Declan Rice Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/declan-rice/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 27 May 2026 04:36:16 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Burberry ดึง ไรซ์ – ซอน นำทีมแคมเปญฟุตบอล ‘A Good Sport’ รับกระแสเวิลด์คัพ https://thestandard.co/burberry-football-campaign-rice-son/ Wed, 27 May 2026 04:36:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1211357 ภาพโปรโมตแคมเปญ ‘A Good Sport’ ของ Burberry ที่มีนักฟุตบอลและคนดังร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมแฟนบอล

Burberry เดินหน้าตอกย้ำสถานะในโลกฟุตบอลและแฟชัน ด้วยการ […]

The post Burberry ดึง ไรซ์ – ซอน นำทีมแคมเปญฟุตบอล ‘A Good Sport’ รับกระแสเวิลด์คัพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโปรโมตแคมเปญ ‘A Good Sport’ ของ Burberry ที่มีนักฟุตบอลและคนดังร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมแฟนบอล

Burberry เดินหน้าตอกย้ำสถานะในโลกฟุตบอลและแฟชัน ด้วยการเปิดตัวแคมเปญล่าสุด ‘A Good Sport’ ก่อนมหกรรมฟุตบอลโลก โดยรวบรวมนักฟุตบอลระดับแถวหน้ามาร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมแฟนบอล นำโดย เดแคลน ไรซ์, เอเบเรชี่ เอเซ่, ลีอาห์ วิลเลียมสัน และ ซน ฮึงมิน

 

แคมเปญครั้งนี้เล่าเรื่องผ่านสายตาของ “ผู้ชมในสนาม” เพื่อสะท้อนพลัง ความผูกพัน และพิธีกรรมเล็ก ๆ ของวันแข่งขันฟุตบอล แทนที่จะพาผู้ชมลงไปอยู่ในสนาม

 

Burberry เลือกวางนักฟุตบอลและเหล่าคนดังไว้ในฉากที่คุ้นเคยของวัฒนธรรมลูกหนัง ตั้งแต่อัฒจันทร์ ริมเส้นสนาม รถขายเบอร์เกอร์ ไปจนถึงสนามฟุตบอลสมัครเล่นแบบ Sunday League

 

ทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านเพลง “Banquet” ของวง Bloc Party เพื่อสร้างบรรยากาศที่ทั้งร่วมสมัยและชวนให้นึกถึงวัฒนธรรมฟุตบอลอังกฤษ

 

นอกจากกลุ่มนักกีฬา แคมเปญยังรวมบุคคลจากวงการบันเทิงและแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็น Jason Sudeikis, Romeo Beckham, Jodie Turner-Smith, Stephen Graham, Rosie Huntington-Whiteley, Neelam Gill และไบร์ท วชิรวิชญ์ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าฟุตบอลในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงกีฬา แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างเต็มตัว

 

ในด้านคอลเล็กชั่น Burberry หยิบรากฐานด้านกีฬาและเสื้อผ้าสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งของแบรนด์มาตีความใหม่ ผ่านไอเทมซิกเนเจอร์อย่าง เทรนช์โค้ท, แจ็คเก็ต Harrington และผ้าพันคอลาย House Check ที่ถูกออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจากบรรยากาศวันแข่งขัน

 

พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวสินค้าใหม่ ได้แก่ กระเป๋า Primrose และ สนีกเกอร์ Knight Runner

 

ภาพ: Burberry

 

ภาพโปรโมตแคมเปญ ‘A Good Sport’ ของ Burberry ที่มีนักฟุตบอลและคนดังร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมแฟนบอล 1ภาพโปรโมตแคมเปญ ‘A Good Sport’ ของ Burberry ที่มีนักฟุตบอลและคนดังร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมแฟนบอล 2ภาพโปรโมตแคมเปญ ‘A Good Sport’ ของ Burberry ที่มีนักฟุตบอลและคนดังร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมแฟนบอล 3ภาพโปรโมตแคมเปญ ‘A Good Sport’ ของ Burberry ที่มีนักฟุตบอลและคนดังร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมแฟนบอล 4ภาพโปรโมตแคมเปญ ‘A Good Sport’ ของ Burberry ที่มีนักฟุตบอลและคนดังร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมแฟนบอล 5ภาพโปรโมตแคมเปญ ‘A Good Sport’ ของ Burberry ที่มีนักฟุตบอลและคนดังร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมแฟนบอล 6ภาพโปรโมตแคมเปญ ‘A Good Sport’ ของ Burberry ที่มีนักฟุตบอลและคนดังร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมแฟนบอล 7ภาพโปรโมตแคมเปญ ‘A Good Sport’ ของ Burberry ที่มีนักฟุตบอลและคนดังร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมแฟนบอล 8ภาพโปรโมตแคมเปญ ‘A Good Sport’ ของ Burberry ที่มีนักฟุตบอลและคนดังร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมแฟนบอล 9ภาพโปรโมตแคมเปญ ‘A Good Sport’ ของ Burberry ที่มีนักฟุตบอลและคนดังร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมแฟนบอล 10

The post Burberry ดึง ไรซ์ – ซอน นำทีมแคมเปญฟุตบอล ‘A Good Sport’ รับกระแสเวิลด์คัพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
It’s done สิ้นสุดฤดูกาลแห่งความทุกข์ทน สู่รุ่งอรุณใหม่ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม https://thestandard.co/arsenal-it-is-done/ Wed, 20 May 2026 07:01:21 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1209208 นักเตะอาร์เซนอลฉลองชัยชนะหลังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

ประตูของเออร์ลิง ฮาแลนด์ที่ไวทาลิตี สเตเดียม อาจจะทำให้ […]

The post It’s done สิ้นสุดฤดูกาลแห่งความทุกข์ทน สู่รุ่งอรุณใหม่ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักเตะอาร์เซนอลฉลองชัยชนะหลังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

ประตูของเออร์ลิง ฮาแลนด์ที่ไวทาลิตี สเตเดียม อาจจะทำให้หวั่นไหวบ้าง แต่ก็เพียงแค่เล็กน้อยเพราะมันสายเกินไปที่ แมนเชสเตอร์ ซิตีจะหาทางกลับมาเอาชนะบอร์นมัธได้

 

และนั่นหมายถึงอาร์เซนอล คือ แชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2026/27

 

หลังการรอคอยที่ยาวนานถึง 22 ปี ในที่สุดความเจ็บปวด ความผิดหวัง การทนทุกข์ทรมาน เสียงเย้ยหยันต่างๆ มันถึงเวลาสิ้นสุดลงสักที

 

“I told you all…It’s done” เดแคลน ไรซ์ ยอดกองกลางคนสำคัญของทีมโพสต์ข้อความลงบนช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง เพื่อล้อไปกับคำประกาศกร้าวที่กลายเป็นหนึ่งในประโยคสำคัญระดับประวัติศาสตร์ของอาร์เซนอล หลังเกมที่พ่ายต่อแมนเชสเตอร์ ซิตีที่เอติฮัด สเตเดียมว่า “It’s not done”

 

คำพูดของไรซ์ที่พยายามปลุกเร้าเพื่อนในวันนั้นเป็นหนึ่งในกระบวนการขั้นสุดท้าย กระบวนการอันยาวนานที่จะพาอาร์เซนอลกลับคืนสู่สถานะที่พวกเขาควรจะอยู่อีกครั้ง

 

กระบวนการที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ในปี 2019

 

บางทีเราควรจะได้ร่วมกันย้อนเวลากลับไปในจุดนั้นอีกสักครั้งกันไหมครับ เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมความสำเร็จในครั้งนี้จึงมีกลิ่นหอมหวานปานดอกไม้สวยที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า

 

นักเตะอาร์เซนอลฉลองชัยชนะหลังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 1

 

20 ธันวาคม 2019 มิเคล อาร์เตตา นั่งลงต่อหน้ากล้อง ใบหน้าของเขายังอ่อนเยาว์ แววตายังมีความสดใสและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นหลังจากที่เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชคนใหม่ของอาร์เซนอลแทนที่อูไน เอเมรี งานการคุมทีมฟุตบอลสโมสรอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในชีวิต

 

แต่ถึงจะไร้ประสบการณ์ใดๆ นอกเหนือจากการได้ลองเป็นมือขวาของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา สุดยอดโค้ชของโลกยุคสมัยใหม่ ด้วยความสัมพันธ์ที่เห็นหน้ากันมาตั้งแต่ครั้งที่อาร์เตตาได้มีโอกาสเข้ามาในลามาเซีย และกวาร์ดิโอลายังเป็นหนึ่งในนักเตะประสบการณ์สูงของคัมป์ นู กุนซือคนหนุ่มกลับมาพร้อมกับแผนที่ยิ่งใหญ่

 

“มีบางอย่างที่จำเป็นจะต้องมีพิมพ์เขียว” อาร์เตตาบอกในวันนั้น ก่อนจะบอกถึงสิ่งที่เขาต้องการจะเห็นจากทีม

 

“เราจะต้องมี Passion เราต้องเล่นแบบครองเกม เราต้องเล่นอย่างดุดัน และบุกเข้าไปเล่นในแดนของคู่แข่งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” อาร์เตตาฟุ้งถึงฟุตบอลในความฝันของเขา

 

เพียงแต่ความฝันกับชีวิตจริงมันต่างกันมาก และไม่นานนักอาร์เตตาก็พบว่าหนึ่งในสิ่งที่เขาฝันว่าจะเปลี่ยนแปลงคือ ‘วัฒนธรรม’ (Culture) ภายในทีมที่เขาอยากเห็น เป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับความเป็นจริงมาก

 

จริงอยู่ที่ช่วง ‘น้ำผึ้งพระจันทร์’ อาร์เตตาจะพาทีมคว้าแชมป์รายการแรกได้อย่างรวดเร็วในถ้วยเอฟเอ คัพ ในปี 2020 เพียงแต่การจะไปถึงเป้าหมายที่แท้จริงอย่างการกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้อีกครั้ง ยิ่งเวลาผ่านก็ยิ่งพบว่ามันยากขึ้นเรื่อยๆ

 

อาร์เซนอลเป็นทีมที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเป็นพิษ มีความ Toxic อยู่ภายใน

 

ด้วยมวลพลังงานแบบนี้ไม่อาจพาทีมไหนหรือองค์กรไหนไปถึงวันที่สวยงามได้ทั้งนั้น

 

และนั่นนำไปสู่การตัดสินใจที่เด็ดขาดของเขา ผู้ที่จะไม่ยอมให้พิษร้ายแทรกซึมภายในสโมสรอีกต่อไปอย่างเด็ดขาด

 

การแตกหักกับปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยัง กองหน้าผู้สวมปลอกแขนกัปตันทีมแต่กลับไร้ซึ่งระเบียบวินัย และขับให้พ้นจากสโมสรไปเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่กล้าหาญของอาร์เตตา

 

ต่อด้วยเมซุต โอซิล ซูเปอร์สตาร์เพลย์เมกเกอร์ผู้เป็นที่รักของแฟนๆ และนักเตะรายอื่นๆ ที่ทยอยถูกปล่อยตัวออกจากทีมไป โดยที่อาร์เตตา ร่วมกับเอดู ผู้อำนวยการสโมสรที่เป็นคนตัดสินใจดึงตัวเขามารับงานใหญ่ทั้งๆ ที่ไม่มีประสบการณ์ หานักเตะที่ตอบโจทย์เข้ามาทีละคนสองคน

 

โดยนอกจากฝีเท้าแล้ว สิ่งที่อาร์เตตามองหาจากคนที่จะมาเป็นลูกทีมคือเรื่องของนิสัยใจคอ การรักษาระเบียบวินัย ทัศนคติทั้งในการเล่นและการใช้ชีวิต

 

แม้ว่ามันอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง เพราะปัญหานั้นถูกหมักหมมมาตั้งแต่ยุคของอาร์แซน เวนเกอร์ แต่อย่างน้อยที่สุดอาร์เซนอลก็มีวัฒนธรรมองค์กรในแบบที่อาร์เตตาต้องการ

 

“Trust the Process” คือคำที่เขามักจะบอกย้ำกับทุกคนเสมอตั้งแต่ช่วงปี 2020

 

ถึงอย่างนั้นมันก็มีช่วงเวลาที่เขาเผชิญกับเครื่องหมายคำถาม ว่าตกลงแล้วนี่คือคนที่ใช่ คนที่เหมาะสม คนที่จะพาอาร์เซนอลไปให้ถึงวันแห่งชัยชนะได้ใช่ไหม?

 

โชคดีสำหรับอาร์เตตาที่เขามีเอดู คนสำคัญอีกคนของเรื่องราว

 

นักเตะอาร์เซนอลฉลองชัยชนะหลังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2

 

อดีตกองกลางผู้อยู่ในยุค ‘The Invincibles’ แชมป์พรีเมียร์ลีกหนสุดท้ายของอาร์เซนอล ถูกสโมสรดึงตัวจากตำแหน่งหน้าที่ในสหพันธ์ฟุตบอลบราซิลเพื่อกลับมาช่วยงานใหญ่ในการวางรากฐานของอาร์เซนอลให้กลับมาเป็นสโมสรฟุตบอลที่ดีอีกครั้ง หลังจากที่มองเห็นแล้วว่าพวกเขาถูกแมนฯ ซิตี และลิเวอร์พูล สองสโมสรที่แย่งความยิ่งใหญ่ในเวลานั้นทิ้งห่างไปไกล

 

ถึงจะเป็นงานที่ยากมหันต์ แต่เอดูก็ตอบรับงานนี้ และเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงอาร์เซนอลจากโครงสร้างภายใน

 

ทีมแมวมองที่อยู่กันมายาวนานกลายเป็นเรื่องในอดีตเมื่อเอดูสร้างทีม Football Intelligence ซึ่งไม่ได้มีหน้าที่แค่เรื่องของการเฟ้นหานักเตะ แต่เป็นการวาดภาพของเกมฟุตบอลอังกฤษในอนาคต โดยที่ในภาพนั้นอาร์เซนอลจะต้องเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จ

 

Big data ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกนำมาประมวลถึงสิ่งที่อาร์เซนอลต้องทำ ไปจนถึงการวาดภาพอนาคตถึงโอกาสที่คู่แข่งจะเริ่มตกต่ำลงตาม ‘วงรอบ’ (Cycle)

 

ข้อมูลบอกว่าบรรดาคู่แข่งจะเริ่มตกต่ำลงอย่างแน่นอน และ ‘โอกาส’ สำหรับอาร์เซนอลอยู่ในช่วงระหว่างปี 2023-2027

 

และมันก็เกิดขึ้นจริงดังคาด ไม่ว่าจะเป็นการถดถอยของนักเตะอย่างเควิน เดอ บรอยเนอ, โม ซาลาห์ ไปจนถึงการตัดสินใจวางมือของเยอร์เกน คล็อปป์ หรือเป๊ป กวาร์ดิโอลา ซึ่งข้อมูลบ่งบอกว่าเป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูง

 

งานสำหรับเอดูคือการช่วยสร้างทีมจะไป ‘พร้อม’ และ ‘พีค’ ในช่วงเวลานั้นให้ได้ โดยที่คนที่จะต้องเป็นผู้นำของทีมคืออาร์เตตา ที่เขาเชื่อว่าเป็นคนที่มีความเหมาะสมในทุกด้าน

 

เพียงแต่จากผลงานที่เริ่มสะดุด อาร์เซนอลเริ่มตกเป็นทีมกลางตารางในปี 2020 ทำให้เครื่องหมายคำถามเกิดขึ้น โดยเฉพาะต่อสแตน ครองเก เจ้าของสโมสรที่ต้องการสอบถามความชัดเจนจากเอดู ว่าตกลงแล้วกุนซือคนหนุ่มคนนี้ยังไหวไหม?

 

อดีตกองกลางชาวบราซิลเดินทางไปเดนเวอร์เพื่อเข้าพบ นอกจากจะซื้อเวลาให้กับอาร์เตตาแล้ว ยังได้บอกถึงสิ่งที่สโมสรต้องทำ ซึ่งไม่ใช่แค่การโละนักเตะเก่า เติมนักเตะใหม่ที่อายุน้อยใช้งานได้อีกไกล แต่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างการบริหารของสโมสรที่มีปัญหาด้วย

 

การเดินทางไปครั้งนั้นของเอดูสำคัญอย่างมากต่อปัจจุบันของอาร์เซนอล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่ออาร์เตตาที่รู้ว่าอย่างน้อยเขามีเวลา

 

มีคนที่พร้อมจะอดทนในกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่ยาวนานไปกับเขา

 

และสิ่งที่ดีที่สุดคืออาร์เตตาไม่ได้มีแค่เอดู

 

เขามี ‘แบ็ก’ อีกคนที่สำคัญและใหญ่กว่าด้วย

 

นักเตะอาร์เซนอลฉลองชัยชนะหลังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3

 

จุดอันตรายที่สุดสำหรับอาร์เตตาเกิดขึ้นในช่วงเปิดฤดูกาล 2021/22 เมื่ออาร์เซนอลพ่ายแพ้ 3 นัดรวด และมองไม่เห็นว่าทีมจะกลับมาประสบความสำเร็จได้อย่างไร

 

“Arteta Out!” แฟนบอลอาร์เซนอลเริ่มตะโกนขับไล่เขา

 

แต่ในครั้งนั้นคนที่ช่วย ‘เซฟ’ อาร์เตตาคือจอช ครองเก “คนเดียวที่คุณเชื่อใจได้ก็คือคนที่อยู่ในห้องกับคุณตอนนี้” เจ้าของร่วมทีมอาร์เซนอลบอกกับอาร์เตตา ซึ่งมีการบันทึกไว้ในสารคดี All-or-Nothing “เชื่อใจผมนะ ผมเชื่อในตัวคุณ”

 

สำหรับคนทำงาน ไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่จะมีใครสักคนที่พร้อมเชื่อใจแม้ในเวลาที่บางคนอาจไม่เชื่อใจตัวเองเลย

 

ในที่สุดเมล็ดพันธุ์ที่อาร์เตตา เอดู ไปจนถึงทีม Football Intelligence ช่วยกันหว่านเอาไว้ก็เริ่มออกดอกออกผล อาร์เตตาพบนักเตะที่เขาต้องการอย่าง มาร์ติน โอเดอการ์ดที่ยืมตัวมาจากเรอัล มาดริด, กาเบรียล มาร์กัลเญส กองหลังจอมแกร่งจากลีลล์ และบูกาโย ซากา เพชรเม็ดงามจากเฮลเอนด์

 

แม้ว่าตอนจบของฤดูกาล 2021/22 จะน่าผิดหวังเมื่อพลาดโดนท็อตแนม ฮอตสเปอร์แซงคว้าโควต้าแชมเปียนส์ ลีกไป แต่สิ่งสำคัญที่สุดคืออาร์เตตาและทีมงานรู้ว่าพวกเขากำลังมาถูกทาง

 

ฤดูกาล 2022/23 คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เป็นการ Coming of Age ของอาร์เซนอล ที่ก้าวขึ้นมากลายเป็นทีมลุ้นแชมป์ได้แบบที่ไม่มีใครคาดฝัน พวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเหนือความคาดหมายตลอดทั้งฤดูกาล ด้วยสไตล์การเล่นที่น่าตื่นเต้น ใครเห็นก็อยากเอาใจช่วยเชียร์

 

เพียงแต่อาการบาดเจ็บของวิลเลียม ซาลิบา ในช่วงปลายฤดูกาล และเกมสำคัญที่พ่ายต่อแมนฯ ซิตี ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงประสบการณ์ที่สูงกว่า ทำให้อาร์เซนอลลิ้มรสความผิด

 

ความผิดหวังในครั้งนั้นเป็นบทเรียนที่ล้ำค่า ที่ทำให้อาร์เตตาและทีมรู้ว่าหากอยากเห็นทีมที่ประสบความสำเร็จพวกเขาต้องทำอย่างไร?

 

จากทีมที่เล่นอย่างไร้รอยต่อ อาร์เตตาเปลี่ยนอาร์เซนอลให้กลายเป็นทีมที่นอกจากจะดีขึ้นด้วยผู้เล่นฝีเท้าดีหลายคน โดยเฉพาะ เดแคลน ไรซ์ กองกลางระดับท็อปสุดของอังกฤษที่คว้าตัวมาจากเวสต์แฮมด้วยค่าตัว 100 ล้านปอนด์ พวกเขายังเล่นเขี้ยวขึ้น เน้นผลการแข่งขันมากขึ้น เลิกทำตัวเป็นเด็กอมมือ และนั่นทำให้พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิง (Title contender) ที่คู่ควร

 

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีบางสิ่งที่ขาดหาย

 

ในเกมสำคัญที่จะชี้ชะตากับแมนฯ ซิตี อาร์เซนอลในฟอร์มการเล่นที่ดีกว่ากลับเลือกที่จะเล่นอย่างรัดกุมและเหมือนพอใจกับผลเสมอ แต่ผลจากเกมนัดนี้ส่งผลต่อบรรยากาศการลุ้นแชมป์ในช่วงหลังจากนั้นโดยตรง และสุดท้ายตอนจบก็เป็นแบบเดิมเมื่อซิตีปาดหน้าคว้าแชมป์ไปครองอีกสมัย

 

ที่เจ็บที่สุดคือการออกมาตอกย้ำโดยโรดรี กองกลางคีย์แมนของซิตีที่ถูกถามว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่างที่ทำให้ซิตีเป็นแชมป์และอาร์เซนอลได้แค่รองแชมป์

 

“ตรงนี้” เขาชี้ไปที่ศีรษะ สื่อถึงสิ่งที่อยู่ในกระบวนการความคิด ว่าในขณะที่พวกเขาคิดถึงชัยชนะ ทีมของอาร์เตตากลับไม่ได้คิดถึงชัยชนะในเกมที่พบกัน

 

อาร์เตตาและทีมก็รู้เช่นกันในตอนนั้นครับว่าสิ่งที่มียังไม่พอ

 

นักเตะอาร์เซนอลฉลองชัยชนะหลังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4

 

ความผิดหวังซ้ำสองไม่ร้ายเท่าความผิดหวังซ้ำสาม เมื่ออาร์เซนอลได้เป็นแค่ ‘พระรอง’ อีกครั้งในฤดูกาล 2024/25

 

ส่วนหนึ่งคือลิเวอร์พูลในยุคอาร์เนอ สลอต ทำผลงานได้อย่างร้อนแรงเหลือเชื่อโดยที่แทบไม่สะดุดพลาด หรือหากสะดุดพลาดคู่แข่งก็พร้อมสะดุดตามทำให้แทบไม่เจอกับสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันเลย

 

แต่อีกส่วนคือการกรำศึกหนักของผู้เล่นที่ใช้งานต่อเนื่องทำให้นักเตะตัวหลักผลัดกันบาดเจ็บแทบทั้งทีม

 

แรงกดดันหนักขึ้น แฟนบอลเริ่มกลับมาตั้งคำถามกับอาร์เตตาอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสไตล์การเล่นที่ไม่ใช่ในแบบที่อยากเห็นมากสักเท่าไรนัก เมื่อเน้นความแน่นอนมากเกินไป และพึ่งพาลูกเซตเพลย์ซึ่งได้นิโคลัส โจเวอร์ มาช่วยออกแบบการเล่นให้เป็นอาวุธหนักที่แทบจะเป็นอาวุธหลัก

 

สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อพวกเขามากพอสมควร ไม่ใช่แค่ในฤดูกาล 2024/25 ที่จบลงด้วยการเป็นที่ 2 แต่ถูกส่งต่อมาถึงฤดูกาล 2025/26 ที่แม้จะเสริมขุมกำลัง ได้ตัวที่ดีอย่าง วิคเตอร์ ยอเคอเรส, เอเรเบชี เอเซ, มาร์ติน ซูบิเมนดี เข้ามาเสริม ยังคงเก็บชัยชนะได้สม่ำเสมอ มีคะแนนนำมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่เพียงพอ หรือในความเป็นจริงคือมันไม่เคยเพียงพอสำหรับแฟนๆ

 

แรงกดดันนั้นส่งผลต่อทีมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงอ่อนไหวโค้งสุดท้ายของฤดูกาลนี้ ที่แม้แต่อาร์เตตาเองก็ดูกดดันอย่างมาก

 

เพราะมันควรจะถึงเวลาแล้ว และถ้ายังไปไม่ถึงฝันอีก ไม่แปลกเลยหากทุกคนจะคิดว่าอาร์เตตาอาจจะไม่ใช่คนที่ใช่

 

และในช่วงเวลาที่วิกฤติที่สุดอาร์เตตาได้แสดงให้เห็นว่าเขาก้าวผ่านกำแพงได้แล้ว

 

หลังเกมที่พ่ายต่อซิตี อาร์เซนอลเฉือนเอาชนะนิวคาสเซิลได้ 1-0 อย่างยากลำบาก แต่ในเกมต่อมาซึ่งเป็นช่วงจังหวะสำคัญอย่างยิ่งเพราะโปรแกรมเป็นใจให้ได้ลงสนามก่อนคู่แข่ง อาร์เตตาตัดสินใจปรับเปลี่ยนบางอย่างภายในทีมในเกมที่พบกับฟูแลม

 

เขาพักซูบิเมนดี ที่ฟอร์มการเล่นตกต่ำและให้โอกาสไมล์ส์-ลูอิส สเคลลี ไอ้หนูดาวรุ่งได้โอกาสยืนตำแหน่งกองกลางที่เป็นตำแหน่งธรรมชาติของเขา ร่วมกับไรซ์ และเอเซ ที่ได้ลงสนามก่อนมาร์ติน โอเดอการ์ด กัปตันทีม

 

การเปลี่ยนแปลงจุดนี้สำคัญเพราะทำให้เกมของอาร์เซนอลกลับมาไหลลื่นอีกครั้ง และการกลับมาของซากาที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนมาระยะหนึ่ง กลายเป็นการจุดประกายใหม่ให้กับทีมด้วยการทำ 2 ประตูและ 1 แอสซิสต์

 

มันทำให้นอกจากจะทิ้งห่างในตาราง ยังทำให้ทีมสำเร็จการศึกษาบทเรียนสุดท้าย นอกจากกระบวนการ ‘ชนะให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม’ ที่พิสูจน์ตลอด 2 ปีหลังแล้ว

 

สิ่งที่ทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์คือการยอม ‘เชื่อ’ สักทีว่าพวกเขาดีพอที่จะเป็นแชมป์ และโยนความกดดันให้กับซิตี ซึ่งได้ผลเพราะทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา สะดุดในเกมไปเยือนเอฟเวอร์ตันจนได้

 

ก่อนที่โอเดอการ์ด จะทำแอสซิสต์สำคัญให้เลอันโดร ทรอสซาด์ ยิงประตูในเกมกับเวสต์แฮมในช่วงท้ายเกม และอีกฟากของสนามดาวิด รายา ผู้รักษาประตูที่อาร์เตตาโชว์ความเด็ดขาดด้วยการดึงตัวมาแทนที่ของอารอน แรมส์เดลในปี 2024 เพราะแม้ประตูทีมชาติอังกฤษจะเป็นที่รักของแฟนแต่ไม่มีความสามารถพอจะพาทีมเป็นแชมป์ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเรื่องนี้ถูกต้องด้วยการช่วยทีมตลอดทั้งฤดูกาล รวมถึงจังหวะชี้ชะตาที่แขนของปาโบล ไปรั้งแขนของเขาไว้จนทำให้ประตูตีเสมอถูกริบคืน

 

จังหวะนั้นคือจังหวะตัดสินที่แท้จริงของฤดูกาล โดยที่อาร์เซนอลยังไม่พลาดในเกมกับเบิร์นลีย์แม้จะไม่ได้เล่นดีมากนักก็ตาม

 

ก่อนที่ซิตีจะสะดุดอีกครั้งกับบอร์นมัธ

 

 

การรอคอยที่ยาวนาน 22 ปี ความอดทนอดกลั้นต่อเสียงถากถางเย้ยหยัน (ขวดน้ำตาขวดนั้น) ความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับปัญหา การวางแผนระยะยาวที่รอบคอบ การใส่ใจในรายละเอียดทุกอย่าง (แม้แต่การหาเพลงประจำสโมสรไว้เปิดก่อนเกม ซึ่งก็ได้ North London Forever ที่กลายเป็นเพลงหมายเลขหนึ่งตอนนี้) ความเชื่อและความไว้วางใจ ไปจนถึงการกลับมาลุกขึ้นใหม่ในวันที่เป็นผู้แพ้

 

ทั้งหมดคือสิ่งที่ทำให้อาร์เซนอลได้พบกับชัยชนะที่พวกเขารอคอย

 

จากวันที่แทบมองไม่เห็นความเป็นไปได้ จนถึงวันนี้ที่ผู้เชี่ยวชาญมองความเป็นไปได้สูงที่มันจะยังเป็นช่วงเวลาของพวกเขาอีกหลายปี เพราะขุมกำลังที่มีในเวลานี้ยังอายุน้อยแต่เรียนรู้และเติบโตมากพอแล้วที่จะเป็นทีมของผู้ชนะ ในขณะที่คู่แข่งยังอยู่ระหว่างการสร้างทีมกันใหม่ และคู่แข่งตัวฉกาจอย่างเป๊ป ผู้เป็นครูของอาร์เตตาก็ตัดสินใจที่จะวางมือแล้วหลัง 10 ปีกับซิตี

 

แต่ให้เป็นเรื่องของอนาคตเถอะ

 

สำหรับเวลานี้ ในจังหวะเข็มนาฬิกานี้ ขอให้ทำตามคำของอาร์แซน เวนเกอร์ เมธีลูกหนังผู้เป็นที่รักของกูนเนอร์สที่ฝากข้อความมาให้ พร้อมแก้วไวน์ (ที่ถ่ายทำในประเทศไทย!)

 

“พวกคุณทำได้แล้ว แชมเปี้ยนยังไปต่อในเวลาที่ทุกคนยอมแพ้แล้ว นี่คือเวลาของพวกคุณแล้ว ไปซะ ไปมีความสุขกับช่วงเวลานี้”

The post It’s done สิ้นสุดฤดูกาลแห่งความทุกข์ทน สู่รุ่งอรุณใหม่ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Declan Rice x Lando Norris การโคจรมาพบกันของ 2 นักกีฬาแห่งยุค https://thestandard.co/declan-rice-lando-norris-athletes-meet/ Sat, 09 May 2026 03:45:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1205347 เดแคลน ไรซ์ กองกลางอาร์เซนอล และ แลนโด นอร์ริส นักแข่งฟอร์มูลาวัน พบปะกัน

Declan Rice กองกลางของ Arsenal เดินทางไปยังศูนย์บัญชากา […]

The post Declan Rice x Lando Norris การโคจรมาพบกันของ 2 นักกีฬาแห่งยุค appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดแคลน ไรซ์ กองกลางอาร์เซนอล และ แลนโด นอร์ริส นักแข่งฟอร์มูลาวัน พบปะกัน

Declan Rice กองกลางของ Arsenal เดินทางไปยังศูนย์บัญชาการของ McLaren Racing เพื่อพบกับ Lando Norris แชมป์โลก Formula 1 ฤดูกาล 2025 ในรายการสารคดี ‘Raising The Bar’ ตอนที่ 2

 

รายการดังกล่าวเป็นซีรีส์ต้นฉบับที่ Rice ออกเดินทางไปพูดคุยกับนักกีฬาระดับท็อปจากหลากหลายวงการ เพื่อเรียนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาก้าวสู่ระดับสูงสุดของอาชีพ ทั้งในเรื่องแนวคิด การรับมือแรงกดดัน และวิธีพัฒนาตัวเองให้เป็น ‘master of the craft’

 

ในตอนนี้ Rice ใช้เวลาที่ McLaren Technology Centre เพื่อพูดคุยกับ Norris ถึงจิตวิทยาของการทำงานภายใต้ความกดดันมหาศาลของโลกมอเตอร์สปอร์ต รวมถึงการเตรียมตัวและ mindset ที่จำเป็นต่อการเป็นนักกีฬาระดับแชมป์โลก

 

นอกจากนี้ ทั้ง Arsenal และ McLaren Racing ยังโพสต์ภาพร่วมกันผ่าน Instagram โดย Rice มอบเสื้ออาร์เซนอลหมายเลข 41 พร้อมลายเซ็นให้ Norris เป็นของขวัญพิเศษด้วย

 

ระหว่างการพูดคุย Norris ยังเปิดเผยว่า เขาเคยชื่นชอบฟุตบอลอย่างมากในวัยเด็ก รวมถึงสะสมการ์ด Match Attax และติดตามการแข่งขันอยู่เสมอ ก่อนจะเริ่มกลับไปชมเกมฟุตบอลในสนามอีกครั้งในช่วงหลัง

 

เมื่อถูกถามว่าหากเล่นฟุตบอลจริงๆ เขาจะเล่นตำแหน่งไหน Norris ตอบติดตลกว่าเขาน่าจะเป็น ‘ปีก’ เพราะชอบอยู่ห่างจากทุกคน ขณะที่ Rice มองต่างออกไป พร้อมบอกว่า “ผมว่าเขาน่าจะเป็นหมายเลข 10 สายสร้างสรรค์ อยู่หลังศูนย์หน้า”

 

เดแคลน ไรซ์ กองกลางอาร์เซนอล และ แลนโด นอร์ริส นักแข่งฟอร์มูลาวัน พบปะกัน 1เดแคลน ไรซ์ กองกลางอาร์เซนอล และ แลนโด นอร์ริส นักแข่งฟอร์มูลาวัน พบปะกัน 2เดแคลน ไรซ์ กองกลางอาร์เซนอล และ แลนโด นอร์ริส นักแข่งฟอร์มูลาวัน พบปะกัน 3เดแคลน ไรซ์ กองกลางอาร์เซนอล และ แลนโด นอร์ริส นักแข่งฟอร์มูลาวัน พบปะกัน 4เดแคลน ไรซ์ กองกลางอาร์เซนอล และ แลนโด นอร์ริส นักแข่งฟอร์มูลาวัน พบปะกัน 5

 

The post Declan Rice x Lando Norris การโคจรมาพบกันของ 2 นักกีฬาแห่งยุค appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Unforgettables อีกก้าวเดียว..สู่ถ้วย ‘บิ๊กเอียร์’ เพื่อเป็นทีมที่ผู้คนไม่มีวันลืม https://thestandard.co/arsenal-unforgettables-champions-league/ Wed, 06 May 2026 08:49:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1204367 รูปภาพนักฟุตบอลทีมอาร์เซนอลเฉลิมฉลองชัยชนะในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สื่อถึงความมุ่งมั่นสู่ถ้วยบิ๊กเอียร์และการเป็นทีมที่ผู้คนไม่มีวันลืม

ครั้งก่อนหน้าที่อาร์เซนอลได้ฉลองการผ่านเข้าไปถึงรอบชิงช […]

The post The Unforgettables อีกก้าวเดียว..สู่ถ้วย ‘บิ๊กเอียร์’ เพื่อเป็นทีมที่ผู้คนไม่มีวันลืม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รูปภาพนักฟุตบอลทีมอาร์เซนอลเฉลิมฉลองชัยชนะในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สื่อถึงความมุ่งมั่นสู่ถ้วยบิ๊กเอียร์และการเป็นทีมที่ผู้คนไม่มีวันลืม

ครั้งก่อนหน้าที่อาร์เซนอลได้ฉลองการผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลยูเอฟา แชมเปียนส์ ลีก เราต้องย้อนเวลากลับไปไกลถึง 20 ปี

 

และมันไม่ได้เกิดขึ้นในบ้านของพวกเขา

 

ในเกมนั้นพวกเขา – ทีมชุดระดับตำนานที่ผสมผสานผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่สืบทอดต่อจากยุค The Invincibles ด้วยนักเตะอย่าง โซล แคมป์เบลล์, โคโล ตูเร, เซสก์ ฟาเบรกาส, อเล็กซานเดอร์ คเล็บ, จิลแบร์โต ซิลวา, โรแบร์ ปิแรส, โฮเซ อันโตนิโอ เรเยส ผู้ล่วงลับ และเธียร์รี อองรี – ต้องเจอกับความยากลำบากอยู่ไม่น้อยในการไปเยือนบียาร์เรอัล ทีมเล็กแต่แกร่งดังเหล็กของวงการลูกหนังสเปน

 

ชัยชนะ 1-0 ที่ไฮบิวรีในเกมแรก ทำให้อาร์เซนอลได้เปรียบเล็กน้อย แต่คู่ปรับซึ่งก็มีผู้เล่นระดับสุดยอดอย่าง มาร์กอส เซนนา, ดีเอโก ฟอร์ลัน, ฮวน ปาโบล โซริน และนักเตะจอมคลาสสิก ฮวน โรมัน ริเกลเม อยู่ในทีมก็พยายามอย่างไม่ลดละ

 

จนถึงจังหวะชี้เป็นชี้ตายของเกม เมื่อ ‘เรือดำน้ำเหลือง’ (El Submarino Amarillo สมญาที่ตั้งมาจากเพลงฮิตของ The Beatles ที่ชื่อว่า Yellow Submarine) มาได้ลูกจุดโทษในนาทีสุดท้ายของเกม เป็นความหวังที่จะทำให้ทุกอย่างกลับมาเท่ากันและไปวัดกันในช่วงของการต่อเวลาพิเศษ

 

แต่เยนส์ เลห์มันน์ นายทวารในเวลานั้นเซฟลูกยิงจุดโทษของริเกลเมได้ พาอาร์เซนอลผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศของฟุตบอลถ้วยใบใหญ่แห่งยุโรปได้เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์ โดยที่ก่อนหน้านั้นและหลังจากนั้นไม่เคยทำได้มาก่อนเลย

 

นั่นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจหากทีมของมิเคล อาร์เตตา และบรรดาเหล่า Gooners ผู้ภักดีจะปลดปล่อยความรู้สึกของพวกเขาออกมาด้วยอาการดีใจอย่างสุดเหวี่ยง (ที่อาจจะทำให้บางคนไม่เข้าใจ เช่น เวย์น รูนีย์ ที่บอกว่าดีใจทำไมยังไม่ได้แชมป์สักหน่อย) หลังเอาชนะแอตเลติโก มาดริดได้สำเร็จ 1-0 (สกอร์รวม 2 นัด 2-1)

 

เพราะจะมากบ้างน้อยบ้าง นี่คือส่วนหนึ่งใน ‘ประวัติศาสตร์’ ของพวกเขา

 

และที่สำคัญ มันคือการกระเถิบเข้าไปใกล้ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมุดบันทึกความทรงจำของอาร์เซนอลด้วย

 

รูปภาพนักฟุตบอลทีมอาร์เซนอลเฉลิมฉลองชัยชนะในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สื่อถึงความมุ่งมั่นสู่ถ้วยบิ๊กเอียร์และการเป็นทีมที่ผู้คนไม่มีวันลืม 1

 

 

ความจริงเกมตัดเชือกแชมเปียนส์ ลีก เดิมพันตั๋วนัดชิงชนะเลิศที่บูดาเปสต์ในปีนี้ไม่ได้สนุกหรือเร้าใจอะไรมากมายนัก

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไปเทียบกับคู่ระหว่างปารีส แซงต์-แชร์แมงกับบาเยิร์น มิวนิค ที่ต่อสู้กันราวกับหนังแอ็กชันยิงสนั่นจอแล้ว วัดคะแนนความตื่นเต้นเป็นคนละเรื่อง

 

ให้เปรียบเทียบแล้วคู่ระหว่างอาร์เซนอลกับแอตเลติโก มาดริด เป็นหนังอีกแนว ในเชิงของดราม่าที่ตึงเครียดและมีจุดไคลแมกซ์เพียงไม่มาก

 

ระดับความตื่นเต้นของเกมไต่ไปถึงจุดพีกเพียงแค่ช่วงท้ายของครึ่งแรกที่อาร์เซนอลได้ประตูขึ้นนำที่พวกเขาต้องการ และจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากบูกาโย ซากา ‘Star boy’ ของชาวปืนใหญ่ที่หลังสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาก็คืนฟอร์มเก่งได้ทันเวลาพอดี

 

ประตูของซากาไม่ได้สวยสดงดงามอะไร แค่การตามเข้าไปซ้ำลูกยิงที่แยน โอบลัค นายทวารตราหมีปัดออกมาไม่พ้นอันตราย แต่มันสำคัญและมีความหมายอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นการทลายแรงกดดันที่เหมือนแรงโน้มถ่วงมหาศาลซึ่งสังเกตเห็นได้จากการเล่นของทั้งสองทีมมาตั้งแต่เริ่มเกม

 

และหากจะพูดถึงฟอร์มการเล่นของอาร์เซนอล ก็ไม่ได้สวยงามหรือหวือหวาอะไร พวกเขาเล่นธรรมดา ประคองตัวตามจังหวะของเกม ไม่ได้โหมเกมรุกเพื่อพิฆาตคู่แข่งให้ด่าวดิ้น

 

แต่ในความธรรมดา มีความพิเศษเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่

 

สำหรับทีมที่มีปัญหาในเรื่องของสภาพจิตใจ ถูกตั้งข้อสงสัยมาตลอดในเรื่อง Mentality หรือความเข้มแข็งทางใจ เกมนี้เป็นอีกนัดที่อาร์เซนอลแสดงให้เห็นสัญญาณบางอย่างถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในทีม

 

การเลือกไมล์ส ลูอิส-สเคลลี ไอ้หนูดาวรุ่งกลับมาทำงานถนัดในแดนกลางไม่ใช่แบ็กซ้ายเป็นเกมที่ 2 ติดต่อกัน และเป็นเกมสำคัญขนาดนี้ (รวมถึงการเปลี่ยนตัวไปพักในช่วงครึ่งหลัง) เป็นการตอกย้ำว่าอาร์เตตาได้ค้นพบ “สูตร” ใหม่ที่ดีและเหมาะสมกับทีมมากกว่า

 

ลูอิส-สเกลลี เป็นเหมือนคนแก้สมการสุดท้ายเล็กๆ ที่ติดขัดอยู่ ด้วยการทำให้ฟุตบอลของอาร์เซนอลสามารถเดินไปข้างหน้าได้อีกครั้ง ไดนามิกของทีมที่เคยเสียศูนย์กลับมาใหม่ โดยที่จับคู่กับเดแคลน ไรซ์ได้อย่างยอดเยี่ยม

 

การเลือกเอเรเบชี เอเซ เป็นตัวทำเกมตัวจริงก่อนหน้ามาร์ติน โอเดอการ์ด กัปตันทีมก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนี่คือกองกลางตัวทำเกมที่อันตรายที่สุดของทีม อย่างน้อยดีกว่าเจ้าของปลอกแขนกัปตันทีมชาวนอร์เวย์ที่สูญเสียจินตนาการในการเล่นและกลายเป็นคนดึงเบรกมือของทีมโดยไม่จำเป็นในหลายนัด

 

แต่มากกว่านั้นคือการเล่นที่เยือกเย็น นิ่ง รู้จักที่จะชะลอดึงจังหวะเกม และเลือกที่จะจู่โจมกลับเพื่อเป็นการข่มและขู่คู่แข่งอย่างแอตฯ มาดริด ว่าอย่าประมาทจนเกินไป ซึ่งเป็นการเล่นในแบบที่จะทำเป็นได้ก็ต้องผ่านการเรียนรู้ในสนามเพียงอย่างเดียว

 

อาจจะหวาดเสียวบ้างในจังหวะพลาดที่ทำให้ฮูเลียโน ซิเมโอเน ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปและก้ำกึ่งว่าเป็นการฟาวล์หรือไม่จากกาเบรียล มาร์กัลเญส และอีกครั้งที่อองตวน กรีซมันน์ถูกริคคาร์โด คาลาฟิออรี จิ้มที่เท้าเต็มๆ ในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินและ VAR ปฏิเสธที่จะพิจารณา

 

นอกเหนือจากนั้นนักเตะปืนใหญ่ทำได้เยี่ยม จนในส่วนหนึ่งของความรู้สึก บอกกับตัวเองว่าอาร์เซนอลเมื่อคืนนี้เหมือนที่เติบโตไปอีกขั้น (สักที!)

 

รูปภาพนักฟุตบอลทีมอาร์เซนอลเฉลิมฉลองชัยชนะในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สื่อถึงความมุ่งมั่นสู่ถ้วยบิ๊กเอียร์และการเป็นทีมที่ผู้คนไม่มีวันลืม 2

 

การเติบโตนี้สำคัญ และมันแลกมาด้วยความเจ็บปวดกับความกลัว

 

ความพ่ายแพ้ต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี ในนัดชิงคาราบาวคัพ ต่อด้วยการแพ้อีกครั้งในเกมพรีเมียร์ลีกที่เอติฮัด สเตเดียม – โดยมีการแพ้เซาแธมป์ตันตกรอบเอฟเอ คัพแบบพลิกล็อกด้วย – สร้างรอยแผลฉกรรจ์ทางใจให้กับอาร์เซนอลอย่างมาก

 

“ดีไม่พอ” “ที่หนึ่งไม่ไหว” และอะไรอีกหลายอย่างสับสนวนเวียนอยู่ในหัว

 

และมันถึงจุดที่ชวนให้รู้สึกว่าหากพวกเขาพลาดอีก โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก มันอาจจะเป็นจุดที่ทำให้แตกสลายจนไม่อาจจะประกอบกลับมาได้ใหม่

 

แต่เสียงคำรามของหนึ่งในผู้นำทีมอย่างเดแคลน ไรซ์ หลังการแพ้ต่อแมนฯ ซิตีที่เอติฮัด มีส่วนในการพาทุกคนกลับมา

 

It’s Not Done! (คำขวัญประจำปีได้เลย)

 

การไม่ยอมแพ้ของไรซ์สร้างขวัญกำลังใจให้กับทีม ไม่ใช่แค่เฉพาะผู้เล่นแต่รวมถึงแฟนบอลด้วย ดังที่เราได้เห็นบรรยากาศของเกมกับฟูแลม และล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะเป็นคืนยุโรป (European nights) อันโด่งดังนัดแรกในประวัติศาสตร์ของอาร์เซนอลที่เอมิเรตส์ สเตเดียม หลังเปิดใช้งานมาครบ 20 ปี

 

การรวมใจกันในวันแบบนี้ ไม่มีอะไรที่จะรู้สึกดีกว่านี้อีกแล้ว

 

จากทีมที่ใกล้แตกสลาย วันนี้อาร์เซนอลค้นพบ ‘ความเชื่อ’ ที่พวกเขาตามหามานาน ความเชื่อว่าพวกเขาเป็นทีมที่ดีพอที่จะเป็นแชมป์ได้ และทุกอย่างก็อยู่ในมือแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ลีกที่ได้เปรียบซิตี ซึ่งพลาดมหันต์ในการเสมอกับเอฟเวอร์ตันจนเป็นรองทั้งแต้มและประตูได้เสีย

 

หรือในแชมเปียนส์​ ลีกที่ไม่ว่าจะต้องเจอกับเปแอสเช ทีมที่ยัดเยียดความปราชัยให้พวกเขาในรอบรองชนะเลิศเมื่อปีกลาย หรือบาเยิร์น มิวนิค คู่รักคู่แค้นในเวทียุโรป ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องกลัวหรือเกรงกัน

 

สิ่งที่อาร์เซนอลต้องทำ คือเดินหน้าต่อ เดินหน้าไปให้สุด ทำทุกอย่างให้เต็มที่

 

ไม่ให้เหลืออะไรที่ต้องเสียใจอีก

 

และเพื่อไปสู่การเป็นทีมที่ทุกคนจะไม่มีวันลืม เหมือนที่เธียร์รี อองรี ฝากข้อความถึงนักเตะรุ่นนี้ทุกคนเอาไว้อย่างน่าประทับใจ

 

“รุ่นของผมทำไม่สำเร็จ ก็หวังว่ารุ่นนี้จะสามารถทำได้สำเร็จ จากรุ่น The Invincibles (ไร้พ่าย) สู่ The Unforgettable (ไม่ลืม)”

 

เป็นชื่อรุ่นที่เพราะดี แต่จะ ‘ศักดิ์สิทธิ์’ ได้ต้องชนะอีก 4 นัดสุดท้ายของฤดูกาลก่อนเท่านั้น ไม่มีข้อแม้

The post The Unforgettables อีกก้าวเดียว..สู่ถ้วย ‘บิ๊กเอียร์’ เพื่อเป็นทีมที่ผู้คนไม่มีวันลืม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักกีฬาระดับโลก สร้างสีสันในการแข่ง NBA London Game https://thestandard.co/global-athletes-nba-london-game/ Tue, 20 Jan 2026 05:26:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1167095 นักกีฬาระดับโลก สร้างสีสันในการแข่ง NBA London Game

บรรยากาศการแข่งขัน NBA London Game presented by Tissot […]

The post นักกีฬาระดับโลก สร้างสีสันในการแข่ง NBA London Game appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักกีฬาระดับโลก สร้างสีสันในการแข่ง NBA London Game

บรรยากาศการแข่งขัน NBA London Game presented by Tissot ที่สนาม O2 Arena กรุงลอนดอน คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อเหล่าสตาร์กีฬาระดับโลกพาเหรดเข้าชมเกมระหว่าง Orlando Magic พบ Memphis Grizzlies นำโดยแข้งดังอย่าง เดแคลน ไรซ์, เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, วิลเลียม ซาลิบา รวมถึงตำนานอย่าง เธียร์รี อองรี ขณะที่ฝั่งมอเตอร์สปอร์ตมีดาวรุ่ง F1 อย่าง คิมี อันโตเนลลี มาร่วมสร้างสีสันติดขอบสนาม

 

สำหรับ NBA London Game เป็นหนึ่งในซีรีส์การแข่งขัน NBA นอกสหรัฐอเมริกา ในฤดูกาล 2025/26 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อขยายฐานแฟนบาสเกตบอลในยุโรป

 

โดยปีนี้เป็นเกมประจำฤดูกาลนัดที่ 10 ที่จัดในกรุงลอนดอน และนับเป็นเกม NBA ในนอร์ทอิงแลนด์ครั้งที่ 19 นับตั้งแต่ปี 1993 โดย NBA มีแผนจัดแข่งขันต่อเนื่องในยุโรปอีกหลายเมือง ทั้งเบอร์ลิน ปารีส และแมนเชสเตอร์ในอีก 3 ปีข้างหน้า

 

นักกีฬาระดับโลก สร้างสีสันในการแข่ง NBA London Game 1นักกีฬาระดับโลก สร้างสีสันในการแข่ง NBA London Game 2นักกีฬาระดับโลก สร้างสีสันในการแข่ง NBA London Game 3นักกีฬาระดับโลก สร้างสีสันในการแข่ง NBA London Game 4นักกีฬาระดับโลก สร้างสีสันในการแข่ง NBA London Game 5นักกีฬาระดับโลก สร้างสีสันในการแข่ง NBA London Game 6

 

ภาพ: nbaeurope / w.saliba4 / kimi.antonelli / virgilvandijk – instagram

The post นักกีฬาระดับโลก สร้างสีสันในการแข่ง NBA London Game appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 การย้ายทีมที่แพงที่สุดตลอดกาล พรีเมียร์ลีก https://thestandard.co/pl-10-most-expensive-transfers/ Tue, 02 Sep 2025 10:35:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1114647

ตลาดนักเตะพรีเมียร์ลีก ซัมเมอร์ 2025/26 ถูกเขียนบันทึกใ […]

The post 10 การย้ายทีมที่แพงที่สุดตลอดกาล พรีเมียร์ลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดนักเตะพรีเมียร์ลีก ซัมเมอร์ 2025/26 ถูกเขียนบันทึกใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะ สถิติการย้ายทีมที่แพงที่สุดตลอดกาล ซึ่งในตลาดรอบเดียว มีการเปลี่ยนแปลงถึง 2 อันดับแรกทันที

 

ลองไปดูกันว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 10 การย้ายทีมที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก มีใครบ้าง 💰🔝⚽

 

 

อ้างอิง:

The post 10 การย้ายทีมที่แพงที่สุดตลอดกาล พรีเมียร์ลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอดู กัสปาร์ เตรียมลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาของอาร์เซนอล https://thestandard.co/edu-gasper-resigns-arsenal/ Mon, 04 Nov 2024 13:12:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1004282 เอดู กัสปาร์ ลาออก

วันนี้ (4 พฤศจิกายน) BBC Sport รายงานว่า เอดู กัสปาร์ ต […]

The post เอดู กัสปาร์ เตรียมลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาของอาร์เซนอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอดู กัสปาร์ ลาออก

วันนี้ (4 พฤศจิกายน) BBC Sport รายงานว่า เอดู กัสปาร์ ตัดสินใจเตรียมอำลาตำแหน่งผู้อำนวยการสโมสรอาร์เซนอล หลังทำงานมานานกว่า 5 ปี 

 

โดยในรายงานระบุว่า การเจรจาระหว่างเอดูกับผู้บริหารระดับสูงของอาร์เซนอลยังคงดำเนินต่อไป และถึงแม้ว่าเหตุผลในการลาออกของเอดูจะยังไม่ชัดเจนในขณะนี้ แต่ท้ายที่สุดเขายังคงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง โดยคาดว่าจะมีรายละเอียดและแถลงการณ์จากสโมสรออกมาภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า

 

สำหรับ เอดู กัสปาร์ ถือเป็นบุคลากรคนสำคัญของอาร์เซนอล เขามีส่วนช่วยทีมเจรจาและเซ็นสัญญากับนักเตะชื่อดัง เช่น ดีแคลน ไรซ์, มาร์ติน โอเดการ์ด, เยอร์เรียน ทิมเบอร์ และอีกหลายคน ให้เข้ามาเป็นขุมกำลังสำคัญในทีมของ มิเกล อาร์เตตา เพื่อไล่ล่าความสำเร็จกับทีมในปัจจุบัน

 

อ้างอิง:

 

The post เอดู กัสปาร์ เตรียมลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาของอาร์เซนอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีแคลน ไรซ์ เดินแบบให้แบรนด์ LABRUM ในงาน London Fashion Week https://thestandard.co/declan-rice-labrum-london-fashion-week/ Tue, 17 Sep 2024 03:07:07 +0000 https://thestandard.co/?p=984352 ดีแคลน ไรซ์

ดีแคลน ไรซ์ กองกลางของอาร์เซนอล ก้าวเข้าสู่รันเวย์บริเว […]

The post ดีแคลน ไรซ์ เดินแบบให้แบรนด์ LABRUM ในงาน London Fashion Week appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีแคลน ไรซ์

ดีแคลน ไรซ์ กองกลางของอาร์เซนอล ก้าวเข้าสู่รันเวย์บริเวณริมสนามเอมิเรตส์สเตเดียมด้วยชุดสูทสีกรมท่าประดับผ้าสีขาวในรองเท้า adidas Superstar สีดำ⁣⁣

 

แม้ไรซ์จะเป็นคนเดียวของอาร์เซนอลที่เดินแบบในครั้งนี้ แต่เขาคงไม่เหงา เนื่องจากมีเพื่อนร่วมทีมอย่าง ริคคาร์โด คาลาฟิออรี กับ ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี มานั่งดูแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ที่ที่นั่งแถวหน้าด้วย

⁣⁣

แบรนด์ LABRUM มีรากฐานเชื่อมโยงกับฟุตบอลเสมอมา และเมื่อต้นปีนี้พวกเขาเพิ่งจับมือกับ adidas ในการออกแบบชุดเยือนสีดำของทีมปืนใหญ่

 

ชุดดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจจากฐานแฟนบอลชาวแอฟริกันในต่างแดน โดยเฉพาะในลอนดอน⁣⁣ ซึ่งเสื้อชุดดังกล่าวได้ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ด้วย

 

ดีแคลน ไรซ์

 

อ้างอิง:

The post ดีแคลน ไรซ์ เดินแบบให้แบรนด์ LABRUM ในงาน London Fashion Week appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 กองกลางรุ่นใหม่ในทีมชาติอังกฤษ https://thestandard.co/3-midfielders-england-national-team/ Wed, 20 Mar 2024 05:58:39 +0000 https://thestandard.co/?p=913238

หลังการเรียก ค็อบบี ไมนู เข้าเสริมทัพทีมชาติอังกฤษอีกคน […]

The post 3 กองกลางรุ่นใหม่ในทีมชาติอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังการเรียก ค็อบบี ไมนู เข้าเสริมทัพทีมชาติอังกฤษอีกคนเมื่อคืนที่ผ่านมา นั่นหมายความว่าเราอาจจะได้เห็นกองกลางรุ่นใหม่ของทีมชาติอังกฤษที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้มาประสานงานร่วมกัน

 

โดย จูด เบลลิงแฮม จากเรอัล มาดริด ที่โชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอ และจะกลายมาเป็นหัวใจในเกมรุกของทีมชาติอังกฤษ โดยเขาจะได้ประสานงานกับ ดีแคลน ไรซ์ ห้องเครื่องจากอาร์เซนอลที่จะประคองรุ่นน้องทั้ง 2 คน

 

ขณะที่ตัวรับโอกาสอาจตกไปอยู่กับ ค็อบบี ไมนู เจ้าหนูวัย 18 ปีจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เล่นได้อย่างโดดเด่นกับปีศาจแดง

 

แล้วกองกลาง 3 คนนี้ดีพอที่จะพาอังกฤษเป็นแชมป์ยูโร 2024 ได้หรือไม่?

 

The post 3 กองกลางรุ่นใหม่ในทีมชาติอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองกลางคนสำคัญของปืนใหญ่และเรือใบ https://thestandard.co/important-midfielder-for-the-gunners-and-the-city/ Tue, 12 Mar 2024 09:40:22 +0000 https://thestandard.co/?p=910200

การขับเคี่ยวแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้เหลือม้าเพียงแค […]

The post กองกลางคนสำคัญของปืนใหญ่และเรือใบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

การขับเคี่ยวแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้เหลือม้าเพียงแค่ 3 ตัวในช่วง 10 นัดสุดท้าย นั่นคืออาร์เซนอล ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

โดยปืนใหญ่และเรือใบเป็นสองทีมที่มีอะไรคล้ายๆ กันไม่น้อย นั่นอาจเป็นเพราะ มิเกล อาร์เตตา เคยเป็นผู้ช่วยของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา มาก่อน และหนึ่งในสิ่งที่ทั้งสองทีมมีเหมือนๆ กันคือกองกลางตัวรับอันยอดเยี่ยม

 

สถิติของ ดีแคลน ไรซ์ กับ โรดรี ในฤดูกาลนี้แทบจะไม่ต่างกัน และทั้งคู่เป็นเหมือนหัวใจสำคัญในแดนกลางของทั้งสองทีมด้วย

 

แล้วคุณชอบใครในสองคนนี้มากกว่ากัน?

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post กองกลางคนสำคัญของปืนใหญ่และเรือใบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดโผ 10 แข้งค่าตัวแพงสุดในตลาดพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซัมเมอร์ 2023/24 (9 ส.ค. 2023) https://thestandard.co/most-expensive-transfers-premier-league-2023-24/ Wed, 09 Aug 2023 06:04:24 +0000 https://thestandard.co/?p=827332

ก่อนที่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2023/24 จะได้ฤกษ์เปิดฉากระเบ […]

The post เปิดโผ 10 แข้งค่าตัวแพงสุดในตลาดพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซัมเมอร์ 2023/24 (9 ส.ค. 2023) appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนที่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2023/24 จะได้ฤกษ์เปิดฉากระเบิดความสนุกอย่างเป็นทางการในช่วงสุดสัปดาห์นี้ 

 

THE STANDARD ขอพาแฟนบอลไปชมทำเนียบ 10 นักเตะค่าตัวแพงสุดในตลาดซื้อ-ขาย (เฉพาะพรีเมียร์ลีก อังกฤษ) ซัมเมอร์ 2023/24 ว่าแข้งดังคนไหนมีราคาค่าตัวอยู่ที่อันดับเท่าไรกัน

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

หมายเหตุ: ข้อมูลดังกล่าวอัปเดต ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2023 โดยค่าตัวดังกล่าวรวมค่าแอดออน หรือเงื่อนไขส่วนตัวที่อ้างอิงได้จากสื่อต่างประเทศหลายสำนัก

The post เปิดโผ 10 แข้งค่าตัวแพงสุดในตลาดพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซัมเมอร์ 2023/24 (9 ส.ค. 2023) appeared first on THE STANDARD.

]]>
มิเกล อาร์เตตา เปรียบ ดีแคลน ไรซ์ เป็นเหมือนกับประภาคารที่ส่องแสงสว่างให้กับทีม https://thestandard.co/arsenal-declan-rice-can-be-a-lighthouse/ Tue, 18 Jul 2023 04:01:45 +0000 https://thestandard.co/?p=818496 มิเกล อาร์เตตา

วันนี้ (18 กรกฎาคม) มิเกล อาร์เตตา ผู้จัดการทีมอาร์เซนอ […]

The post มิเกล อาร์เตตา เปรียบ ดีแคลน ไรซ์ เป็นเหมือนกับประภาคารที่ส่องแสงสว่างให้กับทีม appeared first on THE STANDARD.

]]>
มิเกล อาร์เตตา

วันนี้ (18 กรกฎาคม) มิเกล อาร์เตตา ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล กล่าวถึง ดีแคลน ไรซ์ กองกลางตัวรับคนใหม่ของทีมค่าตัว 105 ล้านปอนด์ ว่า เปรียบเสมือนประภาคารของทีม และเป็นผู้เล่นที่ทีมกำลังตามหา

 

โดยอาร์เตตากล่าวว่า “ผมมองเขาเหมือนประภาคาร เขาพร้อมที่จะส่องแสงให้กับผู้เล่นคนอื่น ช่วยให้เพื่อนร่วมทีมและทีมเก่งขึ้น

 

“เขามีออร่าที่พิเศษ ประสบการณ์ของเขาในลีกจะเพิ่มมิติให้ทีมมากขึ้น และเขาเป็นผู้เล่นที่มีสรีระรูปร่างแบบที่เราไม่ได้มีมานานแล้ว

 

“วิธีที่เขาพูดและแสดงความเป็นตัวเอง รวมถึงความทะเยอทะยานและความมุ่งมั่นในฟุตบอลเป็นสิ่งที่ทีมตามหามาตลอด

 

“ผมเชื่อว่าเราจะสามารถคว้าแชมป์ได้ แต่สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับการที่พวกเราต้องเล่นได้ดีและคว้าชัยชนะให้ได้ในทุกแมตช์”

 

สำหรับ ดีแคลน ไรซ์ ย้ายมาจากแวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา และเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมทัพครั้งใหญ่ในตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงฤดูร้อนของอาร์เซนอล เช่นเดียวกับ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ จากอาแจ็กซ์ ที่ค่าตัว 34 ล้านปอนด์ และ ไค ฮาเวิร์ตซ์ จากเชลซี ที่ค่าตัว 65 ล้านปอนด์

 

โดยอาร์เซนอลจะประเดิมเกมอุ่นเครื่องนัดแรกกับเอ็มแอลเอส ออลสตาร์ ที่มี เวย์น รูนีย์ เป็นผู้จัดการทีม ซึ่งจะแข่งขันในวันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม เวลา 07.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

อ้างอิง:

 

The post มิเกล อาร์เตตา เปรียบ ดีแคลน ไรซ์ เป็นเหมือนกับประภาคารที่ส่องแสงสว่างให้กับทีม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิ้นสุดการรอคอย! อาร์เซนอลเปิดตัว ‘ดีแคลน ไรซ์’ ค่าตัวแพงที่สุดในสโมสร 105 ล้านปอนด์ https://thestandard.co/arsenal-confirm-rice-signing/ Sat, 15 Jul 2023 12:58:32 +0000 https://thestandard.co/?p=817626

วันนี้ (15 กรกฎาคม) อาร์เซนอล ทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีก อั […]

The post สิ้นสุดการรอคอย! อาร์เซนอลเปิดตัว ‘ดีแคลน ไรซ์’ ค่าตัวแพงที่สุดในสโมสร 105 ล้านปอนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 กรกฎาคม) อาร์เซนอล ทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว ดีแคลน ไรซ์ กองกลางทีมชาติอังกฤษอนาคตไกลจากเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในราคา 100 ล้านปอนด์ (บวกเงื่อนไขทางสัญญา 5 ล้านปอนด์) ซึ่งถือเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเดอะกันเนอร์ส โดยดีแคลนจะสวมเสื้อหมายเลข 41 ให้ทัพเดอะกันเนอร์ส

 

มิเกล อาร์เตตา ผู้จัดการทีม กล่าวถึงการเสริม ดีแคลน ไรซ์ มาร่วมทีมว่า “เรามีความสุขจริงๆ ที่ดีแคลนมาร่วมงานกับเรา เขาเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถมหาศาล ซึ่งทำผลงานระดับสูงในพรีเมียร์ลีกและอังกฤษมาหลายฤดูกาลแล้ว ดีแคลนกำลังนำคุณภาพที่ยอดเยี่ยมมาสู่สโมสร เพราะเขาเป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์พิเศษ

 

“ดีแคลนมีประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีกด้วยวัยเพียง 24 ปี เขาเป็นกัปตันทีมเวสต์แฮมที่ดีมาก และอย่างที่เราทุกคนเห็น เขาเพิ่งชูถ้วยรางวัลยุโรป ความรับผิดชอบและบทบาทที่เขาได้รับนั้นน่าประทับใจมาก และเราตื่นเต้นมากที่เขามาร่วมงานกับเรา”

 

สำหรับ ดีแคลน ไรซ์ เดิมทีเป็นนักเตะในอะคาเดมีของเชลซี ก่อนจะย้ายไปอยู่กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2013 และติดทีมชุดใหญ่ของทัพขุนค้อนในปี 2017 โดยได้โอกาสลงสนามทั้งสิ้น 245 นัด และมีส่วนพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่ายูโรป้าคอนเฟอเรนซ์ลีกในฤดูกาลล่าสุดมาอีก 1 สมัย

 

อ้างอิง:

The post สิ้นสุดการรอคอย! อาร์เซนอลเปิดตัว ‘ดีแคลน ไรซ์’ ค่าตัวแพงที่สุดในสโมสร 105 ล้านปอนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไรซ์+ทิมเบอร์+ฮาเวิร์ตซ์ = อาร์เซนอลขอท้าชนแชมป์อีกครั้ง! https://thestandard.co/arsenal-challenges-the-championship-again/ Thu, 06 Jul 2023 14:18:20 +0000 https://thestandard.co/?p=813417 rice timber havertz

ระหว่างที่ตลาดนักเตะเริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในที […]

The post ไรซ์+ทิมเบอร์+ฮาเวิร์ตซ์ = อาร์เซนอลขอท้าชนแชมป์อีกครั้ง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
rice timber havertz

ระหว่างที่ตลาดนักเตะเริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในทีมที่ทำการเสริมทัพได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น ‘ปืนใหญ่’ อาร์เซนอล

 

ต่อจากการเปิดตัวของ ไค ฮาเวิร์ตซ์ มาจากเชลซีด้วยค่าตัว 65 ล้านปอนด์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชาว Gooners ได้เฮกันต่อเนื่อง เมื่ออาร์เซนอลสามารถจัดการตกลงกับเวสต์แฮมในการคว้าตัว ดีแคลน ไรซ์ มิดฟิลด์เสาหลักทีมชาติอังกฤษมาในราคา 105 ล้านปอนด์ ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการทุบสถิติของสโมสรแล้วยังเป็นสถิติการย้ายทีมสูงสุดของนักเตะอังกฤษในพรีเมียร์ลีก

 

และล่าสุดไม่น่ามีอะไรผิดพลาดพวกเขากำลังจะได้ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ปราการหลังดาวรุ่งอนาคตไกลจากอาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัมอีกรายในราคา 40 ล้านปอนด์

 

เบ็ดเสร็จอาร์เซนอลจะทุ่มเงินมากกว่า 200 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

 

การทุ่มมากขนาดนี้มีความหมายเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจากพวกเขาต้องการที่จะท้าชนกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้อีกครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ 2023/24!

 

ย้อนกลับไปในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว ต้องบอกว่าอาร์เซนอลภายใต้การนำของ มิเกล อาร์เตตา สามารถสร้างผลงานได้เกินกว่าความคาดหมายอย่างมาก

 

เพราะเดิมทีเป้าหมายหลักอยู่ที่การช่วงชิงพื้นที่ท็อปโฟร์ให้ได้เท่านั้น หลังจากที่พลาดท่าถูกท็อตแนม ฮอตสเปอร์ คู่ปรับร่วมเมืองแซงหน้าไปอย่างเจ็บปวดในช่วงท้ายฤดูกาล ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาเรื่องความไม่นิ่งของทีมในช่วงโค้งสุดท้าย ทำให้ต้องเจ็บปวดในที่สุด

 

แต่ปรากฏว่าในฤดูกาลที่แล้วอาร์เซนอลเริ่มต้นได้อย่างสวยงาม และไต่ระดับของทีมขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว สามารถเอาชนะคำสบประมาทของผู้รู้และแฟนบอลทีมอื่นมากมายว่าประเดี๋ยวพวกเขาก็จะแผ่วและอ่อนแรงกันไปเอง

 

ทีมของอาร์เตตาค่อยๆ ผ่านการทดสอบในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สร้างความน่าประทับใจได้ในหลายนัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงให้เห็นถึงธาตุทรหดเอาชนะเกมยากๆ ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ และพยายามอาศัยจังหวะช่วงชุลมุนที่แมนฯ ซิตี้ รวมถึงคู่แข่งทีมอื่นอยู่ในช่วงขาลงสับหนีออกไปให้ไกลที่สุด

 

ในช่วงเวลาดีที่สุดอาร์เซนอลเคยนำหน้าซิตี้ถึง 8 แต้ม แม้จะลงแข่งมากกว่า 1 นัด

 

 

และพวกเขารักษาตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกเอาไว้ได้ถึง 248 วัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดที่เคยมีนับตั้งแต่มีการก่อตั้งลีกสูงสุดใหม่ของอังกฤษเมื่อปี 1992

 

อย่างไรก็ดี ปัญหาของอาร์เซนอลนอกจากเรื่องของประสบการณ์ที่ยังเป็นรองแมนฯ ซิตี้ ภายใต้การนำของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา หลายเท่า ยังมีเรื่องของขุมกำลังที่อ่อนด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

 

แม้ว่าในช่วงกลางฤดูกาลพวกเขาจะประคับประคองตัวเองจากการขาด กาเบรียล เชซุส ศูนย์หน้าชาวบราซิลที่เป็นหนึ่งในการเสริมทัพที่สำคัญอย่างยิ่งในช่วงปิดฤดูกาลที่แล้วร่วมกับ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก ที่ย้ายมาจากแมนฯ ซิตี้ด้วยกันได้ แต่ขุมกำลังในทีมที่อาร์เตตาแทบไม่ได้หมุนเวียนผู้เล่นมากนักก็ไม่สามารถประคองตัวเข้าเส้นชัยได้ไหว

           

โดยเฉพาะหลังการบาดเจ็บของ วิลเลียม ซาลิบา ดาวเด่นในแนวรับของทีมที่มีความสำคัญอย่างมากเกินกว่าที่ใครในทีมจะทดแทนได้ ความพยายามทุกอย่างที่ทำมาก็แตกสลาย และทำให้สุดท้ายพลาดท่าถูกซิตี้แซงหน้าคว้าแชมป์ไปครอง

 

แต่แทนที่อาร์เซนอลจะท้อแท้ พวกเขาดูเหมือนจะต้องการที่จะกลับมาท้าชิงแชมป์อีกครั้ง เพราะตอนนี้มั่นใจแล้วว่าทุกอย่างที่พยายามปูรากฐานมา ซึ่งต้องย้อนไปตั้งแต่การซื้อผู้เล่นอย่าง โธมัส ปาร์เตย์, เบน ไวท์, ​อารอน แรมส์เดล, มาร์ติน โอเดการ์ด มาจนถึงตัวอะไหล่อย่าง จอร์จินโญ และ เลอันโดร ทรอสซาร์ด เป็นการเดินในเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว

 

สิ่งที่ต้องทำต่อคือการพยายามยกระดับทีมขึ้นมาอีกขั้น ซึ่งถึงจุดนี้นักเตะที่จะเข้ามาเสริมทีมต้องดีกว่านักเตะที่มีอยู่เดิมเท่านั้น

 

และนั่นทำให้อาร์เซนอลมีแผนการที่ค่อนข้างชัดเจนสำหรับช่วงปิดฤดูกาลนี้ โดยพวกเขาต้องการนักเตะเข้ามาเสริมทัพอย่างน้อยจุดละ 1 คน ในตำแหน่งกองหลัง กองกลาง และกองหน้า

 

 

โดยคนแรกที่ถูกดึงตัวเข้ามาอย่างน่าเซอร์ไพรส์เล็กน้อยคือ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ศูนย์หน้าทีมชาติเยอรมนี ที่ทุ่มเงินกว่า 65 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อตัวมาจากเชลซี ที่มีความจำเป็นต้องโละนักเตะออกจากทีมเพราะกำลังจะประสบปัญหาติดขัดเรื่องกฎการเงิน Financial Fair Play

 

ฮาเวิร์ตซ์อาจจะไม่ได้ทำผลงานได้สมกับความคาดหวังนักหลังย้ายมาจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ด้วยการแปะป้าย ‘เด็กเทพ’ คนหนึ่งของวงการ และยังมีความสับสนว่าตกลงแล้วตำแหน่งที่ดีที่สุดของกองหน้าวัย 24 ปีรายนี้อยู่ตรงไหนกันแน่

 

แต่ความไม่ชัดเจนตรงนี้เองที่เป็นสิ่งที่อาร์เตตาชื่นชอบ เพราะนั่นหมายถึงฮาเวิร์ตซ์สามารถที่จะลงเล่นได้หลายตำแหน่ง ตั้งแต่กองหน้าตัวเป้า กองหน้าตัวริมเส้น ไปจนถึงกองหน้าตัวต่ำหรือกองกลางตัวรุกที่สนับสนุนกองหน้าอีกที

 

จุดเด่นของเขานอกจากรูปร่างสูงใหญ่ ขายาว มีทักษะการเล่นที่ดีมาก ยังเป็นนักเตะที่เคลื่อนตัวได้ดี หาตำแหน่งที่ว่างเก่ง สามารถสอดขึ้นมาหาโอกาสทำประตูได้ดีมาก และยังเป็นนักเตะที่มีไหวพริบดีด้วย ซึ่งน่าจะช่วยทำให้แนวรุกของอาร์เซนอลมีความอันตรายหรือมีทางเลือกที่ดีขึ้นไปจากฤดูกาลที่แล้ว

 

 

ขณะที่ ดีแคลน ไรซ์ ใครก็รู้ว่าอาร์เตตาต้องการได้มิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดของอังกฤษในเวลานี้มายืนเป็นเสาหลักให้กับทีม

 

ที่ผ่านมาอาร์เตตาค่อนข้างพอใจกับการใช้งาน โธมัส ปาร์เตย์ แต่ปัญหาคือในระยะหลังฟอร์มการเล่นของอดีตมิดฟิลด์จอมแกร่งแอตเลติโก มาดริดเริ่มดรอปลง และมีส่วนไม่น้อยในผลงานที่ตกต่ำช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

 

ทีนี้ลองหลับตาแล้วจินตนาการว่าหากเปลี่ยนจากปาร์เตย์เป็นไรซ์ ซึ่งเป็นนักเตะ ‘หมายเลข 6’ ที่แข็งแกร่งและครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งที่สามารถแบกเวสต์แฮมได้ทั้งทีม (และแทบไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บด้วย) อาร์เซนอลจะแกร่งขึ้นแค่ไหน?

 

อย่างไรก็ดี หากปาร์เตย์ที่มีข่าวว่าอาจจะย้ายออกยังไม่ได้ย้ายไปไหน ก็มีโอกาสที่ไรซ์จะปรับเปลี่ยนบทบาทจากหมายเลข 6 เป็น ‘หมายเลข 8’ เพื่อแทนที่ของ กรานิต ชากา มิดฟิลด์จอมบู๊ที่ใกล้จะย้ายไปเลเวอร์คูเซน (ไรซ์จะยังไม่เปิดตัวจนกว่าชากาจะได้ย้ายออกไป)

 

โดยมีการวิเคราะห์ว่าในช่วงหลังไรซ์เองก็เริ่มที่จะทดลองในการขยับเติมเกมขึ้นมาช่วยเกมรุกของทั้งเวสต์แฮมและทีมชาติอังกฤษมากขึ้น และด้วยพละกำลังมหาศาลในตัวที่วิ่งขึ้นวิ่งลงได้ทั้งเกมไม่มีหมด ก็เป็นไปได้เหมือนกันที่อาร์เตตาจะมองเขาในฐานะ ‘Engine’ ของทีมมากกว่าเป็นแค่ตัวคุมเกม

 

 

ส่วนทิมเบอร์นั้นสามารถเล่นได้ทั้งกองหลังตัวกลางและแบ็กขวา ซึ่งจะเติมเต็มแนวรับของทีมได้เป็นอย่างดีในฐานะตัวสอดแทรกของทั้งซาลิบาหรือไวท์ ซึ่งยังเป็นจุดที่ถูกมองว่าเป็นจุดบอดอยู่โดยเฉพาะหากสองคนนี้เจ็บขึ้นมา

 

เรียกได้ว่า 3 คนนี้จะทำให้อาร์เซนอลแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเลยทีเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าไม่ได้เป็นนักเตะในแบบที่มีความจำเพาะเจาะจงว่าจะต้องเล่นในตำแหน่งเดียว แต่ทุกคนสามารถที่จะสลับบทบาทได้ ซึ่งก็เป็นเทรนด์ของนักฟุตบอลสมัยใหม่

 

ตลาดนักฟุตบอลในยุคนี้เรื่องของตำแหน่งหรือบทบาทถูกมองว่ากำลังเริ่มมีความสำคัญน้อยกว่าเรื่องของคุณสมบัติ (Attribute) นักเตะต้องพร้อมและดีพอที่จะถูกโยกหรือสลับตำแหน่งเพื่อเอาตัวรอดในแท็กติกการเล่นที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้นกว่าในอดีต และมีรายละเอียดเยอะขึ้นกว่าเดิมมาก

 

ที่ต้องชื่นชมคือฝ่ายบริหารของสโมสร โดยเฉพาะ เอดู ผู้อำนวยการสโมสรที่นับว่าเป็นผู้เข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงให้อาร์เซนอลกลับมาเป็นทีมฟุตบอลที่ดีอีกครั้ง และแน่นอนว่าต้องยกเครดิตให้เจ้าของสโมสรอย่าง สแตน โครเอนเก ที่แม้จะเคยถูกมองว่าเป็นศัตรูของแฟนๆ แต่ในช่วง 2-3 ปีหลังได้ให้การสนับสนุนอาร์เตตาอย่างเต็มที่ในการสร้างทีมเพื่อความสำเร็จ

 

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอาร์เตตาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าทีมกำลังเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จจริงๆ (และภาพลักษณ์ที่ดีของทีมทำให้อาร์เซนอลสามารถขายนักเตะได้ราคาดีขึ้นด้วย โดยคาดว่าอาจจะขายนักเตะทำทุนได้มากถึง 200 ล้านปอนด์ แทบจะแทนเงินที่ซื้อฮาเวิร์ตซ์, ไรซ์ และทิมเบอร์ได้เลย!)

           

ที่เหลือก็เป็นงานของอาร์เตตาและลูกทีมแล้ว

 

20 ปีนับจากแชมป์ไร้พ่าย ‘The Invincible’ นี่คือฤดูกาลที่อาร์เซนอลดูดีและพร้อมที่สุดแล้ว

 

อ้างอิง:

The post ไรซ์+ทิมเบอร์+ฮาเวิร์ตซ์ = อาร์เซนอลขอท้าชนแชมป์อีกครั้ง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาร์เซนอลทุ่ม 105 ล้านปอนด์ หวังเร่งปิดดีล ดีแคลน ไรซ์ ด้านแมนฯ ซิตี้ ถอนตัวแล้ว https://thestandard.co/arsenal-rush-to-close-deal-for-declan-rice/ Wed, 28 Jun 2023 11:12:14 +0000 https://thestandard.co/?p=808869 Declan Rice

วันนี้ (28 มิถุนายน) เป็นอีกวันที่ข่าวเกี่ยวกับตลาดซื้อ […]

The post อาร์เซนอลทุ่ม 105 ล้านปอนด์ หวังเร่งปิดดีล ดีแคลน ไรซ์ ด้านแมนฯ ซิตี้ ถอนตัวแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Declan Rice

วันนี้ (28 มิถุนายน) เป็นอีกวันที่ข่าวเกี่ยวกับตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ 2023/24 ยังมีประเด็นใหญ่ให้ติดตามกัน โดยหนึ่งในนั้นคือดีลของ ดีแคลน ไรซ์ ซึ่ง BBC Sport รายงานว่า อาร์เซนอล ทีมรองแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด ตัดสินใจยื่นข้อเสนอที่ 3 กับเม็ดเงินจำนวน 105 ล้านปอนด์ ให้กับบอร์ดบริหารของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้พิจารณาแล้ว

 

หลังจากก่อนหน้านี้ข้อเสนอทั้งสองครั้งของอาร์เซนอล รวมถึง 1 ครั้งจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกปัดตกทั้งหมด เนื่องจากเป็นที่เข้าใจว่าทัพขุนค้อนต้องการค่าตัวสำหรับแข้งหนุ่มวัย 24 ปีไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์

 

ขณะที่ ฟาบริซิโอ โรมาโน เหยี่ยวข่าวคนดัง ให้น้ำหนักเพิ่มเติมว่า ทัพเดอะ กันเนอร์ส เข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงปิดดีล ดีแคลน ไรซ์ มาร่วมทัพหลังการยื่นข้อเสนอที่ 3 กับจำนวน 105 ล้านปอนด์ อีกทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยร่วมวงยื่นข้อเสนอแข่งกับทัพปืนใหญ่ก่อนหน้านี้ ได้ตัดสินใจถอนตัวจากดีลนี้แล้ว 

 

เพียงแต่ขั้นตอนปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการเจรจากันของบอร์ดบริหารอาร์เซนอลกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เกี่ยวกับโครงสร้างข้อตกลงทางสัญญาและเงื่อนไขรายละเอียดการชําระเงิน

 

ทั้งนี้ หากดีลระหว่าง ดีแคลน ไรซ์ กับอาร์เซนอล เกิดขึ้นจริง จะทำให้กองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้กลายเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรอาร์เซนอล โดยสถิติค่าตัวแพงที่สุดเดิมเป็นของ นิโคลัส เปเป ย้ายจากลีลล์ด้วยค่าตัว 72 ล้านปอนด์

 


บทความที่เกี่ยวข้อง: 


 

อ้างอิง:

The post อาร์เซนอลทุ่ม 105 ล้านปอนด์ หวังเร่งปิดดีล ดีแคลน ไรซ์ ด้านแมนฯ ซิตี้ ถอนตัวแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมนฯ ซิตี้ยื่นแล้ว! แต่ทำไม ดีแคลน ไรซ์ ถึงน่าจะไปอาร์เซนอลมากกว่า? https://thestandard.co/declan-rice-manchester-city-submit-90m-bid/ Tue, 27 Jun 2023 05:49:25 +0000 https://thestandard.co/?p=808196 Declan Rice

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยื่นข้อเสนอ 90 ล้านปอนด์ให้กับเวสต์แฮ […]

The post แมนฯ ซิตี้ยื่นแล้ว! แต่ทำไม ดีแคลน ไรซ์ ถึงน่าจะไปอาร์เซนอลมากกว่า? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Declan Rice

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยื่นข้อเสนอ 90 ล้านปอนด์ให้กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เพื่อขอซื้อ ดีแคลน ไรซ์!

 

เรื่องนี้ถือเป็นข่าวใหญ่และเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในแวดวงฟุตบอลอังกฤษเมื่อคืนที่ผ่านมา และเป็นสัญญาณการเปิดศึกชิงนาง (ไรซ์) อย่างเป็นทางการระหว่างแมนฯ ซิตี้กับอาร์เซนอล หลังจากที่มีกระแสข่าวมาหลายวัน

 

เพียงแต่ในการวิเคราะห์ทางลึกแล้ว บรรดาผู้รู้ในแวดวงลูกหนังจำนวนมากยังคงเชื่อว่า ทีมที่จะเป็นฝ่ายได้ไรซ์ไปร่วมทีมน่าจะเป็นอาร์เซนอล ซึ่งแสดงออกชัดเจนว่าแอบชอบ มิดฟิลด์ กัปตันทีมเวสต์แฮม มายาวนาน

 

อะไรจะเป็นเหตุผลที่ดีพอสำหรับไรซ์ ที่จะเลือก มิเกล อาร์เตตา มากกว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา?

 

กรณีการย้ายทีมของ ดีแคลน ไรซ์ เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ความลับอะไร เพราะกระแสข่าวนั้นชัดเจนมาตลอดว่า ไม่ว่าผลงานกับเวสต์แฮมในฤดูกาลที่ผ่านมา (2022/23) จะเป็นอย่างไรก็ตาม นี่จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของกัปตันทีม The Hammers

           

ไรซ์ถือเป็นสายเลือดและความภาคภูมิใจของสโมสร แม้ว่าสโมสรแรกที่เขาอยู่และอยู่มานานตั้งแต่เด็กคือเชลซีก็เถอะ (ปี 2006-2014) แต่ในช่วงโค้งสุดท้ายของวัยรุ่น ก่อนจะเข้าสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพเต็มตัว เด็กหนุ่มจากย่าน Kingston upon Thames ก็เดินทางไปอำเภอเพื่อแจ้งเกิดในฐานะนักเตะของเวสต์แฮม

 

สิ่งที่ดีสำหรับทั้งตัวเขาและสโมสรคือ การที่ทีมสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่ายูโรปาคอนเฟอเรนซ์ลีกได้สำเร็จ ซึ่งเป็นแชมป์ฟุตบอลยุโรปรายการแรกของสโมสรนับตั้งแต่ปี 1965 ในยุคของ บ็อบบี มัวร์ อดีตกัปตันผู้ยิ่งใหญ่ของเวสต์แฮมและทีมชาติอังกฤษ นั่นทำให้การปิดฉากเส้นทางของเขากับทีมขุนค้อนเป็นไปอย่างสวยงาม และลาจากแฟนบอลด้วยดี

 

 

ที่เหลือก็คือไรซ์จะได้ย้ายไปอยู่ทีมใดเท่านั้น?

           

เรื่องที่น่าแปลกใจคือ มีสโมสรระดับชั้นนำไม่กี่แห่งที่ให้ความสนใจในตัวเขา ซึ่งเดิมมีทั้งหมด 3 ทีมด้วยกัน

           

ทีมแรกคือ อาร์เซนอล ซึ่งแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพวกเขาต้องการไรซ์มาร่วมทีมให้ได้ในช่วงปิดฤดูกาลนี้

 

ทีมต่อมาคือ บาเยิร์น มิวนิก แชมป์บุนเดสลีกา ที่ต้องการผ่าตัดทีมอย่างเร่งด่วน โดยที่โค้ชคนปัจจุบันอย่าง โธมัส ทูเคิล ก็เป็นที่รู้จักกันดีกับไรซ์ และมีโอกาสได้เล่นร่วมกับโค้ชที่เคยพิชิตยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกมาแล้ว อีกทั้งยังมีโอกาสประสบความสำเร็จมหาศาลในเยอรมนี ก็คือสิ่งที่สโมสรดังจากแคว้นบาวาเรียเสนอให้

           

และทีมสุดท้ายคือ แมนฯ ซิตี้ ‘Treble Champ’ ในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งต้องการหาตัวแทนของ อิลคาย กุนโดกัน กัปตันทีมที่อำลาไปอยู่กับบาร์เซโลนา

           

แต่ในเวลาไม่นานบาเยิร์นก็มีข่าวว่าถอนตัว เพราะไม่สามารถสู้ค่าตัวที่ทางเวสต์แฮมต้องการได้ อีกทั้งนักเตะเองก็ต้องการที่จะอยู่ในพรีเมียร์ลีกต่อไปมากกว่า

           

โดยระหว่างนั้น ทีมที่แสดงออกชัดเจนว่าต้องการตัวจริงๆ คืออาร์เซนอล และได้ยื่นข้อเสนอมาแล้ว 2 ครั้งด้วยกัน แต่ข้อเสนอถูกปฏิเสธทั้ง 2 ครั้ง

           

ก่อนที่ล่าสุดแมนฯ ซิตี้ ซึ่งถูกมองว่าไม่ได้ให้ความสนใจจริงจัง แต่ถูกนำชื่อมาใช้อ้างเพื่อ ‘ปั่นราคา’ ของไรซ์ให้อาร์เซนอลจ่ายสูงขึ้น จะยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการครั้งแรก ตามการเปิดเผยของสำนักข่าวที่น่าเชื่อถืออย่าง The Times, Telegraph และ The Athletic

           

ข้อเสนอของแมนฯ ซิตี้ที่ยื่นเมื่อคืนนี้อยู่ที่ 90 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากับข้อเสนอจากอาร์เซนอลที่ยื่นเป็นครั้งที่ 2 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

           

แต่ข้อเสนอก็มีความแตกต่างกัน และเรื่องนี้ก็มีนัยสำคัญ

      

  • ข้อเสนอจากอาร์เซนอลอยู่ที่เงินก้อนแรก 75 ล้านปอนด์ กับการจ่ายเพิ่มตามเงื่อนไข (Add-Ons) อีก 15 ล้านปอนด์ ซึ่งเวสต์แฮมปฏิเสธไปเป็นที่เรียบร้อย
  • ข้อเสนอจากแมนฯ ซิตี้ จะจ่ายก้อนแรก 80 ล้านปอนด์ กับการจ่ายเพิ่มตามเงื่อนไข ซึ่งจะอิงจากผลงานในสนามของไรซ์อีก 10 ล้านปอนด์

 

จะเห็นได้ว่าความแตกต่างในรายละเอียดมีไม่มากนัก แต่ตามทิศทางข่าวแล้วข้อเสนอจากแมนฯ ซิตี้ ดีต่อใจกับฝ่ายเวสต์แฮมมากกว่า ในเรื่องของโครงสร้างของข้อตกลง โดยเชื่อว่าตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับตัวเลขที่เวสต์แฮมคาดหวังคือ การได้เงินก้อนแรก 85 ล้านปอนด์เป็นหลัก ส่วนตัวเลขการจ่ายเพิ่มตามเงื่อนไขนั้นไม่ใช่สาระสำคัญของการเจรจา

 

ตอนนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากฝ่ายเวสต์แฮมว่าตอบรับหรือปฏิเสธแมนฯ ซิตี้ แต่เชื่อว่าจะปฏิเสธเพื่อทำให้เกิดสงครามราคากันขึ้น และมีการคาดหมายว่าอาร์เซนอลจะยื่นข้อเสนออีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ อย่างน้อยหลังการเปิดตัว ไค ฮาเวิร์ตซ์ ว่าที่กองหน้าคนใหม่จากเชลซี ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ (อาจจะเป็นวันนี้เลยก็ได้)

 

 

อย่างไรก็ดี ในแวดวงยังเชื่อว่าอาร์เซนอลจะเป็นทีมที่ได้ตัวไรซ์ไปร่วมทีมมากกว่า เพราะในช่วงที่ผ่านมาเชื่อว่ามีการพูดคุยกันระหว่างเจ้าตัวกับฝ่ายของ มิเกล อาร์เตตา นายใหญ่ และเอดู ผู้อำนวยการสโมสรของอาร์เซนอล เป็นที่เรียบร้อย

 

พูดง่ายๆ คืออาร์เซนอล ‘ปิดการขาย’ กับไรซ์เรียบร้อย และเจ้าตัวยินดีที่จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่จะเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จ หลังจากที่ Gunners พัฒนาอย่างรวดเร็วจนเกือบได้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่แล้ว

 

โดยจุดที่อาร์เซนอลใช้เพื่อปิดการขายนั้น Telegraph ได้วิเคราะห์เอาไว้ ดังนี้

 

  1. ไรซ์จะเป็นศูนย์กลางของทีม จะได้รับการการันตีโอกาสในการลงสนามต่อเนื่องทุกสัปดาห์ถ้าไม่บาดเจ็บ (และเขาก็แทบไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา) รวมถึงเป็นหนึ่งใน ‘ผู้นำ’ ของทีมทันที

 

  1. โอกาสในการได้เล่นแชมเปียนส์ลีก รายการที่นักฟุตบอลทุกคนฝันใฝ่

 

  1. อาร์เซนอลคือทีมคนหนุ่มที่จะเติบโตไปด้วยกัน ทั้ง บูกาโย ซากา, มาร์ติน โอเดการ์ด, กาเบรียล มาร์ติเนลลี, กาเบรียล เชซุส และ วิลเลียม ซาลิบา หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ทีมชุดนี้พร้อมจะผงาดครองวงการไปอีกนาน

 

ขณะที่ THE STANDARD ขอวิเคราะห์เพิ่มเติมเอง (เอาหน่อย!) ว่ายังมีเรื่องความท้าทายของการเป็นผู้ท้าชิงมันเร้าใจกว่า อีกทั้งอาร์เตตาคาดว่าจะอยู่กับอาร์เซนอลไปอีกนานหลายปี

 

และอีกปัจจัยสำคัญมากคือ ไรซ์และครอบครัวจะไม่ต้องย้ายถิ่นฐานด้วย เขาจะได้อยู่ในลอนดอนต่อไปเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่ต้องปรับตัวกับชีวิตใหม่

 

เหตุผลเหล่านี้ถือว่าดีพอที่จะทำให้ไรซ์เลือกอาร์เซนอล ซึ่งดูเหมือนเขาจะเลือกมานานแล้ว จนทำให้ไม่มีข่าวว่าหวั่นไหวกับแมนฯ ซิตี้เลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่หากเป็นนักเตะคนอื่น การได้ไปอยู่ทีมใหญ่ที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงและต่อเนื่อง รวมถึงการได้เล่นให้กับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ถือเป็นโอกาสดีในชีวิตที่หลายคนไม่ปล่อยให้หลุดมือ

 

มีเหตุผลเดียวที่จะทำให้เขาไม่เลือกอาร์เซนอล ก็คือการที่อาร์เซนอลตกลงค่าตัวกับเวสต์แฮมไม่ได้ ซึ่งแบบนั้นก็เหมือนเจ้าตัวไม่มีสิทธิ์เลือก และจะเป็นโอกาสของแมนฯ ซิตี้ที่จะเดินหน้าอย่างจริงจัง ซึ่งมองว่าเป๊ปต้องการไรซ์เพื่อมาเป็นตัวแทนของ อิลคาย กุนโดกัน ในระยะยาว แม้ว่าจะได้ มาเตโอ โควาซิช มาจากเชลซีแล้วคนหนึ่งก็ตาม

 

ทุกอย่างยังอยู่ในเกมของอาร์เซนอล อยู่ที่ฝ่ายบริหารของสโมสรจะสนับสนุนดีลนี้แค่ไหน ซึ่งจากทิศทางที่ผ่านมา แม้ ‘แท็กติก’ ในการยื่นข้อเสนอต่ำๆ เพื่อลองใจก่อน จะดูเข้าใจได้ยาก แต่เชื่อว่าตอนนี้ทุกคนในสโมสรพร้อมจะเดินหน้าเต็มกำลัง เพราะเชื่อว่ามีโอกาสที่ทีมจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

 

และไรซ์จะเป็น ‘กุญแจสำคัญ’ ของทีมในภารกิจนี้

 

อ้างอิง:

The post แมนฯ ซิตี้ยื่นแล้ว! แต่ทำไม ดีแคลน ไรซ์ ถึงน่าจะไปอาร์เซนอลมากกว่า? appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนุกแน่นอน! สื่อนอกโหมข่าว แมนฯ ซิตี้เตรียมร่วมวงซื้อ ดีแคลน ไรซ์ หลังข้อเสนอที่ 2 ของอาร์เซนอลถูกปัดตก https://thestandard.co/city-expected-to-bid-declan-rice/ Thu, 22 Jun 2023 12:10:05 +0000 https://thestandard.co/?p=806892

วันนี้ (22 มิถุนายน) สื่ออย่าง BBC Sport รวมถึง ฟาบริซิ […]

The post สนุกแน่นอน! สื่อนอกโหมข่าว แมนฯ ซิตี้เตรียมร่วมวงซื้อ ดีแคลน ไรซ์ หลังข้อเสนอที่ 2 ของอาร์เซนอลถูกปัดตก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 มิถุนายน) สื่ออย่าง BBC Sport รวมถึง ฟาบริซิโอ โรมาโน นักข่าวด้านตลาดซื้อขายนักเตะ รายงานข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของเทรเบิลแชมป์ฤดูกาลล่าสุด เตรียมเข้าร่วมวงขอเจรจาซื้อตัว ดีแคลน ไรซ์ กัปตันทีมวัย 24 ปี ของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งคาดว่าจะมีการเสนอราคาเร็วๆ นี้

 

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ฟาบริซิโอ โรมาโน รายงานว่า ทางอาร์เซนอลหนึ่งในทีมที่มีข่าวให้ความสนใจในตัวกองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้มาตลอด เพิ่งทำการยื่นข้อเสนอที่ 2 ราวๆ 75 ล้านปอนด์ ก่อนถูกเวสต์แฮมปฏิเสธในทันที เพราะเป็นที่เข้าใจว่าบอร์ดของทัพขุนค้อนต้องการค่าตัวสำหรับกัปตันทีมรายนี้ที่ 100 ล้านปอนด์

 

ทั้งนี้ ตลาดซื้อขายรอบนี้ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ยังเต็มไปด้วยข่าวเชื่อมโยงกับนักเตะตำแหน่งกองกลาง โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจ่อปิดดีล มาเตโอ โควาซิช จากเชลซี ในราคา 25 ล้านปอนด์ (โบนัส 5 ล้านปอนด์) 

 

ขณะที่ อิลคาย กุนโดกัน ก็เตรียมกับของออกจากเอติฮัด สเตเดียม ไปหาความท้าทายใหม่กับบาร์เซโลนา หลังนักเตะใกล้หมดสัญญากับทีมในสิ้นเดือนนี้

 

อ้างอิง:

The post สนุกแน่นอน! สื่อนอกโหมข่าว แมนฯ ซิตี้เตรียมร่วมวงซื้อ ดีแคลน ไรซ์ หลังข้อเสนอที่ 2 ของอาร์เซนอลถูกปัดตก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวต่อไปของ ดีแคลน ไรซ์…จะเป็นอาร์เซนอล, บาเยิร์น มิวนิก หรือแมนฯ ยูไนเต็ด? https://thestandard.co/declan-rice-next-step/ Thu, 08 Jun 2023 12:33:07 +0000 https://thestandard.co/?p=800950 Declan Rice

ภาพบรรยากาศช่วงเวลาหลังจากที่ ‘The Hammers’ เฉือนเอาชนะ […]

The post ก้าวต่อไปของ ดีแคลน ไรซ์…จะเป็นอาร์เซนอล, บาเยิร์น มิวนิก หรือแมนฯ ยูไนเต็ด? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Declan Rice

ภาพบรรยากาศช่วงเวลาหลังจากที่ ‘The Hammers’ เฉือนเอาชนะฟิออเรนตินา คู่แข่งในนัดชิงชนะเลิศที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ก่อนคว้าแชมป์ยูฟ่ายูโรปาคอนเฟอเรนซ์ลีก แค่ได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นแฟนเวสต์แฮมหรือไม่ ใครก็สามารถมีความสุขไปด้วยได้

           

โดยเฉพาะกับ ดีแคลน ไรซ์ ยอดมิดฟิลด์ผู้เป็นกัปตันและเสาหลักของทีม ซึ่งกลายเป็นกัปตันทีมเวสต์แฮมคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่ได้ขึ้นรับถ้วยรางวัลสโมสรยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 43 ปี (คนสุดท้ายคือ บ็อบบี มัวร์ ผู้ยิ่งใหญ่ของชาวอังกฤษ)

           

มิดฟิลด์วัย 24 ปีนอกจากจะแสดงออกถึงความสุขที่สุด เขายังแสดงออกถึงความรักและคำขอบคุณที่มีต่อแฟนบอลที่ให้กำลังใจมาโดยตลอด และยังได้แบ่งปันช่วงเวลาดีๆ กับ มาร์ค โนเบิล รุ่นพี่ที่ไม่ใช่แค่มอบตำแหน่งปลอกแขนกัปตันทีมให้ แต่ยังถ่ายทอดความเป็นผู้นำที่ดีให้เขาด้วยการมอบถ้วยแชมป์ให้ชูฉลองร่วมกับแฟนๆ

           

เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าจะดีที่สุดในชีวิตของไรซ์จริงๆ แต่มันก็นำไปสู่คำถามสำคัญที่ทุกคนอยากรู้

           

อนาคตของเขาจะไปในทิศทางไหน? โดยเฉพาะหลังจากที่ เดวิด​ ซัลลิแวน ผู้เป็นประธานสโมสรเวสต์แฮม ยืนยันด้วยตัวเองว่านักเตะสมบัติสูงสุดของทีมจะย้ายออกจากทีมอย่างแน่นอนหลังจบฤดูกาลนี้

 

           

ย้อนกลับไปในช่วงการสัมภาษณ์หลังจบเกม ไรซ์บอกกับผู้สื่อข่าวสาวว่าเขายังเหลือสัญญากับเวสต์แฮมอีก 2 ปี เขารักสโมสรแห่งนี้ และในเรื่องอนาคตของเขานั้นคง “ต้องรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

           

แต่ตามการยืนยันของ เดวิด ซัลลิแวน เจ้าของสโมสร ที่ให้สัมภาษณ์ต่อสถานีวิทยุ talkSPORT อนาคตของกองกลางจอมแกร่งรายนี้ได้ถูกกำหนดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และนั่นคือการย้ายทีม

           

“ผมคิดว่ามันต้องเป็นแบบนั้น” ซัลลิแวนยืนยัน “เราให้สัญญากับเขาว่าเขาสามารถไปได้ ตอนนี้ในใจของเขาพร้อมที่จะไปแล้ว เราไม่สามารถจะเรียกร้องอะไรจากคนที่ทุ่มเทให้กับเรามากขนาดนี้ในฤดูกาลนี้”

           

ซัลลิแวนยังเปิดเผยอีกว่า ไม่ใช่ว่าเวสต์แฮมไม่พยายามที่จะรั้งตัวนักเตะที่มีความสำคัญที่สุดต่อทีม และถือเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่สโมสรเคยมีมาในรอบหลายสิบปี เพราะในความเป็นจริงเขาได้เสนอสัญญาฉบับใหม่ที่มีมูลค่าถึง 2 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ให้กับไรซ์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เยอะมากสำหรับทีมอย่างเวสต์แฮมตั้งแต่เมื่อ 18 เดือนที่แล้ว

           

แต่ไรซ์ได้ปฏิเสธสัญญาไปตั้งแต่ตอนนั้น และซัลลิแวนก็รู้ดีว่าไม่มีสโมสรไหนควรจะขวางทางคนที่พร้อมจะไป

           

คำถามที่ทุกคนอยากรู้ต่อไปคือไรซ์จะไปไหนต่อ?

           

มี 3 สโมสรที่ปรากฏในข่าวเชื่อมโยงกับกองกลางทีมชาติอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันเหลือสัญญากับเวสต์แฮมอีกแค่ปีเดียว แต่มีออปชันในการขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปี

           

ทีมแรกที่ถูกมองว่าเป็นเต็งหามคืออาร์เซนอล รองแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งวาดหวังว่าจะได้ตัวกองกลางรายนี้มาเสริมความแข็งแกร่ง และทำให้ทีมสามารถก้าวไปท้าชนเบียดแย่งแชมป์กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้อีกครั้งในฤดูกาลหน้า

           

ทีมต่อมาที่มาแบบเซอร์ไพรส์คือบาเยิร์น มิวนิก ทีมอันดับหนึ่งของเยอรมนี ซึ่งตกเป็นข่าวว่า โธมัส ทูเคิล โค้ชที่เคยเห็นฟอร์มของไรซ์มาโดยตลอดตั้งแต่ครั้งยังคุมเชลซี

           

และทีมสุดท้ายคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งก็เคยเป็นข่าวเชื่อมโยงกับไรซ์มาเรื่อยๆ

 

 

ในบรรดา 3 ทีมดังกล่าว ทีมใดที่อยากได้ตัวไรซ์ไปร่วมทีมนั้นต้องผ่านด่านแรกให้ได้ก่อน นั่นคือค่าตัวที่ทางด้านเวสต์แฮมตั้งไว้ที่ 100 ล้านปอนด์ ซึ่งทางสโมสรคิดว่าเป็นมูลค่าที่เหมาะสมกับนักฟุตบอลที่เหลือสัญญา 1+1 ปี และมีศักยภาพที่จะก้าวเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดของโลกได้

           

ตรงนี้เองที่เป็นปัญหาสำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งในฤดูกาลนี้ยังมีงบประมาณจำกัด และยังมีความไม่แน่นอนเรื่องของการเปลี่ยนเจ้าของสโมสรซึ่งยังไม่มีความชัดเจนจนถึงตอนนี้ นอกจากนี้ เอริก เทน ฮาก ยังมีเป้าหมายในการเสริมทัพในตำแหน่งศูนย์หน้าเป็นเป้าหมายหลักอันดับหนึ่งมากกว่า

           

ดังนั้นโอกาสที่แมนฯ ยูไนเต็ดจะร่วมวงด้วยมีน้อย ยกเว้นว่าหากครอบครัวเกลเซอร์ตอบรับข้อเสนอจาก ชีค ยาสซิม ที่ยื่นข้อเสนอครั้งสุดท้ายให้สโมสรพิจารณาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ก็มีโอกาสที่ทุนจากกาตาร์จะตัดสินใจเทงบให้ร่วมวง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการจะทุ่มทุนพาสโมสรกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

           

แต่เรื่องนี้ยังเป็นไปได้ยากและน่าจะใช้เวลาพอสมควร ดังนั้น 2 ทีมที่มีโอกาสมากที่สุดคืออาร์เซนอลและบาเยิร์น มิวนิก ซึ่งตามทิศทางข่าวแล้วทีมแรกถือไพ่ได้เปรียบอยู่พอสมควร

           

อย่างแรกคือ หากเป็นไปได้ไรซ์ต้องการที่จะอยู่ในลอนดอนต่อไป ซึ่งการไปร่วมทีมอาร์เซนอลถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก อีกทั้งทีมภายใต้การนำของ มิเกล อาร์เตตา ถือว่าเป็นทีมที่มีอนาคตสดใส มีนักเตะฝีเท้าดีที่มีอนาคตไกลมากมายรวมกัน ไม่ว่าจะเป็น มาร์ติน โอเดการ์ด, กาเบรียล มาร์ติเนลลี, บูกาโย ซากา หรือ วิลเลียม ซาลิบา

           

และถึงจะเป็นรองแชมป์ แต่อาร์เซนอลได้ไปยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ซึ่งไรซ์ต้องการที่จะพิสูจน์ฝีเท้าในระดับสูงสุดของยุโรปอยู่แล้ว

           

นอกจากนี้ ไรซ์ยังแทบการันตีตำแหน่งและบทบาทภายในทีมของอาร์เตตาได้แน่นอน เพราะจุดที่กุนซือชาวสเปนต้องการจะเสริมความแข็งแกร่งคือพื้นที่แดนกลางที่แม้ โธมัส ปาร์เตย์ และ กรานิต ชากา จะทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ยังมองเห็นได้ในหลายนัด โดยเฉพาะในยามต้องเจอทีมที่แข็งแกร่งอย่างแมนฯ ซิตี้ หรือลิเวอร์พูลว่าอาจจะยังแกร่งไม่พอ

           

กองกลางตัวรับที่มีทั้งความแข็งแกร่งและชั้นเชิงที่สามารถช่วยขึ้นไปสนับสนุนเกมรุกให้ทีมได้ จึงจะเป็นหัวใจในแดนกลางของอาร์เซนอลได้แน่นอน หากได้ย้ายมาร่วมทีม

           

ตามรายงานข่าวล่าสุดจากอังกฤษโดย The Telegraph ทางด้านอาร์เซนอลเองก็พร้อมที่จะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคว้าตัวไรซ์มาให้ได้ ด้วยจำนวนเงิน 92 ล้านปอนด์ ที่คิดว่าน่าจะเพียงพอ โดยที่สโมสรเองจะถอนทุนคืนได้จำนวนหนึ่งจากการเปิดทางให้ชากาได้ย้ายกลับไปเล่นในบุนเดสลีกากับไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ที่คาดว่าจะได้ค่าตัวกลับมา 13 ล้านปอนด์

 

 

อย่างไรก็ดี ตามกระแสข่าวบาเยิร์น มิวนิก ซึ่งโผล่มาร่วมวงแบบเซอร์ไพรส์นั้นก็พร้อมที่จะทุ่มข้อเสนอเพื่อดึงตัวไปด้วยเช่นกัน เพราะถึงจะคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้แบบสุดดราม่าในวันสุดท้ายของฤดูกาล แต่ผลงานของทีมยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นบาวาเรียนั้นตกต่ำลงต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

           

สโมสรต้องการที่จะเริ่มต้นใหม่ และมองนักเตะอย่างไรซ์ว่าจะเป็นการซื้อตัวที่เป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย โดยที่พร้อมจะปล่อย โจชัว คิมมิช หรือ ลีออน กอเร็ตซ์กา สองกองกลางคีย์แมนออกไปจากทีม หากได้ตัวกัปตันเวสต์แฮมมาร่วมทีม

           

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทางบาเยิร์น มิวนิกได้พูดคุยกับไรซ์บ้างแล้ว โดยทูเคิลเป็นคนนำการเจรจาเอง ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสในการจะไปเล่นต่างแดน

           

แต่ประเมินแล้วการไปอาร์เซนอลยังน่าจะเป็นทางเลือกแรกสำหรับไรซ์มากกว่า เพราะเชื่อว่ามีการพูดคุยกันมายาวนาน

           

หากอาร์เซนอลจัดการตกลงเรื่องค่าตัวในการย้ายทีมกับเวสต์แฮมได้ นักเตะกองกลางที่ดีที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษในยุคนี้จะเป็นของพวกเขา

           

ยกเว้นแต่หากบาเยิร์น มิวนิกหน้ามืดให้มากกว่าในระดับที่เวสต์แฮมหวั่นไหว เช่น เกิน 100 ล้านปอนด์ขึ้นไป ก็มีโอกาสที่ไรซ์จะโกอินเตอร์ไปบาวาเรียเช่นกัน

           

แต่สิ่งที่แน่นอนคือการย้ายทีมของเขาจะเกิดขึ้นและอาจจะจบลงในเร็วๆ นี้ เพื่อทุกฝ่ายจะได้เดินหน้าต่อไปสำหรับฤดูกาลหน้า

 

และโดยเฉพาะสำหรับไรซ์ นี่คือก้าวใหม่ของชีวิตที่เขารอคอยมาตลอด วันนี้โอกาสมาถึงแล้ว

           

อ้างอิง:

The post ก้าวต่อไปของ ดีแคลน ไรซ์…จะเป็นอาร์เซนอล, บาเยิร์น มิวนิก หรือแมนฯ ยูไนเต็ด? appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่มเฮือกสุดท้ายล่าซานโช, ดีแคลน ไรซ์ อยากซบเชลซี, แมนฯ ซิตี้ยื่น 85 ล้านยูโร ขอซื้อกิเมเนซ: สรุปข่าวตลาดซื้อขายนักเตะ https://thestandard.co/man-utd-submit-final-take/ Fri, 25 Sep 2020 11:22:19 +0000 https://thestandard.co/?p=401066 ตลาดซื้อขายนักเตะ

ข่าวตลาดซื้อขายนักเตะของวงการฟุตบอลกำลังระอุขึ้นเรื่อยๆ […]

The post แมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่มเฮือกสุดท้ายล่าซานโช, ดีแคลน ไรซ์ อยากซบเชลซี, แมนฯ ซิตี้ยื่น 85 ล้านยูโร ขอซื้อกิเมเนซ: สรุปข่าวตลาดซื้อขายนักเตะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดซื้อขายนักเตะ

ข่าวตลาดซื้อขายนักเตะของวงการฟุตบอลกำลังระอุขึ้นเรื่อยๆ หลังจากรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีดาวเตะระดับบิ๊กเนมหลายคนได้โยกย้ายทีมให้เห็นกันบ้างแล้ว

 

ข่าวที่น่าสนใจในวันนี้คงต้องยกให้กับข่าวของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เตรียมทุ่มเม็ดเงินกว่า 90 ล้านปอนด์หวังล่อตาล่อใจให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอมแง้มประตูมาเจรจากันอีกสักครั้ง ขณะที่เพื่อนร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงมีข่าวกับเซ็นเตอร์ฮาล์ฟแบบรายวัน โดยรายล่าสุดเป็น โฆเซ กิเมเนซ ของแอตเลติโก มาดริด และเชลซี ที่ยังเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในตลาดซื้อขายนักเตะรอบฤดูร้อนอย่างยาวนาน ยังมีข่าวเชื่อมโยงถึง ดีแคลน ไรซ์ มิดฟิลด์ของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ดูเหมือนว่านักเตะก็แสดงตัวอยากร่วมก๊วนสิงห์ไฮโซด้วยอีกคน 

 

THE STANDARD ได้รวบรวมข่าวสารจากสื่อต่างๆ ชั้นนำที่เชื่อถือได้มาเป็นคอลัมน์สรุปสถานการณ์ตลาดซื้อขายนักเตะรอบฤดูร้อน ฤดูกาล 2020-21 ส่วนหนึ่งมาให้ได้อ่านกันว่าตอนนี้มีทีมไหนใกล้ปิดดีล และนักเตะคนไหนมีข่าวโยกย้ายทีมกันบ้าง

 

 

แมนฯ ยูไนเต็ดทุ่ม 90 ล้านปอนด์ หวังซิวซานโชเฮือกสุดท้าย

อีกหนึ่งดีลมหากาพย์สำหรับตลาดซื้อขายรอบนี้ระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับจาดอน ซานโช ปีกดาวโรจน์ของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่มีข่าววนลูปกันอยู่หลายรอบตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา

 

ล่าสุดสื่อต่างประเทศอย่าง Mirror Sport และ ESPN รายงานข่าวทิศทางเดียวกันว่าทีมปีศาจแดงเตรียมยื่นข้อเสนอสู่ขอซานโชในราคา 90 ล้านปอนด์ โดยแบ่งเป็นการจ่ายก่อน 75 ล้านปอนด์ พร้อมเงินส่วนต่างตามเงื่อนไขอีก 15 ล้านปอนด์ ว่ากันว่านี่คือการยื่นครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ 

 

อย่างไรก็ตาม ดีลดังกล่าวต้องวัดกันที่ความใจแข็งของบอร์ดบริหารทั้งสองทีมล้วนๆ เพราะทางดอร์ทมุนด์เองก็ยังคงยืนยันกับสื่ออยู่ทุกครั้งเมื่อถูกถามว่าดีลซานโชไปแมนฯ ยูไนเต็ดจะเกิดขึ้นหรือไม่ ทางเสือเหลืองย้ำว่าดีลดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น เพราะเส้นตายในการเปิดโอกาสให้ทีมที่สนใจมาเซ็นสัญญานักเตะหมดลงตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา 

 

ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดยังคงเชื่ออยู่ลึกๆ ว่าด้วยเม็ดเงินที่เพิ่มไปในเงื่อนไขซึ่งมากกว่าครั้งก่อนๆ จะช่วยโน้มน้าวให้บอร์ดบริหารของทีมเสือเหลืองใจอ่อนยอมเจรจาเพื่อขายซานโชให้ทีมปีศาจแดง

 

เหตุผลหลักๆ ที่เริ่มบีบให้แมนฯ ยูไนเต็ดกลับมาล่าตัวปีกอนาคตไกลรายนี้อีกครั้ง เพราะสถานการณ์ของทีมตอนนี้ออกสตาร์ทได้ไม่ค่อยสวยนัก โดยเฉพาะเมื่อกลับมามองที่ขุมกำลังของทีมในแผงเกมรุกที่ดูจะเหนื่อยสักหน่อยเมื่อเทียบกับทีมระดับ Big 6 ด้วยกัน เพราะหลายทีมที่นิ่งๆ กับตลาดซื้อขายเหมือนแมนฯ ยูไนเต็ดอย่างท็อตแนม ฮอตสเปอร์ กับลิเวอร์พูล ก็เริ่มขยับเสริมผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเติมมิติให้กับทีม 

 

ทำให้ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนเลยที่แมนฯ ยูไนเต็ดจะกลับมาเร่งเครื่องเพื่อปิดดีลซานโชให้ได้อีกครั้ง เพราะถ้าพวกเขาได้อาวุธสำหรับเกมรุกมาเติมเต็มเร็วๆ ก็น่าจะทำให้ผู้จัดการทีม โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ มีเวลาขันเกมรับที่เป็นอีกหนึ่งจุดต้องเร่งแก้ไขสำหรับการสู้ศึกบนสังเวียนพรีเมียร์ลีกและเวทียุโรปของแมนฯ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้

 

 

ลือหึ่ง! แมนฯ ซิตี้ยื่น 85 ล้านยูโร ขอซื้อ โฆเซ กิเมเนซ ก่อนถูกทีมตราหมีปัดตก

มีรายงานจาก Goal ระบุว่าตอนนี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังให้ความสนใจในตัว โฆเซ กิเมเนซ ปราการหลังจอมแกร่งของทีมตราหมี แอตเลติโก มาดริด พร้อมอ้างว่าทางทีมเรือใบสีฟ้าได้ยื่นข้อเสนอให้ต้นสังกัดของนักเตะร่วม 85 ล้านยูโร แต่ถูกปัดตกไปแล้ว

 

ตามรายงานยังบอกอีกว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา กำลังมองหาผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กเข้ามาเสริมทัพในฤดูร้อนนี้อย่างหนัก เพื่อหาคนมายืนระยะในตำแหน่งกองหลังแทนที่ แว็งซองต์ กอมปานี อดีตกัปตันของทีม แม้ในตลาดซื้อขายรอบนี้ได้เซ็น นาธาน อาเก กองหลังจากบอร์นมัธมาในราคา 40 ล้านปอนด์ แต่ทว่าดาวเตะทีมชาติอังกฤษ วัย 25 ปี ถูกมองว่าเป็นการมาเพื่อเสริมโควตาโฮมโกรว์นให้กับทีมเท่านั้น

 

ทางด้าน เอ็นริเก เซเรโซ ประธานสโมสรแอตเลติโก มาดริด บอกกับสื่อของสเปนอย่าง El Transistor ว่าทีมได้รับข้อเสนอจากแมนฯ ซิตี้ กิมิเนซเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมมากๆ และทีมยังต้องการเก็บนักเตะไว้กับทีมต่อไป 

 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่มีข่าวดังกล่าวหลุดออกมา ตัวแทนของฝั่งแมนฯ ซิตี้ได้ออกมาตอบแบบทันควันว่าทีมยังไม่มีการยื่นข้อเสนอให้กับทีมตราหมีในการขอซื้อกองหลังวัย 25 ปีรายนี้แต่อย่างใด

 

ทั้งนี้หากไม่นับในรายของกิเมเนซ ก่อนหน้านี้แมนฯ ซิตี้ตกเป็นข่าวกับกองหลังอย่าง คาลิดู คูลิบาลี กองหลังวัย 29 ปีของนาโปลี รวมถึง ฌูลส์ กุนเด อีกหนึ่งกองหลังดาวรุ่งของเซบียาก็เป็นข่าวด้วยเช่นกัน 

 

ต้องติดตามกันต่อไปว่าท้ายที่สุดแมนฯ ซิตี้จะเร่งเครื่องเสริมหลังบ้านต่อ หรืออาจต้องใช้ทรัพยากรในทีมที่มีอยู่ไปก่อน แล้วค่อยโฟกัสการเสริมเซ็นเตอร์แบ็กอีกครั้งในตลาดซื้อขายรอบต่อๆ ไป

 

 

ดีแคลน ไรซ์ กระสันซบเชลซี คาดสิงห์บลูพร้อมยกระดับการเจรจาเร็วๆ นี้

หลังจากเปิดตัวผู้รักษาประตูคนใหม่ของทีมอย่าง เอดูอาร์ เมนดี้ จากแรนส์ไปได้ไม่นาน ฟาบริซิโอ โรมาโน นักข่าวกีฬาชื่อดังที่อยู่ในแวดวงตลาดซื้อขายผู้เล่นได้ออกมาให้ข้อมูลว่าขณะนี้ตัวของ ดีแคลน ไรซ์ กองกลางตัวรับของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด พยายามบีบให้สโมสรปล่อยตัวไปร่วมทีมเชลซี ก่อนที่ตลาดซื้อขายจะปิดลงเร็วๆ นี้

 

ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศเจ้าอื่นๆ ก็เริ่มรายงานข่าวไปในทิศทางเดียวกัน เรื่องข่าวโยกย้ายทีมระหว่างไรซ์กับเชลซี ซึ่งกลับมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้สำหรับดีลนี้ พร้อมเหตุผลว่าเหตุใดเชลซีจึงต้องการตัวกองกลางดาวรุ่งวัย 21 ปีไปร่วมทัพ และตามรายงานของ Metro อ้างว่าเชลซีเตรียมยกระดับการเจรจาให้เป็นเรื่องเป็นราวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แม้มีข่าวสวนกระแสเป็นระยะว่าทางเวสต์แฮมไม่มีความคิดที่จะขายนักเตะหนุ่มรายนี้ก็ตาม

 

ทั้งนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเชลซีเองก็ออกปากชื่นชมผลงานของไรซ์มาโดยตลอด และดูจะชื่นชอบการวิธีการเล่นเกมรับฉบับบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ รวมถึงการยืนตำแหน่งกองกลางตัวรับสลับกับการยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้ นั่นจึงทำให้ไรซ์ดูจะเป็นผู้เล่นที่ตอบโจทย์การทำทีมของแลมพาร์ดในเวลานี้

 

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเชลซีได้ถลุงคลังโดยจ่ายเงินซื้อผู้เล่นแทบจะยกทีมไปถึง 225 ล้านปอนด์ในตลาดฤดูร้อนรอบนี้ และการที่ไรซ์อาจมีค่าตัวสูงถึง 80 ล้านปอนด์ (จากที่คาดการณ์) เชลซีน่าจะต้องปล่อยหรือขายผู้เล่นที่ไม่อยู่ในแผนการทำทีมไปให้มากที่สุด 

 

เบื้องต้นมีชื่ออย่าง รอส บาร์คลีย์, รูเบน ลอฟตัส-ชีก, มาร์กอส อลอนโซ และอันโตนิโอ รูดิเกอร์ ที่เชลซีอาจต้องปล่อยไปบ้างเพื่อรักษาสมดุลทางการเงินไม่ให้ผิดกฎไฟแนนเชียลแฟร์เพลย์

 

 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ข่าวที่ได้รับการยืนยัน

  • อัลบาโร โมราตา กองหน้าทีมชาติสเปน วัย 27 ปี ของแอตเลติโก มาดริด เซ็นสัญญาร่วมทัพยูเวนตุสด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล พร้อมออปชันซื้อขาดในราคา 45 ล้านยูโร

 

  • หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าจอมเก๋าของบาร์เซโลนา โยกไปร่วมทัพแอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัวเพียง 6 ล้านยูโร พร้อมสัญญา 2 ปี

 

  • อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ กองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ ย้ายจากคริสตัล พาเลซ มาร่วมทัพแอร์เบ ไลป์ซิก ในราคา 22 ล้านยูโร เซ็นสัญญายาว 5 ปี

 

  • อเล็กซ์ รูนาร์สสัน มือกาว วัย 25 ปี จากดิฌง ทีมในลีกเอิง ฝรั่งเศส ย้ายร่วมทีมอาร์เซนอลในราคา 2 ล้านยูโร สัญญา 4 ปี

 

  • ดิเอโก โกดิน กองหลังมากประสบการณ์ชาวอุรุกวัย วัย 34 ปี โบกมือลาอินเตอร์ มิลาน โยกซบกายารีแบบไร้ค่าตัว สัญญา 3 ปี

 

  • เจงกิซ อุนแดร์ แนวรุกดีกรีทีมชาติตุรกี วัย 23 ปี ย้ายจากโรมามาร่วมทัพจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ในรูปแบบสัญญายืมตัวก่อน 1 ฤดูกาล พ่วงด้วยออปชันซื้อขาดในราคา 24 ล้านปอนด์

 

  • ดิเอโก ยอเรนเต กองหลัง วัย 27 ปี ของเรอัล โซเซียดาด ย้ายร่วมทีมลีดส์ ยูไนเต็ด สัญญา 4 ปี คาดสนนราคา 18 ล้านปอนด์ 

 

รวมข่าวลือน่าสนใจ

  • จอร์จินโญ ห้องเครื่องทีมชาติอิตาลีของเชลซี กำลังตกเป็นที่สนใจของอาร์เซนอล โดย มิเกล อาร์เตตา ต้องการมาเพื่อช่วยสร้างสรรค์เกมในแดนกลาง ตามรายงานของ Sky Sports

 

  • เซอร์จิโน เดสท์ แบ็กขวาดาวรุ่ง วัย 19 ปี ของอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม กำลังจะได้เป็นนักเตะใหม่ของบาร์เซโลนา หลังมีรายงานว่าทั้งสองทีมบรรลุเงื่อนไขข้อตกลงกันได้แล้ว พร้อมคาดว่ามีค่าตัวอยู่ที่ 20 ล้านปอนด์

 

  • อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายสัญชาติบราซิล วัย 27 ปี ของเอฟซี ปอร์โต้ ดูท่าว่าจะเจออุปสรรคในการย้ายไปร่วมทัพแมนฯ ยูไนเต็ดแล้ว หลังจากทัพปีศาจแดงพยายามขอให้ต้นสังกัดลดค่าตัวลดอีกนิดหน่อย เนื่องจากนักเตะจะหมดสัญญาในปีหน้า และมองว่าการจ่าย 20 ล้านยูโรอาจไม่สมเหตุสมผลกับภาวะแบบนี้ 

 

  • มิลาน สคริเนียร์ ปราการหลังของอินเตอร์ มิลาน กำลังตกเป็นข่าวโยงกับท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เบื้องต้นมีรายงานว่าอินเตอร์พร้อมปล่อยหากได้ราคาที่ปักไว้ 60 ล้านยูโร น่าตามต่อว่าสเปอร์สจะยอมสู้ราคานี้หรือไม่

 

  • ลูกัส ตอร์เรย์รา มิดฟิลด์ร่างเล็กของอาร์เซนอล วัย 24 ปี ใกล้ได้ย้ายทีมแล้ว โดยตอนนี้มีทีมที่เป็นข่าวเชื่อมโยงอยู่คือแอตเลติโก มาดริด และโตริโน ซึ่งทีมปืนใหญ่ก็พร้อมปล่อยนักเตะหากได้ค่าตัว 20 ล้านปอนด์ ขณะเดียวกันมีรายงานเสริมจาก Sky Sports ว่าอาร์เซนอลอาจใช้ดีลของตอร์เรย์ราเป็นหนึ่งในการขอซื้อ โธมัส ปาร์เตย์ ซึ่งเป็นเป้าหมายของเดอะกันเนอร์สมานาน 

 

  • เดเล อัลลี กองกลางทีมชาติอังกฤษ วัย 24 ปี ของสเปอร์ส กำลังมีข่าวกับโมนาโกและปารีส แซงต์ แชร์กแมง สองทีมยักษ์ใหญ่จากลีกเอิง ฝรั่งเศส ท่ามกลางภาวะที่นักเตะออกสตาร์ทกับทีมด้วยผลงานส่วนตัวที่ย่ำแย่จนถูกมองว่าอาจถูกปล่อยตัวพ้นทีมเร็วๆ นี้ แต่อย่างไรก็ดี โชเซ มูรินโญ ก็เคยออกมาให้สัมภาษณ์เองว่าทีมไม่มีความคิดต้องการปล่อยตัวอัลลีไป

 

  • เซร์คิโอ โรเมโร นายด่านทีมชาติอาร์เจนตินา วัย 33 ปี ของแมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมเก็บข้าวของออกจากถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดเพื่อโอกาสลงเล่นอีกครั้ง หลังการกลับมาของ ดีน เฮนเดอร์สัน แทบจะกลายเป็นการปิดประตูลงเล่นของเจ้าตัว ขณะนี้มีทีมที่ให้ความสนใจอยู่คือบาเลนเซียจากลาลีกา สเปน

 

  • รูเบน ลอฟตัส-ชีก กองกลางของเชลซี หลังออกสตาร์ทกับทีมได้ไม่สวยนักก็มีข่าวว่าอาจถูกปล่อยยืมตัวอีกครั้งในฤดูกาลนี้ ท่ามกลางความสนใจจากทีมร่วมลีกอย่างแอสตัน วิลลา และเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

 

  • ติมูเอ บากาโยโก ใกล้ได้ย้ายกลับไปเล่นในลีกบ้านเกิดอีกครั้ง หลัง Sky Sports รายงานว่าปารีส แซงต์ แชร์กแมง กำลังเจรจากับเชลซีเพื่อขอซื้อตัวไปร่วมทีม เนื่องจากเป็นที่ชัดเจนว่ามิดฟิลด์วัย 26 ปีไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของเชลซีในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

 

  • เรียน บริวสเตอร์ กองหน้าดาวรุ่งของลิเวอร์พูล กำลังได้รับความสนใจจากทีมร่วมลีกอย่างเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และคริสตัล พาเลซ

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post แมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่มเฮือกสุดท้ายล่าซานโช, ดีแคลน ไรซ์ อยากซบเชลซี, แมนฯ ซิตี้ยื่น 85 ล้านยูโร ขอซื้อกิเมเนซ: สรุปข่าวตลาดซื้อขายนักเตะ appeared first on THE STANDARD.

]]>