Forbes Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/forbes/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 04 Mar 2026 09:47:44 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 BTS ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ระดับโลกในอัลบั้มใหม่ ARIRANG https://thestandard.co/bts-arirang-new-album/ Wed, 04 Mar 2026 05:13:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1184053 ภาพถ่ายสมาชิกวง BTS

หลังจากที่วงบอยกรุ๊ปแห่งยุคอย่าง BTS ประกาศว่าพวกเขาจะป […]

The post BTS ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ระดับโลกในอัลบั้มใหม่ ARIRANG appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพถ่ายสมาชิกวง BTS

หลังจากที่วงบอยกรุ๊ปแห่งยุคอย่าง BTS ประกาศว่าพวกเขาจะปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ‘ARIRANG’ ในวันที่ 20 มีนาคม 2026 ตอนนี้พวกเขาก็เผยรายชื่อเพลงในอัลบั้มออกมาแล้วทั้งหมด 14 เพลง และจะมีไตเติลแทร็กชื่อว่า SWIM

 

รายชื่อแทร็กเพลงในอัลบั้มมีดังนี้ Body to Body, Hooligan, Aliens, FYA, 2.0, No.29 (Interlude), SWIM (ไตเติลแทร็ก), Merry Go Round, NORMAL, Like Animals, they don’t know ’bout us, One More Night, Please และ Into the Sun

 

ในอัลบั้มนี้ BTS ยังร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ระดับโลกมากมาย เช่น Diplo ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าอัลบั้มนี้จะเป็นผลงานที่ทำให้โลกต้องอึ้ง และยังมี Ryan Tedder แห่งวง OneRepublic ศิลปินผู้สร้างเพลงฮิตให้กับวงการดนตรีมาแล้วหลายซิงเกิลมาร่วมสมทบ ตลอดจน Kevin Parker จาก Tame Impala ที่มาร่วมแท็กทีมความแข็งแกร่งอีกหนึ่งคน ซึ่งทั้งหมดนี้น่าจะทำให้อัลบั้ม ARIRANG มีแนวเพลงที่หลากหลายและมีความเป็นสากลเช่นกัน

 

นอกจากนี้ เมมเบอร์แต่ละคนก็ยังมีส่วนร่วมกับผลงานเพลงในอัลบั้มด้วย ดังนั้นต้องมารอติดตามชมกันว่าการคัมแบ็กสุดยิ่งใหญ่ของวง BTS จะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งแฟนๆ สามารถรอติดตามกันได้ในวันที่ 20 มีนาคมนี้ เวลา 11.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

 

อ้างอิง:

 

The post BTS ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ระดับโลกในอัลบั้มใหม่ ARIRANG appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ้านคอตเทจในซีรีส์ Heated Rivalry เปิดให้เข้าพักผ่าน Airbnb แล้ว https://thestandard.co/heated-rivalry-cottage-airbnb-stay/ Wed, 25 Feb 2026 08:38:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1181631 บ้านคอตเทจ Barlochan ริมทะเลสาบจากซีรีส์ Heated Rivalry เปิดให้เข้าพักผ่าน Airbnb

หนึ่งในฉากอันเป็นที่จดจำมากที่สุดในซีรีส์เควียร์ยอดนิยม […]

The post บ้านคอตเทจในซีรีส์ Heated Rivalry เปิดให้เข้าพักผ่าน Airbnb แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ้านคอตเทจ Barlochan ริมทะเลสาบจากซีรีส์ Heated Rivalry เปิดให้เข้าพักผ่าน Airbnb

หนึ่งในฉากอันเป็นที่จดจำมากที่สุดในซีรีส์เควียร์ยอดนิยมอย่าง Heated Rivalry ก็คือซีนที่ตัวละคร Shane Hollander (รับบทโดย Hudson Williams) ชักชวนให้ Ilya Rozanov (รับบทโดย Connor Storries) มาใช้เวลาอยู่ที่บ้านพักคอตเทจอันเงียบสงบของเขา ด้วยบทพูดที่ว่า

 

“มาอยู่ที่บ้านพักของฉันช่วงซัมเมอร์นี้ไหม? อย่าไปรัสเซียเลย มาบ้านฉันดีกว่า เราจะมีช่วงเวลาที่สนุกกันมากนะ มันมีความเป็นส่วนตัวมาก จะไม่มีใครรู้อะไรเลย เราอยู่ด้วยกันที่นั่นสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ก็ยังได้! เราจะอยู่กันสองคนแบบไม่มีใคร!”

 

หลังจากนั้นสองนักฮอกกี้หนุ่มจึงได้ใช้เวลาสุดโรแมนติกด้วยกันอยู่ที่บ้านพักแห่งนี้ ทั้งพูดคุยกันข้างเตาผิงไฟไปจนถึงทำอาหารด้วยกันอย่างคนรัก ท่ามกลางฉากหลังบ้านพักอันสวยงามที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ และ ขณะนี้บ้านพัก Barlochan Cottage อันเป็นสถานที่ถ่ายทำฉากที่อบอวลด้วยความรักเหล่านี้ก็เปิดให้เช่าและเข้าพักผ่าน Airbnb ได้แล้ว เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม เป็นต้นไป

 

Barlochan Cottage เป็นบ้านพักสไตล์กระท่อมโมเดิร์น ตั้งอยู่ที่ Walker Point ริมฝั่งตะวันตกของทะเลสาบ Lake Muskoka ใน Torrance แคนาดา ภายในบ้านประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำที่สามารถรองรับแขกได้ 6 คน ในสนนราคา 248.10 ดอลลาร์แคนาดา หรือราวๆ 5,600 บาทต่อคืน ซึ่งราคานี้นำมาจากเบอร์เสื้อแข่งของพระเอกทั้งสอง หมายเลข 24 ของ Ilya และหมายเลข 18 ของ Shane

 

บ้านพักแห่งนี้ทั้งติดริมน้ำและมีหาดทรายส่วนตัว อีกทั้งยังมีกิจกรรมเอาต์ดอร์ให้ทำมากมายอย่างเช่นการพายเรือแคนูและเรือคายักบนทะเลสาบ Lake Muskoka รวมไปถึงนั่งชมทิวทัศน์หรือปิ้งบาร์บีคิวบนลานบ้าน แน่นอนว่าบ้านมีความเป็นส่วนตัวสูงเช่นเดียวกับที่ Shane ให้คำมั่นกับ Ilya เอาไว้ นอกจากนั้นที่นี่ยังต้อนรับสัตว์เลี้ยงด้วย แต่ผู้เข้าพักต้องเซ็นสัญญายอมชดใช้ต่อความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากสัตว์เลี้ยงเอาไว้ล่วงหน้า

 

ภาพ: Airbnb

อ้างอิง: https://www.forbes.com/sites/laurasirikul/2026/02/24/want-to-stay-at-the-heated-rivalry-cottage-now-you-can/

The post บ้านคอตเทจในซีรีส์ Heated Rivalry เปิดให้เข้าพักผ่าน Airbnb แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่อง 9 ทีมฟุตบอลชั้นนำ ที่มูลค่าเติบโตสูงตลอดทศวรรษที่ผ่านมา หลายบริษัทมูลค่าเพิ่มนับแสนล้านบาท https://thestandard.co/top-football-club-value-growth/ Tue, 24 Feb 2026 05:46:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1181243 ภาพประกอบโลโก้สโมสรฟุตบอลและกราฟแสดงมูลค่าสโมสรที่เติบโตสูงตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

วงการฟุตบอล หนึ่งในวงการที่มีเงินไหลเวียนมากกว่าหลายแสน […]

The post ส่อง 9 ทีมฟุตบอลชั้นนำ ที่มูลค่าเติบโตสูงตลอดทศวรรษที่ผ่านมา หลายบริษัทมูลค่าเพิ่มนับแสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบโลโก้สโมสรฟุตบอลและกราฟแสดงมูลค่าสโมสรที่เติบโตสูงตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

วงการฟุตบอล หนึ่งในวงการที่มีเงินไหลเวียนมากกว่าหลายแสนล้านบาทต่อปี หากให้ยกตัวอย่างมาหนึ่งลีก ก็คือ Premier League สโมรฟุตบอลอังกฤษ ที่มีทีมฟุตบอลเพียง 20 ทีม แต่กลับมีผู้ติดตามถึง 1.87 พันล้านคนทั่วโลก

 

ปัจจุบัน เม็ดเงินลงทุนในสิ่งที่เรียกว่า Sport Franchises กลายเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ได้รับความนิยมจากมหาเศรษฐี หรือบริษัทลงทุนทั่วโลก สำหรับทศวรรษที่ผ่านมาเราเห็นมูลค่าของสโมสรฟุตบอลเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และหนึ่งในสโมสรที่เติบโตอย่างรวดเร็วคือ Manchester City

 

จากข้อมูลของ Forbes และ DBS พบว่า Manchester City มีการเติบโตของมูลค่าสโมสรเฉลี่ยทบต้นถึง 16% ต่อปี (CAGR) จากมูลค่าเพียง 262 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 8.38 พันล้านบาท ในช่วงปี 2005 พุ่งแตะ 5.3 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ​ 1.69 แสนล้านบาท ไม่เพียงแต่ Manchester City เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายทีมฟุตบอลที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

 

ในบทความนี้ทางทีมงาน THE STANDARD WEALTH จะพาไปส่องมูลค่าของ 9 ทีมฟุตบอลชั้นนำของโลกในรอบ 20 ปี ที่ผ่านมา ที่มูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ

 

ภาพประกอบโลโก้สโมสรฟุตบอลและกราฟแสดงมูลค่าสโมสรที่เติบโตสูงตลอดทศวรรษที่ผ่านมา 1

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post ส่อง 9 ทีมฟุตบอลชั้นนำ ที่มูลค่าเติบโตสูงตลอดทศวรรษที่ผ่านมา หลายบริษัทมูลค่าเพิ่มนับแสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
มนตร์ดำสะกดงบดุล Snow White เวอร์ชันคนแสดงทำ Disney เจ็บหนัก ‘ขาดทุน’ กว่า 5 พันล้านบาท https://thestandard.co/snow-white-live-action-disney-loss/ Sun, 15 Feb 2026 12:15:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1178748 ภาพโปสเตอร์หรือตัวอย่างภาพยนตร์ Snow White ฉบับคนแสดงของ Disney ที่เผชิญภาวะขาดทุนอย่างหนัก

รายงานจาก Forbes และ Fox Business เปิดเผยเบื้องหลังตัวเ […]

The post มนตร์ดำสะกดงบดุล Snow White เวอร์ชันคนแสดงทำ Disney เจ็บหนัก ‘ขาดทุน’ กว่า 5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโปสเตอร์หรือตัวอย่างภาพยนตร์ Snow White ฉบับคนแสดงของ Disney ที่เผชิญภาวะขาดทุนอย่างหนัก

รายงานจาก Forbes และ Fox Business เปิดเผยเบื้องหลังตัวเลขทางการเงินของภาพยนตร์เรื่อง Snow White ฉบับรีเมคปี 2025 ที่กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ ‘เจ้าปัญหา’ ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Disney หลังจากมีการเปิดเผยเอกสารงบการเงินที่ระบุว่าโปรเจกต์นี้ใช้เงินทุนสร้างมหาศาลเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ไปไกล

 

โดยปกติแล้ว ต้นทุนการสร้างภาพยนตร์ที่ผลิตในสหรัฐฯ มักถูกเก็บเป็น ‘ความลับ’ ที่สตูดิโอจะไม่ยอมเปิดเผยแยกเป็นรายเรื่อง ทว่าเนื่องจาก Snow White เลือกไปถ่ายทำในสหราชอาณาจักรเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี Disney จึงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นด้วยการจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเฉพาะกิจในชื่อ Hidden Heart Productions เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบการผลิตทั้งหมด

 

เอกสารระบุว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้งบสร้างสูงถึง 336.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.04 หมื่นล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าทุนสร้างของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Rogue One (Rogue One A Star Wars Story) หรือภาพยนตร์ Marvel อย่าง Guardians of the Galaxy สาเหตุหลักที่ทำให้งบประมาณบานปลายเป็นผลมาจากอุบัติเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับกองถ่ายใน พินวูด สตูดิโออีกทั้งยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจากการถ่ายทำใหม่ในหลายส่วนที่เกิดขึ้นในภายหลัง

 

แม้รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะช่วยคืนเงินภาษีให้ Disney เป็นจำนวน 64.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.02 พันล้านบาท) จนทำให้ค่าใช้จ่ายสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 271.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.44 พันล้านบาท) แต่ตัวเลขนี้ก็ยังสูงเกินกว่าที่รายได้จากโรงภาพยนตร์จะกอบกู้สถานการณ์ได้ โดย Snow White ทำรายได้รวมทั่วโลกได้เพียง 205.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.39 พันล้านบาท)

 

รายได้ดังกล่าวรั้งตำแหน่งภาพยนตร์ฉบับคนแสดงที่ทำเงินต่ำที่สุดเป็นอันดับ 5 ของ Disney ซึ่งหากพิจารณาบริบทเชิงลึกจะพบว่าสถานการณ์ย่ำแย่กว่าที่เห็น เพราะภาพยนตร์ที่อยู่อันดับต่ำกว่าล้วนมีเหตุผลเฉพาะ เช่น Mulan ที่ออกฉายในช่วงวิกฤตโรคระบาด หรือ 102 Dalmatians และ Christopher Robin ที่หากปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้วจะพบว่าทำเงินได้มากกว่า Snow White เสียด้วยซ้ำ

 

เมื่อพิจารณาตามกลไกธุรกิจที่โรงภาพยนตร์จะเก็บส่วนแบ่งรายได้ไว้ประมาณ 50% ตามการวิเคราะห์ของ สตีเฟน ฟอลโลวส์ (Stephen Follows) จะพบว่า Disney ได้รับเงินกลับมาจริงเพียง 102.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.20 พันล้านบาท) ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ขาดทุนเฉพาะในส่วนของโรงภาพยนตร์ไปถึง 168.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.24 พันล้านบาท)

 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่รวมรายได้จากยอดขายแผ่นหรือสินค้าที่ระลึก และยังไม่หักค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่สตูดิโอไม่ได้ระบุไว้ในงบการเงินนี้

 

นอกเหนือจากตัวเลขงบประมาณ Snow White ยังเผชิญดราม่ารอบด้าน ปีเตอร์ ดิงเคลจ (Peter Dinklage) ได้วิจารณ์ถึงความย้อนแย้งของ Disney ที่พยายามนำเสนอความก้าวหน้าผ่านการคัดเลือกนักแสดงนำอย่าง เรเชล เซกเลอร์ (Rachel Zegler) แต่กลับยังเลือกที่จะนำเรื่องราวที่เขามองว่า ‘ล้าหลังอย่างยิ่ง’ เกี่ยวกับคนแคระที่อาศัยอยู่ในถ้ำมาปัดฝุ่นทำใหม่

 

นอกจากนี้ เซกเลอร์ ยังวิจารณ์ภาพยนตร์ต้นฉบับปี 1937 ว่าล้าสมัยในแง่แนวคิดเรื่องบทบาทอำนาจของหญิง และเปรียบพฤติกรรมของเจ้าชายว่าเหมือน ‘พวกสะกดรอยตาม’ (Stalker) จนทำให้ เดวิด แฮนด์ (David Hand) ลูกชายของผู้สร้างภาพยนตร์ต้นฉบับออกมาบอกว่าบรรพบุรุษคงไม่สงบใต้หลุมศพ เพราะต้นฉบับถูกสร้างขึ้นมาด้วยรสนิยมที่ดี

 

อีกทั้งตัวอย่างภาพยนตร์ที่มีเหล่าคนแคระจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กราฟิกยังถูกวิจารณ์ว่าดู ‘น่าขนลุก’ (Creepy) จนยอดกดไม่ชอบใน YouTube พุ่งสูงกว่า 1 ล้านครั้ง

 

มรสุมดราม่ายังลุกลามไปยังโซเชียลมีเดีย เมื่อ เซกเลอร์ โพสต์ข้อความขอบคุณแฟนๆ ที่เข้าชมตัวอย่างภาพยนตร์ แต่กลับสอดแทรกประเด็นการเมืองทิ้งท้ายว่า ‘อย่าลืม ปลดปล่อยปาเลสไตน์ให้เป็นอิสระ’ (always remember, free palestine) เหตุการณ์นี้ทำให้ มาร์ค แพลตต์ (Marc Platt) ผู้อำนวยการสร้าง ถึงขั้นต้องบินไปนิวยอร์กเพื่อขอให้เธอลบโพสต์ดังกล่าว แต่เธอปฏิเสธและโพสต์นั้นยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

 

ต่อมาหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เซกเลอร์ ได้โพสต์ข้อความถึงกลุ่มผู้สนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผ่านโซเชียลมีเดียด้วยถ้อยคำคำรุนแรงว่า “ขอให้ผู้สนับสนุนทรัมป์ ผู้ที่ลงคะแนนให้ทรัมป์ และตัวทรัมป์เองอย่าได้พบกับความสงบสุขเลย” (May Trump supporters and Trump voters and Trump himself never know peace) ซึ่งในครั้งนี้แพลตต์พยายามเข้าห้ามปรามให้เธอหยุดเพื่อผลประโยชน์ของโปรเจกต์ แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว

 

ความล้มเหลวนี้สะท้อนผ่านงบการเงินไตรมาสแรกปี 2026 ของ Disney ที่รายได้ส่วนความบันเทิงลดลงถึง 35% เหลือเพียง 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.42 หมื่นล้านบาท)

 

แต่ถึงอย่างนั้น Disney ก็ยังไม่ลดงบสร้างภาพยนตร์ลง โดยได้รับแรงหนุนจากความสำเร็จของ Lilo & Stitch ที่ทำรายได้สูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.11 หมื่นล้านบาท) ซึ่งช่วยชดเชยการขาดทุนจาก Snow White ได้มากพอสมควร และพิสูจน์ให้เห็นว่าแนวทางรีเมคการ์ตูนคลาสสิกยังคงเป็นสูตรสำเร็จของสตูดิโอได้อยู่

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.08 บาท ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

ภาพ : AaronP/Bauer-Griffin/GC Images

 

อ้างอิง:

The post มนตร์ดำสะกดงบดุล Snow White เวอร์ชันคนแสดงทำ Disney เจ็บหนัก ‘ขาดทุน’ กว่า 5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัลฟ์ซื้อหุ้นกสิกรไทยเพิ่มเท่าตัว ทะลุ 10% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 มูลค่ารวม 4.6 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/gulf-buys-kasikornbank-shares/ Sat, 14 Feb 2026 05:07:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1178450 โลโก้ GULF และ KBANK สื่อถึงการที่ GULF ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของธนาคารกสิกรไทย

‘กัลฟ์’ ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของธนาคารกสิกรไท […]

The post กัลฟ์ซื้อหุ้นกสิกรไทยเพิ่มเท่าตัว ทะลุ 10% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 มูลค่ารวม 4.6 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ GULF และ KBANK สื่อถึงการที่ GULF ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของธนาคารกสิกรไทย

‘กัลฟ์’ ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของธนาคารกสิกรไทย หลังถือหุ้นเพิ่มเท่าตัวทะลุ 10%

 

บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) รายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) ผ่านสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์​ (ก.ล.ต.) หลังทำรายการซื้อหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จาก 4.53% เมื่อเดือนกันยายน 2568 กลายเป็น 10.0298%

 

GULF ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งคือ สารัชถ์ รัตนาวะดี มหาเศรษฐีที่ได้รับการจัดอันดับว่าร่ำรวยที่สุดของไทย ด้วยความมั่งคั่งกว่า 4 แสนล้านบาท จากการจัดอันดับของ Forbes

 

การถือครองหุ้นเพิ่มขึ้นดังกล่าว ทำให้ GULF กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ KBANK คิดเป็นมูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาท หลังจากเริ่มเข้ามาลงทุนครั้งแรกในปี 2567

 

ล่าสุด ณ วันที่ 13 กุมภาพันธ์​ KBANK เป็นหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalizatoin) มากสุดเป็นอันดับ 8 ของไทย มูลค่า 4.63 แสนล้านบาท ส่วน GULF มีมาร์เก็ตแคปมากสุดเป็นอันดับ 4 ด้วยมูลค่า 8.85 แสนล้านบาท

The post กัลฟ์ซื้อหุ้นกสิกรไทยเพิ่มเท่าตัว ทะลุ 10% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 มูลค่ารวม 4.6 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลุค Top Gun สร้างเรื่อง! หุ้นบริษัทแว่นที่ ‘มาครง’ ใส่ใน World Economic Forum 2026 เพิ่มขึ้น 28% https://thestandard.co/macron-top-gun-sunglasses-stock-surge/ Sat, 24 Jan 2026 09:31:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1168935 เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส สวมแว่นกันแดด Henry Jullien ในการประชุม World Economic Forum 2026 ที่เมืองดาวอส

หุ้น iVision Tech บริษัทแม่ของ Henry Jullien เพิ่มขึ้น […]

The post ลุค Top Gun สร้างเรื่อง! หุ้นบริษัทแว่นที่ ‘มาครง’ ใส่ใน World Economic Forum 2026 เพิ่มขึ้น 28% appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส สวมแว่นกันแดด Henry Jullien ในการประชุม World Economic Forum 2026 ที่เมืองดาวอส

หุ้น iVision Tech บริษัทแม่ของ Henry Jullien เพิ่มขึ้น 28% หลังได้รับความสนใจล้นหลามจาก ‘ลุค Top Gun’ ของ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสในการประชุม World Economic Forum 2026

 

เมื่อวานนี้ (23 มกราคม) Forbes รายงานว่า หุ้น iVision Tech บริษัทสัญชาติอิตาลี ซึ่งเข้าซื้อกิจการ Henry Jullien แบรนด์แว่นตาฝรั่งเศสสุดเก่าแก่ มีมูลค่าหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 4.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น 28% หลัง เอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ปรากฏตัวใน World Economic Forum 2026 ในลุคสุดแปลกตาใส่แว่นกันแดดสีเงิน

 

ทั้งนี้ สเตฟาโน ฟุลเคียร์ (Stefano Fulchir) CEO ของ iVision Tech ให้สัมภาษณ์กับ Reuters และ The Guardian ว่า ภาพดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมต่อบริษัททันที โดยทันทีมาครงปรากฏตัวในแว่นกันแดดของ Henry Jullien ราคาหุ้น iVision Tech พุ่งขึ้นราว 28% เมื่อวันที่ 22 มกราคม จนต้องมีการสั่งพักการซื้อขายชั่วคราว และทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเพิ่มขึ้นประมาณ 3.5 ล้านยูโร (ประมาณ 130 ล้านบาท)

 

“ปฏิกิริยาแรกของผมสรุปได้ในสามตัวอักษร ว้าว! วันนี้ไม่ใช่วันธรรมดาเลย ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ประธานาธิบดีเลือกใส่แว่นของเรา” ฟุลเคียร์ระบุว่า หลังจากข่าวแพร่ออกไป เว็บไซต์ของบริษัทก็ล่มเกือบทั้งวัน

 

CEO ของ iVision Tech ยังเล่าว่า สำนักประธานาธิบดีฝรั่งเศสติดต่อบริษัทตั้งแต่ปี 2024 เพื่อขอซื้อแว่นกันแดดรุ่น Pacific S 01 Double Gold ราคา 659 ยูโร (ประมาณ 2.5 หมื่นบาท) เพื่อเป็นของขวัญทางการทูตในเวทีการประชุม G20 รวมถึงซื้ออีก 1 คู่แยกสำหรับผู้นำฝรั่งเศสเอง

 

ฟุลเคียร์เล่าว่า เขายินดีที่จะส่งแว่นกันแดดเป็นของขวัญให้มาครง แต่ทางการปฏิเสธและยืนยันว่า จะขอซื้อด้วยเงินเอง พร้อมตรวจสอบอย่างละเอียดว่า แว่นตาต้องผลิตทั้งในฝรั่งเศสทุกกระบวนการ

 

“นี่ไม่ใช่แว่นธรรมดา แต่เป็นสินค้าหรูที่ไม่พังใน 2 ปี และใช้ได้นาน มันคือการลงทุน เหมือนเครื่องประดับหรือนาฬิกา” CEO ของ iVision Tech เสริมว่า แว่นรุ่นนี้ยังวางจำหน่ายทั่วโลก แม้แต่ยูเครนในห้วงสงคราม หากแต่ยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายในสหราชอาณาจักร

 

ที่ผ่านมา ในการประชุมดาวอสเต็มไปด้วยมีมและไวรัลในโลกออนไลน์มากมาย หนึ่งในนั้นคือลุคสวมแว่นกันแดดของมาครงที่จุดชนวนโซเชียลว่า เขาอยากจะสวมบทบาทเป็นตัวเอกของ Top Gun (1986) ภาพยนตร์สุดโด่งดังที่นำแสดงโดย ทอม ครูซ ไปจนถึงการแซวโยงไปถึงเหตุการณ์ที่ บริฌิต มาครง สตรีหมายเลขหนึ่งฝรั่งเศส ‘ตบหน้า’ เขาในเดือนพฤษภาคม 2025 ว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากเธอหรือไม่

 

ขณะที่มีความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารทางการเมืองอย่าง ฟิลิปป์ โมโร เชฟโรเลต์ที่ตีความว่า การที่มาครงเลือกใส่แว่นกันแดดที่ผลิตในฝรั่งเศส เป็น ‘สัญญะทางการเมือง’ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ไม่สู้ดีกับสหรัฐฯ นัก

 

อย่างไรก็ตามมีการเปิดเผยในภายหลังว่า มาครงมีอาการป่วยอย่างเส้นเลือดฝอยในตาขวาแตก ซึ่งไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด โดยก็เรียกรีแอกชันจากทรัมป์ที่กล่าวแซวบนเวทีสุนทรพจน์ว่า “ผมเห็นเขาใส่แว่นกันแดดเท่ๆ แบบนั้น แล้วสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับเขา”

 

อนึ่ง Henry Jullien เป็นแบรนด์แว่นตาที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1921 มีพนักงานทั้งสิ้นเพียง 10 คน โดยแว่นทุกคู่ประกอบด้วยมือ ผ่านการใช้เทคนิคโบราณ คือการยึดทองเข้ากับโลหะฐาน แทนการชุบทองทั่วไป ขณะที่ผลิตแว่นรุ่นเดียวกับที่มาครงประมาณ 1,000 ชิ้นต่อปี

 

ในอดีต แบรนด์นี้ยังเคยเป็นข่าวดังเมื่อปี 2024 หลังจาก ซิกอร์นีย์ วีเวอร์ (Sigourney Weaver) นักแสดงฮอลลีวูดสวมแว่นรุ่น Melrose 15 ขึ้นเวทีงาน Goya Awards ที่ประเทศสเปน

 

ภาพ: Denis Balibouse / Reuters

 

อ้างอิง:

The post ลุค Top Gun สร้างเรื่อง! หุ้นบริษัทแว่นที่ ‘มาครง’ ใส่ใน World Economic Forum 2026 เพิ่มขึ้น 28% appeared first on THE STANDARD.

]]>
Beyoncé ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีพันล้านคนล่าสุดของ Forbes https://thestandard.co/beyonce-billionaire-latest-forbes/ Wed, 31 Dec 2025 03:08:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1160357 Beyoncé ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีพันล้านคนล่าสุดของ Forbes

ในที่สุด Beyoncé ก็ได้มีสถานะเป็นมหาเศรษฐีพันล้านอย่างเ […]

The post Beyoncé ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีพันล้านคนล่าสุดของ Forbes appeared first on THE STANDARD.

]]>
Beyoncé ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีพันล้านคนล่าสุดของ Forbes

ในที่สุด Beyoncé ก็ได้มีสถานะเป็นมหาเศรษฐีพันล้านอย่างเป็นทางการตามการรายงานของ Forbes เช่นเดียวกับสามี Jay-Z ผู้เป็นอีกหนึ่งศิลปินและนักธุรกิจที่มีสถานะทางการเงินเดียวกันตั้งแต่ปี 2019

 

การที่ Beyoncé ได้ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีพันล้านอย่างเป็นทางการในปีนี้ เกิดขึ้นจากความสำเร็จอันล้นหลามของทัวร์คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่อย่าง Renaissance World Tour ที่เริ่มต้นเมื่อปี 2023 และสามารถกวาดรายได้ไปมากกว่า 600 ล้านดอลลาร์ รวมไปถึงผลพวงจากกระแสตอบรับอันดีเยี่ยมจากอัลบั้ม Cowboy Carter ผลงานแนวคันทรี่ชุดแรกของเธอที่เปิดตัวไปในปี 2024 และคว้ารางวัล GRAMMYs สาขาใหญ่อย่าง Album of the Year ได้สำเร็จในปีนี้

 

ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Beyoncé เพิ่งปิดฉากทัวร์คอนเสิร์ต Cowboy Carter Tour อย่างสวยงาม หลังจากที่เดินสายแสดงในสเตเดียมใหญ่ 32 แห่งทั่วพื้นที่ยุโรปและอเมริกา โดยทัวร์ดังกล่าวกวาดเงินไปได้ทั้งหมด 400 ล้านดอลลาร์ สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นทัวร์คันทรีที่มีรายได้สูงสุด

 

ซึ่ง Forbes ยังคาดการณ์ด้วยว่าตลอดช่วงการทัวร์คอนเสิร์ตนั้น Beyoncé ยังมีรายได้จากการขายของที่ระลึกถึง 50 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เธอกลายเป็นศิลปินผิวดำและศิลปินแนว R&B ที่มีรายได้สูงสุดตลอดกาล

 

นอกจากการทำงานด้านดนตรีแล้ว ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ Beyoncé ยังมีธุรกิจอีกมากมาย ซึ่งรวมไปถึงวิสกี้ SirDavis ที่เธอทำร่วมกับ Moët Hennessy Céced, แบรนด์ดูแลเส้นผม และแบรนด์น้ำหอม อีกทั้งยังมีแคมเปญอื่นๆ อย่างการเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกับ Levi’s เป็นต้น โดย Beyoncé เป็นศิลปินคนที่ 5 ที่มีสถานะเป็นเศรษฐีพันล้าน ตามหลัง Jay-Z, Taylor Swift, Rihanna และ Bruce Springsteen เท่านั้น

 

อ้างอิง https://www.usatoday.com/story/entertainment/music/2025/12/29/beyonce-billionaire-forbes/87944191007/

The post Beyoncé ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีพันล้านคนล่าสุดของ Forbes appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำเนียบ 10 มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก ปี 2025 https://thestandard.co/10-richest-billionaires-world-2025/ Thu, 25 Dec 2025 05:48:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1158106 ทำเนียบ 10 มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก ปี 2025

ทำเนียบมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2025 อิงจาก Forbes World’s B […]

The post ทำเนียบ 10 มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก ปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำเนียบ 10 มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก ปี 2025

ทำเนียบมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2025 อิงจาก Forbes World’s Billionaires List, The Richest In 2025 อันดับหนึ่งยังคงเป็น Elon Musk เจ้าบริษัทอย่าง Tesla และ SpaceX ซึ่งมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 75% หรือราว 4.6 ล้านล้านบาท ขณะที่อันดับ 2 มีการเปลี่ยนมือมาเป็น Mark Zuckerberg เจ้าของ Meta ขึ้นมาแทนที่ Jeff Bezos แห่ง Amazon.com ที่กลายมาเป็นอันดับ 3 ในปีนี้

 

Forbes ได้ทำการสำรวจและค้นหามหาเศรษฐีทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 1987 ซึ่งในปีแรกพบมหาเศรษฐีจำนวน 140 คน ต้องใช้เวลาถึง 2 ทศวรรษกว่าที่จำนวนของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นทะลุ 1,000 คน และขยับขึ้นมาเป็น 2,000 คนในปี 2017

 

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ นักลงทุน และทายาทธุรกิจรวมทั้งสิ้น 3,028 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 247 คน ไม่เพียงแต่จำนวนคนจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่พวกเขายังร่ำรวยยิ่งกว่าเดิม โดยมีความมั่งคั่งรวมกันถึง 16.1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 565.1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ จากปี 2024

 

ทำเนียบ 10 มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก ปี 2025 1

 

ภาพประกอบ : สุภาวิดา สุขวัฒน์

The post ทำเนียบ 10 มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก ปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Top 10 ศิษย์เก่า ‘Forbes 30 Under 30’ ที่กลายเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน https://thestandard.co/top-10-forbes-alumni-billionaires/ Fri, 12 Dec 2025 08:20:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1154001 Top 10 ศิษย์เก่า ‘Forbes 30 Under 30’ ที่กลายเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน

ย้อนกลับไปในเดือนมกราคมปี 2012 นิตยสาร Forbes ได้เปิดตั […]

The post Top 10 ศิษย์เก่า ‘Forbes 30 Under 30’ ที่กลายเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Top 10 ศิษย์เก่า ‘Forbes 30 Under 30’ ที่กลายเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน

ย้อนกลับไปในเดือนมกราคมปี 2012 นิตยสาร Forbes ได้เปิดตัวรายชื่อ ‘30 Under 30’ เป็นครั้งแรก เพื่อเชิดชูเหล่าผู้ก่อตั้งและผู้นำรุ่นใหม่ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ผู้กำลังสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในโลกธุรกิจ นับตั้งแต่นั้นมา 30 Under 30 ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ในหลากหลายวงการ

 

ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา มีศิษย์เก่าจากทำเนียบ 30 Under 30 จำนวนมากที่ประสบความสำเร็จ แต่มีเพียง 46 คน เท่านั้นที่สามารถก้าวกระโดดจาก ‘ดาวรุ่ง’ สู่การเป็น ‘มหาเศรษฐีระดับโลก’ ที่มีความมั่งคั่งแตะระดับ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.2 หมื่นล้านบาท ได้สำเร็จ

 

แม้ความมั่งคั่งเหล่านี้จะมาจากหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่โซเชียลมีเดีย ฟินเทค ไปจนถึงวงการบันเทิงระดับโลกอย่าง Taylor Swift แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘กระแสความร้อนแรงของ AI’ คือตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ โดยในปีนี้ปีเดียว มีศิษย์เก่าถึง 19 คนที่ก้าวเข้าสู่สถานะมหาเศรษฐีระดับหลายหมื่นล้านบาท

 

Top 10 ศิษย์เก่า ‘Forbes 30 Under 30’ ที่กลายเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน 1

The post Top 10 ศิษย์เก่า ‘Forbes 30 Under 30’ ที่กลายเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากดาวรุ่งสู่มหาเศรษฐี! เปิดทำเนียบ 46 ศิษย์เก่า ‘Forbes 30 Under 30’ ที่มีความมั่งคั่งทะลุสามหมื่นล้านบาท https://thestandard.co/forbes-30-under-30/ Mon, 01 Dec 2025 08:53:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1150253 จากดาวรุ่งสู่มหาเศรษฐี เปิดทำเนียบ 46 ศิษย์เก่า ‘Forbes 30 Under 30’ ที่มีความมั่งคั่งทะลุสามหมื่นล้านบาท

ย้อนกลับไปในเดือนมกราคมปี 2012 นิตยสาร Forbes ได้เปิดตั […]

The post จากดาวรุ่งสู่มหาเศรษฐี! เปิดทำเนียบ 46 ศิษย์เก่า ‘Forbes 30 Under 30’ ที่มีความมั่งคั่งทะลุสามหมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากดาวรุ่งสู่มหาเศรษฐี เปิดทำเนียบ 46 ศิษย์เก่า ‘Forbes 30 Under 30’ ที่มีความมั่งคั่งทะลุสามหมื่นล้านบาท

ย้อนกลับไปในเดือนมกราคมปี 2012 นิตยสาร Forbes ได้เปิดตัวรายชื่อ ‘30 Under 30’ เป็นครั้งแรก เพื่อเชิดชูเหล่าผู้ก่อตั้งและผู้นำรุ่นใหม่ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ผู้กำลังสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในโลกธุรกิจ นับตั้งแต่นั้นมา 30 Under 30 ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ในหลากหลายวงการ

 

ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา มีศิษย์เก่าจากทำเนียบ 30 Under 30 จำนวนมากที่ประสบความสำเร็จ แต่มีเพียง 46 คน เท่านั้นที่สามารถก้าวกระโดดจาก ‘ดาวรุ่ง’ สู่การเป็น ‘มหาเศรษฐีระดับโลก’ ที่มีความมั่งคั่งแตะระดับ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.2 หมื่นล้านบาท ได้สำเร็จ

 

แม้ความมั่งคั่งเหล่านี้จะมาจากหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่โซเชียลมีเดีย ฟินเทค ไปจนถึงวงการบันเทิงระดับโลกอย่าง Taylor Swift แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘กระแสความร้อนแรงของ AI’ คือตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ โดยในปีนี้ปีเดียว มีศิษย์เก่าถึง 19 คนที่ก้าวเข้าสู่สถานะมหาเศรษฐีพันล้าน

 

THE STANDARD WEALTH พาสำรวจไฮไลต์ที่น่าสนใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไอเดียสตาร์ทอัพให้กลายเป็นอาณาจักรธุรกิจระดับโลก

 

กระแส AI สร้างมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลก

 

เทรนด์ที่โดดเด่นที่สุดในปีนี้คือการผงาดขึ้นของธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในบรรดาศิษย์เก่าที่เป็นมหาเศรษฐีหน้าใหม่ มี 8 คนที่เพิ่งเข้าทำเนียบในปีที่ผ่านมาและอายุยังไม่ถึง 30 ปี

 

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ 3 ผู้ก่อตั้ง Mercor แพลตฟอร์มจัดหางานด้วย AI ระดับยูนิคอร์น ได้แก่ Brendan Foody, Adarsh Hiremath และ Surya Midha ทั้งหมดมีอายุเพียง 22 ปี การระดมทุนรอบล่าสุดดันมูลค่าบริษัทไปแตะ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้พวกเขากลายเป็น ‘มหาเศรษฐีที่สร้างฐานะด้วยตัวเอง (Self-made) ที่อายุน้อยที่สุดในโลก’ ทำลายสถิติเดิมของ Mark Zuckerberg ที่เคยทำไว้ตอนอายุ 23 ปี

 

นอกจากนี้ ยังมี Alexandr Wang (วัย 28 ปี) แห่ง ScaleAI ที่ความมั่งคั่งพุ่งสู่ 3.2 พันล้านดอลลาร์ หลัง Meta เข้าลงทุน และ Lucy Guo ผู้ร่วมก่อตั้งของเขา ที่กลายเป็นมหาเศรษฐีหญิงที่สร้างฐานะด้วยตัวเองที่อายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยสินทรัพย์ 1.4 พันล้านดอลลาร์

 

10 บุคคลเด่นจากทำเนียบ Under 30 สู่ Billionaire

 

จากรายชื่อทั้งหมด นี่คือ 10 กรณีศึกษาที่น่าสนใจของศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จสูงสุด:

 

1. Zhang Yiming (อายุ 42 ปี) ความมั่งคั่ง 63,900 ล้านดอลลาร์ ศิษย์เก่าที่รวยที่สุดในกลุ่ม เขาติดรายชื่อ Forbes Under 30 China ในปี 2013 ก่อนที่จะปล่อยแอปพลิเคชัน TikTok สู่ตลาดโลกในปี 2017 ปัจจุบัน ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok มีมูลค่าประเมินสูงถึง 4.8 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้ Zhang เป็นบุคคลที่รวยที่สุดอันดับ 26 ของโลก

 

2. Patrick Collison (อายุ 37 ปี) ความมั่งคั่ง 10,100 ล้านดอลลาร์ ผู้ก่อตั้ง Stripe แพลตฟอร์มชำระเงินออนไลน์ที่เริ่มจากโปรเจกต์สมัยเรียนที่ MIT กับน้องชาย (John Collison) เพื่อแก้ปัญหาการรับเงินออนไลน์ให้ง่ายขึ้น ปัจจุบัน Stripe เป็นฟินเทคยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่ากิจการกว่า 9.15 หมื่นล้านดอลลาร์

 

3. Daniel Ek (อายุ 42 ปี) ความมั่งคั่ง 8,600 ล้านดอลลาร์ ชายผู้ปรากฏตัวบนหน้าปกนิตยสาร Forbes Under 30 ฉบับแรกสุด ผู้ก่อตั้ง Spotify ที่เข้ามาปฏิวัติวงการเพลงและแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการสตรีมมิง รายได้บริษัทแตะ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024

 

4. Melanie Perkins (อายุ 38 ปี) ความมั่งคั่ง 7,600 ล้านดอลลาร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Canva แพลตฟอร์มดีไซน์ยอดฮิตที่ทำให้ใครๆ ก็เป็นศิลปินได้ เธอเปลี่ยนจากสตาร์ทอัพที่มีมูลค่า 165 ล้านดอลลาร์ในปี 2015 ให้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีการนำ AI มาใช้ในฟีเจอร์ต่างๆ อย่างเข้มข้น

 

5. Vlad Tenev (อายุ 38 ปี) ความมั่งคั่ง 6,200 ล้านดอลลาร์ ผู้ก่อตั้ง Robinhood แอปเทรดหุ้นแบบไม่มีค่าธรรมเนียมที่ปฏิวัติวงการโบรกเกอร์ แม้จะผ่านมรสุมช่วงหุ้น Meme มาได้ แต่ปัจจุบันความมั่งคั่งของเขาพุ่งขึ้นถึง 6 เท่าในปีที่ผ่านมาจากการรุกเข้าสู่ AI และสินทรัพย์ดิจิทัล

 

6. Sam Altman (อายุ 40 ปี) ความมั่งคั่ง 2,000 ล้านดอลลาร์ CEO ของ OpenAI ผู้เป็นใบหน้าของยุคสมัยแห่ง AI สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาไม่ได้ถือหุ้นใน OpenAI แต่ความมั่งคั่งของเขามาจากการลงทุนในสตาร์ทอัพอื่นๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น Stripe, Reddit และ Oklo สมัยที่เขาเป็นพาร์ทเนอร์อยู่ที่ Y Combinator

 

7. Taylor Swift (อายุ 35 ปี) ความมั่งคั่ง 1,600 ล้านดอลลาร์ หนึ่งใน 3 คนจากลิสต์ที่ไม่ได้มาจากสายเทคฯ (อีกสองคนคือ Rihanna และ LeBron James) Taylor สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นมหาเศรษฐีที่มาจาก รายได้ด้านดนตรีและการแสดงล้วนๆ โดยเฉพาะทัวร์คอนเสิร์ต The Eras Tour ที่ทำรายได้ถล่มทลาย

 

8. Kevin Systrom (อายุ 41 ปี) ความมั่งคั่ง 2,300 ล้านดอลลาร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Instagram ที่ติดโผ Under 30 ในปี 2012 เพียง 4 เดือนก่อนขายกิจการให้ Facebook ในดีลประวัติศาสตร์ 1 พันล้านดอลลาร์ ปัจจุบันเขายังคงเป็นนักลงทุนและผู้ประกอบการต่อเนื่อง

 

9. Palmer Luckey (อายุ 33 ปี) ความมั่งคั่ง 3,500 ล้านดอลลาร์ อดีตเด็กสร้างแว่น VR Oculus ที่ขายให้ Facebook ตั้งแต่อายุยังน้อย ปัจจุบันเขากลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะผู้ก่อตั้ง Anduril สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ (Defense Tech) ที่ใช้ AI มาช่วยปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย

 

10. Shayne Coplan (อายุ 27 ปี) ความมั่งคั่ง 1,000 ล้านดอลลาร์ ผู้ก่อตั้ง Polymarket แพลตฟอร์มทายผลด้วยคริปโตฯ ที่มาแรงที่สุดในปีนี้จากการทำนายผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำ ล่าสุดระดมทุนจนบริษัทมีมูลค่า 9 พันล้านดอลลาร์ แม้จะยังเผชิญความท้าทายด้านกฎหมายในสหรัฐฯ ก็ตาม

 

จากรายชื่อทั้ง 46 คน เห็นได้ชัดว่า ‘เทคโนโลยี’ ยังคงเป็นเครื่องจักรผลิตความมั่งคั่งที่ทรงพลังที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มที่สามารถปรับตัวเข้ากับคลื่นลูกใหม่อย่าง AI ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง AI โดยตรง หรือการนำ AI มายกระดับธุรกิจดั้งเดิม

 

สิ่งที่น่าจับตามองคือ แม้การแข่งขันจะสูงขึ้น แต่โอกาสในการสร้างธุรกิจระดับพันล้านเหรียญด้วยอายุที่น้อยลงเรื่อยๆ เช่นกรณีของกลุ่ม Mercor วัย 22 ปี กำลังพิสูจน์ว่า ในโลกยุคใหม่ ประสบการณ์อาจไม่สำคัญเท่ากับ ‘วิสัยทัศน์’ และความสามารถในการคว้าโอกาสจากเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

 

ภาพ: Drew Angerer/Getty Images, Matt Winkelmeyer/Getty Images for WIRED, VCG/VCG via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post จากดาวรุ่งสู่มหาเศรษฐี! เปิดทำเนียบ 46 ศิษย์เก่า ‘Forbes 30 Under 30’ ที่มีความมั่งคั่งทะลุสามหมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Forbes เปิดอันดับทีม F1 มูลค่าสูงสุดปี 2025 https://thestandard.co/forbes-f1-teams-most-valuable/ Fri, 21 Nov 2025 06:42:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1145811 Forbes เปิด อันดับทีม F1 มูลค่าสูงสุด ปี 2025

🏎️💸 เป็นเหมือนธรรมเนียมประจำปีที่ Forbes สื่อด้านเศรษฐก […]

The post Forbes เปิดอันดับทีม F1 มูลค่าสูงสุดปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Forbes เปิด อันดับทีม F1 มูลค่าสูงสุด ปี 2025

🏎💸 เป็นเหมือนธรรมเนียมประจำปีที่ Forbes สื่อด้านเศรษฐกิจและการเงินระดับโลก จะเปิดเผยการจัดอันดับเกี่ยวกับ มูลค่าทางธุรกิจของทีม Formula 1 ซึ่งสะท้อนภาพรวมความแข็งแกร่งทางการเงิน การเติบโตของวงการมอเตอร์สปอร์ต และความร้อนแรงของการลงทุนใน F1 ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี

 

และในปี 2025 Forbes ได้เปิดตัวตัวเลขล่าสุดออกมาแล้ว พร้อมเผยให้เห็นว่าแต่ละทีมมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด บางทีมขึ้นไปเทียบชั้นแฟรนไชส์ยักษ์ของ NFL, NBA และ MLB

 

มาดูกันว่า 10 ทีมบนกริด F1 ปี 2025 มีมูลค่ากี่พันล้านดอลลาร์ และทึมใดคือทีมที่ครองอันดับ 1 ของโลกในปีนี้?

 

Forbes เปิด อันดับทีม F1 มูลค่าสูงสุด ปี 2025 1

The post Forbes เปิดอันดับทีม F1 มูลค่าสูงสุดปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 นักกีฬารายได้สูงสุดของโลก ปี 2025 จาก Forbes https://thestandard.co/forbes-highest-paid-athletes-2025/ Fri, 16 May 2025 11:51:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1075100 นักกีฬาที่มีรายได้สูงที่สุดในโลก 2025

Forbes นิตยสารธุรกิจชั้นนำของโลก เผยรายงานประจำปีเกี่ยว […]

The post 10 นักกีฬารายได้สูงสุดของโลก ปี 2025 จาก Forbes appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักกีฬาที่มีรายได้สูงที่สุดในโลก 2025

Forbes นิตยสารธุรกิจชั้นนำของโลก เผยรายงานประจำปีเกี่ยวกับ นักกีฬาที่มีรายได้สูงสุด ในปี 2025 โดยระบุว่า คริสเตียโน โรนัลโด ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังจากสโมสรอัล นาสเซอร์ ในซาอุดีอาระเบีย ยังคงครองตำแหน่งนักกีฬาที่มีรายได้สูงที่สุดในโลก ด้วยรายได้รวมตลอด 12 เดือนสูงถึง 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9.1 พันล้านบาท)

 

อันดับ 2 เป็นของ สตีเฟน เคอร์รี ซูเปอร์สตาร์จากทีมบาสเกตบอล Golden State Warriors ที่กวาดรายได้ไปกว่า 156 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.1 พันล้านบาท) ตามมาด้วยอันดับ 3 อย่าง ไทสัน ฟิวรี ยอดนักชกชาวอังกฤษ ซึ่งทำเงินได้ 146 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.8 พันล้านบาท)

 

ภายใน Top 10 ของลิสต์ ยังมีชื่อของนักกีฬาแถวหน้าในวงการต่างๆ เช่น แด็ก เพรสคอตต์ ควอเตอร์แบ็กจาก NFL ที่ครองอันดับ 4, ลิโอเนล เมสซี เจ้าของบัลลงดอร์ 8 สมัย ที่อยู่อันดับ 5 

 

และ โชเฮ โอตานิ ซูเปอร์สตาร์เบสบอลชาวญี่ปุ่น อยู่ในอันดับที่ 9 ด้วยรายได้รวม 102.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.3 พันล้านบาท)

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

อ้างอิง:

The post 10 นักกีฬารายได้สูงสุดของโลก ปี 2025 จาก Forbes appeared first on THE STANDARD.

]]>
IU ขึ้นแท่นอันดับ 1 คนดังที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเกาหลีใต้จากการจัดอันดับ Forbes Korea https://thestandard.co/iu-most-influential-korean-celeb-2025/ Fri, 02 May 2025 00:53:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1070368

ศิลปินหญิงชาวเกาหลีใต้อย่าง IU ขึ้นแท่นอันดับ 1 ของเหล่ […]

The post IU ขึ้นแท่นอันดับ 1 คนดังที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเกาหลีใต้จากการจัดอันดับ Forbes Korea appeared first on THE STANDARD.

]]>

ศิลปินหญิงชาวเกาหลีใต้อย่าง IU ขึ้นแท่นอันดับ 1 ของเหล่าคนดังผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในเกาหลีใต้ (Power Celebrity 2025) จากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes Korea โดยในลิสต์นี้มีทั้งศิลปินเดี่ยว ศิลปินกลุ่มเกิร์ลกรุ๊ป-บอยแบนด์ นักฟุตบอล พิธีกร นักกีฬาอีสปอร์ต และอีกมากมาย

 

IU เป็นศิลปินที่เดบิวต์ในวัยเพียง 15 ปี เมื่อปี 2008 ปัจจุบันเธอกลายเป็นศิลปินที่โด่งดังและทำงานครอบคลุมวงการบันเทิงเกาหลีทั้งในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง การแต่งเพลง การทำเพลง ไปจนถึงการแสดง

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพลงของ IU ประสบความสำเร็จบนชาร์ตเพลงมากมาย คอนเสิร์ตของเธอในเกาหลีใต้ที่สนามกีฬา Seoul World Cup Stadium เมื่อปี 2024 ที่มีที่นั่งกว่า 45,000 ที่นั่ง ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม และในช่วงต้นปี 2025 เธอก็ได้รับคำชื่นชมในการแสดงซีรีส์ของ Netflix เรื่อง When Life Gives You Tangerines

 

Forbes Korea ยังระบุว่า รายได้รวมของ IU ในขณะที่พวกเขากำลังสำรวจข้อมูลนั้นสูงถึง 32,000 ล้านวอน โดยรายได้เหล่านี้มาจากผลงานเพลง ค่าตัวจากการแสดงคอนเสิร์ต ค่าตัวในการแสดงละคร ค่าพรีเซนเตอร์โฆษณา และเธอยังได้รับคะแนนสูงในทุกๆ ด้าน ทั้งจากการจัดอันดับสื่อ โซเชียลมีเดีย รายการโทรทัศน์ และรางวัลอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

 

ภาพ: IU / Instagram

อ้างอิง:

The post IU ขึ้นแท่นอันดับ 1 คนดังที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเกาหลีใต้จากการจัดอันดับ Forbes Korea appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 คนดังที่ใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงจนติดอันดับมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกปี 2025 ลงทุนสินทรัพย์อะไรบ้าง https://thestandard.co/celebs-billionaires-investments-2025/ Sun, 20 Apr 2025 08:04:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1066266

ชื่อเสียงและโชคลาภมักจะมาคู่กัน! แม้ว่าคนดังหลายคนจะร่ำ […]

The post 10 คนดังที่ใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงจนติดอันดับมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกปี 2025 ลงทุนสินทรัพย์อะไรบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ชื่อเสียงและโชคลาภมักจะมาคู่กัน! แม้ว่าคนดังหลายคนจะร่ำรวย แต่ก็ไม่ค่อยมีใครที่มีทรัพย์สินสุทธิสูงถึงหลักสิบหลัก และ Forbes ก็ประมาณการว่ามีน้อยคนที่ทำได้สำเร็จ

 

แน่นอนว่าการกำหนดนิยามของ ‘คนดัง’ ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป สำหรับรายชื่อมหาเศรษฐีของโลกนี้ Forbes เลือกนำเสนอบุคคลที่โด่งดังก่อนแล้วจึงร่ำรวยมหาศาล ซึ่งไม่ได้รวมถึงผู้ที่มีชื่อเสียงในด้านความมั่งคั่งหรือความสำเร็จของธุรกิจ อย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และมาร์ก คิวบาน

 

ในปีนี้มีรายชื่อมหาเศรษฐีคนดัง 18 ราย ซึ่งมีทรัพย์สินรวมกันมากถึง 39,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 14,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2024 โดยคัดข้อมูลเบื้องต้นของ 10 บุคคลที่ใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงจนติดอันดับคนร่ำรวยที่สุดในโลก และพวกเขาลงทุนไปกับอะไรบ้าง มีรายละเอียดดังนี้ 

 

1. อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ อายุ 77 ปี มูลค่ารายได้ 1.1 พันล้านดอลลาร์

 

อาร์โนลด์ อดีตผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียคนนี้ เป็นที่รู้จักจากผลงานภาพยนตร์มากกว่า 50 เรื่อง ซึ่งรวมไปถึงบทบาทสำคัญๆ เช่น “Terminator” และรับเงินกลับบ้านไปราว 500 ล้านดอลลาร์ แต่เขาสร้างโชคลาภอีกก้อนหนึ่งผ่านการลงทุนร่วมลงทุน (รวมถึงการลงทุนในกองทุน Series A ของ Google) ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ การลงทุนในหุ้นเอกชน และการลงทุนอื่นๆอีกหลายพอร์ต

 

2. ดิก วูล์ฟ อายุ 78 ปี มูลค่ารายได้ 1.2 พันล้านดอลลาร์ 

 

ดิก วูล์ฟ เป็นชายผู้ประสบความสำเร็จหลายอย่าง ซึ่งหนึ่งในความสำเร็จนั้นก็คือ การที่เขาเปลี่ยนแปลงโลกของละคร มีบริษัท Wolf Entertainment ของนักเขียนบทและโปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ถือเป็นตำนานที่สร้างแฟรนไชส์ที่แทบจะแพร่หลาย เช่น Law & Order และ FBI โดย Forbes ประมาณรายได้จากการอยู่ในธุรกิจนี้มา 30 ปี มีรายได้ประมาณ 350,000 ดอลลาร์ ต่อตอน จากรายการยอดนิยมของเขา นอกจากนี้ เขายังลงทุนสะสมเรือยอชต์ บ้านหลายหลัง และคอลเลกชันงานศิลปะมากมาย 

 

3. บรูซ สปริงส์ทีน อายุ 75 ปี มูลค่ารายได้ 1.2 พันล้านดอลลาร์ 

 

บรูซ สปริงส์ทีน มีรายได้ก้อนโตจากผลงานนักร้องเพลง ‘Born to Run’ มาถึงในปี 2021 เมื่อเขาขายแคตตาล็อกเพลงของเขาให้กับ Sony ในราคาประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ แต่สปริงส์ทีนยังมีผลงานที่ทำกำไรมหาศาลบนบรอดเวย์ด้วยการแสดงที่ใช้ชื่อเดียวกับตัวเขาเอง และทำเงินได้หลายร้อยล้านจากการทัวร์และการขายอัลบั้ม แม้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อ Forbes เกี่ยวกับความมั่งคั่งของเขา แต่อ้างกับ The Telegraph เมื่อปีที่แล้วว่า “เขาไม่ใช่มหาเศรษฐี เขาแค่ไม่ใช้เงินมากเกินไปกับสิ่งที่ฟุ่มเฟือย”

 

4. เลอบรอน เจมส์ อายุ 40 ปี มูลค่ารายได้ 1.3 พันล้านดอลลาร์

 

เลอบรอน เจมส์ เป็นบุคคลแรกที่กลายเป็นมหาเศรษฐีในขณะที่ยังเป็นผู้เล่น NBA ซึ่งมีรายได้มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ (ก่อนหักภาษี) จากเงินเดือนตลอด 22 ฤดูกาลที่เขาเล่นในสนาม เขาได้รับเงินเพิ่มอีกหลายร้อยล้านดอลลาร์ เขามีข้อตกลงสัญญากับ Nike และ PepsiCo และผ่านกิจการธุรกิจของเขาเอง รวมถึงบริษัทผลิต SpringHill เจมส์ยังเป็นเจ้าของกีฬา และมีหุ้นในสโมสรฟุตบอล Liverpool, Boston Red Sox และ Pittsburgh Penguins

 

5. ริฮานน่า อายุ 37 ปี มูลค่ารายได้ 1.4 พันล้านดอลลาร์ 

 

เธอโด่งดังจากเพลงป๊อปสุดฮิตอย่าง Pon de Replay (2005) และ Umbrella (2007) และยังคงปล่อยเพลงฮิตอย่างต่อเนื่องผ่านอัลบั้มล่าสุดของเธอ Anti (2016) และปัจจุบันกำลังปล่อยอัลบั้มใหม่

 

เกือบ 10 ปีต่อมา เธอเปิดบริษัทชุดชั้นในของเธอ Savage X Fenty ซึ่งระดมทุนได้ 125 ล้านดอลลาร์ในรอบการระดมทุนปี 2022 และเปิดธุรกิจเครื่องสำอาง Fenty Beauty ที่ทำให้เธอกลายเป็นเศรษฐีพันล้าน 

 

6. ไทเกอร์ วูดส์ อายุ 49 ปี มูลค่ารายได้ 1.4 พันล้านดอลลาร์ 

 

ไทเกอร์ วูดส์ เป็นที่รู้จักในอาชีพนักกอล์ฟที่ประสบความสำเร็จ เขาเป็นนักกีฬาที่ได้รับค่าตอบแทนสูงสุดในโลกในช่วงทศวรรษจนถึงปี 2011 โดยในปีนั้นเขาทำรายได้ 75 ล้านดอลลาร์ ตามการประมาณการของนิตยสาร Forbes ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสินค้า ผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ เขายังลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรูหรา เครือร้านมินิกอล์ฟระดับไฮเอนด์ และบริษัทออกแบบสนามกอล์ฟ

 

7. เมจิก จอห์นสัน อายุ 65 ปี มูลค่ารายได้ 1.5 พันล้านดอลลาร์ 

 

ผู้เล่นระดับ Hall of Fame บาสเกตบอล เขาสร้างความมั่งคั่งด้วยการลงทุนอย่างชาญฉลาดหลังเลิกงาน รวมถึงการซื้อหุ้นส่วนน้อยใน Los Angeles Dodgers ของ MLB (ร่วมกับ Todd Boehly) และ Washington Commanders ของ NFL (ร่วมกับ Josh Harris) และมีการซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของ EquiTrust ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยที่ตั้งอยู่ในไอโอวาในปี 2015 เขาเพิ่มสินทรัพย์ของผู้ให้บริการจาก 16 พันล้านดอลลาร์ เป็น 26 พันล้านดอลลาร์ ในช่วง8 ปีแรกของการเป็นเจ้าของ

 

8. เทย์เลอร์ สวิฟต์ อายุ 35 ปี มูลค่ารายได้ 1.6 พันล้านดอลลาร์ 

 

เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องสาวป๊อปสตาร์ขวัญใจหนุ่มสาวทั่วโลก เธอกลายเป็นมหาเศรษฐีในปี 2023 หลังจากนำเงินกลับบ้านประมาณ 190 ล้านดอลลาร์ (หลังหักภาษี) สำหรับช่วงแรกของทัวร์ Eras อันโด่งดังของเธอ

 

ส่วนที่เหลือของทรัพย์สินของเธอมาจากมูลค่าของแคตตาล็อกเพลงทั้งสิ้น รวมถึงค่าลิขสิทธิ์เพลงและการทัวร์เพิ่มเติม เธอซ่อนเงินไว้ประมาณ 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐในบ้านหลายหลังตั้งแต่โรดไอแลนด์ไปจนถึงเทนเนสซี

 

9. ปีเตอร์ แจ็คสัน อายุ 63 ปี มูลค่ารายได้ 1.7 พันล้านดอลลาร์ 

 

ปีเตอร์ แจ็คสัน โด่งดังจากภาพยนตร์ Lord of the Rings อันทรงเกียรติ ทำให้เขาได้รับเงินล่วงหน้า 10 ล้านดอลลาร์ต่อเรื่อง แต่นั่นเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาได้รับเมื่อเขาขายธุรกิจเอฟเฟกต์ภาพบางส่วนของเขา Weta Digital ให้กับ Unity Software ในปี 2021 Weta มอบเงินสดและหุ้น 1.6 พันล้านดอลลาร์ให้กับแจ็คสัน ซึ่งเขาทำเงินได้สุทธิเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

10. คิม คาร์ดาเชียน อายุ 44 ปี มูลค่ารายได้ 1.7 พันล้านดอลลาร์ 

 

คิม คาร์ดาเชียน โด่งดังจากรายการทีวีเรียลิตี้ แต่ก้าวขึ้นสู่ระดับมหาเศรษฐีได้สำเร็จด้วยไลน์ผลิตภัณฑ์กระชับสัดส่วน Skims ซึ่งระดมทุนในปี 2023 มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ ต่อมาดาราสาวเปิดตัวแบรนด์สกินแคร์ SKKN By Kim ในปี 2022 

 

นอกจากนี้ เธอยังเป็นเจ้าของบ้านหลายหลัง รวมถึงบ้านมูลค่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐนอกเมืองลอสแอนเจลิส ซึ่งเธอเคยอยู่ร่วมกับอดีตสามี คานเย เวสต์

 

ภาพ: John Shearer / Getty images 

อ้างอิง:

The post 10 คนดังที่ใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงจนติดอันดับมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกปี 2025 ลงทุนสินทรัพย์อะไรบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 นักขับ F1 รับค่าตอบแทนสูงสุดในโลก ปี 2024 https://thestandard.co/f1s-top-earners-2024-info/ Thu, 27 Feb 2025 03:00:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1046085 5 นักขับ F1 รับ 'ค่าตอบแทน' สูงสุดในโลก ปี 2024

Forbes นิตยสารธุรกิจการเงินชั้นนำของสหรัฐอเมริกา รายงาน […]

The post 5 นักขับ F1 รับค่าตอบแทนสูงสุดในโลก ปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 นักขับ F1 รับ 'ค่าตอบแทน' สูงสุดในโลก ปี 2024

Forbes นิตยสารธุรกิจการเงินชั้นนำของสหรัฐอเมริกา รายงานข้อมูลเกี่ยวกับนักขับ F1 ที่ได้รับค่าตอบแทนสูงสุดประจำปี 2024 หรือฤดูกาลที่ผ่านมา พบว่า แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน จากทีมเรดบูล เรซซิง เป็นนักขับที่ได้รับค่าตอบแทนสูงที่สุด กับรายได้ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.5 พันล้านบาท)

 

ส่วนอันดับ 2 เป็นของ ลูอิส แฮมิลตัน นักขับฟอร์มูลาวันแชมป์ 7 สมัย ที่กำลังจะลงแข่งให้ทีมเฟอร์รารีในฤดูกาล 2025 ทำรายได้ในปีก่อนกับเมอร์เซเดส ด้วยรายได้ 57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.9 พันล้านบาท

 

หมายเหตุ: การจัดอันดับนี้ไม่รวมรายได้จากสปอนเซอร์ส่วนตัวและการเป็นพรีเซนเตอร์ของแต่ละบุคคล ซึ่ง Forbes ใช้วิธีคำนวณจากเอกสารทางการเงิน ข้อมูลทางกฎหมาย รายงานข่าว และการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

 

 

ภาพประกอบ: พุทธิพงศ์ โรจน์ศตพงค์

อ้างอิง:

The post 5 นักขับ F1 รับค่าตอบแทนสูงสุดในโลก ปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมต. เพื่อไทย ยินดี ‘แพทองธาร’ ติดอันดับ 29 สตรีทรงอิทธิพลจาก 100 คนทั่วโลกของนิตยสาร Forbes https://thestandard.co/paethongtarn-ranked-29th-the-worlds-100-most-powerful-women/ Sun, 15 Dec 2024 04:02:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1019735 แพทองธาร

วันนี้ (15 ธันวาคม) จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักน […]

The post รมต. เพื่อไทย ยินดี ‘แพทองธาร’ ติดอันดับ 29 สตรีทรงอิทธิพลจาก 100 คนทั่วโลกของนิตยสาร Forbes appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธาร

วันนี้ (15 ธันวาคม) จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลการจัดอันดับ The World’s 100 Most Powerful Women ประจำปี 2024 ของนิตยสาร Forbes ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจและการเงินที่ทรงอิทธิพลระดับโลก

 

ปรากฏชื่อ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ติดอันดับที่ 29 จากสตรีทรงอิทธิพล 100 คนทั่วโลก และถือเป็นสตรีที่ทรงอิทธิพลอันดับ 3 ของเอเชีย ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่นานาประเทศเล็งเห็นถึงศักยภาพผู้นำหญิงของไทยที่มีความโดดเด่นในเวทีโลก

 

จิราพรกล่าวต่อว่า แพทองธารเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดยนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาดำรงตำแหน่งได้แสดงภาวะผู้นำในการรับมือกับภาวะวิกฤตภายในประเทศหลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด เหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสนักเรียน ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์

 

รวมถึงเดินหน้าผลักดันนโยบายต่างๆ ต่อเนื่องจากรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ซึ่งจากการแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 90 วันที่ผ่านมา มีหลายนโยบายที่ทำสำเร็จไปแล้ว และจะมีการดำเนินการต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น พักหนี้เกษตรกร 3 ปี การกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยฟรีวีซ่า โครงการเงินหมื่นฟื้นเศรษฐกิจ กฎหมายสมรสเท่าเทียม โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ การแก้ปัญหาไร้สัญชาติให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงยังมีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับสตรี เช่น การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดฟรีสำหรับผู้หญิงทุกคน

 

จิราพรกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาแพทองธารยังเคยถูกจัดอันดับ 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลแห่งอนาคต (TIME100 Next) ของนิตยสาร TIME สหรัฐอเมริกา ในประเภทผู้นำ (Leaders) ร่วมกับผู้นำรุ่นใหม่ทั่วโลก รวมถึงยังได้รับความนิยมอันดับ 1 ในฐานะนักการเมืองที่โดดเด่นที่สุดของสวนดุสิตโพล แสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำหญิงยุคใหม่ที่ได้รับความสนใจจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

The post รมต. เพื่อไทย ยินดี ‘แพทองธาร’ ติดอันดับ 29 สตรีทรงอิทธิพลจาก 100 คนทั่วโลกของนิตยสาร Forbes appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณขึ้นเวที Forbes เผย ‘นรก-สวรรค์’ เห็นมาหมดแล้ว พร้อมฟังมติศาลรัฐธรรมนูญ ‘รับ-ไม่รับ’ คดีล้มล้างการปกครอง https://thestandard.co/thaksin-forbes-speech-court-case-update/ Fri, 22 Nov 2024 01:03:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1011373 ทักษิณ Forbes

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) เวลา 20.17 น. ที่โรงแรม The Ritz […]

The post ทักษิณขึ้นเวที Forbes เผย ‘นรก-สวรรค์’ เห็นมาหมดแล้ว พร้อมฟังมติศาลรัฐธรรมนูญ ‘รับ-ไม่รับ’ คดีล้มล้างการปกครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณ Forbes

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) เวลา 20.17 น. ที่โรงแรม The Ritz Carlton, One Bangkok ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมกิจกรรมการสนทนาแบบ One-on-One ของ Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 22 กับ สตีฟ ฟอร์บส์ ประธานและบรรณาธิการบริหาร Forbes Media

 

ทักษิณกล่าวว่า ชีวิตของตนเริ่มธุรกิจมาจากศูนย์และผ่านความยากลำบากมามากมายก่อนจะประสบความสำเร็จในโลกของธุรกิจ ตนเห็นนรกก่อนเห็นสวรรค์ในธุรกิจ และหลังจากนั้นก็โดดลงมาเล่นการเมือง ทุกครั้งที่ไปต่างจังหวัดก็ยังเห็นคนที่ยากจนเป็นเหมือนเดิม ฉะนั้นจึงคิดว่านอกจากช่วยตัวเอง ช่วยครอบครัวแล้ว ทำไมไม่ช่วยคนที่ไม่มี ดังนั้นตนจึงตัดสินใจที่จะลงเล่นการเมือง ช่วงประสบความสำเร็จมากเห็นสวรรค์ในการเมือง และเห็นนรกตามมาทีหลัง นรกสวรรค์คือชีวิตตนเลย มีขึ้นและมีลง ตอนนี้คิดว่าน่าจะอยู่บนพื้นดินแล้ว ไม่เอาสวรรค์ ไม่เอานรก

 

เมื่อผู้ดำเนินรายการสอบถามว่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ได้กลับมาบ้าน ได้รับประสบการณ์อะไรบ้าง ทักษิณกล่าวว่า ตอนนี้เราอยู่ในรัฐบาลรวม พรรคการเมืองมารวมกันโดยจะต้องมีข้อตกลงร่วมกันในการทำหลายสิ่ง แต่บางเรื่องเราอาจจะไม่ได้เห็น แต่โชคดีว่าส่วนใหญ่คนที่อยู่ในรัฐบาลก็เคยทำงานร่วมกับตนตอนที่ตั้งพรรคไทยรักไทยเมื่อปี 2541 ต่อมาในปี 2544 ก็เคยร่วมงานในคณะรัฐมนตรีของตน ก็ถือว่ายังโอเคอยู่ และตัวนายกรัฐมนตรีเองก็หน้าตาคล้ายกับตน หลายคนก็คงรู้สึกคุ้นเคย เพราะเคยทำงานกับตน เหมือนเป็นเวอร์ชันที่สองของตน

 

เมื่อผู้ดำเนินรายการสอบถามอีกว่าเมื่อยังอยู่ในการเมืองรับมืออย่างไร โดยเฉพาะกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะลงมติรับหรือไม่รับกับคำร้องของ ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ที่มี ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ถูกร้องที่หนึ่ง และพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ถูกร้องที่สอง ร่วมกันกระทำการอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองฯ และทำอย่างไรไม่ให้จิตใจลงไปสู่นรก

 

ทักษิณตอบคำถามดังกล่าวว่า ตนคิดว่าตนผ่านเรื่องราวมาหลายครั้ง ผ่านมาหลายสิ่ง อย่างที่บอกไปว่าเห็นทั้งนรกและสวรรค์มาแล้ว ก็ไม่มีอะไรทำให้ตื่นเต้นแล้ว เขาบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินในวันพรุ่งนี้ (22 พฤศจิกายน) ตนก็รู้สึกว่าโอเค ไม่เป็นอะไร ก็แค่รอฟังคำตัดสิน และก้าวต่อไปข้างหน้า มองไปข้างหน้า ตนเข้าใจประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาแล้ว เราไม่ย้อนกลับไปอดีต เราไปข้างหน้าอย่างเดียว

 

ทักษิณกล่าวอีกว่า เวลาที่ตนเองไปวัด ตนอยากจะมีความสงบทางจิตใจ ตนก็ไปไหว้พระ กลับมาก็นอน แต่ระหว่างทางที่ไปอาจจะมีสุนัขเห่า แต่คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่าทำไมสุนัขถึงเห่า ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องสุนัข และไปนอนแล้วก็จะมีจิตใจที่สงบ ในช่วง 17 ปีที่ตนต้องระเห็จไปอยู่ต่างแดน จำเป็นมากๆ ที่จะต้องรักษาความสงบในจิตใจ

 

“ถ้าคิดลบเกี่ยวกับตัวเองตั้งแต่ตอนนั้นผมก็คงอยู่ไม่ได้มาจนถึงตอนนี้ และตลอดชีวิตผมไม่ว่าจะไปที่ไหนจำเป็นที่จะต้องมีธุรกิจที่ไปทำ เหมือนว่าได้พักผ่อนเป็นส่วนเสริม การไปพักผ่อนไม่ใช่หัวใจสำคัญในชีวิต ผมเกิดปีวัว ทำงาน ทำงาน ทำงานอย่างเดียว อายุ 75 ปีแล้วบางวันยังต้องทำงาน 14 ชั่วโมงอยู่เลย” ทักษิณกล่าว

 

The post ทักษิณขึ้นเวที Forbes เผย ‘นรก-สวรรค์’ เห็นมาหมดแล้ว พร้อมฟังมติศาลรัฐธรรมนูญ ‘รับ-ไม่รับ’ คดีล้มล้างการปกครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธารโชว์วิชั่น Forbes ‘ไทยสงบ สันติ’ หวังรัฐบาลเปลี่ยน นายกฯ เปลี่ยน แต่นโยบายเดินหน้า บอกต่างชาติเจอคำถามแรกถามพ่อ-อาเป็นอย่างไร https://thestandard.co/paetongtarn-forbes-thai-peace-vision/ Thu, 21 Nov 2024 09:31:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1011183

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ที่โรงแรม The Ritz Carlton, One B […]

The post แพทองธารโชว์วิชั่น Forbes ‘ไทยสงบ สันติ’ หวังรัฐบาลเปลี่ยน นายกฯ เปลี่ยน แต่นโยบายเดินหน้า บอกต่างชาติเจอคำถามแรกถามพ่อ-อาเป็นอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ที่โรงแรม The Ritz Carlton, One Bangkok แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมกิจกรรมการสนทนาแบบ One-on-One ของ Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 22 กับ มอร์รา ฟอร์บส์ รองบรรณาธิการผู้จัดการ Forbes Media

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรีตนได้พูดคุยสร้างความเชื่อมั่นให้คนเข้าใจว่าเราอยู่ที่ไหน เพราะการลงทุนมีความสำคัญมากสำหรับประเทศไทย หลายทศวรรษแล้วที่ประเทศไทยไม่ได้เติบโตอย่างที่คาดคิดไว้ เราจำเป็นต้องมีแหล่งรายได้และแหล่งลงทุนใหม่ๆ ซึ่งตรงนี้เราต้องทำหลายๆ อย่างไปพร้อมๆ กัน ซึ่ง เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี วางแผนในการเชิญนักลงทุนมาลงทุนที่ประเทศไทย ถ้าทราบข่าวก็จะมี Google และ Microsoft ที่จะมาลงทุนในไทย

 

แต่ก็มีนักลงทุนที่กังวลและยังตั้งคำถามว่าจะลงทุนในประเทศไทยดีหรือไม่ และนโยบายยังคงเดิมหรือเปล่า แต่เราอยู่พรรคเดียวกันและมีความใกล้ชิดกัน ดังนั้นในฐานะรัฐบาล ตนอยากดำเนินนโยบายเรื่องการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และจากการพูดคุยกับ CEO หลายๆ ท่าน รัฐบาลสนับสนุนเต็มที่สำหรับการลงทุน ตอนนี้เรายังมีอีกหลายดีลและอีกหลายอันที่ยังอยู่ในการเจรจา ยังเปิดเผยไม่ได้ รวมถึงบางดีลที่ลงทุนในประเทศไทยไปแล้วและอยากจะลงทุนเพิ่ม เช่น Google กับ Microsoft

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ประเทศไทยดีขึ้นแล้ว หากการเมืองมีเสถียรภาพทุกอย่างก็จะมีเสถียรภาพมากขึ้น จะเกิดความเชื่อใจเชื่อมั่นมากขึ้น ซึ่งตนคิดว่าจะต้องสร้างความมั่นใจทั้งในประเทศและนอกประเทศก่อน ทำให้คนไทยเชื่อมั่นในรัฐบาลว่าสนับสนุนการทำธุรกิจใหม่ และในประเทศนี้ 75% เป็น SMEs ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมนโยบายของรัฐบาลจึงเป็นเรื่อง SMEs เช่น การให้กู้ยืมเงิน Soft Loan และโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ที่ดำเนินการเฟส 1 ไปแล้ว และเฟสที่ 2 จะให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป

 

โดยมองว่าคนกลุ่มนี้เขาได้เงินไปแล้วจะใช้ทันทีเพื่อให้เงินสะพัด ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าทำไมต้องมาลงทุนในไทยนั้นเพราะที่ตั้งของเราเป็นศูนย์กลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราผลิตอาหารได้ดี และเราจะผลักดันเรื่องการส่งออกอาหาร หลายคนที่ตอบรับจึงเป็นจังหวะดีที่จะมาลงทุนในไทย

 

เมื่อผู้ดำเนินรายการสอบถามว่าเวลาไปต่างประเทศเวทีต่างๆ คำถามแรกที่ถูกถามเกี่ยวกับมุมมองวิสัยทัศน์เป็นอย่างไร แพทองธารกล่าวว่า คำถามแรกที่เจอบ่อยคือพ่อเป็นอย่างไรบ้าง ตนพยายามตอบในมุมของธุรกิจ และคำถามที่สองที่ตามมาคือคุณอาเป็นอย่างไรบ้าง เป็นแบบนี้ตลอด โดยเย็นวันนี้ก็ได้ยินเสียงคุณพ่อแล้ว ตนคิดว่าคนยังมองไม่เห็นเมืองไทยแต่เรามีของดี เช่นเรื่องงานฝีมือที่มีคุณภาพแต่ราคาไม่สูง ตนอยากพัฒนาตรงนี้ให้แรงงานไทยมีค่าแรงที่สูงขึ้น เพราะแต่ละชิ้นเป็นงานฝีมือ เวลาไปต่างประเทศตนก็จะพยายามใส่ผ้าไทย ตนเป็นตัวของตัวเองตลอด ใส่สิ่งที่ตัวเองชอบและเลือกเสื้อผ้าของตัวเอง เลือกผ้าไทยผสมกับแบรนด์ไฮเอนด์เพื่อนำเสนอเมืองไทยในแบบที่ตนรู้สึกภูมิใจ

 

เมื่อถามว่ามองประเทศไทย 5 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร แพทองธารกล่าวว่า อยากให้ทุกคนปรับตัวและเรียนรู้ภาษาที่สองมากขึ้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นภาษาอังกฤษ แต่ต้องเป็นภาษาที่เราต้องเรียน เราจะเป็นประเทศที่พร้อมไปด้วยธุรกิจสำหรับอนาคต อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ นโยบายนี้อีก 5 ปีจะได้มองเห็นสิ่งเหล่านี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

ในอนาคตพวกเรามั่นใจได้เลยว่าการเมืองมั่นคงแน่นอน มีเสถียรภาพแน่นอน ทุกคนอยากเห็นประเทศก้าวหน้าในระยะยาว ตนคิดว่าในอีก 5 ปีผู้คนจะหนีจากประเทศที่มีระดับรายได้ปานกลางได้ โดยรัฐบาลวางแผนไว้ 10 ปีว่าจะสร้างรากฐานให้กับประชาชนไม่ว่ารัฐบาลเปลี่ยนหรือนายกฯ เปลี่ยน อยากให้นโยบายพื้นฐานยังอยู่กับประชาชน ประโยชน์เหล่านี้อยู่กับประชาชนให้นานที่สุดอย่างนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค มีมา 20 ปีแล้ว ปัจจุบันก็ยังมีอยู่ ตนไม่อยากให้ประโยชน์หมดไป อยู่ที่รัฐบาลหมดชุดหนึ่งก็จบ และตนอยากจะสร้างรากฐานเข้าไปให้รากยาว แบบนโยบายที่สร้างขึ้นวันนี้พยายามจะให้อยู่ยาวตลอดไป และตนมั่นใจว่าจะเห็นได้แน่นอน

 

แพทองธารยังกล่าวถึงบทบาทของไทยและสหรัฐฯ ว่า ตอนที่ได้พูดคุยกับตัวแทนของสหรัฐฯ และจีน รวมไปถึงประเทศอื่นๆ ได้นำเสนอตัวเองในฐานะทูตของสันติภาพและความมั่งคั่ง นี่คือหลักการของประเทศไทย คือความสงบ สันติ และความมั่งคั่ง

 

 

The post แพทองธารโชว์วิชั่น Forbes ‘ไทยสงบ สันติ’ หวังรัฐบาลเปลี่ยน นายกฯ เปลี่ยน แต่นโยบายเดินหน้า บอกต่างชาติเจอคำถามแรกถามพ่อ-อาเป็นอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift ขึ้นแท่นนักดนตรีหญิงที่รวยที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของ Forbes https://thestandard.co/taylor-swift-becomes-worlds-richest-female-musician/ Mon, 07 Oct 2024 08:00:59 +0000 https://thestandard.co/?p=992724

Taylor Swift ขึ้นแท่นเป็นนักดนตรีหญิงที่รวยที่สุดในโลกอ […]

The post Taylor Swift ขึ้นแท่นนักดนตรีหญิงที่รวยที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของ Forbes appeared first on THE STANDARD.

]]>

Taylor Swift ขึ้นแท่นเป็นนักดนตรีหญิงที่รวยที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ ด้วย Net Worth หรือความมั่งคั่งสุทธิ จำนวน 1.6 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 5.34 หมื่นล้านบาท

 

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา Taylor Swift อยู่ในลิสต์เศรษฐินีพันล้านของ Forbes เป็นครั้งแรก และล่าสุดทาง Forbes ได้อัปเดต Net Worth ของเธอที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการทัวร์คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่อย่าง The Eras Tour ที่จะยังคงดำเนินไปจนถึงท้ายปี รวมไปถึงการปล่อยทั้งอัลบั้มชุดใหม่และเหล่าอัลบั้ม Taylor’s Version ที่นำผลงานชุดเก่ามาอัดเสียงใหม่ 

 

Forbes เผยด้วยว่า Taylor Swift กลายเป็นนักดนตรีหญิงที่ร่ำรวยมากที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการขณะนี้ที่ยังทำผลงานเพลงอยู่ แซงหน้า Rihanna ที่มี Net Worth ทั้งหมด 1.4 พันล้านดอลลาร์ แต่ถึงอย่างนั้น Rihanna ก็ยังคงครองตำแหน่ง ‘นักดนตรีหญิงที่รวยที่สุดตลอดกาล’ เช่นเดิมต่อไป เนื่องจากครั้งหนึ่งเธอเคยมีความมั่งคั่งสุทธิพุ่งสูงถึง 1.77 พันล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

 

นอกจากขณะนี้ Taylor Swift จะเป็นนักดนตรีหญิงที่รวยที่สุดในโลกแล้ว เธอยังเป็นนักดนตรีที่รวยที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 ตามหลังแค่เพียง Jay-Z ที่มี Net Worth ทั้งหมด 2.5 พันล้านดอลลาร์

 

Forbes อธิบายถึงที่มารายได้ของ Taylor Swift ว่า เธอน่าจะมีรายได้ราวๆ 600 ล้านดอลลาร์จากค่าลิขสิทธิ์ต่างๆ และการออกเวิลด์ทัวร์ และมีรายได้อีกประมาณ 600 ล้านดอลลาร์จากแคตตาล็อกเพลงจำนวนมากของเธอ ส่วนอัลบั้มรีเรคอร์ดของ Taylor Swift ก็ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม อย่าง 1989 ผลงานอัดเสียงใหม่ชุดล่าสุด ที่เธอเปิดตัวเมื่อปีก่อน มีรายได้แซงหน้าอัลบั้มชุดออริจินัล ตอกย้ำการซัพพอร์ตของเหล่า Swifties ทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

 

ภาพ: Getty Images

อ้างอิง: 

The post Taylor Swift ขึ้นแท่นนักดนตรีหญิงที่รวยที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของ Forbes appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เศรษฐีไทย 10 อันดับแรกตามลิสต์นิตยสาร Forbes | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-07072024-2/ Sun, 07 Jul 2024 04:00:49 +0000 https://thestandard.co/?p=954485

นิตยสาร Forbes จัดอันดับเศรษฐีในประเทศไทยประจำปี 2567 เ […]

The post ชมคลิป: เศรษฐีไทย 10 อันดับแรกตามลิสต์นิตยสาร Forbes | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

นิตยสาร Forbes จัดอันดับเศรษฐีในประเทศไทยประจำปี 2567 เป็นใครบ้าง ติดตามได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: เศรษฐีไทย 10 อันดับแรกตามลิสต์นิตยสาร Forbes | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>