Digital Token Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/digital-token/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 24 Jul 2024 05:28:36 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธาน ก.ล.ต. คนใหม่ มอบนโยบายเร่งด่วน สั่งปฏิรูปทั้งกระบวนการใช้กฎหมายและต้องทำคดีเร็วขึ้น เป็น KPI การทำงาน https://thestandard.co/wisit-urgent-policy-order-kpi-law-process/ Wed, 24 Jul 2024 05:28:36 +0000 https://thestandard.co/?p=962134

วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงดิจ […]

The post วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธาน ก.ล.ต. คนใหม่ มอบนโยบายเร่งด่วน สั่งปฏิรูปทั้งกระบวนการใช้กฎหมายและต้องทำคดีเร็วขึ้น เป็น KPI การทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และเคยนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงยุติธรรมมาแล้ว หลังจากได้รับแต่งตั้งจาก ครม. มานั่งประธาน ก.ล.ต. คนใหม่ แทน พิชิต อัคราทิตย์ ที่ครบวาระ 4 ปี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป ประกาศนโยบายเร่งด่วน สั่งลุยปฏิรูปกระบวนการบังคับใช้กฎหมายให้มีความชัดเจนและรวดเร็วขึ้น พร้อมเร่งเครื่องสะสางคดีเก่าใน 3-6 เดือนจากนี้ 

 

โดย วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานกรรมการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ประธาน ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า หลังได้รับมอบหมายให้มาดำรงตำแหน่งประธาน ก.ล.ต. ในฐานะที่มีประสบการณ์ทำงานด้านกฎหมายที่สำคัญๆ ที่กระทรวงยุติธรรม มีความเห็นว่า กระบวนการขั้นตอนการกล่าวโทษในตลาดทุนบางเรื่องของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีการใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่จะเข้าช่วยขับเคลื่อนให้การทำงานในเรื่องดังกล่าวมีความรวดเร็วขึ้นจากเดิมได้ 

 

โดยหลังจากการหารือร่วมกับเลขาธิการ ก.ล.ต. กับกรรมการ ก.ล.ต. ท่านอื่นๆ มีความเห็นตรงกันว่าควรสร้างตลาดทุนให้มีความน่าเชื่อถือ โดยมีนโยบายสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการในระยะเวลา 6 เดือนจากนี้ 2 เรื่องหลักที่ต้องเร่งดำเนินการคือ 

 

  1. การปฏิรูปกระบวนการบังคับใช้กฎหมายให้มีความชัดเจนให้เพิ่มมากขึ้นทั้งกระบวนการ เริ่มตั้งแต่แนวทางการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจนถึงกระบวนการของศาล โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ควรมี Synergy ในการระงับหรือป้องกันปัญหา โดยทำงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อให้เกิดการตรวจพบปัญหาตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น (Early Detection) โดยมีการสร้างกลไกกระบวนการทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ 

 

โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ควรเปลี่ยนบทบาทการทำงาน เริ่มตั้งแต่งานป้องกันปัญหาตั้งแต่จุดเริ่มต้น และหากเกิดกรณีปัญหาแล้วสามารถร่วมกันทำงานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ จนปัญหายุติและประจักษ์ต่อสาธารณะได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยกระบวนการสืบสวนของสำนักงาน ก.ล.ต. ในคดีประเภท High Impact ซึ่งเป็นคดีที่มีผลกระทบต่อคนในวงกว้าง 

 

ทั้งนี้มีความเห็นว่า ตั้งแต่เริ่มกระบวนการสืบสวนและนำไปสู่การกล่าวโทษของสำนักงาน ก.ล.ต. ในกรณีของคดี High Impact คดีที่มีผลกระทบต่อคนในวงกว้าง ควรใช้ระยะเวลาดำเนินการเป็นหลักเดือนหรือไม่ควรเกิน 1 ปี ซึ่งจะมีการศึกษาหรือร่วมกันอีกครั้ง เพื่อกำหนดกรอบระยะเวลาการสืบสวนกับประเภทของคดีต่างๆ และนำไปสู่การกล่าวโทษของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่มีความเหมาะสมและใช้ระยะเวลาสั้นลงจากในอดีต พร้อมทั้งจะมีการกำหนดออกมาเป็น KPI ของการทำงานของสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อไปในอนาคต

 

  1. สำนักงาน ก.ล.ต. ควรมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาสินทรัพย์ลงทุนหรือตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโต ซึ่งเป็นเทรนด์ของโลกที่กำลังมุ่งเน้นไปที่สินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีความจำเป็นที่จะมาช่วยให้การดำเนินธุรกิจต่างๆ ทำได้สะดวกขึ้น สามารถช่วยลดการทุจริตได้ ซึ่งเสนอให้สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดออกมาเป็นแผนงานที่ชัดเจนในด้านการส่งเสริมในประเด็นนี้ โดยเฉพาะในกลุ่ม Digital Token ที่มีโอกาสการเติบโตสูง สามารถนำมาใช้ระดมเงินทุนในการขยายธุรกิจได้

 

วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานกรรมการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

 

โดยจะนำนโยบาย 2 เรื่องเร่งด่วนดังกล่าวนี้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการพิจารณาเดือนสิงหาคมนี้

 

เล็ง Secondment บุคลากร กับ DSI และอัยการ

 

นอกจากนี้สำนักงาน ก.ล.ต. ควรสร้างกลไกการทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวนและอัยการ กับสำนักงาน ก.ล.ต. ยกตัวอย่างเช่น การใช้วิธีการ Secondment บุคลากรของระหว่างทั้ง 3 หน่วยงาน เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องแก้กฎหมาย

 

อีกส่วนที่มีความสำคัญและจะมีนัยสำคัญในอนาคตคือ แนวทางในการลดระยะเวลาในการดำเนินการสอบสวนสำหรับในการดำเนินคดีบางประเภท โดยเสนอให้ปรับแก้กฎหมาย เพิ่มอำนาจให้สำนักงาน ก.ล.ต. มีอำนาจในการสอบสวนเองได้ในบางเรื่องได้ 

 

โดยในทางการสืบสวน การกระทำความผิดที่ผ่านมาสำนักงาน ก.ล.ต. แบ่งประเภทของคดีเป็น 3 ประเภท คือ

 

  1. High Impact คดีที่มีผลกระทบต่อคนในวงกว้าง 
  2. Medium Impact คดีที่มีผลกระทบระดับปานกลาง 
  3. Low Impact คดีที่มีผลกระทบเฉพาะกลุ่ม 

 

ด้านประสิทธิภาพการดำเนินคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้รวดเร็วขึ้น โดยในอนาคตช่วง 3-6 เดือนข้างหน้านี้จะเห็นการดำเนินคดีที่ค้างในระบบการทำงานทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและทำความจริงให้ปรากฏออกมาสู่สาธารณะโดยเร็ว

The post วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธาน ก.ล.ต. คนใหม่ มอบนโยบายเร่งด่วน สั่งปฏิรูปทั้งกระบวนการใช้กฎหมายและต้องทำคดีเร็วขึ้น เป็น KPI การทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. อนุมัติยกเว้นภาษีซ้ำซ้อนลงทุนโทเคน เสียครั้งเดียว 15% จากส่วนต่างกำไร https://thestandard.co/thailand-crypto-taxation/ Tue, 12 Mar 2024 09:54:17 +0000 https://thestandard.co/?p=910221

ครม. อนุมัติยกเว้นไม่ต้องนำกำไรหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้ […]

The post ครม. อนุมัติยกเว้นภาษีซ้ำซ้อนลงทุนโทเคน เสียครั้งเดียว 15% จากส่วนต่างกำไร appeared first on THE STANDARD.

]]>

ครม. อนุมัติยกเว้นไม่ต้องนำกำไรหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการลงทุนในโทเคนไปคำนวณรวมเป็นรายได้บุคคลธรรมดา แต่ยังต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากส่วนต่างกำไร 15%

 

คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) โทเคนดิจิทัล กำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งได้รับเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) และผู้จ่ายเงินได้ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้วในอัตรา 15% สามารถเลือกไม่นำเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดนั้นมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เฉพาะกรณีไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้คืนหรือไม่ขอเครดิตภาษีที่ถูกหักไว้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ สำหรับเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

 

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับการดูแลโทเคนเพื่อการลงทุนให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกับเกณฑ์หลักทรัพย์ทั่วไป รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยระดมทุน และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล

 

โดยคาดการณ์ว่าจะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ประมาณ 50 ล้านบาท แต่ผลประโยชน์ที่จะได้รับจะมีการจ้างงานและการลงทุน ตลอดจนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการระดมทุนด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้คาดการณ์ว่าในปี 2567 จะมีการระดมทุนด้วยโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนถึง 18,500 ล้านบาท

 

กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า “มาตรการนี้จะทำให้ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันด้านการเป็นศูนย์กลางการระดมทุนเพิ่มขึ้น และทำให้ผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยมีทางเลือกในการระดมทุนด้วย Investment Token เพิ่มเติมจากการระดมทุนด้วยเครื่องมือดั้งเดิม อันจะส่งผลดีต่อการระดมทุน การลงทุน และการจ้างงานในประเทศ รวมทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศ โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ได้คาดการณ์ว่าในปี 2567 จะมีการระดมทุนด้วย Investment Token ถึง 18,500 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้จากการระดมทุนดังกล่าวจะเป็นเงินลงทุนในระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไป”

 

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161

The post ครม. อนุมัติยกเว้นภาษีซ้ำซ้อนลงทุนโทเคน เสียครั้งเดียว 15% จากส่วนต่างกำไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ผนึก Token X ผลักดันนวัตกรรมลงทุน RealX โทเคนดิจิทัลแรกของไทยที่มีคอนโดเป็นสินทรัพย์อ้างอิง เปิดจองวันนี้วันแรก https://thestandard.co/realx-digital-token/ Sat, 01 Jul 2023 03:26:13 +0000 https://thestandard.co/?p=810194

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ขับเคลื่อนระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล […]

The post บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ผนึก Token X ผลักดันนวัตกรรมลงทุน RealX โทเคนดิจิทัลแรกของไทยที่มีคอนโดเป็นสินทรัพย์อ้างอิง เปิดจองวันนี้วันแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ขับเคลื่อนระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจร ผนึกกำลัง Token X ผลักดันนวัตกรรมลงทุน RealX โทเคนดิจิทัลแรกของไทยที่มีคอนโดมิเนียมเป็นสินทรัพย์อ้างอิง มุ่งสร้างโอกาสและเพิ่มทางเลือกใหม่ของการลงทุนแก่นักลงทุนไทย เปิดให้นักลงทุนจองซื้อโทเคนดิจิทัล RealX แล้วตั้งแต่วันนี้ (1 กรกฎาคม) ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม ผ่านแอปพลิเคชัน Token X พร้อมมอบสิทธิพิเศษอีก 3 ต่อสำหรับลูกค้า InnovestX

 

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX Securities Co., Ltd.) เรือธงด้านการเงินการลงทุนของกลุ่ม SCBX เดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์องค์กรภายใต้แนวคิด ‘Future of Finance Reimagined’ ขับเคลื่อนโลกการเงินการลงทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจร ผนึกกำลังบริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X Co., Ltd.) ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) โดยสองบริษัทภายใต้กลุ่ม SCBX ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการประกอบธุรกิจให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล 

 

ล่าสุดทั้งสองบริษัทร่วมกันขับเคลื่อนระบบนิเวศโทเคนดิจิทัลสำหรับองค์กรตั้งแต่ต้นน้ำจนปลายน้ำ ด้วยการผลักดันนวัตกรรม ‘RealX’ (เรียลเอ็กซ์) โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนแรกในประเทศไทย (Investment Token) ที่มีคอนโดเป็นสินทรัพย์อ้างอิง (Condo-Backed Token) ใน 3 ทำเลทอง ได้แก่ พาร์ค ออริจิ้น พร้อมพงษ์ พญาไท และทองหล่อ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนในนวัตกรรมของสินทรัพย์รูปแบบใหม่ที่มาพร้อมกับความปลอดภัยในการลงทุนและการจัดเก็บสินทรัพย์ พร้อมช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงการลงทุนให้กับนักลงทุนไทยอย่างเท่าเทียม

 

ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า InnovestX มุ่งมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และวางรากฐานระบบนิเวศอุตสาหกรรมการเงินและการลงทุนแห่งอนาคตเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ จึงได้ผสานความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญในธุรกิจร่วมกับ Token X บริษัทภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงิน SCBX ผลักดันการพัฒนาการระดมทุนในรูปแบบใหม่ให้กับธุรกิจไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ผ่านการทำ Tokenization หรือการแปลงสินทรัพย์ที่มีอยู่จริงให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลในลักษณะของหน่วยลงทุนย่อย หรือเรียกว่า ‘โทเคน’ เป็นการสร้างโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงอย่างอสังหาริมทรัพย์ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ของการลงทุนให้แก่นักลงทุนไทยได้อย่างเท่าเทียม 

 

โดย RealX คือโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนแรกของไทยที่มีคอนโดเป็นสินทรัพย์อ้างอิง และเพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับโทเคนดิจิทัล RealX นักลงทุนจะสามารถซื้อขายได้บนแอป InnovestX ในฐานะตลาดรองได้ในเร็วๆ นี้เช่นกัน

 

ด้าน จิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน RealX นั้นมีคอนโดเป็นสินทรัพย์อ้างอิง จาก 3 ทำเลศักยภาพ ได้แก่ พาร์ค ออริจิ้น พร้อมพงษ์, พาร์ค ออริจิ้น พญาไท และพาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ 

 

โดยมีราคาเสนอขายเพียง 182 บาทต่อ 1 โทเคน (โดย 1 โทเคนเทียบเท่าพื้นที่ประมาณ 1 ตารางนิ้ว) ได้รับการจัดสรรที่จำนวนประมาณ 19 ล้านโทเคน รวมมูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 3.5 พันล้านบาท โดยมีการรับประกันรายรับสุทธิ 4-5% ต่อปีใน 5 ปีแรก และในปีที่ 6-10 นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคอนโดและจากค่าเช่าอีกด้วย 

 

ปัจจุบันโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน RealX ได้รับการพิจารณาอนุมัติจาก ก.ล.ต. และมีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมเปิดให้นักลงทุนจองซื้อโทเคนดิจิทัล RealX ในวันที่ 1 กรกฎาคม  ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม เวลา 15.30 น. ผ่านแอป Token X ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการลงทุนโทเคนดิจิทัลที่มีบริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลครบวงจร รองรับการสมัคร ลงทุน จองซื้อ และจัดสรรโทเคนดิจิทัลครบจบในแอปเดียว ด้วยระบบความปลอดภัยสูงสุดระดับ Enterprise Grade โดยผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอป Token X ได้แล้วตั้งแต่วันนี้

 

โดยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ลูกค้า InnovestX สามารถเริ่มต้นลงทุนโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน RealX พร้อมรับสิทธิประโยชน์ที่มากกว่า

 

  • ต่อที่1: สำหรับลูกค้าปัจจุบันของ InnovestX เพียงดาวน์โหลดแอป Token X และเมื่อลงทะเบียนสำเร็จ รับฟรี 1,000 INVX point เพียงกรอกโค้ด ‘INVXAPP’ สำหรับใช้เป็นส่วนลดในการซื้อหุ้นต่างประเทศ หรือแลกรับสิทธิพิเศษอื่นๆ บนแอป InnovestX (จำกัด 10,000 สิทธิ์แรก) ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  
  • ต่อที่ 2: เมื่อลูกค้าจองซื้อ RealX มูลค่าตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม 500 INVX point โดยสามารถยืนยันสิทธิ์เพื่อรับคะแนนได้บนแอป InnovestX (จำกัดสิทธิ์ 1 สิทธิ์ต่อลูกค้า 1 ท่าน) ตั้งแต่ 1-31 กรกฎาคม 2566
  • สำหรับลูกค้าใหม่ เพียงดาวน์โหลดแอป InnovestX และเปิดบัญชีสำเร็จ สามารถรับสิทธิ์ทั้ง 2 ต่อได้เช่นเดียวกัน

The post บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ผนึก Token X ผลักดันนวัตกรรมลงทุน RealX โทเคนดิจิทัลแรกของไทยที่มีคอนโดเป็นสินทรัพย์อ้างอิง เปิดจองวันนี้วันแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ทำความรู้จัก ‘RealX’ โทเคนดิจิทัล ASSET BACKED เหรียญแรกของประเทศ | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-19052023-2/ Fri, 19 May 2023 03:00:56 +0000 https://thestandard.co/?p=792562

ทำความรู้จัก ‘RealX’ โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน พูดคุยกั […]

The post ชมคลิป: ทำความรู้จัก ‘RealX’ โทเคนดิจิทัล ASSET BACKED เหรียญแรกของประเทศ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทำความรู้จัก ‘RealX’ โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน พูดคุยกับ ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียล เอสเตท เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด ในฐานะผู้ออกโทเคนดิจิทัล และ จิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) ภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์

 

ดาวน์โหลดแอป Token X เตรียมพร้อมก่อนจองซื้อ RealX ได้ที่: https://tokenxapp.page.link/c6wA

 

สนใจจองซื้อหน่วยลงทุน คลิก https://realxtoken.finance/

 

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ทำความรู้จัก ‘RealX’ โทเคนดิจิทัล ASSET BACKED เหรียญแรกของประเทศ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
TDX จับมือ เรียลเอ็กซ์ และ Token X เดินหน้าเปิดตลาดเทรดโทเคน คาดเหรียญ RealX ประเดิมรายแรกภายในปี 66 https://thestandard.co/tdx-joins-hands-with-realx-and-token-x/ Wed, 10 May 2023 08:44:10 +0000 https://thestandard.co/?p=787989 TDX RealX Token X

TDX ผนึก เรียลเอ็กซ์ และ Token X ลุยพัฒนาโทเคนดิจิทัลเพ […]

The post TDX จับมือ เรียลเอ็กซ์ และ Token X เดินหน้าเปิดตลาดเทรดโทเคน คาดเหรียญ RealX ประเดิมรายแรกภายในปี 66 appeared first on THE STANDARD.

]]>
TDX RealX Token X

TDX ผนึก เรียลเอ็กซ์ และ Token X ลุยพัฒนาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ผ่าน ‘ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย’ หวังผู้ระดมทุนกับผู้ลงทุนเข้าถึงตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลง่ายขึ้น คาดรายแรก เหรียญ RealX พร้อมให้เทรดภายในปีนี้ 

 

แมนพงศ์ เสนาณรงค์ ประธานกรรมการ บริษัท ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย จำกัด (TDX) บริษัทในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDX) ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เริ่มประกอบธุรกิจการเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ประเภทโทเคนดิจิทัล (Digital Asset Exchange) เมื่อเดือนกันยายน 2565 ล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) รวมทั้งออกพระราชกฤษฎีกายกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้ Digital Asset Exchange ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต.

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

“จากพัฒนาการดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจสนใจระดมทุนผ่านช่องทางการออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนเพิ่มมากขึ้น TDX จึงสนับสนุนการระดมทุนผ่านการออกโทเคนดิจิทัล ตามแผนกลยุทธ์ทำให้การลงทุนเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ประกอบการและผู้ลงทุน โดยเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดที่พร้อมเชื่อมต่อกับ ICO Portal และ Market Participant ที่เกี่ยวข้อง”

 

ล่าสุด TDX ได้ร่วมกับ บริษัท เรียล เอสเตท เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด (RealX) ผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน และ บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) ภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ (SCBX Group) ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ศึกษาความเป็นไปได้ทางการนำโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนเข้ามาจดทะเบียนซื้อขายใน TDX ซึ่งเป็นตลาดรองของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของนวัตกรรมการลงทุนในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ด้วยการพัฒนาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนจากการนำกระแสรายรับที่เกิดจากสินทรัพย์อ้างอิง (Asset-Backed) มา Tokenize และสามารถซื้อขายได้ในหน่วยย่อย ผู้ลงทุนเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้ง่ายขึ้น 

 

ทั้งนี้ คาดว่า TDX จะสามารถเปิดให้บริการซื้อขายโทเคนดิจิทัลตัวแรกภายในปี 2566 นี้ โดย TDX พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากพันธมิตรทั้ง ICO Portal และ Digital Asset Broker เข้ามาเชื่อมต่อ เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจร

 

ด้าน ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียล เอสเตท เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด ผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ‘เรียลเอ็กซ์’ กล่าวว่า ‘โทเคนดิจิทัล’ เป็นนวัตกรรมการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์การลงทุนยุคใหม่ โดยเฉพาะกับผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์หรือคุ้นเคยกับการลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ขณะที่การออกโทเคนดิจิทัลนั้นเป็นการนำสินทรัพย์มาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล (Tokenization) เพื่อแบ่งเป็นหน่วยลงทุนขนาดเล็ก จึงเพิ่มโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ได้โดยไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ล่าสุด RealX ได้ร่วมกับ TokenX ในการออกและเตรียมเสนอขายโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอ็กซ์’

 

โดยนำคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง 3 โครงการ จากกลุ่ม บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เป็นสินทรัพย์อ้างอิง (Condo-Backed Token) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และได้ร่วมกับ TDX ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอ็กซ์’ เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดรองเพื่อเพิ่มช่องทางในการซื้อขายเปลี่ยนมือของผู้ลงทุนและเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการลงทุนในโทเคนดิจิทัล

 

ขณะที่ จิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด หรือ Token X บริษัทภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ (SCBX Group) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลในประเทศไทย (ICO Portal) ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า TokenX เห็นถึงความสำคัญของโทเคนดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทในโลกการลงทุนยุคใหม่มากขึ้น จึงร่วมกับพาร์ตเนอร์และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องการนำสินทรัพย์มาระดมทุนผ่านการออกโทเคนดิจิทัล พร้อมทั้งเชื่อมต่อกับผู้ลงทุนที่ต้องการเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล 

 

โดยการให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่ออกใหม่ ทำหน้าที่กลั่นกรองโทเคนดิจิทัล รวมถึงสนับสนุนการนำโทเคนดิจิทัลเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดรองผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเพิ่มช่องทางในการซื้อขายเปลี่ยนมือของผู้ลงทุน ล่าสุด TokenX ได้ร่วมกับ บริษัท เรียล เอสเตท เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด ผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน เตรียมเสนอขายโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอ็กซ์’ แก่ผู้ลงทุน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post TDX จับมือ เรียลเอ็กซ์ และ Token X เดินหน้าเปิดตลาดเทรดโทเคน คาดเหรียญ RealX ประเดิมรายแรกภายในปี 66 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครั้งแรกในไทย ‘ORI’ ขายโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอ็กซ์’ ลงทุนคอนโดหรูกลางเมือง ชูจุดเด่นผลตอบแทนสม่ำเสมอ การันตีรายรับสุทธิ 5 ปีแรก 4-5% https://thestandard.co/ori-sells-digital-tokens-realx/ Thu, 27 Apr 2023 09:29:15 +0000 https://thestandard.co/?p=782216 RealX ORI

‘เรียล เอสเตท เอกซ์โพเนนเชียล-ออริจิ้น-โทเคน เอกซ์’ เปิ […]

The post ครั้งแรกในไทย ‘ORI’ ขายโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอ็กซ์’ ลงทุนคอนโดหรูกลางเมือง ชูจุดเด่นผลตอบแทนสม่ำเสมอ การันตีรายรับสุทธิ 5 ปีแรก 4-5% appeared first on THE STANDARD.

]]>
RealX ORI

‘เรียล เอสเตท เอกซ์โพเนนเชียล-ออริจิ้น-โทเคน เอกซ์’ เปิดตัวโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ‘เรียลเอ็กซ์’ (RealX) นวัตกรรมใหม่เพื่อเข้าถึงการลงทุนคอนโดหรูใจกลางเมือง 3 โครงการของเครือออริจิ้นโดยไม่ต้องซื้อคอนโดทั้งยูนิต เพื่อรับโอกาสธุรกิจอสังหาฟื้นตัว ชูจุดเด่นสินทรัพย์อยู่ในทำเลศักยภาพสูงและมีมูลค่าเพิ่ม พร้อมรับผลตอบแทนเป็นรายไตรมาสจากค่าเช่า และการันตีรายรับสุทธิของโครงการในปีที่ 1-5 อัตรา 4-5% ต่อปี และปีที่ 6-10 รับผลตอบแทนรายไตรมาสจากการขายคอนโดและค่าเช่า เตรียมความพร้อมเสนอขายไม่เกิน 19,230,769 โทเคน ที่ราคาเสนอขาย 182 บาทต่อโทเคน คาดจองวันที่ 12-23 มิถุนายนนี้ 

 

พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ‘พาร์ค ออริจิ้น’ พร้อมพงษ์ พญาไท และทองหล่อ เปิดเผยว่า บริษัทมองเห็น Pain Points ของผู้ที่ต้องการลงทุนในคอนโดมิเนียมลักชัวรีใจกลางเมือง แต่ต้องสูญเสียโอกาสเนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเงินทุนที่ไม่สามารถซื้อคอนโดได้ทั้งยูนิต จึงร่วมกับบริษัท เรียล เอสเตท เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด และบริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด นำเสนอนวัตกรรมการลงทุนคอนโดมิเนียมรูปแบบใหม่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย 

 

โดยเลือกคอนโดมิเนียม ‘พาร์ค ออริจิ้น’ 3 ทำเลใจกลางเมืองที่เป็นไพร์มโลเคชัน ได้แก่ พร้อมพงษ์ พญาไท และทองหล่อ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่ จำนวน 361 ยูนิต มาใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงในการออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) ทำให้การลงทุนมีขนาดย่อยลง เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น

 

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียล เอสเตท เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด ในฐานะผู้ออกโทเคนดิจิทัล กล่าวว่า การออกและเตรียมเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ‘เรียลเอ็กซ์ (RealX Investment Token) มาจากแนวคิดการนำคอนโดพาร์ค ออริจิ้น พร้อมพงษ์ ไม่เกิน 138 ยูนิต พาร์ค ออริจิ้น พญาไท ไม่เกิน 123 ยูนิต และพาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ ไม่เกิน 100 ยูนิต มาแปลงเป็นหน่วยการลงทุนที่มีขนาดเล็กลง โดย 1 โทเคนดิจิทัลจะเทียบเท่าการลงทุนในพื้นที่คอนโดประมาณ 1 ตารางนิ้ว (Fractionalization) เพื่อให้คนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถลงทุนได้ด้วยรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัล

 

การลงทุนในโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอ็กซ์’ มีอายุโครงการ 10 ปีนับจากวันที่เริ่มโครงการ โดยผู้ถือโทเคนดิจิทัลดังกล่าวจะได้รับผลตอบแทน 2 ส่วน ประกอบด้วย

 

  1. ปีที่ 1-5 รับผลตอบแทนเป็นรายไตรมาสจากค่าเช่าสุทธิของคอนโดทั้ง 3 โครงการที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิง โดยบริษัท พาร์ค ลักชัวรี่ จำกัด ในเครือ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ หรือ ORI จะประกันรายรับสุทธิของโครงการที่ 4%, 4.25%, 4.50%, 4.75% และ 5% ต่อปีของมูลค่าเสนอขายโทเคนดิจิทัลตามลำดับ 

 

  1. ปีที่ 6-10 มีโอกาสรับส่วนต่างราคาคอนโดที่สูงขึ้นใน 6 ปีข้างหน้า กล่าวคือในปีที่ 6 จะนำห้องว่างที่ไม่ถูกเช่ามาขายในราคาตลาดช่วงนั้นๆ ซึ่งคาดว่าจะสูงกว่าราคาในปัจจุบัน โดยในปีที่ 6-10 ขายปีละ 10%, 15%, 20%, 25% และ 30% ของจำนวนยูนิตที่มีตามลำดับ และเมื่อขายได้จะกระจายคืนให้ผู้ถือโทเคนในปีที่ 6 เป็นต้นไป และยังคงได้รับผลตอบแทนตามจริงจากการนำห้องชุดที่ไม่ได้มีการขายออกมาปล่อยเช่า โดยผู้ถือโทเคนจะยังคงได้รับผลตอบแทนเป็นรายไตรมาส

 

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนในโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอกซ์’ รายละไม่เกิน 300,000 บาท ในเบื้องต้นคาดว่าจะเปิดจองซื้อโทเคนระหว่างวันที่ 12-23 มิถุนายน 2566 โดยในการจองซื้อดังกล่าว บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จะเข้ามาจองซื้อเพื่อลงทุนประมาณ 10% ของจำนวนโทเคนที่เสนอขาย 

 

และปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมการนำโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอ็กซ์’ เข้าจดทะเบียนในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากกระทรวงการคลัง ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อรองรับการซื้อขายในตลาดรอง โดยขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดรองที่ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDX) หรือแพลตฟอร์ม Bitkub แต่ก็มีโอกาสที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดรองทั้ง 2 แห่ง  

 

จุดเด่นการลงทุนในโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอ็กซ์’ คือคอนโดที่นำมาเป็นสินทรัพย์อ้างอิงอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง เป็นที่ต้องการของผู้เช่า และเป็นการกระจายการลงทุนพร้อมกันในย่านทำเลใจกลางเมือง โดยโครงการได้รับการออกแบบให้มีความทันสมัย อยู่ในสภาพใหม่และมีการดูแลรักษาที่ดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการครบครัน เพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากค่าเช่า รวมถึงมีการรับประกันรายรับสุทธิแก่โครงการที่แน่นอนในช่วง 5 ปีแรก นอกจากนี้คอนโดทั้ง 3 โครงการดังกล่าวจะบริหารจัดการโดย บริษัท แฮมป์ตัน โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ในเครือ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญการบริหารอสังหาริมทรัพย์

 

จิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด หรือ Token X บริษัทภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ (SCBX Group) ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลในประเทศไทย (ICO Portal) ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นเทรนด์การลงทุนรูปแบบใหม่ที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะ ‘โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน’ ซึ่งนำสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ เช่น คอนโดมิเนียม เป็นต้น มาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล (Tokenization) เพื่อแบ่งเป็นหน่วยลงทุนขนาดเล็ก เพิ่มโอกาสเข้าถึงการลงทุนแก่คนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น เนื่องจากไม่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากเพื่อซื้อคอนโดทั้งยูนิต

 

‘เรียลเอ็กซ์’ เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ที่นำคอนโดพาร์ค ออริจิ้น พร้อมพงษ์ พญาไท และทองหล่อ รวม 361 ยูนิต มาเป็นสินทรัพย์อ้างอิง และในการทำธุรกรรมยังมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการออกและเสนอขาย Investment Token นั้น นอกจากจะได้รับการกำกับดูแลจากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว ระบบงาน ICO Portal ของ Token X มีการเตรียมความพร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือ ได้รับการตรวจสอบจากที่ปรึกษาทั้งภายในและภายนอก 

 

อีกทั้งยังมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด ทำหน้าที่เป็นทรัสตีที่ช่วยดูแลจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนที่ลงทุนในโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอ็กซ์’ พร้อมทั้งบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด ทำหน้าที่ในการเป็นที่ปรึกษากฎหมาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนอีกด้วย

 

ทั้งนี้ ในการเสนอขายโทเคนดิจิทัล เรียลเอ็กซ์ ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (ICO) มีจำนวนไม่เกิน 19,230,769 โทเคน ที่ราคา 182 บาทต่อโทเคน รวมมูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 3,500 ล้านบาท โดยจะนำเงินไปลงทุนในสัญญา RSTA (Revenue Sale and Transfer Agreement) ให้ได้กระแสรายรับจากทรัพย์สินของโครงการจากบริษัท เรียล เอสเตท อินทิเกรชั่น จำกัด ซึ่งจะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์คอนโดพาร์ค ออริจิ้น ทั้ง 3 ทำเล เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายการทำธุรกรรม ชำระเงินกู้ยืมจากการระดมทุน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของผู้ออกโทเคนดิจิทัล 

 

โดยผู้ลงทุนที่ชำระเงินก่อนจะได้รับสิทธิจัดสรรก่อน (First Come, First Served) ซึ่งปัจจุบันแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน และร่างหนังสือชี้ชวนเพื่อขอเสนอขายโทเคนดิจิทัลเรียลเอ็กซ์ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (ICO) ได้รับการพิจารณาอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ครั้งแรกในไทย ‘ORI’ ขายโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอ็กซ์’ ลงทุนคอนโดหรูกลางเมือง ชูจุดเด่นผลตอบแทนสม่ำเสมอ การันตีรายรับสุทธิ 5 ปีแรก 4-5% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.ฎ.ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและ VAT จากการขายโทเคน หวังเพิ่มทางเลือกในการระดมทุน https://thestandard.co/tax-exemption-for-investment-token/ Tue, 07 Mar 2023 11:14:22 +0000 https://thestandard.co/?p=759678

ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.ฎ.ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษ […]

The post ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.ฎ.ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและ VAT จากการขายโทเคน หวังเพิ่มทางเลือกในการระดมทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.ฎ.ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) หวังเพิ่มทางเลือกการระดมทุน และปรับให้มาตรการภาษีของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนเท่าเทียมกับมาตรการภาษีของหลักทรัพย์

 

วันนี้ (7 มีนาคม) อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) แล้ว

 

ขณะที่ รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้เป็นการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินได้และมูลค่าของฐานภาษี (รายได้จากการขายลบต้นทุน) อันเนื่องมาจากการขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่เสนอขายต่อประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบสินทรัพย์ดิจิทัล และยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป (ย้อนหลังไปถึงวันที่พระราชกำหนดการประกอบสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับ)

 

โดยร่าง พ.ร.ฎ. ดังกล่าว ยังมีจุดประสงค์ในการปรับให้มาตรการภาษีของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนเท่าเทียมกับมาตรการภาษีของหลักทรัพย์ และส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการระดมทุน

 

ทั้งนี้ โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) คือโทเคนดิจิทัลที่กำหนดสิทธิของบุคคลในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการใดๆ โดยผู้ถือโทเคนเพื่อการลงทุน จะได้ผลตอบแทนในรูปแบบของส่วนแบ่งของกำไรและส่วนแบ่งรายได้

 

โดยผู้ได้รับสิทธิประโยชน์จากร่าง พ.ร.ฎ. คือ 1. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนต่อประชาชน (ในตลาดแรก) และ 2. บุคคลธรรมดา และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ซื้อขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (ในตลาดรอง)

 

สำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากร่าง พ.ร.ฎ. นี้ ได้แก่ 1. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้และมูลค่าของฐานภาษีอันเนื่องมาจากการโอนโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่ออกเสนอขายต่อประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ตลาดแรก) ทั้งนี้ กรณีโทเคนดิจิทัลที่ออกเสนอขายต่อประชาชนมีลักษณะของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนและโทเคนดิจิทัลที่มีวัตถุประสงค์อื่น ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับยกเว้นภาษีข้างต้นเฉพาะกรณีที่สามารถแยกส่วนของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน และโทเคนดิจิทัลที่มีวัตถุประสงค์อื่นออกจากกันได้เท่านั้น 2. ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับการโอนโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (ตลาดรอง)

 

รัชดากล่าวด้วยว่า ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากกฎหมายฉบับนี้ เป็นการเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนของผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยด้วยโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน เพิ่มเติมจากการระดมทุนด้วยเครื่องมือแบบดั้งเดิม เช่น กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ พันธบัตร และหุ้นกู้ อันจะส่งผลดีต่อการระดมทุน การลงทุน และการจ้างงานในประเทศ รวมทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งยังส่งผลให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวกับโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนได้มากขึ้นในระยะยาว โดยมาจากการเติบโตของผู้ประกอบธุรกิจ และธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ใช้โทเคนเพื่อการลงทุนเป็นเครื่องมือในการระดมทุนในประเทศไทย 

 

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คาดการณ์ว่าในช่วงปี 2566-2567 จะมีการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนมูลค่ารวมประมาณ 128,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคลประมาณ 25,600 ล้านบาท และภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณ 8,960 ล้านบาท ดังนั้นประมาณการการสูญเสียรายได้ของภาครัฐในช่วง 2 ปีที่สำนักงาน ก.ล.ต. คาดการณ์ รวมภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ประมาณ 35,279 ล้านบาท

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.ฎ.ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและ VAT จากการขายโทเคน หวังเพิ่มทางเลือกในการระดมทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Kubix’ ปลื้ม ปิดโครงการ ICO แรกสำเร็จ นักลงทุน DESTINY TOKEN รับเงินต้นคืนพร้อมผลตอบแทน เตรียมเปิดโครงการใหม่ปีนี้ https://thestandard.co/kubix-successfully-ico-project/ Fri, 03 Mar 2023 06:27:13 +0000 https://thestandard.co/?p=758053 Kubix

Kubix ประกาศความสำเร็จของ DESTINY TOKEN จากภาพยนตร์ ‘บุ […]

The post ‘Kubix’ ปลื้ม ปิดโครงการ ICO แรกสำเร็จ นักลงทุน DESTINY TOKEN รับเงินต้นคืนพร้อมผลตอบแทน เตรียมเปิดโครงการใหม่ปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kubix

Kubix ประกาศความสำเร็จของ DESTINY TOKEN จากภาพยนตร์ ‘บุพเพสันนิวาส ๒’ หลังบริษัท สเปเชียล เดสทินี จำกัด ได้ทำการยื่นไถ่ถอนได้ก่อนกำหนด พร้อมจ่ายเงินต้นและผลตอบแทนครบถ้วนให้ผู้ถือโทเคนแล้ว เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมเตรียมเปิดโครงการใหม่ภายในปีนี้ มั่นใจตลาดโทเคนดิจิทัล โดยเฉพาะ Investment Token ในไทยเติบโตได้อีกไกล 

 

อภิญญา เรืองทวีคูณ Managing Director บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (Kubix) เปิดเผยว่า DESTINY TOKEN เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในรูปแบบโปรเจกต์ (Project-based Investment Token) โครงการแรกของไทย ในการระดมทุนเพื่อสร้างภาพยนตร์ ‘บุพเพสันนิวาส ๒’ ออกเสนอขายจำนวน 16,087 โทเคน มูลค่ากว่า 265 ล้านบาท โดยมอบผลตอบแทนให้นักลงทุนทั้งในรูปแบบอัตราดอกเบี้ยและสิทธิพิเศษมากมายจากภาพยนตร์ ซึ่งหลังจากที่ปิดการขายโทเคนไปเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2565 ภาพยนตร์ บุพเพสันนิวาส ๒ มีการออกฉายและทำรายได้ทั่วประเทศตามรายงานจากเว็บไซต์ Thailand Box Office ทั้งสิ้นถึง 392.73 ล้านบาท  

 

ทั้งนี้ บริษัท สเปเชียล เดสทินี จำกัด ได้ใช้สิทธิ์ไถ่ถอนโทเคนดิจิทัลก่อนกำหนด และคืนเงินร่วมลงทุนพร้อมผลตอบแทนแก่ผู้ถือโทเคน 2.99% ต่อปีของมูลค่าเงินลงทุน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 โดยมีการคำนวณผลตอบแทนต่อปีตามจำนวนวันของโครงการ 246 วัน ผ่านการโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผู้ถือโทเคนได้แจ้งไว้ในขั้นตอนการจองซื้อกับทาง Kubix ถือเป็นการปิดโครงการที่สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

 

DESTINY TOKEN นับว่าเป็นโครงการนำร่องการระดมทุนผ่านโทเคนดิจิทัลโครงการแรกของประเทศไทย โดย Kubix ทำหน้าที่ ICO Portal ให้กับทางบริษัท สเปเชียล เดสทินี จำกัด ในการออกแบบผลิตภัณฑ์การลงทุนที่แปลกใหม่และเข้าใจง่าย เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ แก่นักลงทุน ซึ่งในต่างประเทศมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2573 ตลาด Tokenized Asset ทั่วโลกจะเติบโตและมีสัดส่วนสูงถึง 10% ของ GDP โลก หรือสูงถึง 16.1 ล้านล้านดอลลาร์ 

 

สำหรับตลาดโทเคนดิจิทัลในไทยยังใหม่และมีโอกาสเติบโตอีกมาก ในด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังมีการปรับปรุงรายละเอียดทั้งในฝั่งของ Investment Token และ Utility Token ซึ่งมีการเปิด Hearing รับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ อยู่ในขณะนี้ 

 

โดยทิศทางที่น่าสนใจคือการผลักดันให้ Investment Token เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางการเงินภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เช่นเดียวกับแนวทางในการกำกับดูแลในหลายประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งนักลงทุนและผู้ออกโทเคน โดยเฉพาะการมีหลักเกณฑ์ทางภาษีที่สามารถเทียบเคียงกับหลักทรัพย์  

 

“ในปีนี้ Kubix ยังคงตั้งเป้าเดินหน้าโครงการ ICO ใหม่ๆ มีการให้คำปรึกษากับบริษัทที่สนใจจากหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมจับมือกับพันธมิตรและสถาบันการเงินการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อช่วยผลักดันการเติบโตของตลาดโทเคนดิจิทัลในประเทศไทยต่อไป” อภิญญากล่าว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post ‘Kubix’ ปลื้ม ปิดโครงการ ICO แรกสำเร็จ นักลงทุน DESTINY TOKEN รับเงินต้นคืนพร้อมผลตอบแทน เตรียมเปิดโครงการใหม่ปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โทเคนปลอมที่อ้างชื่อ ChatGPT ระบาดทั่วตลาด หวังกวาดเงินจากกระแส AI ที่กำลังมาแรง https://thestandard.co/fake-token-claiming-chatgpt/ Thu, 23 Feb 2023 02:11:04 +0000 https://thestandard.co/?p=754254 โทเคนปลอม

ChatGPT ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยเข้าถึงผู้ใ […]

The post โทเคนปลอมที่อ้างชื่อ ChatGPT ระบาดทั่วตลาด หวังกวาดเงินจากกระแส AI ที่กำลังมาแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โทเคนปลอม

ChatGPT ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยเข้าถึงผู้ใช้งาน 1 ล้านคนในระยะเวลาเพียง 5 วันเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงมี Scam มากมายที่พยายามฉกฉวยโอกาสจากกระแส ChatGPT ครั้งนี้ 

 

โทเคนปลอมที่อ้างชื่อ ChatGPT กำลังระบาดทั่ววงการคริปโต

 

ChatGPT ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 แชตบอตนี้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ใช้งาน 1 ล้านคนในระยะเวลาเพียง 5 วันเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงเกิด Scam มากมายที่พยายามฉกฉวยโอกาสจากกระแส ChatGPT ครั้งนี้

 

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการออกโทเคนที่อ้างถึง ChatGPT มากถึง 132 โทเคนบน BNB Chain, 25 โทเคนบนบล็อกเชน Ethereum และอีก 10 โทเคนบล็อกเชนอื่นๆ เช่น Arbitrum, Solana, OKChain และ Cronos

 

PeckShieldAlert แพลตฟอร์มวิเคราะห์ความปลอดภัยได้ค้นพบโทเคนใหม่จำนวนมากที่เรียกว่าโทเคน ‘BingChatGPT’ ซึ่งมีการใช้ชื่อ ChatGPT เพื่อหลอกล่อให้คนเข้ามาลงทุน เหรียญเหล่านี้เป็นการหลอกลวงแบบ ‘Honeypot’ และหลายเหรียญมีราคาร่วงลงกว่า 99% เลยทีเดียว

 

การหลอกลวงที่เรียกว่า ‘Honeypot’ เป็นการหลอกลวงและปั่นราคาเหรียญให้พุ่งสูง แต่ไม่สามารถขายเหรียญออกมาได้ ตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นได้แก่ เหรียญ Squid Game (SQUID)

 

ในขณะนี้ทั้ง Microsoft และ OpenAI ยังไม่ได้มีการเปิดตัวโปรเจกต์ใดๆ เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งหมายความว่าโทเคนทั้งหมดที่ใช้ชื่อ ChatGPT และมีชื่อของทั้งสองบริษัทนั้นเป็นของปลอมอย่างชัดเจน นักลงทุนจึงควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

 

นักลงทุนสูญเงินกว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 ​​

 

ข้อมูลจาก Chainalysis เปิดเผยว่า เมื่อปี 2022 มีนักลงทุนคริปโตสูญเสียเงินให้กับแฮกเกอร์รวมแล้วกว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้นจาก 3.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2021

 

แม้ว่ากระแสปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) จะได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ แต่ทาง OpenAI และ Microsoft ยังไม่มีแผนการที่ออกสกุลเงินดิจิทัลของตนเองในตอนนี้ นักลงทุนควรพิจารณาการลงทุนด้วยความรอบคอบ

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post โทเคนปลอมที่อ้างชื่อ ChatGPT ระบาดทั่วตลาด หวังกวาดเงินจากกระแส AI ที่กำลังมาแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอลซัลวาดอร์เอาจริง! เตรียมออก ‘โทเคน Volcano’ ปีนี้ และรุกสร้าง Bitcoin City https://thestandard.co/el-salvador-volcano-bitcoin-city/ Sat, 28 Jan 2023 12:22:16 +0000 https://thestandard.co/?p=743144

ความฝันในการสร้าง ‘Bitcoin City’ ของเอลซัลวาดอร์คืบหน้า […]

The post เอลซัลวาดอร์เอาจริง! เตรียมออก ‘โทเคน Volcano’ ปีนี้ และรุกสร้าง Bitcoin City appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความฝันในการสร้าง ‘Bitcoin City’ ของเอลซัลวาดอร์คืบหน้าไปอีกขั้น หลังจากที่สภานิติบัญญัติของประเทศอนุมัติให้ออกพันธบัตรที่มี BTC หนุนหลัง หรือที่เรียกว่าโทเคน Volcano ด้วยคะแนนโหวต 62-16 ซึ่งโทเคนจะถูกลิสต์บนเว็บเทรด Bitfinex ในปีนี้

 

เอลซัลวาดอร์วางแผนที่จะใช้ครึ่งหนึ่งของการระดมทุนจำนวน 500 ล้านดอลลาร์ในการสร้างเมือง ‘Bitcoin City’ ที่จะใช้ประโยชน์จากพลังงานความร้อนใต้พิภพจากบริเวณภูเขาไฟ เพื่อนำมาขุด BTC ขณะที่อีกครึ่งหนึ่ง 500 ล้านดอลลาร์จะถูกนำไปซื้อ Bitcoin เพื่อนำไปเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศ

 

โทเคน Volcano และ Bitcoin City

หลังจากที่สภานิติบัญญัติของประเทศเอลซัลวาดอร์ได้อนุมัติกฎหมายสำหรับการออกสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา สิ่งที่รวมอยู่ในกฎหมายฉบับนี้คือ การออกพันธบัตรที่มี BTC หนุนหลัง หรือที่เรียกว่า Volcano Bond


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


โทเคน Volcano เป็นพันธบัตรที่ถูกหนุนหลังด้วย Bitcoin ที่ออกโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน และจะมีการซื้อขายที่เว็บเทรด Bitfinex ทางด้าน Paolo Ardoino ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Bitfinex กล่าวว่า เขามองเห็นความต้องการในพันธบัตร Bitcoin มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ของประเทศเอลซัลวาดอร์ และกล่าวเพิ่มเติมว่า Bitfinex จะประสานงานกับทางหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อขอใบอนุญาตในการแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ประเภทนี้ โดยคาดว่าโทเคน Volcano จะถูกลิสต์ภายในปี 2023 

 

ประธานาธิบดี Nayib Bukele เปิดเผยว่า เงินที่ระดมทุนได้จากการขายโทเคน Volcano จำนวน 1 พันล้านดอลลาร์นั้น เอลซัลวาดอร์วางแผนที่จะใช้ 500 ล้านดอลลาร์ในการสร้างเมืองปลอดภาษีที่มีชื่อว่า ‘Bitcoin City’ ซึ่งจะใช้ประโยชน์จากพลังงานความร้อนใต้พิภพส่วนเกินของประเทศจากบริเวณภูเขาไฟ เพื่อนำมาขุด BTC

 

ขณะที่อีก 500 ล้านดอลลาร์ จะถูกนำไปซื้อ Bitcoin เพื่อนำไปเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศ 

 

‘เอลซัลวาดอร์’ เมินเฉยต่อคำวิจารณ์จากทั่วโลก

นับตั้งแต่เอลซัลวาดอร์ประกาศให้ Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฎหมาย (Legal Tender) ประเทศแรกของโลกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2021 ประธานาธิบดี Nayib Bukele ได้ถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเสี่ยงที่ประเทศต้องแบกรับต่อสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนสูง และความสามารถในการชำระหนี้ของประเทศ 

 

ในปีที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักมองว่าเอลซัลวาดอร์อาจผิดนัดชำระหนี้ในเดือนมกราคม ปี 2023 ซึ่งเป็นพันธบัตรมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์ แต่ประเทศก็สามารถหาเงินมาจ่ายพร้อมดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดได้ 

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

 

อ้างอิง:

The post เอลซัลวาดอร์เอาจริง! เตรียมออก ‘โทเคน Volcano’ ปีนี้ และรุกสร้าง Bitcoin City appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ก.ล.ต.-แบงก์ชาติ’ ย้ำ Utility Token ต้องไม่เป็นสื่อกลางชำระเงิน เตรียมคลอดเกณฑ์กำกับในอีก 2 เดือน https://thestandard.co/utility-token-mean-of-payment/ Wed, 25 Jan 2023 08:04:47 +0000 https://thestandard.co/?p=741836

วันนี้ (25 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ […]

The post ‘ก.ล.ต.-แบงก์ชาติ’ ย้ำ Utility Token ต้องไม่เป็นสื่อกลางชำระเงิน เตรียมคลอดเกณฑ์กำกับในอีก 2 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับการกำกับดูแลโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ที่มีลักษณะพร้อมใช้ (Utility Token พร้อมใช้) ในตลาดแรกและตลาดรอง ก่อนจะประกาศหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับในอีก 2 เดือนข้างหน้า พร้อมเน้นย้ำว่า Utility Token แต่ละประเภทจะต้องไม่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน (Mean of Payment: MOP)

 

จากการประชุมครั้งที่ 3/2565 ของคณะกรรมการ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2565 มีมติเห็นชอบการปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแล ‘Utility Token พร้อมใช้’ ทั้งในส่วนของตลาดแรกและตลาดรอง เพื่อวางแนวทางกำกับดูแลให้สอดคล้องกับลักษณะ ความเสี่ยง พัฒนาการ และการใช้งาน และมีกลไกคุ้มครองผู้ซื้อขายที่เพียงพอเหมาะสม โดยยังคงสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัล

 

ก.ล.ต. ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง (Focus Group) และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลทั่วไปในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2565 และได้นำความเห็นและข้อเสนอแนะมาพิจารณาประกอบกับแนวทางการกำกับดูแลในต่างประเทศ เพื่อทบทวนหลักการปรับปรุงแนวทางกำกับดูแลดังกล่าว ก่อนจะออกแนวทางการกำกับดูแล Utility Token พร้อมใช้ ที่มีการปรับปรุงแล้ว เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2565

 

 

นภนวลพรรณ ภวสันต์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายนวัตกรรมทางการเงิน ก.ล.ต. กล่าวว่า การออก Utility Token ในกลุ่มที่ 1 ยังทำได้ตามปกติ รวมทั้งการวางขายตามตลาดซื้อขาย แต่ผู้ออกไม่สามารถจะนำมาลิสต์บนศูนย์ซื้อขายแลกเปลี่ยน (Exchange) ได้

 

“ส่วนอีกกลุ่มคือ Crypto Asset สิ่งสำคัญคือการให้ข้อมูลกับผู้ลงทุนอย่างครบถ้วน ผู้ออกจำเป็นจะต้องขอใบอนุญาตและดำเนินการผ่าน Portal และที่สำคัญต้องไม่เป็น MOP เพราะอาจกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน”

 

ปัจจุบัน Utility Token ในกลุ่มที่ 1 ที่ลิสต์อยู่บน Exchange ต่างๆ มีจำนวน 12 เหรียญ จะได้รับการยกเว้นให้ลิสต์ต่อไปได้ แต่หลังจากนี้จะไม่สามารถลิสต์เพิ่มได้แล้ว ขณะเดียวกัน โทเคนต่างๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้จะต้องปรับปรุงให้เข้ากับเงื่อนไขใหม่

 

ด้าน ณพงศ์ธวัช โพธิกิจ ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า ในมุมของ ธปท. ได้ร่วมหารือว่า Utility Token ไม่ควรจะเป็น MOP หรือสื่อกลางในการชำระราคา ซึ่งเป็นหลักการเดิมที่หารือกับหน่วยงานต่างๆ มาตลอด

 

“ธปท. ไม่อยากเห็นการใช้ Digital Asset เพื่อชำระราคาทั่วไป เพราะความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปหรือร้านค้าจากความผันผวนของมูลค่า รวมทั้งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันดำเนินการอยู่บนเงินบาท”

 

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับการกำกับดูแล Utility Token พร้อมใช้ ที่มีการปรับปรุงแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะ วัตถุประสงค์การใช้งาน และความเสี่ยงของ ‘Utility Token พร้อมใช้’ แต่ละประเภท ในช่วง 1 เดือนหลังจากนี้ ก่อนที่จะประกาศใช้อย่างเป็นทางการในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า หรือในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้

 

สำหรับหลักการกำกับดูแลที่สำคัญแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

 

Utility Token พร้อมใช้ กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วย

 

  1. ‘Utility Token พร้อมใช้ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอุปโภคบริโภค’ เช่น บัตรกำนัลดิจิทัลที่ออกในรูปของโทเคน โทเคนที่ให้สิทธิในการแลกบัตรคอนเสิร์ต และงานศิลปะ รูปภาพ เพลง แสตมป์ หรือวิดีโอในรูปแบบ Non-Fungible Token (NFT) ซึ่งมีการให้สิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงแก่ผู้ถือ NFT และ
  2. ‘Utility Token พร้อมใช้ ที่ใช้แทนใบรับรอง (Certificate) หรือแสดงสิทธิต่างๆ’ เช่น ใบรับรองพลังงานทดแทน ใบกำกับภาษี และโฉนดที่ดิน

 

 

สำหรับ Utility Token พร้อมใช้ กลุ่มที่ 1 จะได้รับยกเว้นการกำกับดูแลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน และยกเว้นการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยโทเคนดังกล่าวต้องไม่มีลักษณะเป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ (MOP) ตามแนวทางที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด* และผู้ออกเสนอขายโทเคนดิจิทัล (Issuer) จะต้องไม่เปิดให้มีการฝากสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อรับผลตอบแทน (Staking) เว้นแต่เป็นการ Staking เพื่อการลงคะแนนเสียง (Voting) หรือเข้าร่วมกิจกรรม หรือเพื่อได้รับผลตอบแทนจากกิจกรรมใน Ecosystem

 

นอกจากนี้ยังห้ามไม่ให้ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลนำ Utility Token กลุ่มที่ 1 มาจดทะเบียนซื้อขาย และห้ามนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการเกี่ยวกับ Utility Token ดังกล่าว

 

 

Utility Token พร้อมใช้ กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วย Utility Token พร้อมใช้ ประเภทอื่นนอกจากกลุ่มที่ 1 เช่น

 

  1. Utility Token ที่ให้สิทธิในการเข้าถึงสินค้าและบริการบน Distributed Ledger Technology (DLT) รวมทั้ง Decentralized Finance (DeFi)
  2. Utility Token พร้อมใช้ ประจำศูนย์ซื้อขายฯ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้งานบนศูนย์ซื้อขายฯ ในการชำระค่าธรรมเนียม เป็นส่วนลดค่าธรรมเนียม ใช้สะสมเพื่อเลื่อนระดับสมาชิก โดยในแต่ละระดับจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน (Exchange Token)
  3. Utility Token พร้อมใช้ ที่ให้สิทธิออกเสียงเพื่อปรับเปลี่ยนหรือตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินการทางธุรกิจ (Governance Token) และ
  4. Utility Token พร้อมใช้ ประจำโครงการที่ให้บริการเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลในลักษณะ Centralized Finance (CeFi) เป็นต้น

 

สำหรับ Utility Token พร้อมใช้ กลุ่มที่ 2 ที่ประสงค์จะนำไปจดทะเบียนบนศูนย์ซื้อขายฯ ต้องได้รับอนุญาตการเสนอขายจาก ก.ล.ต. โดยผู้เสนอขายต้องยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) และหนังสือชี้ชวน รวมทั้งเสนอขายผ่านผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ทั้งนี้ โทเคนดังกล่าวต้องไม่มีลักษณะเป็น MOP ตามแนวทางที่ ธปท. กำหนด และผู้ออกเสนอขายจะต้องไม่รับ Staking เว้นแต่เป็นการ Staking ในลักษณะที่กำหนด ได้แก่ การใช้เป็นกลไกยืนยันธุรกรรม เพื่อการลงคะแนนเสียง เข้าร่วมกิจกรรม หรือเพื่อได้รับผลตอบแทนจากกิจกรรมใน Ecosystem

 

นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลศูนย์ซื้อขายฯ เพื่อให้มีความเหมาะสม เช่น หลักเกณฑ์การคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัล (Listing Rule) และหลักเกณฑ์การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Trading Rule) และหลักเกณฑ์การติดตามและตรวจสอบสภาพการซื้อขาย (Market Surveillance) ด้วย

 

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างประกาศเกี่ยวกับการกำกับดูแล Utility Token พร้อมใช้ ไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. และระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ จนถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post ‘ก.ล.ต.-แบงก์ชาติ’ ย้ำ Utility Token ต้องไม่เป็นสื่อกลางชำระเงิน เตรียมคลอดเกณฑ์กำกับในอีก 2 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ล.ต. รื้อ ‘พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ’ ตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางกระจายการกำกับดูแลตามประเภท Digital Asset คาดชัดเจนต้นปีหน้า https://thestandard.co/sec-revise-digital-asset-decree/ Wed, 30 Nov 2022 11:11:57 +0000 https://thestandard.co/?p=718098

สำนักงาน ก.ล.ต. ร่วมมือ 6 หน่วยงาน ตั้งคณะทำงานเพื่อศึก […]

The post ก.ล.ต. รื้อ ‘พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ’ ตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางกระจายการกำกับดูแลตามประเภท Digital Asset คาดชัดเจนต้นปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักงาน ก.ล.ต. ร่วมมือ 6 หน่วยงาน ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาทบทวนแก้ไข พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ที่ใช้มาแล้ว 5 ปี หลังพบว่ามีปัญหาและอาจมีข้อบกพร่อง ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยมีแนวคิดจะแยกประเภท Digital Asset ในแต่ละประเภทออกไปให้หน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเข้ามามีบทบาทสำคัญ ซึ่งมีอำนาจกฎหมายเดิมมาบังคับใช้ได้

 

ศักรินทร์ ร่วมรังษี รองเลขาธิการ ดูแลสายบังคับใช้กฎหมายและสายกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ล่าสุดสำนักงาน ก.ล.ต. ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาใหม่เพื่อศึกษาพิจารณาทบทวนแก้ไข พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ที่เริ่มมีผลประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน โดยตัวคณะทำงานชุดนี้จะมีตัวแทนจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมทำงาน ทั้งกระทรวงการคลัง, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ทั้งนี้ คณะทำงานชุดนี้จะดูใน 2 เรื่องหลักคือ 1. จัดการแก้ไขปรับ พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และ 2. พิจารณาดูกฎหมายในเรื่องเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology: DLT) ว่าจำเป็นจะต้องออกกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องในเรื่องใดออกมาบ้าง 

 

โดยคาดว่าการทำงานของคณะทำงานชุดนี้จะสามารถสรุปผลว่าด้วยหลักการสำคัญของแก้ไข พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ออกมาได้ในช่วงไตรมาส 1/66

 

ศักรินทร์กล่าวว่า การแก้กฎหมาย พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ในช่วงนี้ถือเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสม หลังจากกฎหมายฉบับดังกล่าวได้บังคับใช้มาเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีหลายเหตุการณ์และหลายปัญหาเกิดขึ้น อีกทั้งอาจมีข้อบกพร่องและอาจไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ รวมถึงปัจจุบันมีบัญชีผู้ลงทุนซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเป็นประมาณ 3 ล้านบัญชี จากช่วงเริ่มต้นที่มีหลักแสนบัญชี รวมถึงเจอปัญหาที่คาดไม่ถึงจากผลกระทบเกี่ยวกับ Decentralized Finance (DeFi) ที่ไม่มีหน่วยงานเข้ามากำกับดูแล

 

“การแก้ไข พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ครั้งนี้ จะมีการเปรียบเทียบข้อมูลกับต่างประเทศทั้งสหรัฐฯ, ยุโรป, ฮ่องกง, สิงคโปร์ และดูไบ ว่ามีแนวทางการกำกับดูแลเรื่องนี้อย่างไร แต่เท่าที่ศึกษาเบื้องต้น ส่วนใหญ่ไม่ได้มีกฎหมายเฉพาะเหมือนไทย แต่จะใช้กฎหมายเดิมที่มีอยู่แล้วซึ่งมีความเกี่ยวข้องมาใช้กำกับดูแล ซึ่งหลังผลการศึกษาออกมาก็อาจเป็นไปได้ว่าอาจยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ แล้วใช้กฎหมายเดิมที่มีและเกี่ยวข้องมาดูแล หรืออาจจะยังคงบางส่วนของ พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ที่มีความจำเป็นเอาไว้ ขึ้นอยู่กับผลสรุปของคณะทำงาน”

 

สำหรับในการพิจารณาการแก้ไข พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ในครั้งนี้ คณะทำงานมีแนวคิดจะแยกสินทรัพย์ 3 ประเภท ได้แก่ 1. Cryptocurrency 2. Digital Token 3. Investment Token ซึ่งปัจจุบันทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมายฉบับนี้ โดยมีแนวคิดจะแยกอำนาจการกำกับดูแลตามประเภท หน้าที่ หรือรูปแบบของการใช้งานของสินทรัพย์ดิจิทัล 

 

สำหรับกรณี Cryptocurrency ซึ่งถูกนำมาใช้งานแทนเงินตราเพื่อการชำระหนี้ค่าสินค้าและบริการหรือในลักษณะอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นจึงอาจย้ายให้เข้าไปอยู่ภายใต้กฎหมายและการกำกับดูแลที่เกี่ยวกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 

 

ส่วน Digital Token เป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวกับการลงทุนซื้อโทเคนเพื่อสิทธิให้ได้สินค้าและบริการ ซึ่งจะกำหนดเงื่อนไขที่แตกต่างตามวัตถุประสงค์ของผู้ออกโทเคน ตัวอย่างเช่น JFIN Coin คือ Digital Token ของ บมจ.เจ มาร์ท (JMART) เพื่อใช้แลกสินค้าและบริการต่างๆ ในกลุ่ม ซึ่งในช่วงหลังมีการออกโทเคนกันเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ Digital Token อาจจะไปเกี่ยวข้องกับกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

 

ขณะที่ Investment Token เป็นสินทรัพย์ที่มีส่วนผสมระหว่างหนี้กับทุน โดยผู้ลงทุนจะมีฐานะเป็นผู้แปลงสิทธิเป็นหุ้นหรือหุ้นกู้ได้ เช่น ออกขายเหรียญ SiriHub Token เพื่อระดมเงินทุนไปใช้ลงทุนในโครงการ สิริ แคมปัส ซึ่งจะได้รับรายได้กลับมาเป็นค่าเช่านำมาแบ่งจ่ายให้ผลตอบแทนกับผู้ถือเหรียญ คล้ายกับผู้ถือหุ้นกู้หรือกองรีท ซึ่งในส่วนนี้อาจยังคงอยู่ภายใต้การกำกับของกฎหมายหลักทรัพย์ฯ 

 

“เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ช่วงที่ออก พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ตอนนั้นมีความจำเป็นเร่งด่วนในการนำมาบังคับใช้ดูแลความร้อนแรงของสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นสินทรัพย์ลงทุนใหม่ จึงมีผู้ไม่หวังดีมาใช้เป็นช่องในการหลอกลวงฉ้อโกง หรือใช้ในการสนับสนุนธุรกิจที่ทำผิดกฎหมาย รวมถึงใช้ฟอกเงินหรือแชร์ลูกโซ่ ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจออกมาเป็นกฎหมาย พ.ร.ก. เพื่อให้มีผลใช้ได้เร็ว” ศักรินทร์กล่าว

The post ก.ล.ต. รื้อ ‘พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ’ ตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางกระจายการกำกับดูแลตามประเภท Digital Asset คาดชัดเจนต้นปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์กำกับดูแล ICO Portal หวังขจัดความเสี่ยงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เปิดเฮียริ่งถึง 23 กรกฎาคมนี้ https://thestandard.co/sec-ico-portal-regulatory-adjustments/ Thu, 23 Jun 2022 10:30:44 +0000 https://thestandard.co/?p=645531 ICO Portal

ก.ล.ต. เตรียมปรับปรุงเกณฑ์กำกับดูแล ICO Portal เพื่อยกม […]

The post ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์กำกับดูแล ICO Portal หวังขจัดความเสี่ยงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เปิดเฮียริ่งถึง 23 กรกฎาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ICO Portal

ก.ล.ต. เตรียมปรับปรุงเกณฑ์กำกับดูแล ICO Portal เพื่อยกมาตรฐานให้เทียบเคียงการกำกับดูแล FA โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ผู้ให้บริการระบบ เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันนี้ถึง 23 กรกฎาคมนี้

 

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการในการปรับปรุงกฎเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) และกฎเกณฑ์การเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การกำกับดูแล ICO Portal มีความชัดเจน เหมาะสม และมีมาตรฐานเทียบเคียงได้กับที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor: FA) ในกรณีของหลักทรัพย์ รวมถึงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แก้ไขข้อขัดข้อง และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าในการเสนอขายโทเคนดิจิทัล

 

ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมครั้งที่ 6/2565 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2565 ได้มีมติเห็นชอบหลักการปรับปรุงกฎเกณฑ์การกำกับดูแล ICO Portal และกฎเกณฑ์การเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การกำกับดูแล ICO Portal มีความชัดเจน เหมาะสม และมีมาตรฐานเทียบเคียงได้กับกรณีของ FA โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest: COI) รวมถึงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แก้ไขข้อขัดข้อง และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าและการเสนอขายโทเคนดิจิทัลของ ICO Portal ที่ในปัจจุบันยังไม่สามารถมอบหมายงานให้บุคคลอื่นเป็นผู้รับดำเนินการในงานที่เกี่ยวข้อง (Outsource) ได้ แตกต่างจากกรณีของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และการปรับปรุงกฎเกณฑ์การกำกับดูแลการออกเสนอขายโทเคนดิจิทัลอื่นๆ เพื่อให้มีความชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น

 

ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการปรับปรุงกฎเกณฑ์การกำกับดูแล ICO Portal และกฎเกณฑ์การเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

 

  1. กำหนดห้าม ICO Portal รับทำหน้าที่เป็น ICO Portal ให้กับการเสนอขายโทเคนดิจิทัลกรณีที่มี COI เช่น
    • มีการถือหุ้นระหว่างกัน
    • มีกรรมการ ผู้บริหาร ผู้รับผิดชอบของฝ่ายที่ทำหน้าที่กลั่นกรองโครงการเสนอขายโทเคนดิจิทัล หรือพนักงานซึ่งรับผิดชอบ ดูแล หรือปฏิบัติงานในการกลั่นกรองโครงการเสนอขายโทเคนดิจิทัลเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน
    • มีความเกี่ยวข้องหรือส่วนได้เสียระหว่างกันในลักษณะที่อาจทำให้ขาดความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ เป็นต้น

 

  1. ให้ ICO Portal สามารถมอบหมายงานให้ Outsource ได้เฉพาะงานที่เกี่ยวกับการเสนอขายโทเคนดิจิทัล ได้แก่ งานติดต่อและให้บริการแก่ผู้ลงทุนและงานสนับสนุนด้านการเสนอขายและการจองซื้อโทเคนดิจิทัล โดย ICO Portal ต้องมีการกำหนดนโยบาย มาตรการ และวิธีการในการ Outsource ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท และปฏิบัติและดูแลให้ผู้รับดำเนินการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องด้วย รวมถึงต้องดำเนินการด้วยความสมเหตุสมผลและไม่มีผลเสมือนเป็นการไม่ประกอบธุรกิจ (Empty Box)

 

โดยห้าม ICO Portal มอบหมายงานหลักของการให้บริการ ICO Portal (Core Function) และต้องแจ้งรายละเอียดและรายงานสรุปการ Outsource ให้ ก.ล.ต. ทราบด้วย เป็นต้น

 

  1. ปรับปรุงกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล ได้แก่ การติดตามดูแลการดำเนินงานของ ICO Portal ภายหลังได้รับความเห็นชอบ โดยกำหนดให้ ICO Portal ต้องแจ้ง ก.ล.ต. กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือการทำหน้าที่ และการปรับปรุงข้อกำหนดตามประกาศเกี่ยวกับการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชนให้ชัดเจนและครอบคลุมหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน

 

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแลดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2565

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์กำกับดูแล ICO Portal หวังขจัดความเสี่ยงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เปิดเฮียริ่งถึง 23 กรกฎาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SAMART ลุยตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซุ่มศึกษาแผนออก NFT พร้อมเล็งออกโทเคนของตัวเองภายในไตรมาส 2 ปีนี้ https://thestandard.co/samart-enters-digital-asset-market-nft-token/ Wed, 01 Jun 2022 10:29:39 +0000 https://thestandard.co/?p=636709 SAMART

SAMART เตรียมรุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เผยอยู่ระหว่างศึกษ […]

The post SAMART ลุยตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซุ่มศึกษาแผนออก NFT พร้อมเล็งออกโทเคนของตัวเองภายในไตรมาส 2 ปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SAMART

SAMART เตรียมรุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เผยอยู่ระหว่างศึกษาแผนออก NFT ที่เกี่ยวข้องกับกีฬา พร้อมเล็งออกโทเคนของตัวเองภายในไตรมาส 2 ปีนี้ ส่วนภาพรวมธุรกิจมั่นใจยังเติบโตได้ต่อเนื่อง หลังทำผลดำเนินงานไตรมาสแรกเป็นไปตามเป้า

 

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) กล่าวว่า บริษัทยังคงศึกษาและมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงและการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาแผนการขยายธุรกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น NFT ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกีฬา รวมทั้งของสะสมโบราณ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างพูดคุยกับเจ้าของลิขสิทธิ์

 

นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ในอนาคตอันใกล้นี้ บริษัทจะออกโทเคนของตัวเอง ซึ่งน่าจะเห็นความชัดเจนภายในไตรมาส 2 นี้ โดยจะออกในนามของบริษัท สามารถ ดิจิตอล จำกัด (มหาชน) ขณะเดียวกันบริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อระดมทุนมาใช้ในการดำเนินธุรกิจด้วย 

 

สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาสแรกปี 2565 ถือว่าเป็นไปตามที่บริษัทคาดการณ์เอาไว้ โดยในไตรมาสนี้บริษัทมีรายได้จากการติดตั้งและส่งมอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าประเภทสุราแช่ชนิดเบียร์ ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศ ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวม 8,000 ล้านบาท 

 

นอกจากนี้ บริษัทยังเริ่มให้บริการพิมพ์รหัสควบคุมบนบรรจุภัณฑ์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นมา ทำให้บริษัทเริ่มทยอยรับรู้รายได้ โดยในปีนี้บริษัทจะมีรายได้ทั้งสิ้นประมาณ 600 ล้านบาท ในขณะที่สายธุรกิจ U-Trans โดยเฉพาะ CATS ส่งสัญญาณบวกของการฟื้นตัวอย่างชัดเจน จากจำนวนเที่ยวบินในไตรมาสแรกที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 38% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน 

 

ส่วนสายธุรกิจ ICT ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่นเช่นกัน โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าชนะโครงการประมาณ 11,000 ล้านบาท แค่เฉพาะไตรมาสแรกก็มีการเซ็นสัญญาใหม่ไปแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท ส่งผลให้มี Backlog ณ สิ้นไตรมาสแรกสูงถึง 8,000 ล้านบาท  

 

โดยบริษัทมุ่งนำเสนอ 4 โซลูชันมาแรง ได้แก่

 

  1. Financial and Banking Solution จะมีการขยายสาขา Smart Branch Outsourcing ในเฟสต่อไป 

 

  1. Solutions for Utility Sector ที่จะมีการจัดหา E-Meter สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยทั่วประเทศ และการขยายฐานลูกค้า ERP ไปยังกลุ่ม Utility Sector อื่นๆ  

 

  1. E-Payment Solution จะนำเสนอ Platform ที่เชื่อมทุก Wallet รองรับได้ทุก Platform ชำระเงินได้ทุก Merchant 

 

  1. Cyber-Security Solution ที่กำลังขยายฐานลูกค้าเข้าสู่กลุ่ม Utility กลุ่มธนาคารและอื่นๆ 

 

สายธุรกิจ Samart Digital (SDC) กระจายความเสี่ยงและสร้างสมดุลให้กับพอร์ตธุรกิจด้วย 2 สายธุรกิจคือ Digital Trunked Radio System (DTRS) เน้นสร้างรายได้ประจำจากค่าใช้บริการรายเดือนและค่าเช่าเครื่องลูกข่าย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้บริการจาก 2 หน่วยงานคือ กระทรวงมหาดไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 85,000 เครื่อง คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 115,000 เครื่องในสิ้นปีนี้ อีกหนึ่งธุรกิจคือ Digital Content & Service เน้นสร้างรายได้เติบโตตาม Digital Trend & Lifestyle ของคนยุคใหม่ โดยจะส่งผ่าน Content และบริการสายมู สายกีฬา และไลฟ์สไตล์ ไปสู่ผู้บริโภคผ่านแอปพลิเคชันที่ครบครันและง่ายต่อการใช้งาน 

 

นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดตั้งบริษัท LUCKY Heng Heng ขึ้น โดยใช้รูปแบบการระดมทุนและการบริหารงานแบบ Start-up เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและรองรับการทำงานของคนรุ่นใหม่ ซึ่งภายใต้บริษัทนี้จะประกอบธุรกิจสายมู คือ Horoworld Mobile Application เป็น One Stop Service ทางด้านโหราศาสตร์และความเชื่อ ประกอบด้วยบริการดูดวงสดออนไลน์ ดูโหงวเฮ้ง ฮวงจุ้ย และฤกษ์มงคลต่างๆ เร็วๆ นี้จะเปิดตัวอีกหนึ่งแอปพลิเคชันภายใต้ชื่อ ‘Thai merit’ ที่ช่วยให้สายบุญได้ไหว้พระ บริจาคเงิน แก้บน เสี่ยงเซียมซี ตลอดจนการบูชาวัตถุมงคล จากทุกวัด ทุกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่ต้องเดินทาง 

 

วัฒน์ชัยกล่าวย้ำว่า บริษัทยังคงศึกษาและมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงและการเติบโตอย่างยั่งยืน ยิ่งไปกว่านั้น ยังหาแนวทางในการลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงิน และเพิ่มความคล่องตัวในการลงทุน เช่น การออกหุ้นกู้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และกำลังศึกษาแนวทางในการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure Fund เพื่อระดมทุนมาใช้ในโครงการ DTRS  หากมีความคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post SAMART ลุยตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซุ่มศึกษาแผนออก NFT พร้อมเล็งออกโทเคนของตัวเองภายในไตรมาส 2 ปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Token X ได้รับการแต่งตั้งจาก Y.S.S.P. Aggregate ให้เป็นผู้ให้บริการ ICO Portal https://thestandard.co/token-x-ico-portal-for-yssp-aggregate/ Tue, 31 May 2022 08:32:33 +0000 https://thestandard.co/?p=636071 Token X

Token X ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ให้บริการ ICO Portal ให […]

The post Token X ได้รับการแต่งตั้งจาก Y.S.S.P. Aggregate ให้เป็นผู้ให้บริการ ICO Portal appeared first on THE STANDARD.

]]>
Token X

Token X ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ให้บริการ ICO Portal ให้กับ Y.S.S.P. Aggregate เตรียมร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC

 

โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) บริษัทภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ (SCBX) เดินหน้าลุยให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจโทเคนดิจิทัลครบวงจรเต็มรูปแบบ ประเดิมความพร้อมในการเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ล่าสุดได้รับการแต่งตั้งจากบริษัท วาย.เอส.เอส.พี. แอกกริเกต จำกัด (Y.S.S.P. Aggregate) ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับการพัฒนา บริหาร และจัดการแหล่งน้ำในภาคอุตสาหกรรม ให้เป็นผู้ให้บริการ ICO Portal เพื่อร่วมกันศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) สำหรับต่อยอดโครงการบริหารจัดการน้ำเพื่ออุตสาหกรรมภาคตะวันออก รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมเพิ่มโอกาสและเสริมศักยภาพในการสร้างการเติบโตให้กับองค์กรผ่านการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ โดยมีเทคโนโลยีบล็อกเชนและโทเคนดิจิทัลเป็นแกนสำคัญ

 

จิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Token X กล่าวว่า ธุรกิจการให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล หรือ ICO Portal ถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจที่จะมีส่วนช่วยผลักดันให้กลุ่ม SCBX สามารถบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ยานแม่ในการวางรากฐานสู่โลกการเงินแห่งอนาคต 

 

ในฐานะผู้ให้บริการด้าน ICO Portal บริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถนำเสนอทางเลือกในการระดมทุนรูปแบบใหม่และมีประสิทธิภาพให้กับผู้ออกโทเคนดิจิทัล ซึ่งการเข้าถึงเงินทุนเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยภาคธุรกิจมีแนวโน้มที่จะมาระดมทุนด้วยโทเคนดิจิทัลมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากเป็นการปลดล็อกให้กับสินทรัพย์อีกหลายประเภทที่มีสภาพคล่องต่ำในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีข้อจำกัดด้านการระดมทุนด้วยวิธีการแบบดั้งเดิม (Traditional Fundraising Approach)

 

“เรารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจาก Y.S.S.P. Aggregate ในการแต่งตั้งให้ Token X เป็นผู้ให้บริการ ICO Portal โดยทั้งสององค์กรเตรียมร่วมกันศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) ซึ่ง Token X จะทำหน้าที่ผู้ให้บริการด้าน ICO Portal แบบครบวงจร พร้อมมุ่งมั่นนำศักยภาพและขีดความสามารถด้านโทเคนดิจิทัลรวมถึงความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ ด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน มาช่วยนำเสนอทางเลือกในการระดมทุนรูปแบบใหม่และมีประสิทธิภาพให้กับ Y.S.S.P. Aggregate เพื่อร่วมกันต่อยอดสร้างการเติบโตรูปแบบใหม่ และสามารถเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายขึ้น” จิตตินันท์กล่าว

 

ยุทธชัย ภูคันธะโสม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Y.S.S.P. Aggregate กล่าวว่า บริษัทได้แต่งตั้ง Token X เป็นผู้ให้บริการ ICO Portal เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ในการรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC โดย Y.S.S.P. Aggregate นั้นเป็นความร่วมมือของพันธมิตรที่ก่อให้เกิดพลังที่แข็งแกร่งในการบริหารจัดการน้ำ ด้วยการประกอบธุรกิจสัมปทานเหมืองหิน บ่อดิน บ่อทราย ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและระยองมาอย่างยาวนาน ทำให้มีโครงข่ายแหล่งกักเก็บน้ำเป็นจำนวนมากและมีความเข้าใจเรื่องน้ำต้นทุนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งมีบุคลากรและทีมที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในงานด้านการผลิตและจำหน่ายน้ำจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน 

 

ขณะที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นประกอบไปด้วยบริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) ที่นอกจากจะเข้ามาสนับสนุนในงานก่อสร้างแล้ว ยังเข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้นร่วมกับ Strategic Partner รายอื่น ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุน ซึ่งทำให้บริษัทมีความมั่นใจในการสนับสนุนและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ตามยุทธศาสตร์ของภาครัฐ

 

“Token X ในฐานะผู้ให้บริการ ICO Portal ได้เข้ามามีบทบาทในการให้คำปรึกษาในการจัดโครงสร้างธุรกิจ และสอบทานแผนงานของโครงการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสและศักยภาพในการเติบโตของบริษัทต่อไป” ยุทธชัยกล่าว

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post Token X ได้รับการแต่งตั้งจาก Y.S.S.P. Aggregate ให้เป็นผู้ให้บริการ ICO Portal appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กรุงศรี ฟินโนเวต’ จับมือ ‘เอ็กซ์สปริง’ เดินหน้าให้บริการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล https://thestandard.co/krungsri-finnovate-xspring-digital-token-service/ Thu, 31 Mar 2022 00:24:27 +0000 https://thestandard.co/?p=612304 Krungsri Finnovate

กรุงศรี ฟินโนเวต บริษัทร่วมลงทุน (CVC) ในเครือธนาคารกรุ […]

The post ‘กรุงศรี ฟินโนเวต’ จับมือ ‘เอ็กซ์สปริง’ เดินหน้าให้บริการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
Krungsri Finnovate

กรุงศรี ฟินโนเวต บริษัทร่วมลงทุน (CVC) ในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (XPG) (‘เอ็กซ์สปริงฯ’) เตรียมพร้อมให้บริการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล (Digital Token) โดยดำเนินการผ่านบริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเอ็กซ์สปริงฯ เพื่อนำเสนอทางเลือกในการระดมทุนรูปแบบใหม่สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ของธนาคาร ขับเคลื่อนตามแผนธุรกิจในปี 2565 ที่มุ่งเน้นในด้านดิจิทัลและนวัตกรรม (Digital and Innovation) สร้างประสบการณ์ Beyond Tech ด้วยโซลูชันทางการเงิน

 

แซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต กล่าวว่า หนึ่งในภารกิจของกรุงศรี ฟินโนเวต คือการสร้างพันธมิตรในด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี เพื่อช่วยส่งเสริมการขับเคลื่อนกรุงศรีในด้านดิจิทัลและนวัตกรรม หลังจากที่เราได้ประกาศร่วมลงทุนในซิปเม็กซ์ (Zipmex) แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลระดับภูมิภาค นำกรุงศรีเข้าสู่โลกธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล การลงนามความร่วมมือระหว่างกรุงศรี ฟินโนเวต และ เอ็กซ์สปริงฯ ซึ่งมีบริษัทในเครือเป็นบริษัทที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการเสนอขายโทเคนดิจิทัล จึงเป็นการต่อยอดแผนธุรกิจของธนาคารในการสร้าง Digital Asset Ecosystem ให้แข็งแกร่งขึ้น

 

“กรุงศรีสนใจและกำลังผลักดันเทคโนโลยีดิจิทัลในหลายๆ เรื่อง หนึ่งในนั้นคือการพัฒนาในเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล และการขยายศักยภาพในเรื่อง Asset Tokenization หรือการแปลงสินทรัพย์ให้มาอยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัล โดยกลยุทธ์ของกรุงศรีจะดำเนินการโดยการสร้างพันธมิตรที่มีศักยภาพและมีเป้าหมายการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกัน ซึ่งบริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด บริษัทในเครือของเอ็กซ์สปริงฯ จะช่วยเข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องของการให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจที่มีความสนใจในการระดมทุนด้วยการออกโทเคนดิจิทัล ซึ่งต้องยอมรับว่าการระดมทุนในรูปแบบดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจ” แซมกล่าว

 

วรางคณา อัครสถาพร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีการเติบโตอย่างมากทั้งในตลาดโลกรวมถึงในประเทศไทย ส่งผลให้นักลงทุนทั้งสถาบันและบุคคลมีสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ที่ประสบความสำเร็จในฐานะผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่ออกใหม่เป็นรายแรกของไทยในปีที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนและนักลงทุนทั้งรายย่อยและรายใหญ่ต่างให้ความสนใจการระดมทุนในรูปแบบนี้เป็นจำนวนมาก

 

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำอย่างกรุงศรี ฟินโนเวต เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้กับกลุ่มนักธุรกิจของธนาคารที่มีความสนใจในการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านจุดแข็งของบริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด ผนวกกับความพร้อมในการสนับสนุนพันธมิตรในทุกด้าน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าในการเป็นผู้ให้บริการทางการเงินและการลงทุนระบบดิจิทัลแบบ One Stop Service ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ให้ประกอบธุรกิจเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) เอ็กซ์สปริงฯ เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริม ผลักดัน และต่อยอดธุรกิจของกรุงศรี ฟินโนเวต เพื่อสร้าง Digital Asset Ecosystem ให้แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น” วรางคณากล่าว

The post ‘กรุงศรี ฟินโนเวต’ จับมือ ‘เอ็กซ์สปริง’ เดินหน้าให้บริการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
อ่านแนวคิด Kubix โดย KBTG ผู้ให้บริการการลงทุนผ่านโทเคนดิจิทัล ก่อนก้าวเท้าสู่สังเวียน ICO เต็มตัว [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/kubix-kbtg/ Tue, 12 Oct 2021 00:10:18 +0000 https://thestandard.co/?p=547035 Kubix KBTG

นาทีนี้คงไม่มีนักลงทุนรายใดที่กล้าเบือนหน้าหนี ไม่สนใจ […]

The post อ่านแนวคิด Kubix โดย KBTG ผู้ให้บริการการลงทุนผ่านโทเคนดิจิทัล ก่อนก้าวเท้าสู่สังเวียน ICO เต็มตัว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kubix KBTG

นาทีนี้คงไม่มีนักลงทุนรายใดที่กล้าเบือนหน้าหนี ไม่สนใจ หรือใคร่จะศึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) อีกต่อไปแล้ว เพราะหลายรายแม้จะยังชั่งใจไม่กล้าเข้าไปลงทุน แต่ทุกคนต่างก็ทราบถึงความสำคัญ โอกาส และความท้าทายอีกมหาศาลที่จะเกิดขึ้นจากสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ ที่มีอยู่อย่างหลากหลายเป็นอย่างดี

 

ในแวดวงการลงทุนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล นอกเหนือจากการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีสกุลต่างๆ หรือแม้แต่งานศิลปะบนโลกดิจิทัล NFT ก็ยังมีทางเลือกการลงทุนอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก และเข้ามาจับกระแสความสนใจของผู้คน นักลงทุน ผู้ประกอบธุรกิจได้อย่างอยู่หมัด หนึ่งในนั้นคือ การทำ ‘ICO (Initial Coin Offering)’

 

ICO คือการแปลงสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิมให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล หรือที่เรียกว่าโทเคนดิจิทัล ก่อนที่จะเปิดให้ระดมทุน เสนอขายโทเคนดิจิทัลหรือสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านั้น ยกตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นก็เช่น การนำที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จับต้องได้มาแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อทำ ICO 

 

ซึ่งประโยชน์ที่นักลงทุนจะได้รับนั้นไม่ได้ผูกติดอยู่แค่การเก็งกำไรจากการลงทุนเหมือนการลงทุนในแบบอดีต ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ตราสารหนี้ กองทุน พันธบัตร ฯลฯ หรือแม้แต่การเทรดคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อหวังได้กำไรจากมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น เนื่องจากการลงทุนในรูปแบบ ICO จะทำให้นักลงทุน ผู้ถือโทเคนได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมบางอย่างตามเงื่อนไขของผู้ออก ICO โทเคนดิจิทัลนั้นๆ ที่ได้ระบุไว้ในเอกสารเสนอการระดมทุน เช่น ส่วนลดค่าใช้บริการ การซื้อสินค้า หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ ตามแต่ผู้ออก ICO จะสามารถพลิกแพลงหาสิทธิประโยชน์ต่างๆ มาเพิ่มความน่าสนใจให้กับโทเคนของตัวเอง

 

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ นับตั้งแต่ที่ เรืองโรจน์ พูนผล ประธานกสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป ได้ประกาศจัดตั้ง KASIKORN X (KX) ขึ้นมาเมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างฟินเทคยูนิคอร์นของไทย พร้อมๆ กับการสถาปนาบริษัทลูกอย่าง ‘Kubix’ เพื่อเตรียมให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลผ่านบล็อกเชน (กสิกรยังคงถือหุ้นในสัดส่วน 100%) เราก็ได้เห็นบิ๊กมูฟที่น่าสนใจตามมาอีกอย่างต่อเนื่อง

 

กระทั่งล่าสุด ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา KBTG เพิ่งจะออกมาประกาศข่าวดีว่า Kubix ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ในการเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) แล้ว โดยอยู่ระหว่างรอ Activate ใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. และกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการเสนอขายโทเคนดิจิทัลในตลาดแรกผ่านบล็อกเชน ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายเป็นผู้นำในด้านการพัฒนาการลงทุนและให้ความรู้เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยเต็มรูปแบบภายในสิ้นปีนี้

 

นั่นหมายความว่า ภาพฝันใหญ่ของการสร้างตลาด ICO ในประเทศไทย เพื่อต่อยอดโอกาสการลงทุนให้กับเหล่านักลงทุน เพิ่มช่องทางใหม่ๆ ในการเสริมแกร่งด้านธุรกิจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจ แบรนด์ต่างๆ ไปจนถึงสตาร์ทอัพ ผ่านการทำ ICO Portal เสนอขายโทเคนดิจิทัล กำลังจะเปิดศักราขขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจแล้ว

 

เพื่อบอกเล่าถึงทิศทางการดำเนินงานของ Kubix เป้าหมาย และแผนการต่อจากนี้ THE STANDARD ได้สรุปประเด็นที่น่าสนใจจากการร่วมพูดคุยกับทีมผู้บริหาร Kubix ประกอบด้วย ญาณวิทย์ รักษ์ศรี กรรมการผู้จัดการ Kubix, อภิญญา เรืองทวีคูณ Head of Sales and Structuring Kubix และ ภาคย์ อรัญวัฒน์ Head of Product and Business Development ให้ผู้อ่าน นักลงทุน และเจ้าของธุรกิจกิจการทุกคนที่สนใจการทำ ICO ได้ศึกษาข้อมูลไปพลางๆ ก่อนที่ Kubix จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้

 

ญาณวิทย์ รักษ์ศรี  กรรมการผู้จัดการ Kubix 

 

Kubix กับจุดมุ่งหมายเปลี่ยนสินทรัพย์ใน ‘โลกแห่งความเป็นจริง’ สู่ ‘โลกดิจิทัล’ เพิ่มโอกาสการลงทุน การเติบโตธุรกิจ

ญาณวิทย์ รักษ์ศรี แม่ทัพใหญ่ของ Kubix เริ่มต้นด้วยการเล่าถึงความตั้งใจของ KBTG และการจัดทัพ Kubix ลงมาสู่สังเวียน ICO Portal ไว้ว่ามาจากโจทย์ของ KBTG ที่อยากจะเปลี่ยนสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Physical Assets) หรือสินค้าทั่วๆ ไปที่มีอยู่ในตลาดให้เข้าสู่โลกดิจิทัล เพื่อเชื่อมช่องว่างโลกปัจจุบันและโลกอนาคตที่จะกลายเป็นโลกดิจิทัลเต็มตัวในระดับ Pure Digital Native

 

“เรายังมองอีกด้วยว่าในอนาคตจะมีผู้เล่นหลากหลาย ทั้งในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี หรือในตลาดโทเคนดิจิทัล ซึ่งในส่วนของคริปโตเคอร์เรนซี เรามองว่ายังมีความเสี่ยงสูงสำหรับกลุ่มนักลงทุนอยู่ ดังนั้น เพื่อให้ตอบโจทย์กับนักลงทุนในปัจจุบัน เราจึงอยากนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนในโลกดิจิทัลที่มีความเสี่ยงอยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมๆ ไปกับการหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์พวกเขา ให้ผลตอบแทนที่ดี และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของพวกเขา” ญาณวิทย์บอกถึงหัวใจสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนา Kubix

 

ญาณวิทย์ย้ำเสริมว่า Kubix ไม่ได้มองแค่ว่า การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลจะช่วยให้พวกเขาได้ผลตอบแทนกลับคืนมามากน้อยแค่ไหน แต่มองไปไกลถึงขั้นที่ว่า บรรดานักลงทุนจะต้องได้ ‘อะไรมากกว่า’ ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลในกลุ่มโทเคนดิจิทัลเหล่านี้

 

“นี่คือสิ่งที่เรามอง เรามองว่ายุคดิจิทัล (Digital Era) จะเปลี่ยนไปอย่างไร และเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) กำลังจะเคลื่อนไปยังทิศทางใด เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญคือเราจะต้องพยายามปิดช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่างความเป็นดิจิทัลกับโลกการลงทุนแบบดั้งเดิม (Traditional) ให้ได้”

 

ขณะที่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีลูกที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของพ่อและต้นตระกูลอย่าง KBTG และธนาคารกสิกรไทย ก็ยังถือเป็นแต้มต่อที่ช่วยเพิ่มความได้เปรียบให้กับ Kubix ในการดำเนินธุรกิจ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ไปจนถึงการต่อยอดความครบเครื่องผ่านธุรกิจและบริการต่างๆ ในระบบนิเวศของโลกการเงินและฟินเทค

 

“เราเป็นบริษัทที่อยู่ในเครือของกสิกรไทย และอยู่ภายใต้ KBTG เราจึงมีความรู้และประสบการณ์ในด้านเทคนิค เทคโนโลยี และการเงิน รวมถึงมีความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีส่วนช่วยให้ Kubix มีแนวทางที่จะดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้

 

“ในเชิงเทคนิค เราอาจจะมองว่า ICO Portal คล้ายกับธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking) แต่จริงๆ แล้วมันเป็นมากกว่านั้น เป็นฟินเทครูปแบบใหม่ที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย (Technology Driven) เข้ามาช่วย โดยที่เรายังมีความรู้ด้านบล็อกเชนที่ทำมาหลายปีแล้ว มีโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จมากมาย ทั้งหมดนี้ถือเป็นส่วนผสมที่ดีในตัว Kubix”

 

กรรมการผู้จัดการ Kubix ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า การที่ Kubix เป็นพาร์ตเนอร์ที่ทำงานให้ชิดกับฝั่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบเพื่อให้ตลาดสินทัรพย์ดิจิทัลเกิดขึ้นมาได้นั้น จะถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลประเทศไทยให้เติบโตได้อีกมหาศาล โดยเฉพาะการเร่งขยายอุตสาหกรรมสินทัรพย์ดิจิทัลนี้ออกไปไกลสู่ระดับภูมิภาค (Regional)

 

“เราไม่ได้มองว่าจะสร้างระบบนิเวศนี้ขึ้นมาเพื่อเราเท่านั้น แต่มองว่าต้องทำให้ระบบนิเวศนี้โตขึ้นและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ ตรงนี้เป็นเป้าหมายของเราในระยะยาว เราต้องการสร้างระบบนิเวศของแพลตฟอร์มกลางขึ้นมา และให้คนอื่นๆ เข้าร่วมเพื่อให้มันเกิดการแข่งขัน ซึ่งจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าสำหรับประเทศ

 

“อุตสาหกรรมนี้จะไม่ได้อยู่แค่ในประเทศไทย ถ้าเราดูในประเทศไทยจะเห็นว่า ก.ล.ต. ออกเกณฑ์มาค่อนข้างรวดเร็ว ถ้าย้อนไปเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วมาจนถึงปัจจุบัน มีบริษัทที่ได้ใบอนุญาตมา 2 บริษัทนับรวมเรา โดยที่ยังมีผู้เล่นคนอื่นๆ ที่กำลังขอใบอนุญาตนี้อยู่เหมือนกัน ฉะนั้น มันจึงมีความเป็นไปได้ที่ต่างประเทศจะเห็นศักยภาพของไทยในการทำ ICO ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะทำให้นักลงทุนไม่ว่าจะเป็นรายย่อยหรือสถาบันก็สามารถเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ผ่านโทเคนดิจิทัลในประเทศเราได้ ดังนั้น ถ้าเราวางจุดยืนตัวเองให้ดี และเริ่มต้นอุตสาหกรรมนี้ได้สวย ผมเชื่อว่ามันจะไปได้ไกลมากกว่าในประเทศ ไปสู่ระดับภูมิภาคได้เลย”

 

อภิญญา เรืองทวีคูณ Head of Sales and Structuring Kubix

 

Kubix = พาร์ตเนอร์ที่ไว้วางใจได้ (Trusted Partner) ในโลก ICO ของทุก Stakeholders

อภิญญา เรืองทวีคูณ ขยายความเพิ่มเติมถึง Brand Value ของ Kubix ที่มุ่งหวังจะเป็น Trusted Partner หรือพาร์ตเนอร์ที่ไว้วางใจได้ มีความน่าเชื่อถือในโลกของ ICO ว่า นอกเหนือจากการเป็นบริษัทที่อยู่ใต้ร่มของธนาคารเบอร์ต้นๆ ของประเทศไทยอย่างกสิกรไทย สารตั้งต้นของ Kubix คือความตั้งใจที่อยากจะช่วยให้พาร์ตเนอร์ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักลงทุน Token Issuer ผู้ออกโทเคนดิจิทัล หรือแม้กระทั่งฝ่าย Regulator ผู้ออกกฎเกณฑ์ ให้สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ไร้ปัญหา

 

“เราวางจุดยืนตัวเองไว้ว่าอยากจะเป็น Trusted Partner ในทุกๆ ด้าน ทุก Stakeholders ทั้งนักลงทุน, Issuer และ Regulator เพื่อทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกระบวนการทุกขั้นตอน แล้วลูกค้าก็จะสามารถไว้วางใจกับการที่จะมาเป็นพาร์ตเนอร์กับทาง Kubix หรือมาใช้บริการของ ICO Portal 

 

“โดยที่ในมุมของกฎเกณฑ์ Regulation เราจะดูแลรายละเอียดทุกด้านให้ครอบคลุม ครบถ้วน เสริมในด้านความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเทคโนโลยี ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนอยู่ในองค์กร ที่สามารถให้คำแนะนำกับลูกค้าทั้งกลุ่มนักลงทุนและ Issuer ได้ในทุกมิติ ทั้งขาของธุรกิจ หรือการสร้างประโยชน์ในระยะยาว เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกฝ่ายมากที่สุด ซึ่งประเด็นด้านการพัฒนาเทคโนโลยี ด้วยความที่เราอยู่ในเครือของ KBTG Group อยู่แล้ว ลูกค้าก็จะมั่นใจในมุมนี้ของเราด้วย ดังนั้น ด้วยหลักทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จึงทำให้ไม่ว่าเราจะเข้าไปคุยกับลูกค้าเจ้าไหน ความมั่นใจและความเชื่อใจในจุดแข็งของ Kubix ก็จะปรากฏออกมาชัดเจน”

 

สำหรับกลุ่มเป้าหมายลูกค้าของ Kubix ในระยะแรก อภิญญาบอกว่าจะเน้นการเปิดรับ Issuer ที่หลากหลายในทุกๆ กลุ่มอุตสาหกรรม โดยจะยึดเกณฑ์จากการมองหาโปรดักต์ ผลิตภัณฑ์ บริการ ของกลุ่ม Issuer ที่เข้าใจง่ายสำหรับนักลงทุนทุกราย

 

ในมุมองความท้าทายของการดึงดูดกลุ่ม Issuer และการนำสินทรัพย์มาแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อทำ ICO นั้น ญาณวิทย์ขยายความเพิ่มว่า โจทย์หลักเรี่องความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ ณ ตอนนี้ของ Kubix คือประเด็นความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากทีมจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีความเซ็กซี่ (น่าดึงดูดกลุ่มนักลงทุนมากพอ) ที่จะนำมาแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล

 

โทเคนดิจิทัล คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้ประโยชน์นักลงทุนมากกว่าแค่กำไรและมูลค่าที่เพิ่มขึ้น

เมื่อถามถึงประโยชน์ที่นักลงทุนในโทเคนดิจิทัล และ ICO จะได้รับ นอกเหนือจากการเก็งกำไรและมูลค่าในสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบนี้ และเป็นจุดต่างที่ไม่เหมือนกับการลงทุนรูปแบบอื่นๆ รวมถึงจุดต่างของการลงทุนในโทเคนดิจิทัลกับ Kubix ที่มีเหนือคู่แข่งในตลาด ภาคย์ อรัญวัฒน์ อธิบายเพิ่มเติมว่า 

 

“ธุรกิจ ICO Portal เป็นธุรกิจที่มีความใหม่มาก และเมื่อดูผู้เล่นในตลาด แต่ละคนก็มีธุรกิจที่แตกต่างกัน อย่างที่เราเห็นในข่าวล่าสุดก็คือเขามีบริษัทลูกที่มาจากต่างประเทศ และมีแพลนที่จะขายให้กับนักลงทุนต่างประเทศ เราก็มองว่าเขามีโมเดลธุรกิจรูปแบบหนึ่ง เราก็กลับมาดูของเราว่าเป็นอย่างไร ฉะนั้น เราจะนำเสนอพาร์ตเนอร์ของเราว่าสิ่งที่เรามีมันดีกว่าได้อย่างไร เราจะนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือโทเคนที่เป็น Utility Token ผสมกับ Investment Token แล้วไปตอบโจทย์ธุรกิจของเขาในรูปแบบไหนได้บ้าง”

 

ภาคย์ อรัญวัฒน์ Head of Product and Business Development Kubix

 

ด้านอภิญญากล่าวเสริมว่า “สิ่งที่เราโฟกัสตอนที่เราออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับทำโทเคน คือการที่เราจะเริ่มสวมหมวกการเป็นนักลงทุน เพราะปลายทางของเราอยากที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับการลงทุนที่มีความหลากหลายและแตกต่างจากการลงทุนในรูปแบบอื่น ซึ่งฟีเจอร์หนึ่งที่โดดเด่นมากของโทเคนก็คือ การสามารถดึงสิทธิประโยชน์ของสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset) มาเป็นรูปแบบสิทธิประโยชน์ให้นักลงทุนได้ด้วย 

 

“เราอยากทำให้การรับรู้ของนักลงทุนเป็นไปในแนวทางที่ว่า การลงทุนไม่ใช่แค่การดูแต่ตัวเลข ผลประกอบการของบริษัท แต่ต้องเป็นไปในแนวทางที่ว่า เขาจะต้องเข้าใจ และเข้าไปเป็นเจ้าของ ได้รับสิทธิ์ในสิ่งที่ตัวเองลงทุนจริงๆ ทำให้การลงทุนมันดูเหมือนเป็นไปในเชิงไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Investment) มากกว่า ตรงนี้เป็นมุมที่เราค่อนข้างเน้น และมองว่าจุดนี้จะเป็นการผนึกกำลังร่วมกันครั้งใหญ่ (Synergy) ของ Issuer กับพาร์ตเนอร์อื่นๆ เพราะมันเป็นอะไรที่มากกว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงิน 

 

“ส่วนในมุมของ Investor สิ่งที่เขาไม่เคยได้จากการลงทุนรูปแบบอื่นๆ เขาจะได้ใน Utility Token เหล่านี้ ซึ่งทั้งหมดเป็นจุดที่เราเน้นและโฟกัสให้ความสำคัญ”

 

อภิญญายกตัวอย่างให้เห็นภาพมากขึ้นว่า ยูสเคสของการนำสินทรัพย์อย่าง ‘โรงแรม’ มาทำ ICO ก็ทำให้ Issuer สามารถวางเงื่อนไขได้ว่า ผู้ที่เข้ามาลงทุนซื้อโทเคนอาจได้รับสิทธิพิเศษในฐานะนักลงทุน เช่น สิทธิ์เข้าพักฟรี (Free Stay) หรือการใช้สิทธิประโยชน์ในโรงแรม เช่น การใช้ฟิตเนส สปา เป็นต้น 

 

“มันก็จะทำให้นักลงทุนที่ถือโทเคนนั้นๆ ได้ความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นๆ ไปด้วย นอกเหนือจากนี้ เราก็ยังสามารถประยุกต์ประโยชน์ไปสู่อุตสาหกรรมความบันเทิงได้อีก ตัวอย่างเช่น การทำ ICO กับแพลตฟอร์มสตรีมมิง ที่อาจจะให้สิทธิ์นักลงทุนในการเข้าถึงอีเวนต์พิเศษ รัมชมคอนเทนต์พิเศษที่คนทั่วไปหาซื้อไม่ได้ เพราะฉะนั้น สิทธิประโยชน์หรือสิทธิพิเศษต่างๆ ที่จะมาพร้อมกับตัวโทเคนและการทำ ICO มันสามารถดีไซน์ออกมาให้อยู่ในรูปแบบที่หลากหลายได้” 

 

ขณะที่ในมุมมองการพัฒนาแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มสำหรับนักลงทุนนั้น ภาคย์ ในฐานะหัวเรือใหญ่ผู้ดูแลแผนก Product and Business Development ของ Kubix บอกว่า ทีมงานของเขาจะให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย

 

  1. Functionality – หรือ Features ที่แอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มควรจะต้องมี
  2. Usability – ต้องใช้ง่าย ประสิทธิภาพต้องดี 
  3. Regulation – ถูกหลักเกณฑ์ทุกขั้นตอน

 

“หลักๆ เรามองอยู่ 3 เรื่องที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ทั้งในด้านความสะดวกในการใช้งานของกลุ่มนักลงทุน การตอบโจทย์กลุ่ม Issuers,​ การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ของ ก.ล.ต. ดังนั้น ความยากในการทำงานของทีมพัฒนาก็คือ การที่เราจะต้องบาลานซ์ 3 เรื่องนี้เข้าด้วยกัน แม้ว่าเราจะอยากให้มันง่ายและตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด แต่ขณะเดียวกันเราก็ต้องคำนึงถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ด้วย ตรงนี้คือ 3 เรื่องหลักๆ ที่เราจะนำมาดูว่าจะขับเคลื่อนแอปพลิเคชันไปยังทิศทางใด”

 

ขณะที่เป้าหมายในอนาคตนั้น Kubix ยืนยันว่าเจตนารมณ์และความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจของพวกเขาในระยะยาว จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็น ICO Portal เพียงอย่างเดียว เพราะในอนาคตยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจออกไปอยู่ในบทบาทที่เกี่ยวข้องที่สามารถตอบโจทย์ให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Issuer หรือนักลงทุน 

 

ตลอดจนการทำให้ ICO Portal และการออกโทเคนดิจิทัล สามารถเจาะไปถึงในทุกอุตสาหกรรมให้ได้ เพื่อเพิ่มตัวเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุนให้ได้มากที่สุด และการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ

 

จับตาดูให้ดี ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง และไม่แน่ว่าผู้ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ว่าอาจจะไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น Kubix นี่เอง!

The post อ่านแนวคิด Kubix โดย KBTG ผู้ให้บริการการลงทุนผ่านโทเคนดิจิทัล ก่อนก้าวเท้าสู่สังเวียน ICO เต็มตัว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เจาะลึกหนี้ Evergrande อาจไม่ลุกลามเท่า Subprime | Morning Wealth 20 กันยายน 2564 https://thestandard.co/morning-wealth-20092021/ Mon, 20 Sep 2021 01:21:25 +0000 https://thestandard.co/?p=538287 morning-wealth-20092021

เจาะลึกหนี้ Evergrande อาจไม่ลุกลามเท่า Subprime   […]

The post ชมคลิป: เจาะลึกหนี้ Evergrande อาจไม่ลุกลามเท่า Subprime | Morning Wealth 20 กันยายน 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
morning-wealth-20092021

เจาะลึกหนี้ Evergrande อาจไม่ลุกลามเท่า Subprime

 

สรุป 5 เหตุผล ทำไม ‘วิกฤต Evergrande’ จะไม่ลุกลามเท่า Subprime ปี 2551

 

วิเคราะห์ภาพรวมตลาดโทเคนดิจิทัลในไทยและต่างประเทศ กับ อัฏฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด

 

‘ธีมตอบโจทย์ กับกองทุนโดนใจ’ ธีมใดที่ตอบโจทย์การลงทุนในระยะยาว พุดคุยกับ ธนันต์พร จรรย์โกมล Associate Director, ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์

 

ติดตามได้ในรายการ Morning Wealth วันที่ 20 กันยายน 2564 เวลา 07.00-08.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

The post ชมคลิป: เจาะลึกหนี้ Evergrande อาจไม่ลุกลามเท่า Subprime | Morning Wealth 20 กันยายน 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
KBTG ส่ง Kubix บุกตลาดโทเคนดิจิทัล หลัง ก.ล.ต. ไฟเขียวให้ดำเนินธุรกิจ ICO Portal ตั้งเป้าให้บริการเต็มรูปแบบภายในสิ้นปีนี้ https://thestandard.co/kbtg-kubix-ico-portal/ Fri, 10 Sep 2021 02:23:40 +0000 https://thestandard.co/?p=535116 Kubix

กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG ซึ่งเป็นบริษัทใ […]

The post KBTG ส่ง Kubix บุกตลาดโทเคนดิจิทัล หลัง ก.ล.ต. ไฟเขียวให้ดำเนินธุรกิจ ICO Portal ตั้งเป้าให้บริการเต็มรูปแบบภายในสิ้นปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kubix

กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG ซึ่งเป็นบริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทย เตรียมบุกธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเต็มรูปแบบภายใต้บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด หรือ Kubix หลังได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการดำเนินธุรกิจ ICO Portal เพื่อให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลในตลาดแรกผ่านบล็อกเชน 

 

เรืองโรจน์ พูนผล ประธาน KBTG และประธานกรรมการ Kubix เปิดเผยว่า บริษัทได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) แล้วเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา โดยอยู่ระหว่างการรอ Activate ใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. และกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการเสนอขายโทเคนดิจิทัลในตลาดแรกผ่านบล็อกเชน ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายเป็นผู้นำในด้านการพัฒนาการลงทุนและให้ความรู้เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยเต็มรูปแบบภายในสิ้นปีนี้

 

เรืองโรจน์กล่าวว่า Kubix จะมุ่งเสริมความเชื่อมั่นในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยการนำสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในโลกแห่งความจริงที่สามารถจับต้องได้มาแปลงสภาพเป็น Token สู่โลกดิจิทัล เพื่อสร้างรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างและแปลกใหม่ ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และนักลงทุนมีโอกาสลงทุนรูปแบบใหม่ที่เปิดกว้างยิ่งกว่าเดิม สามารถช่วยให้การลงทุนกับไลฟ์สไตล์เป็นเรื่องใกล้กันมากขึ้น  

 

สำหรับเป้าหมายของ Kubix คือการพลิกโฉมโลกการลงทุนในประเทศไทยให้คนไทยหันมาลงทุนมากกว่าที่ผ่านมา ด้วยความเชื่อที่ว่า ผลผลิตของการลงทุนนั้นเป็นมากกว่าเรื่องผลตอบแทนทางตัวเลข แต่ยังรวมถึงโอกาสในการพัฒนารูปแบบการใช้ชีวิตที่เรื่องการลงทุนจะเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนไทย ให้ทุกคนสามารถลงทุนในสินทรัพย์แบบใหม่และสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน ผู้ที่สนใจจะระดมทุนหรือลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ kubix.co  

 

“การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ช่วงปีที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงอย่างเห็นได้ชัด โดย KBTG มุ่งนำความรู้และประสบการณ์ด้านการลงทุนของธนาคารกสิกรไทย ผสานกับความแข็งแกร่งในเทคโนโลยีในโลกการเงิน (Financial Technology) ของ KBTG ที่เป็นทั้งผู้บุกเบิกพัฒนาระบบบล็อกเชนของโครงการ Thailand Blockchain Community Initiative และเป็นพันธมิตรกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในการพัฒนาแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Platform) ของประเทศ มาช่วยผลักดัน Ecosystem นี้” เรืองโรจน์กล่าว

The post KBTG ส่ง Kubix บุกตลาดโทเคนดิจิทัล หลัง ก.ล.ต. ไฟเขียวให้ดำเนินธุรกิจ ICO Portal ตั้งเป้าให้บริการเต็มรูปแบบภายในสิ้นปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยพาณิชย์ดัน Token X รุกตลาดโทเคนดิจิทัล เตรียมเปิดบริการ ICO Portal ไตรมาส 4 พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้นำ Digital Asset ในอาเซียนภายในปี 2025 https://thestandard.co/scb-push-token-x-prepare-ico-portal-service/ Fri, 06 Aug 2021 04:40:08 +0000 https://thestandard.co/?p=522135 Token X

โทเคน เอกซ์ (Token X) บริษัทในเครือเอสซีบี เท็นเอกซ์ (S […]

The post ไทยพาณิชย์ดัน Token X รุกตลาดโทเคนดิจิทัล เตรียมเปิดบริการ ICO Portal ไตรมาส 4 พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้นำ Digital Asset ในอาเซียนภายในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Token X

โทเคน เอกซ์ (Token X) บริษัทในเครือเอสซีบี เท็นเอกซ์ (SCB 10X) ซึ่งอยู่ภายใต้ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศเตรียมให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจโทเคนดิจิทัลแบบครบวงจร ครอบคลุมบริการที่ปรึกษาและวางแผนธุรกิจเกี่ยวกับ Tokenization รวมถึงวางแผนในการพัฒนาด้านบล็อกเชนและเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับผู้ที่มีความประสงค์หรือสนใจจะออกโทเคนดิจิทัล นอกจากนี้ยังเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยคาดว่าจะสามารถให้บริการได้ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ 

 

“ท่ามกลางกระแสความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ที่กำลังได้รับความนิยมและมีผู้ที่สนใจเป็นจำนวนมาก แม้ว่า ‘โทเคนดิจิทัล’ จะเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในประเทศไทย แต่ก็มีศักยภาพในการเติบโต เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตอันใกล้โทเคนดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของภาคการระดมทุน เพื่อให้บริษัทหรือองค์กรที่มีแนวคิดหรือโครงการใหม่ๆ มีโอกาสระดมทุนโดยการออกโทเคนดิจิทัลที่เรียกกันว่า ไอซีโอ (Initial Coin Offering: ICO) ดังนั้น บทบาทหน้าที่ของ Token X คือ การสร้างขีดความสามารถใหม่ทางด้าน Digital Asset Tokenization เพื่อนำไปช่วยต่อยอดสร้างการเติบโตรูปแบบใหม่ และสามารถประยุกต์ใช้กับธุรกิจดั้งเดิมของลูกค้าผู้ที่มีความประสงค์หรือสนใจจะออกโทเคนดิจิทัล อีกทั้งเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงโทเคนดิจิทัลที่มีคุณภาพ และมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายขึ้นกว่าปัจจุบัน โดย Token X เตรียมพร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ Tokenization แบบครบวงจร รวมถึงช่วยวางแผนพัฒนาด้านบล็อกเชนและเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโทเคนดิจิทัล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่ลูกค้าตั้งไว้” จิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Token X กล่าว

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันนี้ Token X อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) จากสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งคาดการณ์ว่าจะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการในปลายปีนี้ โดย Token X ตั้งเป้าหมายทางธุรกิจสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้าน Digital Asset Tokenization ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2025

The post ไทยพาณิชย์ดัน Token X รุกตลาดโทเคนดิจิทัล เตรียมเปิดบริการ ICO Portal ไตรมาส 4 พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้นำ Digital Asset ในอาเซียนภายในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>