Flagship Store Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/flagship-store/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 16 May 2026 08:44:16 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 RIMOWA IN COLOGNE ร้านแฟล็กชิพสไตร์ ณ บ้านเกิดของแบรนด์ https://thestandard.co/rimowa-cologne-flagship-store/ Sat, 16 May 2026 08:44:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1207938 RIMOWA

RIMOWA เปิดตัวร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่บ้านเกิดของแบ […]

The post RIMOWA IN COLOGNE ร้านแฟล็กชิพสไตร์ ณ บ้านเกิดของแบรนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
RIMOWA

RIMOWA เปิดตัวร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่บ้านเกิดของแบรนด์ ณ เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี โดยหวนกลับสู่โลเคชันประวัติศาสตร์ใจกลางเมือง ใกล้กับเวิร์กช็อปแห่งแรกที่เป็นจุดกำเนิดของ RIMOWA เมื่อปี 1898 โดยร้านแห่งใหม่นี้มีพื้นที่เกือบ 500 ตารางเมตร และตั้งอยู่เคียงข้างมหาวิหาร “Kölner Dom” อันสง่างาม พร้อมได้ Lewis Hamilton แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ RIMOWA มาร่วมงานเปิดด้วย

 

ร้านแห่งนี้ผสานองค์ประกอบการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ RIMOWA ได้อย่างกลมกลืน สะท้อนสมดุลระหว่างมรดกแห่งอดีตและความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ซึ่งร้านถูกออกแบบร่วมกับสตูดิโอสร้างสรรค์ชื่อดังอย่าง Meiré & Meiré ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรังสรรค์อัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของร้านใหม่แห่งนี้ ภายในทางเข้าอันโอ่อ่า โดดเด่นด้วยพื้นที่สไตล์โคลอนเนดที่จัดแสดงผลงานดีไซน์อันสำคัญบางส่วนของ RIMOWA พร้อมลูกเล่นพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฝูงนกแก้วคอแหวนสีเขียว ซึ่งเป็นภาพคุ้นตาบนท้องฟ้าของเมืองโคโลญจน์ โดยแอนิเมชันฝูงนกเหล่านี้จะบินผ่านบริเวณทางเข้า สร้างบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ บูติกขนาดสองชั้นแห่งนี้ยังมาพร้อมบันไดขนาดใหญ่และลิฟต์ที่ตกแต่งด้วยเฉดสี “Brückengrün” สีเขียวพาทิน่าที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ และพบเห็นได้บนสะพานต่างๆ ทั่วเมืองโคโลญจน์

 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Heritage Wall บริเวณชั้นล่าง ซึ่งจัดแสดงชิ้นงานจากคลังอาร์ไคฟ์ของ RIMOWA ตั้งแต่หีบใส่เสื้อผ้า (Wardrobe Trunks) จากช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ไปจนถึงผลงานคอลลาบอเรชันล่าสุดของแบรนด์ พร้อมยังมีพื้นที่ Client Care Centre ภายในร้าน ที่จะให้บริการซ่อมแซมโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยกระเป๋าเดินทาง RIMOWA ทุกใบที่ซื้อหลังวันที่ 25 กรกฎาคม 2022 จะได้รับการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน

 

ปิดท้ายด้วยบริการ “Crafted-for-You” ที่เปิดเฉพาะร้าน RIMOWA เมืองโคโลญจน์ ที่จะให้ลูกค้าสามารถกำหนดขนาดและสัดส่วนของกระเป๋า RIMOWA Classic ได้อย่างละเอียด รวมถึงปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ให้สอดรับกับรูปแบบการเดินทางและการใช้งานเฉพาะตัว

 

โดยโปรแกรมนี้มอบความเป็นไปได้ในการคัสตอมมากกว่า 1 ล้านรูปแบบ บนกระเป๋า อะลูมิเนียม RIMOWA Classic สี Silver เพื่อสร้างสรรค์เพื่อนร่วมเดินทางที่มีเอกลักษณ์อย่างแท้จริง

 

RIMOWA 1RIMOWA 2RIMOWA 3RIMOWA 4RIMOWA 5RIMOWA 6

 

ภาพ: RIMOWA

The post RIMOWA IN COLOGNE ร้านแฟล็กชิพสไตร์ ณ บ้านเกิดของแบรนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิวยอร์กเป็นโลเคชันที่แบรนด์ลักชัวรีเลือกเปิดร้านมากที่สุดในปี 2025 https://thestandard.co/new-york-luxury-store-openings-2025/ Sun, 26 Apr 2026 05:00:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1201230 ร้าน Tiffany & Co. หนึ่งในแบรนด์ลักชัวรีที่นิยมเปิดสาขาในนิวยอร์ก

มหานครนิวยอร์กกลับมาครองตำแหน่งเป็นโลเคชันที่แบรนด์ลักช […]

The post นิวยอร์กเป็นโลเคชันที่แบรนด์ลักชัวรีเลือกเปิดร้านมากที่สุดในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร้าน Tiffany & Co. หนึ่งในแบรนด์ลักชัวรีที่นิยมเปิดสาขาในนิวยอร์ก

มหานครนิวยอร์กกลับมาครองตำแหน่งเป็นโลเคชันที่แบรนด์ลักชัวรีเลือกมาเปิดสโตร์ใหม่มากที่สุดในปี 2025 หลังจากที่เคยได้รับตำแหน่งนี้มาแล้วในปี 2019 โดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์นานาชาติอย่าง Savills ออกมาเปิดเผยผลศึกษาวิจัยว่า อเมริกาเหนือเป็นภูมิภาคที่แบรนด์ลักชัวรีใช้เป็นโลเคชันในการเปิดร้านมากที่สุด นับเป็น 27% ของพื้นที่ทั้งโลก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในพื้นที่เพียงไม่กี่แห่งในตลาดที่มีการเปิดร้านแบรนด์ลักชัวรีเพิ่มขึ้น โดยสูงกว่าปีก่อนหน้า 23%

 

Savills เผยว่า ปัจจัยที่ทำให้นิวยอร์กกลับมาเป็นโลเคชันที่แบรนด์ลักชัวรีนิยมใช้เปิดร้านใหม่อีกครั้ง เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงในเงื่อนไขทางการตลาดของทำเลทองในเมือง โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามหานครนิวยอร์กมีพื้นที่พร้อมใช้งานมากขึ้น และ มีการปรับราคาเช่าขั้นพื้นฐานใหม่ ซึ่งส่งผลให้แบรนด์ลักชัวรีมีโอกาสในการจับจองที่ว่างสำหรับการเปิดแฟล็กชิปสโตร์ของพวกเขามากกว่าเดิม

 

โดยเฉพาะบนถนน Fifth Avenue และ Madison Avenue ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงหลังโรคโควิด ทั้งการปิดตัวของ Lord & Taylor บนถนน Fifth Avenue และการปิดตัวของร้าน Brooks Brothers, Barneys New York และ Calvin Klein บนถนน Madison Avenue ซึ่งร้านแบรนด์ลักชัวรีที่เปิดใหม่ในปี 2025 ในนิวยอร์กจำนวน 56% ก็ตั้งอยู่บนถนนสองเส้นดังกล่าวนี้ทั้งสิ้น

 

มีการรายงานด้วยว่าการขยายตัวของร้านสินค้าลักชัวรีมีความชะลอตัวในปี 2025 และมีการเปิดแฟล็กชิปสโตร์ใหม่จำนวนต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 โดย Saville อธิบายว่าเป็นผลลัพธ์ที่สะท้อนถึงความรอบคอบในการเช่าพื้นที่ และการที่แบรนด์ต่างๆให้ความสำคัญกับคุณภาพของร้านที่มีอยู่มากกว่าจำนวนของร้าน

 

ภาพ: Tiffany & Co.

 

อ้างอิง: https://finance.yahoo.com/markets/stocks/articles/exclusive-york-city-luxury-top-164405423.html

The post นิวยอร์กเป็นโลเคชันที่แบรนด์ลักชัวรีเลือกเปิดร้านมากที่สุดในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
AIMÉ LEON DORE IN LOS ANGELES แฟล็กชิปสโตร์สุดงดงามฝั่ง West Coast https://thestandard.co/aime-leon-dore-los-angeles-flagship/ Sun, 26 Apr 2026 03:30:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1201209 แฟล็กชิปสโตร์ Aimé Leon Dore ที่ West Hollywood Los Angeles ซึ่งมีสไตล์การออกแบบเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมคาเฟ่และต้นมะกอกอายุ 80 ปี

Aimé Leon Dore แบรนด์สตรีทแวร์และไลฟ์สไตล์ที่มีจุดเริ่ม […]

The post AIMÉ LEON DORE IN LOS ANGELES แฟล็กชิปสโตร์สุดงดงามฝั่ง West Coast appeared first on THE STANDARD.

]]>
แฟล็กชิปสโตร์ Aimé Leon Dore ที่ West Hollywood Los Angeles ซึ่งมีสไตล์การออกแบบเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมคาเฟ่และต้นมะกอกอายุ 80 ปี

Aimé Leon Dore แบรนด์สตรีทแวร์และไลฟ์สไตล์ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากมหานครนิวยอร์กขยายธุรกิจเข้าสู่ฝั่ง West Coast ด้วยการเปิดแฟล็กชิปสโตร์ที่ใจกลาง West Hollywood บนถนนแหล่งชอปปิงสำคัญ Melrose Avenue หลังจากที่มีเสียงเรียกร้องให้ทางแบรนด์เปิดตัวร้านใหม่ที่แคลิฟอร์เนียมานาน โดยร้านแห่งใหม่นี้มาพร้อมกับคาเฟ่เอาต์ดอร์ งานศิลปะโดดเด่น และโปรดักต์เอ็กซ์คลูซีฟที่วางจำหน่ายที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

 

แฟล็กชิปสโตร์ Aimé Leon Dore ที่ West Hollywood ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนในการออกแบบ และสะท้อนความเป็นแฟชั่นชั้นสูงภายใต้บรรยากาศที่เป็นมิตรและคุ้นเคย ซึ่งส่งเสริมกลยุทธ์ในการโฟกัสกับการเข้าถึงชุมชนของแบรนด์ โดย Aimé Leon Dore ทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทออกแบบภายในจากนิวยอร์กอย่าง Sarita Posada Interiors ในการดีไซน์สถาปัตยกรรมให้ออกมามีคาแร็กเตอร์เหมือนบ้านเก่าที่แสนอบอุ่นในยุโรป

 

เริ่มต้นตั้งแต่ผนังปูนฉาบ Stucco กับหน้าต่างไม้ที่เชื้อเชิญให้แขกเข้าไปเลือกเดินดูของภายในร้าน โดยมีพื้นที่ปูด้วยหิน Cobblestone ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมตัวร้านกับโซนคาเฟ่ที่มี Café Leon Dore, La Marzocco Linea 2 หรือเครื่องทำเอสเปรสโซอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของคาเฟ่แบรนด์นี้ตั้งอยู่ตรงกลางพร้อมเสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์ ซึ่งความโดดเด่นที่เพิ่มเรื่องราวให้กับร้านนี้ก็คือต้นมะกอกขนาดใหญ่อายุ 80 ปีจาก Central Valley ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางร้าน รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์วินเทจที่คัดสรรมาอย่างดี กำแพงโมเสก และประติมากรรมจากศิลปิน Tyrrell Winston เป็นต้น

 

แฟล็กชิปสโตร์ Aimé Leon Dore ที่ West Hollywood Los Angeles ซึ่งมีสไตล์การออกแบบเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมคาเฟ่และต้นมะกอกอายุ 80 ปี 1แฟล็กชิปสโตร์ Aimé Leon Dore ที่ West Hollywood Los Angeles ซึ่งมีสไตล์การออกแบบเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมคาเฟ่และต้นมะกอกอายุ 80 ปี 2แฟล็กชิปสโตร์ Aimé Leon Dore ที่ West Hollywood Los Angeles ซึ่งมีสไตล์การออกแบบเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมคาเฟ่และต้นมะกอกอายุ 80 ปี 3แฟล็กชิปสโตร์ Aimé Leon Dore ที่ West Hollywood Los Angeles ซึ่งมีสไตล์การออกแบบเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมคาเฟ่และต้นมะกอกอายุ 80 ปี 4แฟล็กชิปสโตร์ Aimé Leon Dore ที่ West Hollywood Los Angeles ซึ่งมีสไตล์การออกแบบเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมคาเฟ่และต้นมะกอกอายุ 80 ปี 5แฟล็กชิปสโตร์ Aimé Leon Dore ที่ West Hollywood Los Angeles ซึ่งมีสไตล์การออกแบบเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมคาเฟ่และต้นมะกอกอายุ 80 ปี 6

 

ภาพ: Aimé Leon Dore

The post AIMÉ LEON DORE IN LOS ANGELES แฟล็กชิปสโตร์สุดงดงามฝั่ง West Coast appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สตรีท’ ยังไม่พอ ต้อง ‘วินเทจ’ ด้วย! G-SHOCK ปรับ Flagship Store เซ็นทรัลเวิลด์ ชู Vintage จับ Gen Z พร้อมโชว์ GORO จาก NIGO ที่มีเพียงไม่กี่แห่งทั่วโลก https://thestandard.co/g-shock-centralworld-vintage-genz-goro/ Thu, 09 Apr 2026 12:16:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1196409 ภาพบรรยากาศ G-SHOCK Flagship Store สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ปรับโฉมใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘G-SHOCK Garage’ และการจัดแสดงคาแรกเตอร์ GORO

เมื่อพูดถึง G-SHOCK สิ่งที่หลายคนนึกถึงคือนาฬิกาทนทานสา […]

The post ‘สตรีท’ ยังไม่พอ ต้อง ‘วินเทจ’ ด้วย! G-SHOCK ปรับ Flagship Store เซ็นทรัลเวิลด์ ชู Vintage จับ Gen Z พร้อมโชว์ GORO จาก NIGO ที่มีเพียงไม่กี่แห่งทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศ G-SHOCK Flagship Store สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ปรับโฉมใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘G-SHOCK Garage’ และการจัดแสดงคาแรกเตอร์ GORO

เมื่อพูดถึง G-SHOCK สิ่งที่หลายคนนึกถึงคือนาฬิกาทนทานสายสตรีทที่อยู่คู่วงการมานานกว่า 40 ปี แต่วันนี้แบรนด์กำลังขยับตัวครั้งสำคัญในไทย ด้วยการพลิกโฉม Flagship Store แห่งใหม่ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘G-SHOCK Garage’ ที่หยิบบรรยากาศโรงรถมาเป็นแรงบันดาลใจ เน้นดีไซน์ที่ดูแข็งแรงแต่เรียบง่าย

 

โดยมี เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย CASIO G-SHOCK ในไทย เป็นผู้ดำเนินการ โดยร้านแบ่งโซนสินค้าชัดเจน ทั้งโซน G-SHOCK Premium ที่รวมรุ่นไฮเอนด์อย่าง MR-G และ MT-G, โซน G-SHOCK สำหรับคนรุ่นใหม่, โซน G-SHOCK Women & Baby-G, โซน Timeless & Vintage และโซน Edifice

 

จุดที่น่าสนใจของสาขานี้คือการนำ ‘GORO’ หนึ่งในสี่คาแรกเตอร์ที่ NIGO ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ระดับโลกออกแบบให้ G-SHOCK โดยได้แรงบันดาลใจจากนาฬิการุ่น DW-5000 และ DW-5600 ซึ่งเป็นรุ่นที่นักสะสมรู้จักกันดี มาจัดแสดงที่ร้าน ซึ่งสาขานี้ถือเป็นเพียงไม่กี่แห่งทั่วโลกและเป็นแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำคาแรกเตอร์ตัวนี้มาจัดแสดง

 

สิรินาถ เรืองสุวรรณเดช Head of Casio Watch บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “การนำ GORO มาจัดแสดงที่สาขานี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเพิ่มคุณค่าให้กับแบรนด์ในระดับภูมิภาค”

 

ตลาดนาฬิกาแข่งดุ แต่ Vintage คือโอกาส

 

ปัจจุบัน CASIO G-SHOCK มีจุดขายรวมประมาณ 132 แห่งทั่วประเทศ ฐานลูกค้าอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป สัดส่วนชาย 70% หญิง 30% โดยสาขาในเมืองที่มีนักท่องเที่ยวจะมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติเข้ามาด้วย ส่วนสาขาในพื้นที่โลคัลส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยและคนในพื้นที่

 

เมื่อถามถึงภาพรวมตลาดนาฬิกาในไทย สิรินาถยอมรับว่าการแข่งขันค่อนข้างสูง ประกอบกับตัวแปรอื่นๆ ที่ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่มองว่าด้วยพอร์ตสินค้าที่ครอบคลุมตั้งแต่ราคาหลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท ทำให้แบรนด์ยังตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่ม

 

สิ่งที่น่าจับตาคือปีนี้ G-SHOCK โฟกัสตลาดกลุ่ม Vintage อย่างจริงจัง เพราะเทรนด์การแต่งตัวสไตล์ Vintage กลับมาได้รับความนิยมอย่างชัดเจนในกลุ่ม Gen Z ที่นิยม mix & match นาฬิกาเข้ากับสไตล์การแต่งตัว

 

สิรินาถมองว่านี่คือโอกาสสำคัญที่แบรนด์เข้ามาตอบโจทย์ได้ตรงจุด ควบคู่กับการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวมถึงคอลเลกชันพิเศษที่ collab กับแบรนด์ระดับโลก

 

ผู้บริโภคเปลี่ยน แบรนด์ต้องตาม

 

อีกหนึ่งความท้าทายที่ G-SHOCK ต้องรับมือคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้แบรนด์ต้องขยายช่องทางออนไลน์ควบคู่กับหน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้ทุกช่องทาง

 

ส่วนเรื่องช่วงเวลาที่คนไทยนิยมซื้อนาฬิกานั้น สิรินาถระบุว่าไม่ได้มีข้อจำกัดตายตัว แต่จะขึ้นอยู่กับช่วงเทศกาลมากกว่า เช่น ปีใหม่และวาเลนไทน์ ที่ลูกค้ามักซื้อเป็นของขวัญ

 

สำหรับแผนการตลาดปีนี้จะเน้นสร้างความแข็งแรงให้แบรนด์ผ่านแคมเปญ, กิจกรรม และการสื่อสารทั้ง Online และ Offline รวมถึงสร้างกระแสผ่าน KOL และอีเวนต์ในรูปแบบคอมมูนิตี้มากขึ้น

 

“เป้าหมายของเราคือการทำให้ G-SHOCK เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และตัวตนของผู้สวมใส่ ไม่ใช่เพียงนาฬิกาบนข้อมือ” สิรินาถกล่าว

The post ‘สตรีท’ ยังไม่พอ ต้อง ‘วินเทจ’ ด้วย! G-SHOCK ปรับ Flagship Store เซ็นทรัลเวิลด์ ชู Vintage จับ Gen Z พร้อมโชว์ GORO จาก NIGO ที่มีเพียงไม่กี่แห่งทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จักเคล็ดลับความงาม Fan Beauty Diary ของฟ่าน ปิงปิง https://thestandard.co/life/fan-bingbing-beauty-skincare/ Fri, 03 Apr 2026 02:00:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1194196 ผลิตภัณฑ์ Fan Beauty Diary Sea Grape Deep Hydrating Water Gel Mask ที่ ฟ่าน ปิงปิง ใช้เป็นเคล็ดลับความงาม

ถ้าพูดถึงคนที่ผิวดีระดับตำนานในวงการบิวตี้เอเชีย ชื่อขอ […]

The post รู้จักเคล็ดลับความงาม Fan Beauty Diary ของฟ่าน ปิงปิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลิตภัณฑ์ Fan Beauty Diary Sea Grape Deep Hydrating Water Gel Mask ที่ ฟ่าน ปิงปิง ใช้เป็นเคล็ดลับความงาม

ถ้าพูดถึงคนที่ผิวดีระดับตำนานในวงการบิวตี้เอเชีย ชื่อของ ฟ่าน ปิงปิง คงติดโผแบบไม่ต้องเถียงกัน นั่นเองคือที่มาของ Fan Beauty Diary แบรนด์สกินแคร์ระดับพรีเมียมจากจีนที่เธอก่อตั้งขึ้นในปี 2018 ด้วยความตั้งใจที่จะถ่ายทอดเคล็ดลับผิวสวยส่วนตัว ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้หญิงเอเชียใช้ได้จริง

 

ไอเท็มที่เป็นเคล็ดลับความงามของฟ่าน ปิงปิง มาตลอดคือ Sea Grape Deep Hydrating Water Gel Mask มาสก์วอเตอร์เจลที่ใช้สาหร่ายพวงองุ่นสายพันธุ์ OKINACEA® หรือที่เรียกกันว่า Green Caviar เป็นส่วนผสมหลัก เนื้อสัมผัสเจลเย็นเบา ช่วยคืนความยืดหยุ่นให้ผิวดูฉ่ำวาวในสไตล์ที่สกินแคร์คนเอเชียหลงรัก รวมถึง Sea Grape Skincare Series ครบขั้นตอนที่มาพร้อมทั้งคลีนเซอร์ โทนเนอร์ เซรั่ม โลชั่น ครีมมาสก์ เอสเซนเชียล ออยล์ และอายเซรั่ม

 

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือแบรนด์มีการพัฒนา Water-Boiled Egg Wash-off Mask ขึ้นมาเฉพาะสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างบ้านเรา มาสก์ล้างออกที่ทำให้ผิวเนียนกระจ่างราวกับไข่ต้มที่เพิ่งปอกเปลือก ฟังดูน่ากินและน่าใช้พอๆ กัน ส่วน Barrier Boosting Repair Single Use Essence และ Post-Laser Treatment Repair Mask ก็ตอบโจทย์สาวไทยที่เข้าคลินิกบ่อยและต้องการผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการโดยเฉพาะ

 

แบรนด์ Fan Beauty Diary เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการแล้วที่ BEAUTRIUM Flagship Store สยามสแควร์ ซอย 7 และสาขา centralwOrld พร้อมขยายอีก 12 สาขาเร็วๆ นี้

The post รู้จักเคล็ดลับความงาม Fan Beauty Diary ของฟ่าน ปิงปิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
TIFFANY & CO. ICONSIAM ร้านดีไซน์ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากนิวยอร์ก https://thestandard.co/tiffany-co-iconsiam/ Tue, 31 Mar 2026 12:33:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1193377 ร้าน Tiffany & Co. สาขา ICONSIAM ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมฟาซาด Favrile façade อันเป็นเอกลักษณ์

Tiffany & Co. เปิดร้านสาขาใหม่ล่าสุดที่ ICONSIAM พร […]

The post TIFFANY & CO. ICONSIAM ร้านดีไซน์ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากนิวยอร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร้าน Tiffany & Co. สาขา ICONSIAM ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมฟาซาด Favrile façade อันเป็นเอกลักษณ์

Tiffany & Co. เปิดร้านสาขาใหม่ล่าสุดที่ ICONSIAM พร้อมกับการตกแต่งร้านที่ได้แรงบันดาลใจจากสาขาแฟล็กชิปของแบรนด์ในนิวยอร์ก พร้อมได้ 3 เฮาส์แอมบาสเดอร์ทั้ง วิน เมธวิน, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก และ ศรีริต้า เจนเซ่น มาร่วมงาน และ กับโชว์พิเศษจากวี วิโอเลต วอเทียร์

 

จุดเด่นของร้านที่ไม่เหมือนใครอยู่ที่ฟาซาดร้านที่ชื่อว่า Favrile façade งานเซรามิกที่มีแรงบันดาลใจมาจากแก้ว Favrile Glass ศิลปะในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ผลงานของ Louis Comfort Tiffany นักออกแบบระดับตำนาน และ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์คนแรกของแบรนด์ และ เป็นร้านแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการตกแต่งภายนอกแบบนี้

 

ส่วนด้านในพื้นที่กว่า 256 ตารางเมตร มีการตกแต่งที่ดูอบอุ่นคุมโทนสีอ่อน แทรกกับสีฟ้า ตั้งแต่ผนังปูนปั้นที่บรรจงปั้นด้วยมือ เพดานแชมเปญโกลด์ลีฟ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษจากผ้าทอมือ และตู้กระจกที่จัดแสดงเครื่องประดับคอลเล็กชันไอคอนิก ทั้ง HardWear, T, Knot, Sixteenstone, Bird on a Rock และอีกมากมาย

 

และในเมื่อแบรนด์ได้พื้นที่ใหญ่ขนาดนี้ ก็ไม่พลาดที่จะมีโซน All About Love จัดแสดงแหวนหมั้นและเครื่องประดับสำหรับงานแต่งงานโดยเฉพาะ ควบคู่ไปกับห้องลองของ Private Salon สำหรับลูกค้าไฮจิวเวลรี

 

สำหรับร้าน Tiffany & Co. ICONSIAM เป็นร้านสาขาล่าสุดที่ได้รับการปรับปรุง ต่อจาก Siam Paragon, Emporium และ Central Phuket Floresta

 

 

ร้าน Tiffany & Co. สาขา ICONSIAM ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมฟาซาด Favrile façade อันเป็นเอกลักษณ์ 1ร้าน Tiffany & Co. สาขา ICONSIAM ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมฟาซาด Favrile façade อันเป็นเอกลักษณ์ 2ร้าน Tiffany & Co. สาขา ICONSIAM ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมฟาซาด Favrile façade อันเป็นเอกลักษณ์ 3ร้าน Tiffany & Co. สาขา ICONSIAM ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมฟาซาด Favrile façade อันเป็นเอกลักษณ์ 4ร้าน Tiffany & Co. สาขา ICONSIAM ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมฟาซาด Favrile façade อันเป็นเอกลักษณ์ 5ร้าน Tiffany & Co. สาขา ICONSIAM ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมฟาซาด Favrile façade อันเป็นเอกลักษณ์ 6ร้าน Tiffany & Co. สาขา ICONSIAM ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมฟาซาด Favrile façade อันเป็นเอกลักษณ์ 7ร้าน Tiffany & Co. สาขา ICONSIAM ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมฟาซาด Favrile façade อันเป็นเอกลักษณ์ 8ร้าน Tiffany & Co. สาขา ICONSIAM ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมฟาซาด Favrile façade อันเป็นเอกลักษณ์ 9

 

ภาพ: Tiffany & Co.

The post TIFFANY & CO. ICONSIAM ร้านดีไซน์ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากนิวยอร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมรภูมิกาแฟจีนระอุ เมื่อ Luckin Coffee ท้าชน Starbucks ในตลาดพรีเมียม ผ่านแฟลกชิปสโตร์สาขาที่ 3 หมื่น เน้นจุดขายเรื่องแหล่งกำเนิดเมล็ดกาแฟ https://thestandard.co/luckin-starbucks-china-coffee-battle/ Fri, 27 Feb 2026 05:20:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1182328 ป้ายหน้าร้าน Luckin Coffee สาขาแฟลกชิปที่ 30,000 ในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน

Luckin Coffee เชนร้านกาแฟรายใหญ่ที่สุดของจีนเมื่อนับจาก […]

The post สมรภูมิกาแฟจีนระอุ เมื่อ Luckin Coffee ท้าชน Starbucks ในตลาดพรีเมียม ผ่านแฟลกชิปสโตร์สาขาที่ 3 หมื่น เน้นจุดขายเรื่องแหล่งกำเนิดเมล็ดกาแฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป้ายหน้าร้าน Luckin Coffee สาขาแฟลกชิปที่ 30,000 ในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน

Luckin Coffee เชนร้านกาแฟรายใหญ่ที่สุดของจีนเมื่อนับจากจำนวนสาขา กำลังพุ่งเป้าท้าชนกับร้านกาแฟระดับไฮเอนด์ของ Starbucks ด้วยการเปิดตัวร้านแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ในเมืองเซินเจิ้นที่เน้นขายเครื่องดื่มระดับพรีเมียมโดยเฉพาะ

 

การเปิดร้านสาขานี้ถือเป็นการฉีกกรอบกลยุทธ์เดิมของ Luckin Coffee ที่เคยมุ่งเน้นแต่การเปิดร้านกาแฟขนาดเล็กราคาประหยัด ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เคยช่วยให้บริษัทสามารถทำยอดจำนวนสาขาแซงหน้า Starbucks ในจีนมาแล้ว

 

ในขณะที่บริษัทคู่แข่งจากสหรัฐฯ กำลังเจรจาขายสัดส่วน 60% ของธุรกิจในจีนให้กับบริษัทลงทุนท้องถิ่นอย่าง Boyu Capital โดยยังคงถือหุ้น 40% การขยับตัวครั้งนี้ของ Luckin Coffee จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพวกเขากลับมาได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม หลังจากเคยเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องการปลอมแปลงตัวเลขรายได้ในปี 2020 จนถูกถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq แต่บริษัทก็ยังคงเปิดดำเนินการสาขาส่วนใหญ่ต่อไป และไม่ได้เปลี่ยนชื่อหรือโลโก้แต่อย่างใด

 

ร้าน Luckin Coffee Origin Flagship แบบสองชั้นนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 8 ก.พ. ที่ผ่านมาในเมืองเซินเจิ้น ซึ่งตั้งอยู่ติดกับฮ่องกง และยังนับเป็นสาขาที่ 30,000 ของแบรนด์อีกด้วย

 

จากปกติที่เมนูอเมริกาโนหรือลาเต้ของ Luckin จะมีราคาเพียงแค่ 1 ถึง 2 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31 ถึง 62 บาท) แต่สำหรับร้านแฟลกชิปแห่งนี้ได้มีการขยับราคาให้สูงขึ้นสำหรับเมนูกาแฟดริป (Pour-over) และกาแฟสกัดเย็น (Cold brew)

 

ลูกค้าสามารถเลือกเมล็ดกาแฟที่ส่งตรงมาจากบราซิล, เอธิโอเปีย หรือมณฑลยูนนานของจีน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Luckin Coffee กำลังหยิบยกจุดขายเรื่อง ‘แหล่งกำเนิด’ ของวัตถุดิบมาใช้ ซึ่งเป็นธีมที่เป็นที่นิยมในหมู่ Starbucks และแบรนด์กาแฟอื่นๆ

 

หลี่ ฮุย (Li Hui) ประธานของ Luckin Coffee กล่าวในพิธีเปิดว่า “ร้านแห่งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการดื่มกาแฟเท่านั้น มันคือจุดเริ่มต้นของการพาลูกค้าไปสัมผัสรสชาติกาแฟจากทั่วโลก และถือเป็นการยกระดับวิสัยทัศน์ของ Luckin Coffee ไปอีกขั้น”

 

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียของจีนอย่าง Xiaohongshu รายงานว่าร้านแห่งนี้ยังมีเมนูพิเศษอย่าง ‘ทีรามิสุลาเต้’ ที่ท็อปปิ้งด้วยขนมอบด้านบน โดยนับตั้งแต่เปิดทดลองให้บริการ (Soft launch) เมื่อวันที่ 20 มกราคม ลูกค้าต้องรอคิวซื้อเครื่องดื่มนานถึง 1 ถึง 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว

 

ร้านกาแฟขนาด 420 ตารางเมตรแห่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันในตลาดจีนนั้นรุนแรงเพียงใดสำหรับ Starbucks เพราะย้อนกลับไปในปี 2017 ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ รายนี้เคยเลือกเซี่ยงไฮ้เป็นที่ตั้งสำหรับร้าน Reserve Roastery หรือ ‘เมกะสโตร์’ แห่งที่สองของโลก

 

แต่เมื่อวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเริ่มเติบโตในประเทศที่ผู้คนนิยมดื่มชาเป็นหลักอย่างจีน Starbucks ก็ต้องเผชิญกับคู่แข่งมากมาย ตั้งแต่คาเฟ่บูติกไปจนถึงเชนร้านกาแฟอย่าง Cotti Coffee และ Manner ซึ่งมักจะขายเครื่องดื่มในราคาถูกกว่า Starbucks ถึงครึ่งหนึ่ง

 

ความสำเร็จของ Luckin Coffee สะท้อนผ่านรายได้ 1.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.82 หมื่นล้านบาท) ในช่วงสามเดือนซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2025 โดยพุ่งสูงขึ้นเกือบ 48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ในขณะที่ Starbucks มีสาขาในจีนเพียง 8,000 กว่าแห่ง และรายงานรายได้ในจีนที่ 831.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.59 หมื่นล้านบาท) ในช่วงเดียวกัน

 

ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา จินอี้ กัว (Jinyi Guo) ซีอีโอของ Luckin Coffee ได้ส่งสัญญาณว่าบริษัทมีแผนจะกลับไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ อีกครั้ง แม้จะยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนก็ตาม

 

จุดแข็งที่ทำให้ Luckin Coffee โดดเด่นกว่าใครคือความสามารถในการสร้างฐานลูกค้าอันแข็งแกร่งผ่านแอปพลิเคชันสั่งอาหารบนสมาร์ทโฟน โดยลูกค้าจะเลือกเมนูและจ่ายเงินผ่านแอปฯ โดยตรงแทนที่จะต้องไปยืนสั่งกับพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์

 

ฐานลูกค้าหลักของ Luckin Coffee คือคนรุ่นใหม่อายุ 20-35 ปี ทั้งพนักงานออฟฟิศในเมืองใหญ่ นักศึกษา และผู้ดื่มกาแฟหน้าใหม่ในเมืองรอง นอกจากนี้ Luckin Coffee ยังดึงดูดลูกค้าผ่านการคอลแลบที่สร้างกระแสอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกับแบรนด์เหล้าพรีเมียมอย่าง Moutai, ตัวการ์ตูน Minions หรือเกม Black Myth: Wukong ที่เปิดตัวเพียงไม่กี่วันก่อนจะกลายเป็นปรากฏการณ์

 

การมีสาขาจำนวนมากยังช่วยให้ Luckin สั่งซื้อวัตถุดิบได้ทีละมากๆ ซึ่ง แซนดี้ ลิม (Sandy Lim) ผู้อำนวยการของ S&P Global Ratings มองว่าสิ่งนี้ช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองและบริหารต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น

 

บริษัทคอนซัลแทนท์อย่าง Euromonitor International ระบุว่าในปี 2025 ขนาดของตลาดกาแฟในจีนมีมูลค่าสูงเกือบ 1.5 แสนล้านหยวน (ราว 2.16 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6.72 แสนล้านบาท) ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของบรรดาผู้เล่นในอุตสาหกรรม

 

นอกจากตลาดจีนแล้ว Luckin Coffee ยังเร่งเครื่องขยายสาขาไปทั่วโลก โดยปัจจุบันมีสาขาในสิงคโปร์ถึง 68 แห่งหลังจากเข้าไปบุกตลาดเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน มีสาขาร่วมทุนในมาเลเซียอีก 45 แห่ง และเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา บริษัทยังได้เปิดตัวสาขาแรกในนิวยอร์กซิตี ก่อนจะขยายเพิ่มเป็นสาขาที่ 10 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.12 บาท ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

 

ภาพ: Andrei Iakhniuk / Shutterstock

อ้างอิง:

The post สมรภูมิกาแฟจีนระอุ เมื่อ Luckin Coffee ท้าชน Starbucks ในตลาดพรีเมียม ผ่านแฟลกชิปสโตร์สาขาที่ 3 หมื่น เน้นจุดขายเรื่องแหล่งกำเนิดเมล็ดกาแฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bode เปิดร้านแรกที่โตเกียวในย่าน Yoyogi-Uehara https://thestandard.co/bode-opens-tokyo-store/ Mon, 23 Feb 2026 00:50:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1180818 บรรยากาศภายในร้าน Bode แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกใน โตเกียว

Bode แบรนด์แฟชั่นจากมหานครนิวยอร์ก   ที่มาพร้อมกับ […]

The post Bode เปิดร้านแรกที่โตเกียวในย่าน Yoyogi-Uehara appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศภายในร้าน Bode แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกใน โตเกียว

Bode แบรนด์แฟชั่นจากมหานครนิวยอร์ก

 

ที่มาพร้อมกับแนวคิดและการรังสรรค์เสื้อผ้าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเริ่มบุกเข้าสู่กลุ่มลูกค้าในประเทศญี่ปุ่นแล้ว โดย Bode เปิดร้านแฟล็กชิปสโตร์สาขาแรกในโตเกียว

 

Emily Adams Bode Auija ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้เผยโฉมแฟล็กชิปสโตร์ Bode ที่แรกในกรุงโตเกียว ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่แบรนด์ใช้กลยุทธ์ที่แตกต่าง เพราะพวกเขาเลือกที่จะเปิดร้านสาขาแรกที่ญี่ปุ่นในย่าน Yoyogi-Uehara ที่ตั้งท้องถนนอันหรูหราทันสมัย แทนการเปิดร้านในแถบ Shibuya หรือ Aoyama อันเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่คนพลุกพล่าน โดยการเปิดร้านใหม่ที่กรุงโตเกียวในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจแบรนด์ Bode สู่ระดับโกลบอล ด้วยการนำกลิ่นอายความรู้สึกถวิลหาอันลึกซึ้งและการโฟกัสที่งานฝีมือของแบรนด์มาสู่กลุ่มลูกค้าในประเทศญี่ปุ่น ผู้ซึ่งสนับสนุนวิถีการเล่าเรื่องผ่านงานดีไซน์ของ Bode มาตั้งแต่ที่แบรนด์เปิดตัวในปี 2016

 

การเลือก Yoyogi-Uehara เป็นโลเคชั่นในการเปิดร้านสาขาแรกในกรุงโตเกียว ยังสะท้อนปรัชญาเรื่องความอบอุ่นใกล้ชิดและความเป็นไปภายในอย่างแท้จริง โดยถนนเส้นนี้เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมร้านเบเกอรี่โฮมเมดอันช่ำชอง ร้านกาแฟระดับพรีเมียม และที่พักอาศัยในบรรยากาศสบายๆ ซึ่งความเงียบสงบก็ทำให้โลเคชั่นนี้เหมาะสมกับการนำเสนอชุดเสื้อผ้าของ Bode ที่ตัดเย็บอย่างประณีตบรรจงอย่างลงตัว

 

เช่นเดียวกับการตกแต่งร้านในนิวยอร์กและลอสแอนเจลิส แฟล็กชิปสโตร์ Bode สาขาใหม่นี้ได้รับการร่วมออกแบบภายในโดย Green River Project ที่โด่งดังในเรื่องของการทำคอนเซปต์อย่างลึกซึ้ง การสร้างบรรยากาศอบอุ่น และงานไม้อยู่แล้ว ผลงานที่ออกมาจึงทำให้ Bode แห่งย่าน Yoyogi-Uehara มีบรรยากาศของความเป็นสตูดิโอฉบับญี่ปุ่นที่ผสมผสานเฟอร์นิเจอร์วินเทจที่ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี และของตกแต่งเหล่านี้ยังทำให้ร้านยังคงกลิ่นอายความเป็นอเมริกันเอาไว้ได้อีกด้วย

 

ภาพ: Bode

 

อ้างอิง https://hypebeast.com/2026/2/bode-opens-first-tokyo-flagship-store-green-river-project-design

The post Bode เปิดร้านแรกที่โตเกียวในย่าน Yoyogi-Uehara appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Sunnies แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดฮิป เปิดแฟล็กชิปสโตร์แรกในไทย https://thestandard.co/life/sunnies-world-thailand-gen-z-millennials-central-park-opening/ Sat, 25 Oct 2025 01:09:28 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1135117 Sunnies แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดฮิป

Sunnies แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดฮิปจากฟิลิปปินส์ที่ Gen Z และ […]

The post รู้จัก Sunnies แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดฮิป เปิดแฟล็กชิปสโตร์แรกในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sunnies แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดฮิป

Sunnies แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดฮิปจากฟิลิปปินส์ที่ Gen Z และ Millennials ทั่วเอเชียตามหามาปักหมุดถึงไทยแล้ว! โดย Minor Lifestyle ในเครือ Minor International ประกาศความร่วมมือกับ Sunnies เปิดตัว Sunnies World แฟลกชิปสโตร์รูปแบบ Multi-Lifestyle Store แห่งแรกในไทย ณ Central Park กรุงเทพฯ ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกเจาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่แสวงหาประสบการณ์ Holistic Experience เพื่อยกระดับมาตรฐานตลาดค้าปลีกไลฟ์สไตล์ไทยสู่มิติใหม่ และตอนนี้กำลังเป็นไวรัลและได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นบ้านเราสุดๆ 

 

Sunnies World นำเสนอ 4 คอนเซปต์หลัก ได้แก่ Sunnies Studios ศูนย์รวมแว่นตาแฟชั่นและแว่นสายตาพร้อมบริการตรวจวัดสายตา, Sunnies Face บิวตี้แบรนด์คอนเซปต์ Real-Life Beauty, Sunnies Flask กระบอกน้ำ Customizable ที่ Mix & Match ได้กว่า 1 ล้านรูปแบบ และ Sunnies Coffee คาเฟ่ไลฟ์สไตล์ที่สร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี เปิดให้บริการแล้ววันนี้ที่ Sunnies World Flagship Store ณ Central Park

 

What is it?


Minor Lifestyle ในเครือ Minor International จับมือกับ Sunnies เปิดตัว Sunnies World รูปแบบ Multi-Lifestyle Store แห่งแรกในไทย ณ Central Park กรุงเทพฯ ความร่วมมือครั้งนี้เป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อยกระดับตลาดค้าปลีกไลฟ์สไตล์ไทย โดยนำเสนอประสบการณ์แบบ Holistic ที่ผสานแฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน การออกแบบสโตร์ได้แรงบันดาลใจจาก ‘บ้านในฝัน’ ผสานสถาปัตยกรรมระดับตำนานเข้ากับวัฒนธรรมไทย ใช้พื้นผิวไม้ ดินเผา โทนสีอบอุ่น และเฉดเขียว-ทองแดงที่สะท้อนความสงบของวัดวาอารามนำมาสร้างเป็น Color Story ที่กล้าหาญ ทรงพลังและยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของวัฒนธรรมไทยได้อย่างลงตัว 

 

Highlights  

 

  • Sunnies Studios ศูนย์รวมแว่นตาแฟชั่น แว่นกันแดด และแว่นสายตาดีไซน์ทันสมัยที่ออกแบบเหมาะกับรูปหน้าคนเอเชียโดยเฉพาะ พร้อมบริการตรวจวัดสายตาโดยผู้เชี่ยวชาญในรูปแบบใหม่
  • Sunnies Face บิวตี้แบรนด์คอนเซปต์ Real-Life Beauty นำเสนอเมกอัพและสกินแคร์ที่ผสานนวัตกรรมสูตรเฉพาะและส่วนผสมคุณภาพสูง บรรจุในแพ็กเกจสวยงามทันสมัย
  • Sunnies Flask กระบอกน้ำ Customizable ที่สามารถ Mix & Match ได้ทุกชิ้นส่วน สร้างสไตล์เฉพาะตัวได้มากกว่า 1 ล้านรูปแบบ เป็นทั้งแฟชั่นไอเทมและไอเทมใช้งานจริงสำหรับคนรักสุขภาพ
  • Sunnies Coffee คาเฟ่ไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงกาแฟเข้ากับการใช้ชีวิต พร้อมเมนู Signature คัดสรร และพื้นที่พักผ่อนสร้างแรงบันดาลใจ

 

Worth it


แบรนด์นี้คุ้มค่าเพราะตอบโจทย์ One-Stop Lifestyle Destination จริงๆ แทนที่จะต้องไปหลายร้านเพื่อซื้อแว่น เครื่องสำอาง กระบอกน้ำ และนั่งคาเฟ่ Sunnies World รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียวแบบไม่กระจัดกระจาย ดีไซน์สินค้าเน้นความเป็นเอเชีย ใช้งานได้จริง ไม่ได้สวยแค่ชั่วคราว ส่วนคุณภาพก็ได้มาตรฐานสากล อย่าง Sunnies Face เป็น cruelty-free beauty ที่ขายดีจนต้องรีสต็อกบ่อย และที่สำคัญประสบการณ์ในร้านถูกดีไซน์ให้เป็น Community Space ไม่ใช่แค่ร้านค้า แต่เป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจและค้นหาตัวตนของคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ การที่ Minor Lifestyle เป็นพันธมิตรในไทยยังหมายถึงบริการหลังการขายและการขยายสาขาที่มั่นคง ทำให้มั่นใจได้ว่าจะเข้าถึงสินค้าและบริการได้สะดวกในอนาคต

 

Good For?


เหมาะกับ Gen Z และ Millennials ที่ใส่ใจไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และความยั่งยืน ชอบสินค้าที่มีดีไซน์สวยงาม ใช้งานได้จริง และสะท้อนเอกลักษณ์ของตัวเอง เหมาะกับคนที่ต้องการประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบครบวงจร ไม่ใช่แค่ซื้อของ แต่ยังได้ใช้เวลาพักผ่อน ถ่ายรูป และหาแรงบันดาลใจ

 

สำหรับราคา แม้เอกสารไม่ระบุตัวเลขชัดเจน แต่จากการโพซิชันแบรนด์ที่เน้น accessible luxury และกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ คาดว่าจะอยู่ในระดับราคากลาง-กลางบน (Mid-range to Mid-Premium) ไม่แพงเกินเอื้อม แต่ก็ไม่ถูกจนน่าสงสัยคุณภาพ

 

🚀 เปิดให้บริการ: Sunnies World Flagship Store ที่ Central Park และสาขา Central ลาดพร้าว (ภายในเดือนตุลาคม 2568) 🗓

 

Sunnies World Thailand Gen Z Millennials Sunnies World Thailand Gen Z Millennials Sunnies World Thailand Gen Z Millennials Sunnies World Thailand Gen Z Millennials Sunnies World Thailand Gen Z Millennials

The post รู้จัก Sunnies แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดฮิป เปิดแฟล็กชิปสโตร์แรกในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงใหม่มี Swensen’s นับ 10 สาขา แต่ทำไม Regional Flagship Store แห่งที่ 7 ถึงมาเปิดที่นี่? https://thestandard.co/swensens-chiang-mai-regional-flagship/ Fri, 22 Aug 2025 11:42:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1110205 swensens-chiang-mai-regional-flagship

หากไม่นับกรุงเทพและปริมณฑลแล้ว เชียงใหม่ถือเป็นหนึ่งในไ […]

The post เชียงใหม่มี Swensen’s นับ 10 สาขา แต่ทำไม Regional Flagship Store แห่งที่ 7 ถึงมาเปิดที่นี่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
swensens-chiang-mai-regional-flagship

หากไม่นับกรุงเทพและปริมณฑลแล้ว เชียงใหม่ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดของไทยที่มี Swensen’s นับ 10 สาขา แต่ที่น่าสนใจคือ ทำไม Swensen’s ถึงเลือกเปิด Regional Flagship Store แห่งที่ 7 ซึ่งเป็นสาขาล่าสุดที่เชียงใหม่อีก ทั้งที่ดูเหมือนว่าตลาดที่นี่น่าจะเพียงพอแล้ว?

 

คำตอบอาจอยู่ที่ศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะในแง่ของการเป็นเมืองท่องเที่ยว ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมที่เดินทางเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 11,485,568 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 4.42

 

ขณะที่บทความในธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้ระบุถึง 64% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาภาคเหนือนิยมมาเที่ยวที่เชียงใหม่ โดยเม็ดเงินที่ได้รับจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 73% เชียงใหม่เช่นกัน

 

นี่จึงอาจเป็นสิ่งที่ Swensen’s มองเห็นเพราะรูปแบบของ Regional Flagship Store นั้นถูกวางให้เป็น Destination ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาแวะเยือนเพื่อเช็กอินถ่ายรูปและกินไอศกรีมได้ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ รวมถึงคนท้องถิ่นด้วย

 

นอกจากต้องมีศักยภาพในแง่ของกำลังซื้อแล้ว การจะไปเปิด Swensen’s Regional Flagship Store จะเลือกในจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่แข็งแรงมากพอที่จะทำให้นักท่องเที่ยวมาแล้วรู้สึกถึงวัฒนธรรมในจังหวัดนั้นๆ รวมถึงคนท้องถิ่นก็ไม่คัดค้านด้วย ซึ่งถือเป็นความท้าทายทำให้กว่าจะเปิดได้นั้นต้องใช้ระยะเวลานาน 1 ปี ขณะที่สาขาทั่วๆ ไปราว 1-2 เดือนก็เปิดได้แล้ว

 

ในด้านทำเลก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ได้ ดังนั้นสาขาเกือบทั้งหมดของ Regional Flagship Store จะอยู่ในคอมมิวนิตี้มอลล์ที่มั่นใจได้ว่า จะมีทราฟฟิกมากพอในการหล่อเลี้ยงยอดขายให้สามารถยืนในระยะยาวได้ยกเว้นสาขาแรกที่ภูเก็ตซึ่งมี Foot traffic เพียงพอเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกทั้งยังเป็นการรีโนเวตสาขาเดิมมาเปิดเป็น Regional Flagship Store ด้วย

 

ซึ่งการเปิดในครั้งนี้ถือว่ามีครบทั้งการตั้งอยู่ในห้าง META MALL เชียงใหม่ ตลอดจนมาหยิบเอกลักษณ์ท้องถิ่นอย่าง ‘ร่มบ่อสร้าง’ มาเป็นโครงสร้างหลักของร้าน รวมถึงการตกแต่งภายในด้วย

 

นอกจากนี้ยังมีเมนูเอ็กซ์คลูซีฟที่หาได้เฉพาะที่นี่เท่านั้นกับ ‘ขันโตก ซันเด เซต’ ยังมีการจัดทำ บัตรสมาชิกลายพิเศษ ที่ร่วมออกแบบกับศิลปินชาวไทย Jeep Kongdechakul ซึ่งมีจำหน่ายเฉพาะสาขา META MALL เท่านั้น และมีจำนวนจำกัด

 

“การดึงลูกค้าเป็นความท้าทายของการเปิดสาขาใหม่ทุกแห่ง ขณะเดียวกันก็ถือเป็นการสร้างลูกค้ากลุ่มใหม่ ทำให้แบรนด์ติดหูของลูกค้าใหม่ๆ ไปด้วย ซึ่งจะสร้างโอกาสที่จะไปกินในสาขาอื่นๆ ในไทยด้วย ตลอดจนการทำให้เป็นที่พูดถึง ถือเป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้กับแบรนด์” ณพล ศิริมงคลเกษม หัวหน้าฝ่ายบริหารแบรนด์ บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) จำกัด ในเครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

 

ณพลยังฉายภาพของการทำแบรนด์ไอศกรีมที่อยู่ในไทยมานานกว่า 39 ปีว่า ต้องทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ไม่ลืมลูกค้ากลุ่มไหน ขณะเดียวกัน Swensen’s จะทำให้แบรนด์ไม่ได้ล้ำสมัยจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้ล้าสมัย สิ่งที่ Swensen’s จะทำคือการเป็นแบรนด์ร่วมสมัย

 

“การทำตลาดของหวานจะยากกว่าของคาว ตรงที่ต้องอิงกับอีโมชันนัล ในขณะที่ลูกค้ากำลังใจร้อนๆ ขึ้นเรื่อยๆ และมีเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ Swensen’s จึงต้องมีเมนูใหม่ๆ ออกมาดึงลูกค้าซึ่งแต่ละปีมีไม่น้อยกว่า 200 เมนู หรือแทบจะออกทุกๆ 2 สัปดาห์”

 

Swensen's Regional Flagship Store เชียงใหม่ Swensen's Regional Flagship Store เชียงใหม่ Swensen's Regional Flagship Store เชียงใหม่ Swensen's Regional Flagship Store เชียงใหม่ Swensen's Regional Flagship Store เชียงใหม่

 

อ้างอิง:

The post เชียงใหม่มี Swensen’s นับ 10 สาขา แต่ทำไม Regional Flagship Store แห่งที่ 7 ถึงมาเปิดที่นี่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตอกย้ำไทย ‘Luxury Hub แห่งใหม่’! Paul Smith ทุ่มเปิดแฟล็กชิพสโตร์ใหญ่สุดในอาเซียนที่เอ็มควอเทียร์ รับตลาดลักชูรี 4 หมื่นล้าน https://thestandard.co/paul-smith-asean-flagship/ Sun, 03 Aug 2025 09:16:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1103140 paul-smith-asean-flagship

ประเทศไทยได้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญที่แบรนด์ […]

The post ตอกย้ำไทย ‘Luxury Hub แห่งใหม่’! Paul Smith ทุ่มเปิดแฟล็กชิพสโตร์ใหญ่สุดในอาเซียนที่เอ็มควอเทียร์ รับตลาดลักชูรี 4 หมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
paul-smith-asean-flagship

ประเทศไทยได้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญที่แบรนด์แฟชั่นชั้นนำเลือกเปิดตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในช่วงปีที่ผ่านมากลุ่มสินค้าแฟชั่นในไทย โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมี่ยมและลักชูรีมีการขยายตัวอย่างมาก จากกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของนักช้อปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

 

ภาพดังกล่าวทำให้ประเทศไทยถูกจับตาในฐานะการเป็น ‘Luxury Hub of South East Asia’ แห่งใหม่ของภูมิภาค โดยข้อมูลจาก Statista คาดการณ์ว่าในปีนี้ตลาดแฟชั่นพรีเมี่ยมและลักชูรีของไทยอาจมีมูลค่าสูงถึง 40,000 ล้านบาท และจะเติบโตจากปีที่แล้วเฉลี่ย 2.79%

 

ท่ามกลางแนวโน้มนี้ Paul Smith ภายใต้การบริหารงานของ Central Marketing Group หรือ CMG ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้เดินหน้ารุกตลาด ด้วยการเปิดแฟล็กชิพสโตร์แห่งที่ 2 ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์

 

สำหรับแฟล็กชิพสโตร์แห่งใหม่นี้ ออกแบบภายใต้แนวคิด ‘พื้นที่ที่เล่าเรื่องแบรนด์ผ่านงานศิลปะ’ สะท้อนผ่านองค์ประกอบต่างๆ ตั้งแต่ Façade สีแดงด้านหน้าร้านที่สลักภาพวาดลายเส้นของเซอร์พอล สมิธ ลงบนแผ่นหินปูน

 

ไฮไลต์สำคัญภายในร้านคือฉากสี่เหลี่ยมขนาด 3×3 เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับขนาดร้านแรกของแบรนด์ในเมืองนอตติงแฮม เพื่อสื่อถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งกระจก Fun House Mirror ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่อยู่ในออฟฟิศของพอล สมิธ ที่ลอนดอน

 

บรรยากาศภายในยังตกแต่งด้วยโปสเตอร์เพลงวินเทจจากวงดนตรีโปรดของเขา เช่น The Rolling Stones และ Oasis บริเวณห้องลองเสื้อ พร้อมผสมผสานเฟอร์นิเจอร์วินเทจสั่งทำพิเศษเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย และมีโซน Art Wall ที่จัดแสดงผลงานศิลปะเพื่อหลอมรวมโลกแฟชั่นและศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน

 

แฟล็กชิพสโตร์แห่งนี้นำเสนอสินค้าครบทุกไลน์ ตั้งแต่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายชาย-หญิง แอ็กเซสซอรีต่างๆ ทั้งกระเป๋าและรองเท้า ไปจนถึงของแต่งบ้านและเครื่องหอม

 

การเปิดแฟล็กชิพสโตร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Paul Smith ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ยืนยันถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของตลาดลักชูรีในประเทศไทย

The post ตอกย้ำไทย ‘Luxury Hub แห่งใหม่’! Paul Smith ทุ่มเปิดแฟล็กชิพสโตร์ใหญ่สุดในอาเซียนที่เอ็มควอเทียร์ รับตลาดลักชูรี 4 หมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKON FLAGSHIP STORE AT SIAM SQUARE ร้านมัลติแบรนด์ใหม่ใจกลางสยาม https://thestandard.co/ikon-siam-flagship-store/ Sat, 02 Aug 2025 03:00:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1102794 ikon-siam-flagship-store

IKON ร้านมัลติแบรนด์ เปิดแฟล็กชิปสโตร์ใหม่ใจกลางสยามสแค […]

The post IKON FLAGSHIP STORE AT SIAM SQUARE ร้านมัลติแบรนด์ใหม่ใจกลางสยาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ikon-siam-flagship-store

IKON ร้านมัลติแบรนด์ เปิดแฟล็กชิปสโตร์ใหม่ใจกลางสยามสแควร์ ซอย 2 

 

ภายในแฟล็กชิปสโตร์แห่งนี้มีมาด้วยกันถึง 3 ชั้น เต็มไปด้วยสินค้านำเข้าจากแบรนด์ดัง อย่างชั้นแรกก็จะพบกับสินค้าจาก Rockfish Weatherwear ซึ่งเป็นแบรนด์รองเท้าและเครื่องแต่งกายซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากจากเกาหลีใต้ 

 

ชั้นที่ 2 มาพร้อมกับสินค้าไอเท็มสุดน่ารักจาก Tagi นำเข้าโดยตรงมาจากประเทศจีน ที่จะขนมาทั้งกระเป๋า เครื่องประดับ รวมถึงยังมีสินค้าที่เอ็กซ์คลูซีฟที่ถูกวางจัดจำหน่ายแค่ประเทศไทยเท่านั้น 

 

นอกจากนี้ยังมีแบรนด์สินค้าแฟชั่นนำเข้าอื่นๆ อีกมากมาย ทั้ง BIRKENSTOCK, Keds, Olivio & Co, ON รวมถึงเสื้อผ้าจาก RONRON แบรนด์ที่เหล่าสาวๆ BLACKPINK และคนดังจากวงการ K-Pop ต่างสวมใส่กันนั้นก็ถูกรวมกันไว้ในโซนชั้น 3 ของร้าน

 

ภายในงานเปิดตัววันแรกก็ยังมีเหล่าคนดังมาร่วมชมร้านแฟล็กชิปสโตร์กันอย่างคับคั่ง นำโดย เอมี่ ทสร, บอนนี่ ภัทราภัสร์, จูเนียร์ ปณชัย, คอปเปอร์ จากวง BUS because of you i shine, มิ้ม รัตนวดี รวมทั้ง วิว เบญญาภา ด้วยเช่นกัน

 

ดังนั้นใครที่เป็นสายแฟชั่นก็สามารถไปเยี่ยมชมสินค้าได้แล้วที่ IKON Flagship Store สยามสแควร์ ซอย 2 

 

IKON แฟล็กชิปสโตร์ สยาม IKON แฟล็กชิปสโตร์ สยาม IKON แฟล็กชิปสโตร์ สยาม IKON แฟล็กชิปสโตร์ สยาม IKON แฟล็กชิปสโตร์ สยาม IKON แฟล็กชิปสโตร์ สยาม IKON แฟล็กชิปสโตร์ สยาม

 

ภาพ: IKON Flagship Store

The post IKON FLAGSHIP STORE AT SIAM SQUARE ร้านมัลติแบรนด์ใหม่ใจกลางสยาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
VERSACE CENTRAL EMBASSY แฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่บนพื้นที่กว่า 321 ตารางเมตร https://thestandard.co/versace-central-embassy/ Fri, 11 Jul 2025 10:56:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1095532

Versace เปิดประตูต้อนรับสู่แฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่ ณ ห้างส […]

The post VERSACE CENTRAL EMBASSY แฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่บนพื้นที่กว่า 321 ตารางเมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>

Versace เปิดประตูต้อนรับสู่แฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่ ณ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี (Central Embassy) โดยพื้นที่ร้านได้รับการออกแบบให้เปรียบเสมือนสถานที่แห่งวัฒนธรรมและบทสนทนา สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของ Versace ที่กล้าท้าทาย และเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์บนพื้นที่กว่า 321 ตารางเมตร

 

แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความหรูหราและความเป็นส่วนตัวของคฤหาสน์ใจกลางเมืองมิลาน ถ่ายทอดสุนทรียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของ Versace อย่างชัดเจน ผ่านการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างศิลปะแบบคลาสสิกและความทันสมัย เช่น การตกแต่งด้วยโลหะสีทอง ผ้าไหมลายพิเศษ และผนังหินอ่อนโมเสกที่รังสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะ สะท้อนถึงความงามเหนือกาลเวลาในแบบตำนานเทพเจ้ากรีก ซึ่งเป็นหัวใจของแบรนด์

 

พื้นที่ใหม่แห่งนี้นำเสนอคอลเลกชั่นแฟชั่นหรูจากอิตาลีในแบบฉบับของ Versace อย่างครบถ้วน ทั้งเสื้อผ้า Ready-to-wear สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี เครื่องหนังขนาดเล็ก จิวเวลรี กระเป๋า รวมถึงเครื่องประดับอื่นๆ ที่ล้วนถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นเพื่อส่งเสริมการแสดงออกอย่างมั่นใจ

 

 

ภาพ: Versace

The post VERSACE CENTRAL EMBASSY แฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่บนพื้นที่กว่า 321 ตารางเมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Louis Vuitton เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์ใหม่ขนาดเท่าเรือสำราญที่เซี่ยงไฮ้ https://thestandard.co/the-louis-shanghai/ Thu, 26 Jun 2025 05:58:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1089447 the-louis-shanghai

Louis Vuitton เปิดตัวแลนด์มาร์กใหม่ที่ชื่อว่า The Louis […]

The post Louis Vuitton เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์ใหม่ขนาดเท่าเรือสำราญที่เซี่ยงไฮ้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
the-louis-shanghai

Louis Vuitton เปิดตัวแลนด์มาร์กใหม่ที่ชื่อว่า The Louis โปรเจกต์ระดับแฟลกชิปในเซี่ยงไฮ้ที่ทำขึ้นเป็นรูปเรือสำราญ แหล่งรวมทั้งร้านค้า นิทรรศการ เวิร์กช็อป คาเฟ่และร้านอาหารของแบรนด์ในที่เดียว

 

เริ่มที่โลเคชันกันก่อน โดยเรือจำลองลำนี้จะตั้งอยู่ตรงทางเข้าของห้างสรรพสินค้าหรูอย่าง HKRI Taikoo Hui กลางถนน West Nanjing ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของเซี่ยงไฮ้ โดย The Louis นั้นจะเปิดตัวครั้งแรกในวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายนนี้ และตามด้วยการเฉลิมฉลองต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงตั้งแต่เที่ยงคืนวันศุกร์ และจะเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ตั้งแต่วันเสาร์นี้เป็นต้นไป

 

สำหรับโครงสร้างอาคารภายนอกของเรือ จะมีการออกแบบด้วยโมโนแกรมโลหะเหมือนกับโครงสร้างทรังก์เดินทางในปารีสและนิวยอร์กพร้อมกับมีดาดฟ้าหน้าลำเรือ 

และพื้นที่ใช้สอยด้านในจะกินพื้นที่ทั้งหมดกว่า 17,850 ตารางฟุต และครอบคลุมถึงสามชั้นและจะถูกแบ่งออกอย่างชัดเจน 

 

เริ่มด้วยนิทรรศการ Visionary Journeys ที่ตั้งอยู่ชั้นแรก ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินถึงนิทรรศการนี้ที่ LV The Place Bangkok ผ่านการออกแบบร่วมกับบริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดังอย่าง OMA และได้ไปปรากฏอีกที่ในงาน Osaka World Expo และล่าสุดกับเซี่ยงไฮ้ โดยมีถึง 7 ใน 10 ห้องที่จะเป็นห้องใหม่ เช่นธีมพิเศษอย่าง Sport สำหรับแรงบันดาลใจจากกีฬาและ Workshop ที่จะมีช่างฝีมือแสดงวิธีการผลิตสินค้าให้ได้รับชม รวมถึงห้องธีมดั้งเดิมอย่าง Trunkscape และ Origins ที่บ่งบอกถึงประวัติความเป็นมาของแบรนด์

 

ต่อด้วยร้านขายของขวัญและสินค้าแฟชั่นครบทุกหมวดหมู่บนชั้นสอง และปิดท้ายด้วย Le Café Louis Vuitton ซึ่งเป็นร้านอาหารแห่งแรกของแบรนด์ในเซี่ยงไฮ้ ที่ตั้งอยู่ชั้น 3 จะเป็นร้านอาหารสไตล์บิสโทรที่ถูกนำโดยเชฟใหญ่ Leonardo Zambrino และเชฟเบเกอรี่ Zoe Zhou และจะมีความพิเศษตรงที่ 70% ของเมนูได้ถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่ และจะผสมผสานอาหารสไตล์เซี่ยงไฮ้กับอาหารตะวันตก กับเมนูเช่นราวิโอลีโมโนแกรมที่ทำจากเกี๊ยวจีน หรือเมนูซีซาร์สลัดเอคลิปส์ที่เปลี่ยนแรนช์เป็นน้ำสลัดยูจาเซี่ยงไฮ้หรือยูซุ 

 

ซีอีโอของ Louis Vuitton อย่าง Pietro Beccari ออกมากล่าวถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังการสร้าง The Louis โดยเน้นย้ำถึงการประดิษฐ์หีบโมโนแกรม LV ในศตวรรษที่ 19 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่เซี่ยงไฮ้เปิดเป็นท่าเรือสนธิสัญญา

 

“เซี่ยงไฮ้เป็นจุดที่สมบูรณ์แบบมากสำหรับการผสมผสานการขายสินค้า นิทรรศการ และคาเฟ่ เป็นสถานที่ที่ความคิดสร้างสรรค์ได้พบกับการยกระดับขั้นสุด ทั้งหมดนี้รวมกันเพื่อสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการเดินทางอย่างสุขสำราญของเรา ไม่เพียงแต่การข้ามผ่านสถานที่ต่างๆ แต่ยังผ่านความคิด อารมณ์ และแรงบันดาลใจอีกด้วย” 

 

ก่อนหน้านี้ Louis Vuitton เพิ่งเปิดแฟลกชิปสโตร์ในมิลานอีกครั้งบนถนน Montenapoleone ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากปิดปรับปรุงไปนานสามปี จากเดิมเป็นที่ตั้งของ Palazzo Taverna และได้ Peter Marino มาเป็นผู้ออกแบบภายในร้านให้เช่นเคย

 

ภาพ: Louis Vuitton

 

อ้างอิง: 

The post Louis Vuitton เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์ใหม่ขนาดเท่าเรือสำราญที่เซี่ยงไฮ้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
The House of Creed เปิดบูติกใหญ่สุดในไทย และน้ำหอมกลิ่นใหม่ Eladaria https://thestandard.co/creed-flagship-megabangna/ Fri, 30 May 2025 09:33:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1080410 creed-flagship-megabangna

แบรนด์น้ำหอมระดับไฮเอนด์ The House of Creed เปิดตัวแฟลก […]

The post The House of Creed เปิดบูติกใหญ่สุดในไทย และน้ำหอมกลิ่นใหม่ Eladaria appeared first on THE STANDARD.

]]>
creed-flagship-megabangna

แบรนด์น้ำหอมระดับไฮเอนด์ The House of Creed เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา ซึ่งถือเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ โดยภายในบูติกใหม่จัดแสดงคอลเล็กชันน้ำหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ของใช้ในบ้าน และสินค้าไลฟ์สไตล์ของ Creed รวมถึง Eladaria น้ำหอมกุหลาบฟลอรัลที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุด นอกจากนี้ยังมีเลานจ์รับรองลูกค้าพิเศษพร้อมบาร์หินอ่อนสำหรับเสิร์ฟแชมเปญ มอบประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบส่วนตัวที่หรูหรา

 

การออกแบบภายในใช้วัสดุคุณภาพสูง อาทิ หินอ่อน Verde Luana แผงไม้วอลนัตอเมริกัน ทองเหลืองขัดเงา และผ้ากำมะหยี่ สะท้อนความสง่างามของแบรนด์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 265 ปี น้ำหอม House of Creed ทุกขวดยังคงผลิตที่ Maison ในเมือง Fontainebleau ประเทศฝรั่งเศส ด้วยคุณภาพระดับ Millésime จากส่วนผสมคุณภาพสูงและหายาก

 

The House of Creed ก่อตั้งโดย James Henry Creed ในลอนดอนเมื่อปี 1760 เป็นหนึ่งในแบรนด์ Haute Parfumerie ชั้นนำของโลก ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Kering Beauté แผนกความงามของกลุ่มบริษัทลักชัวรี Kering การเปิดสาขาใหม่นี้สะท้อนการเติบโตของตลาดความงามระดับไฮเอนด์ในประเทศไทยและการขยายตัวสู่พื้นที่ใหม่ของแบรนด์นานาชาติ

The post The House of Creed เปิดบูติกใหญ่สุดในไทย และน้ำหอมกลิ่นใหม่ Eladaria appeared first on THE STANDARD.

]]>
Louis Vuitton เตรียมเปิดแฟลกชิปสโตร์ขนาด 45,000 ตารางฟุต ที่เบเวอร์ลีฮิลส์ ภายในปี 2029 https://thestandard.co/louis-vuitton-flagship-2029/ Wed, 07 May 2025 03:08:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1071857

Louis Vuitton ขยายธุรกิจเข้าสู่ลอสแอนเจลิส ด้วยการเตรีย […]

The post Louis Vuitton เตรียมเปิดแฟลกชิปสโตร์ขนาด 45,000 ตารางฟุต ที่เบเวอร์ลีฮิลส์ ภายในปี 2029 appeared first on THE STANDARD.

]]>

Louis Vuitton ขยายธุรกิจเข้าสู่ลอสแอนเจลิส ด้วยการเตรียมเปิดแฟลกชิปสโตร์ขนาดยักษ์ในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์ภายในปี 2029 ซึ่งทางแบรนด์ได้เผยโฉมโมเดลผังร้านออกมาให้เห็นแล้วเล็กน้อย

 

แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ของ Louis Vuitton จะตั้งอยู่ในพื้นที่ระหว่างถนนแฟชั่นแห่งย่านเบเวอร์ลีฮิลส์อย่าง Rodeo Drive และ Beverly Drive โดยประกอบไปด้วยอาคาร 3 ชั้นในพื้นที่ 45,000 ตารางฟุต ที่จะวางจำหน่ายทั้งโปรดักต์คอลเล็กชันเสื้อผ้าผู้หญิง เสื้อผ้าผู้ชาย บิวตี้โปรดักต์และน้ำหอม นาฬิกาและจิวเวลรี และไอเท็มสำหรับการท่องเที่ยว และแน่นอนว่าในแฟลกชิปสโตร์แห่งนี้ยังมีส่วนของการจัดแสดงนิทรรศการอย่างถาวร รวมไปถึงร้านอาหารและคาเฟ่อีกมากมาย สำหรับเหล่านักช้อปแห่งย่านเบเวอร์ลีฮิลส์

 

การก่อสร้างแฟลกชิปสโตร์ของ Louis Vuitton จะเริ่มต้นในปี 2026 นำโดยสถาปนิกแห่ง Fondation Louis Vuitton อย่าง Frank Gehry โดยมี Peter Marino ที่เคยทำงานดีไซน์ให้กับแฟลกชิปสโตร์ของแบรนด์ใหญ่อย่าง Dior และ CHANEL มาเป็นผู้ออกแบบภายใน โดยแฟลกชิปสโตร์แห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 อาคารที่เชื่อมกันด้วยสะพานทางเดิน ที่ด้านนอกเผยให้เห็นดีไซน์แบบโมเดิร์นที่เปลือกอาคารมีการเล่นกับรูปทรงความเว้าโค้งและวอลุ่ม ในขณะที่ด้านบนเต็มไปด้วยต้นไม้ในพื้นที่สีเขียวที่ช่วยเพิ่มกลิ่นอายของความเป็นธรรมชาติให้กับแฟลกชิปสโตร์ได้เป็นอย่างดี

 

ที่จริงแล้ว LVMH มีความตั้งใจจะเปิดแฟลกชิปสโตร์ Louis Vuitton ในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์ที่โรงแรมหรูนาม Cheval Blanc แต่โปรเจกต์ก็ถูกต่อต้านโดยคนท้องถิ่นและสภาเทศบาล Bevery Hills City Council เสียก่อน แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ของแบรนด์จึงมาลงเอยในที่แห่งนี้แทน

 

ภาพ: Louis Vuitton

อ้างอิง:

The post Louis Vuitton เตรียมเปิดแฟลกชิปสโตร์ขนาด 45,000 ตารางฟุต ที่เบเวอร์ลีฮิลส์ ภายในปี 2029 appeared first on THE STANDARD.

]]>
PAUL SMITH CENTRAL EMBASSY แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ได้ Sir Paul Smith มาร่วมเปิดร้าน https://thestandard.co/paul-smith-central-embassy/ Wed, 15 May 2024 08:33:32 +0000 https://thestandard.co/?p=933807

Paul Smith เปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ในประเทศไทย ที่ศูนย์ […]

The post PAUL SMITH CENTRAL EMBASSY แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ได้ Sir Paul Smith มาร่วมเปิดร้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

Paul Smith เปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ในประเทศไทย ที่ศูนย์การค้า Central Embassy โดยได้ Sir Paul Smith ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์มาเป็นแขกคนสำคัญในวันงานฉลองเปิดร้าน 

 

ภายในร้านขนาด 203 ตารางเมตร ที่อยู่บนชั้น 2 ถูกตกแต่งด้วยงานศิลปะและภาพวาดที่มีสีสัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจของดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ แทรกด้วยกระเบื้องสีจากไทย เฟอร์นิเจอร์วินเทจและที่สั่งทำพิเศษ พร้อมกับสินค้าเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรีคอลเล็กชัน Spring/Summer 2024 ของทั้งผู้หญิงและผู้ชายแยกกันสองฝั่ง

 

ไฮไลต์พิเศษสำหรับร้านนี้คือการนำสินค้าอาร์ไคฟ์จากคลังของแบรนด์มาจัดดิสเพลย์กลางร้านภายในโครงเหล็กสีแดงขนาด 3×3 เมตร ซึ่งเป็นขนาดของร้านแรกในเมืองน็อตติงแฮม ประเทศอังกฤษ บ้านเกิดของเขาในปี 1970 ทั้งรองเท้าฟุตบอลที่ทำกับ New Balance ฉลองฟุตบอลโลกปี 2018 และเสื้อผ้าคอลเล็กชันเก่าๆ ตั้งแต่ยุค 1990 

 

และภายในงานก็มีทั้ง ขุนพล ปองพล จากวง BUS, เจมีไนน์ นรวิชญ์, โบว์ เมลดา, จูเน่ เพลินพิชญา, น้ำตาล ทิพนารี และเจ้าขุน จักรภัทร มาร่วมถ่ายภาพกับ Sir Paul Smith อย่างเป็นกันเอง

 

The post PAUL SMITH CENTRAL EMBASSY แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ได้ Sir Paul Smith มาร่วมเปิดร้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gucci Via Monte Napoleone ภาพลักษณ์ใหม่ของร้านแรกในมิลานที่อยู่มานานกว่า 72 ปี https://thestandard.co/gucci-via-monte-napoleone/ Thu, 28 Dec 2023 07:07:18 +0000 https://thestandard.co/?p=882161

Gucci ทำการบูรณะแฟลกชิปสโตร์บนถนน Via Monte Napoleone แ […]

The post Gucci Via Monte Napoleone ภาพลักษณ์ใหม่ของร้านแรกในมิลานที่อยู่มานานกว่า 72 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

Gucci ทำการบูรณะแฟลกชิปสโตร์บนถนน Via Monte Napoleone แห่งกรุงมิลาน ซึ่งแบรนด์และถนนสายนี้มีสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์สุดพิเศษกันมายาวนาน เพราะ Gucci เปิดร้านแห่งแรกสุดในสถานที่ดังกล่าวเมื่อปี 1951 

 

แฟลกชิปสโตร์บนถนน Via Monte Napoleone ของ Gucci มีขนาดมากกว่า 1,800 ตารางเมตร ในพื้นที่ 2 ชั้น โดยมีทั้งคอลเล็กชัน Ready-to-Wear ของทั้งผู้หญิงและผู้ชาย, กระเป๋า, รองเท้า, ไอเท็มผ้าไหม, แว่นตา, จิวเวลรี ไปจนถึงคอลเล็กชันน้ำหอม และยังมีพื้นที่เลานจ์พิเศษสำหรับลูกค้า VIP ที่ต้องการเข้าถึงประสบการณ์ความลักชัวรีอย่างแท้จริง

 

Gucci บูรณะแฟลกชิปสโตร์เก่าแก่ทั้งหมดก่อนที่จะเปิดใหม่อีกครั้ง เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์ของ Sabato De Sarno ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนล่าสุดของแบรนด์ โดยดีไซน์ภายในร้านบูติกนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมและมรดกทางศิลปะอันมีเอกลักษณ์ของกรุงมิลาน ผสมผสานกับความงามแบบร่วมสมัยของ Gucci 

 

พื้นที่ในร้านถูกสร้างและตกแต่งด้วยแมตทีเรียลกับเฟอร์นิเจอร์ที่สะท้อนถึงคุณภาพ, ความเป็น Gucci ที่แท้จริง และสไตล์แบบ ‘Made in Italy’ ไม่ว่าจะเป็นพื้นหินอ่อน ชั้นวางของกระจกแบบเวนิส และเหล่าเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์อิตาเลียนสุดไอคอนิก ทั้ง Cassina, B&B, Living Divani และ Minotti ซึ่งล้วนแต่ทำให้บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความหรูหราและงดงามที่เพิ่มความโดดเด่นให้กับโปรดักต์ต่างๆ ของ Gucci มากขึ้นไปอีก

 

ภายในร้านยังเต็มไปด้วยงานศิลปะแบบโมเดิร์นและร่วมสมัยที่ได้รับการคัดสรรโดยผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาด้านศิลปะอย่าง Truls Blaasmo ซึ่งรวบรวมทั้งผลงานของศิลปินท้องถิ่นและศิลปินต่างชาติมาจัดวางด้วยกัน ตั้งแต่ผลงานของ Lucio Fontana, Getulio Alviani, Franco Mazzucchelli, Nathlie Provosty, Jamie Poblete, Adji Dieye และ Augustas Serapinas โดยการผสมผสานของอาร์ตเวิร์กเหล่านี้ก็ก่อให้เกิดธีมของรูปทรงและสี ที่ชวนให้นักช้อปได้สัมผัสประสบการณ์ของการชมความงามเหล่านี้

 

The post Gucci Via Monte Napoleone ภาพลักษณ์ใหม่ของร้านแรกในมิลานที่อยู่มานานกว่า 72 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 3 กลยุทธ์ที่แบรนด์ดังยก CPN ให้เป็น Top of Mind ตัดสินใจเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรก ด้วยอาวุธลับที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน https://thestandard.co/central-pattana-cpn-top-of-mind/ Tue, 12 Dec 2023 04:03:03 +0000 https://thestandard.co/?p=875813 เซ็นทรัลพัฒนา

‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เปิด 3 กลยุทธ์ที่แบรนด์ทั้งไทยและต่างปร […]

The post เปิด 3 กลยุทธ์ที่แบรนด์ดังยก CPN ให้เป็น Top of Mind ตัดสินใจเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรก ด้วยอาวุธลับที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัลพัฒนา

‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เปิด 3 กลยุทธ์ที่แบรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศยกให้เป็น Top of Mind เลือกเปิดร้านและแฟลกชิปสโตร์สาขาแรก ด้วยจุดแข็งที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาด 

 

ด้วยกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ของเซ็นทรัลพัฒนา เริ่มตั้งแต่ 1.360 degree support ทำงานร่วมกันแบบ Tenant Centric เพื่อนำเสนอ Marketing Solution ให้กับพาร์ตเนอร์ ทั้งการจัดแคมเปญช่วยผลักดันยอดขาย สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงการ Co-Create ร่วมมือกับแบรนด์ อย่าง Kam’s Roast ที่สาขาเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ เปิดตัวเมนูพิเศษของ Shake Shack ที่มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ตามด้วยกลยุทธ์ที่ 2 ระบบ CRM Program จากฐานข้อมูลของธุรกิจต่างๆ ในเครือเซ็นทรัลที่ทำธุรกิจในตลาดต่างจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึง The 1 BIZ และ Digital Tools ที่นำมาใช้เป็นเครื่องมือให้แต่ละแบรนด์สามารถทำ CRM ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น 

 

และกลยุทธ์ที่ 3 ในแง่ของการพัฒนาประเทศ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอยู่ในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ มีคนสัญจรในย่านเฉลี่ยกว่า 600,000 คนต่อวัน เป็นศูนย์กลางธุรกิจและเป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลก เทียบชั้นย่านดังอย่างไทม์สแควร์ นิวยอร์ก, ถนนออกซ์ฟอร์ด และย่านกินซ่า ญี่ปุ่น สามารถตอบโจทย์ลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ และช่วยให้เกิด Scalable Impact ระดับประเทศได้

 

อิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Fashion and Luxury Partner Management บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า แบรนด์ดังระดับโลกเลือกเซ็นทรัลพัฒนา เพื่อขยายธุรกิจในประเทศไทย และไม่เพียงแต่พื้นที่กรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีแบรนด์ดังกว่า 15,000  แบรนด์ 

 

เรียกได้ว่าที่ผ่านมาเราเป็น Global Destination ที่แบรนด์ดังกว่า 72 แบรนด์จากต่างประเทศ เช่น Uniqlo, Haidilao, Yakiniku Like Flagship Store, Shake Shack, Tsuta, Saemaeul Sikdang, Sushiro, Kam’s Roast, Mak’s Noodle, Canton Paradise, Riverside Grilled Fish, Onkijung และ Marimekko ที่เลือกเข้ามาเปิดสาขาแรกในไทย ขณะที่อีก 41 แบรนด์ก็เลือกเปิดแฟลกชิปสโตร์ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลด้วยเช่นกัน

 

ทั้งหมดมีเป้าหมายให้ทั้งศูนย์การค้าและคู่ค้าเติบโตอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันบริษัทมีธุรกิจหลากหลาย ทั้งศูนย์การค้าเซ็นทรัล โครงการที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ

The post เปิด 3 กลยุทธ์ที่แบรนด์ดังยก CPN ให้เป็น Top of Mind ตัดสินใจเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรก ด้วยอาวุธลับที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Saint Laurent Champs-Élysées แฟลกชิปสโตร์ใหม่ขนาดใหญ่สุดของปารีส https://thestandard.co/saint-laurent-champs-elysees/ Tue, 12 Dec 2023 03:50:44 +0000 https://thestandard.co/?p=875793

ถนนฌ็องเซลิเซ ยังคงเป็นแหล่งรวมแฟลกชิปสโตร์ที่เป็นที่สุ […]

The post Saint Laurent Champs-Élysées แฟลกชิปสโตร์ใหม่ขนาดใหญ่สุดของปารีส appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถนนฌ็องเซลิเซ ยังคงเป็นแหล่งรวมแฟลกชิปสโตร์ที่เป็นที่สุดของลักชัวรีแบรนด์ ซึ่งเราได้เห็นแบรนด์ต่างๆ ผลัดกันเปิดและปิดปรับปรุงขยายร้านกันแบบที่ไม่มีใครยอมใคร ครั้งนี้ถึงคราวของ Saint Laurent ที่เปิดตัวแฟลกชิปสาขาใหญ่ที่สุดในกรุงปารีส ที่รวมสินค้าทุกหมวดของแบรนด์ และห้องสำหรับวีไอพีไว้ในที่เดียว

 

โดยร้านนี้ตั้งอยู่ที่อาคารหมายเลข 123 เป็นร้านคอนเซปต์ใหม่ภายใต้การออกแบบของ Anthony Vaccarello ที่ Francesca Bellettini ซีอีโอของแบรนด์เผยกับเว็บไซต์ WWD ว่าจะเริ่มทยอยปรับเปลี่ยนร้านค้าของแบรนด์ในอนาคต 

 

สิ่งที่ใหม่สำหรับร้านนี้คือ การตกแต่งภายในที่เปลี่ยนจากร้านโทนสีขาวดำ มาเป็นการใช้หินสี ไม้ และงานดีไซน์ ให้ร้านมีคาแรกเตอร์และมิติมากขึ้น ซึ่ง Saint Laurent ได้นำผลงานทั้งโคมไฟนีออนของ Cerith Wyn Evans ที่โถงใหญ่สูงสองชั้น ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ของ Donald Judd ที่วางอยู่ตามมุมต่างๆ 

 

“ผมอยากทำให้หนึ่งในฝันของ Yves Saint Laurent เป็นจริง ตอนที่เขามาถึงปารีส และบอกว่าเขาอยากมีชื่อของตัวเองในตัวอักษรที่ดูเร่าร้อนบนถนนฌ็องเซลิเซ” Anthony Vaccarello กล่าวในจดหมายจากแบรนด์

 

ซึ่งถ้าใครไปปารีสตอนนี้ อาจต้องไปที่สาขาเกรเนลล์ หรือโฟบูร์กไปก่อน โดย 2 สาขาใหญ่ทั้งสาขาถนนแซ็งแฌร์แม็ง และสาขาถนน Montaigne กำลังอยู่ในการปรับปรุงครั้งใหญ่อยู่เช่นกัน

 

 

ภาพ: Saint Laurent

The post Saint Laurent Champs-Élysées แฟลกชิปสโตร์ใหม่ขนาดใหญ่สุดของปารีส appeared first on THE STANDARD.

]]>