อนไหวปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป นักปราศรัยที่เก่งกาจ นักรณรงค์ที่ลงมือทำจริงเพื่อเป็นตัวอย่างให้สังคม และที่สำคัญ กิจกรรมต่างๆ ของเธอ ทำให้เธอกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียง และเธอมีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น
แต่ภายใต้ท่าทางที่เคร่งขรึม รวมไปถึงบุคลิกที่ค่อนข้างเก็บตัว นิ่งเงียบ และไม่ค่อยยิ้ม โดยเฉพาะเมื่อเธอปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะ เธอก็เป็นเพียงเด็กวัยรุ่นสาวธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ล่าสุด นาธาน กรอสแมน ได้ถ่ายทำสารคดีชีวิตอีกมิติหนึ่งของเกรตา I Am Greta ให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็นเธอในฐานะเด็กสาวที่มีชีวิตปกติธรรมดา โดยฟุตเทจจะเป็นการติดตามเกรตาตั้งแต่ที่เธอเริ่มการประท้วง ออกทัวร์ ทำกิจกรรมและปราศรัยไปทั่วยุโรปและอเมริกา ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ใช้เครื่องบินในการเดินทาง หากแต่ใช้เรือที่เป็นมิตรกับธรรมชาติมากที่สุดที่จะทำได้ รวมไปถึงเบื้องหลังกิจกรรมเหล่านั้น ว่าเธอใช้ชีวิตอย่างไร
ในสารคดีจะได้เห็นภาพเกรตาขณะที่ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เล่นกับน้องชาย สุนัข ม้า และต่อล้อต่อเถียงกับพ่อเหมือนกับสาววัย 17 ปีทั่วไป พร้อมยังมีเสียงของเกรตาเล่าเรื่องไปด้วย
ซึ่งเสียงเหล่านี้สะท้อนความคิดและความรู้สึกของเธอ เพราะหลายส่วนนั้นนำมาจาก
สมุดโน้ตที่เกรตาได้บันทึกไว้ระหว่างการเดินทางอันยาวนานและยากลำบาก เธอยังเผยถึงความกดดันจากการโหมงานหนัก และการเป็นคนของสังคมที่คนทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก กิจกรรมที่เธอทำต้องแลกด้วยอะไรหลายอย่าง ทั้งการเรียน ความเหงาจากการอยู่ไกลจากบ้าน หรือการที่เหล่าคนที่ตั้งคำถามกับวิทยาศาสตร์หันมาโจมตีครอบครัวของเธอ
เมื่อปี 2018 เป็นครั้งแรกที่ผู้คนเริ่มรู้จัก เกรตา ธันเบิร์ก จากการที่สาวน้อยเชื้อสายสวีดิช ในวัยเพียง 15 ปี ไปนั่งประท้วงที่หน้ารัฐสภาของประเทศสวีเดนทุกวัน รวมไปถึงเวลาเรียนของเธอในช่วงก่อนเลือกตั้ง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามข้อตกลงปารีส (Paris Climate Agreement) อย่างเคร่งครัด โดยมีมาตรการการจัดการแบบเด็ดขาดและเห็นผลจริง การเคลื่อนไหวครั้งแรกของเกรตาในครั้งนั้น จุดประกายให้คนยุโรปและออสเตรเลีย โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่กลับมาให้ความสำคัญกับปัญหาการ
เปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก ออกมาประท้วงกับรัฐบาลให้มีมาตรการที่จริงจัง รวมไปถึงรณรงค์ให้คนทั่วไปเล็งเห็นความร้ายแรงของปัญหานี้ และตระหนักว่าเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องช่วยกัน
*สารคดี I Am Greta ฉายแล้วทางแพลตฟอร์ม Hulu ในสหรัฐอเมริกา ส่วนในประเทศไทยยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ
ภาพ: Sean Gallup / Getty Images
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
อ้างอิง:
The post “เราต้องพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ จนกว่าผู้คนจะเข้าใจ” Hulu ฉายสารคดี I Am Greta ของ Greta Thunberg appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชื่อดังชาวส […]
The post เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: ใจเย็นโดนัลด์! เกรตา ธันเบิร์กทวีตข้อความถึงทรัมป์ หลังผู้นำสหรัฐฯ ทวีตให้หยุดนับคะแนนเสียง appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชื่อดังชาวสวีเดน ทวีตข้อความให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาใจเย็น หลังจากที่ทรัมป์ทวีตข้อความเรียกร้องให้ทางการในหลายๆ รัฐหยุดนับคะแนนเสียง โดยเฉพาะผลโหวตทางไปรษณีย์ที่มีแนวโน้มจะเลือกโจ ไบเดนกันเป็นจำนวนมาก และอาจทำให้เขาแพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้ ทั้งยังเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่สหรัฐฯ ออกจากความตกลงปารีสอย่างเป็นทางการแล้ว
“น่าขำมาก โดนัลด์จะต้องรู้จักแก้ไขปัญหาด้านการจัดการความโกรธของตัวเขาเอง ลองไปหาหนังเก่าๆ ดีๆ สักเรื่อง ดูกับเพื่อน ใจเย็นโดนัลด์ ใจเย็น”
ผู้ใช้สื่อออนไลน์จำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ใช้ Twitter มองว่า ธันเบิร์กรอช่วงเวลานี้มาเกือบ 1 ปี หลังจากที่ทรัมป์เคยทวีตข้อความในลักษณะเดียวกันนี้ให้ธันเบิร์กใจเย็น หลังจากที่นิตยสาร TIME ยกให้ธันเบิร์กเป็นบุคคลแห่งปี 2019 ในฐานะผู้เป็นแรงบันดาลใจของเยาวชนทั่วโลก ในการก้าวออกมาต่อสู้และรณรงค์ให้รัฐบาลร่วมแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจัง ทำให้เธอกลายเป็นบุคคลอายุน้อยที่สุดที่ได้รับเกียรติยศนี้ นับตั้งแต่ที่มีการประกาศรางวัลนี้ครั้งแรกในปี 1927
ขณะนี้ยังมีบางรัฐที่ยังอยู่ในระหว่างการนับคะแนน เช่น รัฐเพนซิลเวเนีย เนวาดา โดยทรัมป์ทวีตข้อความเรียกร้องให้ยุติการนับคะแนน (Stop The Count) เพราะมองว่า อาจมีการทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้น ขณะที่ไบเดนเองก็แสดงจุดยืนสนับสนุนให้ทุกคะแนนเสียงต้องได้รับการนับคะแนน (Count Every Vote) ในการเลือกตั้งครั้งนี้
ภาพ: Thierry Monasse / Getty Images
พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล
อ้างอิง:
The post เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: ใจเย็นโดนัลด์! เกรตา ธันเบิร์กทวีตข้อความถึงทรัมป์ หลังผู้นำสหรัฐฯ ทวีตให้หยุดนับคะแนนเสียง appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกรตา ธันเบิร์ก นักรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์ แสดง […]
The post เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: เกรตา ธันเบิร์ก ทวีตหนุนชาวอเมริกันโหวต โจ ไบเดน ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกรตา ธันเบิร์ก นักรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์ แสดงการสนับสนุน โจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต โดยเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งชาวอเมริกันที่เป็นห่วงและใส่ใจเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงของตนเองในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้ ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่เธอจะแสดงความเห็นเกี่ยวกับการเมืองผ่านทาง Twitter
นักเคลื่อนไหววัย 17 ปีชาวสวีเดน ทวีตข้อความว่า เธอไม่เคยมีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองใด แต่การเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึงนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของการเมือง
“จากมุมมองด้านสภาพภูมิอากาศ มันมาไกลมากพอแล้ว และแน่นอนว่าพวกคุณหลายคนสนับสนุนผู้สมัครคนอื่นๆ แต่ฉัน… คุณรู้ไหม… บ้าจริง! เอาเป็นว่า ขอให้ทุกคนร่วมกันโหวต #ไบเดน (#Biden)” เธอเขียนข้อความผ่านทาง Twitter
การออกมาเรียกร้องของธันเบิร์กอาจมีผลไม่มากก็น้อยต่อกลุ่มวัยรุ่นอเมริกัน ซึ่งโดยปกติแล้วไม่ค่อยสนใจเลือกตั้งมากเท่ากับกลุ่มผู้ใหญ่
ธันเบิร์กได้จุดกระแสความสนใจเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมไปทั่วโลก หลังจากที่เธอได้ออกมาประท้วงหน้ารัฐสภาสวีเดนเมื่อปี 2018 โดยเธอเป็นผู้บุกเบิกขบวนการเคลื่อนไหว Fridays for Future ซึ่งเป็นขบวนการที่กลุ่มนักเรียนทั่วโลกนัดกันหยุดเรียนทุกวันศุกร์ และออกมาชุมนุมเรียกร้องให้ผู้นำโลก นักการเมือง และรัฐบาลในประเทศของตนดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
ธันเบิร์กเป็นไม้เบื่อไม้เมากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากเมื่อปีที่แล้วธันเบิร์กได้รับเลือกจากนิตยสาร Time ให้เป็นบุคคลแห่งปี และทรัมป์ได้ล้อเลียนเธอผ่านทาง Twitter โดยทวีตว่า ธันเบิร์กจะต้องแก้ปัญหาการจัดการความโกรธของตัวเอง แล้วไปหาหนังดีๆ แบบสมัยเก่าดูกับเพื่อน
นอกจากนี้ทรัมป์ยังแสดงความเห็นเหน็บแนมการกล่าวสุนทรพจน์ของธันเบิร์กในการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเธอได้ประณามเหล่าผู้นำโลกที่ไม่สามารถจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกล่าวว่า “คุณกล้าดีอย่างไร?”
ทรัมป์ซึ่งเคยกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเป็นเรื่องลวงโลก ได้พยายามที่จะรื้อวาระหรือแผนงานด้านสภาพภูมิอากาศของอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา โดยหวังที่จะเปิดเสรีอุตสาหกรรมพลังงานและยานยนต์ ให้อุตสาหกรรมเหล่านี้ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ขณะที่ไบเดนให้ความสำคัญเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ธันเบิร์กและขบวนการเคลื่อนไหว Fridays for Future ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ อย่างไรก็ดี ผลปรากฏว่ารางวัลดังกล่าวตกเป็นของโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (The United Nations’ World Food Programme) จากการประกาศผลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 ตุลาคม)
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
อ้างอิง:
The post เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: เกรตา ธันเบิร์ก ทวีตหนุนชาวอเมริกันโหวต โจ ไบเดน ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อวานนี้ (20 กรกฎาคม) เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด […]
The post เกรตา ธันเบิร์ก รับรางวัล Gulbenkian Prize 2020 เตรียมส่งต่อเงินรางวัล 1 ล้านยูโรให้บรรดากลุ่มต่อสู้ด้านสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อวานนี้ (20 กรกฎาคม) เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีดิชวัย 17 ปี ได้รับรางวัล Gulbenkian Prize for Humanity 2020 พร้อมเงินรางวัล 1 ล้านยูโร (ราว 36 ล้านบาท) ในฐานะที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้กลุ่มคนรุ่นใหม่หันมาสนใจประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก โดยเกรตาจะจัดสรรและส่งต่อเงินรางวัลทั้งหมดให้แก่บรรดากลุ่มองค์กรที่ต่อสู้และเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม
“นี่คือเงินรางวัลจำนวนมากกว่าที่หนูจะจินตนาการได้ แต่เงินรางวัลทั้งหมดนี้จะถูกส่งต่อผ่านองค์กรของหนู ให้แก่บรรดาองค์กรและโครงการอื่นๆ ที่กำลังช่วยเหลือผู้คนที่กำลังประสบ และได้รับผลกระทบจากวิกฤตด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศ”
โดยเงินรางวัลจำนวน 1 แสนยูโรแรก (ราว 3.6 ล้านบาท) จะถูกบริจาคให้แก่แคมเปญ ‘SOS Amazonia’ ที่ขับเคลื่อนโดย Fridays For Future Brazil เพื่อจัดการป้องกันและเยียวยาบรรดาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในเขตพื้นที่ป่าแอมะซอน ขณะที่อีก 1 แสนยูโรต่อมาจะสนับสนุนมูลนิธิ Stop Ecocide Foundation ที่ต่อสู้เรื่องการปกป้องสิ่งแวดล้อมทั้งในมิติภายในประเทศและระหว่างประเทศ
ก่อนหน้านี้เกรตาเคยได้รับรางวัลด้านสิทธิมนุษยชนจาก Amnesty International และรางวัล Swedish Right Livelihood Award หรือที่รู้จักกันในฐานะรางวัลโนเบลทางเลือก Alternative Nobel Prize 2019 รวมถึงได้รับเลือกจากนิตยสาร TIME ให้เป็นบุคคลแห่งปี 2019 อีกด้วย
รางวัล Gulbenkian Prize เป็นรางวัลสัญชาติโปรตุกีสที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1976 โดยมูลนิธิ Calouste Gulbenkian Foundation และเดิมทีจะพิจารณามอบรางวัลให้แก่บุคคลและองค์กรเฉพาะในโปรตุเกสเท่านั้น ก่อนที่ในปี 2012 จะขยายขอบเขตการพิจารณารางวัลให้ครอบคลุมบุคคลและองค์กรจากทั่วโลก โดยมีรางวัลทั้งในสาขาวิทยาศาสตร์ ความรู้และความยั่งยืน รวมถึงด้านสิทธิมนุษยชนที่เพิ่มเงินรางวัลเป็น 1 ล้านยูโรเป็นครั้งแรก โดยมุ่งเน้นไปที่บุคคลหรือองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
ภาพ: Thierry Monasse / Getty Images
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
อ้างอิง:
The post เกรตา ธันเบิร์ก รับรางวัล Gulbenkian Prize 2020 เตรียมส่งต่อเงินรางวัล 1 ล้านยูโรให้บรรดากลุ่มต่อสู้ด้านสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.
]]>