Freddie Mercury Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/freddie-mercury/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 15 Jun 2026 03:57:13 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Michael ขึ้นแท่นหนังชีวประวัติดนตรีที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล แซงหน้า Bohemian Rhapsody https://thestandard.co/michael-highest-grossing-biopic/ Mon, 15 Jun 2026 03:57:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1218411 โปสเตอร์ภาพยนตร์ Michael หนังชีวประวัติของ Michael Jackson

Michael หนังชีวประวัติของราชาเพลงป๊อป Michael Jackson ข […]

The post Michael ขึ้นแท่นหนังชีวประวัติดนตรีที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล แซงหน้า Bohemian Rhapsody appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปสเตอร์ภาพยนตร์ Michael หนังชีวประวัติของ Michael Jackson

Michael หนังชีวประวัติของราชาเพลงป๊อป Michael Jackson ขึ้นแท่นภาพยนตร์ชีวประวัติดนตรีที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล โดยทำรายได้ในสหรัฐอเมริกา 358.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในต่างประเทศอีก 553.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมแซงหน้า Bohemian Rhapsody ภาพยนตร์ชีวประวัติของ Freddie Mercury แห่งวง Queen ที่เคยทำรายได้ไว้ 910.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย

 

ปัจจุบันนี้ภาพยนตร์เรื่อง Michael ทำรายได้รวมแล้ว 911.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และตอนนี้ภาพยนตร์ก็ยังคงฉายต่อเนื่องทั่วโลก ดังนั้นตัวเลขรายได้ก็จะขยับขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะสิ้นสุดการฉาย และยิ่งตอนนี้ภาพยนตร์กำลังเข้าฉายที่ญี่ปุ่น ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า Michael จะทำรายได้ทั่วโลกทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์เช่นกัน

 

นอกจากจะทำสถิติรายได้รวมแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังทำรายได้เปิดตัวสูงสุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับภาพยนตร์ชีวประวัติเกี่ยวกับดนตรี และยังเป็นหนังที่ทำรายได้สูงสุดสำหรับสตูดิโอ Lionsgate อีกด้วย

 

นี่จึงถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่สำหรับภาพยนตร์ที่มีทุนสร้างประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าพวกเขาจะต้องเสียเงินทุนราวๆ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะต้องปรับบทและถ่ายทำใหม่จากปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับภาพยนตร์บทดั้งเดิม ที่พวกเขาไม่สามารถเล่าเรื่องของคนที่ยื่นฟ้องร้อง Michael Jackson ในอดีต ดังนั้นทีมงานจึงต้องโละบทใหม่และถ่ายซ่อมอีกหลายวัน แต่ภาพรวมของหนังก็ยังทำได้ดี จนสามารถคืนทุนเดิม และยังมีงบประมาณสำหรับทำภาคต่อไปด้วย

 

ภาพ: Lionsgate

 

อ้างอิง:

 

The post Michael ขึ้นแท่นหนังชีวประวัติดนตรีที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล แซงหน้า Bohemian Rhapsody appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ผมไม่เคยเห็นเขาร้องไห้เลย” Brian May วง Queen จดจำชีวิตในช่วงท้ายของ Freddie Mercury https://thestandard.co/mercury-final-days-recounted/ Tue, 23 Jul 2024 01:00:33 +0000 https://thestandard.co/?p=961301

แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยไปมากกว่า 30 ปีแล้ว แต่ Brian May ก […]

The post “ผมไม่เคยเห็นเขาร้องไห้เลย” Brian May วง Queen จดจำชีวิตในช่วงท้ายของ Freddie Mercury appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยไปมากกว่า 30 ปีแล้ว แต่ Brian May ก็ยังคงจดจำชีวิตในช่วงท้ายของเพื่อนร่วมวง Queen อย่าง Freddie Mercury ผู้ล่วงลับได้ดี

 

Brian May เปิดใจถึง Freddie Mercury ฟรอนต์แมนแห่งวง Queen ที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 1991 ในวัยเพียง 45 ปี ซึ่งการจากไปของเขาทำให้ทั้งวงตัดสินใจเลิกทำงานในฐานะวง Queen ในตอนแรก เขาเผยว่า “เราเคยคุยกันแบบนั้นอยู่เสมอ ถ้าหากมีคนใดคนหนึ่งจากไป เพราะฉะนั้นเมื่อมันเกิดขึ้นจริง Roger (มือกลอง) กับผมจึงได้แต่โศกเศร้าเสียใจถึงขั้นสุด และพูดคุยกันว่ามันจบลงแล้ว โดยเป็นเวลานานมากที่เราไม่อยากแม้แต่จะพูดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ”

 

Brian May พูดถึงการใช้เวลากับเพื่อนรัก Freddie Mercury ในช่วงท้ายของชีวิตเขาด้วยว่า “เราทำอัลบั้มสุดท้ายชุด Made in Heaven กับเพลงต่างๆ ที่ Freddie ทิ้งเอาไว้ให้พวกเราเล่น และมันกลายเป็นงานที่เราทำด้วยใจรักจริงๆ เพราะเขาทิ้งส่วนนั้นส่วนนี้ที่น่ารักเอาไว้เต็มไปหมด

 

“ตอนนั้นเขาไม่ได้ฟูมฟายหรืออะไรเลย ผมไม่เคยเห็นเขาร้องไห้หรือมานั่งสงสารตัวเองเลยนึกออกไหม เขาไม่เคยทำแบบนั้น แต่เขาจะคอยชวนให้พวกเราทำเพลงหรือสิ่งต่างๆ อยู่ตลอด Freddie เป็นคนที่ให้แรงบันดาลใจเสมอมา ถ้าหากเขายังอยู่ตรงนี้ ผมมั่นใจว่าเราจะยังคงทำสิ่งที่เราทำมาตลอดต่อไป”

 

ภาพ: Dave Hogan / Hulton Archive / Getty Images

อ้างอิง: 

The post “ผมไม่เคยเห็นเขาร้องไห้เลย” Brian May วง Queen จดจำชีวิตในช่วงท้ายของ Freddie Mercury appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 THINGS WE LOVE ABOUT FREDDIE MERCURY STYLE MOMENTS ราชาร็อกแอนด์โรลผู้ปลดปล่อยตัวตนผ่านเครื่องแต่งกาย https://thestandard.co/7-things-we-love-about-freddie-mercury-style-moments/ Sun, 09 Jun 2024 07:54:34 +0000 https://thestandard.co/?p=943167

ในอุตสาหกรรมเพลงระดับโลก มีศิลปินจากคอมมูนิตี้ LGBTQIA+ […]

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT FREDDIE MERCURY STYLE MOMENTS ราชาร็อกแอนด์โรลผู้ปลดปล่อยตัวตนผ่านเครื่องแต่งกาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในอุตสาหกรรมเพลงระดับโลก มีศิลปินจากคอมมูนิตี้ LGBTQIA+ น้อยคนนักที่จะถูกขนานนามว่าเป็น ‘ตำนาน’ แต่หนึ่งในนั้นก็จะมีชื่อของ Freddie Mercury จารึกไว้ จากวลีดังที่เขาเคยกล่าวไว้หลังจากเป็นนักร้องนำวง Queen “ฉันไม่ได้จะมาเป็นดารา ฉันจะมาเป็นตำนาน” ซึ่งประโยคนี้เองก็พิสูจน์แล้วว่ามันคือเรื่องจริง แต่ไม่ใช่แค่บทบาทนักร้องเท่านั้นกับสถานะตำนาน เพราะในฐานะ ‘แฟชั่นไอคอน’ เขาก็สามารถขึ้นไปสู่จุดนั้นได้เช่นกัน 

 

อิทธิพลด้านแฟชั่นและดนตรีของ Freddie ได้แตกกิ่งก้านสาขาออกไปมากมาย ทั้งกับเหล่าศิลปินชื่อดัง เช่น Lady Gaga ไปจนถึงเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง David Bowie แต่ที่การันตีว่าเขาคือแฟชั่นไอคอนรุ่นใหญ่ตัวจริงคงจะหนีไม่พ้นการที่เรายังเห็นสไตล์สุดลื่นไหลของเขาเป็นแรงบันดาลใจในแวดวงแฟชั่นอยู่เสมอ 

 

วันนี้ THE STANDARD POP เลยจะพาทุกคนไปย้อนดูสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์และเต็มไปด้วยสัญญะเรื่องเพศสภาพของนักร้องนำวง Queen คนนี้กันว่า ตอนที่เขายังมีลมหายใจ เขาได้สร้างแรงกระเพื่อมผ่านเครื่องแต่งกายอย่างไร 

 

 

ICONIC TANK TOP

 

หากเอ่ยถึงชื่อ Freddie Mercury ขึ้นมา หลายๆ คนก็คงจะนึกถึงลุคที่โด่งดังที่สุดของเขาอย่างลุคเสื้อกล้ามและกางเกงสีขาว สไตลิ่งด้วยเข็มขัดและสายรัดแขนตอกหมุดในโชว์ Live Aid ปี 1985 เขาโชว์มัดกล้ามและขนหน้าอกบนเวทีอันเป็นสัญลักษณ์ของ ‘ความเป็นชาย’ ทำให้ลุคนี้เป็นภาพจำในช่วงยุค 80 ของนักร้องในตำนานคนนี้เลย สลัดภาพ Glam-Rock ไร้เพศสุดโต่งที่เขาชอบใส่ในยุค 70 ไปแบบสิ้นเชิง อีกทั้งลุคนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมทางเพศแบบซาดิสม์ผ่านเข็มขัดและสายรัดข้อแขนที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมย่อยของคอมมูนิตี้เกย์ในยุค 80 ด้วย 

 

 

 

YELLOW MILITARY JACKET

 

ภายในงาน Fashion Aid ปี 1985 งานการกุศลระดมทุนให้กับประเทศเอธิโอเปีย มีการรวมนักออกแบบแฟชั่นและเซเลบริตี้ชื่อดังมากมาย หนึ่งในลิสต์นั้นก็มีชื่อ Freddie Mercury ด้วย เขาปรากฏตัวในแจ็กเก็ตสไตล์ Military จาก David and Elizabeth Emanuel แบรนด์อังกฤษชื่อดัง เพื่อสวมบทบาทสมมติเป็นสามี-ภรรยากับนักแสดงสาว Jane Seymour นอกจากนั้นบนสเตจในช่วงยุค 80 เขาก็มักสวมแจ็กเก็ตกลิ่นอายทหารนี้ขึ้นโชว์อยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะบนเวทีที่ Wembley Stadium ในปี 1986 ซึ่งเป็นทัวร์ครั้งสุดท้ายของเขา ดังนั้นลุคนี้จึงเป็นภาพจำในช่วงท้ายของชีวิตราชาคนนี้เลยก็ว่าได้ 

 

 

CAMPY JUMPSUIT

 

ย้อนไปในปี 1974 ณ Madison Square Garden ใจกลางเกาะแมนฮัตตัน Freddie ได้ขึ้นโชว์ในชุดแคตสูทคอวีประดับเลื่อมทั้งตัว ลุคนี้กลายเป็นอีกลุคที่ฮือฮามากๆ ของเขา เพราะด้วยซิลูเอตและดีเทลที่จัดจ้านราวกับนางโชว์ โดยเบื้องหลังของลุคนี้ก็สะท้อนถึงความชอบในศาสตร์ละครเวทีของเขา ซึ่งยืนยันด้วยการแสดงร่วมกับ The Royal Ballet ในปี 1979 ความต้องการยกระดับโชว์และคนดูด้วยแฟชั่นกลิ่นอายผสมผสานละครเวที ซึ่งนั่นเป็นอีกเป้าหมายของ Freddie ที่ต้องการหลุดจากกรอบและขนบของแวดวงร็อกแอนด์โรลแบบเดิมๆ พร้อมพาวง Queen กลายเป็นร็อกสตาร์ค้างฟ้ามาจนถึงปัจจุบัน 

 

 

THE KIMONO

 

ขึ้นชื่อว่าเป็นวงร็อกแอนด์โรลที่ได้รับความนิยมสูงสุดอีกหนึ่งวง ทำให้ราชาอย่างวง Queen ต้องเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกเป็นประจำ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นก็เป็นหนึ่งในจุดหมายและเป็นสถานที่ที่ Freddie ได้รู้จักกับไอเท็มอย่าง ‘กิโมโน’ อีกหนึ่งไอเท็มที่เขาใช้แสดงการปลดแอกอัตลักษณ์ทางเพศ อีกทั้งยังสะท้อนไปถึงแบ็กกราวด์ที่เติบโตมาในความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเขา โดยค้นพบว่า Freddie สะสมกิโมโนไว้ถึง 50 ชิ้น และใส่ขึ้นโชว์หลายต่อหลายครั้ง แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือโชว์ในแคลิฟอร์เนียปี 1977 

 

 

THE FAMOUS CAPE

 

อย่างที่เราได้กล่าวไปว่า ตอนแรกในช่วงปี 1970 สไตล์ของ Freddie มีความ Glam-Rock ซึ่งอีกหนึ่งลุคที่เป็นภาพจำของแฟนๆ วง Queen ก็คงหนีไม่พ้นลุคผ้าคลุมระบายสีขาวสุดเฟมินีนของเขาที่ออกแบบโดย Zandra Rhodes เรียกว่าชุดนี้แสดงให้เห็นถึงการก้าวข้ามเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศของ Freddie เลย นอกจากนั้นยังสะท้อนถึงความอินในเรื่องงานดีไซน์ของเขา และสอดคล้องไปกับการยกระดับโชว์ของวง Queen ให้พิเศษกว่าใคร ดั่งประโยคที่ Freddie กล่าวไว้ว่า “นี่ไม่ใช่คอนเสิร์ต แต่เป็นแฟชั่นโชว์” 

 

 

SHADES OF RED

 

ลุคของ Freddie ที่เรากล่าวถึงจะเป็นสีโมโนโครมเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสีขาว สีเงินจากบรรดาเลื่อม มาจนถึงลุคสีแดงสุดแกลมจากมิวสิกวิดีโอเพลง It’s A Hard Life ที่เขาได้สวมชุดกุ้งสีแดง (Red Prawn Suit) ประดับขนนกที่ออกแบบโดย Natasha Korniloff สะท้อนให้เห็นถึงสไตล์สุดโต่งของเขาและความกล้าในการแต่งตัวอย่างไร้กรอบ โดยเล่นกับเรื่องดีเทล ซิลูเอต และสี นอกจากนั้นเรายังเห็นเขาใส่โททัลลุคสีแดงอีกหลายครั้งบนเวที เช่น ปี 1980 ที่เขาได้สวมกางเกงไวนิลสีแดงเข้ารูปกับท่อนบนเปลือยเปล่าขึ้นโชว์ใน Madison Square Garden 

 

 

 

FETISH VIBES

 

ปิดโมเมนต์แฟชั่นสุดไอคอนิกของ Freddie ไปกับลุคสุด Fetish ในทัวร์สหราชอาณาจักรปี 1978 ซึ่งเขาปรากฏตัวในชุดหนังพีวีซีสีดำทั้งหมด สไตลิ่งด้วยแว่นตาและหมวกสีดำ ซึ่งชูให้ลุคสะท้อนการแสดงออกถึงตัวตน LGBTQIA+ ของเขา อีกทั้งยังเป็นลุคที่แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านจากสไตล์สุด Androgyny มาสู่ Masculinity ในแบบฉบับของเขา นอกจากนั้นยังเป็นการชูวัฒนธรรมและรสนิยมทางเพศแบบ BDSM ผ่านแฟชั่นได้เป็นอย่างดี ทำให้ราชาในนามราชินีคนนี้ถือเป็นไอคอนของทุกเพศในเรื่องแฟชั่นสุดลื่นไหลเลย 

 

 

 

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT FREDDIE MERCURY STYLE MOMENTS ราชาร็อกแอนด์โรลผู้ปลดปล่อยตัวตนผ่านเครื่องแต่งกาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ้านของ Freddie Mercury ถูกวางขายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาเสียชีวิต ในราคากว่า 1.3 พันล้านบาท https://thestandard.co/freddie-mercury-lodge-fist-time-selling/ Mon, 25 Mar 2024 04:07:19 +0000 https://thestandard.co/?p=915086 Freddie Mercury

บ้าน Garden Lodge ของ Freddie Mercury ฟรอนต์แมนวง Queen […]

The post บ้านของ Freddie Mercury ถูกวางขายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาเสียชีวิต ในราคากว่า 1.3 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Freddie Mercury

บ้าน Garden Lodge ของ Freddie Mercury ฟรอนต์แมนวง Queen ผู้ล่วงลับ ได้รับการวางขายสู่ตลาดในราคา 38 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.3 พันล้านบาท ซึ่งนับเป็นการออกขายครั้งแรกตั้งแต่ที่เขาเสียชีวิตในวัยเพียง 45 ปี เมื่อปี 1991

 

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ปิดล้อมอย่างเป็นส่วนตัวในย่านเคนซิงตันของกรุงลอนดอน โดย Freddie Mercury ได้มอบบ้าน รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดภายในบ้าน ให้กับอดีตคู่หมั้นและเพื่อนที่สนิทที่สุดคนหนึ่งของเขาอย่าง Mary Austin ซึ่งตั้งแต่ที่เขาจากโลกนี้ไปด้วยภาวะแทรกซ้อนจากโรคเอดส์ Mary Austin ก็ได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ และดูแลบ้านเป็นอย่างดีมาโดยตลอดเกือบ 30 ปี และตอนนี้เธอก็พร้อมที่จะปล่อยมือจากบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำนี้แล้ว

 

Mary Austin เผยว่า “บ้านหลังนี้เป็นดั่งกล่องแห่งความทรงจำที่ล้ำค่ามาโดยตลอด เพราะในทุกๆ ห้องนั้นเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นทุกอณู การได้อยู่ที่นี่นั้นมีแต่ความสุข และฉันมีความทรงจำที่สวยงามมากมายเหลือเกิน ตอนนี้เมื่อบ้านว่างเปล่าแล้ว มันทำให้ฉันนึกย้อนกลับไปถึงครั้งแรกที่เราได้มาดูมันเลย”

 

บ้านของ Freddie Mercury ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกโดยสถาปนิก Ernest Marshall สำหรับคู่รักศิลปิน Cecil Rea และ Constance Halford ตั้งแต่ปี 1907 และครั้งหนึ่งยังเคยตกเป็นของอดีตประธานแห่งองค์กร Sotheby อย่าง Peter Wilson จนกระทั่ง Freddie Mercury ซื้อบ้านหลังนี้มาในปี 1980 และให้นักออกแบบอย่าง Robin Moore Ede มาช่วยรีโนเวตบ้านและสวนทั้งหมดให้ จนบ้านกลายเป็นสไตล์อังกฤษแบบ Neo-Georgian อย่างที่เห็นในทุกวันนี้

 

ภายในตัวบ้านนั้นเต็มไปด้วยหินอ่อน พื้นไม้ และของประดับประดาที่เลือกเฟ้นอย่างพิถีพิถัน ในขณะที่ผนังห้องรับประทานอาหารถูกทาด้วยสีส้มเหลืองอันเป็นโทนสีโปรดของ Freddie Mercury นอกจากนั้นยังมีห้องวาดภาพเพดานสูงโปร่งที่เขาใช้เก็บแกรนด์เปียโนที่เขาใช้แต่งเพลงในตำนานอย่าง Bohemian Rhapsody และส่วนที่โดดเด่นที่สุดของบ้านก็หนีไม่พ้นสวนอันงดงาม ซึ่ง Freddie Mercury ได้ร่วมลงมือออกแบบเอง โดยมีต้นแมกโนเลียตั้งตระหง่านอยู่ในสวน รายล้อมด้วยต้นไม้นานาชนิดที่ถูกตัดแต่งเป็นรูปทรงอย่างประณีต 

 

“นาทีที่ Freddie กับฉันก้าวผ่านรั้วสีเขียวราวกับเทพนิยาย มันกลายเป็นสถานที่แห่งความสงบ เป็นบ้านของศิลปินอย่างแท้จริง และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะส่งต่อความสงบนั้นให้กับคนอื่น” Mary Austin กล่าว

 

ภาพ: Barney Hindle / Getty Images

อ้างอิง:

The post บ้านของ Freddie Mercury ถูกวางขายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาเสียชีวิต ในราคากว่า 1.3 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
24 พฤศจิกายน 1991 – เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องนำวง Queen เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ https://thestandard.co/onthisday-24111991/ Wed, 23 Nov 2022 23:00:50 +0000 https://thestandard.co/?p=713237

เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องนำวง Queen เกิดเมื่อวันที่ 5 ก […]

The post 24 พฤศจิกายน 1991 – เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องนำวง Queen เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องนำวง Queen เกิดเมื่อวันที่ 5 กันยายน 1946 และจากโลกนี้ไปด้วยวัย 45 ปี เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 1991 ด้วยโรคปอดบวม ซึ่งเป็นอาการจากโรคเอดส์ที่เขาออกมายอมรับด้วยตัวเอง

 

ในปี 1992 ภายหลังการเสียชีวิตของเขา คณะกรรมการ BRIT Awards ได้ตัดสินใจมอบรางวัลผู้มีส่วนช่วยให้เพลงอังกฤษมีความโดดเด่น 

 

และในปี 2005 เฟรดดีได้รับการประกาศให้เป็นนักร้องยอดเยี่ยมตลอดกาลจากนิตยสาร Rolling Stone และ MTV

The post 24 พฤศจิกายน 1991 – เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องนำวง Queen เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
24 พฤศจิกายน 1991 – เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องนำวง Queen เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ https://thestandard.co/onthisday2411/ Tue, 24 Nov 2020 00:00:38 +0000 https://thestandard.co/?p=424965 24 พฤศจิกายน 1991 เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องนำวง Queen เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์

เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องนำวง Queen เกิดในวันที่ 5 กันย […]

The post 24 พฤศจิกายน 1991 – เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องนำวง Queen เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
24 พฤศจิกายน 1991 เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องนำวง Queen เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์

เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องนำวง Queen เกิดในวันที่ 5 กันยายน 1946 และจากโลกนี้ไปด้วยวัย 45 ปี ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 1991 ด้วยโรคปอดบวม ซึ่งเป็นอาการจากโรคเอดส์ที่เขาออกมายอมรับด้วยตัวเอง

 

ในปี 1992 ภายหลังการเสียชีวิตของเขา คณะกรรมการ Brit Awards ได้ตัดสินใจมอบรางวัลผู้มีส่วนช่วยให้เพลงอังกฤษมีความโดดเด่น 

 

และในปี 2005 เฟรดดีได้รับการประกาศให้เป็นนักร้องยอดเยี่ยมตลอดกาลจากนิตยสาร Rolling Stone และ MTV

The post 24 พฤศจิกายน 1991 – เฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องนำวง Queen เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
24 พฤศจิกายน 2562 – ครบรอบ 28 ปี เฟรดดี เมอร์คูรี จากโลกนี้ไป แต่เหลือผลงานแห่งจิตวิญญาณเอาไว้ในฐานะตำนาน https://thestandard.co/poponthisday24112562/ Sun, 24 Nov 2019 04:58:54 +0000 https://thestandard.co/?p=306844 Freddie Mercury

นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่บนหน้าประวัติศาสตร์วงการด […]

The post 24 พฤศจิกายน 2562 – ครบรอบ 28 ปี เฟรดดี เมอร์คูรี จากโลกนี้ไป แต่เหลือผลงานแห่งจิตวิญญาณเอาไว้ในฐานะตำนาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Freddie Mercury

นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่บนหน้าประวัติศาสตร์วงการดนตรี เมื่อ เฟรดดี เมอร์คูรี จากไปเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 1991 ด้วยวัยเพียง 45 ปี ชายที่ทั้งโลกรู้จักในนามนักร้องนำวงร็อกระดับตำนานอย่าง ‘Queen’ ผู้มีเสียงอันทรงพลัง เจ้าของท่วงท่าหลากสีสันบนเวที และความสามารถในการถ่ายทอดชีวิต ความรัก มุมมองต่อสังคม ผ่านบทเพลงได้อย่างเหนือชั้น

 

เฟรดดี หรือชื่อเดิมคือ ฟารุค บัลซารา เกิดในครอบครัวชาวเปอร์เซียที่อาศัยอยู่ในรัฐสุลต่านแซนซิบาร์ (ดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ) ก่อนที่ครอบครัวจะย้ายมาตั้งรกรากที่ประเทศอังกฤษเมื่อเขาอายุได้ 17 ปี เฟรดดีก่อตั้งวง Queen ขึ้นในปี 1970 พร้อมสมาชิกอีก 2 คน คือ ไบรอัน เมย์ มือกีตาร์ และ โรเจอร์ เทย์เลอร์ มือกลอง

 

นอกจากเสียงและลีลาการแสดงบนเวทีอันเป็นเอกลักษณ์ เฟรดดียังได้รับยกย่องในฐานะนักแต่งเพลงมากความสามารถ ด้วยเพลงฮิตมากมายของ Queen ที่เขาประพันธ์ทั้ง Killer Queen, Somebody to Love, Don’t Stop Me Now, Crazy Little Thing Called Love, We Are the Champions และเพลงโอเปราร็อกระดับขึ้นหิ้งอย่าง Bohemian Rhapsody

 

เฟรดดีเสียชีวิตด้วยอาการปอดบวม อาการแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเอดส์ หลังจากแถลงการณ์เรื่องอาการป่วยต่อสาธารณะได้เพียง 1 วัน หลังเสียชีวิต Brit Awards ได้มอบรางวัล Outstanding Contribution to Music ให้แก่เฟรดดีในปี 1992 และในปี 2002 BBC ได้จัดอันดับให้เฟรดดีเป็น 1 ใน 100 คนอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

 

ภาพ: Graham Wiltshire / Getty Images

The post 24 พฤศจิกายน 2562 – ครบรอบ 28 ปี เฟรดดี เมอร์คูรี จากโลกนี้ไป แต่เหลือผลงานแห่งจิตวิญญาณเอาไว้ในฐานะตำนาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
24 พฤศจิกายน 1991 – 27 ปีที่โลกดนตรีสูญเสีย เฟรดดี เมอร์คูรี https://thestandard.co/pop-on-this-day-24-nov-2561/ https://thestandard.co/pop-on-this-day-24-nov-2561/#respond Fri, 23 Nov 2018 23:00:59 +0000 https://thestandard.co/?p=151698

    นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่บนหน้าประวั […]

The post 24 พฤศจิกายน 1991 – 27 ปีที่โลกดนตรีสูญเสีย เฟรดดี เมอร์คูรี appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่บนหน้าประวัติศาสตร์วงการดนตรี เมื่อ เฟรดดี เมอร์คูรี จากไปเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 1991 ด้วยโรคเอดส์ ในวัยเพียง 45 ปี ชายที่ทั้งโลกรู้จักในนามนักร้องนำวงร็อกระดับตำนานอย่าง Queen ผู้มีเสียงอันทรงพลัง เจ้าของท่วงท่าหลากสีสันบนเวที และความสามารถในการถ่ายทอดชีวิต ความรัก มุมมองต่อสังคม ผ่านบทเพลงได้อย่างเหนือชั้น

 

เฟรดดี หรือชื่อเดิมคือ ฟารุค บัลซารา เกิดในครอบครัวชาวเปอร์เซียที่อาศัยอยู่ในรัฐสุลต่านแซนซิบาร์ (ดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ) ก่อนที่ครอบครัวจะย้ายมาตั้งรกรากที่ประเทศอังกฤษเมื่อเขาอายุได้ 17 ปี เฟรดดีก่อตั้งวง Queen ขึ้นในปี 1970 พร้อมสมาชิกอีก 2 คนคือ ไบรอัน เมย์ มือกีตาร์ และ โรเจอร์ เทย์เลอร์ มือกลอง

 

นอกจากเสียงและลีลาการแสดงบนเวทีอันเป็นเอกลักษณ์ เฟรดดียังได้รับยกย่องในฐานะนักแต่งเพลงมากความสามารถ ด้วยเพลงฮิตมากมายของ Queen ที่เขาประพันธ์ทั้ง Killer Queen, Somebody to Love, Don’t Stop Me Now, Crazy Little Thing Called Love, We Are the Champions และเพลงโอเปราร็อกระดับขึ้นหิ้งอย่าง Bohemian Rhapsody

 

เฟรดดีเสียชีวิตด้วยอาการปอดบวมอาการแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเอดส์ หลังจากแถลงการณ์เรื่องอาการป่วยต่อสาธารณะได้เพียง 1 วัน หลังเสียชีวิต Brit Awards ได้มอบรางวัล Outstanding Contribution to Music ให้แก่เฟรดดีในปี 1992 และในปี 2002 BBC ได้จัดอันดับให้เฟรดดีเป็น 1 ใน 100 คนอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

 

Photo: Queen Official

The post 24 พฤศจิกายน 1991 – 27 ปีที่โลกดนตรีสูญเสีย เฟรดดี เมอร์คูรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pop-on-this-day-24-nov-2561/feed/ 0
Bohemian Rhapsody ภาพยนตร์ชีวประวัติของ Freddie Mercury แห่งวง Queen ที่ปรุงแต่งตามหลักสูตรฮอลลีวูด https://thestandard.co/bohemian-rhapsody/ https://thestandard.co/bohemian-rhapsody/#respond Thu, 25 Oct 2018 08:36:25 +0000 https://thestandard.co/?p=137170 oscasrs2019

เฟรดดี เมอร์คูรี (Freddie Mercury) ชื่อนี้มีความสำคัญต่ […]

The post Bohemian Rhapsody ภาพยนตร์ชีวประวัติของ Freddie Mercury แห่งวง Queen ที่ปรุงแต่งตามหลักสูตรฮอลลีวูด appeared first on THE STANDARD.

]]>
oscasrs2019

เฟรดดี เมอร์คูรี (Freddie Mercury) ชื่อนี้มีความสำคัญต่อ ‘ประวัติศาสตร์’ อย่างท่วมท้น โดยที่ไม่ต้องไปจำกัดความว่า ‘ประวัติศาสตร์ดนตรี’ เพราะผลงานที่เขาได้สร้างสรรค์ในฐานะนักร้องนำวง Queen ถือได้ว่าปฏิวัติสังคม และเชื่อมต่อคนทุกรูปแบบเข้าด้วยกันในทางที่ศาสตร์อื่นอาจเทียบไม่ได้

 

การได้ฟังเพลงที่เฟรดดีร้อง ทำให้เราเห็นความสำคัญของชีวิต มีพลัง สนุก และรู้ว่ายังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ อย่าเสียเวลาจมปลักอยู่กับความทุกข์ในอดีต ความคิดนี้อาจเกิดขึ้นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างฟังเพลย์ลิสต์ของ Queen วนสองสามรอบใน Spotify หรือเปิดดูคอนเสิร์ตใน Youtube สัก 20 นาทีต่อวัน

 

ย้อนกลับไปตอนที่ฮอลลีวูดประกาศว่าอยู่ในขั้นตอนการสร้างภาพยนตร์ชีวประวัติของ เฟรดดี เมอร์คูรี ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ในปี 1991 ด้วยวัยเพียง 45 ปี หลายคนก็ตื่นเต้นว่า ถึงเวลาที่เด็กยุคใหม่จะได้สัมผัสถึงอดีตอันรุ่งโรจน์ของวัฒนธรรมที่เราแทบไม่ได้เห็นอีกแล้ว แต่ก็เชื่อว่า ในขณะเดียวกันอีกหลายคนก็เป็นกังวลว่า ภาพยนตร์จะถูกปรุงแต่งโดยกระบวนการและรสชาติของฮอลลีวูดที่จะพยายามทำให้ ‘ไอดอล’ ของเขา เป็นสินค้ามากกว่ามนุษย์ที่น่าค้นหา ซึ่งหลังรอมานาน ภาพยนตร์ Bohemian Rhapsody ก็พร้อมเข้าฉาย และพร้อมทำให้เพลงของเฟรดดี และวง Queen กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง

 

 

Bohemian Rhapsody เป็นภาพยนตร์ชีวประวัติที่เล่าเรื่องราวของผู้ชายชื่อ ฟารุค บัลซารา (Farrokh Bulsara) ที่เติบโตมากับครอบครัวเชื้อสายเปอร์เซียในอังกฤษที่เคร่งครัด และวันหนึ่งด้วยความบังเอิญ เขาได้กลายมาเป็นนักร้องนำที่ต่อมาเรียกตัวเองว่า ‘Queen’ พร้อมอีก 3 สมาชิกของวง ไบรอัน เมย์ (Brian May) (แสดงโดย กวิลิม ลี (Gwilym Lee)), โรเจอร์ เทย์เลอร์ (Roger Taylor) (แสดงโดย เบน ฮาร์ดี (Ben Hardy)) และจอห์น ดีคอน (John Deacon) (แสดงโดย โจเซฟ มาซเซลโล (Joseph Mazzello)) ซึ่งฟารุคได้เปลี่ยนชื่อเป็น เฟรดดี เมอร์คูรี (แสดงโดย รามี มาเลก (Rami Malek)) ในภายหลัง และพบเจอกับความสำเร็จที่ทำให้เขาได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในศิลปินที่สำคัญสุดในประวัติศาสตร์

 

ตลอด 134 นาทีของภาพยนตร์เรื่องนี้ ถึงแม้องค์ประกอบโดยรวมจะมีสีสันสะดุดตา กับฉาก แสง สี เสียง และเสื้อผ้าที่อลังการราวกับ Planet Hollywood หรือ Hard Rock ในยุคก่อนๆ แต่ภาพยนตร์ค่อนข้างแปรปรวนด้วยความพยายามอัดแน่นเล่าทุกอย่างให้ครบ จนหลายสิ่งสำคัญกลับดูผิวเผิน อย่างเรื่องครอบครัว เพศ การทำเพลง โชว์คอนเสิร์ต ความรัก มิตรภาพ ซึ่งเป็นไปได้ว่า อาจเกิดผลกระทบจากการเปลี่ยนตัวผู้กำกับในช่วงท้ายการถ่ายทำจาก ไบรอัน ซิงเกอร์ (Bryan Singer) มาเป็น เดกซ์เตอร์ เฟลตเชอร์ (Dexter Fletcher) หลังจากที่ไบรอันเจอข้อกล่าวหาการล่วงละเมิดทางเพศ

 

เข้าใจได้ว่าภาพยนตร์ Bohemian Rhapsody สร้างด้วยทุนสูง และค่ายหนังคงอยากมาร์เก็ตติ้งในรูปแบบภาพยนตร์เพลงเมนสตรีมเหมือน Mamma Mia! หรือ The Greatest Showman ที่ไม่ติดเรตและสามารถขายได้ทั้งอัลบั้มเพลงประกอบหนัง และต่อมาอาจฉายเป็นรอบ Sing-A-Long แต่น่าเสียดายที่ทางทีมสร้างไม่เลือกโฟกัสช่วงชีวิตช่วงหนึ่งของเฟรดดี ให้เราได้เข้าใจตัวตนของเขาอย่างลึกซึ้ง

 

ส่วนด้านเพลงประกอบที่ ไบรอัน เมย์ และโรเจอร์ เมย์ จากวง Queen มารับหน้าที่ดูแลเองทั้งหมด ก็ถือว่าเป็นการรวมเพลงแบบ Greatest Hits ที่เราคุ้นหูอย่าง Bohemian Rhapsody, Another One Bites the Dust, I Want To Break Free และ We Will Rock You เป็นต้น พร้อมยังสอดแทรกเหตุการณ์ตอนสร้างสรรค์หรือแสดงเพลงนี้ โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่จำลองมหกรรมคอนเสิร์ต Live Aid ในปี 1985 ก็ถือว่ายอดเยี่ยม ตื่นตาทุกนาที จนทำให้คนดูอาจน้ำตาไหลได้ ยิ่งใครที่เคยได้ดูการแสดงจริงใน Youtube ก็จะเป็นการตอกย้ำว่า 20 กว่านาทีที่เฟรดดีแสดงตอนนั้น คือหนึ่งในการแสดงที่ดีสุดในประวัติศาสตร์ ด้วยพลังบางอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

 

 

แต่สิ่งที่ช่วยเหลือภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างมาก ก็ต้องยกให้การแสดงของ รามี มาเลก ในบทบาท เฟรดดี เมอร์คูรี ที่ถือได้ว่าเป็นการแจ้งเกิดบนจอเงินอย่างสมศักดิ์ศรี และน่าจะทำให้วงการสนใจในตัวเขามากกว่าแค่นักแสดงจากซีรีส์ชื่อดัง Mr. Robot ซึ่งในเรื่องนี้ รามีเก็บรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้วของเฟรดดี และสะท้อนหลากหลายอารมณ์ที่ทำให้เห็นว่า เฟรดดีเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่ได้พบเจอจุดสูงสุดของชื่อเสียง แต่ในทางกลับกันก็ได้รับบทเรียนราคาแพงมาไม่น้อย

 

ความน่าสนใจต่อไปคือ เมื่อฮอลลีวูดเริ่มทำภาพยนตร์แนวชีวประวัติของศิลปินชื่อดังมากขึ้น อย่างเช่น Rocketman ที่เกี่ยวกับ เอลตัน จอห์น (Elton John) ซึ่งจะเข้าฉายปีหน้า หรือโปรเจกต์ของ เอมี ไวน์เฮาส์ (Amy Winehouse) และ อารีธา แฟรงคลิน (Aretha Franklin) ที่มีการประกาศออกมาแล้ว ภาพยนตร์พวกนี้จะไปในทิศทางไหน และจะเล่มเกมส์สายเมนสตรีมเหมือน Bohemain Rhapsody หรือจะฉีกแนวทำอะไรใหม่ที่คาดไม่ถึง เพราะเราคิดเล่นๆ ว่า ถ้าหนังอย่าง Bohemian Rhapsody ได้ผู้กำกับที่มีมุมมองเฉียบคมทั้งในด้านเนื้อหาและด้านศิลป์อย่าง ดาเมียน ชาเซลล์ (Damien Chazelle) ที่ตอนนี้ก็บังเอิญมีภาพยนตร์ชีวประวัติเกี่ยวกับอีกหนึ่งบุคคลสำคัญของประวัติศาสตร์เหมือนกัน บางครั้งผลตอบรับอาจเป็น ‘We Are The Champions’ ก็ได้

 

ภาพ: Courtesy of Warner Bros.

ตัวอย่างภาพยนตร์ 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post Bohemian Rhapsody ภาพยนตร์ชีวประวัติของ Freddie Mercury แห่งวง Queen ที่ปรุงแต่งตามหลักสูตรฮอลลีวูด appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bohemian-rhapsody/feed/ 0
Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง https://thestandard.co/style-wrap-up-7-october-2018/ https://thestandard.co/style-wrap-up-7-october-2018/#respond Sat, 06 Oct 2018 17:01:39 +0000 https://thestandard.co/?p=128535

    GQ Goes Middle East แม้ธุรกิจสิ่งพิมพ์โลก […]

The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

GQ Goes Middle East

แม้ธุรกิจสิ่งพิมพ์โลกกำลังจะอยู่ในช่วงที่ต้องปรับตัวกับบทบาทของออนไลน์ที่มา Disrupt การบริโภคสื่อ แต่โซนตะวันออกกลางกับประเทศอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และกาตาร์ยังสนใจเรื่องนิตยสารแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง และเห็นหลายหัวตัดสินใจไปเปิดที่โซนนั้น โดยล่าสุดก็ถึงคราวของ GQ นิตยสารแฟชั่นสุภาพบุรุษชื่อดังของ Conde Nast ที่ไปเปิดร่วมกับบริษัท ITP Media Group พร้อมได้ Adam Baidawi มาเป็นบรรณาธิการบริหารและจะมีเว็บไซต์สองภาษา อาหรับกับอังกฤษ

 

แต่พอปกเล่มแรกเผยออกมาก็เป็นกระแสทันที เพราะนายแบบคือนักแสดงหนุ่ม รามี มาเลก พระเอกจากภาพยนตร์ชีวประวัติ Bohemian Rhapsody ของ เฟรดดี เมอร์คิวรี อดีตนักร้องนำวง Queen และนักเขียนรับเชิญในเล่มก็คือ แทน ฟรานส์ จากซีรีส์ Queer Eye ซึ่งหลายคนก็ออกมาชื่นชมนิตยสารว่ากล้าเล่นบริบทกลุ่มคน LGBTQ+ ในโซนประเทศที่ยังคงมีการต่อต้านสูงและเป็นประเด็นทางศาสนา ซึ่งก็ต้องดูต่อไปว่าทางภาครัฐจะมีการห้ามหรือสร้างขอบเขตอะไรต่อไปไหมในประเด็นนี้

 

 

Issey’s New Pop Up

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีการสร้างสรรค์ไลน์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาสำหรับ Issey Miyake อย่างเช่น ‘me ISSEY MIYAKE’ ที่กำเนิดในซีซัน Spring/Summer 2001 ด้วยคุณสมบัติที่เบา กะทัดรัด สไตลิ่งง่าย และพกพาสะดวก กับการพัฒนาผ้าพลีตที่สามารถยืดหดได้หลายทิศทาง โดยล่าสุดไลน์นี้ก็ได้มาจัดป๊อปอัพสโตร์แบบเต็มรูปแบบครั้งแรกที่ประเทศไทย ณ สยามดิสคัฟเวอรี่ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Real Tablet’ ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 ตุลาคม และมีการโชว์สามเทคนิคของแบรนด์ ทั้งเทคนิค Stretch Pleats, เทคนิค A-Poc Pleats และเทคนิค Solid Bag ให้ศึกษากัน ซึ่งรับรองหลายคนจะทึ่งอย่างแน่นอน

 

 

BLACKPINK’s Fashion Power

บทบาทของ 4 สาว BLACKPINK จากค่าย YG Entertainment ไม่เพียงแต่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ต่อวงการดนตรีโลก แต่วงการแฟชั่นเองก็ได้เห็นมูลค่าเอ็นเกจเมนต์จากการที่แต่ละสมาชิกไปปรากฏตัวที่โชว์รันเวย์ โดยในซีซันล่าสุด Spring/Summer 2019 ที่เพิ่งจบไป เราได้เห็น 2 สาว จีซูและโรเซ่ ไปดูโชว์ของ Coach ที่นิวยอร์ก ส่วนสาว ลิซ่า ก็ไป New York Fashion Week สำหรับแบรนด์ Michael Kors ปิดท้ายด้วย เจนนี่ ที่ไปโชว์ของ Chanel ณ Grand Palais ในปารีส ซึ่งเธอก็ได้เป็นอีกหนึ่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ หรือที่เรียกกันว่า ‘Friends of the House’ ของแบรนด์ เหมือนที่รุ่นพี่ร่วมค่าย จีดราก้อน ก็เป็น และไปโชว์ Chanel หลายครั้งก่อนจะต้องเข้ากรมทหาร

 

แต่ไม่เพียงแค่แฟชั่นโชว์อย่างเดียวที่วง BLACKPINK ได้ไปร่วม เพราะพักหลังวง BLACKPINK ก็ขยันถ่ายแบบขึ้นนิตยสารชั้นนำของเกาหลีใต้เป็นว่าเล่นอย่าง Dazed และ Vogue แถมล่าสุดทางวงก็ได้ออกแคปซูลคอลเล็กชันพิเศษกับทางยี่ห้อ Guess อีกด้วย

 

 

Bottega Veneta Cruise Memo

‘Cruise 2019’ ถือได้ว่าเป็นคอลเล็กชันสุดท้ายของดีไซเนอร์ชาวเยอรมัน โทมัส ไมเออร์ ที่ Bottega Veneta หลังเขาอยู่ที่แบรนด์มานานถึง 17 ปีในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ภายใต้กลุ่ม Kering ซึ่งสำหรับคอลเล็กชันนี้โทมัสได้ปรับเปลี่ยนการวางขายสินค้าให้เป็น 3 คอลเล็กชันย่อยในเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม และมกราคม โดยภาพรวมเล่นกับพาเลตต์สีสันจัดจ้าน ทั้งสีส้ม สีเหลืองมาริโกลด์ และสีแดงกุหลาบ ซึ่งรูปทรงก็มีการเล่นกับวอลุ่ม และได้นำผ้าอย่างแคชเมียร์และผ้าวูลสองหน้ามาตีความในรูปแบบสปอร์ต ทั้งในดัฟเฟิลโค้ตและแจ็กเก็ตแบบโอเวอร์ไซส์

 

 

Diving Time

Longines นำเสนอความเชี่ยวชาญในโลกกีฬากับการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่แบบตัวเรือนเซรามิกชื่อ HydroConquest ด้วยคุณสมบัติมาตรฐานการสร้างสรรค์นาฬิกาทางน้ำ ไม่ว่าจะกันน้ำได้ลึกถึง 300 เมตร ขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียว ฝาหลังและเม็ดมะยมแบบขันเกลียว กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วนพร้อมเคลือบป้องกันการสะท้อนแสง และตัวล็อกแบบพับเพื่อความปลอดภัยสองชั้น โดยรุ่นนี้มีทั้งตัวเรือนขนาด 41 มม. และ 43 มม. แสดงเวลาแบบสามเข็มพร้อมปฏิทิน และยังมีฟังก์ชันโครโนกราฟจับเวลาที่ประสิทธิภาพการทำงานและสร้างสรรค์อย่างลงตัว

 

Cover Photo: Chanel Spring/Summer 2019

Proofreader: พรนภัส ชำนาญค้า

The post Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/style-wrap-up-7-october-2018/feed/ 0
เอกลักษณ์ทางดนตรีของผู้ชายมีหนวด เต๋อ-เรวัต พุทธินันท์ และเฟรดดี เมอร์คูรี https://thestandard.co/culture-music-mustache-man-rewat-buddhinan-and-freddie-mercury/ https://thestandard.co/culture-music-mustache-man-rewat-buddhinan-and-freddie-mercury/#respond Thu, 06 Jul 2017 02:11:03 +0000 https://thestandard.co/?p=12353

     เอกลักษณ์ หรือ Identity หมายถึง จุด […]

The post เอกลักษณ์ทางดนตรีของผู้ชายมีหนวด เต๋อ-เรวัต พุทธินันท์ และเฟรดดี เมอร์คูรี appeared first on THE STANDARD.

]]>

     เอกลักษณ์ หรือ Identity หมายถึง จุดเด่นหรือลักษณะพิเศษที่มีเฉพาะบุคคล ซึ่งการที่ใครสักคนจะสร้างเอกลักษณ์ขึ้นมาเป็นสมบัติส่วนตัวนั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไร บางคนก็เกิดมาพร้อมเอกลักษณ์เด่นที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไร แต่บางคนพยายามแทบตาย กลับไม่สามารถสร้างความชัดเจน หรือทำยังไงไอ้คำว่าเอกลักษณ์ก็ยังไม่ปรากฏออกมาสักที

     ที่เกริ่นมาข้างต้นก็เพราะบังเอิญผมนั่งคิดอะไรเพลินๆ ขณะใช้เวลาทบทวนแทร็กต่างๆ ก่อนที่จะเข้าห้องอัดว่า ทำยังไงแทร็กพวกนี้ถึงจะออกมามีเอกลักษณ์มากที่สุด ซึ่งผมมักจะเรียกมันว่า ‘ออริจินัล’ (original) ถ้าแปลบ้านๆ ก็หมายถึง ทำยังไงให้เป็นของแท้ที่สุดนั่นแหละครับ ทีนี้พอความคิดมาสะดุดกับคำนี้ก็เลยเตลิดไปกันใหญ่ กลายเป็นว่านอกเหนือจากเอกลักษณ์ของเสียง การแต่งตัว การเดิน นอน นั่ง หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เราจะสรรหามาพูดกันนั้น มันมีเอกลักษณ์อะไรอีกไหมที่พูดถึงแล้วคนทั่วไปจะนึกถึงบุคคลนั้นพร้อมกัน

     แล้วคำว่า ‘หนวด’ ก็ผุดขึ้นมาแบบไม่ได้ตั้งตัว

     คนเเรกที่ผมอยากจะพูดถึงในบทความนี้คือ เต๋อ-เรวัต พุทธินันทน์ ผู้ร่วมก่อตั้งค่ายเพลงย่านอโศก ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงต่อวงการดนตรีในบ้านเรา ส่วนอีกคนคือเฟรดดี เมอร์คูรี (Freddie Mercury) นักร้องนำวง Queen

 

 

เรวัต พุทธินันทน์

     เรวัตหัดเล่นดนตรีตั้งแต่อายุ 11 ปี เขากับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลตั้งวงดนตรีชื่อ Dark Eyes ต่อมาเปลี่ยนชื่อวงเป็น Mosrite ในพ.ศ. 2508-2509 พวกเขาเข้าประกวดในงานของสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 พอเรวัตเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในพ.ศ. 2510 เขาตั้งวง Yellow Red ร่วมกับเพื่อนๆ ชื่อวงตั้งตามสีเหลือง-แดงประจำมหาวิทยาลัย เพื่อนคนสำคัญในวงคือ ดนู ฮันตระกูล และจิรพรรณ อังศวานนท์

     จากนั้นเรวัตร่วมกับเพื่อนจากธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งวงดนตรี The Thanks รับเล่นดนตรีตามที่ต่างๆ โดยเรวัตรับตำแหน่งร้องนำและคีย์บอร์ด โดยไปเป็นสมาชิกรับเชิญกับวง The Impossible ตามไนต์คลับต่างๆ

 

 

     หลังเรียนจบ เรวัตได้รับการชักชวนให้ร่วมวง The Impossible และเดินทางกับวงไปแสดงที่ฮาวาย สหรัฐอเมริกา รวมถึงยุโรป ในตำแหน่งนักร้องนำและคีย์บอร์ด เมื่อวง The Impossible ประกาศยุบวงในพ.ศ. 2520 เขาได้ตั้งวง The Oriental Funk เล่นดนตรีฟังก์ร่วมกับวินัย พันธุรักษ์ หนึ่งในสมาชิกเก่าจากวง The Impossible โดยเล่นประจำอยู่ที่โรงแรมมณเฑียร และตระเวนเปิดการแสดงในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ระหว่างนั้นเรวัตได้ศึกษาการเขียนเพลงและดนตรีเพิ่มเติมไปด้วย

     หลังจากจุดอิ่มตัวของวง The Oriental Funk ในปี 2526 เต๋อ เรวัต และไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม เพื่อนจากจุฬาฯ ได้ร่วมกันก่อตั้งค่ายเพลงที่พลิกประวัติศาสตร์วงการเพลงไทยคือ แกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เน้นผลิตงานที่เป็นออริจินัล ขายทั้งความสามารถและภาพพจน์ เปลี่ยนบทบาทยุคสมัยที่จากเดิมวงดนตรีจะนิยมเอาทำนองต่างประเทศมาใส่เนื้อภาษาไทย กลายเป็นการสร้างงานที่คิดใหม่ ทำใหม่ อาจจะมีการเลียนแบบทำนองต่างประเทศอยู่บ้าง แต่ก็นับเป็นช่วงที่วงการเพลงไทยพัฒนาแบบก้าวกระโดดอย่างมีนัยสำคัญ

 

เพลง เจ้าสาวที่กลัวฝน

 

     จุดเด่นนอกเหนือจากหนวดที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว เรวัตยังมีวิธีการเขียนเพลงที่แยบยล และมีเสียงร้องแหบเสน่ห์ ทั้งยังมีพรสวรรค์ในการเลือกเฟ้นศิลปินที่พูดได้ว่าเลือกคนไหนมา คนนั้นคือตัวจริง นี่เป็นความสามารถที่ได้จากประสบการณ์โดยแท้ เพราะความที่เจ้าตัวผ่านงานมาหลายรูปแบบ หลายตำแหน่ง ทั้งยังออกทัวร์หลายๆ ประเทศ ทำให้มีมุมมองและฝีมือที่เรียกได้ว่าทะลุปรุโปร่ง

     ศิลปินที่มีชื่อเสียงจากมุมมองของเรวัตล้วนแต่เป็นศิลปินเบอร์ใหญ่แทบทั้งสิ้น อย่างเช่น ธงไชย แมคอินไตย์, นันทิดา แก้วบัวสาย, คริสติน่า อากีล่าร์, ฐิติมา สุตสุนทร, ใหม่ เจริญปุระ และวง Fly ศิลปินกลุ่มสุดท้ายที่อยู่ในความดูแลก่อนจะอำลาวงการเพลงไทยอย่างไม่มีวันหวนกลับ

 

 

     เต๋อ เรวัต เขียนเพลงที่มีนัยสำคัญไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพลง ยิ่งสูงยิ่งหนาว, ดอกไม้พลาสติก, เจ้าสาวที่กลัวฝน, รักเธอมากกว่า, ตะกายดาว ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเพลงที่มีแง่คิด และยังคงความเป็นอมตะจนถึงทุกวันนี้

     ผลงานสตูดิโออัลบั้ม 4 ชุดของเรวัต พุทธินันท์ ได้แก่ เต๋อ 1 (2526) มีเพลงฮิตอย่าง เจ้าสาวที่กลัวฝน, อยากรู้นัก อัลบั้ม เต๋อ 2 (2528) เพลงฮิตๆ อย่างเช่น ดอกไม้พลาสติก, มันแปลกดีนะ แต่เพลงที่ผมชอบที่สุดในอัลบั้มนี้คือ บทเพลงเพื่อเด็ก อัลบั้ม เต๋อ 3 (2529) เพลงฮิตอย่างเช่น สองเราเท่ากัน, เมืองใหญ่เมืองนี้, ปากคน, คงจะมีสักวัน และอัลบั้มสุดท้าย ชอบก็บอกว่าชอบ (2530) อัลบั้มรวมเพลง โดยมี 2 เพลงที่เขียนขึ้นใหม่คือ ชอบก็บอกว่าชอบ และ อย่างน้อยก็คิดดี โดยเฉพาะเพลงหลังที่ผมประทับใจโดยส่วนตัว เพราะเพลงนี้มีอายุ 30 ขวบปีไปแล้ว แต่ยังคงความทันสมัยในเชิงโปรเกรสซีฟอย่างน่าทึ่ง (ขอแนะนำว่าควรลองฟัง) ได้ความอย่างไรบอกผมด้วยนะครับ

 

https://www.youtube.com/watch?v=x8MGKRXsurA

เพลง ชอบก็บอกว่าชอบ

 

เฟรดดี เมอร์คูรี

     อีกคนที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ เฟรดดี เมอคูรี (Freddie Mercury) นักร้องนำวง Queen วงร็อกจากเกาะอังกฤษ กลุ่มนักศึกษาศิลปะหัวก้าวหน้าที่ต้องการถ่ายทอดเรื่องราวแง่คิดทางสังคม การเมือง การใช้ชีวิต การเปรียบเทียบ และการประชดประชัน

     แน่นอนว่าหลายคนในยุคนี้อาจไม่คุ้นหูกับชื่อวง Queen เท่าไรนัก เพราะหลังจากที่เฟรดดีจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควรด้วยโรคเอดส์ในปี 1991 จากนั้นวง Queen ก็ไม่ได้รับความนิยมเหมือนในยุคที่เฟรดดียังอยู่อีกเลย แม้ว่าทางวงจะหานักร้องนำมาแทน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าความเป็นออริจินัลของเฟรดดีมิอาจลบล้างได้ง่ายๆ

 

Photo: www.freddiemercury.com

 

     เพลงฮิตที่กลายมาเป็นตำนานชนิดที่เปิดแล้วใครไม่รู้จักอาจจะถูกพิพากษาด้วยหางตาคือ Bohemian Rhapsody (1975) เพลงแนวโอเปราร็อกที่มีไลน์การร้องประสานเสียงที่น่าทึ่ง ผู้คนต่างตีความหมายกันไปหลากหลาย บ้างก็ว่าสื่อตรงๆ ถึงนักโทษประหารที่สั่งเสียกับแม่ บ้างก็ว่าเฟรดดีแต่งเพลงนี้ตอนกำลังเมายา บ้างก็ว่าแต่งตอนสิ้นหวัง เพราะรู้ตัวว่าเป็นเอดส์ แต่จริงๆ ผู้แต่งต้องการสื่ออะไรไม่มีใครรู้ได้ และถึงอย่างนั้น เพลงนี้ถือเป็นสุดยอดประวัติศาสตร์ของวง Queen เลยทีเดียว

     เพลงนี้แบ่งออกเป็น 4 องก์ ตามลักษณะของละครเวทีที่เราเข้าใจกันนั่นล่ะครับ โดยในองก์ที่ 4 เป็นไคลแมกซ์ของโอเปราบทนี้ เรื่องราวทั้งหมดดำเนินไปด้วยการตัดพ้อต่อโชคชะตาชีวิตตัวเอง ในช่วงประสานเสียงกลางเพลงพูดถึงฉากที่เปรียบเปรยการทะเลาะกับความคิดของตนเอง มีคำที่ใช้สื่อสารถึงพระเจ้า และคำเปรียบเปรยถึงปีศาจ เหมือนคนที่สับสนอยู่ในภวังค์ และจบการตัดสินด้วยการเปลี่ยน time signature ของเพลงเป็น shuffle กระชากอารมณ์ให้กลับมาโยกหัว (เหมือนในฉากหนึ่งที่นำมาตัดเป็นทีเซอร์ของภาพยนตร์เรื่อง Wayne ‘s World (1992) และจบลงด้วยท่อนเปียโนพร้อมกับโปรยคำร้องตอนจบว่า “Any Way The Wind Blows” เหมือนจะบอกเป็นนัยว่า สุดท้ายแล้วชีวิตก็ต้องเดินต่อไป เอ็งกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วนะเว้ย

     สาเหตุที่ยกตัวอย่างเพลงนี้ เพราะผมเคยนำเพลง Bohemian Rhapsody ไปประกวดดนตรีสตริงคอมโบของ Yamaha ซึ่งเป็นยุคที่วงแจ๊ซครองเวที และวงร็อกไม่ค่อยชนะ แต่การนำเพลงนี้มาใช้ประกวดในตอนนั้นมันได้ผล!

 

เพลง Bohemian Rhapsody

 

     ขณะที่เฟรดดียังมีชีวิตอยู่ เขาได้สร้างงานที่มีคุณค่าและเขียนเพลงฮิตไว้มากมาย อาทิ Somebody To Love (1976) ที่มีการประสานเสียงสวนกันไปมาตามสไตล์ของวง Don’t Stop Me Now (1979) พูดถึงยาเสพติดที่มีฤทธิ์กล่อมประสาท โดยเปรียบเปรยสภาพความหลอนได้อย่างน่าทึ่ง Another One Bites The Dust (1980) เพลงที่เขียนโดยมือเบสของวง โดยที่ไมเคิล แจ็คสัน เป็นคนสำคัญที่โน้มน้าวให้วงปล่อยเป็นซิงเกิลแล้วฮิตไปทั่วโลก

     และอีกสองเพลงที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะปัจจุบันกลายเป็นเพลงอมตะไปแล้วคือ We Will Rock You (1977) เป็นเพลงที่เอาไว้เปิดบิลด์อารมณ์ โหมโรงชนิดที่เรียกว่าชุดใหญ่ไฟกะพรึบกะพรือ ปลุกใจกันขนานแท้ และเพลง We Are The Champion (1977) ที่เปิดให้กำลังใจและปลอบขวัญนักกีฬาทั่วโลก ซึ่งถ้าเพลงนี้ไม่ถูกเขียนขึ้นมา ผมก็ไม่รู้ว่าโลกใบนี้จะใช้เพลงอะไรที่เข้าข่ายมาปะทะได้อย่างสมศักดิ์ศรี และถ้าไม่มีเพลงนี้ แฟนบอลอังกฤษคงไม่ฟิน เพราะดูบอลจบแล้วไม่รู้จะร้องเพลงอะไร

 

Photo: www.freddiemercury.com

 

     นอกเหนือไปจาก ‘หนวด’ สิ่งสร้างเอกลักษณ์ทางกายภาพที่ทั้งสองคนมีเหมือนกันแล้ว ความสามารถและผลงานที่ทั้งสองคนสร้างไว้ยังส่งผลต่อวงการดนตรีอย่างมีนัยสำคัญ และอย่างสุดท้ายที่ทั้งสองคนเหมือนกัน ทั้งยังเป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่ามันเร็วเกินไป คือการจากลาโลกใบนี้ไปก่อนวัยอันสมควร

     สิ่งที่ผมเสียดายคือพัฒนาการของวงการเพลงไทยและวงการเพลงโลกเดินช้าลง และมีนัยเปลี่ยนไปในบางมุม ถ้าวันนี้พวกเขาทั้งสองยังอยู่บนโลก อาณาจักรของเสียงเพลงและประเทศเล็กๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของพวกเราคงจะมีอะไรสนุกๆ มีเป็นอารยะขัดขืนหน่อยๆ แต่อร่อยด้วยอรรถรสที่ดีทางหู ส่งสารให้ชาวโลกได้เพลิดเพลินและปรับใช้กับชีวิตต่อไป ยกระดับวงการเพลงให้มีอะไรแปลกใหม่ต่อยอดกันไปอีกอย่างแน่นอน

The post เอกลักษณ์ทางดนตรีของผู้ชายมีหนวด เต๋อ-เรวัต พุทธินันท์ และเฟรดดี เมอร์คูรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/culture-music-mustache-man-rewat-buddhinan-and-freddie-mercury/feed/ 0