David Beckham Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/david-beckham/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 07 Oct 2026 09:28:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘A Century of TUDOR’ เปิดประวัติศาสตร์ 1 ศตวรรษ เบื้องหลังเรือนเวลาคู่ใจ ‘เหล่าผู้กล้า’ [Advertorial] https://thestandard.co/tudor-born-dare-history/ Thu, 08 Oct 2026 06:30:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1265316 ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์

รู้หรือไม่ว่านาฬิกาของแบรนด์ TUDOR เคยอยู่บนข้อมือของนั […]

The post ‘A Century of TUDOR’ เปิดประวัติศาสตร์ 1 ศตวรรษ เบื้องหลังเรือนเวลาคู่ใจ ‘เหล่าผู้กล้า’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์

รู้หรือไม่ว่านาฬิกาของแบรนด์ TUDOR เคยอยู่บนข้อมือของนักบิน นักดำน้ำที่ลงไปในความมืดใต้ทะเล นักสำรวจที่เดินฝ่าความหนาวติดลบห้าสิบองศาที่กรีนแลนด์ ไปจนถึงทีมกู้ภัยที่ไปรอรับนักบินอวกาศตอนแคปซูล Apollo ตกลงสู่มหาสมุทร

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

เรื่องราวบนหน้าประวัติศาสตร์เหล่านี้ถูกเล่าอีกครั้งโดย Cole Pennington ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และสื่อสารองค์กรจาก TUDOR ในงานเสวนา “A Century of TUDOR” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Siam Paragon Bangkok Watch Week ณ ลาน Parc Paragon ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา

 

“งานผมคือการค้นคว้าคลังเอกสารประวัติศาสตร์ คืนนี้ผมได้นำข้อมูลที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนมาแสดงให้ทุกคนดูเป็นครั้งแรก” Cole กล่าว

 

เขาพาทุกคนย้อนเส้นทางตลอดหนึ่งศตวรรษของแบรนด์ ผ่านจิตวิญญาณ Born to Dare ที่ร้อยเรียงเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ผู้คน และเรือนเวลาเข้าด้วยกัน

 

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 1

 

Born to ‘TUDOR’

 

เรื่องราวของ TUDOR เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1926 เมื่อ Hans Wilsdorf ชายผู้เบื้องหลังความสำเร็จของ Rolex ได้มอบหมายให้บริษัท ‘Veuve de Philippe Hüther’ ในเจนีวา จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “The TUDOR” และดูแลการบริหารจัดการในนามของเขา

 

Cole เล่าว่า Hans Wilsdorf มีความหลงใหลและชื่นชมในความแข็งแกร่ง มั่นคง และสง่างามของสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงได้นำชื่อราชวงศ์ทิวดอร์ (House of Tudor) ซึ่งเคยปกครองประเทศอังกฤษในศตวรรษที่ 16 อันเป็นยุคสมัยที่เปี่ยมด้วยความเข้มแข็งทางการเมืองและวัฒนธรรม มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ เพื่อสะท้อนถึงเรือนเวลาที่มีความทนทานและเปี่ยมด้วยเกียรติภูมิ

 

ภายใต้วิสัยทัศน์ที่กลายเป็น DNA ของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน นั่นก็คือ “การสร้างนาฬิกาที่บอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรงและเชื่อถือได้ ในราคาที่สมเหตุสมผล” หรือ “นาฬิกาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในราคาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

 

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 2

 

สัญลักษณ์ที่เปลี่ยนไปตามยุค จาก T ยาวถึงดอกกุหลาบ

 

ทุกแบรนด์มีเรื่องราวซ่อนอยู่ในโลโก้ TUDOR ก็เช่นกัน

 

ในยุคแรกปี 1926 Wilsdorf ใช้โลโก้ตัว T แบบยาวครอบตัวอักษรอื่นเอาไว้ เพื่อสื่อถึงการปกป้องคุ้มครอง

 

ปี 1936 แบรนด์เริ่มผสมสัญลักษณ์รูปโล่เข้ากับดอกกุหลาบ ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ดอกกุหลาบล้วนตั้งแต่ปี 1947 เป็นต้นมา โดยรูปโล่เปรียบเสมือนตัวเรือน Oyster ส่วนดอกกุหลาบ Tudor Rose เปรียบเสมือนตัวแทนของกลไก

 

ดอกกุหลาบกลายเป็นสัญลักษณ์ที่มีค่าสำหรับนักสะสม เพราะมีความหมายซ่อนอยู่ในคำว่า ‘Sub Rosa’ แปลว่า ‘ภายใต้ดอกกุหลาบ’ ในยุคราชวงศ์ Tudor มีธรรมเนียมว่า หากมีดอกกุหลาบติดอยู่เหนือประตูห้องใด เรื่องที่พูดคุยกันในห้องนั้นจะถูกเก็บเป็นความลับ การรักษาความลับและความรอบคอบจึงกลายเป็นคุณค่าประจำของดอกกุหลาบ Tudor Rose และเป็นปรัชญาที่แบรนด์ยึดถือมาโดยตลอด

 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1969 ยุคสมัยที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ทั้งเทศกาลดนตรี Woodstock, ยุค Summer of Love และการส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

 

ปีเดียวกันนี้ TUDOR ได้เปลี่ยนสัญลักษณ์จากดอกกุหลาบกลับมาเป็น “รูปโล่” เพียงอย่างเดียว เพื่อสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทนทาน และกลายเป็นโลโก้ที่ใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

 

การเดินทางของ Ranger

 

หากมองไทม์ไลน์ทั้งหมด ยุค 1920s คือช่วงก่อตั้งแบรนด์และวางแนวคิด ส่วนตัวนาฬิกาจริงเริ่มปรากฏขึ้นในยุค 1930s

 

TUDOR เริ่มเปิดตัวสู่ตลาดออสเตรเลียในปี 1932 ซึ่งเป็นจังหวะที่ตอบโจทย์ตลาดอย่างยิ่ง เพราะเป็นช่วงที่โลกกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ผู้คนมีงบประมาณจำกัด TUDOR จึงอาศัยจุดแข็งเรื่องความคุ้มค่าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและสร้างฐานที่มั่นได้อย่างมั่นคง

 

ในช่วงเวลาเดียวกัน ชื่อ ‘Ranger’ ถูกจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ความกล้าหาญ และความทนทาน ทว่าในเวลานั้น Ranger ยังไม่ได้เป็นชื่อรุ่นเฉพาะ แต่ใช้เพื่อเสริมแนวคิดของการผจญภัยให้กับนาฬิกาบางรุ่นในคอลเลกชันของ TUDOR

 

จวบจนถึงปัจจุบัน รุ่น Ranger ยังคงถูกผลิตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยแบรนด์ได้นำชื่อนี้กลับมาผลิตใหม่อีกครั้งในปี 2022 และขยายไลน์อัพเพิ่มเติมด้วยหน้าปัดสีขาวใหม่และตัวเรือน 36 มม. สะท้อนว่า Ranger คือหนึ่งในอัตลักษณ์ที่อยู่คู่กับ TUDOR มาตลอดเกือบ 100 ปี

 

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 3

 

บทพิสูจน์จากสมรภูมิจริง

 

ถ้าอยากรู้ว่านาฬิกาเรือนหนึ่งแข็งแกร่งแค่ไหน วิธีพิสูจน์ที่ดีที่สุดคือการส่งไปเผชิญกับสถานการณ์จริง และนี่คือสิ่งที่ TUDOR ทำมาตลอดประวัติศาสตร์ของแบรนด์

 

การสำรวจกรีนแลนด์ (1952–1954)

 

นาฬิการุ่น Oyster Prince ถูกส่งไปพร้อมกับคณะสำรวจกรีนแลนด์เหนือของอังกฤษ (British North Greenland Expedition – BNGE) โดยมอบให้นักสำรวจ วิศวกร และนักบินสวมใส่เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของสารหล่อลื่นสังเคราะห์ชนิดใหม่ภายใต้อุณหภูมิติดลบกว่า 50 องศาเซลเซียส ผู้ปฏิบัติงานจะเทียบเวลากับสัญญาณวิทยุสาธารณะอย่าง BBC และ Radio Australia เพื่อบันทึกความคลาดเคลื่อนรายวัน ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิส่งผลต่อความเที่ยงตรงในการบอกเวลาอย่างไร

 

ภารกิจนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของกลยุทธ์สื่อสารหลักของ TUDOR นั่นคือ “ส่งนาฬิกาไปปฏิบัติภารกิจจริง แล้วนำผลลัพธ์มาสื่อสาร”

 

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 4

 

แคมเปญ Trial of Destruction

 

Cole เล่าว่าหลังจากนั้น TUDOR ได้พิสูจน์ความทนทานผ่านสภาวะสุดขั้วในชีวิตจริง ผ่านแคมเปญการตลาด แคมเปญการตลาด ‘Trial of Destruction’ เช่น ให้นักแข่งมอเตอร์ไซค์สวม Oyster Prince ขี่ลุยทางเขาคดเคี้ยว 1,000 ไมล์ในรายการ Monaco International Trophy เพื่อพิสูจน์ว่ากลไกไขลานอัตโนมัติของ TUDOR สามารถทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนมหาศาลตลอดการขี่มอเตอร์ไซค์ทางไกลได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

หรือการส่งนาฬิกาให้คนงานขุดเจาะถ่านหินใต้ดินลึก 1,000 ฟุต สวมทำงานต่อเนื่อง 252 ชั่วโมง ให้ช่างสกัดหินสวมใช้งานโดยไม่ถอดเลยตลอด 3 เดือน ไปจนถึงการให้ช่างตอกหมุดเหล็กบนตึกสูงและนักเจาะสว่านไฮดรอลิกสวมใส่เผชิญแรงสั่นสะเทือนความถี่สูง

 

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 5

 

ความร่วมมือทางการทหารและภารกิจกู้ภัย

 

บทพิสูจน์ความทนทานของ TUDOR ได้รับการยืนยันผ่านความไว้วางใจจากกองทัพหลายประเทศ

 

กองทัพเรือฝรั่งเศส

 

ปี 1956 TUDOR ส่งนาฬิกาน้ำรุ่น Oyster Prince Submariner Ref. 7922 กลไกออโตเมติก และ Oyster Prince Submariner Ref. 7923 ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Submariner ที่หายากที่สุดในโลก ให้หน่วยศึกษารวมถึงวิจัยใต้น้ำ (G.E.R.S.) ของกองทัพเรือฝรั่งเศส (Marine Nationale) เพื่อประเมินประสิทธิภาพ หลังจากผ่านการทดสอบใช้งานจริงในสถานการณ์ใต้น้ำอย่างเข้มงวด ผู้บัญชาการของหน่วย G.E.R.S. ได้ส่งจดหมายรับรองว่า ระบบกันน้ำของนาฬิกา “สมบูรณ์แบบ” และกลไกทำงาน “ถูกต้องแม่นยำอย่างยิ่ง” จดหมายฉบับนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันยาวนานจนถึงรุ่น Pelagos FXD ในปัจจุบัน

 

กองทัพเรือสหรัฐฯ และภารกิจ Apollo

 

ในยุค 1960s กองทัพเรือสหรัฐฯ โดยหน่วย UDT หรือ Underwater Demolition Team ซึ่งเป็นหน่วยต้นกำเนิดของ Navy SEALs เลือกใช้ TUDOR Submariner Ref. 7928 เป็นอุปกรณ์ประจำตัว นาฬิการุ่นนี้ยังมีบทบาทสำคัญในภารกิจกู้คืนแคปซูลอวกาศโครงการ Apollo โดยทีมนักประดาน้ำกู้ภัยของกองทัพเรือสหรัฐฯ สวม TUDOR กระโดดร่มลงมหาสมุทรเพื่อเข้าช่วยเหลือและรับตัวนักบินอวกาศ

 

Project Commando สู่ Black Bay P01

 

ปี 1967 TUDOR เคยพัฒนาต้นแบบนาฬิกาสำหรับกองทัพเรือสหรัฐฯ เพื่อทดแทน Ref. 7928 โดยมีจุดเด่นคือกรอบหมุนล็อกได้สองทิศทางที่ถอดทำความสะอาดได้ แม้ต้นแบบนี้จะไม่ได้รับเลือกในขณะนั้นเนื่องจากความซับซ้อนในการใช้งานภาคสนาม แต่ TUDOR ได้นำแนวคิดนี้กลับมาปัดฝุ่นและเปิดตัวเป็นรุ่น Black Bay P01 ในปี 2019 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นนการแก้ไขปัญหาเชิงปฏิบัติด้วยเทคโนโลยีกลไก พร้อมตอกย้ำปรัชญาการสร้างนาฬิกาแบบ Tool Watch ที่ยึดถือมาตั้งแต่ต้น

 

ตำนานนักบินหญิงชาวอิตาลี

 

ไม่ใช่ทุกเรื่องราวความทนทานของ TUDOR จะผูกอยู่กับสมรภูมิรบเท่านั้น เรื่องที่ทำให้ประวัติศาสตร์มีชีวิตขึ้นมาอีกเรื่องคือของ Marchesa Carina Negrone นักบินหญิงชาวอิตาลีผู้สร้างสถิติบินด้วยเครื่องบินปีกสองชั้นแบบเปิดโล่ง เธอสวม TUDOR ติดข้อมือในทุกกิจกรรม ทั้งการบิน การดำน้ำ และการตกปลา เรื่องราวนี้ถูกค้นพบเมื่อหลานของเธอนำนาฬิกาเรือนดังกล่าวไปเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการของแบรนด์ กลายเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ให้เห็นว่าความทนทานของ TUDOR ทั้งบริบททางการทหารและการใช้งานในชีวิตจริง

 

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 6

 

การบุกเบิกนาฬิกาจับเวลาและโลกความเร็วในยุค 1970s

 

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเริ่มต้นอีกครั้งใน ปี 1970 เมื่อ TUDOR เปิดตัว Tudor Oysterdate Chronograph นาฬิกาจับเวลาเรือนแรก ที่มาพร้อมกลไกไขลาน Valjoux 7734 นักสะสมตั้งฉายาให้รุ่นนี้ว่า “Homeplate” เนื่องจากหลักชั่วโมงบนหน้าปัดมีรูปทรง 5 เหลี่ยมคล้ายเบสที่โฮมในกีฬาเบสบอล ตัวเรือนขนาด 39 มม. ถือว่าใหญ่และดูสปอร์ตมากในยุคนั้น

 

ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์โลกความเร็วทำให้ TUDOR เริ่มเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนมอเตอร์สปอร์ตอย่างจริงจัง ทั้งทีมแข่งรถ Formula ในญี่ปุ่นโดยนักแข่ง Jiro Yoneyama และ Tojiro-san ที่ใช้รถ Porsche 906 รวมถึงการแข่งขัน Macau Grand Prix การแข่งขันบนเซอร์กิตท้องถนนที่อันตรายและมีชื่อเสียงที่สุดในเอเชีย ก็เป็นอีกหนึ่งเวทีที่ TUDOR เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการจับเวลาและสนับสนุนนักแข่ง

 

ความโดดเด่นของนาฬิกาในยุคนี้คือ งานดีไซน์ที่สนุกและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ มีการใช้คู่สีที่ตัดกันอย่างรุนแรง เช่น สีส้มสด สีน้ำเงินเนวีบลู และสีเทา บนหน้าปัดของซีรีส์ Monte Carlo Ref. 7100

 

ความหรูหราคลาสสิกของรุ่น Le Royer

 

มาถึงยุค 1980s ถือเป็นยุคที่ TUDOR บาลานซ์ระหว่าง “ความหรูหราที่มีสไตล์” กับ “ฟังก์ชัน” ได้อย่างกลมกลืน อย่างรุ่น Tudor Le Royer ตัวแทนของความหรูหราแบบคลาสสิก ตั้งชื่อตามตั้งชื่อตามถนน Rue Le Royer ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ร่วมกับ Rolex ในเจนีวา

 

ดีไซน์ยุคนี้ฉีกภาพลักษณ์นาฬิกาดำน้ำดุดันในอดีตอย่างสิ้นเชิง ตัวเรือนเน้นความบางเป็นพิเศษ มาพร้อมกับตัวเรือนและสายแบบสองกษัตริย์และหลักชั่วโมงตัวเลขโรมัน นอกจากนี้ยังมีให้เลือกทั้งแบบกลไกไขลานและกลไกควอตซ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในยุคนั้น

 

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 7

 

Tiger Woods แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก

 

ชื่อของ Tudor กลับมาอยู่ในบทสนทนาของนักสะสมอีกครั้งในยุค 1990s เมื่อแบรนด์เริ่มแสดงตัวตนผ่านบุคคลที่มีจิตวิญญาณ ‘Born to Dare’

 

ปี 1997 TUDOR มองเห็น “จิตวิญญาณแห่งความกล้าท้าทาย” ในตัว Tiger Woods นักกอล์ฟดาวรุ่งที่เพิ่งคว้าแชมป์ The Masters เป็นสมัยแรก จึงดึงเขามาเป็นแอมบาสเดอร์คนแรกของแบรนด์

 

นาฬิกาที่ผูกกับความร่วมมือครั้งนี้คือโครโนกราฟซีรีส์ 79200 ซึ่งรวมถึง Ref. 79260, 79270 และ 79280 นักสะสมเรียกกันว่ารุ่น “Small Block” หรือ Prince Date Chronograph เพราะตัวเรือนถูกปรับโฉมให้เพรียวบางลงและขอบมุมโค้งมนนุ่มนวลกว่าเดิม ต่างจากรุ่น Big Block ยุค 70s ที่หนาและเหลี่ยมอย่างเห็นได้ชัด

 

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 8

 

สิ่งทำให้นาฬิการุ่นนี้เป็นหน้าประวัติศาสตร์ คือการสลักคำว่า “TIGER” สีแดงสดไว้บนหน้าปัด ใต้หน้าปัดย่อยตำแหน่ง 12 นาฬิกา บนนาฬิการุ่น Tudor Tiger Chronograph ซึ่งเป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่แบรนด์สลักชื่อแอมบาสเดอร์ลงบนหน้าปัดโดยตรง

 

ความโดดเด่นอีกอย่างคือสีสัน โมเดลนี้เปิดตัวด้วยหน้าปัดสีเหลืองสด พร้อมคู่สีจัดจ้านอย่างแดงเบอร์กันดีและเขียว โดยแต่ละรุ่นจับคู่กับสายหนังสีเดียวกับหน้าปัด สะท้อนความสนุกและความโฉบเฉี่ยวแบบแฟชั่นยุค 90s ที่สืบทอดมาจากนาฬิกาจับเวลายุค 70s ได้อย่างลงตัว

 

ความร่วมมือระหว่าง Tudor และ Tiger Woods ดำเนินต่อเนื่องจนถึงปี 2003 และทุกวันนี้ Tudor Tiger Chronograph กลายเป็นหนึ่งในนาฬิกาแนว “Neo-Vintage” ที่นักสะสมทั่วโลกตามหา เพราะมันเป็นเหมือนแคปซูลกาลเวลาที่บันทึกทั้งจุดเริ่มต้นของตำนานวงการกอล์ฟ และความกล้าคิดกล้าทำของ TUDOR ไว้ด้วยกัน

 

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 9

 

การปฏิวัติแบรนด์ ยุคสมัยใหม่ และโรงงาน Le Locle

 

ต้นยุค 2000s มีการเปิดตัวนาฬิกาหน้าปัดแบบ California Dial ตัวเลขโรมันครึ่งบนตัวเลขอารบิกครึ่งล่าง ซึ่งกลายเป็นรากฐานดีไซน์ให้รุ่น Monarch ในยุคปัจจุบัน

 

และในโอกาสครบรอบ 100 ปี TUDOR ได้นำคอลเลกชันนี้กลับมาปัดฝุ่นและปฏิวัติงานดีไซน์ใหม่ทั้งหมดในชื่อ Tudor Monarch ซึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจคือ การหยิบเอา California Dial จากยุค 2000s มาใช้เป็นอัตลักษณ์หลักบนหน้าปัด โดยผสมผสานกับความทันสมัยในปัจจุบันได้อย่างลงตัว

 

ต่อมาในยุค 2010s TUDOR เกิดการ “ปฏิวัติแบรนด์” เพื่อก้าวออกจากร่มเงาของ Rolex อย่างเต็มภาคภูมิ เริ่มจากการเปิดตัว Heritage Black Bay ในปี 2012 พร้อมหน้าปัดทรงโค้ง “Smiley Face” จากนั้นในปี 2016 ได้ปรับมาใช้กลไก In-house ของตัวเอง พร้อมเปลี่ยนสัญลักษณ์บนหน้าปัดเป็น “รูปโล่” และในปี 2017 ได้แต่งตั้ง David Beckham เป็น Global Brand Ambassador พร้อมเปิดตัวสโลแกนระดับโลก “Born To Dare” เพื่อสะท้อนถึงประวัติศาสตร์การสร้างสรรค์นาฬิกาที่พร้อมลุยไปกับบุคคลที่กล้าเผชิญหน้ากับอุปสรรคและสภาวะสุดขั้วในทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ TUDOR ยึดมั่นมาจนถึงปัจจุบัน

 

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 10

 

ด้านการผลิต TUDOR ได้ย้ายฐานการประกอบจากเจนีวาสู่โรงงานแห่งใหม่ของตนเองภายใต้บริษัท Kenissi ณ เมือง Le Locle ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2023 โรงงานแห่งนี้รวมศูนย์การทดสอบระดับโลกไว้ในที่เดียว ทั้งการรับรองความเที่ยงตรงจาก COSC และการทดสอบสภาวะจริงจากสถาบัน METAS (รวมถึงการทนทานต่อสนามแม่เหล็กสูงถึง 15,000 กอส) โดยชิ้นส่วนทั้งหมดผลิตในสวิตเซอร์แลนด์ ยกเว้นสายผ้าทอพิเศษที่ผลิตโดย Julien Faure ในประเทศฝรั่งเศส

 

ระบบการผลิตที่รวมศูนย์และแข็งแกร่งนี้เองที่ทำให้ TUDOR กระจายสินค้าไปหาคนรักนาฬิกาทั่วโลกได้อย่างครอบคลุม ผ่านจุดจำหน่ายกว่า 1,600 แห่งใน 110 ประเทศ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ให้พรีเมียมยิ่งขึ้นด้วย Standalone Boutique ดีไซน์สีแดง-ดำอีกกว่า 240 แห่งทั่วโลกในปัจจุบัน

 

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 11

 

สายสัมพันธ์อันยาวนานกับประเทศไทย

 

Cole บอกว่า (Siam S.A.B.) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1907 โดยแพทย์ประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำเข้าสินค้าลักซ์ชัวรีจากยุโรปมายังประเทศไทย คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่าง Tudor กับประเทศไทย

 

นาฬิกา TUDOR เป็นหนึ่งในสินค้าที่ S.A.B. นำมาจำหน่าย ต่อมาในยุค 1930s แคตตาล็อกของ Rolex เริ่มจัดพื้นที่เฉพาะให้นาฬิกาข้อมือ TUDOR ในฐานะนาฬิกาสำหรับคนที่ต้องการความเที่ยงตรงในราคาย่อมเยา การวางตำแหน่งที่เน้นความคุ้มค่านี้ตรงกับช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ จึงช่วยให้ Tudor ขยายส่วนแบ่งการตลาดได้ดี

 

หลักฐานสิ่งพิมพ์และภาพถ่ายปี 1956 และ 1965 ยืนยันว่าไทยเป็นตลาดสำคัญของ TUDOR มาอย่างน้อย 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการค้ายุคใหม่วางรากฐานผ่านความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้จำหน่ายนาฬิกาหรู ที่เริ่มความสัมพันธ์กับ TUDOR ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ด้วยความหลงใหลในนาฬิกาสวิส 

 

ไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ตื่นตัวต่อนาฬิกายุคใหม่ของ TUDOR สูงมาก จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดหลังงาน Baselworld 2015 เมื่อ TUDOR เปิดตัวกลไกอินเฮาส์ MT5621 และ MT5612 ทำให้ผู้แทนจำหน่ายในไทยเล็งเห็นทิศทางที่ชัดเจน และเริ่มขยายเครือข่ายอย่างจริงจัง จนถึงปัจจุบัน

 

ไทยยังได้ชื่อในวงการนาฬิกาโลกว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางวัฒนธรรมการสะสมนาฬิกาวินเทจที่น่าตื่นเต้นที่สุด Cole ให้ความเห็นว่าตลาดวินเทจของไทยเป็นที่จับตาของคนในวงการระดับโลก และความหลงใหลในการพูดคุย แลกเปลี่ยน รวมถึงการตามล่าของหายากอย่าง Tudor Submariner วินเทจ หรือ Tudor Tiger ของนักสะสมไทยนั้นเข้มข้นเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชีย

 

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 12

 

นี่คงเป็นเหตุผลสำคัญที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญในการจัดงานเสวนาครั้งยิ่งใหญ่ “TUDOR The Symposium: A Century of TUDOR” เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์ตลอด 100 ปี ให้กับคนไทยในฐานะกลุ่มผู้บริโภคที่มีความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์ของแบรนด์อย่างลึกซึ้ง

 

เสวนา “A Century of TUDOR” ในครั้งนี้จึงไม่เพียงตอกย้ำความยิ่งใหญ่ตลอด 100 ปีของแบรนด์ แต่ยังแสดงให้เห็นว่าทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาหมุนไปข้างหน้า คือการบันทึกประวัติศาสตร์ของผู้คนที่กล้าจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองในทุกยุคสมัย

The post ‘A Century of TUDOR’ เปิดประวัติศาสตร์ 1 ศตวรรษ เบื้องหลังเรือนเวลาคู่ใจ ‘เหล่าผู้กล้า’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Romeo Beckham ขึ้นแคมเปญ ‘Always Denim’ ของ Tommy Hilfiger https://thestandard.co/romeo-beckham-tommy-hilfiger-always-denim/ Mon, 03 Aug 2026 10:23:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1237668 Romeo Beckham ในชุดเดนิมจากแคมเปญ ‘Always Denim’ ของ Tommy Hilfiger

Tommy Hilfiger เปิดตัวแคมเปญเดนิม ‘Always Denim’ สำหรับ […]

The post Romeo Beckham ขึ้นแคมเปญ ‘Always Denim’ ของ Tommy Hilfiger appeared first on THE STANDARD.

]]>
Romeo Beckham ในชุดเดนิมจากแคมเปญ ‘Always Denim’ ของ Tommy Hilfiger

Tommy Hilfiger เปิดตัวแคมเปญเดนิม ‘Always Denim’ สำหรับคอลเล็กชัน Fall 2026 โดยให้ Romeo Beckham ลูกชายของ David และ Victoria Beckham มาขึ้นแคมเปญร่วมกับครีเอทีฟอีกหลายคน

 

Romeo Beckham ถ่ายแคมเปญ Always Denim โดยมีฉากหลังเป็นโรงแรม Mark Hotel แห่งมหานครนิวยอร์ก ร่วมกับ Yasmin Wijnaldum นางแบบชาวดัตช์และผู้นำเทรนด์คนสำคัญแห่งยุค รวมไปถึงเหล่านักสร้างสรรค์หลากหลายวงการ โดยพวกเขาได้มารวมตัวกันบนชั้นดาดฟ้า และต่างก็สวมใส่ไอเท็มเดนิม เพื่อถ่ายทอดสไตล์ความเป็นอเมริกันแท้ของแบรนด์ Tommy Hilfiger ในยุคโมเดิร์น

 

ไอเท็มไฮไลต์จากคอลเล็กชัน Fall 2026 ที่ปรากฏอยู่ในแคมเปญนี้ ก็คือกางเกงยีนส์แบ็กกี้ทรงหลวมรุ่น Theo ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 90 และกางเกงยีนส์ทรงกระบอกรุ่น Dover ของผู้ชาย นอกจากนั้นยังมีกางเกงยีนส์เอวสูงรุ่น Sarah และกางเกงยีนส์เอวต่ำรุ่น Daisy สำหรับฝั่งผู้หญิงด้วย

 

Tommy Hilfiger ที่ผลิตไอเท็มเดนิมมาตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ในยุค 1980 ก่อนที่จะเปิดตัวไลน์ Tommy Jeans ในปี 1996 พูดถึงแคมเปญนี้ว่า “เดนิมเป็นสิ่งที่นำเสนอตัวตนออกมาได้ดีที่สุดแล้วสำหรับผม เมื่อครั้งที่เป็นวัยรุ่นที่เติบโตในเมืองเอลมิรา ผมจะขับรถเข้านิวยอร์กซิตี้เพื่อซื้อกางเกงยีนส์ นำมาปรับแต่งใหม่ และขายไอเท็มเหล่านั้นจากท้ายรถ

 

ตลอดทุกยุคสมัยที่ผ่านมา เดนิมมีบทบาทสำคัญทั้งในแวดวงดนตรี วัฒนธรรมในวัยรุ่น และการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้คน แต่กลับไม่เคยสูญเสียความอยู่เหนือกาลเวลาของมันไปเลย แคมเปญนี้คือการเฉลิมฉลองมรดกตกทอดเหล่านั้นผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ และแสดงให้เห็นถึงความคลาสสิกที่ยังคงถูกนำมาจินตนาการใหม่ในแบบของแต่ละคน”

 

ภาพ: Tommy Hilfiger

 

อ้างอิง
https://th.fashionnetwork.com/news/Tommy-hilfiger-taps-romeo-beckham-for-fall-2026-denim-campaign,1857743.html

The post Romeo Beckham ขึ้นแคมเปญ ‘Always Denim’ ของ Tommy Hilfiger appeared first on THE STANDARD.

]]>
อังกฤษ vs อาร์เจนตินา คู่ปรับแห่งฟุตบอลโลก https://thestandard.co/england-argentina-world-cup-rivalry/ Wed, 15 Jul 2026 01:27:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1230769 ภาพนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและอาร์เจนตินากำลังแข่งขันกันในฟุตบอลโลก

อังกฤษกับอาร์เจนตินาอาจไม่ได้เจอกันบ่อยในฟุตบอลโลก &nbs […]

The post อังกฤษ vs อาร์เจนตินา คู่ปรับแห่งฟุตบอลโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและอาร์เจนตินากำลังแข่งขันกันในฟุตบอลโลก

อังกฤษกับอาร์เจนตินาอาจไม่ได้เจอกันบ่อยในฟุตบอลโลก

 

แต่ทุกครั้งมักมีเหตุการณ์ให้พูดถึง ตั้งแต่ใบแดงปี 1966, ‘หัตถ์พระเจ้า’ ของมาราโดนา, ใบแดงของเบ็คแฮม ไปจนถึงจุดโทษล้างแค้นในปี 2002

 

ก่อนที่ทั้งคู่จะกลับมาเจอกันอีกครั้งในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026

 

THE STANDARD SPORT พาย้อนดู 5 ครั้งก่อนหน้านี้ ว่าแต่ละเกมเกิดอะไรขึ้น และทำไมคู่นี้ถึงเป็นหนึ่งในแมตช์ที่มีเรื่องราวมากที่สุดบนเวทีฟุตบอลโลก

 


 

ภาพนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและอาร์เจนตินากำลังแข่งขันกันในฟุตบอลโลก 1ภาพนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและอาร์เจนตินากำลังแข่งขันกันในฟุตบอลโลก 2ภาพนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและอาร์เจนตินากำลังแข่งขันกันในฟุตบอลโลก 3ภาพนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและอาร์เจนตินากำลังแข่งขันกันในฟุตบอลโลก 4ภาพนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและอาร์เจนตินากำลังแข่งขันกันในฟุตบอลโลก 5ภาพนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและอาร์เจนตินากำลังแข่งขันกันในฟุตบอลโลก 6ภาพนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและอาร์เจนตินากำลังแข่งขันกันในฟุตบอลโลก 7ภาพนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและอาร์เจนตินากำลังแข่งขันกันในฟุตบอลโลก 8

The post อังกฤษ vs อาร์เจนตินา คู่ปรับแห่งฟุตบอลโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
หรือนี่คือ ‘เสื้อตัวเก่ง’? ทำไมอาร์เจนตินา เลือกใส่ชุดน้ำเงินดวลอังกฤษ https://thestandard.co/argentina-england-blue-kit-world-cup/ Wed, 15 Jul 2026 01:00:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1230757 ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาในชุดแข่งสีน้ำเงินกำลังฉลองประตู

ทุกครั้งที่ อาร์เจนตินา ดวลกับ อังกฤษ บนเวทีฟุตบอลโลก ม […]

The post หรือนี่คือ ‘เสื้อตัวเก่ง’? ทำไมอาร์เจนตินา เลือกใส่ชุดน้ำเงินดวลอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาในชุดแข่งสีน้ำเงินกำลังฉลองประตู

ทุกครั้งที่ อาร์เจนตินา ดวลกับ อังกฤษ บนเวทีฟุตบอลโลก มักมีเรื่องราวให้ถูกพูดถึงเสมอ ตั้งแต่ ‘หัตถ์พระเจ้า’ ของ ดิเอโก มาราโดนา ไปจนถึงเกมสุดเดือดในปี 1998

 

และในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ อาร์เจนตินาเลือกกลับมาใช้ชุดเยือนสีน้ำเงิน อีกครั้ง จนหลายสื่อในอาร์เจนตินาหลายแห่งตั้งข้อสังเกตว่า การเลือกชุดน้ำเงินอาจมีเรื่องความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะสองครั้งที่พวกเขาเขี่ยอังกฤษตกรอบฟุตบอลโลก ต่างก็ลงสนามด้วยชุดสีนี้

 


 

ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาในชุดแข่งสีน้ำเงินกำลังฉลองประตู 1ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาในชุดแข่งสีน้ำเงินกำลังฉลองประตู 2ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาในชุดแข่งสีน้ำเงินกำลังฉลองประตู 3ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาในชุดแข่งสีน้ำเงินกำลังฉลองประตู 4ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาในชุดแข่งสีน้ำเงินกำลังฉลองประตู 5ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาในชุดแข่งสีน้ำเงินกำลังฉลองประตู 6

The post หรือนี่คือ ‘เสื้อตัวเก่ง’? ทำไมอาร์เจนตินา เลือกใส่ชุดน้ำเงินดวลอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบ็คแฮมรับ Legacy Cap ครบ 115 นัด ก่อนอังกฤษ พบ นอร์เวย์ https://thestandard.co/beckham-legacy-cap-england/ Mon, 13 Jul 2026 03:55:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1229932 เดวิด เบ็คแฮม รับมอบ Legacy Cap จากแฮร์รี เคน

เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม ตำนานทีมชาติอังกฤษ รับมอบ Legacy Ca […]

The post เบ็คแฮมรับ Legacy Cap ครบ 115 นัด ก่อนอังกฤษ พบ นอร์เวย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดวิด เบ็คแฮม รับมอบ Legacy Cap จากแฮร์รี เคน

เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม ตำนานทีมชาติอังกฤษ รับมอบ Legacy Cap เพื่อเชิดชูผลงานการลงสนามรับใช้ชาติครบ 115 นัด จาก แฮร์รี เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษ ระหว่างที่ทัพ “สิงโตคำราม” ใช้ศูนย์ฝึกของ อินเตอร์ ไมอามี เตรียมความพร้อมก่อนเกมฟุตบอลโลก 2026 รอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งเอาชนะ นอร์เวย์ 2-1

 

เบ็คแฮม ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าของร่วมของ อินเตอร์ ไมอามี ให้การต้อนรับ โธมัส ทูเคิ่ล และนักเตะทีมชาติอังกฤษ ก่อนที่ เคน จะมอบ Legacy Cap หมายเลข 1078 ให้ พร้อมยกย่องอดีตกัปตันทีมชาติว่าเป็นแรงบันดาลใจของนักเตะหลายรุ่น

 

เคน กล่าวว่า “คุณคือแบบอย่างของผมและนักเตะอีกหลายคน ทุกครั้งที่สวมเสื้อทีมชาติ คุณแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความหลงใหล และความเป็นผู้นำ คุณคือหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษ”

 

ด้าน เบ็คแฮม กล่าวขอบคุณพร้อมส่งกำลังใจถึงทีมชุดปัจจุบัน “พวกคุณกำลังทำให้ทุกคนที่บ้านภาคภูมิใจ ทั้งจากผลงานในสนามและนอกสนาม ขอให้เดินหน้าต่อไป”

 

ทั้งนี้ เบ็คแฮม ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ 115 นัด ตลอด 13 ปี โดยปัจจุบันมีเพียง ปีเตอร์ ชิลตัน, เวย์น รูนีย์ และ แฮร์รี เคน ที่ลงสนามรับใช้ทีมชาติมากกว่าเขา

 

อ้างอิง

 

ภาพ: Claudio Villa / Getty Images

The post เบ็คแฮมรับ Legacy Cap ครบ 115 นัด ก่อนอังกฤษ พบ นอร์เวย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาร์เจนตินา vs. อังกฤษ คู่ปรับแห่งโชคชะตา ที่โคจรกลับมาเจอกันในฟุตบอลโลก https://thestandard.co/argentina-england-world-cup-rivalry/ Sun, 12 Jul 2026 07:47:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1229741 ลิโอเนล เมสซี นักฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา และจูด เบลลิงแฮม นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026

ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ และแทบไม่มีใคร […]

The post อาร์เจนตินา vs. อังกฤษ คู่ปรับแห่งโชคชะตา ที่โคจรกลับมาเจอกันในฟุตบอลโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิโอเนล เมสซี นักฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา และจูด เบลลิงแฮม นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026

ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ และแทบไม่มีใครจะปฏิเสธได้ว่านี่คือหนึ่งในเกมที่โลกฟุตบอลอยากเห็นมากที่สุด นั่นคือ อาร์เจนตินา พบ อังกฤษ

 

ไม่ใช่แค่เพราะทั้งสองทีมเต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ ไม่ใช่แค่เพราะผู้ชนะจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่เพราะนี่คือคู่แข่งขันที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ

 

การเจอกันของทั้งคู่เต็มไปด้วยเรื่องราว ความขัดแย้ง ดราม่า และช่วงเวลาที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของเกมฟุตบอลมาช้านาน

 

หลังจากอาร์เจนตินาเฉือนชนะสวิตเซอร์แลนด์ 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ จากประตูสุดมหัศจรรย์ของ ฮูเลียน อัลวาเรซ ก่อนปิดท้ายด้วย เลาตาโร มาร์ติเนซ พวกเขาจึงได้สิทธิ์เข้าไปเผชิญหน้ากับอังกฤษ ทีมที่เพิ่งผ่านนอร์เวย์มาอย่างหืดจับด้วยสกอร์ 2-1

 

นี่ไม่ใช่แค่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่มันคือบทล่าสุดของ “คู่ปรับแห่งโชคชะตา”

 

ความน่าสนใจของความเป็นคู่ปรับในโลกฟุตบอลระหว่างคู่ปรับคู่นี้ สามารถย้อนไปได้ตั้งแต่จุดกำเนิดของฟุตบอลในของฟุตบอลอาร์เจนตินา ที่อังกฤษกลับเป็นประเทศที่วางรากฐานให้ทุกอย่าง

 

ฟุตบอลถูกนำเข้าไปยังกรุงบัวโนสไอเรสโดยชาวอังกฤษตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 โรงเรียน สโมสร และลีกฟุตบอลแห่งแรกของประเทศต่างมีรากฐานมาจากชุมชนชาวอังกฤษ

 

ชื่อสำคัญๆ ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอาร์เจนไตน์ ก็เป็นชื่อคนอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซานเดอร์ วัตสัน ฮัตตัน ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งฟุตบอลอาร์เจนตินา”

 

หรือแม้แต่ชื่อสโมสรอย่าง ริเวอร์ เพลต, โบคา จูเนียร์ส, นีเวลส์ โอลด์บอยส์ และ โรซาริโอ เซนทรัล ก็ล้วนสะท้อนอิทธิพลของอังกฤษทั้งสิ้น จนกล่าวได้ว่า อังกฤษคือผู้ปลูกเมล็ดพันธุ์ฟุตบอลในอาร์เจนตินา

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมล็ดพันธุ์นั้นกลับเติบโตจนกลายเป็นคู่แข่งที่พร้อมท้าทายผู้ให้กำเนิด และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนที่สุดคู่หนึ่งในโลกฟุตบอล

 

แม้ทั้งสองชาติจะพบกันหลายครั้งก่อนหน้านั้น แต่ฟุตบอลโลก 1966 ที่ประเทศอังกฤษ คือวันที่การแข่งขันครั้งนี้เปลี่ยนจากเกมฟุตบอลธรรมดา กลายเป็น “ศัตรู”

 

อาร์เจนตินาแพ้ 0-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่สิ่งที่คนอาร์เจนไตน์จดจำไม่ใช่ผลการแข่งขัน หากเป็นการไล่ออกของกัปตันทีม อันโตนิโอ รัตติน

 

กัปตันทีมฟ้าขาวในเกมนั้น ถูกผู้ตัดสินชาวเยอรมันตะวันตกส่งออกจากสนาม ท่ามกลางความไม่เข้าใจ เพราะในยุคนั้นยังไม่มีใบเหลืองหรือใบแดง จนสื่ออาร์เจนตินาเรียกเกมนี้ว่า “El Robo del Siglo” หรือ “การปล้นแห่งศตวรรษ”

 

หลังเกม เซอร์ อัลฟ์ แรมซีย์ ปฏิเสธไม่ให้นักเตะอังกฤษแลกเสื้อกับนักเตะอาร์เจนตินา พร้อมเรียกฝ่ายตรงข้ามว่า “สัตว์ (Animals)”

 

ประโยคสั้นๆ เพียงไม่กี่คำ กลายเป็นเชื้อไฟที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติในสนามฟุตบอลไม่มีวันเหมือนเดิมอีกเลย

 

และหากปี 1966 คือจุดเริ่มต้น ปี 1986 คือวันที่การแข่งขันคู่นี้กลายเป็นตำนาน เพราะเพียงสี่ปีก่อนหน้านั้น สงครามฟอล์กแลนด์ระหว่างอาร์เจนตินาและสหราชอาณาจักรเพิ่งสิ้นสุดลง ความรู้สึกของทั้งสองประเทศยังสดใหม่

 

จากนั้น ดิเอโก มาราโดนา ก็สร้างสองประตูที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ประตูแรกคือ “หัตถ์แห่งพระเจ้า” และประตูที่สองคือ “ประตูแห่งศตวรรษ”

 

สองประตูที่เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงสี่นาที แต่กลายเป็นภาพจำของคนทั้งโลกมาจนถึงทุกวันนี้

 

สำหรับชาวอังกฤษ นั่นคือเกมที่ถูกโกง สำหรับชาวอาร์เจนไตน์ นั่นคือการล้างแค้น ทั้งต่อสงครามและต่อความรู้สึกค้างคาจากปี 1966

 

มาราโดนาเคยยอมรับในอัตชีวประวัติว่า เกมนั้นให้ความรู้สึกเหมือน “เราไม่ได้ชนะทีมฟุตบอล แต่เราชนะประเทศหนึ่ง”

 

จากวันนั้น ถึงวันนี้ แม้เวลาจะผ่านมากว่าครึ่งศตวรรษ แต่ความทรงจำเหล่านั้นก็ไม่เคยหายไป และยิ่งทำให้การเจอกันของทั้ง 2 ชาติ กลายเป็นแมตช์สุดเดือด

 

ฟุตบอลโลก 1998 มีใบแดงของ เดวิด เบ็คแฮม หลังถูก ดีเอโก ซิเมโอเน ยั่วยุ จนกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาชาวอังกฤษ ถูกตราหน้าดุจคนบาปของชาติ หลังทัพสิงโตคำรามตกรอบในเกมนั้น

 

ฟุตบอลโลก 2002 เบ็คแฮมกลับมาแก้ตัว ยิงจุดโทษพาอังกฤษชนะ 1-0 เป็นเสมือนการล้างบาปของกองกลางเจ้าพ่อลูกนิ่งแห่งยุค แต่นับจากนั้น ทั้งสองทีมแทบไม่ได้พบกันอีกเลยในเกมที่มีความหมายระดับนี้…จนกระทั่งฟุตบอลโลก 2026

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ลิโอเนล เมสซี ไม่เคยลงเล่นพบอังกฤษในฟุตบอลโลกมาก่อน นั่นทำให้ตำนานที่ถูกยกให้เป็นผู้สืบทอดมาราโดนา กำลังจะได้สัมผัสเกมที่มีความหมายที่สุดของคู่ปรับคู่นี้เป็นครั้งแรกในวัย 39 ปี

 

หากดูเฉพาะผลการแข่งขัน หลายคนอาจคิดว่าอาร์เจนตินากำลังอยู่ในฟอร์มยอดเยี่ยม แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น เพราะเกมกับสวิตเซอร์แลนด์คือแมตช์ที่สามติดต่อกันที่ทีมของ ลิโอเนล สกาโลนี เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน

 

พวกเขาขึ้นนำเร็วจากลูกเตะมุมของเมสซีที่ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ โหม่งเข้าไปตั้งแต่นาทีที่ 10 แต่หลังจากนั้นกลับปล่อยให้สวิตเซอร์แลนด์ค่อยๆ ครองเกม

 

แดนกลางเสียการควบคุม แนวรับเปิดพื้นที่ให้ ดาน เอ็นดอย เล่นงานหลายครั้ง เอมิเลียโน มาร์ติเนซ ต้องออกแรงเซฟมากกว่าที่ควร และเมื่อเอ็นดอยตีเสมอได้ในครึ่งหลัง ก็แทบไม่มีใครแปลกใจ

 

หากไม่มีใบแดงของ บรีล เอ็มโบโล ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม สวิตเซอร์แลนด์อาจเป็นฝ่ายสร้างเซอร์ไพรส์ก็ได้ แต่แม้อาร์เจนตินาจะไม่ได้เล่นดีที่สุด แต่พวกเขามีคุณสมบัติที่ทีมแชมป์โลกทุกชุดมักมีร่วมกัน

 

พวกเขามีนักเตะที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ในจังหวะเดียว และคราวนี้ไม่ใช่เมสซี แต่เป็น ฮูเลียน อัลวาเรซ

 

ในนาทีที่ 112 ขณะที่เกมกำลังมุ่งหน้าไปสู่การดวลจุดโทษ กองหน้าจากแอตเลติโก มาดริด รับบอลหน้าเขตโทษ แต่งเข้าขวา ก่อนปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมอย่างหมดจด

 

มันคือหนึ่งในประตูที่สวยที่สุดของฟุตบอลโลกครั้งนี้ และเป็นอีกครั้งที่อาร์เจนตินาพิสูจน์ว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องให้เมสซีเป็นฮีโร่ทุกนัดอีกต่อไป

 

ตลอดทัวร์นาเมนต์ เมสซียิงประตูแทบทุกนัด แต่เกมนี้เขาไม่ได้สกอร์แม้แต่ลูกเดียว สิ่งที่เขาทำได้คือแอสซิสต์ให้แม็ค อัลลิสเตอร์ และสร้างสถิติใหม่ เป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ทำแอสซิสต์ครบ 10 ครั้ง

 

ส่วนการปิดบัญชีเป็นหน้าที่ของอัลวาเรซและเลาตาโร นั่นอาจเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับอาร์เจนตินา เพราะทีมที่พึ่งพาคนคนเดียว มักไปไม่ถึงเส้นชัย

 

ฝั่งอังกฤษเองก็เต็มไปด้วยคำถามไม่ต่างกัน พวกเขาผ่านนอร์เวย์ด้วยความยอดเยี่ยมของ จูด เบลลิงแฮม มากกว่าคุณภาพของทีมโดยรวม

 

โธมัส ทูเคิล ยอมรับหลังเกมว่าทีมยังเล่นไม่ดีพอ โครงสร้างแดนกลางยังขาดความสมดุล เกมรุกยังไม่ลื่นไหล และอังกฤษยังต้องพึ่งช่วงเวลามหัศจรรย์จากนักเตะระดับโลก

 

เมื่อมองแบบนี้ รอบรองชนะเลิศจึงกลายเป็นการเผชิญหน้าของสองทีมที่มีจุดแข็งคล้ายกัน คือทั้งคู่ไม่ได้เล่นฟุตบอลที่ดีที่สุดของตัวเอง แต่ทั้งคู่มีผู้เล่นที่สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ภายในเสี้ยววินาที

 

เมสซี, อัลวาเรซ, เลาตาโร หรือ เบลลิงแฮม, เคน และซากา

 

ฟุตบอลโลกทุกครั้งมักมีคู่หนึ่งที่ถูกเรียกว่า “นัดชิงก่อนนัดชิง” ปี 2026 หลายคนอาจมองว่านั่นคือ ฝรั่งเศส พบ สเปน แต่ในอีกด้านหนึ่ง อังกฤษ พบ อาร์เจนตินา ก็มีความหมายที่แตกต่างออกไป เพราะนี่คือเกมที่แบกน้ำหนักของประวัติศาสตร์เอาไว้

 

เกมที่เชื่อมโยงตั้งแต่ปี 1966 ผ่านมาราโดนาในปี 1986 ใบแดงของเบ็คแฮมในปี 1998 การไถ่บาปในปี 2002 จนมาถึงวันที่เมสซีและเบลลิงแฮมจะได้สร้างหน้าประวัติศาสตร์ของตัวเอง

 

หลายสิบปีผ่านไป นักเตะเปลี่ยน โค้ชเปลี่ยน แม้แต่ฟุตบอลก็เปลี่ยนไป มี VAR มีเทคโนโลยีจับจังหวะสัมผัสบอล มีข้อมูลและแท็กติกที่ละเอียดกว่ายุคก่อนอย่างมหาศาล แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือความรู้สึกของเกมนี้

 

ทันทีที่อังกฤษและอาร์เจนตินาเดินออกจากอุโมงค์ ทุกคนจะนึกถึงมาราโดนา นึกถึงเบ็คแฮม นึกถึงแฮนด์ออฟก็อด นึกถึงประตูแห่งศตวรรษ และนึกถึงเรื่องราวที่ทำให้คู่นี้กลายเป็นหนึ่งในศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกฟุตบอล

 

นี่จึงไม่ใช่แค่เกมเพื่อชิงตั๋วเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่มันคืออีกหนึ่งบทของคู่ปรับที่โชคชะตาเหมือนจะเขียนให้ต้องกลับมาเจอกันครั้งแล้วครั้งเล่า

 

และไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เช้าวันรุ่งขึ้น ประวัติศาสตร์ของ อังกฤษ–อาร์เจนตินา จะมีอีกหนึ่งหน้าที่ถูกจารึกเอาไว้ตลอดกาล

 

อ้างอิง

 

ภาพ: Sebastian Frej, Ian MacNicol / Getty Images

The post อาร์เจนตินา vs. อังกฤษ คู่ปรับแห่งโชคชะตา ที่โคจรกลับมาเจอกันในฟุตบอลโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อังกฤษ vs อาร์เจนตินา ย้อนรอยคู่ปรับแห่งฟุตบอลโลก กับภาพจำที่โลกไม่เคยลืม https://thestandard.co/england-argentina-world-cup-rivalry-moments/ Sun, 12 Jul 2026 06:54:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1229662 ภาพประกอบแสดงเหตุการณ์สำคัญในการแข่งขันฟุตบอลโลกระหว่างอังกฤษและอาร์เจนตินา

จากอดีตถึงปัจจุบัน..มีคู่แข่งหลายคู่ที่ยิ่งใหญ่ในหน้าปร […]

The post อังกฤษ vs อาร์เจนตินา ย้อนรอยคู่ปรับแห่งฟุตบอลโลก กับภาพจำที่โลกไม่เคยลืม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงเหตุการณ์สำคัญในการแข่งขันฟุตบอลโลกระหว่างอังกฤษและอาร์เจนตินา

จากอดีตถึงปัจจุบัน..มีคู่แข่งหลายคู่ที่ยิ่งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

 

แต่อาร์เจนตินา กับ อังกฤษ คือหนึ่งในไม่กี่คู่ที่ทุกครั้งยามโคจรมาเจอกัน มักจะทิ้งเรื่องราวที่แฟนบอลทั่วโลกจดจำไม่รู้ลืม

 

ย้อนไปในฟุตบอลโลก 1966 รอบก่อนรองชนะเลิศ เกมที่อังกฤษเฉือนชนะ 1-0 ก่อนเดินหน้าคว้าแชมป์โลกสมัยแรก ทว่าฝั่งอาร์เจนตินากลับขนานนามแมตช์นั้นว่า ‘การปล้นแห่งศตวรรษ’

 

อันโตนิโอ รัตติน กัปตันทีมอาร์เจนตินา ถูกไล่ออกจากสนามจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกันกับผู้ตัดสิน เขาปฏิเสธจะเดินออกจากสนาม จนตำรวจต้องเข้ามาพาตัวออกไป เหตุการณ์วันนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความบาดหมางระหว่างสองชาติในเวทีบอลโลก

 

20 ปีต่อมา ฟุตบอลโลก 1986 มอบอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สะท้านโลกให้คู่นี้

 

เมื่อ ดิเอโก มาราโดนา จัดการส่งลูกบอลซุกก้นตาข่ายด้วย ‘หัตถ์พระเจ้า’ ที่ยังคงถูกพูดถึงมาจนปัจจุบัน ก่อนจะตอกย้ำความอัจฉริยะในอีก 4 นาทีถัดมา ด้วยการกระชากบอลโซโล่เดี่ยวจากแดนตัวเอง หลบผู้เล่นอังกฤษครึ่งทีมเข้าไปยิง จนถูกยกย่องให้เป็น ‘ลูกยิงแห่งศตวรรษ’

 

12 ปีให้หลัง ในฟุตบอลโลก 1998 ทั้งคู่กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง และเกมนี้ก็สร้างตราบาปไว้ในความทรงจำของใครบางคน

 

เดวิด เบ็คแฮม สตาร์ดวงใหม่ของอังกฤษในเวลานั้น ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังหลงเหลี่ยมสะกิดเท้าดีดใส่ ดิเอโก ซิเมโอเน ส่งผลให้ทัพสิงโตคำรามต้องเล่น 10 คนเกือบทั้งเกม ก่อนจะพ่ายแพ้ตกรอบด้วยการดวลจุดโทษ และทำให้เบ็คแฮมต้องตกเป็นจำเลยสังคม เผชิญหน้ากับเสียงรุมประณามจากคนทั้งประเทศอยู่หลายปี

 

และในฟุตบอลโลก 2026… ทั้งสองทีมกำลังจะกลับมาพิสูจน์ศักดิ์ศรีกันอีกครั้ง โดยมีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นเดิมพัน!

 

ภาพประกอบแสดงเหตุการณ์สำคัญในการแข่งขันฟุตบอลโลกระหว่างอังกฤษและอาร์เจนตินา 1ภาพประกอบแสดงเหตุการณ์สำคัญในการแข่งขันฟุตบอลโลกระหว่างอังกฤษและอาร์เจนตินา 2ภาพประกอบแสดงเหตุการณ์สำคัญในการแข่งขันฟุตบอลโลกระหว่างอังกฤษและอาร์เจนตินา 3ภาพประกอบแสดงเหตุการณ์สำคัญในการแข่งขันฟุตบอลโลกระหว่างอังกฤษและอาร์เจนตินา 4

The post อังกฤษ vs อาร์เจนตินา ย้อนรอยคู่ปรับแห่งฟุตบอลโลก กับภาพจำที่โลกไม่เคยลืม appeared first on THE STANDARD.

]]>
โนวัค ยอโควิช กับแจ็กเกตสุดพิเศษจาก Lacoste บนสังเวียนวิมเบิลดัน https://thestandard.co/novak-djokovic-lacoste-jacket-wimbledon/ Tue, 30 Jun 2026 09:02:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1225171 โนวัค ยอโควิช ในชุดแจ็กเกต Lacoste ดีไซน์พิเศษบนสนามวิมเบิลดัน

โนวัค ยอโควิช ปรากฏตัวในชุดแจ็กเก็ตสุดพิเศษจาก Lacoste […]

The post โนวัค ยอโควิช กับแจ็กเกตสุดพิเศษจาก Lacoste บนสังเวียนวิมเบิลดัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โนวัค ยอโควิช ในชุดแจ็กเกต Lacoste ดีไซน์พิเศษบนสนามวิมเบิลดัน

โนวัค ยอโควิช ปรากฏตัวในชุดแจ็กเก็ตสุดพิเศษจาก Lacoste ที่ออกแบบขึ้นเพื่อเขาโดยเฉพาะ ในการแข่งขันวิมเบิลดัน 2026

 

แจ็กเก็ตตัวนี้ออกแบบโดย Pelagia Kolotouros ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Lacoste โดยนำเอกลักษณ์ของชุดเทนนิสคลาสสิกมาผสมผสานกับงานฝีมือและเทคนิคสมัยใหม่ ทั้งการเชื่อมตะเข็บแบบไร้รอยต่อ การตัดด้วยเลเซอร์ และตราสัญลักษณ์จระเข้ที่ปักด้วยมือ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากพื้นผิวของสนามหญ้าวิมเบิลดัน

 

Lacoste ระบุว่าแจ็กเกตตัวนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อยอโควิชเพียงคนเดียว (Created exclusively for Novak Djokovic)

 

และก่อนลงสนาม ยอโควิชยังได้พบกับสองคนดังอย่าง Bad Bunny ศิลปินระดับโลก และ เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ ที่เดินทางมาชมการแข่งขันวิมเบิลดันในวันเดียวกัน

 

ด้านผลงานในสนาม ยอโควิชยังออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม หลังเอาชนะ อู๋ อี้ปิง จากจีน 3-1 เซต 6-4, 5-7, 6-4 และ 6-4 ผ่านเข้าสู่รอบสอง โดยจะพบกับ สเตฟานอส ซิตซิปาส เป็นด่านต่อไป

 

โนวัค ยอโควิช ในชุดแจ็กเกต Lacoste ดีไซน์พิเศษบนสนามวิมเบิลดัน 1โนวัค ยอโควิช ในชุดแจ็กเกต Lacoste ดีไซน์พิเศษบนสนามวิมเบิลดัน 2โนวัค ยอโควิช ในชุดแจ็กเกต Lacoste ดีไซน์พิเศษบนสนามวิมเบิลดัน 3โนวัค ยอโควิช ในชุดแจ็กเกต Lacoste ดีไซน์พิเศษบนสนามวิมเบิลดัน 4โนวัค ยอโควิช ในชุดแจ็กเกต Lacoste ดีไซน์พิเศษบนสนามวิมเบิลดัน 5โนวัค ยอโควิช ในชุดแจ็กเกต Lacoste ดีไซน์พิเศษบนสนามวิมเบิลดัน 6

The post โนวัค ยอโควิช กับแจ็กเกตสุดพิเศษจาก Lacoste บนสังเวียนวิมเบิลดัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Brooklyn Beckham แอบเหน็บแนมคุณพ่อในโฆษณาตัวใหม่ ท่ามกลางดราม่าครอบครัว https://thestandard.co/brooklyn-beckham-family-drama-doordash/ Tue, 16 Jun 2026 08:23:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1219074 ภาพ Brooklyn Beckham

Brooklyn Beckham ถูกโยงเข้าดราม่าเกี่ยวกับครอบครัวของเข […]

The post Brooklyn Beckham แอบเหน็บแนมคุณพ่อในโฆษณาตัวใหม่ ท่ามกลางดราม่าครอบครัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Brooklyn Beckham

Brooklyn Beckham ถูกโยงเข้าดราม่าเกี่ยวกับครอบครัวของเขาอีกครั้ง โดยเฉพาะต่อคุณพ่อ David Beckham ผู้เป็นอดีตนักฟุตบอลที่ยังคงเป็นผู้ทรงอิทธิพลทั้งในวงการกีฬาและป๊อปคัลเจอร์ในยุคปัจจุบัน

 

โดยในโฆษณาตัวใหม่ของ DoorDash แพลตฟอร์มสั่งอาหารออนไลน์ยอดฮิตของสหรัฐอเมริกา Brooklyn Beckham กำลังนั่งสบายๆ อยู่ที่โซฟา และพูดกับกล้องว่า “คุณคงสงสัยกันใช่ไหมว่าทำไมผมถึงดู FIFA World Cup 2026 จากที่บ้าน?” ก่อนที่จะทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดีพร้อมหัวเราะด้วยว่า “เรื่องมันยาวน่ะ” และลุกออกจากโซฟาไป ตอนนั้นเองที่เขาทิ้งตั๋วเข้าชมงาน World Cup ทั้ง 2 ใบลงบนโต๊ะ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเลือกที่จะชมการแข่งขันที่บ้าน แม้ว่าจะมีตั๋วอันหายากอยู่ในมือก็ตาม

 

แน่นอนว่าหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเขากำลังเหน็บแนม David Beckham ทันที เพราะคุณพ่อของเขาเป็นนักฟุตบอลระดับซูเปอร์สตาร์ อีกทั้ง Brooklyn Beckham ยังไม่ไปร่วมพิธีรับดาวบนถนน Hollywood Walk of Fame เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งที่พ่อของเขาคือนักเตะคนแรกที่ได้รับดาวดังกล่าวนี้ ในขณะที่น้องๆ ทั้ง Romeo, Cruz และ Harper รวมไปถึงคุณแม่ Victoria Beckham และคนสนิทของครอบครัวอย่าง Tom Cruise และ Eva Longoria ต่างก็ไปร่วมแสดงความยินดีกับ David Beckham ที่งานนี้กันทั้งหมด

 

นอกจากนั้นในวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ครอบครัว Beckham ยังเพิ่งมีดราม่าเรื่องใหม่สดๆ ร้อนๆ เมื่อก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ภาพ Harper น้องสาวคนเล็กวัย 14 ปี ที่กำลังนำจดหมายไปส่งไว้ที่บ้านในแคลิฟอร์เนียของ Brooklyn กับภรรยาระหว่างที่ทั้งสองอยู่ที่นิวยอร์ก ในวันเดียวกันกับพิธีรับดาวของคุณพ่อ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นจดหมายที่ต้องการให้เขากลับมาคืนดีกับครอบครัว แต่หลังจากนั้นตัวแทนของพี่ชายกับภรรยาก็ออกมาปฏิเสธการไกล่เกลี่ยเคลียร์ใจ และยังเผยด้วยว่าพวกเขาเชื่อว่าการมาส่งจดหมายของ Harper เป็นการจัดฉากเท่านั้น

 

ตัวแทนของ Brooklyn และ Nicola เผยผ่านสื่อ HELLO! ว่า “การที่ช่างภาพอยู่ตรงนั้นตอนที่จดหมายมาส่งพอดิบพอดีมันก็บ่งบอกอยู่แล้ว นี่คือการจัดฉากเพื่อให้กล้องได้ถ่ายภาพชัดๆ”

 

ภาพ: Francois Durand/Getty Images

 

อ้างอิง
https://www.yahoo.com/entertainment/celebrity/articles/brooklyn-beckham-makes-another-public-210806559.html

The post Brooklyn Beckham แอบเหน็บแนมคุณพ่อในโฆษณาตัวใหม่ ท่ามกลางดราม่าครอบครัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดวิด เบ็คแฮม นักเตะคนแรกได้รับดาวบน Hollywood Walk of Fame https://thestandard.co/david-beckham-hollywood-walk-fame-star/ Sat, 13 Jun 2026 03:11:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1217881 เดวิด เบ็คแฮม ถ่ายภาพกับดาวบน Hollywood Walk of Fame

เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ กลายเป็นนัก […]

The post เดวิด เบ็คแฮม นักเตะคนแรกได้รับดาวบน Hollywood Walk of Fame appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดวิด เบ็คแฮม ถ่ายภาพกับดาวบน Hollywood Walk of Fame

เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ กลายเป็นนักฟุตบอลคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับดาวบน Hollywood Walk of Fame ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา

 

เบ็คแฮมได้รับดาวลำดับที่ 2,849 บนถนน Hollywood Boulevard โดยถือเป็นการยกย่องเส้นทางอาชีพที่ก้าวข้ามวงการฟุตบอล สู่การเป็นบุคคลทรงอิทธิพลในโลกแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมสมัยนิยม

 

ภายในพิธี เขาได้รับการแนะนำตัวโดย วิกตอเรีย เบ็คแฮม และ ทอม ครูซ นักแสดงชื่อดังของฮอลลีวูด

 

อดีตมิดฟิลด์วัย 51 ปี ประสบความสำเร็จอย่างมากกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเรอัล มาดริด ก่อนย้ายไปค้าแข้งกับแอลเอ แกแล็กซี และมีส่วนสำคัญในการผลักดันความนิยมของฟุตบอลในสหรัฐอเมริกา

 

หลังแขวนสตั๊ดในปี 2013 เบ็คแฮมยังคงมีบทบาทในวงการฟุตบอลในฐานะเจ้าของร่วมของอินเตอร์ ไมอามี สโมสรที่ดึง ลิโอเนล เมสซี มาค้าแข้งใน MLS เมื่อปี 2023

 

นอกจากนี้ เขายังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์อัศวินจากสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เมื่อปี 2025 อีกด้วย

 

เดวิด เบ็คแฮม ถ่ายภาพกับดาวบน Hollywood Walk of Fame 1เดวิด เบ็คแฮม ถ่ายภาพกับดาวบน Hollywood Walk of Fame 2เดวิด เบ็คแฮม ถ่ายภาพกับดาวบน Hollywood Walk of Fame 3เดวิด เบ็คแฮม ถ่ายภาพกับดาวบน Hollywood Walk of Fame 4เดวิด เบ็คแฮม ถ่ายภาพกับดาวบน Hollywood Walk of Fame 5

The post เดวิด เบ็คแฮม นักเตะคนแรกได้รับดาวบน Hollywood Walk of Fame appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดวิด เบ็คแฮม กลายเป็นนักกีฬาสหราชอาณาจักรคนแรกที่มีทรัพย์สินทะลุพันล้านปอนด์ https://thestandard.co/david-beckham-billionaire-athlete/ Sat, 16 May 2026 05:09:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1207849 เดวิด เบ็คแฮม และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ในงาน TIME100 Gala

เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ สร้างประวัต […]

The post เดวิด เบ็คแฮม กลายเป็นนักกีฬาสหราชอาณาจักรคนแรกที่มีทรัพย์สินทะลุพันล้านปอนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดวิด เบ็คแฮม และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ในงาน TIME100 Gala

เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาชาวสหราชอาณาจักรคนแรกที่มีทรัพย์สินรวมทะลุ 1 พันล้านปอนด์ (43,500 ล้านบาท) จากการจัดอันดับบุคคลร่ำรวยที่สุดของสหราชอาณาจักรประจำปี 2026

 

รายงานจาก BBC ระบุว่า เบ็คแฮม วัย 51 ปี ซึ่งเพิ่งได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ “เซอร์” เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีทรัพย์สินรวมกับ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ภรรยา อยู่ที่ 1.185 พันล้านปอนด์ (ราว 51,550 ล้านบาท)

 

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ทั้งคู่ขึ้นเป็นหนึ่งในบุคคลในวงการกีฬาที่ร่ำรวยที่สุดของสหราชอาณาจักร ต่อจากครอบครัวของ เบอร์นี เอ็คเคิลสโตน อดีตผู้บริหารฟอร์มูลาวัน ที่มีทรัพย์สินราว 2 พันล้านปอนด์ (ราว 87,000 ล้านบาท)

 

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เบ็คแฮม ก้าวขึ้นสู่ระดับมหาเศรษฐี คือการเป็นเจ้าของร่วมของ อินเตอร์ ไมอามี สโมสรในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐฯ ซึ่งถูกประเมินมูลค่าสูงถึง 1.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 47,340 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ อดีตดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังมีรายได้จากการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับบริษัทระดับโลกอย่าง Adidas และ Hugo Boss ขณะที่ วิคตอเรีย ประสบความสำเร็จจากธุรกิจแฟชั่น หลังสร้างชื่อเสียงจากการเป็นสมาชิกวง Spice Girls

 

ส่วน ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์โลกฟอร์มูลาวัน 7 สมัย มีทรัพย์สิน 435 ล้านปอนด์ หรือราว 1.9 หมื่นล้านบาท รั้งอันดับ 5 ขณะที่ แฮร์รี เคน และ แอนดี เมอร์รีย์ อยู่อันดับ 10 ร่วมกัน ด้วยทรัพย์สินคนละ 110 ล้านปอนด์ หรือราว 4.78 ล้านบาท

 

อ้างอิง

เดวิด เบ็คแฮม และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ในงาน TIME100 Gala 1เดวิด เบ็คแฮม และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ในงาน TIME100 Gala 2เดวิด เบ็คแฮม และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ในงาน TIME100 Gala 3เดวิด เบ็คแฮม และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ในงาน TIME100 Gala 4เดวิด เบ็คแฮม และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ในงาน TIME100 Gala 5เดวิด เบ็คแฮม และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ในงาน TIME100 Gala 6

The post เดวิด เบ็คแฮม กลายเป็นนักกีฬาสหราชอาณาจักรคนแรกที่มีทรัพย์สินทะลุพันล้านปอนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
A Legend is Born เมื่อ adidas เปลี่ยนโฆษณาบอลโลกให้กลายเป็นหนัง Blockbuster https://thestandard.co/adidas-legend-world-cup-blockbuster/ Thu, 07 May 2026 05:55:13 +0000 https://thestandard.co/adidas-legend-world-cup-blockbuster/ ภาพโปสเตอร์แคมเปญ "A Legend is Born" จาก adidas สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่นำ Timothée Chalamet และนักฟุตบอลระดับโลกมาสร้างสรรค์เป็นงานสไตล์ภาพยนตร์

adidas เปิดตัวแคมเปญโปรโมตฟุตบอลโลก 2026 ชุด “A Legend […]

The post A Legend is Born เมื่อ adidas เปลี่ยนโฆษณาบอลโลกให้กลายเป็นหนัง Blockbuster appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโปสเตอร์แคมเปญ "A Legend is Born" จาก adidas สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่นำ Timothée Chalamet และนักฟุตบอลระดับโลกมาสร้างสรรค์เป็นงานสไตล์ภาพยนตร์

adidas เปิดตัวแคมเปญโปรโมตฟุตบอลโลก 2026 ชุด “A Legend is Born” ด้วยงานโปรดักชันสไตล์ cinematic ที่หยิบเอาโลกฟุตบอล ดนตรี และฮอลลีวูดมาผสานเข้าด้วยกันอย่างยิ่งใหญ่

 

ไฮไลต์สำคัญของแคมเปญอยู่ที่การดึง Timothée Chalamet นักแสดงหนุ่มจาก Dune และ A Complete Unknown มารับหน้าที่ผู้บรรยายหลักของเรื่อง พร้อมสวมเสื้อหมายเลข 26 สีลาเวนเดอร์ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการยืนยันกลายๆ ถึงการร่วมงานอย่างเป็นทางการกับ adidas หลังเจ้าตัวเริ่มปรากฏตัวพร้อมรองเท้าและไอเท็มของแบรนด์มากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

 

ตัวโฆษณาเล่าเรื่องของกลุ่มเด็กดาวรุ่งจากฟุตบอลข้างถนนในชื่อ ‘The Invincibles’ ที่กำลังจะเผชิญหน้ากับเหล่าไอคอนระดับโลกของ adidas ผ่านบรรยากาศที่ให้อารมณ์เหมือนภาพยนตร์กีฬา โดยมีทั้ง Lionel Messi, David Beckham, Zinedine Zidane รวมถึงนักเตะยุคใหม่อย่าง Jude Bellingham, Lamine Yamal, Pedri และ Ousmane Dembélé ร่วมปรากฏตัวในแคมเปญเดียวกัน

 

อีกหนึ่งฉากที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโซเชียล คือโมเมนต์บทสนทนาระหว่าง Chalamet กับ Bad Bunny ที่หยิบประเด็น “soccer vs football” มาล้อกันแบบขำๆ โดย Chalamet พูดว่า

 

“What do I know about soccer? Nothing. I know about football, Benito. Football.” (ผมรู้อะไรเกี่ยวกับ soccer น่ะเหรอ? ไม่รู้อะไรเลย ผมรู้จักแต่ football ต่างหาก เบนิโต้… football)

 

บทสนทนาสั้นๆ นี้กลายเป็นไวรัลทันที เพราะสะท้อนการปะทะกันของวัฒนธรรมกีฬาแบบอเมริกันและยุโรปได้อย่างสนุกและเป็นธรรมชาติ

 

The post A Legend is Born เมื่อ adidas เปลี่ยนโฆษณาบอลโลกให้กลายเป็นหนัง Blockbuster appeared first on THE STANDARD.

]]>
Miami GP Vibe สนามแข่งแห่งสีสันและความสนุก https://thestandard.co/miami-gp-f1-lifestyle-celebrities/ Sat, 02 May 2026 03:00:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1203159 ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์

เมื่อพูดถึง F1 ภาพจำของหลายคนอาจคือรถแข่งที่เร็วที่สุดใ […]

The post Miami GP Vibe สนามแข่งแห่งสีสันและความสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์

เมื่อพูดถึง F1 ภาพจำของหลายคนอาจคือรถแข่งที่เร็วที่สุดในโลก และการดวลกันในเสี้ยววินาทีบนแทร็ก

 

แต่สำหรับ Miami Grand Prix สนามแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ ‘การแข่งขัน’

 

เพราะ Miami International Autodrome คือพื้นที่ที่ผสานกีฬาเข้ากับวัฒนธรรมป๊อป แฟชั่น ดนตรี และไลฟ์สไตล์ จนกลายเป็นหนึ่งในเรซที่มีสีสันที่สุดในปฏิทิน F1

 

ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 1ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 2ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 3ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 4ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 5ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 6ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 7ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 8ภาพบรรยากาศสีสันในสนามแข่ง F1 ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ที่รวมคนดัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 9

The post Miami GP Vibe สนามแข่งแห่งสีสันและความสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rule #1: It’s Football, Not Soccer เดวิด เบ็คแฮม นำทัพสตาร์ลูกหนัง เปิดแคมเปญ ‘Pepsi Football Nation’ https://thestandard.co/pepsi-football-nation-beckham-stars/ Tue, 21 Apr 2026 01:21:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1199354 It’s Football, Not Soccer เดวิด เบ็คแฮม

Pepsi เปิดตัวแคมเปญใหม่ ‘Pepsi Football Nation’ แพลตฟอร […]

The post Rule #1: It’s Football, Not Soccer เดวิด เบ็คแฮม นำทัพสตาร์ลูกหนัง เปิดแคมเปญ ‘Pepsi Football Nation’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
It’s Football, Not Soccer เดวิด เบ็คแฮม

Pepsi เปิดตัวแคมเปญใหม่ ‘Pepsi Football Nation’ แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมแฟนฟุตบอลทั่วโลก ผ่านการเล่าเรื่องที่ขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรมของแฟนบอล มากกว่าผลการแข่งขันในสนาม ก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของวงการลูกหนังอย่าง ฟุตบอลโลก 2026

 

ไฮไลต์อยู่ที่ภาพยนตร์โฆษณาที่ได้ เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม เป็นผู้เปิดฉาก พร้อมนำทัพนักเตะระดับโลกอย่าง Mohamed Salah, Vinícius Júnior, Lauren James, Alexia Putellas และ Florian Wirtz ร่วมสร้างสีสันในโลกที่แฟนบอลเป็นคนกำหนดกติกา

 

เนื้อหาของแคมเปญหยิบเอาบทสนทนาและวัฒนธรรมแฟนบอลมาเป็นหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อส่วนตัว การถกเถียงเรื่องทักษะ ไปจนถึงกฎขำๆ อย่าง “การใส่เสื้อทีมโปรดไปทำงานหลังทีมคว้าชัย” หรือ “การวิเคราะห์เกมอย่างออกรสที่ร้านอาหาร” โดยถูกถ่ายทอดผ่านฉากสุดครีเอทีฟ และมูฟเท่ๆ ของนักเตะชื่อดัง

 

Pepsi ยังเปิดตัว Browser Extension ที่สามารถเปลี่ยนคำว่า “soccer” ให้กลายเป็น “football” อัตโนมัติในทุกเว็บไซต์ที่คุณเข้าชม เพื่อตอกย้ำกฎข้อที่ 1 ของแคมเปญว่า “Rule #1 It’s called Football, Not Soccer” พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ในแพลตฟอร์ม Reddit ให้แฟนบอลทั่วโลกได้มาร่วมถกเถียงและนิยามกติกาฟุตบอลในแบบของตัวเองด้วย

 

 

เดวิด เบ็คแฮม นำทัพนักฟุตบอลระดับโลกเปิดตัวแคมเปญ Pepsi Football Nation พร้อมสโลแกน “It’s Football, Not Soccer” 1เดวิด เบ็คแฮม นำทัพนักฟุตบอลระดับโลกเปิดตัวแคมเปญ Pepsi Football Nation พร้อมสโลแกน “It’s Football, Not Soccer” 2เดวิด เบ็คแฮม นำทัพนักฟุตบอลระดับโลกเปิดตัวแคมเปญ Pepsi Football Nation พร้อมสโลแกน “It’s Football, Not Soccer” 3เดวิด เบ็คแฮม นำทัพนักฟุตบอลระดับโลกเปิดตัวแคมเปญ Pepsi Football Nation พร้อมสโลแกน “It’s Football, Not Soccer” 4เดวิด เบ็คแฮม นำทัพนักฟุตบอลระดับโลกเปิดตัวแคมเปญ Pepsi Football Nation พร้อมสโลแกน “It’s Football, Not Soccer” 5

 

The post Rule #1: It’s Football, Not Soccer เดวิด เบ็คแฮม นำทัพสตาร์ลูกหนัง เปิดแคมเปญ ‘Pepsi Football Nation’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิโอเนล เมสซี เข้าพบโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว https://thestandard.co/messi-trump-white-house-visit/ Fri, 06 Mar 2026 07:15:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1184995 ลิโอเนล เมสซี ยืนจับมือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ในทำเนียบขาว

ลิโอเนล เมสซี พร้อมเพื่อนร่วมทีม อินเตอร์ ไมอามี เดินทา […]

The post ลิโอเนล เมสซี เข้าพบโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิโอเนล เมสซี ยืนจับมือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ในทำเนียบขาว

ลิโอเนล เมสซี พร้อมเพื่อนร่วมทีม อินเตอร์ ไมอามี เดินทางเข้าพบ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาว เพื่อร่วมเฉลิมฉลองหลังสโมสรคว้าแชมป์ MLS Cup ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

 

ทีมของ เดวิด เบ็คแฮม ได้รับเชิญให้เข้าพบผู้นำสหรัฐฯ ก่อนเกมเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ที่พวกเขามีคิวพบกับ DC United ที่กรุงวอชิงตัน

 

ระหว่างการต้อนรับ ทรัมป์กล่าวถึงเมสซีว่า ลูกชายของเขาเป็นแฟนตัวยงของดาวเตะชาวอาร์เจนตินา พร้อมยกย่องความสำเร็จของเมสซีที่คว้าโทรฟีที่ 47 ในอาชีพ และเลือกย้ายมาเล่นให้กับอินเตอร์ ไมอามี

 

“คุณสามารถไปเล่นกับทีมไหนก็ได้ในโลก แต่คุณเลือกไมอามี ผมอยากขอบคุณที่พาพวกเราทุกคนร่วมเดินทางไปกับความสำเร็จครั้งนี้” ทรัมป์กล่าว พร้อมเปรียบเทียบว่า เมสซีอาจยิ่งใหญ่ไม่แพ้ตำนานอย่าง เปเล่

 

ทั้งนี้ เมสซี วัย 38 ปี เพิ่งต่อสัญญากับอินเตอร์ ไมอามี ไปจนถึงปี 2028 และยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกใน MLS ที่คว้ารางวัล MVP สองฤดูกาลติดต่อกัน

 

ลิโอเนล เมสซี ยืนจับมือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ในทำเนียบขาว 1ลิโอเนล เมสซี ยืนจับมือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ในทำเนียบขาว 2ลิโอเนล เมสซี ยืนจับมือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ในทำเนียบขาว 3ลิโอเนล เมสซี ยืนจับมือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ในทำเนียบขาว 4ลิโอเนล เมสซี ยืนจับมือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ในทำเนียบขาว 5

The post ลิโอเนล เมสซี เข้าพบโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
David และ Victoria Beckham ขายเพนต์เฮาส์ที่ไมอามี ในราคากว่า 777.8 ล้านบาท https://thestandard.co/david-victoria-beckham-sell-miami-penthouse/ Thu, 12 Feb 2026 01:32:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1177565 ภาพถ่าย David และ Victoria Beckham คู่รักเซเลบริตี้ชื่อดัง

David และภรรยา Victoria Beckham ขายเพนต์เฮาส์ที่กินพื้น […]

The post David และ Victoria Beckham ขายเพนต์เฮาส์ที่ไมอามี ในราคากว่า 777.8 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพถ่าย David และ Victoria Beckham คู่รักเซเลบริตี้ชื่อดัง

David และภรรยา Victoria Beckham ขายเพนต์เฮาส์ที่กินพื้นที่ทั้งชั้นบนตึกระฟ้า One Thousand Museum ใจกลางไมอามี ในสนนราคา 25 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 777.8 ล้านบาท หลังจากที่ซื้อเพนต์เฮาส์แห่งนี้มาในราคา 19.8 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2020

 

มีการรายงานว่าคู่รักผู้ทรงอิทธิพลขายเพนต์เฮาส์ของพวกเขาผ่านทาง Beckham Brand Limited บริษัทที่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน โดยมี David Beckham เป็นผู้จัดการประสานงานและสามารถปิดข้อตกลงการซื้อขายได้โดยไม่เปิดเผยข้อมูลภายใน โดย David และ Victoria Beckham ซื้อเพนต์เฮาส์แห่งนี้ตั้งแต่ที่มันเพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2020 ในราคา 19.8 ล้านดอลลาร์ นับว่าภายในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพนต์เฮาส์ในไมอามีของทั้งสองมีราคาสูงขึ้นราว 4.8 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

 

สำหรับเพนต์เฮาส์ที่คู่รักตระกูล Beckham เพิ่งขายไปนั้น ตั้งอยู่บนชั้น 59 ของตึก One Thousand Museum ที่ตั้งอยู่ ณ 1000 Biscayne Boulevard โดยเพนต์เฮาส์กินพื้นที่ราวๆ 9,200 ตารางฟุต และมาพร้อมกับ 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำเต็มรูปแบบ และห้องน้ำเล็กอีก 1 ห้อง แน่นอนว่ากำแพงของห้องก็เป็นเสมือนหน้าต่างที่ผู้อาศัยสามารถเพลิดเพลินกับการมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอ่าวบิสเคย์นกันได้อย่างเต็มตา

 

สิ่งที่ทำให้ตึกระฟ้า 62 ชั้น อันเป็นที่ตั้งของเพนต์เฮาส์แห่งนี้มีความพิเศษเป็นอย่างมากก็เป็นเพราะมันได้รับการออกแบบโดย Zaha Hadid สถาปนิกเจ้าของรางวัล Pritzker Architecture Prize ซึ่งเธอทำผลงานออกมาอย่างโดดเด่น และดีไซน์ให้ตัวตึกมีรูปทรงเหมือนประติมากรรมร่วมสมัยมากกว่าเป็นที่พักอาศัยทั่วไป โดยเฉพาะคอนกรีตสีขาวที่โอบรอบตัวตึกอย่างแปลกตา ตึก One Thousand Museum ประกอบไปด้วยที่พักทั้งหมด 84 ห้อง และยังคงเป็นที่อยู่อาศัยที่ควรค่าสำหรับนักสะสมด้านสถาปัตยกรรมอยู่ในขณะนี้

 

ภาพ: Neil Mockford/FilmMagic

อ้างอิง: https://robbreport.com/shelter/celebrity-homes/beckhams-sell-miami-penthouse-25-million-1237561655/

The post David และ Victoria Beckham ขายเพนต์เฮาส์ที่ไมอามี ในราคากว่า 777.8 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Victoria Beckham รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากฝรั่งเศส โดยมีครอบครัวร่วมให้กำลังใจ https://thestandard.co/victoria-beckham-french-award-fashion/ Tue, 27 Jan 2026 07:54:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1170062 วิคตอเรีย เบคแฮม รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากฝรั่งเศส โดยมี เดวิด เบคแฮม และลูกๆ ร่วมแสดงความยินดี

Victoria Beckham รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Chevalière de […]

The post Victoria Beckham รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากฝรั่งเศส โดยมีครอบครัวร่วมให้กำลังใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิคตอเรีย เบคแฮม รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากฝรั่งเศส โดยมี เดวิด เบคแฮม และลูกๆ ร่วมแสดงความยินดี

Victoria Beckham รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Chevalière de l’Ordre des Arts et des Lettres หรือ Knight of the Order of Arts and Letters จากกระทรวงวัฒนธรรมแห่งฝรั่งเศส จากการสร้างผลงานในด้านอุตสาหกรรมแฟชั่นอันโดดเด่นผ่านแบรนด์ Victoria Beckham ของเธอมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 

ในพิธีอันทรงเกียรติที่ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญในชีวิตของ Victoria Beckham แน่นอนว่าครอบครัวของเธอเกือบทั้งหมดก็ได้ไปร่วมสนับสนุนแสดงความยินดีอยู่เคียงข้างไม่ห่างถึงที่กรุงปารีส ทั้ง David Beckham กับลูกชายทั้งสองอย่าง Romeo วัย 23 ปี, Cruz วัย 20 ปี ที่ต่างก็ควงแฟนสาวของพวกเขามาด้วย และลูกสาวคนเล็ก Harper วัย 14 ปี โดยที่ครอบครัวตระกูล Beckham สวมชุดสีดำล้วนเข้ากันทั้งหมด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาปรากฏตัวออกงานด้วยกันอย่างพร้อมหน้า หลังจากที่ลูกชายคนโต Brooklyn โพสต์โจมตีครอบครัวเมื่อสัปดาห์ก่อน

 

Victoria Beckham โพสต์ภาพพิธีรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย และเขียนข้อความว่า “ฉันชื่นชมความงดงามของฝรั่งเศสอย่างลึกซึ้ง และการที่พวกเขายึดถือว่าแฟชั่นเป็นศิลปะในอีกรูปแบบหนึ่งอย่างจริงจังมาเสมอ ฉะนั้นการที่ถูกมองเห็นและได้รับการยอมรับในวิถีนี้จึงถือเป็นเกียรติสูงสุด และเป็นสิ่งที่สะท้อนความมุ่งมั่นและการทุ่มเทนานหลายทศวรรษของฉันด้วย

 

“ขอขอบคุณ Rachida Dati รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมแห่งฝรั่งเศสจากใจจริงสำหรับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ ขอบคุณพาร์ตเนอร์ผู้ร่วมงานที่เชื่อในตัวฉัน ขอบคุณครอบครัว โดยเฉพาะ David สามีและนักลงทุนดั้งเดิมของฉัน ขอบคุณมากจริงๆ คุณคือทุกอย่างของฉัน”

 

ภาพ: Victoria Beckham

 

อ้างอิง: https://people.com/victoria-beckham-thanks-family-accepts-fashion-award-paris-11892882

The post Victoria Beckham รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากฝรั่งเศส โดยมีครอบครัวร่วมให้กำลังใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพลง Not Such an Innocent Girl ของ Victoria Beckham มียอดขายสูงขึ้น 19,415% หลังข่าวดราม่าครอบครัว https://thestandard.co/victoria-beckham-sales-surge-drama/ Mon, 26 Jan 2026 08:29:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1169613 ภาพ Victoria Beckham อดีตสมาชิกวง Spice Girls ในชุดเดรสสวยงาม

นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์แห่งป๊อปคัลเจอร์ยุคนี้ เมื่อจู […]

The post เพลง Not Such an Innocent Girl ของ Victoria Beckham มียอดขายสูงขึ้น 19,415% หลังข่าวดราม่าครอบครัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Victoria Beckham อดีตสมาชิกวง Spice Girls ในชุดเดรสสวยงาม

นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์แห่งป๊อปคัลเจอร์ยุคนี้ เมื่อจู่ๆ ซิงเกิลโซโล่ของ Victoria Beckham อย่าง Not Such an Innocent Girl ที่เปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2001 ได้กลับมามียอดขายเป็นอันดับ 1 ในอังกฤษ หลังจากที่ลูกชายคนโต Brooklyn Beckham โพสต์โจมตีครอบครัว จนกลายเป็นข่าวดราม่าใหญ่โตที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ

 

ในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ Official Charts รายงานว่า เพลง Not Such an Innocent Girl ผลงานโซโล่เพลงแรกของ Victoria Beckham ที่ขณะนั้นกำลังโด่งดังในฐานะสมาชิกวง Spice Girls ได้ขึ้นท็อปชาร์ตทั้ง UK Official Singles Sales Chart และ Official Download Chart ในอังกฤษ หลังจากที่เปิดตัวไปแล้วกว่า 25 ปี ความสำเร็จนี้นับเป็นครั้งแรกที่ Victoria Beckham มีผลงานติดชาร์ตอันดับ 1 ในฐานะศิลปินเดี่ยว หลังจากที่ Not Such an Innocent Girl เคยพีคสูงสุดที่อันดับ 6 เมื่อตอนเปิดตัว โดยภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดขายและยอดสตรีมของเพลงดังกล่าวสูงขึ้นถึง 19,625%

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วลูกชายวัย 26 ปีของ Victoria และ David Beckham ได้ออกมาโพสต์ร่ายยาวถึงเบื้องหลังชีวิตครอบครัว โดยมีทั้งประเด็นเรื่องการเคยถูกควบคุมโดยพ่อและแม่, การที่ครอบครัวของเขาพยายามทำลายความสัมพันธ์ของเขากับภรรยา Nicola Peltz, การที่ครอบครัวใช้อิทธิพลควบคุมสื่อ ไปจนถึงการถูกรบเร้าให้เซ็นสัญญามอบสิทธิการบริหารชื่อและนามสกุลของตัวเอง และอีกมากมาย แต่ประเด็นที่คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ก็หนีไม่พ้นเรื่องงานแต่งงานของเขานั่นเอง

 

Brooklyn Beckham เผยว่าแม่ทำให้เขาต้องอับอายและเสียใจในวันสำคัญของเขา เมื่อเธอขึ้นไปเต้นกับเขาบนเวทีด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก ทั้งที่โมเมนต์นั้นควรจะเป็นการเต้นรำครั้งแรกของคู่บ่าวสาว ซึ่งคำบอกเล่านี้ทำให้ผู้คนสงสัยเกี่ยวกับท่าเต้นของ Victoria Beckham เป็นอย่างมากจนมีมไปทั่วโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว และน่าจะมีผลทำให้เพลง Not Suck an Innocent ของเธอกลับมาได้รับความนิยมด้วย

 

ภาพ: Dave Hogan/Getty Images

อ้างอิง: https://www.nme.com/news/music/victoria-beckham-scores-biggest-selling-single-of-the-week-with-19415-per-cent-surge-for-not-such-an-innocent-girl-after-brooklyn-drama-3925195

The post เพลง Not Such an Innocent Girl ของ Victoria Beckham มียอดขายสูงขึ้น 19,415% หลังข่าวดราม่าครอบครัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
“เด็กทำผิดพลาดได้” David Beckham พูดในสัมภาษณ์ล่าสุด หลัง Brooklyn Beckham โพสต์โจมตีครอบครัว https://thestandard.co/beckham-on-brooklyn-family-drama/ Wed, 21 Jan 2026 04:39:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1167646 David Beckham และ Brooklyn Beckham ในงานอีเวนต์

เมื่อวานนี้ Brooklyn Beckham ลูกชายคนโตวัย 26 ปี ของ Da […]

The post “เด็กทำผิดพลาดได้” David Beckham พูดในสัมภาษณ์ล่าสุด หลัง Brooklyn Beckham โพสต์โจมตีครอบครัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
David Beckham และ Brooklyn Beckham ในงานอีเวนต์

เมื่อวานนี้ Brooklyn Beckham ลูกชายคนโตวัย 26 ปี ของ David และ Victoria Beckham คู่รักทรงอิทธิพลแห่งยุค ได้ออกมาเขียนข้อความยาวเหยียดถึงเบื้องหลังดราม่าครอบครัวในแง่มุมของเขา ที่มีทั้งเรื่องของการเติบโตมาโดยถูกพ่อกับแม่ควบคุมชีวิต การที่ครอบครัวพยายามบ่อนทำลายความสัมพันธ์ของเขากับภรรยา Nicola Peltz ความขัดแย้งระหว่างแม่กับภรรยาที่เกิดขึ้นจากงานแต่งงาน ไปจนถึงการที่ David และ Victoria ใช้อิทธิพลควบคุมสื่อ และ ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์มากกว่าความเป็นจริงเบื้องหลัง

 

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดก็คือการที่ Brooklyn Beckham แสดงจุดยืนชัดเจนว่าเขาจะไม่กลับไปคืนดีกับครอบครัวโดยเด็ดขาด

 

ซึ่งเมื่อ David Beckham ต้องไปออกรายการด้านการเงินอย่าง Squawk Box ของ CNBC เพียงหนึ่งวันหลังจากนั้น ทุกคำพูดของผู้เป็นพ่อจึงกลายเป็นสิ่งที่ผู้ชมจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

 

โดยระหว่างที่เขาพูดคุยเรื่องโซเชียลมีเดียและปัญหาสุขภาพจิต เขาได้กล่าวถึงข้อดีและข้อเสียของโซเชียลมีเดีย แต่สุดท้ายแล้วเขาก็พบวิธีใช้ แพลตฟอร์ม เหล่านั้นเพื่อ UNICEF ในการสร้างความตระหนักให้ผู้คนได้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ทั่วโลกได้ในที่สุด

 

“ผมพยายามทำแบบนั้นกับลูกด้วยเหมือนกัน ผมพยายามให้ความรู้พวกเขา

 

ลูกๆ ทำผิดพลาดบ้าง แต่เด็กทำผิดพลาดได้อยู่แล้ว นั่นคือวิธีที่พวกเขาเรียนรู้ และมันคือสิ่งที่ผมพยายามสอนลูกของผม” David Beckham ทิ้งท้ายว่า “บางครั้งเราเองก็ต้องปล่อยให้พวกเขาทำผิดพลาดด้วยเหมือนกัน”

 

ภาพ: John Phillips/Getty Images

 

อ้างอิง:

The post “เด็กทำผิดพลาดได้” David Beckham พูดในสัมภาษณ์ล่าสุด หลัง Brooklyn Beckham โพสต์โจมตีครอบครัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ผมไม่ต้องการคืนดีกับที่บ้าน” เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เดวิด เบ็คแฮม https://thestandard.co/david-beckham-family-rift-what-happened/ Tue, 20 Jan 2026 07:39:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1167170 “ผมไม่ต้องการคืนดีกับที่บ้าน” เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เดวิด เบ็คแฮม

กลายเป็นประเด็นใหญ่ในระดับโลกที่อยู่ในความสนใจของผู้คนม […]

The post “ผมไม่ต้องการคืนดีกับที่บ้าน” เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เดวิด เบ็คแฮม appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ผมไม่ต้องการคืนดีกับที่บ้าน” เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เดวิด เบ็คแฮม

กลายเป็นประเด็นใหญ่ในระดับโลกที่อยู่ในความสนใจของผู้คนมากมายทันที เมื่อ บรู๊คลิน เพลตซ์-เบ็คแฮม ลูกชายคนโตของเซอร์ เดวิด และเลดี้ เบ็คแฮม โพสต์จดหมายเปิดใจจำนวน 5 แผ่นบน Instagram

 

เนื้อหาในจดหมายเปิดใจดังกล่าวสร้างความตกตะลึงไปทั่ว เพราะเป็นการออกมาพูดแบบหมดเปลือกของบรู๊คลิคเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันร้าวฉานระหว่างเขากับครอบครัว ที่แม้จะมีกระแสเรียกร้องจากภายนอกให้เขากลับมาคืนดีกับที่บ้านอีกครั้ง

 

แต่สิ่งที่บรู๊คลินยืนยันคือเขา “ไม่มีวันจะกลับไปคืนดี” กับที่บ้านอีกแล้ว

 

ก่อนจะร่ายยาวถึงเหตุผลที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งไม่ต่างอะไรจากการทิ้งระเบิดใส่บ้านของครอบครัว ด้วยการเปิดเผยรายละเอียดหลายอย่างที่ได้ยินแล้วน่าตกใจ

 

โดยเฉพาะในคำพูดของบรู๊คลินที่บอกว่าสิ่งที่เดวิด และวิคตอเรีย ให้ความสำคัญมากกว่าความรักของครอบครัวคือภาพลักษณ์ของ ‘แบรนด์เบ็คแฮม’

 

“ผมไม่ต้องการคืนดีกับที่บ้าน” เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เดวิด เบ็คแฮม 1

 

ข่าวคราวความสัมพันธ์ร้าวรานระหว่างครอบครัวเบ็คแฮม กับบรู๊คลิน ลูกชายคนโตของบ้านที่แต่งงานออกไปอยู่กับ นิโคลา เพลตซ์ ภรรยาสาวสุดสวยที่เป็นทั้งดารานักแสดงและทายาทของครอบครัวเพลตซ์ ผู้ร่ำรวยและทรงอิทธิพลชาวอเมริกัน เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้คนมาสักระยะ

 

โดยที่กระแสนั้นต้องการเห็นบรู๊คลิน ในฐานะลูกชายกลับมาคืนดีกับพ่อแม่อย่าง เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม และ เลดี้ เบ็คแฮม (วิคตอเรีย) เพื่อที่ครอบครัวจะได้กลับมาเป็นทองแผ่นเดียวกันอีกครั้ง

 

แต่ในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด บรู๊คลินได้เขียนจดหมายลงบนโซเชียลมีเดียของเขาซึ่งมีจำนวนผู้ติดตามถึง 16 ล้านคน โดยประกาศเจตนาและอธิบายอย่างชัดเจนในหลายประเด็นข้อสงสัย ว่าทำไมการกลับมาคืนดีกันจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

 

เหตุลผลแรกที่สำคัญที่สุดคือเขาทนมานานแล้ว

 

บรู๊คลินเปิดเรื่องราวด้วยการบอกว่า “ผมพยายามเก็บตัวเงียบๆ มาหลายปีและพยายามอย่างที่สุดที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว”

 

แต่ปัญหาคือครอบครัวของเขาที่ “ยังคงให้ข่าวกับสื่อเสมอ และทำให้ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกมาพูดเพื่อตัวเองและบอกความจริงให้รู้เกี่ยวกับคำโกหกบางเรื่องที่มีการตีพิมพ์ออกไป”

 

ก่อนที่บรู๊คลินจะยืนยัน

 

“ผมไม่ต้องการกลับไปคืนดีกับครอบครัว ผมไม่ต้องการที่จะถูกบงการ ผมขอยืนหยัดเพื่อตัวเองเป็นครั้งแรกของชีวิต”

 

หนึ่งในประเด็นหลักของบรู๊คลินคือเรื่องนี้

 

“ผมไม่ต้องการคืนดีกับที่บ้าน” เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เดวิด เบ็คแฮม 2

 

การถูกบงการและครอบงำจากครอบครัวเป็นสิ่งที่เขาต้องเผชิญตลอดชีวิต จนถึงวันนี้ในวัย 26 ปี บรู๊คลินรู้สึกว่าเขาไม่อยากทนอีกต่อไป

 

“พ่อแม่เป็นคนควบคุมมาโดยตลอด เรื่องเล่าต่างๆ ของครอบครัวเราที่ออกสู่สื่อ โพสต์โซเชียลมีเดียสร้างภาพ งานครอบครัว และความสัมพันธ์ที่ไม่จริงใจ เป็นสิ่งที่ผมต้องเติบโตมาพร้อมกับมัน”

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะตลอดมาครอบครัวเบ็คแฮมถูกมองว่าเป็นครอบครัวในอุดมคติ ที่ผ่านการต่อสู้ช่วงเวลาที่ยากลำบากในช่วงแรกของการคบกันระหว่าง เดวิด และวิคตอเรีย ที่พบรักกันตั้งแต่ในยุค 90 แต่ก็เคียงข้างกันมา และมีครอบครัวที่อบอุ่น

 

การที่บรู๊คลินออกมาพูดแบบนี้ ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยในสิ่งที่ได้เห็นว่าจะตรงกับความเป็นจริงหรือไม่

 

นอกจากการบงการชีวิตของลูกที่ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว บรู๊คลินยังเจ็บปวดกับปัญหา ‘แม่ผัว vs ลูกสะใภ้ ระหว่างวิคตอเรียกับนิโคลา ซึ่งมีเรื่องราวมากมายในประเด็นนี้ ไม่ว่าจะเป็น

 

• การพยายามทำลายความสัมพันธ์ระหว่างบรู๊คลินกับนิโคลามาโดยตลอด

 

• การสั่งยกเลิกชุดแต่งงานของนิโคลาในนาทีสุดท้าย ทำให้ต้องหาชุดใหม่ทดแทนอย่างเร่งด่วน

 

• การกดดันให้สละสิทธิ์ในสกุล BECKHAM ซึ่งจะกระทบต่อตัวของบรู๊คลิน ภรรยา และลูกในอนาคต

 

• การที่โดนแม่ด่าว่า ‘คนเลว’ เพียงเพราะให้น้าเลี้ยงของบรู๊คลินและคุณย่าของนิโคลานั่งร่วมโต๊ะด้วย เพราะผู้ใหญ่ทั้งสองท่านไม่มีสามีมาด้วย

 

และที่ทำใจไม่ไหวคือการที่วิคตอเรียแย่งนิโคลาในการเต้นรำแรก (The First Dance) ซึ่งตามธรรมเนียมคือการเต้นรำของบ่าวสาว ต่อหน้าแขกเหรื่อมากมายถึงกว่า 500 คน โดยที่การเต้นก็ไม่เหมาะสม ทำให้ไม่เคยรู้สึกอับอายอะไรมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

 

บรู๊คลินและนิโคลาถึงกับต้องจัดพิธีกล่าวคำสาบานใหม่อีกครั้งเพื่อลบความทรงจำนี้ และสร้างความทรงจำใหม่ที่ดีสำหรับทั้งสองคน

 

โดยไม่นับการที่มีความพยายามโจมตีทั้งคู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งการให้พี่น้องในบ้านเบ็คแฮมโพสต์ด่าและยังบล็อกตัดการติดต่อกัน

 

และการเพิกเฉยต่อกันทั้งๆ ที่บรู๊คลินพยายามที่จะประสานรอยร้าว ด้วยการเข้าหาครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นในงานวันเกิดของพ่อ หรือในงานพรีเมียร์ของซีรีส์สารคดี ‘BECKHAM’ ซึ่งเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงพ่อและแม่ได้ ยกเว้นในงานที่มีคนมาร่วมจำนวนมาก

 

แต่ถึงสุดท้ายจะให้เข้าพบได้แต่ก็อยู่บนเงื่อนไขโหดร้ายว่าไม่ให้นิโคลาได้เข้าร่วมด้วยอยู่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่บรู๊คลินบอกในจดหมายว่า

 

“เหมือนโดนตบหน้า”

 

“ผมไม่ต้องการคืนดีกับที่บ้าน” เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เดวิด เบ็คแฮม 3

 

ทั้งหมดทั้งมวลในความรู้สึกที่เจ็บปวดของบรู๊คลินมันถูกสรุปด้วยประโยคง่ายๆ

 

“แบรนด์เบ็คแฮมต้องมาก่อน” (Brand Beckham comes first)

 

ความรักของคนในครอบครัวสำคัญน้อยกว่าภาพลักษณ์ และคำว่ารักของครอบครัวจะถูกตัดสินด้วยจำนวนโพสต์บนโซเชียลมีเดีย

 

สำหรับบรู๊คลิน เขารับเรื่องนี้ไม่ได้ และมันทำให้เขาตกอยู่ในโรควิตกกังวล (Anxiety) มาตลอดชีวิต จนเพิ่งจะเริ่มดีขึ้นหลังแยกตัวจากครอบครัวมาอยู่กับครอบครัวของตัวเองระหว่างเขาและนิโคลา ที่ทำให้รู้สึกถึงคำว่าอิสระสักที

 

ทั้งนี้ยังไม่มีการออกมาชี้แจงใดๆ จากฝ่ายครอบครัวเบ็คแฮม ที่มีเพียงการให้ตัวแทนของครอบครัวตอบสื่ออย่าง BBC ว่า “ไม่รู้เรื่องความขัดแย้งนี้มาก่อน”

 

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังจากนี้ภาพลักษณ์ที่สวยงามของครอบครัวเบ็คแฮมจะเริ่มถูกตั้งคำถามจากโลกภายนอกที่มองเข้ามา

 

ส่วนในอนาคตจะมีวันที่ทั้งสองฝ่ายลืมความบาดหมางและกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันอีกครั้งไหมอย่างที่ทุกคนอยากเห็น

 

ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นไหม และจะดีหรือเปล่า

 

หรือบางทีการแยกกันแบบนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

 

 

อ้างอิง

The post “ผมไม่ต้องการคืนดีกับที่บ้าน” เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เดวิด เบ็คแฮม appeared first on THE STANDARD.

]]>