F1 Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/f1/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 02 May 2026 05:03:19 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 F1 is back! กับสัญญาณบวก(?)ในไมอามี กรังด์ปรีซ์ https://thestandard.co/f1-miami-grand-prix-closer-race/ Sat, 02 May 2026 05:03:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1203211 ภาพการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง (F1) รายการไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่มีรถแข่งจากหลายทีมกำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด

รอบ Free Practice 1 ในศึกไมอามี กรังด์ปรีซ์ เมื่อคืนที่ […]

The post F1 is back! กับสัญญาณบวก(?)ในไมอามี กรังด์ปรีซ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง (F1) รายการไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่มีรถแข่งจากหลายทีมกำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด

รอบ Free Practice 1 ในศึกไมอามี กรังด์ปรีซ์ เมื่อคืนที่ผ่านมา (23.00 ของวันแรงงาน 1 พฤษภาคม) ถูกผู้บรรยายการแข่งขันคาดหมายว่าน่าจะเป็นรอบ FP1 ที่มีผู้ชมมากที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

 

เพราะมันมีอย่างน้อย 2 ความรู้สึกจากแฟนๆ ที่เกิดขึ้นปนกัน ก่อนการแข่งขันเมื่อคืนที่ผ่านมา นั่นคือ ความคิดถึง และ ความสงสัย

 

ความคิดถึงคงอธิบายไม่ยาก เมื่อ F1 ต้องพักเรซไปถึง 5 สัปดาห์ เนื่องจากการยกเลิกการแข่งขัน บาห์เรน กรังด์ปรีซ์ และ ซาอุดี อาระเบียน กรังด์ปรีซ์ จากสาเหตุด้านความปลอดภัย หลังมีการปะทะกันในพื้นที่อิหร่าน

 

ในแง่ของความสงสัย นั่นคือแต่ละทีมจะมีโฉมหน้าเป็นอย่างไร เมื่อได้กลับมาอีกครั้ง เพราะเวลา 5 สัปดาห์ ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาอัปเกรดรถได้ และนั่นจะส่งผลต่อทั้งทีมกลุ่มนำ และกลุ่มที่กำลังประสบปัญหา

 

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการที่ต้องแข่งขัน ภายใต้การปรับเปลี่ยนกฎทางเทคนิคและปัญหาการจัดการพลังงานใหม่ ซึ่งมีการประชุมกันเมื่อช่วงเบรกที่ผ่านมา

 

ก่อนเริ่มการแข่งที่ไมอามี ทาง F1 ได้ปรับกฎเครื่องยนต์ใหม่ โดยลดขีดจำกัดการชาร์จแบตเตอรี่สูงสุดระหว่างรอบควอลิฟายจาก 8MJ เหลือ 7MJ

 

การปรับกฎครั้งนี้เพื่อลดภาระการจัดการแบตเตอรี่ของคนขับ และป้องกันอุบัติเหตุจากความเร็วบนทางตรงที่แตกต่างกันเกินไปเหมือนที่เกิดขึ้นกับ ‘น้องหมี’ หรือ ออลลี แบร์แมน ในญี่ปุ่น

 

อย่างไรก็ตาม รอบ FP1 รวมไปถึงรอบ สปรินท์ ควอลิฟายด์ เมื่อคืนที่ผ่านมา อาจจะไม่ทำให้แฟนๆ เห็นความแตกต่างจากช่วงก่อนเบรก 5 สัปดาห์มากขนาดนั้น

 

แน่นอนว่า ฟอร์มของบรรดาทีมที่ไล่ตาม เมอร์ซีเดส ก่อนช่วงเบรก ทั้ง แมคลาเรน, เฟอร์รารี และ เรดบูลล์ ต่างดูดีขึ้น แต่บรรดาทีมตามหลัง ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก

 

โดย 3 ทีมยักษ์ใหญ่ ทั้ง เฟอร์รารี, แมคลาเรน และ เรดบูลล์ ได้มีการอัปเกรดเพื่อไล่ตาม เมอร์ซีเดส ที่ครองความได้เปรียบในช่วง 3 สนามแรกของฤดูกาล

 

เฟอร์รารี ถือเป็นทีมที่มีการอัปเดตมากที่สุดในบรรดาทุกทีมที่ไมอามี โดยเน้นไปที่การเพิ่มดาวน์ฟอร์ซในทุกช่วงการใช้งานของรถ โดยมีการปรับปรุงแผ่นข้างปีกหน้า และเพิ่มครีบส่วนบนเพื่อจัดการกระแสลมร่วมกับการปรับปรุงแผ่นเบี่ยงลมบริเวณล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อเสถียรภาพของกระแสลม

 

นอกจากนี้พวกเขายังปรับปรุงรูปทรงแฟริ่งของช่วงล่างด้านหน้า พร้อมกับพื้นรถมีการเปลี่ยนแปลงหลายจุด ทั้งการปรับปริมาตรของ keel และปรับปรุงขอบพื้นรถรวมถึงดิฟฟิวเซอร์ เพื่อให้ได้ดาวน์ฟอร์ซสุทธิที่เพิ่มขึ้น

 

ที่ถูกจับตามากที่สุดคือปีกหลัง ซึ่งออกแบบรูปทรงปีกหลักและแผ่นเปิดปิดใหม่ รวมถึงปรับปรุงจุดยึดเสา เพื่อลดแรงต้านในทางตรงในขณะที่ยังรักษาแรงกดในขณะเข้าโค้งไว้ได้

 

ขณะที่ แมคลาเรน ซึ่งยอมรับว่ารถมีข้อเสียเปรียบด้านอากาศพลศาสตร์ จึงมีการอัปเดตซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระยะ เริ่มจากที่ไมอามีและระยะที่ 2 จะเป็นที่แคนาดา

 

ทีมมะละกอมีการใช้รูปทรงพื้นรถใหม่ทั้งหมด เพื่อเพิ่มดาวน์ฟอร์ซและประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังปรับปรุง sidepod inlet และฝาครอบเครื่องยนต์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์

 

นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงอุปกรณ์บริเวณมุมล้อหน้าและหลังเพื่อให้ทำงานร่วมกับกระแสลมและพื้นรถใหม่ได้ดีขึ้น พร้อมทั้งใช้ปีกหลังแบบใหม่

 

การอัปเดตครั้งนี้ส่งผลทันที โดย แลนโด นอร์ริส สามารถคว้าตำแหน่งโพลในรอบ สปรินท์ ควอลิฟายด์ ซึ่งเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2026 ที่รถซึ่งคว้าอันดับหนึ่งไม่ใช่ เมอร์ซีเดส

 

ขณะที่ทาง เรดบูลล์ พยายามแก้ปัญหารถที่ขับยากและคาดเดาไม่ได้ ตามคำวิจารณ์ของ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน และ ไอแซค ฮัดจาร์ พวกเขาปรับปรุงองค์ประกอบปีกหน้าทั้ง 3 ชิ้นและแผ่นข้างใหม่เพื่อเพิ่มแรงกดและเสถียรภาพของกระแสลม

 

นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงรูปทรงพื้นรถส่วนหน้า และโครงสร้างพื้นด้านหน้า ร่วมกับการปรับปรุงช่องรับลมด้านข้างและฝาครอบเครื่องยนต์เพื่อให้กระแสลมทางด้านท้ายเสถียรขึ้น

 

อีกสิ่งที่น่าสนใจคือการปรับปรุงกลไกและจุดยึดปีกหลังเพื่อให้ “ขยับได้มากขึ้นในโหมดทางตรง” ซึ่งคาดว่าจะเป็นลักษณะเดียวกับปีกของ เฟอร์รารี เพื่อช่วยเพิ่มความเร็ว นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงท่อดึงอากาศที่ล้อหน้าและตัวถังบริเวณล้อหลังเพื่อช่วยเรื่องการระบายความร้อนของเบรกด้วย

 

การอัปเดตของทั้ง 3 ทีมในครั้งนี้ ส่งผลให้การแข่งขันที่ ไมอามี ดูสูสีขึ้นอย่างชัดเจน โดยในรอบ FP1 รถ 3 คันแรกที่ทำเวลาในการซ้อมดีที่สุดไม่ใช่ เมอร์ซีเดส แต่เป็น เฟอร์รารี, เรดบูลล์ และ แมคลาเรน ตามลำดับ

 

ขณะที่ในรอบ สปรินท์ ควอลิฟายด์ แม้ชื่อของ คิมี อันโตเนลลี จะแทรกขึ้นมาเป็นที่ 2 แต่ทีมแชมป์โลกเก่าอย่าง ปาปายา ก็ทำเวลาได้ในอันดับ 1 และ 3 ซึ่งมันเป็นแนวโน้มที่การแข่งขันน่าจะดูสูสีและสนุกขึ้นหลังจากนี้เป็นต้นไป

 

อย่างไรก็ตาม ที่น่าผิดหวังก็น่าจะยังคงเป็นบรรดาทีมรั้งท้ายที่ยังไม่ฟื้น ทั้ง แอสตัน มาร์ติน, วิลเลียมส์ และอาจจะรวมไปถึง คาดิลแลค

 

แอสตัน มาร์ติน แทบจะเรียกได้ว่า ก่อนเบรกพังยังไง ในวันแรกของไมอามี ก็พังอย่างนั้น ทำเอาแฟนๆ ดูไม่น่าจะมีความหวังสำหรับฤดูกาลนี้ง่ายๆ

 

ขณะที่ วิลเลียมส์ แม้รอบสปรินท์ ควอลิฟายด์ จะทำผลงานไม่ดี แต่ในรอบ FP1 พวกเขาลดช่องว่างจากบรรดาหัวแถวลงมาเหลือไม่ถึง 2 วินาทีได้แล้ว ซึ่งอาจจะพอนับเป็นสัญญาณบวกได้บ้าง

 

ถึงตรงนี้ อาจจะยังเร็วอยู่หากจะตัดสินอะไรหลังผ่านการแข่งขันไปเพียงแค่วันเดียวในไมอามี แต่มีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวันแรก อาจจะไม่ได้เปลี่ยนโฉมการแข่งขันได้ขนาดนั้น แต่มันก็ดูมีความหวังมากขึ้นสำหรับแฟนๆ

 

ความหวังที่จะได้เห็น F1 กลับมาดุเดือดอีกครั้งในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาล

 

อ้างอิง:

The post F1 is back! กับสัญญาณบวก(?)ในไมอามี กรังด์ปรีซ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Miami GP Vibe สนามแข่งแห่งสีสันและความสนุก https://thestandard.co/miami-gp-f1-lifestyle-celebrities/ Sat, 02 May 2026 03:00:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1203159 ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์

เมื่อพูดถึง F1 ภาพจำของหลายคนอาจคือรถแข่งที่เร็วที่สุดใ […]

The post Miami GP Vibe สนามแข่งแห่งสีสันและความสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์

เมื่อพูดถึง F1 ภาพจำของหลายคนอาจคือรถแข่งที่เร็วที่สุดในโลก และการดวลกันในเสี้ยววินาทีบนแทร็ก

 

แต่สำหรับ Miami Grand Prix สนามแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ ‘การแข่งขัน’

 

เพราะ Miami International Autodrome คือพื้นที่ที่ผสานกีฬาเข้ากับวัฒนธรรมป๊อป แฟชั่น ดนตรี และไลฟ์สไตล์ จนกลายเป็นหนึ่งในเรซที่มีสีสันที่สุดในปฏิทิน F1

 

ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 1ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 2ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 3ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 4ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 5ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 6ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 7ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 8ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 9

The post Miami GP Vibe สนามแข่งแห่งสีสันและความสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
F1 IS BACK! Miami Grand Prix คิกออฟความสนุกสไตล์อเมริกัน https://thestandard.co/f1-miami-gp-collaborations/ Fri, 01 May 2026 03:00:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1202937 ภาพรวม F1 Miami Grand Prix พร้อมกิจกรรมนอกสนามและคอลแลบแฟชั่นจากแบรนด์ดัง

ก่อนที่ F1 จะกลับมาคึกคักอีกครั้งที่ไมอามี แวดวง F1 ก็เ […]

The post F1 IS BACK! Miami Grand Prix คิกออฟความสนุกสไตล์อเมริกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวม F1 Miami Grand Prix พร้อมกิจกรรมนอกสนามและคอลแลบแฟชั่นจากแบรนด์ดัง

ก่อนที่ F1 จะกลับมาคึกคักอีกครั้งที่ไมอามี แวดวง F1 ก็เริ่มร้อนแรงขึ้นด้วยการเปิดตัวโปรเจกต์และไอเดียใหม่ๆ จากหลายทีมและแบรนด์ ที่เต็มไปด้วยสีสัน ตั้งแต่ลวดลายรถสุดจัดจ้าน คอลแลบกับ Marvel และแฟชั่น ไปจนถึงโปรเจกต์นอกสนามที่ต่อยอดความเร็วสู่ไลฟ์สไตล์

 

THE STANDARD SPORT ขอพาไปอุ่นเครื่องก่อน Miami Grand Prix กับโปรเจกต์ที่เกิดขึ้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ภาพรวม F1 Miami Grand Prix พร้อมกิจกรรมนอกสนามและคอลแลบแฟชั่นจากแบรนด์ดัง 1ภาพรวม F1 Miami Grand Prix พร้อมกิจกรรมนอกสนามและคอลแลบแฟชั่นจากแบรนด์ดัง 2ภาพรวม F1 Miami Grand Prix พร้อมกิจกรรมนอกสนามและคอลแลบแฟชั่นจากแบรนด์ดัง 3ภาพรวม F1 Miami Grand Prix พร้อมกิจกรรมนอกสนามและคอลแลบแฟชั่นจากแบรนด์ดัง 4ภาพรวม F1 Miami Grand Prix พร้อมกิจกรรมนอกสนามและคอลแลบแฟชั่นจากแบรนด์ดัง 5ภาพรวม F1 Miami Grand Prix พร้อมกิจกรรมนอกสนามและคอลแลบแฟชั่นจากแบรนด์ดัง 6ภาพรวม F1 Miami Grand Prix พร้อมกิจกรรมนอกสนามและคอลแลบแฟชั่นจากแบรนด์ดัง 7ภาพรวม F1 Miami Grand Prix พร้อมกิจกรรมนอกสนามและคอลแลบแฟชั่นจากแบรนด์ดัง 8ภาพรวม F1 Miami Grand Prix พร้อมกิจกรรมนอกสนามและคอลแลบแฟชั่นจากแบรนด์ดัง 9

The post F1 IS BACK! Miami Grand Prix คิกออฟความสนุกสไตล์อเมริกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Charles Leclerc ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ L’Oréal Paris https://thestandard.co/charles-leclerc-loreal-paris-ambassador/ Wed, 29 Apr 2026 10:49:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1202435 Charles Leclerc แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ L’Oréal Paris

L’Oréal Paris ประกาศแต่งตั้งนักแข่งรถ Formula 1 ผู้เป็น […]

The post Charles Leclerc ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ L’Oréal Paris appeared first on THE STANDARD.

]]>
Charles Leclerc แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ L’Oréal Paris

L’Oréal Paris ประกาศแต่งตั้งนักแข่งรถ Formula 1 ผู้เป็นที่รักของแฟนๆ อย่าง Charles Leclerc ให้เป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด โดยการเป็นพาร์ตเนอร์ชิปครั้งใหม่นี้ เขาจะได้ทำหน้าที่เป็นเฟสที่ครอบคลุมโปรดักต์หลากหลายอย่างของแบรนด์ใน L’ Oréal Paris Men Expert ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลและสไตลิ่งเส้นผม

 

L’Oréal Paris เผยว่า Charles Leclerc จะถ่ายทอดความเป็นเลิศ การฟื้นพลัง และความทันสมัยของตัวเองออกมาในฐานะโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์

 

“Leclerc ร่วมงานกับแบรนด์เราด้วยความเชื่อที่ว่า การขับเคลื่อนพลังของผู้หญิงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน และเขายังเป็นกระบอกเสียงให้ผู้ชายและผู้หญิงยืนหยัดเคียงข้างกันด้วย”

 

Charles Leclerc เป็นนักแข่งรถ Formula 1 ชั้นนำของโลกวัย 28 ปี เขาเกิดที่มอนติคาร์โล และเข้าโครงการ Ferrari Driver Academy ก่อนที่จะเดบิวต์ในการแข่งขัน F1 ร่วมกับ Sauber ในปี 2018 และเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทีม Scuderia Ferrari ตั้งแต่ปี 2019 ที่ซึ่งเขาชนะการแข่งขันบนสนาม The Spa เป็นครั้งแรก ปัจจุบัน Charles Leclerc ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักแข่งรถที่เร็วที่สุดในการขับรอบสนาม จนได้รับสมญานามว่า “Mr. Pole Position”

 

Charles Leclerc เผยความรู้สึกสำหรับการเข้าสู่บทบาทการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์แห่งบริษัทเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่ว่า “ผมจะเชื่อมโยง L’Oréal กับคุณแม่ของผมเสมอ เพราะเธอเป็นช่างทำผม ผมจึงเติบโตมาพร้อมกับการเห็นโปรดักต์ของ L’Oréal Paris อยู่ทั่วบ้าน และดูโฆษณาของแบรนด์บนโทรทัศน์ไปด้วย ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากกับการได้ร่วมงานกับแบรนด์ที่ยืนหยัดเพื่อการผลักดันพลังของผู้หญิง และผมเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าความแข็งแกร่งของผู้ชายก็มาจากการสนับสนุนและการเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกันในครั้งนี้ด้วย”

 

ภาพ: L’Oréal

 

อ้างอิง

https://th.fashionnetwork.com/news/-l-oreal-names-charles-leclerc-new-ambassador,1827470.html

The post Charles Leclerc ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ L’Oréal Paris appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cadillac ฉลองโฮมเรซแรกใน F1 ด้วยรถดีไซน์พิเศษที่ Miami GP https://thestandard.co/cadillac-f1-miami-gp-livery/ Wed, 29 Apr 2026 04:31:50 +0000 https://thestandard.co/cadillac-f1-miami-gp-livery/ รถแข่ง F1 ของ แคดิลแลค ในลวดลายพิเศษฉลองโฮมเรซ ไมอามี จีพี ประดับธงชาติสหรัฐฯ

Cadillac เปิดตัวลวดลายพิเศษสำหรับการแข่งขัน Miami Grand […]

The post Cadillac ฉลองโฮมเรซแรกใน F1 ด้วยรถดีไซน์พิเศษที่ Miami GP appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถแข่ง F1 ของ แคดิลแลค ในลวดลายพิเศษฉลองโฮมเรซ ไมอามี จีพี ประดับธงชาติสหรัฐฯ

Cadillac เปิดตัวลวดลายพิเศษสำหรับการแข่งขัน Miami Grand Prix ซึ่งนับเป็นโฮมเรซครั้งแรกของทีมในศึก F1

 

ลวดลายแบบ one-off นี้นำเสนอโดยพาร์ตเนอร์หลักอย่าง TWG AI โดยผสานธีมธงชาติสหรัฐฯ Stars and Stripes เข้ากับโทนสีดำ-ขาวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Cadillac

 

บริเวณปีกหน้ารถถูกออกแบบด้วยดาว 50 ดวง เพื่อแทน 50 รัฐของสหรัฐอเมริกา ขณะที่ปีกหลังเติมสีสันด้วยคำว่า “USA” พร้อมเฉดสีแดง ขาว และน้ำเงิน เพื่อสะท้อนรากฐานความเป็นอเมริกันของทั้ง Cadillac และ TWG AI

 

นอกจากนี้ นักขับอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Pérez ยังจะสวมชุดแข่งพิเศษในสุดสัปดาห์ที่ไมอามี ซึ่งออกแบบให้สอดรับกับอัตลักษณ์แบบอเมริกันของทีมอีกด้วย

 

รถแข่ง F1 ของ แคดิลแลค ในลวดลายพิเศษฉลองโฮมเรซ ไมอามี จีพี ประดับธงชาติสหรัฐฯ 1รถแข่ง F1 ของ แคดิลแลค ในลวดลายพิเศษฉลองโฮมเรซ ไมอามี จีพี ประดับธงชาติสหรัฐฯ 2รถแข่ง F1 ของ แคดิลแลค ในลวดลายพิเศษฉลองโฮมเรซ ไมอามี จีพี ประดับธงชาติสหรัฐฯ 3รถแข่ง F1 ของ แคดิลแลค ในลวดลายพิเศษฉลองโฮมเรซ ไมอามี จีพี ประดับธงชาติสหรัฐฯ 4รถแข่ง F1 ของ แคดิลแลค ในลวดลายพิเศษฉลองโฮมเรซ ไมอามี จีพี ประดับธงชาติสหรัฐฯ 5รถแข่ง F1 ของ แคดิลแลค ในลวดลายพิเศษฉลองโฮมเรซ ไมอามี จีพี ประดับธงชาติสหรัฐฯ 6รถแข่ง F1 ของ แคดิลแลค ในลวดลายพิเศษฉลองโฮมเรซ ไมอามี จีพี ประดับธงชาติสหรัฐฯ 7

The post Cadillac ฉลองโฮมเรซแรกใน F1 ด้วยรถดีไซน์พิเศษที่ Miami GP appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตารางแข่งขัน F1 2026 Miami Grand Prix https://thestandard.co/f1-2026-miami-grand-prix-schedule/ Tue, 28 Apr 2026 02:00:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1201692 ตารางแข่งขัน Formula 1 ปี 2026 รายการ Miami Grand Prix

F1 กลับมาแล้ว! หลังพักเบรกไปเต็มๆ 1 เดือน กับการแข่ง F1 […]

The post ตารางแข่งขัน F1 2026 Miami Grand Prix appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตารางแข่งขัน Formula 1 ปี 2026 รายการ Miami Grand Prix

F1 กลับมาแล้ว! หลังพักเบรกไปเต็มๆ 1 เดือน กับการแข่ง F1 2026 ที่เดินทางสู่สนามที่ 4 ของฤดูกาล กับรายการ Miami Grand Prix ณ Miami International Autodrome รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา

 

และด้วยความที่เป็นสนามฝั่งอเมริกา แฟนๆ F1 ชาวไทยอาจต้องเตรียมตั้งปลุก หรืออดนอนกันในช่วงสุดสัปดาห์ เพื่อรอชมการแข่งขันในช่วงดึกตามเวลาไทย

 

ติดตามการถ่ายทอดสดได้ทาง beIN SPORTS CONNECT

 


 

ตารางแข่งขัน F1 2026 Miami Grand Prix

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post ตารางแข่งขัน F1 2026 Miami Grand Prix appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซบาสเตียน เวทเทล ทำเวลา 2:59:08 ชั่วโมง ในการวิ่ง London Marathon 2026 https://thestandard.co/vettel-london-marathon-sub-3/ Mon, 27 Apr 2026 03:46:08 +0000 https://thestandard.co/vettel-london-marathon-sub-3/ เซบาสเตียน เวทเทล อดีตแชมป์โลก F1 กำลังวิ่งในการแข่งขัน London Marathon

เซบาสเตียน เวทเทล อดีตแชมป์โลก F1 4 สมัย สร้างผลงานน่าป […]

The post เซบาสเตียน เวทเทล ทำเวลา 2:59:08 ชั่วโมง ในการวิ่ง London Marathon 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซบาสเตียน เวทเทล อดีตแชมป์โลก F1 กำลังวิ่งในการแข่งขัน London Marathon

เซบาสเตียน เวทเทล อดีตแชมป์โลก F1 4 สมัย สร้างผลงานน่าประทับใจในการลงแข่ง London Marathon 2026 หลังทำเวลาได้ 2:59:08 ชั่วโมง ทลายกำแพง ‘Sub-3 ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

 

อดีตนักขับวัย 38 ปี ลงแข่งขันในครั้งนี้เพื่อระดมทุนให้กับมูลนิธิ Brain & Spine Foundation และ Grand Prix Trust

 

เวทเทลโชว์วินัยและการวางแผนที่ยอดเยี่ยมไม่ต่างจากตอนอยู่หลังพวงมาลัย เขาออกสตาร์ทด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ โดยผ่านระยะครึ่งทางแรก ด้วยเวลา 1:29:18 ชั่วโมง ก่อนจะรักษาความเร็วได้ดีในช่วงครึ่งหลัง โดยทำเวลาช่วง 13.1 ไมล์สุดท้ายไป 1:29:50 ชั่วโมง ส่งผลให้เขาวิ่งจบด้วยเวลาเพียง 2:59:08 ชั่วโมง

The post เซบาสเตียน เวทเทล ทำเวลา 2:59:08 ชั่วโมง ในการวิ่ง London Marathon 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
adidas x Audi ดึงเสน่ห์ Teamgeist สู่สนาม F1 https://thestandard.co/adidas-audi-f1-teamgeist-collection/ Fri, 24 Apr 2026 07:43:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1200891 ชุดแข่งและไอเท็มแฟชั่นจากคอลเลกชัน adidas x Audi F1 'Miami Collection' ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ Teamgeist

adidas รวมกับ Audi Revolut F1 Team เปิดตัวคอลเลกชันพิเศ […]

The post adidas x Audi ดึงเสน่ห์ Teamgeist สู่สนาม F1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชุดแข่งและไอเท็มแฟชั่นจากคอลเลกชัน adidas x Audi F1 'Miami Collection' ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ Teamgeist

adidas รวมกับ Audi Revolut F1 Team เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ ‘Miami Collection’ ก่อนศึกมอเตอร์สปอร์ตสุดสัปดาห์หน้าที่ไมอามี โดยนำแรงบันดาลใจจากฟุตบอลและโลกความเร็วมาผสานกันในดีไซน์เดียว

 

คอลเลกชันนี้หยิบกลิ่นอาย Teamgeist จากฟุตบอลโลก 2006 มาใช้ ผ่านลวดลายโค้งรูปเลข 8 บนตัวเสื้อ พร้อมโทนสีชมพู-ฟ้า ตัดดำ สะท้อนแสงพระอาทิตย์ตกของไมอามี ผสมดีเทลสีรุ้ง เพิ่มความโดดเด่นทั้งในสนามและสตรีทแฟชั่น

 

ไอเท็มไฮไลต์คือเสื้อแข่งนักขับ รวมถึงแจ็กเกต กางเกง เสื้อยืด และแอ็กเซสซอรี ขณะที่รองเท้า Megaride F50 ได้แรงบันดาลใจจาก F50 Spider ปี 2005 ด้วยดีไซน์ลายใยแมงมุม

 

นอกจากนี้ ชุดแข่งเวอร์ชันพิเศษจะถูกนำไปใช้จริงในสนามโดย Nico Hulkenberg และ Gabriel Bortoleto อีกด้วย

 

สำหรับคอลเลกชัน adidas x Audi Revolut F1 Team Miami วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน ผ่าน adidas.com, store.audi.com และร้านค้าชั้นนำทั่วโลก

 

ชุดแข่งและไอเท็มแฟชั่นจากคอลเลกชัน adidas x Audi F1 'Miami Collection' ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ Teamgeist 1ชุดแข่งและไอเท็มแฟชั่นจากคอลเลกชัน adidas x Audi F1 'Miami Collection' ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ Teamgeist 2ชุดแข่งและไอเท็มแฟชั่นจากคอลเลกชัน adidas x Audi F1 'Miami Collection' ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ Teamgeist 3ชุดแข่งและไอเท็มแฟชั่นจากคอลเลกชัน adidas x Audi F1 'Miami Collection' ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ Teamgeist 4ชุดแข่งและไอเท็มแฟชั่นจากคอลเลกชัน adidas x Audi F1 'Miami Collection' ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ Teamgeist 5ชุดแข่งและไอเท็มแฟชั่นจากคอลเลกชัน adidas x Audi F1 'Miami Collection' ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ Teamgeist 6

The post adidas x Audi ดึงเสน่ห์ Teamgeist สู่สนาม F1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Orange Unity คอลเลกชันเสื้อบอลของ Max Verstappen กลิ่นอายอัศวินสีส้ม https://thestandard.co/max-verstappen-orange-unity-collection/ Wed, 22 Apr 2026 12:12:40 +0000 https://thestandard.co/max-verstappen-orange-unity-collection/ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน สวมเสื้อฟุตบอลคอลเลกชัน Orange Unity

แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน เปิดตัวเสื้อคอลเลกชันใหม่ในธีมเสื้อ […]

The post Orange Unity คอลเลกชันเสื้อบอลของ Max Verstappen กลิ่นอายอัศวินสีส้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน สวมเสื้อฟุตบอลคอลเลกชัน Orange Unity

แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน เปิดตัวเสื้อคอลเลกชันใหม่ในธีมเสื้อฟุตบอลแบบทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่ผสานดีไซน์ระหว่างโลกของ F1 และฟุตบอลเข้าไว้ด้วยกัน สะท้อนตัวตนและ DNA ของแชมป์โลกชาวดัตช์อย่างชัดเจน

 

เสื้อดีไซน์ในสไตล์ฟุตบอลคลาสสิก แต่ถูกยกระดับด้วยแนวคิดด้านประสิทธิภาพและความแม่นยำแบบ F1 โดยใส่รายละเอียดเฉพาะตัวของแม็กซ์ ทั้งชื่อ หมายเลข ลายเซ็น และสัญลักษณ์ประจำตัว พร้อมลวดลาย ‘MV’ ทั่วทั้งตัวเสื้อ

 

คอลเลกชันนี้ถูกพัฒนาภายใต้แบรนด์ Verstappen.com Racing ซึ่งเป็นโปรเจกต์ทีมแข่งและแพลตฟอร์มของแม็กซ์เอง โดยเสื้อตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทุกช่วงเวลาสำคัญของแฟนกีฬา ไม่ว่าจะเป็นวันแข่ง F1, ฟุตบอล หรือเทศกาลอย่าง King’s Day ของเนเธอร์แลนด์ โดยตั้งใจให้เป็นสัญลักษณ์ของความหลงใหล ความเร็ว และความเป็นหนึ่งเดียวของแฟนทั่วโลก

 

 

แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน สวมเสื้อฟุตบอลคอลเลกชัน Orange Unity 1แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน สวมเสื้อฟุตบอลคอลเลกชัน Orange Unity 2แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน สวมเสื้อฟุตบอลคอลเลกชัน Orange Unity 3แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน สวมเสื้อฟุตบอลคอลเลกชัน Orange Unity 4แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน สวมเสื้อฟุตบอลคอลเลกชัน Orange Unity 5แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน สวมเสื้อฟุตบอลคอลเลกชัน Orange Unity 6

The post Orange Unity คอลเลกชันเสื้อบอลของ Max Verstappen กลิ่นอายอัศวินสีส้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
F1 2026 ปรับกฎใหม่ แก้เกม ‘พลังงาน-ความปลอดภัย’ เริ่มใช้ที่ Miami GP https://thestandard.co/f1-2026-regulations-energy-safety/ Tue, 21 Apr 2026 06:53:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1199558 รถแข่ง F1 กำลังขับขี่ในสนาม แสดงถึงการปรับกฎ F1 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัย

การเริ่มต้นสู่ยุคใหม่ของ F1 ในฤดูกาล 2026 อาจไม่ได้ราบร […]

The post F1 2026 ปรับกฎใหม่ แก้เกม ‘พลังงาน-ความปลอดภัย’ เริ่มใช้ที่ Miami GP appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถแข่ง F1 กำลังขับขี่ในสนาม แสดงถึงการปรับกฎ F1 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัย

การเริ่มต้นสู่ยุคใหม่ของ F1 ในฤดูกาล 2026 อาจไม่ได้ราบรื่นอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง แม้รถแข่งเจเนอเรชันนี้จะถูกออกแบบให้ล้ำสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่หลังผ่านการแข่งขันจริงเพียง 3 สนามแรก ข้อมูลที่ได้กลับสะท้อนชัดว่า ‘ทฤษฎี’ กับ ‘หน้างาน’ ยังมีช่องว่างที่ต้องปรับจูนอีกไม่น้อย

 

ล่าสุด หลังการประชุมร่วมระหว่าง FIA ผู้ผลิตเครื่องยนต์ และตัวแทนนักขับ ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องมีการ ‘Refinement’ หรือปรับกฎทางเทคนิคครั้งสำคัญ เพื่อแก้ Pain Point หลัก ทั้งเรื่องการบริหารพลังงานไฟฟ้าที่ซับซ้อนเกินไป และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในช่วงออกตัว

 

THE STANDARD SPORT สรุปประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการปรับกฎ F1 2026 ชุดล่าสุด ก่อนเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ศึก Miami Grand Prix เป็นต้นไป

 

รถแข่ง F1 กำลังขับขี่ในสนาม แสดงถึงการปรับกฎ F1 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัย 1รถแข่ง F1 กำลังขับขี่ในสนาม แสดงถึงการปรับกฎ F1 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัย 2รถแข่ง F1 กำลังขับขี่ในสนาม แสดงถึงการปรับกฎ F1 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัย 3รถแข่ง F1 กำลังขับขี่ในสนาม แสดงถึงการปรับกฎ F1 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัย 4รถแข่ง F1 กำลังขับขี่ในสนาม แสดงถึงการปรับกฎ F1 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัย 5รถแข่ง F1 กำลังขับขี่ในสนาม แสดงถึงการปรับกฎ F1 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัย 6รถแข่ง F1 กำลังขับขี่ในสนาม แสดงถึงการปรับกฎ F1 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัย 7รถแข่ง F1 กำลังขับขี่ในสนาม แสดงถึงการปรับกฎ F1 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัย 8รถแข่ง F1 กำลังขับขี่ในสนาม แสดงถึงการปรับกฎ F1 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัย 9

 

อ้างอิง:

 

The post F1 2026 ปรับกฎใหม่ แก้เกม ‘พลังงาน-ความปลอดภัย’ เริ่มใช้ที่ Miami GP appeared first on THE STANDARD.

]]>
F1 Korea GP กำลังจะกลับมา? สำรวจโปรเจกต์ Incheon Street Circuit ความหวังใหม่ของเกาหลีใต้ https://thestandard.co/f1-korea-gp-incheon-street-circuit/ Sat, 18 Apr 2026 01:43:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1198651 รถแข่ง F1 กำลังโลดแล่นในสนามแข่ง Korea International Circuit ซึ่งเกาหลีใต้กำลังพิจารณานำ F1 กลับมาจัดอีกครั้งที่เมืองอินชอน

หลังจากห่างหายจากปฏิทิน F1 ไปนานกว่าทศวรรษ   ล่าสุ […]

The post F1 Korea GP กำลังจะกลับมา? สำรวจโปรเจกต์ Incheon Street Circuit ความหวังใหม่ของเกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถแข่ง F1 กำลังโลดแล่นในสนามแข่ง Korea International Circuit ซึ่งเกาหลีใต้กำลังพิจารณานำ F1 กลับมาจัดอีกครั้งที่เมืองอินชอน

หลังจากห่างหายจากปฏิทิน F1 ไปนานกว่าทศวรรษ

 

ล่าสุด The Chosun รายงานว่า เกาหลีใต้กำลังวางแผนคัมแบ็กครั้งใหญ่ ด้วยโปรเจกต์ Incheon Street Circuit ที่ตั้งเป้าดึง F1 กลับสู่ประเทศอีกครั้ง พร้อมตั้งเป้าเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับเมืองอินชอนสู่จุดหมายปลายทางระดับโลก

 

แล้วโปรเจกต์ใหม่ของเกาหลีใต้นี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง? เราไปดูกันเลย

 

รถแข่ง F1 กำลังโลดแล่นในสนามแข่ง Korea International Circuit ซึ่งเกาหลีใต้กำลังพิจารณานำ F1 กลับมาจัดอีกครั้งที่เมืองอินชอน 1รถแข่ง F1 กำลังโลดแล่นในสนามแข่ง Korea International Circuit ซึ่งเกาหลีใต้กำลังพิจารณานำ F1 กลับมาจัดอีกครั้งที่เมืองอินชอน 2รถแข่ง F1 กำลังโลดแล่นในสนามแข่ง Korea International Circuit ซึ่งเกาหลีใต้กำลังพิจารณานำ F1 กลับมาจัดอีกครั้งที่เมืองอินชอน 3รถแข่ง F1 กำลังโลดแล่นในสนามแข่ง Korea International Circuit ซึ่งเกาหลีใต้กำลังพิจารณานำ F1 กลับมาจัดอีกครั้งที่เมืองอินชอน 4รถแข่ง F1 กำลังโลดแล่นในสนามแข่ง Korea International Circuit ซึ่งเกาหลีใต้กำลังพิจารณานำ F1 กลับมาจัดอีกครั้งที่เมืองอินชอน 5รถแข่ง F1 กำลังโลดแล่นในสนามแข่ง Korea International Circuit ซึ่งเกาหลีใต้กำลังพิจารณานำ F1 กลับมาจัดอีกครั้งที่เมืองอินชอน 6รถแข่ง F1 กำลังโลดแล่นในสนามแข่ง Korea International Circuit ซึ่งเกาหลีใต้กำลังพิจารณานำ F1 กลับมาจัดอีกครั้งที่เมืองอินชอน 7

 

อ้างอิง:

 

The post F1 Korea GP กำลังจะกลับมา? สำรวจโปรเจกต์ Incheon Street Circuit ความหวังใหม่ของเกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
F1 เตรียมคืนจอภาพยนตร์ Ocean’s Eleven ภาคใหม่ ปักหมุด Monaco GP ยุค 60 เป็นฉากหลัง https://thestandard.co/oceans-eleven-f1-movie-prequel/ Fri, 17 Apr 2026 09:56:19 +0000 https://thestandard.co/oceans-eleven-f1-movie-prequel/ ภาพประกอบ: มาร์โกต์ ร็อบบี และสนามแข่งรถ Formula 1 โมนาโก

มนต์เสน่ห์ของ F1 ยุคคลาสสิกกำลังจะกลับมาโลดแล่นบนจอเงิน […]

The post F1 เตรียมคืนจอภาพยนตร์ Ocean’s Eleven ภาคใหม่ ปักหมุด Monaco GP ยุค 60 เป็นฉากหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบ: มาร์โกต์ ร็อบบี และสนามแข่งรถ Formula 1 โมนาโก

มนต์เสน่ห์ของ F1 ยุคคลาสสิกกำลังจะกลับมาโลดแล่นบนจอเงินอีกครั้ง เมื่อ Warner Bros. ประกาศโปรเจกต์ภาคต้น (Prequel) ของแฟรนไชส์จารกรรมระดับตำนานอย่าง Ocean’s Eleven ที่เตรียมปักหมุดภารกิจ High-stakes heist ในสนาม Monte Carlo, Monaco Grand Prix ปี 1962

 

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของหนังเรื่องนี้คือการพาผู้ชมย้อนกลับไปสู่โลกของ F1 ยุคคลาสสิก เมื่อมอนเตคาร์โลยังเต็มไปด้วยความสวยงาม, หรูหรา แฟชั่น และความอันตรายของการแข่งขันในสนามระดับตำนาน

 

ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์ภาคนี้จะเล่าเรื่องจุดเริ่มต้นของตระกูล Ocean ผ่านเรื่องราวของสองนักจารกรรมระดับพระกาฬ ผู้ถ่ายทอดทุกชั้นเชิงและทักษะการปล้นให้กับลูกชาย… ก่อนที่จะเติบโตไปเป็นจอมโจรระดับตำนานแห่งลาสเวกัส (ใน Ocean’s Eleven เวอร์ชันปี 2001)

 

นอกจากโปรเจกต์นี้ ยังมีรายงานว่าอีกหนึ่งภาคต่อของแฟรนไชส์นี้กำลังอยู่ระหว่างพัฒนา โดยมีนักแสดงชุดเดิมอย่าง George Clooney, Brad Pitt, Matt Damon และ Julia Roberts เตรียมหวนคืนจอ

 

ทั้งนี้ โปรเจกต์ภาคต้นของ Ocean’s Eleven นี้คาดว่าจะเริ่มถ่ายทำภายในปีนี้ และมีแผนเข้าฉายในปี 2027

 

 

ภาพประกอบ: มาร์โกต์ ร็อบบี และสนามแข่งรถ Formula 1 โมนาโก 1ภาพประกอบ: มาร์โกต์ ร็อบบี และสนามแข่งรถ Formula 1 โมนาโก 2ภาพประกอบ: มาร์โกต์ ร็อบบี และสนามแข่งรถ Formula 1 โมนาโก 3ภาพประกอบ: มาร์โกต์ ร็อบบี และสนามแข่งรถ Formula 1 โมนาโก 4ภาพประกอบ: มาร์โกต์ ร็อบบี และสนามแข่งรถ Formula 1 โมนาโก 5ภาพประกอบ: มาร์โกต์ ร็อบบี และสนามแข่งรถ Formula 1 โมนาโก 6

 

อ้างอิง:

 

The post F1 เตรียมคืนจอภาพยนตร์ Ocean’s Eleven ภาคใหม่ ปักหมุด Monaco GP ยุค 60 เป็นฉากหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
F1 Thailand GP ไม่ชัวร์ได้จัดหรือไม่? หลัง รมว.ท่องเที่ยวฯ ย้ำต้องประเมินความคุ้มค่า https://thestandard.co/f1-thailand-gp-evaluation-cost/ Thu, 09 Apr 2026 09:55:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1196352 ภาพสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา แถลงประเมินความคุ้มค่าจัด F1 Thailand GP

จากประเด็นการจัดทำแผนแข่งขัน F1 ในเมืองไทย ที่ตกค้างจาก […]

The post F1 Thailand GP ไม่ชัวร์ได้จัดหรือไม่? หลัง รมว.ท่องเที่ยวฯ ย้ำต้องประเมินความคุ้มค่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา แถลงประเมินความคุ้มค่าจัด F1 Thailand GP

จากประเด็นการจัดทำแผนแข่งขัน F1 ในเมืองไทย ที่ตกค้างจากปีที่ผ่านมา THE STANDARD SPORT ได้มีโอกาสยื่นคำถามถึงความคืบหน้าการเสนอตัวเจ้าภาพ F1 Thailand GP หลังเดิมทีมีแผนทำโครงการให้ทันภายในปี 2028 มาก่อนหน้านี้

 

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า การจัด F1 ต้องพิจารณาความคุ้มค่าระหว่างงบประมาณที่ต้องใช้กับผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับอย่างรอบด้าน โดยยอมรับว่าอยากเห็นประเทศไทยได้จัดรายการระดับโลกอย่าง F1 แต่การตัดสินใจต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมประเมินให้ชัดว่าสิ่งที่ประเทศได้รับคุ้มค่ากับงบประมาณหรือไม่

 

“ผมเชื่อว่าเพื่อผลประโยชน์ของประเทศก็อยากจัด เป็นรัฐมนตรีที่ได้จัด F1 แต่ต้องย้อนกลับมาถามว่า ประเทศได้อะไร กระทบกับเศรษฐกิจ กระทบความเป็นอยู่อะไรบ้าง ต้องคำนึงถึงตรงนั้นด้วย ต้องดูว่าอะไรคือสิ่งที่ได้รับ กับงบประมาณที่ต้องเสีย” สุรศักดิ์ กล่าว

 

The post F1 Thailand GP ไม่ชัวร์ได้จัดหรือไม่? หลัง รมว.ท่องเที่ยวฯ ย้ำต้องประเมินความคุ้มค่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
F1 Break – การบ้านปิดเทอมของทีม กับงานเพิ่มเติมของแต่ละฝ่าย https://thestandard.co/f1-teams-fia-address-break-issues/ Mon, 30 Mar 2026 08:12:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1192733 Max Verstappen กำลังถูกเข็นรถกลับในระหว่างการแข่งขัน F1

หลังธงตาหมากรุกที่ซูซูกะ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต โบกส […]

The post F1 Break – การบ้านปิดเทอมของทีม กับงานเพิ่มเติมของแต่ละฝ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Max Verstappen กำลังถูกเข็นรถกลับในระหว่างการแข่งขัน F1

หลังธงตาหมากรุกที่ซูซูกะ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต โบกสะบัด ตามมาด้วยการฉลองชัยที่ พาร์ค เฟอร์เม่ พร้อมกับรอยยิ้ม และความชุ่มฉ่ำจากแชมเปญบนโพเดียมผ่านไป นั่นหมานความว่า F1 จะห่างหายจากแฟนๆ ไปถึง 5 สัปดาห์

 

 
 

นี่เป็นการหยุดพักยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเป็นผลกระทบจากโควิด-19 โดยกินเวลามากถึง 35 วัน

 

นี่ยังเป็นการพักเบรกที่รวดเร็วมากในศึก F1 เพราะเพิ่งผ่านมาแค่ 3 เรซเท่านั้น และทั้งหมดล้วนแต่เป็นความสำเร็จของ เมอร์ซีเดส AMG ที่ส่งนักขับไปคว้าอันดับ 1 ได้ทุกสนาม

 

อย่างไรก็ตาม การพักเบรกครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาด้วยความตั้งใจของฝ่ายจัด F1 หากต่อเป็นสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่ใกล้เคียงจะสงบลง การสู้รบยังดำเนินต่อไป ทำให้ความปลอดภัยของนักขับและแฟนๆ ต้องกลายเป็นตัวเลือกแรก

 

การตัดสินใจยกเลิกเรซที่บาห์เรนกับซาอุดีอาระเบีย จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และ หลีกเลี่ยงใม่ได้

 

แม้แฟนๆ จะต้องเหงากันสักหน่อย เพราะการแข่งขัน 2 เรซที่ควรจะเกิดขึ้นในเดือนเมษายนหายไป แต่ในทางตรงกันข้าม มันอาจจะกลายเป็น Golden Time ที่อาจจะปรับโฉมหน้าการแข่งขันในอีก 19 เรซ ที่เหลือ เมื่อ F1 กลับมาแข่งขันอีกครั้งใน ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ในเดือน พฤษภาคม

 

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น หลายฝ่าย ก็ต่างมีการบ้านที่ต้องสะสางให้สำเร็จก่อน เพื่อยกระดับทีมของพวกเขาในการแข่งขันในฤดูกาลนี้ เพื่อทวีความสนุกสำหรับแฟนๆ

 

การสงบจิตใจของ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน

 

“ทำอะไรก็ตามที่ทำให้ผมยิ้มได้”

 

นั่นคือคำตอบของ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน เมื่อถูกถามว่า เมื่อ F1 พักเบรก 5 สัปดาห์ เขาจะทำอะไร?

 

แฟนๆ คงทราบกันดีว่า ในช่วงหลัง แม็กซ์ ‘แวะชก’ ไปทั่ว หลังจากฤดูกาลนี้เปิดฉาก เขาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน กับกฎการแข่งขัน ถึงขั้นกับคิดที่จะแขวนพวงมาลัย

 

ในขณะเดียวกัน นักขับแชมป์โลก 4 สมัย ยังแวะชกรถของทีมตัวเอง หลังจากผ่านมา 3 เรซแล้ว เขายังไม่สามารถขึ้นโพเดียมได้เลย

 

ส่วนหนึ่งของปัญหานี้ คือการปรับเปลี่ยนเพาเวอร์ยูนิต มาเป็น เรดบูลเพาเวอร์เทรน (RBPT) ที่ร่วมมือกับ ฟอร์ด และอีกส่วนก็เป็นเรื่องของกฎใหม่ด้วย

 

แม็กซ์ วิจารณ์กฎใหม่ว่าเป็น “yo-yo racing” ที่ทำให้ลำดับนักขับสลับไปมาอย่างรวดเร็วเกินไป เขาต้องออกจากการแข่งขันที่จีนและเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อสื่อมวลชนถึงขั้นไล่นักข่าวออกจากการสัมภาษณ์

 

อย่างไรก็ตาม การที่แม็กซ์ แวะชกและฟาดงวงฟาดงาไปทั่วแบบนี้ ไม่ใข่เรื่องที่ดีทั้งสำหรับทีมและสำหรับตัวเขาเอง เพราะเขาอาจจะขับรถด้วยความคาใจตลอดเวลา และนั่นอาจจะเป็นอุปสรรคในการรีดเร้นศักยภาพที่ตัวเขามีออกมาอย่างเต็มที่

 

ดังนั้น หนึ่งในสิ่งสำคัญที่เขาควรทำในช่วงเบรก นอกจากเล่นเกม หรือทำอะไรให้ตัวเขาเองยิ้มได้แล้ว เขาน่าจะต้องหาทางสงบจิตใจในระหว่างที่ทีมกำลังพัฒนารถควบคู่ไปด้วย

 

เพื่อที่จะให้ตัวเขาออกมาจากช่วงเบรก แบบเฟรซที่สุด และกลับมาเป็น ซูเปอร์แม็กซ์ ที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง

 

วิลเลียมส์ กับการให้รถงดข้าวเหนียวมะม่วง

 

วิลเลียมส์เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ภายใต้กฎใหม่ในปี 2026 ด้วยผลงานได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวังไว้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มกลางตาราง โดย ปัญหาสำคัญที่ทีมกำลังเผชิญคือ ตัวรถมีน้ำหนักเกิน (overweight) ซึ่งส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพการแข่งขันอย่างชัดเจน

 

หลังจบเรซที่ ซูซูกะ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ทางด้าน เจมส์ วาวล์ส ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าทีมวิลเลียมส์ ต้องการ ‘ทุกๆ ชั่วโมงที่มี’ ในช่วงพักเบรก 5 สัปดาห์ ซึ่งนั่นตีความไอย่างชัดเจนว่า ทีมบอสของวิลเลียมส์รู้ดีว่า ทีมของเขามีปัญหาให้ต้องแก้ไขมากมายขนาดไหน

 

งานของวาวล์ส และ วิลเลียมส์ ในช่วง 5 สัปดาห์นี้ มีเรื่องสำคัญที่พวกเขาจะต้องทำให้ทุเลาลงพร้อมกัน 2 ข้อหลักๆ เพื่อให้รถของพวกเขา พร้อมสำหรับการแข่งขันอีกครั้ง

 

ข้อแรกและข้อสำคัญที่สุด นั่นคือการลดน้ำหนักรถ โดยต้องมุ่งเน้นการพัฒนาแชสซี เพื่อลดมวลของรถอย่างเหมาะสม นั่นจะทำให้เขารถของพวกเขาแบกน้ำหนักน้อยลง และทำเวลาได้ดีขึ้น

 

ข้อต่อมา คือเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูล โดยต้องตรวจสอบข้อมูลจากการแข่งขัน 3 รายการที่ผ่านมาอย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่ควรปรับปรุง

 

ซึ่งหาก วาวล์ส ยังยืนยันว่า เป้าหมายของพวกเขา คือการเป็นทีมกลางตารางของ F1 แล้วล่ะก็ เวลา 5 สัปดาห์นี้อาจจะยังไม่พอด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ไม่ใช่ ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว และเราหวังว่า จะได้เห็นฟอร์มของทีมวิลเลียมส์ กลับมายอดเยี่ยมอีกครั้งหลังจากพักเบรกผ่านพ้นไป

 

หายนะ ของ แอสตัน มาร์ติน

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า สถานการณ์ปัจจุบัน ทีมแอสตัน มาร์ติน ตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตที่สุด หลังจากผ่านแข่งขัน 3 เรซแรก หลังจากที่นำรถเข้าเส้นชัยได้แค่ครั้งเดียวจาก 3 เรซ

 

ปัญหาสำคัญคือเครื่องยนต์ของ ฮอนด้า มีปัญหาแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงมากจน เอเดรียน นิวอี ถึงกับเตือนว่าอาจทำให้เกิด “เส้นประสาทเสียหายถาวร” ต่อคนขับ

 

นอกจากนี้ยังมีความระส่ำระสายภายในการบริหาร โดยนิวอี ได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมแทน แอนดี้ โคเวลล์ หลังจากที่มีความขัดแย้งกันอย่างหนัก

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เอเดรียน นิวอี จะกลับไปโฟกัสที่งานด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียวเหมือนเดิม หลังจากมีการดึงตัว โจนาธาน วีทลีย์ จาก อาวดี มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมแทน

 

นี่นับว่าเป็นการแก้ปัญหาในด้านบริหารได้อย่างถูกฝาถูกตัว และถูกช่วงเวลา เพราะการที่ปัญหาในส่วนนี้ ถูกแก้ไข ทำให้ทีมสามารถโฟกัสกับการเพิ่มประสิทธิภาพรถได้อย่างเต็มที่

 

อย่างไรก็ตาม จากกฎที่ระบุไว้ว่า ทีมที่เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพตามหลังเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดเกิน 2% จะได้รับสิทธิ์อัปเกรดเพิ่มเติม แต่สิทธิ์นี้จะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงการแข่งขันที่โมนาโกในเดือนมิถุนายน

 

นั่นหมายความว่า แอสตัน มาร์ติน จะต้องแก้ปัญหาแบบประคับประครองตัวไปอีกสักระยะ แต่ในช่วงเบรก 5 สัปดาห์นี้ พวกเขาต้องใช้เวลาเพื่อเฟ้นหาให้เจอว่า ปัญหาที่แท้จริงนั่นคืออะไร

 

เพื่อที่ว่าเมื่อถึงเวลาอัปเกรด พวกเขาจะสามารถทำได้อย่างทันท่วงที และนั่นอาจจะปรับโฉมหน้าของการแข่งขัน หลังจากนั้นไปก็ได้

 

Maintain and Improve

 

ทีมที่เข้าข่ายต้อง เมนเทน อาจจะเรียกได้ว่ามีแค่ เมอร์ซีเดส ทีมเดียวเท่านั้น เพราะในตอนนี้ พวกเขาเรียกได้ว่า นำหน้าทีมอื่นๆ อยู่อย่างชัดเจน ซึ่งนั่นพิสูจน์ได้จากการที่ชัยชนะใน 3 เรซที่ผ่านมาเป็นนักขับของทีมซิลเวอร์แอร์โรว์ ทั้งหมด

 

อันที่จริงแล้ว การพักเบรก 35 วันในครั้งนี้ จะพูดได้ว่า เมอร์ซีเดส เป็นทีมที่เสียประโยชน์ก็อาจจะว่าได้ เพราะคะแนนที่ควรจะกอบโกยได้ใน 2 เรซ หายไปยังใม่พอ แต่มันกลับเปิดโอกาสให้คู่แข่งของพวกเขาได้ตั้งตัวด้วย

 

นั่นรวมไปถึงคู่แข่งที่สำคัญอย่าง เฟอร์รารี ที่แม้ตอนนี้ คะแนนในตารางคะแนนจะห่างพอสมควร แต่การที่พวกเขาคว้าอันดับบนโพเดียมใน 3 เรซแรกได้ตลอด ก็ยังแสดงออกให้เห็นว่า พวกเขามีศักยภาพที่จะต้องสู้เพื่อแย่งแชมป์ในปีนี้ แต่ในตอนนี้พวกเขายังต้องพัฒนาอีก

 

นอกจาก เฟอร์รารีที่ต้องอยู่ในกลุ่มที่จำเป็นต้องพัฒนาแล้ว อีกที่ดูมีศักยภาพ แม้อาจจะปรากฎตัวบนโพเดียมช้าไปหน่อย คือทีมอย่าง แมคลาเรน

 

ในเรซล่าสุด ออสการ์ ปิอัสทรี พารถของทีมมะละกอ เช้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 แม้ว่ารถของเขาจะตามหลังรถของ คิมี อันโตเนลลี มากกว่า 10 วินาที แต่หลังจาก 2 เรซแรก ที่รถต้องเจอ DNS ไปถึง 3 ครั้ง ในเรซนี้ พวกเขาถือว่า อยู่ในทรงที่ดี

 

ขณะเดียวกัน ทีมอย่าง ฮาส กับ อัลพีน ก็อาจจะเรียกได้ว่า อยู่ในกลุ่มที่ต้อง เมนเทน ก็ว่าได้ เพราะปัจจุบัน พวกเขากลายเป็นทีมกลางตารางไปแล้ว โดย ฮาส ก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 4 และ อัลพีน รั้งอันดับ 5 แบบไม่มีใครคาดคิด

 

F1 กับปัญหาของตัวเองที่ต้องแก้

 

ไม่ใช่แค่ทีมต่างๆ ที่มีปัญหาต้องแก้ไข แต่ทาง FIA หรือ สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติเอง ก็มีปัญหาที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยในช่วง 5 สัปดาห์นี้เช้นกัน นั่นคือพวกเขาเตรียมจะพิจารณาทบทวนกฎเครื่องยนต์ปี 2026 ใหม่

 

สาเหตุการณ์กลับมาคิดใหม่ครั้งนี้ของ FIA เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุที่สนาม ซูซูกะ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ โอลิเวอร์ แบร์แมน หรือ น้องหมี จากทีม ฮาส ประสบอุบัติเหตุพุ่งชนแผงกั้นด้วยแรงกระแทกสูงถึง 50G ในระหว่างการแข่งขัน

 

อุบัติเหตุเกิดขึ้นขณะที่แบร์แมนพยายามแซง ฟรังโก โคลาปินโต โดยรถของโคลาปินโตแบตเตอรี่หมดและระบบเริ่มทำการเก็บเกี่ยวพลังงาน (harvesting) ทำให้ความเร็วลดลงกะทันหัน ในขณะที่แบร์แมน กำลังใช้พลังงานไฟฟ้าเร่งเครื่องเพื่อแซง ทำให้เกิดความเร็วที่ต่างกันมากจนน้องหมี ต้องหักหลบอย่างรุนแรงและเสียหลักชน

 

ยังโชคดีที่ แบร์แมน ไม่ได้เป็นอะไรมากจากเหตุการณ์นี้ แต่นั่นก็เพียงพอ ที่จะทำให้ FIA พิจารณาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎอย่างจริงจัง

 

กฎปัจจุบันกำหนดให้มีการแบ่งกำลังระหว่างเครื่องยนต์สันดาป (ICE) และระบบไฮบริด (ไฟฟ้า) ในสัดส่วนอย่างละครึ่ง ซึ่ง FIA เริ่มยอมรับว่าอาจเป็น “ความผิดพลาด”

 

นักแข่งหลายคนแสดงความกังวลว่ารถต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้ามากเกินไป และการจัดการพลังงานในช่วงที่รถวิ่งตามกันอย่างใกล้ชิดอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่อันตราย

 

โดย มาตรการระยะสั้น FIA กำลังพิจารณาปรับปรุงข้อจำกัดในการปล่อยพลังงานไฟฟ้า และอาจมีการเปลี่ยนสัดส่วนระหว่าง ICE และระบบไฟฟ้าใหม่ รวมถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มระบบเก็บเกี่ยวพลังงานที่เพลาล้อคู่หน้าด้วย

 

การปรับเปลี่ยนกฎไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งทีมแข่ง นักแข่ง และผู้ผลิตเครื่องยนต์

 

ผู้ผลิตเครื่องยนต์ได้ลงทุนไปเป็นจำนวนมากกับกฎปัจจุบันเพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ การจะเปลี่ยนกฎในตอนนี้จึงต้องใช้เวลาในการวิจัยและทดสอบใหม่

 

อย่างไรก็ตาม FIA ได้ยอมรับถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังเร่งหาทางออกเพื่อทำให้การแข่งขัน F1 ทั้งรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้นในอนาคต

 

โดยรายงานระบุว่า การประชุมครั้งสำคัญ เพื่อปรับเปลี่ยนกฎข้อนี้ จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนนี้ ระหว่างที่มีการพักเบรกอยู่นั่นเอง

 

อ้างอิง

The post F1 Break – การบ้านปิดเทอมของทีม กับงานเพิ่มเติมของแต่ละฝ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกิดเหตุโจรกรรม KitKat คอลเลกชัน F1 กว่า 12 ตัน ระหว่างขนส่งไปโปแลนด์ https://thestandard.co/kitkat-f1-stolen-poland/ Mon, 30 Mar 2026 04:17:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1192619 ภาพจำลอง KitKat คอลเลกชัน Formula 1 ซึ่งถูกโจรกรรมไปกว่า 12 ตัน

กลายเป็นคดีใหญ่ที่ยุโรปในเวลานี้ หลังเกิดเหตุขโมยช็อกโก […]

The post เกิดเหตุโจรกรรม KitKat คอลเลกชัน F1 กว่า 12 ตัน ระหว่างขนส่งไปโปแลนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจำลอง KitKat คอลเลกชัน Formula 1 ซึ่งถูกโจรกรรมไปกว่า 12 ตัน

กลายเป็นคดีใหญ่ที่ยุโรปในเวลานี้ หลังเกิดเหตุขโมยช็อกโกแลตครั้งใหญ่ในยุโรป เมื่อ KitKat สูญเสียสินค้ากว่า 12 ตัน หรือราว 413,793 ชิ้น จากช็อกโกแลตคอลเลกชันใหม่ ระหว่างการขนส่งจากโรงงานในอิตาลีไปยังโปแลนด์ เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา

 

Nestlé บริษัทแม่ของ KitKat ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมระบุว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่และพาร์ตเนอร์ในห่วงโซ่อุปทาน โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่พบทั้งรถบรรทุกและสินค้า ขณะเดียวกันไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้

 

รายงานระบุว่า สินค้าที่ถูกขโมยเป็นช็อกโกแลตไลน์ใหม่ธีม Formula 1 ซึ่งออกแบบให้มีรูปทรงคล้ายรถแข่ง หลัง KitKat เพิ่งกลายเป็นพาร์ตเนอร์อย่างเป็นทางการของ F1 เมื่อปีที่ผ่านมา

 

โดยเนสท์เล่เตือนว่า สินค้าที่ถูกขโมยอาจถูกนำไปจำหน่ายในตลาดมืด แต่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ผ่านรหัสสินค้า (batch code) ที่กำหนดไว้ในแต่ละชิ้น ขณะเดียวกันยังชี้ว่า “การโจรกรรมสินค้า” กำลังเป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจทั่วโลก และมีรูปแบบที่ซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

The post เกิดเหตุโจรกรรม KitKat คอลเลกชัน F1 กว่า 12 ตัน ระหว่างขนส่งไปโปแลนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม็กซ์ กับวันที่ F1 “ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากทำอีกต่อไป” https://thestandard.co/max-verstappen-f1-future-doubt/ Sun, 29 Mar 2026 12:39:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1192558 แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ในรถแข่ง Red Bull บนสนาม Formula 1

แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน แชมป์โลก 4 สมัย ผู้เคยคว้าชัยชนะที่ […]

The post แม็กซ์ กับวันที่ F1 “ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากทำอีกต่อไป” appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ในรถแข่ง Red Bull บนสนาม Formula 1

แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน แชมป์โลก 4 สมัย ผู้เคยคว้าชัยชนะที่สนาม Suzuka 4 ปีติดต่อกัน (2022-2025) ดูเหมือนกำลังเผชิญความจริงอันโหดร้ายในปี 2026 เมื่อเขาจบเพียงแค่อันดับที่ 8 ในการแข่งล่าสุด หลังรถ ‘RB22’ ของ Red Bull ไร้ซึ่งความดุดันในยุคกฎเครื่องยนต์ใหม่…

 

และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าผลการแข่งขัน คือ ‘แววตา’ และ ‘คำพูด’ ของแม็กซ์หลังถอดหมวกกันน็อก ที่ดูไร้ซึ่งความเดือดดาล ไร้ซึ่งความผิดหวัง… มีเพียงความเหนื่อยหน่ายที่ซ่อนอยู่ลึกๆ

 

“มันคุ้มค่าจริงเหรอ?”

 

“หรือผมควรจะมีความสุขกับการได้อยู่บ้านกับครอบครัวมากกว่านี้? ได้เจอเพื่อนฝูงมากขึ้นในเวลาที่คุณไม่ได้สนุกกับกีฬาที่คุณเล่นอยู่แล้วหรือเปล่า?” แม็กซ์เปิดใจกับการให้สัมภาษณ์ผ่าน BBC Sport หลังถูกถามถึงอนาคตใน F1 (อีกครั้ง!)

 

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่แค่คำตัดพ้อจากความพ่ายแพ้ เพราะหากย้อนดูบทสัมภาษณ์ตลอดช่วงต้นฤดูกาลภายใต้กฎใหม่ปี 2026 จะเห็นว่าปัญหาของแม็กซ์ไม่ใช่เรื่องของ ‘ผลลัพธ์’ แต่มันคือ ‘ความรู้สึก’ ที่เขามีต่อการขับ F1 ในวันนี้… ซึ่งมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

 

แม็กซ์เปิดใจว่า คนอย่างเขารู้จักความพ่ายแพ้ดี และยอมรับได้สบายมากที่จะต้องสู้ในโซนกลางตาราง แต่สิ่งที่กำลังกัดกินหัวใจของยอดนักขับชาวดัตช์ คือสิ่งที่เขาเรียกว่า ‘Anti-driving’ หรือการขับขี่ที่ฝืนธรรมชาติของความเป็นนักแข่งรถ จากกฎเกณฑ์ทางเทคนิคของ F1 ยุคปัจจุบัน

 

เจ้าตัวได้ขยายความถึงความอึดอัดในเรซนี้ว่า รถแข่งยุคใหม่ทำให้เขาไม่สามารถเปิดเกมบุกได้อย่างใจคิด แม้จะพยายามเปิดหน้าสู้จนแซง ปิแอร์ แกสลีย์ ขึ้นมาได้ในการแข่งวันนี้

 

แต่พลังงานจากแบตเตอรี่ที่หมดลงบนทางตรง ก็ทำให้เขาโดนแซงคืนในทันที จนสุดท้ายต้องยอมรับสภาพจบอันดับที่ 8 ตามหลังรถ Alpine เพียงแค่ 0.337 วินาทีเท่านั้น

 

และไม่ใช่แค่แม็กซ์คนเดียวที่กำลังอึดอัดกับสิ่งนี้ เพราะหากย้อนฟังคำพูดของ อเล็กซ์ อัลบอน ที่เคยให้สัมภาษณ์พิเศษกับ THE STANDARD SPORT ก่อนลงสนามที่ญี่ปุ่น ก็ช่วยตอกย้ำภาพความขัดแย้งระหว่าง ‘ความรู้สึกของนักแข่ง’ กับ ‘กฎเกณฑ์ใหม่’ ได้อย่างชัดเจน

 

อัลบอน ได้กล่าวไว้ “ในฐานะนักขับตอนนี้ ผมรู้สึกว่าเราต้องโฟกัสไปที่เรื่องของแบตเตอรี่มากกว่าการขับขี่แบบที่ผ่านมาในอดีต ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่สิ่งที่พวกเรานักขับต้องการ, ตั้งแต่ 8 ขวบ สิ่งเดียวที่ผมทำมาตลอดคือการขับให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ปีนี้มันไม่ใช่แบบนั้น มันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ คุณอาจจะต้องขับให้ช้าลงในจุดนี้ เพื่อที่จะไปได้เร็วขึ้นในอีกจุดหนึ่ง

 

“ในแง่ของจิตใจมันเป็นความท้าทายอย่างแท้จริง เพราะมันขัดกับทุกสิ่งที่คุณเคยเรียนรู้มา นั่นเป็นเหตุผลที่คุณอาจจะเห็นนักแข่งอย่าง แม็กซ์ ไม่ค่อยแฮปปี้กับกฎนี้นัก”

 

เมื่อคำพูดของเพื่อนร่วมอาชีพอย่างอัลบอน มาบรรจบกับความอัดอั้นของแม็กซ์ มันจึงสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาในตอนนี้นั้นไม่ใช่เรื่องของความพ่ายแพ้

 

“เมื่อคุณอยู่ในอันดับ 7 หรือ 8 แล้วคุณดัน ‘ไม่ได้สนุก’ กับระบบและกฎเกณฑ์เบื้องหลังของ F1 ยุคนี้เลย มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรมชาติสำหรับคนเป็นนักแข่งรถเอาเสียเลย

 

“แน่นอนว่าผมพยายามที่จะปรับตัวเข้ากับมันนะ แต่วิธีการที่คุณต้องใช้ขับเคี่ยวกันในตอนนี้มันไม่ดีเลย มันให้ความรู้สึกเหมือน ‘Anti-driving’ และเมื่อถึงจุดหนึ่ง… มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากจะทำอีกต่อไป

 

 

“แน่นอนว่าคุณอาจจะมองว่าการอยู่ที่นี่มันทำเงินได้มหาศาล ซึ่งมันก็ยอดเยี่ยม แต่ท้ายที่สุดแล้ว สำหรับผมมันไม่ใช่เรื่องเงินอีกต่อไปแล้ว เพราะที่ผ่านมานี่คือแพสชันของผมมาโดยตลอด”

 

คำพูดนี้สะท้อนตัวตนของแม็กซ์ได้เป็นอย่างดี เขาคือนักแข่งรถสายเลือดบริสุทธิ์ ที่เติบโตมาจากการเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่แค่อยากขับรถให้เร็วที่สุดโดยไม่สนใจเรื่องชื่อเสียงหรือเงินทอง และเมื่อวันหนึ่งที่การควบคุมพวงมาลัยในมือไม่ได้มอบความสุขให้เขาเหมือนเดิม มูลค่าสัญญาหรือสปอตไลท์ก็ดูจะไม่มีความหมายอีกต่อไป

 

“ผมอยากมาอยู่ที่นี่เพื่อสนุก มีช่วงเวลาที่ดี และมีความสุขกับตัวเอง แต่ในตอนนี้มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย” แม็กซ์ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำเอาแฟนๆ ใจหายไม่น้อย

 

“แน่นอนว่าผมยังสนุกกับบางแง่มุมนะ ผมสนุกกับการทำงานร่วมกับทีม พวกเขาเหมือนครอบครัวที่สองของผม แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมนั่งลงในรถแข่ง… โชคร้ายที่มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่น่าอภิรมย์ที่สุดอีกต่อไปแล้ว

 

“ผมพยายามแล้วนะ ผมบอกตัวเองในทุกๆ วัน ว่าให้พยายามสนุกกับมัน… แต่มันยากมากจริงๆ”

 

ดูเหมือนคำสารภาพที่แสนเหนื่อยล้าของแม็กซ์ในครั้งนี้ คือสัญญาณเตือนภัยที่ F1 ไม่อาจเพิกเฉย

 

เพราะเมื่อใดก็ตามที่ชายผู้เคยครองความยิ่งใหญ่ใน F1 ยอมรับอย่างหมดเปลือกว่าเขากำลังพยายาม ‘ฝืน’ เพื่อให้ตัวเองสนุก…

 

นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บอกเราว่า เวลาของ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ในเวทีแห่งนี้ อาจกำลังนับถอยหลังเร็วกว่าที่ทุกคนคิดก็เป็นได้?

 

 

#TheStandardSport #F1 #MaxVerstappen #RedBullRacing #JapaneseGP

 

อ้างอิง:

 

The post แม็กซ์ กับวันที่ F1 “ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากทำอีกต่อไป” appeared first on THE STANDARD.

]]>
World Drivers’ Championship Standings (Japanese GP 2026) https://thestandard.co/f1-standings-japanese-gp-2026/ Sun, 29 Mar 2026 11:38:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1192543 ตารางคะแนนสะสมนักแข่ง Formula 1 ชิงแชมป์โลก หลังจบการแข่งขัน Japanese GP ปี 2026 พร้อมรูปนักขับ

ผู้ชนะที่สนาม Suzuka Circuit ยังคงเป็น คิมี อันโตเนลลี […]

The post World Drivers’ Championship Standings (Japanese GP 2026) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตารางคะแนนสะสมนักแข่ง Formula 1 ชิงแชมป์โลก หลังจบการแข่งขัน Japanese GP ปี 2026 พร้อมรูปนักขับ

ผู้ชนะที่สนาม Suzuka Circuit ยังคงเป็น คิมี อันโตเนลลี ดาวรุ่งฟอร์มแรงจาก Mercedes ที่โชว์ความมั่นใจเต็มเปี่ยม ทะยานคว้า P1 พร้อมขึ้นนำคะแนนสะสมแบบเต็มตัว

 

 

ตามมาด้วย จอร์จ รัสเซลล์ ในอันดับ 2 หลังจบเพียง P4 ในสนามนี้ ขณะที่สองนักขับ Ferrari ยังเกาะกลุ่มลุ้นแชมป์แบบไม่ห่างมาก โดย ชาร์ลส์ เลอแคลร์ รั้งอันดับ 3 และ ลูอิส แฮมิลตัน อยู่ในอันดับ 4

 

 

และนี่คือภาพรวมของ World Drivers’ Championship Standings หลังจบสนาม 3 ที่ Suzuka Circuit

 

The post World Drivers’ Championship Standings (Japanese GP 2026) appeared first on THE STANDARD.

]]>
World Constructors’ Championship Standings (Japanese GP 2026) https://thestandard.co/f1-constructors-standings-japanese-gp/ Sun, 29 Mar 2026 11:31:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1192539 ภาพรถแข่ง F1 รุ่นปี 2026 แสดงถึงการแข่งขัน World Constructors’ Championship หลังจบ Japanese GP

ฝั่งคะแนนสะสมประเภท Constructors’ Championship หลังจบสน […]

The post World Constructors’ Championship Standings (Japanese GP 2026) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรถแข่ง F1 รุ่นปี 2026 แสดงถึงการแข่งขัน World Constructors’ Championship หลังจบ Japanese GP

ฝั่งคะแนนสะสมประเภท Constructors’ Championship หลังจบสนามที่ 3 ยังเป็น Mercedes ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จากการเก็บแต้มต่อเนื่องของ คิมี อันโตเนลลี และ จอร์จ รัสเซลล์

 

ขณะที่ Ferrari รั้งอันดับ 2 ส่วน McLaren ขยับตามมาเป็นอันดับ 3 จากผลงานของ ออสการ์ ปิอัสตรี ที่คว้า P2 เก็บแต้มสำคัญให้ทีม

 

และนี่คือภาพรวมของ World Constructors’ Championship Standings หลังจบการแข่งขันที่ Suzuka Circuit

 

The post World Constructors’ Championship Standings (Japanese GP 2026) appeared first on THE STANDARD.

]]>
130R โค้งซ้ายในตำนานของ ‘อลอนโซ’ กับการแซงที่เปลี่ยนแปลงยุคสมัย https://thestandard.co/alonso-130r-overtake-f1-suzuka/ Sun, 29 Mar 2026 05:30:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1192447 ภาพเฟอร์นันโด อลอนโซ กำลังขับรถแข่ง F1 ทีม Renault บนสนามซูซูกะ โดยมีมิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตามหลังในโค้ง 130R

สนามแข่งรถซูซูกะ นอกจากชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์และการเป็นส […]

The post 130R โค้งซ้ายในตำนานของ ‘อลอนโซ’ กับการแซงที่เปลี่ยนแปลงยุคสมัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเฟอร์นันโด อลอนโซ กำลังขับรถแข่ง F1 ทีม Renault บนสนามซูซูกะ โดยมีมิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตามหลังในโค้ง 130R

สนามแข่งรถซูซูกะ นอกจากชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์และการเป็นสนามรูปเลข 8 (Figure-Eight Design) ซึ่งเป็นสนามแห่งเดียวในฟอร์มูลาวันที่มีทางข้าม

 

สนามแห่งนี้ยังเป็นที่จดจำในฐานะหนึ่งในสนามแข่งระดับตำนานที่เป็นสนามแข่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยความเป็นสนามที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดีและมีทางโค้งที่ทำความเร็วได้สูง รวมถึงโค้งรูปตัว ’S’ ที่ต้องใช้ทักษะการขับขี่ในระดับสุดยอด

 

แต่ในบรรดาโค้งทั้ง 18 โค้งในสนามแห่งนี้ ไม่มีโค้งไหนที่จะโด่งดังมากไปกว่าโค้ง ‘130R’

 

โค้งซ้ายในตำนานที่ทำให้แฟนเอฟวันทั่วโลกเคยเอามือปิดปากพร้อมกันทั้งโลกมาแล้ว กับการดวลกันสุดระห่ำระหว่าง มิชาเอล ชูมัคเกอร์ และเฟร์นานโด อลอนโซ ที่เป็นจุดตัดสินแชมป์โลกในปี 2005

 

ที่ได้รับการจดจำว่าเป็นหนึ่งในการแซงที่สุดยอดและสำคัญที่สุดตลอดกาล

 

ภาพเฟอร์นันโด อลอนโซ กำลังขับรถแข่ง F1 ทีม Renault บนสนามซูซูกะ โดยมีมิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตามหลังในโค้ง 130R 1

 

พูดถึงสนามแข่งรถในญี่ปุ่นแล้ว อดคิดถึงเรื่องราวของ เจมส์ ฮันต์ และนิกิ เลาดา ที่เคยเล่าให้อ่านกันไปเมื่อหลายเดือนก่อน

 

การขับเคี่ยวระหว่างสองนักขับที่ดีที่สุดของยุค 70 ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจของภาพยนตร์รถซิ่งที่ไม่ว่าจะหยิบมาดูเมื่อไรหัวใจก็ร้อนเป็นไฟเสมออย่าง ‘Rush’ (2013)

 

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของภาพยนตร์คือการวัดกันตัวต่อตัวระหว่างฮันต์และเลาดา ในสนามฟูจิ สปีดเวย์ ในฤดูกาลแข่ง 1976 ซึ่งกลายเป็นจุดตัดสินแชมป์โลกในฤดูกาลนั้น ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมา

 

ครั้งนั้นเลาดา ซึ่งเพิ่งผ่านประสบการณ์เฉียดตายและกลับมาขับรถได้อีกครั้งเหนือยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ ตัดสินใจที่จะถอนตัวในช่วงสุดท้ายของการแข่ง ทำให้ฮันต์ได้กลายเป็นแชมป์โลกในปีนั้น

 

หลังจากนั้นญี่ปุ่นไม่ได้เป็นเจ้าภาพการแข่งรถเอฟวันอีกหลายปีทีเดียวครับ กว่าที่จะได้กลับมาจัดการแข่งขันอีกครั้งในปี 1987 เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ได้จัดกันที่ฟูจิ สปีดเวย์แล้ว แต่เป็นสนามซูซูกะ (Suzuka Circuit) แทน

 

สนามแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาอย่างดีโดย ยอห์น ‘ฮันส์’ ฮูเกินโฮลซ์ นักออกแบบสนามรถแข่งระดับตำนาน ซึ่งได้รังสรรค์ให้สนามแห่งนี้ของญี่ปุ่นมีคุณสมบัติของการเป็นสนามแข่งรถที่ยอดเยี่ยม สามารถแข่งขันกันได้อย่างสนุก รวมถึงการใส่ความเหนือชั้นเอาไว้เล็กๆ ด้วยการออกแบบให้เป็นสนามระดับ Grade 1 แห่งเดียวในปัจจุบันที่มีทางข้าม ทำให้สนามวนกันเป็นเลข 8 (อีกแห่งคือฟิโอราโน ในประเทศอิตาลี ปัจจุบันอยู่ในระดับเกรด B)

 

แต่สิ่งที่เป็นที่จดจำสำหรับแฟนๆ มากกว่าคือโค้งที่มีชื่อว่า ‘130R’ ซึ่งตั้งตามรัศมีเดิมของโค้งที่ 130 องศา โดยเป็นโค้งที่ 15 ซึ่งอยู่ในช่วงท้ายของรอบก่อนที่จะเข้าเส้น

 

โค้งนี้เป็นโค้งที่มีลักษณะพิเศษในความธรรมดา กล่าวคือเป็นโค้งซ้ายที่รถแข่งสามารถอัดความเร็วสูงได้ถึง 310 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือแรง G มหาศาลที่จะกระทำต่อนักแข่งและรถตั้งแต่ 3.5-5 G เลยทีเดียว

 

เมื่อรวมถึงกับการที่เป็นโค้งที่แม้จะเหมือนวิ่งได้หลายไลน์แต่ถ้าพลาดเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้นก็มีโอกาสที่รถจะเสียการควบคุมและไถลออกไป การเข้าโค้งนี้ด้วยความเร็วสูงจึงเป็นเรื่องที่ต้องชั่งน้ำหนักหัวใจอยู่ไม่น้อย ว่านักขับคนนั้นกล้าพอไหม?

 

และนั่นทำให้โค้งนี้ที่ซูซูกะได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโค้งระดับตำนานเทียบเคียงกับโค้งบลองชิมงต์ (Blanchimont) ที่สนามสปา

 

ภาพเฟอร์นันโด อลอนโซ กำลังขับรถแข่ง F1 ทีม Renault บนสนามซูซูกะ โดยมีมิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตามหลังในโค้ง 130R 2

 

อย่างไรก็ดีในการแข่งเจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ในปี 2005 ได้เกิดตำนานบทหนึ่งขึ้นที่โค้ง 130R นี้

 

ในฤดูกาลนั้นเป็นฤดูกาลแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของนักขับที่กำลังพุ่งแรงชาวสเปนอย่าง เฟร์นานโด อลอนโซ แห่งทีม Renault ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงบัลลังก์ราชาเอฟวันคนใหม่จากจักรพรรดิแดงอย่าง มิชาเอล ชูมัคเกอร์ แห่งทีม Ferrari

 

ตลอดฤดูกาลนั้นอลอนโซ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ ก่อนเดินทางมาถึงซูซูกะในฐานะ ‘แชมป์โลกคนใหม่’ ที่เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์อายุน้อยที่สุดที่บราซิลในสนามก่อนหน้า ขณะที่ ‘ชูมี’ และเฟอร์รารี ตกอยู่ในสภาวะฟอร์มดิ่งลงอย่างมีนัยสำคัญ จนหมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์โลกสมัยที่ 6 ติดต่อกันไปเรียบร้อยแล้ว

 

ถึงอย่างนั้นบารมีของชูมัคเกอร์ยังคงปกคลุมเหนือวงการอยู่เสมอ และมันเป็นความท้าทายของนักขับรุ่นต่อไปที่หากคิดจะก้าวขึ้นมาแทนที่ก็ต้องสำแดงอะไรให้เห็นสักอย่างว่าไม่ว่าชูมัคเกอร์จะยิ่งใหญ่ เก๋าเกมมากขนาดไหน

 

ไม่มีใครที่จะอยู่ค้ำฟ้า และมันถึงเวลาที่เขาควรคิดวางมือได้แล้ว

 

แต่ใครล่ะที่จะกล้าทำแบบนั้น?

 

แน่นอนมันก็ต้องเป็นคนห้าวอย่าง ‘อลอนโซ’ อยู่แล้ว!

 

โดยในการแข่งที่สนามซูซูกะในวันนั้น นักขับชาวสเปนออกสตาร์ตจากกริดท้ายไกลถึงอันดับที่ 16 ขณะที่ชูมัคเกอร์อยู่ในอันดับที่ 14 ก็ขับไล่แซงรถคันอื่นขึ้นมากันเรื่อยๆ จนกระทั่งเริ่มเห็นแววว่าทั้งสองน่าจะต้องวัดฝีมือกันอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

จนกระทั่งถึงรอบที่ 19 ก็มาถึงจุดสำคัญ

 

ในเวลานั้นอลอนโซ ควบตะบึง Renault R25 ของเขาอย่างเมามันและเริ่มไล่จี้ชูมัคเกอร์จนเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยศักดิ์ศรีของแชมป์โลกและเบอร์หนึ่งตลอดกาล ชูมีไม่ยอมให้นักขับรุ่นน้องผ่านเขาไปได้ง่ายๆ

 

การบังไลน์ของชูมีปิดทางเข้าโค้ง 130R เอาไว้ได้อย่างสวยงามแล้ว การจะแซงผ่านเขาไปเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

 

แต่อลอนโซกลับทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ขึ้นมา

 

โดยแทนที่จะผ่อนคันเร่งเพื่อตามไปก่อนในโค้งนี้ สิ่งที่นักขับกระทิงดุทำกลับเป็นการกระทืบคันเร่งต่อเพื่อแซงจากด้านนอกแทน ซึ่งเป็นสิ่งที่แม้แต่นักพากย์ผู้มีประสบการณ์ก็แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา

 

เพราะอย่างที่บอกว่าโค้ง 130R เป็นโค้งปราบเซียน มันไม่ใช่ว่าคิดอยากจะเข้าโค้งด้วยความเร็วก็ทำได้เลย แต่ต้องใช้ทั้งการคำนวณที่แม่นยำ การตัดสินใจในเสี้ยววินาที และที่สำคัญที่สุดคือมันวัดหัวใจของนักขับคนนั้นด้วยว่าใหญ่แค่ไหน

 

สำหรับชูมัคเกอร์ เขาทำในสิ่งที่เขาต้องทำและทำได้อย่างไร้ที่ติแล้ว

 

แต่โชคร้ายที่อลอนโซ ทำในสิ่งที่ใกล้เคียงกับความมหัศจรรย์ ด้วยการเข้าโค้งที่ความเร็ว 208 ไมล์/ชั่วโมง (335 กม./ชั่วโมง) โดยสามารถแซงจากด้านนอกก่อนจะผ่านชูมีไปได้อย่างชนิดที่ไม่มีใครอยากจะเชื่อสายตา

 

มันเป็นการแซงทางโค้ง 130R ที่บ้าระห่ำที่สุดเท่าที่โลกเคยเห็นมาเลยทีเดียว

 

ภาพเฟอร์นันโด อลอนโซ กำลังขับรถแข่ง F1 ทีม Renault บนสนามซูซูกะ โดยมีมิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตามหลังในโค้ง 130R 3

 

ทั้งนี้แม้ว่าการแซงโค้งนี้จะเป็นแค่เหตุการณ์หนึ่งในการแข่งวันนั้น ซึ่งสำหรับอีกหลายคนอาจจะจดจำการขับสุดมหัศจรรย์ของ คิมี ไรโคเนน จากทีม McLaren ที่ออกสตาร์ทด้วยกริด 17 ก่อนจะผ่านธงตราหมากรุกเข้าเส้นชัยได้เป็นคนแรก

 

แต่โค้งนี้ของอลอนโซ สำหรับผู้เจนวงการ พวกเขามองว่ามันคือช่วงเวลาของการ ‘ผลัดใบ’

 

ยุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงในโค้งนั้นเอง

 

จักพรรดิ์แดงผู้ยิ่งใหญ่ได้ถูกโค่นด้วยไอ้หนุ่มเลือดร้อนชาวสเปน ผู้ซึ่งก้าวสู่การเป็นแชมป์โลกในเวลาต่อมาได้สำเร็จ

 

สิ่งที่น่าสนใจที่หลายคนอยากรู้คืออลอนโซ คิดอะไรอยู่ในเวลานั้น? ทำไมเขาถึงกล้าที่จะทำอะไรที่มันบ้าระห่ำขนาดนี้?

 

คำตอบของเขาที่บอกกับ ไนเจล โรบัค นักข่าวอาวุโสสายเอฟวันคือ “ในเวลาเช่นนั้น ผมจำได้เสมอว่ามิชาเอลมีลูก 2 คน”

 

ลูก 2 คนนั้นคือ ‘เบรกที่มองไม่เห็น’ สำหรับชูมัคเกอร์ ที่ทำให้เขาไม่กล้าที่จะวัดกับอลอนโซในจังหวะแบบนั้น ทั้งๆ ที่ตลอดมาเขาเป็นคนที่พร้อมจะบดขยี้คู่แข่งเสมอ

 

และมันทำให้คนที่ยังไม่มีลูกอย่างอลอนโซไม่ลังเลที่จะไปข้างหน้าเพราะไม่มีใครที่ต้องห่วง

 

เพียงแต่มาถึงตอนนี้อลอนโซ ซึ่งคิดแล้วก็น่าเหลือเชื่อที่ยังลงแข่งขันอยู่เลย และวันนี้เขาได้กลายเป็น ‘Papi’ บ้างแล้ว

 

ลูกของเขาเพิ่งคลอดและการลงสนามที่ซูซูกะวันนี้อาจจะทำให้เขาได้หวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อ 21 ปีที่แล้วและอาจจะเข้าใจความรู้สึกของชูมัคเกอร์มากขึ้น

 

เป็นการเดินทางที่ครบรอบวงโคจรได้อย่างน่ามหัศจรรย์

 

เหมือนเลข 8 ที่หากมองอีกมุมคือ ‘Infinity’ หรือนิรันดร์ ของสนามในตำนานแห่งนี้

The post 130R โค้งซ้ายในตำนานของ ‘อลอนโซ’ กับการแซงที่เปลี่ยนแปลงยุคสมัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Suzuka Style! ส่องความครีเอทีฟ ‘แฟน F1 ญี่ปุ่น’ กับคอสตูมสุดล้ำ https://thestandard.co/f1-japan-fans-creative-costumes/ Sun, 29 Mar 2026 01:45:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1192390 ภาพบรรยากาศแฟน F1 ชาวญี่ปุ่นในชุดคอสตูมสร้างสรรค์และหมวกดีไซน์แปลกตา ที่สนามแข่ง Suzuka Circuit

บรรยากาศการแข่งขัน Japanese Grand Prix 2026 ที่สนามซูซู […]

The post Suzuka Style! ส่องความครีเอทีฟ ‘แฟน F1 ญี่ปุ่น’ กับคอสตูมสุดล้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศแฟน F1 ชาวญี่ปุ่นในชุดคอสตูมสร้างสรรค์และหมวกดีไซน์แปลกตา ที่สนามแข่ง Suzuka Circuit

บรรยากาศการแข่งขัน Japanese Grand Prix 2026 ที่สนามซูซูกะ เซอร์กิต ปีนี้ยังคงเต็มไปด้วยสีสันและรอยยิ้มตามสไตล์แฟน F1 ชาวญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคิดสร้างสรรค์และความทุ่มเทเหนือใคร

 

โดยไฮไลต์ที่ขโมยซีนได้ทุกปีคือ ‘คอสตูมและหมวก’ สุดแปลกตาที่ออกแบบมาแบบไม่มีกั๊ก ตั้งแต่หมวกธีมยาง Pirelli, หมวกที่ติดรถของแต่ละทีม ไปจนถึงดีไซน์ที่บอกชัดว่าเชียร์ทีมไหน นักขับคนใด กลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้ซูซูกะมีสีสันไม่เหมือนใคร

 

ทั้งนี้ การแข่งขันรอบ Main Race จะมีขึ้นในเวลา 12.00 น. รับชมได้ทาง beIN SPORTS

 

ภาพบรรยากาศแฟน F1 ชาวญี่ปุ่นในชุดคอสตูมสร้างสรรค์และหมวกดีไซน์แปลกตา ที่สนามแข่ง Suzuka Circuit 1ภาพบรรยากาศแฟน F1 ชาวญี่ปุ่นในชุดคอสตูมสร้างสรรค์และหมวกดีไซน์แปลกตา ที่สนามแข่ง Suzuka Circuit 2ภาพบรรยากาศแฟน F1 ชาวญี่ปุ่นในชุดคอสตูมสร้างสรรค์และหมวกดีไซน์แปลกตา ที่สนามแข่ง Suzuka Circuit 3ภาพบรรยากาศแฟน F1 ชาวญี่ปุ่นในชุดคอสตูมสร้างสรรค์และหมวกดีไซน์แปลกตา ที่สนามแข่ง Suzuka Circuit 4ภาพบรรยากาศแฟน F1 ชาวญี่ปุ่นในชุดคอสตูมสร้างสรรค์และหมวกดีไซน์แปลกตา ที่สนามแข่ง Suzuka Circuit 5ภาพบรรยากาศแฟน F1 ชาวญี่ปุ่นในชุดคอสตูมสร้างสรรค์และหมวกดีไซน์แปลกตา ที่สนามแข่ง Suzuka Circuit 6ภาพบรรยากาศแฟน F1 ชาวญี่ปุ่นในชุดคอสตูมสร้างสรรค์และหมวกดีไซน์แปลกตา ที่สนามแข่ง Suzuka Circuit 7ภาพบรรยากาศแฟน F1 ชาวญี่ปุ่นในชุดคอสตูมสร้างสรรค์และหมวกดีไซน์แปลกตา ที่สนามแข่ง Suzuka Circuit 8

 

The post Suzuka Style! ส่องความครีเอทีฟ ‘แฟน F1 ญี่ปุ่น’ กับคอสตูมสุดล้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>