E-book Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/e-book/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 02 Oct 2025 07:50:32 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 คนไทย อ่าน e-book เพิ่มขึ้น แต่ซื้อหนังสือเล่มน้อยลง กดดันร้านหนังสือปิดตัว! https://thestandard.co/thai-ebook-increase-bookstore-crisis/ Thu, 02 Oct 2025 07:50:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1125633 e-book คนไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยผลสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทยในป […]

The post คนไทย อ่าน e-book เพิ่มขึ้น แต่ซื้อหนังสือเล่มน้อยลง กดดันร้านหนังสือปิดตัว! appeared first on THE STANDARD.

]]>
e-book คนไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยผลสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทยในปี 2024 พบว่า ผู้คนใช้เวลาในการอ่านมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการอ่านหนังสือผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งกลายเป็นช่องทางหลักที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

 

ผลสำรวจระบุว่า เวลาที่คนไทยใช้ในการอ่านออนไลน์มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าการอ่านหนังสือเล่มถึง 100.7 นาที ซึ่งเนื้อหาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ นิยายออนไลน์และ e-book

 

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนคือ สัดส่วนของผู้ที่อ่านหนังสือเล่มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เคยมีถึง 98% ในปี 2019 ลดลงมาเหลือเพียง 81% ในปี 2024 ในทางกลับกัน การอ่าน e-book กลับเติบโตขึ้นอย่างน่าสนใจ โดยสัดส่วนของผู้ที่อ่าน e-book เพิ่มขึ้นจาก 22% เป็น 33% ในช่วงเวลาเดียวกัน

 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ e-book ได้รับความนิยมมากขึ้น คือ ราคาที่ถูกกว่าหนังสือเล่มถึง 27% ทำให้ e-book เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและเข้าถึงง่ายสำหรับผู้อ่านในยุคปัจจุบัน ในขณะที่ราคาหนังสือเล่มยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามต้นทุนการผลิตในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นกว่า 40%

 

จากนั้นส่งผลให้ราคาขายหนังสือเฉลี่ยขยับจาก 230 บาทต่อเล่มในปี 2020 เพิ่มราว 290 บาทในปัจจุบัน หรือเพิ่มเฉลี่ยปีละ 4.7% แน่นอนว่าประเด็นด้านราคามีผลทำให้ผู้บริโภคบางส่วนลดการซื้อหนังสือเล่มและหันไปอ่าน e-book มากขึ้น

 

แนวโน้มดังกล่าวสร้างความกดดันให้ธุรกิจร้านหนังสือ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีร้านหนังสือลดลงราว 12% ส่วนร้านเดิมที่ยังอยู่ คาดว่ารายได้หดตัวลง ซึ่งคาดว่าในปี 2025 รายได้ร้านหนังสือจะลดลงเพียง 4.5% จากที่เคยหดตัวเฉลี่ยสูงถึง 14% ต่อปีก่อนช่วงโควิด

 

เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ผู้ประกอบการร้านหนังสือได้ปรับกลยุทธ์หลายด้าน เริ่มตั้งแต่ขยายช่องทางและสินค้า เน้นการขายออนไลน์ ส่งตรงถึงบ้าน และพัฒนา e-book ควบคู่กับการนำหนังสือประเภทเฉพาะ เช่น มังงะ มาวางจำหน่ายเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่

 

พร้อมกับปรับเลือกหนังสือให้ตรงกับความสนใจของผู้อ่านในแต่ละสาขา เช่น ร้านย่านมหาวิทยาลัยเน้นหนังสือวิชาการ พร้อมกับสร้างรายได้เสริม ด้วยการเปิดร้านคาเฟ่ ขายสินค้าไลฟ์สไตล์ และสร้างประสบการณ์ร่วมกับนักอ่าน ผ่านการจัดกิจกรรมพบปะนักเขียนมากขึ้น

 

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ธุรกิจร้านหนังสือจะฝ่าฟันความท้าทายไปได้ เพราะปัจจุบันพฤติกรรมผู้อ่านรุ่นใหม่จะนิยมคอนเทนต์สั้น กระชับ และเข้าถึงฟรี เช่น TikTok หรือ Podcast เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่กดดันกำลังซื้อ และความสนใจของผู้อ่านยังแตกย่อยเป็นกลุ่มเฉพาะมากขึ้น เช่น นิยายวาย นิยายจีนแฟนตาซี และหนังสือแนวสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้ร้านหนังสือทั่วไปดึงดูดลูกค้าได้ยากขึ้น

 

The post คนไทย อ่าน e-book เพิ่มขึ้น แต่ซื้อหนังสือเล่มน้อยลง กดดันร้านหนังสือปิดตัว! appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักอ่านไทยแห่ซื้อ e-Book โตแรงแซงทั่วโลก! จน ‘ปิ่นโต อีบุ๊ก’ สร้างยอดขายพุ่ง 100% เมื่อเทียบกับปีแรก https://thestandard.co/e-book-pinto-book-100-percent/ Fri, 06 Sep 2024 07:18:17 +0000 https://thestandard.co/?p=980345

กระแส e-Book กำลังพุ่งทะยาน ไม่ใช่แค่ทั่วโลกที่เติบโตแบ […]

The post นักอ่านไทยแห่ซื้อ e-Book โตแรงแซงทั่วโลก! จน ‘ปิ่นโต อีบุ๊ก’ สร้างยอดขายพุ่ง 100% เมื่อเทียบกับปีแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระแส e-Book กำลังพุ่งทะยาน ไม่ใช่แค่ทั่วโลกที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 7.63 แสนล้านบาทในปี 2561 สู่ 1.07 ล้านล้านบาทในปี 2565 แต่ในไทยเองก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน ตลาด e-Book ไทยพุ่งทะยานจาก 2,960 ล้านบาทในปี 2560 สู่ 5,705 ล้านบาทในปี 2565 เติบโตเฉลี่ยถึง 14% ต่อปี!

 

และที่น่าทึ่งกว่านั้นคือข้อมูลจากสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย พบว่า นักอ่านไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการอ่านจากหนังสือกระดาษมาสู่ ‘e-Book’ รวดเร็วที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วนสูงถึง 42% ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของนักอ่านทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสมหาศาลที่รออยู่

 

เพื่อคว้าโอกาสทองนี้ ทำให้ Storylog ที่แม้ก่อนหน้านี้จะมีแพลตฟอร์ม e-Book อย่าง Ookbee ซึ่งอยู่ในเครือเดียวกันอยู่แล้ว แต่เนื่องจากพฤติกรรมผู้ใช้งานเปลี่ยนไป รวมทั้งเทคโนโลยีที่ใช้ก็เริ่มมีความล้าสมัย จึงเปิดตัว ‘ปิ่นโต อีบุ๊ก’ แพลตฟอร์มใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักอ่านยุคดิจิทัลโดยเฉพาะ

 

“เราเลือกชื่อปิ่นโต อีบุ๊ก เพราะสื่อถึงความเป็นไทย อบอุ่น และสะท้อนความหลากหลายของเนื้อหา” กวิตา พุกสาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตอรี่ล็อก จำกัด ระบุ

 

Storylog เน้นย้ำถึงเป้าหมายในการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ให้นักเขียนและสำนักพิมพ์มีรายได้มั่นคงและพึ่งพาตนเองได้ ปิ่นโต อีบุ๊กจึงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่เชื่อมโยงแพลตฟอร์มนิยายรายตอนอย่าง Fictionlog และธัญวลัย เข้ากับโลกของ e-Book เปิดโอกาสให้นักเขียนขยายฐานผู้อ่านและสร้างรายได้มากขึ้น

 

การส่งต่อ Ookbee มาสู่ปิ่นโต อีบุ๊ก ก็เป็นอีกก้าวสำคัญ ซึ่งณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ซีอีโอ Ookbee Group มองว่าการรวมแพลตฟอร์มการอ่านทั้งหมดไว้ที่ Storylog จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร และมั่นใจว่าปิ่นโต อีบุ๊กจะเป็นบ้านหลังใหม่ที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ Ookbee เดิม

 

ความสำเร็จของปิ่นโต อีบุ๊กเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของตลาดนี้ ด้วยพาร์ตเนอร์กว่า 10,000 ราย และคลัง e-Book นับแสนเล่ม ยอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 40 เท่า และยอดขายเติบโตกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีแรกที่เปิดตัว

 

ปัจจุบัน 5 อันดับแรก หมวดหนังสือขายดีในปิ่นโต อีบุ๊ก ได้แก่ 1. นิยายวาย 2. นิยายรักโรแมนติก 3. การ์ตูนแอ็กชัน ผจญภัย 4. การ์ตูนรักโรแมนติก และ 5. จิตวิทยาและการพัฒนาตนเอง 

 

โดยพบว่านิยายรักจีนโบราณและนิยายวายย้อนยุค เป็นหมวดที่สร้างยอดขายมากที่สุด แสดงให้เห็นถึงกระแสความนิยมของเนื้อหาย้อนยุค โดยส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตนิยายออนไลน์รายใหญ่ของโลก

 

ส่วนหมวดการ์ตูนก็เติบโตอย่างรวดเร็วจนน่าจับตา โดยมียอดขายถึง 15% ของยอดขายทั้งหมดในปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับหนังสือแนวจิตวิทยาและการพัฒนาตนเอง และหนังสือธุรกิจและการลงทุน ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 18% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

The post นักอ่านไทยแห่ซื้อ e-Book โตแรงแซงทั่วโลก! จน ‘ปิ่นโต อีบุ๊ก’ สร้างยอดขายพุ่ง 100% เมื่อเทียบกับปีแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทยอ่านหนังสือมากกว่า 8 บรรทัดต่อปีแล้ว! ผลสำรวจชี้ คนไทยอ่านเฉลี่ย 2 ชั่วโมงต่อวัน พบผู้สูงอายุชอบอ่าน e-Book ส่วนวัยรุ่นหันมาอ่านหนังสือเล่ม https://thestandard.co/thai-people-read-on-average-2-hours-per-day/ Tue, 09 Apr 2024 04:52:05 +0000 https://thestandard.co/?p=920937

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBA […]

The post คนไทยอ่านหนังสือมากกว่า 8 บรรทัดต่อปีแล้ว! ผลสำรวจชี้ คนไทยอ่านเฉลี่ย 2 ชั่วโมงต่อวัน พบผู้สูงอายุชอบอ่าน e-Book ส่วนวัยรุ่นหันมาอ่านหนังสือเล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยถึงความสำเร็จของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 22 ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 12 วัน โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และมีเม็ดเงินสะพัดในงานมากกว่า 400 ล้านบาท เติบโต 10% แม้ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมในการอ่านหนังสือที่เพิ่มสูงขึ้นในหมู่คนไทย

 

หนังสือที่ได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็นหนังสือนวนิยายและวรรณกรรม สัดส่วน 38% โดยหนังสือวายทุกประเภทเนื้อหาได้รับความนิยมสูงสุด 21% รองลงมาคือ หนังสือการ์ตูนและไลต์โนเวล 21% หนังสือประเภทเสริมทักษะ (How to) 18% หนังสือเด็กและคู่มือการเรียน 13% และหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ 10%

 

สุวิช รุ่งวัฒนไพบูลย์ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ กล่าวว่า ความสำเร็จของงานครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือของสำนักพิมพ์ 322 แห่ง กว่า 900 บูธ ที่นำหนังสือมากกว่า 1 ล้านเล่มมาจำหน่าย โดยมีหนังสือใหม่กว่า 3,000 ปก และได้รับความสนใจจากผู้ซื้อทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

 

“ความสำเร็จของงานจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันมูลค่าตลาดหนังสือไทยในปีนี้ให้แตะระดับ 17,000 ล้านบาท และแสดงให้เห็นว่า คนไทยอ่านหนังสือมากกว่า 8 บรรทัดต่อปีแล้ว”

 

การเติบโตของตลาดหนังสือไทยยังมีแนวโน้มที่ดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจในโครงการวิจัยพฤติกรรมการอ่านและการซื้อหนังสือของคนไทย ในปี 2567 ซึ่งสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ร่วมกับคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทุกเพศวัยจำนวน 2,550 คนทั่วประเทศ อายุตั้งแต่ 12-50 ปี ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2567

 

ผลสำรวจพบว่า คนไทยมีพฤติกรรมการอ่านรวมทุกกลุ่มอายุเฉลี่ย 113 นาที หรือเกือบ 2 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งผิดไปจากที่เคยเข้าใจกันมาว่า คนไทยอ่านหนังสือเพียงแค่ 8 บรรทัดต่อปี

 

โดยสัดส่วน 45% เป็นการอ่านทุกวัน โดยกลุ่มอายุ 12-19 ปี อ่านตำราเรียนและคู่มือเตรียมสอบในสัดส่วนที่สูงถึง 72% ส่วนอายุ 20-29 ปี, 30-39 ปี และ 40-49 ปี อ่านหนังสือพัฒนาตัวเองสูงที่สุดในสัดส่วน 52%, 57% และ 51% ตามลำดับ ส่วนกลุ่ม 50 ปีขึ้นไป 58% อ่านหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ

 

ที่น่าสนใจคือ ผู้สูงอายุกลับนิยมอ่านหนังสือในรูปแบบ e-Book มากกว่าเยาวชน เนื่องจากปรับขนาดตัวหนังสือได้ ในขณะที่วัยรุ่นหันมาอ่านหนังสือรูปเล่มมากขึ้น เพื่อลดการใช้หน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

 

ความสำเร็จอย่างท่วมท้นของงานสัปดาห์หนังสือฯ และข้อมูลจากงานวิจัย ทำให้สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ มีแผนที่จะขยายพื้นที่งานสัปดาห์หนังสือฯ ให้ใหญ่ขึ้นในอนาคต เพื่อตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น

 

การที่สำนักพิมพ์ต่างๆ งัดกลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อผ่านโปรโมชันลด แลก แจก แถม และของพรีเมียมสุดพิเศษ จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ตลาดหนังสือไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แสดงให้เห็นว่า หนังสือยังคงเป็นสินค้าที่มีมูลค่าและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค แม้จะมีทางเลือกในการอ่านผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลหลากหลายขึ้น แต่หนังสือรูปเล่มก็ยังมีพื้นที่ทางการตลาดที่มั่นคง

 

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า ธุรกิจหนังสือของไทยมีอนาคตที่สดใส โดยมีปัจจัยด้านบวกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวของพฤติกรรมการอ่าน ประสิทธิผลของกลยุทธ์การตลาด และการปรับตัวของผู้ประกอบการ ซึ่งสามารถดึงดูดผู้บริโภคทั้งกลุ่มที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือรูปแบบดั้งเดิม และกลุ่มที่คุ้นชินกับการอ่านในแพลตฟอร์มดิจิทัล ส่งผลให้ตลาดหนังสือมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของหนังสือรูปเล่มและ e-Book

The post คนไทยอ่านหนังสือมากกว่า 8 บรรทัดต่อปีแล้ว! ผลสำรวจชี้ คนไทยอ่านเฉลี่ย 2 ชั่วโมงต่อวัน พบผู้สูงอายุชอบอ่าน e-Book ส่วนวัยรุ่นหันมาอ่านหนังสือเล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gen Z หันมาหลงใหลหนังสือเล่มและห้องสมุด พักสายตา พักใจจากโลกดิจิทัล https://thestandard.co/gen-z-books-digital-detox/ Sat, 23 Mar 2024 05:19:43 +0000 https://thestandard.co/?p=914581 Gen Z หันมารัก การอ่าน หลงใหล หนังสือเล่ม

กระแสมาแรงแบบหักมุม! Gen Z ที่โด่งดังเรื่องการไล่เช็กเท […]

The post Gen Z หันมาหลงใหลหนังสือเล่มและห้องสมุด พักสายตา พักใจจากโลกดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gen Z หันมารัก การอ่าน หลงใหล หนังสือเล่ม

กระแสมาแรงแบบหักมุม! Gen Z ที่โด่งดังเรื่องการไล่เช็กเทรนด์แฟชั่น เทรนด์ทรงผม หรือกระแสในโซเชียลมีเดีย ตอนนี้พากันหันมาโอบกอดนิสัยรักการอ่าน โดยเฉพาะการอ่าน ‘หนังสือเล่ม’ มากกว่าจะจ้องแต่หน้าจอ

 

Kaia Gerber นางแบบวัย 22 ปี เพิ่งเปิดตัวชมรมอ่านหนังสือของตัวเองในชื่อสุดเก๋ว่า Library Science โดยบอกว่าอยากเป็นพื้นที่สำหรับแนะนำหนังสือดีๆ สนทนากับนักเขียน และสร้างชุมชนสำหรับคนหลงรักการอ่านแบบเธอ พร้อมแถมประโยคเด็ดว่า “การอ่านมันเซ็กซี่มากๆ”

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

และดูเหมือน Gerber จะไม่ใช่คนเดียวที่อินกับเทรนด์นี้ เพราะปีที่แล้วยอดขายหนังสือเล่มในสหราชอาณาจักรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 669 ล้านเล่ม และคนรุ่น Gen Z คือกลุ่มหลักที่ซื้อไปถึง 80% นอกจากนี้ ห้องสมุดทั่วประเทศต่างก็รายงานว่ามีสมาชิก Gen Z เพิ่มขึ้นมาก ชอบไปนั่งเงียบๆ มากกว่าจะกระจุกตัวในร้านกาแฟ

 

ขณะเดียวกันผลวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าคนรุ่นนี้ชอบอ่าน ‘หนังสือเล่ม’ มากกว่า e-Book หรือ Audiobook แถมยังรักการใช้บริการห้องสมุดด้วย ซึ่งมาจาก 3 เหตุผลหลักคือ

 

  • หนีโลกโฆษณา: ห้องสมุดคือพื้นที่ปลอดจากการตลาดเชิงรุก ไม่ต้องทนเจอโฆษณาหรือกลัวเสียเงินโดยไม่รู้ตัว
  • พื้นที่แห่งชุมชน: ห้องสมุดยุคใหม่ไม่ได้มีแค่หนังสือ หลายแห่งมีกิจกรรมหรือเวิร์กช็อปต่างๆ ให้คนได้เข้ามาร่วมสนุก พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน
  • ที่อ่านหนังสือสุดฮิต: ห้องสมุดจึงกลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับ Gen Z แม้คนที่ไม่ใช่หนอนหนังสือก็ยังชอบแวะเวียนมาเพื่อหากิจกรรมทำ

 

กระแส BookTok บน TikTok เป็นอีกหนึ่งตัวกระตุ้นสำคัญ มีกลุ่มคนรักการอ่านมาแนะนำหนังสือสารพัดแนว โดยเฉพาะนิยายแฟนตาซีและโรแมนติก แต่นอกเหนือจากนั้น Gen Z ยังสนใจหนังสืออีกหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรมคลาสสิก, งานเขียนบันทึกความทรงจำ (Memoir) หรือแม้แต่งานแปล

 

มีกระแสวิจารณ์ว่าการที่คนมีชื่อเสียงแบบ Kendall Jenner (นางแบบ) หรือ Harry Styles (นักร้อง) หันมาอ่านหนังสือดังๆ เป็นแค่การแสดงหรือเปล่า รวมถึงกระแส BookTok ถูกตีความว่าเป็นการสร้างวัฒนธรรม ‘อ่านตามกระแส’ เหมือนเลือกซื้อเสื้อผ้าตามแฟชั่น อินฟลูเอ็นเซอร์จึงมีอิทธิพลสูงมาก หนังสือบางเล่มขายดีแบบงงๆ ขณะที่งานเขียนดีๆ อาจถูกลืม

 

แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าไม่ต้องคิดลบขนาดนั้น การที่คนดังชอบอ่านหนังสือ น่าจะเป็นการเปิดช่องให้คนติดตามเขาอยากลองอ่านตามดูบ้าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลย

 

เทรนด์ ‘ปาร์ตี้คนอ่านหนังสือ’ ในนิวยอร์กก็เป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ ผู้คนนัดหมายกันไปอ่านหนังสือตามสถานที่ต่างๆ สักพัก แล้วค่อยมาคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ทำให้การอ่านไม่ใช่กิจกรรมโดดเดี่ยว แถมยังได้พบปะผู้คนใหม่ๆ อีกด้วย

 

แต่ไม่ว่าจะอ่านตามกระแสแค่ไหนก็คงไม่ใช่เรื่องน่ากังวล ในเมื่อโลกดิจิทัลก็เริ่มมีเนื้อหาเยอะเกิน แถมเต็มไปด้วยความวุ่นวาย การหันกลับมาจับหนังสือเล่มเป็นการสร้างพื้นที่ส่วนตัว ได้พักสายตา และฝึกสมาธิไปด้วยในเวลาเดียวกัน

 

อ้างอิง:

The post Gen Z หันมาหลงใหลหนังสือเล่มและห้องสมุด พักสายตา พักใจจากโลกดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ชวนโหลด-อ่าน E-Book ฟรี อยู่เขตไหนอ่านได้ทุกที่ผ่านแอป ‘Hibrary’ https://thestandard.co/bkk-x-hibrary-e-book/ Wed, 29 Mar 2023 01:08:21 +0000 https://thestandard.co/?p=770010 E-Book Hibrary

วานนี้ (28 มีนาคม) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการก […]

The post กทม. ชวนโหลด-อ่าน E-Book ฟรี อยู่เขตไหนอ่านได้ทุกที่ผ่านแอป ‘Hibrary’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
E-Book Hibrary

วานนี้ (28 มีนาคม) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับมอบบริการห้องสมุดออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน Hibrary จากโครงการ ‘BKK x Hibrary อีบุ๊กฟรี อยู่เขตไหน อ่านได้ทุกที่’ 

 

ศานนท์กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมมือกับ Hibrary ทดลองกันภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อดูว่าตัวแอปนี้จะมีผู้อ่านให้การตอบรับมากน้อยเพียงใด ซึ่งหัวใจของบริการนี้คือ ห้องสมุดที่ดีที่สุดไม่ใช่ห้องสมุดที่สวยหรู แต่คือห้องสมุดที่ใกล้บ้านและเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ทำอย่างไรให้มีห้องสมุดดีๆ อยู่ทุกที่ แม้ปัจจุบัน กทม. มีห้องสมุดอยู่ 34 แห่ง มีบ้านหนังสืออีก 160 แห่ง แต่ก็ไม่มากพอจะอยู่ใกล้คนกรุงเทพฯ ทุกคนได้ 

 

ศานนท์กล่าวต่อไปว่า การมีห้องสมุดอยู่ทุกที่คือการทำห้องสมุดแบบ E-Library ตามชื่อโครงการนี้คือ อีบุ๊กฟรี อยู่เขตไหน อ่านได้ทุกที่ แอป Hibrary ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี แม้ตอนนี้อาจยังมีจำนวนหนังสือไม่มากนัก รวมถึงอาจต้องใช้เวลาในการจองและรอคิวในการยืมหนังสือพอสมควร เพราะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อได้รับการตอบรับที่ดีและมีผู้เข้าใช้มากขึ้นก็จะพัฒนาต่อไป

 

สำหรับโครงการ ‘BKK x Hibrary อีบุ๊กฟรี อยู่เขตไหน อ่านได้ทุกที่’ เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง กทม. กับบริษัท ไฮเท็คซ์ อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด เพื่อให้บริการห้องสมุดออนไลน์ มีนิตยสาร วารสาร หนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ให้บริการกว่า 500 รายชื่อ และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์อีกกว่า 1,000 รายการ ครอบคลุมทุกหมวดหมู่และถูกลิขสิทธิ์ สามารถรองรับสมาชิกห้องสมุดได้ 200,000 บัญชีผู้ใช้ ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทั้งสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และคอมพิวเตอร์แบบพกพาหรือแท็บเล็ต 

 

เพียงแค่ท่านอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยสามารถดาวน์โหลดแอปได้ทั้งระบบ iOS และ Android หรือเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ https://bkk.hibrary.me/ และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Hibrary ห้องสมุดออนไลน์ – E-library สำหรับองค์กร

The post กทม. ชวนโหลด-อ่าน E-Book ฟรี อยู่เขตไหนอ่านได้ทุกที่ผ่านแอป ‘Hibrary’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น MEB เข้าเทรดกระดาน mai วันแรกบวกแรง 57.89% จากราคา IPO https://thestandard.co/meb-mai-board-first-day/ Tue, 14 Feb 2023 05:20:30 +0000 https://thestandard.co/?p=750066

หุ้น บมจ.เมพ คอร์ปอเรชั่น หรือ หุ้น MEB เข้าซื้อขายในตล […]

The post หุ้น MEB เข้าเทรดกระดาน mai วันแรกบวกแรง 57.89% จากราคา IPO appeared first on THE STANDARD.

]]>

หุ้น บมจ.เมพ คอร์ปอเรชั่น หรือ หุ้น MEB เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) เป็นวันแรก ราคาเปิดการซื้อขายที่ 46 บาท เพิ่มขึ้น 16.50 บาท หรือ 57.89% จากราคาจองซื้อ IPO ที่ 28.50 บาท โดยในช่วง 30 นาทีแรกของการซื้อขาย ราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 49 บาท บวก 71.93% จากราคา IPO

 

MEB เป็นบริษัทย่อยของ บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) และมีเงินลงทุนในบริษัท ไฮเท็คซ์ อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด ถือหุ้น 75% ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Reader) และธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มระบบห้องสมุดดิจิทัลสำหรับองค์กรภายใต้ชื่อ Hibrary

 

โดยกลุ่มบริษัทมีช่องทางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ https://www.mebmarket.com/, https://www.readawrite.com/ และ https://www.hytexts.com/ รวมถึงแอปพลิเคชันบนระบบปฏิบัติการต่างๆ ได้แก่ Meb, readAwrite และ Hytexts ปัจจุบันมีฐานผู้ใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าว (Registered User) ประมาณ 8 ล้านราย มีวรรณกรรมที่อยู่บนแพลตฟอร์มมากกว่า 180,000 เล่ม/ชุด (SKU) สัดส่วนรายได้หลักในงวด 9 เดือน ปี 2565 มาจากการขายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 92%

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

MEB เข้าซื้อขายใน mai ภายใต้กลุ่มบริการ ด้วยมูลค่าเสนอขาย IPO ที่ 2,151.75 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO ที่ 8,550 ล้านบาท

 

MEB มีทุนชำระแล้ว 150 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 277.50 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 22.50 ล้านหุ้น นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ Two Bees (HK) Limited และ Brain Ventures Limited จะนำหุ้นออกขาย 53.00 ล้านหุ้น โดยเสนอขายต่อบุคคลตามดุลพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 28.34 ล้านหุ้น เสนอขายนักลงทุนสถาบันและนิติบุคคลที่ร่วม Book Building 38.00 ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัทและบริษัทย่อย 7 ล้านหุ้น เสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์ของบริษัทและบริษัทย่อย 0.50 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อพนักงาน 1.66 ล้านหุ้น

 

ทั้งนี้ หากพิจารณาผลกำไรสุทธิในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง จะคิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) ที่ 26.64 เท่า โดยมี บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ

 

รวิวร มะหะสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมพ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปใช้ขยายธุรกิจที่อยู่ในแพลตฟอร์มปัจจุบัน โดยการเพิ่มเนื้อหาวรรณกรรมออนไลน์ ขยายธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจปัจจุบันไปยังต่างประเทศ โดยเน้นการใช้ภาษาท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ รวมถึงซื้อลิขสิทธิ์วรรณกรรมภาษาไทยนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ อีกทั้งปรับปรุงพัฒนาแพลตฟอร์มปัจจุบันให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และเป็นเงินทุนหมุนเวียน

 

บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ จากงบการเงินรวมของบริษัทภายหลังจากหักเงินทุนสำรองต่างๆ ตามกฎหมาย

 

MEB มีผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO ได้แก่

 

  1. กลุ่ม บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ถือหุ้น 56.08%
  2. รวิวร มะหะสิทธิ์ ถือหุ้น 9.38%
  3. กิตติพงษ์ แซ่ลิ้ม ถือหุ้น 9.38%

The post หุ้น MEB เข้าเทรดกระดาน mai วันแรกบวกแรง 57.89% จากราคา IPO appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 เรื่องต้องรู้ของ หุ้น MEB ธุรกิจ E-Book ใต้ปีก ‘กลุ่มเซ็นทรัล’ ที่กำลังจะ Spin-Off และเข้าเทรดวันที่ 14 ก.พ. นี้ https://thestandard.co/10-things-meb-stock/ Tue, 07 Feb 2023 02:20:34 +0000 https://thestandard.co/?p=746873

ในตลาดหุ้นไทยถือว่ามีจำนวนหุ้นที่เป็นธุรกิจเทคโนโลยี หร […]

The post 10 เรื่องต้องรู้ของ หุ้น MEB ธุรกิจ E-Book ใต้ปีก ‘กลุ่มเซ็นทรัล’ ที่กำลังจะ Spin-Off และเข้าเทรดวันที่ 14 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในตลาดหุ้นไทยถือว่ามีจำนวนหุ้นที่เป็นธุรกิจเทคโนโลยี หรือเรียกกันติดปากว่า ‘หุ้นเทค’ ในจำนวนที่จำกัด แต่ด้วยเทรนด์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปแบบรวดเร็ว ทำให้เทคโนโลยีถูกนำมาปรับใช้มากขึ้นเรื่อยๆ แทรกซึมกลมกลืนไปกับการใช้ชีวิตประจำวันในเกือบทุกช่วงเวลา ด้วยวัตถุประสงค์ในด้านการส่งเสริมความสะดวกสบาย 

 

ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจหนังสือแบบดั้งเดิมที่เคยอ่านเป็นเล่มๆ ในวันนี้ได้มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้นผ่านการดึงเทคโนโลยีมาพัฒนาหนังสือดั้งเดิมให้เปลี่ยนเป็น E-Book และสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการอ่านหนังสือแบบออนไลน์ 

 

และในเร็วๆ นี้ ธุรกิจ E-Book ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงนักอ่าน กำลังจะยกระดับขึ้นมาเป็นบริษัทมหาชน THE STANDARD WEALTH จึงพามาทำความรู้จักหุ้น IPO น้องใหม่รายนี้ ซึ่งก็คือ บมจ.เมพ คอร์ปอเรชั่น หรือ MEB ที่กำหนดฤกษ์นำหุ้นเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ mai ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ 

 

1. ทำธุรกิจอะไร

MEB ปัจจุบันทำธุรกิจจำหน่ายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) จัดจำหน่ายอุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Reader) และธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มระบบห้องสมุดดิจิทัลสำหรับองค์กร (Hibrary) 

 

2. ผู้ก่อตั้งคือใคร

MEB ถูกก่อตั้งในปี 2556 เริ่มต้นจากการเป็นสตาร์ทอัพ โดยมีผู้ร่วมก่อตั้ง ได้แก่ รวิวร มะหะสิทธิ์ ปัจจุบันยังรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กับ กิตติพงษ์ แซ่ลิ้ม ปัจจุบันยังรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ และทั้ง 2 คนยังเป็นผู้ถือหุ้นใน MEB 

 

3. ใครถือหุ้นใหญ่

ปัจจุบัน บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ CRC ถือหุ้นใน MEB สัดส่วน 75% และหลัง IPO จะมีสัดส่วนลดลงเหลือ 56.08%

 

4. ขาย IPO ราคาเท่าไร

MEB กำหนดราคาขาย IPO ที่ราคา 28.50 บาทต่อหุ้น โดยมีอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) อ้างอิงกำไรสุทธิของบริษัทในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง อยู่ที่ประมาณ 26.64 เท่า เปรียบเทียบกับตลาดหลักทรัพย์ mai มี P/E อยู่ที่ 35.10 เท่า 

 

โดย MEB เสนอขายจำนวนรวมไม่เกิน 75.50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นไม่เกิน 25.17% หลัง IPO แบ่งเป็น

 

  • หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 22.50 ล้านหุ้น
  • หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Two Bees (HK) Limited จำนวนไม่เกิน 39.88 ล้านหุ้น 
  • หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Brain Ventures Limited จำนวนไม่เกิน 13.13 ล้านหุ้น 

 

5. ตลาดรอง

ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในหมวดธุรกิจบริการ คาดว่าจะนำหุ้นเข้าซื้อได้ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 

 

บริษัทที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกันกับ MEB คือ บมจ.รุ่งเรืองตลอดไป (GLORY) มีอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) อ้างอิงกำไรสุทธิของบริษัทในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง อยู่ที่ประมาณ 45.01 เท่า 

 

6. แผนใช้เงินจาก IPO 

MEB จะได้รับเงินระดมทุนประมาณ 641.25 ล้านบาท (คำนวณจากจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ที่เสนอขาย) โดยบริษัทมีแผนจะขยายธุรกิจที่อยู่ในแพลตฟอร์มปัจจุบันของ meb readAwrite และ Hytexts จำนวนประมาณ 320 ล้านบาท และลงทุนธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจปัจจุบัน โดยขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ รวมถึงใช้ลงทุนควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จำนวนประมาณ 230 ล้านบาท 

 

7. มีอัตรากำไรดีแค่ไหน

ในช่วง 4 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา MEB มีอัตรากำไรสุทธิดีขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2562 อยู่ที่ 13.27%, ในปี 2563 อยู่ที่ 16.40%, ในปี 2564 อยู่ที่ 18.91% และใน 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 19.14% และ MEB เป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้เงินกู้ยืม ดังนั้นเงินที่ได้จากการขาย IPO จะใช้ในการขยายธุรกิจเป็นหลัก

 

8. นโยบายการจ่ายเงินปันผล

MEB มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ในอัตราปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินรวมของบริษัท ภายหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ

 

9. ส่วนแบ่งการตลาด

ปัจจุบัน MEB มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในตลาด E-Book ของประเทศไทย โดยมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 60% มีจำนวนลูกค้าที่เป็นสมาชิกประมาณ 8 ล้านราย ทิ้งห่างอันดับ 2 ที่ปัจจุบันมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 20-25% 

 

10. ผลประกอบการที่ผ่านมา

ปี 2562 มีกำไรสุทธิ 82.09 ล้านบาท มีรายได้ 618.72 ล้านบาท 

ปี 2563 มีกำไรสุทธิ 164.74 ล้านบาท มีรายได้ 1,004.68 ล้านบาท 

ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 275.34 ล้านบาท มีรายได้ 1,456.38 ล้านบาท 

และ 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 241.85 ล้านบาท มีรายได้ 1,263.54 ล้านบาท


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post 10 เรื่องต้องรู้ของ หุ้น MEB ธุรกิจ E-Book ใต้ปีก ‘กลุ่มเซ็นทรัล’ ที่กำลังจะ Spin-Off และเข้าเทรดวันที่ 14 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Meb’ ผู้นำ E-Book ของไทย ประกาศเข้าตลาดหุ้นในไตรมาส 1 ปีนี้ เตรียมขายหุ้น IPO ไม่เกิน 75.5 ล้านหุ้น https://thestandard.co/meb-enter-stock-market-in-q1/ Tue, 17 Jan 2023 12:40:38 +0000 https://thestandard.co/?p=738582

เมพ คอร์ปอเรชั่น หรือ Meb ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจจำหน่ายหนั […]

The post ‘Meb’ ผู้นำ E-Book ของไทย ประกาศเข้าตลาดหุ้นในไตรมาส 1 ปีนี้ เตรียมขายหุ้น IPO ไม่เกิน 75.5 ล้านหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมพ คอร์ปอเรชั่น หรือ Meb ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจจำหน่ายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ผ่านแพลตฟอร์ม Meb และ readAwrite ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับอ่านวรรณกรรมออนไลน์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในไตรมาส 1 ปีนี้ โดยจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน  75.5 ล้านหุ้น เงินระดมทุนที่ได้จะใช้สำหรับขยายธุรกิจที่อยู่ในแพลตฟอร์มปัจจุบัน และใช้สำหรับการขยายธุรกิจใหม่ๆ พร้อมกับปรับปรุงพัฒนาแพลตฟอร์ม

 

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นับหนึ่งไฟลิ่งของ บมจ.เมพ คอร์ปอเรชั่น (Meb) ผู้นำในการประกอบธุรกิจจำหน่ายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) จัดจำหน่ายอุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Reader) และธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มระบบห้องสมุดดิจิทัลสำหรับองค์กร (Hibrary) ของเมืองไทย

 

โดย Meb เตรียมขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 75.5 ล้านหุ้น และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในไตรมาส 1/66 นี้ ระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจที่อยู่ในแพลตฟอร์มปัจจุบัน และใช้สำหรับการขยายธุรกิจใหม่ๆ พร้อมกับปรับปรุงพัฒนาแพลตฟอร์มและเป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมธุรกิจเติบโตแข็งแกร่ง

 

รวิวร มะหะสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Meb กล่าวว่า การเสนอขายหุ้น IPO นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตในอนาคตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายธุรกิจใหม่ๆ การเพิ่มคอนเทนต์ให้มีความหลากหลาย และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน อีกทั้งการระดมทุนในครั้งนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนและประชาชนทั่วไปได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดความสำเร็จของ Meb อีกด้วย

 

ทั้งนี้ Meb ดำเนินธุรกิจจำหน่ายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ผ่านเว็บไซต์ www.mebmarket.com และ www.readAwrite.com รวมถึงแอปพลิเคชัน Meb และ readAwrite บนระบบปฏิบัติการต่างๆ นอกจากนี้บริษัทยังมีธุรกิจอื่นๆ ได้แก่ การจัดจำหน่ายอุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Reader) และธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มระบบห้องสมุดดิจิทัลสำหรับองค์กร (Hibrary) ซึ่งดำเนินงานผ่านบริษัทย่อยของบริษัท ได้แก่ บริษัท ไฮเท็คซ์ อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด (Hytexts)

 

ผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องในปี 2562-2564 และงวด 9 เดือนของปี 2565 โดยบริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 618.72 ล้านบาท, 1,004.68 ล้านบาท, 1,456.38 ล้านบาท และ 1,263.54 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 82.09 ล้านบาท, 164.74 ล้านบาท,  275.34 ล้านบาท และ 241.85 ล้านบาท ตามลำดับ

 

“สำหรับวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อใช้สำหรับการขยายธุรกิจที่อยู่ในแพลตฟอร์มปัจจุบัน ประกอบด้วย Meb, readAwrite และ Hytexts โดยการเพิ่มเนื้อหาวรรณกรรมออนไลน์ ทั้งจากการซื้อลิขสิทธิ์วรรณกรรมประเภทนิยายและประเภทอื่นที่ไม่ใช่นิยาย และใช้สำหรับการขยายธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจปัจจุบัน และท้ายสุดใช้ในการปรับปรุงพัฒนาแพลตฟอร์มปัจจุบันให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงต่อไป” รวิวรกล่าว

 

ด้าน พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บล.บัวหลวง ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บมจ.เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Meb จะเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ภายในไตรมาส 1 ปีนี้ โดย Meb ได้ยื่นเสนอขายหุ้น IPO รวมจำนวนไม่เกิน 75.50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็น 25.17% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ แบ่งเป็นหุ้น IPO จำนวน 22.50 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 53 ล้านหุ้น โดยจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในหมวดธุรกิจบริการ

 

ภายหลังการขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ รวิวร มะหะสิทธิ์ และ กิตติพงษ์ แซ่ลิ้ม ในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัท จะถือหุ้นรวมกันประมาณ 18.7% และ บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ผ่านบริษัทย่อยในกลุ่มซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เดิม จะถือหุ้นประมาณ 56% ใน Meb


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ‘Meb’ ผู้นำ E-Book ของไทย ประกาศเข้าตลาดหุ้นในไตรมาส 1 ปีนี้ เตรียมขายหุ้น IPO ไม่เกิน 75.5 ล้านหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. อนุมัติหลักการให้กิจการ E-Book มีสิทธิ์ขอจดทะเบียนและเสีย VAT ได้ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น https://thestandard.co/cabinet-approves-e-book-businesses-right-to-apply-for-registration-and-pay-vat/ Tue, 25 Jan 2022 03:01:13 +0000 https://thestandard.co/?p=586286 E-Book

วานนี้ (24 มกราคม) ไตรศุลี  ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำ […]

The post ครม. อนุมัติหลักการให้กิจการ E-Book มีสิทธิ์ขอจดทะเบียนและเสีย VAT ได้ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
E-Book

วานนี้ (24 มกราคม) ไตรศุลี  ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดให้กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ (ฉบับที่…) พ.ศ…. ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้กิจการให้บริการหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน ที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตมีสิทธิ์แจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากร เพื่อขอจดทะเบียนและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เพื่อให้เป็นไปในเกณฑ์เดียวกับกิจการหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน ที่อยู่ในรูปของกระดาษ  

 

ทั้งนี้ ในปัจจุบันกิจการหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน ทั้งในรูปแบบกระดาษและบริการในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่มีข้อแตกต่างคือ ผู้ให้บริการในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ฯ ไม่มีสิทธิ์แจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายกำหนดให้ทำได้ ดังนั้นการให้สิทธิ์แก่ผู้ให้บริการในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นการสร้างความเท่าเทียมในการเสียภาษีระหว่างผู้ประกอบการซึ่งประกอบธุรกิจเดียวกันแต่ช่องทางแตกต่างกัน

 

ไตรศุลีกล่าวว่า การเป็นธุรกิจที่สามารถจดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้นี้จะทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น ทั้งโอกาสในการนำค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการประกอบธุรกิจมาขอคืนภาษีซื้อได้ ช่วยลดต้นทุนในการประกอบการลง ธุรกิจมีความน่าเชื่อมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจเนื่องจากสามารถออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อได้   

 

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้พิจารณาการสูญเสียรายได้และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับแล้ว ระบุว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ เนื่องจากเป็นการกำหนดให้ผู้ให้บริการซึ่งได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้วมีสิทธิ์ขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ไม่ใช่อัตราการลดภาษีหรือยกเว้นภาษี จึงไม่ก่อให้เกิดการสูญเสียรายได้ของรัฐแต่อย่างใด  

The post ครม. อนุมัติหลักการให้กิจการ E-Book มีสิทธิ์ขอจดทะเบียนและเสีย VAT ได้ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำความรู้จักหุ้น IPO ‘GLORY’ หุ้น E-Book ตัวแรกในตลาดหลักทรัพย์ https://thestandard.co/glory-e-book-stock/ Fri, 22 Oct 2021 00:37:07 +0000 https://thestandard.co/?p=550985 GLORY

บมจ.รุ่งเรืองตลอดไป หรือ GLORY หุ้นที่นักอ่านนิยายมากกว […]

The post ทำความรู้จักหุ้น IPO ‘GLORY’ หุ้น E-Book ตัวแรกในตลาดหลักทรัพย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
GLORY

บมจ.รุ่งเรืองตลอดไป หรือ GLORY หุ้นที่นักอ่านนิยายมากกว่า 1 แสนคนรู้จักกันดีในชื่อแอปพลิเคชันว่า ‘Kawebook’ เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai วันแรก 25 ตุลาคมนี้ ด้วยราคา IPO ที่ 2.80 บาท

 

GLORY

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ทำความรู้จักหุ้น IPO ‘GLORY’ หุ้น E-Book ตัวแรกในตลาดหลักทรัพย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: โลกหลังโควิด-19 ประเทศไทยอยู่ตรงไหนในความปกติใหม่ https://thestandard.co/where-is-thailand-when-the-world-done-with-coronavirus/ Wed, 24 Jun 2020 01:00:58 +0000 https://thestandard.co/?p=374042

THE STANDARD ECONOMIC FORUM เจาะลึก New Normal ครั้งใหญ […]

The post ชมคลิป: โลกหลังโควิด-19 ประเทศไทยอยู่ตรงไหนในความปกติใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD ECONOMIC FORUM เจาะลึก New Normal ครั้งใหญ่ที่สุดในไทย ไม่ว่าจะเป็นสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง จากวิทยากรระดับประเทศกว่า 40 คน

 

สำหรับใครที่พลาดโอกาสในการรับชม สามารถซื้อบัตรชมย้อนหลังได้แล้วที่ https://www.skilllane.com/instructors/the-standard
หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @SkillLane

 

บัตร 1 วัน ราคา 1,500 บาท
บัตร 3 วัน ราคา 3,900 บาท
พร้อมรับ E-BOOK บทสรุปทุกประเด็นสำคัญจาก 17 เวทีเสวนา พร้อมสไลด์ประกอบการบรรยาย ฟรี!

The post ชมคลิป: โลกหลังโควิด-19 ประเทศไทยอยู่ตรงไหนในความปกติใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลสำรวจการอ่านคนไทยปี 2561 ชี้ชัด คนไทยอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น 80 นาทีต่อวัน https://thestandard.co/poll-thai-people-read-more-80-minutes-per-day/ Thu, 04 Apr 2019 09:51:42 +0000 https://thestandard.co/?p=232018

ผลการสำรวจของสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ร่วมกั […]

The post ผลสำรวจการอ่านคนไทยปี 2561 ชี้ชัด คนไทยอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น 80 นาทีต่อวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผลการสำรวจของสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประจำปี 2561 เผยว่าทุกวันนี้คนไทยมีค่าเฉลี่ยการอ่านมากขึ้นถึง 80 นาทีต่อวัน ซึ่งแบ่งเป็นหนังสือเล่ม 88% ขณะที่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) มีมากถึง 75.4%

 

เมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) สำนักงานอุทยานการเรียนรู้และสำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกันจัดงานแถลงข่าวเผยผลสำรวจการอ่านของประชากรปี 2561 โดยเป็นการนำเสนอผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 55,920 ครัวเรือนทั่วประเทศ นางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า​คนไทยในช่วงอายุ 6 ปีขึ้นไปอ่านหนังสือ 78.8% หรือคิดเป็นจำนวนประชากร 49.7 ล้านคน โดยในเขต กทม. มีคนอ่านมากที่สุด คิดเป็น 92.9% ภาคกลาง 80.4% ภาคเหนือและภาคอีสาน 75% และภาคใต้ 74.3%

 

ขณะที่เวลาในการอ่านสูงขึ้น พบว่าคนไทยอ่านหนังสือนานที่สุดเฉลี่ย 80 นาทีต่อวัน เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่ค่าเฉลี่ยการอ่านอยู่ที่ 66 นาที และปี 2556 อยู่ที่ 37 นาที โดยในปัจจุบันมีการแบ่งเป็นหนังสือเล่ม 88% ส่วนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นถึง 75.4%

 

ขณะที่ นายกิตติรัตน์ ปิติพานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้และผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ กล่าวว่า TK Park ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยแพร่ผลสำรวจการอ่านของประชากรไทยมาแล้ว 2 ครั้ง นั่นคือการสำรวจในปี 2556 และ 2558 พบว่าสถิติการอ่านของคนไทยมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมรวมถึงสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไปพอสมควร จึงทำให้ในปีนี้ที่ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล การอ่านผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ย่อมส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ห้องสมุด ร้านหนังสือ หรือส่วนงานที่เกี่ยวข้องต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงนี้ จึงหวังให้ข้อมูลและสถิติการอ่านนี้เป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานที่ทำงานด้านการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้  

 

“ทาง TK Park มองว่าแม้จะมีตัวเลขคนอ่านเพิ่มขึ้น 78.8% ก็ตาม แต่เมื่อมองไปที่ตัวเลขของกลุ่มที่ไม่อ่าน พบว่ามีถึง 21.2% คิดเป็นจำนวนประชากร 13.7 ล้านคน ซึ่งเหตุผลของการไม่อ่านมีตั้งแต่การดูทีวี ไม่มีเวลา อ่านไม่ออก ไม่ชอบ ไม่สนใจการอ่าน ชอบเล่นเกม รวมทั้งไม่มีเงินซื้อหนังสือ” นายกิตติรัตน์กล่าวเสริม

 

นอกจากนี้ยังมีการสรุปผลสำรวจในปี 2561 โดยผู้อำนวยการ TK Park กล่าวถึงประเด็นการอ่านผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียวในเด็กวัยต่ำกว่า 6 ปีที่มีจำนวน 5.4% เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากผลสำรวจเมื่อครั้งที่แล้ว นั่นหมายถึงมีเด็กจำนวนถึง 145,000 คนถูกพ่อแม่เลี้ยงดูด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียว ในขณะที่งานวิจัยเรื่องผลกระทบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านจอ ทีมแพทย์ระบุว่าการเสพสื่อผ่านจออิเล็กทรอนิกส์มีผลกระทบกับพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กพอสมควร ซึ่งไม่สมควรใช้กับเด็กแรกเกิดจนถึง 1 ขวบครึ่งอย่างสิ้นเชิง จึงทำให้ประเด็นดังกล่าวนับว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก

 

“หนังสือเล่มยังไม่ตาย ในช่วงเวลา 3 ปีนี้เราเห็นได้ชัด ความนิยมการอ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่ 75.4% ซึ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่อัตราการลดลงของการอ่านหนังสือเล่มกลับไม่สูงเท่าไรนัก เพราะจากการสำรวจยังคงมีคนอ่านหนังสือเล่มอยู่ถึง 88% ดังนั้นแนวทางการส่งเสริมการอ่านในอนาคตจึงสามารถรณรงค์ควบคู่กันไปได้ทั้งสองทาง”

 

ประเด็นสุดท้าย ห้องสมุดทั่วโลกต้องรู้จักปรับตัวเพื่อการอยู่รอด ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจที่แสดงตัวเลขผู้อ่านหนังสือในห้องสมุดเพียง 0.6% ของคนอ่านหนังสือ หรือคิดเป็นจำนวน 298,000 คน ซึ่งต่ำกว่า 3 แสนคนเป็นครั้งแรก โดยมีผู้ยืม-คืนหนังสือลดลง คิดเป็น 8.3% ซึ่งปรากฏการณ์การลดลงของผู้มาอ่านหนังสือในห้องสมุดนี้เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในเมืองไทย ดังนั้นห้องสมุดเองจะต้องมีการปรับตัวขนานใหญ่นอกเหนือจากการเป็นพื้นที่อ่านหนังสือ เพื่อรองรับการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในชุมชนอย่างแท้จริง

 

นอกจากนี้ผลสำรวจปี 2561 ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจในเรื่องของการจัดอันดับ 10 จังหวัดที่มีจำนวนคนอ่านหนังสือมากที่สุด ดังนี้

1. กรุงเทพฯ 92.9% 

2. สมุทรปราการ 92.7%

3. ภูเก็ต 91.3%

4. ขอนแก่น 90.5% 

5. สระบุรี 90.1% 

6. อุบลราชธานี 88.8%

7. แพร่ 87.6% 

8. ตรัง 87.2% 

9. นนทบุรี 86.6% 

10. ปทุมธานี 86.2%

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post ผลสำรวจการอ่านคนไทยปี 2561 ชี้ชัด คนไทยอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น 80 นาทีต่อวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>