Erik ten Hag Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/erik-ten-hag/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 26 Jan 2026 06:44:54 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ปีศาจแดงคืนชีพ? ทำไม ‘แมนยู’ ยุคไมเคิล คาร์ริคมันแจ่มจัง! https://thestandard.co/manchester-united-carrick-form/ Mon, 26 Jan 2026 06:44:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1169540 ไมเคิล คาร์ริค โค้ช แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังคุมทีมข้างสนามท่ามกลางเสียงเชียร์

ท่ามกลางกองเชียร์ผีแดงเลือดข้น 3,000 คนที่เดินทางจากเหน […]

The post ปีศาจแดงคืนชีพ? ทำไม ‘แมนยู’ ยุคไมเคิล คาร์ริคมันแจ่มจัง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไมเคิล คาร์ริค โค้ช แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังคุมทีมข้างสนามท่ามกลางเสียงเชียร์

ท่ามกลางกองเชียร์ผีแดงเลือดข้น 3,000 คนที่เดินทางจากเหนือลงใต้ตามมาเชียร์ถึงบนอัฒจันทร์ในสนามเอมิเรตส์ สเตเดียมมีลูกๆของไมเคิล คาร์ริค 2 คนอยู่ในนั้นด้วย

 

สำหรับอดีตกองกลางตัวคุมจังหวะและวางบอล นี่คือช่วงเวลาที่ภาคภูมิใจของเขา

 

‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่ย่ำแย่และมองไม่เห็นอนาคตมาตลอด 14 เดือนภายใต้การนำของอดีต ‘ผู้จัดการ’ (aka หัวหน้าโค้ช) คนก่อน เก็บชัยชนะนัดที่ 2 ติดต่อกัน และเป็นชัยชนะแบบ Big win ด้วย เพราะต่อจากการอัดแมนเชสเตอร์ ซิตี ราบคาบในเกมดาร์บี้เมืองแมน พวกเขาก็จัดการยัดเยียดความปราชัยให้จ่าฝูงและเต็งแชมป์ในฤดูกาลนี้อย่างอาร์เซนอลคาบ้าน

 

ไม่รู้เพราะผีตนไหนเข้าสิง หรือคาร์ริคไปทำพิธีปลุกเสกอะไรมาหรือเปล่า? ทำไมยูไนเต็ดเล่นเป็นคนละทีมเดียวกันกับยุคก่อนหน้านี้

 

ไมเคิล คาร์ริค โค้ช แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังคุมทีมข้างสนามท่ามกลางเสียงเชียร์ 1

 

ก่อนที่จะลงลึกในรายละเอียด ต้องขออนุญาตแจ้งให้ทราบถึงตัวเลขและข้อมูลที่น่าสนใจบางอย่างหลังชัยชนะที่เอมิเรตส์ สเตเดียม

 

อย่างแรกนี่เป็นชัยชนะเหนืออาร์เซนอลหนแรกในรอบ 8 ปีที่เอมิเรตส์ หรือตั้งแต่ในยุคของโชเซ มูรินโญ

 

คาร์ริค ใช้เวลาแค่ 2 นัดในการเก็บชัยนะต่อเนื่อง 2 นัด ซึ่งเท่ากับที่รูเบน อโมริม ทำได้เพียงครั้งเดียวตลอดการคุมทีม 14 เดือนของกุนซือชาวโปรตุเกส (ซึ่งจริงๆคือชนะรวด 3 นัด ครั้งเดียวในเดือนตุลาคม จนทำให้ได้รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนไปครอง)

 

การชนะ 2 นัดนี้ทำให้เขาเก็บได้ 6 คะแนนเต็ม ซึ่งอโมริมใช้เวลาถึง 5 นัดกว่าจะเก็บได้ 7 คะแนน

 

หลังจบเกมที่เอมิเรตส์ แฟนบอลปีศาจแดงร้องรำทำเพลงให้กับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาโดยเฉพาะต่อคาร์ริค ที่เข้ามา ‘ปลุกผี’ ให้กลับมาเป็นทีมที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมและน่าเกรงขามอีกครั้ง ขณะที่เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมสโมสรผู้มีอำนาจเต็มในการบริหารได้แต่นั่งยิ้มด้วยความพอใจกับผลงานของทีม

 

มันอาจจะเป็นแค่ 2 นัดก็จริง แต่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของแมนฯ​ ยูไนเต็ดในรอบ เอ่อ…หลายปีเลยทีเดียว

 

ทีนี้วนกลับไปคำถามที่น่าสนใจ คาร์ริคทำอะไรลงไป? เพราะแม้แต่ชาว Red Army เองยังไม่อยากเชื่อสายตาในสิ่งที่พวกเขาได้เห็นจากทีมเลย

 

แข็งแกร่ง ดุดัน ช่วยกันเป็นทีม ที่สำคัญต่อบอลกันโบ๊ะบ๊ะๆแม่นยำจนงง ว่าที่ผ่านมาทำไมไม่เล่นกันแบบนี้?

 

ไมเคิล คาร์ริค โค้ช แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังคุมทีมข้างสนามท่ามกลางเสียงเชียร์ 2

 

ความจริงแล้วสิ่งที่คาร์ริคทำไม่มีอะไรซับซ้อนเป็นพิเศษ

 

ตามการวิเคราะห์ของแดนนี เมอร์ฟีย์แห่ง BBC มองว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เขาทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับกุนซือคนก่อน นั่นคือการเลือกระบบการเล่นให้เหมาะสมกับผู้เล่นที่มีในทีมและธรรมชาติของพวกเขา

 

จากระบบการเล่น 3-4-2-1 ที่พยายามมาเป็นปีแต่ไม่เวิร์ค คาร์ริคกลับมาใช้ระบบการเล่นแบบพื้นฐาน 4-2-3-1 (หรือ 4-1-4-1 แล้วแต่) ซึ่งเข้ากับธรรมชาติของนักเตะในทีมมากกว่า และที่สำคัญคือใช้นักเตะให้ตรงกับความถนัด ไม่มีการ Overthinking คิดซับคิดซ้อนซ่อนเงื่อน

 

บรูโน เฟอร์นันเดส เพลย์เมคเกอร์ที่ดีที่สุดของทีมอยู่ในตำแหน่งที่เขาจะทำประโยชน์ได้มากที่สุด เช่นเดียวกับ ค็อบบี เมนู กองกลางที่เกือบจะหมดอนาคตไปแล้วกลับมาเป็นคีย์แมนในแดนกลางร่วมกับคาเซมิโรอีกครั้ง

 

อาหมัด ดิยาลโล อันตรายที่สุดในเวลาเล่นเป็นปีกตัวรุกก็ให้ปักหลักอยู่ตรงนั้นโดยมีดีโอโก ดาโลต์ ที่ถึงเกมรุกจะเหมือนคนไม่รู้หนังสือแต่อย่างน้อยความขยันในเกมรับก็ทำให้เกมฝั่งขวาของยูไนเต็ดมีของครบเครื่องพอสมควร

 

ฝั่งซ้ายลุค ชอว์กลับมาอยู่ในตำแหน่งถนัดของเขาคือแบ็กซ้าย มีหน้าที่สนับสนุน แพทริก ดอร์กู ที่เหมือนจะค้นพบความถนัดใหม่ในการขึ้นมาเป็นตัวรุกแบบเต็มตัว ซึ่งเป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นประตูระดับมหัศจรรย์ของเขา

 

ขณะที่แดนหน้า ไบรอัน เอ็มโบโม แม้จะไม่ใช่ศูนย์หน้าอาชีพแต่ในระบบนี้เขาตอบโจทย์ได้ดีพอสมควร

 

ระบบได้แล้วสิ่งต่อมาคือเรื่องของการเลือกวิธีการเล่น

 

ด้วยความที่พวกเขาต้องเจอกับงานโหดอย่างแมนฯ​ ซิตีและอาร์เซนอล ทำให้คาร์ริค เลือกวิธีการเล่นในแบบที่เหมาะสมกับคู่ต่อสู้และศักยภาพของทีม

 

ไม่ต้องครองบอลสู้ ไม่ต้องเปิดหน้าแลก แต่อดทนและรอคอยจังหวะของตัวเอง ถ้ามีโอกาสและจังหวะแล้วต้องคว้าให้ได้

 

แค่นี้?

 

ไมเคิล คาร์ริค โค้ช แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังคุมทีมข้างสนามท่ามกลางเสียงเชียร์ 3

 

มากกว่านั้นคือรายละเอียดของการเล่น เช่น การขอให้ทีมพยายามต่อบอลสั้นให้เร็ว ให้ไว อย่าจนมุมให้กับเกมเพรสซิงของคู่แข่ง ดังนั้นเวลาที่ชิงบอลกลับมาได้ แมนฯ ยูไนเต็ดจะหาทางแกะบอลออกมาให้ได้ โดยที่เน้นในเรื่องของสปีดบอลห้ามช้า

 

คำสั่งที่ ‘ชัดเจน’ นี้ทำให้เราได้เห็นภาพของนักเตะยูไนเต็ดต่อบอลกันสวยงาม ไหลลื่นในหลายจังหวะ ซึ่งรวมถึงประตูแซงนำ 2-1 ของดอร์กู ที่ต่อบอลโบ๊ะบ๊ะกับบรูโน และประตูชัย 3-2 ของมาเตอุส คุนญา ที่มาจากการเล่นโอเพนเพลย์จนได้โอกาสส่องหน้ากรอบเขตโทษ

 

โดยที่คาร์ริค ดูเหมือนจะให้ ‘อิสระ’ ในการเล่น ไม่ลงในดีเทลมากจนเกินไป ให้อิสระนักเตะได้คิดเองทำเองบ้าง ทำให้แต่ละคนดูเพลิดเพลิน กลับมาสนุกกับการเล่นอีกครั้งแบบสังเกตได้

 

เหมือนได้ปลดปล่อยตัวตนออกมา หลังจากที่ถูกสะกดเอาไว้นานด้วยแท็กติกการเล่นที่พวกเขาอาจจะไม่ชอบ ไม่เชื่อ และเต็มไปด้วยข้อสงสัย

 

แค่ 2 นัดมันทำให้รู้สึกว่าคาร์ริคมี ‘แนวทาง’ ให้ทีมได้ชัดเจนกว่าในยุคที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ยุคของอโมริม แต่รวมถึงยุคของเอริค เทน ฮากด้วย

 

อย่างไรก็ดี มันยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ อีกตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ

 

1. ความเชื่อ: ที่คาร์ริคเรียกกลับคืนมาสู่ทีม ทำให้นักเตะในทีมรู้สึกว่าบอสเชื่อมั่นในตัวพวกเขาว่าจะทำผลงานได้ดี และในทางกลับกันนักเตะเองก็เชื่อมั่นในแนวทางที่คาร์ริคนำเสนอด้วยเช่นกัน

 

2. บารมี: การเป็นอดีตกองกลางที่ประสบความสำเร็จกับสโมสร แมนฯ​ ยูไนเต็ด มีผลทางใจกับทีมไม่น้อย

 

3. สายเลือด: คาร์ริครู้และเข้าใจเป็นอย่างดีถึง DNA ของสโมสร รหัสพันธุกรรมปีศาจที่ทำให้แมนฯ​ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จ ว่าอะไรที่ทำให้ทีมนี้แตกต่างจากท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมเก่าของเขา

 

ทั้งหมดทั้งมวลทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดเก็บชัยชนะได้ 2 นัดติดต่อกัน ด้วยฟอร์มการเล่นที่ ‘แจ่ม’ ไฉไลกว่าหลายเดือน – ไม่สิ หลายปี – ที่ผ่านมา

 

เครดิตส่วนหนึ่งยกให้อโมริม ที่แม้จะค้นหาแนวทางของตัวเองและทีมไม่เจอในช่วง 14 เดือนในการทำงานที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่อย่างน้อยใน ‘พื้นฐาน’ แล้วเขามีส่วนในการช่วยวางปะรำพิธี อัญเชิญเครื่องหมู่บูชาต่างๆ มา

 

เผอิญกับที่คาร์ริครู้ ‘คาถา’ ที่จะใช้ปลุกผีพอดี และสวดถูกบทด้วย

 

อย่างไรก็ดีมันเป็นแค่ท่อนแรกของมหาคาถาปีศาจเท่านั้น ผีตนที่มาสิงอาจจะยังไม่ใช้พญาอสูรสีแดงที่เคยเขย่าขวัญวงการฟุตบอลอังกฤษและหายไปนานนับสิบปี ซึ่งต้องดูกันอีกยาวๆ ว่าคาร์ริคจะสวดมหาคาถานี้จบบทหรือเปล่า

 

ไม่ต้องดูไกล เอาแค่ 3 นัดข้างหน้ากับ ฟูแลม, สเปอร์ส และเวสต์แฮม เราก็น่าจะพอได้เห็นเค้าลางแล้ว

 

แต่ยอมรับตรงๆ ว่าเขียนถึงตรงนี้แอบรู้สึกว่าแฟนบอลยูไนเต็ดคนนั้นที่รอตัดผมมานาน

 

บางทีจองช่างล่วงหน้าได้เลยก็ได้นะ

 

ไมเคิล คาร์ริค โค้ช แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังคุมทีมข้างสนามท่ามกลางเสียงเชียร์ 4

 

กระบอกปืนที่เริ่มร้าว?

 

ทิ้งท้ายนิดๆ สำหรับอาร์เซนอล ในฐานะจ่าฝูงและเต็งหามแชมป์พรีเมียร์ลีกแรกในรอบ 22 ปี

 

การแพ้คาบ้านในวันนี้ แม้จะทำให้สถานการณ์ไม่สบายตัวและไม่สบายใจนักเพราะโดนซิตีกับแอสตัน วิลลาไล่ตามมาเหลือ 4 แต้ม แต่ความจริงแล้วทุกอย่างยังอยู่ในมือของพวกเขา และในเรื่องของ ‘ความสม่ำเสมอ’ ทีมของอาร์เตตายังดีกว่าอีก 2 ทีม

 

เพียงแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเริ่มมีอะไรให้แฟนกูนเนอร์ส ‘เอ๊ะ’ กันบ้าง

 

อาการช็อตหลังการพลาดของมาร์ติน ซูบิเมนดี ที่นำไปสู่การเสียประตูตีเสมอและเป็นจุดพลิกผันของเกม พวกเขาดูขาดความมั่นใจ ยิ่งเล่นยิ่งตีบตัน และมีอาการ ‘ขาสั่น’ ต่อแรงกดดันอย่างเห็นได้ค่อนข้างชัด (ในขณะที่ยูไนเต็ดเหมือนผีที่ถูกปล่อย)

 

เสียงวิจารณ์นักเตะอย่างมาร์ติน โอเดอการ์ด และลามไปถึงบูกาโย ซากาเริ่มดัง พอๆ กับวิธีการเล่นของทีมที่เริ่มมีตีบมีตันในหลายนัด ซึ่งก่อนหน้าก็เสมอกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์

 

การแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวรวดเดียว 4 คนของอาร์เตตา ดูเหมือนคนที่เริ่มเป็น Panic

 

ย้ำว่าสถานการณ์ทุกอย่างยังอยู่ในการควบคุมของพวกเขาเอง และคู่แข่งเองก็ไม่ได้แกร่งหรือสม่ำเสมอเท่ากันด้วยซ้ำ การแพ้วันนี้จะไม่ส่งผลเสียร้ายแรงหากพวกเขากลับมาเก็บชัยนะต่อเนื่องได้เหมือนเดิม

 

แต่ถ้าใจอ่อนแอเมื่อไร และหวังพึ่งได้แค่ลูกเซตพีซอย่างเดียว

 

มันก็น่าเป็นห่วงเหมือนกันนะ

The post ปีศาจแดงคืนชีพ? ทำไม ‘แมนยู’ ยุคไมเคิล คาร์ริคมันแจ่มจัง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดบทเรียน ‘INEOS x อโมริม’ หายนะตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย https://thestandard.co/debrief-ineos-amorim-total-disaster/ Tue, 06 Jan 2026 02:35:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1161748 ถอดบทเรียน ‘INEOS x อโมริม’ หายนะตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย

เปรี้ยง! สายฟ้าฟาดลงมากลางโอลด์ แทรฟฟอร์ด เกิดเสียงอันด […]

The post ถอดบทเรียน ‘INEOS x อโมริม’ หายนะตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดบทเรียน ‘INEOS x อโมริม’ หายนะตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย

เปรี้ยง! สายฟ้าฟาดลงมากลางโอลด์ แทรฟฟอร์ด เกิดเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโลกของฟุตบอล

 

รูเบน อโมริม ถูกปลดจากการเป็น ‘หัวหน้าโค้ช’ (Head Coach) ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนได้ โดยสโมสรให้เหตุผลในเรื่องของ ‘ผลงาน’ ไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ

 

เพียงแต่ในเบื้องหลังที่แทบจะไม่เป็นเบื้องหลังเพราะรู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่าปมใหญ่ที่นำไปสู่การตัดสินใจคือการแตกหักกับ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการสโมสรจนเกิดกรณีการพาดพิงแบบไม่เอ่ยชื่อผ่านประโยคอ้อมๆ ว่า “แต่ละคนก็มีงานของตัวเอง” และ “ผมเป็นผู้จัดการทีมไม่ได้มาเป็นแค่โค้ช”

 

อย่างไรก็ดี หากมองให้ดีในเคสนี้ แม้ตอนจบของอโมริมจะไม่ได้เกิดจากผลงานที่เลวร้ายเพราะในปัจจุบันแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วประมาณหนึ่ง เริ่มพอมองเห็นพัฒนาการบ้างในบางจุด

 

แต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นตอนจบที่เรามองเห็นแววมาตั้งแต่หลายเดือนก่อนหน้านี้

 

เพราะนี่คือการตัดสินใจที่ผิดพลาดระดับ ‘หายนะ’ อีกครั้งของ INEOS ตั้งแต่แรก

 

ถอดบทเรียน ‘INEOS x อโมริม’ หายนะตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย 1

 

ย้อนกลับไปในฤดูร้อนของปี 2024 เป็นช่วงเริ่มต้นของแมนฯ ยูไนเต็ดในยุค INEOS ภายใต้การนำของเซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์

 

เจ้าของธุรกิจพลังงาน มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของอังกฤษในเวลานั้น ได้ขอซื้อหุ้นจำนวน 27.7 เปอร์เซ็นต์ ต่อจากครอบครัวเกลเซอร์ เจ้าของสโมสรชาวอเมริกัน โดยขอสิทธิ์ในการบริหารจัดการสโมสรแบบเบ็ดเสร็จทุกอย่าง ท่ามกลางความหวังว่าจะพลิกฟื้นให้กลับมาเป็นอันดับหนึ่งของเมืองผู้ดีอีกครั้ง

 

แต่ INEOS เผยให้เห็นถึงความอ่อนเชิงในการทำงานจริงในโลกของฟุตบอล แม้ว่าจะเคยมีประสบการณ์ในการบริหารสโมสรนีซ ในลีกเอิงมาบ้างแล้วก็ตาม

 

ปมใหญ่ที่สุดที่เป็นการกลัดกระดุมเม็ดแรกที่ผิดพลาดคือความลังเลว่าจะปลดหรือไม่ปลด เอริค เทน ฮาก จากการเป็นผู้จัดการทีมหรือไม่ เพราะแม้ผลงานในฤดูกาล 2023/24 จะเข้าขั้นมหันตภัยแต่กลับปิดฉากด้วยการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ที่สนามเวมบลีย์ ด้วยการสยบแมนฯ ซิตี คู่ปรับร่วมเมือง

 

2 แชมป์ใน 2 ฤดูกาล กลายเป็นยันต์คุ้มภัยให้กุนซือชาวดัตช์ ที่สุดท้ายแล้ว INEOS เลือกที่จะให้รับตำแหน่งต่อไป หลังจากที่ได้พยายามค้นหาคนที่จะมาทำหน้าที่แทนแต่ยังไม่พบแคนดิเดตที่โดดเด่นชัดเจนในเวลานั้น

 

มากกว่านั้นคือการต่อสัญญาฉบับใหม่ให้ด้วย พร้อมเทงบประมาณในการซื้อผู้เล่นให้อีกหลายรายตามคำสั่งซื้อ ไม่ว่าจะเป็นโจชัว เซิร์กซี, เลนี โยโร, มัตไธส์ เดอ ลิกต์, นุสแซร์ มาซราอุย, มานูเอล อูการ์เต และ เซคู โคเน

 

สุดท้ายเรื่องจบแบบเดิมด้วยการที่เทน ฮากถูกปลดจากตำแหน่งแค่ 3 เดือนหลังเริ่มฤดูกาลใหม่

 

แต่มันกลับนำไปสู่หายนะครั้งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม

 

ถอดบทเรียน ‘INEOS x อโมริม’ หายนะตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย 2

 

ชื่อของ รูเบน อโมริม ในวงการฟุตบอลยุโรปถือว่าเป็นหนึ่งในชื่อของโค้ชคนหนุ่มที่โดดเด่นน่าจับตามองที่สุด

 

ผลงานของเขากับสปอร์ติง ลิสบอน เย้ายวนใจด้วยสไตล์ที่น่าประทับใจ หนึ่งในเกมที่สร้างชื่อคือวันที่ถล่มใส่แมนฯ ซิตี ของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ในรายการยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

 

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เขากลายเป็นแคนดิเดตของคนที่จะมาทำหน้าที่แทนเทน ฮากในฐานะนายใหญ่แห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ด

 

‘คนรุ่นใหม่ที่เก่งกาจ’ คือสิ่งที่โอมาร์ เบอร์ราดา ผู้ได้รับอำนาจการบริหารจัดการสโมสรสูงสุดเชื่อว่านี่คือคำตอบที่ถูกต้องสำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด คนที่จะวางรากฐานทีมสมัยใหม่ให้ทีมกลับมาทัดเทียมกับคู่แข่งอย่าง ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และแมนฯ ซิตี รวมถึงเชลซีได้อีกครั้ง

 

แต่การดึงตัวอโมริมมาอย่างรีบร้อนในครั้งนั้นสร้างปัญหาร้ายแรงให้กับสโมสร

 

อย่างแรกคือการแลกด้วยการเสีย แดน แอชเวิร์ธ ผู้อำนวยการสโมสรที่อุตส่าห์ไปคว้าตัวมาจากนิวคาสเซิล เสียทั้งเงินและเวลา สุดท้ายความเห็นไม่ลงรอยกับเบอร์ราดา และเซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ โดยปมแตกหักคือการมองไม่ตรงกันในเรื่องแคนดิเดตผู้จัดการทีมคนใหม่

 

แอชเวิร์ธ เสนอคนที่มีประสบการณ์ในฟุตบอลอังกฤษอย่างแกเร็ธ เซาธ์เกต, เอ็ดดี ฮาว แต่ฝ่ายเหนือหัวของปีศาจแดงไม่ชอบ พวกเขาเชื่อว่าอโมริม คือคนที่มีโปรไฟล์เหมาะสมที่จะทำหน้าที่นี้มากกว่า

 

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือปัญหาที่ไม่มีคำตอบ เพราะแม้กุนซือชาวโปรตุเกสจะทำทีมในแนวทางที่น่าสนใจ แต่วิธีการของเขาไม่เหมือนกับใครเลย

 

อโมริมต้องการให้ทีมเล่นในระบบ ‘หลังสาม’ หรือ 3-4-3 ซึ่งเป็นระบบเดียวที่เขาช่ำชองและเชื่อที่สุด หลังผ่านการค้นหาคำตอบในชีวิตช่วงแรกถึงระบบการเล่นที่จะเป็นลายเซ็นของตัวเอง

 

ปัญหาคือนักเตะที่มีในสโมสรไม่สามารถตอบสนองต่อระบบการเล่นนี้ได้

 

และตัวของเขาเองก็ไม่มีความสามารถที่จะทำให้ทุกคนเล่นในระบบของตัวเองได้ ซึ่งแย่กว่า

 

ตลอดระยะเวลา 14 เดือนที่ผ่านมาคือการพยายามปรับ จูน ค้นหาคำตอบไปเรื่อยๆ เหมือนการทดลองที่ไม่มีวันสิ้นสุด เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ โดยที่อโมริมยืนยันแบบหัวเด็ดตีนขาดจะไม่มีวันเปลี่ยนปรัชญาการเล่นของตัวเองเด็ดขาด

 

“เอาผมไปฆ่าให้ตายผมก็จะเล่นหลังสาม” อโมริมไม่ได้กล่าว

 

จุดนี้เป็นปมใหญ่ในความไม่ยืดหยุ่นของกุนซือผู้แข็งกร้าวในแนวทาง ซึ่งถ้าแนวทางมันได้ผลก็ยังพอมีเหตุมีผลบ้าง แต่เมื่อมองเห็นมาตลอดว่าไม่ได้ผล และในช่วงที่มีการทดลองใช้ระบบกองหลัง 4 คนด้วยความจำเป็นในเกมกับนิวคาสเซิล หลายคนมองเห็นตรงกันว่า “เฮ้ย มันดี”

 

เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการสโมสรคนปัจจุบัน ซึ่งทำงานร่วมกับอโมริมมาตั้งแต่แรกเริ่ม พยายามจะชี้ให้เห็นมุมนี้ แต่สุดท้ายนำไปสู่การแตกหักแบบไม่เผาผีกันระหว่างสองคน

 

การออกมาแถลงข่าวในเชิงโจมตีทำให้บอร์ดบริหารไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการปลดอโมริมจากตำแหน่ง ต่อให้จะต้องยอมจ่ายค่าชดเชยอีกก้อนก็ตาม

 

ถอดบทเรียน ‘INEOS x อโมริม’ หายนะตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย 3

 

ในความปรีดาที่ “ช่วงเวลานี้มันจะจบลงไปสักที” และ “เราจะได้เริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง” ความเศร้าสำหรับชาวปีศาจแดงคือสิ่งที่พวกเขาสูญเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ในช่วงระยะเวลา 14 เดือนที่ผ่านมา

 

ทีมสูญเงินกับการไปไล่ล่าตัวอโมริม และการจ่ายเงินชดเชยในการไล่ออกจากตำแหน่งรวมกันแล้ว 20 ล้านปอนด์ โดยที่เราจะไม่พูดถึงการลงทุนซื้อผู้เล่นตามโจทย์ของอโมริมอีก 200 ล้านปอนด์ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา เพราะนักเตะเหล่านี้ยังใช้การได้ต่อ

 

ทีมพลาดการได้ไปแชมเปียนส์ ลีก หรือรายการสโมสรยุโรปอื่น ทำให้ขาดรายได้มหาศาลตั้งแต่ 50-150 ล้านปอนด์ในปีนี้

 

ภาพลักษณ์ของทีมเสียหายร้ายแรงจากผลงาน ‘Win rate’ ระดับ 31.9 เปอร์เซ็นต์ จากผลงานการคุมทีม 63 นัด ชนะแค่ 24 เสมอ 18 และแพ้ถึง 21

 

ค่าเฉลี่ยแต้มต่อนัดอยู่ที่ 1.23 แต้ม ต่ำที่สุดนับตั้งแต่สิ้นยุคของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในปี 2013

 

สิ่งเหล่านี้เป็นความสูญเสียที่ไม่มีใครรู้ในวันแรกหรอกว่าจะเกิดขึ้น

 

ในอีก Multiverse อโมริม อาจจะทำผลงานได้มหัศจรรย์พายูไนเต็ดผงาดขึ้นจ่าฝูงอยู่ก็ได้

 

เพียงแต่ในโลกนี้ หากวันนั้น INEOS ตัดสินใจอย่างรอบคอบกว่านี้ ไม่รีบร้อนเกินไปในเวลานั้น พิจารณาองค์ประกอบทุกอย่างอย่างถ้วนถี่ โดยเฉพาะแนวทางการทำงานของอโมริม ที่ระบบการเล่นไม่สอดคล้องกับสโมสร

 

ความเสียหายอาจจะไม่เกิดขึ้น

 

พวกเขาอาจจะไม่ลงทุนและลงแรงอย่างสูญเปล่า

 

แฟนบอลปีศาจแดงอาจจะไม่ต้องระทมทุกข์ยาวนานร่วมปี ด่าเช้า ด่ากลางวัน ด่าเย็นขนาดนี้

 

ถึงวันนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่การขาดวิสัยทัศน์และคนบริหารงานที่ดี กำลังเป็นจุดอ่อนที่ถูกเผยให้เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ของ INEOS ที่ยังคงน่าเป็นห่วงอยู่ว่าพวกเขาจะมีความสามารถและอ่านสถานการณ์ขาดมากพอไหม

 

คำสั่งแต่งตั้งดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ อดีตลูกหม้อระดับ ‘เด็กป๋า’ มาคุมทีมขัดตาทัพจนจบฤดูกาล มีโอกาสจะเป็นการทิ้งฤดูกาลนี้ที่ควรจะได้ไปแชมเปียนส์ ลีกอีกด้วย เพราะไม่มีอะไรการันตีว่าจะทำผลงานและยืนระยะทานความกดดันมหาศาลได้ไหวสำหรับคนไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานจริง

 

แต่มันอาจจะดีกว่าหากสามารถ ‘ซื้อเวลา’ ให้ INEOS ได้ตัดสินใจอย่างละเอียดถี่ถ้วน

 

เพราะถ้ารีบร้อนทั้งที่บทเรียนเพิ่งเกิด ถอดบทเรียนกันยังไม่จบดี มีโอกาสที่จะเกิด ‘ภาค 2’ หรือแย่กว่านั้นคือ ‘วนลูปนรก’ ต่อไป

 

ยกเว้นแต่มันคือโชคชะตาที่ถูกกำหนดมาไว้แบบนี้

The post ถอดบทเรียน ‘INEOS x อโมริม’ หายนะตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอริก เทน ฮาก เซ็นสัญญาคุมทัพเลเวอร์คูเซนถึงปี 2027 https://thestandard.co/erik-ten-hag-bayer-leverkusen-contract/ Mon, 26 May 2025 10:18:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1078706 เอริก เทน ฮาก

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ประกาศแต่งตั้ง เอริก เทน ฮาก เป็นห […]

The post เอริก เทน ฮาก เซ็นสัญญาคุมทัพเลเวอร์คูเซนถึงปี 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอริก เทน ฮาก

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ประกาศแต่งตั้ง เอริก เทน ฮาก เป็นหัวหน้าโค้ชคนใหม่ของทีม โดยกุนซือวัย 55 ปีชาวเนเธอร์แลนด์ ได้เซ็นสัญญาคุมทีมจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2027 และจะเริ่มงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เพื่อเตรียมทีมสำหรับฤดูกาล 2025/26

 

หลังการเซ็นสัญญา เทน ฮาก กล่าวว่า “เลเวอร์คูเซนคือหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในเยอรมนี และติดท็อปของยุโรป สโมสรมีองค์ประกอบที่ยอดเยี่ยม และผมประทับใจกับการพูดคุยกับผู้บริหารมาก ผมมาที่นี่เพื่อสานต่อความทะเยอทะยานที่ทีมแสดงให้เห็นตลอดหลายปีที่ผ่านมา นี่คือความท้าทายที่น่าตื่นเต้นในการสร้างสิ่งใหม่ร่วมกันในช่วงเปลี่ยนผ่าน และพัฒนาทีมที่มีความทะเยอทะยานไปพร้อมกัน”

 

สำหรับเทน ฮาก เคยคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีก ก่อนถูกปลดในเดือนตุลาคม 2024 โดยพาทีมคว้าแชมป์คาราบาวคัพ ปี 2023 และเอฟเอคัพ ปี 2024 ก่อนหน้านั้นเขาเคยพาอาแจ็กซ์คว้าแชมป์ลีก 3 สมัย และถ้วยในประเทศอีก 2 รายการระหว่างปี 2018-2022

The post เอริก เทน ฮาก เซ็นสัญญาคุมทัพเลเวอร์คูเซนถึงปี 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซอร์จิม เปิดใจถึงวิกฤตแมนฯ ยูไนเต็ด และภารกิจคว้าแชมป์ลีกใน 3 ปี https://thestandard.co/sir-jim-on-manutd-crisis/ Tue, 11 Mar 2025 06:56:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1050809 เซอร์จิม แมนยู

เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเ […]

The post เซอร์จิม เปิดใจถึงวิกฤตแมนฯ ยูไนเต็ด และภารกิจคว้าแชมป์ลีกใน 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซอร์จิม แมนยู

เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ INEOS ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงในการให้สัมภาษณ์กับ BBC Sport เกี่ยวกับปัญหาภายในของแมนฯ ยูไนเต็ด ในหลายแง่มุม 

 

ทั้งการออกมายอมรับความผิดพลาดในอดีตเกี่ยวกับการต่อสัญญา เทน ฮาก, แผนพลิกฟื้นแมนฯ ยูไนเต็ด สู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง, เรื่องหนี้สิน, การเสริมทัพ และเป้าหมายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่เจ้าตัวคาดหวังให้เกิดขึ้นภายในปี 2028

 

และนี่คือสรุปประเด็นหลักเกี่ยวกับบทสัมภาษณ์ของ เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ ถึงมุมมองที่มีต่อแมนฯ ยูไนเต็ด ในเวลานี้

 


 

 

เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับขุมกำลังของทีม โดยยอมรับว่านักเตะบางรายยังไม่ดีพอ และบางคนค่าเหนื่อยสูงเกินจริง โดยส่วนใหญ่เป็นนักเตะที่ตกทอดมาจากการบริหารงานของบอร์ดชุดเก่า

 

“หากคุณมองไปที่ผู้เล่นที่เราซื้อในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งเราไม่ได้ซื้อเอง เราได้ซื้อแอนโทนี, คาเซมิโร, โอนานา, ฮอยลุนด์, ซานโช สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม เราก็รับช่วงต่อสิ่งเหล่านี้มา และต้องจัดการเรื่องนี้

 

“ส่วน จาดอน ซานโช ตอนนี้เล่นให้เชลซี และเราจ่ายเงินค่าเหนื่อยให้เขาครึ่งหนึ่ง นั่นหมายถึงเราต้องเสียเงิน 17 ล้านปอนด์เพื่อซื้อเขากลับมาในช่วงซัมเมอร์”

 

นอกจากนี้บรรดานักเตะที่เซอร์จิมพาดพิงถึงหลายคนยังทำผลงานไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ทั้งแอนโทนีที่ถูกปล่อยยืมให้กับเรอัล เบติส, คาเซมิโรกับฟอร์มไม่คงที่ และโอนานาที่ยังมีจังหวะผิดพลาดให้เห็นบ่อยครั้ง

 

ขณะเดียวกันเซอร์จิมยังย้ำว่าการสร้างทีมขึ้นใหม่ต้องใช้เวลา และแม้จะมีผู้เล่นที่ดีอยู่บ้าง เช่น บรูโน แฟร์นันด์ส ซึ่งเขายกให้เป็นนักเตะที่ทีมยังต้องพึ่งพา แต่โดยรวมแล้วทีมยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากอดีตสู่อนาคต ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับโครงสร้างให้เข้าที่

 


 

 

เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ ออกมายอมรับและขอโทษแฟนบอลต่อการตัดสินใจต่อสัญญาและให้โอกาส เอริก เทน ฮาก คุมทีมต่อในช่วงซัมเมอร์ ก่อนจะปลดออกจากตำแหน่งหลังคุมทีมในลีกเพียง 9 นัด

 

เช่นเดียวกับการแต่งตั้ง แดน แอชเวิร์ธ เป็นผู้อำนวยการกีฬา ซึ่งอยู่ในตำแหน่งเพียง 5 เดือนก่อนแยกทางกัน โดยเซอร์จิมยอมรับว่านี่คือการตัดสินใจที่ผิดพลาด และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการบริหารทีมในอนาคต

 


 

 

เซอร์จิมแสดงความเชื่อมั่นใน รูเบน อโมริม กุนซือวัย 40 ปี ที่เข้ามารับไม้ต่อจาก เอริก เทน ฮาก และแม้ว่าผลงานในลีกยังไม่น่าพอใจ ปัจจุบันแมนฯ ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 14 ของตาราง และตามหลังจ่าฝูงอย่างลิเวอร์พูลถึง 36 แต้ม และเหลือลุ้นแชมป์เพียง 1 รายการนั่นคือ ยูฟ่ายูโรปาลีก

 

“ผมคิดว่ารูเบนเป็นผู้จัดการทีมหนุ่มที่โดดเด่นมาก ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ เขาเป็นผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยม และผมคิดว่าเขาจะอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน ผมเห็นแววของเขาแล้วในเกมกับอาร์เซนอล ทั้งที่นักเตะตัวหลักเจ็บไปเกือบหมด เขายังทำให้ทีมเล่นได้ดี รูเบนทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมาก”

 


 

 

อีกหนึ่งปัญหาที่ถูกพูดถึงหนักสำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด คือเรื่องของภาระหนี้สินของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ส่งผลกระทบถึงการปรับโครงสร้างในองค์กร และลดจำนวนพนักงานจำนวนมาก

 

“หนี้สินเป็นแค่ส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่าย แต่มันไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้สโมสรมีปัญหาทางการเงิน ถ้าสโมสรสามารถกลับมาทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง เราจะสามารถจ่ายหนี้และบริหารจัดการได้ดีขึ้น นั่นคือเป้าหมายของเรา”

 

โดยเซอร์จิมเน้นย้ำว่า สโมสรต้องให้ความสำคัญกับการเสริมแกร่งทีมมากกว่าการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในส่วนอื่น

 

“ท้ายที่สุดแล้ว หากคุณมองการบริหารสโมสรที่มีขนาดเท่ากับแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งมีรายได้ประมาณ 650 ล้านปอนด์ คุณจะใช้เงิน 650 ล้านปอนด์ส่วนหนึ่งในการบริหารสโมสร และอีกส่วนหนึ่งในการบริหารทีม

 

“เราต้องเลือกว่าจะใช้เงินไปกับอะไร จะใช้ไปกับค่าใช้จ่ายการดำเนินงานสโมสร หรือจะใช้เพื่อพัฒนาทีม เพราะถ้าคุณใช้เงินไปกับทีม คุณก็จะได้ผลงานที่ดีขึ้น และสุดท้ายแล้วแมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ที่นี่เพื่ออะไร หากไม่ใช่เพื่อคว้าถ้วยรางวัล?

 

“สิ่งที่เราต้องการทำคือลงทุนกับผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก ถ้าทำได้ แทนที่จะใช้เงินไปกับอาหารกลางวันฟรีๆ ที่ผมเกรงว่าจะเป็นมื้อเที่ยง เพราะสิ่งเดียวที่ผมให้ความสำคัญคือการนำแมนฯ ยูไนเต็ด กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”

 


 

 

แม้สถานการณ์ปัจจุบันของยูไนเต็ดจะดูย่ำแย่ แต่เซอร์จิมยังคงตั้งเป้าพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้ภายในปี 2028 ซึ่งจะตรงกับช่วงครบรอบ 150 ปีของสโมสร

 

“ผมไม่คิดว่ามันเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้” ขณะเดียวกันเซอร์จิมยังเปรียบเทียบกับอาร์เซนอลและลิเวอร์พูล ทีมชั้นนำของลีกที่ใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟูสโมสรให้กลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะ และแน่นอนว่าแมนฯ ยูไนเต็ด ก็กำลังเดินในเส้นทางเดียวกัน

 

นอกจากนี้สโมสรยังมีแผนที่จะสร้างสนามใหม่ที่อาจเป็นสนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาสโมสรในระยะยาว โดยรายละเอียดเพิ่มเติมจะประกาศเร็วๆ นี้

 

“ในความคิดของผม อีก 3 ปีข้างหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเป็นทีมที่แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง เราจะกลายเป็นสโมสรที่ทำกำไรได้มากที่สุดในโลก ผมคิดว่าเราอาจมีสนามฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และเราจะคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง”

 


 

 

อีกหนึ่งประเด็นที่แรตคลิฟฟ์ถูกวิจารณ์หนัก คือการให้ความสำคัญกับทีมฟุตบอลหญิงของสโมสร ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยกล่าวว่าทีมชายคือประเด็นหลักของแมนฯ ยูไนเต็ด และเคยถูกกล่าวหาว่าตัวเขาไม่รู้จักแม้แต่ชื่อนักเตะหญิงในทีม

 

แต่ครั้งนี้ เซอร์จิม ออกมาชี้แจงว่า สโมสรให้ความสำคัญกับทีมฟุตบอลหญิงไม่แพ้ทีมชาย “สิ่งที่ผมพูดตอนต้นก็คือ ผมมุ่งเน้นไปที่ทีมชายเป็นหลัก เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนแปลงไป แต่ทีมฟุตบอลหญิงก็เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์แมนฯ ยูไนเต็ด เช่นกัน

 

“จากรายได้ 650 ล้านปอนด์ของเรา 640 ล้านปอนด์มาจากทีมชาย และ 10 ล้านปอนด์มาจากทีมหญิง ด้วยประสบการณ์ทางธุรกิจของผม คุณมักจะมุ่งเน้นไปที่ปัญหาที่ใหญ่กว่า ก่อนที่จะมุ่งเน้นไปที่ปัญหาที่เล็กกว่า

 

“แต่ทีมหญิงมีตราสินค้าแมนฯ ยูไนเต็ด โลโก้แมนฯ ยูไนเต็ด ดังนั้นพวกเขามีความสำคัญพอๆ กับทีมชาย และพูดตรงๆ ว่าพวกเขาทำได้ดีกว่าทีมชาย พวกเขาอยู่อันดับ 2 ของลีกและคว้าแชมป์เอฟเอคัพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว มาร์ก สกินเนอร์ ทำหน้าที่โค้ชได้ดีมาก และมายา (เลอ ทิสซิเอร์) กัปตันทีมคนใหม่ กำลังทำงานได้ยอดเยี่ยม

 

อ้างอิง:

The post เซอร์จิม เปิดใจถึงวิกฤตแมนฯ ยูไนเต็ด และภารกิจคว้าแชมป์ลีกใน 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 เดือนแรกผ่านไป คุณคิดว่า รูเบน อโมริม ควรผ่านโปรไหม? https://thestandard.co/ruben-amorim-first-3-months/ Mon, 17 Feb 2025 12:01:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1042947 รูเบน อโมริม

สภาพของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เวลานี้แม้แต่คนที่ไม่ใช่แฟน […]

The post 3 เดือนแรกผ่านไป คุณคิดว่า รูเบน อโมริม ควรผ่านโปรไหม? appeared first on THE STANDARD.

]]>
รูเบน อโมริม

สภาพของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เวลานี้แม้แต่คนที่ไม่ใช่แฟนปีศาจแดงเองก็เห็นใจ

 

สารพันปัญหาตัวผู้เล่นบาดเจ็บ ซึ่งล่าสุดเจอเข้าไปชุดใหญ่ไฟกะพริบเมื่อเสีย อาหมัด ดิยัลโล ปีกที่เป็นตัวความหวังสูงสุดของทีมด้วยอาการบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าฉีกถึงขั้นน่าจะปิดฉากฤดูกาลไปเรียบร้อย นอกจากนี้ยังมี ค็อบบี ไมนู ห้องเครื่องแดนกลางที่เจ็บยาวร่วมเดือนพร้อมกับ มานูเอล อูการ์เต ที่พลาดการลงสนามนัดล่าสุด

 

ก่อนหน้านี้ไม่นานก็เสีย ลิซานโดร มาร์ติเนซ หนึ่งในคีย์แมนของแผงหลังที่เอ็นเข่าฉีก ต้องพักการเล่นอีกร่วมปี

 

แต่อาการบาดเจ็บก็เรื่องหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งที่ตอนนี้เริ่มเป็นคำถามที่น่าสนใจคือเรื่องฝีไม้ลายมือของ รูเบน อโมริม บอสคนหนุ่มที่หลังจบเกมด้วยความพ่ายแพ้ต่อท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ซึ่งเป็นการแพ้ในลีกนัดที่ 8 จาก 14 นัด

 

ตกลงอโมริมเก่งจริงไหมและควรจะให้ผ่านโปรหรือเปล่า?

 

ผลงานความพ่ายแพ้ที่ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม ถือเป็นการพ่ายแพ้นัดที่ 9 จากการคุมทีม 21 นัดของอโมริมหลังเข้ารับตำแหน่งต่อจาก เอริก เทน ฮาก นายใหญ่คนก่อน เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

ว่ากันตามตรงผลงานนั้นเข้าขั้น ‘หายนะ’ ที่บอร์ดบริหารจะสามารถหาเรื่องปลดจากตำแหน่งได้ง่ายๆ เลย

 

โดยที่ในชัยชนะ 9 นัด (เสมอ 3) นั้น 3 ในนั้นเป็นชัยชนะในศึกยูฟ่ายูโรปาลีก และ 6 นัดที่ชนะเป็นการเฉือนชนะคู่แข่งเพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น

 

เปรียบสถิติผลงานของผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคตั้งแต่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นต้นมา กุนซือคนหนุ่มชาวโปรตุเกสเป็นคนที่ทำผลงานได้เลวร้ายที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากท่านเซอร์ (แต่ในยุคที่รับตำแหน่งเมื่อปี 1986 ทีมอยู่ในสภาพต้องก่อร่างสร้างตัวใหม่ทั้งหมด) 

 

คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เฉลี่ยชัยชนะของอโมริมใน 20 นัดแรก (โดยยังไม่นับเกมกับสเปอร์ส) ผลงานอยู่ที่ 45 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เทียบเท่ากับ ราล์ฟ รังนิก ที่คุมทีมแทน โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ เป็นการชั่วคราวในปี 2022 แต่เป็นรองเรื่องของผลต่างประตูได้เสีย

 

ขณะที่ เอริก เทน ฮาก คุมทีม 20 นัดแรกนั้นชนะถึง 13 นัด เสมอ 2 แพ้ 5 ค่าเฉลี่ยชัยชนะอยู่สูงถึง 65 เปอร์เซ็นต์ เป็นอันดับ 2 รองจากโซลชาร์แค่คนเดียว (ชนะ 15 เสมอ 2 แพ้ 3 เฉลี่ยชนะ 75 เปอร์เซ็นต์) โดยที่ เดวิด มอยส์, โชเซ มูรินโญ และ หลุยส์ ฟาน ฮาล ก็มีผลงานที่ดีกว่าเขาทั้งหมด

 

แต่สถิติอย่างเดียวไม่อาจบอกเล่าความตกต่ำที่น่ากลัวของแมนฯ ยูไนเต็ด ในเวลานี้ได้ครบ

 

อโมริมยังมีปัญหามากพอสมควรที่ขอหยิบยกเฉพาะเรื่องใหญ่ๆ มา

 

 

1. วิธีคิดแบบเดียว

 

ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ทุกคนรู้และเจ้าตัวก็ย้ำชัดเสมอว่าแนวทางการเล่นในแบบของเขานั้นมีแค่แบบเดียวเท่านั้น

 

ระบบการเล่นกองหลัง 3 คน ใช้วิงแบ็กช่วยสนับสนุนเกมจากริมเส้นและมีศูนย์หน้าตัวเป้า ซึ่งเป็นระบบที่สร้างชื่อเสียงให้เป็นอย่างดีในการคุมทีมสปอร์ติง ลิสบอน จนกลายเป็นเบอร์หนึ่งของวงการลูกหนังโปรตุเกสในช่วงที่ผ่านมา

 

แต่ปัญหาที่แม้แต่อโมริมเองก็ยอมรับคือ นักเตะที่มีอยู่ในทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เหมาะสมกับระบบการเล่นดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย

 

เรื่องนี้มองเห็นได้ตั้งแต่เกมแรกๆ แล้วว่านักเตะที่จัดลงสนามนั้นมีปัญหากับการเล่นในระบบ 3-4-2-1 โดยที่แม้จะมีความพยายามจากทั้งสองฝั่งทั้งตัวของอโมริมที่พยายามสอนรายละเอียดการเล่นให้ และลูกทีมส่วนมากก็มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้

 

แต่การต้องเรียนรู้ระบบการเล่นใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ไม่ต่างอะไรจากการเรียนข้ามสายจากศิลป์-ภาษาไปวิทย์-คณิต

 

สิ่งที่ทำให้เรื่องแย่ยิ่งขึ้นคือ อโมริมเองก็ไม่คิดที่จะยืดหยุ่น แต่กลับยืนกรานว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงระบบการเล่นที่เป็นลายเซ็นของตัวเอง เพราะนี่คือสิ่งที่ ‘เชื่อ’ และเป็นสิ่งที่ฝ่ายบริหารของสโมสรเห็นว่าจะช่วยพาทีมไปสู่อนาคตได้

 

ตรงนี้เองที่นำมาสู่คำถาม 2 อย่าง

 

ถ้าเก่งจริง ทำไมยังสอนให้ลูกทีมเล่นในแบบที่ต้องการจริงๆ ไม่ได้เสียที

 

และถ้าเก่งจริง ทำไมไม่สามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่าง​ (Tweak) เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์เฉพาะหน้าได้

 

แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากรถยางแตกบนไฮเวย์ที่เวิ้งว้างแต่ไม่ยอมจอดข้างทางเพื่อเปลี่ยนล้ออะไหล่ กลับเลือกจะขับบดถนนไปแบบนั้น และตอนนี้ยางก็แทบไม่เหลือแล้ว

 

2. การแก้ปัญหา

 

ต่อเนื่องจากเรื่องของความดื้อดึงในระบบการเล่น สิ่งที่หลายคนเริ่มกังขาคือ อโมริมไม่ได้แค่ดื้อ แต่เหมือนจะบื้อด้วย

 

เพราะเห็นได้ชัดในหลายนัดที่ทีมตกเป็นรองทางแท็กติก ก็ไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้อะไรมันดีขึ้นในระหว่างเกมการแข่งขัน ปล่อยให้ลูกทีมเล่นกันไปแบบนั้นตามมีตามเกิด และหวังว่าจะมีจังหวะสักจังหวะที่ทุกอย่างมันเข้าทาง

 

มันอาจจะได้ผลในบางนัด เช่น ในเกมใหญ่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือลิเวอร์พูล แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมันไม่ได้ผล โดยเฉพาะในวันที่สมควรจะต้องหวังผลให้ได้

 

โค้ชที่ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ในเกมให้กับทีมได้ แบบนี้ถือว่าฝีมือดีแล้วจริงๆ ใช่ไหม?

 

 

3. การบริหารคน

 

แฟนบอลยูไนเต็ดฝั่งหนึ่งจะเห็นใจอโมริมที่รับช่วงทำทีมต่อจากเทน ฮาก โดยที่ไม่ได้มีนักเตะที่เป็น ‘คนของเขา’ อยู่ในทีมเลย ในรอบตลาดฤดูหนาวที่เป็นโอกาสในการซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพก็ได้แค่ พาทริก ดอร์กู วิงแบ็กดาวรุ่งทีมชาติเดนมาร์กแค่คนเดียว

 

แต่เรื่องนี้หากมองอีกด้าน การตกลงยอมรับงานแปลว่า ‘ยอมรับเงื่อนไขในการทำงาน’ มาก่อนแล้ว

 

อโมริมกลับไม่สามารถหาทางดึงหรือรีดศักยภาพของผู้เล่นในทีมออกมาได้ ซ้ำยังมีปัญหากับผู้เล่นเองด้วย โดยเฉพาะในรายของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่เปิดศึกกันตั้งแต่แรกๆ ด้วยการตัดออกจากทีม และสุดท้ายก็ปล่อยตัวออกไปให้แอสตัน วิลลาใช้งาน

 

นอกจากแรชฟอร์ดยังมีแอนโทนีที่โดนปล่อยตัวไปให้เรอัล เบติสยืมใช้งานเช่นกัน โดยพูดกันตรงๆ คือไม่ถูกใจ ไม่ชอบ ไม่ยอมรับ

 

ความเจ็บปวดคือทั้งสองคนดันกลับมาเล่นได้ดีเฉยเลยหลังย้ายทีม แอนโทนี คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม 3 นัดติดต่อกันให้เบติส โดยฟอร์มการเล่นนั้นดูดีแตกต่างจากครั้งใส่เสื้อแมนฯ ยูไนเต็ดมาก ขณะที่แรชฟอร์ด ทำให้หลายคนประหลาดใจเพราะยอมวิ่งไล่ วิ่งเพรสใส่คู่แข่ง

 

การจะเป็นนายคนเรื่องการบริหารคน (Man Management) เป็นเรื่องสำคัญ อโมริมดูจะมีปัญหาเรื่องนี้ในโอลด์ แทรฟฟอร์ด

 

4. เจ้าหนูทดลอง

 

มีหลายนัดที่เกมของแมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนถูกใช้เป็นสนามทดลองความคิดของอโมริม

 

ยกตัวอย่างชัดๆ เช่น เราได้เห็น ค็อบบี ไมนู ค่อยๆ ถูกดันจากกองกลางตัวรับคู่ (Double Pivot) ไปสู่การยืนเป็นตัวทำเกมด้านบน ไปจนถึงการเล่นเป็น False 9 เพียงเพราะอโมริมหวังว่าทักษะความสามารถเฉพาะตัวในการพักบอล พลิกบอล ผ่านบอล และการยิงประตูที่คมของกองกลางดาวรุ่งจะเปลี่ยนทีมได้

 

(โดยไม่ได้คิดถึงหัวอกของคนที่เป็นศูนย์หน้าอาชีพอย่าง ราสมุส ฮอยลุนด์ หรือกองหน้าที่ซื้อมาค่าตัวแพงอย่าง โจชัว เซิร์กเซ เลยว่าจะรู้สึกอย่างไร)

 

พาทริก ดอร์กู ที่ตีตราว่าเป็นวิงแบ็กซ้าย ถูกส่งลงสนามเกมแรกในฐานะวิงแบ็กขวา โดยอโมริมพยายามชี้แจงว่า ‘เล่นได้สองฝั่ง’

 

การทดลองนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ แต่ไม่ใช่จะทำตลอดและจะทำในแทบทุกนัด 

 

ถ้าวันนี้ที่ผ่าน 3 เดือนแรกมาแล้วเรายังมีคำถามว่าตกลงแล้วอโมริมรู้จัก 11 คนแรกที่ดีที่สุดของเขาหรือยัง? 

 

ไม่น่าใช่เรื่องดีเท่าไร

 

 

ทั้งหมดนี้คือเรื่อง ‘ในสนาม’ อย่างเดียวโดยไม่ได้แตะกันในเรื่อง ‘นอกสนาม’ ซึ่งอาการหนักและสาหัสกว่าอีก

 

ในความคาดหวังที่มีต่อหนึ่งในโค้ชคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ารูเบน อโมริม สอบตกแบบน่าเกลียด แม้จะพยายามมองว่าในรายละเอียดของเกมบางอย่างก็เริ่มดีขึ้นแล้ว หลายครั้งเป็นความผิดพลาดส่วนบุคคล (เช่น ผู้รักษาประตูหรือกองหลัง) แต่ผลงานต้องยอมรับแบบแมนๆ ว่าขี้เหร่จัด

 

ผลงานของเขาทำให้ความรู้สึกที่มีต่อเอริค เทน ฮาก เปลี่ยนไปในทางชื่นชมพอสมควร จนเพลง คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ ดังขึ้นมาในหัว

 

ให้ความยุติธรรมสุดท้าย อโมริมยังประกาศว่าเขายังไม่ละ ‘ความเชื่อ’ ของตัวเอง

 

ทุกอย่างคือการเรียนรู้ที่เขาจะไม่หันหน้าหนีเด็ดขาด และหวังว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นในเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์

 

แต่มองถึงสภาพทีม ฟอร์มการเล่นของทีม และผลงานส่วนตัวของเขาตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาแล้ว

 

คนที่น่าเห็นใจที่สุดคือแฟนปีศาจแดงทุกคน

 

ทำใจดีๆ กันไว้นะ…

 

อ้างอิง

The post 3 เดือนแรกผ่านไป คุณคิดว่า รูเบน อโมริม ควรผ่านโปรไหม? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทียบตารางคะแนน ‘แมนฯ ยูไนเต็ด’ จากยุคเทน ฮาก ถึงอโมริม https://thestandard.co/manutd-ten-hag-amorim-info/ Mon, 17 Feb 2025 06:10:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1042744

นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลจนถึงการเปลี่ยนผ่านจากยุค ‘เอริก เท […]

The post เทียบตารางคะแนน ‘แมนฯ ยูไนเต็ด’ จากยุคเทน ฮาก ถึงอโมริม appeared first on THE STANDARD.

]]>

นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลจนถึงการเปลี่ยนผ่านจากยุค ‘เอริก เทน ฮาก’ ถึงมือของ ‘รูเบน อโมริม’ ตอนนี้แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่สามารถยกทีมพ้นโซนครึ่งล่างของตารางคะแนนได้ เมื่อล่าสุดพวกเขามี 29 คะแนน จาก 25 นัด รั้งอันดับ 15 ของตารางคะแนน กับผลงาน ชนะ 8 เสมอ 5 และแพ้มากถึง 12 เกม

 

ท่ามกลางเกมในมือที่เหลืออีก 13 นัด ยังต้องติดตามต่อไปว่า อโมริมจะแก้วิกฤตเพื่อพาทัพปีศาจแดงขยับอันดับขึ้นได้หรือไม่เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post เทียบตารางคะแนน ‘แมนฯ ยูไนเต็ด’ จากยุคเทน ฮาก ถึงอโมริม appeared first on THE STANDARD.

]]>
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ปลด นูริ ซาฮิน พ้นตำแหน่งกุนซือ เอริก เทน ฮาก ตัวเต็งรับไม้ต่อ https://thestandard.co/nuri-sahin-sacked-by-dortmund/ Wed, 22 Jan 2025 10:48:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1033196

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังแห่งบุนเดสลีกา เยอรมนี ประกา […]

The post โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ปลด นูริ ซาฮิน พ้นตำแหน่งกุนซือ เอริก เทน ฮาก ตัวเต็งรับไม้ต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังแห่งบุนเดสลีกา เยอรมนี ประกาศปลด นูริ ซาฮิน พ้นจากตำแหน่งกุนซือของทีมอย่างเป็นทางการ หลังทำผลงานได้ไม่สู้ดีนักในฤดูกาลนี้ โดยอันดับในลีก ทัพเสือเหลืองหล่นไปอยู่อันดับ 10 ของตาราง มี 25 คะแนน ห่างพื้นที่ท็อป 4 ไกลถึง 7 แต้ม

 

แม้ก่อนหน้านี้ซาฮินยังมั่นใจว่าเขายังคงรู้สึกได้รับความไว้วางใจจากนักเตะ แต่จากผลงานชนะ 1 จาก 9 นัดหลังสุด ทำให้สโมสรจำต้องเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งเฮดโค้ชของทีม เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

 

โดยในส่วนของคนที่จะมารับไม้ต่อจาก นูริ ซาฮิน ในการนำทัพเสือเหลือง มีแคนดิเดตอย่าง เอริก เทน ฮาก อดีตกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่มีโอกาสมารับงานนี้

 

อ้างอิง:

The post โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ปลด นูริ ซาฮิน พ้นตำแหน่งกุนซือ เอริก เทน ฮาก ตัวเต็งรับไม้ต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Football Fact of the Year 2024 โลกฟุตบอลเกิดอะไรขึ้นบ้าง…ในปี 2024 https://thestandard.co/football-fact-of-the-year-2024/ Sun, 29 Dec 2024 03:00:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1025148

ในวันที่โลกกำลังโคจรเข้าสู่ปี 2025   หากได้นั่งคิด […]

The post Football Fact of the Year 2024 โลกฟุตบอลเกิดอะไรขึ้นบ้าง…ในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในวันที่โลกกำลังโคจรเข้าสู่ปี 2025

 

หากได้นั่งคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกฟุตบอล (ระดับโลก) ตลอดปี 2024 จะเห็นว่าตลอดปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์สำคัญๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น

 

  • เลเวอร์คูเซนคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกแบบไร้พ่าย
  • แมนฯ ซิตี้ แชมป์ลีก 4 สมัยติด…ก่อนเผชิญวิกฤตหนักในปัจจุบัน
  • เมสซียังท็อปฟอร์มกับอาร์เจนตินา
  • โรดรีได้บัลลงดอร์ไปครอง

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงโมเมนต์สำคัญบางส่วนเท่านั้น เพราะเหตุการณ์สำคัญๆ ที่น่าสนใจ THE STANDARD SPORT มัดรวมเอาไว้ให้ทุกท่านแล้ว

 

แมนฯ ซิตี้

 

แมนฯ ซิตี้ ทีมแรกของอังกฤษคว้าแชมป์ลีก 4 สมัยติด

 

ย้อนกลับไปช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ ในฐานะแชมป์เก่า ถูกอาร์เซนอลของ มิเกล อาร์เตตา ท้าทายบัลลังก์แชมป์ลีกอย่างหนัก จนกระทั่งถึง MatchDay ที่ 33 ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ท็อปฟอร์มมาตลอดนับตั้งแต่เดือนมกราคม มาแซงขึ้นจ่าฝูงได้ในที่สุด

 

แม้ต้องไปลุ้นแชมป์ถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล แต่ชัยชนะของแมนฯ ซิตี้ เหนือเวสต์แฮม 3-1 ทำให้พวกเขาได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก และนับเป็นทีมแรกแห่งเกาะอังกฤษที่ได้แชมป์สมัยที่ 4 ติดต่อกัน

 

อย่างไรก็ตาม ถัดจากวันชื่นคืนสุขไม่กี่เดือน… แมนฯ ซิตี้ในทีมงานเดียวกันนี้ กลับไม่สามารถเร่งเครื่องทำผลงานได้ดีเหมือนเก่า หลังจากไร้ชัยชนะเป็นเวลาหลายนัด จนสร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำมากมาย ซึ่งยังต้องติดตามต่อไปว่าในระยะยาวนี้ เป๊ปที่เพิ่งสลัดน้ำหมึกต่อสัญญากับทีมไป จะทำทัพเรือใบให้กลับมาแล่นฉิวเหมือนเดิมได้หรือไม่

 


 

ชาบี อลอนโซ

 

ชาบี อลอนโซ เสกให้เลเวอร์คูเซนกลายเป็นแชมป์ไร้พ่าย

 

การกระชากแชมป์มาจากพี่เสือ ‘บาเยิร์น มิวนิก’ หนึ่งในทีมดังที่ครองแชมป์บุนเดสลีกามายาวนานกว่า 11 ฤดูกาลนั้นเป็นเรื่องยากมาก

 

แต่ ชาบี อลอนโซ ทำได้! และไม่ได้ทำแค่การพาไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ครองแชมป์ลีก ซึ่งนับเป็นแชมป์สมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ชาบียังทำให้ทัพนายห้างขายยาทีมนี้กลายเป็นทีมไร้พ่าย กับผลงานชนะ 28 เสมอ 6 จากทั้งหมด 34 แมตช์ นับว่าสุดยอดมากๆ

 


 

สเปน

 

สเปนกลับมาทวงบัลลังก์เจ้าแห่งยุโรป!

 

ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ยูโร 2024 ทีมชาติสเปนในมือของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ เป็นม้านอกสายตาของแฟนบอลพอสมควร จนถูกยกให้เป็นตัวเต็งแชมป์ลำดับ 5-6 ตั้งแต่ก่อนการแข่งขันจะเริ่ม

 

แต่เมื่อเกมเริ่ม…และผ่านรอบแบ่งกลุ่มมา สเปนกลับมาอยู่ในความสนใจของแฟนๆ อีกครั้ง จนหลายคนยกให้ทัพกระทิงดุที่โดดเด่นไม่น้อยในทัวร์นาเมนต์นี้ มีโอกาสเป็นแชมป์สูงไม่แพ้ทีมใด

 

จนในที่สุดทีมชาติสเปนหักด่านอังกฤษในเกมรอบชิงฯ 2-1 พร้อมคว้าแชมป์ยูโรไปครองสุดยิ่งใหญ่

 


 

โธมัส ทูเคิล

 

โธมัส ทูเคิล นายใหญ่คนใหม่แห่งทีมชาติอังกฤษ

 

หลังจากพลาดโอกาสพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ยูโรอย่างน่าผิดหวัง ทั้งที่มาถึงนัดชิงฯ ได้ 2 ครั้งติดต่อกัน สำหรับทัพสิงโตคำรามในมือของ แกเร็ธ เซาท์เกต ซึ่งเจ้าตัวเลือกก้าวลงจากตำแหน่งกุนซือในเวลาต่อมา

 

และนับจากนั้นไม่กี่เดือน ทีมชาติอังกฤษได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยการแต่งตั้ง โธมัส ทูเคิล เข้ามารับงานกุนซือคนใหม่ของทีม ทำให้กลายเป็นกุนซือชาวเยอรมนีคนแรกที่จะได้คุมทีมชาติอังกฤษ และเป็นชาวต่างชาติในรอบ 12 ปี ถัดจาก ฟาบิโอ คาเปลโล ที่ได้ขึ้นหลังสิงโตในฐานะกุนซือของทีม

 

โดยภารกิจใหญ่ของทูเคิลกับทัพสิงโตคำราม (เบื้องต้น) คือการพาทีมฝ่าด่านรอบคัดเลือกเพื่อไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วม

 


 

เอ็มบัปเป

 

สานฝันประธานเป้! ในที่สุดเอ็มบัปเปก็ได้สวมเสื้อราชันชุดขาว

 

เคสนี้เป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจ แต่เกิดขึ้นกับตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2024/25 เมื่อ คีเลียน เอ็มบัปเป ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส ได้ฤกษ์เปิดตัวกับเรอัล มาดริด สุดยิ่งใหญ่ ในสนามซานติอาโกเบร์นาเบว หลังปฏิเสธต่อสัญญากับปารีส แซงต์ แชร์กแมง นั่นทำให้การย้ายทีมครั้งนี้ของเขาเป็นการย้ายแบบไร้ค่าตัว พร้อมเซ็นสัญญายาว 5 ปี (ถึงปี 2029) ฟันค่าเหนื่อย 15 ล้านยูโรต่อปี

 


 

เจอร์เกน คล็อปป์ อำลาลิเวอร์พูล

 

ปิดฉาก 9 ปี เจอร์เกน คล็อปป์ อำลาลิเวอร์พูล เปิดทางสู่ยุคสมัยแห่งความร้อนแรงของ อาร์เน สลอต

 

นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในถิ่นแอนฟิลด์ช่วงปีที่ผ่านมา นั่นคือการอำลาทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ นายใหญ่ชาวเยอรมนีที่ตัดสินใจพักงานจากวงการฟุตบอล หลังคุมทีมหงส์แดงมายาวนานกว่า 9 ปี พาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก และแชมป์พรีเมียร์ลีกที่สโมสรรอคอยกันมานานกว่า 30 ปี

 

อย่างไรก็ตาม อาร์เน สลอต กุนซือชาวดัตช์วัย 46 ปี ที่ตัดสินใจแยกทางกับเฟเยนูร์ด เพื่อมาเซ็นสัญญารับงานคุมทีมลิเวอร์พูลแบบไม่ได้ถูกคาดหวัง กลับทำผลงานได้อย่างร้อนแรง ชนิดที่กลายเป็นทีมที่ยากต่อการต่อกรในเวลานี้

 

เพราะอาร์เนพาทีมบินสูงด้วยการยึดอันดับ 1 ใน UCL และพรีเมียร์ลีก กับฟอร์มขั้นเทพ ทั้งที่เสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ไม่กี่คนเท่านั้น แต่ขุมกำลังที่เป็นมรดกจากคล็อปป์ อาร์เนสามารถปลูกปั้นและเรียกศักยภาพนักเตะในภาพรวมให้ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยม และกลายเป็นทีมเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีกในเวลานี้

 


 

ดราม่าบัลลงดอร์

 

ดราม่าบัลลงดอร์ ที่สุดท้ายตกเป็นของโรดรี และวินิได้นักเตะยอดเยี่ยมฟีฟ่าท้ายปี

 

นับเป็นอีกหนึ่งการประกาศผลรางวัลบัลลงดอร์ที่มีดราม่าใหญ่ครั้งหนึ่งเลยก็ว่าได้

 

ท่ามกลางการลุ้นอย่างหนักว่าใครจะได้รางวัลลูกบอลทองคำไปครอง ระหว่าง ‘วินิซิอุส จูเนียร์’ แห่งเรอัล มาดริด และ ‘โรดรี’ จอมทัพผู้เป็นหัวใจของแมนฯ ซิตี้และทีมชาติสเปน

 

ที่สุดท้ายแล้วบัลลงดอร์ปี 2024 ตกเป็นของโรดรี ที่ได้รับผลโหวตเหนือวินิเพียง 41 คะแนนเท่านั้น โดยตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา กองกลางรายนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่พาแมนฯ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก (สมัยที่ 4 ติดต่อกัน), แชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพ, แชมป์สโมสรโลก และพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ยูโร รวมถึงรางวัลส่วนบุคคลอย่างนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

 

และจากเหตุการณ์นี้พบปมที่ทำให้เห็นเหตุดราม่าตั้งแต่ก่อนงานประกาศรางวัล เพราะฝั่งเรอัล มาดริด ไม่ส่งนักเตะหรือคนของสโมสรเข้าร่วมแม้แต่คนเดียว เหตุเพราะไม่พอใจในเกณฑ์ตัดสิน และมองว่าผู้จัดไม่ให้เกียรติกับทีม เพราะสโมสรมองว่าหากวินิไม่ได้เป็นผู้ชนะ รางวัลนี้ก็ควรจะตกเป็นของ ดานี การ์บาฆาล ที่ประสบความสำเร็จไม่น้อยไปกว่าโรดรี ทั้งในนามสโมสรและทีมชาติสเปน

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ วินิซิอุส จูเนียร์ เป็นผู้ชนะรางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมจากเวที The Best FIFA Football Awards 2024 เช่นเดียวกับ คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือของเรอัล มาดริด ที่ซิวรางวัลโค้ชยอดเยี่ยมไปครอง

 


 

เทนฮากไป อโมริมมา และวิกฤตทางผลงานที่รอวันแก้ไขของแมนฯ ยูไนเต็ด

 

เทนฮากไป อโมริมมา และวิกฤตทางผลงานที่รอวันแก้ไขของแมนฯ ยูไนเต็ด

 

นับจาก เอริก เทน ฮาก พาทีมโค่นอริร่วมเมืองคว้าแชมป์เอฟคัพ 2023/24 ไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา พร้อมได้สัญญาจาก INEOS และเงินเสริมทัพจำนวนหนึ่งสำหรับคุมทัพต่อในฤดูกาลนี้

 

ผลงานของทัพปีศาจแดงในฤดูกาล 2024/25 กลับไม่สู้ดี แทบจะไม่ได้ขยับตัวออกจากโซนครึ่งล่างของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก จน เทน ฮาก ไปไม่รอด…ถูกปลดพ้นตำแหน่งหลังเกมแพ้เวสต์แฮม 1-2 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

 

นั่นทำให้ไม่กี่วันต่อมาทีมหันไปเซ็นสัญญากับกุนซือหนุ่มไฟแรงจากแดนฝอยทองอย่าง รูเบน อโมริม ที่กำลังไปได้สวยกับสปอร์ติง ลิสบอน เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของทีม ท่ามกลางความคาดหวังของแฟนบอล ไม่ต่างจากฉากที่ซูเปอร์แมนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่รอคอยความหวังแห่งการเปลี่ยนแปลง

 

ทว่า…การเปลี่ยนแปลงทีมที่ดูเหมือนอยู่ในวงล้อมของปัญหาหลายๆ มิติจะยังเป็นงานหินไม่น้อยสำหรับอโมริม กับแผน 3-4-3 ที่หยิบมาใช้แบบไม่เผื่อใจ

 

เพราะหลังผ่านไป 9 นัดพวกเขาทำผลงานชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 4 เกม ยังหาความลงตัวไม่เจอ และทำให้อันดับในลีกจมอยู่ที่ 13 ของตารางในปัจจุบัน

 


 

แฮร์รี เคน ราชาไร้บัลลังก์

 

แฮร์รี เคน ราชาไร้บัลลังก์ ได้ทุกอย่างยกเว้นถ้วยแชมป์ และโคมันเสียสถิติชูถ้วยแชมป์ต่อเนื่อง

 

44 ประตูจาก 45 นัดในทุกรายการ นี่คือผลงานในฤดูกาลแรกของ แฮร์รี เคน กับบาเยิร์น มิวนิก ที่เจ้าตัวมาอยู่กับทีมได้เพียงฤดูกาลแรกเท่านั้น และทำให้เขาได้รางวัลส่วนตัวอย่างรองเท้าทองคำแห่งทวีปยุโรปและดาวซัลโวของบุนเดสลีกา

 

แต่จะด้วยวาสนาหรืออะไรก็ตามที่เล่นตลกกับเขา เพราะผลงานอันยอดเยี่ยมนี้ไม่สามารถทำให้เคนคว้าแชมป์กับทีมได้เลยสักรายการเดียว

 

ขณะเดียวกัน คิงสเลย์ โคมัน แนวรุกของบาเยิร์น มิวนิก เป็นอีกคนที่เสียสถิติกับทีมเมื่อฤดูกาล 2023/24 เพราะนั่นนับเป็นครั้งแรกในอาชีพการค้าแข้งของเจ้าตัวที่เขาไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้ หลังแชมป์บุนเดสลีกาตกเป็นไบเออร์ เลเวอร์คูเซน

 

โดยก่อนหน้านี้โคมันทำสถิติเป็นนักเตะคนแรกของ 5 ลีกใหญ่ยุโรปที่คว้าแชมป์ลีกได้ทุกปี นับตั้งแต่เล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง เมื่อฤดูกาล 2012/13 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาลงเล่นให้ 3 ทีมดังอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง, ยูเวนตุส และบาเยิร์น มิวนิก พร้อมกวาดถ้วยแชมป์ลีกต่อเนื่องได้มากถึง 12 ใบ

 


 

เมสซี และ อาร์เจนตินา

 

ลิโอเนล เมสซี ยังไม่แผ่ว พาอาร์เจนตินาป้องกันแชมป์โคปาอเมริกาสุดยิ่งใหญ่

 

แม้จะปล่อยใจ ค้าแข้งแบบชิลๆ กับอินเตอร์ ไมอามี พร้อมด้วยผองเพื่อน (อดีตนักเตะบาร์ซา) ที่ขนทัพไปเล่นในลีกลุงแซม จนช่วยทีมคว้าแชมป์ซัพพอร์เตอร์สชิลด์ (ทีมที่มีอันดับดีที่สุดในช่วงฤดูกาลปกติ)

 

แต่ ลิโอเนล เมสซี ในสีเสื้อทีมชาติอาร์เจนตินา ยังเป็นที่พึ่งของทีมอยู่เสมอแม้อายุจะล่วงเข้าวัย 37 ปี ภายหลังสวมปลอกแขนกัปตันนำทีมป้องกันแชมป์โคปาอเมริกาได้สำเร็จในช่วงกลางปีที่ผ่านมา และนับเป็นแชมป์สมัยที่ 16 ของทัพฟ้าขาว

 

และถึงนาทีนี้เหลือเวลาไม่ถึง 2 ปีเท่านั้น ก่อนฟุตบอลโลก 2026 จะเวียนกลับมาฟาดแข้งอีกครั้ง เมสซีที่ยังคงเล่นกับสโมสรและทีมชาติต่อเนื่องแบบนี้ ทำให้แฟนๆ เริ่มมีใจและคาดหวังว่าจะได้เห็นเขาในฟุตบอลโลกอีกครั้ง แม้เจ้าตัวจะเคยประกาศว่าเล่นครั้งสุดท้ายตอนได้แชมป์โลกที่กาตาร์เมื่อปี 2022 ไปแล้วก็ตาม

The post Football Fact of the Year 2024 โลกฟุตบอลเกิดอะไรขึ้นบ้าง…ในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทน ฮาก กล่าวขอบคุณแฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั่วโลก หลังลงจากตำแหน่ง https://thestandard.co/erik-ten-hag-manchester-united-fans-thank-you/ Sat, 02 Nov 2024 03:49:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1002887 เอริก เทน ฮาก

เอริก เทน ฮาก อดีตหัวหน้าโค้ชแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมา […]

The post เทน ฮาก กล่าวขอบคุณแฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั่วโลก หลังลงจากตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอริก เทน ฮาก

เอริก เทน ฮาก อดีตหัวหน้าโค้ชแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมากล่าวขอบคุณแฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั่วโลก ผ่านแถลงการณ์ที่ออกโดยตัวแทนของเขาอย่าง SEG

 

โดยข้อความของของ เทน ฮาก ระบุว่า “ถึงแฟนๆ ที่รัก ผมขอเริ่มต้นด้วยการขอบคุณพวกคุณ ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างสโมสรเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นเกมที่ห่างไกลหรือเกมสุดท้าทายที่โอลด์แทรฟฟอร์ด การสนับสนุนของพวกคุณไม่เคยสั่นคลอนไปเลยแม้แต่น้อย

 

“บรรยากาศที่โอลด์แทรฟฟอร์ดน่าตื่นเต้นเสมอมา ต้องขอบคุณพวกคุณมากๆ ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

 

“นอกจากนี้ในเกมเยือนทุกเกม การได้ยินเสียงเชียร์ของกองเชียร์ยูไนเต็ดดังไปทั่วสนามของคู่แข่ง ทำให้ทีมและผมรู้สึกเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นเกมในอังกฤษ เกมสโมสรยุโรป หรือระหว่างทัวร์ช่วงปิดฤดูกาลในฤดูร้อนก็ตาม

 

“ผมมีความสุขเสมอที่ได้พบปะกับแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั่วโลก การเดินไปตามถนนและพูดคุยกับแฟนบอลไม่ว่าจะในอังกฤษ, ยุโรป, เอเชีย, ออสเตรเลีย หรือในสหรัฐอเมริกาก็ตาม

 

“พวกคุณเป็นแรงบันดาลใจให้ผม และมอบความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวอย่างแข็งแกร่ง นั่นคือสิ่งที่ทำให้แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พิเศษมาก

 

“ผมแค่อยากจะขอบคุณพวกคุณที่มอบความรู้สึกนี้ให้กับผม…รวมไปถึงการสนับสนุนของคุณ ผมยังอยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ในทุกแผนกของสโมสรสำหรับการสนับสนุนเสมอมาทั้งในยามสุขและทุกข์

 

“เราคว้าถ้วยรางวัลมาได้ 2 ใบ ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ผมจะเก็บรักษาไว้ในใจตลอดชีวิต แน่นอนว่าความฝันของผมคือการนำถ้วยรางวัลมาสู่ตู้โชว์ของสโมสรให้มากขึ้น แต่น่าเสียดายที่ความฝันนั้นต้องจบลงแล้ว

 

“ผมขอให้แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุกคนประสบความสำเร็จ ได้รับทั้งถ้วยรางวัลและเกียรติยศ

 

“การสนับสนุนของคุณและความอบอุ่นที่ผมได้รับจากทุกคนในสโมสร ทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ในการมาทำงานที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่วันแรก

 

“ขอบคุณสำหรับบทใหม่ในชีวิตของผม…เอริก”

 

ภาพ: Martin Rickett – PA Images / Getty Images

อ้างอิง:

The post เทน ฮาก กล่าวขอบคุณแฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั่วโลก หลังลงจากตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 กุนซือที่ยังหาคำตอบให้กับปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้ https://thestandard.co/5-man-utd-managers-still-cant-find-the-answers/ Tue, 29 Oct 2024 06:42:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1001301

หลังการวางมือของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แมนเชสเตอร์ ยู […]

The post 5 กุนซือที่ยังหาคำตอบให้กับปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังการวางมือของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีกุนซือถึง 5 คน แต่น่าเสียดายที่พวกเขาเหล่านั้นยังไม่สามารถพา ‘ปีศาจแดง’ กลับมาอยู่ในยุคสมัยแห่งความรุ่งโรจน์ได้

 

เราไปดูกันว่ากุนซือที่ผ่านมาทั้ง 5 คน พวกเขาฝากผลงานอะไรไว้บ้าง ก่อนที่แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้กุนซือถาวรคนใหม่ในเร็ววันนี้

 

นับตั้งแต่หมดยุคสมัยของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่งตั้งกุนซือถาวรมาทั้งสิ้น 5 คน ไล่ตั้งแต่ เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ มูรินโญ, โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ และ เอริก เทน ฮาก แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถพาปีศาจแดงประสบความสำเร็จได้เลย

 

 

เดวิด มอยส์ ‘The Chosen One’ พังไม่เป็นท่า

 

ผู้จัดการทีมคนแรกที่มารับงานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อจาก เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดยท่านเซอร์เป็นคนเลือกเอง จนกลายมาเป็นฉายา ‘The Chosen One’ แต่ถึงอย่างนั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า

 

 

หลุยส์ ฟาน กัล ‘The Master’ ล้มเหลว

 

‘จารย์หลุยส์’ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก เดวิด มอยส์ พร้อมกับสิ่งที่มอยส์ไม่มี นั่นคือประสบการณ์ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะพาให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเป็นทีมชั้นนำ และเขาเองก็ต้องจากทีมไปอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึง 2 ปี

 

 

โชเซ มูรินโญ ‘Special One’ แชมป์ยูโรปาที่ไม่ได้ไปต่อ

 

ในบรรดากุนซือทั้งหมดหลังยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โชเซ มูรินโญ ถือเป็นกุนซือที่ทำผลงานดีที่สุดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้ว เขาพาทีมได้แชมป์สโมสรยุโรปอย่างยูโรปาลีก และมีเปอร์เซ็นต์ชนะถึง 58.33% สูงที่สุดในบรรดากุนซือถาวรของปีศาจแดงหลังปี 2013 เป็นต้นมาด้วย

 

 

โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ‘ปลุกผี ต้องใช้ผี’ แต่ผีไม่ตื่น

 

โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ เป็นกุนซือที่ได้รับโอกาสยาวนานที่สุดในบรรดากุนซือถาวรของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลัง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดยเขาคุมทีมมากถึง 168 เกม ในเวลาเกือบ 3 ปี แต่น่าเสียดายที่ไม่มีแชมป์ติดไม้ติดมือมาเลยแม้แต่รายการเดียว

 

 

เอริก เทน ฮาก ‘มาเพื่อจบยุคสมัย’ แต่ยุคสมัยของเขาจบลงแล้ว

 

ในการเปิดตัวมาคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เอริก เทน ฮาก เขาเชื่อว่ายุคสมัยของแมนฯ ซิตี้ กับลิเวอร์พูล กำลังจะจบลง แต่น่าเสียดายที่ยุคสมัยของเขาต้องจบลงไปก่อน จากการประกาศปลดของสโมสรเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคว้าแชมป์ให้ทีมได้ถึง 2 รายการ

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

อ้างอิง:

The post 5 กุนซือที่ยังหาคำตอบให้กับปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมนฯ ยูไนเต็ดเดินเครื่องเจรจา รูเบน อโมริม นั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมคนใหม่ https://thestandard.co/man-utd-in-talks-over-ruben-amorim/ Tue, 29 Oct 2024 00:45:02 +0000 https://thestandard.co/?p=1001144

ภายหลังจาก เอริก เทน ฮาก กุนซือชาวดัตช์ถูกแมนเชสเตอร์ ย […]

The post แมนฯ ยูไนเต็ดเดินเครื่องเจรจา รูเบน อโมริม นั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ภายหลังจาก เอริก เทน ฮาก กุนซือชาวดัตช์ถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปลดพ้นตำแหน่งผู้จัดการทีมเมื่อวานนี้ (28 ตุลาคม) หลังทำผลงานได้ไม่ดีนักในฤดูกาลนี้

 

ล่าสุด วันนี้ (29 ตุลาคม) BBC Sport รายงานว่า บอร์ดบริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังให้ความสนใจและติดต่อเจรจากับ รูเบน อโมริม กุนซือชาวโปรตุเกสของสปอร์ติง ลิสบอน วัย 39 ปี ให้มาทำงานในตำแหน่งผู้จัดการทีมที่โอลด์แทรฟฟอร์ด

 

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยขอบเขตของการเจรจาระหว่างแมนฯ ยูไนเต็ดกับอโมริมว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง แต่เบื้องต้น BBC Sport ยืนยันว่า อโมริมคือตัวเต็งที่มีโอกาสรับงานคุมทัพปีศาจแดงต่อจากเทนฮาก แม้ว่าเจ้าตัวยังมีสัญญากับลิสบอนถึงปี 2026

 

สำหรับ รูเบน อโมริม ทำงานกับสปอร์ติง ลิสบอนในปี 2020 ในฐานะกุนซือหน้าใหม่ไฟแรง จนถึงตอนนี้คุมทีมไปแล้ว 227 นัด พาทีมคว้าแชมป์ลีกโปรตุเกสไปแล้ว 2 สมัย และผลงานฤดูกาลปัจจุบันยังคงความร้อนแรงสุดๆ ในเกมลีกด้วยการชนะ 9 นัดรวด รั้งจ่าฝูงอย่างแข็งแกร่ง

 

อ้างอิง:

The post แมนฯ ยูไนเต็ดเดินเครื่องเจรจา รูเบน อโมริม นั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอริก เทน ฮาก ถูกปลดพ้นกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมตั้ง รุด ฟาน นิสเตลรอย คุมทีมชั่วคราว https://thestandard.co/ruud-van-nistelrooy-replaced-erik-ten-hag/ Mon, 28 Oct 2024 12:57:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1001000 เอริก เทน ฮาก

BBC SPORT รายงานว่า ‘เอริก เทน ฮาก’ กุนซือชาวดัตช์วัย 5 […]

The post เอริก เทน ฮาก ถูกปลดพ้นกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมตั้ง รุด ฟาน นิสเตลรอย คุมทีมชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอริก เทน ฮาก

BBC SPORT รายงานว่า ‘เอริก เทน ฮาก’ กุนซือชาวดัตช์วัย 54 ปี ถูกปลดพ้นกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว หลังนำทีมบุกไปแพ้เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-2 ในเกมลีกนัดล่าสุดเมื่อวานนี้ พร้อมขยับ รุด ฟาน นิสเตลรอย ขึ้นมาทำหน้าที่กุนซือของทีมเป็นการชั่วคราว

 

ขณะเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกแถลงการณ์ขอบคุณกุนซือชาวดัตช์สำหรับความทุ่มเทที่มีให้กับสโมสรตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา 

 

“เราขอขอบคุณเอริคสำหรับทุกสิ่งที่เขาทำในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับเรา และขอให้เขาโชคดีกับอนาคต

 

“หลังจากนี้ รุด ฟาน นิสเตลรอยจะรับหน้าที่คุมทีมในตำแหน่งหัวหน้าโค้ชชั่วคราว โดยมีทีมโค้ชชุดปัจจุบันคอยช่วยเหลือ ในขณะที่สโมสรกำลังสรรหาเฮดโค้ชคนใหม่มาสู่ทีม”

 

สำหรับ เอริก เทน ฮาก ย้ายจากอาแจ็กมาคุมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2022 คุมทีมไปทั้งสิ้น 128 นัด ชนะไป 70 เกม และคว้าแชมป์ร่วมกับทีม 2 รายการอย่าง ลีกคัพ และเอฟเอคัพ อย่างละ 1 สมัย

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

อ้างอิง:

The post เอริก เทน ฮาก ถูกปลดพ้นกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมตั้ง รุด ฟาน นิสเตลรอย คุมทีมชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อ เทน ฮาก ถูกปลด ใครเหมาะสมมารับงานคุมทัพแมนฯ ยูไนเต็ด? https://thestandard.co/erik-ten-hag-replacement-for-manchester-united/ Mon, 28 Oct 2024 12:51:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1001081 เอริก เทน ฮาก

หลังจาก เอริก เทน ฮาก ถูกปลดพ้นตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเช […]

The post เมื่อ เทน ฮาก ถูกปลด ใครเหมาะสมมารับงานคุมทัพแมนฯ ยูไนเต็ด? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอริก เทน ฮาก

หลังจาก เอริก เทน ฮาก ถูกปลดพ้นตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายหลังทำผลงานไม่สู้ดี นัดล่าสุดบุกแพ้เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-2 จมอยู่ในอันดับ 14 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

 

THE STANDARD SPORT ถือโอกาสนี้รวมลิสต์ ‘6 ตัวเต็ง’ ที่มีสิทธิ์รับไม้ต่อเทน ฮาก จากรายงานของสื่อต่างประเทศสำนักต่างๆ มาให้ดูกันว่า ในรายชื่อเหล่านี้มีใครกันบ้าง

 

แล้วแฟนๆ ทัพปีศาจแดงคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้ อยากให้เทน ฮาก ได้โอกาสไปต่อ หรือมองว่าใครเหมาะสมกับงานนี้ มาคอมเมนต์บอกที่ใต้โพสต์ได้เลย

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post เมื่อ เทน ฮาก ถูกปลด ใครเหมาะสมมารับงานคุมทัพแมนฯ ยูไนเต็ด? appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมนฯ ยูไนเต็ดยังคงตามหาชัยชนะนัดแรกในยูโรปาลีก https://thestandard.co/man-united-still-seeks-europa-win/ Fri, 25 Oct 2024 05:55:40 +0000 https://thestandard.co/?p=999966

ผ่านมา 3 นัด ยังควานหาชัยชนะนัดแรกในยูโรปาลีกไม่เจอ สำห […]

The post แมนฯ ยูไนเต็ดยังคงตามหาชัยชนะนัดแรกในยูโรปาลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผ่านมา 3 นัด ยังควานหาชัยชนะนัดแรกในยูโรปาลีกไม่เจอ สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เอริก เทน ฮาก หลังลงเล่นไปแล้ว 3 เกม ผลลัพธ์ลงเอยที่เสมอทั้ง 3 เกม ทำให้ตอนนี้มี 3 แต้ม รั้งอันดับ 21 ของตาราง และห่างจากโซนจ่าฝูง 6 แต้ม

 

5 นัดที่เหลือในยูโรปาลีกของทัพปีศาจแดง

 

  • 🇬🇷 พีเอโอเค ซาโลนิก้า (เหย้า)
  • 🇳🇴 โบโดกลิมต์ (เหย้า)
  • 🇨🇿 วิคตอเรีย พัลเซน (เยือน)
  • 🏴󠁧󠁢󠁳󠁣󠁴󠁿 เรนเจอร์ส (เหย้า)
  • 🇷🇴 เอฟซีเอสบี (เยือน)

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post แมนฯ ยูไนเต็ดยังคงตามหาชัยชนะนัดแรกในยูโรปาลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทน ฮาก ชี้ สื่อแต่งเรื่องโกหก หลังมีข่าวส่อถูกปลดพ้นผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด https://thestandard.co/erik-ten-hag-denies-united-exit/ Sat, 19 Oct 2024 04:12:36 +0000 https://thestandard.co/?p=997904 เอริก เทน ฮาก

เอริก เทน ฮาก ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภา […]

The post เทน ฮาก ชี้ สื่อแต่งเรื่องโกหก หลังมีข่าวส่อถูกปลดพ้นผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอริก เทน ฮาก

เอริก เทน ฮาก ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมพรีเมียร์ลีกที่มีคิวดวลกับเบรนท์ฟอร์ดคืนนี้ โดยบอกว่า ที่ผ่านมาเขาถูกสื่อเต้าข่าวแต่งเรื่องโกหกเกี่ยวกับอนาคตของเขาที่มีโอกาสถูกปลดพ้นตำแหน่งกุนซือของทัพปีศาจแดง

 

“เสียงต่างๆ นั้นมาจากพวกคุณ (สื่อ) เพียงบางคนเท่านั้น พวกเขาสร้างเรื่องราว สร้างเรื่องเทพนิยาย และนำเรื่องโกหกมาเล่าต่อ” เทน ฮาก กล่าว

 

“ผมรู้ว่าเราทุกคนมีความเป็นหนึ่งเดียวกันในสโมสรนี้ ผมพูดเรื่องนี้ไปตั้งแต่ก่อนพักเบรกทีมชาติแล้ว ผมบอกกับนักข่าวหลายคน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่านักข่าวไม่เชื่อที่ผมพูด เพราะผมเห็นรายงาน (ข่าวที่เขาเสี่ยงถูกปลด) ออกมาเยอะ แต่ภายในองค์กรไม่มีใครพูดอะไรเลย

 

“แน่นอนว่าเราไม่พอใจกับอันดับในตารางคะแนนที่เราอยู่ตอนนี้ แต่เราต้องนิ่งเงียบและมีสมาธิ เราต้องทำตามแผนและเชื่อมั่นว่ามันจะประสบความสำเร็จ” เทน ฮาก กล่าว

 

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่อันดับ 14 ของตารางพรีเมียร์ลีก แข่งไป 7 นัด มี 8 แต้ม และเกมคืนนี้พวกเขาจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของเบรนท์ฟอร์ดในเวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

อ้างอิง:

The post เทน ฮาก ชี้ สื่อแต่งเรื่องโกหก หลังมีข่าวส่อถูกปลดพ้นผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทน ฮาก ได้ไปต่อ BBC Sport สรุปอนาคตของ เอริก เทน ฮาก กับแมนฯ ยูไนเต็ด https://thestandard.co/erik-ten-hag-bbc-sport/ Thu, 10 Oct 2024 03:46:00 +0000 https://thestandard.co/?p=994129 เอริก เทน ฮาก

ท่ามกลางความเงียบงัน ไร้ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอนาคตของ […]

The post เทน ฮาก ได้ไปต่อ BBC Sport สรุปอนาคตของ เอริก เทน ฮาก กับแมนฯ ยูไนเต็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอริก เทน ฮาก

ท่ามกลางความเงียบงัน ไร้ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอนาคตของ เอริก เทน ฮาก ภายหลังการประชุมร่วม 7 ชั่วโมงของบอร์ดบริหารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครบอกได้ว่า อนาคตของกุนซือชาวดัตช์จะเป็นอย่างไรต่อไป

 

BBC Sport โดย ไซมอน สโตน ออกมาสรุปกระแสข่าวทั้งหมด โดยระบุว่า การตัดสินอนาคตของเทน ฮาก ในช่วงนี้อาจเป็นสิ่งที่เร็วเกินกว่าจะสรุปได้ในเวลาอันสั้น เพราะหากย้อนไปในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังทัพปีศาจแดงคว้าแชมป์ FA Cup ทีมใช้เวลาร่วม 2 สัปดาห์เศษ ก่อนยืนยันว่าเทน ฮาก จะได้คุมทีมต่อไป

 

ขณะที่ผู้บริหารหลายคนที่เข้าร่วมประชุมต่างปฏิเสธการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับบทสนทนาในที่ประชุมครั้งนี้ ส่วนเรื่องความรู้สึกของผลงานทีม เชื่อว่าทุกคนมีความรู้สึกเดียวกันนั่นคือยังไม่พอใจกับผลงานที่ออกมา เช่นเดียวกับตัวเทน ฮาก เองที่พูดหลังเกมบุกเสมอแอสตัน วิลลา ว่าตัวเขาเองก็ผิดหวังกับผลลัพธ์ และคิดว่าทีมต้องทำได้ดีกว่านี้

 

อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีบุคคลสำคัญของสโมสรออกมาพูดอะไรเพิ่มเติม แต่ทิศทางลมที่เกิดขึ้นในโอลด์แทรฟฟอร์ดพาให้สื่อหลายสำนักมองตรงกันว่า เทน ฮาก ยังได้รับความไว้วางใจให้อยู่ทำหน้าที่ต่อไป ส่วนหนึ่งเพราะบอร์ดบริหารยังเลือกหนุนหลังเทน ฮาก แบบเดียวกับที่ตัดสินใจให้เขาได้คุมทีมและขยายสัญญาคุมทีมถึงปี 2026 ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

 

ตอนนี้เทน ฮาก อยู่ในช่วงพักผ่อนกับครอบครัวระหว่างพักเบรกทีมชาติ ถ้าสโมสรไม่แถลงอะไรเกี่ยวกับเขาออกมา ตามกำหนดเดิม กุนซือวัย 54 ปีจะบินกลับเข้าแคมป์ในช่วงต้นสัปดาห์ เพื่อเริ่มงานเตรียมทีมสำหรับเกมพรีเมียร์ลีกที่มีคิวพบกับเบรนท์ฟอร์ดในวันที่ 19 ตุลาคมนี้

 

ทั้งนี้ เชื่อกันว่าหากผลงานของแมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงโปรแกรมหลังเบรกทีมชาติยังไม่คืนฟอร์มเก่ง และสร้างผลลัพธ์แบบที่แฟนบอลและบอร์ดบริหารต้องการ บางทีฟางเส้นสุดท้ายของเทน ฮาก กับทัพปีศาจแดงอาจถึงคราวสิ้นสุดลงก็เป็นได้

 

โปรแกรม 5 นัดต่อไปของแมนฯ ยูไนเต็ด

 

  • 19 ตุลาคม เบรนท์ฟอร์ด – พรีเมียร์ลีก
  • 25 ตุลาคม เฟเนร์บาห์เช – ยูโรปาลีก
  • 27 ตุลาคม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – พรีเมียร์ลีก
  • 31 ตุลาคม เลสเตอร์ ซิตี้ – ลีกคัพ
  • 3 พฤศจิกายน เชลซี – พรีเมียร์ลีก

 

อ้างอิง:

The post เทน ฮาก ได้ไปต่อ BBC Sport สรุปอนาคตของ เอริก เทน ฮาก กับแมนฯ ยูไนเต็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถาม ChatGPT ว่าจะแก้ปัญหาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างไร? https://thestandard.co/ask-chatgpt-to-fix-manutd/ Tue, 08 Oct 2024 13:26:28 +0000 https://thestandard.co/?p=993439

ดูเหมือนว่าปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับผลงานการแข่ง […]

The post ถาม ChatGPT ว่าจะแก้ปัญหาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>

ดูเหมือนว่าปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับผลงานการแข่งขันในสนามจะเป็นปัญหาที่แก้อย่างไรก็ไม่จบสิ้นตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา วันนี้เราจึงตัดสินใจลองถาม ChatGPT ว่าจะแก้ปัญหาภายในทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ให้ผลงานในสนามมีทิศทางที่ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

 

 

ChatGPT มองว่า 2 ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีการบริหารจัดการที่ดีขึ้นคือ 

 

  1. Long-Term Managerial Backing: การสนับสนุนผู้จัดการทีมพร้อมกับวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เพื่อสร้างทีมที่มีความเป็นหนึ่งเดียว โดยให้ เอริก เทน ฮาก มีเวลา ทรัพยากร และทีมงาน ในการทำทีมในรูปแบบของเขาเอง

 

  1. Unified Footballing Vision: สร้างปรัชญาการทำทีมและสไตล์ฟุตบอลที่ชัดเจน ซึ่งต้องทำให้บอร์ดบริหาร ผู้จัดการทีม และนักเตะ เห็นตรงกันในปรัชญาการเล่นนี้

 

 

ChatGPT มองว่า 2 ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีผลงานในตลาดซื้อ-ขายนักเตะที่ดีขึ้นคือ

 

  1. Smarter Transfers: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรโฟกัสที่การดึงเอานักเตะซึ่งเหมาะสมกับสไตล์การเล่นมากกว่านักเตะบิ๊กเนม หรือนักเตะที่มีโปรไฟล์ดีที่อาจไม่จำเป็นสำหรับใช้ในการไขปัญหาที่มีอยู่ ซึ่งสิ่งนี้ต้องการระบบการสรรหานักเตะที่แข็งแกร่ง และผู้อำนวยการฟุตบอลที่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจน

 

  1. Develop Youth Talent: สโมสรมีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่อยู่แล้วกับ The Class of 92’ หรือเยาวชนชุดปี 1992 ในตำนาน ซึ่งการฟื้นฟูระบบการส่งเสริมเยาวชน รวมทั้งดึงนักเตะที่กระหายความสำเร็จและเข้าใจวัฒนธรรมขององค์กร จะช่วยสร้างทีมที่มีความแข็งแกร่งได้

 

 

ChatGPT มองว่า 2 ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีผลงานในสนามดีขึ้นคือ

 

  1. Consistent Style of Play: สไตล์การเล่นที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเพรสซิ่งหรือเกมสวนกลับ ต้องเป็นระบบการเล่นที่สม่ำเสมอ และจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีระบบโค้ช การฝึกซ้อม และระบบคัดเลือกนักเตะที่ดีเข้ามาร่วมทีม เพื่อส่งเสริมสไตล์การเล่นที่ต้องการ 

 

  1. Strong Tactical Leadership: สนับสนุนผู้จัดการทีมที่มาพร้อมกับทีมงานมากประสบการณ์ และมีทีมวิเคราะห์เกมที่จะพัฒนาแท็กติก รวมทั้งการเตรียมทีมในแต่ละเกม ช่วยให้ทีมมีความสม่ำเสมอในรายการที่ลงแข่ง

 

 

ChatGPT มองว่า 2 ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีทีมที่ดีขึ้นคือ

 

  1. Getting Rid of Underperformers: ควรจะมีการเคลียร์ทีมชุดใหญ่ กำจัดนักเตะที่ทำผลงานไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ตรงกับวิสัยทัศน์ขององค์กร นักเตะที่มีทัศนคติที่ดี มีความกระหาย และมีความเป็นมืออาชีพ ควรจะเข้ามาทดแทนนักเตะเหล่านั้น 

 

  1. Mentality Shift: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเริ่มสร้าง Winning Mentality ใหม่ โดยโฟกัสทั้งฟิตเนส, ระเบียบวินัย, ความรับผิดชอบ และสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนมีความรับผิดชอบ ผู้นำในสนามต้องเป็นคนที่ผลักดันปรัชญาเหล่านี้

 

 

ChatGPT มองว่า 2 ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีทีมที่แข็งแกร่งขึ้นคือ

 

  1. Sports Science and Medical Team Overhaul: พัฒนาระบบการดูแลนักเตะ การป้องกันอาการบาดเจ็บ และการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของนักเตะ ควรเป็นเป้าหมายหลัก ขณะที่การจ้างทีมแพทย์มืออาชีพและการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาที่ดีที่สุดจะช่วยให้ทีมชุดใหญ่แข็งแรงตลอดทั้งฤดูกาล 

 

  1. Squad Rotation: การหมุนเวียนนักเตะจะช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บได้ 

 

 

ChatGPT มองว่า 2 ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับแฟนบอลคือ

 

  1. Open Communication: สโมสรต้องฟื้นฟูความสัมพันธ์กับแฟนบอลด้วยความโปร่งใสในการบริหารงานและการตัดสินใจต่างๆ ภายในทีม รวมไปถึงการซื้อ-ขายนักเตะและการแต่งตั้งผู้จัดการทีม 

 

  1. Focusing on Values: การฟื้นฟู DNA ของสโมสรและคุณค่าที่สำคัญของทีม ทั้งการเล่นฟุตบอลที่สนุกและตื่นเต้น การพัฒนาเยาวชน และการคว้าแชมป์ต่างๆ จะช่วยให้สโมสรกลับมาเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของทีมได้อีกครั้ง และทำให้ความสัมพันธ์กับแฟนบอลดีขึ้นด้วย

 

 

Modernizing Old Trafford: การฟื้นฟูสนามแข่งและสนามฝึกซ้อม จะช่วยส่งสัญญาณให้เห็นว่าสโมสรมีความตั้งใจที่จะลงทุนเพื่อความสำเร็จ รวมถึงการสร้างสนามฝึกซ้อมชั้นนำของโลกจะช่วยยืนยันว่าโอลด์แทรฟฟอร์ดคือสนามกีฬาชั้นนำของโลกอีกครั้ง

The post ถาม ChatGPT ว่าจะแก้ปัญหาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาอนาคต ‘เทน ฮาก’ อยู่หรือไป? หลังบอร์ดแมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมประชุมเข้มวันนี้ https://thestandard.co/ten-hag-future-will-be-measured/ Tue, 08 Oct 2024 09:45:47 +0000 https://thestandard.co/?p=993334

กลับมาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนอีกครั้งกับตำแหน่งผู้จ […]

The post จับตาอนาคต ‘เทน ฮาก’ อยู่หรือไป? หลังบอร์ดแมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมประชุมเข้มวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลับมาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนอีกครั้งกับตำแหน่งผู้จัดการทีมของ เอริก เทน ฮาก กับแมนฯ ยูไนเต็ด ภายหลังสำนักข่าวกีฬาต่างประเทศรายงานตรงกันว่า วันนี้ (8 ตุลาคม) ผู้บริหารระดับสูงของแมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมร่วมโต๊ะประชุม ซึ่งคาดว่าจะมีเรื่องของอนาคตกุนซือชาวดัตช์เป็นหนึ่งในหัวข้อประชุมในครั้งนี้ด้วย

 

โดยคณะกรรมการบริหารของทัพปีศาจแดงจะมีกำหนดการพบกันที่ลอนดอน นำโดย เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด, เซอร์เดฟ เบรลส์ฟอร์ด ตัวแทนจาก INEOS, โอมาร์ เบอร์ราดา ซีอีโอของทีม รวมถึง แดน แอชเวิร์ธ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา และ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค เข้าร่วมประชุมด้วย

 

ก่อนหน้านี้ผู้บริหารหลายคนเดินทางไปชมเกมลีกที่แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเสมอกับแอสตัน วิลลา 0-0 ท่ามกลางทิศทางผลงานของทีมในมือ เทน ฮาก ที่ไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะเกมลีกผ่านไป 7 นัด แต่พวกเขาเก็บได้เพียง 8 แต้ม จมอยู่อันดับที่ 14 ของตาราง นับเป็นการออกสตาร์ทซีซันที่แย่สุดในรอบ 35 ปี แม้ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมามีการถลุงคลังใช้เงินซื้อนักเตะเสริมทัพร่วม 200 ล้านปอนด์ แต่ผลงานภาพรวมยังไม่เป็นอย่างที่พวกเขาต้องการ

 

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เทน ฮาก ตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการถูกเด้งออกจากตำแหน่ง ย้อนกลับไปหลังจบฤดูกาล 2023/24 มีข่าวรายงานอย่างหนักว่าเขาอาจต้องเก็บข้าวของออกจากโอลด์แทรฟฟอร์ด (ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ในนัดชิง FA Cup) ทว่าการโค่นแมนฯ ซิตี้ และคว้าแชมป์ FA Cup ครั้งนั้น และการประชุมร่วมกันของบอร์ดกับ เทน ฮาก ทำให้ท้ายที่สุด กุนซือวัย 54 ปีได้ทำงานคุมทัพปีศาจแดงต่อไป

 

ทั้งนี้ มีรายงานเสริมว่าในกรณีที่แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจปลด เทน ฮาก พ้นตำแหน่ง ทีมอาจตั้ง รุด ฟาน นิสเตลรอย ผู้ช่วยโค้ชของ เทน ฮาก ขึ้นมาคุมทีมแทนชั่วคราว และนอกเหนือจากนั้นยังมีชื่อของ โธมัส ทูเคิล, แกเร็ธ เซาท์เกต เข้ามาพัวพันในฐานะตัวเต็งที่จะเข้ามารับไม้ต่อครั้งนี้

 

อ้างอิง:

The post จับตาอนาคต ‘เทน ฮาก’ อยู่หรือไป? หลังบอร์ดแมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมประชุมเข้มวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุคเทน ฮาก ออกสตาร์ทเกมลีกแย่ที่สุดในรอบ 35 ปี https://thestandard.co/man-utd-ten-hag-worst-start-35-years/ Mon, 07 Oct 2024 03:20:46 +0000 https://thestandard.co/?p=992472 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นับเป็นสถิติที่ไม่น่าจดจำสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในย […]

The post แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุคเทน ฮาก ออกสตาร์ทเกมลีกแย่ที่สุดในรอบ 35 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นับเป็นสถิติที่ไม่น่าจดจำสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของ เอริก เทน ฮาก หลังบุกไปเสมอกับแอสตัน วิลลา 0-0 เมื่อคืนที่ผ่านมา

 

จากผลงานนัดแรกจนถึงตอนนี้ ผ่านมาทั้งสิ้น 7 นัด พวกเขาเก็บได้เพียง 8 แต้ม ซึ่งอยู่อันดับที่ 14 ของตาราง (ชนะ 2 เสมอ 2 และแพ้ 3) ซึ่งเป็นผลงานการออกสตาร์ทที่ไม่สวยเท่าไรนักกับการแข่งขันในช่วงแรกของฤดูกาล หากนับตั้งแต่ฤดูกาลที่ 1989-90 หรือเมื่อ 35 ปีที่แล้ว

 

อีกทั้งยังเป็นสถิติที่แย่กว่าฤดูกาลที่ผ่านมาสำหรับเทน ฮาก หลังจากปีก่อนนำทีมเล่น 7 นัด แต่เก็บได้เพียง 9 คะแนน (ซึ่งปีนี้เก็บได้น้อยกว่า 1 แต้ม)

 

สำหรับเกมต่อไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกหลังเบรกทีมชาติ ด้วยการเปิดบ้านต้อนรับเบรนท์ฟอร์ด ในวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคมนี้

The post แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุคเทน ฮาก ออกสตาร์ทเกมลีกแย่ที่สุดในรอบ 35 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
FOOTBALL FACT: เกมรับมีปัญหา? สถิติฟ้อง แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคเทน ฮาก เสีย 3 ประตูต่อนัด รวม 24 เกม https://thestandard.co/man-utd-have-conceded-3-goals-per-game-in-24-games/ Fri, 04 Oct 2024 03:10:57 +0000 https://thestandard.co/?p=991526

ยังคงมีปัญหาให้แก้ไขอยู่ไม่น้อยสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต […]

The post FOOTBALL FACT: เกมรับมีปัญหา? สถิติฟ้อง แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคเทน ฮาก เสีย 3 ประตูต่อนัด รวม 24 เกม appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยังคงมีปัญหาให้แก้ไขอยู่ไม่น้อยสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เอริก เทน ฮาก โดยเฉพาะในส่วนของเกมรับที่ต้องเร่งแก้ไข หลังนัดล่าสุดพวกเขาเสีย 3 ประตูในเกมที่บุกไปเสมอปอร์โต 3-3 ศึกยูโรปาลีกเมื่อคืนนี้

 

จากผลงานนี้ ทำให้ทัพปีศาจแดงยุค เอริก เทน ฮาก เสีย 3 ประตู (หรือมากกว่า) ใน 1 นัด รวมแล้ว 24 เกมในทุกรายการ 

 

และไม่มีสโมสรใดในพรีเมียร์ลีกที่เสียประตู 3 ลูกขึ้นไปในหนึ่งนัดมากกว่าแมนฯ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่กุนซือชาวดัตช์เข้ามารับงานในโอลด์แทรฟฟอร์ดเมื่อปี 2022

 

สำหรับเกมต่อไป แมนฯ ยูไนเต็ด มีคิวลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีก ด้วยการบุกไปเยือนแอสตัน วิลลา ในวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม เวลา 20.00 น.

The post FOOTBALL FACT: เกมรับมีปัญหา? สถิติฟ้อง แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคเทน ฮาก เสีย 3 ประตูต่อนัด รวม 24 เกม appeared first on THE STANDARD.

]]>