Gadget Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/gadget/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 11 Oct 2025 07:53:31 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ส่อง 30 Beauty Gadget ล้ำสมัยแห่งปี 2025 https://thestandard.co/life/beauty-tech-2025-home-clinic-microcurrent-ai-trend/ Sat, 11 Oct 2025 07:53:31 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1129363 beauty-tech-2025-home-clinic-microcurrent-ai-trend

ปี 2025 คือยุคทองของ Beauty Tech ที่นำอุปกรณ์ระดับมืออา […]

The post ส่อง 30 Beauty Gadget ล้ำสมัยแห่งปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
beauty-tech-2025-home-clinic-microcurrent-ai-trend

ปี 2025 คือยุคทองของ Beauty Tech ที่นำอุปกรณ์ระดับมืออาชีพมาสู่กิจวัตรความงามส่วนตัว ซึ่งเน้นที่ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ ความปลอดภัย และการปรับให้เข้ากับบุคคล (Personalization) มากยิ่งขึ้น Life จึงขอพาผู้อ่านไปสำรวจไอเท็มความงามล้ำสมัยสำหรับคนยุคนี้ ที่ประกอบด้วยกลุ่ม Home-Clinic และ Light Therapy (ไอเท็มที่ 1-6) อุปกรณ์ในกลุ่มนี้ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะช่วยแก้ไขปัญหาผิวแบบเฉพาะจุดได้เทียบเท่าการรักษาในคลินิก ด้วยเทคโนโลยีแสงและเลเซอร์ กลุ่ม Microcurrent และ นวดหน้ายกกระชับ เทคโนโลยีการยกกระชับกล้ามเนื้อยังคงเป็นแกดเจ็ตหลักในการสร้างกรอบหน้าให้คมชัด และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (ไอเท็มที่ 7-13) กลุ่ม Skin Care Infuser และเครื่องบำรุงเฉพาะจุด ส่องนวัตกรรมการนำพาสารบำรุงเข้าสู่ผิวที่ลึกกว่าการทาด้วยมือได้รับความสนใจอย่างมาก (ไอเท็มที่ 14-18) กลุ่ม AI & Future Tech และ Hair Care Gadget เทคโนโลยี AI และการดูแลเส้นผมที่เน้นความปลอดภัยต่อเส้นใยผมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว  (ไอเท็มที่ 19-25) และกลุ่ม Body & Wellness Tech เทรนด์ความงามในปี 2025 ให้ความสำคัญกับสุขภาพองค์รวม (Wellness) ตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก (ไอเท็มที่ 26-30) 

 

CurrentBody Skin LED Light Therapy Face Mask Series 2

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

ใช้แสง 3 ชนิด (Red, Near-Infrared, Deep Near-Infrared) ที่ทำงานร่วมกันเพื่อ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน อย่างล้ำลึก ช่วยลดริ้วรอยและความหมองคล้ำใน 4 สัปดาห์ ได้รับการรับรองจากแพทย์ผิวหนัง ว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวมที่บ้าน

 


 

Shark CryoGlow Under-Eye Cooling & LED Mask

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

มาสก์ลูกผสมที่รวมการบำบัดด้วยความเย็น (Cryo) เพื่อลดอาการบวมน้ำ ควบคู่กับแสง LED เพื่อการฟื้นฟูผิว เป็นทางออกที่สมบูรณ์แบบสำหรับดวงตาที่เหนื่อยล้า และต้องการความสดชื่นและลดอาการบวมอย่างรวดเร็ว

 


 

MyBlend MyLEDMask

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

เป็นมาสก์ LED ระดับ “ลักชัวรี” ที่มีราคาสูง ซึ่งบ่งบอกถึงการใช้เทคโนโลยีแสงขั้นสูงและคุณภาพวัสดุที่ยอดเยี่ยม มอบทรีตเมนต์เข้มข้นเทียบเท่าการทำทรีตเมนต์ในสปาชั้นนำ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการการดูแลผิวหน้าด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุด

 


 

NIRA Pro + Laser

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

คืออุปกรณ์เลเซอร์ Fractional Laser สำหรับใช้ในบ้านที่ผ่านการทดสอบทางคลินิก ช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกทั่วใบหน้า โดยใช้พลังงานความร้อนที่ปลอดภัยเพื่อกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ มอบผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับเลเซอร์ระดับคลินิกโดยไม่จำเป็นต้องพักฟื้น

 


 

Monestery The Deep Red LED Mask

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

เป็นมาสก์ LED แสงสีแดงเข้มที่เน้นการลดการอักเสบของผิวหนังและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ใช้งานง่ายและไม่มี Downtime ทำให้ผิวที่อ่อนล้ากลับมาสดใสและมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างสม่ำเสมอในทุกวัน

 


 

CurrentBody Skin LED Eye Perfector

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

อุปกรณ์ LED เฉพาะสำหรับรอบดวงตาที่ใช้หลอดไฟถึง 80 หลอด ปล่อยแสงอำพัน, แดง, แดงเข้ม, และอินฟราเรด ช่วยลดรอยตีนกา รอยย่น และรอยคล้ำรอบดวงตาได้อย่างแม่นยำและอ่อนโยน เป็นการลงทุนที่ดีเพื่อผิวรอบดวงตาที่ดูอ่อนเยาว์

 


 

ZIIP Halo

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

อุปกรณ์ Microcurrent และ Nanocurrent ยอดนิยมที่ได้รับฉายาว่า “การทำ Facelift 4 นาที” โดยใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อกระชับกล้ามเนื้อใบหน้าและกระตุ้นการผลิต ATP มอบผลลัพธ์ผิวที่ยกกระชับ เติมความอิ่มฟู และเพิ่มความเปล่งปลั่ง ให้แก่ผิวหน้าด้วยโปรแกรมการใช้งานที่หลากหลาย

 


 

FOREO FAQ™ 202 NIR LED Mask

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

มาสก์เทคโนโลยี Near-Infrared 850 นาโนเมตร ปรับโปรแกรมได้ตามสภาพผิว ครอบคลุมแสง 8 สี ออกแบบเบาไร้สาย รองรับไลฟ์สไตล์ Multitasking ผ่านการรับรองจาก FDA ในไทย จุดกำเนิดแสงกว่า 600 จุด กระจายทั่วใบหน้าทุ่มวิจัยกว่า 10 ปี วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า 10,000 เคส

 


 

NEWA skin tightening device

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

ใช้อุปกรณ์ Radiofrequency (RF) ระดับมืออาชีพสำหรับใช้ในบ้าน เน้นลดริ้วรอย, กระตุ้นคอลลาเจน, และเพิ่มความกระชับของผิวบริเวณกรามและลำคอ ด้วยการส่งคลื่นความถี่วิทยุที่ควบคุมอย่างแม่นยำ เพื่อสร้างความร้อนใต้ผิวหนังและกระตุ้นการฟื้นฟู

 


 

Jillian Dempsey Gold Bar

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

แท่งนวดทองคำ 24K ที่มีการสั่นสะเทือนแบบละเอียด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและระบบน้ำเหลือง เพื่อลดอาการบวมน้ำและช่วยยกกระชับผิวหน้าทันที มอบความรู้สึกเย็นสบายและผ่อนคลาย ให้กับผิวในขณะใช้งาน

 


 

Ya-Man Medi Lift Essential Mask

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

เป็นมาสก์แบบสวมที่ถูกออกแบบมาเพื่อ เน้นการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนล่าง โดยเฉพาะกรามและแก้ม ใช้เทคโนโลยี EMS (Electrical Muscle Stimulation) เพื่อยกกระชับและปรับรูปหน้าให้ดูเรียวได้รูป โดยไม่ต้องใช้มือ

 


 

Therabody TheraFace Depuffing Wand

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

อุปกรณ์นวดเน้นการลดอาการบวม (Depuffing) และระบายน้ำเหลือง ทำงานด้วยการสั่นสะเทือนและความเย็น เพื่อลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อบนใบหน้าและ ช่วยให้ผิวรู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวา

 


 

Althaea Skin C.A.R.A Multi-Modal Tool Kit

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

อุปกรณ์อเนกประสงค์ที่มี 4 โหมดการทำงาน รวม Microcurrent (EMF) และเทคโนโลยี “เข็มไฟฟ้า” ช่วยกระชับกราม ลดรูขุมขน และสามารถใช้กับสกินแคร์ทั่วไปได้โดยไม่ต้องใช้เจลเฉพาะ เป็นการรวมพลังของหลายเทคโนโลยีไว้ในเครื่องเดียว

 


 

Droplette Transdermal Skincare Device

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

อุปกรณ์ Infuser ที่เปลี่ยนเซรั่มให้เป็นละอองนาโนขนาดเล็กมาก ช่วยส่งสารออกฤทธิ์เข้าสู่ผิวได้ลึกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เป็นการยกระดับการบำรุงผิวด้วยเซรั่มที่คุณชื่นชอบ

 


 

FOREO UFO

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

เครื่องมาสก์หน้าอัจฉริยะแบบเร่งด่วน ผสานการทำความร้อน ความเย็น และ T-Sonic Pulsations เข้ากับการใช้แผ่นมาสก์เฉพาะ ให้ผลลัพธ์เหมือนทำทรีตเมนต์ผิวหน้า ในเวลาเพียง 90 วินาที พร้อมโปรแกรมที่ควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน

 


 

NuDerma Professional Skin Therapy Wand

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

อุปกรณ์ High-Frequency Wand ที่ใช้กระแสไฟฟ้าความถี่สูงในการฆ่าเชื้อสิวและแบคทีเรีย ช่วยลดการอักเสบของสิว และช่วยลดรูขุมขนที่อุดตัน มาพร้อมหัวเปลี่ยนหลายแบบที่ใช้ได้ทั้งใบหน้าและหนังศีรษะ

 


 

Dermaflash Dermaplaning Exfoliation Device

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

อุปกรณ์ Sonic Dermaplaning สำหรับผลัดเซลล์ผิวและกำจัดขนอ่อนบนใบหน้า ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและเผยผิวที่เรียบเนียนกว่า ทำให้การลงเมคอัพและสกินแคร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 


 

PlasmaGLO™ LED Gua Sha

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

เป็นกัวซาเทคโนโลยี 3-in-1 ที่ผสานแสงแดง 630 nm อินฟราเรด 830 nm และระบบสั่น เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ผิวสัมผัสไม้บีชช่วยให้ไถลลื่นเป็นธรรมชาติ ดีไซน์จับถนัดมือ ใช้งานง่ายแม้บริเวณโค้งเว้า ผู้ใช้บางส่วนเห็นผิวกระชับและเรียบเนียนขึ้นใน 2–3 สัปดาห์ จุดสังเกตคือแรงสั่นค่อนข้างเบาและอาจใช้งานยากใต้ตา หากใช้สม่ำเสมอ 3–5 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยลดบวม ยกกระชับ และเพิ่มความโกลว์ให้ผิวได้จริง

 


 

Samsung MicroLED  Beauty Mirror (AI)

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

คือกระจกอัจฉริยะแห่งอนาคตที่ใช้ AI วิเคราะห์สภาพผิวของผู้ใช้ มอบคำแนะนำด้านความงามที่ปรับให้เข้ากับบุคคล เสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวในการวิเคราะห์และแนะนำกิจวัตรประจำวัน

 


 

L’Oreal Cell Bioprint (AI)

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

นวัตกรรมล้ำยุคที่ใช้ Bioprinting สร้างผลิตภัณฑ์สกินแคร์เฉพาะบุคคลในระดับเซลล์ วิเคราะห์และพิมพ์ทรีตเมนต์ตามความต้องการที่แม่นยำของผิวที่ไม่ซ้ำกัน ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ใน Personalized Skincare

 


 

Dyson Supersonic r Hair Dryer

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

ไดร์เป่าผมรุ่นใหม่ที่เน้นความเร็วและมีน้ำหนักเบาอย่างน่าทึ่ง ออกแบบมาเพื่อเป่าผมให้แห้งอย่างรวดเร็ว ด้วยความร้อนที่ควบคุมอย่างแม่นยำ เพื่อป้องกันความเสียหายของเส้นผม

 


 

Dyson Airwrap i.d.

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

อุปกรณ์จัดแต่งทรงผม Multi-Styler ที่ใช้หลักการ Coanda Effect ช่วยสร้างลอนและจัดแต่งทรงโดยใช้ความร้อนต่ำ เพื่อลดความเสียหายของเส้นผม และสร้างวอลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ

 


 

HigherDOSE Red Light Hat

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

หมวก LED แสงสีแดงที่ใช้ Light Therapy สำหรับการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม โดยการเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังรูขุมขน และปรับปรุงสุขภาพหนังศีรษะ

 


 

Laduora DUO 4-in-1 Pod Based Scalp & Hair Care Device

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

อุปกรณ์ดูแลหนังศีรษะและเส้นผมแบบ 4-in-1 ทำงานร่วมกับ Pod บำรุงเฉพาะบุคคล เพื่อแก้ปัญหาหนังศีรษะและเส้นผมอย่างตรงจุด

 


 

SEEN Scalp Massager

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

อุปกรณ์นวดหนังศีรษะที่ทำจากซิลิโคนคุณภาพดี ช่วยนวดทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการมีเส้นผมที่แข็งแรง

 


 

Braun IPL Laser Hair Removal Device

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

อุปกรณ์ IPL สำหรับกำจัดขนที่บ้าน ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน ทำให้ผู้ใช้สามารถกำจัดขนที่ไม่ต้องการได้อย่างสะดวกสบายในสภาพแวดล้อมส่วนตัว

 


 

HigherDOSE Infrared Sauna Blanket

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

ผ้าห่มซาวน่าอินฟราเรด ช่วยในการขับเหงื่อ ดีท็อกซ์ และฟื้นฟูร่างกาย ด้วยความร้อนอินฟราเรดที่ซึมลึก เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและส่งเสริมการเผาผลาญ

 


 

Canopy Humidifier

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศอัจฉริยะ ช่วยรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิว และระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในห้องปรับอากาศ เพื่อลดปัญหาผิวแห้งกร้าน

 


 

Oura Ring 4

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

แหวนอัจฉริยะติดตามสุขภาพ ที่มีฟังก์ชันการวัดที่ละเอียด ช่วยติดตามคุณภาพการนอนหลับ อัตราการเต้นของหัวใจ และกิจกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความงามและสุขภาพผิวโดยรวม

 


 

Echo Flask Hydrogen Water Bottle

 

สำรวจ Beauty Tech 2025 ยุคทองของอุปกรณ์ความงาม

 

ขวดน้ำที่ใช้เทคโนโลยีอิเล็กโทรไลซิส ผลิตน้ำไฮโดรเจนที่แบรนด์เคลมว่าช่วยต้านอนุมูลอิสระ และบำรุงสุขภาพจากภายใน เป็นการบำรุงที่มาจากรากฐานของร่างกาย

The post ส่อง 30 Beauty Gadget ล้ำสมัยแห่งปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก ‘ของเล่น’ สู่ ‘แก็ดเจ็ตหรู’ ถอดสูตร JisuLife พัดลมจีนที่สร้างยอดขาย 30 ล้านชิ้น ฟันกำไร 4.5 พันล้านบาท https://thestandard.co/jisulife-from-toy-to-gadgets/ Sun, 29 Jun 2025 07:26:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1090703

ผู้ผลิตจีนกำลังสร้างความสำเร็จอย่างน่าจับตา หลังเปลี่ยน […]

The post จาก ‘ของเล่น’ สู่ ‘แก็ดเจ็ตหรู’ ถอดสูตร JisuLife พัดลมจีนที่สร้างยอดขาย 30 ล้านชิ้น ฟันกำไร 4.5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผู้ผลิตจีนกำลังสร้างความสำเร็จอย่างน่าจับตา หลังเปลี่ยน ‘พัดลมพกพา’ ซึ่งเคยเป็นสินค้าทั่วไปคล้ายของเล่น ให้กลายเป็นแก็ดเจ็ตที่ดูโฉบเฉี่ยวและมีราคาสูงกว่าหลายเท่า ซึ่ง JisuLife บริษัทจากเซินเจิ้น เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นว่า ‘แบรนด์จีน’ กำลังยกระดับและสร้างชื่อเสียงใน ‘ตลาดโลก’ ได้อย่างไร โดยอาศัยความได้เปรียบด้านแบตเตอรี่ลิเธียมและการเป็นผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซ

 

ลีโอ เฉิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ JisuLife กล่าวว่า “เราวางตำแหน่งแบรนด์ของเราในฐานะผู้ผลิตเครื่องใช้ในบ้านที่ขับเคลื่อนด้วยการออกแบบใหม่”

 

ตัวอย่างหนึ่งของแนวทางการออกแบบที่เน้นคุณภาพคือรุ่น Ultra 2 ซึ่งเป็นพัดลม ‘ระดับพรีเมียม’ ที่มาพร้อมจอแสดงผล LED แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 25 ชั่วโมง และความเร็วลมที่บริษัทระบุว่าแรงกว่าพัดลมราคาถูกทั่วไปถึงสี่เท่า โดยรุ่นนี้จำหน่ายในราคา 80.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มพรีเมียมอย่างชัดเจน

 

JisuLife ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 เริ่มต้นด้วยการขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายชนิดทางออนไลน์ ก่อนจะเปลี่ยนไปรับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์อื่นๆ (OEM) และต่อมาได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของตนเอง แต่หลังจากประสบภาวะขาดทุนในปี 2021

 

เฉินกล่าวว่าบริษัทได้ทำการ ‘การปรับกลยุทธ์’ ครั้งสำคัญ โดยหันมามุ่งเน้นที่พัดลมเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีทั้งแบบมือถือ, แบบหนีบ และแบบตั้งโต๊ะ เพื่อสร้างตำแหน่งแบรนด์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

ผลลัพธ์จากการปรับกลยุทธ์นี้คือ JisuLife มียอดขายพัดลมกว่า 30 ล้านชิ้น และทำกำไรจากการดำเนินงานได้ 1 พันล้านหยวน (ประมาณ 4.5 พันล้านบาท) ในปี 2024 สิ่งที่น่าสนใจคือ JisuLife ค้นพบช่องทางของตนเองด้วยการหลีกเลี่ยงกลยุทธ์ทั่วไปของแบรนด์จีนที่เน้นขายสินค้าราคาถูก

 

โดยก้าวสำคัญคือในปี 2023 เมื่อบริษัทเปิดตัวพัดลมพกพาความเร็วสูงระดับพรีเมียม ราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดถึง 4-5 เท่า ด้วยขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา และทำจากวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอย กลายเป็นเบื้องหลังที่ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีมาก

 

มาร์ค แทนเนอร์ กรรมการผู้จัดการ China Skinny บริษัทที่ปรึกษา กล่าวว่า JisuLife ได้เข้าร่วมกับแบรนด์จีนชื่อดังในการส่งเสริมการเปิดรับแบรนด์จีนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากวัฏจักรเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคกำลังให้ความสำคัญกับ ความคุ้มค่ามากกว่าแบรนด์ ซึ่งแบรนด์จีนได้ยกระดับการออกแบบ, การควบคุมคุณภาพ, การตลาด และการจัดการ

 

ลู่สยงเหวิน คณบดีคณะการจัดการ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ในเซี่ยงไฮ้ มองว่า JisuLife กำลังเข้ามาแข่งขันกับ Dyson ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมจากอังกฤษ เขากล่าวว่า “เมื่อ JisuLife เข้ามาร่วมการแข่งขันก็ยิ่งดุเดือดขึ้น” นอกจากนี้ ธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ ‘พัดลมพกพา’ ที่มักใช้ในสภาพอากาศร้อน ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ JisuLife ตัดสินใจมุ่งสู่ตลาดโลก

 

เฉินกล่าวว่า “ในจีนและสหรัฐฯ เราอาจขายผลิตภัณฑ์ได้ครึ่งปีในช่วงฤดูร้อน แต่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราสามารถขายได้ตลอดทั้งปี” JisuLife มีขายในอเมริกา, เอเชียแปซิฟิก และยุโรป โดยจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หลัก เช่น Amazon รวมถึงร้านค้าปลีกอย่าง Aeon, Costco, Carrefour และ Walmart และผลิตภัณฑ์ของบริษัทติดอันดับสินค้าขายดีที่สุดบน Amazon

 

แม้มีโมเมนตัมแข็งแกร่ง เฉินยอมรับว่าความท้าทายหนึ่งคือการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและแก้ไขข้อกังวลเรื่องเสียงรบกวนที่ผู้ใช้บางรายแจ้งมา และในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ JisuLife (คิดเป็น 40% ของยอดขาย) ตลอดจนบริษัทได้รับผลกระทบจากภาษีที่กำหนดโดยรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์

 

เฉินกล่าวว่า “เนื่องจากความตึงเครียดยังคงอยู่ เราจึงติดตามทิศทางของนโยบายภาษีอย่างใกล้ชิด และวางแผนปรับซัพพลายเชนเพื่อลดความไม่แน่นอน” เขามีเป้าหมายรักษายอดขายให้เติบโต 30% ถึง 50% ต่อปี โดยจะเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดส่ง

 

กระนั้นแทนเนอร์กลับแย้งว่า น่าแปลกที่ทรัมป์อาจกำลังทำประโยชน์ให้จีน “ทรัมป์กำลังช่วยเปลี่ยนมุมมองทั่วโลกที่มีต่อจีนไปในทิศทางที่เป็นบวกมากขึ้น ซึ่งหมายถึงกำลังเพิ่มการยอมรับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของจีน”

 

ภาพ: JisuLife/Facebook

 

อ้างอิง:

The post จาก ‘ของเล่น’ สู่ ‘แก็ดเจ็ตหรู’ ถอดสูตร JisuLife พัดลมจีนที่สร้างยอดขาย 30 ล้านชิ้น ฟันกำไร 4.5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Oura จับมือ Dexcom พัฒนาแหวนอัจฉริยะที่สามารถติดตามสุขภาพเมตาบอลิกครบวงจร https://thestandard.co/life/oura-dexcom-smart-ring-health/ Sat, 23 Nov 2024 08:38:49 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1012032

Oura แบรนด์แหวนอัจฉริยะเพื่อสุขภาพประกาศความร่วมมือครั้ […]

The post Oura จับมือ Dexcom พัฒนาแหวนอัจฉริยะที่สามารถติดตามสุขภาพเมตาบอลิกครบวงจร appeared first on THE STANDARD.

]]>

Oura แบรนด์แหวนอัจฉริยะเพื่อสุขภาพประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Dexcom บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ตรวจวัดน้ำตาลในเลือดแบบต่อเนื่อง โดยได้รับเงินลงทุนมูลค่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ความสำเร็จของ Oura สะท้อนได้จากยอดขายแหวนอัจฉริยะกว่า 2.5 ล้านวง และจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คาดว่าจะมียอดขายถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้

 

ไฮไลต์ของความร่วมมือครั้งนี้คือการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างแอปพลิเคชัน Oura และ Dexcom ซึ่งจะเปิดตัวในครึ่งแรกของปี 2025 ผู้ใช้งานจะสามารถติดตามสุขภาพเมตาบอลิกได้อย่างครบวงจร โดยเฉพาะการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการรับประทานอาหาร การนอน และการออกกำลังกาย กับระดับน้ำตาลในเลือด

 

Tom Hale ซีอีโอของ Oura เผยว่า 97% ของสมาชิกสนใจที่จะเข้าใจผลกระทบของอาหารที่รับประทานต่อสุขภาพ การร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้สมาชิกสามารถตัดสินใจเลือกอาหารและเวลารับประทานได้อย่างชาญฉลาด พร้อมรับคำแนะนำที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล นอกจากนี้ Oura ยังเข้าซื้อกิจการ Veri บริษัทเทคโนโลยีสุขภาพที่ให้บริการข้อมูลเชิงลึกผ่านการติดตามน้ำตาลในเลือดแบบต่อเนื่อง และเปิดตัวฟีเจอร์ Meals ที่ช่วยให้ผู้ใช้ติดตามผลกระทบของอาหารต่อสุขภาพโดยรวม พร้อมกับการเปิดตัวแหวนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีดีไซน์บางเฉียบยิ่งขึ้น

 

การพัฒนาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Oura ในการยกระดับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยเฉพาะด้านเมตาบอลิก ซึ่งเป็นหนึ่งในความสนใจหลักของผู้ใช้งาน

 

ภาพ: Courtesy of Oura

 

อ้างอิง:

The post Oura จับมือ Dexcom พัฒนาแหวนอัจฉริยะที่สามารถติดตามสุขภาพเมตาบอลิกครบวงจร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Galaxy Ring แหวนอัจฉริยะจาก Samsung: สวยล้ำแต่แบตเสื่อมซ่อมไม่ได้ ทิ้งเป็นขยะอย่างเดียว คาดใช้ได้นานสุด 2 ปี https://thestandard.co/galaxy-ring-samsung-concerns/ Thu, 29 Aug 2024 05:47:35 +0000 https://thestandard.co/?p=976897

โลกของเทคโนโลยีกำลังจับตามองการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จา […]

The post Galaxy Ring แหวนอัจฉริยะจาก Samsung: สวยล้ำแต่แบตเสื่อมซ่อมไม่ได้ ทิ้งเป็นขยะอย่างเดียว คาดใช้ได้นานสุด 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

โลกของเทคโนโลยีกำลังจับตามองการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากบริษัทยักษ์ใหญ่ และ Samsung ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยการเปิดตัว Galaxy Watch Ultra ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม แต่ที่น่าจับตามองกว่านั้นคือ ‘Galaxy Ring’ แหวนอัจฉริยะที่ Samsung ชิงเปิดตัวก่อน Apple เสียอีก!

 

แต่เบื้องหลังความสวยงามและเทคโนโลยีล้ำสมัยของ Galaxy Ring กลับซ่อนความจริงอันน่าตกใจ เพราะแหวนอัจฉริยะนี้ถูกมองว่าเป็น ‘อุปกรณ์สิ้นเปลือง’ เช่นเดียวกับ Galaxy Buds3 ที่เพิ่งเปิดตัวไป

 

สาเหตุหลักคือ ‘แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน’ ที่มีอายุการใช้งานจำกัด แม้จะชาร์จได้ถึง 400 รอบ แต่เมื่อแบตเตอรี่หมดอายุก็ต้องทิ้งทั้งอุปกรณ์ เพราะไม่สามารถซ่อมหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้โดยไม่ทำลายตัวอุปกรณ์

 

iFixit เว็บไซต์ไอทีชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ร่วมมือกับ Lumafield ใช้เทคโนโลยี CT Scan เพื่อส่องดูภายใน Galaxy Ring โดยไม่ต้องแกะเครื่อง พบว่าภายในแหวนมีแบตเตอรี่ลิเธียมโพลีเมอร์ คอยน์ชาร์จแบบไร้สาย และที่น่าแปลกใจคือมีขั้วต่อแบบกด (Press Connector) ที่เชื่อมต่อแบตเตอรี่กับแผงวงจร ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่ที่ไม่จำเป็น เนื่องจากไม่มีใครสามารถเข้าไปถอดขั้วต่อนี้ออกได้อยู่แล้ว

 

เมื่อแกะ Galaxy Ring ออกก็พบว่าแบตเตอรี่และคอยน์ชาร์จเชื่อมต่อกับแผงวงจรด้วยขั้วต่อแบบกดจริง ซึ่งแตกต่างจาก Oura Ring Gen3 ที่ใช้การบัดกรีเพื่อประหยัดพื้นที่

 

โดย Galaxy Ring มีการออกแบบที่เรียบง่าย ภายในประกอบด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์พื้นฐาน เช่น LED สีเขียวและสีแดง สำหรับวัดระดับออกซิเจนในเลือด และเซ็นเซอร์ MEMS สำหรับวัดการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วในแหวนอัจฉริยะอื่นๆ

 

แม้ Galaxy Ring อาจดูล้ำสมัย แต่ก็เป็นเพียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบใช้แล้วทิ้งที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานได้นานเกิน 2 ปี เช่นเดียวกับ Galaxy Buds3 เพราะเมื่อแบตเตอรี่หมดอายุลง แหวนเหล่านี้ก็จะกลายเป็นปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่โลกกำลังเผชิญอยู่

 

ถึงแม้ Galaxy Ring จะดูน่าสนใจ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะแนะนำให้ซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีแบบใช้แล้วทิ้งเช่นนี้ เพราะไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่คุ้มค่าในระยะยาว

 

ท้ายที่สุดแล้ว ผู้บริโภคต้องตัดสินใจว่าจะเลือกความสะดวกสบายระยะสั้น หรือความยั่งยืนในระยะยาว

 

ภาพ: Courtesy of Samsung

อ้างอิง:

The post Galaxy Ring แหวนอัจฉริยะจาก Samsung: สวยล้ำแต่แบตเสื่อมซ่อมไม่ได้ ทิ้งเป็นขยะอย่างเดียว คาดใช้ได้นานสุด 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมไอเท็มพกพาสะดวกที่ทำให้ปาร์ตี้สนุกขึ้น https://thestandard.co/life/party-gadget-items/ Thu, 22 Aug 2024 09:17:14 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=974053 ปาร์ตี้

ไอเท็มที่ช่วยให้อยู่ที่ไหนก็ ปาร์ตี้ ได้   เชื่อว่ […]

The post รวมไอเท็มพกพาสะดวกที่ทำให้ปาร์ตี้สนุกขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปาร์ตี้

ไอเท็มที่ช่วยให้อยู่ที่ไหนก็ ปาร์ตี้ ได้

 

เชื่อว่ามีหลายคนน่าจะเคยมีความรู้สึกนี้ “อยากชวนเพื่อนๆ ไปแฮงเอาต์ข้างนอกจัง” หรือใครเป็นสายเดินทางแล้วตกเย็นชอบปาร์ตี้ เราแนะนำให้คุณพกไอเท็มช่วยสร้างบรรยากาศทั้งแสงสีเสียงติดตัวไปด้วย ดังนั้นคุณสมบัติของไอเท็มเหล่านั้นต้องเล็ก พกพาสะดวก แต่การใช้งานต้องดี สนุก บูสต์ทุกคนให้มันได้ วันนี้เราเลยอยากจะมาไกด์ว่ามีไอเท็มไหนบ้างที่คุณไม่ควรพลาด ถ้าคุณอยากให้งานปาร์ตี้สนุกขึ้น

 

 

อุปกรณ์เปิดเพลง

 

แน่นอนว่าปาร์ตี้ต้องคู่กับเสียงเพลง ซึ่งแต่ละคนก็มีความชอบในการฟังเพลงไม่เหมือนกัน บางคนก็ชอบเปิดจากแอปฟังเพลงเลยง่ายๆ สะดวกๆ ถ้าเป็นแบบนั้นแนะนำให้พกลำโพงบลูทูธอันเล็กๆ ไว้ ตอนนี้มีหลายแบรนด์ทำลำโพงไซส์เล็กออกมา เช่น JBL Go หรือ JBL Clip ที่เล็กพกพาสะดวกแถมมีหูหิ้วด้วย

 

ปาร์ตี้

 

แต่ถ้าใครชอบฟังเพลงจากแผ่นไวนิล แนะนำให้ไปดูเครื่องเล่นไวนิลของ Audio Technica Sound Burger ใช้งานง่าย ขนาดเล็กพกพาสะดวก เป็นเครื่องเล่นที่ขนาดเล็กกว่าแผ่นไวนิล

 

 

ไฟสร้างบรรยากาศ

ต่อมาถ้าอยากให้บรรยากาศสนุก แสงไฟก็มีผล เดี๋ยวนี้มีลำโพงบางรุ่นที่มีไฟในตัว เช่น JBL Pulse 5 แต่ถ้าจะให้สวยๆ แนะนำให้ใช้โคมไฟตั้งกับพื้นแบบแท่ง มีหลายยี่ห้อ หลายราคา สามารถปรับแต่งสีไฟได้ ยิ่งวางให้ใกล้ผนังไฟจะยิ่งสะท้อนและทำให้บรรยากาศปาร์ตี้สนุกขึ้น

 

 

อุปกรณ์เก็บความประทับใจ

งานปาร์ตี้จะสนุกยิ่งขึ้นถ้าเราถ่ายรูปโพลารอยด์แจกเพื่อนๆ ได้ แต่ถ้ากลัวใช้กล้องถ่ายแล้วรูปเสีย แนะนำไอเท็มใหม่จาก FUJIFILM คือ instax mini Link 3 สมาร์ทโฟนพรินเตอร์รุ่นใหม่ที่ใส่ฟีเจอร์สนุกๆ เพิ่มเข้ามามากขึ้น คือ แต่งรูปด้วย AR แบบสามมิติ และทำภาพถ่ายหลายช็อตเหมือนโฟโต้บูธได้ เหมือนคุณกลายเป็นตู้โฟโต้บูธเคลื่อนที่เลย

 

ภาพ: Shutterstock / แบรนด์

The post รวมไอเท็มพกพาสะดวกที่ทำให้ปาร์ตี้สนุกขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เด็กยุคใหม่กว่า 50% เริ่มพกพาแก็ดเจ็ตตั้งแต่ชั้นอนุบาล! เผย ปี 67 ค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 25,000 บาทต่อเด็ก 1 คน https://thestandard.co/children-start-carrying-gadgets-since-kindergarten/ Tue, 21 May 2024 08:16:01 +0000 https://thestandard.co/?p=936149

ผลสำรวจจาก The 1 Insight ร่วมกับ CRC VoiceShare เผยเทรน […]

The post เด็กยุคใหม่กว่า 50% เริ่มพกพาแก็ดเจ็ตตั้งแต่ชั้นอนุบาล! เผย ปี 67 ค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 25,000 บาทต่อเด็ก 1 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผลสำรวจจาก The 1 Insight ร่วมกับ CRC VoiceShare เผยเทรนด์การใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมใหญ่ เดือนพฤษภาคม 2567 (Back to School) ซึ่งเหล่าผู้มีบุตรหลานมีการใช้จ่ายสูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจากช่วงวันหยุดปิดเทอม โดยพบว่า กลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ที่ไม่มีบุตรหลาน 

 

ข้อมูลจากฐานข้อมูล The 1 เผยว่า โดยทั่วไปผู้ปกครองที่มีการใช้จ่ายสำหรับบุตรหลานมักอยู่ในกลุ่มอายุ 35-44 ปี ในภาพรวมมักอยู่ในกลุ่มมีฐานะและใช้จ่ายสูง นอกจากจะใช้จ่ายกับสินค้าสำหรับเด็กแล้ว พวกเขายังมีแนวโน้มจับจ่ายในหมวดอาหาร แก็ดเจ็ต และสินค้าลักชัวรี สูงกว่าค่าเฉลี่ยอีกด้วย 

 

ซึ่งกลุ่มนี้ถือเป็นเป้าหมายหลักของแบรนด์และร้านค้าที่ต้องการนำเสนอสินค้าเด็กคุณภาพดี มีฟังก์ชันครบครัน และดีไซน์ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครองยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด

 

สำหรับ 3 หมวดสินค้ารับเปิดเทอมที่มียอดขายเติบโตสูงสุด ได้แก่ 

 

  1. เสื้อผ้าสำหรับเด็ก เติบโต 33% สินค้าขายดี เช่น รองเท้านักเรียน กระเป๋า และชุดชั้นใน ฯลฯ แบรนด์ที่โดดเด่น ได้แก่ Catcha, Breaker และ Smiggle 

 

  1. เครื่องเขียน เติบโต 14% สินค้ายอดฮิต เช่น กล่องดินสอ อุปกรณ์เครื่องเขียน และกระดาษ ฯลฯ แบรนด์โดดเด่น ได้แก่ Toriyang, Pentel และ Faber-Castell

 

  1. แก็ดเจ็ต เติบโต 7% โดยโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และสมาร์ทวอทช์ ครองแชมป์ความนิยม แบรนด์ขายดี ได้แก่ imoo, CASIO และ Apple

 

ทั้งนี้ แบรนด์ต่างๆ ควรมีการจัดโปรโมชัน แพ็กเกจ หรือส่วนลดพิเศษ ในช่วงพีคของการซื้อ เพื่อกระตุ้นยอดขายและดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้เลือกซื้อสินค้าของตน

 

นอกจากนี้ยังพบการเติบโตของสินค้าสำหรับเด็กที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเตรียมเปิดเทอมโดยตรง เนื่องจากผู้ปกครองมักซื้อสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติมระหว่างมาจับจ่ายของใช้เปิดเทอม เช่น แฟชั่นลักชัวรีสำหรับเด็กและเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็ก ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับแบรนด์หรือร้านค้าในการพัฒนาสินค้าในหมวดที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ เพื่อสร้างโอกาสในการขายพ่วงกับสินค้าหลักได้อีกทางหนึ่ง 

 

CRC VoiceShare เผยค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 25,000 บาทต่อเด็ก 1 คน แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายกับทางโรงเรียน 20,000 บาท และค่าใช้จ่ายจิปาถะ เช่น เครื่องเขียน กระเป๋า และรองเท้า โดยค่าใช้จ่ายจิปาถะจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามช่วงชั้นเรียน เริ่มจาก 1,000-1,500 บาทสำหรับชั้นอนุบาลและประถมศึกษาตอนต้น เพิ่มเป็น 2,000-3,000 บาท สำหรับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย และ 3,000 บาทขึ้นไปสำหรับชั้นมัธยมศึกษา 

 

ปัจจัยหลักในการเลือกร้านเพื่อซื้อสินค้าเปิดเทอม ได้แก่ โปรโมชัน ราคา และความหลากหลายของประเภทสินค้า ยกเว้นในช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายที่เพิ่มปัจจัยด้านความหลากหลายของแบรนด์เข้าไปด้วย ดังนั้นการวางผังสินค้าหรือจัดหมวดหมู่ให้เลือกซื้อได้สะดวก มีให้เลือกหลากหลาย จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครองที่ต้องการมาเลือกซื้อแบบครบครันในที่เดียวได้เป็นอย่างดี

 

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ เด็กยุคใหม่กว่า 50% เริ่มพกพาแก็ดเจ็ตตั้งแต่ชั้นอนุบาล และเพิ่มสัดส่วนขึ้นตามระดับชั้นเรียน โดยเป็น 60% ในชั้นประถมศึกษา และ 80% ในระดับมัธยมศึกษา 

 

นี่จึงเป็นโอกาสอันดีของแบรนด์และร้านค้าในการวางกลยุทธ์การตลาดของสินค้าแก็ดเจ็ตให้เหมาะกับนักเรียนในแต่ละช่วงวัย เพราะเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มความต้องการบริโภคที่สูงและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มนักเรียนยุคใหม่

 

Back to School จึงถือเป็นโอกาสทองของแบรนด์และร้านค้าในการปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มยอดขายในช่วงไฮซีซันนี้ โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกจากพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มผู้ปกครอง รวมถึงเข้าใจไลฟ์สไตล์ของเด็กนักเรียนยุคใหม่ เพื่อนำเสนอสินค้า บริการ และแคมเปญทางการตลาด ได้อย่างตรงใจกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

 

The post เด็กยุคใหม่กว่า 50% เริ่มพกพาแก็ดเจ็ตตั้งแต่ชั้นอนุบาล! เผย ปี 67 ค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 25,000 บาทต่อเด็ก 1 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่อง Gadgets รุ่นใหม่ของ Apple ที่จะเข้ามาทำให้ชีวิตง่ายขึ้น https://thestandard.co/life/apple-gadgets-for-easy-life/ Tue, 17 Oct 2023 04:34:36 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=855403

ถึงหน้าตาจะเหมือนเดิม แต่มีบางฟีเจอร์ที่เข้ามาเปลี่ยนชี […]

The post ส่อง Gadgets รุ่นใหม่ของ Apple ที่จะเข้ามาทำให้ชีวิตง่ายขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถึงหน้าตาจะเหมือนเดิม แต่มีบางฟีเจอร์ที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเราได้

 

แทบจะทุกปีที่ Apple จะมีการเปิดตัว Gadgets เช่น Apple Watch หรือ AirPods ซึ่งปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ทางแบรนด์ได้มีการเปิดตัวทั้ง Apple Watch Series 9, Apple Watch Ultra 2 และ AirPods Pro ที่แม้หน้าตาจะคล้ายเดิม แต่ Apple ได้อัปเกรดฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้ใครหลายคนเห็นแล้วเสียเงินซื้อรุ่นใหม่ทันที และบอกเลยว่ามันจะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น 

 

มาเริ่มต้นที่เจ้า Apple Watch กันก่อนเลย รุ่นนี้ Apple ได้ใช้ชื่อว่า Apple Watch Series 9 และ Apple Watch Ultra 2 ดูจากภายนอกแล้วแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากตัวก่อนเลย แต่ภายในเขาได้ชิปตัวใหม่ที่ประสิทธิภาพดีขึ้น พร้อมรองรับฟีเจอร์ใหม่ๆ แถมได้จอที่สว่างขึ้น ใครทำกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยน่าจะถูกใจสิ่งนี้

 

Apple Watch Series 9 Apple Watch Ultra 2

 

ใช้ Apple Watch มือเดียวด้วย Double Tab

 

สำหรับใครที่สวม Apple Watch แล้วมือไม่ว่างมาสัมผัสจอ ตอนนี้เขามีฟีเจอร์ใหม่มาคอยอำนวยความสะดวกให้คุณ เรียกว่า Double Tab คือการแตะนิ้วเข้าหากันสองที เพื่อเป็นเหมือนการกดปุ่มหลักของหน้าจอนั้นๆ นี่เป็นฟีเจอร์ที่อาจเข้ามาทำให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น คุณสามารถรับสายในขณะที่มือเปื้อนอยู่ได้ หรือจะใช้เป็นรีโมตกดปุ่มชัตเตอร์ถ่ายรูป ขณะที่ตั้ง iPhone ไว้ไกลๆ ได้ เชื่อว่าในอนาคตจะมีอีกหลายแอปที่รองรับการสั่งงานผ่าน Double Tab

 

 

คนขี้ลืมใช้ชีวิตง่ายขึ้น

 

หากคุณเคยเจอปัญหาลืมว่าวาง iPhone ไว้ที่ไหน ตอนนี้ Apple Watch รุ่นใหม่จะเข้ามาช่วยชีวิตคุณ เพราะเขามีฟีเจอร์ที่ช่วยตามหา iPhone ได้ ไม่ใช่แค่สั่งให้ iPhone ส่งเสียงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ตอนนี้สามารถบอกระยะห่างและทิศทางได้ด้วย แต่ใช้ได้เฉพาะ iPhone 15 Series เท่านั้นนะ

 

 

มาต่อกันที่อีกหนึ่ง Gadget ที่หลายคนรอคอย AirPods Pro รุ่นใหม่ เหมือนเช่นเคยที่ว่าดูจากภายนอกนั้นไม่มีอะไรต่างจากรุ่นเดิมเลย แต่รุ่นนี้รองรับ USB Type C และสามารถใช้สายร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple ได้เลย

 

AirPods Pro AirPods Pro

 

หูฟังที่เข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

 

Adaptive Audio เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ฉลาดสุดๆ คือตัวหูฟังจะสามารถรู้ได้ว่าตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วมันจะปรับลดเสียงให้เองโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น เรากำลังฟังเพลงอยู่ แล้วจู่ๆ ก็มีคนมาคุยด้วย เมื่อเราเริ่มพูดหูฟังจะเบาเสียงเพลงลง ทำให้เราสามารถสนทนาได้แบบที่ไม่ต้องพูดเสียงดังด้วย พอพูดจบเพลงจะถูกปรับขึ้นมาให้อยู่ในระดับปกติ

 

 

ราคา

 

  • Apple Watch Series 9 (ราคาเริ่มต้นที่ 15,900 บาท) มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 41 มิลลิเมตร และ 44 มิลลิเมตร
  • Apple Watch Ultra 2 (ราคา 31,900 บาท)
  • AirPods Pro (ราคา 8,990 บาท)

 

ภาพ: Apple

The post ส่อง Gadgets รุ่นใหม่ของ Apple ที่จะเข้ามาทำให้ชีวิตง่ายขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่อง 10 โปรเจกเตอร์สำหรับคนอยากเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ https://thestandard.co/life/10-projectors-for-watching-movies/ Tue, 25 Jul 2023 23:00:31 +0000 https://thestandard.co/?p=821934 projectors

ดูภาพยนตร์แบบเต็มตาง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งทีวีราคาแพง!   […]

The post ส่อง 10 โปรเจกเตอร์สำหรับคนอยากเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
projectors

ดูภาพยนตร์แบบเต็มตาง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งทีวีราคาแพง!

 

เชื่อว่าวันหยุดของใครหลายคนก็อยากจะอยู่บ้านพักผ่อน หลายคนก็เลือกหาอะไรมากินพร้อมกับดูภาพยนตร์หรือดูซีรีส์เรื่องที่ชอบ และถ้าอยากจะดูให้มันถึงใจก็ต้องจอใหญ่ๆ แต่ถ้าจะให้ซื้อทีวีจอใหญ่ๆ มาดู ราคาน่าจะโหดร้ายมากแน่ๆ วันนี้เราเลยอยากมาเสนอทางเลือกกับ 10 โปรเจกเตอร์ที่จะเปลี่ยนบ้านคุณให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ ซึ่งบางตัวราคาไม่ถึงหมื่น!

 

แต่ก่อนที่จะเลือกใช้โปรเจกเตอร์ มีหลายปัจจัยที่เราจะต้องเตรียมตัวก่อน 

 

จะใช้โปรเจกเตอร์ข้อแรกคือ ความมืด นี่ถือเป็นข้อเสียของโปรเจกเตอร์เลย ถึงแม้จะราคาแพงแค่ไหน แต่เจอแสงไปถึงอย่างไรก็ไม่มีทางชัดแน่นอน เพราะฉะนั้นห้องของคุณต้องมืดมากพอ

 

ต่อมาคือ พื้นผิวที่จะฉาย หลายคนเลือกที่จะฉายบนผนัง หลายคนเลือกจะฉายบนฝ้าเพดาน สิ่งที่คุณควรคำนึงคือความเรียบและสีที่ควรจะเป็นสีขาว แต่ถ้าใครที่อยากจะได้ความคมชัดจริงๆ เราแนะนำให้ฉายไปบน Projector Screen จะดีที่สุด

 

ข้อที่สามคือ ระบบเสียง แน่นอนว่าถ้าคุณจะดูภาพยนตร์หรือดูซีรีส์ หนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเสียงต้องดี โปรเจกเตอร์หลายตัวมีลำโพงในตัว แต่ถ้าเราตั้งไว้ไกลหรือระบบเสียงมันไม่ถึงใจ เราควรเตรียมลำโพงไว้ด้วย

 

สุดท้ายคุณต้องเช็กระยะในการตั้งเครื่องให้ดีว่าคุณมีระยะวางพอไหมถ้ามีพื้นที่จำกัด เดี๋ยวนี้มีโปรเจกเตอร์แบบที่สามารถฉายในระยะใกล้หรือแบบมุมเสยได้

 

1. Wanbo T4 (ราคา 7,490 บาท) 

 

เหมาะกับคนอยากเริ่มต้น ขนาดไม่ใหญ่มาก รองรับไฟล์ 4K ความละเอียด 1080P มีลำโพงในตัว และเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นแบบไร้สายได้

 

https://wanbo.shopping/th

 

2. Mi Smart Projector 2 (ราคา 19,000 บาท)

 

สามารถฉายภาพได้ใหญ่สุด 120 นิ้ว ตัวเครื่องสามารถปรับมุมการฉายได้อัตโนมัติ มี Android TV ในเครื่อง พร้อมระบบเสียงแบบ Dolby Audio

 

https://www.mi.com/th/product/mi-smart-projector-2/

 

3. Samsung The Freestyle (ราคา 23,990 บาท)

 

น้ำหนักเบา พกพาสะดวกมาก สามารถปรับโฟกัสอัตโนมัติได้ มีระบบปฏิบัติการในตัว และปรับองศาได้ง่ายๆ

 

https://www.samsung.com/th/projectors/the-freestyle/the-freestyle-sp-lsp3blaxxt/

 

4. Yaber K2s (ราคา 19,990 บาท)

 

ปรับโฟกัสอัตโนมัติ สามารถขยายสูงสุดได้ถึง 200 นิ้ว และลำโพงเป็นของ JBL ระบบเสียงแบบ Dolby Audio และตัวนี้เสียงพัดลมเงียบมาก

 

https://www.yaber.com/products/yaber-projector-k2s

 

5. BenQ GV11 (ราคา 14,900 บาท) 

 

หมุนปรับองศาในการฉายได้ง่าย มี Android TV ในตัว สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นแบบไร้สายได้ ระบบเสียงแบบ 270 องศา

 

https://www.benq.com/th-th/projector/portable/gv11.html?utm_source=google&utm_medium=cpc&utm_campaign=PRJ&utm_content=GV11&gclid=EAIaIQobChMIg6OMv-ingAMVQNYWBR0zhgxCEAAYASAAEgJrv_D_BwE

 

6. BenQ X3000i (ราคา 75,900 บาท)

 

ตัวนี้ขนาดอาจจะใหญ่สักนิดหนึ่ง แต่จุดเด่นอยู่ที่สีสด ภาพคมชัด ซึ่งเหมาะมากๆ กับการเล่นเกม ตัวภาพสามารถขยายได้ถึง 300 นิ้ว! 

 

https://www.benq.com/th-th/projector/gaming/x3000i.html?gclid=EAIaIQobChMI5Imug-2ngAMVBGF9Ch3GwAAGEAAYASAAEgLEsPD_BwE

 

7. BenQ V7050i (ราคา 51,000 บาท)

 

สำหรับคนที่อยากดูภาพยนตร์จอใหญ่ๆ แต่มีพื้นที่แบบจำกัด โปรเจกเตอร์ตัวนี้จุดเด่นอยู่ที่สามารถฉายภาพระยะประชิดกับผนังได้ แถมภาพที่ได้ยังคมชัดมากๆ อีกด้วย

 

https://www.benq.com/th-th/projector/tv-projector/v7050i.html

 

8. ViewSonic M1+G2 (ราคา 11,900 บาท)

 

ขนาดเล็กมากๆ พกพาสะดวก มีขาตั้งในตัว ภาพสว่างดี แต่ที่สำคัญระบบเสียงดีมากๆ เพราะมีลำโพงจาก Harman Kardon ในตัว

 

https://www.viewsonic.com/th/products/projectors/M1+_G2

 

9. ViewSonic X11-4KP (ราคา 63,900 บาท)

 

ต้องชมว่าจุดเด่นแรกของตัวนี้คือ การดีไซน์ภายนอกที่สวยงาม ดูหรูหรามากๆ สามารถฉายภาพระดับ 4K ได้ และแน่นอนว่าได้ลำโพงจากแบรนด์ Harman Kardon ด้วย

 

https://www.viewsonic.com/th/products/projectors/X11-4KP

 

10. XGIMI Halo+ (ราคา 35,000 บาท)

 

โปรเจกเตอร์ขนาดพกพาที่ภาพสว่างและคมชัดมาก เสียงพัดลมในตัวเครื่องก็ไม่ดัง แต่ลำโพงดังมาก เสียงถือว่าอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยม และเป็นอีกหนึ่งตัวที่ได้ลำโพงจาก Harman Kardon

 

https://global.xgimi.com/pages/halo-plus

The post ส่อง 10 โปรเจกเตอร์สำหรับคนอยากเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Devialet Mania ลำโพงบลูทูธรุ่นใหม่จาก Devialet ที่มีฟีเจอร์เด่นสามารถปรับเสียงให้เข้ากับสถานที่โดยอัตโนมัติ https://thestandard.co/devialet-mania/ Mon, 19 Dec 2022 13:10:53 +0000 https://thestandard.co/?p=725930

หลังจากปล่อยโปรดักต์ระดับอัลตราลักชัวรี Devialet Phanto […]

The post Devialet Mania ลำโพงบลูทูธรุ่นใหม่จาก Devialet ที่มีฟีเจอร์เด่นสามารถปรับเสียงให้เข้ากับสถานที่โดยอัตโนมัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากปล่อยโปรดักต์ระดับอัลตราลักชัวรี Devialet Phantom I ลำโพงบลูทูธที่ได้รับฉายาว่าแพงที่สุดในโลกออกสู่ท้องตลาด มาคราวนี้ Devialet แบรนด์เครื่องเสียงจากฝรั่งเศสก็เปิดตัว Devialet Mania ลำโพงบลูทูธพกพาราคาสบายกระเป๋ามากขึ้น ที่มีฟีเจอร์เด่นสามารถปรับเสียงให้เข้ากับสถานที่แบบอัตโนมัติ

 

Devialet Mania เป็นลำโพงทรงกลม กรุผ้าทอเพื่อความหรูหรา มีความสูง 170 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม พร้อมมือจับเรียบหรู เพื่อความสะดวกสบาย มีฟีเจอร์เด่นสามารถปรับเสียงให้เข้ากับสถานที่โดยอัตโนมัติ ด้วยไมโครโฟน 4 ตัว ทำให้ Devialet Mania เป็นผลิตภัณฑ์อัจฉริยะตัวแรกของบริษัทซึ่งเข้าถึงได้ด้วย 4 ภาษา โดยตั้งค่าผ่านแอปพลิเคชัน Devialet เพื่อสตรีมเพลงโปรดและฟังพอดแคสต์ผ่าน WiFi, Bluetooth 5.0, AirPlay 2 และ Spotify Connect สำหรับสายเอาต์ดอร์ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่คงทน Devialet Mania กันน้ำได้ระดับ IPX4 ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานถึง 10 ชั่วโมงที่ระดับเสียงปานกลาง 

 

ใครที่สนใจ Devialet Mania มีให้เลือก 2 สี คือสีดำและสีเทา ในราคา 33,990 บาท และสีพิเศษ Paris Opéra ประดับด้วยทองคำ 24K ในราคา 42,990 บาท สามารถดูตัวจริงได้ที่ Devialet by Deco 2000 ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ ดิ เอ็มควอเทีย, สยาม ทาคาชิมายะ ไอคอนสยาม และสาขาใหม่ล่าสุดที่พาวเวอร์ มอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม และตั้งแต่วันนี้ – 2 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ Devialet Cabin Popup ชั้น M, EM-Gallery ดิ เอ็มโพเรียม 

 

ภาพ: Courtesy of Brand

The post Devialet Mania ลำโพงบลูทูธรุ่นใหม่จาก Devialet ที่มีฟีเจอร์เด่นสามารถปรับเสียงให้เข้ากับสถานที่โดยอัตโนมัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตอบโจทย์สายลุยที่ต้องการความสะดวก กับ GoPro HERO11 Black Mini ฟังก์ชันครบ แต่ขนาดเล็กกว่าเดิม https://thestandard.co/gopro-hero11-black-mini/ Wed, 14 Dec 2022 11:37:26 +0000 https://thestandard.co/?p=723787

หลังเปิดตัว GoPro 11 มาซักพักใหญ่ GoPro ผู้ผลิตกล้อง Ac […]

The post ตอบโจทย์สายลุยที่ต้องการความสะดวก กับ GoPro HERO11 Black Mini ฟังก์ชันครบ แต่ขนาดเล็กกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังเปิดตัว GoPro 11 มาซักพักใหญ่ GoPro ผู้ผลิตกล้อง Action Camera ชื่อดัง ก็ได้เปิดตัวกล้องน้องใหม่ตระกูลเดิมที่มีขนาดเล็กกว่า เบากว่า ทำให้พกพาได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

GoPro HERO11 Black Mini เป็นแอ็กชันแคมน้องเล็กในตระกูล HERO11 ที่น่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากมีขนาดตัวที่เล็กกว่า เบากว่า ทำให้พกพาได้สะดวกยิ่งขึ้น ในด้านการใช้งานถือว่ามีความคล่องตัวและใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นการควบคุมผ่านปุ่มเพียงปุ่มเดียว ประสิทธิภาพของกล้องตัวนี้ไม่ได้น้อยไปกว่ารุ่นพี่เลย ด้วยเซ็นเซอร์รุ่นใหม่ขนาดใหญ่ขึ้นที่มี HERO11 Black ทำให้สามารถถ่ายวิดีโออัตราส่วนภาพ 8:7 ในมุมมองแนวตั้ง ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมด้วยวิดีโอที่แสดงสีได้มากถึง 1 พันล้านเฉดสี เพื่อมุมมองภาพกว้างและสมจริงที่สุด

 

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีระบบกันสั่น HyperSmooth 5.0 พร้อมระบบปรับระดับเส้นขอบฟ้า Horizon Lock 360 องศาในตัว ทำให้วิดีโอไม่สั่นแม้กล้องจะหมุน 360 องศาระหว่างจับภาพ, Superview ที่ความละเอียด 5.3K 60fps และ 4K 120fps และครอปภาพจากวิดีโอได้ความละเอียดภาพ 24.7mpx, เลนส์ดิจิทัล HyperView แบบ Hyper-Immersive ให้มุมมองภาพ 16:9 กว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมาในกล้อง HERO ในด้านโหมดการทำงาน มีการเพิ่มโหมด Night Effect Time Lapse ใหม่ 3 โหมด อีกทั้งยังมีโหมด TimeWarp 3.0 ที่ความละเอียด 5.3K และโหมด Easy, Pro ให้เลือกใช้ได้ตามความถนัด ปิดท้ายด้วยการปรับปรุงแบตเตอรี่ให้เป็นแบบ Enduro เพิ่มสมรรถนะกล้องในสภาพอากาศเย็นและอบอุ่น ยืดเวลาถ่ายวิดีโอได้สูงสุดถึง 38%

 

ใครที่สนใจอยากจะเป็นเจ้าของ สามารถหาซื้อ GoPro HERO11 Black Mini ได้ตามร้านขายอุปกรณ์กล้องชั้นนำ หรือช่องทางออนไลน์ GoPro by Mentagram ที่ Shopee หรือ Lazada ราคาเพียงแค่ 15,000 บาทเท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://gopro.com

 

ภาพ: GoPro

The post ตอบโจทย์สายลุยที่ต้องการความสะดวก กับ GoPro HERO11 Black Mini ฟังก์ชันครบ แต่ขนาดเล็กกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อยากแข่งกับ Apple? รวมอัปเดต Google เปิดตัว Tablet, Smartphone, Watch และอีกมากในงาน Google I/O 2022 https://thestandard.co/google-io-2022-event/ Fri, 13 May 2022 07:50:37 +0000 https://thestandard.co/?p=628351 Google

‘Google’ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ IT เปิดตัวผลิตภัณฑ์มากมายผ่ […]

The post อยากแข่งกับ Apple? รวมอัปเดต Google เปิดตัว Tablet, Smartphone, Watch และอีกมากในงาน Google I/O 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google

‘Google’ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ IT เปิดตัวผลิตภัณฑ์มากมายผ่านการประชุมสำหรับผู้พัฒนา และมุ่งมั่นที่จะไปให้ไกลกว่าธุรกิจโฆษณาของตนเองในปัจจุบัน รวมไปถึงการก้าวขึ้นไปแข่งขันกับ ‘Apple’

 

ในการประชุมสำหรับนักพัฒนาครั้งแรกในรอบ 3 ปีนั้น Google ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ 3 รุ่น และสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกขององค์กร รวมไปถึงแผนการเปิดตัวแท็บเล็ตใหม่ในปีหน้า

 

ทั้งนี้ Google ยังประกาศอัปเดตเครื่องมือยอดนิยมของตนเองหลายรายการได้แก่ Google Maps, Google Translate และ Google Search

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง

 


 

สมาร์ทโฟน Pixel 3 รุ่น

Google ยั่วแฟนๆ ของผลิตภัณฑ์ด้วยการเปิดตัวอุปกรณ์เรือธงได้แก่ Pixel 7 และ Pixel Pro และแม้ว่าบริษัทจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนัก แต่คาดว่าสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นจะวางจำหน่ายในฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึง

 

Google

 

 

และ Google ยังประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน Pixel 6a ซึ่งเป็นรุ่นที่ราคาไม่แพงมากของ Pixel 6 ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี โดย Pixel 6a ใช้พลังงานจากชิป Tensor ของ Google และมี 3 สี ได้แก่ เขียว ขาว และดำ โดยราคาจะอยู่ที่ 499 ดอลลาร์ และจะวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม

 

Pixel Watch

สมาร์ทวอทช์ไม่ได้ขาดตลาด Android สักเท่าไร แต่เป็นครั้งแรกที่ Google วางแผนจะพัฒนาสมาร์ทวอทช์ใหม่เป็นของตัวเอง

 

เป็นอีกครั้งที่ Google ยั่วยวนแฟนๆ ด้วยการเปิดตัว Pixel Watch นาฬิกาอัจฉริยะ ซึ่งจะใช้ระบบปฏิบัติการ Wear OS ของ Google และสามารถสั่งการด้วยเสียงกับบริการต่างๆ ของ Google ได้ เช่น Google Assistant, Google Maps และ Google Wallet

 

และการใช้งานร่วมกับ Fitbit ที่ Google ซื้อกิจการมาในปี 2019 จะเพิ่มคุณสมบัติหลายแบบเกี่ยวกับการติดตามการออกกำลังกาย โดย Pixel Watch จะวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิพร้อมกับ Pixel 7

 

Pixel Buds Pro

Google ยังประกาศเปิดตัวหูฟังบลูทูธรุ่นใหม่อย่าง Pixel Buds Pro

 

โดยจะมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ ส้ม เขียว ขาว และดำ มาพร้อมกับคุณสมบัติต่างๆ เช่น การตัดเสียงรบกวน และเสียงรอบทิศทาง โดยจะวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคมเช่นเดียวกับ Pixel 6a

 

Google

 

สีผิวใหม่!

Google กำลังเปิดตัวสีผิวใหม่ และหวังให้ผลิตภัณฑ์มีความ ‘ครอบคลุม’ มากขึ้น

 

บริษัทด้านความงามและบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งยังจัดประเภทผิวตามมาตราส่วน Fitzpatrick ที่พัฒนามาตั้งแต่ยุค 1970 โดยแพทย์ผิวหนังของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  เพื่อจำแนกว่าสีผิวต่างๆ ตอบสนองต่อแสง UV อย่างไร

 

แม้จะมีแค่ 6 เฉด แต่มันถูกใช้ในบริษัทเทคโนโลยีมาหลายปีแล้ว เพื่อกำหนดโทนสีของ ‘อีโมจิ’

 

บริษัทกล่าวว่าจะเริ่มใช้มาตราส่วนสีผิวของ ‘Monk’ ซึ่งพัฒนาโดยศาสตราจารย์เอลลิส มังก์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด รวมไปถึงสีผิวอีก 10 เฉดที่แตกต่างกัน

 

Google ใช้มันเพื่อทำสิ่งต่างๆ เช่น ทดสอบโมเดล AI ทำงานกับคนที่มีโทนผิวต่างกันได้ดีเช่นไร รวมไปถึงการค้นหารูปภาพผ่าน Google Image เช่น การค้นหารูปภาพความงามให้แคบลงโดยการใช้เฉดสีผิว โดยทางบริษัทตั้งใจที่จะทำให้เป็น Open-Source เพื่อให้คนอื่นใช้ได้

 

Google

 

Virtual Cards

Google ยังได้เปิดตัวบัตรเครดิตจำลองเพื่อช่วยปกป้องข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้ในขณะที่พวกเขากำลังซื้อของออนไลน์

 

คุณสมบัตินี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างเลขบัตรเสมือนจริงขึ้นมา และใช้ในการป้อนอัตโนมัติแทนข้อมูลของบัตรจริงได้บนโทรศัพท์ Android หรือ Google Chrome โดยจะปิดบังหมายเลขบัตรจริงจากบริษัทที่พวกเขากำลังใช้จ่ายด้วย

 

และจะเปิดตัวในฤดูร้อนนี้ โดยเริ่มที่ผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกาที่ใช้บัตรเครดิต Visa, American Express และ Capital One ซึ่ง Google กล่าวว่ามีแผนจะเพิ่มการรองรับสำหรับ Mastercard ในปลายปีนี้

 

ควบคุมความเป็นส่วนตัวเมื่อค้นหา

หนึ่งในคุณสมบัติที่เปิดตัวเมื่อวันพุธ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ใช้ ‘ควบคุม’ ผลลัพธ์ที่แสดงเมื่อมีการค้นหาชื่อของพวกเขาได้มากขึ้น

 

Google

 

คุณสมบัตินี้จะใช้ได้ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า จะทำให้ผู้ใช้ร้องขอให้ลบข้อมูลส่วนตัวของพวกเขา เช่น เบอร์ อีเมล และที่อยู่ จากการค้นหาได้ง่ายขึ้น

 

ทั้งนี้ บริษัทตั้งใจจะให้ผู้ใช้ปรับแต่งโฆษณาที่พวกเขาเจอขณะท่องอินเทอร์เน็ต ด้วยการเลือกแบรนด์และประเภทของโฆษณาที่พวกเขาอยากเห็นและไม่อยากเห็น

 

ภาพ: Courtesy of Google

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post อยากแข่งกับ Apple? รวมอัปเดต Google เปิดตัว Tablet, Smartphone, Watch และอีกมากในงาน Google I/O 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
แว่นอัจฉริยะ Apple Glasses อาจเปิดตัวสิ้นปีหน้า คาดว่าพลังประมวลผลจะเทียบเท่า Mac เลยทีเดียว https://thestandard.co/apple-glasses-launch-at-end-of-next-year/ Mon, 29 Nov 2021 12:10:09 +0000 https://thestandard.co/?p=565734 Apple Glasses

“แว่นตา Apple Glasses จะมีพลังการประมวลผลเท่าคอมพิวเตอร […]

The post แว่นอัจฉริยะ Apple Glasses อาจเปิดตัวสิ้นปีหน้า คาดว่าพลังประมวลผลจะเทียบเท่า Mac เลยทีเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple Glasses

“แว่นตา Apple Glasses จะมีพลังการประมวลผลเท่าคอมพิวเตอร์ Mac และจะเตรียมเปิดตัวในสิ้นปีหน้า 2022” หมิงชี่กัว นักวิเคราะห์ชั้นนำจาก TFI Asset Management กล่าวในหมายเหตุถึงนักลงทุนเมื่อวันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน

 

หมิงชี่กัว ถือเป็นหนึ่งคนที่คาดการณ์ผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่จะเปิดตัวในอนาคตได้อย่างแม่นยำ ซึ่งคาดการณ์จากงานวิจัยเกี่ยวกับซัพพลายเชนของ Apple ที่เขาทำการศึกษาวิจัยอยู่ 

 

โดย หมิงชี่กัว กล่าวว่า “พลังการประมวลผลที่มหาศาลของ Apple Glasses จะช่วยให้แว่นตาของ Apple โดดเด่นกว่าคู่แข่ง เนื่องจากมันสามารถทำงานได้โดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์” แต่รายงานครั้งก่อนหน้านี้ระบุว่า ต้องเชื่อมต่อกับ iPhone จึงจะใช้งานได้

 

ซึ่งพลังการประมวลผลที่มากขนาดนี้ จะมาจากชิปที่ Apple เพิ่งคิดค้นขึ้นมาอย่างชิป M1 ที่มีพลังประมวลผลมากกว่าชิปของ Intel และยังกินพลังงานแบตเตอรี่น้อยกว่าอีกด้วย ซึ่ง M1 นี้ถูกใส่เข้าไปในสินค้าที่เพิ่งเปิดตัวไปอย่าง MacBook Pro และ หมิงชี่กัว กล่าวว่า “แว่น Apple Glasses ก็จะใช้ชิป M1 ในการประมวลผล”

 

นอกจากนั้นยังกล่าวว่า “บริษัทจะวางตำแหน่งทางการตลาดของ Apple Glasses ให้เป็น ‘อุปกรณ์เสริมสำหรับ iPhone’ ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับทั้ง AirPod และ Apple Watch ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายซึ่งกันและกันของทั้งผลิตภัณฑ์หัวหอกอย่าง iPhone และอุปกรณ์เสริมต่างๆ

 

โดย Apple Glasses นี้เป็นแว่นอัจฉริยะที่สามารถสร้างภาพเสมือนทับบนโลกแห่งความเป็นจริงผ่านเลนส์ได้ หรือที่เรียกว่า Augmented Reality (AR) ซึ่ง Apple ได้ซุ่มพัฒนา AR และใส่เทคโนโลยีไว้บน iPhone มานานหลายปีแล้ว แต่แว่น Apple Glasses นี้จะเข้ามาเพิ่มขีดจำกัดการใช้เทคโนโลยี AR นี้ให้ล้ำขึ้นไปอีกขั้น

 

ในส่วนของหุ้น Apple ร่วงลงมากกว่า 2% เมื่อวันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน ร่วงลงไปตามตลาดที่มีการเทขายอย่างหนัก จากความกังวลในการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกา

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post แว่นอัจฉริยะ Apple Glasses อาจเปิดตัวสิ้นปีหน้า คาดว่าพลังประมวลผลจะเทียบเท่า Mac เลยทีเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กฯ-สินค้าไอที’ พุ่งรับกำลังซื้อฟื้นปลายปี ด้าน SVI ชนซิลลิ่ง หลังประกาศงบไตรมาส 3 กำไรโตเกินคาด https://thestandard.co/stocks-of-electronic-parts-and-it-products-risen/ Thu, 11 Nov 2021 10:12:11 +0000 https://thestandard.co/?p=558809 Stocks of electronic parts and IT products

หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าไอทีพุ่งสวนทางด […]

The post ‘หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กฯ-สินค้าไอที’ พุ่งรับกำลังซื้อฟื้นปลายปี ด้าน SVI ชนซิลลิ่ง หลังประกาศงบไตรมาส 3 กำไรโตเกินคาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Stocks of electronic parts and IT products

หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าไอทีพุ่งสวนทางดัชนี SVI ชนซิลลิ่ง ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 7.25 บาท หรือ +29.46% ขณะที่ COM7 วอลุ่มแน่นเป็นอันดับ 1 ของตลาด ปิดซื้อขายภาคเช้าที่ 75.75 บาท หรือ +5.94%

 

บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (11 พฤศจิกายน) ดัชนีย่อตัวในแดนลบภายหลังการเปิดซื้อขายไม่นาน และลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 1,626.80 จุด จากนั้นค่อยขยับขึ้นและปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 1,631.08 จุด เพิ่มขึ้น 0.61 จุด หรือ 0.04% 

 

โดยหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นคือหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มสินค้าไอที ดังนี้

 

COM7 เพิ่มขึ้น 5.94% 

SVI เพิ่มขึ้น 29.46% 

KCE ราคาไม่เปลี่ยนแปลง  

JMART เพิ่มขึ้น 1.71% 

CCET เพิ่มขึ้น 10.69% 

TEAM เพิ่มขึ้น 6.69% 

 

โดยเมื่อวานนี้ (10 พฤศจิกายน) บมจ.เอสวีไอ หรือ SVI รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 มีกำไรสุทธิ 521 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้น 214.7% หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ ปัจจัยสนับสนุนมาจากการบริหารจัดการด้านต้นทุนและซัพพลายเชนในการจัดซื้อวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงบริษัทยังสามารถเจรจาปรับราคาสินค้ากับคู่ค้าได้ ทำให้อัตราการทำกำไรในไตรมาสนี้ปรับตัวขึ้นเป็น 11.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 4.3% และยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทที่เฉลี่ยอยู่ที่ 4-5%  

 

ขณะที่รายได้รวมในไตรมาส 3/64 มีจำนวน 4,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงขึ้น 15.2% หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์ขยายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมและระบบเครือข่ายไร้สายสำหรับการสื่อสาร เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ส่งสัญญาณความเร็วสูงสำหรับ 5G หรือ Optical Transceiver กล้องวงจรปิดที่รองรับเทคโนโลยี AI และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์อัจฉริยะและขนส่งสาธารณะ หลังจากตลาดยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียนปรับตัวดีขึ้น  

 

สำหรับงวด 9 เดือนแรกปีนี้ มีกำไรสุทธิ 834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.56% หรือคิดเป็นอัตราการทำกำไรสุทธิ 7.1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 5.1% โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 11,705 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

สมชาย สิริปัญญานนท์ กรรมการผู้จัดการ SVI กล่าวว่า ปีนี้มั่นใจว่ารายได้จากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะเติบโตได้ตามเป้าหมาย 10% โดยบริษัทมุ่งให้ความสำคัญกับการจัดการวัตถุดิบด้านซัพพลายเชน และหลังจากการเข้าซื้อกิจการ โทโฮกุ ไพโอเนียร์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการผลิตอุปกรณ์สำหรับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ SVI จะมีความมั่นคงด้านวัตถุดิบและบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้ดี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และช่วยส่งเสริมการดำเนินงานในปีนี้ให้เติบโตได้ตามแผน 

 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประเมินว่าแนวโน้มกำไรของ SVI ในไตรมาส 4/64 และปี 2565 จะดีขึ้นต่อเนื่อง จากการที่บริษัทโฟกัสขยายลูกค้าในกลุ่มธุรกิจ 5G, Cloud Computing, Microelectronics และ Industrial Cameras นอกจากนี้ ในปี 2565 บริษัทอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตในสโลวาเกียและกัมพูชา

 

ทั้งนี้ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปีนี้ และปีหน้าขึ้นปีละ +41% สะท้อน GPM ที่ดีกว่าคาดในไตรมาส 3 ปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้กำไรสุทธิปีนี้และปีหน้า เติบโตขึ้น 39% และ 11% ตามลำดับ

 

แนะนำซื้อ SVI ให้ราคาพื้นฐาน 8.90 บาท อิงกับ P/E ปี 22F ที่ 18 เท่า ปัจจัยเสี่ยงต่อราคาหุ้นคือ การขาดแคลนชิป, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าคาด

 

ณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า วันนี้หุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าไอทีได้รับความสนใจอย่างมาก ขณะที่ราคาหุ้นก็ปรับเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้รับกระแสความสนใจมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หลังจาก KCE แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ซึ่งกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ซึ่งจะเห็นได้ว่าหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้เช่นกัน 

 

“ผลประกอบการกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในไตรมาส 3 ออกมาค่อนข้างดี หลายบริษัทมีกำไรดีกว่าที่คาดการณ์ ยกเว้นเพียง DELTA ที่กำไรไตรมาส 3 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนปรับเพิ่มขึ้นในวันนี้”​

 

เขากล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่มสินค้าไอที ราคาหุ้นเริ่มทยอยเพิ่มขึ้นเนื่องจากตลาดเกิดความมั่นใจเพิ่มขึ้นว่ายอดขายสินค้าไอทีจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4 จากที่ก่อนหน้านี้มีความกังวลกันเล็กน้อยถึงกระแส Work from Home ที่ซาลงอาจกระทบยอดขายผลิตภัณฑ์ 

 

โดย บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 จำนวน 194.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.11% จากไตรมาส 3/63 ที่มีกำไรสุทธิ 170.83 ล้านบาท นักลงทุนจึงใช้ผลประกอบการของ SYNEX เป็นไกด์ไลน์สำหรับบริษัทอื่นๆ ในธุรกิจเดียวกัน 

 

“ตอนนี้กระแส WFH เริ่มลดลง แต่เชื่อว่ายอดขายสินค้าไอทีจะไม่ลดลง เพราะจะมีกำลังซื้อที่แท้จริงเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนที่ทดแทนกันได้ในแง่ยอดขาย” ณัฐพล กล่าว  

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ‘หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กฯ-สินค้าไอที’ พุ่งรับกำลังซื้อฟื้นปลายปี ด้าน SVI ชนซิลลิ่ง หลังประกาศงบไตรมาส 3 กำไรโตเกินคาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Samsung เปิดตัว Galaxy Watch 4 และ Buds 2 Maison Kitsuné Edition พร้อมให้สั่งจองแล้ววันนี้ https://thestandard.co/samsung-galaxy-watch-4-buds-2-maison-kitsune-edition/ Fri, 22 Oct 2021 05:12:34 +0000 https://thestandard.co/?p=551128 Samsung

Samsung จัดงาน Unpacked Part 2 พร้อมเปิดตัวการร่วมงานพิ […]

The post Samsung เปิดตัว Galaxy Watch 4 และ Buds 2 Maison Kitsuné Edition พร้อมให้สั่งจองแล้ววันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Samsung

Samsung จัดงาน Unpacked Part 2 พร้อมเปิดตัวการร่วมงานพิเศษกับแบรนด์แฟชั่นลูกครึ่งฝรั่งเศส-ญี่ปุ่น อย่าง Maison Kitsuné ในนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ Galaxy Watch 4 และหูฟังไร้สาย Galaxy Buds 2 Maison Kitsuné Edition พร้อมเปิดให้สั่งจองในประเทศไทยแล้ววันนี้

 

เริ่มกันที่นาฬิกาอัจฉริยะ Galaxy Watch 4 Maison Kitsuné Edition ที่มาพร้อมกับสายพิเศษสองสี คือ สีครีม Moonrock Beige ที่จะมีโลโก้สุนัขจิ้งจอกและดวงดาวแกะสลักอยู่บนสาย และสีเทา Stardust Gray ที่ได้แรงบันดาลใจจากอวกาศที่ชื่อ Galaxy บรรจุหีบห่อในกล่องลาย Fox Head ด้านหน้ากล่อง พร้อมด้วยแอ็กเซสซอรีเป็นชาร์จรุ่นพิเศษ และการ์ด Samsung x Maison Kitsuné 

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by Samsung Mobile (@samsungmobile)

 

 

ส่วนหูฟังไร้สาย Galaxy Buds 2 Maison Kitsuné Edition จะมาในเคสชาร์จและหูฟังสี Moonrock Beige และตัวหูฟัง Earbud ข้างขวามาในลายหัวของสุนัขจิ้งจอก ในขณะที่ตัวหูฟังข้างซ้ายเป็นลายหางของสุนัขจิ้งจอก แทนความหมายของการเดินทางข้ามผ่านจักรวาล พร้อมกับแอ็กเซสซอรีเสริมเป็นเคสหนังสี Stardust Gray

 

เท่านั้นยังไม่พอ เพื่อเสริมความพิเศษของการร่วมงานครั้งนี้ Samsung ยังปล่อยเพลย์ลิสต์พิเศษจากค่ายเพลง Kitsuné Musique เพื่อผลิตภัณฑ์คอลเล็กชันนี้โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถฟังได้ผ่านทางลิงก์ Special Viewer ที่จะปรากฏบนภาพพื้นหลังสมาร์ทโฟนในธีม Maison Kitsuné สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สามารถติดตั้งได้จากการ์ด NFC ที่มาในกล่องของอุปกรณ์

 

นอกจากสองอุปกรณ์นี้แล้ว ทาง Samsung ยังได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนฝาพับรุ่น Galaxy Z Flip 3 Bespoke Edition ที่ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งสีสันของตัวเครื่องได้ ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 49 เฉดสี และนาฬิกา Galaxy Watch 4 Bespoke Edition นาฬิกาอัจฉริยะที่สามารถจับคู่สีตัวเรือน ขนาดหน้าปัด และสายได้ตามความต้องการ โดยจะวางจำหน่ายในประเทศเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส แคนาดา และออสเตรเลีย ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป

 

ภาพ: Samsung

The post Samsung เปิดตัว Galaxy Watch 4 และ Buds 2 Maison Kitsuné Edition พร้อมให้สั่งจองแล้ววันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง สิ่งที่ทำให้ ‘นู สกิน’ กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ปรับตัวเพื่อรองรับโอกาสของอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/nu-skin-strong-adaptation-business-model/ Tue, 19 Oct 2021 10:00:34 +0000 https://thestandard.co/?p=549467 นู สกิน

ไม่ว่าเมื่อไรก็ตาม ‘สุขภาพและความงาม’ คือเมกะเทรนด์ที่ไ […]

The post นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง สิ่งที่ทำให้ ‘นู สกิน’ กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ปรับตัวเพื่อรองรับโอกาสของอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
นู สกิน

ไม่ว่าเมื่อไรก็ตาม ‘สุขภาพและความงาม’ คือเมกะเทรนด์ที่ไม่เคยหล่นหายไปจากพฤติกรรมของผู้บริโภค

 

เรื่องนี้สะท้อนได้จาก ‘อุตสาหกรรมความงามทั่วโลก’ ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าในปี 2021 อุตสาหกรรมนี้จะมีมูลค่ากว่า 5.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 17 ล้านล้านบาท 

 

และด้วยอัตราการเติบโตประมาณ 4.75% ต่อปี ทำให้มีการประเมินว่า มูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 7.16 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 23.7 ล้านล้านบาท ในปี 2025 และเพิ่มเป็น 7.846 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 26.1 ล้านล้านบาทในปี  2027

 

ขณะเดียวกันพฤติกรรมของผู้บริโภคที่น่าสนใจคือ แนวคิดในวันนี้ได้เปลี่ยนไปเป็น ‘การป้องกันดีกว่าการรักษา’ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและระบบการแพทย์ที่ดีขึ้น ทำให้การดูแลสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย ส่งผลให้เราใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ และมีเวลาในการทำสิ่งต่างๆ ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ได้มากขึ้น

 

ทั้งการเติบโตในเรื่องของอุตสาหกรรมความงาม และพฤติกรรมของผู้บริโภคในเรื่องของสุขภาพ เรียกได้ว่าสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของ ‘นู สกิน’

 

‘นู สกิน’ ผู้นำบิวตี้แกดเจ็ตยอดขายอันดับ 1 ของโลก 4 ปีซ้อน

สิ่งที่ทำให้ ‘นู สกิน’ กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับโลกที่ต้องจับตามองมาจากความโดดเด่นด้วย ‘นวัตกรรม’ โดยเฉพาะตัวสินค้าที่ขาย ‘ความแตกต่าง’ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มบิวตี้แกดเจ็ตที่มีหลากหลาย มาพร้อมงานวิจัยและรางวัลรองรับมากมาย

 

เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ตลอดจนการทำธุรกิจของคนยุคใหม่อย่างมาก จนมียอดขายบิวตี้แกดเจ็ตเป็นอันดับ 1 ของโลกถึง 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2017-2020 จากการสำรวจโดย Euromonitor

 

 

ต้องบอกว่า ‘นวัตกรรม’ ที่โดดเด่นของ นู สกิน เกิดจากการลงทุนกว่า 152.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างแล็บวิจัยขนาดใหญ่ของตัวเองถึง 2 แห่ง ที่อเมริกาและเซี่ยงไฮ้ ซึ่งการทุ่มลงทุนในด้านนวัตกรรมทำให้ นู สกิน ได้ครอบครองเทคโนโลยีทางด้านยีนของมนุษย์ มีเครื่องมือล้ำหน้าอย่าง ‘ยีนชิป (Gene Chip)’ ที่ใช้ในการศึกษาวิจัย จนปัจจุบันมีคลังข้อมูลยีนมากกว่า 330 ล้านยีน

 

 

ซึ่งนี่เองได้กลายเป็นรากฐานของเทคโนโลยี ‘เอจล็อค’ เอกสิทธิ์หนึ่งเดียวของ นู สกิน ที่ใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและความงามคุณภาพมากมาย จนผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอจล็อค มีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน

 

โมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

ปัจจุบัน นู สกิน ดำเนินธุรกิจในเกือบ 50 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งเป็นจุดแข็งในด้านความโปร่งใสของธุรกิจ 

 

ในปี 2020 มียอดขายทั่วโลกกว่า 2,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 7% จากปีก่อนหน้า ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 1 ล้านรหัสจากทั่วทุกมุมโลก โดยมีสัดส่วนของคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง 

 

นอกจากนวัตกรรมที่โดดเด่นแล้ว ต้องบอกว่าโมเดลธุรกิจของ นู สกิน ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะนู สกิน เปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วไปร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับแบรนด์ได้ง่ายมากๆ โดยไม่มีค่าสมัครและไม่ต้องลงทุน 

 

สามารถทำเป็น Dropship หรือ Affiliate Marketing ได้ และแผนการสร้างรายได้ก็ยืดหยุ่นสูง เหมาะกับทุกรูปแบบการทำงานของคนในยุคปัจจุบัน ที่สำคัญ สามารถทำทางออนไลน์และทางโซเชียลมีเดียได้ 100% พร้อมเครื่องมือสนับสนุนมากมายให้ใช้แบบฟรีๆ 

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า วันนี้ช่องทางออนไลน์กลายมาเป็นอีกหนึ่งช่องทางหลักของผู้บริโภคไปแล้ว อันเป็นผลมาจากการพัฒนาที่ก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยมีการประเมินว่ายอดขายออนไลน์จะคิดเป็น 48% ของอุตสาหกรรมความงามทั่วโลกภายในปี 2023

 

 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า โมเดลธุรกิจของ นู สกิน จึงเข้ามาตอบโจทย์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนี่เองได้เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่สำคัญและน้อยธุรกิจจะทำได้ นั่นคือสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศได้โดยง่าย เพราะ นู สกิน ลงทุนกับเทคโนโลยี คลาวด์ เพื่อรองรับระบบสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์แบบ 24 ชั่วโมง 

 

ตลอดจนระบบส่งสินค้าแบบ Fulfillment ที่ลิงก์กันทั่วโลก ซึ่งทั้งหมดนี้คือนิยามที่โดดเด่นของ นู สกิน หนึ่งในแบรนด์ที่ปรับตัวเพื่อรองรับโอกาสของอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง

 

โดยปัจจุบันมีคนไทยที่เป็นพาร์ตเนอร์ธุรกิจกับ นู สกิน ประสบความสำเร็จในระดับสูง และขยายฐานลูกค้าไปในประเทศทั่วโลก และนี่คือตัวอย่างของความสำเร็จเหล่านี้

 

 

 

สำหรับผู้ที่สนใจจะเป็นส่วนหนึ่งกับ ‘นู สกิน’ สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดได้ที่ https://www.nuskin.com/th_TH/home.html 

 

อ้างอิง:

The post นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง สิ่งที่ทำให้ ‘นู สกิน’ กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ปรับตัวเพื่อรองรับโอกาสของอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดตัว Apple ไม่ปัง ทำหุ้นกลุ่ม ‘Gadget’ ร่วง โบรกแนะทยอยสะสม เหตุดีมานด์ในประเทศยังแข็งแกร่ง ดันกำไรไตรมาส 4 พุ่ง https://thestandard.co/gadget-group-shares-fall/ Wed, 15 Sep 2021 10:54:31 +0000 https://thestandard.co/?p=536979 หุ้นกลุ่ม Gadget

หุ้นกลุ่ม Gadget วันนี้ (15 กันยายน) ราคาปรับตัวลดลงถ้ว […]

The post เปิดตัว Apple ไม่ปัง ทำหุ้นกลุ่ม ‘Gadget’ ร่วง โบรกแนะทยอยสะสม เหตุดีมานด์ในประเทศยังแข็งแกร่ง ดันกำไรไตรมาส 4 พุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นกลุ่ม Gadget

หุ้นกลุ่ม Gadget วันนี้ (15 กันยายน) ราคาปรับตัวลดลงถ้วนหน้า ท่ามกลางดัชนีตลาดหุ้นไทยที่เคลื่อนไหวอย่างผันผวนสลับแดนบวกและลบ ก่อนปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,628.04 จุด เพิ่มขึ้น 4.20 จุด หรือ 0.26%

โดยหุ้น COM7 ปรับตัวลง 3.74%

หุ้น SVOA ลดลง 1.90%

หุ้น CPW ลดลง 5.31%

หุ้น SYNEX ลดลง 5.52%

หุ้น SPVI ลดลง 4.38%

 

ธนัฐภัทร์ สุขศรีชวลิต นักวิเคราะห์หุ้นขนาดกลาง-เล็ก บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาหุ้นกลุ่มค้าปลีกมือถือที่ปรับลดลงวันนี้ เป็นแรงขายระยะสั้น หลังจากที่ราคาหุ้นก่อนหน้านี้ปรับเพิ่มขึ้นมาระยะหนึ่งจากแรงเก็งกำไรของนักลงทุนทั้งเรื่องการเปิดเมืองและการเปิดตัวสินค้าใหม่ โดยเฉพาะสินค้าจาก Apple ประกอบกับบรรยากาศภายหลังการเปิดตัวสินค้าใหม่ของ Apple ไม่ค่อยคึกคักมาก หลายสินค้าไม่ได้สร้างความประทับใจเพิ่ม ทำให้นักลงทุนเกิดการ Sell on Fact ออกมา

 

“ถ้ามองจากปัจจัยเรื่องการเปิดตัวสินค้าของ Apple ไม่สร้างความตื่นเต้นได้ตามคาด หุ้นที่ราคาร่วงมากกว่าก็คือหุ้นที่มีสัดส่วนการขายแบรนด์ Apple ค่อนข้างมากอย่าง COM7 ที่เห็นชัด แต่เชื่อว่าสินค้าใหม่ยังดึงกำลังซื้อได้ เพราะราคาไม่เพิ่มขึ้นสูงมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า” 

 

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาด้านกำลังซื้อในประเทศแล้ว เชื่อว่ายังแข็งแกร่ง เนื่องจากมีความต้องการอั้นอยู่ และสินค้ารุ่นใหม่ๆ ก็ไม่ได้เปิดตัวมานานแล้ว จึงเชื่อว่ากำลังซื้อจะกลับมาและสะท้อนในผลประกอบการไตรมาส 4 ปีนี้ 

 

“งบไตรมาส 3 น่าจะแย่สุดของปี ส่วนสินค้าใหม่จะเข้ามาขายในประเทศไทยราวเดือนตุลาคมปีนี้ ทำให้เชื่อว่าผลประกอบการไตรมาส 4 จะได้อานิสงส์เชิงบวกจากทั้งกำลังซื้อที่อั้นมานาน และสินค้าใหม่เปิดตัวซึ่งโดยปกติจะดันให้ยอดขายกระโดดอยู่แล้ว จังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาจึงแนะนำให้ทยอยเข้าซื้อ” 

 

บทวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ COM7 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิดระลอก 3 ส่งผลให้ COM7 ต้องปิดบริการร้านค้าในห้างสรรพสินค้า 29 จังหวัด ตลอดช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น COM7 ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ปรับตัวลงราว 11% เชื่อว่าการปรับฐานของราคาหุ้นในช่วงดังกล่าวได้สะท้อนประเด็นลบจากมาตรการล็อกดาวน์ที่จะกดดันกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ COM7 ไปมากพอสมควรแล้ว 

 

ขณะที่ บล.เคทีบีเอสที ประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ของ SYNEX มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิดระลอก 3 ที่รุนแรง จนทำให้รัฐบาลต้องกลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ส่งผลให้ยอดขายสินค้า Chain Store ในช่วงดังกล่าวของ SYNEX ลดลง

 

แต่คาดว่า ช่วงไตรมาส 4/64 ผลการดำเนินงานของ SYNEX จะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่น หลังธุรกิจเข้าไฮซีซัน ตามการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ เช่น iPhone, Xiaomi เป็นต้น นอกจากนี้สถานการณ์สินค้าขาดตลาดจะกลับมาดีขึ้น สะท้อนจากปัจจุบันที่เริ่มเห็นแนวโน้มดีขึ้นในกลุ่มสินค้า Printer

The post เปิดตัว Apple ไม่ปัง ทำหุ้นกลุ่ม ‘Gadget’ ร่วง โบรกแนะทยอยสะสม เหตุดีมานด์ในประเทศยังแข็งแกร่ง ดันกำไรไตรมาส 4 พุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
AirTag มาแน่! จับตา ‘ธุรกิจพันล้านดอลลาร์’ ตัวใหม่ไร้ที่ติของ Apple https://thestandard.co/airtag-apple-billion-dollar-business/ Sun, 25 Apr 2021 05:30:00 +0000 https://thestandard.co/?p=479490 AirTag มาแน่! จับตา ‘ธุรกิจพันล้านดอลลาร์’ ตัวใหม่ไร้ที่ติของ Apple

ในที่สุด Apple ก็เปิดตัว AirTag อุปกรณ์เสริมชิ้นเล็กที่ […]

The post AirTag มาแน่! จับตา ‘ธุรกิจพันล้านดอลลาร์’ ตัวใหม่ไร้ที่ติของ Apple appeared first on THE STANDARD.

]]>
AirTag มาแน่! จับตา ‘ธุรกิจพันล้านดอลลาร์’ ตัวใหม่ไร้ที่ติของ Apple

ในที่สุด Apple ก็เปิดตัว AirTag อุปกรณ์เสริมชิ้นเล็กที่เรียบหรูดูดีเพื่อช่วยติดตามและค้นหาสิ่งของสำคัญโดยอาศัยแอปฯ Find My จาก Apple ซึ่งไม่ว่าใครจะติด AirTag ไว้กับกระเป๋าถือ กุญแจ กระเป๋าเป้ หรือสิ่งของอื่นๆ AirTag ก็จะอาศัยเครือข่ายค้นหาที่กว้างไกลทั่วโลกเพื่อระบุตำแหน่งสิ่งของที่หายไป

 

ขณะที่โลกยังไม่รู้จัก AirTag ดี ทิม บาจาริน นักวิเคราะห์ชื่อดังฟันธงไว้แล้วบนเว็บไซต์ของ Forbes ว่า AirTag จะเป็นธุรกิจพันล้านตัวใหม่ที่อัดฉีดเงินมหาศาลสู่อาณาจักรธุรกิจ Apple 

 

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฐานผู้ใช้ iPhone ประมาณ 113 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา และ 900 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นลูกค้าซื้อ AirTag ไปใช้งานคนละหลายชิ้น

 

ผลงานการปฏิวัติตัวเอง

บาจารินมองว่า AirTag เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิวัติตัวเอกของ Apple เพราะในช่วง 40 ปีนับตั้งแต่คลุกคลีกับข้อมูลของ Apple มาตั้งแต่ปี 1981 ตัวเขาได้เห็น Apple เปลี่ยนจากการเป็นบริษัทคอมพิวเตอร์ ไปสู่บริษัทที่สร้างและส่งมอบผลิตภัณฑ์มากมายนอกเหนือจากระบบพีซีที่เป็นรากเหง้าดั้งเดิม 

 

ที่เห็นได้ชัดคือ iPad และ Apple Watch ที่มี CPU และมีระบบประมวลผลเหมือนคอมพิวเตอร์ แต่มีรูปแบบฟอร์มแฟกเตอร์ที่แตกต่างกันมาก

 

iPad Pro ใหม่ที่มาพร้อมชิป M1 ซึ่งเปิดตัวในวันเดียวกับ AirTag

iPad Pro ใหม่ที่มาพร้อมชิป M1 ซึ่งเปิดตัวในวันเดียวกับ AirTag

 

ความน่าสนใจคือ AirTag ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ Apple ยุคใหม่ ตรงนี้บาจารินอธิบายว่า ในขณะที่ผู้ก่อตั้ง Apple อย่าง สตีฟ จ็อบส์ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับการพา iMac และคอมพิวเตอร์รุ่นอื่นออกสู่ตลาด 

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไป จ็อบส์กลับมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในเรื่องการเปลี่ยนรูปแบบคอมพิวเตอร์พีซีส่วนบุคคล จน Apple เปิดตัว iPod ในปี 2001

 

ความสำเร็จของ iPod ทำให้จ็อบส์เปลี่ยนชื่อ Apple เสียใหม่ โดยทิ้งภาพที่เคยสร้างในช่วง 24 ปีแรกของ Apple Computer มาเป็นบริษัทที่สร้าง ‘ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่คอมพิวเตอร์’ ทำให้เจ้าพ่อผลไม้กลายเป็นบริษัท Apple Inc. และยกเลิกการกำหนดชื่อคอมพิวเตอร์ทั้งหมด

 

สิ่งนี้เองที่บาจารินมองว่าเป็นการเริ่มปูทางให้ Apple สร้างธุรกิจระดับพันล้านดอลลาร์ตัวใหม่ได้อยู่เสมอ นับตั้งแต่ iPod เข้าสู่ตลาด Apple ได้สร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก ซึ่งชี้ให้เห็นว่า Apple มีความสามารถที่ไม่น่าเชื่อในการทำเงินหลายพันล้านจากสินค้าใหม่ที่เปิดตัว 

 

แม้จะมีบางผลิตภัณฑ์ เช่น Cube และ HomePod รุ่นใหญ่ที่ไม่ปังเท่าที่ควร แต่ความล้มเหลวนี้แทบไม่มีน้ำหนัก เพราะ iPad, Apple Watch, AirPods, แอปฯ และบริการมากมายของ Apple ต่างก็ฮอตจนเป็นธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะธุรกิจแอปฯ และบริการเพียงอย่างเดียวก็คาดว่าจะทำรายได้ประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2021 ซึ่งหากมีการแยกออกไปตั้งเป็นบริษัทใหม่ ธุรกิจนี้ก็จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่มากที่ติดอันดับ Fortune 100 ได้สบาย

 

 

สินค้าใหม่ล่าสุดที่เชื่อว่าจะเสริมให้ Apple มั่งคั่งขึ้นไปอีกคือ AirTag อุปกรณ์ติดตามสิ่งของหรือแทรกเกอร์ที่คล้ายกับสินค้าอย่าง Tile 

 

จุดต่างคือ AirTag มีขนาดเล็กกว่า มาพร้อมแบตเตอรี่แบบถอดได้ซึ่งเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ Find My โดย AirTag จะทำให้ผู้ใช้สามารถใส่อุปกรณ์ไว้ในกระเป๋าสตางค์ กระเป๋าเงิน คล้องจักรยาน หรือรถยนต์ เพื่อติดตามและค้นหาผ่านแอปฯ Find My

 

แต้มต่อสำคัญคือ Apple มีอุปกรณ์มากกว่า 1 พันล้านเครื่องที่มีแอปฯ Find My อยู่แล้วในปัจจุบัน ดังนั้นเมื่อมีใครซื้อ AirTag ก็สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Find My ที่มีอยู่เพื่อเริ่มใช้งาน AirTag ได้ทันที

 

ต่อยอดได้ตรงจุด

AirTag ถือเป็นการต่อยอดบนฐานพลังของแอปพลิเคชัน Find My ที่ไม่ธรรมดา เพราะสถิติล่าสุดชี้ว่าแอปฯ ‘ค้นหาของฉัน’ นี้เป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันที่มีคนใช้มากที่สุดบน Mac หรืออุปกรณ์ iOS 

 

บาจารินบอกว่าแม้แต่ภรรยาของเขายังใช้แอปฯ ค้นหาบน Apple Watch อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อค้นหา iPhone ที่เผลอไปวางผิดตำแหน่งอยู่ตลอดเวลา

 

คุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งของ AirTag คือการใช้ถ่านกระดุมธรรมดาเหมือนเครื่องคิดเลข จึงสามารถเปลี่ยนได้ง่ายเมื่อแบตเตอรี่หมด ซึ่งข้อมูลจาก Apple ประเมินว่า ถ่านบน AirTag มีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี  

 

หากลองคำนวณดูจะพบว่า AirTag ที่มีจำหน่ายในแบบแพ็ก 1 ชิ้น และ 4 ชิ้นในราคา 990 บาท และ 3,390 บาท ตามลำดับนั้น ขอเพียง Apple ขาย AirTag ได้ 35 ล้านชิ้นในปีแรก AirTag ก็จะเป็นสินค้าที่สร้างรายได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ 

 

 

แน่นอนว่าบาจารินมั่นใจว่า Apple จะทำได้สบาย เพราะนอกจากฐานอุปกรณ์มากกว่า 1 พันล้านเครื่องที่มีแอปฯ Find My อยู่แล้ว AirTag ยังมีจุดเด่นเรื่องการไม่มีค่าสมาชิกรายปีด้วย

 

Tile ลำบากแน่

ที่ผ่านมาอุปกรณ์ติดตาม Tile รุ่นพื้นฐานอย่าง Mate นั้นมีราคาเริ่มต้นที่ 24.99 ดอลลาร์ แต่ผู้ที่ต้องการฟีเจอร์พิเศษ เช่น บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรี และบริการแจ้งเตือนอัจฉริยะเมื่อเผลอลืม Tile ไว้จนแบตฯ หมด ก็จะสามารถสมัครสมาชิกรายปีที่เรียกว่า Tile Premium ได้ 

 

สนนราคาเริ่มต้นของบริการสมาชิกคือ 2.99 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ 29.99 ดอลลาร์ต่อปี ซึ่งผู้ใช้สามารถอัปเกรดเป็น Premium Protect ด้วยราคา 99.99 ดอลลาร์ต่อปีเพื่อแลกกับการรับประกันชำระเงินคืนให้สูง 1,000 ดอลลาร์ต่อปี หาก Tile ตรวจไม่พบสิ่งของนั้น

 

โมเดลธุรกิจของ Tile จึงอาจต้องเปลี่ยนแปลงในเร็ววัน จุดนี้เชื่อกันว่า AirTag อาจมีอิทธิฤทธิ์ดูดฐานผู้ใช้ iOS ไปจนเกลี้ยง เพราะแทบจะไม่มีเหตุผลอะไรให้ลูกค้ากลุ่มนี้เลือกซื้อ Tile อีกต่อไป ดังนั้นฐานลูกค้าที่เหลือจึงเป็นกลุ่ม Android ซึ่งอาจมีกำลังซื้อไม่แรงเท่า

ที่สุดแล้ว AirTag จึงเป็นตัวอย่างล่าสุดที่สะท้อนความสามารถของ Apple ในการสร้างธุรกิจใหม่ระดับพันล้านดอลลาร์ และไม่ต้องสงสัยเลยว่าหาก Apple แจ้งเกิดแว่นตา AR หรืออุปกรณ์แจ่มแจ๋วอื่นเพิ่มเติม ก็จะมีโอกาสสูงมากที่สินค้านั้นจะกลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจมูลค่าพันล้านดอลลาร์ในช่วงปีแรกที่วางจำหน่าย

 

ในเมื่อผ่านพันล้านดอลลาร์ได้ฉลุยในปีแรก เม็ดเงินอีกหลายพันล้านถัดมาก็ย่อมมีโอกาสถูกอัดฉีดเข้าสู่อาณาจักรธุรกิจ Apple อีกหลายระลอกแบบไม่รู้จบ!

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post AirTag มาแน่! จับตา ‘ธุรกิจพันล้านดอลลาร์’ ตัวใหม่ไร้ที่ติของ Apple appeared first on THE STANDARD.

]]>
Add To Basket? พวงกุญแจ Apple AirTag จาก Hermès https://thestandard.co/add-to-basket-apple-airtag-hermes/ Wed, 21 Apr 2021 08:42:14 +0000 https://thestandard.co/?p=478253 Add To Basket? พวงกุญแจ Apple AirTag จาก Hermès

AirTag อุปกรณ์ติดตามสิ่งของล่าสุดจาก Apple ที่เพิ่งปล่อ […]

The post Add To Basket? พวงกุญแจ Apple AirTag จาก Hermès appeared first on THE STANDARD.

]]>
Add To Basket? พวงกุญแจ Apple AirTag จาก Hermès

AirTag อุปกรณ์ติดตามสิ่งของล่าสุดจาก Apple ที่เพิ่งปล่อยออกมาในงานเปิดตัวสินค้าในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่มีชื่อว่า Spring Loaded เมื่อคืนที่ผ่านมา ในราคาอันละ 990 บาท ซึ่งแน่นอนว่าแก็ดเจ็ตต่างๆ ของ Apple ย่อมมาพร้อมกับแอ็กเซสซอรี Add To Basket? เลยขอเสนอพวงกุญแจ AirTag จาก Hermès ที่มาในราคาชิ้นละ 11,690 บาท ซึ่งสูงกว่าตัวอุปกรณ์ถึง 10 เท่าตัว 

 

 

AirTag Hermès ชุดแรกนี้มีทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสีส้มคลาสสิกของกล่องสินค้าแบรนด์, สี Bleu Indigo หนังสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ และสีน้ำตาล Fauve หนัง Barenia ที่เย็บเดินเส้นแบบเดียวกับการทำอานม้า และมาพร้อมกับการสลักตรา Clou de Selle อันเป็นเอกลักษณ์ที่ด้านหน้าแบบเดียวกับในฮาร์ดแวร์ของแบรนด์ ซึ่งนอกจากพวงกุญแจแล้ว ยังมีทั้งสายห้อยและแท็กกระเป๋าเดินทางแบบคล้องและแบบเข็มขัด ในราคาชิ้นละ 9,990 บาท และ 14,690 บาทให้เลือกด้วย

  

ส่วนใครที่ได้ AirTag มาครองแล้วรับรองว่า ทั้งกุญแจและกระเป๋าเดินทางไม่ว่าจะของ Rimowa หรือที่ได้มาฟรีจากบัตรเครดิตจะไม่หายไปไหนแน่นอน แต่ที่จะหายก็น่าจะเป็นเจ้า Hermès นี่แหละ

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

The post Add To Basket? พวงกุญแจ Apple AirTag จาก Hermès appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นกลุ่ม ‘Gadget’ เตรียมรับอานิสงส์นักลงทุนแห่ขุดบิตคอยน์ ทำการ์ดจอขาดตลาด นักวิเคราะห์ชู SYNEX โดดเด่น https://thestandard.co/gadget-stocks-bitcoin/ Thu, 14 Jan 2021 10:22:37 +0000 https://thestandard.co/?p=443079 หุ้นกลุ่ม ‘Gadget’ เตรียมรับอานิสงส์นักลงทุนแห่ขุดบิตคอยน์ ทำการ์ดจอขาดตลาด นักวิเคราะห์ชู SYNEX โดดเด่น

ราคาบิตคอยน์ที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา ดึงดูด […]

The post หุ้นกลุ่ม ‘Gadget’ เตรียมรับอานิสงส์นักลงทุนแห่ขุดบิตคอยน์ ทำการ์ดจอขาดตลาด นักวิเคราะห์ชู SYNEX โดดเด่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นกลุ่ม ‘Gadget’ เตรียมรับอานิสงส์นักลงทุนแห่ขุดบิตคอยน์ ทำการ์ดจอขาดตลาด นักวิเคราะห์ชู SYNEX โดดเด่น

ราคาบิตคอยน์ที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา ดึงดูดให้ ‘นักขุด’ บิตคอยน์กลับเข้าสู่ตลาดนี้อีกครั้ง ส่งผลต่อเนื่องไปยัง ‘การ์ดจอ’ ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักที่นำมาใช้สำหรับการขุดบิตคอยน์ที่มียอดขายดีขึ้น สะท้อนผ่านราคาหุ้น บริษัท NVIDIA Corporation ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น สอดคล้องกับราคาบิตคอยน์ที่ทะยานขึ้นมา

 

โดย NVIDIA Corporation เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแก็ดเจ็ตรายใหญ่ของโลก และความเคลื่อนไหวเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทเพิ่งประกาศเปิดตัวจอคอมพิวเตอร์สเปกสูงรุ่นใหม่ ทั้งสำหรับโน้ตบุ๊กและพีซี 

 

ขณะที่ฝั่งตลาดหุ้นไทย หุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากความต้องการการ์ดจอที่เพิ่มขึ้นของนักขุดบิตคอยน์ ก็คือ บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX 

 

หมิ่นหลิง หวัง นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า หุ้น SYNEX โดดเด่นสุดในกลุ่มผู้จัดจำหน่ายสินค้าแก็ดเจ็ตของไทย เนื่องจากเป็นดิสทริบิวเตอร์รายใหญ่ และมีสินค้าหลากหลายประเภท ซึ่งรวมถึง PC Component ด้วย

 

“เรื่องปรากฏการณ์ความต้องการการ์ดจอที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของนักลงทุนบิตคอยน์ถือเป็นปัจจัยบวกใหม่ของ SYNEX ซึ่งจากการเทียบความเคลื่อนไหวราคาบิตคอยน์และราคาหุ้น SYNEX ก็มีความสอดคล้องกันอยู่ ในเชิงพื้นฐานเอง จากการได้พบผู้บริหาร SYNEX ก็ได้ข้อมูลว่ามีความต้องการการ์ดจอเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการ์ดจอสเปกสูง ซึ่งเป็นสเปกที่นักขุดบิตคอยน์นิยมใช้” 

 

นอกจากนี้ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของผู้ผลิตและจำหน่ายแก็ดเจ็ตรายใหญ่ของโลกอย่าง NVIDIA ก็สามารถอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้เช่นกัน 

 

ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย แนะนำลงทุนหุ้น SYNEX ในราคาพื้นฐาน 19.70 บาท โดยคาดการณ์กำไรปกติในไตรมาส 4/63 ที่ 141 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากยอดขาย iPhone 12, iPad Air รุ่นใหม่, Apple Watch 6 ที่แข็งแกร่ง และ 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากปัจจัยตามฤดูกาลในไตรมาส 4 ที่แบรนด์สมาร์ทโฟนมักจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์เรือธงรุ่นใหม่ จึงมองกำไรจะแข็งแกร่งต่อเนื่องตามวัฏจักรขาขึ้นของผลิตภัณฑ์ระบบ 5G 

 

บล.กสิกรไทย จึงได้อัปเกรดราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 19.70 บาท โดยมีอัปไซด์ที่ 20.9%

 

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัย บล.กสิกร ได้จัดงาน KS C-Series กับบริษัทด้านแก็ดเจ็ต 3 แห่ง เพื่อพบปะกับผู้จัดการกองทุนในประเทศ 32 ท่าน และทำให้เกิดมุมมองว่าจะมีการเปิดตัวมือถือ 5G มากขึ้นในปีนี้ และคาดว่ากำไรของ COM7 และ SYNEX จะยังแข็งแกร่งต่อเนื่องในไตรมาส 4/63-1/64

 

จึงคงมุมมองเชิงบวก และยังเลือก SYNEX เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ ตามด้วย COM7 จากการเริ่มต้นของวัฏจักรขาขึ้นของผลิตภัณฑ์ระบบ 5G 

 

ณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปรากฏการณ์ที่นักลงทุนบิตคอยน์จะหันมาขุดเหรียญกันเพิ่มขึ้นหลังจากเกิดสภาวะขาดซัพพลายก็เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม มองภาพของการกลับมาขุดเหรียญในรอบนี้จะไม่ได้คึกคักเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2560-2561 ที่นักลงทุนบิตคอยน์ในไทยเริ่มลงทุนเพื่อขุดเหรียญ และเกิดปรากฏการณ์สินค้าประเภทชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ขาดตลาด 

 

สำหรับหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากความต้องการสินค้าแบบเฉพาะเจาะจงรอบนี้ คือกลุ่มแก็ดเจ็ตทั้งที่เน้นการขายส่ง คือ SYNEX, SVOA, SIS และผู้ขายปลีก คือ COM7 และ IT  

 

ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ ‘ซื้อ’ SYNEX ให้ราคาเป้าหมาย 18 บาท คาดกำไรไตรมาส 4/63 เติบโต 8% จากไตรมาสก่อน เติบโต 47% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน แข็งแกร่งแม้รายได้จะชะลอจากปีก่อน เพราะวันขาย iPhone ลดลง แต่ชดเชยจาก Margin ที่ขยายตัว แนวโน้มการเติบโตช่วง 3 ปีข้างหน้ายังสดใสจาก Mega Trend โดยเฉพาะ 5G หนุนความต้องการสินค้า IT ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดกำไรปี 2564-2566 เติบโตเฉลี่ยปีละ 12%

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post หุ้นกลุ่ม ‘Gadget’ เตรียมรับอานิสงส์นักลงทุนแห่ขุดบิตคอยน์ ทำการ์ดจอขาดตลาด นักวิเคราะห์ชู SYNEX โดดเด่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘FreeBuds 3i’ ทางเลือกหูฟังไร้สายอินเอียร์โมเดลใหม่ล่าสุด พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนจาก Huawei https://thestandard.co/huawei-freebuds-3i/ Wed, 08 Jul 2020 07:05:58 +0000 https://thestandard.co/?p=378254

ใครที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายอินเอียร์ที่มาพร้อมโหมดตัดเส […]

The post ‘FreeBuds 3i’ ทางเลือกหูฟังไร้สายอินเอียร์โมเดลใหม่ล่าสุด พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนจาก Huawei appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใครที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายอินเอียร์ที่มาพร้อมโหมดตัดเสียงรบกวนภายนอกมาใช้งานสักอัน บางที ‘FreeBuds 3i’ หูฟังตัวใหม่ล่าสุดจาก Huawei ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอาจจะเป็นคำตอบที่คุณมองหาอยู่ก็ได้

 

จุดเด่นของ FreeBuds 3i คือการเป็นหูฟังไร้สายแบบอินเอียร์ที่ให้พลังเสียงและเบสสุดแน่นจากไดรเวอร์ขนาด 10 มิลลิเมตร มาพร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน ‘Active Noise Cancellation’ ที่ทำงานร่วมกับไมโครโฟน 3 ตัวเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอกด้วยพลังเสียง 32 เดซิเบล ลดข้อจำกัดในการใช้งานระหว่างฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์ในสภาพแวดล้อมที่มีผู้คนพลุกพล่านและเสียงรบกวน 

 

FreeBuds 3i ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงและการคุยโทรศัพท์ได้ยาวนาน โดยสามารถฟังเพลงได้สูงสุด 3.5 ชั่วโมง และสนทนาโทรศัพท์ได้สูงสุด 2.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (หากใช้คู่กับเคสชาร์จจะสามารถฟังเพลงได้สูงสุด 14.5 ชั่วโมง และสนทนาโทรศัพท์ได้สูงสุด 10.5 ชั่วโมง)

 

ตัวหูฟังมีดีไซน์ขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักอันเบาสบาย มาพร้อมกับหัวซิลิโคนให้สลับสับเปลี่ยนใช้งานได้อีก 4 ขนาด น้ำหนักของหูฟังแต่ละข้างอยู่ที่ 5.5 กรัม ส่วนเคสชาร์จหนัก 51 กรัม มีให้เลือกสีเดียวคือสีขาว Ceramic White โดยสามารถเชื่อมต่อการใช้งานผ่านบลูทูธได้กับสมาร์ทดีไวซ์ในทุกระบบ (ใช้งานได้ดีและเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนของ Huawei)

 

แต่ข้อสังเกตเพียงเล็กน้อยคือความยากในเชิงการควบคุมการทำงานของตัว FreeBuds 3i โดยตรง ตัวอย่างเช่น หากต้องการจะกดหยุดหรือเล่นเพลงจะต้องแตะสองครั้งบริเวณจุดสัมผัสบนหูฟัง (ส่วนการแตะค้างบริเวณดังกล่าวเพื่อเปิด-ปิดโหมดตัดเสียงรบกวนภายนอกไม่ใช่ปัญหา เพราะอินเอียร์ตัดเสียงรบกวนแบรนด์อื่นๆ ก็ใช้วิธีการใกล้เคียงกัน) 

 

ซึ่งในกรณีที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่ของ Huawei การควบคุมหรืออิสระในการปรับแต่งจะค่อนข้างยากมากๆ หรือเรียกได้ว่า ‘ทำไม่ได้เลย’ ตรงข้ามกับการใช้งานคู่กับอุปกรณ์ของ Huawei ซึ่งสามารถโหลดแอปพลิเคชัน Huawei AI Life มาใช้ปรับแต่งคำสั่ง Shortcut ต่างๆ ได้ตามต้องการ แต่ยังคงต้องใช้การแตะสองครั้งบนหูฟังทั้งสองข้างเพื่อใช้คำสั่งต่างๆ นั่นหมายความว่าถ้าหูฟังข้างหนึ่งเลือกปรับเป็นคำสั่งหยุดหรือเล่นเพลงแล้ว อีกข้างจะเลือกคำสั่งใหม่ได้แค่อย่างเดียวเท่านั้น (หมายความว่าถ้าเลือกคำสั่งลัดเป็นการเล่นเพลงต่อไปก็จะไม่สามารถป้อนคำสั่งลัดเล่นเพลงก่อนหน้าได้)

 

สำหรับใครที่สนใจ Huawei FreeBuds 3i สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consumer.huawei.com/th/accessories/freebuds-3i/ โดยวางจำหน่ายแล้วในราคา 3,299 บาท

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ‘FreeBuds 3i’ ทางเลือกหูฟังไร้สายอินเอียร์โมเดลใหม่ล่าสุด พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนจาก Huawei appeared first on THE STANDARD.

]]>