COM7 Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/com7/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 28 Feb 2024 08:51:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เปิดใจหมอพงศ์ศักดิ์ แบ่งขายหุ้น COM7 เปิดทางลงทุนหุ้นต่างประเทศ https://thestandard.co/pongsak-opens-up-com7-shares/ Wed, 28 Feb 2024 08:51:15 +0000 https://thestandard.co/?p=905303 นพ. พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี หรือ หมอพงศ์ศักดิ์

ช่วงเช้าของวันนี้ (28 กุมภาพันธ์) สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเ […]

The post เปิดใจหมอพงศ์ศักดิ์ แบ่งขายหุ้น COM7 เปิดทางลงทุนหุ้นต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นพ. พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี หรือ หมอพงศ์ศักดิ์

ช่วงเช้าของวันนี้ (28 กุมภาพันธ์) สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยข้อมูลการขายหุ้นของ นพ.พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ บมจ.คอมเซเว่น (COM7) โดยเป็นการขายหุ้นออกมาประมาณ 0.459% ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงมาเหลือ 19.7% จากข้อมูล ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567

 

ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2561 เป็นครั้งแรกที่ปรากฏชื่อของ นพ.พงศ์ศักดิ์ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ COM7 ในสัดส่วน 6.26% หลังจากนั้นสัดส่วนการถือครองก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในแต่ละปี จนมามีสัดส่วนสูงสุดที่ 22.48% สำหรับการปิดสมุดทะเบียนล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2566

 

การตัดสินใจขายหุ้น COM7 ออกไปเกือบ 3% ในระหว่างหนึ่งปีที่ผ่านมา จะทำให้สัดส่วนการถือครองหุ้น COM7 ของ นพ.พงศ์ศักดิ์ มีโอกาสที่จะลดลงเป็นครั้งแรกจากการปิดสมุดทะเบียนในปีนี้

 

การขายหุ้น COM7 ที่เกิดขึ้นล่าสุด นพ.พงศ์ศักดิ์ เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า “เป็นการบริหารพอร์ตเพื่อไปดูโอกาสในต่างประเทศ” โดยการขายครั้งนี้ไม่ได้ขายแค่หุ้น COM7 แต่ยังมีอีกหลายตัวที่แบ่งขายออกไป

 

นพ.พงศ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า การตัดสินใจแบ่งขายหุ้นที่ถืออยู่หลายตัวไม่ได้หมายความว่าหุ้นเหล่านี้แย่ แต่เป็นเพียงการปรับสัดส่วนการลงทุน

 

“ต้องยอมรับว่าตอนนี้เศรษฐกิจไทยโตไม่มาก ขณะที่ต่างประเทศมีโอกาสอยู่พอสมควร แต่ก็ต้องอาศัยจังหวะการลงทุนที่ดี ส่วนหุ้นไทยที่เคยขายออกไปก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถกลับไปซื้อได้อีก หากราคาถูกมากก็จะกลับไปซื้ออีกครั้ง”

 

อย่างไรก็ตาม นพ.พงศ์ศักดิ์ ไม่ได้เปิดเผยชัดเจนว่าแบ่งเงินลงทุนเป็นสัดส่วนเท่าใดเพื่อไปลงทุนต่างประเทศ โดยบอกเพียงว่ากำลังพิจารณา 3 ประเทศ คือ เวียดนาม สหรัฐฯ และจีน โดยจะเน้นลงทุนผ่านกองทุนรวมหรือ ETF แทนการซื้อหุ้นเป็นรายตัวแบบในไทย

 

ส่วนโอกาสลงทุนในหุ้นไทย นักลงทุนเจ้าของพอร์ตลงทุนมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท มองว่า “ตลาดหุ้นไทยยังมีหุ้นดีอยู่บ้าง แต่อาจแค่ 3-4% เท่านั้น”

 

ทั้งนี้ เมื่อถามว่า COM7 เดินมาถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือไม่ นพ.พงศ์ศักดิ์ เชื่อว่ายังคงต้องติดตามดูพัฒนาการของบริษัทต่อไป เพราะปัจจุบันบริษัทกำลังมองหาเส้นทางการเติบโตครั้งใหม่ ส่วนตัวเชื่อว่าบริษัทยังมีศักยภาพที่จะทำได้

 

สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น COM7 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อยู่ในทิศทางขาลงต่อเนื่อง หลังจากพุ่งขึ้นไปทำสถิติสูงสุดที่ 43.75 บาท เมื่อต้นปี 2565 ก่อนจะร่วงลงมาแตะระดับ 20 บาท ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี

 

ด้าน สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร COM7 เปิดเผยว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลกับการขายหุ้นของ นพ.พงศ์ศักดิ์ “การปรับพอร์ตของนักลงทุนเป็นเรื่องปกติ และในฐานะนักลงทุนก็เห็นด้วยกับการกระจายการลงทุนไปหาโอกาสใหม่ แต่ละปีก็จะมีคอนเซปต์ใหม่ๆ สำหรับการลงทุนอยู่ตลอด”

 

ส่วนภาพรวมผลประกอบการของ COM7 ในปี 2566 ที่ผ่านมา สุระยอมรับว่าเป็นปีที่สะดุดลงมาเล็กน้อย แต่เชื่อว่าทิศทางของบริษัทจะดีขึ้นในปีนี้ หลังจากที่รู้แล้วว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร และจะแก้ไขได้อย่างไร

 

หนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นคือยอดขายเติบโต 11% ต่ำกว่าที่คาด แต่ที่แย่ไปกว่าคือกำไรที่ลดลงไปประมาณ 200 ล้านบาท

 

“ปัญหาหลักเมื่อปีก่อนเกิดขึ้นในครึ่งปีหลัง ทั้งจากยอดขายที่เติบโตลดลงเหลือ 7% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 12.4% จากปกติอยู่ในระดับ 13-14%”

 

ยอดขายที่ต่ำกว่าคาดจากผลิตภัณฑ์ไอทีและกำลังซื้อที่ชะลอลง โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่อัตรากำไรลดลงเหลือเพียง 11% ในไตรมาส 4 จากการออกโปรโมชันที่มากเกินไป ขณะเดียวกันต้นทุนการเงินก็สูงขึ้น รวมทั้งธุรกิจใหม่ เช่น Adept, Petpaw, BeBe Phone และ Dr.Pharma ยังมีผลประกอบการที่ไม่ดี

 

หรืออย่างการลงทุนขยายสาขาแบบ Stand Alone ซึ่งที่ผ่านมายังหาจุดสมดุลไม่เจอ ทั้งในแง่งบลงทุนหรือทำเล แต่ตอนนี้ทีมงานเข้าใจแล้วว่ากุญแจแห่งความสำเร็จของการเปิดสาขาแบบ Stand Alone ของธุรกิจนี้คืออะไร เปิดทำเลไหน ขนาดเท่าไร และควรใช้งบลงทุนเท่าใดต่อตารางเมตร ทำให้ปีนี้บริษัทยังวางแผนที่จะขยายสาขาในลักษณะนี้ต่อเนื่อง

 

โดยภาพรวมบริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้เติบโต 10% จากปีก่อน จากการขยายสาขาของแต่ละธุรกิจอย่างต่อเนื่องจำนวน 150 สาขา พร้อมกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายของแต่ละหน่วยธุรกิจ

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

 

The post เปิดใจหมอพงศ์ศักดิ์ แบ่งขายหุ้น COM7 เปิดทางลงทุนหุ้นต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักลงทุนถล่มขายหุ้นค้าปลีก หลังกำไรบริษัทเครือเจ้าสัว ‘BJC-CPAXT’ ต่ำกว่าคาด 8% กดหุ้นไทยดิ่ง 20 จุด ช่วงเช้า https://thestandard.co/investors-sell-off-retail-stocks/ Thu, 09 Nov 2023 07:59:38 +0000 https://thestandard.co/?p=864060 หุ้นค้าปลีก

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยช่วงเช้านี้ (9 พฤศจิกายน) ดัชน […]

The post นักลงทุนถล่มขายหุ้นค้าปลีก หลังกำไรบริษัทเครือเจ้าสัว ‘BJC-CPAXT’ ต่ำกว่าคาด 8% กดหุ้นไทยดิ่ง 20 จุด ช่วงเช้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นค้าปลีก

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยช่วงเช้านี้ (9 พฤศจิกายน) ดัชนี SET ร่วงลงมาแตะ 1,389.46 จุด ลดลงมากสุด 22.31 จุด จากวันก่อนหน้า จากแรงกดดันของหุ้นในกลุ่มค้าปลีก (COMM) ที่มีส่วนกดดันดัชนีมากที่สุดกว่า 4 จุด อย่างหุ้น บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ลดลง 9.24%, บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ลดลง 8.89% และ บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT)​ ลดลง 5.36% 

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากตลาดหุ้นเปิดทำการในช่วงบ่าย ดัชนี SET เริ่มฟื้นตัว ทำให้การติดลบของดัชนีลดลงมาเหลือประมาณ 10 จุด

 

ภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า หุ้นไทยวันนี้ถูกกดดันจากหุ้นในกลุ่มค้าปลีกเป็นหลัก หลังจากที่กำไรในไตรมาส 3 ของหุ้นขนาดใหญ่อย่าง BJC และ CPAXT ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ราว 8% 

 

“แรงขายหุ้นค้าปลีกขนาดใหญ่ทำให้ SET ไหลลงหลุด 1,400 จุด จนเสีย Sentiment และมีแรงขายตามมา” 

 

ทั้งนี้ BJC มีรายได้รวมในไตรมาส 3 ประมาณ 4.11 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 930 ล้านบาท ลดลง 16.1% ขณะที่ CPAXT มีรายได้รวม 1.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% และมีกำไรสุทธิ 1.67 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% 

 

นอกจากหุ้นในกลุ่มค้าปลีกแล้ว หุ้นของ บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่กำไรในไตรมาส 3 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้ราคาหุ้น BH ลดลง 6.43% 

 

ภาดลกล่าวต่อว่า ผลประกอบการของหุ้นค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ออกมาผิดคาด ทำให้นักลงทุนกังวลต่อหุ้นค้าปลีกตัวอื่นๆ เช่น COM7 ว่าอาจจะมีผลประกอบการไม่ดีอย่างที่คาด 

 

“หนึ่งในปัจจัยที่กดดันหุ้นค้าปลีกคือรอยต่อของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งประชาชนบางส่วนอาจชะลอการใช้จ่ายก่อนหน้านี้ เพื่อรอเงินจากรัฐบาล คล้ายกับที่เราเห็นก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลประกาศนโยบายลดค่าธรรมเนียมการโอน ทำให้คนชะลอซื้อบ้าน” 

 

อย่างไรก็ตาม แรงกดดันต่อหุ้นค้าปลีกน่าจะเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น เพราะสินค้าของบริษัทเหล่านี้ส่วนมากเป็นปัจจัย 4 

 

ส่วนภาพรวมดัชนีหุ้นไทยในระยะสั้น เชื่อว่าหากดัชนีลดลงไปใกล้ 1,360 จุด จะเป็นจุดของการเข้าซื้อเพื่อรอการฟื้นตัว แต่การที่ดัชนีจะวิ่งผ่าน 1,420 จุด ยังค่อนข้างยาก เพราะปัจจุบันเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติและสถาบันขนาดใหญ่ไหลไปยังพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐอเมริกา 

 

ด้าน ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า แรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกเป็นปัจจัยเฉพาะตัว หลังจากผลประกอบการไตรมาส 3 ไม่ดีนัก เพราะก่อนหน้านี้เป็นช่วงสุญญากาศ เป็นรอยต่อจากรัฐบาลเก่ามารัฐบาลใหม่ ทำให้มาตรการกระตุ้นต่างๆ มาเริ่มในไตรมาส 4 

 

อย่างไรก็ตาม สัญญาณบวกที่เริ่มเห็นคือดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของเดือนตุลาคมออกมาล่าสุดที่ 60.2 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 58.7 สูงสุดนับแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน

 

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ดีขึ้นมาจากทั้งความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม การหางาน และรายได้ในอนาคต ทำให้ผลกระทบต่อหุ้นค้าปลีกน่าจะเป็นแค่ระยะสั้น และเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ

 

“งบไตรมาส 4 จะดีขึ้นแน่นอนจากไตรมาสก่อน ต่อให้ไม่มีมาตรการกระตุ้น เพราะจะได้อานิสงส์จากปัจจัยฤดูกาล และการที่รัฐบาลจะประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับดิจิทัลวอลเล็ตในวันพรุ่งนี้น่าจะเป็นอีกปัจจัยบวกระยะสั้น”​

 

ส่วนภาพรวมดัชนี SET เชื่อว่าจะไม่ทำจุดต่ำสุด หลังจากบอนด์ยีลด์ผ่านจุดพีคไปแล้ว หากสมมติฐานนี้ถูกต้อง ตลาดหุ้นทั่วโลกจะผ่านจุดต่ำสุดในระยะสั้นไปแล้ว แต่การฟื้นตัวหลังจากนี้ขึ้นกับการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนของแต่ละประเทศ

 

“ตลาดที่จะขึ้นได้แรงกว่าต้องเห็นการปรับประมาณการกำไรขึ้น ซึ่งหุ้นสหรัฐฯ นำโด่ง นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ไทยยังไม่เห็นการฟื้นตัวของกำไรมากนัก ทำให้การขึ้นแรงๆ ยังเป็นไปได้ยาก จะเป็นการย่ำฐานมากกว่า จนกว่าตลาดจะซึมซับงบไตรมาส 3 และรอให้มีมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม”

The post นักลงทุนถล่มขายหุ้นค้าปลีก หลังกำไรบริษัทเครือเจ้าสัว ‘BJC-CPAXT’ ต่ำกว่าคาด 8% กดหุ้นไทยดิ่ง 20 จุด ช่วงเช้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น ETL เข้าเทรด SET วันแรก เปิดร่วงหนักเฉียด 20% แม้มี ‘หมอพงศ์ศักดิ์-เสี่ยป๋อง-สุระ ซีอีโอ COM7’ ร่วมถือหุ้นใหญ่ https://thestandard.co/etl-first-day-falling-heavily/ Wed, 01 Nov 2023 05:35:12 +0000 https://thestandard.co/?p=861297 หุ้น ETL

หุ้น บมจ.ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ หรือ ETL เข้าซื้อ […]

The post หุ้น ETL เข้าเทรด SET วันแรก เปิดร่วงหนักเฉียด 20% แม้มี ‘หมอพงศ์ศักดิ์-เสี่ยป๋อง-สุระ ซีอีโอ COM7’ ร่วมถือหุ้นใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น ETL

หุ้น บมจ.ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ หรือ ETL เข้าซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันนี้เปิดการซื้อ-ขายที่ 1.35 บาท ลดลง 0.33 บาท ติดลบ 19.64% จากราคาจองซื้อ IPO ที่ 1.68 บาท โดยระหว่างการซื้อ-ขายภาคเช้าราคาร่วงแตะระดับต่ำสุดที่ 1.34 บาท ติดลบ 20.24% ส่วนราคาสูงสุดอยู่ที่ 1.43 บาท ติดลบ 14.88%

 

ETL เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อ-ขายใน SET ในกลุ่มบริการ หมวดขนส่งและโลจิสติกส์ ด้วยมูลค่าระดมทุน 288.73 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO ที่ 1,041.60 ล้านบาท

 

ETL เป็นบริษัทย่อยของ บมจ.ไวส์ โลจิสติกส์ หรือ WICE ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนทางบก (Cross-Border Transportation Carrier) ระหว่างประเทศไทยกับประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และจีน ที่มีการเชื่อมต่อพรมแดนทางถนนและรางรถไฟ ETL มีบริษัทย่อยและบริษัทร่วม 6 บริษัท ตั้งอยู่ใน 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย จีน ไทย และเวียดนาม

 

โดยให้บริการที่ครอบคลุมการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนทางถนน ทั้งแบบเต็มตู้และแบบไม่เต็มตู้ โดยกลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ และบริษัทที่เป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์แก่ผู้ประกอบการในการนำเข้าและส่งออกในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้แบ่งตามบริการในประเทศมาเลเซีย จีน และไทย ในสัดส่วนร้อยละ 42, 31 และ 27 ตามลำดับ

 

ETL มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลัง IPO 310 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรกจำนวน 171.866 ล้านหุ้น โดยเสนอขายต่อผู้มีสิทธิ์จองซื้อหุ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นของ WICE 25.780 ล้านหุ้น 

 

ทั้งนี้ การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) ที่ 18.67 เท่า คำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลัง

 

โดยมีบริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต และ บล.เอเซีย พลัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้น IPO 

 

ด้าน ลี ยิค เชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ เปิดเผยว่า เงินระดมทุนจะนำไปลงทุนยานพาหนะ ตู้คอนเทนเนอร์ และลานจัดเก็บตู้ ลงทุนระบบบริหารจัดการขนส่ง ชำระคืนเจ้าหนี้ค่าซื้อกิจการ ชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ตลอดจนใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ

 

โดยบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิ จากงบเฉพาะกิจการภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมาย

 

พบชื่อ ‘หมอพงศ์ศักดิ์-เสี่ยป๋อง-สุระ ซีอีโอ COM7 ถือหุ้นใหญ่’

 

กฤชวรรณ ซื้อเจริญชัย กรรมการผู้จัดการ บมจ.ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ เปิดเผยว่า ในช่วงการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 171.87 ล้านหุ้น ได้รับการตอบรับที่ดีในการเข้าลงทุนจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย ซึ่งแสดงความสนใจจองซื้อเป็นจำนวนมาก

 

ทั้งนี้ ภายหลังปิดสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ปรากฏรายชื่อนักลงทุนสายวีไอรายใหญ่เข้าลงทุนซื้อหุ้น IPO ของ ETL เข้าพอร์ต ได้แก่ นพ.พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี เข้ามาถือหุ้นใหญ่เป็นลำดับที่ 7 จำนวน 5 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.81%, สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.คอมเซเว่น หรือ COM7 เข้ามาถือหุ้นใหญ่เป็นลำดับที่ 8 จำนวน 4.11 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.66% และ เสี่ยป๋อง-วัชระ แก้วสว่าง เข้ามาถือหุ้นใหญ่เป็นลำดับที่ 10 จำนวน 3.48 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.56% 

 

โดยนักลงทุนมีมุมมองบวกต่อหุ้น ETL เพราะนับเป็นตัวเลือกใหม่ของการลงทุนในหุ้นกลุ่มโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ (Cross-Border Transportation Carrier) ที่ครบวงจรและมีศักยภาพการเติบโตสูง เชื่อว่า ETL จะกลายเป็นหุ้น Growth Stock ให้กับนักลงทุน 

 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ รายงานข้อมูลรายชื่อผู้ถือหุ้น 10 อันดับแรก ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2566 มีดังนี้

 

  1. บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นสัดส่วน 36.86%
  2. Noya Holding Company Limited ถือหุ้นสัดส่วน 15.94%
  3. ลี ยิค เชร์ ถือหุ้นสัดส่วน 2.99%
  4. กฤชวรรณ ซื้อเจริญชัย ถือหุ้นสัดส่วน 6.50%
  5. อารยา คงสุนทร ถือหุ้นสัดส่วน 0.82%
  6. พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี ถือหุ้นสัดส่วน 0.81%
  7. สุระ คณิตทวีกุล ถือหุ้นสัดส่วน 0.66%
  8. กัญญกาญจน์ ศิริวรรณ ถือหุ้นสัดส่วน 0.63%
  9. ชูเดช คงสุนทร ถือหุ้นสัดส่วน 0.56%
  10. วัชระ แก้วสว่าง ถือหุ้นสัดส่วน 0.56%

The post หุ้น ETL เข้าเทรด SET วันแรก เปิดร่วงหนักเฉียด 20% แม้มี ‘หมอพงศ์ศักดิ์-เสี่ยป๋อง-สุระ ซีอีโอ COM7’ ร่วมถือหุ้นใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
COM7 เผยยอดจอง iPhone 15 สร้างสถิติใหม่ iPhone 15 Pro Max ความจุ 256 GB และ 512 GB สีไทเทเนียมธรรมชาติฮิตสุด https://thestandard.co/com7-iphone-15-pre-orders-set-a-new-record/ Fri, 22 Sep 2023 08:30:26 +0000 https://thestandard.co/?p=844773 Com7

COM7 เผยกระแส iPhone 15 ซีรีส์ ฮิตต่อเนื่อง หลังเปิดให้ […]

The post COM7 เผยยอดจอง iPhone 15 สร้างสถิติใหม่ iPhone 15 Pro Max ความจุ 256 GB และ 512 GB สีไทเทเนียมธรรมชาติฮิตสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Com7

COM7 เผยกระแส iPhone 15 ซีรีส์ ฮิตต่อเนื่อง หลังเปิดให้จองซื้อวันแรกเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ยอดจองพุ่งทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง พร้อมเปิดฟีดแบ็กจากลูกค้า iPhone 15 Pro Max ความจุ 256 GB และ 512 GB สีไทเทเนียมธรรมชาติ กวาดความนิยม ระบุอานิสงส์จากไทยขึ้นแท่น Tier 1 ขาย iPhone 15 ยิ่งสนับสนุนให้ COM7 ได้รับประโยชน์ ตามมาด้วยกลุ่ม Apple Watch-AirPods Pro รุ่นใหม่เข้ามาเสริมทัพ ด้านสินค้ากลุ่ม Accessory มีโอกาสขายดีในทิศทางเดียวกัน หนุนพอร์ตไฮมาร์จิ้น ส่วนรายได้ปีนี้คาดเติบโต 20% ตามเป้า

 

ณัฐนันท์ กีรติกรยศนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสายงานบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 เปิดเผยถึงกระแสของ iPhone 15, iPhone 15 Plus, iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max ที่ยังคงสร้างความเซอร์ไพรส์ ทำยอดจองได้ดีกว่าทุกรุ่นและทุกปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ iPhone 15 Pro Max ความจุ 256 GB และ 512 GB สีไทเทเนียมธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่จับจองมากที่สุดและถูกจองหมดอย่างรวดเร็ว

 

นอกจากนี้การที่ประเทศไทยขึ้นเป็นประเทศกลุ่มแรกที่จำหน่าย iPhone 15 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ทำให้บริษัทได้จำนวนเครื่องมาจำหน่ายในระดับสูงและจำหน่ายได้มากกว่าเดิมเช่นกัน พร้อมสำหรับการวางจำหน่ายวันแรกในวันที่ 22 กันยายน 2566

 

และจากกระแสของ iPhone 15 ที่ยังคงได้รับความสนใจและมียอดสั่งจองถล่มทลายดังเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา มองว่ามาจากความเหนียวแน่นของสาวก Apple ที่ต้องการเปลี่ยนรุ่น รวมถึงลูกค้าที่ต้องการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจกว่าเดิม จึงทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก โดย iPhone 15 ความจุ 128 GB เริ่มต้นที่ 32,900 บาท ไปจนถึง iPhone 15 Pro Max ความจุ 1 TB เริ่มต้นที่ 63,900 บาท พร้อมกับการออกโปรโมชันเทรดอิน รับซื้อ iPhone เครื่องเก่าเพิ่มส่วนลดเมื่อซื้อ iPhone 15 รุ่นใหม่ และเสริมทัพโปรโมชันสินเชื่อ UFund จากทาง COM7 ต่อยอดแคมเปญ UFund UPhone เป็นทางเลือกให้ลูกค้าในการตัดสินใจที่จะซื้อเครื่องใหม่ได้ง่ายกว่าเดิม อีกทั้งกลุ่มลูกค้า iPhone เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ จากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวทำให้ลูกค้ากล้าตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเครื่อง กลายเป็นกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมกว่าทุกปีที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ COM7 เป็นตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ที่สุดของ Apple ในประเทศไทย ทั้งในแง่ของยอดขายและปริมาณสาขา เชื่อมั่นว่าการเปิดตัว iPhone รุ่นเรือธงของ Apple ในปีนี้ พร้อมกับ Apple Watch Series 9 และ Apple Watch Ultra 2 รวมทั้ง AirPods Pro รุ่นที่สาม จะยิ่งสนับสนุนให้ยอดขายในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้คึกคัก

 

ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 COM7 มีช่องทางการจำหน่ายสินค้า Apple กระจายอยู่ทั่วประเทศ ประกอบด้วยร้านจำหน่ายสินค้า Apple ในชื่อ Studio7 มี 110 สาขา, U-Store มี 17 สาขา นอกจากนี้ยังจำหน่ายผ่านร้าน BaNANA, Bb, BKK, KingKongPhone และ True Shop by COM7 จากสาขาทั้งหมดภายใต้การบริหารของ COM7 ในครึ่งปีแรกมีจำนวน 1,295 สาขา พร้อมกับแพลตฟอร์ม Studio7thailand.com และ BNN.in.th สะท้อนการมีช่องทางจำหน่ายที่แข็งแกร่ง และเชื่อมต่อธุรกิจ O2O (Online to Offline)

 

นอกจากนี้ COM7 เปิดให้บริการสาขาโฉมใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวน 40 สาขา หลังปิดปรับปรุง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้าน Studio7 ที่มียอดจำหน่ายระดับสูง ต้อนรับการมาของ iPhone 15 กับร้านคอนเซปต์ใหม่ และไฮซีซันในช่วงโค้งสุดท้ายของปี

 

สำหรับการมาของรุ่นเรือธง iPhone 15 มองว่ายังทำให้กลุ่มสินค้า Accessory ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเช่นกัน ชูธงสินค้า Private Label หรือแบรนด์สินค้าของบริษัท จะเข้ามาช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไร พร้อมกับ BaNANA Sure ที่นำเสนอ iPhone มือสองคุณภาพเยี่ยม เป็นอีกแคมเปญที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นยอดขายให้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น จึงมั่นใจว่าภาพรวมรายได้ปีนี้จะเติบโต 20% ตามเป้าหมาย จากปีก่อนที่ทำรายได้ที่ 63,026 ล้านบาท

The post COM7 เผยยอดจอง iPhone 15 สร้างสถิติใหม่ iPhone 15 Pro Max ความจุ 256 GB และ 512 GB สีไทเทเนียมธรรมชาติฮิตสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
EXCLUSIVE: เปิดสูตรต่อยอดความสำเร็จของ ‘สุระ คณิตทวีกุล’ ทั้งตัวธุรกิจ COM7 และลงทุนหุ้น https://thestandard.co/exclusive-sura-com7-success/ Tue, 15 Aug 2023 03:34:09 +0000 https://thestandard.co/?p=829256 สุระ คณิตทวีกุล

ในแวดวงธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกสินค้าด้านไอที น้อยค […]

The post EXCLUSIVE: เปิดสูตรต่อยอดความสำเร็จของ ‘สุระ คณิตทวีกุล’ ทั้งตัวธุรกิจ COM7 และลงทุนหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุระ คณิตทวีกุล

ในแวดวงธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกสินค้าด้านไอที น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ในฐานะผู้ปลุกปั้นให้บริษัทเติบโตขึ้นมาจนมีมูลค่าระดับ 7 หมื่นล้านบาทภายในเวลา 25 ปี 

 

หลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2558 คอมเซเว่น (COM7) เป็นหนึ่งในบริษัทที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากหุ้นที่เคยมีราคา IPO ที่เพียง 3.35 บาท ก็เพิ่มขึ้นไปสูงสุดถึง 43.75 บาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 1,200% ขณะที่จำนวนร้านค้าของธุรกิจทั้งหมดในเครือก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จนมีสาขารวมกันมากถึง 1,287 แห่ง  

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับ COM7 เป็นความสำเร็จทางธุรกิจที่ไม่ธรรมดา และน่าจะเป็นกรณีศึกษาให้กับใครหลายคนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ COM7 คงไม่ได้หยุดลงเพียงเท่านี้ อย่างน้อยที่สุดก็ในมุมมองของ สุระ คณิตทวีกุล ที่ยังคงพยายามมองหา ‘เครื่องยนต์’ ตัวใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจต่อไป 

 

THE STANDARD มีโอกาสได้พูดคุยกับสุระถึงอนาคตและเส้นทางการเติบโต เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ COM7 ขณะเดียวกันก็มีโอกาสได้เรียนรู้หลักคิดในการทำธุรกิจและการลงทุนไปพร้อมกัน 

 

ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว

 

“เรายังเติบโตได้ปีละ 10-20% ในอีกประมาณ 3-5 ปีข้างหน้า จากการขายสินค้าใหม่ๆ ตลอดเวลา บวกกับการขยายสาขาต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 150 แห่ง” สุระเชื่อว่าธุรกิจหลักของ COM7 ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว “ปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ราว 20% จุดอิ่มตัวในความรู้สึกของผมคงจะอยู่ที่มาร์เก็ตแชร์ประมาณ 40% ถ้าทำได้เท่านี้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว” 

 

สุระกล่าวต่อว่า อีกหนึ่งคำถามสำคัญคือ ผลิตภัณฑ์ที่เราขายอยู่แนวโน้มเป็นอย่างไร อันนี้ก็สำคัญ เพราะต่อให้เราใหญ่ขึ้น แต่เค้กกลับเล็กลงเรื่อยๆ แบบนี้ก็ไม่ไหว เป็นความโชคดีที่เรามาทำธุรกิจที่มีมูลค่าตลาดค่อนข้างใหญ่ ทุกคนต้องใช้ และบางคนมีหลายอุปกรณ์ด้วย อีกทั้งยังต้องเปลี่ยนบ่อย เพราะเทคโนโลยีไม่หยุดนิ่ง

 

ปัจจุบัน COM7 จ่ายเงินปันผลประมาณ 50-70% ของกำไร และส่วนที่เหลือจากนั้นจะถูกนำไปลงทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจ ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีเม็ดเงินลงทุนประมาณ 500-1,000 ล้านบาท

 

การรุกธุรกิจใหม่

 

แน่นอนว่า COM7 ในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่แค่การขายสินค้าไอทีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ที่ผ่านมาเราจะได้ยินข่าวอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับการพยายามขยายขอบเขตออกไปยังธุรกิจอื่นๆ อย่างเช่น ร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยง ร้านขายยา หรือแม้แต่สินเชื่อ เป็นต้น 

 

ปัจจุบันเรามีฐานลูกค้าอยู่ประมาณ 4 ล้านรายต่อปี ทำให้เราคิดต่อยอดว่าจะสามารถขายสินค้าอะไรเพิ่มเติมให้กับลูกค้าได้อีก เป็นที่มาของการเริ่มทดลองทำธุรกิจใหม่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่สิ่งสำคัญคือ หากการทดลองล้มเหลวจะต้องไม่ทำให้เราเจ็บหนัก

 

“เราจะใช้เงินเราก็ยังคงประหยัด ไม่ใช่ว่าหนึ่งปีเรามีกำไรเป็นพันล้านแล้วจะต้องใช้เงินพันล้าน เราโตมาแบบนั้น เพราะฉะนั้นผมก็ยังคงให้ทุกคนยึดหลักว่ามันเป็น SMEs แปลว่าเงินทุกบาทที่เราใช้มันต้องมีค่า” 

 

สุระมองว่าหนึ่งในจุดแข็งของ COM7 คือ เข้าใจเรื่องโลเคชันดี เข้าใจความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม “ที่ผ่านมาเราเริ่มต้นจากการขายคอมพิวเตอร์ ก่อนจะมาขายสินค้าของ Apple และแบรนด์อื่นๆ การที่เราจะขยับไปทำอะไรเพิ่มเติมก็เป็นเพียงสินค้าใหม่ ขณะที่พนักงานขายและร้านค้าก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนสินค้า ทำให้เราค่อนข้างมั่นใจว่าการขายสินค้าอื่นเราก็น่าจะขายได้” 

 

แต่การเลือกสินค้าใหม่เพื่อนำมาขายต้องเป็นสินค้าที่มีตลาดใหญ่ในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะขายสินค้าอะไรก็ตามเราต้องใช้สมอง ใช้พลังเท่ากัน ดังนั้นต้องคิดว่าทำอะไรแล้วได้เยอะที่สุดและขยายได้มากที่สุดถึงจะคุ้ม

 

อย่างเช่น ยาและอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นสินค้าที่มีมูลค่าตลาดค่อนข้างใหญ่หลายหมื่นล้านบาท แน่นอนว่าเป็นตลาดที่มีคู่แข่งจำนวนมากในทุกพื้นที่ แต่สิ่งที่เราชอบคือ ร้านขายยายังเป็นธุรกิจที่ยังไม่มีเจ้าตลาดชัดเจน 

 

“วิธีคิดของเราคือ ถ้าธุรกิจไหนมีเบอร์หนึ่ง เบอร์สอง เบอร์สาม ที่ใหญ่ทั้งหมด อันนี้เราไม่ชอบที่จะกระโดดไปเป็นเบอร์สี่ อีกมุมหนึ่งหากเป็นธุรกิจที่มีเบอร์หนึ่งใหญ่มากเพียงรายเดียว อันนี้ก็น่าสนใจ ทำให้เรามีโอกาสขึ้นไปเป็นเบอร์สองหรือสามได้”

 

อีกปัจจัยที่สำคัญสำหรับการเลือกธุรกิจใหม่คือ ทราฟฟิก (Traffic) หรือการมีลูกค้าเข้าร้านสม่ำเสมอ ธุรกิจค้าปลีกที่ดีควรจะต้องมีทราฟฟิกที่ดี นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องเลือกโลเคชันที่ดี แม้ต้องจ่ายค่าเช่าสูง

 

“ที่ผ่านมาการทำร้าน BaNANA ข้อเสียคือไม่สร้าง Recurring Traffic หลังจากลูกค้ามาซื้อโทรศัพท์ กว่าลูกค้าจะกลับมาอีกครั้งผ่านไปหนึ่งปีก็ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาอีกหรือไม่ ทำให้การทำแคมเปญเพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำเป็นเรื่องยาก”

 

ส่วนธุรกิจสินเชื่อและธุรกิจประกันก็เป็นการต่อยอดจากธุรกิจหลักของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยสินเชื่อผ่อนชำระสินค้าไอทีให้กับลูกค้าบางกลุ่ม หรือการขายประกันสำหรับสินค้าไอทีที่ขายให้กับลูกค้า 

 

กระจายสาขาสู่ริมถนน

 

ที่ผ่านมา COM7 ขยายสาขาของแต่ละธุรกิจในห้างสรรพสินค้าไปมากพอสมควร ทำให้เราต้องการขยายไปยังริมถนนมากขึ้น ปีนี้เป็นปีที่เราขยายสาขาภายนอกห้างสรรพสินค้ามากกว่าด้านใน

 

“ส่วนนี้เป็นเหมือนการทำ R&D เป็นการทดลองว่าถ้าเราเปิดสาขาริมถนนห่างออกไปจากห้างสรรพสินค้า 2 กิโลเมตร ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ยอดขายในห้างจะลดลงหรือไม่ ถ้าไม่ลดแล้วยอดขายของร้านที่เปิดข้างนอกจะเป็นอย่างไร” 

 

แต่การเปิดสาขานอกห้างจะทำให้ทราฟฟิกลดลง เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องหาพื้นที่ที่มีร้านค้าอื่นๆ โดยรอบ เพื่อช่วยให้พื้นที่เป็นเหมือนคอมมูนิตี้ขนาดเล็ก

 

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจใหม่ที่ COM7 รุกเข้าไปนี้ปัจจุบันยังเป็นช่วงของการทดลองและติดตามผลว่าเป็นอย่างไร โดยพิจารณาจากยอดขาย แต่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องกำไรมากนัก 

 

“ช่วงแรกที่เริ่มตั้งธุรกิจใหม่มันอาจไม่ได้กำไร เพราะมีเรื่องต้นทุนคงที่ มันคือการดูความเป็นไปได้ในแต่ละเรื่องที่เราทำ เช่น เรื่องช่องทางการจำหน่ายสินค้า เรื่องความต้องการของลูกค้า ฯลฯ นั่นเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้เราขยายธุรกิจต่อไปได้”

 

หลักคิดลงทุนหุ้น

 

นอกจากบทบาทในฐานะผู้บริหารของ COM7 แล้ว สุระยังมีอีกหนึ่งบทบาทในฐานะนักลงทุนในตลาดหุ้น ข้อมูลล่าสุดจาก SETSMART ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2566 ระบุว่า สุระถือครองหุ้นไทยอยู่ทั้งสิ้น 17 บริษัท รวมมูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท แน่นอนว่าหุ้นที่มีมูลค่ามากที่สุดในพอร์ตคือ COM7 คิดเป็นกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท 

 

“จริงๆ แล้วจุดเริ่มต้นมาจากการหาโอกาสให้กับบริษัทเป็นหลัก แน่นอนว่าถ้าเราไปเจอธุรกิจอะไรที่สามารถ Synergy กับ COM7 ได้ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม เรายินดีที่จะทดลอง เพราะความมั่งคั่งทั้งหมดของผมอยู่ใน COM7 อยู่แล้ว บางครั้งก็ทำให้เราเห็นโอกาสว่าจริงๆ ธุรกิจนั้นก็ดีและเราเข้าใจ จึงตัดสินใจถือหุ้น”

 

หลักในการเลือกหุ้นจะเน้นเรื่องความเป็นไปได้ทางธุรกิจ จากประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับการทำธุรกิจ ขณะเดียวกันความสามารถของผู้บริหารก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญต่อการตัดสินใจในการเลือกลงทุน

 

อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ สินค้าของธุรกิจนั้นๆ ต้องเป็นสินค้าที่ผู้คนยังจำเป็นต้องใช้ประจำอย่างสม่ำเสมอ แต่หากเป็นสินค้าที่ไปตามกระแส โดยส่วนตัวแล้วจะพยายามหลีกเลี่ยง เพราะไม่มีเวลาในการติดตาม แม้ธุรกิจเหล่านี้จะมีช่วงเวลาที่วิ่งขึ้นไป แต่สุดท้ายก็จะกลับลงมา 

 

“เราไม่ได้เป็นนักลงทุนเต็มตัว เวลาส่วนใหญ่ยังคงทำงานในออฟฟิศ ส่วนมากการตัดสินใจซื้อจะมาจากความรู้สึกถูกใจผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นนักลงทุนที่ไม่ดีนัก เพราะไม่ได้มีเวลาติดตาม” 

 

อย่างไรก็ตามสุระย้ำว่า การลงทุนโดยส่วนตัวแล้วใช่ว่าจะประสบความสำเร็จอยู่ตลอด ขาดทุนก็มีเป็นเรื่องปกติ เป้าหมายหลักของการลงทุนคือ การที่เราได้เรียนรู้จากโอกาสที่ได้พบปะกับผู้บริหารเก่งๆ 

 

ก่อนที่จะจบการสนทนา สุระได้เปิดเผยถึงข้อสงสัยของใครหลายคนที่ว่า เหตุใดการลงทุนในช่วงหลังถึงผูกไปกับนักลงทุน VI ชื่อดังอย่าง นพ.พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี

 

“จริงๆ แล้วหมอพงศ์ศักดิ์มาลงทุนใน COM7 และเป็นนักลงทุนที่เก่งมากคนหนึ่ง จากที่ได้ฟังคำถามเกี่ยวกับ COM7 ตั้งแต่ช่วงแรกๆ หลังจากนั้นเมื่อ COM7 มองหาการลงทุนใหม่ๆ จึงคิดว่าหมอพงศ์ศักดิ์น่าจะมีความรู้และช่วยให้คำปรึกษากับเราได้ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกัน”

The post EXCLUSIVE: เปิดสูตรต่อยอดความสำเร็จของ ‘สุระ คณิตทวีกุล’ ทั้งตัวธุรกิจ COM7 และลงทุนหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
COM7 แจงปิดปรับปรุงสาขา กดรายได้ต่ำกว่าที่ควร 1.1 พันล้านบาทใน 2Q66 แต่ภาพรวมกำไรยังโตได้ 13.6% https://thestandard.co/com7-2q66/ Wed, 09 Aug 2023 05:11:52 +0000 https://thestandard.co/?p=827305

บมจ.คอมเซเว่น (COM7) รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ปี […]

The post COM7 แจงปิดปรับปรุงสาขา กดรายได้ต่ำกว่าที่ควร 1.1 พันล้านบาทใน 2Q66 แต่ภาพรวมกำไรยังโตได้ 13.6% appeared first on THE STANDARD.

]]>

บมจ.คอมเซเว่น (COM7) รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 1.59 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มีกำไรขั้นต้น 2.32 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1% และมีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 704 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% 

 

ณ ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ธุรกิจต่างๆ ของ COM7 มีสาขาจำนวน 1,287 แห่ง เพิ่มขึ้น 127 แห่ง จากสิ้นปี 2565 โดยประกอบด้วย BaNANA, Bb, B-Play, BKK, BeBePhone, E-Quip, Franchise, iCare, KingKong Phone, Studio7, True Shop by COM7, U-Store, PetPaw และ Brand Shop

 

อย่างไรก็ตาม รายได้ของ COM7 ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เติบโตต่ำกว่าที่ควรจาก 2 สาเหตุสำคัญ ได้แก่ 

 

  1. การปิดปรับปรุงร้านจำนวน 40 แห่ง ซึ่งจำนวนกว่าครึ่งเป็นร้าน Studio 7 ที่มีขนาดใหญ่ และอยู่ในทำเลที่สำคัญ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของ Apple Worldwide ในการปรับรูปแบบร้านสำหรับรองรับการเติบโต และเตรียมความพร้อมในการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่จะมาถึง โดยใช้ระยะเวลาในการเปิดสาขาเพื่อปรับปรุงเฉลี่ยที่ 60 วัน และจะทยอยกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติทุกสาขาภายในสิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 เพื่อรองรับได้ในช่วงไฮซีซัน 

 

  1. ศูนย์การค้าปิดปรับปรุง 2 แห่งคือ เดอะมอลล์ บางกะปิ และเดอะมอลล์ บางแค มีกำหนดการกลับมาเปิดปกติในช่วงปลายปี 2566 

 

ด้วย 2 สาเหตุดังกล่าวส่งผลให้บริษัทขาดรายได้ในช่วงไตรมาส 2 ประมาณ 1.1 พันล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายค่าเช่าร้านชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 6 ล้านบาท ในขณะที่ร้านปิดปรับปรุงทั้งหมดยังคงต้องจ่ายค่าเช่าและค่าจ้างพนักงานตามเดิมเป็นจำนวน 60 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ผลกระทบดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว ซึ่งจะกลับสู่ปกติภายหลังจากร้านที่ปิดปรับปรุงทั้งหมดทยอยเปิดให้บริการตามแผนภายในสิ้นไตรมาส 3 เป็นต้นไป 

 

ทั้งนี้ รายได้ส่วนใหญ่ราว 97.4% ยังคงมาจากธุรกิจค้าปลีก ซึ่งมีรายได้เติบโตจากสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) ที่ระดับ 10% โดยไม่ได้นำสาขาที่ปิดปรับปรุง 40 แห่งมาคำนวณ 

 

สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ COM7 เปิดเผยว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า เชื่อว่าบริษัทจะยังคงเติบโตต่อได้โดยเฉลี่ยปีละประมาณ 10-20% จากการเติบโตของสินค้าใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา รวมทั้งการขยายอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละประมาณ 150 แห่ง ซึ่งสาขาใหม่ๆ อาจจะขยายออกไปอยู่นอกห้างสรรพสินค้ามากขึ้น 

 

สำหรับธุรกิจใหม่อย่างเช่นธุรกิจร้านขายอาหารสัตว์หรือร้านขายยา หรือแม้แต่ธุรกิจสินเชื่อ ปัจจุบันยังเป็นช่วงของการทดลองและติดตามผลว่าเป็นอย่างไร โดยพิจารณาจากยอดขาย แต่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องกำไรมากนัก 

 

“ช่วงแรกที่เริ่มตั้งธุรกิจใหม่มันอาจจะไม่ได้กำไร เพราะมีเรื่องต้นทุนคงที่ มันคือการดูความเป็นไปได้ในแต่ละเรื่องที่เราทำ เช่น เรื่องช่องทางการจำหน่ายสินค้า เรื่องความต้องการของลูกค้า นั่นเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้เราขยายธุรกิจต่อไปได้”

 

ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นวันนี้  (9 สิงหาคม) ราคาซื้อขายอยู่ที่ 28 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท จากวันก่อนหน้า หรือคิดเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.75% แต่หากเทียบจากราคาต้นปีจนปัจจุบัน ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาแล้ว 19.85%

The post COM7 แจงปิดปรับปรุงสาขา กดรายได้ต่ำกว่าที่ควร 1.1 พันล้านบาทใน 2Q66 แต่ภาพรวมกำไรยังโตได้ 13.6% appeared first on THE STANDARD.

]]>
COM7 คาดอานิสงส์ iPhone 14 ดันงบ Q3 ดีกว่าปกติ พร้อมหวังกินมาร์เก็ตแชร์ตลาดไอที มูลค่า 2 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 30% https://thestandard.co/com7-160965/ Fri, 16 Sep 2022 09:00:59 +0000 https://thestandard.co/?p=682599 COM7

หลังการเปิดตัว iPhone 14 ของ Apple เมื่อวันที่ 9 กันยาย […]

The post COM7 คาดอานิสงส์ iPhone 14 ดันงบ Q3 ดีกว่าปกติ พร้อมหวังกินมาร์เก็ตแชร์ตลาดไอที มูลค่า 2 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 30% appeared first on THE STANDARD.

]]>
COM7

หลังการเปิดตัว iPhone 14 ของ Apple เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 ซึ่งประเทศไทยได้รับการขยับขึ้นมาเป็นประเทศ Tier 1 ของการจำหน่าย iPhone 14 ก่อนจะเริ่มต้นวางจำหน่ายเป็นวันแรกในวันนี้ 16 กันยายน 2565 

 

สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คอมเซเว่น (COM7) เปิดเผยว่า หลังจากเปิดให้มีการจอง iPhone 14 ล่วงหน้า ถือว่ามีกระแสตอบรับดีกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากสินค้าถูกจองหมดเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่จำนวนสินค้าใกล้เคียงกับเมื่อปีก่อน 


บทความที่เกี่ยวข้อง


“การขาย iPhone 14 ในปีนี้จะช่วยให้งบไตรมาส 3 ดีขึ้นจากปีก่อนๆ ที่มักจะเป็นไตรมาสที่ชะลอตัว เพราะปกติแล้ว iPhone รุ่นใหม่จะเริ่มขายในไตรมาส 4 และในปีนี้ iPhone 13 ยังคงขายดี หลังจากที่ผู้บริโภคเห็นแล้วว่าสเปกของ iPhone 14 เป็นอย่างไร เชื่อว่าไตรมาส 3 ปีนี้จะไม่แย่ที่สุดของปี แต่ไตรมาส 4 ยังน่าจะเป็นช่วงที่พีคที่สุด”

 

สุระกล่าวต่อว่า แนวโน้มยอดขายของบริษัทน่าจะยังเติบโตได้ 15-20% ต่อปี ในอีก 3-5 ปีต่อจากนี้ และด้วยการเติบโตในระดับนี้ เชื่อว่าบริษัทจะมีส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ของตลาดสินค้าไอทีซึ่งมีมูลค่าตลาดราว 2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 20% ในปัจจุบันไปอยู่ที่ประมาณ 30% 

 

ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า คาดว่ารายได้ของบริษัทน่าจะขยับขึ้นไปแตะระดับ 1 แสนล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะทำได้เกือบ 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทจะต้องเปิดสาขาเพิ่มเติมอีกปีละกว่า 100 แห่ง ใกล้เคียงกับในอดีตที่ผ่านมา 

 

นอกจากส่วนของธุรกิจหลักเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าไอที บริษัทยังได้ขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่นอกเหนือไปจากสินค้าไอที ซึ่งในปีนี้บริษัทได้ใช้เงินลงทุนในส่วนนี้ไปกว่า 2 พันล้านบาท นับเป็นปีที่ลงทุนในธุรกิจอื่นๆ มากที่สุด 

 

“การขยายธุรกิจอื่นจะทำบนสิ่งที่เราถนัดและต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ คือฐานลูกค้ากว่า 3 ล้านราย และความถนัดในเรื่องค้าปลีก การเข้าซื้อธุรกิจเป็นเรื่องง่าย แต่จะทำให้เติบโตได้หรือไม่เป็นสิ่งสำคัญ” 

 

สำหรับการขยายธุรกิจใหม่ บริษัทจะเน้นในเรื่องของการ Synergy โดยมีหลักการสำคัญคือ ธุรกิจนั้นต้องไม่อยู่ในเทรนด์ขาลง และอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าตลาดสูง 

 

ส่วนการซื้อหุ้นคืนของบริษัทที่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ปัจจุบันซื้อหุ้นคืนไปแล้วทั้งสิ้น 10 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.42% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่า 337.7 ล้านบาท โดยบริษัทมีแผนจะซื้อหุ้นคืนทั้งหมดไม่เกิน 30 ล้านหุ้น 

 

การตัดสินใจซื้อหุ้นคืนครั้งนี้ สุระมองว่าบริษัทยังคงเติบโตได้ดี ขณะที่ราคาหุ้นวันนี้ยังไม่แพงเทียบกับการเติบโต ขณะเดียวกันเราก็ไม่ได้มีข้อจำกัดในเรื่องของการใช้เงินเพื่อลงทุน 

 

“มันเป็นโอกาสระหว่างการเติบโตของธุรกิจและราคาหุ้นในตลาด” 

 

ส่วนประเด็นที่ว่าราคา iPhone 14 ในไทยแพงขึ้นกว่ารุ่นก่อน แม้ว่าราคาในสกุลดอลลาร์จะเท่าเดิม เป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าราว 15% อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าสินค้าบางรุ่นแพงขึ้นเพียงประมาณ 7% ซึ่งเป็นเพราะการสนับสนุนจาก Apple 

The post COM7 คาดอานิสงส์ iPhone 14 ดันงบ Q3 ดีกว่าปกติ พร้อมหวังกินมาร์เก็ตแชร์ตลาดไอที มูลค่า 2 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 30% appeared first on THE STANDARD.

]]>
แกะพอร์ต 10 หุ้น ในมือ สุระ คณิตทวีกุล เจ้าของ COM7 มหาเศรษฐีไทย อันดับที่ 49 https://thestandard.co/stock-portfolio-of-sura-kanittaweekul/ Fri, 22 Jul 2022 08:05:46 +0000 https://thestandard.co/?p=657525 สุระ คณิตทวีกุล

ชื่อของ สุระ คณิตทวีกุล ถูกพูดถึงอีกครั้งในฐานะเป็น 1 ใ […]

The post แกะพอร์ต 10 หุ้น ในมือ สุระ คณิตทวีกุล เจ้าของ COM7 มหาเศรษฐีไทย อันดับที่ 49 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุระ คณิตทวีกุล

ชื่อของ สุระ คณิตทวีกุล ถูกพูดถึงอีกครั้งในฐานะเป็น 1 ใน 3 เศรษฐีหน้าใหม่ ที่ติดโผการจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีเมืองไทย ประจำปี 2565 จากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Forbes Thailand โดยสุระติดในรายชื่อมหาเศรษฐีไทย อันดับที่ 49 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 670 ล้านดอลลาร์ 

 

โดยทีมงาน THE STANDARD WEALTH ใช้ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สำรวจการถือครองหุ้นสามัญของสุระ พบว่ามีอยู่ 10 หลักทรัพย์ มีมูลค่าตามราคาปิดของหุ้น ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2565 รวมแล้วเป็นเงิน 11,253,221,796 บาท (1.12 หมื่นล้านบาท)

 

สุระ คณิตทวีกุล

แกะพอร์ต 10 หุ้น ในมือ ‘สุระ คณิตทวีกุล’ เจ้าของ COM7 มหาเศรษฐีไทย อันดับที่ 49

1.COM7 จำหน่ายสินค้าไอที จำนวน 300,655,200 หุ้น

2.GUNKUL โรงไฟฟ้า จำนวน 253,000,040 หุ้น

3.JWD โลจิสติกส์ จำนวน 21,469,100 หุ้น

4.SSP โรงไฟฟ้า จำนวน 30,212,000 หุ้น

5.CHAYO เช่าซื้อ จำนวน 19,149,291 หุ้น

6.MVP โฆษณาเอเจนซี จำนวน 48,927,400 หุ้น

7.CMO จัดงานนิทรรศการ จำนวน 10,089,400 หุ้น

8.SFLEX บรรจุภัณฑ์พลาสติก จำนวน 14,143,900 หุ้น

9.IT จำหน่ายสินค้าไอที จำนวน 3,927,500 หุ้น

10.SIMAT เทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 10,568,600 หุ้น

อ้างอิง: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2565

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต


บทความที่เกี่ยวข้อง


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post แกะพอร์ต 10 หุ้น ในมือ สุระ คณิตทวีกุล เจ้าของ COM7 มหาเศรษฐีไทย อันดับที่ 49 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘COM7’ แตกไลน์สู่สายสุขภาพ จับมือเครือ BDMS ลุยธุรกิจร้านขายยา คาดเปิดให้บริการภายในปีนี้ https://thestandard.co/com7-work-with-bdms-opening-drug-store/ Wed, 27 Apr 2022 11:44:47 +0000 https://thestandard.co/?p=622240 COM7

บมจ.คอมเซเว่น หรือ COM7 แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ที่ประชุม […]

The post ‘COM7’ แตกไลน์สู่สายสุขภาพ จับมือเครือ BDMS ลุยธุรกิจร้านขายยา คาดเปิดให้บริการภายในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
COM7

บมจ.คอมเซเว่น หรือ COM7 แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 3/2565 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 ได้อนุมัติให้บริษัทย่อยของบริษัทเข้าทําบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นในการร่วมลงทุนกับ บริษัท รอยัล บางกอกเฮ็ลธ์แคร์จํากัด (RBH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.กรุงเทพดุสิต เวชการ หรือ BDMS เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่เพื่อประกอบธุรกิจร้านขายยา 

 

โดยเบื้องต้นบริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะมีทุนจดทะเบียนจํานวน 200 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจํานวน 2 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยจะดำเนินธุรกิจร้านขายยาขนาดใหญ่ในรูปแบบร้านสแตนด์อโลน และตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดดําเนินการภายในปี 2565

 

โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทร่วมทุน มีดังนี้ 

  1. บริษัท รอยัล บางกอกเฮ็ลธ์แคร์ จํากัด (RBH) ถือหุ้น 1.2 ล้านหุ้น หรือ 60%
  2. บริษัทย่อยของ COM7 ซึ่งอยู่ระหว่างดําเนินการจัดตั้ง ถือหุ้น 8 แสนหุ้น หรือ 40%

 

แหล่งที่มาของเงินทุนในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนครั้งนี้ มาจากกระแสเงินสดจากการดําเนินกิจการ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องหรือการดําเนินงานของบริษัท

 

โดย COM7 ประเมินว่าการที่ BDMS เป็นผู้เชี่ยวชาญในการประกอบธุรกิจการรักษาพยาบาล และธุรกิจที่เกี่ยวข้องสนับสนุนด้านการรักษาพยาบาล และ COM7 เป็นผู้เชี่ยวชาญในการประกอบธุรกิจในด้านการบริหารจัดการกิจการค้าปลีก ความร่วมมือดังกล่าวจึงเป็นการสร้างโอกาสในการเติบโต และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นแก่บริษัท นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มความหลากหลายด้านผลิตภัณฑ์ในธุรกิจค้าปลีกของบริษัท

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ‘COM7’ แตกไลน์สู่สายสุขภาพ จับมือเครือ BDMS ลุยธุรกิจร้านขายยา คาดเปิดให้บริการภายในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
COM7 เปิดตลาดร่วง 50% หลังขึ้น XD จ่ายปันผลเป็นหุ้นอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ https://thestandard.co/com7-stock-price-movement/ Fri, 11 Mar 2022 04:03:22 +0000 https://thestandard.co/?p=604465 COM7

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น บมจ.คอมเซเว่น หรือ COM7 หากดู […]

The post COM7 เปิดตลาดร่วง 50% หลังขึ้น XD จ่ายปันผลเป็นหุ้นอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
COM7

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น บมจ.คอมเซเว่น หรือ COM7 หากดูผ่านกระดานเทรดจะพบว่าราคาหุ้นปรับลดลงมาราว 50% จากวันก่อนหน้า โดยเปิดการซื้อขายที่ 43.50 บาท ก่อนจะลดลงไปต่ำสุดที่ 41.25 บาท ลดลง 48-50% จากวันก่อนหน้า 

 

อย่างไรก็ตาม การที่ราคาหุ้น COM7 ร่วงลงมาในระดับนี้เป็นผลจากการขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อจะจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นและเงินสด โดยส่วนของการปันผลเป็นหุ้นในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ราคาหุ้น COM7 ลดลงมาดังกล่าว เนื่องจากปริมาณหุ้นของ COM7 ในตลาดจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว หรือเพิ่มขึ้นอีก 1,200 ล้านหุ้น ทำให้บริษัทจะมีหุ้นในกระดานรวม 2,400 ล้านหุ้น

 

บริษัทยังได้ประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดจากกำไรสุทธิและกำไรสะสมจำนวน 1 บาทต่อหุ้น โดยทั้งหุ้นปันผลและเงินปันผลจะจ่ายออกมาในวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 

 

หากพิจารณาจากระดับ Ceiling และ Floor ในวันนี้ ตามโปรแกรม Streaming จะอยู่ที่ 53.50 บาท และ 29 บาท ตามลำดับ 

 

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการของ COM7 ยังได้มีมติให้เพิ่มวัตถุประสงค์การทำธุรกิจของบริษัท 12 ข้อ โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ได้แก่ การเพิ่มธุรกิจจำหน่ายและเช่าซื้อเครื่องไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาและกัญชงครบวงจร ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องสำอาง อาหารเสริม และยารักษาโรค รวมไปถึงการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมและหลักทรัพย์ต่างๆ 

 

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังได้มีมติให้จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บมจ.เน็คซ์ แคปปิตอล หรือ NCAP ในฐานะบริษัทร่วมของบริษัท โดย NCAP ได้เพิ่มทุนจำนวน 450 ล้านหุ้น ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นในอัตรา 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคาเพิ่มทุนหุ้นละ 4.50 บาท 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post COM7 เปิดตลาดร่วง 50% หลังขึ้น XD จ่ายปันผลเป็นหุ้นอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่ม ‘ค้าปลีกไอที’ กำไรไตรมาส 2 โตกระโดด รับกำลังซื้อสินค้าไอทีพุ่งตามพฤติกรรม WFH ขณะที่นักวิเคราะห์หวั่นกำไรไตรมาส 3 สะดุดจากมาตรการล็อกดาวน์ https://thestandard.co/it-retail-business-grew-double-times/ Sat, 14 Aug 2021 10:34:30 +0000 https://thestandard.co/?p=525106 ค้าปลีกไอที

THE STANDARD WEALTH ได้รวบรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 […]

The post กลุ่ม ‘ค้าปลีกไอที’ กำไรไตรมาส 2 โตกระโดด รับกำลังซื้อสินค้าไอทีพุ่งตามพฤติกรรม WFH ขณะที่นักวิเคราะห์หวั่นกำไรไตรมาส 3 สะดุดจากมาตรการล็อกดาวน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค้าปลีกไอที

THE STANDARD WEALTH ได้รวบรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 ของกลุ่มค้าปลีกสินค้าไอที พบว่า 5 บริษัทที่รายงานผลการดำเนินงานออกมาแล้วมีกำไรปรับเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น โดย COM7 รายงานกำไรไตรมาส 2 มากที่สุด โดยมีกำไรสุทธิ 587 ล้านบาท ขณะที่ CPW มีกำไรสุทธิเติบโตในอัตรามากสุด ถึง +494.83%

 

ความต้องการสินค้าไอทีพุ่งดันกำไรโตกระโดด

บมจ.คอมเซเว่น หรือ COM7 ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีและสมาร์ทโฟนรายใหญ่ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/64 มีรายได้รวมอยู่ที่ 11,562.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกําไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,549.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.9% 

 

COM7 มีกําไรสุทธิ 587 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113.9% เนื่องจากยอดขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เติบโต โดยเฉพาะ iPhone ยังขายดีทั้งในรุ่นปัจจุบันและรุ่นก่อนหน้า รวมถึง iPad, สมาร์ทโฟนแบรนด์ชั้นนำต่างๆ และสินค้ากลุ่ม Work from Home ยังมีดีมานด์เข้ามาต่อเนื่อง

 

ขณะที่​​ บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/64 มีกำไรสุทธิ 211.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.09% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 166.11 ล้านบาท

  

ในไตรมาส 2/64 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการลดลง 311.45 ล้านบาท หรือ 3.58% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แต่มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 18.88 ล้านบาท หรือ 4.92% โดยกำไรขั้นต้นของสินค้าเพิ่มเกือบจะทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ ภายใต้สถานการณ์อุปทานสินค้าในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ยังมีอยู่จำกัด ในขณะที่ความต้องการสินค้าไอทียังอยู่ในระดับสูงจากสถานะการณ์โรคระบาด และกระแสการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี)

 

ณรงค์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสายงานขาย และธุรกิจค้าปลีก COM7 กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีและสมาร์ทโฟนยังคงแข็งแกร่ง แม้ภายใต้สถานการณ์โควิด แต่ดีมานด์ไม่ได้หายไปไหน ยิ่งในช่วงที่มีการปิดสาขาบางส่วนตามมาตรการรัฐ ยิ่งเห็นว่าความต้องการสินค้าไอทีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วง Work from Home ซึ่งปัจจุบัน COM7 ยังเข้าถึงลูกค้าได้ไม่เต็มที่ จึงมองว่าดีมานด์ที่อั้นไว้จะไหลกลับเข้ามาในช่วงปลายปี จากปัจจัยบวกในช่วงไฮซีซันธุรกิจ สินค้าใหม่ทยอยเปิดตัว โดยเฉพาะ  iPhone รุ่นใหม่ที่คาดจะกลับมาเปิดตัวในช่วงเวลาปกติ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคของภาครัฐบาล เชื่อมั่นว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้รายได้สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 20% 

 

CPW เปิดตัวสินค้าใหม่ครึ่งปีหลัง ดันรายได้โต 20%

ปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. คอปเปอร์ ไวร์ด หรือ CPW กล่าววว่า เป้าหมายรายได้ในปีนี้จะเติบโตจากปีก่อน 20% ตามแผน โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังเป็นช่วงที่สินค้าใหม่ทยอยเปิดตัวและวางจำหน่าย รวมทั้งการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพ นำออนไลน์เสริมทัพ

 

ในปีนี้วางแผนเปิดสาขาใหม่ 7 สาขา ยังคงตามแผนเดิม และส่วนใหญ่จะเร่งเปิดในช่วงครึ่งปีหลัง และล่าสุด CPW ได้ประกาศซื้อกิจการ IBIZ Plus รุกตลาดร้านโทรศัพท์มือถือ-อุปกรณ์เสริม มูลค่าไม่เกิน 1,000 ล้านบาท เตรียมจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อขยายช่องทางการจำหน่าย และเพิ่ม Product Mix ในมือ ภายใต้แบรนด์ AIS, Telewiz, Buddy, Samsung และ Xiaomi ในประเทศไทย เสริมจากการเป็นหนึ่งในตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่สินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ และแบรนด์ Apple คาดจะเป็นปัจจัยสำคัญรับโอกาสยุคเทคโนโลยีบูมในปี 2565 ให้มีสาขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

 

โบรกหวั่นไตรมาส 3 กำไรสะดุดจากมาตราการล็อกดาวน์ 

บทวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดขึ้น คาดกดดันกำไรไตรมาส 3/64 ของ COM7 และจะเป็น Downside ต่อประมาณการ โดยเฉพาะการประกาศปิดร้านค้าในห้างสรรพสินค้านับจากวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 ราว 13 จังหวัด และล่าสุดรวม 29 จังหวัด จากวันที่ 3-16 สิงหาคม 2564 (และอาจขยายถึง 31 สิงหาคม 2564) โดยคาดปัจจุบัน COM7 มีสาขาที่ต้องปิดราว 50% 

 

อย่างไรก็ตาม จากราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมา นับจากวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 ใกล้เคียงผลกระทบต่อมูลค่าพื้นฐานกรณีเลวร้ายที่ฝ่ายวิจัยประเมิน เชื่อว่าน่าจะสะท้อนประเด็นลบไปพอสมควรแล้ว ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside ลงทุนจึงยังแนะนำทยอยซื้อสะสม โดยเฉพาะเมื่อราคาอ่อนตัวตอบรับผลกระทบและ Sentiment ลบ จากการล็อกดาวน์

 

รอราคาหุ้นย่อตัว จึงทยอยสะสม 

บทวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ระบุเพิ่มว่า สำหรับไตรมาส 4/64 แม้ยังเห็นโอกาสฟื้นตัวจากช่วงฤดูกาลเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ แต่อาจมีประเด็นปัญหาการขาดแคลนชิป ที่น่าจะเริ่มกระทบกับผู้ผลิตของ Apple มากขึ้นบ้าง 

 

วิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (​ประเทศไทย) กล่าวว่า ผลประกอบการกลุ่มค้าปลีกไอทีโดยรวมออกมาดีตามที่คาด ซึ่งเป็นการเติบโตที่ดีมาก อย่างไรก็ตาม ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้รอจังหวะที่ราคาย่อตัวกว่านี้ก่อน โดยมองว่าหลังการประกาศผลประกอบการมักจะมีแรงขายเพื่อทำกำไรอยู่เสมอ

 

นอกจากนี้ ภาพรวม SET Index ยังมีโอกาสปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากแรงกดดันเรื่องการถูกปรับลดประมาณการ GDP และการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของ Fed ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันความเคลื่อนไหวของดัชนีตลอดเดือนนี้ อีกทั้งยังมีปัจจัยลบจากเรื่องตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศไทยที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

“โดยรวมแล้ว Downside มีกว่า Upside จึงแนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะที่ราคาหุ้นย่อตัวลดลงกว่านี้ จึงค่อยเข้าสะสม แม้งบไตรมาส 2 ของกลุ่มค้าปลีกไอทีจะออกมาดีมาก แต่ภาพรวมตลาดยังเต็มไปด้วยปัจจัยลบ จึงมองว่ายังไม่ใช่จังหวะลงทุนที่ดีนัก”

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post กลุ่ม ‘ค้าปลีกไอที’ กำไรไตรมาส 2 โตกระโดด รับกำลังซื้อสินค้าไอทีพุ่งตามพฤติกรรม WFH ขณะที่นักวิเคราะห์หวั่นกำไรไตรมาส 3 สะดุดจากมาตรการล็อกดาวน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
GUNKUL ในวันที่ราคาหุ้น All Time High! ตั้งเป้าธุรกิจไฟฟ้าโตอย่างน้อย 15% ต่อปี ส่วนธุรกิจกัญชงอาจเห็น Synergy กับ COM7 https://thestandard.co/gunkul-stock-price-all-time-high/ Wed, 23 Jun 2021 01:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=503501 หุ้น GUNKUL

ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ บมจ.กันกุลเอ็นจิ […]

The post GUNKUL ในวันที่ราคาหุ้น All Time High! ตั้งเป้าธุรกิจไฟฟ้าโตอย่างน้อย 15% ต่อปี ส่วนธุรกิจกัญชงอาจเห็น Synergy กับ COM7 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น GUNKUL

ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) เป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับขึ้นได้ค่อนข้างโดดเด่น โดยราคาขยับขึ้นมาเกือบ 40% จนสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่หลังพุ่งทะลุ 4.71 บาท (ราคาหุ้นหลังรวมผลของการ Dilute แล้ว) 

 

ธุรกิจหลักของ GUNKUL คือโรงไฟฟ้า ทั้งในส่วนของการเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าเอง และรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า ขณะเดียวกันปัจจัยบวกอย่างหนึ่งที่หนุนให้ราคาหุ้น GUNKUL เป็นที่สนใจในระยะหลัง คงหนีไม่พ้นการประกาศรุกธุรกิจเกี่ยวกับกัญชงอย่างจริงจัง 

 

โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหารของ GUNKUL เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจไฟฟ้ายังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ซึ่งยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระยะ 3-5 ปีข้างหน้านี้ 

 

“ปีนี้บริษัทคาดหวังว่าจะเห็นรายได้แตะ 1 หมื่นล้านบาทจากการเติบโตของธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งอย่างน้อยจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% ต่อปี แต่การขยายโรงไฟฟ้าในปัจจุบันจะเห็นการเติบโตจากต่างประเทศในอัตราที่สูงกว่า” 

 

ที่ผ่านมาจะเห็นว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) เลื่อนมาตลอดหรือเปิดเพิ่มน้อยมาก ทำให้หลายบริษัทในธุรกิจนี้ขยายไปต่างประเทศ รวมถึงการขยายไปให้บริการกับภาคเอกชนแทน ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงของโซลาร์ ทำให้บริษัทสามารถขายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้แล้ว 

 

ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ในประเทศยังคงสูงกว่าต่างประเทศ ขณะที่กำลังการผลิตต่างประเทศอยู่ที่ราว 270 เมกะวัตต์ ส่วนในประเทศอยู่ที่กว่า 400 เมกะวัตต์ แต่ด้วยเงินอุดหนุนในประเทศที่สูงกว่า ทำให้รายได้จากในประเทศยังสูงกว่ามาก แต่การขยายตัวของธุรกิจต่างประเทศจะดีกว่า 

 

“อย่างปีก่อนบริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มจากต่างประเทศ 160 เมกะวัตต์ ขณะที่ในประเทศเพิ่มจากการทำกับภาคเอกชน 50 เมกะวัตต์ ส่วนการได้ใบอนุญาตจากภาครัฐไม่มีเลย” 

 

ที่ผ่านมาเราได้เข้าไปให้บริการติดตั้งไฟฟ้ากับภาคเอกชนมากขึ้น เช่น ต้นปีที่ผ่านมาร่วมกับ CJ Express สำหรับติดโซลาร์บนหลังคาของสาขากว่า 500 แห่ง หรือติดโซลาร์กับโรงงานของซีพีกว่า 20 โครงการ รวมถึงร่วมกับโฮมโปรอีก 18 สาขา 

 

“ในปี 2567 บริษัทตั้งเป้าจะมี EBITDA ไม่ต่ำกว่า 6,500 ล้านบาท ภายใต้งบลงทุน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทยังมีสภาพคล่องค่อนข้างมาก และยังมีวงเงินกับธนาคารอีกราว 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ IBD/EBITDA ยังอยู่ที่เพียง 1.4 เท่า จากเพดานที่ 3 เท่า” 

 

นอกจากธุรกิจไฟฟ้าแล้ว ธุรกิจ ‘กัญชง’ คือสิ่งที่จะเริ่มต้นในปีนี้ ซึ่งบริษัทตั้งใจจะทำตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ คือลงมือปลูกในเฟสแรก 50 ไร่ และจะขยายเป็น 150 ไร่ ภายในประมาณ 1 ปีครึ่ง หลังจากนั้นคือการสกัดและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป 

 

“ตอนนี้บริษัทได้เตรียมที่ดินและโรงเรือนเพาะปลูกไว้แล้ว รอเพียงใบอนุญาตในการปลูก ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในอีกไม่นาน และน่าจะเริ่มเห็นช่อดอกในปีนี้” 

 

สำหรับรายได้จากกัญชงนี้ บริษัทยังไม่ได้รวมเข้ามาไว้ในเป้าหมายที่กล่าวไปข้างต้น เพราะยังคาดการณ์ได้ยากเกี่ยวกับราคาขาย แต่บริษัทคาดหวังว่าธุรกิจกัญชงจะเข้ามาช่วยเสริมอัตรากำไรของบริษัทให้ดีขึ้น 

 

ทั้งนี้ ช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกัญชงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งในส่วนนี้ผู้บริหารของ GUNKUL บอกว่า มีโอกาสที่จะได้เห็นการร่วมธุรกิจกันระหว่าง GUNKUL และ COM7 ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายอุปกรณ์ไอทีที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ 

 

โดยล่าสุด ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ของ COM7 อย่าง สุระ คณิตทวีกุล ได้เข้ามาถือหุ้น GUNKUL ในระดับ 200-300 ล้านหุ้น 

 

“ในอนาคตมีโอกาสที่จะเห็นการ Synergy ทางธุรกิจระหว่าง GUNKUL และ COM7 ด้วยจุดแข็งของ COM7 ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งมีโอกาสที่ผลิตภัณฑ์ในอนาคตของ GUNKUL จะขายผ่านสาขาของ COM7” 

 

ในมุมของราคาหุ้น GUNKUL ที่ขยับขึ้นมาทำจุดสูงสุดที่ระดับ 5.10 บาท เป็นระดับที่อาจจะเรียกได้ว่าสูงกว่าราคาพื้นฐานจากการวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ส่วนมากไปแล้ว 

 

ด้าน สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร COM7 เปิดเผยว่า การลงทุนในหุ้น GUNKUL เป็นการลงทุนส่วนตัว ซึ่งตั้งใจจะถือลงทุนระยะยาวอย่างแน่นอน สำหรับโอกาส Synergy ทางธุรกิจในอนาคต จะเป็นในส่วนของธุรกิจกัญชงที่ทาง GUNKUL อยู่ระหว่างการพัฒนา

 

“ในอนาคตมีโอกาสที่เราจะเข้าไปเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ ซึ่งอาจจะเป็นส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะในส่วนของการกระจายสินค้าซึ่งเราถนัดอยู่แล้วในธุรกิจรีเทล ทำให้เราสามารถที่จะขยายธุรกิจไปนอกเหนือจากเฉพาะแค่ไอที” 

 

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นคงจะยังไม่สามารถบอกได้ว่าการร่วมมือกันทางธุรกิจจะออกมาในรูปแบบใด ต้องรอให้มีความชัดเจนในหลายๆ เรื่องก่อน

 

อย่าง บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า มีมุมมองเป็นกลางต่อ GUNKUL แม้การเริ่มสกัดสาร CBD มีแนวโน้มล่าช้ากว่าเดิมที่เคยแจ้งไว้ว่าภายในช่วงปลายปีนี้ เป็นช่วงต้นปี 2565 แทน แต่กรอบเวลาไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนธุรกิจไฟฟ้าและรับเหมาก่อสร้างยังมีพัฒนาการที่ดีตามเดิม

 

เรายังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ที่ 2.3 พันล้านบาท เติบโต 60% จากปีก่อน ทั้งนี้แนวโน้มครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก จากการเข้าช่วงไฮซีซันของโรงไฟฟ้าพลังงานลมและการส่งมอบงานรับเหมาที่มากขึ้น ประเมินราคาเป้าหมาย 4.50 บาท โดยอัปไซด์คือการได้โครงการโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันรอผลเจรจา 100-150 เมกะวัตต์ คาดเห็นความคืบหน้าในปีนี้ รวมถึงความคืบหน้าของธุรกิจกัญชง

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post GUNKUL ในวันที่ราคาหุ้น All Time High! ตั้งเป้าธุรกิจไฟฟ้าโตอย่างน้อย 15% ต่อปี ส่วนธุรกิจกัญชงอาจเห็น Synergy กับ COM7 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุคทองของตัวแทนขาย ‘Apple’ 4 บริษัทราคาพุ่งเฉลี่ย 60% https://thestandard.co/sales-representative-apple-4-companies/ Wed, 17 Mar 2021 12:12:33 +0000 https://thestandard.co/?p=466096 ยุคทองของตัวแทนขาย Apple

ราคาหุ้นของ 4 บริษัท ได้แก่ COM7, JMART, SPVI และ CPW ซ […]

The post ยุคทองของตัวแทนขาย ‘Apple’ 4 บริษัทราคาพุ่งเฉลี่ย 60% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุคทองของตัวแทนขาย Apple

ราคาหุ้นของ 4 บริษัท ได้แก่ COM7, JMART, SPVI และ CPW ซึ่งทำธุรกิจตัวแทนขายสินค้าไอที โดยเฉพาะแบรนด์ Apple ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะช่วยหนุนให้ผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้เติบโตโดดเด่นต่อเนื่องในปีนี้ ทั้งนี้ ราคาหุ้นของแต่ละบริษัทต่างพุ่งขึ้นสูงกว่า 100% สำหรับช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ส่วนปี 2564 นี้ ราคาหุ้นของทั้ง 4 บริษัทปรับขึ้นเฉลี่ยกว่า 60%

 

ยุคทองของตัวแทนขาย Apple

 

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

The post ยุคทองของตัวแทนขาย ‘Apple’ 4 บริษัทราคาพุ่งเฉลี่ย 60% appeared first on THE STANDARD.

]]>
COM7 พุ่งแรงกว่า 28% ในช่วงแรกก่อนเจอแรงขาย หลังโชว์กำไรดีกว่าตลาดคาด https://thestandard.co/com7-first-period-sky-rocket-before-experiencing-sales-force/ Wed, 24 Feb 2021 05:34:46 +0000 https://thestandard.co/?p=458805 COM7 พุ่งแรงกว่า 28% ในช่วงแรกก่อนเจอแรงขาย หลังโชว์กำไรดีกว่าตลาดคาด

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ. คอมเซเว่น (COM7) เปิดตลาดกร […]

The post COM7 พุ่งแรงกว่า 28% ในช่วงแรกก่อนเจอแรงขาย หลังโชว์กำไรดีกว่าตลาดคาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
COM7 พุ่งแรงกว่า 28% ในช่วงแรกก่อนเจอแรงขาย หลังโชว์กำไรดีกว่าตลาดคาด

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ. คอมเซเว่น (COM7) เปิดตลาดกระโดดขึ้น 4.4% ก่อนจะวิ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 58.50 บาท +28.6% จากวันก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น COM7 ย่อลงมาอย่างรวดเร็ว จากจุดสูงสุดกลับลงมาอยู่ที่บริเวณ 49 บาท +7.7% จากวันก่อนหน้านี้ 

 

ทั้งนี้ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นวันนี้ได้แรงหนุนจากการที่บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2563 ทำได้ 556 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากปีก่อน และ 49% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ 26% โดยรวมส่งผลให้บริษัทมีกำไรรวมในปี 2563 อยู่ที่ 1,490.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.5% 

 

บล. เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า อยู่ระหว่างการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 และราคาเป้าหมายขึ้น ภายหลังงานประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ หลังผลการดำเนินงานปีก่อนสูงกว่าที่คาดไว้ 17% หนุนจากรายได้ที่ขยายตัวสูงกว่าคาด 8% และบริษัทเร่งเปิดสาขาในไตรมาส 4 ปีก่อนสูงถึง 100 แห่ง จากตลอดทั้งปีที่ 124 แห่ง

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post COM7 พุ่งแรงกว่า 28% ในช่วงแรกก่อนเจอแรงขาย หลังโชว์กำไรดีกว่าตลาดคาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลท. เปิดรายชื่อหุ้นเข้าคำนวณ​ SET50 ช่วงครึ่งแรกปี 2564 ‘BAM-COM7-DELTA’ ติดโผ https://thestandard.co/calculate-stocks-set50-first-half-2021-bam-com7-delta/ Wed, 16 Dec 2020 13:28:27 +0000 https://thestandard.co/?p=432352 ตลท. เปิดรายชื่อหุ้นเข้าคำนวณ​ SET50 ช่วงครึ่งแรกปี 2564 ‘BAM-COM7-DELTA’ ติดโผ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศผลการคัดเลือกห […]

The post ตลท. เปิดรายชื่อหุ้นเข้าคำนวณ​ SET50 ช่วงครึ่งแรกปี 2564 ‘BAM-COM7-DELTA’ ติดโผ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลท. เปิดรายชื่อหุ้นเข้าคำนวณ​ SET50 ช่วงครึ่งแรกปี 2564 ‘BAM-COM7-DELTA’ ติดโผ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศผลการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ใช้สำหรับคำนวณดัชนี SET50, SET100, sSET, SETCLMV, SETHD, SETTHSI และ SETWB ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 (1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน)

 

ดัชนี SET50 มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 3 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM), บมจ.คอมเซเว่น (COM7) และ บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (DELTA)

 

ดัชนี SET100 มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 4 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM), บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (DELTA), บมจ.เจ มาร์ท (JMART) และ บมจ.เอ็ม บี เค (MBK)

 

ดัชนี sSET มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 27 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV), บมจ.เอ.เจ.พลาสท์ (AJ), บมจ.เอแอลที เทเลคอม (ALT), บมจ.เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น (ASIAN), บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW), บมจ.ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) (HFT), บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ILINK), บมจ.เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล (JCK), บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย (JKN), บมจ.ลานนารีซอร์สเซส (LANNA), บมจ.เน็กซ์ พอยท์ (NEX), บมจ.อาร์ ซี แอล (RCL), บมจ.ไรมอน แลนด์ (RML), บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX), บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER), บมจ.แสนสิริ (SIRI), บมจ.เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) (SIS), บมจ.เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ (SNC), บมจ.ศรีราชาคอนสตรัคชั่น (SRICHA), บมจ.ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า (STANLY), บมจ.ซัสโก้ (SUSCO), บมจ.ไทยรับประกันภัยต่อ (THRE), บมจ.ที.เค.เอส. เทคโนโลยี (TKS), บมจ.ไทรทัน โฮลดิ้ง (TRITN), บมจ.ไทยวา (TWPC), บมจ.ยูเอซี โกลบอล (UAC) และ บมจ.ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE)

 

ดัชนี SETCLMV มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 3 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC), บมจ.ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC) และ บมจ.ไทยคม (THCOM)

 

ดัชนี SETHD มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 4 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ.บีซีพีจี (BCPG), บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL), บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และ บมจ.เอ็ม บี เค (MBK)

 

ดัชนี SETTHSI หลักทรัพย์เข้าใหม่ 16 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS), บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC), บมจ.ช.การช่าง (CK), บมจ.ซีเค พาวเวอร์ (CKP), บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT), บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA), บมจ.หาดทิพย์ (HTC), บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR), บมจ.สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT), บมจ.ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC), บมจ.แสนสิริ (SIRI), บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) (SYNEX), บมจ.ไทยคม (THCOM), บมจ.ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) (TOA), บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) และ บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP)

 

ดัชนี SETWB มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 3 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC), บมจ.ดูโฮม (DOHOME) และ บมจ.อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย (RBF)

 

การทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้สำหรับคำนวณดัชนีดังกล่าวจะดำเนินการทุกครึ่งปี และเป็นไปตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด โดยดัชนี sSET ดัชนี SETCLMV และดัชนี SETTHSI เป็นดัชนีที่ไม่จำกัดจำนวนหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบในดัชนี ทั้งนี้ การทบทวนในครั้งนี้ใช้ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ถึง 30 พฤศจิกายน 2563

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ตลท. เปิดรายชื่อหุ้นเข้าคำนวณ​ SET50 ช่วงครึ่งแรกปี 2564 ‘BAM-COM7-DELTA’ ติดโผ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: COM7 พุ่ง รับอานิสงส์ iPhone12 | HIGHLIGHT 1 ธันวาคม 2563 https://thestandard.co/morning-wealth-01122020-3/ Tue, 01 Dec 2020 05:28:42 +0000 https://thestandard.co/?p=427179 COM7 พุ่ง รับอานิสงส์ iPhone12 | HIGHLIGHT

หุ้นกลุ่มไอทีวิ่งสวนทิศทางตลาดหุ้นโดยรวม (30 พฤศจิกายน […]

The post ชมคลิป: COM7 พุ่ง รับอานิสงส์ iPhone12 | HIGHLIGHT 1 ธันวาคม 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
COM7 พุ่ง รับอานิสงส์ iPhone12 | HIGHLIGHT
  • หุ้นกลุ่มไอทีวิ่งสวนทิศทางตลาดหุ้นโดยรวม (30 พฤศจิกายน 2563) โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเปิดตัวของ iPhone12 โดยราคาหุ้น SYNEX ปิดการซื้อขายเพิ่มขึ้น 6.43%, COM7 เพิ่มขึ้น 1.86% และ CPW เพิ่มขึ้น 0.85%
  • จากอานิสงส์นี้จะทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนอย่าง บมจ.คอมเซเว่น จะเป็นอย่างไร พูดคุยกับ สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คอมเซเว่น (COM7)

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: COM7 พุ่ง รับอานิสงส์ iPhone12 | HIGHLIGHT 1 ธันวาคม 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
COM7 ตั้งเป้าปี 64 รายได้โต 10% กำไรนิวไฮต่อเนื่อง รับยอดขาย iPhone 12 https://thestandard.co/com7-set-goal-64-income-grow-10-percents/ Fri, 27 Nov 2020 10:11:09 +0000 https://thestandard.co/?p=425955 COM7 ตั้งเป้าปี 64 รายได้โต 10% กำไรนิวไฮต่อเนื่อง รับยอดขาย iPhone 12

สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่ […]

The post COM7 ตั้งเป้าปี 64 รายได้โต 10% กำไรนิวไฮต่อเนื่อง รับยอดขาย iPhone 12 appeared first on THE STANDARD.

]]>
COM7 ตั้งเป้าปี 64 รายได้โต 10% กำไรนิวไฮต่อเนื่อง รับยอดขาย iPhone 12

สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 เปิดเผยว่า แผนดำเนินงานปี 2564 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตประมาณ 10% จากปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 10% จากปีก่อนทำได้ราว 3.3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากยอดขาย iPhone 12 ดีต่อเนื่อง ประกอบกับเทคโนโลยี 5G ก็จะเข้ามาสนับสนุนให้อุปกรณ์ IT ต่างๆ ที่จะต้องมีการอัปเกรดขึ้น และช่วยหนุนความต้องการใช้งานเพิ่มมากขึ้นไปด้วย

 

นอกจากนี้คาดหวังทำกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) จากปีนี้ที่คาดว่าใกล้เคียงปีก่อนที่ 1,216.32 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิจะกลับไปอยู่ในระดับปกติที่ 3% จากไตรมาส 3/63 อยู่ที่ 4% เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ได้ปรับตัวดีขึ้น ทำให้สามารถกลับมาจ่ายค่าเช่าในระดับเดิม หลังเจ้าของพื้นที่เช่าได้ปรับลดค่าเช่าลงในช่วงไตรมาส 2/63

 

บริษัทวางงบลงทุนรวมที่ 400 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดสาขาใหม่ไม่ต่ำกว่า 100 สาขา ส่วนใหญ่จะอยู่ตามต่างจังหวัดราว 70-80% และทำให้สิ้นปี 2564 บริษัทจะมีสาขาเพิ่มกว่า 900 สาขา และจะใช้ลงทุนในเรื่องของระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ราว 40 ล้านบาท รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากร

 

ขณะที่ภาพรวมตลาด IT ปี 2564 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นตามความมั่นใจของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวดีขึ้น เป็นไปตามการฟื้นตัวของภาพรวมเศรษฐกิจ ซึ่งบริษัทฯ ก็เตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชันที่พัฒนามาเพื่อรองรับการสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์และรับสินค้าหน้าร้าน คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในไตรมาส 1/64 คาดหวังว่าภายใน 2 ปี หรือปี 2566 จะมีสัดส่วนรายได้จากออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ 5%

 

ส่วนยอดขายในไตรมาส 4/63 คาดว่าทำนิวไฮ และกำไรสุทธิเติบโตตามยอดขายมาจากการเปิดจอง iPhone 12 ล่วงหน้า ซึ่งมีลูกค้าให้ความสนใจจองซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้บริษัทมียอดจอง iPhone 12 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกันยอดขาย iPhone 11 ก็ยังดีต่อเนื่องด้วย ทำให้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตไปตามเป้าหมายที่ 10% ได้

 

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนในธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน โดยใช้จุดแข็งในด้านฐานลูกค้าที่ปัจจุบันมีอยู่ 2 ล้านราย และมีการซื้อสินค้าราว 2 ล้านชิ้นต่อปี มาช่วยต่อยอดธุรกิจ โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในไตรมาส 2/64

 

ลักษณะธุรกิจของ COM7

บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) บริษัทประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้า IT ประเภทคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ โทรศัพท์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้อง ผ่านช่องทางการจำหน่ายหลัก รวมทั้งให้บริการศูนย์ซ่อมสินค้าแบรนด์ Apple

 

รายงาน: ปริวัฒน์ หินพลอย

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post COM7 ตั้งเป้าปี 64 รายได้โต 10% กำไรนิวไฮต่อเนื่อง รับยอดขาย iPhone 12 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องหุ้นค้าปลีกบนวิกฤตโควิด-19 ใครร่วง? ใครรอด? https://thestandard.co/spot-retail-stocks-on-the-covid-19-crisis/ Tue, 10 Nov 2020 05:19:19 +0000 https://thestandard.co/?p=419181 ส่องหุ้นค้าปลีกบนวิกฤตโควิด-19 ใครร่วง? ใครรอด?

สำรวจราคาหุ้นกลุ่มค้าปลีกตั้งแต่ต้นปีจนถึง 9 พฤศจิกายน […]

The post ส่องหุ้นค้าปลีกบนวิกฤตโควิด-19 ใครร่วง? ใครรอด? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องหุ้นค้าปลีกบนวิกฤตโควิด-19 ใครร่วง? ใครรอด?

สำรวจราคาหุ้นกลุ่มค้าปลีกตั้งแต่ต้นปีจนถึง 9 พฤศจิกายน 2563 พบว่า บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยปีก่อนเพิ่มขึ้น 70.9% ส่วนปีนี้ยังบวกต่ออีก 57.5% ส่วนหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ผลงานค่อนข้างน่าผิดหวัง ราคาหุ้นติดลบไป 35.7% หลังงบฯ 6 เดือนแรก พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 1.85 พันล้านบาท

 

 ส่องหุ้นค้าปลีกบนวิกฤตโควิด-19 ใครร่วง? ใครรอด?

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ส่องหุ้นค้าปลีกบนวิกฤตโควิด-19 ใครร่วง? ใครรอด? appeared first on THE STANDARD.

]]>