Executive Chef Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/executive-chef/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 21 Apr 2026 04:53:48 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ไฟน์ไดนิ่งมิชลินสตาร์ Blue by Alain Ducasse เปิดตัวเมนู Spring 2026 ผ่านรสมือเชฟ Evens López https://thestandard.co/life/blue-alain-ducasse-spring-2026/ Tue, 21 Apr 2026 01:20:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1199375 อาหารไฟน์ไดนิ่งจากเมนู Spring 2026 โดยเชฟ Evens López ที่ Blue by Alain Ducasse

หากจะนิยามเสน่ห์ของฤดูใบไม้ผลิที่ Blue by Alain Ducasse […]

The post ไฟน์ไดนิ่งมิชลินสตาร์ Blue by Alain Ducasse เปิดตัวเมนู Spring 2026 ผ่านรสมือเชฟ Evens López appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาหารไฟน์ไดนิ่งจากเมนู Spring 2026 โดยเชฟ Evens López ที่ Blue by Alain Ducasse

หากจะนิยามเสน่ห์ของฤดูใบไม้ผลิที่ Blue by Alain Ducasse ในปี 2569 นี้ คงต้องเริ่มที่เรื่องราวการเดินทางของ เชฟ Evens López ที่มีความหมายพิเศษกว่าครั้งไหนๆ เพราะนี่คือการก้าวผ่านวัฏจักรแห่งฤดูกาลมาบรรจบครบหนึ่งรอบเต็ม นับตั้งแต่เขาก้าวเข้ามารับตำแหน่ง Executive Chef ณ ร้านอาหารมิชลินสตาร์ริมน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ เมนูประจำฤดูกาลนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนจานอาหารตามกาลเวลา แต่คือการตกผลึกความเข้าใจในวัตถุดิบไทยผ่านสายตาและเทคนิคฝรั่งเศส

 

อาหารไฟน์ไดนิ่งจากเมนู Spring 2026 โดยเชฟ Evens López ที่ Blue by Alain Ducasse 1อาหารไฟน์ไดนิ่งจากเมนู Spring 2026 โดยเชฟ Evens López ที่ Blue by Alain Ducasse 2

 

การเดินทางเริ่มต้นขึ้นทันทีที่คุณก้าวเข้าสู่ร้าน ด้วยสัมผัสแรกจาก House-Made Kombucha คอมบูชารสเปรี้ยวซ่าสดชื่นที่หมักจากผลผลิตประจำสัปดาห์ในฟาร์ม ก่อนจะถูกเชื้อเชิญเข้าสู่โลกของคานาเป้ที่เชฟแอบซ่อนความทรงจำวัยเด็กในเปรูไว้ในจาน Smoked Ricotta & Sweet Corn ข้าวโพดหวานย่างที่มาคู่กับริคอตต้าชีสรมควันและซอสดอกดาวเรือง มอบรสสัมผัสละเมียดละไมที่ปลุกประสาทสัมผัสได้เป็นอย่างดี ตามมาด้วยความว้าวของ Wagyu A4 & Noresore ที่ใช้ความนุ่มของเนื้อวากิวออสเตรเลียตัดกับความกรุบกรอบใสสะอาดของตัวอ่อนปลาไหลทะเลสีใส วัตถุดิบระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นที่มีให้ชิมเฉพาะต้นฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น

 

อาหารไฟน์ไดนิ่งจากเมนู Spring 2026 โดยเชฟ Evens López ที่ Blue by Alain Ducasse 3

 

เมื่อเข้าสู่คอร์สหลัก เชฟพาเราดำดิ่งไปสู่ความประณีตของ หมึกกระดองสีทอง ที่สไลด์จนบางละเอียดราวกับเส้นพาสต้า เสิร์ฟคู่กับหน่อไม้ฝรั่งขาวชั้นเลิศจากแคว้นเลส์ ล็องด์ ที่ความหวานของผักตัดกับน้ำซุปหอมกลิ่นใบเจอราเนียมได้อย่างน่าอัศจรรย์ หรือจะเป็น ปูสีน้ำตาลจากรอสคอฟฟ์ ที่วางอยู่บนชะวันมุชิเนื้อเนียนละเอียด เสริมทัพด้วยความหรูหราของ Kristal Caviar และความสดชื่นของยูซุสีเหลืองที่รินเสิร์ฟมาในซอสเนยสีน้ำตาลที่อุ่นกำลังดี

หนึ่งในจานที่กลิ่นหอมนำมาก่อนจะถึงโต๊ะคือ Norwegian Langoustine ลังกูสทีนย่างถ่านชาโคจนหอมกรุ่นเสิร์ฟคู่กับหัวผักกาด Hakurei และน้ำซุปบิสก์ที่หอมกลิ่นเสจจากเปรู และปิดท้ายจานหลักได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วย Gundagai Lamb เนื้อแกะกุนดาไกที่ผ่านการย่างบนใบมะเดื่อจาก KP Farm จนกลิ่นหอมของอัลมอนด์และสมุนไพรซึมลึกเข้าสู่เนื้อแกะที่นุ่มจนแทบละลายในปาก

 

อาหารไฟน์ไดนิ่งจากเมนู Spring 2026 โดยเชฟ Evens López ที่ Blue by Alain Ducasse 4

 

บทสรุปของมื้ออาหารถูกส่งต่อให้กับทีมพาสทรีที่หยิบเอาวัตถุดิบไทยมาตีความได้อย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะ มะเขือเทศไทยหมัก ที่เสิร์ฟพร้อมซอร์เบต์ดอกดาวเรือง ให้รสสัมผัสที่หวานและสดชื่นจนลบภาพจำเดิมๆ ของมะเขือเทศไปเลย หรือการจับคู่ที่ดูท้าทายอย่าง มะม่วงและพริกรมควัน ที่มอบความฉ่ำหวานสไตล์เขตร้อนแต่ทิ้งท้ายด้วยความเผ็ดร้อนจางๆ อย่างมีชั้นเชิง ก่อนจะปิดฉากความหรูหราด้วย Cacao Trolley รถเข็นช็อกโกแลตสุดพิเศษที่ผสานงานฝีมือจากปารีสเข้ากับเมล็ดโกโก้คุณภาพเยี่ยมจากเชียงใหม่ เป็นการบรรจบกันอย่างงดงามของสองซีกโลก

 

อาหารไฟน์ไดนิ่งจากเมนู Spring 2026 โดยเชฟ Evens López ที่ Blue by Alain Ducasse 5

 

เมนู Spring 2026 ทั้งหมดนี้คือข้อพิสูจน์ว่า Blue by Alain Ducasse ไม่ได้เพียงแค่นำเข้าวัตถุดิบชั้นเลิศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตของธรรมชาติในไทย ทุกจานคือการ Flushing รสชาติที่สดใหม่และประณีต ใครที่อยากสัมผัสวิสัยทัศน์ที่ครบถ้วนของเชฟ Evens López นี่คือจังหวะเวลาที่ดีที่สุดที่ควรมาเยือน

 

Blue by Alain Ducasse

Address: Blue by Alain Ducasse ชั้น 1 (โซน ICONLUXE) ไอคอนสยาม

Open: เปิดให้บริการทุกวัน

  • มื้อกลางวัน เวลา 12.00-13.30 น. และ 18.00-20.30 น. (จันทร์, พฤหัสบดี – อาทิตย์)
  • มื้อเย็น เวลา 18.00-20.30 น. (อังคาร – พุธ)
  • All Day Dining เวลา 11.00-20.30 น.

Contact: Blue by Alain Ducasse

Reservation: +66 (0) 6 5731 2346 หรือ www.blue-alainducasse.com

Budget: ราคาแล้วแต่คอร์ส 

  • Spring Tasting Menu (7 คอร์ส) 6,500++ บาท
  • Blue Experience (9 คอร์ส) 7,500++ บาท
  • Lunch Set เริ่มต้น 3,200++ บาท

 

 

 

ภาพ: Blue by Alain Ducasse

The post ไฟน์ไดนิ่งมิชลินสตาร์ Blue by Alain Ducasse เปิดตัวเมนู Spring 2026 ผ่านรสมือเชฟ Evens López appeared first on THE STANDARD.

]]>
กินแบบเสียวๆ กันไหม ‘Dinner in the Sky’ มื้ออาหารต้านแรงโน้มถ่วงโลก https://thestandard.co/dinner-in-the-sky/ https://thestandard.co/dinner-in-the-sky/#respond Mon, 27 Nov 2017 08:15:26 +0000 https://thestandard.co/?p=50786

ปลายปีนี้วงการอาหารเมืองไทยคึกคักจนนักชิมกระเป๋าร้อนไปต […]

The post กินแบบเสียวๆ กันไหม ‘Dinner in the Sky’ มื้ออาหารต้านแรงโน้มถ่วงโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปลายปีนี้วงการอาหารเมืองไทยคึกคักจนนักชิมกระเป๋าร้อนไปตามๆ กัน เพราะนอกจากการมาของมิชลินสตาร์ที่เตรียมประกาศผลในไม่กี่สัปดาห์นี้แล้ว ก็ยังมีประสบการณ์การกินอาหารรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนจากบนพื้นดิน พื้นน้ำ มาเป็นกลางเวหา แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึงการมาถึงของ ‘Dinner in the Sky’ บริการร้านอาหารรูปแบบใหม่จากประเทศเบลเยียม ที่ใช้เครนขนาดใหญ่ระดับ 50 เมตร หรือราวตึก 20 ชั้น โดยมีภาพความระยิบระยับของดาวบนดินกลางมหานครกรุงเทพฯ เป็นวิวที่เปิดโล่งแบบ 360 องศา ให้ได้ดื่มด่ำชื่นชมไปพร้อมๆ กับมื้ออาหาร

 

 

ปลอดภัยแค่ไหนกับมื้ออาหารกลางเวหา

สำหรับประสบการณ์การกินอาหารท่ามกลางความเสียวเหนือพื้นดินนี้มีจุดเริ่มต้นในปี 2006 ที่ประเทศเบลเยียม เมื่อ David Ghysels แห่ง Hakuna Matata มาร์เก็ตติ้งเอเจนซีที่โด่งดังเรื่องอาหารมาพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านเครนอย่าง Stefan Kerkhofs แห่ง The Fun Group เพื่อจัดอีเวนต์เสิร์ฟอาหารบนฟ้าขึ้น นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดไอเดียใหม่ในการทำร้านอาหารและขยายสาขาสู่ทั่วโลก โดยใช้เครนเทเลสโคปิคเทคโนโลยีของเยอรมนี ขนาด 200 ตัน ยกชุดโต๊ะอาหารพร้อมลูกค้าทั้ง 22 คน รวมทั้งเชฟ 1 คน และพนักงานเสิร์ฟ 2 คน ขึ้นไปไว้กลางอากาศ ซึ่งเครนนี้ออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย DIN 4112 ของเยอรมนี และได้รับการรับรองมาตรฐาน TUV ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยชั้นนำระดับโลกของเยอรมนี

 

การันตีอีกชั้นด้วยจำนวนอุบัติเหตุเป็น 0 ตลอด 10 ปีที่เปิดให้บริการมา 47 ประเทศ รวมความถี่มากถึง 6,000 ครั้ง โดยทุกครั้งลูกค้าทุกคนจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยคล้ายกับตอนที่กำลังขึ้นรถไฟเหาะในสวนสนุก ส่วนเชฟและทีมงานที่ต้องเดินจัดอาหารอยู่ตลอดเวลาก็ต้องมีตัวสลิงโยงอยู่ที่เอวเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดด้วยเช่นกัน ปัญหาอย่างเดียวที่เจอจึงเป็นเรื่องของความสูงที่ลูกค้าแต่ละคนควรจะสำรวจตัวเองให้พร้อมว่ามีความกลัวหรือกล้าพอหรือไม่ และไม่เพียงแต่ความปลอดภัยของผู้ที่อยู่บนเครนเท่านั้น Dinner in the Sky ยังได้จัดพื้นที่ใต้เครนให้เป็นเซฟตี้โซนที่ห้ามใครก็ตามเดินผ่าน ดังนั้นจึงหมดกังวลได้เลยว่าคุณจะมือไม้อ่อนยามอยู่บนอากาศจนทำแก้วไวน์ตกลงมาบนศีรษะใคร

 

 

เตรียมความพร้อมก่อนขึ้นเครน

เมื่อชัดเจนในความปลอดภัยคราวนี้ก็มาถึงเรื่องของอาหารและบรรยากาศกันบ้าง ทันทีที่ลูกค้ามาถึงจะสามารถนั่งเล่น ดื่มเครื่องดื่มสุดชิลล์ได้ที่เลาจน์ซึ่งมีบาร์เล็กๆ และมุมรับประทานอาหารในกรณีที่เกิดฝนตกหนักขณะดินเนอร์อยู่บนเครน นอกจากนี้ยังมีล็อกเกอร์ส่วนตัวให้แต่ละคนได้เก็บของ พร้อมห้องน้ำสำหรับเตรียมพร้อมก่อนขึ้นเครน แน่นอนว่าการปวดหนักเบาเป็นเรื่องธรรมชาติที่ยากจะหลีกเลี่ยง ถ้าใครต้องการเข้าห้องน้ำในขณะที่กำลังลอยฟ้าก็สามารถขอเจ้าหน้าที่แลนดิ้งลงมาพื้นดินได้เช่นกัน

 

ด้านอาหารมื้อพิเศษในเมืองไทยนี้สร้างสรรค์โดย Gaetano Palumbo, Executive Chef ประจำโรงแรมเชอราตันแกรนด์ สุขุมวิท มีให้เลือกทั้งอาหารนานาชาติ มังสวิรัติ และอาหารเทศกาลสำหรับคริสต์มาส ปีใหม่ วาเลนไทน์ รวมทั้งหมด 4 คอร์ส จับคู่กับไวน์และเครื่องดื่มซึ่งเชฟจะให้แขกแต่ละคนเลือกตั้งแต่อยู่บนพื้นล่าง โดยในส่วนของอาหารนั้นจะมีการเตรียมส่วนประกอบต่างๆ ไว้ให้พร้อมจากด้านล่างแล้วค่อยนำไปจัดแต่งลงจานขณะที่อยู่บนฟ้า ดังนั้นลูกค้าทุกคนจึงสามารถเห็นการทำงานของเชฟที่อยู่ตรงกลางได้อย่างใกล้ชิดไม่ต่างจากเชฟส์เทเบิลเลยทีเดียว และสำหรับใครที่ต้องการสร้างเซอร์ไพรส์ไม่ว่าจะเป็นเค้กวันเกิด เมนูซ่อนแหวนหมั้น หรือช่อดอกไม้ขอแต่งงานก็สามารถกระซิบบอกเชฟล่วงหน้าได้

 

ส่วนใครที่ยังนึกไม่ออกว่าจะต้องแต่งตัวอย่างไรให้เหมาะกับร้านอาหารสุดแหวกแนวนี้ เราขอแนะนำว่าโต๊ะอาหารที่ถูกยกไว้กลางอากาศนั้นมีลักษณะเป็นโครงเปิดโล่งรับลมจากทุกทิศทางแบบเต็มๆ จึงอาจจะต้องสเปรย์ผมมาอย่างดี ส่วนใต้เท้ามีฐานสี่เหลี่ยมให้วางเท้าอย่างพอดิบพอดี นอกจากนั้นคือความโล่ง ดังนั้นรองเท้าส้นสูงจึงไม่ใช่ปัญหา แต่แนะนำว่าให้ใส่รัดส้นมาสักนิดกันรองเท้าบินลงมาทักทายคนด้านล่าง ส่วนอุปกรณ์ถ่ายภาพไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรือกล้องสามารถนำขึ้นไปได้ไม่จำกัด เพียงแต่ต้องระมัดระวังการร่วงหล่นด้วยตนเอง

 

คำเตือนเพียงอย่างเดียวของ Dinner in the Sky คือ ควรรีบจองโต๊ะล่วงหน้า เพราะจำกัดเพียงวันละ 2 รอบ รอบละ 1 ชั่วโมง คือ 18.00 น. และ 19.30 น. ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2560 ไปจนถึงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2561 จากนั้นจึงค่อยมาลุ้นกันว่า Dinner in the Sky จะย้ายไปยังแลนด์มาร์กใดของเมืองไทย

 

The post กินแบบเสียวๆ กันไหม ‘Dinner in the Sky’ มื้ออาหารต้านแรงโน้มถ่วงโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/dinner-in-the-sky/feed/ 0