Fast Retailing – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 09 Jan 2026 10:25:43 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO เผยรายได้ไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นสูงถึง 14.8% https://thestandard.co/fast-retailing-parent-company-uniqlo/ Fri, 09 Jan 2026 10:25:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1163381 Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO เผยรายได้ไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นสูงถึง 14.8%

Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO, GU และ Theory ออกมา […]

The post Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO เผยรายได้ไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นสูงถึง 14.8% appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO เผยรายได้ไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นสูงถึง 14.8%

Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO, GU และ Theory ออกมาเผยรายได้ไตรมาสแรกของปี 2026 (ตามปฏิทินการเงินของบริษัท) ที่นับตั้งแต่เดือนกันยายน จนถึงพฤศจิกายน ปี 2025 พบรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 14.8% หรือคิดเป็นตัวเลข 1.027 ล้านล้านเยน หรือราว 205 แสนล้านบาท

 

โดยในรายงานผลประกอบการระบุออกเป็น 4 หมวดใหญ่ด้วยกัน เริ่มที่ UNIQLO Japan ที่สะท้อนตลาดภายในบ้านเกิดของแบรนด์ ทำรายได้รวมไป 2.99 แสนล้านเยน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 12.2% ซึ่งในตัวเลขนี้คือกำไรของธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 20% หรือราว 6.24 หมื่นล้านเยน

 

ข้ามมาที่ฝั่ง UNIQLO International ที่กินตลาดต่างประเทศทั้งหมด และ เป็นแหล่งรายได้ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท ทำได้รายได้รวมไป 6.038 แสนล้านเยน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 20.3% และคิดเป็นกำไรผลประกอบการธุรกิจ 38% หรือมากถึง 1.17 แสนล้านเยนจากตัวเลขดังกล่าว

 

ซึ่งจากตัวเลขนั้นเป็นผลมาจากผลตอบรับที่ดีในทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นประเทศ จีน (คิดรวมฮ่องกง ไต้หวัน และจีนแผ่นดินใหญ่) ที่เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์และมีสาขามากที่สุดถึง 1,002 สาขาพบตัวเลขที่เพิ่มขึ้นแบบสองหลัก รวมไปถึงเกาหลีใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกาเหนือก็เพิ่มขึ้นสองหลักเช่นกัน

 

ส่วนแบรนด์น้องสาวอย่าง GU ที่ก็ทำรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 9.13 หมื่นล้านเยน เพิ่มขึ้น 0.8% แต่พบว่าสามารถทำกำไรได้มากขึ้น 20% เนื่องจากการสินค้าขาดแคลนน้อยลง และมาตรการการลดราคาที่ดีขึ้น พร้อมกับข่าวดีที่ได้ Francesco Risso อดีตครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Marni มาเป็นดีไซเนอร์ประจำแบรนด์คนใหม่

 

นอกจากสองแบรนด์ใหญ่นี้แล้ว ฝั่งแบรนด์เล็กที่จัดอยู่ใน Global Brands ไม่ว่าจะเป็น Theory, Comptoir des Cotonniers, Princesse tam.tam ยังอยู่ในแดนลบ ลดลง 7.6% มาอยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านเยน มีเพียงแบรนด์ PLST เท่านั้นที่บริษัทระบุว่าอยู่ในแดนบวก

 

ภาพ:UNIQLO

 

อ้างอิง:

The post Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO เผยรายได้ไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นสูงถึง 14.8% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอ UNIQLO กล่าวว่า “ไม่ใช้ฝ้ายซินเจียง” จุดชนวนวิกฤตความเชื่อมั่น สะเทือนตลาดจีนจนเดือดจัด https://thestandard.co/uniqlo-faces-confidence-crisis/ Sat, 07 Dec 2024 05:53:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1017001

Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดั […]

The post ซีอีโอ UNIQLO กล่าวว่า “ไม่ใช้ฝ้ายซินเจียง” จุดชนวนวิกฤตความเชื่อมั่น สะเทือนตลาดจีนจนเดือดจัด appeared first on THE STANDARD.

]]>

Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังของญี่ปุ่น ตกอยู่ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในจีน หลังจาก Tadashi Yanai ซีอีโอ ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า “บริษัทไม่ใช้ฝ้ายจากซินเจียง”

 

Yanai ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติม โดยกล่าวว่า “มันจะกลายเป็นเรื่องการเมืองถ้าผมพูดมากกว่านี้”

 

หลังจากการสัมภาษณ์ UNIQLO ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในจีน โดยสมาคมฝ้ายซินเจียงออกแถลงการณ์ว่า “ฝ้ายซินเจียงเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอของจีน และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างตลาดตะวันออกและตะวันตก อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกามักเผยแพร่ข่าวลือเกี่ยวกับฝ้ายซินเจียงโดยอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน

 

“เราหวังว่าแบรนด์ต่างประเทศ เช่น UNIQLO จะเคารพและเชื่อมั่นในฝ้ายซินเจียง กลับมาใช้ฝ้ายซินเจียง และปกป้องการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอฝ้ายทั่วโลก”

 

หญิงสาววัย 21 ปี ในมณฑลเฮย์หลงเจียงกล่าวว่า “ฉันคิดว่าชาวจีนส่วนใหญ่โกรธเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะมันทำให้พวกเขานึกถึงสิ่งเลวร้าย พวกเขาจะคิดว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมของประเทศเราถูกเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของข้อกล่าวหาเท็จ”

 

เธอกล่าวว่า เธอเห็นคำวิจารณ์มากมายบนโซเชียลมีเดีย เช่น Xiaohongshu, Weibo และ TikTok

 

ประเด็นเรื่องฝ้ายซินเจียงเริ่มต้นในปี 2021 เมื่อสหรัฐฯ ตัดสินใจบล็อกการนำเข้าฝ้ายจากซินเจียง เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการบังคับใช้แรงงาน ในปีเดียวกันศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ ระงับการนำเข้าเสื้อของ Fast Retailing ชั่วคราว โดยอ้างว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าปราศจากการบังคับใช้แรงงานในซินเจียง

 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Fast Retailing วางกลยุทธ์ขยายยอดขายในยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดหลักของแฟชั่น พร้อมกับฟื้นฟูธุรกิจในจีน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจีนตอบโต้อย่างรุนแรงมากขึ้นต่อสิ่งที่เรียกว่า ‘การแทรกแซง’ จากประเทศตะวันตก เกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชน ซึ่งมักส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เนื่องจากพวกเขาถูกบังคับให้เลือกระหว่างกฎของมหาอำนาจทั้งสอง

 

ในเดือนกันยายน กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศเริ่มการสอบสวน PVH บริษัทสัญชาติอเมริกัน เจ้าของแบรนด์ Tommy Hilfiger และ Calvin Klein ฐานละเมิดหลักการค้าขายในตลาด โดยเลือกปฏิบัติต่อผลิตภัณฑ์จากซินเจียง

 

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของ UNIQLO ทาง Mao Ning โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวเพียงว่า “ฝ้ายจากซินเจียงเป็นหนึ่งในฝ้ายที่ดีที่สุดในโลก เราหวังว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องจะเอาชนะแรงกดดันทางการเมืองและการหยุดชะงักที่เป็นอันตราย ตลอดจนตัดสินใจทางธุรกิจอย่างอิสระ เพื่อตอบสนองผลประโยชน์ของตนเอง”

 

ความแตกต่างในการปฏิบัติระหว่าง Fast Retailing และ PVH บ่งชี้ว่าจีนต้องการหลีกเลี่ยงการกระทบต่อการผลิตของ UNIQLO ในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจจีน People’s Daily ของจีนปกป้อง UNIQLO โดยวิจารณ์ BBC ว่าผสมโรงประเด็นนี้ และบังคับให้ Yanai พูดถึงประเด็นดังกล่าว

 

โฆษกของ Fast Retailing กล่าวว่า “เราไม่ได้เปลี่ยนจุดยืน (เกี่ยวกับการผลิต) และไม่มีการประกาศอะไรใหม่ในการสัมภาษณ์ (กับ BBC)”

 

Jun Kawahara นักวิเคราะห์อาวุโสของ Daiwa Securities กล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่เรื่องร้ายแรง ผมคิดว่าการตรวจสอบย้อนกลับของ UNIQLO นั้นแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับผู้ค้าปลีกตะวันตก เป็นไปได้ว่าถูกวิจารณ์เพียงเพราะมาตรฐานการรับรองของพวกเขาแตกต่างจากมาตรฐานตะวันตก”

 

อ้างอิง:

The post ซีอีโอ UNIQLO กล่าวว่า “ไม่ใช้ฝ้ายซินเจียง” จุดชนวนวิกฤตความเชื่อมั่น สะเทือนตลาดจีนจนเดือดจัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO เสี่ยงถูกคว่ำบาตรในจีน หลังซีอีโอประกาศไม่ใช้ฝ้ายจากซินเจียง https://thestandard.co/uniqlo-faces-boycott-threat-in-china/ Sat, 30 Nov 2024 11:53:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1014698

UNIQLO เสี่ยงถูกคว่ำบาตรในจีนตามรอย H&M หลังซีอีโอป […]

The post UNIQLO เสี่ยงถูกคว่ำบาตรในจีน หลังซีอีโอประกาศไม่ใช้ฝ้ายจากซินเจียง appeared first on THE STANDARD.

]]>

UNIQLO เสี่ยงถูกคว่ำบาตรในจีนตามรอย H&M หลังซีอีโอประกาศว่าจะไม่ใช้ฝ้ายจากซินเจียง ทำให้ชาวจีนจำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจไปทั่วโซเชียลมีเดีย หวั่น UNIQLO ถูกไล่ออกจากตลาดจีน ซึ่งทำรายได้ให้กับบริษัทมากกว่า 20%

 

UNIQLO บริษัทเครื่องแต่งกายยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น กำลังเผชิญกับการคว่ำบาตรจากผู้บริโภคในจีน หลังซีอีโอของ Fast Retailing บริษัทเจ้าของ UNIQLO ออกมาประกาศว่า บริษัทไม่ได้ซื้อ (Supply) ผ้าฝ้ายจากเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน หลังจากที่พื้นที่ดังกล่าวเผชิญข้อกล่าวหาว่าบีบบังคับใช้แรงงานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ ทาดาชิ ยานาอิ ซีอีโอของ Fast Retailing แสดงความคิดเห็นดังกล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ British Broadcasting Corporation (BBC) ที่กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

โดยหลังจากนั้นความคิดเห็นของยานาอิก็ถูกแชร์ไปทั่วแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีนอย่าง Weibo เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน โดยผู้ใช้หลายรายออกมาโจมตีบริษัทและประกาศว่าจะไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทอีก

 

“ด้วยทัศนคติเช่นนี้ของ UNIQLO และผู้ก่อตั้งที่หยิ่งผยอง พวกเขาอาจคิดว่าผู้บริโภคในจีนแผ่นดินใหญ่จะลืมเรื่องนี้ไปในอีกไม่กี่วันและยังคงซื้อสินค้า UNIQLO ต่อไป ดังนั้นเราจะยืนหยัดในครั้งนี้ไหม?” ผู้ใช้รายหนึ่งเขียน

 

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน เหมาหนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวเมื่อถูกถามถึงความคิดเห็นของยานาอิว่า เธอหวังว่าบริษัทต่างๆ จะสามารถขจัดแรงกดดันทางการเมืองและการแทรกแซงที่ไม่ดี แล้วตัดสินใจทางธุรกิจโดยอิสระตามผลประโยชน์ของตนเอง

 

ทั้งนี้ จีนเป็นตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของ Fast Retailing และมีร้านค้ามากกว่า 900 แห่งในจีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงไต้หวันและฮ่องกง และคิดเป็นรายได้ของบริษัทมากกว่า 20%

 

ปัจจุบันปัญหาการจัดหาสินค้าจากซินเจียงถือเป็นสนามทุ่นระเบิดทางภูมิรัฐศาสตร์สำหรับบริษัทต่างชาติ

 

โดยก่อนหน้านี้ H&M ก็เคยถูกผู้บริโภคในจีนคว่ำบาตร จากแถลงการณ์ของ H&M ที่โพสต์บนเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่า บริษัทมีความกังวลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการบีบบังคับใช้แรงงานในซินเจียง และระบุว่า บริษัทจะไม่จัดหาฝ้ายจากพื้นที่ดังกล่าวอีกต่อไป

 

หลังจากนั้น H&M ก็ถูกถอดออกจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลักต่างๆ ของจีน และถูกย้ายสถานที่ตั้งร้านค้าออกจากแอปพลิเคชันแผนที่ต่างๆ ในประเทศจีน เนื่องจากบริษัทต้องแบกรับความโกรธแค้นของผู้บริโภค

 

โดยในเดือนกันยายน กระทรวงพาณิชย์ของจีนเปิดการสอบสวน PVH ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Calvin Klein และ Tommy Hilfiger โดยในแถลงการณ์ระบุว่า PVH ถูกสงสัยว่าคว่ำบาตรฝ้ายและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในซินเจียงอย่างไม่เป็นธรรมโดยไม่มีมูลความจริง

 

อ้างอิง:

The post UNIQLO เสี่ยงถูกคว่ำบาตรในจีน หลังซีอีโอประกาศไม่ใช้ฝ้ายจากซินเจียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
มีการคาดการณ์ว่าบริษัทแม่ของ UNIQLO จะมีกำไรสูงขึ้น 24% ในปีนี้ https://thestandard.co/uniqlo-owner-seen-posting-24-annual-profit/ Thu, 10 Oct 2024 07:18:43 +0000 https://thestandard.co/?p=994295 UNIQLO

มีการคาดการณ์ว่า Fast Retailing บริษัทแม่ของแบรนด์ UNIQ […]

The post มีการคาดการณ์ว่าบริษัทแม่ของ UNIQLO จะมีกำไรสูงขึ้น 24% ในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO

มีการคาดการณ์ว่า Fast Retailing บริษัทแม่ของแบรนด์ UNIQLO จะมีกำไรมากกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ ซึ่งนับว่าเป็น 3 ปีติดต่อกันแล้วที่พวกเขาทำได้สำเร็จ โดยความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการบุกตลาดในตะวันตก รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจในประเทศจีน

 

จากการรวบรวมผลวิเคราะห์โดย LSEG ก่อนการรายงานผลประกอบการของบริษัท ปรากฏว่า Fast Retailing น่าจะมีผลกำไรจากการดำเนินงานในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนสิงหาคมสูงขึ้น 24% จากปีก่อน ด้วยยอดทั้งหมด 478,300,000,000 เยน นับว่าสูงกว่าที่บริษัทคาดการณ์เอาไว้ที่ 475,000,000,000 เยน ซึ่งบริษัทได้คาดการณ์กำไรเอาไว้สูงขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สืบเนื่องจากยอดขายที่ยังคงเป็นไปด้วยดีอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง

 

ช่วงที่ผ่านมาผลประกอบการของ Fast Retailing ประสบความสำเร็จอย่างสูง และมีสถิติสูงสุดในสัปดาห์นี้ ซึ่งนักวิจัยรายหนึ่งได้เผยว่า สิ่งที่จะทำให้บริษัท Fast Retailing ประสบความสำเร็จต่อไปก็คือยอดขายสินค้าในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวในญี่ปุ่น รวมไปถึงการประคับประคองธุรกิจในประเทศจีนให้เดินหน้าต่อไป โดยขณะนี้บริษัทมีร้านในประเทศจีนมากกว่า 900 สาขา นับว่าเป็นบริษัทใหญ่สำหรับร้านค้าปลีกระดับโลกในพื้นที่เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

 

Tadashi Yanai ผู้ก่อตั้ง Fast Retailing มีเป้าหมายในการทำให้บริษัทกลายเป็นบริษัท Fashion Retailer ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และถึงแม้ว่าจะมีคู่แข่งอย่าง Zara และ H&M แต่เขาก็เชื่อว่าลูกค้าจะโฟกัสกับคุณภาพและคุณค่าของโปรดักต์มากกว่าการให้ความสำคัญกับสินค้าลักชัวรี โดยเฉพาะในโลกหลังโรคโควิด ซึ่งก็เป็นเทรนด์ที่ส่งเสริม UNIQLO ได้เป็นอย่างดี

 

ภาพ: UNIQLO

อ้างอิง:

 

 

The post มีการคาดการณ์ว่าบริษัทแม่ของ UNIQLO จะมีกำไรสูงขึ้น 24% ในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บริษัทแม่ UNIQLO เผยผลกำไรจากการดำเนินงานสูงขึ้น 29% ในไตรมาสล่าสุดของปีนี้ https://thestandard.co/fast-retailing-reveals-profits/ Fri, 12 Jul 2024 06:39:49 +0000 https://thestandard.co/?p=956867

Fast Retailing บริษัทแม่สัญชาติญี่ปุ่นเจ้าของแบรนด์ UNI […]

The post บริษัทแม่ UNIQLO เผยผลกำไรจากการดำเนินงานสูงขึ้น 29% ในไตรมาสล่าสุดของปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Fast Retailing บริษัทแม่สัญชาติญี่ปุ่นเจ้าของแบรนด์ UNIQLO เผยผลกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ที่สูงขึ้น 29% จากการจับจ่ายจากที่บ้านของเหล่าลูกค้า

 

ทางบริษัทรายงานว่า กำไรของพวกเขานั้นพุ่งไปถึง 894.81 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.23 หมื่นล้านบาทภายในระยะเวลา 3 เดือน จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อปีก่อน บริษัทมีกำไรประมาณ 707.24 ล้านดอลลาร์ 

 

มีการคาดการณ์อีกว่า Fast Retailing จะมีผลกำไรตลอดทั้งปีเพิ่มขึ้นเป็น 2.98 พันล้านดอลลาร์ จาก 2.82 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งแน่นอนว่า UNIQLO ยังคงเป็นแบรนด์ชูโรงของบริษัท ด้วยการเป็นที่รู้จักของลูกค้าในด้านมาตรฐานคุณภาพของสินค้าและราคาที่จับต้องได้ นอกจากนั้นทาง Fast Retailing ยังได้รับประโยชน์จากการที่ค่าเงินเยนลดฮวบมากที่สุดในรอบ 38 ปี ที่ส่งให้ยอดขายในต่างประเทศมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

 

Fast Retailing ได้วางแผนสำหรับการเติบโตของธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่ อเมริกาเหนือ และยุโรป รวมถึงใช้ประโยชน์จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในช่วงหลังยุคโควิด โดยเฉพาะการให้คุณค่ากับสินค้าลักชัวรี ซึ่งขณะนี้ Fast Retaling มีร้านอยู่ที่จีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 900 แห่ง ทำให้ทาง Fast Retaling กลายเป็นบริษัทใหญ่สำหรับร้านค้าปลีกระดับโลกในพื้นที่เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

 

อย่างไรก็ตามรายได้และกำไรจากจีนแผ่นดินใหญ่ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมานั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปัจจัยหนึ่งมาจากที่ต้องเปรียบเทียบกันกับยอดขายมหาศาลจากปีก่อนหน้า และการที่ผู้บริโภคเริ่มช้อปปิ้งลดลงในช่วงที่ผ่านมา โดยในปีนี้หุ้นของ Fast Retaling มีมูลค่าสูงขึ้น 26% แล้ว

 

ภาพ: Mike Kemp/In Pictures via Getty Images 

อ้างอิง: 

The post บริษัทแม่ UNIQLO เผยผลกำไรจากการดำเนินงานสูงขึ้น 29% ในไตรมาสล่าสุดของปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอลเล็กชันที่แมตช์กันง่ายของ UNIQLO มัดใจชาวยุโรปได้อยู่หมัด จนต้องเร่งเปิดร้านในยุโรปแทนจีน https://thestandard.co/uniqlo-is-liked-by-europeans/ Wed, 10 Jul 2024 06:39:32 +0000 https://thestandard.co/?p=955939

ตลาดจีนไม่หอมหวานแล้ว! UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นเดินเ […]

The post คอลเล็กชันที่แมตช์กันง่ายของ UNIQLO มัดใจชาวยุโรปได้อยู่หมัด จนต้องเร่งเปิดร้านในยุโรปแทนจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดจีนไม่หอมหวานแล้ว! UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นเดินเกมใหม่ เดินหน้าเปิดร้านในยุโรปแทนจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยแนวคิดการออกแบบคอลเล็กชันที่แมตช์กันง่ายจนมัดใจชาวยุโรปได้อยู่หมัด ส่วนจีนไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยนจนต้องปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร

 

Nikkei Asia รายงานว่า ปัจจุบันธุรกิจของ UNIQLO ร้านค้าปลีกจำหน่ายเสื้อผ้าที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น เริ่มมีชื่อเสียงในตลาดยุโรปแล้ว เนื่องจากมีราคาที่เข้าถึงง่ายควบคู่ไปกับการปล่อยคอลเล็กชันใหม่ออกมาตามฤดูกาล ทั้งนี้ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก หนึ่งในนั้นอาจเป็นเพราะการแข่งขันจากแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นค่ายอื่นๆ อย่าง ZARA และ H&M ที่มีความรุนแรงและแต่ละค่ายก็มีสินค้าใหม่ออกมาให้เลือกอย่างหลากหลาย

 

ถึงวันนี้ Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ หันมาเร่งเปิดร้านในยุโรปแทนประเทศจีน โดยร้านที่เปิดจะเป็นร้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งในช่วงไตรมาส 2 ได้ทยอยเปิดในกรุงโรมของอิตาลี และเอดินบะระในสหราชอาณาจักรแล้ว จนทำให้สาขาในโซนยุโรปเพิ่มขึ้น 76 แห่ง จากปัจจุบันที่มีสาขาทั้งหมด 2,469 แห่งทั่วโลก

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สำหรับทิศทางต่อจากนี้ UNIQLO วางแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 10 แห่งในปีนี้ที่ลอนดอน, อิตาลี, ฝรั่งเศส และโปแลนด์ โดยทุกๆ ร้านจะเปิดตามศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และมีพื้นที่ขายประมาณ 1,300 ตารางเมตร

 

Takeshi Okazaki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Fast Retailing กล่าวว่า เมื่อมาดูผลประกอบการในยุโรปปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2023 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 2,900 ล้านเยน และเมื่อเทียบกับรายได้ในญี่ปุ่นที่มีสาขา 800 แห่ง ทำรายได้อยู่ที่ 1,000 ล้านเยน ขณะที่ประเทศจีน รวมถึงฮ่องกงและไต้หวัน UNIQLO มีสาขาทั้งหมด 1,031 แห่ง ทำรายได้อยู่ที่ 601 ล้านเยน

 

เรียกได้ว่าตลาดยุโรปมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น สะท้อนจากช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณปัจจุบัน ที่เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2023 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ยอดขายในยุโรปเพิ่มขึ้นถึง 38.4%

 

ด้าน Jun Kawahara นักวิเคราะห์อาวุโสของ Daiwa Securities กล่าวว่า UNIQLO มีแนวคิดการออกแบบสินค้าที่มีคุณภาพสูง และเสื้อผ้าทุกคอลเล็กชันยังสามารถจับคู่ใส่แล้วเข้ากันได้ดี ที่สำคัญกลุ่มผู้บริโภคในยุโรปไม่ได้มอง UNIQLO เป็นฟาสต์แฟชั่น แต่มีห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และให้ความสำเร็จกับเทรนด์ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่น จึงทำให้แบรนด์เป็นที่ยอมรับในตลาดยุโรปอย่างรวดเร็ว

 

สอดคล้องกับ Dana Dyusheyeva ในวัย 24 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในลอนดอน กล่าวว่า เสื้อชั้นในของ UNIQLO ออกแบบมาทนทาน รวมถึงแจ็กเก็ตขนเป็ดน้ำหนักเบาจนสามารถสวมใส่ได้ทั้งปี แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังเข้าไม่ถึง นั่นคือสิ่งที่บริษัทต้องทำต่อไปคือสร้างการจดจำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

 

ขณะที่ตลาดจีน UNIQLO เริ่มน่าเป็นห่วง ในบางสาขามียอดขายต่อเดือนต่ำมากจนต้องเลือกปิดสาขาที่ไม่ทำยอดขายและกำไร สาเหตุส่วนใหญ่มาจากไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยนไป ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ แน่นอนว่าทำให้ต้องพิจารณาการเปิดร้านใหม่ๆ

 

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมแฟชั่นต้องทำงานกันอย่างหนัก ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือด ทั้งจากยักษ์ใหญ่ เริ่มตั้งแต่ ZARA และ H&M ยังไม่รวมถึงแบรนด์สินค้ารายเล็กๆ ที่ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดด้วยเช่นกัน

 

อ้างอิง:

The post คอลเล็กชันที่แมตช์กันง่ายของ UNIQLO มัดใจชาวยุโรปได้อยู่หมัด จนต้องเร่งเปิดร้านในยุโรปแทนจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO เปิดรับชาวต่างชาติมาทำงานตำแหน่งผู้บริหาร พร้อมรับนักศึกษาจบใหม่ เงินเดือนสตาร์ท 1,900 ดอลลาร์ หรือ 70,735 บาทต่อเดือน https://thestandard.co/uniqlo-foreigners-to-work-in-management-positions/ Wed, 01 May 2024 05:45:07 +0000 https://thestandard.co/?p=928771

ซีอีโอ UNIQLO มั่นใจผู้บริหารต่างชาติเป็นกุญแจสำคัญช่วย […]

The post UNIQLO เปิดรับชาวต่างชาติมาทำงานตำแหน่งผู้บริหาร พร้อมรับนักศึกษาจบใหม่ เงินเดือนสตาร์ท 1,900 ดอลลาร์ หรือ 70,735 บาทต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ซีอีโอ UNIQLO มั่นใจผู้บริหารต่างชาติเป็นกุญแจสำคัญช่วยขยายธุรกิจในต่างประเทศ เดินหน้าเปิดรับชาวต่างชาติมารับตำแหน่งผู้บริหาร จ่ายผลตอบแทนสูงถึง 1,000 ล้านเยนต่อปี พร้อมรับนักศึกษาจบใหม่สายไอที-การจัดการ เงินเดือนสตาร์ท 1,900 ดอลลาร์ (70,735) บาทต่อเดือน

 

Nikkei Asia รายงานว่า จากเดิมแล้ว Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO นั้นมีพนักงานและผู้บริหารส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น แต่จากนี้จะเริ่มเปิดรับผู้บริหารต่างชาติมากขึ้น โดยตั้งเป้าให้มีผู้บริหารเป็นชาวต่างชาติประมาณ 80% ภายในปี 2030

 

UNIQLO ถือเป็นบริษัทแรกๆ ในญี่ปุ่นที่ตั้งเป้าตัวเลขดังกล่าว เพราะเชื่อว่าผู้บริหารต่างชาติจะเป็นกุญแจสำคัญในการขยายธุรกิจในต่างประเทศให้เติบโตขึ้น ซึ่งหากย้อนไปในปี 2023 พนักงานต่างชาติมีสัดส่วนประมาณ 56% หรืออยู่ที่ 2,144 คน โดยมีเพียงแค่ 19% ที่เป็นระดับเจ้าหน้าที่บริหาร

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ปัจจุบัน Fast Retailing ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในเอเชีย และสถาบันต่างๆ ในเวียดนามและอินเดีย เน้นหาคนที่มีความสามารถทางด้านไอทีและการจัดการ พร้อมเปิดตัวโครงการฝึกงานให้นักศึกษาต่างชาติเข้ามาฝึกงานที่ญี่ปุ่น และหลังจากฝึกงานเสร็จจะได้รับการจ้างงานต่อทันที 

 

Tadashi Yanai ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fast Retailing กล่าวว่า เรายินดีจ่ายผลตอบแทนให้กับคนที่มีความสามารถในตำแหน่งผู้บริหาร 1,000 ล้านเยนต่อปี ส่วนกระบวนการทำงาน นักศึกษาจบใหม่จะเริ่มจากทำงานในร้านเพื่อหาประสบการณ์การทำงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการร้าน และมีโอกาสได้ขยับขึ้นเป็นตำแหน่งผู้บริหารในอนาคต 

 

สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจของ UNIQLO ในปี 2023 สร้างรายได้ให้กับบริษัทแม่มากกว่า 50% ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา UNIQLO ได้ปรับขึ้นค่าจ้างให้กับพนักงานในจีนเพิ่มขึ้น 40% และยังปรับฐานเงินเดือนให้กับนักศึกษาจบใหม่ในญี่ปุ่น เริ่มต้น 1,900 ดอลลาร์ หรืออยู่ที่ 70,735 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับฟาสต์แฟชั่นรายอื่นๆ 

 

ถึงกระนั้นพนักงานในญี่ปุ่นก็ต้องรักษาไว้ด้วยเช่นกัน ในปีที่ผ่านมา Fast Retailing เปิดตัวโครงการใหม่ให้พนักงานที่มีคุณสมบัติและความสามารถที่เหมาะสม สามารถย้ายตำแหน่งและออกไปทำงานในต่างประเทศได้ เพื่อให้พนักงานได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายมากขึ้น

 

ขณะเดียวกัน บริษัทใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นก็เดินหน้าสรรหาบุคลากรจากทั่วโลกเช่นกัน เริ่มตั้งแต่ Hitachi และ Mitsubishi UFJ Financial Group ทั้งสองบริษัทตั้งเป้าให้มีผู้บริหารเป็นชาวต่างชาติ 30% ในปีงบประมาณ 2030

 

ทั้งนี้ ในปี 2023 ประเทศญี่ปุ่นถูกจัดอยู่อันดับที่ 22 จากทั้งหมด 38 ประเทศ ที่พยายามดึงแรงงานต่างชาติที่มีทักษะสูงให้เข้าไปทำงาน โดยญี่ปุ่นจะให้การสนับสนุนทั้งด้านภาษา วัฒนธรรมองค์กร และมีสวัสดิการให้ครอบครัวอีกด้วย 

 

อ้างอิง:

The post UNIQLO เปิดรับชาวต่างชาติมาทำงานตำแหน่งผู้บริหาร พร้อมรับนักศึกษาจบใหม่ เงินเดือนสตาร์ท 1,900 ดอลลาร์ หรือ 70,735 บาทต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำรายได้เติบโตในอเมริกา-ยุโรปคือเป้าหมายใหญ่ของ GU แบรนด์น้อง UNIQLO ที่มั่นใจคุณภาพสินค้า-ราคาถูก ดึงวัยรุ่นเข้าร้าน https://thestandard.co/america-europe-are-gus-big-targets/ Tue, 27 Feb 2024 06:27:09 +0000 https://thestandard.co/?p=904674

นับเป็นความพยายามของแบรนด์ GU แบรนด์น้องของ UNIQLO ที่อ […]

The post ทำรายได้เติบโตในอเมริกา-ยุโรปคือเป้าหมายใหญ่ของ GU แบรนด์น้อง UNIQLO ที่มั่นใจคุณภาพสินค้า-ราคาถูก ดึงวัยรุ่นเข้าร้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

นับเป็นความพยายามของแบรนด์ GU แบรนด์น้องของ UNIQLO ที่อยากเติบโตนอกบ้านเกิด เดินหน้าเปิดร้านป๊อปอัพสโตร์บุกตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป มั่นใจคุณภาพสินค้า-ราคาถูก จะดึงลูกค้าวัยรุ่นเข้าร้าน พร้อมช่วยดันยอดขายเติบโตถึง 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Fast Retailing ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของทั้ง UNIQLO และ GU ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นทำตลาดในเอเชีย ได้วางแผนเป้าหมายต่อจากนี้ต้องการขยายการเติบโตไปในตลาดค้าปลีกใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ด้วยการขยายสาขาภายใต้แบรนด์ GU ไปเจาะตลาดอเมริกาและยุโรป โดยหวังเจาะกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก และบริษัทตั้งเป้าถึงการขยายตลาดจะช่วยผลักดันยอดขายราว 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“ปัจจุบันแบรนด์ GU มีอัตราการเติบโตในญี่ปุ่นอย่างมาก เห็นได้จากการทำกำไรเพิ่มขึ้น 2 เท่าต่อปี แต่จุดอ่อนของแบรนด์คือยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในประเทศอื่นมากนัก แต่จากนี้เรามั่นใจว่าแบรนด์ GU จะประสบความสำเร็จในตลาดยุโรปแน่นอน ด้วยที่มาของตัวอักษรระหว่าง G และ U ซึ่งออกเสียงเหมือนกับคำว่า Jiyu ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมีความหมายว่าเสรีภาพ บวกกับจุดแข็งของสินค้าแบรนด์ GU มีราคาถูกกว่าแบรนด์ UNIQLO แต่ก็มีศักยภาพเช่นเดียวกัน” Takeshi Okazaki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน Fast Retailing กล่าว 

 

แต่การทำตลาดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกระบวนการผลิต บริษัทพยายามพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในแต่ละประเทศที่แตกต่างกันออกไป แต่ยังคงคอนเซปต์เดิมที่มีสินค้าทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีราคาเข้าถึงง่าย โดยหากย้อนไปในปี 2022 แบรนด์ GU ได้ทดลองตลาดด้วยการเปิดร้านป๊อปอัพสโตร์แห่งแรกในนิวยอร์กไปแล้ว พบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยลูกค้าส่วนใหญ่อายุประมาณ 10-30 ปี

 

ขณะเดียวกัน Fast Retailing ยังเตรียมเปิดร้าน UNIQLO เพิ่มอีก 20 สาขาในอเมริกาเหนือ และ 10 สาขาในยุโรป เพื่อเพิ่มรายได้และกำไร ซึ่งปัจจุบัน UNIQLO มีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 0.5% ในอเมริกาและยุโรป จึงมีโอกาสขยายการเติบโตได้อีกมาก 

 

เรียกได้ว่าเป็นการพยายามขยายตลาดนอกญี่ปุ่นอย่างจริงจัง เพราะตลาดญี่ปุ่นเริ่มชะลอตัวจากจำนวนประชากรและกำลังซื้อที่ลดลง แน่นอนว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นที่พอใจของนักลงทุนอย่างมาก 

 

เช่นเดียวกับตลาดจีน ปัจจุบัน UNIQLO มีประมาณ 900 สาขา แม้เศรษฐกิจในจีนยังอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก บริษัทก็ยังต้องทำตลาดเหมือนเดิม แต่บริษัทจะไม่ลงทุนเปิดร้านเพิ่ม แต่จะไปเน้นลงทุนที่คุณภาพของสินค้าแทน

 

ด้านฝั่งของคู่แข่งแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นอย่าง H&M ตามด้วย ZARA และ Gap ก็เริ่มขยายตลาดไปยังอเมริกาและยุโรปเช่นกัน เรียกได้ว่าการแข่งขันในตลาดแฟชั่นจะยิ่งดุเดือดมากขึ้น 

 

อ้างอิง:

The post ทำรายได้เติบโตในอเมริกา-ยุโรปคือเป้าหมายใหญ่ของ GU แบรนด์น้อง UNIQLO ที่มั่นใจคุณภาพสินค้า-ราคาถูก ดึงวัยรุ่นเข้าร้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO เตรียมขึ้นเงินเดือนพนักงานในจีนสูงถึง 44% เพิ่มขวัญกำลังใจ พร้อมดึงดูดให้คนมาสมัครงาน รับยอดขายและกำไรที่เติบโตไม่หยุด https://thestandard.co/uniqlo-china-hike-pay-by-up-to-44/ Tue, 17 Oct 2023 04:57:34 +0000 https://thestandard.co/?p=855440 UNIQLO ใน จีน ขึ้นเงินเดือนพนักงาน

หลังโกยกำไรจากตลาดจีนได้ถล่มทลาย ล่าสุด UNIQLO เตรียมขึ […]

The post UNIQLO เตรียมขึ้นเงินเดือนพนักงานในจีนสูงถึง 44% เพิ่มขวัญกำลังใจ พร้อมดึงดูดให้คนมาสมัครงาน รับยอดขายและกำไรที่เติบโตไม่หยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO ใน จีน ขึ้นเงินเดือนพนักงาน

หลังโกยกำไรจากตลาดจีนได้ถล่มทลาย ล่าสุด UNIQLO เตรียมขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานในจีนสูงถึง 44% หวังเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจ พร้อมดึงดูดให้คนสนใจมาทำงานกับองค์กรมากขึ้น

 

สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO วางแผนที่จะขึ้นเงินเดือนสูงถึง 44% ให้กับพนักงานสาขาในจีน จากเดิมอัตราการเพิ่มเงินค่าจ้างเฉลี่ยประจำปีจะอยู่ที่ 28% เท่านั้น โดยเบื้องต้นจะเริ่มขึ้นเงินเดือนในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และเซินเจิ้น ที่มีสาขาทั้งหมด 925 แห่ง

 

นโยบายการขึ้นเงินเดือนของ UNIQLO เกิดขึ้นในช่วงที่จีนเผชิญปัญหาขาดแคลนงาน โดยอัตราการว่างงานของคนรุ่นใหม่แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และพนักงานที่อ้างว่าเคยทำงานที่ UNIQLO ในฐานะพาร์ตไทม์ ได้วิพากษ์วิจารณ์บริษัทว่ารายได้ไม่สอดรับการทำงานที่ค่อนข้างหนัก 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ทำให้ UNIQLO ต้องให้ความสำคัญในการดูแลพนักงานในจีนมากขึ้น เพราะตลาดจีนทำยอดขายและกำไรที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนสิงหาคม ปี 2024 คาดว่ากำไรสุทธิจะสูงถึง 3.10 แสนล้านเยน หรือราว 7.5 หมื่นล้านบาท ส่วนยอดขายนั้นก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% 

 

เรียกได้ว่ารายได้จากตลาดจีนคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ถ้าเทียบกับยอดขายทั่วโลก และเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญรองจากญี่ปุ่น โดยในปี 2022 Fast Retailing ได้เพิ่มเงินให้กับพนักงานในญี่ปุ่นสูงถึง 40% ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

อย่างไรก็ตาม ทิศทางการขยายธุรกิจในจีน Fast Retailing เตรียมเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 80 แห่ง พร้อมรีโนเวตสาขาเดิมและปิดสาขาที่คนน้อยอีกประมาณ 50 แห่ง 

 

อ้างอิง:

The post UNIQLO เตรียมขึ้นเงินเดือนพนักงานในจีนสูงถึง 44% เพิ่มขวัญกำลังใจ พร้อมดึงดูดให้คนมาสมัครงาน รับยอดขายและกำไรที่เติบโตไม่หยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Uniqlo คาดจะทำกำไรได้กว่า 7.5 หมื่นล้านบาท ทุบสถิติ 4 ปีติด จากยอดขายที่แข็งแกร่งในจีน และการขยายธุรกิจนอกบ้านเกิด https://thestandard.co/uniqlo-expects-profit-more-than-75-billion-baht/ Fri, 13 Oct 2023 11:17:36 +0000 https://thestandard.co/?p=854343 UNIQLO

Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo คาดว่ากำไรสุทธิจะสูง […]

The post Uniqlo คาดจะทำกำไรได้กว่า 7.5 หมื่นล้านบาท ทุบสถิติ 4 ปีติด จากยอดขายที่แข็งแกร่งในจีน และการขยายธุรกิจนอกบ้านเกิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO

Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo คาดว่ากำไรสุทธิจะสูงถึง 3.10 แสนล้านเยน หรือราว 7.5 หมื่นล้านบาท สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนสิงหาคมปีหน้า ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยมีเบื้องหลังจากยอดขายที่แข็งแกร่งในจีน และการขยายธุรกิจนอกบ้านเกิด

 

ขณะเดียวกัน มีการประเมินว่ากำไรจากการดำเนินงานจะสูงถึง 4.5 แสนล้านเยน เพิ่มขึ้น 18% ส่วนยอดขายนั้นก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% เป็น 3 ล้านล้านเยน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นของแดนซามูไรวางแผนเพิ่มสาขาในแดนมังกรเร็วกว่าที่อื่น โดยเปิด 80 แห่งต่อปี “ในอนาคต เราจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพื่อเลือกร้านค้าในสถานที่ที่มีผลกำไรสูง” Takeshi Okazaki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Fast Retailing กล่าว นอกจากนี้ยังจะปรับปรุงร้านค้าที่มีอยู่ 50 แห่งต่อปีในประเทศจีน เพื่อพยายามรักษาความสามารถในการแข่งขัน

 

ภาพรวมจำนวนร้าน Uniqlo ในต่างประเทศจะเพิ่มขึ้น 110 แห่ง เป็น 1,744 แห่ง ในระหว่างปีถึงเดือนสิงหาคม 2024 ขณะที่จำนวนสาขาในญี่ปุ่นจะยังคงอยู่ที่ 800 แห่ง

 

Fast Retailing มีกำไรสุทธิเป็นประวัติการณ์ที่ 2.96 แสนล้านเยน สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2023 เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า ซึ่งพลิกฟื้นจากการคาดการณ์ในเดือนกรกฎาคมว่าจะมีกำไรลดลง สาเหตุหลักมาจากยอดขายของ Uniqlo ที่สูงขึ้นในประเทศจีน เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มกลับมาช้อปปิ้งอีกครั้ง

 

ลึกเข้าไปมีการรายงานยอดขายรวม 2.7 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 20% จากปีงบประมาณก่อนหน้า ยอดขายในธุรกิจ Uniqlo ในต่างประเทศสูงถึง 1.4 ล้านล้านเยน เกิน 50% ของยอดขายโดยรวมเป็นครั้งแรก กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3.81 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 28%

 

เมื่อแยกตามภูมิภาค ยอดขายรวมของ Uniqlo ในจีน ไต้หวัน และฮ่องกง เพิ่มขึ้น 15.2% ขณะที่ยอดขายรวมในเกาหลีใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 46.1% ยอดขายในยุโรปเพิ่มขึ้น 49.1% และยอดขายในญี่ปุ่นก็เพิ่มขึ้น 9.9%

 

การแถลงข่าวในครั้งนี้ Daisuke Tsukagoshi ประธานบริษัท Uniqlo ปรากฏตัวต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว เขากล่าวว่า การที่บริษัทตั้งเป้ายอดขายปีละ 5 ล้านล้านเยน ในระยะกลางถึงระยะยาว การตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้เขายังมองไกลถึงการตั้งเป้าไว้ที่ 10 ล้านล้านเยน ในเวลาต่อมา

 

“ไม่มีทางลัดในการบรรลุเป้าหมายนี้” Tsukagoshi กล่าว “จากชิ้นหนึ่งไปยังอีกชิ้นหนึ่งที่จำหน่ายในร้านของเรา เราจะต้องทำให้ผู้คนรู้จักแบรนด์และทำให้พวกเขาเป็นแฟนคลับให้ได้”

 

อ้างอิง:

The post Uniqlo คาดจะทำกำไรได้กว่า 7.5 หมื่นล้านบาท ทุบสถิติ 4 ปีติด จากยอดขายที่แข็งแกร่งในจีน และการขยายธุรกิจนอกบ้านเกิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo ทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 35% ในช่วง 3 เดือน ผลมาจากยอดขายที่ดีในจีน https://thestandard.co/fast-retailing-soaring-35-percent/ Fri, 14 Jul 2023 08:52:46 +0000 https://thestandard.co/?p=817265

Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo, GU, Theory และ Helm […]

The post Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo ทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 35% ในช่วง 3 เดือน ผลมาจากยอดขายที่ดีในจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>

Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo, GU, Theory และ Helmut Lang ออกมารายงานผลประกอบการของบริษัทที่สามารถทำรายได้ในช่วง 3 เดือนเพิ่มขึ้นถึง 35% โดยผลมาจากยอดขายที่ดีขึ้นอย่างมากในประเทศจีน

 

กลุ่มแฟชั่นยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นสามารถกวาดเงินรายได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคมไปได้ทั้งหมด 110,300 ล้านเยน หรือราว 27,620 ล้านบาท ซึ่งเกินเป้าจากที่นักวิเคราะห์ตั้งไว้ที่ 102,400 ล้านเยน และมากกว่ายอดขายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2022 ที่ทำได้ 81,800 ล้านเยน โดยต้องขอบคุณการกลับมาของเศรษฐกิจในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดนอกประเทศที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท หลังการจับจ่ายใช้สอยสินค้าแฟชั่นค่อยๆ ฟื้นตัวจากช่วงโควิด

 

ในเชิงปริมาณตัวเลขร้านค้า แบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทอย่าง Uniqlo มีร้านค้าในประเทศจีนมากถึง 996 สาขา ซึ่งทำรายได้เพิ่มขึ้น 40% ในช่วงสามเดือนดังกล่าว และคาดว่าน่าจะสร้างยอดขายที่มากเป็นประวัติการณ์ได้ภายในครึ่งแรกของปี 2023

 

ในขณะที่ญี่ปุ่นมีเพียง 809 สาขา (ตัวเลขเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2022) และกำลังเผชิญกับค่าเงินที่อ่อนค่าลงมากที่สุดในรอบ 20 ปี ส่งผลต่อรายได้ในภาพรวม รวมไปถึงต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้นแต่ยังต้องคงราคาเท่าเดิม

 

ภาพ: Michael Brochstein / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

อ้างอิง:

The post Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo ทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 35% ในช่วง 3 เดือน ผลมาจากยอดขายที่ดีในจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Uniqlo โตตามวิถี Toyota, Honda และ Nissan? วิเคราะห์ Fast Retailing ขายเสื้อผ้าด้วยกลยุทธ์เดียวกับกลุ่มยักษ์ใหญ่ค่ายรถญี่ปุ่น https://thestandard.co/uniqlo-fast-retailing-lifewear/ Mon, 29 May 2023 09:57:49 +0000 https://thestandard.co/?p=796510 Uniqlo

Uniqlo เป็นแบรนด์ที่มีสินค้าโดดเด่นคือเสื้อสเวตเตอร์แคช […]

The post Uniqlo โตตามวิถี Toyota, Honda และ Nissan? วิเคราะห์ Fast Retailing ขายเสื้อผ้าด้วยกลยุทธ์เดียวกับกลุ่มยักษ์ใหญ่ค่ายรถญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Uniqlo

Uniqlo เป็นแบรนด์ที่มีสินค้าโดดเด่นคือเสื้อสเวตเตอร์แคชเมียร์ราคาย่อมเยา และเสื้อผ้าทรงเรียบที่ไร้กาลเวลา นอกจากการเติบโตอย่างโดดเด่นด้วยยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก Uniqlo ยังถูกจับตามองอย่างมากในช่วงนี้จากการที่กระเป๋าสะพาย Uniqlo ถูกยกเป็นสินค้าแฟชั่นที่ร้อนแรงที่สุดในตาราง Lyst Index ประจำไตรมาส 1 ปี 2023 ล่าสุด Uniqlo แสดงเป้าหมายพร้อมขยายสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา โดยวางกรอบเพิ่มสาขาในอเมริกาเหนือให้ได้ 200 สาขาภายในปี 2027

ชีวิตสดใสของ Uniqlo ชวนให้คิดได้ 2 ด้าน ด้านแรกคือผลงานของ ทาดาชิ ยานาอิ ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Fast Retailing Co. ต้นสังกัด Uniqlo ที่อธิบายตัวตนของ Uniqlo ว่าเป็นแบรนด์ ‘LifeWear’ โดยเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของบริษัทจากการผลิตเสื้อผ้าพื้นฐานที่มีรูปแบบตรงไปตรงมา มาเน้นที่การยกระดับคุณภาพของเสื้อผ้า เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ด้านที่ 2 คือ Uniqlo กำลังสะท้อนภาพการเติบโตของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น หนังม้วนเดิมถูกนำกลับมาฉายซ้ำอีกครั้ง เพื่อตอกย้ำว่าระบบอัตโนมัติและการขยายตัวเป็นของคู่กัน ซึ่งที่ผ่านมาหากเราเดินทางผ่านเมืองต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราจะพบสินค้าจากภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นปรากฏให้เห็นอยู่ทุกหนทุกแห่ง โดยเฉพาะบนถนนที่ละลานตาไปด้วยแบรนด์ยานยนต์ผู้ครองตลาดใหญ่มาหลายปีอย่าง Toyota, Honda และ Nissan ซึ่งไม่แน่คนขับรถเหล่านี้อาจจะสวมเสื้อผ้าแบรนด์ญี่ปุ่นเช่นกัน

 

Fast Retailing จึงถือเป็นอีกบริษัทจากภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นที่สามารถส่งสินค้าจากโรงงานมาครองตลาดหลายภูมิภาคทั่วโลก รายงานจาก The Economist วิเคราะห์ว่าเมื่อมองแวบแรก Uniqlo เป็นเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาของร้านค้าปลีกสัญชาติญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในต่างแดน 

 

คู่แข่งหลักระหว่างประเทศของ Fast Retailing ได้แก่ Hennes & Mauritz AB (บริษัทแม่ของ H&M) และ Inditex (บริษัทแม่ของ Zara) ซึ่งตั้งอยู่ในสวีเดนและสเปนตามลำดับ แต่หากมองในหลายแวบต่อมา การเติบโตของ Uniqlo ในต่างประเทศนั้นมีรูปแบบคล้ายกับบริษัทอุตสาหกรรมและการผลิตของญี่ปุ่น โดยเฉพาะผู้ผลิตรถยนต์

 


เริ่มด้วยการหาบ้านหลังที่ 2 

บริษัทอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นหลายแห่งเลือกปักหมุดให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นบ้านหลังที่ 2 เช่นเดียวกับผู้ผลิตรถยนต์ที่เคลื่อนไหวในแนวทางนี้มาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา สำหรับ Fast Retailing บริษัทสามารถขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งยอดขาย (ไม่รวมตลาดในประเทศและประเทศจีน) เพิ่มขึ้น 71% ในช่วง 6 เดือน (กันยายน 2022 – กุมภาพันธ์ 2023) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 

 

ภูมิภาคนี้ทำเงินเป็นสัดส่วน 16% ของยอดขาย เพิ่มขึ้นจาก 11% ในปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน แม้จะลดลงจาก 25% เป็น 22% แต่ก็มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนในช่วงปีนี้

 

ความสำเร็จของ Uniqlo จากการขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มูลค่าหุ้นของ Fast Retailing เพิ่มขึ้น 53% ในปีที่ผ่านมา ความแข็งแกร่งนี้เสริมให้ Fast Retailing เป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่มีผลประกอบการดีที่สุดในญี่ปุ่น สามารถขึ้นเงินเดือนให้พนักงานบางตำแหน่งถึง 40% ในเดือนมีนาคม เพื่อพยายามให้ค่าจ้างบุคลากรของบริษัทเทียบได้กับบริษัทกลุ่มเดียวกันในระดับสากล

ในทศวรรษที่ 1960 นั้น บริษัทญี่ปุ่นมุ่งเน้นที่การสำรวจหาน้ำมัน การจัดหาทรัพยากรธรรมชาติ และการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในประเทศที่มีนโยบายลดการนำเข้า เมื่อตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ภูมิภาคอาเซียนก็ยังคงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับหลายแบรนด์ โดยเฉพาะ Uniqlo ที่ต้องหาพื้นที่ตั้งโรงงานที่ใดสักแห่ง 

 

แต่ด้วยภาวะที่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านประชากรศาสตร์ในญี่ปุ่นที่เข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว Fast Retailing จึงยึดมั่นกับการใช้เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติเพื่อทดแทนแรงงาน โดยเลียนแบบผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น


เปิดสายพานอัตโนมัติ

Uniqlo ตัดสินใจฝังแท็กระบุตัวตนขนาดเล็กไว้ในเสื้อผ้าทั้งหมดของแบรนด์ เพื่อให้สามารถสแกนอัตโนมัติที่จุดชำระเงิน โดยร่วมมือกับบริษัทระบบอัตโนมัติขนาดเล็กและขนาดใหญ่มากมาย เพื่อทำให้งานในคลังสินค้าของแบรนด์เป็นอัตโนมัติตั้งแต่ปี 2017

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Keyence ยักษ์ใหญ่ด้านระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรมที่เชี่ยวชาญทั้งอุปกรณ์ตรวจสอบ ระบบเซ็นเซอร์ และระบบการมองเห็นสำหรับใช้ในโรงงาน ได้กลายเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น ด้วยมูลค่าบริษัท 1.11 แสนล้านดอลลาร์ 

 

การพึ่งพาระบบอัตโนมัตินั้นฝังลึกไปถึงการดำเนินธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานของ Fast Retailing ด้วย ในปี 2019 บริษัทได้เข้าร่วมกับ 2 บริษัทหุ่นยนต์ขนาดเล็ก ได้แก่ บริษัท Mujin ของญี่ปุ่น และบริษัท Exotec Solutions ของฝรั่งเศส โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้งานในคลังสินค้าเป็นไปโดยอัตโนมัติ ในปี 2019 บริษัทได้ผนึกกำลังกับ Daifuku ซึ่งเป็นบริษัทระบบอัตโนมัติขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยลดแรงงานในคลังสินค้าในโตเกียวได้ถึง 90% ดันให้ Uniqlo ยิ่งขึ้นชื่อในเรื่องระบบโลจิสติกส์ ความแม่นยำของสินค้าคงคลัง และการชำระเงินที่รวดเร็ว

 

 

การประหยัดค่าแรงจากระบบอัตโนมัติถือเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อ Fast Retailing มีนโยบายขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน การพยายามดันค่าจ้างบุคลากรของบริษัทให้เพิ่มขึ้นอาจจะลดกำไรลงก็ได้ แต่ภาวะนี้ไม่เกิดขึ้น และการประหยัดค่าแรงจากระบบอัตโนมัติยังเป็นโบนัสให้ผลประกอบการของบริษัทด้วย

 

Fast Retailing ระบุว่าผลกำไรจากการดำเนินงานในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 16.4% เป็น 2.2 แสนล้านเยน โดยปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์กำไรทั้งปีจาก 3.5 แสนล้านเยนเป็น 3.6 แสนล้านเยน (2.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเพิ่มสาขาในภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรปที่ดันกำไรของ Uniqlo เพิ่มขึ้นอีกจากรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่แล้ว แม้ว่าตลาดจีนจะหดตัวเพราะพิษโควิด

 

บุกอเมริกา-ยุโรป

การเติบโตของยอดขายในยุโรปและอเมริกาเหนือได้ผลักดันให้ Uniqlo มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากลุ่มๆ ดอนๆ มานาน ในที่สุด Uniqlo ก็ได้แรงดึงดูดจากผู้บริโภค Gen Z ด้วยสินค้าที่เป็นกระแส นั่นคือกระเป๋าสะพายข้าง ที่เป็นไวรัลบน TikTok จนถูกยกให้เป็นสินค้าแฟชั่นที่ขายดีที่สุดของโลกในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา โดยก้าวถัดไปของ Uniqlo คือการรวมโมเมนตัม ผ่านการวางเดิมพันกับการขยายธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ การขายสินค้าในท้องถิ่น และการคอลแลบหรือการร่วมมือกับพันธมิตรที่ดึงดูดความสนใจ

 

Uniqlo ซึ่งแต่เดิมเน้นสินค้าพื้นฐานราคาย่อมเยา วันนี้กำลังขยายไปสู่การออกแบบและร่วมมือกับศิลปินที่เน้นเทรนด์มากขึ้นเพื่อดึงดูดผู้บริโภค Gen Z รายงาน The Business of Fashion ระบุว่านอกจากกระเป๋าสะพายข้าง สินค้าที่เป็นไวรัลบน TikTok ยังมีคอลเล็กชันที่ทำร่วมกับ JW Anderson และ KAWS ช่วยให้แบรนด์ได้รับแรงผลักดันในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น

 

Uniqlo กำลังวางแผนขยายสาขาร้านค้าปลีกครั้งใหญ่ในยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยใช้แนวทางจำหน่ายสินค้าที่ปรับให้เข้ากับท้องถิ่นมากขึ้น เบื้องต้น Uniqlo จะเปิดร้านใหม่ 20-30 แห่งต่อปีในยุโรปและอเมริกาเหนือ

 

 

โดยมีแผนจะเปิดสาขาในอเมริกา 6 แห่งในช่วงซัมเมอร์นี้ และอีก 2 แห่งในแคนาดา และจะเพิ่มจำนวนสาขาในอเมริกาเหนือเป็น 200 แห่งภายในปี 2027 จากทั้งหมดที่มี 63 แห่งในปัจจุบัน ประกอบด้วย 47 สาขาในอเมริกา และ 16 สาขาในแคนาดา

 

การเปิดสาขามากมายทำให้ Uniqlo เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Gap และมีเสียงวิเคราะห์ว่า Uniqlo สามารถผงาดเป็นแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่เหมือนที่ Gap เคยเป็น โดยไม่เพียงเพิ่มสาขาธรรมดา แต่ Fast Retailing ประกาศเปิดร้าน GU ซึ่งเป็นแฟลกชิปสโตร์ในย่านโซโหของนิวยอร์ก แสดงถึงการปรากฏตัวครั้งแรกของร้าน GU นอกเอเชีย

การปรับปรุงด้านโลจิสติกส์ และกลยุทธ์การกำหนดราคาใหม่ที่ยุติการลดราคา ยังช่วยให้ Uniqlo สามารถทำกำไรในตลาดอเมริกาได้เป็นครั้งแรก เรียกว่าตีไข่แตกในรอบ 17 ปีของการทำธุรกิจในแดนลุงแซม ทั้งหมดนี้เป็นผลจากจุดแข็งของ Uniqlo ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ แบรนด์ และเทคโนโลยี และการเดินตามวิถีเดียวกับที่กลุ่มยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมญี่ปุ่นเคยทำ


อ้างอิง:

The post Uniqlo โตตามวิถี Toyota, Honda และ Nissan? วิเคราะห์ Fast Retailing ขายเสื้อผ้าด้วยกลยุทธ์เดียวกับกลุ่มยักษ์ใหญ่ค่ายรถญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Uniqlo ประเทศไทยประกาศ พนักงานทั้งหน้าร้านและสำนักงานใหญ่จะได้รับการปรับเงินเดือนขึ้น 5-25% ตามรอยบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นที่เพิ่งเพิ่มขึ้นรวดเดียว 40% https://thestandard.co/uniqlo-thailand-increases-employee-salaries/ Fri, 28 Apr 2023 04:16:34 +0000 https://thestandard.co/?p=782534 Uniqlo เงินเดือน

บริษัทแม่ของ Uniqlo เพิ่งประกาศเพิ่มค่าจ้างของพนักงานใน […]

The post Uniqlo ประเทศไทยประกาศ พนักงานทั้งหน้าร้านและสำนักงานใหญ่จะได้รับการปรับเงินเดือนขึ้น 5-25% ตามรอยบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นที่เพิ่งเพิ่มขึ้นรวดเดียว 40% appeared first on THE STANDARD.

]]>
Uniqlo เงินเดือน

บริษัทแม่ของ Uniqlo เพิ่งประกาศเพิ่มค่าจ้างของพนักงานในญี่ปุ่นขึ้น 40% ไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ฟากประเทศไทยก็ไม่รอช้าออกมาเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน

 

Uniqlo ประเทศไทยระบุว่า พนักงานทั้งหน้าร้านและสำนักงานใหญ่จะได้รับการปรับเงินเดือนขึ้น 5-25% ขึ้นอยู่กับศักยภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละคน

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 


 

โดยจะประเมินการทำงานตามผลงานอย่างแท้จริง (ประวัติ, การศึกษา, อายุ, เพศ, อายุการทำงาน และอื่นๆ ไม่มีผลต่อการประเมิน) ซึ่งจะมีการประเมินสายงานทุกๆ 3 เดือน (สำหรับพนักงานที่ร้านสาขา) และ 6 เดือน (สำหรับพนักงานที่สำนักงานใหญ่และผู้จัดการ)

 

นอกจากนี้พนักงานหญิงสามารถลาคลอดได้สูงสุด 365 วัน (พร้อมจ่ายเงินเดือน 90 วัน) Uniqlo ประเทศไทยยังระบุด้วยว่า มีพนักงานหญิงกว่า 75% อยู่ในระดับผู้จัดการ และจะผลักดันด้านความเท่าเทียมทางเพศในองค์กร

 

Mercer เพิ่งออกผลสำรวจที่ระบุว่า เพื่อรองรับผลกระทบจากเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น นายจ้างในประเทศไทยประมาณ 27% ที่เข้าร่วมตอบแบบผลสำรวจ (ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยจากการสำรวจนายจ้างทั้งภูมิภาคเอเชีย) มีการปรับเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่พนักงานที่ได้รับเงินเดือนน้อยกว่าค่ากลางของตลาด

 

นอกจากนั้น ยังมีองค์กรธุรกิจในประเทศไทยกว่า 30% ที่ตอบแบบสำรวจ (ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ระดับ 22%) มีการปรับเพิ่มเฉพาะในส่วนของเงินทดแทนค่าใช้จ่ายในการยังชีพ หรือเพิ่มค่าจ้างในส่วนอื่นๆ ซึ่งนับเป็นการบริหารจัดการค่าตอบแทนขององค์กรที่ยั่งยืนกว่า

 

สำหรับ Fast Retailing ได้ออกแถลงการณ์ว่า “ต่อจากนี้ไป ค่าตอบแทนใหม่ของพนักงานแต่ละคนจะถูกตัดสินโดยเกณฑ์ที่สอดคล้องกันทั่วโลก” โดยค่าตอบแทนจะพิจารณาจากประสิทธิภาพการทำงานและผลงาน รวมถึงความสามารถในการมีส่วนร่วมในธุรกิจ Fast Retailing ซึ่งโดยรวมแล้วการเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าจะเพิ่มต้นทุนแรงงานของผู้ค้าปลีกแฟชั่นในญี่ปุ่นประมาณ 15%

 

ทาดาชิ ยานาอิ เจ้าของแบรนด์ Uniqlo กล่าวว่า ที่ผ่านมา Fast Retailing พยายามแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของรายได้พนักงานภายในกลุ่มบริษัท โดยส่วนใหญ่รายได้พนักงานยุโรปและอเมริกานั้นสูงขึ้นอย่างมาก จึงตัดสินใจยกระดับค่าจ้างในญี่ปุ่น เพื่อรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันพนักงานของ Fast Retailing ในญี่ปุ่นมีทั้งหมด 8,400 คน ซึ่งจะเริ่มปรับค่าจ้างในเดือนมีนาคม โดยเงินเดือนพนักงานใหม่จะเพิ่มขึ้นเป็น 300,000 เยน (75,633 บาท) ต่อเดือน ส่วนผู้จัดการร้านอยู่ที่ 390,000 เยน (98,422 บาท) ต่อเดือน

The post Uniqlo ประเทศไทยประกาศ พนักงานทั้งหน้าร้านและสำนักงานใหญ่จะได้รับการปรับเงินเดือนขึ้น 5-25% ตามรอยบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นที่เพิ่งเพิ่มขึ้นรวดเดียว 40% appeared first on THE STANDARD.

]]>
จะไม่หยุดอยู่แค่นี้! ซีอีโอ UNIQLO ลั่น จะสร้างรายได้ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี หลังตลาดแฟชั่นในจีน-ญี่ปุ่นเติบโตอย่างมาก https://thestandard.co/uniqlo-parent-fast-retailings-profit/ Sun, 16 Apr 2023 06:37:49 +0000 https://thestandard.co/?p=777310 UNIQLO

Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO ตั้งเป้าทำรายได้เพิ่ […]

The post จะไม่หยุดอยู่แค่นี้! ซีอีโอ UNIQLO ลั่น จะสร้างรายได้ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี หลังตลาดแฟชั่นในจีน-ญี่ปุ่นเติบโตอย่างมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO

Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO ตั้งเป้าทำรายได้เพิ่มขึ้น 16% หรือ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี โดยยอดขายหลักจะมาจากตลาดจีนและญี่ปุ่นที่กำลังเติบโตอย่างมาก 

 

Nikkei Asia รายงานว่า ผลประกอบการระหว่างเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 4% เป็น 1.53 แสนล้านเยน (หรือประมาณ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์) สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 

 

ทาดาชิ ยาไน ซีอีโอ Fast Retailing บริษัทยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมค้าปลีกแฟชั่นจากญี่ปุ่น กล่าวว่า จากจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งบริษัทปี 1984 เราจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ จากนี้เรากำลังจะมุ่งสร้างการเติบโตเพิ่มขึ้น 3 เท่าในทุกๆ 10 ปี จนไปถึงเป้าหมายใหญ่คือ การสร้างยอดขายให้ได้ 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

โดยเฉพาะยอดขายของแบรนด์ UNIQLO ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกาเหนือ และยุโรป มียอดขายเติบโตอย่างมาก 

 

ที่เห็นได้ชัดคือ จีนมีการเติบโตอย่างมาก แม้ไตรมาสแรกจีนจะได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ แต่ยอดขายก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา และทำลายสถิติสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

เช่นเดียวกับตลาดญี่ปุ่น แม้ UNIQLO จะมีกำไรลดลงเกือบ 2% เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าลง ทำให้ต้นทุนการขายปรับตัวสูงขึ้น แต่ความสำเร็จของการทำตลาด UNIQLO ก็ช่วยให้ ทาดาชิ ยาไน ซีอีโอ กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ

 

ยิ่งไปกว่านั้น Fast Retailing ยังทำให้ธุรกิจในญี่ปุ่นเริ่มได้รับผลกระทบหลังจากประกาศจะขึ้นค่าจ้างพนักงานมากถึง 40% แต่อีกด้านบริษัทก็ยังต้องแบกรับต้นทุนค่าจ้างโดยรวมที่เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Refinitiv Eikon แสดงให้เห็นว่า นักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า Fast Retailing จะมีกำไรเพิ่มขึ้นในปีนี้ 

 

อ้างอิง:

 

The post จะไม่หยุดอยู่แค่นี้! ซีอีโอ UNIQLO ลั่น จะสร้างรายได้ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี หลังตลาดแฟชั่นในจีน-ญี่ปุ่นเติบโตอย่างมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อ ‘Uniqlo’ ส่งสัญญาณ ‘ขึ้นเงินเดือน’ สร้างแรงกระเพื่อมให้ธุรกิจยกระดับค่าจ้าง เพื่อรักษาคนเก่งไม่ให้ลาออก https://thestandard.co/uniqlo-salary-increase/ Thu, 26 Jan 2023 08:22:48 +0000 https://thestandard.co/?p=742305

หลังจาก ‘Uniqlo’ ออกมาเคลื่อนไหวส่งสัญญาณขึ้นค่าจ้างพนั […]

The post เมื่อ ‘Uniqlo’ ส่งสัญญาณ ‘ขึ้นเงินเดือน’ สร้างแรงกระเพื่อมให้ธุรกิจยกระดับค่าจ้าง เพื่อรักษาคนเก่งไม่ให้ลาออก appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจาก ‘Uniqlo’ ออกมาเคลื่อนไหวส่งสัญญาณขึ้นค่าจ้างพนักงานสูงถึง 40% สร้างแรงกระเพื่อมให้ธุรกิจในญี่ปุ่นหันมาโฟกัสการยกระดับค่าจ้าง รักษาคนที่มีความสามารถไม่ให้ลาออก พร้อมเปิดรับพนักงานใหม่เข้าช่วยขยายธุรกิจ

 

Nikkei Asia รายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ Fast Retailing ยักษ์แห่งวงการฟาสต์แฟชั่น เจ้าของแบรนด์ ‘Uniqlo’ ได้ประกาศเพิ่มค่าจ้างของพนักงานในญี่ปุ่นขึ้นสูงถึง 40% โดยการปรับขึ้นค่าจ้างดังกล่าวถือเป็นการปลุกให้ธุรกิจอื่นๆ ในญี่ปุ่นออกมาเคลื่อนไหวในด้านเดียวกัน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมให้เติบโตขึ้น

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

เช่นเดียวกับ Hitachi และ Fujitsu ได้เปลี่ยนวิธีจ้างงาน หันมาให้ความสำคัญกับการรักษาทรัพยากรหรือพนักงานเก่าให้อยู่ในองค์กร พร้อมหาคนที่มีความสามารถระดับสูงเข้ามาช่วยขยายการดำเนินธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

ทาดาชิ ยานาอิ เจ้าของแบรนด์ Uniqlo กล่าวว่า ที่ผ่านมา Fast Retailing พยายามแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของรายได้พนักงานภายในกลุ่มบริษัท โดยส่วนใหญ่รายได้พนักงานยุโรปและอเมริกานั้นสูงขึ้นอย่างมาก จึงตัดสินใจยกระดับค่าจ้างในญี่ปุ่น เพื่อรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันพนักงานของ Fast Retailing ในญี่ปุ่นมีทั้งหมด 8,400 คน ซึ่งจะเริ่มปรับค่าจ้างในเดือนมีนาคม โดยเงินเดือนพนักงานใหม่จะเพิ่มขึ้นเป็น 300,000 เยน (75,633 บาท) ต่อเดือน ส่วนผู้จัดการร้านอยู่ที่ 390,000 เยน (98,422 บาท) ต่อเดือน

 

สำหรับผลประกอบการของ Uniqlo มีสัดส่วนยอดขายเพียงครึ่งเดียวถ้าเทียบกับรายได้รวมของ Fast Retailing โดยยอดขาย Uniqlo ในประเทศอื่นๆ ได้แซงหน้าสาขาญี่ปุ่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงต้องพยายามเพิ่มน้ำหนักด้านเทคโนโลยี และหาบุคลากรในต่างประเทศเข้ามาเสริมทัพในญี่ปุ่น

 

อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายปี Uniqlo ได้ปรับขึ้นราคาสินค้า แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เพราะแบรนด์ได้เพิ่มมูลค่าของสินค้าผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อรักษาฐานลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำ

 

อ้างอิง:

The post เมื่อ ‘Uniqlo’ ส่งสัญญาณ ‘ขึ้นเงินเดือน’ สร้างแรงกระเพื่อมให้ธุรกิจยกระดับค่าจ้าง เพื่อรักษาคนเก่งไม่ให้ลาออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
บริษัทแม่ของ Uniqlo ประกาศเพิ่มค่าจ้างของพนักงานในญี่ปุ่นขึ้น 40% ทำให้ผู้จบใหม่จะมีเงินเดือนเริ่มต้นที่ 76,000 บาท https://thestandard.co/uniqlo-japan-salaries-march-2023/ Wed, 11 Jan 2023 03:20:46 +0000 https://thestandard.co/?p=735522

Fast Retailing ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Uniqlo จะเพิ่มค่าจ้ […]

The post บริษัทแม่ของ Uniqlo ประกาศเพิ่มค่าจ้างของพนักงานในญี่ปุ่นขึ้น 40% ทำให้ผู้จบใหม่จะมีเงินเดือนเริ่มต้นที่ 76,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

Fast Retailing ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Uniqlo จะเพิ่มค่าจ้างรายปีสำหรับพนักงานประจำในญี่ปุ่นสูงถึงประมาณ 40% ในเดือนมีนาคมนี้ ตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงกับค่าจ้างพนักงานขายเสื้อผ้าในตลาดอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกา

 

บริษัทต่างๆ ในญี่ปุ่นเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งเร็วที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ทำให้บริษัทต้องพิจารณาขึ้นค่าจ้างเพื่อรักษาและจูงใจพนักงาน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

สำหรับแผนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อพนักงาน 8,400 คน ทั้งที่สำนักงานใหญ่ของ Fast Retailing และที่ร้านค้าของบริษัท โดยเงินเดือนเริ่มต้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนเยน หรือราว 76,000 บาท จาก 2.55 แสนเยนในปัจจุบัน 

 

ขณะที่เงินเดือนสำหรับผู้จัดการร้านคนใหม่ ซึ่งปกติแล้วทำงานมา 1-2 ปี จะเพิ่มขึ้นเป็น 3.9 แสนเยน จาก 2.9 แสนเยน

 

แม้ Fast Retailing ขึ้นค่าจ้างเริ่มต้นในปี 2020 สำหรับพนักงานประจำบางคน แต่นี่จะเป็นการขึ้นเงินเดือนแบบครอบคลุมครั้งแรก นอกจากนี้ยังเพิ่มค่าจ้างรายชั่วโมงสำหรับพนักงานชั่วคราวโดยเฉลี่ยประมาณ 20% ในเดือนกันยายนด้วย

 

“ต่อจากนี้ไป ค่าตอบแทนใหม่ของพนักงานแต่ละคนจะถูกตัดสินโดยเกณฑ์ที่สอดคล้องกันทั่วโลก” โดยพิจารณาจากประสิทธิภาพการทำงานและผลงาน รวมถึงความสามารถในการมีส่วนร่วมในธุรกิจ Fast Retailing ซึ่งโดยรวมแล้วการเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าจะเพิ่มต้นทุนแรงงานของผู้ค้าปลีกแฟชั่นในญี่ปุ่นประมาณ 15%

 

ความเคลื่อนไหวของ Fast Retailing สามารถกระตุ้นให้บริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากเดินตาม ในขณะที่พวกเขามองหาผู้มีความสามารถระดับโลก ซึ่งพนักงาน Fast Retailing โดยเฉลี่ยในญี่ปุ่นมีรายได้ 9.59 ล้านเยนต่อปี ทำให้บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกที่ให้ค่าแรงสูงสุดในประเทศ แต่ตัวเลขนี้ยังต่ำเมื่อเทียบกับบริษัทต่างชาติ

 

อ้างอิง:

The post บริษัทแม่ของ Uniqlo ประกาศเพิ่มค่าจ้างของพนักงานในญี่ปุ่นขึ้น 40% ทำให้ผู้จบใหม่จะมีเงินเดือนเริ่มต้นที่ 76,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Uniqlo’ เปิดตัว New U นำเสนอไลฟ์แวร์ ร้านดอกไม้และกาแฟกลางสยาม ดึงคนรุ่นใหม่ รับปัญหาต้นทุนต้องปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการ https://thestandard.co/uniqlo-announce-new-u/ Thu, 10 Nov 2022 11:36:23 +0000 https://thestandard.co/?p=707374

ตลาดแฟชั่นกลับมาคึกคัก ‘Uniqlo ’แบรนด์ดังจากญี่ปุ่นอยู่ […]

The post ‘Uniqlo’ เปิดตัว New U นำเสนอไลฟ์แวร์ ร้านดอกไม้และกาแฟกลางสยาม ดึงคนรุ่นใหม่ รับปัญหาต้นทุนต้องปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดแฟชั่นกลับมาคึกคัก ‘Uniqlo ’แบรนด์ดังจากญี่ปุ่นอยู่ในตลาดเมืองไทยมากว่า 11 ปี หันโฟกัส O2O ล่าสุดเปิดตัว New U นำเสนอไลฟ์แวร์ บนตึก 3 ชั้นใจกลางสยามสแควร์ หวังเพิ่มฐานคนรุ่นใหม่ พร้อมเดินหน้าส่งคอลเล็กชันทำยอดขายช่วงฤดูหนาว รับปัญหาต้นทุนต้องปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการ

 

เขมจิรา เทศประทีป ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เมื่อสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายลง ผู้คนเริ่มกลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ตามภาวะปกติ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เริ่มออกเดินทางทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายของธุรกิจแฟชั่นและตลาดเสื้อผ้ากลับมาคึกคักเทียบเท่ากับช่วงก่อนโควิดแล้ว โดยคาดการณ์ว่าปี 2565 น่าจะมีสัญญาณดีขึ้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ขณะเดียวกันแม้หลายคนเริ่มกลับมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางหน้าร้านแล้ว แต่ยังมีลูกค้าบางส่วนที่มีพฤติกรรมการช้อปสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ถี่ขึ้น โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่นฤดูหนาว เพราะคนไทยออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่นและโซนยุโรปมากขึ้น โดยสินค้าที่ขายดีช่วงนี้ ได้แก่ เสื้อขนนุ่ม แจ็กเก็ต และฮีทเทค

 

เช่นเดียวกับ ‘Uniqlo’ ปัจจุบันเปิดให้บริการในไทยมาครบรอบ 11 ปี ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งด้านคุณภาพและความหลากหลายของคอลเล็กชันใหม่ๆ เพื่อรองรับในทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยมี ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ เป็น Local Brand Presenter คนแรกของเมืองไทย

 

ล่าสุดได้เปิดตัว ‘New U New Uniqlo Experience at Siam Square’ พื้นที่จัดแสดงสินค้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟกลางสยามสแควร์ ซึ่งเป็นพื้นที่มีคนรุ่นใหม่ที่มีหลากหลายกลุ่มหมุนเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยแบรนด์ต้องการนำเสนอและบอกเล่าถึงความหมายของคำว่าไลฟ์แวร์ (LifeWear) ผ่านตัวโปรดักต์และการบริการ

 

สำหรับพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่รวมกว่า 1,000 ตารางเมตร มีทั้งหมด 3 ชั้น

ประกอบด้วย ชั้นที่ 1 LifeWear รวมไฮไลต์ประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2565 และมีการจำหน่ายดอกไม้ซึ่งมาจากการจับมือกับร้านดอกไม้ Bangkok Flower มีราคาเริ่มต้นที่ 100-500 บาท

 

ถัดมาคือชั้นที่ 2 Technology and Innovation เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผสานอยู่ใน LifeWear และชั้นที่ 3 โซน UT เสื้อ T-Shirt และเปิดให้บริการ COFFEE with Roots ซึ่งมาจากการร่วมมือกับร้านกาแฟ Roots

 

ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 – 22 มกราคม 2566 เบื้องต้นหากได้รับการตอบรับดี อนาคตอาจมีการไปเปิดในพื้นที่อื่นๆ เพื่อสร้างประสบการณ์สู่ Omni-Channel หรือ O2O เชื่อมต่อ Online to Offline เข้ามาไว้ด้วยกัน และในไทยถือเป็นคอนเซปต์แรก ที่ยังไม่เคยมีในประเทศอื่น 

 

ที่สำคัญร้านดังกล่าวไม่มีการจำหน่ายสินค้าโดยตรง แต่สามารถทดลองสินค้าได้ แล้วเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านแอปพลิเคชัน UNIQLO เริ่มลงทะเบียนเป็นสมาชิก เลือกไอเท็มที่ต้องการในงาน New U โดยสแกนบาร์โค้ดผ่านแอป กดใส่ตะกร้า แล้วชำระเงินผ่านทางจุดชำระด้วยระบบ Pay In Store ที่ร้าน แล้วเลือกว่าจะไปรับที่สาขาใกล้บ้าน หรือเลือกให้จัดส่งที่บ้าน เพิ่มความสะดวกให้กับกลุ่มเป้าหมาย

 

ปัจจุบันสมาชิกในแอปมีทั้งหมด 5 ล้านคน แอ็กทีฟอยู่ประมาณ 4 ล้านคน โดยลูกค้ามีหลายกลุ่มอายุ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต้องยอมรับว่าสัดส่วนยอดขายออนไลน์ยังอยู่ตัวเลขหลักเดียว ซึ่งถือว่าน้อย ปีหน้าจึงต้องการให้เติบโตขึ้น เพราะที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงเว็บไซต์ ทำให้ลูกค้าใช้แอปได้รวดเร็วและติดตามสินค้าง่ายขึ้น

 

เชื่อว่าโมเดลดังกล่าวจะสามารถช่วยสื่อสารแบรนด์ไปยังกลุ่มลูกค้าที่เด็กลง เช่น วัยมัธยมและมหาวิทยาลัยได้มากขึ้น ปัจจุบันคาดการณ์ว่ามีคนรู้จักแบรนด์กว่า 90% ซึ่งเหลืออีก 10% ที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ และเรายังไม่ได้ศึกษาเชิงลึก

 

เขมจิรากล่าวต่อถึงกลยุทธ์การทำตลาดต่อจากนี้ มุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าให้สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ทุกกิจกรรม ตอบโจทย์ทั้งชายและหญิง โดยจะมีคอลเล็กชันใหม่หมุนเวียนกันไปทุก 6 เดือน  

 

ทั้งนี้ยังมีนโยบายขยายสาขาเพิ่มขึ้น เน้นพิจารณาพื้นที่ที่มีศักยภาพและมีโอกาสการเติบโตเพิ่มขึ้น จากปัจจุบัน Uniqlo ในไทยมีทั้งหมด 61 สาขา แบ่งเป็นร้านในพื้นที่กรุงเทพฯ 70% และต่างจังหวัด 30% และมีสาขาทั่วโลก 2,400 แห่ง ทั้งในญี่ปุ่น เอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ 

 

ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องคอยรับมือกับความท้าทายเรื่องต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวขึ้นทั่วโลก ทำให้สินค้าบางรายการต้องปรับขึ้นราคาเพื่อสอดรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 

อย่างไรก็ตาม Uniqlo นับเป็นแบรนด์ที่ใหญ่สุดในกลุ่ม Fast Retailing ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกสินค้าภายใต้ 7 แบรนด์ ได้แก่ GU, Theory, PLST, Comptoir des Cotonniers, Princesse tam.tam, J Brand และ Helmut Lang บริษัทมียอดขายทั่วโลกประมาณ 1.66 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

The post ‘Uniqlo’ เปิดตัว New U นำเสนอไลฟ์แวร์ ร้านดอกไม้และกาแฟกลางสยาม ดึงคนรุ่นใหม่ รับปัญหาต้นทุนต้องปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กำไรบริษัทแม่ของ Uniqlo เพิ่มสูงขึ้น 88% เมื่อเทียบกับปี 2020 https://thestandard.co/fast-retailing-uniqlo-profit-high/ Mon, 18 Oct 2021 06:27:10 +0000 https://thestandard.co/?p=549357 Uniqlo

Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo ได้ออกมาเปิดเผยผลประ […]

The post กำไรบริษัทแม่ของ Uniqlo เพิ่มสูงขึ้น 88% เมื่อเทียบกับปี 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Uniqlo

Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo ได้ออกมาเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทที่สิ้นสุดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พบว่ากำไรสุทธิกลับมาเพิ่มขึ้นสูงถึง 88% เมื่อเทียบกับปี 2020 ที่ยอดขายและกำไรของบริษัทได้ผลกระทบจากวิกฤติโควิด 

 

โดยเว็บไซต์ WWD รายงานว่ากำไรสุทธิของบริษัทเสื้อผ้าสัญชาติญี่ปุ่นอยู่ที่ 165,850 ล้านเยน หรือราว 1,500 ดอลลาร์สหรัฐในอัตราการแลกเปลี่ยนปัจจุบัน เช่นเดียวกับกำไรที่เพิ่มขึ้น 249,010 ล้านเยน หรือคิดเป็น 66.7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ยอดขายประจำปียังเดิบโตขึ้น 6.2% หรือคิดเป็น 2.13 ล้านล้านเยน ซึ่งมาจากการเติบโตที่ดีขึ้นทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างประเทศจีนที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 16.7% บวกกับผลตอบรับที่ดีเกินคาดของช่องทางออนไลน์ในทวีปอเมริกาเหนือที่กระโดดพุ่งขึ้นราว 70% 

 

ส่วนแบรนด์อื่นๆ ภายใต้ Fast Retailing อย่างเช่น GU มีการเติบโตเพียงเล็กน้อยที่ 1.4% รวม 249,400 ล้านเยน จากการขายธุรกิจร้านค้าโดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ส่วนแบรนด์อื่นๆ ทั้ง Theory, PLST, Comptoir des Cotonniers และ Princesse Tam Tam กลับหดตัวลง 1.3% รวม 108,200 ล้านเยน 

 

อย่างไรตามในรายงานยังระบุถึงการคาดการณ์ผลประกอบการของปีงบการเงิน 2021 ที่จะสิ้นสุดในเดือนสิงหาคมปี 2022 ว่าอาจจะมีการหดตัวของยอดขายและกำไรในช่วงหกเดือนแรก ผลมาจากการเปิดหน้าร้านชั่วคราวและการขนส่งสินค้าที่ล้าช้า แต่จะกลับมาดีอีกครั้งในครึ่งหลัง เมื่อหลายประเทศเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ การเดินทางที่เข้มงวดน้อยลง และหน้าร้านกลับมาเปิดตามเดิม ซึ่งทางบริษัทได้ตั้งเป้าการเติบโตของกำไรสุทธิไว้ที่ 3% หรือราว 175,000 ล้านเยน

 

ภาพ: Alex Tai / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

อ้างอิง:

The post กำไรบริษัทแม่ของ Uniqlo เพิ่มสูงขึ้น 88% เมื่อเทียบกับปี 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Uniqlo ยันไม่มีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานในซินเจียง หลังถูกทางการฝรั่งเศสสั่งตรวจสอบ คาดรายได้ปีนี้ยังโต 2.15 ล้านล้านเยน https://thestandard.co/uniqlo-says-no-forced-xinjiang-labor-used-in-making-its-products/ Thu, 12 Aug 2021 11:02:20 +0000 https://thestandard.co/?p=524551 Uniqlo

Fast Retailing เจ้าของ Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าดังจากญี่ปุ […]

The post Uniqlo ยันไม่มีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานในซินเจียง หลังถูกทางการฝรั่งเศสสั่งตรวจสอบ คาดรายได้ปีนี้ยังโต 2.15 ล้านล้านเยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Uniqlo

Fast Retailing เจ้าของ Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าดังจากญี่ปุ่น ออกมายืนยันว่าเสื้อผ้าที่ผลิตโดย Uniqlo รวมถึงซัพพลายเชนของบริษัท ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเขตปกครองตนเองซินเจียงของประเทศจีน

 

ทาเคชิ โอกาซากิ ซีเอฟโอของ Fast Retailing ให้สัมภาษณ์ยืนยันกับสื่อมวลชนในประเด็นดังกล่าว หลังจากที่ Fast Retailing แจ้งผลประกอบการในรอบ 9 เดือนแรกของปีงบประมาณปัจจุบันว่ามีกำไรสุทธิสูงถึง 1.51 แสนล้านเยนหรือ 1.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

Fast Retailing รวมถึงผู้ผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ดังรายอื่นๆ กำลังถูกตรวจสอบโดยอัยการฝรั่งเศสว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียง ขณะที่อัยการสหรัฐฯ ก็ได้ผ่านกฎหมายแบนการนำเข้าสินค้าจากซินเจียงไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าชาวอุยกูร์และมุสลิมในพื้นที่กำลังเผชิญกับการถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จากทางการจีน

 

โอกาซากิระบุว่า จนถึงขณะนี้ Fast Retailing ยังไม่ได้รับการติดจากหน่วยงานของฝรั่งเศสแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี ถ้าการสอบสวนเกิดขึ้นจริง บริษัทของเขาก็พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และคาดหวังว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าใจว่าบริษัทมีนโยบายให้ความสำคัญกับประเด็นสิทธิมนุษยชนในซัพพลายเชนอย่างจริงจัง

 

โอกาซากิกล่าวอีกว่า Fast Retailing เข้าใจดีว่าประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนกำลังเป็นความท้าทายทางธุรกิจที่สำคัญ และที่ผ่านมาบริษัทได้พยายามปรับปรุงเรื่องนี้มาโดยตลอด

 

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา สินค้าของ Uniqlo ล็อตใหญ่ถูกสั่งห้ามนำเข้าสหรัฐฯ จากข้อสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานในซินเจียง ซึ่ง Uniqlo ได้ออกมาชี้แจงว่าเสื้อผ้าในล็อตนั้นทำมาจากผ้าคอตตอนที่ผลิตในสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และบราซิล แต่มีการตัดเย็บในประเทศจีน

 

โอกาซากิระบุว่า การแบนสินค้าในเดือนมกราคมของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเพียงเล็กน้อย โดยในช่วง 9 เดือนย้อนหลังจากเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รายได้ของ Fast Retailing ยังคงเติบโตขึ้น 9.9% หรือคิดเป็นวงเงิน 1.69 ล้านล้านเยน จากยอดขายที่ดีในญี่ปุ่นและจีน ทำให้มีผลกำไรเติบโตขึ้น 72% หรือ 2.27 แสนล้านเยน

 

อย่างไรก็ดี  Fast Retailing ได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการรอบ 12 เดือนซึ่งจะครบกำหนดในเดือนสิงหาคมนี้ลงจากเดิม โดยคาดว่าบริษัทจะมีรายได้ที่ 2.15 ล้านล้านเยน ลดลงจากคาดการณ์รายได้เดิมที่ 2.21 ล้านล้านเยน ขณะที่ผลกำไรคาดว่าจะอยู่ที่ 2.45 แสนล้านเยน ลดลงจากคาดการณ์กำไรเดิมที่ 2.55 แสนล้านเยนเช่นกัน

 

โดย Fast Retailing ยอมรับว่า ผลประกอบการในญี่ปุ่นและจีนระยะหลังมานี้เริ่มตกต่ำลง จากการที่ญี่ปุ่นประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นรอบที่ 4 ในโตเกียวและอีกหลายจังหวัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริโภคในประเทศของญี่ปุ่นอ่อนกำลังลง

สำหรับในประเทศจีน โอกาซากิกล่าวว่า ผู้บริโภคยังคงนิยมใช้จ่ายกับการเดินทางท่องเที่ยวมากกว่าซื้อเสื้อผ้า แต่เชื่อว่ายอดขายในจีนรวมทั้งปีของบริษัทจะเติบโตขึ้น และอาจสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนเกิดการระบาดโควิด

 

“เราไม่กังวลเกี่ยวกับการบริโภคในประเทศจีน เราจะเดินหน้าผลิตสินค้าที่ตรงความต้องการของลูกค้า แม้ว่าสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นของจีนจะเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่เราจะพยายามสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าของเราต่อไป” โอกาซากิกล่าว

 

อ้างอิง:

The post Uniqlo ยันไม่มีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานในซินเจียง หลังถูกทางการฝรั่งเศสสั่งตรวจสอบ คาดรายได้ปีนี้ยังโต 2.15 ล้านล้านเยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสื้อผ้า Uniqlo และ GU ที่วางขายในญี่ปุ่น จะปรับราคาลง 9% ตั้งแต่ 12 มี.ค. เป็นต้นไป https://thestandard.co/uniqlo-and-gu-clothing-in-japan-price-drops/ Thu, 04 Mar 2021 06:14:26 +0000 https://thestandard.co/?p=461430 เสื้อผ้า Uniqlo และ GU ที่วางขายในญี่ปุ่น จะปรับราคาลง 9% ตั้งแต่ 12 มี.ค. เป็นต้นไป

Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo และ GU ได้ออกแถลงการ […]

The post เสื้อผ้า Uniqlo และ GU ที่วางขายในญี่ปุ่น จะปรับราคาลง 9% ตั้งแต่ 12 มี.ค. เป็นต้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสื้อผ้า Uniqlo และ GU ที่วางขายในญี่ปุ่น จะปรับราคาลง 9% ตั้งแต่ 12 มี.ค. เป็นต้นไป

Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo และ GU ได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (4 มีนาคม) ว่า เสื้อผ้าที่ทั้งสองแบรนด์จำหน่ายในแดนซามูไรจะถูกปรับราคาลง 9% เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน (ณ วันที่ 4 มีนาคม 2021)

 

ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเสื้อผ้าของญี่ปุ่นไม่ได้ให้เหตุผลที่แท้จริงถึงการปรับลงราคาในครั้งนี้ โดยบอกแต่ว่านโยบายใหม่นี้กำลังดำเนินการก่อนที่พระราชบัญญัติมาตรการพิเศษเกี่ยวกับการแสดงราคาจะหมดอายุในวันพุธที่ 31 มีนาคม 2021 ซึ่งปกติแล้วป้ายราคาจะเป็นราคาก่อนที่จะรวมภาษี

 

ราคาใหม่นี้จะถูกใช้ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมเป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นราคาที่ถูกรวมภาษีแล้ว ลูกค้าที่ซื้อทั้งหน้าร้านหรือออนไลน์จะสามารถเลือกซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องคำนวณเพิ่มเติม เพียงแค่ชำระเงินตามจำนวนที่ระบุไว้

 

“ด้วยการนำเสนอราคาสินค้าในราคาที่ไม่แพง เราหวังว่าจะยังคงเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของลูกค้า นี่คือภารกิจของเราและความสำคัญในการดำรงอยู่ของเราในฐานะบริษัทเครื่องแต่งกาย” ทาดาชิ ยานาอิ นักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น ผู้ก่อตั้งและประธานของ Fast Retailing กล่าว

 

ในตอนท้ายของแถลงการณ์ Fast Retailing ระบุว่า รับรู้และชื่นชมการสนับสนุนที่พวกเขาได้รับจากลูกค้า แม้จะมีผู้คนมากมายที่ประสบปัญหาอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 

 

ภาพ: Stanislav Kogiku / Getty Images

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า 

อ้างอิง: 

The post เสื้อผ้า Uniqlo และ GU ที่วางขายในญี่ปุ่น จะปรับราคาลง 9% ตั้งแต่ 12 มี.ค. เป็นต้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>