Ethiopia Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ethiopia/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 05 May 2026 05:35:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Nicolo Bakery คาเฟ่ขนมอบสไตล์ฝรั่งเศส เปิดใหม่ที่ One Bangkok https://thestandard.co/life/nicolo-bakery-french-one-bangkok/ Tue, 05 May 2026 05:35:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1203927 ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup

สายคาเฟ่ฮอปปิ้งที่ชื่นชอบขนมอบสไตล์ฝรั่งเศส จะต้องมีชื่ […]

The post Nicolo Bakery คาเฟ่ขนมอบสไตล์ฝรั่งเศส เปิดใหม่ที่ One Bangkok appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup

สายคาเฟ่ฮอปปิ้งที่ชื่นชอบขนมอบสไตล์ฝรั่งเศส จะต้องมีชื่อ Nicolo Bakery เป็นลิสต์โปรดในใจแน่นอน แม้คนที่ไม่สันทัดของหวานก็ยังต้องปันใจให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียดของเจ้าของร้านที่ลงมือดูแลทุกพาร์ตด้วยความตั้งใจ

 

จากจุดเริ่มต้นที่เป็นคาเฟ่ขนมอบขวัญใจคนตื่นเช้า สู่สาขาใหม่ที่ One Bangkok ซึ่งสาขานี้ถูกวางตัวให้เป็นคาเฟ่ชาวออฟฟิศแห่งใหม่ เพื่อรองรับทั้งกลุ่มคนทำงาน แขกในโรงแรม และผู้ที่อยู่โครงการ ให้ได้มีพื้นที่แวะมากินขนมระหว่างพักในบรรยากาศเรียบง่าย

 

ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup 1ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup 2ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup 3

 

The Vibe

 

เรียกได้ว่าเป็นสาขาที่วิวสวยที่สุดเท่าที่เคยมีมาของ Nicolo ด้วยการเลือกทำเลหัวมุมที่มีกระจกบานใหญ่เปิดรับวิวสวนตรงกลางของ One Bangkok แบบเต็มตา ตัวร้านตกแต่งด้วยมู้ดอบอุ่นเน้นงานไม้ตามฉบับร้าน ผสมผสานกลิ่นอายชนบทฝรั่งเศสผ่านเฟอร์นิเจอร์ที่คัดมาอย่างดี

 

เมื่อเดินเข้ามา ทุกคนจะพบกับโต๊ะไม้เนื้อสวยที่จัดวางขนมอบสดใหม่จากครัวของตัวเองให้เลือกหยิบใส่ถาดได้ตามชอบ ถัดไปเป็นโซนหน้าที่จัดบาร์ และโต๊ะไม้ยาวกลางร้านค่อนข้างอบอุ่น แม้ว่าจะตั้งอยู่ในศูนย์การค้า Nicolo เองก็ยังคงรักษาความรู้สึกโฮมมีและเงียบสงบเอาไว้เหมือนสาขาที่พระโขนงเลย

 

ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup 4ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup 5ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup 6

 

The Taste

 

เมนูมีทั้ง Coffee และ Non-Coffee ให้เลือกสรร ด้วยสาขานี้คือการมีครัวอบขนมเป็นของตัวเองในตัว ทำให้ไลน์เบเกอรี่ที่นี่ค่อนข้างเยอะทั้งเบเกอรี่อบใหม่แบบวันต่อวัน และเมนูอาหารจานหลักให้เลือกเพิ่มขึ้น

 

เมนูไฮไลต์ที่ห้ามพลาดและเป็นซิกเนเจอร์เฉพาะสาขานี้คือ Tiramisu Cup (195 บาท) ทิรามิสุสูตรไม่มีแอลกอฮอล์ที่ใช้เวลาแช่เลดี้ฟิงเกอร์กับกาแฟนานถึง 8-24 ชั่วโมง เพื่อให้เนื้อสัมผัสนุ่มและฉ่ำ รสชาติเข้มข้นจากกาแฟนำ ตามด้วยความนุ่มของมาสคาร์โปเนชีสและกลิ่นหอมของโกโก้

 

Ham & Cheese Sandwich (195 บาท) แซนด์วิชสอดไส้แฮมชีสอบมาร้อนๆ ที่ร้านใช้ขนมปังคุณภาพดี อบมาจนด้านนอกกรอบกำลังดี เสิร์ฟมา 2 ชิ้นโตๆ เหมาะสำหรับการแชร์กับเพื่อน

 

ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup 7ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup 8ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup 9

 

ส่วนเครื่องดื่ม เราสั่ง Tiramisu Latte (160 บาท) กาแฟที่นี่ใช้เมล็ดบราซิลคั่วกลาง ด้านบนท็อปด้วยความหวานนุ่มละมุนจากครีมมาสคาร์โปเนตัดกับความเข้มของกาแฟได้พอดี

 

หรือหากใครชอบกาแฟแนวฟรุตตีก็มีเมล็ดเอธิโอเปียสำหรับอเมริกาโนให้เลือกตามใจชอบ ร้านแนะนำให้ดื่มแบบไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มเพราะความหวานทั้งหมดจะมาจากตัววัตถุดิบ

Coconut Matcha Foam (170 บาท) เมนูสำหรับคนเริ่มดื่มมัทฉะที่อยากได้ความสดชื่น ทางร้านคัดสรรใบชาจากฟาร์มในเกียวโตโดยตรง ตีจนเป็นฟองนุ่มๆ ท็อปบนน้ำมะพร้าวสีชมพู เพื่อให้ดื่มง่ายขึ้นและได้รสสัมผัสที่นวลขึ้น

 

ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup 10ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup 11ภาพรวมบรรยากาศ Nicolo Bakery ที่ One Bangkok แสดงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสและเมนู Tiramisu Cup 12

 

Good for

 

พนักงานออฟฟิศที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศกินขนมให้พิเศษกว่าเดิม หรือคนที่มองหาที่นั่งชิลจิบกาแฟชมวิวในวันหยุดก็ดีเช่นกัน ใครที่เป็นแฟนคลับ Nicolo Bakery อยู่แล้ว เราว่าสาขานี้คือจุดเช็กอินใหม่ที่ไม่ควรพลาดที่จะแวะมา

 

NICOLO BAKERY | One Bangkok

 

Address: ชั้น 3 โซน Parade, One Bangkok

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

Contact: Nicolo Bakery 

Budget: ราคา 200-500 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/eXufPveaiPUNhZqW7

 

The post Nicolo Bakery คาเฟ่ขนมอบสไตล์ฝรั่งเศส เปิดใหม่ที่ One Bangkok appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sabastian Sawe มนุษย์คนแรกทำ Sub-2 7 ครั้งหลังสุด สถิติโลกเป็นของชาวเคนยา https://thestandard.co/sabastian-sawe-sub-2-world-record-kenya/ Mon, 27 Apr 2026 01:15:41 +0000 https://thestandard.co/sabastian-sawe-sub-2-world-record-kenya/ ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon

ตอนนี้ ‘ซาบาสเตียน ซาเว’ ได้รับการจารึกชื่อในฐานะชายคนแ […]

The post Sabastian Sawe มนุษย์คนแรกทำ Sub-2 7 ครั้งหลังสุด สถิติโลกเป็นของชาวเคนยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon

ตอนนี้ ‘ซาบาสเตียน ซาเว’ ได้รับการจารึกชื่อในฐานะชายคนแรกของโลกที่ทำเวลา ‘Sub-2’ ในการแข่งขันมาราธอนอย่างเป็นทางการ หลังสวม ADIZERO ADIOS PRO EVO 3 เข้าเส้นชัย คว้าแชมป์ London Marathon 2026 ด้วยเวลา 1:59:30 ชั่วโมง

 

ผลงานครั้งนี้ยังเป็นการทำลายสถิติเดิมของ เคลวิน คิปตัม ผู้ล่วงลับ ที่เคยทำไว้ 2:00:35 ชั่วโมงในปี 2023 ลงได้มากกว่าหนึ่งนาทีอีกด้วย

 

ก่อนหน้านี้ เอเลียด คิปโชเก เคยเป็นมนุษย์คนแรกที่วิ่งต่ำกว่า 2 ชั่วโมงในปี 2019 แต่เป็นการวิ่งภายใต้เงื่อนไขพิเศษ จึงไม่ถูกนับเป็นสถิติทางการ

 

ที่น่าสนใจคือ หากย้อนดูสถิติโลกมาราธอนครั้งล่าสุด จะพบว่า 7 ครั้งหลังสุด ล้วนถูกทำลายโดยนักวิ่งชาวเคนยาทั้งหมด ไล่ตั้งแต่

 

แพทริก มาเกา – 2:03:38 (Berlin Marathon 2011)

 

วิลสัน คิปแซง – 2:03:23 (Berlin Marathon, 2013)

 

เดนนิส คิเมตโต – 2:02:57 (Berlin Marathon, 2014)

 

เอเลียด คิปโชเก – 2:01:39 (Berlin Marathon, 2018)

 

เอเลียด คิปโชเก – 2:01:09 (Berlin Marathon, 2022)

 

เคลวิน คิปตัม – 2:00:35 (Chicago 2023)

 

🆕 ซาบาสเตียน ซาเว – 1:59:30 (London 2026)

 

ส่วนผลการแข่งขันของฝั่งหญิงก็มีสถิติโลกเกิดขึ้นเช่นกัน เมื่อ ทิกสต์ อัสเซฟา นักวิ่งสาวชาวเอธิโอเปีย คว้าแชมป์ London Marathon ด้วยเวลา 2:15:41 ชั่วโมง พร้อมทำลายสถิติโลกหญิงของตัวเองลงได้อีกประมาณ 10 วินาที จากสถิติเดิมที่เธอเคยทำไว้ในลอนดอนเมื่อปีก่อน

 

ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon 1ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon 2ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon 3ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon 4ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon 5ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon 6

The post Sabastian Sawe มนุษย์คนแรกทำ Sub-2 7 ครั้งหลังสุด สถิติโลกเป็นของชาวเคนยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tokyo Marathon 2026 ทาเคเล คว้าแชมป์สมัยที่ 2 เฟิง เป่ยโหยว ทุบสถิตินักวิ่งจีน วิ่งต่ำกว่า 2:06 คนแรก https://thestandard.co/tokyo-marathon-takele-feng-record/ Sun, 01 Mar 2026 08:28:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1183126 ภาพนักวิ่ง ทาเดเล ทาเคเล และ เฟิง เป่ยโหยว ในการแข่งขัน โตเกียว มาราธอน 2026

Tokyo Marathon สนามเปิดฤดูกาลของซีรีส์ World Marathon M […]

The post Tokyo Marathon 2026 ทาเคเล คว้าแชมป์สมัยที่ 2 เฟิง เป่ยโหยว ทุบสถิตินักวิ่งจีน วิ่งต่ำกว่า 2:06 คนแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนักวิ่ง ทาเดเล ทาเคเล และ เฟิง เป่ยโหยว ในการแข่งขัน โตเกียว มาราธอน 2026

Tokyo Marathon สนามเปิดฤดูกาลของซีรีส์ World Marathon Majors ประจำปี 2026 ได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางสภาพอากาศแจ่มใส อุณหภูมิช่วงออกสตาร์ตราว 10-12 องศาเซลเซียส และสีสันจากนักวิ่งที่ตบเท้าเข้าร่วมกว่า 39,000 คน

 

โดยผู้ชนะในประเภทชายปีนี้ เป็นทางด้าน ทาเดเล ทาเคเล จากเอธิโอเปีย ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ หลังเร่งสปีดช่วงท้ายคว้าชัยด้วยเวลา 2:03:36 ชั่วโมง ด้านประเภทหญิง บริจิด คอสเกอี จากเคนยา ที่นอกจากจะคว้าแชมป์สมัยที่ 2 เช่นกัน ยังทำลายสถิติสนาม เข้าเส้นชัยที่เวลา 2:14:28 ชั่วโมง

 

นอกเหนือจากชัยชนะของบรรดาปอดเหล็กแอฟริกันแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันคือผลงานของ เฟิง เป่ยโหยว (Feng Peiyou) นักวิ่งวัย 24 ปีจากจีน ที่ทะยานเข้าเส้นชัยด้วยรองเท้า Xtep 160X 7.0 Pro พร้อมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการวิ่งแดนมังกร

 

ด้วยการทำลายสถิติประเทศจีนด้วยเวลา 2:05:58 ชั่วโมง คว้าอันดับ 11 ใน Tokyo Marathon อย่างยอดเยี่ยม หลังเฉือนเอาชนะตัวเต็งเจ้าถิ่นอย่าง ซูกุรุ โอซาโกะ ไปแบบเสี้ยววินาที พร้อมกลายเป็นชาวจีนคนแรกที่ทำเวลาได้ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง 6 นาที และเป็นนักวิ่งเอเชียที่ทำผลงานดีที่สุดในรายการนี้

 

ภาพนักวิ่ง ทาเดเล ทาเคเล และ เฟิง เป่ยโหยว ในการแข่งขัน โตเกียว มาราธอน 2026 1ภาพนักวิ่ง ทาเดเล ทาเคเล และ เฟิง เป่ยโหยว ในการแข่งขัน โตเกียว มาราธอน 2026 2ภาพนักวิ่ง ทาเดเล ทาเคเล และ เฟิง เป่ยโหยว ในการแข่งขัน โตเกียว มาราธอน 2026 3ภาพนักวิ่ง ทาเดเล ทาเคเล และ เฟิง เป่ยโหยว ในการแข่งขัน โตเกียว มาราธอน 2026 4ภาพนักวิ่ง ทาเดเล ทาเคเล และ เฟิง เป่ยโหยว ในการแข่งขัน โตเกียว มาราธอน 2026 5ภาพนักวิ่ง ทาเดเล ทาเคเล และ เฟิง เป่ยโหยว ในการแข่งขัน โตเกียว มาราธอน 2026 6ภาพนักวิ่ง ทาเดเล ทาเคเล และ เฟิง เป่ยโหยว ในการแข่งขัน โตเกียว มาราธอน 2026 7

The post Tokyo Marathon 2026 ทาเคเล คว้าแชมป์สมัยที่ 2 เฟิง เป่ยโหยว ทุบสถิตินักวิ่งจีน วิ่งต่ำกว่า 2:06 คนแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากรถยนต์ไฟฟ้าสู่ ‘ขยะ’ จีนรุกตลาดกำจัดขยะโลก ตั้งโรงไฟฟ้า 101 แห่ง หนีวิกฤต ‘ขาดแคลนขยะ’ ในบ้านเกิดที่โรงงานล้นตลาด https://thestandard.co/china-waste-shortage-101-plants/ Tue, 30 Dec 2025 09:20:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1160203 จากรถยนต์ไฟฟ้าสู่ ‘ขยะ’ จีนรุกตลาดกำจัดขยะโลก ตั้งโรงไฟฟ้า 101 แห่ง หนีวิกฤต ‘ขาดแคลนขยะ’ ในบ้านเกิดที่โรงงานล้นตลาด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจของจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็ […]

The post จากรถยนต์ไฟฟ้าสู่ ‘ขยะ’ จีนรุกตลาดกำจัดขยะโลก ตั้งโรงไฟฟ้า 101 แห่ง หนีวิกฤต ‘ขาดแคลนขยะ’ ในบ้านเกิดที่โรงงานล้นตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากรถยนต์ไฟฟ้าสู่ ‘ขยะ’ จีนรุกตลาดกำจัดขยะโลก ตั้งโรงไฟฟ้า 101 แห่ง หนีวิกฤต ‘ขาดแคลนขยะ’ ในบ้านเกิดที่โรงงานล้นตลาด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจของจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับโลกในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงแผงโซลาร์เซลล์ แต่ในขณะนี้ แดนมังกรกำลังรุกคืบเข้ายึดหัวหาดในอีกสมรภูมิหนึ่งอย่างรวดเร็ว นั่นคือ ‘อุตสาหกรรมการกำจัดขยะ’

 

สาเหตุสำคัญของการเคลื่อนทัพครั้งนี้ เกิดจากสภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจภายในประเทศจีน ส่งผลให้โรงงานเผาขยะในประเทศต้องเผชิญกับปัญหา ‘ขาดแคลนขยะ’ ที่จะนำมาเผาเพื่อผลิตพลังงาน สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าจากขยะ (Waste-to-energy) ต้องหันมามองหาโอกาสการเติบโตในต่างแดน และพวกเขาก็ทำได้อย่างรวดเร็ว

 

ข้อมูลจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนระบุว่า เมื่อ 6 เดือนก่อน บริษัทจีนมีส่วนร่วมในโครงการเผาขยะในต่างประเทศจำนวน 79 โครงการ ครอบคลุมทั้งเอเชีย, ยุโรป, แอฟริกา และอเมริกา แต่เมื่อถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ตัวเลขดังกล่าวได้พุ่งทะยานขึ้นเป็น 101 โครงการ

 

กัว หยุนเกา (Guo Yungao) เลขาธิการคณะกรรมการพลังงานและสิ่งแวดล้อมแห่งสมาพันธ์สิ่งแวดล้อมจีน (All-China Environment Federation) ชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการนี้ว่า อุตสาหกรรมพลังงานจากขยะของจีนกำลังก้าวกระโดด “จากการส่งออกเพียงแค่เทคโนโลยี ไปสู่การส่งมอบแพ็กเกจที่ครบวงจรทั้งเทคโนโลยี มาตรฐาน การบริหารจัดการ และเงินทุน”

 

โดยปกติแล้ว บริษัทผลิตไฟฟ้าจากขยะจะเปลี่ยนขยะมูลฝอยจากชุมชนให้เป็นกระแสไฟฟ้าผ่านกระบวนการเผาไหม้ด้วยอุณหภูมิสูง โดยรายได้หลักมาจากค่าธรรมเนียมที่รัฐบาลท้องถิ่นจ่ายให้ และจากการขายไฟฟ้าที่ผลิตได้

 

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 2000 และ 2010 จีนได้สร้างเตาเผาขยะจำนวนมหาศาลเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ทำให้ปริมาณขยะพุ่งสูงขึ้น จนทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่มีกำลังการเผาขยะมากที่สุดในโลก

 

แต่ภาพความรุ่งโรจน์ในอดีตกลับกลายเป็นปัญหาในปัจจุบัน อุตสาหกรรมนี้กำลังทนทุกข์จากการขาดแคลนขยะที่สามารถเผาได้เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการขยายตัวของเมืองที่ลดความร้อนแรงลง

 

ตู้ ฮวนเจิง (Du Huanzheng) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยถงจี้ (Tongji University) ในเซี่ยงไฮ้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน มองว่าสถานการณ์นี้ผลักดันให้บริษัทต่างๆ ต้องกระโจนเข้าสู่กระแสการออกสู่ตลาดโลก (Going Global) ของจีน

 

“นี่เป็นทางออกที่ดีสำหรับวิสาหกิจเผาขยะเช่นกัน” ตู้กล่าว พร้อมเสริมว่า “มีความต้องการสูงเป็นพิเศษจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศอย่างเวียดนามและไทยกำลังเผชิญกับสิ่งที่จีนเคยเจอเมื่อ 20 ปีก่อน นั่นคือหลังจากเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ปริมาณขยะก็ระเบิดตัวขึ้น และพวกเขายังไม่มีวิธีจัดการที่มีประสิทธิภาพ”

 

ศาสตราจารย์ตู้ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ในอดีตจีนเคยต้องนำเข้าเทคโนโลยีการกำจัดขยะจากยุโรป แต่ปัจจุบันจีนได้กลายมาเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีเหล่านี้ที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง โดยเฉพาะกับประเทศในเอเชียด้วยกัน

 

เพราะนอกจากโซลูชันของจีนจะมีราคาถูกกว่าของชาติตะวันตกแล้ว มันยังเหมาะสมกว่าในการจัดการขยะที่ ‘เกิดจากวัฒนธรรมการกินแบบตะวันออก’ (Eastern dietary structure) เนื่องจากจีนได้นำเทคโนโลยีที่นำเข้ามาในอดีตมาปรับปรุงและพัฒนาต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ

 

ความก้าวหน้านี้เห็นได้ชัดจากโครงการประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะ 7 แห่งในอินโดนีเซีย ซึ่งบริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐบาลอินโดนีเซีย (Danantara Indonesia) เปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า ในจำนวนผู้ยื่นซองประมูล 24 รายที่ผ่านการคัดเลือก มีถึง 20 รายที่เป็นบริษัทจีน โดยโครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 91 ล้านล้านรูเปียห์

 

Soochow Securities บริษัทหลักทรัพย์ของจีนระบุในบทวิเคราะห์ว่า “กระบวนการประมูลนี้มอบโอกาสทางการตลาดที่มหาศาลให้กับห่วงโซ่อุตสาหกรรมขยะมูลฝอยที่เติบโตเต็มที่แล้วของจีน ซึ่งก้าวไปถึงระดับสูงทั้งในด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์ และประสบการณ์การดำเนินงาน ให้สามารถ ‘ออกสู่ตลาดโลก’ ได้”

 

อย่างไรก็ตาม การบุกตลาดต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย ศาสตราจารย์ตู้เตือนว่าบริษัทจีนต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับแต่งเทคโนโลยีให้เข้ากับองค์ประกอบของขยะในท้องถิ่นที่แตกต่างกัน รวมถึงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายเงินอุดหนุนที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ชี้ชะตาได้เลยว่าโครงการจะทำกำไรหรือขาดทุน

 

กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะ Reppie ในกรุงแอดดิสอาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย ซึ่งพัฒนาโดยกลุ่มบริษัทนานาชาติที่มี China National Electric Engineering Company รวมอยู่ด้วย มีรายงานว่าโครงการนี้ล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

 

แม้จะเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2018 และถูกออกแบบให้กำจัดขยะได้ 1,400 ตันต่อวัน แต่ในความเป็นจริงกลับทำได้เพียง 650 ตัน ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เข้ากันระหว่างเทคโนโลยีการเผา กับขยะในแอฟริกาที่มีความชื้นสูงและเป็นอินทรียวัตถุ

 

ในขณะที่พยายามเติบโตในต่างแดน บริษัทขยะของจีนก็ยังต้องดิ้นรนอย่างหนักในบ้านเกิด “หากทำสำเร็จ การที่บริษัทสิ่งแวดล้อมของจีน ‘ออกสู่ตลาดโลก’ อาจช่วยเพิ่มผลกำไรได้จริง แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาโรงงานขยะที่สร้างเกินความจำเป็นในประเทศได้ เพราะเงินลงทุนทั้งหมดได้จมไปกับสิ่งปลูกสร้างถาวรที่ไม่สามารถโยกย้ายไปไหนได้แล้ว” ตู้กล่าวทิ้งท้าย

 

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยอมรับว่า อัตราการใช้ประโยชน์เฉลี่ยของเตาเผาขยะในจีนอยู่ที่เพียงประมาณ 60% เท่านั้น ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือโรงงานแห่งหนึ่งในเมืองเว่ยหนาน มณฑลส่านซี ซึ่งมีกำลังการผลิตถึง 219,000 ตันต่อปี แต่ปีที่แล้วกลับมีขยะให้เผาเพียง 53,730 ตัน หรือคิดเป็นอัตราการใช้งานเพียง 24% เท่านั้น

 

ภาพ : R_DRONE / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post จากรถยนต์ไฟฟ้าสู่ ‘ขยะ’ จีนรุกตลาดกำจัดขยะโลก ตั้งโรงไฟฟ้า 101 แห่ง หนีวิกฤต ‘ขาดแคลนขยะ’ ในบ้านเกิดที่โรงงานล้นตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 https://thestandard.co/queen-runs-half-marathon-kipchoge/ Sun, 30 Nov 2025 03:30:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1149728 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เ […]

The post สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งในรายการ Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 Presented by Toyota ในระยะ ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร พร้อมด้วย เอเลียด คิปโชเก ตำนานนักวิ่งมาราธอนระดับโลก ท่ามกลางนักวิ่งกว่า 48,000 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้

 

การเสด็จฯ ร่วมวิ่งของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นับเป็นไฮไลต์สำคัญของงาน ATMBKK 2025 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ในฐานะหนึ่งในรายการวิ่งมาราธอนระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ท่ามกลางประชาชนและนักวิ่งที่มาร่วมเฝ้ารอรับเสด็จฯ และส่งเสียงเชียร์อย่างอบอุ่นตลอดเส้นทาง

 

ทั้งนี้ เอเลียด คิปโชเก วิ่งเข้าเส้นชัยฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. ในงาน ATMBKK 2025 ด้วยเวลา 2.13.40 ชั่วโมง

 

ขณะที่แชมป์มาราธอน 42 กม. ฝั่งชายตกเป็นของ Bekele Shiferaw Agunafr จากเอธิโอเปีย เวลา 2.14.27 ชั่วโมง ส่วนฝั่งหญิงเป็น Eunice Nyawira Muchiri จากเคนยา ทำเวลา 2.39.27 ชั่วโมง

 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 1
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 2
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 3
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 4
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 5
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 6
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 7
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 8
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 9
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 10
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 11
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 12
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 13
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 14
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 15
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 16

The post สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. กับ เอเลียด คิปโชเก ในงาน ATMBKK 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยเป็น 1 ใน 9 ประเทศที่เข้าร่วมกลุ่ม BRICS เพิ่มเติมอย่างเป็นทางการในวันแรกของปี 2025 https://thestandard.co/thailand-joins-brics-2025/ Sun, 05 Jan 2025 07:59:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1027146 BRICS

ในวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา 9 ประเทศ ได้แก่ เบลารุส, โบล […]

The post ไทยเป็น 1 ใน 9 ประเทศที่เข้าร่วมกลุ่ม BRICS เพิ่มเติมอย่างเป็นทางการในวันแรกของปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
BRICS

ในวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา 9 ประเทศ ได้แก่ เบลารุส, โบลิเวีย, อินโดนีเซีย, คาซัคสถาน, ไทย, คิวบา, ยูกันดา, มาเลเซีย และอุซเบกิสถาน ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตร BRICS อย่างเป็นทางการ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนากลุ่ม BRICS หลังจากการขยายตัวครั้งประวัติศาสตร์

 

นอกจาก 9 ประเทศดังกล่าว สมาชิกก่อนหน้านี้ของกลุ่ม BRICS ประกอบด้วย บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีน, แอฟริกาใต้, อิหร่าน, อียิปต์, เอธิโอเปีย, ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

การเติบโตของกลุ่ม BRICS ที่ใหญ่ขึ้นนี้ ไม่เพียงเพิ่มบทบาททางเศรษฐกิจของกลุ่ม แต่ยังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการผลักดันการสร้างโลกหลายขั้ว

 

หวังโย่วหมิง ผู้อำนวยการสถาบันประเทศกำลังพัฒนาจากสถาบันวิจัยระหว่างประเทศจีนในปักกิ่ง กล่าวกับ Global Times ว่าการที่ประเทศทั้งเก้าเข้าร่วมเป็นพันธมิตร BRICS สะท้อนถึงแรงผลักดันของขบวนการโลกาภิวัตน์ที่ต้องการปรับเปลี่ยนระเบียบโลกที่ไม่เป็นธรรมและไม่เท่าเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการผงาดขึ้นของประเทศในกลุ่มโลกใต้

 

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของครอบครัว BRICS ทำให้สื่อมวลชนตะวันตกบางส่วนแสดงความวิตกกังวลมากขึ้น โดยเฉพาะหลังการประชุมสุดยอด BRICS ที่เมืองคาซาน เช่น Voice of America กล่าวว่า การประชุม BRICS ชี้ให้เห็นถึงความทะเยอทะยานทางภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันกับตะวันตก

 

ในระยะหนึ่งนักการเมืองและสื่อบางกลุ่มในตะวันตกมักมองว่า BRICS เป็นกลไกที่สร้างขึ้นเพื่อเผชิญหน้ากับตะวันตก แต่ในความเป็นจริง BRICS ไม่ใช่องค์กรต่อต้านตะวันตก แต่เป็นองค์กรที่มีเป้าหมายและภารกิจชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น คือไม่สร้างกลุ่มใหม่, ไม่แข่งขันในรูปแบบการแบ่งขั้ว และไม่พยายามแทนที่ใคร

 

โมเดลความร่วมมือของ BRICS หลีกเลี่ยงเกมผลรวมศูนย์ (Zero-Sum Games) ระหว่างประเทศมหาอำนาจ และเสนอแนวทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ครอบคลุมมากกว่า ด้วยความครอบคลุมนี้เองที่ดึงดูดให้ประเทศต่างๆ ในกลุ่มโลกใต้รีบสมัครเข้าเป็นสมาชิก BRICS

 

แรงผลักดันสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนา BRICS คือความต้องการที่เพิ่มขึ้นของประเทศกำลังพัฒนาสำหรับระเบียบโลกที่ยุติธรรมและเท่าเทียมมากขึ้น ผ่านความร่วมมือและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบโลกหลายขั้ว

 

อ้างอิง:

The post ไทยเป็น 1 ใน 9 ประเทศที่เข้าร่วมกลุ่ม BRICS เพิ่มเติมอย่างเป็นทางการในวันแรกของปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
BRICS เดินหน้าขยายอิทธิพล อ้าแขนต้อนรับ 6 ประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิก มีผล 1 ม.ค. 2024 https://thestandard.co/brics-invites-6-new-members/ Fri, 25 Aug 2023 05:55:47 +0000 https://thestandard.co/?p=833699

ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X (Twit […]

The post BRICS เดินหน้าขยายอิทธิพล อ้าแขนต้อนรับ 6 ประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิก มีผล 1 ม.ค. 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X (Twitter) เมื่อวันพฤหัสบดี (24 สิงหาคม) ที่ผ่านมา ในฐานะประธาน BRICS คนปัจจุบันว่า ชาติสมาชิกของกลุ่ม BRICS ซึ่งประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ เตรียมเชิญ 6 ประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS โดย 6 ประเทศดังกล่าวคือ อาร์เจนตินา อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับเศรษฐกิจการค้าระหว่างกัน ซึ่งสถานะความเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2024

 

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญของวาระการประชุมสุดยอด BRICS ครั้งที่ 15 คือการเพิ่มจำนวนสมาชิกใหม่ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการค้า การลงทุน ตลอดจนการพัฒนาในด้านอื่นๆ ร่วมกัน 

 

รายงานระบุว่า ผู้นำกลุ่ม BRICS ตบเท้าเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ยกเว้นประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ที่ไม่สามารถเข้าร่วมงานด้วยตนเองได้ เนื่องจากอาจมีหมายศาลอาญาระหว่างประเทศที่จะมีผลบังคับให้ประเทศเจ้าภาพอย่างแอฟริกาใต้ ซึ่งได้ลงนามในข้อตกลงของศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC ต้องดำเนินการจับกุมปูติน 

 

รามาโฟซา ประธานาธิบดีของแอฟริกาใต้ กล่าวว่า BRICS ถือเป็นกลุ่มประเทศที่มีความหลากหลายที่มารวมตัวกันเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกัน ซึ่งแม้ประเทศต่างๆ จะมีมุมมองที่แตกต่างกัน แต่ก็มีวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อโลกที่ดีกว่า ในฐานะหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งกลุ่ม BRICS ทางกลุ่มได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับหลักการชี้แนะ มาตรฐาน หลักเกณฑ์ และขั้นตอนของกระบวนการขยายอิทธิพลของ BRICS ซึ่งหมายรวมถึงการเพิ่มจำนวนสมาชิก 

 

การเข้าร่วมเป็นสมาชิก BRICS ของ 6 ประเทศใหม่ จะทำให้กลุ่ม BRICS มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 23 ประเทศ อีกทั้งกลุ่ม BRICS ยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเติบโตเรื่อยๆ เนื่องจากมีการทาบทามส่งเทียบเชิญให้กับประเทศอื่นๆ เข้าร่วม โดยมีหลายประเทศ เช่น ไนจีเรียและกานา ต่างแสดงความสนใจอย่างไม่เป็นทางการ

 

ด้านประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การขยายจำนวนสมาชิกดังกล่าวเป็น “จุดเริ่มต้นใหม่สำหรับความร่วมมือของ BRICS” และกล่าวว่าความร่วมมือดังกล่าวจะนำพลังใหม่ๆ มาสู่กลไกความร่วมมือของ BRICS และเสริมสร้างพลังเพื่อสันติภาพและการพัฒนาของโลก

 

ขณะที่ประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียได้ส่งสารแสดงความขอบคุณแอฟริกาใต้ ประเทศเจ้าภาพ โดยเฉพาะประธานาธิบดีรามาโฟซาที่ใช้ความเชี่ยวชาญทางการทูตในการเจรจาในทุกประเด็น ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มจำนวนสมาชิกขยายกลุ่ม BRICS

 

ส่วนประธานาธิบดีรามาโฟซายังได้บอกใบ้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มเติมจำนวนสมาชิก BRICS ในอนาคต พร้อมย้ำว่า BRICS ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประเทศอื่นๆ ดังนั้น ในการสร้างความร่วมมือกับ BRICS ทางกลุ่มได้มอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศพัฒนารูปแบบประเทศของกลุ่มและรายชื่อประเทศคู่ค้าในอนาคต ซึ่งจะรายงานในการประชุมสุดยอดครั้งถัดไป

 

ในส่วนของประธานาธิบดีลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา แห่งบราซิล กล่าวว่า BRICS ในขณะนี้สะท้อนให้เห็นได้จากความสนใจที่เพิ่มขึ้นของประเทศอื่นๆ ที่จะเข้าร่วมกลุ่ม โดยขณะนี้ BRICS มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 37% ของ GDP โลกในแง่ของกำลังซื้อ และ 46% ในแง่ของประชากรโลก โดยเขาได้ย้ำว่า BRICS จะยังคงเปิดรับสมาชิกใหม่ต่อไป

 

รายงานระบุว่า แม้ประเทศสมาชิก BRICS ต่างแสดงการสนับสนุนต่อการเปิดรับสมาชิกใหม่อย่างเปิดเผย แต่บรรดาผู้นำก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับจำนวนและความรวดเร็วในการเพิ่มสมาชิก

 

ด้านนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย กล่าวว่า “การขยายตัวและความทันสมัยของ BRICS คือจุดเริ่มต้นของกลุ่มที่ต้องการสื่อถึงทุกสถาบันในโลกเกี่ยวกับความสำคัญที่ต้องหล่อหลอมตนเองตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป”

 

Gustavo de Carvalho นักวิเคราะห์นโยบายและนักวิจัยอาวุโสของสถาบันกิจการระหว่างประเทศแห่งแอฟริกาใต้ แสดงความเห็นผ่าน X ว่า สมาชิกใหม่จะไม่ใช่แค่ช่วยให้ BRICS เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังให้โอกาสสำหรับสมาชิกในด้านต่างๆ หนึ่งในนั้นก็คือการแลกเปลี่ยนซื้อขายและลงทุนระหว่างกันโดยตรงด้วยสกุลเงินท้องถิ่น ซึ่ง BRICS ยังคงศึกษาเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง 

 

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งมองว่า บรรดาสมาชิกใหม่ของ BRICS ต่างมีความท้าทายในรูปแบบต่างๆ ติดมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นอิหร่านที่กำลังเผชิญกับการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่การปะทะครั้งใหม่ในเอธิโอเปียทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพภายใน ส่วนอียิปต์กำลังเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจ และเมื่อเร็วๆ นี้ อาร์เจนตินาได้ลดค่าเงินของประเทศของตนลงอย่างมาก ขณะที่อาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบียต่างพยายามเติบโตในภาคส่วนที่ไม่ใช่น้ำมัน แม้ต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์จากชาติตะวันตกเกี่ยวกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องก็ตาม 

 

อ้างอิง:

The post BRICS เดินหน้าขยายอิทธิพล อ้าแขนต้อนรับ 6 ประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิก มีผล 1 ม.ค. 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เอธิโอเปียประกาศ เตรียมนำกองทัพเข้ารบแนวหน้า หลังกลุ่มกบฏใกล้ประชิดเมืองหลวง https://thestandard.co/ethiopian-pm-vows-to-marshal-troops-in-war-against-rebels/ Tue, 23 Nov 2021 08:14:14 +0000 https://thestandard.co/?p=563045 เอธิโอเปีย

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) อาบีย์ อาเหม็ด อาลี นายกรัฐมนตรีเ […]

The post นายกฯ เอธิโอเปียประกาศ เตรียมนำกองทัพเข้ารบแนวหน้า หลังกลุ่มกบฏใกล้ประชิดเมืองหลวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอธิโอเปีย

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) อาบีย์ อาเหม็ด อาลี นายกรัฐมนตรีเอธิโอเปียและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปี 2019 ประกาศเตรียมนำกองทัพเข้ารบแนวหน้า หลังกลุ่มกบฏแนวร่วมปลดปล่อยประชาชนทิเกรย์ (Tigray People’s Liberation Front: TPLF) ใกล้ประชิดกรุงแอดดิส อะบาบา เมืองหลวงของประเทศ

 

โดยอาลีได้ทวีตข้อความระบุว่า “ผมจะนำกองกำลังด้านความมั่นคงเคลื่อนสู่แนวหน้า…จงลุกขึ้นสู้เพื่อประเทศของคุณวันนี้ แล้วพบกันที่สมรภูมิรบ”

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐบาลเอธิโอเปียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนาน 6 เดือน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนร่วมปกป้องกรุงแอดดิส อะบาบา หลังกลุ่มกบฏที่เคยมีอำนาจก่อนที่อาลีจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศเริ่มเข้ายึดเมืองสำคัญๆ

 

ความขัดแย้งระหว่างแนวร่วมปลดปล่อย TPLF ในภูมิภาคทิเกรย์ทางตอนเหนือของเอธิโอเปียกับรัฐบาลเอธิโอเปียเริ่มขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2020 ที่ผ่านมา ก่อนสถานการณ์จะบานปลายและดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ผู้คนจำนวนไม่น้อยเสียชีวิต ประชาชนกว่า 2 ล้านรายจำเป็นต้องอพยพพลัดถิ่น หนีอันตรายจากความขัดแย้ง รวมถึงส่งผลกระทบต่อบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน คาดจะมีผู้เสียชีวิตจากปัญหาการเมืองภายในประเทศจำนวนหลายหมื่นราย

 

ทางด้าน อับบาส ฮาจิ จนาโม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองเอธิโอเปีย ประจำมหาวิทยาลัยโตรอนโตของแคนาดาระบุว่า “เจ้าหน้าที่ทางการทูตจำเป็นต้องหาทางออกทางการเมือง อาลีไม่สามารถชนะสงครามครั้งนี้ไ้ด้ กองทัพเอธิโอเปียค่อนข้างอ่อนกำลัง พวกเขาจะสูญเสียเมืองสำคัญๆ และการที่เขาร่วมรบในแนวหน้าของสงครามจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร การเจรจายังคงเป็นทางออกเดียวของปัญหานี้”

 

ภาพ: Ethiopian Prime Ministry Office / Anadolu Agency via Getty Images

อ้างอิง:

The post นายกฯ เอธิโอเปียประกาศ เตรียมนำกองทัพเข้ารบแนวหน้า หลังกลุ่มกบฏใกล้ประชิดเมืองหลวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเอธิโอเปียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เรียกร้องให้ประชาชนร่วมปกป้องเมืองหลวงจากกลุ่มกบฏ https://thestandard.co/ethiopia-government-defending-rebel-group/ Wed, 03 Nov 2021 08:31:36 +0000 https://thestandard.co/?p=555753 รัฐบาลเอธิโอเปีย

วานนี้ (2 พฤศจิกายน) รัฐบาลเอธิโอเปียประกาศสถานการณ์ฉุก […]

The post รัฐบาลเอธิโอเปียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เรียกร้องให้ประชาชนร่วมปกป้องเมืองหลวงจากกลุ่มกบฏ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเอธิโอเปีย

วานนี้ (2 พฤศจิกายน) รัฐบาลเอธิโอเปียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เรียกร้องให้ประชาชนร่วมปกป้องกรุงแอดดิส อะบาบา เมืองหลวงของประเทศจากแนวร่วมปลดปล่อยประชาชนทิเกรย์ (Tigray People’s Liberation Front: TPLF) กลุ่มกบฏที่เข้ายึดครอง 2 เมืองสำคัญที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงแอดดิส อะบาบา ราว 400 กิโลเมตร ก่อนที่จะเข้าประชิดเมืองหลวง 

 

เจ้าหน้าที่ด้านสันติภาพและความมั่นคงในกรุงแอดดิส อะบาบา ให้ระยะเวลาประชาชน 2 วันในการขึ้นทะเบียนอาวุธปืนหรือส่งมอบอาวุธปืน เพื่อสนับสนุนกองกำลังของรัฐบาลหรือส่งต่อให้ญาติที่สามารถใช้อาวุธปืนได้ เพื่อร่วมกันปกป้องเมืองหลวงจากการหมายจะยึดครองของกลุ่มกบฏหัวรุนแรง

 

มีความพยายามจากนานาชาติหลายต่อหลายครั้งที่จะเปิดพื้นที่เจรจาสันติภาพและหยุดยิงระหว่างรัฐบาลและแนวร่วมปลดปล่อย TPLF ที่เริ่มขึ้นจากความพยายามในการปฏิรูปและฟื้นฟูระบอบการเมืองของเอธิโอเปียของ อาบีย์ อาเหม็ด อาลี นายกรัฐมนตรีเอธิโอเปีย เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปี 2019 แต่ดูเหมือนตอนนี้ความพยายามดังกล่าวจะประสบความล้มเหลว

 

ความขัดแย้งระหว่างแนวร่วมปลดปล่อย TPLF ในภูมิภาคทิเกรย์ทางตอนเหนือของเอธิโอเปียกับรัฐบาลเอธิโอเปียเริ่มขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2020 ที่ผ่านมา ก่อนสถานการณ์จะบานปลายและดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ผู้คนจำนวนไม่น้อยเสียชีวิต ประชาชนกว่า 2 ล้านรายจำเป็นต้องอพยพพลัดถิ่น หนีอันตรายจากความขัดแย้ง รวมถึงส่งผลกระทบต่อบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน

 

ทางการสหรัฐอเมริกาประกาศเตือนให้กลุ่มกบฏล้มเลิกความพยายามที่จะเข้ายึดครองกรุงแอดดิส อะบาบา พร้อมต่อต้านเพื่อปกป้องชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ มีแผนที่จะนำรายชื่อของเอธิโอเปียออกจากกลุ่มประเทศแอฟริกันที่ได้รับสิทธิ GSP ตามกฎหมาย African Growth and Opportunity Act of 2000 (AGOA) หลังมีการใช้ความรุนแรงละเมิดสิทธิมุนษยชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2022

 

ขณะที่รัฐบาลเอธิโอเปียส่งจดหมายเรียกร้องให้ทางการสหรัฐฯ พิจารณาการตัดสินใจดังกล่าวใหม่อีกครั้ง พร้อมระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ควรลงโทษประชาชนที่ลุกขึ้นต่อสู้กับกลุ่มกองกำลังฉุกเฉิน อีกทั้งการนำเอาเอธิโอเปียออกจาก AGOA จะส่งผลกระทบต่องานกว่า 1 ล้านตำแหน่งทั่วประเทศ 

 

ภาพ: Minasse Wondimu Hailu / Anadolu Agency via Getty Images

อ้างอิง:

The post รัฐบาลเอธิโอเปียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เรียกร้องให้ประชาชนร่วมปกป้องเมืองหลวงจากกลุ่มกบฏ appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Weeknd บริจาคเงิน 31 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้อดอยากจากสถานการณ์สู้รบในประเทศเอธิโอเปีย https://thestandard.co/the-weeknd-donates-1-million-relief-efforts-ethiopia/ Mon, 05 Apr 2021 15:28:04 +0000 https://thestandard.co/?p=472797 The Weeknd

เป็นอีกครั้งที่ศิลปินหนุ่มคนเก่งอย่าง The Weeknd วัย 31 […]

The post The Weeknd บริจาคเงิน 31 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้อดอยากจากสถานการณ์สู้รบในประเทศเอธิโอเปีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Weeknd

เป็นอีกครั้งที่ศิลปินหนุ่มคนเก่งอย่าง The Weeknd วัย 31 ปี ได้บริจาคเงินจำนวนมากให้กับองค์กรที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ และสำหรับในครั้งนี้เขาได้จับมือกับองค์กร World Food Program US เพื่อบริจาคเงิน 1 ล้านดอลลาร์ ให้กับผู้หิวโหยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในประเทศเอธิโอเปีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพ่อและแม่ของเขา 

 

โดย The Weeknd ได้โพสต์ผ่าน Instagram ของเขาว่า ‘ใจของผมแตกสลายที่คนบริสุทธิ์ในเอธิโอเปียตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงคนเฒ่าคนแก่กำลังถูกฆ่าฟัน และหลายหมู่บ้านกำลังถูกแทนที่ด้วยความกลัวและถูกทำลาย ผมจะบริจาคเงิน 1 ล้านดอลลาร์เพื่อแจกแจกอาหาร 2 ล้านมื้อผ่าน United Nations World Food Programme และสำหรับคนที่มีกําลังทรัพย์มากพอ ได้โปรดช่วยบริจาคด้วยกัน’ 

 

ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางในเมืองหลวงอาดดิสอาบาบาและภูมิภาคทิเกรย์ ที่นำไปสู่สงครามในพื้นที่และก่อให้เกิดการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเมื่อปีก่อน (2020) และยังคงดำเนินมาถึงปัจจุบันโดยไม่มีทีท่าว่าจะจบลง โดยในขณะที่ประชาชนมากกว่าสองล้านคนกลายเป็นคนไร้บ้านจากพิษสงคราม และกลายเป็นผู้อพยพที่ได้รับความลำบากเป็นอย่างมาก

 

การที่เป็นกระบอกเสียงและออกมาให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ เป็นเพราะ The Weeknd หรือ อาเบล เทสเฟย์ ที่ถึงแม้ว่าจะเกิดและโตที่กรุงโตรอนโต แห่งประเทศแคนาดา แต่พื้นเพของครอบครัวเขานั้นเป็นชาวเอธิโอเปียที่อพยพมาตั้งรกรากในแคนาดาตั้งแต่ปลายยุค 80 นั่นเอง

 

ภาพ: Kevin Mazur/Getty Images for TW

อ้างอิง:

 

The post The Weeknd บริจาคเงิน 31 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้อดอยากจากสถานการณ์สู้รบในประเทศเอธิโอเปีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Weeknd จากลูกชายผู้อพยพจากเอธิโอเปีย สู่ศิลปินแห่งยุคบนเวที Super Bowl https://thestandard.co/who-is-the-weeknd-on-super-bowl-stage/ Mon, 08 Feb 2021 10:28:06 +0000 https://thestandard.co/?p=452070 The Weeknd จากลูกชายผู้อพยพจากเอธิโอเปีย สู่ศิลปินแห่งยุคบนเวที Super Bowl

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า ณ เวลานี้ อาเบล เทสเฟย์ หรือ The […]

The post The Weeknd จากลูกชายผู้อพยพจากเอธิโอเปีย สู่ศิลปินแห่งยุคบนเวที Super Bowl appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Weeknd จากลูกชายผู้อพยพจากเอธิโอเปีย สู่ศิลปินแห่งยุคบนเวที Super Bowl

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า ณ เวลานี้ อาเบล เทสเฟย์ หรือ The Weeknd คือหนึ่งในศิลปินแห่งยุคที่ทรงอิทธิพลและประสบความสำเร็จมากที่สุด ผู้ที่ไม่ว่าจะทำหรือปล่อยผลงานอะไรออกมาก็มักจะเป็นกระแสโด่งดังถูกพูดถึงในวงกว้างอยู่เสมอ

 

โดยเฉพาะตลอดปี 2020 ที่เรียกได้ว่าเป็นปีทองของเจ้าตัวอย่างแท้จริงเมื่อ After Hours (2020) สตูดิโออัลบั้มชุดล่าสุด ซึ่งหลายฝ่ายยกให้เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของ The Weeknd ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน ส่งผลให้มูลค่าในตัวเขาพุ่งสูงทะลุเพดาน จนทำให้นักร้องหนุ่มชาวแคนาดาคนนี้ได้รับโอกาสขึ้นโชว์ครั้งสำคัญบนเวทีอันยิ่งใหญ่ Super Bowl Halftime Show 2021

 

วันนี้ THE STANDARD POP ขอพาทุกคนย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น พร้อมสำรวจหลากหลายเรื่องราวชีวิต เพื่อทำความรู้จักกับ The Weeknd ให้มากขึ้นกว่าเดิม ไปดูกันว่าก่อนจะได้ชื่อเป็นหนึ่งในศิลปินผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกยุคใหม่ และได้ขึ้นโชว์บนเวที Super Bowl Halftime Show ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชีวิตศิลปินนั้น เขาต้องผ่านและพบเจออะไรมาบ้าง

 

The Weekend หรือชื่อจริง อาเบล เทสเฟย์ คือนักร้องนักแต่งเพลงแนวอาร์แอนด์บีชาวแคนาดามากฝีมือ ผู้มีเสียงร้องและสไตล์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เขาเกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 1990 ในเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัวที่พ่อและแม่เป็นผู้อพยพมาจากเอธิโอเปียช่วงปลายยุค 80 ซึ่งชีวิตวัยเด็กของเขานั้นไม่ได้ราบรื่นเท่าไรนัก ต้องย้ายไปอยู่กับยายหลังพ่อแม่แยกทางกัน แทบไม่เคยเห็นหน้าพ่อ เรียนไม่จบ ทั้งยังเคยติดอยู่ในวังวนความหลอกหลอนของยาเสพติดอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่อาจขวางกั้นเขาจากความต้องการในใจ หากเพื่อการได้เป็นศิลปินแล้วล่ะก็ เขาพร้อมทำทุกอย่างด้วยความมุ่งมั่น

 

เส้นทางชีวิตศิลปินของอาเบลเริ่มต้นขึ้นในปี 2010 โดยเขาก้าวเท้าเข้าวงการดนตรีมาพร้อมกับชื่อ The Weeknd ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการดร็อปเรียน ก่อนจะเริ่มทำเพลงปล่อยให้คนฟังกันบนโลกอินเทอร์เน็ต และเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในปี 2011 หลังปล่อยอัลบั้มมิกซ์เทปชื่อ House of Balloons, Thursday และ Echoes of Silence ออกมาตามลำดับ

 

The Weeknd เซ็นสัญญากับค่ายเพลง Republic Records ในปี 2012 และเริ่มออกทัวร์คอนเสิร์ตเพื่อโปรโมตผลงานพร้อมสร้างฐานแฟนคลับไปในตัว โดยเขามีโอกาสได้ขึ้นโชว์ในเทศกาลดนตรียักษ์ใหญ่หลายงาน เช่น Coachella, Primavera Sound, Lollapalooza รวมถึงทัวร์ของตัวเองด้วย และต่อมาก็ปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดแรก Kiss Land (2013) ตามด้วย Beauty Behind the Madness (2015) ที่มีเพลงดังอย่าง The Hills, Can’t Feel My Face และ Earned It บรรจุอยู่ ซึ่งถึงจุดนี้ ชื่อของ The Weeknd กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกแล้ว แต่ทว่าหากมีเพียงสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นมันก็คงไม่ใช่ชีวิต ในปีเดียวกันกับที่ออกอัลบั้ม Beauty Behind the Madness เขาต้องเผชิญกับปัญหาด้านภาพลักษณ์ หลังถูกจับกุมตัวในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจลาสเวกัส และถูกศาลตัดสินให้ทำงานรับใช้ชุมชนเป็นเวลา 50 ชั่วโมง 

 

ส่วนผลงานอัลบั้มสองชุดหลังสุดอย่าง Starboy (2016) และ After Hours (2020) ก็โด่งดังเป็นพลุแตก โดยเฉพาะงานหลังที่กำลังฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองอยู่ตอนนี้ เป็นผลงานที่หลายคนมองว่าดีที่สุดของ The Weeknd เป็นอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา และส่งให้เขากลายเป็น ‘ศิลปินแห่งยุค’ อย่างเต็มภาคภูมิ หลังสื่อดนตรีชื่อดังหลายสำนักต่างพร้อมใจกันประเคนคำวิจารณ์ในระดับดีเยี่ยมให้ อีกทั้งมันยังสร้างสถิติใหม่มากมาย ตั้งแต่สามารถทำยอดขายได้ถึง 444,000 ก๊อปปี้ในสัปดาห์แรก, สร้างสถิติใหม่กลายเป็นอัลบั้มที่มีการ Pre-add มากสุดตลอดกาลของ Apple Music, สร้างสถิติใหม่เพลง Blinding Lights สามารถติด Top 10 ชาร์ต Billboard Hot 100 นานที่สุดในประวัติศาสตร์ (42 สัปดาห์), ชนะรางวัลจากงานประกาศรางวัลทางดนตรีงานใหญ่ฝั่งอเมริกาทั้ง American Music Awards และ MTV Video Music Awards 

 

อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แต่แค่ Blinding Lights เพลงเดียวก็มียอดกดฟังใน YouTube และ Spotify รวมกันกว่า 2.3 พันล้านครั้งแล้ว และพูดกันด้วยความสัตย์จริง ในอัลบั้มชุดนี้ไม่ได้มีดีแค่ Blinding Lights แต่เพลงอย่าง Heartless, In Your Eyes, Save Your Tears รวมถึงเพลงอื่นๆ ในอัลบั้ม ก็ล้วนเป็นเพลงระดับคุณภาพที่มีทั้งความไพเราะและการเรียบเรียงดนตรีอันโดดเด่นมีชั้นเชิง สามารถฟังวนได้เรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน

 

ด้วยความดีงามเหล่านี้เอง ที่ทำให้เราและเชื่อว่าคนทั้งโลกก็ยังคงสงสัยว่าทำไมอัลบั้ม After Hours ของ The Weeknd ถึงไม่ได้เข้าชิงรางวัล Grammy Awards ในปีนี้ ‘แม้แต่รางวัลเดียว’ โดยก่อนหน้านี้ The Weeknd เคยชนะรางวัล Grammy Awards มาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ในปี 2014, 2016 และ 2018

 

แต่ถึงตอนนี้เราคิดว่า The Weeknd คงไม่ได้สนใจเรื่องรางวัลอะไรเท่าไรแล้ว เพราะสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่อัลบั้ม After Hours ตอบแทนให้กับการทำงานหนักของเขา คือการได้ขึ้นโชว์บนเวที Super Bowl Halftime Show 2021 ณ สนามกีฬาเรย์มอนด์ เจมส์ สเตเดียม เมืองแทมปา รัฐฟลอริดา ที่จบลงไปเมื่อเช้าวันนี้ ซึ่งเขาได้สร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็นนักร้องชาวแคนาดาคนแรกที่ได้ขึ้นโชว์ Super Bowl ช่วงพักครึ่งแบบเดี่ยวๆ ไม่มีแขกรับเชิญ 

 

โดยตลอดเวลา 14 นาทีของการแสดง The Weeknd ได้ร้องเมดเลย์เพลงฮิตอย่าง Starboy, The Hills, Can’t Feel My Face, I Feel It Coming, Save Your Tears และ Earned It ประกอบงานโปรดักชันสุดอลังการที่ตัวเขายอมควักเงินตัวเองกว่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 210 ล้านบาท รังสรรค์มันขึ้นมา ซึ่งก็ถือว่าเป็นโชว์ที่น่าประทับใจและน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย โดยเฉพาะตอนร้องเพลง Blinding Lights ปิดท้าย ที่จ้างแดนซ์เซอร์นับร้อยชีวิตมาแต่งตัวด้วยชุดสูทสีแดงพร้อมพันผ้าก็อตสีขาวตามคอนเซปต์อัลบั้ม After Hours

 

แม้ว่าการแสดง Super Bowl Halftime Show ของ The Weeknd จะไม่ใช่โชว์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านสภาพแวดล้อม โรคระบาด หรืออะไรก็ตาม แต่มันก็ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมของนักร้องหนุ่มวัย 30 ปีคนนี้ มันเป็นโชว์ที่ช่วยตอกย้ำกับเราอีกครั้งว่า เขาคู่ควรกับตำแหน่งศิลปินแห่งยุค และนี่เป็นช่วงเวลาของเขาจริงๆ 

 

หลังจาก Super Bowl Halftime Show 2021 ที่เพิ่งจบลงไป คาดว่าต่อจากนี้ทาง The Weeknd น่าจะเตรียมตัวสำหรับ The After Hours Tour ทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกเพื่อโปรโมตอัลบั้ม After Hours ที่จะเกิดขึ้นในปี 2022 ตามประกาศอย่างเป็นทางการจากโซเชียลมีเดียของเขาเอง หลังถูกเลื่อนมาหลายรอบเนื่องจากวิกฤตโควิด-19 ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ 

 

ต่อจากนี้ไปก็คงต้องติดตามดูกันว่าในอนาคต The Weeknd จะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์วงการดนตรีและแฟนเพลงทั่วโลกอีกบ้าง แต่หากมองย้อนกลับไปยังวันแรกที่เขาเป็นเพียงเด็กชายจากครอบครัวผู้อพยพชาวเอธิโอเปียที่เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เชื่อว่าหลายคนคงคิดเหมือนกันว่าความสำเร็จทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นกับเขามันช่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์และน่านับถือมาก

 

ภาพ: Kevin Mazur/Getty Images for TW 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post The Weeknd จากลูกชายผู้อพยพจากเอธิโอเปีย สู่ศิลปินแห่งยุคบนเวที Super Bowl appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงครามในภูมิภาคทิเกรย์ของเอธิโอเปียยังไม่มีวี่แววจบ ประชาชนอพยพหนีการสู้รบแล้วกว่า 47,000 คน https://thestandard.co/ethiopia-war-tplf-exclusive/ Sat, 05 Dec 2020 11:28:01 +0000 https://thestandard.co/?p=428918 Tigray People's Liberation Front: TPLF

เกตาชูว์ เรดา อดีตรัฐมนตรีสื่อสารของเอธิโอเปีย และปัจจุ […]

The post สงครามในภูมิภาคทิเกรย์ของเอธิโอเปียยังไม่มีวี่แววจบ ประชาชนอพยพหนีการสู้รบแล้วกว่า 47,000 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tigray People's Liberation Front: TPLF

เกตาชูว์ เรดา อดีตรัฐมนตรีสื่อสารของเอธิโอเปีย และปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาบริหารของแนวร่วมปลดปล่อยประชาชนทิเกรย์ (Tigray People’s Liberation Front: TPLF) เปิดเผยว่า สงครามในเอธิโอเปียยังไม่มีวี่แววว่าจะจบลงง่ายๆ พร้อมทั้งระบุด้วยว่า กองกำลังของเอริเทรียเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งนี้

 

เรดาให้สัมภาษณ์พิเศษกับ CNN เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ล่มสลายของเมเคลเล เมืองเอกของภูมิภาคทิเกรย์ ทางตอนเหนือของประเทศเอธิโอเปีย โดยเขาเผยว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคยังคงอยู่ในการควบคุมของ TPLF

 

“เราถอนกองกำลังออกจากเมเคลเล เพราะเราไม่ต้องการให้พวกเขามีข้ออ้างในการโจมตีเมืองจนทำให้เมืองกลับไปสู่ยุคหิน ด้วยการถล่มและทำลายเมืองอย่างไม่เลือกหน้า” เรดากล่าวกับ CNN ทางโทรศัพท์จากภายในภูมิภาคทิเกรย์

 

นายกรัฐมนตรี เอบีย์ อาเหม็ด เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปี 2019 ได้ทวีตข้อความระบุว่า กองกำลังป้องกันแห่งชาติเอธิโอเปีย (Ethiopian National Defense Forces: ENDF) ได้เข้ายึดครองเมืองเมเคลเลในวันเสาร์ โดยแหล่งข่าวด้านมนุษยชนในพื้นที่และพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นผู้อพยพหนีเหตุการณ์รุนแรง ได้เปิดเผยว่า ก่อนที่จะเข้าควบคุมเมืองได้นั้น ทางกองกำลังของรัฐบาลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีเมืองอย่างรุนแรง  

 

เรดากล่าวกับ CNN ว่า เขากลัวว่าความขัดแย้งจะเลวร้ายลงจนกลายเป็นการกวาดล้างชาติพันธุ์ พร้อมกับเตือนว่า เอบีย์กำลังเป็นต้นเหตุให้ภูมิภาคอัมฮาราต่อสู้กับภูมิภาคทิเกรย์

 

ในการตอบโต้ข้อกล่าวอ้างเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของ TPLF และการมีส่วนร่วมของทหารเอริเทรียนนั้น โฆษกคณะทำงานเฉพาะกิจภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลกลางเอธิโอเปีย กล่าวว่า “มันเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องของ TPLF เพื่อที่จะทำให้สถานการณ์นี้เป็นเรื่องระดับนานาชาติ และจะได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติเพื่อการนิรโทษกรรม”

 

CNN พยายามที่จะติดต่อรัฐบาลเอริเทรียเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ไม่สำเร็จ

 

เอบีย์กล่าวต่อรัฐสภาเอธิโอเปียเมื่อไม่นานมานี้ว่า ไม่มีการสูญเสียพลเรือนแม้แต่รายเดียวในการทำสงครามในทิเกรย์ พร้อมกับกล่าวว่า สงครามสิ้นสุดลงแล้ว และเป็นเวลาที่จะสร้างภูมิภาคให้กลับคืนมาใหม่

 

ด้านกลุ่มสิทธิหลายกลุ่มกล่าวในทางตรงกันข้ามว่า มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน อย่างไรก็ตาม CNN ไม่สามารถตรวจสอบยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตได้ เนื่องจากการติดต่อสื่อสารในภูมิภาคถูกตัดขาด ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ และสายโทรศัพท์พื้นฐาน

 

เรดาโต้คำกล่าวอ้างของเอบีย์ที่ว่าสงครามจบลงแล้ว และกล่าวว่า TPLF ได้เปิดฉากการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านอย่างเอริเทรีย โดยให้เหตุผลว่า 90% ของกองกำลังที่ปฏิบัติการโจมตีทิเกรย์นั้นมาจากเอริเทรีย

 

เขายังได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกเข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ความขัดแย้งในเอธิโอเปียด้วย 

 

ด้าน ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาได้พูดคุยกับเอบีย์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (30 พฤศจิกายน) โดยกล่าวย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องลดความรุนแรงลง 

 

ความขัดแย้งซึ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนอาจทำลายกระบวนการสร้างสันติภาพที่ดำเนินมาหลายปีในประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของทวีปแอฟริกาและภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก หรือที่เรียกว่าจะงอยแอฟริกา (Horn of Africa) โดย บาบาร์ บาลอช โฆษกของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เผยว่า ชาวเอธิโอเปียมากกว่า 47,000 คน ได้อพยพหนีเหตุการณ์สู้รบข้ามไปยังซูดาน นอกจากนี้ผู้ลี้ภัยส่วนหนึ่งยังถูกทหารเอธิโอเปียทุบตี ทำร้ายร่างกายและถูกทรมาน 

 

สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ทางสำนักงานจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงภูมิภาคทิเกรย์ของเอธิโอเปีย 

 

ทั้งนี้ บรรดาองค์กรสิทธิมนุษยชนประสบกับความยากลำบากในการให้บริการต่างๆ ท่ามกลางคลื่นผู้อพยพลูกใหญ่

 

“เราไม่มีเงินทุน ขณะที่สถานการณ์ก็ย่ำแย่” แจน เอกแลนด์ เลขาธิการสภาผู้ลี้ภัยนอร์เวย์ กล่าวกับ CNN “มันเลวร้ายลงมากภายในทิเกรย์ เราไม่สามารถเข้าถึงภูมิภาคมาได้ 1 เดือนแล้ว”

 

เขากล่าวด้วยว่า พยานหลักฐานไม่ตรงกับข้อกล่าวอ้างของเอบีย์ที่ว่า พลเรือนไม่เป็นอันตราย ขณะที่บรรดาผู้ลี้ภัยยังได้เปิดเผยกับ CNN ถึงเหตุการณ์รุนแรงต่างๆ เช่น การย่ำยี การปล้นสะดม อันเนื่องมาจากความขัดแย้งดังกล่าว

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:  

The post สงครามในภูมิภาคทิเกรย์ของเอธิโอเปียยังไม่มีวี่แววจบ ประชาชนอพยพหนีการสู้รบแล้วกว่า 47,000 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอธิโอเปียทุบสถิติโลก ปลูกต้นไม้กว่า 350 ล้านต้นภายในครึ่งวัน ตั้งเป้า 4,000 ล้านต้นก่อนหมดฤดูฝน https://thestandard.co/ethiopia-plants-350m-trees-in-a-day-to-help-tackle-climate-crisis/ Fri, 02 Aug 2019 05:17:11 +0000 https://thestandard.co/?p=275729 Ethiopia planted 350m trees

รัฐบาลเอธิโอเปียประกาศว่าเอธิโอเปียได้เซตสถิติโลกใหม่ ห […]

The post เอธิโอเปียทุบสถิติโลก ปลูกต้นไม้กว่า 350 ล้านต้นภายในครึ่งวัน ตั้งเป้า 4,000 ล้านต้นก่อนหมดฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ethiopia planted 350m trees

รัฐบาลเอธิโอเปียประกาศว่าเอธิโอเปียได้เซตสถิติโลกใหม่ หลังจากปลูกต้นไม้กว่า 350 ล้านต้นภายในระยะเวลาเพียง 12 ชั่วโมง เมื่อวันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Green Legacy ฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกทำลายตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี อาบีย์ อาห์เหม็ด และตั้งเป้าปลูกต้นไม้ให้ได้ 4,000 ล้านต้นก่อนหมดฤดูฝนในช่วงเดือนตุลาคมปีนี้

 

โดยทำลายเจ้าของสถิติเดิมอย่างอินเดียที่ใช้อาสาสมัครกว่า 1.5 ล้านคน ปลูกต้นไม้กว่า 66 ล้านต้นภายใน 12 ชั่วโมง จนกลายเป็นสถิติโลกเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา รัฐบาลระบุ หากพลเมืองชาวเอธิโอเปียทุกคนช่วยกันปลูกต้นไม้คนละ 40 ต้นภายในระยะเวลาที่กำหนด เป้าหมายปลูกต้นไม้ 4,000 ล้านต้นก่อนหมดฤดูฝนปีนี้ก็อยู่ไม่ไกลเกินจริง กระทรวงเกษตรเผย ขณะนี้เอธิโอเปียปลูกต้นไม้ใหม่ไปแล้วกว่า 2,600 ล้านต้น เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ป่าไม้ถูกทำลาย และเดินหน้าเพิ่มพื้นที่ป่าอย่างจริงจัง

 

จากรายงานการสำรวจของ Farm Africa ระบุว่าพื้นที่ป่าไม้ของเอธิโอเปียลดลงเป็นอย่างมาก จากพื้นที่ป่าไม้เกือบ 1 ใน 3 ของประเทศในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ปัจจุบันเหลือพื้นที่ป่าไม้เพียงแค่ 4% เท่านั้น การลดลงของพื้นที่ป่าไม้ส่งผลให้เอธิโอเปียได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างหนัก บางพื้นที่แห้งแล้ง บางพื้นที่น้ำท่วม หลังพื้นดินถูกกัดเซาะและเสื่อมโทรมลง 

 

โดย Statista ทำการสำรวจพื้นที่ป่าไม้ที่สูญหายไปเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา พบว่ารัสเซีย บราซิล แคนาดา สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และอินโดนีเซีย คือ 6 ประเทศที่มีพื้นที่ป่าไม้สูญหายและถูกทำลายลงมากที่สุด ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้นไม้ดูดซับไว้ถูกปล่อยออกมามากกว่า 15% ของก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก การตัดไม้ทำลายป่าจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ภาวะก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น

 

ภาพ: Michael Tewelde / AFP / Getty Images

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post เอธิโอเปียทุบสถิติโลก ปลูกต้นไม้กว่า 350 ล้านต้นภายในครึ่งวัน ตั้งเป้า 4,000 ล้านต้นก่อนหมดฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซาห์เล เวิร์ก ซิวเด ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเอธิโอเปีย https://thestandard.co/sahle-work-zewde-becomes-ethiopias-first-female-president/ https://thestandard.co/sahle-work-zewde-becomes-ethiopias-first-female-president/#respond Fri, 26 Oct 2018 06:24:51 +0000 https://thestandard.co/?p=137588

สมาชิกรัฐสภาเอธิโอเปียลงคะแนนเสียงเลือก ซาห์เล เวิร์ก ซ […]

The post ซาห์เล เวิร์ก ซิวเด ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเอธิโอเปีย appeared first on THE STANDARD.

]]>

สมาชิกรัฐสภาเอธิโอเปียลงคะแนนเสียงเลือก ซาห์เล เวิร์ก ซิวเด (Sahle-Work Zewde) อดีตนักการทูตเอธิโอเปียประจำเซเนกัลและจิบูตี ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเอธิโอเปีย และเป็นผู้นำหญิงเพียงคนเดียวในทวีปแอฟริกาที่กำลังบริหารประเทศในฐานะ Head of State อยู่ในขณะนี้

 

โดยซิวเดสัญญาว่าเธอจะสร้างสังคมที่เท่าเทียมกันทางเพศให้เกิดขึ้นในประเทศแห่งนี้ โดยการลงคะแนนเสียงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีมูลาตู เตสโฮเม (Mulatu Teshome) ประกาศลาออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน รวมถึงนายกรัฐมนตรีอาบีย์ อาเหม็ด (Abiy Ahmed) จัดตั้งคณะรัฐบาลของตนที่แต่งตั้งให้ผู้หญิงนั่งเก้าอี้ตำแหน่งสำคัญๆ เกือบครึ่งหนึ่งเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

ด้านฟิตซัม อารีกา (Fitsum Arega) ผู้มีบทบาทสำคัญในเกมการเมืองเอธิโอเปีย ระบุว่า “ในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่อย่างสังคมของพวกเรา การแต่งตั้งให้ผู้หญิงขึ้นดำรงตำแหน่ง Head of State ไม่เพียงแต่จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้แก่อนาคตของที่นี่ แต่ยังช่วยทำให้ผู้หญิงเข้าไปมีส่วนในกระบวนตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสาธารณะต่างๆ ถูกมองเป็นเรื่องธรรมดาอีกด้วย”

 

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ถือเป็นประมุขของรัฐที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งปัจจุบันประเทศที่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองนี้ ได้แก่ ลิทัวเนีย, เกรนาดา*, มอลตา, บาฮามาส*, โครเอเชีย, เนปาล, หมู่เกาะมาร์แชลล์, ไต้หวัน, นิวซีแลนด์*, เอสโตเนีย, สิงคโปร์, แคนาดา*, บาร์เบโดส*, ตรินิแดดแอนด์โตเบโก และเอธิโอเปีย

 

หมายเหตุ: *ผู้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (Governor General) ซึ่งมีฐานะเทียบเท่า Head of State โดยส่วนใหญ่แล้วล้วนแต่เป็นประเทศที่อยู่ภายใต้เครือจักรภพอังกฤษ อนึ่ง รายชื่อประเทศข้างต้นไม่นับรวมประเทศที่มีนายกรัฐมนตรีหญิงดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรัฐบาล (Head of Government) อยู่ในขณะนี้

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post ซาห์เล เวิร์ก ซิวเด ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเอธิโอเปีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sahle-work-zewde-becomes-ethiopias-first-female-president/feed/ 0