Givenchy – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 10 Jan 2026 09:25:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 7 THINGS WE LOVE ABOUT MOMENTS IN 2026 TO LOOK FORWARD TO โมเมนต์สำคัญที่ชวนติดตามในปีนี้ https://thestandard.co/7-things-we-love-moments-2026/ Sun, 11 Jan 2026 12:00:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1163501

ปี 2025 เป็นอีกหนึ่งปีที่วงการแฟชั่นเต็มไปด้วยแรงสั่นสะ […]

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT MOMENTS IN 2026 TO LOOK FORWARD TO โมเมนต์สำคัญที่ชวนติดตามในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปี 2025 เป็นอีกหนึ่งปีที่วงการแฟชั่นเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือน ทั้งการเปลี่ยนตัวครีเอทีฟไดเรกเตอร์ การรีแบรนด์ครั้งใหญ่ของแฟชั่นเฮาส์ระดับตำนาน ไปจนถึงการตั้งคำถามถึงบทบาทของแฟชั่นในฐานะวัฒนธรรมร่วมสมัยมากกว่าสิ่งสวยงามบนรันเวย์ หลายแบรนด์เลือกจะชะลอจังหวะเพื่อทบทวนตัวตน ขณะที่บางแบรนด์กลับเดินหน้าอย่างกล้าหาญเพื่อเขียนบทใหม่ให้กับประวัติศาสตร์ของตัวเอง

 

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 ภาพของแฟชั่นจึงไม่ใช่แค่เรื่องเสื้อผ้าอีกต่อไป แต่คือเรื่องของ “โมเมนต์” ช่วงเวลาสำคัญที่กำลังจะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม ตั้งแต่รันเวย์โชว์แรกที่ทั่วโลกจับตา นิทรรศการที่แฟชั่นขยับเข้าใกล้งานศิลปะ ไปจนถึงการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มทุนแฟชั่น และการมาถึงของแบรนด์ระดับตำนานในบ้านเรา นี่คือ 7 โมเมนต์แห่งปี 2026 ที่เราตั้งตารอมากที่สุด

 


 

DEMNA FIRST GUCCI FASHION SHOW

 

การเปิดตัวรันเวย์โชว์แรกของ Demna ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของ Gucci คือหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของปี 2026 ที่หลายคนตั้งตารอ หลังจากที่เราได้เห็นผลงานช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างคอลเล็กชั่น Gucci Tiger รวมถึงไลน์ Pre-Fall ที่เริ่มส่งสัญญาณถึงการปรับมู้ดไปในทิศทางใหม่ของแบรนด์อย่างชัดเจน Gucci ในยุคของ Demna ถูกคาดหวังว่าจะขยับออกจากความ maximalist แบบแฟนตาซี ไปสู่โทนที่ดิบ คม และสะท้อนสังคมร่วมสมัยมากขึ้น รวมถึงการใช้สัญลักษณ์เชิงการเมือง และอารมณ์ที่หม่นแต่ทรงพลัง คือสิ่งที่หลายคนอยากเห็นว่าเขาจะนำมาปรับใช้กับมรดกของ Gucci อย่างไร โชว์นี้จึงไม่ใช่แค่แฟชั่นโชว์ แต่คือการประกาศทิศทางใหม่ของหนึ่งในแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT MOMENTS IN 2026 TO LOOK FORWARD TO โมเมนต์สำคัญที่ชวนติดตามในปีนี้

 


 

ALAÏA FIRST STORE IN BANGKOK

 

อีกหนึ่งโมเมนต์ที่น่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับแฟนแฟชั่นชาวไทย คือการเปิดร้านแรกของ Alaïa ที่ Central Embassy ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของทั้งแบรนด์และภูมิทัศน์แฟชั่นในประเทศไทย การเลือกกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดลักชัวรีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบทบาทของเมืองนี้ในฐานะศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในบริบทของกรุงเทพฯ ร้าน Alaïa แห่งนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของการยกระดับรสนิยมและความลึกซึ้งของผู้บริโภคแฟชั่นไทย ที่พร้อมเปิดรับแบรนด์ซึ่งให้คุณค่ากับความเงียบ ความเรียบ และความแม่นยำเชิงดีไซน์ มากกว่าความหวือหวาเพียงผิวเผิน นี่จึงไม่ใช่แค่ร้านแฟชั่นใหม่ แต่คือสิ่งที่สะท้อนการเติบโต ความซับซ้อน และวุฒิภาวะของวงการแฟชั่นในประเทศไทยอย่างชัดเจน

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT MOMENTS IN 2026 TO LOOK FORWARD TO โมเมนต์สำคัญที่ชวนติดตามในปีนี้ 1

 


 

SCHIAPARELLI EXHIBITION AT V&A

 

นิทรรศการของ Schiaparelli ที่จะจัดขึ้น ณ Victoria and Albert Museum จึงถูกมองว่าเป็นโมเมนต์สำคัญที่ตอกย้ำเส้นบางๆ ระหว่างแฟชั่นและศิลปะอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่แฟชั่นไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ “การสวมใส่” แต่กลายเป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความคิด จินตนาการ และบริบทของสังคมในแต่ละช่วงเวลา นิทรรศการนี้จะพาผู้ชมย้อนสำรวจจักรวาลของ Schiaparelli ตั้งแต่รากฐานของ Surrealism อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเคยร่วมสร้างแรงสั่นสะเทือนให้โลกแฟชั่นในศตวรรษที่ 20 ไปจนถึงผลงานโอต์กูตูร์ร่วมสมัยที่ผลักขอบเขตของงานฝีมือ การตัดเย็บ และความคิดสร้างสรรค์ให้ก้าวข้ามคำว่าเสื้อผ้า นิทรรศการครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทใหม่ของแฟชั่นในโลกปัจจุบัน ที่ไม่ได้เป็นเพียงภาพบนรันเวย์หรือพรมแดง แต่สามารถยืนหยัดในพื้นที่เดียวกับงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ เป็นหลักฐานว่าความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ และจินตนาการของแฟชั่น สามารถมีคุณค่าเชิงวัฒนธรรมในระดับเดียวกับศิลปะแขนงอื่นๆ อย่างแท้จริง

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT MOMENTS IN 2026 TO LOOK FORWARD TO โมเมนต์สำคัญที่ชวนติดตามในปีนี้ 2

 


 

LOEWE MENSWEAR BY JACK & LAZARO

 

หลังจากคอลเล็กชั่นผู้หญิงของ Loewe ภายใต้การดูแลของ Jack McCollough และ Lazaro Hernandez ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม สิ่งที่แฟนแฟชั่นทั่วโลกตั้งตารอคือการเปิดตัวฝั่ง Menswear หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าพวกเขาจะถ่ายทอดภาษาดีไซน์ที่ผสานงานคราฟต์ ศิลปะ และความร่วมสมัย ไปสู่เสื้อผ้าผู้ชายในรูปแบบใด เพราะในยุคของ Jonathan Anderson นั้น คอลเล็กชันผู้ชายของ Loewe แข็งแรงไม่แพ้คอลเล็กชันผู้หญิงเลย และด้วยประสบการณ์การทำงานของทั้งสองในฐานะผู้ก่อตั้ง Proenza Schouler แบรนด์ ready-to-wear สไตล์ร่วมสมัย ทำให้หลายคนเดาไม่ออกว่าผู้ชายของ Loewe จะเป็นอย่างไร พวกเขาจะพาทั้งสองไลน์ไปในทิศทางมู้ดแอนด์โทนเดียวกันไหมหรือจะฉีกให้แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ต้องมาติดตามกันในโชว์ผู้ชายเดือนมิถุนายนนี้

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT MOMENTS IN 2026 TO LOOK FORWARD TO โมเมนต์สำคัญที่ชวนติดตามในปีนี้ 3

 


 

PRADA OFFICIALLY OWNS VERSACE

 

การที่ Prada Group เข้าซื้อกิจการ Versace อย่างเป็นทางการ คือหนึ่งในข่าวใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมแฟชั่น และส่งผลสะเทือนในเชิงโครงสร้างของวงการทันที หลังจาก Donatella Versace ต้องก้าวออกจากตำแหน่งดีไซเนอร์ และ Dario Vitale เข้ามาทำหน้าที่ได้เพียงหนึ่งซีซั่นก่อนแยกทาง คำถามสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ “Versace จะไปทางไหนต่อ” และ “ใครจะเป็นดีไซเนอร์คนใหม่” ภายใต้การบริหารของ Prada Group อนาคตของ Versace จึงเต็มไปด้วยคำถามมากมาย รวมถึงอนาคตที่ยังคลุมเครือถึงทิศทางของแบรนด์ที่เพิ่งโดนเปลี่ยนไปไม่นาน ต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง ปีนี้จึงถือเป็นความท้าทายของแบรนด์ Versace ให้เราได้ลุ้นและติดตามกัน

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT MOMENTS IN 2026 TO LOOK FORWARD TO โมเมนต์สำคัญที่ชวนติดตามในปีนี้ 4

 


 

SARAH BURTON’S GIVENCHY COUTURE

 

หลังจาก Sarah Burton เปิดตัวคอลเล็กชั่น Ready-to-Wear ให้กับ Givenchy และได้รับคำชื่นชมอย่างกว้างขวาง ว่าเธอเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับแบรนด์ในยุคใหม่นี้ สิ่งที่โลกแฟชั่นเฝ้ารอในปี 2026 คือคอลเล็กชั่น Haute Couture ที่จะจัดแสดงในเดือนกรกฎาคม ซึ่ง Givenchy ห่างหายจากการทำโชว์โอต์กูตูร์มาระยะหนึ่ง ตั้งแต่สมัย Claire Waight Keller การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่โชว์แฟชั่น แต่คือการทวงคืนรากเหง้าของแบรนด์ผ่านสายตาของดีไซเนอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องงานฝีมือ โครงสร้าง และความละเอียดอ่อน คอลเล็กชั่นนี้ถูกคาดหวังว่าจะเป็นบทพิสูจน์ศักยภาพของ Sarah Burton ในการตีความความหรูหราร่วมสมัยอย่างลึกซึ้ง

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT MOMENTS IN 2026 TO LOOK FORWARD TO โมเมนต์สำคัญที่ชวนติดตามในปีนี้ 5

 


 

MET GALA 2026

 

หมุดหมายที่คอแฟชั่นรอคอยทุกปี คือคืนวันจันทร์แรกของทุกเดือนพฤษภาคม งาน Met Gala งานระดับซูเปอร์โบวล์ของวงการแฟชั่น ซึ่งในปี 2026 นี้ได้ประกาศธีมในชื่อ Costume Art พร้อมได้ Co-Chairs หลักระดับโลกอย่าง Beyonce, Nicole Kidman และ Venus Williams ร่วมกับ Anna Wintour ไม่ใช่แค่นั้นยังมีชื่อนักแสดง ศิลปิน และ คนดังมากมายหลายคนคอนเฟิร์มเข้าร่วมงานในครั้งนี้แล้วในฐานะคณะกรรมการจัดการ เช่น Doja Cat, Sabrina Carpenter, Sam Smith และ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ไฮไลต์สำคัญของงานนี้แน่นอนว่าอยู่ที่การตีความของดีไซเนอร์และคนดังที่เข้าร่วมงานว่า Costume Art ในบริบทของแต่ละคนจะถูกออกแบบให้ออกมาอย่างไร

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT MOMENTS IN 2026 TO LOOK FORWARD TO โมเมนต์สำคัญที่ชวนติดตามในปีนี้ 6

 

ภาพ: Getty Images, Courtesy of Alaïa

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT MOMENTS IN 2026 TO LOOK FORWARD TO โมเมนต์สำคัญที่ชวนติดตามในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เครื่องดื่มสุดโปรดของ ออฟ จุมพล มุมมองที่มีต่อ GIVENCHY ณ กรุงปารีส | Coffee Minute with Off Jumpol https://thestandard.co/coffee-minute-with-off-jumpol/ Sat, 19 Apr 2025 03:00:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1065725

เวลาพูดถึงชื่อของ ‘ออฟ จุมพล‘ หลายคนคงนึกถึงเขาในแง่มุม […]

The post ชมคลิป: เครื่องดื่มสุดโปรดของ ออฟ จุมพล มุมมองที่มีต่อ GIVENCHY ณ กรุงปารีส | Coffee Minute with Off Jumpol appeared first on THE STANDARD.

]]>

เวลาพูดถึงชื่อของ ‘ออฟ จุมพล‘ หลายคนคงนึกถึงเขาในแง่มุมแฟชั่นที่มีความจัดจ้านอีกคนในวงการบันเทิง ซึ่งล่าสุดเขาได้เดินทางมาที่กรุงปารีสพร้อมกับ GIVENCHY เพื่อชมแฟชั่นโชว์คอลเล็กชัน Fall/Winter 2025 ผลงานการดีไซน์ของ Sarah Burton ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ 

 

Coffee Minute with… อีพีนี้ เราเลยขอพาออฟมาดื่มกาแฟสุดโปรดของเขา พร้อมกับพูดคุยในหลายแง่มุมที่ตอกย้ำว่าเขาเป็นอีกหนึ่ง Fashion Lover ตัวจริง

The post ชมคลิป: เครื่องดื่มสุดโปรดของ ออฟ จุมพล มุมมองที่มีต่อ GIVENCHY ณ กรุงปารีส | Coffee Minute with Off Jumpol appeared first on THE STANDARD.

]]>
Timothée Chalamet ใส่ชุดสั่งตัดพิเศษของ GIVENCHY ที่ Sarah Burton เป็นคนออกแบบ https://thestandard.co/chalamet-givenchy-oscars-2025/ Mon, 03 Mar 2025 01:16:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1047764

Timothée Chalamet ปรากฏตัวที่งานประกาศรางวัล Academy Aw […]

The post Timothée Chalamet ใส่ชุดสั่งตัดพิเศษของ GIVENCHY ที่ Sarah Burton เป็นคนออกแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Timothée Chalamet ปรากฏตัวที่งานประกาศรางวัล Academy Awards ครั้งที่ 97 ที่ Dolby Theatre ในลอสแอนเจลิส ด้วยลุคสั่งตัดพิเศษจาก GIVENCHY ซึ่งเป็นผลงานชุดแรกของ Sarah Burton ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่

 

โดยลุคนี้เป็นชุดสูทสีเหลืองเหมือนเนย พร้อมด้วยรองเท้าบู้ตสีดำ พร้อมเครื่องประดับและนาฬิกาจาก Cartier ซึ่งเป็นผลงานการสไตลิ่งโดยสไตลิสต์ Taylor McNeill ที่เขาเคยร่วมงานมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงการโปรโมตภาพยนตร์เรื่อง A Complete Unknown 

 

นอกจาก Timothée ที่ได้ใส่ผลงานแรกของ Sarah Burton ที่ GIVENCHY แล้ว ยังมี Elle Fanning เพื่อนนักแสดงร่วมในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็สวมชุดเดรสสีขาวที่ได้แรงบันดาลใจมาจากลุคสุดไอคอนิกจากคอลเล็กชันเดบิวต์ของ Hubert de Givenchy จากยุค 50 ด้วยเช่นกัน

 

สำหรับในงานประกาศรางวัล Oscars ปีนี้ Timothée Chalamet เข้าชิงรางวัลใหญ่สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Best Actor) จากภาพยนตร์เรื่อง A Complete Unknown ซึ่งต้องมารอติดตามกันว่าเขาจะสามารถคว้ารางวัลออสการ์ครั้งแรกในชีวิตไปได้หรือไม่ หลังจากชนะรางวัล SAG Awards เมื่อสัปดาห์ก่อน

 

ภาพ: Christina House / Los Angeles Times via Getty Images

อ้างอิง:

The post Timothée Chalamet ใส่ชุดสั่งตัดพิเศษของ GIVENCHY ที่ Sarah Burton เป็นคนออกแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hyunjin แห่งวง Stray Kids ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ GIVENCHY Beauty https://thestandard.co/hyunjin-stray-kids-givenchy-beauty-ambassador/ Mon, 24 Feb 2025 07:24:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1045230 Hyunjin GIVENCHY Beauty

GIVENCHY Beauty แบรนด์เครื่องสำอางระดับลักชัวรี ประกาศแ […]

The post Hyunjin แห่งวง Stray Kids ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ GIVENCHY Beauty appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hyunjin GIVENCHY Beauty

GIVENCHY Beauty แบรนด์เครื่องสำอางระดับลักชัวรี ประกาศแต่งตั้ง Hyunjin หนึ่งในสมาชิกของวง Stray Kids (@realstraykids) ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด

 

การร่วมงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของศิลปิน K-Pop ในวงการความงามระดับโลก และยังตอกย้ำความนิยมของ Stray Kids ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับสากล ทั้งนี้ GIVENCHY Beauty เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์เครื่องสำอางหรูที่มีประวัติยาวนาน และมีชื่อเสียงด้านผลิตภัณฑ์แต่งหน้าและน้ำหอมคุณภาพสูง แฟนๆ สามารถติดตามผลงานการร่วมงานระหว่าง Hyunjin และ GIVENCHY Beauty ได้ผ่านทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของทั้งสองฝ่าย

 

 

ภาพ: Courtesy of GIVENCHY Beauty

 

The post Hyunjin แห่งวง Stray Kids ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ GIVENCHY Beauty appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบื้องหลังชุดวินเทจของ GIVENCHY ที่ Ariana Grande ใส่ไปงาน Golden Globes 2025 https://thestandard.co/ariana-grande-golden-globes-2025-givenchy/ Mon, 06 Jan 2025 05:56:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1027394 ariana-grande-golden-globes-2025-givenchy

ในค่ำคืนของงานประกาศรางวัล Golden Globe Awards ครั้งที่ […]

The post เบื้องหลังชุดวินเทจของ GIVENCHY ที่ Ariana Grande ใส่ไปงาน Golden Globes 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ariana-grande-golden-globes-2025-givenchy

ในค่ำคืนของงานประกาศรางวัล Golden Globe Awards ครั้งที่ 82 ในปีนี้ Ariana Grande มาร่วมงานในชุดเดรสวินเทจของ GIVENCHY คอลเล็กชันโอต์กูตูร์ Spring/Summer ปี 1966 ดีไซน์โดยผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง Hubert de Givenchy ซึ่งทีมของ Ariana Grande ก็ซื้อชุดดังกล่าวมาจาก LILY et Cie ร้านขายสินค้าแฟชั่นดีไซเนอร์ระดับไฮเอนด์ในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์

 

Ariana Grande อธิบายถึงที่มาของการเลือกสวมชุดดังกล่าวที่มีตัวละคร Glinda ที่เธอแสดงใน Wicked เป็นแรงบันดาลใจสำคัญผ่าน Variety ว่า เธอเลือกสวมชุดสีเหลืองเพราะเธอนึกถึงถนนอิฐสีเหลืองที่แม่มด Glinda ชี้ทางให้ Dorothy เดินไปในเรื่อง The Wizard of Oz นั่นเอง อีกทั้งยังเป็นสีโปรดของ Glinda อีกด้วย 

 

เธอเผยถึงรายละเอียดของชุดด้วยว่า “นี่คือชุดของ GIVENCHY จากปี 1996 ที่สไตลิสต์ Mimi Cuttrell กับฉันไปเจอ แล้วเราก็ตื่นเต้นกับมันมาก”

 

ทางด้าน GIVENCHY ออกมาเผยรายละเอียดของชุดที่ Ariana Grande สวมใส่ด้วยว่า “นี่คือเดรสผ้าไหมสีเหลืองอ่อนที่มาพร้อมกับการเย็บปักลูกปัดด้วยมือ มันคือชุดจากยุคสุดยิ่งใหญ่ของ GIVENCHY Haute Couture ที่ Audrey Hepburn จะใส่เป็นประจำ”

 

อ้างอิง:

 

The post เบื้องหลังชุดวินเทจของ GIVENCHY ที่ Ariana Grande ใส่ไปงาน Golden Globes 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ออฟ จุมพล ร่วมเปิดตัวความปังกับแป้งฝุ่นใหม่จาก GIVENCHY https://thestandard.co/off-jumpol-joins-in-launching-new-powder-from-givenchy/ Wed, 11 Sep 2024 06:06:56 +0000 https://thestandard.co/?p=982207

GIVENCHY BEAUTY สร้างปรากฏการณ์ความงามครั้งใหม่ด้วยการเ […]

The post ออฟ จุมพล ร่วมเปิดตัวความปังกับแป้งฝุ่นใหม่จาก GIVENCHY appeared first on THE STANDARD.

]]>

GIVENCHY BEAUTY สร้างปรากฏการณ์ความงามครั้งใหม่ด้วยการเปิดตัวแป้งฝุ่นสูตรล่าสุด PRISME LIBRE 4-COLOR LOOSE POWDER โดยมีแขกรับเชิญคนสำคัญอย่าง ออฟ-จุมพล อดุลกิตติพร มาร่วมสร้างสีสันให้กับงานเปิดตัวแป้งฝุ่นใหม่นี้ด้วย 

 

สำหรับแป้ง PRISME LIBRE 4-COLOR LOOSE POWDER พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Prismatic Light™ ช่วยอำพรางผิวด้วยเอฟเฟกต์ Soft-Focus สูตร Micronized Powder ใหม่นี้มีความเบาและบางกว่าเดิมถึง 46% ให้ทั้งความแมตต์และเปล่งประกาย สามารถเซ็ตผิวได้นานถึง 24 ชั่วโมง และเบลอผิวได้นานถึง 12 ชั่วโมง

 

นอกจากนี้ GIVENCHY ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยออกแบบกระปุกแป้งใหม่ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุชีวภาพถึง 41% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของแบรนด์ที่ต้องการลดการใช้วัสดุพลาสติกฟอสซิลลง 30% ภายในปี 2025

 

สามารถสัมผัสความปังของแป้งฝุ่น PRISME LIBRE 4-COLOR LOOSE POWDER ได้แล้วที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.givenchybeauty.com นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ GIVENCHY BEAUTY ในการยกระดับมาตรฐานความงามควบคู่ไปกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม

 

 

 

ภาพ: GIVENCHY BEAUTY

The post ออฟ จุมพล ร่วมเปิดตัวความปังกับแป้งฝุ่นใหม่จาก GIVENCHY appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sarah Burton เข้ารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของ Givenchy https://thestandard.co/sarah-burton-givenchy-creative-director/ Mon, 09 Sep 2024 06:03:53 +0000 https://thestandard.co/?p=981351

หลังจากที่ Givenchy ปล่อยให้ทีมห้องเสื้อออกแบบคอลเล็กชั […]

The post Sarah Burton เข้ารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของ Givenchy appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่ Givenchy ปล่อยให้ทีมห้องเสื้อออกแบบคอลเล็กชันมาแรมปี นับตั้งแต่ที่ Matthew Williams ประกาศลาออกไปเมื่อปลายปี 2023 ทางแบรนด์ก็ได้เลือกให้ Sarah Burton จาก Alexander McQueen มาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่

 

โดยการยืนยันครั้งนี้ทาง WWD ได้รายงานว่า เราจะได้เห็นผลงานคอลเล็กชันแรกของ Sarah Burton ในเดือนมีนาคม 2025 ที่ปารีสแฟชั่นวีค และจะเข้าไปแนะนำตัวกับทีมงานและช่างของ Givenchy ในสัปดาห์นี้ที่สำนักงานใหญ่บนถนน George V

 

Sarah Burton ที่หลายคนรู้จักกันดีจาก Alexander McQueen ที่เธอเป็นนักออกแบบนานถึง 26 ปี ได้กลายมาเป็นดีไซเนอร์หญิงคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของ Givenchy ต่อจาก Clare Waight Keller และจะเป็นดีไซเนอร์ลำดับที่ 8 ต่อจากทั้ง John Galliano, Julien Macdonald, Riccardo Tisci หรือแม้แต่ Alexander Lee McQueen ที่อยู่กับแบรนด์ช่วงสั้นๆ เมื่อปี 1996-2001

 

และเพียงก่อนหน้านี้ไม่นาน Givenchy ก็ได้ต้อนรับ CEO คนใหม่อย่าง Alessandro Valenti ที่เคยทำงานเป็นผู้บริหารของ Louis Vuitton ประจำภาคพื้นยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าหากมีการเปลี่ยนผู้บริหาร ก็จะนำมาซึ่งการหาดีไซเนอร์และการปรับเปลี่ยนองค์กรภายใน

 

รวมไปถึงยังได้ Sidney Toledano ประธานฝั่งแฟชั่นแห่ง LVMH นั่งในบอร์ดกรรมการของ Givenchy ด้วย ซึ่งเขาคือบุคคลสำคัญจากการเป็น CEO ของ Dior ในยุคของ John Galliano

 

ภาพ: Darren Gerrish / Darren Gerrish/WireImage for Tory Burch

อ้างอิง:

The post Sarah Burton เข้ารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของ Givenchy appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดคฤหาสน์อาร์โนลต์ (Part 1): เมื่อ ‘ทุนนิยมมันร้าย’ พบ ‘โลกแฟชั่นไม่จีรัง’ บทเรียนธุรกิจสุดเข้มข้นจาก เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ชายผู้กุมอาณาจักร LVMH https://thestandard.co/bernard-arnault-empire-part-1/ Fri, 26 Jul 2024 08:11:26 +0000 https://thestandard.co/?p=963259 อาร์โนลต์

เอ่ยชื่อของ ‘เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์’ หลายคนอาจรู้สึกเหมือ […]

The post เปิดคฤหาสน์อาร์โนลต์ (Part 1): เมื่อ ‘ทุนนิยมมันร้าย’ พบ ‘โลกแฟชั่นไม่จีรัง’ บทเรียนธุรกิจสุดเข้มข้นจาก เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ชายผู้กุมอาณาจักร LVMH appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาร์โนลต์

เอ่ยชื่อของ ‘เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์’ หลายคนอาจรู้สึกเหมือนคนเคยคุ้น ได้ยินชื่อที่ไหนสักแห่ง บางคนอาจไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยินมาก่อน

 

แต่ถ้าเอ่ยชื่อแบรนด์เหล่านี้ Louis Vuitton, Dior, Bulgari, Givenchy, Tiffany & Co. มาจนถึง Sephora เชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้จักแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งเหล่านี้อย่างแน่นอน  

 

แบรนด์ข้างต้นทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งในอาณาจักรลักชัวรีของ LVMH ซึ่งมีแบรนด์หรือ ‘บ้าน’ (Maisons) อยู่ภายในเครือทั้งหมดถึง 75 หลัง โดยในโลกธุรกิจเปรียบเปรยกันว่า LVMH อยู่ใกล้กับชีวิตของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะมองเห็นหรือสัมผัสได้หรือไม่ 

 

เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ คือเจ้าของแบรนด์เหล่านี้ทั้งหมด เป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยด้วยทรัพย์และร่ำรวยในสิ่งที่มากกว่าทรัพย์ ซึ่งก็คืออำนาจในโลกแฟชั่นที่มิอาจประเมินค่าได้

 

เล่าถึงตรงนี้ ต่อให้คิดว่าเคยได้ยินเรื่องราวของเขามาบ้างแล้วจากที่ไหนก็ตาม แน่ใจไหมว่ารู้จักผู้ชายเจ้าของสมญา ‘หมาป่าในชุดแคชเมียร์’ ดีพอ?

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ชายผู้เดินตรวจร้านด้วยตัวเอง

 

ในวัย 75 ปี บางคนอาจพอใจแค่การได้เดินออกกำลังกายหรือทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ ในยามเช้า เช่น รดน้ำต้นไม้ หรือเดินไปร้านกาแฟโปรดใกล้บ้านเพื่อแลกเปลี่ยนบทสนทนาบางอย่างเป็นการเติมวิตามินหัวใจ

 

แต่สำหรับ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ (Bernard Arnault) ในวัย 75 ปี เขายังคงแข็งแรงพอที่จะเดินสำรวจตลาดร้านค้าหรูหราในกรุงปารีสทุกเช้า แต่ไม่ได้ไปเพื่อช้อปปิ้งหรือเดินชมเพื่อความสบายใจ การเดินของซีอีโอแห่งเครือ LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton SE เป็นการตรวจร้านค้าในเครือของตัวเอง

 

Christian Dior, Bulgari, CELINE, FENDI, Louis Vuitton และอื่นๆ โดยที่เมื่อจบภารกิจการเดินสำรวจตลาดยามเช้า จะมีข้อความส่งตรงถึงผู้บริหารระดับสูงของแต่ละแบรนด์เพื่อให้ทราบถึงความคิดเห็นจากซีอีโอใหญ่ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

 

แม้กระทั่งไม่ได้อยู่ในปารีส เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ก็ไม่เคยพลาดกิจวัตรยามเช้าของเขา จนเป็นเรื่องเล่าของ อองตวน อาร์โนลต์​ (Antoine Arnault) ลูกชายคนโตผู้สวมหมวกฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กรของเครือ LVMH กับข้อความที่ส่งตรงมาจากโตเกียว

 

“ลูกจำบาร์ที่เคยมีในร้านได้ไหม? เอากลับมาใส่ที่นี่สิ” บาร์ที่ว่านั้นคือบาร์ที่อองตวนออกแบบไว้เมื่อ 12 ปีที่แล้วสำหรับห้องเสื้อ Berluti ที่พ่อยังจดจำได้ดี

 

อเล็กซองด์ อาร์โนลต์ (Alexandre Arnault) น้องชายคนละแม่ ซึ่งนั่งตำแหน่งรองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการสื่อสารของ Tiffany & Co. อีก ‘บ้าน’ หลังสำคัญที่อยู่ในเครือ LVMH ก็เคยได้ข้อความส่งมาจากพ่อในช่วงที่ไปเยือนดูไบเหมือนกัน

 

“เก้าอี้ในร้านกับรองเท้าของพนักงานมันดูไม่ค่อยดีแล้วนะ” เป็นข้อความส่งมาเตือนอเล็กซองด์ให้ลองช่วยดูหน่อย “มันเป็นสิ่งที่เราอาจไม่ทันสังเกต แต่สำหรับคนที่ดูร้านค้ามาเป็นพันๆ แห่งในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บ”

 

แล้วตัวเบอร์นาร์ดยังจำเรื่องนี้ได้ไหม?

 

“พนักงานคนนั้น ผมไม่แน่ใจว่าเขาใส่รองเท้าสนีกเกอร์หรืออะไร” ซีอีโอแห่ง LVMH ตอบได้แทบจะทันที โดยที่รองเท้าสนีกเกอร์นั้นก็ไม่ใช่รองเท้าที่เป็นความร่วมมือกับแบรนด์ในเครือด้วย “พนักงานขายของเราควรจะสวมใส่ของจากเครือ LVMH”

 

โดยที่ทุกวันนี้เขาจะเริ่มงานในเวลา 08.00 น. และอยู่ทำงานจนถึงเวลา 20.30 น. (8 A.M. – 8 P.M.) ทุกวัน และไม่เคยเบื่อเลย

 

“ผมรู้สึกสนุกที่ได้มาทำงานทุกเช้า”

 

อาร์โนลต์

ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของปารีส ‘ลา ซามาริแตง’ เปิดให้บริการอีกครั้ง หลังปิดปรับปรุงนาน 16 ปี ในวันที่ 21 มิถุนายน 2021 โดยมีครอบครัวอาร์โนลต์ เจ้าของบริษัทสินค้าหรู LVMH มาร่วมงานเปิดตัว (ภาพ: Chesnot / Getty Images)

 

หมาป่าในชุดแคชเมียร์

 

เป็นเวลา 40 ปีที่ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงโลกของความหรูหราที่เคยถูกสงวนไว้สำหรับบุคคลชนชั้นสูง และครอบครัวไม่กี่แห่งที่เป็นผู้ก่อตั้งและส่งต่อกิจการของแบรนด์เหล่านั้นให้แก่เลือดบริสุทธิ์ภายในครอบครัว ให้ผู้คนได้เข้าถึงความหรูหราได้ง่ายขึ้นและรู้สึกใกล้ขึ้นกว่าเดิม

 

ถนนช้อปปิ้งทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นฌ็องเซลิเซในปารีส, มอนเต นาโปเลโอเน ในเมืองมิลาน, ฟิฟท์ อเวนิว ในนิวยอร์ก, โรดีโอไดรฟ์ในเบเวอร์ลีฮิลส์ จนถึงหนานจิงในเซี่ยงไฮ้ ต่างเต็มไปด้วยช็อปของแบรนด์หรูหราในเครือ LVMH

 

อาร์โนลต์เป็นเหมือนคนดูแลเสื้อผ้าให้บรรดาสมาชิกราชวงศ์หรือผู้นำประเทศทั่วโลก จนถึงซูเปอร์โมเดลและบุคคลผู้มีชื่อเสียง แต่ในเวลาเดียวกัน ต่อให้เป็นคนทั่วไป ไม่ใครก็ใครต่างฝันอยากจะมีเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือของใช้จากแบรนด์ของเขาสักครั้งในชีวิต

 

สิ่งเหล่านี้ทำให้ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก หรือหากไม่ใช่ก็นับว่าใกล้เคียงกับตำแหน่งนี้ ขึ้นอยู่กับมูลค่าทรัพย์สินรวมของเขาในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งถ้านับในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เขามีทรัพย์สินมูลค่ารวม 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7.3 ล้านล้านบาท

 

โดยที่ทรัพย์สินทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากกิจการในอุตสาหกรรมแบบ ‘อนาล็อก’ ที่แตกต่างจากมหาเศรษฐีในระดับใกล้เคียงกันอย่าง เจฟฟ์ เบโซส์, อีลอน มัสก์ หรือ บิลล์ เกตส์ ที่ร่ำรวยจากเทคโนโลยี

 

เขาได้สิ่งเหล่านี้มาอย่างไร และคำถามที่น่าสนใจกว่านั้นคือยืนหยัดได้อย่างไรในโลกที่หมุนเร็วขนาดนี้?

 

คำตอบนั้นต่างจากภาพลักษณ์ของชายสูงวัยที่ดูสุภาพและพูดจาด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น

 

‘หมาป่าในชุดแคชเมียร์’ คือสมญาที่หนึ่งในสมาชิกครอบครัวเจ้าของ Hermès คู่แข่งทางธุรกิจในตลาดสินค้าไฮเอนด์เคยตั้งให้ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ผู้ที่คนในอุตสาหกรรมนี้ไม่ชอบเขาเอาเสียเลย ในความเป็นนักธุรกิจจอมกดขี่ที่ใช้ทุนนิยมไล่ล่าแบรนด์ที่อยากได้ ก่อนสั่งปลดคนงานเป็นจำนวนมากเมื่อสมหวังในแบรนด์ที่ต้องการอย่างไม่เห็นใจคนงานผู้สร้างและเสกผลงานแต่ละชิ้นขึ้นมา

 

คำตอบของแท็กซี่ที่เปลี่ยนชีวิต

 

ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้เกิดมาในครอบครัวของผู้สร้างสรรค์

 

ครอบครัวอาร์โนลต์เป็นครอบครัวที่มีอันจะกินพอสมควร พ่อของเขาประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งความจริงแล้วเป็นธุรกิจครอบครัวฝั่งแม่ผู้เลือกเป็นเภสัชกร และชีวิตของเบอร์นาร์ดก็ถูกลิขิตให้เดินตามเส้นทางที่พ่อขีดให้

 

ถึงจะเคยร่ำเรียนดนตรี เป็นนักเปียโนฝึกหัด แต่สุดท้ายเมื่อรู้ว่าเขาเก่งไม่พอที่จะเป็นนักเปียโนอาชีพได้ เบอร์นาร์ดซึ่งสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมจากมหาวิทยาลัย École Polytechnique ก็ต้องยอมรับช่วงกิจการต่อจากที่บ้าน

 

เพียงแต่จากแค่การเป็นผู้รับเหมา เบอร์นาร์ดมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าจะไปได้ไกลกว่าคือการเน้นไปที่อสังหาริมทรัพย์แทน เขาตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่และได้รับโอกาสใหญ่ครั้งแรกในการสร้างบ้านพักตากอากาศทางตอนใต้ของฝรั่งเศส และคอนโดในรัฐฟลอริดา

 

และเป็นการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นทศวรรษที่ 70 ที่เบอร์นาร์ดได้แรงบันดาลใจอะไรบางอย่างจากบทสนทนากับคนขับแท็กซี่ในนิวยอร์ก

 

“คุณรู้จักประธานาธิบดีฝรั่งเศสไหม?” เบอร์นาร์ดถามเฉยๆ

 

“ผมรู้จักภาษาฝรั่งเศสแค่คำเดียวเมอซิเยอร์” คนขับแท็กซี่ตอบ

 

“คำไหน?”

 

“Christian Dior”

 

อาร์โนลต์

ผู้คนกำลังยืนเข้าแถวรอที่หน้าร้านของแบรนด์หรู Christian Dior ในฮ่องกง สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของแบรนด์ และอาจบ่งบอกถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคในเมืองนี้สำหรับสินค้าแฟชั่นหรู (ภาพ: Budrul Chukrut / SOPA Images / LightRocket via Getty Images)

 

ทุนนิยมมันร้าย

 

จากคำตอบของคนขับแท็กซี่ในวันนั้น และกลิ่นน้ำหอม Diorissimo ในความทรงจำ เพราะแม่ใช้ทุกวัน เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ เก็บงำความคิดเรื่องประวัติศาสตร์แบรนด์หรูของฝรั่งเศสเอาไว้ในใจมาเป็นระยะเวลานับสิบปี

 

คำถามที่เฝ้ารอสักวันว่าจะมีคำตอบ

 

และคำตอบนั้นมาถึงในปี 1984 เมื่อบริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์ Dior ประสบวิกฤตทางการเงินหนักถึงขั้นล้มละลาย เบอร์นาร์ดรู้ดีว่านี่คือโอกาสที่เขารอคอยมาโดยตลอด และอาจเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตด้วย เขาไม่สามารถปล่อยให้มันผ่านไปได้

 

ด้วยสายสัมพันธ์กับคนในรัฐบาลและการหนุนหลังจากธนาคารเพื่อการลงทุน Lazard Frères เบอร์นาร์ดประสบความสำเร็จในการเกลี้ยกล่อมขอโอกาสซื้อกิจการของบริษัทนี้ไว้ แต่เบอร์นาร์ดไม่ได้ต้องการอะไรเลยในดีลนี้นอกจาก Dior และร้าน Le Bon Marché 

 

เขาโละพนักงานที่ไม่ได้อยู่กับ Dior ทั้งหมดจนทำให้คนนับพันคนตกงานทันที 

 

สื่อฝรั่งเศสประณามหมากทางธุรกิจที่เหมือนไม่มีหัวใจของเบอร์นาร์ดว่าเป็นสไตล์ทุนนิยมแบบอเมริกัน

 

เพียงแต่เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก เพราะเป้าหมายต่อไปคือ LVMH ที่กำลังประสบปัญหาภายในเครือ เบอร์นาร์ดรู้ได้ในทันทีว่าเขามีโอกาสอีกครั้ง แต่อาจต้องใช้พลังภายในมหาศาลสักหน่อยเพื่อครอบครองอาณาจักรแห่งนี้ให้ได้

 

แบรนด์หรูเป็นมากกว่าที่คิด

 

การเผด็จศึก LVMH ของ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ สำเร็จจนได้

 

Lazard ยังคงให้การสนับสนุนเรื่องเงินลงทุนแก่เขาเหมือนเดิม เพราะเชื่อมั่นจากความสำเร็จในดีลที่แล้ว โดยเงินที่ได้มาถูกนำไปใช้ซื้อหุ้นล็อตใหญ่ในเครือ LVMH  

 

ขณะที่ตัวของเขาเองใช้ความพยายามโน้มน้าว อองรี ราคามิแยร์ (Henry Racamier) นายเหนือหัวแห่ง Louis Vuitton ที่อ่อนล้าจากปัญหาภายในเครือ

 

คำขอร้องจากเบอร์นาร์ดที่มีต่ออองรีเป็นคำของ่ายๆ ที่ทำได้ยาก “ยกตำแหน่งประธานกับซีอีโอให้ผมสิ” ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดสงครามภายในโลกความหรูหราแบบยุคเก่า (Old Luxury) ที่ไม่เคยพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้มาก่อน

 

แต่ถึงตอนนั้น เบอร์นาร์ดมองออกแล้วว่าแบรนด์หรูหราไม่ว่าจะแบรนด์ไหนก็ตาม มันเป็นได้มากกว่าที่คนในเวลานั้นจะคิดถึง

 

วิสัยทัศน์ทำให้เขามองออกว่าอุตสาหกรรมนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง ‘สิ่งของจับต้องได้’ เช่น กระเป๋าลายโมโนแกรม จี้ห้อยคอที่ทำจากทองคำ หรือกระเป๋าสตางค์จากหนังจระเข้สักตัว

 

คุณค่าที่แท้จริงคือ ‘ชื่อ’ ตลอดจน ‘โลโก้’ และ ‘เรื่องราว’ ของแบรนด์เหล่านั้น ที่จะเป็นใบเบิกทางสำหรับเจ้าของสินค้าที่จะเข้าถึงโลกอีกระดับ

 

ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่สำหรับ Louis Vuitton ในย่านชอร์ดิตช์ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2024 ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยโลโก้ LV ของแบรนด์นี้ปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ ตั้งแต่กระเป๋าเดินทางหรูและสินค้าเครื่องหนัง ไปจนถึงเสื้อผ้าสำเร็จรูป, รองเท้า, นาฬิกา, เครื่องประดับ, อุปกรณ์เสริม, แว่นตากันแดด และหนังสือ (ภาพ: Mike Kemp / In Pictures via Getty Images)

 

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้กระเป๋าถือของ Louis Vuitton ขายได้ในราคา 1,500 ยูโร (58,000 บาท) ทั้งที่มีต้นทุนการผลิตสินค้าต่ำกว่าถึง 10 เท่า และต่อให้รวมต้นทุนค่าเช่าสถานที่ร้านค้า ต้นทุนเงินเดือนและสวัสดิการของพนักงาน และต้นทุนทางการตลาดในการผลิตโฆษณาและกิจกรรมทางการตลาด แบรนด์ก็ยังทำผลกำไรได้อย่างมากมายมหาศาลอยู่ดี ตราบใดที่แบรนด์ยังขายได้

 

ความเสี่ยงเดียวคือการอิ่มตัวในความสำเร็จที่หากเกิดขึ้นเมื่อไร แบรนด์นั้นจะ ‘Démodée’ หรือ ‘เอาต์’ ซึ่งเปรียบเสมือนความตายในวงการแฟชั่นทันที

 

ยักษ์ใหญ่ต้องไม่ไล่ยักษ์เล็ก

 

สิ่งที่ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ เรียนรู้ได้จากโลกของไฮแฟชั่นอันหรูหราคือทุกสิ่งไม่จีรัง

 

แบรนด์ต่อให้เก่าแก่และประสบความสำเร็จมามากแค่ไหนก็มีความเสี่ยงที่จะตายไปจากโลกได้เสมอ เพียงแต่เขามองเห็นจุดแข็งในจุดอ่อนของวงการนี้

 

แบรนด์ใหญ่ต้องไม่ไล่แบรนด์เล็กหรือยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก ในทางตรงกันข้าม หากแบรนด์ใหญ่กับแบรนด์เล็กถูกจับมารวมกันได้ จะกลายเป็นการเสริมพลังความแข็งแกร่งให้แก่กันได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เพราะแบรนด์ที่ใหญ่กว่าจะเป็นเหมือนพี่เลี้ยงคอยดูแลแบรนด์เล็กให้ได้มีโอกาสสร้างชื่อและเติบโต ไม่ล้มไปก่อนเวลาอันควร

 

ในทางธุรกิจ การอยู่รวมกันเป็นกลุ่มของแบรนด์เหล่านี้ยังทำให้เครือมีแรงดึงดูดพิเศษ และที่สำคัญที่สุดคือยังสามารถรั้งตัวผู้บริหารที่มีพรสวรรค์เอาไว้ได้ด้วย

 

“ผมได้ไอเดียเรื่องนี้มาตอนที่ซื้อ Dior” เบอร์นาร์ดเล่า “ผมมองเห็นแล้วว่าตลาดลักชัวรีถูกสร้างขึ้นมาโดยกลุ่มบริษัทขนาดกลาง ซึ่งถ้าจับบริษัทเหล่านี้มารวมกันก็จะกลายเป็นกลุ่มแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น”

 

“สิ่งสำคัญคือต้องไม่ไปยุ่มย่ามก้าวก่ายการสร้างผลงานศิลปะที่จับต้องได้ของพวกเขา สิ่งที่ผู้ดูแลภาพรวมของเครือทั้งหมดจะต้องทำคือการทำในสิ่งที่แบรนด์อาจไม่ชำนาญนัก เช่น การซื้อพื้นที่โฆษณา หรือการหาทำเลดีๆ สำหรับตั้งร้านค้า”

 

เขาเรียกแบรนด์เหล่านี้ว่าเป็น ‘Maison’ หรือ ‘บ้าน’

 

โดยจำนวนบ้านที่เข้ามาอยู่ในเครือ LVMH เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ GUERLAIN ตามมาในปี 1994, CELINE ในปี 1996 และ Sephora ในอีกหนึ่งปีถัดมา

 

ในความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในวงการอย่าง โทไม เซอร์ดารี (Thomai Serdari) จากสาขาวิชา Fasion & Luxury ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์กแล้ว การรวบรวมแบรนด์ระดับ ‘เพชรยอดมงกุฎ’ มาไว้ให้ได้มากที่สุดคือสิ่งที่สะท้อนความทะเยอทะยานของ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ 

 

แต่นี่เป็นเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น โปรดติดตามตอนต่อไปของ THE STANDARD WEALTH เกี่ยวกับเรื่องเล่าของชายผู้มีอำนาจ (แทบจะมากที่สุด) ในโลกของความหรูหรากัน

 

อ้างอิง:

The post เปิดคฤหาสน์อาร์โนลต์ (Part 1): เมื่อ ‘ทุนนิยมมันร้าย’ พบ ‘โลกแฟชั่นไม่จีรัง’ บทเรียนธุรกิจสุดเข้มข้นจาก เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ชายผู้กุมอาณาจักร LVMH appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kendall Jenner ใส่ชุด Givenchy ที่งาน Met Gala 2024 คนแรกจริง หลังมีภาพชุดเดียวกันของ Winona Ryder https://thestandard.co/kendall-jenner-givenchy-met-gala-2024/ Thu, 09 May 2024 08:12:50 +0000 https://thestandard.co/?p=931515

เป็นอีกหนึ่งดราม่าจากงาน Met Gala 2024 เมื่อ Kendall Je […]

The post Kendall Jenner ใส่ชุด Givenchy ที่งาน Met Gala 2024 คนแรกจริง หลังมีภาพชุดเดียวกันของ Winona Ryder appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นอีกหนึ่งดราม่าจากงาน Met Gala 2024 เมื่อ Kendall Jenner มาร่วมงานด้วยชุดจาก Givenchy ที่ออกแบบโดย Alexander McQueen เมื่อปี 1999 ซึ่งถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีมาตลอดหลายปี และนางแบบสาววัย 28 ปีก็เผยว่า เธอเป็น ‘มนุษย์คนแรก’ ที่มีโอกาสได้สวมใส่ชุดดังกล่าวนี้

 

เมื่อ Kendall Jenner กล่าวออกสื่อไปเช่นนั้น ชาวเน็ตก็ไปค้นเจอภาพของนักแสดงคนดังอย่าง Winona Ryder ที่สวมชุดที่ดูคล้ายคลึงกันกับชุดที่ Kendall Jenner สวมใส่ไปงาน Met Gala ในปีนี้เป็นอย่างมาก โดย Winona Ryder สวมชุดที่คล้ายกันนี้ถ่ายภาพนิตยสารฉบับหนึ่งเมื่อปี 1999 ซึ่งก็เป็นปีเดียวกับที่ Alexander McQueen รังสรรค์ชุดเดรส Givenchy ที่ Kendall Jenner ใส่ขึ้นมา 

 

หลังจากนั้นจึงเกิดการโต้แย้งกันบนโลกออนไลน์ทันที โดยหลายคนก็แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็คิดว่า Kendall Jenner กับ Winona Ryder ไม่น่าจะใส่ชุดเดียวกันได้ เพราะพวกเธอมีรูปร่างที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในขณะที่อีกหลายคนก็แย้งว่า ชุดดังกล่าวมาจากคอลเล็กชันโอต์กูตูร์ จึงไม่น่าจะมีการทำชุดซ้ำกันขึ้นมาหลายๆ ชุด และยังมีคนที่กล่าวโทษว่า Kendall Jenner ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชุดที่เธอสวมใส่ในงาน Met Gala 2024

 

อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาทนี้ก็มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เมื่อแหล่งข่าวจากวงการแฟชั่นเผยกับ People ว่า ที่จริงแล้ว Winona Ryder สวมใส่ชุดแบบจำลองจากชุดจริงของ Givenchy ถ่ายนิตยสาร และ Kendall Jenner ก็เป็นมนุษย์คนแรกที่ได้สวมชุดนี้จริงอย่างที่เธอว่า โดยทางแบรนด์ได้นำชุดออกมาจากคลังเพื่อให้นางแบบคนดังได้สวมใส่ไปร่วมงาน Met Gala ในปีนี้โดยเฉพาะ และก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยมีใครมีโอกาสใส่ชุดนี้เลย ซึ่ง Kendall Jenner ให้สัมภาษณ์ว่า เธอมีความฝันที่จะได้ใส่ชุดดีไซน์ของ Alexander McQueen ผู้ล่วงลับ สักครั้ง 

 

“เดรสชุดนี้หลับใหลมาตลอด 25 ปี มันคือเจ้าหญิงนิทราจริงๆ และนี่คือโมเมนต์ที่พิเศษมาก ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พวกเขาอนุญาตให้ฉันได้ใส่ชุดนี้”

 

ภาพ: Raymond Hall / GC Images

อ้างอิง: 

The post Kendall Jenner ใส่ชุด Givenchy ที่งาน Met Gala 2024 คนแรกจริง หลังมีภาพชุดเดียวกันของ Winona Ryder appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kendall Jenner มางาน Met Gala 2024 ในลุคอาร์ไคฟ์ของ Givenchy ดีไซน์โดย Alexander McQueen https://thestandard.co/kendall-jenner-met-gala-2024-givenchy-mcqueen-look/ Tue, 07 May 2024 00:39:30 +0000 https://thestandard.co/?p=930488 Kendall Jenner

เป็นอีกคนที่หลายคนรอชมลุคในงาน Met Gala ณ พิพิธภัณฑ์ Me […]

The post Kendall Jenner มางาน Met Gala 2024 ในลุคอาร์ไคฟ์ของ Givenchy ดีไซน์โดย Alexander McQueen appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kendall Jenner

เป็นอีกคนที่หลายคนรอชมลุคในงาน Met Gala ณ พิพิธภัณฑ์ Metropolitan Museum of Art ในนิวยอร์ก สำหรับ Kendall Jenner ซึ่งปีนี้เธอสร้างความแตกต่าง ไม่ได้ให้แบรนด์ทำชุดใหม่ให้ แต่เลือกใส่ชุดกูตูร์จากอาร์ไคฟ์ของ Givenchy ที่ดีไซน์โดย Alexander McQueen ยุค 90 สมัยที่เขาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์

 

Kendall Jenner ให้สัมภาษณ์กับรายการ Live at Met Gala 2024 With Vogue ทาง YouTube ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนใส่ชุดนี้ได้ เพราะก่อนหน้านี้ถูกตั้งอยู่บนหุ่นที่สำนักงานของแบรนด์ Givenchy ซึ่งตอนแรกเธอกังวลว่าจะสวมใส่ไม่ได้เพราะขนาด แต่โชคดีว่าใส่ได้พอดี

 

โดยเหตุผลที่เธอเลือกใส่ชุดนี้มา Met Gala 2024 ก็เพราะตอนเธอเห็นว่า Dress Code คือ The Garden of Time ทาง Kendall ก็รู้สึกว่าอยากใส่อะไรที่เป็นผลงานอาร์ไคฟ์ในอดีตมากกว่า และเข้ากับชื่อนิทรรศการ Sleeping Beauties: Reawakening Fashion ด้วย 

 

ภาพ: Kevin Mazur / MG24 / Getty Images for The Met Museum / Vogue 

The post Kendall Jenner มางาน Met Gala 2024 ในลุคอาร์ไคฟ์ของ Givenchy ดีไซน์โดย Alexander McQueen appeared first on THE STANDARD.

]]>
Givenchy Spring/Summer 2024 คอลเล็กชันใหม่ และกระเป๋ารุ่น Voyou ในหลากหลายทรง https://thestandard.co/givenchy-spring-summer-2024/ Fri, 29 Mar 2024 14:12:15 +0000 https://thestandard.co/?p=917265

Givenchy ได้เปิดตัวคอลเล็กชันล่าสุด Spring/Summer 2024 […]

The post Givenchy Spring/Summer 2024 คอลเล็กชันใหม่ และกระเป๋ารุ่น Voyou ในหลากหลายทรง appeared first on THE STANDARD.

]]>

Givenchy ได้เปิดตัวคอลเล็กชันล่าสุด Spring/Summer 2024 สำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งเป็นโชว์สุดท้ายของ Matthew Williams ที่มีทั้งสีสันมากยิ่งขึ้นตามโทนของฤดู ผสมกับเฮอร์ริเทจของแบรนด์ในบริบทสังคมยุคใหม่

 

สินค้าภายในร้านใหม่ใน Siam Paragon นี้มีแอ็กเซสซอรีที่น่าสนใจอย่างกระเป๋า Voyou ที่ถูกนำไปต่อยอดเป็นกระเป๋าหลายทรงทั้ง Voyou Flap, Voyou Tote และ Voyou Crossbody ซึ่งผลิตจากผ้าไนลอน ผ่านการนำเสนอจากเครื่องแต่งกายของคนดังที่มาร่วมงานอย่าง ฟรีน สโรชา, ออฟ จุมพล, เจเจ กฤษณภูมิ และ น้ำตาล ทิพนารี

 

The post Givenchy Spring/Summer 2024 คอลเล็กชันใหม่ และกระเป๋ารุ่น Voyou ในหลากหลายทรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 THINGS WE LOVE ABOUT FASHION IN 2024 โมเมนต์แฟชั่นสำคัญที่ตั้งตารอชมในปีนี้ https://thestandard.co/7-things-we-love-about-fashion-in-2024/ Sun, 07 Jan 2024 11:00:03 +0000 https://thestandard.co/?p=885051

GUCCI COMPLETE VISION BY SABATO    หลังจากเปิ […]

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT FASHION IN 2024 โมเมนต์แฟชั่นสำคัญที่ตั้งตารอชมในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

GUCCI COMPLETE VISION BY SABATO 

 

หลังจากเปิดตัวผลงานชิ้นแรกผ่านภาพแคมเปญไลน์จิวเวลรี โดยได้นางแบบสุดเท่อย่าง Daria Werbowy ที่ยอมกลับมารับงานนางแบบอีกครั้ง หลายคนเชื่อว่าทิศทางของ Sabato de Sarno ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Gucci จะไปในทิศทางตรงกันข้ามกับดีไซเนอร์คนเก่าแน่นอน โดยเสื้อผ้าผู้หญิงคอลเล็กชันแรกของเขากับ Spring/Summer 2024 ที่นำเสนอไปเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน ก็ตอกย้ำด้วยงานดีไซน์มินิมัลเน้นชิ้นงานที่สามารถสวมใส่ได้จริง มากกว่าดูเป็นชุดสีสันลวดลายสุดจัดจ้าน ซึ่งส่งให้งานของ Sabato เป็นที่พูดถึงทันที

 

โดยแชปเตอร์ต่อไปที่วงการแฟชั่นกำลังรอชมของ Sabato ก็จะเกิดขึ้นในวันที่ 12 มกราคมนี้ เพราะจะเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้โชว์ผลงานเสื้อผ้าผู้ชายของ Gucci ให้ทั้งโลกได้ชม ณ Milan Fashion Week ซึ่งเราจะได้รู้เสียทีว่าภาพลักษณ์ของ Gucci แบบ 360 องศาในยุคนี้มีคาแรกเตอร์แบบใดกันแน่ 

 

 


 

THAI STAR POWER CONTINUES

 

อีกหนึ่งหัวข้อที่ต้องติดตามกันต่อในปีนี้ เราขอยกให้กับกระแส Thai Power หรือคนไทยผู้ทรงอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นระดับโลก ซึ่งไม่ใช่แค่นักร้อง K-Pop สัญชาติไทยเท่านั้นที่ได้รับการพูดถึง แต่นักแสดงไทยคนอื่นๆ ต่างก็สามารถทำตัวเลขมูลค่าทางสื่อสูงไม่แพ้อินฟลูเอ็นเซอร์ระดับโลกคนอื่นๆ เลย ไม่ว่าจะเป็น อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ ที่สร้างมูลค่าทางสื่อได้สูงกว่า 9.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงซีซันแฟชั่นวีค Spring/Summer 2024 ตามด้วย มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง กับตัวเลข 7.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึง ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี, วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร และ ดิว-จิรวรรตน์ สุทธิวณิชศักดิ์ ที่เฉลี่ยสร้างมูลค่าทางสื่อได้ว่า 2.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการปรากฏตัวที่แฟชั่นโชว์แค่แบรนด์เดียวเท่านั้น 

 

ฝั่งผู้หญิงเองก็ทำตัวเลขได้ดีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ตู-ต้นตะวัน ตันติเวชกุล กับตำแหน่ง House Ambassador ของแบรนด์ Dior ที่สร้างมูลค่าทางสื่อได้สูงกว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งด้วยตัวเลขระดับนี้แบรนด์หรูต่างๆ เริ่มให้ความสนใจกับเซเลบริตี้ฝั่งไทยมากขึ้น แน่นอนว่าในปี 2024 เราน่าจะมีโอกาสได้เห็นเซเลบริตี้คนไทยเดินทางไปแฟชั่นวีค และได้เซ็นเป็นแอมบาสเดอร์มากขึ้นแน่นอน

 

 


 

LVMH OLYMPICS SPONSORSHIP

 

มหากาฬอีเวนต์ของปีนี้เราขอยกให้ 2024 Summer Olympics เกมการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งในครั้งนี้จะจัดขึ้นใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 26 กรกฎาคม ไปจนถึงวันที่ 11 สิงหาคม นอกจากเกมการแข่งขันอันดุเดือดแล้วนั้น เพื่อให้สมศักดิ์ศรีเมืองแฟชั่น โอลิมปิกปีนี้ก็ได้ LVMH มาเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ซึ่งทางบริษัทลักชัวรีอันดับหนึ่งของโลกก็ได้ประกาศออกมาแล้วว่า แบรนด์ในเครืออย่าง Berluti จะมาดูแลด้านชุดที่นักกีฬาประเทศฝรั่งเศสใส่ช่วงพิธีเปิด แบรนด์เครื่องประดับ Chaumet จะดูแลด้านเหรียญรางวัล ส่วน Louis Vuitton กับ Dior ก็จะมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ประกาศแน่ชัดว่าด้านไหน นอกเหนือการแต่งตั้งให้นักกีฬาจากฝรั่งเศสเป็นแอมบาสเดอร์

 

 


 

MET GALA 2024 

 

หากออสการ์คืออีเวนต์สายภาพยนตร์ที่หลายคนตั้งตารอที่สุด Met Gala ก็คืออีเวนต์ที่สายแฟชั่นตั้งตารอเช่นกัน สำหรับในปี 2024 ทาง The Metropolitan Museum of Art ได้ประกาศธีมอย่างเป็นทางการของตัวนิทรรศการในชื่อ Sleeping Beauties: Reawakening Fashion บอกก่อนว่าธีมครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการ์ตูนทาง Walt Disney แต่อย่างใด แต่เป็นการเชิดชูเสื้อผ้าชิ้นประวัติศาสตร์ที่เปราะบาง และไม่สามารถสวมใส่ได้แล้ว จึงถูกเก็บไว้เป็นของสำคัญทางประวัติศาสตร์แทนในพิพิธภัณฑ์กว่า 250 ชิ้น

 

ในส่วนของ Met Gala ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ น่าจะมีหลายโมเมนต์ที่ต้องจดจำแห่งปีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะมีสปอนเซอร์อย่าง TikTok และแบรนด์ Loewe ด้วย ซึ่งเราจะได้เห็นนักร้อง K-Pop นักแสดงชาวเอเชีย และศิลปินดาราไทยคนไหนมีโอกาสไปร่วมงานบ้าง หลังหลายคนสร้างอิทธิพลไปทั่วโลกในช่วงหลังก็ต้องมารอลุ้นกัน

 

 


 

GIVENCHY NEW ERA 

 

ในช่วงต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว แบรนด์หรูอย่าง Givenchy ออกมาประกาศถึงการหมดวาระหน้าที่ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Matthew M. Williams หลังจากร่วมงานกับแบรนด์มาได้แค่ 3 ปีเท่านั้น ตรงนี้เองที่หลายคนในวงการแฟชั่นเริ่มคาดเดาต่างๆ นานาว่าใครกันที่จะสามารถพา Givenchy ไปให้ถึงระดับที่ Riccardo Tisci ทำไว้ได้ บ้างก็เริ่มเดาว่าจะเป็น Sarah Burton ที่ออกจาก Alexander McQueen หรือเปล่า ซึ่งเธอน่าจะสามารถปลุกความดราม่าของห้องเสื้อจากฝรั่งเศสนี้ได้ แถมเธอยังเคยเป็นผู้ช่วย Alexander McQueen ช่วงที่เขาเคยรับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Givenchy อีกด้วย ในขณะที่บางคนก็เชื่อว่าอาจเป็น Alessandro Michele ชายผู้เคยพลิกภาพลักษณ์ Gucci แบบ 360 องศามาแล้ว เขาเองก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับ Givenchy แต่ก็ไม่แน่ว่าเกมอาจพลิกเป็นชื่อของดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่ใครไม่รู้ก็เป็นได้ แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร Givenchy ในปี 2024 น่าติดตามไม่น้อย

 

 


 

BRITISH VOGUE NEW EDITOR

 

ข่าวเขย่าวงการแฟชั่นฝั่งสิ่งพิมพ์ในปี 2023 คือข่าวการบอกลาตำแหน่งบรรณาธิการผู้บริหารของ Edward Enninful ที่นิตยสาร Vogue ฉบับอังกฤษ หลังจากที่เขาสร้างผลงานอันน่าจดจำให้กับนิตยสารเล่มนี้ยาวนานถึง 6 ปี อย่างไรก็ตามการลาออกครั้งนี้เขาไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่จะเปลี่ยนตำแหน่งเป็น Editorial Advisor of British Vogue and Global Creative and Cultural Advisor of Vogue โดยที่เขาจะช่วยดูแลภาพรวมของ Vogue ฉบับอังกฤษ รวมถึงผลิตคอนเทนต์สำหรับ Vogue ทั่วโลก 

 

แต่สำหรับคนที่จะมาดูแล British Vogue ต่อก็คือ Chioma Nnadi ในตำแหน่ง Head of Editorial ซึ่งเธอเป็นผู้หญิงผิวดำคนแรกที่ได้รับตำแหน่งสูงสุดในนิตยสารนี้ โดยก่อนหน้านี้เธอเคยเป็นคนดูแลส่วนดิจิทัลของ Vogue อเมริกามาแล้ว และเป็นโฮสต์รายการพอดแคสต์ The Run-Through with Vogue โดย Chioma จะนำเสนออะไรใหม่บ้างกับ British Vogue และจะแตกต่างอย่างไรกับวิสัยทัศน์ของ Edward ก็ต้องรอดูเล่มเดือนเมษายนนี้ที่เป็นผลงานแรกของเธอ

 

 


 

NEW STORES IN THAILAND 

 

มาที่บ้านเรากันบ้าง สำหรับสายแฟทั้งหลาย ภายในปีมีข่าวดีว่าแบรนด์แฟชั่นมากมายจากทั่วโลกจะทยอยมาเปิดกันในบ้านเรา เช่น Ganni แบรนด์สุดฮิปจากเดนมาร์กกับร้านที่ Central Embassy ต่อด้วย Ami แบรนด์สตรีทหรูจากฝรั่งเศส ก็เปิดร้านแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ห้าง Emporium แล้ว ก่อนที่เร็วๆ นี้ทางแบรนด์รองเท้าผ้าใบลายดาวอย่าง Golden Goose ก็จะมาเปิด ณ ห้าง EmQuartier

 

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT FASHION IN 2024 โมเมนต์แฟชั่นสำคัญที่ตั้งตารอชมในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Matthew Williams อำลาตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Givenchy หลังทำงานกับแบรนด์มา 3 ปี https://thestandard.co/givenchy-designer-matthew-williams-leaving/ Sat, 02 Dec 2023 02:52:03 +0000 https://thestandard.co/?p=872565 Matthew Williams

Matthew Williams ดีไซเนอร์ชาวอเมริกันได้อำลาตำแหน่งครีเ […]

The post Matthew Williams อำลาตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Givenchy หลังทำงานกับแบรนด์มา 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Matthew Williams

Matthew Williams ดีไซเนอร์ชาวอเมริกันได้อำลาตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Givenchy หลังทำงานกับแบรนด์เพียง 3 ปี ครบตามสัญญาว่าจ้าง และมีผลทันทีในวันที่ 1 มกราคม 2024 นี้ โดยคอลเล็กชัน Pre-Fall 2024 จะเป็นผลงานชุดสุดท้ายของเขาที่นี่

 

“ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ผมได้สานต่อตำนานของ Hubert de Givenchy พร้อมกับนำวิสัยทัศน์เรื่องความคิดสร้างสรรค์มาใช้ด้วย และผมอยากขอบคุณทีมสตูดิโอ Renaud de Lesquen (ซีอีโอของแบรนด์) และ LVMH สำหรับโอกาสครั้งสำคัญนี้” Matthew Williams กล่าว

 

สำหรับแฟชั่นโชว์ครั้งต่อไปในช่วงแฟชั่นวีคทั้งของผู้ชายในเดือนมกราคม และผู้หญิงในเดือนมีนาคม ทาง Givenchy ระบุว่าจะให้ทีมสตูดิโอเป็นคนออกแบบก่อน จนกว่าจะหาดีไซเนอร์มาแทนได้

 

Givenchy คว้าตัว Matthew Williams ผู้ก่อตั้งแบรนด์ 1017 ALYX 9SM มาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ในปี 2020 ต่อจาก Clare Waight Keller ที่อยู่กับแบรนด์ตามสัญญาชุดแรกระยะ 3 ปีเช่นกัน ซึ่งการมาถึงของ Matthew Williams ยังต้องเจอกับความท้าทายในเวลาที่วงการแฟชั่นกำลังอยู่ในช่วงล็อกดาวน์ของสถานการณ์โควิด โดยคอลเล็กชันแรกของเขา Spring/Summer 2021 ได้เปิดตัวในรูปแบบลุคบุ๊กเท่านั้น จนกระทั่งได้จัดโชว์จริงๆ ในคอลเล็กชัน Fall/Winter 2021 

 

ผลงานออกแบบที่น่าจดจำของ Matthew Williams ที่ Givenchy อาจไม่ใช่เรื่องเสื้อผ้า แต่เป็นกระเป๋าและรองเท้า เช่น กระเป๋ารุ่น Voyou และรองเท้าบู๊ตรุ่น Shark Lock แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้แบรนด์กลับมารุ่งเรืองทั้งในแง่ยอดขายและความนิยมเหมือนยุคของ Riccardo Tisci

 

ภาพ: John Shearer / WireImage

อ้างอิง:

The post Matthew Williams อำลาตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Givenchy หลังทำงานกับแบรนด์มา 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 THINGS WE LOVE ABOUT JOHN GALLIANO อัจฉริยะด้านความคิดสร้างสรรค์ ผู้พลิกวงการแฟชั่น https://thestandard.co/7-things-we-love-about-john-galliano/ Sun, 03 Sep 2023 12:00:04 +0000 https://thestandard.co/?p=836957 JOHN GALLIANO

EARLY LIFE & CENTRAL SAINT MARTINS   John Gall […]

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT JOHN GALLIANO อัจฉริยะด้านความคิดสร้างสรรค์ ผู้พลิกวงการแฟชั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
JOHN GALLIANO

EARLY LIFE & CENTRAL SAINT MARTINS

 

John Galliano เกิดและโตที่ยิบรอลตาร์ ดินแดนโพ้นทะเลสหราชอาณาจักร เขาย้ายมาอาศัยที่ประเทศอังกฤษตอนอายุได้ 6 ขวบ โดยแรงบันดาลใจในการเป็นดีไซเนอร์ของเขามาจากแม่ของเขาผู้ซึ่งเป็นนักเต้นระบำฟลามิงโกสเปน ซึ่งเธอมักจับเขาแต่งตัวให้ดูดีแม้จะแค่ไปจ่ายตลาดก็ตาม จนเป็นที่มาให้เขาตัดสินใจเข้าเรียนที่ Central Saint Martins มหาวิทยาลัยศิลปะและแฟชั่นชื่อดังของประเทศอังกฤษ ก่อนจะจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากคอลเล็กชัน Les Incroyables ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากการปฏิวัติฝรั่งเศส จุดเด่นเสื้อผ้าของเขาในตอนนั้นคือการผสมผสานวัฒนธรรมที่ต่างกันให้ออกมาในรูปแบบของเครื่องแต่งกายได้อย่างไร้ที่ติ คอลเล็กชันจบของเขาประสบความสำเร็จและถูกพูดถึงเป็นอย่างมากจน Brown ร้านเสื้อผ้ามัลติแบรนด์ชื่อดังของอังกฤษยอมซื้อทุกชิ้นเพื่อนำไปวางขาย 

 

 


 

BREAKTHROUGH COLLECTION 

 

หลังจากจบการศึกษา John Galliano เปิดแบรนด์ภายใต้ชื่อของตนเอง เขาค้นพบซิกเนเจอร์การตัดเย็บที่สร้างชื่อให้กับเขา นั่นคือการตัดผ้าเฉลียง หรือ Bias Cut เสื้อผ้าของเขาเน้นการตัดเย็บที่ประณีตโดยใช้การสไตลิ่งสุดโต่งช่วยชูโรงให้คอลเล็กชันของเขาเป็นที่จดจำ แต่เพราะไม่มีหัวด้านธุรกิจเลย เขาถูกประกาศให้เป็นผู้ล้มละลายในปี 1990 และนั่นทำให้เขาย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 1994 เขาฮึดสู้กลับมาอีกครั้งจากแรงซัพพอร์ตของ Anna Wintour และ André Leon Talley บรรณาธิการผู้บริหารและครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของนิตยสาร Vogue อเมริกา คอลเล็กชัน Fall/Winter 1994 ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม แถม Anna ยังเชิญ Bernard Arnault ผู้เป็นเจ้าของเครือบริษัท LVMH มาร่วมดูโชว์ก่อนแนะนำ Bernard ให้เลือก John มาทำงานให้หนึ่งแบรนด์ในเครือ ซึ่งต่อมา John ก็ถูกเลือกมาดูแลแบรนด์ Givenchy ในปี 1995 

 

 


 

THE DIOR ERA

 

หลังจากทำงานได้แค่หนึ่งปีที่ Givenchy วงการแฟชั่นต้องเซอร์ไพรส์อีกครั้งเมื่อ John Galliano ถูกโปรโมตให้มาดูแลแบรนด์อันดับหนึ่งของเครือ LVMH อย่าง Christian Dior แทน โดย Bernard เคยกล่าวว่า John นั้นมาหาเขาถึงที่ออฟฟิศเพื่อขอทำงานให้กับ Christian Dior โดยคอลเล็กชันแรกของเขาเกิดขึ้นในปี 1998 เป็นคอลเล็กชันโอต์กูตูร์ที่ทำให้ผู้ชมอ้าปากค้างในงานดีไซน์ที่สวยงามแบบไร้ที่ติ เขาร่ายมนตร์เปลี่ยนให้แบรนด์ที่เคยดูเชยของผู้หญิงสูงวัยสู่แบรนด์แฟชั่นระดับโลก เขาผสานระหว่างงานเชิงพาณิชย์ผ่านคอลเล็กชัน Ready-to-Wear ตีความกระแส Y2K จนกลายผู้นำเทรนด์ของยุคนั้น 

 

ในขณะเดียวกันเขายังสร้างสรรค์งานสุดวิจิตรผ่านคอลเล็กชันโอต์กูตูร์ด้วยเทคนิคและการนำเสนอที่ยากจะหาใครเทียบ John สร้างปรากฏการณ์มากมายตั้งแต่ลายโลโก้ กระเป๋ารุ่น Saddle Bag รวมถึงกระเป๋า Lady Dior ที่เขาดีไซน์สำหรับเจ้าหญิง Diana ขณะเสด็จไปร่วมงาน Met Gala ที่ช่วยส่งให้แบรนด์มียอดขายแตะ 1 พันล้านดอลลาร์ได้สำเร็จในปี 2010 อย่างไรก็ตามในปี 2011 กลับเกิดเหตุการณ์ฉาวจนทำให้เขาต้องออกจาก Christian Dior เมื่อคลิปถ้อยคำดูถูกชาวยิวของเขาถูกเผยแพร่สู่โลกอินเทอร์เน็ต 

 

 


 

FINALE MOMENTS 

 

นอกจากงานดีไซน์และการนำเสนอที่สุดโต่งเรียกเสียงฮือฮาได้ตลอดแล้วนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโชว์คือการที่เขามักปรากฏตัวช่วงฟินาเล่ ซึ่งเขามักแต่งองค์ทรงเครื่องแบบจัดเต็มทั้งเสื้อผ้า หน้าและผม ให้เข้ากับโชว์ในแต่ละธีม ก่อนจะเดินเฉิดฉายราวกับเป็นหนึ่งในนางแบบของโชว์นั้น John ชอบออกแบบเสื้อผ้าก็จริง แต่เขาก็สนุกกับการเป็นที่สนใจของสื่อด้วยเช่นกัน ในยุคนั้นดีไซเนอร์มักมีชื่อเสียงมากพอๆ กับแบรนด์ที่พวกเขาดูแลอยู่ ดังนั้นดีไซเนอร์ไม่ต่างอะไรกับซูเปอร์สตาร์ที่สามารถออกแบบเสื้อผ้าได้ หลายต่อหลายครั้งคนเลือกจะจำตัวเขามากกว่าเสื้อผ้าที่เขาออกแบบด้วยซ้ำ

 

 


 

COMEBACK AT MARGIELA

 

หลังเหตุการณ์ฉาวจนเขาโดนไล่ออกจาก Dior ทาง John Galliano หันหลังให้กับวงการแฟชั่นและตัดสินใจเข้าบำบัดอาการติดแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติดจนดีขึ้นในที่สุด แต่ในปี 2014 เขากลับสู่วงการแฟชั่นอีกครั้งในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ Maison Margiela โดยแทนที่จะดีใจที่เขากลับมา แต่กลายเป็นว่าหลายคนกังวลว่าตัว John นั้นอาจไม่เหมาะกับแบรนด์ Maison Margiela เมื่อเทียบกับตัวตนของเขาสมัยก่อน ซึ่งคอลเล็กชันโอต์กูตูร์ Artisanal Spring/Summer 2015 คือคอลเล็กชันแรกของเขา งานดีไซน์ที่เรียบ นิ่ง เน้นการนำงานเก่ามาตีความใหม่ สร้างความแปลกตาอีกรูปแบบให้กับผู้ชม เขาผสานปรัชญาของดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งและสอดแทรกตัวตนของเขาได้อย่างน่าสนใจ ส่วนคอลเล็กชัน Artisanal Spring/Summer 2017 พิสูจน์ให้เห็นว่าเขายังมีกึ๋นและนำป๊อปคัลเจอร์เข้ามาใช้ในการเป็นแรงบันดาลใจเช่นเดิม เมื่อคอลเล็กชันนี้เขาได้แรงบันดาลใจมาจากการถ่ายเซลฟีเขาจึงนำผ้ามาจับขึ้นเป็นหน้าคนเสียเลย แม้จะไม่เปรี้ยงปร้างเท่า Christian Dior แต่การมาของ John สร้างยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เพียงหนึ่งปีหลังจากเขามาที่ Maison Margiela 

 

 


 

DESIGN VISION

 

แน่นอนว่าเทคนิคการตัดเย็บซิกเนเจอร์ของ John Galliano คือเทคนิคการตัดผ้าเฉลียงที่เขามักใช้ในการทำเดรสจนเป็นที่จดจำไปทั่ววงการ แต่สิ่งที่ทำให้ John ประสบความสำเร็จมากๆ มาจากการผสมผสานระหว่างงานอาร์ตและงานเชิงพาณิชย์ เขาเข้าใจโลกทุนนิยมว่าเมื่อเขาทำชุดโอเวอร์ที่ยากจะใส่จริงบนรันเวย์เขาต้องมีกระเป๋าและรองเท้าที่ผู้บริโภคจะต้องตามซื้อด้วยเช่นกัน ดูได้จากงานของเขาที่ Christian Dior ทุกชุดอาจไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อสวมใส่จริงแต่กลับเน้นภาพจำมากกว่า ในขณะที่กระเป๋าและรองเท้าถูกนำมาสร้างคอนทราสต์สร้างความกระหายในจับจ่ายให้กับผู้บริโภค อีกหนึ่งจุดเด่นเลยของ John คือการผสมผสานวัฒนธรรมจากต่างที่เข้ามาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว เขานำกลิ่นอายการแต่งตัวของวัฒนธรรม เช่น ญี่ปุ่น จีน อียิปต์ ฝรั่งเศส วิกตอเรียน และอีกมากมาย รวมถึงกระแสของสังคมที่กำลังเกิดมาปรับใช้ให้อยู่ในบริบทของเครื่องแต่งกายยุคโมเดิร์น ซึ่งเขานำสิ่งนี้มาใช้ที่ Maison Margiela ด้วยเช่นกัน  

 

 


 

AWARDS & RECOGNITION 

 

แม้ว่าปัจจุบันชื่อของ John Galliano อาจไม่ได้หวือหวาสำหรับคนรุ่นใหม่แล้วก็ตาม แต่เขาถือได้ว่าเป็นบุคลากรแฟชั่นชั้นครูที่สำคัญของวงการแฟชั่นอย่างมาก เขาคือผู้พลิกโฉมแบรนด์ระดับโลกอย่าง Christian Dior ให้กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง John ได้รับการยอมรับและเป็นที่นับถือจากคนในวงการจากฝีมืออันน่าเหลือเชื่อของเขา และเขายังมีรางวัลการันตีความสำเร็จมากมาย อาทิ British Designer of The Year ที่เขาสามารถเก็บกลับบ้านได้ถึง 4 ครั้ง รวมถึงได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันวิเศษยิ่งแห่งจักรวรรดิบริติชในฐานะดีไซเนอร์ทรงคุณค่าผู้สร้างผลงานยอดเยี่ยมให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่น ตอนนี้ John เลือกใช้ชีวิตให้เรียบง่ายขึ้น เขาเติบโตและเรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเองและพยายามแก้ไขมัน สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขายังเป็นที่ยกย่องของใครหลายคนคือความพยายาม ถ้าล้มแล้วต้องลุกขึ้นมาใหม่ให้ได้และใช้ผลงานอันยอดเยี่ยมเป็นตัวผลักดันให้คนพูดถึง

 

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT JOHN GALLIANO อัจฉริยะด้านความคิดสร้างสรรค์ ผู้พลิกวงการแฟชั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Givenchy เปิดตัวน้ำหอมผู้ชายกลิ่นใหม่ ที่มี ธนนท์ จำเริญ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของไทย https://thestandard.co/givenchy-gentleman-society/ Mon, 15 May 2023 06:27:54 +0000 https://thestandard.co/?p=790522

แบรนด์น้ำหอม Givenchy จัดงานเปิดตัวน้ำหอมสุภาพบุรุษกลิ่ […]

The post Givenchy เปิดตัวน้ำหอมผู้ชายกลิ่นใหม่ ที่มี ธนนท์ จำเริญ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

แบรนด์น้ำหอม Givenchy จัดงานเปิดตัวน้ำหอมสุภาพบุรุษกลิ่นใหม่แบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยกลิ่นใหม่นี้มีชื่อว่า Gentleman Society นอกจากจะเปิดตัวน้ำหอมแล้ว ยังถือโอกาสเปิดตัวนักร้อง ธนนท์ จำเริญ เจ้าของเพลงดัง เชคซี่ เซ็กซี่, โต๊ะริม, พิง และ แน่ใจไหม ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของไทยด้วย โดยทำหน้าที่เป็นหนึ่งในชายหนุ่มที่จะร่วมนิยามสังคมสุภาพบุรุษแนวคิดใหม่ 

 

สำหรับ Givenchy Gentleman เริ่มต้นขึ้นเพื่อถ่ายทอดมุมมองของ Hubert de Givenchy นักออกแบบแฟชั่นผู้ก่อตั้งแบรนด์ ผู้มีความเป็นสุภาพบุรุษตลอดเวลา นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นความสำเร็จในโลกของน้ำหอมมาจนถึงปัจจุบัน น้ำหอมกลิ่นนี้ได้ขยายรุ่น ปรับระดับความเข้มข้น และแง่มุมกลิ่นจากผลงานต้นแบบมาอย่างหลากหลายและต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Eau De Toilette, Eau De Parfum และ Cologne โดยมีคำประกบท้ายเพื่อแสดงความแตกต่าง 

 

อีกทั้งยังร่วมเป็นบทสะท้อนถึงค่านิยมของสุภาพบุรุษในแต่ละยุคสมัย ในขณะเดียวกันแต่ละกลิ่นล้วนบ่งบอกถึงความเป็นผู้ชาย Givenchy อย่างชัดเจน ผ่านความเรียบง่ายและสง่างามด้วยงานออกแบบที่คลาสสิก แต่กระนั้นก็ยังคงความสดใหม่และร่วมสมัยอีกด้วย

 

ทางด้าน นนท์-ธนนท์ จำเริญ เปิดใจในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของไทยว่า “ดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับการติดต่อมาจากทาง Givenchy ประเทศไทย ให้มารับบทบาทนี้” 

 

นนท์ ธนนท์ กล่าวถึงการร่วมงานกับแบรนด์เครื่องสำอางระดับสากลในครั้งนี้ว่า “เหนือสิ่งอื่นใดก็คือความเซอร์ไพรส์ซ้อนสอง อันดับแรกก็คือสาเหตุที่ทางแบรนด์เลือกผมจากความมุ่งมั่น ความพยายามในการก้าวตามความฝันของตัวเองจนมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในปัจจุบัน ส่วนอันดับสองก็คือแนวกลิ่นของ Gentleman Society ซึ่งเต็มไปด้วยบุคลิกอันหลากหลาย เรียกได้ว่าเป็นน้ำหอมสำหรับผู้ชายที่ต้องการแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง โดยไม่มีข้อจำกัดในแง่ของวัย อาชีพ ภูมิหลังความเป็นมา หรือแม้กระทั่งความชอบส่วนตัว เรียกได้ว่าเป็นน้ำหอมที่ไร้พรมแดนสำหรับผู้ชายจริงๆ”

 

 

ภาพ: Courtesy of Givenchy

The post Givenchy เปิดตัวน้ำหอมผู้ชายกลิ่นใหม่ ที่มี ธนนท์ จำเริญ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครือ Louis Vuitton ขึ้นแท่นหุ้นยุโรปตัวแรกที่มีมูลค่าตลาดทะลุ 5 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ที่รวยที่สุดในโลกอยู่แล้ว ‘รวยขึ้น’ ไปอีก https://thestandard.co/lvmh-market-value-surpasses-500-billion/ Tue, 25 Apr 2023 03:01:27 +0000 https://thestandard.co/?p=780932 Louis Vuitton หุ้นยุโรป

ต้องขอบคุณยอดขายสินค้าฟุ่มเฟือยที่เฟื่องฟูในจีนและค่าเง […]

The post เครือ Louis Vuitton ขึ้นแท่นหุ้นยุโรปตัวแรกที่มีมูลค่าตลาดทะลุ 5 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ที่รวยที่สุดในโลกอยู่แล้ว ‘รวยขึ้น’ ไปอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Louis Vuitton หุ้นยุโรป

ต้องขอบคุณยอดขายสินค้าฟุ่มเฟือยที่เฟื่องฟูในจีนและค่าเงินยูโรที่แข็งค่าขึ้น ที่ทำให้เครือ Louis Vuitton มีมูลค่าตลาดทะลุ 5 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 17.1 ล้านล้านบาท เป็นแห่งแรกของบริษัทยุโรป 

 

หุ้น LVMH ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์เนมชั้นนำอย่าง Louis Vuitton, Moet & Chandon, Hennessy, Givenchy, Bulgari และ Sephora ที่จดทะเบียนในปารีส เพิ่มขึ้น 0.3% ในวันจันทร์ เป็น 903.70 ยูโร บรรลุมูลค่าตลาด 4.54 แสนล้านยูโร หรือเท่ากับ 5.003 แสนล้านดอลลาร์ เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนแตะ 1.1019 ยูโรต่อดอลลาร์

 

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ หลังจากที่ LVMH เข้าสู่ทำเนียบ 10 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งได้มีการเปิดเผยรายงานยอดขายไตรมาสแรกของปี 2023 พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้น 17% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 2 เท่า

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

“LVMH กำลังใช้ประโยชน์จากการเติบโตของอุปสงค์ในยุโรปและอเมริกาที่ยั่งยืน ในขณะที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการใช้จ่ายของจีนที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่ง” นักวิเคราะห์จาก Bernstein กล่าว

 

ด้าน ลิเลีย พีย์เทวิน นักวิเคราะห์ของ Goldman Sachs ชี้ว่า หุ้นสินค้าหรูได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงจากการบริโภคของจีน ตลอดจนอัตรากำไรที่แข็งแกร่งจากอำนาจการกำหนดราคาได้เอง

 

“สิ่งนี้ทำให้หุ้น Luxury แตกต่างจากหุ้น Tech ซึ่งอัตรากำไรหดตัวมาหลายไตรมาสแล้ว”

 

ความต้องการสินค้าของ LVMH เช่น กระเป๋า Louis Vuitton, Moet & Chandon Champagne และ Christian Dior นั้นเพิ่มขึ้น แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นได้คุกคามให้โลกเข้าสู่ภาวะถดถอย

 

แอชลีย์ วอลเลซ จาก Bank of America Corp. ให้ความเห็นว่า ราคาหุ้นจะแตะ 1,000 ยูโรในปีหน้า เพราะตอนนี้ LVMH มีราคาหุ้นถูกเกินไปเมื่อพิจารณาจากความน่าดึงดูดใจของสินค้าฟุ่มเฟือย พอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และการดำเนินงานที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน

 

การเติบโตในทศวรรษที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางที่ร่ำรวยทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น จีนและอินเดีย

 

อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ และค่าครองชีพที่ลดลงได้ แทบไม่มีผลอะไรต่อการเติบโตของกลุ่มสินค้าหรูหรา แม้ว่าบางบริษัทที่พึ่งพาผู้บริโภคในตลาดระดับกลางมากกว่า เช่น Coach และ Ralph Lauren จะเริ่มได้รับแรงกดดัน

 

แม้ว่าอุตสาหกรรมสินค้าหรูโดยรวมจะดำเนินไปได้ด้วยดี แต่การเติบโตของ LVMH ก็แซงหน้าคู่แข่งได้ ปัจจุบันมีมูลค่าเกือบ 2 เท่าในแง่ของมูลค่าตลาดของกลุ่มความงาม L’Oréal ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในโลก และกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในฝรั่งเศสรายใหญ่อันดับถัดไป 

 

นอกจากนี้ LVMH ยังมีขนาดใหญ่กว่า Hermès ถึง 2 เท่าอีกด้วย

 

Louis Vuitton แบรนด์เรือธงของ LVMH ก้าวไปอีกขั้นระดับโลกด้วยการเป็นแบรนด์หรูแบรนด์แรกของโลกที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 2 หมื่นล้านยูโรในเดือนมกราคม Dior ยังเพิ่มยอดขายเป็น 4 เท่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ตามการประมาณการของ HSBC เมื่อเร็วๆ นี้

 

บริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 และ 3 ในเกณฑ์มาตรฐานดัชนี European Stoxx 600 มีมูลค่าต่ำกว่า LVMH อย่างมาก 

 

Nestlé บริษัทอาหารรายใหญ่ที่สุดของโลก และ Novo Nordisk ผู้ผลิตยาสัญชาติเดนมาร์ก มีมูลค่าตลาด 3.26 แสนล้านยูโร และ 2.72 แสนล้านยูโร ตามลำดับ

 

ทั้งนี้ ตลอดทั้งปี 2022  LVMH มีรายรับอยู่ที่ 7.92 หมื่นล้านยูโร และมีกำไรจากการดำเนินงาน 2.11 หมื่นล้านยูโร ซึ่งคิดเป็นกำไรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยบริษัทจากกรุงปารีสแห่งนี้คาดว่า รายได้ของบริษัทมีโอกาสขยับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ จากการที่แทบทุกประเทศทั่วโลกกลับมาเปิดพรมแดนทำการค้าขายได้ตามปกติอีกครั้ง โดยเฉพาะประเทศจีน 

 

LVMH อธิบายว่า การเปิดพรมแดนดังกล่าวทำให้มีการเดินทางของนักช้อปกระเป๋าหนักเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยความหวังของการฟื้นตัวของการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวจีนได้เพิ่มราคาหุ้นของกลุ่มสินค้าหรูหราอื่นๆ รวมถึง Richemont, Kering และ Burberry เช่นกัน 

 

ขณะเดียวกันเหตุการณ์สำคัญนี้หมายความว่า สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ก่อตั้ง เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ และครอบครัวของเขา มีมูลค่าถึง 2.12 แสนล้านดอลลาร์ มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศสวัย 74 ปีคนนี้จึงเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก นำหน้า อีลอน มัสก์ ผู้บริหารของ Tesla

 

อาร์โนลต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ LVMH เข้าสู่ธุรกิจหรูหราในปี 1984 โดยเข้าซื้อกิจการ Boussac Saint-Freres ซึ่งตลอด 3 ทศวรรษต่อมา และผ่านการเข้าซื้อกิจการนับสิบครั้ง เขาสร้าง LVMH ให้กลายเป็นบริษัทหรูหราที่ขายทุกอย่างตั้งแต่สุรา เครื่องหนัง ไปจนถึงเครื่องประดับ ผ่านร้านค้ากว่า 5,600 แห่งทั่วโลก ที่สำคัญเขาเข้าใจอย่างรวดเร็วว่าจีนจะกลายเป็นตลาดสำคัญ โดยเปิดร้าน Louis Vuitton แห่งแรกในปักกิ่งในปี 1992

 

ทั้งนี้ ไม่มีวี่แววว่าอาร์โนลต์ตั้งใจจะลงจากตำแหน่งในเร็วๆ นี้ เพราะเมื่อปีที่แล้ว LVMH ได้ยกเลิกการจำกัดอายุของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งทำให้เขาสามารถดำรงตำแหน่งผู้นำได้จนถึงอายุ 80 ปี

 

จุดนี้เองทำให้คนภายนอกติดตามอย่างใกล้ชิดว่า ลูกคนใดจาก 1 ใน 5 ที่จะขึ้นมารับตำแหน่งแทนเขา

 

ภาพ: Vincent Isore / IP3 / Getty Images

อ้างอิง:

The post เครือ Louis Vuitton ขึ้นแท่นหุ้นยุโรปตัวแรกที่มีมูลค่าตลาดทะลุ 5 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ที่รวยที่สุดในโลกอยู่แล้ว ‘รวยขึ้น’ ไปอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Givenchy Fall/Winter 2023 คอลเล็กชันที่ดูลงตัวขึ้นของ Matthew Williams https://thestandard.co/givenchy-fall-winter-2023/ Fri, 03 Mar 2023 10:14:13 +0000 https://thestandard.co/?p=758300

Givenchy ในคอลเล็กชัน Fall/Winter 2023 ที่ Paris Fashio […]

The post Givenchy Fall/Winter 2023 คอลเล็กชันที่ดูลงตัวขึ้นของ Matthew Williams appeared first on THE STANDARD.

]]>

Givenchy ในคอลเล็กชัน Fall/Winter 2023 ที่ Paris Fashion Week ถือเป็นคอลเล็กชันที่ลงตัวที่สุดของ Matthew Williams ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ชาวอเมริกันที่เข้ามาทำงานให้แบรนด์ในปี 2020 

 

ที่เรียกว่าลงตัวก็คือ ก่อนหน้านี้ Matthew ได้ใส่ความเป็นสตรีทจัดๆ ลงไปจนกลบตัวตนของ Givenchy ที่เป็นหนึ่งในห้องเสื้อกูตูร์ แต่คอลเล็กชันนี้ทุกอย่างดูกลมกล่อมมากขึ้นแบบที่เขาก็ไม่ได้เสียตัวตน พร้อมกับความช่วยเหลือจาก Carine Roitfeld อดีตบรรณาธิการ Vogue ฝรั่งเศส และผู้ก่อตั้งนิตยสาร CR Magazine มาเป็นสไตลิสต์ประจำให้ตั้งแต่ซีซันที่แล้ว โดยเธอก็มาร่วมนั่งฟรอนต์โรว์กับศิลปินคนดังอย่าง Jared Leto และ Halsey 

 

เริ่มที่เซ็ตเสื้อผ้าเทเลอร์ที่ทาง Vogue Runway ระบุว่าเป็นการทำงานร่วมกับฝั่งตัดเย็บกูตูร์ ออกมาเป็นเสื้อโค้ตสีดำไหล่กว้าง ดีเทลเย็บช่วงเอว และค่อยๆ ไล่มาเป็นเสื้อผ้าแนวร่วมสมัยเช่นเสื้อโค้ตหนังสีม่วง เหลือง และดำ แล้ว Matthew ค่อยๆ เผยตัวตนของเขาในช่วงกลางโชว์ ทั้งเป็นเสื้อผ้าดีเทลโลหะที่ติดมาจากแบรนด์ 1017-ALYX-9SM ที่เขาก่อตั้ง เช่น เสื้อแจ็กเก็ตทีมมหาวิทยาลัย และกางเกงคาร์โก แทรกด้วยเสื้อผ้าสีสันสนุกๆ อย่างสีเขียวและสีชมพูนีออน

 

ปิดท้ายด้วยเซ็ตชุดเดรสสำหรับงานกลางคืนที่ดูคลาสสิกตามภาพของ Audrey Hepburn ในยุคของ Hubert de Givenchy ทั้งชุดเดรสเสื้อกล้ามกระโปรงวอลุ่มปักดอกไม้ เดรสแขนกุดที่มาคู่กับถุงมือในลุคที่ Liu Wen นางแบบจีนชื่อดังใส่ และแน่นอน Little Black Dress ก็ต้องมากับสร้อยไข่มุก แต่ Matthew ได้ทำออกมาเป็นเสื้อผ้าแทน ทั้งเดรสที่ร้อยด้วยไข่มุกสีทองและเงินทับด้วยเสื้อโค้ตสีดำ และเสื้อไข่มุกแขนยาวทับเดรสผ้าไหมสีขาวที่ยังคงโชว์ฝีมือของช่างและแบรนด์ระดับท็อปแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

 

 

เรื่อง: เริ่มต้น เขมะเพ็ชร

ภาพ: Getty Images

The post Givenchy Fall/Winter 2023 คอลเล็กชันที่ดูลงตัวขึ้นของ Matthew Williams appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 Things We Love About LVMH เบื้องหลังบริษัทแฟชั่นและลักชัวรีเบอร์หนึ่งของโลก https://thestandard.co/7-things-we-love-about-lvmh/ Sun, 19 Feb 2023 08:12:12 +0000 https://thestandard.co/?p=752454

หากใครติดตามข่าวธุรกิจแฟชั่นจะต้องคุ้นชื่อของ Bernard A […]

The post 7 Things We Love About LVMH เบื้องหลังบริษัทแฟชั่นและลักชัวรีเบอร์หนึ่งของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากใครติดตามข่าวธุรกิจแฟชั่นจะต้องคุ้นชื่อของ Bernard Arnault อย่างแน่นอน ชายผู้รวยที่สุดในโลกคนใหม่หลังที่เขาสามารถโค่น Elon Musk ลงไปอยู่อันดับสองได้ในการจัดอันดับมหาเศรษฐีรวยที่สุดของโลกประจำปีที่ผ่านมา ซึ่ง Bernard Arnault เป็นเจ้าของเครือบริษัท LVMH ซึ่งเป็นอาณาจักรของแบรนด์แฟชั่นและลักชัวรีหรูชั้นนำของโลก เช่น Christian Dior, Louis Vuitton, Givenchy, Celine, Tiffany & co., Bulgari และอีกมากมาย โดยเขามีทรัพย์สินอยู่ที่ 1.59 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.56 ล้านล้านบาท

 

Bernard Arnault เป็นเจ้าของธุรกิจประเภทแฟชั่นคนเดียวเท่านั้นที่ติดท็อป 10 ซึ่งนั่นเป็นตัวชี้วัดได้เลยว่า LVMH ในอุตสาหกรรมแฟชั่นนั้นยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลแค่ไหน ซึ่งวันนี้ THE STANDARD POP จะพาทุกคนไปเจาะลึกเกี่ยวกับเครือบริษัทมหาชนแฟชั่นทรงอิทธิพล LVMH ให้ผู้อ่านทุกคนได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น 

 

 

THE RISE OF LVMH

LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton หรือที่รู้จักสั้นๆ ในชื่อ LVMH คือเครือบริษัทมหาชนจากประเทศฝรั่งเศสซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าลักชัวรีชั้นนำทั่วโลก ปัจจุบันเจ้าของคือ Bernard Arnault นักธุรกิจชาวฝรั่งเศส เขาเติบโตในครอบครัวที่ร่ำรวยอยู่แล้วโดยมีคุณพ่อผู้ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ Ferret-Savinel หลังจากเรียนจบในสาขาวิศวกรรมศาสตร์เขาช่วยงานของครอบครัวจนกระทั่งในช่วง 1980 ที่เขาเริ่มสนใจการทำธุรกิจบริหารสินค้าลักชัวรี 

 

เขาตัดสินใจซื้อบริษัท Agache-Willot-Boussac ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่น Christian Dior และห้างสรรพสินค้า Bon Marche ในเวลานั้น ทั้งสองธุรกิจกำลังอยู่ในขาลงแต่ Bernard Arnault เปลี่ยนวิธีการบริหารและทำการตลาดใหม่ทั้งหมดจนสามารถกลับมาทำกำไรได้สำเร็จ จุดนี้เองที่เป็นจุดเปลี่ยนเมื่อ Bernard Arnault มีเป้าหมายที่อยากสร้างอาณาจักรแฟชั่นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และนั่นยังหมายถึงการกว้านซื้อแบรนด์ให้มากที่สุดมาไว้ในบริษัท ในปี 1989 เขาขึ้นแท่นควบผู้ถือหุ้นรายใหญ่และประธานบริษัทของ LVMH หลังจากเข้าซื้อหุ้นด้วยมูลค่าสูงถึง 8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน LVMH ถือครองแบรนด์ในเครือมากกว่า 75 แบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าแฟชั่นและเครื่องหนัง เครื่องสำอางและน้ำหอม เครื่องประดับและนาฬิกา ร้านค้ารีเทล และอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย 

 

 

HUB OF LUXURY BRANDS

LVMH มีแบรนด์แฟชั่นและเครื่องประดับลักชัวรีรวมกันมากกว่า 20 แบรนด์ ไม่ต้องสงสัย Bernard Arnault เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอีกครั้งของห้องเสื้อเก่าแก่อย่าง Christian Dior ด้วยการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปจนถึงดีไซเนอร์ทำให้แบรนด์นั้นเป็นที่ต้องการจวบจนทุกวันนี้ เช่นเดียวกับ Celine ที่แม้จะเสียฐานลูกค้าเก่าไปหลังจาก Phoebe Philo ลาออก (ล่าสุดเขาได้ลงทุนเปิดแบรนด์ใหม่ให้เธอที่มีกำหนดเปิดตัวปีนี้) แต่ก็ได้ Hedi Slimane มาช่วยยกเครื่องใหม่และเรียกฐานลูกค้าเจนใหม่มาแทน ผนวกกับป๊อปคัลเจอร์ของ K-Pop อย่าง Lisa Blackpink ยิ่งช่วยกระตุ้นยอดขายทวีคูณขึ้นไปอีก เช่นเดียวกับ Bulgari แบรนด์เครื่องประดับสุดหรูที่ได้นักร้อง K-Pop คนเดียวกันมาช่วยกระชากภาพลักษณ์ให้เข้าถึงง่ายขึ้น 

 

ในปี 2021 เครือ LVMH ทุ่มเงินกว่า 15.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐซื้อกิจการของบริษัทจิวเวลรีสัญชาติอเมริกัน Tiffany & Co. หลังจากเจรจากันมานานตั้งแต่ปี 2019 พร้อมปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้แบรนด์กลับมาผงาดและเป็นที่พูดถึงอีกครั้งได้ ด้วยหัวธุรกิจที่เฉียบคม Bernard Arnault มักจะซื้อหุ้นแบรนด์แฟชั่นที่เขาเห็นว่าสามารถไปได้อีกไกล และเมื่อเห็นว่าบริหารแล้วเวิร์กเขาจะซื้อมาไว้ในเครือ LVMH ทันที เช่น Tod’s แบรนด์เครื่องหนังจากอิตาลีที่เขาซื้อหุ้นเพิ่ม รวมถึง Off-White ที่เขาซื้อหุ้นไปกว่า 60% 

 

 

GROWING HOSPITALITY BUSINESS

อีกหนึ่งประเภทธุรกิจที่ LVMH กำลังรุกหนักไม่แพ้ประเภทอื่นๆ นั่นก็คืออสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะโรงแรมหรู ซึ่งจัดอยู่ในประเภท Other Activities หรือธุรกิจอื่นๆ LVMH ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงแรม Bulgari Hotels & Resorts ซึ่งมีทั้งหมด 6 สาขา เช่น ลอนดอน ดูไบ และมิลาน และมีแผนจะเปิดเพิ่มอีกเร็วๆ นี้ และยังเป็นเจ้าของเชนโรงแรมหรู Cheval Blanc อีก 4 สาขาทั่วโลก 

 

ในปี 2018 เครือ LVMH ทุ่มเงินกว่า 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กว้านซื้อกิจการ Belmond เครือธุรกิจโรงแรม การรถไฟ และร้านอาหารสุดหรู การที่ได้ Belmond มาอยู่ในมือจะยิ่งทำให้ธุรกิจสายท่องเที่ยวของ LVMH แข็งแรงมากขึ้น เพราะ Belmond มีธุรกิจการท่องเที่ยวใน 24 ประเทศทั่วโลก ยังไม่หมดแค่นั้นแบรนด์หรูในเครือของ LVMH เริ่มขยายกรอบสินค้าให้มีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น จะเห็นได้จากบูติกใหญ่ๆ ของแบรนด์แฟชั่นเริ่มปรับรีโนเวตให้มีร้านอาหารหรือร้านกาแฟตามหัวเมืองสำคัญของโลก นี่ก็เป็นอีกวิธีการขยายธุรกิจประเภท Hospitality ของ LVMH เช่นกัน 

 

 

BUILDING LOUIS VUITTON

จุดเริ่มต้นของ Louis Vuitton มาจากธุรกิจครอบครัวผลิตกระเป๋าหนังมานานกว่า 100 ปี จนกระทั่งในปี 1970 เมื่อทายาทรุ่นที่ 4 นาม Henry Racamier เข้ามาพลิกโฉมให้ Louis Vuitton กลายเป็นแบรนด์หรูในฝรั่งเศสจากที่เคยมีแค่ 2 สาขาในฝรั่งเศสเท่านั้น เขาสามารถขยายให้มีร้านกว่า 135 สาขาทั่วโลก จนกระทั่งในปี 1987 เมื่อ Louis Vuitton ตัดสินใจร่วมธุรกิจ Moët Hennessy (MH) บริษัทแชมเปญชื่อดัง และเป็นที่รู้กจักในนาม LVMH นั่นเอง 

 

ในปี 1997 เมื่อ Bernard Arnault อยากปรับภาพลักษณ์ของ Louis Vuitton ให้เป็นแบรนด์แฟชั่นมากขึ้นเขาดึงตัว Marc Jacobs เข้ามาทำหน้าที่ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และได้เปลี่ยนโฉมหน้าของ Louis Vuitton จากหน้ามือเป็นหลังมือ Marc Jacobs สร้างโมเมนต์สุดปังมากมายระหว่างที่เขารับหน้าที่ หนึ่งในไฮไลต์คือการทำคอลลาบอเรชันกับศิลปินมากมาย จนกระทั่งในปี 2013 ที่ Nicolas Ghesquière มารับช่วงต่อจนถึงปัจจุบัน ส่วนฝั่ง Menswear ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน Louis Vuitton แนะนำให้ทั้งโลกรู้จักชื่อของ Kim Jones หลังจากที่เขามารับตำแหน่งสไตล์ไดเรกเตอร์ให้แบรนด์ตั้งแต่ 2011-2018 ก่อนจะมาเป็น Virgil Abloh ผู้พลิกกระดานเสื้อผ้าผู้ชายของ Louis Vuitton ไปตลอดกาล ด้วยโรคร้ายทำให้เขาจากไปกะทันหันและเป็นเวลากว่า 1 ปีเต็มที่ไร้เงาดีไซเนอร์จนกระทั่งไม่นานนี้เมื่อ Pharrell Williams โปรดิวเซอร์และแรปเปอร์มือทองรับตำแหน่งครีเอทีฟคนล่าสุด 

 

 

BEAUTY EMPIRE

นอกจากธุรกิจแฟชั่นและเครื่องหนังแล้วนั้น LVMH ยังมีเครือแบรนด์น้ำหอมและเครื่องสำอางมากกว่า 10 แบรนด์ ประกอบไปด้วย Guerlain, Acqua di Parma, Fenty Beauty By Rihanna, Perfume Christian Dior, Givenchy Parfums, Perfumes Loewe, Benefit Cosmetics, Make Up Forever, Kenzo Parfums, Fresh, Maison Francis Kurkdjian และรีเทลบิวตี้ Sephora ซึ่งในปีที่ผ่านมาสินค้าประเภทบิวตี้ของเครือบริษัทสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิมได้ 10% แม้อาจจะไม่เยอะเมื่อเทียบกับธุรกิจแขนงอื่นๆ ในเครือ แต่การเติบโตกว่า 10% ถือเป็นทิศทางที่ดี โดยเฉพาะรีเทลอย่าง Sephora ที่มีแพลนจะขยายสาขามากขึ้นในลำดับถัดไป และน่าจะสามารถทำยอดขายในฝั่งบิวตี้ให้ LVMH สูงขึ้น

 

 

LVMH PRIZE

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ส่งเสริมบุคลากรฝั่งแฟชั่นนั่นก็คือ LVMH Prize โปรแกรมการแข่งขันเฟ้นหาดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2014 จนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งโปรแกรมนี้ได้นำเสนอดีไซเนอร์และแบรนด์แฟชั่นหน้าใหม่มากมายและหลายคนกำลังโด่งดังประสบความสำเร็จอย่างมาก เช่น Marine Serre , Nensi Dojaka, Jacquemus และ Grace Wales Bonner สำหรับโปรแกรมนี้จะมีรางวัลใหญ่ทั้งหมด 2 รางวัล โดยรางวัลแรกผู้ชนะจะได้เงิน 300,000 ยูโร รวมถึงการชี้แนะการทำแบรนด์จากทีม LVMH โดยตรง เช่น เรื่อง Sustainability หรือการทำการตลาดของแบรนด์ รางวัลที่ 2 จะได้รับเงินรางวัล 150,000 ยูโร และได้รับการชี้แนะเช่นเดียวกัน LVMH Prize ถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับเด็กแฟชั่นรุ่นใหม่ที่จะสามารถมีประสบการณ์ได้พูดคุยและแสดงความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญที่มาเป็นกรรมการรับเชิญ เช่น Maria Grazia Chiuri, Stella McCartney, Nigo, Marc Jacobs, Kim Jones และอีกมากมาย 

 

 

THE REAL TASTE MAKER

นิตยสาร Forbes ขนานนามให้กับ Bernard Arnault ในฐานะ Taste Maker หรือผู้สร้างรสนิยม ที่กล่าวแบบนี้ไม่ใช่เพราะเขาแต่งตัวปังนำเทรนด์หรืออย่างไร แต่เป็นวิสัยทัศน์ในการบริหารธุรกิจของ LVMH ให้แบรนด์แฟชั่นยังเป็นที่ต้องการของคนอยู่เสมอ รายรับของเครือ LVMH สวนกระแสกับวิกฤตโควิด เมื่อบริษัทประเภทอื่นๆ ต่างประสบปัญหาจากผลกระทบพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แต่สำหรับ LVMH นั้นไม่ใช่เลย ในปี 2021 ยอดขายครึ่งปีแรกกระโดดไปไกลกว่า 28.7 พันล้านยูโร โตมากว่า 56% จากปี 2020 และยังทำกำไรได้มากว่าเดิมถึง 10 เท่า 

 

และในปี 2022 ที่ผ่านมาผลประกอบการของเครือ LVMH ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้รวมสูงกว่า 2.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 23% โดยมีกำไรกว่า 5.3 แสนล้านบาท แน่นอนว่ายอดขายที่โตและใหญ่ที่สุดมาจากตลาดเอเชียโดยมีส่วนแบ่งกว่า 37% สำหรับสินค้าที่ทำรายได้สูงสุดมาจากสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนังที่โตเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่แล้ว โดยเฉพาะแบรนด์ Louis Vuitton ที่สามารถสร้างยอดขายทะลุ 2 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 7 แสนล้านบาท รายได้จาก LV แบรนด์เดียวคิดเป็น 25% ของรายได้ทั้งบริษัททีเดียว ในขณะที่รีเทล นาฬิกาและเครื่องประดับ ไวน์และแอลกอฮอล์ น้ำหอมและเครื่องสำอาง ต่างก็โตขึ้นตามลำดับเช่นเดียวกัน ทำให้มูลค่าของบริษัทตอนนี้สูงกว่า 4 แสนล้านยูโร กลายเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในยุโรป

The post 7 Things We Love About LVMH เบื้องหลังบริษัทแฟชั่นและลักชัวรีเบอร์หนึ่งของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
11 กุมภาพันธ์ 2010 – อเล็กซานเดอร์ แมคควีน ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ เสียชีวิต https://thestandard.co/onthisday11022010/ Sat, 11 Feb 2023 02:10:41 +0000 https://thestandard.co/?p=748832

ลี อเล็กซานเดอร์ แมคควีน แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤ […]

The post 11 กุมภาพันธ์ 2010 – อเล็กซานเดอร์ แมคควีน ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>

ลี อเล็กซานเดอร์ แมคควีน แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการออกแบบที่แหวกแนวและมีชั้นเชิง และเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Alexander McQueen รวมถึงเป็นหัวหน้าดีไซเนอร์ของ Givenchy ระหว่างปี 1996-2001 ถูกพบเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายภายในบ้านพักที่ย่านเมย์แฟร์ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2010 

 

การเสียชีวิตของแมคควีนในวัย 40 ปี เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่แม่ของเขาเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2010

 

ผลงานการออกแบบของแมคควีนถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยได้รับเสียงวิจารณ์ตอบรับและการชื่นชมอย่างมาก และยังได้รับรางวัลดีไซเนอร์แห่งปีของอังกฤษถึง 4 ครั้ง ขณะที่มีบรรดาศิลปินและเซเลบริตี้ผู้มีชื่อเสียงมากมาย เช่น เลดี้ กาก้า และ ริฮานนา ที่สวมใส่ชุดที่เขาออกแบบ

 

ภาพ: Photo by Dominique Charriau / WireImage

The post 11 กุมภาพันธ์ 2010 – อเล็กซานเดอร์ แมคควีน ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taeyang ขึ้นแท่น Global Brand Ambassador คนล่าสุดของแบรนด์ Givenchy https://thestandard.co/taeyang-global-brand-ambassador-givenchy/ Wed, 18 Jan 2023 01:07:18 +0000 https://thestandard.co/?p=738661 Taeyang

ดูเหมือนว่าการคัมแบ็กของ Taeyang จะฮอตฮิตสุดๆ เพราะนอกจ […]

The post Taeyang ขึ้นแท่น Global Brand Ambassador คนล่าสุดของแบรนด์ Givenchy appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taeyang

ดูเหมือนว่าการคัมแบ็กของ Taeyang จะฮอตฮิตสุดๆ เพราะนอกจากจะเพิ่งปล่อยผลงานเพลงเดี่ยวกับ Vibe เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งได้ Jimin แห่งวง BTS มาฟีเจอริง แต่ล่าสุดทางหนึ่งในสมาชิกวง BIGBANG ถูกแต่งตั้งให้เป็น Global Brand Ambassador คนล่าสุดของแบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ Givenchy

 

“ผมรู้สึกปลาบปลื้มมากที่จะเริ่มบทบาทใหม่ในชีวิตกับ Givenchy เพราะแบรนด์นี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผมมาหลายปี โดย Matthew Williams เป็นหนึ่งในบุคคลแถวหน้าของวงการแฟชั่นและวัฒนธรรม ซึ่งผมตื่นเต้นที่จะได้ลองหาเวย์ในการทำโปรเจกต์ต่างๆ กับพวกเขาผ่านการร่วมมือในครั้งนี้” Taeyang กล่าวในแถลงการณ์

 

ด้าน Matthew Williams ครีเอทีฟไดเรกเตอร์เองก็บอกว่า “Taeyang เป็นศิลปินที่สร้างแรงบันดาลใจเสมอ พร้อมเป็นผู้บุกเบิกสำคัญในวงการดนตรีด้านสะท้อนความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของ Givenchy ในทุกวันนี้”

 

โดยต่อไป Taeyang ก็จะเตรียมไปร่วมดูแฟชั่นโชว์คอลเล็กชัน Fall/Winter 2023 ที่ Men’s Paris Fashion Week ณ กรุงปารีส ช่วงคืนวันนี้ (18 มกราคม) 

 

ภาพ: Taeyang / The Black Labe

The post Taeyang ขึ้นแท่น Global Brand Ambassador คนล่าสุดของแบรนด์ Givenchy appeared first on THE STANDARD.

]]>