Gender Fluidity (เพศลื่นไหล) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/gender-fluidity-เพศลื่นไหล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 04 Aug 2023 08:08:08 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 7 THINGS WE LOVE ABOUT THESE GENDER FLUID BRANDS ดีไซเนอร์ที่ไม่แคร์เพศสภาพ แต่เน้นอัตลักษณ์ของผู้สวมใส่ https://thestandard.co/7-things-we-love-about-these-gender-fluid-brands/ Sun, 11 Jun 2023 12:25:18 +0000 https://thestandard.co/?p=801851

แฟชั่นเปรียบได้กับเครื่องมือในการแสดงตัวตนไม่ต่างกับยูน […]

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT THESE GENDER FLUID BRANDS ดีไซเนอร์ที่ไม่แคร์เพศสภาพ แต่เน้นอัตลักษณ์ของผู้สวมใส่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

แฟชั่นเปรียบได้กับเครื่องมือในการแสดงตัวตนไม่ต่างกับยูนิฟอร์มที่สามารถบ่งบอกถึงหน้าที่และอาชีพของเราได้ เพียงแต่แฟชั่นมีวิธีการนำเสนอที่หลากหลายและสร้างสรรค์กว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเทรนด์การแต่งของเราเริ่มปรับเปลี่ยนตามวิถีของสังคมที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นกระแสโควิดผลักดันให้เลานจ์แวร์กลายเป็นยูนิฟอร์มของคนทำงานในยุค Work from Home เป็นต้น อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทต่อสังคมโดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ที่อยากเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น นั่นก็คือ ‘Gender Fluid’

 

กระแสการแต่งตัวแบบไม่แคร์เพศสภาพแต่เน้นขับอัตลักษณ์ของผู้สวมใส่ การเบลอเส้นแบ่งระหว่างเพศกำลังเริ่มเปิดกว้างมากขึ้น คำจำกัดความของ ‘ผู้ชาย’ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบมัสคูลิน (Masculine) อย่างเดียวเสมอไป แต่ว่าการจะริเริ่มสิ่งใหม่ที่สร้างแรงกระเพื่อมได้จำเป็นต้องมีกลุ่มคนขับเคลื่อนที่เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงหลัก เหล่าดีไซเนอร์หน้าใหม่ใจกล้าหัวคิดแตกต่างคือกำลังสำคัญที่ผลักดันความเท่าเทียมในการเป็นตัวของตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ครั้งนี้ 

 

THE STANDARD POP อยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 7 ดีไซเนอร์ผู้ท้าขนบการแต่งตัวให้ก้าวไปข้างหน้าแบบไร้กรอบ 

 

Harris Reed 

 

 

อีกหนึ่งดีไซเนอร์ที่กำลังมาแรง Harris Reed ดีไซเนอร์เชื้อสายอังกฤษ-อเมริกัน เขาเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการผลักดันให้เสื้อผ้าสามารถสวมใส่ได้หลากหลายแบบไร้เพศ ซิกเนเจอร์งานดีไซน์ของเขาต้องยกให้กับงานเทเลอร์ที่เขาผสมผสานลงบนเสื้อผ้าสุดดราม่าของเขา งานดีไซน์ของเขาเป็น Semi-Couture งานคราฟต์ชั้นสูงที่อัดแน่นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ไม่แปลกเลยที่เซเลบริตี้แถวหน้าของโลกจะชื่นชอบชุดของเขาเป็นพิเศษยามเดินพรมแดง ไฮไลต์ในอาชีพของเขาต้องยกให้กับชุดที่เขาออกแบบให้กับ Lil Nas X ที่งาน VMAs ในปี 2022 เพราะนอกจากชุดจะแกรนด์แล้วนั้น ตัว Lil Nas X ยังเป็นกระบอกเสียงของศิลปิน LGBTQIA+ ซึ่งตรงกับงานของ Harris อย่างมาก 

 

ปีที่ผ่านมามีข่าวใหญ่สำหรับตัวเขาเมื่อแบรนด์ Nina Ricci ประกาศให้เขาดำรงตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์เพื่อพาแบรนด์เก่าแก่ให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ผลงานสร้างชื่อแรกของเขาให้กับแบรนด์คือการออกแบบชุดให้กับ Harry Styles ที่งาน BRIT Awards ของปีนี้ เป็นการเซ็ตสแตนดาร์ดใหม่ให้กับแบรนด์อย่าง Nina Ricci ถึงมุมมองแบบใหม่ที่เปิดรับผู้สวมใส่ที่หลากหลายมากขึ้น 

 

 

Charles Jeffrey Loverboy 

 

 

Charles Jeffrey Loverboy เป็นที่รู้จักครั้งแรกในปี 2015 หลังจากที่ Charles Jeffrey เรียนจบจาก Central Saint Martins สำหรับแบรนด์ของ Charles มีจุดยืนในฐานะแบรนด์ที่สนับสนุน LGBTQIA+ ตั้งแต่เริ่มต้น กระแสของแบรนด์โด่งดังมากในคอมมูนิตี้ของ Queer ที่ประเทศอังกฤษ ก่อนที่งานดีไซน์ของเขาจะเริ่มเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากขึ้น ต้องขอบคุณเซเลบริตี้อย่าง Harry Style, Tilda Swinton และ BTS ที่เลือกชุดของเขาไปสวมใส่ สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มีแรงบันดาลใจมาจากพังก์ในยุค 70 ผสมผสานความแกลมสุดโต่งแบบ 80 เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดงานดีไซน์แบบที่ใครใส่ต้องโดนมอง เสื้อผ้าของ Charles ไม่จำกัดเพศ ทุกชิ้นสามารถสวมใส่โดยเพศสภาพแบบใดก็ได้ สาเหตุที่เขาชื่นชอบเสื้อผ้าแรงๆ สีจัดๆ เพราะเขาคิดว่าการเป็นตัวเองไม่จำเป็นต้องเก็บเงียบหรือแอบ เราสามารถตะโกนมันออกมาได้

 

 

Chromat 

 

 

Chromat ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 โดย Becca McCharen-Tran เธอมาพร้อมกับความเชื่อว่า ‘ความแตกต่างคือความสวยงาม’ และนั่นคือจุดยืนของแบรนด์ Chromat ตั้งแต่วันแรกจวบจนทุกวันนี้ Becca เติบโตขึ้นในสังคมที่ไม่ยอมรับเรื่องรสนิยมทางเพศที่แตกต่าง ในฐานะเลสเบี้ยนเธออยากสร้างสรรค์งานดีไซน์ที่เสริมคุณค่าตัวตนของคนนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนหรือรูปร่างแบบไหนก็ตาม ซิกเนเจอร์ของ Chromat ต้องยกให้กับชุด Beachwear นอกจากจะเน้นเรื่องวัสดุ Sustainable แล้วนั้น งานดีไซน์ของเธอขานรับกับคนทุกประเภท ทุกครั้งที่ Becca จัดแฟชั่นโชว์หรือถ่ายแคมเปญเรามักเห็นผู้หญิงพลัสไซส์และทรานส์ปรากฏอยู่ด้วยตลอด เธอให้ความสำคัญกับคนทุกรูปแบบ และงานดีไซน์ของ Chromat ถูกออกแบบเพื่อให้ผู้สวมใส่รู้สึกรักในตัวของตัวเอง 

 

 

Telfar 

 

 

เปิดตัวครั้งแรกในปี 2005 สำหรับแบรนด์ Telfar โดย Telfar Clemens ดีไซเนอร์ผิวดำชาวอเมริกันที่ตั้งใจให้แบรนด์ของเขาหลากหลายตั้งแต่เรื่องเพศไปจนถึงไซส์ เสื้อผ้ากลิ่นอายสตรีทสไตล์เน้นงานดีไซน์ที่สวมใส่ได้จริงแต่แฝงด้วยดีเทลที่บิดให้ต่างจากแบรนด์อื่นๆ ไฮไลต์ที่ทำให้คนรู้จักแบรนด์ Telfar จริงๆ มาจาก Shopping Bag กระเป๋าปั๊มตัว T ชื่อดังที่ไม่สามารถหาซื้อตามหน้าร้านได้นอกจากพรีออร์เดอร์เท่านั้น กระเป๋าทรงเหลี่ยมหลากไซส์ถูกออกแบบมาเพื่อให้ไม่ว่าจะเพศไหนก็สามารถใช้ได้ ความโด่งดังของ Telfar ต่อยอดให้แบรนด์มากมายต่างขอคอลแล็บทำคอลเล็กชันพิเศษร่วมกับเขา เช่น Eastpack, UGG, Moose Knuckles และอีกมากมาย ไม่ใช่แค่นั้น ชื่อของ Telfar ยังถูกพูดถึงในเพลง Summer Renaissance ของ Beyoncé อีกด้วย สิ่งที่สำคัญมากๆ ของ Telfar ไม่ว่าเขาจะประสบความสำเร็จแค่ไหนก็ตาม ในฐานะที่เขาตั้งตนเองเป็นแบรนด์ Unisex เขานำเสนอภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มิตรต่อทุกเพศและทุกเชื้อชาติเสมอ 

 

 

Eckhaus Latta 

 

 

แบรนด์แฟชั่นจากประเทศอเมริกาก่อตั้งโดย Mike Eckhaus และ Zoe Latta ทั้งคู่พบกันตั้งแต่สมัยเรียนที่ Rhode Island School of Design ในขณะที่ Mike เรียนด้านการปั้นและ Zoe ด้านสิ่งทอ ทั้งสองเปิดแบรนด์ Eckhaus Latta ในปี 2011 นอกจากในแง่ของดีไซน์ที่เน้นหนักในเรื่องของการผสมผสานเนื้อผ้าและซิลูเอตแล้วนั้น ทั้งสองยังให้ความสำคัญในงานดีไซน์ที่มีความเป็น Gender Neutrality หรือไม่ตีกรอบเพศในลักษณะที่ไม่เอะอะแบบแบรนด์อื่นๆ แต่กลับเน้นงานดีไซน์ที่เรียบง่ายกว่าแต่แฝงด้วยไอเดียการผสมผสานเท็กซ์เจอร์ของเนื้อผ้าที่หลากหลาย เล่นกับเชปและฟอร์มที่ถูกคิดมาเพื่อรูปร่างหลากไซส์ ถ้าสังเกตจะเห็นเลยว่าโชว์ทุกครั้งของ Eckhaus Latta มักจะแคสต์คนทั่วไปมาเดินโชว์ร่วมกับนางแบบเสมอเพื่อสื่อสารให้เห็นถึงความหลากหลายของมนุษย์ยามสวมใส่เสื้อผ้าของพวกเขานั่นเอง 

 

 

Peter Do 

 

 

Peter Do ดีไซเนอร์ชาวอเมริกันเชื้อสายเวียดนาม ผู้เคยผ่านงานมาแล้วจาก Celine ยุค Phoebe Philo และ Derek Lam เขาเปิดแบรนด์ของตัวเองในปี 2018 โดยเน้นงานดีไซน์เทเลอร์แบบคมกริบจนกลายเป็นซิกเนเจอร์หลักของแบรนด์ แม้เริ่มต้น Peter Do เน้นทำเสื้อผ้าผู้หญิงก็ตาม แต่เสื้อผ้าของเขากลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากผู้ชายและถูกขอให้ผลิตในไซส์ของผู้ชาย กอปรกับที่เขามักถูกถามอยู่บ่อยครั้งว่าผู้หญิงของ Peter Do เป็นอย่างไร คำถามตีกรอบงานดีไซน์จนเขาต้องตั้งคำถามกับตัวเองใหม่ เสื้อผ้าที่เขาออกแบบนั้นตัวเขาเองก็สวมใส่อยู่ประจำเช่นเดียวกับเพื่อนๆ ของเขาซึ่งหลายคนไม่ใช่ผู้หญิง และนั่นเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใจก้าวออกจากกรอบและทำเสื้อผ้าผู้ชายในคอลเล็กชัน Spring/Summer 2023 ที่ผ่านมา นางแบบและนายแบบของโชว์ครั้งนั้นทุกคนสวมใส่เสื้อผ้าลักษณะเดียวกัน แตกต่างกันแค่รูปร่าง ซึ่งเป้าหมายของ Peter เขาต้องการขยายความหลากหลายในเสื้อผ้าของเขา งานเทเลอร์คมกริบที่สามารถจะอยู่ตัวใครก็ได้ ล่าสุดเขาถูกแต่งตั้งให้เข้ามาดูแลแบรนด์ Helmut Lang รากฐานของแบรนด์นี้คือการดีไซน์มินิมัลที่ไหลลื่น ต้องมาดูกันว่าเขาจะผลักดันกระแสของ Gender Fluid ให้กับแบรนด์สุดคูลนี้อย่างไร 

 

 

Ludovic de Saint Sernin 

 

 

ดีไซเนอร์สุดฮอตของยุคนี้ Ludovic de Saint Sernin โด่งดังจากเสื้อผ้าสุดเปรี้ยวไร้เพศของเขา เขาตัดสินใจเปิดแบรนด์ของตนเองเพื่อทำเสื้อผ้าสนองตัวตนอันไหลลื่นของเขาเอง หลังจากเปิดตัวในปี 2018 งานดีไซน์ของเขาถูกพูดถึงเป็นวงกว้างจากซิกเนเจอร์เสื้อผ้าสุดเซ็กซี่ โดยเฉพาะซิลูเอตเสื้อผ้าของผู้หญิงที่เขานำมาใช้บนเสื้อผ้าของผู้ชาย ไม่แปลกเลยที่ผู้ชายของ Ludovic จะใส่เสื้อเกาะอก เดรสเข้ารูป หรือแม้แต่กระโปรง ไอเท็มสุดเฟมินีนที่ถูกนำมาตีความใหม่ให้ไร้กรอบของเพศสภาพ ผลงาน Y2K สุดเย้ายวนของเขาได้รับความสนใจและถูกสวมใส่โดยเซเลบริตี้แถวหน้าของโลก เช่น Kylie และ Kendall Jenner, Bella Hadid, Dua Lipa, Megan Thee Stallion และ Rihanna 

 

เมื่อไม่นานมานี้ Ludovic เข้ารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ให้กับแบรนด์ Ann Demeulemeester แม้จะอยู่ได้แค่คอลเล็กชันเดียวเท่านั้น แต่ซิกเนอเจอร์สุดเซ็กซี่ของเขาสามารถทำให้แบรนด์ที่เคยเงียบกริบให้กลับมาตื่นตัวได้อีกครั้ง ผลงานของ Ludovic ถือเป็นตัวอย่างของดีไซเนอร์ที่กล้าเป็นตัวเองและผลักดันความคิดเหล่านั้นออกมาเป็นผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่เขาต้องออกจาก Ann Demeulemeester สิ่งที่เขาสร้างสรรค์มาโดยตลอดได้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกแล้ว 

 

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT THESE GENDER FLUID BRANDS ดีไซเนอร์ที่ไม่แคร์เพศสภาพ แต่เน้นอัตลักษณ์ของผู้สวมใส่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sam Smith พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของชีวิต หลังประกาศว่าตัวเองเป็น Non-Binary https://thestandard.co/sam-smith-talks-non-binary/ Sun, 29 Jan 2023 11:33:22 +0000 https://thestandard.co/?p=743344

Sam Smith ให้สัมภาษณ์ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีว […]

The post Sam Smith พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของชีวิต หลังประกาศว่าตัวเองเป็น Non-Binary appeared first on THE STANDARD.

]]>

Sam Smith ให้สัมภาษณ์ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิต ผ่านการสัมภาษณ์กับ Apple Music 1 ที่มีทั้งด้านดีและด้านร้าย หลังจากที่ประกาศตัวว่าเป็น Non-Binary หรือบุคคลที่ไม่ได้เป็นทั้งเพศหญิงและเพศชาย พร้อมกับเปลี่ยนคำสรรพนามเป็นคำว่า They, Them และ Theirs

 

“ในชีวิตส่วนตัวของฉันไม่ได้มีอะไรเป็นไปในทางลบเลย ครอบครัวก็ยังพูดคุยกับฉันเหมือนเช่นที่ผ่านมา แต่พวกเขาสื่อสารและเข้าใจฉันได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ ส่วนชีวิตรักก็ดียิ่งกว่าเก่า ฉันรู้สึกว่าตัวเองน่ารักน่าดึงดูดมากขึ้น อีกทั้งยังรู้สึกสบายใจกับร่างกาย และฉันก็สวมใส่อะไรก็ตามที่ใจต้องการ

 

“ตั้งแต่เปลี่ยนคำสรรพนามฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันได้กลับบ้านแล้ว ฉันหวังว่าตัวเองจะได้รู้จักคำเหล่านั้นตั้งแต่ตอนที่ยังเรียนอยู่มัธยมฯ ปลาย เพราะฉันจะนิยามตัวเองในลักษณะนี้แน่ๆ เพราะนั่นคือตัวตนของฉัน และคือสิ่งที่ฉันเป็นมาตลอด”

 

แม้ว่าการเปลี่ยนคำสรรพนามและประกาศตัวเป็น Non-Binary จะไม่ส่งผลกระทบร้ายถึงชีวิตส่วนตัวและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างของ Sam Smith แต่สิ่งที่เป็นปัญหากลับกลายเป็นการใช้ชีวิตในที่สาธารณะ และการงานอาชีพของเขา แม้ว่าเขาจะพยายามไม่เสิร์ชชื่อตัวเองใน Google แล้วก็ตาม

 

“สิ่งที่คนอื่นไม่รู้เกี่ยวกับคนข้ามเพศและ Non-Binary ในอังกฤษก็คือ ความเกลียดชังเหล่านั้นมันเกิดขึ้นบนท้องถนนจริงๆ ฉันถูกทำร้ายด้วยวาจาบนถนนมากกว่าที่เคยโดนมา และฉันคิดว่านั่นคือส่วนที่ยากที่สุด บางทีฉันนั่งอยู่บ้านที่อังกฤษก็มีคนมาตะโกนใส่อยู่หน้าบ้าน

 

“บางคนมาหาเรื่องฉันบนถนนเลยด้วยซ้ำ มันบ้ามาก สิ่งที่ฉันคิดว่ามันน่าหนักใจที่สุดก็คือ ถ้าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นกับฉัน และฉันเป็นคนดังนะ ฉันเป็นป๊อปสตาร์ คุณลองจินตนาการถึงเด็กคนอื่นๆ ที่เป็น Queer สิว่าพวกเขาจะรู้สึกอย่างไร และมันน่าเศร้ามากเพราะนี่มันปี 2023 แล้ว และยังมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอยู่อีก มันน่าเหนื่อยใจจริงๆ โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ”

 

ภาพ: Michael Tran / Getty Images

อ้างอิง: 

The post Sam Smith พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของชีวิต หลังประกาศว่าตัวเองเป็น Non-Binary appeared first on THE STANDARD.

]]>
Adele ใส่ชุดเดรสผลงานแรกของ Harris Reed ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ที่ Nina Ricci https://thestandard.co/adele-harris-reed/ Mon, 19 Dec 2022 05:07:24 +0000 https://thestandard.co/?p=725399 Adele

Adele ใส่ชุดเดรสผลงานแรกของดีไซเนอร์ Gender Fluid อย่าง […]

The post Adele ใส่ชุดเดรสผลงานแรกของ Harris Reed ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ที่ Nina Ricci appeared first on THE STANDARD.

]]>
Adele

Adele ใส่ชุดเดรสผลงานแรกของดีไซเนอร์ Gender Fluid อย่าง Harris Reed ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ Nina Ricci ช่วงขึ้นแสดงคอนเสิร์ต Weekends with Adele ในลาสเวกัสช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากเข้ารับตำแหน่งใหม่นี้เมื่อเดือนกันยายน

 

โดยชุดที่ทาง Adele ใส่ขึ้นร้องเพลงเป็นชุดเดรสเปิดไหล่กำมะหยี่สีดำ ดีเทลแขนเสื้อผ้าโปร่งปักลายจุดด้วยคริสตัลจาก Swarovski ซึ่งทางศิลปินเจ้าของอัลบั้ม 30 ได้เลือกคุมธีมการแสดงสดด้วยชุดเดรสสีดำเสมอมา ทั้งจากแบรนด์ Louis Vuitton, Schiaparelli และ Givenchy

 

Harris Reed ได้แสดงความรู้สึกผ่านทางอินสตาแกรมว่า “มันยากที่จะกลั่นออกมาเป็นคำพูดว่าโมเมนต์นี้มีความหมายกับฉันมากแค่ไหน เหมือนกับว่าทุกงานในชีวิตที่ฉันทำได้นำฉันมาถึงจุดนี้ ฉันรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับทีมของ Nina และทุกคนที่ช่วยให้ฉันมาถึงจุดนี้”

 

นอกจากนี้ดีไซเนอร์วัย 26 ปี ได้พูดถึงความสำเร็จครั้งนี้ที่เกินความคาดหมายของเขา “ถ้าคุณมาบอกฉันตอนเรียนปี 1 ที่ Central Saint Martins ว่าฉันจะได้แต่งตัวให้ Adele ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Nina Ricci ฉันคงไม่อาจรู้ถึงเส้นทางที่พาฉันมาถึงตรงนี้ได้เลย ประสบการณ์และโอกาสที่ฉันได้รับ ทั้งการทำงานหนัก คืนที่อดนอน น้ำตา และความตื้นตันล้วนเป็นการเดินทางที่สุดยอดจริงๆ และฉันรอที่จะรู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไปไม่ไหวแล้ว”

 

สำหรับคอลเล็กชันแรกของ Harris Reed ที่ Nina Ricci จะในช่วง Paris Fashion Week ฤดูกาล Fall/Winter 2023 เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ส่วนผลงานที่ผ่านมา Harris นอกจากการสร้างแบรนด์ของตัวเองแล้ว เขายังเป็นที่รู้จักในการแต่งตัวให้ศิลปินในงานสำคัญ ทั้ง Lil Nas X, Sam Smith, Adam Lambert รวมไปถึง Beyoncé ในหน้าปก Vogue อังกฤษ ฉบับเดือนสิงหาคม 2022

 

ภาพ: Adele

อ้างอิง:

The post Adele ใส่ชุดเดรสผลงานแรกของ Harris Reed ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ที่ Nina Ricci appeared first on THE STANDARD.

]]>
Harris Reed ดีไซเนอร์ Gender Fluid มาแรง ขึ้นแท่นครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของ Nina Ricci https://thestandard.co/harris-reed-nina-ricci/ Wed, 21 Sep 2022 11:04:15 +0000 https://thestandard.co/?p=684792 Harris Reed

Nina Ricci แบรนด์แฟชั่นจากฝรั่งเศส ประกาศแต่งตั้งให้ Ha […]

The post Harris Reed ดีไซเนอร์ Gender Fluid มาแรง ขึ้นแท่นครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของ Nina Ricci appeared first on THE STANDARD.

]]>
Harris Reed

Nina Ricci แบรนด์แฟชั่นจากฝรั่งเศส ประกาศแต่งตั้งให้ Harris Reed (แฮร์ริส รีด) ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ-อเมริกัน เจ้าของแบรนด์ Harris Reed มาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ และเป็นดีไซเนอร์ที่อายุน้อยสุดที่มารับตำแหน่งนี้นับตั้งแต่การก่อตั้งแบรนด์ในปี 1932 

 

การดึงตัวดีไซเนอร์หน้าใหม่มาอยู่แบรนด์แฟชั่นที่เคยรุ่งเรืองครั้งนี้จะมารับช่วงต่อจาก Rushemy Botter และ Lisi Herrebrugh ที่ลาออกจากตำแหน่งนี้ หลังจากทำงานร่วมกับ Nina Ricci ได้เพียง 3 ปี และทำให้แบรนด์ไม่มีผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คอยคุมทิศทางมาตั้งแต่เดือนมกราคม 

 

โดยคอลเล็กชันแรกของ Harris Reed ที่ Nina Ricci จะออกสู่สายตาโลกครั้งแรกในช่วงต้นปี 2023 และเป็นการปรับโฉมแบรนด์ หลังจากห่างหายจากความสนใจของคนรุ่นใหม่ไปนานหลายปี 

 

ชื่อของ Harris Reed เป็นที่รู้จักในวงดีไซเนอร์รุ่นใหม่ และการประกาศตัวว่าเป็นบุคคลเพศลื่นไหล (Gender Fluid) และคลุกคลีกับคนบันเทิงและกลุ่ม LGBTQIA+ ตั้งแต่ Harry Styles, Emma Corrin และเหล่าแดร็กควีน แถมเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทำชุดพรมแดงและเสื้อผ้าแฟชั่นที่เป็นที่จดจำจากเครื่องประดับศีรษะ และสไตล์ชุดที่ไร้เพศ 

 

ไม่ว่าจะเป็นหน้าปก Vogue อังกฤษของ Beyonce เดือนกรกฎาคม, ชุดพรมแดงของ Emma Watson, Lil Nas X ที่งาน MTV VMAs 2022 และของ Iman นางแบบในตำนานที่งาน Met Gala 2022 และเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไฮไลต์ของ London Fashion Week ที่มักได้ศิลปินเพื่อนสนิทมาร้องเพลงให้ในโชว์ ทั้ง Sam Smith และ Adam Lambert แสดงถึงแรงสนับสนุนและคอนเนกชันที่ดีไซเนอร์วัยเพียง 26 ปีคนนี้มีอยู่ในมือ

 

ภาพ: Jeff Kravitz / FilmMagic 

อ้างอิง:

The post Harris Reed ดีไซเนอร์ Gender Fluid มาแรง ขึ้นแท่นครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของ Nina Ricci appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลังคน Gen Z ต้องมา! Gucci ทำรีเสิร์ชกว่า 80 หน้า ประเด็น Gender Fluidity https://thestandard.co/gucci-releases-report-about-gender-fluidity-in-generation-z/ https://thestandard.co/gucci-releases-report-about-gender-fluidity-in-generation-z/#respond Mon, 24 Dec 2018 12:52:28 +0000 https://thestandard.co/?p=170051

หลายคนอาจสงสัยเมื่ออ่านหัวข้อข่าวนี้ว่า แบรนด์แฟชั่นอย่ […]

The post พลังคน Gen Z ต้องมา! Gucci ทำรีเสิร์ชกว่า 80 หน้า ประเด็น Gender Fluidity appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลายคนอาจสงสัยเมื่ออ่านหัวข้อข่าวนี้ว่า แบรนด์แฟชั่นอย่าง Gucci เกี่ยวข้องอะไรกับการรีเสิร์ชเรื่องประเด็นเพศในสังคม เพราะควรอยู่แต่กับเรื่องราวของสวยๆ ชิคๆ “เอาบัตรเครดิตฉันไปรูดเลย” แต่ที่จริงแล้ว Gucci เป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับมหาอำนาจที่ได้โฟกัสงานการกุศลอย่างต่อเนื่อง และศึกษาประเด็นสังคมในหลากหลายบริบทตั้งแต่ปี 2013 กับการตั้งกองทุน Chime for Change ร่วมกับนักแสดงสาว ซัลมา ฮาเย็ค ปีโน (Salma Hayek Pinault) ภรรยาเจ้าของ Gucci และนักร้องสาว บียอนเซ่ โนวส์-คาร์เตอร์ (Beyoncé Knowles-Carter) ซึ่งในระยะเวลา 5 ปี ได้ระดมเงินกว่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐ และช่วยเรื่องการศึกษา สุขภาพ และความเท่าเทียมใน 89 ประเทศ

 

ล่าสุดทางกองทุน Chime for Change ได้ทำงานร่วมกับหน่วย Irregular Labs ที่ช่วยเหลือผู้หญิงและกลุ่มคน Gender Non-Comforming เพื่อทำรีเสิร์ชและผลงานวิจัยประเด็น Gender Fluidity หรือเพศลื่นไหลในกลุ่มคน Gen Z ที่กำลังเป็นตัวแปรสำคัญและขับเคลื่อนสังคมโลก โดยแตกประเด็นเป็นหลายแขนง ทั้งเพศศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา วัฒนธรรมป๊อป ดนตรี แฟชั่น เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ เป็นต้น โดยผลงานวิจัยในครั้งนี้มีนักเขียน นิโคเลีย ริปส์ (Nicolaia Rips) เป็นคนดูแล มีการพูดคุยกับผู้คนในกว่า 30 ประเทศ และมีความหนามากกว่า 80 หน้า ซึ่งเราได้นำประเด็นบางส่วนและสถิติมาให้อ่าน

 

 

  • 1 ใน 3 ของชาว Gen Z ไม่ได้มองตัวเองว่าชอบเพศตรงข้าม (Heterosexual)
  • 82% ของชาว Gen Z ที่สัมภาษณ์ รู้สึกว่า หากองค์กรหรือแบรนด์ไหนเลือกที่จะสู้เรื่องสิทธิของผู้หญิง พวกเขาก็ควรสู้เพื่อกลุ่มเพศทางเลือกอื่นๆ ที่โดนกีดกันทางสังคมด้วย (Marginalized)
  • 53% ของชาว Gen Z ที่สัมภาษณ์ รู้สึกว่า เพศหญิง (Female) และความเป็นผู้หญิง (Feminine) เป็นสิ่งที่แตกต่างกัน
  • 71% ของผู้หญิงชาว Gen Z ที่สัมภาษณ์ รู้สึกกดดันในการต้องสะท้อนลักษณะความเป็นผู้หญิง (Feminine) ออกมา
  • 25% ของชาว Gen Z ที่สัมภาษณ์ เชื่อว่า ในช่วงชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงเพศสภาพ (Gender Identification) โดยราว 45% เชื่อว่า จะเปลี่ยน 2 ถึง 3 ครั้ง
  • มีเพียง 27% ของชาว Gen Z ที่สัมภาษณ์ คิดว่า หากคุณใช้สรรพนามที่ไม่ระบุเพศใดเพศหนึ่ง (Gender Neutral Pronoun) คุณควรต้องแต่งตัวเพื่อสะท้อนสิ่งนั้น

 

 

  • การไปงาน Prom ของโรงเรียน โดยเฉพาะในสังคมสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลง เชื่อมโยงเรื่องเพศและการแต่งตัว อย่างเช่น ผู้หญิงได้วิวัฒนาจากการใส่ชุดเดรส Ball Gown ฟูฟ่อง พร้อมรองเท้ามีส้น เปลี่ยนมาเป็นแมตช์เดรสกับรองเท้าผ้าใบ จนถึงตอนนี้กับ Gen Z ที่มีความเป็นตัวเอง อาจเลือกใส่กางเกงขายาวกับเสื้อเชิ้ต หรือชุดที่ตัวเองอยากนำเสนอโดยที่ไม่ต้องอยู่ในกรอบ
  • มีเพียงแค่ 1 ใน 3 ของ Gen Z ที่สัมภาษณ์ รู้สึกว่า ตอนพบคนอื่นครั้งแรก คนคนนั้นควรระบุเรื่องสรรพนามและเพศสภาพของตัวเอง
  • การที่แบรนด์อยากสนับสนุนเรื่องราวความหลากหลายทางเพศมากขึ้น (Diversity) แบรนด์ไม่ควรแค่เพิ่มบุคคลหน้ากล้อง เช่น คนที่ขึ้นแคมเปญหรือเดินรันเวย์ที่แสดงประเด็นนี้ แต่เบื้องหลังก็ควรว่าจ้างให้คนทุกเพศในการทำงาน และอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจตัดสินใจ
  • แบรนด์ที่อยากเล่นประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศ (Diversity) ก็ควรมีสินค้าที่ราคาเข้าถึงได้ เพื่อไม่ให้ราคาแพงจนแตะต้องไม่ได้ และกลายเป็นแค่การทำมาร์เก็ตติ้ง

 

 

  • ในซีซัน Fall/Winter 2018 ของวงการแฟชั่น เราได้เห็นคนข้ามเพศบนรันเวย์สูงสุดในประวัติศาสตร์ ประกอบด้วยผู้หญิงข้ามเพศ 56 คน และ 8 คน ที่ไม่ระบุเพศ (Non-Binary)
  • เรื่องราวความเป็นชาย (Masculinity) ในยุคสมัย Gen Z ได้เปลี่ยนแปลงในเชิงวัฒนธรรมป๊อปและเพลงฮิปฮอปที่เราได้เห็นศิลปินอย่าง Tyler The Creator, แฟรงก์ โอเชียน (Frank Ocean), เจเดน สมิธ (Jaden Smith) และ โดนัลด์ โกลเวอร์ (Donald Glover) เปลี่ยนกฎเกณฑ์ต่างๆ ในสิ่งที่ตัวเองร้อง ชุดที่ใส่ หรือท่าทางที่แสดงออกมา
  • Gen Z มองว่า สิ่งสำคัญที่สุดเพื่อให้ได้มาซึ่งความเท่าเทียมแก่ทุกคนคือ การมีโอกาสในหน้าที่การงานที่เท่ากันหมดทุกคน

 

สำหรับรายงานทั้งหมดสามารถเข้าไปอ่านได้ที่: The Irregular Report

 

หมายเหตุ: บางคำไม่มีศัพท์เฉพาะในภาษาไทย และมีการตีความที่ต่างกัน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านข้อมูล

 

ภาพ: Courtesy of Gucci

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post พลังคน Gen Z ต้องมา! Gucci ทำรีเสิร์ชกว่า 80 หน้า ประเด็น Gender Fluidity appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/gucci-releases-report-about-gender-fluidity-in-generation-z/feed/ 0