Flash Mob – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 31 Oct 2020 05:26:19 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 องค์กรปลดเผด็จการเพื่อเสรีภาพ จัดแฟลชม็อบเชิงสัญลักษณ์ #ภาษีที่โบยบิน ค้านเรือดำน้ำ https://thestandard.co/dictatorial-removal-organization-host-flashmob/ Mon, 31 Aug 2020 13:59:58 +0000 https://thestandard.co/?p=393319 ลูกโป่ง เสรีภาพ บน รถไฟฟ้า BTS

วันนี้ (31 สิงหาคม) ที่สกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน องค์กรปล […]

The post องค์กรปลดเผด็จการเพื่อเสรีภาพ จัดแฟลชม็อบเชิงสัญลักษณ์ #ภาษีที่โบยบิน ค้านเรือดำน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลูกโป่ง เสรีภาพ บน รถไฟฟ้า BTS

วันนี้ (31 สิงหาคม) ที่สกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน องค์กรปลดเผด็จการเพื่อเสรีภาพ จัดกิจกรรม ภาษีที่โบยบิน ร่วมเขียนจดหมายถึงท้องฟ้า เพื่อทวงภาษีคืน ค้านซื้อเรือดำน้ำ โดยกิจกรรมเริ่มต้นในเวลา 17.00 น. มีการตั้งเวทีขนาดเล็กและปราศรัย มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นนักเรียน นักศึกษา และประชาชน 

 

สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้น ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การปล่อยลูกโป่งโดยให้ประชาชนที่มาร่วมงาน ร่วมกันเขียนจดหมายระบุข้อความที่สะท้อนความอัดอั้นตันใจจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่อง ถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และปล่อยลูกโป่งพร้อมกัน นอกจากนี้ ยังนำลูกโป่งมาผูกติดที่ข้อเท้า โดยลูกโป่งจะมีรูปเรือดำน้ำ และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่มีความจำเป็นเพื่อเล่นเกมเหยียบลูกโป่ง

 

สำหรับการปราศรัยเนื้อหาสาระเน้นย้ำให้เห็นถึงความไม่พอใจที่มีต่อรัฐบาล รวมถึงปัญหาสังคม เช่น การชี้ให้เห็นว่าเมื่อการเมืองดี เป็นประชาธิปไตย จะช่วยพัฒนาการศึกษาในมิติต่างๆ การใช้เงินจากภาษีของประชาชนที่ไม่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่ประโยชน์ไม่ตกถึงประชาชน แต่กลับไปเอื้อให้นายทุนขนาดใหญ่ เช่น โครงการเขื่อนเหมืองตะกั่ว จังหวัดพังงา 

 

นอกจากนี้ ยังได้อ่านแถลงการณ์ของทางกลุ่มที่ระบุถึง ความไม่พอใจกับการใช้ภาษีที่มาจากประชาชนของรัฐบาล ซึ่งถูกนำไปใช้อย่างสิ้นเปลืองไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่มีผลประโยชน์พัวพันกับรัฐบาลเผด็จการชุดนี้

 

การใช้ภาษีของรัฐบาล ไม่ได้เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย ไม่มีความยึดโยงกับประชาชน โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลชุดนี้ปฏิเสธที่จะเยียวยาประชาชนทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิค-19 อย่างถ้วนหน้า ในขณะที่ประชาชนนั้นประสบทุกข์ยากทางเศรษฐกิจ รัฐบาลกับพิจารณาซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไร้ความจำเป็น นอกจากนี้รัฐบาลยังนำภาษีของประชาชนไปใช้ในการสร้างความแตกแยกใส่ร้าย ให้ร้ายประชาชนภายในกระบวนการ IO ของกองทัพ พร้อมนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้จ่ายเงินเดือนให้แก่สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร

 

ดังนั้นในฐานะประชาชนจึงไม่สามารถยอมรับการกระทำของรัฐบาลได้ จึงนัดจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อส่งเสียงและข้อเรียกร้องไปสู่รัฐบาล และผู้มีอำนาจให้ยุติการกระทำเหล่านี้ และนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

 

สำหรับบรรยากาศในการจัดกิจกรรม มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ปทุมวัน มาประจำการตามจุดต่างๆ บนสกายวอล์ก เพื่อดูแลความปลอดภัย พร้อมกับเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาสังเกตการณ์ พร้อมบันทึกภาพและเสียงในการจัดกิจกรรมด้วย

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post องค์กรปลดเผด็จการเพื่อเสรีภาพ จัดแฟลชม็อบเชิงสัญลักษณ์ #ภาษีที่โบยบิน ค้านเรือดำน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้จัดแฟลชม็อบพิษณุโลกโพสต์ขอบคุณทุกกำลังใจ หลังถูกเจ้าหน้าที่คุมตัว เตรียมเคลื่อนไหวกับภาคประชาชน https://thestandard.co/phitsanulok-flash-mob-host-thank-you-every-encouragement-after-detained-by-officers/ Mon, 10 Aug 2020 08:21:06 +0000 https://thestandard.co/?p=387297

วันนี้ (10 สิงหาคม) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต […]

The post ผู้จัดแฟลชม็อบพิษณุโลกโพสต์ขอบคุณทุกกำลังใจ หลังถูกเจ้าหน้าที่คุมตัว เตรียมเคลื่อนไหวกับภาคประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 สิงหาคม) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ถึงลำดับเหตุการณ์ของกลุ่มผู้จัดกิจกรรมพิษณุโลกคนกล้าไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ 5 คน ซึ่งมีกำหนดจัดกิจกรรมในวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลา 16.00-18.00 น. ที่ริมตลิ่งแม่น้ำน่าน หน้าวิหารหลวงพ่อ (วัดใหญ่) จังหวัดพิษณุโลก ถูกกลุ่มคนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนหลายนายไม่ระบุสังกัดเข้าล็อกตัว ยึดเครื่องมือสื่อสารและไม่ให้ติดต่อญาติ อีกทั้งยังควบคุมตัวไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเพื่อไม่ให้ทำกิจกรรม โดยที่ถูกคุมตัวประมาณ 9 ชั่วโมง ก่อนจะพาขึ้นรถตู้ไปส่งที่บ้าน

 

สำหรับลำดับเหตุการณ์การควบคุมตัวที่แฟนเพจ ‘พิษณุโลกคนกล้าไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ’ ได้โพสต์ มีเนื้อหาดังนี้

 

เวลาประมาณ 12.00 น. (9 สิงหาคม) แอดมิน A และน้องอีก 1 คน ได้ขับรถจักรยานยนต์มาจอดที่ลานจอดรถวัดใหญ่ เพื่อมาพบกับพี่ๆ ที่อาสาเข้ามาช่วยงานอีก 3 คน ซึ่งจอดรถกระบะรออยู่ที่ลานจอดรถของวัดแล้ว โดยหลังกระบะรถของพี่เขามีโต๊ะพับ ขนม และป้ายผ้า

 

ระหว่างที่เราทั้ง 5 คนกำลังคุยกันอยู่ไม่ถึง 10 นาที ได้มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งจำนวนมากกว่า 10 คน อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ได้เข้ามาพูดคุย โดยจะขอรับทราบเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อย โดยบอกว่าจะไม่ยุ่งกับการจัดกิจกรรม แต่จะขอทราบว่าจะทำอะไรบ้าง แล้วจะช่วยดูแลความปลอดภัย ในระหว่างนั้นพี่คนหนึ่งได้ถ่ายคลิป เจ้าหน้าที่จึงพาเราไปคุยในศาลา เมื่อถึงในศาลา เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับล็อกและค้นตัว ยึดมือถือของทุกคนไป พวกเราทราบว่ากำลังจะถูกรวบแน่ๆ จึงขอติดต่อญาติและเพื่อนก่อน แต่ไม่ได้รับอนุญาต บอกเพียงว่าให้ความร่วมมือดีๆ จะได้ไม่ต้องใช้กำลังกัน พี่ไม่อยากทำอะไรให้มันรุนแรง เราคนพิษณุโลกด้วยกัน

 

จากนั้นก็มีรถกระบะมาจอดหน้าศาลา 5 คัน เป็นรถกระบะ 4 ประตู เราทั้ง 5 คนถูกนำตัวขึ้นรถคนละคัน และเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้นำของที่เราเตรียมมาคือขนมและป้ายผ้าขึ้นรถไปด้วย ในระหว่างขึ้นรถไป ได้สอบถามเจ้าหน้าที่บนรถว่าจะนำตัวไปที่ไหน เจ้าหน้าที่ตอบเพียงว่า ไปที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว ไม่ต้องกลัว 

 

รถพาขับไปทางถนนบรมไตรโลกนารถ ผ่านแยกแม็คโครไปทางวัดจุฬามณี แต่เลี้ยวเข้าซอยสันติสุข (ซอยท่าทองรีสอร์ท) และพาเราไปตามทางที่เป็นป่า มีต้นไม้ทึบจนถึงสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นบ้านพักคล้ายๆ บ้านพักในหน่วยงานราชการเรียงกันเป็นหมู่บ้าน ทุกบ้านมีลักษณะเดียวกัน พวกเราถูกควบคุมตัวที่นั่นทั้ง 5 คน อยู่ในห้องเดียวกัน

 

หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่อีกกลุ่มคอยควบคุม ไม่มีการให้ข้อมูลใดๆ กับพวกเรา ไม่ว่าเราจะถามอะไรก็ตาม แม้แต่ถามว่าตอนนี้กี่โมงก็ไม่มีใครบอก แต่มีอาหาร น้ำดื่ม น้ำอัดลม น้ำแข็งให้เรา เวลาช่วงใกล้ค่ำ มีเจ้าหน้าที่อีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาสอบถามการทำกิจกรรม โดยมีประเด็นคำถามคร่าวๆ ดังนี้

 

  • เอาเงินจากที่ไหนมาซื้อของจัดกิจกรรม
  • ทำไมต้องไปจัดหน้าวัดหลวงพ่อ
  • มีใครอยู่เบื้องหลังหรือคอยซัพพอร์ตไหม และคำถามที่เป็นส่วนตัวอื่นๆ

 

หลังจากนั้นเป็นช่วงปรับทัศนคติ พี่เขาเล่าเรื่องความเป็นมาของชาติไทย ผูกโยงกับความสำคัญของเมืองพิษณุโลกว่าเป็นเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์มาตั้งแต่สุโขทัยจนถึงปัจจุบัน พิษณุโลกก็เป็นที่ตั้งของกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญต่อความมั่นคงของชาติ ขอให้พวกเราสำนึกและภาคภูมิใจในความเป็นคนจังหวัดพิษณุโลก อย่าใช้จังหวัดพิษณุโลกสร้างความแตกแยก เพราะที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ พิษณุโลกเราสำคัญถึงขนาดที่ว่า ถ้าไม่มีพิษณุโลก ป่านนี้ไม่มีประเทศไทยแล้ว พร้อมด้วยการกล่าวอ้างถึงพระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับเมืองพิษณุโลกว่าได้สร้างคุณูปการอะไรให้ประเทศไทยบ้าง นอกจากนั้นยังอ้างถึงความศักดิ์สิทธิ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในจังหวัดพิษณุโลก และเรื่องเล่าตำนานปรัมปราไร้ตรรกะเหตุผลพิสูจน์ไม่ได้อีกมากมายเกี่ยวกับสถานที่ที่เราจะใช้จัดกิจกรรม

 

ในระหว่างนั้นมีการพูดคุยกันในเชิงโต้แย้งในข้อเท็จจริงบ้าง แต่ก็ไม่มีอะไร ทุกคนต่างเชื่อในมุมของตัวเอง และเราไม่อินกับมายาคติเหล่านั้น ไม่ว่าจะปั่นแค่ไหนก็ตาม ช่วงเวลามืดแล้วผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้พาเราขึ้นรถตู้ บอกว่าจะส่งกลับบ้านและที่พัก บนรถตู้ได้ยินพวกเขาคุยกันว่าได้ไปส่งน้องแกนนำผู้หญิงถึงที่บ้านแล้ว นั่นหมายถึงแอดมิน C เขามาส่งบ้านผมเป็นคนสุดท้าย ทันทีที่เข้าบ้าน ผมดูเวลาคือเป็นเวลา 3 ทุ่มกว่าๆ

 

โดยสรุป สิ่งที่พวกผมได้รับการปฏิบัติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมีดังนี้

 

  1. ถูกชิงทรัพย์ คือโทรศัพท์มือถือ
  2. ใช้กำลังประทุษร้าย คือการจับล็อกเพื่อค้นตัว
  3. กักขังหน่วงเหนี่ยว จำกัดอิสรภาพ

 

ทั้งหมดกระทำโดยบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ไม่สวมเครื่องแบบ ไม่แสดงตน ไม่แจ้งสังกัด ทางเรามีความจำเป็นต้องหาความจริง และเปิดโปงเรื่องราวทั้งหมดให้สังคมได้รับรู้ว่าการคุกคามประชาชนยังมีอยู่จริง

 

ทางเราทุกคนยอมรับว่าเกิดความหวาดกลัว และได้รับการช่วยเหลือจากเครือข่ายนำตัวออกจากพื้นที่เมืองพิษณุโลกแล้ว และจะเข้าร่วมกับเครือข่ายอื่นๆ ในการดำเนินการอื่นๆ ต่อไป เพื่อความปลอดภัย มีผู้ใหญ่ในหน่วยงานภาครัฐยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น

 

ประชาชนทุกคนที่อ่านข้อความนี้ จงใช้วิจารณญาณของตัวท่านเองว่าจะเลือกที่จะเชื่อรัฐหรือเชื่อประชาชน ต่อจากนี้เราจะรวบรวมหลักฐาน พยานวัตถุ พยานบุคคล และเราจะเข้าให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนต่างๆ รวมทั้งเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องที่จะสามารถดำเนินการช่วยเหลือทางกฎหมายต่อไป แต่จะทำด้วยความระมัดระวัง อาจจะต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย เพราะตอนนี้ยอมรับตรงๆ ว่ามีความระแวงอย่างมาก กระผมขอยุติบทบาทกิจกรรมในนามของกลุ่มพิษณุโลกคนกล้าไม่ก้มหน้าให้เผด็จการแต่เพียงเท่านี้ และจะเข้าร่วมต่อสู้กับพี่น้องคนไทยในเครือข่ายภาคประชาชนอื่นๆ ต่อไป ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่มาจากจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นโลกในระดับเดียวกับจังหวัดอื่นๆ ไม่ใช่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างที่คนพิษณุโลกส่วนหนึ่งมีมายาคติแบบนี้ฝังหัว สิ่งที่เราเคารพมากที่สุดไม่ใช่แผ่นดิน มีเพียงอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยทั้งปวงเท่านั้นที่ผมเคารพอย่างสูงสุด ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ห่วงใยครับ

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ผู้จัดแฟลชม็อบพิษณุโลกโพสต์ขอบคุณทุกกำลังใจ หลังถูกเจ้าหน้าที่คุมตัว เตรียมเคลื่อนไหวกับภาคประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แฟลชม็อบมัธยม เตรียมอุดมฯ จัดกิจกรรมท่ามกลางสายฝน ย้ำจุดยืน 3 ข้อ ยุบสภา-หยุดคุกคาม-ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ https://thestandard.co/high-school-flashmob-from-triam-udom-suksa-school/ Fri, 24 Jul 2020 11:48:39 +0000 https://thestandard.co/?p=383127

วันนี้ (24 กรกฎาคม) ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นักเรียน […]

The post แฟลชม็อบมัธยม เตรียมอุดมฯ จัดกิจกรรมท่ามกลางสายฝน ย้ำจุดยืน 3 ข้อ ยุบสภา-หยุดคุกคาม-ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 กรกฎาคม) ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นักเรียนรวมตัวจัดกิจกรรม ‘โรงเรียนไล่ยุง แต่เราไล่เผด็จการ’ โดยมีการนัดหมายกันผ่านแฟนเพจและทวิตเตอร์ในชื่อ ‘เกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ’ ซึ่งเป็นกิจกรรมในรูปแบบแฟลชม็อบ โดยวางกำหนดการประมาณ 30 นาที เริ่มตั้งแต่เวลา 14.30-15.00 น.

 

โดยช่วงก่อนเริ่มกิจกรรมในเวลาประมาณ 12.20 น. มีรายงานว่ามีรถตำรวจเข้ามาในบริเวณโรงเรียน จากนั้นเวลาประมาณ 14.00 น. โรงเรียนได้นำป้ายที่มีข้อความที่ว่า ‘สถานที่ราชการ ห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต’ กระทั่งเวลา 14.30 น. ก่อนเริ่มกิจกรรม กลุ่มนักเรียนที่จัดกิจกรรมย้ายสถานที่จากลาน 72 ไปที่หน้าลานพระรูปฯ ฝั่งถนนพญาไท จากนั้นเมื่อเริ่มการปราศรัยได้ประมาณ 10 นาที สายฝนเริ่มโปรยปรายหนักขึ้นและตกลงมาตลอดจนจบกิจกรรม จนผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องเข้ามาหลบฝนในพื้นที่อาคาร 1 

 

สำหรับแถลงการณ์ ‘กลุ่มเกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ’ กล่าวถึงการแสดงจุดยืนต่อต้านรัฐบาลที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีที่มาไม่ชอบธรรม เพราะการจัดตั้งรัฐบาลครั้งแรกมาจากการรัฐประหาร และครั้งที่สองมาจากรัฐธรรมนูญที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับฝ่ายของตน

 

รัฐบาลชุดนี้ได้แสดงให้ประชาชนเห็นถึงการขาดความสามารถในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะการบริหารเศรษฐกิจที่ไร้ประสิทธิภาพและเอื้อผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการใช้อำนาจรัฐเกินขอบเขต ข่มขู่คุกคามประชาชน รวมไปถึงการไม่เคารพอำนาจอธิปไตยของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ในช่วงที่ผ่านมา นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนจำนวนมากได้ออกมาร่วมแสดงจุดยืนต่อต้านรัฐบาลผ่านการชุมนุมทั่วประเทศและในเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีจุดยืนร่วมกัน 3 ประการ ได้แก่

 

  1. รัฐบาลต้องยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน และจัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อเปิดทางให้กับผู้ที่ประชาชนเห็นว่าเหมาะสมกว่ามาบริหารประเทศแทน

 

  1. รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชน ทั้งการใช้กำลังจับกุม หรือบังคับสูญหาย และการดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมกับประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารของรัฐบาล โดยเฉพาะนักกิจกรรมทางการเมือง

 

  1. รัฐบาลต้องจัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รวมถึงเนื้อหาของรัฐธรรมนูญต้องเคารพอำนาจอธิปไตยของประชาชน และมีการตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพตามหลักประชาธิปไตยสากล

 

นอกจากนี้ ในช่วงสุดท้ายของกิจกรรมยังได้มีการเปิดแฟลชมือถือและร้องเพลง ‘แฮมทาโร่’ ก่อนที่จะแยกย้ายหลังจบกิจกรรม โดยหนึ่งในแกนนำนักเรียนที่จัดกิจกรรมนี้ชี้แจงว่าไม่อยากจะให้มีแกนนำชัดเจน อยากให้เป็นเสมือนการนัดหมายระหว่างเพื่อนกันมากกว่า และยังชี้แจงว่างบประมาณที่นำมาจัดกิจกรรมก็เป็นการรวบรวมเงินกันเอง ซึ่งลำโพงและไมโครโฟนที่นำมาจัดกิจกรรมวันนี้ก็ออกเงินเช่ากันเองเช่นกัน

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post แฟลชม็อบมัธยม เตรียมอุดมฯ จัดกิจกรรมท่ามกลางสายฝน ย้ำจุดยืน 3 ข้อ ยุบสภา-หยุดคุกคาม-ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม.อ.ปัตตานี ไม่หวั่น เดินหน้าจัดแฟลชม็อบต่อ แม้มหาวิทยาลัยมีประกาศห้ามชุมนุม https://thestandard.co/pattani-confirmed-to-continue-flash-mob/ Fri, 24 Jul 2020 00:39:31 +0000 https://thestandard.co/?p=382823

วันนี้ (23 กรกฎาคม) ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเข […]

The post ม.อ.ปัตตานี ไม่หวั่น เดินหน้าจัดแฟลชม็อบต่อ แม้มหาวิทยาลัยมีประกาศห้ามชุมนุม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 กรกฎาคม) ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดกิจกรรม ‘หมุดหมายประชาธิปไตย ร่วมแฟลชม็อบไล่เผด็จการไปด้วยกัน’ ซึ่งเป็นกิจกรรมในรูปแบบแฟลชม็อบ เริ่มต้นนัดหมายในเวลาประมาณ 16.00 น. โดยกลุ่มผู้จัดที่มาจากองค์กรกิจกรรม ม.อ.ปัตตานี มาจากการรวมตัวของหลากหลายสาขาวิชา ซึ่งมีข้อเรียกร้องหลักคือ ขอให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน ยุบสภา และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

โดยเริ่มต้นกิจกรรมในช่วงเวลา 16.30 น. ซึ่งมีนักเรียน นักศึกษา บุคลากร และประชาชนที่สนใจ ทยอยเดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรม มีการจัดระเบียบพื้นที่การจัดกิจกรรมโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทางมหาวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ มีการจัดมาตรการทางสาธารณสุข ทั้งสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ จากนั้นก็เป็นการสลับกันปราศรัยและเล่นดนตรี 

 

ฟาห์เรนน์ นิยมเดชา หนึ่งในตัวแทนของนักศึกษาที่ขึ้นปราศัยบนเก้าอี้ม้านั่ง 2 ตัวที่ตั้งประกบเป็นเวที โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ต้องขอคารวะทุกคน พร้อมกับโค้งคำนับ และกล่าวต่อว่า วันนี้ทุกคนเสียสละหลายสิ่งหลายอย่าง จึงได้เสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลว่า ขอให้ยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ที่ใช้กดขี่ผู้เห็นต่าง เนื่องจากไม่อาจยอมรับการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้ ตลอดระยะเวลาการบริหารประเทศของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฟาห์เรนน์กล่าวว่า ประเทศอยู่ในสภาวะที่ไร้การพัฒนา การกระทำของรัฐบาลพยายามฉุดรั้งประเทศไปสู่ความล้าหลังอย่างยอมรับไม่ได้ มีต้นตอมาจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ไร้ความโปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นที่มา กายภาพ และกฎหมาย มีการใช้วิธีการต่างๆ มากมายเพื่อปิดกั้นผู้เห็นต่าง จึงนับได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญของ ‘โจรลายพราง’ 

 

ฟาห์เรนน์ยังให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD กรณีที่เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (22 กรกฎาคม) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ออกประกาศเรื่องการควบคุมการใช้พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมที่มีการชุมนุมหรือรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก โดยฟาห์เรนน์ตั้งข้อสังเกตว่า นี่คือการออกประกาศโดยมิชอบ เป็นการออกประกาศที่มีเจตนาแฝงใช่หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการจัดกิจกรรมในลักษณะของการรวมตัว ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็เป็นคนจัดเอง แต่พอครั้งนี้จะมีการจัดแฟลชม็อบ ปรากฏว่ามีคำประกาศห้าม จึงขอเรียกร้องให้ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีของมหาวิทยาลัย ออกมาให้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

 

ทั้งนี้กิจกรรมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนที่ช่วงสุดท้ายของกิจกรรมได้มีการร้องเพลงชาติร่วมกัน และเปิดแฟลชมือถือเพื่อส่องสว่างให้ประชาธิปไตย และชูสามนิ้ว ก่อนที่จะมีการถ่ายรูปร่วมกัน จัดเก็บสิ่งของ เก็บขยะ และแยกย้าย

 

 

ภาพ: อนิสรา เกษา

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ม.อ.ปัตตานี ไม่หวั่น เดินหน้าจัดแฟลชม็อบต่อ แม้มหาวิทยาลัยมีประกาศห้ามชุมนุม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิยบุตร​-พรรณิการ์-พิธา รับทราบข้อหาคดีแฟลชม็อบ ยืนยันชุมนุมเป็นสิทธิ​พื้นฐานประชาธิปไตย https://thestandard.co/piyabutr-panika-and-tim-pita-notice-flash-mob-case-saying-its-basic-right-of-democracy/ Mon, 16 Mar 2020 07:58:36 +0000 https://thestandard.co/?p=342068

วันนี้ (16 มีนาคม​) เวลา 09.00 น. พิธา ลิ้ม​เจริญ​รัตน์ […]

The post ปิยบุตร​-พรรณิการ์-พิธา รับทราบข้อหาคดีแฟลชม็อบ ยืนยันชุมนุมเป็นสิทธิ​พื้นฐานประชาธิปไตย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 มีนาคม​) เวลา 09.00 น. พิธา ลิ้ม​เจริญ​รัตน์​ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และพรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ​ พ.ศ. 2558 กรณีจัดชุมนุมแฟลชม็อบที่บริเวณสกายวอล์ก หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่14 ธันวาคม 2562 โดยมีสื่อมวลชนเฝ้าติดตามอยู่ที่บริเวณ​หน้า สน.ปทุมวัน เป็นจำนวนมาก

 

ปิยบุตรกล่าวว่าตนยืนยันถึงความเชื่อมั่นในสิทธิ​เสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการชุมนุมมาโดยตลอด เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปกครอง​ระบอบประชาธิปไตย​ ส่วนพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ​ พ.ศ. 2558 ที่ออกมานั้น ตอนแรกตนคิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ดี แต่ปรากฏว่าในทางปฏิบัติ​กลับเป็นปัญหา​มากกว่าเดิม โดยในสมัยที่ตนเป็นประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน​ ได้เคยเชิญ พล.ต.อ. จักรทิพย์​ ชัยจินดา ผู้บัญชาการ​ตำรวจแห่งชาติ มาหารือเกี่ยวกับประเด็นปัญหาการใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ​ในทางปฏิบัติแล้วด้วย

 

“ประเด็นปัญหาของพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ​ที่ผู้บัญชาการ​ตำรวจแห่งชาติได้รับข้อมูลไปแล้วก็คือแม้กฎหมาย​ฉบับนี้จะใช้ระบบแจ้ง ไม่ใช้ระบบขออนุญาต​ แต่ทำไปทำมาในทางปฏิบัติการแจ้งกลับสร้างภาระให้กับการชุมนุมสาธารณะ​มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะ​อย่างยิ่งเมื่อผู้จัดการชุมนุม​แจ้งไปแล้ว เจ้าหน้าที่มักจะวางเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด​จนทำให้การชุมนุม​ไม่อาจเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ​ หรืออาจทำให้เป็นอุปสรรค​ต่อการจัดการชุมนุม​ ซึ่งในท้ายที่สุดอาจต้องทบทวนแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ต่อไป และนี่ยังไม่นับรวมว่าจะนิยามอะไรเป็นการ​ชุมนุม​ การวิ่งออกกำลังกายเป็นการชุมนุมหรือไม่ หลักใหญ่​ใจความต้องให้ความสำ​คัญ​กับการชุมนุม​สาธารณะ​เป็นหลักในฐานะ​เสรีภาพ​ในการแสดงออก” 

 

ด้านพิธา​ระบุว่าการมา สน.ปทุมวัน วันนี้กลับเป็นภารกิจ​แรกในฐานะหัวหน้าพรรค​ก้าวไกล แทนที่ตนจะได้ใช้เวลาทำงานศึกษาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 หรือปัญหาเศรษฐกิจ​ของประเทศที่กำลังประชุม​กันอยู่ในขณะนี้ แต่ตนต้องมาพบพนักงานสอบสวนที่นี่ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ทำให้กำลังใจหรือทำให้การทำงานเข้มข้นน้อยลงแต่อย่างใด 

 

“เราเชื่อมั่น​ในสิทธิ​เสรีภาพของการชุมนุมซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบอบประชาธิปไตย​ ไม่ใช่แค่ 4 วินาทีตอนเข้าคูหาเลือกตั้ง ถ้าคนกลุ่มหนึ่งที่มีความเห็น​หรือมีความทุกข์​ร้อนอะไรก็จะรวมตัวกันเพี่อแสดงออก ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งซึ่งสามารถทำได้ในประเทศที่มีระบอบ​ประ​ชาธิปไตย​ ผมคิดว่าการใช้วิธีทางกฎหมายในเกมการเมืองแสดงให้เห็นถึงบรรยากาศ​ทางการเมืองของประเทศไทย​ที่ไม่ต้องการให้มีคนหน้าใหม่เข้ามา ผมอยากให้มีบรรยากาศที่เอื้อให้คนเก่งๆ ให้เลือดใหม่ หรือคนที่มีความสามารถจริงๆ มีโอกาสที่จะเข้ามาเล่นการเมืองมากขึ้น”

 

ด้าน กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ กล่าวว่าวันนี้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาต่อปิยบุตร​ พิธา และพรรณิการ์​ จำนวน 5 ข้อกล่าวหาคือ
1. ทั้ง 3 คนเป็นผู้จัดการชุมนุมโดยมิได้แจ้งขอการชุมนุม
2. จัดการชุมนุมโดยกีดขวางสถานีรถไฟฟ้า ทำให้การขนส่งสาธารณะ​มีปัญหา
3. ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต​
4. ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่สั่งให้ยุติการชุมนุม
5. จัดการชุมนุมสาธารณะ​ในระยะที่ต่ำกว่า 150 เมตรจากวังที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์​ โดยทั้ง 3 คนให้การปฏิเสธ​ทุกข้อกล่าวหา 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ปิยบุตร​-พรรณิการ์-พิธา รับทราบข้อหาคดีแฟลชม็อบ ยืนยันชุมนุมเป็นสิทธิ​พื้นฐานประชาธิปไตย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุเทพเตือนแฟลชม็อบอย่าทำผิดกฎหมาย ชี้คนปลุกปั่นนักศึกษาเป็นบาปมหันต์ https://thestandard.co/suthep-flash-mob/ Thu, 05 Mar 2020 08:42:22 +0000 https://thestandard.co/?p=338262

วันนี้ (5 มีนาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก สุเทพ เทือกส […]

The post สุเทพเตือนแฟลชม็อบอย่าทำผิดกฎหมาย ชี้คนปลุกปั่นนักศึกษาเป็นบาปมหันต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 มีนาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และอดีตเลขาธิการ กปปส. เดินทางมาตามนัดสืบพยานคดีกบฏ กปปส. โดยภายหลังเสร็จสิ้น ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแฟลชม็อบต้านรัฐบาลที่จัดโดยนักเรียน นิสิต นักศึกษา ว่า การจะแสดงความคิดเห็นเรื่องการเคลื่อนไหวของนักศึกษาต้องทำด้วยความระมัดระวัง อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดกันได้ ตนยังยืนยันในหลักการ การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นของกลุ่มไหน เป็นสิทธิที่ดำเนินการได้ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ให้การรับรองเอาไว้ 

 

สุเทพกล่าวต่อไปว่า แต่ในฐานะคนที่มีประสบการณ์ในการชุมนุมต่อสู้มาแล้ว และถูกดำเนินคดียาวนานเป็นเวลานับปี ตนต้องเรียนไปถึงน้องๆ ว่าใครก็ตามที่เป็นผู้นำ จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ให้ผู้ชุมนุมกระทำการใดที่เป็นการทำผิดกฎหมาย แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ไปเคลื่อนไหวอะไรมีการบันทึกไว้เป็นคลิป วันข้างหน้าจะกลายเป็นปัญหาถูกดำเนินคดี เหมือนพวกตนตอนนี้ คนอื่นกลับบ้านกันหลายปีแล้ว พวกตนต้องขึ้นโรงขึ้นศาลทุกวัน ไม่ได้ไปทำมาหากินที่ไหน เหนื่อย 

 

“ก็ฝากให้เป็นแง่คิด น้องๆ นักศึกษาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และผมคิดว่าการแสดงความคิดความเห็นของเขาก็เป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนก็ควรจะได้ติดตามรับฟังว่าเขาคิดอะไร เขามีความเห็นอย่างไร ส่วนถ้ามีใครไปปลุกปั่นยุยงนักศึกษาก็ต้องเรียกว่าเป็นบาปของเขา คนไปทำน่ะ ไม่ใช่นักศึกษา คนที่ไปพยายามที่จะปลุกปั่นใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือ ให้รู้ว่ากำลังทำบาปอย่างมหันต์” สุเทพกล่าว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าจะนำไปสู่การชุมนุมใหญ่หรือไม่ สุเทพกล่าวว่า ไม่ทราบ คิดไม่ได้ คาดการณ์ไม่ได้ ตนอายุ 70 กว่าปีคิดต่างกันเยอะ แต่คิดว่าชุมนุมในมหาวิทยาลัย ในโรงเรียนปลอดภัยที่สุด ตอนที่พวกตนมาชุมนุมบนถนน คนไม่หวังดีเอาอาวุธมาทำร้ายบาดเจ็บล้มตายไปเยอะ ฉะนั้นต้องอยู่ในมหาวิทยาลัย ในโรงเรียนดีที่สุด เรียกร้องว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ต้องให้การคุ้มครองเป็นพิเศษ ระวังคนที่มีเจตนาร้ายต่อบ้านเมืองใจคออำมหิต วันที่ 10 เมษายน 2553 ยิงประชาชน ยิงทหาร หวังสร้างสงครามกลางเมือง ตอนพันธมิตรฯ ชุมนุมก็เอา M79 ไปยิง ตอนพวกตนชุมนุม เด็กอายุ 5-6 ขวบก็เสียชีวิต ผู้หญิงก็เสียชีวิต ทั้งหมด 24 คน คนพวกนั้นที่คิดไม่ดีต่อประเทศไทย เป็นพวกอำมหิต ต้องระวัง เรามีหน้าที่ปกป้องดูแลลูกหลานให้ดีที่สุด

 

ส่วนความคืบหน้าของคดีกบฏ กปปส. สุเทพระบุว่า คดีชุมนุมปี 2556-2557 จำเลยสำนวนเดียวกันกับตนทั้งหมด 39 คน เพิ่งสืบพยานโจทก์เสร็จไป วันนี้สืบพยานจำเลยปากแรกคือตน เพิ่งเบิกความเสร็จ ศาลได้นัดสืบพยานเพิ่มเติม วันสุดท้ายคงเป็นวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ เราได้ต่อสู้บนถนนมา 200 กว่าวัน มาสู้คดีในศาลเกิน 365 วัน เราก็สู้คดีตามข้อเท็จจริง ผลจะเป็นอย่างไร เราก็เคารพตามกระบวนการยุติธรรม

 

 

The post สุเทพเตือนแฟลชม็อบอย่าทำผิดกฎหมาย ชี้คนปลุกปั่นนักศึกษาเป็นบาปมหันต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส.ส. พลังประชารัฐห่วงสุขภาพเยาวชนร่วมแฟลชม็อบ ชวนเสนอความเห็นผ่านเวที กมธ. พัฒนาการเมือง https://thestandard.co/government-worry-about-flash-mob-students-health/ Thu, 05 Mar 2020 04:27:02 +0000 https://thestandard.co/?p=338126

วันนี้ (5 มีนาคม) ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส. กทม. บางซื่ […]

The post ส.ส. พลังประชารัฐห่วงสุขภาพเยาวชนร่วมแฟลชม็อบ ชวนเสนอความเห็นผ่านเวที กมธ. พัฒนาการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 มีนาคม) ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส. กทม. บางซื่อ-ดุสิต พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กล่าวถึงกรณีที่เยาวชนออกมาร่วมชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมืองหรือแฟลชม็อบในช่วงนี้ว่า เห็นด้วยในการแสดงความคิดเห็นของเยาวชนเพื่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองในฐานะเจ้าของและอนาคตของประเทศ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ แต่สุขภาพของเยาวชนก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งในช่วงเดือนมีนาคมนี้เป็นช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 การไปในสถานที่ที่มีคนหนาแน่นและแออัดจะทำให้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อดังกล่าว ซึ่งเยาวชนควรหลีกเลี่ยงเพื่อดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและส่วนรวม ดังนั้นจึงขอเสนอทางเลือกที่ปลอดภัยต่อสุขภาพเยาวชน และส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของรัฐสภา

 

ธณิกานต์กล่าวว่า ในส่วนของคณะอนุกรรมาธิการฯ เรามีเวทีที่เปิดโอกาสให้กับเยาวชนในการนำเสนอความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ Active Tech Citizen เยาวชนคนรุ่นเปลี่ยน เปิดรัฐสภาเป็นเวทีรับฟังและให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติร่วมแชร์ไอเดียกับเยาวชนเพื่อนำไปสู่การต่อยอดปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และกำลังจะเปิดเวทีเพิ่มสำหรับเยาวชนเพื่อให้ครอบคลุมมากที่สุด

 

“นอกจากนี้ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ยังได้นำวาระเร่งด่วนเรื่องแฟลชม็อบเข้าพิจารณาในที่ประชุมกรรมาธิการฯ เพื่อเพิ่มเวทีของรัฐสภาสู่กระบวนการรับฟัง ให้เยาวชนมีส่วนร่วมเสนอไอเดียในการพัฒนาประเทศชาติที่นำสู่การปฏิบัติได้จริง ซึ่งที่ประชุมมีมติให้เชิญฝ่ายบริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ พร้อมกับตัวแทนผู้บริหารสถานศึกษา เข้าร่วมหารือในแนวทางนโยบายต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองภาคเยาวชนและตัวแทนเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้าหารือและเสนอไอเดียในการพัฒนาการเมืองและประเทศไทยร่วมกัน โดยเยาวชนที่สนใจเข้าร่วมสามารถแจ้งความประสงค์ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเข้าไปที่เฟซบุ๊กกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะจัดนัดแรกในวันพุธที่ 11 มีนาคม เวลา 13.00 น. คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ อาคารรัฐสภา” ธณิกานต์กล่าว

 

“จะเห็นได้ว่ามีช่องที่จะได้แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นระบบและมีแผนรองรับแนวคิดต่างๆ ของเยาวชน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลมากกว่า อีกทั้งยังปลอดภัยต่อสุขภาพของเยาวชนและส่วนรวม ลดความเสี่ยงการแพร่กระจายโรคโควิด-19  ดังนั้นจึงขอเชิญชวนน้องๆ เยาวชนเข้าร่วมโครงการนี้เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด” ธณิกานต์กล่าวทิ้งท้าย

The post ส.ส. พลังประชารัฐห่วงสุขภาพเยาวชนร่วมแฟลชม็อบ ชวนเสนอความเห็นผ่านเวที กมธ. พัฒนาการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Bird Eye View’ มองปรากฏการณ์ Flash Mob ผ่านมุมมองของคนนอก https://thestandard.co/bird-eye-view-flash-mob/ Mon, 02 Mar 2020 11:00:13 +0000 https://thestandard.co/?p=337151

หนึ่งสัปดาห์หลังจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ […]

The post ‘Bird Eye View’ มองปรากฏการณ์ Flash Mob ผ่านมุมมองของคนนอก appeared first on THE STANDARD.

]]>

หนึ่งสัปดาห์หลังจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ และเป็นการครบรอบหนึ่งสัปดาห์ของปรากฏการณ์ Flash Mob ขบวนการนักเรียนนักศึกษาในแต่ละสถาบัน ภายใต้คำถามมากมายจากสังคม ซึ่งหากมองอย่างเอาใจเข้าไปเชียร์ ก็อาจจะรู้สึกอินไปกับพวกเขา แต่ถ้ามองอย่างมีอคติ ก็อาจมีบางความรู้สึกมองว่าพวกเขาถูกปลุกปั่นหรือโดนล้างสมองมา ดังนั้น บทความนี้จึงอยากชวนทุกท่านถอยออกมาสักเล็กน้อย แล้วลองมอง ‘ปรากฏการณ์ Flash Mob’ ครั้งนี้ผ่านมุมมองแบบคนนอก ‘Bird Eye View’ โดยใช้กรอบคำอธิบายจากงานวิจัยที่ผ่านมา1

 

ขบวนการนักเรียนนักศึกษามาจากไหน

ก่อนจะตอบคำถามดังกล่าว คงต้องย้อนกลับไปอธิบายว่า อันที่จริงแล้วขบวนการนักเรียนนักศึกษาไม่เคยหายไปไหน เพียงแต่ที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยอยู่ในสายตาของเราเท่านั้นเอง 

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่การเมืองเหลือง-แดงกำลังเข้มข้น ตั้งแต่รัฐประหาร 2549 ถึงรัฐประหาร 2557 ที่ขบวนการทางการเมืองกลุ่มต่างๆ กำลังเคลื่อนไหวทั้งในสภาฯ และบนท้องถนน นักเรียนนักศึกษาแทรกซึมอยู่มากมายตามที่เหล่านั้น เพียงแค่ไม่ได้เป็นกลุ่มก้อนใหญ่ๆ หากแต่กระจัดกระจายและแบ่งเป็นหลายฝ่ายภายใต้การเมืองแบ่งขั้ว

 

 

บางส่วนไปเคลื่อนไหวกับเหลืองบ้าง แดงบ้าง หรืออาจไปให้ความสนใจกับประเด็นการเมืองเชิงอัตลักษณ์ อย่างการเคลื่อนไหวยกเลิกการบังคับแต่งชุดนักศึกษาหรือการเคลื่อนไหวเรื่องทรงผมนักเรียน โดยมีพื้นที่โซเชียลมีเดียให้เขาได้แสดงออกทางความคิด ทั้งในทางการเมือง ทางสังคม และอัตลักษณ์ความเป็นตัวตนของพวกเขา แต่ด้วยความที่แสงไฟไม่ได้สาดส่องมาที่พวกเขา มันจึงทำให้ดูเหมือนว่า ‘ขบวนการนักศึกษาหายไปจากการเมือง’ อยู่ช่วงหนึ่ง

 

หลังรัฐประหาร 2557 เป็นอีกหนึ่งช่วงที่นักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเข้มข้น และมีการวิเคราะห์ไปถึงขั้นว่า พวกเขาจะนำการต่อต้านรัฐประหารครั้งนั้นและนำไปสู่เหตุการณ์แบบ 14 ตุลาคม 2516 อีกครั้งหนึ่ง แต่ทว่า การควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างหนักโดยฝ่ายรัฐ ได้ทำให้นักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยและยังไม่มีความพร้อมจะลงถนน พอใจที่จะเคลื่อนไหวอยู่แค่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยและโซเชียลมีเดียต่อไปตามประเด็นที่แต่ละคนสนใจมากกว่า จึงทำให้ขบวนการนักศึกษาในช่วงนั้นเป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้น ก่อประกาย และเริ่มก่อร่างสร้างฐานของ ‘การเมืองของคนรุ่นใหม่’ ในเวลาต่อมา

 

การเมืองของคนรุ่นใหม่

จากความผิดหวังของบรรดาคนรุ่นใหม่ต่อการเมืองไทย ในรุ่นที่พวกเขาเติบโตขึ้นมาเห็นการเมืองแบ่งขั้ว ที่มีปัญหาทั้งในเชิงการใช้อำนาจอย่างอยุติธรรม ความรุนแรงทางการเมือง การทุจริตคอร์รัปชัน หรือแม้กระทั่งการปิดกั้นเสรีภาพทางความคิด 

 

สิ่งเหล่านี้ได้แปลงความผิดหวังของคนรุ่นใหม่ เป็นความฝันที่อยากจะเห็นอนาคตการเมืองไทยดีขึ้น พวกเขาหวาดกลัวที่จะกลับไปอยู่ในวังวนของความขัดแย้งไม่รู้จบ แต่ก็กล้าหาญที่จะปกป้องเสรีภาพของพวกเขาไม่ให้ใครมาแตะต้อง เราจึงเห็นได้บ่อยครั้งที่คนรุ่นใหม่พร้อมจะปะทะคารมกับผู้ใหญ่หลายคนในโซเชียลมีเดีย หากพวกเขารู้สึกว่าสิ่งที่เป็นอยู่นั้นไม่ใช่ และเป็นการดูถูกความคิดของพวกเขา

 

 

คงเป็นทั้งความบังเอิญและตั้งใจที่พรรคอนาคตใหม่มองเห็นความฝันของคนเหล่านั้น เพราะพรรคการเมืองในทางทฤษฎีแล้วคือผู้รวบรวมความฝันของประชาชน และรับบทบาทในการสานฝันเหล่านั้นให้เป็นจริง ซึ่งอนาคตใหม่เองก็สามารถสร้างตัวตนทำให้คนรุ่นใหม่เชื่อได้ว่า ระบบการเมืองปกติจะสามารถทำให้พวกเขาหลุดจากวังวนความขัดแย้ง และไม่ต้องเดินลงไปสู้กันบนถนนดังที่คนรุ่นก่อนหน้าทำกันมา 

 

การแสดงตัวตนทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ในช่วงปีที่ผ่านมา จึงคู่ขนานไปกับการเลือกตั้งและร่วมฟังการปราศรัยตามเวทีต่างๆ โดยที่พวกเขายังคงเคลือบแคลงใจว่า ‘ความอยุติธรรม’ ซึ่งเป็นหนึ่งในความผิดหวังทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ กำลังจะกัดกินความฝันของพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง

 

มองโดยไม่ได้ถกเถียงด้านข้อกฎหมาย การยุบพรรคอนาคตใหม่จึงเหมือนเป็นยุทธการ ‘ดับฝัน’ ของพวกเขา ไม่ให้ความฝันของพวกเขาได้โลดแล่นในระบบการเมืองปกติ จึงไม่น่าแปลกใจเลยหากพวกเขาจะเปลี่ยนบทบาทจากกองเชียร์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาเป็นผู้เล่นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภาฯ แทน

 

ทำไมจึงเป็น Flash Mob นักเรียนนักศึกษา

มองอย่างผู้เฝ้ามองปรากฏการณ์ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักเรียนนักศึกษา (คนรุ่นใหม่) ในครั้งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นจากกรณีการยุบพรรคอนาคตใหม่เท่านั้น หากแต่เป็นความอัดอั้นและผิดหวังที่ทำให้พวกเขาอยากจะออกจากหน้าจอสมาร์ทโฟน ไปแสดงตัวให้ผู้ใหญ่ในสังคมได้รับรู้ว่า พวกเขามีตัวตนอยู่จริง ไม่ได้เป็นแค่ IO ในโซเชียลมีเดีย โดยยุทธวิธีที่พวกเขาเรียกว่า Flash Mob ซึ่งมีข้อสังเกตจากการศึกษาขบวนการนักศึกษาที่ผ่านมาต่อปรากฏการณ์ดังกล่าว ดังนี้

 

1.Flash Mob มีความหมายที่แปลได้ทั้ง ‘การมาไวไปไว ไม่ยืดเยื้อ’ และอาจหมายถึงการ ‘ส่อง Flash แสดงตัวตนว่าพวกเขามีอยู่จริง’ แต่การเคลื่อนไหวทางการเมืองเช่นนี้ก็ยังไม่ได้หมายความว่า พวกเขาได้ออกมาจาก Safe Zone อย่างจริงจัง เพราะยังเป็นแค่การแสดงพลังในพื้นที่มหาวิทยาลัยและสื่อสารกันผ่านโซเชียลมีเดียที่ควบคู่ไปกับแฮชแท็ก Twitter โดยอาจยังขาดเป้าหมายในเชิงปฏิบัติการที่ชัดเจนว่า ความพอใจของพวกเขาจะไปหยุดที่จุดใด หรืออาจพอใจเพียงแค่ ‘การแสดงตัวตนทางการเมือง’ ก็เป็นได้

 

 

2.อาจเป็นเพราะขบวนการฯ ยังไม่ชัดเจนในประเด็นเรื่องผู้นำหรือองค์กรนำในระดับหลายมหาวิทยาลัย ที่จะรวบรวมความตั้งใจและสะท้อนความต้องการของนักศึกษาออกไปอย่างมีทิศทางเดียวกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีความสำคัญในระยะยาวสำหรับการเคลื่อนไหวต่อไปในอนาคต 

 

แต่จากการเคลื่อนไหวของขบวนการฯ ที่ผ่านมาก็ทำให้เห็นแล้วว่า องค์กรนำไม่ได้มีความจำเป็นเสมอไป หากเพียงแค่มีเครือข่ายการประสานงานที่ได้รับการยอมรับ ก็อาจจะทำให้การเคลื่อนไหวดำเนินต่อไปได้

 

3.ข้อได้เปรียบของนักศึกษาในการรวมตัวคือ มีต้นทุนความเสี่ยงในการเคลื่อนไหวน้อยกว่าอาชีพอื่น และมีการปกป้องคุ้มครองจากมหาวิทยาลัย เสรีภาพของนักศึกษาสำคัญเกินกว่าใครจะมาจำกัด ในขณะที่ความยุติธรรมอยู่ในเครื่องหมายคำถามเสมอ โดยพวกเขายังคงมีภาพของการต่อสู้กับเผด็จการที่ถูกเชื่อมร้อยเข้ากับเรื่องเล่าของขบวนการนักศึกษาไทยในอดีต ซึ่งเป็นภาพฝันในอนาคตของพวกเขา แต่ก็ยังคงมีข้อเสียเปรียบของนักศึกษา ที่บ้างอาจจะมีความขี้เกียจ ตื่นสาย รักสบาย ไร้วินัย และผู้ปกครองเป็นห่วง ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากไม่ท้าทายพวกเขาให้ดี ก็จะทำให้การชุมนุมแผ่วลงได้ และฝ่ายรัฐเองก็อาจมีลูกเล่นที่กระตุ้นต่อมข้อเสียเปรียบของนักศึกษาได้เช่นกัน

 

4.ความสำเร็จในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมตามกระแส (Fashions) ของนักศึกษา ที่บางคนแม้อาจไม่ค่อยอินกับการเมืองมากนัก แต่ก็ไม่ขัดกับจริตทางการเมืองของตัวเอง 

 

ดังนั้น ด้วยความต้องการบรรลุถึงคุณค่าบางอย่างครั้งหนึ่งในชีวิต (Self-Esteem) พวกเขาก็พร้อมจะออกมาถ่ายรูป ติดแฮชแท็กเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์พร้อมกับเพื่อนๆ ซึ่งกระแสเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแย่ และสำคัญมากในทางการเมือง เพราะมันคือการพยายามดึงคนกลางๆ ให้ออกมาเดินไปด้วยกัน แต่ยังคงน่ากังวลว่า ‘กระแสมาไวไปไวเหมือน Flash Mob’ หากไร้สิ่งท้าทายและการจุดกระแสขึ้นใหม่ ไฟที่ลามทุ่งก็ดับได้เช่นกัน

 

5.ขบวนการนักศึกษาที่ผ่านมา มีการเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กับสถานการณ์ทางการเมือง เหมือนกับกระแสครั้งนี้ที่จุดติดขึ้นจากกรณียุบพรรคอนาคตใหม่ ดังนั้น การดำเนินการของฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และอดีตพรรคที่ถูกยุบ จึงมีความสำคัญต่อความเป็นไปของการเคลื่อนไหวมาก 

 

แต่ทว่า ความน่าจะเป็นของยุทธวิธีแบบตอบโต้ของขบวนการนักศึกษาที่ผ่านมา ในฐานะตัวแปรตามทางการเมืองก็อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะเวลานี้นักศึกษาและแนวร่วมนักเรียนจากสถาบันต่างๆ เริ่มขยับจากตัวแปรตาม กลายเป็น ‘ผู้นำของการเคลื่อนไหวทางการเมืองแล้ว’ การตั้งเป้าหมายที่ตรงจุด จึงอาจทำให้ฝ่ายรัฐต้องตกอยู่ในสถานะตัวแปรตามแทนก็เป็นได้

 

อย่างไรก็ตาม ‘การแสดงตัวตนทางการเมือง’ ของบรรดานักเรียนนักศึกษาในครั้งนี้ อาจไม่ใช่แค่การรวบรวมความฝันของพวกเขาขึ้นมาใหม่เท่านั้น เพราะภาพการชุมนุมอย่างเข้มแข็งและปราศจากคนชี้นำ เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในหน้าการเมืองไทยมานานแล้ว มันทำให้ความฝันของผู้ใหญ่หลายคนที่ต้องการจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ มีประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง และสิ่งที่ว่านี้ คือปัจจัยสุดท้ายที่จะทำให้ ‘ขบวนการคนรุ่นใหม่’ ไปต่อได้อย่างมั่นคง เพราะพวกเขากำลังจะแบกรับความฝันของคนรุ่นก่อนหน้า ไปสานต่อให้สำเร็จด้วยนั่นเอง

 

 

 

เรื่อง: ชยุตม์ พันธุ์สุวรรณ

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง: 

  • ชยุตม์ พันธุ์สุวรรณ, 2561. ขบวนการนักศึกษาหายไปไหน: การเปลี่ยนแปลงของขบวนการนักศึกษาไทยในช่วงความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. 2549-2557. วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (การเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา))–สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2561

The post ‘Bird Eye View’ มองปรากฏการณ์ Flash Mob ผ่านมุมมองของคนนอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มกวีศิลปิน-เอ็นจีโอ-คนหลากหลายทางเพศ จัดแฟลชม็อบที่แยกราชประสงค์ไล่รัฐบาลประยุทธ์ https://thestandard.co/flash-mob-from-poet-artist-ngo-and-sexual-various-people/ Mon, 02 Mar 2020 01:15:32 +0000 https://thestandard.co/?p=336885

ช่วงเย็นเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 1 มีนาคม ที่แยกราชปร […]

The post กลุ่มกวีศิลปิน-เอ็นจีโอ-คนหลากหลายทางเพศ จัดแฟลชม็อบที่แยกราชประสงค์ไล่รัฐบาลประยุทธ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ช่วงเย็นเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 1 มีนาคม ที่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ กลายเป็นที่นัดรวมตัวชุมนุมอีกครั้งภายใต้ชื่อกิจกรรมแฟลชม็อบ #ประชาชนไล่หัวหน้าio 

 

ก่อนถึงเวลานัดชุมนุม เจ้าหน้าที่ได้นำรั้วเหล็กกั้นไว้สำหรับเป็นพื้นที่จัดกิจกรรม และอยู่รอเฝ้าสังเกตการณ์ตั้งแต่เวลา 15.30 น. โดยมีการวัดไข้ พร้อมเตรียมเจลแอลกอฮอล์สำหรับผู้ร่วมกิจกรรมด้วย

 

เมื่อถึงเวลานัดหมาย กลุ่มกวีศิลปิน-เอ็นจีโอ นำโดย ชุมาพร แต่งเกลี้ยง นักกิจกรรมเพื่อความหลากหลายทางเพศ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัญชน จัดกิจกรรมชุมนุม แสดงจุดยืนทางสังคม ด้วยการแสดงดนตรีสลับการปราศรัยเรียกร้องประชาธิปไตย และเรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเคารพเสียงประชาชนด้วยการลาออกจากตำแหน่ง 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post กลุ่มกวีศิลปิน-เอ็นจีโอ-คนหลากหลายทางเพศ จัดแฟลชม็อบที่แยกราชประสงค์ไล่รัฐบาลประยุทธ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิระ เชื่อ แฟลชม็อบนักศึกษา ไร้คนชักใย อาสาเป็นสื่อกลาง รับฟังความเห็น https://thestandard.co/sira-believe-flashmob-students-have-no-one-behind/ Sun, 01 Mar 2020 08:20:26 +0000 https://thestandard.co/?p=336837

สิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิกา […]

The post สิระ เชื่อ แฟลชม็อบนักศึกษา ไร้คนชักใย อาสาเป็นสื่อกลาง รับฟังความเห็น appeared first on THE STANDARD.

]]>

สิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนักศึกษาตามสถาบันต่างๆ ในขณะนี้ว่า เป็นเรื่องที่ดีที่คนหนุ่มสาวให้ความสนใจกับความเป็นไปของบ้านเมือง ซึ่งเท่าที่ติดตามประเด็นใหญ่ที่อยู่ในใจ คือความไม่เป็นธรรมของกติกา ซึ่งสามารถผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ภายใต้ระบบที่มีอยู่ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งสภาได้วางกลไกไว้แล้วด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมา จึงอยากให้น้องๆ นักศึกษา ใช้คณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้ให้เป็นประโยชน์ 

 

“ผมพร้อมเป็นสื่อกลางนำข้อเสนอที่น้องๆ อยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทุกประเด็นเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการฯ เพื่อยืนยันว่าสภาซึ่งเป็นสถานที่รวมของตัวแทนปวงชนชาวไทย เป็นที่พึ่งที่หวังได้ และพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอ นำไปสู่การสร้างกติกาที่เป็นธรรม ปลดชนวนความขัดแย้ง เพื่อร่วมกันหาทางออกไม่ให้ประเทศไทยย้อนกลับไปสู่วิกฤต” สิระ กล่าว

 

สิระ ระบุด้วยว่า ตนเห็นความสำคัญในพลังของนิสิตนักศึกษา และไม่คิดว่าคนที่ออกมาเคลื่อนไหวจะมีวาระซ่อนเร้นหรือถูกชักใยจากใครคนใดคนหนึ่ง เพราะหากไม่มีประเด็นที่มีเหตุผลเพียงพอ ย่อมไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมจนเกิดการรวมตัวกันในวงกว้าง เพียงแต่อยากให้ทุกคนใช้พลังที่มีอย่างสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนด้วยเหตุผลบนพื้นฐานของข้อมูล ไม่ใช่อารมณ์ เพื่อนำบ้านเมืองสู่ถนนประชาธิปไตย โดยไม่จำเป็นต้องลงถนน

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post สิระ เชื่อ แฟลชม็อบนักศึกษา ไร้คนชักใย อาสาเป็นสื่อกลาง รับฟังความเห็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิสิตนักศึกษา ชุมนุมที่เกษตรศาสตร์ ชูแคมเปญ #คืนสู่เหย้าไม่เอาไอโอชา ย้ำต่อสู้เพื่ออนาคตตัวเอง https://thestandard.co/university-students-flashmob-at-kasetsart-university/ Sun, 01 Mar 2020 04:45:34 +0000 https://thestandard.co/?p=336785

วันนี้ (29 กุมภาพันธ์) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ที่หน้าหอปร […]

The post นิสิตนักศึกษา ชุมนุมที่เกษตรศาสตร์ ชูแคมเปญ #คืนสู่เหย้าไม่เอาไอโอชา ย้ำต่อสู้เพื่ออนาคตตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 กุมภาพันธ์) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ที่หน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีการจัดกิจกรรม #คืนสู่เหย้าไม่เอาไอโอชา ซึ่งเป็นการสื่อความหมายถึงการปฏิบัติการข่าวสาร หรือ IO และพ้องจองกับชื่อสกุลนายกรัฐมนตรี โดยมีอดีตสมาชิกกลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์ ได้ขึ้นเวทีกล่าวนำปราศรัย ก่อนที่จะมีการผลัดเปลี่ยนนิสิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ขึ้นแสดงความคิดเห็น และแสดงออกทางการเมือง โดยใช้พื้นที่บริเวณบันไดทางขึ้นหอประชุมเป็นเวทีการชุมนุมในวันนี้ มีการนำเอาพานที่มีลักษณะคล้ายพานรัฐธรรมนูญ แต่ด้านบนของพานกลับถูกเปลี่ยนสภาพเป็นรถถัง และมีการนำเอางูเห่าปลอมมาวางไว้ในบริเวณใกล้เคียงกัน พร้อมๆ กับกล้วยน้ำว้า 1 หวี ขณะที่ช่วงหนึ่งที่นักศึกษากล่าวปราศรัย ได้มีการจุดเทียนเพื่อให้เกิดแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด

 

ตัวแทนนักศึกษาคนหนึ่งที่ขึ้นกล่าวปราศรัย ระบุว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกิดมาเพื่อรับใช้ประชาชน ไม่ใช่ทรราช การที่วันนี้เราทุกคนออกมาไม่ใช่เพื่อพรรคอนาคตใหม่ แต่เพื่ออนาคตของตัวเอง 

 

ทั้งนี้ เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษาที่เคลื่อนไหวทางการเมือง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ชี้ให้เห็นความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการบริหารประเทศ 

 

เมื่อเพนกวินเริ่มปราศรัยได้ไม่นาน ปรากฏว่ามีชายคนหนึ่งอายุราว 30-35 ปี สวมเสื้อเหลืองแดง ขึ้นไปบนเวทีหน้าหอประชุมใหญ่ ระหว่างเพนกวินปราศรัย พร้อมตั้งคำถามว่าสิ่งที่พูดมีหลักฐานหรือไม่ ทำให้มวลชนส่งเสียงโห่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจะมานำตัวออกไป ท่ามกลางความชุลมุน นิสิตต้องล้อมวงควงแขนตั้งการ์ด เพื่อกันตัวชายคนดังกล่าวออกไป ขณะที่เพนกวิน และนิสิตผู้ควบคุมเวทีปราศรัยขอให้มวลชนไม่ขึ้นมาบนเวที และเคารพความเห็นที่แตกต่าง ล่าสุดชายคนดังกล่าว ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวส่ง สน.บางเขน เพื่อสอบปากคำแล้ว

 

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมในวันนี้ มีทั้งนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปแต่งกายด้วยเสื้อผ้าโทนสีดำทยอยเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง มีการชูสัญลักษณ์สามนิ้ว เขียนข้อความแสดงความคิดเห็นทางการเมืองลงบนป้ายกระดาษ รวมทั้งได้เปิดไฟจากโทรศัพท์มือถือและชูขึ้นเพื่อส่องสว่าง เป็นสัญลักษณ์ในการแสดงออกอีกทางหนึ่งด้วย

 

การชุมนุมในวันนี้ มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ตำรวจบางเขน และอื่นๆ ทั้งในและนอกเครื่องแบบกระจายกำลังดูแลความเรียบร้อยจำนวนหนึ่ง

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post นิสิตนักศึกษา ชุมนุมที่เกษตรศาสตร์ ชูแคมเปญ #คืนสู่เหย้าไม่เอาไอโอชา ย้ำต่อสู้เพื่ออนาคตตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินวอน Flash Mob นักศึกษาคิดให้หนักก่อนร่วมชุมนุม เตือนโควิด-19 รักษาได้ แต่ติดง่าย https://thestandard.co/flash-mob-students-should-think-carefully-due-to-corona-virus/ Sat, 29 Feb 2020 09:00:35 +0000 https://thestandard.co/?p=336722

อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับคณะผู้บริหารข […]

The post อนุทินวอน Flash Mob นักศึกษาคิดให้หนักก่อนร่วมชุมนุม เตือนโควิด-19 รักษาได้ แต่ติดง่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>

อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับคณะผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข ถึงมาตรการการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบอันเกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ระบุว่า

 

มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้โรคโควิด-19 เป็นโรคระบาดอันตรายแล้ว จากนี้ เจ้าหน้าที่จะได้รับความสะดวกในการทำงานมากขึ้น สามารถสั่งห้ามการเดินทาง สั่งกักตัวได้ แต่จะทำภายใต้ความเหมาะสม ปัจจุบัน การควบคุมโรคของไทยถือว่าทำได้ดี จากที่เคยมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ล่าสุด เราอยู่อันดับที่ 13 และเราจะยืดเวลาให้การระบาดอยู่ในระดับที่ 2 นานที่สุด แต่จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย

 

ทราบว่าจะมีการชุมนุม แสดงจุดยืนทางการเมือง เราไม่ปิดกั้นความต้องการของท่าน แต่ขอให้ท่านคำนึงถึงภาพรวมของสังคม เพราะโควิด-19 เป็นโรคที่รักษาได้ แต่ติดง่าย การไปอยู่รวมกัน โอกาสติดโรคมันสูงกว่าอยู่แล้ว หากติดเชื้อ 1 คน ทางกระทรวงฯ ต้องตามไปคุมโรคกับคนใกล้ชิดอย่างน้อยที่สุดคือ 30 คน แล้วถ้าเกิดรับเชื้อพร้อมกันทีละมากๆ ย่อมจะเป็นงานหนักในการคุมโรคแน่นอน ขอให้คิดกันให้หนักๆ ก่อนจะร่วมกิจกรรมใดๆ

 

“ผมเข้าใจปัญญาชน แต่ตอนนี้มันมีการระบาดของโรค แต่ผมไม่ได้ปิดกั้น เท่ากับเราไม่ได้สั่งห้าม แต่ขอให้ทุกคนช่วยกันระมัดระวังการแพร่ระบาดของโรค เพราะถ้าติดกัน 1 คนในที่ชุมนุม เท่ากับเราต้องตามไปคุมโรคกับทุกคนที่ร่วมชุมนุม และต้องตามไปถึงคนใกล้ชิดกับทุกคนที่ร่วมชุมนุม อยากขอร้องให้ลองคิดดูว่ามันจะมีวิธีแสดงออกด้วยวิธีอื่นไหม” อนุทินกล่าว

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post อนุทินวอน Flash Mob นักศึกษาคิดให้หนักก่อนร่วมชุมนุม เตือนโควิด-19 รักษาได้ แต่ติดง่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กระดุมใหญ่จะไฝว้เผด็จการ’ กลุ่มนักเรียนศึกษานารีจัดชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย แก้ไขรัฐธรรมนูญ https://thestandard.co/suksanari-school-flash-mob/ Fri, 28 Feb 2020 06:55:30 +0000 https://thestandard.co/?p=336393

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) บริเวณสวนหย่อมโรงเรียนศึกษานารี […]

The post ‘กระดุมใหญ่จะไฝว้เผด็จการ’ กลุ่มนักเรียนศึกษานารีจัดชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย แก้ไขรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) บริเวณสวนหย่อมโรงเรียนศึกษานารี กลุ่มนักเรียนศึกษานารีรวมกลุ่มจัดกิจกรรมชุมนุมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมติดแฮชแท็ก #กระดุมใหญ่จะไฝว้เผด็จการ

 

โดยระหว่างที่กิจกรรมดำเนินอยู่นั้น หนึ่งในตัวแทนของนักเรียนศึกษานารีขึ้นกล่าวต่อหน้าสื่อมวลชนและกลุ่มผู้ชุมนุม ระบุว่า “พวกเราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกอนาคตของพวกเรา ไม่ต้องการให้ใครมาเลือกอนาคตของตัวเราเอง เราจะต้องโตไปเป็นอนาคตของชาติ แต่ทำไมเราไม่มีสิทธิ์เลือกอนาคตของเราเอง

 

“ทุกคนสามารถมาเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้เพื่ออนาคตและสิทธิเสรีภาพ ไม่ยอมถูกกดขี่หรือคุกคามจากคนที่เป็นกลุ่มอำนาจ เห็นแก่ประโยชน์และพวกพ้อง กระหายในเงินตราที่มาจากเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อของประชาชน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรามาแสดงออกทางการเมือง เราเคยทำมาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2557 พวกเราเคยออกมาสนับสนุนกลุ่มทางการเมืองกลุ่มหนึ่ง แต่ยุคนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ความคิดของพวกเราก็เช่นกัน

 

“การกระทำในครั้งนี้พวกเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ แต่เราสามารถสร้างปัจจุบันและอนาคตให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยในวันนี้เราจะมาแสดงออกอีกครั้งหนึ่งเพื่อประกาศจุดยืนของพวกเรา ศึกษานารีจะอยู่เคียงข้างประชาธิปไตย และประชาธิปไตยของเราทุกคนจะมีอำนาจในประเทศนี้ ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง และพวกเราจะไม่สนับสนุนเผด็จการอีกต่อไป”

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ‘กระดุมใหญ่จะไฝว้เผด็จการ’ กลุ่มนักเรียนศึกษานารีจัดชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย แก้ไขรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Flash Mob พระจอมเกล้าธนบุรี #ศาลาวีรชนจะไม่ใช่ที่หลบฝนอีกต่อไป https://thestandard.co/flash-mob-kmutt/ Thu, 27 Feb 2020 13:44:13 +0000 https://thestandard.co/?p=336088

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) เวลา 18.00 น. นักศึกษามหาวิทยาลั […]

The post Flash Mob พระจอมเกล้าธนบุรี #ศาลาวีรชนจะไม่ใช่ที่หลบฝนอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) เวลา 18.00 น. นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) รวมตัวกันจัดกิจกรรม Flash Mob โดยนัดหมายบริเวณศาลาวีรชน ภายใน มจธ. เพื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง เรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติธรรม

 

โดยกลุ่มนักศึกษาได้กล่าวปราศรัยในการมารวมตัวครั้งนี้ก็เพื่ออนาคต นอกจากนี้ยังกล่าวถึงประวัติของศาลาวีรชนและประวัติของ สมพงษ์ พลอยเรืองรัศมี ผู้เสียสละในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และกล่าวถึงความไม่เป็นธรรมในการยุบพรรคอนาคตใหม่ อีกทั้งวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน กล่าวถึงความไม่โปร่งใสและปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในช่วงของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกทั้งยังมีการจัดวางป้ายผ้าขนาดใหญ่ไว้บริเวณกลางลาน ให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้เขียนแสดงความรู้สึกอีกด้วย โดยมีตัวแทนนักศึกษากล่าวปิดท้ายการชุมนุมครั้งนี้ว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” พร้อมชู 3 นิ้ว เพื่อแสดงจุดยืนในครั้งนี้

 

จากนั้นนักศึกษาได้ยืนสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อไว้อาลัยให้กับวีรชนผู้สูญเสียจากการต่อสู้ทางการเมืองในอดีต และร่วมกันร้องเพลง แสงดาวแห่งศรัทธา เพื่อตอกย้ำว่า แสงสว่างนำทางสู่เสรี

 

 

The post Flash Mob พระจอมเกล้าธนบุรี #ศาลาวีรชนจะไม่ใช่ที่หลบฝนอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
Flash Mob พระจอมเกล้าลาดกระบัง ต่อต้านความไม่เป็นประชาธิปไตย ไว้อาลัยวีรชนต่อสู้ทางการเมืองในอดีต https://thestandard.co/flash-mob-kmitl-protest-against-government-and-mourn-for-past-democracy-hero/ Wed, 26 Feb 2020 16:15:35 +0000 https://thestandard.co/?p=335687

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) เวลา 17.00 น. นักศึกษาสถาบันเทคโ […]

The post Flash Mob พระจอมเกล้าลาดกระบัง ต่อต้านความไม่เป็นประชาธิปไตย ไว้อาลัยวีรชนต่อสู้ทางการเมืองในอดีต appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) เวลา 17.00 น. นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังรวมตัวกันจัดกิจกรรม Flash Mob บริเวณลานตลาดหอใน 

 

โดยในกิจกรรมแสดงจุดยืนทางการเมืองครั้งนี้มีการเขียนข้อความแสดงความเห็นทางการเมืองลงบนป้ายผ้าขนาดใหญ่ โพสต์อิท และถือแผ่นป้ายที่มีหลากหลายข้อความ 

 

โดยการแสดงจุดยืนทางการเมืองในครั้งนี้ เป็นการต่อต้านความไม่เป็นประชาธิปไตย สืบเนื่องมาจากหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในกรณีเงินกู้ที่พรรคกู้จาก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค ณ ขณะนั้น 

จากนั้นนักศึกษาได้ยืนสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อไว้อาลัยให้กับวีรชนผู้สูญเสียจากการต่อสู้ทางการเมืองในอดีต และร่วมกันร้องเพลง เพื่อมวลชน โดยมีคุณลุงที่ขายเฉาก๊วยในมหาวิทยาลัยมาร่วมร้องนำ ซึ่งคุณลุงท่านนี้เป็นหนึ่งในนักศึกษาที่เคยเข้าร่วมเหตุการณ์ 14 ตุลาด้วย

 

 

The post Flash Mob พระจอมเกล้าลาดกระบัง ต่อต้านความไม่เป็นประชาธิปไตย ไว้อาลัยวีรชนต่อสู้ทางการเมืองในอดีต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม.อ. ปัตตานี จัดแฟลชม็อบ มาเร็ว เคลมเร็ว ชูข้อเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก เปิดทางตั้ง สสร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ https://thestandard.co/flash-mob-come-fast-beg-president-to-resign/ Wed, 26 Feb 2020 16:07:58 +0000 https://thestandard.co/?p=335672

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) เวลา 16.30 น. ที่ลานหน้าอาคารกิจ […]

The post ม.อ. ปัตตานี จัดแฟลชม็อบ มาเร็ว เคลมเร็ว ชูข้อเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก เปิดทางตั้ง สสร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) เวลา 16.30 น. ที่ลานหน้าอาคารกิจกรรมนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นักศึกษารวมตัวจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ ม.อ. ปัตตานี มาเร็ว เคลมเร็ว และใช้แฮชแท็ก #มอออตานีขยี้รอบสอง เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ ม.อ. ปัตตานี มีการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้มาก่อนแล้ว

 

โดยในกิจกรรมมีทั้งนักศึกษา บุคลากร และประชาชนเข้าร่วม เริ่มต้นด้วยการปราศรัยของตัวแทนนักศึกษา มีการเล่นดนตรี และร่วมร้องเพลงชาติในช่วงเวลา 18.00 น. และร้องเพลงมาร์ชสงขลานครินทร์ พร้อมชูแฟลชมือถือและประกาศ 3 ข้อเรียกร้อง ดังนี้

 

1.ขอเรียกร้องให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)โดยมีสมาชิกสภา สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเปิดให้มีการลงประชามติและการรณรงค์จากทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม

 

2.ขอเรียกร้องต่อผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระที่ได้รับการแต่งตั้ง หรือขยายระยะเวลาการดำรงตำแหน่งจาก คสช. ให้ลาออก และให้มีการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งโดยมีที่มาที่ยึดโยงกับประชาชน

 

3.ขอให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดต่อเหตุการณ์ทุกประการทั้งปวง เพื่อให้สังคมไทยข้ามพ้นวิกฤต เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ ความแตกแยกในสังคมไทย และวิกฤตอื่นๆ อีกมากมายอันไม่สามารถที่จะกล่าวได้หมดในที่นี้

 

สำหรับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีทั้งหมด 5 วิทยาเขต โดยวิทยาเขตปัตตานีถือเป็นวิทยาเขตแรก และเป็นวิทยาเขตเดียวในขณะนี้ที่มีการจัดกิจกรรมแสดงออกทางการเมือง

 

 

 

ภาพ: เฝาซี ล่าเต๊ะ

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ม.อ. ปัตตานี จัดแฟลชม็อบ มาเร็ว เคลมเร็ว ชูข้อเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก เปิดทางตั้ง สสร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สตรีวิทยาจัดแฟลชม็อบแสดงจุดยืนทางการเมือง ไม่ให้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นแค่วงเวียน https://thestandard.co/satriwithaya-school-host-flash-mob/ Wed, 26 Feb 2020 09:46:46 +0000 https://thestandard.co/?p=335459

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) นักเรียนโรงเรียนสตรีวิทยา บริเวณ […]

The post สตรีวิทยาจัดแฟลชม็อบแสดงจุดยืนทางการเมือง ไม่ให้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นแค่วงเวียน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) นักเรียนโรงเรียนสตรีวิทยา บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นัดรวมตัวบริเวณหน้าโรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ภายในโรงเรียน เพื่อจัดกิจกรรมแสดงจุดยืนทางการเมืองในกิจกรรม SW Flash Mob #สวที่อยู่ข้างประชาธิปไตย 

 

โดยเมื่อถึงเวลานัดหมายก็มีนักเรียนมารวมตัวและเขียนป้ายกระดาษข้อความต่างๆ และประกาศจุดยืนว่า การที่โรงเรียนบอกว่าเราต้องเป็นกลางคืออะไร พวกเราไม่เข้าใจ เพราะตอนนี้เรามีแค่สองทางเลือก คือประชาธิปไตยกับเผด็จการ ถ้าเราอยู่ตรงกลางนั้นกำลังหมายถึงว่าให้เผด็จการมามีส่วนร่วมด้วย เราไม่เอา

 

ด้านนักเรียนอีกคนก็บอกว่า การออกมาแสดงออกทางการเมืองแบบนี้ตนเองก็มีความหวาดกลัว แต่ถ้าวันนี้ไม่ได้มาแสดงจุดยืนในเวลาแบบนี้ ในวันที่ประเทศต้องการ แล้วถ้าวันหนึ่งไม่มีโอกาสออกมาแสดงจุดยืนตนเองน่าจะเสียดายและเสียใจ

 

หลังจากประกาศจุดยืนทั้งหมดก็ร่วมกันร้องเพลงชาติ โดยบอกว่าเนื่องจากโรงเรียนไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ เราจึงรวมตัวกันในนามคนรุ่นใหม่และในนามของคนไทย ไม่ได้ชังโรงเรียนหรือชังชาติแต่อย่างใด ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการยืนชูสามนิ้ว ชูป้าย และให้สื่อมวลชนถ่ายรูป โดยมีฉากหลังเป็นอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนที่จะมีนักเรียนคนหนึ่งกล่าวทิ้งท้ายว่า “เราไม่ต้องการอยู่ข้างอนุสาวรีย์ ซึ่งเป็นแค่ที่วนรถ เราต้องการให้มันมีความหมายจริงๆ เราต้องการอยู่ข้างประชาธิปไตยทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และอุดมการณ์”

 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post สตรีวิทยาจัดแฟลชม็อบแสดงจุดยืนทางการเมือง ไม่ให้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นแค่วงเวียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
มหิดลจัดแฟลชม็อบวิพากษ์รัฐบาล ชูจุดยืนการเมือง ทวงความยุติธรรม https://thestandard.co/mahidol-host-flash-mob-criticize-criticize-government/ Tue, 25 Feb 2020 15:03:43 +0000 https://thestandard.co/?p=335162

ภาคีนักศึกษาศาลายา และกลุ่มนักศึกษาจัดกิจกรรมเคลื่อนไหว […]

The post มหิดลจัดแฟลชม็อบวิพากษ์รัฐบาล ชูจุดยืนการเมือง ทวงความยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>

ภาคีนักศึกษาศาลายา และกลุ่มนักศึกษาจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวแสดงพลังในชื่อกิจกรรม Flash Mob #MUneedsDemocracy เพื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม โดยนัดหมายที่ลานพระราชบิดา ภายในมหาวิทยาลัยฯ

 

โดยตัวแทนกลุ่มนักศึกษาได้กล่าวปราศรัยทวงคืนประชาธิปไตย และเรียกร้องความยุติธรรม โดยการมารวมตัวครั้งนี้ก็เพื่ออนาคต นอกจากนี้ยังปราศรัยวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความไม่โปร่งใสของรัฐบาลชุดปัจจุบันในเรื่องต่างๆ และกล่าวถึงความไม่เป็นธรรมของศาลรัฐธรรมนูญในการตัดสินคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณศาลฯ ที่ทำให้เห็นว่าระบบยุติธรรมประเทศนี้เป็นอย่างไร อีกทั้งยังมีการจัดวางกระดาษแผ่นใหญ่ไว้บริเวณกลางลาน ให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้เขียนแสดงความรู้สึกอีกด้วย

 

จากนั้นเวลา 18.30 น. กลุ่มนักศึกษาได้เขียนป้ายผ้าแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และร้องเพลงเพื่อมวลชน พร้อมเปิดแฟลชจากโทรศัพท์มือถือโบกไปมา ก่อนแยกย้ายกัน

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post มหิดลจัดแฟลชม็อบวิพากษ์รัฐบาล ชูจุดยืนการเมือง ทวงความยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>