Google Pixel Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/google-pixel/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 19 Aug 2026 05:38:48 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เพราะไม่เคยขาย Pixel ในจีน และมีซัพพลายเชนที่ Samsung ปูไว้ในเวียดนาม Google จึงเล็งถอนการผลิตออกจากจีนทั้งหมดในปี 2027 https://thestandard.co/google-pixel-production-china-vietnam/ Wed, 19 Aug 2026 05:38:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1243613 ภาพสมาร์ตโฟน Google Pixel พร้อมข้อความ Google เล็งถอนการผลิต Pixel ออกจากจีนทั้งหมดในปี 2027

ความสำเร็จในการพัฒนาและผลิตสมาร์ตโฟน Pixel รุ่นเรือธงใน […]

The post เพราะไม่เคยขาย Pixel ในจีน และมีซัพพลายเชนที่ Samsung ปูไว้ในเวียดนาม Google จึงเล็งถอนการผลิตออกจากจีนทั้งหมดในปี 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสมาร์ตโฟน Google Pixel พร้อมข้อความ Google เล็งถอนการผลิต Pixel ออกจากจีนทั้งหมดในปี 2027

ความสำเร็จในการพัฒนาและผลิตสมาร์ตโฟน Pixel รุ่นเรือธงในเวียดนามเมื่อปีนี้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Google ตัดสินใจย้ายการผลิตออกจากจีนทั้งหมด โดยบริษัทได้แจ้งซัพพลายเออร์แล้วว่าจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีหน้า ครอบคลุมทั้งสมาร์ตโฟน Pixel, สมาร์ตวอตช์ และหูฟังไร้สาย ตามรายงานของ Nikkei Asia

 

 
 

แหล่งข่าวที่รู้เรื่องนี้โดยตรงระบุว่า การผลิตสมาร์ตโฟนยากกว่าการผลิตสมาร์ตวอตช์และหูฟังมาก เมื่อ Google ทำสำเร็จในเวียดนามแล้ว จึงมั่นใจที่จะเดินหน้าตามกรอบเวลาปี 2027 ในการถอนการผลิต Pixel ออกจากจีนอย่างสมบูรณ์

 

หากทำได้จริง Google จะเป็นแบรนด์ระดับโลกรายที่ 2 ต่อจาก Samsung ที่แยกการผลิตสมาร์ตโฟนออกจากจีน ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังดำเนินอยู่ระหว่างวอชิงตันและปักกิ่ง

 

เวียดนามเดินได้เร็ว เพราะมีทางที่ Samsung ปูไว้ให้

 

ปัจจัยที่ทำให้ Google เคลื่อนไหวได้คล่องตัวกว่าคู่แข่ง คือการที่บริษัทไม่ได้ขาย Pixel ในตลาดจีน จึงไม่ต้องกังวลว่าการถอนการผลิตจะกระทบยอดขายในประเทศนั้น

 

“เมื่อเทียบกับ Apple แล้ว Google ไม่มีภาระอะไรในการออกจากจีน เพราะไม่ได้ขาย Pixel ในตลาดจีน ความคืบหน้าในเวียดนามเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะ Samsung วางเครือข่ายซัพพลายเชนสมาร์ตโฟนไว้ที่นั่นแล้ว ซึ่ง Google เข้าไปใช้ได้ด้วย” แหล่งข่าวที่ทราบแผนดังกล่าวระบุ

 

ความเคลื่อนไหวนี้เป็นผลต่อเนื่องจากการที่ Google เร่งขยายกำลังการผลิตในเวียดนามและอินเดียมาหลายปี เพื่อลดการพึ่งพาจีน แม้ปัจจุบันสัดส่วนการผลิตส่วนใหญ่ยังอยู่ในจีนก็ตาม ก่อนหน้านี้ Nikkei Asia เป็นสื่อรายแรกที่รายงานแผนย้ายการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับ Pixel รุ่นเรือธงจากจีนไปเวียดนาม

 

ตั้งเป้าโต 8-10% แม้ต้นทุนชิปพุ่ง

 

ขณะที่ปรับโครงสร้างการผลิต Google ก็เดินเกมรุกด้านยอดขายไปพร้อมกัน โดยแจ้งซัพพลายเออร์ว่าจะเพิ่มยอดจัดส่ง Pixel ปีนี้อีก 8-10% จากปีที่แล้วที่อยู่ราว 12 ล้านเครื่อง แม้ต้นทุนชิปหน่วยความจำจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

 

เหตุผลอยู่ที่ความคาดหวังว่าสมาร์ตโฟนของบริษัทจะทำหน้าที่เป็นประตูสำคัญ ที่พาผู้บริโภคเข้าถึงแอปพลิเคชัน AI ตระกูล Gemini

 

สำหรับวิธีรับมือต้นทุนชิปที่สูงขึ้น Google เลือกใช้อำนาจต่อรองจากธุรกิจอื่นเข้ามาช่วย ด้วยการรวมคำสั่งซื้อชิปของธุรกิจคลาวด์เข้ากับคำสั่งซื้อของฝ่ายสมาร์ตโฟน ในการเจรจากับผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Micron, Samsung และ SK Hynix

 

“กลยุทธ์ของ Pixel ปีนี้คือการบุก เราได้รับแจ้งว่ายอดจัดส่ง Pixel ต้องโตต่อเนื่องให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไรก็ตาม” แหล่งข่าวระบุ

 

ท่าทีดังกล่าวสวนทางกับผู้เล่นส่วนใหญ่ในตลาด โดยผู้บริหารจากบริษัทซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนที่ส่งของให้ทั้ง Google และ Xiaomi ระบุกับ Nikkei Asia ว่า Google เป็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟนไม่กี่รายที่ไม่ได้ปรับลดเป้ายอดจัดส่งในปีนี้

 

“ฐานยอดขาย Pixel ค่อนข้างเล็ก ซึ่งทำให้มีพื้นที่เติบโตได้อีกมาก และเมื่อพิจารณาจากธุรกิจคลาวด์ขนาดใหญ่ของบริษัท ต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งขึ้นก็ยังไม่ถือเป็นภาระหนักเกินไป” ผู้บริหารรายดังกล่าวระบุ พร้อมมองว่า Google มีโอกาสแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก Apple ทั้งในสหรัฐฯ, ญี่ปุ่น และยุโรป ในจังหวะที่ Apple ปรับราคา iPhone ขึ้น

 

ราคา Pixel 11 ขยับขึ้น แต่ยังระวังกว่าคู่แข่ง

 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Google เพิ่งเปิดตัวเรือธงรุ่นล่าสุด ทั้ง Pixel 11, Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro Fold โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 899 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 29,748 บาท) สำหรับรุ่นความจุ 256GB สูงกว่า Pixel 10 รุ่นก่อนหน้าที่ราคา 799 ดอลลาร์ (ราว 26,439 บาท) พร้อมความจุ 128GB

 

เกอร์ริต ชนีมันน์ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Counterpoint Research มองว่า Google ยังระมัดระวังในการขึ้นราคารุ่นที่ขายอยู่แล้วมากกว่าแบรนด์อย่าง Samsung และ Motorola ซึ่งปรับราคาสินค้ากลุ่มระดับกลางขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

“ในสหรัฐฯ Google ทำโปรโมชันแล้วเปลี่ยนเป็นยอดขายจริงได้สำเร็จ ขณะที่ผู้บริโภคยังหันไปซื้อเครื่องราคาสูงขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2 โดยเฉพาะรุ่น Pixel 9a และ 10a ที่ตั้งราคาได้น่าสนใจ ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาในตลาดมือถือแบบเติมเงิน และจำนวนคู่แข่งที่เหลือน้อยลง” ชนีมันน์ระบุ

 

เมื่อมองภาพรวมอุตสาหกรรม Nikkei Asia รายงานก่อนหน้านี้ว่า Apple และ Huawei เป็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟนไม่กี่รายนอกจาก Google ที่ตั้งเป้าเพิ่มยอดจัดส่งแม้เผชิญภาวะชิปขาดแคลน สวนทางกับ Xiaomi, Oppo และ Vivo ที่ปรับลดเป้าหมายลงหลายครั้งในปีนี้ จากปัญหาต้นทุนชิปหน่วยความจำและชิ้นส่วนอื่นที่สูงขึ้น

 

ด้าน ทิม คุก ซีอีโอของ Apple ยอมรับว่าบริษัทต้องจ่ายค่าชิปหน่วยความจำแพงขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ในไตรมาสนี้ โดย Apple ได้ปรับราคา MacBook และ iPad รุ่นที่ขายอยู่แล้วขึ้น รวมถึงราคา iPhone ที่ขายในญี่ปุ่นด้วย

 

ทั้งนี้ Nikkei Asia รายงานด้วยว่า Google ไม่ได้ตอบกลับคำขอความเห็นจากกรณีดังกล่าว

 

ภาพ: Dmitri T / Shutterstock

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.09 บาท ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2569

 

อ้างอิง:

 

The post เพราะไม่เคยขาย Pixel ในจีน และมีซัพพลายเชนที่ Samsung ปูไว้ในเวียดนาม Google จึงเล็งถอนการผลิตออกจากจีนทั้งหมดในปี 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บิ๊กมูฟสะเทือนจีน! Google ปักหมุด ‘เวียดนาม’ ฐานทัพใหม่ พัฒนามือถือเรือธงครบวงจร ท้าทายโรงงานโลก ตามรอย Apple https://thestandard.co/google-shifts-smartphone-production-vietnam/ Mon, 26 Jan 2026 01:33:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1169394 Google ย้ายฐานผลิตสมาร์ทโฟนเรือธงสู่เวียดนาม ตามรอย Apple เพื่อลดการพึ่งพาจีน

Nikkei Asia รายงานความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ Google เมื่อ […]

The post บิ๊กมูฟสะเทือนจีน! Google ปักหมุด ‘เวียดนาม’ ฐานทัพใหม่ พัฒนามือถือเรือธงครบวงจร ท้าทายโรงงานโลก ตามรอย Apple appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google ย้ายฐานผลิตสมาร์ทโฟนเรือธงสู่เวียดนาม ตามรอย Apple เพื่อลดการพึ่งพาจีน

Nikkei Asia รายงานความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ Google เมื่อเตรียมยกระดับฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเริ่มพัฒนากระบวนการผลิตสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ในประเทศเวียดนามตั้งแต่ขั้นตอน ‘เริ่มจากศูนย์’ ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวย่างที่คล้ายคลึงกับแผนการของ Apple ในอินเดีย โดยเป้าหมายของยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ ทั้งสองรายคือการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจรนอกประเทศจีนให้สำเร็จ

 

แหล่งข่าวระบุว่า Google จะเริ่มดำเนินการสิ่งที่เรียกว่า ‘การแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่’ หรือ NPI (New Product Introduction) สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงอย่าง Pixel, Pixel Pro และ Pixel Fold ในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นประหยัดอย่าง Pixel A series นั้น ในระยะนี้จะยังคงขั้นตอนการพัฒนาไว้ที่ประเทศจีนเช่นเดิม

 

หลายคนอาจสงสัยว่า NPI คืออะไรและทำไมถึงสำคัญนัก? คำตอบคือ NPI เป็นขั้นตอนที่วิกฤตและท้าทายที่สุดในการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด เพราะมันไม่ใช่แค่การประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน แต่ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนา การตรวจสอบ และการปรับจูนกระบวนการผลิตอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าการออกแบบใหม่ในกระดาษพิมพ์เขียวจะสามารถผลิตออกมาเป็นสินค้าจริงได้โดยไม่มีปัญหา

 

กระบวนการนี้ต้องระดมวิศวกรหลายร้อยชีวิตจากทั้งบริษัทแม่และซัพพลายเออร์มาร่วมทำงาน พร้อมเม็ดเงินลงทุนมหาศาลสำหรับเครื่องจักรและอุปกรณ์ทดสอบ ดังนั้น การได้รับเลือกให้เข้าร่วมกระบวนการ NPI จึงถือเป็น ‘เครื่องหมายการันตีความเชื่อมั่นสูงสุด’ สำหรับซัพพลายเออร์ เพราะเป็นบทพิสูจน์ว่าพวกเขามีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของลูกค้าได้

 

แม้ Google และ Apple จะพยายามกระจายฐานการผลิตมาหลายปี แต่ที่ผ่านมาทั้งคู่ยังคงต้องพึ่งพาจีนสำหรับขั้นตอน NPI เนื่องจากความซับซ้อนของการสร้างผลิตภัณฑ์จากศูนย์ในพื้นที่อื่นที่ห่วงโซ่อุปทานยังไม่แข็งแกร่งเท่า แต่สถานการณ์ปัจจุบันบีบบังคับให้ต้องเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีของรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ส่งแรงกระเพื่อมไปยังห่วงโซ่อุปทานมาตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว

 

แหล่งข่าวจากซัพพลายเออร์ของ Apple กล่าวถึงความสำคัญของกลยุทธ์นี้ว่า “เป้าหมายคือการทำให้ฟังก์ชันการทำงาน ความเข้ากันได้ และความน่าเชื่อถือ เหมาะสมสำหรับการผลิตจำนวนมาก หาก NPI ล้มเหลว นั่นหมายความว่าจะไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาในปีนั้น แต่โชคดีที่เรื่องแบบนั้นยังไม่เคยเกิดขึ้นจนถึงตอนนี้”

 

ด้วยเดิมพันที่สูงลิ่ว Apple จึงพิจารณาใช้มาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดด้วยการทำ NPI ควบคู่กันทั้งในอินเดียและจีน ซึ่งหมายถึงการลงทุนทรัพยากรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาด โดยแหล่งข่าวอีกรายระบุว่า “ยกตัวอย่าง Apple การทำ NPI ในไซต์งานหนึ่งจะต้องให้บริษัทส่งวิศวกรประมาณ 200 ถึง 300 คนไปประจำที่โรงงานของซัพพลายเออร์ ซึ่งถือเป็นการใช้เม็ดเงินลงทุนที่สูง”

 

หากทั้ง Google และ Apple ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสมาร์ทโฟน ‘นอกประเทศจีน’ นี่จะถือเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการย้ายฐานการผลิตออกจากโรงงานโลก และเป็นการยกระดับขีดความสามารถของเครือข่ายซัพพลายเออร์ในประเทศอื่นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งปัจจุบัน Google เองก็ได้ผลิตสมาร์ทโฟนจำนวนมากและดำเนินการตรวจสอบบางส่วนในเวียดนามอยู่แล้ว การขยับไปสร้างโทรศัพท์รุ่นใหม่จากศูนย์จึงเป็นสิ่งที่น่าจะทำได้จริง

 

อย่างไรก็ตาม การย้ายกระบวนการพัฒนาที่สำคัญที่สุดออกจากจีนเป็นเพียงจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งเท่านั้น อุปสรรคสำคัญยังคงมีอยู่จากการที่รัฐบาลปักกิ่งพยายามขัดขวางการส่งออกอุปกรณ์การผลิตและการย้ายบุคลากรชาวจีน แหล่งข่าวเปิดเผยว่าซัพพลายเออร์ของ Apple ต้องเผชิญกับการตรวจสอบทางศุลกากรที่เข้มงวดขึ้นในการส่งออกเครื่องจักร ซึ่งทำให้แผนขยายกำลังการผลิตในอินเดียล่าช้า เช่นเดียวกับแผนของ Google ในเวียดนามเมื่อปีที่แล้วที่ต้องล่าช้าด้วยเหตุผลคล้ายกัน

 

แหล่งข่าวที่ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ของทั้งสองบริษัทกล่าวว่า “มีอุปกรณ์การผลิตและอุปกรณ์ทดสอบมากมายที่ผลิตในจีน แต่การส่งออกไปยังประเทศอื่นทำได้ยาก เพราะปักกิ่งไม่ต้องการให้ภาคการผลิตของตนกลวงเปล่า ดังนั้นเราคงทำได้เพียงแค่รอคอยจังหวะเวลา”

 

Lori Chang นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Isaiah Research ให้ความเห็นว่า ระยะแรกของการกระจายห่วงโซ่อุปทานมักเน้นไปที่การทำซ้ำการผลิตหรือการประกอบบางส่วน แต่เมื่อขีดความสามารถทางเทคนิคในท้องถิ่นสุกงอมเพียงพอ บริษัทต่างๆ ถึงจะเริ่มนำกระบวนการ NPI ออกมานอกจีนได้

 

“ความสำคัญอย่างยิ่งยวดของ NPI อยู่ที่การกำหนดนิยามผลิตภัณฑ์ มาตรฐานการทดสอบ และความสามารถในการผลิตจำนวนมากที่มั่นคง ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าห่วงโซ่อุปทานนั้นสามารถดำเนินงานอย่างเป็นเอกเทศได้หรือไม่” เธอกล่าวทิ้งท้าย โดยชี้ว่าปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาษีกำลังเป็นตัวเร่งให้บริษัทต่างๆ ต้องยอมย้ายฐานการผลิตเพื่อลดต้นทุนในระยะยาว แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายก็ตาม

 

ภาพ : Dmitri T / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post บิ๊กมูฟสะเทือนจีน! Google ปักหมุด ‘เวียดนาม’ ฐานทัพใหม่ พัฒนามือถือเรือธงครบวงจร ท้าทายโรงงานโลก ตามรอย Apple appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินโดนีเซียสั่งห้ามขายสมาร์ทโฟน Google Pixel ซ้ำรอย iPhone 16 เหตุไม่ทำตามกฎการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ https://thestandard.co/indonesia-bans-sales-googles-pixel-smartphones/ Mon, 04 Nov 2024 10:38:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1004154 Google Pixel

อินโดนีเซียประกาศ ‘แบน’ การขายสมาร์ทโฟน Google Pixel ขอ […]

The post อินโดนีเซียสั่งห้ามขายสมาร์ทโฟน Google Pixel ซ้ำรอย iPhone 16 เหตุไม่ทำตามกฎการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google Pixel

อินโดนีเซียประกาศ ‘แบน’ การขายสมาร์ทโฟน Google Pixel ของ Alphabet เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดให้ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ โดยก่อนหน้านี้เพิ่งสั่งระงับการขาย iPhone 16 ของ Apple ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้

 

ทางการอินโดนีเซียระบุว่า สมาร์ทโฟน Pixel ของ Google ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจำเป็นต้องให้สมาร์ทโฟนบางรุ่นที่จำหน่ายในประเทศต้องมีชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศอย่างน้อย 40% 

 

Febri Hendri Antoni Arief โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรมของอินโดนีเซีย กล่าวว่า “เรากำลังผลักดันกฎเหล่านี้เพื่อความเป็นธรรมสำหรับนักลงทุนทุกรายในอินโดนีเซีย ผลิตภัณฑ์ของ Google ไม่ได้ปฏิบัติตามรูปแบบที่เรากำหนด จึงไม่สามารถจำหน่ายที่นี่ได้”


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:



อย่างไรก็ตาม Febri กล่าวว่า ผู้บริโภคยังสามารถซื้อสมาร์ทโฟน Pixel จากต่างประเทศได้ แต่ต้องจ่ายภาษีนำเข้าตามที่กำหนด และทางการกำลังพิจารณาระงับการใช้งานโทรศัพท์ที่จำหน่ายอย่างผิดกฎหมาย

 

ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า ในปีนี้มีสมาร์ทโฟน Google Pixel ประมาณ 22,000 เครื่องที่เข้าสู่ตลาดอินโดนีเซีย

 

การสั่งแบนครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์หลังจากอินโดนีเซียสั่งระงับการขาย iPhone 16 ในประเทศ ซึ่งก็ไม่ผ่านเกณฑ์การใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศเช่นกัน 

 

โดยปกติแล้วบริษัทต่างๆ จะเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในอินโดนีเซียเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ผ่านความร่วมมือกับซัพพลายเออร์ในประเทศหรือจัดหาชิ้นส่วนในประเทศ

 

ทั้ง Google และ Apple ไม่ได้ติดอันดับแบรนด์สมาร์ทโฟนยอดนิยมในอินโดนีเซีย โดยในไตรมาสแรกของปี 2024 Xiaomi, OPPO และ vivo ของจีน รวมถึง Samsung ของเกาหลีใต้ ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 

 

Bhima Yudhistira ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์และกฎหมาย มองว่า มาตรการนี้เป็นการ ‘ปกป้อง’ แบบหลอกๆ ที่ส่งผลเสียต่อผู้บริโภค และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน 

 

“สิ่งนี้สร้างความรู้สึกด้านลบให้กับนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซีย” เขากล่าว

 

อินโดนีเซียมีประชากรจำนวนมากที่ชื่นชอบเทคโนโลยี ทำให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้เป็นตลาดเป้าหมายสำคัญสำหรับการลงทุนด้านเทคโนโลยี 

 

มาตรการกีดกันทางการค้าของอินโดนีเซียในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และจำกัดทางเลือกของผู้บริโภคในประเทศ

 

ภาพ: Manuel Orbegozo/File Photo/Reuters

อ้างอิง:

 

The post อินโดนีเซียสั่งห้ามขายสมาร์ทโฟน Google Pixel ซ้ำรอย iPhone 16 เหตุไม่ทำตามกฎการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>