วันนี้ (16 ธันวาคม) ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปส […]
The post ทภ.2 ประเมินกัมพูชาปรับแผนรบ หลังบางพื้นที่ขาดแคลนอาวุธ คาดฮึดต้านทานไทยบริเวณปราสาทตาเมือนระลอกสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (16 ธันวาคม) ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2568 (เวลา 11.00 น.) ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์ในภาพรวมในห้วง 8 วันที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากการปฏิบัติของฝ่ายเราในหลายพื้นที่สำคัญ โดยมีแนวโน้มการปฏิบัติการทางทหารต่อฝ่ายเราในห้วงเวลา ดังนี้
พื้นที่ช่องบก: ฝ่ายกัมพูชาเร่งเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ปรับกำลังเข้าสู่การตั้งรับเต็มรูปแบบ มีเป้าหมายชัดเจนในการยึดตรึงกำลังฝ่ายเรา และชะลอการรุกให้ได้นานที่สุด
พื้นที่ช่องอานม้า: ฝ่ายกัมพูชาประสบปัญหาการบังคับบัญชาอย่างรุนแรง สถานการณ์บีบคั้นจนมีแนวโน้มต้องถอนตัวไปยังแนวต้านทานที่ 2 มิฉะนั้นอาจถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์
พื้นที่สัตตะโสม-โดนตรวล-ซำแต: ฝ่ายกัมพูชาใช้การยิงสนับสนุนแบบ ‘ยิงแล้วย้ายฐาน’ เพื่อลดความเสี่ยงจากการยิงโต้ตอบของฝ่ายเรา สะท้อนถึงความพยายามเอาตัวรอดท่ามกลางการครองอำนาจการยิงของฝ่ายเรา
พื้นที่พระวิหาร-ห้วยตามาเรีย: ฝ่ายกัมพูชาจำกัดการเคลื่อนไหว ซ่อนพรางกำลังและยุทโธปกรณ์อย่างเข้มงวด เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับและการทำลายจากอำนาจการยิงของฝ่ายเรา
พื้นที่ภูมะเขือ: จุดตรวจการณ์สำคัญแห่งนี้ถูกฝ่ายกัมพูชาระดมยิงกดดันอย่างต่อเนื่องเพื่อจำกัดการตรวจการณ์และการชี้เป้าของฝ่ายเรา
พื้นที่ช่องจอม-ช่องระยี-ปลดต่าง: เส้นทางส่งกำลังบำรุงของฝ่ายกัมพูชาถูกตัดขาดอย่างมีนัยสำคัญ พื้นที่ส่วนหลังเริ่มมีความเสี่ยง ซึ่งถือเป็นปัจจัยวิกฤตต่อการดำรงกำลังในพื้นที่แนวหน้า
พื้นที่ช่องคนา: ฝ่ายกัมพูชาพยายามรวมอำนาจการยิงด้วยจรวดหลายลำกล้อง BM-21 เพื่อยิงรบกวน แต่การปฏิบัติดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกตรวจจับและทำลายของฝ่ายเรา
พื้นที่ปราสาทตาควาย-เนิน 350: ฝ่ายกัมพูชามีแนวโน้มดำรงการรบแบบหน่วงเวลา ใช้ที่มั่นดัดแปลงแข็งแรงและยุทธวิธีซุ่มโจมตี เพื่อยึดตรึงกำลังฝ่ายเราและซื้อเวลา
พื้นที่ช่องกร่าง: ฝ่ายกัมพูชายิงฉากป้องกันตามคำขอ เพื่อขัดขวางการรุกของฝ่ายเรา เมื่อเข้าสู่พื้นที่สังหาร ทำให้เมื่อคืนที่ผ่านมาฝ่ายเราได้รับความสูญเสีย
พื้นที่ปราสาทตาเมือน: ฝ่ายกัมพูชาสูญเสียขีดความสามารถในการรบอย่างชัดเจน จากการขาดแคลนอาวุธ กระสุน วัตถุระเบิด และยานเกราะ มีแนวโน้มต้องถอนตัว หรืออาจเลือกต้านทานเป็นระลอกสุดท้าย เพื่อรักษาเกียรติภูมิของหน่วย
แจ้งเตือนประชาชนหากพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายซากโดรน และวัตถุที่ตกจากโดรนห้ามเข้าใกล้โดยเด็ดขาด เพราะพบว่ามีการดัดแปลงเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งสามารถทำงานได้ทั้งจากถูกแรงกระทบ และสั่งระเบิดจากระยะไกลรวมทั้งระบบไฟฟ้าสถิตในพื้นที่ จนทำให้เกิดการระเบิดหากพบเห็นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหรือสายด่วนความมั่นคง 1374 เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่า ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการปกป้องอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการ และเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต่อไป
The post ทภ.2 ประเมินกัมพูชาปรับแผนรบ หลังบางพื้นที่ขาดแคลนอาวุธ คาดฮึดต้านทานไทยบริเวณปราสาทตาเมือนระลอกสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 พล.ท. ว […]
The post ศป.กฉ. จัดส่งกำลังพลและสิ่งของช่วยเหลือวิกฤตน้ำท่วมสงขลา เผยใช้ AI กรองข้อมูลจัดลำดับช่วยผู้ประสบภัยสงขลา appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 พล.ท. วันชนะ สวัสดี โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย แถลงข่าวเกี่ยวกับการจัดส่งกำลังพล และทีมแพทย์ และอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจภาคสนาม รวมถึงสิ่งของบรรเทาทุกข์ของกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อเสริมทัพในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา
มีการจัดเตรียมของอุปโภคบริโภค เรือท้องแบน เจ็ตสกี อุปกรณ์ทางการแพทย์ และโดรน โดยจะนำของทั้งหมดขึ้นเครื่องบิน C-130 พร้อมกำลังพล ประกอบด้วย หน่วยแพทย์กู้ชีพ ชุดบินโดรน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติการครั้งนี้
พล.ท. วันชนะ เปิดเผยว่า ได้ยกระดับเรื่องน้ำท่วมในจังหวัดสงขลา เป็นภัยพิบัติเป็นระดับร้ายแรงสูงสุด คือ ระดับที่ 4 ฉะนั้นในพื้นที่จังหวัดสงขลา จึงได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า (ศป.กฉ.ส่วนหน้า) รวบรวมหน่วยงานต่างๆ ทำงานร่วมกับจิตอาสาภาคเอกชน และภาคประชาชน ในพื้นที่กองบิน 56 มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้กำกับดูแล ซึ่งหากหน่วยงานใดจะเข้าไปในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน อยากให้มาประสานงานตรงนี้ก่อน เพื่อความสะดวก และการบริหารจัดการเป็นระเบียบ
ส่วน ศป.กฉ.ส่วนหน้า จะรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดสงขลาเป็นหลัก และได้แบ่งพื้นที่ของจังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่วิกฤติหนัก คือ อำเภอหาดใหญ่ และอำเภอรอบๆ
สำหรับพื้นที่ของอำเภอหาดใหญ่ จะแบ่งออกเป็น 4 เขต การดูแล ช่วยเหลือ ซึ่งแต่ละเขตจะมีหน่วยที่รับผิดชอบโดยตรง และแบ่งการบริหารจัดการออกเป็น 4 การบริหารจัดการ ดังนี้
1. การบริหารจัดการคน คือการขนคนมาอยู่ในที่ที่ปลอดภัย หรือศูนย์พักพิง ซึ่งมีประชาชนบางส่วนที่ไม่ประสงค์ที่จะย้ายออก ก็จะดูว่าเขาอยู่ที่ไหนบ้าง รวมถึงจะมีการระบุพิกัด และจะจัดส่งอาหารเข้าไปให้
2. การบริหารจัดการสิ่งของ และการส่งความช่วยเหลือ ในของเครื่องอุปโภคบริโภคส่งให้ประชาชน สิ่งของที่รับบริจาคทั้งหมด รวมถึงหน่วยแพทย์ที่จะแบ่งหน้าที่ในการลงไปช่วยเหลือประชาชน และได้มีการจัดตั้งศูนย์รับบริจาคภายในกรุงเทพมหานคร คือที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ส่วนในต่างจังหวัด คือมณฑลทหารบก ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
3. การบริหารจัดการน้ำ จะต้องมาดูว่าจะทำยังไงให้น้ำลดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องหารือกันต่อไป และจะต้องจัดการในการผลักดันน้ำลงสู่ปากอ่าวโดยใช้เครื่องสูบน้ำที่มีการเตรียมการไว้แล้ว
4. การจัดการเรื่องข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้สื่อมวลชนกระจายข่าวสาร รวมถึงข้อมูลขอความช่วยเหลือ ได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามากลั่นกรองการขอความช่วยเหลือเพื่อแยกแยะความซ้ำซ้อนและจัดระบบ พร้อมจัดลำดับความสำคัญตั้งแต่เขียว เหลือง แดง เรื่องเร่งด่วนที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ ก่อนจะส่งข้อมูลตรงนี้ไปยังพื้นที่ส่วนหน้า และเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่นั้น
พล.ท. วันชนะกล่าวอีกว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุดจะเป็นผู้รายงานสถานการณ์ตรงไปยังนายกรัฐมนตรี และเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นผู้บัญชาการทหารสูงสุดสามารถตัดสินใจได้ทันที
ส่วนข้อกังวลตอนนี้ ยอมรับว่ามีความสับสนวุ่นวาย แต่ในปัจจุบันก็ดีขึ้น รวมถึงการส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยอาจจะยังไม่ทันใจผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน อยากจะขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาร่วมกันในครั้งนี้ ในส่วนของข้อบกพร่อง และข้อผิดพลาดที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ จะเป็นเรื่องของการแก้ไขปรับปรุงในอนาคต ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ เมื่อน้ำลดแล้วก็จะมีการวางแผนในเรื่องของการฟื้นฟู
ส่วนของการเข้าไปช่วยเหลือในปัจจุบัน กองทัพอากาศมีเที่ยวบินไม่ต่ำกว่า 3 เที่ยวขณะที่ กองทัพเรือได้ออกไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วโดยมีการจัดส่งเรือหลวงจักรีนฤเบศ ที่ขนของมาเต็มลำเรือ ส่วนที่ล่าช้าเพราะต้องการเรื่องเตรียมความพร้อมในเรื่องของหน่วยแพทย์และการสื่อสารให้พร้อมก่อนจะเดินทางไปในพื้นที่
มีการเตรียมเฮลิคอปเตอร์ที่เตรียมไว้เพื่อขนย้ายผู้ป่วย และจะต้องทำงานร่วมกันกับกองทัพเรือเป็นหลักในการขนย้ายผู้ป่วยและให้ความช่วยเหลือ ปัจจุบันหน่วยทหารพัฒนา อยู่ในพื้นที่ภาค 4 มีกำลังพล 250 นาย ปัจจุบันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนกองทัพบกมีกำลังพล 1,500 นาย เฉพาะในจังหวัดสงขลา
สำหรับไฟฟ้าในพื้นที่บางจุดอาจจะมีปัญหา ส่วนสัญญาณโทรศัพท์ที่ก่อนหน้านี้ล่มไป ปัจจุบันได้กู้คืนกลับมาแล้ว
ส่วนกรณีที่มีผู้ประสบเหตุบางส่วนอาจจะไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และมีการยิงย้อนหลังใส่เจ้าหน้าที่กู้ภัย พล.ท. วันชนะระบุว่า อาจจะเป็นเรื่องของความไม่พอใจ ความล่าช้าหรือไม่ ทั้งนี้ทราบแล้วว่าเกิดเหตุที่ไหน ซึ่งในจุดนั้นจะมีการจัดเจ้าหน้าที่กองทัพเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่นั้นเอง และจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ทางภาคเอกชน ได้มอบชุดโดรนมาให้กับทางกองทัพ นำไปปฏิบัติงานในพื้นที่ซึ่งจะใช้ระบุพิกัดของประชาชนที่ยังไม่ออกจากพื้นที่ และสืบหาข่าวสารที่ส่งเข้ามาในช่องทางต่างๆ















The post ศป.กฉ. จัดส่งกำลังพลและสิ่งของช่วยเหลือวิกฤตน้ำท่วมสงขลา เผยใช้ AI กรองข้อมูลจัดลำดับช่วยผู้ประสบภัยสงขลา appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (15 พฤศจิกายน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไท […]
The post กพท. ประกาศห้ามบินโดรนเด็ดขาดในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อความมั่นคง มีผล 16-30 พ.ย. appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (15 พฤศจิกายน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ได้ออกประกาศฉบับที่ 10 เรื่อง ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ถึง 30 พฤศจิกายน 2568 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
CAAT ระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์ภาพรวมยังอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หน่วยงานด้านความมั่นคงจึงได้ประสานงานให้คงมาตรการกำหนดพื้นที่ห้ามบินโดรนโดยเด็ดขาดในระดับอำเภอของ 7 จังหวัด เพื่อรองรับการปฏิบัติการด้านความมั่นคงที่ยังคงดำเนินอยู่
พื้นที่ห้ามบินโดยเด็ดขาดครอบคลุม 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่:
นอกจากนี้ ยังรวมถึงพื้นที่รัศมี 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) รอบสนามบินที่กำหนด และพื้นที่ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงประกาศเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ
CAAT ให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตประชาชนและภาคธุรกิจ จึงผ่อนคลายข้อจำกัดให้สามารถใช้งานโดรนได้ในเกือบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด ดังนี้:
1. การขึ้นทะเบียน: ผู้ใช้งานต้องขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนและโดรนกับ CAAT ให้ถูกต้องครบถ้วน
2. การขออนุญาต: ยื่นคำขออนุญาตปฏิบัติการบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ผ่านระบบแอปพลิเคชัน UAS Portal หรือ uasportal.caat.or.th
3. ความสูงและเวลาบิน: ปฏิบัติการบินที่ความสูงไม่เกิน 90 เมตร (300 ฟุต) เหนือพื้นดิน และสามารถบินได้ในเวลา 06.00–18.00 น. หากต้องการบินนอกช่วงเวลาต้องขออนุญาตจาก CAAT แต่ห้ามบินในช่วงเวลา 00.01–04.00 น. ทุกกรณี
4. การแจ้งก่อนปฏิบัติการ: เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ก่อนการปฏิบัติการบินทุกครั้ง ต้องแจ้งข้อมูลพื้นที่ วัน-เวลา และวัตถุประสงค์ต่อ CAAT ผ่านแอปพลิเคชัน UAS Portal และแจ้งต่อ ศบตอ.น. ทางอีเมล ([email protected])
5. กรณีปฏิบัติการแตกต่างจากเงื่อนไข: ต้องยื่นคำขออนุญาตและเอกสารเพิ่มเติมต่อ CAAT ผ่าน UAS Portal
CAAT ระบุว่าการออกประกาศฉบับที่ 10 เป็นผลจากการประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ CAAT จะติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างใกล้ชิด และพร้อมทบทวนมาตรการให้สอดคล้องกับสภาพความมั่นคงในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้การใช้งานโดรนของประเทศเป็นไปอย่างสมดุลและปลอดภัย
อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/1AFnnGFD7R/
The post กพท. ประกาศห้ามบินโดรนเด็ดขาดในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อความมั่นคง มีผล 16-30 พ.ย. appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (9 สิงหาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ( […]
The post กพท. ประกาศผ่อนปรนให้โดรนเพื่อการเกษตรขึ้นบินได้ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. นี้ ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (9 สิงหาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ประกาศผ่อนปรนให้ โดรนเพื่อการเกษตร สามารถทำการบินได้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป แม้จะยังคงมีคำสั่งห้ามบินโดรนทุกประเภททั่วราชอาณาจักรจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงก็ตาม โดยมาตรการผ่อนปรนนี้มีเงื่อนไขที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัยและมั่นคงในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ผู้ควบคุมโดรนและตัวโดรนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัดดังนี้ :
CAAT ยังคงมีข้อห้ามบินโดรนทุกประเภทในพื้นที่ที่กำหนด ได้แก่ :
ผู้ที่ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเจ้าหน้าที่มีอำนาจใช้ระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (Anti-Drone System) เพื่อตอบโต้หรือทำลายโดรนที่ผิดกฎหมายได้ทันที หากมีข้อสงสัยหรือพบการฝ่าฝืน สามารถแจ้งได้ที่ CAAT หรือหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้ตลอดเวลา
อ้างอิง:
The post กพท. ประกาศผ่อนปรนให้โดรนเพื่อการเกษตรขึ้นบินได้ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. นี้ ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด appeared first on THE STANDARD.
]]>
ซูเจิงชาง นายกรัฐมนตรีไต้หวัน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว หล […]
The post นายกฯ ไต้หวัน แจงกรณีกองทัพยิงโดรนตกใกล้จีน ลั่นเป็นการกระทำที่ ‘เหมาะสมที่สุดแล้ว’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ซูเจิงชาง นายกรัฐมนตรีไต้หวัน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว หลังมีรายงานว่า กองทัพไต้หวันได้ยิงโดรนพลเรือนไม่ทราบที่มาตกใกล้ชายฝั่งจีนวานนี้ (1 กันยายน) หลังตรวจพบว่าโดรนลำดังกล่าวรุกล้ำน่านฟ้าบริเวณหมู่เกาะจินเหมิน ซึ่งเป็นหมู่เกาะขนาดเล็กของไต้หวัน ที่อยู่ไม่ไกลจากนครเซียะเหมิน ในมณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน โดยเขาชี้ว่า เป็นการดำเนินการที่เหมาะสมที่สุดหลังจากที่มีการส่งสัญญาณเตือนแล้วหลายครั้ง และจีนควรใช้ความยับยั้งชั่งใจ
กรณีดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกหลังรัฐบาลไต้หวันประกาศว่า จะดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างรุนแรงต่อการรุกล้ำดินแดนของไต้หวันที่เพิ่มมากขึ้น
โดยที่ผ่านมาไต้หวันได้ย้ำเตือนหลายต่อหลายครั้งถึงการคุกคามจากโดรนที่มาจากจีน ซึ่งบินเข้าใกล้หมู่เกาะจินเหมิน ในระหว่างที่รัฐบาลปักกิ่งเปิดฉากการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังการเยือนไต้หวันของ แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
ซูกล่าวต่อผู้สื่อข่าวยืนยันว่า ไต้หวันได้ประกาศเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และขอให้พวกเขาอย่าเข้ามาใกล้ประตูบ้านของเรา
“พวกเขาเพิกเฉยต่อคำเตือนของเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้การป้องกันตัวและการยิง นี่คือปฏิกิริยาที่เหมาะสมที่สุดหลังจากการยับยั้งชั่งใจและคำเตือนหลายต่อหลายครั้ง” เขากล่าว พร้อมชี้ว่า จีนก็ควรใช้ความ ‘ยับยั้งชั่งใจ’ เช่นกัน
“เราจะไม่มีทางยั่วยุและเราจะทำสิ่งที่เหมาะสมที่สุด เพื่อปกป้องแผ่นดินและประชาชนของเรา”
ขณะที่สื่อไต้หวันรายงานท่าทีของสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า “ความพยายามของไต้หวันในการทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นเป็นเรื่องไร้สาระอย่างยิ่ง”
แฟ้มภาพ: Photo by Carl Court / Getty Images
อ้างอิง:
The post นายกฯ ไต้หวัน แจงกรณีกองทัพยิงโดรนตกใกล้จีน ลั่นเป็นการกระทำที่ ‘เหมาะสมที่สุดแล้ว’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
UPS ผู้ให้บริการด้านการขนส่งโลจิสติกส์ และ CVS ร้านขายย […]
The post UPS และ CVS นำร่องให้บริการบินโดรนส่งยาตามใบสั่งแพทย์ในฟลอริดา ช่วงโควิด-19 ระบาด appeared first on THE STANDARD.
]]>
UPS ผู้ให้บริการด้านการขนส่งโลจิสติกส์ และ CVS ร้านขายยาชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ว่าจะเริ่มนำร่องให้บริการบินโดรนส่งยาตามใบสั่งแพทย์ (Prescription Drug) แบบเดลิเวอรีตามชุมชนผู้สูงอายุที่เกษียณในรัฐฟลอริดาตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในช่วงที่โควิด-19 ระบาด และรัฐบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม
สำหรับบริการส่งยาตามใบสั่ง เป็นบริการที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ UPS และ CVS โดยใช้โดรนโมเดล M2 ของบริษัท Matternet เพื่อดำเนินการบินจัดส่งยาให้กับผู้คนจำนวนไม่ตำ่กว่า 135,000 ราย วิธีการคือ UPS จะใช้โดรนบินนำส่งยาตามใบสั่งของ CVS ให้กับสถานที่ที่อยู่ใกล้เคียงกับชุมชนแต่ละแห่ง ก่อนที่จะใช้รถบรรทุกในการจัดส่งยาในขั้นตอนสุดท้าย
สกอตต์ ไพรซ์ (Scott Price) หัวหน้าเจ้าหน้าแผนกกลยุทธ์และการทรานฟอร์มองค์กรของ UPS กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “บริการโดรนรูปแบบใหม่ของเราจะช่วยให้ CVS สามารถให้บริการจัดส่งยาให้กับชุมชนผู้สูงอายุได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องเดินทางออกจากบ้าน
“พวกเรามุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับโรคระบาดโควิด-19 และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เราสามารถสนับสนุนบริการด้านสุขภาพให้กับลูกค้าผ่านนวัตกรรมต่างๆ ที่มีได้”
แนวคิดของบริการรูปแบบใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุในพื้นที่ฟลอริดา เนื่องจากพลเมืองกลุ่มดังกล่าวถือเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ป่วยจากโควิด-19 ท้ัง UPS และ CVS จึงร่วมกันให้บริการดังกล่าวเพื่อตอบสนองความต้องการที่เกิดขึ้น หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ประกาศความร่วมมือในการใช้โดรนส่งสินค้าตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
อ้างอิง:
The post UPS และ CVS นำร่องให้บริการบินโดรนส่งยาตามใบสั่งแพทย์ในฟลอริดา ช่วงโควิด-19 ระบาด appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประชาชนที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สม […]
The post ประชาชนร่วมชื่นชมโดรนแปรอักษรถวายราชสดุดีจักรีวงศ์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประชาชนที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จออกสีหบัญชร มีโอกาสได้รับชมโดรนแปรอักษรถวายราชสดุดีจักรีวงศ์ เฉลิมพระเกียรติมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
โดยฝูงโดรนบินแปรอักษร 10 ภาพ ร่วมกับการบรรเลงเพลงซิมโฟนี เป็นระยะเวลาประมาณ 30 นาที
การแสดงชุดที่ 1 ‘เทิดไท้องค์ราชัน’ ประกอบด้วยโดรนจํานวน 167 ลํา โดยแปรเป็นรูปภาพจำนวน 7 ภาพ ได้แก่
การแสดงชุดที่ 2 ‘สัญลักษณ์แห่งชาติ’ ประกอบด้วยโดรนจำนวน 68 ลำ โดยแปรเป็นรูปภาพจำนวน 3 ภาพ ได้แก่







The post ประชาชนร่วมชื่นชมโดรนแปรอักษรถวายราชสดุดีจักรีวงศ์ appeared first on THE STANDARD.
]]>ประมวลภาพการแสดงการแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติด้วยโดรน เนื่ […]
The post ชมคลิป: โดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ appeared first on THE STANDARD.
]]>ประมวลภาพการแสดงการแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติด้วยโดรน เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ ท้องสนามหลวง
The post ชมคลิป: โดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประชาชนบริเวณท้องสนามหลวงชื่นชมภาพความสวยงามของการฝึกซ้ […]
The post ประชาชนชื่นชมการฝึกซ้อมบินโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประชาชนบริเวณท้องสนามหลวงชื่นชมภาพความสวยงามของการฝึกซ้อมบินโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งจะทำการแสดงจริงในช่วงค่ำวันที่ 5 และ 6 พฤษภาคมนี้
ทั้งนี้โดรนทั้งหมดสร้างและพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นเองโดยฝีมือคนไทย จำนวนรวมทั้งสิ้น 300 ลำ โดยแบ่งการขึ้นบินเป็น 2 ชุด ชุดใหญ่ จำนวน 167 ลำ และชุดเล็ก จำนวน 68 ลำ
สำหรับโดรนชุดใหญ่ จำนวน 167 ลำ ใช้เวลาในการบิน 8.16 นาที โดยจะบินเป็นรูปร่างต่างๆ จำนวน 7 แบบ ได้แก่
ส่วนโดรนชุดเล็ก จำนวน 68 ลำ ใช้เวลา 7.03 นาที โดยจะบินเป็นรูปร่างต่างๆ 3 แบบคือ

The post ประชาชนชื่นชมการฝึกซ้อมบินโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ภาพการซักซ้อมของฝูงบินโดรน แปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ เนื่ […]
The post ซ้อมบินโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ-ประชาชนเที่ยวชมรอบพระบรมมหาราชวัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ภาพการซักซ้อมของฝูงบินโดรน แปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยชุดการแสดงแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดแรกใช้โดรนทั้งหมด 167 ตัว แปรอักษรและภาพประกอบเพลงบรรเลงที่แต่งขึ้นใหม่
จากนั้นต่อด้วยการแสดงชุดที่สอง ใช้โดรน 68 ตัว บินแปรเป็นภาพธงชาติไทยที่กำลังโบกสะบัด ภาพช้าง สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย และดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทย
นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองเเละวิทยุบังคับ ผู้ควบคุมดูแลการแสดงโชว์บินโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้เปิดเผยว่า โดรนทุกตัวที่ใช้ในการแสดงบินโชว์ ผลิตและคิดค้นโดยคนไทยทั้งหมด อีกทั้งแตกต่างจากโดรนทั่วไปที่จะใช้รีโมตบังคับ เพราะมีทีมนักวิจัยโดรนของทีม 3 คน แบ่งหน้าที่หลักๆ คือ คิดค้นตัวรูปแบบโครงสร้างโดรน คิดค้นระบบซอฟต์แวร์ และนักวิจัยที่ทำแผนการบิน โดยโดรนทุกตัวติดตั้งจีพีเอสและมีตัวส่งสัญญาณเชื่อมต่อกันระหว่างโดรนแต่ละตัว โดยเมื่อแสดงแล้วเสร็จ โดรนจะบินกลับมายังที่เดิมได้อย่างแม่นยำ
ขณะที่บรรยากาศบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ประชาชนเที่ยวชมและถ่ายรูปบรรยากาศโดยรอบ ซึ่งประดับไฟตกแต่งอย่างสวยงาม

The post ซ้อมบินโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ-ประชาชนเที่ยวชมรอบพระบรมมหาราชวัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เช […]
The post เชิญรับชมโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ ณ ท้องสนามหลวง 5-6 พฤษภาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เชิญชวนประชาชนร่วมชมและเป็นส่วนหนึ่งการแสดงแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ด้วยโดรนกว่า 300 ลำ ในวันที่ 5 และ 6 พฤษภาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณท้องสนามหลวง
โดยกำหนดการวันที่ 5 พฤษภาคม จะเริ่มแสดงหลังพระราชพิธีเสด็จเลียบพระนคร ส่วนวันที่ 6 พฤษภาคม จะเริ่มแสดงเวลา 19.00-19.30 น. โดยประมาณ
ทั้งนี้ การแสดงครั้งนี้เป็นนวัตกรรมที่คิดค้นและประดิษฐ์โดยฝีมือคนไทยเป็นครั้งแรกในการเขียนโปรแกรมควบคุมโดรนให้บินอยู่ในอากาศได้ทีละหลายๆ ลำ และยังจะไปจัดแสดงในส่วนภูมิภาคเนื่องในวันสำคัญต่างๆ อีก 8 ครั้ง
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post เชิญรับชมโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ ณ ท้องสนามหลวง 5-6 พฤษภาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าคิดว่าโดรนนำส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ล้ำแล้ว เราขอพาคุณไป […]
The post โดรนบินส่งอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายลำแรกของโลก! appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าคิดว่าโดรนนำส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ล้ำแล้ว เราขอพาคุณไปพบกับโดรนนำส่งอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายลำแรกของโลก! ที่เพิ่งจะประสบความสำเร็จในการทดลองจริงเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา
The post โดรนบินส่งอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายลำแรกของโลก! appeared first on THE STANDARD.
]]>
แนวคิดการนำโดรนมาใช้ส่งสินค้าเพื่อลดระยะเวลาการขนส่งเกิ […]
The post แมรีแลนด์ทดสอบโดรนบินส่งไตเพื่อผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
แนวคิดการนำโดรนมาใช้ส่งสินค้าเพื่อลดระยะเวลาการขนส่งเกิดขึ้นมานานแล้ว เพียงแต่การจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้นั้นยังเป็นเรื่องยากพอสมควร เนื่องจากข้อจำกัดด้านนโยบายและการบังคับใช้กฎหมายในแต่ละพื้นที่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีโปรเจกต์การพัฒนาโดรนเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการขนส่งให้เห็นอยู่ตลอดเวลา
ล่าสุด ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ (University of Maryland Medical Center) ในบัลติมอร์ สหรัฐอเมริกา ได้นำโดรนขึ้นบินทดสอบสำหรับการปลูกถ่ายในผู้ป่วยเป็นครั้งแรกแล้วเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งการทดลองในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับการปลูกถ่ายไตให้กับผู้ป่วยที่ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
การทดลองในครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์และโรงพยาบาลเซนต์แอกเนสในบัลติมอร์เพื่อนำส่งอวัยวะสำหรับการปลูกถ่ายเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งประโยชน์จากการทดลองจะช่วยให้การนำส่งอวัยวะให้ผู้ป่วยทำได้เร็วและปลอดภัยขึ้น โดยโดรนลำนี้ได้ขึ้นบินเมื่อช่วงเวลา 01.00 น. จากโรงพยาบาลเซนต์แอกเนสที่ความสูงระดับ 120 เมตรจากพื้นดิน เพื่อเดินทางไปยังศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ที่อยู่ห่างออกไปราว 5 กิโลเมตร
โดรนลำดังกล่าวถูกออกแบบขึ้นมาพิเศษพร้อมติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการมอนิเตอร์อวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายตลอดการขนส่งโดยเฉพาะ และใช้เวลาในการนำส่งถึงปลายทางทั้งสิ้น 10 นาที ก่อนจะนำไตจากผู้บริจาคไปปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยหญิงวัย 44 ปีที่มีอาการภาวะไตวาย
นายแพทย์โจเซฟ สกาเลีย (Joseph Scalea) หนึ่งในทีมแพทย์ผู้ผ่าตัดได้กล่าวชื่นชมความสำเร็จที่เกิดขึ้นของการทดลองในครั้งนี้ ทั้งยังกล่าวอีกด้วยว่า การใช้โดรนเพื่อนำส่งอวัยวะสำหรับการปลูกถ่ายในผู้ป่วยถือเป็นประโยชน์และความก้าวหน้าในวงการการแพทย์ ที่ช่วยลดข้อจำกัดด้านการจัดส่งที่ล่าช้าในอดีตได้เป็นอย่างมาก ขณะที่ในเร็วๆ นี้เชื่อว่าจะสามารถเดินทางได้ไกลขึ้นที่ระยะทางประมาณ 50-160 กิโลเมตร
“ระยะทางในการนำโดรนบินอาจจะไม่สำคัญสักเท่าไร แต่สิ่งสำคัญคือเราสามารถใช้เทคโนโลยีของโดรนมาประยุกต์เข้ากับระบบการปลูกถ่ายอวัยวะและการลำเลียงส่งในปัจจุบันได้”
ที่ผ่านมาเคยมีกรณีการนำโดรนส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เห็นมาแล้ว ตัวอย่างเช่น การนำยาและวัคซีนบินส่งในกานานและสาธารณรัฐวานูอาตูตามลำดับ แต่การใช้โดรนส่งอวัยวะปลูกถ่ายครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกเลยก็ว่าได้ เนื่องจากการขนส่งอวัยวะมีขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนและต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่า เพราะทุกวินาทีที่เสียไปล้วนแล้วแต่มีผลต่อโอกาสการอยู่รอดของผู้ป่วย
ขณะที่องค์กรด้านการปลูกถ่ายอวัยวะในสหรัฐฯ United Network for Organ Sharing ระบุว่า ในปี 2018 ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยมากถึง 114,000 รายที่จำเป็นจะต้องเข้ารับการรักษาเพื่อปลูกถ่ายอวัยวะ ในจำนวนนี้มีผู้ป่วย 4% ที่ได้รับการรักษาล่าช้าเนื่องจากการนำส่งอวัยวะทำได้ช้ากว่ากำหนด 1-2 ชั่วโมง
ภาพ: ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ (University of Maryland Medical Center)
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
อ้างอิง:
The post แมรีแลนด์ทดสอบโดรนบินส่งไตเพื่อผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
Wing สตาร์ทอัพผู้พัฒนาโครงการโดรนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ ผ […]
The post Wing บริษัทโดรนส่งสินค้าในเครือ Google ผ่านการรับรองจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ แล้ว appeared first on THE STANDARD.
]]>
Wing สตาร์ทอัพผู้พัฒนาโครงการโดรนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ ผ่านการรับรองจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA (Federal Aviation Administration) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของผู้ให้บริการสายการบินอย่างเคร่งครัด ทำให้ต่อจากนี้พวกเขาจะสามารถนำโดรนบินส่งสินค้าในสหรัฐฯ ได้ทันที
Wing โปรเจกต์ภายใต้การพัฒนาของบริษัท Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) ถือเป็นบริษัทให้บริการโดรนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์แห่งแรกที่ได้รับการรับรองโดย FAA ในระดับเดียวกันกับสายการบินขนาดย่อม โดยตั้งเป้าเริ่มส่งสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดเล็กจากธุรกิจท้องถิ่นไปยังบริเวณพื้นที่ชุมชนสองแห่งในรัฐเวอร์จิเนียภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ประกอบด้วยเมืองแบล็กส์เบิร์กและคริสเตียนเบิร์ก ก่อนจะขออนุญาตและการรับรองจาก FAA เพื่อขยายพื้นที่การให้บริการไปยังบริเวณอื่นๆ ในอนาคต
เจมส์ ไรอัน เบอร์เจส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Wing ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า “ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับเราอย่างแท้จริงที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ เพื่อดำเนินธุรกิจด้วยเทคโนโลยีของพวกเรา”
ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา Wing เพิ่งได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานด้านการบินในออสเตรเลียเพื่อเริ่มให้บริการโดรนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ในแคนเบอร์รา เมืองหลวงของออสเตรเลียไปหมาดๆ (จำนวน 100 หลังคาเรือน) การผ่านการรับรองโดย FAA จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญไม่ใช่แค่เฉพาะกับ Wing แต่นับรวมถึงอุตสาหกรรมโดรนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
อ้างอิง:
The post Wing บริษัทโดรนส่งสินค้าในเครือ Google ผ่านการรับรองจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ แล้ว appeared first on THE STANDARD.
]]>The post เมื่อโดรนกลายเป็นอาวุธ เราควรป้องกันอย่างไร appeared first on THE STANDARD.
]]>The post เมื่อโดรนกลายเป็นอาวุธ เราควรป้องกันอย่างไร appeared first on THE STANDARD.
]]>
อีกไม่ถึง 4 วัน (9 ก.พ.) มหกรรมการแข่งขันโอลิมปิกภาคฤดู […]
The post เกาหลีใต้เตรียมใช้โดรนตำรวจ เครื่องบินตรวจจับใบหน้า เทคโนโลยีความปลอดภัย ในโอลิมปิกฤดูหนาว appeared first on THE STANDARD.
]]>
อีกไม่ถึง 4 วัน (9 ก.พ.) มหกรรมการแข่งขันโอลิมปิกภาคฤดูหนาวในเขตพย็องชัง (Pyeongchang) ที่เกาหลีใต้รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพก็จะเปิดฉากเริ่มขึ้นแล้ว และเกมการแข่งขันจะดำเนินต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 16 วันจนถึงพิธีปิดในวันที่ 25 ก.พ. คำถามคือประเทศเจ้าภาพพร้อมแค่ไหนกับการรับมือดูแลรักษาความปลอดภัยของนักกีฬาผู้เข้าแข่งขันเกือบ 3,000 คนจาก 92 ประเทศ?
เว็บไซต์ Engadget รายงานว่าเกาหลีใต้เตรียมนำโดรนตำรวจที่ใช้จับโดรนด้วยกันเอง เครื่องบินยุทธวิถีตรวจจับใบหน้า และเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยอีกมากมาย มาใช้ป้องกันเหตุและดูแลความเรียบร้อยในการจัดการแข่งขันโอลิมปิกภาคฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ
โดยโดรนนักจับโดรนจะไม่ได้มีหน้าที่ไล่ล่าโดรนลำอื่นๆ ที่บินเข้ามาในอาณาบริเวณสนามแข่งขันแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่จะปล่อยตาข่ายออกมาเพื่อจับอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ที่ปรากฏตัวอยู่บนเรดาร์ของทีมงานที่ดูแลระบบรักษาความปลอดภัยด้วย เพราะทางการเกาหลีไม่ได้เข้มงวดกับการป้องกันการถ่ายภาพที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่ให้ความสำคัญกับประเด็นการก่อการร้ายและการลอบวางระเบิดด้วยโดรนมาเป็นอันดับหนึ่ง
ในกรณีที่โดรนตำรวจตรวจจับอาจจะทำงานได้ไม่ดีพอ ทีมงานดูแลรักษาความปลอดภัยยังได้รับการฝึกฝนทักษะการยิงโดรนให้ร่วงจากน่านฟ้า ส่วนเครื่องบินยุทธวิถีพร้อมระบบตรวจจับใบหน้าก็จะติดกล้อง CCTV ความคมชัดสูงไว้ เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์เหตุด่วนเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นบนความสูง 150-200 เมตรจากผืนดิน พร้อมส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์
เช่นเดียวกับสนามที่ใช้จัดการแข่งขันทุกแห่งที่มีกล้อง CCTV แบบตรวจจับการเคลื่อนไหวหลายทิศทางติดตั้งพร้อมใช้งานไว้แล้ว โดยที่ทีมป้องกันการก่อการร้ายประจำพย็องชังจะนำเครื่องเอกซเรย์ยานพาหนะ เพื่อตรวจจับวัตถุต้องสงสัยที่ซ่อนไว้ในรถทุกคันที่ขับเข้ามายังสนามกีฬา
เมื่อปลายปีที่แล้ว สำนักข่าว Yonhap News ประจำประเทศเกาหลีใต้ เคยออกมาให้ข่าวว่าเกาหลีเตรียมจะนำหุ่นยนต์ 85 ตัว 11 ชนิดมาประจำการในสนามกีฬาแต่ละแห่ง โดยส่วนใหญ่มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าชมเกมการแข่งขัน และเข้ามาทดแทนการใช้บุคลากรมนุษย์
หุ่นยนต์ 11 ชนิดนี้สามารถจำแนกเป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid) ที่มีลักษณะท่าทางการเดินคล้ายคน พัฒนาโดยสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงของเกาหลี (KAIST) ซึ่งได้ถือคบเพลิงเดินบนถนนใกล้เมืองแทจ็อนในระยะทางกว่า 160 กิโลเมตรไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2017
หุ่นยนต์พูดได้ที่พร้อมจะให้ข้อมูลการเดินทาง ตารางการแข่งขันใน 4 ภาษาได้แก่ เกาหลี อังกฤษ จีน และญี่ปุ่น หุ่นยนต์จิตรกรที่จะวาดลวดลายผลงานศิลปะบนผนังสนามที่ใช้แข่งขันระหว่างเกม หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำความสะอาด หุ่นยนต์ส่งของอัตโนมัติขนาดเล็กและหุ่นยนต์ตกปลา เป็นต้น
หมายเหตุ: โดรนในภาพประกอบไม่ใช่โดรนตำรวจ แต่เป็นโดรนถือคบเพลิง เนื่องจากยังไม่มีการเผยโฉมโดรนตำรวจที่พร้อมใช้งานจริงออกมา
อ้างอิง:
The post เกาหลีใต้เตรียมใช้โดรนตำรวจ เครื่องบินตรวจจับใบหน้า เทคโนโลยีความปลอดภัย ในโอลิมปิกฤดูหนาว appeared first on THE STANDARD.
]]>
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ […]
The post นาซาเผย เสียง ‘โดรน’ น่ารำคาญกว่าเสียงรถยนต์ถึง 2 คัน! appeared first on THE STANDARD.
]]>
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) เผยผลการศึกษาเบื้องต้นว่า เสียงหึ่งๆ ที่ดังจากโดรนมีความน่ารำคาญกว่าเสียงรถยนต์ในชีวิตประจำวันเสียอีก
ผู้ร่วมทดสอบ 38 คนได้ฟังเสียงบันทึกจากยานพาหนะต่างๆ เช่น รถยนต์ รถตู้ รถบรรทุกดีเซล และเสียงโดรนในระดับความเร็วและความสูงในการบินที่ต่างกัน พร้อมกับให้คะแนนความน่ารำคาญจากระดับตั้งแต่ ‘ไม่น่ารำคาญเลย’ จนถึง ‘น่ารำคาญอย่างรุนแรง’
แอนดริว คริสเตียน (Andrew Christian) ผู้ร่วมวิจัยกล่าวต่อผลลัพธ์อย่างประหลาดใจว่า “พวกเราไม่เคยคิดว่าผลที่ออกมามันจะต่างกันชัดเจนขนาดนี้”
นาซาระบุผลว่า ความน่ารำคาญของโดรนรุนแรงพอๆ กับการฟังเสียงรถยนต์ 2 คันในระยะประชิด และยังเปิดเผยว่า ผู้ร่วมการทดลองส่วนใหญ่ลงคะแนนให้เสียงรถยนต์น่ารำคาญน้อยที่สุดเนื่องจากเราเคยชินกับมันแล้ว พร้อมชี้ว่า ระดับความน่ารำคาญมีผลสืบเนื่องจากระยะเวลาที่เสียงเหล่านี้ดังด้วย
ขณะที่โฆษกแอมะซอน (Amazon) บริษัทที่วางแผนใช้งานโดรนเพื่อขนส่งสินค้า ระบุว่า “โดรนของพวกเราบินในระดับที่สูงห่างจากผู้คนและบ้านช่องอย่างมาก” อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังพัฒนาเพื่อให้โดรนมีความเงียบเชียบขึ้น
Cover Photo: Nesterenko Maxym/Shutterstock
อ้างอิง:
The post นาซาเผย เสียง ‘โดรน’ น่ารำคาญกว่าเสียงรถยนต์ถึง 2 คัน! appeared first on THE STANDARD.
]]>