Drive My Car Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/drive-my-car/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 30 Mar 2023 11:48:53 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 QUOTE: อียุนอา – Drive My Car https://thestandard.co/lee-yoon-a-drive-my-car/ Mon, 27 Jun 2022 07:44:14 +0000 https://thestandard.co/?p=647002 Drive My Car

“เราจะต้องมีชีวิตผ่านวันและคืนอันแสนยาวนาน เราจะอดทนต่อ […]

The post QUOTE: อียุนอา – Drive My Car appeared first on THE STANDARD.

]]>
Drive My Car

“เราจะต้องมีชีวิตผ่านวันและคืนอันแสนยาวนาน เราจะอดทนต่อบททดสอบที่ชะตากรรมหยิบยื่นมาให้ ต่อให้เราจะไม่ได้พักผ่อนเลย เราก็จะตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อคนอื่นๆ ต่อไป ทั้งตอนนี้และในยามที่เราเฒ่าชราลง และเมื่อเวลาสุดท้ายของเรามาถึง เราจะจากไปอย่างเงียบงัน และในเวลาอันยิ่งใหญ่หลังจากนั้น เราจะกล่าวกับพระองค์ว่าเราทุกข์ทรมาน ว่าเราร้องไห้ ว่าชีวิตนั้นแสนยากเย็น และพระองค์ก็จะเวทนาเรา“

 

จากนั้นเราทั้งสองจะได้เห็นแสงสว่างอันงดงาม ราวกับความฝันที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า เราจะเปรมปรีดิ์ และมีรอยยิ้มอันอ่อนโยนบนใบหน้า เราจะมองกลับมายังกระแสธารแห่งความทุกข์ และในท้ายที่สุดเราจะได้พัก ฉันเชื่ออย่างนั้นนะ ฉันเชื่อมั่นอย่างยิ่งจากก้นบึ้งในจิตใจ เมื่อเวลานั้นมาถึง เราจะได้พัก”

 

ฮาฟูกุ (ฮิเดโตชิ นิชิจิมะ) ที่กำลังเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกสาวและภรรยาของตนไปอย่างกะทันหัน และต้องมารับหน้าที่กำกับละครเวที ลุงวานยา ทำให้เขามีโอกาสได้พบกับนักแสดงมากมายเพื่อทำให้ละครเวทีเรื่องนี้เสร็จสมบูรณ์ และหนึ่งในนั้นก็คือ อียุนอา (พัคยูริม) นักแสดงชาวเกาหลีผู้เป็นใบ้และต้องใช้ภาษามือในการสื่อสาร 

 

เชื่อว่าหลายคนที่มีโอกาสได้รับชม Drive My Car นั้น คงรู้สึกประทับใจกับตัวละครอียุนอาเป็นอย่างมาก เพราะท่ามกลางเนื้อหาที่เต็มไปด้วยบทสนทนามากมาย เธอเป็นเพียงคนเดียวในเรื่องที่ไม่มีบทพูดใดๆ เลย แต่กลับใช้ภาษามือในการสื่อสารเรื่องราวต่างๆ ให้กับผู้ชมแทน ซึ่งการแสดงของเธอนั้นก็ทำให้ภาพยนตร์มีมิติที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น 

 

ถึงแม้อียุนอาจะไม่ใช่ตัวละครหลักที่มีหน้าที่ขับเคลื่อนเรื่องราวต่างๆ ของภาพยนตร์ แต่ทุกครั้งที่เธอปรากฏตัวพร้อมกับภาษามืออันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ สิ่งนั้นก็สามารถดึงดูดสายตาผู้ชมให้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อได้เสมอ

 

โดยเฉพาะฉากการแสดงละครเวที ลุงวานยา ในช่วงท้ายของเรื่องที่เธอได้กลายเป็น 1 ในตัวละครสำคัญที่ผูกเรื่องราวต่างๆ ที่ทอดยาวตลอด 3 ชั่วโมงให้กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให้กับผู้ชมได้รับรู้ ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่าแม้เธอจะไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาเลยสักคำ แต่เธอนั้นมองเห็นและรับรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นมาโดยตลอด

 

“ผู้คนไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันพูดเป็นเรื่องปกติสำหรับฉัน แต่ฉันมองเห็นและได้ยิน บางทีฉันเข้าใจมากกว่าคำพูดเสียอีก”

 

เพราะหากเราตั้งใจที่จะ ‘มอง’ และ ‘รับฟัง’ มากกว่าที่จะ ‘พูด’ บางครั้งมันอาจทำให้เราเข้าใจถึงสิ่งที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายในคำพูด และการกระทำเหล่านั้นมากยิ่งขึ้น

The post QUOTE: อียุนอา – Drive My Car appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ควรพลาด! Netflix เตรียมนำ 4 หนังเยี่ยม Drive My Car, CODA, Flee, Petite Maman ลงโปรแกรมฉายให้คอหนังได้ตามเก็บ มิ.ย. นี้ https://thestandard.co/netflix-new-releases-streaming-june-2022/ Fri, 27 May 2022 02:54:56 +0000 https://thestandard.co/?p=634423 Netflix

Netflix เตรียมนำ 4 ภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมแห่งปี 2021 ได้แ […]

The post ไม่ควรพลาด! Netflix เตรียมนำ 4 หนังเยี่ยม Drive My Car, CODA, Flee, Petite Maman ลงโปรแกรมฉายให้คอหนังได้ตามเก็บ มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix

Netflix เตรียมนำ 4 ภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมแห่งปี 2021 ได้แก่ CODA, Flee, Drive My Car และ Petite Maman กลับมาให้คอภาพยนตร์ได้ตามเก็บกันอีกครั้งตลอดเดือนมิถุนายนนี้ 

 

Netflix

 

เริ่มต้นด้วยภาพยนตร์ฟีลกู้ดเรื่องเยี่ยมอย่าง CODA ของผู้กำกับ Sian Heder ที่ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์ฝรั่งเศสเรื่อง The Bélier Family (2014) การันตีความประทับใจด้วยการกวาดรางวัลออสการ์มาได้ถึง 3 สาขา ได้แก่ นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Troy Kotsur), บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และสาขาใหญ่ของงานอย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม 

 

CODA ว่าด้วยเรื่องราวของ Ruby (Emilia Jones) เด็กสาวที่เติบโตมาในครอบครัวหูหนวก เธอจึงต้องคอยเป็นล่ามให้กับที่บ้าน กระทั่งวันหนึ่งเธอได้ตัดสินสมัครเข้าชมรมร้องประสานเสียง จนได้รับข้อเสนอจากอาจารญ์ให้ลองไปสมัครสอบชิงทุนที่สถาบันดนตรีชื่อดัง เธอจึงต้องตัดสินใจว่าจะเลือกทำตามความฝัน หรือละทิ้งความฝันเพื่ออยู่ช่วยครอบครัวหูหนวกต่อไป โดยภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉาย 10 มิถุนายนนี้ 

 

Netflix

 

ต่อเนื่องกันด้วยสารคดีแอนิเมชันเรื่อง Flee ของผู้กำกับชาวเดนมาร์ก Jonas Poher Rasmussen ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 3 สาขาด้วยกัน ได้แก่ ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม, ภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม และภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม 

 

Flee ว่าด้วยเรื่องราวของ Amin ผู้ที่เกิดและเติบโตขึ้นมาท่ามกลางสงครามกลางเมืองในอัฟกานิสถาน กระทั่งวันหนึ่ง Amin และครอบครัวตัดสินใจลี้ภัยออกจากบ้านเกิดของตนเองเพื่อออกตามหาบ้านหลังใหม่ เรื่องราวการเดินทางของ Amin ที่จะชวนผู้ชมไปสำรวจทุกมวลความรู้สึกของ ‘ผู้ลี้ภัย’ จึงเริ่มต้นขึ้น โดยภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉาย 17 มิถุนายนนี้ 

Netflix

 

สลับมาที่ภาพยนตร์จากฝั่งญี่ปุ่นอย่าง Drive My Car ของผู้กำกับ ริวสุเกะ ฮามากูจิ ที่ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นของ ฮารูกิ มูราคามิ โดยภาพยนตร์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 4 สาขา ประกอบด้วย ภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม (ริวสุเกะ ฮามากูจิ), บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ก่อนที่จะคว้ามาได้ 1 รางวัล ได้แก่ ภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม

 

Drive My Car ว่าด้วยเรื่องราวของ คาฟูกุ (ฮิเดโตชิ นิชิจิมะ) ผู้กำกับละครเวทีที่พึ่งจะสูญเสียภรรยาไปอย่างกะทันหัน พร้อมกับการทิ้งความลับและความเจ็บปวดไว้ให้กับคาฟูกุ กระทั่งเวลาผ่านไปนานกว่า 2 ปี คาฟูกุได้ตัดสินใจตอบรับข้อเสนอให้ไปกำกับละครเวทีที่ฮิโรชิม่า จึงทำให้เขาก็ได้มาพบกับ มิซากิ (โทโกะ มิอุระ) หญิงสาวผู้เงียบขรึมที่มารับหน้าที่ขับรถให้กับคาฟูกุ เรื่องราวการเดินทางบนรถคันสีแดงที่จะเปลี่ยนชีวิตของคาฟูกุไปตลอดกาลจึงเริ่มต้นขึ้น โดยภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉาย 17 มิถุนายนนี้ 

Netflix

 

และปิดท้ายกันด้วย Petite Maman ของผู้กำกับชาวฝรั่งเศส Céline Sciamma ที่เดินทางไปเข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมาแล้วหลายเวที และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA Awards ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมอีกด้วย

 

Petite Maman ว่าด้วยเรื่องราวของ Nelly (Joséphine Sanz) เด็กหญิงที่เพิ่งสูญเสียคุณย่าไปอย่างกะทันหัน เธอและแม่จึงเดินทางไปยังบ้านของคุณย่าเพื่อเก็บของใช้กลับออกมา แต่ในระหว่างที่แม่กำลังเก็บตัวอยู่ในห้อง Nelly จึงออกมาเดินเล่นในป่าหลังบ้าน และได้มาพบกับ Marion (Gabrielle Sanz) เด็กสาวที่อาศัยอยู่ในบ้านกลางป่า เรื่องราวมิตรภาพของ Nelly และ Marion จึงเริ่มต้นขึ้น โดยภาพยนตร์มีกำหนดฉาย 23 มิถุนายนนี้ 

 

รับชมรายการ โลกคือการ์ตูน – Flee บ้านคืออะไร ในมุมผู้ลี้ภัยจากสงคราม ได้ที่นี่

 

รับชมรายการ R U OK x Oscars 2022 – วิเคราะห์จิตวิทยาตัวละครจาก Drive My Car ได้ที่นี่

 

 

อ้างอิง:

The post ไม่ควรพลาด! Netflix เตรียมนำ 4 หนังเยี่ยม Drive My Car, CODA, Flee, Petite Maman ลงโปรแกรมฉายให้คอหนังได้ตามเก็บ มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปผลรางวัลใหญ่ Oscars 2022 CODA กวาดเรียบ 3 รางวัล Dune เก็บ 6 รางวัลด้านเทคนิค Drive My Car ได้ภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม https://thestandard.co/oscars-2022-6/ Mon, 28 Mar 2022 04:30:24 +0000 https://thestandard.co/?p=611103 Oscars 2022

เสร็จสิ้นลงไปเรียบร้อยสำหรับงานประกาศรางวัล Oscars 2022 […]

The post สรุปผลรางวัลใหญ่ Oscars 2022 CODA กวาดเรียบ 3 รางวัล Dune เก็บ 6 รางวัลด้านเทคนิค Drive My Car ได้ภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Oscars 2022

เสร็จสิ้นลงไปเรียบร้อยสำหรับงานประกาศรางวัล Oscars 2022 ซึ่งรางวัลใหญ่สุดอย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ตกเป็นของ CODA ที่ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม เพราะถ้ารวมกับรางวัล นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ของ Troy Kotsur และ บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม โดย Sian Heder (บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม เป็นของ Kenneth Branagh จากเรื่อง Belfast

 

ทำให้ CODA เป็นภาพยนตร์ที่มีชื่อเข้าชิงเพียงแค่ 3 รางวัล แต่สามารถคว้าได้ ‘ทุกรางวัล’ ไม่พลาดแม้แต่รางวัลเดียว 

 

ผู้กำกับยอดเยี่ยมตกเป็นของ Jane Campion จาก The Power of the Dog (2021) ที่กลับมาแก้แค้น Steven Spielberg ที่เคยเข้าชิงสาขานี้ร่วมกันในงาน Oscars 1994 ที่ปีนั้น Steven Spielberg พาเรื่อง Schindler’s List เอาชนะ The Piano ของเธอไปได้ 

 

 

รางวัลนักแสดงนำชายและหญิงยอดเยี่ยม ตกเป็นของ Will Smith จากเรื่อง King Richard และ Jessica Chastain จากเรื่อง The Eyes of Tammy Faye ที่ทั้งคู่มีจุดร่วมคล้ายกัน คือเคยเข้าชิงรางวัลสาขาการแสดงมาก่อนหน้านี้สองครั้ง และเพิ่งคว้าตุ๊กตาทองคำมาครองได้ในปีนี้ 

 

 

รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ตกเป็นของ Ariana DeBose ที่สร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็นนักแสดง Queer ผิวสีคนแรกที่ชนะรางวัล Oscars ได้ แต่น่าเสียดายที่นี่คือรางวัลแรก และรางวัลเดียวจากเรื่อง West Side Story ที่นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเก็ง

 

 

ส่วน Dune ที่เข้าชิงรางวัล Oscars ปีนี้มากถึง 10 สาขา ถึงแม้จะไปไม่ถึงรางวัลใหญ่สุด แต่ก็เรียกว่าเก็บรางวัลด้าน ‘เทคนิค’ มาครองแบบไม่แบ่งใครถึง 6 สาขา คือ ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, เสียงยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, ตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม

 

 

แอนิเมชันยอดเยี่ยมในปีนี้เป็นของ Encanto แอนิเมชันฟีลกู้ดพาเที่ยวประเทศโคลอมเบียจาก Disney โดยสองผู้กำกับ Jared Bush และ Byron Howard คว้ารางวัลแอนิเมชันยอดเยี่ยมจากงาน Oscars 2022 ซึ่งเอาชนะเพื่อนร่วมค่ายอย่าง Raya and the Last Dragon, Luca จาก Pixar, Flee สารคดีแอนิเมชันที่เข้าชิง 3 สาขา และ The Mitchells vs. The Machines อีกหนึ่งตัวเต็งที่พลาดรางวัล และทำให้ผลงานของ Netflix ยังต้องรอต่อไป

 

 

หนึ่งในรางวัลที่มีคนคอยเชียร์มากๆ และเป็นไปตามที่คาด คือ Billie Eilish และ Finneas O’Connell ที่มีชื่อเข้าชิงครั้งแรก ก็พาเพลง No Time to Die จากเรื่อง No Time to Die คว้ารางวัลสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาครองได้สำเร็จ 

 

 

เช่นเดียวกับ Drive My Car ของผู้กำกับชาวญี่ปุ่น Ryusuke Hamaguchi คว้ารางวัลภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยมมาครองได้สำเร็จ เช้าชิง 4 สาขา เอาชนะคู่แข่งสำคัญอย่าง Flee จากเดนมาร์ก, The Hand of God จากอิตาลี, Lunana: A Yak in the Classroom จากภูฏาน และ The Worst Person in the World จากนอร์เวย์  

 

รายชื่อผู้ได้รับรางวัล Oscars 2022 สาขาอื่นๆ ได้แก่ 

ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม: Summer of Soul (…Or, When the Revolution Could Not Be Televised)

ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม: Jenny Beavan จากเรื่อง Cruella

แต่งหน้ายอดเยี่ยม: Linda Dowds, Stephanie Ingram and Justin Raleigh จากเรื่อง The Eyes of Tammy Faye

แอนิเมชันขนาดสั้นยอดเยี่ยม: The Windshield Wiper

ภาพยนตร์เหตุการณ์สั้นยอดเยี่ยม: The Long Goodbye

ภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้น: The Queen of Basketball

The post สรุปผลรางวัลใหญ่ Oscars 2022 CODA กวาดเรียบ 3 รางวัล Dune เก็บ 6 รางวัลด้านเทคนิค Drive My Car ได้ภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Drive My Car ภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม Encanto แอนิเมชันยอดเยี่ยม Troy Kotsur จาก CODA นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม Oscars 2022 https://thestandard.co/oscars-2022-2/ Mon, 28 Mar 2022 02:05:08 +0000 https://thestandard.co/?p=611012 Oscars 2022

งาน Oscars 2022 เริ่มต้นด้วยความสดใส เมื่อ Encanto แอนิ […]

The post Drive My Car ภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม Encanto แอนิเมชันยอดเยี่ยม Troy Kotsur จาก CODA นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม Oscars 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Oscars 2022

งาน Oscars 2022 เริ่มต้นด้วยความสดใส เมื่อ Encanto แอนิเมชันฟีลกู๊ดพาเที่ยวประเทศโคลอมเบียจาก Disney โดยสองผู้กำกับ Jared Bush และ Byron Howard คว้ารางวัลแอนิเมชันยอดเยี่ยมจากงาน Oscars 2022 

 

ซึ่งเอาชนะเพื่อนร่วมค่ายอย่าง Raya and the Last Dragon, Luca จาก Pixar, Flee สารคดีแอนิเมชันที่เข้าชิง 3 สาขา และ The Mitchells vs. The Machines อีกหนึ่งตัวเต็งที่พลาดรางวัล และทำให้ผลงานของ Netflix ยังต้องรอต่อไป

 

ต่อด้วยอีกหนึ่งช่วงที่ ‘ไร้เสียง’ แต่ทรงพลัง เพราะ Troy Kotsur นักแสดงผู้พิการทางการพูดและได้ยินจากเรื่อง CODA ที่ก่อนหน้านี้ไล่คว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมมาจากเวทีใหญ่ทั้ง SAG Awards และ BAFTAs มาแล้ว ก็ยังสามารถคว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากงาน Oscars 2022 มาได้สำเร็จ 

 

และปิดท้ายชั่วโมงที่ 2 ด้วยรางวัลที่ถูกใจใครหลายคนมากที่สุด เมื่อ Drive My Car ของผู้กำกับชาวญี่ปุ่น Ryusuke Hamaguchi คว้ารางวัลภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยมมาครองได้สำเร็จ เอาชนะคู่แข่งสำคัญอย่าง Flee จากเดนมาร์ก, The Hand of God จากอิตาลี, Lunana: A Yak in the Classroom จากภูฏาน และ The Worst Person in the World จากนอร์เวย์  

The post Drive My Car ภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม Encanto แอนิเมชันยอดเยี่ยม Troy Kotsur จาก CODA นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม Oscars 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุยกับ นุชี่ อนุชา ถอดบทเรียนความสำเร็จ Parasite สู่ Drive My Car กับหนทางแจ้งเกิด ‘หนังไทย’ บนเวทีออสการ์ https://thestandard.co/talk-with-anucha-boonyawatana/ Sun, 27 Mar 2022 03:27:44 +0000 https://thestandard.co/?p=610735 นุชี่ อนุชา

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน ก่อนการประกาศรางวัลอคาเดมี อ […]

The post คุยกับ นุชี่ อนุชา ถอดบทเรียนความสำเร็จ Parasite สู่ Drive My Car กับหนทางแจ้งเกิด ‘หนังไทย’ บนเวทีออสการ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นุชี่ อนุชา

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน ก่อนการประกาศรางวัลอคาเดมี อวอร์ดส์ (Academy Awards) หรือในชื่อที่ทุกคนคุ้นเคยกันกับงานประกาศรางวัลออสการ์ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27 มีนาคมนี้ ที่ดอลบี้เธียเตอร์ ฮอลลีวูด แคลิฟอร์เนีย 

 

ย้อนกลับไปตั้งแต่การมอบรางวัลถูกจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2472 ผ่านมาถึง 94 ปี ออสการ์ได้กลายเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่ทั้งนักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์ทั่วโลกใฝ่ฝัน 

 

แม้ในระยะแรกภาพยนตร์ที่มีโอกาสเข้าชิงรางวัลจะมีเพียงภาพยนตร์จากฝั่งฮอลลีวูดเป็นส่วนใหญ่ แต่ต่อมาเมื่อภาพยนตร์เรื่อง Rashomon จากประเทศญี่ปุ่นก็ได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์เอเชียเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลเกียรติยศจากเวทีออสการ์ ประจำปี 2494 เราก็พบว่าภาพยนตร์จากเอเชียค่อยๆ เข้าไปมีพื้นที่ในงานประกาศรางวัลออสการ์มากขึ้น

 

 

การเข้าไปช่วงชิงพื้นที่ของภาพยนตร์เอเชียในงานประกาศรางวัลออสการ์ที่เพิ่มมากขึ้น ได้สร้างแรงกระเพื่อมและจุดประกายความหวังใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์เอเชีย รวมทั้งอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเองก็เช่นกัน

 

 

แม้ตั้งแต่ปี 2547 ภาพยนตร์ไทยกว่า 28 เรื่องที่ถูกส่งชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมจะยังไม่สามารถเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ แต่ก็ใช่ว่าในอนาคตเราจะไม่สามารถมีโอกาสเข้าไปช่วงชิงพื้นที่นี้ได้

 

เนื่องจากในปัจจุบันรางวัลออสการ์มีความตั้งใจในการปรับเปลี่ยนทิศทางให้เป็นรางวัลสำหรับภาพยนตร์ระดับโลกมากขึ้น ด้วยการเพิ่มสัดส่วนของคณะกรรมการจากหลากหลายประเทศ และเปิดโอกาสให้ภาพยนตร์จากทั่วโลกได้มีโอกาสเข้าไปมีพื้นที่ในการชิงรางวัลมากขึ้น 

 

เมื่อมีโอกาสเช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าขบคิดว่า แล้ววงการภาพยนตร์ไทยควรเตรียมตัวและวางแผนในการเล่นเกมชิงรางวัลออสการ์ต่อไปอย่างไรในอนาคต 

 

THE STANDARD POP ถือโอกาสพูดคุยกับ นุชี่-อนุชา บุญยวรรธนะ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง มะลิลา เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ ปี 2562  ซึ่งมีโอกาสได้เป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยในการส่งชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ปีที่ 92 มาร่วมกันถอดบทเรียนจากสองภาพยนตร์เอเชียที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากบนเวทีออสการ์

 

Parasite ภาพยนตร์เรื่องแรกจากเกาหลีใต้ที่เข้าไปถึงรอบสุดท้าย และสามารถคว้ารางวัลในปี 2019 มาได้สำเร็จ กลายเป็นภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ รวมทั้งรางวัลอื่นๆ อีกถึง 3 สาขา และ Drive My Car ภาพยนตร์จากประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเคยเข้าชิงออสการ์มากที่สุดในเอเชีย โดยในปีนี้ก็สามารถเข้าชิงรางวัลไปได้ถึง 4 สาขาเช่นกัน

 

เราถือโอกาสนี้ร่วมถอดบทเรียนจากความสำเร็จของภาพยนตร์สองเรื่องนี้ เพื่อหาหัวใจสำคัญในการไปสู่เวทีออสการ์ ที่จะเป็นแนวทางให้กับภายนตร์ไทยบนเวทีโลกต่อไปในอนาคต

 

 

  1. ประเด็นหลักของภาพยนตร์ต้องเข้าถึงผู้ชมทั่วโลก

 

“อย่างแรกประเด็นที่เล่าต้องเป็นประเด็นที่คนทั่วโลกสามารถเข้าใจและเชื่อมโยงได้ อาจจะเป็นภาพยนตร์ดราม่าเล็กๆ ก็ได้ หรือภาพยนตร์ที่พูดถึงปัญหาสังคมอะไรบางอย่างก็ได้ แต่ต้องหาวิธีการเล่าให้คนเชื่อมโยงและเข้าใจให้ได้”

 

นุชี่ได้ให้ข้อสังเกตว่าปัจจัยหลักที่จะทำให้ภาพยนตร์สักเรื่องสามารถเข้าไปชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสก้าได้นั้น จำเป็นที่จะต้องมีประเด็นหรือใจความหลักของเรื่องที่สามารถเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกได้ 

 

หากเราลองถอดบทเรียนจาก Parasite จะพบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เลือกหยิบยกประเด็นความแตกต่างระหว่างชนชั้น ซึ่งเป็นปัญหาที่สังคมทั่วโลกต้องเผชิญ มาบอกเล่าได้อย่างมีชั้นเชิงด้วยการพาเราดำดิ่งไปกับเรื่องราวเสียดสีสังคมที่จบลงพร้อมโศกนาฏกรรมที่ตราตรึงอยู่ในใจของผู้ชม

 

ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง Drive My Car เปรียบเหมือนบทเรียนชีวิตฉบับรวบรัด ที่สะท้อนผ่านบทสนทนาของสองตัวละครหลักบนรถวินเทจสีแดงเพลิง โดยมีใจความสำคัญเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเจ็บปวดและบาดแผลในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องพบเจอ จึงทำให้ผู้ชมรู้สึกมีอารมณ์ร่วมได้ไม่ยาก

 

เมื่อถอดบทเรียนจากภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ จะพบว่าประเด็นที่สามารถเชื่อมโยงกับคนทั่วโลก และการเล่าเรื่องที่มีชั้นเชิง นับเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานที่ภาพยนตร์ชิงรางวัลออสการ์ส่วนใหญ่ล้วนมี แต่อาจเป็นคุณสมบัติที่วงการภาพยนตร์ไทยยังขาดหายไป และจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาต่อไปในอนาคต

 

 

  1. ภาพยนตร์ต้องมีมาตรฐานการถ่ายทำในระดับสากล

 

“เราต้องมีการลงทุนในโปรดักชัน และทำให้คุณภาพการถ่ายทำมีคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากล หรือมาตรฐานระดับฮอลลีวูด”

 

นอกจากเนื้อหาและแก่นหลักที่ถูกถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์ หากมีโอกาสได้รับชมภาพยนตร์เรื่อง Parasite หรือ Drive My Car จะพบว่าคุณภาพการถ่ายทำก็เป็นสิ่งที่คณะกรรมการออสการ์ให้ความสำคัญ ตั้งแต่งานภาพที่ถูกออกแบบกันเฟรมต่อเฟรม การเลือกใช้สีต่างๆ ให้เหมาะกับ Mood & Tone ไปจนถึงรายละเอียดของมุมกล้องที่ได้รับการวางแผนมาอย่างดี เพื่อที่จะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวในภาพยนตร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ในฐานะของผู้ชมเราพบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากตัดประเด็นเรื่องทุนสร้างที่สัมพันธ์กับส่วนแบ่งทางการตลาดซึ่งยังมีอยู่น้อยในขณะนี้ ภาพยนตร์ไทยเองก็มีพัฒนาการด้านโปรดักชันที่ดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ พิสูจน์ให้เห็นว่าคนไทยเองก็มีศักยภาพไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ แต่เมื่อมองไปถึงกระบวนการผลิตงาน สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่นคือ การให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสิทธิของคนทำงานกองถ่าย

 

บงจุนโฮ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Parasite ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังได้รับรางวัลออสการ์ว่า กองถ่ายของเขาให้ความสำคัญกับการจัดตารางถ่ายทำตามกฎการคุ้มครองแรงงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งมีการร่างและเผยแพร่โดยสมาคมภาพยนตร์ของเกาหลีใต้ ระบุไว้ว่าทีมงานจะได้รับเงินเดือนอยู่ที่ประมาณ 4-5 หมื่นบาท โดยทำงานเฉลี่ย 5-6 วันต่อสัปดาห์ วันละไม่เกิน 12 ชั่วโมง รวมทั้งต้องมีการจ่ายเงินค่าทำงานล่วงเวลาอย่างเคร่งครัด และมีวันหยุดพักผ่อนให้กับทีมงานในทุกๆ เดือน

 

ด้านประเทศญี่ปุ่นเอง จากการสำรวจรายได้ของทีมงานกองถ่ายส่วนใหญ่ พบว่าเงินเดือนพื้นฐานของพวกเขาจะอยู่ที่ 5-6 หมื่นบาท หรือปีละประมาณเจ็ดแสนบาทไทย ทั้งนี้ ยังไม่รวมโบนัสที่แต่ละค่ายภาพยนตร์จะมอบให้ในทุกๆ ปี และยิ่งอายุการทำงานเพิ่มมากขึ้น ฐานเงินเดือนในแต่ละปีก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 

 

ในขณะที่คนทำงานกองถ่ายในประเทศไทย ยังต้องเผชิญหน้ากับการทำงานหนักแบบเอาเป็นเอาตาย สวนทางกับรายได้และสวัสดิการณ์ที่ได้รับ รวมทั้งยังไม่มีองค์กรที่เข้ามาคอยดูแลอย่างจริงจัง ทำให้กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน 

 

เพราะหากประเทศไทยสามารถเพิ่มมาตรฐานการทำงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของทีมงานให้ดีขึ้นได้ พวกเขาก็จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นการดึงดูดคนรุ่นใหม่ หรือคนที่มีความสามารถเข้ามาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตของภาพยนตร์ไทยไปสู่ระดับโลกในอนาคต

 

  1. การทำการตลาดที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสได้มากขึ้น

ประสบการณ์ตรงจากที่ภาพยนตร์เรื่อง มะลิลา ถูกเสนอชื่อเพื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ทำให้นุชี่พบว่าการที่ภาพยนตร์สักเรื่องจะมีโอกาสเข้าชิงรางวัลได้นั้น จะต้องมีการโฆษณาและการโปรโมตที่มากเพียงพอ 

 

“ปีที่ มะลิลา เข้าชิง พี่ก็พยายามวิ่งเต้นกับทางเอกชนเพื่อหาทุนในการโปรโมต มีการลงโฆษณาบนนิตยสารฝั่งฮอลลีวูดบ้าง และการโปรโมตให้ภาพยนตร์เข้าตากรรมการออสการ์ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล อาจจะหลัก 10 ล้านบาท 30 ล้านบาท ซึ่งเราต้องเริ่มทำการโปรโมตตั้งแต่ภาพยนตร์เริ่มฉายที่เทศกาลต่างๆ”

 

หากลองสังเกตจากภาพยนตร์ที่เข้าชิงออสการ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะพบว่าค่ายภาพยนตร์มักนิยมซื้อพื้นที่โฆษณาบนนิตยสาร Variety และ The Hollywood Reporter ซึ่งในฤดูกาลของออสการ์ อาจมีราคาถึงหน้าละประมาณสองแสนบาท 

 

นอกจากการลงเงินในการทำโฆษณาแล้ว การสร้างกระแสให้กับภาพยนตร์ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เพราะยิ่งภาพยนตร์มีกระแสและได้รับรางวัลในเทศกาลภาพยนตร์อื่นๆ มาก่อน ก็จะช่วยให้ภาพยนตร์เรื่องนั้นมีโอกาสเข้าตากรรมการออสการ์ได้มากขึ้น

 

 

การไปโลดแล่นและประสบความสำเร็จบนเวทีระดับนานาชาติและระดับโลกของ Parasite และ Drive My Car นับเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลให้ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ได้รับเลือกให้เข้าชิงรางวัลออสการ์ด้วยเช่นกัน

 

สุดท้ายแม้ว่าองค์ประกอบ 3 อย่างนี้ จะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งมีโอกาสในการเข้าชิงรางวัลออสการ์ได้มากขึ้น แต่การที่ภาพยนตร์ไทยจะมีองค์ประกอบทั้งหมดครบในเรื่องเดียว นอกจากความสามารถและศักยภาพของทีมงานแล้ว การสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก 

 

เนื่องจากปัญหาหลักของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในตอนนี้คือ การมีส่วนแบ่งในตลาดโลกที่น้อย ทำให้ทุนในการสร้างน้อยตามไปด้วย การพัฒนาของวงการภาพยนตร์ไทยที่เกิดจากเอกชนเพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถพัฒนาได้รวดเร็วเท่ากับประเทศอื่นๆ 

 

ทั้งนี้ การจะเกิดความร่วมมือระหว่างเอกชนและรัฐได้ จะต้องเริ่มจากวิสัยทัศน์ที่ผู้นำของประเทศมองเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงเสียก่อน ยกตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียอย่างเกาหลีใต้ จากจุดเริ่มต้นในปี 2536 ที่ประธานาธิบดีคิมยองซัมเริ่มเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงและการส่งออกวัฒนธรรม ทำให้เกิดเป็นนโยบายที่สนับสนุนวงการบันเทิงเกาหลีใต้ รวมทั้งอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างจริงจังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 

 

แม้จะเป็นเวลาเพียง 29 ปี แต่วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและการลงมือพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้ภาพยนตร์ของเกาหลีใต้สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว และกลายเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองในเวทีระดับโลก 

 

ฝั่งประเทศญี่ปุ่นเองก็มีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ Cool Japan โดยรัฐาลชินโซ อาเบะ ที่ให้การดูแลและสนับสนุนการส่งออกวัฒนธรรมและภาพยนตร์ญี่ปุ่นอย่างจริงจัง ด้วยการที่รัฐบาลเป็นผู้นำในการทำงานร่วมกับหน่วยงานและกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแบบ All Japan ทำให้สามารถผนึกกำลังและดำเนินแผนงานในการสนับสนุนได้อย่างเต็มที่

 

ในขณะที่บ้านเราแม้จะมีทั้ง กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงอุตสหกรรม รวมไปถึงกระทรวงอื่นๆ ที่มีนโยบายในการสนับสนุนภาพยนตร์ไทยอยู่บ้าง แต่การทำงานที่กระจัดกระจายก็ทำให้เกิดการสนับสนุนที่ไม่ต่อเนื่องมากพอ 

 

เราจึงได้แต่หวังว่า หากในอนาคตประเทศไทยสามารถจัดตั้งองค์กรที่รวบรวมหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ผลิตภาพยนตร์ไว้ด้วยกันได้สำเร็จ คงจะนำไปสู่การลงมือพัฒนาและสนับสนุนภาพยนตร์ไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการให้เงินทุนสนับสนุนเพื่ออุดรูรั่วให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินทุนสำหรับการพัฒนาบท หรือการยกระดับคุณภาพชีวิตของทีมงาน ไปจนถึงการให้ทุนในการสำรวจตลาด เพื่อพัฒนาภาพยนตร์ให้สามารถเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในระดับโลกได้มากขึ้น 

 

แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลมองเห็นคุณค่าของศิลปะ สื่อบันเทิง และอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากพอ และหากวันนั้นมาถึงเราคงได้เห็นโอกาสใหม่ๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้ผลิตภาพยนตร์สามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ 

 

ในตอนนั้นอาจถึงวันที่รายชื่อของภาพยนตร์ไทยจะไปโลดแล่นอยู่ในฐานะผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ของทุกๆ ปีก็เป็นได้

 

อ้างอิง:

The post คุยกับ นุชี่ อนุชา ถอดบทเรียนความสำเร็จ Parasite สู่ Drive My Car กับหนทางแจ้งเกิด ‘หนังไทย’ บนเวทีออสการ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วิเคราะห์จิตวิทยาตัวละครจาก Drive My Car | R U OK x Oscars 2022 https://thestandard.co/drive-my-car-r-u-ok-x-oscars-2022/ Sun, 20 Mar 2022 11:00:04 +0000 https://thestandard.co/?p=607783 วิเคราะห์จิตวิทยาตัวละครจาก Drive My Car | ​​R U OK x Oscars 2022

*เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์*   Drive My Car หน […]

The post ชมคลิป: วิเคราะห์จิตวิทยาตัวละครจาก Drive My Car | R U OK x Oscars 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิเคราะห์จิตวิทยาตัวละครจาก Drive My Car | ​​R U OK x Oscars 2022

*เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์*

 

Drive My Car หนังญี่ปุ่นเพียงเรื่องเดียวที่เข้าชิงออสการ์สาขาหนังยอดเยี่ยมในปี 2022 โดยตัวหนังได้ดัดแปลงจากเรื่องสั้นของฮารูกิ มูราคามิ ว่าด้วยความสัมพันธ์ของชายหนุ่มผู้มีบาดแผลจากอดีต สารถีสาว และรถสีแดง ซึ่งทั้งหมดขับเน้นด้วยความเจ็บปวด อึมครึม และประสบการณ์ที่ตัวละครพบเจอ 

 

POP Road to Oscars 2022 จับมือรายการ R U OK ชวนดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักจิตบำบัดด้วยศิลปะการเคลื่อนไหว พร้อมดาราที่นิยามตัวเองว่าเป็นนักดูหนังสมัครเล่นอย่าง เต๋อ-รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ มาร่วมกันวิเคราะห์ปมทางใจและพฤติกรรมการตัดสินใจ ด้วยหวังว่าถ้าเราเข้าใจตัวละคร ก็อาจเป็นหนทางในการเข้าใจตนเองมากขึ้นไปด้วย

 

ติดตามคลิปอื่นๆ ในโปรเจกต์ POP Road to Oscars 2022 ที่จะทำให้คุณดูหนังออสการ์สนุกขึ้น พร้อมกับร่วมลุ้นการประกาศรางวัลออสการ์แบบเรียลไทม์ เช้าวันที่ 28 มีนาคมนี้ ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ THE STANDARD POP

The post ชมคลิป: วิเคราะห์จิตวิทยาตัวละครจาก Drive My Car | R U OK x Oscars 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เล่าเรื่องย่อหนัง Oscars 2022 สั้น เข้าใจง่าย ไม่สปอยล์ https://thestandard.co/movie-synopsis-for-oscars-2022/ Fri, 18 Mar 2022 13:00:42 +0000 https://thestandard.co/?p=607236 Oscars 2022

หนังออสการ์ อาจดูเป็นหนังรางวัลที่เข้าถึงยาก ต้องตีความ […]

The post ชมคลิป: เล่าเรื่องย่อหนัง Oscars 2022 สั้น เข้าใจง่าย ไม่สปอยล์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Oscars 2022

หนังออสการ์ อาจดูเป็นหนังรางวัลที่เข้าถึงยาก ต้องตีความหลายซับหลายซ้อนกว่าจะดูรู้เรื่อง แต่วันนี้ปัญหาดังกล่าวจะหมดไป เพราะ THE STANDARD POP ขอเปิดคลิปแรกในการนับถอยหลังสู่วันประกาศผลรางวัลออสการ์ ด้วยคลิปการเล่าเรื่องย่อหนัง 10 เรื่อง ที่เข้าชิงรางวัลหนังยอดเยี่ยม ทั้ง West Side Story, King Richard, Dune, Nightmare Alley, Don’t Look Up, Belfast, CODA, Drive My Car, The Power of the Dog และ Licorice Pizza ที่จะมาในเวอร์ชันเข้าใจง่ายชนิดว่าฟังปุ๊บรู้ปั๊บ แถมเรื่องไหนเข้าทางตรงกับความสนใจ ก็ตามไปดูต่อกันได้เลย

 

อย่าลืมติดตามคลิปอื่นๆ ในโปรเจกต์ POP Road to Oscars 2022 ที่จะทำให้คุณดูหนังออสการ์สนุกขึ้น พร้อมกับร่วมลุ้นการประกาศรางวัลออสการ์แบบเรียลไทม์ เช้าวันที่ 28 มีนาคมนี้ ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ THE STANDARD POP

 

อย่าลืมกด Subscribe และกดกระดิ่งเพื่อไม่พลาดการแจ้งเตือนวิดีโอใหม่ๆ ของพวกเราที่ https://www.youtube.com/c/THESTANDARDPOP

The post ชมคลิป: เล่าเรื่องย่อหนัง Oscars 2022 สั้น เข้าใจง่าย ไม่สปอยล์ appeared first on THE STANDARD.

]]>