ดูเหมือนตอนนี้โอกาสคว้า ‘แชมป์พรีเมียร์ลีก’ อยู่ในมือขอ […]
The post ใครจะคว้าแชมป์? โค้งสุดท้าย..เกมเดิมพันแชมป์พรีเมียร์ลีก 2025/26 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ดูเหมือนตอนนี้โอกาสคว้า ‘แชมป์พรีเมียร์ลีก’ อยู่ในมือของอาร์เซนอลแล้ว
หลังแมนฯ ซิตีเก็บได้เพียง 1 แต้มจากเกมบุกเสมอเอฟเวอร์ตันค่ำคืนที่ผ่านมา ส่งให้สถานการณ์ลุ้นแชมป์ขยับมาอยู่ฝั่งเดอะ กันเนอร์สอย่างชัดเจน
หากอาร์เซนอลคว้าชัยได้ครบทั้ง 3 นัดที่เหลือ พวกเขาจะทวงบัลลังก์แชมป์ลีกสูงสุดกลับมาได้อีกครั้ง หลังรอคอยยาวนานถึง 22 ปี นับตั้งแต่ฤดูกาลไร้พ่าย 2003/04
แล้วคุณผู้อ่านล่ะ คิดว่าเมื่อจบฤดูกาล… อาร์เซนอลจะเข้าป้ายคว้าแชมป์ หรือแมนฯ ซิตีจะเร่งเครื่องแซงในโค้งสุดท้าย? มาร่วมคอมเมนต์แชร์ความเห็นกันได้เลย

The post ใครจะคว้าแชมป์? โค้งสุดท้าย..เกมเดิมพันแชมป์พรีเมียร์ลีก 2025/26 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันที่ 18 พฤษภาคม 2025 คือวันสุดท้ายของเอฟเวอร์ตันในบ้า […]
The post ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ก่อนเริ่มต้นบทใหม่ของเอฟเวอร์ตัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันที่ 18 พฤษภาคม 2025 คือวันสุดท้ายของเอฟเวอร์ตันในบ้านที่ชื่อว่า กูดิสันพาร์ก…
ในแมตช์ที่เอาชนะเซาแธมป์ตัน 2-0 ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 37 ถือเป็นนัดสุดท้าย ก่อนที่สโมสรจะย้ายเข้าสู่สนามใหม่สุดล้ำริมท่าเรือ Bramley-Moore Dock ที่จุผู้ชมได้ถึง 52,888 ที่นั่งในฤดูกาลหน้า
แม้วันแห่งการอำลาจะเต็มไปด้วยอารมณ์และความทรงจำ แต่กูดิสันพาร์กจะไม่หายไปไหน
เพราะสโมสรประกาศว่า ตั้งแต่ซัมเมอร์หน้าเป็นต้นไป ทีมฟุตบอลหญิงของเอฟเวอร์ตันจะเข้ามาใช้กูดิสันพาร์กเป็นรังเหย้าถาวร พร้อมแผนการปรับปรุงต่อยอดสนามให้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของชุมชนเอฟเวอร์โตเนียนต่อไป
“เรารู้ว่ากูดิสันพาร์กมีคุณค่ามากเพียงใด ไม่ใช่แค่กับแฟนเอฟเวอร์ตันเท่านั้น แต่กับวงการฟุตบอลทั้งหมด” แองกัส คินเนียร์ ซีอีโอของเอฟเวอร์ตันกล่าว
สำหรับกูดิสันพาร์ก เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 1892 และตลอดระยะเวลากว่า 133 ปีที่ผ่านมา สนามแห่งนี้คือบ้านของเอฟเวอร์ตันเพียงทีมเดียว นับตั้งแต่พวกเขาย้ายออกจากแอนฟิลด์ ซึ่งต่อมากลายเป็นสนามเหย้าของลิเวอร์พูล
ตลอดเวลาที่ผ่านมา กูดิสันพาร์กกลายเป็นสนามที่จัดการแข่งขันลีกสูงสุดของอังกฤษมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังเป็นที่จดจำในฐานะสนามที่เคยมีผู้ชมเข้าชมมากถึง 78,299 คน ในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้เมื่อปี 1948
และในค่ำคืนส่งท้าย…เสียงเชียร์ของแฟนบอลเอฟเวอร์ตันยังคงดังกึกก้องเป็นครั้งสุดท้ายในเกมพรีเมียร์ลีกที่กูดิสันพาร์ก เสียงที่สะท้อนร่วมกับความทรงจำกว่า 1 ศตวรรษ กำลังจะกลายเป็นตำนานบทใหม่ของวงการฟุตบอลอังกฤษ
ภายใต้บรรยากาศอำลา…มีน้ำตาไหลปนรอยยิ้มจากแฟนบอลมากมายที่เติบโตมากับสนามแห่งนี้ บ้านหลังที่สองที่พวกเขารู้จักทุกเสียง ทุกมุม ทุกความรู้สึก หลายคนกอดกันแน่น หลายคนมองสนามด้วยแววตาอาลัย ในช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยากให้มาถึง
ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความรัก ความผูกพัน และการอำลา เหล่าตำนานและอดีตนักเตะของทีมต่างมาร่วมเป็นสักขีพยานในการปิดฉากกูดิสันพาร์ก หนึ่งในสนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณมากที่สุดของอังกฤษ

The post ภาพสุดท้าย ‘Goodison Park’ ปิดฉาก 133 ปี ก่อนเริ่มต้นบทใหม่ของเอฟเวอร์ตัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่ลิเวอร์พูลในยุคของ อาร์เนอ ชล็อต คว้าแชมป์พรี […]
The post เปิดทำเนียบทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่ลิเวอร์พูลในยุคของ อาร์เนอ ชล็อต คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2024/25 มาครองได้สำเร็จ ทำให้ตอนนี้ทัพหงส์แดงมีสถิติขึ้นแท่น แชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ 20 สมัย เทียบเท่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ!
และนี่คือทำเนียบ 5 อันดับ ทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดมากที่สุดในประวัติศาสตร์

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร
The post เปิดทำเนียบทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.
]]>
เอฟเวอร์ตัน อีกหนึ่งทีมเก่าแก่ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผ […]
The post เอฟเวอร์ตันเปิดทดลองสนามใหม่ ก่อนใช้จริงฤดูกาลหน้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
เอฟเวอร์ตัน อีกหนึ่งทีมเก่าแก่ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยโฉมภาพสนามแห่งใหม่ ‘เอฟเวอร์ตันสเตเดียม’ ที่ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือแบรมลีย์-มัวร์ พร้อมเปิดให้แฟนบอลราว 10,000 คนได้เข้าชมเกมฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ระหว่างเอฟเวอร์ตันพบกับวีแกน ซึ่งถือเป็นการทดสอบสนามครั้งแรก
ทั้งนี้ เอฟเวอร์ตันจะใช้สนามกูดิสันพาร์กเป็นฤดูกาลสุดท้าย ก่อนย้ายไปเล่นในเอฟเวอร์ตันสเตเดียมช่วงฤดูกาล 2024/25 เป็นต้นไป โดยสนามแห่งนี้ใช้งบประมาณสร้างกว่า 750 ล้านปอนด์ (ราว 3.4 หมื่นล้านบาท) ท่ามกลางความจุ 52,888 ที่นั่ง

อ้างอิง:
The post เอฟเวอร์ตันเปิดทดลองสนามใหม่ ก่อนใช้จริงฤดูกาลหน้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
เว็บไซต์ของพรีเมียร์ลีกเปิดเผยเหตุผลที่ อาร์เน สล็อต จะ […]
The post พรีเมียร์ลีกแจงเหตุแบน อาร์เน สล็อต 2 นัด เพราะใช้คำพูดหยาบคายต่อผู้ตัดสินเกมเสมอเอฟเวอร์ตัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เว็บไซต์ของพรีเมียร์ลีกเปิดเผยเหตุผลที่ อาร์เน สล็อต จะต้องรับโทษแบนห้ามลงสนาม 2 นัด หลังจากโดนไล่ออกจากสนามในเกมกับเอฟเวอร์ตัน ในช่วงที่ เคอร์ติส โจนส์ และ อับดูลาย ดูกูเร ได้ทะเลาะหลังเกม เป็นเหตุให้ทั้งคู่ได้รับใบแดง เช่นเดียวกับ สล็อต และ ซิปเก ฮุลชอฟฟ์ ที่เป็นผู้ช่วย
โดยพรีเมียร์ลีกระบุว่า อาร์เน สล็อต ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ถูกไล่ออกหลังจบเกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ (เสมอเอฟเวอร์ตัน 2-2) เนื่องจากใช้คำพูดที่ก้าวร้าว หยาบคาย และดูหมิ่น (กับ ไมเคิล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ในเกมนี้)
ด้วยเหตุนี้จะทำให้สล็อตไม่สามารถยืนคุมทีมข้างสนาม 2 นัด ประกอบด้วย
อ้างอิง:
The post พรีเมียร์ลีกแจงเหตุแบน อาร์เน สล็อต 2 นัด เพราะใช้คำพูดหยาบคายต่อผู้ตัดสินเกมเสมอเอฟเวอร์ตัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ห่างกันเพียงแค่สวนสแตนลีย์กั้น นั่นคือคำบรรยายที […]
The post ความทรงจำสุดท้ายของ ‘ท่านผู้หญิงสีน้ำเงิน’ ในเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ห่างกันเพียงแค่สวนสแตนลีย์กั้น
นั่นคือคำบรรยายที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายที่สุดถึงความใกล้ชิดระหว่างเอฟเวอร์ตันและลิเวอร์พูล สองสโมสรฟุตบอลใหญ่ของอดีตเมืองท่าสำคัญของอังกฤษที่มีแม่น้ำเมอร์ซีย์ไหลผ่าน ซึ่งทำให้การพบกันระหว่างสองทีมนี้ถูกขนานนามว่าเป็น ‘เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้’
ความจริงจะเรียกว่าใกล้ชิดก็ไม่ถึงกับถูกต้องทั้งหมด เพราะความจริงยิ่งกว่าคือเอฟเวอร์ตันและลิเวอร์พูล เป็นสองสโมสรที่มีต้นกำเนิดเดียวกัน แต่แตกตัวกันเพราะความขัดแย้งในหลายเรื่อง
เอฟเวอร์ตันความจริงแล้วเป็นสโมสร ‘พี่’ ที่เกิดก่อนในปี 1879 และผ่านการใช้สนามหลายแห่ง ก่อนจะย้ายมาใช้แอนฟิลด์เป็นสนามเหย้าในปี 1882
ใช่ แอนฟิลด์เคยเป็น ‘บ้าน’ ของเอฟเวอร์ตันมาก่อนนานถึง 8 ปีเต็ม
แต่ความขัดแย้งหลายอย่างที่มากกว่าแค่คนจดจำว่าเป็นเรื่องค่าเช่าสนามนำไปสู่การแยกทาง ทีมฟุตบอลเอฟเวอร์ตันย้ายออกจากแอนฟิลด์ไปใช้สนามเมียร์กรีนฟิลด์เป็นรังเหย้าแทนในปี 1892 และในปีนั้นเองที่ จอห์น โฮลดิง หนึ่งในผู้ก่อตั้งสโมสรเอฟเวอร์ตัน ตัดสินใจตั้งทีมฟุตบอลใหม่ ‘ลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ’ ที่ใช้สนามแอนฟิลด์ที่ว่างเปล่าเป็นรังเหย้าแทน
เมียร์กรีนฟิลด์ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นกูดิสันพาร์ก เพราะตั้งอยู่ใกล้กับถนนกูดิสัน (Goodison Road, ขณะที่สนามแอนฟิลด์ก็ตั้งชื่อตามถนนแอนฟิลด์ Anfield Road)
นี่คือประวัติแบบย่นย่อของการกำเนิดกูดิสันพาร์ก บ้านของทีมเอฟเวอร์ตันที่อยู่ยั้งยืนยงผ่านกาลเวลามากว่า 133 ปี
ตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าว มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่สนามแห่งนี้
รู้ไหมว่านี่คือสนามฟุตบอลแห่งแรกของอังกฤษที่ใช้เพื่อรองรับการแข่งขันเกมฟุตบอลเพียงอย่างเดียว เพราะในยุคแรกของเกมลูกหนังนั้น สนามที่ใช้คือสนามกีฬาทั่วไปที่รองรับการแข่งขันกีฬาหลากหลายประเภท ก่อนที่จะมีการก่อสร้างสนามฟุตบอลแท้ๆ ทั่วประเทศตามมา
กูดิสันพาร์กจึงเป็นสนามฟุตบอลที่ล้ำและนำสมัยเสมอ พวกเขาเป็นสนามฟุตบอลที่เคยมีอัฒจันทร์ 2 ชั้นล้อมรอบ 4 ด้าน เพื่อรองรับจำนวนผู้ชมมากมายมหาศาล
สนามที่มีม้านั่งสำรอง (Dugout) แห่งแรก และในเวลาต่อมายังเป็นสนามแรกที่มีระบบทำความร้อน (Heater) ติดตั้งไว้ใต้พื้นสนาม
และครั้งหนึ่งเคยเป็นสนามที่มีศักดิ์และสิทธิ์เป็นรองเพียงแค่สนามเวมบลีย์ เมกะลูกหนังที่เป็นสนามกีฬาแห่งชาติของชาวอังกฤษ
สนามแห่งนี้เคยถูกใช้แทนเวมบลีย์ในช่วงที่มีการทุบทิ้งและสร้างขึ้นใหม่ในช่วงปลายทศวรรษ 1940 โดยได้เป็นบ้านของทีม ‘สิงโตคำราม’ อังกฤษมากถึง 10 นัด และในฟุตบอลโลก 1966 ที่กูดิสันพาร์กก็รองรับเกมการแข่งขันมากถึง 5 นัด เป็นรองก็เพียงแค่เวมบลีย์เท่านั้น
แต่สำหรับชาวเอฟเวอร์โตเนียนแล้ว ไม่มีเกมใดที่กูดิสันพาร์กจะสำคัญมากไปกว่าเกมดาร์บี้แมตช์กับลิเวอร์พูล
ดาร์บี้ที่ไม่เหมือนใคร ในความผูกพันทั้งรักทั้งชัง ทั้งหวานและขมขื่น
ปู่เป็นเอฟเวอร์โตเนียน ยายเป็นลิเวอร์พัดเลียน ไปตัดสินกันในรุ่นหลานว่าอยากจะเลือกสีไหนระหว่างน้ำเงินหรือแดง อาการขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูดของสองฝั่งคือเรื่องปกติ แต่ทั้งหมดก็นั่งดูนั่งเชียร์ด้วยกันได้ และสุดท้ายก็ต้องกลับบ้านมานั่งกินข้าวด้วยกันอยู่ดี
เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้หนแรกที่กูดิสันพาร์กเกิดขึ้นในปี 1894 หรือ 2 ปีให้หลังของการแยกตัว
เกมนั้นจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบ้านเอฟเวอร์ตันด้วยสกอร์ขาดลอยถึง 3-0
ก่อนที่จะได้เปิดศึกสายเลือดกันที่สนามแห่งนี้อีกหลายต่อหลายครั้ง และมีเกมแห่งความทรงจำระหว่างกันมากมาย
ในปี 1948 เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ที่กูดิสันมีจำนวนผู้ชมเข้ามามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 78,299 คน
ในยุค 1980 เอฟเวอร์ตันเป็นคู่แข่งสำคัญในการไล่ล่าความเป็นหนึ่งของเกาะอังกฤษกับลิเวอร์พูล และเกมที่กูดิสันสำคัญเสมอ เพียงแต่ก็มีเกมอัปยศด้วยเมื่อพวกเขาพ่ายต่อลิเวอร์พูลขาดลอยถึง 5-0 ในปี 1982 ซึ่งเป็นเกมที่ทำให้ลิเวอร์พูลแซงขึ้นนำจ่าฝูง
สกอร์ 5-0 ที่กูดิสันวันนั้นคือความพ่ายแพ้ต่อคู่ปรับร่วมเมืองที่เลวร้ายที่สุด ขณะที่สกอร์ที่พวกเขาเคยถล่มลิเวอร์พูลมากที่สุดก็คือ 5-0 แต่ก็เกิดขึ้นนานโขตั้งแต่ฤดูกาล 1908/09
ในปี 1991 เกมเอฟเอคัพ นัดรีเพลย์ เอฟเวอร์ตันไล่ตามตีเสมอลิเวอร์พูล 4-4 ก่อนที่ เคนนี ดัลกลิช จะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม อันเป็นจุดเริ่มต้นของยุคมืดของคู่ปรับในเวลาต่อมา
กูดิสันพาร์กเคยเป็นปราการที่ลิเวอร์พูลตีไม่แตกในยุคต้นพรีเมียร์ลีกที่มี ดันแคน เฟอร์กูสัน หรือ ‘บิ๊กดังก์’ หัวหอกจ้าวเวหาชาวสกอตแลนด์อยู่ในทีม ที่ถึงขั้นมีการพูดกันว่าถ้าลิเวอร์พูลคิดอยากจะบุกมาชนะที่นี่พวกเขาต้องหาทางหยุดบิ๊กดังก์ให้ได้ก่อน
โดยจุดเริ่มต้นของช่วงเวลานั้นคือวันที่เอฟเวอร์ตันเอาชนะลิเวอร์พูลได้ที่กูดิสัน 2-0 ในเดือนพฤศจิกายน 1994 จากประตูของเฟอร์กูสัน และ พอล ไรด์เอาต์ ซึ่งเป็นชัยชนะที่มีความหมายมากเพราะสถานการณ์ในเวลานั้นพวกเขาวิกฤติหนัก ชนะแค่เกมเดียวจาก 14 นัดแรกของฤดูกาล
ชัยชนะเหนือลิเวอร์พูลในวันนั้นเป็นจุดเปลี่ยนที่นอกจากจะทำให้พวกเขามีกำลังใจต่อสู้รอดพ้นจากการตกชั้นได้ ยังนำไปสู่การคว้าแชมป์เอฟเอคัพด้วยการล้มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ ซึ่งกลายเป็นโทรฟีใหญ่ใบสุดท้ายที่ทีมคว้ามาได้และยังไม่มีความสำเร็จใดๆ อีกเลยตลอดระยะเวลา 30 ปี
กว่าลิเวอร์พูลจะชนะที่กูดิสันได้ต้องรอจนถึงปี 2001 เมื่อพวกเขามาได้ประตูชัยสุดมหัศจรรย์ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ แกรี แมคคัลลิสเตอร์ ซึ่งกลายเป็นประตูสำคัญของลิเวอร์พูลที่ทำอันดับไปแชมเปียนส์ลีกได้เป็นหนแรก
ก่อนที่กูดิสันพาร์กจะกลายเป็นสนามเด็กเล่นของลิเวอร์พูล เพราะไม่แพ้เอฟเวอร์ตันที่นี่เลยตั้งแต่ปี 2010
จนกระทั่งเอฟเวอร์ตันทำได้สำเร็จในเกมดาร์บี้นัดที่ 119 เมื่อเดือนเมษายน 2024 ยัดเยียดความปราชัยและดับความหวังทั้งหมดของลิเวอร์พูลและ เจอร์เกน คล็อปป์ ในพรีเมียร์ลีก
ก่อนจะถึงความทรงจำครั้งสุดท้าย
ค่ำคืนนี้ก็จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้จะลงแข่งในสนามซึ่งได้รับสมญาว่าเป็น ‘The Grand Old Lady’ หรือท่านผู้หญิงของวงการฟุตบอล ก่อนที่เอฟเวอร์ตันจะย้ายไปสนามใหม่ในย่านแบรมลีย์-มัวร์ด็อก ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว พร้อมใช้งานตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป
สิ่งที่ดีคือเกมซึ่งเลื่อนมาจากเดือนธันวาคมเพราะพายุดาราห์ถล่ม – จะเป็นเกมที่เปี่ยมด้วยความหมาย
ลิเวอร์พูลต้องการชัยชนะเพื่อเดินหน้าไปสู่การเป็นแชมป์ลีกสมัยที่ 20
ส่วนเอฟเวอร์ตัน จริงอยู่ที่เรื่องการหนีตกชั้นก็สำคัญ แต่ไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่าการเตะตัดขาลิเวอร์พูลไม่ให้สมหวัง
แต่ไม่ว่าจะจบอย่างไร ความทรงจำสุดท้ายของท่านผู้หญิงสีน้ำเงินจะถูกเก็บไว้อย่างดีแน่นอน
อ้างอิง
The post ความทรงจำสุดท้ายของ ‘ท่านผู้หญิงสีน้ำเงิน’ ในเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
BBC Sport รายงานว่า Friedkin Group ได้เข้าเทกโอเวอร์หรื […]
The post Friedkin Group เข้าเทกโอเวอร์เอฟเวอร์ตันอย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.
]]>
BBC Sport รายงานว่า Friedkin Group ได้เข้าเทกโอเวอร์หรือซื้อกิจการของสโมสรเอฟเวอร์ตัน ทีมดังในพรีเมียร์ลีกจาก ฟาร์ฮัด โมชิริ เป็นที่เรียบร้อย
โดยเชื่อว่าข้อตกลง 99.5% ของสโมสรจะมีมูลค่าเกิน 400 ล้านปอนด์ และจะทำให้เดอะทอฟฟี่กลายเป็นสโมสรที่ 10 ในพรีเมียร์ลีกที่อยู่ภายใต้การบริหารทีมของชาวอเมริกันส่วนใหญ่
Friedkin Group ที่เป็นเจ้าของทีมโรมาในเซเรียอาของอิตาลี บรรลุข้อตกลงกับโมชิริเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยพรีเมียร์ลีกมีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายในข้อตกลงดังกล่าวและขณะนี้ได้รับการอนุมัติแล้ว
สำหรับแถลงการณ์ของ Friedkin Group ระบุว่า “รู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับสโมสรฟุตบอลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวระดับโลกของเรา นั่นคือ Friedkin Group เอฟเวอร์ตันถือเป็นมรดกอันน่าภาคภูมิใจ และเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นผู้ดูแลสโมสรอันยิ่งใหญ่แห่งนี้
“แม้ว่าเราจะเพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของสโมสร แต่เราก็เข้าใจดีว่าเอฟเวอร์ตันมีบทบาทสำคัญต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ และชีวิต ของชาวเอฟเวอร์ตันทั้งที่นี่และทั่วโลก
“เราทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการสืบสานมรดกนี้ ขณะเดียวกันก็มีส่วนสนับสนุนในทางบวกต่อชุมชน เศรษฐกิจ และผู้คน ในเมืองอันน่าทึ่งแห่งนี้”
สำหรับเอฟเวอร์ตันก่อนหน้านี้เป็นของโมชิริ นักธุรกิจชาวอังกฤษ-อิหร่าน ที่ซื้อหุ้น 49.9% ของเอฟเวอร์ตันเป็นครั้งแรกในปี 2016 ก่อนจะเพิ่มการถือหุ้นเป็น 94.1% ในปี 2022
ส่วนสถานการณ์ของทีมปัจจุบันอยู่ในอันดับ 16 ของตารางคะแนน ห่างโซนตกชั้น 3 แต้ม โดยเกมนัดต่อไปทีมของ ฌอน ไดช์ มีงานใหญ่อย่างการเปิดบ้านรับมือกับเชลซี ทีมอันดับ 2 ของตาราง ที่กูดิสันพาร์กในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคมนี้ เวลา 21.00 น.
อ้างอิง:
The post Friedkin Group เข้าเทกโอเวอร์เอฟเวอร์ตันอย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.
]]>
BBC Sport รายงานว่า เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บีระหว่างเอฟเวอ […]
The post เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี เอฟเวอร์ตัน-ลิเวอร์พูล ถูกเลื่อนออกไปจากผลกระทบของพายุดาร์ราห์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
BBC Sport รายงานว่า เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บีระหว่างเอฟเวอร์ตันและลิเวอร์พูลที่กูดิสันพาร์กถูกเลื่อนออกไป จากเดิมที่มีกำหนดแข่งในเวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ของวันนี้ (7 ธันวาคม)
เนื่องจากผลกระทบของพายุดาร์ราห์ ส่งผลให้การเดินทางหยุดชะงัก รวมถึงในพื้นที่เมอร์ซีย์ไซด์มีลมค่อนข้างรุนแรง (70 ไมล์ต่อชั่วโมง) ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้คนได้
ทั้งนี้ แมตช์ดังกล่าวถูกกำหนดให้เป็นเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บีในพรีเมียร์ลีกครั้งสุดท้ายระหว่างทั้ง 2 ทีมที่จะได้แข่งกันในกูดิสันพาร์ก ก่อนที่เอฟเวอร์ตันจะย้ายไปที่สนามกีฬาแห่งใหม่ในฤดูกาล 2025/26
อ้างอิง:
The post เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี เอฟเวอร์ตัน-ลิเวอร์พูล ถูกเลื่อนออกไปจากผลกระทบของพายุดาร์ราห์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
จบลงไปแล้วสำหรับตลาดซื้อ-ขายนักเตะของฝั่งพรีเมียร์ลีก 2 […]
The post เชลซียืม ‘ซานโช’ ส่ง ‘สเตอร์ลิง’ ซบอาร์เซนอล รวมดีลเด็ดส่งท้ายตลาดนักเตะ 2024/25 appeared first on THE STANDARD.
]]>
จบลงไปแล้วสำหรับตลาดซื้อ-ขายนักเตะของฝั่งพรีเมียร์ลีก 2024/25 โดยรายของเชลซีตามรายงานข่าวของ BBC Sport พบว่า พวกเขายืมตัว จาดอน ซานโช ปีกวัย 24 ปีจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล พ่วงออปชันซื้อขาด 20-25 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์หน้า
ขณะเดียวกัน ทัพสิงห์บลูส์ยังปล่อยผู้เล่นที่ไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ เอ็นโซ มาเรสกา อย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง แนวรุกวัย 29 ปีไปอยู่กับอาร์เซนอล คู่แข่งร่วมลีกในช่วงวันเดดไลน์
ฟากฝั่งแมนฯ ยูไนเต็ด ได้เซ็นสัญญากับ มานูเอล อูการ์เต กองกลางจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง และทีมชาติอุรุกวัย ด้วยค่าตัวที่อาจสูงถึง 50.5 ล้านปอนด์ พ่วงสัญญา 5 ปี
คริสตัล พาเลซ ปิดดีล เอ็ดดี เอ็นเคเทียห์ กองหน้าวัย 25 ปีของอาร์เซนอลไปร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 30 ล้านปอนด์ และยังคว้าตัว มักซองส์ ลาครัวซ์ กองหลังของโวล์ฟสบวร์ก ด้วยค่าตัวสูงถึง 18 ล้านปอนด์
เวสต์แฮม เซ็นสัญญายืมตัว การ์ลอส โซเลร์ กองกลางทีมชาติสเปนจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นเวลา 1 ฤดูกาล
ไอแวน โทนีย์ กองหน้าของเบรนท์ฟอร์ด เปิดตัวเซ็นสัญญากับสโมสรอัล อาห์ลี ในลีกซาอุดีอาระเบียแล้ว หลังเบรนท์ฟอร์ดยอมรับข้อเสนอประมาณ 40 ล้านปอนด์
น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ บรรลุข้อตกลงในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ ในการยืมตัว เจมส์ วอร์ด-พราวส์ กองกลางของเวสต์แฮม 1 ฤดูกาล และโมราโต้ กองหลังของเบนฟิกาที่ได้มาเสริมแกร่งด้วยค่าตัว 12.6 ล้านปอนด์
เอฟเวอร์ตันเซ็นสัญญายืมตัว อาร์มันโด้ โบรยา กองหน้าทีมชาติแอลเบเนียวัย 22 ปี ของเชลซีไปร่วมทีมเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมออปชันซื้อขาดในช่วงซัมเมอร์หน้า
สเตฟาน บายเซติช กองกลางวัย 19 ปีของลิเวอร์พูล ย้ายไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล
ฟูแลมเซ็นสัญญายืมตัว รีส เนลสัน ปีกของอาร์เซนอล เป็นเวลา 1 ฤดูกาล
แทมมี อับราฮัม กองหน้าทีมชาติอังกฤษวัย 26 ปี ย้ายจากโรมาไปร่วมทีมเอซี มิลาน ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล
นาโปลีของอันโตนิโอ คอนเตเสริมแกร่งด้วยการเซ็นสัญญากับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ จากแมนฯ ยูไนเต็ดด้วยค่าตัว 25.7 ล้านปอนด์ และบิลลี กิลมัวร์ กองกลางทีมชาติสกอตแลนด์ ย้ายจากไบรท์ตันมาอิตาลีด้วยค่าตัวเบื้องต้น 12 ล้านปอนด์
The post เชลซียืม ‘ซานโช’ ส่ง ‘สเตอร์ลิง’ ซบอาร์เซนอล รวมดีลเด็ดส่งท้ายตลาดนักเตะ 2024/25 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (14 มิถุนายน) BBC Sport รายงานว่า ท่ามกลางข่าวลื […]
The post เอฟเวอร์ตันพร้อมปล่อย จาร์รัด แบรนธ์เวต ให้แมนฯ ยูไนเต็ด หากได้ 80 ล้านปอนด์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (14 มิถุนายน) BBC Sport รายงานว่า ท่ามกลางข่าวลือว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับ จาร์รัด แบรนธ์เวต ปราการหลังของเอฟเวอร์ตันได้แล้วนั้น
ดูเหมือนทัพปีศาจแดงยังต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่ เมื่อต้นสังกัดของดาวเตะวัย 21 ปีไม่มีความต้องการที่จะปล่อยนักเตะพ้นทีมในตอนนี้ หากแต่มีเพียงเงื่อนไขเดียว นั่นคือพวกเขาต้องการค่าตัวอย่างน้อย 80 ล้านปอนด์จากแมนฯ ยูไนเต็ดในดีลนี้
สำหรับแบรนธ์เวตแม้จะไม่ติดทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกยูโร 2024 แต่เขาทำผลงานได้น่าประทับใจในฐานะกองหลังตัวกลางฝั่งซ้ายให้เอฟเวอร์ตัน เขาคือหนึ่งในคีย์แมนที่ช่วยให้ทีมรอดจากการตกชั้นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะโดนหัก 2 แต้มก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ดีลนี้อาจจะต้องยืดเยื้อไปอีกสักพัก เพราะ BBC Sport ให้ข้อมูลเสริมว่า ท้ายที่สุดเอฟเวอร์ตันอาจย่อมปล่อยนักเตะในราคาที่ลดลงมาราว 50-60 ล้านปอนด์ เพื่อปิดงบการเงินให้เสร็จสิ้น และไม่ให้ละเมิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีกที่เสี่ยงต่อการโดนลงโทษในอนาคต
ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดก็ต้องการเซ็นเตอร์แบ็กรายนี้เข้ามาแทนที่ ราฟาเอล วาราน ที่โบกมือลาทีมไปไม่นาน เพื่อผนึกกำลัง แฮร์รี แม็กไกวร์, ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ในฤดูกาลหน้า
นอกจากรายของแบรนธ์เวตแล้ว มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ เซ็นเตอร์แบ็กทีมชาติเนเธอร์แลนด์ของบาเยิร์น มิวนิก นับเป็นอีกหนึ่งแข้งดังที่แมนฯ ยูไนเต็ดเฝ้าจับตามองสถานการณ์แบบใกล้ชิด หลังทัพเสือใต้พร้อมปล่อยนักเตะออกจากทีมช่วงซัมเมอร์นี้
อ้างอิง:
The post เอฟเวอร์ตันพร้อมปล่อย จาร์รัด แบรนธ์เวต ให้แมนฯ ยูไนเต็ด หากได้ 80 ล้านปอนด์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังเกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่เชลซีเปิดสแตมฟอร์ดบริดจ์ไล่ […]
The post โปเชตติโน รับไม่ได้ แจ็คสัน-มาดูเอเก แย่งกันยิงจุดโทษในเกมถล่มเอฟเวอร์ตัน 6-0 appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังเกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่เชลซีเปิดสแตมฟอร์ดบริดจ์ไล่ถล่มเอฟเวอร์ตัน 6-0 เมื่อคืนที่ผ่านมา เมาริซิโอ โปเชตติโน ผู้จัดการทีมเชลซี ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงช็อตปัญหา กับจังหวะที่เชลซีได้ลูกจุดโทษในนาทีที่ 60 เมื่อ นิโคลัส แจ็คสัน และ โนนี มาดูเอเก สองผู้เล่นแนวรุกของเชลซีแสดงปฏิกิริยาแย่งกันยิงจุดโทษ หลังก่อนหน้านั้น โคล พาลเมอร์ ที่เป็นขาประจำในการรับหน้าที่นี้ จัดการยิงแฮตทริกไปตั้งแต่ 30 นาทีแรกของเกม
และเป็น คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมต้องมาห้ามทั้งสองคน ก่อนให้ โคล พาลเมอร์ ทำหน้าที่ยิงจุดโทษเข้าไป และเป็นการยิง 4 ประตูในเกมเดียวของเจ้าตัว
โปเชตติโนกล่าวว่า “ผมรับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้ ผมบอกพวกเขาว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เห็นพฤติกรรมแบบนี้
“มันไม่ควรมีภาพของพฤติกรรมเหล่านี้หลังจากเราทำผลงานได้ดี หากเราต้องการเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม เราต้องเปลี่ยนแปลงและคิดถึงภาพรวมบาง
“คนยิงจุดโทษคือพาลเมอร์ มีเพียงพาลเมอร์เท่านั้นที่เป็นคนตัดสินใจว่าเขาต้องการส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมหรือไม่ เรื่องนี้ต้องได้รับการแก้ไข”
อย่างไรก็ดี หลังจากพาลเมอร์ทำหน้าที่ยิงจุดโทษลูกนั้นเข้าไป ก็มีภาพของมาดูเอเกที่เดินไปหาแจ็คสันเพื่อเคลียร์ใจกัน ซึ่งก็จบลงด้วยดี ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองในสนาม
The post โปเชตติโน รับไม่ได้ แจ็คสัน-มาดูเอเก แย่งกันยิงจุดโทษในเกมถล่มเอฟเวอร์ตัน 6-0 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันผลการอ […]
The post พรีเมียร์ลีกลดโทษตัดแต้มเอฟเวอร์ตัน จาก 10 เหลือ 6 แต้ม appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันผลการอุทธรณ์โทษของ เอฟเวอร์ตัน ที่ถูกลงโทษจากการละเมิดกฎการเงิน โดยลดโทษจากตัด 10 คะแนน เหลือ 6 คะแนน
ก่อนหน้านี้เอฟเวอร์ตันถูกลงโทษตัด 10 คะแนนในเดือนพฤศจิกายนปีก่อน จากความผิดฐานฝ่าฝืนกฎการเงินของพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นการตัดคะแนนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
การลงโทษในตอนนั้นทำให้ทีม ‘ทอฟฟี่’ เหลือเพียง 4 คะแนน และหล่นจากอันดับ 14 มาอยู่ที่ 19 ของตารางในตอนนั้น
แต่การลดโทษที่เกิดขึ้นในวันนี้จะคืนแต้มให้พวกเขา 4 คะแนน ส่งผลให้ทีมของ ฌอน ไดซ์ จะมีคะแนนเพิ่มเป็น 27 คะแนน และจะขยับจากที่ 17 ขึ้นมารั้งอันดับ 15 ของตาราง
อย่างไรก็ตาม เอฟเวอร์ตันยังต้องรอผลอุทธรณ์ความผิดในข้อหาที่ 2 ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาสำหรับการทำความผิดเกี่ยวกับงบดุลฤดูกาล 2022-2023 อีกครั้งด้วย
อ้างอิง:
The post พรีเมียร์ลีกลดโทษตัดแต้มเอฟเวอร์ตัน จาก 10 เหลือ 6 แต้ม appeared first on THE STANDARD.
]]>
คืนวันจันทร์ที่ผ่านมาพรีเมียร์ลีกได้ออกประกาศตั้งข้อหาน […]
The post ทำไมเอฟเวอร์ตันจึงอาจโดนพรีเมียร์ลีกตัดแต้มเป็นครั้งที่ 2? appeared first on THE STANDARD.
]]>
คืนวันจันทร์ที่ผ่านมาพรีเมียร์ลีกได้ออกประกาศตั้งข้อหาน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และเอฟเวอร์ตัน หลังกระทำผิดเกี่ยวกับกฎการใช้จ่ายทางการเงินที่เรียกว่า Profit and Sustainability Rules (PSR)
บทลงโทษสำหรับทั้งสองสโมสรคือการ ‘ตัดแต้ม’ ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะถูกตัดเป็นจำนวนคะแนนเท่าไร แต่ก่อนหน้านี้เอฟเวอร์ตันเคยถูกลงโทษตัดแต้มไปแล้วถึง 10 แต้มด้วยกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่สโมสรจากเมอร์ซีย์ไซด์และจากป่าเชอร์วูดจะถูกลงโทษในเกณฑ์ใกล้เคียงกับบทลงโทษเดิม
การดำเนินการของพรีเมียร์ลีกในครั้งนี้ถูกตั้งคำถามหลายอย่างที่ทำให้รู้สึกคลางแคลงใจ รวมถึงคำถามใหญ่ที่หากไม่ได้ติดตามเรื่องราวยากจะเข้าใจคือ เอฟเวอร์ตันไปทำอะไร ทำไมจึงโดนลงโทษอีกเป็นครั้งที่ 2 ในฤดูกาลเดียว?
เหยียบเท้าใครหรือเปล่า?

การออกประกาศยืนยันจากพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา สร้างแรงสั่นสะเทือนอยู่ไม่น้อย เพราะแม้ว่าจะมีการ ‘คาดโทษ’ เอาไว้แค่ 2 สโมสร โดยอีก 2 ทีมที่ถูกเพ่งเล็งอย่างเชลซีและนิวคาสเซิลไม่ได้ถูกตั้งข้อหาด้วย แต่หนึ่งในนั้นคือเอฟเวอร์ตันที่เคยถูกลงโทษในแบบเดียวกันไปแล้ว และกำลังจะโดนลงโทษซ้ำสอง
สำหรับที่มาที่ไปของเรื่องนี้มาจากการที่พรีเมียร์ลีกได้กำหนดให้ทุกสโมสรส่งการสรุปบัญชีประจำปีงบประมาณ 2022/23 ที่สิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิถุนายน มาให้ตรวจสอบภายในวันที่ 31 ธันวาคม หรือวันสุดท้ายของปีที่ผ่านมา
การตรวจสอบนี้เป็นการตรวจสอบข้อมูลทางการเงินตามกฎ PSR ซึ่งเป็นกฎที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกสโมสรสามารถดำเนินกิจการได้อย่างยั่งยืนและถูกต้อง
PSR มีหัวใจอยู่ 2 ข้อด้วยกัน

ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญ ทำไมเอฟเวอร์ตันถึงโดนเล่นอีกรอบ?
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สร้างความสับสนได้มากที่สุด เพราะหากจะมีการลงโทษเกี่ยวกับกฎทางการเงินก็ควรจะมีขึ้นแค่เพียงฤดูกาลละครั้งเดียว แต่ทำไมสโมสรจากเมอร์ซีย์ไซด์ถึงถูกเล่นงานซ้ำอีก
เหตุผลเป็นเพราะมันเป็นคนละรอบการตรวจสอบกัน
บทลงโทษที่เอฟเวอร์ตันเผชิญเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาที่ถูกตัด 10 แต้ม มาจากการตรวจสอบของรอบงบประมาณที่สิ้นสุดในฤดูกาล 2021/22 โดยการตรวจสอบและชี้มูลความผิดมีขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2023
เพียงแต่ในครั้งนั้นการตรวจสอบเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อเรื่องของการคงอยู่ในพรีเมียร์ลีกสำหรับหลายสโมสร โดยย้อนกลับไปในช่วงเวลาดังกล่าวมีหลายสโมสรที่ยื่นคำร้องขอให้เร่งตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อนจบฤดูกาล 2022/23 เนื่องจากเอฟเวอร์ตันเป็นหนึ่งในทีมที่ลุ้นหนีการตกชั้นเช่นกัน
แต่สุดท้ายเมื่อพรีเมียร์ลีกที่แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบยังจัดการไม่สำเร็จ เอฟเวอร์ตันรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ ขณะที่เซาแธมป์ตัน, เลสเตอร์ ซิตี้ และลีดส์ ยูไนเต็ดต้องตกชั้นไป ซึ่งการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกหมายถึงเงินรายได้มหาศาลสูญหายไปด้วยหลักร้อยล้านปอนด์
ทั้งๆ ที่หากมีการตัดสินก่อนสิ้นสุดฤดูกาลจะจบ เอฟเวอร์ตันจะเป็นหนึ่งในทีมที่ตกชั้นแทน
เพื่อไม่ให้เกิดกรณีนี้อีก พรีเมียร์ลีกจึงมีการปรับระเบียบใหม่ให้กระบวนการตรวจสอบรวดเร็วขึ้น โดยจะต้องเสร็จสิ้นภายในฤดูกาลเดียวกัน
ดังนั้นการที่เอฟเวอร์ตันจะถูกลงโทษซ้ำครั้งที่ 2 นี้ มาจากความผิดที่เกิดขึ้นในรอบการตรวจสอบของฤดูกาล 2022/23 ที่ยังคงพบว่าทำผิดกฎ PSR เหมือนเดิม แม้ว่าทางเอฟเวอร์ตันจะพยายามชี้แจงว่าตัวเลขการขาดทุนส่วนหนึ่งมาจากงบประมาณในการสร้างสนามแห่งใหม่
สิ่งที่น่าสนใจคือเอฟเวอร์ตันยังอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์โทษตัดแต้มครั้งแรก ที่คาดว่าจะทราบผลการอุทธรณ์ภายในเดือนนี้

สำหรับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มีรายละเอียดที่แตกต่างจากกรณีของเอฟเวอร์ตันเล็กน้อย เพราะก้าวขึ้นมาพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
ฟอเรสต์อยู่ในลีกเดอะแชมเปียนชิป ซึ่งเป็นลีกในสังกัดของฟุตบอลลีก (EFL) ที่ได้รับอนุญาตให้ขาดทุนได้ไม่เกินปีละ 13 ล้านปอนด์ สำหรับฤดูกาล 2020/21 และ 2021/22 จะนำมาบวกกับตัวเลขการขาดทุนของพรีเมียร์ลีกที่ได้ไม่เกินปีละ 35 ล้านปอนด์ รวมแล้วฟอเรสต์ได้รับอนุญาตให้ขาดทุนไม่เกิน 61 ล้านปอนด์ด้วยกัน
แต่อดีตทีมดังในยุค 80 ขาดทุนในฤดูกาล 2020/21 ที่ 15.5 ล้านปอนด์ จากนั้นขาดทุนอีก 45.6 ล้านปอนด์ในฤดูกาลต่อมา
ส่วนในฤดูกาล 2022/23 พวกเขาอาจได้เงินค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดจากพรีเมียร์ลีก 90 ล้านปอนด์ แต่ใช้จ่ายเงินไปมากมายมหาศาลในการซื้อผู้เล่นถึง 42 คน ใช้เงินไปกว่า 250 ล้านปอนด์ ไม่นับการจ่ายค่าเหนื่อยที่มากมายมหาศาล
อย่างไรก็ดี ทางด้านฟอเรสต์ได้พยายามโต้แย้งว่าสโมสรพยายามขาย เบรนแนน จอห์นสัน ปีกดาวรุ่งของสโมสรออกไปในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งมีประเด็นอยู่ที่ว่าหากรีบปล่อยตัวออกไปก่อนปิดปีงบประมาณ จะได้ราคา 30 ล้านปอนด์ ก็อาจทำให้สโมสรรอดพ้นจากการกระทำผิด แต่การปล่อยตัวหลังจากนั้นให้กับสเปอร์ส ได้เงินกลับมาถึง 47.5 ล้านปอนด์ ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อสโมสรมากกว่าหากมองในแง่ของความยั่งยืน

อย่างไรก็ดี ประเด็นใหญ่ที่พรีเมียร์ลีกถูกเพ่งเล็งก็คือเรื่องของตัวกฎ PSR เอง และการดำเนินการของพรีเมียร์ลีก
ในขณะที่ความพยายามจะตรวจสอบและจัดการให้เสร็จสิ้นภายในฤดูกาลเดียวเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีจุดที่ชวนตั้งคำถามอยู่เมื่อมองกระบวนการอย่างถี่ถ้วน
ประเด็นคือวันที่ 24 พฤษภาคมนั้นเป็นช่วงหลังจากที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกปิดฤดูกาลไปแล้ว นั่นหมายถึงเอฟเวอร์ตัน, ฟอเรสต์ รวมถึงสโมสรอื่นๆ ที่มีส่วนกับการลุ้นหนีตกชั้นจะไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองแม้บอลจะจบฤดูกาลไปแล้วก็ตาม
ประเด็นต่อมาที่มีการตั้งข้อสงสัยคือ พรีเมียร์ลีกจะมีการ ‘อัปเดต’ กฎ PSR ใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ (ที่ผ่านมาเป็นแค่การเร่งรัดกระบวนการให้เร็วขึ้น) ซึ่งมีการเปิดเผยกันว่าภายใต้เกณฑ์ที่จะมีการอัปเดตใหม่ให้สอดคล้องกับทางยูฟ่า สโมสรอย่างเอฟเวอร์ตันอาจรอดพ้นจากความผิดได้
เพราะ PSR ในปัจจุบันเป็นกฎที่ออกมานานหลายปี ตัวเลขการขาดทุนสะสม 105 ล้านปอนด์ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงนัก เรียกว่าจ่ายค่าตัว มอยเซส ไกเซโด ยังไม่ได้เลย
ตรงนี้ที่เป็นปัญหา เพราะพรีเมียร์ลีกกำลังยอมรับด้วยตัวเองว่ากฎ PSR ล้าสมัย แต่จะบังคับใช้ทั้งๆ ที่จะมีการออกกฎใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อีกทั้งพรีเมียร์ลีกก็ไม่ได้มีการแจงรายละเอียดอย่างชัดเจนและโปร่งใสว่าทำไมจึงตัดสินแบบนี้
สโมสรที่เสียผลประโยชน์อย่างเอฟเวอร์ตันและฟอเรสต์จึงต้องพยายามต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตัวเองเช่นกัน และการต่อสู้นั้นส่อเค้าจะรุนแรง เพราะขณะที่สโมสรออกแถลงการณ์ชี้แจงและแสดงความไม่เห็นด้วย พรีเมียร์ลีกกลับออกแถลงการณ์ว่าทั้งสองสโมสร “ยืนยัน” การกระทำผิดแล้ว
ไม่นับคำถามใหญ่สุดเกี่ยวกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ถูกดำเนินคดีถึง 115 ข้อหา โดยที่ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนใดๆ ออกมา
สถานการณ์ตอนนี้จึงไม่มีใครได้เลย มีแต่คนเสีย
โดยเฉพาะพรีเมียร์ลีกในยุคของซีอีโอ ริชาร์ด มาสเตอร์ส ที่ฉาวขึ้นทุกวัน
อ้างอิง:
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
The post ทำไมเอฟเวอร์ตันจึงอาจโดนพรีเมียร์ลีกตัดแต้มเป็นครั้งที่ 2? appeared first on THE STANDARD.
]]>
การที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลออกมาบ่นเรื่องของการตัดสินนั้นไ […]
The post แบบไหนผิด…แบบไหนถูก? ในวันที่ผู้คนเริ่มไม่เข้าใจกฎฟุตบอลอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.
]]>
การที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลออกมาบ่นเรื่องของการตัดสินนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ผู้จัดการทีมสองคนออกมาตั้งคำถามถึงเรื่องของการตัดสินในสองเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นบ่อยนัก
และการที่ผู้จัดการทีมมากประสบการณ์อย่าง ฌอน ไดช์ และ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ออกมาพูดในทำนองเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า ณ เข็มนาฬิกาเดินไปนี้ พวกเขาไม่เข้าใจกับ ‘กฎ’ ในเกมฟุตบอลอีกต่อไป ทำให้เป็นเรื่องที่ควรจะมีการตั้งคำถามกันหรือไม่
ว่าตกลงแล้วสิ่งที่เราเคยคิดว่าเข้าใจเกมฟุตบอลมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นกฎแฮนด์บอลหรือกฎล้ำหน้า ตกลงแล้วเราเข้าใจมันจริงๆ ใช่ไหม
หรือมันถูกทำให้เข้าใจไม่ได้กันแน่?

ย้อนกลับไปในเกมที่กูดิสันพาร์กเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา มีสองเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับทั้งเอฟเวอร์ตัน ทีมเจ้าบ้าน และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมเยือน
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในระหว่างครึ่งแรก เมื่อเอฟเวอร์ตันที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก แจ็ค แฮร์ริสัน ในนาทีที่ 29 สบโอกาสในการที่จะได้ลุ้นประตูอีกครั้ง
เป็นเบโตศูนย์หน้าของทีม ที่ได้โอกาสลุ้นสับไกยิง แต่ปัญหาคือจังหวะนี้เขาล้ำหน้าอย่างชัดเจน เพียงแต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่อยู่ข้างสนามไม่ยอมยกธงล้ำหน้า ทำให้จังหวะการเล่นดำเนินต่อไปและนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
โดยในจังหวะที่เบโตกำลังยิง จอห์น สโตนส์ ปราการหลังคนสำคัญของแมนฯ ซิตี้ ตามมาแล้วพยายามที่จะหยุดให้ได้ ผลปรากฏว่าเกิดลงผิดจังหวะ ทำให้ได้รับบาดเจ็บไปด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่รู้ว่าอาการของกองหลังเชิงสูงจะหนักและต้องพักการเล่นยาวแค่ไหน
คำถามที่หลายคนไม่เข้าใจคือ ทำไมไลน์แมนจึงไม่ยอมยกธงในจังหวะที่มันชัดเจนขนาดนี้?

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ไม่พอใจในเหตุการณ์นี้อย่างมาก เพียงแต่ในความเห็นของกุนซือชาวกาตาลัน คนที่ผิดไม่ใช่ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ไม่ยอมยกธง แต่เป็นคนที่ออกกฎในเรื่องการล้ำหน้า
“ผมไม่เข้าใจเลย มันชัดเจนขนาดนี้ว่าล้ำหน้า และตอนนี้เขา (สโตนส์) ก็บาดเจ็บไปแล้ว พวกเขาถึงจะมาบอกว่าผมพูดถูกแล้ว ซึ่งมันสายไปแล้วไหม” เป๊ปกล่าวหลังจบเกม
สำหรับกฎล้ำหน้าที่เป็นปัญหานี้ เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการตัดสินเล็กน้อยจากการตัดสินแบบ ‘Proactive’ คือผู้ช่วยผู้ตัดสินมองเป็นจังหวะล้ำหน้าก็จะยกธงทันทีเพื่อหยุดจังหวะเกม มาเป็นการตัดสินแบบ ‘Reactive’ คือจะปล่อยจังหวะให้ต่อเนื่องไปก่อน จนกว่าผู้เล่นแนวรุกที่ล้ำหน้าจะเล่นในจังหวะต่อจากลูกล้ำหน้าจึงจะยกธง โดยวัตถุประสงค์ก็เพื่อให้เกมไหลลื่นมากที่สุด
ยิ่งในปัจจุบันมีระบบ Video Assistant Referee (VAR) เข้ามาช่วย ทำให้ผู้ช่วยผู้ตัดสินส่วนใหญ่มักจะปล่อยจังหวะการเล่นให้ต่อเนื่องไปก่อน เพราะสุดท้ายจะมี VAR เข้ามาช่วยตรวจสอบอีกขั้นอยู่ดี
ปัญหาคือ การปล่อยให้เล่นต่อไปแบบนี้มีโอกาสที่จะทำให้เกิดปัญหาในเกมได้ โดยเฉพาะเรื่องอาการบาดเจ็บของผู้เล่นที่ไม่มีใครยอมใครอยู่แล้วในจังหวะชี้เป็นชี้ตาย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีผู้จัดการทีมหลายคนออกมาทักท้วงว่า การที่ไลน์แมนไม่ทำหน้าที่เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ทีมฝ่ายรับ และเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้เล่นบาดเจ็บโดยไม่จำเป็น
“นี่เป็นประเด็นของการที่ไม่ยอมยกธงขึ้น” อลัน เชียเรอร์ อดีตหัวหอกทีมชาติอังกฤษ กล่าวใน Amazon Prime “พวกเขาจะปล่อยให้เล่นต่อ แล้วมันก็จะมีสักวันที่จะมีคนบาดเจ็บเพราะแบบนี้”
การบาดเจ็บของสโตนส์จึงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันสามารถเลี่ยงที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้

โบราณท่านว่า อิสตรีเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยากที่สุดแล้ว แต่ตอนนี้พวกเธอมีคู่แข่งแล้ว และคู่แข่งนั้นชื่อว่า ‘กฎแฮนด์บอล’
เรื่องนี้เหมือนจะเป็นคำพูดขำขันแต่ตอนนี้กฎแฮนด์บอลกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครในโลกฟุตบอลเข้าใจอีกต่อไป
ในเกมที่กูดิสันพาร์ก เอฟเวอร์ตัน เจ้าบ้าน ต้องเสียจุดโทษในช่วงครึ่งหลังในจังหวะที่ นาธาน อาเก ยิงไปชนแขนของ อมาดู โอนานา ในกรอบเขตโทษ
เดิม จอห์น บรูกส์ ผู้ตัดสินให้เป็นแค่ลูกจุดโทษ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินได้แนะนำว่าควรให้เป็นลูกจุดโทษ ซึ่งสุดท้ายก็มีการให้ลูกจุดโทษแก่แมนฯ ซิตี้ ซึ่งกลายเป็นประตูแซงนำ 2-1 จากการยิงของ ฮูเลียน อัลวาเรซ
โรแบร์โต มาร์ติเนซ อดีตนายใหญ่ทอฟฟี่เมน บอกว่า “สำหรับผมลูกนี้ไม่เป็นจุดโทษแน่นอน คนในโลกฟุตบอลรู้ดีว่ามันไม่ใช่จุดโทษ”
ลูกนี้ในมุมมองของ ฌอน ไดช์ เขาไม่คิดว่ามันเป็นลูกแฮนด์บอลเช่นกัน เพราะมันคือบอลทูแฮนด์ “จุดโทษที่พวกเขาได้ ผมไม่เข้าใจเลย และผมก็คิดว่าไม่มีใครเข้าใจด้วย เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเราเพิ่งมีการคุยกันผ่าน Zoom ซึ่งผู้จัดการทีมทุกคนบอกว่ามันใจร้ายไป และเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงให้จุดโทษ”
บนโลกโซเชียลยังมีการนำเหตุการณ์นี้ไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในเกมระหว่างลิเวอร์พูลกับอาร์เซนอลซึ่งมีจังหวะปัญหา เมื่อ มาร์ติน โอเดอการ์ด กัปตันกันเนอร์ส ใช้มือปัดลูกในจังหวะที่ โมฮาหมัด ซาลาห์ สะกิดบอลกำลังจะผ่านตัว
เหตุการณ์นี้ทางด้าน PGMOL บริษัทที่กำกับดูแลผู้ตัดสินในพรีเมียร์ลีก ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินทั้งในสนามและ VAR ว่าถูกต้องแล้ว เพราะในจังหวะนั้นโอเดอการ์ดลื่นและมือหุบเข้าหาตัวมากกว่าจะกางออกไปป้องกันบอล
There was no penalty given after this potential Martin Ødegaard handball on Mo Salah
pic.twitter.com/7CHZ1u9GPO
— ESPN FC (@ESPNFC) December 23, 2023
แต่สำหรับแฟนลิเวอร์พูลและแฟนบอลกลางๆ อีกจำนวนไม่น้อยบอกว่า มองจากดาวอังคารก็เห็นว่าโอเดอการ์ดใช้มือปัดบอล
ในขณะที่โอเดอการ์ดไม่เป็นการทำแฮนด์บอล แต่จังหวะของโอนานากลายเป็นการทำแฮนด์บอล
ในเรื่องนี้อดีตผู้ตัดสินอย่าง มาร์ก แคลตเทนเบิร์ก มองว่า มันเป็นเรื่องของกฎที่เขียนให้ตีความ และคิดว่าเป็นสิ่งที่ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงในอดีต
แต่ต่อให้จะมองว่าเป็นการตีความตามกฎแฮนด์บอลฉบับล่าสุดที่มีการเขียนไว้ ซึ่งกฎมีการอัปเดตตลอด แต่กลับไม่มีมาตรฐานการตัดสินที่แน่นอน เกมนี้ตัดสินอย่าง เกมหน้าตัดสินอย่าง
“คืนนี้คุณจะนิยามมันว่าอย่างไร?” ไดช์ตั้งคำถาม “คุณคงต้องลองส่องลูกแก้วดูแล้ว ถ้าเขา (โอนานา) ตั้งใจปัดจริงเขาก็ควรจะไปเป็นผู้รักษาประตูแล้ว เพราะปฏิกิริยาตอบสนองของเขาไวยิ่งกว่าแมวเหมียวอีก ถือว่าเซฟสวยเลยนะ”
เรื่องการตีความกฎและมาตรฐานการตัดสินของผู้ตัดสินในเวลานี้จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่มีประเด็นให้พูดถึงได้แทบทุกสัปดาห์ (และกลางสัปดาห์ โดยเฉพาะในฟุตบอลอังกฤษ) ซึ่งทาง PGMOL ไปจนถึง FA และ IFAB เองต่างก็รับรู้ว่ามีปัญหา
ปัญหาคือยิ่งพวกเขาพยายามแก้กฎทุกอย่าง มันกลับอลหม่านมากยิ่งขึ้น
จนถึงตอนนี้ กฎฟุตบอลสำหรับหลายคน – แม้กระทั่งอดีตนักฟุตบอลหรือนักวิเคราะห์เอง – ต่างทำใจแล้วว่า ‘ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ’ อีกต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิง:
The post แบบไหนผิด…แบบไหนถูก? ในวันที่ผู้คนเริ่มไม่เข้าใจกฎฟุตบอลอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อคืนที่ผ่านมา (24 พฤศจิกายน) BBC สื่อชื่อดังของอังก […]
The post เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยืนยันว่า กรณีการละเมิดทางการเงินของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับเอฟเวอร์ตัน แตกต่างกัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อคืนที่ผ่านมา (24 พฤศจิกายน) BBC สื่อชื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา หัวหน้าโค้ชของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันว่า ข้อกล่าวหากรณีการละเมิดค่าใช้จ่ายทางการเงิน 115 รายการที่ทีมของเขาต้องเผชิญนั้น แตกต่างกับความผิดของเอฟเวอร์ตันที่ถูกลงโทษด้วยการตัดคะแนน และไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้
ทีมทอฟฟีสีน้ำเงินถูกลงโทษตัดคะแนน 10 แต้มเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากพบว่ามีความผิดฐานละเมิดกฎทางการเงิน
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มีการวิเคราะห์กันว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้อาจต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน หลังกำลังถูกสอบสวนฐานละเมิดค่าใช้จ่ายทางการเงินมากถึง 115 รายการ
แต่ทางกวาร์ดิโอลาเชื่อว่า ทั้ง 2 กรณีนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบกันได้เลย
โดยนายใหญ่ชาวสเปนกล่าวว่า “เรียนตามตรงว่ามันเป็นสองกรณีที่แตกต่างกัน มันไม่เหมือนกัน
“ผมได้พูดคุยกับคนของผมแล้ว และพวกเขาก็บอกว่ามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คดีของเรามันยาวกว่า มันซับซ้อนกว่า เพราะมีการละเมิด 115 ครั้ง ดังนั้นอยากให้รอก่อน
“ตอนนี้ทนายความของทั้งสองฝ่ายก็นำเสนอสำนวนคดีของตนต่อหน้าผู้พิพากษาและรอคำตัดสิน
“ผมจะรอ รอดูต่อไป และหลังจากการตัดสินเสร็จสิ้นแล้วเราจะมาที่นี่อีกครั้ง และจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น”
ปัจจุบันคดีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการอิสระ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎมากกว่า 100 ครั้งระหว่างปี 2009-2018 และยังถูกกล่าวหาว่าไม่ให้ความร่วมมือนับตั้งแต่การสอบสวนเริ่มขึ้นในเดือนธันวาคม 2018 ด้วย
พวกเขาถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนคดีของเอฟเวอร์ตัน แต่ปัจจุบันคดีของพวกเขายังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนอยู่
คณะกรรมการอิสระที่ดูแลคดีนี้สามารถกำหนดบทลงโทษได้ตั้งแต่สั่งปรับเงิน หักคะแนน ไปจนถึงขับออกจากพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว
อ้างอิง:
The post เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยืนยันว่า กรณีการละเมิดทางการเงินของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับเอฟเวอร์ตัน แตกต่างกัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่มีการคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนที่แล้ […]
The post กรณีการตัดแต้มเอฟเวอร์ตัน กับบรรทัดฐานการลงโทษแมนฯ ซิตี้-เชลซี? appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่มีการคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนที่แล้วว่าเอฟเวอร์ตันจะถูกลงโทษสถานหนักจากพรีเมียร์ลีก จากการกระทำผิดกฎทางการเงินที่เรียกว่า ‘Profit and Sustainability Rule’ (PSR หรือก่อนหน้านี้เรียกว่า P&S) ในที่สุดก็มีการประกาศบทลงโทษออกมาอย่างเป็นทางการ
โดยโทษนั้นน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์เอาไว้เล็กน้อยจาก 12 เหลือเป็นการตัดแต้ม 10 แต้มด้วยกัน
บทลงโทษดังกล่าวทำให้ประเด็นเรื่องการกระทำผิดกฎทางการเงินของสโมสรในพรีเมียร์ลีกกลายเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจในวงกว้างขึ้นมาทันทีหลังจากที่เป็นเรื่องที่อยู่ในวงแคบมานาน ซึ่งมีหลายคำถามที่เกิดขึ้นกับกรณีของเอฟเวอร์ตันเอง
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกรณีของ 2 สโมสรใหญ่ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำผิดร้ายแรงทางกฎการเงินเช่นกันอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้และเชลซี ซึ่งบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดมีการคาดหมายว่าอาจถึงขั้นการปรับตกชั้นได้เลยทีเดียว
มันจะถึงขนาดนั้นเชียวหรือ?

สำหรับกรณีของเอฟเวอร์ตัน บทลงโทษตัดแต้ม 10 แต้ม ถือเป็นการลงโทษตัดแต้มที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก
ก่อนหน้านี้เคยมีการลงโทษมิดเดิลสโบรช์ด้วยการตัด 3 คะแนนในฤดูกาล 1996/97 (ขอยกเลิกแมตช์โดยไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากทีมประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ) และพอร์ตสมัธที่ถูกตัด 9 คะแนนในฤดูกาล 2009/10 จากการที่สโมสรต้องถูกเข้าควบคุมกิจการจากการบริหารที่ล้มเหลวทางการเงิน
ทั้งมิดเดิลสโบรช์และพอร์ตสมัธสุดท้ายแล้วตกชั้นด้วยกันทั้งสองทีม
ขณะที่เอฟเวอร์ตัน การลงโทษมาจากการที่สโมสรทำผิดในกรณีที่ปลอมแปลงตัวเลขบัญชีสโมสร เพื่อให้เป็นไปตามกฎ PSR ที่ระบุว่าแต่ละสโมสรจะสามารถขาดทุนในช่วงระยะเวลา 3 ปีได้ไม่เกิน 105 ล้านปอนด์ โดยมีตัวเลขในการขาดทุนเกินไป 19.5 ล้านปอนด์
ความพยายามในการบิดเบือนตัวเลขด้วยการผ่องถ่ายรายจ่ายบางอย่างออกไปอยู่ที่การสร้างสนามแข่งแห่งใหม่ที่แบรมลีย์-มัวร์ ด็อก ถือเป็นการกระทำทุจริต
หลังการตรวจสอบพรีเมียร์ลีก ซึ่งเร่งรัดกระบวนการในการพิจารณาคดีทางการเงินให้เร็วขึ้น หลังจากถูกร้องเรียนว่าการพิจารณาเป็นไปอย่างล่าช้าจนทำให้เอฟเวอร์ตันรอดพ้นจากการตกชั้นในฤดูกาลที่แล้ว 2022/23 ได้ตัดสินว่าผลประกอบการติดลบของเอฟเวอร์ตันเกิดจากการบริหารจัดการที่ย่ำแย่เองของสโมสร โดยเฉพาะการซื้อผู้เล่น
ประกอบกับการเสียโอกาสในการขายสิทธิ์ชื่อสนามให้แก่ USM บริษัทสัญชาติรัสเซีย ซึ่งเป็นของ อลิเชอร์ อุสมานอฟ มหาเศรษฐีที่เป็นผู้ร่วมลงทุนกับ ฟาร์ฮัด โมชิริ เจ้าของสโมสร จนทำให้ขาดเงินรายได้ไปกว่า 200 ล้านปอนด์ ทำให้สถานะทางการเงินของสโมสรเข้าขั้นวิกฤต
สุดท้ายก็นำไปสู่บทลงโทษในที่สุด แม้จะเป็นที่คาดกันว่าจะมีความพยายามในการต่อสู้ยื่นอุทธรณ์หลังจากนี้ก็ตาม

ประเด็นที่น่าสนใจคือเอฟเวอร์ตันอาจจะต้องชดใช้ผลกรรมมากกว่าแค่เรื่องของการโดนตัดแต้มที่ทำให้มีความเสี่ยงที่จะตกชั้นในฤดูกาลนี้เท่านั้น
นั่นเพราะการที่พวกเขารอดตัวจากการถูกลงโทษในฤดูกาลที่แล้ว (2022/23) และฤดูกาลก่อนหน้านั้น (2021/22) ทำให้มีทีมที่สูญเสียประโยชน์อย่างลีดส์ ยูไนเต็ด, เซาแธมป์ตัน, เลสเตอร์ ซิตี้, เบิร์นลีย์ รวมถึงน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่พยายามจะขอเข้ามามีส่วนในกระบวนการฟ้องร้องดำเนินคดีด้วย เพียงแต่พรีเมียร์ลีกปฏิเสธ
แต่เชื่อว่าสโมสรที่เสียประโยชน์อย่างลีดส์, เซาแธมป์ตัน, เลสเตอร์ ที่ตกชั้นในฤดูกาลที่แล้วจะทำการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเอฟเวอร์ตันอีกทีมละ 100 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นการชดเชยความยุติธรรมที่ขาดหายไป
ก่อนหน้านี้ในปี 2009 เคยมีกรณีที่เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จำต้องยอมจ่ายเงิน 20 ล้านปอนด์ ให้แก่เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หลังจากที่มีกรณีสัญญาของ คาร์ลอส เตเวซ กองหน้าดาวดังทีมชาติอาร์เจนตินาที่มีกลุ่มเจ้าของรายที่ 3 (Third-Party Ownership) เป็นนักลงทุนและเอเจนต์ แต่ไม่ใช่สโมสรฟุตบอลโดยตรง ซึ่งถือเป็นการทำผิดกฎ และดาวยิงรายนี้ก็มีส่วนช่วยให้เวสต์แฮมอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล 2006/07 หลังย้ายมาจากโบคา จูเนียร์ส แบบช็อกโลก
ดังนั้นมีโอกาสที่เอฟเวอร์ตันจะโดนเล่นงานซ้ำอีก และทำให้ทีมตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตหนักข้อขึ้นไปอีก

สิ่งที่มีการตั้งคำถามต่อมาเกี่ยวกับบทลงโทษที่เอฟเวอร์ตันเผชิญคือ แล้วแบบนี้สโมสรที่หนักข้อกว่าอย่างแมนฯ ซิตี้กับเชลซี ซึ่งกลับมาถูกสอบสวนอีกครั้งจะโดนลงโทษหนักกว่าหรือไม่?
เรื่องนี้ The Times สื่อคุณภาพของอังกฤษทำการวิเคราะห์ว่า ‘มีความเป็นไปได้’ ที่จะเป็นข่าวร้ายสำหรับทั้งแมนฯ ซิตี้ และเชลซี
สำหรับแมนฯ ซิตี้ที่ถูกดำเนินคดีมากถึง 115 ข้อหานั้น ที่ยังไม่มีการตัดสินจนถึงตอนนี้เป็นเพราะจำนวนเรื่องที่ต้องตรวจสอบพิจารณามีมากกว่าเยอะมาก แม้ว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบและเร่งรัดกระบวนการแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ หากเอาเกณฑ์จากที่เอฟเวอร์ตันโดนตัดแต้มถึง 10 แต้มจากการทำผิดในกฎ P&S แล้ว
The Times เชื่อว่ามีโอกาสที่แมนฯ ซิตี้ จะโดนลงโทษสูงสุดถึงขั้นตัด 30 แต้ม ซึ่งเป็นการลงโทษตัดแต้มที่รุนแรงที่สุดในอังกฤษเทียบเท่ากับที่ลูตัน ทาวน์ เคยถูกฟุตบอลลีกลงโทษเมื่อฤดูกาล 2008/09 จากการซื้อขายผู้เล่นแบบผิดกฎและสโมสรประสบปัญหาทางการเงินรุนแรงจนถึงต้องถูกควบคุมกิจการ
หรืออาจจะได้เห็นบทลงโทษที่รุนแรงกว่านั้นคือการปรับตกชั้นไปเลย
ขณะที่รายของเชลซีที่เพิ่งกลับมาเป็นประเด็นว่ามีการทำผิดเกี่ยวกับกฎทางการเงินอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องตั้งแต่ช่วงที่ โรมัน อบราโมวิช ยังเป็นเจ้าของสโมสร ก็มีโอกาสที่จะต้องเผชิญกับบทลงโทษที่รุนแรงไม่น้อยไปกว่ากัน
อย่างไรก็ดี เรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่โลกฟุตบอลต้องจับตาดูว่าพรีเมียร์ลีกจะกล้าเด็ดขาดกับ 2 สโมสรใหญ่ที่มีอำนาจสูงนี้เหมือนที่พวกเขาเด็ดขาดกับเอฟเวอร์ตันหรือไม่ เพราะมีการมองกันว่ากรณีนี้เป็นแค่การ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ สำหรับสโมสรอื่นๆ ว่าต่อจากนี้พรีเมียร์ลีกจะเข้มงวดกับเรื่องนี้มากขึ้น
ไม่นับเรื่องของการที่จะมีการแต่งตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาเพื่อช่วยกำกับดูแลเกมฟุตบอลให้กลับมาขาวสะอาดอีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ง่าย
อย่าลืมว่ากระบี่อาญาสิทธิ์จะศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อใช้อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมเท่านั้น
อ้างอิง:
The post กรณีการตัดแต้มเอฟเวอร์ตัน กับบรรทัดฐานการลงโทษแมนฯ ซิตี้-เชลซี? appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (17 พฤศจิกายน) BBC Sport รายงานว่า เอฟเวอร์ตัน ห […]
The post เอฟเวอร์ตันถูกหัก 10 แต้มทันที หลังพบว่าทำผิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีก appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (17 พฤศจิกายน) BBC Sport รายงานว่า เอฟเวอร์ตัน หนึ่งในสโมสรของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถูกพรีเมียร์ลีกลงโทษตัด 10 แต้มทันที หลังจากพบว่าละเมิดกฎการทำกำไรและความยั่งยืนของลีก
โดยการตรวจสอบเรื่องของความผิดปกติทางการเงินของเอฟเวอร์ตันเกิดขึ้นเมื่อบรรดาทีมที่ตกชั้นสู่ลีกแชมเปียนชิปฤดูกาลก่อนอย่างเลสเตอร์ ซิตี้, ลีดส์ ยูไนเต็ด, เซาแธมป์ตัน รวมถึงเบิร์นลีย์ (ที่ตกชั้นในฤดูกาล 2021/22) ได้ยื่นฟ้องสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน โดยกล่าวหาว่าเอฟเวอร์ตันกระทำผิดต่อกฎ Financial Fair Play ของพรีเมียร์ลีก เนื่องจากมีการรายงานการขาดทุนถึง 371 ล้านปอนด์ ซึ่งมากกว่าจำนวนที่กำหนดคือ 105 ล้านปอนด์
ทางด้านสโมสรเอฟเวอร์ตันได้ออกแถลงการณ์ว่า สโมสรรู้สึกทั้งตกใจและผิดหวังจากคำตัดสินที่ไม่สมเหตุสมผลและไม่ยุติธรรม โดยหลังจากนี้ทางสโมสรจะยื่นเรื่องขออุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว
สำหรับการหักแต้มดังกล่าวถือเป็นการลงโทษตัดแต้มที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก ส่งผลให้สถานการณ์บนตารางคะแนนปัจจุบันของทัพทอฟฟี่สีน้ำเงินต้องหล่นลงมาอยู่อันดับที่ 19 ของตาราง มีคะแนนรวมเหลือเพียง 4 แต้มเท่านั้นหลังแข่งขันไป 12 นัด
อ้างอิง:
The post เอฟเวอร์ตันถูกหัก 10 แต้มทันที หลังพบว่าทำผิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีก appeared first on THE STANDARD.
]]>
เอฟเวอร์ตันอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสูญเสียหลังการจากไปของ […]
The post อะไรคือกฎ P&S ที่อาจทำให้เอฟเวอร์ตันถูกลงโทษรุนแรงปรับ 12 แต้ม appeared first on THE STANDARD.
]]>
เอฟเวอร์ตันอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสูญเสียหลังการจากไปของ บิลล์ เคนไรต์ ประธานสโมสรผู้เป็นที่รักของชาวเอฟเวอร์โตเนียนทุกคน แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะยังโหดร้ายกับพวกเขาต่อไป เมื่ออาจถูกพรีเมียร์ลีกลงโทษขั้นรุนแรงด้วยการตัดคะแนนถึง 12 แต้ม
นั่นหมายถึงจากที่มีอยู่ 7 แต้มจาก 9 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ก็จะกลายเป็น -5 ทันที
ความผิดของสโมสรจากเมอร์ซีย์ไซด์ เป็นเรื่องของการละเมิดกฎทางการเงินของพรีเมียร์ลีกที่เรียกว่า Profitability and Sustainability หรือ P&S
โดยที่เอฟเวอร์ตันจะเป็นสโมสรแห่งแรกที่โดนลงโทษรุนแรงในระดับนี้
แต่แน่นอนว่ามีคำถามอยู่ไม่น้อยสำหรับบทลงโทษที่พวกเขาต้องเผชิญ โดยเฉพาะในขณะที่ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่ถูกตัดสินลงโทษใดๆ ทั้งๆ ที่ถูกตั้งข้อหาว่ากระทำผิดถึง 115 กระทงในเรื่องของกฎการเงิน
บางทีเราอาจต้องมาดูรายละเอียดกันสักนิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และเรื่องนี้จะนำไปสู่อะไรต่อไป?
เรื่องราวของเอฟเวอร์ตันที่ปรากฏบนหน้าสื่อนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา – ไม่กี่วันหลังการจากไปของบิลล์ เคนไรต์ ประธานสโมสรผู้เป็นที่รักที่อยู่ดูแลทีมมาตั้งแต่ปี 1989 – โดยมีรายงานว่าพรีเมียร์ลีกเตรียมตัดสินคดีเกี่ยวกับการละเมิดกฎทางการเงิน
กฎทางการเงินดังกล่าวคือกฎการเงินของพรีเมียร์ลีกที่มีชื่อว่า Profitability and Sustainability หรือ P&S ที่ว่าด้วยเรื่องของการบริหารจัดการสถานะทางการเงินของสโมสรให้มั่นคงเพื่อจะได้อยู่อย่างยั่งยืน
หัวใจหลักของกฎดังกล่าวคือ “สโมสรได้รับอนุญาตให้มีตัวเลขขาดทุนได้สูงสุด 105 ล้านปอนด์ในช่วงระยะเวลา 3 ปี”
แล้วกรณีของเอฟเวอร์ตันเกิดอะไรขึ้น?

สิ่งที่สโมสรดังแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ทำความผิด เป็นที่เข้าใจว่าเกิดจากการพยายามตกแต่งบัญชีเพื่อปกปิดตัวเลขการขาดทุน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายสำหรับการกู้เงินมาเพื่อสร้างสนามแข่งแห่งใหม่ของทีมที่ย่านแบรมลีย์-มัวร์ ด็อก
โดยความผิดดังกล่าวนั้นไม่ได้นับมาถึงปัจจุบัน เพราะเป็นกรณีที่เกิดขึ้นและจบลงภายในฤดูกาล 2021/22 เท่านั้น ก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะมีการดำเนินคดีเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
แต่ในภาพรวมแล้วเอฟเวอร์ตันขาดทุนต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 5 ปี ด้วยตัวเลขรวมกันมหาศาลถึง 430 ล้านปอนด์ ในยุคของฟาฮัด โมชิริ เจ้าของสโมสรที่พยายามจะขายทีมออกไป
ในช่วงเวลาที่เริ่มมีการดำเนินคดีและสอบสวน เดิมพรีเมียร์ลีกไม่ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาตายตัวเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการอิสระที่ได้รับมอบหมายในการสอบสวนเรื่องนี้
ขณะนั้นเริ่มมีการพูดถึงบทลงโทษที่เอฟเวอร์ตันอาจเผชิญซึ่งรุนแรงถึงขั้นตัดแต้ม ซึ่งจำนวนแต้มที่ตัดได้สูงสุดคือ 12 แต้มด้วยกัน อันเป็นมาตรฐานในแบบเดียวกับที่หลายสโมสรในระดับฟุตบอลลีก (EFL ตั้งแต่แชมเปียนชิป, ลีกวัน และลีกทู) เผชิญมาก่อน
สิ่งที่น่าคิดคือหากมีการลงโทษเอฟเวอร์ตันในช่วงเวลานั้นจริง ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 2022/23 นั่นหมายถึงพวกเขาจะตกชั้นอย่างแน่นอน
แต่การพิจารณาของคณะกรรมการยังไม่เสร็จสิ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งนำไปสู่ความโกรธเคืองของหลายสโมสรว่าทำไมจึงไม่มีการตัดสินภายในฤดูกาลที่แล้ว เพราะมันมีผลต่อเรื่องของการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก ระหว่างการอยู่รอด-ตกชั้น มีมูลค่าที่แตกต่างกันมากมายมหาศาลหลายร้อยล้านปอนด์
พรีเมียร์ลีกจึงมีการเปลี่ยนแปลงระเบียบใหม่ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในเรื่องของกรอบระยะเวลาที่ทำการพิจารณาคดี
จากเดิมที่ไม่มีการกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ว่าหากมีการกระทำผิดในเรื่องของกฎการเงินมาตรฐาน จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและตัดสินทุกอย่างให้จบภายในระยะเวลา 12 สัปดาห์ ซึ่งรวมถึงขั้นตอนของการอุทธรณ์ด้วย

ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ทีมที่ทำผิดต้องชดใช้ความผิดที่ก่อภายในฤดูกาลนั้นๆ โดยที่พรีเมียร์ลีกจะแจ้งกับสโมสร และหารือร่วมกันถึงบทลงโทษที่เหมาะสมที่สุดหากพบว่ามีความผิดจริง แม้ว่าสุดท้ายแล้วการตัดสินจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการอิสระที่ได้รับมอบหมาย
เอฟเวอร์ตันจึงจะเป็นสโมสรสุดท้ายที่ตรวจสอบในระเบียบเก่า (เพราะกระบวนการเริ่มก่อนหน้าจะมีการปรับเปลี่ยนระเบียบการ) – หลังจากนี้ใครทำผิดเรื่องจะจบใน 12 สัปดาห์
แต่พวกเขาก็กำลังจะเป็นสโมสรแห่งแรกที่ถูกพรีเมียร์ลีกลงโทษสถานหนักจากการทำผิดกฎทางการเงิน ซึ่งเป็นความตั้งใจของพรีเมียร์ลีกด้วยที่จะใช้กรณีนี้เป็นบรรทัดฐานในการตัดสินคดีเกี่ยวกับการเงินต่อไป
เรื่องนี้ยังกระทบต่อข่าวการเทกโอเวอร์สโมสรของ 777 Partners กลุ่มทุนจากสหรัฐอเมริกาที่เดินหน้าไปมากแล้วในการขอซื้อเอฟเวอร์ตันต่อจากเจ้าของปัจจุบันอย่างโมชิริ โดยอยู่ในกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติจากพรีเมียร์ลีก ซึ่งยังมีความกังวลว่าการเทกโอเวอร์อาจมีปัญหา
หากมีการลงโทษตัดแต้มจริง อาจหมายถึงการที่โมชิริจะต้องยอมลดราคาสโมสรลงไปอีก ขณะที่ 777 Partners มีแผนสำรองฉุกเฉินเอาไว้แล้วในกรณีตัดแต้ม ถูกแบนห้ามซื้อขาย หรือหนักข้อที่สุดหากถูกตัดสินลงโทษปรับตกชั้น – ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น

ณ จุดนี้จึงถือเป็นจุดตกต่ำที่สุดของเอฟเวอร์ตันในรอบหลายทศวรรษ
คำถามที่หลายคนสงสัยต่อมาคือ แล้วแบบนี้กรณีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เจอไป 115 ข้อหา ทำไมยังไม่มีการตัดสิน?
เรื่องนี้แม้จะมีการปรับเปลี่ยนระเบียบเพื่อเร่งกระบวนการทุกอย่าง แต่กรณีของแมนฯ ซิตี้ถือเป็นกรณีพิเศษของพรีเมียร์ลีก เพราะมีจำนวนข้อหาถึง 115 ข้อหาจากการกระทำผิดต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี 2009
นั่นทำให้เรื่องยังคงอยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการอิสระ
สิ่งที่น่าคิดคือหากเอฟเวอร์ตันที่ทำผิดแค่เรื่องเดียวในการตกแต่งตัวเลขบัญชีและการขาดทุนเกินกว่าที่กฎ P&S อนุญาต
แล้ว 115 ข้อหาของแมนฯ ซิตี้ หากพบว่ามีความผิดจริง บทลงโทษของพวกเขาจะเป็นอย่างไร?
เป็นการบ้านที่ชวนคิดอยู่ไม่น้อย
อ้างอิง
The post อะไรคือกฎ P&S ที่อาจทำให้เอฟเวอร์ตันถูกลงโทษรุนแรงปรับ 12 แต้ม appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (15 กันยายน) BBC Sport รายงานว่า เอฟเวอร์ตัน หนึ […]
The post เอฟเวอร์ตัน ได้ ‘777 Partners’ กลุ่มทุนจากอเมริกา เป็นเจ้าของทีมรายใหม่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (15 กันยายน) BBC Sport รายงานว่า เอฟเวอร์ตัน หนึ่งในสโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้เจ้าของทีมใหม่แล้ว หลังจากที่ ฟาร์ฮัด โมชิริ นักธุรกิจชาวอังกฤษเชื้อสายอิหร่าน ในฐานะเจ้าของทีมเอฟเวอร์ตัน ตกลงเซ็นสัญญาขายหุ้นจำนวน 94% ของเขาในสโมสรให้กับกลุ่มทุนสัญชาติอเมริกันอย่าง ‘777 Partners’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดย จอช วันเดอร์ ผู้ก่อตั้ง 777 Partners กล่าวว่า “เรารู้สึกถ่อมตัวกับโอกาสที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเอฟเวอร์ตันในฐานะผู้ดูแลสโมสร และถือเป็นสิทธิพิเศษที่สามารถสร้างมรดกและคุณค่าอันน่าภาคภูมิใจได้
“วัตถุประสงค์หลักของเราคือการทำงานร่วมกับแฟนๆ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา และเชิงพาณิชย์สำหรับทีมชายและหญิงที่จะส่งมอบผลลัพธ์ให้กับผู้สนับสนุนเอฟเวอร์ตันรุ่นต่อๆ ไป”
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าดีลการเปลี่ยนเจ้าของทีมจาก ฟาร์ฮัด โมชิริ สู่มือของ 777 Partners จะเสร็จสิ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการอนุมัติของพรีเมียร์ลีก สมาคมฟุตบอลอังกฤษ และหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน
อ้างอิง:
The post เอฟเวอร์ตัน ได้ ‘777 Partners’ กลุ่มทุนจากอเมริกา เป็นเจ้าของทีมรายใหม่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (18 สิงหาคม) ธีโอ วัลคอตต์ อดีตนักเตะของอาร์เซนอ […]
The post ธีโอ วัลคอตต์ อดีตแข้งอาร์เซนอล ประกาศแขวนสตั๊ดในวัย 34 ปี appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (18 สิงหาคม) ธีโอ วัลคอตต์ อดีตนักเตะของอาร์เซนอล, เอฟเวอร์ตัน และเซาแธมป์ตัน ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในวัย 34 ปี หลังค้าแข้งอาชีพมา 23 ปี ลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีกทั้งสิ้น 397 นัด
“ผมกำลังจะแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ มันน่ากลัวมาก ผมไม่ได้โกหก
“ที่มันน่ากลัวเพราะฟุตบอลคือทั้งหมดที่ผมรู้จักตั้งแต่อายุ 16 ปี หรือน้อยกว่านั้น ผมอยากลองสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยสัมผัสตอนเป็นเด็ก ผมพลาดอะไรไปหลายอย่าง ผมแค่รู้สึกว่าผมต้องการประสบการณ์ชีวิต สิ่งต่างๆ ธรรมดาทั่วไป ที่มันเคยหมุนรอบตัวผมตอนที่ยังค้าแข้ง” ธีโอ วัลคอตต์ กล่าว
สำหรับ ธีโอ วัลคอตต์ เดิมทีเป็นเด็กในอคาเดมีของเซาแธมป์ตัน ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อเสียงในฐานะดาวรุ่งที่น่าจับตามองกับอาร์เซนอลในปี 2006 โดยตลอดระยะเวลา 13 ปีกับเดอะกันเนอร์ส วัลคอตต์คว้าแชมป์เอฟเอคัพ 3 สมัย และคอมมูนิตี้ชิลด์ 2 สมัย ก่อนจะโยกไปค้าแข้งกับเอฟเวอร์ตันและเซาแธมป์ตันตามลำดับ
ทั้งนี้ วัลคอตต์มีชื่อเสียงโด่งดังสุดๆ ในปี 2006 ขณะอายุ 17 ปี เขาได้รับโอกาสจาก สเวน โกรัน อีริคส์สัน (ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษในปีนั้น) มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกฟุตบอลโลกในปีเดียวกันด้วย
อ้างอิง:
The post ธีโอ วัลคอตต์ อดีตแข้งอาร์เซนอล ประกาศแขวนสตั๊ดในวัย 34 ปี appeared first on THE STANDARD.
]]>