Everton Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/everton/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 05 May 2026 11:26:37 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ใครจะคว้าแชมป์? โค้งสุดท้าย..เกมเดิมพันแชมป์พรีเมียร์ลีก 2025/26 https://thestandard.co/premier-league-title-race-2025-26/ Tue, 05 May 2026 11:25:54 +0000 https://thestandard.co/premier-league-title-race-2025-26/ ภาพประกอบการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26 ที่ทีม อาร์เซนอล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี กำลังขับเคี่ยวแย่งชิงตำแหน่งแชมป์

ดูเหมือนตอนนี้โอกาสคว้า ‘แชมป์พรีเมียร์ลีก’ อยู่ในมือขอ […]

The post ใครจะคว้าแชมป์? โค้งสุดท้าย..เกมเดิมพันแชมป์พรีเมียร์ลีก 2025/26 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26 ที่ทีม อาร์เซนอล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี กำลังขับเคี่ยวแย่งชิงตำแหน่งแชมป์

ดูเหมือนตอนนี้โอกาสคว้า ‘แชมป์พรีเมียร์ลีก’ อยู่ในมือของอาร์เซนอลแล้ว

 

หลังแมนฯ ซิตีเก็บได้เพียง 1 แต้มจากเกมบุกเสมอเอฟเวอร์ตันค่ำคืนที่ผ่านมา ส่งให้สถานการณ์ลุ้นแชมป์ขยับมาอยู่ฝั่งเดอะ กันเนอร์สอย่างชัดเจน

 

หากอาร์เซนอลคว้าชัยได้ครบทั้ง 3 นัดที่เหลือ พวกเขาจะทวงบัลลังก์แชมป์ลีกสูงสุดกลับมาได้อีกครั้ง หลังรอคอยยาวนานถึง 22 ปี นับตั้งแต่ฤดูกาลไร้พ่าย 2003/04

 

แล้วคุณผู้อ่านล่ะ คิดว่าเมื่อจบฤดูกาล… อาร์เซนอลจะเข้าป้ายคว้าแชมป์ หรือแมนฯ ซิตีจะเร่งเครื่องแซงในโค้งสุดท้าย? มาร่วมคอมเมนต์แชร์ความเห็นกันได้เลย

 

ภาพประกอบการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26 ที่ทีม อาร์เซนอล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี กำลังขับเคี่ยวแย่งชิงตำแหน่งแชมป์ 1

The post ใครจะคว้าแชมป์? โค้งสุดท้าย..เกมเดิมพันแชมป์พรีเมียร์ลีก 2025/26 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ก่อนเริ่มต้นบทใหม่ของเอฟเวอร์ตัน https://thestandard.co/everton-goodison-park-farewell/ Mon, 19 May 2025 05:40:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1075704 everton-goodison-park-farewell

วันที่ 18 พฤษภาคม 2025 คือวันสุดท้ายของเอฟเวอร์ตันในบ้า […]

The post ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ก่อนเริ่มต้นบทใหม่ของเอฟเวอร์ตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
everton-goodison-park-farewell

วันที่ 18 พฤษภาคม 2025 คือวันสุดท้ายของเอฟเวอร์ตันในบ้านที่ชื่อว่า กูดิสันพาร์ก…

 

ในแมตช์ที่เอาชนะเซาแธมป์ตัน 2-0 ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 37 ถือเป็นนัดสุดท้าย ก่อนที่สโมสรจะย้ายเข้าสู่สนามใหม่สุดล้ำริมท่าเรือ Bramley-Moore Dock ที่จุผู้ชมได้ถึง 52,888 ที่นั่งในฤดูกาลหน้า

 

แม้วันแห่งการอำลาจะเต็มไปด้วยอารมณ์และความทรงจำ แต่กูดิสันพาร์กจะไม่หายไปไหน

 

เพราะสโมสรประกาศว่า ตั้งแต่ซัมเมอร์หน้าเป็นต้นไป ทีมฟุตบอลหญิงของเอฟเวอร์ตันจะเข้ามาใช้กูดิสันพาร์กเป็นรังเหย้าถาวร พร้อมแผนการปรับปรุงต่อยอดสนามให้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของชุมชนเอฟเวอร์โตเนียนต่อไป

 

“เรารู้ว่ากูดิสันพาร์กมีคุณค่ามากเพียงใด ไม่ใช่แค่กับแฟนเอฟเวอร์ตันเท่านั้น แต่กับวงการฟุตบอลทั้งหมด” แองกัส คินเนียร์ ซีอีโอของเอฟเวอร์ตันกล่าว

 

สำหรับกูดิสันพาร์ก เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 1892 และตลอดระยะเวลากว่า 133 ปีที่ผ่านมา สนามแห่งนี้คือบ้านของเอฟเวอร์ตันเพียงทีมเดียว นับตั้งแต่พวกเขาย้ายออกจากแอนฟิลด์ ซึ่งต่อมากลายเป็นสนามเหย้าของลิเวอร์พูล

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา กูดิสันพาร์กกลายเป็นสนามที่จัดการแข่งขันลีกสูงสุดของอังกฤษมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังเป็นที่จดจำในฐานะสนามที่เคยมีผู้ชมเข้าชมมากถึง 78,299 คน ในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้เมื่อปี 1948

 

และในค่ำคืนส่งท้าย…เสียงเชียร์ของแฟนบอลเอฟเวอร์ตันยังคงดังกึกก้องเป็นครั้งสุดท้ายในเกมพรีเมียร์ลีกที่กูดิสันพาร์ก เสียงที่สะท้อนร่วมกับความทรงจำกว่า 1 ศตวรรษ กำลังจะกลายเป็นตำนานบทใหม่ของวงการฟุตบอลอังกฤษ

 

ภายใต้บรรยากาศอำลา…มีน้ำตาไหลปนรอยยิ้มจากแฟนบอลมากมายที่เติบโตมากับสนามแห่งนี้ บ้านหลังที่สองที่พวกเขารู้จักทุกเสียง ทุกมุม ทุกความรู้สึก หลายคนกอดกันแน่น หลายคนมองสนามด้วยแววตาอาลัย ในช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยากให้มาถึง

 

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความรัก ความผูกพัน และการอำลา เหล่าตำนานและอดีตนักเตะของทีมต่างมาร่วมเป็นสักขีพยานในการปิดฉากกูดิสันพาร์ก หนึ่งในสนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณมากที่สุดของอังกฤษ

 

ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี

The post ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ก่อนเริ่มต้นบทใหม่ของเอฟเวอร์ตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดทำเนียบทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษมากที่สุด https://thestandard.co/most-english-top-flight-titles-info/ Mon, 28 Apr 2025 00:02:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1068767

หลังจากที่ลิเวอร์พูลในยุคของ อาร์เนอ ชล็อต คว้าแชมป์พรี […]

The post เปิดทำเนียบทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่ลิเวอร์พูลในยุคของ อาร์เนอ ชล็อต คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2024/25 มาครองได้สำเร็จ ทำให้ตอนนี้ทัพหงส์แดงมีสถิติขึ้นแท่น แชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ 20 สมัย เทียบเท่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ!

 

และนี่คือทำเนียบ 5 อันดับ ทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดมากที่สุดในประวัติศาสตร์

 

 

  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 20 สมัย
  • ลิเวอร์พูล 20 สมัย
  • อาร์เซนอล 13 สมัย
  • แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 10 สมัย
  • เอฟเวอร์ตัน 9 สมัย

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post เปิดทำเนียบทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอฟเวอร์ตันเปิดทดลองสนามใหม่ ก่อนใช้จริงฤดูกาลหน้า https://thestandard.co/everton-testing-new-stadium/ Tue, 18 Feb 2025 05:36:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1043207 เอฟเวอร์ตัน

เอฟเวอร์ตัน อีกหนึ่งทีมเก่าแก่ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผ […]

The post เอฟเวอร์ตันเปิดทดลองสนามใหม่ ก่อนใช้จริงฤดูกาลหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอฟเวอร์ตัน

เอฟเวอร์ตัน อีกหนึ่งทีมเก่าแก่ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยโฉมภาพสนามแห่งใหม่ ‘เอฟเวอร์ตันสเตเดียม’ ที่ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือแบรมลีย์-มัวร์ พร้อมเปิดให้แฟนบอลราว 10,000 คนได้เข้าชมเกมฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ระหว่างเอฟเวอร์ตันพบกับวีแกน ซึ่งถือเป็นการทดสอบสนามครั้งแรก

 

ทั้งนี้ เอฟเวอร์ตันจะใช้สนามกูดิสันพาร์กเป็นฤดูกาลสุดท้าย ก่อนย้ายไปเล่นในเอฟเวอร์ตันสเตเดียมช่วงฤดูกาล 2024/25 เป็นต้นไป โดยสนามแห่งนี้ใช้งบประมาณสร้างกว่า 750 ล้านปอนด์ (ราว 3.4 หมื่นล้านบาท) ท่ามกลางความจุ 52,888 ที่นั่ง

 

 

อ้างอิง:

The post เอฟเวอร์ตันเปิดทดลองสนามใหม่ ก่อนใช้จริงฤดูกาลหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรีเมียร์ลีกแจงเหตุแบน อาร์เน สล็อต 2 นัด เพราะใช้คำพูดหยาบคายต่อผู้ตัดสินเกมเสมอเอฟเวอร์ตัน https://thestandard.co/arne-slot-two-match-ban-referee-abuse/ Thu, 13 Feb 2025 12:51:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1041563 อาร์เน สล็อต ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล โดนไล่ออกในเกมเสมอเอฟเวอร์ตัน

เว็บไซต์ของพรีเมียร์ลีกเปิดเผยเหตุผลที่ อาร์เน สล็อต จะ […]

The post พรีเมียร์ลีกแจงเหตุแบน อาร์เน สล็อต 2 นัด เพราะใช้คำพูดหยาบคายต่อผู้ตัดสินเกมเสมอเอฟเวอร์ตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาร์เน สล็อต ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล โดนไล่ออกในเกมเสมอเอฟเวอร์ตัน

เว็บไซต์ของพรีเมียร์ลีกเปิดเผยเหตุผลที่ อาร์เน สล็อต จะต้องรับโทษแบนห้ามลงสนาม 2 นัด หลังจากโดนไล่ออกจากสนามในเกมกับเอฟเวอร์ตัน ในช่วงที่ เคอร์ติส โจนส์ และ อับดูลาย ดูกูเร ได้ทะเลาะหลังเกม เป็นเหตุให้ทั้งคู่ได้รับใบแดง เช่นเดียวกับ สล็อต และ ซิปเก ฮุลชอฟฟ์ ที่เป็นผู้ช่วย

 

โดยพรีเมียร์ลีกระบุว่า อาร์เน สล็อต ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ถูกไล่ออกหลังจบเกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ (เสมอเอฟเวอร์ตัน 2-2) เนื่องจากใช้คำพูดที่ก้าวร้าว หยาบคาย และดูหมิ่น (กับ ไมเคิล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ในเกมนี้)

 

ด้วยเหตุนี้จะทำให้สล็อตไม่สามารถยืนคุมทีมข้างสนาม 2 นัด ประกอบด้วย 

 

  • เกมเปิดบ้านพบวูล์ฟแฮมป์ตัน วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์
  • เกมเยือนแอสตัน วิลลา วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์

 

อ้างอิง:

The post พรีเมียร์ลีกแจงเหตุแบน อาร์เน สล็อต 2 นัด เพราะใช้คำพูดหยาบคายต่อผู้ตัดสินเกมเสมอเอฟเวอร์ตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความทรงจำสุดท้ายของ ‘ท่านผู้หญิงสีน้ำเงิน’ ในเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ https://thestandard.co/last-memory-lady-blue/ Wed, 12 Feb 2025 07:51:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1041053 last-memory-lady-blue

ห่างกันเพียงแค่สวนสแตนลีย์กั้น   นั่นคือคำบรรยายที […]

The post ความทรงจำสุดท้ายของ ‘ท่านผู้หญิงสีน้ำเงิน’ ในเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
last-memory-lady-blue

ห่างกันเพียงแค่สวนสแตนลีย์กั้น

 

นั่นคือคำบรรยายที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายที่สุดถึงความใกล้ชิดระหว่างเอฟเวอร์ตันและลิเวอร์พูล สองสโมสรฟุตบอลใหญ่ของอดีตเมืองท่าสำคัญของอังกฤษที่มีแม่น้ำเมอร์ซีย์ไหลผ่าน ซึ่งทำให้การพบกันระหว่างสองทีมนี้ถูกขนานนามว่าเป็น ‘เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้’

 

ความจริงจะเรียกว่าใกล้ชิดก็ไม่ถึงกับถูกต้องทั้งหมด เพราะความจริงยิ่งกว่าคือเอฟเวอร์ตันและลิเวอร์พูล เป็นสองสโมสรที่มีต้นกำเนิดเดียวกัน แต่แตกตัวกันเพราะความขัดแย้งในหลายเรื่อง

 

เอฟเวอร์ตันความจริงแล้วเป็นสโมสร ‘พี่’ ที่เกิดก่อนในปี 1879 และผ่านการใช้สนามหลายแห่ง ก่อนจะย้ายมาใช้แอนฟิลด์เป็นสนามเหย้าในปี 1882 

 

ใช่ แอนฟิลด์เคยเป็น ‘บ้าน’ ของเอฟเวอร์ตันมาก่อนนานถึง 8 ปีเต็ม 

 

แต่ความขัดแย้งหลายอย่างที่มากกว่าแค่คนจดจำว่าเป็นเรื่องค่าเช่าสนามนำไปสู่การแยกทาง ทีมฟุตบอลเอฟเวอร์ตันย้ายออกจากแอนฟิลด์ไปใช้สนามเมียร์กรีนฟิลด์เป็นรังเหย้าแทนในปี 1892 และในปีนั้นเองที่ จอห์น โฮลดิง หนึ่งในผู้ก่อตั้งสโมสรเอฟเวอร์ตัน ตัดสินใจตั้งทีมฟุตบอลใหม่ ‘ลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ’ ที่ใช้สนามแอนฟิลด์ที่ว่างเปล่าเป็นรังเหย้าแทน

เมียร์กรีนฟิลด์ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นกูดิสันพาร์ก เพราะตั้งอยู่ใกล้กับถนนกูดิสัน (Goodison Road, ขณะที่สนามแอนฟิลด์ก็ตั้งชื่อตามถนนแอนฟิลด์ Anfield Road) 

 

นี่คือประวัติแบบย่นย่อของการกำเนิดกูดิสันพาร์ก บ้านของทีมเอฟเวอร์ตันที่อยู่ยั้งยืนยงผ่านกาลเวลามากว่า 133 ปี

 

ตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าว มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่สนามแห่งนี้

 

รู้ไหมว่านี่คือสนามฟุตบอลแห่งแรกของอังกฤษที่ใช้เพื่อรองรับการแข่งขันเกมฟุตบอลเพียงอย่างเดียว เพราะในยุคแรกของเกมลูกหนังนั้น สนามที่ใช้คือสนามกีฬาทั่วไปที่รองรับการแข่งขันกีฬาหลากหลายประเภท ก่อนที่จะมีการก่อสร้างสนามฟุตบอลแท้ๆ ทั่วประเทศตามมา

 

กูดิสันพาร์กจึงเป็นสนามฟุตบอลที่ล้ำและนำสมัยเสมอ พวกเขาเป็นสนามฟุตบอลที่เคยมีอัฒจันทร์ 2 ชั้นล้อมรอบ 4 ด้าน เพื่อรองรับจำนวนผู้ชมมากมายมหาศาล

สนามที่มีม้านั่งสำรอง (Dugout) แห่งแรก และในเวลาต่อมายังเป็นสนามแรกที่มีระบบทำความร้อน (Heater) ติดตั้งไว้ใต้พื้นสนาม

 

และครั้งหนึ่งเคยเป็นสนามที่มีศักดิ์และสิทธิ์เป็นรองเพียงแค่สนามเวมบลีย์ เมกะลูกหนังที่เป็นสนามกีฬาแห่งชาติของชาวอังกฤษ 

 

สนามแห่งนี้เคยถูกใช้แทนเวมบลีย์ในช่วงที่มีการทุบทิ้งและสร้างขึ้นใหม่ในช่วงปลายทศวรรษ 1940 โดยได้เป็นบ้านของทีม ‘สิงโตคำราม’ อังกฤษมากถึง 10 นัด และในฟุตบอลโลก 1966 ที่กูดิสันพาร์กก็รองรับเกมการแข่งขันมากถึง 5 นัด เป็นรองก็เพียงแค่เวมบลีย์เท่านั้น

 

แต่สำหรับชาวเอฟเวอร์โตเนียนแล้ว ไม่มีเกมใดที่กูดิสันพาร์กจะสำคัญมากไปกว่าเกมดาร์บี้แมตช์กับลิเวอร์พูล

 

ดาร์บี้ที่ไม่เหมือนใคร ในความผูกพันทั้งรักทั้งชัง ทั้งหวานและขมขื่น

 

ปู่เป็นเอฟเวอร์โตเนียน ยายเป็นลิเวอร์พัดเลียน ไปตัดสินกันในรุ่นหลานว่าอยากจะเลือกสีไหนระหว่างน้ำเงินหรือแดง อาการขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูดของสองฝั่งคือเรื่องปกติ แต่ทั้งหมดก็นั่งดูนั่งเชียร์ด้วยกันได้ และสุดท้ายก็ต้องกลับบ้านมานั่งกินข้าวด้วยกันอยู่ดี

 

เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้หนแรกที่กูดิสันพาร์กเกิดขึ้นในปี 1894 หรือ 2 ปีให้หลังของการแยกตัว

 

เกมนั้นจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบ้านเอฟเวอร์ตันด้วยสกอร์ขาดลอยถึง 3-0

 

ก่อนที่จะได้เปิดศึกสายเลือดกันที่สนามแห่งนี้อีกหลายต่อหลายครั้ง และมีเกมแห่งความทรงจำระหว่างกันมากมาย

 

ในปี 1948 เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ที่กูดิสันมีจำนวนผู้ชมเข้ามามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 78,299 คน

 

ในยุค 1980 เอฟเวอร์ตันเป็นคู่แข่งสำคัญในการไล่ล่าความเป็นหนึ่งของเกาะอังกฤษกับลิเวอร์พูล และเกมที่กูดิสันสำคัญเสมอ เพียงแต่ก็มีเกมอัปยศด้วยเมื่อพวกเขาพ่ายต่อลิเวอร์พูลขาดลอยถึง 5-0 ในปี 1982 ซึ่งเป็นเกมที่ทำให้ลิเวอร์พูลแซงขึ้นนำจ่าฝูง 

 

สกอร์​ 5-0 ที่กูดิสันวันนั้นคือความพ่ายแพ้ต่อคู่ปรับร่วมเมืองที่เลวร้ายที่สุด ขณะที่สกอร์ที่พวกเขาเคยถล่มลิเวอร์พูลมากที่สุดก็คือ 5-0 แต่ก็เกิดขึ้นนานโขตั้งแต่ฤดูกาล 1908/09

 

ในปี 1991 เกมเอฟเอคัพ นัดรีเพลย์ เอฟเวอร์ตันไล่ตามตีเสมอลิเวอร์พูล 4-4 ก่อนที่ เคนนี ดัลกลิช จะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม อันเป็นจุดเริ่มต้นของยุคมืดของคู่ปรับในเวลาต่อมา

 

กูดิสันพาร์กเคยเป็นปราการที่ลิเวอร์พูลตีไม่แตกในยุคต้นพรีเมียร์ลีกที่มี ดันแคน เฟอร์กูสัน หรือ ‘บิ๊กดังก์’ หัวหอกจ้าวเวหาชาวสกอตแลนด์อยู่ในทีม ที่ถึงขั้นมีการพูดกันว่าถ้าลิเวอร์พูลคิดอยากจะบุกมาชนะที่นี่พวกเขาต้องหาทางหยุดบิ๊กดังก์ให้ได้ก่อน

 

โดยจุดเริ่มต้นของช่วงเวลานั้นคือวันที่เอฟเวอร์ตันเอาชนะลิเวอร์พูลได้ที่กูดิสัน 2-0 ในเดือนพฤศจิกายน 1994 จากประตูของเฟอร์กูสัน และ พอล ไรด์เอาต์ ซึ่งเป็นชัยชนะที่มีความหมายมากเพราะสถานการณ์ในเวลานั้นพวกเขาวิกฤติหนัก ชนะแค่เกมเดียวจาก 14 นัดแรกของฤดูกาล 

 

ชัยชนะเหนือลิเวอร์พูลในวันนั้นเป็นจุดเปลี่ยนที่นอกจากจะทำให้พวกเขามีกำลังใจต่อสู้รอดพ้นจากการตกชั้นได้ ยังนำไปสู่การคว้าแชมป์เอฟเอคัพด้วยการล้มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ ซึ่งกลายเป็นโทรฟีใหญ่ใบสุดท้ายที่ทีมคว้ามาได้และยังไม่มีความสำเร็จใดๆ อีกเลยตลอดระยะเวลา 30 ปี

 

กว่าลิเวอร์พูลจะชนะที่กูดิสันได้ต้องรอจนถึงปี 2001 เมื่อพวกเขามาได้ประตูชัยสุดมหัศจรรย์ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ แกรี แมคคัลลิสเตอร์ ซึ่งกลายเป็นประตูสำคัญของลิเวอร์พูลที่ทำอันดับไปแชมเปียนส์ลีกได้เป็นหนแรก

 

ก่อนที่กูดิสันพาร์กจะกลายเป็นสนามเด็กเล่นของลิเวอร์พูล เพราะไม่แพ้เอฟเวอร์ตันที่นี่เลยตั้งแต่ปี 2010 

 

จนกระทั่งเอฟเวอร์ตันทำได้สำเร็จในเกมดาร์บี้นัดที่ 119 เมื่อเดือนเมษายน 2024 ยัดเยียดความปราชัยและดับความหวังทั้งหมดของลิเวอร์พูลและ เจอร์เกน คล็อปป์ ในพรีเมียร์ลีก

 

ก่อนจะถึงความทรงจำครั้งสุดท้าย

 

ค่ำคืนนี้ก็จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้จะลงแข่งในสนามซึ่งได้รับสมญาว่าเป็น ‘The Grand Old Lady’ หรือท่านผู้หญิงของวงการฟุตบอล ก่อนที่เอฟเวอร์ตันจะย้ายไปสนามใหม่ในย่านแบรมลีย์-มัวร์ด็อก ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว พร้อมใช้งานตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป

 

สิ่งที่ดีคือเกมซึ่งเลื่อนมาจากเดือนธันวาคมเพราะพายุดาราห์ถล่ม – จะเป็นเกมที่เปี่ยมด้วยความหมาย

 

ลิเวอร์พูลต้องการชัยชนะเพื่อเดินหน้าไปสู่การเป็นแชมป์ลีกสมัยที่ 20

 

ส่วนเอฟเวอร์ตัน จริงอยู่ที่เรื่องการหนีตกชั้นก็สำคัญ แต่ไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่าการเตะตัดขาลิเวอร์พูลไม่ให้สมหวัง

 

แต่ไม่ว่าจะจบอย่างไร ความทรงจำสุดท้ายของท่านผู้หญิงสีน้ำเงินจะถูกเก็บไว้อย่างดีแน่นอน

 

อ้างอิง

The post ความทรงจำสุดท้ายของ ‘ท่านผู้หญิงสีน้ำเงิน’ ในเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Friedkin Group เข้าเทกโอเวอร์เอฟเวอร์ตันอย่างเป็นทางการ https://thestandard.co/friedkin-group-everton-takeover/ Thu, 19 Dec 2024 13:22:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1021625

BBC Sport รายงานว่า Friedkin Group ได้เข้าเทกโอเวอร์หรื […]

The post Friedkin Group เข้าเทกโอเวอร์เอฟเวอร์ตันอย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>

BBC Sport รายงานว่า Friedkin Group ได้เข้าเทกโอเวอร์หรือซื้อกิจการของสโมสรเอฟเวอร์ตัน ทีมดังในพรีเมียร์ลีกจาก ฟาร์ฮัด โมชิริ เป็นที่เรียบร้อย

 

โดยเชื่อว่าข้อตกลง 99.5% ของสโมสรจะมีมูลค่าเกิน 400 ล้านปอนด์ และจะทำให้เดอะทอฟฟี่กลายเป็นสโมสรที่ 10 ในพรีเมียร์ลีกที่อยู่ภายใต้การบริหารทีมของชาวอเมริกันส่วนใหญ่

 

Friedkin Group ที่เป็นเจ้าของทีมโรมาในเซเรียอาของอิตาลี บรรลุข้อตกลงกับโมชิริเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยพรีเมียร์ลีกมีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายในข้อตกลงดังกล่าวและขณะนี้ได้รับการอนุมัติแล้ว

 

สำหรับแถลงการณ์ของ Friedkin Group ระบุว่า “รู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับสโมสรฟุตบอลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวระดับโลกของเรา นั่นคือ Friedkin Group เอฟเวอร์ตันถือเป็นมรดกอันน่าภาคภูมิใจ และเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นผู้ดูแลสโมสรอันยิ่งใหญ่แห่งนี้

 

“แม้ว่าเราจะเพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของสโมสร แต่เราก็เข้าใจดีว่าเอฟเวอร์ตันมีบทบาทสำคัญต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ และชีวิต ของชาวเอฟเวอร์ตันทั้งที่นี่และทั่วโลก

 

“เราทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการสืบสานมรดกนี้ ขณะเดียวกันก็มีส่วนสนับสนุนในทางบวกต่อชุมชน เศรษฐกิจ และผู้คน ในเมืองอันน่าทึ่งแห่งนี้”

 

สำหรับเอฟเวอร์ตันก่อนหน้านี้เป็นของโมชิริ นักธุรกิจชาวอังกฤษ-อิหร่าน ที่ซื้อหุ้น 49.9% ของเอฟเวอร์ตันเป็นครั้งแรกในปี 2016 ก่อนจะเพิ่มการถือหุ้นเป็น 94.1% ในปี 2022

 

ส่วนสถานการณ์ของทีมปัจจุบันอยู่ในอันดับ 16 ของตารางคะแนน ห่างโซนตกชั้น 3 แต้ม โดยเกมนัดต่อไปทีมของ ฌอน ไดช์ มีงานใหญ่อย่างการเปิดบ้านรับมือกับเชลซี ทีมอันดับ 2 ของตาราง ที่กูดิสันพาร์กในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคมนี้ เวลา 21.00 น.

 

อ้างอิง:

The post Friedkin Group เข้าเทกโอเวอร์เอฟเวอร์ตันอย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี เอฟเวอร์ตัน-ลิเวอร์พูล ถูกเลื่อนออกไปจากผลกระทบของพายุดาร์ราห์ https://thestandard.co/merseyside-derby-postponed-storm-darrah/ Sat, 07 Dec 2024 09:32:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1017080 เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี เอฟเวอร์ตัน-ลิเวอร์พูล

BBC Sport รายงานว่า เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บีระหว่างเอฟเวอ […]

The post เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี เอฟเวอร์ตัน-ลิเวอร์พูล ถูกเลื่อนออกไปจากผลกระทบของพายุดาร์ราห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี เอฟเวอร์ตัน-ลิเวอร์พูล

BBC Sport รายงานว่า เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บีระหว่างเอฟเวอร์ตันและลิเวอร์พูลที่กูดิสันพาร์กถูกเลื่อนออกไป จากเดิมที่มีกำหนดแข่งในเวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ของวันนี้ (7 ธันวาคม)

 

เนื่องจากผลกระทบของพายุดาร์ราห์ ส่งผลให้การเดินทางหยุดชะงัก รวมถึงในพื้นที่เมอร์ซีย์ไซด์มีลมค่อนข้างรุนแรง (70 ไมล์ต่อชั่วโมง) ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้คนได้

 

ทั้งนี้ แมตช์ดังกล่าวถูกกำหนดให้เป็นเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บีในพรีเมียร์ลีกครั้งสุดท้ายระหว่างทั้ง 2 ทีมที่จะได้แข่งกันในกูดิสันพาร์ก ก่อนที่เอฟเวอร์ตันจะย้ายไปที่สนามกีฬาแห่งใหม่ในฤดูกาล 2025/26

 

อ้างอิง:

The post เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี เอฟเวอร์ตัน-ลิเวอร์พูล ถูกเลื่อนออกไปจากผลกระทบของพายุดาร์ราห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชลซียืม ‘ซานโช’ ส่ง ‘สเตอร์ลิง’ ซบอาร์เซนอล รวมดีลเด็ดส่งท้ายตลาดนักเตะ 2024/25 https://thestandard.co/deals-at-the-end-of-the-transfer-market/ Sat, 31 Aug 2024 05:16:48 +0000 https://thestandard.co/?p=977886

จบลงไปแล้วสำหรับตลาดซื้อ-ขายนักเตะของฝั่งพรีเมียร์ลีก 2 […]

The post เชลซียืม ‘ซานโช’ ส่ง ‘สเตอร์ลิง’ ซบอาร์เซนอล รวมดีลเด็ดส่งท้ายตลาดนักเตะ 2024/25 appeared first on THE STANDARD.

]]>

จบลงไปแล้วสำหรับตลาดซื้อ-ขายนักเตะของฝั่งพรีเมียร์ลีก 2024/25 โดยรายของเชลซีตามรายงานข่าวของ BBC Sport พบว่า พวกเขายืมตัว จาดอน ซานโช ปีกวัย 24 ปีจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล พ่วงออปชันซื้อขาด 20-25 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์หน้า

 

ขณะเดียวกัน ทัพสิงห์บลูส์ยังปล่อยผู้เล่นที่ไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ เอ็นโซ มาเรสกา อย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง แนวรุกวัย 29 ปีไปอยู่กับอาร์เซนอล คู่แข่งร่วมลีกในช่วงวันเดดไลน์

 

ฟากฝั่งแมนฯ ยูไนเต็ด ได้เซ็นสัญญากับ มานูเอล อูการ์เต กองกลางจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง และทีมชาติอุรุกวัย ด้วยค่าตัวที่อาจสูงถึง 50.5 ล้านปอนด์ พ่วงสัญญา 5 ปี

 

คริสตัล พาเลซ ปิดดีล เอ็ดดี เอ็นเคเทียห์ กองหน้าวัย 25 ปีของอาร์เซนอลไปร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 30 ล้านปอนด์ และยังคว้าตัว มักซองส์ ลาครัวซ์ กองหลังของโวล์ฟสบวร์ก ด้วยค่าตัวสูงถึง 18 ล้านปอนด์

 

เวสต์แฮม เซ็นสัญญายืมตัว การ์ลอส โซเลร์ กองกลางทีมชาติสเปนจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 

ไอแวน โทนีย์ กองหน้าของเบรนท์ฟอร์ด เปิดตัวเซ็นสัญญากับสโมสรอัล อาห์ลี ในลีกซาอุดีอาระเบียแล้ว หลังเบรนท์ฟอร์ดยอมรับข้อเสนอประมาณ 40 ล้านปอนด์

 

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ บรรลุข้อตกลงในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ ในการยืมตัว เจมส์ วอร์ด-พราวส์ กองกลางของเวสต์แฮม 1 ฤดูกาล และโมราโต้ กองหลังของเบนฟิกาที่ได้มาเสริมแกร่งด้วยค่าตัว 12.6 ล้านปอนด์

 

เอฟเวอร์ตันเซ็นสัญญายืมตัว อาร์มันโด้ โบรยา กองหน้าทีมชาติแอลเบเนียวัย 22 ปี ของเชลซีไปร่วมทีมเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมออปชันซื้อขาดในช่วงซัมเมอร์หน้า

 

สเตฟาน บายเซติช กองกลางวัย 19 ปีของลิเวอร์พูล ย้ายไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล

 

ฟูแลมเซ็นสัญญายืมตัว รีส เนลสัน ปีกของอาร์เซนอล เป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 

แทมมี อับราฮัม กองหน้าทีมชาติอังกฤษวัย 26 ปี ย้ายจากโรมาไปร่วมทีมเอซี มิลาน ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

 

นาโปลีของอันโตนิโอ คอนเตเสริมแกร่งด้วยการเซ็นสัญญากับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ จากแมนฯ ยูไนเต็ดด้วยค่าตัว 25.7 ล้านปอนด์ และบิลลี กิลมัวร์ กองกลางทีมชาติสกอตแลนด์ ย้ายจากไบรท์ตันมาอิตาลีด้วยค่าตัวเบื้องต้น 12 ล้านปอนด์

The post เชลซียืม ‘ซานโช’ ส่ง ‘สเตอร์ลิง’ ซบอาร์เซนอล รวมดีลเด็ดส่งท้ายตลาดนักเตะ 2024/25 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอฟเวอร์ตันพร้อมปล่อย จาร์รัด แบรนธ์เวต ให้แมนฯ ยูไนเต็ด หากได้ 80 ล้านปอนด์ https://thestandard.co/branthwaite-everton-80m-manutd/ Fri, 14 Jun 2024 10:45:55 +0000 https://thestandard.co/?p=945316 จาร์รัด แบรนธ์เวต

วันนี้ (14 มิถุนายน) BBC Sport รายงานว่า ท่ามกลางข่าวลื […]

The post เอฟเวอร์ตันพร้อมปล่อย จาร์รัด แบรนธ์เวต ให้แมนฯ ยูไนเต็ด หากได้ 80 ล้านปอนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาร์รัด แบรนธ์เวต

วันนี้ (14 มิถุนายน) BBC Sport รายงานว่า ท่ามกลางข่าวลือว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับ จาร์รัด แบรนธ์เวต ปราการหลังของเอฟเวอร์ตันได้แล้วนั้น

 

ดูเหมือนทัพปีศาจแดงยังต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่ เมื่อต้นสังกัดของดาวเตะวัย 21 ปีไม่มีความต้องการที่จะปล่อยนักเตะพ้นทีมในตอนนี้ หากแต่มีเพียงเงื่อนไขเดียว นั่นคือพวกเขาต้องการค่าตัวอย่างน้อย 80 ล้านปอนด์จากแมนฯ ยูไนเต็ดในดีลนี้

 

สำหรับแบรนธ์เวตแม้จะไม่ติดทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกยูโร 2024 แต่เขาทำผลงานได้น่าประทับใจในฐานะกองหลังตัวกลางฝั่งซ้ายให้เอฟเวอร์ตัน เขาคือหนึ่งในคีย์แมนที่ช่วยให้ทีมรอดจากการตกชั้นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะโดนหัก 2 แต้มก็ตาม

 

อย่างไรก็ตาม ดีลนี้อาจจะต้องยืดเยื้อไปอีกสักพัก เพราะ BBC Sport ให้ข้อมูลเสริมว่า ท้ายที่สุดเอฟเวอร์ตันอาจย่อมปล่อยนักเตะในราคาที่ลดลงมาราว 50-60 ล้านปอนด์ เพื่อปิดงบการเงินให้เสร็จสิ้น และไม่ให้ละเมิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีกที่เสี่ยงต่อการโดนลงโทษในอนาคต

 

ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดก็ต้องการเซ็นเตอร์แบ็กรายนี้เข้ามาแทนที่ ราฟาเอล วาราน ที่โบกมือลาทีมไปไม่นาน เพื่อผนึกกำลัง แฮร์รี แม็กไกวร์, ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ในฤดูกาลหน้า

 

นอกจากรายของแบรนธ์เวตแล้ว มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ เซ็นเตอร์แบ็กทีมชาติเนเธอร์แลนด์ของบาเยิร์น มิวนิก นับเป็นอีกหนึ่งแข้งดังที่แมนฯ ยูไนเต็ดเฝ้าจับตามองสถานการณ์แบบใกล้ชิด หลังทัพเสือใต้พร้อมปล่อยนักเตะออกจากทีมช่วงซัมเมอร์นี้

 

อ้างอิง:

The post เอฟเวอร์ตันพร้อมปล่อย จาร์รัด แบรนธ์เวต ให้แมนฯ ยูไนเต็ด หากได้ 80 ล้านปอนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปเชตติโน รับไม่ได้ แจ็คสัน-มาดูเอเก แย่งกันยิงจุดโทษในเกมถล่มเอฟเวอร์ตัน 6-0 https://thestandard.co/pochettino-dislike-jackson-and-madueke/ Tue, 16 Apr 2024 03:27:37 +0000 https://thestandard.co/?p=923350 เมาริซิโอ โปเชตติโน

หลังเกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่เชลซีเปิดสแตมฟอร์ดบริดจ์ไล่ […]

The post โปเชตติโน รับไม่ได้ แจ็คสัน-มาดูเอเก แย่งกันยิงจุดโทษในเกมถล่มเอฟเวอร์ตัน 6-0 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมาริซิโอ โปเชตติโน

หลังเกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่เชลซีเปิดสแตมฟอร์ดบริดจ์ไล่ถล่มเอฟเวอร์ตัน 6-0 เมื่อคืนที่ผ่านมา เมาริซิโอ โปเชตติโน ผู้จัดการทีมเชลซี ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงช็อตปัญหา กับจังหวะที่เชลซีได้ลูกจุดโทษในนาทีที่ 60 เมื่อ นิโคลัส แจ็คสัน และ โนนี มาดูเอเก สองผู้เล่นแนวรุกของเชลซีแสดงปฏิกิริยาแย่งกันยิงจุดโทษ หลังก่อนหน้านั้น โคล พาลเมอร์ ที่เป็นขาประจำในการรับหน้าที่นี้ จัดการยิงแฮตทริกไปตั้งแต่ 30 นาทีแรกของเกม

 

และเป็น คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมต้องมาห้ามทั้งสองคน ก่อนให้ โคล พาลเมอร์ ทำหน้าที่ยิงจุดโทษเข้าไป และเป็นการยิง 4 ประตูในเกมเดียวของเจ้าตัว

 

โปเชตติโนกล่าวว่า “ผมรับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้ ผมบอกพวกเขาว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เห็นพฤติกรรมแบบนี้

 

“มันไม่ควรมีภาพของพฤติกรรมเหล่านี้หลังจากเราทำผลงานได้ดี หากเราต้องการเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม เราต้องเปลี่ยนแปลงและคิดถึงภาพรวมบาง

 

“คนยิงจุดโทษคือพาลเมอร์ มีเพียงพาลเมอร์เท่านั้นที่เป็นคนตัดสินใจว่าเขาต้องการส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมหรือไม่ เรื่องนี้ต้องได้รับการแก้ไข”

 

อย่างไรก็ดี หลังจากพาลเมอร์ทำหน้าที่ยิงจุดโทษลูกนั้นเข้าไป ก็มีภาพของมาดูเอเกที่เดินไปหาแจ็คสันเพื่อเคลียร์ใจกัน ซึ่งก็จบลงด้วยดี ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองในสนาม

The post โปเชตติโน รับไม่ได้ แจ็คสัน-มาดูเอเก แย่งกันยิงจุดโทษในเกมถล่มเอฟเวอร์ตัน 6-0 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรีเมียร์ลีกลดโทษตัดแต้มเอฟเวอร์ตัน จาก 10 เหลือ 6 แต้ม https://thestandard.co/everton-points-deduction/ Tue, 27 Feb 2024 00:49:07 +0000 https://thestandard.co/?p=904452 เอฟเวอร์ตัน

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันผลการอ […]

The post พรีเมียร์ลีกลดโทษตัดแต้มเอฟเวอร์ตัน จาก 10 เหลือ 6 แต้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอฟเวอร์ตัน

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันผลการอุทธรณ์โทษของ เอฟเวอร์ตัน ที่ถูกลงโทษจากการละเมิดกฎการเงิน โดยลดโทษจากตัด 10 คะแนน เหลือ 6 คะแนน

 

ก่อนหน้านี้เอฟเวอร์ตันถูกลงโทษตัด 10 คะแนนในเดือนพฤศจิกายนปีก่อน จากความผิดฐานฝ่าฝืนกฎการเงินของพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นการตัดคะแนนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

 

การลงโทษในตอนนั้นทำให้ทีม ‘ทอฟฟี่’ เหลือเพียง 4 คะแนน และหล่นจากอันดับ 14 มาอยู่ที่ 19 ของตารางในตอนนั้น

 

แต่การลดโทษที่เกิดขึ้นในวันนี้จะคืนแต้มให้พวกเขา 4 คะแนน ส่งผลให้ทีมของ ฌอน ไดซ์ จะมีคะแนนเพิ่มเป็น 27 คะแนน และจะขยับจากที่ 17 ขึ้นมารั้งอันดับ 15 ของตาราง

 

อย่างไรก็ตาม เอฟเวอร์ตันยังต้องรอผลอุทธรณ์ความผิดในข้อหาที่ 2 ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาสำหรับการทำความผิดเกี่ยวกับงบดุลฤดูกาล 2022-2023 อีกครั้งด้วย

 

อ้างอิง:

The post พรีเมียร์ลีกลดโทษตัดแต้มเอฟเวอร์ตัน จาก 10 เหลือ 6 แต้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมเอฟเวอร์ตันจึงอาจโดนพรีเมียร์ลีกตัดแต้มเป็นครั้งที่ 2? https://thestandard.co/everton-and-more-points-deduction/ Tue, 16 Jan 2024 06:24:45 +0000 https://thestandard.co/?p=888249

คืนวันจันทร์ที่ผ่านมาพรีเมียร์ลีกได้ออกประกาศตั้งข้อหาน […]

The post ทำไมเอฟเวอร์ตันจึงอาจโดนพรีเมียร์ลีกตัดแต้มเป็นครั้งที่ 2? appeared first on THE STANDARD.

]]>

คืนวันจันทร์ที่ผ่านมาพรีเมียร์ลีกได้ออกประกาศตั้งข้อหาน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และเอฟเวอร์ตัน หลังกระทำผิดเกี่ยวกับกฎการใช้จ่ายทางการเงินที่เรียกว่า Profit and Sustainability Rules (PSR)

 

บทลงโทษสำหรับทั้งสองสโมสรคือการ ‘ตัดแต้ม’ ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะถูกตัดเป็นจำนวนคะแนนเท่าไร แต่ก่อนหน้านี้เอฟเวอร์ตันเคยถูกลงโทษตัดแต้มไปแล้วถึง 10 แต้มด้วยกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่สโมสรจากเมอร์ซีย์ไซด์และจากป่าเชอร์วูดจะถูกลงโทษในเกณฑ์ใกล้เคียงกับบทลงโทษเดิม

 

การดำเนินการของพรีเมียร์ลีกในครั้งนี้ถูกตั้งคำถามหลายอย่างที่ทำให้รู้สึกคลางแคลงใจ รวมถึงคำถามใหญ่ที่หากไม่ได้ติดตามเรื่องราวยากจะเข้าใจคือ เอฟเวอร์ตันไปทำอะไร ทำไมจึงโดนลงโทษอีกเป็นครั้งที่ 2 ในฤดูกาลเดียว?

 

เหยียบเท้าใครหรือเปล่า?

 

 

การออกประกาศยืนยันจากพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา สร้างแรงสั่นสะเทือนอยู่ไม่น้อย เพราะแม้ว่าจะมีการ ‘คาดโทษ’ เอาไว้แค่ 2 สโมสร โดยอีก 2 ทีมที่ถูกเพ่งเล็งอย่างเชลซีและนิวคาสเซิลไม่ได้ถูกตั้งข้อหาด้วย แต่หนึ่งในนั้นคือเอฟเวอร์ตันที่เคยถูกลงโทษในแบบเดียวกันไปแล้ว และกำลังจะโดนลงโทษซ้ำสอง

 

สำหรับที่มาที่ไปของเรื่องนี้มาจากการที่พรีเมียร์ลีกได้กำหนดให้ทุกสโมสรส่งการสรุปบัญชีประจำปีงบประมาณ 2022/23 ที่สิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิถุนายน มาให้ตรวจสอบภายในวันที่ 31 ธันวาคม หรือวันสุดท้ายของปีที่ผ่านมา

 

การตรวจสอบนี้เป็นการตรวจสอบข้อมูลทางการเงินตามกฎ PSR ซึ่งเป็นกฎที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกสโมสรสามารถดำเนินกิจการได้อย่างยั่งยืนและถูกต้อง

 

PSR มีหัวใจอยู่ 2 ข้อด้วยกัน

 

  1. สโมสรได้รับอนุญาตให้ขาดทุนสะสมได้ 105 ล้านปอนด์ ในระยะเวลา 3 ปีรอบงบประมาณ
  2. หรือขาดทุนได้ไม่เกินปีละ 35 ล้านปอนด์

 

 

เอฟเวอร์ตันโดนฟันซ้ำ

 

ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญ ทำไมเอฟเวอร์ตันถึงโดนเล่นอีกรอบ?

 

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สร้างความสับสนได้มากที่สุด เพราะหากจะมีการลงโทษเกี่ยวกับกฎทางการเงินก็ควรจะมีขึ้นแค่เพียงฤดูกาลละครั้งเดียว แต่ทำไมสโมสรจากเมอร์ซีย์ไซด์ถึงถูกเล่นงานซ้ำอีก

 

เหตุผลเป็นเพราะมันเป็นคนละรอบการตรวจสอบกัน

 

บทลงโทษที่เอฟเวอร์ตันเผชิญเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาที่ถูกตัด 10 แต้ม มาจากการตรวจสอบของรอบงบประมาณที่สิ้นสุดในฤดูกาล 2021/22 โดยการตรวจสอบและชี้มูลความผิดมีขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2023

 

เพียงแต่ในครั้งนั้นการตรวจสอบเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อเรื่องของการคงอยู่ในพรีเมียร์ลีกสำหรับหลายสโมสร โดยย้อนกลับไปในช่วงเวลาดังกล่าวมีหลายสโมสรที่ยื่นคำร้องขอให้เร่งตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อนจบฤดูกาล 2022/23 เนื่องจากเอฟเวอร์ตันเป็นหนึ่งในทีมที่ลุ้นหนีการตกชั้นเช่นกัน

 

แต่สุดท้ายเมื่อพรีเมียร์ลีกที่แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบยังจัดการไม่สำเร็จ เอฟเวอร์ตันรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ ขณะที่เซาแธมป์ตัน, เลสเตอร์ ซิตี้ และลีดส์​ ยูไนเต็ดต้องตกชั้นไป ซึ่งการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกหมายถึงเงินรายได้มหาศาลสูญหายไปด้วยหลักร้อยล้านปอนด์

 

ทั้งๆ ที่หากมีการตัดสินก่อนสิ้นสุดฤดูกาลจะจบ เอฟเวอร์ตันจะเป็นหนึ่งในทีมที่ตกชั้นแทน

 

เพื่อไม่ให้เกิดกรณีนี้อีก พรีเมียร์ลีกจึงมีการปรับระเบียบใหม่ให้กระบวนการตรวจสอบรวดเร็วขึ้น โดยจะต้องเสร็จสิ้นภายในฤดูกาลเดียวกัน

 

ดังนั้นการที่เอฟเวอร์ตันจะถูกลงโทษซ้ำครั้งที่ 2 นี้ มาจากความผิดที่เกิดขึ้นในรอบการตรวจสอบของฤดูกาล 2022/23 ที่ยังคงพบว่าทำผิดกฎ PSR เหมือนเดิม แม้ว่าทางเอฟเวอร์ตันจะพยายามชี้แจงว่าตัวเลขการขาดทุนส่วนหนึ่งมาจากงบประมาณในการสร้างสนามแห่งใหม่

 

สิ่งที่น่าสนใจคือเอฟเวอร์ตันยังอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์โทษตัดแต้มครั้งแรก ที่คาดว่าจะทราบผลการอุทธรณ์ภายในเดือนนี้

 

 

ฟอเรสต์ผิดตรงไหน?

 

สำหรับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มีรายละเอียดที่แตกต่างจากกรณีของเอฟเวอร์ตันเล็กน้อย เพราะก้าวขึ้นมาพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

 

ฟอเรสต์อยู่ในลีกเดอะแชมเปียนชิป ซึ่งเป็นลีกในสังกัดของฟุตบอลลีก (EFL) ที่ได้รับอนุญาตให้ขาดทุนได้ไม่เกินปีละ 13 ล้านปอนด์ สำหรับฤดูกาล 2020/21 และ 2021/22 จะนำมาบวกกับตัวเลขการขาดทุนของพรีเมียร์ลีกที่ได้ไม่เกินปีละ 35 ล้านปอนด์ รวมแล้วฟอเรสต์ได้รับอนุญาตให้ขาดทุนไม่เกิน 61 ล้านปอนด์ด้วยกัน

 

แต่อดีตทีมดังในยุค 80 ขาดทุนในฤดูกาล 2020/21 ที่ 15.5 ล้านปอนด์ จากนั้นขาดทุนอีก 45.6 ล้านปอนด์ในฤดูกาลต่อมา

 

ส่วนในฤดูกาล 2022/23 พวกเขาอาจได้เงินค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดจากพรีเมียร์ลีก 90 ล้านปอนด์ แต่ใช้จ่ายเงินไปมากมายมหาศาลในการซื้อผู้เล่นถึง 42 คน ใช้เงินไปกว่า 250 ล้านปอนด์ ไม่นับการจ่ายค่าเหนื่อยที่มากมายมหาศาล

 

อย่างไรก็ดี ทางด้านฟอเรสต์ได้พยายามโต้แย้งว่าสโมสรพยายามขาย เบรนแนน จอห์นสัน ปีกดาวรุ่งของสโมสรออกไปในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งมีประเด็นอยู่ที่ว่าหากรีบปล่อยตัวออกไปก่อนปิดปีงบประมาณ จะได้ราคา 30 ล้านปอนด์ ก็อาจทำให้สโมสรรอดพ้นจากการกระทำผิด แต่การปล่อยตัวหลังจากนั้นให้กับสเปอร์ส ได้เงินกลับมาถึง 47.5 ล้านปอนด์ ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อสโมสรมากกว่าหากมองในแง่ของความยั่งยืน

 

 

กฎที่สั่นไหว

 

อย่างไรก็ดี ประเด็นใหญ่ที่พรีเมียร์ลีกถูกเพ่งเล็งก็คือเรื่องของตัวกฎ PSR เอง และการดำเนินการของพรีเมียร์ลีก

 

ในขณะที่ความพยายามจะตรวจสอบและจัดการให้เสร็จสิ้นภายในฤดูกาลเดียวเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีจุดที่ชวนตั้งคำถามอยู่เมื่อมองกระบวนการอย่างถี่ถ้วน

    

  • สโมสรที่ถูกตั้งข้อหามีเวลา 2 สัปดาห์ในการคัดค้าน
  • คณะกรรมการอิสระจะตรวจสอบและประกาศผลว่าผิดจริงหรือไม่ในเดือนเมษายน
  • สโมสรมีสิทธิ์อุทธรณ์หลังจากนั้น
  • กระบวนการอุทธรณ์จะถูกพิจารณาภายในวันที่ 24 พฤษภาคม

 

ประเด็นคือวันที่ 24 พฤษภาคมนั้นเป็นช่วงหลังจากที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกปิดฤดูกาลไปแล้ว นั่นหมายถึงเอฟเวอร์ตัน, ฟอเรสต์ รวมถึงสโมสรอื่นๆ ที่มีส่วนกับการลุ้นหนีตกชั้นจะไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองแม้บอลจะจบฤดูกาลไปแล้วก็ตาม

 

ประเด็นต่อมาที่มีการตั้งข้อสงสัยคือ พรีเมียร์ลีกจะมีการ ‘อัปเดต’​ กฎ PSR ใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ (ที่ผ่านมาเป็นแค่การเร่งรัดกระบวนการให้เร็วขึ้น) ซึ่งมีการเปิดเผยกันว่าภายใต้เกณฑ์ที่จะมีการอัปเดตใหม่ให้สอดคล้องกับทางยูฟ่า สโมสรอย่างเอฟเวอร์ตันอาจรอดพ้นจากความผิดได้

 

เพราะ PSR ในปัจจุบันเป็นกฎที่ออกมานานหลายปี ตัวเลขการขาดทุนสะสม 105 ล้านปอนด์ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงนัก เรียกว่าจ่ายค่าตัว มอยเซส ไกเซโด ยังไม่ได้เลย

 

ตรงนี้ที่เป็นปัญหา เพราะพรีเมียร์ลีกกำลังยอมรับด้วยตัวเองว่ากฎ PSR ล้าสมัย แต่จะบังคับใช้ทั้งๆ ที่จะมีการออกกฎใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อีกทั้งพรีเมียร์ลีกก็ไม่ได้มีการแจงรายละเอียดอย่างชัดเจนและโปร่งใสว่าทำไมจึงตัดสินแบบนี้

 

สโมสรที่เสียผลประโยชน์อย่างเอฟเวอร์ตันและฟอเรสต์จึงต้องพยายามต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตัวเองเช่นกัน และการต่อสู้นั้นส่อเค้าจะรุนแรง เพราะขณะที่สโมสรออกแถลงการณ์ชี้แจงและแสดงความไม่เห็นด้วย พรีเมียร์ลีกกลับออกแถลงการณ์ว่าทั้งสองสโมสร “ยืนยัน” การกระทำผิดแล้ว

 

ไม่นับคำถามใหญ่สุดเกี่ยวกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ถูกดำเนินคดีถึง 115 ข้อหา โดยที่ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนใดๆ ออกมา

 

สถานการณ์ตอนนี้จึงไม่มีใครได้เลย มีแต่คนเสีย

 

โดยเฉพาะพรีเมียร์ลีกในยุคของซีอีโอ ริชาร์ด มาสเตอร์ส ที่ฉาวขึ้นทุกวัน

 

อ้างอิง:

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ทำไมเอฟเวอร์ตันจึงอาจโดนพรีเมียร์ลีกตัดแต้มเป็นครั้งที่ 2? appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบบไหนผิด…แบบไหนถูก? ในวันที่ผู้คนเริ่มไม่เข้าใจกฎฟุตบอลอีกต่อไป https://thestandard.co/laws-of-the-game-right-or-wrong/ Thu, 28 Dec 2023 11:43:06 +0000 https://thestandard.co/?p=882321

การที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลออกมาบ่นเรื่องของการตัดสินนั้นไ […]

The post แบบไหนผิด…แบบไหนถูก? ในวันที่ผู้คนเริ่มไม่เข้าใจกฎฟุตบอลอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>

การที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลออกมาบ่นเรื่องของการตัดสินนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ผู้จัดการทีมสองคนออกมาตั้งคำถามถึงเรื่องของการตัดสินในสองเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นบ่อยนัก

 

และการที่ผู้จัดการทีมมากประสบการณ์อย่าง ฌอน ไดช์ และ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ออกมาพูดในทำนองเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า ณ เข็มนาฬิกาเดินไปนี้ พวกเขาไม่เข้าใจกับ ‘กฎ’ ในเกมฟุตบอลอีกต่อไป ทำให้เป็นเรื่องที่ควรจะมีการตั้งคำถามกันหรือไม่

 

ว่าตกลงแล้วสิ่งที่เราเคยคิดว่าเข้าใจเกมฟุตบอลมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นกฎแฮนด์บอลหรือกฎล้ำหน้า ตกลงแล้วเราเข้าใจมันจริงๆ ใช่ไหม

 

หรือมันถูกทำให้เข้าใจไม่ได้กันแน่?

 

 

ล้ำหน้าที่ไม่ล้ำหน้า

 

ย้อนกลับไปในเกมที่กูดิสันพาร์กเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา มีสองเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับทั้งเอฟเวอร์ตัน ทีมเจ้าบ้าน และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมเยือน

 

เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในระหว่างครึ่งแรก เมื่อเอฟเวอร์ตันที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก แจ็ค แฮร์ริสัน ในนาทีที่ 29 สบโอกาสในการที่จะได้ลุ้นประตูอีกครั้ง

 

เป็นเบโตศูนย์หน้าของทีม ที่ได้โอกาสลุ้นสับไกยิง แต่ปัญหาคือจังหวะนี้เขาล้ำหน้าอย่างชัดเจน เพียงแต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่อยู่ข้างสนามไม่ยอมยกธงล้ำหน้า ทำให้จังหวะการเล่นดำเนินต่อไปและนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

 

โดยในจังหวะที่เบโตกำลังยิง จอห์น สโตนส์ ปราการหลังคนสำคัญของแมนฯ ซิตี้ ตามมาแล้วพยายามที่จะหยุดให้ได้ ผลปรากฏว่าเกิดลงผิดจังหวะ ทำให้ได้รับบาดเจ็บไปด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่รู้ว่าอาการของกองหลังเชิงสูงจะหนักและต้องพักการเล่นยาวแค่ไหน

 

คำถามที่หลายคนไม่เข้าใจคือ ทำไมไลน์แมนจึงไม่ยอมยกธงในจังหวะที่มันชัดเจนขนาดนี้?

 

 

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ไม่พอใจในเหตุการณ์นี้อย่างมาก เพียงแต่ในความเห็นของกุนซือชาวกาตาลัน คนที่ผิดไม่ใช่ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ไม่ยอมยกธง แต่เป็นคนที่ออกกฎในเรื่องการล้ำหน้า

 

“ผมไม่เข้าใจเลย มันชัดเจนขนาดนี้ว่าล้ำหน้า และตอนนี้เขา (สโตนส์) ก็บาดเจ็บไปแล้ว พวกเขาถึงจะมาบอกว่าผมพูดถูกแล้ว ซึ่งมันสายไปแล้วไหม” เป๊ปกล่าวหลังจบเกม

 

สำหรับกฎล้ำหน้าที่เป็นปัญหานี้ เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการตัดสินเล็กน้อยจากการตัดสินแบบ ‘Proactive’ คือผู้ช่วยผู้ตัดสินมองเป็นจังหวะล้ำหน้าก็จะยกธงทันทีเพื่อหยุดจังหวะเกม มาเป็นการตัดสินแบบ ‘Reactive’ คือจะปล่อยจังหวะให้ต่อเนื่องไปก่อน จนกว่าผู้เล่นแนวรุกที่ล้ำหน้าจะเล่นในจังหวะต่อจากลูกล้ำหน้าจึงจะยกธง โดยวัตถุประสงค์ก็เพื่อให้เกมไหลลื่นมากที่สุด

 

ยิ่งในปัจจุบันมีระบบ Video Assistant Referee (VAR) เข้ามาช่วย ทำให้ผู้ช่วยผู้ตัดสินส่วนใหญ่มักจะปล่อยจังหวะการเล่นให้ต่อเนื่องไปก่อน เพราะสุดท้ายจะมี VAR เข้ามาช่วยตรวจสอบอีกขั้นอยู่ดี

 

ปัญหาคือ การปล่อยให้เล่นต่อไปแบบนี้มีโอกาสที่จะทำให้เกิดปัญหาในเกมได้ โดยเฉพาะเรื่องอาการบาดเจ็บของผู้เล่นที่ไม่มีใครยอมใครอยู่แล้วในจังหวะชี้เป็นชี้ตาย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีผู้จัดการทีมหลายคนออกมาทักท้วงว่า การที่ไลน์แมนไม่ทำหน้าที่เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ทีมฝ่ายรับ และเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้เล่นบาดเจ็บโดยไม่จำเป็น

 

“นี่เป็นประเด็นของการที่ไม่ยอมยกธงขึ้น” อลัน เชียเรอร์ อดีตหัวหอกทีมชาติอังกฤษ กล่าวใน Amazon Prime “พวกเขาจะปล่อยให้เล่นต่อ แล้วมันก็จะมีสักวันที่จะมีคนบาดเจ็บเพราะแบบนี้”

 

การบาดเจ็บของสโตนส์จึงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันสามารถเลี่ยงที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้

 

 

แฮนด์บอลคืออะไร แบบไหนคือแฮนด์บอล?

 

โบราณท่านว่า อิสตรีเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยากที่สุดแล้ว แต่ตอนนี้พวกเธอมีคู่แข่งแล้ว และคู่แข่งนั้นชื่อว่า ‘กฎแฮนด์บอล’

 

เรื่องนี้เหมือนจะเป็นคำพูดขำขันแต่ตอนนี้กฎแฮนด์บอลกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครในโลกฟุตบอลเข้าใจอีกต่อไป

 

ในเกมที่กูดิสันพาร์ก เอฟเวอร์ตัน เจ้าบ้าน ต้องเสียจุดโทษในช่วงครึ่งหลังในจังหวะที่ นาธาน อาเก ยิงไปชนแขนของ อมาดู โอนานา ในกรอบเขตโทษ 

 

เดิม จอห์น บรูกส์ ผู้ตัดสินให้เป็นแค่ลูกจุดโทษ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินได้แนะนำว่าควรให้เป็นลูกจุดโทษ ซึ่งสุดท้ายก็มีการให้ลูกจุดโทษแก่แมนฯ ซิตี้ ซึ่งกลายเป็นประตูแซงนำ 2-1 จากการยิงของ ฮูเลียน อัลวาเรซ

 

โรแบร์โต มาร์ติเนซ อดีตนายใหญ่ทอฟฟี่เมน บอกว่า “สำหรับผมลูกนี้ไม่เป็นจุดโทษแน่นอน คนในโลกฟุตบอลรู้ดีว่ามันไม่ใช่จุดโทษ”

 

ลูกนี้ในมุมมองของ ฌอน ไดช์ เขาไม่คิดว่ามันเป็นลูกแฮนด์บอลเช่นกัน เพราะมันคือบอลทูแฮนด์ “จุดโทษที่พวกเขาได้ ผมไม่เข้าใจเลย และผมก็คิดว่าไม่มีใครเข้าใจด้วย เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเราเพิ่งมีการคุยกันผ่าน Zoom ซึ่งผู้จัดการทีมทุกคนบอกว่ามันใจร้ายไป และเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงให้จุดโทษ”

 

บนโลกโซเชียลยังมีการนำเหตุการณ์นี้ไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในเกมระหว่างลิเวอร์พูลกับอาร์เซนอลซึ่งมีจังหวะปัญหา เมื่อ มาร์ติน โอเดอการ์ด กัปตันกันเนอร์ส ใช้มือปัดลูกในจังหวะที่ โมฮาหมัด ซาลาห์ สะกิดบอลกำลังจะผ่านตัว

 

เหตุการณ์นี้ทางด้าน PGMOL บริษัทที่กำกับดูแลผู้ตัดสินในพรีเมียร์ลีก ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินทั้งในสนามและ VAR ว่าถูกต้องแล้ว เพราะในจังหวะนั้นโอเดอการ์ดลื่นและมือหุบเข้าหาตัวมากกว่าจะกางออกไปป้องกันบอล

 

 

 

แต่สำหรับแฟนลิเวอร์พูลและแฟนบอลกลางๆ อีกจำนวนไม่น้อยบอกว่า มองจากดาวอังคารก็เห็นว่าโอเดอการ์ดใช้มือปัดบอล

 

ในขณะที่โอเดอการ์ดไม่เป็นการทำแฮนด์บอล แต่จังหวะของโอนานากลายเป็นการทำแฮนด์บอล

 

ในเรื่องนี้อดีตผู้ตัดสินอย่าง มาร์ก แคลตเทนเบิร์ก มองว่า มันเป็นเรื่องของกฎที่เขียนให้ตีความ และคิดว่าเป็นสิ่งที่ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงในอดีต

 

แต่ต่อให้จะมองว่าเป็นการตีความตามกฎแฮนด์บอลฉบับล่าสุดที่มีการเขียนไว้ ซึ่งกฎมีการอัปเดตตลอด แต่กลับไม่มีมาตรฐานการตัดสินที่แน่นอน เกมนี้ตัดสินอย่าง เกมหน้าตัดสินอย่าง

 

“คืนนี้คุณจะนิยามมันว่าอย่างไร?”​ ไดช์ตั้งคำถาม “คุณคงต้องลองส่องลูกแก้วดูแล้ว ถ้าเขา (โอนานา) ตั้งใจปัดจริงเขาก็ควรจะไปเป็นผู้รักษาประตูแล้ว เพราะปฏิกิริยาตอบสนองของเขาไวยิ่งกว่าแมวเหมียวอีก ถือว่าเซฟสวยเลยนะ”

 

เรื่องการตีความกฎและมาตรฐานการตัดสินของผู้ตัดสินในเวลานี้จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่มีประเด็นให้พูดถึงได้แทบทุกสัปดาห์ (และกลางสัปดาห์ โดยเฉพาะในฟุตบอลอังกฤษ) ซึ่งทาง PGMOL ไปจนถึง FA และ IFAB เองต่างก็รับรู้ว่ามีปัญหา

 

ปัญหาคือยิ่งพวกเขาพยายามแก้กฎทุกอย่าง มันกลับอลหม่านมากยิ่งขึ้น

 

จนถึงตอนนี้ กฎฟุตบอลสำหรับหลายคน – แม้กระทั่งอดีตนักฟุตบอลหรือนักวิเคราะห์เอง – ต่างทำใจแล้วว่า ‘ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ’ อีกต่อไป

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

อ้างอิง:

The post แบบไหนผิด…แบบไหนถูก? ในวันที่ผู้คนเริ่มไม่เข้าใจกฎฟุตบอลอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยืนยันว่า กรณีการละเมิดทางการเงินของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับเอฟเวอร์ตัน แตกต่างกัน https://thestandard.co/pep-guardiola-confirmed-differences-manchester-city-and-everton-financial-abuse/ Sat, 25 Nov 2023 03:16:07 +0000 https://thestandard.co/?p=869571 เป๊ป กวาร์ดิโอลา

เมื่อคืนที่ผ่านมา (24 พฤศจิกายน) BBC สื่อชื่อดังของอังก […]

The post เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยืนยันว่า กรณีการละเมิดทางการเงินของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับเอฟเวอร์ตัน แตกต่างกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เป๊ป กวาร์ดิโอลา

เมื่อคืนที่ผ่านมา (24 พฤศจิกายน) BBC สื่อชื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา หัวหน้าโค้ชของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันว่า ข้อกล่าวหากรณีการละเมิดค่าใช้จ่ายทางการเงิน 115 รายการที่ทีมของเขาต้องเผชิญนั้น แตกต่างกับความผิดของเอฟเวอร์ตันที่ถูกลงโทษด้วยการตัดคะแนน และไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้

 

ทีมทอฟฟีสีน้ำเงินถูกลงโทษตัดคะแนน 10 แต้มเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากพบว่ามีความผิดฐานละเมิดกฎทางการเงิน 

 

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มีการวิเคราะห์กันว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้อาจต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน หลังกำลังถูกสอบสวนฐานละเมิดค่าใช้จ่ายทางการเงินมากถึง 115 รายการ

 

แต่ทางกวาร์ดิโอลาเชื่อว่า ทั้ง 2 กรณีนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบกันได้เลย

 

โดยนายใหญ่ชาวสเปนกล่าวว่า “เรียนตามตรงว่ามันเป็นสองกรณีที่แตกต่างกัน มันไม่เหมือนกัน

 

“ผมได้พูดคุยกับคนของผมแล้ว และพวกเขาก็บอกว่ามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คดีของเรามันยาวกว่า มันซับซ้อนกว่า เพราะมีการละเมิด 115 ครั้ง ดังนั้นอยากให้รอก่อน

 

“ตอนนี้ทนายความของทั้งสองฝ่ายก็นำเสนอสำนวนคดีของตนต่อหน้าผู้พิพากษาและรอคำตัดสิน

 

“ผมจะรอ รอดูต่อไป และหลังจากการตัดสินเสร็จสิ้นแล้วเราจะมาที่นี่อีกครั้ง และจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น”

 

ปัจจุบันคดีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการอิสระ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎมากกว่า 100 ครั้งระหว่างปี 2009-2018 และยังถูกกล่าวหาว่าไม่ให้ความร่วมมือนับตั้งแต่การสอบสวนเริ่มขึ้นในเดือนธันวาคม 2018 ด้วย

 

พวกเขาถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนคดีของเอฟเวอร์ตัน แต่ปัจจุบันคดีของพวกเขายังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนอยู่

 

คณะกรรมการอิสระที่ดูแลคดีนี้สามารถกำหนดบทลงโทษได้ตั้งแต่สั่งปรับเงิน หักคะแนน ไปจนถึงขับออกจากพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

 

อ้างอิง: 

The post เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยืนยันว่า กรณีการละเมิดทางการเงินของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับเอฟเวอร์ตัน แตกต่างกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรณีการตัดแต้มเอฟเวอร์ตัน กับบรรทัดฐานการลงโทษแมนฯ ซิตี้-เชลซี? https://thestandard.co/everton-deducted-ten-points-by-the-premier-league/ Sat, 18 Nov 2023 11:46:08 +0000 https://thestandard.co/?p=867157 everton

หลังจากที่มีการคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนที่แล้ […]

The post กรณีการตัดแต้มเอฟเวอร์ตัน กับบรรทัดฐานการลงโทษแมนฯ ซิตี้-เชลซี? appeared first on THE STANDARD.

]]>
everton

หลังจากที่มีการคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนที่แล้วว่าเอฟเวอร์ตันจะถูกลงโทษสถานหนักจากพรีเมียร์ลีก จากการกระทำผิดกฎทางการเงินที่เรียกว่า ‘Profit and Sustainability Rule’ (PSR หรือก่อนหน้านี้เรียกว่า P&S) ในที่สุดก็มีการประกาศบทลงโทษออกมาอย่างเป็นทางการ

 

โดยโทษนั้นน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์เอาไว้เล็กน้อยจาก 12 เหลือเป็นการตัดแต้ม 10 แต้มด้วยกัน

 

บทลงโทษดังกล่าวทำให้ประเด็นเรื่องการกระทำผิดกฎทางการเงินของสโมสรในพรีเมียร์ลีกกลายเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจในวงกว้างขึ้นมาทันทีหลังจากที่เป็นเรื่องที่อยู่ในวงแคบมานาน ซึ่งมีหลายคำถามที่เกิดขึ้นกับกรณีของเอฟเวอร์ตันเอง

 

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกรณีของ 2 สโมสรใหญ่ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำผิดร้ายแรงทางกฎการเงินเช่นกันอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้และเชลซี ซึ่งบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดมีการคาดหมายว่าอาจถึงขั้นการปรับตกชั้นได้เลยทีเดียว

 

มันจะถึงขนาดนั้นเชียวหรือ?

 

everton

 

เอฟเวอร์ตันทำผิดอะไร?

สำหรับกรณีของเอฟเวอร์ตัน บทลงโทษตัดแต้ม 10 แต้ม ถือเป็นการลงโทษตัดแต้มที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก

 

ก่อนหน้านี้เคยมีการลงโทษมิดเดิลสโบรช์ด้วยการตัด 3 คะแนนในฤดูกาล 1996/97 (ขอยกเลิกแมตช์โดยไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากทีมประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ) และพอร์ตสมัธที่ถูกตัด 9 คะแนนในฤดูกาล 2009/10 จากการที่สโมสรต้องถูกเข้าควบคุมกิจการจากการบริหารที่ล้มเหลวทางการเงิน

 

ทั้งมิดเดิลสโบรช์และพอร์ตสมัธสุดท้ายแล้วตกชั้นด้วยกันทั้งสองทีม

 

ขณะที่เอฟเวอร์ตัน การลงโทษมาจากการที่สโมสรทำผิดในกรณีที่ปลอมแปลงตัวเลขบัญชีสโมสร เพื่อให้เป็นไปตามกฎ PSR ที่ระบุว่าแต่ละสโมสรจะสามารถขาดทุนในช่วงระยะเวลา 3 ปีได้ไม่เกิน 105 ล้านปอนด์ โดยมีตัวเลขในการขาดทุนเกินไป 19.5 ล้านปอนด์

 

ความพยายามในการบิดเบือนตัวเลขด้วยการผ่องถ่ายรายจ่ายบางอย่างออกไปอยู่ที่การสร้างสนามแข่งแห่งใหม่ที่แบรมลีย์-มัวร์ ด็อก ถือเป็นการกระทำทุจริต

 

หลังการตรวจสอบพรีเมียร์ลีก ซึ่งเร่งรัดกระบวนการในการพิจารณาคดีทางการเงินให้เร็วขึ้น หลังจากถูกร้องเรียนว่าการพิจารณาเป็นไปอย่างล่าช้าจนทำให้เอฟเวอร์ตันรอดพ้นจากการตกชั้นในฤดูกาลที่แล้ว 2022/23 ได้ตัดสินว่าผลประกอบการติดลบของเอฟเวอร์ตันเกิดจากการบริหารจัดการที่ย่ำแย่เองของสโมสร โดยเฉพาะการซื้อผู้เล่น

 

ประกอบกับการเสียโอกาสในการขายสิทธิ์ชื่อสนามให้แก่ USM บริษัทสัญชาติรัสเซีย ซึ่งเป็นของ อลิเชอร์ อุสมานอฟ มหาเศรษฐีที่เป็นผู้ร่วมลงทุนกับ ฟาร์ฮัด โมชิริ เจ้าของสโมสร จนทำให้ขาดเงินรายได้ไปกว่า 200 ล้านปอนด์ ทำให้สถานะทางการเงินของสโมสรเข้าขั้นวิกฤต

 

สุดท้ายก็นำไปสู่บทลงโทษในที่สุด แม้จะเป็นที่คาดกันว่าจะมีความพยายามในการต่อสู้ยื่นอุทธรณ์หลังจากนี้ก็ตาม

 

 

เจ้ากรรมนายเวรยังตามต่อ

ประเด็นที่น่าสนใจคือเอฟเวอร์ตันอาจจะต้องชดใช้ผลกรรมมากกว่าแค่เรื่องของการโดนตัดแต้มที่ทำให้มีความเสี่ยงที่จะตกชั้นในฤดูกาลนี้เท่านั้น

 

นั่นเพราะการที่พวกเขารอดตัวจากการถูกลงโทษในฤดูกาลที่แล้ว (2022/23) และฤดูกาลก่อนหน้านั้น (2021/22) ทำให้มีทีมที่สูญเสียประโยชน์อย่างลีดส์ ยูไนเต็ด, เซาแธมป์ตัน, เลสเตอร์ ซิตี้, เบิร์นลีย์ รวมถึงน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่พยายามจะขอเข้ามามีส่วนในกระบวนการฟ้องร้องดำเนินคดีด้วย เพียงแต่พรีเมียร์ลีกปฏิเสธ

 

แต่เชื่อว่าสโมสรที่เสียประโยชน์อย่างลีดส์, เซาแธมป์ตัน, เลสเตอร์ ที่ตกชั้นในฤดูกาลที่แล้วจะทำการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเอฟเวอร์ตันอีกทีมละ 100 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นการชดเชยความยุติธรรมที่ขาดหายไป

 

ก่อนหน้านี้ในปี 2009 เคยมีกรณีที่เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จำต้องยอมจ่ายเงิน 20 ล้านปอนด์ ให้แก่เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หลังจากที่มีกรณีสัญญาของ คาร์ลอส เตเวซ กองหน้าดาวดังทีมชาติอาร์เจนตินาที่มีกลุ่มเจ้าของรายที่ 3 (Third-Party Ownership) เป็นนักลงทุนและเอเจนต์ แต่ไม่ใช่สโมสรฟุตบอลโดยตรง ซึ่งถือเป็นการทำผิดกฎ และดาวยิงรายนี้ก็มีส่วนช่วยให้เวสต์แฮมอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล 2006/07 หลังย้ายมาจากโบคา จูเนียร์ส แบบช็อกโลก

 

ดังนั้นมีโอกาสที่เอฟเวอร์ตันจะโดนเล่นงานซ้ำอีก และทำให้ทีมตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตหนักข้อขึ้นไปอีก

 

 

บทลงโทษเอฟเวอร์ตันคือบรรทัดฐานที่น่ากังวลของแมนฯ ซิตี้และเชลซี

สิ่งที่มีการตั้งคำถามต่อมาเกี่ยวกับบทลงโทษที่เอฟเวอร์ตันเผชิญคือ แล้วแบบนี้สโมสรที่หนักข้อกว่าอย่างแมนฯ ซิตี้กับเชลซี ซึ่งกลับมาถูกสอบสวนอีกครั้งจะโดนลงโทษหนักกว่าหรือไม่?

 

เรื่องนี้ The Times สื่อคุณภาพของอังกฤษทำการวิเคราะห์ว่า ‘มีความเป็นไปได้’ ที่จะเป็นข่าวร้ายสำหรับทั้งแมนฯ ซิตี้ และเชลซี

 

สำหรับแมนฯ ซิตี้ที่ถูกดำเนินคดีมากถึง 115 ข้อหานั้น ที่ยังไม่มีการตัดสินจนถึงตอนนี้เป็นเพราะจำนวนเรื่องที่ต้องตรวจสอบพิจารณามีมากกว่าเยอะมาก แม้ว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบและเร่งรัดกระบวนการแล้วก็ตาม

 

ทั้งนี้ หากเอาเกณฑ์จากที่เอฟเวอร์ตันโดนตัดแต้มถึง 10 แต้มจากการทำผิดในกฎ P&S แล้ว

 

The Times เชื่อว่ามีโอกาสที่แมนฯ ซิตี้ จะโดนลงโทษสูงสุดถึงขั้นตัด 30 แต้ม ซึ่งเป็นการลงโทษตัดแต้มที่รุนแรงที่สุดในอังกฤษเทียบเท่ากับที่ลูตัน ทาวน์ เคยถูกฟุตบอลลีกลงโทษเมื่อฤดูกาล 2008/09 จากการซื้อขายผู้เล่นแบบผิดกฎและสโมสรประสบปัญหาทางการเงินรุนแรงจนถึงต้องถูกควบคุมกิจการ

 

หรืออาจจะได้เห็นบทลงโทษที่รุนแรงกว่านั้นคือการปรับตกชั้นไปเลย

 

ขณะที่รายของเชลซีที่เพิ่งกลับมาเป็นประเด็นว่ามีการทำผิดเกี่ยวกับกฎทางการเงินอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องตั้งแต่ช่วงที่ โรมัน อบราโมวิช ยังเป็นเจ้าของสโมสร ก็มีโอกาสที่จะต้องเผชิญกับบทลงโทษที่รุนแรงไม่น้อยไปกว่ากัน

 

อย่างไรก็ดี เรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่โลกฟุตบอลต้องจับตาดูว่าพรีเมียร์ลีกจะกล้าเด็ดขาดกับ 2 สโมสรใหญ่ที่มีอำนาจสูงนี้เหมือนที่พวกเขาเด็ดขาดกับเอฟเวอร์ตันหรือไม่ เพราะมีการมองกันว่ากรณีนี้เป็นแค่การ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ สำหรับสโมสรอื่นๆ ว่าต่อจากนี้พรีเมียร์ลีกจะเข้มงวดกับเรื่องนี้มากขึ้น

 

ไม่นับเรื่องของการที่จะมีการแต่งตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาเพื่อช่วยกำกับดูแลเกมฟุตบอลให้กลับมาขาวสะอาดอีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ง่าย

 

อย่าลืมว่ากระบี่อาญาสิทธิ์จะศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อใช้อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมเท่านั้น

 

อ้างอิง:

The post กรณีการตัดแต้มเอฟเวอร์ตัน กับบรรทัดฐานการลงโทษแมนฯ ซิตี้-เชลซี? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอฟเวอร์ตันถูกหัก 10 แต้มทันที หลังพบว่าทำผิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีก https://thestandard.co/everton-receive-immediate-10-point/ Fri, 17 Nov 2023 13:29:42 +0000 https://thestandard.co/?p=866945 เอฟเวอร์ตัน

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) BBC Sport รายงานว่า เอฟเวอร์ตัน ห […]

The post เอฟเวอร์ตันถูกหัก 10 แต้มทันที หลังพบว่าทำผิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอฟเวอร์ตัน

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) BBC Sport รายงานว่า เอฟเวอร์ตัน หนึ่งในสโมสรของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถูกพรีเมียร์ลีกลงโทษตัด 10 แต้มทันที หลังจากพบว่าละเมิดกฎการทำกำไรและความยั่งยืนของลีก

 

โดยการตรวจสอบเรื่องของความผิดปกติทางการเงินของเอฟเวอร์ตันเกิดขึ้นเมื่อบรรดาทีมที่ตกชั้นสู่ลีกแชมเปียนชิปฤดูกาลก่อนอย่างเลสเตอร์ ซิตี้, ลีดส์ ยูไนเต็ด, เซาแธมป์ตัน รวมถึงเบิร์นลีย์ (ที่ตกชั้นในฤดูกาล 2021/22) ได้ยื่นฟ้องสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน โดยกล่าวหาว่าเอฟเวอร์ตันกระทำผิดต่อกฎ Financial Fair Play ของพรีเมียร์ลีก เนื่องจากมีการรายงานการขาดทุนถึง 371 ล้านปอนด์ ซึ่งมากกว่าจำนวนที่กำหนดคือ 105 ล้านปอนด์

 

ทางด้านสโมสรเอฟเวอร์ตันได้ออกแถลงการณ์ว่า สโมสรรู้สึกทั้งตกใจและผิดหวังจากคำตัดสินที่ไม่สมเหตุสมผลและไม่ยุติธรรม โดยหลังจากนี้ทางสโมสรจะยื่นเรื่องขออุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว

 

สำหรับการหักแต้มดังกล่าวถือเป็นการลงโทษตัดแต้มที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก ส่งผลให้สถานการณ์บนตารางคะแนนปัจจุบันของทัพทอฟฟี่สีน้ำเงินต้องหล่นลงมาอยู่อันดับที่ 19 ของตาราง มีคะแนนรวมเหลือเพียง 4 แต้มเท่านั้นหลังแข่งขันไป 12 นัด

 

อ้างอิง:

The post เอฟเวอร์ตันถูกหัก 10 แต้มทันที หลังพบว่าทำผิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อะไรคือกฎ P&S ที่อาจทำให้เอฟเวอร์ตันถูกลงโทษรุนแรงปรับ 12 แต้ม https://thestandard.co/p-and-s-everton/ Thu, 26 Oct 2023 07:01:18 +0000 https://thestandard.co/?p=858875 Everton

เอฟเวอร์ตันอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสูญเสียหลังการจากไปของ […]

The post อะไรคือกฎ P&S ที่อาจทำให้เอฟเวอร์ตันถูกลงโทษรุนแรงปรับ 12 แต้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Everton

เอฟเวอร์ตันอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสูญเสียหลังการจากไปของ บิลล์ เคนไรต์ ประธานสโมสรผู้เป็นที่รักของชาวเอฟเวอร์โตเนียนทุกคน แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะยังโหดร้ายกับพวกเขาต่อไป เมื่ออาจถูกพรีเมียร์ลีกลงโทษขั้นรุนแรงด้วยการตัดคะแนนถึง 12 แต้ม

 

นั่นหมายถึงจากที่มีอยู่ 7 แต้มจาก 9 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ก็จะกลายเป็น -5 ทันที

 

ความผิดของสโมสรจากเมอร์ซีย์ไซด์ เป็นเรื่องของการละเมิดกฎทางการเงินของพรีเมียร์ลีกที่เรียกว่า Profitability and Sustainability หรือ P&S

 

โดยที่เอฟเวอร์ตันจะเป็นสโมสรแห่งแรกที่โดนลงโทษรุนแรงในระดับนี้

 

แต่แน่นอนว่ามีคำถามอยู่ไม่น้อยสำหรับบทลงโทษที่พวกเขาต้องเผชิญ โดยเฉพาะในขณะที่ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่ถูกตัดสินลงโทษใดๆ ทั้งๆ ที่ถูกตั้งข้อหาว่ากระทำผิดถึง 115 กระทงในเรื่องของกฎการเงิน

 

บางทีเราอาจต้องมาดูรายละเอียดกันสักนิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และเรื่องนี้จะนำไปสู่อะไรต่อไป?

 

เรื่องราวของเอฟเวอร์ตันที่ปรากฏบนหน้าสื่อนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา – ไม่กี่วันหลังการจากไปของบิลล์ เคนไรต์ ประธานสโมสรผู้เป็นที่รักที่อยู่ดูแลทีมมาตั้งแต่ปี 1989 – โดยมีรายงานว่าพรีเมียร์ลีกเตรียมตัดสินคดีเกี่ยวกับการละเมิดกฎทางการเงิน

 

กฎทางการเงินดังกล่าวคือกฎการเงินของพรีเมียร์ลีกที่มีชื่อว่า Profitability and Sustainability หรือ P&S ที่ว่าด้วยเรื่องของการบริหารจัดการสถานะทางการเงินของสโมสรให้มั่นคงเพื่อจะได้อยู่อย่างยั่งยืน

 

หัวใจหลักของกฎดังกล่าวคือ “สโมสรได้รับอนุญาตให้มีตัวเลขขาดทุนได้สูงสุด 105 ล้านปอนด์ในช่วงระยะเวลา 3 ปี”

 

แล้วกรณีของเอฟเวอร์ตันเกิดอะไรขึ้น?

 

 

สิ่งที่สโมสรดังแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ทำความผิด เป็นที่เข้าใจว่าเกิดจากการพยายามตกแต่งบัญชีเพื่อปกปิดตัวเลขการขาดทุน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายสำหรับการกู้เงินมาเพื่อสร้างสนามแข่งแห่งใหม่ของทีมที่ย่านแบรมลีย์-มัวร์ ด็อก

 

โดยความผิดดังกล่าวนั้นไม่ได้นับมาถึงปัจจุบัน เพราะเป็นกรณีที่เกิดขึ้นและจบลงภายในฤดูกาล 2021/22 เท่านั้น ก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะมีการดำเนินคดีเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

แต่ในภาพรวมแล้วเอฟเวอร์ตันขาดทุนต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 5 ปี ด้วยตัวเลขรวมกันมหาศาลถึง 430 ล้านปอนด์ ในยุคของฟาฮัด โมชิริ เจ้าของสโมสรที่พยายามจะขายทีมออกไป

 

ในช่วงเวลาที่เริ่มมีการดำเนินคดีและสอบสวน เดิมพรีเมียร์ลีกไม่ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาตายตัวเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการอิสระที่ได้รับมอบหมายในการสอบสวนเรื่องนี้

 

ขณะนั้นเริ่มมีการพูดถึงบทลงโทษที่เอฟเวอร์ตันอาจเผชิญซึ่งรุนแรงถึงขั้นตัดแต้ม ซึ่งจำนวนแต้มที่ตัดได้สูงสุดคือ 12 แต้มด้วยกัน อันเป็นมาตรฐานในแบบเดียวกับที่หลายสโมสรในระดับฟุตบอลลีก (EFL ตั้งแต่แชมเปียนชิป, ลีกวัน และลีกทู) เผชิญมาก่อน

 

สิ่งที่น่าคิดคือหากมีการลงโทษเอฟเวอร์ตันในช่วงเวลานั้นจริง ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 2022/23 นั่นหมายถึงพวกเขาจะตกชั้นอย่างแน่นอน

 

แต่การพิจารณาของคณะกรรมการยังไม่เสร็จสิ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งนำไปสู่ความโกรธเคืองของหลายสโมสรว่าทำไมจึงไม่มีการตัดสินภายในฤดูกาลที่แล้ว เพราะมันมีผลต่อเรื่องของการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก ระหว่างการอยู่รอด-ตกชั้น มีมูลค่าที่แตกต่างกันมากมายมหาศาลหลายร้อยล้านปอนด์

 

พรีเมียร์ลีกจึงมีการเปลี่ยนแปลงระเบียบใหม่ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในเรื่องของกรอบระยะเวลาที่ทำการพิจารณาคดี

 

จากเดิมที่ไม่มีการกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ว่าหากมีการกระทำผิดในเรื่องของกฎการเงินมาตรฐาน จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและตัดสินทุกอย่างให้จบภายในระยะเวลา 12 สัปดาห์ ซึ่งรวมถึงขั้นตอนของการอุทธรณ์ด้วย

 

 

ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ทีมที่ทำผิดต้องชดใช้ความผิดที่ก่อภายในฤดูกาลนั้นๆ โดยที่พรีเมียร์ลีกจะแจ้งกับสโมสร และหารือร่วมกันถึงบทลงโทษที่เหมาะสมที่สุดหากพบว่ามีความผิดจริง แม้ว่าสุดท้ายแล้วการตัดสินจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการอิสระที่ได้รับมอบหมาย

 

เอฟเวอร์ตันจึงจะเป็นสโมสรสุดท้ายที่ตรวจสอบในระเบียบเก่า (เพราะกระบวนการเริ่มก่อนหน้าจะมีการปรับเปลี่ยนระเบียบการ) – หลังจากนี้ใครทำผิดเรื่องจะจบใน 12 สัปดาห์

 

แต่พวกเขาก็กำลังจะเป็นสโมสรแห่งแรกที่ถูกพรีเมียร์ลีกลงโทษสถานหนักจากการทำผิดกฎทางการเงิน ซึ่งเป็นความตั้งใจของพรีเมียร์ลีกด้วยที่จะใช้กรณีนี้เป็นบรรทัดฐานในการตัดสินคดีเกี่ยวกับการเงินต่อไป

 

เรื่องนี้ยังกระทบต่อข่าวการเทกโอเวอร์สโมสรของ 777 Partners กลุ่มทุนจากสหรัฐอเมริกาที่เดินหน้าไปมากแล้วในการขอซื้อเอฟเวอร์ตันต่อจากเจ้าของปัจจุบันอย่างโมชิริ โดยอยู่ในกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติจากพรีเมียร์ลีก ซึ่งยังมีความกังวลว่าการเทกโอเวอร์อาจมีปัญหา

 

หากมีการลงโทษตัดแต้มจริง อาจหมายถึงการที่โมชิริจะต้องยอมลดราคาสโมสรลงไปอีก ขณะที่ 777 Partners มีแผนสำรองฉุกเฉินเอาไว้แล้วในกรณีตัดแต้ม ถูกแบนห้ามซื้อขาย หรือหนักข้อที่สุดหากถูกตัดสินลงโทษปรับตกชั้น – ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น

 

 

ณ จุดนี้จึงถือเป็นจุดตกต่ำที่สุดของเอฟเวอร์ตันในรอบหลายทศวรรษ

 

คำถามที่หลายคนสงสัยต่อมาคือ แล้วแบบนี้กรณีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เจอไป 115 ข้อหา ทำไมยังไม่มีการตัดสิน?

 

เรื่องนี้แม้จะมีการปรับเปลี่ยนระเบียบเพื่อเร่งกระบวนการทุกอย่าง แต่กรณีของแมนฯ ซิตี้ถือเป็นกรณีพิเศษของพรีเมียร์ลีก เพราะมีจำนวนข้อหาถึง 115 ข้อหาจากการกระทำผิดต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี 2009

 

นั่นทำให้เรื่องยังคงอยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการอิสระ

 

สิ่งที่น่าคิดคือหากเอฟเวอร์ตันที่ทำผิดแค่เรื่องเดียวในการตกแต่งตัวเลขบัญชีและการขาดทุนเกินกว่าที่กฎ P&S อนุญาต

 

แล้ว 115 ข้อหาของแมนฯ ซิตี้ หากพบว่ามีความผิดจริง บทลงโทษของพวกเขาจะเป็นอย่างไร?

 

เป็นการบ้านที่ชวนคิดอยู่ไม่น้อย

 

อ้างอิง

The post อะไรคือกฎ P&S ที่อาจทำให้เอฟเวอร์ตันถูกลงโทษรุนแรงปรับ 12 แต้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอฟเวอร์ตัน ได้ ‘777 Partners’ กลุ่มทุนจากอเมริกา เป็นเจ้าของทีมรายใหม่ https://thestandard.co/everton-777-partners/ Fri, 15 Sep 2023 12:30:11 +0000 https://thestandard.co/?p=842178

วันนี้ (15 กันยายน) BBC Sport รายงานว่า เอฟเวอร์ตัน หนึ […]

The post เอฟเวอร์ตัน ได้ ‘777 Partners’ กลุ่มทุนจากอเมริกา เป็นเจ้าของทีมรายใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 กันยายน) BBC Sport รายงานว่า เอฟเวอร์ตัน หนึ่งในสโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้เจ้าของทีมใหม่แล้ว หลังจากที่ ฟาร์ฮัด โมชิริ นักธุรกิจชาวอังกฤษเชื้อสายอิหร่าน ในฐานะเจ้าของทีมเอฟเวอร์ตัน ตกลงเซ็นสัญญาขายหุ้นจำนวน 94% ของเขาในสโมสรให้กับกลุ่มทุนสัญชาติอเมริกันอย่าง ‘777 Partners’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

โดย จอช วันเดอร์ ผู้ก่อตั้ง 777 Partners กล่าวว่า “เรารู้สึกถ่อมตัวกับโอกาสที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเอฟเวอร์ตันในฐานะผู้ดูแลสโมสร และถือเป็นสิทธิพิเศษที่สามารถสร้างมรดกและคุณค่าอันน่าภาคภูมิใจได้

 

“วัตถุประสงค์หลักของเราคือการทำงานร่วมกับแฟนๆ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา และเชิงพาณิชย์สำหรับทีมชายและหญิงที่จะส่งมอบผลลัพธ์ให้กับผู้สนับสนุนเอฟเวอร์ตันรุ่นต่อๆ ไป”

 

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าดีลการเปลี่ยนเจ้าของทีมจาก ฟาร์ฮัด โมชิริ สู่มือของ 777 Partners จะเสร็จสิ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการอนุมัติของพรีเมียร์ลีก สมาคมฟุตบอลอังกฤษ และหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน

 

อ้างอิง:

The post เอฟเวอร์ตัน ได้ ‘777 Partners’ กลุ่มทุนจากอเมริกา เป็นเจ้าของทีมรายใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธีโอ วัลคอตต์ อดีตแข้งอาร์เซนอล ประกาศแขวนสตั๊ดในวัย 34 ปี https://thestandard.co/theo-walcott-retires-at-34/ Fri, 18 Aug 2023 11:55:32 +0000 https://thestandard.co/?p=830829

วันนี้ (18 สิงหาคม) ธีโอ วัลคอตต์ อดีตนักเตะของอาร์เซนอ […]

The post ธีโอ วัลคอตต์ อดีตแข้งอาร์เซนอล ประกาศแขวนสตั๊ดในวัย 34 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 สิงหาคม) ธีโอ วัลคอตต์ อดีตนักเตะของอาร์เซนอล, เอฟเวอร์ตัน และเซาแธมป์ตัน ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในวัย 34 ปี หลังค้าแข้งอาชีพมา 23 ปี ลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีกทั้งสิ้น 397 นัด

 

“ผมกำลังจะแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ มันน่ากลัวมาก ผมไม่ได้โกหก

 

“ที่มันน่ากลัวเพราะฟุตบอลคือทั้งหมดที่ผมรู้จักตั้งแต่อายุ 16 ปี หรือน้อยกว่านั้น ผมอยากลองสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยสัมผัสตอนเป็นเด็ก ผมพลาดอะไรไปหลายอย่าง ผมแค่รู้สึกว่าผมต้องการประสบการณ์ชีวิต สิ่งต่างๆ ธรรมดาทั่วไป ที่มันเคยหมุนรอบตัวผมตอนที่ยังค้าแข้ง” ธีโอ วัลคอตต์ กล่าว

 

สำหรับ ธีโอ วัลคอตต์ เดิมทีเป็นเด็กในอคาเดมีของเซาแธมป์ตัน ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อเสียงในฐานะดาวรุ่งที่น่าจับตามองกับอาร์เซนอลในปี 2006 โดยตลอดระยะเวลา 13 ปีกับเดอะกันเนอร์ส วัลคอตต์คว้าแชมป์เอฟเอคัพ 3 สมัย และคอมมูนิตี้ชิลด์ 2 สมัย ก่อนจะโยกไปค้าแข้งกับเอฟเวอร์ตันและเซาแธมป์ตันตามลำดับ

 

ทั้งนี้ วัลคอตต์มีชื่อเสียงโด่งดังสุดๆ ในปี 2006 ขณะอายุ 17 ปี เขาได้รับโอกาสจาก สเวน โกรัน อีริคส์สัน (ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษในปีนั้น) มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกฟุตบอลโลกในปีเดียวกันด้วย

 

อ้างอิง:

The post ธีโอ วัลคอตต์ อดีตแข้งอาร์เซนอล ประกาศแขวนสตั๊ดในวัย 34 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>