Fashion Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/fashion/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 09 Aug 2026 02:39:34 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 CELINE INFINITE POSSIBILITIES: SILK แคมเปญผ้าพันคอไหมชิ้นคลาสสิก https://thestandard.co/celine-infinite-possibilities-silk-scarf/ Sun, 09 Aug 2026 02:39:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1239966 ภาพนางแบบสวมผ้าพันคอไหม CELINE ในแคมเปญ INFINITE POSSIBILITIES

CELINE ต่อยอดแคมเปญ INFINITE POSSIBILITIES หลังจากก่อนห […]

The post CELINE INFINITE POSSIBILITIES: SILK แคมเปญผ้าพันคอไหมชิ้นคลาสสิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนางแบบสวมผ้าพันคอไหม CELINE ในแคมเปญ INFINITE POSSIBILITIES

CELINE ต่อยอดแคมเปญ INFINITE POSSIBILITIES หลังจากก่อนหน้านี้นำเสนอเสน่ห์ของเหล่าชาร์มห้อยกระเป๋า มาสู่ไอเท็มคลาสสิกอีกชิ้นของแบรนด์อย่างผ้าพันคอไหม ซึ่งถูกนำมาตีความใหม่ภายใต้วิสัยทัศน์ของ Michael Rider ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนปัจจุบัน

 

โดยผ้าพันคอไหมของ CELINE เปิดตัวครั้งแรกในปี 1963 ก่อนที่ Céline Vipiana ผู้ก่อตั้งแบรนด์ จะหยิบมาเป็นหัวใจของแคมเปญในปี 1966 จนกลายเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของแบรนด์ โดยผ้าทุกผืนผลิตจากผ้าไหมทวิลที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ให้พื้นผิวแน่น นุ่ม พลิ้ว และมีความเงางาม ช่วยขับสีสันและรายละเอียดของลวดลายที่คมชัดให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

 

แต่ละลายสะท้อนแง่มุมต่าง ๆ ของจักรวาล CELINE ตั้งแต่โค้ดประจำแบรนด์ไปจนถึงแรงบันดาลใจด้านศิลปะและการเดินทาง ก่อนจะถูกนำมาสไตลิ่งในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งผูกคอ โพกศีรษะ ผูกกระเป๋า หรือแม้แต่สวมเป็นส่วนหนึ่งของลุคเรดี้ทูแวร์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่ตีความและสร้างสไตล์ในแบบของตัวเอง

 

ซึ่งผ้าพันคอของ CELINE มีให้เลือกทั้งขนาด 90 x 90 เซนติเมตร และ 50 x 50 เซนติเมตร ตอกย้ำแนวคิด INFINITE POSSIBILITIES ที่เชื่อว่าแอ็กเซสซอรีเพียงชิ้นเดียวสามารถเปลี่ยนเป็นได้มากกว่าหนึ่งบทบาท และสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ที่ไม่เหมือนใคร

 

ภาพนางแบบสวมผ้าพันคอไหม CELINE ในแคมเปญ INFINITE POSSIBILITIES 1ภาพนางแบบสวมผ้าพันคอไหม CELINE ในแคมเปญ INFINITE POSSIBILITIES 2ภาพนางแบบสวมผ้าพันคอไหม CELINE ในแคมเปญ INFINITE POSSIBILITIES 3ภาพนางแบบสวมผ้าพันคอไหม CELINE ในแคมเปญ INFINITE POSSIBILITIES 4ภาพนางแบบสวมผ้าพันคอไหม CELINE ในแคมเปญ INFINITE POSSIBILITIES 5ภาพนางแบบสวมผ้าพันคอไหม CELINE ในแคมเปญ INFINITE POSSIBILITIES 6ภาพนางแบบสวมผ้าพันคอไหม CELINE ในแคมเปญ INFINITE POSSIBILITIES 7

 

ภาพ: CELINE

The post CELINE INFINITE POSSIBILITIES: SILK แคมเปญผ้าพันคอไหมชิ้นคลาสสิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
PIPATCHARA THE MAIN STAGE ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 8 ปี ของแบรนด์ https://thestandard.co/pipatchara-the-main-stage/ Tue, 28 Jul 2026 10:00:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1235946 ภาพบรรยากาศการแสดงแฟชั่นโชว์ PIPATCHARA THE MAIN STAGE ฉลองครบรอบ 8 ปี

PIPATCHARA เฉลิมฉลองครบรอบ 8 ปีของแบรนด์ ผ่านการจัดงาน […]

The post PIPATCHARA THE MAIN STAGE ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 8 ปี ของแบรนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศการแสดงแฟชั่นโชว์ PIPATCHARA THE MAIN STAGE ฉลองครบรอบ 8 ปี

PIPATCHARA เฉลิมฉลองครบรอบ 8 ปีของแบรนด์ ผ่านการจัดงาน PIPATCHA The Main Stage Behind the Curtain โชว์อาร์ตเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของแฟชั่น ศิลปะ ดนตรี และเรื่องราวต่างๆ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งยังจัดโชว์นี้ขึ้นมาเพื่อขอบคุณทุกการสนับสนุนคอมมูนิตี้ของกลุ่มคนที่ทำงานคราฟต์ และเพื่อส่งต่อโอกาสใหม่ๆ ให้กับคนที่มีศักยภาพในแวดวงศิลปะ

 

โดยงานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งภายในงานก็มีทั้งการจัดแสดงพรีวิวผลงาน รวมทั้งการแสดงของเหล่าศิลปินมากฝีมือหลายคน ไม่ว่าจะเป็น อาร์ม กรกันต์, WIM, นัท มีเรีย, ดา เอ็นโดรฟิน, แอลลี่ นิติพน และอีกมากมาย

 

พวกเขาเลือกสร้างสรรค์แฟชั่นโชว์ผ่านการนำเสนอบน ‘เวที’ แทนที่จะเป็น ‘รันเวย์’ เพื่อให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมรับชมได้ ซึ่งโชว์นี้ก็มาพร้อมกับแนวคิด Healing Through Art & Craft ที่อยากจะให้งานคราฟต์สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ความหวัง รวมทั้งรักษาภูมิปัญญาของงานหัตถศิลป์ และพวกเขาก็เลือกถ่ายทอดออกมาผ่านเวทีและโชว์ที่สามารถเล่าเรื่องผู้คน ชุมชน ศิลปิน ช่างฝีมือ และผู้คนที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์นั่นเอง ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งการนำเสนอแฟชั่นในรูปแบบใหม่ที่น่าประทับใจและยังเป็นเวทีการแสดงที่เป็นพื้นที่ของทุกคนด้วยเช่นกัน

 

ภาพบรรยากาศการแสดงแฟชั่นโชว์ PIPATCHARA THE MAIN STAGE ฉลองครบรอบ 8 ปี 1ภาพบรรยากาศการแสดงแฟชั่นโชว์ PIPATCHARA THE MAIN STAGE ฉลองครบรอบ 8 ปี 2ภาพบรรยากาศการแสดงแฟชั่นโชว์ PIPATCHARA THE MAIN STAGE ฉลองครบรอบ 8 ปี 3ภาพบรรยากาศการแสดงแฟชั่นโชว์ PIPATCHARA THE MAIN STAGE ฉลองครบรอบ 8 ปี 4ภาพบรรยากาศการแสดงแฟชั่นโชว์ PIPATCHARA THE MAIN STAGE ฉลองครบรอบ 8 ปี 5ภาพบรรยากาศการแสดงแฟชั่นโชว์ PIPATCHARA THE MAIN STAGE ฉลองครบรอบ 8 ปี 6ภาพบรรยากาศการแสดงแฟชั่นโชว์ PIPATCHARA THE MAIN STAGE ฉลองครบรอบ 8 ปี 7ภาพบรรยากาศการแสดงแฟชั่นโชว์ PIPATCHARA THE MAIN STAGE ฉลองครบรอบ 8 ปี 8ภาพบรรยากาศการแสดงแฟชั่นโชว์ PIPATCHARA THE MAIN STAGE ฉลองครบรอบ 8 ปี 9

 

ภาพ: PIPATCHARA

The post PIPATCHARA THE MAIN STAGE ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 8 ปี ของแบรนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
HERMÈS MAISON BOND STREET แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ ณ กรุงลอนดอน https://thestandard.co/hermes-maison-bond-street-london/ Sun, 21 Jun 2026 02:23:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1221069 ภาพด้านหน้าแฟล็กชิปสโตร์ Hermès Maison Bond Street ในกรุงลอนดอน

Hermès เปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของแบ […]

The post HERMÈS MAISON BOND STREET แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ ณ กรุงลอนดอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพด้านหน้าแฟล็กชิปสโตร์ Hermès Maison Bond Street ในกรุงลอนดอน

Hermès เปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของแบรนด์ โดยร้านใหม่แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนน New Bond Street เลขที่ 166 ในกรุงลอนดอน

 

แฟล็กชิปสโตร์ Hermès Maison Bond Street เป็นการรวม 6 อาคาร Grade II Listed Building หรือสิ่งก่อสร้างขึ้นทะเบียนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของอังกฤษ บนถนนเลขที่ 165, 166 และ 167 แห่งถนน New Bond Street เข้าด้วยกัน เดิมทีตึกแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1769 โดย Sir Robert Taylor และ RJ Worley สถาปนิกผู้นำสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกแห่งช่วงยุค Mid-Georgian และสุดท้ายก็ได้รับการบูรณะให้กลายเป็นแฟล็กชิปสโตร์ขนาดยักษ์ของ Hermès โดยบริษัทสถาปัตยกรรม Rena Dumas Architecture Intérieure ภายใต้การกุมบังเหียนของสถาปนิก Denis Montel ซึ่งที่จริงเขาเริ่มต้นทำโปรเจกต์นี้มาตั้งแต่ปี 2021 แล้ว

 

Hermès Maison Bond Street ถูกแบ่งออกเป็น 5 ชั้น ประกอบไปด้วย 55 ห้อง และมีลิฟต์ 4 ตัว พร้อมด้วยบันไดวนตั้งแต่ชั้น 1-5 ในพื้นที่มากกว่า 2,000 ตารางเมตร ซึ่ง Denis Montel ตั้งใจออกแบบเพื่อเชิดชูงานฝีมือและความเป็นเอกลักษณ์แบบบริติช ด้วยการเลือกโทนสีและแหล่งทรัพยากรจากอังกฤษ และยังมอบหมายให้เหล่าช่างฝีมือกับศิลปินชาวอังกฤษมาเป็นผู้รังสรรค์งานต่างๆ ในร้านอีกด้วย

 

นอกจากนั้นภายในแฟล็กชิปสโตร์ยังมีงานศิลปะมากกว่า 500 ชิ้น ที่ Pierre-Alexis Dumas ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แห่ง Hermès เป็นผู้คัดสรรด้วยตัวเอง ถูกจัดวางเคียงข้างเหล่าเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรีของแบรนด์ ท่ามกลางบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยรายละเอียดจากของตกแต่งคัสตอม และชิ้นงานต่างๆ ที่ผสมผสานยุค Georgian, Victoria และ Edwardian เข้าด้วยกัน

 

 

ภาพด้านหน้าแฟล็กชิปสโตร์ Hermès Maison Bond Street ในกรุงลอนดอน 1ภาพด้านหน้าแฟล็กชิปสโตร์ Hermès Maison Bond Street ในกรุงลอนดอน 2ภาพด้านหน้าแฟล็กชิปสโตร์ Hermès Maison Bond Street ในกรุงลอนดอน 3ภาพด้านหน้าแฟล็กชิปสโตร์ Hermès Maison Bond Street ในกรุงลอนดอน 4ภาพด้านหน้าแฟล็กชิปสโตร์ Hermès Maison Bond Street ในกรุงลอนดอน 5ภาพด้านหน้าแฟล็กชิปสโตร์ Hermès Maison Bond Street ในกรุงลอนดอน 6ภาพด้านหน้าแฟล็กชิปสโตร์ Hermès Maison Bond Street ในกรุงลอนดอน 7ภาพด้านหน้าแฟล็กชิปสโตร์ Hermès Maison Bond Street ในกรุงลอนดอน 8

 

ภาพ: Hermès

 

อ้างอิง: https://www.wallpaper.com/fashion-beauty/hermes-maison-bond-steet-london-store-denis-montel

The post HERMÈS MAISON BOND STREET แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ ณ กรุงลอนดอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
LORO PIANA IN HONG KONG พรีวิวคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 ที่ถ่ายทอดคอนเซปต์ Nomadic Reverie https://thestandard.co/loro-piana-fw26-nomadic-reverie/ Sat, 13 Jun 2026 12:00:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1218034 ภาพบรรยากาศการจัดแสดงคอลเล็กชัน Loro Piana Fall/Winter 2026 ที่ฮ่องกง

Loro Piana จัดแสดงคอลเล็กชันประจำฤดู Fall/Winter 2026 ณ […]

The post LORO PIANA IN HONG KONG พรีวิวคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 ที่ถ่ายทอดคอนเซปต์ Nomadic Reverie appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศการจัดแสดงคอลเล็กชัน Loro Piana Fall/Winter 2026 ที่ฮ่องกง

Loro Piana จัดแสดงคอลเล็กชันประจำฤดู Fall/Winter 2026 ณ อาคาร Arts Pavilion ในย่าน West Kowloon Cultural District ของฮ่องกง

 

โดยคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 ถ่ายทอดอารมณ์ Nomadic Reverie หรือ ภวังค์ฝันสัญจร ผ่านภาพทิวทัศน์ที่เคลื่อนผ่านจากหน้าต่างรถไฟเสมือนพลัดหลงไปสู่อีกห้วงมิติ โดยมีลาย Paisley (เพสลีย์) หลากรูปทรง และ สีสันเป็นดาวเด่น ไม่ว่าจะบนผนัง หรือพรมปูพื้นทอขนสัตว์เนื้อหนาสีน้ำตาลสร้างบรรยากาศชวนฝัน และ ดึงอารมณ์ร่วมของผู้ชมอย่างลึกซึ้ง

 

คอลเล็กชันนี้โดดเด่นด้วยการเล่นกับวัสดุเนื้อผ้าที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่ผ้าซาตินกับ ผ้าทวีด หนังกลับ เดนิม และ นิตแวร์ เพื่อสร้างความเรียบหรูในแบบฉบับของเมซง โดยมีเสื้อคลุมตัวยาว (Trench coat) และเบลเซอร์ที่มีลักษณะเฉพาะตัว เป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างเอกลักษณ์ให้กับลุคต่างๆ ขณะที่ ไอเท็ม เด่นอย่าง แจ็กเก็ต Rovasenda ซึ่งได้รับการปรับโฉมให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองและการเดินทาง และแจ็กเก็ต Maremma ที่ได้รับการตีความใหม่ในรูปแบบแจ็กเก็ต Bomber ต่างสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างความสบายและเสน่ห์เฉพาะตัวของคอลเล็กชันได้อย่างลงตัว

 

เหล่าเครื่องประดับยังช่วยเติมเต็มเรื่องราวของฤดูกาลนี้ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นผ่านการรังสรรค์ด้วยวัสดุและเฉดสีที่หลากหลาย โดยไฮไลต์สำคัญอย่าง กระเป๋า Heddle Tote, กระเป๋า Needle Shopper และกระเป๋าถือระดับไอคอน Extra Softy Bag ล้วนสะท้อนงานหัตถศิลป์ชั้นเลิศของแบรนด์

 

ภาพ: Loro Piana

 

ภาพบรรยากาศการจัดแสดงคอลเล็กชัน Loro Piana Fall/Winter 2026 ที่ฮ่องกง 1ภาพบรรยากาศการจัดแสดงคอลเล็กชัน Loro Piana Fall/Winter 2026 ที่ฮ่องกง 2ภาพบรรยากาศการจัดแสดงคอลเล็กชัน Loro Piana Fall/Winter 2026 ที่ฮ่องกง 3ภาพบรรยากาศการจัดแสดงคอลเล็กชัน Loro Piana Fall/Winter 2026 ที่ฮ่องกง 4ภาพบรรยากาศการจัดแสดงคอลเล็กชัน Loro Piana Fall/Winter 2026 ที่ฮ่องกง 5

The post LORO PIANA IN HONG KONG พรีวิวคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 ที่ถ่ายทอดคอนเซปต์ Nomadic Reverie appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุใด Accessible Luxury ถึงโตกว่าแบรนด์หรูทั่วไป 3 เท่า? เจาะอินไซต์คนรุ่นใหม่ที่เลือกเปย์เพราะ ‘เข้าถึงได้และคุ้มค่า https://thestandard.co/accessible-luxury-young-consumer-growth/ Sun, 31 May 2026 07:33:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1212945 ภาพผู้คนแต่งกายทันสมัยในเมือง สะท้อนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

ตลาดสินค้าลักชัวรีกำลังถูกนิยามใหม่โดยคนรุ่นใหม่ The 1 […]

The post เหตุใด Accessible Luxury ถึงโตกว่าแบรนด์หรูทั่วไป 3 เท่า? เจาะอินไซต์คนรุ่นใหม่ที่เลือกเปย์เพราะ ‘เข้าถึงได้และคุ้มค่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้คนแต่งกายทันสมัยในเมือง สะท้อนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

ตลาดสินค้าลักชัวรีกำลังถูกนิยามใหม่โดยคนรุ่นใหม่ The 1 Insight เปิดเผยข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภควัย 18-35 ปี หรือกลุ่ม Young Consumers ซึ่งประกอบด้วย Millennials และ Gen Z ที่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดสินค้า Accessible Luxury หรือสินค้าลักชัวรีในราคาที่เข้าถึงได้ โดยกลุ่มนี้มียอดใช้จ่ายในหมวด Accessible Luxury สูงกว่าหมวด Luxury ทั่วไปถึง 3 เท่า

 

 
 

ขณะที่ภาพรวมตลาด Luxury ยังทรงตัว การเติบโตของ Accessible Luxury กลับสวนทาง จนกลายเป็นเซกเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดลักชัวรีเวลานี้ ครอบคลุมทั้งสินค้าแฟชั่นและบิวตี้ และส่งผลบวกต่อแบรนด์รุ่นใหม่จากเกาหลี, ไทย, จีน และยุโรป ที่เน้นคุณภาพสมดุลกับราคา

 

คนรุ่นใหม่ 60% ของกำลังซื้อโลก กับพฤติกรรม ‘Smart Indulgence’

 

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ผู้บริโภควัย 18-35 ปี คิดเป็นสัดส่วนราว 60% ของกำลังซื้อทั่วโลก ทำให้กลุ่มนี้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ, การค้าปลีก และเทรนด์การใช้จ่ายในปัจจุบัน

 

The 1 Insight ระบุว่า คนรุ่นใหม่ให้นิยามคำว่า ‘Luxury’ ที่กว้างกว่าราคาหรือชื่อแบรนด์ โดยให้น้ำหนักกับคุณค่าทางอารมณ์, การสะท้อนตัวตน และความคุ้มค่าในระยะยาวมากขึ้น จนเกิดเป็นพฤติกรรมที่เรียกว่า ‘Smart Indulgence’ หรือการเลือกใช้จ่ายกับสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านั้น

 

พฤติกรรมดังกล่าวผลักดันให้แบรนด์ Accessible Luxury เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะแบรนด์แฟชั่นและบิวตี้รุ่นใหม่จากเกาหลี, ไทย และยุโรป ที่ได้รับความนิยมในระดับโลกอย่างรวดเร็ว ด้วยจุดแข็งด้านคุณภาพ, ดีไซน์ และการสื่อสารตัวตนของแบรนด์ผ่านโซเชียลมีเดีย ในราคาที่เข้าถึงได้ จนหลายแบรนด์มีผู้บริโภคต่อคิวหน้าร้าน และสินค้าหลายคอลเลกชันขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว

 

Fashion นำตลาด รองเท้า เสื้อผ้า และนาฬิกา ครองยอดนิยม

 

ปรากฏการณ์ Smart Indulgence เห็นได้ชัดในหมวดสินค้า Accessible Luxury กลุ่ม Fashion ที่มียอดขายเติบโตในทุกกลุ่มช่วงวัย และเติบโตขึ้นหลายเท่าตัวในกลุ่มคนรุ่นใหม่

 

โดย 3 หมวดสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่ม Young Consumers ได้แก่ รองเท้า, เสื้อผ้า และนาฬิกาข้อมือ ซึ่งสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่พร้อมใช้จ่ายกับสินค้าแฟชั่นที่ช่วยแสดงออกถึงสไตล์และตัวตนของตัวเอง

 

Beauty จุดเริ่มลักชัวรี Makeup โต 2 เท่า

 

ในกลุ่ม Beauty ทาง The 1 Insight มองว่าเป็น ‘Luxury Entry Point’ หรือจุดเริ่มต้นเข้าสู่โลกลักชัวรีของคนรุ่นใหม่ เพราะเข้าถึงได้ในราคาที่จับต้องง่ายกว่าสินค้ากลุ่มแฟชั่น โดยยอดขายสินค้า Accessible Luxury กลุ่ม Beauty ในกลุ่มคนรุ่นใหม่เติบโตถึง 1.5 เท่า และสูงเป็นพิเศษในกลุ่มเครื่องสำอาง (Makeup) ที่เติบโตถึง 2 เท่า

 

ช่องทางที่กำลังเติบโตเร็วคือ ร้านมัลติแบรนด์บิวตี้ที่รวบรวมสินค้าจากหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม Accessible Luxury ที่ตอบโจทย์ Young Consumers ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้จ่ายผ่านช่องทางนี้เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า

 

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการเลือกซื้อ Beauty ของคนรุ่นใหม่แตกต่างกันไปในแต่ละหมวดย่อย ในหมวดเครื่องสำอาง แบรนด์กลุ่ม Accessible Luxury อย่างแบรนด์จากเกาหลี รวมถึงแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะหรือมีนวัตกรรมเด่น กำลังเติบโตเร็วจากความต้องการสินค้าที่สนุก, สดใหม่ และสะท้อนสไตล์เฉพาะตัว

 

ส่วนในหมวดสกินแคร์ (Skincare) ที่พลังของแบรนด์และความน่าเชื่อถือยังมีอิทธิพลสูง ชื่อแบรนด์ลักชัวรีระดับโลกและแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมานาน ยังคงครองตำแหน่ง Top-of-Mind และเป็นสินค้าขายดีอันดับต้นๆ ในกลุ่มนี้

 

ดังนั้นการเติบโตของ Accessible Luxury จึงสะท้อนการนิยามคำว่า ‘Luxury’ ขึ้นใหม่ของคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับตัวตน, คุณค่าทางอารมณ์ และความเข้าถึงได้ มากกว่าจะสะท้อนเพียงกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น จนทำให้กลุ่มนี้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่กำหนดทิศทางใหม่ของตลาดลักชัวรีทั่วโลก

 

ภาพ : dodotone / Shutterstock

The post เหตุใด Accessible Luxury ถึงโตกว่าแบรนด์หรูทั่วไป 3 เท่า? เจาะอินไซต์คนรุ่นใหม่ที่เลือกเปย์เพราะ ‘เข้าถึงได้และคุ้มค่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
Stormi ขึ้นแคมเปญใหม่สำหรับแบรนด์ Khy ของคุณแม่ Kylie Jenner https://thestandard.co/stormi-models-khy-kylie-jenner-brand/ Tue, 12 May 2026 07:15:21 +0000 https://thestandard.co/stormi-models-khy-kylie-jenner-brand/ Stormi ถ่ายแบบให้แคมเปญ Khy Collection Born in LA

Stormi ลูกสาวของ Kylie Jenner กับ Travis Scott ได้โชว์ส […]

The post Stormi ขึ้นแคมเปญใหม่สำหรับแบรนด์ Khy ของคุณแม่ Kylie Jenner appeared first on THE STANDARD.

]]>
Stormi ถ่ายแบบให้แคมเปญ Khy Collection Born in LA

Stormi ลูกสาวของ Kylie Jenner กับ Travis Scott ได้โชว์สกิลการถ่ายแบบเดี่ยวอย่างเต็มตัวสำหรับแคมเปญใหม่ Born in LA Collection สำหรับแบรนด์ Khy ของคุณแม่ในวัยเพียง 8 ขวบเท่านั้น ซึ่งเธอก็นำเสนอเสื้อผ้าในคอลเล็กชันออกมาอย่างสดใสและเป็นธรรมชาติตามวัยอย่างเต็มที่

 

ภาพแคมเปญใหม่เหล่านั้นเผยให้เห็น Stormi ในไอเทมที่เน้นลุคโอเวอร์ไซส์ในเสื้อผ้าผู้ใหญ่จากคอลเล็กชัน Born in LA Collection ทั้งแจ็กเกตเดนิม City Jacket, กางเกงยีนแบ็กกี้ Relaxed Jean, สเวตเตอร์คอกลมสีน้ำตาลเข้ม, เสื้อฮู้ด Zuma Zip Up กับกระโปรง Zuma Mini Skirt สีชมพูคุมโทน และ เสื้อยืดสีขาวที่ประทับโลโก้ ‘KHY’ ในฟอนต์อันเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ ซึ่ง Khy อธิบายว่า คอลเล็กชันนี้เป็นการตอกย้ำถึงการเปลี่ยนทิศทางของแบรนด์ จากที่เคยเป็นแบรนด์ที่โฟกัสกับการร่วมมือกับแบรนด์อื่น มาเป็นแบรนด์แฟชั่นของตัวเองที่เน้นการสวมใส่ได้จริง และใส่ซ้ำๆ ได้หลายครั้ง

 

Kylie Jenner อดใจไม่ไหวที่จะคอมเมนต์ชื่นชมลูกสาวใต้โพสต์แคมเปญนี้ด้วยว่า “เบบี๋ของฉันนนน”

 

ที่จริงแล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Stormi ได้ถ่ายแฟชั่น เพราะหลังจากออกมาลืมตาดูโลกได้เพียง 1 ปี เธอก็ได้มีโอกาสถ่ายปกนิตยสารของ Harper’s Bazaar Arabia ร่วมกับ Kylie Jenner และคุณยาย Kris Jenner แล้ว โดยที่ผ่านมาสองแม่ลูกต่างแสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความสนิทสนมกันเป็นอย่างมากผ่านโมเมนต์หลากหลายโพสต์บนโซเชียลมีเดีย จน Stormi กลายเป็นที่รักที่เป็นที่น่าเอ็นดูสำหรับแฟนๆ ผู้ติดตามกันไปแล้ว

 

ภาพ: Khy
อ้างอิง: https://people.com/kylie-jenner-daughter-stormi-webster-models-fashion-campaign-11970485

The post Stormi ขึ้นแคมเปญใหม่สำหรับแบรนด์ Khy ของคุณแม่ Kylie Jenner appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 THINGS WE LOVE ABOUT ROBERT WUN ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกงผู้เขย่า Met Gala ปี 2026 https://thestandard.co/7-things-we-love-about-robert-wun/ Sun, 10 May 2026 07:52:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1205679 โรเบิร์ต วุน ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกง ผู้สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นในงาน Met Gala 2026

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ Robert Wun กลายเป็นหนึ่ […]

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT ROBERT WUN ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกงผู้เขย่า Met Gala ปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรเบิร์ต วุน ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกง ผู้สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นในงาน Met Gala 2026

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ Robert Wun กลายเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดของวงการแฟชั่นระดับโลก ด้วยผลงานที่เต็มไปด้วยความแกลมติดดรามาติกผสมเข้ากับเทคนิคการตัดเย็บระดับกูตูร์ที่ละเอียดลึกซึ้ง จนทำให้เสื้อผ้าของเขาไม่ได้เป็นเพียงแฟชั่น แต่ใกล้เคียงกับงานศิลปะที่มีอารมณ์และการเล่าเรื่องอยู่ในทุกลุค ความโดดเด่นของเขาคือการสร้างซิลูเอตที่ดูดรามาติก โดยยังคงสวมใส่แล้วรู้สึกทรงพลังและยั่วยวนไปพร้อมกัน ทำให้เหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกจำนวนมากเลือกสวมใส่ผลงานของเขาในโมเมนต์สำคัญของชีวิตและบนพรมแดงระดับโลก

 

 
 

กระแสของแบรนด์ยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นหลังงาน Met Gala 2026 ที่ผ่านมา เมื่อหลายคนเลือกสวมใส่ชุดของ Robert Wun เดินพรมแดง ไม่ว่าจะเป็น Lisa, Naomi Osaka, ป่าน ณิชาภัทร หรือแม้แต่ Beyoncé ที่ยังเปลี่ยนมาใส่ Robert Wun อีกลุคภายในงานของ Met Gala จนกลายเป็นหนึ่งในชื่อที่คนแฟชั่นพูดถึงมากที่สุดในค่ำคืนนั้น และทำให้ผู้คนเริ่มหันมาสนใจว่าแท้จริงแล้วดีไซเนอร์คนนี้คือใคร รวมถึงอะไรที่ทำให้แบรนด์ของเขามีพลังดึงดูดต่อทั้งศิลปินและวงการแฟชั่นร่วมสมัยได้มากขนาดนี้

 

วันนี้ THE STANDARD POP จะพาไปทำความรู้จักแบรนด์ที่หลายคนกำลังพูดถึง ณ เวลานี้

 

EARLY LIFE

 

โรเบิร์ต วุน ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกง ผู้สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นในงาน Met Gala 2026 1

 

Robert Wun เติบโตขึ้นในฮ่องกง เมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมของภาพยนตร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญต่อวิธีคิดด้านแฟชั่นของเขาในเวลาต่อมา ตั้งแต่เด็กเขาสนใจการวาดภาพและการสร้างตัวละคร มากกว่าการมองแฟชั่นในฐานะเสื้อผ้าทั่วไป เขาหลงใหลโลกของความแฟนตาซี งานภาพยนตร์ และคอสตูมดีไซน์ จนเริ่มพัฒนาแนวคิดเรื่องซิลูเอตและการเคลื่อนไหวผ่านภาพสเกตช์ของเขาอยู่เสมอ ก่อนเข้าสู่วงการแฟชั่น Robert Wun เคยเล่าว่าเขาไม่ได้เติบโตมากในสังคมแฟชั่นลักชัวรีแบบคนยุโรป แต่เรียนรู้จากภาพยนตร์ นิตยสาร และสังคมรอบตัว ซึ่งสิ่งนี้ทำให้งานของเขามีความ cinematic อย่างชัดเจนในทุกคอลเล็กชัน ภายหลังเขาย้ายไปศึกษาต่อที่ London College of Fashion ในกรุงลอนดอน เมืองที่เปิดพื้นที่ให้เขาได้ทดลองความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Robert Wun ค่อยๆ พัฒนาตัวเองจากเด็กที่รักการวาดภาพ สู่หนึ่งในดีไซเนอร์กูตูร์ที่วงการแฟชั่นจับตามองมากที่สุดในปัจจุบัน

 

HOW THE BRAND STARTED

 

โรเบิร์ต วุน ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกง ผู้สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นในงาน Met Gala 2026 2

 

หลังเรียนจบจาก London College of Fashion เขาเริ่มต้นแบรนด์ของตัวเองในกรุงลอนดอนช่วงปี 2014 ด้วยวิธีคิดที่แตกต่างจากดีไซเนอร์หน้าใหม่หลายคน เพราะเขาไม่ได้พยายามสร้างเสื้อผ้าที่แนวคอมเมอร์เชียลตั้งแต่แรก แต่กลับเลือกสร้างโลกของตัวเองผ่านงานดีไซน์ที่มีเรื่องเล่า และชัดเจนในด้านอารมณ์การออกแบบ เขาเริ่มต้นจากคอลเล็กชันขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยเทคนิคเทเลอริงแปลกใหม่ การตัดต่อผ้า และ ซิลูเอตที่ดูคล้าย Sculpture มากกว่า Ready-to-Wear ทั่วไป

 

แม้ในช่วงแรกแบรนด์จะยังจัดอยู่ในหมวด Niche แต่ผลงานของเขากลับเริ่มถูกพูดถึงในหมู่คนแฟชั่นอย่างรวดเร็ว เพราะตัวตนและภาพลักษณ์ที่ชัดเจนไม่พยายามเดินตามเทรนด์ตลาด ความสามารถในการสร้างเสื้อผ้าที่ดรามาติก แต่ยัง Sophisticated ทำให้สไตลิสต์และเอดิเตอร์หลายคนเริ่มสนใจ ในเวลาต่อมาแบรนด์ของเขาค่อยๆ เติบโตจากแบรนด์เล็กๆ ไปสู่กูตูร์เฮาส์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมฐานแฟนคลับที่แข็งแรงทั้งในวงการแฟชั่นและวงการบันเทิงระดับโลก

 

DESIGN PHILOSOPHY

 

โรเบิร์ต วุน ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกง ผู้สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นในงาน Met Gala 2026 3

 

สิ่งที่ทำให้ Robert Wun แตกต่างจากดีไซเนอร์คนอื่น คือวิธีที่เขามองแฟชั่นเป็น “Emotional Storytelling” มากกว่าการสร้างเสื้อผ้าเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว ทุกคอลเล็กชันของเขามักเต็มไปด้วยการเล่าเรื่อง ที่เชื่อมโยงกับความรู้สึก ความทรงจำ หรืออารมณ์ที่ซ่อนความขัดแย้งบางอย่าง ทำให้เสื้อผ้าของเขามีพลังทางอารมณ์อย่างชัดเจน อีกหนึ่งลายเซ็นสำคัญคือการสร้างซิลูเอตที่ดรามาติก และ Sculptural เขาชื่นชอบการใช้วอลุ่ม เทเลอร์คมเฉียบ และเทคนิคลวงตาต่างๆ เพื่อสร้างมูฟเมนต์ให้เสื้อผ้าดูมีชีวิต งานหลายชิ้นยังเล่นกับแนวคิดของการแปลงโฉม การจับคู่ความขัดแย้ง อาทิ ความแกลม และความมืดมน ที่อยู่รวมกันในลุคเดียว นอกจากนี้ Robert Wun ยังให้ความสำคัญกับเทคนิคการตัดเย็บแบบกูตูร์ เชิดชูงานคราฟต์อย่างมาก ทำให้ผลงานของเขาแม้จะดูอาวองการ์ด แต่ก็เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ละเอียดอ่อนในระดับโอตกูตูร์อย่างแท้จริง

 

SPECIAL PROJECTS

 

โรเบิร์ต วุน ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกง ผู้สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นในงาน Met Gala 2026 4

 

นอกจากผลงานบนรันเวย์แล้ว Robert Wun ยังมีโปรเจกต์พิเศษอีกมากมายที่สะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดด้านแฟชั่นอันเหนือกรอบของเขา เขาเคยร่วมงานกับคณะนักเต้นบัลเลต์จากฮ่องกงในโชว์ Martlet Birds in Eternal Flight ที่ผสมผสานการเต้นเข้ากับ Costume Design จนเสื้อผ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของโชว์อย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่นั้น Robert Wun ยังเคยร่วมงานกับ Johnnie Walker ในการตีความโลกของวิสกี้ให้ออกมาในรูปแบบแฟชั่น ผ่านเสื้อผ้าที่สะท้อนทั้งมู้ดของเครื่องดื่มได้อย่างน่าสนใจ อีกหนึ่งโมเมนต์ที่หลายคนจดจำได้ดีคือชุดของ Naomi Osaka ในการแข่งขัน Australian Open ที่เธอสวมใส่งานดีไซน์จาก Robert Wun ลงสนามแข่งขันจริง ลุคดังกล่าวมาพร้อมหมวกคลุมใบหน้า ร่ม และกระโปรงระบายที่ดูดรามาติกราวกับหลุดออกมาจากรันเวย์มากกว่าชุดกีฬา จนกลายเป็นไวรัลและทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า วันนี้แฟชั่นสามารถพา sportswear ไปได้ไกลขนาดไหน

 

AWARDS AND RECOGNITION

 

โรเบิร์ต วุน ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกง ผู้สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นในงาน Met Gala 2026 5

 

ตลอดเส้นทางอาชีพ Robert Wun ได้รับการยอมรับจากวงการแฟชั่นระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ผลงานของเขาได้รับการชื่นชมจากทั้งเหล่าเอดิเตอร์ สไตลิสต์ และบายเออร์จำนวนมาก เพราะมีเอกลักษณ์ชัดเจน พร้อมความสามารถในการรักษา DNA ของแบรนด์เอาไว้ได้ ในปี 2022 ผลงานของเขายังโดดเด่นมากพอที่จะได้รับนิทรรศการเดี่ยวที่ SCAD FASH Museum of Fashion + Film ภายใต้ชื่อ Robert Wun: Between Reality and Fantasy นิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ตอกย้ำว่า Robert Wun ไม่ใช่แค่ดีไซเนอร์ เขาถูกยกระดับไปสู่ creative visionary ที่ใช้แฟชั่นเป็นสื่อทางศิลปะ ในปีถัดมา เขายังคว้ารางวัลจากเวที ANDAM Fashion Awards ในสาขา Prix Spécial ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญของวงการแฟชั่นฝรั่งเศสที่เคยผลักดันดีไซเนอร์ระดับโลกมาแล้วมากมาย รางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ Robert Wun

 

CELEBRITY CHOICE

 

โรเบิร์ต วุน ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกง ผู้สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นในงาน Met Gala 2026 6

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Robert Wun กลายเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ที่เหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกหลงใหล เพราะผลงานของเขามีความบาลานซ์ระหว่างงานกูตูร์และความแกลมร่วมสมัยได้อย่างลงตัว เสื้อผ้าของเขาไม่ได้เพียงช่วยให้ผู้สวมใส่ดูสวยหรือโดดเด่น แต่ยังทำให้พวกเขาดูเหมือนคาแรกเตอร์บางอย่างที่ถูกสร้างขึ้นมาเฉพาะสำหรับค่ำคืนนั้น รายชื่อคนดังที่เลือกใส่ Robert Wun มีตั้งแต่นักร้อง นักแสดง ไปจนถึงศิลปินระดับ Global Icon อาทิ LISA, JENNIE, Lady Gaga, Ariana Grande, Karol, Usher และอีกมากมาย ซึ่งหลายคนมักเลือกแบรนด์นี้ในช่วงเวลาที่ต้องการสร้าง Statement ให้กับตนเอง จนเขากลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญสำหรับงานพรมแดงระดับใหญ่ที่หลายคนเชื่อใจในฝีมือของเขาว่าจะต้องเป็นที่พูดถึงแน่นอน

 

MET GALA 2026

 

โรเบิร์ต วุน ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกง ผู้สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นในงาน Met Gala 2026 7

 

หนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้ชื่อของ Robert Wun ถูกพูดถึงมากที่สุด คือ Met Gala 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นปีที่แบรนด์ของเขาปรากฏตัวอย่างโดดเด่นบนพรมแดงระดับโลก เซเลบริตี้จำนวนมากต่างเลือกสวมใส่ผลงานของเขาเพื่อสร้าง statement สำคัญของค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็น LISA ที่มาในเดรสสั่งตัดพิเศษสีขาว พร้อมดีเทลแขนดรามาติก ขณะที่ Naomi Osaka เลือกปรากฏตัวในลุคสีขาว ก่อนเปิดเผยเดรสสีแดงสดด้านในที่สร้างภาพจำ ด้าน Audrey Nuna หนึ่งในสมาชิกจาก Huntr/x ก็เลือกสวมโค้ทเดรสประดับลูกปัดจำนวนมากที่สะท้อนความดรามาแบบ Robert Wun ได้อย่างชัดเจน ด้าน Beyoncé ก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปลี่ยนเป็นเดรสสีดำทองประดับปักทั่วทั้งชุด เพื่อขึ้นพูดภายในงาน Met Gala ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งลุคที่ถูกพูดถึงอย่างมากในค่ำคืนนั้น

 

ไม่ใช่แค่บนพรมแดงเท่านั้น ภายในนิทรรศการของ The Metropolitan Museum of Art ภายใต้ธีม Fashion is Art ยังมีผลงานกูตูร์ของ Robert Wun ถึง 3 ลุค ได้รับเลือกให้จัดแสดงภายในงานอีกด้วย ถือเป็นการตอกย้ำว่าผลงานของเขาไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะแฟชั่นสำหรับงานพรมแดง

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT ROBERT WUN ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกงผู้เขย่า Met Gala ปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hailey Bieber ขึ้นแคมเปญสุดท้ายของ Pieter Mulier ที่แบรนด์ Alaïa https://thestandard.co/hailey-bieber-alaia-mulier-campaign/ Sun, 10 May 2026 03:05:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1205528 Hailey Bieber สวมชุด Alaïa ในแคมเปญ Archetypes

Alaïa ทำให้คอลเล็กชัน Archetypes โดดเด่นและเป็นที่สนใจย […]

The post Hailey Bieber ขึ้นแคมเปญสุดท้ายของ Pieter Mulier ที่แบรนด์ Alaïa appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hailey Bieber สวมชุด Alaïa ในแคมเปญ Archetypes

Alaïa ทำให้คอลเล็กชัน Archetypes โดดเด่นและเป็นที่สนใจยิ่งขึ้น เมื่อให้ Hailey Bieber เจ้าของธุรกิจพันล้านและแฟชั่นไอคอนคนดังของยุค มาขึ้นแคมเปญล่าสุดของคอลเล็กชัน Archetypes ซึ่งทางแบรนด์ได้ตั้งชื่อเพื่อเรียกแทน Pre-Collection

 

แคมเปญ Archetypes นับผลงานส่งท้ายของ Pieter Mulier ในฐานะครีเอทีฟไดเรคเตอร์ ก่อนเขาจะย้ายไปกุมบังเหียน Versece อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ซึ่ง Hailey Bieber ได้นำเสนอแฟชั่นลุคต่างๆ ของ Alaïa โดยมีช่างภาพอย่าง Tyrone Lebon เป็นผู้ถ่ายภาพ ณ สตูดิโอ Grace Mews ของเขาในกรุงลอนดอน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่โลเคชันนี้ถูกใช้เป็นพื้นหลังสำหรับการถ่ายทำแคมเปญ และเป็นการกระชับความเชื่อมโยงด้านครีเอทีฟระหว่างช่างภาพและแบรนด์ให้แนบแน่นยิ่งกว่าเดิม

 

โดย Alaïa อธิบายว่า ลุคในแคมเปญนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างความเย้ายวนและพลังแห่งความงาม โดยคอลเล็กชัน Archetypes ได้รับการนิยามว่าเป็นชิ้นงานจากตู้เสื้อผ้าและคลังของ Alaïa ที่ซึ่งเต็มไปด้วยเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์, ซิกเนเจอร์ต่างๆ และไอเท็มใหม่ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมและเทคนิคพิเศษ อย่าง Sculpted Knits ไอเทมถักนิตติ้งในโครงสร้างแปลกตา เสื้อ Jerseys ไปจนถึงไอเทมหนัง

 

ภาพ: Tyrone Lebon for Alaïa

 

อ้างอิง: https://sg.news.yahoo.com/exclusive-hailey-bieber-fronts-streamlined-120000307.html

The post Hailey Bieber ขึ้นแคมเปญสุดท้ายของ Pieter Mulier ที่แบรนด์ Alaïa appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tapestry บริษัทแม่ของ Coach เห็นยอดขายเพิ่มขึ้นติดต่อกันถึง 6 ไตรมาส https://thestandard.co/tapestry-coach-sales-growth/ Sat, 09 May 2026 03:18:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1205330 ภาพสาวมั่นใจกำลังโพสท่าถือกระเป๋า Coach

Tapestry บริษัทแม่ของแบรนด์ Coach, Kate Spade และ Stuar […]

The post Tapestry บริษัทแม่ของ Coach เห็นยอดขายเพิ่มขึ้นติดต่อกันถึง 6 ไตรมาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสาวมั่นใจกำลังโพสท่าถือกระเป๋า Coach

Tapestry บริษัทแม่ของแบรนด์ Coach, Kate Spade และ Stuart Weitzman เพิ่มการคาดการณ์รายได้ประจำปีเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ พร้อมกับรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 ซึ่งผลปรากฏว่ามียอดขายจำนวนสูงกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ด้วยความนิยมของกระเป๋า Tabby จาก Coach ที่เป็นที่ถูกใจของเหล่า Gen-Z รวมไปถึงโปรดักต์เครื่องหนังอื่นๆ ด้วย

 

หุ้นของ Tapestry ก็มีมูลค่าสูงขึ้น 4% ในช่วงเวลาการซื้อขายหุ้นก่อนที่ตลาดหลักจะเปิดทำการ โดยบริษัทได้ผลักดันการลงทุนกับนวัตกรรมโปรดักต์หมวดหมู่ แฟชั่น อย่างเช่นกระเป๋า และ Book Charm หรือหนังสือเล่มจิ๋วห้อยกระเป๋า อันเป็นไอเทมที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่กลุ่มลูกค้ารุ่น Gen-Z เป็นอย่างมากในขณะนี้ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นที่น่าพึงพอใจ เพราะบริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอติดต่อกันถึง 6 ไตรมาสแล้ว ส่งผลให้พวกเขาปรับการคาดการณ์รายได้ปีงบประมาณ 2026 จาก 7.75 พันล้านดอลลาร์ ขึ้นเป็น 7.95 พันล้านดอลลาร์

 

ขณะนี้แบรนด์ลักชัวรีทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและสงครามในตะวันออกกลาง และทำให้สูญเสียกลุ่มลูกค้าในดูไบและอาบูดาบีไป ทั้ง Hermés, Kering และ LVMH ต่างก็รายงานถึงความต้องการสินค้าลักชัวรีที่ลดลงของผู้บริโภคในพื้นที่ยุโรปและตะวันออกกลาง แต่ถึงอย่างนั้น Tapestry ที่ตีตลาดด้วยความทันเทรนด์สมัยใหม่กลับมียอดขายในยุโรปเพิ่มขึ้นถึง 31% ในไตรมาสนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมียอดขายในอเมริกาเพิ่มขึ้น 20% ด้วย

 

CFO แห่ง Tapestry อย่าง Scott Roe เผยผ่าน Reuters ว่า ลูกค้าของพวกเขายังคงตอบสนองต่อแบรนด์และโปรดักต์ที่พวกเขานำเสนอได้ดี พร้อมกับชี้ถึงความต้องการสินค้าของ Kate Spade และความรู้สึกเชื่อมโยงถึงแบรนด์ของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้บริษัทมีความมั่นใจและเชื่อมั่นในการลงทุนเพื่อการเติบโตระยะยาว

 

ภาพ: Gilbert Flores/WWD via Getty Images

 

อ้างอิง: https://th.fashionnetwork.com/news/Tapestry-lifts-annual-targets-beats-quarterly-estimates-on-strong-demand-for-tabby-bags,1830317.html

 

The post Tapestry บริษัทแม่ของ Coach เห็นยอดขายเพิ่มขึ้นติดต่อกันถึง 6 ไตรมาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kylie Jenner หาเวลาไปเชียร์บาสเกตบอลกับ Timothée Chalamet ที่นิวยอร์ก https://thestandard.co/kylie-jenner-timothee-chalamet-basketball-new-york/ Sat, 09 May 2026 03:11:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1205325 Kylie Jenner และ Timothée Chalamet ชมการแข่งขันบาสเกตบอล

หลังจากไปร่วมสร้างโมเมนต์สำคัญในแวดวงแฟชั่นที่งาน Met G […]

The post Kylie Jenner หาเวลาไปเชียร์บาสเกตบอลกับ Timothée Chalamet ที่นิวยอร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kylie Jenner และ Timothée Chalamet ชมการแข่งขันบาสเกตบอล

หลังจากไปร่วมสร้างโมเมนต์สำคัญในแวดวงแฟชั่นที่งาน Met Gala 2026 เพียงไม่กี่วันที่ผ่านมา Kylie Jenner ก็ได้ไปเชียร์บาสเกตบอลเคียงข้างแฟนหนุ่ม Timothée Chalamet สำหรับการแข่งขันระหว่างทีมโปรดในดวงใจของเขาอย่าง New York Knicks กับ Philadelphia 76er ในเกมที่ 2 ของ Eastern Conference Semifinals ที่ Madison Square Garden ของมหานครนิวยอร์ก

 

นอกจากโมเมนต์หวานๆ ของ Kylie Jenner กับ Timothée Chalamet ที่คบหากันมาเป็นเวลามากกว่า 3 ปี สิ่งที่สื่อให้ความสนใจเป็นอย่างมากก็คือแฟชั่นลุคของ Kylie Jenner โดยเธอสวมเสื้อกล้ามสีขาวคู่กับกางเกงเดนิม ที่ถึงแม้จะดูเป็นลุคที่มีความแคชวล แต่แอ็กเซสซอรีบนตัวเธอคือดาวเด่นที่แท้จริงในลุคนี้ โดยเฉพาะกระเป๋า Birkins หนังจระเข้สี น้ำ เงินเข้มของ Hermés ที่ปัจจุบันมีราคาขาย Resale สูงถึง 40,000 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 1.2 ล้านบาท

 

Kylie Jenner เพิ่มกิมมิกให้กับแฟชั่นลุคด้วยการสวมรองเท้าเปิดส้นวินเทจสีส้มสดใสของ Miu Miu เพื่อให้เข้ากับสีประจำทีม New York Knicks และ เธอยังถือแจ็กเกตสีเดียวกันเอาไว้กับตัวอีกด้วย ในส่วนของจิวเวลรีนั้น Kylie Jenner เลือกใส่ต่างหูเพชรเม็ดใหญ่ที่เจียระไนหลากหลายรูปแบบ และ ส่องประกายระยิบระยับทุกมุม โดยเธอคอมพลีตลุคด้วยการมัดผมหางม้าที่เปิดเห็นใบหน้าและเมกอัพลุคอย่างสวยงามชัดเจน

 

ทางด้าน Timothée Chalamet เลือกสวมแจ็กเกตหนังวินเทจสีส้มจาก Avirex กับกางเกงยีนตัวโคร่งและรองเท้าบูต โดยเขาเชียร์การแข่งขันแบบเอเนอร์จีเต็มร้อยตลอดทั้งเกม และกลับบ้านพร้อมรอยยิ้มเพราะชัยชนะได้ตกเป็นของทีม New York Knicks นั่นเอง

 

ภาพ: Dustin Satloff/Getty Images

 

อ้างอิง https://www.instyle.com/kylie-jenner-blue-hermes-birkin-meaningful-accessory-knicks-game-timothee-chalamet-11969348

The post Kylie Jenner หาเวลาไปเชียร์บาสเกตบอลกับ Timothée Chalamet ที่นิวยอร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
CHANEL เตรียมจัดแฟชั่นโชว์ Métiers d’Art 2027 ณ กรุงโรม วันที่ 2 ธันวาคมนี้ https://thestandard.co/chanel-metiers-dart-rome-december/ Fri, 08 May 2026 07:40:03 +0000 https://thestandard.co/chanel-metiers-dart-rome-december/ ป้ายโลโก้ CHANEL

CHANEL ประกาศเตรียมจัดแฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีกับ […]

The post CHANEL เตรียมจัดแฟชั่นโชว์ Métiers d’Art 2027 ณ กรุงโรม วันที่ 2 ธันวาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป้ายโลโก้ CHANEL

CHANEL ประกาศเตรียมจัดแฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีกับคอลเล็กชัน Métiers d’Art 2027 ในวันที่ 2 ธันวาคม 2026 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี

 

โดยโชว์นี้จะเป็นคอลเล็กชัน Métiers d’Art ลำดับที่สองของ Matthieu Blazy ในฐานะ Artistic Director of Fashion Activities หลังจากจัดแฟชั่นโชว์แรกที่มหานครนิวยอร์กไปเมื่อเดือนธันวาคม 2026 ซึ่งได้รับคำชมอย่างล้นหลาม และกำลังจะมีการจัดโชว์อีกรอบในรูปแบบ Replica ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ปลายเดือนนี้

 

ประเทศอิตาลีถือว่ามีความสำคัญต่อแบรนด์ CHANEL อย่างมหาศาล เพราะทางผู้ก่อตั้งแบรนด์ Gabrielle Chanel ได้มาเที่ยวพักผ่อนตั้งแต่ปี 1920 และต่อมาก็ได้ดีไซน์เสื้อผ้าให้ภาพยนตร์เรื่อง Boccaccio ’70 ของผู้กำกับชาวอิตาเลียนระดับตำนาน Luchino Visconti เมื่อปี 1962 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของแบรนด์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของ CHANEL และโลกภาพยนตร์ที่ยังคงแน่นแฟ้นจนถึงทุกวันนี้

 

นอกเหนือจากนั้น ทาง Karl Lagerfeld อดีตครีเอทีฟไดเรคเตอร์ของ CHANEL ก็เคยจัดแฟชั่นโชว์ Métiers d’Art มาแล้วเมื่อปี 2015 ซึ่งเป็นที่จดจำในประวัติศาสตร์แฟชั่นกับการจำลองเมืองปารีสในกรุงโรม ณ โรงถ่ายหนัง Cinecittà Studios

 

ทาง Bruno Pavlovsky ประธานฝั่งแฟชั่นของแบรนด์ CHANEL ได้กล่าวผ่านเว็บไซต์ WWD ว่า “ เป็นที่รู้กันดีว่า Matthieu ชื่นชอบอิตาลีเป็นอย่างมากและรู้จักประเทศนี้เป็นอย่างดี ดังนั้นพวกเราทุกคนจึงอยากกลับไปอิตาลีอีกครั้ง ซึ่งการจัดโชว์ที่กรุงโรมเป็นเรื่องท้าทายเสมอ เพราะมันเป็นสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง”

 

มากไปกว่านั้น ประเทศอิตาลีก็เป็นฐานผลิตสำคัญของสินค้า CHANEL ในกลุ่มรองเท้า แว่นตา และกระเป๋าบางรุ่น ซึ่งการที่ Matthieu Blazy อยากจะโชว์คอลเล็กชัน Ready-to-Wear ที่ยกย่องเรื่องงานคราฟต์อย่าง Métiers d’Art ก็เป็นที่ที่ดูลงตัวเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของเขาเพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้า CHANEL

The post CHANEL เตรียมจัดแฟชั่นโชว์ Métiers d’Art 2027 ณ กรุงโรม วันที่ 2 ธันวาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tax The Rich! ทำไม Met Gala 2026 ถึงเกิดเหตุประท้วงใหญ่ ต้าน ‘เจฟฟ์ เบซอส’ https://thestandard.co/met-gala-jeff-bezos-protest/ Wed, 06 May 2026 08:13:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1204353 ผู้ประท้วงถือป้าย 'Tax The Rich!' และขวดปัสสาวะปลอมหน้างาน Met Gala 2026 เพื่อค้าน 'เจฟฟ์ เบซอส'

“เก็บภาษีคนรวย!”   ประเด็นสำคัญ   Met Gala คื […]

The post Tax The Rich! ทำไม Met Gala 2026 ถึงเกิดเหตุประท้วงใหญ่ ต้าน ‘เจฟฟ์ เบซอส’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ประท้วงถือป้าย 'Tax The Rich!' และขวดปัสสาวะปลอมหน้างาน Met Gala 2026 เพื่อค้าน 'เจฟฟ์ เบซอส'

“เก็บภาษีคนรวย!”

 

 
 

“มหาเศรษฐีเพื่อโลกที่ตายแล้ว!”

 

เหล่านี้คือข้อความประท้วงต่อ Met Gala งานแฟชั่นที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราและเอ็กซ์คลูซีฟที่สุดประจำปี 2026 ท่ามกลางภาพ ‘ขวดปัสสาวะปลอม’ ที่ผู้ประท้วงนำมาวางเสียดสี เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Amazon และ ลอว์เรน ซานเชซ (Lauren Sánchez) ภรรยา ที่ปรากฏตัวในฐานะเจ้าภาพและผู้สนับสนุนหลักของงาน

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปรากฏการณ์นี้คือภาพสะท้อนความโกรธแค้นที่ลุกลามไปทั่วนิวยอร์กต่อประเด็นความเหลื่อมล้ำและภาพลักษณ์ของเบซอส หลังสังคมตั้งคำถามอย่างหนักว่า เขากำลังใช้ ‘พลังเงิน’ เพื่อใช้พื้นที่แฟชั่นเป็นเครื่องมือฟอกภาพลักษณ์ของตนเองจากปมข่าวฉาวขูดรีดพนักงาน การสนับสนุนนโยบายปราบปรามผู้อพยพ ไปจนถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา

 

เกิดอะไรขึ้นเบื้องหลังพรมแดงที่โลกจับตา ทำไมมหาเศรษฐีระดับโลกถึงถูกสังคมตีตราและโจมตีรุนแรงที่สุด? THE STANDARD ชวนถอดรหัสปมประท้วง Met Gala 2026

 

Met Gala คืองานอะไร

 

Met Gala เป็นงานระดมทุนประจำปีของสถาบันเครื่องแต่งกายแห่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (The Metropolitan Museum of Art: The Met) ในนครนิวยอร์ก จัดขึ้นทุกวันจันทร์แรกของเดือนพฤษภาคม โดยมีชื่อเสียงในฐานะงานพรมแดงและปาร์ตี้คอสตูมที่มีซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก หรือแขกผู้มีอิทธิพลในทุกวงการมาเข้าร่วม

 

ย้อนกลับไป Met Gala เกิดขึ้นในปี 1948 เป็นเพียงงานเลี้ยงอาหารค่ำตอนเที่ยงคืน โดยเริ่มจากการหาค่าใช้จ่ายสำหรับสถาบันเครื่องแต่งกาย ก่อนจะมีธีมงานอย่างจริงจังในช่วงทศวรรษ 1970

 

ทั้งนี้ แอนนา วินทัวร์ อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร Vogue และประธานร่วมของงานมาอย่างยาวนาน เคยอธิบายไว้ในหนังสือ Vogue & The Metropolitan Museum of Art Costume Institute ว่า Met Gala คือโอกาสครั้งใหญ่ที่เหล่าดาราภาพยนตร์, นางแบบ, ดีไซเนอร์, ไฮโซชื่อดัง, ตำนานร็อค, นักกีฬา, นักการเมือง และแร็ปเปอร์ รวมถึงไอคอนทางวัฒนธรรม มารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองแฟชั่น และได้ใช้เวลาหนึ่งคืนร่วมกันในพิพิธภัณฑ์

 

กรณีคนดังในแวดวงการเมืองที่ปรากฏตัว เช่นในปี 1996 เจ้าหญิงไดอาน่าปรากฏตัวในชุดสายเดี่ยวผ้าซาตินสีน้ำเงิน ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการสื่อความหมายในทำนองเดียวกับชุดเดรสสีดำ หรือ Revenge Dress’ อันโด่งดัง หลังจากหย่าขาดกับสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 (หรือเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในขณะนั้น)

 

อย่างไรก็ดี Met Gala ถูกมองว่า เป็นหนึ่งในงานแฟชั่นที่เข้ายากที่สุดของปี โดยปี 2026 ราคาบัตรอยู่ที่ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.6 ล้านบาท) และแขกรับเชิญต้องแต่งกายตามธีมภายใต้ Dress Code: Fashion is Art เช่น ไฮดี คลุม นางแบบชื่อดังแต่งกายเป็นรูปปั้น Veiled Vestal อันโด่งดังของ ราฟาเอล มอนติ ประติมากรชาวอิตาลี ขณะที่ เรเชล เซกเลอร์ นักแสดงชื่อดังแต่งกายในชุดสีขาว ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพวาด The Execution of Lady Jane Grey ในปี 1833

 

เพราะเหตุใด Met Gala จึงเกิดเหตุประท้วงครั้งใหญ่

 

หลังมีการประกาศว่า เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Amazon และ ลอว์เรน ซานเชซ (Lauren Sánchez) ภรรยาดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ (Host Committee) ของงาน Met Gala 2026 ก็จุดชนวนกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนในทันที แม้แต่ Los Angeles Times ถึงกับปล่อยบทความวิจารณ์ว่า การมาถึงของคู่รักมหาเศรษฐีนี้ ‘ทำลาย’ ทุกความน่าสนใจ แม้แต่บดบังกระแสการเปิดตัวภาพยนตร์ที่คนทั่วโลกรอคอยอย่าง The Devil Wears Prada 2 ไปเสียสนิท

 

ต้องเข้าใจก่อนว่า แต่เดิม Met Gala ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องความเหลื่อมล้ำอยู่แล้ว ในฐานะงานที่สงวนไว้สำหรับผู้ที่มีความดัง ความรวย และต้องผ่านการ ‘อนุมัติ’ จากวินทัวร์ จนมีการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ตามมา เช่น อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ หรือ AOC สส.หญิงพรรคเดโมแครตเคยสวมชุด Tax the Rich ขณะที่สาธารณชนเปรียบเปรยแขกในงานว่า ไม่ต่างจาก ‘ชาวแคปิตอล’ หรือกลุ่มคนรวยในภาพยนตร์ The Hunger Games ที่นั่งดื่มด่ำกับความตายของเด็กและความอดอยากในสงครามกาซาปี 2024

 

คำถามสำคัญคือทำไมแรงต้านต่อเบซอสถึงรุนแรงนัก สาเหตุหลักมาจากภาพลักษณ์ ‘นายทุนหน้าเลือด’ หรือกลุ่ม ‘Tech Bro’ ที่ผูกติดกับเขามาตลอด โดยเฉพาะกรณีอื้อฉาวในปี 2021 ที่พนักงานโกดัง Amazon ต้องปัสสาวะใส่ขวดพลาสติกเพราะนโยบายบีบเวลาทำงานที่รุนแรง รวมถึงบทบาทของเขาในช่วงต้นปี 2026 กับการสั่งปลดพนักงานสายฟ้าแลบในสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง The Washington Post ซึ่งนักข่าวบางคนถูกเลิกจ้างขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในต่างประเทศ

 

นอกจากประเด็นแรงงาน เบซอสยังถูกมองว่าเป็นผู้ทำลายร้านค้าปลีกดั้งเดิมจนล้มละลายไปตามๆ กัน ดังนั้น ความย้อนแย้งที่เขากลับมานั่งแท่นเจ้าภาพงานศิลปะแฟชั่นชั้นสูงจึงสร้างความไม่พอใจอย่างกว้างขวาง

 

ในทางการเมือง เบซอสยังถูกมองว่า มีส่วนรู้เห็นกับการจัดการผู้อพยพของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐอเมริกา (ICE) ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรง หลังมีการเปิดเผยว่า ระบบ Amazon Web Services (AWS) มีส่วนขับเคลื่อนนโยบายนี้

 

ข้อมูลจาก Business Insider ระบุว่า กระแสในโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มมีทัศนคติเชิงลบต่อเรื่องนี้สูงถึง 70% โดยมีผู้เห็นด้วยเพียง 6% เท่านั้น จนเกิดข้อกล่าวหาว่า เบซอสกำลังใช้ ‘พลังเงิน’ เข้าหาวินทัวร์ เพื่อใช้งานแฟชั่นเป็นเครื่องมือ ‘ฟอกภาพลักษณ์’ ให้กับตนเอง

 

เจนนิเฟอร์ แพรตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการสื่อสารของ PeakMetric มองว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนความกังวลของสังคมที่เห็นกลุ่ม ‘อภิมหาเศรษฐี’ เริ่มแทรกซึมเข้าสู่โลกแฟชั่นและศิลปะเพื่อสร้างบารมี เช่นเดียวกับกรณีของ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ที่เริ่มปรากฏตัวในงานแฟชั่นโชว์เมื่อไม่นานมานี้

 

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น Los Angeles Times ยังวิเคราะห์ว่า การขยับตัวของเบซอสไปสู่ฝั่งอนุรักษนิยมที่สนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสวนทางกับจุดยืนเสรีนิยมของนิวยอร์กและแวดวงศิลปะ ยิ่งทำให้เขากลายเป็น ‘เป้านิ่ง’ ที่ถูกโจมตีได้ง่ายขึ้น

 

ใครประท้วงและวิจารณ์อะไรบ้าง

 

  • ในแวดวงแฟชัน เบลคลีย์ ธอร์นตัน (Blakely Thornton) อินฟลูเอนเซอร์แฟชั่นชื่อดังวิจารณ์ว่า เขาขอ ‘ยอมโดนทรมานร่างกาย’ ดีกว่าไปร่วมงานที่เป็น ‘ละครตลก’ ที่จัดฉากโดยพวกกลุ่มอำนาจชนชั้นนำ

 

  • ฟิร์น มัลลิส (Fern Mallis) ผู้ก่อตั้ง New York Fashion Week ให้ความเห็นว่า จากเดิมที่ Met Gala เคยเป็นงานของผู้ใจบุญที่รักศิลปะจริงๆ ตอนนี้กลับกลายเป็นงานที่เน้นแต่เซเลบและผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยเดินชมพิพิธภัณฑ์จริงๆ ด้วยซ้ำ

 

  • ขณะที่กลุ่ม Everyone Hates Elon จัดแคมเปญโจมตีเบซอส เช่น นำขวดปัสสาวะปลอม 300 ขวดไปวางในพิพิธภัณฑ์ Met เพื่อประชดประชันเรื่องพนักงาน Amazon ต้องปัสสาวะใส่ขวด ขณะที่ยังยิงเลเซอร์บนตึกเอ็มไพร์สเตตด้วยข้อความว่า “ถ้าคุณซื้อบัตร Met Gala ได้ คุณก็ควรจ่ายภาษีให้มากขึ้น”

 

  • โซราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กประกาศว่า เขาและ รามา ดูวาจี ภรรยาจะบอยคอตต์ไม่ไปร่วมงานครั้งนี้ ซึ่งโดยปกติแล้ว ผู้นำในตำแหน่งนี้มักจะไปร่วมงานตามธรรมเนียม เช่น อีริก อดัม อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กที่สวมชุด End Gun Violence ใน Met Gala ปี 2022

 

  • มัมดานีกล่าวว่า เป้าหมายของเขาคือการทำให้นิวยอร์ก เมืองที่แพงที่สุดในสหรัฐฯ เป็นเมืองที่ทุกคนเข้าถึงได้ อุตสาหกรรมแฟชันเกิดจากคนทำงานเบื้องหลังนับพันคน เช่น ช่างเย็บผ้า ช่างตัดเสื้อ พนักงานขายปลีก พนักงานส่งของ โดยย้ำว่า บุคคลเหล่านี้สมควรได้รับการยกย่อง และเขาภูมิใจที่ได้นำเสนอเรื่องราวของชาวนิวยอร์ก

 

  • เมเรดิท ลินซ์ นักแสดงตลก และอินฟลูเอนเซอร์ TikTok โพสต์คลิปวิจารณ์ว่า เบซอสสนับสนุนทรัมป์ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ครั้งที่ผ่านมา และเป็นตัวการที่ทำให้ศิลปะถูกตัดงบ โดยย้ำว่า เป็นเรื่องบ้ามากที่งานนี้ยอมรับเงินจากคนที่ทำลายวงการศิลปะ

 

  • นอกจากนี้ กลุ่มสหภาพแรงงานได้จัดงานประท้วง ‘Ball Without Billionaires’ โดยเป็นการรวมตัวของพนักงาน Amazon, Whole Foods และ The Washington Post ซึ่งมี เอพริล วัตสัน (April Watson) พนักงาน Amazon ออกมาเล่าประสบการณ์ว่า เธอถูกบริษัทกดดันให้แพ็กของเร็วขึ้น ถ้าช้าเกินไปจนติดกลุ่ม 5% ของบริษัท อาจถูกใบเตือนและไล่ออก

 

  • วัตสันย้ำว่า เบซอสทำตัวเหมือนเชื้อพระวงศ์ที่กำลังฉลองความสำเร็จของตนเอง โดยไม่สนใจพนักงานชั้นล่างเลย

 

  • อย่างไรก็ดี วินทัวร์กล่าวชื่นชมเบซอสและซานเชซว่า เป็นคนที่รักในแฟชันและเครื่องแต่งกายอย่างแท้จริง โดยขอบคุณที่เบซอสใจกว้างในเรื่องเงินบริจาค

 

  • ขณะที่ แม็กซ์ ฮอลไลน์ ออกมาปกป้องพิพิธภัณฑ์ว่า นี่ไม่ใช่นิทรรศการของ Amazon และซานเชซ เขาย้ำว่า เบซอสสนับสนุนแผนงานของ Met และภัณฑารักษ์ รวมถึงสถาบัน

 

  • ฮอลไลน์ยังย้ำว่า เบซอสคือผู้บริจาคเงินที่พิพิธภัณฑ์ต้องการและจำเป็นต้องมี

 

ภาพ: David Dee Delgado / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post Tax The Rich! ทำไม Met Gala 2026 ถึงเกิดเหตุประท้วงใหญ่ ต้าน ‘เจฟฟ์ เบซอส’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ลอนดอน พื้นที่ของดีไซน์และไอเดียแห่งอนาคต https://thestandard.co/life/va-east-london-museum-design/ Wed, 06 May 2026 01:40:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1204179 V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ในลอนดอน ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นจากแผ่นคอนกรีตกว่า 400 ชิ้น

THE STANDARD มาสำรวจ V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ของลอนด […]

The post V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ลอนดอน พื้นที่ของดีไซน์และไอเดียแห่งอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ในลอนดอน ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นจากแผ่นคอนกรีตกว่า 400 ชิ้น

THE STANDARD มาสำรวจ V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ของลอนดอนที่เพิ่งเปิดในปี 2026 ตั้งอยู่ในย่าน East Bank พื้นที่เดิมของ Queen Elizabeth Olympic Park ที่กำลังถูกพัฒนาให้กลายเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมแห่งใหม่ของเมือง รอบๆ มีทั้ง BBC, London College of Fashion และโรงละคร ทำให้บรรยากาศของย่านนี้ไม่ใช่แค่ที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ของคนทำงานสร้างสรรค์จริงๆ

 

V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ในลอนดอน ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นจากแผ่นคอนกรีตกว่า 400 ชิ้น 1

 

สิ่งแรกที่สะดุดตาคือหน้าตาของอาคารที่ดูแปลกจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไป ตัวตึกออกแบบโดย O’Donnell + Tuomey ได้แรงบันดาลใจจากการพับผ้าในโลกแฟชั่น ผิวอาคารประกอบด้วยแผ่นคอนกรีตกว่า 400 ชิ้นต่อกันเหมือนจิ๊กซอว์ ให้ความรู้สึกทั้งดิบและมีจังหวะในตัวเอง มันเลยไม่ใช่แค่ที่เก็บงานออกแบบ แต่ตัวอาคารเองก็เหมือนกำลังเล่าเรื่องเดียวกับสิ่งที่อยู่ข้างใน

 

V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ในลอนดอน ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นจากแผ่นคอนกรีตกว่า 400 ชิ้น 2

 

พอเดินเข้าไปข้างใน สิ่งที่รู้สึกได้ทันทีคือที่นี่ไม่ได้ตั้งใจให้เราแค่เดินดูของสวย แต่พยายามชวนให้เราคิด นิทรรศการหลักชื่อ “Why We Make” รวมงานกว่า 500 ชิ้น ตั้งแต่แฟชั่น งานศิลปะ ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน แต่เขาไม่ได้จัดเรียงตามยุคหรือศิลปินเหมือนพิพิธภัณฑ์ทั่วไป กลับเลือกจัดตามธีมอย่างเรื่องความเป็นอยู่ ความยุติธรรม หรือสิ่งแวดล้อม ทำให้การเดินดูแต่ละโซนเหมือนเราได้มองโลกผ่านเลนส์ของ design มากขึ้น

 

V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ในลอนดอน ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นจากแผ่นคอนกรีตกว่า 400 ชิ้น 3V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ในลอนดอน ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นจากแผ่นคอนกรีตกว่า 400 ชิ้น 4V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ในลอนดอน ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นจากแผ่นคอนกรีตกว่า 400 ชิ้น 5

 

อีกจุดที่น่าสนใจคือกระบวนการสร้าง ที่นี่ไม่ได้ถูกคิดขึ้นโดย curator เพียงไม่กี่คน แต่มีการไปพูดคุยกับคนกว่า 30,000 คนก่อนจะออกมาเป็นพิพิธภัณฑ์แบบนี้ เลยไม่น่าแปลกใจที่บรรยากาศทั้งหมดจะดูร่วมสมัยและเข้าถึงง่าย เหมือนตั้งใจให้เป็นพื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่มากกว่าพื้นที่ทางการ

 

V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ในลอนดอน ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นจากแผ่นคอนกรีตกว่า 400 ชิ้น 6V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ในลอนดอน ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นจากแผ่นคอนกรีตกว่า 400 ชิ้น 7

 

เสียงตอบรับของ V&A East ยังมีทั้งคนที่ชอบมากเพราะรู้สึกว่ามันสดใหม่และมีพลัง กับอีกกลุ่มที่มองว่าสถาปัตยกรรมยังดูแข็งและดิบไปหน่อย แต่สิ่งที่หลายคนเห็นตรงกันคือ มันกำลังบอกทิศทางใหม่ของพิพิธภัณฑ์ในอนาคต

 

V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ในลอนดอน ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นจากแผ่นคอนกรีตกว่า 400 ชิ้น 8V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ในลอนดอน ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นจากแผ่นคอนกรีตกว่า 400 ชิ้น 9

 

ถ้าพิพิธภัณฑ์แบบเดิมคือที่ให้เราไปดู design ที่นี่เหมือนกำลังชวนเราคิดต่อว่า design กำลังมีบทบาทกับชีวิตเราอย่างไร และบางทีสิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่ตัวงานที่จัดแสดง แต่อยู่ที่คำถามที่เราพกกลับออกมา

The post V&A East พิพิธภัณฑ์ใหม่ลอนดอน พื้นที่ของดีไซน์และไอเดียแห่งอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Eileen Gu & Alysa Liu สองราชินีน้ำแข็งเจิดจรัสบนพรมแดง Met Gala 2026 https://thestandard.co/eileen-gu-alysa-liu-met-gala-2026/ Tue, 05 May 2026 03:27:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1203823 Eileen Gu และ Alysa Liu สองนักกีฬาโอลิมปิก ในชุดดีไซน์ล้ำสมัยบนพรมแดง Met Gala 2026

Eileen Gu และ Alysa Liu สองสาวนักกีฬาโอลิมปิก ‘ลูกครึ่ง […]

The post Eileen Gu & Alysa Liu สองราชินีน้ำแข็งเจิดจรัสบนพรมแดง Met Gala 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Eileen Gu และ Alysa Liu สองนักกีฬาโอลิมปิก ในชุดดีไซน์ล้ำสมัยบนพรมแดง Met Gala 2026

Eileen Gu และ Alysa Liu สองสาวนักกีฬาโอลิมปิก ‘ลูกครึ่งจีน-อเมริกัน’ กลายเป็นตันแทนนักกีฬาในธีม ‘Costume Art’ ณ Met Gala 2026 โดยทั้งคู่ต่างพกดีกรีความสำเร็จระดับประวัติศาสตร์จากการแข่งขันที่ Milano Cortina 2026 มาสะกดทุกสายตา

 

สำหรับ Eileen Gu เจ้าของสถิตินักสกีฟรีสไตล์ที่คว้าเหรียญโอลิมปิกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (รวม 6 เหรียญ โดยได้ 1 ทอง 2 เงิน จากปี 2026) มาในชุดที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘งานศิลปะที่มีชีวิต’ กับชุดเดรสดีไซน์ล้ำสมัยที่มีกลไกปล่อยฟองสบู่ออกมาตลอดเวลาขณะเดินบนพรมแดง สื่อถึงความสนุกสนานและจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด

 

ส่วน Alysa Liu ราชินีน้ำแข็งคนใหม่ ผู้ยุติการรอคอยเหรียญทองประเภทหญิงเดี่ยวของสหรัฐฯ ในรอบ 24 ปี (คว้า 2 เหรียญทองในปี 2026) เปิดตัว Met Gala ครั้งแรกในฐานะแอมบาสซาเดอร์ของ Louis Vuitton ด้วยชุดเดรสสีแดงเบอร์กันดีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสรีระของนักกีฬา โดยใช้การจัดระเบียบเนื้อผ้าเพื่อสื่อถึงกล้ามเนื้อและเส้นเลือด เป็นการยกย่องร่างกายที่พาเธอไปสู่จุดสูงสุดของโลก

 

Eileen Gu และ Alysa Liu สองนักกีฬาโอลิมปิก ในชุดดีไซน์ล้ำสมัยบนพรมแดง Met Gala 2026 1Eileen Gu และ Alysa Liu สองนักกีฬาโอลิมปิก ในชุดดีไซน์ล้ำสมัยบนพรมแดง Met Gala 2026 2Eileen Gu และ Alysa Liu สองนักกีฬาโอลิมปิก ในชุดดีไซน์ล้ำสมัยบนพรมแดง Met Gala 2026 3Eileen Gu และ Alysa Liu สองนักกีฬาโอลิมปิก ในชุดดีไซน์ล้ำสมัยบนพรมแดง Met Gala 2026 4

 

The post Eileen Gu & Alysa Liu สองราชินีน้ำแข็งเจิดจรัสบนพรมแดง Met Gala 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
MET GALA 2026:CELEBRATING ‘COSTUME ART’ ภาพถ่ายพิเศษก่อนเข้างานผ่านกล้อง Graflex https://thestandard.co/met-gala-2026-graflex-photos/ Tue, 05 May 2026 02:35:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1203790 ภาพ ลิซ่า ในชุดร่วมงาน Met Gala 2026 ถ่ายด้วยกล้อง Graflex สไตล์วินเทจ

สำหรับแขกที่มางาน Met Gala ในแต่ละปีก็จะรู้ดีว่าต้องยืน […]

The post MET GALA 2026:CELEBRATING ‘COSTUME ART’ ภาพถ่ายพิเศษก่อนเข้างานผ่านกล้อง Graflex appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ลิซ่า ในชุดร่วมงาน Met Gala 2026 ถ่ายด้วยกล้อง Graflex สไตล์วินเทจ

สำหรับแขกที่มางาน Met Gala ในแต่ละปีก็จะรู้ดีว่าต้องยืนต่อคิวก่อนที่จะสามารถเดินบนพรมแดง และ ขึ้นบันไดสุดไอคอนิกด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ Metropolitan Museum of Art (MET) ที่ นิวยอร์ก โดยในปีนี้ทางนิตยสาร VOGUE อเมริกาก็ได้ให้ช่างภาพอย่าง Neilson Barnard มาเก็บภาพด้วยกล้องวินเทจ Graflex ซึ่งคนที่มาร่วมถ่ายก็มีทั้ง LISA, Connor Storrie, Rihanna คู่กับ A$AP Rocky, Beyonce, Kendall Jenner, Kris Jenner, Hunter Schafer, Alex Consani และ Heidi Klum เป็นต้น

 

ภาพ ลิซ่า ในชุดร่วมงาน Met Gala 2026 ถ่ายด้วยกล้อง Graflex สไตล์วินเทจ 1ภาพ ลิซ่า ในชุดร่วมงาน Met Gala 2026 ถ่ายด้วยกล้อง Graflex สไตล์วินเทจ 2ภาพ ลิซ่า ในชุดร่วมงาน Met Gala 2026 ถ่ายด้วยกล้อง Graflex สไตล์วินเทจ 3ภาพ ลิซ่า ในชุดร่วมงาน Met Gala 2026 ถ่ายด้วยกล้อง Graflex สไตล์วินเทจ 4ภาพ ลิซ่า ในชุดร่วมงาน Met Gala 2026 ถ่ายด้วยกล้อง Graflex สไตล์วินเทจ 5ภาพ ลิซ่า ในชุดร่วมงาน Met Gala 2026 ถ่ายด้วยกล้อง Graflex สไตล์วินเทจ 6ภาพ ลิซ่า ในชุดร่วมงาน Met Gala 2026 ถ่ายด้วยกล้อง Graflex สไตล์วินเทจ 7ภาพ ลิซ่า ในชุดร่วมงาน Met Gala 2026 ถ่ายด้วยกล้อง Graflex สไตล์วินเทจ 8

 

ภาพ: Neilson Barnard/MG26/Getty Images for The Met Museum/Vogue

 

The post MET GALA 2026:CELEBRATING ‘COSTUME ART’ ภาพถ่ายพิเศษก่อนเข้างานผ่านกล้อง Graflex appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rihanna และ A$AP Rocky มางาน Met Gala 2026 ในชุดของ Maison Margiela และ CHANEL https://thestandard.co/rihanna-asap-rocky-met-gala-outfits-2/ Tue, 05 May 2026 02:04:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1203753 Rihanna และ A$AP Rocky ในชุด Maison Margiela และ CHANEL ที่งาน Met Gala 2026

Met Gala 2026 จะขาด Rihanna และ A$AP Rocky ไปไม่ได้ ซึ่ […]

The post Rihanna และ A$AP Rocky มางาน Met Gala 2026 ในชุดของ Maison Margiela และ CHANEL appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rihanna และ A$AP Rocky ในชุด Maison Margiela และ CHANEL ที่งาน Met Gala 2026

Met Gala 2026 จะขาด Rihanna และ A$AP Rocky ไปไม่ได้ ซึ่งในคืนนี้ทั้งคู่ก็ปรากฏตัวพร้อมกันในช่วงท้ายของพรมแดงในลุคจากสองแบรนด์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

เริ่มที่ฝั่ง Rihanna ที่กลับมาใส่ชุดของแบรนด์ Maison Margiela ฝั่ง Artisanal อีกครั้ง หลังใส่ชุดของแบรนด์ไปในปี 2018 ผลงานการออกแบบของ John Galliano สำหรับนิทรรศการ Heavenly Bodies: Fashion and the Catholic Imagination ที่เธอเป็นเจ้าภาพ แต่ครั้งนี้เป็นผลงานของครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนปัจจุบันอย่าง Glenn Martens

 

ส่วนฝั่ง A$AP Rocky มาในชุดของ CHANEL ที่เขาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ตัวชุดสีเป็นสูทยาวสีชมพูเหมือนเสื้อคลุมเลานจ์แวร์ ประดับด้วยเข็มกลัดดอกไม้ และมาพร้อมกับกระเป๋าคลัตช์รูปผลทับทิมสีแดงจากคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 โดย Matthieu Blazy

 

ภาพ: Lexie Moreland/WWD via Getty Images

 

The post Rihanna และ A$AP Rocky มางาน Met Gala 2026 ในชุดของ Maison Margiela และ CHANEL appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป่าน ณิชาภัทรกลับมาร่วมงาน Met Gala 2026 ในชุดของ Robert Wun https://thestandard.co/nichapat-suphap-met-gala-robert-wun-2026/ Tue, 05 May 2026 01:44:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1203746 ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ สวมชุดดีไซน์ Robert Wun พร้อมกลไกมือร่วมงาน Met Gala 2026

อีกหนึ่งคนไทยขาประจำที่งาน Met Gala อย่าง ป่าน ณิชาภัทร […]

The post ป่าน ณิชาภัทรกลับมาร่วมงาน Met Gala 2026 ในชุดของ Robert Wun appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ สวมชุดดีไซน์ Robert Wun พร้อมกลไกมือร่วมงาน Met Gala 2026

อีกหนึ่งคนไทยขาประจำที่งาน Met Gala อย่าง ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ กลับมาร่วมงานพรมแดงแห่งปีนี้เป็นปีที่ 6 ในชุดของดีไซเนอร์ชาวฮ่องกงอย่าง Robert Wun

 

จุดเด่นของชุดนี้คือโมทีฟมือของ Robert Wun ที่กลายมาเป็นชิ้นส่วนเคลื่อนไหวได้ 4 ชิ้นที่ติดอยู่บนชุดเดรสถุงมือยาวสีดำ โดยชิ้นส่วนมือนี้ได้ศิลปินนามว่า Casey Curran ผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบกลไกเคลื่อนไหวให้แบรนด์แฟชั่นอย่าง Iris van Herpen

 

ทาง ป่าน ณิชาภัทร ได้เผยกับรายการ 7 Things We Love About… ตอนล่าสุดก่อนที่จะเดินทางไปร่วมงาน ถึงเบื้องหลังการทำชุดนี้ เพื่อให้เข้ากับเดรสโค้ด Fashion is Art และ ความเชื่อมโยงกับร่างกายว่าตอนแรกจะเป็นมือสีทอง แต่เปลี่ยนเป็นสีเงิน ให้ไม่ซ้ำกับแบรนด์อื่น

 

นับเป็นการกลับมาเยือน Met Gala ของเธอหลังจากครั้งล่าสุดเมื่อปี 2024 ในชุดของ Atelier Versace รวมไปถึงก่อนหน้านี้ทั้งชุดของ Peter Dundas, Tomo Koizumi, Louis Vuitton และ Schiapparelli กับ Asava

 

ภาพ: Lexie Moreland/WWD via Getty Images

 

The post ป่าน ณิชาภัทรกลับมาร่วมงาน Met Gala 2026 ในชุดของ Robert Wun appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kim Kardashian ใส่เสื้อเกราะของศิลปิน Allen Jones ที่งาน Met Gala 2026 https://thestandard.co/kim-kardashian-met-gala-allen-jones/ Tue, 05 May 2026 01:24:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1203742 Kim Kardashian ในชุดเสื้อเกราะป๊อปอาร์ต ของศิลปิน Allen Jones ที่งาน Met Gala 2026

Kim Kardashian ไม่พลาดที่จะมาร่วมงาน Met Gala อีกเช่นเค […]

The post Kim Kardashian ใส่เสื้อเกราะของศิลปิน Allen Jones ที่งาน Met Gala 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kim Kardashian ในชุดเสื้อเกราะป๊อปอาร์ต ของศิลปิน Allen Jones ที่งาน Met Gala 2026

Kim Kardashian ไม่พลาดที่จะมาร่วมงาน Met Gala อีกเช่นเคย แต่ปีนี้เธอไม่ได้มากับแบรนด์แฟชั่นเหมือนที่ผ่านมา แต่มากลับมาในผลงานศิลปะแนวป๊อปอาร์ตของศิลปินชาวอังกฤษอย่าง Allen Jones

 

จุดเด่นของลุคนี้คือเสื้อเกราะวัสดุไฟเบอร์กลาสสีส้มวัสดุมันวาว ที่เธอนำวัสดุนี้จากช่วงปี 1960 มาดัดแปลงใหม่ และมาเสริมต่อกระโปรงหนังจาก Patrick Whitaker และ Keir Malem จากแบรนด์ Whitaker Malem ทีหลัง โดยเป็นการร่วมงานกับตัวศิลปินเองและครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของเธออย่าง Nadia Lee Cohen

 

ภายหลังทาง Nadia Lee Cohen ได้ลงภาพเซตเต็มของชุดนี้และหลายชุดมากมาย ที่เป็นการนำเอาผลงานของ Allen Jones ศิลปินวัย 88 ปีที่เป็นที่รู้จักจากภาพเขียน งานประติมากรรม และภาพพิมพ์หินที่กระตุ้นความคิด และชวนสำรวจประเด็นเรื่องความปรารถนา อัตลักษณ์ และรูปร่างของมนุษย์ เพื่อให้เข้ากับธีม Costume Art ของนิทรรศการ

 

ภาพ: Lexie Moreland/WWD via Getty Images

The post Kim Kardashian ใส่เสื้อเกราะของศิลปิน Allen Jones ที่งาน Met Gala 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
CHANEL กับการกดปุ่มรีเซ็ตให้วงการลักชัวรีภายใน 7 เดือน https://thestandard.co/chanel-7-months-luxury-reset/ Mon, 04 May 2026 12:55:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1203693 Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL กับกลยุทธ์รีเซ็ตแบรนด์ลักชัวรี

สำหรับใครที่ติดตามวงการลักชัวรีและแฟชั่นในรอบ 7 เดือนที […]

The post CHANEL กับการกดปุ่มรีเซ็ตให้วงการลักชัวรีภายใน 7 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL กับกลยุทธ์รีเซ็ตแบรนด์ลักชัวรี

สำหรับใครที่ติดตามวงการลักชัวรีและแฟชั่นในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าในฟีดของหลายคนน่าจะเต็มไปด้วยสองสิ่ง อย่างแรกคือ The Devil Wears Prada 2 ที่มีตัวอย่างออกมา 15 แบบ สัมภาษณ์ 100 รายการ งานพรีเมียร์รอบโลกเกือบ 10 เมือง และการทำ Collaboration กับทุกสินค้าบนโลกใบนี้ ตั้งแต่ Grey Goose ยัน Jaspal ส่วนอีกอย่างก็คือ CHANEL Mania กับความสำเร็จของการได้ Matthieu Blazy มาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ที่กำลังสร้างประวัติศาสตร์แฟชั่นหน้าใหม่

 

ผมรู้ครับ หลายคนที่อ่านบทความนี้อาจรู้สึกว่าผมกำลังอวย CHANEL มากเกินไปหรือเปล่า ซึ่งผมคงห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้ แต่เอาเป็นว่าผมขอวิเคราะห์ในฐานะคนที่ได้ไปดูแฟชั่นโชว์ของ Matthieu Blazy ทั้งหมด 4 โชว์จากทั้งหมด 5 โชว์ (ขาดแค่ Haute Couture) พร้อมกับตั้งคำถามกับแบรนด์เสมอเวลาได้ร่วมงานกันเพื่อ Connect the Dots ว่า CHANEL กำลังต้องการขับเคลื่อนตัวเองและวงการลักชัวรีไปในทิศทางไหน

 

Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL กับกลยุทธ์รีเซ็ตแบรนด์ลักชัวรี 1

Leena Nair

 

Resetting Power

 

ทุกวันนี้วงการลักชัวรีกำลังเผชิญกับยุคที่ท้าทายที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะวงการนี้ได้เติบโตแบบก้าวกระโดดและเกินตัวในช่วงหลังโควิด ทุกแบรนด์ใหญ่กลายเป็นเชิงพาณิชย์ไปหมด ผลิตสินค้าเหมือนกันหมด ทำการตลาดและสื่อสารเหมือนกันหมด เพิ่มราคาสินค้าเหมือนกันหมด (แม้คุณภาพจะไม่ดีขึ้นเหมือนกันหมด) และที่น่ากลัวสุดคือให้เหล่าบรรดาซีอีโอมาเป็นคนตัดสินใจว่าอะไรควรไม่ควรทำ แทนที่จะให้ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์มีโอกาสและเวลาได้สร้างความฝัน โดยลูกค้าของแบรนด์ลักชัวรีก็เริ่มเอือมระอาและชะลอการซื้อขาย ซึ่งผมว่าสองพี่น้อง Alain และ Gérard Wertheimer เจ้าของ CHANEL เริ่มเห็นสิ่งนี้และรู้ว่าต้องรีบเปลี่ยนกลยุทธ์ก่อนที่แบรนด์จะถึงทางตัน

 

อย่างแรกเลยก็คือได้เลือก Leena Nair หญิงแกร่งเชื้อสายอินเดียจากบริษัท Unilever มาเป็นซีอีโอคนใหม่ตั้งแต่ปี 2021 เพื่อที่จะปรับโครงสร้างบริษัทและนำความเป็นมนุษย์มาให้เกิดขึ้นกับแบรนด์อย่าง CHANEL ซึ่งสำคัญมากในยุคสมัยนี้ที่คนให้ความสำคัญด้านความ Inclusivity มากยิ่งขึ้น

 

และอีกหมากสำคัญก็คือการต้องเปลี่ยนครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของหน่วยแฟชั่นที่ครอบคลุมเปอร์เซ็นต์สูงสุดของแบรนด์ CHANEL ซึ่งคนๆ นี้ต้องเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถมีความกบฏ พร้อมกล้านำความสดใหม่มาให้กับแบรนด์ เพราะนั่นคือรากฐานที่ Gabrielle Chanel ได้สร้างไว้ และถ้า CHANEL ฝืนแต่ทำอะไรเดิมๆ แน่นอนยอดขายก็ยังอยู่ได้ แต่ภาพลักษณ์จะกลายเป็นแบรนด์สำหรับมาดามที่ชอบดื่ม Afternoon Tea ในลุคแจ็กเกตผ้าทวีต ซึ่ง CHANEL ก็ได้เจอครีเอทีฟไดเรกเตอร์ที่ลงตัวที่สุดในผู้ชายที่ชื่อ Matthieu Blazy

 

Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL กับกลยุทธ์รีเซ็ตแบรนด์ลักชัวรี 2

Matthieu Blazy

 

Change Up The Strategy

 

ตั้งแต่ Matthieu Blazy ถูกประกาศว่าจะเข้ามาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL ในฝั่งแฟชั่น หรือถ้าจะให้เรียกตามแบรนด์ว่า Artistic Director of Fashion Activities ก็ต้องบอกว่าคนในวงการแฟชั่นต่างตื่นเต้นมากๆ เพราะ Matthieu เป็นตัวเลือกที่ดูมีความพอดีตรงที่ว่าเขามาพร้อมประสบการณ์มากมายกับงานที่แบรนด์ Maison Margiela, Celine, Calvin Klein และ Bottega Veneta ซึ่งล้วนแล้วได้ช่วยให้ Mattheiu Blazy เข้าใจมุมธุรกิจและการบริหารจัดการงาน

 

แต่ในขณะเดียวกัน Matthieu Blazy ก็อายุเพียง 40 ต้นๆ ซึ่งเขาก็จะช่วยให้ CHANEL มีพลังความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำให้แบรนด์ร่วมสมัยมากยิ่งขึ้นและอยู่ในบทสนทนาเชิงวัฒนธรรม (Cultural Conversation) แถมการวางตัวของ Matthieu Blazy เองก็ได้รับคำชื่นชมมาโดยตลอด ว่าด้วยเป็นดีไซเนอร์ที่ติดดิน ไม่ได้มาพร้อมอีโก้ที่อยากจะดัง และเขาเองจะให้สปอต์ไลต์ไปอยู่ที่เสื้อผ้าแทนที่จะเป็นตัวเขาอยู่เสมอ

 

 

และเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2025 มาถึง ทาง CHANEL ก็ได้กดปุ่ม Cultural Reset ให้วงการลักชัวรีกับแฟชั่นโชว์คอลเล็กชันแรกของ Matthieu Blazy ซึ่งผมต้องบอกว่าการได้อยู่ใน Grand Palais เพื่อชมโชว์นั้นด้วยตัวเองคือหนึ่งในประสบการณ์ที่งดงามที่สุดเท่าที่เคยมีมาตลอด 14 ปีในการทำงานในวงการนี้ โดยมุมมองของ Matthieu จากคอลเล็กชันแรกจนถึงสองคอลเล็กชันล่าสุดกับ Coco Beach 2026 และ Cruise 2026/27 ผมรู้สึกว่าเหมือนเขาได้ใช้จินตนาการของตัวเองเพื่อมีบทสนทนากับ Gabrielle Chanel ผู้ก่อตั้งแบรนด์เพื่อนำแนวคิดและมุมมองของเธอ ไม่ว่าจะเรื่องอิสระทางความคิดและการแต่งตัว มาปรับใส่ในเสื้อผ้าเพื่อสะท้อนถึงอิริยาบถและชีวิตของผู้หญิงยุคปัจจุบันที่สมจริงมากขึ้น (Reality) แทนที่จะเกินจริง (Fantasy)

 

ส่วนด้าน House Codes ต่างๆ ของ CHANEL ไม่ว่าจะผ้าทวีต ดอกคามิเลีย สิงโต หรือโลโก CC ทาง Matthieu Blazy ก็ไม่ได้เลือกที่จะโยนทิ้งไป แต่เลือกที่จะท้าทายกรอบความเป็นไปได้และเพิ่มความ Conceptual เข้าไปเพื่อ อาทิเช่นเล่นกับ Trompe-l’œil Effect บนชุดเซตผ้าไหมที่ทำให้เหมือนลายผ้าทวีต หรือนำกระเป๋ารุ่น 2 55 มาดีไซน์ใหม่ให้ดูยับเยินไปหมด

 

Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL กับกลยุทธ์รีเซ็ตแบรนด์ลักชัวรี 3

A$AP Rocky, Michaela Coel, Tilda Swinton และ Nicole Kidman

 

Reset the Communication Strategy

 

แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็สังเกตได้ทันทีกับแฟชั่นโชว์แรกของ Matthieu Blazy ที่ CHANEL ว่าเขากำลังทำWorld Building ใหม่ให้ CHANEL พร้อมกดปุ่มรีเซตด้านการสื่อสารเพื่อให้แบรนด์กลับมาอยู่ในกระแสมากขึ้น สนุกขึ้น และทำให้ทุกเพศทุกวัยรู้สึกว่าตัวเองมีบางอย่างที่เข้ากับ CHANEL ได้ หลังจากหลายปีก่อนหน้านั้นทางแบรนด์อาจดูเอื้อมถึงยากไปหน่อย

 

เริ่มตั้งแต่บัตรเชิญแฟชั่นโชว์ของแต่ละซีซันก็มาเป็นกล้องสีขาวและด้านในมีสร้อยคอกับจี้ที่เป็นสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อจะบอกใบ้อะไรกับคอลเล็กชันที่กำลังจะถูกนำเสนอ อย่างเช่นจี้ของสร้อยคอโชว์ Metiers d’Art ที่นิวยอร์กก็เป็นขบวนรถไฟ เพราะโชว์จัดที่สถานีรถไฟใต้ดิน Bowery Station หรือล่าสุดกับโชว์ Cruise ที่เป็นเปลือกหอยเหมือนกับแรงบันดาลใจโชว์ที่เล่นกับเรื่องราวนางเงือก ซึ่งแค่ตัวบัตรเชิญกับสร้อยคอก็กลายเป็นกระแสไวรัลแล้วทุกซีซัน เพราะอินฟลูเอ็นเซอร์ ดารา หรือสื่อต่างๆ ก็ต้องทำวิดีโอ Unbox เต็มไปหมดในโซเชียลมีเดีย ซึ่งผมเชื่อเลยว่าในอนาคตสร้อยคอเหล่านี้จะกลายเป็นของสะสมที่หายากและจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL กับกลยุทธ์รีเซ็ตแบรนด์ลักชัวรี 4

เจมีไนน์ นรวิชญ์

 

ส่วนดาราที่มาแต่ละของโชว์ CHANEL ตอนนี้ก็มีการปรับกลยุทธ์ไม่น้อยเช่นกัน โดยแทนที่จะเน้นเอาแต่ดาราหรือศิลปินที่มียอดโซเชียลมีเดียสูงๆ เพื่อไปติดลิสต์ EMV ของแพลตฟอร์ม Lefty อย่างเดียว คนที่ทางแบรนด์เชิญมากลับต้องมีความสามารถและภาพลักษณ์ที่จะช่วยทำให้ CHANEL Community ดูแข็งแกร่งและหลากหลายขึ้น อย่างเช่น Ayo Edebiri แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกที่ถูกประกาศในยุค Matthieu Blazy, Pedro Pascal, เจมีไนน์ นรวิชญ์, นักต่อยมวย Imane Khelif, A$AP Rocky, Bowen Yang หรือ Teyana Taylor เป็นต้น

 

เปลี่ยนกลยุทธ์ด้านบัตรเชิญและดาราที่เชิญมาโชว์แล้ว อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญมากไม่แพ้กันก็คือกลยุทธ์ด้านโซเชียลมีเดียที่ CHANEL ได้เปลี่ยนใหม่หมด แม้หลายคนอาจไม่ได้สังเกตก็ตาม โดยไม่กี่วันก่อนแฟชั่นโชว์คอลเล็กชันแรกของ Matthieu Blazy จะเกิดขึ้น ทางแบรนด์ก็ได้เริ่มใช้ TikTok อย่างเป็นทางการ ซึ่งทุกวันนี้คอนเทนต์วิดีโอกับเหล่าดาราและแบรนด์แอมบาสเดอร์ก็จะไปลงใน TikTok หมด โดยเหลือไว้แต่ภาพนิ่งสำหรับ Instagram และถ้าทาง CHANEL จะประกาศแบรนด์แอมบาสเดอร์ก็จะลงแค่ Instagram Stories เท่านั้น ซึ่งผมไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมมีการปรับกลยุทธ์แบบนี้ แต่ถ้าให้เดาก็อาจเป็นเพราะ CHANEL อยากให้พื้นที่ของ Instagram เน้นไปที่เรื่องราวเสื้อผ้าและสินค้าเป็นหลักก่อน เพราะหากไปเน้นลงแต่คอนเทนต์ดารา จุดสนใจก็จะไปอยู่ตรงนั้นหมด

 

Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL กับกลยุทธ์รีเซ็ตแบรนด์ลักชัวรี 5

แคมเปญ CHANEL 25 ประจำปี 2026

 

Playing with Nostalgia

 

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ส่วนตัวผมชื่นชม Matthieu Blazy มากๆ ในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา คือการที่เขาเป็นคนที่ไม่กลัวเรื่องการนำแบรนด์มาผสมผสานกับป๊อปคัลเจอร์ โดยเฉพาะกับซาวนด์แทร็กที่ใช้ประกอบแต่ละแฟชั่นโชว์ ซึ่งเขาได้ชวนดีเจและโปรดิวเซอร์เพลงชาวเบลเยียมอย่าง Le Motel ให้มาคิวเรตเพลงร่วมกับ Michel Gaubert ที่เป็น Music Director ของ CHANEL มาตั้งแต่สมัยยุค Karl Lagerfeld

 

โดยในแต่ละแฟชั่นโชว์ก็จะมีการนำเพลงฮิตยุค 90 หรือ 2000 ต้นๆ มาใช้แบบสร้างเซอร์ไพรส์และชวนย้อนอดีตในยุคที่หลายคนกำลัง Coming-of-age ไม่ว่าจะเพลง Rhythm Is A Dancer ของ SNAP. ตอนโชว์เดบิวต์, เพลง Torn ของ Natalie Imbruglia สำหรับโชว์ Metiers D’Art, เพลง Bitter Sweet Symphony ของ The Verve ที่โชว์ Haute Couture หรือจะ Just Dance ของ Lady Gaga ที่แฟชั่นโชว์ Fall/Winter 2026 ซึ่งทุกครั้งพอโชว์จบลง คนแฟชั่นก็ต้องแห่กันไปฟัง และสื่อต่างๆ (เหมือน THE STANDARD POP) ก็ต้องเอามาใช้ประกอบคอนเทนต์ ซึ่งก็เป็น Domino Effect ทำให้เพลงเหล่านั้นกลับมาฮิตอีกครั้ง

 

 

แต่ไม่มีโปรเจกต์ไหนของ Matthieu Blazy ที่ผมว่าใช้ความ Nostalgia ได้อย่างเพอร์เฟกต์และลงตัวเทียบเท่ากับแคมเปญกระเป๋า CHANEL 25 ประจำปี 2026 ซึ่งเป็นการให้ Margot Robbie มาถ่ายวิดีโอเลียนแบบมิวสิกวิดีโอสุดคลาสสิกเพลง Come Into My World ของ Kylie Minogue ที่ครบรอบ 25 ปีพอดี โดยได้ผู้กำกับคนเดิมของเอ็มวีอย่าง Michel Gondry ก็ได้มาถ่ายแคมเปญ บวกกับให้ Kylie ที่เป็นชาวออสเตรเลียเหมือน Margot ก็มาร่วมแสดงด้วยในแคมเปญ โดยพอแคมเปญนี้ปล่อยออกมา ทาง CHANEL ก็ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม เหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์เอาไปทำตามในคอนเทนต์วิดีโอ และถ้าผมใช้หลักการ Psychology Marketing ที่พอรู้อยู่บ้าง ผมว่า Matthieu Blazy เข้าใจว่าฐานลูกค้าใหญ่ของ CHANEL ในยุคนี้ที่จะมีเงินจ่ายค่าสินค้าก็คือกลุ่ม Millennial เหมือนเขา ซึ่งการที่จะเอาใจคนกลุ่มนี้ได้ดีในเชิงโฆษณาก็คือการหยิบหยกโมเมนต์สำคัญในอดีตเชิงวัฒธรรมมาเล่าใหม่และสร้างความสุขอีกครั้ง

 

THE NEW MODELS

 

ถอดกลยุทธ์ด้านบัตรเชิญ แฟชั่นโชว์ ดารา เพลง แคมเปญ และโซเชียลมีเดียแล้ว อีกอย่างที่ทำให้ CHANEL ในยุค Matthieu Blazy มีชั้นเชิงและก้าวไปอีกขั้นคือกลุ่มนางแบบที่ทางแบรนด์ได้เลือกใช้ ซึ่งสะท้อนสัญชาติ ช่วงอายุ และรูปร่างที่แตกต่างกันออกไป โดยถึงแม้ทาง Matthieu Blazy และ Casting Director ของแบรนด์อย่าง Anita Bitton จะยังเลือกใช้นางแบบชื่อดังอย่าง Anok Yai, Alex Consani, Anne V หรือ Rianne Van Rompaey ให้มาเดินอยู่เป็นประจำ แต่ทาง CHANEL ก็ได้ช่วยแจ้งเกิดนางแบบหน้าใหม่กับผู้หญิงธรรมดาทั่วไป (ซึ่งไม่ใช่พวก Nepo Baby ที่มีเส้นสาย) อย่างเช่น Bhavitha Mandava ผู้หญิงชาวอินเดียที่ในปี 2024 มีแมวมองมาแคสต์เธอที่รถไฟใต้ดินขณะเธอเป็นเด็กนักเรียนอยู่ที่ NYU ก่อนที่เธอจะกลายเป็นนางแบบอินเดียคนแรกที่ได้เดินเปิดโชว์ Metiers d’Art และเดินปิดโชว์กูตูร์ของ CHANEL พร้อมกับกลายเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด

 

Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL กับกลยุทธ์รีเซ็ตแบรนด์ลักชัวรี 6

จากซ้าย: Bhavitha Mandava, Stephanie Cavalli และ Christina Chung

 

ส่วนอีกนางแบบที่ Matthieu Blazy ช่วยแจ้งเกิดก็คือ Stephanie Cavalli ผู้หญิงวัย 49 ปีสัญชาติกวาเดอลูป-อิตาเลียนที่เป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้าวินเทจชื่อ L’Argosonne ด้วย หรือจะ Christina Chung นางแบบวัย 60 จากฮ่องกงที่เป็นแม่ของลูก 7 คน และก่อนหน้าที่จะมาเป็นนางแบบในช่วงวัย 50 เธอก็ทำงานเป็นเลขาให้เฮดฮันเตอร์หางานในตึก Bank of America

 

การที่ CHANEL ได้เลือกใช้กลุ่มนางแบบหน้าใหม่เหล่านี้ถือว่าเป็นกลยุทธ์เฉียบคมมากๆ เพราะนางแบบเป็นกระจกสะท้อนให้ลูกค้าได้เห็นว่าตัวเองจะสามารถใส่เสื้อผ้าของแบรนด์นั้นๆ ได้ไหม ซึ่งถ้าจะใช้แต่นางแบบ High Profile อย่างเช่น Bella Hadid หรือ Kendall Jenner ที่สวยเพอร์เฟกต์จากทุกองศา บางครั้งสิ่งนั้นก็อาจขายความฝันมากจนเกินไป และถ้า CHANEL อยากเป็นแบรนด์ที่สามารถไปได้กว้างไกลทั่วโลกที่เข้าถึงผู้หญิงหลากหลายรูปแบบได้ ภาพลักษณ์ที่ฉายออกมาก็ต้องเป็นเช่นนั้น ผมเลยชอบแคมเปญคอลเล็กชันแรกของ Matthieu Blazy มากๆ เพราะกลุ่มนางแบบก็ล้วนแล้วหน้าใหม่ และดูกี่รอบก็รู้สึกเติมเต็มและเปี่ยมด้วยพลังบวกที่ทำให้อยากอยู่ในครอบครัว CHANEL เช่นกัน

 

 

Drop the Collection the Right Time

 

การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของ CHANEL ตั้งแต่ Matthieu Blazy เข้ามาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ไม่เพียงแต่จะเกี่ยวกับการดีไซน์เสื้อผ้าและแบรนด์ดิ้ง แต่ด้านการจัดจำหน่ายสินค้า (Product Distribution) ก็มีการปรับที่เฉลียวฉลาดมากๆ โดยคอลเล็กชันเดบิวต์ของ Mattheiu ได้วางขายที่ปารีสเป็นที่แรกก่อนเมืองอื่นๆ หนึ่ง สัปดาห์ช่วงปารีสแฟชั่นวีคเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งแค่นั้นแหละ “BLAZYMANIA” ก็ได้เกิดขึ้น เหล่าบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ บรรณาธิการนิตยสาร และลูกค้าก็ต้องแห่กันไปซื้อที่ร้าน พร้อมทำคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดียในทุกช่องทาง บวกกับต้องไปใส่ฟาดฟันกันที่แฟชั่นโชว์ Fall/Winter 2026 ในสัปดาห์เดียวกัน ซึ่งพอคอนเทนต์พวกนี้ได้ถูกแพร่สะพัด ก็ทำให้คนในเมืองอื่นๆ ก็ต้องไปต่อแถวที่จะไปซื้อกันพอสินค้าวางขาย

 

โดยทาง Bruno Pavlovsky ประธานฝั่งแฟชั่นของ CHANEL ก็ได้เผยกับ Joelle Diderich แห่งเว็บไซต์ WWD ว่ายอดขายเสื้อผ้า Ready-to-Wear ของ CHANEL ก็เติบโตขึ้นในหน่วยเลขสองหลัก พร้อมกับได้ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ มาเยอะ ส่วนลูกค้า VIC สำคัญๆ ที่อยู่กับแบรนด์มานานก็ยังพึงพอใจและซื้อ CHANEL ต่อไป แม้ช่วงแรกทางแบรนด์จะกลัวอยู่บ้างว่าเสื้อผ้าโฉมใหม่จะเข้าใจยาก โดยแม้ CHANEL จะเป็นบริษัทเอกชนและไม่จำเป็นต้องเปิดเผยเรื่องรายได้เหมือนคู่แข่ง แต่ทางแบรนด์ก็เลือกที่จะรายงานยอดขายของทั้งปีก่อนๆ ช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่ง Bruno Pavlovsky ก็แง้มว่าของปี 2025 ยอดขายถือว่าเห็นการเติบโต แต่สำหรับปี 2026 ก็ยังคาดการณ์ไม่ได้เพราะเพิ่งผ่านไป 4 เดือน และสินค้าที่ Matthieu Blazy ดีไซน์ก็เพิ่งวางขายไป 1 คอลเล็กชันเท่านั้น

 

Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL กับกลยุทธ์รีเซ็ตแบรนด์ลักชัวรี 7

CHANEL Cruise 2026/27

 

The First Cruise Show Formula

 

เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสเดินทางไปยังเมืองบียาริตส์ ทางตอนใต้ฝรั่งเศสเพื่อไปชมแฟชั่นโชว์ CHANEL Cruise 2026/27 ซึ่งเป็นคอลเล็กชันครูซแรกของ Matthieu Blazy โดยผมคิดว่าเกือบทุกกลยุทธ์ที่ได้กล่าวก่อนหน้านี้ก็ได้ถูกนำมาใช้เช่นกัน และเป็นการต่อยอดทำให้ CHANEL แกร่งขึ้นไปอีกหลายเท่า

 

อย่างแรกเลยคือการที่ CHANEL เลือกจัดโชว์นี้ที่บียาริตส์ก็เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เรื่องราว Storytelling ของแบรนด์ยอดเยี่ยมและดูมีเหตุและผลภายใต้ชื่อ “Coming Home” เพราะเมืองนี้เป็นสถานที่แรกที่ Gabrielle Chanel ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้เปิดห้องเสื้อกูตูร์ของตัวเองในปี 1915 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและทำให้ 1 ปีต่อมาเธอมีอิสรภาพทางการเงินเป็นครั้งแรก ซึ่ง Karl Lagerfeld อดีตครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL ก็ชอบบียาริตส์มากเช่นกัน จนเคยมีบ้านอยู่ที่นี่ ถ่ายหลายแคมเปญ และอยากจัดแฟชั่นโชว์มาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยเป็นผลสำเร็จ

 

ซึ่งการที่ Matthieu Blazy สามารถทำให้โชว์นี้เกิดขึ้นได้ก็ทำให้พิเศษสุดๆ แถมเขาเองก็จะไม่โดนเปรียบเทียบกับแบรนด์คู่แข่งที่ต่างเลือกไปจัดโชว์ครูซปีนี้ที่มหานครนิวยอร์กหรือลอสแอนเจลิส เพราะสหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่ยอดขายสินค้าลักชัวรียังเติบโต ซึ่ง CHANEL ก็เหมือนนำร่องไปแล้วเมื่อปลายปี 2025 ที่จัดโชว์ Metiers d’Art ที่นิวยอร์ก

 

Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL กับกลยุทธ์รีเซ็ตแบรนด์ลักชัวรี 8

ลีน่า-ลลินา ชูเอ็ทท์ และ หมิว-ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์

 

ต่อมา สถานที่จัดแฟชั่นโชว์ CHANEL Cruise 2026/27 ก็เกิดขึ้น ณ Casino Barrière Biarritz ที่ได้มีการพลิกโฉมชั่วคราวให้จำลองเป็นร้านบูติกของ CHANEL ที่บียาริตส์ในสมัย Gabrielle Chanel ซึ่งหากใครถามว่าสถานที่ร้านจริงๆ ของ CHANEL สมัยปี 1915 อยู่ไหน คำตอบก็คืออยู่ Villa Larralde ที่ห่างกันไม่ถึง 100 เมตร ซึ่ง CHANEL เองก็เพิ่งปิดดีลซื้อทั้งตึก Villa Larralde เพื่อที่ในอนาคตจะสามารถใช้ทำโปรเจกต์ต่างๆ ได้เหมือน Villa La Pausa แต่สิ่งแรกที่ CHANEL ได้ทำกับ Villa Larralde ก็คือเปิดร้านชั่วคราวจนถึงเดือนกันยายนนี้ที่วางขายคอลเล็กชัน Coco Beach 2026 เป็นที่แรก ซึ่งแน่นอนพอลูกค้าจากทั่วโลกได้เดินทางมาบียาริตส์เพื่อชมโชว์ครูซก็ต้องมาแวะช็อปที่ร้านนี้ก่อนและใส่ไปดูโชว์ด้วย ซึ่งก็ฉลาดสุดๆ อีกแล้วในพาร์ทการขาย

 

กลับมาที่แฟชั่นโชว์ CHANEL Cruise 2026/27 เหล่าบรรดาแอมบาสซาเดอร์และคนดังที่มาก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน อาทิเช่น Nicole Kidman, Sofia Coppola, Marion Cotillard, Tilda Swinton, Nana Komatsu และ A$AP Rocky ส่วนจากประเทศไทยก็คือสองนักแสดง ลีน่า-ลลินา ชูเอ็ทท์ และ หมิว-ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์ ซึ่งเป็นโชว์ที่ 2 ติดต่อกันของ CHANEL ที่ทั้งคู่ได้ไป หลังจากโชว์ Fall/Winter 2026 ที่ปารีส แต่คราวนี้ทั้งคู่ก็ได้รับความสนใจมากขึ้นไปอีกเพราะพวกเธอได้ไปชมแฟชั่นโชว์ทั้งรอบเช้าและรอบบ่าย พร้อมได้ทำคอนเทนต์กับสื่อต่างประเทศมากมายอย่าง Perfect Magazine, 10 Magazine และวิดีโอของ Loïc Prigent ส่วนถ้าใครสงสัยว่าทำไมไม่มีแบรนด์แอมบาสซาเดอร์จากประเทศเกาหลีใต้สักคนมาที่โชว์นี้ก็น่าจะเป็นเพราะในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ทาง CHANEL จะจัดโชว์ Metiers d’Art 2026 อีกรอบที่กรุงโซล ซึ่งก็น่าจะเต็มไปด้วยศิลปินดาราจากเกาหลี

 

Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL กับกลยุทธ์รีเซ็ตแบรนด์ลักชัวรี 9

CHANEL Cruise 2026/27

 

พูดถึงศิลปินดาราที่มาโชว์ CHANEL Cruise 2026/27 แล้ว ผมก็สังเกตได้ว่ากับอินฟลูเอนเซอร์และสื่อที่ทาง CHANEL เชิญมาก็มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยกับหลายประเทศจะเชิญสื่อแฟชั่นหัวใหญ่มาแค่ 1 และสื่อรุ่นใหม่อีก 1 แทนที่จะเป็นแค่สื่อแฟชั่นทั้งหมดเหมือนในอดีต ซึ่งอย่างของฮ่องกงก็คือ VOGUE และ Hypebeast ส่วนประเทศไทยก็คือ VOGUE และ THE STANDARD POP

 

ส่วนอินฟลูเอนเซอร์ก็มี อาทิ Bryanboy, Kim Russell และ Luke Meagher แห่งช่อง HauteLeMode เป็นต้น โดยผมคิดว่าที่ CHANEL ทำแบบนี้ก็เพราะทางแบรนด์รู้ว่าหากจะเชิญสื่อหรืออินฟลูเอนเซอร์ที่ทำแต่คอนเทนต์เหมือนกันหมดมันก็ถือว่าเปล่าประโยชน์และเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าในยุคสมัยที่ภูมิทัศน์สื่อและโซเชียลมีเดียถูกแบ่งเป็นหลายเศษ ซึ่งถ้าแบรนด์อยากให้แฟชั่นโชว์ของตัวเองสามารถเข้าถึงคนดูและคนอ่านหลากหลายประเภท ก็ต้องเลือกช่องทางที่แตกต่างกันไปเลย

 

Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL กับกลยุทธ์รีเซ็ตแบรนด์ลักชัวรี 10

CHANEL Cruise 2026/27

 

โดยภาพรวมแฟชั่นโชว์ CHANEL Cruise 2026/27 ก็ถือว่างดงามและก้าวไปอีกหลายสิบขั้น โดย Matthieu Blazy เก่งในด้านที่ไม่กลัวการเพิ่มความสนุก เพิ่มความป็อปคัลเจอร์เข้าไปเหมือน Karl Lagerfeld และไม่กลัวที่จะเล่นกับโลโก้ CC อีกต่อไป เช่นกับรองเท้าแตะแบบที่มีการส้นเท้าที่กลายเป็นกระแสไวรัลทันทีและคนคาดเดาว่าจะขายจริงๆ ไหม

 

แต่ในขณะเดียวกัน Matthieu Blazy ก็ยังมีการโฟกัสเรื่องดีเทลเสื้อผ้าและงานคราฟต์ได้อย่างยอดเยี่ยม และถึงขั้นใช้เทคนิคการตัดเย็บกูตูร์ด้วยซ้ำ โดยหากใครสงสัยว่าดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส-เบลเยียมคนนี้หาเวลามาจากไหนมาทำกว่า 10 คอลเล็กชันต่อปี ก็ต้องบอกว่าทาง Matthieu Blazy และ Bruno Pavlovsky ได้ปรับโครงสร้างทีมดีไซน์ตั้งแต่แรกเริ่มให้แบ่งออกเป็นกรุ๊ปๆ ทั้ง Ready-to-Wear, Haute Couture, Cruise และ Metiers d’Art โดยมี Matthieu Blazy อยู่ตรงกลางและวนทำงานกับทุกทีม ซึ่งต่างจากครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนก่อนๆ ที่ทุกคนในทีมดีไซน์จะทำแต่ละคอลเล็กชันพร้อมกันหมด

 

 

From Now On

 

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงผมก็ต้องขอบคุณมากๆ เลยครับ และสิ่งที่ผมหวังว่าคนจะได้เข้าใจและมองเห็นว่าในยุคสมัยนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นแบรนด์อะไร หรือทำตำแหน่งอะไรก็ตามแต่ เราต้องกล้าที่จะลุกขึ้นมาปรับตัว ลองอะไรใหม่ๆ และหาสูตรความสำเร็จของตลอดเวลาในช่วงเวลานั้นเหมือน CHANEL และ Matthieu Blazy เพราะถ้าเราจะยังยึดติดกับอะไรเดิมๆ อยู่ตลอดเวลา และไม่คิดที่จะเปลี่ยน วันหนึ่งคุณก็อาจเดินหน้าต่อไปไม่คล่อง ซึ่งสิ่งที่ผมได้อธิบายมาทั้งหมด มันไม่ได้แปลว่าถ้าแบรนด์ ABCD จะไปลอกเลียนแบบ CHANEL และจะเวิร์คแน่นอน แต่คุณแค่อาจจะเอาเอนเนอร์จีและวิสัยทัศน์ไปปรับใส่ในบริบทของแบรนด์คุณ และ Connect the Dot หรือต่อจิ๊กซอว์ทุกชิ้นเพื่อให้ภาพใหญ่ที่เราได้เห็นมันสวยงามและสมบูรณ์แบบมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

 

ภาพ: Courtesy of CHANEL / Getty Images

The post CHANEL กับการกดปุ่มรีเซ็ตให้วงการลักชัวรีภายใน 7 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 THINGS WE LOVE ABOUT TIFFANY & CO. แบรนด์เครื่องประดับที่ยังคงสร้างตำนานต่อไป https://thestandard.co/7-things-we-love-about-tiffany-co/ Sun, 03 May 2026 12:00:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1201510 เครื่องประดับ Tiffany & Co. ในกล่องสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์

ในโลกของลักชัวรีที่เต็มไปด้วยแบรนด์ระดับตำนาน Tiffany & […]

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT TIFFANY & CO. แบรนด์เครื่องประดับที่ยังคงสร้างตำนานต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครื่องประดับ Tiffany & Co. ในกล่องสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์

ในโลกของลักชัวรีที่เต็มไปด้วยแบรนด์ระดับตำนาน Tiffany & Co. คือหนึ่งในไม่กี่ชื่อที่สามารถสื่อสารตัวตนได้ทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยชื่อ เพียงแค่เห็นกล่องสีฟ้าอมเขียวอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง “Tiffany Blue” ก็เพียงพอที่จะปลุกความรู้สึกของความฝัน ความโรแมนติก และความปรารถนาในใจผู้คนทั่วโลก สีที่ไม่ได้เป็นเพียงโทนสี แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับโมเมนต์สำคัญของชีวิต ตั้งแต่การขอแต่งงานไปจนถึงการเฉลิมฉลองให้กับตัวเอง

 

ตลอดเวลากว่า 180 ปี แบรนด์นี้ได้หลอมรวมมรดกทางงานฝีมือเข้ากับการเคลื่อนไหวของยุคสมัยอย่างชาญฉลาด จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในฐานะร้านเครื่องเขียนในนิวยอร์ก สู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์จิวเวลรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก Tiffany & Co. ไม่เพียงแต่สร้างสรรค์เครื่องประดับ แต่ยังสร้างภาษาแห่งสไตล์ ที่คนรุ่นใหม่ยังคงหยิบมาใช้และตีความใหม่อยู่เสมอ และนี่คือ 7 สิ่งที่ทำให้ Tiffany & Co. ยังคงเป็นแบรนด์ที่เราหลงรักไม่เปลี่ยน

 

เครื่องประดับ Tiffany & Co. ในกล่องสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ 1

 

HOW TIFFANY & CO. STARTED

 

เรื่องราวของ Tiffany & Co.  เริ่มต้นขึ้นในปี 1837 ในฐานะร้านเครื่องเขียนเล็กๆ ในนิวยอร์ก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจุดกำเนิดที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเครื่องประดับเลยในช่วงแรก แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งที่มองเห็นศักยภาพของตลาดลักชัวรีในยุค Gilded Age ทำให้แบรนด์ค่อยๆ ขยับเข้าสู่โลกของจิวเวลรีอย่างจริงจัง ช่วงเวลานี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Tiffany & Co.  กลายเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นสูงอเมริกัน การเปิดตัว “Blue Book” ในฐานะแคตตาล็อกไฮจิวเวลรีเล่มแรกของโลก ไม่เพียงเป็นเครื่องมือทางการขาย แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่ไม่เคยมองเครื่องประดับเป็นเพียงสินค้า แต่คือผลงานศิลปะ และวางรากฐาน แนวคิดที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

 

เครื่องประดับ Tiffany & Co. ในกล่องสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ 2

 

HOME TO ICONIC DESIGNERS

 

DNA ของ Tiffany & Co.  ถูกขับเคลื่อนผ่านวิสัยทัศน์ของดีไซเนอร์ระดับไอคอนที่เข้ามาเติมมิติใหม่ให้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง Jean Schlumberger คือหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ยกระดับงานออกแบบของ Tiffany & Co.  ให้มีความวิจิตรและเต็มไปด้วยจินตนาการ ผ่านรายละเอียดที่ซับซ้อนและแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ขณะที่ Elsa Peretti ทำให้เครื่องประดับดูเรียบง่ายขึ้น เข้าถึงได้และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ด้าน Paloma Picasso เติมความจัดจ้านและความเป็นศิลปะให้แบรนด์มีเอกลักษณ์ชัดเจนมากขึ้น ในยุคปัจจุบัน Francesca Amfitheatrof มีบทบาทสำคัญในการทำให้ Tiffany & Co.  กลับมาใกล้ชิดกับคนรุ่นใหม่ ผ่านดีไซน์ที่เรียบแต่ชัดเจน ขณะที่ Reed Krakoff เข้ามาปรับภาพรวมของแบรนด์ให้ดูทันสมัยขึ้น ทั้งในแง่ของสไตล์และการนำเสนอ ทั้งหมดนี้ทำให้ Tiffany & Co.  ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทิ้งรากฐานเดิมของแบรนด์

 

เครื่องประดับ Tiffany & Co. ในกล่องสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ 3

 

FOREVER CLASSIC ITEMS

 

ความแข็งแกร่งของ Tiffany & Co.  สะท้อนผ่านไอเท็มที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละยุคได้อย่างชัดเจน HardWear by Tiffany Collection ได้แรงบันดาลใจจากพลังของมหานครนิวยอร์ก ถ่ายทอดความมั่นใจและความแข็งแกร่งของผู้สวมใส่ ขณะที่ Knot by Tiffany Collection พูดถึงความสัมพันธ์ในมุมมองร่วมสมัย ที่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่เต็มไปด้วยความผูกพัน ด้าน T by Tiffany Collection กลายเป็นงานออกแบบที่เรียบง่ายแต่จดจำได้ทันที เป็นภาพแทนของสไตล์ที่ชัดเจนโดยไม่ต้องซับซ้อน 

 

ส่วน Lock by Tiffany Collection นำเสนอแนวคิดของความผูกพันผ่านรูปทรงที่เรียบแต่มีความหมาย และสามารถสวมใส่ได้หลากหลายโดยไม่จำกัดเพศ ขณะที่ Sixteen Stone by Tiffany ถือเป็นดีไซน์ที่มีคุณค่าทางความรู้สึกสูง เชื่อมโยงกับความทรงจำและช่วงเวลาสำคัญในชีวิต คอลเล็กชั่นเหล่านี้เล่าเรื่องราวความเป็น Tiffany & Co.   ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับสวยงาม ยังเป็นสิ่งที่มีความหมายในเชิงส่วนตัวอย่างแท้จริง

 

เครื่องประดับ Tiffany & Co. ในกล่องสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ 4

 

POP CULTURE CONNECTIONS

 

Tiffany & Co.  คือหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่สามารถฝังตัวเองเข้าไปในวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างลึกซึ้งและยาวนาน ตั้งแต่ภาพของ Breakfast at Tiffany’s ที่ทำให้หน้าร้านบนถนน Fifth Avenue กลายเป็นภาพแทนของความฝันแบบนิวยอร์ก และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่อย่างชัดเจน แคมเปญ “About Love” ที่นำ Beyoncé และ Jay-Z มาร่วมงาน พร้อมเชื่อมโยงเข้ากับผลงานของ Basquiat ได้สร้างภาพใหม่ให้ Tiffany & Co.  ดูร่วมสมัยและมีบทสนทนากับโลกศิลปะและดนตรีมากขึ้น 

 

ขณะเดียวกัน การปรากฏตัวของ Lady Gaga ในเครื่องประดับของ Tiffany & Co ในโอกาสสำคัญระดับโลก ก็ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ในแง่ของความโดดเด่น ความมั่นใจ และ การแสดงออกถึงตัวตนอย่างชัดเจน 

 

นอกจากนี้ การเลือกแบรนด์แอมบาสซาเดอร์อย่าง Rosé, Jimin และ Natalie Portman ยังสะท้อนทิศทางของแบรนด์ที่ต้องการเชื่อมโยงกับผู้คนหลากหลายกลุ่ม ทั้งในแง่ของอายุ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ ทำให้ Tiffany & Co. ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาพของความหรูหราแบบดั้งเดิม กลับเป็นแบรนด์ที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกับยุคสมัย และ ยังคงมีบทบาทในวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างต่อเนื่อง

 

เครื่องประดับ Tiffany & Co. ในกล่องสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ 5

 

ART OF COLLABORATION

 

การร่วมงานของ Tiffany & Co. ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างกระแสชั่วคราว แต่เป็นการขยายขอบเขตของแบรนด์ให้กว้างขึ้นในยุคใหม่อย่างชัดเจน การร่วมงานกับ Pharrell Williams กับไลน์ Tiffany Titan ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับเครื่องประดับ จากเดิมที่อาจถูกมองว่าเป็นของหรูหราเพียงอย่างเดียว กลายเป็นสิ่งที่มีความสนุก กล้าแสดงออก และสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่มากขึ้น ขณะเดียวกัน การจับมือกับ Nike และ Supreme คือภาพชัดของการเชื่อมโลกของความหรูหรากับวัฒนธรรมสตรีตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้กว้างขึ้น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดูสดใหม่โดยไม่ทิ้งรากเดิม นอกจากนี้ การร่วมงานกับ Fendi และศิลปินอย่าง Daniel Arsham ยังช่วยขยายบทบาทของแบรนด์ไปสู่โลกของงานศิลปะและของสะสมมากขึ้น เป็นชิ้นงานที่มีคุณค่าทางความคิดและการออกแบบ ทำให้แบรนด์มีความลึกและหลากหลาย ทั้งในแง่ของภาพลักษณ์และกลุ่มผู้ชมที่เข้าถึง

 

เครื่องประดับ Tiffany & Co. ในกล่องสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ 6

 

BUSINESS EMPIRE

 

ในเชิงธุรกิจ Tiffany & Co. ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีโครงสร้างแข็งแกร่งและมีการขยายตัวในระดับโลกอย่างชัดเจน ด้วยสาขาที่กระจายอยู่ในเมืองสำคัญทั่วโลก และฐานลูกค้าที่ครอบคลุมหลายกลุ่ม ตั้งแต่ลูกค้าดั้งเดิมไปจนถึงคนรุ่นใหม่ ทำให้แบรนด์สามารถรักษาความต่อเนื่องของยอดขายและภาพลักษณ์ได้อย่างมั่นคง การเข้าซื้อกิจการโดย LVMH ในปี 2021 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยยกระดับ Tiffany & Co. ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการ การสื่อสารแบรนด์ และการขยายตลาดไปยังภูมิภาคใหม่ๆ การอยู่ภายใต้เครือเดียวกับแบรนด์ลักชัวรีระดับโลกอื่นๆ ยังช่วยให้ Tiffany & Co. สามารถใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและทรัพยากรร่วมกันได้อย่างเต็มที่

 

ภายใต้การดูแลของ LVMH แบรนด์ได้พัฒนารูปแบบร้านให้เป็นมากกว่าสถานที่ซื้อสินค้า เป็นพื้นที่ที่มอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับลูกค้า ทั้งในด้านการออกแบบบรรยากาศและการบริการ นอกจากนี้ Tiffany & Co. ยังให้ความสำคัญกับงานฝีมือและคุณภาพในทุกขั้นตอนการผลิต รวมถึงการพัฒนาแนวทางที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญของตลาดลักชัวรีในปัจจุบัน ทำให้แบรนด์สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและยังคงความแข็งแกร่งในระยะยาว

 

THAILAND PRESENCE

 

THAILAND PRESENCE

 

ในประเทศไทย Tiffany & Co. ยังคงมีบทบาทที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่มองหาความหรูหราที่มีทั้งรากฐานของแบรนด์และความร่วมสมัยไปพร้อมกัน การขยายสาขาในทำเลสำคัญ ทั้ง ที่จังหวัดภูเก็ตช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายมากขึ้น และสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ส่วนล่าสุดสาขาที่ ICONSIAM ถือเป็นจุดสำคัญที่สะท้อนภาพลักษณ์ของ Tiffany ในยุคปัจจุบัน ผ่านการออกแบบร้านที่ผสานสีเอกลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย บรรยากาศภายในถูกออกแบบให้โปร่ง โล่ง และเชื้อเชิญให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ของแบรนด์ได้อย่างใกล้ชิด ทำให้การเข้ามาในร้านเป็นช่วงเวลาพิเศษที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกของผู้บริโภค

 

นอกจากนี้ การเลือกใช้แอมบาสซาเดอร์จากประเทศไทย อาทิ วิน-เมธวิน ไปจนถึง ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ยังช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตของผู้คนในภูมิภาคได้มากขึ้น สร้างความใกล้ชิดและความผูกพันกับผู้บริโภคได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้ Tiffany & Co. กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคนไทยในยุคปัจจุบัน ทั้งในแง่ของการแต่งตัว การมอบของขวัญ และการเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT TIFFANY & CO. แบรนด์เครื่องประดับที่ยังคงสร้างตำนานต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>