Entertainment Complex – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 25 Sep 2025 07:56:57 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 กาแล็กซี รีสอร์ต ประเทศไทย เผยท่องเที่ยวไทย ‘โตต่ำกว่าคู่แข่ง’ พร้อมรอรัฐบาลหน้า สานต่อโปรเจกต์ Entertainment Complex https://thestandard.co/galaxy-entertainment-thailand-tourism-outlook/ Thu, 25 Sep 2025 07:56:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1122751 galaxy-entertainment-thailand-tourism-outlook

“ที่ผ่านมากลุ่มบริษัท Galaxy Entertainment Group ได้แสด […]

The post กาแล็กซี รีสอร์ต ประเทศไทย เผยท่องเที่ยวไทย ‘โตต่ำกว่าคู่แข่ง’ พร้อมรอรัฐบาลหน้า สานต่อโปรเจกต์ Entertainment Complex appeared first on THE STANDARD.

]]>
galaxy-entertainment-thailand-tourism-outlook

“ที่ผ่านมากลุ่มบริษัท Galaxy Entertainment Group ได้แสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในประเทศไทยมาโดยตลอด แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทำให้ทางบริษัทต้องรอดูความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ” เควิน เคลย์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายแบรนด์ กาแล็กซี รีสอร์ต ประเทศไทย กล่าว

 

ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้คาดหวังกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่กำลังมองไปที่การเลือกตั้งครั้งหน้า หากได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ก็อาจจะมีโอกาสที่จะได้ร่วมลงทุนกัน เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของไทยให้เติบโตขึ้น

 

เควิน ยังให้ข้อมูลถึงภาพรวมของการท่องเที่ยวไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะจากภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันออก ลดลงถึง 9.5% และ 25.9% ตามลำดับ แม้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากยุโรป อเมริกา และเอเชียใต้เติบโตขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยต่อการลดลงของนักท่องเที่ยวจากตลาดหลักได้

 

สถานการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยมีการเติบโตที่ต่ำกว่าประเทศคู่แข่งในเอเชีย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากหลายด้าน เช่น สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทาง, การแข่งขันที่รุนแรง, ความกังวลด้านความปลอดภัย และค่าครองชีพในประเทศไทยที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างมาเก๊า, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เวียดนาม, และสิงคโปร์ ซึ่งกลับมาเติบโตและฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังช่วงโควิด โดยเฉพาะเวียดนามที่เห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดหลังจากดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีกำลังซื้อสูงได้เพิ่มขึ้น

 

และแม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้า แต่ยังขาดความชัดเจนในแผนพัฒนาการท่องเที่ยวในระยะยาว จึงจำเป็นต้องลงทุนสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างจากคู่แข่งในภูมิภาค โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมบันเทิง ซึ่งเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวแห่งอนาคต และจะต้องมีการจัดอีเวนต์ใหญ่ๆ ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง

 

ล่าสุดกาแล็กซี รีสอร์ต ประเทศไทย จึงได้ลงทุนเป็นผู้สนับสนุนหลักในการนำคอนเสิร์ตใหญ่ระดับโลกอย่าง Jackson Wang MAGICMAN 2 WORLD TOUR 2025 – 2026 มาจัดขึ้นที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรกในเดือนตุลาคม 2568 ที่ อิมแพ็ค อารีน่า กรุงเทพฯ ก่อนจะไปจัดต่อที่กาแล็กซี อารีน่าในมาเก๊า 

 

“การจัดงานในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเร่งการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและการสร้างงาน แต่ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงเข้าประเทศได้ด้วยเช่นกัน”

 

เควิน เปรียบเทียบว่า การจัดคอนเสิร์ตหรืออีเวนต์ระดับโลกไม่ต่างจากการลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์ให้กับประเทศ ซึ่งเห็นได้จากตัวอย่างของประเทศสิงคโปร์ ที่ได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อดึงศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ เข้าไปแสดง ซึ่งส่งผลให้สิงคโปร์เป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าประเทศ

 

โดยแนวคิดนี้สะท้อนว่า หากประเทศไทยต้องการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยว การจัดอีเวนต์ระดับโลกถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำ โดยหากภาคเอกชนเริ่มก่อน ภาครัฐก็ควรเข้ามาร่วมสนับสนุนเพื่อผลประโยชน์ที่กลับคืนสู่ประเทศโดยตรง 

 

และยังสามารถรองรับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นการพักผ่อนทั่วไป กลายเป็นการเดินทางเพื่อเข้าร่วมคอนเสิร์ตและอีเวนต์กันมากขึ้น

 

นอกจากนี้เพื่อให้แผนพัฒนาการท่องเที่ยวสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ในฐานะภาคธุรกิจเอกชน กาแล็กซี รีสอร์ต ประเทศไทย ต้องการเห็นวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในอีก 5-10 ปีข้างหน้า และพร้อมที่จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวหากได้รับโอกาสในการทำงานร่วมกับภาครัฐ

 

และถึงแม้จะมีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล แต่อยากขอเสนอให้มีการจัดตั้งหน่วยงานกลาง เข้ามาดูรายละเอียดของโครงการ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ และร่วมหารือกันใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม 2.การกำหนดมาตรการป้องกันการฟอกเงินและปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

The post กาแล็กซี รีสอร์ต ประเทศไทย เผยท่องเที่ยวไทย ‘โตต่ำกว่าคู่แข่ง’ พร้อมรอรัฐบาลหน้า สานต่อโปรเจกต์ Entertainment Complex appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุนใหญ่เวียดนามทุ่ม 6.5 หมื่นล้าน ผุด ‘Entertainment Complex’ เทียบชั้นมาเก๊า-ลาสเวกัส คาดใช้เวลาก่อสร้าง 9 ปี https://thestandard.co/vietnam-entertainment-complex-project/ Wed, 20 Aug 2025 10:55:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1109417 vietnam-entertainment-complex-project

เวียดนามอนุมัติเมกะโปรเจกต์ Entertainment Complex โดย S […]

The post ทุนใหญ่เวียดนามทุ่ม 6.5 หมื่นล้าน ผุด ‘Entertainment Complex’ เทียบชั้นมาเก๊า-ลาสเวกัส คาดใช้เวลาก่อสร้าง 9 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
vietnam-entertainment-complex-project

เวียดนามอนุมัติเมกะโปรเจกต์ Entertainment Complex โดย Sun Group มูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ที่เวินโด่น (Van Don) ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างศูนย์รวมความบันเทิงคาสิโน-รีสอร์ท ครบวงจรแห่งใหม่ ที่คนเวียดนามสามารถเข้าใช้บริการได้ หวังเทียบชั้นลาสเวกัส-มาเก๊า

 

สื่อเวียดนามรายงานว่า คณะกรรมการประชาชนจังหวัดกว๋างนิญ ได้อนุมัติโครงการนำร่องอย่างเป็นทางการสำหรับโครงการรีสอร์ทและคาสิโนแบบครบวงจรระดับไฮเอนด์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเวินโด่น (Van Don) ซึ่งอนุญาตให้พลเมืองเวียดนามสามารถเข้าร่วมได้ภายใต้เงื่อนไขที่เคร่งครัด

 

โดยจังหวัดได้อนุมัติการลงทุนให้กับบริษัทหุ้นร่วม Van Don Sun Joint Stock Company ในฐานะผู้พัฒนาโครงการคาสิโน และการท่องเที่ยวแบบบูรณาการ ซึ่งจะเป็นคาสิโนแห่งแรกที่ได้รับใบอนุญาตในเขตเศรษฐกิจพิเศษเวินโด่น ที่เปิดรับทั้งในและต่างประเทศ สามารถเข้ามาเล่นได้

 

ทั้งนี้ โครงการนี้มีพื้นที่ทั้งหมด 244.45 เฮกตาร์ หรือราว 1,527 ไร่ มุ่งสร้างศูนย์กลางความบันเทิงและรีสอร์ทสุดหรูที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านคาสิโน ควบคู่ไปกับบริการด้านการท่องเที่ยวและสุขภาพระดับโลก

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 


 

โครงการนี้ จะประกอบไปด้วยคาสิโน โรงแรมหรู รีสอร์ท คอนโดเทล ทาวน์เฮาส์เชิงพาณิชย์ ศูนย์การค้า บริการสุขภาพ และสถานที่บันเทิง

 

หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของโครงการนี้คือการเปิดคาสิโนระดับไฮเอนด์ให้ชาวเวียดนามได้เข้ามาใช้บริการ โดยต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์คุณสมบัติที่เข้มงวดตามกฎหมาย

 

สำหรับ โครงการท่องเที่ยวและคาสิโนแบบบูรณาการเวินโด่น จะมีเงินลงทุนรวมมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 6.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยเงินทุนจากนักลงทุน เงินกู้ และแหล่งเงินทุนอื่นๆ ระยะเวลาดำเนินงานของโครงการไม่เกิน 70 ปีนับจากวันที่ได้รับอนุมัติการลงทุน

 

ส่วนการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 9 ปี นับจากวันที่ได้รับการจัดสรรที่ดินและอนุมัติสัญญาเช่า

 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้เสนอให้พลเมืองเวียดนาม ต้องซื้อตั๋วเข้าร่วมการเล่นเกมคาสิโน ราคา 2.5 ล้านดองเวียดนาม ประมาณ 3,095 บาท ต่อ 24 ชั่วโมง หรือ 50 ล้านดองเวียดนาม ราวๆ 61,000 บาท สำหรับบัตรรายเดือน

 

ที่มาของภาพ: Sun Group

 

อ้างอิง: 

The post ทุนใหญ่เวียดนามทุ่ม 6.5 หมื่นล้าน ผุด ‘Entertainment Complex’ เทียบชั้นมาเก๊า-ลาสเวกัส คาดใช้เวลาก่อสร้าง 9 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยต้องมีคาสิโนหรือไม่? ศึกษา Entertainment Complex จาก Galaxy Resorts Macau ผู้กวาดรายได้กว่าปีที่ผ่านมากว่า 1.68 แสนล้านบาท https://thestandard.co/wealth-in-depth-ent-complex-galaxy-resorts-macau/ Thu, 14 Aug 2025 14:23:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1107500

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นหนึ่งในโค […]

The post ไทยต้องมีคาสิโนหรือไม่? ศึกษา Entertainment Complex จาก Galaxy Resorts Macau ผู้กวาดรายได้กว่าปีที่ผ่านมากว่า 1.68 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นหนึ่งในโครงการของรัฐบาลไทย ที่ตั้งใจปลุกปั้นให้เป็นเมกะโปรเจกต์ใหญ่ หวังสร้างรายได้เข้าประเทศ พร้อมยืนยันว่าคาสิโนจะเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ ของโครงการทั้งหมดเท่านั้น แต่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากการลงทุนระยะแรกไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท พร้อมสร้างงาน 9,000-15,300 ตำแหน่งต่อปี

 

ภายหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร แต่เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ครม. มีมติถอนร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องจับตาดูทิศทางจากนี้จะไปต่ออย่างไร

 

แม้ว่าโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของไทยจะยังมีความไม่แน่นอน แต่การศึกษาตัวอย่างจากประเทศที่มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้มายาวนาน อาจช่วยให้เห็นแนวทางและบทเรียนที่น่าสนใจ วันนี้ THE STANDARD WEALTH จึงขอพาไปสำรวจที่เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Macau Special Administrative Region หรือ SAR) โดยเฉพาะ Galaxy Entertainment Group หนึ่งในผู้พัฒนาเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นผู้สร้าง Galaxy Resorts Macau รีสอร์ตหรูในย่าน Cotai ของมาเก๊า เพื่อดูรูปแบบการดำเนินธุรกิจประเภทนี้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

ส่องอาณาจักร Galaxy Macau รีสอร์ตหรูในมาเก๊า

 

ภายในอาณาจักร มีโรงแรมกว่า 8 แบรนด์ ได้แก่ Galaxy Hotel, Hotel Okura Macau, Banyan Tree, JW Marriott, The Ritz-Carlton, Andaz, Raffles และ Capella มีห้องพักรวมประมาณ 5,000 ห้อง เน้นตกแต่งด้วยสีทองเป็นหลัก และบริเวณรอบๆ จะมีพื้นที่รีสอร์ตสไตล์ชายหาด สไลเดอร์ สระน้ำแบบเนินน้ำ และชายหาดทรายเทียมยาวถึง 575 เมตร

 

 

รวมถึงศูนย์การค้า Galaxy Promenade แหล่งช้อปปิ้งขนาด 100,000 ตารางเมตร ที่รวบรวมแบรนด์ดังกว่า 200 แบรนด์เอามาไว้ด้วยกัน พื้นที่ในศูนย์การค้าจะเชื่อมต่อกับคาสิโน รวมกว่า 37,160 ตารางเมตร มีโต๊ะเล่นเกม ประมาณ 700 โต๊ะ และตู้สล็อตไม่ต่ำกว่า 1,500 เครื่อง และศูนย์การประชุมครบวงจร Raffles, Andaz Macau, Galaxy Arena เวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ MICE ถึง 40,000 ตร.ม.

 

แม้ Galaxy Resorts Macau จะเป็นหนึ่งในรีสอร์ตขนาดใหญ่ของมาเก๊า แต่ช่วงหลังต้องเผชิญกับการแข่งขันมากขึ้น ต้องคอยรับมือจากคู่แข่งในตลาดและพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในมาเก๊า

 

ขณะเดียวกันยังมีความสนใจที่จะลงทุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในไทย โดยย้ำถึงความพร้อมร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อผลักดันให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต

 

หากไทยต้องการฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเร็ว ต้องลงทุนในพื้นที่ใหม่

 

นอกจากเยี่ยมชมแล้ว THE STANDARD WEALTH ยังได้ร่วมวงสัมภาษณ์ เควิน เคลย์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายแบรนด์ กาแล็กซี รีสอร์ต ประเทศไทย ที่เริ่มฉายภาพว่า แม้ ครม. ได้ถอนร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกไปแล้ว แต่ Galaxy Entertainment ยังมองเห็นโอกาสที่จะเข้าไปลงทุนในไทย

 

“เชื่อว่าธุรกิจนี้จะเกิดขึ้นในไทยได้ และพร้อมที่จะนำประสบการณ์การทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่สะสมมานานกว่า 20 ปี เข้ามาช่วยผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้แข่งขันกับประเทศทั่วโลก”

 

 

เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากในสังคมไทย หากมองไปที่ประเทศอื่นๆ อย่างสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในด้านความปลอดภัย ข้อมูลในปี 2024 ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 16.5 ล้านคน โดยประมาณ 50% เลือกพักในรีสอร์ตแบบครบวงจร และมีการเข้าพักเฉลี่ย 3.6 คืน

 

ข้อมูลจาก Galaxy Resorts Macau ระบุว่า รีสอร์ตสองแห่งของสิงคโปร์สร้างรายได้จากคาสิโนรวม 5.7 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.84 แสนล้านบาท และยังสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มอีก 2 พันล้านดอลลาร์ ประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาทจากการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่คาสิโน ทำให้สถิติรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดของสิงคโปร์อยู่ที่ 2.32 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.51 แสนล้านบาท โดยมีแบรนด์อย่าง Marina Bay Sands เป็นสัญลักษณ์ที่ทั่วโลกรู้จักกันดี

 

อย่างไรก็ตาม มุมมองจากต่างประเทศต่อศักยภาพของไทยก็น่าพิจารณา นักวิเคราะห์จาก Citigroup ประเมินว่า ด้วยจำนวนประชากรที่นิยมการพนัน โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่พร้อม และรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็น ‘ศูนย์กลางการพนัน’ อันดับ 3 ของโลก รองจากมาเก๊าและลาสเวกัส

 

Citigroup คาดการณ์ว่ารายได้จากธุรกิจการพนันของไทยอาจสูงถึง 9.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.95 แสนล้านบาท) ในปี 2031 แซงหน้าสิงคโปร์ที่ 8.3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.69 แสนล้านบาท) โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามีการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมการจัดสรรใบอนุญาตให้ 2 แห่งในกรุงเทพฯ และอีกเมืองละ 1 แห่งในพัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่

 

ฟากเคลย์ตันให้ความเห็นว่า ถ้าประเทศไทยอยากจะให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวให้เร็ว ก็ต้องลงทุนสินทรัพย์ในพื้นที่ใหม่ๆ ยิ่งในตอนนี้ตลาดการท่องเที่ยวในเอเชียกำลังเติบโตอย่างมาก ด้วยการขยายตัวของลูกค้าชนชั้นกลางในประเทศแถบเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทย

 

“ในปี 2019 ไทยเคยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอันดับ 8 ของโลก แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวเริ่มน้อยลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปแล้วไม่กลับมา”

 

จากอินไซต์พบว่าคนจีนกำลังซื้อสูงกว่า 81% ไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยในไทย จากข่าวลักพาตัวในช่วงหลายเดือนก่อน ตลอดจนเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา

 

และในสายตานักท่องเที่ยวจีนไทยกลายเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงขึ้น จึงเปลี่ยนไปเที่ยวเวียดนามและญี่ปุ่นแทน และแม้รัฐบาลจะพยายามดึงนักท่องเที่ยวประเทศอื่นเข้ามา แต่ไม่สามารถทดแทนกันได้

 

หมดยุคเที่ยวแบบเดิม ท่องเที่ยวไทยเผชิญความท้าทายใหญ่

 

เห็นได้จากในช่วงครึ่งปีแรก ททท. ได้ปรับลดคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2568 ลงจาก 39 ล้านคน เหลือ 35.5 ล้านคน แน่นอนว่ารายได้จากการท่องเที่ยวก็จะลดลงด้วยเช่นกัน

 

ยิ่งสถานการณ์ท่องเที่ยวในปัจจุบัน โมเดลการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มคนชั้นกลางไปจนถึงระดับบนที่เริ่มเติบโตขึ้นในประเทศเอเชีย กำลังมองหาสถานที่เที่ยวมากกว่าแค่จุดหมายปลายทาง แต่ต้องการประสบการณ์ที่มุ่งเน้นคุณภาพ มีมูลค่าสูง และปรับเปลี่ยนตามความต้องการเฉพาะได้

 

ยิ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่ลดลง และสถานที่และบริการในบางพื้นที่ล้าสมัย ดังนั้นเคลย์ตันจึงมองว่าภาคการท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเที่ยวซ้ำ และไม่พึ่งพาโมเดลแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

 

นักเดินทางกระเป๋าหนัก พร้อมทุ่มงบเที่ยวหรู

 

เมื่อมาดูข้อมูลจากการสำรวจล่าสุด พบว่า 72% ของกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งสูงวางแผนใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวแบบลักชัวรีเพิ่มขึ้น และชาวจีนชนชั้นกลางระดับบนคือกลุ่มลูกค้าหลักของการบริโภคสินค้าและบริการลักชัวรีในต่างประเทศด้วยสัดส่วนถึง 47%

 

ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวมักค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวในเมือง ชายทะเล สำรวจธรรมชาติ หรือล่องเรือ โดยอาศัยเว็บไซต์เป็นทางการของจุดหมายปลายทางเป็นหลัก และที่น่าสนใจคือ 20% ของนักเดินทางหันมาใช้ AI เพื่อช่วยวางแผนการเดินทาง และพิจารณาที่ความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายที่คุ้มกับความสะดวกในการเข้าถึงบริการเป็นหลัก

 

สะท้อนให้เห็นว่าถ้าประเทศไทยปรับตัวได้เร็วก็จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ และต้องชูรากฐานด้านวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง ทั้งระบบนิเวศท่องเที่ยว อาหาร และธุรกิจเวลเนส แบบครบวงจร โดยการนำแนวทางระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ครบวงจรมาใช้ โดยเน้นชูจุดขายความเป็นไทยเอาไว้ด้วยกันจะทำให้ไทยน่าสนใจมากขึ้น

 

พร้อมลงทุนหากกฎหมายผ่านร่าง พ.ร.บ. ได้สำเร็จ

 

ทั้งนี้ หากร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของไทยผ่านในอนาคต เคลย์ตันย้ำว่า Galaxy Resorts Thailand ก็พร้อมลงทุนด้วยมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ตลอดจนทำงานร่วมกับรัฐบาล และหาพันธมิตรร่วมลงทุนสร้างโครงการขนาดใหญ่แบบครบวงจรในทำเลกรุงเทพฯ ที่จะมีทั้งโรงแรมหรู ศูนย์การค้า ร้านอาหาร และมีคาสิโนประมาณ 5%

 

“ต้องยอมรับว่าคาสิโนไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น สุดท้ายอยากให้มองที่ประสบการณ์ใหม่ๆ มากกว่าและมั่นใจว่าจะช่วยดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน, สิงคโปร์, มาเลเซีย และอินเดีย เข้ามาในไทยได้มากขึ้น” เคลย์ตันย้ำ

 

อาณาจักรคาสิโน มาเก๊าทำรายได้มหาศาล

 

อีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือเขตบริหารพิเศษมาเก๊า ที่เริ่มอนุญาตให้จัดตั้งคาสิโนอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2005-2006 ภายใต้การออกใบอนุญาตจากภาครัฐให้กับผู้ประกอบการเพียง 6 รายเท่านั้น พร้อมกำหนดมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มข้น เพื่อให้ธุรกิจโปร่งใสและอยู่ในกรอบกฎหมาย อีกทั้งยังมีการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระระดับสากล เช่น International Financial Task Force (IFTF) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการเงินและการฟอกเงิน

 

ปัจจุบันมาเก๊ายังคงพึ่งพารายได้จากการพนันเป็นหลักสูงถึงราว 90% ของรายได้จากนักท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมนี้คิดเป็นกว่า 40% ของ GDP

 

ถามว่าทำไมคาสิโนถึงทำเงินได้มาก เควิน ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมให้เหตุผลว่า ความสำเร็จนี้เกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะในเอเชียที่มีวัฒนธรรมชอบการเสี่ยงโชค จะเสี่ยงโชคน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับตัวบุคคล บางคนอาจใช้เงินแค่ 100 บาท บางคน 5,000 บาท ไปเล่นปีละหลายครั้ง

 

 

ซึ่งในปี 2024 มาเก๊ามีจำนวนนักท่องเที่ยวเกือบ 35 ล้านคน โดย 46% มีการพักเฉลี่ย 2.3 วัน มีรายได้จากคาสิโนรวมกว่า 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 9.05 แสนล้านบาท และมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่จากคาสิโน 9 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.91 แสนล้านบาท

 

โดยหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญก็มาจาก Galaxy Resorts Macau ที่สร้างรายได้ 5.2 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.68 แสนล้านบาท (ตัวเลขดังกล่าวไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นคาสิโนเท่าไหร่) ให้กับเศรษฐกิจมาเก๊า โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวเอเชียทั้ง ฮ่องกง, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, มาเลเซีย, เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย และไทย รวมๆ แล้วมีผู้เยี่ยมชมจากทั่วโลกกว่า 22 ล้านครั้งต่อปี

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากมาเก๊าให้ภาพหนึ่งของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ครบวงจร ซึ่งแต่ละประเทศต่างมีแนวทางและข้อพิจารณาที่แตกต่างกัน สำหรับประเทศไทย การตัดสินใจเรื่องนี้ยังคงต้องผ่านการถกเถียงและศึกษาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอนาคต

 

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าประเทศไทยจะเลือกเดินไปในทิศทางใด สิ่งสำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง เพราะในขณะที่ไทยยังคงชั่งน้ำหนักทางเลือกต่างๆ ประเทศคู่แข่งในภูมิภาคต่างพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว และช่วงเวลาที่เสียไปอาจกลายเป็นโอกาสที่หายไปตลอดกาล

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.37 บาท ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2568

The post ไทยต้องมีคาสิโนหรือไม่? ศึกษา Entertainment Complex จาก Galaxy Resorts Macau ผู้กวาดรายได้กว่าปีที่ผ่านมากว่า 1.68 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมแจงปลดล็อคพนันโป๊กเกอร์ ไม่ใช่การปูทางรอกฏหมาย เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ https://thestandard.co/phumtham-on-poker-legalization-misconception/ Tue, 05 Aug 2025 06:06:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1103760 พนันโป๊กเกอร์

วันนี้ (5 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รอ […]

The post ภูมิธรรมแจงปลดล็อคพนันโป๊กเกอร์ ไม่ใช่การปูทางรอกฏหมาย เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พนันโป๊กเกอร์

วันนี้ (5 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงถึงเรื่องการยกเลิกประกาศให้พนันโป๊กเกอร์ ถูกกฎหมาย หลังจากที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความเหมาะสมในสถานการณ์ขณะนี้ว่า เรื่องโป๊กเกอร์ เป็นไปตามข้อบังคับของกฎหมาย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501 ซึ่งเวลาผ่านมากว่า 67 ปีแล้ว ก็ต้องมีการทบทวน และตอนนี้ได้ออกประกาศกาศว่าโป๊กเกอร์ไม่ใช่การพนัน แต่เป็นกีฬาในระดับสากล 

 

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เสนอเรื่องเข้ามา ก็ถือว่าเป็นการพนันที่อยู่ในประเภท ข. ของพ.ร.บ.การพนัน ซึ่งเดี๋ยวจะมีการยกเลิกและฟื้นฟูกฎหมายใหม่ แต่เรื่องนี้ได้มีประกาศยกเลิกให้เพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการแข่งขันกีฬาสากลขึ้น เท่านั้นไม่มีอะไร 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จริงๆ แล้วควรจะต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนก่อนหรือไม่ เพราะไม่ใช่อยู่ๆ เซ็นคำสั่งยกเลิกเปิดให้มีการเล่นโป๊กเกอร์ได้เลย ภูมิธรรม กล่าวว่า โอ้โห่ พูดแบบนี้ก็เหมือนกับทุกเรื่องเราต้องบอกประชาชนก่อน เพื่อตัดสินใจ นี่เป็นเรื่องการบริหารจัดการ และเป็นเรื่องที่เราชี้แจงได้ คงไม่มีปัญหา 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะเป็นการปูทางเพื่อรอเรื่อง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์หรือไม่ ภูมิธรรมยืนยันว่า “ไม่เกี่ยวกัน”

The post ภูมิธรรมแจงปลดล็อคพนันโป๊กเกอร์ ไม่ใช่การปูทางรอกฏหมาย เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก G-DRAGON ยกเลิกคอนเสิร์ต สู่ปมร้อน Entertainment Complex เมื่อความพยายามของเพื่อไทยเจอแรงต้าน https://thestandard.co/gdragon-concert-cancel-thailand/ Wed, 16 Jul 2025 07:41:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1096996 gdragon-concert-cancel-thailand

คอนเสิร์ต G-DRAGON 2025 WORLD IN MACAU จัดที่ GALAXY AR […]

The post จาก G-DRAGON ยกเลิกคอนเสิร์ต สู่ปมร้อน Entertainment Complex เมื่อความพยายามของเพื่อไทยเจอแรงต้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
gdragon-concert-cancel-thailand

คอนเสิร์ต G-DRAGON 2025 WORLD IN MACAU จัดที่ GALAXY ARENA

คอนเสิร์ต G-DRAGON 2025 WORLD IN MACAU จัดที่ GALAXY ARENA

 

การประกาศยกเลิกคอนเสิร์ต ‘G-DRAGON 2025 WORLD TOUR’ ที่กรุงเทพฯ จากเหตุผลเรื่อง ‘สภาพอากาศร้อนจัด’ ไม่เพียงสร้างความผิดหวังแก่แฟนคลับ แต่ยังเผยให้เห็นช่องโหว่ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่พร้อมสำหรับการรองรับกิจกรรมระดับนานาชาติ

 

หลายประเทศในภูมิภาคเดียวกันกำลังเผชิญปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง ขณะที่ไทยยังเผชิญการฟื้นตัวแบบไม่เต็มแรง การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เคยเป็นจุดแข็ง อาจไม่เพียงพอในยุคที่การแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ กลายเป็นจุดขายหลักของนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

 

รัฐบาลพยายามผลักดันโครงการ ‘Thailand Entertainment Complex’ ในฐานะเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เพื่อสร้างศูนย์รวมความบันเทิงแบบครบวงจร ทั้งคอนเสิร์ตฮอลล์ ศูนย์นิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ ไปจนถึงพื้นที่กิจกรรมสำหรับครอบครัว ซึ่งรัฐบาลเน้นย้ำว่า ‘ไม่ใช่แค่คาสิโน’ เพื่อดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงตลอดทั้งปี เฉกเช่นที่ ‘มาเก๊า’ ใช้โมเดลนี้พลิกโฉมเศรษฐกิจจนเติบโตอย่างก้าวกระโดด

 

อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเตือนว่าโมเดลของมาเก๊าอาจไม่สามารถคัดลอกมาใช้ในไทยได้โดยตรง เนื่องจากความแตกต่างทางสังคมและกฎหมาย

 

แต่เส้นทางสู่การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ได้ง่ายดาย เส้นทางสู่การเป็น ‘มหานครบันเทิง’ ของรัฐบาลกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ความพยายามผลักดันโครงการนี้ต้องเผชิญกับแรงเสียดทานรอบด้าน

 

แรงต้านจากภายในเกิดขึ้นเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติถอนร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจรออกจากวาระการประชุมอย่างกะทันหัน สร้างคำถามถึงทิศทางและความต่อเนื่องของนโยบาย ขณะที่แรงกดดันจากต่างประเทศก็ไม่น้อย สม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เปิดเผยว่าความเคลื่อนไหวของไทยสร้างความไม่พอใจแก่ผู้นำกัมพูชาบางรายที่มีธุรกิจคาสิโนอยู่ตามแนวชายแดน

 


 

Entertainment Complex

 

แม้จะเผชิญอุปสรรคทางการเมืองทั้งภายในและภายนอก แต่หากจะผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จ คงต้องมองไปยังต้นแบบ Entertainment Complex ในหลายประเทศ

 

การแถลงข่าวใหญ่ ‘THAILAND ENTERTAINMENT COMPLEX’ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการมี ‘เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ๆ’ ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว 

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางฝ่ายชี้ว่าการเร่งลงทุนใน Entertainment Complex อาจต้องระมัดระวังต่อผลกระทบด้านจริยธรรมและปัญหาสังคมที่อาจตามมา

 

อีกเหตุผลก็เพื่อรับมือกับการแข่งขันบนเวทีโลกที่เปลี่ยนแปลงไป การพึ่งพาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่รอคอยแต่นักท่องเที่ยวตามฤดูกาลนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป ไทยต้องลุกขึ้นมา ‘สร้างโอกาส’ และ ‘สร้างแหล่งท่องเที่ยว’ ขึ้นมาเอง ผ่านแนวคิด Man-Made Tourism

 

แล้วจะทำได้อย่างไร ให้การเนรมิต ‘มหานครแห่งประสบการณ์ระดับโลก’ ที่จะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงได้ตลอดทั้งปี โดยมีหัวใจสำคัญที่รัฐบาลพยายามสื่อสาร คือ โครงการนี้เป็นมากกว่าแค่ ‘คาสิโน’ ที่หลายคนกังวล 

 

‘มาเก๊า’ ต้นแบบความสำเร็จที่จับต้องได้และพิสูจน์ตัวเองมาแล้ว คือ บทเรียนสำคัญที่ไทยต้องนำมาศึกษาอย่างละเอียด 

 

แต่มีข้อสังเกตเช่นกันว่า แม้มาเก๊าจะถูกยกเป็นตัวอย่างของความสำเร็จด้านการลงทุนใน Entertainment Complex แต่ก็มีข้อวิจารณ์ว่า โมเดลนี้สร้างความเหลื่อมล้ำ และพึ่งพารายได้จากคาสิโนอย่างสูง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับทุกประเทศ

 


 

มาเก๊า: จากเมืองท่า สู่ศูนย์กลาง Entertainment Complex ระดับโลก

 

มาเก๊า

มาเก๊า

 

กรณีศึกษาที่ถูกยกขึ้นบ่อยครั้งคือ ‘มาเก๊า’ อดีตเมืองท่าเล็กๆ ที่พลิกโฉมกลายเป็นศูนย์กลางความบันเทิงระดับโลกหลังการเปิดเสรีคาสิโนในปี 2001

 

จากอดีตที่เป็นเพียงเมืองท่าเล็กๆ วันนี้มาเก๊าได้แปรเปลี่ยนโฉมหน้ากลายเป็นศูนย์กลางความบันเทิงระดับโลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างน่าทึ่ง การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นหลังจากการเปิดเสรีอุตสาหกรรมคาสิโน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของมาเก๊าอย่างก้าวกระโดด ด้วยการลงทุนใน Entertainment Complex อย่างจริงจังกว่า 20 ปีที่ผ่านมา 

 

นับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา มาเก๊าได้ต้อนรับเม็ดเงินลงทุนมหาศาลกว่า 48.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตถึง 8 เท่า นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 4 เท่า  การลงทุนด้านต่างๆ พุ่งทะยานอย่างน่าอัศจรรย์ ปัจจุบันไม่ว่ามองไปทางใดบนเกาะแห่งนี้จะยังคงเห็นการลงทุนครั้งใหม่ผลิบานควบคู่ไปกับการต่อเติมของเดิมที่ดำเนินการอย่างไม่หยุดหย่อน

 

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ยังรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของเมืองอย่างสิ้นเชิง จากเมืองเก่าแก่ที่มีเสน่ห์แบบโคโลเนียลโปรตุเกส มาเก๊าได้เพิ่มสีสันด้วยตึกระฟ้าสุดหรู โรงแรมระดับโลก ศูนย์การค้าแบรนด์เนม ร้านอาหารรสเลิศ ไปจนถึงอารีนา และโรงละครขนาดใหญ่ที่รองรับการแสดงระดับโลก 

 

‘มาเก๊า’ เมืองที่มีขนาดเพียง 23 ตารางกิโลเมตร หนึ่งในต้นแบบแนวคิด ‘Thailand Entertainment Complex’ เกิดจากความคิดริเริ่มของผู้ก่อตั้งที่ต้องการเนรมิตเมืองให้คล้ายกับลาสเวกัสได้กลายเป็นจริง พื้นที่ฝั่งโคไทของเกาะมาเก๊าที่เคยเงียบเหงา ได้กลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงแห่งใหม่ที่ดึงดูดผู้คนให้มาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษอย่างไม่ขาดสาย

 

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรม Entertainment Complex ในมาเก๊า  คือ บทบาทของ DICJ (Gaming Inspection and Coordination Bureau) หน่วยงานรัฐบาลที่ทำหน้าที่เสมือนผู้คุมกฎเหล็ก 

 

ตั้งแต่ปี 2001 หลังการเปิดเสรีคาสิโน DICJ ได้เข้ามาควบคุม ตรวจสอบ จัดเก็บภาษี และออกใบอนุญาตอย่างเข้มงวด เพื่อให้ทุกการดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย ป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน

 

ในทุก Entertainment Complex จะมีพื้นที่พิเศษให้เจ้าหน้าที่ DICJ เข้าถึงกล้องวงจรปิดทุกตัว ตรวจสอบความปลอดภัย และความโปร่งใสได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ด้วยรายได้กว่า 90% ของ Entertainment Complex มาจากคาสิโน DICJ จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการพนันอย่างมีความรับผิดชอบ โดยกำหนดให้ทุก Entertainment Complex ต้องมีมาตรการป้องกันปัญหาการติดการพนัน พร้อมผู้สังเกตการณ์ที่คอยช่วยเหลือและนำผู้ที่ต้องการบำบัดไปสู่การดูแลที่เหมาะสม

 

และเมื่อพูดถึง Entertainment Complex ในมาเก๊า สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการกล่าวถึง 4 ใน 6 บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ ได้แก่ Galaxy Entertainment Group, Las Vegas Sands (Sands China), MGM China Holdings, และ Wynn Resorts

 


 

4 ยักษ์ใหญ่ Entertainment Complex มาเก๊า 

 

Galaxy Macau

Galaxy Macau

 

1. Galaxy Entertainment Group: อาณาจักรแห่งความหรูหราและความหลากหลาย

 

Galaxy Macau คือ ‘โอเอซิสกลางเมือง’ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยรายได้ (EBITDA) สูงสุดในโลก ที่นี่รวบรวมโรงแรมหรูถึง 9 แห่ง แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์และระดับราคาที่แตกต่างกัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ตั้งแต่โรงแรมที่เข้าถึงได้ง่ายไปจนถึงห้องพักสุดหรูระดับ VIP กว่า 5,000 ห้อง และมีส่วนแบ่งในตลาด Entertainment Complex มาเก๊า ถึง 20%

 

  • จุดเด่น: โรงแรมหรู 9 แห่ง ทุกห้องมีการตกแต่งหรูหรา พร้อมวิวเมืองและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับสูง, ร้านอาหารระดับโลก, แหล่งช้อปปิ้งสุดหรู, อารีนา ในพื้นที่ปิดขนาดใหญ่ 16,000 ที่นั่ง สำหรับชมการแสดงระดับโลก, Galaxy Kidz พื้นที่ให้เด็กได้เรียนรู้ และผจญภัย

 

  • การบริการ: มีโซนสวนน้ำที่ผู้เข้ารับบริการจากโรงแรมทั้ง 9 แห่งสามารถมาใช้บริการได้ นอกจากนี้ Galaxy ยังเป็นหนึ่งในนายจ้างรายใหญ่ในมาเก๊า มีพนักงานมากกว่า 18,000 คน ที่บริษัทพร้อมอบรมพัฒนาเพื่อช่วยให้พนักงานสามารถเติบโตในสายงาน และมีโครงการ CSR ด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ และการช่วยเหลือชุมชน

 

  • ดีเทลน่าสนใจ: Galaxy มีการวางแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมี 3 เฟส และกำลังจะสร้างเฟส 4 ในช่วงปี 2023-2032 ได้ประกาศลงทุนประมาณ 3.5  พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยงบประมาณกว่า 97% จะถูกใช้ไปกับโครงการที่ไม่เกี่ยวกับการพนัน เช่น ศูนย์ประชุม (MICE) สถานที่จัดแสดงศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมกีฬา และการพัฒนาเมืองแห่งอาหาร

 

Sands China

Sands China

 

2. Las Vegas Sands (Sands China): เมืองจำลองระดับโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยว

 

Sands China เกิดจากการที่ผู้ก่อตั้งมีแนวคิดอยากให้คล้ายคาสิโนในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา จึงเนรมิต ‘เมืองจำลอง’ จากทั่วโลกมาไว้ในมาเก๊า ดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มให้มาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ มีส่วนแบ่งในตลาด Entertainment Complex มาเก๊า ถึง 24.5%

  • จุดเด่น: การจำลองเมืองดังจากทั่วโลกมาไว้ในมาเก๊า ไม่ว่าจะเป็น The Venetian, The Parisian หรือ The Londoner แต่ละแห่งมีธีมและบรรยากาศที่แตกต่างกัน โดยนำเอาแลนด์มาร์กสำคัญของโลกมาเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม ทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมาเช็กอินอันดับ 1 พร้อมแหล่งช้อปปิ้งที่รวบรวม 140 luxury brands เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง และมีความหลากหลายของกิจกรรม

  • การบริหารจัดการ: กว่า 90% ของการลงทุนไม่ใช่คาสิโน แต่เป็นโรงแรม ร้านอาหาร และ MICE (Meeting, Incentive, Convention, Exhibition) มีอารีนาและเธียเตอร์ระดับโลก รองรับการจัดอีเวนต์ และคอนเสิร์ตใหญ่ๆ เช่น คอนเสิร์ต BLACKPINK พิพิธภัณฑ์ศิลปะ teamLab รวมถึงเป็นนายจ้างเอกชนรายใหญ่ที่สุดในมาเก๊า ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 27,000 คน โดยกว่า 90% เป็นคนท้องถิ่น ที่ล้วนแต่คัดคนมีฝีมือ จ้างสุดยอดคนคุณภาพ อุดหนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์ภายในประเทศกว่า 84%

  • ดีเทลน่าสนใจ: Sands ลงทุนให้หลายประเทศ ทั้งมาเก๊า สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และสนใจมาลงทุนในไทย ในมาเก๊ามี Global Ambassador คือ เดวิด เบ็คแฮม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ถึงปีละ 60 กิจกรรม เช่น Harry Potter มีมาตรการดูแลผู้ติดการพนันอย่างเข้มงวด มีนักบำบัดกว่า 600 คน กระจายอยู่รอบพื้นที่คาสิโน Sands ยังมีห้องพักมากที่สุดในมาเก๊าถึง 10,829 ห้อง หรือ 38% ของจำนวนห้องพักทั้งหมดของผู้ให้บริการคาสิโนในมาเก๊า

 

MGM China Holdings

MGM China Holdings

 

3. MGM China Holdings: เทคโนโลยีทันสมัย ผสานศิลปวัฒนธรรม

 

MGM China คือ ผู้บุกเบิกด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยในวงการคาสิโน พร้อมทั้งเป็นผู้พิทักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอย่างแท้จริง ด้วยห้องพักกว่า 1,400 ห้องและวิลล่าหรู กว่า 600 ห้อง ทุกห้องมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงคาราโอเกะส่วนตัว 

  • จุดเด่น: MGM ใส่ใจในเทคโนโลยี มีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในคาสิโน เพื่อป้องกันการโกงและลดข้อผิดพลาด นอกจากนี้ ยังส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม มีพิพิธภัณฑ์ POLY MGM ที่รัฐบาลร่วมลงทุนจัดแสดงศิลปะและวัตถุโบราณจากเส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime Silk Road) โดยนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเสริม มีโชว์ระดับโลกที่ใช้เทคนิคพิเศษตระการตา รวมถึงสนับสนุนของใช้จากท้องถิ่น และพนักงานซึ่งเป็นคนในพื้นที่ถึง 80%

  • การบริหารจัดการ: ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเปิดสาขาเทคโนโลยีเธียเตอร์ รองรับนักศึกษาที่จบมาทำงานใน Entertainment Complex มี CSR ที่เน้นกิจกรรมของเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และช่วยผลักดัน SMEs ในท้องถิ่น สามารถทดลองธุรกิจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

  • ดีเทลน่าสนใจ: MGM Macau ยังมีโรงละครไฮเทคที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบเวทีได้แบบไดนามิก ที่ทำให้เปลี่ยนแสงสีได้แบบเรียลไทม์ โดยจะจัดแสดงโชว์ Macau 2049 ซึ่งเป็นการแสดงที่ผสมผสานศิลปะและเทคโนโลยีล้ำสมัย กำกับโดย Zhang Yimou และมีทีมงานระดับโลกกว่า 582 คน

 

Wynn Resorts

Wynn Resorts

 

  1. Wynn Resorts: หรูหราระดับ TOP VIP บริการเหนือระดับ

 

Wynn Resorts คือ นิยามของความหรูหรา ที่การันตีความ top of the top มีร้านอาหารที่ได้รับการจัดเป็น 1 ใน 50 ของโลก และบางส่วนได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ การยกระดับการบริการ รวมถึงนิยามของที่พักสุดหรูมีสปาส่วนตัวและบัตเลอร์คอยให้บริการ 24 ชั่วโมง ทุกสัมผัสของคุณจะถูกปรนนิบัติอย่างพิถีพิถัน ทุกย่างก้าวภายในที่พักแห่งนี้ คือการเดินทางผ่านมิติแห่งความหอมจากน้ำหอมแบรนด์ดังที่คัดสรรมาอย่างดี 

  • จุดเด่น: Wynn เน้นความหรูหราระดับสูงสุด ดึงดูดเซเลบและ VIP ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ Wynn ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่โรงแรมหรือคาสิโน แต่มุ่งสร้างจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน เช่น การแสดงน้ำพุเต้นระบำประกอบแสงสีและเสียงดนตรีสุดอลังการ, กระเช้าลอยฟ้า ให้บริการรับส่งแขกและนักท่องเที่ยว ข้ามทะเลสาบ Performance Lake เพื่อเข้าสู่ใจกลางโรงแรม และประติมากรรมดอกไม้สดจากศิลปินระดับโลก เป็นต้น

  • การบริการจัดการ: พยายามให้คาสิโนเป็นแค่ส่วนหนึ่งของ Entertainment Complex อยากให้คนมาใช้เงินกับการช้อปปิ้งและกิจกรรมอื่นๆ มากกว่า มีระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวด และมาตรการป้องกันการฟอกเงินที่แน่นหนา เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนจะไม่สามารถเข้าเล่นคาสิโนในพื้นที่ของ Wynn Resorts ได้


  • ดีเทลน่าสนใจ: Wynn มีห้องพักหรูสุดที่ต้องได้รับเชิญเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีพนักงานคอยสังเกตสัญญาณผู้ติดพนัน และมีระบบเช็กข้อมูลที่ลิงก์ไปที่รัฐบาลทันที ยิ่งไปกว่านั้น Wynn ได้ประกาศทุ่มงบประมาณมหาศาลถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับแผนพัฒนา 10 ปี ซึ่งจะประกอบด้วย อารีนาอเนกประสงค์ขนาด 5,500 ที่นั่ง และ Dinner Theater ที่จะมอบประสบการณ์ใหม่กับมื้อค่ำ พร้อมชมการแสดงสดสำหรับแขก 2,200 คน

 


 

เมื่อมองไปยังความสำเร็จของมาเก๊า จะพบว่า การขาดแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-Made Tourism) คือ จุดอ่อนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยพลาดโอกาสเติบโตไปอย่างน่าเสียดาย

 

และแม้ว่าวิสัยทัศน์ ‘Thailand Entertainment Complex’ ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะถูกเสนอขึ้นมาเพื่อเป็นคำตอบ แต่เส้นทางสู่การเป็นจริงนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งการเมืองภายในประเทศและแรงกดดันจากภายนอก

 

คำถามสำหรับประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงว่า ‘ควรมี’ Entertainment Complex หรือไม่ แต่ควรถามต่อว่า ประเทศมีความพร้อมด้านนโยบาย การกำกับดูแล และการออกแบบโครงการให้เหมาะสมกับบริบทไทยหรือไม่ โดยเฉพาะในประเด็นจริยธรรม สังคม และผลกระทบระยะยาว

 

นี่คือทางแยกสำคัญที่ประเทศไทยต้องเลือกว่าจะใช้บทเรียนมูลค่ามหาศาลนี้ เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ให้ประเทศพุ่งทะยานไปข้างหน้า หรือจะยอมปล่อยให้โอกาสครั้งประวัติศาสตร์นี้ผ่านไป และกลับไปเผชิญกับปัญหาเดิมๆ ที่สะท้อนผ่านการยกเลิกอีเวนต์ระดับโลกครั้งแล้วครั้งเล่า

The post จาก G-DRAGON ยกเลิกคอนเสิร์ต สู่ปมร้อน Entertainment Complex เมื่อความพยายามของเพื่อไทยเจอแรงต้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน เตรียมถก 3 สส.โหวตสวนมติพรรค เชื่อ สส.ภูมิใจไทยไม่ทรยศประชาชน ชี้ปราศรัยหาเสียงศรีสะเกษ เน้นสะท้อนปัญหามากกว่าวาทกรรม https://thestandard.co/anutin-to-meet-3-dissenting-mps/ Tue, 15 Jul 2025 09:23:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1096633

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ห […]

The post อนุทิน เตรียมถก 3 สส.โหวตสวนมติพรรค เชื่อ สส.ภูมิใจไทยไม่ทรยศประชาชน ชี้ปราศรัยหาเสียงศรีสะเกษ เน้นสะท้อนปัญหามากกว่าวาทกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี 3 สส.พรรคภูมิใจไทย โหวตสวนมติพรรคให้ความเห็นชอบถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยจะมีการประชุมหารือในวันนี้ว่า ต้องเช็กว่าทั้ง 3 คนจะมาประชุมหรือไม่ อย่าเพิ่งเรียกทั้ง 3 คน ว่าเป็นงูเห่าตามที่ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยบอกไว้ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเอกสิทธิ์ของ สส. ถ้าเขามาร่วมประชุมคงถามว่า อะไรเป็นอะไร จะได้ซักข้อเท็จจริง ต้องถามให้เรียบร้อยว่าเหตุผลเป็นอย่างไร เช่น ชูกัน กุลวงษา สส.นครพนม อธิบายว่าที่โหวตเพราะต้องการให้กาสิโนออกไปเลย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการระแคะระคายหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า สส. เป็นผู้ทรงเกียรติจะไปไล่เช็กแบบนั้นไม่ได้ ต่อให้เช็กได้ก็ไม่ควรทำ เราเป็นพรรคภูมิใจไทยมี สส.69 คน หากชนะที่จังหวัดศรีสะเกษอีกก็จะมี สส. 70 คน จึงต้องเชื่อมั่นใน สส.ของพรรคภูมิใจไทยว่าจะไม่ทำอะไรที่เป็นการทรยศประชาชน เพราะการเป็นงูเห่าถือเป็นการทรยศประชาชน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสดูด สส.พรรคภูมิใจไทย อนุทิน กล่าวว่าไม่ได้เช็กเลย ไม่นำพาให้เช็ก เชื่อว่าบ้านเราก็มีความน่าอยู่ในรูปแบบของเรา ไม่ได้ยินตัวเลขในการใช้งบดูด สส. “ได้ยินมาเดี๋ยวไปเอง”

 

อนุทิน ยังกล่าวถึงลงพื้นที่หาเสียงการเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 ที่ทางแกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาโจมตีใช้วาทกรรมการเมืองแบบเก่าว่า ยังไม่ได้ฟังว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยคนไหนพูด จึงยังไม่ขอชี้แจง เพราะจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เรื่องนี้ไม่สำคัญที่จะฟัง และไม่ต้องการต้องโต้ตอบ ยืนยันว่า การปราศรัยของตนไม่ได้เป็นเรื่องวาทกรรม แต่สไตล์การปราศรัยของพรรคภูมิใจไทย คือ การพูดกับประชาชนให้เข้าใจสถานการณ์ เข้าใจในพรรคภูมิใจไทย สร้างความมั่นใจให้ผู้สมัคร เราไม่ได้พูดถึงคนอื่น

 

อนุทิน กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ตน และแกนนำของพรรคจะลงพื้นที่ไปช่วย จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส. เขต 5 อำเภอขุนหาญ – อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย อย่างต่อเนื่อง เพราะเหลืออีก 20 วันจะถึงวันเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 10 สิงหาคมนี้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้ประเมินหรือไม่ว่าผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะสะท้อนคะแนนนิยม โดยเฉพาะ 7 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา จากกรณีคลิปเสียงหลุด อนุทิน กล่าวว่า เราลงพื้นที่เพื่อสะท้อนให้ประชาชนทราบว่า เราพร้อมเข้ามาแก้ปัญหา และเข้าใจปัญหาที่พวกเขาประสบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าการเกษตรที่ราคาไม่ดี เช่น ทุเรียน รัฐบาลต้องแก้ไข เชื่อว่าหากมี สส. พรรคภูมิใจไทยเพิ่มเข้ามาอีก 1 คนก็จะนำเรื่องเหล่านี้ไปนำเสนอเพื่อให้เกิดการแก้ไขได้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จากที่ลงพื้นที่ศรีสะเกษมา ชาวบ้านติดใจปมคลิปเสียงหลุดหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้พูดรายละเอียดกับชาวบ้านเรื่องนี้ ตนให้ความสำคัญเรื่องปากท้องชาวบ้าน และเรื่องคลิปเสียงหลุดก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว ไม่ควรไปก้าวล่วง

The post อนุทิน เตรียมถก 3 สส.โหวตสวนมติพรรค เชื่อ สส.ภูมิใจไทยไม่ทรยศประชาชน ชี้ปราศรัยหาเสียงศรีสะเกษ เน้นสะท้อนปัญหามากกว่าวาทกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นพ.พรหมินทร์เผยรัฐบาลเตรียมแถลงผลงาน ชูนโยบายปราบปรามอาชญากรรม-AI รับที่ผ่านมาสื่อสารบกพร่อง https://thestandard.co/thai-government-highlights-crime-suppression/ Mon, 14 Jul 2025 06:19:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1096153 นพ.พรหมินทร์

วันนี้ (14 กรกฎาคม) นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิกา […]

The post นพ.พรหมินทร์เผยรัฐบาลเตรียมแถลงผลงาน ชูนโยบายปราบปรามอาชญากรรม-AI รับที่ผ่านมาสื่อสารบกพร่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นพ.พรหมินทร์

วันนี้ (14 กรกฎาคม) นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับคณะกรรมการติดตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ที่มี ณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รวมถึงผู้แทนหน่วยงานและคณะกรรมการเข้าร่วม ว่า เป็นการประชุมเพื่อรวบรวมผลงานต่างๆ ของรัฐบาลเพื่อเตรียมแถลงผลงานให้ประชาชนทราบ เช่น การปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ การปราบปรามยาเสพติด การจัดการอาชญากรรมต่างๆ หรือการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ส่วนอีกด้านหนึ่งจะมีนำเสนอด้านที่เป็นความหวัง ซึ่งโดยปกติจะอยู่ในช่วงเดือนกันยายนนี้

 

“ที่จริงเราทำงานเยอะ แต่อาจอธิบายได้ไม่เยอะ ยอมรับว่า เป็นความบกพร่องของเรา ที่บางครั้งเราใช้กลไกปกติทางราชการ อันนี้เราต้องสื่อสารอีกแบบหนึ่ง คือ สื่อสารสิ่งที่ประชาชนอยากได้ยิน” นพ.พรหมินทร์กล่าว

 

ทั้งนี้ ในการแถลงผลงานต้องมีการนำ AI มาใช้เพิ่มเติมหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า เรื่อง AI เป็นนโยบายที่สำคัญที่ต้องนำเสนอ ในด้านที่เป็นความหวัง คณะกรรมการ AI ที่จัดตั้งขึ้นโดยมีการระดมผู้เชี่ยวชาญและติดต่อกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้ประโยชน์จาก AI และมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมร่วมมือกันทำงาน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ภาคเอกชนจะมาหารือกับตน 

 

ส่วนรูปแบบการประชาสัมพันธ์ครั้งนี้จะวางรูปแบบอย่างไรให้เข้าถึงประชาชน นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า แนวทางใหญ่ๆ ต้องปรับวิธีสื่อสารในสิ่งที่ประชาชนอยากได้ยิน ซึ่งผลงานที่เรียบร้อยแล้ว คือ ผลงานการจัดการสิ่งที่เป็นทุกข์กับประชาชน แต่การสร้างผลงานต้องใช้เวลา เช่น โครงการ 20 บาท ตลอดสายมีความชัดเจนว่า สามารถดำเนินการได้ แต่กว่าจะเรื่องจะออกมาผ่านกระบวนการกฎหมายต่างๆ หรือ สิ่งที่ทำแล้ว เช่น คุณสู้เราช่วย ที่มีผลงานออกมาแล้วจะมีการขยายผลงานต่อ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะหาวิธีสื่อสารให้ชัดเจน

 

“เราทำแล้ว ทำต่อ ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าประชาชนจะเป็นสุขครับ” นพ.พรหมินทร์กล่าว

 

ส่วนเรื่อง Entertainment Complex ที่รัฐบาลพักเอาไว้ ต้องชี้แจงต่อประชาชนด้วยหรือไม่ เพราะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลด้วย นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า ในเรื่องสื่อสารโครงการ Entertainment Complex รัฐบาลยังดำเนินการต่อและสื่อสารให้ประชาชนรู้ว่า Entertainment Complex ไม่ใช่คาสิโนอย่างที่มีการกล่าวหา แต่เป็นการสร้างรายได้โดยระดมทุนจากต่างประเทศ แล้วมาสร้างรายได้ให้กับประชาชน ก็ยังสื่อสารกับประชาชนต่อไป

 

The post นพ.พรหมินทร์เผยรัฐบาลเตรียมแถลงผลงาน ชูนโยบายปราบปรามอาชญากรรม-AI รับที่ผ่านมาสื่อสารบกพร่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณสวนอนุทิน ยืนยันนักท่องเที่ยวจีนหดไม่เกี่ยวกับ Entertainment Complex ชี้ปัญหาหลักคือความปลอดภัย https://thestandard.co/thaksin-chinese-tourists-safety-issues/ Thu, 10 Jul 2025 02:24:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1095021

วานนี้ (9 กรกฎาคม) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่า […]

The post ทักษิณสวนอนุทิน ยืนยันนักท่องเที่ยวจีนหดไม่เกี่ยวกับ Entertainment Complex ชี้ปัญหาหลักคือความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (9 กรกฎาคม) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ ‘55 ปี NATION: ผ่าทางตันประเทศไทย’ Exclusive Talk กับ 4 ผู้นำทางความคิด ร่วมชี้ทางรอดการเมือง ทางออกประเทศไทย 3 บก. ถาม บก.ที่ 4 ตอบ ถึงกรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความระบุว่า คนจีนไม่มาเที่ยวเมืองไทย เนื่องจากเรามีนโยบายเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ และรัฐบาลจีนเคยเตือนมาก่อน

 

ทักษิณกล่าวว่า ข้อเท็จจริงคือบังเอิญมันตรงกับนโยบายพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่เอา Entertainment Complex ความจริงแล้ว Entertainment Complex ยังไม่เกิดจะเกี่ยวอะไรกับการท่องเที่ยว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะระบบความปลอดภัย ซึ่งตอนนี้ตนกำลังเร่งเต็มที่ให้ทำสมาร์ทซิตี้ ถ้ามีเมื่อไหร่จะรับประกันความปลอดภัยนักท่องเที่ยวให้ดู ว่า มีกล้อง AI ติดทั่วไปหมด

 

ส่วนการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้วจะดีขึ้นหรือไม่ ทักษิณกล่าวว่าควรจะปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องคอลเซ็นเตอร์ เรื่องการหลอกลวง วันนี้เพิ่งรู้ว่าคนจีนที่ทำคอลเซ็นเตอร์อยู่เมืองไทย เข้าออกเมียนมาเป็นประจำ เป็นตัวการใหญ่ มีอพาร์ตเมนต์หลังละพันล้านบาท มี 3 คน 3 พันล้านบาท อยู่ในกรุงเทพ ซึ่งกำลังจะรวบรวมข้อมูล

 

ทักษิณยังกล่าวอีกว่า หากรัฐบาลอยู่ครบเทอม มีนโยบายที่จะขับเคลื่อนแน่ๆ คือ การจัดการหนี้ภาคประชาชน โดยตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อแก้หนี้ภาคประชาชนเป็นการเฉพาะ และเรื่องของซอฟต์พาวเวอร์ต้องทำให้ถึงครัวเรือน ตอนนี้ตนภูมิใจกับการนำเด็กไทยที่ไม่ต้องทำศัลยกรรมมาเดินแบบให้ถึงแบรนด์ระดับโลก และเชื่อว่าการที่แพทองธาร ชินวัตร มาดูซอฟต์พาวเวอร์จะต้องได้ผล เพราะพ่อช่วยอยู่ เป็นการช่วยประเทศ ไม่ใช่ช่วยลูกสาว

 

ส่วนเรื่องเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ที่คนพยายามมองเป็นคาสิโน แต่จริงๆ แล้วมีไม่เกิน 10% ของพื้นที่ และไม่ใช่ว่าใครก็เข้าได้ ตนยังเข้าคาสิโนเมืองไทยไม่ได้ เพราะเป็นนักการเมือง มีการตรวจสอบรายได้ว่ามาจากไหน หากไม่เคยเสียภาษีจะมาเข้าไม่ได้ ส่วนการทำ Entertainment Complex แบบไม่มีคาสิโนจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ขอให้ บริษัท ซิโน-ไทย มาทำตนจะหาที่ให้

 

ทักษิณกล่าวด้วยว่า แม้รัฐบาลจะมีเสียงปริ่มน้ำ แต่อย่าให้ประเทศต้องหยุดรอ ทำอะไรได้ก็ทำไป หากรัฐบาลไปไม่รอดก็เลือกตั้งใหม่มาใหม่ พรรคประชาชนบอกอย่างนี้ดีก็เลือกมาเยอะๆ เราทำเต็มที่แล้ว วันนี้ตนบอกกับลูกว่าเรามีหน้าที่ทำงานให้บ้านเมือง ทำเต็มที่ ทุ่มเทเต็มที่แล้วมันได้แค่ไหนก็แค่นั้น

 

พิธีกรถามว่า ช่วงสุดท้ายนี้อยากจะบอกอะไรกับผู้ชมในฐานะที่เป็น ส.ท.ร. หรือ บก.ที่ 4 ทักษิณกล่าวว่า “ผมไม่เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง แต่ผมเชื่อว่า ผมยังสามารถทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้เยอะ ผมอยู่ ผมรับรู้ทุกเรื่อง และก็จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองที่สุด ผมยึดบ้านเมืองเป็นหลัก เรื่องอื่นเล็กมาก ชีวิตผ่านมาขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องกังวลว่าผมจะไม่ขยันทำเรื่องบ้านเมือง ผมจะดูทุกเรื่อง เรื่องเศรษฐกิจ แต่ว่ามันขับเคลื่อนยาก ปฏิวัติมา 2-3 ครั้ง ทำให้กฎหมายเปลี่ยนมันยากกว่าเดิม แต่ก็ไม่ละความพยายาม”

The post ทักษิณสวนอนุทิน ยืนยันนักท่องเที่ยวจีนหดไม่เกี่ยวกับ Entertainment Complex ชี้ปัญหาหลักคือความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเศรษฐ์ชี้ ฝ่ายรัฐบาลปิดปากคนเห็นต่าง ตัดจบไม่ให้อภิปรายค้านกฎหมายกาสิโน ไม่กลัวแจงประชาชนไม่ได้ เกรงผิดบาปต่อศาสนา https://thestandard.co/jeseth-gov-casino-bill-opponents/ Wed, 09 Jul 2025 10:41:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1094882

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส […]

The post เจเศรษฐ์ชี้ ฝ่ายรัฐบาลปิดปากคนเห็นต่าง ตัดจบไม่ให้อภิปรายค้านกฎหมายกาสิโน ไม่กลัวแจงประชาชนไม่ได้ เกรงผิดบาปต่อศาสนา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวประเด็นการปิดอภิปรายในการพิจารณาพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจรว่า ส่วนตัวมีการพูดคุยกันแล้ว และเป็นกังวลอยู่แล้วว่า การไปลงชื่อแล้วประธานสภาผู้แทนราษฎรเอ่ยชื่อ พวกเรากังวลว่าจะถูกสั่งห้ามพูด หรือถูกใช้ข้อบังคับมากีดกันหรือไม่ หลังจากที่ประธานฯได้เอ่ยชื่อ ก็ปรากฏว่ามีสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยเสนอให้ปิดอภิปราย ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล จึงได้แจ้งในที่ประชุมไปแล้วว่า เนื้อหาที่ตนเองจะอภิปรายนั้นไม่ซ้ำซาก และแตกต่างจากผู้อภิปรายคนอื่น

 

เจเศรษฐ์ กล่าวว่า ตนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุทัยธานี แม้ตนจะเป็นมุสลิม แต่การปฏิบัติของตนก็ไม่เคยแบ่งแยก เรื่องไหนที่สามารถทำได้ก็ทำ การลงพื้นที่ตนเองไม่เคยแบ่งแยกไม่ว่าจะเป็นชนชาติหรือศาสนาใด แต่เมื่อการลงมติเกี่ยวข้องกับกาสิโนอย่างชัดเจน ตนจึงไม่มีความสบายใจ ก็ไม่มีความสบายใจ จึงอยากใช้พื้นที่เพื่ออภิปราย ถามไปยังรัฐมนตรีว่าการถอนร่างกฎหมายดังกล่าว ถอนแล้วถอนเลยหรือถอนแล้วจะกลับมาใหม่ ตนเองจะได้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

 

ทั้งนี้ทางพรรคภูมิใจไทยไม่เคยบีบบังคับเพื่อนสมาชิกที่นับถือต่างศาสนา มีหลายครั้งมาตราของกฎหมายที่มีความไม่สบายใจในการโหวต แต่สิ่งที่ตนเองกังวลตอนที่เป็นองค์ประชุมให้เลื่อน นำมาซึ่งการเข้าสู่พิจารณากฎหมายนี้จะมีความผิดบาปติดตัวไปหรือไม่ ตนไม่ห่วงว่าจะไปตอบคำถามชาวบ้านอย่างไร แต่ห่วงว่าจะไปตอบคำถามกับพระเจ้าได้อย่างไร และสะท้อนเรื่องนี้ไปยังเพื่อนสมาชิกทั้งในพรรคและต่างพรรคให้เล็งเห็นถึงผลให้ชัดเจน ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นเข้าสู่กระบวนการทำให้เกิดกาสิโนหรือไม่ จึงอยากใช้พื้นที่ในการอภิปราย แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะคงทราบดีอยู่แล้วว่ารัฐบาลต้องการปิดปากผู้ที่เห็นต่าง และไม่คำนึงถึงศาสนา ไม่คำนึงถึงจุดยืนหรืออุดมการณ์ของคนที่เห็นต่างเลยแม้แต่น้อย

 

ขณะที่ ซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่องการถอนร่างกฎหมายกาสิโน ตนเห็นด้วยที่จะให้ถอน แต่ไม่ใช่ถอนแล้วนำเข้ามาใหม่ เพราะเหตุผลใด อย่างไร หากวันใดอยากนำเข้ามาก็นำเข้ามา ยืนยันไม่มีชาวบ้านในพื้นที่เอากาสิโน

The post เจเศรษฐ์ชี้ ฝ่ายรัฐบาลปิดปากคนเห็นต่าง ตัดจบไม่ให้อภิปรายค้านกฎหมายกาสิโน ไม่กลัวแจงประชาชนไม่ได้ เกรงผิดบาปต่อศาสนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิใจไทยฝ่ายค้านน้องใหม่ระเบิดแรงแค้น ส่งขุนพลจัดหนักกฎหมายคาสิโน https://thestandard.co/bhumjaithai-reacts-to-casino-bill-withdrawal/ Wed, 09 Jul 2025 10:03:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1094852 ภูมิใจไทย

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี วันม […]

The post ภูมิใจไทยฝ่ายค้านน้องใหม่ระเบิดแรงแค้น ส่งขุนพลจัดหนักกฎหมายคาสิโน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิใจไทย

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เป็นการพิจารณาตามระเบียบวาระคือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .… หรือ Entertainment Complex ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ

 

ทั้งนี้ วันมูหะมัดนอร์แจ้งว่า ครม. ได้มีหนังสือมายังสภาขอถอนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุม ซึ่งตามข้อบังคับที่ 61 กำหนดว่าการถอนร่าง พ.ร.บ. ที่ประธานสั่งบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมแล้ว จะกระทำได้เมื่อได้รับการยินยอมจากที่ประชุม ดังนั้นขอถามสมาชิกว่าเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่

 

 

“ต้องการทราบเหตุผลที่แท้จริง”

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน

ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร 

 

 

ทำให้ ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายว่าตนต้องการทราบเหตุผลที่แท้จริงของการที่ ครม. ขอถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ออกจากการพิจารณาของสภา เพราะเข้าใจดีว่าในวันนี้ รัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภาอยู่แล้ว ไม่ว่าฝ่ายค้านจะลงมติอย่างไร ครม. ก็สามารถถอนร่างออกได้โดยไม่มีอุปสรรค

 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า การถอนร่างในครั้งนี้เกิดจากการที่รัฐบาลเล็งเห็นข้อบกพร่องของร่างกฎหมายดังกล่าว และอาจต้องการนำกลับไปทบทวนอย่างรอบคอบ ตามข้อทักท้วงจากภาคประชาสังคมและภาคส่วนอื่นๆ ไม่ใช่เป็นการถอนเพียงเพราะกังวลว่าเสียงในสภาจะไม่เพียงพอ หรือกลัวว่าจะถูกโหวตคว่ำ

 

“ขอให้ตัวแทนจาก ครม. ชี้แจงเหตุผลของการถอนร่างอย่างชัดเจน เพื่อให้พวกเราในฝ่ายค้านสบายใจว่า รัฐบาลมีความจริงใจในการดำเนินการครั้งนี้จริงๆ และขอให้ตัวแทนจาก ครม. ลุกขึ้นรับรองในที่ประชุมสภาอย่างเป็นทางการว่า หากมีการถอนร่างในวันนี้แล้ว รัฐบาลจะยังไม่เสนอร่างกลับเข้าสู่สภาอีกครั้ง อย่างน้อยจนกว่าจะมีการศึกษาร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างรอบด้านและเพียงพอ”

 

 

2 รัฐมนตรีช่วยจากพรรคเพื่อไทย

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ 

เป็นตัวแทนรัฐบาลชี้แจงในการยื่นถอนร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร 

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

 

‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาล ชี้แจงว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่นำเสนอโดยกระทรวงการคลัง สำหรับเหตุผลในการถอนเรื่องดังกล่าวออกจากที่ประชุม เพราะด้วยสถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก 

 

โดยเฉพาะการปรับองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรี และพรรคร่วมรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ มีรัฐมนตรีใหม่ที่เข้าร่วมกับคณะรัฐมนตรีเกือบครึ่งถึง 14 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่ค่อนข้างมากจึงเป็นเหตุและผลที่เหมาะสม ให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่มีโอกาสทบทวนเพื่อพิจารณาให้รอบคอบอีกครั้ง 

 

จุลพันธ์ยอมรับว่า มีความไม่เข้าใจในเรื่องของตัวกฎหมายเจตนาของรัฐบาลมีความประสงค์ดีที่จะให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและให้เกิดการจ้างงานเกิดการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญปรับเปลี่ยนจุดประสงค์ด้านการท่องเที่ยว เชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ แต่ความเข้าใจในสังคมยังมีความหลากหลายและมีความจำเป็นต้องให้เวลาในการพิจารณาอย่างรอบคอบ กลไกการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายสามารถดำเนินการได้ในหลายขั้นตอน

 

รวมถึงขั้นตอนของสภาเป็นสิทธิอันชอบธรรมของสมาชิกอยู่แล้วหากกฎหมายใดก็ตามเข้ามาสู่การพิจารณาแล้วมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขให้รัดกุมและเหมาะสมขึ้น นี่ไม่ใช่จุดสำคัญที่รัฐบาลบอกว่ากฎหมายมีปัญหาหรือไม่เพราะโดยหลักการและเหตุผลมีความเชื่อมั่นว่ามีประโยชน์ทางสังคม 

 

จุลพันธ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าไทยมีปัญหารุมเร้าหลายประการทั้งปัญหาชายแดน ปัญหาเศรษฐกิจระดับโลก สงครามการค้า รัฐบาลรับทราบและต้องการลดปัจจัยในเรื่องความขัดแย้งในสังคมลง น่าจะช่วยผ่อนปรนสถานการณ์ให้ดีขึ้น จึงนำมาสู่การถอนร่างในวันนี้ซึ่งคาดว่าจะเป็นประโยชน์กว่า 

 

ส่วนจะนำร่างกฎหมายกลับเข้ามาใหม่ได้หรือไม่ วันนี้คงตอบไม่ได้ เพราะอำนาจหน้าที่คณะรัฐมนตรีมอบมาในวันนี้คือการมาถอนกฎหมาย ซึ่งมีจดหมายมายังประธานสภาผู้แทนราษฎรอย่างครบถ้วน ในประเด็นอื่นนอกเหนือจากนี้คงไม่สามารถให้คำตอบใดได้

 

ภูมิใจไทยต่อแถวรุมอภิปรายค้าน

 

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ สส. พรรคภูมิใจไทยจำนวนมากต่างแสดงบทบาทฝ่ายค้านอย่างเต็มรูปแบบ หลังถอนตัวจากรัฐบาลเมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างสะท้อนจุดยืนร่วมกันว่า ต้องการให้รัฐบาลเลิกเดินหน้ากฎหมายฉบับนี้อย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่เพียงแค่ชะลอหรือเลี่ยงแรงต้านเฉพาะหน้าเท่านั้น

 

3 สส. พรรคภูมิใจไทย

จากซ้าย: วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส. สตูล, ไชยชนก ชิดชอบ สส. บุรีรัมย์ และ ภราดร ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

 

เริ่มต้นด้วย ภราดร ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า ตนได้ฟังคำชี้แจงของจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กรณีการถอนร่างกฎหมาย Entertainment Complex แล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า รัฐบาลจะไม่นำร่างนี้กลับเข้าสู่การพิจารณาอีกหรือไม่

 

ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยยืนยันว่าจะผลักดันร่างนี้เข้าสู่วาระโดยเร่งด่วน ข้ามทุกลำดับวาระให้ขึ้นเป็นวาระแรก ทั้งที่พรรคภูมิใจไทยแสดงจุดยืนคัดค้านชัดเจน และประชาชนก็ไม่เห็นด้วย ถึงขั้นออกมาชุมนุมต่อต้าน แต่ในวันนี้รัฐบาลกลับถอนร่าง โดยอ้างเหตุผลไว้ว่า อยากถอนเพราะมีประเด็นอื่นที่สำคัญกว่า เช่น เรื่องชายแดนกัมพูชา

 

เมื่อตนฟังเหตุผลนี้แล้วต้องฟังซ้ำ เพราะไม่เข้าใจว่ากัมพูชาเกี่ยวข้องอะไรกับคาสิโน ทำให้นึกถึงคลิปเสียงขึ้นมา จึงสงสัยว่า หรือจะมีดีลลับระหว่างนายกรัฐมนตรีกับอังเคิล ที่เคยพูดว่า “จะเอาอะไร บอกมา” แล้วสิ่งที่ว่าอยากได้นั้นคืออะไร รวมอยู่ในดีลนั้นด้วยหรือไม่

 

เมื่อวานรัฐมนตรีให้เหตุผลอีกว่า มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่เป็นต้นเรื่องในการผลักดันร่างนี้ แต่จนถึงวันนี้ ทั้ง 3 คนก็ยังอยู่เหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนคือไม่มี 69 เสียงของพรรคภูมิใจไทยอยู่ในรัฐบาลแล้ว เหตุผลที่แท้จริงจึงเป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับประชาชนเลย

 

ภราดรกล่าวว่า ถ้านี่คือนโยบายเรือธง ที่จะสร้างรายได้เป็นแสนล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วทำไมจึงถอน ตนจึงไม่แน่ใจว่ารัฐบาลเพียงชะลอ เพื่อกลับมาเสนอใหม่ในจังหวะที่เหมาะสมหรือไม่ แล้วเวลาเหมาะสมหมายถึงอะไร หมายถึงเมื่อไปดีลกับงูเห่าเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่

 

ทั้งนี้ ขอย้ำอย่าบิดเบือนเจตนารมณ์ของพรรคภูมิใจไทยว่าเห็นด้วยกับคาสิโน เพราะพรรคไม่เคยเห็นด้วย และไม่มีวันเห็นด้วย ที่ร่วมพิจารณาในวันนี้ก็เพื่อจะแสดงจุดยืนว่า การถอนร่างไม่เท่ากับการยกเลิก พรรคต้องการให้ร่างนี้ถูกยกเลิกอย่างชัดเจน ถอนทั้งร่าง ถอนทั้งราก

 

นโยบายคาสิโนยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน โดยรัฐมนตรีเองเคยเดินทางไปเยือนจีน และได้รับคำเตือนจากประธานาธิบดีสีจิ้นผิงถึง 2-3 เรื่อง ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นแนวทางที่สะท้อนท่าทีของรัฐบาลจีน เพราะ กรวีร์ ปริศนานันทกุล น้องชายของตนเองก็เคยเดินทางไปพบประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน และได้รับการยืนยันว่าจะไม่ให้คนจีนลงทุน บริหาร หรือเล่นการพนันในต่างประเทศด้วย

 

ภราดร กล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคภูมิใจไทยจะยินยอมให้ถอนร่างได้ หากรัฐบาลยืนยันต่อสภา และประชาชนอย่างชัดเจนว่า ในสภาชุดนี้จะไม่มีการนำเรื่องคาสิโนหรือ Entertainment Complex กลับมาพิจารณาอีก แต่หากไม่มีคำยืนยันเช่นนั้น ตนจำเป็นต้องขอมติจากสภา เมื่อวันหนึ่งเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ใช้นโยบายนี้หาเสียง ใครต้องการคาสิโนก็ให้เลือกพรรคเพื่อไทย แล้วถ้าได้กลับมารัฐบาลก็เสนอร่างอีก ตนก็จะไม่ว่าอะไร ขอเพียงแสดงจุดยืนให้ชัดเจนเท่านั้น

 

ด้าน สนอง เทพอักษรณรงค์ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่าต้องยอมรับความจริง ว่ากฎหมายฉบับนี้มีผลกระทบต่อประชาชนและประเทศชาติมากมายที่ผ่านมารัฐบาลได้อ้างเหตุผลความจำเป็นต่างๆ นานาผ่านประชามติ ประชาคม และประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยว่า จะเป็นการสร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศ ให้มีเงินมาพัฒนาประเทศมากมาย นั่นคือ ความจำเป็นที่ได้ยินรัฐบาลอ้างมา

 

แต่วันนี้ความจำเป็นต่างๆ ที่อ้างมานั้น หมดความจำเป็นแล้วหรือ ถึงขอถอนร่างกฎหมาย ตนจึงอยากถามรัฐบาลว่า จะพูดความจริงกับประชาชนในเวลากี่โมง มันดีหรือไม่ดีอย่างไร มีผลกระทบอย่างไร ก็บอกให้ประชาชนได้ทราบ 

 

พรรคภูมิใจไทยยินดีสนับสนุน แต่ที่ต้องการให้มีการพิจารณาเพราะตอนนี้ เพราะรัฐบาลทำเหมือนเล่นซ่อนหา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า คาสิโนจะถอนไปหรือไม่ ก็ได้คำตอบว่า ขอถอยไปก่อน เมื่อถามย้ำอีกว่าจะ เอากลับมาอีกหรือไม่ ก็ตอบว่า ขอถอยไปก่อน 

 

“ถ้าเล่นกันแบบนี้เปรียบเหมือนผีหลอก พอถึงวันพระก็โผล่เอาเข้ามาหลอกสภา หลอกประชาชนอีก พวกผมขอให้มีการพิจารณาให้เด็ดขาด หากจำเป็นก็ลงมติ หากไม่จำเป็นก็ถอยออกไปไว้โอกาสหน้า เพราะตนเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะยังเป็นรัฐบาลอีกหลายสมัย”

 

นอกจากนี้ยังเห็นว่ามีพนันออนไลน์ ที่จะเอาขึ้นมาบนดินด้วย ซึ่งถือว่าอันตรายสำหรับประชาชน ตนฝากทิ้งท้ายว่า วันนี้ปัญหาของประเทศไทย ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมีมากพออยู่แล้ว ตนไม่ทราบว่ามีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงจึงอยากทำคาสิโน พรรคภูมิใจไทยไม่ขัดข้อง แต่เพียงขอให้มีการพิจารณาลงมติในวันนี้ จะได้ประกาศไปเลยว่า ผู้แทนราษฎรคนไหนที่สนับสนุนให้มีคาสิโนในประเทศไทย ประชาชนทั้งประเทศจะรับรู้ และจะได้เลือกถูกว่า พรรคนี้ ผู้แทนคนนี้ สนับสนุนคาสิโน

 

ขณะที่ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส. สตูล พรรคภูมิใจไทย อภิปรายต่อว่า วันนี้สิ่งที่รัฐมนตรีหรือคณะรัฐบาลต้องทำคือ การพูดความจริงต่อสมาชิกรัฐสภาและประชาชน ที่ผ่านมา ได้มีการเร่งรัดให้เอากฎหมายฉบับนี้เข้ามาพิจารณาในสภา ทั้งที่มีคำวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนทั้งประเทศ โดยผลสำรวจปรากฏผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายนี้ 60-80% ซึ่งสามารถแทนประชาชนทั้งประเทศได้ แต่ในขณะนั้น รัฐบาลได้บอกว่ามีการพูดคุย และทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว และกล่าวว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ควรเอามาพิจารณาเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ

 

แต่เมื่อบรรจุเข้าระเบียบวาระแล้ว ก็ต้องเอาเข้าไปต่อท้าย ซึ่งทำให้เกิดความไม่ทันใจ ไม่รวดเร็ว จึงต้องขอเลื่อนเป็นระเบียบวาระแรก แม้แต่วันที่เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ในขณะที่เหตุการณ์กำลังโกลาหล รัฐบาลก็ยังสามารถเลื่อน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขึ้นมาพิจารณาเป็นอันดับหนึ่ง จากท้ายแถวขึ้นมาอยู่หัวแถวได้ ตนก็นับถือใจ

 

วรศิษฎ์กล่าวว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่ไม่ได้มีความสำคัญสำหรับพรรคภูมิใจไทย และประชาชน ในวันนี้รัฐบาลบอกว่าจะถอนร่างกฎหมายด้วยสาเหตุหนึ่งว่า ประชาชนทั้งประเทศยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อช่วงที่ต้องการที่จะเอาเข้ามา กลับบอกว่าประชาชนเข้าใจเป็นอย่างดี

 

วรศิษฎ์กล่าวว่า การบริหารประเทศ ไม่ใช่การเล่นขายของ ที่นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ หากคำนึงถึงประชาชนจริงๆ ต้องถอนก่อนหน้านี้มาตั้งนานแล้ว เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีเสียงคัดค้านมาโดยตลอด และต้องยอมรับว่าที่จะถอนในวันนี้ เป็นเพราะเป็นเรื่องของการเมือง เนื่องจากกลัวว่าจะโหวตแพ้ เพราะเสียงในฝั่งรัฐบาลไม่ได้มีเสถียรภาพเหมือนในอดีต

 

“วันนี้รัฐบาลควรที่จะยอมรับความจริงกับประชาชน ถึงสาเหตุที่แท้จริงในการถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ออกไป และที่สำคัญคือ ควรที่จะแสดงความรับผิดชอบ โดยการขอโทษ ว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเสนอเข้าในสภาตั้งแต่แรก และขอโทษต่อประชาชนที่ไม่เคยฟังเสียงในการคัดค้าน และต้องยืนยันว่าจะไม่เดินหน้ากฎหมายเรื่องนี้อีก”

 

วรศิษฎ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนพูดเรื่องนี้ด้วยความปรารถนาดี ถ้าหากรัฐบาลทำและยอมรับในตอนนี้ ประชาชนก็อาจจะยังให้อภัยอยู่

 

 

ไชยชนก ชิดชอบ ลุกขึ้นอภิปรายสรุปของพรรคภูมิใจไทย

อยากให้รัฐบาลฟังเสียงค้านจากพรรคประชาชน

ภาพ: ฐานิส สุดโต 

 

 

ปิดท้ายด้วย ไชยชนก ชิดชอบ สส. จังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวอภิปรายสรุปว่า ตนเองขอใช้เวลาในการอธิบายถึงประชาชนในประเด็นแรกที่กล่าวหาว่า อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำข้อมูลในที่ประชุมลับออกมาเผยแพร่ในพื้นที่สาธารณะนั้น ว่า ไม่ใช่การประชุมลับ เป็นการประชุมเปิด มีเอกสาร และมีรายงานออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย ซึ่งเป็นความคิดเห็นของผู้นำประเทศจีน

 

ส่วนการพาดพิงไปยังพรรคภูมิใจไทยว่า เราเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เวลาเปลี่ยนไป ตำแหน่งเปลี่ยน ความคิดเห็นเปลี่ยน ไชยชนกกล่าวว่า ตนเองอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า พวกเรามีเปลี่ยนตั้งแต่ตอนเป็นรัฐบาล และเหตุผลที่เปลี่ยนเป็นเพราะพรรคเรามีจุดยืน คือ ทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 

 

สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ พ.ร.บ. นี้คือ มีพี่น้องประชาชนแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจน เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีตัวแทนจากทุกศาสนา ส่งจดหมายไปถึงนายกรัฐมนตรี ว่าไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้น สำหรับตนเองอย่างไรก็ตามต้องเปลี่ยน แม้จะมีความคิดเห็นอย่างไรมาก่อนคนอื่น แต่หลายท่านที่เห็นด้วยพอเห็นเช่นนี้ เพราะเราทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราก็ต้องเปลี่ยน คำถามที่ต้องถามคือ ทำไมท่านถึงไม่เปลี่ยน ท่านไม่ฟังเสียงของชาติ และศาสนาหรือไม่

 

ไชยชนก กล่าวอีกว่า ทำไมพวก เราไม่อยากให้ถอน ไม่เห็นด้วยกับการถอน เราเห็นตรงกันว่า ปัจจุบันนี้ประเทศเรากำลังเผชิญกับหลายภัยหลายเรื่อง ทั้งภัยเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยสังคม และยังมีภัยธรรมชาติ เราเห็นตรงกันว่ามีหลายภัยมากๆ พวกเราต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับความเสียหาย 

 

แต่สิ่งที่เห็นชัดแล้ว และพี่น้องประชาชนเข้าใจตรงกันจากการตอบของรัฐมนตรีคือการถอนนั้นไม่ใช่การยุติ การถอนไม่ใช่เลิกที่จะทำเรื่องนี้ ตราบใดที่เรื่องนี้ยังอยู่ในสภา ก่อให้เกิดปัญหาสังคมได้อย่างแน่นอน พี่น้องประชาชนตัดสินใจลงถนนได้อย่างแน่นอน

 

ไชยชนกกล่าวว่า การที่เราไม่ตัดจบเรื่องนี้ในวันนี้ เปรียบเสมือนการที่เราไม่ทำให้ปัญหาสังคมปัญหาประเทศอย่างหนึ่งยุติไป ทำให้เราไม่สามารถไปแก้ไขปัญหาอื่นๆ ด้วยสมาธิของทุกส่วน สำหรับพรรคภูมิใจไทยเราไม่เห็นด้วยในการถอน เพราะเราไม่เชื่อมั่น ไม่มั่นใจในเจตนารมณ์ของท่าน เราอยากให้ท่านรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนที่พูดมาโดยตลอด ดังขึ้นเรื่อยๆ และจะดังขึ้นอีก ดังนั้นพอเถอะ เรื่องนี้เราไม่เห็นด้วยกับการถอน และเรามีเจตนาที่จะยุติเรื่องนี้ในวันนี้

 

 

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย 

ในฐานะ สส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 

เพื่อพิจารณาถอน พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ออกไปก่อน

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

 

จากนั้น เวลา 12.55 น. พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมในขณะนั้น ได้ขอมติที่ประชุมว่า จะยินยอมให้ถอนร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ออกจากระเบียบวาระการประชุมหรือไม่ 

 

ผลปรากฏว่า จากจำนวนสมาชิก 318 เสียง เห็นด้วย 253 เสียง ไม่เห็นด้วย 67 เสียง งดออกเสียง 0 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 0 เสียง เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติยินยอมที่จะถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุม

The post ภูมิใจไทยฝ่ายค้านน้องใหม่ระเบิดแรงแค้น ส่งขุนพลจัดหนักกฎหมายคาสิโน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ขออย่าด่วนสรุป เรียก 3 สส.ภูมิใจไทย โหวตสวนมติเลื่อน Entertainment Complex เป็นงูเห่า รอฟังเหตุผลในที่ประชุมพรรคก่อน https://thestandard.co/chaichanok-entertainment-complex-mp-rebel-vote/ Wed, 09 Jul 2025 09:26:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1094848 ไชยชนก ชิดชอบ แถลงข่าวกรณี 3 สส.ภูมิใจไทยโหวตสวนร่างกฎหมาย Entertainment Complex

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิ […]

The post ไชยชนก ขออย่าด่วนสรุป เรียก 3 สส.ภูมิใจไทย โหวตสวนมติเลื่อน Entertainment Complex เป็นงูเห่า รอฟังเหตุผลในที่ประชุมพรรคก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ชิดชอบ แถลงข่าวกรณี 3 สส.ภูมิใจไทยโหวตสวนร่างกฎหมาย Entertainment Complex

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มี สส.ของพรรค 3 คน ประกอบด้วย ชูกัน กุลวงษา สส.นครพนม, ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์ และอรอุมา บุญศิริ สส.บึงกาฬ ลงมติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex)โดยลงมติเห็นด้วยกับการให้ถอนร่างว่า ถือเป็นเอกสิทธิ์ของสส.อยู่แล้ว ซึ่งหลังจากลงมติร่างดังกล่าวยังไม่ได้มีการพูดคุยกับสส.ทั้ง 3 คน แต่เมื่อมีการประชุมพรรคจะมีการสอบถามถึงเหตุผลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร อาจเป็นเพียงการเห็นด้วยกับกาสิโนก็เป็นไปได้


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมพรรคภูมิใจไทยครั้งล่าสุด มีการพูดคุยกันเรื่องการลงมติร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ ก่อนหรือไม่ ไชยชนก กล่าวว่า มีการพูดคุยกัน แต่ไม่ได้มีการแสดงเจตจำนงหรือความเห็นต่างระหว่างการประชุม

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แบบนี้เรียกว่างูเห่าได้หรือยัง ไชยชนก กล่าวว่า คงยังเรียกแบบนั้นไม่ได้ เพราะสุดท้ายก็เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. คำว่างูเห่า อาจเป็นศัพท์ที่ตนไม่คุ้นชิน และหากย้อนไปในสมัยประชุมที่แล้ว ช่วงที่ตนคัดค้านกาสิโน แบบนั้นตนก็เป็นงูเห่าเหมือนกันหรือ จึงยังไม่ขอใช้คำว่า งูเห่า แต่ต้องสอบถามก่อนว่าการแสดงจุดยืนเป็นไปเพื่อพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่หรือไม่ และขอย้ำว่า ต้องไปพูดคุยกันก่อน ตนไม่อยากตราหน้าเพื่อนสมาชิกทั้ง 3 คน ทั้งที่ยังไม่ได้คุยกัน

 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าฝ่ายรัฐบาลไล่ซื้อเสียงของฝ่ายค้าน เคยได้ยินเรื่องนี้หรือไม่ ไชยชนก กล่าวว่า ตนก็ได้ยินมาเหมือนกัน แต่ตนก็ไม่ได้มองเห็นทุกอย่างเพียงแต่ได้ยินข่าวคราวมาเหมือนกัน ถ้าประเมินจากสิ่งที่เห็นก็ไม่แปลก เพราะเสียงเขาปริ่มน้ำพอสมควร แต่เป็นกลยุทธ์การเล่นการเมืองสมัยเก่าที่จะทำแบบนี้

 

เมื่อ ถามว่า หากเรียกสส.ทั้ง 3 คน มาชี้แจงแล้วไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของพรรคจะดำเนินการอย่างไร ไชยชนก กล่าวว่า ต้องถามหัวหน้าพรรค ซึ่งตนยังไม่ได้พูดคุย และยังไม่มีประสบการณ์ในการรับมือกับเรื่องแบบนี้

The post ไชยชนก ขออย่าด่วนสรุป เรียก 3 สส.ภูมิใจไทย โหวตสวนมติเลื่อน Entertainment Complex เป็นงูเห่า รอฟังเหตุผลในที่ประชุมพรรคก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำตัดจบการอภิปรายฝ่ายค้าน ก่อนโหวตเห็นชอบถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร https://thestandard.co/entertainment-bill-withdrawn/ Wed, 09 Jul 2025 08:42:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1094805

วันนี้ (9 กรกฎาคม) หลังจากการอภิปรายของสมาชิกในญัตติที่ […]

The post รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำตัดจบการอภิปรายฝ่ายค้าน ก่อนโหวตเห็นชอบถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 กรกฎาคม) หลังจากการอภิปรายของสมาชิกในญัตติที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งหนังสือขอถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ออกจากวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดย สส. พรรคร่วมฝ่ายค้าน ทั้งจากพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง

 

ในช่วงหนึ่ง พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่าการเสนอถอนร่างครั้งนี้ ไม่ใช่การถอนบนพื้นฐานของความจริงใจ ที่อ้างว่า ครม. องค์ประกอบเปลี่ยนไป จึงต้องถอนออก ซึ่งฟังแล้วก็งง เพราะกฎหมายอีก 7 ฉบับ ที่ ครม. เสนอเข้ามา จะถอนด้วยหรือไม่

 

ส่วนเหตุผลว่า รัฐบาลต้องการเวลารับฟังความเห็นของประชาชนเพิ่มขึ้น ฟังแล้วก็ยิ่งตลก เพราะที่ผ่านมารัฐมนตรีเคยตอบว่า ฟังความเห็นมาพอแล้ว ซึ่งขอเสนอว่า แม้เสียงไม่พอก็ไม่ต้องชี้นิ้วมาที่ฝ่ายค้าน เพียงรับปากว่า รัฐบาลชุดนี้จะไม่เสนอกฎหมายที่มีปัญหาดังกล่าวกลับมาอีก ฝ่ายค้านพร้อมสนับสนุน

 

“ถ้าท่านยังไม่พร้อมจะให้คำยืนยันกับพวกเราว่า ท่านถอนไปแล้ว ท่านจะไม่นำร่างดังกล่าวที่มีปัญหากลับมาเสนอในสภาฯ ชุดนี้อีก ก็ชัดเจนว่าท่านไม่พร้อมจะพิสูจน์ความจริงใจของท่าน และถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จำเป็นต้องมาพิสูจน์ว่าข้อสันนิษฐานของผม ว่าเสียงของท่านไม่เพียงพอ เป็นความจริงหรือไม่” พริษฐ์กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ได้มี สส. พรรคเพื่อไทย เสนอให้ปิดการอภิปราย เพราะใช้เวลาพอสมควรแล้ว แต่ สส. พรรคภูมิใจไทย ได้คัดค้าน ทำให้ต้องเข้าสู่การลงมติ ซึ่ง พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ได้รอให้สมาชิกทยอยเข้ามาครบองค์ประชุมอยู่ครู่ใหญ่ โดยผลการแสดงตนมีองค์ประชุมทั้งหมด 253 คน ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ 7 คน ก่อนที่ประชุมจะลงมติเห็นชอบให้ปิดการประชุม

 

จากนั้น ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายสรุป โดยระบุว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับการถอน เพราะเราเห็นตรงกันว่าปัจจุบันนี้ประเทศเรากำลังเผชิญกับหลายภัย ทั้งภัยเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยสังคม และยังมีภัยธรรมชาติ ที่เราต้องให้ความสำคัญ แต่สิ่งที่เห็นชัดแล้ว และพี่น้องประชาชนเข้าใจตรงกันจากการตอบของรัฐมนตรี คือการถอนนั้นไม่ใช่การยุติ หรือเลิกทำเรื่องนี้ ตราบใดที่เรื่องนี้ยังอยู่ในสภา จะก่อให้เกิดปัญหาสังคมได้อย่างแน่นอน และก่อให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจลงถนนได้อย่างแน่นอน

 

“พรรคภูมิใจไทยเรื่องนี้เราไม่เห็นด้วยในการถอน เพราะเราไม่เชื่อมั่นในเจตนารมณ์ของท่าน เราอยากให้ท่านรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนที่พูดมาโดยตลอด ดังขึ้นเรื่อย ๆ และจะดังขึ้นอีก ดังนั้น พอเถอะ เรื่องนี้เราไม่เห็นด้วยกับการถอน และเรามีเจตนาที่จะเริ่มยุติเรื่องนี้ในวันนี้” ไชยชนกกล่าว

 

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติในญัตติที่ ครม.ขอถอนร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยจำนวนผู้ลงมติ 318 เสียง เห็นด้วย 253 เสียง ไม่เห็นด้วย 67 เสียง งดออกเสียงและไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี ที่ประชุมจึงมีมติยินยอมให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกจากระเบียบวาระ

 

The post รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำตัดจบการอภิปรายฝ่ายค้าน ก่อนโหวตเห็นชอบถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนไม่ร่วมลงมติถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ชี้ผลโหวตชัดรัฐบาลปริ่มน้ำมีเพียง 250 กว่าเสียง https://thestandard.co/entertainment-complex-bill-vote-opposition-stance/ Wed, 09 Jul 2025 08:27:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1094791 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวหลังการประชุมสภาฯ ถอนร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒ […]

The post พรรคประชาชนไม่ร่วมลงมติถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ชี้ผลโหวตชัดรัฐบาลปริ่มน้ำมีเพียง 250 กว่าเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงข่าวหลังการประชุมสภาฯ ถอนร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ออกจากวาระการประชุมสภาฯ โดยระบุว่า เป็นการพิสูจน์แล้วว่า รัฐบาลกลัวที่กฎหมายฉบับนี้จะถูกโหวตคว่ำในสภาฯ จึงถอนร่างเพื่อรอเสนอเข้ามาอีกในอนาคต

 

ดังนั้น การประชุมสภาฯ เมื่อเช้าเป็นการแสดงออกที่ชัดเจนที่ตัวแทนของ ครม. ให้เหตุผลมาฟังไม่ขึ้น เช่น องค์ประกอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ถ้าใช้เหตุผลนี้ ทำไมกฎหมายอื่นๆ ไม่มีการถอนออกไป และอีกเหตุผลหนึ่งที่เราต้องการความจริงใจ ให้รับปากต่อที่ประชุมว่าถอนแล้วจะไม่เสนอกลับเข้าไปอีก อย่างน้อย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า รัฐบาลพรรคแต่ละพรรคจะมีนโยบายอย่างไร ก็จะสามารถนำเสนอได้ 

 

ณัฐพงษ์ชี้ว่า ผลโหวตที่ออกมาก็เห็นแล้วว่า ฝั่งรัฐบาลมีแค่ 250 กว่าเสียงเท่านั้น หักลบพรรคร่วมรัฐบาลที่ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนแล้วว่ามีพรรคใดบ้างที่ไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร ได้ ทุกคนสามารถคำนวณได้ มีโอกาสสูงมาก ว่ากฎหมายฉบับนี้จะถูกคว่ำ ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้ตั้งแต่แรกว่าเหตุผลที่ รัฐบาลถอนร่าง เพราะกลัวว่ากฎหมายจะถูกโหวตคว่ำในสภามากกว่า ทั้งนี้ ซึ่งตนเองพยายามใช้กลไกในสภาทุกอย่าง ทวงถามเหตุผลที่แท้จริงในการถอนร่าง

 

ส่วนที่เสียงรัฐบาลปริ่มน้ำเกินมา 7 เสียง แต่เสียงของฝ่ายค้านก็หายไปเหมือนกัน ณัฐพงษ์กล่าวว่า เรื่องการโหวตของพรรคฝ่ายค้านเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละพรรค ในส่วนของพรรคประชาชนต้องการยืนยันว่าเห็นด้วยในการถอนร่างอย่างจริงใจ แต่เมื่อรัฐบาลไม่ได้ให้เหตุผลที่ดีเพียงพอ จึงไม่สามารถที่จะลงมติในครั้งนี้ได้ ส่วนพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ จะแสดงออกอย่างไร ก็เป็นเหตุผลของแต่ละพรรค โดยพรรคประชาชนไม่ได้ลงมติด้วย

The post พรรคประชาชนไม่ร่วมลงมติถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ชี้ผลโหวตชัดรัฐบาลปริ่มน้ำมีเพียง 250 กว่าเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินบอกพูดแต่ความจริง กรณี สีจิ้นผิง ไม่เห็นด้วยสถานบันเทิงครบวงจร ย้อนถ้าอยากได้รัฐมนตรีคงไม่ถอนตัว https://thestandard.co/anutin-entertainment-complex/ Wed, 09 Jul 2025 06:26:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1094683 anutin-entertainment-complex

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา อนุทิน ชาญวีรกูล อดีต […]

The post อนุทินบอกพูดแต่ความจริง กรณี สีจิ้นผิง ไม่เห็นด้วยสถานบันเทิงครบวงจร ย้อนถ้าอยากได้รัฐมนตรีคงไม่ถอนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
anutin-entertainment-complex

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา อนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธถึงการโพสต์ข้อความเห็นด้วยกับการถอนร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex พร้อมระบุว่า สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว ยืนยันไม่ได้เป็นการแฉ และไม่ได้เป็นการใส่สีตีไข่ มีแต่เรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง ยืนยันว่าท่าทีของพรรคภูมิใจไทย คือต้องการให้ถอนร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวออกไป ไม่ต้องการให้นำกลับมาเสนอใหม่ 

 

อนุทินยืนยันว่าการที่ตนเองโพสต์ ไม่ได้เปิดเผยในเรื่องของสาระสำคัญ แต่ต้องการที่จะบอกว่า หากรัฐบาลจะถอนนโยบายนี้ ก็ต้องยกเลิกนโยบายไปเลย และพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมที่จะโหวตสนับสนุน เพื่อให้การถอนญัตตินี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก่อนย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร แต่ไม่เห็นด้วยกับคาสิโน 

 

ขณะที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า ที่นักท่องเที่ยวจีนไม่เข้ามาประเทศไทย เพราะไม่เชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเป็นส่วนที่กระทรวงมหาดไทยดูแล อนุทินกล่าวว่า หลาย ๆ เรื่องประกอบกัน และเรื่องความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยไม่ได้ดูแลตำรวจ เพราะตำรวจไม่ได้ขึ้นตรงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยที่ตนเองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้รับการกำชับว่า จะต้องอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องความสะดวก ความปลอดภัย และความเป็นธรรม 

 

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ที่พรรคภูมิใจไทยพร้อมจะโหวตร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เพราะต้องการตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น อนุทินย้อนว่า หากอยากได้ตำแหน่งรัฐมนตรี เราคงไม่ถอนตัว เราอยากทำงานในฐานะรัฐบาล ผู้บริหารราชการแผ่นดิน แต่ข้อตกลงที่ทำกันไว้กลับกลายเป็นผิดข้อตกลง และหากอยากเป็นรัฐมนตรีคงไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว

The post อนุทินบอกพูดแต่ความจริง กรณี สีจิ้นผิง ไม่เห็นด้วยสถานบันเทิงครบวงจร ย้อนถ้าอยากได้รัฐมนตรีคงไม่ถอนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ จับตารัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ต้องมีเหตุผลและจริงใจ พร้อมให้คำมั่นไม่เสนอกลับมาจนกว่าจะศึกษารอบคอบ https://thestandard.co/entertainment-complex-opposition-stance/ Wed, 09 Jul 2025 04:37:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1094612 entertainment-complex-opposition-stance

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรา […]

The post ณัฐพงษ์ จับตารัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ต้องมีเหตุผลและจริงใจ พร้อมให้คำมั่นไม่เสนอกลับมาจนกว่าจะศึกษารอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
entertainment-complex-opposition-stance

วันนี้ (9 กรกฎาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงจุดยืนของพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อการประชุมสภาฯ วันนี้ โดยระบุว่า สำหรับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติถอนออกไปนั้น ใจความสำคัญคือเหตุผลของการถอนร่าง หากอ้างอิงจากมติ ครม. ก็มีการอ้างว่า เป็นเพราะ ครม.มีการเปลี่ยนเยอะ จึงต้องทบทวนกฎหมายใหม่ 

 

ขณะเดียวกัน การให้สัมภาษณ์ของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็ระบุในเชิงว่า การที่รัฐบาลจะเดินหน้ากฎหมายนี้ หรือมีความเชื่อมั่นต่อเมื่อรู้ว่ามีเสียงข้างมาก ดังนั้น เชื่อว่า สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่า คือเหตุผลที่รัฐบาลจะเสนอถอนร่าง ว่าเป็นไปตามเสียงเรียกร้องของประชาชน หรือข้อห่วงใยของพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลเดินหน้ากฎหมายโดยขาดความรอบคอบ 

 

“ถ้าเหตุให้เหตุผลที่ดีเพียงพอในสภา และให้คำมั่นสัญญาเป็นบันทึกในที่ประชุมว่า จะไม่เสนอร่างนี้กลับมาอีก จนกว่าที่จะมีการศึกษาอย่างรอบคอบ ดีเพียงพอ ไม่ได้เป็นการถอน เพื่อรอวันหนึ่ง เมื่อรัฐบาลรวบรวมเสียงข้างมากได้ แล้วจะเสนอกลับเข้ามาอีก ก็เชื่อว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมสนับสนุน กลับกันถ้าเป็นการถอนร่างเพื่อเป็นกลยุทธ์ในสภา เราเองคงต้องพูดคุย หารือกันอีกครั้ง ว่าจะเดินหน้ากันอย่างไร” ณัฐพงษ์กล่าว 

 

ส่วนกรณี อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ผู้นำจีนไม่พอใจนโยบาย Entertainment Complex ณัฐพงษ์กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้อยู่ในที่ประชุมด้วยอยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องที่ผู้นำจีนจะแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยต่อการเดินหน้านโยบายนี้อย่างไร ก็ต้องสอบถามอนุทินเป็นหลัก แต่จากประสบการณ์ พบว่าการที่นักท่องเที่ยวจีนลดลง เพราะขาดความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย

 

ควรรับทั้ง 4 ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สร้างบรรยากาศที่ดี

 

สำหรับความกังวลว่า วันนี้องค์ประชุมสภาฯ อาจล่ม และทำให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทั้ง 4 ฉบับ ยังไม่ได้ถูกพิจารณา ณัฐพงษ์เชื่อว่า ทุกพรรคเองให้ความสำคัญในการเดินหน้า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่เราก็ให้ความสำคัญกับการถอนร่าง Entertainment Complex ด้วย ดังนั้น หากไม่อยากให้การประชุมล่มในวันนี้ ฝั่งรัฐบาลเองก็มีส่วนสำคัญ ที่จะต้องให้คำมั่นสัญญา หากทำได้ ก็เชื่อว่าฝ่ายค้านก็คงไม่ติดขัดอะไร แต่หากรัฐบาลไม่สามารถทำได้ ก็ต้องรอดูว่า ในการประชุมสภาวันนี้ เราจะเดินหน้ากันอย่างไรได้บ้าง 

 

ณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า จุดยืนของพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคเพื่อไทยเอง ที่มีการเสนอมาก่อนหน้านี้ว่า วาระหลายๆ อย่างที่เขาไม่สามารถขับเคลื่อนได้ เพราะมีพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล  ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยมาเป็นฝ่ายค้านแล้ว จึงคิดว่านอกเหนือจากวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่พรรคเพื่อไทยจะสามารถแสดงความจริงใจได้ ก็รอดู ส่วนตัวเชื่อว่ามีโอกาสมากขึ้น 

 

ส่วนกรณีที่วิปรัฐบาลมีมติไม่รับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับของพรรคประชาชน และภาคประชาชน ณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องรอดู มีโอกาสมากขึ้น แต่เรื่องการเสนอกฎหมายที่ถูกเสนอมาจากหลายพรรคการเมือง หลายภาคส่วน ก็ยังมีข้อแตกต่างกันในรายละเอียด แต่ตนยืนยันว่า ไม่ว่าจะมีข้อแตกต่างหรือเห็นต่างกันอย่างไร เรายังมีพื้นที่และโอกาสในการพิจารณาความเห็นต่างกันในชั้นกรรมาธิการวาระที่สองได้ จึงไม่มีเหตุผลใดๆ เลยที่จะปัดตกตั้งแต่ชั้นรับหลักการในวาระที่หนึ่ง เพราะฉะนั้น หากเราอยากจะเดินหน้า เรื่องการนิรโทษกรรม คืนความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคดีทางการเมือง หรือการชุมนุมต่างๆ ก็ควรสร้างโอกาส สร้างบรรยากาศที่ดีในการรับหลักการวาระที่หนึ่งทุกร่างไปก่อน 

 

สำหรับกรณีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ฝ่ายรัฐบาลดูจะไม่เห็นด้วย ในส่วนของภาคประชาชนไม่ปิดกั้นใช่หรือไม่ ณัฐพงษ์กล่าวว่า ร่างของเราไม่ได้ล็อกหรือบังคับให้มีการนิรโทษกรรม ม.112 แต่มีการเปิดช่องให้ไปทำได้ในระดับของชั้นคณะกรรมการ รวมถึงอาจจะสามารถมีการตั้งเงื่อนไขได้ด้วย ว่า หากนิรโทษกรรม ม.112 ไปแล้ว และมีการกระทำผิดซ้ำ โทษเดิมที่ได้รับการนิรโทษกรรมจะถือว่าเป็นโมฆะ และให้ไปรวมกับโทษใหม่ด้วย 

 

ส่วน ม.112 จะกลายเป็นเงื่อนไข ให้พรรคอื่นไม่รับหลักการร่างของพรรคประชาชนหรือไม่ ณัฐพงษ์กล่าวว่า การเปิดช่องของร่างเราให้สามารถทำได้ในชั้นกฎหมายลำดับรองต่างๆ ก็คิดว่า เป็นจุดกึ่งกลางในการหาทางออก สำหรับข้อคิดเห็นที่ยังต่างกันได้อยู่ 

 

ขณะที่ สส.ของพรรคประชาชน อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีแก้ไข ม.112 จะทำให้พรรคประชาชนพูดเรื่องนี้ในสภาฯ ลำบากหรือไม่ ณัฐพงษ์มองว่า ไม่เกี่ยว เพราะพื้นที่การประชุมสภาฯ ควรจะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด ที่จะพูดได้ในประเทศนี้ ที่เราจะหารือประเด็นที่แหลมคม และข้อคิดเห็นที่ยังเห็นต่างกันมากในสังคม

The post ณัฐพงษ์ จับตารัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ต้องมีเหตุผลและจริงใจ พร้อมให้คำมั่นไม่เสนอกลับมาจนกว่าจะศึกษารอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธารเข้าสภาฯ โต้ อนุทินปมสีจิ้นผิงท้วงคาสิโนทำนักท่องเที่ยวจีนหาย 90% ย้อนถามออกไปไม่นาน มท.1 ลืมแล้วหรือ ปัญหาคือเรื่องความปลอดภัย https://thestandard.co/paetongtarn-rebuts-anutin-on-casino-claims/ Wed, 09 Jul 2025 04:04:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1094566 แพทองธาร

วันนี้ (9 กรกฎาคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐ […]

The post แพทองธารเข้าสภาฯ โต้ อนุทินปมสีจิ้นผิงท้วงคาสิโนทำนักท่องเที่ยวจีนหาย 90% ย้อนถามออกไปไม่นาน มท.1 ลืมแล้วหรือ ปัญหาคือเรื่องความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธาร

วันนี้ (9 กรกฎาคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าอาคารรัฐสภา ในเวลา 09.30 น. ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่า สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงท่าทีไม่พอใจต่อนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาล และมีการเตือนถึง 3 ครั้ง ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการของประเทศไทยนั้น

 

แพทองธารกล่าวว่า ระหว่างการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการได้มีการหารือกับสีจิ้นผิง ซึ่งมีคำแนะนำของประเทศตัวเอง ซึ่งเราเองก็รับฟัง และอธิบายว่า Entertainment Complex จะมีคาสิโนประมาณ 10% และเราก็เห็นว่าทาง สิงคโปร์และมาเก๊า ก็ทำแล้วประสบความสำเร็จ โดยมองว่าหากทุกประเทศที่ใกล้กันมี Entertainment Complex เหมือนกันก็จะเป็นคู่แข่งกันอยู่แล้ว แต่การที่เอามาเล่าอีกรูปแบบหนึ่ง ก็มีการใส่สีตีไข่ แต่จริงๆ แล้วเป็นเพียงคำแนะนำของจีน ซึ่งเราก็พร้อมรับฟัง

 

ส่วนที่ อนุทินระบุชัดว่า สีจิ้น ผิง เตือนไทยถึง 3 ครั้งว่าหากเดินหน้านโยบาย จะกระทบกับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายไปกว่า 90% นั้น แพทองธาร ถามกลับว่า เกิดขึ้นแล้วใช่หรือไม่ที่นักท่องเที่ยวหายไป 90% พร้อมระบุต่อว่า “อ้าว ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ออกไปได้ไม่นาน ลืมซะแล้ว เหตุผลที่นักท่องเที่ยวจีนไม่เดินทางมาเที่ยวไทยเป็นเพราะเรื่องความปลอดภัย และเกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทยอย่างไร 

 

แพทองธารกล่าวย้ำว่า เป็นเรื่องความปลอดภัยที่นักท่องเที่ยวจีนไม่เข้ามาไทย ซึ่งความจริงแล้วตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในโลว์ซีซั่นลดลงประมาณ 30% แต่เรามีนักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้ามาเติมมากขึ้น พร้อมยอมรับว่านักท่องเที่ยวจีนลดลงจริงเพราะมีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะเดียวกันก็มีเรื่องปัญหาคอลเซ็นเตอร์การตัดน้ำตัดไฟ ที่เมื่อจะตัดก็ตัดยากต้องสั่งแล้วสั่งอีก ไม่ทราบว่าได้จดเรื่องนี้หรือไม่ แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่อย่างนั้น 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า อนุทิน ระบุว่า หากรัฐบาลไทยไม่ยอมถอยนโยบาย Entertainment Complex จีนจะมีการปรับมาตรการเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในไทย นั้น สีจิ้นผิงได้พูดจริงหรือไม่ แพทองธาร กล่าวว่า สี จิ้นผิงได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนที่เราจะอธิบายว่าไม่ได้สนับสนุนคาสิโน และหากประเทศไหนมีคาสิโนก็จะดูว่านักท่องเที่ยวจีนที่จะเข้าไปประเทศนั้นจะเป็นอย่างไร โดยที่ไม่ได้บอกว่าจะมีการปรับมาตรการ ซึ่งเราได้มีการถามกลับไปว่ามีข้อแนะนำหรือข้อกำหนดอย่างไรหรือไม่ เพราะเราไม่ได้ปิดประตู พร้อมรับฟังคำแนะนำว่ามีนโยบายต่อการท่องเที่ยวอย่างไร ที่จะเป็นประโยชน์กับเรา ซึ่งทำแบบนี้กับทุกประเทศ ว่ามีอะไรที่จะเอื้อเฟื้อกันได้ อะไรที่จะปรับกันได้ขอคุยล่วงหน้าก่อน 

 

เมื่อสีจิ้นผิงพูดเรื่องนี้เราก็อธิบายต่อว่า เราจะทำ Entertainment Complex เหมือนที่มาเก๊าและสิงคโปร์ทำ หากทำสำเร็จก็จะมีการจ้างงานเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นขั้นตอนของการพูดคุยกัน พอเอามาแต่เมื่อนำมาเขียนแบบนี้ใส่สีเข้าไป  ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่และการต่างประเทศก็มีบันทึกอยู่ 

 

ส่วนร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) จะแค่ถอนหรือชะลอออกไปนั้น แพทองธารกล่าวว่า ขอให้เป็นไปตามมติของสภาผู้แทนราษฎร แต่บางเรื่องตนขอไม่ตอบ เพราะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี แต่เรื่องของประเทศจีนเพราะตอนนั้นตนทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพราะเกรงว่าหากพูดอะไรไปจะเป็นการไม่เคารพอำนาจศาล 

 

เมื่อถูกถามว่า มีข้อสังเกตหรือไม่ว่าเหตุใด อนุทิน ชาญวีรกูล จึงออกมาเปิดเผยเรื่องที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง แสดงท่าทีต่อคาสิโน ในวันเดียวกับที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังจะพิจารณาถอนร่างกฎหมาย Entertainment Complex นั้น

 

แพทองธาร ระบุว่า “ขอให้พี่น้องประชาชนตั้งข้อสังเกตได้เลย เพราะเรื่องนี้เคยมีการพูดคุยกันมาก่อนแล้ว โดยพรรคภูมิใจไทยไม่ต้องการให้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวในลักษณะของกฎหมายพิเศษ ที่รวมคาสิโนไว้ด้วย แต่ต้องการให้เป็นเพียงกฎหมายว่าด้วย Entertainment Complex ที่ไม่มีคาสิโน แล้วแบบนี้ใครจะมาลงทุน

 

แพทองธารยังกล่าวว่า หากเดินหน้าออกเป็นกฎหมายพิเศษจริง ก็อาจมีข้อสงสัยหรือปัญหาภายในกระทรวงมหาดไทย เพราะตามหลักการสามารถออก พ.ร.บ. การพนัน แยกต่างหากได้ ซึ่งเรื่องนี้เคยมีการหยิบยกมาหารือแล้วว่า หากใช้วิธีออกกฎหมายพิเศษอาจมีประเด็นขัดแย้งทางกฎหมายหรือไม่ “ตนก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะขัดตรงไหน” 

 

ส่วนเหตุผลที่นายกรัฐมนตรี เข้ามารัฐสภาวันนี้เพื่อมาคุมเสียงรัฐบาลที่ปริ่มน้ำใช่หรือไม่ แพทองธาร ระบุว่า ตนเป็น รัฐมนตรี คุมเสียง สส. ไม่ได้

 

The post แพทองธารเข้าสภาฯ โต้ อนุทินปมสีจิ้นผิงท้วงคาสิโนทำนักท่องเที่ยวจีนหาย 90% ย้อนถามออกไปไม่นาน มท.1 ลืมแล้วหรือ ปัญหาคือเรื่องความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดแนวทาง ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ก่อนสภาเริ่มพิจารณา https://thestandard.co/amnesty-bill-112-debate/ Wed, 09 Jul 2025 01:54:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1094547 amnesty-bill-112-debate

รัฐบาลส่งสัญญาณเตรียมถอนร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบ […]

The post เปิดแนวทาง ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ก่อนสภาเริ่มพิจารณา appeared first on THE STANDARD.

]]>
amnesty-bill-112-debate

รัฐบาลส่งสัญญาณเตรียมถอนร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ที่ค้างไว้จากสมัยประชุมที่แล้ว ออกจากระเบียบวาระ เป็นผลให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทางการเมือง ซึ่งมีบรรจุอยู่ 4 ร่าง อาจได้ขยับขึ้นมาพิจารณาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันพรุ่งนี้ (9 กรกฎาคม)

 

ร่างทั้ง 4 ประกอบด้วยร่างที่เสนอโดยพรรคการเมือง 3 ร่าง และเสนอโดยภาคประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวมชื่อกันไม่น้อยกว่าหมื่นคน โดยมีประเด็นที่เป็นจุดตัดสำคัญของการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร คือจะรวมคดีในความผิดมาตรา 112 ด้วยหรือไม่

 


 

เปิดแนวทาง ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ก่อนสภาเริ่มพิจารณา

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post เปิดแนวทาง ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ก่อนสภาเริ่มพิจารณา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินชี้รัฐบาลต้องเลิกทำกฎหมายคาสิโนถาวร แฉสีจิ้นผิงเคยขอแพทองธารแล้ว แต่ถูกเมิน จนคนจีนหาย 90% ท่องเที่ยวทรุด ธุรกิจพัง https://thestandard.co/anutin-opposes-casino-bill/ Wed, 09 Jul 2025 00:42:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1094503 anutin-opposes-casino-bill-

วันนี้ (9 กรกฎาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไท […]

The post อนุทินชี้รัฐบาลต้องเลิกทำกฎหมายคาสิโนถาวร แฉสีจิ้นผิงเคยขอแพทองธารแล้ว แต่ถูกเมิน จนคนจีนหาย 90% ท่องเที่ยวทรุด ธุรกิจพัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
anutin-opposes-casino-bill-

วันนี้ (9 กรกฎาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในประเด็นการถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจรออกจากการพิจารณาในสภาว่า พรรคภูมิใจไทยยินดีและพร้อมสนับสนุนให้มีการถอนญัตติ การนำเสนอร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร ออกจากวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ หากรัฐบาลยืนยันว่าจะยกเลิกนโยบายนี้และไม่นำกลับเข้าสู่การพิจารณาอีกต่อไป 

 

อนุทิน ระบุต่อว่า นโยบายสถานบันเทิงครบวงจรเป็นสิ่งที่ถูกอ้างว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ให้ความร่วมมือกับพรรคแกนนำรัฐบาลและเป็นหนึ่งในสารตั้งต้นที่มีความคิดจะกดดันให้พรรคภูมิใจไทยต้องออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งที่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคก็แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าไม่พร้อมที่จะให้การสนับสนุนร่างกฎหมายนี้เพียงแต่ไม่พูดออกมาเพราะเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยได้แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้อย่างชัดเจนแล้ว จึงพร้อมใจกันให้พรรคภูมิใจไทยรับบทเป็นผู้ร้ายต่อพรรคแกนนำรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว 

 

จนกระทั่งถึงวันที่มีความพยายามจะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ในสมัยประชุมสภาที่แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลแทบทุกพรรคก็ได้แสดงท่าทีที่ไม่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ และถึงขั้นที่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรว่าไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนต่อสาธารณชน โชคดีที่นายกรัฐมนตรีได้ตัดสินใจชะลอการนำเสนอกฎหมายในวันนั้นและได้ขอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปอีกสมัยประชุมหนึ่ง 

 

ถึงแม้ว่าวันนี้รัฐบาลจะมีการเสนอให้ถอนญัตตินี้ออกไป แต่ก็ถือว่ามันสายไปเสียแล้ว การดำเนินนโยบายนี้มาอย่างต่อเนื่องได้สร้างความเสียหายอย่างยับเยินแก่ภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างรุนแรงที่สุดจนไม่อาจเยียวยาได้อีก

 

รัฐบาลทราบเป็นอย่างดีว่าจีนมีท่าทีไม่เห็นด้วยที่ทางการไทยจะผ่านกฎหมายให้มีการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรพร้อมกับอนุญาตให้มีการเล่นการพนันได้ และได้มีการพูดตอกย้ำถึงสามครั้งในที่ประชุมระดับผู้นำของทั้งสองประเทศว่า ขอให้ยกเลิกนโยบายนี้เสีย มิฉะนั้นรัฐบาลจีนมีความจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการต่างๆที่จะทำให้คนจีนและกิจการต่างๆของจีนปรับท่าทีต่อการท่องเที่ยวรวมไปถึงท่าทีต่อการค้าและการลงทุนกับไทยให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 

 

นี่คือการหารือในระดับผู้นำประเทศทั้งสองคือ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนและนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งได้ร่วมประชุมอยู่ด้วยและได้จดบันทึกการประชุมในประเด็นนี้อย่างละเอียดในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ซึ่งจะต้องมีความเกี่ยวข้องเป็นอันมากต่อการดำเนินนโยบายนี้ แต่ท่าทีของรัฐบาลไทยออกไปในทางเมินเฉยและไม่ให้ความสำคัญต่อคำเตือนจากผู้นำของจีนในวันนั้น และยังดำเนินการผลักดันเร่งรัดให้ร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร (คาสิโน) ได้รับการบรรจุอยู่ในวาระแรกของสมัยประชุมสภานี้ 

 

อนุทินระบุต่อว่า ผลพวงอันเลวร้ายที่ได้เกิดขึ้นมาจนถึงบัดนี้ก็คือ การหายไปของนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนกว่าร้อยละ 90 ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ประชาชนที่อยู่ในภาคธุรกิจบริการ กิจการโรงแรม ที่พัก การขายสินค้าไทย ของที่ระลึก อาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าปลีก แผงขายของ ทั้งหมดได้รับผลกระทบอย่างมหาศาลที่พวกเขาไม่เคยประสบมาก่อน 

 

“นี่เพียงแค่อยู่ในขั้นตอนการบรรจุญัตติเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายเท่านั้นนะ เขายังส่งสัญญาณเตือนมาขนาดนี้  คงไม่ต้องนึกถึงความหายนะที่จะเกิดขึ้นหากกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาและมีผลบังคับใช้ ซึ่งหากการถอนญัตตินี้ รัฐบาลไม่แสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าจะไม่นำกลับเข้ามาอีกแล้ว ความสูญเสียและความเสียหายของภาคธุรกิจท่องเที่ยวและภาคส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องก็จะยังคงดำรงอยู่ต่อไปโดยไม่มีใครทราบว่าจะฟื้นสภาพขึ้นมาได้อีกเมื่อใด”

 

“ผู้คนที่อยู่ในภาคส่วนนี้ก็คงจะต้องประสบสภาวะสิ้นเนื้อประดาตัว เป็นหนี้สินล้นพ้นตัวอย่างสาหัสที่สุดเป็นแน่แท้ คนจีนที่ยังคงอยู่ในเมืองไทยก็คงจะเป็นพวกจีนเทาเสียเป็นส่วนใหญ่ คนเหล่านี้ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่จะทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเรา”

 

“ช่วงนี้รัฐบาลดำเนินการผิดพลาดหลายเรื่องซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจที่ประมาณค่าความเสียหายไม่ได้ ทั้งเรื่องความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน การเปลี่ยนนโยบายแจกเงินประชาชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และล่าสุดการยืนยันของประธานาธิบดีสหรัฐในเรื่องภาษี”

 

ดังนั้นวันนี้ขอรัฐบาลอย่าทำผิดพลาดอีกเลย อย่านึกถึงกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่มแล้วแลกด้วยความเสียหายย่อยยับของพี่น้องประชาชนที่เขาเคยได้รับรายได้เลี้ยงชีพจากนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมหาศาลก่อนที่จะมีคำว่าสถานบันเทิงครบวงจรซึ่งแฝงด้วยบ่อนการพนันหรือคาสิโนมาทำลายชีวิตและธุรกิจของพวกเขาโดยสิ้นเชิง รัฐบาลมีหน้าที่สร้างความมั่นคง สร้างรายได้ให้กับประชาชนของประเทศ  ไม่ใช่ให้กับกลุ่มทุนซึ่งมีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของเรา รัฐบาลต้องไม่ผลักดันนโยบายที่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศและต่อคู่ค้าที่มีสถานะเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอีกด้วย 

 

เราควรต้องให้ความสำคัญต่อความเห็นและท่าทีของประเทศที่มีทัศนคติที่ดีต่อเราและยังมีการสานต่อสายสัมพันธ์อันดี จนมีคำกล่าวว่า “จีนและไทยมิใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องกัน”  หากการยกเลิกนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรจะมีส่วนทำให้นักท่องเที่ยวและการค้าการลงทุนจากจีนพลิกฟื้นกลับขึ้นมาแล้วส่งผลให้ประชาชนของเราได้สร้างรายได้อย่างที่เคยเป็นมา รัฐบาลก็ต้องนึกถึงโอกาสของพวกเขาเป็นลำดับแรก

 

อนุทินระบุอีกว่า “แม้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะอยู่ในซีกฝ่ายค้านในวันนี้ แต่ผมในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่ยืนยันเสมอว่า พรรคพร้อมที่จะให้การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล หากนโยบายนั้นเป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน วันนี้ขอให้พรรคภูมิใจไทยได้สนับสนุนการถอนญัตติกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรหรือ Entertainment Complex และได้ยินการประกาศยกเลิกนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาลชุดนี้ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยเถิดครับ พรรคภูมิใจไทยพร้อมยกมือเห็นด้วย และเชื่อว่าสิ่งที่เป็นมงคลก็จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลและประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราในที่สุด”

 

 

The post อนุทินชี้รัฐบาลต้องเลิกทำกฎหมายคาสิโนถาวร แฉสีจิ้นผิงเคยขอแพทองธารแล้ว แต่ถูกเมิน จนคนจีนหาย 90% ท่องเที่ยวทรุด ธุรกิจพัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ ชี้ ครม.เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ ปัดถอนร่างกาสิโนกลัวถูกคว่ำ ย้ำเสียงรัฐบาลเกินครึ่ง ตอบไม่ได้เข้าอีกครั้งตอนไหน https://thestandard.co/julpan-on-ent-complex-bill-withdrawal/ Tue, 08 Jul 2025 06:44:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1094223

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ […]

The post จุลพันธ์ ชี้ ครม.เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ ปัดถอนร่างกาสิโนกลัวถูกคว่ำ ย้ำเสียงรัฐบาลเกินครึ่ง ตอบไม่ได้เข้าอีกครั้งตอนไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังจาหคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ถอนร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจรออกไปก่อน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยระบุว่า รัฐบาลไม่ได้ตั้งใจถอนร่างดังกล่าว จุลพันธ์ยืนยันว่า ไม่ได้ห่วงเรื่องเสียงในสภา ในวันนี้ได้มีการย้ำในที่ประชุมว่า ครม. ก็ต้องไปทำงานที่สภา เพราะเสียงไม่ได้เยอะเหมือนแต่ก่อน แต่การเป็นรัฐบาลนั้นก็ต้องมั่นใจ ว่ามีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการถอนหรือเลื่อน ล้วนต้องใช้เสียงข้างมากทั้งสิ้น

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการกล่าวอ้างว่ามีบางพรรคร่วมรัฐบาลไม่เห็นด้วย จึงจำเป็นต้องถอนไปก่อน จุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่มีพรรคใดระบุว่าไม่เห็นด้วย แต่สาเหตุที่ถอนเพราะต้องการให้มีการพิจารณาอีกครั้ง เพราะ ครม.เปลี่ยนตัวจำนวนมาก

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ไม่ใช่การยกเลิกใช่หรือไม่ จุลพันธ์ย้ำว่า ถอนครับ เราต้องใช้คำที่อยู่ในกฎหมาย

 

จุลพันธ์กล่าวต่อว่า เราต้องยอมรับความจริง องค์ประกอบของรัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นเหตุผลที่เหมาะสมที่จะดึงกลับมาให้ทุกคนได้พิจารณาอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็มีจังหวะเวลาในการทำความเข้าใจกับสังคมให้มากขึ้น เพราะเวลานี้อาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เวลาที่จะเหมาะสมเมื่อไรนั้น จุลพันธ์กล่าวว่า ตนเองก็ยังตอบไม่ได้ แต่สถานการณ์การเมืองในเวลานี้ ก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่เห็นว่าควรชะลอ และรอเวลาที่เหมาะสมก่อน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถาม พรรคภูมิใจไทยระบุว่า รัฐบาลกลัวเสียงในสภา เนื่องจากมีพรรคร่วมบางพรรคอาจจะไม่โหวตให้ จุลพันธ์กล่าวว่า ตนเองยังไม่ได้ยินว่าจะมีพรรครัฐบาลพรรคใดไม่โหวตให้ ขณะนี้ยังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ ดังนั้นความเชื่อมั่นในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นเรายังมีความเชื่อมั่น ส่วนจำนวนเสียงในสภา เราต้องมั่นใจว่าเกินกึ่งหนึ่ง ดังนั้นประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นที่เราห่วงใย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดการถอนร่างกฎหมายนี้ ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่สามารถถอนในรัฐสภาใช่หรือไม่ ขั้นตอนตามกฎหมายเป็นอย่างไร จุลพันธ์กล่าวว่า การถอนครั้งนี้กระบวนการเป็นไปตามกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวนี้เสนอผ่านคณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นบุคคลที่เสนอเรื่องเข้ามา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่จะเป็นกลไกตามปกติ หลังจากนี้ก็คาดว่าจะมีร่างกฎหมายเข้ามาอีกจำนวนมาก ที่เสนอโดยรัฐมนตรีที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่แล้ว จึงถือว่าเป็นเหตุเป็นผลที่เหมาะสม เนื่องจากมีบางกระทรวงกำลังพิจารณาว่าบางฉบับอาจจะต้องให้รัฐมนตรีใหม่มาพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถาม ว่าหากจะนำร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจรเข้าสู่ที่ประชุมสภา ต้องผ่านคณะรัฐมนตรีหรือไม่ จุลพันธ์กล่าวว่า ถูกต้อง ต้องเริ่มต้นใหม่ เข้าสู่กระบวนการของคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายดังกล่าวนี้เป็นนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย แล้วเมื่อไรจะได้ทำ จุลพันธ์กล่าวว่า เราอยู่กับความเป็นจริง นาทีนี้อาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เรายอมรับและต้องยอมถอยหนึ่งก้าว เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ รัฐบาลก็จะมองถึงจังหวะเวลาที่มีความพร้อมและเหมาะสมต่อไป ไม่ได้เป็นประเด็นคอขาดบาดตาย แต่ส่วนตัวรู้สึกเสียดายความล่าช้า จะเป็นการสูญเสียโอกาสของประเทศ ตนเองมีความเชื่อมั่นว่า Entertainment Complex จะเป็นนโยบายที่เกิดการขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศได้อย่างรูปธรรม มองว่าก็น่าเสียดาย ช้าแค่ไหนก็คือความสูญเสียของประเทศ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา มั่นใจหรือไม่ว่าจะผ่านได้ จุลพันธ์กล่าวว่า เราเป็นรัฐบาลเราก็ต้องมั่นใจว่าเสียงเกินครึ่ง

The post จุลพันธ์ ชี้ ครม.เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ ปัดถอนร่างกาสิโนกลัวถูกคว่ำ ย้ำเสียงรัฐบาลเกินครึ่ง ตอบไม่ได้เข้าอีกครั้งตอนไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม.เห็นชอบ ถอนร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ตามที่คลังเสนอ หลังมีการปรับครม.ใหม่-ต้องให้เวลาสังคมทำความเข้าใจ https://thestandard.co/cabinet-withdraws-ent-complex-bill/ Tue, 08 Jul 2025 05:57:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1094179

วันนี้ (8 กรกฎาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post ครม.เห็นชอบ ถอนร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ตามที่คลังเสนอ หลังมีการปรับครม.ใหม่-ต้องให้เวลาสังคมทำความเข้าใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 กรกฎาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่ กระทรวงการคลังเสนอให้พิจารณา อนุมัติให้ถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ….. ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

 

จิรายุกล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่า กระทรวงการคลังได้เสนอขอถอนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและมีการแต่งตั้งรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ประกอบกับร่าง พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาคสังคม จึงเห็นสมควรถอนร่าง พ.ร.บ.ในเรื่องนี้ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และเสนอครม.เพื่อทราบ และหากไม่มีข้อทักท้วงหรือไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นให้ถือเป็นมติครม.

The post ครม.เห็นชอบ ถอนร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ตามที่คลังเสนอ หลังมีการปรับครม.ใหม่-ต้องให้เวลาสังคมทำความเข้าใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>