Disney+ Hotstar – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 03 Dec 2024 13:49:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 Disney Plus เริ่มฉายซีรีส์สารคดี I AM STILL THE ORIGINAL เวอร์ชันพิเศษของ Jung Kook วง BTS https://thestandard.co/disney-plus-i-am-still-the-original/ Tue, 03 Dec 2024 13:49:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1015653 Jung Kook

Disney Plus เปิดตัวซีรีส์สารคดีของ Jung Kook น้องเล็กแห […]

The post Disney Plus เริ่มฉายซีรีส์สารคดี I AM STILL THE ORIGINAL เวอร์ชันพิเศษของ Jung Kook วง BTS appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jung Kook

Disney Plus เปิดตัวซีรีส์สารคดีของ Jung Kook น้องเล็กแห่งวง BTS ซึ่งเป็นการขยายและเพิ่มเติมเรื่องราวจากภาพยนตร์สารคดีเรื่อง JUNG KOOK: I AM STILL ที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อว่า <JUNG KOOK: I AM STILL> THE ORIGINAL

 

โดย <JUNG KOOK: I AM STILL> THE ORIGINAL เป็นสารคดีเวอร์ชันที่ขยายเรื่องราวจากภาพยนตร์ที่ประกอบไปด้วย 3 เอพิโสด ซึ่งมีทั้งการให้สัมภาษณ์เปิดใจ โมเมนต์เบื้องหลังการรังสรรค์อัลบั้ม GOLDEN อันเป็นผลงานเดี่ยวชุดแรกของ Jung Kook ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจากเพลง Seven, Standing Next to You และ 3D รวมไปถึงฟุตเทจการร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Usher

 

ความพิเศษของซีรีส์เรื่องนี้อีกอย่างหนึ่งคือการเพิ่มเติมการแสดงบนเวทีคอนเสิร์ตอย่างเต็มรูปแบบราว 55 นาทีของ Jung Kook ที่ไม่ได้ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ ซึ่งน่าจะทำให้เหล่า ARMY รับชมกันอย่างจุใจ นอกจากนั้นในซีรีส์ยังมีงานโชว์เคสอัลบั้ม GOLDEN ฉบับเต็มของเขาอย่าง Jung Kook ‘GOLDEN’ Live On Stage ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยในงานนี้เขาได้แสดงเพลงจากอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง ทั้ง Closer to You, Yes or No, Please Don’t Change, Hate You, Short Glass of Tear รวมไปถึงซิงเกิลเดี่ยวอันเป็นที่โปรดปรานของแฟนๆ อย่างเพลง Still With You

 

ภาพยนตร์สารคดี JUNG KOOK: I AM STILL สร้างปรากฏการณ์ด้วยการเป็นภาพยนตร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้จากทั่วโลกสูงสุดตลอดกาลเป็นอันดับ 8 และเป็นภาพยนตร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงสุดในปี 2023 โดยสามารถกวาดรายได้ Box Office ในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด 2,500,823 ล้านดอลลาร์ และในต่างประเทศอีกทั้งหมด 13,199,177 ดอลลาร์

 

ภาพ: Disney Plus

The post Disney Plus เริ่มฉายซีรีส์สารคดี I AM STILL THE ORIGINAL เวอร์ชันพิเศษของ Jung Kook วง BTS appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Judge From Hell แนนโน๊ะเกาหลี มีดีที่ความฮา https://thestandard.co/the-judge-from-hell/ Wed, 16 Oct 2024 09:19:17 +0000 https://thestandard.co/?p=996627 The Judge From Hell

ไต่ระดับเรตติ้งขึ้นมาเรื่อยๆ สำหรับซีรีส์เรื่อง The Jud […]

The post The Judge From Hell แนนโน๊ะเกาหลี มีดีที่ความฮา appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Judge From Hell

ไต่ระดับเรตติ้งขึ้นมาเรื่อยๆ สำหรับซีรีส์เรื่อง The Judge From Hell จนเรตติ้งทะลุ 2 หลักที่ 13.1 ทั้งประเทศเกาหลีใต้ หลังออกอากาศมา 3 สัปดาห์ แถมกระแสยังดีใน Disney+ Hotstar ในเมืองไทยอีกต่างหาก ส่วนสำคัญก็มาจากการพลิกบทบาทของ พัคชินฮเย สู่การเป็นปีศาจสาวที่ต้องเข้ามาสิงร่างผู้พิพากษาตัดสินคดีในโลกมนุษย์ และแอบลงทัณฑ์คนชั่วแบบโหดๆ เพื่อให้ได้กลับไปอยู่ในภพภูมิของตัวเองอีกครั้ง ดูแล้วแอบคิดถึงตัวละคร แนนโน๊ะ ในซีรีส์เรื่อง เด็กใหม่ แต่มาในเวอร์ชันคอเมดี้

 

 

The Judge From Hell เปิดด้วยฉากฆาตกรรมของ คังบิทนา (พัคชินฮเย) เธอเข้าสู่การตัดสินของปีศาจ จัสติเซีย (โอนารา) ซึ่งมีหน้าที่พิพากษาฆาตกรที่ไม่สำนึกผิดและส่งพวกเขาไปลงนรก แม้ว่าผู้ช่วยของเธอทัดทานว่าบิทนาไม่ใช่ฆาตกร แต่จัสติเซียก็ตัดสินให้เธอลงนรกอยู่ดี เหตุการณ์นี้ทำให้ บาเอล (ชินซองรก) ผู้ดูแลนรกโกรธมาก และส่งเธอมายังโลกมนุษย์ในร่างของบิทนาเพื่อตามเอาชีวิตฆาตกร 10 คนที่ไม่สำนึกผิดในเวลา 1 ปี

 

บิทนากลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยจิตวิญญาณของจัสติเซียจนมีพฤติกรรมแปลกไป เธอบอกกับทุกคนว่าเป็นปีศาจ เสพติดโคล่า แต่งตัวฉูดฉาดด้วยเสื้อผ้าราคาแพง และกิริยามารยาทก็ดูล้นๆ เกินผู้พิพากษา การพิจารณาคดีครั้งหนึ่งทำให้เธอได้พบกับ ฮันดาอน (คิมแจยอง) นักสืบในหน่วยอาชญากรรมรุนแรงของสถานีตำรวจโนบง และคิดว่าเขาเป็นเครื่องมือชั้นดีในการค้นหาฆาตกรให้ครบ 10 คนได้เร็วๆ 

 

 

แต่ด้วยนิสัยด่วนตัดสินของจัสติเซียในร่างบิทนาก็ทำให้เธอพลาดอีกครั้งด้วยการฆ่าดาอน จนบาเอลเพิ่มโทษให้ต้องหาฆาตกรเพิ่มเป็น 20 คนใน 1 ปี จากเหตุการณ์นี้ทำให้ดาอนกลับมามีชีวิตและสงสัยว่าบิทนาไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ปกปิดเป็นความลับ และมองว่าดาอนคือของเล่นแก้เบื่อให้เธอในโลกมนุษย์ 

 

บิทนาต้องเจอคดีต่างๆ มากมาย และใช้การตัดสินในโลกมนุษย์เปิดช่องว่างให้เธอลงโทษฆาตกรในรูปแบบเฉพาะจากนรก ทำให้มีเหตุฆาตกรรมแปลกๆ เกิดขึ้นบ่อยๆ ดาอนเริ่มสงสัยว่าเป็นฝีมือของบิทนาและตามติดเธอจนกลายเป็นความผูกพัน เจ้ากรรมที่ปีศาจห้ามมีความรัก แต่จัสติเซียในร่างของบิทนากลับเกิดความรู้สึกบางอย่างที่อาจทำให้วิญญาณของเธอดับสูญไปตลอดกาล 

 

The Judge From Hell

 

ด้วยส่วนผสมที่มีทั้งความโรแมนติกคอเมดี้และฉากโหดๆ แบบซีรีส์สยองขวัญ ทำให้คนดูติดหนึบได้ไม่ยาก ซึ่ง The Judge From Hell ก็ไม่รอช้าด้วยการเดินเรื่องอย่างรวดเร็วให้เราได้ทำความรู้จักกับคังบิทนาที่มีทั้งเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ มาพร้อมกับความปากแจ๋วผ่านบทสนทนาแสบๆ คันๆ ที่คนดูหลงเสน่ห์ 

 

“คนเป็นผู้พิพากษาแต่งหน้าหนาเตอะแบบนี้ คนอื่นเขาจะคิดอย่างไร”

“น่าจะคิดว่าสวยนะคะ”

 

หรืออย่างในตอนที่เธอไขคดีฆาตกรรมอำพรางให้กับเด็กชายคนหนึ่งก็เปิดโรงงานไฟฟ้าช็อตฟีลจากเศร้าๆ อยู่กลายเป็นฮาไปได้ 

 

“ถ้าคนดีตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์จริงๆ เหรอ” 

“พอดีป้าไม่เคยเป็นคนดีและไม่เคยตายด้วย ก็เลยไม่ค่อยแน่ใจ”

 

 

ณ จุดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับพัคชินฮเยกับการสวมบทเป็นคังบิทนา ตัวละครที่สนุกที่สุดในรอบหลายปี ฉีกจากภาพลักษณ์นางเอกสุภาพ อ่อนโยน มาเป็นคนเอาแน่เอานอนไม่ได้ มีความแอนตี้ฮีโร่หน่อยๆ ดูไม่ไยดีต่อระบบกฎหมาย ในขณะเดียวกันก็ใช้กฎหมายเปิดช่องโหว่จัดการคนชั่วแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ที่เด่นมากๆ คือการสวมบทโหดๆ ทั้งสีหน้าและแววตาเข้าขั้นฆาตกรโรคจิตแบบที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน แม้แต่ในงานแถลงข่าวเจ้าตัวก็เผยว่าตัวเองเล่นบทสาวมองโลกในแง่ดีมามาก ซึ่งบทคังบิทนาช่วยปลดปล่อยความสามารถทางการแสดงอีกด้านของเธอ 

 

ส่วนนักแสดงหน้าใหม่ คิมแจยองในบทฮันดาอนก็ช่วยเสริมเรื่องราวได้ดี และมีเคมีบางอย่างที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แม้ในตอนแรกจะถูกครหาว่าไม่เหมาะสมกับพลังดาราของพัคชินฮเย แต่กลับกลายเป็นความสดใหม่ผ่านหน้าจอที่ลงตัว

 

 

ในส่วนของบท The Judge From Hell พยายามสอดแทรกประเด็นสมัยใหม่ ทั้งความรุนแรงต่อผู้หญิง การทารุณกรรมเด็ก และการฆาตกรรมโดยอ้างอาการทางจิตผ่านคดีต่างๆ ที่บิทนาต้องตัดสินแบบเซอร์ไพรส์คนดู ถึงอย่างนั้นก็มีรางวัลปลอบใจให้คนชั่วถูกลงโทษอย่างสาสม ซึ่งเป็นเหมือนเป็นการตั้งคำถามกับระบบยุติธรรม ขณะเดียวกันก็ย้อนมาถามถึงความเหมาะสมว่าความรุนแรงคือสิ่งที่เกินไปหรือไม่ และความน่าสนใจอีกอย่างคือทำอย่างไรให้บิทนาไม่ถึงกับเลวร้ายแต่ยังคงเลือดเย็น จึงกลายเป็นบทสนทนาที่บอกถึงแนวคิดแปลกๆ ที่ไม่ตั้งใจจะปลอบใจ แต่กลับปลอบใจเหยื่อไปเสียอย่างนั้น 

 

ตอนนี้ The Judge From Hell เดินทางมาถึงช่วงที่บิทนาเริ่มมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ ทั้งเริ่มมีความรักและรู้สึกสะใจที่ได้ฆ่าคน หากจะมองมุมกลับ ตอนนี้บิทนาก็ไม่ต่างจากฆาตกร ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นปมของบทที่ตั้งกฎไว้ให้ปีศาจไร้ความรู้สึก ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอะไรสนุกๆ ให้เราติดตามนางมารติดโคล่าคนนี้อีกมากมาย

The post The Judge From Hell แนนโน๊ะเกาหลี มีดีที่ความฮา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kim Soo Hyun และ Cho Bo Ah เตรียมแสดงละครของ Disney+ เรื่อง Knock-Off https://thestandard.co/kim-soo-hyun-cho-bo-ah-knock-off/ Tue, 27 Aug 2024 06:49:37 +0000 https://thestandard.co/?p=975936

Kim Soo Hyun เตรียมแสดงละครดราม่าเรื่องใหม่ของ Disney+ […]

The post Kim Soo Hyun และ Cho Bo Ah เตรียมแสดงละครของ Disney+ เรื่อง Knock-Off appeared first on THE STANDARD.

]]>

Kim Soo Hyun เตรียมแสดงละครดราม่าเรื่องใหม่ของ Disney+ คู่กับนางเอกคนดัง Cho Bo Ah ในเรื่อง Knock-Off โดยมีกำหนดฉายผ่านแพลตฟอร์มในปี 2025

 

Disney+ ประกาศสร้างซีรีส์เรื่องใหม่อย่าง Knock-Off และรายชื่อนักแสดง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเผยชื่อพระเอก Kim Soo Hyun ผู้เป็นนักแสดงเจ้าบทบาทที่มีผลงานสร้างชื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง My Love From The Star, It’s Okay to Not Be Okay, Hotel del Luna รวมไปถึงผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอย่าง Queen of Tears และอีกมากมาย ส่วนนางเอกที่จะมาประกบคู่กับเขาก็คือ Cho Bo Ah ที่มีผลงานสร้างชื่ออย่าง Tale of the Nine Tailed, Military Prosecutor Doberman และเพิ่งมีผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง Destined With You 

 

Knock-Off จะว่าด้วยเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ชีวิตพังทลายลงหลังเกิดวิกฤตทางการเงินในเอเชียในช่วงปี 1997 โดยเขาพยายามหาทางที่จะได้กลับไปมีชีวิตแบบเดิมอย่างสิ้นหวัง ก่อนได้เข้าไปพัวพันกับการซื้อขายสินค้าลอกเลียนแบบที่ทำให้เขามีหนทางกลับมาสู่การเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการธุรกิจอีกครั้ง

 

สำหรับตอนนี้ยังไม่ได้มีรายละเอียดอื่นเกี่ยวกับเรื่องราวของซีรีส์ Knock-Off แต่ผู้ที่จะมากำกับก็คือ Park Hyun Suk ในขณะที่ Han Jung Hoon จะมาเป็นผู้เขียนบท โดย Disney+ นิยามซีรีส์เรื่องนี้ว่าเป็นผลงานที่ “ดราม่า อันตราย และเกี่ยวกับอาชญากรรม” เพราะพระเอกของเรื่องจะถลำลึกสู่โลกธุรกิจผิดกฎหมายใต้ดิน โดยแฟนๆ สามารถติดตามรับชม Knock-Off แบบเอ็กซ์คลูซีฟได้ที่ Disney+ ในปี 2025

 

อ้างอิง: 

The post Kim Soo Hyun และ Cho Bo Ah เตรียมแสดงละครของ Disney+ เรื่อง Knock-Off appeared first on THE STANDARD.

]]>
Disney ปัดความรับผิดชอบ! ใช้ข้อตกลง Disney+ สกัดคดีแพทย์หญิงเสียชีวิตจากอาหาร https://thestandard.co/disney-allergy-death-lawsuit-nyu-doctor-florida/ Fri, 16 Aug 2024 11:00:32 +0000 https://thestandard.co/?p=972081 ข้อตกลง Disney+

Disney กำลังตกเป็นประเด็นร้อน หลังจากพยายามใช้ข้อตกลงใน […]

The post Disney ปัดความรับผิดชอบ! ใช้ข้อตกลง Disney+ สกัดคดีแพทย์หญิงเสียชีวิตจากอาหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ข้อตกลง Disney+

Disney กำลังตกเป็นประเด็นร้อน หลังจากพยายามใช้ข้อตกลงในการใช้งาน Disney+ เพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบในคดีแพทย์หญิงวัย 42 ปี เสียชีวิตจากการแพ้อาหารที่ร้านอาหารใน Disney Springs

 

Jeffrey Piccolo สามีของ Kanokporn Tangsuan แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่เสียชีวิต ได้ยื่นฟ้อง Disney โดยอ้างว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตจากอาการแพ้อย่างรุนแรงหลังจากรับประทานอาหารที่ร้านอาหารไอริชใน Disney Springs เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

 

Disney โต้แย้งว่า Jeffrey Piccolo ได้ตกลงที่จะยุติข้อพิพาทใดๆ กับ Disney นอกศาลผ่านกระบวนการอนุญาโตตุลาการ เมื่อเขาสมัครทดลองใช้ Disney+ เป็นเวลาหนึ่งเดือนในปี 2019 และรับทราบว่าเขาได้ตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ทนายความของ Jeffrey Piccolo โต้แย้งว่าเป็นเรื่อง ‘ไร้สาระ’ ที่จะเชื่อว่าสมาชิก Disney+ กว่า 150 ล้านคนสละสิทธิ์ในการฟ้องร้องบริษัทและบริษัทในเครือตลอดไป แม้ว่าคดีของพวกเขาจะไม่เกี่ยวข้องกับบริการสตรีมมิงยอดนิยมก็ตาม

 

Brian Denney ทนายความของ Jeffrey Piccolo ระบุในเอกสารที่ยื่นเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ว่า “แนวคิดที่ว่าข้อกำหนดที่ผู้บริโภคตกลงเมื่อสร้างบัญชีทดลองใช้ Disney+ ฟรี จะกีดกันสิทธิของผู้บริโภคในการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุนตลอดไปในข้อพิพาทใดๆ กับบริษัทในเครือหรือบริษัทสาขาของ Disney นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลและไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งจนน่าตกใจ และศาลนี้ไม่ควรบังคับใช้ข้อตกลงดังกล่าว”

 

Disney ยังคงยืนยันว่า ไม่ว่า Jeffrey Piccolo จะตรวจสอบข้อกำหนดการบริการจริงหรือไม่ก็ ‘ไม่เป็นสาระสำคัญ’ และข้อกำหนดอนุญาโตตุลาการครอบคลุมข้อพิพาททั้งหมด รวมถึงข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับ The Walt Disney Company หรือบริษัทในเครือ

 

อนุญาโตตุลาการช่วยให้ผู้คนสามารถยุติข้อพิพาทได้โดยไม่ต้องขึ้นศาล และโดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับอนุญาโตตุลาการที่เป็นกลาง ซึ่งตรวจสอบข้อโต้แย้งและหลักฐานก่อนที่จะตัดสินใจที่มีผลผูกพันหรือคำชี้ขาด

 

Disney กล่าวว่า รู้สึก ‘เสียใจอย่างสุดซึ้ง’ กับการสูญเสียของครอบครัว แต่ย้ำว่า ร้านอาหารไอริชไม่ได้เป็นของบริษัทหรือดำเนินการโดยบริษัท และจุดยืนของบริษัทในคดีความนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียกร้องของโจทก์ต่อร้านอาหาร

 

“เรากำลังปกป้องตัวเองจากความพยายามของทนายความของโจทก์ที่จะรวมเราไว้ในคดีความของพวกเขากับร้านอาหาร” บริษัทระบุไว้ในแถลงการณ์ทางอีเมล

 

คดีความของ Jeffrey Piccolo ซึ่งยื่นฟ้องในเดือนกุมภาพันธ์ อ้างว่า เขา ภรรยา และแม่ของเขา ตัดสินใจไปรับประทานอาหารที่ Raglan Road เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2023 เนื่องจากเว็บไซต์ของ Disney ระบุว่า ‘มีอาหารปลอดสารก่อภูมิแพ้’

 

หลังจากที่แจ้งกับพนักงานเสิร์ฟหลายครั้งว่าเธอมีอาการแพ้ถั่วและผลิตภัณฑ์จากนมอย่างรุนแรง Kanokporn Tangsuan ได้สั่งขนมทอดมังสวิรัติ หอยเชลล์ หอมทอด และพายของคนเลี้ยงแกะมังสวิรัติ พนักงานเสิร์ฟ ‘รับประกัน’ ว่าอาหารปราศจากสารก่อภูมิแพ้ แม้ว่าบางรายการจะไม่ได้เสิร์ฟพร้อมกับ ‘ธงปลอดสารก่อภูมิแพ้’ ก็ตาม

 

ประมาณ 45 นาทีหลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ Kanokporn Tangsuan หายใจลำบากขณะออกไปซื้อของ ล้มลง และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในที่สุด แม้ว่าจะฉีด Epipen ด้วยตนเองระหว่างเกิดอาการแพ้ก็ตาม

 

การสืบสวนของแพทย์ชันสูตรระบุในภายหลังว่า เธอเสียชีวิตเนื่องจากภาวะภูมิแพ้เฉียบพลัน เพราะมีระดับนมและถั่วในระบบของเธอสูง

 

มีการกำหนดให้มีการพิจารณาคดีในวันที่ 2 ตุลาคม เกี่ยวกับคำร้องของ Disney ในศาลเทศมณฑลในออร์แลนโด Jeffrey Piccolo เรียกร้องค่าเสียหายมากกว่า 50,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.75 ล้านบาท) ในคดีความของเขา

 

คดีนี้กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับขอบเขตของข้อตกลงการใช้งานบริการออนไลน์และสิทธิของผู้บริโภคในการฟ้องร้องบริษัทขนาดใหญ่ การพิจารณาคดีในเดือนตุลาคมนี้จะเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด และอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของคดีความที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงการใช้งานบริการออนไลน์ในวงกว้าง

 

อ้างอิง:

 

 

The post Disney ปัดความรับผิดชอบ! ใช้ข้อตกลง Disney+ สกัดคดีแพทย์หญิงเสียชีวิตจากอาหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมรภูมิเดือด สื่อไทยยุคมือถือครองเมือง! แพลตฟอร์มใหม่ผุดพรึบ แต่ Gen สูงวัยยังเหนียวแน่นกับสื่อดั้งเดิม https://thestandard.co/media-battlefield-mobile-era/ Sat, 10 Aug 2024 08:50:27 +0000 https://thestandard.co/?p=969829

สงครามแย่งชิงความสนใจและเม็ดเงินโฆษณาในวงการสื่อและความ […]

The post สมรภูมิเดือด สื่อไทยยุคมือถือครองเมือง! แพลตฟอร์มใหม่ผุดพรึบ แต่ Gen สูงวัยยังเหนียวแน่นกับสื่อดั้งเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>

สงครามแย่งชิงความสนใจและเม็ดเงินโฆษณาในวงการสื่อและความบันเทิงไทยกำลังร้อนระอุ! แพลตฟอร์มใหม่ๆ ผุดขึ้นราวดอกเห็ด ผู้บริโภคเสพสื่อหลากหลายช่องทางจนตาลาย แต่ใครจะครองใจคนไทยได้อยู่หมัด? Marketbuzzz เผยอินไซต์สุดว้าวจากผลสำรวจพฤติกรรมการใช้สื่อของคนไทย 700 คนทั่วประเทศ

 

ผลสำรวจชี้ชัดว่า คนไทยยุคนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับโซเชียลมีเดีย (70%) การท่องอินเทอร์เน็ต (50%) และดูวิดีโอสตรีมมิง (47%) LINE และ Facebook ยังคงเป็นเจ้าพ่อโซเชียล โดยเฉพาะ LINE ที่มีผู้ใช้งานสูงถึง 78% สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในการใช้แอปพลิเคชันนี้ในการสื่อสารและติดตามข่าวสารในชีวิตประจำวัน

 

Facebook เองก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ใช้งาน 68% แสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มนี้ยังคงเป็นช่องทางสำคัญในการเชื่อมต่อกับเพื่อนฝูงและครอบครัว นอกจากนี้ ยังพบว่า Messenger แอปพลิเคชันแชตในเครือของ Facebook ก็มีผู้ใช้งานสูงถึง 34% บ่งชี้ว่าคนไทยยังคงนิยมการสื่อสารแบบส่วนตัวผ่านช่องทางนี้

 

แต่ที่น่าจับตามองคือ Threads แพลตฟอร์มน้องใหม่ที่เปิดตัวได้ไม่นาน แต่กลับมีผู้ใช้งานถึง 14% สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยพร้อมที่จะลองสิ่งใหม่ๆ และมองหาแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ความสนใจเฉพาะกลุ่มมากขึ้น การเติบโตอย่างรวดเร็วของ Threads อาจเป็นสัญญาณเตือนสำหรับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ ว่าต้องปรับตัว และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาฐานผู้ใช้งานเอาไว้

 

YouTube ยังครองบัลลังก์วิดีโอสตรีมมิง ด้วยจำนวนผู้ใช้งานสูงถึง 62% ซึ่งไม่น่าแปลกใจเมื่อพิจารณาจากความหลากหลายของคอนเทนต์ที่มีให้เลือกชม ตั้งแต่คลิปตลก สารคดี ไปจนถึงมิวสิกวิดีโอ อย่างไรก็ตาม Netflix (35%) ก็มาแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบซีรีส์และภาพยนตร์ต่างประเทศ

 

TrueID (27%) และ AIS PLAY (20%) ก็ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ชมที่ต้องการรับชมคอนเทนต์ไทย เช่น ละคร ข่าว และรายการวาไรตี้ นอกจากนี้ การเติบโตของ Disney+ (14%) ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าตลาดวิดีโอสตรีมมิงในไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก

 

ด้านการฟังเพลงผ่านสตรีมมิง YouTube Music ยังคงครองความเป็นผู้นำที่คนไทยมีการใช้งานถึง 71% ตามมาด้วย JOOX (42%), Spotify และ Apple Music การแข่งขันในตลาดนี้ยังคงดุเดือด โดยแต่ละแพลตฟอร์มต่างงัดกลยุทธ์ต่างๆ ออกมาเพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน เช่น การสร้างเพลย์ลิสต์เฉพาะบุคคล การจัดคอนเสิร์ตออนไลน์ หรือการนำเสนอคอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

 

นอกจากนี้ การเติบโตของแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงอื่นๆ ก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามอง เนื่องจากแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลาย และมองหาทางเลือกใหม่ๆ อยู่เสมอ

 

มือถือกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิตคนไทยไปแล้ว! ไม่ว่าจะแชต เล่นโซเชียล ฟังเพลง หรือช้อปปิ้งออนไลน์ ทุกอย่างทำได้บนมือถือเครื่องเดียว แบรนด์ไหนไม่ปรับตัวให้เข้ากับมือถือ ระวังตกขบวนไม่รู้ตัว!

 

ขณะที่การออกแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชันให้ใช้งานง่ายบนมือถือ การสร้างคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับการรับชมบนหน้าจอขนาดเล็ก และการทำโฆษณาที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ใช้มือถือ ล้วนเป็นสิ่งที่แบรนด์ต้องให้ความสำคัญ

 

ถึงแม้สื่อดิจิทัลจะมาแรง แต่สื่อดั้งเดิมอย่างวิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ก็ยังมีที่ยืนในใจผู้สูงวัย 50+ แบรนด์ที่ต้องการเจาะตลาดกลุ่มนี้ ต้องไม่ลืมปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับพฤติกรรมการเสพสื่อที่แตกต่างกัน การใช้สื่อดั้งเดิมควบคู่ไปกับการทำการตลาดออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจของผู้สูงวัย และการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย จะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ที่มองข้ามไม่ได้คือรู้ไหมว่าคนไทยเสพสื่อต่างกันในแต่ละช่วงเวลา? เช้าเน้นโซเชียลเพื่ออัปเดตข่าวสารและพูดคุยกับเพื่อนฝูง บ่ายเน้นสั่งอาหารเดลิเวอรีเพื่อความสะดวกสบาย เย็นเน้นดูหนังฟังเพลงเพื่อผ่อนคลาย

 

แบรนด์ต้องรู้จักเลือกเวลาปล่อยคอนเทนต์ให้ถูกจังหวะ ถึงจะเข้าตาผู้บริโภค การทำความเข้าใจพฤติกรรมการบริโภคสื่อในแต่ละช่วงเวลา จะช่วยให้แบรนด์วางแผนการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ภูมิทัศน์สื่อไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์และนักการตลาดต้องปรับตัวให้ทันยุคดิจิทัล วางกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่น ครีเอทีฟ และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ถึงจะอยู่รอดและเติบโตได้ในสมรภูมิสื่อที่ดุเดือดนี้

 

การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการทำการตลาด การสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจและมีคุณภาพ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ประสบความสำเร็จในอนาคต

 

คำถามคือ แบรนด์ของคุณพร้อมรับมือกับความท้าทาย และคว้าโอกาสในยุคดิจิทัลนี้แล้วหรือยัง?

 

ภาพ: Sonnerie / Shutterstock

The post สมรภูมิเดือด สื่อไทยยุคมือถือครองเมือง! แพลตฟอร์มใหม่ผุดพรึบ แต่ Gen สูงวัยยังเหนียวแน่นกับสื่อดั้งเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Are You Sure?!’ รายการท่องเที่ยวของ Jimin และ Jung Kook วง BTS เตรียมฉายทาง Disney+ วันที่ 8 สิงหาคมนี้ https://thestandard.co/are-you-sure-jimin-and-jung-kook-disney-plus/ Wed, 03 Jul 2024 09:36:55 +0000 https://thestandard.co/?p=953477

เป็นอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่สมาชิกวง BTS เตรียมเอาไว้ให้แฟ […]

The post ‘Are You Sure?!’ รายการท่องเที่ยวของ Jimin และ Jung Kook วง BTS เตรียมฉายทาง Disney+ วันที่ 8 สิงหาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่สมาชิกวง BTS เตรียมเอาไว้ให้แฟนๆ ก่อนที่พวกเขาจะเข้ากรมทหารปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ เมื่อ Disney+ ประกาศเตรียมฉายรายการท่องเที่ยวของ Jimin กับ Jung Kook ที่ใช้ชื่อว่า Are You Sure?! พร้อมกับเผยภาพโปสเตอร์ขณะที่พวกเขาพายเรือคายัคออกมาให้เห็นแล้ว

 

Jimin และ Jung Kook ถ่ายทำรายการนี้ ที่นับเป็นการบันทึกความทรงจำการเที่ยวทริปสุดท้ายด้วยกันก่อนที่พวกเขาจะเข้ากรมไปพร้อมๆ กันในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยมีการรายงานว่า รายการ Are You Sure?! ได้บันทึกการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสนุกสดใส การผจญภัยที่น่าจดจำและคาดเดาไม่ได้ของสองพี่น้องคู่ซี้ที่ได้รับฉายาว่า ‘Busan Boys’ เนื่องจากบ้านเกิดของพวกเขาอยู่ที่เมืองปูซานทั้งคู่ เพื่อสร้างความทรงจำที่งดงามร่วมกันก่อนเข้ากรมทหาร ซึ่งสถานที่ที่พวกเขาไปถ่ายทำรายการก็มีทั้งสหรัฐอเมริกา เกาะเชจู ประเทศเกาหลีใต้ และซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น

 

Are You Sure?! ประกอบไปด้วย 8 เอพิโสด และแน่นอนว่าตลอดทั้งทริปการเดินทางก็จะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของ Jimin และ Jung Kook รวมไปถึงบทสนทนาที่ทั้งสนุกและลึกซึ้งเช่นเคย โดยมีการรายงานว่า ทั้งสองต่างสนุกสนานไปกับกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ทำระหว่างท่องเที่ยว ทั้งการแคมปิ้ง พายเรือแคนู และออกโรดทริป ซึ่งความพิเศษของรายการนี้ก็คือพวกเขาเริ่มต้นการเดินทางโดยไม่ได้เตรียมตัวอะไรกันมาก่อนเลย เพราะ Are You Sure?! มาพร้อมกับคอนเซปต์ที่ต้องการให้ Jimin และ Jung Kook ตกอยู่ในสถานการณ์ที่พวกเขาคาดไม่ถึง เพื่อให้แฟนๆ ติดตามว่าพวกเขาจะทำอย่างไรต่อไป

 

Are You Sure?! จะเปิดตัว 2 เอพิโสดแรกแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านทาง Disney+ ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ก่อนทยอยปล่อยเอพิโสดที่เหลือทุกวันพฤหัสบดีของสัปดาห์ถัดไปจนครบ 8 ตอน

 

ภาพ: Disney+

อ้างอิง: 

The post ‘Are You Sure?!’ รายการท่องเที่ยวของ Jimin และ Jung Kook วง BTS เตรียมฉายทาง Disney+ วันที่ 8 สิงหาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Freaky Friday 2 เปิดกล้องถ่ายทำแล้ว พร้อมเตรียมฉายในโรงภาพยนตร์ปี 2025 https://thestandard.co/freaky-friday-2-has-started-filming/ Tue, 25 Jun 2024 11:28:14 +0000 https://thestandard.co/?p=949639

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หนึ่งในนักแสดงนำจาก Freaky Friday […]

The post Freaky Friday 2 เปิดกล้องถ่ายทำแล้ว พร้อมเตรียมฉายในโรงภาพยนตร์ปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หนึ่งในนักแสดงนำจาก Freaky Friday ภาพยนตร์สุดคลาสสิกแห่งยุค 2000 อย่าง Jamie Lee Curtis ได้ออกมาคอนเฟิร์มไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่าจะมีการสร้างภาคต่ออย่างแน่นอน ล่าสุด Disney และทีมงานก็เริ่มเปิดกล้องถ่ายทำกันแล้ว และยังเผยว่า Freaky Friday 2 จะพร้อมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ปี 2025

 

แน่นอนว่าคอหนังต่างก็ยินดีกันอย่างถ้วนหน้า เพราะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าทั้ง Jamie Lee Curtis และ Lindsay Lohan ได้โคจรกลับมาพบกัน และรับบทแม่ลูกตระกูล Coleman กันอีกครั้งในภาค 2 เช่นเดิม หลังจากที่เคยสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมกันไปแล้วในภาคแรกเมื่อปี 2003 โดย Disney เป็นผู้โพสต์เบื้องหลัง Freaky Friday 2 ที่เผยให้เห็น Jamie Lee Curtis และ Linsday Lohan นั่งจับมือกันอยู่ที่บันไดหน้ารถในกองถ่าย ซึ่งขณะนี้ Disney ยังไม่ได้เผยรายละเอียดของพล็อตเรื่องใดๆ ว่าพวกเธอจะได้สลับร่างกันอีกหรือไม่

 

โพสต์เบื้องหลังกองถ่ายภาพยนตร์ Freaky Friday 2 ยังเป็นการปิดฉากข่าวลือที่ว่าภาพยนตร์ภาคต่อจะฉายเฉพาะใน Disney+ อีกด้วย โดยภาพยนตร์ภาคแรกกวาดรายได้จากโรงภาพยนตร์ทั่วโลกไป 160 ล้านดอลลาร์ หรือราว 5.8 พันล้านบาท 

 

ซึ่งนอกจาก Jamie Lee Curtis กับ Lindsay Lohan แล้ว ยังมีนักแสดงจากภาคก่อนที่มาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้าในภาคใหม่ ทั้ง Mark Harmon, Chad Michael Murray, Christina Vidal Mitchell, Haley Hudson, Lucille Soong, Stephen Tobolowsky และ Rosalind Chao รวมไปถึงนักแสดงใหม่อย่าง Julia Butters, Manny Jacinto, Maitreyi Ramakrishnan และ Sophia Hammons 

 

ภาพ: Disney

อ้างอิง: 

The post Freaky Friday 2 เปิดกล้องถ่ายทำแล้ว พร้อมเตรียมฉายในโรงภาพยนตร์ปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธุรกิจสตรีมมิงช่วยดันรายได้ Disney ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 17% ฟากสวนสนุกและการผลิตรายการยังทรงตัว จนฉุดราคาหุ้นร่วง 10% https://thestandard.co/disney-q2-revenue-up-17-percent/ Mon, 13 May 2024 06:05:40 +0000 https://thestandard.co/?p=932758 ผลประกอบการ รายได้ Disney Q2

Disney รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ทำรายได้เพิ่มขึ้น 17% […]

The post ธุรกิจสตรีมมิงช่วยดันรายได้ Disney ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 17% ฟากสวนสนุกและการผลิตรายการยังทรงตัว จนฉุดราคาหุ้นร่วง 10% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลประกอบการ รายได้ Disney Q2

Disney รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ทำรายได้เพิ่มขึ้น 17% เอาชนะการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยรายได้มาจากแพลตฟอร์มสตรีมมิง Disney+ ส่วนสวนสนุกและการผลิตรายการความบันเทิงยังทรงตัว จนฉุดราคาหุ้นร่วง 10%

 

สำหรับภาพรวมธุรกิจสตรีมมิง Disney+ มีรายได้เพิ่มขึ้น 13% ส่วนใหญ่มาจากการออกนโยบายห้ามแชร์รหัสผ่านที่เริ่มแล้วในบางประเทศ ก่อนประกาศใช้ทั่วโลกเดือนกันยายนนี้ ทำให้มีจำนวนสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสดังกล่าวสมาชิก Disney+ เพิ่มขึ้นมากกว่า 6 ล้านราย

 

ขณะที่สวนสนุก จากเดิมที่เคยเป็นธุรกิจเรือธงที่ทำรายได้หลัก ในไตรมาส 2 อัตราการเติบโตยังทรงตัวอยู่ สวนทางกับปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าหลังโควิดคลี่คลายจำนวนนักท่องเที่ยวกลับมามีจำนวนมากจนรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ Shanghai Disney Resort และ Hong Kong Disneyland โดยปัจจุบันรายได้รวมจากสวนสนุกทั้งในประเทศและต่างประเทศคิดเป็น 52% ของกำไรจากการดำเนินงานทั้งหมด 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

กระนั้นตัวเลขดังกล่าวยังไม่โตได้ตามเป้าหมายที่ บ็อบ ไอเกอร์ ซีอีโอ กำหนดเอาไว้ ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการธุรกิจ ก็ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนอย่างมาก จนเกิดปรากฏการณ์นักลงทุนเทขายหุ้นจำนวนมาก 

 

แต่ธุรกิจสวนสนุกก็ยังสำคัญอย่างมาก ก่อนหน้านี้ซีอีโอ Disney ได้ประกาศลงทุน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อขยายสวนสนุกให้มีอาณาจักรและพื้นที่ใหญ่ขึ้นถึงสองเท่า เพื่อดึงดูดทั้งกลุ่มที่เป็นแฟนคลับ Disney และคนที่ยังไม่เคยมาเที่ยว Disney Land

 

รวมไปถึงการขยายธุรกิจบริการเรือสำราญท่องเที่ยว Disney Treasure ที่นอกจากจะมาพร้อมเครื่องเล่นและโซนความบันเทิงต่างๆ แล้ว ยังชูโรงด้วยการตกแต่งตามธีมการ์ตูนและภาพยนตร์ดังของค่าย ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดี จนทำให้ปัจจุบันธุรกิจนี้ทำรายได้เติบโตขึ้นอย่างมาก 

 

แน่นอนว่าสวนทางกับการผลิตรายการความบันเทิง บริษัทเตรียมลดปริมาณการผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ของ Marvel ลง และหันมาเน้นการเพิ่มคุณภาพในแต่ละโปรเจกต์มากขึ้น

 

อ้างอิง:

The post ธุรกิจสตรีมมิงช่วยดันรายได้ Disney ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 17% ฟากสวนสนุกและการผลิตรายการยังทรงตัว จนฉุดราคาหุ้นร่วง 10% appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมนฯ ยูไนเต็ด และ Disney+ พูดคุยเพื่อร่วมสร้างสารคดี เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน https://thestandard.co/making-a-documentary-about-sir-alex-ferguson/ Wed, 01 May 2024 07:02:48 +0000 https://thestandard.co/?p=928794

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ Disney+ กำลังพูดคุยกันเพื่อบรร […]

The post แมนฯ ยูไนเต็ด และ Disney+ พูดคุยเพื่อร่วมสร้างสารคดี เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ Disney+ กำลังพูดคุยกันเพื่อบรรลุข้อตกลงมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการสร้างและเผยแพร่สารคดีเกี่ยวกับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

 

สารคดีชุดนี้จะเน้นไปที่เรื่องราวของบรมกุนซือชาวสกอตแลนด์ นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 1986 จวบจนอำลาตำแหน่งในปี 2013 ซึ่งเขาสามารถพาปีศาจแดงครองความยิ่งใหญ่ได้อย่างยาวนาน ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย, เอฟเอคัพ 5 สมัย และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกอีก 2 ครั้ง

 

การเจรจาระหว่าง ยูไนเต็ด กับ Disney+ อยู่ในขั้นตอนของการลงรายละเอียดต่างๆ อาทิ การได้สัมภาษณ์พิเศษกับเซอร์อเล็กซ์ หรือการสัมภาษณ์อดีตผู้เล่นบางคน 

 

และหากการเจรจาลุล่วง Disney+ จะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงฟุตเทจที่สโมสรเก็บไว้บางส่วน ซึ่งไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อนด้วย

 

โดยนี่นับเป็นการตอบโต้กันอย่างดุเดือดของสมรภูมิสตรีมมิงแพลตฟอร์ม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Amazon Prime เปิดเผยว่า พวกเขาจัดทำสารคดีเกี่ยวกับฤดูกาลที่คว้าทริปเปิลแชมป์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังจะฉายในเดือนหน้า 

 

โดยก่อนหน้านั้น Netflix ก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ในการเผยแพร่สารคดี ‘Beckham’ ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ เดวิด เบ็คแฮม ไปแล้วด้วย

 

 

อ้างอิง:

 

The post แมนฯ ยูไนเต็ด และ Disney+ พูดคุยเพื่อร่วมสร้างสารคดี เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ถูกใจสายหาร! Disney+ ห้ามแชร์รหัสผ่าน หากเพิ่มสมาชิกอื่นในบัญชีต้องเสียเงินเพิ่ม กลยุทธ์ที่ CEO หวังพลิกฟื้นกำไรอีกครั้ง https://thestandard.co/disney-plus-password-sharing/ Wed, 10 Apr 2024 11:23:45 +0000 https://thestandard.co/?p=921587 Disney+ Disney Plus ห้าม แชร์ รหัสผ่าน

สายหารเริ่มว้าวุ่น เมื่อ Disney+ ห้ามแชร์รหัสผ่านบริการ […]

The post ไม่ถูกใจสายหาร! Disney+ ห้ามแชร์รหัสผ่าน หากเพิ่มสมาชิกอื่นในบัญชีต้องเสียเงินเพิ่ม กลยุทธ์ที่ CEO หวังพลิกฟื้นกำไรอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Disney+ Disney Plus ห้าม แชร์ รหัสผ่าน

สายหารเริ่มว้าวุ่น เมื่อ Disney+ ห้ามแชร์รหัสผ่านบริการสตรีมมิง ย้ำหากเพิ่มสมาชิกอื่นในบัญชีต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม เริ่มในบางประเทศเดือนมิถุนายนนี้ ก่อนประกาศใช้ทั่วโลกเดือนกันยายนนี้ 

 

บ็อบ ไอเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Disney กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาบริษัทเริ่มประกาศใช้มาตรการห้ามให้สมาชิกแชร์บัญชีบริการสตรีมมิงอย่างจริงจัง โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่บริษัทต้องการจะเพิ่มจำนวนสมาชิกและรายได้ให้มากขึ้น

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ถึงกระนั้น Disney ก็ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดค่าธรรมเนียมหากเจ้าของบัญชีต้องการให้สมาชิกคนอื่นเข้ามาใช้งานด้วย ซึ่งดูเหมือนกลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้บริษัทลดต้นทุน และจะทำให้ Disney+ และ Hulu กลับมาทำกำไรได้ 

 

หลังจากในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2023 Disney+ สูญเสียสมาชิกกว่า 1.3 ล้านราย (ไม่รวม Disney+ Hotstar) จากการปรับขึ้นราคาการสมัครสมาชิกสตรีมมิง โดยมีค่าสมัครที่ถูกที่สุดราว 6.99 ดอลลาร์ต่อเดือน (253 บาท) และหากสมัครสมาชิกแบบรวมทั้ง Hulu และ Disney+ ราคาสมาชิกจะอยู่ที่ราว 9.99 ดอลลาร์ต่อเดือน (362 บาท)

 

จากรายงานไตรมาสล่าสุดระบุว่า Disney+ มีสมาชิก 150 ล้านราย ส่วน Hulu มีสมาชิกประมาณ 50 ล้านราย แน่นอนว่าเมื่อสมาชิกลดลง ในแง่ของรายได้และกำไรก็ต้องลดลงเช่นกัน จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของไอเกอร์ที่จะต้องเร่งทำให้ธุรกิจสตรีมมิงมีรายได้และกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง 

 

“ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจให้ได้” ไอเกอร์ย้ำ

 

ทั้งนี้ บนเส้นทางธุรกิจสตรีมมิงนั้นไม่ง่าย ทั้งการแข่งขันในตลาด และยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่านโยบายห้ามแชร์รหัสผ่านผู้ใช้งานจะสามารถเพิ่มยอดสมาชิกได้ตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ เพราะแม้แต่ Netflix ที่เป็นคู่แข่งรายใหญ่ก็ยังต้องเผชิญความท้าทายด้วยเช่นกัน

 

หากย้อนไปในปีที่ผ่านมา Netflix ได้ออกนโยบายห้ามแชร์รหัสผ่านผู้ใช้งาน ซึ่งอนุญาตให้แค่คนที่อยู่บ้านเดียวกันเท่านั้น เพราะหวังว่าการควบคุมการแชร์รหัสผ่านจะช่วยเพิ่มรายได้ แต่ Netflix ก็เริ่มมาถูกทาง เห็นได้จากผลประกอบการรายไตรมาสปรับตัวดีขึ้นแม้จะเติบโตช้าลงก็ตาม เช่นเดียวกับ HBO Max หรือที่รู้จักกันในชื่อ Max ซึ่งมีแผนจะเริ่มมาตรการห้ามแชร์รหัสผ่านปลายปีนี้

 

อ้างอิง:

The post ไม่ถูกใจสายหาร! Disney+ ห้ามแชร์รหัสผ่าน หากเพิ่มสมาชิกอื่นในบัญชีต้องเสียเงินเพิ่ม กลยุทธ์ที่ CEO หวังพลิกฟื้นกำไรอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>