Glass Skin Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/glass-skin/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 12 Jan 2026 05:38:25 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ถอดลุคหรูหรา Luxe Brown Glow ของ Lisa ในงาน Golden Globes 2026 https://thestandard.co/lisa-globes-luxe-brown-glow/ Mon, 12 Jan 2026 02:58:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1164060 ถอดลุคหรูหรา Luxe Brown Glow ของ Lisa ในงาน Golden Globes 2026

Lisa ปรากฏตัวบนพรมแดงงานประกาศรางวัล Golden Globes 2026 […]

The post ถอดลุคหรูหรา Luxe Brown Glow ของ Lisa ในงาน Golden Globes 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดลุคหรูหรา Luxe Brown Glow ของ Lisa ในงาน Golden Globes 2026

Lisa ปรากฏตัวบนพรมแดงงานประกาศรางวัล Golden Globes 2026 ที่โรงแรม The Beverly Hilton ในฐานะพรีเซนเตอร์ บอกเลยว่างานนี้ Lisa สวยเฉิดฉายสุดๆ โดยเธอมาพร้อมลุคแต่งหน้าที่เราขอขนานนามว่าเป็นลุค Luxe Brown Glow ซึ่งเน้นความหรูหราด้วยโทนสีน้ำตาลอบอุ่นที่ดูแพงมีคลาส ผสมผสานความเป็นธรรมชาติของงานผิวแบบสาวเกาหลีเข้ากับความโกลบอลสุดชิค

 

จุดเด่นของลุคนี้อยู่ที่ผิวฉ่ำเงางามแบบ Glass Skin ด้วยการใช้ไฮไลเตอร์บางเบาบริเวณโหนกแก้มและสันจมูก ดวงตาแต่งด้วยอายแชโดว์โทนน้ำตาลอบอุ่นแบบ Soft Brown Glam พร้อมอายไลเนอร์บางเฉียบ ส่วนริมฝีปากใช้ลิปสติกสีน้ำตาลโรสทา Glossy Finish ทำให้ปากดูอิ่มฉ่ำและเข้าโทนกับทั้งลุคอย่างลงตัว สาวๆ คนไหนที่ชื่นชอบลุคนี้อยากแต่งตาม Lisa ก็ลุยได้เลย สวยปังแน่นอน!

 

The post ถอดลุคหรูหรา Luxe Brown Glow ของ Lisa ในงาน Golden Globes 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cloud Skin หรือ Glow Skin คุณเหมาะกับเทรนด์ผิวแบบไหน? https://thestandard.co/life/cloud-skin-vs-glow-skin/ Fri, 17 Oct 2025 06:15:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1131825 COVER - Cloud Skin Versus Glow Skin

เทรนด์ผิวสวย 2 แบบที่กำลังครองใจสาวๆ ทั่วโลกในขณะนี้ก็ค […]

The post Cloud Skin หรือ Glow Skin คุณเหมาะกับเทรนด์ผิวแบบไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
COVER - Cloud Skin Versus Glow Skin

เทรนด์ผิวสวย 2 แบบที่กำลังครองใจสาวๆ ทั่วโลกในขณะนี้ก็คือเทรนด์ใหม่มาแรงอย่าง Cloud Skin และเทรนด์ผิวยอดนิยม Glow Skin แต่ละแบบก็มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่แตกต่างกัน วันนี้ LIFE จะพาสาวๆ มาทำความรู้จักกับทั้งสองเทรนด์อย่างละเอียด เพื่อช่วยคุณค้นหาว่าลุคไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด

 

Cloud Skin คืออะไร? 

 

Cloud Skin เป็นเทรนด์ผิวที่เน้นความนุ่มละมุน เนียนเรียบ เหมือนกับการสัมผัสเมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ลุคนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากผิวที่ดูมีสุขภาพดีตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องการความเงางามมากเกินไป แต่ก็ไม่แห้งเกินไปเช่นกัน จุดเด่นของ Cloud Skin คือผิวจะดูมีเนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อน ไม่มีรูขุมขนหยาบ หรือความไม่สม่ำเสมอของผิว สัมผัสได้ถึงความเนียนนุ่ม เปรียบเหมือนก้อนเมฆที่บางเบา

 

ทั้งนี้ Cloud Skin ความสมดุลระหว่างแมตต์และดิวอี้ จะไม่ใช่ผิวแมตต์ที่แห้งด้าน แต่เป็นการผสมผสานระหว่างฟินิชแมตต์กับความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูมีมิติ มีชีวิตชีวา แต่ไม่มันวาวจนเกินไป ช่วยให้เผยความเปล่งประกายจากภายใน แม้จะไม่มีความมันวาวบนผิว แต่ Cloud Skin จะมีความเปล่งประกายที่แผ่ออกมาจากชั้นผิวภายใน ทำให้ดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ใครเหมาะกับ Cloud Skin? 

 

Cloud Skin เหมาะกับคุณถ้า

 

  • ชอบลุคธรรมชาติที่ไม่หวือหวา
  • มีผิวมันหรือผิวผสมที่ต้องการควบคุมความมัน
  • ทำงานในสภาพแวดล้อมที่เป็นทางการ ต้องการลุคสุภาพเรียบร้อย
  • ชอบเมกอัพแบบ Soft Makeup ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • อาศัยอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น ไม่อยากให้หน้ามัน

 

ผลิตภัณฑ์หลักสำหรับ Cloud Skin 

 

ครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้น เลือกเนื้อครีมที่ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี ไม่หนักหน้า ให้ความชุ่มชื้นแต่ไม่ทิ้งความมันบนผิว แนะนำเนื้อ Gel-Cream หรือ Lotion เบาบางส่วนรองพื้นเลือกแบบเนื้อเบาที่มอบการปกปิดปานกลางถึงสูง (Medium to Full Coverage) แต่ยังคงให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ ไม่หนาเกินไป

 

แป้งฝุ่นแบบโปร่งแสง (Soft Powder) ใช้เซ็ตเมกอัพให้คงทน โดยไม่ทำให้ผิวดูแห้งหรือหนาเกินไป เลือกแป้งที่มีคุณสมบัติควบคุมความมันเล็กน้อย

 

เทคนิคการแต่งหน้าแบบ Cloud Skin 

 

เริ่มต้นด้วยการเตรียมผิวให้ชุ่มชื้นด้วยสกินแคร์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว จากนั้นใช้ไพรเมอร์ที่ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ทารองพื้นแบบบางเบาด้วยฟองน้ำหรือแปรงผสมด้วยมือเบาๆ เพื่อให้ได้ฟินิชที่เป็นธรรมชาติ สุดท้ายเซ็ตด้วยแป้งฝุ่นเฉพาะบริเวณ T-zone หรือบริเวณที่มันง่าย

 

Glow Skin คืออะไร? 

 

Glow Skin เป็นเทรนด์ผิวที่เน้นความเปล่งประกาย สดใส ดูฉ่ำแบบมีชีวิตชีวา เหมือนผิวที่มีสุขภาพดีที่ได้รับการบำรุงอย่างดี ลุคนี้ได้รับอิทธิพลมาจาก K-Beauty โดยเฉพาะเทรนด์ Glass Skin หรือผิวใสดั่งกระจกที่เป็นที่นิยมในเกาหลีใต้

 

จุดเด่นของ Glow Skin 

 

จะเป็นลักษณะผิวดิวอี้ชุ่มชื้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ผิวจะดูเปียกฉ่ำวาว เหมือนเพิ่งทาสกินแคร์เสร็จใหม่ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น อิ่มน้ำ

 

ใครเหมาะกับ Glow Skin? Glow Skin เหมาะกับคุณถ้า

 

  • ชอบลุคสดใส เปล่งประกาย
  • มีผิวแห้งหรือผิวปกติที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้น
  • อยากให้ผิวดูอ่อนเยาว์ สดชื่น
  • ชอบเทรนด์ K-Beauty และลุค Glass Skin
  • ต้องการลุคที่เหมาะกับการถ่ายภาพ โดยเฉพาะในงานพิเศษต่างๆ
  • อาศัยอยู่ในสภาพอากาศที่แห้งหรือหนาวเย็น

 

ผลิตภัณฑ์หลักสำหรับ Glow Skin 

 

ไฮไลท์เตอร์ เป็นผลิตภัณฑ์สำคัญที่สุดสำหรับการสร้าง Glow Skin เลือกไฮไลท์เตอร์ที่ให้ความเงางามแบบ Radiant ไม่เป็นกากเกินไป Glow Oil หรือ Facial Oil น้ำมันบำรุงผิวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความเงางามให้กับผิว สามารถผสมกับรองพื้นหรือทาทับหน้าเมกอัพได้ Dewy Setting Spray สเปรย์เซ็ตเมกอัพแบบดิวอี้จะช่วยให้เมกอัพคงทนและรักษาความเปล่งประกายไว้ตลอดวัน Hydrating Primer ไพรเมอร์ที่เน้นความชุ่มชื้นจะช่วยเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับเมกอัพแบบโกลว

 

เทคนิคการแต่งหน้าแบบ Glow Skin 

 

เริ่มต้นด้วยการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นสุดๆ ด้วยเซรั่มและครีมบำรุงที่เน้นไฮยาลูโรนิกแอซิด ใช้ไพรเมอร์แบบดิวอี้ก่อนทารองพื้น เลือกรองพื้นสูตรน้ำหรือคุชชั่นที่ให้ความชุ่มชื้น ทาไฮไลท์เตอร์บนโหนกแก้ม สันจมูก และคาง สุดท้ายพ่นดิวอี้เซ็ตติ้งสเปรย์เพื่อล็อกความเงางามไว้
คุณเหมาะกับสไตล์ไหน?

 

ทั้ง Cloud Skin และ Glow Skin ล้วนเป็นเทรนด์ที่สวยงามในแบบของตัวเอง การเลือกขึ้นอยู่กับ

 

  • สภาพผิวของคุณ
  • ไลฟ์สไตล์และงานที่ทำ
  • สภาพอากาศในพื้นที่ที่อาศัยอยู่
  • ความชอบส่วนบุคคล

 

สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีผิวที่สุขภาพดีเป็นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเลือกเทรนด์ไหน การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเพียงพอ และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้คุณได้ผิวสวยที่ต้องการ

 

ภาพ: Shutterstock

The post Cloud Skin หรือ Glow Skin คุณเหมาะกับเทรนด์ผิวแบบไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไขข้อสงสัย ทำไมคนเกาหลีถึงมีผิวสวย? https://thestandard.co/life/korean-glass-skin-secrets/ Sun, 01 Jun 2025 12:13:02 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1081182 นางแบบสไตล์เกาหลีผิวฉ่ำวาวสะท้อนแสงธรรมชาติ

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี K-Beauty ก็ยังคงเป็นเทรนด์ที่สร้างอ […]

The post ไขข้อสงสัย ทำไมคนเกาหลีถึงมีผิวสวย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
นางแบบสไตล์เกาหลีผิวฉ่ำวาวสะท้อนแสงธรรมชาติ

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี K-Beauty ก็ยังคงเป็นเทรนด์ที่สร้างอิทธิพลต่อวงการความงามทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการดูแลผิวที่เน้นการป้องกันและการบำรุงลึกจนได้มาซึ่งผิวฉ่ำวาว (Glass Skin) เรียบเนียนไร้ที่ติ 

 

ในฐานะที่เรามีความหลงใหลในความงามแบบเกาหลีเป็นส่วนตัว บวกกับการมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีอยู่บ่อยครั้ง เลยทำให้เข้าใจลึกซึ้งขึ้นว่า ทำไมคนเกาหลีถึงได้ผิวดีกันเป็นส่วนใหญ่ วันนี้เราเลยรวบตึงปัจจัยที่ทำให้คนเกาหลีมีผิวที่ดีมาฝาก 

 

1. อาหารการกิน 

ไม่ว่าจะเดินเข้าร้านอาหารใด หรือแวะเวียนไปบ้านเพื่อนคนไหน สิ่งที่เรามักเจอคือ กิมจิ หัวใจสำคัญของอาหารเกาหลีที่มีโพรไบโอติกสูง มีประโยชน์ต่อลำไส้ ช่วยในการดูดซึมสารอาหารและวิตามินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

นอกจากนี้ อาหารเกาหลียังเน้นผักสดหลากหลายชนิด ทำให้อุดมไปด้วยใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระช่วยทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งกระจ่างใสขึ้น 

 

2. พันธุกรรม

พันธุกรรมเป็นส่วนสำคัญที่กำหนดพื้นฐานสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชาวเอเชียตะวันออก รวมถึงชาวเกาหลี จากงานวิจัยพบว่าผิวของชาวเอเชียตะวันออกมีแนวโน้มที่จะมีคอลลาเจนและอีลาสตินหนาแน่นกว่า ทำให้เกิดริ้วรอยลึกได้ช้าและผิวกระชับกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น แต่อย่างไรก็ตามการดูแลผิวอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าปัจจัยทางพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว

 

3. คุณภาพน้ำ

น้ำประปาในเกาหลีใต้ส่วนใหญ่เป็นน้ำอ่อน (Soft Water) ซึ่งเป็นน้ำที่มีแร่ธาตุต่ำกว่า ทำให้สบู่และคลีนเซอร์สามารถสร้างฟองได้ง่ายขึ้น และล้างออกได้สะอาดหมดจดกว่า ไม่ทิ้งคราบแร่ธาตุที่อาจก่อให้เกิดปัญหาผิว ทำให้ผิวรู้สึกนุ่ม ชุ่มชื้น และไม่แห้งตึงหลังล้างหน้าหรืออาบน้ำ ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพผิวโดยรวมอย่างเห็นได้ชัด

จากประสบการณ์ส่วนตัวของนักเขียนเองก็สัมผัสได้จริงว่าผิวหน้าเรียบลื่นขึ้นในช่วงที่อยู่เกาหลี 

 

4. Self-Care เป็นเลิศ

ชาวเกาหลีโดยส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่าการดูแลผิวเป็นแค่เรื่องของความงาม แต่เป็นส่วนหนึ่งของสุขอนามัยและการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐานที่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ไม่เพียงแต่กับผู้หญิง คนส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และส่วนผสมต่างๆ เป็นอย่างดี และให้ความสำคัญกับการดูแลผิวอย่างพิถีพิถันทุกวัน

 

5. เข้าถึงผลิตภัณฑ์ K-Beauty ได้ง่าย

ด้วยความที่อุตสาหกรรมความงามในเกาหลีมีการแข่งขันสูงมาก เราจึงได้เห็นถึงนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และด้วยตัวเลือกที่หลากหลายนี้เอง ทำให้คนเกาหลีส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

 

6. ทำหัตถการน้อยๆ แต่สม่ำเสมอ

หากแวะไปที่ย่านกังนัมหรืออัพกูจองในกรุงโซล เราจะเห็นถึงความหนาแน่นของคลินิกเสริมความงามที่เรียงรายจนเลือกเข้าไม่ถูก เนื่องด้วยวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกเป็นอย่างมาก บวกกับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ ที่มองเห็นโอกาสทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์  

 

นอกจากนี้ อัตราค่าบริการในคลินิกเสริมความงามที่เกาหลีส่วนใหญ่ยังเข้าถึงง่าย เมื่อเทียบกับไทยแล้วอัตราค่าบริการบางอย่างก็ถูกกว่าเป็นเท่าตัว ทั้งนี้ก็เพราะเกาหลีเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ และเครื่องสำอางเองเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ลดต้นทุนการนำเข้าและทำให้ราคาอุปกรณ์ที่ใช้ในคลินิกถูกลง  

 

เมื่อคลินิกเข้าถึงง่าย ราคาจับต้องได้ บวกกับค่านิยมในการดูแลตัวเองที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว คนเกาหลีจึงนิยมทำหัตถการเป็นประจำ แต่ทำทีละน้อยเพื่อคงคุณภาพผิวให้ดีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ปริมาณน้อย, การยกกระชับ, การทำทรีตเมนต์ หรือการใช้สกินบูสเตอร์ (Skin Booster) ที่เรียกว่าเป็นเคล็ดลับสำคัญของการงัดผิวให้โกลวสวยอยู่ตลอดเวลาเลยทีเดียว

 

เรามั่นใจว่าสาย K-Beauty ตัวจริงคงต้องเคยได้ยินกิตติศัพท์อันเลื่องลือของสกินบูสเตอร์ที่มีชื่อว่า ‘Chanel’ อยู่บ้าง ด้วยคุณสมบัติในการบูสต์ผิวให้ดูกระจ่างใส เรียบเนียน ชุ่มชื้น แต่งหน้าได้ติดกว่าเดิม ปัจจุบัน Chanel ถูกพัฒนาสู่ซีรีส์ใหม่อย่าง CHANALS ADVANCE SERUM’ ที่เข้มข้นกว่าเดิม ประกอบไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติกว่า 50 ชนิด ตอบโจทย์คนที่ต้องการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และดูแลผิวให้แลดูสุขภาพดีแบบเร่งด่วนทันใจ 

 

 

ข่าวดีคือสาวไทยอย่างเราไม่ต้องบินไปใช้บริการที่เกาหลีแล้ว เพราะ CHANALS ADVANCE SERUM ได้แลนด์สู่ประเทศไทยที่คลินิกความงามสัญชาติเกาหลีสุดฮอตอย่าง Lienjang Clinic Thailand เป็นที่เรียบร้อย 

 

“ซีรีส์ใหม่นี้จะเน้นความกระจ่างใสและความชุ่มชื้น คีย์หลัก 3 ตัวที่เขาใส่ลงไปคือตัวน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่เป็น Humectant เข้มข้น จะเป็นตัวที่เกาะระหว่างมอยส์เจอไรเซอร์ให้มันอยู่ในผิว ไม่ระเหยออกไป ส่วนกรดไฮยาลูรอนิกจะเป็นตัวดูดน้ำ อีกตัวหนึ่งที่เป็นคีย์สำคัญคือวิตามิน B5 (Pentanol) ตัวนี้จะเป็นเกราะป้องกันมลภาวะภายนอกให้กับผิวเรา

 

นอกจากนี้จะเป็นตัวที่บำรุง ซึ่งมันจะมีอยู่ประมาณ 54 ตัว เช่น เปปไทด์ กรดอะมิโนที่ช่วยกระตุ้นการสร้างโปรตีน เกลือแร่ วิตามินต่างๆ และมีการนำ Pink Yeast ที่มีในรุ่นแรกออกเพื่อลดการระคายเคือง” – หมอปอนด์-นพ.พีรวัส นิระฉัตรสุวรรณ์ แพทย์ประจำ Lienjang Clinic Thailand กล่าว


ข้อดีของ CHANALS ADVANCE SERUM คือเหมาะกับคนที่กลัวเจ็บ ไม่ชอบการฉีด เพราะขั้นตอนการรักษาจะเป็นการทาเซรั่มลงบนใบหน้า แล้วใช้เครื่องกรอผิวด้วยเข็มเล็กๆ (Microneedling) นวดให้ตัวยาซึมลงไป ประสิทธิภาพที่ได้จึงอยู่กึ่งกลางระหว่างการทาสกินแคร์กับหัตถการฉีด สามารถทำซ้ำได้ทุกสองสัปดาห์หรือ 1 เดือน ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการบูสต์ผิวอย่างเร่งด่วนในวันสำคัญ หรือคนที่ต้องการการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

 

อ้างอิง: 

The post ไขข้อสงสัย ทำไมคนเกาหลีถึงมีผิวสวย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดลุคสวย Amber Glow ของ ฟรีน สโรชา บนพรมแดง Met Gala 2025 https://thestandard.co/freen-sarocha-met-gala-2025-2/ Tue, 06 May 2025 03:34:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1071435

ฟรีน-สโรชา จันทร์กิมฮะ สร้างความประทับใจอย่างงดงามบนพรม […]

The post ถอดลุคสวย Amber Glow ของ ฟรีน สโรชา บนพรมแดง Met Gala 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ฟรีน-สโรชา จันทร์กิมฮะ สร้างความประทับใจอย่างงดงามบนพรมแดง Met Gala 2025 ที่เธอมาด้วยเมกอัพลุคที่ดูโตและสวยสง่างาม มีการผสมผสานความคลาสสิกและร่วมสมัยได้อย่างลงตัว เธอเลือกใช้การแต่งหน้าที่เน้นความโดดเด่นที่ดวงตาด้วยเทคนิคสโมกกี้อายแบบซอฟต์ๆ ที่กำลังเป็นเทรนด์ฮิตของงานในปีนี้ ซึ่งหลายเซเลบริตี้ก็เลือกใช้เทคนิคนี้เช่นกัน

 

ดวงตาของฟรีนได้รับการแต่งแต้มด้วยเฉดสีน้ำตาลทองอบอุ่นที่ไล่ระดับอย่างนุ่มนวล เติมมิติด้วยอายไลเนอร์บางๆ ที่ช่วยยกโครงตาให้ดูคมชัดมีเสน่ห์ ส่วนคิ้วถูกปัดเรียงให้ดูหนาและเป็นธรรมชาติ เน้นการเติมเต็มช่องว่างมากกว่าการวาดโครงใหม่

 

ผิวของเธอดูเปล่งประกายด้วยเทคนิค Glass Skin ที่กำลังเป็นที่นิยม โดยใช้ไฮไลต์เนื้อละเอียดบริเวณโหนกแก้ม สันจมูก และหัวคิ้ว ผสานกับการปัดบลัชโทนพีชอมชมพูอ่อนๆ ที่ปัดสูงขึ้นไปถึงบริเวณใต้ตา เพื่อให้ใบหน้าดูสดใสมีมิติแบบธรรมชาติ

 

ริมฝีปากของฟรีนได้รับการแต่งแต้มด้วยลิปสติกโทนนู้ดอมชมพูกุหลาบแบบซาตินที่ช่วยเพิ่มความอิ่มเอิบให้กับริมฝีปาก

 

ลุคของฟรีนในงาน Met Gala ครั้งนี้ถือเป็นแรงบันดาลใจที่ดีสำหรับสาวไทยที่ต้องการความสวยแบบมีระดับ แต่ยังคงความโดดเด่นและร่วมสมัย เหมาะสำหรับงานกลางคืนที่สำคัญหรืองานที่ต้องการความหรูหราแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ

 

ภาพ: Jamie McCarthy / Getty Images

The post ถอดลุคสวย Amber Glow ของ ฟรีน สโรชา บนพรมแดง Met Gala 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องเทรนด์ Chrome Blush ของเล่นใหม่ในวงการเมกอัพที่แค่ฉีดสเปรย์แก้มก็ฉ่ำวาวแบบไม่ต้องปัด https://thestandard.co/tiktoks-chrome-blush-trend/ Mon, 09 Dec 2024 04:09:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1017501

ตอนนี้เทรนด์ Chrome Blush กำลังมาแรงบน TikTok ด้วยผลิตภ […]

The post ส่องเทรนด์ Chrome Blush ของเล่นใหม่ในวงการเมกอัพที่แค่ฉีดสเปรย์แก้มก็ฉ่ำวาวแบบไม่ต้องปัด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตอนนี้เทรนด์ Chrome Blush กำลังมาแรงบน TikTok ด้วยผลิตภัณฑ์ตัวดังอย่าง Shimmer Bomb Spray จาก Rabanne Beauty ที่กำลังเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดีย จุดเด่นของเทรนด์นี้คือการผสมผสานระหว่างผิวฉ่ำวาวแบบ Glass Skin กับ Chrome Blush ให้พวงแก้มดูมีมิติและสว่างเป็นประกาย โดยเทคนิคที่นิยมใน TikTok คือการทาบลัชหรือไฮไลต์แบบฉ่ำๆ เป็นเบส แล้วเพิ่มความวิงก์ด้วย Shimmer Bomb ทับอีกที ซึ่งเป็นของเล่นใหม่น่าลองสุดๆ ในตอนนี้

 

Rabanne Beauty Shimmer Bomb มีให้เลือก 3 เฉดสี เป็นสเปรย์กลิตเตอร์สำหรับใบหน้าและลำตัวที่ติดทนนานถึง 12 ชั่วโมง สามารถเบลนด์ได้ตามต้องการ ตั้งแต่ลุคประกายมุกบางๆ ไปจนถึงลุคฉ่ำวาวจัดเต็ม โดยเฉดที่กำลังฮิตใน TikTok คือ Rose Doré สีโรสโกลด์ที่ช่วยให้ได้ลุค Chrome Blush สวยปัง 

 

โดยเจ้าของแอ็กเคานต์ TikTok @daniellemarcan เป็นหนึ่งในคนที่ลองใช้สเปรย์ยอดฮิตนี้ และเธอก็พบว่าผลลัพธ์ที่ฉีดลงบนแก้มมันเริ่ดมากๆ เพราะแทบไม่ต้องเบลนด์หรือไปแตะต้องมันเลย แค่นี้ก็สวยฉ่ำวาวแล้ว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างการฉีดสเปรย์ รวมถึงปริมาณที่ฉีดอย่างพอดีด้วย ไม่อย่างนั้นก็มีสิทธิ์ได้ผลลัพธ์เป็นแก้มลิงได้สำหรับคนที่มือหนักเกินไป

 

ภาพ: Courtesy of Daniellemarcan

The post ส่องเทรนด์ Chrome Blush ของเล่นใหม่ในวงการเมกอัพที่แค่ฉีดสเปรย์แก้มก็ฉ่ำวาวแบบไม่ต้องปัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องเทรนด์ผิวจาก Skinimalism สู่ Glass Skin และล่าสุดกับ Ceramic Skin https://thestandard.co/from-skinimalism-to-ceramic-skin/ Tue, 26 Mar 2024 03:00:22 +0000 https://thestandard.co/?p=915171

เทรนด์ผิวสวยเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ส่องเทรนด์ผิวจาก Skinim […]

The post ส่องเทรนด์ผิวจาก Skinimalism สู่ Glass Skin และล่าสุดกับ Ceramic Skin appeared first on THE STANDARD.

]]>

เทรนด์ผิวสวยเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ส่องเทรนด์ผิวจาก Skinimalism สู่ Glass Skin และล่าสุดกับ Ceramic Skin

 

ในโลกของความงาม เทรนด์ผิวสวยมักมีวิวัฒนาการอยู่เสมอ จากในอดีตที่เน้นการดูแลผิวแบบ Skinimalism เพื่อเน้นผิวสุขภาพดี ดูเป็นธรรมชาติ ต่อมากลายเป็น Glass Skin ที่มุ่งเน้นผิวเปล่งประกาย เงางามราวกับกระจก และล่าสุดเทรนด์ Ceramic Skin หรือผิวกระเบื้องกำลังมาแรงและได้รับความนิยมอย่างสูง

 

เทรนด์ Skinimalism เน้นที่การบำรุงผิวให้สุขภาพดี หากต้องแต่งหน้าจะเน้นแต่งแบบเบาๆ ปกปิดจุดบกพร่องบนใบหน้าเล็กน้อย เพื่อให้ผิวหน้าดูสะอาด สุขภาพดี เหมือนไม่ได้แต่งหน้า เทรนด์นี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีผิวดี ต้องการความรวดเร็วในการแต่งหน้า

 

ต่อมา Glass Skin เป็นเทรนด์ผิวขั้นเทพจากเกาหลีใต้ ที่เน้นการทำให้ผิวเปล่งประกาย เงางาม เรียบเนียน แลดูเหมือนผิวกระจกมันวาว ซึ่งต้องอาศัยขั้นตอนการบำรุงผิวที่ดี ทั้งการทำความสะอาด การบำรุง และการปกป้องผิวจากแสงแดด ร่วมกับการแต่งหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและความฉ่ำวาว ศิลปินเกาหลีใต้ที่ได้รับการยกย่องว่ามีผิวแบบ Glass Skin ที่สมบูรณ์แบบคงหนีไม่พ้น จางวอนยอง จากวง IVE พรีเซนเตอร์คนสวยของแบรนด์ innisfree โดยเธอมักจะโชว์ผิวสวยใสไร้ที่ติบนโซเชียลมีเดียอยู่เสมอ แม้บางครั้งเธอจะไม่ได้แต่งหน้าแต่ก็ยังคงความกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ เรียกได้ว่าเป็นผิวกระจกสุดเพอร์เฟกต์ที่หลายคนใฝ่ฝัน

 

และเมื่อไม่นานมานี้ เทรนด์ Ceramic Skin ก็ได้เข้ามาแทนที่ Glass Skin โดย Ceramic Skin ให้ลุคผิวราบเรียบ มันวาว แต่ดูเหมือนกระเบื้องเคลือบมากกว่ากระจก เทรนด์นี้เกิดจากการร่วมมือระหว่างแบรนด์ Maison Margiela กับเมกอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังอย่าง Pat McGrath ในแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ ที่แต่งหน้านางแบบให้เหมือนตุ๊กตากระเบื้อง จนผิวลุคนี้ดังเป็นกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์

 

ทั้ง 3 เทรนด์ผิวนี้ล้วนให้ลุคที่แตกต่างกัน แต่เป้าหมายหลักคือเน้นให้ผิวสวยเป็นธรรมชาติ แลดูสุขภาพดี ไม่ว่าจะเป็นผิวแบบไหนสาวๆ ก็สามารถเลือกเทรนด์ที่เหมาะกับตัวเองได้ และไม่จำเป็นต้องตามเทรนด์เสมอไป ขอแค่มีความมั่นใจและรู้สึกดีกับตัวเอง นั่นคือความงามที่แท้จริง

 

 

ภาพ: Courtesy of Brands

The post ส่องเทรนด์ผิวจาก Skinimalism สู่ Glass Skin และล่าสุดกับ Ceramic Skin appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเทคนิคแต่งหน้า 3 ลุค Glass Skin, Soft Matt และ Fashion Look โดย Jim Makeup https://thestandard.co/jim-makeup-3-make-up-techniques/ Fri, 11 Sep 2020 07:49:25 +0000 https://thestandard.co/?p=396044

ได้เวลามาอัปเดตลุคแต่งหน้าสุดปังครั้งใหม่สำหรับช่วงปลาย […]

The post เปิดเทคนิคแต่งหน้า 3 ลุค Glass Skin, Soft Matt และ Fashion Look โดย Jim Makeup appeared first on THE STANDARD.

]]>

ได้เวลามาอัปเดตลุคแต่งหน้าสุดปังครั้งใหม่สำหรับช่วงปลายปีนี้ที่อิงกับ Autumn/Winter 2020 งานนี้เรามีเทคนิคแต่งหน้า 3 ลุค 3 สไตล์ โดย จิม-ปรีชา ดวงเพชร หรือที่หลายคนในแวดวงความงามรู้จักเขาในชื่อ Jim Makeup เขาคือเมกอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังอีกคนของเมืองไทยที่มีฝีไม้ลายมือในการแต่งหน้าที่ไม่ธรรมดา ครั้งนี้เขาจะมาบอกเทคนิคแต่งหน้าพร้อมเผยกลเม็ดเคล็ดลับต่างๆ เพื่อให้สาวๆ ได้นำไปปรับใช้กับตัวเองเพื่อเพิ่มความมั่นใจ พร้อมครีเอตลุคใหม่ในทุกวันได้ราวกับเป็นมืออาชีพ 

 

 

Glass Skin Look เป็นลุคที่เผยความสวยธรรมชาติ ด้วยผิวที่แลดูใสแวววาวดั่งกระจก 

 

Step

  1. ลงไพรเมอร์สูตรโกลวเพื่อปรับผิวให้ดูสม่ำเสมอ ทิปส์สำหรับคนผิวแห้งคือ ให้ใช้สูตรน้ำจะเหมาะกว่า ลงไพรเมอร์แล้วจะทำให้ผิวดูใส มีความ Dewy แบบ Glass Skin ถ้าคนผิวมัน ให้ผสมไพรเมอร์สูตรแมตต์เพื่อคุมผิวไม่ให้มันเกินไป 
  2. เก็บผิวให้เนียนด้วยคุชชัน โดยเลือกเฉดให้ตรงกับสีผิวของตัวเอง หากใครมีผิวหน้าเข้มกว่าผิวตัว ให้ใช้คุชชันสีสว่างกว่าผิวเล็กน้อยได้
  3. เก็บงานผิวให้เป๊ะด้วยคอนซีลเลอร์ ทริกพิเศษคือใช้แปรงแท็ปคอนซีลเลอร์เบาๆ จะทำให้ติดผิวได้ดีและนานขึ้น จากนั้นลงแป้งฝุ่นเพื่อเซตเครื่องสำอางที่ลงไปก่อนหน้านี้ 
  4. แต่งเติมคิ้วตามทรงคิ้วเดิม ไม่ต้องวาดใหม่ สาวคนไหนยังเขียนคิ้วไม่เก่งก็ไม่ต้องกังวลว่าคิ้วจะเท่ากันหรือไม่ แค่ทำให้ใกล้เคียงกันก็พอ เพื่อความเป็นธรรมชาติ
  5. เติมความมีชีวิตชีวาด้วยอายแชโดว์ ใช้ไฮไลต์ปัดบริเวณสันจมูกและโหนกแก้มเพื่อให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น จากนั้นปัดแก้มโดยแตะแบบแป้งฝุ่นปัดเบาๆ โดยอย่าปัดต่ำกว่าบริเวณจมูก เพราะจะทำให้แก้มดูห้อย 
  6. กรีดตาด้วยอายไลเนอร์และทาปากด้วยลิปสติกที่ไม่แมตต์เกินไปและมีความวาวแบบพอดี เช่น สีเชอร์รีเรด 

 

 

Soft Matt Look ลุคนี้จะมีความสวยเป๊ะ อวดผิวเรียบเนียนที่สามารถแต่งเป็นลุคเบสิกที่ใช้ได้กับทุกงาน ไม่ว่าจะแต่งไปเที่ยว ไปทำงาน หรือไปปาร์ตี้ก็เอาอยู่

 

Step

  1. ลงไพรเมอร์สูตรที่เหมาะกับคนผิวมัน จะช่วยให้ควบคุมความมันบนใบหน้าได้ดีขึ้น จากนั้นลงรองพื้นสูตรคุมมันเพื่อให้ผิวดูสม่ำเสมอ เก็บผิวด้วยคอนซีลเลอร์ โดยแต้มคอนซีลเลอร์ไว้กับหน้าก่อนแล้วค่อยๆ เกลี่ย จะทำให้ติดผิวได้ดีขึ้น
  2. ลงไฮไลต์บริเวณเหนือแก้ม สันจมูก เติมสีแก้มและเปลือกตาด้วยสีที่แมตช์กัน โดยลงก่อนที่จะลงแป้งในขณะที่ผิวหน้ายังมีความชื้นจากการทารองพื้น และคอนซีลเลอร์ จะช่วยให้สีเมกอัพติดทนมากขึ้น
  3. เซตผิวด้วยแป้งและแต่งตาด้วยอายแชโดว์โทนสีพีช โดยใช้สีอ่อนลงที่บริเวณหัวตา ใช้สีเข้มขึ้นทาบริเวณกลางตาถึงหางตา ลากเฉียงขึ้นเล็กน้อย แล้วมาลงมาถึงบริเวณขอบตาล่าง เหมือนเป็นตัว V ที่หางตา จากนั้นปัดมาสคาร่าให้ขนตาเด้งสวย
  4. ทาลิปสติกเนื้อแมตต์เพื่อคอมพลีตลุค ทริกคือทาแบบไม่เต็มปาก แล้วค่อยเกลี่ยให้เกินริมฝีปากเล็กน้อย เติมกลอสเบาๆ ให้ปากอวบอิ่มขึ้น 

 

 

Fashion Look ลุคนี้โฟกัสเฉพาะที่ดวงตา และใช้โทนสีฟ้าน้ำเงิน ซึ่งสีนี้เป็นโทนสีที่เหมาะกับสาวเอเชียสุดๆ แต่งแล้วสวยโดนใจ

 

Step

  1. หลังจากเตรียมผิวเสร็จ ใช้อายแชโดว์โทนสีน้ำเงินทาเปลือกตาเล็กๆ เบาๆ จากนั้นทาบริเวณไลเนอร์ทั้งขอบตาบนและล่าง เป็นการเน้นให้ดวงตาสีน้ำตาลของคนเอเชียดูโดดเด่นขึ้นมา
  2. เพิ่มความคมด้วยอายไลเนอร์ เริ่มจากบริเวณหางตา โดยลากยาวให้สูงขึ้นเล็กน้อย เขียนให้ชิดขอบตา สร้างลุคที่สนุกสนานขี้เล่นขึ้น 
  3. เติมสีปากให้ละมุน โดยเริ่มจากการใช้คอนซีลเลอร์เก็บบริเวณขอบปากก่อน หลังจากนั้นลงสีปากเนื้อแมตต์ โดยทาจากบริเวณกลางปาก จากนั้นใช้ลิปสีที่อ่อนกว่าหรือลิปกลอส ทาบริเวณดานนอกให้เลยขอบปากออกมา เพื่อไม่ให้สีปากแดงจนเกินไป จะได้ปากที่มีสีแดงระเรื่อจากข้างใน
  4. สำหรับลุคนี้จะไม่ทาแก้มสีเข้ม เพราะเน้นโฟกัสจุดเด่นที่ดวงตา แค่ปัดแก้มสีอ่อนๆ ให้ดูมีเลือดฝาดแบบผิวสุขภาพดีก็พอ 

 

จะเห็นว่าการแต่งหน้านั้นนอกจากจะสร้างความมั่นใจให้กับสาวๆ ทุกคนแล้ว ยังทำให้ทุกคนได้ฝึกสร้างสรรค์ความเป็นตัวเองผ่านการแต่งหน้า และการได้อัปเดตเทรนด์แต่งหน้าใหม่ๆ ก็เป็นเรื่องสนุกที่ทำได้ทุกวันอีกด้วย

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post เปิดเทคนิคแต่งหน้า 3 ลุค Glass Skin, Soft Matt และ Fashion Look โดย Jim Makeup appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทรนด์เก่าอย่าง Glass Skin หลบไป เพราะเทรนด์ใหม่อย่าง Cream Skin มาแรงยิ่งกว่า https://thestandard.co/cream-skin/ Tue, 02 Jun 2020 01:50:02 +0000 https://thestandard.co/?p=368909

ปีที่แล้วต้องยอมรับว่ากระแสของเทรนด์ผิวช่างเป็นอะไรที่ม […]

The post เทรนด์เก่าอย่าง Glass Skin หลบไป เพราะเทรนด์ใหม่อย่าง Cream Skin มาแรงยิ่งกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปีที่แล้วต้องยอมรับว่ากระแสของเทรนด์ผิวช่างเป็นอะไรที่มาแรงสุดๆ โดยเฉพาะเทรนด์ Glass Skin ผิวใสดั่งกระจกที่โด่งดังไปทั่วโลกออนไลน์ และต้นกำเนิดเทรนด์งานผิวเหล่านี้ก็มาจากฝั่งเอเชียของเราอย่างประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง ล่าสุดสื่อความงามหัวนอกมากมาย อาทิ Refinery29, Popsugar, Procoal ของอังกฤษ, Nylon หรือแม้แต่บริษัทความงามอย่าง Loreal Paris สหรัฐอเมริกา ต่างก็มีการรายงานข่าวอัปเดตถึงเทรนด์ใหม่จากแดนโสม ที่เรียกว่าเทรนด์ Cream Skin กันอย่างเป็นวงกว้าง THE STANDARD POP ไม่ยอมให้คุณผู้อ่านของเราตกเทรนด์อยู่แล้ว ดังนั้นเราจะพาไปส่องจุดเด่นและทำความรู้จักกับเทรนด์ใหม่ Cream Skin นี้ไปด้วยกัน 

 

เทรนด์ผิวแบบ Cream Skin คืออะไร 

Charlotte Cho ผู้ร่วมก่อตั้ง Soko Glam ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ความงามของประเทศเกาหลีใต้ และได้รับยกย่องว่าเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมสำคัญระดับท็อปในการสร้างปรากฏการณ์ K-Beauty ให้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยเธออธิบายเกี่ยวกับเทรนด์ผิว Cream Skin เอาไว้ว่า 

 

“เทรนด์ผิว Cream Skin นั้นเป็นทั้งแนวคิดและสื่อถึงรูปลักษณ์ของผิวที่คนเราสามารถทำได้ง่ายกว่าเทรนด์ Glass Skin เพราะสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพียงชิ้นเดียว เช่น ไอเท็มบำรุงผิวที่เป็นลูกผสมระหว่างโทนเนอร์และครีมบำรุงผิว ซึ่งตอนนี้สาวๆ เกาหลีคลั่งไคล้การดูแลผิวแบบนี้มาก เพราะทำให้ผิวคงความชุ่มชื้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่ผิวจะนุ่มชุ่มชื้นและมีความอ่อนนุ่มแทน” 

 

ทางด้าน Lisa de-la-Plain ผู้ก่อตั้ง Beauty Flash บอกว่า “เทรนด์ผิวแบบเดิมคือ Glass Skin จะเน้นไปที่ Routine การดูแลผิวที่ทำให้ผิวใสกระจ่าง โดยใช้ผลิตภัณฑ์หลายตัวรวมกัน แต่เทรนด์ผิวใหม่ Cream Skin นั้นได้แรงบันดาลใจจากเทรนด์ที่ต้องการลดขั้นตอนหรือสเตปที่มากมายในการดูแลผิวให้สั้นและรวดเร็วขึ้น โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เติมความอ่อนนุ่มให้ผิวจากประโยชน์ของโทนเนอร์ที่ผสมผสานกับประโยชน์ของมอยส์เจอไรเซอร์เข้าด้วยกัน” 

 

 

รู้จักไอเท็มยอดนิยมของ Cream Skin  

ทางด้าน Mark Choo ผู้อำนวยด้านการวิจัยของบริษัท Amorepacific ประเทศเกาหลีใต้ กล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการลดความยุ่งยากในการดูแลผิว โดยที่ไม่เสียประโยชน์จาก 10 ขั้นตอนในการดูแลผิวที่เคยเป็น Routine ของทุกคน นั่นคือสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความคิดที่จะรวมขั้นตอนการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว จนนำมาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์ผิวเหล่านี้อย่าง โทนเนอร์และมอยส์เจอไรเซอร์ ซึ่งบริษัทของเราก็มีแบรนด์ Laneige ที่เปิดตัว Cream Skin Toner & Moisturizer ไปแล้ว โดยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ตัวนี้คือช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวผ่านเนื้อสัมผัสที่บางเบาและสดชื่น ซึ่งสามารถปรับให้เข้ากับ Routine ของทุกคนได้อย่างง่ายดายกว่าเดิม ชิ้นเดียวเอาอยู่ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพผิว เพราะผลิตมาให้เหมาะกับทุกสภาพผิว”  

 

We Say: สรุปว่าเทรนด์ผิว Cream Skin นั้นเป็นเทรนด์ที่เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจที่มาจากการลดขั้นตอนดูแลผิวที่ยุ่งยากแบบเดิมๆ ให้สะดวกและง่ายขึ้น โดยที่ผลลัพธ์ของผิวที่ได้นั้นไม่แตกต่างจากการบำรุง 10 ขั้นตอนตามสไตล์การใช้สกินแคร์ของสาวเกาหลีทั่วไป โดยไอเท็มหลักๆ ที่ยืนหนึ่งในการสร้างงานผิวแบบ Cream Skin ตอนนี้ในประเทศเกาหลีมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่รวมเอาโทนเนอร์และมอยส์เจอไรเซอร์ไว้ในขวดเดียวกัน จนเป็นไอเท็มไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด แต่ไม่ใช่เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทโทนเนอร์หรือมอยส์เจอไรเซอร์เท่านั้นที่ใช้ได้ เพราะหลักการของผิวแบบ Cream Skin คือการรักษาความชุ่มชื้นของผิวโดยไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ต้องเลเยอร์สกินแคร์หลายๆ สเตป ถ้าคุณมีเซรั่มที่ตอบโจทย์เรื่องการเติมน้ำให้ผิวก็ใช้ได้ ถ้าคุณมีอิมัลชันที่ทาแล้วรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นและอ่อนนุ่มก็ใช้ได้ ซึ่งการจะเห็นผลนั้นต้องใจเย็น ใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไม่เปลี่ยนสกินแคร์บ่อยๆ ประมาณ 1 เดือนก็จะเริ่มเห็นผลของผิวใส ชุ่มชื้น และนุ่มนวลแบบ Cream Skin ได้แล้ว 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post เทรนด์เก่าอย่าง Glass Skin หลบไป เพราะเทรนด์ใหม่อย่าง Cream Skin มาแรงยิ่งกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
จองแซมมุล เปิดเคล็ดลับการมีผิว Glass Skin ต้องเริ่มต้นที่การล้างหน้า https://thestandard.co/jung-saem-mool-glass-skin/ Mon, 17 Feb 2020 13:57:05 +0000 https://thestandard.co/?p=332087

เทรนด์ผิวที่เป็นกระแสโด่งดังต่อเนื่อง และยังคงได้รับควา […]

The post จองแซมมุล เปิดเคล็ดลับการมีผิว Glass Skin ต้องเริ่มต้นที่การล้างหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

เทรนด์ผิวที่เป็นกระแสโด่งดังต่อเนื่อง และยังคงได้รับความนิยมในหมู่สาวเอเชียคือเทรนด์ผิวแบบ Glass Skin (ผิวใสดั่งกระจก) ซึ่งลักษณะผิวดี๊ดีแบบนี้เป็นกระแสมาจากผิวของสาวเกาหลีที่ได้รับการดูแลอย่างดี ทั้งการใช้ครีมบำรุงอย่างมีขั้นตอน และเสริมด้วยการมาสก์หน้าเป็นประจำ ขณะที่จองแซมมุล (Jung Saem Mool)โปรเฟสชันแนลเมกอัพอาร์ทิสต์ชื่อดัง คือหนึ่งในกูรูที่รอบรู้เรื่องเทรนด์ผิว Glass Skin ดีที่สุด ต่อไปนี้คือเคล็ดลับการมีผิว Glass Skin ที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นสร้างผิวแบบนั้นได้ ด้วยการล้างหน้าเป็นสเตปอย่างถูกวิธี 

 

“ผิวแบบ Glass Skin ที่ทุกคนอยากมีนั้น จุดเริ่มต้นที่แท้จริงมาจากผิวที่ถูกทำความสะอาดอย่างหมดจด โดยหลักการทำความสะอาดผิวที่ยอดเยี่ยมนั้น ไม่ใช่แค่เพียงการชำระล้างสิ่งสกปรกในชีวิตประจำวันออกจากผิวเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นการทำความสะอาดผิวที่ลำลึกเพียงพอ สามารถนำพาของเสียและสิ่งสกปรกตกค้างออกได้อย่างหมดจด ในขณะที่หลังล้างหน้า ผิวยังคงรู้สึกชุ่มชื้นยืดหยุ่น และไม่แห้งตึง

 

 

โดยผู้ที่นำเคล็ดลับของจองแซมมุลมาถ่ายทอดสู่สาวไทย คือ สุพัตรา พัชรภัค Training Manager ของแบรนด์ Jung Saem Mool และต่อไปนี้คือสเตปการทำความสะอาดผิวเพื่อนำไปสู่การมีผิวแบบ Glass Skin 

 

 

1. ลบเมกอัพด้วยคลีนซิ่งออยล์สำหรับคนที่แต่งหน้าจัด

กดคลีนซิ่งออยล์ประมาณ 1-2 ปั๊ม ถ้าใช้ของ Jung Saem Mool จะมีกลิ่นหอมด้วย ให้สูดดมกลิ่นหอมของออยล์ แล้วนวดวนเบาๆ บนผิวหน้าที่แห้ง เวลานวดให้นวดตามแนวของกล้ามเนื้อใบหน้า สามารถลูบไล้ผ่านรอบดวงตา และริมฝีปากได้ เมื่อนวดทั่วใบหน้าแล้ว ใช้น้ำสะอาดแตะผสมเพื่อหลอมให้ออยล์กลายเป็นน้ำนม แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ในขั้นตอนนี้สามารถใช้ผ้าขนหนูซับน้ำอุ่น ประคบ และเช็ดทำความสะอาดออยล์บนผิวอีกครั้งให้หมดจด 

 

2. เช็ดผิวด้วยคลีนซิ่งวอเตอร์ สำหรับคนที่แต่งหน้าน้อย

การใช้คลีนซิ่งวอเตอร์จะช่วยทำความสะอาดให้ผิวสะอาดหมดจด โดยไม่ทำให้ผิวเสียสมดุล หากใช้คลีนซิ่งวอเตอร์ของ Jung Saem Mool จะมีคุณสมบัติของมิเนอรัลไฮโดรเจนอนุภาคที่เล็กขนาดไมโคร ทำให้การเข้าทำความสะอาดผิวล้ำลึกถึงรูขุมขน จะเข้าจับเมกอัพ ความมัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก รวมถึงมลพิษทางอากาศที่ตกค้างมาตลอดทั้งวัน ที่หากล้างหน้าไม่สะอาด สิ่งเหล่านี้คือต้นเหตุของการเกิดสิว และการอักเสบของผิว ดังนั้นการเช็ดทำความสะอาดผิวจึงมีความสำคัญ วิธีเช็ดผิว เริ่มจากเทคลีนซิ่งวอเตอร์ใส่แผ่นสำลีเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าตามแนวกล้ามเนื้อ สำหรับรอบดวงตาและริมฝีปาก ควรแตะแผ่นสำลีไว้สักครู่ จากนั้นค่อยๆ เช็ดออกอย่างอ่อนโยน 

 

3. หลังจากใช้ออยล์ หรือคลีนซิ่งวอเตอร์เสร็จ สามารถใช้โฟมล้างหน้าทำความสะอาดอีกครั้ง

เพื่อให้แน่ใจว่าผิวสะอาดจริงๆ วิธีใช้โฟม ให้บีบโฟมพอประมาณบนฝ่ามือ ขยี้ผสมน้ำให้เกิดฟองละเอียด เนียน นุ่ม ให้นวดโฟมทั่วใบหน้าตามแนวกล้ามเนื้อ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

 

 

5. เมื่อเสร็จขั้นตอนล้างหน้าแล้ว

การบำรุงผิวเป็นอีกขั้นตอนที่ต้องบำรุงต่อเนื่อง เริ่มจากการใช้โทนเนอร์มอบความชุ่มชื้นให้ผิว เป็นการช่วยบูสต์ผิวก่อนแต่งหน้าได้ดี แนะนำ Essential Mool Toner ที่มีส่วนผสมสารสกัดจากไข่มุก ช่วยป้องกันการก่อตัวของเม็ดสี และมีแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อผิว ในการเก็บกักความชุ่มชื้นได้ดี หลังจากโทนเนอร์ จะมีอีกไอเท็มฮอตระดับ Best Seller ที่ใช้แล้วเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวได้ทันที นั่นคือ Essential Mool Cream ที่รวมสารสกัดจากดอกไม้สีขาว 8 ชนิด (ดอกบัวขาว, ไอริส, มะลิ, ลิลลี่, เอเดลไวส์, กุหลาบขาว, ฟรีเซีย และแดฟโฟดิล เมื่อทาบนผิวหน้าแล้วผิวจะเหมือนถูกเคลือบด้วยชั้นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ถือเป็นการจบขั้นตอนการล้างหน้า และบำรุงผิวที่จะนำไปสู่การมีผิวแบบ Glass Skin ตามวิธีของจองแซมมุล 

 

 

ภาพ: Courtesy of the Brand

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post จองแซมมุล เปิดเคล็ดลับการมีผิว Glass Skin ต้องเริ่มต้นที่การล้างหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tone Up Cream คืออะไร นี่คือเทรนด์ K-Beauty ใหม่ที่สาวไทยต้องรู้ https://thestandard.co/k-beauty-tone-up-cream/ Tue, 22 Oct 2019 11:02:27 +0000 https://thestandard.co/?p=297591 K-Beauty

เทรนด์สกินแคร์ส่วนใหญ่ที่สาวไทยตอบรับมักจะมีกระแสความนิ […]

The post Tone Up Cream คืออะไร นี่คือเทรนด์ K-Beauty ใหม่ที่สาวไทยต้องรู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
K-Beauty

เทรนด์สกินแคร์ส่วนใหญ่ที่สาวไทยตอบรับมักจะมีกระแสความนิยมมาจากตะวันตกหรือแดนกิมจิเป็นหลัก เช่น เทรนด์ผิวขาวใส เทรนด์ผิวดิวอี้หรือผิวโกลว เทรนด์ผิวใสดั่งกระจกหรือ Glass Skin ซึ่งเทรนด์เหล่านี้มาพร้อมกับนวัตกรรมด้านความงามของสกินแคร์ที่พัฒนาสูตรบำรุงผิวมาเป็นจุดขายสำคัญที่ชวนให้คล้อยตามจนกลายเป็นไอเท็มขายดีในช่วงเวลาหนึ่งๆ เช่นเดียวกับเทรนด์โทนอัพผิว ที่ว่ากันว่านี่คือ K-Beauty เทรนด์ใหม่มาแรงที่มุ่งจุดขายไปที่การสร้างผิวให้ดูสุขภาพดีแบบเร่งด่วนที่ทั้งง่ายและเร็ว และเราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโทนอัพให้มากกว่าเดิม 

 

Tone Up คืออะไร  

ผลิตภัณฑ์โทนอัพที่เริ่มต้นความฮิตมาจากประเทศเกาหลี (ตอนนี้มีแบรนด์ฝั่งยุโรปอย่าง Sephora และ Lancôme ที่ผลิตไลน์โทนอัพออกมาสู้) คือผลิตภัณฑ์ที่สร้างมาเพื่อการเตรียมผิวให้แลดูสุขภาพดีแบบเร่งด่วน ซึ่งสามารถพบเจอได้ทั้งในโลชั่น ครีมบำรุง อายครีม ครีมกันแดด เบสเมกอัพ รวมถึงคุชชันบางยี่ห้อ ซึ่งหากโฟกัสไปที่โทนอัพครีมที่ใช้บำรุงผิวหน้านั้นจะมีคุณสมบัติอันโดดเด่นที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ กลมกลืน (ไม่ว่าคุณจะมีผิวโทนสีใดก็ตาม) และอาจพบผลิตภัณฑ์โทนอัพได้ในไลน์ของกลุ่มไวท์เทนนิ่งและกลุ่มครีมบำรุงเพื่อผิวกระจ่างใสด้วยเช่นกัน 

 

ผลลัพธ์ของผิวเป็นอย่างไรเมื่อใช้โทนอัพ

ผลิตภัณฑ์โทนอัพมักจะใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงผิว นั่นหมายความว่าใช้ทาผิวปิดท้ายก่อนการลงรองพื้นในลำดับถัดไป จุดเด่นที่น่าสนใจของโทนอัพคือนอกจากการบำรุงผิวแล้ว ยังมีการรวมเอาหน้าที่ของไพรเมอร์หรือเบสเมกอัพมารวมไว้ในผลิตภัณฑ์โทนอัพผิวในบางสูตร ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับผู้ที่ไม่ชอบการใช้สกินแคร์ที่มีหลายสเตปเกินไป และมีผลทันทีในการช่วยปรับแก้ไขสีผิว ความหมองคล้ำ หรือริ้วรอยให้ดูดีขึ้น เพราะนอกจากเนื้อครีมที่จะปรับโทนผิวไปในตัวแล้ว บางแบรนด์ยังผลิตสูตรโทนอัพที่ช่วยเบลอรูขุมขนด้วย 

 

ความแตกต่างระหว่างโทนอัพและครีมบำรุงผิวทั่วไป 

จุดเด่นที่แตกต่างและเห็นชัดเจนคือครีมบำรุงหรือมอยส์เจอไรเซอร์ทั่วไปมักจะไม่สร้างเอฟเฟกต์กับผิวในแง่ของการปรับโทนสีผิวให้แลดูสว่างหรือเปล่งประกายขึ้นได้ทันทีเหมือนกับโทนอัพครีม ทำให้การใช้โทนอัพครีมมีข้อได้เปรียบมากกว่าสกินแคร์ทั่วไปตรงที่มอบทั้งการบำรุงผิวและปรับสีผิวในเวลาเดียวกัน ขณะที่ครีมบำรุงทั่วไปให้ผลลัพธ์ในการบำรุงผิวเพียงอย่างเดียว และกว่าจะเห็นผลลัพธ์ต้องอาศัยเวลานาน ส่วนโทนอัพครีมสามารถสร้างผิวที่แลดูขาวและสว่างขึ้นตั้งแต่ใช้ครั้งแรก (แต่ต้องยอมรับว่าความขาวใสที่สังเกตเห็นตั้งแต่ครั้งแรกเป็นเพียงการปรับและอำพรางโทนสีผิวให้ดูสม่ำเสมอชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้อยู่กับผิวตลอดไป การใช้ครีมบำรุงอย่างต่อเนื่องต่างหากที่จะสร้างผิวแข็งแรงและสุขภาพดีอย่างยั่งยืน) 

 

และนี่คือผลิตภัณฑ์โทนอัพยอดฮิตในท้องตลาดที่น่าสนใจจากการคัดเลือกของเรา

 

K-Beauty

 

1. Skin ‘N Seed Tone Up Cream จาก Sephora Collection (790 บาท) 

 

K-Beauty

 

2. UV Expert Tone Up Milk Rosy Bloom SPF 50 PA++++ จาก Lancôme (2,200 บาท) 

 

K-Beauty

 

3. White Dew Tone Up Fluid SPF35 PA++ จาก Laneige (1,400 บาท) 

 

K-Beauty

 

4. House Fix & Fix Tone Up Primer จาก Etude House (530 บาท) 

 

K-Beauty

 

5. Lighting Tone Up Base SPF30 PA++ จาก Missha (ประมาณ 270 บาท)

 

ภาพ: Shutterstock

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Tone Up Cream คืออะไร นี่คือเทรนด์ K-Beauty ใหม่ที่สาวไทยต้องรู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
8 เคล็ดลับของผิว Glass Skin เทรนด์ผิวใสดั่งกระจกที่กำลังมาแรงในโลกออนไลน์ https://thestandard.co/secrets-of-glass-skin-trends/ https://thestandard.co/secrets-of-glass-skin-trends/#respond Tue, 17 Apr 2018 06:30:21 +0000 https://thestandard.co/?p=84344

ปัจจุบันเทรนด์ความงามต่างๆ กลายเป็นเรื่องที่ผู้หญิงทั่ว […]

The post 8 เคล็ดลับของผิว Glass Skin เทรนด์ผิวใสดั่งกระจกที่กำลังมาแรงในโลกออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปัจจุบันเทรนด์ความงามต่างๆ กลายเป็นเรื่องที่ผู้หญิงทั่วโลกสนใจ เมื่อมีเทรนด์ใดๆ เกิดป๊อปปูลาร์ขึ้นมาในโลกโซเชียล ไม่ว่าคุณจะอยู่มุมไหนของโลก เทรนด์ฮิตเหล่านั้นจะถูกฟีดส่งตรงเข้าสู่หน้าจอสมาร์ทโฟนของทุกคนทันที เทรนด์ใหม่ล่าสุดที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้ก็เริ่มปรากฏขึ้นเช่นกัน นั่นคือเทรนด์ผิวใสดั่งกระจก ที่เปิดเผยเคล็ดลับเด็ดในการดูแลผิวใสโดย แอลลี ชเว (Ellie Choi) สาวเกาหลีคนดังในโลกโซเชียล

8 เคล็ดลับต่อไปนี้คือขั้นตอนอันเป็นที่มาของผิวแบบ Glass Skin

 

1. รู้จักสภาพผิว

ไม่ว่าจะคุณจะทำความสะอาด บำรุงผิว หรือแต่งหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ใดๆ กฎข้อแรกที่อยู่เหนือทุกสิ่ง คุณจะต้องรู้จักสภาพผิวตัวเอง และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพผิว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ แอลลี ชเว ก็เป็นหนึ่งในคนที่รู้จักสภาพผิวของตัวเองเป็นอย่างดี ก่อนที่เธอจะแชร์เคล็ดลับเด็ดในการปรนนิบัติผิวให้สวยใสดั่งกระจก เธอเปิดเผยว่าสภาพผิวของเธอเป็นแบบผิวผสม มีความมันบริเวณทีโซน และมีอาการผิวแห้งบริเวณแก้มทั้งสองข้าง

 

 

2. ความสะอาดต้องมาที่หนึ่ง

แอลลีโชว์ไอเท็มในการลบเครื่องสำอางชิ้นโปรด ซึ่งก็คือ Neutrogena Makeup Remover Cleansing Towelettes เป็นแผ่นรีมูฟเวอร์สูตรไม่มีน้ำหอม แผ่นทำความสะอาดนุ่ม และจัดการคราบเมกอัพได้อย่างดีเลิศ แม้แต่มาสคาร่าสูตรกันน้ำจัดหนักก็สามารถเช็ดออกได้อย่างน่าพอใจ แอลลีบอกแฟนคลับของเธอว่า ทุกครั้งที่กลับมาบ้าน เธอจะให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดผิวหน้ามากที่สุด และถ้าใครกำลังมองหาแผ่นลบเครื่องสำอางเด็ดๆ Neutrogena Makeup Remover Cleansing Towelettes เป็นไอเท็มเดียวที่เธอคอนเฟิร์มว่าเวิร์ก ถูกและดี

 

3. ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าต้องอ่อนโยน

 

 

มีอยู่ 2 ไอเท็ม ที่แอลลีใช้ล้างหน้าหลังจากลบเครื่องสำอางเสร็จแล้ว นั่นคือ Cetaphil Gentle Skin Cleanser เป็นเจลสำหรับทำความสะอาดซึ่งใช้ได้ทั้งกับผิวหน้าและผิวกาย เราอยากเชียร์อีกแรงว่าไอเท็มนี้เหมาะกับทุกสภาพผิว ใช้ล้างหน้าได้อ่อนโยนดีมาก แถมยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลมากมาย และเป็นที่ประทับใจของสาวๆ ในเรื่องคงความชุ่มชื่น ไม่ระคายผิว (เพราะมีค่า pH ที่ใกล้เคียงกับผิวหนังตามธรรมชาติ)

 

 

และอีกไอเท็มคือ Kiehl’s Ultra Facial Cleanser ตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เหมาะกับทุกสภาพผิว สามารถล้างเมกอัพได้สะอาด ผิวไม่รู้สึกแห้งตึงหลังการล้างหน้าด้วย เพราะส่วนผสมต่างๆ ไม่มีสารใดที่ไปทำลายน้ำมันตามธรรมชาติของผิวนั่นเอง

 

 

4. เช็ดโทนเนอร์ตามทุกครั้ง

หลายคนเกิดคำถามว่า ทำไมล้างหน้าสะอาดตั้งหลายขั้นตอนแล้วยังต้องมาเช็ดโทนเนอร์อีกล่ะ แอลลีบอกว่า แม้เราจะมั่นใจว่าเราลบเมกอัพและใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าจนสะอาดดีแล้ว แต่การใช้โทนเนอร์จะช่วยเช็ดสิ่งที่ยังหลงเหลือตกค้างอยู่บนผิวของเราให้สะอาดหมดจดจริงๆ และเป็นขั้นตอนของการเตรียมผิวให้พร้อมรับคุณค่าสารบำรุงจากสกินแคร์ที่จะใช้ในลำดับต่อไปนั่นเอง โทนเนอร์แนะนำคือ Clinique Clarifying Lotion

 

 

5. ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ทุกคืน

มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่แอลลีแนะนำมีอยู่ 2 ตัว คือ Cetaphil Moisturizing Cream โดดเด่นที่ส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้นผิว และทำหน้าที่ป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวไปในตัว นี่คือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้กับทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพผิว (แม้แต่เด็กทารกก็ใช้ได้อย่างปลอดภัย) มีผลการวิจัยว่าสามารถใช้ครีมตัวนี้ควบคู่ไปกับการรักษาโรคผื่น ภูมิแพ้ผิวหนัง และผิวหนังอักเสบให้ได้ผลดีขึ้นด้วย

 

 

และอีกไอเท็มคือ Wonjin Water Bomb Cream หลายคนเห็นชื่อผลิตภัณฑ์แล้วอาจขมวดคิ้ว เอ๊ะ ทำไมไม่คุ้นชื่อเลย นี่คือผลิตภัณฑ์จากวอนจิน โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามชื่อดังของเกาหลี ซึ่งมาเปิดให้บริการในประเทศไทยแล้วที่เกษรวิลเลจ นอกจากจะโด่งดังเรื่องฝีมือในการแต่งเติมความสวยด้วยศาสตร์ศัลยกรรมแล้ว สกินแคร์ของวอนจินก็เป็นที่เลื่องลือเช่นกันว่าคุณภาพดีงาม

 

 

6. วันสบายๆ ไม่ลืมมาสก์หน้า

การดูแลผิวในวันอื่นๆ เช่นวันสบายๆ การมาสก์หน้าด้วยผลิตภัณฑ์ดีๆ จะช่วยให้ผิวผ่อนคลายความเหนื่อยล้า และได้รับคุณค่าการบำรุงไปในเวลาเดียวกัน แอลลีแนะนำมาสก์หน้าสตรอว์เบอร์รีจากแบรนด์ Skinfood ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องผลิตภัณฑ์สกินแคร์ แฮร์แคร์ และเมกอัพ ส่วนมาสก์ที่เป็นชิ้น must have นั่นคือ Skinfood Black Sugar Strawberry Mask Wash Off เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับมาสก์หน้าเพื่อช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิว มีส่วนผสมเด็ดจากน้ำตาล และมีเมล็ดสตรอว์เบอร์รีผสมอยู่กับเกล็ดน้ำตาลด้วย เวลามาสก์บนหน้าให้นวดวนเบาๆ บนผิว เกล็ดน้ำตาลและเมล็ดสตรอว์เบอร์รีจะขัดผิวอย่างอ่อนโยน จากนั้นทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก ผิวจะเด้งนุ่ม ดูใส และชุ่มชื่นสุดๆ

 

 

7. มาสก์แผ่นต้อง Innisfree เท่านั้น

แอลลีชื่นชอบในแผ่นมาสก์ของแบรนด์ Innisfree It’s Real Squeeze Mask มากที่สุด เพราะช่วยให้ผิวของเธอดูสุขภาพดี เป็นธรรมชาติ แผ่นมาสก์ติดหนึบกับใบหน้าได้ดี และแนบสนิทเข้าบำรุงผิวอย่างมีประสิทธิภาพ มีหลายสูตรให้เลือก ซึ่งมาจากผลไม้และพืชธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อผิว

 

8. ดื่มน้ำสะอาดและรับประทานอาหารดีมีประโยชน์ต่อผิว

นอกจากขั้นตอนการทำความสะอาด บำรุงผิว และมาสก์ผิวแล้ว การให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารการกินก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องใส่ใจ การดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ งดเว้นของทอด ของมัน และหันมากินผักผลไม้มากขึ้น ทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับดีๆ ที่สาวไทยก็สามารถทำตามได้ หากอยากมีผิวสวยสุขภาพดี

 

แค่รู้วิธีไม่พอ ต้องลงมือทำอย่างตั้งใจด้วยนะ

 

Photo: @elliejellyb3an /Instagram, Courtesy of Brands

The post 8 เคล็ดลับของผิว Glass Skin เทรนด์ผิวใสดั่งกระจกที่กำลังมาแรงในโลกออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/secrets-of-glass-skin-trends/feed/ 0