Parkour (ปากัวร์) อาจฟังดูเป็นชื่อของกีฬาเอ็กซ์ตรีมไกลต […]
The post ตามรอย Physical: Asia ไปลอง Parkour ที่ The Movement Playground appeared first on THE STANDARD.
]]>
Parkour (ปากัวร์) อาจฟังดูเป็นชื่อของกีฬาเอ็กซ์ตรีมไกลตัวที่มีภาพจำเป็นการกระโดดข้ามตึกสูงท้าความตาย แต่กระแสความสนใจในกีฬานี้ก็ถูกจุดติดขึ้นอีกครั้งจากรายการเรียลลิตี้ชื่อดังอย่าง Physical: Asia โดยเฉพาะซีนไวรัลของ Dom Tomato นักกีฬา Parkour ระดับโลก ที่โชว์ลีลาการข้ามสิ่งกีดขวางได้รวดเร็วและลื่นไหลอย่างน่าทึ่ง
View this post on Instagram
แรงบันดาลใจจากหน้าจอนี้นำพาให้เราต้องบุกไปเปิดประสบการณ์จริงที่ The Movement Playground เพื่อไขคำตอบว่าศาสตร์แห่งการเคลื่อนไหวนี้คืออะไรกันแน่
เซอร์ไพรส์แรกที่ได้รู้เมื่อมาถึงคือ Dom Tomato เองก็เคยบินมาฝึกที่นี่ด้วย ซึ่งช่วยยืนยันมาตรฐานของ The Movement Playground ได้เป็นอย่างดีในฐานะยิมแห่งแรกของไทยที่เปิดสอนทั้ง Parkour และ Obstacle Course Racing (OCR) อย่างเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ปี 2017

ภายใต้แนวคิด Body Movement & Body Dynamic ที่นี่นิยาม Parkour ว่าเป็นศิลปะการพาตัวเองเคลื่อนที่จากจุด A ไปยังจุด B ให้รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นการก้าวข้ามทุกอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นกำแพง หรือทางต่างระดับ ด้วยความเรียบง่ายและลื่นไหล

หัวใจสำคัญของ Parkour จึงไม่ใช่ความยืดหยุ่นตัวอ่อนแบบยิมนาสติก แต่คือ Mobility หรือความสามารถในการเคลื่อนไหวข้อต่อได้อย่างอิสระและเป็นธรรมชาติ
การฝึกจึงไม่เน้นสร้างกล้ามเนื้อให้ใหญ่โต แต่เน้นสร้างร่างกายที่เพรียวและแกร่งเหมือนลิงเพื่อให้มีความคล่องตัวสูง (Agility) พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

สิ่งที่ต้องเตรียมคือรองเท้า ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมาก แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบพื้นยางเรียบเพื่อการเกาะพื้นผิวที่ดี ควรเลี่ยงรองเท้าพื้นโฟมเพราะอาจทำให้ลื่นได้ ส่วนชุด ขอแค่เป็นชุดออกกำลังกายที่เคลื่อนไหวสะดวกก็พอ
ส่วนโค้ชผู้รับหน้าที่สอนมือใหม่หัดกระโดดอย่างทีม LIFE ในวันนี้คือ Edward Parkour Head Coach ชาวมาเลเซีย

เริ่มแรกโค้ช Edward อธิบายให้เราเข้าใจถึง 5 ทักษะอันเป็นหัวใจสำคัญของ Parkour ได้แก่:

เมื่อเข้าใจในทฤษฎีแล้วก็พร้อมลุยกับภาคปฏิบัติ เริ่มจากการวอร์มอัพร่างกาย ตั้งแต่การหมุนข้อมือ ยืดข้อเท้า แกว่งแขนสวนทางกันเพื่อฝึกแยกประสาทสัมผัสเบาๆ ฝึกเคลื่อนไหวขณะ Plank รวมถึงเล่นมินิเกมกับเพื่อน ซึ่งช่วยบูสต์ Heart Rate ได้เป็นอย่างดี

จากนั้นจึงเข้าสู่แต่ละสเตชัน สเตชันแรกโค้ช Edward ให้จับคู่ยืนบนยาง แล้วลองกระโดดลงมาเพื่อเช็กท่าแลนดิ้งของแต่ละคน ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะใช้การลงเต็มฝ่าเท้า ซึ่งทำให้หลังเราได้รับแรงกระแทกเยอะ

สำหรับ Parkour เทคนิคที่ถูกต้องคือการแลนดิ้งด้วยปลายเท้า (Balls of feet) ให้เบา นุ่มนวล และนิ่งที่สุด ดูผิวเผินก็เหมือนการ Squat ขณะเขย่งเท้าอยู่

เมื่อเริ่มจับจุดการลงพื้นได้ ก็ขยับมาฝึกการส่งตัวด้วยท่า Tic-Tac ซึ่งเป็นการวิ่งไปใช้ปลายเท้าข้างหนึ่งแตะบน Wedge Box เพื่อส่งแรงกระโดด แล้วแลนดิ้งลงบนยางด้านหน้าให้เบาที่สุด

ลุยต่อกับสเตชันฝึกข้ามสิ่งกีดขวางที่สูงขึ้น ซึ่งมีเทคนิคเป็นการใช้เท้าแตะกำแพงแล้วใช้อีกมือส่งแรงดึงตัวขึ้น พร้อมกับวางเท้าลงบนฐานด้านบน ก่อนแลนดิ้งลงนิ่มๆ

สิ่งสำคัญคือจะต้องยกเข่าให้สูง ไม่อย่างนั้นอาจจะได้เข่าช้ำกลับบ้าน (เช่นเรา) ได้ง่ายๆ

เมื่อท่าได้แล้วก็พุ่งตัวต่อไปยังท่อเหล็กที่อยู่ด้านหน้าด้วยการจับแบบ Mixed-grip แล้วส่งตัวข้ามไปอย่างต่อเนื่อง

ต่อด้วยการข้ามสิ่งกีดขวางที่สูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งยังคงใช้เทคนิคเดิม แต่ต้องออกแรงส่งตัวมากขึ้น

มาถึงการ Roll Down หรือการม้วนหน้าเพื่อเซฟแรงกระแทก โค้ช Edward สอนเทคนิคละเอียดตั้งแต่การวางมือเป็นรูปสามเหลี่ยม เก็บคางมองต่ำ แล้ววางศอกหนึ่งข้างลงพื้นก่อนจะใช้แรงถีบส่งตัว

ยอมรับตรงๆ ว่าเราแอบเป็นกังวลกับท่านี้เพราะเคยมีประสบการณ์คอซ้นเป็นเดือนมาก่อน แต่ด้วยเทคนิคของโค้ช ทำให้เราสามารถม้วนหน้าผ่านไปได้โดยไม่บาดเจ็บ

เปลี่ยนมาฝึกบาลานซ์กันด้วยการเดินทรงตัวแบบต่อเท้า (Heel-to-Toe Walk) ซึ่งการเดินบนไม้เป็นอะไรที่ง่าย สบายๆ แต่พอเปลี่ยนมาเดินบนราวเหล็กเส้นบางเท่านั้นแหละ ร่วงกันเป็นแถว! จุดนี้ทำให้รู้ว่าบาลานซ์เป็นสิ่งสำคัญมาก และการเลือกรองเท้าที่พื้นยึดเกาะดีก็ช่วยได้เยอะ

เมื่อเรียนรู้ท่าเบสิกครบแล้ว โค้ช Edward จึงให้เราทุกคนลอง ฝึกทุกสเตชันเชื่อมกันอย่างต่อเนื่องโดยใช้เทคนิคที่เรียนรู้มาทั้งหมด

ปิดท้ายด้วยการฝึก Cat Hang หรือท่าแมวเกาะกำแพง ซึ่งเป็นท่าพื้นฐานสำคัญในการกระโดดไปเกาะขอบกำแพง โดยใช้มือทั้งสองข้างจับขอบด้านบน และใช้เท้าทั้งสองยันผนังไว้ในลักษณะย่อเข่า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปีนขึ้นในลำดับต่อไป

ประสบการณ์สัมผัส Parkour ครั้งแรกคือสนุกเกินคาด! ไม่น่าเชื่อว่าจากคนที่ไม่เคยฝึกมาก่อน ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เราสามารถนำทักษะพื้นฐานไปใช้เคลื่อนไหวผ่านจุดที่คิดว่าทำไม่ได้ เหมือนได้ปลดล็อกศักยภาพร่างกายในมุมใหม่ แน่นอนว่าอาจมีรอยฟกช้ำดำเขียวบ้างจากความไม่คุ้นชิน แต่นั่นคือรสชาติของความภูมิใจที่ได้ลองอะไรใหม่ๆ
Parkour ไม่ใช่กีฬาที่น่ากลัวอย่างที่คิด และยังเหมาะกับทุกเพศทุกวัยที่อยากฝึกการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ นักกีฬาที่อยากเสริมความคล่องตัว รวมถึงผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกาย เพราะที่นี่สอนให้คุณล้มเป็นเพื่อให้ควบคุมร่างกายได้ดั่งใจและปลอดภัยในทุกสถานการณ์

Open: ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00-20.00 น., เสาร์ เวลา 8.30-18.00 น., อาทิตย์ เวลา 8.30-16.00 น.
Address: 36/4 ซอยสุขุมวิท 69 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
Budget: ราคาสำหรับผู้ใหญ่
Website: https://themovementplayground.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheMovementPlayground
Instagram: https://www.instagram.com/themovementplayground/
Tel: 02 012 1557
Map: https://maps.app.goo.gl/WRg4XejAojLyweJbA
The post ตามรอย Physical: Asia ไปลอง Parkour ที่ The Movement Playground appeared first on THE STANDARD.
]]>